ปลื้มแห่โอนบ้านยอดพุ่ง 7 แสนล. ลุ้นออกมาตรการกระตุ้นต่อครึ่งหลัง ชี้หนุนแรงซื้อปชช.ดันเศรษฐกิจขยับ

กรมที่ดินเผยแห่โอนบ้านรับมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ รวม 6 เดือน มูลค่าเกือบ 7 แสนล้านบาท ส่งผลรายได้ค่าธรรมเนียมหาย 99.35% ประชาชนประหยัดเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ยันผลดีช่วยเพิ่มใช้จ่าย หนุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ลุ้นรัฐบาลขยายมาตรการกระตุ้นต่อช่วงที่เหลือของปี

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ เลขานุการกรมที่ดิน เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ผ่านการลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% และค่าจำนองลงจาก 1% ลงเหลือ 0.01% ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2558-28 เมษายน 2559 พบว่ามีประชาชนมาใช้บริการโอนและจำนองรวมทั้งสิ้นประมาณ 447,000 ราย คิดเป็น 40.50% ของจำนวนประชาชนที่มาใช้บริการที่สำนักงานที่ดินในช่วงดังกล่าวรวม 1.1 ล้านราย คิดเป็นมูลค่าประเมินสินทรัพย์รวมกว่า 771,000 ล้านบาท แบ่งเป็นประชาชนที่มาใช้บริการโอน 279,000 ราย มูลค่าประเมินสินทรัพย์รวม 431,000 ล้านบาท ประชาชนที่มาใช้บริการจำนอง 168,000 ราย มูลค่าประเมินสินทรัพย์รวม 340,000 ล้านบาท

นายปิยพงศ์กล่าวว่า สำหรับการจัดเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมรวมสามารถจัดเก็บได้ทั้งสิ้น 79 ล้านบาท แบ่งเป็นจัดเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมจากการโอน 43 ล้านบาท และจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากการจดจำนอง 36 ล้านบาท หากพิจารณาเปรียบเทียบกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมทั้งหมด พบว่าสามารถจัดเก็บรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงกว่า 12,000 ล้านบาท หรือราว 99.35% ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะการเก็บค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองตามมาตรการ พบว่าสามารถเก็บค่าธรรมเนียมได้รวม 19 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราปกติที่จัดเก็บได้ 3,111 ล้านบาท ลดลง 3,091 ล้านบาท หรือราว 99.36%

"มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ช่วยกระตุ้นการซื้อขายในภาคอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคัก ทั้งยังทำให้ประชาชนสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 12,000 ล้านบาท ทำให้ประชาชนสามารถนำเงินส่วนลดนี้ไปต่อยอดในการจับจ่ายใช้สอย ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบธุรกิจ การลงทุนหรือหมุนเวียนในธุรกิจ รวมทั้งนำไปจ่ายค่าหนี้สินต่างๆ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศอีกทางหนึ่ง" นายปิยพงศ์กล่าว

นายปิยพงศ์กล่าวว่า พบว่าประชาชนจะมาขอรับบริการในช่วงต้นมาตรการและช่วงปลายมาตรการเป็นส่วนมาก แม้ว่ากรมที่ดินจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทยอยมาใช้บริการ ทำให้ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของมาตรการมีประชาชน สถาบันการเงิน รวมทั้งผู้ประกอบการใช้บริการจำนวนมาก ทำให้สำนักงานที่ดินหลายแห่งมีปัญหาด้านสถานที่และเจ้าหน้าที่ที่อาจไม่พอรอรับการมาขอใช้บริการ หากมีมาตรการเช่นนี้อาจต้องเพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทยอยมาดำเนินการ

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่มีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ พบว่ามูลค่าการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 300,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 6.7% ของอัตราการขยายเศรษฐกิจประเทศ (จีดีพี) ที่ราว 13 ล้านล้านบาท หากเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์จะมีมูลค่าการขายประมาณ 250,000 ล้านบาท หรือราว 5.6% ซึ่งการที่มีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ออกมา คาดว่าจะช่วยให้จีดีพีปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ประมาณ 3% อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปีรัฐบาลอาจจะหยิบยกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์มาใช้อีกได้เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะผู้ประกอบการมีความพร้อม และภาคอสังหาริมทรัพย์มีธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องหลากหลาย ทั้งวัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุตกแต่ง เป็นต้น การกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์สามารถสร้างผลต่อเนื่องได้อีก 2.9 เท่า

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์