นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปี 2559 นี้ ธนาคารจะมีการออกโปรดักต์สินเชื่อบ้านของตัวเอง หลังจากปี 2558 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ออกสินเชื่อบ้านออมสินเพื่อประชาชน วงเงิน 10,000 ล้านบาท ที่เป็นโปรโมชั่นเดียวกับทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ได้ทำมาตรการเพื่อส่งเสริมการให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง

โดยสำหรับปี 2559 นี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปีราว 70,000 ล้านบาท หรือรักษาระดับการเติบโตเท่ากับปีที่ผ่านมา ซึ่ง ในช่วงต้นไตรมาส 2 ที่จะถึงนี้ ธนาคารจะมีการออกแพ็กเกจสินเชื่อที่อยู่อาศัยร่วมกันกับธนาคารรัฐอีก 2 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย และ ธอส. ซึ่งเป็นสินเชื่อบ้านประชารัฐสำหรับกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 1.5 หมื่นล้านบาท

"ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกัน เกี่ยวกับรายละเอียดแพ็กเกจ โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่คิดว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษ แต่จะเป็นเท่าไหร่ ต้องคุยกันอีกที ส่วนวงเงินรวมที่ทุกธนาคารจะร่วมปล่อยสินเชื่อในโครงการนี้ คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท หรือธนาคารละกว่า 10,000 ล้านบาท" นายชาติชายกล่าว

ส่วนการออกแพ็กเกจสินเชื่อบ้านโดย 3 ธนาคารของรัฐ สำหรับผู้มีรายได้น้อยในโครงการบ้านประชารัฐนั้น เนื่องจากรัฐบาลมองว่า ยังมีกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอีกมากที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อ ซึ่งโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการต่อเนื่อง จากโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง ที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งดำเนินการไปก่อนหน้านี้

โดยรายงานข่าวจาก ธนาคารออมสินแจ้งว่า ธนาคารได้ออกโปรโมชั่นสินเชื่อเคหะ (สินเชื่อบ้าน) และสินเชื่อบุคคล (ไทรทอง) ให้สอดรับกับเดือน ก.พ.ที่เป็นเดือนแห่งความรัก และครบรอบสถาปนาธนาคารออมสิน 103 ปี ภายใต้แคมเปญชื่อ "My Life My Love" โดยเริ่มให้ยื่นขอสินเชื่อมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา และกำหนดจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้

ซึ่งสินเชื่อเคหะ จะให้กู้สำหรับซื้อบ้าน สร้าง ไถ่ถอนจำนอง โดยแยกเป็น 2 ประเภท อัตราดอกเบี้ยแตกต่างกัน คือ กรณีทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ (MRTA) และกรณีไม่ทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ

โดยกรณีทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ จะมีอัตราดอกเบี้ย 2 แบบ แบ่งเป็น

แบบแรก คิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 4.327% ต่อปี ประกอบด้วย ปีแรกคิดดอกเบี้ย 1.03% ปีที่ 2 คิดดอกเบี้ย MRR-1.50% (ปัจจุบัน MRR อยู่ที่ 7.475% ต่อปี) ปีที่ 3 คิดดอกเบี้ย MRR-1.50% หลังปีที่ 4 เป็นต้นไปคิดดอกเบี้ย MRR-0.75%

แบบที่สอง คิดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีที่ 4.328% ประกอบด้วย ปีแรก คิดดอกเบี้ย 3.01% ปีที่ 2 คิดดอกเบี้ย 4% ปีที่ 3 คิดดอกเบี้ย MRR-1.50% หลังจากปีที่ 4 เป็นต้นไปคิดดอกเบี้ย MRR-0.75% ต่อปี

ส่วนกรณีไม่ทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ จะคิดดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีที่ 4.447% ต่อปี โดยปีแรกจะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ เดือนที่ 1-6 คิดดอกเบี้ย 1.03% และเดือนที่ 7-12 คิดดอกเบี้ย 1.25% ปีที่ 2 คิดดอกเบี้ย MRR-2% และปีที่ 3 เป็นต้นไปคิดดอกเบี้ย MRR-0.75% ต่อปี

นอกจากนี้ จะมีให้กู้เพิ่มเติมเพื่อเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อได้ด้วย โดยวงเงินเป็นไปตามธนาคารกำหนด แต่ต้องทำกับบริษัทผู้รับประกันที่ธนาคารกำหนด ซึ่งจะสามารถเลือกใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อเคหะตามโปรโมชั่นเงื่อนไขพิเศษนี้ได้

ขณะที่โปรโมชั่นสินเชื่อบุคคลอเนกประสงค์(ประเภทไทรทอง)เพื่ออุปโภคบริโภคจะให้ดอกเบี้ยพิเศษเฉพาะกรณีที่ใช้ที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยกรณีไม่ทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ จะคิดดอกเบี้ยที่ MRR-0.5% ส่วนกรณีทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อจะคิดดอกเบี้ยปีแรกที่ MRR-1% หลังจากนั้นคิดดอกเบี้ย MRR-0.5%

ทั้งนี้ ลูกค้าที่กู้สินเชื่อเคหะ หรือสินเชื่อบุคคลดังกล่าว หากมีวงเงินกู้ตั้งแต่ 2.5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับบัตรออมสิน เดบิต สมาร์ท แคร์ โดยธนาคารจะไม่คิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า 100 บาท และค่าธรรมเนียมรายปีในปีแรกอีก 599 บาท

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์