21 ธันวาคม 2558 - สวนลุมไน้ท์บาซาร์ รัชดาภิเษก กลับมาเปิดบริการอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบ            ทุ่มงบประมาณการลงทุนกว่า 3, 600 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมพื้นที่กว่า 120,000 ตารางเมตรให้เป็น    “แหล่งคิด แหล่งขาย ตอบสนองความต้องการตามไลฟ์สไตล์คนเมือง”  พร้อมทั้งยังมีการขยาย และปรับเพิ่มรูปแบบการบริการที่มากขึ้น ครบวงจรขึ้น แต่ยังคงบรรยากาศเดิมๆ ของสวนลุมไน้ท์บาซาร์ บนพื้นที่ทำเลศักยภาพ สะดวกต่อการเดินทาง ติดกับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ทั้งสถานีลาดพร้าว และสถานีรัชดาภิเษก ที่พร้อมเชื่อมต่อกับใจกลางเมือง โดยสวมลุมไน้ท์บาซาร์ รัชดาภิเษก ได้มีการปรับรูปแบบเพิ่มเติมในส่วนของ โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า โรงละคร ฟิตเนสเซ็นเตอร์ สวนน้ำ บ็อกซิ่งยิม  ร้านอาหาร ภัตตาคารอาหารนานาชาติ และโชว์รูมรถซุปเปอร์คาร์

นายไพโรจน์   ทุ่งทอง ประธานบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงค์ค็อกไนท์บาซาร์ จำกัด กล่าวว่า “การได้เปิดสวนลุมไน้ท์บาซาร์เพื่อให้บริการลูกค้าอีกครั้ง เป็นเรื่องที่น่ายินดี ทีมงานบริหารทุกคน กลับมาร่วมกันทำงาน และตั้งเป้ามอบโครงการสวนลุมไน้ท์บาซาร์ แห่งนี้ให้กลับมาคึกคัก สร้างความบันเทิงให้กับลูกค้า ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยตั้งเป้าลูกค้าเข้าใช้บริการวันละอย่างน้อย 35,000 คนต่อวัน ประกอบด้วยลูกค้าของโรงแรม และกลุ่มลูกค้าที่พักอาศัยอยู่ในโซน รัชดา-ลาดพร้าวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ตลอดจนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการณ์รายใหม่ที่มีเงินลงทุนไม่มากได้มีโอกาสเริ่มธุรกิจการค้า และพัฒนาผู้ประกอบการณ์รายใหญ่ให้ก้าวไปสู่อีกมาตรฐานของการค้า การบริการระดับประเทศ และระดับภูมิภาคต่อไป โดยในปี 2559 เราตั้งเป้าราย ได้ไว้ทั้งสิ้น  450 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจหลักของเราคือ พื้นที่ร้านค้าให้เช่า และช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ราว 50% และจากธุรกิจอื่นๆ อีก 50% สำหรับศักยภาพของพื้นที่เราเล็งเห็นว่า ถนนรัชดาภิเษกตัดลาดพร้าวนั้น เป็นพื้นที่ที่มีโอกาสทางธุรกิจที่ดี เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ใกล้แหล่งชุมชน มีประชากรอาศัยหนาแน่น ทั้งโซนลาดพร้าว รัชดาภิเษก วิภาวดี ดินแดง มีบ้านเดี่ยว หมู่บ้านจัดสรร และโครงการที่อยู่อาศัยกว่าหนึ่งแสนยูนิต อีกทั้งยังเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อมาก”

สวนลุมไนท์ บาซาร์ 2

โครงการสวนลุมไน้ท์บาซาร์ประกอบไปด้วย พื้นที่ร้านค้า ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ และ วอร์คกิ้งสตรีท จำนวน 1,800 ร้านค้าซึ่งสินค้าประกอบไปด้วย ทั้งสินค้าโอท้อป งานศิลปหัตถกรรม เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ และเพิ่มในส่วนของสินค้าอาหาร ของฝาก ของนำเข้าจากต่างประเทศ ปัจจุบันมีจำนวนผู้เช่าทั้งหมด90% และสำหรับ 10% ที่เหลือเป็นส่วนที่เราตั้งเป้าว่าจะเป็นร้านค้าที่มีความน่าสนใจเป็นพิเศษที่จะเข้ามาเป็นไฮท์ไลท์สำคัญ เพื่อช่วยในการดึงดูดคนเข้ามาที่โครงการมากขึ้น และเพิ่มกลุ่มฐานลูกค้าใหม่ให้กับโครงการ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่   ส่วนโรงแรมระดับ 4 ดาว จำนวน 800 ห้อง พื้นที่จัดแสดงสินค้ากว่า 5,000 ตร.ม. โรงละครเมจิกคาบาเร่ ที่เป็นการนำเอาความพิเศษของการแสดงคาบาเร่โชว์ มารวมกับการแสดงมายากล  รวมถึงศูนย์ออก      กำลังกายพื้นที่กว่า 1,300 ตร. ม. ในอนาคตสามารถขยายเพิ่มได้ถึง 2,500 ตร.ม. พร้อมเปิดให้บริการ ตลอด 24 ชม. และบ็อกซิ่งยิม ที่ได้รับเกียรติจากคุณเขาทราย แกแล็คซี่ มาดูแลการสอน และออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกาย การต่อยมวยที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ส่วนสุดท้ายคือสวนน้ำขนาดใหญ่  บนดาดฟ้าของโครงการ เพื่อรองรับฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัว และที่จอดรถกว่า 1,200 คัน

“ทางด้านกิจกรรมทางการตลาดและส่งเสริมการขาย เราจะคัดเลือกกิจกรรมที่มีความแปลกใหม่น่าสนใจ และกำลังอยู่ในกระแสความนิยมมาสลับสับเปลี่ยนทุกสัปดาห์ รวมตลอดปี 52 อีเว้นท์ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ของการท่องเที่ยวสวนลุมไน้ท์บาซาร์ในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น โดยพื้นที่อาคารเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. และพื้นที่โซนวอล์คกิ้งสตรีทเปิดให้บริการเวลา 16.00 น. – 24.00 น.” นายไพโรจน์ กล่าวสรุป