บ้านสวย ร้านเด่น

 

บ้านสวย ร้านเด่น แนะนำ

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

จุดเริ่มต้นของการอยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งของใครหลายๆ คน ก็คงไม่ต่างจากบ้านของ คุณเอก ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก สถาปนิกหนุ่มแห่ง Gooseberry Design ที่มีความตั้งใจอยากสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว รองรับชีวิตของลูกตัวน้อยทั้งสองคน โดยลงมือออกแบบบ้านด้วยตัวเองซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดของขนาดที่ดินและสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนหนาแน่นในซอยโดยรอบ แต่คุณเอกเองก็ได้ใช้ความสามารถทางวิชาชีพที่มีก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยให้ออกมาสวยงามน่าอยู่อาศัยในรูปแบบโมเดิร์น ทรอปิคัล ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี บ้านกล่องสี่เหลี่ยมหลังคาทรงจั่วสีขาว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางชุมชนอย่างสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 280 ตารางเมตร จุดสังเกตหลักที่เราสะดุดตาได้ตั้งแต่แรกเห็น คืออาคารสีขาวโพลนออกแบบ Facade (ฟาซาด) เหล็กสีดำมีลักษณะเหมือนตัวต่อเลโก้ไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ ในรูปทรงสามเหลี่ยมปกคลุมอาคารด้านหน้าไว้เพียงครึ่งหนึ่ง  ซึ่งมีหน้าที่ช่วยลดความร้อนก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน และยังช่วยลดอัตราการใช้พลังงานให้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องแสงเพื่อให้ภายในบ้านได้รับลมและแสงสว่างเพียงพอ นอกจากจะได้ความสวยงามอย่างปลอดโปร่งแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับ อีกทั้งตัวอาคารยังดูสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการประดับประดาไม้ประดิษฐ์สีเขียวขจีลงไปในชิ้นฟาซาดเหล็ก “บ้านหลังนี้มีที่มาครับ” สถาปนิกเจ้าของบ้านเริ่มเล่า “ช่วงหลายปีก่อนผมซื้อที่ดินแปลงนี้เก็บไว้เฉยๆ ตอนแรกทำเป็นสนามหญ้าให้ลูกวิ่งเล่น แต่พอเห็นรถไฟฟ้าหน้าซอยเริ่มก่อสร้างเลยคิดอยากสร้างบ้านไว้ให้เขาในอนาคต โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าบ้านอยู่สบาย ไม่ร้อน และตอบโจทย์งบประมาณ ผมเลยออกแบบแปลนบ้านให้มีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) มีสเปซเชื่อมถึงกันทุกส่วน โดยเว้นคอร์ทยาทไว้ตรงกลางไว้ให้สมาชิกทุกคนสามารถมองวิวได้ แม้ในอนาคตจะมีอาคารอื่นมาสร้างขึ้นข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอยู่”  ทั้งนี้เพื่อดึงธรรมชาติภายนอกเข้าไปสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านจะพบว่าพื้นที่ภายในดูโปร่งโล่งสบายและเชื่อมต่อถึงกันทุกส่วน เนื่องจากมีประตูบานเลื่อนและบานเฟี้ยมกระจกใสรายล้อมอาคารผนังฝั่งที่ติดกับคอร์ทยาท โดยพื้นที่แรกจะเป็นส่วนของแพนทรีและโต๊ะทานข้าวกระชับความสัมพันธ์ก่อนขยับเข้าไปยังทางเดินที่แยกขึ้นบริเวณชั้นสองและห้องนั่งเล่น อีกทั้งประตูหน้าต่างของบ้านเมื่อเลื่อนเปิดออกทั้งหมดจะทำให้ลมพัดผ่านได้ดี ไม่เพียงแต่พื้นที่ภายในเท่านั้นที่มีความเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน บริเวณสวนด้านนอกภายในบ้านหลังนี้มีต้นมั่งมี ที่ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่พักอาศัยคอยทำหน้าที่ให้ความร่มรื่น และลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมคอนกรีตลงมาอยู่ในจุดที่สมดุลโดยไม่ไปรบกวนโครงสร้างโดยรวม  ในบริเวณห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้เรียบง่าย เน้นโทนสีเรียบๆ มีลูกเล่นอยู่ที่ผนังกรุลามิเนตลายไม้สีอ่อนให้กลิ่นอายสไตล์สแกนดิเนเวีย ภายในถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเป็นตู้และชั้นวางของล้อไปกับโครงสร้างของบ้าน อีกสิ่งหนึ่งเลยที่คุณเอกบอกว่าขาดไม่ได้สำหรับห้องนั่งเล่นนี้คือโซฟาตัวยาวสีเทาเข้มที่เลือกลงทุนเพื่อการใช้งานในระยะยาว โดยจัดวางโซฟาไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ส่วนนี้เป็นสเปชกึ่งห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เพราะสถาปนิกออกแบบให้มีมุมทำงานในตัวแต่พื้นที่โดยรอบก็ยังดูโปร่งโล่งด้วยการกรุประตูกระจกใสไว้ที่ผนังฝั่งที่เชื่อมกับคอร์ทยาท  ด้วยการออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบ้านเชื่อมต่อถึงกัน บริเวณโถงทางเดินจึงต่อเนื่องและนำสายตาไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้เป็นอย่างดี ส่วนผนังข้างบันไดขึ้น-ลงคุณเอกหล่อเป็นแผ่นคอนกรีตสูงจากพื้นจรดเพดานชั้นสองขึ้นมาเพื่อโชว์พื้นผิวแบบดิบๆ ซึ่งก็สอดรับกับโครงเหล็กที่เห็นเป็นเส้นสายแนวตั้งโดยใช้เป็นราวจับบันได อีกทั้งยังปูลูกนอนด้วยไม้สักเนื้อแข็งสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นกับบ้านมากขึ้น  ทันทีที่ไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับระเบียงที่เปิดโล่ง มองเห็นคอร์ทยาทเป็นส่วนเชื่อมพื้นที่ตรงกลางพร้อมรับแสงธรรมชาติสู่ภายในได้เต็มที่ พื้นที่ทั้งหมดประกอบด้วยห้องนอนใหญ่บริเวณส่วนในสุดของอาคาร ห้องนอนเล็ก ห้องพระ และห้องทำงานจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ติดกับรั้วด้านหน้าบ้าน  อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของบ้านหลังนี้คือเพดานในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยปูนเปลือยทั้งหมด โดยเกิดจากความตั้งใจของคุณเอกที่อยากโชว์พื้นผิวของวัสดุจึงหล่อเป็นคอนกรีตขึ้นมา ทำให้หลังคาจั่วนี้ดูสวยงามไม่ต่างจากหลังคาจั่วทั่วไป แถมภายในห้องยังให้บรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบายอีกด้วย  เราอาจกล่าวสรุปได้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังนี้นอกจากคุณเอกตั้งใจสร้างให้เป็นบ้านสำหรับลูกๆ แล้ว ยังสร้างตามใจผู้อยู่อย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน

บ้านสวย ร้านเด่นล่าสุด

1 2 3 4
บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

จุดเริ่มต้นของการอยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งของใครหลายๆ คน ก็คงไม่ต่างจากบ้านของ คุณเอก ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก สถาปนิกหนุ่มแห่ง Gooseberry Design ที่มีความตั้งใจอยากสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว รองรับชีวิตของลูกตัวน้อยทั้งสองคน โดยลงมือออกแบบบ้านด้วยตัวเองซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดของขนาดที่ดินและสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนหนาแน่นในซอยโดยรอบ แต่คุณเอกเองก็ได้ใช้ความสามารถทางวิชาชีพที่มีก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยให้ออกมาสวยงามน่าอยู่อาศัยในรูปแบบโมเดิร์น ทรอปิคัล ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี บ้านกล่องสี่เหลี่ยมหลังคาทรงจั่วสีขาว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางชุมชนอย่างสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 280 ตารางเมตร จุดสังเกตหลักที่เราสะดุดตาได้ตั้งแต่แรกเห็น คืออาคารสีขาวโพลนออกแบบ Facade (ฟาซาด) เหล็กสีดำมีลักษณะเหมือนตัวต่อเลโก้ไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ ในรูปทรงสามเหลี่ยมปกคลุมอาคารด้านหน้าไว้เพียงครึ่งหนึ่ง  ซึ่งมีหน้าที่ช่วยลดความร้อนก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน และยังช่วยลดอัตราการใช้พลังงานให้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องแสงเพื่อให้ภายในบ้านได้รับลมและแสงสว่างเพียงพอ นอกจากจะได้ความสวยงามอย่างปลอดโปร่งแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับ อีกทั้งตัวอาคารยังดูสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการประดับประดาไม้ประดิษฐ์สีเขียวขจีลงไปในชิ้นฟาซาดเหล็ก “บ้านหลังนี้มีที่มาครับ” สถาปนิกเจ้าของบ้านเริ่มเล่า “ช่วงหลายปีก่อนผมซื้อที่ดินแปลงนี้เก็บไว้เฉยๆ ตอนแรกทำเป็นสนามหญ้าให้ลูกวิ่งเล่น แต่พอเห็นรถไฟฟ้าหน้าซอยเริ่มก่อสร้างเลยคิดอยากสร้างบ้านไว้ให้เขาในอนาคต โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าบ้านอยู่สบาย ไม่ร้อน และตอบโจทย์งบประมาณ ผมเลยออกแบบแปลนบ้านให้มีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) มีสเปซเชื่อมถึงกันทุกส่วน โดยเว้นคอร์ทยาทไว้ตรงกลางไว้ให้สมาชิกทุกคนสามารถมองวิวได้ แม้ในอนาคตจะมีอาคารอื่นมาสร้างขึ้นข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอยู่”  ทั้งนี้เพื่อดึงธรรมชาติภายนอกเข้าไปสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านจะพบว่าพื้นที่ภายในดูโปร่งโล่งสบายและเชื่อมต่อถึงกันทุกส่วน เนื่องจากมีประตูบานเลื่อนและบานเฟี้ยมกระจกใสรายล้อมอาคารผนังฝั่งที่ติดกับคอร์ทยาท โดยพื้นที่แรกจะเป็นส่วนของแพนทรีและโต๊ะทานข้าวกระชับความสัมพันธ์ก่อนขยับเข้าไปยังทางเดินที่แยกขึ้นบริเวณชั้นสองและห้องนั่งเล่น อีกทั้งประตูหน้าต่างของบ้านเมื่อเลื่อนเปิดออกทั้งหมดจะทำให้ลมพัดผ่านได้ดี ไม่เพียงแต่พื้นที่ภายในเท่านั้นที่มีความเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน บริเวณสวนด้านนอกภายในบ้านหลังนี้มีต้นมั่งมี ที่ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่พักอาศัยคอยทำหน้าที่ให้ความร่มรื่น และลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมคอนกรีตลงมาอยู่ในจุดที่สมดุลโดยไม่ไปรบกวนโครงสร้างโดยรวม  ในบริเวณห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้เรียบง่าย เน้นโทนสีเรียบๆ มีลูกเล่นอยู่ที่ผนังกรุลามิเนตลายไม้สีอ่อนให้กลิ่นอายสไตล์สแกนดิเนเวีย ภายในถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเป็นตู้และชั้นวางของล้อไปกับโครงสร้างของบ้าน อีกสิ่งหนึ่งเลยที่คุณเอกบอกว่าขาดไม่ได้สำหรับห้องนั่งเล่นนี้คือโซฟาตัวยาวสีเทาเข้มที่เลือกลงทุนเพื่อการใช้งานในระยะยาว โดยจัดวางโซฟาไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ส่วนนี้เป็นสเปชกึ่งห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เพราะสถาปนิกออกแบบให้มีมุมทำงานในตัวแต่พื้นที่โดยรอบก็ยังดูโปร่งโล่งด้วยการกรุประตูกระจกใสไว้ที่ผนังฝั่งที่เชื่อมกับคอร์ทยาท  ด้วยการออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบ้านเชื่อมต่อถึงกัน บริเวณโถงทางเดินจึงต่อเนื่องและนำสายตาไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้เป็นอย่างดี ส่วนผนังข้างบันไดขึ้น-ลงคุณเอกหล่อเป็นแผ่นคอนกรีตสูงจากพื้นจรดเพดานชั้นสองขึ้นมาเพื่อโชว์พื้นผิวแบบดิบๆ ซึ่งก็สอดรับกับโครงเหล็กที่เห็นเป็นเส้นสายแนวตั้งโดยใช้เป็นราวจับบันได อีกทั้งยังปูลูกนอนด้วยไม้สักเนื้อแข็งสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นกับบ้านมากขึ้น  ทันทีที่ไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับระเบียงที่เปิดโล่ง มองเห็นคอร์ทยาทเป็นส่วนเชื่อมพื้นที่ตรงกลางพร้อมรับแสงธรรมชาติสู่ภายในได้เต็มที่ พื้นที่ทั้งหมดประกอบด้วยห้องนอนใหญ่บริเวณส่วนในสุดของอาคาร ห้องนอนเล็ก ห้องพระ และห้องทำงานจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ติดกับรั้วด้านหน้าบ้าน  อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของบ้านหลังนี้คือเพดานในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยปูนเปลือยทั้งหมด โดยเกิดจากความตั้งใจของคุณเอกที่อยากโชว์พื้นผิวของวัสดุจึงหล่อเป็นคอนกรีตขึ้นมา ทำให้หลังคาจั่วนี้ดูสวยงามไม่ต่างจากหลังคาจั่วทั่วไป แถมภายในห้องยังให้บรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบายอีกด้วย [captionquote] คุณเอกกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “การออกแบบบ้านแต่ละหลังสำหรับผมที่เป็นสถาปนิกจะคำนึงถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมก่อนเป็นหลัก เพราะการออกแบบอะไรในบริบทที่ต่างกันนั้นต้องทำออกมาให้ดีที่สุดและต้องตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ด้วย เพราะพื้นที่อันจำกัดเราเลยต้องออกแบบให้บ้านหลังนี้ดูเรียบง่าย โปร่งโล่ง และสบายตา อีกอย่างคือมีช่องแสงเยอะทำให้ประหยัดไฟและเย็นสบาย อย่างน้อยการดีไซน์ที่ดีก็ช่วยแบ่งเบาพลังงานได้”[/captionquote] เราอาจกล่าวสรุปได้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังนี้นอกจากคุณเอกตั้งใจสร้างให้เป็นบ้านสำหรับลูกๆ แล้ว ยังสร้างตามใจผู้อยู่อย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน
3 คาเฟ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

3 คาเฟ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน

 ส่งต่อความอิ่มอร่อยอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองกับ 3 ร้านคาเฟ่ดีๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ซึ่งสกู๊ปนี้ทีมงาน Review Your Living ได้รวบรวมมาให้ทุกคนได้ตามไปเช็คอินให้อินเทรนด์เช่นเคย แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่านอกจากเมนูขนมและเครื่องดื่มจะอร่อยมากๆ แล้ว การดีไซน์ตกแต่งร้านก็โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กันค่ะ ส่วนจะมีคาเฟ่ไหนบ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลย  1. Toby’s เริ่มกันที่ร้านแรกกับ Toby’s ร้านคาเฟ่กึ่งบรั๊นซ์ที่เปรียบเสมือนบ้านเพื่อนสนิทของทุกคน ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารอิฐสีแดงหลังใหญ่ในซอยสุขุมวิท 38 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเจ้าของร้านทั้ง 4 คน ตั้งใจให้การแวะมาดื่มกาแฟและรับประทานบรั๊นซ์ในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเองเหมือนพักผ่อนอยู่บ้านเพื่อน สำหรับการตกแต่งภายในร้านจะเน้นสีขาวและความโปร่งสบายของธรรมชาติจากภายนอกที่สาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ คลุมโทนเฟอร์นิเจอร์ด้วยสีขาว ฟ้า เทาและสีธรรมชาติของไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ทั้งยังเพิ่มความสดชื่นด้วยไม้ประดับต้นเล็ก ตามมุมต่างๆ จนเหมือนนั่งเล่นอยู่ในบ้านจริงๆ ค่ะในส่วนของเมนูบรั๊นซ์และขนมแต่ละเมนูทางร้านจะเน้นเรื่องของความสดใหม่ วัตถุดิบคุณภาพ และรสชาติที่ถูกปากคนไทย สำหรับคอกาแฟคงต้องถูกใจกับเมล็ดกาแฟไทยที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี หรือถ้าใครที่ไม่ทานกาแฟทางร้านก็มีสมูธตี้ เครื่องดื่มสุขภาพให้เลือกมากมาย รวมถึงเบเกอร์รี่โฮมเมดของทางร้านก็มีสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในแต่ละวันให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วยToby’sซอยสุขุมวิท 38เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันจันทร์)  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น.โทร. 02-712-1774  2. Flower in hand by P. จากร้านดอกไม้เล็กๆ ในซอยอารีย์ 1 ล่าสุดขยับขยายมาเปิดร้านใหม่อยู่ไม่ไกลในซอยอารีย์ 2 ซึ่งหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับชื่อ Flower in hand by P. กันดีอยู่แล้วด้วยสไตล์การจัดดอกไม้ที่เป็นเอกลักษณ์มุ้งมิ้งชวนฝัน จนสาวๆ อยากมาเรียนมากมาย คุณแพรเจ้าของร้านจึงลงมือสานฝันให้โดยตั้งใจทำร้านเป็นสตูดิโอไว้ทำกิจกรรม Workshop ดอกไม้ที่สับเปลี่ยนไปทุกเดือน และยังแบ่งโซนคาเฟ่ไว้บริการเครื่องดื่มและขนมโฮมเมด ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ตัวร้านตกแต่งสีขาวสะอาดตา ใช้ไม้สีเข้มเป็นหลัก รายล้อมด้วยดอกไม้หลากหลายชนิด มีมุมน่ารักๆ หลายมุมให้ได้ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลอย่างเพลิดเพลินสำหรับเมนูขนมและเครื่องดื่มทางร้านจะเน้นขนมทานง่ายอย่าง Financiers, Scone, Cookie ที่ดูเหมือนธรรมดา แต่กลับไม่ธรรมดาในรสชาติและหน้าตา เพราะทางร้านได้เปลี่ยนภาพคุกกี้แบบเดิมๆ โดยนำดอกไม้จริงแต่ละซีซั่น ที่ทานได้มาทำเป็นหน้าคุกกี้ด้านบน ส่วนเครื่องดื่มจะเน้นสไตล์ Slow Bar มีให้เลือกทั้งชา กาแฟ อิตาเลี่ยนโซดา ในรสชาติที่กลมกล่อมและหอมหวานFlower in hand by P.ซอยอารีย์ 2เปิดบริการทุกวัน (ปิดวันพุธ)  ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น.โทร. 062-758-2233  3. Neighbood Café ร้านสุดท้ายกับเพื่อนบ้านคนสำคัญที่ไม่แนะนำคงไม่ได้กับ Neighborhood Café คาเฟ่ย่านหลักสี่ที่เปิดบริการตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อเสิร์ฟกาแฟดีๆ และอาหารราคามิตรภาพให้ลูกค้าก่อนไปทำงาน ภายใต้บรรยากาศอบอุ่นสบายๆ เหมือนอยู่บ้านซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้านนั่นเอง สำหรับการออกแบบตกแต่งร้านนั้นเป็นฝีมือของคุณกอล์ฟ สถาปนิกหนุ่มเจ้าของร้าน ตกแต่งในสไตล์วินเทจ ดูโปร่งโล่งด้วยการกรุกระจกใสรอบร้าน เพิ่มความสบายตาด้วยไม้ประดับ เติมความเท่ดิบๆ แมนๆ ด้วยผนังอิฐ ก่อนจะประดับประดาด้วยของตกแต่งเก่าที่ลงตัวเข้ากันเป็นอย่างดีสำหรับคอกาแฟคงต้องยกนิ้วชื่นชมให้กับทางร้านเลยค่ะ เพราะนอกจากความพิถีพิถันในการคัดเลือกเมล็ดกาแฟแล้ว ทางร้านยังสนับสนุนของไทยโดยใช้เมล็ดกาแฟคั่วคุณภาพดีจากดอยช้างเคี่ยน ซึ่งให้รสชาติที่กลมกล่อมไม่เหมือนใคร หากไม่ดื่มกาแฟก็มีเมนูสดชื่นให้ได้ชิมนะคะ ส่วนเมนูอาหารและขนมทางร้านจะเสิร์ฟเมนูทานง่ายแต่มีความพิเศษในรสชาติที่ปรุงจากสูตรเฉพาะ และคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพเท่านั้นค่ะNeighborhood Caféซอยวิภาวดี 56เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 15.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ปิด 16.00 น.)โทร. 094-159-1596
Lazy Toby คาเฟ่ในรูปแบบ Pop up store ใจกลางเมือง ตามแบบฉบับหนุ่มสาวมินิมอล

Lazy Toby คาเฟ่ในรูปแบบ Pop up store ใจกลางเมือง ตามแบบฉบับหนุ่มสาวมินิมอล

เชื่อว่าหลายคนอาจจะรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อของ Toby's ร้านกาแฟกึ่งบรันช์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นสะดุดตากับ อาคารทรงจั่วกรุตกแต่งด้วยอิฐมอญคล้ายกับโกดังในยุโรป ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 38 ล่าสุดทางร้านได้ขยับขยายมาเปิดสาขาใหม่ขนาดกะทัดรัดแบบ Pop up store ที่ J Avenue Thonglor ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง ซอยทองหล่อ 15 ในพิกัดที่ง่ายต่อการไปถึง ภายใต้ชื่อ Lazy Toby ซึ่งที่มาของชื่อร้านนั้นถูกตั้งจากคาแลคเตอร์ของพาร์ทเนอร์ทั้ง 4 คน โดย Toby's นั้นเปรียบเสมือนเพื่อนสนิทผู้ชายคนที่ 5 มีบุคลิกอบอุ่น สนุกสนาน และเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังชอบดื่มกาแฟและทำอาหารด้วย แต่เมื่อเพิ่มโลเคชั่นใหม่ให้ลูกค้าได้เช็คอินทางร้านเลยขอเติมคำว่า Lazy เข้าไปเพื่อบ่งบอกถึงคอนเซ็ปต์ร้านที่เรียบง่าย สบายๆ นั่นเอง  สำหรับบรรยากาศและการตกแต่งร้าน Lazy Toby นั้นจะแตกต่างจาก Toby's แต่ยังคงความอบอุ่นไว้เช่นเคย ตัวร้าน ตกแต่งในสไตล์มินิมอล เน้นโทนสีขาวผสมผสานกับงานไม้เป็นหลักเพื่อให้บรรยากาศแบบโฮมมี่ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสดชื่นมีชีวิตชีวาด้วยการประดับประดาต้นไม้เล็กใหญ่ไว้ในกระถาง ให้ได้ถ่ายรูปและนั่งชิลล์กันเพลินๆ  ในส่วนของเมนูเครื่องดื่มและขนมที่นี่จะเน้นเมนูทานง่ายสไตล์ Grab & Go โดยคัดสรรแต่วัตถุดิบคุณภาพดีนำมาครีเอทเป็นเมนูสุขภาพต่างๆ อาทิ น้ำผลไม้สกัดเย็น สมูธตี้ และโยเกิร์ตโฮมเมด เป็นต้น ซึ่งหากติดใจในรสชาติกาแฟที่กลมกล่อมจาก Toby's อยู่แล้ว ก็ยิ่งไม่ควรพลาดเมนูแก้วโปรดหลากหลายสูตรที่ทางร้านนำมาบริการ หรือจะสั่งเมนูขนมโฮมเมดที่จะหมุนเวียนสับเปลี่ยนไปในแต่ละวันมาทานคู่กันก็ยิ่งช่วยเพิ่มอรรถรสให้ละมุนลิ้นมากขึ้น  ปิดท้ายก่อนกลับบ้าน หากแชะภาพสวยๆ ชิมเมนูโปรดกันอย่างเพลิดเพลินแล้ว จะเลือกซื้อขนมโฮมเมดติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านก็ได้อีกเช่นกันค่ะ ซึ่งร้านเก๋ๆ เครื่องดื่ม อย่าง Lazy Toby  ที่เปรียบเหมือนบ้านเพื่อนสนิทใจกลางเมืองทองหล่อแห่งนี้จะเปิดบริการเพียง 6 เดือนเท่านั้น เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2560 และเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00 – 20:00 น. 
แบบบ้านไม้หลังเล็กๆ ชั้นเดียว สไตล์ญี่ปุ่น

แบบบ้านไม้หลังเล็กๆ ชั้นเดียว สไตล์ญี่ปุ่น

ขอนำเสนอบ้านไม้สไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า ที่ดูเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากทั้งการออกแบบและการตกแต่งแต่อบอุ่น ตัวบ้านเป็นแบบชั้นเดียว  พร้อมด้วยพื้นที่เฉลียงไม้ใต้ชายคาเล็กๆ ยื่นออกมาสำหรับนั่งเล่นพักผ่อน ภายในบ้านตกแต่งตามสไตล์ญี่ปุ่นยุคเก่า มีพื้นที่กว้าง มีมุมไว้ทำอาหาร ส่วนพื้นที่ว่างไว้สำหรับพักผ่อน และวางฟูก ตามสไตล์ญี่ปุ่นยุกเก่า คนที่ความเป็นส่วนตัวน่าจะชอบเพราะบ้านหลังนี้มีพื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร ราคาในการก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 250,000 - 350,000 ใครมีเนื้อที่ก็สามารถนำไปสร้างสำหรับเป็นบ้านพักผ่อนได้นะครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.talo.co.jp
บ้านสไตล์โมเดิร์นแฝงความน่ารักของงานตกแต่ง

บ้านสไตล์โมเดิร์นแฝงความน่ารักของงานตกแต่ง

LA House เป็นบ้านในสไตล์ Contemporary ซึ่งถูกออกแบบโดย Studio Guilherme Torres ในเมือง Londrina ประเทศ Brazil โดยเป็นอาคารแบบสามชั้น แต่ละชั้นจะมีลักษณะเป็นพื้นที่แบบเปิดโล่งโดยตัวบ้านถูกกั้นด้วยกำแพงยาว ซึ่งเป็นการทำตามความต้องการของลูกค้าที่ชอบบรรยากาศแบบคอนโดมิเนียม และต้องมีความเป็นส่วนตัวสูง ภายนอกเราจะเห็นโครงสร้างของตัวบ้านถูกดีไซน์แปลกตา โดยมีลักษณะของสี่เหลี่ยมคางหมู ซึ่งจะให้ความรู้สึกของความเป็นโมเดิร์นสไตล์ได้อย่างชัดเจนทางเข้าด้านหน้าที่กว้างขวางถูกดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมด้วยทางเดินเข้าสู่ตัวบ้านที่ถูกขนาบข้างด้วยสระว่ายน้ำและพื้นที่ของสนามหญ้า ผู้ที่อยู่อาศัยจะสามารถรู้สึกถึงการเชื่อมต่อระหว่างภายในออกมายังภายนอกด้วยประตูกระจกหมุนขนาดใหญ่ส่วนแรกที่จะเจอคือห้องนั่งเล่นที่ถูกตกแต่งให้มีความรู้สึกย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งด้วยผนังที่ถูกติดสติ๊กเกอร์เกมยอดฮิตในยุค 90' และสะดุดตากับโซฟาสีเทาอ่อนขนาดใหญ่ รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ต่างๆ ที่ถูกจัดวางให้เข้ากันอย่างลงตัวผนังปูนถูกติดด้วยสติ๊กเกอร์เกม 1981 Galaga Arcade สร้างบรรยากาศสนุกสนานได้เป็นอย่างดีห้องครัวอีกส่วนที่สร้างความดึงดูดและน่าเชื้อเชิญได้ไม่น้อย ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปิดโล่งผสมผสานกับของตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เช่น เคาน์เตอร์ทอปสีเหลืองแบบมันวาว ตัดกับชั้นเก็บจานชมและโต๊ะอาหารสีเข้มสร้างมุมมองที่เก๋ไก๋และให้บรรยากาศดีมากๆอีกด้วยหินอ่อนถูกนำมาใช้เป็นวัสดุในการปูพื้นและเคาน์เตอร์โต๊ะเครื่องแป้งในห้องน้ำ โดยดีไซน์เนอร์เน้นการตกแต่งที่ให้มุมมองสะอาดและการใช้ที่เรียบง่าย พร้อมแบ่งเป็นโซนเปียกและแห้ง ซึ่งในส่วนโซนแห้งถูกปูพื้นด้วยไม้ธรรมชาติขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.forfur.com
บ้านแสนสบาย ตกแต่งโอ่อ่าอย่างเรียบง่าย

บ้านแสนสบาย ตกแต่งโอ่อ่าอย่างเรียบง่าย

บ้านที่มีความปลอดโปร่ง ย่อมอยู่สบายกว่าบ้านที่อึดอัดคับแคบ การออกแบบบ้านจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงทิศทางของแสง และลม เพื่อให้มีความโล่งสบายอยู่เสมอ แบบบ้านสองชั้นที่นำมาให้ชมกัน รูปลักษณ์ภายนอกที่ร่วมสมัย ทรงสี่เหลี่ยมเรขาคณิตกับหลังคาปั่นหยาสีเทา ออกแบบโรงจอดรถให้เป็นส่วนหนึ่งรวมอยู่กับตัวบ้าน ดูกลมกลืนอย่างไม่ขัดตา ประตูบ้านอยู่ตรงกลาง แข็งแรงทนทาน ทำให้บ้านแลดูโอ่ด่าและเมื่อเข้าไปภายใน จะเห็นบันไดบ้านขึ้นชั้นสอง เส้นสายของความโค้งทำให้บ้านมีมิติและน่าหลงใหล เพดานสูงโปร่ง ผนังทาสีขาว ทั้งสองส่วนนี้ ช่วยให้ภายในมีความปลอดโปร่งเป็นพิเศษ จากประตูบ้านจะมองเห็นห้องแฟมิลี่ซึ่งอยู่ส่วนหลังสุด เป็นจุดดึงดูดสายตาด้านในสุดของบ้านในชั้นแรก จัดมุมนั่งเล่น โต๊ะรับประทานอาหาร และห้องครัวไว้รวมกัน ทุกส่วนไม่มีผนังกั้นจากกัน แต่การตกแต่งแต่ละจุดนั้นเป็นสัดส่วนและดูผ่อนคลาย ด้วยโทนสีเรียบๆกลางๆ อย่างเช่น สีเทา แม้จะไม่หวือหวาแต่ก็เหมาะกับการพักผ่อนอย่างมากเลยทีเดียว ห้องครัวเปิดออกไปยังระเบียงหลังบ้านได้  เคาเตอร์ครัวติดผนังสีขาวทั้งท็อปและหน้าบาน สะอาดสะอ้านน่าใช้งาน แต่ต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ ไอซ์แลนด์กว้าง เตรียมอาหารได้สะดวก ทั้งยังใช้เป็นโต๊ะทานอาหารที่ให้บรรยากาศแบบเป็นกันเองชั้นสองของบ้าน มีมุมนั่งเล่นอีกมุม ไว้นั่งดูทีวีกันก่อนนอน เพราะในห้องนอนทั้ง 3 ห้องของบ้านจะไม่มีทีวีภายในห้อง เพื่อให้เป็นห้องนอนที่เหมาะกับการพักผ่อนนอนหลับจริงๆ อีกทั้งการที่สมาชิกในครอบครัวได้นั่งดูทีวีด้วยกัน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม บนชั้นสองจะมีระเบียงที่เชื่อมต่อออกไปจากมุมนั่งเล่น จัดชุดโซฟาตัวใหญ่ รองรับสมาชิกทุกคน เวลามานั่งพักผ่อนพร้อมๆกัน ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.banidea.com
สตูดิโออพาร์ทเมนต์ ขนาด 37 ตร. ม. ออกแบบเพื่อชีวิตที่เรียบง่าย ทันสมัย

สตูดิโออพาร์ทเมนต์ ขนาด 37 ตร. ม. ออกแบบเพื่อชีวิตที่เรียบง่าย ทันสมัย

กลับมาพบกันคราวนี้ เรามีไอเดียห้องอพาร์ทเมนต์ขนาดย่อมมาฝากกันครับ อัดแน่นไปด้วยไอเดียการตกแต่ง ผสานฟังก์ชั้นการใช้งานแบบครบครัน สไตล์โมเดิร์นลงตัวด้วยโทน ขาว เทา ดำ สวยเรียบหรู ดูทันสมัยทีเดียวหนังสือบนชั้นที่เยอะเป็นพิเศษ เป็นตัวช่วยเสริมการตกแต่งห้องไปในตัว สร้างสีสันให้ภายในไม่ดูทื่อจนเกินไป เป็นกิมมิกลูกเล่นของห้องที่เจ๋งเลยทีเดียวมีการเสริมผนังกั้นห้อง เป็นการแบ่งโซนด้วยการเล่นระดับพื้น เพิ่มมิติ เพิ่มสเปซ จึงทำให้พื้นที่แคบๆดูไม่อึดอัด แถมยังเสน่ห์อีกด้วย อ้อ ด้านล่างนี้มีแบบแปลนห้อง 3 มิติให้ชมกันด้วยครับ สามารถนำไอเดียไปต่อยอดกันได้เลยขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.naibann.com
อพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็ก ชีวิตเรียบๆ แสนทันสมัย

อพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็ก ชีวิตเรียบๆ แสนทันสมัย

หากที่พักอาศัยคุณมีพื้นที่ไม่มาก วันนี้เรามีการตกแต่งอพาร์ทเม้นท์แนวคิดสร้างสรรค์ ทั้งสะดวกสบาย และประหยัดพื้นที่ เหมาะกับชีวิตอันทันสมัยในเมืองมาฝากค่ะอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้มีพื้นที่ใช้สอย 32 ตารางเมตร เต็มไปด้วยรายละเอียดและความน่าสนใจ มีกล่องไม้กล่องใหญ่อยู่ภายในห้อง เพื่อซ่อนฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆภายในกล่องไม้มีห้องน้ำขนาดเล็กซ่อนอยู่ด้านใน ประตูดูกลมกลืนไปกับพื้นผิวของกล่อง ข้างๆมีบันไดขึ้นไปสู่ห้องนอนด้านบนบันไดทางเชื่อมขึ้นไปสู่ห้องนอน มีที่นอนวางอยู่ด้านบน ผนังมีชั้นวางของและหลอดไฟขนาดเล็กน่ารักส่องแสงยามค่ำคืน มุมนี้ใช้อ่านหลังสือก่อนนอนก็ยังได้ชั้นวางของข้างๆเตียงมีโครงสร้างขนาดใหญ่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน สามารถเก็บของได้มากมายช่วยประหยัดพื้นที่โต๊ะแบบมัลติฟังก์ชั่นที่สามารถใช้เป็นทั้งโต๊ะอาหารและทำงานไปได้พร้อมๆกัน อีกด้านเป็นโซฟาตัวยาวสำหรับนั่งเล่นวัสดุไม้และสีขาวรวมกันแล้วได้ดูเรียบง่าย อบอุ่น ทันสมัย เสริมลูกเล่นด้วยเก้าอี้สีเหลือง ให้ความรู้สึกมีพลังหลังตู้สีขาวยังมีที่ว่างพอสำหรับเป็นที่จัดเก็บได้อีกห้องครัวเล็กๆมีรูปแบบที่เรียบง่ายมาก เคาน์เตอร์ครัวสีขาว มีชั้นลอยเล็กๆสำหรับวางของห้องน้ำสว่างไสวแสงส่องสว่างอย่างเต็มที ให้ความรู้สึกทันสมัยขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก   www.forfur.com
บ้านโมเดิร์นสมัยใหม่ ให้อารมณ์ของชีวิตที่ทันสมัย แต่ยังมีธรรมชาติเต็มเปี่ยม

บ้านโมเดิร์นสมัยใหม่ ให้อารมณ์ของชีวิตที่ทันสมัย แต่ยังมีธรรมชาติเต็มเปี่ยม

วันนี้เราพามาชม ผลงานบ้านอันสร้างสรรค์ จากทีม Metropole Architects ซึ่งผสมผสานงานในรูปแบบโมเดิร์นโทรปิคอลเข้าด้วยกัน นำเสนอชีวิตอันล้ำยุค เข้าไปกับธรรมชาติของพื้นที่แถบแอฟริกาใต้ ได้อย่างลงตัวภายนอกจะเห็นว่าใช้เส้นแนวตั้งและแนวนอน มาทำให้บ้านดูโมเดิร์นมาก สีขาวเรียบสวยสบายตา พร้อมหน้าต่างกระจกอยู่รอบบ้านตั้งแต่พื้นถึงเพดาน ติดไม้ระแนงบังสายตาจากภายนอก ทำให้รู้สึกเป็นส่วนตัวด้านในบ้านนั้นสามารถเปิดหน้าต่างเพื่อให้ลมพัดผ่านสองด้าน ในวันที่ร้อนๆก็เปิดออกทั้งหมดลมจะไหลผ่านให้เย็นสบาย การออกแบบภายในเน้นโทนสีเรียบๆ มีสีสันมาแซมเล็กน้อยจะได้ไม่น่าเบื่อเกินไปนั่นเองนอกจากนี้ยังใส่ใจถึงพื้นที่ภายนอก จัดสรรให้มีมุมนั่งเล่นพักผ่อนทั้งสนามหญ้า หรือจะเป็นสระว่ายน้ำตรงชานบ้านด้านหน้า มองเห็นวิวไกลๆเพราะบ้านตั้งอยู่บนเนิน ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียบ้านในฝันเลยนะครับ….ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.naibann.com

1 2 3 4