ไอเดียแต่งบ้าน

 

บทความแนะนำ

ให้ห้องนอนเป็นสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนคุณในแบบ original U

พื้นที่ในบ้านที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว และเป็นพื้นที่ที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเรามากที่สุดน่าจะหนีไม่พ้น “ห้องนอน” แล้วยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าของห้องที่รักการแต่งตัวด้วยแล้วล่ะก็ การมี “มุมแต่งตัว” หรือ “ห้องแต่งตัว” จัดไว้เป็นสัดส่วนชัดเจน เป็นระเบียบเรียบร้อยตามอย่างที่ฝันก็คงจะสร้างความสุขได้ไม่น้อยเลย     จะไปกลัวอะไรถ้าเราอยากจะปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัว ให้เป็นไปอย่างที่ใจฝัน คุณเองก็สามารถมีห้องนอนในแบบ original U ได้ไม่ยาก แค่รู้ว่าตัวเองชอบแบบไหน และเป็นคนสไตล์ไหน การสะท้อนตัวตนผ่านเฟอร์นิเจอร์ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป   สไตล์โมเดิร์นเรียบๆ แต่เก๋ ก็เป็นหนึ่งในสไตล์ยอดฮิตที่หลายๆ คนชื่นชอบ การตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเรียบๆ ในห้องนอน จะช่วยให้บรรยากาศในห้องดูสงบเหมาะกับการพักผ่อน แต่ถ้าชอบเฟอร์นิเจอร์แบบน้อยชิ้น สไตล์มินิมอล ก็เป็นอีกสไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งโทนสีที่เรียบง่าย ถึงจะมีเฟอร์นิเจอร์ไม่มากแต่ทุกชิ้นต้องสามารถตอบโจทย์การใช้สอย และมีฟังก์ชั่นที่ดีพอ     นอกจากนี้การตกแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ก็ยังคงเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ เฟอร์นิเจอร์โลหะง่ายๆ มีดีเทลไม่มากในโทนสีเข้มขรึมก็เป็นอีกสไตล์ที่เลือกตกแต่งได้ไม่ยากเลยค่ะ ส่วนใหญ่แล้วห้องในสไตล์ลอฟท์จะเน้นโชว์ความดิบของวัสดุ โชว์โครงสร้าง ลายเส้นต่างๆ ให้ห้องน่าสนใจมากขึ้น คุณผู้ชายส่วนใหญ่มักจะชอบความง่ายๆ ไม่ซับซ้อนกับการใช้งาน การวางโชว์ของสะสมไว้บนชั้นที่เปิดโล่ง หรือการแขวนเสื้อผ้าง่ายๆ ไว้บนราวเหล็ก ก็จะทำให้การเลือกหยิบเสื้อผ้าในแต่ละครั้งรวดเร็วยิ่งขึ้น     Walk-in Closet นับว่าเป็นพื้นที่ในฝันของใครหลายๆ คน ที่อยากจะมีมุมแต่งตัวเป็นสัดส่วนอยู่ในห้องนอนให้เป็น original U หากเป็นบ้านสร้างใหม่ หรือห้องชุดใหม่ที่ไม่เคยผ่านการตกแต่งมาก่อน ก็อาจจะเป็นเรื่องง่ายที่จะออกแบบตกแต่งมุมแต่งตัวให้หลากหลายได้อย่างที่ใฝ่ฝัน แต่สำหรับการปรับเปลี่ยน ซ่อมแซมจากห้องเดิมอาจจะมีข้อจำกัดมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะที่ SB Design Square มีเฟอร์นิเจอร์ให้เลือกมากมาย หลากหลายสไตล์ พร้อมบริการให้คำปรึกษาเพื่อให้ทุกพื้นที่ภายในบ้าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้ดีที่สุด     อีกสไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยก็คือ Rustic Luxe ซึ่งเป็นการผสานความเรียบง่ายจากวัสดุธรรมชาติเข้ากับความหรูหราแวววาวของโลหะ กระจกต่างๆ การตกแต่งด้วยสไตล์นี้จะมีการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย แต่เน้นโทนสีอบอุ่นของธรรมชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว เฟอร์นิเจอร์จากชิ้นไม่ธรรมดาๆ อาจตกแต่งด้วยโลหะสีทองเพิ่มเข้าไป ก็จะเป็นให้บรรยากาศห้องดูหรูหรามีไตล์ขึ้นทันตา     ไม่มีข้อจำกัดตายตัวหรอกค่ะว่าตู้เก็บเสื้อผ้าของคุณจะต้องเป็นแบบไหน ถ้าภาพในหัวคือ ราวแขวนโปร่งโล่งแบบโชว์รูมห้องเสื้อหรูก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร  หรือถ้าอยากจะเลือกบานประตูตู้เป็นกระจกบานใหญ่ให้สะใจก็ไม่มีกฏข้อไหนบอกว่าความต้องการของคุณเป็นเรื่องผิด ในขณะเดียวกัน ถ้าจะเพิ่มชั้นเก็บกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับไว้ใกล้ๆ มือ จะขยับซ้ายขยับขวาจัดวางไว้ในมุมใดก็ได้ตามที่เราพอใจ ในเมื่อพื้นที่ทุกส่วนภายในบ้านจะบ่งบอกความเป็นตัวเราได้ดีที่สุด จะสนุกแค่ไหน ถ้าเราได้ลองเลือก Mix&Match เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นที่ถูกใจ มาวางคู่กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดิมที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว หรือได้ลองผสมสไตล์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างไม่มีข้อจำกัด ได้เพิ่มเติมลูกเล่นหรือฟังก์ชั่นที่ต้องการเข้าไป ออกแบบห้องแต่งตัวใหม่ที่ใส่ความเป็นตัวเราลงไปในทุกมุม เพื่อให้เราได้เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน   เพราะ SB Design Square รู้ดีว่า ความชื่นชอบและไลฟ์สไตล์แต่ละคนไม่เหมือนกัน กว่าจะออกมาเป็น original U ของแต่ละคนได้ ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทจึงถูกออกแบบมาให้มีดีไซน์ และฟังก์ชั่นต่างกันออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้คุณเลือก Mix&Match ได้ตามสไตล์ส่วนตัว เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณอย่างแท้จริง จากพื้นที่ส่วนตัวในห้องนอนที่บ่งบอกถึงตัวตนได้อย่างชัดเจนแล้ว พื้นที่ในฝันอย่างมุมแต่งตัวหรือ Walk-in Closet ก็สำคัญไม่แพ้กันจริงมั้ยคะ เมื่อ Walk-in Closet ที่ดีที่โดนใจไม่ใช่แค่ที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น SB Design Square มี SB Interior Team ผู้เชี่ยญชาญด้านการออกแบบ ที่จะแปรความชอบสไตล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มินิมอล ลอฟท์ อินดัสเทรียล หรือโมเดิร์น ถ่ายทอดออกมาเป็นความลงตัวในแบบของเรา พร้อมให้คำปรึกษาในการออกแบบตกแต่งบ้านให้เป็นสไตล์เฉพาะตัว ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทุกส่วนภายในบ้านสามารถออกแบบได้เพื่อคุณโดยเฉพาะ     เพราะความชอบของเราไม่จำเป็นที่ต้องแคร์ใคร และความสุขแต่ละคนไม่เหมือนกัน การได้มีพื้นที่เล็กๆ ในมุมส่วนตัวที่เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับงานหนัก หรือเรื่องเหนื่อยแค่ไหน ชีวิตก็มีความสุขได้เพราะเราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราเป็น #originalU     

D.I.Y ล่าสุด

มิกซ์ดีไซน์ แมทช์เฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว

มิกซ์ดีไซน์ แมทช์เฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว

มิกซ์ดีไซน์ แมทช์เฟอร์นิเจอร์ให้ลงตัว ถ้าได้ผ่านไปผ่านมาแถวทองหล่อบ่อยๆ เชื่อว่าหลายคนคงจะเริ่มคุ้นตากับโครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 จาก SINGHA ESTATE ที่มี Sales Gallery อยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 กันบ้างแล้ว ต้องบอกว่าโครงการนี้มีความโดดเด่นในเรื่องการออกแบบ โดยมีที่ปรึกษาจากทีมดีไซน์เนอร์ระดับโลกทำให้โครงการนี้จัดเป็นโครงการ ที่น่าจับตามองมากในเวลานี้ ปัจจุบันโครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 มียอดขายไปแล้วไม่ต่ำกว่า 60% โครงการนี้ไม่ได้มีดีแค่จุดเด่นของทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลางสุขุมวิท ติดสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อเท่านั้นนะคะ งานดีไซน์ของคอนโดมิเนียมทั้ง Exterior และ Interior ต้องเรียกว่าเป็นการลงรายละเอียดในทุกๆ ตารางนิ้ว เพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง   โครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 ได้ทีมออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายเจ้า แถมยังเป็นทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแทบทั้งสิ้น อย่างงานด้านสถาปัตยกรรมก็ได้ “Tandem” บริษัทออกแบบสัญชาติไทยที่มีประสบการณ์มากมาย มาร่วมมือกับบริษัทสถาปนิกชื่อดังจากอเมริกาอย่าง “SOM” Skidmore, Owings and Merrill (Thailand) Co. Ltd เป็นที่ปรึกษา ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการออกแบบอาคารสูง และฝากผลงานไว้มากมาย ทำให้ดีไซน์ตัวอาคารของ THE ESSE Sukhumvit 36 สวยสะดุดตาเป็นที่สุด   ส่วนงานภูมิสถาปัตยกรรม ทาง SINGHA ESTATE เลือก “Shma” เป็นผู้ออกแบบ ในขณะที่ Interior ส่วนกลางได้ “dwp” (Design Worldwide Partnership) มาเป็นอีกแรงสำคัญที่ทำให้บรรยากาศภายในมีกลิ่นอายที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบภูมิปัญญาไทย กับการออกแบบที่เป็นสากล ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “The Essence of Luxurious Living is HARMONY OF CONTRAST” ที่ต้องการสื่อสารถึง “การใช้ชีวิตที่มีความสมดุลในความแตกต่างอย่างกลมกลืน”   แน่นอนว่ารายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เห็นในโครงการทั้งหมดนี้ เกิดจากการผสมผสานเอกลักษณ์ของดีไซน์เนอร์แต่ละคนไว้อย่างลงตัว   จริงอยู่ที่ทางโครงการ THE ESSE Sukhumvit 36 เปิดขายห้องชุดแบบ Fully Fitted เพื่อให้เจ้าของห้องชุดได้มีโอกาสสร้างสรรค์การตกแต่งห้องตามสไตล์ตัวเองได้อย่างเต็มที่ แต่ความชื่นชอบที่หลากหลายและแตกต่างกัน ก็สามารถนำมา Mix and Match จนได้สไตล์ส่วนตัวที่ไม่ซ้ำกับใคร บางครั้งเราอาจจะนึกไม่ถึงเลยว่าเฟอร์นิเจอร์ในสไตล์ Loft จะสามารถเข้ากันได้ดีห้องสไตล์ Classic หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เรียบง่าย หากเพิ่มเติมโลหะสีทองหรือสีทองแดงเข้าไป จะสามารถเพิ่มความน่าสนใจให้กับชิ้นงานได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่เราเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ให้ถูกชิ้น จัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม ก็สามารถผสมผสานวัสดุ และสไตล์ Mix & Match กันได้อย่างกลมกลืน   การออกแบบหรือการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้กับห้องใดๆ ไม่ได้มีกฏกำหนดตายตัวเสมอไปหรอกค่ะ เราเชื่อว่าห้องนั้นๆ จะถูกตกแต่งอย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับความชอบ รสนิยม ความพึงพอใจของเจ้าของห้องเป็นหลัก ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้มา คือห้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และสามารถบ่งบอกถึงตัวตนของเจ้าของห้องได้ดีที่สุดนั่นเองค่ะ   ก็เหมือนกับที่ THE ESSE Sukhumvit 36 ที่ผสมผสานเอกลักษณ์งานออกแบบของดีไซน์เนอร์หลากหลายสัญชาติ ให้มารวมกันได้อย่างลงตัวที่สุด และเพื่อให้เจ้าของห้องชุดรู้สึกว่าการตกแต่งห้องเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องจ้าง Interior Designer เสมอไป ที่โครงการจึงจัดชุดเฟอร์นิเจอร์สวยๆ จาก LOAM ARTISANAL LIVING มาจัดโปรโมชั่นพิเศษ (Limited Offer) ให้เจ้าของห้องได้มีโอกาสเลือกห้องพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่จะมา Mix& Match ความหรูหราอย่างมีสไตล์ได้ตามใจคุณ เริ่มต้นกันด้วยห้อง 1 Bedroom กับ Furniture Package จาก LOAM ARTISANAL LIVING มูลค่า 500,000 บาท ชุดเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้นทั้งในห้องนั่งเล่นและห้องนอน สี Earth Tone สบายตา ทำให้เราสามารถแต่งเติมสีสันด้วยของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพิ่มเติมเข้าไปได้ง่ายขึ้น รับรองว่าไม่ซ้ำกับใครแน่นอนค่ะ     ส่วนห้อง 2 Bedroom ก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะมูลค่า Furniture Package มากถึง 700,000 บาทเลย ชุดเฟอร์นิเจอร์สวยๆ จาก LOAM ARTISANAL LIVING มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานดีไซน์เรียบหรู แต่ก็แอบซ่อนกิมมิกเก๋ๆ ไว้ในเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นด้วยนะคะ     นอกจาก Exclusive Furniture Package ที่คัดสรรมาโดยเฉพาะตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ทาง SINGHA ESTATE ยังได้เสนอเงื่อนไขพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ชำระค่าห้องผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ จะได้คะแนนสะสมสูงสุด 20 เท่า**   จะมามัวรีรอไม่ได้แล้วค่ะ คอนโดสวยๆ ใจกลางเมือง ติดสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อ แถมยังได้เฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ดังครบเซ็ต ในราคาเริ่มต้น 12.6 ล้านบาท* แบบนี้มีจำนวนจำกัด และหาที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะจ๊ะ รีบคลิกลงทะเบียนกันที่ http://bit.ly/2ws3h1s  หรือ โทร. 1221    
ไอเดีย ของใช้ในห้องที่มีพื้นที่จำกัด

ไอเดีย ของใช้ในห้องที่มีพื้นที่จำกัด

บทความนี้ จะเอาใจคนที่มีเนื้อที่ใช้สอยน้อยๆ ใช้อย่างประหยัด เช่น คอนโด หอพัก ลองมาหาเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ ที่เป็นแบบพับเก็บได้ ย่อส่วน เวลาเก็บเวลาใช้สะดวก เก็บง่าย ใช้ดี ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ลองๆ หามาใช้กันดู       ชิ้นแรก เป็นชุดรับแขก ประกอบด้วย โต๊ะกลาง และเก้าอี้นั่ง 4 ตัว ซึ่งเวลาไม่ได้ใช้งาน สามารถเก็บเก้าอี้ทั้ง 4 ตัว ไว้ใต้โต๊ะได้อย่างพอดิบพอดี ทำให้เพิ่มเนื้อที่ห้อง คอนโดได้มากทีเดียว ต่อมา เป็น ฟูก ที่สามารถแปลงร่างได้ (Transformer ไม่ใช่หนังนะ) จาก ฟูกที่นอน เป็นโซฟานั่งเล่นได้ในพริบตา ซึ่งไอ้ที่เป็นแบบนี้ เห็นมีขายตามออนไลน์เยอะเหมือนกัน ลองหาดู ประหยัดไปได้เยอะ ได้ทั้งที่นั่งเล่นดูทีวี ง่วงๆ ก็แปลงร่างเป็นฟูก เตียงนอนสุดนุ่มได้เลย สะดวกอย่างยิ่งกับคนที่ ต้องการเนื้อที่ห้องเยอะๆ ชั้นวางหนังสือ ของประดับ ตกแต่ง กรอบรูป จิปาถะ ซึ่ง ถ้าดูเผิ่นๆ ก็เป็นแค่ชั้นวางของธรรมดา แต่ที่ไหนได้ มันซ่อนโต๊ะ กับเก้าอี้ อีก 4 ตัวไว้ในนั้น (โอ้แม่เจ้า) เป็นนวัตกรรมการออกแบบเครื่องใช้ในบ้านที่ เรียกว่า อาเมซซิ่ง จิงกาเบลมาก ยามไม่ใช่ ก็จะเป็นชั้นวางของ ยามต้องใช้โต๊ะ มานั่งกินข้าว ทำงาน ก็ถอดออกมาจากชั้นนั้นได้เลย ว้าวววว อันนี้เด็ด สำหรับคนที่ชอบเล่น สนุ๊ก หรือพูล ถ้าไม่ได้เล่น ก็จะเป็นโต๊ะรับประทานอันแสนสุขกับครอบครัว หากวันหยุด สังสรรค์กับเพือนๆ ก็แปลงจากโต๊ะกินข้าว ไปเป็นโต๊ะพูล ที่ซ่อนไว้นั่นเอง อืม ไอเดียเด็ดจริง บางคนที่มีคอนโด ต้องการที่นั่งเพียงไม่กี่ที่นั่ง เพราะไม่ค่อยจะมีเพื่อน มีแขกมาเยี่ยมซะเท่าไร โซฟาเท่ๆ ตัวเดียวก็เพียงพอ แต่ถ้าโซฟานั้น แปลงร่างกลายมาเป็น ชุดรับแขกสุดชิก ที่รองรับเพื่อนๆ ได้ถึง 4-5 คน จะนั่งคุยกัน เล่นไพ่ ทำงานกลุ่ม สบายๆ   แล้วถ้าจากโซฟาที่นั่งนุ่มสบายๆ ในมุมโปรด กลายร่างมาเป็นเตียงนอนละ โว้ จอร์จมันยอดมาก และที่สำคัญมันเป็น เตียงสองชั้น!!! OMG! ยกนิ้วให้คนคิดไอเดียเลย จะเหมาะสำหรับ ครอบครัวที่มีลูกแล้ว ไม่เปลืองเนื้อที่ๆ จะต้องกลางเตียงไว้ประจำ ของเขาดีจริงๆ ครับ   อันนี้ ก็เป็นชุดรับแขกที่ใช่เป็นเครื่องประดับในบ้าน เท่ๆ ได้ (รูปทรง จรวด) แต่พอนำใช้งาน ก็กลายมาเป็นที่นั่งรับแขกหวาย ได้แบบชิกๆ เลย   โซฟาตัวน้อยๆ ที่ออกแบบมาให้มีช่องเก็บหนังสืออ่านเล่น ไม่ต้องเปลืองตังค์ ไปซื้อชั้นวางหนังสือ เท่ไปอีกแบบ อยากอ่านก็หยิบมานั่งอ่านตรงนั้นเบย...   ยังมีไอเดียอื่นๆ อีกมามาย ที่ช่วยให้คุณประหยัดเนื้อที่ อย่างเช่น ชั้นวาง เก็บรองเท้า (แต่ต้องรักษากลิ่นเท้ากันด้วยนะ 555)   ใครที่มีสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว ลองเอาไอเดียนี้ไปใช้ ทำเป็นที่ให้อาหารสัตว์เลี้ยงตัวโปรด โดยแปลงลิ้นชัก เป็นที่วางภาชนะใส่อาหารสัตว์ ไม่ใช้ก็ปิดลิ้นชัก แต่ต้องเตือนว่า ต้องทำความสะอาดดีๆ ด้วย เพราะอาจจเป็นแล่งเพาะเชื้อโรตในบ้านได้ สัตว์เลี้ยงท่านอาจจะท้องเสีย ทุกวันก็เป็นไปได้ ถ้าไม่ทำความสะอาดให้ดี 555 โฮ่งๆ   ไอเดียนี้ ก็โอเค จากที่รองรีดผ้า รีดเสร็จปุ๊บ พอเก็บจากการใช้งาน กลายมาเป็นกระจกเจา เอาไว้ให้สุภาพสตรีแต่งตัว อืม เวิร์คแหะ อันนี้ DIY เองได้เลย เชื่อว่าที่บ้านทุกบ้าน น่าจะมีที่รองรีดทุกบ้าน พลิกด้านหลังมา เอากระจกเงาติด เป็นอันเสร็จ ใช้งานได้แบบเขาเลย...   เพื่อนสมาชิก Review Your Living ที่มีไอเดียอื่นๆ ก็แสดงความคิดเห็นกันได้นะ ในกล่องข้อความด้านล่างนี้ จะได้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ท่านอื่นที่ได้เข้ามาอ่านเน้อะ...   หาไอเดียดีๆ มาแต่งบ้านกัน วันนี้ บายๆ ไปก่อน เรียบเรียงโดย นาย OneFineDay ʕ•ᴥ•ʔ   ขอบคุณข้อมูลประกอบดีๆ จาก http://dobuhdo.com  
5 วิธี เปลี่ยนห้องพักให้อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

5 วิธี เปลี่ยนห้องพักให้อบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน

  เคยไหมที่การใช้ชีวิตส่วนใหญ่ของเราคือการนอนอยู่ในห้องทั้งวัน โดยไม่ทำอะไรเลยยยย ??? หิวก็ออกมากิน อิ่มก็กลับไปนอน หากวันหนึ่งเราไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนอยู่บ้าน ต้องออกมาทำงาน หรือเรียนหนังสือ ที่พักของเราจึงกลายเป็น ห้องเล็กๆ ท่ามกลางคำจำกัดความของคำว่า “เกรงใจ” กับการแชร์พื้นที่เล็ก ๆ กับเพื่อนร่วมห้อง เพื่อให้ได้การพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ เราจึงมี 5 ไอเดียสุดคูล แบบไม่ต้องเสียเงิน!! มาเนรมิตห้องในหอพักให้อบอุ่นเหมือนบ้านได้เพียงพริบตา   เริ่มต้นด้วย หาหมอนอิงน่ารักเก๋ๆ สัก 1- 2 ใบ วางไว้บนหัวนอน เพิ่มความสบาย ผ่อนคลาย เมื่อเราเอนตัวนอนเล่นมือถือ หรืออยากอัพรูปในไอจี ก่อนจะพักผ่อน ซึ่งสีและขนาดของหมอนไม่จำเป็นเลยที่ต้องเท่าหรือเหมือนกับหมอน และผ้าปูที่นอน ขอแค่เป็นสี หรือขนาดที่ทำให้เรารู้สึกว่า “ใช่” ก็โอเคแล้ว     จากนั้น ลองหาบอร์ดสไตล์มินิมอล มาตกแต่งในห้อง นอกจากช่วยเตือนความจำ ยังช่วยให้เราเก็บความทรงจำดีๆ ไว้ได้อีกด้วย   ต่อมาหาเก้าอี้ที่นั่งแล้วรู้สึกนุ่มสบาย มาแต่งมุมใดมุมหนึ่งของห้อง ให้เป็นมุมที่ทำให้คุณเพลิดเพลินกับการดูหนัง หรือเล่นเกมได้อย่างมันส์จนหยดสุดท้าย หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศให้ดูโรแมนติกมากขึ้นด้วยการตกแต่งพวงไฟตามหัวเตียงและผนังห้องก็จะทำให้รู้สึกสบายตาและผ่อนคลาย จากความเมื่อยล้าจากการทำงานทั้งวันได้ด้วย สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ลองหาของตกแต่งหัวเตียงเพื่อเพิ่มลูกเล่น อาจเริ่มจาก สิ่งของที่บอกความเป็นตัวตนที่สุด คำพูดสุดจี้ดปริ้นท์ใส่กรอบเท่ห์ๆ แขวนไว้บนฝาผนัง  เช่น Every cloud has a silver lining , There’s a light at the end of the tunnel เป็นต้น หรือจะเป็นภาพวาดในฝันก็ไม่เลว ทั้งนี้ไม่ว่าคุณจะตกแต่งห้องแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือความรู้สึกที่เมื่อคุณมาถึงห้องแล้ว รู้สึกสบายและผ่อนคลายจากความวุ่นวายข้างนอกเท่านั้นเอง ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.buzzfeed.com และ www.pinterset.com    
วิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่าย เปิดใช้งานเร็ว โดยไม่ต้องง้อช่าง

วิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่าย เปิดใช้งานเร็ว โดยไม่ต้องง้อช่าง

วันนี้ Review Your Living มีวิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่ายๆ มาช่วยทุ่นแรงคุณพ่อบ้านแม่บ้านที่กำลังปวดหัวอยู่ว่าจะซ่อมแซมห้องน้ำด้วยวิธีใดให้เปิดใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมง แล้วขั้นตอนจะเป็นแบบไหนไปชมกันค่ะ  ใครที่คิดจะทำห้องน้ำใหม่หรือซ่อมแซมห้องน้ำนั้น อย่าลืมว่าการเริ่มต้นที่ดีและถูกต้องโดยทำไปทีละขั้นตอนอย่างเป็นสเต็ป นอกจากช่วยลดปัญหาจุกจิกจิกที่อาจจะตามมาภายหลัง ยังได้ห้องน้ำสวยตรงใจ ที่สำคัญการเลือกวัสดุที่จะใช้ในการทำห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง  สุขภัณฑ์ หรือ ก๊อกน้ำ จำเป็นที่จะต้องพิจารณาเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้าด้วย เพราะบางครั้งห้องน้ำออกแบบมาสวยงาม แต่เลือกสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพก็จะมีผลด้วย เช่น ถ้ากระเบื้องไม่ได้ฉากหรือมุมเมื่อปูออกมาแล้วร่องยาแนวอาจจะเบี้ยวได้ นอกจากนี้การเลือกกาวปูกระเบื้องและกาวยาแนวก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป ปัจจุบันมีกาวปูกระเบื้องและกาวยาแนวสำหรับห้องน้ำโดยเฉพาะ ที่มีคุณสมบัติพิเศษพัฒนามาเพื่อใช้กับห้องน้ำเช่นเดียวกับในคลิปที่เรานำมาฝาก ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย..
ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

  ปัจจุบันห้องแต่งตัวไม่ได้เป็นแค่พื้นที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น ด้วยตำแหน่งที่มักจัดไว้ใกล้ห้องน้ำและห้องนอน หลายคนจึงปรับพื้นที่นี้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องนอน, กระเป๋าเดินทาง หรือเครื่องประดับ โดยการออกแบบและจัดแบ่งหมวดหมู่ที่ดีจะทำให้ห้องนี้ใช้งานได้สะดวกและเป็นระเบียบมากขึ้น ทว่าห้องแต่งตัวในฝันของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนฝันอยากได้ห้องแต่งตัวสไตล์เจ้าหญิงที่มี Walk-in Closet ดินแดนส่วนตัวแบบฟูลออฟชั่น หรือบางคนฝันอยากมีห้องแต่งตัวแบบสไตล์ลอฟท์เท่ๆ ตามฉบับชายหนุ่มมาดแมนที่มีตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูปมาพร้อมมัลติฟังก์ชั่น เหมาะสำหรับพื้นที่ทุกรูปแบบ ทั้งนี้ไม่ว่าคุณมีฝันอย่างไร อยากได้ห้องแต่งตัวรูปแบบไหน? "ห้องแต่งตัว" ก็คือพื้นที่ส่วนตัวที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ ดังนั้นในบทความนี้เราขอยกตัวอย่างห้องแต่งตัวรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นไอเดียให้กับห้องแต่งตัวในฝัน โดยที่คุณสามารถทำได้จริง แถมยังสนุกกับการตกแต่งมากขึ้น   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Luxury สุดหรู หรูหราสง่างามและทันสมัยในตัวเอง คือหัวใจสำคัญของสไตล์ Modern Luxury ใครที่ฝันอยากมีห้องแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิงแบบ Walk-in Closet สุดหรูที่เอื้อประโยชน์ได้ทั้งหยิบใช้และโชว์ แถมยังมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตู้, ช่องเก็บของ, ราวแขวน, ชั้น, หรือลิ้นชักต่างๆ โดยที่เจ้าของบ้านสามารถกำหนดรูปแบบได้ตามความพอใจเพื่อให้สอดรับกับความต้องการนั้นบอกได้เลยว่าไม่ยาก เทคนิคง่ายๆ คือเลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือวัสดุสุดเก๋ตามเทรนด์ปัจจุบันที่ให้ทั้งลุคหรูหราพร้อมดูทันสมัยมาตกแต่ง ซึ่งควรเลือกชิ้นเด่นๆ หรือคลุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกันก็จะช่วยทำให้ห้องแต่งตัวชวนมองมากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมเพิ่มมิติจากความวิบวับจากแสงไฟ และวัสดุตกแต่งที่มีความมันวาวอย่างเมทัลลิก เช่นเดียวกับมือจับประดับเพชรขอบทอง เฟอร์นิเจอร์จาก SB Design Square เหมือนในภาพตัวอย่างด้านบนที่สะกดทุกสายตา และสะท้อนความโก้ได้ดีทีเดียว   ห้องแต่งตัวในฝันสวยงาม สดใส สไตล์ Modern Chic  ใครที่เบื่อห้องแต่งตัวรูปแบบเดิมๆ ลองมาดูเทรนด์ใหม่มาแรงอย่างสไตล์ Modern Chic ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ซ่อนความเก๋ของงาน Design ไว้อย่างลงตัว ซึ่งทริคในการเนรมิตห้องแต่งตัวในฝันสไตล์นี้ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสจาก SB Design Square เหมือนดั่งภาพตัวอย่างด้านบนที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานตามแบบฉบับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ชอบอะไรแบบเรียบเก๋ จัดวางตู้เสื้อผ้าและมุมแต่งตัวให้เต็มผนังด้านใดด้านหนึ่ง เน้นฟังก์ชั่นหลักที่ต้องการมีเพียงตู้เสื้อผ้า โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ทำบานปิดแต่ติดราวเลียนแบบห้องลองชุดตามร้าน ให้สามารถเลือกเสื้อผ้าและเปลี่ยนได้ทันที พร้อมติดตั้งลิ้นชักสำหรับเก็บเสื้อไว้ตรงกลาง แถมบริเวณใต้ลิ้นชักยังใช้เป็นส่วนจัดเก็บเพิ่มเติมที่น่าจะงอกเงยเพิ่มพูนอย่างมากมายในอนาคตได้อีกด้วย   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Minimal ตกแต่งน้อย แต่มากฟังก์ชั่น มาต่อกันที่สไตล์มินิมอลของสายคลีนกันบ้าง กับไอเดียการแต่งห้องแต่งตัวในฝันด้วยไม้สีอ่อน ดูอบอุ่น เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ ซึ่งเราแนะนำให้เลือกฟังก์ชั่นของตู้ให้ครบกับความต้องการในการใช้งาน ด้วยตู้เสื้อผ้าแนวคิดใหม่รุ่น Wardrobe จาก SB Design Square ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของชาวมินิมอลได้ดี เพราะสามารถเลือกตู้เสื้อผ้าบานเปิดในห้องนอนให้ลงตัวกับพื้นที่ได้ทั้งแบบลอยตัว และแบบบิลต์อิน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ กับการออกแบบตู้เสื้อผ้าในสไตล์ของคุณเอง แถมยังดีไซน์หน้าบาน มีให้เลือกหลากหลายวัสดุทีเดียว อาทิ บานไม้, บานกระจก, บานม่าน มีฟังก์ชั่นให้ทุกการเปิดปิดตู้เสื้อผ้า เงียบสนิท นุ่มนวล ลดแรงกระแทก ออปชั่นภายในตู้เสื้อผ้า ปรับเปลี่ยนตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง คุ้มค้าในทุกพื้นที่จัดเก็บ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องแต่งตัวในฝันที่ไม่กินพื้นที่ของห้องมากเกินไปแล้วล่ะ   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Loft  คงปฏิเสธได้ยากจริงๆ สำหรับกระแสเทรนด์การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ยังได้รับความนิยมอยู่มากในปัจจุบัน กับการโชว์ให้เห็นเนื้อแท้สัจจะวัสดุในการตกแต่ง สร้างอารมณ์ดิบเท่ที่ไม่ต้องปรุงแต่งให้ผิดแปลกไปจากวัสดุดั้งเดิมมากนัก ซึ่งหากคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของความดิบเท่สไตล์นี้ และฝันอยากมีห้องแต่งตัวที่บ่งบอกตัวตน แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ลอฟท์จาก SB Design Square ที่ใช้ท่อเหล็ก มาสร้างโครงสร้างของห้องแต่งตัว นอกจากความแข็งแรงของวัสดุประเภทท่อ การเลือกทำ Walk-in Closet สไตล์นี้ ยังทำให้ห้องที่ดูแคบโล่งโปร่งขึ้นได้ รวมถึงไม่จำเป็นต้องทำลิ้นชักแบบยึดติดผนัง สามารถเพิ่มเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เข้ามาเป็นพื้นที่เก็บของได้อย่างกลมกลืนเช่นเดียวกับภาพตัวอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถให้ทีม SB Interior Team ช่วยออกแบบโดยสร้างความเท่กว่าเดิมด้วยการทำเป็นประตูไม้บานเลื่อน ติดรางเพิ่มเติมสำหรับเข้าออก เป็นการสร้างกิมมิกที่ดูสะดุดตาให้กับห้องได้ดีทีเดียว   "ห้องแต่งตัว" ก็เปรียบเสมือนกับการจัดดิสเพลย์ให้กับบ้าน ดังนั้นถ้าใครคิดจะทำห้องแต่งตัวในฝันตามสไตล์ที่เราชอบ อย่าลืมคำนึงถึงความสะอาดและการจัดระเบียบเป็นสำคัญ เพราะนอกจากได้ห้องแต่งตัวที่สวยงามน่าใช้งาน ยังสะท้อนตัวตนความเป็นคุณได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การจัดเรียงเสื้อผ้าตามโทนสี ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกในการหยิบใช้มากขึ้นด้วยนะ แต่..ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียแต่งห้องแต่งตัวในฝันแต่ยังไม่รู้จะแต่งแบบไหน เราขอแนะนำให้คุณพุ่งตัวไปปรึกษาเรื่องการออกแบบ กับทีม SB Interior Team ได้ที่ SB Design Square ทุกสาขา เพราะนอกจากจะมีฝีมือระดับเทพและประสบการณ์ออกแบบห้องสวยได้อย่างใจลูกค้ามานับไม่ถ้วน ทางมัณฑนากรยังเลือกใช้แต่เฟอร์นิเจอร์คุณภาพ SB โดยที่เราสามารถกำหนดงบประมาณได้อีกด้วย จนเรากล้าการันตีเลยว่า "ไม่ว่าคุณจะอยากอยู่แบบไหน...ก็ได้อยู่แบบนั้น" สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสนใจนัดหมายออนไลน์ได้ที่ https://www.sbdesignsquare.com/th/interior-solution/free-interior-design-service 
ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

“ห้องน้ำก็พังงงงงง แจ้งนิติก็ไม่ส่งช่างมาซ่อมให้สักที” สำหรับผู้ชายคงไม่มีอะไรรำคาญใจไปกว่าการฟังแฟนสาวพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ทุกวัน ปัญหาของผมก็คือแฟนสาวอยากซ่อมแซมห้องน้ำในคอนโดฯ ที่กระเบื้องแตกร้าว เลยอยากได้ความเร็ว จบงานภายใน 1 วัน หรือสามารถเปิดใช้งานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะห้องน้ำมีเพียงห้องเดียวและต้องใช้งานทุกวัน แจ้งให้ช่างนิติเข้ามาซ่อมก็ไม่มาสักที ซึ่งใครก็คงคิดว่าการปูกระเบื้องให้เร็ว จบงานใน 1 วัน นั้นเป็นเรื่องยากใช่ไหมครับ โดยเฉพาะการใช้กาวซีเมนต์ปูทับพื้นเดิม วิธีที่ค่อนข้างนิยมในงานซ่อมหรือรีโนเวทคอนโดที่ไม่สามารถรื้อกระเบื้องเก่าออกได้ง่ายนัก และไม่ต้องการเสียงดังในการก่อสร้าง หรือสร้างฝุ่นให้ต้องเก็บกวาดในภายหลัง ซึ่งต้องรอปูนกาวแห้งอย่างน้อย 1 วัน จึงสามารถเปิดใช้งานได้     แต่วันนี้ผลิตภัณฑ์ Jorakay ที่ผมบังเอิญเจอใน Facebook ทำให้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นของผมหมดไป จากการอ่านข้อมูลคร่าวๆ แล้วดูน่าสนใจเพราะช่วยร่นระยะเวลาได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน เลยเข้าไปดูในเว็บไซต์อ่านเรื่อง Express เพิ่มเติมสักหน่อย ก่อนจะตัดสินใจออกไปซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ โดยครั้งนี้ผมลองทำเอง ไม่ต้องจ้างช่างข้างนอกหรือเรียกช่างจากนิติ แฟนจะได้ไม่ต้องบ่นเรื่องเดิมซ้ำๆ และเฝ้ารอช่างอีกต่อไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผมเลือกใช้ก็คือ “กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส (Express crocodile)”     ทำไมต้อง กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส เพราะ กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส คือผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์ชนิดโพลิเมอร์ โมดิฟายด์ แห้งตัวได้เร็ว เน้นการใช้งานง่าย สะดวก เหมาะสำหรับคนเมืองที่อยากซ่อมแซมห้องน้ำ, โชว์รูม, ห้องอาหาร, ล็อปบี้ของโรงแรม, ห้างสรรพสินค้า ที่เป็นงานเร่งด่วนต้องการเปิดใช้งานเร็ว จบงานภายใน 1 วัน เนื่องจากปูนกาวทั่วไปต้องทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง จึงจะยาแนวได้ แต่กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวได้ภายใน 2-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและพื้นที่ ยิ่งถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เปิดใช้งานได้เร็วขึ้นภายใน 6-8 ชั่วโมง ทางแบรนด์จึงแนะนำให้ใช้คู่กันเพื่อให้จบงานได้เร็วที่สุด ซึ่งก็ตอบโจทย์ความต้องการของแฟนและผมได้ตรงจุด     ปูกระเบื้องได้ทุกชนิด ใช้ได้กับกระเบื้องขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผนังหรือพื้น สำหรับขั้นตอนการปูกระเบื้องก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากเลยนะครับ เพราะจะมีผลกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งานของกระเบื้อง ซึ่งวันนี้ผมก็นำข้อมูลดีๆ ในการปูกระเบื้องมาฝากด้วยครับ..   เตรียมพื้นผิวก่อนปูกระเบื้อง ขั้นตอนแรกคือควรตรวจสภาพพื้นผิวก่อนปูกระเบื้องว่าต้องไม่ให้มีผลต่อโครงสร้างหลัก พื้นที่ต้องการปูกระเบื้องต้องสะอาด ปราศจากฝุ่น, น้ำมัน, น้ำยาบ่มคอนกรีต, สี, เศษปูน และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่สำคัญก็คือเรื่องของความสะอาด เพราะถ้าเราเตรียมพื้นผิวไม่ดีพออาจจะเกิดปัญหากระเบื้องแตกหรือระเบิดอีกก็เป็นได้ ดังนั้นแนะนำให้ล้างทำความสะอาดพื้นผิวโดยใช้น้ำฉีด ขัดพื้นผิวให้สะอาด และกวาดน้ำที่ขังบนพื้นผิวให้หมดก่อนที่ใช้กาวซีเมนต์คุณภาพสูงกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส ที่เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ที่ต้องการใช้พื้นที่ด่วน เพราะยืดหยุ่นตัวสูง แห้งเร็วพิเศษ ใช้งานได้ทันใจและจะเพิ่มประสิทธิภาพของกาวซีเมนต์จระเข้มากยิ่งขึ้นก็ควรจะใช้กาวยาแนวที่เหมาะสมกันอย่างยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ด้วยนะครับ จะได้ใช้งานได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน   อัตราส่วนผสมหลัก ใช้กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส 20 กิโลกรัม ต่อน้ำ 4.6 ลิตร หรือ ปูน 3 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน โดยปริมาตร     ผสมอย่างมืออาชีพ เทปูนกาวซีเมนต์ลงในน้ำในขณะที่เปิดเครื่องผสม รอบต่ำประมาณ 150 รอบต่อนาที จะผสมให้เข้ากันดี หลังจากผสมแล้วควรใช้งานให้หมดภายใน 20-30 นาที โดยขึ้นกับอุณหภูมินะครับ และไม่ควรเติมน้ำหรือกาวซีเมนต์ลงไปอีกหลังจากเคมีบ่มตัวแล้ว     ปูกระเบื้องให้ถูกวิธี 1. ควรใช้เกรียงหวีด้านเรียบปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นหรือผนังที่ต้องการปูกระเบื้อง ให้เพียงพอสำหรับกระเบื้องที่จะใช้ปูแต่ละครั้ง     2. ใช้ด้านหวีปาดเป็นร่องให้ทั่ว และครูดให้เป็นรอยทาง ตามตารางการใช้งาน เพราะจะทำให้กระเบื้องยึดเกาะและไม่มีช่องว่างโพรงอากาศเหลืออยู่     3. นำกระเบื้องปูบนกาวซีเมนต์ เคาะกระเบื้องให้ติดแน่นกับกาวซีเมนต์ กดกระเบื้องลงบนกาวซีเมนต์ควรแน่ใจว่าหลังกระเบื้องสัมผัสกับกาวซีเมนต์เต็มแผ่น     4. สามารถจัดกระเบื้องแต่ละแผ่นให้ตรงแนวตามต้องการภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที ก่อนกาวปูกระเบื้องจะแห้งสนิทและไม่ควรจัดหรือเคาะกระเบื้องอีกเมื่อเลยเวลาดังกล่าว ซึ่งกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวกระเบื้องได้ภายใน 2 ชั่วโมง     5. ในกรณีต้องการเปิดพื้นที่อย่างเร่งด่วนควรยาแนวร่องกระเบื้องด้วยยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส (Fast Setting) เท่านั้น     สรุปว่า กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นตัวสูง เมื่อใช้เกรียงหวีลากปูนกาว และนำแผ่นกระเบื้องวางทับบนปูนกาว กระเบื้องจะไม่ไหลตัวหรือหลุดออกจากผนังเลย ปูนกาวยึดเกาะเร็ว แถมยังแห้งเร็วพิเศษสำหรับงานเร่งด่วนจริงๆ อีกทั้งช่างปูยังมีเวลาปรับแก้ระดับกระเบื้องได้ ลดงานซ่อมที่ต้องเลาะกระเบื้องเนื่องจากปูที่ไม่ได้ระดับ โดยรวมแล้วรู้สึกว่าช่างสามารถทำงานง่ายและสะดวก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ เพราะงานเสร็จไวไม่ยืดเยื้อ ที่สำคัญเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้งานเสร็จเร็วขึ้นตามที่ทางแบรนด์เคลมไว้เลยครับ ซึ่งก็ถือว่าประทับใจผมกับแฟนมากทีเดียว เพราะสามารถเปิดใช้ห้องน้ำได้ตามปกติ ภายใน 1 วัน (ไม่รวมการปรับหรือเตรียมพื้นที่) ไม่ต้องฟังแฟนบ่นอีกต่อไป แบบนี้เอาคะแนนความพึงพอใจจากผมไปเลย 10 เต็ม 10!     สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2IRkTgg หรือ www.facebook.com/jorakaypage
อากาศร้อนแค่ไหนแต่ “อย่าใจร้อน” มาเปลี่ยนบ้านซัมเมอร์นี้ให้ไม่น่าเบื่อ

อากาศร้อนแค่ไหนแต่ “อย่าใจร้อน” มาเปลี่ยนบ้านซัมเมอร์นี้ให้ไม่น่าเบื่อ

  เข้าหน้าร้อนทีไรมีอันต้องอยู่บ้านอย่างไม่เป็นสุข  กระสับกระส่ายเพราะอากาศร้อน จะเปิดแอร์ก็เกรงใจบิลค่าไฟ คิดอยากจะออกไปตากแอร์ในห้างสรรพสินค้า คนก็แห่กันไปนั่งจนคนแทบจะล้นห้าง แล้วจะทำอย่างไรให้ “บ้าน” ที่เราอยู่มีบรรยากาศของความเย็นสบายโดยไม่ต้องหนีไปพึ่งความเย็นนอกบ้าน   “ยิปซัม ตราช้าง” มีไอเดียมาแนะนำเพื่อแต่งบ้านรับหน้าร้อนสำหรับเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกสามารถติดตั้งได้เองง่ายๆ  นอกจากทำให้บ้านเย็นสบายบ้านยังสวยใสท้าท้ายรับซัมเมอร์ เพียงสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ยังช่วยลดความร้อนของภายในบ้าน ด้วยฝ้าเพดานซึ่งถือเป็นส่วนที่สำคัญที่จะช่วยให้คุณทำตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช ตราช้าง ที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน มีแผ่นสะท้อนรังสีความร้อนได้ถึง 86% ไม่แอ่นตัว เหมาะกับบ้าน และอาคารที่อยู่อาศัย สะดวกและรวดเร็วในการติดตั้งบริเวณเพดานขอบมุมห้อง หรือเจาะผ่านช่องดาวน์ไลน์ โดยใช้คัดเตอร์ขนาดใหญ่ เแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ นวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์สำหรับบ้านในเมืองไทยที่ถือเป็นประเทศเขตร้อน  นอกจากนี้ยังเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย หมดปัญหาเรื่องคราบสกปรกปลอดฝุ่น ไม่มีฝุ่นผงของเส้นใยไฟเบอร์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และปลอดภัยด้วยคุณสมบัติกระดาษที่ติดกับเนื้อยิปซัมไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่ผลิตมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ทั้งทนอากาศชื้น และทนความร้อน   เรายังสามารถสร้างบรรยากาศความสดใสและทำให้ซัมเมอร์นี้ไม่น่าเบื่อ สามารถมิกซ์แอนด์แมชให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในแบบที่คุณต้องการได้ เพราะแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช (PaperTouch) ตราช้าง มีดีไซน์การออกแบบสวยงาม  ทั้งลายร่มไม้ (Shade Tree) สีเขียวสดใส ลายฟ้าใส 2 (Bright Sky2) สีของท้องฟ้าสวย ลายดอกไม้ทั้ง ลายลีลาวดี ลายผกามาศ พวงผกา ไอศวรรย์ นวลจันทร์ พลอยชมพู ดอกแก้ว ชวนชม หยาดเพชร และอีกมากมาย สามารถตกแต่งห้องโปรดของคุณได้หลากสไตล์     เจ้าของบ้านที่สนใจจะเปลี่ยนบ้านรับหน้าร้อน “ยิปซัม ตราช้าง” จัดโปรโมชั่นพิเศษคืนกำไรช่างผู้รับเหมาและเจ้าของบ้าน เพียงซื้อแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช จาก“ยิปซัม ตราช้าง” จำนวน 20 กล่อง รับทันทีเสื้อยืดคอกลม 1 ตัว เริ่มสะสมให้ครบ 3 สี 3 แบบ ได้ตั้งแต่วันนี้ – หรือจนกว่าของแถมจะหมด ณ ร้านยิปซัมเอ็กซ์เพรส  ผู้แทนจำหน่ายเอสซีจี  และร้านขายวัสดุก่อสร้างระดับชั้นนำทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage:@GypsumTraChangTH”  
แต่งครัวให้สวยด้วยตู้และชั้นเก็บของ

แต่งครัวให้สวยด้วยตู้และชั้นเก็บของ

ห้องครัว ถือเป็นห้องที่หลายบ้านให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ หลายคนจึงค้นหาทุกรายละเอียดแบบใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ วัสดุ หรือฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การใช้งาน นอกจากดีไซน์สวย ฟังก์ชั่นโดนใจ อีกหนึ่งความ “ใช่” ของห้องครัวในบ้านเราก็คือคุณสมบัติของ “พื้นที่เก็บของ” ที่ใครก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าสำคัญ โดยหัวใจหลักของพื้นที่เก็บของนั้นก็คือการจัดการกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งต้องคำนึงถึงการใช้งานให้เจ้าของบ้านสามารถหยิบจับได้อย่างสะดวกง่ายดาย หากคุณเป็นแม่บ้านพ่อบ้านที่ใช้เวลาว่างส่วนใหญ่อยู่ในห้องครัวประกอบอาหารหรือทำขนม มักประสบปัญหากับการหาข้าวของเครื่องใช้ไม่เจอใช่ไหมคะ ครั้นจะซื้อตู้เก็บของมาไว้ในห้องก็คงจะดูธรรมดาเกินไป ผู้เขียนมีไอเดียการแต่งห้องครัวให้สวยด้วยชั้นหรือตู้เก็บของหลากหลายรูปแบบ ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ห้องครัวของคุณผู้อ่านดูสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และน่าใช้งานมากขึ้น 1. บันไดวิเศษ ถ้าห้องครัวของคุณผู้อ่านมีตู้ลอยที่อยู่สูงติดเพดาน ครั้นจะนำสิ่งของภายในมาใช้ก็คงจะลำบากไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ผู้เขียนขอแนะนำให้ลองทำบันไดรางเลื่อนเพื่อเป็นตัวช่วยในการหยิบจับข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่อยู่ภายในนั้น ให้สะดวกสบายมากขึ้น ทั้งยังเพิ่มจุดเด่นให้แก่ห้องครัวอีกด้วยค่ะ 2. ดิบ เท่ สไตล์เรา หากคุณผู้อ่านอยากแต่งห้องครัวให้ดูเท่อย่างมีสไตล์นั้น การดีไซน์ชั้นเก็บของด้วยการก่อปูนเปลือยก็ช่วยเสริมให้ห้องดูโดดเด่นขึ้นมาง่ายๆ ทั้งนี้ยังควรคำนึงถึงสัดส่วนของขนาดช่องให้พอดีกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น อาทิ ไมโครเวฟ ตู้เย็น และเตาอบขนมด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ห้องครัวของคุณผู้อ่านก็ดูสวยงามและลงตัวแล้วค่ะ 3. บิลต์อินแสนสวย อุปกรณ์ที่ใช้งานภายในครัวจำพวกจาน ชาม แก้วน้ำ หรือของใช้ต่างๆ ถ้าวางอยู่บนชั้นธรรมดาก็มักมีปัญหาฝุ่นเกาะทำให้คุณผู้อ่านไม่สบายใจใช่ไหมคะ ผู้เขียนแนะนำให้บิลต์อินตู้เก็บของแบบมีหน้าบานเปิดปิดเพื่อช่วยป้องกันฝุ่นและแมลงต่างๆ ซึ่งเป็นตัวช่วยปัดความรำคาญใจออกไป ทั้งยังทำให้ห้องครัวของคุณผู้อ่านดูสวยงามและเรียบร้อยอีกด้วย 4. เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยฟังก์ชั่น ใครว่าการตกแต่งครัวให้สวยด้วยตู้เก็บของต้องออกแบบให้เป็นตู้ลอยเสมอไป การผสมผสานระหว่างชั้นวางของก็ช่วยทำให้ห้องครัวดูเก๋ไก๋ไม่ใช่น้อย ทั้งนี้ควรคำนึงถึงระดับความสูงของคนในบ้าน ติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่พอดี เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการหยิบจับข้าวของเครื่องใช้ภายในครัวได้อย่างง่ายดาย 5. ห้องใต้บันไดก็อย่าปล่อยให้ว่างเปล่า สำหรับบ้านไหนที่ส่วนครัวอยู่ใกล้กับพื้นที่ใต้บันได ที่มักถูกมองข้าม และถูกออกแบบให้เป็นห้องเก็บของทั่วไปก็ดูธรรมดาไปใช่ไหมล่ะคะ? หากวัสดุ อุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนของคุณมีเยอะมากมาย จะวางไว้ในครัวก็กลัวแน่น ไม่สวยงาม แนะนำให้เปลี่ยนพื้นที่ใต้บันไดธรรมดาให้กลายเป็นห้องเก็บวัสดุอุปรณ์ครัวแทน เพียงแค่ติดตั้งชั้นวางของไว้ด้านใน หรือวางเฟอร์นิเจอร์อย่าง โต๊ะ, ตู้ เท่านี้ก็สามารถนำของใช้ในครัวไปเก็บให้เป็นระเบียบได้แล้วค่ะ แถมยังไม่รกสายตา และหยิบจับได้สะดวกอีกด้วย
แต่งคอนโดเล็กๆ ของคนงบน้อยให้น่าอยู่ แถมมีพื้นที่เก็บของเยอะ

แต่งคอนโดเล็กๆ ของคนงบน้อยให้น่าอยู่ แถมมีพื้นที่เก็บของเยอะ

ในยุคที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ที่อยู่อาศัยในรูปแบบของ “คอนโดมิเนียม” จึงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของผู้คนทั่วไป เหตุผลหลักนอกจากจะตั้งอยู่ในทำเลทองซึ่งมักอยู่ติดกับถนนสายหลักที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและประหยัดเวลาแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังสามารถออกแบบและตกแต่งห้องให้สวยงามในสไตล์ตัวเองได้ดั่งใจ แม้พื้นที่ห้องจะมีขนาดจำกัดแค่ไหน แต่ก็ยังสามารถเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นที่ผสานพื้นที่พักผ่อนกับพื้นที่เก็บของเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว และหากคุณตัดสินใจจะซื้อคอนโดฯ ขนาดเล็กไว้สักห้องหนึ่ง นอกจากการคำนึงถึงรูปแบบของพื้นที่ การเลือกเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นเรื่องจำเป็นมาก เพราะเฟอร์นิเจอร์ที่ดีจะต้องแข็งแรง ทนทาน สวยงามและใช้งานได้หลากหลาย วันนี้ Review Your Living จึงขอเสนอไอเดียหลักเพื่อช่วยคุณในการจัดสรรพื้นที่เล็กๆ ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการตกแต่งสเปซภายในให้ลงตัวพร้อมอยู่ได้ทันทีมาฝาก ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ Bricko Collection จาก Koncept Furniture ด้วยไอเดียการผสาน Style & Function ไว้ด้วยกัน นอกจากจะได้ความสวย เท่ แล้ว ยังใช้งานได้จริงอย่างแน่นอน จุดเด่นของ Bricko Collection คือเฟอร์นิเจอร์ที่ยืดขนาดพื้นที่ความสุขในคอนโดได้มากขึ้น ด้วยการออกแบบสินค้าทุกชิ้นให้เข้ากับพื้นที่ใช้สอยทั้งแนวราบและแนวดิ่ง ที่สำคัญคือมีขนาดกะทัดรัด เว้นขอบบัว ลงตัวง่ายแม้คอนโดเล็กๆ ซึ่งก็ทำให้ห้องสวยพร้อมตอบโจทย์สไตล์โมเดิร์น ทันสมัย แต่งสวยได้ทุกห้อง เพราะครบครันไปด้วยเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องทานข้าว ซึ่งเทรนด์การตกแต่งที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง คือการตกแต่งในสไตล์ LOFT ด้วยลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ เน้นการโชว์พื้นผิว เช่น ปูนเปลือย อิฐ โครงเหล็ก รวมไปถึงการเดินสายไฟต่างๆ แต่ในบางครั้งโครงสร้างของที่อยู่อาศัย ก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้เราเสมอไป ดังนั้นวิธีแก้คือการหันมาโฟกัสที่เฟอร์นิเจอร์ แทนการไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างของตัวอาคาร ด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์ LOFT ที่นำมาฝากกันในวันนี้ค่ะ...     LIVING ROOM  มาเริ่มกันที่มุมแรกกับเป็นมุมรับแขก ในที่นี้ขอแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ มุมโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ กับมุมโซฟา  เริ่มกันที่มุมโฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ประกอบไปด้วยชั้นวางทีวี (ที่ดีไซน์ให้เป็นตู้เก็บรองเท้าไปด้วยในตัว) และชั้นแขวนด้านบน ที่มีดีไซน์ครอบเบรกเกอร์ ดังนั้นคุณจึงสามารถใช้พื้นที่ผนังได้อย่างเต็มที่ ตอบโจทย์ชีวิตคอนโดถึงแม้จะพื้นที่น้อย ก็มีห้องสวยคุมโทนได้ ชุดวางทีวี บริคโก้ สไตล์ลอฟท์ (Bricko Loft Style) ขนาด 120 x 30 x 230 ซม. สีออทัมบราวน์ ตัด เกรย์โต้ ชั้นวางทีวีด้านบนเป็นชั้นแขวนมีรูร้อยสายไฟ พร้อมด้วยฟังก์ชั่นตู้เก็บของด้านล่างเป็นชั้นวางรองเท้า สามารถวางรองเท้าได้ 16-24 คู่ พร้อมรูระบายอากาศด้านหลัง 4 ช่อง ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บพื้นที่จัดเก็บได้มากขึ้น อีกด้านคือโซฟา มุมพักผ่อนเล็กๆ ที่เอาไว้เอนกาย เหยียดขา เมื่อคุณกลับมาถึงห้อง ซึ่งในมุมนี้ Bricko มีการดีไซน์ที่ผสานความจำเป็นในการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็น โซฟา ชั้นเก็บของ และโต๊ะทำงาน  พร้อมฟังก์ชั่นการจัดเก็บมากมาย เช่น โซฟามีช่องเก็บของหน้าบานสไลด์ไว้ด้านล่าง โต๊ะทำงานมีรูร้อยสายไฟเพื่อความเป็นระเบียบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังคงความ Loft ไว้ได้อย่างลงตัว กล่องแขวนด้านบนเพิ่มพื่จัดเก็บมากขึ้น ซึ่งมีขนาดกว้าง 160 x ยาว 30 x สูง 60 ซม. เจาะยึดผนังแขวนด้วยไม้ก้อน มีบานเปิดด้วยกัน 4 บาน  ภายในแบ่งเป็นชั้นวางของ 2 ชั้น 8 ช่อง โดยแต่ละชั้นสามารถรองรับน้ำหนักในการวางของได้ 5 กิโลกรัม และยังสามารถเลื่อนปรับระดับได้อีกด้วย โซฟาบริคโก้ ขนาดกว้าง 160 x ยาว 100 x  สูง 90 ซม. โครงสร้างทำมาจากไม้สีโซลิดโอ๊ค ซึ่งเป็นสีไม้อ่อนที่ให้ความรู้สึกธรรมชาติของสีไม้ มีเบาะรองหนา 13 ซม. เป็นเบาะที่ห่อหุ้มด้วยผ้า นุ่มสบาย นอกจากนั้นยังสามารถถอดซักแห้งทำความสะอาดได้อีกด้วย ด้านบนของโซฟาเป็นพื้นปิดผิวสีเดนิม และช่องริมสุดเป็นช่องวางสำหรับวางของอื่นๆ ความพิเศษของโซฟาบริคโก้ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เพราะด้านล่างของโซฟาเป็นหน้าบานสไลด์ สำหรับเก็บของ 2 บาน มีความลึก 70 ซม. เราสามารถเก็บของได้ไว้ในใต้โซฟานี้ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า, กล่องใส่ของ, หนังสือ หรือจิปาถะอื่นๆ ชั้นแขวนบริคโก้ ขนาดกว้าง 160 x ยาว 20 x สูง 60 ซม. มีส่วนประกอบหลักเป็นเหล็กสีดำ เพิ่มความดิบในแนวสไตล์ลอฟท์มากขึ้น โดยแบ่งชั้นวางของ 4 ชั้น สามารถวางของโชว์ ตุ๊กตา ต้นไม้เล็ก หรืออื่นๆ พร้อมด้วยกล่องแขวนขนาดกว้าง 160 x ยาว 30 x สูง 60 ซม. เจาะยึดผนังแขวนด้วยไม้ก้อน มีบานเปิดด้วยกัน 4 บาน  ภายในแบ่งเป็นชั้นวางของ 2 ชั้น  8 ช่อง ซึ่งแต่ละชั้นสามารถรองรับน้ำหนักในการวางของได้ถึง 5 กิโลกรัม และยังสามารถเลื่อนปรับระดับได้อีกด้วย BEDROOM  ห้องนอน จุดเด่นคือชั้นและตู้เก็บของบริเวณหัวเตียงที่ช่วยเพิ่มพื้นที่การใช้งาน โดยตัวเตียงจะมีลิ้นชักเก็บของบริเวณด้านข้าง ที่สำคัญคือสามารถเลือกติดตั้งได้ทั้งซ้ายหรือขวาตามความชอบ ในส่วนของดีไซน์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะมีการหยิบเอาลูกเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของสไตล์ลอฟท์อย่าง “ปูนเปลือย” มาดีไซน์เป็นหน้าบานลิ้นชักตัดกับโทนสีน้ำตาลเข้มและพื้นผิวของวัสดุในบริเวณอื่น ทำให้สไตล์ลอฟท์ในห้องนอนนี้ ดูโดดเด่นมากขึ้น “ชุดห้องนอนบริคโก้  (Bricko Bedroom Set 6 ชิ้น)” ที่มาพร้อมเตียงนอน 5 ฟุต ขนาดกว้าง 160 x  ยาว 220 x  สูง 90 ซม. โดยโครงสร้างทำมาจากไม้สีออทัมน์ บราวน์ ซึ่งเป็นสีไม้เข้มที่ให้ความรู้สึกธรรมชาติของสีไม้ ส่วนเรื่องรองรับน้ำหนักไม่มีปัญหาเลยค่ะ ไม่ว่าผู้อยู่อาศัยจะตัวเล็กตัวใหญ่ก็สามารถนอนได้สบาย เพราะสามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 800 กิโลกรัมเลยทีเดียวค่ะ นอกจากนั้นยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้กับเรามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหัวเตียง ที่ปิดผิวด้วยสีเกรย์โต้ ซึ่งเป็นวัสดุปิดผิวสีใหม่ให้ดูคล้ายเหมือนสีปูนเปลือย ซึ่งเป็นสีประจำในแนวสไตล์ลอฟท์ และมีช่องว่างเปล่าๆ อีก 1 ช่องริมสุด ซึ่งเราสามารถวางวางไอแพด วางมือถือได้สะดวกเมื่อตอนเวลาเรานอนอีกด้วย ฟังก์ชั่นของเตียงรุ่นบริคโก้ยังมีความพิเศษอีกอย่างนั่นคือใต้เตียงเป็นลิ้นชัก 2 ช่อง ที่เราสามารถดึงเข้าดึงออก เอาไว้ใส่สิ่งของต่างๆ ได้สารพัดไม่ว่าจะเป็นหนังสือ กล่อง รูปภาพ และอื่นตามแต่ใจ ถือว่าเป็นการเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้กับห้องมากยิ่งขึ้น ในส่วนบริเวณด้านข้างนั้นยังมีตู้ข้างเตียง ขนาดกว้าง 160 x  ยาว 220 x  สูง 90 ซม. มีช่องใส่ของด้านบน ถัดลงมาเป็นลิ้นชักเก็บของ ส่วนด้านล่างก็เป็นช่างวางของขนาดใหญ่ ไม่มีผนังหลังสะดวกในการใช้ปลั๊กไฟหรือจะวางหนังสือซ้อนกันเป็นชั้นๆ ก็สะดวกสบายแบบสุดๆ มาพร้อมกับกล่องแขวนด้านบน กว้าง 30 x ยาว 30 x สูง 60 ซม. เป็นชั้นวางของ 2 ชั้น สามารถเลื่อนปรับระดับได้ และชั้นวางของขนาด กว้าง 30 x ยาว 20 x สูง 80 ซม.ที่จะเราสามารถวางของได้สารพัดนึกเลยค่ะ ถัดมาเป็นพื้นที่บริเวณปลายเตียง ซึ่งขอเรียกรวมๆ ว่าเป็นมุมจัดเก็บสำหรับห้องนอน เพราะเฟอร์นิเจอร์ในมุมนี้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้านั้น จะเน้นการดีไซน์ที่โดดเด่นเรื่องฟังก์ชั่นการจัดเก็บที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้ใช้ได้จัดเก็บเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องแต่งกายอื่นๆ ในคอนโดของคุณ ให้เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เรื่องแต่งตัวก็เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับคนที่ชอบรักการแต่งตัวเป็นชีวิตจิตใจ ก็ต้องอยากมีไว้ภายในห้อง เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นชุดบริคโกก็จัดหนักจัดเต็มออกแบบมาตอบสนองความต้องการด้วย “โต๊ะเครื่องแป้งแบบยืนรุ่นบริคโก้” เหมาะสำหรับคอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด โดยโครงสร้างเป็นไม้สีออทัมน์ บราวน์ ซึ่งเป็นสีไม้เข้มที่ให้ความรู้สึกธรรมชาติของสีไม้ได้เป็นอย่างดี ด้านบนเป็นกระจกบานใหญ่เอาไว้สำส่องสำหรับแต่งตัว แถมยังมีตะขอแขวนตรงด้านข้าง 2 ตะขอ เราสามารถใช้ไว้สำหรับแขวนสร้อยคอ กุญแจ นาฬิกา ก็ง่ายสะดวกสบาย มีชั้นวางของตรงใต้กระจกสามารถวางของเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง น้ำหอม หรืออื่นๆ ส่วนด้านล่างนั้นเป็นราวแขวนผ้า เราสามารถแขวนกางเกง ผ้าขนหนู ผ้าเช็ดหน้า ได้ที่ราวแขวนนี้เลย ก้มลงไปหยิบได้สะดวก แถมด้านหลังไม่มีผนังหลัง เปิดโล่ง เพิ่มความสะดวกในการใช้ปลั๊กไฟ และยังดีไซน์เข้ามุมหลบบัวด้านหลังเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์มากยิ่งขึ้น DINING CORNER มุมเล็กๆที่คุณสามารถเอาไว้นั่งชิลกับทุกมื้ออาหารของคุณ ตอบโจทย์ความต้องการนี้ด้วย ชุดโต๊ะอาหาร Bricko ที่มีดีไซน์กระทัดรัด สวย จบในเซตเดียว ทั้งลิ้นชักเก็บของด้านข้าง สำหรับเก็บอุปกรณ์ของใช้ กล่องแขวนติดผนังด้านบน และชั้นวางของอเนกประสงค์ สำหรับใช้จัดเก็บหรือวางของตกแต่ง...เรียกได้ว่าสวยเต็มสไตล์เหมาะสำหรับชาวคอนโดอย่างแท้จริง ชุดโต๊ะอาหาร บริคโก้ สไตล์ลอฟท์ (Bricko Loft Style) สีออทัมบราวน์ ตัดสีเกรย์โต้ ประกอบด้วย โต๊ะ 100 ซม., ชั้นแขวน 20 ซม., ชั้นแขวน 80 ซม. และ กล่องแขวน 100 ซม. ทั้งหมดจำนวน 4 ชิ้น โต๊ะอาหารที่พร้อมไปด้วยฟังก์ชั่นมากมาย โต๊ะเพิ่มความเท่บ่งบอกสไตล์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยส่วนประกอบเหล็กสีดำ 1 ด้าน มีหน้าบานลิ้นชัก เปิดเก็บของด้านใน 2 ชั้น มือจับเป็นเหล็กสีดำ ดีไซน์หลบบัวบ้านด้านหลังเพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการใช้สอยได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสินค้าชุดนี้เหมาะสำหรับผนังที่มีความสูง 240 ซม. เป็นต้นไป และจำเป็นต้องยึดเกาะผนังด้วยนะคะ ถ้าใครที่ชื่นชอบในสไตล์การตกแต่งห้องแนวลอฟท์ และกำลังหาเฟอร์นิเจอร์ไปจัดวาง โดยเฉพาะห้องขนาดพื้นที่จำกัดที่เน้นประหยัดพื้นที่ แต่ก็ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน  เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นใหม่จาก Koncept Furniture ก็นับว่าน่าสนใจและถูกออกแบบมาเพื่อพื้นที่เล็ก เอาใจสาวกลอฟท์ที่อยากแต่งห้องสวย เท่ แต่มีขนาดจำกัดได้เป็นอย่างดี เพราะ  “Bricko Style for Condo” เผยเสน่ห์ดิบเท่ด้วยงานดีไซน์เรียบง่าย ผสานหลากวัสดุ ใช้พื้นที่จัดวางน้อยแต่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้มาก นอกจากนี้ยังมีมัณฑนากรหรือเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบตกแต่งห้องประจำแต่ละสาขาด้วย เพียงคุณมีแปลนห้องและรายละเอียดขนาดห้องต่างๆ ก็สามารถปรึกษาและรับการออกแบบได้ฟรี! จะวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่สนใจ ตรงไหน ห้องไหน ยังไงดี ก็ลองไปปรึกษาดูนะคะ ถือว่าครบชุดและคุ้มค่ากับราคาจริงๆ ค่ะ สำหรับเฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกมาแนะนำในวันนี้ เพราะนอกจากจะตกแต่งได้ง่าย เลือกขนาดได้ตามใจ สามารถประกอบเข้าชุดกับตัวอื่นๆ ในคอลเลคชั่นเดียวกันได้อย่างสะดวก รวดเร็วแล้ว ยังมีความสวยเท่ ทันสมัย และมีสไตล์ในแบบลอฟท์ได้ดีทีเดียว หากอยากรู้จักเฟอร์นิเจอร์ Bricko Collection มากขึ้น หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ https://goo.gl/75Ljpv

บ้านสวย ร้านเด่น ล่าสุด

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

  วันนี้ทีมงาน Review Your Living มีโอกาสได้มาถ่ายทอดเรื่องราวน่าสนใจของคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งความพิเศษของคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป โดยมีขนาดถึง 16 ตารางเมตร แถมระเบียงของห้องนี้มีสวนส่วนกลางของโครงการเป็นพื้นหลังสีเขียวขจีที่สร้างความเป็นส่วนตัวได้ดีเลยยิ่งตอบโจทย์ คุณหมอตั้น เจ้าของห้องพักอาศัยที่มีภาระหน้าที่การงานหนักตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องเดินทางบ่อย จึงอยากได้คอนโดในพิกัดที่สะดวกทั้งสถานทำงานและบ้าน เพื่อให้ชีวิตในทุกๆ วันเข้าสู่โหมดการพักผ่อนอย่างแท้จริงทันทีที่เดินทางกลับมาถึง   เมื่อเจอทำเลที่ใช่ คุณหมอตั้นเลยไม่ลังเลใจที่จะซื้อและให้สถาปนิกเข้ามาเป็นผู้ดูแลในเรื่องของงานออกแบบตกแต่งภายในห้องทั้งหมด โดยโจทย์ที่ต้องการก็คือ..ความเรียบง่าย เน้นที่เก็บของเยอะและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงต้องมีพื้นที่สำหรับปาร์ตี้รองรับเพื่อนๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนได้  จากโจทย์ที่เจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมต้องการ สถาปนิกฝีมือดีอย่าง คุณบอย แห่ง ANONYM จึงไม่รอช้าบรรจงออกแบบพื้นที่ 51 ตารางวา ออกมาในสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกขณะ เพื่อให้คุณหมอตั้นรู้สึกสบายตาและสบายใจเมื่อก้าวเข้าในห้องพัก บรรยากาศในห้องจึงดูนิ่งๆ เรียบๆ เป็นส่วนตัวหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นแบบพอดิบพอดี   ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบของสถาปนิกโดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง   สถาปนิกลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์ญี่ปุ่น สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องพักขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง รู้สึกโปร่งโล่ง กว้างขวาง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น   บิลอินต์เฟอร์นิเจอร์สูงจรดเพดานทำให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากที่สุด   ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องพักอาศัยดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า   การใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น ภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่ช่วยเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม   ขยับมาที่ระเบียงภายนอก อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป มีขนาดถึง 16 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ สถาปนิกจึงออกแบบที่นั่งแนวยาวไปตามขนาดของพื้นที่ระเบียง สำหรับรองรับเพื่อนฝูงของคุณหมอตั้นที่มักจะแวะมาทานข้าวหรือปาร์ตี้กันสม่ำเสมอ ความโชคดีของแปลนห้องพักในส่วนของระเบียงนั้นคือมี background เป็นสวนโครงการภายนอกพอดีเลยให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง    ความกลมกลืนของไม้โทนสีอ่อนที่ดูลงตัวในทุกองค์ประกอบต่างๆ จนเกิดบรรยากาศชวนผ่อนคลาย   เพื่อเพิ่มกลิ่นอายแบบฉบับชาวญี่ปุ่น คุณบอยจึงเพิ่มต้นบอนไซให้เป็นลักษณะสำคัญของระเบียงภายนอก เพื่อสื่อสารถึงวิถีความเรียบง่าย เวลาก้าวออกมายังระเบียงจะรู้สึกเหมือนยกญี่ปุ่นขนาดย่อมมาไว้ในคอนโดนั่นเอง   จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์มินิมอล ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก ANONYM
12 ร้านคาเฟ่ สุดชิค! ใกล้บีทีเอส

12 ร้านคาเฟ่ สุดชิค! ใกล้บีทีเอส

วันสบายๆ แบบนี้ มีแผนไปไหนกันหรือยัง ถ้ายังไม่มี ขอแนะนำ 12 ร้านคาเฟ่ติดบีทีเอส บรรยากาศฟินเว่อร์ น่านั่งทำงานเป็นที่สุด พร้อมมุมตกแต่ง ไว้ให้ถ่ายรูปชิคๆ เหมาะกับคนที่ใช้การเดินทางด้วย BTS หรือ ที่มีที่พักอาศัยอยู่ย่าน CBD ที่อยู่ใจกลางเมือง ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS  มาดูกันว่ามีร้านคาเฟ่ไหนถูกใจวัยชิคบ้าง...       Chu Chocolate Bar & Cafe   คาเฟ่ ที่มีให้ทานได้ทั้งของหวานและของคาวที่ดีไม่ต่างกัน อาหารก็น่าทาน บรรยากาศก็ดีเพราะเป็นการตกแต่งสไตล์มินิมอล เน้นการใช้โครงเหล็กที่ทำให้เรารู้สึกเท่ ภายในร้านก็จะโล่งสบายตา เหมาะแก่การมานั่งเม้ามอยกับเพื่อนไม่ว่าจะกลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 8.00 – 21.00 น. 📌ถนน สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร (ชั้น 2​​ Exchange Tower)     Dandelion Cake and Picnic   คาเฟ่เล็กๆแต่ว่าอบอวลไปด้วยความอบอุ่น เป็นค่าเฟ่ที่ให้บริการทั้งอาหารคาวและก็อาหารหวาน ถ้าพูดถึงมุมถ่ายรูป ต้องที่ชั้นสองเพราะมีการตกแต่งให้เป็นสไตล์ปิกนิก ที่ให้มานั่งพักผ่อน ถ่ายรูปกันได้อย่างบันเทิงใจด้วย ที่สำคัญใครที่อยากทำขนมทางร้านมีเปิดคลาสให้เวิร์คช็อปทำขนมได้ด้วย 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 7.00 – 22.00 น. 📌 ถ.สุขุมวิท ระหว่างซอย 49 กับ 51 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร     V La Cha หรือ เวฬาฌา   ร้านขนมไทยทำเองและที่สำคัญตามชื่อเลยค่ะ ร้านนี้ต้องมีดีเรื่องชา ที่จะคัดสรรชามาจับคู่ทานกับขนมไทย ลงตัวสุดๆและที่ขาดไม่ได้เยร้านนี้ตกแต่งโทนน้ำเงิน ไม้ ผสมกับปูนเปลือย พูดง่ายๆว่าจะยกกล้องไปมุมไหนก้ได้ภาพมาลงไอจีอย่างแน่นอน 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ⌚ 10.00 – 20.00 น. 📌อารีย์ซอย 1 กรุงเทพมหานคร (อยู่ต้นๆซอยเลย ขวามือ)     Shugaa Room for Dessert   หวาน หวานกว่านี้จะไปที่ไหน ขนมหวานร้านนี้เขาอบอวลด้วยความหอมหวานจริงๆ เพราะมีเค้กชาเขียวนุ่มๆ สไตล์ญี่ปุ่นให้ได้ลิ้มลอง ภายในร้านนี้ตกแต่งด้วยสีพาสเทลหวาน จะเห็นบาร์ขนมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งอยู่ ของประดับตกแต่งต่างๆก็ดีไซน์ออกมาน่ารัก สดใส ที่สำคัญที่นี่ยังมีการเปิดให้เข้ามา เวิร์คช็อปและคลาสการตกแต่งเค้กอีกด้วย สีร้านหวานขนาดนี้ สายหวาน สายแบ้วนี่ต้องมาเลยนะ 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 20.00 น. 📌 The Residence@61 สุขุมวิท 61 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร     Yellow Spoon Pastry   บ้านสีเหลืองที่น่ารักกุ๊งกิ๊ง ร้านนี้มีขนมหวานโฮมเมดสูตรน้ำตาลน้อยไว้ให้เลือกทาน ยังมีเมนูอื่นให้เลือกทานอีกด้วยทั้งคาวทั้งหวาน ร้านนี้เขาไม่ได้มาเล่นๆนะ ภายในร้านจะตกแต่งด้วยงานไม้สีอ่อน ทำให้รู้สึกอบอุ่นเสมือนว่าเรากำลังนั่งทานขนมหวานอยู่ที่บ้าน เหมาะแก่การถ่ายรูปที่สู้ด 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 20.00 น. 📌โครงการ Ekkamai Complex ระหว่าง ซอยเอกมัย 19 และ 21 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร     Warm Welcome Bakery & Cafe   ร้านเบเกอรี่ที่อบใหม่ๆทุกวัน ที่พร้อมจะเสิร์ฟให้กับลูกค้าอย่างเช่น ขนมปังพานีนี สอดไส้ซอสมะเขือ พร้อมเสิร์ฟให้กับลูกที่แวะเวียนมาที่ร้าน ซึ่งภายในร้านก็ตกแต่งสไตล์มินิมอล สีขาว สบายๆ และยังมีงานศิลปะที่ลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้อีกด้วย 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 8.00 – 18.00 น. 📌 19/5 ซอย สุขุมวิท 33 กรุงเทพมหานคร (เยื้องๆกับร้าน Top Daily)     Veganerie Concept   เอาใจสายสุขภาพกันบ้าง เพราะชื่อคาเฟ่ก็นัยๆบอกเราอยู่แล้วว่า vegan ก็คือ มังสวิรัติ นั่นเอง ร้านนี้จึงต้องการทำให้คนที่ไม่ชอบกินผักเปลี่ยนมาทานผักกันมากขึ้น เข้าใจถึงมุมมองการทานอาหารแนวนี้ ร้านก็จะตกแต่ง เท่ๆ ใช้เฟอร์นิเจอร์หรือการตกแต่งที่เป็นไม้เสียส่วนใหญ่ และยังมีที่นั่ง Outdoor ด้านหน้าร้านให้รับลมชิลๆ อีก 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 22.00 น. 📌ซอยเมธีนิเวศน์ สุขุมวิท 24 ประมาณ 500 เมตร     Ink & Lion café   ร้านนี้เป็นร้านกาแฟ และขนมจุบจิบที่ทานง่ายๆสบายๆ เรียบง่ายมีสไตล์เป็นของตนเอง เนื่องจากอย่างโคมไฟทางร้านก็ทำขึ้นเอง ด้านหลังก็มีแกลลอรี่โชว์ผลงานศิลปะสำหรับคนที่หลงรักในงานศิลปะที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และอย่างที่บอกว่าร้านนี้โดดเด่นด้านกาแฟทางร้านจึงมีกาแฟจำหน่ายและอุปกรณ์ต่างๆให้สามารถกลับไปชงเองที่บ้านได้อีก 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 09.00 – 18.00 น. 📌 ซ.เอกมัย 2 สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร     Chunky   ร้านน่านั่งกับเมนูอร่อยที่ไม่ควรพลาด บรรยากาศร้านจะเป็นร้านสองชั้นที่จะรองรับลูกค้าที่หลากร้าน เป็นการตกแต่งแบบโมเดิร์นที่ดูสบายตาเหมือนกินข้าวกับที่บ้าน ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูไฮแน่นอน และที่นี่มีทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ให้เลือกหลายหลายตอบโจทย์มาก 🗓เปิดบริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ ⌚ 11.00 – 22.00 น. 📌ถนน สุขุมวิท ซอย สุขุมวิท 23 กรุงเทพมหานคร (เข้าซอยเลี้ยวขวาซอยแรกแล้วตรงไปร้านอยู่ขวามือ)     One Dee Cafe หรือ วันดีคาเฟ่   เป็นการผสมผสานความเป็นไทยกับความสากลที่มีการเอาขนมไทยมาเป็นส่วนผสมในเมนูต่างๆใช้แต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีทั้งความแปลก อย่าง ไอศกรีมกะทิหน้ากุ้ง ที่ความอร่อยล้น อะไรจะลงตัวขนาดนี้ บรรยากาศร้านก็จะสบายๆเรียบง่ายแบบไทย อยากให้เธอได้ลอง 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 22.30 น. 📌ซอย พหลโยธิน 7 กรุงเทพมหานคร (ใกล้บีทีเอสอารีย์)       Childhood Café   เป็นอีกร้านที่มองทางไหนก็ดูออกว่าร้านตกแต่งสไตล์มินิมอล ที่มีความโดดเด่น สีขาว ดูสะอาดสบายตา เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ของทางร้านที่เป็นหินอ่อน ผสมผสานกับการตกแต่งเพิ่มโดยต้นไม้สีเขียวที่ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น ร้านนี้อีกอย่างที่โดดเด่นคืออาหารไทยฟิวชั่นที่ทานง่าย เป็นเมนูที่เหมือนจะธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ⌚ 11.00 – 22.00 น. 📌ซอยสุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร     ARTIS   ร้านนี้มีสองสาขาสาขาหนึ่งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และอีกสาขาก็ที่กรุงเทพของเรานี่เอง เป็นอะไรที่น่าปลื้มปลิ่มมาก เพราะที่นี่โดดเด่นมาเรื่องกาแฟที่ทางร้านการันตีเลย แต่ไม่ได้มีดีที่กาแฟเพียงอย่างเดียวเพราะของทานเล่นของทางร้านก็หลากหลาย ที่ร้านก็จะตกแต่งสบายๆ มีความโมเดิร์นอยู่ภายในร้าน 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 06.00 – 19.00 น. 📌 สุขุมวิท 18 กรุงเทพมหานคร   ใกล้ที่ไหน สะดวกสถานีไหน จัดไปเลยนะ ขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบ จาก EventPass Facebook : https://www.facebook.com/EventPassfanpage/  
KINN Kaffe & Craft จิบกาแฟในสวนลับย่านลาดพร้าว

KINN Kaffe & Craft จิบกาแฟในสวนลับย่านลาดพร้าว

ลึกเข้าไปในซอยลาดพร้าว 25 บริบทรอบข้างเต็มไปด้วยบ้านเรือนและตึกเป็นส่วนใหญ่ แต่พื้นที่เกือบสุดทางของซอยตันนี้กลับมีบ้านไม้หลังเก่ายุค 90's ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นคาเฟ่ ภายใต้ชื่อ KINN Kaffe & Craft ที่คอยเปิดต้อนรับทุกคนอยู่ ด้วยร่มไม้เขียวขจีริมรั้วเตี้ยและประตูสีฟ้าเปิดกว้างรอต้อนรับให้ทุกคนไปนั่งจิบกาแฟเพลินๆ สัมผัสกับธรรมชาติใจกลางเมืองอันหาได้ยากในมหานครคอนกรีตแห่งนี้.. ทันทีที่เดินแหวกม่านขาวบางเข้าไปในบริเวณร้าน เราต้องหยุดชะงักให้กับความร่มรื่นที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมือง เพราะพื้นที่ตรงหน้าคือสวนสวยเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ทั้งไม้ยืนต้นอย่าง มะม่วง, ชมพู่, ลีลาวดี ไปจนถึงไม้แขวนอย่างเฟินสไบนางพุ่มใหญ่ และไม้ประดับอย่างแคคตัส เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความตั้งใจของสถาปนิกหนุ่มสาว คุณวิน ชิตชนันท์ ขรขันฑ์ และคุณเนย วิริญจ์ลดา เลิศธัญทวี เจ้าของร้านที่ต้องการจะรีโนเวตบ้านไม้ชั้นครึ่งหลังเก่า ในพื้นที่ราว 100 ตารางวา ให้กลายเป็นออฟฟิศภูมิสถาปัตย์กึ่ง Co-working space เล็กๆ สำหรับการทำงานและการพักผ่อนในคราวเดียว รวมถึงเพิ่มฟังก์ชั่นของคาเฟ่เข้าไป เพื่อให้บ้านหลังเล็กแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่น ท่ามกลางสวนสีเขียวกับความสุขเล็กๆ รอบตัวแก่ผู้มาเยือนทุกคน เมื่อมีคอนเซ็ปต์ร้านที่ชัดเจนแล้ว เจ้าของร้านจึงเริ่มต้นปรับปรุงตัวบ้านไม้ที่มีสภาพผุพังไปตามกาลเวลา โดยต้องการให้พื้นที่ภายใน โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด จึงทุบผนังบางส่วน แต่ยังคงโครงสร้างอาคารเดิมไว้ เพื่อเปิดให้สเปซเชื่อมถึงกัน จากพื้นที่ชั้นล่างสู่ชั้นบนที่การใช้งานเดิมเป็นเพียงห้องรับแขก และห้องนอนซึ่งเชื่อมกันด้วยบันไดไม้ขนาดเล็ก บริเวณชั้นล่างของบ้านไม้เก่ายุค 90’s ถูกต่อเติมให้เป็นพื้นที่ต้อนรับ พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ไม้ขนาดใหญ่ หน้าฝาบ้านไม้เก่าแบบโบราณทาสีใหม่ประดับด้วยของสะสมสไตล์วินเทจทั้งของเก่าพื้นเมืองและของใหม่ อาทิ รูปปั้น, กรอบรูป, เครื่องจักรสาน ที่แทรกด้วยกระถางต้นไม้ขนาดเล็ก และช่อดอกไม้แห้งเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของคาเฟ่สีเขียว รวมถึงต่อเติมชายคาส่วนหน้าบ้านด้วยโครงสร้างกระจกให้เป็นส่วน Green House พร้อมสวนสีเขียวขจี ขยับมายังส่วนพื้นที่ชั้นลอยถูกเนรมิตให้เป็นมุมนั่งเล่นจิบกาแฟ ในบรรยากาศโฮมออฟฟิศ กับมุมโซฟาหนังสุดคลาสสิกขนาดใหญ่ และมุมที่นั่งริมชาน คุมโทนด้วยการเลือกใช้ของตกแต่งสีเขียวและสีน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ และสบาย อีกทั้งเจาะช่องแสงเพิ่มระหว่างฝาบ้านทำให้แสงธรรมชาติจากภายนอกส่องเข้าถึงพื้นที่ภายในได้เป็นอย่างดี ในส่วนของบริเวณโดยรอบ เจ้าของร้านปรับพื้นที่โดยเปลี่ยนโรงจอดรถเก่าให้เป็นโซนที่นั่งแบบเอ๊าต์ดอร์ มาพร้อมสนามหญ้าและสวนขนาดเล็กแทรกอยู่ตามบริเวณมุมต่างๆ จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งกระถางต้นไม้หลากหลายขนาด สร้างบรรยากาศด้วยม่านโปร่งแสงสีขาวปลิวไสวไปตามกระแสลม พร้อมเสียงเพลงสากลอินดี้โฟล์ก ที่บางคราวถูกแทนที่ด้วยดนตรีแจ๊ซเปิดคลอ เหมาะแก่การจิบกาแฟ, ประชุม,  นั่งทำงาน, อ่านหนังสือ ไปจนถ่ายรูปเพลินๆ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่มีศักยภาพเป็นจุดพักสายตา ใครที่มองหาเครื่องดื่มเย็นๆ คลายร้อน ขอแนะนำเมนูซิกเนเจอร์อย่าง KINN Iced Kaffe กาแฟเย็นสูตรพิเศษของทางร้านที่เพิ่มรสชาติด้วยไซรัปสูตรพิเศษหอมหวานชื่นใจ โดยเน้นเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีชงแก้วต่อแก้ว เพื่อให้ได้รสชาติเข้ม กลมกล่อม ยิ่งถ้าทานคู่กับ Blueberry Cheese Pie สูตรของทางร้านด้วยล่ะก็..ยิ่งเพิ่มความฟินที่ดีต่อใจ ภายใต้บรรยากาศบนพื้นที่สีเขียวแสนร่มรื่นใจกลางลาดพร้าวแห่งนี้เหลือเกิน หากคุณเป็นคอกาแฟและต้องการหาคาเฟ่สงบๆ หลบหลีกชีวิตที่แสนวุ่นวายในเมืองหลวง KINN Kaffe & Craft คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ตัวร้านตั้งอยู่ที่ 6/22 ซอยลาดพร้าว 25 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook/kinnkaffe หรือ Instagram/kinnkaffe
บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

จุดเริ่มต้นของการอยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งของใครหลายๆ คน ก็คงไม่ต่างจากบ้านของ คุณเอก ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก สถาปนิกหนุ่มแห่ง Gooseberry Design ที่มีความตั้งใจอยากสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว รองรับชีวิตของลูกตัวน้อยทั้งสองคน โดยลงมือออกแบบบ้านด้วยตัวเองซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดของขนาดที่ดินและสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนหนาแน่นในซอยโดยรอบ แต่คุณเอกเองก็ได้ใช้ความสามารถทางวิชาชีพที่มีก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยให้ออกมาสวยงามน่าอยู่อาศัยในรูปแบบโมเดิร์น ทรอปิคัล ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี   บ้านกล่องสี่เหลี่ยมหลังคาทรงจั่วสีขาว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางชุมชนอย่างสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 280 ตารางเมตร จุดสังเกตหลักที่เราสะดุดตาได้ตั้งแต่แรกเห็น คืออาคารสีขาวโพลนออกแบบ Facade (ฟาซาด) เหล็กสีดำมีลักษณะเหมือนตัวต่อเลโก้ไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ ในรูปทรงสามเหลี่ยมปกคลุมอาคารด้านหน้าไว้เพียงครึ่งหนึ่ง  ซึ่งมีหน้าที่ช่วยลดความร้อนก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน และยังช่วยลดอัตราการใช้พลังงานให้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องแสงเพื่อให้ภายในบ้านได้รับลมและแสงสว่างเพียงพอ นอกจากจะได้ความสวยงามอย่างปลอดโปร่งแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับ อีกทั้งตัวอาคารยังดูสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการประดับประดาไม้ประดิษฐ์สีเขียวขจีลงไปในชิ้นฟาซาดเหล็ก   “บ้านหลังนี้มีที่มาครับ” สถาปนิกเจ้าของบ้านเริ่มเล่า “ช่วงหลายปีก่อนผมซื้อที่ดินแปลงนี้เก็บไว้เฉยๆ ตอนแรกทำเป็นสนามหญ้าให้ลูกวิ่งเล่น แต่พอเห็นรถไฟฟ้าหน้าซอยเริ่มก่อสร้างเลยคิดอยากสร้างบ้านไว้ให้เขาในอนาคต โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าบ้านอยู่สบาย ไม่ร้อน และตอบโจทย์งบประมาณ ผมเลยออกแบบแปลนบ้านให้มีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) มีสเปซเชื่อมถึงกันทุกส่วน โดยเว้นคอร์ทยาทไว้ตรงกลางไว้ให้สมาชิกทุกคนสามารถมองวิวได้ แม้ในอนาคตจะมีอาคารอื่นมาสร้างขึ้นข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอยู่”     ทั้งนี้เพื่อดึงธรรมชาติภายนอกเข้าไปสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านจะพบว่าพื้นที่ภายในดูโปร่งโล่งสบายและเชื่อมต่อถึงกันทุกส่วน เนื่องจากมีประตูบานเลื่อนและบานเฟี้ยมกระจกใสรายล้อมอาคารผนังฝั่งที่ติดกับคอร์ทยาท โดยพื้นที่แรกจะเป็นส่วนของแพนทรีและโต๊ะทานข้าวกระชับความสัมพันธ์ก่อนขยับเข้าไปยังทางเดินที่แยกขึ้นบริเวณชั้นสองและห้องนั่งเล่น อีกทั้งประตูหน้าต่างของบ้านเมื่อเลื่อนเปิดออกทั้งหมดจะทำให้ลมพัดผ่านได้ดี ไม่เพียงแต่พื้นที่ภายในเท่านั้นที่มีความเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน บริเวณสวนด้านนอกภายในบ้านหลังนี้มีต้นมั่งมี ที่ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่พักอาศัยคอยทำหน้าที่ให้ความร่มรื่น และลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมคอนกรีตลงมาอยู่ในจุดที่สมดุลโดยไม่ไปรบกวนโครงสร้างโดยรวม     ในบริเวณห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้เรียบง่าย เน้นโทนสีเรียบๆ มีลูกเล่นอยู่ที่ผนังกรุลามิเนตลายไม้สีอ่อนให้กลิ่นอายสไตล์สแกนดิเนเวีย ภายในถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเป็นตู้และชั้นวางของล้อไปกับโครงสร้างของบ้าน อีกสิ่งหนึ่งเลยที่คุณเอกบอกว่าขาดไม่ได้สำหรับห้องนั่งเล่นนี้คือโซฟาตัวยาวสีเทาเข้มที่เลือกลงทุนเพื่อการใช้งานในระยะยาว โดยจัดวางโซฟาไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ส่วนนี้เป็นสเปชกึ่งห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เพราะสถาปนิกออกแบบให้มีมุมทำงานในตัวแต่พื้นที่โดยรอบก็ยังดูโปร่งโล่งด้วยการกรุประตูกระจกใสไว้ที่ผนังฝั่งที่เชื่อมกับคอร์ทยาท     ด้วยการออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบ้านเชื่อมต่อถึงกัน บริเวณโถงทางเดินจึงต่อเนื่องและนำสายตาไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้เป็นอย่างดี ส่วนผนังข้างบันไดขึ้น-ลงคุณเอกหล่อเป็นแผ่นคอนกรีตสูงจากพื้นจรดเพดานชั้นสองขึ้นมาเพื่อโชว์พื้นผิวแบบดิบๆ ซึ่งก็สอดรับกับโครงเหล็กที่เห็นเป็นเส้นสายแนวตั้งโดยใช้เป็นราวจับบันได อีกทั้งยังปูลูกนอนด้วยไม้สักเนื้อแข็งสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นกับบ้านมากขึ้น     ทันทีที่ไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับระเบียงที่เปิดโล่ง มองเห็นคอร์ทยาทเป็นส่วนเชื่อมพื้นที่ตรงกลางพร้อมรับแสงธรรมชาติสู่ภายในได้เต็มที่ พื้นที่ทั้งหมดประกอบด้วยห้องนอนใหญ่บริเวณส่วนในสุดของอาคาร ห้องนอนเล็ก ห้องพระ และห้องทำงานจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ติดกับรั้วด้านหน้าบ้าน     อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของบ้านหลังนี้คือเพดานในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยปูนเปลือยทั้งหมด โดยเกิดจากความตั้งใจของคุณเอกที่อยากโชว์พื้นผิวของวัสดุจึงหล่อเป็นคอนกรีตขึ้นมา ทำให้หลังคาจั่วนี้ดูสวยงามไม่ต่างจากหลังคาจั่วทั่วไป แถมภายในห้องยังให้บรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบายอีกด้วย     เราอาจกล่าวสรุปได้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังนี้นอกจากคุณเอกตั้งใจสร้างให้เป็นบ้านสำหรับลูกๆ แล้ว ยังสร้างตามใจผู้อยู่อย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน
3 คาเฟ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

3 คาเฟ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

  ส่งต่อความอิ่มอร่อยอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองกับ 3 ร้านคาเฟ่ดีๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ซึ่งสกู๊ปนี้ทีมงาน Review Your Living ได้รวบรวมมาให้ทุกคนได้ตามไปเช็คอินให้อินเทรนด์เช่นเคย แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่านอกจากเมนูขนมและเครื่องดื่มจะอร่อยมากๆ แล้ว การดีไซน์ตกแต่งร้านก็โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กันค่ะ ส่วนจะมีคาเฟ่ไหนบ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลย   1. Toby’s เริ่มกันที่ร้านแรกกับ Toby’s ร้านคาเฟ่กึ่งบรั๊นซ์ที่เปรียบเสมือนบ้านเพื่อนสนิทของทุกคน ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารอิฐสีแดงหลังใหญ่ในซอยสุขุมวิท 38 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเจ้าของร้านทั้ง 4 คน ตั้งใจให้การแวะมาดื่มกาแฟและรับประทานบรั๊นซ์ในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเองเหมือนพักผ่อนอยู่บ้านเพื่อน สำหรับการตกแต่งภายในร้านจะเน้นสีขาวและความโปร่งสบายของธรรมชาติจากภายนอกที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ คลุมโทนเฟอร์นิเจอร์ด้วยสีขาว ฟ้า เทาและสีธรรมชาติของไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเพิ่มความสดชื่นด้วยไม้ประดับต้นเล็ก ตามมุมต่างๆ จนเหมือนนั่งเล่นอยู่ในบ้านจริงๆ ค่ะ ในส่วนของเมนูบรั๊นซ์และขนมแต่ละเมนูทางร้านจะเน้นเรื่องของความสดใหม่ วัตถุดิบคุณภาพ และรสชาติที่ถูกปากคนไทย สำหรับคอกาแฟคงต้องถูกใจกับเมล็ดกาแฟไทยที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี หรือถ้าใครที่ไม่ทานกาแฟทางร้านก็มีสมูธตี้ เครื่องดื่มสุขภาพให้เลือกมากมาย รวมถึงเบเกอร์รี่โฮมเมดของทางร้านก็มีสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในแต่ละวันให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย Toby’s ซอยสุขุมวิท 38 เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันจันทร์)  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. โทร. 02-712-1774   2. Flower in hand by P. จากร้านดอกไม้เล็กๆ ในซอยอารีย์ 1 ล่าสุดขยับขยายมาเปิดร้านใหม่อยู่ไม่ไกลในซอยอารีย์ 2 ซึ่งหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับชื่อ Flower in hand by P. กันดีอยู่แล้วด้วยสไตล์การจัดดอกไม้ที่เป็นเอกลักษณ์มุ้งมิ้งชวนฝัน จนสาวๆ อยากมาเรียนมากมาย คุณแพรเจ้าของร้านจึงลงมือสานฝันให้โดยตั้งใจทำร้านเป็นสตูดิโอไว้ทำกิจกรรม Workshop ดอกไม้ที่สับเปลี่ยนไปทุกเดือน และยังแบ่งโซนคาเฟ่ไว้บริการเครื่องดื่มและขนมโฮมเมด ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ตัวร้านตกแต่งสีขาวสะอาดตา ใช้ไม้สีเข้มเป็นหลัก รายล้อมด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด มีมุมน่ารักๆ หลายมุมให้ได้ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลอย่างเพลิดเพลิน สำหรับเมนูขนมและเครื่องดื่มทางร้านจะเน้นขนมทานง่ายอย่าง Financiers, Scone, Cookie ที่ดูเหมือนธรรมดา แต่กลับไม่ธรรมดาในรสชาติและหน้าตา เพราะทางร้านได้เปลี่ยนภาพคุกกี้แบบเดิมๆ โดยนำดอกไม้จริงแต่ละซีซั่น ที่ทานได้มาทำเป็นหน้าคุกกี้ด้านบน ส่วนเครื่องดื่มจะเน้นสไตล์ Slow Bar มีให้เลือกทั้งชา กาแฟ อิตาเลี่ยนโซดา ในรสชาติที่กลมกล่อมและหอมหวาน Flower in hand by P. ซอยอารีย์ 2 เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันพุธ)  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. โทร. 062-758-2233   3. Neighbood Café ร้านสุดท้ายกับเพื่อนบ้านคนสำคัญที่ไม่แนะนำคงไม่ได้กับ Neighborhood Café คาเฟ่ย่านหลักสี่ที่เปิดบริการตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเสิร์ฟกาแฟดีๆ และอาหารราคามิตรภาพให้ลูกค้าก่อนไปทำงาน ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นสบายๆ เหมือนอยู่บ้านซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง สำหรับการออกแบบตกแต่งร้านนั้นเป็นฝีมือของคุณกอล์ฟ สถาปนิกหนุ่มเจ้าของร้าน ตกแต่งในสไตล์วินเทจ ดูโปร่งโล่งด้วยการกรุกระจกใสรอบร้าน เพิ่มความสบายตาด้วยไม้ประดับ เติมความเท่ดิบๆ แมนๆ ด้วยผนังอิฐ ก่อนจะประดับประดาด้วยของตกแต่งเก่าที่ลงตัวเข้ากันเป็นอย่างดี สำหรับคอกาแฟคงต้องยกนิ้วชื่นชมให้กับทางร้านเลยค่ะ เพราะนอกจากความพิถีพิถันในการคัดเลือกเมล็ดกาแฟแล้ว ทางร้านยังสนับสนุนของไทยโดยใช้เมล็ดกาแฟคั่วคุณภาพดีจากดอยช้างเคี่ยน ซึ่งให้รสชาติที่กลมกล่อมไม่เหมือนใคร หากไม่ดื่มกาแฟก็มีเมนูสดชื่นให้ได้ชิมนะคะ ส่วนเมนูอาหารและขนมทางร้านจะเสิร์ฟเมนูทานง่ายแต่มีความพิเศษในรสชาติที่ปรุงจากสูตรเฉพาะ และคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพเท่านั้นค่ะ Neighborhood Café ซอยวิภาวดี 56 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ปิด 16.00 น.) โทร. 094-159-1596
Lazy Toby คาเฟ่ในรูปแบบ Pop up store ใจกลางเมือง ตามแบบฉบับหนุ่มสาวมินิมอล

Lazy Toby คาเฟ่ในรูปแบบ Pop up store ใจกลางเมือง ตามแบบฉบับหนุ่มสาวมินิมอล

เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อของ Toby's ร้านกาแฟกึ่งบรันช์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสะดุดตากับ อาคารทรงจั่วกรุตกแต่งด้วยอิฐมอญคล้ายกับโกดังในยุโรป ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 38 ล่าสุดทางร้านได้ขยับขยายมาเปิดสาขาใหม่ขนาดกะทัดรัดแบบ Pop up store ที่ J Avenue Thonglor ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง ซอยทองหล่อ 15 ในพิกัดที่ง่ายต่อการไปถึง ภายใต้ชื่อ Lazy Toby ซึ่งที่มาของชื่อร้านนั้นถูกตั้งจากคาแลคเตอร์ของพาร์ทเนอร์ทั้ง 4 คน โดย Toby's นั้นเปรียบเสมือนเพื่อนสนิทผู้ชายคนที่ 5 มีบุคลิกอบอุ่น สนุกสนาน และเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังชอบดื่มกาแฟและทำอาหารด้วย แต่เมื่อเพิ่มโลเคชั่นใหม่ให้ลูกค้าได้เช็คอินทางร้านเลยขอเติมคำว่า Lazy เข้าไปเพื่อบ่งบอกถึงคอนเซ็ปต์ร้านที่เรียบง่าย สบายๆ นั่นเอง     สำหรับบรรยากาศและการตกแต่งร้าน Lazy Toby นั้นจะแตกต่างจาก Toby's แต่ยังคงความอบอุ่นไว้เช่นเคย ตัวร้าน ตกแต่งในสไตล์มินิมอล เน้นโทนสีขาวผสมผสานกับงานไม้เป็นหลักเพื่อให้บรรยากาศแบบโฮมมี่ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวาด้วยการประดับประดาต้นไม้เล็กใหญ่ไว้ในกระถาง ให้ได้ถ่ายรูปและนั่งชิลล์กันเพลินๆ     ในส่วนของเมนูเครื่องดื่มและขนมที่นี่จะเน้นเมนูทานง่ายสไตล์ Grab & Go โดยคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพดีนำมาครีเอทเป็นเมนูสุขภาพต่างๆ อาทิ น้ำผลไม้สกัดเย็น สมูธตี้ และโยเกิร์ตโฮมเมด เป็นต้น ซึ่งหากติดใจในรสชาติกาแฟที่กลมกล่อมจาก Toby's อยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่ควรพลาดเมนูแก้วโปรดหลากหลายสูตรที่ทางร้านนำมาบริการ หรือจะสั่งเมนูขนมโฮมเมดที่จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปในแต่ละวันมาทานคู่กันก็ยิ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้ละมุนลิ้นมากขึ้น     ปิดท้ายก่อนกลับบ้าน หากแชะภาพสวยๆ ชิมเมนูโปรดกันอย่างเพลิดเพลินแล้ว จะเลือกซื้อขนมโฮมเมดติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านก็ได้อีกเช่นกันค่ะ ซึ่งร้านเก๋ๆ เครื่องดื่ม อย่าง Lazy Toby  ที่เปรียบเหมือนบ้านเพื่อนสนิทใจกลางเมืองทองหล่อแห่งนี้จะเปิดบริการเพียง 6 เดือนเท่านั้น เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2560 และเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00 – 20:00 น.  
แบบบ้านไม้หลังเล็กๆ ชั้นเดียว สไตล์ญี่ปุ่น

แบบบ้านไม้หลังเล็กๆ ชั้นเดียว สไตล์ญี่ปุ่น

ขอนำเสนอบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า ที่ดูเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากทั้งการออกแบบและการตกแต่งแต่อบอุ่น ตัวบ้านเป็นแบบชั้นเดียว  พร้อมด้วยพื้นที่เฉลียงไม้ใต้ชายคาเล็กๆ ยื่นออกมาสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน   ภายในบ้านตกแต่งตามสไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า มีพื้นที่กว้าง มีมุมไว้ทำอาหาร ส่วนพื้นที่ว่างไว้สำหรับพักผ่อน และวางฟูก ตามสไตล์ญี่ปุ่นยุกเก่า   คนที่ความเป็นส่วนตัวน่าจะชอบเพราะบ้านหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร ราคาในการก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 250,000 - 350,000 ใครมีเนื้อที่ก็สามารถนำไปสร้างสำหรับเป็นบ้านพักผ่อนได้นะครับ   ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.talo.co.jp
จัดสวนบาหลีในบ้าน 7 ไอเดียจัดสวนสำหรับเมืองร้อน

จัดสวนบาหลีในบ้าน 7 ไอเดียจัดสวนสำหรับเมืองร้อน

อยากจัดสวนบาหลีในบ้านด้วยตัวเอง มาดูไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านกัน พร้อมแนะนำพรรณไม้สำหรับจัดสวนบาหลี ที่เหมาะกับอากาศเมืองร้อน อยากรู้ว่ามีวิธีจัดสวนบาหลีอย่างไรบ้าง ตามไปชมกันครับ สวนบาหลีเป็นหนึ่งในสไตล์การจัดสวนยอดนิยม โดยเฉพาะแถบพื้นที่เมืองร้อนอย่างบ้านเรา เนื่องจากสวนสไตล์บาหลีเป็นการจัดสวนที่มีการนำวัฒนธรรมท้องถิ่น สภาพอากาศ และธรรมชาติมาปรับสมดุลให้เข้ากันอย่างลงตัว เอาเป็นว่าใครที่กำลังมองหาไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านด้วยตัวเองอยู่ ก็ตามไปชมไอเดียจัดสวนบาหลีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เลย 1. มีไม้ประดับให้ร่มเงา พรรณไม้จัดสวนบาหลีควรเป็นไม้เมืองร้อนที่ทนร้อนและทนแล้งได้ดี ซึ่งพรรณไม้ที่นิยมนำมาแต่งสวนบาหลีนั้นได้แก่ ไม้น้ำ ไม้เลื้อย และไม้ยืนที่ให้ร่มเงา ซึ่งพรรณไม้ที่นิยมนำมาแต่งสวนสไตล์บาหลี ได้แก่ ต้นปาล์ม, ต้นบอน, สับปะรดสี, ดราแคนน่า, ฟิโลเดนดรอน, กล้วยพัด และเฟิร์น 2. ตกแต่งด้วยสีสันของไม้ดอก ในการจัดสวนบาหลีนอกจากจะมีพรรณไม้ให้ร่มเงาแล้ว ควรจะแต่งแต้มความสดใสด้วยสีสันสวยงามของไม้ดอกด้วย ซึ่งไม้ดอกที่นิยมนำมาจัดสวนบาหลีเป็นดอกไม้ที่มีสีสันจัดจ้านและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ลีลาวดี, ชบา,  เบิร์ดออฟ พาราไดซ์ (ปักษาสวรรค์), บัว, ชวนชม, เฮลิโคเนีย (ธรรมรักษา) และกล้วยไม้ 3. เน้นใช้วัสดุธรรมชาติ นอกจากความเขียวขจีของพรรณไม้ที่สำคัญกับสวนบาหลีแล้ว ในรายละเอียดของการตกแต่งก็สำคัญไม่แพ้กัน หากอยากให้ใกล้เคียงกับความเป็นบาหลีมากขึ้น ควรจะตกแต่งด้วยของตกแต่งที่ทำมาจากธรรมชาติหรือทำเลียนแบบธรรมชาติ เช่น บุผนังรอบสวนด้วยไม้ไผ่ ใช้ใบจากมุงหลังคาศาลานั่งเล่น โรยทางเดินด้วยหินหรือตกแต่งทางเดินด้วยกระเบื้องหินเลียนแบบลายจากธรรมชาติ 4. สร้างชีวิตชีวาด้วยบ่อน้ำ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้สวนดูสดชื่น ผ่อนคลาย มีชีวิตชีวา และดูร่มเย็น เหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อนอย่างแท้จริง ดังนั้นควรมีที่สำหรับทำบ่อปลา บ่อน้ำเล็ก หรือน้ำพุในมุมเล็ก ๆ ให้มีเสียงน้ำเคลื่อนไหวอยู่รอบ ๆ ด้วย 5. มีศาลาไว้พักกาย ศาลาสำหรับพักผ่อนที่เข้ากับธีมสวนบาหลี เห็นทีคงหนีไม่พ้นศาลามุงใบจาก ศาลาไม้ไผ่ หรือศาลาไม้สวย ๆ สักหลัง แต่ถ้าหากบริเวณบ้านมีพื้นที่น้อย อาจจะเปลี่ยนจากการนำศาลามาตกแต่งสวน เป็นการนำโต๊ะ-เก้าอี้ชุดเล็ก ๆ ที่ทำจากไม้มาวางไว้นั่งเล่นกับคนในครอบครัวแทนก็ได้ครับ 6. เพิ่มกลิ่นอายบาหลีด้วยรูปปั้นหินสลัก รูปปั้นหินสลักเป็นอีกหนึ่งของตกแต่งสวน ที่จะทำให้สวนของคุณมีกลิ่นอายของความเป็นบาหลีมากขึ้น ซึ่งรูปปั้นหินสลักที่นิยมทำมาใช้ส่วนใหญ่ ได้แก่ รูปปั้นหินสลักหน้าคนและสัตว์ หรือเทพในตำนานต่าง ๆ เป็นต้น 7. เครื่องหอมสร้างความผ่อนคลาย ถ้าใครสนใจอยากเพิ่มมิติใหม่ให้กับการพักผ่อนในสวนแบบบาหลีอย่างเต็มที่ บรรดาเครื่องหอมช่วยคุณได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นธูปหอมกำยาน น้ำมันหอมระเหย หรือถุงบุหงา ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นครับ คงเห็นกันแล้วใช่ไหมครับว่าการจัดสวนสไตล์บาหลีนั้นไม่ยากจริง ๆ เพียงแค่ทำตามไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านเหล่านี้ สวนในบ้านของคุณก็จะกลายเป็นสวนสวย ๆ ที่มีกลิ่นอายความเป็นบาหลีขึ้นมาทันที ถ้าติดใจสวนสไตล์นี้ก็ลองนำไอเดียไปใช้กันดูนะครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com, homeimprovementpages, calyx, thaihomegarden และ decorreport  
บ้านสไตล์โมเดิร์นแฝงความน่ารักของงานตกแต่ง

บ้านสไตล์โมเดิร์นแฝงความน่ารักของงานตกแต่ง

LA House เป็นบ้านในสไตล์ Contemporary ซึ่งถูกออกแบบโดย Studio Guilherme Torres ในเมือง Londrina ประเทศ Brazil โดยเป็นอาคารแบบสามชั้น แต่ละชั้นจะมีลักษณะเป็นพื้นที่แบบเปิดโล่ง โดยตัวบ้านถูกกั้นด้วยกำแพงยาว ซึ่งเป็นการทำตามความต้องการของลูกค้าที่ชอบบรรยากาศแบบคอนโดมิเนียม และต้องมีความเป็นส่วนตัวสูง ภายนอกเราจะเห็นโครงสร้างของตัวบ้านถูกดีไซน์แปลกตา โดยมีลักษณะของสี่เหลี่ยมคางหมู ซึ่งจะให้ความรู้สึกของความเป็นโมเดิร์นสไตล์ได้อย่างชัดเจน ทางเข้าด้านหน้าที่กว้างขวางถูกดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมด้วยทางเดินเข้าสู่ตัวบ้านที่ถูกขนาบข้างด้วยสระว่ายน้ำและพื้นที่ของสนามหญ้า ผู้ที่อยู่อาศัยจะสามารถรู้สึกถึงการเชื่อมต่อระหว่างภายในออกมายังภายนอกด้วยประตูกระจกหมุนขนาดใหญ่ ส่วนแรกที่จะเจอคือห้องนั่งเล่นที่ถูกตกแต่งให้มีความรู้สึกย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งด้วยผนังที่ถูกติดสติ๊กเกอร์เกมยอดฮิตในยุค 90' และสะดุดตากับโซฟาสีเทาอ่อนขนาดใหญ่ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ต่างๆ ที่ถูกจัดวางให้เข้ากันอย่างลงตัว ผนังปูนถูกติดด้วยสติ๊กเกอร์เกม 1981 Galaga Arcade สร้างบรรยากาศสนุกสนานได้เป็นอย่างดี ห้องครัวอีกส่วนที่สร้างความดึงดูดและน่าเชื้อเชิญได้ไม่น้อย ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปิดโล่งผสมผสานกับของตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เช่น เคาน์เตอร์ทอปสีเหลืองแบบมันวาว ตัดกับชั้นเก็บจานชมและโต๊ะอาหารสีเข้มสร้างมุมมองที่เก๋ไก๋และให้บรรยากาศดีมากๆอีกด้วย หินอ่อนถูกนำมาใช้เป็นวัสดุในการปูพื้นและเคาน์เตอร์โต๊ะเครื่องแป้งในห้องน้ำ โดยดีไซน์เนอร์เน้นการตกแต่งที่ให้มุมมองสะอาดและการใช้ที่เรียบง่าย พร้อมแบ่งเป็นโซนเปียกและแห้ง ซึ่งในส่วนโซนแห้งถูกปูพื้นด้วยไม้ธรรมชาติ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.forfur.com

รีวิวสินค้าน่าใช้ ล่าสุด

ให้ห้องนอนเป็นสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนคุณในแบบ original U

ให้ห้องนอนเป็นสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนคุณในแบบ original U

พื้นที่ในบ้านที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว และเป็นพื้นที่ที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเรามากที่สุดน่าจะหนีไม่พ้น “ห้องนอน” แล้วยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าของห้องที่รักการแต่งตัวด้วยแล้วล่ะก็ การมี “มุมแต่งตัว” หรือ “ห้องแต่งตัว” จัดไว้เป็นสัดส่วนชัดเจน เป็นระเบียบเรียบร้อยตามอย่างที่ฝันก็คงจะสร้างความสุขได้ไม่น้อยเลย     จะไปกลัวอะไรถ้าเราอยากจะปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัว ให้เป็นไปอย่างที่ใจฝัน คุณเองก็สามารถมีห้องนอนในแบบ original U ได้ไม่ยาก แค่รู้ว่าตัวเองชอบแบบไหน และเป็นคนสไตล์ไหน การสะท้อนตัวตนผ่านเฟอร์นิเจอร์ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป   สไตล์โมเดิร์นเรียบๆ แต่เก๋ ก็เป็นหนึ่งในสไตล์ยอดฮิตที่หลายๆ คนชื่นชอบ การตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเรียบๆ ในห้องนอน จะช่วยให้บรรยากาศในห้องดูสงบเหมาะกับการพักผ่อน แต่ถ้าชอบเฟอร์นิเจอร์แบบน้อยชิ้น สไตล์มินิมอล ก็เป็นอีกสไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งโทนสีที่เรียบง่าย ถึงจะมีเฟอร์นิเจอร์ไม่มากแต่ทุกชิ้นต้องสามารถตอบโจทย์การใช้สอย และมีฟังก์ชั่นที่ดีพอ     นอกจากนี้การตกแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ก็ยังคงเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ เฟอร์นิเจอร์โลหะง่ายๆ มีดีเทลไม่มากในโทนสีเข้มขรึมก็เป็นอีกสไตล์ที่เลือกตกแต่งได้ไม่ยากเลยค่ะ ส่วนใหญ่แล้วห้องในสไตล์ลอฟท์จะเน้นโชว์ความดิบของวัสดุ โชว์โครงสร้าง ลายเส้นต่างๆ ให้ห้องน่าสนใจมากขึ้น คุณผู้ชายส่วนใหญ่มักจะชอบความง่ายๆ ไม่ซับซ้อนกับการใช้งาน การวางโชว์ของสะสมไว้บนชั้นที่เปิดโล่ง หรือการแขวนเสื้อผ้าง่ายๆ ไว้บนราวเหล็ก ก็จะทำให้การเลือกหยิบเสื้อผ้าในแต่ละครั้งรวดเร็วยิ่งขึ้น     Walk-in Closet นับว่าเป็นพื้นที่ในฝันของใครหลายๆ คน ที่อยากจะมีมุมแต่งตัวเป็นสัดส่วนอยู่ในห้องนอนให้เป็น original U หากเป็นบ้านสร้างใหม่ หรือห้องชุดใหม่ที่ไม่เคยผ่านการตกแต่งมาก่อน ก็อาจจะเป็นเรื่องง่ายที่จะออกแบบตกแต่งมุมแต่งตัวให้หลากหลายได้อย่างที่ใฝ่ฝัน แต่สำหรับการปรับเปลี่ยน ซ่อมแซมจากห้องเดิมอาจจะมีข้อจำกัดมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะที่ SB Design Square มีเฟอร์นิเจอร์ให้เลือกมากมาย หลากหลายสไตล์ พร้อมบริการให้คำปรึกษาเพื่อให้ทุกพื้นที่ภายในบ้าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้ดีที่สุด     อีกสไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยก็คือ Rustic Luxe ซึ่งเป็นการผสานความเรียบง่ายจากวัสดุธรรมชาติเข้ากับความหรูหราแวววาวของโลหะ กระจกต่างๆ การตกแต่งด้วยสไตล์นี้จะมีการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย แต่เน้นโทนสีอบอุ่นของธรรมชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว เฟอร์นิเจอร์จากชิ้นไม่ธรรมดาๆ อาจตกแต่งด้วยโลหะสีทองเพิ่มเข้าไป ก็จะเป็นให้บรรยากาศห้องดูหรูหรามีไตล์ขึ้นทันตา     ไม่มีข้อจำกัดตายตัวหรอกค่ะว่าตู้เก็บเสื้อผ้าของคุณจะต้องเป็นแบบไหน ถ้าภาพในหัวคือ ราวแขวนโปร่งโล่งแบบโชว์รูมห้องเสื้อหรูก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร  หรือถ้าอยากจะเลือกบานประตูตู้เป็นกระจกบานใหญ่ให้สะใจก็ไม่มีกฏข้อไหนบอกว่าความต้องการของคุณเป็นเรื่องผิด ในขณะเดียวกัน ถ้าจะเพิ่มชั้นเก็บกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับไว้ใกล้ๆ มือ จะขยับซ้ายขยับขวาจัดวางไว้ในมุมใดก็ได้ตามที่เราพอใจ ในเมื่อพื้นที่ทุกส่วนภายในบ้านจะบ่งบอกความเป็นตัวเราได้ดีที่สุด จะสนุกแค่ไหน ถ้าเราได้ลองเลือก Mix&Match เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นที่ถูกใจ มาวางคู่กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดิมที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว หรือได้ลองผสมสไตล์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างไม่มีข้อจำกัด ได้เพิ่มเติมลูกเล่นหรือฟังก์ชั่นที่ต้องการเข้าไป ออกแบบห้องแต่งตัวใหม่ที่ใส่ความเป็นตัวเราลงไปในทุกมุม เพื่อให้เราได้เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน   เพราะ SB Design Square รู้ดีว่า ความชื่นชอบและไลฟ์สไตล์แต่ละคนไม่เหมือนกัน กว่าจะออกมาเป็น original U ของแต่ละคนได้ ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทจึงถูกออกแบบมาให้มีดีไซน์ และฟังก์ชั่นต่างกันออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้คุณเลือก Mix&Match ได้ตามสไตล์ส่วนตัว เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณอย่างแท้จริง จากพื้นที่ส่วนตัวในห้องนอนที่บ่งบอกถึงตัวตนได้อย่างชัดเจนแล้ว พื้นที่ในฝันอย่างมุมแต่งตัวหรือ Walk-in Closet ก็สำคัญไม่แพ้กันจริงมั้ยคะ เมื่อ Walk-in Closet ที่ดีที่โดนใจไม่ใช่แค่ที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น SB Design Square มี SB Interior Team ผู้เชี่ยญชาญด้านการออกแบบ ที่จะแปรความชอบสไตล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มินิมอล ลอฟท์ อินดัสเทรียล หรือโมเดิร์น ถ่ายทอดออกมาเป็นความลงตัวในแบบของเรา พร้อมให้คำปรึกษาในการออกแบบตกแต่งบ้านให้เป็นสไตล์เฉพาะตัว ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทุกส่วนภายในบ้านสามารถออกแบบได้เพื่อคุณโดยเฉพาะ     เพราะความชอบของเราไม่จำเป็นที่ต้องแคร์ใคร และความสุขแต่ละคนไม่เหมือนกัน การได้มีพื้นที่เล็กๆ ในมุมส่วนตัวที่เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับงานหนัก หรือเรื่องเหนื่อยแค่ไหน ชีวิตก็มีความสุขได้เพราะเราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราเป็น #originalU     
TIF กระจกอัจฉริยะมีดีกว่าที่คุณคิด

TIF กระจกอัจฉริยะมีดีกว่าที่คุณคิด

Thai Intelligent Film Glass กระจกอัจฉริยะ ฟิล์มอัจฉริยะ กระจกเปลี่ยนสี ฟิล์มเปลี่ยนสี Smart Glass ,Smart Film          มีปัญหาหรือไม่ อยากได้ห้องส่วนตัวบังเอิญที่กั้นห้องไม่ใช่กำแพงแต่ดันเป็นกระจกใส หรือบ้าน ออฟฟิศใครที่มีกระจกรายล้อม และต้องเผชิญกับแสงแดดยามบ่ายที่ร้อนระอุ ต้องการที่บังแดด โดยไม่ต้องง้อม่านอีกต่อไป ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพียงแค่มีกระจกอัจฉริยะง่ายต่อการใช้งานเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ก็สามารถเปลี่ยนจากกระจกใสเป็นทึบได้     แต่ตอนนี้มีนวัตกรรมใหม่นั้นก็คือกระจกอัจฉริยะหรือฟิล์มอัจฉริยะ เพียงสัมผัสแค่ปลายนิ้วก็สามารถทำให้กระจกทึบจากฟิล์มกลายเป็นกระจกใสได้ บอกลาม่าน ไม่ต้องง้ออีกต่อไป   กระจกอัจฉริยะ หรือฟิล์มอัจฉริยะเป็นนวัตกรรมทางเลือกใหม่ เป็นฟิล์มกระจกที่ไม่เหมือนใครเพียงแค่กดปุ่มจากรีโมท ก็เปลี่ยนบ้าน หรือออฟฟิศ กระจกใสที่ปรอดโปร่ง โล่งสบายให้กลายเป็นห้องทึบ เพิ่มพื้นที่ส่วนตัวในการทำกิจกรรมสำคัญ โดยไม่ถูกรบกวนทางสายตาจากผู้คนภายนอก ฟิล์มชนิดพิเศษ ไม่มีขายตามท้องตลาด มีลักษณะที่เบามาก ประกอบไปด้วยหยดของเหลวคริสตัล ที่เรียงตัวแบบกระจายตัว ในรูปแบบที่ถ่ายเทได้ ทำงานโดยใช้หลักการกระจายตัวของหยดของเหลวคริสตัล ในลักษณะที่ห่อหุ้มโดยโพลีเมอร์ โดยมีแผ่นฟิล์มประกบอยู่ 2 ด้าน ขณะที่ไม่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไป (ปิดสวิตช์) ของเหลวคริสตัลเรียงตัวกันอยู่กระจัดกระจาย ทำให้เกิดสภาวะ ทึบในขณะที่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้าไป (เปิดสวิตช์) ของเหลวคริสตัลจะเกิดการเรียงตัวกันเป็นแนวขนานกับแนวกระแสไฟฟ้า ทำให้แสงผ่านได้ เกิดสภาวะใสขึ้น   แล้วถ้าที่บ้าน หรือออฟฟิศมีกระจกต้องซื้อมาเปลี่ยนใหม่หมดหรือเปล่า ไม่ต้องกังวลไป หมดห่วงกับการเปลี่ยนกระจกใหม่ นอกจากจะมีกระจกอัจฉริยะแล้วยังมีฟิล์มอัจฉริยะ เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่มีกระจกอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีให้เลือกหลายสี ตัวกระจกหรือฟิล์มยังสามารถออกแบบได้หลายรูปทรงตามความต้องการ การทำงานของกระจกอัจฉริยะเป็นระบบไฟฟ้าไม่ต้องกังวลเรื่องไฟฟ้าจะรั่ว เพราะมีวัสดุที่ทนทานกันไฟฟ้ารั่ว ติดตั้งใช้งานง่ายหมดปัญหาเรื่องช่าง ให้ความรู้สึกเหมือนติดฟิล์มโทรศัพท์มือถือ   สิ่งดีๆ ที่อยากบอกต่อของกระจกอัจฉริยะที่คุณยังไม่รู้ นอกจากจะช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวแล้ว ตัวกระจกหรือฟิล์มติดตั้งง่าย รวดเร็ว มีความแน่นหนา ทนทาน (กันไฟฟ้ารั่ว) อายุการใช้งานที่ยาวนาน ที่สำคัญลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ ป้องกัน UV โดยไม่ต้อง้อม่านอีกต่อไปแล้ว ตัวกระจก และฟิล์มเข้าได้กับทุกขนาด รูปทรงตามต้องการลูกค้า มีสีให้เลือกมากมายอีกด้วย     กระจกอัจฉริยะ ใช้งานได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงานได้ทุกที่ตามต้องการ ยกตัวอย่างเช่น คอนโดในปัจจุบันห้องรับแขกกับห้องนอนจะกั้นด้วยกระจกใสซึ่งเวลาแขกมาก็อยากปิดห้องนอนไม่ให้ใครเห็น เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัว หรือห้องประชุมในออฟฟิศเป็นกระจกใส พอมีแขกคนสำคัญหรือประชุมลับไม่อยากให้ใครเห็นเพียงแค่สัมผัสที่ปล่อยนิ้วโดยใช้รีโมทก็เปลี่ยนจากกระใสเป็นกระทึบได้ตามที่ใจเราต้องการ   กระจกอัจฉริยะ มีดีกว่าที่คุณคิด เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น เพียงปลายนิ้วสัมผัสก็เปลี่ยนจากห้องกระจกใสกลายเป็นห้องทึบสร้างความเป็นส่วนตัว ติดตั้งง่าย ทนทาน อายุการใช่งานที่ยาวนาน กันแสงแดด ป้องกัน UV ไม่ต้องง้อม่านอีกต่อไป มีหลายรูปทรง หลากสีให้เลือกตามความต้องการ โดยทีมงานติดตั้งที่มีคุณภาพ มาพร้อมกับการรับประกันตัวสินค้า    Condominium   Sea Life Water World Shark Tank   Hotel Bangkok Theptarin Hospital EastWater Industrial   สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.tifglass.com หรือเบอร์โทรศัพท์ 02-727-5274  
10 แบบ แต่งห้องนั่งเล่น สวย ปัง ไม่แคร์เพื่อนบ้าน

10 แบบ แต่งห้องนั่งเล่น สวย ปัง ไม่แคร์เพื่อนบ้าน

เคยไหมครับกับการที่กลับมาถึงบ้าน ก็เจอกับความรู้สึกเบื่อหน่ายในบรรยากาศอันชินตา แค่โยนกระเป๋าเอาไว้ที่โซฟาแล้วจบที่ล้มตัวลงนอนบนเตียงหมดไปอีกหนึ่งวัน ไร้สีสันมาเพิ่มเติมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิต แล้วถ้าเบื่อก็มาเปลี่ยนกันซิครับ     เวลาเราจะเริ่มขยับตัวทำอะไรเพื่อการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นสักอย่างแล้วล่ะก็ ต้องเริ่มจากหันมาสำรวจที่ Lifestyle ความชอบกันก่อน เพราะ Lifestyle เป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน สไตล์การแต่งตัว สถานที่ชิลเอ้าท์ แต่ละคนก็มีความชอบที่แตกต่างกัน การแต่งห้องก็เช่นกันไม่ว่าจะเป็นโทนสี เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งภายในห้อง ปัจจุบันก็มีให้เลือกสรรหลากหลายแบบมากมาย เพื่อสะท้อนความเป็นตัวเองออกมาผ่านงานดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะห้องนั่งเล่นที่เปรียบเสมือนหน้าตาของบ้านเรา ที่ไม่ว่าแขกไปใครมาก็ต้องมานั่งที่ห้องนี้อันดับแรก ขณะเดียวกันห้องนั่งเล่นก็เป็นมุมโปรดของใครหลายคนเช่นกัน บางคนเลือกจะเป็นมุมโปรดในการอ่านหนังสือ บางคนเลือกเป็นที่สังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือบางคนก็ชอบนั่งพักผ่อนชมรายการทีวีที่ชื่นชอบในวันสบายๆ ดังนั้นห้องนั่งเล่นจึงมีบทบาทสำคัญที่จะทำบ้านของเราดูสวยเก๋ ในแบบที่เป็นตัวเอง     วันนี้ทาง Review Your Living  มีไอเดียนำเสนอ 10 แบบแต่งห้องนั่งเล่น สวย ปัง เป๊ะ โดดเด่นไม่แคร์เพื่อนบ้าน จาก "SB Design Square" มาให้ทุกคนเป็นแรงบันดาลในการแต่งห้อง ถ้าคิดไม่ออก ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร เราได้นำตัวอย่างมาให้ดูเป็นแนวทางกันครับ   แบบแรก สำหรับคนที่ชอบ Style Loft เป็นสไตล์ที่เน้นการใช้วัสดุจากเหล็ก เน้นความโปร่งสบาย เฟอร์นิเจอร์แบบเรียบง่ายไม่เยอะจนเกินไป รูปทรงเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นทรงเลขาคณิต ไม่มีลวดลายเป็นเส้นโค้ง ซึ่งเหมาะกับโซฟารุ่น Austin เป็นโซฟาหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง แบบ 3 ที่นั่ง     นอกจากนี้สไตล์ Modern ยังไม่เน้นสีสันของเฟอร์นิเจอร์แบบฉูดฉาด จะใส่สีสัน 2 ถึง 3 สีเท่านั้น โดยส่วนใหญ่จะใช้สีขาวเป็นสีหลัก แต่สีขาวเป็นสีที่เปรอะเปื้อนง่าย ลองเลี่ยงเป็นสีเทา อย่างโซฟารุ่น Hinata สีเทาสุดเรียบง่าย เป็นผ้านำเข้า นุ่มสบาย ไม่หดตัว     เพื่อประโยชน์ที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่าตามแบบฉบับ Style Scandinavian วัสดุที่ใช้จะต้องตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี เน้นโชว์โครงสร้างของวัสดุ เช่นโซฟารุ่น Ueno เป็นโซฟาเบด นอกจากนั่งเล่นได้สามารถปรับเอนนอนได้อีกด้วย     ต่อมาเป็นสไตล์ Modern Chic เน้นโทนสีเข้มบวกเข้ากับสีทองเพื่อมีความหรูหรา เน้นให้มีพื้นที่ให้โดดเด่นมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เหมาะสำหรับ Lifestyle คนเมืองยุคใหม่ที่เน้นความสบายแต่แฝงด้วยความหรูหรามีสไตล์ไม่ซ้ำแบบใคร อย่างโซฟารุ่น Liden สีเทาเข้มสุดเท่     สไตล์ Modern Contemporary เป็นการตกแต่งที่ผสมความละเอียดอ่อนของตัวเฟอร์นิเจอร์กับการตกแต่งบ้านยุคเก่า แต่เน้นความทันสมัยในยุคปัจจุบัน รูปแบบเฟอร์นิเจอร์จะเป็นมุมที่ผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นลวดลาย มักใช้สีเหลือง น้ำตาล ครีมเป็นหลัก อย่างโซฟารุ่น Vanetto Plus ที่สุดของความผ่อนคลาย ตัวเบาะเป็นหนังแท้นำเข้านุ่มสบาย ระบายความร้อนได้ดี     การตกแต่งสไตล์ Vintage จะเน้นการแต่งที่ดูให้อารมณ์สดใส สบาย ๆ อ่อนโยนแบบผู้หญิง แนวแฟชั่นผู้หญิงปี 1910-1930 ให้กลิ่นอายนึกถึงผู้หญิงยุโรปใส่กระโปรงสุ่มไก่และผู้ชายสวมสูทใส่หมวก อย่างโซฟารุ่น Luanda โครงสร้างไม้จริง 100% แข็งแรง ทนทาน ทำให้สามารถรับน้ำหนักได้ดี     ในการแต่งบ้านสไตล์ Vintage จะเน้นเฟอร์นิเจอร์ของเก่า เรียบง่าย เน้นรูปทรงที่นุ่มนวล อ่อนช้อย เปรียบเทียบสัดส่วนโค้งเว้าของผู้หญิง อย่างโซฟารุ่น Molisa ที่มาพร้อมกับลายดอกไม้ ที่ความรู้สึกถึงความเป็นผู้หญิงสูง     สำหรับการตกแต่งสไตล์ Industrial Loft เน้นการโชว์โครงสร้างเดิม ตกแต่งเท่าที่จำเป็นให้กินอายโกดังเก่า และเน้นพื้นที่ว่างดูเรียบง่าย จะเน้นการตกแต่งกระจกขนาดใหญ่ ผนังเป็นปูนเปลือยและขัดมัน และเสริมด้วยโซฟารุ่น Punzel ผสมผสานระหว่างอเมริกันเรโทรกับอินดัสเทรียล หุ้มด้วยผ้าสีเทาฟ้านำเข้าจากต่างประเทศ     สไตล์ Industrial เน้นโทนสีธรรมชาติของไม้ โครงสร้างเหล็กสีดำนิยมปูกระเบื้องไม้ทรงมาตราฐาน ให้ความรู้สึกดิบไม่เน้ความสวยงาม แต่เน้นการใช้ประโยชน์ ตัวอย่างชุดวางชั้น Robust จากอิตาลี เพื่อสัมผัสเข้าถึงความเป็นธรรมชาติ สร้างสีสันและร่องลายไม้ด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับโลก     สุดท้ายกับสไตล์ Luxury ผสานความเรียบหรูกับความโมเดิร์น เน้นเฟอร์นิเจอร์เป็นทรงเลขาคณิต วัสดุทำจากเหล็กและมีความมันวาว โทนสีเมทัลลิก สีทอง หรือสีโรสโกลด์ อย่างโซฟารุ่น Troden สีขาวที่ตัดกับสีทองอย่างของตกแต่งในห้อง สร้างความหรูหรามากขึ้น     เห็นแบบนี้แล้ว พร้อมที่จะเปลี่ยนห้องนั่งเล่นของเราหรือยังครับ “เบื่อก็เปลี่ยน” ได้ง่ายๆ แค่เอาโซฟาตัวเก่ามาเปลี่ยนเป็นตัวใหม่ที่ SB Design Square ก็รับไปเลย ส่วนลดสำหรับซื้อโซฟาตัวใหม่สูงสุดถึง 15,000 บาท และไม่ใช่แค่โซฟาเท่านั้นนะครับ ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่จะแปลงโฉมห้องนั่งเล่นให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เช่น เก้าอี้พักผ่อน ชั้นวางทีวี โต๊ะกลาง โต๊ะข้าง อาร์มแชร์ หมอนอิงและพรมหลากดีไซน์ ยกขบวนมาลดราคาสุดพิเศษ พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมาย - เมื่อใช้คะแนนสะสม SB Family Points เท่ากับยอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มอีก 10% - พิเศษสุด ! ช้อปครบตามเงื่อนไข รับบัตรกำนัลส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท - Top Spenders ประจำสัปดาห์ รับเพิ่มบัตรกำนัลส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท ไปช้อปกันต่อให้จุใจ - พลาดไม่ได้ กับข้อเสนอสุดพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ พบกับโอกาสดีๆ แบบนี้ได้ที่ เอสบี ดีไซน์สแควร์ ทุกสาขา ตั้งแต่ 1 ส.ค.61 – 31 ส.ค. 61 เท่านั้น   #เบื่อก็เปลี่ยน #sbdesignsquare www.sbdesignsquare.com
ไรฝุ่น ผู้ร้ายบนที่นอน

ไรฝุ่น ผู้ร้ายบนที่นอน

เราทุกคนใช้เวลาอยู่บนที่นอนเป็นเวลา 1 ใน 3 ของวันเพื่อการพักผ่อน แต่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่า ภัยเงียบที่เราต้องเผชิญตลอดเวลาที่อยู่    บนที่นอนเป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ เช่น โรคหืด ผื่นผิวหนังอักเสบ หรือโรคแพ้อากาศ ฯลฯ ซึ่งกว่า 70% มี “ไรฝุ่น” เป็นตัวการสำคัญ   ปัญหาไรฝุ่น มักจะหลุดรอดจากการกำจัดเกือบทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะตั้งใจทำความสะอาดเช็ดถูทุกซอกอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม เพราะฝุ่นละอองขนาดจิ๋วและไรฝุ่นพวกนี้มีขนาดเพียง 0.1-0.3 มิลลิเมตรเท่านั้น!! แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรบ้างถ้าจะกำจัดไรฝุ่นให้หมดไป?     เคล็ดลับทั่วไปที่เราต่างก็คุ้นเคยกันอยู่แล้วคือ หมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นประจำ ซักผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนด้วยน้ำอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส ตากให้แห้งสนิทและเก็บไว้ในถุงที่มิดชิด หมั่นทำความสะอาดห้องนอน ดูดฝุ่น และเช็ดทำความสะอาดให้ทั่วบริเวณ ไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้าในห้องนอน   จริงๆ เราก็พยายามทำตามวิธีเหล่านี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ล่าสุดเราเพิ่งเจอตัวช่วยสุดเจ๋ง ที่ทำให้เจ้าไรฝุ่นตัวจิ๋วพวกนี้แทบจะหายไปในพริบตา    นั่นก็คือ “เครื่อง  ดูดฝุ่น Dyson V8 Carbon Fibre” ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก Dyson ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จุดเด่นของเครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวนี้คือ พลังการดูดทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้นอีก 30% แถมยังพัฒนาเทคโนโลยีไซโคลนการกรองอากาศแบบทั้งเครื่องอีก เลยจัดมาลองด้วยตัวเองซักหน่อยค่ะ     แกะกล่องมาก็เจอกับอุปกรณ์ต่างๆ มากมายชวนให้งง แต่หลังจากอ่านคู่มือแล้วเรารีบหยิบ “หัวดูดฝุ่นที่นอน” มาก่อนเลย และที่ Dyson มีหัวต่อในเซ็ตมากมายแบบนี้ก็เพราะว่าหัวต่อแต่ละชิ้นถูกออกแบบมาเฉพาะการใช้งาน ให้เราสามารถเลือกใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดฝุ่นละอองได้มากยิ่งขึ้นด้วย       ต้องบอกก่อนว่า “Dyson V8 Carbon Fibre” ตัวนี้ ทางบริษัทเค้าเคลมไว้ว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีความแรงถึง 155 AW (น่าจะแรงที่สุดในไลน์เครื่องดูดแบบไร้สายละ) ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีชุดไซโคลน 2 Tier Radial™ (เรเดียล 2 ชั้น) ที่ทำงานคู่ขนานกันในการช่วยเพิ่มกระแสลม และ  การดักจับฝุ่นละออกขนาดเล็กจากแรงเหวี่ยงของกระแสลมเข้าสู่ถังเก็บฝุ่น แถมระบบที่ว่านี้ยังถูกผนึกอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการเล็ดลอดของละอองฝุ่นต่างๆ ออกจากตัวเครื่องด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าระหว่างที่เรากำลังตั้งใจดูดฝุ่นทำความสะอาดให้หมดจดอยู่นั้น ลมที่ระบายผ่านฟิลเตอร์ออกมาขณะที่เครื่องทำงานก็จะยังสะอาด และไม่มีพวกสารก่อภูมิแพ้ที่เรามองไม่เห็นออกมาปะปนในอากาศอีก     หลังจากที่เราบ้าพลังเลือกโหมด MAX พลังดูดเบอร์แรงสุดจัดการกับที่นอนไป 5 นาที ก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นในถังเก็บฝุ่น จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไงล่ะคะ ทั้งๆ ที่เราเพิ่งทำความสะอาดที่นอนและเปลี่ยนผ้าปูเตียงไปเมื่อ 2-3 วันก่อน เรายังนอนจมอยู่บนกองไรฝุ่นเยอะขนาดนี้เลยหรอ? เห็นแล้วก็รู้สึกสยองหน่อยๆ ....ตอนนี้เชื่อเลยค่ะว่าเครื่องดูดฝุ่น Dyson สามารถจัดการกับไรฝุ่นที่ฝังตัวอยู่บนที่นอนได้เกือบ 100% นั้นไม่ใช่แค่ราคาคุย  แล้วล่ะ   นอกจากหัวดูดฝุ่นที่นอนที่เราได้ทดสอบประสิทธิภาพกันแล้ว Dyson V8 Carbon Fibre ยังมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เลยคือ หัวแปรงดูด Carbon Fibre ที่มีทั้งแบบหัวลูกกลิ้งขนนุ่ม (Fluffy) ซึ่งหุ้มด้วยผ้าไนลอนทำหน้าที่กักเก็บสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ ในขณะที่ขนแปรงคาร์บอนไฟเบอร์ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ จะดูดฝุ่นผงขนาดเล็กสกปรกขนาดใหญ่และฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากพื้นแข็งไปพร้อมๆ กัน ส่วนหัวดูดแบบ Direct Drive จะมี    ขนแปรงยาวพร้อมเส้นคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับทำความสะอาดพื้นแข็งและพรม     ความเจ๋งของ Dyson V8 Carbon Fibre นี้ไม่ได้มีดีแค่พลังดูดแบบไซโคลนเท่านั้นนะคะ การดีไซน์ตัวเครื่องก็รู้สึกได้เลยว่าทีมพัฒนาเข้าใจถึงการใช้งาน และใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ ทั้งแทนแขวนที่ทำให้จัดเก็บได้ง่ายและเป็นระเบียบไปพร้อมกับการชาร์จแบตเตอรี่, ด้ามจับที่ถนัดมือไม่ว่าจะถือใช้งานในที่สูงหรือถือในลักษณะปกติ, ตำแหน่งของปุ่มเปิดปิดที่อยู่ใกล้นิ้วตรงด้ามจับทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายในมือเดียว, วิธีการเปิดถังเก็บฝุ่นที่ทำได้ง่ายในขั้นตอนเดียว แค่ดึงตัวล็อคที่ด้านบนฝาถังด้านล่างก็เปิดออก เศษฝุ่นก็ตกลงถังขยะหรือภาชนะรองรับได้เลย ไม่ต้องยกถุงฝุ่น    ไปเทแบบเดิมๆ และไม่ต้องกลัวเรื่องฝุ่นคลุ้งกระจายอีกด้วยค่ะ และที่สำคัญ Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องนี้ ยังพัฒนาความสามารถของแบตเตอรี่ให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่องนานถึง 40 นาที (ในโหมดปกติ) ซึ่งก็เพียงพอต่อการทำความสะอาดห้องนอน หรือคอนโดในแต่ละครั้ง    แล้วค่ะ หรือถ้าใครไม่สะใจอยากใช้โหมด MAX ด้วยพลังดูดแบบจัดเต็มก็จะใช้งานต่อเนื่องได้แค่ 5 นาทีนะคะ แต่เอาเข้าจริงโหมดปกติก็มีพลังดูดแรงกว่าเครื่องอื่นๆ และเพียงพอต่อการใช้งานแล้วค่ะ     หลังจากที่เราได้ใช้งานจริงมาเกือบเดือน ต้องบอกว่า Dyson V8 Carbon Fibre  ตัวนี้กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญประจำบ้านไปแล้วค่ะ อุปกรณ์แต่ละชิ้นไม่ว่าจะถอดจะต่อก็ทำได้รวดเร็ว การทำความสะอาดบ้านแต่ละครั้งไม่ว่าจะซอกมุมไหนของบ้านก็มั่นใจได้ว่าสะอาดเอี่ยมแน่นอน ถึงแม้แรกๆ       จะแอบงงบ้างว่าจะใช้หัวต่อไหนกับงานประเภทไหนดี แต่ใช้ไปซักพักก็เริ่มชินและจะมีหัวต่อไม่กี่ชิ้นหรอกที่เรามักจะหยิบใช้กันบ่อยๆ ซึ่งหัวที่ใช้บ่อยก็สามารถนำมาเก็บไว้แท่นแขวนได้อีกเช่นกันค่ะ   ถึงแม้ราคาค่างวดของตัวเครื่องจะค่อนข้างสูง ทำให้หลายคนอดตกใจและลังเลในการตัดสินใจซื้ออยู่ไม่น้อย แต่เชื่อเถอะว่านี่คือ เครื่องดูดฝุ่น      ไร้สายที่คุณพ่อบ้านแม่บ้านน่าจะมีไว้ในครอบครองจริงๆ ค่ะ.... แล้วภาระกิจกำจัดผู้ร้ายบนที่นอน รวมถึงฝุ่นละอองตัวจิ๋วตามจุดต่างๆ จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย และไม่มีวายร้ายตัวไหนหลุดลอดสายตาไปอีกแน่นอน   **สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ  
ไอเดียตกแต่งคอนโดลุคใหม่ เรียบหรูมีสไตล์ด้วยลายหินอ่อน

ไอเดียตกแต่งคอนโดลุคใหม่ เรียบหรูมีสไตล์ด้วยลายหินอ่อน

เคยได้ยินกันไหมคะ ว่าที่อยู่อาศัยของเรานั้นสามารถสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์เจ้าของได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหากใครที่อยู่คอนโดมิเนียมแล้วล่ะก็ จะยิ่งมีพื้นที่ส่วนตัวให้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้อย่างเต็มที่มากที่สุด ตั้งแต่โซฟา เตียงนอน หมอน ผ้าห่ม โต๊ะ ตู้ หรือของตกแต่งภายในห้อง ทุกอย่างเราดีไซน์ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ     เฟอร์นิเจอร์ สำหรับยุคนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงเครื่องใช้สำหรับอำนวยความสะดวกภายในบ้านของเราเท่านั้น แต่ด้วย เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นใหม่ๆ มาให้เลือกมากมายจนตาลายไปหมด ซึ่งทำออกมาทั้งดีไซน์สวยงาม ฟังก์ชั่นมีสไตล์ เฉพาะตัว แถมยังขยันใส่นวัตกรรมลงไปบนวัสดุ เพื่อช่วยเพิ่มอายุการใช้งานให้คุ้มค่ามากที่สุด ทำให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นนั้น เปรียบเสมือนเครื่องประดับภายในบ้านของเราที่สำคัญไม่ใช่เค่รูปลักษณ์ที่ต้องดูสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถ ใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ได้ด้วย ยิ่งในคอนโดมิเนียมก็ยิ่งต้องเลือกเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่อันจำกัดจึงต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์ ที่ลงตัวกับทุกมุมห้อง แล้วเฟอร์นิเจอร์แบบไหนล่ะคะ ที่จะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งสวยงามโดนใจ ใช้งานได้สะดวก และมีความแข็งแรงทนทานไปพร้อมๆ กัน   ก่อนหน้านี้เทรนด์การตกแต่งสไตล์ Modernloft เป็นกระแสมาแรงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่เหล่าร้านกาแฟที่ต่างก็ใช้คอนเซปนี้กันถ้วนหน้า ซึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากผนังปูนเปลือย ขัดมัน หรืออิฐมอญผสมคอนกรีต ประกอบกับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุไม้กับเหล็กสีดำเป็นหลัก เน้นพื้นที่โปร่งโล่ง เผยให้เห็นวัสดุดิบๆ ทำให้สื่อถึงความเรียบง่ายไม่ฉูดฉาด แฝงความเท่แบบมีสไตล์ แต่สำหรับเทรนด์ล่าสุดที่กำลังได้รับ ความนิยมไม่น้อยเช่นกัน กลับมีความแตกต่างจากสไตล์โมเดิร์นแบบที่เห็นกันทั่วไป เพราะต่างก็หันมาคำนึงถึงเรื่อง Timeless คุณค่าความงดงามเหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปีก็ทรงเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ซึ่งจะมาในรูปแบบของผนัง ของตกแต่งต่างๆ และเฟอร์นิเจอร์   เดี๋ยวนี้คอนโดมิเนียมหลายแห่งที่ถูกดีไซน์ทั้งสถาปัตยกรรมภายนอกและตกแต่งภายในเอาไว้อย่างหรูหราสวยงามน่าอยู่ มากเลยใช่ไหมคะ ยิ่งถ้าใครที่เคยเข้าไปดูห้องตัวอย่างของแต่ละโครงการที่มีเฟอร์นิเจอร์สวยๆ มีฟังก์ชั่นการใช้งานได้ หลากหลายจะทำให้ห้องดูดีขึ้นในทันตา โดยระยะหลังมานี้จะสังเกตได้ว่าหลายแห่งก็มักนิยมนำลายหินอ่อน มาประดับตกแต่ง ไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งของห้อง จนเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ล่าสุดสำหรับการตกแต่งภายใน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะทานข้าว ผนังห้อง หรือ Top ผิวต่างๆ เพิ่มความสวยงามเรียบหรูที่สามารถเข้ากับการตกแต่งห้องได้ทุกแนว    ส่งให้ห้องของเราออกมาดูหรูหราอย่างมีสไตล์เฉพาะตัว แต่การที่จะตกแต่งคอนโดมิเนียมให้ออกมาดูเรียบโก้หรูหรานั้น ก็ดูจะต้องใช้งบประมาณ  ไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ โดยเฉพาะกับลายหินอ่อนสวยๆ สร้างบรรยากาศคลาสสิคไม่ตกยุค แต่วันนี้เรามีไอเดียแต่งคอนโดมิเนียมแนวหรูหรา ดูดี      มีระดับด้วยลายหินอ่อนผสมผสานกับความเรียบง่าย มาฝากคนที่กำลังอยากจัดห้องลุคใหม่ ที่สำคัญใช้งบประมาณเริ่มต้นแค่หลักพันค่ะ   ห้องที่ดูเรียบง่ายบนความโมเดิร์น สื่อถึงบุคลิคที่เป็นผู้ใหญ่ ดูอบอุ่นด้วยวัสดุไม้ที่นำมาสลับกับลูกเล่นลายหินอ่อน เพิ่มความหรูหรา มีชีวิตชีวา      ไม่เรียบจนจืดชืดเกินไป   ลายหินอ่อนก็นำมามิกซ์แอนด์แมทซ์กับผนังสีสันจัดจ้านได้ดีเหมือนกันนะคะ สามารถสะท้อนบุคลิกสนุกสนานขี้เล่นแต่ยังคงความมีสไตล์ตามแบบฉบับคนเจน Y     KONCEPT เอาใจคนที่อยากตกแต่งคอนโดมิเนียมให้หรูหรากับชุดห้องนอน “Marzera” (มาร์เซร่า) ที่นำเอาความโดดเด่นของลายหินอ่อนโทนสีขาว โดยใช้วัสดุ Short Cycle ลายหินอ่อน, สีขาว ร่วมกับวัสดุ Poly High Gloss(PHG) มาปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ ให้เรียบเนียน และยังได้ความมันวาวที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า ให้ความรู้สึกสวยหรู ดูแพงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความแข็งแรง ทนทานต่อรอยขูดขีดได้เป็นอย่างดี ซึ่งดีไซน์ตัดกับวัสดุ Foil ลายไม้ที่มีให้เลือก 2 โทนสี คือ สีลินด์เบิร์กโอ๊ค โทนไม้สว่างๆ ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และสีเวงเก้ ทำให้ห้องดูขรึม ให้สไตล์มาดเท่ ดูมีเอกลักษณ์ ชัดเจนขึ้น สร้างบรรยากาศให้ห้องของเรามีกลิ่นอายของธรรมชาติ ตัดขอบด้วยวัสดุ Aluminium Edge ปิดรอยต่อให้ดูสวยงาม และกระจกเงาช่วยดึงเฟอร์นิเจอร์ให้ยิ่งดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์อย่างที่เรียกว่า Timeless ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงดูดีอยู่เสมอ โดย        เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อยกเซตนะคะ แต่สามารถซื้อแยกชิ้นแล้วนำมามิกซ์กันตามความชอบได้ ซึ่งจะมีมาให้เลือกหลายหลาย เช่น   หัวเตียงทรงสูง ดีไซน์ตัดขอบคิ้ว Aluminium Edge ที่อวดลวดลายหินอ่อนตรงหัวเตียง ให้สัมผัสเงางาม เพิ่มความหรูระดับสิบ พร้อมฟังก์ชั่นช่องเก็บของ ซึ่งเจาะพื้นที่ภายในเป็นกระจกเงาให้ห้องสวยดูมีมิติยิ่งขึ้น ประกอบกับ Foil ลายไม้ ตรงฐานเตียง โดยตามภาพจะเป็นสีลินด์เบิร์กโอ๊ค       ดูสว่างแฝงด้วยความอบอุ่น   โต๊ะเครื่องแป้งแบบยืนช่วยลดพื้นที่ในการวางให้สามารถเข้ามุมได้อย่างพอดีแถมไม่เปลืองพื้นที่ ทำให้คุณได้โพสต์ท่าเก๋ๆ พร้อมกระจกเงาบานยาวเต็มตัว เสริมความมั่นใจในการแต่งตัว เพิ่มฟังก์ชั่นตะขอแขวนและชั้นวางของอเนกประสงค์ ด้านข้าง ช่วยให้การแต่งตัวของคุณสะดวกสบายและ  ง่ายขึ้น     ไม่ว่าคุณจะชอบแบบไหน Marzera ก็สามารถเข้าไปเพิ่มความมีระดับให้กับทุกห้องได้อย่างลงตัว ลองแวะไปสัมผัสด้วยตัวเองที่ SB Design Square หรือทางออนไลน์ที่ www.konceptfurniture.com เท่านั้น หากคุณอยากจะรู้ว่าลายหินอ่อนนั้นจะส่งให้มีความหรูหราอย่างมีสไตล์อย่างไรได้บ้างลองไปชมวิดีโอตัวนี้ได้เลยค่ะ https://www.konceptfurniture.com/th/media-center/events/VDOwelcometomyhome  
ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

  ปัจจุบันห้องแต่งตัวไม่ได้เป็นแค่พื้นที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น ด้วยตำแหน่งที่มักจัดไว้ใกล้ห้องน้ำและห้องนอน หลายคนจึงปรับพื้นที่นี้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องนอน, กระเป๋าเดินทาง หรือเครื่องประดับ โดยการออกแบบและจัดแบ่งหมวดหมู่ที่ดีจะทำให้ห้องนี้ใช้งานได้สะดวกและเป็นระเบียบมากขึ้น ทว่าห้องแต่งตัวในฝันของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนฝันอยากได้ห้องแต่งตัวสไตล์เจ้าหญิงที่มี Walk-in Closet ดินแดนส่วนตัวแบบฟูลออฟชั่น หรือบางคนฝันอยากมีห้องแต่งตัวแบบสไตล์ลอฟท์เท่ๆ ตามฉบับชายหนุ่มมาดแมนที่มีตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูปมาพร้อมมัลติฟังก์ชั่น เหมาะสำหรับพื้นที่ทุกรูปแบบ ทั้งนี้ไม่ว่าคุณมีฝันอย่างไร อยากได้ห้องแต่งตัวรูปแบบไหน? "ห้องแต่งตัว" ก็คือพื้นที่ส่วนตัวที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ ดังนั้นในบทความนี้เราขอยกตัวอย่างห้องแต่งตัวรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นไอเดียให้กับห้องแต่งตัวในฝัน โดยที่คุณสามารถทำได้จริง แถมยังสนุกกับการตกแต่งมากขึ้น   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Luxury สุดหรู หรูหราสง่างามและทันสมัยในตัวเอง คือหัวใจสำคัญของสไตล์ Modern Luxury ใครที่ฝันอยากมีห้องแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิงแบบ Walk-in Closet สุดหรูที่เอื้อประโยชน์ได้ทั้งหยิบใช้และโชว์ แถมยังมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตู้, ช่องเก็บของ, ราวแขวน, ชั้น, หรือลิ้นชักต่างๆ โดยที่เจ้าของบ้านสามารถกำหนดรูปแบบได้ตามความพอใจเพื่อให้สอดรับกับความต้องการนั้นบอกได้เลยว่าไม่ยาก เทคนิคง่ายๆ คือเลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือวัสดุสุดเก๋ตามเทรนด์ปัจจุบันที่ให้ทั้งลุคหรูหราพร้อมดูทันสมัยมาตกแต่ง ซึ่งควรเลือกชิ้นเด่นๆ หรือคลุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกันก็จะช่วยทำให้ห้องแต่งตัวชวนมองมากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมเพิ่มมิติจากความวิบวับจากแสงไฟ และวัสดุตกแต่งที่มีความมันวาวอย่างเมทัลลิก เช่นเดียวกับมือจับประดับเพชรขอบทอง เฟอร์นิเจอร์จาก SB Design Square เหมือนในภาพตัวอย่างด้านบนที่สะกดทุกสายตา และสะท้อนความโก้ได้ดีทีเดียว   ห้องแต่งตัวในฝันสวยงาม สดใส สไตล์ Modern Chic  ใครที่เบื่อห้องแต่งตัวรูปแบบเดิมๆ ลองมาดูเทรนด์ใหม่มาแรงอย่างสไตล์ Modern Chic ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ซ่อนความเก๋ของงาน Design ไว้อย่างลงตัว ซึ่งทริคในการเนรมิตห้องแต่งตัวในฝันสไตล์นี้ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสจาก SB Design Square เหมือนดั่งภาพตัวอย่างด้านบนที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานตามแบบฉบับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ชอบอะไรแบบเรียบเก๋ จัดวางตู้เสื้อผ้าและมุมแต่งตัวให้เต็มผนังด้านใดด้านหนึ่ง เน้นฟังก์ชั่นหลักที่ต้องการมีเพียงตู้เสื้อผ้า โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ทำบานปิดแต่ติดราวเลียนแบบห้องลองชุดตามร้าน ให้สามารถเลือกเสื้อผ้าและเปลี่ยนได้ทันที พร้อมติดตั้งลิ้นชักสำหรับเก็บเสื้อไว้ตรงกลาง แถมบริเวณใต้ลิ้นชักยังใช้เป็นส่วนจัดเก็บเพิ่มเติมที่น่าจะงอกเงยเพิ่มพูนอย่างมากมายในอนาคตได้อีกด้วย   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Minimal ตกแต่งน้อย แต่มากฟังก์ชั่น มาต่อกันที่สไตล์มินิมอลของสายคลีนกันบ้าง กับไอเดียการแต่งห้องแต่งตัวในฝันด้วยไม้สีอ่อน ดูอบอุ่น เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ ซึ่งเราแนะนำให้เลือกฟังก์ชั่นของตู้ให้ครบกับความต้องการในการใช้งาน ด้วยตู้เสื้อผ้าแนวคิดใหม่รุ่น Wardrobe จาก SB Design Square ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของชาวมินิมอลได้ดี เพราะสามารถเลือกตู้เสื้อผ้าบานเปิดในห้องนอนให้ลงตัวกับพื้นที่ได้ทั้งแบบลอยตัว และแบบบิลต์อิน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ กับการออกแบบตู้เสื้อผ้าในสไตล์ของคุณเอง แถมยังดีไซน์หน้าบาน มีให้เลือกหลากหลายวัสดุทีเดียว อาทิ บานไม้, บานกระจก, บานม่าน มีฟังก์ชั่นให้ทุกการเปิดปิดตู้เสื้อผ้า เงียบสนิท นุ่มนวล ลดแรงกระแทก ออปชั่นภายในตู้เสื้อผ้า ปรับเปลี่ยนตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง คุ้มค้าในทุกพื้นที่จัดเก็บ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องแต่งตัวในฝันที่ไม่กินพื้นที่ของห้องมากเกินไปแล้วล่ะ   ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Loft  คงปฏิเสธได้ยากจริงๆ สำหรับกระแสเทรนด์การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ยังได้รับความนิยมอยู่มากในปัจจุบัน กับการโชว์ให้เห็นเนื้อแท้สัจจะวัสดุในการตกแต่ง สร้างอารมณ์ดิบเท่ที่ไม่ต้องปรุงแต่งให้ผิดแปลกไปจากวัสดุดั้งเดิมมากนัก ซึ่งหากคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของความดิบเท่สไตล์นี้ และฝันอยากมีห้องแต่งตัวที่บ่งบอกตัวตน แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ลอฟท์จาก SB Design Square ที่ใช้ท่อเหล็ก มาสร้างโครงสร้างของห้องแต่งตัว นอกจากความแข็งแรงของวัสดุประเภทท่อ การเลือกทำ Walk-in Closet สไตล์นี้ ยังทำให้ห้องที่ดูแคบโล่งโปร่งขึ้นได้ รวมถึงไม่จำเป็นต้องทำลิ้นชักแบบยึดติดผนัง สามารถเพิ่มเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เข้ามาเป็นพื้นที่เก็บของได้อย่างกลมกลืนเช่นเดียวกับภาพตัวอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถให้ทีม SB Interior Team ช่วยออกแบบโดยสร้างความเท่กว่าเดิมด้วยการทำเป็นประตูไม้บานเลื่อน ติดรางเพิ่มเติมสำหรับเข้าออก เป็นการสร้างกิมมิกที่ดูสะดุดตาให้กับห้องได้ดีทีเดียว   "ห้องแต่งตัว" ก็เปรียบเสมือนกับการจัดดิสเพลย์ให้กับบ้าน ดังนั้นถ้าใครคิดจะทำห้องแต่งตัวในฝันตามสไตล์ที่เราชอบ อย่าลืมคำนึงถึงความสะอาดและการจัดระเบียบเป็นสำคัญ เพราะนอกจากได้ห้องแต่งตัวที่สวยงามน่าใช้งาน ยังสะท้อนตัวตนความเป็นคุณได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การจัดเรียงเสื้อผ้าตามโทนสี ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกในการหยิบใช้มากขึ้นด้วยนะ แต่..ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียแต่งห้องแต่งตัวในฝันแต่ยังไม่รู้จะแต่งแบบไหน เราขอแนะนำให้คุณพุ่งตัวไปปรึกษาเรื่องการออกแบบ กับทีม SB Interior Team ได้ที่ SB Design Square ทุกสาขา เพราะนอกจากจะมีฝีมือระดับเทพและประสบการณ์ออกแบบห้องสวยได้อย่างใจลูกค้ามานับไม่ถ้วน ทางมัณฑนากรยังเลือกใช้แต่เฟอร์นิเจอร์คุณภาพ SB โดยที่เราสามารถกำหนดงบประมาณได้อีกด้วย จนเรากล้าการันตีเลยว่า "ไม่ว่าคุณจะอยากอยู่แบบไหน...ก็ได้อยู่แบบนั้น" สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสนใจนัดหมายออนไลน์ได้ที่ https://www.sbdesignsquare.com/th/interior-solution/free-interior-design-service 
ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

“ห้องน้ำก็พังงงงงง แจ้งนิติก็ไม่ส่งช่างมาซ่อมให้สักที” สำหรับผู้ชายคงไม่มีอะไรรำคาญใจไปกว่าการฟังแฟนสาวพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ทุกวัน ปัญหาของผมก็คือแฟนสาวอยากซ่อมแซมห้องน้ำในคอนโดฯ ที่กระเบื้องแตกร้าว เลยอยากได้ความเร็ว จบงานภายใน 1 วัน หรือสามารถเปิดใช้งานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะห้องน้ำมีเพียงห้องเดียวและต้องใช้งานทุกวัน แจ้งให้ช่างนิติเข้ามาซ่อมก็ไม่มาสักที ซึ่งใครก็คงคิดว่าการปูกระเบื้องให้เร็ว จบงานใน 1 วัน นั้นเป็นเรื่องยากใช่ไหมครับ โดยเฉพาะการใช้กาวซีเมนต์ปูทับพื้นเดิม วิธีที่ค่อนข้างนิยมในงานซ่อมหรือรีโนเวทคอนโดที่ไม่สามารถรื้อกระเบื้องเก่าออกได้ง่ายนัก และไม่ต้องการเสียงดังในการก่อสร้าง หรือสร้างฝุ่นให้ต้องเก็บกวาดในภายหลัง ซึ่งต้องรอปูนกาวแห้งอย่างน้อย 1 วัน จึงสามารถเปิดใช้งานได้     แต่วันนี้ผลิตภัณฑ์ Jorakay ที่ผมบังเอิญเจอใน Facebook ทำให้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นของผมหมดไป จากการอ่านข้อมูลคร่าวๆ แล้วดูน่าสนใจเพราะช่วยร่นระยะเวลาได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน เลยเข้าไปดูในเว็บไซต์อ่านเรื่อง Express เพิ่มเติมสักหน่อย ก่อนจะตัดสินใจออกไปซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ โดยครั้งนี้ผมลองทำเอง ไม่ต้องจ้างช่างข้างนอกหรือเรียกช่างจากนิติ แฟนจะได้ไม่ต้องบ่นเรื่องเดิมซ้ำๆ และเฝ้ารอช่างอีกต่อไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผมเลือกใช้ก็คือ “กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส (Express crocodile)”     ทำไมต้อง กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส เพราะ กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส คือผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์ชนิดโพลิเมอร์ โมดิฟายด์ แห้งตัวได้เร็ว เน้นการใช้งานง่าย สะดวก เหมาะสำหรับคนเมืองที่อยากซ่อมแซมห้องน้ำ, โชว์รูม, ห้องอาหาร, ล็อปบี้ของโรงแรม, ห้างสรรพสินค้า ที่เป็นงานเร่งด่วนต้องการเปิดใช้งานเร็ว จบงานภายใน 1 วัน เนื่องจากปูนกาวทั่วไปต้องทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง จึงจะยาแนวได้ แต่กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวได้ภายใน 2-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและพื้นที่ ยิ่งถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เปิดใช้งานได้เร็วขึ้นภายใน 6-8 ชั่วโมง ทางแบรนด์จึงแนะนำให้ใช้คู่กันเพื่อให้จบงานได้เร็วที่สุด ซึ่งก็ตอบโจทย์ความต้องการของแฟนและผมได้ตรงจุด     ปูกระเบื้องได้ทุกชนิด ใช้ได้กับกระเบื้องขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผนังหรือพื้น สำหรับขั้นตอนการปูกระเบื้องก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากเลยนะครับ เพราะจะมีผลกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งานของกระเบื้อง ซึ่งวันนี้ผมก็นำข้อมูลดีๆ ในการปูกระเบื้องมาฝากด้วยครับ..   เตรียมพื้นผิวก่อนปูกระเบื้อง ขั้นตอนแรกคือควรตรวจสภาพพื้นผิวก่อนปูกระเบื้องว่าต้องไม่ให้มีผลต่อโครงสร้างหลัก พื้นที่ต้องการปูกระเบื้องต้องสะอาด ปราศจากฝุ่น, น้ำมัน, น้ำยาบ่มคอนกรีต, สี, เศษปูน และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่สำคัญก็คือเรื่องของความสะอาด เพราะถ้าเราเตรียมพื้นผิวไม่ดีพออาจจะเกิดปัญหากระเบื้องแตกหรือระเบิดอีกก็เป็นได้ ดังนั้นแนะนำให้ล้างทำความสะอาดพื้นผิวโดยใช้น้ำฉีด ขัดพื้นผิวให้สะอาด และกวาดน้ำที่ขังบนพื้นผิวให้หมดก่อนที่ใช้กาวซีเมนต์คุณภาพสูงกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส ที่เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ที่ต้องการใช้พื้นที่ด่วน เพราะยืดหยุ่นตัวสูง แห้งเร็วพิเศษ ใช้งานได้ทันใจและจะเพิ่มประสิทธิภาพของกาวซีเมนต์จระเข้มากยิ่งขึ้นก็ควรจะใช้กาวยาแนวที่เหมาะสมกันอย่างยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ด้วยนะครับ จะได้ใช้งานได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน   อัตราส่วนผสมหลัก ใช้กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส 20 กิโลกรัม ต่อน้ำ 4.6 ลิตร หรือ ปูน 3 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน โดยปริมาตร     ผสมอย่างมืออาชีพ เทปูนกาวซีเมนต์ลงในน้ำในขณะที่เปิดเครื่องผสม รอบต่ำประมาณ 150 รอบต่อนาที จะผสมให้เข้ากันดี หลังจากผสมแล้วควรใช้งานให้หมดภายใน 20-30 นาที โดยขึ้นกับอุณหภูมินะครับ และไม่ควรเติมน้ำหรือกาวซีเมนต์ลงไปอีกหลังจากเคมีบ่มตัวแล้ว     ปูกระเบื้องให้ถูกวิธี 1. ควรใช้เกรียงหวีด้านเรียบปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นหรือผนังที่ต้องการปูกระเบื้อง ให้เพียงพอสำหรับกระเบื้องที่จะใช้ปูแต่ละครั้ง     2. ใช้ด้านหวีปาดเป็นร่องให้ทั่ว และครูดให้เป็นรอยทาง ตามตารางการใช้งาน เพราะจะทำให้กระเบื้องยึดเกาะและไม่มีช่องว่างโพรงอากาศเหลืออยู่     3. นำกระเบื้องปูบนกาวซีเมนต์ เคาะกระเบื้องให้ติดแน่นกับกาวซีเมนต์ กดกระเบื้องลงบนกาวซีเมนต์ควรแน่ใจว่าหลังกระเบื้องสัมผัสกับกาวซีเมนต์เต็มแผ่น     4. สามารถจัดกระเบื้องแต่ละแผ่นให้ตรงแนวตามต้องการภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที ก่อนกาวปูกระเบื้องจะแห้งสนิทและไม่ควรจัดหรือเคาะกระเบื้องอีกเมื่อเลยเวลาดังกล่าว ซึ่งกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวกระเบื้องได้ภายใน 2 ชั่วโมง     5. ในกรณีต้องการเปิดพื้นที่อย่างเร่งด่วนควรยาแนวร่องกระเบื้องด้วยยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส (Fast Setting) เท่านั้น     สรุปว่า กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นตัวสูง เมื่อใช้เกรียงหวีลากปูนกาว และนำแผ่นกระเบื้องวางทับบนปูนกาว กระเบื้องจะไม่ไหลตัวหรือหลุดออกจากผนังเลย ปูนกาวยึดเกาะเร็ว แถมยังแห้งเร็วพิเศษสำหรับงานเร่งด่วนจริงๆ อีกทั้งช่างปูยังมีเวลาปรับแก้ระดับกระเบื้องได้ ลดงานซ่อมที่ต้องเลาะกระเบื้องเนื่องจากปูที่ไม่ได้ระดับ โดยรวมแล้วรู้สึกว่าช่างสามารถทำงานง่ายและสะดวก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ เพราะงานเสร็จไวไม่ยืดเยื้อ ที่สำคัญเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้งานเสร็จเร็วขึ้นตามที่ทางแบรนด์เคลมไว้เลยครับ ซึ่งก็ถือว่าประทับใจผมกับแฟนมากทีเดียว เพราะสามารถเปิดใช้ห้องน้ำได้ตามปกติ ภายใน 1 วัน (ไม่รวมการปรับหรือเตรียมพื้นที่) ไม่ต้องฟังแฟนบ่นอีกต่อไป แบบนี้เอาคะแนนความพึงพอใจจากผมไปเลย 10 เต็ม 10!     สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2IRkTgg หรือ www.facebook.com/jorakaypage