“คลัง” พอใจผลงานโครงการบ้านประชารัฐ หลังประชาชนแห่ขอกู้ 2 วันเกือบหมื่นราย คิดเป็นวงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท

จากการเปิดให้ประชาชนยื่นกู้ซื้อบ้านและที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านประชารัฐ วันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีประชาชนแสดงความสนใจยื่นกู้กับทางธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จำนวนมาก ยอดยื่นกู้ของธนาคารทั้ง 2 แห่งในช่วง 2 วัน (23-24 มี.ค.) มีสูงถึงเกือบ 1 หมื่นล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 4 หมื่นล้านบาท

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เบื้องต้นค่อนข้างพอใจกับตัวเลขที่ออกมา แสดงว่ามีประชาชนต้องการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก และโครงการบ้านประชารัฐ ก็มาถูกทาง สามารถตอบสนองความต้องการมีบ้านของประชาชนได้

"ส่วนจะมีการขยายวงเงินสินเชื่อจากเดิม 2 แบงก์มีวงเงินรวมกัน 4 หมื่นล้านบาทหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับศักยภาพของธนาคารทั้ง 2 ที่จะพิจารณา แต่ไม่แน่ใจว่าบ้านที่มีอยู่แล้วในตลาดเพียงพอหรือไม่ จะต้องมีส่วนทีสร้างใหม่มาเสริมด้วย”

รายงานข่าวจากระทรวงการคลังแจ้งว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 24 มี.ค. ธนาคารออมสินมียอดลูกค้ามาติดต่อสอบถามและแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ในโครงการบ้านประชารัฐ 4,515 ราย เป็นวงเงินรวม 5,397 ล้านบาท ในส่วนของ ธอส. มียอดลูกค้ามาติดต่อสอบถามและแจ้งความประสงค์ยื่นกู้จำนวน 5,300 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 4,700 ล้านบาท รวมทั้ง 2 ธนาคาร มีลูกค้ามาแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ 9,815 ราย คิดเป็นวงเงิน 10,097 ล้านบาท เฉลี่ยวงเงินต่อรายประมาณ 1 ล้านบาท

ทั้งนี้รัฐบาลได้จัดทำโครงการบ้านประชารัฐ เพื่อช่วยสร้างโอกาสให้ประชาชนทั่วไป ครอบคลุมข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยมาก่อน ให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยให้ ออมสิน ธอส. และธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวม 7 หมื่นล้านบาท แยกเป็นการปล่อยกู้ให้ประชาชนทั่วไป 4 หมื่นล้านบาท ออมสินและธอส.แห่งละ 2 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการในการพัฒนาโครงการ 3 หมื่นล้านบาท ออมสิน ธอส. และกรุงไทย แห่งละ 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับสินเชื่อพัฒนาโครงการ (Pre Finance) ให้กู้สำหรับผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำไปจัดทำโครงการที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่เข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐ อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1-2 เท่ากับ 4% ต่อปี ปีที่ 3 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่า MLR-1% ต่อปี

ส่วนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Post Finance) อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนแยกออกเป็น 1. วงเงินกู้เพื่อซื้อหรือก่อสร้างที่อยู่อาศัยราคา ไม่เกิน 700,000 บาท หรือกรณีกู้เพื่อซ่อมแซมหรือต่อเติมวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ในปีแรก ปีที่ 2-3 อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ปีที่ 4-6 อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี และปีที่ 7 จนถึงตลอดอายุสัญญา อัตราดอกเบี้ย MRR -0.75% ต่อปี 2. วงเงินกู้เพื่อซื้อหรือก่อสร้างที่อยู่อาศัยราคามากกว่า 700,000 บาท แต่ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีที่ 1-3 เท่ากับ 3% ต่อปี ปีที่ 4-6 อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี และปีที่ 7 จนถึงตลอดอายุสัญญา

ขณะที่อัตราการผ่อนชำระราย กรณีวงกู้ไม่เกิน 700,000 บาท เริ่มต้นผ่อนชำระ 3 ปีแรกเพียง 3,000 บาทต่อเดือน วงเงินกู้ 1.5 ล้านบาท เริ่มต้นผ่อนชำระ 7,200 บาทต่อเดือน กรณีกู้ซ่อมแซม หรือต่อเติม วงเงินกู้ไม่เกิน 500,000 บาท เริ่มต้นผ่อนชำระ 2,100 บาทต่อเดือน

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ขอบคุณภาพจาก : news.voicetv.co.th