D.I.Y

 

D.I.Yล่าสุด

1 2 3 ... 9
ไอเดียแต่งห้องสไตล์เด็กมหาลัย

ไอเดียแต่งห้องสไตล์เด็กมหาลัย

ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ จะเน้นไปที่เรื่องการใช้สอย และการตกแต่งให้มีความสนุกมากขึ้น เหมาะกับวัยรุ่นทั้งหลายที่กำลังศึกษาอยู่ ลองดูเป็นไอเดียแล้วไปแต่งห้องกัน   1.พื้นที่บนโต๊ะทำงานสำคัญที่สุด โต๊ะอ่านหนังสือหรือทำรายงาน เป็นมุมที่นักศึกษาต้องใช้มากที่สุด เผลอๆ กินข้าวก็อาจจะใช้โต๊ะนี้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นลองหาไอเดียการจัดวางของใช้ต่างๆ บนโต๊ะที่ประยุกต์ตามสไตล์การใช้งานของแต่ละคน   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : emilyley หลายๆ คน ก็มักจะพบกับปัญหาพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอบนโต๊ะอ่านหนังสือ ที่ข้าวของวางเต็มโต๊ะไปหมด ให้หากล่องใส่ของที่มีลวดลายสวยงามและโทนเดียวกันมาจัดเก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : howtobuildit.org ติดชั้นวางของกระจุกกระจิกที่ผนังแบบนี้ เพื่อเอาไว้คอยวางหนังสือ อุปกรณ์การเรียน ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่บนโต๊ะทำงาน 2.แสง แสงต้องสว่างเพียงพอ ทั้งจากไฟและแสงธรรมชาติ เพื่อที่คุณ จะได้อ่านหนังสือหรือทำรายงานได้อย่างสะดวก แนะนำให้เลือกวางโต๊ะที่มีมุมแสงธรรมชาติส่องเข้ามา และไม่ควรหันหลังให้กับแสง เพราะแสงจะไปสะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : interiorgod มุมอ่านหนังสือที่ได้แสงจากธรรมชาติที่ส่องเข้ามา สามารถทำให้ห้องเหลี่ยมๆ นี้ ดูมีชีวิตชีวาและดูกว้างขึ้น หากรู้สึกสว่างไปก็สามารถติดม่านโปร่งอีกชั้นเข้าไปได้ เมื่อยามที่คิดงานไม่ออก ก็สามารถมองออกไปข้างนอกหน้าต่างเพื่อผ่อนคลายได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : bluesoup213 หาโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือมาตั้งไว้บนโต๊ะ เผื่อเวลาที่แสงธรรมชาติส่องไม่ถึง คุณจะได้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 3.ตารางบันทึก หลายคนต้องจำทั้งตารางเรียน กิจกรรม วันเกิดคนสำคัญ และอีกหลายอย่างมากมายใช่ไหมละคะ อีกไอเดียที่ควรนำมาใช้ก็คือ การทำบันทึกไว้ที่ผนัง ไม่ว่าเวลาไหนก็สามารถดูได้ ป้องกันการลืมที่สำคัญๆ ได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : cameralink.se ผนังของมุมห้องด้านหนึ่ง สามารถติดด้วยบอร์ดไม้ได้ เวลามีอะไรที่ต้องแจ้งเตือน หรือน่าสนใจ ก็เอามาปักหมุดไว้ในบอร์ดไม้นี้ได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : decoist ทาผนังด้านนึงเป็นสีดำด้าน เท่านี้ก็จะได้บอร์ดกันลืมที่ผนัง คอยอัพเดท แจ้งเตือนวัยรุ่นที่มากกิจกรรมอย่างเราๆ แล้วล่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : the_elf_herself ทำเป็นปฎิทินติดผนังบอกชัดไปเลยว่ากิจกรรมนี้อยู่วันอะไร เพื่อจะได้รู้แน่นอนเลยว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง มีรายงานที่ต้องส่งไหม 4.เก็บของจุกจิกในห้องให้เป็นระเบียบ เดิมข้าวของส่วนตัวก็มีเยอะมากอยู่แล้ว ของเกี่ยวกับการเรียน การเพิ่มตามขึ้นมาอีก ทั้งหนังสือ เอกสาร อุปกรณ์การเรียนต่างๆ หากวางกระจัดกระจาย ชีวิตคงจะต้องยุ่งเหยิงอย่างแน่ๆ แนะนำให้ลองหาชั้นและกล่องเก็บของมาเก็บของไว้และเขียนว่ากล่องนี้เก็บอะไร กันลืมในยามที่ไม่ค่อยได้ใช้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : karolpinheiro มุมเล็กๆ สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้โดยการหาชั้นใส่ของมาวางไว้ เพื่อรวบรวมของใช้ที่กระจัดกระจายมาไว้ที่เดียว จะช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตได้สบายขึ้น เมื่อรู้ว่าของที่เก็บอยู่ตรงไหน   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ชั้นวางหนังสือติดผนัง อีกไอเดียที่ไม่ควรพลาด เพราะชีวิตประจำวันของคุณต้องยุ่งอยู่กับหนังสืออย่างแน่นอน สามารถติดชั้นได้หลายรูปแบบตามความชอบของคุณได้เลยนะคะ 5.เพิ่มสีสันผ่านกำแพงห้อง กำแพงที่จืดชืด ก็อาจจะไม่ทำให้จินตนาการของคุณโลดแล่นได้ ให้ลองหากระดาษ หรือเทปมาติดดู เริ่มต้นจินตนาการในการสร้างสรรค์มุมกำแพงนี้ล่ะว่าจะออกมาโดนใจตัวเองหรือเปล่า   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : dominomag วาชิเทป หรือเทปที่มีลวดลาย สามารถนำมาสร้างสรรค์ลงบนผนังได้ และเมื่อลอกออกก็จะไม่ทิ้งคราบกาวใดๆ ไว้ ลองเอาวาชิเทปมาแต่งในมุมโปรดของคุณกันสิคะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : dream-decor.com สร้างมุมโปรดสำหรับไว้เล่าความทรงจำส่วนตัวบนผนัง รู้อยู่แล้วว่าวัยรุ่นเนี่ย ต้องถ่ายรูปมากมายในแต่ละวัน จะดีแค่ไหน ถ้าเราเอาออกมาจากมือถือ มาแต่งตามผนังห้องที่ว่างเปล่า โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้กรอบรูปมาให้วุ่นวายเลย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : blog.giddygiddy.com กระดาษกาวที่ตีตารางตามจำนวนวันในแต่ละเดือน ก็เพิ่มสีสันให้กับห้องได้ แถมยังช่วยคนที่ขี้ลืม ให้สามารถมาเช็คกิจกรรมสำคัญๆ ที่กำแพงด้านนี้ได้อีกด้วย 6.หมอนรองสรีระ อ่านหนังสือทบทวน หรือทำรายงานทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ไม่ดีต่อสุขภาพและร่างกายแน่ๆ ควรมีหมอนรองสรีระเวลานั่งทำงานเป็นอย่างยิ่ง นักศึกษาก็อายุพึ่งจะ 20 กว่าๆ เอง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันนะคะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : feedpuzzle หมอนใบใหญ่กับผ้ารองนั่งแบบนุ่ม ก็ช่วยรองรับสรีระได้เป็นอย่างดี หากไม่มีปัญหาเรื่องการนั่งทำงานแล้วระบบการทำงานของคุณก็จะดีขึ้นด้วย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : diyprojectssite ใช้หมอนอิงที่มีรูปทรงน่ารักๆ แบบนี้ก็ได้ หากรู้สึกเริ่มเมื่อยล้าจากการทำทำงานทั้งวันแล้ว ก็หยิบมากอดได้ หรืออาจจะหาเป็นหมอนที่เป็นรูปทรง ตัวการ์ตูนที่ชอบก็ได้นะคะ   หวังว่า ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย จะช่วยทำให้ห้องของมีบรรยากาศที่น่าอยู่ขึ้น แค่ตกแต่ง ไม่ต้องลงทุนซื้อเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก และจัดพื้นที่มุมโต๊ะทำงานที่ใช้บ่อยๆ ให้โล่งและเป็นระเบียบ เพราะจะช่วยทำให้คุณหาพวกเครื่องเขียนหรืออุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น        
ไอเดียออกแบบห้องครัว ผสมห้องนั่งเล่น ให้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งครอบครัว

ไอเดียออกแบบห้องครัว ผสมห้องนั่งเล่น ให้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งครอบครัว

ไอเดียแบบห้องครัวผสมห้องนั่งเล่น ด้วยยุคสมัยนี้ที่หลายๆ บ้านมีพื้นที่ที่จำกัด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องพยายามจัดสรรพื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งห้องครัวเป็นห้องที่หลายๆ บ้านให้ความสำคัญในการใช้เป็นที่ประกอบอาหาร แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หลายๆ บ้านเริ่มที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องครัวในบ้านให้เป็นครัวโชว์มากกว่า ส่วนครัวหนักๆ จะใช้ในพื้นที่หลังบ้าน และไปเพิ่มลูกเล่นของห้องครัวให้สามารถเป็นห้องนั่งเล่นได้ วันนี้เราจึงมีแบบการแต่งห้องครัวผสมห้องนั่งเล่นมาให้ชมกัน     1. ห้องครัวและห้องนั่งเล่นติดกัน   สำหรับไอเดียแรกนี้ทำได้ง่ายมาก เพียงเรานำกำแพงห้องครัวออก แล้วปล่อยให้พื้นที่ห้องครัวกับห้องนั่งเล่นติดกัน โดยวางโต๊ะยาวในห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักมาอยู่ใกล้กับห้องครัว แล้วเน้นใช้สีเฟอร์นิเจอร์ในการแยกโซน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : houzz.com 2. ห้องครัวมีเก้าอี้ทานข้าวแบบพนักพิง   การแต่งห้องครัวที่ปรับเปลี่ยนจากการนำเก้าอี้ตัวเดี่ยวๆ มาวางไว้ แล้วนำเก้าอี้ลักษณะคล้ายโซฟามาวางใกล้กับโต๊ะไอซ์แลนด์ ซึ่งจะทำให้ดูน่านั่งเหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือ หรือเอาคอมพิวเตอร์มานั่งทำงานบริเวณนี้ก็ได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homedesignlover.com 3. ห้องครัวแบบคลาสสิค   ห้องครัวสไตล์นี้เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ชอบความคลาสสิคและชอบงานไม้เป็นหลัก โดยความพิเศษอยู่ที่การตั้งใจคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่ต่างสีกันมาจัดวางไว้อย่างลงตัว แล้วเสริมด้วยโคมไฟโบราณมาประดับ ยิ่งทำให้ห้องครัวนี้น่าใช้งาน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : bhg.com 4. ห้องครัวแบบฝ้าสูง   ด้วยอากาศร้อนๆ ของเมืองไทยหากคุณทำฝ้าเพดานให้สูงขึ้น เมื่อความร้อนลอยตัวขึ้นก็จะทำให้พื้นที่ด้านล่างของห้องครัว มีอากาศเย็นสบายแล้วเสริมด้วยการเพิ่มช่องหน้าต่างเข้าไป อากาศจะถ่ายเทได้สะดวก ทำให้ห้องครัวนี้ไม่ร้อน อีกทั้งยังสามารถประดับโคมไฟสวยๆ ได้หลากหลายมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : katea 5. โต๊ะไอซ์แลนด์รูปตัว L ล้อมโต๊ะทานข้าว   ไอเดียของการทำโต๊ะไอซ์แลนด์เป็นตัว L นั้น ทำให้เราใช้พื้นที่ห้องครัวได้หลายมิติ อีกทั้งเมื่อทำตัว L มาล้อมโต๊ะทานข้าว ทำให้ห้องครัวนี้ดูเก๋ขึ้นไปอีก และสามารถนำมาเป็นพนักพิงของเก้าอี้แทนได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : underwoodfurniture.com 6. โต๊ะทานข้าวเล่นระดับ   การออกแบบนี้น่าจะถูกใจหนุ่มๆ สาวๆ ที่ชอบทำอาหารและยกเสิร์ฟทานใกล้ๆ ได้เลย โดยการจัดโต๊ะรับประทานอาหาร แบบเล่นระดับ ซึ่งใช้พื้นที่ไม่มากแต่สามารถทำให้ครัวใช้งานได้หลายอย่าง เช่น สำหรับนั่งกินอาหารเช้าแบบเร่งรีบ หรือจะเป็นการนั่งจิบเครื่องดื่มแบบสบายๆ ก้ได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : urbanelectricco 7. โต๊ะไอซ์แลนด์และโต๊ะกินข้าวรวมกัน   สำหรับบ้านที่มีพื้นที่กว้างมากๆ เหมาะอย่างมากในการออกแบบให้บริเวณห้องครัวนี้ มีโต๊ะไอซ์แลนด์และโต๊ะทานข้าวรวมกันเลยโดยสร้างให้มีความสูงเท่ากัน แล้วเว้นพื้นที่ด้านล่างไว้สำหรับสอดขา และสอดเก้าอี้เข้าไป ซึ่งเมื่อเวลาทำครัวก็สามารถยกเสิร์ฟมาทางด้านข้างได้อย่างง่ายดาย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : google.ie 8. ห้องครัวติดกับกระจกบานใหญ่   การที่เราเปลี่ยนจากกำแพงและประตูบานเล็ก มาเป็นกระจกสไลด์บานใหญ่นั้น จะทำให้บริเวณห้องครัวนี้ดูกว้างขึ้น และสามารถเห็นวิวจากด้านนอก ดังนั้นหากคุณอยากนั่งเล่นชิลล์ๆ ก็ใช้พื้นที่นี้ได้และยังสามารถดูวิวสวนของบ้านได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : chmargaretl 9. ห้องครัวที่ดีไซน์ให้เฟอร์นิเจอร์รวมกันได้   การออกแบบให้เฟอร์นิเจอร์ของห้องครัวและโต๊ะนั่งเล่นเชื่อมกันนั้น จะช่วยให้คุณคุมโทนของห้องครัวให้สวย และใช้พื้นที่ใช้สอยรวมกันได้ดีขึ้น ทั้งยังใช้ประโยชน์ในจุดที่เชื่อมกัน เช่น เป็นพนักพิง เป็นตู้เก็บของใต้ที่นั่ง   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : nsmbl.nl 10. ห้องครัวแบบมีบาร์ริมกระจก   ส่งท้ายบทความสำหรับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกน้อยและไม่ค่อยมีเวลาใช้โต๊ะกินข้าว การวางโต๊ะกินข้าวแบบบาร์ริมกระจก จะช่วยให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าและหลายรูปแบบ อีกทั้งการมีกระจกแผ่นใหญ่ จะช่วยดึงแสงเข้ามาในห้องนี้ ทำให้ห้องสว่าง ไม่อับชื้นและดูกว้างขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homebookpl     และนี่ก็คือไอเดียแบบห้องครัวผสมห้องนั่งเล่นที่เรานำฝากกันเพื่อเป็นไอเดียใหม่ๆ ให้คุณได้จัดห้องครัวเพิ่มเติม เผลอๆ คุณอาจจะได้มุมนั่งเล่นเพิ่มอีกหนึ่งมุม โดยการแต่งห้องครัวนี้ขอให้คำนึงถึงประโยชน์การใช้สอยเป็นหลัก สำหรับไอเดียส่วนใหญ่จะใช้เฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน หากคุณยังไม่มั่นใจ ให้ลองใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวก่อนก็ได้ เราหวังว่าไอเดียแบบห้องครัวนี้จะช่วยสร้างรอยยิ้มให้ทุกมื้ออาหารของทุกคนในครอบครัวคุณได้
ไอเดียแต่งระเบียงบ้านให้กลายเป็นมุมนั่งเล่น Outdoor Living

ไอเดียแต่งระเบียงบ้านให้กลายเป็นมุมนั่งเล่น Outdoor Living

ไอเดียแต่งระเบียงบ้านให้กลายเป็นมุมนั่งเล่น Outdoor Living ด้วยสภาพอากาศของเมืองไทยนั้นร้อนมาก จนเจ้าของบ้านส่วนใหญ่เน้นไปใช้พื้นที่ในบ้านทำกิจกรรม ส่วนพื้นที่รอบๆ บริเวณบ้าน ก็ปล่อยให้เป็นที่ว่างเปล่า วันนี้ reviewyourliving จึงอยากชวนคุณมาปรับเปลี่ยนและตกแต่งพื้นที่ระเบียงรอบๆ บ้านให้เป็นมุมนั่งเล่นกัน ด้วยไอเดียแต่งระเบียงบ้านให้กลายเป็นมุมนั่งเล่นที่นำมาฝากในวันนี้    1.เชื่อมพื้นที่ด้วยบานกระจกใส สำหรับไอเดียแรกนี้ หากมองผิวเผินก็ดูไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่เมื่อคุณลองใช้บานกระจกใสกั้นระหว่างพื้นที่ห้องครัวกับบริเวณนอกบ้านไว้ คุณก็จะสามารถมองเห็นระเบียงนั่งเล่นข้างบ้านได้เมื่อเวลาเข้าครัว และเมื่อคุณเปิดบานกระจกก็กลายเป็นพื้นที่ที่เชื่อมหากันได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : insideout.com.au 2.ระแนงกรองแสง บังแดด บางบัานที่ไม่ต้องการให้ตัวบ้านทึบเกินไป และอยากให้แสงส่องเข้ามาถึงตัวบ้านได้บ้าง ในส่วนของพื้นระเบียงนอกบ้าน คุณสามารถเลือกใช้เป็น ระแนงกรองแสงได้เช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้แสงที่ส่องเข้ามาไม่แรงจนเกินไป และแสงบางส่วนยังสามารถลอดผ่านไปถึงตัวบ้านได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homelifecomau 3.มุมครัวนอกบ้าน จะดีแค่ไหน หากพื้นที่นอกบ้านของคุณแปลงโฉมเป็นมุมกินข้าว จิบกาแฟ นั่งรับลมได้เพลินๆ และยังช่วยสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ในการรับประทานอาหารร่วมกันของคนในครอบครัวคุณอีกด้วย ขอแนะนำให้คุณเลือกใช้วัสดุที่ทนแดด ทนฝนสักหน่อย เพื่อที่อายุการใช้งานจะได้มากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : smartsurvivalskill.com 4.ชิงช้าหย่อนใจ ชิงช้า เป็นอีกไอเดียหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะจะช่วยเติมเต็มพื้นที่ว่างๆ รอบตัวบ้านให้ดูเก๋ มีสไตล์มากขึ้น รับรองว่ามุมนี้จะกลายเป็น มุมที่ทุกคนในบ้านของคุณจะมารวมตัวกันและสร้างความเพลิดเพลิน หย่อนใจ ทางที่ดีให้เลือกขนาดชิงช้าที่พอสำหรับการใช้สอย หรือคุณอาจจะหาเบาะนุ่มๆ มารองนั่งก็ได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : thelavinlabel.com 5.ประดับกำแพงด้วยไม้เลื้อย คุณสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มุมนั่งเล่นนี้ด้วยพันธุ์ไม้เลื้อย ยิ่งทำให้โซนนี้ดูสดชื่นขึ้นอีกเท่าตัว การเลือกพันธุ์ไม้และการเลือกตกแต่งเป็นสิ่งสำคัญ โดยจะต้องเลือกพันธุ์ไม้ที่ไม่ทึบจนเกินไป เว้นช่องว่างไว้บ้าง ไม่เช่นนั้นกำแพงของคุณจะดูรกและทึบไปเลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : idomyselph.com 6.เฟอร์นิเจอร์กลิ่นอายเก่าแก่ สำหรับไอเดียนี้จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะหากคุณมีเฟอร์นิเจอร์เก่าอย่าง ตู้ไม้เก่า เก้าไม้เก่า เก้าอี้หวาย ก็สามารถนำมาประยุกต์ ใส่เบาะลายวินเทจหรือแต่งลวดลายน่ารักลงไป เมื่อนำเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ เหล่านี้มาวาง ก็จะลงตัวกับสภาพแวดล้อมของระเบียงข้างบ้าน ที่ได้กลิ่นอายแบบวินเทจ ใกล้ชิดธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : suzyh 7.หลอดไฟสีส้มเพิ่มมิติรอบบ้าน ในบางครั้งที่คุณต้องการออกมาใช้พื้นที่นอกบ้านในเวลากลางคืน การติดไฟสร้างความสว่างนั้นก็จำเป็น แต่ขอแนะนำให้คุณเลือก เป็นแบบไฟหิ่งห้อยที่คุณสามารถออกแบบทิศทางของไฟได้ เช่น ห้อยระย้าเป็นเส้นๆ อยู่เหนือพื้นที่นั่งเล่น หรือพาดไปตามกำแพง ก็ยิ่งทำให้บริเวณนี้ดูมีมิติ เป็นอีกไอเทมตกแต่งที่ช่วยให้บ้านของคุณดูสวยขึ้นในเวลากลางคืน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com :kelleynan 8.ผ้าม่าน สำหรับบางบ้านที่หน้าบ้านตรงกับทิศตะวันตก ซึ่งในช่วงบ่ายแสงแดดที่ส่องมาจะแรงมาก การติดตั้งผ้าม่านก็จะมีส่วนช่วยกรองแสงได้อีกชั้นหนึ่ง ทั้งยังเป็นพร็อบตกแต่งโซนนี้ให้ดูอบอุ่นขึ้น คุณสามารถเลือกเป็นม่านโปร่งและม่านทึบ 2 ชั้นได้ เพื่อเลือกระดับการกรองแสงที่จะส่องเข้ามายังพื้นที่นี้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : centsationalgirl.com 9.เปลสีขาว ด้วยขนาดพื้นที่ของมุมนั่งเล่นหน้าบ้านมีจำกัด การนำ "เปลสีขาว" มาใช้ตกแต่งก็จะทำให้พื้นที่นี้มีลูกเล่นมากขึ้น คุณจะใช้เป็นมุมนั่งอ่านหนังสือเก๋ๆ นั่งเล่นมือถือหรือเอนหลังฟังเพลงก็ได้ ที่สำคัญยังเป็นพร็อบที่เวลาแขกมาเยี่ยมบ้าน จะต้องมานั่งและเซลฟี่โชว์ตรงนี้แน่นอน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : nsmbl.nl 10.หลังคาต้นไม้ สำหรับไอเดียหลังคาต้นไม้นี้ จะมีหน้าที่เป็นเหมือนหลังคาที่จะช่วยลดความร้อนของบริเวณนี้ และคุณสามารถเลือกพันธ์ุไม้ที่เป็นผักสวนครัวได้ หรือเลือกไม้ดอกเล็กๆ ได้ เพื่อใช้ประดับตกแต่งให้มุมนี้ดูสวยงามและช่วยเพิ่มความสดชื่นอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decorpad   สำหรับไอเดียแต่งระเบียงบ้านให้กลายเป็นมุมนั่งเล่น ที่เรานำมาแนะนำนี้ อยากชวนให้คุณที่มีพื้นที่รอบบ้านลองนำไปประยุกต์ปรับใช้กัน ให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันและงบประมาณ โดยหัวใจหลักของการแต่งระเบียงบ้านให้กลายเป็นมุมนั่งเล่นหน้าบ้านก็คือ การเลือกใช้พื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ เพื่อนั่งพักผ่อนรับอากาศสดชื่นๆ
ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ น้อยชิ้นแต่สวยเว่อร์!

ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ น้อยชิ้นแต่สวยเว่อร์!

ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ  สำหรับหนุ่มสาวในยุคดิจิตอลแบบนี้ อะไรหลายๆ อย่างก็ดูจะผ่านไปแบบรวดเร็วทันใจไปหมด แต่หลายๆ คนที่อยากให้บ้าน เป็นที่ที่สามารถทำให้เวลาพักผ่อนอาศัยในบ้านช้าลงกว่าโลกภายนอก ดังนั้นการแต่งบ้านก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหยุดเวลาได้ และอีกห้องหนึ่งที่สามารถหยุดเวลาให้นานๆ ได้ก็คือ "ห้องน้ำ" ซึ่งการแต่งห้องน้ำสไตล์วินเทจนั้น จะทำให้ห้องน้ำของเรา ดูสวยเสมอไม่ว่าจะผ่านกาลเวลาไปนานเท่าไร และวันนี้ทาง reviewyourliving จะมาแนะนำไอเดียการแต่งน้ำสไตล์วินเทจ ด้วยของน้อยชิ้นที่สามารถทำให้ห้องน้ำของคุณสวยได้ในสไตล์วินเทจได้อย่างง่ายดาย   1.ก๊อกน้ำ สีทองเหลือง ในห้องน้ำ สิ่งที่เรามักจะสัมผัสบ่อยๆ ก็คือ "ก๊อกน้ำ" บริเวณอ่างล่างหน้านี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้ห้องน้ำ ของคุณดูวินเทจและคลาสสิค โดยคุณต้องไปเสาะหาเจ้าก๊อกน้ำสีทองเหลือง หรือก็อกน้ำชุบทองเหลืองมา ควรเลือกก๊อกที่มีดีไซน์รับกับตัวอ่างล่างหน้าด้วย ห้องน้ำจึงจะสวยแบบวินเทจในสไตล์เดียวกันได้อย่างกลมกลืน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoholic 2.โคมไฟ ยิ่งเก่ายิ่งเก๋ เรื่องของแสงสว่างในห้องน้ำก็เป็นจุดสำคัญที่เสริมให้ห้องน้ำดูสวยขึ้น จากปกติที่ใช้ไฟหลอด LED ธรรมดา ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้โคมไฟเก๋ๆ มาประดับห้องน้ำได้ ซึ่งในยุคนี้การหาโคมไฟเก่าจริงๆ หรือโคมไฟใหม่ที่ทำให้เหมือนเก่า ก็มีขายหลายแหล่งให้ได้เลือกสรรกัน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoholic 3.กระเบื้องผนังสีขาว การทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องน้ำดูมีสไตล์วินเทจเพิ่มขึ้น นั่นก็คือ การเลือกกระเบื้องปูผนังห้องน้ำ แนะนำให้เลือกโทนสีอ่อน เช่น สีขาว สีครีม และเลือกลักษณะกระเบื้องเป็นตารางสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อคุมโทนความเป็นวินเทจเอาไว้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoholic 4.หน้าต่าง ลายตาราง จากเดิมที่หน้าต่างมีหน้าที่ในการรับแสงเท่านั้น บางบ้านก็เป็นแค่ช่องเปิดระบายลม แต่ทว่าการที่คุณเลือกหน้าต่างเป็นลายตารางนั้น ก็จะช่วยให้ห้องน้ำได้รับแสงมากกว่าปกติ ทำให้ห้องดูสว่าง และสะอาดขึ้น ยิ่งหากคุณทำกรอบหน้าต่างเป็นเหล็กสีดำ ก็จะยิ่งตัดกับโทนสีขาวภายในห้องน้ำ ช่วยทำให้ห้องน้ำของคุณดูมีความโมเดิร์นเข้าไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : insideout.com.au 5.ประตูไม้ขัดสี สำหรับไอเดียนี้คงต้องมอบให้กับผู้ที่ต้องการความวินเทจตั้งแต่ทางเข้าห้องน้ำกันเลย โดยการใช้ประตูไม้แล้วนำมามาขัดสี ให้ถลอกๆ ดูเก่าๆ เพิ่มลูกเล่นด้วยอุปกรณ์วินเทจ เช่น ที่จับประตูเหล็ก ราวเลื่อนประตู ก็ช่วยเสริมให้ห้องน้ำดูสวยขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : carlaaston 6.กระจกวงกลม สำหรับไอเดียนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นโมเดิร์นวินเทจให้ห้องน้ำของคุณ ด้วยการใช้กระจกวงกลม ทางที่ดีแนะนำให้คุณเลือกบานใหญ่ๆ เข้าไว้ เพื่อความคุ้มค่าและความสะดวกในการใช้งาน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : bloglovin 7.อ่างล่างหน้าสังกะสีแบบสูง การเลือกอ่างหน้าแบบสังกะสีนี้เป็นอีกไอเดียที่แปลกสักหน่อย แต่ก็สามารถช่วยเพิ่มอารมณ์ความเป็นวินเทจได้เยอะเลยทีเดียว โดยทรงของอ่างล้างหน้านี้ควรเป็นทรงสี่เหลี่ยม เพิ่มลูกเล่นบ้างเล็กน้อยด้วยการแขวนผ้าเช็ดมือไว้ใกล้ๆ วางกระถางต้นไม้สังกะสี ก็จะทำให้บริเวณนี้ดูเก๋เพิ่มขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homesthetics 8.เก้าอี้ไม้ เจ้าเก้าอี้ไม้นี้เป็นของตกแต่งอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ห้องน้ำของคุณมีความวินเทจ คุณสามารถใช้เป็นที่วางตะกร้าหวาย สำหรับใส่ผ้าที่ใส่แล้ว หรือจะวางอุปกรณ์อาบน้ำก็ได้ แนะนำให้คุณลองคุมโทนด้วยสีขาว สีดำ และสีไม้ จะรู้สึกว่าเข้ากันอย่างมาก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : potterybarn 9.ตู้ไม้ใต้อ่างล้างหน้า การเก็บอุปกรณ์อาบน้ำและอุปกรณ์ทำความสะอาดในห้องน้ำโดยที่ไม่มีตู้นั้น เวลาคุณทำความสะอาดก็จะยุ่งยาก หากคุณมีตู้ไว้ในห้องน้ำก็ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับสไตล์วินเทจนี้แบบตู้ที่เข้ากันมากที่สุด ก็คือ ตู้ไม้นั่นเอง ดังนั้นการเลือกใช้ตู้ไม้มาวางใต้อ่างล้างหน้า ก็เป็นอีกเฟอร์นิเจอร์หนึ่งที่ช่วยทำให้ห้องดูสวยในสไตล์วินเทจได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : casavogue.globo.com 10.ท่อน้ำเหล็ก สำหรับการแต่งห้องน้ำด้วยการเลือกโชว์ท่อน้ำที่ทำจากเหล็ก ยิ่งทำให้ห้องดูมีมิติและเสริมให้กำแพงมีเสน่ห์ไปในตัว และสำหรับคุณผู้ชายที่ต้องการความดิบเพิ่มอีกนิด การนำท่อน้ำเหล็กมาแต่งคู่กับผนังปูนเปลือยขัดมันก็ทำให้ห้องดูเท่และเก๋ขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : amyblossomx/   ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ สำหรับใครที่อยากมีห้องน้ำที่แสนพิเศษ เมื่อคุณเข้าไปแล้วเหมือนได้หยุดเวลาให้หมุนไปอย่างช้าๆ ลองมาเก็บไอเดียนี้แล้วไปแต่งห้องน้ำสไตล์วินเทจในแบบของคุณกันดู โดยลองเช็คลิสต์ดูว่าห้องน้ำสไตล์วินเทจของคุณ มีครบแบบที่ reviewyourliving แนะนำแล้วหรือยัง แล้วค่อยๆ เริ่มลงมือแต่งห้องน้ำกันเลย
ไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ : ขอสักห้อง สัญญาจะตั้งใจซักผ้าเลยเมียจ๋าาาาา

ไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ : ขอสักห้อง สัญญาจะตั้งใจซักผ้าเลยเมียจ๋าาาาา

ไอเดียแต่งห้องโฮมเธียเตอร์ บทความนี้ขอเอาใจคุณพ่อบ้าน และหนุ่มๆ ทั้งหลายที่เคยมีความฝันว่า "หากวันนึงฉันมีบ้าน ฉันจะต้องมีห้องโฮมเธียเตอร์" ซึ่งห้องนี้จะเป็นห้องสันทนาการของคุณพ่อบ้านและคนในครอบครัว รวมถึงแขก เพื่อนสนิท ที่จะมาดูหนัง ฟังเพลง และปาร์ตี้ร่วมกันได้   1.ห้องขนาดเล็ก แต่เล่นระดับสายตา สำหรับห้องโฮมเธียเตอร์นี้ แม้จะดูมีขนาดใหญ่ไม่มาก แต่ด้วยการออกแบบที่เล่นระดับพื้นจึงทำให้ระดับสายตาในการชมภาพยนต์นั้นไม่ถูกบัง อีกทั้งทุกคนในห้องยังได้อยู่ตรงกลางของจออีกด้วย เน้นการตกแต่งรอบๆ ด้วยโทนสีขาวและดรอปฝ้าเป็นหลุม จะช่วยทำให้ห้องนี้ดูโปร่งสบายตา   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : avsforum.com 2.เพดานกาแล็คซี่ของฉัน เป็นการใช้พื้นที่เพดานให้คุ้มค่าและมีประโยชน์มากๆ สำหรับไอเดียการติดภาพวอลล์เปเปอร์ หรือแผ่นพลาสติกลายดวงดาว แล้วซ่อนไฟไว้ด้านหลัง โดยในตอนกลางคืน หากอยากเปลี่ยนจากการดูหนังมาเป็นการนั่งเล่นอ่านหนังสือ หรือนั่งพักผ่อนก็ทำให้ห้องนี้ สามารถใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : jmbilliard.com 3.ไอเดียเวทีเล็ก เหมาะกับครอบครัวที่มักจะมีแขกประมาณ 5-10 คนมาที่บ้านแล้วมีกิจกรรมร่วมกัน เพราะเจ้าเวทีเล็กหน้าจอทีวีนี้ จะเป็นเสมือนเวทีการแสดงให้คุณและเพื่อนๆ ได้เล่นเกมสนุกหรือโชว์สุดพิเศษกัน และยิ่งสำหรับเด็กๆ เรียกว่าเป็นพื้นที่ สำหรับใช้เพื่อเพิ่มความกล้าแสดงออกได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rosemoreno 4.เบาะนอนดูหนัง บอกเลยว่าห้องโฮมเธียเตอร์แนวนี้ต้องเหมาะกับสายชิลล์มากๆ เพราะเน้นความเรียบง่าย ไม่ต้องตกแต่งหรือมีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก เพียงใช้เบาะหรือหมอนขนาดใหญ่สีโทนเดียวกันมาวางไว้ให้เต็มห้อง แล้วเลือกหยิบใช้ตามความต้องการได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : noxbaby 5.คุมโทนด้วยสีขาว หลายท่านที่แต่งห้องโฮมเธียเตอร์อาจจะค่อยๆ เลือกเฟอร์นิเจอร์เข้ามาในห้อง แต่หากคุณได้กำหนดทิศทางของสีในห้องตั้งแต่แรก ก็จะทำให้ห้องนี้ดูสวยและดูมีสไตล์   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoist 6.ห้องโฮมเธียเตอร์และห้องเล่นกีฬา สำหรับบ้านทีมีห้องขนาดใหญ่ สามารถใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าด้วยการนำอุปกรณ์กีฬาที่เล่นในร่มมาไว้ในห้อง เช่น โต๊ะสนุกเกอร์ โต๊ะปิงปอง เครื่องปั่นจักรยานหรือชุดออกกำลังกาย เรียกได้ว่าเป็นห้องที่ใช้งานได้หลากหลายจริงๆ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoist 7.กระท่อมของฉัน สำหรับไอเดียนี้เรียกว่าเหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง โดยการสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมือนอยู่ในกระท่อม สามารถใช้ได้ทั้งการดูหนังและการนั่งเล่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง รู้สึกได้ถึงความสบายใจเหมือนไปปิคนิคท่ามกลางธรรมชาติเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : luxuryretreats.com 8.ดูหนังในสวน ไอเดียสุดท้ายนี้ขอมอบให้คุณพ่อบ้านที่เรียกว่าต้องการความต่างจากบ้านอื่นๆ โดยการนำสวนมาไว้ในห้องโฮมเธียเตอร์ และตกแต่งด้วยโซฟา ต้นไม้ และรถกระบะที่ปรับสภาพให้เป็นที่นอนได้ หากมองในอีกมุมหนึ่ง การมีสวนในห้องนี้ก็ทำให้คุณได้หลุดจากความจำเจเดิมๆ บางทีห้องนี้คุณอาจเอาไว้เก็บรถเก่า รถโบราณ หรือของสะสม ก็สามารถทำได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : luxuryretreats.com   ไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ และนี่ก็คือทั้งหมดของไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ ที่เรานำมาฝากกัน แต่โดยรวมปัจจัยหลักของห้องโฮมเธียเตอร์ก็คือ ต้องปิดสนิท หน้าต่างและประตูกันเสียง มีเครื่องเสียงและจอทีวีที่ดี ที่เหลือก็คือการเลือกพร็อบและเฟอร์นิเจอร์ตามสไตล์ หลังอ่านบทความนี้เสร็จขอให้นำลิงค์ไปเปิดเพื่อขอใบอนุมัติจากภรรยากันต่อเลย แล้วบอกภรรยาว่า "ขอซักห้อง สัญญาจะตั้งใจซักผ้าเลยเมียจ๋าาาาา"
ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ

ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ

ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ นอกจากการพิถีพิถันเรื่องการซื้อบ้าน ซื้อคอนโดแล้ว พวกเราชาวหนุ่มสาวออฟฟิศ ก็ยังพิถีพิถันเรื่องการแต่งบ้าน และแน่นอนว่าคงไม่อาจเลี่ยงการเอางานจากที่ออฟฟิศมาทำที่บ้านต่อ วันนี้ทีมงาน Reviewyourliving.com จึงมีไอเดียในการจัดโต๊ะทำงานที่บ้านมาให้ดูเป็นแนวทางกัน   1.บอร์ดผนังของฉัน เริ่มต้นที่ไอเดียนี้ แม้โต๊ะจะมีพื้นที่น้อย แต่กำแพงที่ว่างเปล่าก็สามารถเล่นลูกเล่นได้อิสระ เพียงนำบอร์ดมาติดผนังไว้ จากนั้นอยากตกแต่งหรือจัดเรียงเป็นแบบไหน ก็เลือกได้ตามใจแบบที่คุณชอบได้เลย แต่ถ้าจะให้สะดวก สิ่งของที่คุณ หยิบใช้บ่อยๆ ให้วางไว้ด้านล่าง ส่วนของที่นานๆ ใช้ก็เอาไว้สูงหน่อย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 2.กระดานดำติดผนัง สำหรับคนที่ชอบจดบันทึก จะมาจดในโพสต์อิตก็ดูจะธรรมดาเกินไป ดังนั้นมาแปลงโฉมกำแพงของคุณให้กลายเป็นกระดานดำ ที่ไว้จดงานต่างๆ อยากเปลี่ยนสี อยากเขียนตัวอักษรเล็กใหญ่ขนาดไหนก็ตามใจคุณได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 3.โต๊ะง่ายๆ จากตู้เก่าๆ ไอเดียนี้แค่มองก็บอกเลยว่า "เรียบง่าย" ไม่ได้มีการตกแต่งอะไรมาก เพียงแค่คุณหาตู้เหล็กเก่าๆ ที่มีความสูงไล่เลี่ย ตามสัดส่วนการนั่งของคุณมาประยุกต์เป็นขาโต๊ะ จากนั้นนำแผ่นไม้ที่มีขนาดพอเหมาะมาวาง เท่านี้โต๊ะทำงานแสนเรียบง่าย ของคุณก็เกิดขึ้นแล้ว นอกจากจะเรียบง่ายแล้วการโยกย้ายก็ยังสะดวกด้วยอีกนะ ถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่ประหยัดงบ ในกระเป๋าคุณมากเลยเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : meadowlakeroad  4.คุมโทนให้หวาน สำหรับสาวๆ ที่เบื่อโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศสีเรียบๆ คราวนี้ได้มีโต๊ะทำงานที่บ้านเป็นของตัวเองก็อยากจะหวานแหววบ้างใช่ไหมล่ะ ซึ่งการทำให้มุมโต๊ะนี้ดูสวยงาม คุณจะต้องคุมโทนของโต๊ะด้วยของตกแต่งและอุปกรณ์ของใช้ เช่น บอร์ด ภาพวาด ชั้นวางของ เท่านี้โต๊ะทำงานสีหวานก็เป็นของคุณแล้ว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : littlebigbell 5.โต๊ะทำงานสองเรา กับสิ่งของมากมาย ส่วนไอเดียโต๊ะนี้ สำหรับคนมีคู่ต้องร้อง "ว้าว" เพราะสามารถจัดทุกอย่างได้ลงตัว จุดเด่นอยู่ที่โต๊ะทำงานสีขาวที่หันหน้าชนกัน และใช้ประโยชน์จากด้านข้างมาเป็นที่เก็บกระดาษและเอกสาร ซึ่งหากทั้งคู่มีโปสเตอร์งาน หรือเอกสารงานต่างๆ ก็สามารถนำมาเก็บที่โซนนี้ได้ และใช้ตรงกลางทำเป็นบอร์ดได้อีก เรียกว่าแบ่งโซนการทำงานของคน 2 คนได้อย่างดี   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : petitevanou.tumblr.com 6.โต๊ะทำงานในบางวัน สำหรับไอเดียนี้ เหมาะกับคนที่บอกตัวเองว่า นานๆ ทีค่อยเอางานมาทำละกัน และบางวันก็อยากทำงานประดิษฐ์เล็กๆ น้อยๆ เพื่อผ่อนคลาย ซึ่งโต๊ะนี้ก็ตอบสนองได้อย่างดี เพียงแค่คุณดึงสลักออกแล้วดึงบานไม้มาตั้งดังภาพ เท่าก็ได้โต๊ะทำงานแล้ว หากไม่ใช้ก็ค่อยดึงขึ้นเพื่อเก็บ แบบนี้ช่วยประหยัดเนื้อที่และทำความสะอาดบริเวณนี้ได้สบายเลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : zulily 7.ให้แสงช่วยเสริมจินตนาการ  หากมุมโต๊ะทำงานมีแสงสว่างที่เพียงพอก็จะช่วยทำให้คุณรู้สึกมีจินตานาการ อยากไปนั่งทำงาน ขีดๆ เขียนๆ หรือนั่งอ่านหนังสือเล่น หากคุณไม่ได้ใช้โต๊ะนี้ทำงาน ก็เพียงเปิดไฟเอาไว้ ที่ช่วยห้องให้ดูมีมิติในเวลากลางคืน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decopeques 8.โต๊ะไม้ขาวกับพื้นที่สีเขียว โต๊ะทำงานนี้ไม่ได้ถูกสร้างให้มีพื้นที่เก็บของเยอะมากนัก แต่ไอเดียที่เห็นคือ เน้นเพียงวัสดุไม้ สีขาว และสีเขียว ซึ่งทำให้ดูสบายตา และสามารถจดจ่อไปกับงานที่เคร่งเครียดบนโต๊ะได้อย่างดี เช่น หากคุณเป็นนักเขียน ก็จดจ่อกับงานเขียน แต่เมื่อไรที่รู้สึกล้าตาก็สามารถมองมาที่กระถางต้นไม้สีเขียวนี้ได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : el124.com 9.โต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่จัดให้อิสระได้ สำหรับผู้ที่มีห้องทำงานเป็นสีเหลี่ยมจัตุรัส แต่ต้องการใช้พื้นที่สำหรับ 2 คน การนำโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสมาวางตรงกลางห้องแบบนี้ ก็ทำให้คุณสามารถเดินได้รอบโต๊ะ ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างมากขึ้น เช่น หากในวันที่ต้องตรวจงานพรินท์แผ่นใหญ่ๆ ก็จะมีพื้นที่ในการทำงานมากขึ้น ช่วยให้การทำงานของคุณคล่องตัวมากขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : anamedeiros  10.โต๊ะสำหรับนักเดินทาง บอกเลยว่าโต๊ะนี้เหมาะกับคนที่พักเรื่องงานไว้ที่ออฟฟิศ และเน้นเรื่องเที่ยวเท่านั้น ด้วยความที่โต๊ะนี้เน้นความอิสระมาก ไม่ได้มีฝาปิดในการเก็บของ เพียงคุณนำตะกร้าหวายมาวางไว้ก็สามารถเป็นที่เก็บของได้แล้ว และการที่มองเห็นง่าย คุณสามารถหยิบจับไปใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งหมวก แว่นตา นึกอยากไปเที่ยวก็หยิบของแล้วออกไปเจอโลกกว้างได้ทันที   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : fashionindahat.com   ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ และนี่ก็คือทั้งหมดของไอเดียโต๊ะทำงานที่เรานำมาฝากให้คุณได้เลือกไปแต่งโต๊ะทำงานได้ตามใจ ที่สำคัญของโต๊ะทำงานนี้คือ เน้นความเป็นอิสระ แต่มีความเป็นระเบียบ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเอาไว้ทำงานที่บ้าน หรือทำงานอดิเรกก็สามารถใช้โต๊ะทำงานนี้ได้อย่างคุ้มค่าเลย
ไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ

ไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ

ไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ พื้นที่สีเขียวในเมืองหาได้ยากในทุกวันนี้ จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถเปลี่ยนห้องให้คุณรู้สึกถึงธรรมชาติรอบๆ ตัวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม วันนี้ Reviewyourliving ก็มีไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ แบบที่คุณสามารถยกธรรมชาติมาไว้ในห้องของคุณได้เลย คุณจะได้กลิ่นอายของธรรมชาติ รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย แบบไม่ต้องออกไปเที่ยวที่ไหนเลยล่ะค่ะ 1.แซมด้วยสีเขียว สีเขียว จะช่วยให้ห้องของคุณดูร่มรื่นขึ้น รู้สึกสบาย และสดชื่น รับรองว่าคุณจะได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : idlehandsawake แต่งแต้มความสดชื่นด้วยสีเขียวตามมุมต่างๆ ในห้องของคุณ แค่ต้นไม้หนึ่งต้นก็ได้กลิ่นอายถึงธรรมชาติแล้วค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decorenvy ไม้ประดับที่จะนำมาวางในห้อง ไม่ควรวางไว้เยอะจนเกินไป เพราะต้นไม้จะคายออกซิเจนออกมาในตอนกลางคืน แค่เลือกแค่มุมใดมุมหนึ่งเพื่อเพิ่มความเขียวขจีให้กับห้อง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloglovin หากคุณไม่อยากนำต้นไม้มาวางไว้ในห้อง ให้หาใบไม้สดหรือแห้งมาแต่งตามผนัง ขอบคุณภาพจาก pinterest : hm หลักการแต่งห้องให้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง แนะนำให้มีคู่สีเขียวและสีน้ำตาล เพราะสองสีนี้เป็นคู่สีธรรมชาติที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมภายในห้องของคุณให้ผ่อนคลาย 2.วอลล์เปเปอร์เพิ่มความรู้สึก คุณสามารถยกทะเล ภูเขา น้ำตก หรือวิวธรรมชาติ ที่คุณชอบมาไว้ในห้องได้ ด้วยการติดวอลล์เปเปอร์เสมือนจริง เมื่อติดแล้วคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย อยู่ในห้องได้ทั้งวัน ไม่ต้องออกไปไหน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : goodhousekeeping.com ตกแต่งผนังด้วยวอลล์เปเปอร์ธรรมชาติผืนใหญ่ที่เสมือนจริง ทำให้บรรยากาศของห้องทั้งหมดมีเสน่ห์มากขึ้น เหมือนว่าคุณได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : catkokareva อีกไอเดียที่น่าลองคือการใช้วอลล์เปเปอร์เสมือนจริงกับการทาพื้นเรียบๆ เพื่อให้รู้สึกถึงความโมเดิร์น ไม่ลายตามากจนเกินไป แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : photowall.nl เปลี่ยนผนังเรียบๆ ให้แปลกตาขึ้น ด้วยลวดลายโทนสีธรรมชาติ เช่น สีเขียว สีน้ำตาล สีเขียวอมเหลือง สีเหลืองอ่อน ซึ่งจะเปลี่ยนบรรยากาศของห้องให้ดูสวยอบอุ่นและผ่อนคลาย 3.ดอกไม้ การแต่งห้องด้วยดอกไม้ส่งผลต่ออารมณ์ของห้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะดอกไม้มีสีสันหลากหลาย คุณสามารถเลือกดอกไม้หรือโทนสีตามที่ชอบได้เลยค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : plumprettysugar.blogspot.de หากคุณเป็นคนรักธรรมชาติและความสวยงามของดอกไม้ แค่ประดับมุมต่างๆ ของห้องด้วยดอกไม้ อย่างเช่น การแขวนดอกไม้ห้อยลงมาบริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้มากมาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : moni0608 ประดับห้องด้วยดอกไม้ใส่แจกัน หากคุณซื้อดอกไม้มาให้ตัดก้านในมุม 45 องศา ทำความสะอาดแจกัน และใส่น้ำอุ่น จะช่วยทำให้ดอกไม้อยู่กับเราได้นานขึ้นค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมเปลี่ยนน้ำในแจกันทุกวันนะคะ 4.สวนข้างหน้าต่าง เติมเต็มธรรมชาติให้กับห้องของคุณ ด้วยการจัดสวนเล็กๆ ข้างหน้าต่าง นอกจากจะรู้สึกเหมือนนำธรรมชาติมาไว้ในห้องแล้ว ยังทำให้บรรยากาศของมุมนี้ดูสนุก มีชีวิตชีวา และเกิดการเคลื่อนไหวระหว่างคุณกับธรรมชาติอย่างแท้จริง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : thenectarcollective.com หากห้องของคุณมีขนาดเล็ก แค่ขอบหน้าต่างก็สามารถวางต้นไม้เล็กๆ น่ารักเหล่านี้ได้แล้ว แนะนำต้นกระบองเพชรที่เลี้ยงดูได้ง่าย มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก รับรองว่าจะดึงดูดคุณให้มาอยู่ที่มุมหน้าต่างนี้บ่อยๆ แน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : nicvalentinedon ไอเดียนี้เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด ไม่มีสวนข้างบ้าน เพียงแค่นำต้นไม้มาวางไว้ในมุมหน้าต่าง คุณก็สามารถมีสวนขนาดย่อมได้ ทำให้ห้องดูอบอุ่นและใกล้ชิดกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว 5.วัสดุธรรมชาติ การใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้จริง ไม้ไผ่ หิน หรือหวาย ลวดลายที่ปรากฏบนวัสดุเหล่านั้น ยิ่งสร้างความเป็นธรรมชาติเพิ่มเข้าไปอีก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : nikiatmsh ถ้าอยากได้บรรยากาศที่ชวนพักผ่อน ลองแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ ก็ทำให้ห้องธรรมดากลายเป็นห้องที่มีเสน่ห์งดงามตามแบบฉบับของธรรมชาติได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : motanuhomedecorideas.top เคาน์เตอร์ครัวที่ตกแต่งด้วยหินและไม้ ดูกลมกลืนกับภาพรวมของห้องทั้งหมดได้อย่างลงตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : fundesign.tv ผนังห้องโล่งๆ ที่นำหินก้อนใหญ่ๆ มาตกแต่ง ดูผ่านๆ อาจจะไม่สะดุดตามากนัก แต่ถ้ามองลงไปในลวดลายของหินเหล่านี้แล้ว จะรู้สึกได้ถึงมิติที่มีความพิเศษ เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homedesigning การใช้ไม้จริง มาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ดูเรียบง่าย มีสไตล์ และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ 6.แสงสว่าง แสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างหรือระเบียง ก็เกินพอที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vintageluxurytravel.tumblr.com มุมพักผ่อนเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยไม้ใบเขียว พร้อมแสงส่องจากธรรมชาติ สร้างความอบอุ่น สดชื่นเย็นใจให้มุมนั่งชิลล์นี้ได้เป็นอย่างดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : uncommonplant.com การแต่งบ้านจากวัสดุธรรมชาติ หรือนำต้นไม้มาวางไว้มาเกินไป อาจจะทำให้ห้องดูอึดอัด เพียงแค่ปล่อยให้แสงส่องสว่างเข้ามา ห้องก็จะดูมีมิติขึ้น ไม่แคบจนเกินไป เชื่อว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ตั้งตารอวันหยุด เพื่อจะออกไปพักผ่อน หาพื้นที่สีเขียว และใกล้ชิดธรรมชาติ อาจจะเริ่มจากมองไปรอบๆ ตัว แล้วหาวัสดุจากธรรมชาติมาตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ผสมกับไอเดียที่ Reviewyourliving นำมาฝาก คุณก็จะสามารถชาร์จแบต เติมความสดชื่นได้ทุกวัน แบบไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุด
ไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน ที่แขกต้องร้องว้าว!

ไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน ที่แขกต้องร้องว้าว!

ไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน ด้วยสไตล์หนุ่มสาวสมัยนี้ชอบปาร์ตี้กันอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่มีบ้านเป็นของตัวเอง ก็คิดว่าบ้านฉันก็มีพื้นที่ ทำไมไม่มาปาร์ตี้ที่บ้านฉันล่ะ ซึ่งวันนี้ reviewyourliving มีไอเดียการจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวนที่จะช่วยคุณเนรมิตสวน หรือพื้นที่ว่างๆ ให้กลายเป็นปาร์ตี้โซนได้ พร้อมแล้วไปเนรมิตสวนแล้วชวนเพื่อนๆ มาชิลล์ มาดื่มกันให้สนุกไปเลย     1.โต๊ะยาวเสริมความสนุกด้วยผ้าปูโต๊ะและพร็อบสีเดียวกัน สำหรับไอเดียนี้เพียงคุณนำโต๊ะเล็กๆ อย่างเช่นโต๊ะญี่ปุ่นมาเรียงต่อกัน จากนั้นให้นำ "ผ้าปูโต๊ะแบบยาว" มาปูโต๊ะ เท่านี้คุณก็ได้โต๊ะปาร์ตี้แบบยาวๆ แล้ว ที่สำคัญควรหาพร็อบ อย่างเบาะ ผ้าปูรองนั่ง จานชาม ให้เป็นสีเดียวกันเพื่อคุมโทน ให้ปาร์ตี้นี้ดูพิเศษขึ้น และที่สำคัญหากแขกมาในชุดสีเดียวกัน รับรองปาร์ตี้นี้จะยิ่งทวีความสวยงามขึ้นมาอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 2.โต๊ะยาวด้วยไม้พาเลท สำหรับเจ้าของบ้านที่คิดจะลงทุนเยอะๆ ขอให้ลองใช้ไอเดียนี้ก่อน ซึ่งเป็นไอเดียที่มาจากวัสดุที่หาได้ง่าย นั่นก็คือ ไม้พาเลทนั่นเอง เจ้าไม้พาเลทนี้คุณสามารถนำมาต่อเป็นโต๊ะได้โดยให้มีความสูงประมาณ 3 ชั้นต่อกัน จากนั้นก็ต่อเป็นแนวยาวแล้วปูด้วยผ้าปูโต๊ะแนวยาวอีกครั้งหนึ่ง เท่านี้คุณก็ได้โต๊ะเก๋ๆ สำหรับจัดปาร์ตี้ในราคาประหยัดแล้ว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : stylemepretty 3.โซฟากองฟาง เรียกว่าเหมาะกับบ้านที่อยู่ใกล้กับที่ขายกองฟาง แม้จะดูหายากสักหน่อย แต่ขอบอกว่าไอเดียนี้เก๋มากๆ เชียวล่ะ เพียงคุณนำกองฟางมาเรียงต่อกันตามต้องการ อาจจะเป็นแนวโค้ง แนวตรงเป็นสี่เหลี่ยม หรือแนวไหนก็จัดได้ตามใจคุณ จากนั้นก็นำผ้าลายวินเทจมาวางคลุมไว้อีกชั้นหนึ่ง จะรื้อเพื่อทำใหม่หรือเปลี่ยนดีไซน์ก็ง่ายดาย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 4.จอโปรเจคเตอร์ง่ายๆ สำหรับการจัดปาร์ตี้ในสวนลักษณะนี้ ขอบอกเลยว่าเหมาะกับการนัดรวมเพื่อนเก่า แล้วมานั่งคุยกันพร้อมทั้งดูรูปภาพในอดีต สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการทำเสาตั้งขึ้น จากนั้นนำผ้าสีขาวมาขึงเพื่อเป็นจอ สุดท้ายแล้วคุณก็หาโปรเจคเตอร์มาฉาย สิ่งที่คุณต้องการนำเสนอ เช่น วิดีโอภาพเก่าๆ เพื่อย้อนวันวาน หรือภาพที่บ่งบอกถึงธีมงานปาร์ตี้ของคุณ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : parentsmagazine 5.ของตกแต่งหลากสีสันในสไตล์เดียวกัน เหมาะกับปาร์ตี้ที่เน้นสีสันสดใส ซึ่งคุณจะต้องมีเวลาว่างมากพอที่จะประดับประดางานให้สวยงาม และความยากก็คือการตกแต่ง และจัดเก็บหลังจากปาร์ตี้เลิก แต่เชื่อได้ว่าแขกที่มาปาร์ตี้ต้องประทับใจและถ่ายรูปเซลฟี่กันจนแบตหมดแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : karaspartyideas 6.วางเครื่องดื่มบนกิ่งไม้ หากคุณเน้นปาร์ตี้ที่เดินคุยกัน ไม่ได้มีที่นั่ง การสร้างโต๊ะวางเครื่องดื่มโดยแขวนไว้กับกิ่งไม้ก็ทำให้สะดวกในการหยิบจับแก้ว อีกทั้งกิ่งไม้นี้คุณสามารถนำโคมไฟมาแขวนประดับได้อีกด้วย ยิ่งทำให้ปาร์ตี้นี้ที่มีโต๊ะต้นไม้ของคุณดูโดดเด่น เก๋ไม่ซ้ำใครเลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : brides 7.เก้าอี้ฟางสำหรับคู่รัก ในปาร์ตี้ที่คุณอยากสร้างมุมพิเศษๆ เผื่อให้คู่รัก หรือคู่เพื่อนบางคู่ ได้แยกวงออกมาแล้วนั่งคุยแบบใกล้ชิดกัน การจัดให้มีเก้าอี้ฟางกระจายตามมุมต่างๆ ก็ช่วยทำให้ปาร์ตี้นี้ดูเก๋เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเป็นพร็อบถ่ายรูปสำหรับแขกในงานได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : 1001gardens 8.โต๊ะเรืองแสง ไอเดียนี้เรียกว่าแหวกกระแสมากๆ เชื่อได้ว่าเมื่อแขกของคุณมาที่โต๊ะเรืองแสงนี้ครั้งแรกจะต้องตื่นเต้นเลยทีเดียว เพียงคุณนำหลอดเรืองแสงมาขดให้เข้ารูปกับภาชนะต่างๆ บนโต๊ะอาหาร เลือกสีสันได้ตามใจชอบ แม้ปาร์ตี้ดึกแค่ไหนก็ไม่กลัวว่าจะมืด เพราะมีแสงสวยๆ ที่ทำให้ปาร์ตี้ดูสนุกและพิเศษมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : onelittleproject.com 9.ดูหนังกลางแปลงแบบที่นั่งชั้นสวีท การจัดแบ่งที่นั่งออกเป็นคู่ๆ พร้อมทั้งวางที่นอนและหมอนให้แต่ละคนได้เลือกใช้งาน ทุกคนจะหันหน้าไปชมจอผ้าใบสีขาวในทิศทางเดียวกัน ไอเดียนี้เหมาะกับการที่เราอยากจะฉายคลิปที่ต้องดูนานเป็นชั่วโมง  ดังนั้นคุณก็จัดพื้นที่ให้เพื่อนๆ ของคุณนอนดูได้ง่ายๆ กระจายในพื้นที่ของสวนได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : marionstclaire.com     ไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน และทั้งหมดนี้คือไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวนซึ่งคุณสามารถนำไอเดียไปประยุกต์ใช้งานได้เองที่บ้าน โดยเลือกให้เหมาะกับแขกและธีมงาน ซึ่งการตกแต่งสำหรับปาร์ตี้นี้จะทำให้บ้านของคุณเป็นที่ชื่นชอบ ของแกงค์เพื่อนๆ อย่างแน่นอน          
ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋

ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋

ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋   ต้องเรียกว่าไอเดียนี้เหมาะกับคอหนังสือที่รักในการอ่านอย่างมาก และย่อมที่ต้องการรักษาหนังสือไว้ให้คงในสภาพดี สามารถหยิบจับมาอ่านได้ง่าย เมื่อคุณมีบ้านเป็นของตัวเองทั้งทีก็ย่อมมีฝันเล็กๆ ว่าอยากจะสร้างห้องสมุดไว้ในบ้าน reviewyourliving จึงขอนำ ไอเดียสร้างห้องสมุดแบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋ มาให้คุณได้เลือกลองนำไปใช้กัน 1.ผนังชั้นหนังสือและโซฟาอ่านหนังสือ เริ่มต้นด้วยไอเดียที่แสนจะเรียบง่ายแต่ดูดี เพราะในห้องนี้คุณสามารถใช้กำแพงเป็นชั้นหนังสือได้ทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้คุณสามารถ เก็บหนังสือได้มาก และกั้นระหว่างกลางด้วยโซฟานุ่มๆ พร้อมตู้เก็บหนังสือที่ด้านล่างโซฟาอีก แต่ความพิเศษของห้องนี้ คือการเลือกใช้บานกระจกใหญ่เพื่อทำให้มีแสงส่องเข้ามา ทำให้สะดวกเวลาที่คุณนั่งอ่านหนังสือ และห้องก็ดูกว้างขึ้นอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : tinyhousedesign.com 2.ห้องสมุดผสมห้องรับแขก สำหรับคนที่อยากใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้ให้คุ้ม ก็ลองผสมกันระหว่างห้องสมุดและห้องรับแขกมาไว้ในห้องเดียวกัน ซึ่งคุณสามารถใช้พื้นได้หลายอย่าง หากวันใดมีแขกมาหาก็จะมีห้องไว้รับรองได้ แต่หากไม่มีแขก คุณก็ใช้เป็นห้องอ่านหนังสือ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 3.ห้องสมุดแบบชั้นลอย เหมาะกับบ้านที่มีฝ้าเพดานสูงมากๆ โดยด้านบนจะนำเหล็กมาเชื่อมเป็นชั้นลอยเพื่อให้เดินขึ้นไปหยิบจับหนังสือได้ และคุณยังสามารถใช้ห้องรับแขกกับห้องสมุดรวมกันได้เลย เรียกว่าเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าจริงๆ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 4.ชั้นวางหนังสือจรดพื้นถึงหลังคา นอกจากใช้เก็บหนังสือแล้วชั้นวางหนังสือยังกลายเป็นเหมือนพร็อบตกแต่งบ้านให้คุณได้อีกด้วย ซึ่งการวางชั้นหนังสือ ตั้งแต่พื้นจรดฝ้านั้นให้คุณลองเลือกสันหนังสือ แล้วจัดวางไล่สีดูสิ จะทำให้คุณมีกำแพงหนังสือที่เหมือนวอลล์เปเปอร์ไปในตัว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 5.เปลตาข่าย ไอเดียการสร้างเปลตาข่ายนี้ เป็นการช่วยทำให้ห้องสมุดของเรานั้นดูสนุกและน่ามาใช้งานบ่อยขึ้น แม้ไม่มีโซฟาหรือเก้าอี้ คุณก็สามารถใช้เปลตาข่ายเป็นที่นั่งอ่านหนังสือได้อย่างสบายใจเลยทีเดียว ยิ่งเด็กๆ ได้ลองมานอนอ่านหนังสือที่เปลตาข่ายนี้ รับรองว่าจะต้องหลงรักห้องสมุดห้องนี้อย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 6.ชั้นวางหนังสือแบบเตี้ย  ไอเดียของชั้นวางหนังสือแบบนี้ ช่วยเปลี่ยนจากทางเดินที่เรียบง่ายให้กลายเป็นห้องสมุดโดยอัตโนมัติ เพียงนำตู้ที่มีความสูงไม่มากมาวางยาวต่อกันจนสุดทางเดิน คุณก็สามารถวางหนังสือได้เป็นร้อยเล่ม แถมบริเวณบนตู้ยังใช้วางของตั้งโชว์ต่างๆ ได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rb-a.net 7.เตียงในห้องสมุด สำหรับที่คนมักอ่านหนังสือจนหลับไปเลย การยกเตียงมาไว้ในห้องสมุดก็เป็นอีกไอเดียหนึ่งที่ดี พื้นที่ใต้เตียงก็สามารถ ปรับให้เป็นชั้นหนังสือแนวนอนไปพร้อมๆ กัน เพื่อจะได้หยิบจับหนังสือได้ง่าย หรือคุณอาจจะใช้เก็บของสะสมอื่นๆ ก็เป็นได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : plus.google.com 8.โต๊ะอ่านหนังสือแนวเอียงและกำแพงหนังสือ จากภาพหลายคนน่าจะคุ้นเคย เพราะคล้ายกับห้องสมุดที่มักจะพบเจอ โดยทั้งสองฝั่งเป็นกำแพงหนังสือที่ทำให้คุณรู้สึก ถึงความเป็นส่วนตัว ทำให้มีสมาธิในการอ่านมากยิ่งขึ้น แนะนำให้คุณติดโคมไฟเพื่อเพิ่มความสว่าง เพราะกำแพงนี้จะ ทำให้แสงลอดเข้ามาได้น้อย สำหรับการอ่านหนังสือจากโต๊ะแนวเอียง ก็จะช่วยเรื่ององศาในการนั่งและการอ่านของคุณให้ดีขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : designboom.com 9.แบ่งชั้นวางหนังสือ ให้ฉันเข้าไปอยู่ ถือว่าเป็นการใช้พื้นที่ที่เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะสร้างชั้นวางหนังสือตั้งแต่พื้นจรดฝ้าแล้ว การแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่ง ของกำแพงเพื่อทำเป็นที่นั่งอ่านหนังสือ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องซื้อโซฟามาตั้งไว้ เพียงหาเบาะนุ่มๆ กับหมอนอิงมาวาง ในช่องกำแพง คุณก็ได้โซฟาอ่านหนังสือเรียบร้อยแล้ว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : glamshelf 10.ห้องใต้หลังคา หลายๆ บ้านไม่ค่อยมีใครใช้ห้องใต้หลังคากัน แต่หากคุณกำลังสร้างบ้านใหม่ อยากให้ลองนำไอเดียนี้ไปประยุกต์ใช้ โดยการยกหลังคาให้สูงขึ้นแล้วเสริมฝ้าด้วยแผ่นไม้ ทำให้เกิดพื้นที่ใช้งาน สามารถสร้างเป็นห้องสมุดเล็กๆ ได้ แต่อย่างไรก็อย่าลืมเรื่องการกันความร้อนและการระบายความร้อนด้วยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : buzzfeed.com   ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋   และนี่ก็คือทั้งหมดของไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋ ที่อยากให้คุณได้นำไอเดียไปวางแผนก่อน ออกแบบบ้าน เพื่อที่คุณจะได้มีพื้นที่พิเศษๆ ที่มอบเป็นของขวัญให้กับตัวเอง แล้วดินแดนหนังสือของคุณและคนในครอบครัว ก็จะเป็นจริง
ไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก

ไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก

ไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก ห้องนอนเป็นห้องที่คู่รักใช้เวลาร่วมกันมากกว่าห้องอื่นๆ วันนี้ reviewyourliving.com มีไอเดียแต่งห้องนอนสำหรับคู่รัก มาฝากกันค่ะ เพราะการแต่งนอนจะเพิ่มความโรแมนติกมากขึ้น คู่รักก็จะมีช่วงเวลาความสุขร่วมกันยิ่งขึ้น ลองชวนคู่รักของคุณมาแต่งนอนห้องตามไอเดียเหล่านี้กันสิคะ   1.โทนสีเติมความหวาน คู่รักแต่ละคู่ ต่างก็มีโทนสีที่ชอบต่างกันไป หากใช้โทนสีเดิมในห้องนอนไปเรื่อยๆ อาจรู้สึกเบื่อได้ ลองคุยกับคู่รักสิคะว่าอยากเปลี่ยนเป็นโทนสีอะไร แล้วเนรมิตห้องนอนเพื่อเติมความหวานกันเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : livingroomideas.eu โทนสีผนังห้องนอน แนะนำว่าควรใช้โทนสีอ่อนๆ เอิร์ธโทน หรือโทนสีเทา เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่น และโรแมนติก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lushomedesign เพิ่มลวดลาย บนผนังห้อง ให้มีลูกเล่นและสีสันที่มากขึ้นด้วยวอลล์เปเปอร์ ปัจจุบันมีลวดลายและลูกเล่นให้เลือกมากมาย ถ้ากลัวทั้งห้องจะดูลายตาเกินไป ให้ลองติดแค่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้นก็พอค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : realestateer.net ผ้าปูเตียงก็ควรเลือกให้ไปในโทนเดียวกับโทนสีของห้องนอน จะช่วยให้อารมณ์ของห้องนั้นดูอบอุ่นมากขึ้น และเครื่องนอนบนเตียงก็มีส่วนสำคัญสำหรับคู่รักนะคะ พวกหมอน ผ้าห่ม ที่สำคัญคือผ้าปูเตียง แนะนำให้เลือกใช้ผ้าที่นิ่ม เบาบาง มีผิวสัมผัสที่ดี อย่างผ้าซาติน 2.ไฟตกแต่ง อีกไอเดียการแต่งห้องสำหรับคู่รักที่ขาดไม่ได้เลยคือ การประดับห้องด้วยไฟตกแต่ง เพื่อให้แสงในห้องนั้นสลัวๆ ไม่สว่างจนเกินไป เพียงแค่ลองหามาประดับไว้ในห้องนอนของคุณ ก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นไปด้วยความรักได้มากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : business.facebook.com การเพิ่มบรรยากาศให้คู่รักอีกอย่างเลยก็คือไฟที่เป็นดวงเล็กๆ เมื่อนำมาประดับในห้องนอน เสมือนว่าคุณและคนรักของคุณกำลังนอนอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว อะไรจะโรแมนติกเช่นนี้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : indulgy.com ลองปิดไฟดวงหลักที่สว่างมากเกินไป แล้วเปิดไฟแค่ดวงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อทำให้บรรยากาศรู้สึกน่าค้นหามากยิ่งขึ้น หรือถ้าอยากให้โรแมนติกกว่านี้ ลองใช้ไฟเป็นโทนสีเหลืองหรือส้มดูสิคะ รับรองว่าค่ำคืนของคุณและคนรักจะพิเศษสุดๆ ไปเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anna120300 ไฟหิ่งห้อยเหมาะสำหรับสร้างความโรแมนติกสำหรับคู่รักแบบกุ๊กกิ๊ก น่ารัก ช่วยสร้างบรรยากาศแบบนุ่มนวลแบบน่าค้นหา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : themerooms.blogspot.com เพิ่มบรรยากาศที่โรแมนติกอย่างสมบูรณ์แบบด้วยเทียนและกลิ่นอโรมา แนะนำกลิ่นอโรมาที่มีกลิ่นหอมหวาน เช่น กลิ่นกุหลาบ กลิ่นวานิลา กลิ่นลาเวนเดอร์ ซึ่งแต่ละกลิ่นก็จะมีความลึกลับ น่าค้นหา น่าดึงดูด และที่สำคัญช่วยสร้างความผ่อนคลายให้หลับสบายอีกด้วย 3.ของตกแต่งคู่ ชีวิตคู่ก็ต้องมีของใช้คู่กัน หรือของขวัญที่มอบให้กันและกันอย่างแน่นอน แทนที่จะต่างคนต่างเก็บ ก็เอามาวางไว้พื้นที่ที่ใช้ร่วมกันอย่างห้องนอน ก็จะช่วยทำให้นึกถึงกันและกัน ขอบคุณภาพจาก pinterest : nnuulloo.blogspot.com เชื่อว่าคู่รักทุกคู่ต่างก็มีรูปภาพที่ถ่ายคู่กัน ลองนำภาพคุณกับคนรักมาอัดใส่กรอบติดไว้ที่ผนัง หรือใส่กรอบรูปตั้งโต๊ะ วางไว้ในมุมต่างๆ ของห้องนอน ช่วยทำให้ทั้งสองคนได้เห็นรูปภาพที่บันทึกช่วงเวลาดีๆ เอาไว้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : simplethingsxo ของคู่กัน หรือของที่แทนตัวตนของแต่ละฝ่าย สามารถนำมาแต่งห้อง เพื่อความรู้สึกอบอุ่น และอาจเป็นตัวแทนของแต่ละฝ่ายในยามหยิบใช้ เช่น เมื่อเวลาคนรักของคุณต้องไปทำงานไกล สิ่งของเหล่านั้นก็ยังให้ความรู้สึกว่าคนรักของคุณยังอยู่ข้างๆ กันทุกคืน 4.ดอกไม้ ดอกไม้ช่วยสร้างบรรยากาศของห้องให้มีความโรแมนติกได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้สด หรือดอกไม้แห้ง ก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความอ่อนหวาน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : amerrymishapblog.com ตกแต่งห้องให้พิเศษยิ่งขึ้นด้วยดอกไม้สดปักแจกันดีไซน์เก๋ๆ ในวันสำคัญของคุณกับคนรัก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : juliettelaura.blogspot.com ในปัจจุบัน ดอกไม้แห้งก็เป็นอีกไอเทมหลักในการนำมาตกแต่งห้อง เพราะว่าไม่มีเน่า ไม่มีเหี่ยวไปตาลกาลเวลา คุณลองชวนคนรักมาช่วยกัน diy นำดอกไม้มาตกแต่งห้องสิคะ 5.ผ้าม่าน หากคุณอยากให้เตียงนอนเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวกับคนรักของคุณ ให้ลองติดม่านมุ้งเตียงจะช่วยให้สงบได้มากยิ่งขึ้น แถมยังเป็นการตกแต่งห้องนอนให้สวยงามขึ้นอีกด้วย ขอบคุณภาพจาก pinterest : relaxdeco เปลี่ยนจากห้องนอนธรรมดาให้มีบรรยากาศชวนเซ็กซี่มากขึ้น ด้วยม่านมุ้งเตียงแบบยาว ถ้าเลือกใช้เนื้อผ้าทึบ แนะนำให้เลือกเป็นโทนสีอ่อน สีขาว หรือสีครีม หรือใช้ผ้าที่มีเนื้อผ้าส่องประกาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : archiartdesigns เพิ่มสเน่ห์ให้ห้องนอนของคุณ ด้วยม่านมุ้งแบบโปร่ง ซึ่งจะช่วยกันแสงในยามเช้าได้บางส่วน ทำให้ห้องดูนุ่มนวล และไม่ทำให้ห้องอึดอัดจนเกินไป   เพิ่มระดับความหวานให้คุณกับคนรักด้วย ไอเดียแต่งห้องสำหรับคู่รัก ที่สามารถทำตามได้ง่าย ลองชวนคนรักของคุณมาแต่งห้องกัน รับรองว่าจะได้ความทรงจำดีๆ ร่วมกันแน่นอนค่ะ และห้องนอนของคุณจะมีบรรยากาศที่ไม่น่าเบื่อ โรแมนติกเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว อีกอย่างที่ reviewyourliving.com ขอแนะนำ ก็คือไม่ควรนำทีวี คอมพิวเตอร์มาไว้ในห้องนอน คู่รักควรจะใช้เวลาในห้องนี้ร่วมกันอย่างเต็มที่ค่ะ ขอให้ชีวิตคู่ของคุณมีความสุขกับการอยู่ในห้องนอนอันแสนโรแมนติกนี้นะคะ
ไอเดียแต่งห้องแนวสตรีท

ไอเดียแต่งห้องแนวสตรีท

ไอเดียแต่งห้องแนวสตรีท ใครที่ไม่ชอบแต่งห้องธรรมดาเหมือนคนอื่น วันนี้ Reviewyourliving มีสไตล์การแต่งห้องแนวสตรีทมาฝากกันค่ะ รับรองว่าห้องของคุณจะแปลก แหวกแนวมากขึ้นกว่าเดิม เราไปดูไอเดียเหล่านั้นกันเลยค่ะ   1.เพิ่มลวดลายบนผนังด้วยกราฟิตี้เพ้นท์ แน่นอนว่าถ้าพูดถึงแนวสตรีท ต้องยกให้กราฟิตี้เพ้นท์ที่สามารถออกแบบได้ตามต้องการ ทั้งเป็นรูป ลวดลาย หรือแม้แต่เป็นตัวอักษร ข้อความเท่ๆ ก็ได้เช่นกัน แต่หากคุณจะเพ้นท์ผนัง อย่าลืมหุ้มเฟอร์นิเจอร์ของคุณด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวสีเพ้นท์จะไปเปื้อนได้ และเดี๋ยวนี้ก็มีสติ๊กเกอร์ลายกราฟิกขายแล้ว สามารถนำมาใช้แทนได้เช่นกันค่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoist ผนังอิฐที่อาจจะดูแข็งเกินไป เพิ่มความอาร์ตด้วยการเพ้นท์รูปลงไป ทำให้ห้องดูเก๋มากขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pulpartsurfaces.com หากใครเบื่อลวดลาย ให้ลองหาข้อความเท่ๆ ที่คุณชอบมาเพ้นท์ลงบนผนังดู   ขอบคุณภาพจาก pinterest : artgeistdesign ฟ้อนท์แบบกราฟิตี้ นี่แหละที่จะเป็นจุดเด่นของห้อง ทำให้ผนังว่างเปล่ากลายเป็นผนังที่มีความดิบแบบสตรีทๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : feedly.com เพ้นท์แค่ผนังฝั่งเดียวของห้องก็พอ เพื่อไม่ให้ห้องดูอึดอัดมีแต่ลวดลายที่มากจนเกินไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : mechantdesign.blogspot.fr ถ้าคุณเป็นคนขี้เบื่อ ให้เพ้นท์ใส่วัสดุอื่นก่อน เช่น ผ้า กระดาษ แล้วค่อยนำมาตกแต่งห้องบนผนังของคุณอีกที ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนรูปที่ผนังได้หลายครั้งตามต้องการ 2.ผนังอิฐเพิ่มความอาร์ต การใช้ผนังอิฐช่วยให้ลุคแบบสตรีทมากที่สุด คุณอาจจะใช้เป็นอิฐเปลือยหรือว่าจะเพ้นท์ลวดลายเพิ่มเติมสักหน่อย แต่หากว่ายังไงก็ใช้โครงสร้างอิฐจริงๆ ไม่ได้ คุณก็สามารถใช้วอลล์เปเปอร์ลายอิฐที่เดี๋ยวนี้มีเนื้อสัมผัสนูนขึ้นมาเหมือนผิวของอิฐ ขอบคุณภาพจาก pinterest : brittanickel.tumblr.com การใช้อิฐเปลือยแบบนี้เป็นผนังห้องนี่แหละ คุณก็จะได้ห้องที่ดูลุคสตรีทแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoholic การใช้โทนอิฐสีขาว จะช่วยให้ห้องของคุณดูโมเดิร์นขึ้น แต่ยังคงได้ความรู้สึกแบบสตรีทๆ อยู่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : zellaind เพิ่มลูกเล่นให้ผนังห้อง ด้วยการใช้อิฐที่ดูเก่าๆ มาเป็นผนัง 3.แต่งเติมด้วยไอเทม ท่อเหล็ก ท่อเหล็ก นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศแบบสตรีทๆ แล้ว ยังสามารถนำเป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเตอร์ที่ใช้ตกแต่งห้อง เช่น ชั้นวางของ โต๊ะ โคมไฟ ราวผ้าม่าน ได้อีกด้วย ซึ่งคุณสามารถ DIY ได้ตามต้องการ ขอบคุณภาพจาก pinterest : westylist ชั้นวางของที่ทำจากท่อเหล็ก เพิ่มความชิคให้ห้องของคุณที่สามารถทำได้ตัวเองง่ายๆ แค่นำท่อมาต่อกัน ซึ่งคุณจะดัดแปลงให้ตั้งพื้น หรือจะทำติดผนังไปเลยก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : greigedesign.blogspot.com ใครที่มีงบจำกัด ให้นำท่อมาต่อเป็นขาโต๊ะ ใช้ยึดด้วยคานใต้โต๊ะ จากนั้นก็นำท็อปโต๊ะมาวาง เท่านี้ก็ได้โต๊ะในราคาประหยัดดีไซน์สตรีทแล้วค่ะ 4.ศิลปะบนผนังห้อง ศิลปะบนผนัง ทั้งภาพวาด กรอบรูป สามารถสร้างบรรยากาศสตรีทๆ ได้แตกต่างกันไป ลองเลือกสไตล์ที่คุณชอบ แล้วแต่งห้องกันได้เลย ขอบคุณภาพจาก pinterest : blog.styleestate.com ภาพวาดแบบลายเส้นของอาคาร ตึก ช่วยให้ห้องนั้นดูโมเดิร์นขึ้นมา อย่าลืมว่าของตกแต่งในห้องก็ควรให้เป็นโทนเดียวกันด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pfore.tumblr.com อีกไอเดียการแต่งห้องแนวสตรีท คือการนำภาพมาแต่งบนผนัง อาจจะเป็นโปสการ์ดที่คุณเก็บสะสมไว้ก็ได้ พอคุณแต่งเติมลงบนผนังเสร็จแล้วเห็นผลงาน คุณจะต้องหายเหนื่อยแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anaidmohO อย่าช้าที่จะแต่งผนังห้องของคุณให้เหมือนจิตรกร ด้วยการวาดลวดลายเพิ่มสีสันลงบนผนังที่จืดชืด   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ohpopsi หากคุณชอบสตรีทแบบอาร์ต ก็ใช้ภาพวาดที่ดูเป็นศิลปะมากกว่าเดิมก็ได้ค่ะ 5.สีสันเพิ่มลูกเล่น ห้องแนวสตรีทที่แต่งแล้ว อาจจะดูแข็งๆ ไม่มีชีวิตชีวา คุณสามารถทำให้กลมกลืนได้ด้วยการใช้ของตกแต่งที่มีสีสันบ้าง แต่ก็ควรจะใช้โทนสีที่ไม่สดมาก เพื่อให้เข้ากับการแต่งห้องโดยรวม ขอบคุณภาพจาก pinterest : virlovastyle.com เพียงแค่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันขึ้นมาหน่อย ห้องก็ดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น แต่ยังคงมีเอกลักษณ์ของแนวสตรีทอยู่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com หมอนอิงสีส้มกับเก้าอี้สีฟ้า ทำให้โทนของห้องดูไม่เก่ามากนัก คุณแค่เลือกใช้โทนสีให้พอเหมาะ เท่านี้การแต่งห้องแบบสตรีทก็จะลงตัวมากขึ้น 6.สวย เท่ ประหยัดด้วยสังกะสี สังกะสีที่เรารู้จักกันดี มีราคาไม่แพง ไม่ว่าสังกะสีเก่าหรือใหม่ก็ช่วยสร้างบรรยากาศได้แตกต่างกัน ราคาประหยัดแบบนี้แต่นำมาแต่งห้องแนวสตรีท รับรองว่าแค่แต่งมุมเดียวก็อยู่ ขอบคุณภาพจาก pinterest : uniquehomestays แต่งด้วยสังกะสีกับเฟอร์นิเจอร์เก่า จะช่วยสร้างเสน่ห์แบบคลาสสิคให้กับห้องได้อย่างดีเยี่ยม   ขอบคุณภาพจาก pinterest : countryliving.co.uk ถ้ายังรู้สึกว่าห้องของคุณยังให้ลุคสตรีทไม่พอ สามารถเผยความดิบให้มากขึ้นด้วยสังกะสี นำมาตกแต่งตามมุมต่างๆ เพียงเท่านี้ก็คงไม่มีสไตล์ไหนจะดิบเท่านี้แล้วล่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ กับไอเดียการแต่งห้องแนวสตรีท ที่ Reviewyourliving นำมาฝากกัน น่าจะถูกใจวัยรุ่นอย่างคุณที่ชอบไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน จริงๆ แล้วการแต่งห้องแนวสตรีท ไม่มีอะไรตายตัว คุณสามารถดัดแปลงตามความชอบ หรือความต้องการ แค่นี้ห้องของคุณก็มีจุดเด่นตามสไตล์ที่คุณชอบแล้วล่ะค่ะ
ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น การแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ที่คงความเรียบง่าย แต่ดูยังไงก็ไม่เบื่อ ใครที่กำลังอยากได้ไอเดียไปจัดห้องใหม่ ลองมาดูไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นกันได้เลยค่ะ หลักการง่ายๆ ไม่มีอะไรยาก แค่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้กับโทนสีขาวหรือสีเอิร์ธโทน ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา เน้นความเรียบง่าย ความเป็นธรรมชาติ และความรู้สึกอบอุ่น หรือจะหาต้นไม้สีเขียวๆ มาวางประดับ เท่านี้ก็ได้ห้องตามแบบฉบับสไตล์ญี่ปุ่นแล้วค่ะ     1.ประตูบานเลื่อนกระดาษ ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ที่ยังไงยังไงก็ดูญี่ปุ่น ก็คือการใช้ประตูบานเลื่อนกระดาษ หรือจะเลือกใช้เป็นหน้าต่างบางบานก็ได้ ข้อดีก็คือ เราจะได้แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากช่องกระดาษเหล่านี้ด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anutammiste ประตูบานเลื่อนตามสไตล์ญี่ปุ่นที่แท้จริง ส่วนมากจะใช้เป็นขอบวัสดุสีไม้ แต่สามารถประยุกต์ประตูบานเลื่อนกระดาษ ให้ดูทันสมัยขึ้นด้วยการเปลี่ยนสีขอบช่องหน้าต่างให้เป็นสีดำหรือขาวได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : yankeebarnhomes.stfi.re ในสมัยก่อนประตูบานเลื่อนอาจจะใช้เป็นกระดาษสา ซึ่งขาดได้ง่าย แต่สมัยนี้สามารถเปลี่ยนให้เป็นพลาสติกหรือกระจกติดฟิล์มสีขาวขุ่น หรืออาจจะใช้เป็นกระจกแล้วใส่ม่านสีขาวเข้าไป ก็สามารถสร้างอารมณ์ญี่ปุ่นๆได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : slidingdoorco หากการเปลี่ยนประตูดูยากเกินไป แต่ว่ายังอยากแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ก็สามารถประยุกต์รูปแบบของประตูบานเลื่อนกระดาษมาใช้กับเฟอร์นิเจอร์หรือการตกแต่งอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น ประตูตู้เสื้อผ้า หรือฉากกั้น Walk in Closet 2. เฟอร์นิเจอร์ไม้แบบเรียบง่าย หลักการพื้นฐานของการแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นก็คือ การใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก ตกแต่งผสมผสานกับโทนสีขาว หรือสีเอิร์ธโทน ถ้าแต่งห้องตามหลักการนี้ ยังไงสไตล์ห้องของคุณก็ต้องเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sightunseen เฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบง่ายแบบมินิมอล จะจัดวางตรงไหนก็ยังคงรู้สึกอบอุ่นและไม่น่าเบื่อ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decomyplace.com ถึงแม้จะมีของเยอะ หรือมีของตกแต่งแนวอื่นๆ เพียงแค่คุมโทนของห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ยังไงก็ให้ฟีลห้องสไตล์ญี่ปุ่น 3.ช่องแสงธรรมชาติ การที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้ห้องและสิ่งของต่างๆ มีแสงเงาและมิติ พร้อมให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบไม่ต้องแต่งอะไรให้มาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decorfacil ในห้องๆ หนึ่งควรหาช่องทางให้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามาในห้องได้อย่างเต็มที่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sfgirlbybay หากห้องของคุณมีขนาดปานกลาง ไม่ใหญ่มาก การที่มีช่องแสงธรรมชาตินั้นจะช่วยให้ห้องดูโปร่งและดูอบอุ่นตลอดเวลา 4.ไอเทมยอดฮิต : เสื่อ เบาะ หมอนอิง โต๊ะเล็ก อีกไอเดียของการแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น นั่นก็คือ การใช้ เสื่อ เบาะ หมอนอิง โต๊ะเล็กมาจัดวางเป็นองค์ประกอบหนึ่งของห้อง แค่นี้ก็ได้กลิ่นอายห้องสไตล์ญี่ปุ่นแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : dwellmedia จัดสรรพื้นที่ให้เป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจที่แสนจะเรียบง่ายด้วยเสื่อและเบาะรองนั่ง ให้ความเป็นธรรมชาติสไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : allabout.co.jp มุมรับประทานอาหารก็สามารถเป็นอีกมุมที่เลือกใช้เบาะกับโต๊ะเล็กได้ และอาจจะตกแต่งด้วยของน่ารักๆ อย่างโคมไฟแบบญี่ปุ่น กระถางต้นไม้ หรือกรอบรูปที่เข้ากันได้ดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : hicbc.com พื้นที่ที่นำเบาะกับโต๊ะเล็กมาจัดวางไว้ โดยไม่จำเป็นต้องปูเสื่อแต่สามารถเลือกใช้พรมสีอ่อนๆ ที่เข้ากับห้องนั้นๆ ได้ ทำให้ห้องดูกว้างแถมยังใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ที่จะสามารถนั่ง นอน ได้อย่างสะดวก 5.ธรรมชาติและเอิร์ธโทน ถ้าใครได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แล้วลองสังเกตบ้านเรือนของชาวญี่ปุ่นจะต้องมีวัสดุต่างๆ ที่เกี่ยวกับธรรมชาติมตกแต่งเสมอ เช่น ไม้ ไม้ไผ่ หรือต้นไม้สีเขียว และโทนสีหลักๆ จะเน้นไปที่เอิร์ธโทน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : muji.net การตกแต่งแบบธรรมชาติแบบสีเขียวนั้น ไม่ได้หมายความว่าให้ปลูกต้นไม้ในห้องนะ แค่เป็นการนำต้นไม้ใบไม้ใส่กระถางแบบมินิมอลมาวางประดับไว้เล็กๆ น้อยๆ พอให้สัมผัสถึงธรรมชาติได้บ้าง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anikolevai แม้ว่าระเบียงห้องของคุณจะมีพื้นที่น้อย อาจจะไม่สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ ได้ แต่ก็สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ด้วยวิธีอื่นๆ อย่างเช่น การผูกเชือกกับกระถางต้นไม้ หรือทำเป็นชั้นวางต้นไม้จิ๋วแบบลอยอยู่กับระเบียง ที่สำคัญอย่าลืมเช็คว่าต้นไม้ต้นนั้น ต้องการแดดแค่ไหนนะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : littlepieceofme.com สีเอิร์ธโทนตามสไตล์ญี่ปุ่น หลักๆ จะเป็นสีโทนน้ำตาล เขียวหรือสีที่เข้ากับสีขาวหรือดำ เช่น สีเบจ สีของไม้ โทนสีนี้เหล่านี้จะช่วยให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ผ่อนคลาย และอบอุ่น หรืออาจจะตกแต่งผสมกับการเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติโดยตรงก็เป็นได้   ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงเป็นที่นิยมเพราะการจัดวางสิ่งของและวัสดุที่เน้นความเรียบง่าย เข้ากับธรรมชาติเป็นสไตล์ที่ไม่มีอะไรมาก แม้ว่าพื้นที่อาจจะมีไม่เยอะแต่เมื่อแต่งห้องรูปแบบแบบนี้แล้ว ทำให้ดูอบอุ่น น่าอยู่ไปอีกเท่าตัว          
ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่น ครบทั้งทำงาน และ พักผ่อน

ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่น ครบทั้งทำงาน และ พักผ่อน

ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่น ครบทุกฟังค์ชั่น ด้วยปัญหาสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านใหม่ หรือ กำลังเริ่มต้นที่จะรีโนเวทบ้าน ซึ่งต้องการใช้พื้นที่ในบ้านให้คุ้มค่าที่สุด และกำลังมองหาไอเดีย สำหรับ แต่งห้อง สำหรับหลายๆห้องในบ้าน ซึ่งนอกจากห้องรับแขกที่หลายๆบ้านให้ความสำคัญแล้ว การมีห้องนั่งเล่น ในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งไอเดีย ที่กำลังได้รับความนิยม ในสมัยนี้ วันนี้เรามีไอเดียในแต่งห้องนั่งเล่น ให้ได้คุ้มค่าที่สุด ทั้งใช้เป็นห้องทำงานในตัว รวมถึงเป็นห้องพักผ่อน จะนั่งอ่านหนังสือ หรือ หลายๆกิจกรรมกับคนในครอบครัวได้ โดยไม่ต้องแยกกันอยู่คนละห้อง เชิญอ่านตัวอย่างไอเดีย แต่งห้องนั่งเล่น ที่ครบทุกฟังค์ชั่น ได้ที่นี่   1.แบ่ง 2 โซนในห้องเดียว ไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นนี้ใช้การแบ่งโซนของห้องเป็น 2 โซน โดยยังใช้แอร์ และ ทีวี ร่วมกันได้ แต่ทว่าใช้งานต่างกัน โซนนึงดูทีวี และ พักผ่อน  ส่วนอีกโซนนนั่งทำงานอดิเรกได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : California Closets   2.แบ่งมุมย่อย โดยใช้เฟอร์นิเจอร์ แยกโซน การจัดห้องนั่งเล่นสไตล์นี้ ที่ใช้สีของเฟอร์นิเจอร์ไม้คุมโทนของห้อง พร้อมทั้งหาเฟอร์นิเจอร์ อย่างตู้เก็บของ และ โซฟายาว มาเป็นตัวช่วยแบ่งโซน ประโยชน์คือ ทำให้สมาชิกในบ้านสามารถทำกิจกรรมได้ในห้องด้วยกัน โดยแต่ละคน จะพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองในการใช้งาน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com :  kurashicom.jp   3.ใช้เป็นห้องทำงาน แล้วแยกโซนด้วยโต๊ะยาว สำหรับการแต่งห้องนี้ เหมาะกับคู่รัก ที่ต้องการใช้ห้องนั่งเล่น มาเป็นห้องทำงานที่คุ้มค่าของสองเรา ซึ่งใช้เฟอร์นิเจอร์อย่างโต๊ะ มาแบ่งครึ่งของแต่ละโซนทำงานของตัวเอง ดูเหมือนห้องทำงานจริงจัง แต่ขณะเดียวกัน  ก็ยังทำให้ห้องนั่งเล่นนี้ เป็นเป็นห้องทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ เพียงหมุนโต๊ะมาเจอกัน หรือ หากมีลูกน้อยขึ้นมา ก็สามารถให้เค้ามานั่งขีดเขียนวาดรูป ที่โต๊ะกลางนี้ได้ โดยที่ทั้ง 3 คน ยังอยู่ในห้องเดียวกันได้   ขอบคุณภาพจาก :  pinterest.com : decorology.blogspot.com 4.จัดห้องสันทนาการเพื่อลูก และ ครอบครัว สำหรับไอเดียจัดห้องนี้เหมาะมากสำหรับครอบครัวลูกเล็ก ต้องการห้องที่ไว้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะกิจกรรมกับลูก ซึ่งการจัดห้องนี้ ลูกทำกิจกรรม ส่วนพ่อแม่ก็สามารถใช้โต๊ะทรงสูง ที่สามารถนั่งข้างๆลูกได้ ซึ่งการเลือกเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนี้ จำเป็นต้องเลือกสร้างขนาด เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของคนทั้งสองวัย   ขอบคุณภาพจาก : http://www.decoist.com/home-office-playroom-combo-designs/ 5.ห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก สำหรับคู่รัก การจัดห่องนั่งเล่นรูปทรงตัว L นี้ เมื่อเดินเข้ามาจะทำให้คุณรู้สึกไม่คับแคบ แต่สามารถใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า ฝั่งนึงให้คู่รักไว้สำหรับทำงาน ส่วนอีกฝั่งทำเป็นโซฟายาว หากนั่งทำงานนานๆ สามารถมาเอนหลังอ่านหนังสือ ซึ่งการแต่งห้องนั่งเล่นแบบนี้ จะเหมาะอยู่กับเพียง 1-2 คน   ขอบคุณภาพจาก :  pinterest.com : hepok.com 6.ห้องเดียวครบ สำหรับคนโสด คนโสด หรือ คนที่อยู่คอนโด ที่ต้องการใช้ห้องที่เหลือซักห้องให้คุ้ม การจัดห้องลักษณะนี้ ที่ใช้โต๊ะทำงาน และ โซฟาที่มีตู้เก็บของด้าน รวมถึงตู้เสื้อผ้า  ทำให้ใช้ห้องนี้ได้ใช้ประโยชน์ครบถ้วน  ทั้งเป็นห้องแต่งตัว และ ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น และอีกประโยชน์คือ เมื่อนำเฟอร์นิเจอร์ อย่างตู่เสื้อผ้ามารวมด้วย จะทำให้ส่วนอื่นๆ ของคอนโดของคุณได้เหลือพื้นที่เพิ่มมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก :  pinterest.com :  interiorholic.com 7.ห้องนั่งเล่นเล็ก เล่นระดับ การจัดห้องนั่งเล่นลักษณะนี้จะเหมาะกับคนบ้านที่ห้องขนาดเล็ก แต่ต้องการใช้ประโยชน์ครบถ้วน ซึ่งการเล่นระดับของเฟอร์นิเจอร์อย่างโซฟา ทำให้ห้องนี้ดูไม่คับแคบ และ ทำให้ห้องดูสนุก เช่น เบื่อมุมนี้ ก็สามารถมานั่งมุมนั้นได้ ขอบคุณภาพจาก :  pinterest.com :  the36thavenue 8.ห้องนั่งเล่นแบบ 4 คนพ่อแม่ลูก การจัดห้องนั่งเล่นลักษณะนี้เรียกว่า สำหรับครอบครัวที่อยากให้ทุกคนมารวมใช้ประโยชน์จากห้องนี้ให้มากที่สุด สามารถรองรับการใช้งานได้ถึง 4 คน ซึ่งอาจเป็นพ่อ แม่ ลูกชาย ลูกสาว อีกทั้งจะมีมุมโซฟา ที่ติดกับหน้าต่าง ซึ่งช่วยดึงแสงจากข้างนอกเข้ามา ทำให้ห้องนี้ ดูสว่างและไม่คับแคบ เมื่อมีหลายคนอยู่ร่วมกัน  เรียกว่าเปิดแอร์ 1 เครื่องคุ้มที่สุดเลย   ขอบคุณภาพจาก :   pinterest.com : caclosets   เลือกการจัดห้องนั่งเล่นแบบไหนที่โดนใจสำหรับคุณที่สุด จากทุกไอเดียเรื่องการจัดห้องนั่งเล่นนั้น จะเห็นได้ว่าขนาดของห้อง และ มุมของหน้าต่าง มีผลต่อการปรับพื้นที่เพื่อใช้เป็นห้องนั่งเล่น ของคุณ ดังนั้น ขอให้คุณลองพิจารณาก่อนว่า จะเลือกห้องใด ขนาดใดมาทำ และนำไอเดีย จากทีมงาน Reviewyourliving.com ปรับใช้กันดู
ไอเดียทำสนามเด็กเล่นเล็กๆ ในสวนข้างบ้าน

ไอเดียทำสนามเด็กเล่นเล็กๆ ในสวนข้างบ้าน

ไอเดียทำสนามเด็กเล่นเล็กๆ ในสวนข้างบ้าน บทความนี้จะเหมาะกับผู้ที่บ้านเดี่ยว ซึ่งมีพื้นที่ข้างบ้านไม่มากนัก แต่ต้องการมอบพื้นที่บริเวณให้กับเจ้าของบ้านตัวจริง อย่างลูกๆ ซึ่งพื้นที่สวนเล็กๆข้างบ้านนี้ จะเป็นสถานที่ที่ทำให้ทุกคนในบ้านมีความสุข และ ทำให้คนในมีกิจกรรมร่วมกันได้ แต่ทว่า เราจะสามารถทำพื้นที่สวนข้างบ้านนี้ ให้กลายเป็น สนามเด็กเล่น สำหรับลูกได้อย่างไรบ้าง จึงขอชวนคุณพ่อคุณแม่ มาดูไอเดีย การทำสวนเล็กๆข้างบ้าน ให้กลายเป็น " สนามเด็กเล่น " กัน     1.สร้างถนน และ เมืองจำลอง  สำหรับไอเดียการสร้างสนามเด็กเล่นนี้จะช่วยฝึกจินตนาการของลูกๆ ให้เค้าคิด และ รู้จักวางแผน ในการจะเลือกตกแต่งบริเวณเมืองจำลอง ของเค้า ซึ่งใช้พื้นที่ไม่มาก โดยคุณพ่อคุณแม่ สามารถมามีส่วนร่วมในการสร้างเมืองจำลองกับเค้าได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : ArchiDesiign   2.ลานดนตรี รีไซเคิล เรียกว่าบ้านนี้ต้องอยากส่งเสริมให้ลูกได้เป็นนักดนตรีแน่นอนเลย สำหรับสนามเด็กเล่น ที่ลานดนตรี นี้ เราสามารถนำสิ่งของที่ทำให้เกิดเสียง จากวัสดุ หลายๆแบบมาเจาะ เข้ากับกำแพง ช่วยสร้างการพัฒนาให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องเสียง รวมถึงช่วยเสริมให้กล้ามเนื้อแข็งแรงจากการตีวัสดุต่างๆ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : ideas2live4   3.บ้านไม้ 2 ชั้น ด้วยพื้นที่จำกัด แต่ต้องการสร้างดินแดนของเด็กๆ การสร้างบ้านไม้ 2 ชั้น นั้นช่วยให้ประหยัดเนื้อที่ และ ทำให้เกิดฟังค์ชั่นการใช้งานได้หลายอย่างขึ้น ข้างล่างเป็นห้องเล็กๆ ส่วนด้านบน จะเป็นลานโล่ง   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homeworkremodels.net 4.เกมส์ตังเต สำหรับลูกๆทีชอบกระโดดโลดเด่น การสร้างพื้นที่เล็กๆ ที่นำมาเป็นเกมตังเต นี้ จะช่วยให้ลูกๆได้ออกกำลังกาย อีกทั้งช่วยให้เค้าฝึกทักษะการตัดสินใจ จากการกระโดดไปมา ซึ่งกิจกรรมนี้ พ่อแม่ ก็สามารถมีส่วนร่วมเล่นกับลูกๆได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : archiartdesigns   5.กำแพงเพื่อนักปีนตัวน้อย เรียกได้ว่าลูกคุณไม่ได้มีแค่มุมนิ่งๆ แต่บางจังหวะก็สามารถเปลี่ยนเป็นสไปเดอร์แมนตัวน้อยได้ แต่จะให้ไปปีนข้างนอก ก็จะไกลตาเราไป ดังนั้น การสร้างกำแพง ที่ให้เค้าปีนป่าย ในบ้านแบบนี้ จะทำให้ลดอุบัติเหตุจากสิ่งที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งเรายังสามารถสร้างมุมเล็กๆ อื่นๆ ให้เค้าสนุกเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : deavita.fr 6.กำแพงสำหรับจิตรกรตัวจิ๋ว ไอเดียสร้างสนามเด็กเล่นนอกจากจะเล่นหินเล่นทรายแล้ว  ก็ปรับพื้นที่มาเป็นกำแพงศิลปะ ให้เค้าได้ออกมาวาดรูปนี้ จะช่วยเสริมทักษะเรื่องของจินตการ ร่วมถึงให้เค้ามีสมาธิ มากขึ้น ที่สำคัญเลย กิจกรรมนี้ดีสำหรับพ่อแม่ เผื่อลูกวาดสวยก็เก็บผลงานนี้ มาอัดใส่กรอบโชว์เก็บไว้ในบ้านได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : http://thislemonyogurt.com/chalk-it-up/ 7.เนินต่างระดับ  สำหรับสนามเด็กเล่นแบบนี้ อาจจะต้องลงทุนขึ้นอีกหน่อย เพราะว่าต้องยกให้พื้นสูงขึ้นมา แต่ทว่า ผลทีไ่ด้รับคุ้มค่า เพราะว่า ทำให้รูปทรงของสนามเด็กเล่นที่ทำงานได้หลายอย่าง จะเล่นสไลด์เดอร์ หรือ จะเล่นปีนเขา ก็ได้ โดยที่ฐานนั้นมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : wilkassm   ไอเดียทำสนามเด็กเล่นเล็กๆ ในสวนข้างบ้าน จากไอเดียทั้งหมดนี้ทีมงาน Reviewyourliving คิดว่าคุณพ่อคุณแม่น่าจะพอมีไอเดียในการทำสนามเด็กเล่นข้างบ้านให้ลูกๆได้แล้ว แต่อย่างไรสร้างเสร็จแล้วต้องมาเล่นกับลูก เพราะสนามเด็กเล่นที่ดีที่สุดคือ ก็คือ " วงแขนของคุณพ่อคุณแม่ " นั้นเอง
ไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน

ไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน

ไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน   ด้วยกว่าจะมีบ้านซักหลังเป็นของตัวเองก็ยากยิ่ง เมื่อมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว ก็อยากจะใช้พื้นที่ให้คุ้มที่สุด คราวนี้พื้นที่ข้างบ้านที่ปกติเราจะปล่อยๆไว้เฉยๆ วันนี้ Reviewyourliving มีไอเดียมานำเสนอ ที่จะทำให้พื้นที่ว่างแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยความสุข ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่สวนข้างบ้านให้กลายเป็น " มุมนั่งเล่นข้างบ้าน " ซึ่งมุมนั่งเล่นแห่งนี้คุณสามารถใช้เป็นพื้นที่ในการออกมาทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ ทั้งนั่งเล่น หรือ จัดปาร์ตี้เล็กๆ ในกลางแจ้ง ซึ่งจะช่วยให้เปลี่ยนบรรยากาศให้คนในบ้านได้ออกมารับลม รับแสงแดด  เชิญชมไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน   1. สวนทางยาว   ขอเริ่มด้วยการออกแบบที่ง่ายที่สุด คือ การจัดสวนให้เป็นแนวลึก จากนั้นนำเก้าอี้ มาจัดวางประกอบ  การออกแบบเน้นสำหรับคนที่ต้องการคตวามง่ายในการสร้าง แต่ความยากน่าจะเป็นการจัดหาต้นไม้ ที่มีลักษณะ ไม่สูงเกินไป เพื่อทำให้สวนของเราดูไม่อึดอัด เมื่อนั่งบนเก้าอี้ ที่วางมีระดับความสูงกว่าสวน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : dwellmedia   2. โต๊ะยาว เรียบง่าย   สำหรับแบบที่ 2 นี้ เป็นการออกแบบที่ไม่ง่ายไม่ยาก คือ คุณต้องทำพื้นระแนงไม้เทียม ขึ่นมา แล้วจัดหาโต๊ะยาว และ เก้าอี้นั่งยาว แล้วตัดด้วยเก้าอี้สดใส เพื่อมาตัดสีให้ดูสนุกขึ้น อีกทั้งการเตรียมผ้าใบสีขาว มาตรึงไว้ที่มุม เพื่อกรองแสง ถือเป็นแบบที่เรียบง่าย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : brit   3. หลังคาต้นไม้ และเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่า   สำหรับพื้นที่นั่งเล่นข้างบ้าน ลักษณะนี้ขอมอบให้ผู้ที่ไม่ชอบความเนี๊ยบ แต่ชอบความเป็นธรรมชาติ ด้วยหลังคาโปร่งใส แล้วปล่อยให้ไม้เลื่อยพันไปจนคลุม ส่วนเก้าอี้ ก็เลือกชุดไม้ที่เก่า แล้วนำเบาะสีสันมาตกแต่ง การออกแบบหลังโปรงใสแบบนี้ ทำให้ตัวบ้านมีแสงส่องเข้ามา แต่ก็ยังกันฝนได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : brit 4. ชุดปาร์ตี้ กลางแจ้ง   มาถึงดีไซน์ของกลุ่มพี่ชื่นชอบปาร์ตี้ เพื่อนเยอะๆ ที่ต้องสูบบุหรี่ หรือ ต้องการปิ้่งย่าง ซึ่งการแบบมุมพักผ่อนนอกบ้านแบบนี้  ทำให้กลิ่นควันต่างๆ ไม่เข้ามาในบ้าน และคุณสามารถทำกิจกรรมปาร์ตี้ได้หลากหลายขึ้น ยิ่งหากทำโซนล้างมือ เอาไว้ด้วยละก็ เรียกว่าครบเครื่อง สามารถล้างอุปกรณ์ ล้างมือ หลังปาร์ตี้ได้เลย ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homedit 5. แบบวินเทจ จิบชาเบาๆ   สำหรับผู้ที่ชอบความสงบ อยากได้มุมนั่งเล่นแบบนั่งเงียบๆ จิบชา ยามเช้า ต้องการความเป็นส่วนตัว ต้องสไตล์นี้แน่นอน ซึ่งการออกแบบจะสำคัญที่การเลือกเฟอร์นิเจอร์ และ ต้นไม้ กระถางต้นไม้ ที่จะต้องให้กลมกลืนกันมากที่สุด   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : inspirationsdeco.blogspot.fr 6. มุมเล็กที่ครบทุกฟังค์ชั่น   สำหรับการออกแบบนี้ ขอเรียกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความครบ เพราะยอมแบ่งครึ่งนึง เป็นสนามหญ้า ให้พื้นที่สีเขียว แล้วจัดอีกครึ่งเป็นที่นั่งเล่น พร้อมทั้งจะมีที่ล้างจาน ซึ่งหากมองแล้วจะพบว่า คนส่วนใหญ่จะชอบแบบนี้ เพราะมีทุกอย่างครบถ้วนเลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rosienottage.com 7. จัดเพื่อคืนที่แสนโรแมนติก   สำหรับผู้ใช้ชีวิตกลางวันอยู่ในออฟฟิต กว่าจะเข้าบ้านก็ดึกดื่น ดังนั้นการเลือกตกแต่งมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน ให้เป็นมุมโรแมนติก ตอนกลางคืน ก็คุ้มมาก ด้วยการเน้นการใช้หลอดไฟสีส้ม ประดับ ร้อยไปกับมุมในบ้าน และ ต้นไม้  แล้วจัดเฟอร์นิเจอร์ไม้ต่างๆ เอาไว้ เรียกว่า กลับบ้านมา่เปิดไฟในสวนไว้ อยากจะนั่งเล่นจนเช้าเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : archdigest 8. มุมกิจกรรมเบาๆ   การออกแบบนี้สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการมีรายละเอียดเยอะมากชอบความเรียบๆ ดูแลง่ายๆ  ต้นไม้ไม่เยอะ แต่เน้นมีพื้นกลางไว้ แต่รอบล้อมด้วยเก้าอี้ไม้ยาว เพื่อให้บริเวณกว้างนี้ไว้สำหรับไว้นั่งเล่นกับลูกๆ หรือ กับสัตว์เลี้ยง กลางแจ้งได้ ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rhsblog.co.uk   ไอเดียจัดมุมนั่งเล่น ข้างบ้าน   และนี้ก็คือไอเดียทั้งหมดที่ ทีมงาน reviewyourliving นำมาเสนอให้คุณได้ลองเลือก ไปจัดมุมนั่งข้างบ้านกัน แม้นพื้นที่ไม่เยอะๆ แต่คุณก็สามารถเติมความสุขได้มากได้เช่นกัน
ไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ สำหรับสาวออฟฟิศที่มีชีวิตที่แสนจะรีบเร่งในแต่ละวัน การจัดตกแต่งห้องก็ควรจัดให้สามารถหยิบจับทำอะไรได้ง่ายๆ และแบ่งพื้นที่ใช้สอยเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน เรามาดูไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศกันเลยค่ะ   1.มุมโต๊ะทำงาน สำหรับสาวๆ ที่พกงานกลับมาทำที่บ้านด้วย หากเดิมเอาโน้ตบุ๊คหรือเอกสารมาทำบนที่นอนล่ะก็ ขอบอกว่าให้รีบจัดมุมทำงานโดยเฉพาะจะดีกว่า เพราะจะช่วยให้ทำงานได้คล่องยิ่งขึ้น และท่าในการนั่งทำงานก็ยังจะทำให้ไม่ปวดเมื่อยตามตัวอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : 99-homedecorpictures.us การวางตำแหน่งของโต๊ะทำงาน สาวๆ ควรหันหน้าเข้าหน้าต่าง เพราะนอกจากแสงสว่างที่ส่องเข้ามาแล้ว แน่นอนว่าหากนั่งหันหลังให้หน้าต่างแสงจะสะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจทำให้การทำงานไม่สะดวกได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : blog.scotchtape.ca บนโต๊ะทำงานให้วางแต่ของที่จำเป็น ใช้บ่อย เช่น เครื่องเขียน สมุด หนังสือ อาจมีโคมไฟเล็กๆ ไว้ช่วยทำงานในยามดึกได้ บนโต๊ะทำงานของอาจจะเยอะ แต่ที่สำคัญ อย่าให้พื้นที่นี้รกเด็ดขาด ควรจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : camillestyles ตกแต่งมุมโต๊ะทำงานด้วยสิ่งที่สาวๆ ชอบ เช่น ตัวการ์ตูนสุดโปรด ต้นไม้ โทนสีที่ชอบ เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับสาวๆ ระหว่างที่นั่งทำงาน ซึ่งสาวๆ สามารถสร้างมุมนี้ให้เป็นมุมสุดโปรดตามสไตล์ของตัวเองได้อีกด้วย 2.ชั้นวางของแบบติดผนัง เชื่อว่าสาวออฟฟิศเกือบทุกคนต้องมีของกระจุกกระจิกเต็มห้องไปหมด เรามีไอเดียมานำเสนอ ให้ลองคัดเลือกเฉพาะสิ่งของที่ต้องใช้เป็นประจำทุกวันแล้วนำมาวางบนชั้นติดผนังดูสิ ช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องไปหาของจากแต่ละที่ และยิ่งตอนนี้ ชั้นวางของมีหลายขนาด หลายรูปทรง ลองเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ของผนัง แล้วเอามาแต่งห้องดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : reusero.com ผนังโล่งๆ สามารถนำมาประยุกต์ให้เป็นที่วางของได้อย่างดี แค่เลือกแบบและขนาดที่พอเหมาะกับพื้นที่ห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stilettobeats ทุกๆ เช้าก่อนออกจากบ้าน เครื่องประดับ กระเป๋า ต่างต้องถูกหยิบใช้ในทุกๆ วัน จะดีแค่ไหนถ้าเราจัดวางไว้บนชั้นที่หยิบได้สะดวก 3.บอร์ดกันลืม เคยไหมที่ เมื่อออกจากบ้านมาแล้ว พึ่งรู้ว่าลืมบิลค่าไฟ ลืมวันสำคัญต่างๆ เพราะว่าสาวออฟฟิศต่างก็มีภาระในการที่ต้องจำหลายสิ่งหลายอย่าง เพียงแค่ทำบอร์ดกันลืมติดไว้ว่าวันไหนต้องทำอะไรบ้าง และ ทุกๆ เช้าก่อนออกจากบ้านก็อย่าลืมดูที่บอร์ดนี้กันล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com โน้ตต่างๆ หรือเอกสารที่สำคัญๆ ก็ให้นำมารวบไว้ที่บอร์ดนี้บอร์ดเดียว เรียกว่าเป็นพื้นที่ในการช่วยเตือนความจำเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : idecz.com หรือจะใช้เป็นตะแกรง เชือกขึงกับผนังห้อง แล้วใช้ไม้หนีบน่ารักๆ มาหนีบโน้ตต่างๆ ไว้ก็ได้นะ 4.กระจกเงา ไอเทมที่ขาดไม่ได้ของสาวๆ ก่อนออกไปไหน ต้องหมุนตัวแล้วส่องดูความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกจากบ้าน ส่วนใหญ่อาจจะมีอยู่แล้วในห้องน้ำ แต่อย่าลืมไปว่าเวลาที่เราแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม ดูภาพรวม ถ้าเรามีกระจกเงาประจำห้อง เราก็ไม่ต้องวิ่งเข้า-ออกห้องน้ำให้เสียเวลาแถมยังช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : thesnug.com เป็นอีกหนึ่งไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ เพียงเลือกใช้กระจกเงาบานยาว เพื่อส่องเช็คความเรียบร้อยได้ทั้งตัว ก่อนออกจากบ้านทุกเช้า   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bonitaglassshoppe.com อาจเลือกใช้ตู้เสื้อผ้า หรือบานประตูแบบเป็นกระจก เพื่อประหยัดพื้นที่ในการวางกระจกเงา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : visaomaterna.com.br หากจะติดกระจกเงาที่ผนัง แนะนำไอเดียในการแปลงให้เป็นตู้ใส่เครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพื่อให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าที่สุด 5. Walk-in Closet เสื้อผ้าใส่ไปทำงานก็เยอะ ใส่เล่นก็เยอะ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ไหนจะรองเท้า หมวก กระเป๋าอีก จะเอาไปเก็บไว้ตรงไหนหมดละเนี่ย สาวๆ คงจะมีคำถามแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง วิธีการแก้ก็คือให้เลือกตกแต่งห้องโดยจัดแบ่งพื้นที่ทำเป็น Walk-in Closet โดยเฉพาะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homedecor0079 ความฝันของสาวๆ หลายคนที่อยากมีห้องแต่งตัวเป็นของตัวเอง และอาจต้องอยู่ในห้องนี้เป็นเวลานาน สาวๆ อาจจะติดแอร์เพิ่มเติมหรือว่าหากระจกที่ส่องทั้งตัวมาไว้ในห้องนี้ก็ได้อย่ารอช้า รีบไปเนรมิตห้องแต่งตัวในฝันกันเถอะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homegoods หากพื้นที่ไม่พอที่จะกั้นเป็นห้องแต่งตัวห้องหนึ่งไปเลย ก็เพียงแค่จัดสรรมุมหนึ่งของห้อง สำหรับไว้แต่งตัวโดยเฉพาะ แต่เพียงต้องหาอุปกรณ์จัดเก็บของให้เป็นระเบียบ     เชื่อว่าสาวออฟฟิศหลายคนที่ยุ่งมากในแต่ละวัน ก็อยากจะมีห้องนอนที่มีมุมทำงาน มุมแต่งตัว มุมพักผ่อน อยู่รวมในห้องเดียวกัน หวังว่า ไอเดียแต่งห้องสไตล์สาวออฟฟิศ จะช่วยให้สาวๆ หลายคนได้เนรมิตห้องได้ตามความฝัน เพียงแค่หามุมพื้นที่ใช้สอยหลักๆ จัดให้เป็นสัดส่วน และตกแต่งตามสไตล์ที่ชอบ ให้เป็นมุมน่ารักๆ บ่งบอกความเป็นตัวเอง เท่านี้นอกจากเวลาที่อยู่ออฟฟิศ เมื่อกลับมาบ้านก็คงต้องใช้เวลาไปกับการอยู่ในห้องนี้อย่างแน่นอน
อพาร์ทเม้นท์หน้าตาแปลก ออกแบบโดยใช้ทิศทางของแสง

อพาร์ทเม้นท์หน้าตาแปลก ออกแบบโดยใช้ทิศทางของแสง

แม้สิ่งอำนวยความสะดวกของอพาร์ทเม้นท์นั้น ๆ จะจัดอยู่ในเกรดที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า รูปลักษณ์ภายนอกก็มีส่วนต่อการตัดสินใจของผู้พักอาศัยพอสมควร ดังนั้นการออกแบบภายนอกก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการตกแต่งภายในเลย และจะยิ่งดึงดูดความสนใจมากขึ้นเมื่อการออกแบบนั้นมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง สามารถจดจำได้ง่าย อย่างเช่น อพาร์ทเม้นท์ ที่ออกแบบโดย Nice Architects ซึ่งรูปร่างหน้าตาอาจจะแปลกตาสักหน่อย แต่ก็มีแนวคิดในการออกแบบที่ดีทีเดียว เป้าหมายหลักของการออกแบบอพาร์ทเม้นท์ 4 ชั้นแห่งนี้ คือการทำให้ตัวอาคารโดดเด่นขึ้นมาจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ผนังด้านที่ติดกับถนนถูกตกแต่งด้วยบล็อกระเบียงที่ยื่นออกมาจากตัวตึกสลับกับหน้าต่างกระจกแบบธรรมดาเรียบติดไปกับผนังของตัวอาคารสีขาวล้วน โดยแต่ละห้องดูแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ส่วนที่เป็นระเบียงยื่นออกมานั้นก็ไม่ได้ก็ไม่ได้บดบังแสงจากธรรมชาติแต่อย่างใด อีกทั้งยังช่วยสร้างร่มเงาสกัดความร้อนแรงของแสงแดดให้กับห้องที่อยู่รอบข้างอีกด้วย เพราะถูกออกแบบลักษณะของบล็อกโดยคำนวณจากทิศทางของแสง ในขณะเดียวกันการออกแบบดังกล่าวยังช่วยสร้างมิติที่หลากหลาย นอกจากนี้แล้วบล็อกระเบียงที่ว่านี้ก็ยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันเสียงรบกวนจากรถราบนท้องถนน ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มเป็นส่วนตัวจากสายตาของคนที่สัญจรผ่านไปมาด้านนอก แถมยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่พักอาศัยออกมาชมบรรยากาศด้านนอกได้ตลอด แม้ในวันที่อากาศจะไม่ค่อยเป็นใจ เป็นอีกหนึ่งไอเดียสร้างอพาร์ทเม้นท์เจ๋ง ๆ ที่คนอยากมีอพาร์ทเม้นท์ให้เช่าน่าเอาไปเป็นไอเดียจ้า
ไอเดียแต่งระเบียงคอนโดเก๋ๆด้วยหญ้าเทียม

ไอเดียแต่งระเบียงคอนโดเก๋ๆด้วยหญ้าเทียม

เพราะการขนดินขึ้นไปปลูกสวนบนระเบียงคอนโดฯอาจฟังดูยากไปสักหน่อย แถมการดูแลสวนจริงๆจังๆ ก็คงไม่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนคอนโดฯ เท่าไหร่ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์เลยอยากเสนอไอเดียแต่งสวนบนระเบียงให้สวย ด้วยหญ้าเทียมกันบ้าง บอกเลยว่านี่แหละ คือคำตอบที่ต้องตรงใจคนอยู่คอนโดฯที่รักธรรมชาติแน่ๆ     เพราะการนำหญ้าเทียมไปติดตั้งบริเวณระเบียงคอนโดฯ นั้นทำได้ง่ายสุดๆ คือเอาไปปูได้เลย ไม่ต้องมีวัสดุอะไรรองก่อน แต่ถ้าอยากให้แน่นหนา ก็อาจลงกาวยึดไว้สักนิด ทั้งนี้คุณสมบัติเด่นของหญ้าเทียมคือ ไม่อมน้ำ ทำความสะอาดง่าย โดยสามารถฉีดน้ำล้างหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดทำความสะอาดได้เลย แถมปัจจุบันก็มีดีไซน์ให้เลือกค่อนข้างเยอะ แบบที่เหมือนหญ้าจริงมากๆก็มี   โดยเมื่อปูหญ้าเทียมเรียบร้อยแล้ว ก็แค่หากระถางต้นไม้หรือของประดับเพิ่มสักหน่อย และถ้าอยากได้มุมไว้พักผ่อนชิลล์ๆด้วยล่ะก็ เพียงหาชุดโต๊ะเก้าอี้สำหรับการใช้งานเอ้าท์ดอร์ ที่ทนแดด ทนลม ทนฝนมาตั้งไว้ เท่านี้ก็มีมุมสวนเล็กๆ ที่แสนจะดูแลง่ายไว้บนระเบียงคอนโดฯ เอื้อให้คุณพักผ่อนได้ทุกวัน     ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.lh.co.th/content          
“เอสซีจี” ผู้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง เผยแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์รูปแบบใหม่ สวย เท่ มีสไตล์ ด้วยซีเมนต์บอร์ดและไม้ตกแต่ง

“เอสซีจี” ผู้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง เผยแรงบันดาลใจในการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์รูปแบบใหม่ สวย เท่ มีสไตล์ ด้วยซีเมนต์บอร์ดและไม้ตกแต่ง

หากพูดถึง “สไตล์ลอฟท์” หลายคนคงนึกถึงสไตล์การตกแต่งที่โชว์งานโครงสร้างและพื้นผิววัสดุอย่างโครงเหล็ก ท่อ ปูนเปลือย หรือไม้ ที่เน้นการตกแต่งแบบเรียบง่าย สื่อสารแบบตรงไปตรงมาด้วยผิววัสดุที่ไม่มีอะไรเติมแต่ง แต่สวย เท่ มีสไตล์ และทันสมัย จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันลอฟท์จะเป็นสไตล์ที่ใครๆ ต่างหลงใหล และถูกนำไปใช้ตกแต่งกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะพื้นที่ในการใช้ไลฟ์สไตล์เพื่อการพักผ่อนที่ต้องการบรรยากาศผ่อนคลายและปลอดโปร่ง อย่างร้านกาแฟ ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ท รวมไปถึงบ้านและคอนโด “เอสซีจี” จึงขอแนะนำการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์รูปแบบใหม่ ด้วยซีเมนต์บอร์ดและไม้ตกแต่ง ที่จะมาสร้างมิติและเติมเสน่ห์ของงานลอฟท์ให้สมบูรณ์และง่ายขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่เจ้าของบ้าน คุณวัชราภรณ์ เดชาเสถียร สถาปนิก จากเอสซีจี กล่าวว่า สไตล์ลอฟท์ เดิมในต่างประเทศมีพื้นฐานมาจากการดัดแปลงโรงงานอุตสาหกรรมมาเป็นที่พักอาศัย การแต่งบ้านสไตล์นี้จึงเน้นโชว์ความเป็นเรียลลิตี้ โชว์เสน่ห์ของงานโครงสร้าง และผิววัสดุที่ไม่มีการแต่งเติม เช่น ผนังปูนเปลือย อิฐ ไม้ เหล็ก และท่อ เป็นต้น จากเดิมที่เทรนด์การตกแต่งสไตล์ลอฟท์ในไทยมักจะจำกัดอยู่ในแวดวงร้านอาหาร ร้านกาแฟ รีสอร์ตหรือสถานที่อื่นๆ ที่เป็นเธิร์ดเพลส (Third Place) แต่ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าคนไทยเริ่มหันมาสนใจนำการตกแต่งในสไตล์ลอฟท์มาเสริมความเท่ให้กับที่อยู่อาศัยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง ชื่นชอบความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ทั้งนี้ด้วยความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นของการตกแต่งสไตล์ลอฟท์ ทำให้ปัจจุบันมีนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างใหม่ๆ ที่สามารถนำมาใช้ทดแทนวัสดุดั้งเดิม และนำมาสร้างเอกลักษณ์ให้กับการตกแต่งสไตล์ลอฟท์ อาทิ แผ่นซีเมนต์บอร์ดที่ผลิตจากเทคโนโลยีการผลิตแบบพิเศษ ทำให้มีพื้นผิวหน้าสวยเหมือนปูนเปลือย ไม้ตกแต่งไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่สามารถใช้เป็นวัสดุตกแต่งทดแทนไม้จริงและเหล็ก ทั้งยังคงความสวยงาม แข็งแรง ทนทาน ติดตั้งง่ายเหมาะกับการก่อสร้างในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว แต่ยังคงเสน่ห์ของความเป็นลอฟท์ รวมถึงใช้ได้ทั้งกับงานรีโนเวทและงานก่อสร้างใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกให้เจ้าของบ้านสามารถสร้างสรรค์สไตล์ลอฟท์ได้ในแบบของตัวเองได้ง่าย สะดวก รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ดังนั้น “เอสซีจี” จึงแนะนำการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ด้วยซีเมนต์บอร์ด เอสซีจี ไม้ตกแต่งผนัง รุ่นโมดิน่า  และไม้ตกแต่ง เอสซีจี รุ่นซี-ชาแนล โดยเริ่มจาก การตกแต่งภายในบ้านสไตล์ลอฟท์ นิยมจัดพื้นที่ใช้สอยแบบเปิดโล่ง โปร่ง ไม่มีฝ้า เน้นโทนสีขาว เทา ดำ น้ำตาล หรือสีพื้นดั้งเดิมของวัสดุ สำหรับการตกแต่งส่วนต่างๆ มีข้อแนะนำดังนี้ แผ่นซีเมนต์บอร์ด เอสซีจี ไม้ตกแต่งผนัง เอสซีจี รุ่นโมดิน่า ไม้ตกแต่ง เอสซีจี รุ่น ซี-ชาแนล ผนังภายใน ใช้แผ่นซีเมนต์บอร์ด เอสซีจี ติดตั้งเป็นผนังแทนการฉาบปูน ซึ่งจะให้ผิวที่สวย เนียนเรียบ ให้สัมผัสคล้ายปูนซีเมนต์หรือผนังปูนเปลือย ด้วยการผลิตจากเทคโนโลยีการผลิตแบบพิเศษเฉพาะของเอสซีจี รวมถึงสามารถดีไซน์การติดตั้งแผ่นได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน หรือนำไปตัดเป็นแพทเทิร์นที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ไม้ตกแต่งผนัง เอสซีจี รุ่นโมดิน่า ที่มีเทคโนโลยีX-Trusion มาเติมลูกเล่นให้ผนังดูมีมิติมากขึ้น โดยมักใช้กับผนังที่ต้องการเน้นให้โดดเด่นขึ้น เช่น หัวเตียง หลังโซฟา เป็นต้น พื้น อาจใช้พื้นปูน หรือปูด้วยไม้จริง แต่ปัจจุบันสามารถนำแผ่นซีเมนต์บอร์ดมาปูเป็นพื้นได้อีกทางเลือกหนึ่ง เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน และให้กลิ่นอายลอฟท์ได้เช่นเดียวกัน ทั้งยังสามารถตัดติดตั้งในแนวที่ต่างกันเกิดเป็นลวดลายที่เสริมความโดดเด่นให้มุมใดมุมหนึ่งของห้องได้อีกด้วย เฟอร์นิเจอร์ สไตล์ลอฟท์นิยมใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เคลื่อนย้ายได้สะดวก จึงสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้ตลอดเวลาลักษณะของเฟอร์นิเจอร์จะเป็นแบบเรียบๆ วัสดุส่วนใหญ่จะทำจากไม้ หนัง หรือเหล็ก หรือประยุกต์ใช้แผ่นซีเมนต์บอร์ดมาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจ แสง บ้านสไตล์ลอฟต์มักเน้นการเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็นิยมใช้โคมไฟที่มีโทนแสงอบอุ่น มาตกแต่งในจุดสำคัญๆ เช่น โต๊ะรับประทานอาหาร หัวเตียง โคมไฟตั้งพื้นบริเวณห้องนั่งเล่น เป็นต้น สำหรับ การตกแต่งภายนอกบ้านสไตล์ลอฟท์ นอกจากจะเป็นมุมพักผ่อนให้กับคนในบ้าน ยังช่วยเพิ่มบรรยากาศและกลิ่นอายความเป็นลอฟท์ รวมถึงช่วยให้บ้านสดชื่น ดูมีชีวิตชีวา แต่ยังคงความเท่ในแบบลอฟท์ ผนังภายนอก แนะนำให้ใช้วัสดุที่ทนทานทั้งแดด ลม และฝน เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษา ดังนั้นในส่วนของผนังภายนอกจึงแนะนำให้ใช้การผสมผสานระหว่างปูนและไม้ตกแต่งผนังที่เป็นไม้สังเคราะห์ เอสซีจี รุ่นโมดิน่า เพื่อสร้างมิติให้กับผนัง อาจใช้การทาสีย้อมไม้เปลี่ยนจากสีซีเมนต์เป็นสีไม้เสมือนจริงเพื่อเพิ่มสีสันให้กับผนังได้อีกทางหนึ่ง ระเบียงและเชิงชาย พื้นระเบียงอาจใช้พื้นปูน หรือติดตั้งด้วยไม้พื้นไฟเบอร์ซีเมนต์ เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องโดนแดดและฝน จึงไม่เหมาะกับการใช้ไม้จริง ทั้งยังแต่งเติมด้วยไม้ตกแต่ง เอสซีจี รุ่นซี-ชาแนล วัสดุตกแต่ง ที่ใช้ทดแทนรูปลักษณ์ของเหล็กตัวซี ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา จึงสามารถใช้ได้ทั้งเชิงชายหรือเป็นไม้ตกแต่งเสา คาน หรือผนัง ไอเดียแต่งสวน ด้วยความเท่ของสไตล์ลอฟท์อาจทำให้บ้านดูแข็ง การตกแต่งสวนรอบบ้านนอกจากจะช่วยให้ดูสดชื่นแล้วยังช่วยเพิ่มมุมที่สดชื่นให้กับบ้านด้วย โดยต้นไม้ที่นิยมปลูก ได้แก่ ไม้เลื้อย ไม้กระถางแขวน เป็นต้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอื่นๆ สามารถตกแต่งด้วย หิน หนังและไม้ทุกประเภท สไตล์ลอฟท์ เป็นอีกหนึ่งสไตล์การตกแต่งบ้านที่ตอบโจทย์เจ้าของบ้านที่ต้องการแรงบันดาลใจใหม่ๆ ไม่ซ้ำใคร ด้วยรูปแบบของการโชว์เนื้อแท้ของวัสดุ หลายคนอาจมองว่าการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์เหมือนบ้านที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ในความไม่สมบูรณ์ คือเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่ทำให้สไตล์ลอฟท์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นข้อแนะนำข้างต้น จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ที่เหมาะกับยุคใหม่ เพราะนอกจากจะตกแต่งได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วแล้ว ยังคงความสวย เท่ มีสไตล์ ในแบบลอฟท์ได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอสซีจี คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร. 02-586-2222
ตกแต่งทาวน์โฮม 2 ชั้น อบอุ่น เรียบง่าย สบายจนไม่อยากออกไปไหน

ตกแต่งทาวน์โฮม 2 ชั้น อบอุ่น เรียบง่าย สบายจนไม่อยากออกไปไหน

ตกแต่งบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ไอเดียตกแต่งทาวน์โฮมแบบเรียบง่าย ดูดี บรรยากาศอบอุ่นเหมือนอยู่กับครอบครัว และรู้สึกสบายจนไม่อยากจะออกไปเที่ยวที่ไหนเลย อากาศร้อน ๆ แบบนี้คงมีแต่คนอยากออกไปเที่ยวคลายร้อน แต่เชื่อหรือไม่ว่าการตกแต่งบ้านสวย ๆ ทำให้คุณรู้สึกไม่อยากออกไปไหนได้ อย่างเช่นไอเดียตกแต่งทาวน์โฮม 2 ชั้นของ คุณ suneobar สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่สามารถทำให้บ้านทาวน์โฮม 2 ชั้นหลังนี้ดูอบอุ่น สบายตา สบายใจ จนแทบไม่อยากจะออกไปเที่ยวนอกบ้านเลย Review: ตกแต่งทาวน์โฮมให้โฮมมี่ โดย คุณ suneobar ตอนนี้อยู่มาได้ 4 เดือนแล้วครับ ยังแก้ไขอะไรโน่นนั่นนี่ไปเรื่อย ๆ (หมามียังชีวิตนะครับ ไม่ใช่หมาปลอม 555) เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ -  หน้าบ้านที่ใส่สีเขียวเข้าไปเพื่อทำให้บรรยากาศของทาวน์โฮมมีความอบอุ่นมากขึ้น -  เมื่อเข้ามาก็จะพบตู้รองเท้า ชั้นวางกระเป๋า และภาพเจ้าของบ้าน -  ส่วนของห้องนั่งเล่น -  และกั้นบริเวณของห้องนั่งเล่นกับห้องกินข้าวด้วยตู้วางของและชั้นวางทีวี -  ส่วนของห้องกินข้าว -  เมื่อมองออกไปจะเจอต้นไทรเกาหลีและไฮเดรนเยีย เพื่อกั้นที่ซักล้างให้ดูเป็นสัดส่วนและสบายตา -  ห้องครัวครับ -  ต่อไปจะเป็นห้องนอนใหญ่ -  ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้เสื้อผ้าหน้าบานกระจก -  ห้องนอนเล็กครับ - ขอบคุณสำหรับการรับชมครับ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ suneobar สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม home.kapook.com  
จัดสวนบาหลีในบ้าน 7 ไอเดียจัดสวนสำหรับเมืองร้อน

จัดสวนบาหลีในบ้าน 7 ไอเดียจัดสวนสำหรับเมืองร้อน

อยากจัดสวนบาหลีในบ้านด้วยตัวเอง มาดูไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านกัน พร้อมแนะนำพรรณไม้สำหรับจัดสวนบาหลี ที่เหมาะกับอากาศเมืองร้อน อยากรู้ว่ามีวิธีจัดสวนบาหลีอย่างไรบ้าง ตามไปชมกันครับ สวนบาหลีเป็นหนึ่งในสไตล์การจัดสวนยอดนิยม โดยเฉพาะแถบพื้นที่เมืองร้อนอย่างบ้านเรา เนื่องจากสวนสไตล์บาหลีเป็นการจัดสวนที่มีการนำวัฒนธรรมท้องถิ่น สภาพอากาศ และธรรมชาติมาปรับสมดุลให้เข้ากันอย่างลงตัว เอาเป็นว่าใครที่กำลังมองหาไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านด้วยตัวเองอยู่ ก็ตามไปชมไอเดียจัดสวนบาหลีที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เลย 1. มีไม้ประดับให้ร่มเงา พรรณไม้จัดสวนบาหลีควรเป็นไม้เมืองร้อนที่ทนร้อนและทนแล้งได้ดี ซึ่งพรรณไม้ที่นิยมนำมาแต่งสวนบาหลีนั้นได้แก่ ไม้น้ำ ไม้เลื้อย และไม้ยืนที่ให้ร่มเงา ซึ่งพรรณไม้ที่นิยมนำมาแต่งสวนสไตล์บาหลี ได้แก่ ต้นปาล์ม, ต้นบอน, สับปะรดสี, ดราแคนน่า, ฟิโลเดนดรอน, กล้วยพัด และเฟิร์น 2. ตกแต่งด้วยสีสันของไม้ดอก ในการจัดสวนบาหลีนอกจากจะมีพรรณไม้ให้ร่มเงาแล้ว ควรจะแต่งแต้มความสดใสด้วยสีสันสวยงามของไม้ดอกด้วย ซึ่งไม้ดอกที่นิยมนำมาจัดสวนบาหลีเป็นดอกไม้ที่มีสีสันจัดจ้านและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ลีลาวดี, ชบา,  เบิร์ดออฟ พาราไดซ์ (ปักษาสวรรค์), บัว, ชวนชม, เฮลิโคเนีย (ธรรมรักษา) และกล้วยไม้ 3. เน้นใช้วัสดุธรรมชาติ นอกจากความเขียวขจีของพรรณไม้ที่สำคัญกับสวนบาหลีแล้ว ในรายละเอียดของการตกแต่งก็สำคัญไม่แพ้กัน หากอยากให้ใกล้เคียงกับความเป็นบาหลีมากขึ้น ควรจะตกแต่งด้วยของตกแต่งที่ทำมาจากธรรมชาติหรือทำเลียนแบบธรรมชาติ เช่น บุผนังรอบสวนด้วยไม้ไผ่ ใช้ใบจากมุงหลังคาศาลานั่งเล่น โรยทางเดินด้วยหินหรือตกแต่งทางเดินด้วยกระเบื้องหินเลียนแบบลายจากธรรมชาติ 4. สร้างชีวิตชีวาด้วยบ่อน้ำ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้สวนดูสดชื่น ผ่อนคลาย มีชีวิตชีวา และดูร่มเย็น เหมาะกับการเป็นสถานที่พักผ่อนอย่างแท้จริง ดังนั้นควรมีที่สำหรับทำบ่อปลา บ่อน้ำเล็ก หรือน้ำพุในมุมเล็ก ๆ ให้มีเสียงน้ำเคลื่อนไหวอยู่รอบ ๆ ด้วย 5. มีศาลาไว้พักกาย ศาลาสำหรับพักผ่อนที่เข้ากับธีมสวนบาหลี เห็นทีคงหนีไม่พ้นศาลามุงใบจาก ศาลาไม้ไผ่ หรือศาลาไม้สวย ๆ สักหลัง แต่ถ้าหากบริเวณบ้านมีพื้นที่น้อย อาจจะเปลี่ยนจากการนำศาลามาตกแต่งสวน เป็นการนำโต๊ะ-เก้าอี้ชุดเล็ก ๆ ที่ทำจากไม้มาวางไว้นั่งเล่นกับคนในครอบครัวแทนก็ได้ครับ 6. เพิ่มกลิ่นอายบาหลีด้วยรูปปั้นหินสลัก รูปปั้นหินสลักเป็นอีกหนึ่งของตกแต่งสวน ที่จะทำให้สวนของคุณมีกลิ่นอายของความเป็นบาหลีมากขึ้น ซึ่งรูปปั้นหินสลักที่นิยมทำมาใช้ส่วนใหญ่ ได้แก่ รูปปั้นหินสลักหน้าคนและสัตว์ หรือเทพในตำนานต่าง ๆ เป็นต้น 7. เครื่องหอมสร้างความผ่อนคลาย ถ้าใครสนใจอยากเพิ่มมิติใหม่ให้กับการพักผ่อนในสวนแบบบาหลีอย่างเต็มที่ บรรดาเครื่องหอมช่วยคุณได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นธูปหอมกำยาน น้ำมันหอมระเหย หรือถุงบุหงา ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นครับ คงเห็นกันแล้วใช่ไหมครับว่าการจัดสวนสไตล์บาหลีนั้นไม่ยากจริง ๆ เพียงแค่ทำตามไอเดียจัดสวนบาหลีในบ้านเหล่านี้ สวนในบ้านของคุณก็จะกลายเป็นสวนสวย ๆ ที่มีกลิ่นอายความเป็นบาหลีขึ้นมาทันที ถ้าติดใจสวนสไตล์นี้ก็ลองนำไอเดียไปใช้กันดูนะครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com, homeimprovementpages, calyx, thaihomegarden และ decorreport  
15 ไอเดียตกแต่งห้องนั่งเล่นแจ่มๆ ใช้ได้ทั้งบ้านและคอนโด!

15 ไอเดียตกแต่งห้องนั่งเล่นแจ่มๆ ใช้ได้ทั้งบ้านและคอนโด!

สารพัดไอเดียตกแต่งห้องนั่งเล่นที่มาแรงและสามารถปรับใช้ได้ทั้งบ้านและคอนโด ถ้าอยากรู้แล้วว่าจะมีไอเดียอะไรบ้างนั้นต้องไปดูกันเลยดีกว่าครับ เบื่อกันแล้วหรือยังกับการนั่งพักผ่อนในมุมเดิม ๆ บรรยากาศห้องนั่งเล่นเดิม ๆ ในบ้าน เพราะถ้าอดรนทนไม่ไหวแล้วละก็ วันนี้จึงมี 15 ไอเดียตกแต่งห้องนั่งเล่นมาให้ได้ดูกันให้รู้ไปเลยว่ายังมีสไตล์การตกแต่งห้องนั่งเล่นอีกมากมายที่นอกเหนือจากโซฟาธรรมดากับโต๊ะกาแฟแสนเชย รอให้เราลองไปสัมผัสและหยิบมาใช้งานอยู่ครับ แล้วจะรู้ว่าห้องนั่งเล่นที่เปลี่ยนไปก็ช่วยสร้างอะไรใหม่ ๆ ให้เราได้เหมือนกัน ภาพจาก hilaryrobertson 1. บรรยากาศหวาน ๆ แต่ไม่เลี่ยน ข้อแรกก็ขอเอาใจสาวหวานที่รักการแต่งบ้านกันหน่อย กระแสการตกแต่งบ้านแบบนี้ต้องเปิดรับแสงแดดจากธรรมชาติให้สาดส่องเข้ามาภายใน เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูหรูหราแต่แอบซ่อนรายละเอียดของความหวานด้วยของตกแต่งที่มีโทนชมพู ลายดอกไม้ วัสดุเมทัลลิก และโคมไฟแชนเดอเลีย ถ้าไม่อยากให้ดูเลี่ยนอาจหาของตกแต่งสีดำมาทอนความหวาน หรือเลือกโทนสีชมพูหม่น ๆ แทนสีชมพูสด ภาพจาก theeverygirl 2. เรียบง่ายตามสไตล์มินิมอลและฮิปสเตอร์ แม้ว่าการแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์มินิมอลและฮิปสเตอร์จะดูเรียบง่ายไม่มีรายละเอียดซับซ้อนอะไร แต่จะต้องยึดหลัก Less is More เสาเอกของสไตล์ทั้งหมด นั่นก็คือการใช้สิ่งของธรรมดาแต่มีผลทางใจเมื่อยามแรกเห็น ดังนั้นเทรนด์นี้จึงเน้นการตกแต่งไปที่การเลือกเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายไม่มีสีสันฉูดฉาดและมีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบทั่ว ๆ ไป ดึงดูดใจด้วยของอย่างแจกันหรือโคมเมทัลลิกโทนพิงค์โกลด์ และประดับด้วยต้นไม้เล็ก ๆ สัก 1-2 ต้นก็เพียงพอแล้ว ภาพจาก lantliv 3. ต้องมนตร์เสน่ห์แห่งความอ่อนโยนสไตล์คอทเทจ จริง ๆ แล้วการแต่งห้องนั่งในสไตล์คอทเทจนั้นไม่ยาก เพียงแค่ลดบรรทัดฐานของดีไซเนอร์ลงเล็กน้อยและเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่หรูหรามากนักอย่างเช่น ไม้และผ้า เน้นโทนสีเทาอ่อนผสมกับโทนสีพาสเทลที่ดูแล้วสบายตา เพิ่มความอ่อนโยนด้วยไม้ดอกเพื่อให้เข้าถึงสไตล์คอทเทจได้อย่างง่าย ๆ ภาพจาก cushandnooks 4. ผสานความหรูหรากับธรรมชาติ รับรองได้เลยว่าการตกแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์หรูหราแต่เรียบง่ายแบบนี้ต้องโดนใจคนรุ่นใหม่อย่างแน่นอน เพราะเทรนด์นี้จะมุ่งเน้นการแต่งด้วยโทนธรรมชาติของต้นไม้ โทนสีคลาสสิก และเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายแต่แอบซ่อนความหรูหราเข้าไปในวัสดุบ้าง เช่น ตกแต่งด้วยสีทองเพื่อคงความมีระดับเอาไว้ ภาพจาก apartmentstori 5. ใช้ธรรมชาติเป็นแรงบันดาลใจ เรียกได้ว่าเป็นสไตล์ที่เก็บเอาความทรงจำอันสวยงามในธรรมชาติอย่างเช่น แสงแดด แม่น้ำ และมนตร์เสน่ห์ที่โดดเด่นของธรรมชาติเข้ามาไว้ด้วยอย่างลงตัว รูปแบบการดีไซน์จะค่อนข้างเรียบหรูแบบธรรมดา แต่จะดึงดูดสายตาด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวอย่างเช่น ไม้ที่มีลักษณะโค้งมน โต๊ะโลหะทรงเหลี่ยม โซฟาผ้า โคมไฟดวงเล็ก ผลงานศิลปะทางวัฒนธรรม และโทนสีน้ำตาลอ่อน สีฟ้า สีขาว เป็นหลัก ภาพจาก jenniferharrisonstyle 6. ทันสมัยตลอดกาลด้วยโทนขาว-ดำ รายละเอียดของสไตล์นี้ส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การใช้โทนสีขาว-ดำ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานได้หลากหลายชนิด รูปทรงสิ่งของก็ดูเข้ากับทุกยุคทุกสมัย อย่างเช่น โซฟาสีขาวที่ประดับด้วยหมอนอิงลายสีดำ พรมลวดลายขาว-ดำ ของตกแต่งโทนสีดำ และแทรกด้วยชั้นวางเมทัลลิกเพื่อตัดโทนไม่ให้มืดจนเกินไป ภาพจาก dustjacket-attic 7. ผสานสไตล์โมเดิร์นยกระดับความหรู ถ้ามองแบบผิวเผินการตกแต่งด้วยสไตล์นี้ก็จะคล้ายกับโมเดิร์นลักซ์ซูรี่ แต่เมื่อได้ลองเจาะเข้าไปในรายละเอียดเราจะพบว่ามีความแตกต่างพอสมควร เพราะต้องแต่งห้องนั่งเล่นด้วยโทนสีหม่นโทนเดียวกันเกือบทั้งห้อง ใช้วัสดุแนวเรียบหรูแต่ดูดีอย่าง คริสตัล กระจก พรมขนสัตว์ หนัง และไม้ เพื่อให้สไตล์ทุกอย่างในห้องนั่งเล่นสอดคล้องกัน ภาพจาก interiorjunkie 8. เน้นโทนสีเบจสร้างบรรยากาศสบายๆ การตกแต่งหลัก ๆ จึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้โทนสีเบจและสีครีมที่พาให้ชวนฝันและสร้างสรรค์ไปพร้อม ๆ กับความหรูหรา โดยโซฟาจะต้องมีลักษณะหนานุ่มเป็นพิเศษนั่งแล้วรู้สึกผ่อนคลาย ประดับหมอนอิงและพรมขนที่แลดูฟุ้ง ๆ เลือกโต๊ะรับแขกที่แต่งด้วยโลหะมันวาวเพื่อบ่งบอกถึงความหรูหราอย่างในจินตนาการ ภาพจาก nohomewithoutyou 9. เปิดรับแสงด้วยเพดานสูง หากห้องนั่งเล่นความกว้างไม่มากนักลองยกระดับเพดานให้สูงขึ้นดู จะช่วยพรางตาให้ห้องเล่นดูกว้างและสว่างขึ้นไปพร้อมกัน ถ้าหากยังดูอึดอัดอาจเพิ่มจำนวนหน้าต่าง เพื่อเปิดทางให้แสงเข้ามาพร้อมเพิ่มระดับความหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์เรียบหรู ของตกแต่งสีเมทัลลิกบ้างเล็กน้อยสลับกับโทนสีขาวและของที่มีสีสด ๆ อีกเล็กน้อยไม่ให้บรรยากาศจืดชิดเกินไป ภาพจาก apartmenttherapy 10. เน้นโทนสีดำให้ดูลึกลับและน่าค้นหา ยุคสมัยหนึ่งการแต่งบ้านด้วยโทนสีดำอาจจะเป็นเรื่องที่ดูแปลกและไม่เข้าท่า แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปโทนสีดำก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันเลอค่าและคู่ควรกับการตกแต่งทุกยุคทุกสมัยจริง ๆ เช่นเดียวกับการแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์นี้ ที่จะดึงดูดสายตาด้วยผนังสีดำด้าน โซฟาสีเข้ม ของตกแต่งในแนวผู้ชาย ความสว่างจากหน้าต่าง หรืออาจจะเสริมด้วยความเขียวขจีของพืชพรรณอีกเล็กน้อย ภาพจาก undeclaredpanache 11. เปลี่ยนห้องนั่งเล่นเล็กเป็นสวนหย่อมในบ้าน เป็นอีกหนึ่งไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นที่เหมาะกับชาวคอนโดเป็นอย่างมาก ถึงแม้ขนาดพื้นที่ของในห้องนั่งเล่นจะมีขนาดเล็กและคับแคบ แต่การตกแต่งผนังด้วยสีขาว เฟอร์นิเจอร์สีสดใส พร้อมนำต้นไม้มาตกแต่งเพิ่มก็จะช่วยสร้างความสดชื่น หรือนำไม้มงคลปลูกใส่กระถางมาวางแล้วจัดให้เป็นสวนหย่อมในร่มก็ได้ ภาพจาก thedesignfiles 12. แนวผสมผสานที่เหมาะกับการใช้งานของทุกคนในครอบครัว การแต่งห้องนั่งเล่นในแนวนี้แม้ว่าจะไม่สามารถระบุสไตล์ที่ชัดเจนได้ แต่กลับดูลงตัวไม่แพ้สไตล์อื่น ๆ เลยทีเดียว เป็นการนำไลฟ์สไตล์ของทุกคนในบ้านมาสร้างดีไซน์ห้องนั่งเล่น อย่างเช่น โซฟาและเฟอร์นิเจอร์หลากสีสัน แทรกด้วยของตกแต่งที่เป็นไม้เนื้ออ่อน และตกแต่งด้วยสิ่งของสะสมจากสมาชิกในบ้าน ภาพจาก christinedovey 13. ผลงานศิลปะสร้างความโดดเด่น สไตล์การออกแบบห้องนั่งเล่นของทุกดีไซน์ส่วนมากจะเน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์และโทนสี แต่ในข้อนี้จะโชว์การใช้ผลงานศิลปะสร้างห้องนั่งเล่นสไตล์ใหม่ขึ้นมาให้ดู ไม่ว่าผลงานศิลปะนั้นจะเป็นแบบไหนหรือจากใครก็แล้วแต่สามารถใช้กับการตกแต่งนี้ได้เลย เพียงแค่ปรับลดรายละเอียดของเฟอร์นิเจอร์เพียงเล็กน้อยเพื่อส่งให้ผลงานศิลปะดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ภาพจาก planete-deco 14. แต่งห้องนั่งเล่นเท่ ๆ ในสไตล์ลอฟท์ เป็นอีกหนึ่งดีไซน์ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้เลยครับ กับการตกแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์ลอฟท์ที่มีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน โดยการเน้นโชว์เนื้อแท้ของวัสดุแต่ละชนิด เช่น ขั้นบันไดเหล็ก ผนังอิฐโชว์แนวท่อสายไฟใต้เพดาน โซฟาหนัง และไม้ ซึ่งมันอาจจะดูดิบและหนักไปสักหน่อยสำหรับคนที่ชอบความอ่อนโยน แต่ถ้าได้ลองแต่งห้องนอนสไตล์นี้แล้วก็อาจจะติดใจขึ้นมาก็ได้นะจะบอกให้ ภาพจาก *DREAMS * 15. สไตล์ผสมในแบบที่เป็นคุณ ห้องนั่งเล่นแต่ละแบบที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่มีสไตล์ที่เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน ซึ่งต่างจากห้องนั่งเล่นแบบสุดท้ายนี้ที่ไม่มีแพทเทิร์นหรือคำจำกัดความตายตัว เพราะทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล หากไม่ได้ชอบสไตล์ใดสไตล์หนึ่งเป็นพิเศษ ก็ลองนำแนวหลักของแต่ละสไตล์ผสมผสานกันดู อาจจะกลายเป็นการแต่งบ้านแนวใหม่ให้กับใครอีกหลายคนก็ได้นะครับ ถ้าเบื่อบรรยากาศห้องนั่งเล่นเก่าๆ ลองเอาไอเดียแต่งห้องนั่งเล่นที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปปรับให้เข้ากับบ้านคุณดูนะครับ หลังจากนี้อาจจะไม่อยากออกไปไหนแล้วก็ได้นะ   ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com
แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

ไอเดียแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด อยากมีคอนโดเก๋ ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์ มาดูไอเดียแต่งคอนโดสไตล์ฮิปสเตอร์ ราคาเบา ๆ ไม่พึ่งบิวท์อินห้องนี้กันเลย สำหรับคนที่เกือบหมดงบไปกับการซื้อคอนโด เหลืองบแต่งคอนโดนิด ๆ หน่อย ๆ มาชมไอเดียแต่งคอนโดเล็ก ๆ ห้องนี้ไปพร้อม ๆ กันเลย วันนี้สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม คุณสมาชิกหมายเลข 1926754 มารีวิวให้ชมว่าจะแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ อย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่ อีกทั้งยังมีเคล็ดลับประหยัดเงินซื้อของตกแต่งมาบอกต่อด้วยครับ [CR] เมื่อ Hipster อย่างผม เกิดอยากแต่งห้องกับงบจำกัด โดย คุณ สมาชิกหมายเลข 1926754  สวัสดีชาวพันทิป เรื่องของเรื่องคือเป็นหนี้มาสักพักแล้ว หลังจากซื้อคอนโดมาย่างเข้าเดือนที่ 5 ก็เริ่มเก็บตังค์ได้บางส่วน อีกส่วนรูดบัตรเครดิต เลยอยากตกแต่งเพิ่มเติมสีสันให้ห้องและมุมนั่งเล่นดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น (ยังไม่เข้าอยู่อย่างเป็นทางการ ไป ๆ มา ๆ สลับกับบ้าน) ลองเข้าไปหาข้อมูลเฟอร์นิเจอร์หลายที่อยู่เหมือนกัน บวกลบคูณหารเรื่องคุณภาพสินค้ากับราคาอยู่หลายรอบ พอลองเข้าอินเทอร์เน็ตอยู่ดี ๆ ก็เกิดไอเดียในการตกแต่งห้องขึ้นมาทันทีทันใด 555+ เลยตกลงใจกดคลิก ๆ ๆ ซื้อโซฟากับตู้เก็บของมา 2 ใบ (เพราะเอกสารผมเยอะมาก ๆ) สวยเรียบง่ายดีครับ ที่สำคัญลดราคาอยู่พอดีและอีกอย่างคือไม่มีเวลาไปเลือกดูของที่ร้าน เนื่องจากปกติทำงานต่างจังหวัดจันทร์-ศุกร์ พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไปเรียน ว่าง ๆ ก็นอนเก็บแรงครับ เลยสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบออนไลน์นี่แหละ สะดวกดี สินค้าที่ซื้อก็มี (เอาตามงบละกัน) ตามนี้ ตู้เก็บของ (สูง) รุ่น Chosen ราคา 2,490 บาท ตู้เก็บของ (เตี้ย) รุ่น Chosen ราคา 1,490 บาท โซฟา U-Boom ราคา 8,900 บาท ของตกแต่งอื่น ๆ ของที่เหลือหอบมาจากที่บ้าน 555 อันนี้ก็เป็นภาพผังของห้องนะ ไปก๊อปมาจากเว็บไซต์ของโครงการคอนโด เริ่มต้นจากการนำแปลนห้องมาก่อน มาดูว่าจะวางอะไรยังไงตรงไหนดี ห้องมันจริง ๆ ก็แคบอยู่ ก่อนแต่งคือคิดจะแต่งด้วยบิวท์อิน แต่พอไปสอบถามราคามาคือมันแพงไปอะ เลยคิดว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์มาเเต่งห้องให้มันฮิปสเตอร์แบบสดใส เข้ามาแล้วแบบอยากกระโดดนอนลงบนโซฟาดังตู้มแล้วกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ ดีกว่าประหยัดงบได้ด้วย 555 ก่อนอื่นมาดูสภาพห้องจริงกันก่อนนะครับ ห้องของโครงการที่ไม่มีอะไรเลย โล่งเชียว มีแค่เคาน์เตอร์ครัวกับตู้เสื้อผ้า แค่นั้นแหละครับจบ ที่เหลือหาซื้อเอาเอง ภาพโดยรวมของห้อง จะเห็นห้องรับแขกกับห้องครัว ส่วนห้องแยกเป็นห้องนอนครับ ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านใน ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านนอก ภาพห้องครัว หลังจากดูภาพ Before กันแล้ว มาลุยแต่งห้องกันดีกว่าครับ พี่ ๆ จาก SB มาประกอบของให้  ใจดีมาก ๆ จริง ๆ แล้วพี่เขาแอบเกร็ง ๆ ตอนผมถ่ายภาพด้วยอะครับ อิอิ จัด ๆ เลื่อน ๆ วาง ๆ ของสักหน่อย ให้พี่ช่างช่วยถ่ายให้ 555+ ( ป.ล.สวนติดผนังด้านข้างของ SCG Landscape แหล่มมาก ๆ บอกเลย ซื้อมาติดไว้เมื่อเดือนก่อน) ต่อไปมาดูกันนะครับว่าแต่งห้องเสร็จแล้วจะแหล่มขนาดไหน ห้องรับแขกครับ โดนใจสุด ๆ (ป.ล. ผ้าม่านที่เเม่เลือกให้ เพราะแม่แกอยากมีส่วนร่วมด้วย แต่มันขัดใจผมจริง ๆ ) งานห้องครัวก็มา โดนใจอีกแล้ว ดู ๆ ไปก็ไม่ค่อยรกเท่าไร (ใช่ไหม ?) อิอิ ส่วนมุมโต๊ะกินข้าวก็ไปจำมาจากร้านอาหารแนว ๆ ฮิปสเตอร์ที่เคยไปกินมาครับ ต่อมาเป็นห้องนอนครับ ผมเลือกใช้เป็น Sofa Bed เนื่องจากปกติผมจะชอบนอนห้องรับแขก (เพราะติดแอร์อยู่ห้องเดียวและมีทีวี) ส่วนห้องนอนเอาไว้รับแขก พอไม่มีใครมานอนก็จะพับเป็นโซฟา ห้องจะได้ดูไม่แคบครับ อันนี้เป็นตู้เก็บเอกสารที่ผมซื้อมาเพิ่มครับ รูปนี้ขอนิดนึง "ญาญ่าของตาโอ๊ต...ต" เป็นไงครับหลังแต่ง แหม...ห้องออกมาสไตล์สแกนดิเนเวียนนิด ๆ ฮิปสเตอร์หน่อย ๆ ตกแต่งตามความชอบส่วนตัวไปเรื่อย ๆ ออกมาเป็นแบบนี้ครับผม ถ้ามีงบกว่านี้อีกสักหน่อยจะติดวอลเปเปอร์เพิ่มคงได้อารมณ์มากกว่านี้ ผมเลือกโทนสีนี้เพราะของโครงการมันเป็นแนวนี้อยู่แล้ว ของที่ขนเข้ามาจริง ๆ ก็ใช้เป็นกองทัพมดขนมาได้สักพักแล้วครับ แต่เหตุที่ส่วนใหญ่เลือกใช้สินค้าของ SB เพราะพอบวกลบคูณหารแล้วราคากับคุณภาพคุ้มกันที่สุด บางอย่างอาจจะซื้อจากที่อื่นมาบ้าง ก็แปรผันไปตามกำลังทรัพย์ของตัวเองนะครับ ยังไงก็ฝากผลงานการรีวิวครั้งนี้ของผมไว้ด้วย งดดราม่านะครับ ไม่ได้เป็นหน้าม้าให้ใคร ของทั้งหมดผมก็ซื้อจาก SB, Ikea, Homepro และ SCG ก็มี แต่พอดีวันนี้พี่ SB มาส่งของให้พอดี เลยถ่ายรูปมาทำรีวิวครับผม ขอบคุณครับ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก สมาชิกหมายเลข 1926754 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม home.kapook.com
DIY Renovate

DIY Renovate "ห้องนอน" ถ้าทำแล้วมีความสุขขึ้นขนาดนี้ รู้งี้ทำไปตั้งนานแล้ว

วันนี้เรามีไอเดียการ Renovate ห้องนอนเก๋ๆ น่ารักๆ จาก สมาชิกพันทิป คุณ PuY~isme มาฝากทุกท่านอีกหนึ่งกระทู้ครับ เราลองไปดูกันดีกว่าครับ ว่าจะออกมาสวยงามขนาดไหน สวัสดีค่ะ วันนี้กลับอีกครั้ง จะมาพูดถึงการตกแต่งห้อง สไตล์ DIY กันต่อ หลังจากที่ได้รีวิวไปแล้ว 4 ห้อง (ห้องนอนเด็ก ห้องเก็บของ ห้องทำงาน และมุมบิวตี้โถงทางเดิน) สำหรับห้องนี้ปุ้ยตั้งใจจะรีโนเวททำให้เป็นของขวัญวันเกิดของสามีและของขวัญวันครบรอบแต่งงาน 2 ปี ของเราค่ะ ห้องนอน ขนาด 3.5x4 m (มีบันไดในห้อง) ห้องน้ีเป็นห้องนอนหลัก (แต่ขนาดเล็ก) เพราะเน้นฟังก์ชั่น คือ ไว้นอน และเอาไว้เก็บเสื้อผ้าของสามี (ใต้บันได) ไม่ดูทีวี ไม่ทำงานในห้องค่ะ ส่วนบันไดที่เห็นนั้นจะเดินไปสู่ห้องแต่งตัวของปุ้ยอยู่ชั้นบน ----------  มีคนถามเยอะมากว่า บันไดในห้องนอนทำไปทำไม ? ---------- ตอนแรกเดิมที ปุ้ยออกแบบให้มีบันได เพราะว่าชอบอารมณ์ห้อง Duplex ในคอนโดหรือโรงแรม รู้สึกว่าเจ๋งดี แล้วก็ตอนออกแบบบ้าน ปุ้ยเอามาปรับใช้ เพราะว่าสามีนอนกรน ช่วงแต่งงานแรกๆ ปุ้ยนอนไม่หลับเลย (แรกๆ เช่าคอนโดอยู่กันก่อนจะมีบ้านค่ะ) ปุ้ยเลยคิดขึ้นมาได้ว่า เอาไอเดียห้อง Duplex มาใช้ แล้วกะว่าแยกกันนอนคนละชั้น แต่ยังมีบันไดเชื่อมกัน จะได้ไม่โดนครหาว่าแยกห้องนอน (คือ ยังเป็นห้องเดียวกันอยู่) แต่ว่า เอาเข้าจริง ตอนหลัง ปุ้ยไปฝังเข็ม รักษาคลายเครียด คลายกล้ามเนื้อ แล้วก็ทำให้ไม่ได้ยินเสียงกรนอีกเลย เพราะว่าช่วยให้ปุ้ยก็หลับง่ายขึ้น เลยสรุปไม่ได้แยกกันนอนค่ะ Inspiration ที่ปุ้ยคิดไว้ตอนที่ออกแบบห้องนี้ ประมาณว่ามีเตียงกับตู้เสื้อผ้าใต้บันได คือ เห็นจากเว็บ pinterest แล้วหลงรักไอเดียของตู้เสื้อผ้าใต้บันได เพราะดูเหมือนการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ดีไซน์ในห้องนี้ เน้นเอาใจคุณผู้ชาย ดังนั้นการแม็ทสีและดีไซน์ ปุ้ยจึงเลือกใช้สีดำ ทอง น้ำตาล และเงินหรือไอเท็มที่แวววาว ทุกอย่างดูเข้าเหลี่ยมเข้ามุม (ไม่มีลายโค้งมนหรือหวานช้อย) และมิกซ์เข้ากับเฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้ม ให้ออกมาดูหรู แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้งบท่ีไม่แพงจนเกินไป ซึ่งห้องนี้เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของปุ้ยเอง ภูมิใจและเรียกได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นโตให้กับเค้าเลย ปุ้ยตั้งงบกับห้องนี้ไว้ ที่ 55,000 บาทค่ะ ก่อนที่จะเล่าถึงที่มาที่ไป และไอเดียในการแต่งห้องนี้ มาดูรูปผลงานที่สำเร็จแล้ว ยั่วน้ำลายกันก่อน -------------- ภาพหลัง รีโนเวทเสร็จแล้ว ภาพจริง บรรยากาศจริง ค่ะ -------------- [ถ่ายรูปในวันที่แดดออก แสงเข้ามาทำให้ห้องที่ใช้เฟอร์นิเจอร์สีเข้ม ดูสว่างสดใสขึ้นเยอะเลย] สำหรับกระทู้นี้ อาจจะรีวิวไปพร้อมกับการเล่าเนื้อหาแนวไลฟ์สไตล์ไปด้วยนะคะ เพราะห้องนี้มีเรื่องราวของเค้าค่ะ อย่างที่เกริ่นตอนต้น โดยใช้คำว่า “รีโนเวท” เพราะว่าห้องนี้เป็นห้องนอนที่เราใช้ซุกหัวนอนกันมาตั้งแต่บ้านยังสร้างไม่เสร็จค่ะ แล้วก็ทนๆ อยู่กันไปแบบนี้ เพราะว่าไม่มีงบมาตกแต่งซะที ถ้าใครได้ติดตามเรื่องราวการสร้างบ้านของปุ้ยจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นห้องๆ นี้ในวันนี้ มันผ่านอะไรมามากมายค่ะ มีปัญหาตั้งแต่คราวที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน เราต้องมารับชะตากรรมจากช่างทาสี ที่รู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ เลวร้ายสุดๆ คือ เราย้ายเข้ามาอยู่มานอนแล้ว สีก็ยังทาไม่เสร็จ แต่จำเป็นต้องย้ายเพราะว่า สัญญาเช่าคอนโดหมด (เป็นภาพที่ไม่น่าดู เลยต้องทำสีเป็น Sepia ค่ะ 555) ภาพที่เห็นเราต้องใช้เตียงเก่าของสามี (ที่เค้าบอกว่านอนมาตั้งแต่เด็ก) ขนมาจากบ้านแม่ ส่วนของที่แพ็คมาจากคอนโดก็ต้องเอาถุงพลาสติกคลุมไว้ เพราะกลัวฝุ่นและสีหกใส่ อีกทั้งยัง Unpack ไม่ได้ จะทำอะไรก็ลำบากมากค่ะ อยู่กันสภาพนี้ 2 สัปดาห์กว่าช่างทาสีจะยอมมาทาสีต่อ แล้วก็พอทาสีเสร็จ ออกมาย่ำแย่กว่าที่คิดไว้เยอะ จนหมดกำลังใจจะทำอะไรต่อ เพราะเงินก็หมด แต่ก็อดทนค่ะ ต่อมาพอบ้านเสร็จ ช่างทุกอย่างออกจากบ้านไป เราก็ไปซื้อราวแขวนผ้าราคาถูกๆ อันละ 100 - 200 กว่าบาท มาติดผนัง เพื่อให้อยู่ได้  แล้วก็มีเฟอร์นิเจอร์จากคอนโดนิดหน่อยที่ขนมาใช้ต่อที่บ้าน สภาพเป็นแบบนี้ก็อยู่กันมา 1 ปีเต็มๆ เวลาใครไปใครมา ก็ไม่ค่อยอยากให้เข้ามาดูห้องนอน เพราะว่า “อาย” ค่ะ (ห้องนอนเป็นห้องที่อยู่ชั้นล่าง ใครๆ ก็ชอบถามว่าห้องอะไร จะขอดู) สามีเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ค่ะ เค้าอยู่ได้ (เราก็ต้องอยู่กับเค้า แบบจำยอม) แต่ปุ้ยฝันมาตลอดว่าอยากทำห้องนี้ให้มันออกมาดี มันควรเป็นห้องที่เราอยากอยู่ที่สุดในบ้าน มันคือ ห้องของเรา โอเค ขอจบดราม่าแค่ตรงนี้ ต่อไปจะเล่าถึงการรีโนเวทห้องให้ฟังค่ะ --------------  ภาพก่อน การรีโนเวท -------------- ภาพ Before ทุกๆ มุมของห้องก่อนทำการ Renovate การรีโนเวทครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ให้สวยงามเท่านั้นค่ะ แต่เป็นการรีโนเวทพฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยนให้ไปในทางที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นด้วย ได้แก่ - การหันเตียงนอนให้ถูกต้อง (อยากเปลี่ยนมานานแล้ว แต่ว่าไม่มีใครช่วยย้ายเตียง) - การทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็น - การจัดระเบียบเสื้อผ้าและสิ่งของ - การจัดให้เป็นหมวดหมู่และให้หยิบใช้สะดวก - การตกแต่งบรรยากาศห้องให้ดูสวยงาม น่าพักผ่อน - และผลลัพธ์ คือ การเปลี่ยนแปลงชีวิตแบบที่ปุ้ยคาดไม่ถึง อันดับแรกเลย คือ ปุ้ยซื้อตู้เสื้อผ้าเผื่อมาจัดระเบียบข้าวของในห้องค่ะ ฝันมานานแล้วอยากทำตู้เสื้อผ้าใต้บันได (ก็เลยเป็นหนึ่งเหตุผลที่ออกแบบให้มีบันไดในห้อง) ซึ่งปุ้ยตั้งใจจะให้เป็นตู้เสื้อผ้าแบบเปิดโล่ง (Open Closet) ซึ่งคนไทยมักจะเรียกว่า ตู้เสื้อผ้าวอร์คอิน (Walk-in Closet) จากการเดินสำรวจตลาดเฟอร์นิเจอร์หลายๆ ที่ ปุ้ยก็ตกลงปลงใจกับดีไซน์รุ่น ILLUSION SERIES เป็นโครงอลูมิเนียมพ่นสีดำ บานไม้อัด หน้าบานพ่นไฮกลอส และชั้นวางสีไม้ ปุ้ยคิดว่าดีไซน์นี้มันดูเหมาะกับผู้ชายมากค่ะ (จริงๆ เค้ามีสีขาวด้วย) ตู้นี้ปุ้ยได้มาจากอินเด็กซ์ (Index Living Mall) ก่อนจะคำนวณราคา เค้าจะมาวัดพื้นที่จริง แล้วก็ออกแบบก่อนว่าต้องใช้เสาสูงเท่าไหร่ จะแต่งส่วนได้กี่ล็อก แล้วจะใช้ฟังก์ชั่นอะไรใส่ลงไปได้บ้าง สำหรับพื้นที่เล็กๆ ใต้บันไดนี้ พื้นที่ใช้งานจริงที่สามารถติดตั้งได้ คือ 1.8 เมตร ความสูงไล่ระดับด้วย เค้าต้องมาวัดอย่างละเอียดเลยค่ะ เสร็จแล้วก็ออกแบบสามมิติ แล้วก็ตีราคาออกมาตามชิ้นอุปกรณ์ที่ใช้ ราคาคิดแยกเป็นชิ้นๆ เลย ส่วนการติดตั้งก็ง่ายมาก ทั้งชุดนี้ช่างจากอินเด็กซ์มาติดตั้ง 3 คน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เองค่ะ - เสาอลูมิเนียม+ชุดปรับขา 4x1,995 = 7,980 บาท - ชุดข้อต่อเข้าผนัง 4x590 = 2,360 บาท - แผ่นชั้นไม้ 80x40 cm = 600 บาท
- ชุดราวแขวนเสื้อสแตนเลส 40 cm 2x490 = 980 บาท - ชุดราวแขวนเสื้อสแตนเลส 60 cm = 690 บาท - กล่องบนบานเปิดขึ้น 60 cm = 5,090 บาท - ลิ้นชัก 3 ชั้น 60 cm =10,900 บาท
- ลิ้นชักแขวนกางเกง 80 cm = 4,290 บาท - ตัวรับชั้น 6x690 = 4,140 บาท - ตัวยึดโครงตู้กับเสาอลูมิเนียม 3x590 = 1,770 บาท - แผ่นชั้นราวแขวน 40x40 cm  2x310 = 620 บาท รวมทั้งสิ้น 39,420 บาท เดิมทีแล้วตั้งงบกับตู้ไว้แค่ 15,000 บาท เกินมา 2 เท่านิดๆ 
สำหรับใครที่อยากได้ตู้แบบนี้ ถ้าไม่เอากล่องบานปิด หรือลิ้นชัก ก็น่าจะใช้งบประมาณ 20,000 
แต่ปุ้ยอยากให้มีลิ้นชักเพราะอยากให้ดูเป็นระเบียบ และให้มีส่วนที่เก็บของกันฝุ่นด้วย
ถ้าใครไปซื้อ เค้าจะเคาะราคามา แล้วถ้าเราไม่อยากได้ชิ้นไหน ก็ตัดออกได้ค่ะ เค้าก็จะไปทำราคามาให้ใหม่อีกรอบ โครงสร้างของตู้เสื้อผ้านี้ เป็นแบบปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้เอง (Flexible) ดังนั้นเราอาจจะตั้งงบเพื่อซื้อโครงและฟังก์ชั่นจำเป็นมาติดตั้งก่อน และ ข้อดีคือ ในอานาคต ถ้าเราอยากเพิ่มชั้นวาง ก็ซื้อมาเพิ่มเองได้ ส่วนชั้นวางที่ติดตั้งแล้ว สามารถถอดและ เปลี่ยนระดับความสูงได้เองค่ะ ปุ้ยลองทำดูแล้วไม่ยากนะ ไหนๆ จะจัดทั้งที่ก็ถือโอกาสทำทีเดียวเลย เฟอร์นิเจอร์ย้ายออก แล้วก็ติดวอลเปเปอร์ ด้วยค่ะ (แต่ปุ้ยติดวอลเปเปอร์หลังติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ก็ทำได้ไม่ยากค่ะ เพราะว่าตู้ไม่ได้เป็นบิวท์อิน แค่ยึดติดผนังไว้แบบ เคลื่อนย้ายได้) การติดวอลเปเปอร์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ช่างทาสีแสนห่วย (ที่เกริ่นไว้ตอนแรก) ทาสีไม่เรียบทำให้ห้องนอนของเราเป็นสไตล์ลอฟท์ ดูไม่เรียบร้อย ส่งผลให้เวลานอน รู้สึกไม่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ 
หลังติดวอลเปเปอร์ แล้วช่วยให้ห้องดูสะอาดตาขึ้น แสงในห้องและเทคเจอร์จะดูดีขึ้น เรียบร้อยและดูมีฟิลลิ่งมากขึ้นเยอะเลยค่ะ รูปตู้เสื้อผ้า ก่อนติดตั้งวอลเปเปอร์ รูปตู้เสื้อผ้า หลังติดตั้งวอลเปเปอร์ มุมใต้บันได ดูดีขึ้นหลังจากติดตั้งตู้เสื้อผ้าแบบ Open Closet และติดวอลเปเปอร์ลาย Dandy Check (จาก Zaran Wallpaper) ส่วนผนังที่เหลือเป็นลายเรียบๆ เพื่อส่งเสริมให้ลายหลักของเรา ดูดโดดเด่น ผนังส่วนอื่นๆ จึงเป็นสีเบจอ่อนๆ ที่มีเทคเจอร์วิ้งๆ รับกับแสงไฟ สวยงามมาก ช่วยให้ห้องดูแพงขึ้น ดูหรูขึ้นได้จริงค่ะ 
แอบแต่งแสง ด้วยโคมไฟเส้น LED เพิ่ม (ขอรีวิวท้ายกระทู้) ทำให้มุมนี้ดูหรูหรา น่าสนใจขึ้นเยอะเลย ทีนี้มาพูดถึงฟังก์ชั่นการจัดเก็บที่ปุ้ยออกแบบไว้ให้สามี กันค่ะ เทคนิคการจัดระเบียบ ที่ได้ไอเดียสรุปมาจาก ทฤษฎีของ KonMari method (นักจัดระเบียบชื่อดังของญี่ปุ่น) และ Kyoko Ikeda (จากหนังสือชื่อ ทำไงดี! อยากจัดห้องให้เนี้ยบๆ) ดังนี้ 1. ทิ้งของที่ไม่จำเป็น หรือถ้าเลือกไม่ถูก คือ ของที่พอเห็นแล้วทำให้ใจเต้น (Spark Joy) ให้เก็บไว้ 2. อย่าเก็บของที่คิดว่าจะได้เอามาใช้สักวัน เพราะคำว่า “สักวัน” จะไม่มีวันมาถึง 3. อย่าให้ใครเข้ามาดูตอนเราทิ้งของ เพราะเค้าจะบอกว่าอย่าทิ้งเสียดาย (ใส่ถุงดำมัดเงื่อนตายไว้เลย) 4. การตัดใจจากสิ่งของง่ายๆ โดยการไว้อาลัยกับสิ่งของ ด้วย “คำขอบคุณ” ที่เค้าได้รับใช้เรามา และขอให้เค้าจากไปอย่างมีความสุข 5. จัดของที่เหลือ ตามหมวดหมู่การใช้งาน และพับเข้าที่ให้เป็นระเบียบ 6. ของทุกอย่างต้องมองเห็น จะได้หยิบมาใช้ได้ ไม่ลืมว่าไว้ตรงไหน 7. การวางทุกอย่างแบบตั้งขึ้น จะทำให้เห็นง่ายขึ้น เพราะไม่ถูกชิ้นอื่นทับ 8. ที่สำคัญต้องหยิบใช้สะดวกด้วยนะคะ ตามที่เห็น จัดระเบียบให้หมดแล้ว ทุกอย่าง ตู้ Wall-in Closet นี้เอาอยู่ เนื่องจากห้องเราเล็กและก็ไม่ได้มีที่เก็บของมากนัก เพราะฉะนั้น ในห้องนี้ จะมีฟังก์ชั่น แค่สำหรับ การนอน เก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของสามี ส่วนของส่วนตัวของปุ้ย เก็บห้องอื่นค่ะ สำหรับห้องนี้ ตู้เสื้อผ้าเรามีพื้นที่จำกัด ตามที่เห็นว่ามีที่แขวนเสื้ออยู่แค่ราวเดียวเล็กๆ เราควรคัดเลือกเสื้อผ้าข้าวของ ทิ้งให้หมด  เอาให้เหลือ เท่าที่ใช้งานจริงๆ ของส่วนใหญ่เป็นของสามี ดังนั้นเราเป็นคนทิ้ง ไม่มีคำว่า เสียดาย 555 ข้อดีของสามีปุ้ย คือ เค้าเป็นคนสมบัติน้อยค่ะ ไม่ค่อยมีของสะสม และไม่บ้าแต่งตัว แต่ว่าบางทีก็ใช้ของบางอย่าง จนมันน่าจะหมดอายุขัยแล้ว ก็ยังไม่ปล่อยมันไปเกิดใหม่ค่ะ ข้าวของจะมี เสื้อเชิ๊ตใส่ไปทำงาน (12 ตัว) เสื้อเชิ๊ตที่ไม่ค่อยได้ใช้ (10ตัว) กางเกงใส่ไปทำงาน (6 ตัว) เสื้อลำลอง (10 ตัว) กางเกงลำลอง (8 ตัว) ถุงเท้า กางเกงใน และข้าวของส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่เราจัดการ คือ ทิ้งเสื้อผ้าที่เก่าจนย้วย เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้ว ทิ้งขยะพวกนามบัตร บิล ใบเสร็จ (ไม่รู้เก็บไว้ทำไม) แต่สิ่งที่เราแอบเก็บไว้ให้ คือ เสื้อเชิ๊ตไซส์ XXL เพราะตอนนี้เค้าผอมลง เหลือใส่ไซส์ L2 
จริงๆ ควรจะทิ้งไปเลย จะได้ไม่มีข้ออ้างในการกลับมาอ้วนอีก เพราะว่าไม่มีเสื้อใส่ ถ้าอ้วนอีกคราวหน้า ก็คือ ต้องถอดเสื้อไปทำงานแล้วหละ (เดี๋ยวเขียนกระทู้นี้เสร็จ จะเอาไปบริจาคเลย) ถ้าเห็นจากรูปจะรู้ว่าข้าวของเค้าน้อยมาก พวกเน็คไท เสื้อสูท ก็ไว้ที่ทำงาน รองเท้าหนังมีหลายคู่ก็ไว้ท้ายรถ จริงๆ ผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องแต่งตัวเยอะ (เพราะถ้าเยอะ เดี๋ยวจะแต่งหล่อไปจีบสาว) ถ้าคุณผู้ชายที่บ้านใครข้าวของเยอะ เราลองช่วยเค้าทิ้ง+จัดระเบียบก็จะช่วยให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นได้อีกเยอะเลยนะคะ ส่วนพวกเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใช้ เช่น เสื้อโค้ทหรือชุดสำหรับใส่ไปเที่ยวประเทศหนาวๆ เราก็พับเก็บใส่กรุไว้ในตู้ ถ้าจะใช้ ค่อยไปรื้อมาค่ะ ฟังก์ชั่นการใช้งานของตู้นี้ เหมาะมากสำหรับคนของไม่เยอะอย่างสามีเรา เพราะว่าถ้าเยอะจนแน่นเกินไป จะดูไม่ค่อยสวย เสื้อเชิ๊ตที่ใส่จริงๆ มี 12 ตัวเองค่ะ ที่แขวน 4 ตัว แล้วที่เหลืออยู่ในตระกร้าเตรียมซักอีก 3  ตัว ซักแล้วยังไม่ได้รีด อีก 5 ตัว (กระจายอยู่ตาม Process การซัก-ใส่) ไม้แขวนเสื้อ สีดำซื้อมานานแล้ว แต่ไซส์เล็กเหมาะกับเสื้อผู้หญิง และสีแดงเป็นไซส์ใหญ่เหมาะกับเสื้อของผู้ชายมากกว่า ไม่แขวนทั้ง 2 แบบจากอินเด็กซ์ (ไซส์ใหญ่สีดำเค้าก็มีนะคะ แต่สีแดงนี่ได้รับมรดกมาจากบ้านพี่สาวค่ะ พอมาวาง ก็ดูเด่น กลายเป็นกิมมิกไปอีกแบบ) ปุ้ยประยุกต์ใช้จากกล่องตะแกรงลวดสีดำ ที่ใช้สำหรับใส่ของในสำนักงาน และกล่องลิ้นชักจิ๋วใสๆ ทั้งนี้หมดนี้ก็ซื้อจากอินเด็กซ์ แต่ละชิ้นประมาณ 29 - 199 บาท ไม่เกินนี้ค่ะ มุมสะสมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ 
อันนี้ไม่ได้สนับสนุนนะคะ แต่ว่าเค้าขอไว้ เค้าอยากได้ ความฝันของเค้า ปุ้ยก็เลยไปซื้อ ที่วางขวดไวน์อะคริลิก มาให้ใช้ไปก่อน ซื้อจากอินเด็กซ์ ราคา 890 บาท ปกติจะชอบซื้อเวลาไปดิวตี้ฟรี ก่อนหน้านี้ซื้อเยอะมาก ช่วงนี้ก็เลยสั่งงด ตอนนี้เหลือแค่ขวดเดียวที่กินไม่หมดค่ะ ถัดมา ที่แขวนกุญแจ สามารถนำมาประยุกต์ใช้แขวนแว่น กับเครื่องประดับได้ด้วย ซื้อจากอินเด็กซ์ เหมือนกันค่ะ แต่ปุ้ยลืมจดราคาไว้ กล่องลิ้นชักพลาสติกจิ๋วๆ ใสๆ จากอินเด็กซ์ ราคา 99 บาท Accessories พวกหมวกกับสายเอี๊ยม ปุ้ยซื้อมาให้เค้าเอง เห็นแล้วชอบ ปุ้ยประยุกต์ใช้ไม้แขวนกระโปรง เอามาแขวนให้ค่ะ ก็ดีเก๋ดีนะ จริงๆ แขวนพวกเนคไทกับโบว์ไทได้ด้วยค่ะ ส่วนต่อมาเป็น ลิ้นชัก แขวนกางเกง อันนี้ปุ้ยชอบเป็นการส่วนตัว ก็เลยเอาฟังก์ชั่นนี้มาใส่ ช่องใส่ของเหนือชั้นแขวนกางเกง ปุ้ยเอากล่องกระดาษ มาไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ โดยแยกตามประเภทและเขียนป้ายชื่อติดไว้ อย่างชัดเจน จริงๆ กล่องนี้ซื้อมานานมากแล้วตอนอยู่คอนโด พอย้ายบ้าน เกือบจะทิ้งแล้ว พอดีไซน์ตู้มีสีน้ำตาล เลยนึกขึ้นได้ ไปหยิบมาใช้ มันก็ดูเข้ากันได้พอดีเลยค่ะ กล่องอเนกประสงค์จากอินเด็กซ์ ราคา 139 บาท ถัดมาเป็นตะกร้าใส่เสื้อผ้าเตรียมซัก จากอินเด็กซ์ ราคา 469 บาท อันนี้ก็ชอบค่ะ 
ใช้ของอินเด็กซ์ มาหลายอันแล้ว พอเจออันนี้ ก็ปิ๊งเลย เหมาะกับสไตล์ห้องนอนห้องนี้สุดๆ เพราะเป็นสีดำขอบขาว แล้วก็มีแยก 2 ส่วน คือ ผ้าสีเข้มกับผ้าสีอ่อน   ส่วนอีกใบเป็นถังขยะ 20 ลิตร จากอินเด็กซ์ ราคา 359 บาท แน่นอนเลือกมาเพราะดีไซน์เข้ากับห้อง เป็นสีดำ แล้วปุ่มกดสีเงินค่ะ ถังนี้ปุ้ยประยุกต์มาใส่ ถุงเท้าที่ใส่แล้ว เตรียมเอาไปซัก แล้วภายในใส่ถุงใส่ผ้าแบบที่มีหูหิ้ว ขนาดพอดีกับถัง เวลาไปซัก ก็หิ้วไปแต่ถุงใส่ผ้าด้านในค่ะ
 ไอเดียนี้ทำให้ แยกถุงเท้าออกจากเสื้อผ้าอื่นๆ แล้วก็ยังเก็บได้มิดชิด ดูสวยงามด้วยค่ะ ชุดลำลอง ประกอบด้วย เสื้อยืด เสื้อบอล กางเกงบอล กางเกงขาสั้น คือ ชุดที่เค้าใส่ในวันหยุดค่ะ พับๆๆ ให้เรียบร้อย แล้วก็วางเก็บแบบตั้งไว้ จะได้เห็นครบทุกตัว ปุ้ยพยายามพับโดยหันมาร์คของเสื้อออกมาให้เห็นชัดๆ เพราะว่า บางทีเค้ามีเสื้อสีเดียวกันหลายตัว 
ส่วนเสื้อเชิ๊ตในลิ้นชัก ก็เช่นกันค่ะ พับแล้วหันวางในแนวตั้ง ไอเดียของการจัดของ นอกจากจะทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญ เราจะต้องมองเห็นของทุกชิ้น เพื่อที่จะไม่หลงลืมว่า มีมันอยู่ และละเลยที่จะหยิบมาใช้ รวมถึง ช่วยแก้ปัญหา “การหานู่นนั่นนี่ไม่เจอ” ค่ะ อีกไอเดียหนึ่งที่เก็บมาจากเว็บของฝรั่ง แล้วรู้สึกว่าน่าจะเวิร์คสำหรับสามี คือ การจัดระเบียบอุปกรณ์ชาร์จแบ็ตโทรศัพท์มือถือ เพราะว่า ปุ้ยต้องหงุดหงิดทุกวัน ที่จะมาเก็บให้ คือไงรู้มะ เค้ามีโทรศัพท์ หลายเครื่อง ไหนจะแท็บเล็ตอีก แล้วเวลาชาร์จก็กองบนพื้น พอออกไปทำงานแล้ว พวกสายชาร์จ ปลั๊กพ่วง ก็กองระเกะระกะ บนพื้นนั่นแหละ จะกวาดจะถูอะไรก็ลำบาก (ขอบ่นให้เถอะค่าาาา) เชื่อว่าหลายคนประสบกันปัญหานี้ค่ะ ปุ้ยก็เลยจัดระเบียบให้โดยการซ่อนพวกปลั๊กและสายชาร์จไว้ในลิ้นชัก และก็ม้วนเก็บให้เป็บระเบียบ แบ่งเป็น 2 ลิ้นชัก จะได้ไม่ทับกัน หรือพันกันสะเปะสะปะ ชั้นบนไว้ชาร์จพวกโทรศัพท์มือถือ ส่วนลิ้นชักล่างไว้ชาร์จแท็บเล็ต ซึ่งมีขนาดใหญ่และกินที่มาก แบบนี้ แก้ปัญหาชีวิตระเกะระกะ สะเปะสะปะ ไปได้เยอะเลยค่ะ จบในส่วนของตู้เสื้อผ้าและการจัดเก็บข้าวของแล้วค่ะ เดี๋ยวมาต่อ มุมพักผ่อน กันค่ะ ยังไม่เหนื่อยกันใช่มั้ยคะ เรามาต่อกันที่ "มุมหลับพักผ่อน" ปุ้ยปรึกษากับสามี เราตัดสินใจขยายไซส์เตียงจากควีนไซส์ เป็นคิงไซส์ (เผื่อมีสมาชิกเพิ่ม) จะได้นอนกันสบายๆ เตียงคิงไซส์รุ่น GEHRY จากอินเด็กซ์ ราคา 21,900 บาท ปุ้ยชอบรุ่นนี้ ตรงที่เป็นผิวบานไม้ไฮกลอสเงาวั๊บสีน้ำตาลดำ (ชอบสีนี้มากว่าน้ำตาลแดงอันเก่าเยอะเลย) ตรงขอบด้านหัวเตียงมีคิ้วขอบสีทองเหลือง ชอบตรงนี้ที่สุดค่ะ ทำให้ดูหรูหราขึ้น ส่วนรุ่นนี้ไม่มีหัวเตียง ก็ช่วยให้ดูเป็นระเบียบไม่รก 
แต่ปุ้ยเอาเบาะรองนั่งสีเบจขลิบขอบสีดำ มาวางไว้ ช่วยให้เตียงดูนุ่มนวลขึ้น เวลาพิงอ่านหนังสือก่อนนอนก็ดีเลยค่ะ มุมเตียงนอน ปุ้ยย้ายหัวเตียงมาไว้ฝั่งทิศเหนือค่ะ พอเปิดประตูห้องเข้ามา ก็จะเจอเตียงหันออกมา
ปุ้ยก็ย้ายมานอนด้านซ้ายของเตียง (ด้านขวาของรูป) ซึ่งปุ้ยเคยรู้มาว่า ถ้าแต่งงานกัน ภรรยาควรนอนซ้าย สามีนอนขวา คราวนี้พอย้ายมาฝั่งนี้ปุ้ยเลยขอนอนทางซ้าย ส่วนสามีก็นอนฝั่งที่ติดกับตู้เสื้อผ้า ซึ่งเค้าจะได้หยิบใช้ของส่วนตัวเค้าได้สะดวกเลย ที่สำคัญต่อไปนี้ปุ้ยจะไม่ต้องเดินอ้อมไปขึ้นเตียงไกลๆ อีกแล้วววว นี่คือ ผลพลอยได้ที่แฮปปี้สุด โต๊ะข้างเตียง เรางบไม่พอ ก็เลยไปเอาโต๊ะที่เคยซื้อไว้หลายปีแล้ว สีเข้ากัน มาวางด้านขวาของเตียง ด้านขวา (ด้านที่สามีนอน) ไม่มีโคมไฟ เพราะว่าสามารถใช้ไฟตรงโครงเสาตู้เสื้อผ้าได้ ปุ้ยติดตั้งโคมไฟ LED แบบที่เปิด/ปิดด้วยระบบสัมผัสที่ โคมเลย สะดวกสุดๆ (ใครสนใจเดี๋ยวโพสต์รีวิวโคมไฟ ให้นะคะ) วอลเปเปอร์จาก Zaran Wallpaper สีเบจอ่อนๆ ช่วยให้ผนังดูนุ่มนวลขึ้น และมีเทคเจอร์ลายผ้า แซมกลิตเตอร์วิ้งๆ แบบกระจายห่างๆ ช่วยให้ดูหรูหราขึ้น ราคาตรม.ละ 350 - 550 บาท ส่วนด้านซ้ายที่ปุ้ยนอน เอาเก้าอี้ม้านั่งสีดำมาใช้วางของ (ม้านั่ง จากอินเด็กซ์ 199 บาท) 
และมุมนี้เพิ่มไฮไลท์ด้วยการเอาโคมไฟ ที่มีดีไซน์เข้ากับเตียงมาวางไว้ค่ะ ทำให้มุมนี้ดูดีขึ้นมาทันตาเลย โคมไฟ ตั้งพื้น รุ่น ROARKE จากอินเด็กซ์ ราคา 1,430 บาท ขาโคมเคลือบสแตนเลส และหุ้มหนังสีน้ำตาล
ปุ้ยชอบโคมไฟอันนี้ เพราะนอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว ยังฟังก์ชั่นมี ที่เปิด/ปิด แบบเชือกดึง สะดวกดี เบาะรองนั่ง จากอินเด็กซ์ ราคา 199 บาท หมอนอิง จากอินเด็กซ์  สีดำ คำว่า Rock ตกแต่งด้วยหมุมสีทอง 139 บาท ผ้าปูสีเขียวขี้ม้าและผ้านวมสีเบจทอง ได้มาจากการช็อปปิ้งงาน บ้านและสวนแฟร์ เซ็ทละ 3,990 บาท ส่วนมุมด้านบนจริงๆ อยากเอาตู้แขวนบานไฮกลอสหรือบานกระจกเงา มาแขวน ไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ว่างบเราหมดแค่นี้จริงๆ ค่ะ อีกด้านผนังของห้อง เป็นหน้าต่างบานใหญ่ รอเก็บตังค์ซื้อผ้าม่านสวยๆ มาเปลี่ยนค่ะ 
อันนี้รับมรดกจากบ้านพี่สาวมา ขนาดไม่พอดี ตอนแรกมีเอามาแปะเพิ่มให้มันบังหน้าต่างให้มิดๆ แต่พอติดวอลเปเปอร์ดึงออกมา ยังไม่ได้ติดกลับเข้าไป ส่วนผนังตรงชานบันได ปุ้ยกำลังคิดว่าจะหานาฬิกาเก๋ๆ มาแขวน แต่ยังไม่เจอที่ถูกใจ (อยากได้สไตล์ที่ดูคลาสสิก แบบเรียบๆ ) ถ้าแขวนนาฬิกาตรงนี้ เวลาตื่นมาจะได้ดูเวลาพอดี
 ด้านล่างนานาฬิกาลงมา ก็คิดๆ ไว้ว่าจะหาชั้นวางของเล็กๆ มาวางพวกขวดน้ำหอมที่สะสมไว้ค่ะ สรุปค่ะ งบที่ใช้ไปในห้องนี้ก็ ราวๆ 66,000 บาท (ไม่รวมค่าเสื่อกับวอลเปเปอร์) ซึ่งเกินจากงบที่ตั้งไว้มา 11,000 บาท ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารงบ แต่ว่ายังไงก็ได้ความถูกใจและลงตัวมากๆ ค่ะ ถือว่าคุ้มค่ากับความพยายาม ไม่รู้ว่าสามี เค้าดีใจแค่ไหน เพราะว่าไม่เคยถาม แต่ตอนนี้ก็นอนห้องสวยๆ นี้มา 1 สัปดาห์แล้วค่ะ มาดูเปรียบเทียบกันแบบชัดๆ ว่าเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านกันมาจนจบนะคะ กระทู้นี้ใช้ความพยายาม (ความถึก) อย่างมากเลย เพราะว่าถ่ายรูปยากมาก ปุ้ยถ่ายเองค่ะ ปกติห้องอยู่ในมุมที่ไม่ค่อยโดนแสง ต้องรอจังหวะวันที่แดดออกจ้าๆ เลย แถมห้องก็แคบ เลนส์ที่ยืมพี่สาวมาก็แบบว่าถอยจนสุดหัวติดผนังอีกฝั่งแล้วก็ยังเห็นมุมกว้างสุดแค่นี้ สรุปถ่ายอยู่ 5 วัน ถ่ายแล้วถ่ายอีก กดชัตเตอร์มา 3,000 กว่ารูป เลือกมาใช้ไม่ถึง 30 รูป 555 หลายคนอาจจะคิดว่า ห้องสวยเพราะถ่ายรูปสวยรึเปล่า บอกเลยว่า ไม่ใช่ค่ะ เพราะว่า ของจริงสวยกว่าในรูปมากๆ แต่ว่าความสามารถในการถ่ายรูปก็ไม่ได้มีมากมาย ใช้พยายามสุดๆ แล้วได้แค่นี้จริงๆ ระหว่างทาง มีแมวๆ เจ้าขนมผิง เจ้าก้อนเมฆ และเจ้าปลาทู แวะเวียนกันมาให้กำลังใจ พร้อมป่วนเล็กๆ ค่ะ ก่อนจะจบกระทู้ ขอสรุปบางอย่างแต่สำคัญมาก ที่ปุ้ยมีหยอดไว้เล็กๆ ตอนต้นกระทู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่การรีโนเวทห้อง แต่มันคือ การรีโนเวทชีวิต หมายถึง ชีวิตคู่ค่ะ
 ปุ้ยไม่อายที่จะเล่าว่า เมื่อก่อน เราทะเลาะกันบ่อยมาก จนปุ้ยได้สังเกตและตระหนักถึงพฤติกรรมการทะเลาะของเรา (หลังอยู่ห้องรีโนเวทมา 1 สัปดาห์) สาเหตุก่อนหน้าที่ทำให้เราทะเลาะกันเพราะว่า - บรรยากาศในห้องเก่า มันไม่ทำให้จิตใจสงบ ไม่ผ่อนคลายค่ะ - ปุ้ยแทบจะไม่อยากเข้ามานอน และไม่อยากจะตื่นมาพบบรรยากาศแย่ๆ ในห้องเก่า - บรรยากาศที่ไม่ดี ทำให้จิตใจเราเครียด และทำให้หงุดหงิดง่าย - ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน มักจะทะเลาะกัน “ในห้องนอน” และปุ้ยมักจะเริ่มต้นประโยคว่า “เบื่อ” แต่ตอนนี้ชีวิตคู่เรา ถูกรีโนเวทไปพร้อมๆ กับห้องนอนห้องนี้
ทุกวันนี้พอเข้าห้องนี้ จะอารมณ์ดี คุยกันดี เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่า ชีวิตคู่ของเรา “แฮปปี้” กันมากขึ้น และปุ้ยเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เองว่า การอยู่ในที่ดีๆ ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ได้จริงๆ ค่ะ ถ้าใครอยากจะเอาใจสามีหรือภรรยา หรือกำลังประสบปัญหาชีวิตคู่ ลองใช้วิธีการรีโนเวทห้อง สร้างบรรยากาศของความสุขแบบนี้ ปุ้ยเชื่อว่า อะไรๆ มันจะต้องดีขึ้น หรือใครที่อยู่คนเดียว ลองหาโอกาสรีโนเวทห้องนอน ก็มันเหมือนได้รีโนเวทชีวิตของเราไปด้วย เพราะชีวิตถ้าได้หลับสบาย และพบความสุขตั้งแต่ตอนลืมตาตื่น วันทั้งวันของเรา ก็จะมีความสุขค่ะ บอกเลยว่าจบห้องนี้แล้วมีความสุขมากๆ เวลาได้นอนห้องสวยๆ มันช่างดีอย่างงี้นี่เอง สุดท้ายนี้ขอบคุณสามีที่ตามใจ ให้เราจัดระเบียบ เลือกเฟอร์นิเจอร์ตามใจเรา ไม่มีขัด ซักนิด หวังว่าจะชอบของขวัญชิ้นนี้ ที่ภรรยาทำให้ด้วยความรักและความตั้งใจ <3
  แม้จะไม่เอ่ยปากชม แต่ดูก็รู้ว่า “ชอบใจ” อยู่ไม่น้อยค่ะ ต่อจากนี้เก็บตังค์/หางบ กันต่อนะคะ จะมาตกแต่งแบบ DIY กันอีก ที่บ้านยังเหลือห้องมาให้เพื่อนๆ อ่านรีวิวเป็นไอเดียกันอีกเยอะ ทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องซักรีด ห้องกินข้าว ทางเข้าบ้าน ห้องแต่งตัว ยังไม่ได้ทำเลยค่าาา เอาเป็นว่า พบกันใหม่กระทู้หน้าแล้วกันค่ะ มีอะไรดีๆ มา DIY ให้ดูกันอีก รับรอง บั๊ยบายค่าาา เพิ่มเติม จากที่ปุ้ยได้มีพูดถึงการติดตั้งไฟ LED ที่ช่วยทำให้ตู้เสื้อผ้าดูสวย และสว่างขึ้น รวมถึงเวลากลางคืนก็สามารถใช้เป็นไฟส่องสว่างแทนไฟหัวเตียงได้ด้วย มาเล่า DIY กันต่อ ในเรื่องการติดตั้งโคมไฟเส้น LED อเนกประสงค์ ซึ่งปุ้ยลองใช้ดูแล้ว คิดว่าเป็นโคมไฟที่ใช้งานง่ายๆ เพียงแค่เสียบปลั้ก และต่อเข้าเป็นเส้นยาวได้ตามที่เราต้องการ แล้วที่เวิร์คมากๆ ก็คือ ฟังก์ชั่นกันใช้งานเก๋ๆ ด้วยการเปิด/ปิดแบบสัมผัส โดยไม่ต้องต่อสวิตซ์ใดๆ เพียงแค่แตะที่โคมไฟก็เปิดปิดเองได้แล้ว เท่สุดๆ ไปเลย ที่สำคัญ คือ ดีไซน์ดูดี และแข็งแรงทนทานด้วยค่ะ ก่อนอื่นขอพูดถึงโปรดักซ์ที่เลือกมาใช้ในการ DIY นี้ก่อนค่ะ มี 2 แบบ 1) ขอเรียกว่า "ตัวแม่" Philips Linear wall lamp LED 1x3W ไฟตกแต่ง LED พร้อมหม้อแปลง รุ่น 30913 (Grey) สามารถใช้ตัวพ่วง รุ่น 30914 ได้เพิ่มอีก 3 ชุด 2) ขอเรียกว่า "ตัวลูก" Philips Linear wall lamp LED 1x3W ไฟตกแต่ง LED รุ่น 30914 (Grey) ซึ่งโคมไฟเส้น LED ชนิดนี้เป็นไอเดียที่เหมาะกับ - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ที่ติดตั้งเองได้แบบง่ายๆ เพียงแค่เสียบปลั๊ก และยึดเส้นโคมไฟด้วยตะปูเล็กๆ หรือติดกาว 3m ก็ได้ เพราะน้ำหนักเบามากค่ะ - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ที่อเนกประสงค์ใช้งานได้หลากหลายจุด ทั้ง อ่างล้างจาน ตู้เสื้อผ้า ไฟหัวเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง เป็นต้น - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่างที่ถอดประกอบและเคลื่อนย้ายได้ง่าย อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการติดตั้ง - โคมไฟเส้นตัวแม่ + อะแดปเตอร์ - โคมไฟตัวลูก (หรือตัวพ่วง) - ตัวเชื่อมโคมไฟ ในเซ็ทให้มา 2 แบบ คือ แบบสำหรับต่อเชื่อมเป็นเส้นตรง กับแบบสายไฟ สำหรับต่อห่าง หรือต่อแบบหักมุม - ตัวยึดผนัง แถมมาให้พร้อมโคมไฟ - เทปกาว 2 หน้าสำหรับยึดโคมไฟกับผนัง - อุปกรณ์อื่นๆ ดินสอ กรรไกร ตลับเมตร สะพานไฟ เป็นต้น วิธีการติดตั้ง 1.   นำตัวแม่ (สังเกตจากมีขั้ว) ต่อด้านที่มีขั้วเข้ากับสายอะแดปเตอร์ 2.   ต่อตัวเชื่อมเข้าที่ตัวแม่อีกด้าน 3.   นำตัวลูก มาต่อเข้ากับตัวเชื่อม 4.   ทำซ้ำข้อ 2)-3) จนกว่าจะได้ความยาวที่ต้องการ 5.   ยึดอุปกรณ์ทั้งหมดเข้ากับผนังหรือพื้นที่ใช้งานด้วยเทปกาว 2 หน้า  หรือถ้าต้องการติดตั้งถาวรก็เจาะผนังแล้วใช้พุกและน็อตที่อยู่ในเซ็ทอุปกรณ์ 6.   เสียบปลั๊ก คำแนะนำในการติดตั้ง (หลังจากลองผิดลองถูกมาแล้ว) 1.  หากพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แนะนำให้ติดตั้งโคมไฟแค่แถวเดียวหรือติดตั้งด้านในด้านหนึ่ง ไม่ควรติดตั้งมากกว่า 1 ด้าน เพราะแสงจะสว่างมากไป 2.  หากต้องการติดตั้งในผนังที่หันออกมายังผู้ใช้ แนะนำให้ติดตั้งโดยหันหลอดไฟขึ้นด้านบนหรือด้านล่าง ไม่ควรติดโดนหันหลอดออกมายังผู้ใช้งานโดนตรง เพราะแสงที่ส่องจะมีปริมาณมาก(แสงจ้า) ทำให้แสบตาได้ 3.   เมื่อติดตั้งตัวแม่แนะนำให้หันส่วนขั้วต่อเข้ากับสายอะแดปเตอร์ เพื่อให้ใช้งานเปิด/ปิดได้ตามฟังก์ชั่นที่ออกแบบไว้ 4.   หากติดตั้งตัวแม่โดยใช้ด้านที่ไม่มีขั้วต่อเข้าอะแดปเตอร์ ก็จะทำให้หลอดไฟเปิดอยู่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับการใช้งานในกรณีที่มีหลายจุด และต่อปลั๊กจากตัวแม่ทุกจุดเข้ากับสวิตส์หรือสะพานไฟตัวเดียว แล้วสั่งเปิดปิดจากสวิตส์ตัวเดียวกันให้เปิดไฟพร้อมกันทุกจุดค่ะ วิธีการใช้งาน เปิด/ปิด ด้วยการแตะเบาๆ ที่โคมไฟตัวแม่ ก็จะสว่างทั้งเส้น (อย่าลืมเสียบอะแดปเตอร์เข้ากับปลั๊กไฟที่บ้าน) ลิงค์ VDO สาธิตการเปิด/ปิด มาเล่าถึงไอเดียการใช้งานกันค่ะ พอดีช่วงนี้ปุ้ยกำลังรีโนเวทห้องนอน ซึ่งในห้องจะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in ที่ติดตั้งใต้บันได เป็นมุมที่ค่อนข้างมืด ดังนั้นก็เลยเอา Philips Linear wall lamp LED มาลองติดตั้ง และพบว่ามันเวิร์คมากค่ะ เพราะว่า โครงเสาของราวตู้เสื้อผ้า มีช่องตรงกลางพอดี (สำหรับยึดบาน) เริ่มต้น ปุ้ยลองเล่นดูก่อน ค่อยๆ ติดทีละชิ้น ทีละฝั่งค่ะ ลองเปลี่ยนตำหน่งไปเรื่อย ทำให้ค้นพบว่า ในพื้นที่ส่วนย่อยๆ หนึ่งส่วนเราควรวางหลอดไว้เพียงแถวเดียว หรือด้านเดียว เพื่อไม่ให้แสงไฟจ้าเกินไป และ สุดท้ายออกมาได้แบบนี้ พอติดไฟ LED แล้ว ดูสว่างและหรูหราขึ้นเอยะเลยค่ะ       ของจริงสวยมากค่ะ ช่วยให้แสงโดยรวมของมุมนี้ดูเด่น และหรูหราขึ้น หรือใครจะลองเอามาวางเป็นเส้นตามขอบผนัง ก็ช่วยให้ห้องดูหรูหรา น่าสนใจขึ้นมากเลยค่ะ ก่อนจะติดตั้งบนตู้เสื้อผ้า ปุ้ยลองเอามาฝึกประกอบ บนพื้นก่อน มันดูดีมาก เลยถ่ายรูปก็บไว้ค่ะ โดยรวมแล้ว ปุ้ยให้คะแนนไอเท็มเจ๋งๆ Philips Linear wall lamp LED เซ็ทนี้ 9/10 เลยค่ะ ถ้ามีหลากลายสีให้เลือกเข้ากับผนังและเฟอร์นิเจอร์นะคะ ปุ้ยจะให้คะแนะเต็มเลย ปุ้ยลองใช้งานแล้ว คิดว่าทุกคนสามรถติดตั้งเองได้ง่ายจริงๆ รวมถึงให้ความสวยงาม และปลอดภัย (ไม่มีโดนช็อต หรือมีสปาร์คค่ะ) อีกทั้งคุณภาพก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและทนทานเลย (ทำตกหลายครั้ง ยังใช้งานได้ปกติ) พร้อมมีอะไหล่ในการติดตั้งให้มาพร้อมกับคู่มืออย่างดี หวังว่าใครที่กำลังมาหา ตัวช่วยในการเพิ่มแสงสว่าง หรือไอเท็มเก๋ๆ สำหรับตกแต่งห้อง จะถูกใจและลองหามาใช้งานกันดูนะคะ แล้วพบกันในกระทู้หน้านะคะ จะมาชวน DIY กันต่อ อีกค่าาา บั๊ยบายค่าาาา   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป คุณ PuY~isme  www.facebook.com/ilkePuYisme www.puyisme.com

1 2 3 ... 9