ยอดขายคอนโดฯ ไฮเอนด์ฝืด มนุษย์เงินเดือนเริ่มซื้อไม่ไหว โบรกเกอร์ชี้ 3 ผลกระทบหลัก ซัพพลายเยอะ ลูกค้าซื้อปล่อยเช่าหด เศรษฐกิจชะลอตัว "ไนท์แฟรงค์ฯ" ซึมยอดขายต่ำกว่าเป้า "โจนส์แลงฯ" ปรับแผนรับมือ จับตาโครงการแนวราบเมืองท่องเที่ยวโตสวนทาง

แหล่งข่าวจากบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจรับบริหารงานขายโครงการอสังหาฯ เปิดเผยว่า จากที่ภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวยอมรับว่าส่งผลให้ยอดขายคอนโดฯชะลอตัว โดยเฉพาะทำเลที่การแข่งขันสูง ปัจจัยเกิดจากซัพพลายเริ่มมากขึ้น

ยอดขาย ม.ค.ต่ำกว่าเป้า 20%

ปัจจุบัน บริษัทมีคอนโดฯที่รับบริหารงานขายอยู่ในมือ 10 โครงการ ราคาตารางเมตรละ 8 หมื่น-1 แสนบาทขึ้นไป กระจายในทำเลต่าง ๆ เช่น พระราม 3 นราธิวาสฯ แจ้งวัฒนะ ฯลฯ เดือนมกราคมที่ผ่านมาปิดยอดขายรวม 400 ล้านบาท ต่ำกว่าปกติที่คาดไว้ 20% เกิดจาก 1)คอนโดฯมีซัพพลายออกมามาก 2)รายได้ผู้บริโภคปรับขึ้นไม่ทันกับราคาคอนโดฯที่ขึ้นเร็วเฉลี่ยปีละ 10-15%

ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังคาดว่ากำลังซื้อยังทรงตัว ยกเว้นภาพรวมเศรษฐกิจจะเติบโตได้มากกว่าที่ประมาณการไว้ 3.5-4% ยอดขายคอนโดฯอาจจะดีขึ้น การปรับตัวต้องทำแคมเปญการตลาดที่กระตุ้นการขายให้ได้ผลมากขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังรับงานใหม่เพิ่ม แต่จะคัดเลือกโครงการในทำเลที่ดี ผู้ประกอบการมีแบรนด์น่าเชื่อถือ เฉพาะปีนี้รับงานเพิ่ม 3 โครงการ รวมเป็น 10 โครงการที่อยู่ระหว่างบริหารงานขาย

"กรณีที่รับงานมาแล้ว เซลส์ทำยอดขายต่อเดือนต่ำกว่าเป้าหมายติดต่อกัน 3 เดือน ก็จะมีมาตรการอื่น ๆ เช่น ลดเงินเดือน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เจอปัญหาทีมเซลส์ลาออก" แหล่งข่าวกล่าว

ชี้ลูกค้าซื้อปล่อยเช่าลด 50%

ขณะที่ แหล่งข่าวจากบริษัทรับบริหารงานขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำรายหนึ่ง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตลาดคอนโดฯหรูราคาตารางเมตรละตั้งแต่ 2-2.5 แสนบาทขึ้นไป มียอดขายชะลอตัว ปัจจัยมาจาก 3 ส่วน คือ 1)ผลตอบแทนการลงทุนจากค่าเช่าลดลง จาก 3-4 ปีก่อนเฉลี่ย 7-8% ต่อปี ปัจจุบันเหลือ 3-4% ต่อปี ทำให้กลุ่มลูกค้าที่ซื้อเพื่อลงทุนปล่อย เช่าลดลงไปเกือบครึ่งหนึ่ง 2)ราคาขายขยับขึ้นเร็วจนกำลังซื้อตามไม่ทัน และ 3)บางโครงการไม่ได้อยู่ในทำเลดีติดรถไฟฟ้าในย่านใจกลางเมืองจริง ๆ

"คอนโดฯหรูที่เปิดใหม่ตอนนี้ ภายใน 3-6 เดือนถ้าจะหวังยอดขายถึง 50% ค่อนข้างยาก เพราะเหลือแต่ลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่เองเป็นหลัก ยกเว้นอยู่ในทำเลดีจริง ๆ มีครบ 3 องค์ประกอบคือ อยู่ในทำเลย่านศูนย์กลางธุรกิจ ติดถนนใหญ่ และใกล้สถานีรถไฟฟ้า จึงจะมีลูกค้านักลงทุนเข้ามาซื้อ"

ทั้งนี้ การที่กำลังซื้อคอนโดฯระดับไฮเอนด์และซูเปอร์ลักเซอรี่ชะลอตัว บริษัทจึงเลือกรับบริหารงานขาย เน้นโครงการที่มั่นใจว่าสามารถขายได้ และอยู่ในทำเลดี เช่น ติดถนนใหญ่ และใกล้รถไฟฟ้า เป็นต้น เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันมีความเสี่ยง จะทำยอดขายไม่ถึงเป้าหมายที่ตกลงกับลูกค้า และเกิดผลกระทบกับภาพลักษณ์บริษัทได้

ปรับตัวรับงานแนวราบ ตจว.

แหล่ง ข่าวจากบริษัท โจนส์แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากภาวะยอดขายคอนโดฯไฮเอนด์ชะลอตัว บริษัทปรับตัวด้วยการขยายมารับงานบริหารงานขายโครงการแนวราบในเมืองท่อง เที่ยว เช่น เขาใหญ่ หัวหิน ภูเก็ต ฯลฯ ปัจจุบันบริษัทมีโครงการในเขาใหญ่ที่รับบริหาร 7 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการแนวราบทั้งหมด ขณะที่การรับบริหารโครงการคอนโดฯใหม่ในกรุงเทพฯ มี 2 โครงการอยู่ระหว่างเจรจา คาดว่าจะเปิดตัวต้นเดือนมีนาคมนี้ ส่วนผลกระทบจากภาวะยอดขายชะลอตัวกับการลาออกของเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายยังเป็นปกติ เนื่องจากเป็นทีมงานที่มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าช่วงนี้ทีมเซลส์จะต้องทำงานหนัก วางแผนทำกิจกรรมการตลาดมากขึ้น

แหล่งข่าวจาก บมจ.ฮาริสัน (ประเทศไทย) ผู้ประกอบธุรกิจรับบริหารงานขายโครงการอสังหาฯ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดคอนโดฯที่มียอดขายช้าลงคือ ระดับราคาตารางเมตรละ 1-2 แสนบาท หรือยูนิตละ 3-4 ล้านบาท เนื่องจากจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้บริหารระดับกลาง ปัญหาคือราคาขายขยับขึ้นเร็วกว่ารายได้ผู้ซื้อ ประเมินว่ากลุ่มลูกค้าที่ซื้ออยู่จริงลดลงไป 50%

คอนโดฯหรูจ่อเปิด 10 โครงการ

นาง สาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจรับบริหารงานขายโครงการอสังหาฯ เปิดเผยว่า จากผลสำรวจพบว่า ณ สิ้นปี 2557 มีคอนโดฯหรูราคาเฉลี่ยตารางเมตรละ 2.5 แสนบาท เหลือขาย 600 ยูนิต และปี 2558 จะทยอยเปิดตัว 10 โครงการ รวมประมาณ 2-3 พันยูนิต ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะล้นตลาดหรือไม่ อย่างไรก็ตามคงไม่ใช่ทุกโครงการที่จะปิดการขายได้เร็ว 60-70% เหมือนเดอะดิโพลแมท สุขุมวิท 39 ดังนั้นการรับบริหารโครงการใหม่ บริษัทเน้นเรื่องทำเล โปรดักต์ และราคาขาย

ทั้งนี้ คอนโดฯหรูระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ราคาตารางเมตรละตั้งแต่ 2.5 แสนบาทขึ้นไป หากมีองค์ประกอบครบ ได้แก่ ทำเลดีคืออยู่ในเมืองและใกล้สถานีรถไฟฟ้า ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก รูปแบบและขนาดห้องตรงกลุ่มเป้าหมาย เชื่อว่ายังขายได้ เช่น โครงการเดอะดิโพลแมท สุขุมวิท 39 ของกลุ่มเคพีเอ็น ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 15 ล้านบาท 2 วันแรกปิดการขายได้ 70% หรือกว่า 2.7 พันล้านบาท ฯลฯ

 

ที่มา : www.prachachat.net