สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน สบโอกาสตลาดที่อยู่อาศัยประเภทสร้างเองในต่างจังหวัดบูม ล่าสุด วางแผนเดินสายโรดโชว์เปิดรับสมาชิกใหม่ นำร่องภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนรับอานิสงส์เปิด AEC ดันเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนหนุนตลาดบ้านสร้างเอง

คุณพิชิต

นายพิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ขณะนี้สมาคมฯได้วางแผนที่จะออกโรดโชว์ไปยังตลาดต่างจังหวัดเพื่อเปิดรับผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านให้เข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคม ฯให้ได้อย่างน้อยจังหวัดละ 1-2 ราย โดยจะนำร่องพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอิสานก่อน ด้วยเพราะเป็นพื้นที่มีศักยภาพ หลายๆจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกจัดชั้นให้เป็นจังหวัดเศรษฐกิจและจังหวัดศูนย์กลางของภูมิภาครับการเปิดเสรีทางการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ (AEC:Asean Economics Community) ไม่ว่าจะเป็น จังหวัด นครราชสีมา,ขอนแก่น อุดรธานี, อุบลราชธานี , มุกดาหาร และจังหวัดที่อยู่แนวตะเข็บชายแดน ซึ่งพบว่าขณะนี้มีการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุนค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ การขยายสาขาของผู้ค้าวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างรายใหญ่ในรูปโมเดิร์นเทรด การที่ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่างๆเหล่านี้ขยายการลงทุน ก็ส่งผลดีต่อตลาดที่อยู่อาศัยประเภทสร้างเองด้วยเช่นกัน

นอกจากมองโอกาสธุรกิจผ่านการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ การค้า ละการลงทุนแล้ว สมาคมฯยังขยายขอบข่ายของการให้บริการผู้บริโภคผ่านผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่มีความสนใจที่จะสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ทั้งนี้เพราะสังเกตได้จากการที่สมาคมฯจัดงานมหกรรมรับสร้างบ้านปีละ2ครั้ง คือ งานรับสร้างบ้าน Home Builder Focus & Expo พบว่ามีผู้บริโภคในต่างจังหวัดมาร่วมงานและว่าจ้างบริษัทที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯปลูกสร้างบ้านให้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยมีความเชื่อมั่นในเรื่องของคุณภาพงานก่อสร้าง เชื่อมั่นว่าจะไม่ทิ้งงาน และบริการอื่นๆซึ่งนั่นสะท้อนได้ว่า ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมและได้รับสิทธิ์ให้นำตราสัญสักษณ์หรือโลโก้สมาคมฯไปใช้ควบคู่กับโลโก้ของแต่ละบริษัทนั้น ได้สร้างความเชื่อมั่นและผู้บริโภคให้การยอมรับเป็นอย่างดี

“ที่ผ่านมามีบริษัทที่ไม่ใช่สมาชิกนำเอาโลโก้ไปใช้เพื่อหวังผลทางด้านการค้า เราเลยคิดว่าเพื่อความชัดเจนและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งจากผู้บริโภคและภาพรวมของธุรกิจรับสร้างบ้าน การขยายฐานสมาชิกสู่ต่างจังหวัดก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีอีกทางหนึ่งในการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้สมัครเป็นสมาชิกของสมาคม” นายพิชิต กล่าวพร้อมกับระบุว่า ผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านที่จะได้รับสิทธิให้เป็นสมาชิกของสมาคมฯนั้นคุณสมบัติต้องผ่านตามที่สมาคมฯกำหนด

ทั้งนี้สมาชิกของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ ประเภทที่1.   สมาชิกสามัญ (บริษัทรับสร้างบ้าน)  ต้องมีผลงานก่อสร้างภายใน 4 ปีย้อนหลัง ไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท และต้องเป็นสมาชิกวิสามัญ ก อย่างน้อย 1 ปี ประเภทที่2.สมาชิกวิสามัญ ก (บริษัทรับสร้างบ้าน)  ต้องมีผลงานก่อสร้างอย่างน้อย 30 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ย้อนหลัง และประเภท3.สมาชิกวิสามัญ ข  (บริษัทผลิต / นำเข้า / จัดจำหน่าย วัสดุก่อสร้างหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง)

อนึ่ง สมาชิกประเภทวิสามัญ (ก) ตามข้อบังคับของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน นั้นสมาชิกประเภทวิสามัญ (ก)  ได้แก่นิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจประเภทเกี่ยวกับการรับสร้างบ้าน  ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย  และยังต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. ต้องมีบุคลากรในวิชาชีพ สถาปนิก และวิศวกร (ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติควบคุมวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม)  เป็นตัวแทนหรือพนักงานประจำอยู่ในองค์กร
  2. ต้องประกอบกิจการรับสร้างบ้านมาไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีผลงานรับสร้างบ้านไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาทภายใน 3 ปี พร้อมแนบสำเนาสัญญาปลูกสร้างบ้าน
  3. ต้องมีที่ตั้งสำนักงาน , โชว์รูม หรือห้องโชว์สินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นการถาวร
  4. ต้องมีผลิตภัณฑ์หรือแบบบ้านมาตรฐานเป็นของตัวเอง ไม่น้อยกว่า 10 แบบ
  5. มีสมาชิกสามัญอย่างน้อย 2 รายขึ้นไป ให้การรับรองความเป็นสมาชิกวิสามัญ

ส่วนสมาชิกประเภทสามัญ  ตามข้อบังคับของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกประเภทสามัญ ได้แก่นิติบุคคลที่ประกอบวิสาหกิจประเภทเกี่ยวกับการรับสร้างบ้าน  ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย  และยังต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. ต้องมีบุคลากรในวิชาชีพ สถาปนิก และวิศวกร (ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติควบคุมวิชาชีพสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม)  เป็นตัวแทนหรือพนักงานประจำอยู่ในองค์กร
  2. ต้องเป็นสมาชิกประเภทวิสามัญ ก ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ไม่น้อยกว่า 1 ปี
  3. ต้องประกอบกิจการรับสร้างบ้านมาไม่น้อยกว่า 4 ปี และมีผลงานรับสร้างบ้านไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาทภายใน 4 ปี พร้อมแนบสำเนาสัญญาปลูกสร้างบ้าน
  4. ต้องมีที่ตั้งสำนักงาน , โชว์รูม หรือห้องโชว์สินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นการถาวร
  5. ต้องมีผลิตภัณฑ์หรือแบบบ้านมาตรฐานเป็นของตัวเอง ไม่น้อยกว่า 10 แบบ
  6. มีสมาชิกสามัญอย่างน้อย 2 รายขึ้นไป  ให้การรับรองความเป็นสมาชิกวิสามัญ