นับตั้งแต่โทมัส เอดิสัน (Thomas Edison) ประดิษฐ์หลอดไฟในปี 1879 ปรากฏว่า 135 ปีผ่านไปสิ่งประดิษฐ์ของเซอร์โทมัสถูกพัฒนาจนผู้ใช้สามารถใช้สมาร์ทโฟนเป็นรีโมตควบคุมการเปิดปิดไฟได้จากระยะไกล โดยเจ้าพ่อเกาหลีอย่างแอลจี (LG) การันตีว่าหลอดไฟนี้สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เวอร์ชัน 4.3 ขึ้นไป รวมถึงไอโฟนและอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) เวอร์ชัน 6.0 ขึ้นไป เบื้องต้นยังจำกัดพื้นที่ทำตลาดอยู่เฉพาะเกาหลีใต้ สนนราคาหลอดไฟอัจฉริยะคือ 35,000 วอน หรือประมาณ 1,050 บาท

ในแถลงการณ์ แอลจีเรียกหลอดไฟอัจฉริยะรุ่นแรกของตัวเองว่าแอลจีสมาร์ทแลมป์ (LG Smart Lamp) จุดเด่นที่ทำให้หลอดไฟนี้เหนือกว่าหลอดไฟทั่วไปคือความสามารถในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านเครือข่ายบลูทูธ (Bluetooth) หรืออินเทอร์เน็ตไร้สายไวไฟ (Wi-Fi) โดยผู้ใช้จะต้องติดตั้งแอปพลิเคชันพิเศษลงในอุปกรณ์เพื่อเปิดการเชื่อมต่อ

ด้วยแอปพลิเคชันนี้ ผู้ใช้ไม่เพียงใช้สมาร์ทโฟนสั่งเปิดหรือปิดหลอดไฟได้สะดวก แต่ยังสามารถเปิดโหมดการทำงานอื่นของหลอดไฟได้ด้วย เช่นโหมดปลอดภัยหรือ Security Mode ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งเวลาเปิดปิดหลอดไฟได้แม้จะอยู่คนละสถานที่กับจุดติดตั้งหลอดไฟ รวมถึงโหมดสนุกสนานหรือ Play Mode ที่ทำให้หลอดไฟนี้สามารถส่องสว่างและกะพริบตามจังหวะเพลงที่กำลังเปิดอยู่ได้อัตโนมัติ 

อย่างไรก็ตาม โหมดไฟกะพริบที่เหมาะใช้เพิ่มสีสันในงานรื่นเริงนี้ยังไม่รองรับอุปกรณ์ iOS โดยฟีเจอร์ Play Mode จะเปิดให้ใช้งานเฉพาะบนอุปกรณ์ Android เท่านั้นในขณะนี้

อีกจุดน่าสนใจของ Smart Lamp คือการแจ้งเตือนผู้ใช้ว่ามีสายโทร.เข้าเมื่อใด คุณสมบัตินี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีที่ผู้ใช้ไม่ได้พกพาโทรศัพท์ติดตัว ซึ่งเมื่อระบบสามารถตรวจจับได้ว่ามีสายโทร.เข้าสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อไว้ หลอดไฟจะกะพริบเพื่อเตือนให้ผู้ใช้ทราบว่ามีสายโทร.เข้า ทำให้ไม่พลาดการติดต่อแม้สมาร์ทโฟนจะอยู่ไกลสายตา

เบื้องต้นแอลจีการันตีว่า Smart Lamp สามารถประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไฟมาตรฐานถึง 80% เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีหลอดไฟแอลอีดี (LED) ซึ่งให้ปริมาณหน่วยวัดแสงหรือลูเมนส์ (Lumens) ที่มากกว่าปกติในระดับการใช้พลังงานที่ต่ำกว่า จุดนี้แอลจีประเมินว่าระยะเวลาใช้งานหลอดไฟนี้อาจสูงถึง 10 ปี หากใช้งานวันละ 5 ชั่วโมงทุกวันในสภาพแวดล้อมที่ถูกควบคุม

ช่วงแรกแอลจีประเดิมทำตลาดหลอดไฟอัจฉริยะนี้ในประเทศเกาหลีใต้ด้วยราคา 35,000 วอน หรือประมาณ 1,050 บาท โดยขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าหลอดไฟไฮเทคนี้จะถูกวางจำหน่ายในตลาดโลกเมื่อใด

แอลจีไม่ใช่ผู้ผลิตรายเดียวที่ให้ความสนใจกับหลอดไฟอัจฉริยะที่ติดตั้งเทคโนโลยี Bluetooth และ WiFi ที่ผู้ใช้จะสามารถใช้สมาร์ทโฟนที่ติดตั้งแอปพลิเคชันของผู้ผลิตในการเปิดปิดไฟ โดยก่อนหน้านี้ผู้ผลิตอย่างฟิลิปส์ (Philips) พัฒนาหลอดไฟที่ผู้ใช้สามารถใช้แอปพลิเคชันเป็นเครื่องมือกำหนดสีสันของแสงไฟได้อย่างเสรี ยังมีผู้ผลิตชิปอย่างควอลคอมม์ (Qualcomm) ที่เปิดตัวเทคโนโลยีผลิตชิปคอมพิวเตอร์เพื่อให้หลอดไฟสามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ จุดนี้คาดว่าตลาดหลอดไฟอัจฉริยะจะขยายตัวแน่นอนในอนาคต

LG Smart Lamp1

ที่มา : www.manager.co.th