D.I.Y

 

D.I.Yล่าสุด

1 2 3 4 ... 9
แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

แต่งคอนโดเล็กๆ ให้ดูกว้าง ชิคๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด

ไอเดียแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์แบบงบจำกัด อยากมีคอนโดเก๋ ๆ สไตล์ฮิปสเตอร์ มาดูไอเดียแต่งคอนโดสไตล์ฮิปสเตอร์ ราคาเบา ๆ ไม่พึ่งบิวท์อินห้องนี้กันเลย สำหรับคนที่เกือบหมดงบไปกับการซื้อคอนโด เหลืองบแต่งคอนโดนิด ๆ หน่อย ๆ มาชมไอเดียแต่งคอนโดเล็ก ๆ ห้องนี้ไปพร้อม ๆ กันเลย วันนี้สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม คุณสมาชิกหมายเลข 1926754 มารีวิวให้ชมว่าจะแต่งคอนโดห้องเล็ก ๆ อย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่ อีกทั้งยังมีเคล็ดลับประหยัดเงินซื้อของตกแต่งมาบอกต่อด้วยครับ [CR] เมื่อ Hipster อย่างผม เกิดอยากแต่งห้องกับงบจำกัด โดย คุณ สมาชิกหมายเลข 1926754  สวัสดีชาวพันทิป เรื่องของเรื่องคือเป็นหนี้มาสักพักแล้ว หลังจากซื้อคอนโดมาย่างเข้าเดือนที่ 5 ก็เริ่มเก็บตังค์ได้บางส่วน อีกส่วนรูดบัตรเครดิต เลยอยากตกแต่งเพิ่มเติมสีสันให้ห้องและมุมนั่งเล่นดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น (ยังไม่เข้าอยู่อย่างเป็นทางการ ไป ๆ มา ๆ สลับกับบ้าน) ลองเข้าไปหาข้อมูลเฟอร์นิเจอร์หลายที่อยู่เหมือนกัน บวกลบคูณหารเรื่องคุณภาพสินค้ากับราคาอยู่หลายรอบ พอลองเข้าอินเทอร์เน็ตอยู่ดี ๆ ก็เกิดไอเดียในการตกแต่งห้องขึ้นมาทันทีทันใด 555+ เลยตกลงใจกดคลิก ๆ ๆ ซื้อโซฟากับตู้เก็บของมา 2 ใบ (เพราะเอกสารผมเยอะมาก ๆ) สวยเรียบง่ายดีครับ ที่สำคัญลดราคาอยู่พอดีและอีกอย่างคือไม่มีเวลาไปเลือกดูของที่ร้าน เนื่องจากปกติทำงานต่างจังหวัดจันทร์-ศุกร์ พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็ไปเรียน ว่าง ๆ ก็นอนเก็บแรงครับ เลยสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบออนไลน์นี่แหละ สะดวกดี สินค้าที่ซื้อก็มี (เอาตามงบละกัน) ตามนี้ ตู้เก็บของ (สูง) รุ่น Chosen ราคา 2,490 บาท ตู้เก็บของ (เตี้ย) รุ่น Chosen ราคา 1,490 บาท โซฟา U-Boom ราคา 8,900 บาท ของตกแต่งอื่น ๆ ของที่เหลือหอบมาจากที่บ้าน 555 อันนี้ก็เป็นภาพผังของห้องนะ ไปก๊อปมาจากเว็บไซต์ของโครงการคอนโด เริ่มต้นจากการนำแปลนห้องมาก่อน มาดูว่าจะวางอะไรยังไงตรงไหนดี ห้องมันจริง ๆ ก็แคบอยู่ ก่อนแต่งคือคิดจะแต่งด้วยบิวท์อิน แต่พอไปสอบถามราคามาคือมันแพงไปอะ เลยคิดว่าซื้อเฟอร์นิเจอร์มาเเต่งห้องให้มันฮิปสเตอร์แบบสดใส เข้ามาแล้วแบบอยากกระโดดนอนลงบนโซฟาดังตู้มแล้วกลายเป็นโกโก้ครั้นช์ ดีกว่าประหยัดงบได้ด้วย 555 ก่อนอื่นมาดูสภาพห้องจริงกันก่อนนะครับ ห้องของโครงการที่ไม่มีอะไรเลย โล่งเชียว มีแค่เคาน์เตอร์ครัวกับตู้เสื้อผ้า แค่นั้นแหละครับจบ ที่เหลือหาซื้อเอาเอง ภาพโดยรวมของห้อง จะเห็นห้องรับแขกกับห้องครัว ส่วนห้องแยกเป็นห้องนอนครับ ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านใน ภาพห้องนอนถ่ายจากด้านนอก ภาพห้องครัว หลังจากดูภาพ Before กันแล้ว มาลุยแต่งห้องกันดีกว่าครับ พี่ ๆ จาก SB มาประกอบของให้  ใจดีมาก ๆ จริง ๆ แล้วพี่เขาแอบเกร็ง ๆ ตอนผมถ่ายภาพด้วยอะครับ อิอิ จัด ๆ เลื่อน ๆ วาง ๆ ของสักหน่อย ให้พี่ช่างช่วยถ่ายให้ 555+ ( ป.ล.สวนติดผนังด้านข้างของ SCG Landscape แหล่มมาก ๆ บอกเลย ซื้อมาติดไว้เมื่อเดือนก่อน) ต่อไปมาดูกันนะครับว่าแต่งห้องเสร็จแล้วจะแหล่มขนาดไหน ห้องรับแขกครับ โดนใจสุด ๆ (ป.ล. ผ้าม่านที่เเม่เลือกให้ เพราะแม่แกอยากมีส่วนร่วมด้วย แต่มันขัดใจผมจริง ๆ ) งานห้องครัวก็มา โดนใจอีกแล้ว ดู ๆ ไปก็ไม่ค่อยรกเท่าไร (ใช่ไหม ?) อิอิ ส่วนมุมโต๊ะกินข้าวก็ไปจำมาจากร้านอาหารแนว ๆ ฮิปสเตอร์ที่เคยไปกินมาครับ ต่อมาเป็นห้องนอนครับ ผมเลือกใช้เป็น Sofa Bed เนื่องจากปกติผมจะชอบนอนห้องรับแขก (เพราะติดแอร์อยู่ห้องเดียวและมีทีวี) ส่วนห้องนอนเอาไว้รับแขก พอไม่มีใครมานอนก็จะพับเป็นโซฟา ห้องจะได้ดูไม่แคบครับ อันนี้เป็นตู้เก็บเอกสารที่ผมซื้อมาเพิ่มครับ รูปนี้ขอนิดนึง "ญาญ่าของตาโอ๊ต...ต" เป็นไงครับหลังแต่ง แหม...ห้องออกมาสไตล์สแกนดิเนเวียนนิด ๆ ฮิปสเตอร์หน่อย ๆ ตกแต่งตามความชอบส่วนตัวไปเรื่อย ๆ ออกมาเป็นแบบนี้ครับผม ถ้ามีงบกว่านี้อีกสักหน่อยจะติดวอลเปเปอร์เพิ่มคงได้อารมณ์มากกว่านี้ ผมเลือกโทนสีนี้เพราะของโครงการมันเป็นแนวนี้อยู่แล้ว ของที่ขนเข้ามาจริง ๆ ก็ใช้เป็นกองทัพมดขนมาได้สักพักแล้วครับ แต่เหตุที่ส่วนใหญ่เลือกใช้สินค้าของ SB เพราะพอบวกลบคูณหารแล้วราคากับคุณภาพคุ้มกันที่สุด บางอย่างอาจจะซื้อจากที่อื่นมาบ้าง ก็แปรผันไปตามกำลังทรัพย์ของตัวเองนะครับ ยังไงก็ฝากผลงานการรีวิวครั้งนี้ของผมไว้ด้วย งดดราม่านะครับ ไม่ได้เป็นหน้าม้าให้ใคร ของทั้งหมดผมก็ซื้อจาก SB, Ikea, Homepro และ SCG ก็มี แต่พอดีวันนี้พี่ SB มาส่งของให้พอดี เลยถ่ายรูปมาทำรีวิวครับผม ขอบคุณครับ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก สมาชิกหมายเลข 1926754 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม home.kapook.com
DIY Renovate

DIY Renovate "ห้องนอน" ถ้าทำแล้วมีความสุขขึ้นขนาดนี้ รู้งี้ทำไปตั้งนานแล้ว

วันนี้เรามีไอเดียการ Renovate ห้องนอนเก๋ๆ น่ารักๆ จาก สมาชิกพันทิป คุณ PuY~isme มาฝากทุกท่านอีกหนึ่งกระทู้ครับ เราลองไปดูกันดีกว่าครับ ว่าจะออกมาสวยงามขนาดไหน สวัสดีค่ะ วันนี้กลับอีกครั้ง จะมาพูดถึงการตกแต่งห้อง สไตล์ DIY กันต่อ หลังจากที่ได้รีวิวไปแล้ว 4 ห้อง (ห้องนอนเด็ก ห้องเก็บของ ห้องทำงาน และมุมบิวตี้โถงทางเดิน) สำหรับห้องนี้ปุ้ยตั้งใจจะรีโนเวททำให้เป็นของขวัญวันเกิดของสามีและของขวัญวันครบรอบแต่งงาน 2 ปี ของเราค่ะ ห้องนอน ขนาด 3.5x4 m (มีบันไดในห้อง) ห้องน้ีเป็นห้องนอนหลัก (แต่ขนาดเล็ก) เพราะเน้นฟังก์ชั่น คือ ไว้นอน และเอาไว้เก็บเสื้อผ้าของสามี (ใต้บันได) ไม่ดูทีวี ไม่ทำงานในห้องค่ะ ส่วนบันไดที่เห็นนั้นจะเดินไปสู่ห้องแต่งตัวของปุ้ยอยู่ชั้นบน ----------  มีคนถามเยอะมากว่า บันไดในห้องนอนทำไปทำไม ? ---------- ตอนแรกเดิมที ปุ้ยออกแบบให้มีบันได เพราะว่าชอบอารมณ์ห้อง Duplex ในคอนโดหรือโรงแรม รู้สึกว่าเจ๋งดี แล้วก็ตอนออกแบบบ้าน ปุ้ยเอามาปรับใช้ เพราะว่าสามีนอนกรน ช่วงแต่งงานแรกๆ ปุ้ยนอนไม่หลับเลย (แรกๆ เช่าคอนโดอยู่กันก่อนจะมีบ้านค่ะ) ปุ้ยเลยคิดขึ้นมาได้ว่า เอาไอเดียห้อง Duplex มาใช้ แล้วกะว่าแยกกันนอนคนละชั้น แต่ยังมีบันไดเชื่อมกัน จะได้ไม่โดนครหาว่าแยกห้องนอน (คือ ยังเป็นห้องเดียวกันอยู่) แต่ว่า เอาเข้าจริง ตอนหลัง ปุ้ยไปฝังเข็ม รักษาคลายเครียด คลายกล้ามเนื้อ แล้วก็ทำให้ไม่ได้ยินเสียงกรนอีกเลย เพราะว่าช่วยให้ปุ้ยก็หลับง่ายขึ้น เลยสรุปไม่ได้แยกกันนอนค่ะ Inspiration ที่ปุ้ยคิดไว้ตอนที่ออกแบบห้องนี้ ประมาณว่ามีเตียงกับตู้เสื้อผ้าใต้บันได คือ เห็นจากเว็บ pinterest แล้วหลงรักไอเดียของตู้เสื้อผ้าใต้บันได เพราะดูเหมือนการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ดีไซน์ในห้องนี้ เน้นเอาใจคุณผู้ชาย ดังนั้นการแม็ทสีและดีไซน์ ปุ้ยจึงเลือกใช้สีดำ ทอง น้ำตาล และเงินหรือไอเท็มที่แวววาว ทุกอย่างดูเข้าเหลี่ยมเข้ามุม (ไม่มีลายโค้งมนหรือหวานช้อย) และมิกซ์เข้ากับเฟอร์นิเจอร์โทนสีเข้ม ให้ออกมาดูหรู แต่ทุกอย่างอยู่ภายใต้งบท่ีไม่แพงจนเกินไป ซึ่งห้องนี้เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของปุ้ยเอง ภูมิใจและเรียกได้ว่าเป็นของขวัญชิ้นโตให้กับเค้าเลย ปุ้ยตั้งงบกับห้องนี้ไว้ ที่ 55,000 บาทค่ะ ก่อนที่จะเล่าถึงที่มาที่ไป และไอเดียในการแต่งห้องนี้ มาดูรูปผลงานที่สำเร็จแล้ว ยั่วน้ำลายกันก่อน -------------- ภาพหลัง รีโนเวทเสร็จแล้ว ภาพจริง บรรยากาศจริง ค่ะ -------------- [ถ่ายรูปในวันที่แดดออก แสงเข้ามาทำให้ห้องที่ใช้เฟอร์นิเจอร์สีเข้ม ดูสว่างสดใสขึ้นเยอะเลย] สำหรับกระทู้นี้ อาจจะรีวิวไปพร้อมกับการเล่าเนื้อหาแนวไลฟ์สไตล์ไปด้วยนะคะ เพราะห้องนี้มีเรื่องราวของเค้าค่ะ อย่างที่เกริ่นตอนต้น โดยใช้คำว่า “รีโนเวท” เพราะว่าห้องนี้เป็นห้องนอนที่เราใช้ซุกหัวนอนกันมาตั้งแต่บ้านยังสร้างไม่เสร็จค่ะ แล้วก็ทนๆ อยู่กันไปแบบนี้ เพราะว่าไม่มีงบมาตกแต่งซะที ถ้าใครได้ติดตามเรื่องราวการสร้างบ้านของปุ้ยจะรู้ว่า กว่าจะมาเป็นห้องๆ นี้ในวันนี้ มันผ่านอะไรมามากมายค่ะ มีปัญหาตั้งแต่คราวที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน เราต้องมารับชะตากรรมจากช่างทาสี ที่รู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่ เลวร้ายสุดๆ คือ เราย้ายเข้ามาอยู่มานอนแล้ว สีก็ยังทาไม่เสร็จ แต่จำเป็นต้องย้ายเพราะว่า สัญญาเช่าคอนโดหมด (เป็นภาพที่ไม่น่าดู เลยต้องทำสีเป็น Sepia ค่ะ 555) ภาพที่เห็นเราต้องใช้เตียงเก่าของสามี (ที่เค้าบอกว่านอนมาตั้งแต่เด็ก) ขนมาจากบ้านแม่ ส่วนของที่แพ็คมาจากคอนโดก็ต้องเอาถุงพลาสติกคลุมไว้ เพราะกลัวฝุ่นและสีหกใส่ อีกทั้งยัง Unpack ไม่ได้ จะทำอะไรก็ลำบากมากค่ะ อยู่กันสภาพนี้ 2 สัปดาห์กว่าช่างทาสีจะยอมมาทาสีต่อ แล้วก็พอทาสีเสร็จ ออกมาย่ำแย่กว่าที่คิดไว้เยอะ จนหมดกำลังใจจะทำอะไรต่อ เพราะเงินก็หมด แต่ก็อดทนค่ะ ต่อมาพอบ้านเสร็จ ช่างทุกอย่างออกจากบ้านไป เราก็ไปซื้อราวแขวนผ้าราคาถูกๆ อันละ 100 - 200 กว่าบาท มาติดผนัง เพื่อให้อยู่ได้  แล้วก็มีเฟอร์นิเจอร์จากคอนโดนิดหน่อยที่ขนมาใช้ต่อที่บ้าน สภาพเป็นแบบนี้ก็อยู่กันมา 1 ปีเต็มๆ เวลาใครไปใครมา ก็ไม่ค่อยอยากให้เข้ามาดูห้องนอน เพราะว่า “อาย” ค่ะ (ห้องนอนเป็นห้องที่อยู่ชั้นล่าง ใครๆ ก็ชอบถามว่าห้องอะไร จะขอดู) สามีเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ค่ะ เค้าอยู่ได้ (เราก็ต้องอยู่กับเค้า แบบจำยอม) แต่ปุ้ยฝันมาตลอดว่าอยากทำห้องนี้ให้มันออกมาดี มันควรเป็นห้องที่เราอยากอยู่ที่สุดในบ้าน มันคือ ห้องของเรา โอเค ขอจบดราม่าแค่ตรงนี้ ต่อไปจะเล่าถึงการรีโนเวทห้องให้ฟังค่ะ --------------  ภาพก่อน การรีโนเวท -------------- ภาพ Before ทุกๆ มุมของห้องก่อนทำการ Renovate การรีโนเวทครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ให้สวยงามเท่านั้นค่ะ แต่เป็นการรีโนเวทพฤติกรรมที่ควรปรับเปลี่ยนให้ไปในทางที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นด้วย ได้แก่ - การหันเตียงนอนให้ถูกต้อง (อยากเปลี่ยนมานานแล้ว แต่ว่าไม่มีใครช่วยย้ายเตียง) - การทิ้งข้าวของที่ไม่จำเป็น - การจัดระเบียบเสื้อผ้าและสิ่งของ - การจัดให้เป็นหมวดหมู่และให้หยิบใช้สะดวก - การตกแต่งบรรยากาศห้องให้ดูสวยงาม น่าพักผ่อน - และผลลัพธ์ คือ การเปลี่ยนแปลงชีวิตแบบที่ปุ้ยคาดไม่ถึง อันดับแรกเลย คือ ปุ้ยซื้อตู้เสื้อผ้าเผื่อมาจัดระเบียบข้าวของในห้องค่ะ ฝันมานานแล้วอยากทำตู้เสื้อผ้าใต้บันได (ก็เลยเป็นหนึ่งเหตุผลที่ออกแบบให้มีบันไดในห้อง) ซึ่งปุ้ยตั้งใจจะให้เป็นตู้เสื้อผ้าแบบเปิดโล่ง (Open Closet) ซึ่งคนไทยมักจะเรียกว่า ตู้เสื้อผ้าวอร์คอิน (Walk-in Closet) จากการเดินสำรวจตลาดเฟอร์นิเจอร์หลายๆ ที่ ปุ้ยก็ตกลงปลงใจกับดีไซน์รุ่น ILLUSION SERIES เป็นโครงอลูมิเนียมพ่นสีดำ บานไม้อัด หน้าบานพ่นไฮกลอส และชั้นวางสีไม้ ปุ้ยคิดว่าดีไซน์นี้มันดูเหมาะกับผู้ชายมากค่ะ (จริงๆ เค้ามีสีขาวด้วย) ตู้นี้ปุ้ยได้มาจากอินเด็กซ์ (Index Living Mall) ก่อนจะคำนวณราคา เค้าจะมาวัดพื้นที่จริง แล้วก็ออกแบบก่อนว่าต้องใช้เสาสูงเท่าไหร่ จะแต่งส่วนได้กี่ล็อก แล้วจะใช้ฟังก์ชั่นอะไรใส่ลงไปได้บ้าง สำหรับพื้นที่เล็กๆ ใต้บันไดนี้ พื้นที่ใช้งานจริงที่สามารถติดตั้งได้ คือ 1.8 เมตร ความสูงไล่ระดับด้วย เค้าต้องมาวัดอย่างละเอียดเลยค่ะ เสร็จแล้วก็ออกแบบสามมิติ แล้วก็ตีราคาออกมาตามชิ้นอุปกรณ์ที่ใช้ ราคาคิดแยกเป็นชิ้นๆ เลย ส่วนการติดตั้งก็ง่ายมาก ทั้งชุดนี้ช่างจากอินเด็กซ์มาติดตั้ง 3 คน ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. เองค่ะ - เสาอลูมิเนียม+ชุดปรับขา 4x1,995 = 7,980 บาท - ชุดข้อต่อเข้าผนัง 4x590 = 2,360 บาท - แผ่นชั้นไม้ 80x40 cm = 600 บาท
- ชุดราวแขวนเสื้อสแตนเลส 40 cm 2x490 = 980 บาท - ชุดราวแขวนเสื้อสแตนเลส 60 cm = 690 บาท - กล่องบนบานเปิดขึ้น 60 cm = 5,090 บาท - ลิ้นชัก 3 ชั้น 60 cm =10,900 บาท
- ลิ้นชักแขวนกางเกง 80 cm = 4,290 บาท - ตัวรับชั้น 6x690 = 4,140 บาท - ตัวยึดโครงตู้กับเสาอลูมิเนียม 3x590 = 1,770 บาท - แผ่นชั้นราวแขวน 40x40 cm  2x310 = 620 บาท รวมทั้งสิ้น 39,420 บาท เดิมทีแล้วตั้งงบกับตู้ไว้แค่ 15,000 บาท เกินมา 2 เท่านิดๆ 
สำหรับใครที่อยากได้ตู้แบบนี้ ถ้าไม่เอากล่องบานปิด หรือลิ้นชัก ก็น่าจะใช้งบประมาณ 20,000 
แต่ปุ้ยอยากให้มีลิ้นชักเพราะอยากให้ดูเป็นระเบียบ และให้มีส่วนที่เก็บของกันฝุ่นด้วย
ถ้าใครไปซื้อ เค้าจะเคาะราคามา แล้วถ้าเราไม่อยากได้ชิ้นไหน ก็ตัดออกได้ค่ะ เค้าก็จะไปทำราคามาให้ใหม่อีกรอบ โครงสร้างของตู้เสื้อผ้านี้ เป็นแบบปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้เอง (Flexible) ดังนั้นเราอาจจะตั้งงบเพื่อซื้อโครงและฟังก์ชั่นจำเป็นมาติดตั้งก่อน และ ข้อดีคือ ในอานาคต ถ้าเราอยากเพิ่มชั้นวาง ก็ซื้อมาเพิ่มเองได้ ส่วนชั้นวางที่ติดตั้งแล้ว สามารถถอดและ เปลี่ยนระดับความสูงได้เองค่ะ ปุ้ยลองทำดูแล้วไม่ยากนะ ไหนๆ จะจัดทั้งที่ก็ถือโอกาสทำทีเดียวเลย เฟอร์นิเจอร์ย้ายออก แล้วก็ติดวอลเปเปอร์ ด้วยค่ะ (แต่ปุ้ยติดวอลเปเปอร์หลังติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ก็ทำได้ไม่ยากค่ะ เพราะว่าตู้ไม่ได้เป็นบิวท์อิน แค่ยึดติดผนังไว้แบบ เคลื่อนย้ายได้) การติดวอลเปเปอร์ เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ช่างทาสีแสนห่วย (ที่เกริ่นไว้ตอนแรก) ทาสีไม่เรียบทำให้ห้องนอนของเราเป็นสไตล์ลอฟท์ ดูไม่เรียบร้อย ส่งผลให้เวลานอน รู้สึกไม่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ 
หลังติดวอลเปเปอร์ แล้วช่วยให้ห้องดูสะอาดตาขึ้น แสงในห้องและเทคเจอร์จะดูดีขึ้น เรียบร้อยและดูมีฟิลลิ่งมากขึ้นเยอะเลยค่ะ รูปตู้เสื้อผ้า ก่อนติดตั้งวอลเปเปอร์ รูปตู้เสื้อผ้า หลังติดตั้งวอลเปเปอร์ มุมใต้บันได ดูดีขึ้นหลังจากติดตั้งตู้เสื้อผ้าแบบ Open Closet และติดวอลเปเปอร์ลาย Dandy Check (จาก Zaran Wallpaper) ส่วนผนังที่เหลือเป็นลายเรียบๆ เพื่อส่งเสริมให้ลายหลักของเรา ดูดโดดเด่น ผนังส่วนอื่นๆ จึงเป็นสีเบจอ่อนๆ ที่มีเทคเจอร์วิ้งๆ รับกับแสงไฟ สวยงามมาก ช่วยให้ห้องดูแพงขึ้น ดูหรูขึ้นได้จริงค่ะ 
แอบแต่งแสง ด้วยโคมไฟเส้น LED เพิ่ม (ขอรีวิวท้ายกระทู้) ทำให้มุมนี้ดูหรูหรา น่าสนใจขึ้นเยอะเลย ทีนี้มาพูดถึงฟังก์ชั่นการจัดเก็บที่ปุ้ยออกแบบไว้ให้สามี กันค่ะ เทคนิคการจัดระเบียบ ที่ได้ไอเดียสรุปมาจาก ทฤษฎีของ KonMari method (นักจัดระเบียบชื่อดังของญี่ปุ่น) และ Kyoko Ikeda (จากหนังสือชื่อ ทำไงดี! อยากจัดห้องให้เนี้ยบๆ) ดังนี้ 1. ทิ้งของที่ไม่จำเป็น หรือถ้าเลือกไม่ถูก คือ ของที่พอเห็นแล้วทำให้ใจเต้น (Spark Joy) ให้เก็บไว้ 2. อย่าเก็บของที่คิดว่าจะได้เอามาใช้สักวัน เพราะคำว่า “สักวัน” จะไม่มีวันมาถึง 3. อย่าให้ใครเข้ามาดูตอนเราทิ้งของ เพราะเค้าจะบอกว่าอย่าทิ้งเสียดาย (ใส่ถุงดำมัดเงื่อนตายไว้เลย) 4. การตัดใจจากสิ่งของง่ายๆ โดยการไว้อาลัยกับสิ่งของ ด้วย “คำขอบคุณ” ที่เค้าได้รับใช้เรามา และขอให้เค้าจากไปอย่างมีความสุข 5. จัดของที่เหลือ ตามหมวดหมู่การใช้งาน และพับเข้าที่ให้เป็นระเบียบ 6. ของทุกอย่างต้องมองเห็น จะได้หยิบมาใช้ได้ ไม่ลืมว่าไว้ตรงไหน 7. การวางทุกอย่างแบบตั้งขึ้น จะทำให้เห็นง่ายขึ้น เพราะไม่ถูกชิ้นอื่นทับ 8. ที่สำคัญต้องหยิบใช้สะดวกด้วยนะคะ ตามที่เห็น จัดระเบียบให้หมดแล้ว ทุกอย่าง ตู้ Wall-in Closet นี้เอาอยู่ เนื่องจากห้องเราเล็กและก็ไม่ได้มีที่เก็บของมากนัก เพราะฉะนั้น ในห้องนี้ จะมีฟังก์ชั่น แค่สำหรับ การนอน เก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของสามี ส่วนของส่วนตัวของปุ้ย เก็บห้องอื่นค่ะ สำหรับห้องนี้ ตู้เสื้อผ้าเรามีพื้นที่จำกัด ตามที่เห็นว่ามีที่แขวนเสื้ออยู่แค่ราวเดียวเล็กๆ เราควรคัดเลือกเสื้อผ้าข้าวของ ทิ้งให้หมด  เอาให้เหลือ เท่าที่ใช้งานจริงๆ ของส่วนใหญ่เป็นของสามี ดังนั้นเราเป็นคนทิ้ง ไม่มีคำว่า เสียดาย 555 ข้อดีของสามีปุ้ย คือ เค้าเป็นคนสมบัติน้อยค่ะ ไม่ค่อยมีของสะสม และไม่บ้าแต่งตัว แต่ว่าบางทีก็ใช้ของบางอย่าง จนมันน่าจะหมดอายุขัยแล้ว ก็ยังไม่ปล่อยมันไปเกิดใหม่ค่ะ ข้าวของจะมี เสื้อเชิ๊ตใส่ไปทำงาน (12 ตัว) เสื้อเชิ๊ตที่ไม่ค่อยได้ใช้ (10ตัว) กางเกงใส่ไปทำงาน (6 ตัว) เสื้อลำลอง (10 ตัว) กางเกงลำลอง (8 ตัว) ถุงเท้า กางเกงใน และข้าวของส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่เราจัดการ คือ ทิ้งเสื้อผ้าที่เก่าจนย้วย เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้ว ทิ้งขยะพวกนามบัตร บิล ใบเสร็จ (ไม่รู้เก็บไว้ทำไม) แต่สิ่งที่เราแอบเก็บไว้ให้ คือ เสื้อเชิ๊ตไซส์ XXL เพราะตอนนี้เค้าผอมลง เหลือใส่ไซส์ L2 
จริงๆ ควรจะทิ้งไปเลย จะได้ไม่มีข้ออ้างในการกลับมาอ้วนอีก เพราะว่าไม่มีเสื้อใส่ ถ้าอ้วนอีกคราวหน้า ก็คือ ต้องถอดเสื้อไปทำงานแล้วหละ (เดี๋ยวเขียนกระทู้นี้เสร็จ จะเอาไปบริจาคเลย) ถ้าเห็นจากรูปจะรู้ว่าข้าวของเค้าน้อยมาก พวกเน็คไท เสื้อสูท ก็ไว้ที่ทำงาน รองเท้าหนังมีหลายคู่ก็ไว้ท้ายรถ จริงๆ ผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องแต่งตัวเยอะ (เพราะถ้าเยอะ เดี๋ยวจะแต่งหล่อไปจีบสาว) ถ้าคุณผู้ชายที่บ้านใครข้าวของเยอะ เราลองช่วยเค้าทิ้ง+จัดระเบียบก็จะช่วยให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นได้อีกเยอะเลยนะคะ ส่วนพวกเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใช้ เช่น เสื้อโค้ทหรือชุดสำหรับใส่ไปเที่ยวประเทศหนาวๆ เราก็พับเก็บใส่กรุไว้ในตู้ ถ้าจะใช้ ค่อยไปรื้อมาค่ะ ฟังก์ชั่นการใช้งานของตู้นี้ เหมาะมากสำหรับคนของไม่เยอะอย่างสามีเรา เพราะว่าถ้าเยอะจนแน่นเกินไป จะดูไม่ค่อยสวย เสื้อเชิ๊ตที่ใส่จริงๆ มี 12 ตัวเองค่ะ ที่แขวน 4 ตัว แล้วที่เหลืออยู่ในตระกร้าเตรียมซักอีก 3  ตัว ซักแล้วยังไม่ได้รีด อีก 5 ตัว (กระจายอยู่ตาม Process การซัก-ใส่) ไม้แขวนเสื้อ สีดำซื้อมานานแล้ว แต่ไซส์เล็กเหมาะกับเสื้อผู้หญิง และสีแดงเป็นไซส์ใหญ่เหมาะกับเสื้อของผู้ชายมากกว่า ไม่แขวนทั้ง 2 แบบจากอินเด็กซ์ (ไซส์ใหญ่สีดำเค้าก็มีนะคะ แต่สีแดงนี่ได้รับมรดกมาจากบ้านพี่สาวค่ะ พอมาวาง ก็ดูเด่น กลายเป็นกิมมิกไปอีกแบบ) ปุ้ยประยุกต์ใช้จากกล่องตะแกรงลวดสีดำ ที่ใช้สำหรับใส่ของในสำนักงาน และกล่องลิ้นชักจิ๋วใสๆ ทั้งนี้หมดนี้ก็ซื้อจากอินเด็กซ์ แต่ละชิ้นประมาณ 29 - 199 บาท ไม่เกินนี้ค่ะ มุมสะสมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ 
อันนี้ไม่ได้สนับสนุนนะคะ แต่ว่าเค้าขอไว้ เค้าอยากได้ ความฝันของเค้า ปุ้ยก็เลยไปซื้อ ที่วางขวดไวน์อะคริลิก มาให้ใช้ไปก่อน ซื้อจากอินเด็กซ์ ราคา 890 บาท ปกติจะชอบซื้อเวลาไปดิวตี้ฟรี ก่อนหน้านี้ซื้อเยอะมาก ช่วงนี้ก็เลยสั่งงด ตอนนี้เหลือแค่ขวดเดียวที่กินไม่หมดค่ะ ถัดมา ที่แขวนกุญแจ สามารถนำมาประยุกต์ใช้แขวนแว่น กับเครื่องประดับได้ด้วย ซื้อจากอินเด็กซ์ เหมือนกันค่ะ แต่ปุ้ยลืมจดราคาไว้ กล่องลิ้นชักพลาสติกจิ๋วๆ ใสๆ จากอินเด็กซ์ ราคา 99 บาท Accessories พวกหมวกกับสายเอี๊ยม ปุ้ยซื้อมาให้เค้าเอง เห็นแล้วชอบ ปุ้ยประยุกต์ใช้ไม้แขวนกระโปรง เอามาแขวนให้ค่ะ ก็ดีเก๋ดีนะ จริงๆ แขวนพวกเนคไทกับโบว์ไทได้ด้วยค่ะ ส่วนต่อมาเป็น ลิ้นชัก แขวนกางเกง อันนี้ปุ้ยชอบเป็นการส่วนตัว ก็เลยเอาฟังก์ชั่นนี้มาใส่ ช่องใส่ของเหนือชั้นแขวนกางเกง ปุ้ยเอากล่องกระดาษ มาไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ โดยแยกตามประเภทและเขียนป้ายชื่อติดไว้ อย่างชัดเจน จริงๆ กล่องนี้ซื้อมานานมากแล้วตอนอยู่คอนโด พอย้ายบ้าน เกือบจะทิ้งแล้ว พอดีไซน์ตู้มีสีน้ำตาล เลยนึกขึ้นได้ ไปหยิบมาใช้ มันก็ดูเข้ากันได้พอดีเลยค่ะ กล่องอเนกประสงค์จากอินเด็กซ์ ราคา 139 บาท ถัดมาเป็นตะกร้าใส่เสื้อผ้าเตรียมซัก จากอินเด็กซ์ ราคา 469 บาท อันนี้ก็ชอบค่ะ 
ใช้ของอินเด็กซ์ มาหลายอันแล้ว พอเจออันนี้ ก็ปิ๊งเลย เหมาะกับสไตล์ห้องนอนห้องนี้สุดๆ เพราะเป็นสีดำขอบขาว แล้วก็มีแยก 2 ส่วน คือ ผ้าสีเข้มกับผ้าสีอ่อน   ส่วนอีกใบเป็นถังขยะ 20 ลิตร จากอินเด็กซ์ ราคา 359 บาท แน่นอนเลือกมาเพราะดีไซน์เข้ากับห้อง เป็นสีดำ แล้วปุ่มกดสีเงินค่ะ ถังนี้ปุ้ยประยุกต์มาใส่ ถุงเท้าที่ใส่แล้ว เตรียมเอาไปซัก แล้วภายในใส่ถุงใส่ผ้าแบบที่มีหูหิ้ว ขนาดพอดีกับถัง เวลาไปซัก ก็หิ้วไปแต่ถุงใส่ผ้าด้านในค่ะ
 ไอเดียนี้ทำให้ แยกถุงเท้าออกจากเสื้อผ้าอื่นๆ แล้วก็ยังเก็บได้มิดชิด ดูสวยงามด้วยค่ะ ชุดลำลอง ประกอบด้วย เสื้อยืด เสื้อบอล กางเกงบอล กางเกงขาสั้น คือ ชุดที่เค้าใส่ในวันหยุดค่ะ พับๆๆ ให้เรียบร้อย แล้วก็วางเก็บแบบตั้งไว้ จะได้เห็นครบทุกตัว ปุ้ยพยายามพับโดยหันมาร์คของเสื้อออกมาให้เห็นชัดๆ เพราะว่า บางทีเค้ามีเสื้อสีเดียวกันหลายตัว 
ส่วนเสื้อเชิ๊ตในลิ้นชัก ก็เช่นกันค่ะ พับแล้วหันวางในแนวตั้ง ไอเดียของการจัดของ นอกจากจะทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญ เราจะต้องมองเห็นของทุกชิ้น เพื่อที่จะไม่หลงลืมว่า มีมันอยู่ และละเลยที่จะหยิบมาใช้ รวมถึง ช่วยแก้ปัญหา “การหานู่นนั่นนี่ไม่เจอ” ค่ะ อีกไอเดียหนึ่งที่เก็บมาจากเว็บของฝรั่ง แล้วรู้สึกว่าน่าจะเวิร์คสำหรับสามี คือ การจัดระเบียบอุปกรณ์ชาร์จแบ็ตโทรศัพท์มือถือ เพราะว่า ปุ้ยต้องหงุดหงิดทุกวัน ที่จะมาเก็บให้ คือไงรู้มะ เค้ามีโทรศัพท์ หลายเครื่อง ไหนจะแท็บเล็ตอีก แล้วเวลาชาร์จก็กองบนพื้น พอออกไปทำงานแล้ว พวกสายชาร์จ ปลั๊กพ่วง ก็กองระเกะระกะ บนพื้นนั่นแหละ จะกวาดจะถูอะไรก็ลำบาก (ขอบ่นให้เถอะค่าาาา) เชื่อว่าหลายคนประสบกันปัญหานี้ค่ะ ปุ้ยก็เลยจัดระเบียบให้โดยการซ่อนพวกปลั๊กและสายชาร์จไว้ในลิ้นชัก และก็ม้วนเก็บให้เป็บระเบียบ แบ่งเป็น 2 ลิ้นชัก จะได้ไม่ทับกัน หรือพันกันสะเปะสะปะ ชั้นบนไว้ชาร์จพวกโทรศัพท์มือถือ ส่วนลิ้นชักล่างไว้ชาร์จแท็บเล็ต ซึ่งมีขนาดใหญ่และกินที่มาก แบบนี้ แก้ปัญหาชีวิตระเกะระกะ สะเปะสะปะ ไปได้เยอะเลยค่ะ จบในส่วนของตู้เสื้อผ้าและการจัดเก็บข้าวของแล้วค่ะ เดี๋ยวมาต่อ มุมพักผ่อน กันค่ะ ยังไม่เหนื่อยกันใช่มั้ยคะ เรามาต่อกันที่ "มุมหลับพักผ่อน" ปุ้ยปรึกษากับสามี เราตัดสินใจขยายไซส์เตียงจากควีนไซส์ เป็นคิงไซส์ (เผื่อมีสมาชิกเพิ่ม) จะได้นอนกันสบายๆ เตียงคิงไซส์รุ่น GEHRY จากอินเด็กซ์ ราคา 21,900 บาท ปุ้ยชอบรุ่นนี้ ตรงที่เป็นผิวบานไม้ไฮกลอสเงาวั๊บสีน้ำตาลดำ (ชอบสีนี้มากว่าน้ำตาลแดงอันเก่าเยอะเลย) ตรงขอบด้านหัวเตียงมีคิ้วขอบสีทองเหลือง ชอบตรงนี้ที่สุดค่ะ ทำให้ดูหรูหราขึ้น ส่วนรุ่นนี้ไม่มีหัวเตียง ก็ช่วยให้ดูเป็นระเบียบไม่รก 
แต่ปุ้ยเอาเบาะรองนั่งสีเบจขลิบขอบสีดำ มาวางไว้ ช่วยให้เตียงดูนุ่มนวลขึ้น เวลาพิงอ่านหนังสือก่อนนอนก็ดีเลยค่ะ มุมเตียงนอน ปุ้ยย้ายหัวเตียงมาไว้ฝั่งทิศเหนือค่ะ พอเปิดประตูห้องเข้ามา ก็จะเจอเตียงหันออกมา
ปุ้ยก็ย้ายมานอนด้านซ้ายของเตียง (ด้านขวาของรูป) ซึ่งปุ้ยเคยรู้มาว่า ถ้าแต่งงานกัน ภรรยาควรนอนซ้าย สามีนอนขวา คราวนี้พอย้ายมาฝั่งนี้ปุ้ยเลยขอนอนทางซ้าย ส่วนสามีก็นอนฝั่งที่ติดกับตู้เสื้อผ้า ซึ่งเค้าจะได้หยิบใช้ของส่วนตัวเค้าได้สะดวกเลย ที่สำคัญต่อไปนี้ปุ้ยจะไม่ต้องเดินอ้อมไปขึ้นเตียงไกลๆ อีกแล้วววว นี่คือ ผลพลอยได้ที่แฮปปี้สุด โต๊ะข้างเตียง เรางบไม่พอ ก็เลยไปเอาโต๊ะที่เคยซื้อไว้หลายปีแล้ว สีเข้ากัน มาวางด้านขวาของเตียง ด้านขวา (ด้านที่สามีนอน) ไม่มีโคมไฟ เพราะว่าสามารถใช้ไฟตรงโครงเสาตู้เสื้อผ้าได้ ปุ้ยติดตั้งโคมไฟ LED แบบที่เปิด/ปิดด้วยระบบสัมผัสที่ โคมเลย สะดวกสุดๆ (ใครสนใจเดี๋ยวโพสต์รีวิวโคมไฟ ให้นะคะ) วอลเปเปอร์จาก Zaran Wallpaper สีเบจอ่อนๆ ช่วยให้ผนังดูนุ่มนวลขึ้น และมีเทคเจอร์ลายผ้า แซมกลิตเตอร์วิ้งๆ แบบกระจายห่างๆ ช่วยให้ดูหรูหราขึ้น ราคาตรม.ละ 350 - 550 บาท ส่วนด้านซ้ายที่ปุ้ยนอน เอาเก้าอี้ม้านั่งสีดำมาใช้วางของ (ม้านั่ง จากอินเด็กซ์ 199 บาท) 
และมุมนี้เพิ่มไฮไลท์ด้วยการเอาโคมไฟ ที่มีดีไซน์เข้ากับเตียงมาวางไว้ค่ะ ทำให้มุมนี้ดูดีขึ้นมาทันตาเลย โคมไฟ ตั้งพื้น รุ่น ROARKE จากอินเด็กซ์ ราคา 1,430 บาท ขาโคมเคลือบสแตนเลส และหุ้มหนังสีน้ำตาล
ปุ้ยชอบโคมไฟอันนี้ เพราะนอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว ยังฟังก์ชั่นมี ที่เปิด/ปิด แบบเชือกดึง สะดวกดี เบาะรองนั่ง จากอินเด็กซ์ ราคา 199 บาท หมอนอิง จากอินเด็กซ์  สีดำ คำว่า Rock ตกแต่งด้วยหมุมสีทอง 139 บาท ผ้าปูสีเขียวขี้ม้าและผ้านวมสีเบจทอง ได้มาจากการช็อปปิ้งงาน บ้านและสวนแฟร์ เซ็ทละ 3,990 บาท ส่วนมุมด้านบนจริงๆ อยากเอาตู้แขวนบานไฮกลอสหรือบานกระจกเงา มาแขวน ไว้เก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ว่างบเราหมดแค่นี้จริงๆ ค่ะ อีกด้านผนังของห้อง เป็นหน้าต่างบานใหญ่ รอเก็บตังค์ซื้อผ้าม่านสวยๆ มาเปลี่ยนค่ะ 
อันนี้รับมรดกจากบ้านพี่สาวมา ขนาดไม่พอดี ตอนแรกมีเอามาแปะเพิ่มให้มันบังหน้าต่างให้มิดๆ แต่พอติดวอลเปเปอร์ดึงออกมา ยังไม่ได้ติดกลับเข้าไป ส่วนผนังตรงชานบันได ปุ้ยกำลังคิดว่าจะหานาฬิกาเก๋ๆ มาแขวน แต่ยังไม่เจอที่ถูกใจ (อยากได้สไตล์ที่ดูคลาสสิก แบบเรียบๆ ) ถ้าแขวนนาฬิกาตรงนี้ เวลาตื่นมาจะได้ดูเวลาพอดี
 ด้านล่างนานาฬิกาลงมา ก็คิดๆ ไว้ว่าจะหาชั้นวางของเล็กๆ มาวางพวกขวดน้ำหอมที่สะสมไว้ค่ะ สรุปค่ะ งบที่ใช้ไปในห้องนี้ก็ ราวๆ 66,000 บาท (ไม่รวมค่าเสื่อกับวอลเปเปอร์) ซึ่งเกินจากงบที่ตั้งไว้มา 11,000 บาท ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารงบ แต่ว่ายังไงก็ได้ความถูกใจและลงตัวมากๆ ค่ะ ถือว่าคุ้มค่ากับความพยายาม ไม่รู้ว่าสามี เค้าดีใจแค่ไหน เพราะว่าไม่เคยถาม แต่ตอนนี้ก็นอนห้องสวยๆ นี้มา 1 สัปดาห์แล้วค่ะ มาดูเปรียบเทียบกันแบบชัดๆ ว่าเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านกันมาจนจบนะคะ กระทู้นี้ใช้ความพยายาม (ความถึก) อย่างมากเลย เพราะว่าถ่ายรูปยากมาก ปุ้ยถ่ายเองค่ะ ปกติห้องอยู่ในมุมที่ไม่ค่อยโดนแสง ต้องรอจังหวะวันที่แดดออกจ้าๆ เลย แถมห้องก็แคบ เลนส์ที่ยืมพี่สาวมาก็แบบว่าถอยจนสุดหัวติดผนังอีกฝั่งแล้วก็ยังเห็นมุมกว้างสุดแค่นี้ สรุปถ่ายอยู่ 5 วัน ถ่ายแล้วถ่ายอีก กดชัตเตอร์มา 3,000 กว่ารูป เลือกมาใช้ไม่ถึง 30 รูป 555 หลายคนอาจจะคิดว่า ห้องสวยเพราะถ่ายรูปสวยรึเปล่า บอกเลยว่า ไม่ใช่ค่ะ เพราะว่า ของจริงสวยกว่าในรูปมากๆ แต่ว่าความสามารถในการถ่ายรูปก็ไม่ได้มีมากมาย ใช้พยายามสุดๆ แล้วได้แค่นี้จริงๆ ระหว่างทาง มีแมวๆ เจ้าขนมผิง เจ้าก้อนเมฆ และเจ้าปลาทู แวะเวียนกันมาให้กำลังใจ พร้อมป่วนเล็กๆ ค่ะ ก่อนจะจบกระทู้ ขอสรุปบางอย่างแต่สำคัญมาก ที่ปุ้ยมีหยอดไว้เล็กๆ ตอนต้นกระทู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่การรีโนเวทห้อง แต่มันคือ การรีโนเวทชีวิต หมายถึง ชีวิตคู่ค่ะ
 ปุ้ยไม่อายที่จะเล่าว่า เมื่อก่อน เราทะเลาะกันบ่อยมาก จนปุ้ยได้สังเกตและตระหนักถึงพฤติกรรมการทะเลาะของเรา (หลังอยู่ห้องรีโนเวทมา 1 สัปดาห์) สาเหตุก่อนหน้าที่ทำให้เราทะเลาะกันเพราะว่า - บรรยากาศในห้องเก่า มันไม่ทำให้จิตใจสงบ ไม่ผ่อนคลายค่ะ - ปุ้ยแทบจะไม่อยากเข้ามานอน และไม่อยากจะตื่นมาพบบรรยากาศแย่ๆ ในห้องเก่า - บรรยากาศที่ไม่ดี ทำให้จิตใจเราเครียด และทำให้หงุดหงิดง่าย - ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน มักจะทะเลาะกัน “ในห้องนอน” และปุ้ยมักจะเริ่มต้นประโยคว่า “เบื่อ” แต่ตอนนี้ชีวิตคู่เรา ถูกรีโนเวทไปพร้อมๆ กับห้องนอนห้องนี้
ทุกวันนี้พอเข้าห้องนี้ จะอารมณ์ดี คุยกันดี เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่า ชีวิตคู่ของเรา “แฮปปี้” กันมากขึ้น และปุ้ยเพิ่งเข้าใจก็วันนี้เองว่า การอยู่ในที่ดีๆ ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ได้จริงๆ ค่ะ ถ้าใครอยากจะเอาใจสามีหรือภรรยา หรือกำลังประสบปัญหาชีวิตคู่ ลองใช้วิธีการรีโนเวทห้อง สร้างบรรยากาศของความสุขแบบนี้ ปุ้ยเชื่อว่า อะไรๆ มันจะต้องดีขึ้น หรือใครที่อยู่คนเดียว ลองหาโอกาสรีโนเวทห้องนอน ก็มันเหมือนได้รีโนเวทชีวิตของเราไปด้วย เพราะชีวิตถ้าได้หลับสบาย และพบความสุขตั้งแต่ตอนลืมตาตื่น วันทั้งวันของเรา ก็จะมีความสุขค่ะ บอกเลยว่าจบห้องนี้แล้วมีความสุขมากๆ เวลาได้นอนห้องสวยๆ มันช่างดีอย่างงี้นี่เอง สุดท้ายนี้ขอบคุณสามีที่ตามใจ ให้เราจัดระเบียบ เลือกเฟอร์นิเจอร์ตามใจเรา ไม่มีขัด ซักนิด หวังว่าจะชอบของขวัญชิ้นนี้ ที่ภรรยาทำให้ด้วยความรักและความตั้งใจ <3
  แม้จะไม่เอ่ยปากชม แต่ดูก็รู้ว่า “ชอบใจ” อยู่ไม่น้อยค่ะ ต่อจากนี้เก็บตังค์/หางบ กันต่อนะคะ จะมาตกแต่งแบบ DIY กันอีก ที่บ้านยังเหลือห้องมาให้เพื่อนๆ อ่านรีวิวเป็นไอเดียกันอีกเยอะ ทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องซักรีด ห้องกินข้าว ทางเข้าบ้าน ห้องแต่งตัว ยังไม่ได้ทำเลยค่าาา เอาเป็นว่า พบกันใหม่กระทู้หน้าแล้วกันค่ะ มีอะไรดีๆ มา DIY ให้ดูกันอีก รับรอง บั๊ยบายค่าาา เพิ่มเติม จากที่ปุ้ยได้มีพูดถึงการติดตั้งไฟ LED ที่ช่วยทำให้ตู้เสื้อผ้าดูสวย และสว่างขึ้น รวมถึงเวลากลางคืนก็สามารถใช้เป็นไฟส่องสว่างแทนไฟหัวเตียงได้ด้วย มาเล่า DIY กันต่อ ในเรื่องการติดตั้งโคมไฟเส้น LED อเนกประสงค์ ซึ่งปุ้ยลองใช้ดูแล้ว คิดว่าเป็นโคมไฟที่ใช้งานง่ายๆ เพียงแค่เสียบปลั้ก และต่อเข้าเป็นเส้นยาวได้ตามที่เราต้องการ แล้วที่เวิร์คมากๆ ก็คือ ฟังก์ชั่นกันใช้งานเก๋ๆ ด้วยการเปิด/ปิดแบบสัมผัส โดยไม่ต้องต่อสวิตซ์ใดๆ เพียงแค่แตะที่โคมไฟก็เปิดปิดเองได้แล้ว เท่สุดๆ ไปเลย ที่สำคัญ คือ ดีไซน์ดูดี และแข็งแรงทนทานด้วยค่ะ ก่อนอื่นขอพูดถึงโปรดักซ์ที่เลือกมาใช้ในการ DIY นี้ก่อนค่ะ มี 2 แบบ 1) ขอเรียกว่า "ตัวแม่" Philips Linear wall lamp LED 1x3W ไฟตกแต่ง LED พร้อมหม้อแปลง รุ่น 30913 (Grey) สามารถใช้ตัวพ่วง รุ่น 30914 ได้เพิ่มอีก 3 ชุด 2) ขอเรียกว่า "ตัวลูก" Philips Linear wall lamp LED 1x3W ไฟตกแต่ง LED รุ่น 30914 (Grey) ซึ่งโคมไฟเส้น LED ชนิดนี้เป็นไอเดียที่เหมาะกับ - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ที่ติดตั้งเองได้แบบง่ายๆ เพียงแค่เสียบปลั๊ก และยึดเส้นโคมไฟด้วยตะปูเล็กๆ หรือติดกาว 3m ก็ได้ เพราะน้ำหนักเบามากค่ะ - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่าง ที่อเนกประสงค์ใช้งานได้หลากหลายจุด ทั้ง อ่างล้างจาน ตู้เสื้อผ้า ไฟหัวเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง เป็นต้น - ผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ให้แสงสว่างที่ถอดประกอบและเคลื่อนย้ายได้ง่าย อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการติดตั้ง - โคมไฟเส้นตัวแม่ + อะแดปเตอร์ - โคมไฟตัวลูก (หรือตัวพ่วง) - ตัวเชื่อมโคมไฟ ในเซ็ทให้มา 2 แบบ คือ แบบสำหรับต่อเชื่อมเป็นเส้นตรง กับแบบสายไฟ สำหรับต่อห่าง หรือต่อแบบหักมุม - ตัวยึดผนัง แถมมาให้พร้อมโคมไฟ - เทปกาว 2 หน้าสำหรับยึดโคมไฟกับผนัง - อุปกรณ์อื่นๆ ดินสอ กรรไกร ตลับเมตร สะพานไฟ เป็นต้น วิธีการติดตั้ง 1.   นำตัวแม่ (สังเกตจากมีขั้ว) ต่อด้านที่มีขั้วเข้ากับสายอะแดปเตอร์ 2.   ต่อตัวเชื่อมเข้าที่ตัวแม่อีกด้าน 3.   นำตัวลูก มาต่อเข้ากับตัวเชื่อม 4.   ทำซ้ำข้อ 2)-3) จนกว่าจะได้ความยาวที่ต้องการ 5.   ยึดอุปกรณ์ทั้งหมดเข้ากับผนังหรือพื้นที่ใช้งานด้วยเทปกาว 2 หน้า  หรือถ้าต้องการติดตั้งถาวรก็เจาะผนังแล้วใช้พุกและน็อตที่อยู่ในเซ็ทอุปกรณ์ 6.   เสียบปลั๊ก คำแนะนำในการติดตั้ง (หลังจากลองผิดลองถูกมาแล้ว) 1.  หากพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ แนะนำให้ติดตั้งโคมไฟแค่แถวเดียวหรือติดตั้งด้านในด้านหนึ่ง ไม่ควรติดตั้งมากกว่า 1 ด้าน เพราะแสงจะสว่างมากไป 2.  หากต้องการติดตั้งในผนังที่หันออกมายังผู้ใช้ แนะนำให้ติดตั้งโดยหันหลอดไฟขึ้นด้านบนหรือด้านล่าง ไม่ควรติดโดนหันหลอดออกมายังผู้ใช้งานโดนตรง เพราะแสงที่ส่องจะมีปริมาณมาก(แสงจ้า) ทำให้แสบตาได้ 3.   เมื่อติดตั้งตัวแม่แนะนำให้หันส่วนขั้วต่อเข้ากับสายอะแดปเตอร์ เพื่อให้ใช้งานเปิด/ปิดได้ตามฟังก์ชั่นที่ออกแบบไว้ 4.   หากติดตั้งตัวแม่โดยใช้ด้านที่ไม่มีขั้วต่อเข้าอะแดปเตอร์ ก็จะทำให้หลอดไฟเปิดอยู่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับการใช้งานในกรณีที่มีหลายจุด และต่อปลั๊กจากตัวแม่ทุกจุดเข้ากับสวิตส์หรือสะพานไฟตัวเดียว แล้วสั่งเปิดปิดจากสวิตส์ตัวเดียวกันให้เปิดไฟพร้อมกันทุกจุดค่ะ วิธีการใช้งาน เปิด/ปิด ด้วยการแตะเบาๆ ที่โคมไฟตัวแม่ ก็จะสว่างทั้งเส้น (อย่าลืมเสียบอะแดปเตอร์เข้ากับปลั๊กไฟที่บ้าน) ลิงค์ VDO สาธิตการเปิด/ปิด มาเล่าถึงไอเดียการใช้งานกันค่ะ พอดีช่วงนี้ปุ้ยกำลังรีโนเวทห้องนอน ซึ่งในห้องจะมีตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in ที่ติดตั้งใต้บันได เป็นมุมที่ค่อนข้างมืด ดังนั้นก็เลยเอา Philips Linear wall lamp LED มาลองติดตั้ง และพบว่ามันเวิร์คมากค่ะ เพราะว่า โครงเสาของราวตู้เสื้อผ้า มีช่องตรงกลางพอดี (สำหรับยึดบาน) เริ่มต้น ปุ้ยลองเล่นดูก่อน ค่อยๆ ติดทีละชิ้น ทีละฝั่งค่ะ ลองเปลี่ยนตำหน่งไปเรื่อย ทำให้ค้นพบว่า ในพื้นที่ส่วนย่อยๆ หนึ่งส่วนเราควรวางหลอดไว้เพียงแถวเดียว หรือด้านเดียว เพื่อไม่ให้แสงไฟจ้าเกินไป และ สุดท้ายออกมาได้แบบนี้ พอติดไฟ LED แล้ว ดูสว่างและหรูหราขึ้นเอยะเลยค่ะ       ของจริงสวยมากค่ะ ช่วยให้แสงโดยรวมของมุมนี้ดูเด่น และหรูหราขึ้น หรือใครจะลองเอามาวางเป็นเส้นตามขอบผนัง ก็ช่วยให้ห้องดูหรูหรา น่าสนใจขึ้นมากเลยค่ะ ก่อนจะติดตั้งบนตู้เสื้อผ้า ปุ้ยลองเอามาฝึกประกอบ บนพื้นก่อน มันดูดีมาก เลยถ่ายรูปก็บไว้ค่ะ โดยรวมแล้ว ปุ้ยให้คะแนนไอเท็มเจ๋งๆ Philips Linear wall lamp LED เซ็ทนี้ 9/10 เลยค่ะ ถ้ามีหลากลายสีให้เลือกเข้ากับผนังและเฟอร์นิเจอร์นะคะ ปุ้ยจะให้คะแนะเต็มเลย ปุ้ยลองใช้งานแล้ว คิดว่าทุกคนสามรถติดตั้งเองได้ง่ายจริงๆ รวมถึงให้ความสวยงาม และปลอดภัย (ไม่มีโดนช็อต หรือมีสปาร์คค่ะ) อีกทั้งคุณภาพก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและทนทานเลย (ทำตกหลายครั้ง ยังใช้งานได้ปกติ) พร้อมมีอะไหล่ในการติดตั้งให้มาพร้อมกับคู่มืออย่างดี หวังว่าใครที่กำลังมาหา ตัวช่วยในการเพิ่มแสงสว่าง หรือไอเท็มเก๋ๆ สำหรับตกแต่งห้อง จะถูกใจและลองหามาใช้งานกันดูนะคะ แล้วพบกันในกระทู้หน้านะคะ จะมาชวน DIY กันต่อ อีกค่าาา บั๊ยบายค่าาาา   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป คุณ PuY~isme  www.facebook.com/ilkePuYisme www.puyisme.com
บ้านของฉันฝันของแม่

บ้านของฉันฝันของแม่

วันนี้เรามีอีกหนึ่งบทความดีๆ จากสมาชิกพันทิป คุณเก้าอี้สีครามในห้องขาว ที่ตั้งใจตกแต่งทาวน์โฮม 2 ชั้นให้คุณแม่ได้ออกมาน่ารักมากๆ งานนี้ใครที่สนใจกำลังหาไอเดียแต่งบ้านอยู่น่าจะได้ประโยชน์มากเลยนะครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป คุณเก้าอี้สีครามในห้องขาว เรียบเรียงโดย Review Your Living   สวัสดีค่ะ วันนี้เรานำภาพการตกแต่งทาวน์โฮมที่ตั้งใจทำให้คุณแม่อยู่มาแบ่งปันนะคะ เราขออนุญาตแทนทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ หลังนี้ด้วยคำว่า "บ้าน" นะคะ เราตั้งใจให้อารมณ์บ้านอ่อนหวาน อบอุ่น และอยู่สบายค่ะ ผู้อาศัยหลักๆคือคุณแม่ของเรา ส่วนตัวเราจะไปกลับเว้นอาทิตย์เพราะต้องทำงานอยู่อีกจังหวัดค่ะ ภาพส่วนใหญ่คือภาพที่ตกแต่งเสร็จแล้วนะคะ ถ้าหากผู้อ่านมีคำถามเกี่ยวกับการตกแต่งหรืออะไรที่เราช่วยได้เขียนไว้ได้ค่ะ เราจะพยายามตอบเท่าที่เรารู้นะคะ ขอบคุณค่ะ รูปแรกคือส่วนหน้าบ้านค่ะ ของเราหลังซ้ายสุดค่ะ รูปส่วนนี้เป็นส่วนก่อนตกแต่งนะคะ เราแบ่งการตกแต่งเป็น3ส่วนใหญ่ๆคือ1. ส่วนเฟอร์นิเจอร์บิลด์อิน เราจะใช้ในส่วนตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง มุมนั่งเล่น และห้องครัวค่ะ  ส่วนที่2 คือเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว เช่นเตียง โต๊ะ ตู้โชว์ โซฟา เป็นต้นค่ะ ส่วนสุดท้ายคือส่วนที่3 เป็นพวกพร้อพต่างๆเพื่อความสวยงามค่ะ เช่น วอลล์เปเปอร์ ผ้าม่าน หมอน ผ้าห่ม รูปภาพ เป็นต้นค่ะ เราจะลงรูปภาพต่อเนื่องกันนะคะ ส่วนนี้คือเฟอร์นิเจอร์แบบบิ้ลด์อินค่ะ สีขาวเรียบง่าย สะอาดตาค่ะ อันนี้เป็นห้องนั่งเล่นค่ะ เราเลือกใช้สีเอิร์ธโทนและพาสเทลเพื่อความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อกลับถึงบ้านค่ะ หน้าต่างไม้สักบานเก่าเอามายึดติดผนังทำที่ใส่รูปและจดหมายค่ะ ส่วนของที่นั่งเล่นในห้องนอนค่ะ ทำงานไปด้วย ดูวิวไปด้วย^^ สุดท้ายนี้หวังว่ากระทู้นี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาไอเดียแต่งบ้านอยู่ไม่มากก็น้อยค่ะ ขอบคุณค่ะ Home is where your heart is.
25 ไอเดียแต่งห้องครัวโทนสีขาวกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ดูเข้ากั๊น..เข้ากัน

25 ไอเดียแต่งห้องครัวโทนสีขาวกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ดูเข้ากั๊น..เข้ากัน

หลายๆ คนอาจมองว่าโต๊ะทานอาหารเป็นเพียงแค่สถานที่ที่มานั่งลงพร้อมรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย แต่จริงๆ แล้วมันเป็นสถานที่ที่คนในครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากที่สุด นอกจากรับประทานอาหารร่วมกันแล้ว ยังได้พูดคุยถามไถ่กันเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นแล้วบริเวณโต๊ะทานอาหารจึงควรเป็นสถานที่ที่ดูแล้วอบอุ่นและมีความพิถีพิถันในการออกแบบตกแต่ง ทั้งวัสดุและสีสัน โพสนี้เราจึงหยิบยกเอา 25 ห้องครัวพร้อมโต๊ะรับประทานอาหารที่ตกแต่งโดยใช้โทนสีขาวเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่ออกมาแล้วดูสวยงามอบอุ่น มาให้ชมเป็นไอเดียและแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องครัวที่บ้านครับ Photo by www.home-designing.com
และแล้วก็สำเร็จ “บ้าน” ที่นครนายกครับ

และแล้วก็สำเร็จ “บ้าน” ที่นครนายกครับ

วันนี้เรามีบทความดีๆ สำหรับคนที่กำลังคิดจะสร้างบ้านมาฝากครับ สำหรับกระทู้นี้เป็นกระทู้ของสมาชิกพันทิปหมายเลย 1344338 เป็นการสร้างบ้านตามแบบบ้านครอบครัวไทยเป็นสุข 5 ตั้งแต่เริ่มต้นปรับวัดพื้นที่กันเลย เราตามไปดูกันดีกว่าครับ ว่าสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วจะออกมาดูดีขนาดไหน.. ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิปหมายเลย 1344338 เรียบเรียงโดย Review Your Living สร้างบ้านตามแบบบ้านครอบครัวไทยเป็นสุข 5 หลังจากวาดฝันกันมานานว่าครอบครัวเราจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงครับ บ้านหลังนี้เป็นบ้านของแม่ที่สร้างเพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุราชการครับ (อยู่บ้านพักครูมาตั้งแต่เล็กจนโต) พร้อมทั้งสร้างเผื่อลูก ๆ ในอนาคต ด้วยครับ (แม่ผมน่ารักมาก) ผมในฐานะลูกชายบ้าน (ไม่ได้จบโยธาด้วย) จึงเป็นผู้รับผิดชอบในการศึกษาข้อมูลในการสร้างและเลือกแบบบ้านต่าง ๆ เพื่อให้บ้านหลังนี้ออกมาสวยและการใช้งานเหมาะสมกับงบประมาณที่ตั้งไว้มากที่สุด โดยกำหนดสิ่งที่อยากได้คือ 1) เป็นบ้านตึก 2 ชั้น 2) ตั้งงบประมาณไว้ว่าไม่เกิน 2.3 ครับ 3) พื้นที่ใช้สอยประมาณ 180 ตรม. ขึ้นไป หลังจากหมกมุ่นศึกษาข้อมูลเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน ก็ได้แบบบ้านที่ต้องการคือ “แบบบ้านครอบครัวไทยเป็นสุข ๕”ครับ ซึ่งเป็นแบบบ้านฟรีของ กทม. ครับ อันนี้เป็นแปลนชั้นล่างครับ โดยได้มีการเปลี่ยนโรงรถเป็นห้องโฮมเธียร์เตอร์ครับ (ความฝันในวัยเด็ก) แล้วได้เพิ่มห้องอีก 1 ห้องคือ ห้องนอนของแม่ชั้นล่าง เพื่อให้แม่ไม่ต้องเดินขึ้น-ลงยามแก่เฒ่าครับ อันนี้เป็นแปลนชั้นบนครับ โดยได้มีการเปลี่ยนจากห้องน้ำ 2 ห้อง เป็นการซอยห้องนอนเพิ่มอีก 1 ห้องครับ จากนั้นลองนำแบบบ้านไปให้บริษัท SCG Home Solution เขียนลงในโปรแกรม Sketup ครับ ให้สามารถดูได้ 360 องศา แล้วก็ลองเลือกโทนสีบ้าน สีหลังคาให้เหมาะสมกันจากโปรแกรมนี้ครับ หลังจากนั้นจึงเริ่มศึกษาหาผู้รับเหมา ตอนแรกใช้วิธีการหาในอินเทอร์เน็ตครับ ลองโทรไปบริษัทรับเหมาก่อสร้างหลาย ๆ ราย เพื่อให้ตีราคาจากแบบบ้านหลังนี้ ปรากฏว่า เกินงบที่ตั้งไว้มากครับ จนสุดท้าย ผมได้ ผรม จากการแนะนำของญาติ จึงได้ไปดูผลงาน (บ้านจริง) ที่ ผรม รายนี้เป็นคนสร้าง ซึ่งค่อนข้างน่าพอใจ จากนั้นจึงให้ ผรม ตีราคาจากแบบบ้าน ซึ่งอยู่ที่  2.6 เกินงบที่ตั้งไว้ แต่เป็นราคาที่ยอมสู้ครับ (บานนนแล้วววว) หลังจากตกลงราคากับ ผรม ได้เรียบร้อยจึงได้ กำหนดวันทำสัญญา เซ็นสัญญา วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2558 จากนั้นจึงเริ่มทำการปรับพื้นที่ให้พร้อมครับ หลังจากปรับพื้นที่เสร็จแล้วเป็นการวางแปลนครับ อันนี้ช่างปลอมเห่ออยากวัดเองครับ 555 อันนี้ช่าง (ช่างจริง ๆ) เข้ามาเริ่มงานอย่างเป็นทางการแล้วครับ สร้างที่พักสำหรับคนงานครับ ตีแปลน ปั้นจั่นสำหรับตอกเสาเข็ม เอาเสาลงหลุมแล้ว วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม 2558 พิธีทางศาสนา (สวดถอน) วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม 2558  เวลา 16.30 น. ยกเสาเอก เสาโท วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2558 เดือน 9 ขึ้น 9 ค่ำ เวลา 9 โมง 9 นาที งานโครงสร้างชั้นล่าง วันที่ 24 สิงหาคม - 19 กันยายน 2558 งานโครงสร้างชั้นบน วันที่ 20 กันยายน - 6 ตุลาคม 2558 งานก่อ รากฐานของบ้านคืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา อิฐมาแล้ว งานก่อมา ช่างหลังคาเริ่ม กระเบื้องตามมา ใช้เป็น CPAC MONIER (ประกายตะวัน) ไทยมุง งานหลังคาชั้นบนเสร็จ งานฉาบเสร็จพร้อม ๆ กัน โรงรถก็ใกล้เสร็จครับ ติดไม้ฝา ติดฝ้าหลังคาชั้นล่าง ภาพด้านข้างทาสีรองพื้นกับไม้ฝาชั้นบนแล้วครับ งานภายนอกเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง งานภายในก็เริ่มไปด้วยครับ เริ่มปูกระเบื้องพื้นละครับ (ใช้เป็นแกรนิโต้นาโน ลายเอ็มเพอเรอร์ไวท์ ตรม. ละ 399 บาท เหมือนกันทุกห้องทั้งหลังเลยครับ) ปูเสร็จนอนกันเลยรึยังไง หลังจากสมาชิกในบ้านตกลงเรื่องสีกันว่าห้องใครจะเอาสีไหน งานสีก็เริ่มค่อย ๆ ทาไปครับ (ภายนอกใช้สี SuperShield ภายในใช้สี Shield 1 Nano) ปล.ไม่ได้ถ่ายช่างสีตอนทาไว้เลย งานไฟและแสงสว่าง ผมได้เลือกแบบเองทุกดวงเลยครับ ช่างไฟพร้อม ก็เริ่มลุยกันเลย ไฟห้องโถง ห้องแม่ติดเป็นพัดลมเพดานโคจร ไฟกิ่งภายนอก ไฟแขวนชุดนี้ ช่างใจดีแถมให้ครับ ติดเสร็จลองเปิดดู ฝ่ายงานภายนอกก็ลุยกันต่อ (ระบบระบายน้ำเสียรอบบ้านครับ) กองเชียร์เราเชียร์กันเต็มที่ งานประปา ต้องไปแจ้งการความจำนงประปาส่วนภูมิภาคให้มาต่อท่อให้ครับ เมื่อแจ้งแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ทีมงานก็มาครับ ช่วยกันขุดหาท่อน้ำครับ เจอท่อแล้ว จากนั้นก็ไปซื้อถังน้ำครับ เป็นของ DOS 20 ลิตร รุ่นนี้พนักงานขายเค้าว่าดี ทนสุด กันUV รับประกัน 25 ปี จากนั้นทำการต่อท่อมาจนถึงหลังบ้าน เข้าถังน้ำครับ จากนั้นก็ต่อเข้าปั้มครับ ใช้เป็น Mitsu แรงดันคงที่ ต่อมาเป็นงานติดประตู หน้าต่าง และบัวพื้นครับ ภายในห้องโฮม ห้องโถง ประตูห้องนอนแม่กับประตูบ้านเลื่อนห้องครัวครับ ประตูห้องน้ำชั้นล่าง ต่อไปเป็นงานห้องครัว (เคาท์เตอร์) ก่อเคาท์เตอร์ปูน แล้วสั่งหินแกรนิตและบานประตูเองครับ (หินเลือกเป็นดำอินเดียเกร็ดทองครับ บานประตูเลือกเป็นบานประตูไม้สีโอ๊คของ Kitcho ครับ) หินที่สั่งมาแล้ว     วันติดตั้งหิน ติดตั้งเสร็จก็ชำระเงินที่เหลือครับ พนักงานติดตั้งเป็นชาวพม่า ทำงานดีมาก พูดไทยได้นิดหน่อยครับ เสร็จแล้วทำการติดตั้งซิ้งล้างจานและก็เครื่องกรองน้ำครับ (เครื่องกรองน้ำก่อนจะซื้อผมก็ศึกษาจากเพื่อน ๆ พันทิปนี่แหละครับ ไปซื้อที่สวนสยามเลยครับผมร้านเลข 9 ป่ะรึเลข 6 จำไม่ได้ 5555) จากนั้นทำการเจาะผนังเพื่อจะติดเครื่องดูดควันครับ เซทเคาท์เตอร์ห้องครัวเสร็จแล้วครับ มีโปรเจ็คจะซื้อตู้มาแขวนตกแต่งครับ แต่งบหมดคงต้องไว้โอกาสหน้า งานภายนอกเริ่มเสร็จหมดแล้วครับ ต่อไปเป็นงานห้องน้ำ เริ่มจากไปซื้อสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำครับ ผมได้เลือกเองทุกชิ้นครับ ต่อเป็นงานสแตนเลสและบันได ราวบันไดใช้เป็นสแตนเลส บันไดเสร็จ อีกงานนึงเป็นงานรีโนเวทเฟอร์นิเจอร์บางตัวจากบ้านหลังเก่าไปใช้ครับ เพื่อเซฟงบ เสร็จแล้วว รถมาแล้ว ทีมงานขน ถึงบ้านใหม่แล้ว ขนขึ้นแล้วก็ต้องขนลง ขนของเข้าแล้วก็ลองอยู่ดึก ๆ สักคืนลองไฟครับ ต่อมาเป็นงานสุดท้ายก่อนช่างจะส่งมอบคือ "งานเหล็กดัด" ครับ และแล้วก็มาถึงวันส่งมอบบ้านครับ วันที่ต้องชำระเงินงวดสุดท้ายกับช่าง วันที่ 16 มกราคม 2559 พูดคุยกับช่าง ชำระงวดสุดท้าย ถ่ายรูปกับช่างเป็นที่ระลึก หลังจากหักลบกลบนี้กันเรียบร้อยสั่งอำลากับช่าง ช่างบอกว่าจะดูแลทุกอย่างให้ภายใน 1 ปี ถ้ามีปัญหาให้โทรเรียก จะเข้ามาจัดการให้ครับ สรุประยะเวลาก่อสร้าง 5 เดือน งบอยู่ใน 2.7 ล้านครับ สิ่งที่ตื้นตันใจก็คือ ในที่สุดครอบครัวเราก็มีบ้านเป็นตัวเอง และผมได้ลงแรงใจ ลงแรงกายเท่าที่จะทำมัน ให้ออกมาดีที่สุดแล้ว (แต่กำลังทรัพย์นี่แม่เลยครับ ผมไม่มีปัญญา555) ตลอดระยะเวลาการก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีอุบัติเหตุ หรือเรื่องอะไรที่ทำให้ล่าช้าเลย และโชคดีมาก ๆ ที่ได้ช่างที่เก่ง ใจดี มีความรับผิดชอบ และไม่ทิ้งงาน คนงานเป็นระบบครอบครัว นิสัยดี ขยันขันแข็งและเป็นกันเองทุกคนครับ ผมหวังว่ากระทู้นี้คงเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ที่กำลังจะสร้างบ้านหรือสนใจเรื่องบ้าน ไม่มากก็น้อยครับ ขอบคุณครับ หลังจากนี้คงเป็นช่วงเวลาของการปลูกต้นไม้ ปรับภูมิทัศน์ จัดสวน ให้น่าอยู่ครับผม 10% Progress... 50% Progress... 75% Progress... 100% Complete ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิปหมายเลข 1344338
รีโนเวทบ้านเก่า ด้วยการรื้อวัสดุบ้านเก่านำมา D.I.Y ใหม่

รีโนเวทบ้านเก่า ด้วยการรื้อวัสดุบ้านเก่านำมา D.I.Y ใหม่

วันนี้เรามีกระทู้พันทิปของคุณ มัณฑนากรน้อย เป็นการรีโนเวทบ้านเก่า ด้วยการนำวัสดุจากบ้านหลังเดิม มา D.I.Y เป็นของแต่งบ้านเก๋ๆ สำหรับใครที่ชื่นชอบการรีโนเวทบ้านแบบนี้ ก็ลองดูเป็นไอเดียได้นะครับ เราไปดูกระทู้ของคุณ มัณฑนากรน้อย กันเลยดีกว่าครับ   ผมก็เป็นคนนึงที่ฝันอยากจะมีบ้านตามที่เราวาดฝันเอาไว้ ถึงแม้ตัวเองจะมีอาชีพออกแบบภายใน ทำบ้านให้ผู้ว่าจ้างมานับไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสดีๆสักที จนเมื่อปลายปี 2554 มาเจอบ้านหลังนี้ ด้วยที่ตั้ง ภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ มันถูกใจซะเหลือเกิน จึงตัดสินใจกับครอบครัวว่า เอาล่ะเราจะเป็นหนี้ก้อนนี้ละว่ะ หลังจากเรื่องธุรกรรมเสร็จสิ้น คราวนี้ก็เริ่มวางแผนในการฟื้นฟูบ้านใหม่ เริ่มจากวางผังใหม่ทั้งหมดตามที่เคยวาดฝันไว้ พอมานั่งคำนวนดูคร่าวๆ บานครับบานปลายมากๆ เนื่องจากพื้นที่ๆจะทำการปรับปรุงนั้น พื้นที่ใช้สอยที่ผมต้องการเพิ่มจากเดิมหลายเท่ามาก นั้นก็แสดงว่ามันใช้เงินจำนวนมากเช่นกัน รออะไรอยู่ล่ะครับ รื้อความคิดเดิม ตัดเหลือแค่ส่วนที่ตัวเองต้องการจริงๆออกมา แต่สุดท้ายความต้องการก็ยังเกินกว่ากำลังทรัพย์ที่ตั้งไว้   แปลนเดิมชั้นล่าง แปลนเดิมชั้น2,3   จนในที่สุดผมก็นั่งแยกค่าการรีโนเวทออกมาเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ - ส่วนแรกคือค่ารื้อถอน ค่างานในการก่อสร้าง(งานก่อฉาบ งานระบบสุขาภิบาล งานปูกระเบื้อง ประตู หน้าต่าง) - ส่วนที่สอง งานไฟฟ้า ระบบแอร์ ปลั๊กไฟต่างๆ - ส่วนสุดท้ายคืองานตกแต่งภายใน ซึ่งส่วนนี้เป็นอาชีพผมครับถนัดที่สุด (การแบ่งส่วนของงานสามส่วนของผมไม่ใช้หลักการสากลทั่วไปนะครับ ที่ผมแบ่งแบบนี้เพราะผมต้องการไล่ความสำคัญของ สิ่งที่ตัดออกไม่ได้ กับสิ่งที่พอปรับลดได้ ยกตัวอย่างเช่น การก่ออิฐฉาบปูนลดไม่ได้ถ้ายังต้องการห้องต่างๆที่เรากำหนด แต่ไฟฟ้าแสงสว่างพอจะลดตัดทอนลงได้ เช่นห้องนอนก็วางไฟจำนวนน้อยลง เพราะใช้ในการพักผ่อนไม่จำเป็นต้องใช้แสงสว่างมากๆ) หลังจากแบ่งสัดส่วนออกมา ก็จะเห็นงบประมาณคร่าวๆ ก็ยังเกินงบครับ ขอบอกก่อนว่าเพราะสิ่งที่ผมต้องการต่อเติมนั้นค่อนข้างมากจริงๆมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะให้อยู่ในงบประมาณ แต่ทำไงได้เราหวังสูง ผมไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ก็คนปกติทั่วไปที่ฝันใหญ่เกินตัวไปหน่อย แปลนใหม่ชั้นล่าง พื้นที่มากกว่าเดิม มาถึงตรงนี้แล้ว ไม่ถอย หาวิธีการใหม่ ผมนั่งดูงานที่แบ่งไว้สามส่วน ส่วนของการตกแต่งภายในถ้าตัดทิ้ง ก็จะพอสำหรับการรีโนเวทบ้านหลังนี้ และยังได้ฟังชั่นห้องต่างๆครบเหมือนเดิม งั้นก็ตัดส่วนตกแต่งภายในออกซะ บ้านถ้ามีไฟฟ้ามีห้องต่างๆมีห้องน้ำเราก็อยู่ได้ แล้วก็ใช้เฟอร์นิเจอร์เดิมทั้งหมดที่มีอยู่ไปใช้ แต่ด้วยอาชีพที่ทำอยู่อย่างน้อยก็ขอให้มีดีไซน์อะไรๆลงไปบ้าง ผมก็เลยนึกถึงการ D.I.Y ผมมีความสนใจในเรื่องนี้อยู่ก่อนหน้านี้อยู่แล้วก็เลยคุ้ยข้อมูลตามโซเชี่ยลต่างๆแล้วลองเลือกมาปรับใช้ในส่วนที่เราชอบ วัสดุต่างๆที่รื้อจากบ้านหลังนี้ออกมา ก็คิดหาวิธีนำกลับมาใหม่ เกินคาดครับผมได้ของใช้ใหม่ๆ แถมบางชิ้นทำเล่นๆกลับทำรายได้ให้ผมถึงมันจะไม่มากมายก็ตาม นอกจากเรื่องตกแต่งภายในที่ตัดออก ผมก็ลดรายจ่ายเพิ่มอีก เมื่อพูดคุยกับผู้รับเหมาเรียบร้อยก็ขอร้องที่จะ เป็นผู้ซื้อวัสดุบางอย่างให้เอง คุมงานเอง ถึงผมจะทำอาชีพออกแบบแต่ก็ไม่ได้รับเหมา ต้องจ้างผู้รับเหมามาทำให้เหมือนทุกๆท่านครับ เพียงแต่คุยกับผู้รับเหมาให้ชัดเจน ว่าวัสดุบางตัวที่รื้อออกมา ผมอาจต้องให้ช่วยเหลือเรื่องการจ้างค่าแรงเพิ่ม เพราะการรื้อวัสดุเก่ามาใช้นั้น ไม่เหมือนของใหม่ที่ใช้ได้เลย ดังนั้นต้องมีการตกลงให้ชัดเจนครับว่าเรามีเนื้องานตรงนี้ที่จะต้องให้ทำด้วย ปล.รูปต่างๆที่ลง ผมถ่ายในเวลาต่างกันอาจไม่ได้เรียงลำดับก่อนหลัง นะครับ ไม่ถูกใจท่านใดก็ขออภัยมา ณ ตรงนี้ด้วยนะครับ แค่หวังเพียงเป็นส่วนเล็กๆที่แบ่งปัน แนวคิดให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อเป็นแนวทางได้บ้างครับ   บริเวณหน้าบ้าน ภายในบ้านบางส่วนครับ ชั้นล่างของบ้าน บ้านหลังนี้ออกแบบมาให้ใช้พื้นที่บนชั้นสองครับ ชั้นล่างส่วนใหญ่เป็นใต้ถุนโล่งๆ เริ่มรื้อถอนและทุบผนัง บ้านนี้มีบันไดขึ้นขั้นสอง อยู่สองทางในบ้านกับหน้าบ้านๆไม่ได้ใช้ครับทุบออกทำเป็นทางเข้าบ้านชั้นล่าง ทุบผนังข้างและเทพื้นวางโครงสร้างเสา เป็นทางเดินมาส่วนออฟฟิศไว้สำหรับทำงาน ต่อเติมเพิ่มออกมาครับ ขึ้นโครงหลังคาออฟฟิศไว้สำหรับทำงาน ไม้จากที่รื้อระเบียงรอบบ้านออกมา เอาไปจ้างโรงไม้รีดมาใหม่ ได้ไม้มากองใหญ่ครับ กระจกรื้อมาจากบานประตูหน้าต่าง หลังจากที่เริ่มรื้อถอน ก็ได้วัสดุบางอย่างมาเช่น ไม้จากระเบียง กระจกใสจากประตูหน้าต่าง กองเก็บไว้ก่อนครับ งานต่อไป ผรม ก็เริ่มก่อฉาบในส่วนต่างๆ ภาพจากระเบียงด้านหลังของห้องชั้นสอง ซึ่งบ้านนี้มีระเบียงด้านหน้าและหลัง ผมเลยเอาพื้นที่ระเบียงหลังมาก่อเพื่อทำเป็นห้องน้ำใหญ่ของห้องนอนนี้ เนื่องจากมีระเบียงด้านหน้าก็เพียงพอแล้ว การเอาระเบียงมาทำห้องน้ำข้อดีคือพื้นมีความต่างระดับอยู่แล้วและมีท่อน้ำทิ้งรองรับทำให้เหมาะกับการต่อเติม และในส่วนชั้นล่างที่ตรงกับตำแหน่งระเบียงก็อยู่ส่วนนอกบ้าน ถ้าเกิดกรณีรั่วซึม ก็ยังแก้ไขได้ง่ายเพราะไม่อยู่ในส่วนของพื้นที่ภายในชั้นล่างบ้านครับ บริเวณชั้นล่างของบ้านทุบและก่อห้องน้ำขึ้นมาใหม่ได้สองห้องสำหรับใช้ในส่วนของพักอาศัยและใช้ในส่วนของออฟฟิศทำงานครับ โดยพื้นที่นี้ของเดิมชั้นล่างแทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์ บ้านหลังเก่านี้ออกแบบมาให้ขึ้นไปใช้ชั้นที่สองครับ เดิมทีเป็นห้องน้ำเล็กในห้องพักของแม่บ้าน ชั้นล่างนี้จึงเหมือนใต้ถุนบ้านชั้นล่างนี้จึงค่อนข้างที่จะไม่สูงสักเท่าไหร่ บริเวณด้านหน้าของตัวบ้านทางซ้ายก็ปรับเป็นซุ้มเพื่อทำประตูทางเข้าบ้านเป็นทางหลักครับ ระเบียงด้านหน้าของห้องนอน จากที่รื้อไม้ของเก่าอออกมาก็ใช้ ราวระเบียงเหล็กแทนครับ เพราะที่ภูเก็ตมีฝนมากและความชื้นค่อนข้างสูง ผมจึงเลี่ยงการใช้ไม้ภายนอกอาคาร รวมถึงประตูหน้าต่างของบ้านด้วยครับ ปรับใช้อลูมิเนียมทั้งหมด ส่วนของเคาน์เตอร์รูปบนเป็นเคาน์เตอร์ที่ก่อบริเวณใกล้ห้องน้ำชั้นล่างไว้ใช้ในส่วนของออฟฟิศครับ ส่วนรูปล่างก่อเป็นเคาน์เตอร์ครัวภายในบ้าน ข้อดีของเคาน์เตอร์ปูนคือ แข็งแรงทนทาน ราคาถูกที่สุดแล้วครับ และงบประมาณในการตกแต่งแทนเคาน์เตอร์ไม้ ก็แปรสภาพเป็นเพียงค่าแรงก่อฉาบ ค่าปูนทราย ซึ่งเทียบกันแล้วราคาต่างกันมากพอสมควร แต่ข้อเสียคือปรับเปลี่ยนไม่ได้ ทุบทิ้งอย่างเดียวครับ ต้องพิจารณาดีๆครับ ภาพนี้เป็นภาพการกรีดผนังวางท่อไฟฟ้ารวมถึง ตำแหน่งท่อแอร์ แอร์มีส่วนสำคัญครับ ถ้าวางแผนไว้ตั้งแต่แรก ท่อต่างๆจะถูกซ่อน บ้านหลังนี้จะไม่เห็นท่อแอร์ท่อน้ำทิ้งให้เกะกะสายตาเลยครับ รวมถึงตัวคอมเพรสเซอร์ ผมรวมไปไว้ที่มุมระเบียงชั้นสามทั้งหมด ดูแลบำรุงรักษาง่ายครับที่จุดเดียว และไม่ต้องแขวนให้เกะกะผนังอาคารบ้าน ตั้งในพื้นที่อากาศถ่ายเทสะดวกไม่โดนแดดฝนเต็มๆ ในระยะยาวช่วยรักษาอายุการใช้งานได้ดีครับ แถมไม่ทำงานหนักจนเกินไป รูปภาพที่เริ่มปรับตำแหน่งหน้าต่างใหม่ทั้งหมดและก่อปิดหน้างต่างเดิม สองรูปนี้คือเริ่มวางโครงสร้างเสาและหลังคาเหล็กส่วนต่อเติมออฟฟิศครับ เดิมทีผมจะต่อเป็นอาคารถาวรชั้นเดียวแบบปูนแต่ด้วยมีงบจำกัดเลยปรับเป็นโครงสร้างเหล็กกล่องทั้งหมด และทำงานได้เร็วขึ้นด้วยครับ อ่างล้างหน้าภายในห้องน้ำทุกห้อง ผมใช้หล่อปูนขัดมันทุกห้อง แล้วเอากระเบื้องปูพื้นมาตัดวางบนอ่างเป็นที่รับน้ำ ใส่ดีไซน์ลงไปให้สนุกซะหน่อย(ผมชอบเป็นการส่วนตัวนะครับอันนี้) ราคาไม่ต่างจากการซื้ออ่างสำเร็จสักเท่าไหร่ หลังจากที่ดำเนินการรีโนเวทไป ผมขอรัดไปเป็นภาพก่อนและหลังในมุมต่างๆในบ้านเลยละกันนะครับ เพราะเนื้อหาส่วนนี้ก็เดินไฟ ก่อฉาบ ซึ่งก็ทั่วๆไปเป็นภาพซ้ำๆเดิมๆเหมือนที่ได้ลงให้ดูข้างบนครับ รูปบริเวณระเบียงหน้าห้องพักก่อนและหลังปรับปรุง ระเบียงชั้นสาม ก่อนและหลัง ระเบียงทางเดินเข้าบ้าน ระเบียงชั้นสอง ระเบียงชั้นสามอีกมุมนึงครับ ทางเดินชั้นล่างบริเวณห้องน้ำ ทางเชื่อมระหว่างส่วนพักอาศัยกับส่วนต่อเติมเป็นออฟฟิศครับ บริเวณออฟฟิศต่อเติมและเคาน์เตอร์ใช้งานส่วนออฟฟิศ ห้องทำงานส่วนตัว ส่วนออฟฟิศ เดิมทีเป็นใต้ถุนที่จอดรถด้านหน้า ปรับมาใช้เป็นห้องทำงาน อนาคตห้องนี้อาจปรับเป็นห้องนอนของผู้สูงอายุครับ ห้องน้ำในส่วนของออฟฟิศ เคาน์เตอร์หล่อปูน ส่วนของออฟฟิศตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์ผนังด้านหน้า ส่วนบาร์ยกระดับใช้เหล็กกลมที่เหลือจากทำราวระเบียง กับไม้ที่รื้อมาจากราวระเบียงบ้านเก่า เริ่มได้ใช้วัสดุเหลือมาใช้แล้วครับ คราวนี้มาดูส่วนพักอาศัยกันครับ นี่ครับบริเวณที่ทุบบันไดภายนอกอาคารทิ้ง ทำเป็นทางเข้าของบ้าน ประตูทางเข้าหลักก็ได้เศษกระจกจากที่รื้อมาเอามาใส่เป็นช่องแสงครับ ส่วนชั้นวางรองเท้าก็ให้ช่างทำโครงเหล็กเป็นตู้ยึดติดลอย ปิดท๊อปด้วยไม้ที่รื้อมาจากบ้านนี้ครับ ไม้ที่รื้อมาเยอะมากครับยังใช้ไม่หมดแค่นี้นะครับดูกันไปเรื่อยๆ (ปัจจุบันก็ยังเหลืออยู่ครับ ว่าจะเอามาใช้ทำอย่างอื่นเพิ่มเติมอยู่) ใต้ถุนหลังบ้านจากเดิมก็ถูกเทพื้น วางไว้เป็นส่วนนั่งเล่นดูทีวีและส่วนทานอาหารและครัว ส่วนใหญ่ตรงนี้จะใช้งานบ่อยที่สุดในบ้านเลยครับ มุมจากเคาน์เตอร์ไปตรงที่นั่งเล่นบริเวณทางเข้าบ้าน ปูนหล่อเคาน์เตอร์ตั้งใจให้เป็นส่วนเตรียมอาหาร และเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับโต๊ะทานข้าวเลยครับ ท๊อปโต๊ะทานข้าวผมไปเลือกหาตามร้านขายหินแกรนิตทั่วไป พอดีไปเห็นหินชิ้นนี้มาซึ่งทางร้านค้าบอกว่าชำรุดเพราะเนื้อผิวบนเป็นรูพรุน ปกติหินชนิดนี้ขนาดเท่านี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 12,000-15,000 บาท รวมติดตั้ง ผมได้มาในราคา7,000บาท แล้วนำเรซิ่นมาซ่อมผิวหน้าใหม่ ส่วนช่างก็ใช้ผู้รับเหมาของเราติดตั้งให้ ส่วนขาก็เหล็กกลมที่เหลือจากราวระเบียง จริงๆคำนวนพลาดไปหน่อยครับเหลือเกินมาสองสามเส้นแหนะ โคมไฟก็ขอซื้อต่อจากร้านน้องที่รู้จักมาอีกทีครับพอดีเค้าปรับปรุงร้านกาแฟใหม่ได้มาราคา2,000กว่าบาท มุมพักผ่อน ส่วนนี้เป็นส่วนที่ใช้ช่างเฟอร์นิเจอร์ทำขึ้นมาใหม่คือตู้ล่างทีวีและชั้นวางของกับ บานตู้ครัว นอกนั้นเฟอร์นิเจอร์เก่าย้ายมาทั้งหมดครับ ส่วนต้นไม้ที่เห็นคือต้นปีปที่ยืนต้นตายที่นี่ผมเลยมาใช้ประดับบ้านครับ ทำความสะอาดทากันปลวก ก็สวยดี โต๊ะกลางก็ได้ไม้ที่รื้อมานี่ละครับมาใช้ทำ ส่วนโซฟาเป็นเตียงไม้บ้านเก่าที่ย้ายมาเอามาทาสีใหม่ใส่พนักพิงไม้ด้านหลังเพิ่มนิดหน่อย ทำเบาะมาวาง บางวันก็หลับตรงนี้ล่ะครับ นึกว่าเตียง ส่วนไฟตกแต่งที่เห็นเป็นก้านๆ ก็เหล็กกลมที่เหลือนี้แหละครับ ให้ช่างเหล็กมาทำให้ เคาน์เตอร์ครัวหล่อปูนขัดมัน ผนังกระจกที่เห็นก็ใช้กระจกที่รื้อมา ทำความสะอาดแล้วพ่นสีสเปรย์สีขาว มาใช้ตกแต่ง กันคราบน้ำ,น้ำมันกระเด็น เช็ดทำความสะอาดง่ายดี อ่อชั้นวางเครื่องปรุงก็ไม้ระเบียงครับ เยอะครับไม้ยังไม่หมด ห้องน้ำส่วนในบ้านชั้นล่าง ห้องน้ำก็ถือเป็นอีกส่วนนึงที่ใช้งบประมาณเยอะมากถ้ารวมเรื่องงานระบบด้วย ระบบคงตัดงบยาก ห้องน้ำในบ้านหลังนี้ ผมตัดกระเบื้องปูนผนังออก(ถ้ามีส่วนอาบน้ำจะใช้ปูเฉพาะส่วนเปียก)ผนังก็ก่อฉาบแค่ปูนหยาบ ไม่ลงฉาบเรียบแล้วใช้สีทาภายในกึ่งเงา ทาผนังช่วยยึดเกาะปูนและกันเชื้อราได้ดี ห้องนี้ไม่ค่อยมีส่วนเปียกครับ ยกเว้นล้างพื้นห้องน้ำบ้างบางครั้ง ราวแขวนผ้าที่เห็นเหมือนบันได ก็ลูกกรงราวระเบียงที่รื้อมาเอามาทำที่แขวนผ้า ข้อดีก็เคลื่อนย้ายได้ ไม่ต้องเจาะผนัง ห้องน้ำในบ้านทุกห้องผมเน้นเรื่องบานหน้าต่างครับได้แสงธรรมชาติไม่อับ แถมเปิดระบายความอับชื้นได้ดีทีเดียว ประหยัดไฟแถมไม่มีกลิ่นอับครับ ไม่ต้องใช้พัดลมดูดอากาศ บริเวณห้องนอน อย่างที่กล่าวครับผมตัดจำนวนไฟออกไป เพราะการนอนไม่จำเป็นต้องใช้แสงเยอะ ถ้าต้องการใช้แสงผมก็เลือกใช้โคมหัวเตียง ส่วนเฟอร์นิเจอร์ในห้องก็ของเก่าครับมาปิดผิวใหม่ ก็เหมือนได้ของใหม่ ส่วนตู้เสื้อผ้า ผมตั้งใจทำเป็น walk-in closet แบบเป็นห้องโดยใช้กระจกอลูมิเนียมกั้นเป็นห้อง(ตอนนี้ยังไม่ได้ติดตั้ง)ส่วนตัวตู้เสื้อผ้าใช้เหล็กขึ้นรูปตามที่เห็นครับแล้วตัดแผ่นไม้มาวางพาดเป็นชั้นวางของ แล้วก็มีตู้ลิ้นชักเก่าของผมเอาเช้าไปปรับใช้ด้วย ซื้อเหล็กขนาด 1x2,1x1 นิ้ว มาทำในราคาไม่เกิน4,000บาท แต่ทำตู้เสื้อผ้าได้ถึง 4 ห้องนอน ค่าแรงช่างก็ไม่ได้สูงมากครับ อย่างที่กล่าวเราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกของการทำงาน แต่ถึงแพงผมก็ยินดีจ่าย เพราะการทำตู้เสื้อผ้าแบบบิ้วอินเฟอร์นิเจอร์ ทั้งหมด 4 ห้อง รวมแล้วต้องมีถึงหลักแสนบาท ห้องน้ำในห้องนอน ที่ใช้ระเบียงมาต่อเติมครับ ได้แสงสว่างยังคงสไตล์เดิมครับเน้นแสงและหน้าต่างเพื่อการระบายอากาศไม่อับ ส่วนหลังคาด้านบนผมใช้กระจกที่รื้อมา นำมาใช้ทำเป็นสกายไลท์บางส่วน เลือกปูกระเบื้องเฉพาะส่วนเปียกครับ กลางวันแทบไม่จำเป็นต้องใช้ไฟเลย ประหยัดได้ค่อนข้างมากครับในระยะยาว เหล็กกล่องที่ใช้ทำเสาของส่วนต่อเติม เหลือเศษพอสมควร ก็เลยให้ช่างช่วยตัดออกมาให้ได้ขนาดตามรูปเจาะรูใส่เบ้าเกลียวโคมไฟที่หาซื้อตามร้านวัสดุทั่วไป ทากันสนิมแล้วทาสีสักหน่อย ผมก็ได้ไฟติดผนังรอบบ้านครับ ที่สำคัญไม่ต้องหาซื้อ ส่วนชิ้นนี้เหล็กตัวซี ที่เหลือมาจากทำหลังคาของห้องน้ำส่วนต่อเติมตรงระเบียง เอามาติดบริเวณทางเข้าหลักของบ้าน ซ่อนไฟหลอด T5 ก็คือหลอดนีออนรุ่นใหม่ที่เป็นเส้นเล็กๆ ว่าจะติดเลขที่บ้านด้านล่างที่ไฟส่องครับ ส่วนไม้ที่รื้อออกมา ไม้ที่เป็นซี่ระแนงเล็กๆของระเบียงมีจำนวนมากที่สุดครับ ผมใช้เวลาเป็นอาทิตย์เหมือนกัน ว่าจะเอามาทำอะไร ก็เลยได้ราวแขวนผ้าไว้ใช้ในห้องน้ำภายในบ้านครับ แต่ก็ยังเหลือจำนวนเยอะอยู่ดี งานนี้เลยยังไม่จบเนื่องจากไม่อยากกองไม้เล็กๆหลาวนี้เก็บไว้นานครับ ก็คิดว่าเรายังขาดอะไรที่ต้องใช้สอยเพิ่มอีกที่ทำจากไม้พวกนี้ได้ พอดีเหลือบไปเห็นเก้าอี้ขาไม้ในไซด์งานที่ช่างนั่งอยู่ ก็เลยคิดว่าลองเอามาทำเก้าอี้ไว้ใช้เอง ประกอบกับจำได้ว่าเคยเก็บข้อมูล การ D.I.Y ของต่างประเทศ ผมชอบดูพวกนี้แล้วแชร์เก็บไว้ในเฟสบุ๊ค เผื่อวันนึงอาจได้ใช้ประโยชน์ ได้ใช้จริงๆครับ มีของต่างประเทศที่เค้านำแผ่นเหล็กแบนมาดัดปลายแล้วสวมขาไม้ลงไปเอามาทำเป็นโต๊ะวางของ ผมก็เลยดัดแปลงเอามาทำเป็นเก้าอี้ครับ ปล้ำอยู่นาน ทำตัวทดลองมาหลายตัว จนได้ออกมาตามภาพที่เห็นครับ (ตอนปรับรูปแบบของเก้าอี้คือตอนที่บ้านรีโนเวทเรียบร้อยแล้วนะครับ พอดีมันอยู่ในการเล่าช่วงนี้พอดี)แล้วก็เอามาใช้เองครับ แต่เอาลงเฟสบุ๊คเล่นๆ มีคนสั่งผลิตครับ รออะไรอยู่จ้างช่างเหล็กมาทำสิครับ จนสามารถระบายไม้เหล่านี้จนหมด ได้เงินมาก็ไม่มากครับเพราะผมขายถูก ส่วนนึงก็ให้ค่าแรงช่างเป็นรายได้เสริมของเค้า สิ่งที่ปลื้มใจก็คือมีคนสนใจในสิ่งที่ผมคิดและทำด้วย ไม้ที่นำไปเหลาเป็นขาเตรียมประกอบ ภาพตอนผลิดเรียบร้อยและเตรียมเอาไปส่ง จบเรื่องเก้าอี้ไปครับ กลับมาที่วัสดุอีกกองใหญ่ หินที่เห็นในรูปเป็นหินที่ตอนปรับที่รอบบ้านเพื่อวางเสา เทพื้น ขุดได้ก้อนหินมาเยอะมากครับ พื้นที่ตรงนี้เป็นเนินครับจึงไม่แปลกที่จะเจอหินขนาดต่างๆตรงผิวดิน ตอนแรกว่าจะเอาไปทิ้ง แต่มานั่งคิดอีกทีช่วย ผรม ประหยัดค่าน้ำมันรถกับค่าแรงดีกว่า ก็เลยนำมาล้างดินให้สะอาด หลังจากนั้นก็ให้ช่างเหล็กเอาเหล็กข้ออ้อยที่ใช้ก่อสร้าง ที่เหลือมากับซื้อเพิ่มมาไม่กี่เส้น มาอ๊อคขึ้นรูปทับรั้วบ้านของเดิมครับ เสร็จแล้วจึงทาสีเหล็ก แล้วพี่ ผรม ก็มาช่วยเรียงหินกรอกลงไประหว่างรั่วเก่าให้ พี่ ผรม แกขอลงมือเองเค้าบอกว่าสนุกดี ทำรั้วบ้านอื่นมีแต่ก่ออิฐ รั้วเหล็ก งานนี้มันต้องเลือกหินเพื่อเรียงให้แน่นและลงตัวรูปทรงของมัน งานนี้ผมก็ทำด้วยนะครับ หุหุ จากภาพใกล้เสร็จแล้วครับ โดยรวมบ้านรีโนเวทด้วยการใช้วัสดุเก่าก็มีตามที่เล่ามาให้ฟังครับส่วนอื่นๆก็เอาไปใช้ซ้ำๆเหล็กเหลือก็ทำกันสาดเล็กๆกันฝนสาดกระจกก็เอามาใช้มุงแนวกันสาด อันนี้ไม่ใช่ของเก่าของบ้านแต่เป็นของเก่าที่ย้ายมาด้วยก็จับแต่งตัวให้เสียใหม่ รูปด้านหน้าบ้าน สุดท้ายก็เสร็จสิ้นการรีโนเวท แต่ก็ยังมีส่วนอื่นที่ต้องตกแต่งเพิ่มอีก แต่ในภาพรวมของบ้านทั้งหมดก็สามารถเข้าอยู่ได้แล้ว ที่เหลือก็ค่อยๆทยอย ทำเพิ่ม ตามกำลังเงินและเวลาครับ สุดท้ายนี้ที่ผมเขียนครั้งนี้ก็หวังว่าจะเป็นส่วนเล็กๆส่วนนึงในการแบ่งปัน ประสบการณ์และแนวทาง ให้กับผู้ที่มีความสนใจได้พอหอมปากหอมคอ งานรื้อวัสดุเก่ามาใช้ใหม่มีข้อจำกัดค่อนข้างมาก บางท่านก็อาจไม่ชอบสไตล์แบบนี้เพราะมันโชว์ความดิบของวัสดุและไม่ค่อยจะเรียบร้อย100% สักเท่าไหร่นัก ก็ลองพิจารณาเลือกใช้ตามเห็นสมควร หรือดูเพื่อความเพลิดเพลินก็ไม่ว่ากันครับ ถ้ามีทำอะไรเพิ่มเติมจะลงให้ชมกันใหม่ ถ้ายังสนใจสไตล์นี้อยู่นะครับ สุดท้ายจริงๆครับ "ขอให้ทุกๆท่านมีแต่ความสุขสมหวังตลอดไป สวัสดีปีใหม่ครับ"   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สมาชิกพันทิป คุณมัณฑนากรน้อย
เจ๋งจริง ! คอนโด 13 ตร.ม. ห้องเล็กที่ดูกว้างแถมน่าอยู่สุด ๆ

เจ๋งจริง ! คอนโด 13 ตร.ม. ห้องเล็กที่ดูกว้างแถมน่าอยู่สุด ๆ

ไอเดียตกแต่งคอนโด ขนาดเล็กที่บอกเลยว่าเจ๋งสุด ๆ เพราะแม้จะพื้นที่แค่ 13 ตารางเมตร แต่ด้านในเนี่ยขอบอกเลยว่าทั้งสว่าง กว้างขวาง และน่าอยู่มาก ๆ เลยล่ะ คอนโด 13 ตารางเมตรคงไม่มีใครคิดว่าจะมีคนอยู่จริง ๆ หรอกใช่ไหมละคะ ? แต่ดีไซเนอร์อย่าง Szymon Hanczar ก็ทำสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อเขาเปลี่ยนพื้นที่ที่ทั้งเล็กและแคบของคอนโด แห่งหนึ่งในเมืองวรอตสวัฟ ประเทศโปแลนด์ ให้กลายเป็นห้องพักแสนสบาย อากาศปลอดโปร่ง ดูกว้างขวางกว่าพื้นที่จริง แถมไม่รกด้วยนะจะบอกให้   หลังจากที่ดีไซเนอร์อยู่ที่นี่ราว ๆ ปีสองปีก็เกิดความรู้สึกที่ว่า อยากให้คอนโดดูน่าอยู่และสบายขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่อยากให้มีของตกแต่งมาก ๆ เลยเริ่มวางแปลนใหม่ โดยการจัดห้องครัวไว้ใต้ที่นอนบนชั้นลอย ข้าง ๆ กับห้องน้ำที่มีตู้เสื้อผ้าในตัว ถัดออกมาเป็นที่ว่างเล็ก ๆ ก่อนถึงโต๊ะทำงานกับเปลตาข่ายสำหรับนอนเล่นริมหน้าต่าง และเนื่องจากเขาเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบปั่นจักรยาน แต่หากจอดพิงผนังไว้ที่พื้นคงเกะกะขวางทางเดินน่าดู เลยใช้ชั้นวางติดผนังแบบลอยตัวเป็นที่แขวนจักรยานเสียเลย   และสิ่งที่ทำให้ภายในดูสบายขนาดนี้ ไม่ได้เป็นเพราะการจัดแปลนที่ดีเท่านั้น เพราะการเลือกสีโทนอ่อน ๆ ก็มีผลทำให้บรรยากาศภายในสว่าง ดูสะอาดตา อีกทั้งช่วยพรางตาเรื่องของขนาดพื้นที่ได้ดี ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหากเดินเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อเทียบกับคอนโดขนาดเล็กที่อื่น ๆ       ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  home.kapook.com            
รีวิวการแต่งห้องคอนโดขนาด 22.5 ของ LPN แบบไม่พึ่งบิ้วท์อิน

รีวิวการแต่งห้องคอนโดขนาด 22.5 ของ LPN แบบไม่พึ่งบิ้วท์อิน

วันนี้เรามีรีวิวการตกแต่งคอนโดของ LPN ขนาดห้อง 22.50 ตารางเมตร ของสมาชิกพันทิป คุณ สายลมในฤดูเหงา มาฝากครับ ด้วยขนาดห้องที่เล็กเพียง 22.50 ตารางเมตร ใครที่เป็นเจ้าของคอนโดไซส์เล็กแบบนี้ น่าจะเข้าใจดีว่าการตกแต่งคงต้องพึ่งการบิ้วท์อินเข้าช่วย เฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นถึงจะเข้าเหลี่ยมเข้ามุมได้สวยงาม แต่รีวิวที่เราจะพาไปชมนี้ เจ้าของห้อง คุณ สายลมในฤดูเหงา บอกว่าตกแต่งโดยไม่ต้องพึ่งเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินเลย เราตามไปดูกันดีกว่าครับ ว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแชร์ไอเดียเป็นแนวทางในการตกแต่งคอนโดห้องขนาด 22.5 เริ่มเรื่องคือวันนึงผมเกริ่นกับเพื่อนสนิทว่าอยากจะได้ห้องเล็กๆ ไว้อยู่ในกรุงเทพ เพราะผมเช่าอยู่เพื่อทำงานที่นี่เป็นสิบปีแล้วโดยเงินค่าเช่าก็เยอะนะเมื่อบวกรวมๆสิบปี วันนึงเพื่อนผมโทรมาบอกว่ามีห้องประกาศขายอยู่สนใจไปดูมั้ยเดี๋ยวนัดให้ โดยส่วนตัวผมเองป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรมาก ก็ไปดูตามคำแนะนำเพื่อน และเป็นการไปดูครั้งแรกและครั้งเดียวก็ให้เพื่อนจัดการให้เลยจนเสร็จสิ้นการโอนถึงกลับมาดูห้องจริงๆจังๆเป็นครั้งแรก ห้องนี้คุณลุงที่ซื้อไว้แกซื้อเพื่อให้ลูกสาวอยู่ระหว่างเรียน แต่พอดีลูกสาวสอบได้ที่อื่นแกเลยประกาศขายต่อ สภาพโดยรวมก็ค่อนข้างจะพอใจมาก โครงการนี้เปิดมาสองปี สะอาดและคนไม่พลุกพล่านมาก การเดินทางสะดวกมีป้ายรถเมล์ รถตู้หน้าคอนโดเลย ฝั่งตรงข้ามก็เป็นเมเจอร์ มีกับข้าวอาหารขายเยอะมากตอนเย็น แค่เดินข้ามฝั่ง ก็สะดวกสำหรับการฝากท้องไว้แถวนี้โดยไม่ต้องทำกับข้าวเอง นี่คือสภาพภายนอกตอนมาเจอครั้งแรก ตามมาด้วยสภาพภายในห้อง ซึ่งมีการตกแต่งไปแล้วนิดหน่อยประมาณ 10% ซึ่งคุณลุงเจ้าของห้องเดิมยกให้ทั้งหมด แต่ผมก็ได้เอาออกเกือบทั้งหมดเพราะไม่เข้ากับการตกแต่งที่ต้องการ ยกเว้นเตียงพร้อมที่นอนขนาด 5 ฟุตซึ่งใหญ่มากเกินความพอดี แต่จะซื้อใหม่ก็เสียดาย ถึงจะไม่ชอบที่ขนาดใหญ่เกินไปสำหรับการนอนคนเดียว และหัวเตียงเป็นผู้หญิงเกินไป หลังจากกู้ผ่านด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนๆก็เริ่มคิดจะแต่งห้องแนวไหนดี ธีมหลักที่คิดคืออยากได้แนวสีฟ้า ขาว ทะเล ใจจริงอยากได้หลายแนวมาก แนวล็อฟท์ แนวเรียบๆแบบญี่ปุ่น อยากบิ้วท์อิน แต่ทุกอย่างจบด้วยไม่มีงบ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!! โดยส่วนตัวชอบเดินดูพวกของตกแต่งบ้านอยู่แล้วเลยคิดว่างั้นค่อยๆซื้อของทีละชิ้นมาวาง จะได้ประหยัดและถูกใจเราที่สุด เลยเริ่มไปพวกอิเกีย โฮมโปร ไปจนจำได้ละของชิ้นไหนวางตรงไหน ช่วงนั้นก็ถึงกับติดตลับเมตรติดตัวตลอดเพื่อวัดขนาด เพราะคอนโดเรามันเล็กมาก ขนาดพื้นที่ไม่ได้กับเฟอนิเจอร์ส่วนใหญ่ในท้องตลาด โอเคมาเริ่มดูกันเลยครับเริ่มหาเฟอร์มาใส่ละ ส่วนมากซื้อจากอิเกียให้ส่งพร้อมมาติดตั้งประกอบให้เลยพี่ช่างบางคนใจดีมาก ก็ขอแรงให้ช่วยเจาะติดพวกชั้นวางให้ด้วยเลย ก็ให้สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆตอบแทนพี่ๆเค้าไป ตู้ตัวนี้เห็นมันไม่แพงมากเลยจัดมา ตู้ชั้นวางที่เห็นได้มาพร้อมกับห้อง ตอนนี้ถอดส่งกลับบ้านที่ต่างจังหวัดเรียบร้อย ตู้ใบนี้เป็นตู้รองเท้าซึ่งใส่รองเท้าได้เยอะมากเหมาะเลยเพราะผมมีรองเท้าเยอะมาก และโชคดีที่ขนาดมันกว้างพอดีกับฝาผนังตรงนี้ และใช้ทำเป็นโต๊ะทานข้าวไปในตัว เลยรีบสั่งอย่างไม่ลังเล ได้มาจากงานโฮมโปร นาฬิกาและกระจกติดผนังตรงนี้ได้ติดมากับห้อง แต่จริงไม่ค่อยชอบเท่าไรแต่ไม่อยากลอกออก เพราะไม่อยากทำสีใหม่ เตียงที่ได้ติดมากับห้อง ผ้าม่านได้ซื้อใหม่มาเปลี่ยน จริงๆอยากเปลี่ยนราวม่านใหม่ไม่ชอบสีนี้ และขนาดมันสั้นไปปิดแสงได้ไม่หมดมีแสงลอด แต่ก็ติดที่ไม่อยากแกะเพราะต้องเก็บงานอีกเลยปล่อยๆไว้ก่อน ต่อมาก็เริ่มหาพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นเข้าห้อง ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า กระติกน้ำร้อน หม้อหุงข้าว ไมโครเวฟ ทีวี ต่อไปขอลงรูปตอนตกแต่งแล้วเสร็จเลยนะครับ ด้วยที่เป็นคนชอบอ่านหนังสือเลยทำด้านหลังโซฟา ทั้งด้านหลังและด้านข้างเป็นตู้หนังสือเต็มผนังเลย รูปนี้มุมมองออกไปทางประตูเข้าห้องมองจากส่วนที่นอน มองตรงไปจากฝั่งโซฟา มองตรงไปทางครัว ส่วยของห้องน้ำติดชั้นวางของเพิ่ม พวกช่องไว้ใส่หนังสือ และชั้นวางของโชร์ กั้นส่วนเปียกแห้งด้วยผ้าม่าน จริงๆอยากกั้นด้วยกระจก แต่แพงมากเป็นหมื่นๆลองให้ช่างตีราคาแล้วสู้ราคาไม่ไหว ซื้อผ้าม่านละกันง่ายดี มาดูในครัวกันบ้างครับ ฝั่งโต๊ะทานข้าวซึ่งด้านล่างเป็นตู้รองเท้า ซึ่งไม่มีกลิ่นรองเท้ามากวนใจเพราะมิดชิดมากหมดกังวลและขนาดกำลังดีมากและติดกระจกตรงฝาผนังเพิ่มให้ห้องดูกว้างขึ้น และเวลานั่งทานข้าวคนเดียวจะได้ไม่เหงา 5555 มาดูที่ระเบียงกันบ้าง เนื่องจากที่ห้องใช้แอร์แค่ตัวเดียวเพราะห้องเล็กและที่สำคัญเป็นคนไม่ชอบแอร์ เลยซื้อชั้นวางจากอิเกียมาติดเพิ่มเพื่อเก็บพวกอุปกรณ์ซักรีดต่างๆ และเครื่องดูดฝุ่น  หน้าระเบียงก็ติดม่านกันแดดกันฝนให้เครื่องซักผ้า และเอากระถางดอกเฟื่องฟ้ามาวางเป็นแนวยาว ต่อมาก็เป็นส่วนของห้องนอน ซึ่งพื้นที่จำกัดมากด้วยขนาดเตียงที่ใหญ่เกินไป แต่เหลือพื้นที่ตรงหัวเตียงที่ยุบเข้าไปเหมือนเป็นเหลี่ยมเสามั้งไม่แน่ใจ เลยซื้อชั้นวางมาใช้วางของตกแต่งและวางพระ ส่วนด้านล่างก็ซื้อตู้ขนาดพอดีช่องมาวางเพื่อใช้แทนโต๊ะคอม ซึ่งพอดีมาก ส่วนปลายเตียงมีตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการให้มาซึ้งเล็กมากๆใส่เสื้อผ้าไม่พอ แต่ก็ต้องทำใจเพราะเพิ่มขนาดไม่ได้แล้วด้วยขนาดห้องเท่าแมวดิ้นตายก็เลยต้องพับผ้าที่ไม่ค่อยใส่ไว้ด้านล่างแทน ส่วนพื้นที่ปลายเตียงมันมีความลึกที่น้อยมากๆ และพื้นที่จำกัดมาก หาเฟอร์มาวางไม่ลงสักที เคยให้ช่างตีราคาก็หลายหมื่นแค่จะทำตู้ติดผนังเล็กๆเพื่อวางพวกเครื่องแป้ง เหมือนจะโชคดีไปเดินงานโฮมโปรอีกแล้ว เจอตู้สองใบนี้ซึ่งความสูงได้พอดี ความกว้างก็ฟิตพอดีมาก และความลึกกำลังดี เลยจัดการสั่งเลยวันนั้น ตอนมาลงจริงฟิตแบบถ้าเกินกว่านี้สักนิ้วเดียวคือใส่ไม่ได้ ลุ้นแทบตายกลัวเสียของมาก ต่อไปก็รูปเก็บตกนิดหน่อยครับ   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  สมาชิกพันทิป คุณสายลมในฤดูเหงา เรียบเรียงโดย  Review Your Living
9 ไอเดีย แบ่งห้องพักด้วยเฟอร์นิเจอร์

9 ไอเดีย แบ่งห้องพักด้วยเฟอร์นิเจอร์

หมดปัญหาที่พักอาศัยขนาดเล็ก ไร้ซึ่งความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็อยู่ในพื้นที่เดียวกันหมด วันนี้เราเลยนำเคล็บลับแบ่งโซนห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ ที่ดูแล้วไม่อึดอัดมาฝาก ห้องนั่งเล่น และ พื้นที่รับประทานอาหาร จัดอยู่ในโซนเดียวกัน เลือกใช้ชั้นวางที่มีล้อเลื่อนเป็นตัวกำหนดแบ่งพื้นที่การใช้งานตามภาพค่ะ   แบ่งพื้นที่รับประทานอาหารง่ายๆ ห้องนั่งเล่น มุมห้องทำงานเล็กๆ อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตู้หนังสือชิดริมผนัง โต๊ะที่มีล้อเลื่อน โซฟาตัวยาวหันออกอีกด้านเพื่อแบ่งพื้นที่ใช้งาน   ห้องนั่งเล่น กับ ห้องทานอาหาร แบ่งพื้นที่ง่ายๆ ด้วยตู้เก็บของขนาดพอดี ไม่สูงเพื่อให้ดูไม่อึดอัด   แบ่งพื้นที่ห้องนอนให้ส่วนตัวจากห้องอื่นๆ ด้วย ตู้ลิ้นชักดีไซน์เรียบแถมจัดเก็บของได้อีก   แบ่งพื้นที่การใช้งานด้วยตู้ ชั้นเก็บของขนาดไม่ต้องสูง แยกห้องนอนออกจากห้องนั่งเล่นค่ะ   แบ่งโซนห้องพักด้วยเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวาง ที่มีความสูงขึ้นมาหน่อย พร้อมการจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ สวย เรียบร้อยค่ะ   ห้องนอน กับมุมห้องทำงานหวานๆ แบ่งพื้นที่ใช้งานโดยใช้ชั้นวางของ หรือชั้นโชว์แบบโปร่ง   แบ่งพื้นที่ ห้องนอน ให้ดูเป็นส่วนตัวด้วยตู้ ชั้นวางหนังสือ หรืออาจจะติดผ้าม่านไว้ด้วยก็ได้   ไอเดียแต่งบ้าน ด้วยการเลือกใช้ตู้กั้นห้องนอน ให้ดูเป็นส่วนตัวมากขึ้น และพื้นที่ส่วนอื่นสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างได้อีก           ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.forfur.com          
สร้างบ้านชั้นเดียว อบอุ่นอย่างเรียบง่ายทุกฤดูกาล

สร้างบ้านชั้นเดียว อบอุ่นอย่างเรียบง่ายทุกฤดูกาล

ความรู้สึกเบาสบาย จะชวนให้หายเครียด หายเหนื่อย และปลอดโปร่ง บ้านที่สร้างขึ้นจำเป็นต้องมีความรู้สึกเบาสบายเป็นส่วนประกอบ เพื่อที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัย อยู่แล้วสุขใจ อยู่แล้วสบายกาย เป็นที่พักพิงสำหรับทุกๆวันที่มีทั้งทุกข์และสุข วันนี้บ้านไอเดียนำตัวอย่างของบ้านที่ให้ความรู้สึกเบาสบายมาฝาก บ้านปูนชั้นเดียว แต่งผนังด้วยไม้เฌอร่าทาสีเทา โทนสีนิ่งๆกลางๆ ตัดกับสีขาวของหลังคา วงกบ และเสา แค่ภายนอกก็สัมผัสได้ถึงความสบายตาแล้ว ภายในบ้านมีถึง 4 ห้องนอนด้วยกัน การตกแต่งภายใน ปูพื้นไม้สีน้ำตาล ทาผนังสีเทาอ่อน ตัดกับสีขาวเช่นเดียวกับภายนอก คุมโทนสีได้เป็นอย่างดี ทุกห้องของบ้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูมีดีไซน์และความน่ารักในตัว ห้องนั่งเล่น เลือกโซฟาสีเทาเข้ม โต๊ะกลางเป็นไม้ทรงสี่เหลี่ยมวางอยู่บนพรมปูพื้น ผนังบ้านประดับด้วยกรอบรูปภาพขนาดเท่าๆกัน บอกเล่าความชื่นชอบและความทรงจำของเจ้าของบ้าน ห้องครัวขนาดพอเหมาะ เพื่อความปลอดโปร่งใช้สีขาวเป็นหลัก พื้นลายหมากรุกสีดำสลับขาว  บิวท์อิน เคาเตอร์ครัวรูปตัว U สะดวกในการใช้งานและการจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว ซิงค์ล้างจานอยู่ตรงกับหน้าต่างกระจกที่เปิดปิดได้ ทำให้อากาศภายในหมุนเวียนเป็นอย่างดี และคอยรับแสงสว่างเข้ามา ลดความอึดอัดและความอับชื้น ห้องรับประทานอาหารเชื่อมต่อกับระเบียงไม้ข้างบ้าน ออกไปนั่งดื่มชา กาแฟเวลาเช้าอย่างสบายใจ เฟอร์นิเจอร์ไม้ในห้องนอน เข้ากับโทนสีของผนังห้อง สีสันที่สดใสจากภาพวาด และผ้าปูที่นอน ทำให้ห้องนอนดูมีชีวิตชีวา อีกทั้งหน้าต่างกระจกด้านหัวเตียง ตรงกับต้นไม้ใหญ่ในสวนพอดี ได้วิวธรรมชาติมาสร้างความผ่อนคลายในเวลาพักผ่อน ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.banidea.com
15 ไอเดียแต่งระเบียงเล็กน่ารัก จนอยากนั่งอยู่ทั้งวัน

15 ไอเดียแต่งระเบียงเล็กน่ารัก จนอยากนั่งอยู่ทั้งวัน

ระเบียงบ้านหรือคอนโด เป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่เราไม่ค่อยให้ความสำคัญ ที่จะตกแต่งมันสักเท่าไหร่ ปล่อยทิ้งไว้โล่งๆ หรืออาจจะมีกระถางต้นไม้ ไปวางไว้ให้มีสีเขียวสักหน่อย แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ระเบียงเหล่านั้นน่าดึงดูดใจ ให้เรายอมขลุกอยู่กับมันทั้งวัน ว่าแล้วเราก็เลยมีไอเดียการจัดแต่งระเบียงเล็กๆ ให้ดูน่ารัก จนเราอยากจะนั่งขลุกอยู่ที่ระเบียงทั้งวัน ลองเอาไปใช้กับดูนะครับ ผมว่าน่าจะใช้ได้ทั้งระเบียงบ้านและคอนโด บางทีมันอาจจะทำให้เราอยากอยู่บ้านมากขึ้นก็ได้ ขอบคุณภาพจาก  designarchitectureart.com เรียบเรียงโดย  Review Your Living
10 แปลนบ้านชั้นเดียว พื้นที่น้อยแต่ฟังก์ชั่นครบ

10 แปลนบ้านชั้นเดียว พื้นที่น้อยแต่ฟังก์ชั่นครบ

วันนี้เรามีแปลนบ้านชั้นเดียวสวยๆ กว่า 10 แบบมาแจกค่ะ ใครที่กำลังคิดจะสร้างบ้าน กำลังมองหาแปลนบ้านสวยๆ ลองมาเลือกชมกันดูนะคะ   แบบที่ 1 : เป็นแบบสองห้องนอน เปิดประตูบ้านเข้ามาจะพบกับห้องรับแขกจะเป็นห้องที่เชื่อมระหว่างทุกห้องเข้าไว้ด้วยกัน เดินไปทางซ้ายก็จะพบกับห้องนอนหนึ่ง เดินตรงไปจะพบกับห้องนอนสอง ห้องนอนสองจะมีห้องน้ำในตัว และติดกับห้องครัวค่ะ   แบบที่ 2 : เปิดประตูบ้านมาจะเจอกับห้องรับแขกที่กั้นเป็นสัดส่วน ถ้าจะเดินไปห้องครัว ห้องน้ำ หรือห้องนอน ต้องเปิดประตูห้องรับแขกออกไปถึงจะเจอกับห้องครัว ห้องน้ำ และห้องนอนนะคะ   แบบที่ 3 : แปลนบ้านขนาด 3 ห้องนอน แต่ละห้องจะกันเป็นสัดส่วน จะมีห้องครัวกั้นระหว่างห้องนอน 2 และห้องนอน 3  ส่วนตรงกลางของบ้านจะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่เชื่อมระหว่างห้องต่างๆ   แบบที่ 4 : เป็นแบบบ้านแนวยาว เปิดประตูบ้านเข้ามาจะพบกับห้องรับแขก และจะมีประตูกั้นระหว่างห้องรับแขกและห้องนั่งเล่น ถ้าเปิดประตูห้องรับแขกไปจะเจอกับมุมนั่งเล่น และขวามือเป็นห้องครัว   แบบที่ 5 : เป็นแปลนบ้านขนาด 3 ห้องนอน เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับห้องโถงขนาดใหญ่ เป็นห้องที่เชื่อมต่อไปยังห้องนอนทั้งสามห้อง และห้องครัวค่ะ   แบบที่ 6 : เป็นแปลนบ้านขนาด 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องทานข้าว และ 1 ห้องรับแขกค่ะ จอดรถเสร็จเปิดประตูเข้ามาในบ้านจะพบกับห้องรับแขก และห้องนอนอยู่ทางขวามือ เดินตรงไปจะเป็นห้องครัว ห้องครัวจะอยู่ติดกับห้องรับประทานอาหาร และห้องนอน ห้องนอนทั้งสองห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัวค่ะ   แบบที่ 7 : เปิดประตูบ้านเข้าไปขวามือจะเป็นห้องรับแขก ซ้ายมือจะเป็นห้องครัวพร้อมมุมรับประทานอาหารในตัว เดิเข้าไปอีกนิดจะเป็นห้องนอน ส่วนห้องน้ำเข้าได้ทั้งทางห้องครัว ห้องนอน และห้องรับแขกค่ะ   แบบที่ 8 : เป็นแปลนบ้านขนาดเล็กมี 1ห้องนอน 2 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว และ 1 ห้องน้ำค่ะ ห้องนอนจะมีห้องน้ำในตัว แต่ข้อเสียของแปลนบ้านหลังนี้คือมีห้องน้ำห้องเดียว และห้องน้ำอยู่ในห้องนอนด้วย จะทำให้เวลามีแขกมาหาต้องเดินผ่านห้องนอนของเราก่อนถึงจะเข้าห้องน้ำได้ค่ะ   แบบที่ 9 : เปิดประตูเข้ามาจะเป็นห้องรับแขก ถ้าจะไปห้องอื่นๆ ภายในบ้าน ต้องเปิดประตูห้องรับแขกเข้าไปจะพบกับห้องนอน ห้องครัว มุมนั่งเล่น และมุมทานอาหารที่ติดกับห้องครัว   แบบที่ 10 : เป็นแปลนบ้านขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องรับแขก 2 ห้องน้ำ และ 1 ห้องครัวค่ะ ถ้าเปิดประตูบ้านเข้ามาห้องแขกที่พบก็จะเป็นห้องรับแขกห้องที่นึง ขวามือจะเป็นห้องนั่งเล่นอีกนึงห้องที่อยู่ติดกับห้องนอน และสามารถเดินเชื่อมไปยังห้องครัวได้ ห้องนอนทั้งสองห้องมีห้องน้ำในตัวทั้งคู่ค่ะ   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  decor.mthai.com              
แรงบันดาลใจออกแบบพื้นระเบียงไม้เพื่อบ้าน

แรงบันดาลใจออกแบบพื้นระเบียงไม้เพื่อบ้าน

ยุคสมัยนี้ หลายคนหันมาให้ความสนใจกับพื้นที่นอกบ้านมากขึ้น อย่างเช่นการจัดสวน แต่นอกจากการจัดสวน หรือเลือกพรรณไม้ มาสร้างเสริมให้บ้านสวยงามดูน่าอยู่แล้ว พื้นระเบียงไม้ก็สามารถสร้างบรรยากาศดีๆและเพิ่มความน่าสนใจให้บ้านได้เช่นกัน ถ้าเพื่อนๆกำลังมองหาไอเดียอยู่ เรามี12 แรงบันดาลใจออกแบบพื้นระเบียงไม้เพื่อบ้านมาฝาก พร้อมแล้วไปเก็บไอเดียและเนรมิตมุมนั่งเล่นให้บ้านสวยกันเลย ต่อเติมพื้นระเบียงไม้จากตัวบ้านมายังลานโล่งๆด้านนอก จัดเป็นมุมนั่งเล่น ออกแบบตรงกลางเป็นบ่อน้ำเล็กๆ ตกแต่งรอบด้วยไม้ประดับให้พอดีกับรั้ว แน่นอนไม่จำว่าพื้นระเบียงไม้ต้องติดอยู่กับบ้าน ออกแบบพื้นระเบียงไม้ไอเดียนี้สำหรับบ้านต่างจังหวัด ที่มีพื้นที่โล่งๆมองเห็นทิวทุ่งหญ้า ไม่ต้องแต่งเยอะ แค่วางเก้าอี้สบายๆ ผ่อนคลายเข้ากับธรรมชาติ สร้างสรรค์สวนหลังบ้านให้ผ่อนคลาย กับพื้นระเบียงไม้ยกสูง วางโซฟาน่านั่ง จะนั่งเล่นยามเย็น อ่านหนังสือเพลินๆ หรือปาร์ตี้ตอนค่ำก็ยังได้ ต่อเติมพื้นระเบียงมาจากตัวบ้าน เน้นดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย เหมาะกับบ้านขนาดเล็กพื้นที่จำกัด ต่อเติมพื้นไม้เชื่อมไปยังด้านหลังของบ้าน มุมนั่งเล่นแบบสบายๆยามพักผ่อน ออกแบบพื้นที่ด้านหลังบ้านให้เป็นระเบียงไม้สำหรับทำกิจกรรมในวันพักผ่อน จะหาเก้าอี้มาวาง หรือโซฟาเอาท์ดอร์สักตัวก็เก๋ ออกแบบพื้นไม้ต่อมาจากตัวบ้าน ต่กแต่งด้วยไม้ประดับ วางเก้าอี้แสนสบาย พร้อมโต๊ะทานข้าว พื้นระเบียงไม้ขนาดใหญ่สำหรับแบบบ้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง ยิ่งออกแบบให้กลมกลืนไปกับการจัดสวน ช่วยเสริมเสน่ห์ให้บ้านสวยงาม ประดับด้วยไฟสนามสะท้อนความงามในยามค่ำคืน ระเบียงสำหรับแบบบ้านโมเดิร์นเล็กเรียบแต่ทันสมัย วางด้วยโซฟาน่านั่ง ประดับด้วยไม้พุ่ม พรรณไม้สวยงาม เปลี่ยนวันพักผ่อนให้น่าพักผ่อนกว่าเดิม ระเบียงไม้หลังบ้าน ออกแบบชิดกับริมรั้ว เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยผนังไมั วางเฟอร์นิเจอร์งานสานได้ลุควันสบายเหมาะแก่การพักผ่อนอยู่บ้าน ระเบียงไม้สวยงาม ออกแบบยื่นไปยังสระน้ำเล็กๆที่อยู่ด้านหลัง ปล่อยไว้โล่งๆหรือเติมด้วยเก้าอี้เล็กๆ ก็ผ่อนคลายได้เหมือนกัน เติมหลังบ้านด้วยพื้นระเบียง ออกแบบม้านั่งไม้เรียบง่ายเลือกใช้ไฟที่ทนแดดและฝน ประดับด้วยไม้กระถาง ไม้ประดับ เลือกเฟอร์นิเจอร์สีสดใสเพื่อดึงดูดให้น่าพักผ่อน ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.forfur.com
รีโนเวทบ้านเก่าให้สวยด้วยของเดิม

รีโนเวทบ้านเก่าให้สวยด้วยของเดิม

หากจะพูดถึงการปรับปรุงบ้านหรือที่รู้จักกันในอีกชื่อคือ รีโนเวทบ้าน ผลดีที่ตามมาคือการได้ประหยัดเงินทุน แต่สิ่งที่สำคัญว่านั้นคือการลดการใช้ทรัพยากรโลก โดยการ Reuse หรือใช้ของเดิมจากบ้านเก่ามากที่สุด วันนี้จะพาไปดูตัวอย่างบ้านหลังนี้ บ้านที่ปรับปรุงแล้วเหมือนบ้านใหม่ แต่หัวใจเดิมๆ บ้านหลังเล็กกระทัดรัดนี้เป็นการรีโนเวทบ้านเดิมที่เป็นอาคารกึ่งปูนกึ่งไม้ 2 ชั้น (ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้) ซึ่งเกิดความทรุดโทรมตามกาลเวลา เจ้าของบ้านคือ พ.ต.หญิง พิมพ์จิราภา ธนปรีดาพิชิต ได้พูดคุยและระดมความคิดกับผู้ออกแบบคือ พอ สถาปัตย์ (POAR – Patchara+Ornnicha Architects) และเห็นตรงกันว่าจะเลือกการปรับปรุงอาคารให้เกิดการใช้งานใหม่ที่ดีขึ้น แทนการทุบทิ้งและสร้างใหม่ทั้งหมด เพราะด้วยงบประมาณที่ตั้งไว้ไม่มากนัก การปรับปรุงบ้านและใช้วัสดุเดิมให้มากที่สุด น่าจะเป็นทางออกที่ดี การออกแบบบ้านเริ่มต้นด้วยการรื้อถอนอาคารเดิมอย่างระวัง ตรวจสอบ นับจำนวนและคุณภาพของวัสดุที่ยังคงสภาพดีอยู่ โดยรื้อชั้นบนทั้งหมด คงเพียงโครงสร้างเสาคานที่ชั้นล่างไว้ ซึ่งวัสดุส่วนใหญ่นั้นยังอยู่ในสภาพดีอยู่ จากนั้นจึงนำองค์ประกอบต่างๆ มาคิดและออกแบบเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารใหม่ โดยหน้าที่ของมันอาจจะเปลี่ยนไป เช่น นำไม้ลูกกรงบันไดของบ้านเก่ามาทำเป็นระแนงสำหรับบังแดดในบ้านใหม่ หรือบานหน้าต่างไม้ที่ดูแคบเมื่ออยู่ที่บ้านเก่า แต่เมื่อนำมาจัดวางใหม่และเรียงต่อกันทั้งแนวราบและแนวตั้ง ก็ทำให้มีช่องหน้าต่างใหญ่ขึ้น น่าสนใจขึ้น งานปรับปรุงหรือรีโนเวทนั้นเป็นงานที่ต้องเข้ามาดูที่หน้าไซต์มากเป็นพิเศษ ยิ่งมีการใช้วัสดุจากบ้านเก่าแล้วยิ่งต้องเข้ามาดูงานมากขึ้นไปอีก หลายส่วนที่ต้องมีการคิดและสเก็ตช์กันหน้างาน ยื่นให้ช่างและทำกันตรงนั้นเลย เช่น ส่วนตกแต่งเสาที่นำแผ่นพื้นไม้เก่ามาประกบ หรือลูกเล่นในการวางระแนงไม้ด้านบน ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่สามารถเขียนออกมาเป็นแบบตั้งแต่แรกได้ ต้องอาศัยการเข้ามาดูหน้างานก่อน ส่วนพื้นที่การใช้สอยก็ปรับลดลงเพราะเจ้าของบ้านอยู่กันไม่เกิน 2 คน จากสองชั้นเหลือชั้นเดียว ภายในนั้นก็มีการออกแบบให้พื้นที่นั้นง่ายต่อการปรับเปลี่ยน เน้นโล่งๆ และใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวแทนงานบิวท์อินต่างๆ เนื่องจากหน้าบ้านนั้นหันไปทางด้านทิศตะวันตก แสงแดดจึงเข้ามาได้มาก สถาปนิกจึงออกแบบระแนงบังแดดด้านบนทางเข้าบ้าน โดยโครงเหล็กที่ตั้งขึ้นมาเป็นระแนงบังแดดนั้นเป็นส่วนที่สร้างขึ้นใหม่ ใช้เหล็กกล่องตั้งเป็นเสา คาน ยึดติดกับบ้านคอนกรีตที่เทขึ้นใหม่และส่วนของคานยึดติดกับโครงสร้างเสาเดิมของบ้าน และนำระแนงไม้เก่าเช่นไม้ลูกกรงราวบันไดผสมกับไม้ใหม่มาจัดเรียงอย่างลงตัว ส่วนห้องน้ำและครัวยึดตำแหน่งเดิมของบ้านเก่าให้มากที่สุด เพราะการย้ายท่อระบายน้ำนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและอาจเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างได้ บานหน้าต่างและประตูเก่านำมาจัดเรียงใหม่ ดูน่าสนใจขึ้นและสามารถใช้งานได้ดี หากเป็นบานไม้ สภาพของไม้ต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่มีรอยปลวก ไม่ผุ ส่วนการเสียหายที่ผิวไม้นั้นสามารถตกแต่งหรือทาสีเคลือบทับได้ แต่ส่วนของบานพับนั้นหากเป็นไปได้ควรเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เพราะบานพับส่วนใหญ่เป็นเหล็กซึ่งจะมีสนิมทำให้บานพับนั้นมีความแข็งแรงลดลงได้ และเนื่องจากเดิมบ้านเป็นบ้าน 2 ชั้น เมื่อรื้อชั้น 2 ออก จึงทำให้มีพื้นที่สำหรับทำฝ้าที่สูงขึ้นได้ โดยสถาปนิกเลือกใช้หลังคาทรงเพิงหมาแหงน และให้ฝ้าภายในห้องนั้นลาดเอียงไปตามองศาของหลังคา เพื่อให้ภายในโปร่งสบายไม่อึดอัด หลังคาใหม่นี้ใช้โครงสร้างเหล็กและแผ่นเมทัลชีทพร้อมฉนวนกันความร้อน และเนื่องจากด้านหน้าบ้านหลังนี้หันหน้าสู่ทิศตะวันตก จึงจำเป็นที่จะต้องมีระแนงหรือหลังคายื่นยาวเพื่อบังแสงแดดยามเย็น ในเวลากลางวันเมื่อเปิดประตูหน้าต่างทั้งหมด สายลมก็จะพัดผ่านตัวบ้านได้ เย็นสบายโดยไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศ ใครจะไปคิดว่าบ้านหลังนี้ใช้งบประมาณในการรีโนเวทบ้านไปประมาณ 4 แสนบาทเท่านั้น นั่นเป็นเพราะการเลือกใช้วัสดุที่มีอยู่แล้ว นำมาใช้ใหม่อย่างเหมาะสมและสวยงามนั่นเอง   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.scgexperience.co.th  
10 แบบห้องครัว สวยได้ แม้ของเยอะ

10 แบบห้องครัว สวยได้ แม้ของเยอะ

ปัญหาหนักใจของคนรักการทำครัว นอกจากข้าวของที่เยอะแยะมากมาย สมบัติหม้อไห ที่ไม่รู้จะเก็บไว้ไหนดี วันนี้เราเลยนำไอเดียการจัดครัวขนาดเล็ก ที่จัดการกับปัญหาเหล่านี้มาให้ดูกันค่ะ ข้าวของเครื่องใช้ที่พยายามจัดให้เข้าที่เข้าทาง แต่ฝาตู้เจ้ากรรมดันปิดให้สนิทไม่ได้ ก็จัดการเปิดเลย แถมยังใช้ประโยชน์จากฝาตู้เป็นกระดานจดบันทึกรายการสิ่งของ เป็นบันทึกช่วยเตือนได้อีกต่างหาก วิธีการจัดเก็บจานสำหรับคุณแม่บ้านที่ชอบเผื่อจานสำหรับงานต่างๆจนเยอะเกินไป ลองทำชั้นวางจานสิคะ จานสวยๆนำมาจัดวางบนผนังแบบนี้ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจได้และช่วยประหยัดพื้นที่ได้อย่างเหลือเชื่อ พยายามจัดของให้เข้าที่ด้วยการไว้ของเบา หยิบจับง่าย ใช้งานบ่อยๆอยู่ด้านบน หรือของที่เป็นโทนสีเดียวกันอยู่ด้วยกัน แต่สร้างจุดสนใจด้วยจานชามสี(ที่ไม่ได้หยิบจับบ่อยๆ) มาวางในจุดบนสุดของชั้นวางเป็นต้น ก็ทำให้ครัวดูดีขึ้นมาได้ในพริบตา สำหรับคุณแม่บ้านที่ชอบทำอาหาร มีวัตถุดิบหรือเครื่องเทศหลายๆชนิดที่มัดใส่ถุงอยู่ ลองหาชุดขวดโหลมาเทใส่ นอกจากจัดครัวให้ดูสวยแล้ว ยังสามารถเห็นว่าอะไรอยู่ในขวดหยิบใช้ได้ทันที สำหรับห้องครัวขนาดเล็กที่ไม่ได้ทำครัวหนักๆ มีอย่างมากก็เครื่องทำกาแฟ แต่ชอบซื้อเครื่องครัวมาเก็บ ก็อย่าเพิ่งเอาเก็บเข้าตู้ไปหมดลองมาจัดวางเรียงบนชั้นวาง เรียงตามโทนสีดีๆ ก็สามารถแต่งบ้านได้เหมือนกัน คุณอาจจะคุ้นๆกับที่แขวน ใช่แล้วค่ะ! เจ้านี่ดัดแปลงมาจากราวแขวนผ้านั่นเอง คุณอาจจะแปะโน๊ตไปเตือนความจำด้วยก็ได้ ถ้าผนังยังว่างๆ ลองทำชั้นวางแล้วติดตั้งแบบเป็นขั้นๆดูสิคะ ผนังขาวๆ กับของใช้ในครัวสีสดใส ก็เรียกความสนุกในการทำครัวได้ไม่น้อยเลย ถ้าห้องครัวที่เป็นเคาท์เตอร์ไอซ์แลนด์สำหรับไว้นั่งรับประทานอาหาร ลองแขวนพวกของใช้ที่มีด้ามจับ อย่างเช่นกระทะหรือหม้อขนาดเล็ก แขวนเป็นเซ็ตแบบนี้ก็ดีไม่น้อย แต่แขวนดีๆหล่ะ หล่นลงมาก็ตัวใครตัวมันนะคะ สำหรับครัวขนาดเล็กที่ไม่มีผนังแบ่งกั้นห้อง ลองทำชั้นวางของสูงติดผนังดูสิคะ นอกจากจะกั้นส่วนห้องครัว ไหนจะวางของ เก็บของ แถมยังได้ครัวที่โปร่ง ไม่ทึบอีกด้วย จัดห้องครัวกับการห้อยโชว์เก๋ไก๋ เป็นการประหยัดพื้นที่ที่สุด สามารถนำชั้นวางแขวน สำหรับหม้อ กระทะ ห้อยเรียงกันไว้ ไม่ว่าจะนำไปห้อยติดกับผนังครัว หรือห้อยจากด้านบน โดยคำนึงถึงความสะดวกในการใช้งานเป็นสำคัญ เห็นแบบนี้แล้วคงต้องขอตัวรีบไปจัดครัวให้สวยๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทำอาหารให้สนุกแล้วหล่ะค่ะ   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.forfur.com
บ้านโมเดิร์นอยู่สบาย ซ่อนความเป็นส่วนตัวไว้หลังเนิน

บ้านโมเดิร์นอยู่สบาย ซ่อนความเป็นส่วนตัวไว้หลังเนิน

หากชมภาพแรก ซึ่งเป็นภาพหลังบ้านจะสังเกตได้ว่า ชั้นล่างของบ้าน จะซ่อนอยู่หลังเนิน ข้อดีคือได้ความเป็นส่วนตัวที่แสนผ่อนคลาย ด้วยรูปลักษณ์ของตัวบ้านสองชั้น ที่มีความทันสมัย การนำอิฐมาแต่งผนังภายนอกในบางส่วน จึงทำให้บ้านดูไม่แข็งจนเกินไป ทั้งยังได้ความสวยงามแบบอบอุ่นอีกด้วย สีขาว สีเทา รวมถึงสีน้ำตาลของไม้และสีเขียวของสนามหญ้า แต่ละส่วนช่วยกันเสริมเติมแต่งให้บ้านหลังนี้น่าอยู่ไปอีกแสนนาน ความปลอดโปร่งของชั้นล่าง จากผนังและประตูกระจกที่เปิดกว้างเชื่อมต่อไปยังสวน อากาศหมุนเวียนเป็นอย่างดีตลอดทั้งวัน การตกแต่งภายในสมัยใหม่เช่นเดียวกับตัวบ้านภายนอก แต่นอกจากความสะดวกสบายแล้ว ยังให้ความผ่อนคลายที่เหมาะกับการพักผ่อนมากๆอีกด้วย ห้องแฟมิลี่ จัดมุมนั่งเล่น โซฟาสีเทาพร้อมโต๊ะกลางเก๋ๆบนพรมปูพื้นลายหยักสลับสีขาว-เทา ห้องครัวเน้นใช้สีขาวเทาเหมือนกับห้องอื่นๆของบ้าน เคาเตอร์สีขาวติดผนังแนวยาว แสงสว่างที่ส่องเข้ามาผ่านกระจก ช่วยให้ห้องครัวมีแสงที่เพียงพอในการทำงาน ท็อปไอซ์แลนด์สีเทาเข้ม สามารถใช้เตรียมอาหารและนั่งทานของว่างไปในตัว การออกแบบบ้านแบบ Open Plan เปิดโปร่งเชื่อมโยงกันอย่างนี้ ทำให้บ้านดูสบายตาและยังช่วยให้สมาชิกแต่ละคนได้มีส่วนรวมกันด้วย ภายในบ้านมี 3 ห้องนอน ห้องนอนใหญ่สุดอยู่ชั้นล่าง ห้องนอนเล็กอีก 2 ห้องอยู่ชั้นบน ทุกห้องปูพรมสีเทาทั่วทั้งห้อง เพื่อให้สัมผัสสบายเท้า แต่อาจจะไม่เหมาะมากนักสำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ เพราะพรมอาจจะทำให้เกิดฝุ่นได้ โทนสีเรียบๆนิ่งๆ อย่างเช่น สีขาวและสีเทาที่นำมาตกแต่งห้อง ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สามารถเพิ่มสีสันสดใสเข้าไปด้วยของตกแต่งน่ารักๆ เช่น แจกัน โคมไฟ หรือหมอนอิงก็ได้ เพื่อให้ห้องมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.banidea.com
รีโนเวทบ้านพักเก่าอายุ 30 ปี เหมือนบ้านใหม่เพิ่งซื้อ ไว้อยู่ยันเกษียณ

รีโนเวทบ้านพักเก่าอายุ 30 ปี เหมือนบ้านใหม่เพิ่งซื้อ ไว้อยู่ยันเกษียณ

เมื่อคุณหมอตัดสินใจไม่ซื้อบ้านใหม่ ด้วยเหตุผลที่ว่าใกล้กับโรงพยาบาล เลยจัดการรีโนเวทบ้านพักเก่ากว่า 30 ปีซะใหม่ ไว้อยู่ยาว ๆ จนถึงช่วงเกษียณ ใครล่ะจะยอมลงทุนกับบ้านที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่ว่าคุณหมอคนนี้กลับตัดสินใจลงมือรีโนเวทบ้านพักอายุกว่า 30 ปีใหม่หมดตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้าน ซึ่งหลายคนคงคิดอยู่ล่ะสิว่าทำแบบนี้แล้วจะคุ้มกับเงินที่ลงไปเหรอ ? เอาเป็นว่าเก็บข้อสงสัยไว้แล้วไปหาคำตอบ พร้อมตามไปชมฝีมือการรีโนเวทบ้านของ คุณ สาลิกาโบยบิน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กันเลยดีกว่า ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าหน้าตาบ้านพักจะออกมาเป็นยังไง !   หลังจากที่เคยตั้งกระทู้ขอคำแนะนำเพื่อน ๆ ในห้องชายคาเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับการรีโนเวทบ้าน สุดท้ายจากการระดมความคิดเห็นทั้งจากเพื่อน ๆ และคนรอบตัวสรุปว่า ในเมื่อตั้งใจจะทำงานอยู่ที่นี่อีกนาน (เจ้าของบ้านเดิมก็อยู่จนเกษียณ) เพราะทั้งคนไข้ เพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชาก็น่ารัก เลยคิดซ่อมบ้านหลังนี้ดีกว่า และทำทั้งทีกะอยู่นานก็คงต้องซ่อมใหญ่จะได้อยู่ยันเกษียณไปเลย (เพี้ยง) ก่อนที่จะไปต่อขอแจกแจงก่อนนะครับ เผื่อหลายคนสงสัยว่าทำไมทำขนาดนี้ ไม่ซื้อบ้านไปเลย ก็เหตุผลตามนี้ครับ 1. ผมทำงานในโรงพยาบาลตลอด อยู่เวรก็โดนตามบ่อย ฉะนั้นมีบ้านในโรงพยาบาลที่สามารถเดินไปทำงานได้ 5 นาทีถึง ถือว่าสะดวกมากครับ 2. ค่าบ้านข้างนอก ถ้าเอาพื้นที่ขนาดนี้ (หน้ากว้าง 14 เมตร ลึก 17 เมตร พื้นที่ใช้สอยผมทำไป 300 ตารางเมตร) ทำเลขนาดนี้ ราคาตลาด ผมว่ามี 4-5 ล้านบาทได้ครับ แถมอยู่นอกโรงพยาบาลอีก ถ้าโดนตามดูคนไข้แต่ละทีต้องขับรถฝ่ารถติดมาดูครับ 3. สิ่งแวดล้อม ในเมื่ออยู่ในโรงพยาบาล ซ้าย-ขวา-หน้า-หลัง ก็เป็นหมอและพยาบาลหมด ก็ถือว่าน่าจะอุ่นใจได้ในระดับนึง 4. อยู่ในโรงพยาบาลค่าน้ำ-ค่าไฟก็เบิกได้บางส่วน อย่างน้อยเดือนละ 200-300 บาท ก็ประหยัดได้อีกส่วนนึงครับ 5. นึกไม่ออก พอนับข้อดีได้ 5 ข้อแล้ว ก็เลยตัดสินใจทำบ้านพักในนี้แหละครับ แล้วผมก็เริ่มหาไอเดียหลังจากนั้นครับ ทั้งในห้องชายคา พวกหนังสือเกี่ยวกับบ้านกับการออกแบบ และเว็บไซต์ต่าง ๆ มาผสมผสานกัน จนออกมาเป็นบ้านหลังนี้ครับ แต่ก่อนหน้านั้นเคยมีคำถามว่าทำขนาดนี้กับของหลวงได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ผมเองก็กังวลอยู่ แต่จากการสอบถามจากหัวหน้าและผู้บังคับบัญชาหลาย ๆ ระดับ เพื่อนร่วมงานหลาย ๆ ท่านที่ปรับปรุงบ้านหลวง ทุกคนก็บอกว่าทำไปเฮอะ ขอให้ดูดีก็พอ แต่ที่สำคัญต้องจำไว้คือถ้าย้ายก็ต้องทิ้งไว้ให้หลวงนะ ถอดยกไปไม่ได้ แต่ถ้าไม่ทำชั่วร้ายแรงก็คงอยู่ได้ถึงเกษียณนั่นแหละ ซึ่งจากตรงนี้ผมก็สบายใจในระดับนึงครับ คิดว่าทำทั้งทีขอให้อยู่สบาย ๆ เราไปเที่ยวไม่กี่วันยังหมดเป็นหมื่น ถ้าอยู่ถึงเกษียณจริง ใครจะมาอยู่ต่อก็ให้เขาไปเถอะ แบบภายนอก พอเสร็จก็ตัดออกบ้าง ตามงบและความจำเป็นครับ แบบภายในบางส่วน (เช่นกันครับตอนแรกอินทีเรียใส่มาเยอะกว่านี้มาก แต่ผมขอตัดออกก่อนเพราะงบหมด โดยเน้นขอให้ช่วยเลือกสี วัสดุ และการตกแต่งเป็นหลัก บิวท์อินน้อย ๆ แล้วก็ขอเฟอร์นิเจอร์ลอยแทนเพราะเคลื่อนย้ายได้) ขอเม้าท์นิดนึงนะครับ ก่อนหน้านี้เวลาเราอ่านเกี่ยวกับอินทีเรียจะรู้สึกจำเป็นไหม แพงไหม เว่อร์ไปรึเปล่า ซึ่งตรงนี้พอมีโอกาสได้ทำงานกับอินทีเรียจริง ๆ พบว่าเขาช่วยเราได้เยอะมากนะครับ ช่วยหลาย ๆ เรื่องที่เราต้องตัดสินใจ ทั้งเลือกสี เลือกกระเบื้อง เลือกเฟอร์นิเจอร์ คือปกติคนเราจะสร้างบ้านกันแค่หลัง 2 หลัง แต่อาชีพนี้ผ่านการออกแบบบ้านมาหลายหลัง ฉะนั้นเขาก็จะมีมุมมองเกี่ยวกับการเลือกวัสดุ การจัดวางของให้ได้ประโยชน์คุ้มค่า ของหลายอย่างไม่ต้องแพงแต่วางออกมาแล้วสวย สรุปพอบ้านเสร็จก็ปลื้ม สวยดี ชอบมากครับ ส่วนลานจอดรถเดิมปูไม้คอนวูด จัดหลังคาโปร่งแสงตราช้างเข้าไปเพื่อเพิ่มความสว่าง แล้วก็ใช้รั้วสีดำแบบโมเดิร์นหน่อย ส่วนลานจอดรถจริง ๆ เทพื้น ปูกระเบื้องพอร์ซเลน หลังคาเมทัลชีท พร้อมประตูเข้าด้านข้างอีกอันครับ จอดเสร็จจะได้เข้าบ้านเลย ห้องโถงต่อเติมจากเดิมมาสุดพื้นที่บ้านด้านหน้า ทำให้ได้พื้นที่เพิ่มมาพร้อมโต๊ะเขียนหนังสือเด็กสีชมพูแปร๊ด (โลตัสมีแต่สีนี้อะ ขัดกับสไตล์โมเดิร์นไปนิด แต่ลูกชอบมาก) ห้องนี้ใช้งานมากสุดแล้วครับ มีโซฟา, ทีวี, คอมพิวเตอร์ และของเล่นเด็กด้วย ห้องกินข้าวและครัวใน อันนี้ต่อมาจากห้องโถงครับ แบ่งด้วยประตูกระจก มีครัวในและตู้เย็น 2 ตู้ (มีลูกสองคน 4 ขวบกับขวบครึ่งแต่ของเยอะมาก) ผนังใส่กระจกเงา 1 บาน เพราะอินทีเรียบอกว่าจะได้เพิ่มมิติและทำให้ด้านในดูกว้าง ครัวนอก อันนี้ต่อเติมเพิ่มจากบ้านเดิมครับ ลงเข็มตอม่อเรียบร้อย หลังคาเมทัลชีทครับ เอาไว้ทำอาหารเป็นหลัก ข้างหลังบ้านโล่ง ใส่หน้าต่างเยอะ ๆ พร้อมปล่องดูดควัน อีกฝั่งเป็นเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า อนาคตอันไกลน่าจะมีเครื่องล้างจาน (แม่บ่นว่าอยู่กัน 4 คน ทำกับข้าวก็ไม่เป็น ทำครัวใหญ่กว่าร้านข้าวแกงอีก)   เดิมข้างบ้านมีต้นมะขามเรียงเป็นแนวรั้ว แต่คุณแฟนรู้สึกรกและทำความสะอาดยาก ก็เลยเทพื้นปูนขัดมัน และทาสีกำแพงด้วย แต่ทำแล้วก็สวยดีครับ ประตูครัวเปิดไปเป็นที่ลานกว้าง มีมุมวางถังน้ำ 1,500 ลิตร ปั๊มน้ำคิคาวะ และเอาไว้ซักล้าง (พูดไปอย่างนั้นแหละครับ อยู่มาจะ 2 เดือนแล้ว ซักกับเครื่องตลอดเลย) แดดเปรี้ยงคุณแม่บ้านยังอบผ้าเลยครับ ห้องโถงเล็ก ซึ่งตอนนี้เอาไว้ใส่ของเด็กกับเสื้อผ้าเด็กครับ อนาคตคงเอาไว้เป็นห้องสำหรับญาติผู้ใหญ่เวลาแก่ ๆ จะได้ไม่ต้องขึ้นบันได ติดแอร์ ทำไฟเรียบร้อย เดิมห้องน้ำล่างจะเล็กมาก แต่ผมอยากได้ห้องน้ำใหญ่ ๆ ก็เลยทลายผนังข้างหลังออก ก็ได้พื้นที่เพิ่มมาอีกเท่านึง แบ่งโซนเปียกแห้ง ใช้ผนังกั้น ตอนแรกกะทำเป็นกระจก แต่คุณแฟนทักว่าทำความสะอาดยาก เลยตัดสินใจใช้ผนังปูกระเบื้อง อินทีเรียเลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นเจาะแถวกลางไว้หน่อยจะได้ไม่ทึบ และเจาะช่องแสงธรรมชาติ สรุปดีงามครับ บันไดเป็นไม้แดง ราวเหล็ก เลยจัดการทาสีใหม่ให้ดูเข้มขึ้น ใส่บล็อกแก้วเพื่อเพิ่มแสงจากภายนอก ยกหน้าต่างให้สูงขึ้น ใส่ผ้าม่านทิ้งตัวให้ดูสูงโปร่ง ส่วนอินทีเรียก็ออกแบบโคมไฟต่างระดับทั้งหมด 3 อัน สวยดีครับ ห้องน้ำชั้นบนเปลี่ยนทุกอย่างเลยครับ ทั้งพื้น ผนัง สุขภัณฑ์ กระจก บานเกล็ด แล้วก็ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นด้วยครับ ห้องนอนเล็กเดิมเป็นพื้นไม้ครับ แต่ขัดสีแล้วก็ลงสี ทำฝ้า ใส่ไฟใหม่ เอาเฟอร์นิเจอร์มาตั้งไว้สำหรับรับแขก แล้วก็เผื่อเวลาที่คุณพ่อ-คุณแม่มาเยี่ยมครับ ห้องแต่งตัวเดิมเป็นห้องนอนมาก่อนครับ ผมก็ทำสีใหม่ กั้นประตูกระจก ตู้เสื้อผ้าใหญ่ยักษ์ 2 ตู้ (จะได้ไม่มาเบียดตู้เรา) ห้องนอนหลัก ตรงนี้แหละครับที่ทำให้ใช้เงินเยอะ เพราะเป็นส่วนที่ทำเพิ่มจากของเดิม และด้วยความที่อยากได้ห้องนอนใหญ่ ๆ สำหรับลูก ๆ ด้วย ก็เลยต่อเติมทำชั้นสองขึ้นมา โดยให้วิศวะมาช่วยดูแลด้วย เพราะบ้านเก่าแล้วกลัวมันทรุด เลยต้องลงเข็ม ทำตอม่อ โครงเหล็ก และก็ปูพื้นด้วยสมาร์ทบอรด์จะได้เบาครับ จากนั้นก็ปูด้วยกระเบื้องยางลายไม้ หลังคาเป็นเมทัลชีทกรุฉนวนครับ ก็ออกมาเป็นแบบนี้ครับ เลยได้ห้องนอนยาวสมใจ และก็ใช้ที่นอน 6 ฟุต 2 ตัวต่อกันครับ นอนกัน 4 คนพ่อ แม่ ลูก ต่อจากห้องนอนเป็นระเบียงครับ ปูกระเบื้องไว้ตากผ้าเล็กผ้าน้อย มีซิงค์ไว้ล้างขวดนมด้วย เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ใช้ของอินเด็กซ์ครับ ขึ้นไปเลือกกับอินทีเรียที่กรุงเทพฯเลย เพราะมีบริการจัดส่งมานครศรีธรรมราชด้วย ประกอบให้เสร็จสรรพ  ไม่อย่างนั้นถ้าเอามาประกอบเอง ป่านนี้อาจยังไม่เสร็จครับ ส่วนระบบน้ำ ระบบไฟ เดินใหม่หมดทั้งบ้านครับเพื่อความปลอดภัย และเนื่องจากอยู่เองก็ใช้ของมีมาตรฐานหน่อย อะไรเขาว่าดีจัดมาหมดครับ ส่วนงบทั้งหมดรวมเฟอร์นิเจอร์ด้วย ประมาณ 2 ล้านกว่า ๆ นะครับ ใช้เวลาประมาณ 4 เดือนครับ เป็น 4 เดือนที่เหนื่อยมาก ๆ มีเรื่องปวดหัวทุกวัน ทั้งเรื่องแบบ เรื่องช่าง เรื่องของ เรื่องวัสดุ  มีเรื่องบ่นได้งอนกับแฟนเกือบทุกวัน  แต่พอเสร็จแล้วก็มีความสุขมาก ๆ ครับ เพราะนี่บ้านของเราครับ (ลืม ๆ ของหลวงครับ แต่เราสร้างครอบครัวที่นี่กันครับ) จบแล้วครับสำหรับการรีวิว ปลุกบ้านอายุ 30 ปีครับ ตอนนี้เข้ามาอยู่ได้ 2 เดือนแล้วครับ ทำบุญบ้านเรียบร้อย ยังไม่ค่อยคุ้นครับเพราะอยู่หอมา 10 กว่าปี พอมีบ้านใหญ่ขึ้น เลยรู้สึกทำไมเก็บกวาดไม่หมดสักที ประกอบกับตัวเล็กวัยกำลังรื้อเลย รกทั้งวันครับ (ภาพที่ลงนี่บางรูปเอารูปก่อนย้ายเข้ามาลงให้ดู จะได้ไม่รกมาก) หลาย ๆ อย่างก็ค่อย ๆ หาซื้อมาเติมครับ อาจยังไม่สมบูรณ์แบบมาก หลายอย่างก็ตัดไปตามงบก่อน แต่โดยรวมครอบครัวผมก็พอใจมากเลยครับ ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ สาลิกาโบยบิน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม home.kapook.com
15 เตียงฟังก์ชั่นเจ๋ง ช่วยประหยัดพื้นที่

15 เตียงฟังก์ชั่นเจ๋ง ช่วยประหยัดพื้นที่

ปัจจุบันหลายๆ ท่านนิยมอาศัยอยู่ในคอนโด เนื่องจากอยู่ในเมือง สะดวกสบายในการเดินทาง แต่คอนโดเหล่านี้มีก็ขนาดห้องเล็กซะเหลือเกิน ตกแต่งอะไรก็ไม่ได้มาก วางเตียง 5 ฟุตเข้าไป ก็แทบจะเต็มห้องแล้ว ไม่เหลือพื้นที่ให้ทำอย่างอื่นเลย (จะใส่อารมณ์ทำไม ฮ่าๆๆๆ) เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีเฟอร์นิเจอร์หลายๆ แบบที่ทำมาเพื่อคอนโด หรือห้องที่พื้นที่แคบๆ โดยเฉพาะ วันนี้เราก็มีแบบเตียง 15 แบบที่มีฟังก์ชั่นช่วยให้ประหยัดพื้นที่ มาฝากทุกท่านครับ เพื่อเป็นไอเดียในการตกแต่งห้อง ใครชอบแบบไหนก็ลองทำตามกันได้เลยนะครับ ขอขอบคุณภาพจาก  designarchitectureart.com เรียบเรียงโดย  Review Your Living
บ้านอยู่สบาย สัมผัสความปลอดโปร่งตั้งแต่หน้าบ้าน

บ้านอยู่สบาย สัมผัสความปลอดโปร่งตั้งแต่หน้าบ้าน

สำหรับผู้อ่านที่ชื่นชอบระเบียงกว้าง ๆ ต้องชื่นชอบแบบบ้านชั้นเดียว ที่ได้นำมาชมกันในบทความนี้อย่างแน่นอน ด้วยความปลอดโปร่ง ที่สัมผัสได้ตั้งแต่หน้าบ้าน ตัวบ้านยกพื้นเล็กน้อย ระเบียงกลางแจ้งหน้าบ้านปูพื้นไม้  แม้จะไม่มีหลังคาไว้บังแสงแดดแต่ได้ความรู้สึกเป็นอิสระ โล่งสบายมาทดแทน อีกทั้งยังไม่เป็นที่รบกวนสายตา ทำให้มองเห็นตัวบ้านได้อย่างชัดเจน หลังคาสีเทา ตัวบ้านสีเทา ผนังกระจกที่ห้องนั่งเล่นเป็นการเชื่อมโยงระหว่างภายนอกและภายใน ส่วนแรกของบ้านจัดเป็นพื้นที่ส่วนรวมของครอบครัว ห้องครัว มุมนั่งเล่น เปิดโปร่งมองเห็นกันและกัน ผนัง เพดานสีขาว พื้นสีน้ำตาลเข้ม เฟอร์นิเจอร์ในมุมนั่งเล่น เน้นที่ทำจากไม้ โซฟาสีฟ้าน้ำทะเล เติมความสดใสให้ห้องได้อย่างพอดี  เคาเตอร์ครัวรูปตัว U ขนาดพอเหมาะสำหรับครอบครัวที่ไม่เน้นการทำอาหารมากเป็นพิเศษ ทอปเคาเตอร์สีขาวสะอาดสะอ้าน หน้าบานไม้ เข้ากันกับชุดโต๊ะทานอาหารทรงกลมที่จัดวางอยู่ตรงหน้า ภายในบ้านชั้นเดียวหลังนี้มี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องนอนแต่ละห้องตกแต่งด้วยความเรียบง่าย ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลาย ด้วยผ้าม่านสีขาวผืนใหญ่ เมื่อแสงจากภายนอกส่องเข้ามายิ่งทำให้เกิดความอ่อนโยน ดูสบายตาน่าพักผ่อน ห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัว แบ่งโซนแห้งและโซนเปียก เพื่อความปลอดภัย ห้องน้ำอีกห้องมีอ่างอาบน้ำไว้นอนแช่ แยกโถสุขภัณฑ์ไว้อีกห้อง ในช่วงเวลารีบเร่งเช่นตอนเช้า จะได้สะดวกในการใช้งาน ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.banidea.com
ไอเดียแต่งบ้าน ด้วยฉากกั้นห้อง ผนังไม่ต้องก็ได้

ไอเดียแต่งบ้าน ด้วยฉากกั้นห้อง ผนังไม่ต้องก็ได้

ปกติแล้ว เรามักคิดถึงกำแพง หรือผนังห้องเป็นสิ่งแรกในการแบ่งพื้นที่ห้อง พื้นที่ว่าง หรืออาณาเขตใช้สอย ที่แตกต่างกันในการตกแต่งบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัว แต่บางครั้งก็ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ แม้กำแพงจะให้ความรู้สึกมั่นคงและแบ่งแยกพื้นที่ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งนี้แลกมาด้วยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือปรับเปลี่ยนยาก เหนือสิ่งอื่นใดคือความรู้สึกคับแคบมากเกินจำเป็นหากใช้กำแพงมากเกินไป เพราะเหตุนี้เราอาจต้องพิจารณาสิ่งอื่นๆ ทดแทนกำแพงอันใหญ่โตเทอะทะน่าอึดอัด นั่นคือฉากกั้นห้อง ผ้าม่าน ชั้นวางของ ฯลฯ ตู้หนังสือหรือชั้นวางของน่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆที่หลายคนนึกถึง อาจเป็นชั้นไม้เบาๆที่ใช้วางแจกันหรือของประดับอื่นๆด้วย บางครั้งคุณอาจใช้โต๊ะเตี้ยตั้งไว้ระหว่างพื้นที่โดยไม่ต้องให้ยาวจากผนังจรดผนังแต่ให้เว้นช่องว่างไว้ทั้งสองฝั่งเพื่อความโปร่งแล้วกั้นฉากเบาขึ้นมา เพื่อประดับงานศิลปะสำหรับกั้นสายตาก็เพียงพอค่ะ กรอบหน้าต่าง ประตูขนาดใหญ่ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่นำมาติดตั้งได้ไม่ยาก นอกนั้นแล้วก็เป็นงานระแนงไม้ โครงเหล็กเบาๆ หรือกระจกสี สิ่งเหล่านี้สร้างขอบเขตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ยังมองเห็นกันได้ในขณะที่ไม่เสียความเป็นส่วนตัวไป บังตาก็เป็นตัวกั้นพื้นที่ซึ่งราคาถูกเคลื่อนย้ายปรับเปลี่ยนง่ายในทุกสถานการณ์ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.forfur.com
รีโนเวทคอนโดให้มีสไตล์แฝงกลิ่นอายเดิม แบบประหยัด

รีโนเวทคอนโดให้มีสไตล์แฝงกลิ่นอายเดิม แบบประหยัด

โจทย์ที่ยากที่สุดโจทย์หนึ่ง ในการออกแบบรีโนเวทคอนโดห้องเก่า ให้กลายเป็นห้องใหม่ ที่ใช้งานได้ดีขึ้น คือการคงเหลือภาพลักษณ์และความทรงจำเดิม ๆ ของห้องเก่าไว้ให้มากที่สุดได้อย่างไร ยิ่งเป็นห้องเก่าที่มีความงามความลงตัวอยู่แล้ว ก็ยิ่งเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับผู้ออกแบบเป็นเท่าตัว… ห้องในคอนโดนี้อาจเป็นตัวอย่างที่ดีหลังหนึ่งซึ่งทำการออกแบบปรับปรุงห้องเก่าสไตล์โกธิคให้การเป็นบ้านพักอาศัยร่วมสมัยที่ดูน่าอยู่มากๆ คอนโดห้องนี้มีชื่อว่า ROC3 ตั้งอยู่ที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน และออกแบบโดย Nook Architects โดยนักออกแบบกลุ่มนี้ไม่ได้รีโนเวทคอนโดห้องนี้เป็นห้องแรก เพราะในอาคารเดียวกันนี้ยังมีงานออกแบบของเขาซึ่งสร้างเสร็จไปแล้วที่ชั้นอื่นๆด้วย งานชุกอย่างนี้ไปดูกันว่าเขามีแนวคิดในการออกแบบยังไงกันบ้าง สถาปนิกเลือกที่จะทุบผนังบางส่วนเดิมทิ้งและทำการกั้นห้องใหม่เพื่อการใช้งานที่ดีขึ้น เลือกให้ห้องนอนและห้องน้ำอยู่ด้านในสุดเพราะเป็นด้านที่ติดกับสวนหากมองออกไปนอกหน้าต่าง ตั้งใจให้ห้องน้ำนั้นเปิดรับแสงธรรมชาติซึ่งเป็นแสงที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในห้องน้ำ ทำให้โปร่งเข้าไว้เพื่อให้ห้องดูไม่ทึบตัน โดยใช้เคาน์เตอร์เตี้ยๆสำหรับอ่างล้างหน้า และสถาปนิกยังเลือกใช้เหล็กฉีกโปร่งๆ สำหรับชั้นวางของเหนืออ่างล้างหน้านี้ แถมห้องน้ำนี้ยังสามารถเข้าได้สองทาง เผื่อให้แขกซึ่งอาจจะมานอนที่ห้องนั่งเล่น สามารถเดินมาเข้าห้องน้ำได้โดยไม่ต้องผ่านส่วนเตียงนอนของเจ้าของบ้าน โดยเฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นของมือสองที่หาซื้อได้จากท้องถิ่นนั้น เพราะไม่ต้องการความหรูหราและสิ้นเปลืองเกินความจำเป็น โต๊ะรับประทานอาหารซึ่งทำมาจากบานประตูเก่า เพียงทำขาเหล็กแบบที่สามารถพับเก็บได้ เท่านี้เราก็ได้โต๊ะทานอาหารแบบเท่ๆแถมยังประหยัดด้วย ผนังบางส่วนสถาปนิกตั้งใจที่จะไม่ทาสีทับ เพื่อให้เกิดร่องรอยและวัสดุของอาคารเดิมอยู่บ้าง อีกนัยหนึ่งคือการสร้างผิวสัมผัสที่ต่างออกไป ไม่ให้ห้องนั้นดูเรียบโล่งจนน่าเบื่อนั่นเอง ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดคือกระเบื้องลายโบราณ ซึ่งมีการเก็บไว้สภาพเดิมเกือบทั้งหมด เพื่อให้เหลือสิ่งที่เป็นเรื่องราวของสิ่งเก่าอยู่บ้าง โดยผสานกับรูปแบบของห้องแบบใหม่ที่เน้นสีขาว สีพาสเทลที่ช่วงส่งเสริมกันและกัน เห็นห้องนี้แล้วเริ่มรู้สึกว่าการรีโนเวทคอนโดเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก คนไทยเราอาจคุ้นเคยกับอะไรสำเร็จรูป แต่ห้องนี้ทำให้เห็นว่า นอกจากจะใช้งบประมาณน้อยกว่าแล้ว เรายังได้อะไรที่น่าสนใจกลับมาด้วย…   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.scgexperience.co.th

1 2 3 4 ... 9