เปิดตัว Apple Watch นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะตัวแรกจากแอปเปิล สำหรับใช้งานร่วมกับ iPhone โดยเฉพาะ วางจำหน่ายต้นปี 2015 ราคาเริ่มต้นประมาณ 11,000 บาท

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2557 แอปเปิลได้เปิดตัว Apple Watch หรือที่ก่อนหน้านี้ถูกเรียกกันว่า iWatch พร้อมกับการเปิดตัวของ iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ซึ่ง Apple Watch นั้นเป็นนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะตัวแรกจากแอปเปิลที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานร่วมกับ iPhone โดยเฉพาะ โดย Apple Watch จะมีแบ่งออกเป็น 3 คอลเลคชั่น ดังนี้

00_1

  • Apple Watch รุ่นปกติ ตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีล หน้าจอกระจกแซฟไฟร์
  • Apple Watch Sport รุ่นสำหรับนักกีฬา ตัวเรือนเป็นอะลูมิเนียมหน้าจอกระจก Ion-X แข็งแรงทนทาน สายรัดทนเหงื่อและสารเคมีต่าง ๆ
  • Apple Watch Edition รุ่นหรู ตัวเรือนทำจากทองคำ 18 กะรัต หน้าจอกระจกแซฟไฟร์ ดูหรูหรามีราคา

awatch

0-vert

นอกจากนี้ ในแต่ละรุ่นจะมีสายรัดข้อมือให้เลือกหลายแบบหลายสีสัน มีทั้งแบบสายโลหะและสายหนัง และจะมีตัวเรือนให้เลือก 2 ขนาดคือ 38 มม. และ 42 มม. (วัดจากความสูง) โดยด้านหลังของตัวเรือนสามารถใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจและชาร์จแบตเตอรี่ได้ด้วยการนำตัวชาร์จที่เรียกว่าMagSafe มาแตะกับหลังตัวเรือน และภายในตัวเรือนจะมี Gyroscope, Accelerometer และ Taptic Engine ที่สามารถส่งแรงสั่นได้ละเอียดเหมือนกับมีคนมาสะกิดที่ข้อมือจริงๆ

sensor_large

 

charging_large

สำหรับการควบคุมการทำงานของ Apple Watch นั้น นอกจากจะใช้การสัมผัสหน้าจอเช่นเดียวกับ Smartwatch ทั่วไปแล้ว Apple Watch ยังมีเม็ดมะยมที่เรียกว่า Digital Crown สำหรับควบคุมการทำงานต่าง ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนหน้าจอหรือซูมหน้าจอ รวมทั้งการกดที่เม็ดมะยมจะเป็นการเข้าสู่ Home Screen หรือแสดงหน้าปัดนาฬิกาอีกด้วย ซึ่งการที่แอปเปิลเพิ่มเม็ดมะยมเข้ามานั้น เนื่องจากมาจากหน้าจอของ Apple Watch ที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับ iPhone ทำให้การใช้งานด้วยการสัมผัสหน้าจออย่างเดียวอาจไม่สะดวกมากนัก เนื่องจากนิ้วจะบังหน้าจอนั่นเอง

crown_large

 นอกจาก Digital Crown แล้ว ด้านล่างจะปุ่มอีกปุ่มหนึ่งที่เรียกว่าปุ่ม Digital Touch  สำหรับกดเพื่อเข้าสู่แอพฯ Digital Touch เพื่อติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้ Apple Watch คนอื่น ๆ ด้วยลูกเล่นต่าง ๆ ของ Apple Watch อย่างการส่ง Emoji, วาดภาพ, ข้อความเสียง หรือแม้กระทั่งสะกิด (อีกฝ่ายจะได้รับแรงสั่นเหมือนถูกสะกิด) หรือส่งอัตราการเต้นของหัวใจก็สามารถทำได้ และแอปเปิลยังได้เปิดเผยอีกว่า ระบบสัมผัสของหน้าจอ Apple Watch จะสามารถรับรู้แรงกดของนิ้วมือได้อีกด้วย ซึ่งอาจสั่งให้ Apple Watch ทำงานในรูปแบบต่าง ๆ จากการแตะหน้าจอด้วยน้ำหนักที่แตกต่างกันได้

closer_large

ในส่วนของระบบปฏิบัติการของ Apple Watch นั้นจะเป็นระบบใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับApple Watch โดยเฉพาะ หน้าปัดสามารถเลือกเปลี่ยนได้หลายแบบ แอพฯ พื้นฐานของแอปเปิลที่มีติดมาแต่แรกอย่าง Message, Calendar, Maps, Siri ฯลฯ จะ Sync ข้อมูลร่วมกับ iPhone ที่ใช้งานร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีแอพฯ ต่าง ๆ จากผู้พัฒนาแอพฯ ภายนอก (Third-party) ที่จะพัฒนาแอพฯ มารองรับ Apple Watch อีกมากมาย

1-vert

  ทั้งนี้ Apple Watch สามารถใช้งานร่วมกับ iPhone รุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth LE เท่านั้น ได้แก่ iPhone 5, iPhone 5s, iPhone 5c, iPhone 6 และ iPhone 6 Plus โดยApple Watch จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นปีหน้า (2015) ในราคาเริ่มต้นที่ $349 หรือประมาณ 11,000 บาท

 

ที่มา : men.kapook.com