ดูเหมือนโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง "บางซื่อ-รังสิต" ที่ "ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย" กำลังเร่งสร้างให้เสร็จเปิดใช้ในปี 2563 จะกลายเป็นจุดศูนย์รวมของความที่สุด

นับจาก "ครม.-คณะรัฐมนตรี" อนุมัติโครงการเมื่อปี 2552 กว่าจะได้ผู้รับเหมาก็ใช้เวลาประมูลนานข้ามปี โดยเฉพาะสัญญาที่ 3 งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลรวมทั้งจัดซื้อขบวนรถ ที่ใช้เวลาพิจารณาถึง 4 ปี

งบบานปลาย

นอกจากนี้ยังทุบสถิติค่าก่อสร้างบานปลายถึง 4 รอบจาก 59,888 ล้านบาท ทะยานมาแตะ 93,950 ล้านบาท

สร้างนาน

อีกทั้งยังเป็นโครงการที่ผู้รับเหมาก่อสร้างขอขยายระยะเวลาก่อสร้างยาวนานถึง 3 ปี จนทำให้โครงการใช้เวลาก่อสร้างถึง 7 ปี นับจากวันแรกเริ่มตอกเข็มต้นปี 2556

สถานีใหญ่

อีกหนึ่งไฮไลต์เป็นการดีไซน์สถานีทั้ง 10 แห่ง นับว่ามีพื้นที่ใช้สอยสถานีขนาดใหญ่กว่ารถไฟฟ้าสายอื่น ๆ อาจจะเป็นเพราะต้องรองรับรถไฟถึง 3 ระบบในโครงสร้างเดียวกัน ทั้งรถไฟทางไกล รถไฟฟ้าชานเมือง และรถไฟขนส่งสินค้า

14736599811473660045l

"สถานีกลางบางซื่อ" สถานีต้นทางที่ใหญ่ที่สุด 4 ชั้น

เมื่อเลาะตามรายสถานี จุดแรก "สถานีกลางบางซื่อ" สถานีต้นทางของโครงการ เป็นสถานีมีพื้นที่ใหญ่สุด โดยมีพื้นที่ใช้สอย 3 แสน ตร.ม. เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางแห่งใหม่ของประเทศ เพราะจะเป็นสถานีชุมทางของรถไฟทางไกลสายเหนือ สายตะวันออก และสายใต้ ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง แอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟความเร็วสูงที่จะพัฒนาในอนาคต

รูปแบบสถานีมี 4 ชั้น "ชั้นใต้ดิน" เป็นพื้นที่สำหรับจอดรถประมาณ 1,700 คัน มีโถงเชื่อมต่อขึ้นไปยังชั้นจำหน่ายตั๋วโดยสาร และมีทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีบางซื่อ

"ชั้นพื้นดิน" เป็นโถงพักคอยและรับผู้โดยสาร มีพื้นที่ชั้นลอยสำหรับควบคุมระบบการเดินรถ และต้อนรับบุคคลสำคัญ พื้นที่จำหน่ายตั๋วโดยสาร และจุดเชื่อมต่อไปยังสถานีบางซื่อรถไฟฟ้าใต้ดิน และพื้นที่พาณิชยกรรม ร้านค้า

"ชั้นที่ 2" เป็นชั้นชานชาลารถไฟทางไกล จำนวน 6 ชานชาลา สามารถตั้งขบวนรถได้ 12 ขบวน และ "ชั้นที่ 3"เป็นชั้นชานชาลารถไฟชานเมือง อยู่ตรงกลาง จำนวน 6 ชานชาลา

สถานี 3 ชั้น

ส่วนสถานีจตุจักร สถานีวัดเสมียนนารี สถานีบางเขน สถานีทุ่งสองห้อง สถานีหลักสี่ และสถานีการเคหะจะเป็นสถานีที่รองรับรถไฟฟ้าชานเมือง มีพื้นที่ใช้สอยเท่ากันประมาณ 7,200 ตร.ม. ภายในสถานีมี 3 ชั้น ประกอบด้วย "ชั้นพื้นดิน" เป็นพื้นที่สำหรับจอดรถรับ - ส่งผู้โดยสารที่จะใช้บริการ "ชั้นที่ 2" เป็นชั้นจำหน่ายตั๋วโดยสาร และเป็นพื้นที่รองรับผู้โดยสาร จะผ่านขึ้นไปยังชานชาลา และ "ชั้นที่ 3" เป็นชั้นชานชาลารถไฟฟ้าชานเมือง

ขณะที่ "สถานีดอนเมือง" มีพื้นที่ใช้สอย 25,000 ตร.ม. ใหญ่เป็นอันดับสองของโครงการ จะรองรับได้ทั้งรถไฟฟ้าชานเมืองและรถไฟทางไกล มีทั้งหมด 4 ชั้น "ชั้นพื้นดิน" เป็นพื้นที่จอดรถรับ - ส่งผู้โดยสารจะมาใช้บริการ ส่วน "ชั้นที่ 2" เป็นชั้นจำหน่ายตั๋ว และเป็นพื้นที่รองรับผู้โดยสารที่จะผ่านขึ้นไปยังชานชาลารถไฟฟ้าชานเมืองและรถไฟทางไกล "ชั้นที่ 3" เป็นชั้นชานชาลารถไฟทางไกล และ "ชั้นที่ 4" เป็นชั้นชานชาลารถไฟฟ้าชานเมือง

"หลักหก" สถานีระดับพื้นดิน

สำหรับ "สถานีหลักหก" เป็นสถานีระดับดิน รองรับเฉพาะรถไฟฟ้าชานเมือง มีพื้นที่ใช้สอย 7,800 ตร.ม. โดย"ชั้นพื้นดิน" เป็นชั้นชานชาลาสำหรับรถไฟฟ้าชานเมือง "ชั้นที่ 2" เป็นชั้นจำหน่ายตั๋ว และพื้นที่รองรับผู้โดยสารที่จะผ่านลงไปยังชานชาลา

"สถานีรังสิต" สถานีต่างระดับ

สุดท้าย "สถานีรังสิต" เป็นสถานีถูกออกแบบให้มีทั้งยกระดับ รองรับรถไฟฟ้าชานเมือง และระดับดิน รองรับรถไฟทางไกล มีพื้นที่ใช้สอย 21,000 ตร.ม. ถึงจะมีขนาดไซซ์ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 แต่รูปแบบของสถานีจะไม่ต่างจากสถานีอื่น ๆ โดย "ชั้นพื้นดิน" เป็นชั้นชานชาลารถไฟทางไกล และพื้นที่จอดรถรับ - ส่งผู้โดยสาร "ชั้นที่ 2" เป็นชั้นจำหน่ายตั๋ว และพื้นที่รองรับผู้โดยสารที่จะผ่านไปยังชานชาลารถไฟทางไกล และรถไฟฟ้าชานเมืองและ "ชั้นที่ 3" เป็นชั้นชานชาลาสำหรับรถไฟฟ้าชานเมือง

โดย "ร.ฟ.ท." ประเมินว่าเมื่อเปิดเดินรถในปีแรกจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารจากรังสิตสู่บางซื่อไม่น้อยกว่า 306,608 เที่ยวคนต่อวัน

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์