เดินหน้าจัด "Market Sounding" เพื่อทดสอบความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง สำหรับแผนการเปิดหน้าดินย่านพหลโยธิน 2,325 ไร่ พื้นที่ไข่แดงของ "ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย" ให้เอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุนรับการพัฒนา "สถานีกลางบางซื่อ" ที่ในปี 2562 จะกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางระบบรางทั้งหมด ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟชานเมือง รถไฟทางไกล และรถไฟความเร็วสูง

ล่าสุดเปิดรับฟังความสนใจ "พื้นที่โซน D" เนื้อที่ 83 ไร่ อยู่ใกล้กับสถานีกลางบางซื่อและสวนจตุจักร โดยแปลงนี้ "สนข.-สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร" เป็นผู้ทำผลการศึกษา ตั้งเป้าพัฒนาเป็นศูนย์คมนาคมพหลโยธิน ด้วยตำแหน่งที่ตั้งจะเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมสะดวกทั้งถนนสายหลัก ทางด่วน โทลล์เวย์ และรถไฟฟ้า

พัฒนา 2 ส่วน 2 หมื่นล้าน

สำหรับรูปแบบการพัฒนา "ศูนย์พหลโยธิน" แบ่งเป็น 2 ส่วน ใช้เงินลงทุน 22,700 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.การพัฒนาโครงสร้างการเชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางและสิทธิ์การพัฒนาพื้นที่รอบศูนย์กลางการคมนาคม เนื้อที่รวม 83 ไร่ มีศักยภาพในการพัฒนาเชิงพาณิชย์กว่า 1 ล้านตารางเมตร คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท

ซึ่งพื้นที่พัฒนาเป็นบริเวณทางเดินลอยฟ้า (Sky Walk) เชื่อมระหว่างสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจตุจักร และบีทีเอสหมอชิต ระยะทางรวม 1.3 กิโลเมตร จะสร้างพาดผ่านสวนจตุจักรโดยสร้างตอม่อบริเวณพื้นที่ถนนใกล้กับสวนสาธารณะ และปรับทัศนียภาพบริเวณตอม่อเป็นทางขึ้น-ลงเพื่อเป็นจุดชมวิวคล้ายส่วนบาบิโลน และบริเวณทางเชื่อมระดับดินจากสถานีกลางบางซื่อไปยังสถานีย่อย บขส.ประมาณ 1.4 กิโลเมตร ซึ่งทางเดินเชื่อมนี้จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท

และ 2.การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรองรูปแบบรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT) ระยะทาง 10 กิโลเมตร พร้อมศูนย์ซ่อมบำรุงเนื้อที่กว่า 7 ไร่ เงินลงทุนประมาณ 1,700 ล้านบาท มี 16 สถานีเพื่อเชื่อมการเดินทางภายในโครงการ จะสามารถรองรับคนจำนวน 4,000-8,000 คนต่อชั่วโมง

BRT-ทางลอยฟ้า เชื่อมบางซื่อ-จตุจักร 1

เปิดสัมปทานเอกชน 30 ปี

"ออมสิน ชีวะพฤกษ์" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการศึกษาพบว่าการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธินในพื้นที่ 2,325 ไร่ มีกิจกรรมทางด้านการพัฒนาพื้นที่ประกอบด้วย พื้นที่สถานีกลางบางซื่อ พื้นที่สวนสาธารณะ พื้นที่พัฒนาโครงการ กม. 11 และพื้นที่ย่านตึกแดง ซึ่งได้มีการออกแบบเบื้องต้นสำหรับการพัฒนา การเชื่อมต่อทางเดินเท้าในลักษณะการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ มีการเชื่อมต่อการเดินทางภายในและบริเวณโดยรอบด้วยการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดรองเพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างสถานีกลางบางซื่อและจุดกำเนิดการเดินทางในพื้นที่ศูนย์คมนาคมพหลโยธินซึ่งพื้นที่ 83 ไร่ โซน D นี้จะพัฒนาโครงการแล้วเสร็จในปี 2562-2564 และจะเปิดบริการได้ในปี 2565-2566

"การลงทุนเป็นรูปแบบ PPP ให้เอกชนที่สนใจลงทุนทุกอย่างทั้งพัฒนาเชิงพาณิชย์ ทางเดินเชื่อมและรถบีอาร์ที ด้วยการให้สัมปทานระยะยาวเบื้องต้นคาดว่า 30 ปี แต่เอกชนเสนอขอ 99 ปี จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป"

ก.ค.เสนอ ครม.อนุมัติ

นายออมสินกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ รูปแบบการร่วมทุนที่แน่นอนและชัดเจน รวมทั้งการให้สัมปทานต้องขึ้นอยู่กับผลการศึกษาที่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน ก.ค. 2559 หลังจากนั้น เสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบในเดือน ก.ค-ส.ค.นี้ และบรรจุเข้าในโครงการ PPP ของกระทรวงการคลังต่อไป

"ขณะนี้การก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิตก้าวหน้าไปมาก คาดว่าจะแล้วเสร็จปี"62 จะพยายามเร่งรัดดำเนินการให้เปิดบริการโดยเร็ว"

ด้าน "อธิป พีชานนท์" นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรกล่าวว่า การพัฒนาโครงการทางภาครัฐอาจจะต้องมีการแก้ไขด้านกฎหมายผังเมืองและการควบคุมอาคารสูง ให้พื้นที่ตรงนี้มีลักษณะพิเศษ และการศึกษาสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ควรมีการทำแบบร่างส่งไปพิจารณาก่อน จะได้ทราบว่าจะต้องแก้ไขอะไรบ้าง ก่อนส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ เพื่อลดเวลาในการทำสิ่งแวดล้อมให้เร็วขึ้น รวมทั้งอยากให้มีการแก้ไขระยะเวลาในการให้สัมปทานกับเอกชนด้วยเป็น 99 ปี

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์