เปิดฉากอสังหาริมทรัพย์ปี′58 มา 1 เดือนมีทั้งปัจจัยบวกและลบ ข่าวดีคือเรื่องราคาน้ำมันลงแรง ช่วยให้ผู้บริโภคที่ใช้รถส่วนตัว มีค่าน้ำมันเหลือมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่อีกด้านเกิดปรากฏการณ์คอนโดฯหัวเมืองภูธรหยุดขายและคืนเงินลูกค้า เตือนว่าการวางแผนธุรกิจปีนี้ต้องระวังมากขึ้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้ในงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ และสมาคมอาคารชุดไทย หัวข้อ "อสังหาริมทรัพย์ ดัชนีหลักชี้เศรษฐกิจปี 2015" จึงมีประเด็นที่น่าสนใจ

จีดีพีปีนี้ 4-4.5%

ประเด็นแรก เป็นภาพใหญ่เศรษฐกิจไทยปี"58 "ทองอุไร ลิ้มปิติ" รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน แบงก์ชาติ มองจีดีพีจะโตไม่ต่ำกว่า 4% จากปี"57 โต 0.8% ปัจจัยหนุน คือ 1) การอุปโภคบริโภคน่าจะฟื้นตัว 2) ราคาสินค้าเกษตรและการท่องเที่ยวจะดีขึ้น 3) การลงทุนของภาครัฐ

สำหรับการปล่อยโพสต์ไฟแนนซ์หรือสินเชื่อบ้านรายย่อย มีสัดส่วนกู้ผ่านเฉลี่ย 69% ถือว่าไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีเงินเดือนประจำจะกู้ผ่าน ส่วนอัตราเอ็นพีแอลสถาบันการเงินสิ้นปีที่ผ่านมาเฉลี่ย 2.65% เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่น่าเป็นห่วง

สอดคล้องกับ "ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ" คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองจีดีพีปีนี้มีโอกาสเติบโตอย่างน้อย 4.5% ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องไม่มีปัญหาการเมือง ขณะที่ปัจจัยภายนอกจะมีผลกับเศรษฐกิจไทย เช่น การแข็งค่าของเงินดอลลาร์, การปรับอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ, ราคาน้ำมันอ่อนตัว, การก่อการร้าย, การส่งออก ฯลฯ

สต๊อกบวม 1.6 แสนยูนิต

มาที่ "คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย" ผู้อำนวยการแบงก์ออมสินคนใหม่ ส่งสัญญาณเตือนด้วยการอ้างอิงข้อมูล AREA-เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์สพบว่า เริ่มต้องเฝ้าระวังซัพพลายเหลือขายที่เพิ่มขึ้น

จากปี′51-55 ระดับ 1.1-1.3 แสนยูนิต ส่วนปี′56-57 ซัพพลายเหลือขายเพิ่มขึ้นอีก 15% จาก 1.44 แสนยูนิต เป็น 1.65 แสนยูนิต คาดว่าอีก 19-20 เดือนจะขายหมด โดยปีที่ผ่านมาบ้าน-คอนโดฯในกรุงเทพฯและปริมณฑลขายได้ประมาณ 9 หมื่นยูนิต ลดลงจากปี′56 ที่ขายได้กว่า 1.11 แสนยูนิต จึงควรระวังการเปิดโครงการใหม่ในทำเลที่มีซัพพลายเหลือมาก เช่น ณ สิ้นปี′57 แจ้งวัฒนะมีคอนโดฯเหลือขาย 5.5 พันยูนิต, บางซื่อ 3 พันยูนิต ฯลฯ

ส่วนหัวเมืองต่างจังหวัดมีซัพพลายเหลือขายเพิ่มขึ้นแทบทุกจังหวัด เช่น ชลบุรี จากกว่า 3.7 หมื่นยูนิต เป็น 4.6 หมื่นเศษ, เชียงใหม่ จาก 1.29 หมื่นยูนิต เป็น 1.47 หมื่นยูนิต ฯลฯ

ส่วน "ผอ.สัมมา คีตสิน" ผู้อำนวยการ REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. เตือนอีกครั้งว่าปีนี้คอนโดฯเปิดใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลไม่ควรเกิน 7 หมื่นยูนิต เนื่องจากจบปี"57 เปิดใหม่ถึง 7.3 หมื่นยูนิต สูงกว่าเดิมคาดไว้ 6.5 หมื่นยูนิต ขณะที่ปี"56 เปิดสูงสุด 8.5 หมื่นยูนิต

3 นายกฟันธงปี′58 ต้องระวัง

ขณะที่เจ้าภาพจัดงาน 3 สมาคมอสังหาฯ"ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต" นายกสมาคมอาคารชุดไทย และ "พนม กาญจนเทียมเท่า"เอ็มดีไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) ฟันธงตรงกันว่า ปีนี้การทำธุรกิจอสังหาฯในกรุงเทพฯและปริมณฑลต้องระวัง เพราะดีมานด์ใหม่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวและโตไม่ทันซัพพลายที่เพิ่มขึ้น ควรเลือกทำเลที่แข่งขันน้อย

โดยที่นายกสมาคมอาคารชุดไทยระบุเพิ่มเติมว่า มูลค่ายอดขายรวมคอนโดฯปีนี้จะเติบโต 4% หรือ 1.47 แสนล้านบาท จากปี′57 ติดลบ 25%

อีกหนึ่งนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร "อธิป พีชานนท์" แนะว่าการวางแผนเปิดโครงการปีนี้จะต้อง Very Selective เลือกทำเลต้องแม่น ทำโปรดักต์ต้องแมตช์กลุ่มเป้าหมาย เพราะดีมานด์จะลดลง กลุ่มที่ซื้อลงทุนหรือเก็งกำไรจะหายไป

ส่วน "พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์" นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยสรุปว่า ควรต้องมอนิเตอร์ปัจจัยภายนอกประเทศทุกวัน เพราะโลกเปลี่ยนเร็ว ขณะที่อสังหาฯให้เช่าประเภทออฟฟิศยังน่าลงทุน เนื่องจากมีอัตราการเช่าเฉลี่ย 90% และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี"54 ทำเลที่น่าลงทุนคือรัชดาฯและพหลโยธิน เพราะราคาที่ดินยังพอพัฒนาโครงการได้ ขณะที่โซนสุขุมวิทราคาแพงเกินที่จะลงทุนทำออฟฟิศแล้ว

สรุปว่าเป็นอีกปีที่ต้องเพิ่มความรัดกุมวางแผนอสังหาฯ

 

ที่มา : www.prachachat.net