ไอเดียแต่งบ้าน

 

บทความแนะนำ

ไรฝุ่น ผู้ร้ายบนที่นอน

เราทุกคนใช้เวลาอยู่บนที่นอนเป็นเวลา 1 ใน 3 ของวันเพื่อการพักผ่อน แต่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่า ภัยเงียบที่เราต้องเผชิญตลอดเวลาที่อยู่    บนที่นอนเป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ เช่น โรคหืด ผื่นผิวหนังอักเสบ หรือโรคแพ้อากาศ ฯลฯ ซึ่งกว่า 70% มี “ไรฝุ่น” เป็นตัวการสำคัญ ปัญหาไรฝุ่น มักจะหลุดรอดจากการกำจัดเกือบทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะตั้งใจทำความสะอาดเช็ดถูทุกซอกอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม เพราะฝุ่นละอองขนาดจิ๋วและไรฝุ่นพวกนี้มีขนาดเพียง 0.1-0.3 มิลลิเมตรเท่านั้น!! แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรบ้างถ้าจะกำจัดไรฝุ่นให้หมดไป?  เคล็ดลับทั่วไปที่เราต่างก็คุ้นเคยกันอยู่แล้วคือหมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นประจำ ซักผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนด้วยน้ำอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส ตากให้แห้งสนิทและเก็บไว้ในถุงที่มิดชิด หมั่นทำความสะอาดห้องนอน ดูดฝุ่น และเช็ดทำความสะอาดให้ทั่วบริเวณ ไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้าในห้องนอน จริงๆ เราก็พยายามทำตามวิธีเหล่านี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ล่าสุดเราเพิ่งเจอตัวช่วยสุดเจ๋ง ที่ทำให้เจ้าไรฝุ่นตัวจิ๋วพวกนี้แทบจะหายไปในพริบตา    นั่นก็คือ “เครื่อง  ดูดฝุ่น Dyson V8 Carbon Fibre” ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก Dyson ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จุดเด่นของเครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวนี้คือ พลังการดูดทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้นอีก 30% แถมยังพัฒนาเทคโนโลยีไซโคลนการกรองอากาศแบบทั้งเครื่องอีก เลยจัดมาลองด้วยตัวเองซักหน่อยค่ะ  แกะกล่องมาก็เจอกับอุปกรณ์ต่างๆ มากมายชวนให้งง แต่หลังจากอ่านคู่มือแล้วเรารีบหยิบ “หัวดูดฝุ่นที่นอน” มาก่อนเลย และที่ Dyson มีหัวต่อในเซ็ตมากมายแบบนี้ก็เพราะว่าหัวต่อแต่ละชิ้นถูกออกแบบมาเฉพาะการใช้งาน ให้เราสามารถเลือกใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดฝุ่นละอองได้มากยิ่งขึ้นด้วย   ต้องบอกก่อนว่า “Dyson V8 Carbon Fibre” ตัวนี้ ทางบริษัทเค้าเคลมไว้ว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีความแรงถึง 155 AW (น่าจะแรงที่สุดในไลน์เครื่องดูดแบบไร้สายละ) ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีชุดไซโคลน 2 Tier Radial™ (เรเดียล 2 ชั้น) ที่ทำงานคู่ขนานกันในการช่วยเพิ่มกระแสลม และ  การดักจับฝุ่นละออกขนาดเล็กจากแรงเหวี่ยงของกระแสลมเข้าสู่ถังเก็บฝุ่น แถมระบบที่ว่านี้ยังถูกผนึกอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการเล็ดลอดของละอองฝุ่นต่างๆ ออกจากตัวเครื่องด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าระหว่างที่เรากำลังตั้งใจดูดฝุ่นทำความสะอาดให้หมดจดอยู่นั้น ลมที่ระบายผ่านฟิลเตอร์ออกมาขณะที่เครื่องทำงานก็จะยังสะอาด และไม่มีพวกสารก่อภูมิแพ้ที่เรามองไม่เห็นออกมาปะปนในอากาศอีก  หลังจากที่เราบ้าพลังเลือกโหมด MAX พลังดูดเบอร์แรงสุดจัดการกับที่นอนไป 5 นาที ก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นในถังเก็บฝุ่น จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไงล่ะคะ ทั้งๆ ที่เราเพิ่งทำความสะอาดที่นอนและเปลี่ยนผ้าปูเตียงไปเมื่อ 2-3 วันก่อน เรายังนอนจมอยู่บนกองไรฝุ่นเยอะขนาดนี้เลยหรอ? เห็นแล้วก็รู้สึกสยองหน่อยๆ ....ตอนนี้เชื่อเลยค่ะว่าเครื่องดูดฝุ่น Dyson สามารถจัดการกับไรฝุ่นที่ฝังตัวอยู่บนที่นอนได้เกือบ 100% นั้นไม่ใช่แค่ราคาคุย  แล้วล่ะ นอกจากหัวดูดฝุ่นที่นอนที่เราได้ทดสอบประสิทธิภาพกันแล้ว Dyson V8 Carbon Fibre ยังมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เลยคือ หัวแปรงดูด Carbon Fibre ที่มีทั้งแบบหัวลูกกลิ้งขนนุ่ม (Fluffy) ซึ่งหุ้มด้วยผ้าไนลอนทำหน้าที่กักเก็บสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ ในขณะที่ขนแปรงคาร์บอนไฟเบอร์ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ จะดูดฝุ่นผงขนาดเล็กสกปรกขนาดใหญ่และฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากพื้นแข็งไปพร้อมๆ กัน ส่วนหัวดูดแบบ Direct Drive จะมี    ขนแปรงยาวพร้อมเส้นคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับทำความสะอาดพื้นแข็งและพรม  ความเจ๋งของ Dyson V8 Carbon Fibre นี้ไม่ได้มีดีแค่พลังดูดแบบไซโคลนเท่านั้นนะคะ การดีไซน์ตัวเครื่องก็รู้สึกได้เลยว่าทีมพัฒนาเข้าใจถึงการใช้งาน และใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ ทั้งแทนแขวนที่ทำให้จัดเก็บได้ง่ายและเป็นระเบียบไปพร้อมกับการชาร์จแบตเตอรี่, ด้ามจับที่ถนัดมือไม่ว่าจะถือใช้งานในที่สูงหรือถือในลักษณะปกติ, ตำแหน่งของปุ่มเปิดปิดที่อยู่ใกล้นิ้วตรงด้ามจับทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายในมือเดียว, วิธีการเปิดถังเก็บฝุ่นที่ทำได้ง่ายในขั้นตอนเดียว แค่ดึงตัวล็อคที่ด้านบนฝาถังด้านล่างก็เปิดออก เศษฝุ่นก็ตกลงถังขยะหรือภาชนะรองรับได้เลย ไม่ต้องยกถุงฝุ่น    ไปเทแบบเดิมๆ และไม่ต้องกลัวเรื่องฝุ่นคลุ้งกระจายอีกด้วยค่ะ และที่สำคัญ Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องนี้ ยังพัฒนาความสามารถของแบตเตอรี่ให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่องนานถึง 40 นาที (ในโหมดปกติ) ซึ่งก็เพียงพอต่อการทำความสะอาดห้องนอน หรือคอนโดในแต่ละครั้ง    แล้วค่ะ หรือถ้าใครไม่สะใจอยากใช้โหมด MAX ด้วยพลังดูดแบบจัดเต็มก็จะใช้งานต่อเนื่องได้แค่ 5 นาทีนะคะ แต่เอาเข้าจริงโหมดปกติก็มีพลังดูดแรงกว่าเครื่องอื่นๆ และเพียงพอต่อการใช้งานแล้วค่ะ  หลังจากที่เราได้ใช้งานจริงมาเกือบเดือน ต้องบอกว่า Dyson V8 Carbon Fibre  ตัวนี้กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญประจำบ้านไปแล้วค่ะ อุปกรณ์แต่ละชิ้นไม่ว่าจะถอดจะต่อก็ทำได้รวดเร็ว การทำความสะอาดบ้านแต่ละครั้งไม่ว่าจะซอกมุมไหนของบ้านก็มั่นใจได้ว่าสะอาดเอี่ยมแน่นอน ถึงแม้แรกๆ       จะแอบงงบ้างว่าจะใช้หัวต่อไหนกับงานประเภทไหนดี แต่ใช้ไปซักพักก็เริ่มชินและจะมีหัวต่อไม่กี่ชิ้นหรอกที่เรามักจะหยิบใช้กันบ่อยๆ ซึ่งหัวที่ใช้บ่อยก็สามารถนำมาเก็บไว้แท่นแขวนได้อีกเช่นกันค่ะ ถึงแม้ราคาค่างวดของตัวเครื่องจะค่อนข้างสูง ทำให้หลายคนอดตกใจและลังเลในการตัดสินใจซื้ออยู่ไม่น้อย แต่เชื่อเถอะว่านี่คือ เครื่องดูดฝุ่น      ไร้สายที่คุณพ่อบ้านแม่บ้านน่าจะมีไว้ในครอบครองจริงๆ ค่ะ.... แล้วภาระกิจกำจัดผู้ร้ายบนที่นอน รวมถึงฝุ่นละอองตัวจิ๋วตามจุดต่างๆ จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย และไม่มีวายร้ายตัวไหนหลุดลอดสายตาไปอีกแน่นอน **สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ 

D.I.Y ล่าสุด

ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

 ปัจจุบันห้องแต่งตัวไม่ได้เป็นแค่พื้นที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น ด้วยตำแหน่งที่มักจัดไว้ใกล้ห้องน้ำและห้องนอน หลายคนจึงปรับพื้นที่นี้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องนอน, กระเป๋าเดินทาง หรือเครื่องประดับ โดยการออกแบบและจัดแบ่งหมวดหมู่ที่ดีจะทำให้ห้องนี้ใช้งานได้สะดวกและเป็นระเบียบมากขึ้น ทว่าห้องแต่งตัวในฝันของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนฝันอยากได้ห้องแต่งตัวสไตล์เจ้าหญิงที่มี Walk-in Closet ดินแดนส่วนตัวแบบฟูลออฟชั่น หรือบางคนฝันอยากมีห้องแต่งตัวแบบสไตล์ลอฟท์เท่ๆ ตามฉบับชายหนุ่มมาดแมนที่มีตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูปมาพร้อมมัลติฟังก์ชั่น เหมาะสำหรับพื้นที่ทุกรูปแบบ ทั้งนี้ไม่ว่าคุณมีฝันอย่างไร อยากได้ห้องแต่งตัวรูปแบบไหน? "ห้องแต่งตัว" ก็คือพื้นที่ส่วนตัวที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ ดังนั้นในบทความนี้เราขอยกตัวอย่างห้องแต่งตัวรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นไอเดียให้กับห้องแต่งตัวในฝัน โดยที่คุณสามารถทำได้จริง แถมยังสนุกกับการตกแต่งมากขึ้น  ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Luxury สุดหรูหรูหราสง่างามและทันสมัยในตัวเอง คือหัวใจสำคัญของสไตล์ Modern Luxury ใครที่ฝันอยากมีห้องแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิงแบบ Walk-in Closet สุดหรูที่เอื้อประโยชน์ได้ทั้งหยิบใช้และโชว์ แถมยังมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตู้, ช่องเก็บของ, ราวแขวน, ชั้น, หรือลิ้นชักต่างๆ โดยที่เจ้าของบ้านสามารถกำหนดรูปแบบได้ตามความพอใจเพื่อให้สอดรับกับความต้องการนั้นบอกได้เลยว่าไม่ยาก เทคนิคง่ายๆ คือเลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือวัสดุสุดเก๋ตามเทรนด์ปัจจุบันที่ให้ทั้งลุคหรูหราพร้อมดูทันสมัยมาตกแต่ง ซึ่งควรเลือกชิ้นเด่นๆ หรือคลุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกันก็จะช่วยทำให้ห้องแต่งตัวชวนมองมากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมเพิ่มมิติจากความวิบวับจากแสงไฟ และวัสดุตกแต่งที่มีความมันวาวอย่างเมทัลลิก เช่นเดียวกับมือจับประดับเพชรขอบทอง เฟอร์นิเจอร์จาก SB Design Square เหมือนในภาพตัวอย่างด้านบนที่สะกดทุกสายตา และสะท้อนความโก้ได้ดีทีเดียว  ห้องแต่งตัวในฝันสวยงาม สดใส สไตล์ Modern Chic ใครที่เบื่อห้องแต่งตัวรูปแบบเดิมๆ ลองมาดูเทรนด์ใหม่มาแรงอย่างสไตล์ Modern Chic ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ซ่อนความเก๋ของงาน Design ไว้อย่างลงตัว ซึ่งทริคในการเนรมิตห้องแต่งตัวในฝันสไตล์นี้ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสจาก SB Design Square เหมือนดั่งภาพตัวอย่างด้านบนที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานตามแบบฉบับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ชอบอะไรแบบเรียบเก๋ จัดวางตู้เสื้อผ้าและมุมแต่งตัวให้เต็มผนังด้านใดด้านหนึ่ง เน้นฟังก์ชั่นหลักที่ต้องการมีเพียงตู้เสื้อผ้า โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ทำบานปิดแต่ติดราวเลียนแบบห้องลองชุดตามร้าน ให้สามารถเลือกเสื้อผ้าและเปลี่ยนได้ทันที พร้อมติดตั้งลิ้นชักสำหรับเก็บเสื้อไว้ตรงกลาง แถมบริเวณใต้ลิ้นชักยังใช้เป็นส่วนจัดเก็บเพิ่มเติมที่น่าจะงอกเงยเพิ่มพูนอย่างมากมายในอนาคตได้อีกด้วย  ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Minimal ตกแต่งน้อย แต่มากฟังก์ชั่นมาต่อกันที่สไตล์มินิมอลของสายคลีนกันบ้าง กับไอเดียการแต่งห้องแต่งตัวในฝันด้วยไม้สีอ่อน ดูอบอุ่น เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ ซึ่งเราแนะนำให้เลือกฟังก์ชั่นของตู้ให้ครบกับความต้องการในการใช้งาน ด้วยตู้เสื้อผ้าแนวคิดใหม่รุ่น Wardrobe จาก SB Design Square ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของชาวมินิมอลได้ดี เพราะสามารถเลือกตู้เสื้อผ้าบานเปิดในห้องนอนให้ลงตัวกับพื้นที่ได้ทั้งแบบลอยตัว และแบบบิลต์อิน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ กับการออกแบบตู้เสื้อผ้าในสไตล์ของคุณเอง แถมยังดีไซน์หน้าบาน มีให้เลือกหลากหลายวัสดุทีเดียว อาทิ บานไม้, บานกระจก, บานม่าน มีฟังก์ชั่นให้ทุกการเปิดปิดตู้เสื้อผ้า เงียบสนิท นุ่มนวล ลดแรงกระแทก ออปชั่นภายในตู้เสื้อผ้า ปรับเปลี่ยนตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง คุ้มค้าในทุกพื้นที่จัดเก็บ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องแต่งตัวในฝันที่ไม่กินพื้นที่ของห้องมากเกินไปแล้วล่ะ  ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Loft คงปฏิเสธได้ยากจริงๆ สำหรับกระแสเทรนด์การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ยังได้รับความนิยมอยู่มากในปัจจุบัน กับการโชว์ให้เห็นเนื้อแท้สัจจะวัสดุในการตกแต่ง สร้างอารมณ์ดิบเท่ที่ไม่ต้องปรุงแต่งให้ผิดแปลกไปจากวัสดุดั้งเดิมมากนัก ซึ่งหากคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของความดิบเท่สไตล์นี้ และฝันอยากมีห้องแต่งตัวที่บ่งบอกตัวตน แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ลอฟท์จาก SB Design Square ที่ใช้ท่อเหล็ก มาสร้างโครงสร้างของห้องแต่งตัว นอกจากความแข็งแรงของวัสดุประเภทท่อ การเลือกทำ Walk-in Closet สไตล์นี้ ยังทำให้ห้องที่ดูแคบโล่งโปร่งขึ้นได้ รวมถึงไม่จำเป็นต้องทำลิ้นชักแบบยึดติดผนัง สามารถเพิ่มเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เข้ามาเป็นพื้นที่เก็บของได้อย่างกลมกลืนเช่นเดียวกับภาพตัวอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถให้ทีม SB Interior Team ช่วยออกแบบโดยสร้างความเท่กว่าเดิมด้วยการทำเป็นประตูไม้บานเลื่อน ติดรางเพิ่มเติมสำหรับเข้าออก เป็นการสร้างกิมมิกที่ดูสะดุดตาให้กับห้องได้ดีทีเดียว "ห้องแต่งตัว" ก็เปรียบเสมือนกับการจัดดิสเพลย์ให้กับบ้าน ดังนั้นถ้าใครคิดจะทำห้องแต่งตัวในฝันตามสไตล์ที่เราชอบ อย่าลืมคำนึงถึงความสะอาดและการจัดระเบียบเป็นสำคัญ เพราะนอกจากได้ห้องแต่งตัวที่สวยงามน่าใช้งาน ยังสะท้อนตัวตนความเป็นคุณได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การจัดเรียงเสื้อผ้าตามโทนสี ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกในการหยิบใช้มากขึ้นด้วยนะ แต่..ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียแต่งห้องแต่งตัวในฝันแต่ยังไม่รู้จะแต่งแบบไหน เราขอแนะนำให้คุณพุ่งตัวไปปรึกษาเรื่องการออกแบบ กับทีม SB Interior Team ได้ที่ SB Design Square ทุกสาขา เพราะนอกจากจะมีฝีมือระดับเทพและประสบการณ์ออกแบบห้องสวยได้อย่างใจลูกค้ามานับไม่ถ้วน ทางมัณฑนากรยังเลือกใช้แต่เฟอร์นิเจอร์คุณภาพ SB โดยที่เราสามารถกำหนดงบประมาณได้อีกด้วย จนเรากล้าการันตีเลยว่า "ไม่ว่าคุณจะอยากอยู่แบบไหน...ก็ได้อยู่แบบนั้น"สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสนใจนัดหมายออนไลน์ได้ที่ https://www.sbdesignsquare.com/th/interior-solution/free-interior-design-service 
ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

“ห้องน้ำก็พังงงงงง แจ้งนิติก็ไม่ส่งช่างมาซ่อมให้สักที” สำหรับผู้ชายคงไม่มีอะไรรำคาญใจไปกว่าการฟังแฟนสาวพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ทุกวัน ปัญหาของผมก็คือแฟนสาวอยากซ่อมแซมห้องน้ำในคอนโดฯ ที่กระเบื้องแตกร้าว เลยอยากได้ความเร็ว จบงานภายใน 1 วัน หรือสามารถเปิดใช้งานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะห้องน้ำมีเพียงห้องเดียวและต้องใช้งานทุกวัน แจ้งให้ช่างนิติเข้ามาซ่อมก็ไม่มาสักที ซึ่งใครก็คงคิดว่าการปูกระเบื้องให้เร็ว จบงานใน 1 วัน นั้นเป็นเรื่องยากใช่ไหมครับ โดยเฉพาะการใช้กาวซีเมนต์ปูทับพื้นเดิม วิธีที่ค่อนข้างนิยมในงานซ่อมหรือรีโนเวทคอนโดที่ไม่สามารถรื้อกระเบื้องเก่าออกได้ง่ายนัก และไม่ต้องการเสียงดังในการก่อสร้าง หรือสร้างฝุ่นให้ต้องเก็บกวาดในภายหลัง ซึ่งต้องรอปูนกาวแห้งอย่างน้อย 1 วัน จึงสามารถเปิดใช้งานได้  แต่วันนี้ผลิตภัณฑ์ Jorakay ที่ผมบังเอิญเจอใน Facebook ทำให้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นของผมหมดไป จากการอ่านข้อมูลคร่าวๆ แล้วดูน่าสนใจเพราะช่วยร่นระยะเวลาได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน เลยเข้าไปดูในเว็บไซต์อ่านเรื่อง Express เพิ่มเติมสักหน่อย ก่อนจะตัดสินใจออกไปซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ โดยครั้งนี้ผมลองทำเอง ไม่ต้องจ้างช่างข้างนอกหรือเรียกช่างจากนิติ แฟนจะได้ไม่ต้องบ่นเรื่องเดิมซ้ำๆ และเฝ้ารอช่างอีกต่อไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผมเลือกใช้ก็คือ “กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส (Express crocodile)”   ทำไมต้อง กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส เพราะ กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส คือผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์ชนิดโพลิเมอร์ โมดิฟายด์ แห้งตัวได้เร็ว เน้นการใช้งานง่าย สะดวก เหมาะสำหรับคนเมืองที่อยากซ่อมแซมห้องน้ำ, โชว์รูม, ห้องอาหาร, ล็อปบี้ของโรงแรม, ห้างสรรพสินค้า ที่เป็นงานเร่งด่วนต้องการเปิดใช้งานเร็ว จบงานภายใน 1 วัน เนื่องจากปูนกาวทั่วไปต้องทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง จึงจะยาแนวได้ แต่กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวได้ภายใน 2-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและพื้นที่ ยิ่งถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เปิดใช้งานได้เร็วขึ้นภายใน 6-8 ชั่วโมง ทางแบรนด์จึงแนะนำให้ใช้คู่กันเพื่อให้จบงานได้เร็วที่สุด ซึ่งก็ตอบโจทย์ความต้องการของแฟนและผมได้ตรงจุด   ปูกระเบื้องได้ทุกชนิด ใช้ได้กับกระเบื้องขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผนังหรือพื้น สำหรับขั้นตอนการปูกระเบื้องก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากเลยนะครับ เพราะจะมีผลกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งานของกระเบื้อง ซึ่งวันนี้ผมก็นำข้อมูลดีๆ ในการปูกระเบื้องมาฝากด้วยครับ..  เตรียมพื้นผิวก่อนปูกระเบื้อง ขั้นตอนแรกคือควรตรวจสภาพพื้นผิวก่อนปูกระเบื้องว่าต้องไม่ให้มีผลต่อโครงสร้างหลัก พื้นที่ต้องการปูกระเบื้องต้องสะอาด ปราศจากฝุ่น, น้ำมัน, น้ำยาบ่มคอนกรีต, สี, เศษปูน และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่สำคัญก็คือเรื่องของความสะอาด เพราะถ้าเราเตรียมพื้นผิวไม่ดีพออาจจะเกิดปัญหากระเบื้องแตกหรือระเบิดอีกก็เป็นได้ ดังนั้นแนะนำให้ล้างทำความสะอาดพื้นผิวโดยใช้น้ำฉีด ขัดพื้นผิวให้สะอาด และกวาดน้ำที่ขังบนพื้นผิวให้หมดก่อนที่ใช้กาวซีเมนต์คุณภาพสูงกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส ที่เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ที่ต้องการใช้พื้นที่ด่วน เพราะยืดหยุ่นตัวสูง แห้งเร็วพิเศษ ใช้งานได้ทันใจและจะเพิ่มประสิทธิภาพของกาวซีเมนต์จระเข้มากยิ่งขึ้นก็ควรจะใช้กาวยาแนวที่เหมาะสมกันอย่างยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ด้วยนะครับ จะได้ใช้งานได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน  อัตราส่วนผสมหลัก ใช้กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส 20 กิโลกรัม ต่อน้ำ 4.6 ลิตร หรือ ปูน 3 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน โดยปริมาตร   ผสมอย่างมืออาชีพ เทปูนกาวซีเมนต์ลงในน้ำในขณะที่เปิดเครื่องผสม รอบต่ำประมาณ 150 รอบต่อนาที จะผสมให้เข้ากันดี หลังจากผสมแล้วควรใช้งานให้หมดภายใน 20-30 นาที โดยขึ้นกับอุณหภูมินะครับ และไม่ควรเติมน้ำหรือกาวซีเมนต์ลงไปอีกหลังจากเคมีบ่มตัวแล้ว   ปูกระเบื้องให้ถูกวิธี 1. ควรใช้เกรียงหวีด้านเรียบปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นหรือผนังที่ต้องการปูกระเบื้อง ให้เพียงพอสำหรับกระเบื้องที่จะใช้ปูแต่ละครั้ง  2. ใช้ด้านหวีปาดเป็นร่องให้ทั่ว และครูดให้เป็นรอยทาง ตามตารางการใช้งาน เพราะจะทำให้กระเบื้องยึดเกาะและไม่มีช่องว่างโพรงอากาศเหลืออยู่  3. นำกระเบื้องปูบนกาวซีเมนต์ เคาะกระเบื้องให้ติดแน่นกับกาวซีเมนต์ กดกระเบื้องลงบนกาวซีเมนต์ควรแน่ใจว่าหลังกระเบื้องสัมผัสกับกาวซีเมนต์เต็มแผ่น  4. สามารถจัดกระเบื้องแต่ละแผ่นให้ตรงแนวตามต้องการภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที ก่อนกาวปูกระเบื้องจะแห้งสนิทและไม่ควรจัดหรือเคาะกระเบื้องอีกเมื่อเลยเวลาดังกล่าว ซึ่งกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวกระเบื้องได้ภายใน 2 ชั่วโมง  5. ในกรณีต้องการเปิดพื้นที่อย่างเร่งด่วนควรยาแนวร่องกระเบื้องด้วยยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส (Fast Setting) เท่านั้น  สรุปว่า กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นตัวสูง เมื่อใช้เกรียงหวีลากปูนกาว และนำแผ่นกระเบื้องวางทับบนปูนกาว กระเบื้องจะไม่ไหลตัวหรือหลุดออกจากผนังเลย ปูนกาวยึดเกาะเร็ว แถมยังแห้งเร็วพิเศษสำหรับงานเร่งด่วนจริงๆ อีกทั้งช่างปูยังมีเวลาปรับแก้ระดับกระเบื้องได้ ลดงานซ่อมที่ต้องเลาะกระเบื้องเนื่องจากปูที่ไม่ได้ระดับ โดยรวมแล้วรู้สึกว่าช่างสามารถทำงานง่ายและสะดวก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ เพราะงานเสร็จไวไม่ยืดเยื้อ ที่สำคัญเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้งานเสร็จเร็วขึ้นตามที่ทางแบรนด์เคลมไว้เลยครับ ซึ่งก็ถือว่าประทับใจผมกับแฟนมากทีเดียว เพราะสามารถเปิดใช้ห้องน้ำได้ตามปกติ ภายใน 1 วัน (ไม่รวมการปรับหรือเตรียมพื้นที่) ไม่ต้องฟังแฟนบ่นอีกต่อไป แบบนี้เอาคะแนนความพึงพอใจจากผมไปเลย 10 เต็ม 10!  สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2IRkTgg หรือ www.facebook.com/jorakaypage
อากาศร้อนแค่ไหนแต่ “อย่าใจร้อน” มาเปลี่ยนบ้านซัมเมอร์นี้ให้ไม่น่าเบื่อ

อากาศร้อนแค่ไหนแต่ “อย่าใจร้อน” มาเปลี่ยนบ้านซัมเมอร์นี้ให้ไม่น่าเบื่อ

 เข้าหน้าร้อนทีไรมีอันต้องอยู่บ้านอย่างไม่เป็นสุข  กระสับกระส่ายเพราะอากาศร้อน จะเปิดแอร์ก็เกรงใจบิลค่าไฟ คิดอยากจะออกไปตากแอร์ในห้างสรรพสินค้า คนก็แห่กันไปนั่งจนคนแทบจะล้นห้าง แล้วจะทำอย่างไรให้ “บ้าน” ที่เราอยู่มีบรรยากาศของความเย็นสบายโดยไม่ต้องหนีไปพึ่งความเย็นนอกบ้าน “ยิปซัม ตราช้าง” มีไอเดียมาแนะนำเพื่อแต่งบ้านรับหน้าร้อนสำหรับเจ้าของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขกสามารถติดตั้งได้เองง่ายๆ  นอกจากทำให้บ้านเย็นสบายบ้านยังสวยใสท้าท้ายรับซัมเมอร์ เพียงสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ยังช่วยลดความร้อนของภายในบ้าน ด้วยฝ้าเพดานซึ่งถือเป็นส่วนที่สำคัญที่จะช่วยให้คุณทำตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช ตราช้าง ที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน มีแผ่นสะท้อนรังสีความร้อนได้ถึง 86% ไม่แอ่นตัว เหมาะกับบ้าน และอาคารที่อยู่อาศัย สะดวกและรวดเร็วในการติดตั้งบริเวณเพดานขอบมุมห้อง หรือเจาะผ่านช่องดาวน์ไลน์ โดยใช้คัดเตอร์ขนาดใหญ่ เแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ นวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์สำหรับบ้านในเมืองไทยที่ถือเป็นประเทศเขตร้อน  นอกจากนี้ยังเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย หมดปัญหาเรื่องคราบสกปรกปลอดฝุ่น ไม่มีฝุ่นผงของเส้นใยไฟเบอร์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และปลอดภัยด้วยคุณสมบัติกระดาษที่ติดกับเนื้อยิปซัมไม่ติดไฟ ไม่ลามไฟ ยังมีเทคโนโลยีใหม่ที่ผลิตมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ทั้งทนอากาศชื้น และทนความร้อน เรายังสามารถสร้างบรรยากาศความสดใสและทำให้ซัมเมอร์นี้ไม่น่าเบื่อ สามารถมิกซ์แอนด์แมชให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในแบบที่คุณต้องการได้ เพราะแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช (PaperTouch) ตราช้าง มีดีไซน์การออกแบบสวยงาม  ทั้งลายร่มไม้ (Shade Tree) สีเขียวสดใส ลายฟ้าใส 2 (Bright Sky2) สีของท้องฟ้าสวย ลายดอกไม้ทั้ง ลายลีลาวดี ลายผกามาศ พวงผกา ไอศวรรย์ นวลจันทร์ พลอยชมพู ดอกแก้ว ชวนชม หยาดเพชร และอีกมากมาย สามารถตกแต่งห้องโปรดของคุณได้หลากสไตล์   เจ้าของบ้านที่สนใจจะเปลี่ยนบ้านรับหน้าร้อน “ยิปซัม ตราช้าง” จัดโปรโมชั่นพิเศษคืนกำไรช่างผู้รับเหมาและเจ้าของบ้าน เพียงซื้อแผ่นฝ้าพิมพ์ลายทีบาร์ เปเปอร์ทัช จาก“ยิปซัม ตราช้าง” จำนวน 20 กล่อง รับทันทีเสื้อยืดคอกลม 1 ตัว เริ่มสะสมให้ครบ 3 สี 3 แบบ ได้ตั้งแต่วันนี้ – หรือจนกว่าของแถมจะหมด ณ ร้านยิปซัมเอ็กซ์เพรส  ผู้แทนจำหน่ายเอสซีจี  และร้านขายวัสดุก่อสร้างระดับชั้นนำทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage:@GypsumTraChangTH”  

บ้านสวย ร้านเด่น ล่าสุด

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

 วันนี้ทีมงาน Review Your Living มีโอกาสได้มาถ่ายทอดเรื่องราวน่าสนใจของคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งความพิเศษของคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป โดยมีขนาดถึง 16 ตารางเมตร แถมระเบียงของห้องนี้มีสวนส่วนกลางของโครงการเป็นพื้นหลังสีเขียวขจีที่สร้างความเป็นส่วนตัวได้ดีเลยยิ่งตอบโจทย์ คุณหมอตั้น เจ้าของห้องพักอาศัยที่มีภาระหน้าที่การงานหนักตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องเดินทางบ่อย จึงอยากได้คอนโดในพิกัดที่สะดวกทั้งสถานทำงานและบ้าน เพื่อให้ชีวิตในทุกๆ วันเข้าสู่โหมดการพักผ่อนอย่างแท้จริงทันทีที่เดินทางกลับมาถึง เมื่อเจอทำเลที่ใช่ คุณหมอตั้นเลยไม่ลังเลใจที่จะซื้อและให้สถาปนิกเข้ามาเป็นผู้ดูแลในเรื่องของงานออกแบบตกแต่งภายในห้องทั้งหมด โดยโจทย์ที่ต้องการก็คือ..ความเรียบง่าย เน้นที่เก็บของเยอะและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงต้องมีพื้นที่สำหรับปาร์ตี้รองรับเพื่อนๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนได้ จากโจทย์ที่เจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมต้องการ สถาปนิกฝีมือดีอย่าง คุณบอย แห่ง ANONYM จึงไม่รอช้าบรรจงออกแบบพื้นที่ 51 ตารางวา ออกมาในสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกขณะ เพื่อให้คุณหมอตั้นรู้สึกสบายตาและสบายใจเมื่อก้าวเข้าในห้องพัก บรรยากาศในห้องจึงดูนิ่งๆ เรียบๆ เป็นส่วนตัวหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นแบบพอดิบพอดี ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบของสถาปนิกโดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง สถาปนิกลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์ญี่ปุ่น สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องพักขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง รู้สึกโปร่งโล่ง กว้างขวาง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น บิลอินต์เฟอร์นิเจอร์สูงจรดเพดานทำให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากที่สุด ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องพักอาศัยดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า การใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้นภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่ช่วยเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม ขยับมาที่ระเบียงภายนอก อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป มีขนาดถึง 16 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ สถาปนิกจึงออกแบบที่นั่งแนวยาวไปตามขนาดของพื้นที่ระเบียง สำหรับรองรับเพื่อนฝูงของคุณหมอตั้นที่มักจะแวะมาทานข้าวหรือปาร์ตี้กันสม่ำเสมอ ความโชคดีของแปลนห้องพักในส่วนของระเบียงนั้นคือมี background เป็นสวนโครงการภายนอกพอดีเลยให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง  ความกลมกลืนของไม้โทนสีอ่อนที่ดูลงตัวในทุกองค์ประกอบต่างๆ จนเกิดบรรยากาศชวนผ่อนคลาย เพื่อเพิ่มกลิ่นอายแบบฉบับชาวญี่ปุ่น คุณบอยจึงเพิ่มต้นบอนไซให้เป็นลักษณะสำคัญของระเบียงภายนอก เพื่อสื่อสารถึงวิถีความเรียบง่าย เวลาก้าวออกมายังระเบียงจะรู้สึกเหมือนยกญี่ปุ่นขนาดย่อมมาไว้ในคอนโดนั่นเอง จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์มินิมอล ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ ขอบคุณรูปภาพจาก ANONYM
12 ร้านคาเฟ่ สุดชิค! ใกล้บีทีเอส

12 ร้านคาเฟ่ สุดชิค! ใกล้บีทีเอส

วันสบายๆ แบบนี้ มีแผนไปไหนกันหรือยัง ถ้ายังไม่มี ขอแนะนำ 12 ร้านคาเฟ่ติดบีทีเอส บรรยากาศฟินเว่อร์ น่านั่งทำงานเป็นที่สุด พร้อมมุมตกแต่ง ไว้ให้ถ่ายรูปชิคๆ เหมาะกับคนที่ใช้การเดินทางด้วย BTS หรือ ที่มีที่พักอาศัยอยู่ย่าน CBD ที่อยู่ใจกลางเมือง ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS  มาดูกันว่ามีร้านคาเฟ่ไหนถูกใจวัยชิคบ้าง...    Chu Chocolate Bar & Cafe  คาเฟ่ ที่มีให้ทานได้ทั้งของหวานและของคาวที่ดีไม่ต่างกัน อาหารก็น่าทาน บรรยากาศก็ดีเพราะเป็นการตกแต่งสไตล์มินิมอล เน้นการใช้โครงเหล็กที่ทำให้เรารู้สึกเท่ ภายในร้านก็จะโล่งสบายตา เหมาะแก่การมานั่งเม้ามอยกับเพื่อนไม่ว่าจะกลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 8.00 – 21.00 น. 📌ถนน สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร (ชั้น 2​​ Exchange Tower)   Dandelion Cake and Picnic  คาเฟ่เล็กๆแต่ว่าอบอวลไปด้วยความอบอุ่น เป็นค่าเฟ่ที่ให้บริการทั้งอาหารคาวและก็อาหารหวาน ถ้าพูดถึงมุมถ่ายรูป ต้องที่ชั้นสองเพราะมีการตกแต่งให้เป็นสไตล์ปิกนิก ที่ให้มานั่งพักผ่อน ถ่ายรูปกันได้อย่างบันเทิงใจด้วย ที่สำคัญใครที่อยากทำขนมทางร้านมีเปิดคลาสให้เวิร์คช็อปทำขนมได้ด้วย 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 7.00 – 22.00 น. 📌 ถ.สุขุมวิท ระหว่างซอย 49 กับ 51 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร   V La Cha หรือ เวฬาฌา  ร้านขนมไทยทำเองและที่สำคัญตามชื่อเลยค่ะ ร้านนี้ต้องมีดีเรื่องชา ที่จะคัดสรรชามาจับคู่ทานกับขนมไทย ลงตัวสุดๆและที่ขาดไม่ได้เยร้านนี้ตกแต่งโทนน้ำเงิน ไม้ ผสมกับปูนเปลือย พูดง่ายๆว่าจะยกกล้องไปมุมไหนก้ได้ภาพมาลงไอจีอย่างแน่นอน 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ⌚ 10.00 – 20.00 น. 📌อารีย์ซอย 1 กรุงเทพมหานคร (อยู่ต้นๆซอยเลย ขวามือ)   Shugaa Room for Dessert  หวาน หวานกว่านี้จะไปที่ไหน ขนมหวานร้านนี้เขาอบอวลด้วยความหอมหวานจริงๆ เพราะมีเค้กชาเขียวนุ่มๆ สไตล์ญี่ปุ่นให้ได้ลิ้มลอง ภายในร้านนี้ตกแต่งด้วยสีพาสเทลหวาน จะเห็นบาร์ขนมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งอยู่ ของประดับตกแต่งต่างๆก็ดีไซน์ออกมาน่ารัก สดใส ที่สำคัญที่นี่ยังมีการเปิดให้เข้ามา เวิร์คช็อปและคลาสการตกแต่งเค้กอีกด้วย สีร้านหวานขนาดนี้ สายหวาน สายแบ้วนี่ต้องมาเลยนะ 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 20.00 น. 📌 The Residence@61 สุขุมวิท 61 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร   Yellow Spoon Pastry  บ้านสีเหลืองที่น่ารักกุ๊งกิ๊ง ร้านนี้มีขนมหวานโฮมเมดสูตรน้ำตาลน้อยไว้ให้เลือกทาน ยังมีเมนูอื่นให้เลือกทานอีกด้วยทั้งคาวทั้งหวาน ร้านนี้เขาไม่ได้มาเล่นๆนะ ภายในร้านจะตกแต่งด้วยงานไม้สีอ่อน ทำให้รู้สึกอบอุ่นเสมือนว่าเรากำลังนั่งทานขนมหวานอยู่ที่บ้าน เหมาะแก่การถ่ายรูปที่สู้ด 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 20.00 น. 📌โครงการ Ekkamai Complex ระหว่าง ซอยเอกมัย 19 และ 21 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร   Warm Welcome Bakery & Cafe  ร้านเบเกอรี่ที่อบใหม่ๆทุกวัน ที่พร้อมจะเสิร์ฟให้กับลูกค้าอย่างเช่น ขนมปังพานีนี สอดไส้ซอสมะเขือ พร้อมเสิร์ฟให้กับลูกที่แวะเวียนมาที่ร้าน ซึ่งภายในร้านก็ตกแต่งสไตล์มินิมอล สีขาว สบายๆ และยังมีงานศิลปะที่ลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้อีกด้วย 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 8.00 – 18.00 น. 📌 19/5 ซอย สุขุมวิท 33 กรุงเทพมหานคร (เยื้องๆกับร้าน Top Daily)   Veganerie Concept  เอาใจสายสุขภาพกันบ้าง เพราะชื่อคาเฟ่ก็นัยๆบอกเราอยู่แล้วว่า vegan ก็คือ มังสวิรัติ นั่นเอง ร้านนี้จึงต้องการทำให้คนที่ไม่ชอบกินผักเปลี่ยนมาทานผักกันมากขึ้น เข้าใจถึงมุมมองการทานอาหารแนวนี้ ร้านก็จะตกแต่ง เท่ๆ ใช้เฟอร์นิเจอร์หรือการตกแต่งที่เป็นไม้เสียส่วนใหญ่ และยังมีที่นั่ง Outdoor ด้านหน้าร้านให้รับลมชิลๆ อีก 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 22.00 น. 📌ซอยเมธีนิเวศน์ สุขุมวิท 24 ประมาณ 500 เมตร   Ink & Lion café  ร้านนี้เป็นร้านกาแฟ และขนมจุบจิบที่ทานง่ายๆสบายๆ เรียบง่ายมีสไตล์เป็นของตนเอง เนื่องจากอย่างโคมไฟทางร้านก็ทำขึ้นเอง ด้านหลังก็มีแกลลอรี่โชว์ผลงานศิลปะสำหรับคนที่หลงรักในงานศิลปะที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และอย่างที่บอกว่าร้านนี้โดดเด่นด้านกาแฟทางร้านจึงมีกาแฟจำหน่ายและอุปกรณ์ต่างๆให้สามารถกลับไปชงเองที่บ้านได้อีก 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 09.00 – 18.00 น. 📌 ซ.เอกมัย 2 สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร   Chunky  ร้านน่านั่งกับเมนูอร่อยที่ไม่ควรพลาด บรรยากาศร้านจะเป็นร้านสองชั้นที่จะรองรับลูกค้าที่หลากร้าน เป็นการตกแต่งแบบโมเดิร์นที่ดูสบายตาเหมือนกินข้าวกับที่บ้าน ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูไฮแน่นอน และที่นี่มีทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ให้เลือกหลายหลายตอบโจทย์มาก 🗓เปิดบริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ ⌚ 11.00 – 22.00 น. 📌ถนน สุขุมวิท ซอย สุขุมวิท 23 กรุงเทพมหานคร (เข้าซอยเลี้ยวขวาซอยแรกแล้วตรงไปร้านอยู่ขวามือ)   One Dee Cafe หรือ วันดีคาเฟ่  เป็นการผสมผสานความเป็นไทยกับความสากลที่มีการเอาขนมไทยมาเป็นส่วนผสมในเมนูต่างๆใช้แต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีทั้งความแปลก อย่าง ไอศกรีมกะทิหน้ากุ้ง ที่ความอร่อยล้น อะไรจะลงตัวขนาดนี้ บรรยากาศร้านก็จะสบายๆเรียบง่ายแบบไทย อยากให้เธอได้ลอง 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 22.30 น. 📌ซอย พหลโยธิน 7 กรุงเทพมหานคร (ใกล้บีทีเอสอารีย์)    Childhood Café  เป็นอีกร้านที่มองทางไหนก็ดูออกว่าร้านตกแต่งสไตล์มินิมอล ที่มีความโดดเด่น สีขาว ดูสะอาดสบายตา เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ของทางร้านที่เป็นหินอ่อน ผสมผสานกับการตกแต่งเพิ่มโดยต้นไม้สีเขียวที่ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น ร้านนี้อีกอย่างที่โดดเด่นคืออาหารไทยฟิวชั่นที่ทานง่าย เป็นเมนูที่เหมือนจะธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ⌚ 11.00 – 22.00 น. 📌ซอยสุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร   ARTIS  ร้านนี้มีสองสาขาสาขาหนึ่งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และอีกสาขาก็ที่กรุงเทพของเรานี่เอง เป็นอะไรที่น่าปลื้มปลิ่มมาก เพราะที่นี่โดดเด่นมาเรื่องกาแฟที่ทางร้านการันตีเลย แต่ไม่ได้มีดีที่กาแฟเพียงอย่างเดียวเพราะของทานเล่นของทางร้านก็หลากหลาย ที่ร้านก็จะตกแต่งสบายๆ มีความโมเดิร์นอยู่ภายในร้าน 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 06.00 – 19.00 น. 📌 สุขุมวิท 18 กรุงเทพมหานคร ใกล้ที่ไหน สะดวกสถานีไหน จัดไปเลยนะขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบ จาก EventPass Facebook : https://www.facebook.com/EventPassfanpage/ 
KINN Kaffe & Craft จิบกาแฟในสวนลับย่านลาดพร้าว

KINN Kaffe & Craft จิบกาแฟในสวนลับย่านลาดพร้าว

ลึกเข้าไปในซอยลาดพร้าว 25 บริบทรอบข้างเต็มไปด้วยบ้านเรือนและตึกเป็นส่วนใหญ่ แต่พื้นที่เกือบสุดทางของซอยตันนี้กลับมีบ้านไม้หลังเก่ายุค 90's ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นคาเฟ่ ภายใต้ชื่อ KINN Kaffe & Craft ที่คอยเปิดต้อนรับทุกคนอยู่ ด้วยร่มไม้เขียวขจีริมรั้วเตี้ยและประตูสีฟ้าเปิดกว้างรอต้อนรับให้ทุกคนไปนั่งจิบกาแฟเพลินๆ สัมผัสกับธรรมชาติใจกลางเมืองอันหาได้ยากในมหานครคอนกรีตแห่งนี้..ทันทีที่เดินแหวกม่านขาวบางเข้าไปในบริเวณร้าน เราต้องหยุดชะงักให้กับความร่มรื่นที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมือง เพราะพื้นที่ตรงหน้าคือสวนสวยเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ทั้งไม้ยืนต้นอย่าง มะม่วง, ชมพู่, ลีลาวดี ไปจนถึงไม้แขวนอย่างเฟินสไบนางพุ่มใหญ่ และไม้ประดับอย่างแคคตัส เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความตั้งใจของสถาปนิกหนุ่มสาว คุณวิน ชิตชนันท์ ขรขันฑ์ และคุณเนย วิริญจ์ลดา เลิศธัญทวี เจ้าของร้านที่ต้องการจะรีโนเวตบ้านไม้ชั้นครึ่งหลังเก่า ในพื้นที่ราว 100 ตารางวา ให้กลายเป็นออฟฟิศภูมิสถาปัตย์กึ่ง Co-working space เล็กๆ สำหรับการทำงานและการพักผ่อนในคราวเดียว รวมถึงเพิ่มฟังก์ชั่นของคาเฟ่เข้าไป เพื่อให้บ้านหลังเล็กแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่น ท่ามกลางสวนสีเขียวกับความสุขเล็กๆ รอบตัวแก่ผู้มาเยือนทุกคนเมื่อมีคอนเซ็ปต์ร้านที่ชัดเจนแล้ว เจ้าของร้านจึงเริ่มต้นปรับปรุงตัวบ้านไม้ที่มีสภาพผุพังไปตามกาลเวลา โดยต้องการให้พื้นที่ภายใน โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด จึงทุบผนังบางส่วน แต่ยังคงโครงสร้างอาคารเดิมไว้ เพื่อเปิดให้สเปซเชื่อมถึงกัน จากพื้นที่ชั้นล่างสู่ชั้นบนที่การใช้งานเดิมเป็นเพียงห้องรับแขก และห้องนอนซึ่งเชื่อมกันด้วยบันไดไม้ขนาดเล็กบริเวณชั้นล่างของบ้านไม้เก่ายุค 90’s ถูกต่อเติมให้เป็นพื้นที่ต้อนรับ พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ไม้ขนาดใหญ่ หน้าฝาบ้านไม้เก่าแบบโบราณทาสีใหม่ประดับด้วยของสะสมสไตล์วินเทจทั้งของเก่าพื้นเมืองและของใหม่ อาทิ รูปปั้น, กรอบรูป, เครื่องจักรสาน ที่แทรกด้วยกระถางต้นไม้ขนาดเล็ก และช่อดอกไม้แห้งเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของคาเฟ่สีเขียว รวมถึงต่อเติมชายคาส่วนหน้าบ้านด้วยโครงสร้างกระจกให้เป็นส่วน Green House พร้อมสวนสีเขียวขจีขยับมายังส่วนพื้นที่ชั้นลอยถูกเนรมิตให้เป็นมุมนั่งเล่นจิบกาแฟ ในบรรยากาศโฮมออฟฟิศ กับมุมโซฟาหนังสุดคลาสสิกขนาดใหญ่ และมุมที่นั่งริมชาน คุมโทนด้วยการเลือกใช้ของตกแต่งสีเขียวและสีน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ และสบาย อีกทั้งเจาะช่องแสงเพิ่มระหว่างฝาบ้านทำให้แสงธรรมชาติจากภายนอกส่องเข้าถึงพื้นที่ภายในได้เป็นอย่างดีในส่วนของบริเวณโดยรอบ เจ้าของร้านปรับพื้นที่โดยเปลี่ยนโรงจอดรถเก่าให้เป็นโซนที่นั่งแบบเอ๊าต์ดอร์ มาพร้อมสนามหญ้าและสวนขนาดเล็กแทรกอยู่ตามบริเวณมุมต่างๆ จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งกระถางต้นไม้หลากหลายขนาด สร้างบรรยากาศด้วยม่านโปร่งแสงสีขาวปลิวไสวไปตามกระแสลม พร้อมเสียงเพลงสากลอินดี้โฟล์ก ที่บางคราวถูกแทนที่ด้วยดนตรีแจ๊ซเปิดคลอ เหมาะแก่การจิบกาแฟ, ประชุม,  นั่งทำงาน, อ่านหนังสือ ไปจนถ่ายรูปเพลินๆ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่มีศักยภาพเป็นจุดพักสายตาใครที่มองหาเครื่องดื่มเย็นๆ คลายร้อน ขอแนะนำเมนูซิกเนเจอร์อย่าง KINN Iced Kaffe กาแฟเย็นสูตรพิเศษของทางร้านที่เพิ่มรสชาติด้วยไซรัปสูตรพิเศษหอมหวานชื่นใจ โดยเน้นเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีชงแก้วต่อแก้ว เพื่อให้ได้รสชาติเข้ม กลมกล่อม ยิ่งถ้าทานคู่กับ Blueberry Cheese Pie สูตรของทางร้านด้วยล่ะก็..ยิ่งเพิ่มความฟินที่ดีต่อใจ ภายใต้บรรยากาศบนพื้นที่สีเขียวแสนร่มรื่นใจกลางลาดพร้าวแห่งนี้เหลือเกินหากคุณเป็นคอกาแฟและต้องการหาคาเฟ่สงบๆ หลบหลีกชีวิตที่แสนวุ่นวายในเมืองหลวง KINN Kaffe & Craft คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ตัวร้านตั้งอยู่ที่ 6/22 ซอยลาดพร้าว 25 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook/kinnkaffe หรือ Instagram/kinnkaffe

รีวิวสินค้าน่าใช้ ล่าสุด

ไรฝุ่น ผู้ร้ายบนที่นอน

ไรฝุ่น ผู้ร้ายบนที่นอน

เราทุกคนใช้เวลาอยู่บนที่นอนเป็นเวลา 1 ใน 3 ของวันเพื่อการพักผ่อน แต่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่า ภัยเงียบที่เราต้องเผชิญตลอดเวลาที่อยู่    บนที่นอนเป็นสาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้ เช่น โรคหืด ผื่นผิวหนังอักเสบ หรือโรคแพ้อากาศ ฯลฯ ซึ่งกว่า 70% มี “ไรฝุ่น” เป็นตัวการสำคัญ ปัญหาไรฝุ่น มักจะหลุดรอดจากการกำจัดเกือบทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะตั้งใจทำความสะอาดเช็ดถูทุกซอกอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม เพราะฝุ่นละอองขนาดจิ๋วและไรฝุ่นพวกนี้มีขนาดเพียง 0.1-0.3 มิลลิเมตรเท่านั้น!! แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไรบ้างถ้าจะกำจัดไรฝุ่นให้หมดไป?  เคล็ดลับทั่วไปที่เราต่างก็คุ้นเคยกันอยู่แล้วคือหมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นประจำ ซักผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนด้วยน้ำอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส ตากให้แห้งสนิทและเก็บไว้ในถุงที่มิดชิด หมั่นทำความสะอาดห้องนอน ดูดฝุ่น และเช็ดทำความสะอาดให้ทั่วบริเวณ ไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้าในห้องนอน จริงๆ เราก็พยายามทำตามวิธีเหล่านี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ล่าสุดเราเพิ่งเจอตัวช่วยสุดเจ๋ง ที่ทำให้เจ้าไรฝุ่นตัวจิ๋วพวกนี้แทบจะหายไปในพริบตา    นั่นก็คือ “เครื่อง  ดูดฝุ่น Dyson V8 Carbon Fibre” ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก Dyson ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จุดเด่นของเครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวนี้คือ พลังการดูดทำความสะอาดที่เพิ่มขึ้นอีก 30% แถมยังพัฒนาเทคโนโลยีไซโคลนการกรองอากาศแบบทั้งเครื่องอีก เลยจัดมาลองด้วยตัวเองซักหน่อยค่ะ  แกะกล่องมาก็เจอกับอุปกรณ์ต่างๆ มากมายชวนให้งง แต่หลังจากอ่านคู่มือแล้วเรารีบหยิบ “หัวดูดฝุ่นที่นอน” มาก่อนเลย และที่ Dyson มีหัวต่อในเซ็ตมากมายแบบนี้ก็เพราะว่าหัวต่อแต่ละชิ้นถูกออกแบบมาเฉพาะการใช้งาน ให้เราสามารถเลือกใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดฝุ่นละอองได้มากยิ่งขึ้นด้วย   ต้องบอกก่อนว่า “Dyson V8 Carbon Fibre” ตัวนี้ ทางบริษัทเค้าเคลมไว้ว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีความแรงถึง 155 AW (น่าจะแรงที่สุดในไลน์เครื่องดูดแบบไร้สายละ) ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีชุดไซโคลน 2 Tier Radial™ (เรเดียล 2 ชั้น) ที่ทำงานคู่ขนานกันในการช่วยเพิ่มกระแสลม และ  การดักจับฝุ่นละออกขนาดเล็กจากแรงเหวี่ยงของกระแสลมเข้าสู่ถังเก็บฝุ่น แถมระบบที่ว่านี้ยังถูกผนึกอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันการเล็ดลอดของละอองฝุ่นต่างๆ ออกจากตัวเครื่องด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าระหว่างที่เรากำลังตั้งใจดูดฝุ่นทำความสะอาดให้หมดจดอยู่นั้น ลมที่ระบายผ่านฟิลเตอร์ออกมาขณะที่เครื่องทำงานก็จะยังสะอาด และไม่มีพวกสารก่อภูมิแพ้ที่เรามองไม่เห็นออกมาปะปนในอากาศอีก  หลังจากที่เราบ้าพลังเลือกโหมด MAX พลังดูดเบอร์แรงสุดจัดการกับที่นอนไป 5 นาที ก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นในถังเก็บฝุ่น จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไงล่ะคะ ทั้งๆ ที่เราเพิ่งทำความสะอาดที่นอนและเปลี่ยนผ้าปูเตียงไปเมื่อ 2-3 วันก่อน เรายังนอนจมอยู่บนกองไรฝุ่นเยอะขนาดนี้เลยหรอ? เห็นแล้วก็รู้สึกสยองหน่อยๆ ....ตอนนี้เชื่อเลยค่ะว่าเครื่องดูดฝุ่น Dyson สามารถจัดการกับไรฝุ่นที่ฝังตัวอยู่บนที่นอนได้เกือบ 100% นั้นไม่ใช่แค่ราคาคุย  แล้วล่ะ นอกจากหัวดูดฝุ่นที่นอนที่เราได้ทดสอบประสิทธิภาพกันแล้ว Dyson V8 Carbon Fibre ยังมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เลยคือ หัวแปรงดูด Carbon Fibre ที่มีทั้งแบบหัวลูกกลิ้งขนนุ่ม (Fluffy) ซึ่งหุ้มด้วยผ้าไนลอนทำหน้าที่กักเก็บสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ ในขณะที่ขนแปรงคาร์บอนไฟเบอร์ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ จะดูดฝุ่นผงขนาดเล็กสกปรกขนาดใหญ่และฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากพื้นแข็งไปพร้อมๆ กัน ส่วนหัวดูดแบบ Direct Drive จะมี    ขนแปรงยาวพร้อมเส้นคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับทำความสะอาดพื้นแข็งและพรม  ความเจ๋งของ Dyson V8 Carbon Fibre นี้ไม่ได้มีดีแค่พลังดูดแบบไซโคลนเท่านั้นนะคะ การดีไซน์ตัวเครื่องก็รู้สึกได้เลยว่าทีมพัฒนาเข้าใจถึงการใช้งาน และใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ ทั้งแทนแขวนที่ทำให้จัดเก็บได้ง่ายและเป็นระเบียบไปพร้อมกับการชาร์จแบตเตอรี่, ด้ามจับที่ถนัดมือไม่ว่าจะถือใช้งานในที่สูงหรือถือในลักษณะปกติ, ตำแหน่งของปุ่มเปิดปิดที่อยู่ใกล้นิ้วตรงด้ามจับทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายในมือเดียว, วิธีการเปิดถังเก็บฝุ่นที่ทำได้ง่ายในขั้นตอนเดียว แค่ดึงตัวล็อคที่ด้านบนฝาถังด้านล่างก็เปิดออก เศษฝุ่นก็ตกลงถังขยะหรือภาชนะรองรับได้เลย ไม่ต้องยกถุงฝุ่น    ไปเทแบบเดิมๆ และไม่ต้องกลัวเรื่องฝุ่นคลุ้งกระจายอีกด้วยค่ะ และที่สำคัญ Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องนี้ ยังพัฒนาความสามารถของแบตเตอรี่ให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่องนานถึง 40 นาที (ในโหมดปกติ) ซึ่งก็เพียงพอต่อการทำความสะอาดห้องนอน หรือคอนโดในแต่ละครั้ง    แล้วค่ะ หรือถ้าใครไม่สะใจอยากใช้โหมด MAX ด้วยพลังดูดแบบจัดเต็มก็จะใช้งานต่อเนื่องได้แค่ 5 นาทีนะคะ แต่เอาเข้าจริงโหมดปกติก็มีพลังดูดแรงกว่าเครื่องอื่นๆ และเพียงพอต่อการใช้งานแล้วค่ะ  หลังจากที่เราได้ใช้งานจริงมาเกือบเดือน ต้องบอกว่า Dyson V8 Carbon Fibre  ตัวนี้กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญประจำบ้านไปแล้วค่ะ อุปกรณ์แต่ละชิ้นไม่ว่าจะถอดจะต่อก็ทำได้รวดเร็ว การทำความสะอาดบ้านแต่ละครั้งไม่ว่าจะซอกมุมไหนของบ้านก็มั่นใจได้ว่าสะอาดเอี่ยมแน่นอน ถึงแม้แรกๆ       จะแอบงงบ้างว่าจะใช้หัวต่อไหนกับงานประเภทไหนดี แต่ใช้ไปซักพักก็เริ่มชินและจะมีหัวต่อไม่กี่ชิ้นหรอกที่เรามักจะหยิบใช้กันบ่อยๆ ซึ่งหัวที่ใช้บ่อยก็สามารถนำมาเก็บไว้แท่นแขวนได้อีกเช่นกันค่ะ ถึงแม้ราคาค่างวดของตัวเครื่องจะค่อนข้างสูง ทำให้หลายคนอดตกใจและลังเลในการตัดสินใจซื้ออยู่ไม่น้อย แต่เชื่อเถอะว่านี่คือ เครื่องดูดฝุ่น      ไร้สายที่คุณพ่อบ้านแม่บ้านน่าจะมีไว้ในครอบครองจริงๆ ค่ะ.... แล้วภาระกิจกำจัดผู้ร้ายบนที่นอน รวมถึงฝุ่นละอองตัวจิ๋วตามจุดต่างๆ จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดาย และไม่มีวายร้ายตัวไหนหลุดลอดสายตาไปอีกแน่นอน **สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ 
ไอเดียตกแต่งคอนโดลุคใหม่ เรียบหรูมีสไตล์ด้วยลายหินอ่อน

ไอเดียตกแต่งคอนโดลุคใหม่ เรียบหรูมีสไตล์ด้วยลายหินอ่อน

เคยได้ยินกันไหมคะ ว่าที่อยู่อาศัยของเรานั้นสามารถสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์เจ้าของได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะหากใครที่อยู่คอนโดมิเนียมแล้วล่ะก็ จะยิ่งมีพื้นที่ส่วนตัวให้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปได้อย่างเต็มที่มากที่สุด ตั้งแต่โซฟา เตียงนอน หมอน ผ้าห่ม โต๊ะ ตู้ หรือของตกแต่งภายในห้อง ทุกอย่างเราดีไซน์ได้ด้วยตัวเองง่ายๆ  เฟอร์นิเจอร์ สำหรับยุคนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงเครื่องใช้สำหรับอำนวยความสะดวกภายในบ้านของเราเท่านั้น แต่ด้วย เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นใหม่ๆ มาให้เลือกมากมายจนตาลายไปหมด ซึ่งทำออกมาทั้งดีไซน์สวยงาม ฟังก์ชั่นมีสไตล์ เฉพาะตัว แถมยังขยันใส่นวัตกรรมลงไปบนวัสดุ เพื่อช่วยเพิ่มอายุการใช้งานให้คุ้มค่ามากที่สุด ทำให้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นนั้น เปรียบเสมือนเครื่องประดับภายในบ้านของเราที่สำคัญไม่ใช่เค่รูปลักษณ์ที่ต้องดูสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถ ใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ได้ด้วย ยิ่งในคอนโดมิเนียมก็ยิ่งต้องเลือกเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่อันจำกัดจึงต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์ ที่ลงตัวกับทุกมุมห้อง แล้วเฟอร์นิเจอร์แบบไหนล่ะคะ ที่จะสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งสวยงามโดนใจ ใช้งานได้สะดวก และมีความแข็งแรงทนทานไปพร้อมๆ กัน ก่อนหน้านี้เทรนด์การตกแต่งสไตล์ Modernloft เป็นกระแสมาแรงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่เหล่าร้านกาแฟที่ต่างก็ใช้คอนเซปนี้กันถ้วนหน้า ซึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากผนังปูนเปลือย ขัดมัน หรืออิฐมอญผสมคอนกรีต ประกอบกับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุไม้กับเหล็กสีดำเป็นหลัก เน้นพื้นที่โปร่งโล่ง เผยให้เห็นวัสดุดิบๆ ทำให้สื่อถึงความเรียบง่ายไม่ฉูดฉาด แฝงความเท่แบบมีสไตล์ แต่สำหรับเทรนด์ล่าสุดที่กำลังได้รับ ความนิยมไม่น้อยเช่นกัน กลับมีความแตกต่างจากสไตล์โมเดิร์นแบบที่เห็นกันทั่วไป เพราะต่างก็หันมาคำนึงถึงเรื่อง Timeless คุณค่าความงดงามเหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปีก็ทรงเสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ซึ่งจะมาในรูปแบบของผนัง ของตกแต่งต่างๆ และเฟอร์นิเจอร์ เดี๋ยวนี้คอนโดมิเนียมหลายแห่งที่ถูกดีไซน์ทั้งสถาปัตยกรรมภายนอกและตกแต่งภายในเอาไว้อย่างหรูหราสวยงามน่าอยู่ มากเลยใช่ไหมคะ ยิ่งถ้าใครที่เคยเข้าไปดูห้องตัวอย่างของแต่ละโครงการที่มีเฟอร์นิเจอร์สวยๆ มีฟังก์ชั่นการใช้งานได้ หลากหลายจะทำให้ห้องดูดีขึ้นในทันตา โดยระยะหลังมานี้จะสังเกตได้ว่าหลายแห่งก็มักนิยมนำลายหินอ่อน มาประดับตกแต่ง ไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งของห้อง จนเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ล่าสุดสำหรับการตกแต่งภายใน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะทานข้าว ผนังห้อง หรือ Top ผิวต่างๆ เพิ่มความสวยงามเรียบหรูที่สามารถเข้ากับการตกแต่งห้องได้ทุกแนว    ส่งให้ห้องของเราออกมาดูหรูหราอย่างมีสไตล์เฉพาะตัว แต่การที่จะตกแต่งคอนโดมิเนียมให้ออกมาดูเรียบโก้หรูหรานั้น ก็ดูจะต้องใช้งบประมาณ  ไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ โดยเฉพาะกับลายหินอ่อนสวยๆ สร้างบรรยากาศคลาสสิคไม่ตกยุค แต่วันนี้เรามีไอเดียแต่งคอนโดมิเนียมแนวหรูหรา ดูดี      มีระดับด้วยลายหินอ่อนผสมผสานกับความเรียบง่าย มาฝากคนที่กำลังอยากจัดห้องลุคใหม่ ที่สำคัญใช้งบประมาณเริ่มต้นแค่หลักพันค่ะ ห้องที่ดูเรียบง่ายบนความโมเดิร์น สื่อถึงบุคลิคที่เป็นผู้ใหญ่ ดูอบอุ่นด้วยวัสดุไม้ที่นำมาสลับกับลูกเล่นลายหินอ่อน เพิ่มความหรูหรา มีชีวิตชีวา      ไม่เรียบจนจืดชืดเกินไป ลายหินอ่อนก็นำมามิกซ์แอนด์แมทซ์กับผนังสีสันจัดจ้านได้ดีเหมือนกันนะคะ สามารถสะท้อนบุคลิกสนุกสนานขี้เล่นแต่ยังคงความมีสไตล์ตามแบบฉบับคนเจน Y  KONCEPT เอาใจคนที่อยากตกแต่งคอนโดมิเนียมให้หรูหรากับชุดห้องนอน “Marzera” (มาร์เซร่า) ที่นำเอาความโดดเด่นของลายหินอ่อนโทนสีขาว โดยใช้วัสดุ Short Cycle ลายหินอ่อน, สีขาว ร่วมกับวัสดุ Poly High Gloss(PHG) มาปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ ให้เรียบเนียน และยังได้ความมันวาวที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า ให้ความรู้สึกสวยหรู ดูแพงยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความแข็งแรง ทนทานต่อรอยขูดขีดได้เป็นอย่างดี ซึ่งดีไซน์ตัดกับวัสดุ Foil ลายไม้ที่มีให้เลือก 2 โทนสี คือ สีลินด์เบิร์กโอ๊ค โทนไม้สว่างๆ ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และสีเวงเก้ ทำให้ห้องดูขรึม ให้สไตล์มาดเท่ ดูมีเอกลักษณ์ ชัดเจนขึ้น สร้างบรรยากาศให้ห้องของเรามีกลิ่นอายของธรรมชาติ ตัดขอบด้วยวัสดุ Aluminium Edge ปิดรอยต่อให้ดูสวยงาม และกระจกเงาช่วยดึงเฟอร์นิเจอร์ให้ยิ่งดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ถือเป็นเฟอร์นิเจอร์อย่างที่เรียกว่า Timeless ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังคงดูดีอยู่เสมอ โดย        เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อยกเซตนะคะ แต่สามารถซื้อแยกชิ้นแล้วนำมามิกซ์กันตามความชอบได้ ซึ่งจะมีมาให้เลือกหลายหลาย เช่น หัวเตียงทรงสูง ดีไซน์ตัดขอบคิ้ว Aluminium Edge ที่อวดลวดลายหินอ่อนตรงหัวเตียง ให้สัมผัสเงางาม เพิ่มความหรูระดับสิบ พร้อมฟังก์ชั่นช่องเก็บของ ซึ่งเจาะพื้นที่ภายในเป็นกระจกเงาให้ห้องสวยดูมีมิติยิ่งขึ้น ประกอบกับ Foil ลายไม้ ตรงฐานเตียง โดยตามภาพจะเป็นสีลินด์เบิร์กโอ๊ค       ดูสว่างแฝงด้วยความอบอุ่น โต๊ะเครื่องแป้งแบบยืนช่วยลดพื้นที่ในการวางให้สามารถเข้ามุมได้อย่างพอดีแถมไม่เปลืองพื้นที่ ทำให้คุณได้โพสต์ท่าเก๋ๆ พร้อมกระจกเงาบานยาวเต็มตัว เสริมความมั่นใจในการแต่งตัว เพิ่มฟังก์ชั่นตะขอแขวนและชั้นวางของอเนกประสงค์ ด้านข้าง ช่วยให้การแต่งตัวของคุณสะดวกสบายและ  ง่ายขึ้น  ไม่ว่าคุณจะชอบแบบไหน Marzera ก็สามารถเข้าไปเพิ่มความมีระดับให้กับทุกห้องได้อย่างลงตัว ลองแวะไปสัมผัสด้วยตัวเองที่ SB Design Square หรือทางออนไลน์ที่ www.konceptfurniture.com เท่านั้น หากคุณอยากจะรู้ว่าลายหินอ่อนนั้นจะส่งให้มีความหรูหราอย่างมีสไตล์อย่างไรได้บ้างลองไปชมวิดีโอตัวนี้ได้เลยค่ะ https://www.konceptfurniture.com/th/media-center/events/VDOwelcometomyhome 
ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

ห้องแต่งตัวในฝันทำได้จริง อยากแต่งแบบไหนก็ได้แบบนั้น

 ปัจจุบันห้องแต่งตัวไม่ได้เป็นแค่พื้นที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น ด้วยตำแหน่งที่มักจัดไว้ใกล้ห้องน้ำและห้องนอน หลายคนจึงปรับพื้นที่นี้เป็นที่เก็บของใช้ต่างๆ ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องนอน, กระเป๋าเดินทาง หรือเครื่องประดับ โดยการออกแบบและจัดแบ่งหมวดหมู่ที่ดีจะทำให้ห้องนี้ใช้งานได้สะดวกและเป็นระเบียบมากขึ้น ทว่าห้องแต่งตัวในฝันของคนเราไม่เหมือนกัน บางคนฝันอยากได้ห้องแต่งตัวสไตล์เจ้าหญิงที่มี Walk-in Closet ดินแดนส่วนตัวแบบฟูลออฟชั่น หรือบางคนฝันอยากมีห้องแต่งตัวแบบสไตล์ลอฟท์เท่ๆ ตามฉบับชายหนุ่มมาดแมนที่มีตู้เสื้อผ้าสำเร็จรูปมาพร้อมมัลติฟังก์ชั่น เหมาะสำหรับพื้นที่ทุกรูปแบบ ทั้งนี้ไม่ว่าคุณมีฝันอย่างไร อยากได้ห้องแต่งตัวรูปแบบไหน? "ห้องแต่งตัว" ก็คือพื้นที่ส่วนตัวที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ ดังนั้นในบทความนี้เราขอยกตัวอย่างห้องแต่งตัวรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นไอเดียให้กับห้องแต่งตัวในฝัน โดยที่คุณสามารถทำได้จริง แถมยังสนุกกับการตกแต่งมากขึ้น  ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Luxury สุดหรูหรูหราสง่างามและทันสมัยในตัวเอง คือหัวใจสำคัญของสไตล์ Modern Luxury ใครที่ฝันอยากมีห้องแต่งตัวเหมือนเจ้าหญิงแบบ Walk-in Closet สุดหรูที่เอื้อประโยชน์ได้ทั้งหยิบใช้และโชว์ แถมยังมีให้เลือกใช้หลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น ตู้, ช่องเก็บของ, ราวแขวน, ชั้น, หรือลิ้นชักต่างๆ โดยที่เจ้าของบ้านสามารถกำหนดรูปแบบได้ตามความพอใจเพื่อให้สอดรับกับความต้องการนั้นบอกได้เลยว่าไม่ยาก เทคนิคง่ายๆ คือเลือกเฟอร์นิเจอร์ หรือวัสดุสุดเก๋ตามเทรนด์ปัจจุบันที่ให้ทั้งลุคหรูหราพร้อมดูทันสมัยมาตกแต่ง ซึ่งควรเลือกชิ้นเด่นๆ หรือคลุมโทนสีไปในทิศทางเดียวกันก็จะช่วยทำให้ห้องแต่งตัวชวนมองมากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมเพิ่มมิติจากความวิบวับจากแสงไฟ และวัสดุตกแต่งที่มีความมันวาวอย่างเมทัลลิก เช่นเดียวกับมือจับประดับเพชรขอบทอง เฟอร์นิเจอร์จาก SB Design Square เหมือนในภาพตัวอย่างด้านบนที่สะกดทุกสายตา และสะท้อนความโก้ได้ดีทีเดียว  ห้องแต่งตัวในฝันสวยงาม สดใส สไตล์ Modern Chic ใครที่เบื่อห้องแต่งตัวรูปแบบเดิมๆ ลองมาดูเทรนด์ใหม่มาแรงอย่างสไตล์ Modern Chic ที่เน้นความเรียบง่ายแต่ซ่อนความเก๋ของงาน Design ไว้อย่างลงตัว ซึ่งทริคในการเนรมิตห้องแต่งตัวในฝันสไตล์นี้ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่คุณเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันสดใสจาก SB Design Square เหมือนดั่งภาพตัวอย่างด้านบนที่สะท้อนความเป็นตัวตนของผู้ใช้งานตามแบบฉบับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่ชอบอะไรแบบเรียบเก๋ จัดวางตู้เสื้อผ้าและมุมแต่งตัวให้เต็มผนังด้านใดด้านหนึ่ง เน้นฟังก์ชั่นหลักที่ต้องการมีเพียงตู้เสื้อผ้า โดยเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ทำบานปิดแต่ติดราวเลียนแบบห้องลองชุดตามร้าน ให้สามารถเลือกเสื้อผ้าและเปลี่ยนได้ทันที พร้อมติดตั้งลิ้นชักสำหรับเก็บเสื้อไว้ตรงกลาง แถมบริเวณใต้ลิ้นชักยังใช้เป็นส่วนจัดเก็บเพิ่มเติมที่น่าจะงอกเงยเพิ่มพูนอย่างมากมายในอนาคตได้อีกด้วย  ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Minimal ตกแต่งน้อย แต่มากฟังก์ชั่นมาต่อกันที่สไตล์มินิมอลของสายคลีนกันบ้าง กับไอเดียการแต่งห้องแต่งตัวในฝันด้วยไม้สีอ่อน ดูอบอุ่น เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์ ซึ่งเราแนะนำให้เลือกฟังก์ชั่นของตู้ให้ครบกับความต้องการในการใช้งาน ด้วยตู้เสื้อผ้าแนวคิดใหม่รุ่น Wardrobe จาก SB Design Square ที่ช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการของชาวมินิมอลได้ดี เพราะสามารถเลือกตู้เสื้อผ้าบานเปิดในห้องนอนให้ลงตัวกับพื้นที่ได้ทั้งแบบลอยตัว และแบบบิลต์อิน ด้วยขั้นตอนง่ายๆ กับการออกแบบตู้เสื้อผ้าในสไตล์ของคุณเอง แถมยังดีไซน์หน้าบาน มีให้เลือกหลากหลายวัสดุทีเดียว อาทิ บานไม้, บานกระจก, บานม่าน มีฟังก์ชั่นให้ทุกการเปิดปิดตู้เสื้อผ้า เงียบสนิท นุ่มนวล ลดแรงกระแทก ออปชั่นภายในตู้เสื้อผ้า ปรับเปลี่ยนตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง คุ้มค้าในทุกพื้นที่จัดเก็บ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ห้องแต่งตัวในฝันที่ไม่กินพื้นที่ของห้องมากเกินไปแล้วล่ะ  ห้องแต่งตัวในฝันสไตล์ Modern Loft คงปฏิเสธได้ยากจริงๆ สำหรับกระแสเทรนด์การแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ยังได้รับความนิยมอยู่มากในปัจจุบัน กับการโชว์ให้เห็นเนื้อแท้สัจจะวัสดุในการตกแต่ง สร้างอารมณ์ดิบเท่ที่ไม่ต้องปรุงแต่งให้ผิดแปลกไปจากวัสดุดั้งเดิมมากนัก ซึ่งหากคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ตกหลุมรักเสน่ห์ของความดิบเท่สไตล์นี้ และฝันอยากมีห้องแต่งตัวที่บ่งบอกตัวตน แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ลอฟท์จาก SB Design Square ที่ใช้ท่อเหล็ก มาสร้างโครงสร้างของห้องแต่งตัว นอกจากความแข็งแรงของวัสดุประเภทท่อ การเลือกทำ Walk-in Closet สไตล์นี้ ยังทำให้ห้องที่ดูแคบโล่งโปร่งขึ้นได้ รวมถึงไม่จำเป็นต้องทำลิ้นชักแบบยึดติดผนัง สามารถเพิ่มเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เข้ามาเป็นพื้นที่เก็บของได้อย่างกลมกลืนเช่นเดียวกับภาพตัวอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถให้ทีม SB Interior Team ช่วยออกแบบโดยสร้างความเท่กว่าเดิมด้วยการทำเป็นประตูไม้บานเลื่อน ติดรางเพิ่มเติมสำหรับเข้าออก เป็นการสร้างกิมมิกที่ดูสะดุดตาให้กับห้องได้ดีทีเดียว "ห้องแต่งตัว" ก็เปรียบเสมือนกับการจัดดิสเพลย์ให้กับบ้าน ดังนั้นถ้าใครคิดจะทำห้องแต่งตัวในฝันตามสไตล์ที่เราชอบ อย่าลืมคำนึงถึงความสะอาดและการจัดระเบียบเป็นสำคัญ เพราะนอกจากได้ห้องแต่งตัวที่สวยงามน่าใช้งาน ยังสะท้อนตัวตนความเป็นคุณได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้การจัดเรียงเสื้อผ้าตามโทนสี ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกในการหยิบใช้มากขึ้นด้วยนะ แต่..ถ้าคุณกำลังมองหาไอเดียแต่งห้องแต่งตัวในฝันแต่ยังไม่รู้จะแต่งแบบไหน เราขอแนะนำให้คุณพุ่งตัวไปปรึกษาเรื่องการออกแบบ กับทีม SB Interior Team ได้ที่ SB Design Square ทุกสาขา เพราะนอกจากจะมีฝีมือระดับเทพและประสบการณ์ออกแบบห้องสวยได้อย่างใจลูกค้ามานับไม่ถ้วน ทางมัณฑนากรยังเลือกใช้แต่เฟอร์นิเจอร์คุณภาพ SB โดยที่เราสามารถกำหนดงบประมาณได้อีกด้วย จนเรากล้าการันตีเลยว่า "ไม่ว่าคุณจะอยากอยู่แบบไหน...ก็ได้อยู่แบบนั้น"สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสนใจนัดหมายออนไลน์ได้ที่ https://www.sbdesignsquare.com/th/interior-solution/free-interior-design-service