บมจ. มั่นคงเคหะการ เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี’59 โตต่อเนื่อง ลูกค้าตอบรับภาพลักษณ์ใหม่พร้อมมาตรการรัฐส่งยอดโอนสูงดันรายได้ รวมกว่า 611 ล้านบาท ซึ่งเติบโตมากถึง 40 % ด้านกำไรสุทธิแตะ 94 ล้านบาท โตกว่า 200% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี’ 58 พร้อมรุกแผนไตรมาสสอง ส่งแบรนด์ใหม่ “ชวนชื่น แกรนด์” สองโครงการมูลค่า 1,700 ล้านบาทเจาะตลาดบ้านพรีเมี่ยมระดับราคา 8-12 ล้านบาท

นายวรสิทธิ์ โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินการของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/2559 มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการทำแคมเปญ “Ready to Move in” ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ ในทุกทำเลจำนวน 8 โครงการ เพื่อกระตุ้นตลาดในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนก่อนจบมาตรการรัฐ ส่งผลให้บริษัทมียอดโอนสูงและดันรายได้ในช่วงไตรมาสแรกได้กว่า 611 ล้านบาท ซึ่งเติบโตกว่า 40% ทำให้มีกำไรสุทธิ 94 ล้านบาท ซึ่งโตกว่า 200 % เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2558”

“หลังจากที่เราได้มีการปรับภาพลักษณ์โครงการต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ประกอบกับมาตรการรัฐกระตุ้นภาคอสังหาฯ ส่งผลที่ดีต่อด้านการขายและการโอน จึงทำให้ดันรายได้ทะลุเป้า ทั้งนี้ในไตรมาส 2/2559 มั่นคงฯ ได้รุกแผนเปิดตัวบ้านแบรนด์ใหม่ “ชวนชื่น แกรนด์” สองโครงการ มูลค่า 1,700 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดบ้านพรีเมี่ยมโดยเฉพาะ คือ ชวนชื่น แกรนด์ ราชพฤกษ์ พระราม 5 และ ชวนชื่น แกรนด์ เอกชัย บางบอน ” ด้วยระดับราคา 8-12 ล้านบาท เราเชื่อมั่นว่า ตลาดบ้านกลางบนในระดับราคานี้ยังเติบโตและมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลที่เป็นที่อยู่อาศัยยอดนิยมอย่าง ราชพฤกษ์และเอกชัย บางบอน” คุณวรสิทธิ์กล่าวเพิ่มเติม

ในปี 2558 ที่ผ่านมา มั่นคงฯ ทุบสถิติ “ยอดขาย รายได้ และกำไรสุทธิ” สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทำยอดขายทะลุเป้ามากถึง 2,500  ล้านบาท เติบโตกว่าปีก่อนถึง 25% ด้านรายได้จากการขายและบริการมากถึง 3,749 ล้านบาท เติบโตกว่า 60% ส่วนกำไรสุทธิโตสูงขึ้น 40% หรือ 626 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทได้วางกลยุทธ์การเติบโตด้วยแผนรุกทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายและเพื่อให้เช่าและการบริการ โดยตั้งเป้าผลักดันทั้งสองธุรกิจมีสัดส่วนกำไร 50:50 ในอีก 5 ปีข้างหน้า สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขายจะรุกตลาดแนวราบเป็นหลักและบริหารสัดส่วนรายได้ให้อยู่ระดับการเติบโตประมาณ 15% ต่อปี ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่าและการบริการนั้นคาดจะเริ่มมีการรับรู้รายได้เพิ่มเติมจาก บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด และพาร์ค คอร์ท อพาร์ทเม้นท์ให้เช่าที่เฟสแรกจะเสร็จภายในปลายปีหน้า

ทั้งนี้ มั่นคงฯ จะมีการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมให้กับผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผล วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 นี้