บทความให้ความรู้

 

บทความให้ความรู้ล่าสุด

1 ... 4 5 6
กันร้อนด้วย กระจกเขียวตัดแสง พอแล้วหรือยัง

กันร้อนด้วย กระจกเขียวตัดแสง พอแล้วหรือยัง

กระจกหน้าต่างเป็นอีกองค์ประกอบของห้องชุดในคอนโดมิเนียมที่สำคัญอย่างมาก เพราะหน้าต่างคือจุดที่ผู้อาศัยสามารถรับทัศนียภาพภายนอกเพื่อความสวยงามและเพลิดเพลิน เพื่อรับแสงสว่างจากภายนอก คอนโดมิเนียมหลายโครงการจึงนิยมออกแบบให้กระจกหน้าต่างมีขนาดที่กว้างใหญ่ เพื่อเป็นทั้งจุดขายด้านความสวยงามและเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งตาให้กับการพักอาศัยในห้อง แต่ถึงเราจะแอบยิ้มว่าห้องของเรามีหน้าต่างกระจกบานใหญ่รับวิวสวยๆ ได้กว้างขวางดีแล้ว แต่ก็คงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องความร้อนจากแสงอาทิตย์จะผ่านเข้าห้องผ่านหน้าต่างกระจกบานโต เพราะแสงแดดประเทศไทยร้อนไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ ถึงแม้กระจกที่ระบุมาในสเปควัสดุของห้องจะเลือกใช้เป็นกระจกเขียวตัดแสงแล้ว แต่ก็มักจะกันความร้อนได้ไม่เพียงพอสำหรับการอยู่อาศัยในช่วงกลางวันอยู่ดี กระจกตัดแสงนั้นมีพื้นฐานมาจากกระจกใสเช่นเดียวกับกระจกชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกระจกเท็มเปอร์, กระจกนิรภัยหลายชั้น, กระจกฉนวน, กระจกฮีตสต็อป, กระจกฮีตมิเรอร์ ฯลฯ ซึ่งกระจกใสนั้นจะยอมให้แสงผ่านประมาณ 80-95% และส่วนใหญ่ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในห้องจะมาพร้อมกับแสงอาทิตย์เหล่านี้ ดังนั้นกระจกใสธรรมดาๆ มีคุณสมบัติการตัดแสงและลดความร้อนไม่เพียงพอสำหรับใช้เป็นหน้าต่างกระจกในคอนโดมิเนียมอย่างแน่นอน เพราะความสามารถในการลดแสงและความร้อนจากภายนอกนั้นจะขึ้นอยู่กับความหนาของกระจก ยิ่งหนามากยิ่งลดแสงและลดความร้อนได้มาก แต่ก็จะมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นตามมา ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งผู้อาศัยสามารถใช้วัสดุและอุปกรณ์อื่นเข้ามาช่วย เช่น ฟิล์มกันแสงที่สามารถตัดแสงภายนอกและลดความร้อนได้ดี ผ้าม่านติดผ้าแบล็คเอาต์ รวมถึงมู่ลี่ต่างๆ เพื่อให้ความร้อนผ่านเข้าสู่ห้องได้ช้าที่สุด ซึ่งกระจกชนิดอื่นๆ ที่สามารถกันความร้อนได้ก็มีหลากหลาย ทั้งที่สามารถกันความร้อนได้ด้วยตัวเอง เช่น กระจกฉนวนความร้อน กระจกฮีตสต็อป กระจกฮีตมิเรอร์ หรือกระจกชนิดอื่นที่แข็งแรงปลอดภัยสามารถใช้ติดฟิล์มกันความร้อนได้ภายหลัง เช่น กระจกกึ่งนิรภัย กระจกเท็มเปอร์ ฯลฯ แต่กระจกสีตัดแสงนั้นได้รับความนิยมกว่า แม้เรื่องคุณสมบัติกันความร้อนนั้นจะไม่โดดเด่นที่สุด แต่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดเมื่อเทียบกับคุณภาพและต้นทุน ดังนั้นการป้องกันความร้อนจึงต้องใช้วัสดุชนิดอื่นควบคู่ไปด้วย ซึ่งวัสดุที่ว่านี้คือฟิล์มกันความร้อนและผ้าม่าน ซึ่งฟิล์มกันความร้อนนี้มีหลายยี่ห้อให้เลือก เช่น Lamina, Hi-Kool โดยสามารถเลือกระดับความใส เปอร์เซ็นต์การกรองแสงและการกรองความร้อนได้ หรือติดผ้าม่านแบล็คเอาต์โดยเลือกผ้าชนิดที่หนาและมีน้ำหนัก เพื่อความสามารถในการดูดซับและสะท้อนความร้อน โดยเราสามารถเลือกติดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือติดทั้งสองอย่างเลยก็ได้ โดยฟิล์มกันแดดนั้นก่อนติดตั้งควรสอบถามทางนิติบุคคลเสียก่อนว่าทางโครงการอนุญาตให้ติดได้หรือไม่ ติดได้กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะบางแห่งจะไม่อนุญาตให้ติดฟิล์มที่มีสีเข้มหรือฟิล์มปรอท เนื่องจากจะทำให้ตัวอาคารเสียความสวยงาม  

1 ... 4 5 6