บ้านสวย ร้านเด่น

 

บ้านสวย ร้านเด่นแนะนำ

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

 วันนี้ทีมงาน Review Your Living มีโอกาสได้มาถ่ายทอดเรื่องราวน่าสนใจของคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งความพิเศษของคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป โดยมีขนาดถึง 16 ตารางเมตร แถมระเบียงของห้องนี้มีสวนส่วนกลางของโครงการเป็นพื้นหลังสีเขียวขจีที่สร้างความเป็นส่วนตัวได้ดีเลยยิ่งตอบโจทย์ คุณหมอตั้น เจ้าของห้องพักอาศัยที่มีภาระหน้าที่การงานหนักตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องเดินทางบ่อย จึงอยากได้คอนโดในพิกัดที่สะดวกทั้งสถานทำงานและบ้าน เพื่อให้ชีวิตในทุกๆ วันเข้าสู่โหมดการพักผ่อนอย่างแท้จริงทันทีที่เดินทางกลับมาถึง เมื่อเจอทำเลที่ใช่ คุณหมอตั้นเลยไม่ลังเลใจที่จะซื้อและให้สถาปนิกเข้ามาเป็นผู้ดูแลในเรื่องของงานออกแบบตกแต่งภายในห้องทั้งหมด โดยโจทย์ที่ต้องการก็คือ..ความเรียบง่าย เน้นที่เก็บของเยอะและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงต้องมีพื้นที่สำหรับปาร์ตี้รองรับเพื่อนๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนได้ จากโจทย์ที่เจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมต้องการ สถาปนิกฝีมือดีอย่าง คุณบอย แห่ง ANONYM จึงไม่รอช้าบรรจงออกแบบพื้นที่ 51 ตารางวา ออกมาในสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกขณะ เพื่อให้คุณหมอตั้นรู้สึกสบายตาและสบายใจเมื่อก้าวเข้าในห้องพัก บรรยากาศในห้องจึงดูนิ่งๆ เรียบๆ เป็นส่วนตัวหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นแบบพอดิบพอดี ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบของสถาปนิกโดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง สถาปนิกลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์ญี่ปุ่น สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องพักขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง รู้สึกโปร่งโล่ง กว้างขวาง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น บิลอินต์เฟอร์นิเจอร์สูงจรดเพดานทำให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากที่สุด ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องพักอาศัยดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า การใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้นภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่ช่วยเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม ขยับมาที่ระเบียงภายนอก อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป มีขนาดถึง 16 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ สถาปนิกจึงออกแบบที่นั่งแนวยาวไปตามขนาดของพื้นที่ระเบียง สำหรับรองรับเพื่อนฝูงของคุณหมอตั้นที่มักจะแวะมาทานข้าวหรือปาร์ตี้กันสม่ำเสมอ ความโชคดีของแปลนห้องพักในส่วนของระเบียงนั้นคือมี background เป็นสวนโครงการภายนอกพอดีเลยให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง  ความกลมกลืนของไม้โทนสีอ่อนที่ดูลงตัวในทุกองค์ประกอบต่างๆ จนเกิดบรรยากาศชวนผ่อนคลาย เพื่อเพิ่มกลิ่นอายแบบฉบับชาวญี่ปุ่น คุณบอยจึงเพิ่มต้นบอนไซให้เป็นลักษณะสำคัญของระเบียงภายนอก เพื่อสื่อสารถึงวิถีความเรียบง่าย เวลาก้าวออกมายังระเบียงจะรู้สึกเหมือนยกญี่ปุ่นขนาดย่อมมาไว้ในคอนโดนั่นเอง จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์มินิมอล ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ ขอบคุณรูปภาพจาก ANONYM

บ้านสวย ร้านเด่นล่าสุด

1 2 3 4
T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

 วันนี้ทีมงาน Review Your Living มีโอกาสได้มาถ่ายทอดเรื่องราวน่าสนใจของคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งความพิเศษของคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป โดยมีขนาดถึง 16 ตารางเมตร แถมระเบียงของห้องนี้มีสวนส่วนกลางของโครงการเป็นพื้นหลังสีเขียวขจีที่สร้างความเป็นส่วนตัวได้ดีเลยยิ่งตอบโจทย์ คุณหมอตั้น เจ้าของห้องพักอาศัยที่มีภาระหน้าที่การงานหนักตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องเดินทางบ่อย จึงอยากได้คอนโดในพิกัดที่สะดวกทั้งสถานทำงานและบ้าน เพื่อให้ชีวิตในทุกๆ วันเข้าสู่โหมดการพักผ่อนอย่างแท้จริงทันทีที่เดินทางกลับมาถึง เมื่อเจอทำเลที่ใช่ คุณหมอตั้นเลยไม่ลังเลใจที่จะซื้อและให้สถาปนิกเข้ามาเป็นผู้ดูแลในเรื่องของงานออกแบบตกแต่งภายในห้องทั้งหมด โดยโจทย์ที่ต้องการก็คือ..ความเรียบง่าย เน้นที่เก็บของเยอะและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงต้องมีพื้นที่สำหรับปาร์ตี้รองรับเพื่อนๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนได้ จากโจทย์ที่เจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมต้องการ สถาปนิกฝีมือดีอย่าง คุณบอย แห่ง ANONYM จึงไม่รอช้าบรรจงออกแบบพื้นที่ 51 ตารางวา ออกมาในสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกขณะ เพื่อให้คุณหมอตั้นรู้สึกสบายตาและสบายใจเมื่อก้าวเข้าในห้องพัก บรรยากาศในห้องจึงดูนิ่งๆ เรียบๆ เป็นส่วนตัวหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นแบบพอดิบพอดี ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบของสถาปนิกโดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง สถาปนิกลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์ญี่ปุ่น สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องพักขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง รู้สึกโปร่งโล่ง กว้างขวาง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น บิลอินต์เฟอร์นิเจอร์สูงจรดเพดานทำให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากที่สุด ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องพักอาศัยดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า การใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้นภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่ช่วยเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม ขยับมาที่ระเบียงภายนอก อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป มีขนาดถึง 16 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ สถาปนิกจึงออกแบบที่นั่งแนวยาวไปตามขนาดของพื้นที่ระเบียง สำหรับรองรับเพื่อนฝูงของคุณหมอตั้นที่มักจะแวะมาทานข้าวหรือปาร์ตี้กันสม่ำเสมอ ความโชคดีของแปลนห้องพักในส่วนของระเบียงนั้นคือมี background เป็นสวนโครงการภายนอกพอดีเลยให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง  ความกลมกลืนของไม้โทนสีอ่อนที่ดูลงตัวในทุกองค์ประกอบต่างๆ จนเกิดบรรยากาศชวนผ่อนคลาย เพื่อเพิ่มกลิ่นอายแบบฉบับชาวญี่ปุ่น คุณบอยจึงเพิ่มต้นบอนไซให้เป็นลักษณะสำคัญของระเบียงภายนอก เพื่อสื่อสารถึงวิถีความเรียบง่าย เวลาก้าวออกมายังระเบียงจะรู้สึกเหมือนยกญี่ปุ่นขนาดย่อมมาไว้ในคอนโดนั่นเอง จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์มินิมอล ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ ขอบคุณรูปภาพจาก ANONYM
12 ร้านคาเฟ่ สุดชิค! ใกล้บีทีเอส

12 ร้านคาเฟ่ สุดชิค! ใกล้บีทีเอส

วันสบายๆ แบบนี้ มีแผนไปไหนกันหรือยัง ถ้ายังไม่มี ขอแนะนำ 12 ร้านคาเฟ่ติดบีทีเอส บรรยากาศฟินเว่อร์ น่านั่งทำงานเป็นที่สุด พร้อมมุมตกแต่ง ไว้ให้ถ่ายรูปชิคๆ เหมาะกับคนที่ใช้การเดินทางด้วย BTS หรือ ที่มีที่พักอาศัยอยู่ย่าน CBD ที่อยู่ใจกลางเมือง ติดสถานีรถไฟฟ้า BTS  มาดูกันว่ามีร้านคาเฟ่ไหนถูกใจวัยชิคบ้าง...    Chu Chocolate Bar & Cafe  คาเฟ่ ที่มีให้ทานได้ทั้งของหวานและของคาวที่ดีไม่ต่างกัน อาหารก็น่าทาน บรรยากาศก็ดีเพราะเป็นการตกแต่งสไตล์มินิมอล เน้นการใช้โครงเหล็กที่ทำให้เรารู้สึกเท่ ภายในร้านก็จะโล่งสบายตา เหมาะแก่การมานั่งเม้ามอยกับเพื่อนไม่ว่าจะกลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่ 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 8.00 – 21.00 น. 📌ถนน สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร (ชั้น 2​​ Exchange Tower)   Dandelion Cake and Picnic  คาเฟ่เล็กๆแต่ว่าอบอวลไปด้วยความอบอุ่น เป็นค่าเฟ่ที่ให้บริการทั้งอาหารคาวและก็อาหารหวาน ถ้าพูดถึงมุมถ่ายรูป ต้องที่ชั้นสองเพราะมีการตกแต่งให้เป็นสไตล์ปิกนิก ที่ให้มานั่งพักผ่อน ถ่ายรูปกันได้อย่างบันเทิงใจด้วย ที่สำคัญใครที่อยากทำขนมทางร้านมีเปิดคลาสให้เวิร์คช็อปทำขนมได้ด้วย 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 7.00 – 22.00 น. 📌 ถ.สุขุมวิท ระหว่างซอย 49 กับ 51 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร   V La Cha หรือ เวฬาฌา  ร้านขนมไทยทำเองและที่สำคัญตามชื่อเลยค่ะ ร้านนี้ต้องมีดีเรื่องชา ที่จะคัดสรรชามาจับคู่ทานกับขนมไทย ลงตัวสุดๆและที่ขาดไม่ได้เยร้านนี้ตกแต่งโทนน้ำเงิน ไม้ ผสมกับปูนเปลือย พูดง่ายๆว่าจะยกกล้องไปมุมไหนก้ได้ภาพมาลงไอจีอย่างแน่นอน 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ⌚ 10.00 – 20.00 น. 📌อารีย์ซอย 1 กรุงเทพมหานคร (อยู่ต้นๆซอยเลย ขวามือ)   Shugaa Room for Dessert  หวาน หวานกว่านี้จะไปที่ไหน ขนมหวานร้านนี้เขาอบอวลด้วยความหอมหวานจริงๆ เพราะมีเค้กชาเขียวนุ่มๆ สไตล์ญี่ปุ่นให้ได้ลิ้มลอง ภายในร้านนี้ตกแต่งด้วยสีพาสเทลหวาน จะเห็นบาร์ขนมหวานที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งอยู่ ของประดับตกแต่งต่างๆก็ดีไซน์ออกมาน่ารัก สดใส ที่สำคัญที่นี่ยังมีการเปิดให้เข้ามา เวิร์คช็อปและคลาสการตกแต่งเค้กอีกด้วย สีร้านหวานขนาดนี้ สายหวาน สายแบ้วนี่ต้องมาเลยนะ 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 20.00 น. 📌 The Residence@61 สุขุมวิท 61 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร   Yellow Spoon Pastry  บ้านสีเหลืองที่น่ารักกุ๊งกิ๊ง ร้านนี้มีขนมหวานโฮมเมดสูตรน้ำตาลน้อยไว้ให้เลือกทาน ยังมีเมนูอื่นให้เลือกทานอีกด้วยทั้งคาวทั้งหวาน ร้านนี้เขาไม่ได้มาเล่นๆนะ ภายในร้านจะตกแต่งด้วยงานไม้สีอ่อน ทำให้รู้สึกอบอุ่นเสมือนว่าเรากำลังนั่งทานขนมหวานอยู่ที่บ้าน เหมาะแก่การถ่ายรูปที่สู้ด 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 20.00 น. 📌โครงการ Ekkamai Complex ระหว่าง ซอยเอกมัย 19 และ 21 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร   Warm Welcome Bakery & Cafe  ร้านเบเกอรี่ที่อบใหม่ๆทุกวัน ที่พร้อมจะเสิร์ฟให้กับลูกค้าอย่างเช่น ขนมปังพานีนี สอดไส้ซอสมะเขือ พร้อมเสิร์ฟให้กับลูกที่แวะเวียนมาที่ร้าน ซึ่งภายในร้านก็ตกแต่งสไตล์มินิมอล สีขาว สบายๆ และยังมีงานศิลปะที่ลูกค้าสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้อีกด้วย 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 8.00 – 18.00 น. 📌 19/5 ซอย สุขุมวิท 33 กรุงเทพมหานคร (เยื้องๆกับร้าน Top Daily)   Veganerie Concept  เอาใจสายสุขภาพกันบ้าง เพราะชื่อคาเฟ่ก็นัยๆบอกเราอยู่แล้วว่า vegan ก็คือ มังสวิรัติ นั่นเอง ร้านนี้จึงต้องการทำให้คนที่ไม่ชอบกินผักเปลี่ยนมาทานผักกันมากขึ้น เข้าใจถึงมุมมองการทานอาหารแนวนี้ ร้านก็จะตกแต่ง เท่ๆ ใช้เฟอร์นิเจอร์หรือการตกแต่งที่เป็นไม้เสียส่วนใหญ่ และยังมีที่นั่ง Outdoor ด้านหน้าร้านให้รับลมชิลๆ อีก 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 22.00 น. 📌ซอยเมธีนิเวศน์ สุขุมวิท 24 ประมาณ 500 เมตร   Ink & Lion café  ร้านนี้เป็นร้านกาแฟ และขนมจุบจิบที่ทานง่ายๆสบายๆ เรียบง่ายมีสไตล์เป็นของตนเอง เนื่องจากอย่างโคมไฟทางร้านก็ทำขึ้นเอง ด้านหลังก็มีแกลลอรี่โชว์ผลงานศิลปะสำหรับคนที่หลงรักในงานศิลปะที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และอย่างที่บอกว่าร้านนี้โดดเด่นด้านกาแฟทางร้านจึงมีกาแฟจำหน่ายและอุปกรณ์ต่างๆให้สามารถกลับไปชงเองที่บ้านได้อีก 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 09.00 – 18.00 น. 📌 ซ.เอกมัย 2 สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร   Chunky  ร้านน่านั่งกับเมนูอร่อยที่ไม่ควรพลาด บรรยากาศร้านจะเป็นร้านสองชั้นที่จะรองรับลูกค้าที่หลากร้าน เป็นการตกแต่งแบบโมเดิร์นที่ดูสบายตาเหมือนกินข้าวกับที่บ้าน ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูไฮแน่นอน และที่นี่มีทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ให้เลือกหลายหลายตอบโจทย์มาก 🗓เปิดบริการทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ ⌚ 11.00 – 22.00 น. 📌ถนน สุขุมวิท ซอย สุขุมวิท 23 กรุงเทพมหานคร (เข้าซอยเลี้ยวขวาซอยแรกแล้วตรงไปร้านอยู่ขวามือ)   One Dee Cafe หรือ วันดีคาเฟ่  เป็นการผสมผสานความเป็นไทยกับความสากลที่มีการเอาขนมไทยมาเป็นส่วนผสมในเมนูต่างๆใช้แต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีทั้งความแปลก อย่าง ไอศกรีมกะทิหน้ากุ้ง ที่ความอร่อยล้น อะไรจะลงตัวขนาดนี้ บรรยากาศร้านก็จะสบายๆเรียบง่ายแบบไทย อยากให้เธอได้ลอง 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 10.00 – 22.30 น. 📌ซอย พหลโยธิน 7 กรุงเทพมหานคร (ใกล้บีทีเอสอารีย์)    Childhood Café  เป็นอีกร้านที่มองทางไหนก็ดูออกว่าร้านตกแต่งสไตล์มินิมอล ที่มีความโดดเด่น สีขาว ดูสะอาดสบายตา เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ของทางร้านที่เป็นหินอ่อน ผสมผสานกับการตกแต่งเพิ่มโดยต้นไม้สีเขียวที่ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น ร้านนี้อีกอย่างที่โดดเด่นคืออาหารไทยฟิวชั่นที่ทานง่าย เป็นเมนูที่เหมือนจะธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา 🗓เปิดบริการทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ⌚ 11.00 – 22.00 น. 📌ซอยสุขุมวิท 23 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร   ARTIS  ร้านนี้มีสองสาขาสาขาหนึ่งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และอีกสาขาก็ที่กรุงเทพของเรานี่เอง เป็นอะไรที่น่าปลื้มปลิ่มมาก เพราะที่นี่โดดเด่นมาเรื่องกาแฟที่ทางร้านการันตีเลย แต่ไม่ได้มีดีที่กาแฟเพียงอย่างเดียวเพราะของทานเล่นของทางร้านก็หลากหลาย ที่ร้านก็จะตกแต่งสบายๆ มีความโมเดิร์นอยู่ภายในร้าน 🗓เปิดบริการทุกวันจันนทร์ – วันอาทิตย์ ⌚ 06.00 – 19.00 น. 📌 สุขุมวิท 18 กรุงเทพมหานคร ใกล้ที่ไหน สะดวกสถานีไหน จัดไปเลยนะขอบคุณข้อมูล และภาพประกอบ จาก EventPass Facebook : https://www.facebook.com/EventPassfanpage/ 
KINN Kaffe & Craft จิบกาแฟในสวนลับย่านลาดพร้าว

KINN Kaffe & Craft จิบกาแฟในสวนลับย่านลาดพร้าว

ลึกเข้าไปในซอยลาดพร้าว 25 บริบทรอบข้างเต็มไปด้วยบ้านเรือนและตึกเป็นส่วนใหญ่ แต่พื้นที่เกือบสุดทางของซอยตันนี้กลับมีบ้านไม้หลังเก่ายุค 90's ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นคาเฟ่ ภายใต้ชื่อ KINN Kaffe & Craft ที่คอยเปิดต้อนรับทุกคนอยู่ ด้วยร่มไม้เขียวขจีริมรั้วเตี้ยและประตูสีฟ้าเปิดกว้างรอต้อนรับให้ทุกคนไปนั่งจิบกาแฟเพลินๆ สัมผัสกับธรรมชาติใจกลางเมืองอันหาได้ยากในมหานครคอนกรีตแห่งนี้..ทันทีที่เดินแหวกม่านขาวบางเข้าไปในบริเวณร้าน เราต้องหยุดชะงักให้กับความร่มรื่นที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมือง เพราะพื้นที่ตรงหน้าคือสวนสวยเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ทั้งไม้ยืนต้นอย่าง มะม่วง, ชมพู่, ลีลาวดี ไปจนถึงไม้แขวนอย่างเฟินสไบนางพุ่มใหญ่ และไม้ประดับอย่างแคคตัส เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความตั้งใจของสถาปนิกหนุ่มสาว คุณวิน ชิตชนันท์ ขรขันฑ์ และคุณเนย วิริญจ์ลดา เลิศธัญทวี เจ้าของร้านที่ต้องการจะรีโนเวตบ้านไม้ชั้นครึ่งหลังเก่า ในพื้นที่ราว 100 ตารางวา ให้กลายเป็นออฟฟิศภูมิสถาปัตย์กึ่ง Co-working space เล็กๆ สำหรับการทำงานและการพักผ่อนในคราวเดียว รวมถึงเพิ่มฟังก์ชั่นของคาเฟ่เข้าไป เพื่อให้บ้านหลังเล็กแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่น ท่ามกลางสวนสีเขียวกับความสุขเล็กๆ รอบตัวแก่ผู้มาเยือนทุกคนเมื่อมีคอนเซ็ปต์ร้านที่ชัดเจนแล้ว เจ้าของร้านจึงเริ่มต้นปรับปรุงตัวบ้านไม้ที่มีสภาพผุพังไปตามกาลเวลา โดยต้องการให้พื้นที่ภายใน โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด จึงทุบผนังบางส่วน แต่ยังคงโครงสร้างอาคารเดิมไว้ เพื่อเปิดให้สเปซเชื่อมถึงกัน จากพื้นที่ชั้นล่างสู่ชั้นบนที่การใช้งานเดิมเป็นเพียงห้องรับแขก และห้องนอนซึ่งเชื่อมกันด้วยบันไดไม้ขนาดเล็กบริเวณชั้นล่างของบ้านไม้เก่ายุค 90’s ถูกต่อเติมให้เป็นพื้นที่ต้อนรับ พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ไม้ขนาดใหญ่ หน้าฝาบ้านไม้เก่าแบบโบราณทาสีใหม่ประดับด้วยของสะสมสไตล์วินเทจทั้งของเก่าพื้นเมืองและของใหม่ อาทิ รูปปั้น, กรอบรูป, เครื่องจักรสาน ที่แทรกด้วยกระถางต้นไม้ขนาดเล็ก และช่อดอกไม้แห้งเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของคาเฟ่สีเขียว รวมถึงต่อเติมชายคาส่วนหน้าบ้านด้วยโครงสร้างกระจกให้เป็นส่วน Green House พร้อมสวนสีเขียวขจีขยับมายังส่วนพื้นที่ชั้นลอยถูกเนรมิตให้เป็นมุมนั่งเล่นจิบกาแฟ ในบรรยากาศโฮมออฟฟิศ กับมุมโซฟาหนังสุดคลาสสิกขนาดใหญ่ และมุมที่นั่งริมชาน คุมโทนด้วยการเลือกใช้ของตกแต่งสีเขียวและสีน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ และสบาย อีกทั้งเจาะช่องแสงเพิ่มระหว่างฝาบ้านทำให้แสงธรรมชาติจากภายนอกส่องเข้าถึงพื้นที่ภายในได้เป็นอย่างดีในส่วนของบริเวณโดยรอบ เจ้าของร้านปรับพื้นที่โดยเปลี่ยนโรงจอดรถเก่าให้เป็นโซนที่นั่งแบบเอ๊าต์ดอร์ มาพร้อมสนามหญ้าและสวนขนาดเล็กแทรกอยู่ตามบริเวณมุมต่างๆ จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งกระถางต้นไม้หลากหลายขนาด สร้างบรรยากาศด้วยม่านโปร่งแสงสีขาวปลิวไสวไปตามกระแสลม พร้อมเสียงเพลงสากลอินดี้โฟล์ก ที่บางคราวถูกแทนที่ด้วยดนตรีแจ๊ซเปิดคลอ เหมาะแก่การจิบกาแฟ, ประชุม,  นั่งทำงาน, อ่านหนังสือ ไปจนถ่ายรูปเพลินๆ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่มีศักยภาพเป็นจุดพักสายตาใครที่มองหาเครื่องดื่มเย็นๆ คลายร้อน ขอแนะนำเมนูซิกเนเจอร์อย่าง KINN Iced Kaffe กาแฟเย็นสูตรพิเศษของทางร้านที่เพิ่มรสชาติด้วยไซรัปสูตรพิเศษหอมหวานชื่นใจ โดยเน้นเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีชงแก้วต่อแก้ว เพื่อให้ได้รสชาติเข้ม กลมกล่อม ยิ่งถ้าทานคู่กับ Blueberry Cheese Pie สูตรของทางร้านด้วยล่ะก็..ยิ่งเพิ่มความฟินที่ดีต่อใจ ภายใต้บรรยากาศบนพื้นที่สีเขียวแสนร่มรื่นใจกลางลาดพร้าวแห่งนี้เหลือเกินหากคุณเป็นคอกาแฟและต้องการหาคาเฟ่สงบๆ หลบหลีกชีวิตที่แสนวุ่นวายในเมืองหลวง KINN Kaffe & Craft คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ตัวร้านตั้งอยู่ที่ 6/22 ซอยลาดพร้าว 25 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook/kinnkaffe หรือ Instagram/kinnkaffe
บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

จุดเริ่มต้นของการอยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งของใครหลายๆ คน ก็คงไม่ต่างจากบ้านของ คุณเอก ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก สถาปนิกหนุ่มแห่ง Gooseberry Design ที่มีความตั้งใจอยากสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว รองรับชีวิตของลูกตัวน้อยทั้งสองคน โดยลงมือออกแบบบ้านด้วยตัวเองซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดของขนาดที่ดินและสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนหนาแน่นในซอยโดยรอบ แต่คุณเอกเองก็ได้ใช้ความสามารถทางวิชาชีพที่มีก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยให้ออกมาสวยงามน่าอยู่อาศัยในรูปแบบโมเดิร์น ทรอปิคัล ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี บ้านกล่องสี่เหลี่ยมหลังคาทรงจั่วสีขาว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางชุมชนอย่างสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 280 ตารางเมตร จุดสังเกตหลักที่เราสะดุดตาได้ตั้งแต่แรกเห็น คืออาคารสีขาวโพลนออกแบบ Facade (ฟาซาด) เหล็กสีดำมีลักษณะเหมือนตัวต่อเลโก้ไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ ในรูปทรงสามเหลี่ยมปกคลุมอาคารด้านหน้าไว้เพียงครึ่งหนึ่ง  ซึ่งมีหน้าที่ช่วยลดความร้อนก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน และยังช่วยลดอัตราการใช้พลังงานให้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องแสงเพื่อให้ภายในบ้านได้รับลมและแสงสว่างเพียงพอ นอกจากจะได้ความสวยงามอย่างปลอดโปร่งแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับ อีกทั้งตัวอาคารยังดูสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการประดับประดาไม้ประดิษฐ์สีเขียวขจีลงไปในชิ้นฟาซาดเหล็ก “บ้านหลังนี้มีที่มาครับ” สถาปนิกเจ้าของบ้านเริ่มเล่า “ช่วงหลายปีก่อนผมซื้อที่ดินแปลงนี้เก็บไว้เฉยๆ ตอนแรกทำเป็นสนามหญ้าให้ลูกวิ่งเล่น แต่พอเห็นรถไฟฟ้าหน้าซอยเริ่มก่อสร้างเลยคิดอยากสร้างบ้านไว้ให้เขาในอนาคต โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าบ้านอยู่สบาย ไม่ร้อน และตอบโจทย์งบประมาณ ผมเลยออกแบบแปลนบ้านให้มีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) มีสเปซเชื่อมถึงกันทุกส่วน โดยเว้นคอร์ทยาทไว้ตรงกลางไว้ให้สมาชิกทุกคนสามารถมองวิวได้ แม้ในอนาคตจะมีอาคารอื่นมาสร้างขึ้นข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอยู่”  ทั้งนี้เพื่อดึงธรรมชาติภายนอกเข้าไปสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านจะพบว่าพื้นที่ภายในดูโปร่งโล่งสบายและเชื่อมต่อถึงกันทุกส่วน เนื่องจากมีประตูบานเลื่อนและบานเฟี้ยมกระจกใสรายล้อมอาคารผนังฝั่งที่ติดกับคอร์ทยาท โดยพื้นที่แรกจะเป็นส่วนของแพนทรีและโต๊ะทานข้าวกระชับความสัมพันธ์ก่อนขยับเข้าไปยังทางเดินที่แยกขึ้นบริเวณชั้นสองและห้องนั่งเล่น อีกทั้งประตูหน้าต่างของบ้านเมื่อเลื่อนเปิดออกทั้งหมดจะทำให้ลมพัดผ่านได้ดี ไม่เพียงแต่พื้นที่ภายในเท่านั้นที่มีความเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน บริเวณสวนด้านนอกภายในบ้านหลังนี้มีต้นมั่งมี ที่ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่พักอาศัยคอยทำหน้าที่ให้ความร่มรื่น และลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมคอนกรีตลงมาอยู่ในจุดที่สมดุลโดยไม่ไปรบกวนโครงสร้างโดยรวม  ในบริเวณห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้เรียบง่าย เน้นโทนสีเรียบๆ มีลูกเล่นอยู่ที่ผนังกรุลามิเนตลายไม้สีอ่อนให้กลิ่นอายสไตล์สแกนดิเนเวีย ภายในถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเป็นตู้และชั้นวางของล้อไปกับโครงสร้างของบ้าน อีกสิ่งหนึ่งเลยที่คุณเอกบอกว่าขาดไม่ได้สำหรับห้องนั่งเล่นนี้คือโซฟาตัวยาวสีเทาเข้มที่เลือกลงทุนเพื่อการใช้งานในระยะยาว โดยจัดวางโซฟาไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ส่วนนี้เป็นสเปชกึ่งห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เพราะสถาปนิกออกแบบให้มีมุมทำงานในตัวแต่พื้นที่โดยรอบก็ยังดูโปร่งโล่งด้วยการกรุประตูกระจกใสไว้ที่ผนังฝั่งที่เชื่อมกับคอร์ทยาท  ด้วยการออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบ้านเชื่อมต่อถึงกัน บริเวณโถงทางเดินจึงต่อเนื่องและนำสายตาไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้เป็นอย่างดี ส่วนผนังข้างบันไดขึ้น-ลงคุณเอกหล่อเป็นแผ่นคอนกรีตสูงจากพื้นจรดเพดานชั้นสองขึ้นมาเพื่อโชว์พื้นผิวแบบดิบๆ ซึ่งก็สอดรับกับโครงเหล็กที่เห็นเป็นเส้นสายแนวตั้งโดยใช้เป็นราวจับบันได อีกทั้งยังปูลูกนอนด้วยไม้สักเนื้อแข็งสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นกับบ้านมากขึ้น  ทันทีที่ไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับระเบียงที่เปิดโล่ง มองเห็นคอร์ทยาทเป็นส่วนเชื่อมพื้นที่ตรงกลางพร้อมรับแสงธรรมชาติสู่ภายในได้เต็มที่ พื้นที่ทั้งหมดประกอบด้วยห้องนอนใหญ่บริเวณส่วนในสุดของอาคาร ห้องนอนเล็ก ห้องพระ และห้องทำงานจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ติดกับรั้วด้านหน้าบ้าน  อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของบ้านหลังนี้คือเพดานในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยปูนเปลือยทั้งหมด โดยเกิดจากความตั้งใจของคุณเอกที่อยากโชว์พื้นผิวของวัสดุจึงหล่อเป็นคอนกรีตขึ้นมา ทำให้หลังคาจั่วนี้ดูสวยงามไม่ต่างจากหลังคาจั่วทั่วไป แถมภายในห้องยังให้บรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบายอีกด้วย  เราอาจกล่าวสรุปได้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังนี้นอกจากคุณเอกตั้งใจสร้างให้เป็นบ้านสำหรับลูกๆ แล้ว ยังสร้างตามใจผู้อยู่อย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน
3 คาเฟ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

3 คาเฟ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

 ส่งต่อความอิ่มอร่อยอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองกับ 3 ร้านคาเฟ่ดีๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ซึ่งสกู๊ปนี้ทีมงาน Review Your Living ได้รวบรวมมาให้ทุกคนได้ตามไปเช็คอินให้อินเทรนด์เช่นเคย แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่านอกจากเมนูขนมและเครื่องดื่มจะอร่อยมากๆ แล้ว การดีไซน์ตกแต่งร้านก็โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กันค่ะ ส่วนจะมีคาเฟ่ไหนบ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลย  1. Toby’s เริ่มกันที่ร้านแรกกับ Toby’s ร้านคาเฟ่กึ่งบรั๊นซ์ที่เปรียบเสมือนบ้านเพื่อนสนิทของทุกคน ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารอิฐสีแดงหลังใหญ่ในซอยสุขุมวิท 38 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเจ้าของร้านทั้ง 4 คน ตั้งใจให้การแวะมาดื่มกาแฟและรับประทานบรั๊นซ์ในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเองเหมือนพักผ่อนอยู่บ้านเพื่อน สำหรับการตกแต่งภายในร้านจะเน้นสีขาวและความโปร่งสบายของธรรมชาติจากภายนอกที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ คลุมโทนเฟอร์นิเจอร์ด้วยสีขาว ฟ้า เทาและสีธรรมชาติของไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเพิ่มความสดชื่นด้วยไม้ประดับต้นเล็ก ตามมุมต่างๆ จนเหมือนนั่งเล่นอยู่ในบ้านจริงๆ ค่ะในส่วนของเมนูบรั๊นซ์และขนมแต่ละเมนูทางร้านจะเน้นเรื่องของความสดใหม่ วัตถุดิบคุณภาพ และรสชาติที่ถูกปากคนไทย สำหรับคอกาแฟคงต้องถูกใจกับเมล็ดกาแฟไทยที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี หรือถ้าใครที่ไม่ทานกาแฟทางร้านก็มีสมูธตี้ เครื่องดื่มสุขภาพให้เลือกมากมาย รวมถึงเบเกอร์รี่โฮมเมดของทางร้านก็มีสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในแต่ละวันให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วยToby’sซอยสุขุมวิท 38เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันจันทร์)  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.โทร. 02-712-1774  2. Flower in hand by P. จากร้านดอกไม้เล็กๆ ในซอยอารีย์ 1 ล่าสุดขยับขยายมาเปิดร้านใหม่อยู่ไม่ไกลในซอยอารีย์ 2 ซึ่งหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับชื่อ Flower in hand by P. กันดีอยู่แล้วด้วยสไตล์การจัดดอกไม้ที่เป็นเอกลักษณ์มุ้งมิ้งชวนฝัน จนสาวๆ อยากมาเรียนมากมาย คุณแพรเจ้าของร้านจึงลงมือสานฝันให้โดยตั้งใจทำร้านเป็นสตูดิโอไว้ทำกิจกรรม Workshop ดอกไม้ที่สับเปลี่ยนไปทุกเดือน และยังแบ่งโซนคาเฟ่ไว้บริการเครื่องดื่มและขนมโฮมเมด ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ตัวร้านตกแต่งสีขาวสะอาดตา ใช้ไม้สีเข้มเป็นหลัก รายล้อมด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด มีมุมน่ารักๆ หลายมุมให้ได้ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลอย่างเพลิดเพลินสำหรับเมนูขนมและเครื่องดื่มทางร้านจะเน้นขนมทานง่ายอย่าง Financiers, Scone, Cookie ที่ดูเหมือนธรรมดา แต่กลับไม่ธรรมดาในรสชาติและหน้าตา เพราะทางร้านได้เปลี่ยนภาพคุกกี้แบบเดิมๆ โดยนำดอกไม้จริงแต่ละซีซั่น ที่ทานได้มาทำเป็นหน้าคุกกี้ด้านบน ส่วนเครื่องดื่มจะเน้นสไตล์ Slow Bar มีให้เลือกทั้งชา กาแฟ อิตาเลี่ยนโซดา ในรสชาติที่กลมกล่อมและหอมหวานFlower in hand by P.ซอยอารีย์ 2เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันพุธ)  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น.โทร. 062-758-2233  3. Neighbood Café ร้านสุดท้ายกับเพื่อนบ้านคนสำคัญที่ไม่แนะนำคงไม่ได้กับ Neighborhood Café คาเฟ่ย่านหลักสี่ที่เปิดบริการตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเสิร์ฟกาแฟดีๆ และอาหารราคามิตรภาพให้ลูกค้าก่อนไปทำงาน ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นสบายๆ เหมือนอยู่บ้านซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง สำหรับการออกแบบตกแต่งร้านนั้นเป็นฝีมือของคุณกอล์ฟ สถาปนิกหนุ่มเจ้าของร้าน ตกแต่งในสไตล์วินเทจ ดูโปร่งโล่งด้วยการกรุกระจกใสรอบร้าน เพิ่มความสบายตาด้วยไม้ประดับ เติมความเท่ดิบๆ แมนๆ ด้วยผนังอิฐ ก่อนจะประดับประดาด้วยของตกแต่งเก่าที่ลงตัวเข้ากันเป็นอย่างดีสำหรับคอกาแฟคงต้องยกนิ้วชื่นชมให้กับทางร้านเลยค่ะ เพราะนอกจากความพิถีพิถันในการคัดเลือกเมล็ดกาแฟแล้ว ทางร้านยังสนับสนุนของไทยโดยใช้เมล็ดกาแฟคั่วคุณภาพดีจากดอยช้างเคี่ยน ซึ่งให้รสชาติที่กลมกล่อมไม่เหมือนใคร หากไม่ดื่มกาแฟก็มีเมนูสดชื่นให้ได้ชิมนะคะ ส่วนเมนูอาหารและขนมทางร้านจะเสิร์ฟเมนูทานง่ายแต่มีความพิเศษในรสชาติที่ปรุงจากสูตรเฉพาะ และคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพเท่านั้นค่ะNeighborhood Caféซอยวิภาวดี 56เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ปิด 16.00 น.)โทร. 094-159-1596
Lazy Toby คาเฟ่ในรูปแบบ Pop up store ใจกลางเมือง ตามแบบฉบับหนุ่มสาวมินิมอล

Lazy Toby คาเฟ่ในรูปแบบ Pop up store ใจกลางเมือง ตามแบบฉบับหนุ่มสาวมินิมอล

เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อของ Toby's ร้านกาแฟกึ่งบรันช์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสะดุดตากับ อาคารทรงจั่วกรุตกแต่งด้วยอิฐมอญคล้ายกับโกดังในยุโรป ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 38 ล่าสุดทางร้านได้ขยับขยายมาเปิดสาขาใหม่ขนาดกะทัดรัดแบบ Pop up store ที่ J Avenue Thonglor ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง ซอยทองหล่อ 15 ในพิกัดที่ง่ายต่อการไปถึง ภายใต้ชื่อ Lazy Toby ซึ่งที่มาของชื่อร้านนั้นถูกตั้งจากคาแลคเตอร์ของพาร์ทเนอร์ทั้ง 4 คน โดย Toby's นั้นเปรียบเสมือนเพื่อนสนิทผู้ชายคนที่ 5 มีบุคลิกอบอุ่น สนุกสนาน และเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังชอบดื่มกาแฟและทำอาหารด้วย แต่เมื่อเพิ่มโลเคชั่นใหม่ให้ลูกค้าได้เช็คอินทางร้านเลยขอเติมคำว่า Lazy เข้าไปเพื่อบ่งบอกถึงคอนเซ็ปต์ร้านที่เรียบง่าย สบายๆ นั่นเอง  สำหรับบรรยากาศและการตกแต่งร้าน Lazy Toby นั้นจะแตกต่างจาก Toby's แต่ยังคงความอบอุ่นไว้เช่นเคย ตัวร้าน ตกแต่งในสไตล์มินิมอล เน้นโทนสีขาวผสมผสานกับงานไม้เป็นหลักเพื่อให้บรรยากาศแบบโฮมมี่ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวาด้วยการประดับประดาต้นไม้เล็กใหญ่ไว้ในกระถาง ให้ได้ถ่ายรูปและนั่งชิลล์กันเพลินๆ  ในส่วนของเมนูเครื่องดื่มและขนมที่นี่จะเน้นเมนูทานง่ายสไตล์ Grab & Go โดยคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพดีนำมาครีเอทเป็นเมนูสุขภาพต่างๆ อาทิ น้ำผลไม้สกัดเย็น สมูธตี้ และโยเกิร์ตโฮมเมด เป็นต้น ซึ่งหากติดใจในรสชาติกาแฟที่กลมกล่อมจาก Toby's อยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่ควรพลาดเมนูแก้วโปรดหลากหลายสูตรที่ทางร้านนำมาบริการ หรือจะสั่งเมนูขนมโฮมเมดที่จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปในแต่ละวันมาทานคู่กันก็ยิ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้ละมุนลิ้นมากขึ้น  ปิดท้ายก่อนกลับบ้าน หากแชะภาพสวยๆ ชิมเมนูโปรดกันอย่างเพลิดเพลินแล้ว จะเลือกซื้อขนมโฮมเมดติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านก็ได้อีกเช่นกันค่ะ ซึ่งร้านเก๋ๆ เครื่องดื่ม อย่าง Lazy Toby  ที่เปรียบเหมือนบ้านเพื่อนสนิทใจกลางเมืองทองหล่อแห่งนี้จะเปิดบริการเพียง 6 เดือนเท่านั้น เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2560 และเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00 – 20:00 น. 
แบบบ้านไม้หลังเล็กๆ ชั้นเดียว สไตล์ญี่ปุ่น

แบบบ้านไม้หลังเล็กๆ ชั้นเดียว สไตล์ญี่ปุ่น

ขอนำเสนอบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า ที่ดูเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากทั้งการออกแบบและการตกแต่งแต่อบอุ่น ตัวบ้านเป็นแบบชั้นเดียว  พร้อมด้วยพื้นที่เฉลียงไม้ใต้ชายคาเล็กๆ ยื่นออกมาสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน ภายในบ้านตกแต่งตามสไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า มีพื้นที่กว้าง มีมุมไว้ทำอาหาร ส่วนพื้นที่ว่างไว้สำหรับพักผ่อน และวางฟูก ตามสไตล์ญี่ปุ่นยุกเก่า คนที่ความเป็นส่วนตัวน่าจะชอบเพราะบ้านหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร ราคาในการก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 250,000 - 350,000 ใครมีเนื้อที่ก็สามารถนำไปสร้างสำหรับเป็นบ้านพักผ่อนได้นะครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.talo.co.jp
จัดสวนบาหลีในบ้าน 7 ไอเดียจัดสวนสำหรับเมืองร้อน

จัดสวนบาหลีในบ้าน 7 ไอเดียจัดสวนสำหรับเมืองร้อน

อยากจัดสวนบาหลีในบ้านด้วยตัวเอง มาดูไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านกัน พร้อมแนะนำพรรณไม้สำหรับจัดสวนบาหลี ที่เหมาะกับอากาศเมืองร้อน อยากรู้ว่ามีวิธีจัดสวนบาหลีอย่างไรบ้าง ตามไปชมกันครับสวนบาหลีเป็นหนึ่งในสไตล์การจัดสวนยอดนิยม โดยเฉพาะแถบพื้นที่เมืองร้อนอย่างบ้านเรา เนื่องจากสวนสไตล์บาหลีเป็นการจัดสวนที่มีการนำวัฒนธรรมท้องถิ่น สภาพอากาศ และธรรมชาติมาปรับสมดุลให้เข้ากันอย่างลงตัว เอาเป็นว่าใครที่กำลังมองหาไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านด้วยตัวเองอยู่ ก็ตามไปชมไอเดียจัดสวนบาหลีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เลย1. มีไม้ประดับให้ร่มเงาพรรณไม้จัดสวนบาหลีควรเป็นไม้เมืองร้อนที่ทนร้อนและทนแล้งได้ดี ซึ่งพรรณไม้ที่นิยมนำมาแต่งสวนบาหลีนั้นได้แก่ ไม้น้ำ ไม้เลื้อย และไม้ยืนที่ให้ร่มเงา ซึ่งพรรณไม้ที่นิยมนำมาแต่งสวนสไตล์บาหลี ได้แก่ ต้นปาล์ม, ต้นบอน, สับปะรดสี, ดราแคนน่า, ฟิโลเดนดรอน, กล้วยพัด และเฟิร์น2. ตกแต่งด้วยสีสันของไม้ดอก ในการจัดสวนบาหลีนอกจากจะมีพรรณไม้ให้ร่มเงาแล้ว ควรจะแต่งแต้มความสดใสด้วยสีสันสวยงามของไม้ดอกด้วย ซึ่งไม้ดอกที่นิยมนำมาจัดสวนบาหลีเป็นดอกไม้ที่มีสีสันจัดจ้านและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ลีลาวดี, ชบา,  เบิร์ดออฟ พาราไดซ์ (ปักษาสวรรค์), บัว, ชวนชม, เฮลิโคเนีย (ธรรมรักษา) และกล้วยไม้ 3. เน้นใช้วัสดุธรรมชาติ นอกจากความเขียวขจีของพรรณไม้ที่สำคัญกับสวนบาหลีแล้ว ในรายละเอียดของการตกแต่งก็สำคัญไม่แพ้กัน หากอยากให้ใกล้เคียงกับความเป็นบาหลีมากขึ้น ควรจะตกแต่งด้วยของตกแต่งที่ทำมาจากธรรมชาติหรือทำเลียนแบบธรรมชาติ เช่น บุผนังรอบสวนด้วยไม้ไผ่ ใช้ใบจากมุงหลังคาศาลานั่งเล่น โรยทางเดินด้วยหินหรือตกแต่งทางเดินด้วยกระเบื้องหินเลียนแบบลายจากธรรมชาติ4. สร้างชีวิตชีวาด้วยบ่อน้ำ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้สวนดูสดชื่น ผ่อนคลาย มีชีวิตชีวา และดูร่มเย็น เหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อนอย่างแท้จริง ดังนั้นควรมีที่สำหรับทำบ่อปลา บ่อน้ำเล็ก หรือน้ำพุในมุมเล็ก ๆ ให้มีเสียงน้ำเคลื่อนไหวอยู่รอบ ๆ ด้วย 5. มีศาลาไว้พักกาย ศาลาสำหรับพักผ่อนที่เข้ากับธีมสวนบาหลี เห็นทีคงหนีไม่พ้นศาลามุงใบจาก ศาลาไม้ไผ่ หรือศาลาไม้สวย ๆ สักหลัง แต่ถ้าหากบริเวณบ้านมีพื้นที่น้อย อาจจะเปลี่ยนจากการนำศาลามาตกแต่งสวน เป็นการนำโต๊ะ-เก้าอี้ชุดเล็ก ๆ ที่ทำจากไม้มาวางไว้นั่งเล่นกับคนในครอบครัวแทนก็ได้ครับ6. เพิ่มกลิ่นอายบาหลีด้วยรูปปั้นหินสลัก รูปปั้นหินสลักเป็นอีกหนึ่งของตกแต่งสวน ที่จะทำให้สวนของคุณมีกลิ่นอายของความเป็นบาหลีมากขึ้น ซึ่งรูปปั้นหินสลักที่นิยมทำมาใช้ส่วนใหญ่ ได้แก่ รูปปั้นหินสลักหน้าคนและสัตว์ หรือเทพในตำนานต่าง ๆ เป็นต้น 7. เครื่องหอมสร้างความผ่อนคลาย ถ้าใครสนใจอยากเพิ่มมิติใหม่ให้กับการพักผ่อนในสวนแบบบาหลีอย่างเต็มที่ บรรดาเครื่องหอมช่วยคุณได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นธูปหอมกำยาน น้ำมันหอมระเหย หรือถุงบุหงา ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นครับ คงเห็นกันแล้วใช่ไหมครับว่าการจัดสวนสไตล์บาหลีนั้นไม่ยากจริง ๆ เพียงแค่ทำตามไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านเหล่านี้ สวนในบ้านของคุณก็จะกลายเป็นสวนสวย ๆ ที่มีกลิ่นอายความเป็นบาหลีขึ้นมาทันที ถ้าติดใจสวนสไตล์นี้ก็ลองนำไอเดียไปใช้กันดูนะครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com, homeimprovementpages, calyx, thaihomegarden และ decorreport  
บ้านสไตล์โมเดิร์นแฝงความน่ารักของงานตกแต่ง

บ้านสไตล์โมเดิร์นแฝงความน่ารักของงานตกแต่ง

LA House เป็นบ้านในสไตล์ Contemporary ซึ่งถูกออกแบบโดย Studio Guilherme Torres ในเมือง Londrina ประเทศ Brazil โดยเป็นอาคารแบบสามชั้น แต่ละชั้นจะมีลักษณะเป็นพื้นที่แบบเปิดโล่งโดยตัวบ้านถูกกั้นด้วยกำแพงยาว ซึ่งเป็นการทำตามความต้องการของลูกค้าที่ชอบบรรยากาศแบบคอนโดมิเนียม และต้องมีความเป็นส่วนตัวสูง ภายนอกเราจะเห็นโครงสร้างของตัวบ้านถูกดีไซน์แปลกตา โดยมีลักษณะของสี่เหลี่ยมคางหมู ซึ่งจะให้ความรู้สึกของความเป็นโมเดิร์นสไตล์ได้อย่างชัดเจนทางเข้าด้านหน้าที่กว้างขวางถูกดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมด้วยทางเดินเข้าสู่ตัวบ้านที่ถูกขนาบข้างด้วยสระว่ายน้ำและพื้นที่ของสนามหญ้า ผู้ที่อยู่อาศัยจะสามารถรู้สึกถึงการเชื่อมต่อระหว่างภายในออกมายังภายนอกด้วยประตูกระจกหมุนขนาดใหญ่ส่วนแรกที่จะเจอคือห้องนั่งเล่นที่ถูกตกแต่งให้มีความรู้สึกย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งด้วยผนังที่ถูกติดสติ๊กเกอร์เกมยอดฮิตในยุค 90' และสะดุดตากับโซฟาสีเทาอ่อนขนาดใหญ่ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ต่างๆ ที่ถูกจัดวางให้เข้ากันอย่างลงตัวผนังปูนถูกติดด้วยสติ๊กเกอร์เกม 1981 Galaga Arcade สร้างบรรยากาศสนุกสนานได้เป็นอย่างดีห้องครัวอีกส่วนที่สร้างความดึงดูดและน่าเชื้อเชิญได้ไม่น้อย ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปิดโล่งผสมผสานกับของตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เช่น เคาน์เตอร์ทอปสีเหลืองแบบมันวาว ตัดกับชั้นเก็บจานชมและโต๊ะอาหารสีเข้มสร้างมุมมองที่เก๋ไก๋และให้บรรยากาศดีมากๆอีกด้วยหินอ่อนถูกนำมาใช้เป็นวัสดุในการปูพื้นและเคาน์เตอร์โต๊ะเครื่องแป้งในห้องน้ำ โดยดีไซน์เนอร์เน้นการตกแต่งที่ให้มุมมองสะอาดและการใช้ที่เรียบง่าย พร้อมแบ่งเป็นโซนเปียกและแห้ง ซึ่งในส่วนโซนแห้งถูกปูพื้นด้วยไม้ธรรมชาติขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.forfur.com

1 2 3 4