โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ ผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตลาดไฮเอนด์กว่า 23 ปี หนึ่งในกลุ่มบริษัทไทยสมุทรประกันชีวิต ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่รับปี 2560 เตรียมบุกตลาดหัวเมือง ด้วยบ้านแนวราบ 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,600 ล้านบาท ยกจุดขายมัดใจลูกค้าตลาดกลาง – ล่าง ด้วยการออกแบบที่ชูจุดเด่นนวัตกรรมที่อยู่อาศัย เพื่อมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า

ดร. ธีระชัย พิพิธศุภผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า “โอเชี่ยนฯ มีแนวทางการบริหารที่มุ่งเน้นการเอาใจใส่ผู้อยู่อาศัย แม้บริษัทมีโครงการไม่มากนัก แต่ทุกโครงการเรามุ่งไปที่บริการหลังการขาย และบริหารจัดการเองทั้งหมด เพื่อให้ลูกบ้านพึงพอใจกับทุกโครงการของโอเชี่ยน ตอนนี้เราเชื่อว่าโครงการของเราเป็นที่ต้องการของทั้งลูกค้าเก่า และลูกค้าอนาคต จากนี้บริษัทมีนโยบายที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2560 อีกประมาณ 4 โครงการ รวม 788 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 2,600 ล้านบาท และในช่วงปี 2561 มีกำหนดเปิดตัวอีก 3 - 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท โดยเรามุ่งเน้นที่ลูกค้ากลุ่มไฮด์เอนด์เป็นหลัก เนื่องจากเราเชื่อมั่นในเรื่องของกำลังซื้อ และศักยภาพของคนกลุ่มนี้ นอกจากการตอบสนองเรื่องความเป็นเอกลักษณ์ด้านการออกแบบแล้ว เรายังมุ่งออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัยอื่นๆ เพิ่มขึ้น เช่น หลังคาสกายไลท์ ที่เพิ่มความสว่างของบ้านจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันตัวบ้านนานถึง 20 ปี ทั้งนี้เราเชื่อว่าลูกค้าจะเน้นการเลือกบ้านที่ตอบสนองรอบด้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องราคา และทำเลที่ตั้ง เหตุนี้เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการ และนวัตกรรมเพื่อบ้านในอนาคตอย่างดีที่สุด”

ปัจจุบันโอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ เน้นการดำเนินธุรกิจในพื้นที่ศักยภาพตามพื้นที่หัวเมืองใหญ่ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนา และก่อสร้าง โดยมีโครงการที่พร้อมเปิดขายช่วงต้นปี 2560 ได้แก่ โครงการโอเชี่ยน เกท (Ocean Gate) เป็นโครงการแนวราบในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท รูปแบบโครงการเป็นอาคารพาณิชย์ผสมกับทาวน์โฮม 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 145 – 195 ตารางเมตร ทำเลติดถนนใหญ่ในย่านการค้า สะดวกสบายในการเดินทาง เชื่อมต่อกับสาธารณูปโภค มีความปลอดภัย และเป็นส่วนตัว เน้นการใช้วัสดุคุณภาพสูง ฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลาย

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่โซนภาคอีสาน เรามองภาพรวมอนาคตของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นจังหวัดหัวเมืองที่มีศักยภาพสูง ปัจจุบันมีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรถไฟรางเบา บริษัทจึงเตรียมเปิดโครงการโอเชี่ยน เรสซิเด้นท์ ขอนแก่น (Ocean Residence) โครงการคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้ากลุ่มครอบครัวเล็กที่ต้องการความสะดวกสบาย ทำเลตัวเมืองขอนแก่นห่างจากสนามบินเพียง 15 นาที ห่างจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น 7 นาที เน้นฐานลูกค้าที่ต้องการซื้ออยู่จริง ให้ความ

สนใจเรื่องสภาพแวดล้อมโครงสร้างมากว่าราคาขาย มีความต้องการพื้นที่ส่วนกลาง และบริการต่างๆ หลังการขาย พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 23 – 50 ตารางเมตร ถึง 34.50 ตารางเมตร

“ส่วนจังหวัดภูเก็ตนั้นเป็นโลเคชันที่เรามีที่ดินรอการพัฒนาอีกจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันบริษัทเตรียมพัฒนาอีก 2 โครงการ ในปี 2560 ได้แก่ โครงการโอเชี่ยน ทาวน์ (Ocean Town) และโอเชี่ยน วิลเลจ (Ocean Village) โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบที่สามารถตอบสนองความต้องการทั้งลูกค้าในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว โดยมูลค่ารวม 2 โครงการราว 1,500 ล้านบาท” ดร. ธีระชัย กล่าวเสริม

“ทางด้านความสามารถในการทำกำไร บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเติบโตทุกปีมากกว่า 109 เปอร์เซ็นต์  สำหรับปี 2559 มีเป้าหมายยอดขายรวม 500 ล้านบาท ปัจจุบันดำเนินการตามเป้าหมายได้แล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์    และคาดว่าการปรับรูปแบบการขายใหม่ของโครงการโอเชี่ยน พอร์โตฟีโน่ คอนโดมิเนียม หาดจอมเทียน พัทยา    จะช่วยสร้างฐานลูกค้าใหม่ โดยคาดว่าจะปิดการขายโครงการนี้เสร็จสิ้นภายในปี 2560 ทั้งนี้เราเตรียมเพิ่มเป้ายอดขายในปีต่อไปอีกราว 170 เปอร์เซ็นต์ โอเชี่ยนฯ เป็นบริษัทขนาดกลางที่มีจุดเด่นเรื่องการมีทำเลในหัวเมืองใหญ่จำนวนมาก จึงไม่จำเป็นต้องแข่งขันในเรื่องของการลงทุนเรื่องที่ดิน อีกทั้งเน้นแนวทางการทำธุรกิจในอนาคตไว้ที่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ลูกค้าด้านนวัตกรรมการอยู่อาศัย สะดวกสบายต่อวิถีชีวิตที่เหมาะสมของแต่ละช่วงวัย ทั้งนี้เรามีแผนจะปรับตัวเพื่อสู้กับคู่แข่งขันที่เป็นอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่   โดยเน้นการชูจุดแข็งด้านการบริการ รวมถึงมองหารูปแบบการออกแบบที่ตอบโจทย์ลูกค้า และปรับปรุงความยืดหยุ่นด้านการบริหารให้มากขึ้น และเนื่องจากเรามีความคล่องตัวที่มากกว่าบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ จึงสามารถปรับกลยุทธ์ และเสริมสร้างแนวทางทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว” ดร. ธีระชัย กล่าวปิดท้าย

สำหรับ บริษัท โอเชี่ยน พรอพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 23 ปี และยังมีความมั่นคงจากการเป็นกลุ่มบริษัทในเครือไทยสมุทรประกันชีวิต โดยที่ผ่านมามีโครงการอสังหาริมทรัพย์สำคัญต่างๆ ที่มีมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท การตอบสนองลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ประกอบด้วยกลุ่มคอนโดที่อยู่อาศัย (Residential) อาทิ Ocean Portofino, San Marino Jomtien, O2Condo กลุ่มอาคารสำนักงานเช่า (Office Buildings) อาทิ Ocean Tower I, Ocean Tower II กลุ่มโรงแรม และรีสอร์ท (Hotels & Resorts) อาทิ Asara Villa & Suite, Ocean Marina Yacht Club