กรุงเทพฯ 22 พฤศจิกายน 2559 -  นับตั้งแต่อังกฤษมีประชามติให้ถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกในกลุ่ม EU มีเศรษฐีชาวไทยจำนวนมากขึ้นที่แสดงความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยในลอนดอนเพื่อการลงทุน อย่างไรก็ดี มีเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่ตัดสินใจซื้อในช่วงนี้ โดยส่วนใหญ่ยังคงรอดูสถานการณ์ เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนจะร่วงลงหรือไม่ ทั้งนี้ รายงานการวิเคราะห์ล่าสุดจากบริษัทบริการและที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล ระบุว่า นับจากการโหวต Brexit การปรับขึ้นของราคาที่อยู่อาศัยในลอนดอนเริ่มชะลอลง แต่ยังไม่มีแนวโน้มที่จะราคาปรับลดลงในอนาคตอันใกล้นี้

นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอลในประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับชาวไทยผู้มีฐานะที่สนใจลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ลอนดอนนับเป็นหนึ่งในตลาดที่อยู่อาศัยที่นักลงทุนไทยให้ความสนใจมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นไปอีกในช่วงนี้ หลังค่าเงินปอนด์อ่อนตัวลงมาก ส่งผลให้คนไทยสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษได้ถูกลง เมื่อคำนวณเป็นสกุลเงินไทย ความสนใจที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นได้จากจำนวนการติดต่อสอบถามที่เจแอลแอลได้รับเพิ่มมากขึ้นจากผู้ที่สนใจซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงลอนดอนหลังผลโหวต Brexit”

นับตั้งแต่วันออกเสียงโหวต Brexit วันที่ 23 มิถุนายนถึงวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ค่าเงินปอนด์อ่อนตัวลงไปราว 16% เมื่อเทียบกับเงินบาท

อย่างไรก็ดี แม้ความสนใจจะมีมากขึ้น แต่จำนวนชาวไทยที่ตัดสินใจซื้อจริงในขณะนี้ยังมีไม่มาก นางสุพินท์อธิบายว่า ผู้สนใจส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยของลอนดอนหลังอังกฤษออกจาก EU และมีนักลงทุนบางส่วนที่ไม่แน่ใจว่า ราคาที่อยู่อาศัยในลอนดอนในขณะนี้หรือในระยะต่อจากนี้จะตกลงหรือไม่

รายงานการวิเคราะห์ล่าสุดจากเจแอลแอลเปิดเผยว่า แม้ตลาดที่อยู่อาศัยของกรุงลอนดอนจะมีความอ่อนไหวมากขึ้นอันเป็นผลกระทบจากการลงประชามติให้อังกฤษถอนตัวออกจาก EU แต่คาดว่าสภาวะตลาดจะยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งนี้ การขยายตัวของอุปทานหรือซัพพลายใหม่ที่จะชะลอตัวมากในปี 2560 และ 2561 โดยเฉพาะในย่านใจกลางลอนดอน จะทำให้การเพิ่มขึ้นของอุปทานไม่สอดคล้องกับอุปสงค์หรือปริมาณความต้องการของผู้ซื้อ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยในลอนดอนมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อความเชื่อมั่นฟื้นตัว

นายเดวิด กรีน-มอร์แกน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย หน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน เจแอลแอล กล่าวว่า “สำหรับนักลงทุนที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนในขณะนี้ จำเป็นต้องอาศัยวิจารณญาณของตนเอง โดยควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของตลาด ทั้งนี้ ตามข้อมูลของเจแอลแอล เชื่อว่า ช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับการซื้อหรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อไว้แล้วต่อไป มากกว่าที่จะปล่อยขาย”

รายงานการวิเคราะห์ของเจแอลแอล ระบุถึงประเด็นสำคัญๆ หกประเด็นที่แสดงให้ถึงศักยภาพของตลาดที่อยู่อาศัยของลอนดอน

  1. ตลาดที่อยู่อาศัยในลอนดอนมีปริมาณในเกณฑ์ที่ไม่เพียงพอรองรับความต้องการของผู้ซื้อ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่มีราคาต่ำกว่า 2 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 86 ล้านบาท ข้อมูลตัวเลขจากรัฐบาลอังกฤษ ประเมินว่า ในช่วง 4 ปีข้างหน้า จะมีซัพพลายใหม่ไม่เพียงพอรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยในลอนดอนที่เพิ่มขึ้นราว 20,000-25,000 หน่วยต่อปี
  1. ปัจจุบัน ลอนดอนเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่งของโลก โดยมีบริษัทในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคม เป็นผู้เช่าอาคารสำนักงานกลุ่มใหญ่ที่สุดในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้คนเดินทางเข้ามาทำงานในลอนดอนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่า นับจากนี้ไปถึงปี 2563 จำนวนประชากรในลอนดอนจะเพิ่มขึ้นอีกเกือบหนึ่งล้านคน ซึ่งจะทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก
  1. ลอนดอนเป็นเมืองที่มีดัชนีสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในหลายๆ ด้าน อาทิ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ การพัฒนาของภาคการเงิน ระบบสาธารณูปโภค ทุนมนุษย์ และความมีชื่อเสียงโดยรวมในฐานะหนึ่งในเมืองชั้นนำของโลก ประกอบกับนโยบายการเงินและการคลังที่ค่อนข้างยืดหยุ่นของรัฐบาลอังกฤษ ช่วยหนุนให้ลอนดอนเป็นเป้าหมายสำหรับการลงทุนจากทั่วโลก เอื้อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจและการว่าจ้างงานในทุกภาคส่วน
  1. ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อังกฤษมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับที่แข็งแกร่ง และมีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวแซงหน้าประเทศอื่นในยุโรปและ EU แม้จะมีการลงมติ Brexit แล้วก็ตาม
  1. เงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินสกุลเอเชีย อาจนับเป็นโอกาสสั้นๆ เพียงโอกาสเดียวสำหรับนักลงทุนต่างชาติทั้งมือเก่าและมือใหม่ที่จะสามารถเข้าไปลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนได้ นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับเมืองหลักอื่นๆ อาทิ ฮ่องกง ซิดนีย์ และสิงคโปร์ ตลาดการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนนับว่ามีความได้เปรียบกว่าในแง่ของต้นทุนในการทำธุรกรรมซื้อขายและภาษีการถือครองที่ต่ำกว่า
  1. ไม่ว่าผลลัพธ์ท้ายสุดสำหรับการเจรจาต่างๆ ระหว่างอังกฤษและ EU เกี่ยวกับการเตรียมการถอนตัวของอังกฤษ จะออกมาในรูปแบบใด อังกฤษจะยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุด ทั้งในยุโรปและในเวทีโลกต่อไป