กรุงเทพฯ – 26 กุมภาพันธ์ 2559 – บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เผยผลงานปี 2558 ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,744 ล้านบาท เดินหน้าลุยเปิดโครงการใหม่ทั้งที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานครและโครงการที่พักอาศัยเพื่อขายและเพื่อการเช่าและบริการในปี 2559 มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้เติบโตไว้ที่ 15% นอกจากนี้บริษัทมีแผนจัดตั้งกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ของโครงการโรงแรมศรีพันวา มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ภาพรวมธุรกิจของบริษัทในปี 2558 ถือว่าประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,744 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตกว่า 1.7 เท่าของปี 2557 สำหรับสัดส่วนของรายได้มาจากโครงการที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ 28 % รายได้จากโครงการบ้านคอนโดมิเนียมตากอากาศ 46% รายได้ประจำจากการบริหารโรงแรมและโครงการธุรกิจให้เช่า 17% และรายได้อื่นๆ อีก 9% โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของบริษัทคือทุกโครงการสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ทั้งในเรื่องของการดีไซน์ ทำเลที่ตั้ง คุณภาพของการก่อสร้างด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ รวมถึงการบริการหลังการขายที่ดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

โครงการที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ในปีที่ผ่านมาคือ

- โครงการอิซซี่ คอนโด สุขสวัสดิ์ คอนโดมิเนียมพักอาศัยสูง 24 ชั้น ตั้งอยู่บนถนนสุขสวัสดิ์ ซึ่งสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ได้แล้ว ปัจจุบันมียอดโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้ากว่า 50% ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

- โครงการทิวทะเลเอสเตท ชะอำ – หัวหิน โครงการที่พักอาศัยตากอากาศ ประกอบด้วยบ้านทิวทะเล เฟส 1 บ้านทิวทะเล เฟส 2 และบลู ถือเป็นโครงการที่มีการขยายตัวต่อเนื่อง ด้วยทำเลที่ตั้งติดชายหาดทำให้ลูกค้าสามารถเห็นวิวทะเลในมุม 360 องศา สำหรับบลู จะแล้วเสร็จปลายปีนี้

“เมื่อในเดือนมกราคม 2559 บริษัทได้เปิดบริการโรงแรมส่วนต่อขยายของศรีพันวาภูเก็ต ภายใต้ชื่อ  ฮาบิตะ เป็นโรงแรมขนาด 30 ยูนิต ประกอบด้วยห้องพักแบบพลูสวีท จำนวน 20 ยูนิต และ ห้องพักแบบเพนเฮาส์ จำนวน 10 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการอยู่ที่ 800 ล้านบาท มียอดการเข้าพักสูงมากได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าตามแผนงานในการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งที่พักอาศัยในกรุงเทพมหานครและโครงการที่พักอาศัยเพื่อขายและเพื่อการเช่าและบริการ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท  ซึ่งจะเป็นโครงการบ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์ 2 โครงการบนถนนพระราม 9 และถนนบางนาตราด และอีกโครงการ คือ โรงแรมที่หาดชะอำ-หัวหิน

บริษัทยังมีแผนในการจัดตั้งกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ของโครงการโรงแรม ศรีพันวา มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท เนื่องจากเล็งเห็นความต้องการของนักลงทุนและศักยภาพของโครงการฯ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2560 ในปีนี้ เราจะมีการขยายธุรกิจด้านบริหารโรงแรมไปยังต่างประเทศอีกด้วย โดยจะเริ่มจากบริหารโครงการโรงแรมให้กลุ่มผู้ร่วมลงทุนกับเราคือบริษัทจุนฟาจากประเทศจีน และ บาบาบีช คลับภูเก็ต (Baba Beach Club, Phuket) ในส่วนโรงแรมจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในต้นปีหน้า” นายสงกรานต์ กล่าวเพิ่มเติม