เรื่องควรรู้ที่อยู่อาศัย

 

บทความแนะนำ

เอกมัย-ทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ถ้าถามถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ของในกรุงเทพฯ ยุคนี้ย่อมต้องมีองค์ประกอบเรื่องกิน-เที่ยวในตัวเองครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านคาเฟ่ตกแต่งเก๋ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟเฉพาะตัว หรือร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ เชฟและวัตถุดิบอิมพอร์ตจากต่างประเทศโดยเฉพาะ ไปจนถึงร้านที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างรอบด้าน เช่น ร้านจักรยาน ร้านแฟชั่น ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านบาร์เบอร์-ซาลอน ร้านสปา ร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ยามค่ำคืนยาวไปจนร้านข้าวต้มโต้รุ่ง เรียกได้ว่าย่านนี้ไม่เคยหลับใหล จึงไม่แปลกที่ย่านเอกมัย-ทองหล่อ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบค่ะ หากพูดถึงในแง่ของที่อยู่อาศัยย่านนี้แล้ว เชื่อว่าคงเป็นที่อยู่อาศัยในฝันของใครหลายคน รวมไปถึงชุมชน Expats ที่กระจุกตัวกันอยู่ในย่านนี้ไม่น้อย เพราะนอกจากไลฟ์สไตล์อันเพียบพร้อมรอบด้านแล้วยังเดินทางสะดวกสบาย ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเอกมัย-ทองหล่อ และตัวถนนเองที่แม้จะเป็นเพียงถนนหรือซอยที่เป็นทางเชื่อมลัดเลาะไปสู่ถนนหลักอย่างถนนเพชรบุรีกับถนนสุขุมวิท แต่ด้วยความกว้างของถนนจึงทำให้สามารถมีอาคารสูงขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้ตามกฏหมาย จึงทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในย่านที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ        [captionquote]ด้วยศักยภาพทำเลที่เพียบพร้อมอย่างไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ เอกมัย-ทองหล่อ จึงเกิดที่อยู่อาศัยที่มีดีมานด์อยู่เสมอ[/captionquote] เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้แล้ว เราก็จะพาไปเดินชมทำเลเอกมัย-ทองหล่อด้วยเลยค่ะ รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าเอกมัย มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ใครๆ ต่างก็จดจำได้ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้กันทั้ง เกตเวย์ เอกมัย, เมเจอร์ สุขุมวิท และ สถานีขนส่งเอกมัย บรรยากาศช่วงปากซอยเอกมัย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในย่านนี้คึกคักอยู่ตลอดเวลาเดินเล่นในเอกมัยก็มีความคึกคักไม่แพ้กันทั้งกลางวัน-กลางคืนตลอดทางมีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านที่น่าสนใจเรียงรายอยู่มากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ และร้านที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในปัจจุบัน ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนได้หลากหลายหากโฟกัสกันที่จุดสำคัญของย่านเอกมัยก็คงต้องบอกว่าอยู่ตรงสี่แยกกลางซอยที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ตั้งแต่ซอยทองหล่อ 10 ต่อมาที่ซอยเอกมัย 5 ซอยเอกมัย 12 แล้วไปทะลุสุดที่ซอยสุขุมวิท 71 ตรงซอยปรีดี พนมยงค์ 31 ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น ลองเดินทะลุมาที่ทองหล่อ ช่วงทองหล่อซอย 10 ยังเป็นแหล่งปาร์ตี้ชื่อดังอยู่หลายร้าน ใครที่ชอบชีวิต nightlife ต่างก็รู้จักแถวนี้แน่นอน     จากนั้นเราลองเดินกลับมาที่เอกมัย เข้าไปดูในซอยเอกมัย 12 กันต่อค่ะ    บรรยากาศภายในซอยเอกมัย 12 เป็นช่วงถนนที่มีความกว้างถึง 4 เลน ซึ่งเรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างทองหล่อ-เอกมัย-ซอยสุขุมวิท 71(ซอยปรีดีพนมยงค์)ภายในซอยเอกมัย 12 แห่งนี้มีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่น่าสนใจอยู่ค่ะ ชื่อว่า "The FINE Bangkok" The FINE Bangkokคอนโดมิเนียม High Rise 31 ชั้น 1 อาคาร 220 ยูนิต ที่จอดรถแบบอัตโนมัติ 70% บนพื้นที่ 1-1-05 ไร่ ในซอยเอกมัย 12  จาก Developer ที่เราอาจไม่คุ้นหูกันเท่าไรนักกับ บริษัท พรรณราย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพราะเป็นบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท ซันเคียวโฮม (ไทยแลนด์) จำกัด กับ บริษัท เคฮัง เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Keihan Railways  ผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ในภูมิภาคคันไซ จึงเกิดเป็น The FINE Bangkok คอนโดมิเนียมสไตล์ Luxury Modern Japanese มูลค่าโครงการกว่า 1.7 พันล้านบาท และรังสรรค์งานดีไซน์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน และ Landscape โดยบริษัทชื่อดังอย่าง  Architects 49[captionquote]สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือ Facility และระบบ  Home Automation เทคโนโลยีล้ำๆ แบบญี่ปุ่น[/captionquote] สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่ โซน Fine Greenery แม้เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แต่กลับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าโครงการด้วยบรรยากาศแแบบ Fine Spring Garden และสวนพักผ่อนที่ชั้น 23 และ 27 ให้ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วย City View โซน Fine Lounge ด้วยความตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้ร่วมกัน มีส่วนรองรับสำหรับการใช้งานจากกลุ่มใหญ่ แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัว โดยดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ความเป็น Modern Luxury แบบญี่ปุ่นชัดเจนที่สุด ประกอบไปด้วย  Lobby, Mail Room, Co-working room และ Private Meeting room โซน Fine Retreat พื้นที่พักผ่อนรับลมธรรมชาติพร้อมดื่มด่ำทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองไปด้วย ซึ่งทุกส่วนออกแบบให้สามารถชมวิวขอบฟ้าได้ใกล้ที่สุดอย่าง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool, The Edge View Point   โซน Fine Sky พื้นที่ Roof Lounge สูงสุดของอาคาร ออกแบบมาให้สามารถชม City View ได้รอบทิศทาง 360 องศา ไปพร้อมกัน เช่น Fitness, Golf Club, Sky Seat, Karaoke room, Kid Room, Wine Lounge               [captionquote]เสน่ห์ของวิถีชีวิตตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นคือความละเมียดละไมใส่ใจทุกรายละเอียดในการใช้ชีวิตได้อย่างน่าหลงใหล[/captionquote]      Floor Plan ชั้น 1 หน้าโครงการหันไปทางทิศใต้ จัดสวนสไตล์ Fine Spring Garden โดยต้องผ่านลำธารเล็กๆ หน้าโครงการไปก่อน ให้ความรู้สึกแบบสวนญี่ปุ่น Floor Plan ชั้น 9-22 เป็นชั้นสำหรับยูนิตพักอาศัย ประกอบไปด้วยลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด วางรูปแบบ Double Corridor ฝั่งทิศตะวันออกได้วิวทางพระโขนง-อ่อนนุช ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะได้วิวในเมืองอย่างทองหล่อ-อโศกFloor Plan ชั้น 30 เป็น Facility โซน Fine Retreat ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool และ The Edge View Point     สิ่งเหล่านี้สามารถพูดได้ว่าเป็นการออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในระดับพรีเมียม เพื่อสนองต่อความต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตได้ดีที่สุดบนกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอันทรงเสน่ห์ The FINE Bangkok ไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมสไตล์ญี่ปุ่น แต่เป็นคอนโดที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นในบ้านเราได้สัมผัสกับความแตกต่างในสไตล์ Luxury Modern Japanese เตรียมเปิดห้องตัวอย่างเร็วๆ นี้ และพร้อมเปิด Pre sale 2-3 มิ.ย. นี้   

ทำเลทอง ล่าสุด

เอกมัย-ทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ถ้าถามถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ของในกรุงเทพฯ ยุคนี้ย่อมต้องมีองค์ประกอบเรื่องกิน-เที่ยวในตัวเองครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านคาเฟ่ตกแต่งเก๋ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟเฉพาะตัว หรือร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ เชฟและวัตถุดิบอิมพอร์ตจากต่างประเทศโดยเฉพาะ ไปจนถึงร้านที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างรอบด้าน เช่น ร้านจักรยาน ร้านแฟชั่น ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านบาร์เบอร์-ซาลอน ร้านสปา ร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ยามค่ำคืนยาวไปจนร้านข้าวต้มโต้รุ่ง เรียกได้ว่าย่านนี้ไม่เคยหลับใหล จึงไม่แปลกที่ย่านเอกมัย-ทองหล่อ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบค่ะ หากพูดถึงในแง่ของที่อยู่อาศัยย่านนี้แล้ว เชื่อว่าคงเป็นที่อยู่อาศัยในฝันของใครหลายคน รวมไปถึงชุมชน Expats ที่กระจุกตัวกันอยู่ในย่านนี้ไม่น้อย เพราะนอกจากไลฟ์สไตล์อันเพียบพร้อมรอบด้านแล้วยังเดินทางสะดวกสบาย ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเอกมัย-ทองหล่อ และตัวถนนเองที่แม้จะเป็นเพียงถนนหรือซอยที่เป็นทางเชื่อมลัดเลาะไปสู่ถนนหลักอย่างถนนเพชรบุรีกับถนนสุขุมวิท แต่ด้วยความกว้างของถนนจึงทำให้สามารถมีอาคารสูงขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้ตามกฏหมาย จึงทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในย่านที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ         เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้แล้ว เราก็จะพาไปเดินชมทำเลเอกมัย-ทองหล่อด้วยเลยค่ะ รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าเอกมัย มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ใครๆ ต่างก็จดจำได้ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้กันทั้ง เกตเวย์ เอกมัย, เมเจอร์ สุขุมวิท และ สถานีขนส่งเอกมัย บรรยากาศช่วงปากซอยเอกมัย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในย่านนี้คึกคักอยู่ตลอดเวลาเดินเล่นในเอกมัยก็มีความคึกคักไม่แพ้กันทั้งกลางวัน-กลางคืนตลอดทางมีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านที่น่าสนใจเรียงรายอยู่มากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ และร้านที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในปัจจุบัน ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนได้หลากหลายหากโฟกัสกันที่จุดสำคัญของย่านเอกมัยก็คงต้องบอกว่าอยู่ตรงสี่แยกกลางซอยที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ตั้งแต่ซอยทองหล่อ 10 ต่อมาที่ซอยเอกมัย 5 ซอยเอกมัย 12 แล้วไปทะลุสุดที่ซอยสุขุมวิท 71 ตรงซอยปรีดี พนมยงค์ 31 ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น ลองเดินทะลุมาที่ทองหล่อ ช่วงทองหล่อซอย 10 ยังเป็นแหล่งปาร์ตี้ชื่อดังอยู่หลายร้าน ใครที่ชอบชีวิต nightlife ต่างก็รู้จักแถวนี้แน่นอน     จากนั้นเราลองเดินกลับมาที่เอกมัย เข้าไปดูในซอยเอกมัย 12 กันต่อค่ะ    บรรยากาศภายในซอยเอกมัย 12 เป็นช่วงถนนที่มีความกว้างถึง 4 เลน ซึ่งเรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างทองหล่อ-เอกมัย-ซอยสุขุมวิท 71(ซอยปรีดีพนมยงค์)ภายในซอยเอกมัย 12 แห่งนี้มีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่น่าสนใจอยู่ค่ะ ชื่อว่า "The FINE Bangkok" The FINE Bangkokคอนโดมิเนียม High Rise 31 ชั้น 1 อาคาร 220 ยูนิต ที่จอดรถแบบอัตโนมัติ 70% บนพื้นที่ 1-1-05 ไร่ ในซอยเอกมัย 12  จาก Developer ที่เราอาจไม่คุ้นหูกันเท่าไรนักกับ บริษัท พรรณราย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพราะเป็นบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท ซันเคียวโฮม (ไทยแลนด์) จำกัด กับ บริษัท เคฮัง เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Keihan Railways  ผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ในภูมิภาคคันไซ จึงเกิดเป็น The FINE Bangkok คอนโดมิเนียมสไตล์ Luxury Modern Japanese มูลค่าโครงการกว่า 1.7 พันล้านบาท และรังสรรค์งานดีไซน์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน และ Landscape โดยบริษัทชื่อดังอย่าง  Architects 49 สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่ โซน Fine Greenery แม้เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แต่กลับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าโครงการด้วยบรรยากาศแแบบ Fine Spring Garden และสวนพักผ่อนที่ชั้น 23 และ 27 ให้ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วย City View โซน Fine Lounge ด้วยความตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้ร่วมกัน มีส่วนรองรับสำหรับการใช้งานจากกลุ่มใหญ่ แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัว โดยดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ความเป็น Modern Luxury แบบญี่ปุ่นชัดเจนที่สุด ประกอบไปด้วย  Lobby, Mail Room, Co-working room และ Private Meeting room โซน Fine Retreat พื้นที่พักผ่อนรับลมธรรมชาติพร้อมดื่มด่ำทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองไปด้วย ซึ่งทุกส่วนออกแบบให้สามารถชมวิวขอบฟ้าได้ใกล้ที่สุดอย่าง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool, The Edge View Point   โซน Fine Sky พื้นที่ Roof Lounge สูงสุดของอาคาร ออกแบบมาให้สามารถชม City View ได้รอบทิศทาง 360 องศา ไปพร้อมกัน เช่น Fitness, Golf Club, Sky Seat, Karaoke room, Kid Room, Wine Lounge                     Floor Plan ชั้น 1 หน้าโครงการหันไปทางทิศใต้ จัดสวนสไตล์ Fine Spring Garden โดยต้องผ่านลำธารเล็กๆ หน้าโครงการไปก่อน ให้ความรู้สึกแบบสวนญี่ปุ่น Floor Plan ชั้น 9-22 เป็นชั้นสำหรับยูนิตพักอาศัย ประกอบไปด้วยลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด วางรูปแบบ Double Corridor ฝั่งทิศตะวันออกได้วิวทางพระโขนง-อ่อนนุช ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะได้วิวในเมืองอย่างทองหล่อ-อโศกFloor Plan ชั้น 30 เป็น Facility โซน Fine Retreat ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool และ The Edge View Point     สิ่งเหล่านี้สามารถพูดได้ว่าเป็นการออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในระดับพรีเมียม เพื่อสนองต่อความต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตได้ดีที่สุดบนกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอันทรงเสน่ห์ The FINE Bangkok ไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมสไตล์ญี่ปุ่น แต่เป็นคอนโดที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นในบ้านเราได้สัมผัสกับความแตกต่างในสไตล์ Luxury Modern Japanese เตรียมเปิดห้องตัวอย่างเร็วๆ นี้ และพร้อมเปิด Pre sale 2-3 มิ.ย. นี้   

ทาวน์เฮ้าส์ระดับ “Best in class” ลงตัวทุกไลฟ์สไตล์ในราคาที่เอื้อมถึงจากแสนสิริ

เวลาเรามองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมแล้วเข้ากันได้กับไลฟ์สไตล์ของเราเอง คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ ยิ่งอยู่กันเป็นครอบครัวแล้วด้วยก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะมีทั้งเรื่องของช่วงวัยรวมไปถึงไลฟ์สไตล์ความชอบของแต่ละคนแตกต่างกัน คงจะดีไม่น้อยถ้ามีบ้านที่จะได้ใช้ทุกพื้นที่ให้ลงตัวกับทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นห้องส่วนตัวอย่างห้องนอน หรือพื้นที่ที่ได้ใช้ช่วงเวลาอยู่ร่วมกัน ซึ่งโครงการที่สามารถตอบโจทย์ได้ครบครันก็คงหาไม่ได้ง่ายๆ เช่นกัน แต่ครั้งนี้เราจะมาบอกเล่าให้ทุกท่านเห็นว่าแสนสิริทำได้จริงค่ะ แสนสิริ ชื่อนี้หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเมื่อไรที่เอ่ยถึงเรื่องโครงการที่อยู่อาศัยก็มักจะต้องมีชื่อของแสนสิริติดอันดับอยู่ด้วยเสมอ ด้วยคุณภาพจากความใส่ใจรายละเอียด และเชื่อเหลือเกินค่ะว่า เมื่อนึกถึงแสนสิริ ส่วนใหญ่จะนึกถึงคอนโดมิเนียม High Rise ดีไซน์สวยล้ำสมัย มาพร้อม Prop Tech เจ๋งๆ สร้างกระแสฮือฮาได้อยู่เสมอ แต่ทุกวันนี้หลายคนก็เริ่มเปลี่ยนมามองที่อยู่อาศัยแนวราบกันมากขึ้น เพราะอยากจะได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีสิ่งที่มาตอบโจทย์ชีวิตได้หลากหลาย เช่น เลี้ยงสุนัขได้, มีพื้นที่จัดสวน, มีห้องนอนที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ, มีห้องให้ลูกไปพร้อมๆ กันด้วย และครั้งนี้เราจึงจะพาไปทำความรู้จักกับที่อยู่อาศัยแนวราบจากแสนสิริกันบ้างค่ะ สิริ เพลส ทาวน์เฮาส์ แบรนด์ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นจากแสนสิริ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของ ดีไซน์อันสวยงามพร้อมกับฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้จริงผสมผสานนวัตกรรมในที่อยู่อาศัย ที่สำคัญราคาสามารถจับต้องได้ เพราะหากเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียมแล้วจะเห็นได้ชัดว่าทาวน์เฮาส์มีราคาถูกกว่าแถมได้พื้นที่มากกว่า ซึ่งทุกอย่างดูเหมาะสมลงตัวได้อย่างพอดิบพอดี COMPLETE YOUR LIVING EXPERIENCEโครงการสิริ เพลส นั้นถึงจะเป็นทาวน์เฮาส์ที่เริ่มต้นด้วยราคาล้านปลายๆ แต่เรื่องของการใส่ใจเพื่อคนอยู่อาศัยแล้วบอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา เพราะทุกส่วนที่ประกอบภายในบ้านและภายในโครงการตั้งใจออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิตกับสิ่งที่คุณชอบ ด้วยแนวคิด COMPLETE YOUR LIVING EXPERIENCE ที่ทำมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิต 3 ด้าน Siri Living : นวัตกรรมเพื่อชีวิตการอยู่อาศัยแนวใหม่ ที่ให้ชีวิตสะดวกสบายง่ายขึ้น   “Modern Loft” ถูกเลือกมาตกแต่งในทุกโครงการของสิริ เพลสด้วยความโดดเด่นของดีไซน์อันเรียบง่ายทั้งโทนสี วัสดุและพื้นที่โปร่งโล่ง กว้างขวางไม่มีขอบเขตมากนัก จึงสามารถปรับเปลี่ยน Function การใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ความชอบให้เป็นไปได้ ประกอบกับรายละเอียดที่เน้นให้ปรับได้ตามความชอบของผู้อยู่อาศัย เช่น ห้องเอนกประสงค์ พื้นที่ตอบโจทย์วามชอบที่ตกแต่งได้ตามความต้องการ เพื่อขยายทุกความชอบให้เป็นไปได้ในบ้านของเราเอง ทางเดินบริเวณโถงบันไดมีช่องแสงธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มแสงสว่างจากด้านนอก ทำให้ประหยัดไฟในเวลากลางวันหรือแม้แต่ในส่วนด้านหลังบ้านมีการลงเสาเข็มให้เรียบร้อย หากผู้อยู่อาศัยต้องการจะทำส่วนต่อขยายก็สามารถทำเพิ่มได้สบายๆ เพราะ ตัวเสาเข็มนั้นนั้นทำรองรับน้ำหนักได้ถึง 22 ตัน นอกเหนือจากนี้ ภายในโครงการยังมี Full Facilities สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการตอบทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว Educational Playground สนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่นที่ถูกคิดค้นขึ้นมาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจนเกิดเป็นเครื่องเล่นเด็กในดีไซน์ใหม่ ซึ่งสามารถพัฒนาทักษะหลายด้าน เพิ่มการเรียนรู้จากประสบการณ์ด้วยตัวเด็กๆ เป็นต้น Siri Lifetech : นวัตกรรมเพื่อชีวิตการอยู่อาศัยแนวใหม่ ที่ให้ชีวิตสะดวกสบายง่ายขึ้น https://youtu.be/9RIXUTVYg1I  แสนสิริยังไม่ทิ้งเรื่องของเทคโนโลยีภายใน โครงการสิริ เพลสนั้นมีการบริการในส่วนเทคโนโลยีล้ำสมัยในที่อยู่อาศัยเพิ่มเข้าไปให้กับลูกบ้านทุกหลังเริ่มต้นจากติดตั้งสาย LAN ให้ทุกบ้านเพื่อให้เชื่อมต่อnetworkและพร้อมใช้งานภายในบ้านได้ทันที, Home Service Application แอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้นผ่านหน้าจอมือถือของเราเอง และบัตรเข้าออกโครงการ ด้วยระบบเปิดปิดอัตโนมัติสำหรับลูกบ้านเท่านั้น และในบริเวณส่วนกลางก็ยังมีการให้บริการ Free Wifi และยังมีระบบSolar Cell เพื่อประหยัดพลังงานอีกด้วย Siri Experience: เติมเต็มชีวิตให้ครบสมบูรณ์แบบทุกช่วงเวลา ให้กับลูกบ้านคนสำคัญโครงการสิริ เพลสได้รับการดูแลและรับสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกครอบครัวแสนสิริเช่นเดียวกับโครงการอื่นๆ ของแสนสิริ ได้แก่ Sansiri Family สิทธิส่วนลดจากร้านค้า และกิจกรรมพิเศษของลูกบ้านแสนสิริ, Sansiri Lounge ที่พร้อมรับรองคุณที่พารากอน, Plus Property ที่ดูแลจัดการสภาพแวดล้อมโครงการ อีกทั้งดูแลเรื่องการย้ายเข้าปล่อยเช่าด้วยและ SSS (SIRI SECURITY SYSTEM) การดูแลความปลอดภัยด้วยรปภ. ที่ได้มาตรฐานพร้อม CC TV ในทุกป้อมรปภ. และในโครงการนั้นนั้นยังมีรั้วที่สูง 3.8 เมตรด้วย และนี่คือเหตุผลว่าทำไม “สิริ เพลส” ถึงได้กลายเป็น “Best in class” อย่างสมบูรณ์ ซึ่งในปี 2561 นี้ สิริ เพลส ทาวน์เฮาส์ เตรียมเปิดตัวถึง 5 โครงการ จาก 5 ทำเลที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว โดย 5 โครงการ สิริ เพลส จะเปิดตัวจะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2561สิริ เพลส รังสิต ราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านปลายสิริ เพลส นวนคร ราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านกลางสิริ เพลส ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ ราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านกลางสิริ เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม 3 ราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านปลาย  สิริ เพลส กัลปพฤกษ์-สาทร ราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านปลาย   โดยวันพรีเซลล์ 5 โครงการ สิริ เพลส ทาวน์เฮาส์  คุณภาพ แสนสิริ 12-13 พ.ค. 2561  สิริ เพลส รังสิต และ สิริ เพลส นวนครและ 19-20 พ.ค. 2561  สิริ เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม 3, สิริ เพลส ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์, สิริ เพลส กัลปพฤกษ์-สาทร      SIRI PLACE RANGSIT โครงการสิริ เพลส รังสิต ติดถนนใหญ่ ถนนรังสิต - ปทุมธานี ซึ่งรังสิตคือย่านสำคัญฝั่งทิศเหนือของกรุงเทพ ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลาย Generation ทั้งวัยเรียนที่มีสถาบันการศึกษาชื่อดังหลายแห่ง ตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงอุดมศึกษา และกลุ่มคนวัยทำงานที่มีอยู่ไม่น้อย จะเลือกหลบออกมาอยู่ชานเมือง แต่ยังคงเดินทางไปทำงานในใจกลาง CBD ได้อย่างสะดวกทั้งการเดินทางด้วยรถสาธารณะ และรถยนต์ส่วนตัว โดยทำเลที่ตั้งของโครงการที่อยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนอุดรรัถยา ด่านบางพูน และโทลเวย์ ที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางของความสะดวกสบายของย่านนี้ เพราะมีห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต เมเจอร์รังสิต ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยรถสาธารณะไม่ว่าจะเข้าเมือง หรือออกต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอนาคตที่กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ห่างจากโครงการตรงสถานีรังสิตประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะยิ่งทำให้เปลี่ยนโฉมของการเดินทางได้อย่างดีขึ้นแน่นอน ด้วยความที่โครงการมีคลองเชียงรากอยู่ด้านข้าง ทางแสนสิริจึงเกิดไอเดียให้โครงการกลมกลืนกับธรรมชาติเดิมมากที่สุด โดยออกแบบภาพรวมให้ดูเป็นสีขาวโทนสว่าง สะอาด สบายตา แต่ยังคงเรียบหรู เพิ่มความสดชื่นด้วยต้นไม้ ไม้ดอกประดับในโครงการ ส่วนกลางทั้งฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, สวนสีเขียว, Jogging Park, Play Ground ถูกดีไซน์ให้เชื่อมต่อกันเพิ่มความน่าสนใจ แบบบ้านดีไซน์ใหม่ New Series สไตล์ Soft Loft โทนสีฟ้า น้ำเงิน ผสานเข้ากับวัสดุแบบ Loft ผนังหินกรุสีเทา เรียบง่าย แต่มีสไตล์คง Concept สายน้ำเชียงรากอันเงียบสงบ มีมาให้เลือก 2 Type ตามความชอบ คือ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ และ 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท SIRI PLACE Nawanakorn สิริ เพลส นวนคร ทาวน์เฮ้าส์ใหม่ติดถนนพหลโยธินฝั่งขาออก จุดกึ่งกลางของการใช้ชีวิต รายล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรม อาทิ นิคมนวนคร นิคมไฮเทค นิคมบางปะอินในจังหวัดอยุธยา และสถานศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ รวมถึงห้างสรรพสินค้าที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้อาศัย อาทิ บิ๊กซีและโลตัสนวนคร แม็คโครและโลตัสคลองหลวง รวมถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และอนาคตอย่างเซ็นทรัลเอ็ม ติดตลาดโรงเกลือ และใกล้ตลาดต่อยอด(ซึ่งจะเปิดเร็วๆ นี้) สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะด้วยรถสาธารณะหรือรถยนตร์ส่วนตัว เพราะโครงการตั้งอยู่บนถนนเส้นหลัก ใกล้ทางด่วน 2 สาย บางปะอิน-ปากเกร็ด และวงแหวนตะวันออก จึงสามารถหลีกหนีเส้นทางการจราจรติดขัดขึ้นทางด่วนได้โดยเร็ว รวมถึงการคมนาคมที่รองรับการเดินทางที่สะดวกสบายอย่างรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายรังสิต-ธรรมศาสตร์ ห่างจากโครงการเพียง 9 กม.   การมาของ สิริ เพลส นวนคร กลายเป็นสังคมแห่งการอยู่อาศัยคุณภาพที่หลายคนรอคอย ทั้งในด้าน Developer ที่มีความน่าเชื่อถือในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ฟังก์ชั่นและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหนือคู่แข่งบริเวณรอบๆ ไม่ว่าจะเป็น Full Facilities Club House ฟิตเนส สระว่ายน้ำ มาตรฐานการก่อสร้างและระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อาศัย ครอบคลุมไปถึง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV และไฟส่องสว่างรอบโครงการ สัมผัสคุณภาพชีวิตที่มากกว่าเป็นไปได้ที่ สิริ เพลส นวคร เริ่ม 1.69 ล้านบาท*  SIRI PLACE KALLAPAPRUEK-SATHORN สิริ เพลส กัลปพฤกษ์ - สาทร ทาวน์เฮ้าส์ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้มากที่สุด ด้วยการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วจากรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เพียง 5 นาที ถึงสถานีวุฒากาศและสถานีบางแค ทางเชื่อมต่อชีวิตไปยังโซน CBD หรือนอกเมืองได้อย่างสะดวก คงรูปแบบการอยู่อาศัยบนพื้นที่ใช้สอยที่ให้มากกว่าคอนโดมิเนียมในละแวกใกล้เคียง ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง เรียกว่าเป็นทำเลที่หาได้ยากในกลุ่มทาวน์เฮ้าส์ นอกจากนี้ผู้อาศัยยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายเพราะพื้นที่โครงการรายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าอย่างซีคอนบางแค เดอะมอลล์และโลตัสบางแค บิ๊กซีและแมคโครกัลปพฤกษ์ รวมถึงพื้นที่การศึกษา ด้วยสถานศึกษาชั้นนำอย่าง รร. อนุบาลเด่นหล้า, รร. สารสาสน์วิเทศ, รร. นานาชาติ British Columbia เป็นต้น    คุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มต้นจากการใช้ชีวิตบนสังคมส่วนตัว เพียง 139 ยูนิต พร้อมกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ Double park, Joking track, Play zone เติมเต็มสีสันแห่งการอยู่อาศัยด้วยดอกไม้หลายสีล้อมรอบโครงการ สัมผัสทุกมิติของชีวิตเป็นไปได้ที่ สิริ เพลส กัลปพฤกษ์-สาทร เริ่ม 2.99 ล้านบาท*     SIRI PLACE SUKSAWAT-RAMA 3 สิริ เพลส สุขสวัสดิ์ - พระราม 3 โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขสวัสดิ์ 26 ทำเลโดดเด่นในการเดินทางเชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเข้าเมืองหรือออกนอกเมืองโซนพระราม 2 ก็ง่ายนิดเดียว ใกล้จุดขึ้น-ลงทางพิเศษเฉลิมมหานคร วงแหวนอุตสาหกรรม และสามารถทะลุออกถนนกาญจนาภิเษกได้อีกด้วย ในอนาคตก็จะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย บางใหญ่-บางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ สถานีดาวคะนองกับสถานีบางปะแก้ว ไม่เกิน 5 กิโลเมตร สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครันเช่นกัน ทั้งบิ๊กซี โลตัส โฮมโปร เซ็นทรัลพระราม 2 โรงพยาบาลอีกหลายแห่ง ทาวน์เฮ้าส์คอนเซปสไตล์ Loft มี 2 Type พื้นที่ใช้สอย 133 ตารางเมตร กับพื้นที่ใช้สอย 117 ตารางเมตร ขนาดที่ดินตั้งแต่ 18.5-20.7 ตารางวา ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะมีเพียง 199 ยูนิต พร้อม Full Facilities ครบครัน เช่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ทางวิ่งจ๊อกกิ้ง สนามเด็กเล่น โซนเล่นบาสเกตบอล ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น และยังได้ดอกไม้หลากสีสลับสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เหมือนย่อป่ามาไว้ในโครงการ ให้ชีวิตลงตัวมากขึ้น ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท SIRI PLACE RATCHAPRUEK-RATTANATHIBET สิริ เพลส ราชพฤกษ์ - รัตนาธิเบศร์ โครงการตั้งอยู่ในซอยโยธาธิการ ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเข้า-ออกได้จากถนนราชพฤกษ์ กับถนนบางกรวย-ไทรน้อย เป็นทำเลแบบที่โครงการแนวราบหาได้ค่อนข้างยาก เพราะอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีบางพลู ที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบันเพียง 2.5 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณนี้ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญ คือ เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต, อิเกีย บางใหญ่, บิ๊กซี บางใหญ่ ฯลฯ ประมาณ 5 กิโลเมตร แถมยังเป็นจุดที่สามารถเชื่อมเข้าสู่ถนนกาญจนาภิเษกได้เลย นอกจากนี้ย่านนี้ก็ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารขึ้นชื่อ บรรยากาศดีเรียงรายอยู่มากมายตลอดเส้นทาง โดยการมาของรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ยักษ์เช่นนี้ เชื่อว่าจะทำให้บริเวณนี้กลายเป็นเมืองใหม่ในไม่ช้า โครงการนี้มีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะนอกจากเรื่องทำเลที่ตั้งแล้ว ยังมีเพียง 93 ยูนิต มาในสไตล์ Modern Loft พื้นที่ใช้สอย 133 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ และส่วนกลางที่ได้มาตรฐานที่ดีจากแสนสิริ เช่น สวนสีเขียว สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามเด็กเล่น ฯลฯ สิริ เพลส คือ ทาวน์เฮาส์ที่ถูกคัดสรรเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพมาตรฐานของแสนสิริ รวมถึงดีไซน์ที่ทั้งสวยงาม ทั้งตอบโจทย์การใช้ชีวิตบนพื้นที่แห่งความพอดีได้อย่างลงตัวที่สุด จนได้ขึ้นแท่นสมกับคำว่า “Best in class” ของทาวน์เฮาส์อย่างไร้ข้อกังขา โดยวันพรีเซลล์ 5 โครงการ สิริ เพลส ทาวน์เฮาส์ คุณภาพ แสนสิริ 12-13 พ.ค. 2561 สิริ เพลส รังสิต และ สิริ เพลส นวนคร และ 19-20 พ.ค. 2561 สิริ เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม3, สิริ เพลส ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์, สิริ เพลส กัลปพฤกษ์-สาทร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1685 หรือลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษก่อนวันเปิด Pre sale ได้ที่นี่ https://bit.ly/2rtm7me      

คิดถึงคอนโดติดรถไฟฟ้า ทำไมต้อง “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง”(Advertorial)

ปัจจุบันการจะเลือกซื้อคอนโดสักแห่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องการหลายปัจจัยมาเสริมกัน ทั้งเรื่อง Location Facility ความคุ้มค่าและผลตอบแทน เข้าใจเทรนด์ของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างครบครันพร้อมจะเติบโตไปด้วยกันทำให้ทุกพื้นที่กลายเป็นแรงบันดาลใจในทุกวันของการใช้ชีวิต สิ่งเหล่านี้เรียกได้ว่าขาดไม่ได้สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง คอมมูนิตี้ กิน ช้อป เที่ยว ตามแบบ Lifestyle ของคนเมือง ดังนั้นการเลือกซื้อคอนโดที่ดี มีศักยภาพที่ครบพร้อมในทุกด้านจึงไม่ใช่เรื่องง่าย“Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” คอนโดที่ให้คุณได้มากกว่าความคุ้มค่าบนทำเลศักยภาพ ติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีวงศ์สว่างที่พร้อมจะต่อติดชีวิตในแบบคุณ พร้อมเติมเต็มความลงตัว ความสะดวกสบายใกล้เมือง เพื่อการใช้ชีวิตในย่านบางซื่อบางซื่อมีการเติบโตมากที่สุดในปี 2016-2017 แต่ไม่รู้จัก คือที่ไหน ไกลมากช่วงที่ผ่านมานี้ย่านบางซื่อจัดเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2016-2017 หลายคนมองเห็นศัยภาพในโซนนี้ จึงทำให้มีคอนโดและบ้านจัดสรรผุดขึ้นมาเพียบเพื่อรองรับประชากรที่จะมีมากขึ้นในอนาคต ที่ผ่านมาความเปลี่ยนแปลงของย่านบางซื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเส้นทางรถไฟฟ้าหลายสายกำลังต่อขยายมุ่งตรงเข้ามา โดยมีสถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อเส้นทางคมคมนาระบบรางเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางของรถไฟฟ้าต่อขยาย สายสีม่วง เตาปูน – ราษฎร์บูรณะ และบางใหญ่ – บางซื่อ นั้นก็หมายความว่า สถานีกลางบางซื่อจะเป็นศูนย์กลางด้านการเดินทางทั้ง รถไฟชานเมือง รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าแอร์พอตเรียลลิ้ง รวมถึง รถไฟฟ้าส่งผลให้ทำเลนี้เป็นทำเลที่ตอบโจทย์ของคนที่มีงบจำกัดแต่ยังต้องการความสะดวกสบายด้านการเดินทาง ที่แวดล้อมไปด้วยไลฟ์สไตล์มอลล์มากมาย ทั้งสวนสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับทุกความต้องการ ทำให้ “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” เป็นคอนโดของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต เดินทางสะดวกสบาย เข้าสู่ CBD ได้อย่างรวดเร็วพร้อมสถานที่พักผ่อนมากมายในระแวกเดียวกันอยากซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า แต่มีมากมายเต็มไปหมด ไม่รู้จะซื้อที่ไหนดี...ใครๆก็ล้วนตามหาคอนโดติดรถไฟฟ้าที่มีให้เลือกมากมายเต็มไปหมด แต่! ในบรรดาเหล่าคอนโดติดรถไฟฟ้าพวกนี้ก็ไม่ได้ดีทุกที่เสมอไป ทุกโครงการต่างมีจุดอ่อนและจุดแข็งที่ผู้ซื้อและนักลงทุนต้องคอยสังเกตเอง ซึ่งวันนี้เราจะบอกให้ว่า ทำไม “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” ถึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆที่ผู้ซื้อต่างให้ความสนใจและคุ้มค่ากับการลงทุนอย่างไรทำเลศักยภาพที่เชื่อมการเดินทางสู่ใจกลางเมืองด้วยถนนใหญ่และรถไฟฟ้า ที่ให้ความสะดวกคล่องตัว “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” จึงจัดอยู่ในคอนโดที่มีทำเลศักยภาพมาก เพราะติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีวงศ์สว่าง และติดถนนใหญ่ กรุงเทพ-นนทบุรี และยังมี ทางขึ้น-ลง ทางพิเศษศรีรัชอีกด้วย จนเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายครบครันอย่างแน่นอนศูนย์รวมไลฟ์สไตล์มอลล์ที่เป็นคุณนอกจากเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ด้านการเดินทางแล้ว Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ยังแวดล้อมไปด้วยไลฟ์สไตล์มอลล์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, โฮม โปร ประชาชื่น, La Unique, Big C วงศ์สว่างและ Gypsy Market ให้คุณสามารถช้อปข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างชิวๆไม่ต้องไปไหนไกลแหล่งรวมร้านอาหารดังที่ไม่ควรพลาดหากเบื่อการเดินห้างแล้ว ย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารขึ้นชื่ออีกเพียบ ทั้ง ร้าน Smith & Rabbit Cuisine ร้านอาหารไทย-ฟิวชั่น ที่คนเต็มร้านตลอดๆ, ร้าน Steeler ร้านสวย นั่งสบาย สถานที่กว้างขวางเหมาะกับครอบครัว, ร้านอาหารประพักตร์ อร่อยทั้งอาหารและขนมไทยแบบต้นตำหรับ, ร้าน บ้านไอซ์ ร้านอาหารของคุณย่าสำหรับคนชอบรสอาหารแบบดั้งเดิม, ร้าน ปรุง ร้านอาหารรสชาติดีราคาไม่แรง, เจ๊ไข่ซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลสดๆที่ไม่ควรพลาด , ร้านพิมพ์รภัส ร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิม, ร้าน นิตยาไก่ย่างกับไก่ย่างหอมๆที่เราคุ้นเคย  ,ร้าน ขาหมู ประชาชื่น ขาหมูอร่อยๆที่ไม่ต้องไปไหนไกล, ร้าน ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยบ้านนา ก๋วยเตี๋ยวรสเลิศที่ใครๆต้องมาลอง, ร้าน กาลิค ร้านอาหารไทยเก่าแก่กว่า 30 ปี, ไก่ย่าง โคราช อีกตัวเลือกความอร่อยกับไก่ย่าง, ร้านอาหาร โอยั๊วะริเวอร์เทอร์เรซ เห็นชื่อแบบนี้บรรยากาศดี อาหารอร่อยนะจะบอกให้แหล่งรวมสำนักงานใจกลางเมืองด้วยการเดินทางที่สะดวกและยังเป็นศูนย์รวมคอมมูนิตี้มอลล์และร้านอาหารต่างๆมากมาย ทำให้ย่านนี้เป็นแหล่งสำนักงานขนาดใหญ่อีกหลายแห่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงสาธารณสุข, นนทบุรี City Hall, สำนักงานใหญ่ SCG, ตึก EGAT และบุญรอดบริวเวอรี่ ทำให้ย่านนี้กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ที่เพรียบพร้อมตอบโจทย์วันชิวๆกับ Café ชิคๆเอาใจคนรัก Café กันบ้าง เพราะย่านนี้มีผู้คนเข้ามาอาศัยและทำงานอยู่มาก ทำให้มี Café ต่างๆผุดขึ้นมาเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Hatch by J’Khai คาเฟ่นั่งชิวที่จัดเต็มทั้งกาแฟและขนมหวาน, Kopi’ Cino ร้านที่สาวกผู้ชื่นชอบกาแฟไม่ควรพลาด , The Attic Diary Café ร้านสวยเครื่องดื่มดีงาม, Café Mallow คาเฟ่ชิคๆที่แวะมาได้ทุกวัน และ Waiting Floor ร้านขนมหวานที่จัดเต็มทั้งบิงซู Honey Toast แบบที่สาวๆต้องคุ้นเคยพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชุมชนนอกจากความสะดวกสบายต่างๆในบ่านนี้แล้วก็ยังมีโรงพยาบาลสำหรับอำนวยความสะดวกให้ชุมชนอีกหลายแห่ง ทั้งโรงพยาบาลนนทเวช โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่นโรงพยาบาลศรีธัญญา และ โรงพยาบาลเลอลักษณ์ก็มีใครเลือกสรรตามความสะดวกแหล่งการศึกษาชั้นนำสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ย่านนี้คึกคักตลอดทั้งวันมาจากสถานศึกษาชั้นนำมากมายที่รวมตัวกันตั้งอยู่ในบริเวณย่านนี้ ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กมหาลัยก็มีครบพร้อม ทั้ง โรงเรียนสาธิตเกษตร โรงเรียนนวพัฒน์วิทยา โรงเรียนราชวินิตบางเขน โรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์ โรงเรียนสตรี นนทบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยผ่อนคลายวัยสบายๆกับสถานที่แฮงค์เอ้าท์อีกเรื่องที่พลาดไม่ได้นั่นคือสถานที่แฮงค์เอ้าท์นั่นเอง สำหรับย่านนี้ก็มีร้านแฮงค์เอ้าท์เพียบ อย่าง ร้าน นั่งเล่น Pub& Restaurant ชื่อดังที่ดาราชอบมากัน อาหารอร่อยแถมบรรยากาศก็ชิวสุดๆ หรือจะเป็น ร้าน Lizm อีกหนึ่งร้านดังยอดฮิต กับความชิคที่ไม่เหมือนใครกับเก้าอี้ถังและบรรยากาศที่ไม่ซ้ำใครFacilities จัดเต็ม เอามาเน้นๆให้คุณแบบไม่มีกั๊ก พร้อมเปิดตัวพื้นที่ส่วนกลางใหม่สุดว้าวทั่วโครงการ กลางปี 2561 นี้แน่นอนพูดถึงทำเลโดยรวมไปแล้ว เรามาเจาะตัวโครงการ “Aspire รัชดา-วงสว่างค์” กันบ้างดีกว่า สำหรับ Facility ถือว่าจัดมาแบบเต็มที่ไม่กักเลยทีเดียว  ซึ่งตัวโครงการยังได้พัฒนาพื้นที่ส่วนกลางใหม่นี้จะสามารถตอบสนองทุกความต้องการและกิจกรรมของกลุ่มลูกค้าแอสปาย ไม่ว่าจะเป็น-WORKING PAVILION บนพื้นที่ Co-Working Space ขนาดใหญ่ที่ภายในจัดสรรพื้นที่ support ทุกการทำงานอย่างลงตัว ทั้งแบบเดี่ยว (WORKBAR) และแบบกลุ่ม (THINK SPACE) สร้างสรรค์เป็นพื้นที่สุดครีเอทีพ ในบรรยากาศ se-mi outdoor สุดเรียบหรูของโครงการ-SKY SEASONING ROOFTOP ที่มากับสวน 3 ฤดู บรรยากาศร่มรื่น ตั้งอยู่ที่ชั้นสูงสุดของโครงการบนพื้นที่ถึง 1 ไร่ สูดลมหายใจรับอากาศดีๆหลังเลิกงานบนพื้นที่กิจกรรมมากมาย พร้อมเสพวิวแสงสีของมหานคร ดื่มด่ำ Panoramic view ทัศนียภาพเมืองสุดขอบฟ้าได้แบบเต็มตาและ Lobby ชั้นล่างของอาคาร ที่อยู่ indoor ในส่วนนี้เป็นผนังกระจกใส 3 ด้านแบบเห็นวิวชัดๆกันไปเลย ในส่วนของ Semi-outdoor ก็จะมีการวางโซฟากระจายหลายๆจุด เชื่อมต่อกับสวนและบ่อน้ำ ตกแต่งด้วยบานเฟี้ยมไม้ให้บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่น มาถึงสระว่ายน้ำกันบ้าง ที่นี่มีสระว่ายน้ำขนาด 9 x 30 เมตรระบบเกลือ รวมไปถึงห้องออกกำลังกายเอาใจคนรักสุขภาพแบบจัดเต็มอีกด้วยความคุ้มค่าบนความลงตัวบนย่านบางซื่อสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด สิ่งสำคัญที่ทำให้ “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” เป็นคอนโดที่ถูกจับตามองอย่างมาก คือเรื่องของความคุ้มค่าทางด้านราคาด้วยราคาเริ่มต้นเพียงตารางเมตรละ 79,000 เท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับคอนโดในบริเวณเดียวกันจัดว่ามีราคาที่ดีกว่ามาก นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมา ย่านบางซื่อเริ่มมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนมองเห็นการเติบโตในอนาคต ซึ่งต่อไปราคาคอนโดในย่านนี้จะต้องอัพสูงขึ้นลิบแน่นอนต้องมาทำงานย่าน “บางซื่อ” แต่ยังไม่ชินทำเล “เช่า” คือคำตอบเชื่อว่าการที่ได้ที่พักใกล้ที่ทำงานคือลาภอันประเสริฐ หลายคนคงเคยผ่านช่วงเวลาที่ต้องเสียเวลาในชีวิตกว่า 1 ใน 4 ไปกับการติดแหง็กอยู่บนรถ มันช่างแสนจะเบื่อหน่ายซะเหลือเกิน แต่ปัญญาหาพวกนี้จะหายวับไปทันทีเมื่อเราขยับขยายย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงานมากขึ้น สำหรับคนที่ต้องมาทำงานในย่านบางซื่อ แต่กลัวไม่ชินทำเล เราขอแนะนำให้ลองมาเช่าคอนโด “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” ดูก่อน รับรองไม่หลงทางเพราะเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า นอกจากจะเดินทางสะดวกแล้ว การมาเช่าอยู่ก็มีอะไรดีๆมากกว่าที่เราคิดสิ่งแรกเมื่อเราจะได้รับหลังจากย้ายที่พักมาอยู่ใกล้ที่ทำงาน คือ “เวลา” ช่วงแรกอาจจะรู้สึกแปลกๆสักหน่อย เพราะเรามีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ซึ่งนี่คือข้อดี การที่เรามีเวลามากขึ้นทำให้เราดูแลตัวเองได้มากขึ้น อาจจะใช้เวลาหลังเลิกงานในการออกกำลังกาย ช้อปปิ้ง หาร้านอาหารอร่อยๆกิน เป็นสิ่งมีค่าที่เราสามารถเพิ่มความสุขให้ตัวเองได้ อีกข้อหนึ่งคือ “ประหยัดเงิน” อาจจะยังงงๆว่าประหยัดตรงไหน แต่เชื่อหรือไม่ว่าสำหรับบางคน การเดินทางมาทำงานทุกวันนั้น นอกจากต้องต่อรถหลายต่อแล้ว วันวันหนึ่งหมดไปกับค่ารถเกือบ 200-300 บาทเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเราย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงานมากขึ้นก็จะช่วยเซฟงบค่าเดินทางไปได้เพียบ สำหรับการเช่านั้นก็จะมีระยะเวลาสัญญาต่างๆ อาจจะเป็น 6 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี แล้วแต่ว่าเราวางแผนระยะสั้นไว้นานแค่ไหน การย้ายออกจึงทำได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งนี่เป็นปัจจัยหลักข้อแรกๆ เลยของคนที่เลือกเช่าคอนโดมาก เพราะส่วนใหญ่ยังไม่แน่ใจว่าจะลงหลักปักฐานที่นี่นานหรือไม่ หากในอนาคตมีการโยกย้ายที่ทำงาน หรืออาจมีแพลนสำหรับครอบครัวที่ใหญ่ก็สามารถย้ายออกไปทันที ต่อมาคือการที่เราไม่ต้องมีความพร้อมด้านการเงินมากนัก เพราะการซื้อคอนโดนั้นจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเงินจอง, เงินดาวน์, เงินค่าตกแต่งห้อง นี่ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายปลีกย่อย อย่างพวกค่าซ่อมแซมห้องกรณีปล่อยเช่าต่ออีกนะ สำหรับเหล่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆที่สภาพคล่องทางการเงินมีน้อยนั้น การเลือกเช่าอยู่จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ยิ่งถ้าเลือกได้ขอให้ได้อยู่ใกล้ที่ทำงานนี่แหละดีสุดภาระรับผิดชอบน้อย อย่างที่บอกว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีความพร้อมทางการเงินไม่มากนัก การเช่าอยู่ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะไม่ต้องใช้เงินเยอะแล้ว เราไม่ต้องปวดหัวกับการหาของตกแต่งเข้าห้อง การเสียค่าส่วนกลางและความรับผิดชอบอีกมากมายที่เป็นหน้าที่ของเจ้าของห้อง แถมยังไม่มีพันธะผูกพันธ์อะไรอีกด้วยซื้อคอนโดคือการสร้างหนี้ในระยะยาวจริงหรือ?จริงๆแล้วการซื้อคอนโดถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ยิ่งถ้าอยู่ในทำเลที่ดีมีศักยภาพจะให้ผลคุ้มค่าอย่างมากในอนาคต เพราะคอนโดจะราคาสูงขึ้นตลอดเวลา ซึ่งคอนโดก็ถือเป็นสินทรัพย์ประเภททุนอย่างหนึ่งที่เราสร้างได้ แม้จะต้องจ่ายเงินทุกเดือนเหมือนตอนเช่า แต่เราจะไม่ต้องเสียเงินเปล่าอีกต่อไป เพราะเงินที่จ่ายไปจะเป็นการแลกห้องกลับมาหาเรานั่นเอง ยิ่งในยุคปัจจุบันหลายธนาคารต่างปล่อยสินเชื่อเงื่อนไขดีๆ ออกมามากมายเพื่อให้ผลประโยชน์สูงสุดกับผู้กู้ ทำให้การกู้ซื้อคอนโดนั้นสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ดอกเบี้ยผ่อนชำระเงินกู้นั้นสามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ โดยเป็นไปตามนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจในแต่ละปี เรียกได้ว่าเป็นส่วนลดค่าคอนโดไปในตัวด้วยอีกด้วย ซึ่ง Aspire รัชดา-วงศ์สว่างก็จัดเป็นโครงการคอนโดที่มีศักยภาพและน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวแอสปายรัชดา-วงศ์สว่าง คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ แค่ก้าวจากรถไฟฟ้าติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง เชื่อมต่ออโศก-สุขุมวิท ในราคาสุดคุ้มค่า17-18 มี.ค.นี้  1 ห้องนอน ชิดขอบฟ้า ทุกชั้น ราคาเดียว  2.1 ล้าน*ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก https://goo.gl/SShUZ3 

บทความเชิงวิเคราะห์ ล่าสุด

คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีจริงหรือ?

ทุกวันนี้เมื่อเอ่ยถึงคอนโดมิเนียมก็ต้องทำเลติดรถไฟฟ้า เพราะเป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุด ท่ามกลางรถติดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ หลายค่ายก็โหมโปรโมทกันยกใหญ่ว่ายิ่งติดรถไฟฟ้าก็ยิ่งดี แต่ทว่ายิ่งติดสถานีรถไฟฟ้ามากเท่าไร ราคาก็ยิ่งแพงขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกันใช่ไหมคะ ที่สำคัญก็ใช่ว่าจะมีสิ่งแวดล้อม หรือสิ่งอำนวยความสะดวกดีๆ ไปเสียทุกสถานี แล้วอย่างนี้จะดีจริงหรือ? จากการประเมินสภาพจราจรทั่วโลก ประจำปี 2560 โดย INRIX Global Traffic Scorecard(บริษัทที่ทำการ วัดผลการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนรวมถึงช่วงเวลาอื่นๆ จากทั่วโลก) พบว่ากรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองรถติดมากที่สุดอันดับ 16 ของโลก และยังเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย การเดินทางบนท้องถนนจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นทุกวัน และการแก้ปัญหาได้ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นรถไฟฟ้า เพราะสามารถลดระยะเวลาเดินทางลงได้มาก แม้ว่าทุกวันนี้ จะมีอยู่ไม่กี่สายก็ตาม หลายคนเลยพยายามมองหาที่พักอาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้า เพื่อแลกมากับ เวลาเดินทางที่สั้นลง เหนื่อยน้อยลง แต่ก็มีข้อควรระวังในการเลือกคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าด้วยนะคะ เป็นที่ทราบกันดีว่ายิ่งติดรถไฟฟ้ามากเท่าไรก็ยิ่งมีราคาแพง โดยเฉพาะสถานีย่านใจกลางเมืองก็ย่อมเป็นโครงการระดับ Super Luxury ด้วยทำเล รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมในทุกด้าน เช่น สถานีทองหล่อ, สถานีเพลินจิต, สถานีชิดลม, สถานีศาลาแดง, สถานีช่องนนทรี เป็นต้น แต่ถ้าเป็นคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้สถานีที่ห่างออกมา จากใจกลางเมืองก็คงต้องมาพิจารณากันเป็นรายสถานีกันไปค่ะ เพราะหลายสถานีก็ไม่ได้มีสภาพแวดล้อมที่ดีเท่าไรนัก หากไม่ใช่คนที่อยู่ย่านนั้นอยู่แล้วก็อาจจะไม่รับรู้ได้ อย่างที่เราจะยกตัวอย่างปัญหาจากบางสถานีแบบกว้างๆ ให้ได้ลองไปสังเกตกันดูค่ะสถานีคนล้น เป็นสถานีที่มีคนใช้บริการกันเยอะมาก โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนเพื่อเดินทางเข้าไปทำงานในเมือง บางวันถึงขั้นล้นจนไม่สามารถขึ้นไปยังชานชาลาได้ และหากผู้โดยสารในขบวนก็เต็มมาจากสถานีก่อนหน้าอยู่แล้ว พอมาถึงสถานีถัดไปก็ขึ้นได้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น กลายเป็นต้องเผื่อเวลากันมากขึ้นเพื่อรอคิวเบียดเข้าขบวนรถที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบหายใจไม่ออก สถานีน้ำท่วม เชื่อไหมคะว่ามีบางสถานีที่เวลาเกิดฝนตกหนักก็เกิดน้ำท่วมขังที่ถนนข้างใต้สถานีนั้นเอง แล้วยิ่งหากถนนช่วงที่น้ำท่วมนั้นอยู่หน้าคอนโดของเราพอดีล่ะคะ นอกจากผู้ที่ใช้บีทีเอสจะต้องเดินลุยน้ำแล้วเข้าคอนโดแล้วยังส่งผลถึงราคาขายห้องในอนาคตตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องดูดีๆ เลยค่ะ สถานีเปลี่ยว แม้จะเป็นช่วงที่มีรถไฟฟ้าผ่าน แต่ก็ยังมีบางสถานีที่เป็นเหมือนแค่ทางผ่านค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้สถานีก็แทบไม่มี แถมช่วงกลางคืนไม่ค่อยมีผู้คนเดินอยู่แถวนั้น ไฟก็ไม่สว่างก็ยิ่งเปลี่ยวเข้าไปกันใหญ่ สถานีมีแค่ตลาด ถ้าไลฟ์สไตล์ของคุณชอบเดินห้างสรรพสินค้าตากแอร์เย็นๆ นั่งทานร้านอาหารในห้างแล้วล่ะก็ คอนโดมิเนียมที่อยู่ในสถานีใกล้กับตลาดก็คงไม่เหมาะเท่าไร แม้จะอยู่ติดกับรถไฟฟ้าก็ตามใช่ไหมคะ บางแห่งก็เป็นตลาดสดอาจมีกลิ่นรบกวน ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม สุดท้ายก็ไปกระทบกับราคาขายในอนาคตอีกต่างหาก สถานีใกล้ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งร้านแฮงค์เอ้าท์ คอนโดมิเนียมที่ใกล้ทั้งสถานีรถไฟฟ้าพร้อมๆ กับห้างสรรพสินค้า ย่อมเป็นทำเลที่ดีมากใช่ไหมคะ แต่ในทางกลับกันหากไลฟ์สไตล์ของคุณชอบความเงียบสงบเป็นส่วนตัว เดินหาอะไรง่ายๆ ทานมากกว่า คอนโดมิเนียมทำเลนี้ก็คงไม่เหมาะค่ะ เพราะอาจมีค่าครองชีพที่สูงขึ้น ผู้คนพลุกพล่านอยู่เกือบตลอดเวลา และยิ่งหากใกล้แหล่งแฮงค์เอ้าท์ก็อาจได้รับผลกระทบจากเสียงดังช่วงกลางคืนได้ ห้องติดริมถนนใหญ่ โครงการที่ติดสถานีรถไฟฟ้าย่อมต้องอยู่ติดริมถนนใหญ่ไปด้วยใช่ไหมคะ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ควรระวังห้องที่อยู่ฝั่งริมถนนหน้าโครงการปค่ะ โดยเฉพาะยูนิตที่อยู่ชั้นไม่สูงจะได้รับผลกระทบจากเสียงบนท้องถนนที่ดังอยู่ตลอดเวลา และสิ่งที่จะตามมานั้นคือฝุ่นดำๆ ที่มักจะเกาะติดอยู่ที่ระเบียงเป็นประจำ ซึ่งเวลาเราตากผ้าไว้ที่ระเบียงก็ต้องโดนฝุ่นเหล่านี้ตามไปด้วยค่ะ สุดท้ายหากคิดจะควักเงินสักก้อนเพื่อให้ได้อยู่คอนโดติดรถไฟฟ้าแลกกับความสะดวกสบายก็ต้องดูที่สถานีด้วยค่ะ ว่าเป็นสถานีอะไร สำรวจสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเป็นอย่างไร เวลาเราเข้าไปอาศัยอยู่จริงจะได้ ไม่เกิดปัญหาภายหลัง และเพื่อได้คอนโดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุดค่ะ 

จริงหรือ คน Gen Y นิยมเช่ามากกว่าซื้อ

Gen Y คือกลุ่มคนที่เกิดประมาณ พ.ศ.2523-2543 ปัจจุบันก็อยู่ในช่วงวัยเรียนมหาวิทยาลัยไปจนถึงวัยทำงาน โดยมีนักวิเคราะห์จากหลายแห่งต่างก็ลงความเห็นกันว่า กลุ่มคนวัยนี้มักจะมีพฤติกรรมชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ด้วยตัวเอง มีความเป็นตัวของตัวเอง แบ่งเวลางานกับชีวิตส่วนตัวได้ดี แต่ก็ถูกปรามาสเอาไว้มากเหมือนกันว่ามักจะไม่ค่อยมี ความอดทน  ซึ่งด้วยช่วงอายุของคนวัยนี้ก็มักเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเหล่าสินค้าและบริการต่างๆ มากมาย รวมไปถึงคอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม และบ้านเดี่ยวด้วย ในความเป็นจริงแล้วถ้าเราจะไปตัดสินว่าใครมีพฤติกรรมเป็นอย่างไรก็คงจะถูกต้องไปเสียทั้งหมดจริงไหมคะ เพราะแต่ละคนก็มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันออกไป  และเมื่อพูดถึงในแง่ของการอยู่อาศัยคอนโดมิเนียม บางคนครอบครัวก็ซื้อให้เลยตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย บางคนทำงานได้ 2-3 ปีก็ตัดสินใจซื้อเอง ยิ่งเริ่มผ่อนเร็ว โปะเป็นบางช่วงก็ยิ่งหมดเร็ว เพราะระยะหลังมาหลายโครงการก็มีโปรโมชั่นยั่วยวนใจเหล่า First jobberเมื่อไม่นานมานี้เราได้ข้อมูลมาจากเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินระดับสูงว่า กลุ่มคน Gen  Y ที่มีไลฟ์สไตล์แบบ คนเมืองกรุงเริ่มมีพฤติกรรมชอบเช่าคอนโดอยู่มากกว่าซื้อ และเมื่อหมดสัญญาเช่าก็เลือกย้ายไปอยู่คอนโดอื่นที่ใหม่กว่า แม้ราคาค่าเช่าจะแพงกว่าแต่ก็ไม่ต่างกันมาก เพราะโครงการใหม่ๆ ย่อมมีได้ดีไซน์สวย ส่วนกลางเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ในมุมของ Developer ก็แข่งขันกันสร้างสรรค์พื้นที่ส่วนกลางให้ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้าน ที่เป็นกลุ่มคนรุ่นนี้เช่นกัน ในแง่ของการยื่นกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เนื่องจากเด็กรุ่นใหม่นั่นมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง โดยเฉพาะแนวคิดที่ อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะได้ไม่เป็นลูกน้องใคร มีอิสระด้านเวลามากขึ้น ซึ่งธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงสุด ก็คงหนีไม่พ้นร้านกาแฟ และการลาออกจากงานประจำมาขายของออนไลน์อย่างเต็มตัว โดยเมื่อไรที่กลุ่มคนเหล่านี้ จะทำเรื่องยื่นกู้สินเชื่อก็มักถูกปฏิเสธสูงกว่าคนรุ่น Gen X หรือสูงกว่าคน Gen Y ที่เป็นมนุษย์เงินเดือนเสียอีก ซึ่งปัจจัยสำคัญคือเรื่องของวินัยทางการเงินที่แม้จะมีเงินหมุนเวียนอยู่ตลอด แต่ธนาคารอาจมองได้ว่า เป็นกระแสเงินสดที่ไม่ดีเท่าที่ควร เงินออมที่เป็นเงินเย็นจริงๆ ยังน้อยอยู่ ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าธนาคารจะปฏิเสธ ผู้ที่มีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเองไปเสียทุกรายนะคะ เพียงแต่จะเข้มงวดมากขึ้นเรื่องวินัยทางการเงินเท่านั้นเอง สุดท้ายไม่ว่ากลุ่มคน Gen Y จะเลือกเช่าหรือซื้อ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปแน่ๆ นั่นคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่า Developer ต้องวิ่งให้ทันเพื่อครองใจให้อยู่หมัด ซึ่งสิ่งสำคัญคือคนวัยนี้มักจะไม่คล้อยตาม คำโฆษณาง่ายๆ ตราบใดที่ยังไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง แต่ถ้ามีอะไรที่มาตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างโดนใจ ก็อาจจะตัดสินใจได้ไม่ยากเช่นกันใช่ไหมคะ 

Freehold กับ Leasehold อย่างไหนดีกว่ากัน

ระยะ 1-2 ปีหลังมานี้หากใครติดตามข่าวคราวแวดวงอสังหาริมทรัพย์ก็คงจะได้ยินคำว่า Freehold กับ Leasehold กันบ่อยมากขึ้นใช่ไหมคะ เรื่องนี้ดูจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะที่ดินทำเลทองในบ้านเรา แต่สำหรับต่างประเทศเรื่องนี้มีมานานมากแล้วค่ะ แล้วระหว่าง Freehold กับ Leasehold อย่างไหนจะมีดีกว่ากัน เราลองมาเปรียบเทียบกันดูค่ะ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับความแตกต่างของ Freehold กับ Leasehold กันก่อนค่ะ Freehold คือ การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหมายความว่าคนซื้อก็จะได้กรรมสิทธิ์ไปครอบครอง แต่ทั้งนี้ตามกฎหมายแล้วชาวต่างชาติจะสามารถซื้อห้องชุดในคอนโดมิเนียมลักษณะนี้ได้ 49% จากยูนิตทั้งหมดของโครงการ Leasehold คือ การเช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ เรียกง่ายๆ ว่าเช่าในระยะยาว ไม่ได้กรรมสิทธิ์แต่อย่างใด เมื่อครบกำหนดตามสัญญาก็ต้องคืนสิทธิ์ให้เจ้าของหรือต่อสัญญาอีก ซึ่งในบ้านเราก็ตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป และส่วนใหญ่จะเป็นทำเลทองอยู่ใจกลางเมือง เหตุผลของการต้องมีการซื้อ-ขายแบบ Leasehold กันเกิดขึ้นก็เพราะราคาที่ดินซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าแพงขึ้นอยู่ตลอด ทำให้ราคาแบบเช่าระยะยาวจะมีราคาถูกกว่าซื้อ-ขายขาด ยิ่งทำเลใจกลางเมืองที่ทุกวันนี้ราคาก็ปาเข้าไปหลักล้านบาท/ตารางวา หากจะซื้อที่ดินราคาขนาดนั้นแล้วนำมาพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมก็ย่อมต้องมีราคา/ตารางเมตรสูงมากทีเดียว เฉลี่ยแล้วอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งก็เป็นราคาที่ผู้บริโภคทั่วไปเอื้อมถึงได้ยาก ทุกวันนี้เราจึงเห็นโครงการที่ขายแบบ Leasehold จะเป็นโครงการในระดับ Super Luxury ขึ้นไป หรือไม่ก็เป็น Mix Use แบบโปรเจคยักษ์ใหญ่ ประกอบกับเจ้าของที่ดินเหล่านั้นเองก็เริ่มมองเห็นหนทางการสร้างรายได้ระยะยาวเพิ่มมากขึ้นแทนที่จะขายขาดแล้วจบไป เพราะระยะ 2-3 ปีหลังมานี้ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดทะลุ 100% เหตุผลอีกประการหนึ่งคือส่วนใหญ่ที่ดินนั้นมีเจ้าของเป็นหน่วยงานภาครัฐ จึงทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขายขาด เช่น สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, กรมธนารักษ์, การรถไฟฯ เป็นต้น  แล้วโครงการแบบ Leasehold ขายใครล่ะ? ดูแบบนี้แล้วใครๆ ก็อยากซื้อที่ดินแบบ Freehold กันมากกว่าใช่ไหมคะ แล้วแบบนี้ใครจะซื้อคอนโดมิเนียมแบบ Leasehold ล่ะ ในเมื่อไหนๆ จะเสียเงินก้อนโตหรือต้องผ่อนแบบระยะยาวหลายปีแล้ว ก็ซื้อแบบ Freehold เป็นของตัวไปเลยไม่ดีกว่าหรือ คำตอบนี้แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ค่ะ คือ กลุ่มคนไทยที่มีกำลังทรัพย์มากพอ ซึ่งยอมจ่ายแพงกว่า แต่แลกกับการได้ทำเลที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองที่หาได้ยากเต็มที พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมอยู่รอบตัว ซึ่งโครงการคอนโดมิเนียมแบบนี้ก็ตามมาด้วยบริการหลังการขายรวมไปถึงการดูแลรอบด้านที่ดีตลอดระยะเวลาในสัญญาตามไปด้วย กลุ่มชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ฯลฯ ไม่ว่าจะด้วยการทำธุรกิจ หรือซื้อไว้เป็นบ้านหลังที่ 2 เพราะเมื่อเทียบกับราคาคอมโดมิเนียมในประเทศของตัวเองแล้ว คอนโดมิเนียมในประเทศไทยนั้นก็ถือว่ามีราคาถูกกว่ามาก เช่น คอนโดมิเนียมในเมืองเซี่ยงไฮ้ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบ Leasehold มีราคาเฉลี่ยประมาณ 500,000 บาท/ตารางเมตร ไปจนถึง 1,000,000 บาท/ตารางเมตร และตามกฏหมายแล้วชาวต่างชาติสามารถเข้ามาถือครองคอนโดมิเนียมลักษณะนี้ได้อย่างไม่จำกัด  อีกประเด็นสำคัญที่กำลังเป็นข้อถกเถียงกันใหญ่โตอยู่ในขณะนี้ถึงขั้นตั้งคำถามกันว่านี่จะเป็นการขายชาติหรือไม่ในการให้ต่างชาติมาถือครองที่ดินและการซื้อคอนโดแบบ Leasehold ในเขต EEC แต่ทั้งนี้ทางรัฐบาลก็ได้ออกมาอธิบายแล้วว่าชาวต่างชาติที่สามารถเข้ามาถือครองที่ดินในลักษณะนี้ได้มีการระบุว่าจะถือครองได้ก็ต่อเมื่อเป็นชื่อนิติบุคคลที่มาประกอบกิจการที่เป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด และแม้ว่าในบ้านเราจะยังไม่คุ้นชินกันมากนัก แต่ในต่างประเทศนั้นมีการเช่าซื้อระยะยาวแบบนี้มานานแล้ว จึงทำให้ชาวต่างชาติมีความเข้ากับคำว่า Leasehold อยู่แล้ว สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นโครงการแบบ Freehold หรือ Leasehold ก็มีทั้งข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันออกไป ใครชอบทำเลใจกลางเมืองมีสิ่งอำนวยความสะดวกอันสมบูรณ์แบบ ใช้ชีวิตแบบคนยุคใหม่ ในอนาคตก็คงต้องเลือกอยู่แบบ Leasehold    เพราะเป็นเทรนด์ใหม่ที่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใครที่ยังชอบแบบ Freehold ได้กรรมสิทธิ์เป็นของตัวเองก็ยังคงมีให้เลือกกันอีกมากมากหลายทำเลเลยค่ะ

บทความให้ความรู้ ล่าสุด

บ้านและที่ดิน กับทำเลต้องห้าม ที่ไม่ควรลงทุน

1.ทำเลบ้านไม่ควรอยู่บนทางสามแพร่ง ตามความเชื่อของคนโบราณทั้งไทยและจีน ถือเป็นทำเลอันตรายและอัปมงคลที่นักลงทุนควรหลีกเลี่ยง 2.ไม่ควรอยู่ตรงข้ามกับวัด ศาลเจ้าหรือสถานที่ไม่เป็นมงคล  ทำเลเหล่านี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะเชื่อกันว่าการอยู่ใกล้วัดและศาลเจ้าทำมาค้าขายไม่รุ่งเรือง เนื่องจากวัดมีงานศพอยู่บ่อยๆ เช่นเดียวกับศาลเจ้าที่มักมีเสียงดังอึกทึก หรือทำเลที่อยู่ติดกับสถานที่ไม่เป็นมงคล เช่น ป่าช้า หรือสุสาน ซึ่งมีปัญหาด้านวิวทิวทัศน์ ทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ น่ากลัว 3.ไม่ควรอยู่ติดกับโรงแรมม่านรูดหรือสถานอาบอบนวด เชื่อกันว่าเป็นทำเลอโคจร ทำให้ผู้อยู่อาศัยขาดความสงบสุข 4.ไม่ควรเป็นที่ดินที่ถูกน้ำเซาะ หรือใกล้ตลิ่ง ที่ดินติดน้ำลักษณะนี้มีโอกาสพังทลายและสูญหายได้ นอกจากนั้นอาจมีผลทำให้ผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้ประโยชน์บนที่ดินมีอันตรายได้ 5.ไม่ควรเลือกที่ดินที่มีรูปร่างผิดปกติหรือมีลักษณะไม่ดี เช่น เป็นที่สามเหลี่ยมชายธง ที่ดินที่มีด้านหน้าแคบและมีส่วนลึกมาก หรือที่ดินที่มีรูปทรงผิดปกติในรูปลักษณ์ต่างๆ 6.ไม่อยู่ใกล้สิ่งรบกวนซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะทางเสียง  เช่น ทางขึ้นลงของเครื่องบิน หรือทางรถไฟ เพราะการศึกษาพบว่าเสียงดังมากๆ และดังเป็นประจำจะรบกวนความสามารถในการคิดของคนเรา และยังรบกวนการพักผ่อนนอนหลับซึ่งมีผลต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย 7.ไม่เป็นที่ดินที่เป็นบ่อเลี้ยงปลามาก่อนเป็นทำเลที่ถมแล้วไม่แน่นดินพรุ ทำให้มีปัญหาดินขาดความมั่นคงได้ในอนาคต 8.ทำเลไม่อยู่ในแนวเวนคืน ทำเลในลักษณะนี้มีโอกาสถูกทางราชการมาเวนคืนหรือยึดคืนได้ตลอด 9.ไม่ควรปลูกบ้านหรือซื้อที่ดินที่มีทำเลอยู่ติดกับโรงพยาบาล ทำเลลักษณะนี้อยู่แล้วจะขาดความสุขกายสบายใจ เนื่องจากจะพบเห็นผู้ป่วยหรือคนเจ็บเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ตลอดเวลา 10.ไม่อยู่ในทำเลที่มีบ้านประกาศขายติดกันหลายหลัง ถือเป็นตัวชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่าทำเลบริเวณนั้นไม่น่าอยู่ หรือมีปัญหาอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ เช่น เคยเกิดเหตุหรือสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน 11.ไม่ควรอยู่ติดหรืออยู่ใกล้กับเพื่อนบ้านที่ไม่ควรอยู่ใกล้ เช่น ร้านขายโลงศพ ร้านซ่อมรถ ร้านขายสัตว์ปีก ร้านทำประตูเหล็กดัดและมุ้งลวด เพราะทำเลเหล่านี้มักมีปัญหาเรื่องมลภาวะด้านต่างๆ ตามมา การเลือกซื้อบ้านและที่ดินไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุน ควรเลือกทำเลที่มีข้อเสียน้อยที่สุดและพยายามหลีกเลี่ยงทำเลต้องห้ามทั้งหมด ดังนั้นในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านและที่ดินจึงต้องใช้เวลาและพิจารณาทุกรายละเอียดอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ประโยชน์และคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.landinvestingthai.com/ทำเลไม่ดี/ภาพประกอบ : https://pixabay.com

7 เคล็ดลับการเลือกตึกแถวเพื่อการลงทุน

1.เลือกลงทุนในตึกแถวที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีคนสัญจรอย่างพลุกพล่านเนื่องจากตึกแถวที่มีกลุ่มคนเดินผ่านหรือสัญจรผ่านหน้าร้านเป็นจำนวนมาก คือกลุ่มคนที่มีโอกาสกลายมาเป็นผู้อยู่อาศัยในตึกแถว หรือ กลายมาเป็นลูกค้าของกิจการต่างๆ ในตึกแถวหลังนั้นได้ในอนาคต 2.เลือกลงทุนในตึกแถวห้องริมสุดเพราะเป็นบริเวณที่น่าลงทุนมากกว่าตึกแถวห้องกลาง เนื่องจากสามารถเปิดหน้าร้านได้ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ทำให้มีพื้นที่ใช้ประโยชน์ได้มากกว่า สามารถเพิ่มมูลค่าให้ สูงขึ้นได้ และนักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นทั้งในลักษณะซื้อมาขายไปหรือการลงทุนใน ลักษณะปล่อยเช่า 3.ต้องลงทุนในตึกแถวที่สามารถหาที่จอดรถได้สะดวกเพราะที่จอดรถเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดความคล่องตัว ทั้งในแง่ของการอยู่อาศัยและการลงทุนทำธุรกิจ 4.ตรวจสอบโครงสร้างและสภาพตึกเพื่อประเมินราคาก่อนลงทุนเสมอเนื่องจากมูลค่าของตึกจะมาจากสิ่งปลูกสร้างเป็นสำคัญ ส่วนที่ดินมักเป็นมูลค่าส่วนน้อย การตรวจสอบวัดพื้นที่และตรวจสอบสภาพตึกช่วยให้สามารถประมาณการราคาของตึกแถวได้อย่างถูกต้องเหมาะสมสำหรับการลงทุน 5.เลือกลงทุนในตึกแถวที่มองจากถนนได้อย่างเด่นชัดซึ่งสามารถสร้างป้ายโฆษณาบนดาดฟ้าให้เช่าได้ ลักษณะตึกแถวประเภทนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าตึกแถวให้กับนักลงทุนได้มาก เพราะสามารถเก็บค่าเช่าป้ายโฆษณาได้มากกว่าค่าเช่าบ้านหลายเท่าตัว 6.ลงทุนในตึกแถวที่มีทำเลถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยเช่น เป็นตึกแถวที่อยู่ในซอยซึ่งต้องตั้งอยู่ในฝั่งที่มีรถยนต์วิ่งเข้า หรือเป็นตึกแถวที่ถนนโอบรอบ ลักษณะของตึกแถวประเภทนี้มักได้รับความสนใจทั้งจากผู้ซื้อและผู้เช่า 7.ลงทุนซื้อตึกแถวเป็นห้องคู่การเลือกตึกแถวแบบห้องคู่ดีกว่าตึกแถวห้องเดี่ยว เพราะมีความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์ได้มากกว่า เนื่องจากธุรกิจทั่วไปนิยมเปิดธุรกิจในตึกแถวสองห้องมากกว่าห้องเดี่ยว อย่างไรก็ดีการลงทุนตึกแถวให้ประสบความสำเร็จ ต้องมีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนเป็นอย่างดี  เพราะนอกจากการวิเคราะห์และวางแผนในการลงทุนแล้วที่ต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบแล้ว ยังต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์เข้ามาใช้ในเวลาเดียวกันด้วย ขอบคุณแหล่งที่มา www.landinvestingthai.com/การเลือกตึกแถว/ภาพประกอบจาก https://pixabay.comhttps://www.pexels.com

คนมีบ้าน-คอนโดเตรียมตัว ค่าส่วนกลางจะขึ้นราคา!

บทความนี้เราจะมาว่ากันด้วยเรื่องค่าส่วนกลางค่ะซึ่งงค่าส่วนกลางนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าใครที่ซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม-ทาวน์โฮม-บ้านเดี่ยวกับโครงการต่างๆ ก็จะต้องเสียค่าส่วนกลางล่วงหน้ากันส่วนใหญ่ประมาณ 1-2 ปี ตั้งแต่วันโอนกรรมสิทธิ์กันเลย โดยมีการคิดเป็นบาท/ตร.ม. หรือบาท/ตร.ว. เพื่อนำไปดูแลทรัพย์ส่วนกลาง ภายในโครงการ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีต้นทุนอยู่ และหากต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นแน่นอนว่าค่าส่วนกลางก็จะถูกขึ้นราคาตามไปด้วย ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่า ค่าส่วนกลางที่เราจ่ายไปนั้นจะถูกนำไปบริหารจัดการโดยนิติบุคคล ของโครงการ ซึ่งเงินก้อนนี้จะถูกนำมาดูแลส่วนกลางทั้งหมด เช่น ค่าซ่อมบำรุงลิฟต์ ค่าพนักงานรักษาความปลอดภัย ค่าแม่บ้านทำความสะอาด ค่าดูแลสวน สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคส่วนกลางต่างๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็ย่อมมีต้นทุนอย่างที่เกริ่นกันไปแล้วใช่ไหมคะ ซึ่งสิ่งสำคัญที่เรากำลังจะมาบอกถึงสาเหตุของการขึ้นราคา ค่าส่วนกลางในอนาคตนั้นหลักๆ แล้วก็เป็นผลพวงมาจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นจากเดิมในกรุงเทพฯ วันละ 300 บาท เป็นวันละ 325 บาท ซึ่งมีผลมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ฉะนั้นค่าจ้างพนักงานนิติบุคคล ค่าจ้างรปภ. ค่าจ้างแม่บ้านก็จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงส่วนกลางที่แต่ละโครงการต่างก็แข่งขันกันทำให้สวยยิ่งขึ้น มีพื้นที่เพิ่มขึ้น ตรงนี้ก็กลายเป็นว่าต้องมีต้นทุนในการดูแลรักษากันมากขึ้นตามไปด้วย หลาย Developer จึงผลักต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 1-2% ไปที่ค่าส่วนกลาง โดยจะเริ่มมีผลกันตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป สุดท้ายอาจมีคำถามเกิดขึ้นว่า แล้วแบบนี้ไม่จ่ายค่าส่วนกลางได้ไหม ซึ่งเราขอแนะนำว่าจ่ายเถอะค่ะ แม้ว่าราคาต่อปีจะอยู่ที่หลายหมื่นบาทก็ตาม เพราะค่าใช้จ่ายนี้ก็นำไปปรับปรุงให้โครงการที่เราอยู่นั้นมีสภาพแวดล้อมสวยงามอยู่เสมอ ดูแลสิ่งอำนวยความสะดวกให้ รวมถึงยังช่วยเรื่องความปลอดภัยของเราด้วย ซึ่งการอาศัยอยู่ร่วมกันก็ต้องทำตามกฎเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งผลให้บ้านของเราน่าอยู่อาศัยไปด้วย เพราะหากลูกบ้านไม่จ่ายค่าส่วนกลางก็จะมีการกำหนดโทษปรับ ไปจนถึงฟ้องศาลได้ตามกฎหมาย