ทำเลทอง

 

ทำเลทองแนะนำ

[Review] BTS สำโรง-เคหะฯ

รอคอยกันมาพักใหญ่กับการมาของรถไฟฟ้าสายสีเขียว จากสถานีสำโรงยาวไปจนถึงสถานีเคหะฯ จนเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ก็เปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการกันเสียที แถมยังนั่งฟรีตั้ง 4 เดือนด้วยนะ ทีมงาน Reviewyourliving ไม่รอช้า พาไปเดินสำรวจกันทุกสถานีมาฝากกันเลยค่ะ   รถไฟฟ้าสายสีเขียวสุขุมวิท มุ่งหน้าออกนอกใจกลางเมืองไปสุดที่สถานีสำโรงค่ะ ถ้าจะนั่งส่วนต่อขยายนี้ต่อล่ะก็ ต้องลงจากขบวนแล้วเดินไปชานชาลาฝั่งตรงข้ามค่ะ ซึ่งในอนาคตสถานีสำโรงแห่งนี้ก็จะกลายเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง   บรรยากาศในวันแรกที่เปิดใช้ในช่วงบ่ายๆ ก็มีทั้งวัยทำงาน วัยเรียน และผู้สูงอายุที่มาทดลองนั่งกันอย่างสนุกสนานตั้งแต่สถานีสำโรงกันเลยค่ะ   สถานีปู่เจ้า สถานีแรกของส่วนต่อขยายล่าสุด ตัวสถานีอยู่บริเวณซ.สุขุมวิท 115 เลยสามแยกปู่เจ้าสมิงพรายไปนิดหน่อย ข้างสถานีจะมีบิ๊กซีที่อยู่ติดกับ Ideo Sukhumvit 115 ที่ลูกบ้านเข้าอยู่กันตั้งแต่ปีที่แล้ว ถ้าเข้าซ.สุขุมวิท 115 ไปหน่อยก็จะมี Low Rise อย่าง Pause 115 กับ B Loft 115 อยู่ด้วย และล่าสุดกับคอนโดฯ ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ Supalai Veranda Sukhumvit 117 ห่างจากสถานีประมาณ 200 เมตร ฝั่งเดียวกันกับ Ideo Sukhumvit 115 รอบๆ นี้ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมทั้งถ.สุขุมวิทเอง และเข้าไปทางถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ค่ะ เช่น Honda Toyota และ Panasonic ที่อยู่ใกล้กับสถานี   สถานีเอราวัณ จากสถานีปู่เจ้า รางรถไฟฟ้าจะยกตัวขึ้นผ่านถ.กาญจนาภิเษก ฝั่งซ้ายมือผ่านพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พอมาถึงตัวสถานีมองไปทางฝั่งขาเข้าก็จะเห็น 2 คอนโดพร้อมอยู่ ซึ่งมีที่ดินอยู่ข้างกันเลยค่ะ The Trust @BTS เอราวัณ กับ Aspire Erawan บันไดสถานีอยู่หน้าโครงการพอดีเลย เป็นสถานีที่สามารถขับรถเข้าถ.กาญจนาภิเษกได้สะดวกที่สุดค่ะ      สถานีโรงเรียนนายเรือ เป็นสถานีที่เราเริ่มจะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากบนบีทีเอสแล้วล่ะค่ะ ตัวสถานีอยู่หน้าโรงเรียนนายเรือพอดิบพอดี ตรงชานชาลาฝั่งขาเข้าจึงต้องกั้นทึบสูงขึ้นมาค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามกันก็เป็นพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ถ้าเรามองไปทางสถานีต่อไปก็จะมีคอนโดมิเนียม Knightsbridge Sky River Ocean อยู่ริมถนนฝั่งขาออกค่ะ เป็นคอนโดฯ วิวสวยอีกโครงการหนึ่งเลยทีเดียว     สถานีปากน้ำ อยู่บริเวณหน้าวิทยาลัยสารพัดช่าง สมุทรปราการ ก่อนถึงสามแยกปากน้ำนิดหน่อย อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการหลายแห่งเลยค่ะ เช่น ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สมุทรปราการ, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ, ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ฯลฯ เป็นสถานีที่เริ่มมีผู้คนเยอะขึ้นกว่าสถานีอื่นๆ ที่ผ่านมาค่ะ และสามารถมองเห็นปากอ่าวไทย ซึ่งมีเรือบรรทุกสินค้าให้เห็นกันตลอดวัน   สถานีศรีนครินทร์ จากสามแยกปากน้ำ รถไฟฟ้าจะเลี้ยวซ้ายไปตามถนน ผ่าน Samut Prakan Observation Tower & Knowledge Park หรือ อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย จังหวัดสมุทรปราการ ที่เห็นเป็นหอคอยสูงสีขาวคล้ายกับเป็น Lighthouse ปากอ่าวไทย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดให้เข้าชมนะคะ ตามแผนจะเปิดให้เข้าชมประมาณปี 2563 และเมื่อผ่านสามแยกการไฟฟ้า ซึ่งตัดกับถนนศรีนครินทร์ก็เป็นเป็นที่ตั้งของสถานีค่ะ     สถานีแพรกษา ตั้งแต่สถานีปู่เจ้าไปจนสุดสาย สถานีแพรกษาถือว่าเป็นสถานีที่มีความคึกคักมากที่สุดค่ะ เพราะรอบๆ สถานีทั้งสองฝั่งมีทั้ง โรบินสัน, บิ๊กซี และโรงเรียนสมุทรปราการ ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางสิ่งอำนวยความสะดวกของปากน้ำก็ว่าได้ค่ะ สถานีอยู่เลยสามแยกที่จะเข้าสู่ถ.แพรกษา ไปเล็กน้อย ซึ่งก็จะมี Notting Hill Sukhumvit - Praksa คอนโดจากออริจิ้นอยู่ริมถนนค่ะ ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้ก็มีโครงการแนวราบอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ แต่จะมีโครงการที่กำลังเริ่มก่อสร้าง โดยได้ EIA Approved แล้วนั่นคือ The President Sukhumvit-Samutprakan ใครที่อยู่แถวนี้อยู่แล้วหรือกำลังสนใจ สำหรับโครงการนี้ถือว่าทำเลดีมากๆ เพราะติดกับโรบินสันชนิดที่ว่าเดินไม่กี่ก้าว แถมหน้าโครงการก็มีสถานีแพรกษาอีกต่างหาก ถ้าไม่ติดว่ากว่าจะเข้าไปถึงกลางเมืองต้องผ่านไม่น้อยกว่า 13 สถานี       สถานีสายลวด ถัดมาไม่ไกลกัน ก่อนถึงสามแยกที่ตัดกับถ.สายลวด ก็จะเป็นที่ตั้งของสถานีสายลวดค่ะ ละแวกนี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยแนวราบของผู้อยู่อาศัยดั่งเดิม มีหอพัก อพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็ก-กลาง อยู่บ้างภายในชุมชนเดิม ไม่แปลกที่จะเห็นคนขึ้น-ลงที่สถานีนี้อยู่พอสมควรค่ะ   สถานีเคหะฯ สุดท้ายที่สถานีเคหะฯ ค่ะ จะมีความคล้ายกับสถานีหมอชิตตรงที่มีลานจอดรถค่ะ แต่ที่นี่จะเป็นลานจอดรถที่มีหลังคา ตีเส้นสำหรับจอดแบบเข้าซองเอาไว้เรียบร้อย ตอนนี้ยังเปิดให้จอดฟรี 4 เดือนตามรถไฟฟ้าอยู่ค่ะ แต่หลังจากนี้จะมีระบบการเสียเงินค่าที่จอดรถอย่างเป็นระบบ และห่างกันกับสถานีออกไปไม่ไกลก็ยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าอยู่ด้วยค่ะ   ตั้งแต่เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในสถานีเปิดใหม่มาทั้งหมดนี้ แต่ละสถานีจะต้องรอขบวนละประมาณ 10 นาที ซึ่งก็ถือว่าห่างกันอยู่พอสมควรเลยค่ะ ส่วนบรรยากาศรอบๆ ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นบ้านแนวราบเดิมๆ อยู่ อาจจะด้วยเหตุเพราะบทเรียนจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ Dev หลายเจ้าแห่กันไปสร้างโครงการไว้จนเหลือยูนิตเพียบ แต่สิ่งที่ต้องจับตามองอีกเรื่องคือ ราคาค่าโดยสารจริงหลังจากหมดช่วงฟรี 4 เดือนนี้ไปแล้ว ว่าจะมีชาวสมุทรปราการยังคงเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าต่อไปหรือไม่ เพราะถ้าหากราคาสูงเกินไป หลายคนคงจะต้องกลับมาทบทวนใช้บริการรถสาธารณะเดิมที่ใช้กันเป็นประจำอยู่แล้วก็ได้           

ทำเลทองล่าสุด

1 2
[Review] BTS สำโรง-เคหะฯ

[Review] BTS สำโรง-เคหะฯ

รอคอยกันมาพักใหญ่กับการมาของรถไฟฟ้าสายสีเขียว จากสถานีสำโรงยาวไปจนถึงสถานีเคหะฯ จนเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ก็เปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการกันเสียที แถมยังนั่งฟรีตั้ง 4 เดือนด้วยนะ ทีมงาน Reviewyourliving ไม่รอช้า พาไปเดินสำรวจกันทุกสถานีมาฝากกันเลยค่ะ   รถไฟฟ้าสายสีเขียวสุขุมวิท มุ่งหน้าออกนอกใจกลางเมืองไปสุดที่สถานีสำโรงค่ะ ถ้าจะนั่งส่วนต่อขยายนี้ต่อล่ะก็ ต้องลงจากขบวนแล้วเดินไปชานชาลาฝั่งตรงข้ามค่ะ ซึ่งในอนาคตสถานีสำโรงแห่งนี้ก็จะกลายเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง   บรรยากาศในวันแรกที่เปิดใช้ในช่วงบ่ายๆ ก็มีทั้งวัยทำงาน วัยเรียน และผู้สูงอายุที่มาทดลองนั่งกันอย่างสนุกสนานตั้งแต่สถานีสำโรงกันเลยค่ะ   สถานีปู่เจ้า สถานีแรกของส่วนต่อขยายล่าสุด ตัวสถานีอยู่บริเวณซ.สุขุมวิท 115 เลยสามแยกปู่เจ้าสมิงพรายไปนิดหน่อย ข้างสถานีจะมีบิ๊กซีที่อยู่ติดกับ Ideo Sukhumvit 115 ที่ลูกบ้านเข้าอยู่กันตั้งแต่ปีที่แล้ว ถ้าเข้าซ.สุขุมวิท 115 ไปหน่อยก็จะมี Low Rise อย่าง Pause 115 กับ B Loft 115 อยู่ด้วย และล่าสุดกับคอนโดฯ ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ Supalai Veranda Sukhumvit 117 ห่างจากสถานีประมาณ 200 เมตร ฝั่งเดียวกันกับ Ideo Sukhumvit 115 รอบๆ นี้ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมทั้งถ.สุขุมวิทเอง และเข้าไปทางถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ค่ะ เช่น Honda Toyota และ Panasonic ที่อยู่ใกล้กับสถานี   สถานีเอราวัณ จากสถานีปู่เจ้า รางรถไฟฟ้าจะยกตัวขึ้นผ่านถ.กาญจนาภิเษก ฝั่งซ้ายมือผ่านพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พอมาถึงตัวสถานีมองไปทางฝั่งขาเข้าก็จะเห็น 2 คอนโดพร้อมอยู่ ซึ่งมีที่ดินอยู่ข้างกันเลยค่ะ The Trust @BTS เอราวัณ กับ Aspire Erawan บันไดสถานีอยู่หน้าโครงการพอดีเลย เป็นสถานีที่สามารถขับรถเข้าถ.กาญจนาภิเษกได้สะดวกที่สุดค่ะ      สถานีโรงเรียนนายเรือ เป็นสถานีที่เราเริ่มจะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากบนบีทีเอสแล้วล่ะค่ะ ตัวสถานีอยู่หน้าโรงเรียนนายเรือพอดิบพอดี ตรงชานชาลาฝั่งขาเข้าจึงต้องกั้นทึบสูงขึ้นมาค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามกันก็เป็นพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ถ้าเรามองไปทางสถานีต่อไปก็จะมีคอนโดมิเนียม Knightsbridge Sky River Ocean อยู่ริมถนนฝั่งขาออกค่ะ เป็นคอนโดฯ วิวสวยอีกโครงการหนึ่งเลยทีเดียว     สถานีปากน้ำ อยู่บริเวณหน้าวิทยาลัยสารพัดช่าง สมุทรปราการ ก่อนถึงสามแยกปากน้ำนิดหน่อย อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการหลายแห่งเลยค่ะ เช่น ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สมุทรปราการ, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ, ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ฯลฯ เป็นสถานีที่เริ่มมีผู้คนเยอะขึ้นกว่าสถานีอื่นๆ ที่ผ่านมาค่ะ และสามารถมองเห็นปากอ่าวไทย ซึ่งมีเรือบรรทุกสินค้าให้เห็นกันตลอดวัน   สถานีศรีนครินทร์ จากสามแยกปากน้ำ รถไฟฟ้าจะเลี้ยวซ้ายไปตามถนน ผ่าน Samut Prakan Observation Tower & Knowledge Park หรือ อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย จังหวัดสมุทรปราการ ที่เห็นเป็นหอคอยสูงสีขาวคล้ายกับเป็น Lighthouse ปากอ่าวไทย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดให้เข้าชมนะคะ ตามแผนจะเปิดให้เข้าชมประมาณปี 2563 และเมื่อผ่านสามแยกการไฟฟ้า ซึ่งตัดกับถนนศรีนครินทร์ก็เป็นเป็นที่ตั้งของสถานีค่ะ     สถานีแพรกษา ตั้งแต่สถานีปู่เจ้าไปจนสุดสาย สถานีแพรกษาถือว่าเป็นสถานีที่มีความคึกคักมากที่สุดค่ะ เพราะรอบๆ สถานีทั้งสองฝั่งมีทั้ง โรบินสัน, บิ๊กซี และโรงเรียนสมุทรปราการ ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางสิ่งอำนวยความสะดวกของปากน้ำก็ว่าได้ค่ะ สถานีอยู่เลยสามแยกที่จะเข้าสู่ถ.แพรกษา ไปเล็กน้อย ซึ่งก็จะมี Notting Hill Sukhumvit - Praksa คอนโดจากออริจิ้นอยู่ริมถนนค่ะ ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้ก็มีโครงการแนวราบอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ แต่จะมีโครงการที่กำลังเริ่มก่อสร้าง โดยได้ EIA Approved แล้วนั่นคือ The President Sukhumvit-Samutprakan ใครที่อยู่แถวนี้อยู่แล้วหรือกำลังสนใจ สำหรับโครงการนี้ถือว่าทำเลดีมากๆ เพราะติดกับโรบินสันชนิดที่ว่าเดินไม่กี่ก้าว แถมหน้าโครงการก็มีสถานีแพรกษาอีกต่างหาก ถ้าไม่ติดว่ากว่าจะเข้าไปถึงกลางเมืองต้องผ่านไม่น้อยกว่า 13 สถานี       สถานีสายลวด ถัดมาไม่ไกลกัน ก่อนถึงสามแยกที่ตัดกับถ.สายลวด ก็จะเป็นที่ตั้งของสถานีสายลวดค่ะ ละแวกนี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยแนวราบของผู้อยู่อาศัยดั่งเดิม มีหอพัก อพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็ก-กลาง อยู่บ้างภายในชุมชนเดิม ไม่แปลกที่จะเห็นคนขึ้น-ลงที่สถานีนี้อยู่พอสมควรค่ะ   สถานีเคหะฯ สุดท้ายที่สถานีเคหะฯ ค่ะ จะมีความคล้ายกับสถานีหมอชิตตรงที่มีลานจอดรถค่ะ แต่ที่นี่จะเป็นลานจอดรถที่มีหลังคา ตีเส้นสำหรับจอดแบบเข้าซองเอาไว้เรียบร้อย ตอนนี้ยังเปิดให้จอดฟรี 4 เดือนตามรถไฟฟ้าอยู่ค่ะ แต่หลังจากนี้จะมีระบบการเสียเงินค่าที่จอดรถอย่างเป็นระบบ และห่างกันกับสถานีออกไปไม่ไกลก็ยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าอยู่ด้วยค่ะ   ตั้งแต่เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในสถานีเปิดใหม่มาทั้งหมดนี้ แต่ละสถานีจะต้องรอขบวนละประมาณ 10 นาที ซึ่งก็ถือว่าห่างกันอยู่พอสมควรเลยค่ะ ส่วนบรรยากาศรอบๆ ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นบ้านแนวราบเดิมๆ อยู่ อาจจะด้วยเหตุเพราะบทเรียนจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ Dev หลายเจ้าแห่กันไปสร้างโครงการไว้จนเหลือยูนิตเพียบ แต่สิ่งที่ต้องจับตามองอีกเรื่องคือ ราคาค่าโดยสารจริงหลังจากหมดช่วงฟรี 4 เดือนนี้ไปแล้ว ว่าจะมีชาวสมุทรปราการยังคงเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าต่อไปหรือไม่ เพราะถ้าหากราคาสูงเกินไป หลายคนคงจะต้องกลับมาทบทวนใช้บริการรถสาธารณะเดิมที่ใช้กันเป็นประจำอยู่แล้วก็ได้           
Rare location @Victory Monument

Rare location @Victory Monument

คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ อนุสาวรีชัยสมรภูมิ ย่านที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของกรุงเทพฯ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ช่วงเริ่มก่อสร้างปี 2484 จนตัวอนุสาวรีย์เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2485 ก็อยู่เคียงคู่คนไทยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ท่ามกลางบรรยากาศรอบๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูงใหญ่เกิดขึ้นมากมาย รถยนต์ผ่านตลอดทั้งวัน เพราะใกล้ทางด่วนรวมถึงสถานที่สำคัญ มีรถไฟฟ้าผ่าน อาหารการกินทั้งภัตตาคารชื่อดัง ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อไปจนถึง Street Food ทุกสิ่งส่งให้เป็นย่านที่สมบูรณ์พร้อมรอบด้าน แต่กลับมีที่อยู่อาศัยค่อนข้างน้อยค่ะ เราจึงเรียกว่าเป็น Rare Location แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ซึ่งในบทความนี้เราจะไปค้นหาเหตุผลที่ช่วยตอกย้ำความเป็น Rare Location ไปพร้อมๆ กันค่ะ   1.โซนที่ดินหายาก อนุสาวรีย์ชัยฯ ถือเป็นโซนที่ดินหายากมากค่ะ โดยเฉพาะสำหรับที่อยู่อาศัย เพราะแวดล้อมส่วนใหญ่แล้วจะเป็นที่ทำการของทางราชการ จะมีก็เพียงแต่ช่วงถ.ราชเทวี ฝั่งใกล้สวนสันติภาพ กับซอยรางน้ำที่พอจะมีที่อยู่อาศัยทั้งบ้านเดี่ยวตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า และคอนโดมิเนียมสมัยใหม่ให้เห็นกันอยู่บ้างในละแวกรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก ทั้งที่มีความต้องการอยู่อาศัยในย่านนี้อยู่ไม่น้อย โดนเฉพาะกลุ่มคนทำงานทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ข้าราชการกระทรวงต่างๆ รวมถึงใกล้กับโรงเรียน, มหาวิทยาลัย และแหล่งสถาบันกวดวิชา ทำให้ราคา/ยูนิตพุ่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว สามารถเก็บเกี่ยว Capital gain ได้ดีเยี่ยมเลยล่ะค่ะ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อการปล่อยเช่าตามไปด้วย เพราะ Supply มีน้อยกว่า Demand ก็ย่อมทำราคาได้ดีกว่า การแข่งขันก็ต่ำกว่าในโซนอื่น   2.ศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ แน่นอนว่าการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุดในกรุงเทพฯ นั่นคือรถไฟฟ้าค่ะ โดยเฉพาะสายสีเขียวอ่อนที่เป็นสายหลักสำคัญที่ผ่านช่วงสำคัญต่างๆ มากมาย เช่น เอกมัย ทองหล่อ อโศก สยาม หรือแม้แต่อนุสาวรีย์ชัยฯ แห่งนี้ ซึ่งสามารถต่อการเดินทางไปยังเส้นทางอื่นๆ ได้ง่าย ชนิดที่ใครจะเดินทางไปไหนมาไหนก็ย่อมต้องนึกถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ และยังมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช บริเวณฝั่งถนนพหลโยธินสามารถเชื่อมต่อไปทางแจ้งวัฒนะหรือสีลมได้สะดวก เพราะที่นี่นั้นสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นหนึ่งใน HUB แห่งการเดินทางของบ้านเราค่ะ     3.แหล่งรวมโรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศ เป็นย่านที่มีโรงพยาบาลปักหมุดอยู่เยอะที่สุดในบ้านเราก็ว่าได้นะคะ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีชื่อเสียงระดับประเทศเลยทีเดียว ตั้งแต่รพ.ราชวิถี ที่อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยฯ มากที่สุด ไล่ขึ้นไปตามถนนราชวิถี ก็มีทั้ง รพ.เด็ก, รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน, รพ.สถาบันโรคผิวหนัง, รพ.พระมงกุฏเกล้า ไปจนตัดกับถนนพระราม 6 ก็มีทั้งรพ.รามา, สถาบันประสาทวิทยา, รพ.วิชัยยุทธ หรือแม้แต่รพ.พญาไท 1, รพ.พญาไท 2 อินเตอร์เนชันแนล, รพ.สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์, ก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในบริเวณนี้ทั้งสิ้น ใครที่อยู่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ก็อุ่นใจได้เลยค่ะ       4.ย่านของคนรักสุขภาพ สวนสันติภาพ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นสวนป่ากลางกรุง บรรดาต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาช่วยกันโอบล้อมสระน้ำตรงกลาง เวลามีลมพัดผ่านจึงช่วยให้เกิดลมเย็นขึ้นมาด้วย ด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบท่ามกลางเมืองใหญ่แบบนี้ ช่วงเย็นจึงเป็นที่นิยมสำหรับคนรักสุขภาพไม่ว่าจะมาเดิน-วิ่งรอบสระน้ำ มาเล่นเครื่องออกกำลังกายภายในสวน หรือมาร่วมแอโรบิคแดนซ์ช่วง 18.00 น. โดยสวนสันติภาพมีทางเข้า-ออกอยู่ 2 ทางคือจากถนนรางน้ำกับถนนราชเทวี เปิดตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น.   5.ร้านอาหารชื่อดังมากมาย ตั้งแต่เช้าจรดค่ำรับรองว่าละแวกนี้อาหารการกินไม่เคยขาดแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะสไตล์ไหนก็มีให้เลือกหลากหลายละลานตา ซึ่งถ้าจะให้เราแนะนำล่ะก็ มื้อเช้าของวันจะต้องเริ่มต้นด้วยอาหารดีๆ ต้อนรับวันใหม่ด้วยบรรยากาศร้านโทนสีขาวสว่างคลีนๆ ที่ร้าน Kay's Boutique Breakfast อาหารเช้าสไตล์ตะวันตกแบบโมเดิร์น มีทั้งบุฟเฟ่ต์และ À La Carte ใครที่เป็นสายถ่ายรูปรับรองว่าแต่ละเมนูออกมาได้ถ่ายรูปสวยแน่นอนค่ะ พอบ่ายคล้อยก็หาร้านนั่งจิบกาแฟในสไตล์ที่ไม่มีใครเหมือน เพราะร้านนี้คือ กาแฟนรสิงห์ ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ในวังพญาไท โดยสร้างขึ้นตั้งแต่รัชกาลที่ 6 ภายในร้านจึงจำลองบรรยากาศทั้งหมดให้ย้อนกลับไปในสมัยนั้น จิบกาแฟชมวังไปด้วยก็คลาสสิคไปอีกแบบนะคะ ปิดท้ายช่วงค่ำคืนกันด้วยเสียงเพลงแจ๊สละมุนละไมจากศิลปินคุณภาพที่หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาขับกล่อมพร้อมเครื่องดื่มหลายชนิด และอาหาร อร่อยๆ ที่ร้าน Saxophone Pub & Restaurant คอเพลงแจ๊สไม่ผิดหวังแน่นอน   6.ช็อปปิ้งแบรนด์ดังแบบง่ายๆ มีทั้งอาหารการกินรายล้อม มีสวนสาธารณะไว้เปลี่ยนบรรยากาศออกกำลังกาย มีโรงพยาบาลอยู่ใกล้ไว้ให้อุ่นใจ มีทั้งทางด่วน รถไฟฟ้าไว้เดินทางได้ง่ายๆ ทุกวันแล้ว จะขาดแหล่ง Shopping คุณภาพดีๆ ไปก็คงจะไม่สมบูรณ์แบบสมกับเป็น Rare location ใช่ไหมคะ ซึ่งแหล่ง Shopping ที่รับประกันคุณภาพของแท้แน่นอนคงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก King Power ซ.รางน้ำ ถึงไม่มีไฟล์บินก็สามารถไปเดินช็อปปิ้งได้ง่ายๆ สังเกตแค่ป้ายราคาสีฟ้าที่ติดไว้บนตัวสินค้าค่ะ นอกจากนี้ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังอีกหลายแห่ง เช่น เซนจูรี่, เซนเตอร์วัน, มาบุญครอง, สยามเซนเตอร์, สยามพารากอน เป็นต้น           Maestro 07 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น บนพื้นที่ 1-0-41.80 ไร่ 171 ยูนิต แบ่งเป็นขนาด 1 Bedroom 27-29.34 ตร.ม. 150 ยูนิต กับ 2 Bedroom 45.51-68.37 ตร.ม. 21 ยูนิต ที่จอดรถ 67 คัน (40%) อยู่ที่ชั้นใต้ดิน B1-2 สถาปัตยกรรมของยังคงเอกลักษณ์ตามแบบฉบับ Maestro คือมีความผสมผสานระหว่างกลิ่นอายของความคลาสสิคสไตล์ตะวันตกกับความโมเดิร์นสมัยใหม่(Classic Inspired with Modern Twist) ทำให้ตัวอาคารออกมาดูเรียบหรู เกิดเป็นงานดีไซน์ Timeless Design ดูแล้วให้ความรู้สึกสงบผ่อนคลายเมื่อเข้ามาในโครงการ ซึ่งแตกต่างจากภายนอกที่เป็นถนนใหญ่ ซึ่ง Maestro 07 ตั้งอยู่หัวมุมซอยราชเทวี 7 ซึ่งสามารถเข้าจากทางซอยรางน้ำ แล้วเข้าซอยวัฒนโยธินอีกทีก็ได้ค่ะ ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของแบรนด์ Maestro ทุกตัวเลยนะคะที่ต้องสามารถเข้า-ออกโครงการได้หลายเส้นทาง ตอนนี้สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วค่ะ     แม้ว่าตัวโครงการจะตั้งอยู่กลางเมืองใหญ่ ห่างจาก Skywalk เพียง 80 เมตร ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ 300 เมตร และ 500 เมตรจากทางพิเศษศรีรัช ทางโครงการเองที่ตระหนักถึงความวุ่นวายจากถนนใหญ่ดีค่ะ ก็เลยพยายามออกแบบมาให้เกิดความสงบผ่อนคลายมากที่สุด อย่างตัวโครงการที่เป็น Low Rise นั้นมีข้อดีตรงที่มียูนิตน้อย ทำให้ได้ความสงบเป็นส่วนตัวมากกว่า สำหรับ Maestro 07 จะมียูนิตน้อยที่สุดเพียง 10 ยูนิต/ชั้น และมากที่สุดคือ 24 ยูนิต/ชั้น มี Facilities ครบครันเปรียบได้กับ Sanctuary Space ที่มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนที่ดีของลูกบ้านคนพิเศษ และยังคงอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ตามสไตล์ของ Major Development หรือวันว่างก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศเดินไปออกกำลังกายกลางสวนสันติภาพได้ แค่ 160 เมตรจากโครงการเท่านั้น   MAGNIFIQUE LOBBY และ EXECUTIVE LOUNGE ต้อนรับลูกบ้านและแขกผู้มาเยือนอย่างหรูหราโอ่โถง   KIDS ROOM สำหรับแต่งแต้มจินตนาการให้กับเด็กๆ     SWIMMING POOL กลางโครงการ พร้อม POOL TERRACE มุมนั่งพักผ่อนพร้อมเสียงสายน้ำล้อมรอบตัว   Roof Top Facilities แบ่งโซนเป็นสัดส่วน ตอบสนองการใช้ประโยชน์ได้จริงทั้ง BBQ COURTYARD พื้นที่สำหรับจัดงานปาร์ตี้ปิ้งย่างกับกลุ่มเพื่อน พื้นที่ SKY PLAYGROUND ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นท่ามกลางสวนสีเขียว ออกกำลังกายแบบเบาๆ ที่ PEACEFUL YOGA COURT มีลานให้สัตว์เลี้ยงได้วิ่งคลายเครียดใน PET ZONE หรืออยากมีโมเมนต์นั่งชิวรับลมก็มาพักผ่อนกันได้ที่ BIRDCAGE CABANA   Floor Plan ทางเข้า-ออกของโครงการจะอยู่ทางถนนราชวิถีค่ะ ซึ่งที่จอดรถจะอยู่ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ยูนิตพักอาศัยก็จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 โดยอาคารจะวางลักษณะรูปตัว U มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัวอยู่กลางอาคาร บันไดหนีไฟ 2 จุด ส่วนยูนิตพักอาศัยจะมีทั้งทางทิศเหนือ ฝั่งหน้าโครงการ ทิศใต้หลังโครงการได้วิวฝั่งซอยรางน้ำ ทิศตะวันออกได้วิวทางสวนสันติภาพ และทิศตะวันตกจะได้วิวทางอนุสาวรีย์ชัยฯ ค่ะ                           Unit Plan สำหรับ Maestro 07 จะมีขนาดห้องเริ่มต้นตั้งแต่ 1 Bedroom 27.00-29.34 ตร.ม. และ 2 Bedroom 45.51-68.37 ตร.ม.                           เสน่ห์ของความเป็น Maestro ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันงดงามที่แค่มองผ่านก็ทราบได้ทันทีว่านี่คือคอนโดมิเนียมที่มีความเรียบหรูไปพร้อมกับความสงบอยู่ภายใน แม้จะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองก็ตาม ถ้าของดีแล้วทำเลใช่อย่างนี้ก็ไม่แปลกหรอกค่ะที่จะ Sold out อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าใครพลาดไปก็ยังสามารถมองหายูนิต Resale ได้อยู่นะคะ ลองติดต่อสอบถามไปดูได้ที่ ฝ่ายขายของโครงการได้ที่เบอร์ 02 116 1111 ค่ะ   รายละเอียดโครงการ Maestro 07 เพิ่มเติม >>> http://bit.ly/2RiQRBM    
24 Hours in Ramkhamhaeng

24 Hours in Ramkhamhaeng

พูดถึง “รามคำแหง” เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีภาพผุดขึ้นมาในหัวทันทีแบบไม่ต้องคิดนาน…. ถนนสายเก่าที่พลุกพล่านตลอดทั้งวัน มีกิจกรรมสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนจนแทบจะไม่เคยหลับใหล นอกจากจะเป็นแหล่งการศึกษาชั้นนำแล้ว ก็ยังเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นศูนย์กลางของการกีฬา และมีสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก็ตั้งอยู่บนถนนสายนี้เช่นกัน ภาพที่ผู้คนหมุนเวียนในแต่ละวันมากมาย ตั้งแต่เช้าจรดค่ำจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน ทำให้เรารู้สึกว่าย่านรามคำแหงไม่เคยหลับเลย แต่ใครจะรู้ว่าในย่านรามคำแหงนี้ ยังมีมุมสงบสวยๆ ร้านคาเฟ่สุดแนวซึ่งดีต่อกายและใจให้เราได้เช็คอินกันรัวๆ ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ พร้อมแล้วตามเราไปเติมประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิตในรามคำแหงกันค่ะ   Sport Lover : กกท. (การกีฬาแห่งประเทศไทย)   ด้วยความที่เป็นศูนย์กลางของกีฬาแห่งประเทศไทย จึงมีหลายประเภทกีฬาเปิดกว้างสำหรับประชาชนทั่วไปให้ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ไม่ได้สงวนเฉพาะแต่ทีมชาติเท่านั้น จะว่ายน้ำ ยิงปืน เทควันโด ยกน้ำหนัก หรือจะหมัดมวย สาย Active ชอบออกกำลังกายไม่ควรพลาด   ไฮไลท์ที่เรากำลังสนใจคือ “การยิงธนู” กีฬาที่แสนจะคูล เพราะต้องอาศัยทั้งสมาธิอันแน่วแน่ และจิตใจที่แข็งแกร่ง เพราะต้องฝึกฝนจนเกิดทักษะความแม่นยำ แค่เห็นท่าทางการน้าวสายธนูของนักกีฬาที่กำลังฝึกอยู่ในสนามก็เท่เกินบรรยายแล้วล่ะ ใน “กกท.” ยังมีสมาคมกีฬาที่น่าสนใจอีกมากมาย หรือแม้กระทั่งพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปใช้ออกกำลังกายได้ทุกวัน     Café Hopping : Emmie’s  +  Café Now   ใครจะเชื่อว่า “รามคำแหง” มีคาเฟ่เก๋ๆ เยอะจนเลือกแทบไม่ถูก ทั้งแบบ Grab & Go และแบบที่มีพื้นที่ให้นั่งเล่น นั่งชิล หรือแม้แต่นั่งทำงานก็ยังได้   “Emmie’s” เป็นร้านหนึ่งในซอยพระรามเก้า 49 คาเฟ่สีขาวน่ารักพร้อมบรรยากาศเงียบสงบแห่งนี้ มีเมนูบรั้นช์และขนมหวานในสไตล์เฮลธ์ตี้ให้เลือกมากมาย โทนสีขาวแบบเรือนกระจก ทำให้รู้สึกโล่งและโปร่งมาก ยิ่งหันไปเห็นสีเขียวๆ สบายตาจากต้นไม้รอบๆ อีก บอกเลยว่าที่นี่เหมาะแก่การซุกตัวในวันหยุดมากๆ       จากคาเฟ่สีขาว เปลี่ยนมูดมาที่คาเฟ่โทนเข้มอย่าง “Café Now” by Propaganda แค่ชื่อก็การันตีความเท่ห์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีอาหารและเครื่องดื่มสุดแนวให้ได้ลองกันอีกด้วย ภายในร้านเต็มไปด้วยของแต่งบ้านและของสะสมสไตล์วินเทจ ถูกใจคนรักงานดีไซน์แน่นอน ไม่ว่าจะนั่งเล่นจิบกาแฟชิลๆ หรือจะนัดคุยนั่งทำงาน บรรยากาศในร้านก็น่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดี           ออกซิเจนเต็มปอด : สวนนวมินทร์ภิรมณ์   ถ้าการออกกำลังกายใน กกท. ดูจะจริงจังเกินไป “สวนนวมินทร์ภิรมณ์” น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนในย่านรามคำแหง ห่างออกมาแค่อึดใจก็จะได้สูดออกซิเจนได้เต็มปอด การได้มาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่รอบบึง ได้เดินเล่นปล่อยสมองให้ได้หยุดพักกับธรรมชาติรอบตัวซักนิด หรือจะชวนเพื่อนๆ มาเล่นกีฬาด้วยกัน ก็อาจจะเป็นการชาร์จแบตที่ดีที่สุดของวันเลยก็ได้       ถูกใจสายเปย์ : แหล่งช็อปปิ้งหลากสไตล์   ย่านรามคำแหงมีแหล่งช็อปปิ้งให้เลือกหลากหลายสไตล์ แวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัด รวมถึงคอมมิวนิตี้มอลล์ก็มีให้เลือกแวะ ช็อป ชิลได้ไม่เว้นวัน คุณแม่บ้านน่าจะถูกใจกับการเลือกซื้ออาหารปรุงสดสะอาดจากตลาดเสรีมาร์เก็ต สายเฮลท์ตี้ก็ได้สนุกกับการช็อปปิ้งอาหารเพื่อสุขภาพที่ Lemon Farm หรือ Gourmet Market ของเดอะมอลล์ จับจ่ายผักผลไม้สารพัดชนิดกลับไปปรุงมื้ออาหารที่ดีต่อกายและใจ          ยังคงเอาใจสายสุขภาพกันต่อด้วย แหล่งช็อปปิ้งอุปกรณ์กีฬา ซึ่งจัดหนักจัดเต็มตั้งแต่ห้าง FBT ซึ่งตั้งตระหง่านคู่ถนนรามคำแหงมาอย่างยาวนาน หรือถ้ายังไม่ถูกใจ แผนกเครื่องกีฬาในห้างเดอะมอลล์ก็นับว่ามีครบครันแทบจะทุกแบรนด์ให้เลือกหากันเลยทีเดียว       ถ้าเป็นคนรามฯตัวจริง จะต้องเคยเดิน “ตลาดนัดการกีฬาไนท์” (ตลาดนัด กกท.) ไม่งั้นจะถือว่าไม่ใช่ ช่วงเย็นๆ ของทุกวัน (เว้นเวันพุธ) ที่นี่มีของให้เลือกจับจ่ายเพียบ ไม่ว่าจะของกิน ของใช้ทั่วไป เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า มีให้เลือกแทบไม่ซ้ำในราคาน่าคบหาอีกด้วย         Life Style 24 ชั่วโมง : Niche MONO Ramkhamhaeng   พูดถึงรามคำแหงมาไม่น้อยแล้ว เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มสนใจ และอาจจะเปลี่ยนใจอยากมาใช้ชีชิตในย่านนี้กันบ้างแล้วแหละ เพราะรามคำแหงยังมีอะไรน่าค้นหาอีกเยอะ ถ้าจะพูดถึงคอนโดมิเนียมในรามคำแหง หนึ่งในโครงการที่จะมาตอบโจทย์ Life Style แบบ 24 ชั่วโมงนี้ ต้องยกให้ “Niche MONO Ramkamhaeng” เท่านั้น เพราะหัวใจหลักของการออกแบบโครงการนี้คือ “ความสนุกของการใช้ชีวิต ที่สามารถเติมเต็มทุกกิจกรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง” ด้วย Facility ส่วนกลางขนาดใหญ่ต่อเนื่องทั้งโครงการ ใหญ่กว่า 6.5 ไร่ ซึ่งรวบรวมทุก Healthy Lifestyle ไว้อย่างครบถ้วน และยังเป็นโครงการที่มีพื้นที่ส่วนกลางที่ใหญ่ที่สุดในย่านรามคำแหงเลยทีเดียว     ถึงจะไม่ได้ไปออกกำลังกายที่ กกท. ในโครงการเองก็ยังมี Sport Village ขนาดใหญ่ รวบรวมไว้ทั้ง Jogging Track, Bike Lane, สนามบาสเกตบอล แบบ Multi-Sport ซึ่งปรับเปลี่ยนเป็นสนามฟุตซอลได้ และสระว่ายน้ำมากถึง 3 สระ 3 สไตล์ ถ้าทั้งหมดนี้ยังไม่หนำใจ Niche MONO Ramkhamhaeng ยังจัด Fitness Village ขนาดใหญ่ที่ชั้น 6-7 ให้อีก พร้อมพื้นที่สีเขียวบิ๊กเบิ้มที่เราไม่จำเป็นต้องออกไปหาสูดโอโซนที่อื่นอีก ทั้งหมดนี้เปิดให้บริการกันแบบ 24 ชั่วโมงไปเลยยยย  เรียกว่าเอาใจคนรักสุขภาพกันแบบเต็มๆ   ความเพียบพร้อมที่ทางโครงการเตรียมไว้ ไม่ได้เอาใจแค่ลูกบ้านหัวใจนักกีฬาเท่านั้นนะคะ ลูกบ้านที่ชอบชิล ชอบแฮงค์เอ้าท์ ก็มีพื้นที่ส่วนร้านค้าภายในโครงการรวมไว้ทั้ง Café เก๋ๆ, ร้านอาหาร และซุปเปอร์มาร์เก็ตไว้ค่อยอำนวยความสะดวก และตอบทุกโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง         Niche MONO Ramkamhaeng อยู่บนทำเลการเดินทางสะดวกแบบสุดๆ ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าหัวหมาก (สายสีส้ม) 0 เมตร ใกล้ทั้งสถานีอินเตอร์เชนจ์ ใกล้แอร์พอร์ตลิงค์ ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน และมอเตอร์เวย์ ด้วยทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย ทำให้คุณสามารถกำหนดจังหวะการเดินทางในทุกวันได้ด้วยตัวเอง   Niche MONO Ramkhamhaeng เริ่มต้น 1.99 ล้านบาท* เปิดจอง 1-7 พ.ย. นี้ ที่เดอะมอลล์บางกะปิ ลงทะเบียนรับส่วนสูงสุด 100,000 บาท* สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก http://bit.ly/2IcXJ09    
Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

หนึ่งในทำเลคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่มีทิวทัศน์ดีที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการที่ได้วิวทะเลสาบกลางสวนสาธารณะขนาดใหญ่ซึ่งหาได้ยากมากๆ ในบ้านเราค่ะ ทั้งในแง่ของสวนสาธารณะที่มีอยู่ไม่กี่แห่ง ประกอบกับที่ดินใกล้เคียงก็หาไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะที่ดินใกล้กับสวนป่าเบญจกิติที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียว 130 ไร่ รวมพื้นที่กว่า 450 ไร่ ใจกลางเมืองใกล้กับศูนย์สิริกิติ์ฯ เปรียบได้กับโอเอซิสของย่านอโศกก็คงไม่ผิดนัก          เมื่อเอ่ยถึงย่านอโศกแล้ว สิ่งแรกที่ใครหลายคนจะนึกถึงนั่นคืออาคารสำนักงานเรียงรายกันอยู่ตลอดช่วงถนน ซึ่งก็ไม่แปลกนะคะ เพราะอโศกนั้นเป็นแหล่งที่มีพื้นที่ออฟฟิศมากที่สุดในกรุงเทพฯ กว่า 1 ล้านตารางเมตร ถูกเช่าเกือบ 100% จาก  บริษัทที่มีชื่อเสียงหลายองค์กรทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เนื่องจากนักลงทุนต่างก็มองเห็นศักยภาพของย่านนี้อย่างไร้ข้อกังขามาโดยตลอด โดยหากมองจากทำเลที่ตั้งแล้วนั้นก็จะพบว่าอโศกถือเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิมอย่างสาทร-สีลม กับ New CBD ที่พระราม 9 เราเลยจะไม้ได้เห็นเพียง Office Building เท่านั้น แต่ทั้งโรงแรมหรู คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย จึงไม่แปลกเลยค่ะที่จะกลายเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจในบ้านเราอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดทั้งในปัจจุบันและอนาคต   ด้วยความที่เป็นแหล่งรวมคนทำงานมนุษย์ออฟฟิศ รวมถึงนักศึกษา บุคคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อมีผู้คนมากมายก็ย่อมต้องตามมาด้วยอาหารการกินเช่นกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นแนวสตรีทฟู้ด ร้านอาหารทั้งไทย เอเชีย ตะวันตก ร้านคาเฟ่ดีไซน์สวย ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์ ให้เลือกลิ้มลองกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำหลากหลาย ส่วนเรื่องราคาค่าครองชีพนั้น กลับไม่แพงอย่างที่ใครคิด แม้จะอยู่ใจกลางเมืองก็ตามโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีตลาดชื่อดังขวัญใจชาวออฟฟิศอโศกอย่าง ตลาดรวมทรัพย์ บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ร้านค้า ร้านอาหารกว่า 300 ร้าน เรียกได้ว่าคนทำงานละแวกนี้ไม่มีใครไม่เคยมาเดินแน่นอน ตลาดนัดมศว. เปิดเฉพาะวันอังคาร และพฤหัสบดี ช่วงเช้า-14.00 น. แหล่งสินค้า และของอร่อยที่คนทำงานมักจะหิ้วขึ้นไปกินบนออฟฟิศอยู่เป็นประจำ ตลาดสุขตา อีกหนึ่งตลาดที่คนหนาแน่นมากในช่วงกลางวัน รวมถึง Food Court บนห้างสรรพสินค้า Terminal 21 ที่ขึ้นชื่อลือชาว่าราคาถูกที่สุดในบ้านเรา แบบที่สามารถถือเงิน 25-30 บาท ก็ได้ก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวมา 1 จานแบบอิ่มพอดีได้เลยค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันต่อเศรษฐกิจของอโศกที่ไม่เคยจางไป     นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับไลฟ์สไตล์ได้ทั่วถึงแล้วนั้นก็ยังมีสวนสาธารณะคือ “สวนป่าเบญจกิติ” โอเอซิสของย่านอโศกที่ได้ต้นไม้โอบล้อมทะเลสาบอยู่รอบด้าน เปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่มีลักษณะเป็นสวนป่า เพราะมีโซนที่เป็นไม้ยืนต้นใหญ่ให้ความร่มรื่น แต่ยังคงมีความโปร่งแสง ส่องแสงแดดให้ลอดลงมาถึงพื้นที่ได้อยู่ ยามเย็นเมื่อแดดร่มลมตกจะมีผู้คนทั้งเด็ก วัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุมาวิ่งออกกำลังกายกัน เพราะมีถนนล้อมรอบทะเลสาบเป็นระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร ซึ่งมีประตูทางเข้าด้านที่เชื่อมต่อเข้าไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่สำคัญในการจัดงานอีเว้นท์สำคัญเอาไว้หลายงาน ซึ่งมีแผนจะปิดปรับปรุงถึง 3 ปี โดยจะเริ่มปิดทำการช่วงปลายปี 2561 เพื่อขยายพื้นที่เชิงการพาณิชย์และศูนย์การประชุมนานาชาติ รวมถึงสามารถจอดรถไปมากขึ้นรวมแล้วไม่น้อยกว่า 1.8 แสนตารางเมตร เมื่อปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะยิ่งทำให้พื้นที่บริเวณนี้ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก       การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเกือบจะเป็นหนทางหลักที่หลายคนเลือกใช้เพื่อหลีกหนีรถติดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน แน่นอนว่ารถไฟฟ้าคือคำตอบที่สะดวกรวดเร็วที่สุดของการเดินทางในกรุงเทพฯ ซึ่งสายหลักก็คือสายสุขุมวิท สายสีลม และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน โดยจะวิ่งผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง ล้วนแต่เป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญทั้งสิ้นรวมถึงอโศกด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณสี่แยกอโศกก็เป็นจุด Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท ส่วนถนนหลักอย่างสุขุมวิทจะตัดกันกับถนนรัชดาภิเษก และถนนอโศกมนตรีที่สี่แยกอโศกเป็นแยกที่มีเอกลักษณ์ความเป็นเมืองใหญ่สูง เพราะเป็นทั้งจุด Interchange มี Sky Walk ข้ามสี่แยก และเชื่อมต่อเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า Terminal 21 กับโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Grande Centre Point Terminal 21 ช่วงถนนกว้าง มีจอ LED ขนาดใหญ่บนอาคารสูง เรียกได้ว่าใครที่เห็นภาพปุ๊บก็จะทราบได้ทันทีว่านี่คือ สี่แยกอโศก             Whizdom Asoke-Sukhumvit   โครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end ลักษณะ High Rise 39 ชั้น เมื่อได้วิวไฮไลท์ประจำโครงการจากสวนป่าเบญจกิติก็จะยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในบ้านพักตากอากาศใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายภายนอก แต่ยังอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายแบบวิถีชีวิตคนเมืองหลวง เทียบเคียงกันกับมหานครใหญ่ๆ ของโลก   Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามกับ “สวนป่าเบญจกิติ” และยังสามารถเข้าจากซอยสุขุมวิท 16 อีกเส้นทางได้ด้วย นี่ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของคอนโดมิเนียมกลางเมืองเช่นนี้ เพราะเมื่อได้อยู่อาศัยจริงแล้ว การเข้า-ออกได้ 2 ทางจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบายได้อีกเยอะ เช่น หากการจราจรบน ถ.รัชดาฯ ติดขัด ก็สามารถเข้าซ.สุขุมวิท 16 ได้ ซึ่งภายในซ.สุขุมวิท 16 นี้ ก็ยังแวดล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านแฮงเอาท์ ไปจนถึง ซุปเปอร์มาร์เกตตลอด 24 ชม. อยู่ใกล้กับโครงการ ที่สำคัญ คือ เป็นซอยที่สามารถทะลุไปได้หลายเส้นทาง เช่น ซ.ไผ่สิงโต, ซ.สุขุมวิท 22,  ซ.สุขุมวิท 24 และถ.พระราม 4 ซึ่งก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง     จุด Interchange สำคัญในปัจจุบัน ยังมีเพียงไม่กี่สถานีเท่านั้นที่กลายเป็นแหล่งทำเลทองของที่อยู่อาศัย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท โดยห่างจากโครงการเพียง 450 เมตร ถือเป็น Interchange แห่งเดียวบนถนนสุขุมวิทในปัจจุบันที่มีผู้โดยสารกว่า 85,000 คน/วัน ไม่ไกลจากนี้เพียง 1 สถานีจาก MRT สุขุมวิท ไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน เพื่อเชื่อมต่อไปยังสุวรรณภูมิ  อีกทั้งยังพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนี้ยังมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกลโครงการอีกหลายแห่งทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านพระราม 4, ด่านท่าเรือ หรือทางพิเศษศรีรัชที่ด่านอโศก ทั้งหมดก็จะห่างจากโครงการประมาณ 2 กิโลเมตร      จาก BTS อโศก-Whizdom Asoke-Sukhumvit    เราลองเดินชมทำเลของย่านนี้ไปจนถึงคอนโด Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) กันค่ะ โดยเริ่มต้นจาก BTS สถานีอโศก เดินออกทางประตูที่ 6   ทางออกทางฝั่งนี้นอกจากจะเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า Terminal 21 และโรงแรม Grande Centre Point Terminal 21 แล้ว ก็ยังเป็น Interchange กับ MRT สถานีสุขุมวิท    เดินตามประตูทางออกที่ 6 ของ BTS นั้นจะเป็นการเดินบน Sky Walk ข้ามสี่แยกอโศก    มองย้อนกลับไปที่ BTS สถานีอโศกที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ค่ะ สำหรับสี่แยกที่มีขนาดใหญ่อย่างสี่แยกอโศกแล้วนั้น Sky Walk ถือว่ามีความสำคัญมากๆ  ที่ทำให้คนเดินข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น     ลงบันไดที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดค่ะ ซึ่งอยู่ริมถนนสุขุมวิทข้างอาคาร Exchange Tower ตรงหัวมุมสี่แยกอโศกเลย   จากหน้าอาคาร  Exchange Tower  เดินมาตามถนนรัชดาภิเษกประมาณ 180 เมตรก็จะพบกับซอยสุขุมวิท 16 ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเดินจาก BTS อโศก ใช้เป็นทางเข้า-ออกโครงการได้อีก 1 ช่องทางค่ะ   บรรยากาศภายในซอยสุขุมวิท 16 นั้นคึกคักไม่แพ้บนถนนหลักทีเดียวค่ะ ตั้งแต่ปากซอยก็จะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์เรียงรายอยู่มากมาย   บริเวณหลังอาคาร CTI Tower มี Foodland 24 ชม. อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งตัวอาคาร  CTI Tower นี้เองก็จะอยู่ติดกับโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)    บริเวณด้านหลังโครงการ อีกหนึ่งทางเข้า-ออก Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ค่ะ ที่ดินของโครงการทางฝั่งในซอยสุขุมวิท 16 นี้หน้ากว้างใช้ได้เลยค่ะ     จากด้านหลังอาคาร CTI Tower เราสามารถเดินทะลุมาที่ริมถนนรัชดาได้เลยค่ะ ซึ่งถัดไปก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการแล้วค่ะ   หน้าโครงการจะมีที่ดินหน้ากว้างกว่าด้านหลังเล็กน้อยค่ะ ตอนนี้กำลังล้อมรั้วสร้าง Sale Gallery ที่ใครหลายคนใจจดใจจ่อรอคอยที่จะได้เห็นยลโฉมกันอยู่ ซึ่งอีกไม่นานเกินรอค่ะ   จากหน้าโครงการเราเดินข้ามสะพานลอยมาที่สวนป่าเบญจกิติ ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ภายในสวนแห่งนี้ตรงกลางจะเป็นทะเลสาบ นอกนั้นจะเป็นพื้นที่ของสวนป่าที่มีต้นไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ ให้ความร่มรื่นอยู่ทั่วบริเวณ    รอบทะเลสาบจะมีถนนอยู่รอบเป็นรูปคล้ายวงรี หลายคนนิยมมาวิ่งออกกำลังกายกันที่นี่ในช่วงเย็นๆ ค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศจากการวิ่งในห้องฟิตเนสมาวิ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ขณะเดียวกันถ้าได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแถวนี้ด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้เหมือนได้มีโอกาสพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา   บรรยากาศด้านนอกเป็นอาคารสูงระฟ้า แต่พอเข้ามาในสวนป่าเบญจกิติแล้ว กลับพบกับอีกบรรยากาศที่เหมือนอยู่กันคนละโลกกับภายนอก ทั้งที่อยู่กลางเมืองย่านเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) จะอยู่ระหว่างอาคาร Lake Ratchada (อาคารสีฟ้า)ทางขวามือของภาพ กับอาคาร CTI Tower (อาคารสีเขียว)ทางซ้ายมือของภาพ      การได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่สามารถเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง จะทำให้สะดวกสบายมากสำหรับการวางแผนเดินทางแต่ละวัน อย่างวันไหนรถติดก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า วันไหนฝนตกก็เปลี่ยนมาขับรถยนต์แทน ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนหลายจุด ฝั่งตรงข้ามกันยังมีสวนป่าเบญจกิติให้ได้พักสายตาจากทิวทัศน์ที่หาได้ยากมากในกรุงเทพฯ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนออกกำลังกายได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันก็ยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม. ทุกสิ่งจะส่งให้ชีวิตคนเมืองกรุงลงตัวกว่าที่เคยใน Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 1265 Website : ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ  http://bit.ly/2oOYTpU
เอกมัย-ทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

เอกมัย-ทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ถ้าถามถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ของในกรุงเทพฯ ยุคนี้ย่อมต้องมีองค์ประกอบเรื่องกิน-เที่ยวในตัวเองครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านคาเฟ่ตกแต่งเก๋ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟเฉพาะตัว หรือร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ เชฟและวัตถุดิบอิมพอร์ตจากต่างประเทศโดยเฉพาะ ไปจนถึงร้านที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างรอบด้าน เช่น ร้านจักรยาน ร้านแฟชั่น ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านบาร์เบอร์-ซาลอน ร้านสปา ร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ยามค่ำคืนยาวไปจนร้านข้าวต้มโต้รุ่ง เรียกได้ว่าย่านนี้ไม่เคยหลับใหล จึงไม่แปลกที่ย่านเอกมัย-ทองหล่อ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบค่ะ   หากพูดถึงในแง่ของที่อยู่อาศัยย่านนี้แล้ว เชื่อว่าคงเป็นที่อยู่อาศัยในฝันของใครหลายคน รวมไปถึงชุมชน Expat ที่กระจุกตัวกันอยู่ในย่านนี้ไม่น้อย เพราะนอกจากไลฟ์สไตล์อันเพียบพร้อมรอบด้านแล้วยังเดินทางสะดวกสบาย ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเอกมัย-ทองหล่อ และตัวถนนเองที่แม้จะเป็นเพียงถนนหรือซอยที่เป็นทางเชื่อมลัดเลาะไปสู่ถนนหลักอย่างถนนเพชรบุรีกับถนนสุขุมวิท แต่ด้วยความกว้างของถนนจึงทำให้สามารถมีอาคารสูงขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้ตามกฏหมาย อีกทั้งยังสามารถทะลุออกไปถนนพระราม 4 ที่ต่อไปยังสีลม-สาทรได้ในระยะไม่ไกลกัน จึงทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในย่านที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ              จากแผนที่จะเห็นภาพชัดขึ้นค่ะว่าช่วงซอยทองหล่อ 10  - เอกมัย 12 - ปรีดีฯ 31 เป็นซอยที่เชื่อมต่อกันตรงใจกลางย่านนี้พอดี ส่วนจุดขึ้น-ลงทางด่วนที่ใกล้ที่สุดก็มีทั้งทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งอยู่เลยแยกพระโขนงไปเล็กน้อย และทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยอยู่บริเวณถนนพระราม 4   เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้แล้ว เราก็จะพาไปเดินชมทำเลเอกมัย-ทองหล่อด้วยเลยค่ะ   รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าเอกมัย มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ใครๆ ต่างก็จดจำได้ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้กันทั้ง เกตเวย์ เอกมัย, เมเจอร์ สุขุมวิท และ สถานีขนส่งเอกมัย   บรรยากาศช่วงปากซอยเอกมัย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในย่านนี้คึกคักอยู่ตลอดเวลา เดินเล่นในเอกมัยก็มีความคึกคักไม่แพ้กันทั้งกลางวัน-กลางคืน ตลอดทางมีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านที่น่าสนใจเรียงรายอยู่มากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ และร้านที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในปัจจุบัน ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนได้หลากหลาย หากโฟกัสกันที่จุดสำคัญของย่านเอกมัยก็คงต้องบอกว่าอยู่ตรงสี่แยกกลางซอยที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ตั้งแต่ซอยทองหล่อ 10 ต่อมาที่ซอยเอกมัย 5 ซอยเอกมัย 12 แล้วไปทะลุสุดที่ซอยสุขุมวิท 71 ตรงซอยปรีดี พนมยงค์ 31 ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น  ลองเดินทะลุมาที่ทองหล่อ ช่วงทองหล่อซอย 10 ยังเป็นแหล่งปาร์ตี้ชื่อดังอยู่หลายร้าน ใครที่ชอบชีวิต nightlife ต่างก็รู้จักแถวนี้แน่นอน      จากนั้นเราลองเดินกลับมาที่เอกมัย เข้าไปดูในซอยเอกมัย 12 กันต่อค่ะ    บรรยากาศภายในซอยเอกมัย 12 เป็นช่วงถนนที่มีความกว้างถึง 4 เลน ซึ่งเรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างทองหล่อ-เอกมัย-ซอยสุขุมวิท 71(ซอยปรีดีพนมยงค์) ภายในซอยเอกมัย 12 แห่งนี้มีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่น่าสนใจอยู่ค่ะ ชื่อว่า "The FINE Bangkok"   The FINE Bangkok คอนโดมิเนียม High Rise 31 ชั้น 1 อาคาร 220 ยูนิต ที่จอดรถแบบอัตโนมัติ 70% บนพื้นที่ 1-1-05 ไร่ ในซอยเอกมัย 12  เกิดจากการร่วมทุนกันระหว่างบริษัท ซันเคียวโฮม (ไทยแลนด์) จำกัด(บริษัทอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น) กับ บริษัท เคฮัง เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Keihan Railways  ผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ในภูมิภาคคันไซ จึงเกิดเป็น The FINE Bangkok คอนโดมิเนียมสไตล์ Luxury Modern Japanese มูลค่าโครงการกว่า 1.7 พันล้านบาท และรังสรรค์งานดีไซน์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน และ Landscape โดยบริษัทชื่อดังอย่าง  Architects 49     สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่   โซน Fine Greenery แม้เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แต่กลับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าโครงการด้วยบรรยากาศแแบบ Fine Spring Garden และสวนพักผ่อนที่ชั้น 23 และ 27 ให้ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วย City View   โซน Fine Lounge ด้วยความตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้ร่วมกัน มีส่วนรองรับสำหรับการใช้งานจากกลุ่มใหญ่ แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัว โดยดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ความเป็น Modern Luxury แบบญี่ปุ่นชัดเจนที่สุด ประกอบไปด้วย  Lobby, Mail Room, Co-working room และ Private Meeting room   โซน Fine Retreat พื้นที่พักผ่อนรับลมธรรมชาติพร้อมดื่มด่ำทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองไปด้วย ซึ่งทุกส่วนออกแบบให้สามารถชมวิวขอบฟ้าได้ใกล้ที่สุดอย่าง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool, The Edge View Point     โซน Fine Sky พื้นที่ Roof Lounge สูงสุดของอาคาร ออกแบบมาให้สามารถชม City View ได้รอบทิศทาง 360 องศา ไปพร้อมกัน เช่น Fitness, Golf Club, Sky Seat, Karaoke room, Kid Room, Wine Lounge                          Floor Plan ชั้น 1 หน้าโครงการหันไปทางทิศใต้ จัดสวนสไตล์ Fine Spring Garden โดยต้องผ่านลำธารเล็กๆ หน้าโครงการไปก่อน ให้ความรู้สึกแบบสวนญี่ปุ่น  Floor Plan ชั้น 9-22 เป็นชั้นสำหรับยูนิตพักอาศัย ประกอบไปด้วยลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด วางรูปแบบ Double Corridor ฝั่งทิศตะวันออกได้วิวทางพระโขนง-อ่อนนุช ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะได้วิวในเมืองอย่างทองหล่อ-อโศก Floor Plan ชั้น 30 เป็น Facility โซน Fine Retreat ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool และ The Edge View Point       สิ่งเหล่านี้สามารถพูดได้ว่าเป็นการออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในระดับพรีเมียม เพื่อสนองต่อความต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตได้ดีที่สุดบนกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอันทรงเสน่ห์   The FINE Bangkok ไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมสไตล์ญี่ปุ่น แต่เป็นคอนโดที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นในบ้านเราได้สัมผัสกับความแตกต่างในสไตล์ Luxury Modern Japanese เตรียมเปิดห้องตัวอย่างเร็วๆ นี้ และพร้อมเปิด Pre sale 2-3 มิ.ย. นี้   
Knightsbridge Phaholyothin Interchange บนทำเลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของกรุงเทพฯ โซนเหนือ

Knightsbridge Phaholyothin Interchange บนทำเลที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของกรุงเทพฯ โซนเหนือ

หากพูดถึงย่านเศรษฐกิจในบ้านเราที่มีความเจริญรุดหน้าด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ขณะเดียวกันก็เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ก็คงจะหนีไม่พ้น CBD เดิมอย่างสีลม-สาทร และ New CBD ที่พระราม 9 แต่นับจากนี้ต่อไปในอนาคตอีกเพียง 4-5 ปี เริ่มมีหลายคนพูดถึงกันแล้ว นั่นคือบริเวณกรุงเทพฯ โซนเหนืออย่างบางซื่อ-พหลโยธินช่วงห้าแยกลาดพร้าวไปจนถึงช่วงสะพานใหม่ ซึ่งทุกวันนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นที่น่าจับตามองว่าจะกลายเป็น New CBD ต่อไปถัดจากพระราม 9     ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1) เป็นถนนสายสำคัญสายหนึ่งในประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะมีจุดเริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นกม. ที่ 0 ยาวขึ้นไปทางภาคเหนือจรดด่านชายแดนไทย-พม่าที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทางแล้วก็เกือบ 1,000 กิโลเมตร โดยความน่าสนใจจะเริ่มตั้งแต่จตุจักร ตรงไปผ่านห้าแยกลาดพร้าว แยกรัชโยธิน แยกเกษตร วงเวียนหลักสี่ สะพานใหม่ไปจนบรรจบกับถนนวิภาวดีรังสิต ด้วยความเติบโตของเมืองอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะช่วงห้าแยกลาดพร้าวเป็นต้นไปนั้น กลายเป็นทำเลทองแห่งหนึ่งที่มีราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 100% แถมที่ดินติดริมถนนใหญ่ยังค่อนข้างหาได้ยากขึ้น เพราะหลายจุดจะเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นช่วงถนนที่สามารถเชื่อมต่อไปยังถนน และสถานที่สำคัญได้มากมาย   เรามาเริ่มดูจากถนนพหลโยธินช่วงห้าแยกลาดพร้าว เพราะถือเป็นด่านสำคัญที่เปรียบเสมือนเป็นสัญญาณว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความเป็นเมืองอย่างกรุงเทพฯ ซึ่งมีถนนหลายสายตัดกันทั้งวิภาวดีรังสิต ถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ออกปริมณฑลสู่ต่างจังหวัดทางภาคเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีทางพิเศษอุตราภิมุข (โทลเวย์) พาดผ่านตลอดทั้งสาย ถนนลาดพร้าว แหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญสายหนึ่งของกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเกิดขึ้น และถนนพหลโยธิน ถัดมาที่แยกรัชโยธินตัดกับถนนรัชดาภิเษก เป็นถนนที่เชื่อมต่อกับถนนสายอื่นๆ จนคล้ายวงกลมระหว่างกรุงเทพฯ กับฝั่งธนบุรี ซึ่งแต่ละช่วงของวงกลมนี้ต่างก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ส่วนแยกเกษตรจะตัดกับถนนประเสริฐมนูกิจและถนนงามวงศ์วาน ก็เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ของเหล่านักศึกษา แน่นอนว่าจะตามมาด้วยอาหารอร่อยๆ ราคาไม่แพงอยู่มากมาย สุดท้ายที่ช่วงวงเวียนหลักสี่ไปจนบรรจบกับถนนวิภาวดีรังสิต มีทั้งถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทราตัดผ่าน และยังเป็นจุดที่ใกล้กับสนามบินดอนเมืองมากที่สุดของถนนเส้นนี้ ทำให้ตามกฏหมายแล้วจะมีอาคารสูงได้ไม่เกิน 45 เมตร ซึ่งการเดินทางจากช่วงนี้ไปสนามบินดอนเมืองหากใช้แยกคปอ. เข้าสู่ถนนธูปะเตมีย์ จะใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที     ด้านระบบขนส่งสาธารณะอันสะดวกสบาย ใช้เวลาในการเดินทางน้อยที่สุด คงจะหนีไม่พ้นรถไฟฟ้าที่ใครหลายคนรอคอยให้มาถึงใกล้กับที่อยู่อาศัยของตัวเอง เพื่อเป็นทางเลือกการเดินทางได้ง่ายที่สุด ซึ่งสิ่งสำคัญสำหรับการมาของรถไฟฟ้าคือการนำพาความเติบโตของเมืองมาด้วย เพราะเมื่อการเดินสะดวกแล้วก็จะนำพาคนให้เข้าถึงได้ง่าย จึงเกิดสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาด้วยไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ไฮเปอร์มาร์เกต ร้านขายสินค้า-บริการต่างๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตประวัน รวมถึงที่อยู่อาศัยใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นสถานีรถไฟฟ้าที่เป็นจุด Interchange ก็จะยิ่งเป็นตัวเลือกในการเดินทางได้หลากหลายยิ่งขึ้น   รถไฟฟ้าที่กำลังเกิดขึ้นในเส้นทางนี้ หลักๆ ก็คือสถานีกลางบางซื่อ (คาดว่าเริ่มเปิดให้บริการปี 2567 และเสร็จสมบูรณ์ปี 2577) ศูนย์กลางโลจิสติกส์ครบวงจรบนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ซึ่งจะมีรถไฟฟ้า, รถไฟความเร็วสูงหลายสายมาอยู่เป็นจุดเริ่มต้นสายที่นี่ รวมถึงเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ศูนย์การค้า แหล่งบันเทิงต่างๆ ศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ ศูนย์ประชุมนานาชาติ ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟความเร็วสูง แหล่งสำนักงาน ฯลฯ และอีกสายหนึ่งที่ก็มีความสำคัญเช่นกัน คือรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต (คาดว่าเปิดให้บริการปี 2563) โดยเป็นการเชื่อมต่อมาจากสายสีเขียว สถานีหมอชิตในปัจจุบัน ซึ่งสายสีเขียวส่วนต่อขยายนี้จะมีเส้นทางผ่านห้าแยกลาดพร้าวตรงยาวไปผ่านแยกรัชโยธิน แยกเกษตร วงเวียนหลักสี่จนถึงสะพานใหม่ แล้วเบี่ยงขวาเข้าสู่ถนนลำลูกกาช่วงต้น สำหรับสถานีที่เป็นจุด Interchange ในเส้นทางส่วนต่อขยายนี้ก็จะมีตั้งแต่สถานีห้าแยกลาดพร้าวกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีพหลโยธินในปัจจุบัน แยกรัชโยธินกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองส่วนต่อขยาย สถานีพหลโยธิน 24 แยกเกษตรกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล แคราย-ลำสาลี (คาดว่าเปิดให้บริการปี 2567) และวงเวียนหลักสี่ กับสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี (คาดว่าเปิดให้บริการปี 2564)         ในบรรดาจุด Interchange ของรถไฟฟ้าสายนี้ที่กล่าวกันไปแล้ว จุดที่น่าสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจากบริเวณวงเวียนหลักสี่ ซึ่งเป็น Interchange ระหว่างสายสีเขียว สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ กับสายสีชมพู สถานีวงเวียนหลักสี่ เพราะทั้ง 2 สายจะวิ่งผ่านสถานที่สำคัญหลากหลาย โดยสายสีชมพูจะวิ่งผ่านถนนรามอินทราที่เป็นแหล่งชุมชนเดิม รวมถึงหมู่บ้านแนวราบเสียส่วนใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่างเซ็นทรัลรามอินทรา แฟชั่นไอซ์แลนด์ รวมถึงคอมมูนิตี้อยู่ 2-3 แห่ง เชื่อมต่อไปยังถนนแจ้งวัฒนะที่เป็นแหล่งออฟฟิศของทั้งเอกชน รัฐวิสาหกิจ และราชการอยู่หลายแห่งเกือบตลอดเส้นทาง ไปจนถึงปากเกร็ดแหล่งชุมชนดั่งเดิมและของกินอร่อยๆ มากมาย และยังมีจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม บางซื่อ-รังสิต (คาดว่าเปิดให้บริการปี 2563) บริเวณไอทีสแควร์ ที่จะวิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ HUB แห่งการเดินทางระดับอาเซียน ส่วนสายสีเขียวหากเรามองจุดสำคัญตลอดสองข้างทางของรถไฟฟ้าเส้นนี้ตั้งแต่สยาม-หมอชิต เข้าสู่ส่วนต่อขยายตั้งแต่ห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเมื่อไล่เรียงสิ่งอำนวยความสะดวกรวมทั้งสถานที่สำคัญ เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์ เมเจอร์รัชโยธิน ตลาดบางเขน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ตลาดยิ่งเจริญ โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และสถานที่ราชการหลายแห่ง เป็นต้น ไปจนถึงถนนลำลูกกา สถานีคูคต ก็จะเห็นได้ชัดว่าเป็นสายสำคัญมากสายหนึ่งในบ้านเรา ซึ่งทุกวันนี้ทั้งสายสีเขียวส่วนต่อขยาย กับสายสีชมพูกำลังดำเนินการก่อสร้างกันอยู่ เป็นรถไฟฟ้าในอนาคตที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความคาดหวังจะให้เกิดขึ้นเท่านั้น แต่เป็นสายที่จะเกิดขึ้นจริงแน่นอนในอนาคตอันใกล้เข้ามาทุกขณะ   ปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างตามที่เล่ามาทั้งหมดนี้ประกอบกันจนส่งให้ทำเลนี้เป็นที่หมายปองของการอยู่อาศัยสำหรับใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาในสถาบันใกล้เคียง คนทำงานย่านรามอินทรา-แจ้งวัฒนะ ใช้รถไฟฟ้าสายสีชมพูแคราย-มีนบุรี ได้อย่างสะดวก หรือกลุ่มคนทำงานในเมืองที่ขยับออกมาจากคอนโดมิเนียมในตัวเมืองที่มีราคาสูง แต่การเดินทางยังคงสะดวกด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต–สะพานใหม่–คูคต แม้กระทั่งคนที่อยู่อาศัยในย่านเดิมแล้วต้องการขยับขยาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากความคุ้นเคยเดิม       Knightsbridge Phaholyothin Interchange   คอนโดมิเนียม High Rise 15 ชั้น 726 ยูนิต 1 อาคาร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ทาวเวอร์  ลิฟท์ 6 ตัว แยกลิฟท์เซอร์วิช 2 ตัว ที่จอดรถ 40% มาแบบ Fully Furnished เฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมเข้าอยู่ บนเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 5 ไร่ ตัวโครงการ Knightsbridge Phaholyothin Interchange ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธินขาออก ก่อนถึงซอยพหลโยธิน 57 เยื้องกับเทสโก้โลตัส สาขาหลักสี่ประมาณ 100 เมตร ซึ่งจะอยู่ห่างจากจุด Interchange ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ กับสายสีชมพู สถานีวงเวียนหลักสี่ โดยไม่ต้องข้ามถนนก็สามารถเดินได้เพียง 250 เมตร อยู่ในระยะที่เดินได้สบายๆ ซึ่งมาในราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท     Floor Plan  โครงการจะมีลักษณะคล้ายรูปตัว C กับตัว I เชื่อมต่อกันเป็นอาคารเดียวกัน แต่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ทาวเวอร์  คือ ทาวเวอร์ A ด้านหน้าโครงการ และทาวเวอร์ B ล้อมรอบส่วนกลาง     ชั้น 3 จะเป็นชั้นเริ่มต้นของยูนิตพักอาศัย   ชั้น 4-5 เป็นศูนย์กลางของ Facility กลางโครงการ ซึ่งมีการวางอาคารให้ตรงส่วนกลางนี้สามารถรับลมธรรมชาติเข้ามาได้อย่างทั่วถึง     Unit Plan   ความพิเศษอย่างหนึ่งตรงที่แบบห้องมีให้เลือกมากมายถึง 20 แบบ ขนาดห้องมีตั้งแต่ 1 Bedroom 23.3 ไปจนถึง Duplex 51.20 ตร.ม. แต่ละขนาดก็จะมีมาให้เลือกต่างกัน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย เช่น   ยูนิตขนาดเริ่มต้นของโครงการ 23.30 ตร.ม. มีให้เลือก 2 แบบ ทั้งแบบแนวลึก Living Room กับ Bedroom อยู่ในโซนเดียวกัน และแบบ Duplex ยก Bedroom ขึ้นไปไว้ที่ชั้นลอย เพิ่มความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น       เป็น Type ที่แยกทุกห้องออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน โดยมีพื้นที่กลางห้องมากขึ้น ซึ่งจะมีการ Built in โต๊ะทำงานเพิ่มมาให้ตามไปด้วย     ยูนิตที่มี 1 Bedroom อยู่ชั้นบน แต่เพิ่มห้องอเนกประสงค์มาให้อีก 1 ห้อง ที่ชั้นล่างเชื่อมต่อกับระเบียง ซึ่งเราสามารถดัดแปลงห้องได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องชมภาพยนตร์ หรือแม้แต่ห้องนอนอีกห้องก็ยังได้     ยูนิตแบบ Penthouse 2 Bedroom ขนาด 48.90 ตร.ม. ก็มีมาให้เลือกทั้ง 2 แบบ คือ แบบชั้นเดียว กับ Duplex     ยูนิตขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ 51.20 ตร.ม. ที่จัดมาให้ถึง 3 ห้องนอน แบ่งเป็นชั้นล่าง 2  ห้องนอน และชั้นบนอีก 1 ห้องนอน แต่ละห้องนอนก็จะมีความพิเศษแตกต่างกันอย่างห้องนอนแรก จะมีระเบียงส่วนตัว ห้องนอนที่ 2 มีห้องน้ำในตัว และห้องนอนชั้นบนจะกั้น Walk In Closet    บรรยากาศภายในห้อง   Living Room โปร่งด้วยกระจกใสที่สามารถมองทะลุผ่านห้องนอนออกไปด้านนอก และยังช่วยเพิ่งแสงสว่างทำให้ห้องดูไม่อึดอัด   Space แนวลึก ได้พื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน   ห้องนอนส่วนตัว พร้อม Built in ตู้เสื้อผ้า   มุมโต๊ะเครื่องแป้ง หรือโต๊ะทำงาน Built in มาให้พร้อมใช้งาน   ห้องน้ำได้สุขภัณฑ์ทุกอย่างมาครบเซตตามที่เห็นพร้อมฉากกั้นกระจก   ห้องครัวปิดแยกออกเป็นสัดส่วน และยังเชื่อมต่อกับระเบียงห้อง ทำให้มีการระบายอากาศ และความชื้นภายในครัวได้ดี     Facility รวมพื้นที่แล้ว 3,700 ตร.ม. เริ่มตั้งแต่หน้าโครงการเข้าไปที่ชั้น G ภายในอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวกหลักชั้น 4-5 และ Rooftop ที่เราจะได้เห็นมุมมองเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ โซนเหนืออย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สำหรับโครงการนี้รวมแล้วจะแบ่งโซน Facility เอาไว้มากถึง 30 โซน เช่น Grand Lobby, Co-working space, Business room, Swimming pool, Curve Jacuzzi, Sunken lounge, Coin operate vending machine, Yoga room, Fit club, The Excited Sky bridge, Sky lounge, Sky sunset party, Sky BBQ area ฯลฯ         เปิดมุมมอง Sky Bridge เห็นสนามบินดอนเมืองโดยไร้อาคารสูงบดบัง ทำให้ Knightsbridge Phaholyothin Interchange สามารถสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ บนทำเลที่หาได้ยากเต็มที ด้วยระยะ 250 เมตรถึงสถานีรถไฟฟ้าที่เป็น Interchange ระหว่างสายสีเขียวกับสายสีชมพู แต่ราคาเริ่มต้นเพียง  2.49 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าคอนโดมิเนียมจะแล้วเสร็จปี 2563 พร้อมๆ กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจะเปิดให้ใช้บริการพอดี   คลิกลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดพิเศษ >>> https://bit.ly/2v2rFH3 เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 061-401-7000
ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเจาะลึกทำเลทองหล่อ-เอกมัย

ไนท์แฟรงค์ประเทศไทยเจาะลึกทำเลทองหล่อ-เอกมัย

นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ทำเลศักยภาพบนถนนสุขุมวิท ย่านทองหล่อ-เอกมัยถูกจัดไว้ในอันดับต้นๆเสมอด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางเมือง สามารถเข้าออกได้จากหลากหลายเส้นทางทั้งโดยรถยนต์ส่วนตัว รถไฟฟ้า BTS และรถโดยสารสาธารณะรูปแบบต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นซอยเล็กซอยน้อยที่มีอยู่ในทองหล่อ-เอกมัย ยังช่วยให้เดินทางทะลุไปยังถนนเส้นสำคัญและซอยต่างๆได้มากมาย ทั้งถนนสุขุมวิทสายหลัก ถนนพระราม 4 ถนนเพชรบุรี ทางพิเศษศรีรัช ทางพิเศษฉลองรัช ซอยสุขุมวิท 49 สุขุมวิท 51 สุขุมวิท 53 และสุขุมวิท 71 (ปรีดี พนมยงค์) เป็นต้น กล่าวได้ว่าทำเลนี้เดินทางไปไหนมาไหนง่ายดายทั้งสำหรับผู้มีรถยนต์ส่วนตัวและผู้ที่ชื่นชอบการใช้บริการรถสาธารณะเลยทีเดียว ส่วนในอนาคต เมื่อรถไฟฟ้าสายสีเทาระยะที่ 1 (วัชรพล-ทองหล่อ) เปิดให้บริการ ก็จะช่วยเติมเต็มการคมนาคมในพื้นที่ทองหล่อ-เอกมัยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและส่งเสริมทำเลนี้ให้มีมูลค่าสูงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว   แผนภาพแสดงสิ่งอำนวยสะดวกต่างๆในทำเลทองหล่อ-เอกมัยและพื้นที่ใกล้เคียง   ไม่เพียงสะดวกสบายในด้านการคมนาคมสัญจรเท่านั้น ทองหล่อ-เอกมัย ยังได้ชื่อว่าเป็นย่านซึ่งรวบรวมการใช้ชีวิตแบบ High-end Urban Living Lifestyle ที่ทันสมัยเหนือระดับไว้อย่างครบถ้วนเพื่อการใช้ชีวิตอย่างเพลิดเพลินสมบูรณ์แบบ ทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ สปา ฟิตเนสและสถานออกกำลังกายสำหรับครอบครัว co-working space พื้นที่สีเขียวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ร้านเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน Art Gallery ตลอดจนร้านอาหารนานาชาติระดับพรีเมี่ยมและคาเฟ่หลากสไตล์ที่ตั้งอยู่สองฝั่งถนน รวมถึงในซอยย่อยอันสงบร่มรื่นแซมด้วยสีเขียวของต้นไม้ใบไม้ ให้บรรยากาศ Slow life และสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกวัยกำลังศึกษาเล่าเรียน ทองหล่อ-เอกมัยและพื้นที่ใกล้เคียงก็มีสถานศึกษาคุณภาพสูงและได้รับมาตรฐานระดับสากลหลายแห่งไว้รองรับความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาลนานาชาตินิวแบมบิโน โรงเรียนอนุบาลนานาชาติทรินิตี้ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติโคบาโตะ โรงเรียนแอดเวนทีสเอกมัย โรงเรียนนานาชาติเวลส์ โรงเรียนนานาชาติเอกมัย ฯลฯ โดยสถานศึกษาเหล่านี้เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ไปจนถึงอนุปริญญา   นอกจากนี้ทำเลทองหล่อ-เอกมัยและพื้นที่ใกล้เคียงยังพรั่งพร้อมไปด้วยโรงพยาบาลชั้นนำที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โรงพยาบาลคามิลเลียน โรงพยาบาลสุขุมวิท และโรงพยาบาลเพชรเวช ส่วนผู้ที่มีสัตว์เลี้ยงก็สามารถใช้บริการโรงพยาบาลสัตว์ในพื้นที่ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย เช่น โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ โรงพยาบาลสัตว์เอกมัย โรงพยาบาลสัตว์สุขุมวิท 49 เป็นต้น   ด้วยความครบครันทั้งด้านทำเลที่ตั้งและสิ่งอำนวยสะดวกระดับพรีเมี่ยมในพื้นที่นี่เอง จึงทำให้ทองหล่อ-เอกมัยดึงดูดผู้คนมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ที่ได้ชื่อว่าหรูหราและมีระดับที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ไม่เพียงเป็นย่านที่รุ่มรวยไปด้วยสีสันแห่งการใช้ชีวิต ทองหล่อ-เอกมัยยังเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของ Urban Lifestyle ด้วยที่พักอาศัยในรูปแบบคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end และ Luxury กระจายอยู่ทั่วไปในพื้นที่ ผู้พักอาศัยในทำเลนี้นอกจากคนไทยที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตสะดวกสบายใจกลางเมืองอันรายล้อมไปด้วย facilities และ amenities ชั้นเยี่ยมแล้ว ยังมีชาวต่างชาติอีกเป็นจำนวนมากที่เลือก ทองหล่อ-เอกมัย เป็น “บ้าน” เนื่องจากย่านนี้มีความพร้อมสูงในทุกๆด้าน จึงสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้อยู่อาศัยได้อย่างไร้ข้อกังขา ความร้อนแรงของเอกมัย-ทองหล่อไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ เห็นได้ชัดจากการที่ยังมีร้านค้าใหม่ๆ ที่พักอาศัยใหม่ๆเกิดขึ้นในทำเลนี้อย่างต่อเนื่อง และนับวันย่านนี้จะทวีความเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเมือง การได้เข้ามาใช้ชีวิตอย่างเต็มรูปแบบในทำเลทองอย่างทองหล่อ-เอกมัย โดยจับจองที่พักอาศัยฮอตฮิตอย่างคอนโดมิเนียมจึงนับเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่เองหรือซื้อเพื่อลงทุนก็ล้วนคุ้มค่า เนื่องจากทำเลนี้เติบโตต่อเนื่องและแน่นอนว่าจะเป็นทำเลที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างท่วมท้นในอนาคต   สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมทองหล่อ-เอกมัย ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่ศึกษาครอบคลุมตั้งแต่ถนนสุขุมวิทซอย 55 ถึงสุขุมวิทซอย 63 จากการสำรวจและวิจัยโดยทีมวิจัยอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พบว่ามีอุปทานสะสมในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปี 2551 ถึงครึ่งปีแรกของปี 2561 รวมทั้งสิ้น 6,112 หน่วย โดยปี 2554 เป็นปีที่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงสุดถึง 1,268 หน่วย เติบโตกว่า 365% เมื่อเทียบกับปี 2551 อย่างไรก็ตาม อุปทานใหม่ระหว่างปี 2555 – 2557 ได้ปรับตัวลดลงอยู่ในระดับคงตัวเฉลี่ย 330 หน่วยต่อปี และลดลงต่ำสุดเหลือเพียง 88 หน่วย ในปี 2558 ทั้งนี้ตลาดกลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2559-2560 มีอุปทานใหม่เข้ามาเฉลี่ย 914 หน่วยต่อปี ส่วนครึ่งปีแรกของปี 2561 มีคอนโดมิเนียมใหม่เข้าสู่ตลาด 220 หน่วย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่ามีอีกไม่ต่ำกว่า 2,800 หน่วย ที่จะทยอยเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น หมายความว่าปี 2561 ทั้งปีจะมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดสูงถึง 3,000 หน่วย สูงที่สุดในรอบ 11 ปีเลยทีเดียว และเป็นที่น่าสังเกตว่ากว่า 40% ของคอนโดมิเนียมที่จะเปิดใหม่ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่เอกมัย ซึ่งเป็นสัญญาณค่อนข้างชัดเจนว่าทำเลนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ประกอบการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังแผ่ศักยภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยปัจจัยหนุนหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งซึ่งรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากทองหล่อ ในขณะที่ราคาสามารถเอื้อมถึงได้มากกว่า     ที่มา : ไนท์แฟรงค์ประเทศไทย
บ้านกลางเมือง The Edition เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์เมือง พระราม 9-พัฒนาการ เพียง 10 นาที*

บ้านกลางเมือง The Edition เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์เมือง พระราม 9-พัฒนาการ เพียง 10 นาที*

เมื่อเราพูดถึงบ้านสักหลัง สิ่งแรกที่ทุกคนจะต้องคำนึงถึงนั่นคือเรื่องของทำเลที่สามารถเดินทางได้สะดวก ใช้ทางด่วนเพื่อเข้าใจกลางเมืองได้ง่าย ขณะเดียวกันยังคงได้พื้นที่กว้างๆ ท่ามกลางความเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยธรรมชาติรอบตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครๆ ต่างก็ใฝ่หาในช่วงเวลาส่วนตัว หากมีองค์ประกอบเหล่านี้รวมกันก็จะทำให้บ้านของเรานั้นสมบูรณ์แบบ และกลายเป็นสังคมคุณภาพในบ้านของเราเอง     ตั้งแต่มีการเดินหน้าเรื่อง EEC (Eastern Economic Corridor) กันอย่างจริงจังก็ดูเหมือนกับว่า อสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ โซนตะวันออกจะกลับมาคึกคักกันไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียมก็ตาม เพราะเป็นจุดที่เดินทางเชื่อมต่อเข้าเมืองได้ง่ายที่สุด และยังเดินทางไปภาคตะวันออกได้ใกล้ที่สุดแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงชลบุรีแล้ว เผลอๆ ใช้เวลาน้อยกว่าขับรถในกรุงเทพฯ เสียอีกใช่ไหมคะ ซึ่งถนนสายสำคัญที่สุดคงจะหนีไม่พ้นถนนกรุงเทพ–ชลบุรีสายใหม่ หรือที่เรียกกันติดปากกันว่ามอเตอร์เวย์ ซึ่งเริ่มต้นถนนจากการเชื่อมต่อจากทางพิเศษศรีรัช ช่วงถนนพระราม 9 ตัดกับถนนศรีนครินทร์ แล้วตรงยาวผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ข้ามแม่น้ำบางปะกง แล้วเข้าสู่จ.ชลบุรี ไปจนสุดที่พัทยา รวมแล้วมีระยะทางประมาณ 125 กิโลเมตร โดยใครที่เคยขับรถบนถนนเส้นนี้ก็จะทราบกันดีค่ะว่าเป็นถนนที่ขับสบาย เพราะถนนกว้างถึง 8 เลน ไม่ว่าจะเข้าเมืองไปยังย่านพระราม 9 หรือจะออกนอกเมืองไปสนามบินสุวรรณภูมิ-ภาคตะวันออกก็สะดวกมากทีเดียวค่ะ และเชื่อว่าถนนสายนี้จะกลายเป็นหัวใจหลักทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว และทางเศรษฐกิจอันกำลังรุดหน้าขึ้นเรื่อยๆ                      เหตุผลในความน่าสนใจไม่ได้มีเฉพาะตัวถนนกรุงเทพ–ชลบุรีสายใหม่ เท่านั้นนะคะ แต่ถนนพระราม 9 จากแยกพระราม 9 ไปจนเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ก็เป็นที่จับตามองในความเป็น New CBD มาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เพราะความเพียบพร้อมรอบด้านไม่ว่าจะเป็นอาคารออฟฟิศเกรด A ศูนย์การค้าหลายแห่ง ตลาดนัดรถไฟขนาดใหญ่ สถานบันเทิง โรงพยาบาลชั้นนำ และความสะดวกในการเดินทางทั้งทางด่วนและระบบขนส่งสาธาณะ ส่งผลให้มีความเติบโตของเมืองอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะได้มอเตอร์เวย์ในการเชื่อมต่อความเติบโตนี้ส่งไปถึงโซน EEC ต่อไปได้ไม่ยาก      นอกจากผู้ที่ใช้รถใช้ถนนแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการเดินทางในกรุงเทพฯ ที่จะขาดไปเสียไม่ได้นั่นคือรถไฟฟ้า เพราะความรวดเร็วจะช่วยประหยัดเวลาได้ไม่น้อย ซึ่งยังมีอีกหลายโปรเจค หลายเส้นทางที่กำลังเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมเส้นทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อบรรเทาความแออัดของการจราจรลง ซึ่งหากพูดถึงรถไฟฟ้าสายหลักของย่านนี้ก็คือ Airport Rail Link ที่เริ่มต้นสายเป็น Interchange กับ BTS สายสีเขียว สถานีพญาไท ไปสิ้นสุดสายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งสายนี้จะยิ่งทวีความสำคัญเมื่อมีการขยายเส้นทางนี้ขึ้น เป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน จากสนามบินดอนเมือง-สนามบินสุวรรณภูมิ-สนามบินอู่ตะเภา รวมระยะทาง 220 กิโลเมตร โดยจะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม. ถือเป็น Mega Project ที่ไม่ไกลเกินรอคอย ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการเมื่อไรก็จะใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ-สนามบินอู่ตะเภา ประมาณ 45 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้เราจะไม่พูดถึงบริเวณสี่แยกพัฒนาไม่ได้ค่ะ เพราะในอนาคตจะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางออกไปได้หลากหลายเส้นทาง อาทิ Airport Rail Link กับรถไฟ สถานีหัวหมาก ที่เปิดให้บริการอยู่ทุกวันนี้แล้ว ในอนาคตกำลังจะเกิดรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ทุกวันนี้ คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2563 และยังมีรถไฟชานเมืองสายตะวันออก-ตะวันตก(สายสีแดงอ่อน) ขณะนี้กำลังก่อสร้างช่วงระยะบางซื่อ-หัวหมาก แต่หากเสร็จสมบูรณ์ทั้งสายแล้วก็จะวิ่งตั้งแต่ จ.นครปฐม ช่วงศาลายา-ตลิ่งชัน-สะพานพระราม 6-บางซื่อ-พญาไท-หัวหมาก ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีจุดตัดกันอยู่ที่สี่แยกพัฒนาการแห่งนี้                  บ้านกลางเมือง The edition พระราม9-พัฒนาการ โครงการใหม่จาก AP ที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเลที่สามารถเข้าไปในย่าน New CBD อย่างพระราม 9 หรือจะเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิก็ใช้เวลาเพียง 10 นาที และยังห่างจาก Airport Rail Link สถานีบ้านทับช้าง ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการบนถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ เดินทางสะดวกสบายทั้งเข้าเมืองด้วยทางพิเศษศรีรัช เพียง 10 นาทีก็ถึงแยกพัฒนาการ-พระราม9 และออกนอกเมืองโดยใช้มอเตอร์เวย์ได้สะดวก โดยสามารถเข้า-ออกโครงการได้ 2 เส้นทาง คือ   -จากทางพิเศษศรีรัช เชื่อมต่อมอเตอร์เวย์ขาออก ออกทางคู่ขนานแล้วกลับรถบนสะพานเกือกม้า เมื่อลงสะพานกลับรถอีกครั้ง ตรงไปตามทางจนลอดใต้ถนนกาญจนาภิเษก ก็จะพบกับทางเข้าโครงการอยู่ทางขวามือ   -จากแยกพัฒนาการ มาตามฝั่งขาออก เลี้ยวซ้ายลงถนนอ่อนนุชจนถึงแยกประเวศแล้วเลี้ยวซ้าย ผ่าน สน.ประเวศ เลี้ยวขวาผ่านหน้า dcondo แล้วไปตามทางลอดใต้ถนนกาญจนาภิเษก ก็จะพบกับทางเข้าโครงการอยู่ทางขวามือ       โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 18 ไร่ โดยมีให้เลือกทั้งบ้านแฝด แบบบ้าน NEW X-TREND 3 ชั้น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ  3 คัน หน้ากว้าง 11.00 เมตร และทาวน์โฮม แบบบ้าน TERRARIA 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน หน้ากว้าง 5.00 เมตร รวมทั้งหมด 118 ยูนิต ซึ่งทั้งตัวบ้านและสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของโครงการ ที่แม้จะสร้างความหรูหราเพื่อคุณภาพชีวิตของลูกบ้านในโครงการ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะใส่ธรรมชาติลงไปรอบโครงการ ไม่ว่าจะต้นไม้ใหญ่อันร่มรื่น หรือสนามหญ้าสีเขียวเพิ่มความสดชื่น สอดรับกับเส้นสายในส่วนของ Facility ที่ถูกดีไซน์เสมือนเป็นตัวแทนของสายลมพัดผ่านโครงการอยู่ตลอดเวลา   บ้านแฝด NEW X-TREND 3 ชั้น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ  3 คัน หน้ากว้าง 11.00 เมตร   Facility ท่ามกลางธรรมชาติภายในโครงการ   สิ่งอำนวยความสะดวกจะมีทั้ง อาคารสโมสรพร้อม Fitness, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, สวนสาธารณะ, PLAYGROUND และ PET PARK พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา อย่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Access Card สำหรับเข้า-ออกโครงการ, ระบบ CCTV ทางเข้า-ออกโครงการ และกระจายตามจุดสำคัญรอบโครงการ เป็นต้น    ความกว้างขวาง หรูหราเหนือระดับ เป็นส่วนตัว ใน PENTHOUSE MASTER BEDROOM   Living Room สถานที่พักผ่อนอย่างใกล้ชิดธรรมชาติสำหรับทุกคนในครอบครัว     เปิดจองครั้งแรกรอบ VVIP BOOKING วันที่ 21-22 ก.ค. 61 ในราคาเริ่มต้น 7.69 ล้านบาท ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ VVIP Privilege 100,000 บาท* >>> https://goo.gl/XA5NzA                      
ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ พุ่งขึ้น 1,000% ในช่วง 30 ปี

ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ พุ่งขึ้น 1,000% ในช่วง 30 ปี

ราคาที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพมหานครปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,000% นับจากปีพ.ศ. 2531 เมื่อซีบีอาร์อีเปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในยุค “เอเชียไทเกอร์” ระหว่างปีพ.ศ. 2531 - 2539 ก่อนที่ตลาดจะหยุดชะงักเพราะวิกฤตการณ์ทางการเงินในปีพ.ศ. 2540   การเติบโตของราคาที่ดินเริ่มขยับสูงขึ้นในช่วงกลางทศวรรษปี 2540 และราคามีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองปีที่ผ่านมาสำหรับที่ดินที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองที่สำคัญหรือในซีบีดี   ในช่วงปลายทศวรรษปี 2520 ต่อเนื่องเข้าสู่ทศวรรษปี 2530  มีการซื้อขายที่ดินขนาดใหญ่ 2 แปลงด้วยกัน คือ ที่ดินขนาด 8 ไร่บนถนนสาทร โดยผู้พัฒนาเดิมของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ซื้อไปที่ราคาประมาณ 125,000 บาทต่อตารางวา และที่ดินขนาด 21-1-08 ไร่บนถนนวิทยุซึ่งเป็นบ้านของผู้จัดการธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดในยุคนั้น ขายให้กับกลุ่มเอ็มไทย มูลค่าที่ดินประมาณ 250,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งปัจจุบันพัฒนาเป็นโครงการออลซีซั่น เพลส   สำหรับการขายที่ดินแปลงล่าสุดในย่านสารทร คือ ที่ดินขนาด 8 ไร่ของสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งขายไปด้วยราคาประมาณ 1.45 ล้านบาทต่อตารางวาในปีพ.ศ. 2560  และในย่านลุมพินี บริษัท เอสซี แอสเสท ซื้อที่ดินขนาด 880 ตารางวาบริเวณถนนหลังสวนด้วยมูลค่าประมาณ 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา และการซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยคือการขายที่ดินสถานทูตอังกฤษขนาด 23 ไร่ในปีพ.ศ. 2561 ให้แก่บริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและฮ่องกงแลนด์   การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินนั้นไม่เหมือนกันทั้งหมด และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นยังเป็นไปตามรูปแบบการพัฒนาเมืองของกรุงเทพฯ    ในอดีตศูนย์กลางทางธุรกิจตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง และศูนย์ราชการตั้งอยู่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์   ในช่วงทศวรรษปี 2490 และ 2500 ศูนย์กลางทางธุรกิจได้ย้ายไปที่ถนนสีลมและถนนสุรวงศ์   กรุงเทพฯ เติบโตมากขึ้นในทศวรรษที่ 2510 และ 2520 แต่ยังไม่มีการกำหนดศูนย์กลางของเมืองอย่างชัดเจน และการพัฒนาได้ขยายตัวออกไปเพราะมีการสร้างถนนใหม่ๆ แต่ในปัจจุบันปัจจัยเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว   การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 ประการที่มีผลกับราคาที่ดิน คือ การเปิดและขยายระบบขนส่งมวลชน โดยรถไฟฟ้าบีทีเอสสายแรกเปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2542 และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินเข้มเปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2547 ระบบขนส่งมวลชนดังกล่าวได้ทำให้วิถีชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการทำงานและการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป   ในช่วงปลายทศวรรษ 2560  กรุงเทพฯ จะมีระบบขนส่งมวลชนรวมระยะทางประมาณ 460 กิโลเมตร เปรียบเทียบกับกรุงลอนดอนที่มีระบบรถไฟใต้ดินรวมระยะทาง 402 กิโลเมตร   ความนิยมในระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ ที่มีผู้ใช้มากกว่า 1.2 ล้านคนต่อวัน ได้ทำให้มูลค่าที่ดินที่อยู่ใกล้กับสถานีปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกสายหรือทุกสถานีที่จะได้รับความนิยมอย่างเท่าเทียมกัน  ส่วนหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดมูลค่าของที่ดินก็มาจากความนิยมของระบบขนส่งมวลชนแต่ละสายและแต่ละสถานี   “ปัจจัยสำคัญอีกประการที่เป็นตัวกำหนดราคาที่ดิน ก็คือ ข้อกำหนดในเรื่องผังเมืองและพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ว่าด้วยเรื่องขนาดพื้นที่ที่สามารถสร้างได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าถ้าสามารถสร้างพื้นที่ได้น้อย ราคาที่ดินก็จะไม่ปรับสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด” นางกุลวดี สว่างศรี กรรมการบริหาร หัวหน้าแผนกการลงทุนและที่ดิน  ซีบีอาร์อี ประเทศไทยกล่าว   ข้อกำหนดในเรื่องผังเมืองและการควบคุมการก่อสร้างอาคารมีความเข้มงวดและซับซ้อนมากขึ้น และในปัจจุบันได้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการกำหนดราคาที่ดิน   ในช่วงทศวรรษปี 2520 และ 2530 กรุงเทพฯ ได้ขยายตัวออกไปมากขึ้น แต่ในช่วงทศวรรษปี 2540 กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นเมืองที่ความเจริญรวมเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้น ด้วยการเกิดขึ้นของอาคารชุดพักอาศัยแนวสูงและการเติบโตของพื้นที่สำนักงานที่ทันสมัย   พื้นที่ใจกลางเมืองได้รับการกำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนมากขึ้น และเกิดการพัฒนาโครงการรอบใหม่บนพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์มากนัก เช่น ที่ดินขนาด 105 ไร่ที่เป็นที่ตั้งของโครงการวัน แบงค็อก บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 ตัดกับถนนวิทยุ ราคาที่ดินเริ่มมีสัดส่วนที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับต้นทุนโดยรวมในการพัฒนาโครงการ เนื่องจากราคาที่ดินมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วกว่าค่าก่อสร้าง มูลค่าโดยรวมในการพัฒนาโครงการได้เพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้คอนโดมิเนียมมีราคาขายที่แพงขึ้นและทำให้จำเป็นต้องมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้โครงการที่มีรายได้จากค่าเช่าสามารถเกิดขึ้นได้   ซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่า ที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพฯ จะยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดต่อไปในการพัฒนาโรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และอาคารประเภทอื่น ๆ เช่น โรงพยาบาล เป็นต้น กรุงเทพฯ จะมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ใจกลางเมืองที่ชัดเจนมากขึ้น และการพัฒนาโครงการจะขยายตัวไปตามเส้นทางการเดินรถของระบบขนส่งมวลชนบริเวณรอบสถานี   การที่ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับระดับความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ และผลตอบแทนที่จะได้รับจากการพัฒนาโครงการ  ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าสามารถพัฒนาโครงการอะไรได้ และในระดับราคาใดที่ลูกค้ามีกำลังในการซื้อหรือการเช่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ เนื่องจากที่ดินแบบมีกรรมสิทธิ์เต็มหรือฟรีโฮลด์ในย่านใจกลางเมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนานั้น มีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ   ซีบีอาร์อีจึงคาดว่าราคาที่ดินจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในบางครั้ง ที่ดินมีราคาสูงกว่ามูลค่ารวมของอาคารที่ตั้งอยู่บนแปลงที่ดิน  และเราจะได้เห็นว่ามีอาคารเก่าถูกรื้อถอนและมีการพัฒนาโครงการขึ้นใหม่บนที่ดินแปลงเดิมมากขึ้น   เราได้เริ่มเห็นการรื้อถอนอาคารเคี่ยนหงวน ทาวเวอร์ 1 บนถนนวิทยุ และอาคารวานิสสา บนถนนชิดลม  รวมทั้งแผนการรื้อถอนโรงแรมดุสิตธานีและปรับปรุงพื้นที่ใหม่  แต่จนถึงขณะนี้ การรื้อถอนเกิดขึ้นกับอาคารที่มีเจ้าของเดียวเท่านั้น   ในปัจจุบัน กฎหมายอาคารชุดกำหนดให้เจ้าของร่วมต้องเห็นชอบร่วมกันทั้ง 100% ที่จะเพิกถอนอาคารเพื่อให้สามารถขายอาคารและนำมาพัฒนาใหม่ได้ ซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านเราแม้ว่าปัจจุบันจะมีคอนโดมิเนียมบางแห่งที่มูลค่าของทุกยูนิตรวมกันจะมีมูลค่าน้อยกว่าการถือครองที่ดินเปล่าที่ใช้สร้างคอนโดมิเนียมนั้นก็ตาม การขายยูนิตทั้งหมดและนำมาพัฒนาขึ้นใหม่ได้เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ซึ่งจำนวนเจ้าของร่วมที่ต้องเห็นชอบร่วมกันในการขายทั้งอาคารมีสัดส่วนที่น้อยกว่าของไทย ซีบีอาร์อีมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้รับความเห็นชอบทั้ง 100% จากเจ้าของร่วมในกรุงเทพฯ ในการขายห้องชุดทั้งหมดให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์   "สมมติว่าข้อกำหนดด้านผังเมืองไม่มีการเปลี่ยนแปลง และขนาดพื้นที่ที่สามารถสร้างขึ้นได้ยังคงเหมือนเดิม ที่ดินในย่านซีบีดีของกรุงเทพฯ มีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวสรุป   การปรับขึ้นราคาที่ดินจะไม่อยู่ในระดับที่คงที่ และจะมีความสอดคล้องกับวัฏจักรทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
พหลฯ-ประดิพัทธ์ ทำเลใหม่ในย่านสุดคลาสสิค

พหลฯ-ประดิพัทธ์ ทำเลใหม่ในย่านสุดคลาสสิค

เน็กซัส ชี้พหลฯ-ประดิพัทธ์เป็นตลาดคอนโดมิเนียมทำเลใหม่ในย่านสุดคลาสสิค สนนราคาขายถูกกว่าทำเลใกล้เคียงกันบนถนนพหลโยธิน ในระยะการเดินทางและสิ่งแวดล้อมเดียวกัน ทำเลศักยภาพที่มีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คุ้มค่าทั้งในแง่ของการซื้อไว้เป็นทรัพย์สินและการลงทุนในอนาคต     นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ทำเลประดิพัทธ์เป็นทำเลใหม่ที่น่าจับตามอง ภาพรวมของย่านพหลฯ-ประดิพัทธ์ยังคงความคลาสสิค เป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนเก่าแก่ โรงแรม เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารชื่อดัง ซึ่งประกอบกิจการในอาคารพาณิชย์ 3-4 ชั้น เป็นช่วง ๆ ตลอดแนวถนนประดิพัทธ์ การเจริญเติบโตของเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้ศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของย่านนี้เพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันราคาที่ดินในตลาดตลอดแนวถนนเสนอขายที่ราคาตารางวาละ 600,000 – 800,000 บาท โดยบริเวณข้างเคียง ได้แก่ บริเวณซอยย่อยในทำเลอารีย์ บริเวณถนนพหลโยธินตั้งแต่ช่วงจตุจักรไปจนถึงสถานีบีทีเอสสะพานควาย และช่วงสถานีบีทีเอสสะพานควายไปตลอดจนถึงอนุสาวรีย์ฯ เสนอขายที่ดินที่ราคาตารางวาละ 600,000 – 800,000 บาท 900,000 – 1,000,000 บาท และ 1,200,000 – 1,500,000 บาท ตามลำดับ     ราคาคอนโดมิเนียมเฉลี่ยในทำเลพหลฯ-ประดิพัทธ์ปัจจุบันเสนอขายที่ราคาตารางเมตรละ 170,000 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาเฉลี่ยที่ต่ำกว่าราคาคอนโดมิเนียมบนถนนเส้นหลักพหลโยธินตั้งแต่ช่วงสถานีบีทีเอสสะพานควายไปจนถึงอนุสาวรีย์ที่เสนอขายในราคา 218,000 บาท/ตารางเมตร โดยทั้งสองทำเลมีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน ทั้งในแง่ของขนาดถนน การคมนาคม และสาธารณูปโภค   สำหรับคอนโดมิเนียมในบริเวณข้างเคียง ได้แก่ บริเวณซอยย่อยในทำเลอารีย์ และบนถนนพหลโยธินในทำเลจตุจักร มีระดับราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 154,000 บาท และ 166,000 บาท ตามลำดับ แม้ว่าทำเลดังกล่าวจะอยู่ห่างจากทำเลพหลฯ-ประดิพัทธ์ในระยะที่ไม่แตกต่างกัน แต่ระดับราคาคอนโดมิเนียมเฉลี่ยต่อตารางเมตรต่ำกว่า ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยทางด้านกายภาพของบริเวณซอยย่อยในทำเลอารีย์ ที่ส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดเล็ก ขนาดอาคารที่อยู่อาศัยไม่เกิน 8 ชั้น และที่ตั้งโครงการคอนโดมิเนียมทำเลจตุจักรมีระยะการเข้าถึงกรุงเทพฯ ชั้นในมากกว่า เมื่อเทียบกับทำเลอื่นข้างต้น     ทำเลใกล้กัน ในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน   ทำเลพหลฯ-ประดิพัทธ์ สามารถเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง และหลายรูปแบบ อยู่ในระยะเดินทางไปยังเส้นทางหลักถนนพหลโยธินและถนนพระรามที่ 6 โดยใช้เวลาประมาณ 5-10 นาทีด้วยรถยนต์ หรือในระยะเดินเท้า 10-15 นาที ใช้เส้นทางลัดไปยังทำเลอารีย์ได้จากซอยย่อยต่าง ๆ การเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดทั้งสถานีสะพานควายและอารีย์ อยู่ในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกันกับทำเลที่ตั้งที่อยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบนถนนพหลโยธิน นอกจากนี้การใช้บริการทางพิเศษทั้งการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพชั้นใน กรุงเทพฝั่งเหนือหรือวงแหวนรอบนอก ก็สามารถใช้บริการได้ในระยะรัศมี 2 กิโลเมตร     พื้นที่โดยรอบทำเลมีสาธารณูปโภคอื่น ๆ ครบครัน มีห้างสรรพสินค้าและ คอมมูนิตี้ มอลล์กว่า 10 แห่ง สถานศึกษาขนาดใหญ่ 2 แห่ง โรงพยาบาล 6 แห่ง สถานที่ราชการ 7 แห่ง และอาคารสำนักงานอีกนับไม่ถ้วนทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ยังไม่นับรวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อที่กระจายตัวอยู่อีกจำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบกับทำเลใกล้เคียง จะพบว่าสิ่งแวดล้อมโดยรอบแทบจะเป็นสิ่งแวดล้อมเดียวกัน   ทำเลที่มีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง   เป็นระยะเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว ตั้งแต่มีโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวเปิดให้บริการ ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าเส้นแรกของประเทศไทยเชื่อมพื้นที่กรุงเทพฝั่งเหนือ (จตุจักร) กรุงเทพชั้นใน และฝั่งตะวันออก (แบริ่ง) การปรับเปลี่ยนผังเมืองตามการเจริญเติบโตของเมือง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีน้ำตาลและมีสีแดงเป็นบางช่วง นั่นทำให้พื้นที่โซนนี้มีศักยภาพในการพัฒนาในอัตราส่วนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับขนาดที่ดิน สามารถพัฒนาได้ทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบและแนวสูง รวมไปถึงเพื่อการพาณิชย์ โรงแรมและสำนักงาน เป็นต้น     ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าจะเปิดใช้บริการในปี 2563 ได้แก่ ส่วนคมนาคม คือรถไฟฟ้าสายสีแดง ตลอดแนวถนนกำแพงเพชร 5 โดยสถานีที่ใกล้กับทำเลนี้ที่สุดคือ สถานีประดิพัทธ์ ซึ่งจะทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และส่วนที่เป็นอาคาร 2 โครงการ คือ เดอะไรส์ บาย ศรีศุภราช เป็นโครงการมิกซ์ ยูสของกลุ่มศรีศุภราชกรุ๊ป รวมค้าปลีก ช็อปปิ้งมอลล์และโรงแรมระดับ 4 ดาว โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลวิมุตติ ของบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพ บนพื้นที่รวม 7 ไร่เศษ นอกจากนี้ยังมีโครงการขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งมีแผนจะเปิดให้บริการภายใน 5-15 ปีนี้ ได้แก่ เดอะ ยูนิคอร์น โครงการมิกซ์ ยูส ของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มีแนวคิดจะสร้างให้เป็นศูนย์กีฬา รวมร้านค้าปลีกและพื้นที่สำนักงานไว้ด้วยกัน และโครงการ บางกอก เทอร์มินอล อยู่ระหว่างการพัฒนาที่ดินให้เป็นมิกซ์ ยูส มีพื้นที่สำนักงาน โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ที่จอดรถ และพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นสถานีขนส่ง สุดท้ายคือโครงการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ บนพื้นที่กว่า 218 ไร่ ตามแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ตามโครงข่ายสถานีขนส่งมวลชนแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ที่เป็นแหล่งศูนย์รวมคมนาคมทางรางระดับอาเซียน  
ร้านอร่อย ย่านท่าเรือคลองสาน (ท่าน้ำคลองสานพลาซ่า)

ร้านอร่อย ย่านท่าเรือคลองสาน (ท่าน้ำคลองสานพลาซ่า)

คนที่อยู่ย่าน "คลองสาน" จะปฏิเสธบอกว่าไม่รู้จัก ท่าน้ำคลองสานพลาซ่า ไม่ได้แน่ๆ เพราะ ท่าน้ำคลองสานพลาซ่า เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ที่มีเหล่านักช้อปทั้งหลาย อยากจะมาเดินซื้อหาเสื้อผ้า และสินค้าแฟชั่นอย่างมากมาย ที่นี่มีร้านค้า ร้านอาหาร ข้างทางยาวตั้งแต่ถนนเจริญนครยันท่าเรือเลย และ ที่จะพูดกัน แนะนำกันในวันนี้ คือร้านอร่อยๆ ที่พลาดไม่ได้ หลังจากเดินช้อปกันจนเหนื่อย จนเมื่อย ลองหาร้านอร่อยๆ แถวๆ นี้กินดูครับ ขอบอกเลยว่า อร่อยจริงๆ มาตามดูกันว่ามีร้านไหนกันบ้าง...       บัวลอยคลองสาน มาที่คลองสานคงจะไม่พลาดที่จะต้องกินบัวลอย เพราะเม็ดบัวลอยที่ นุ่ม ละมุนลิ้น มีทั้งบัวลอยไข่เค็ม บัวลอยไข่หวาน หวานเจ้มจ้นมากจ้ะ #บัวลอยไข่เค็ม 🗓 เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. 📍คลองสานพลาซ่า     ขนมเบื้องคลองสาน ขนมเบื้องชิ้นโตทำร้อนๆมารอเสิร์ฟ มีหลายแบบ หลายไส้ทั้งหวาน ทั้งเค็ม ครบรส ไส้ก็แน่นเต็มปากเต็มคำ เน้นๆ ทั้งลูกเกด ฝอยทอง มะพร้าวคั่ว 🗓 เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. 📍คลองสานพลาซ่า     ราชาขนมโตเกียว โตเกียวสุดครีเอท มีมากมายหลายไส้ เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินก็ยังได้ มีทั้งไส้กรอก ปูอัด ปลาชีส แป้งก็กรอบไส้ก็เต็มปาก โอ้ยย ฟินมั่กๆ 🗓 เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. 📍คลองสานพลาซ่า     แม่อนงค์กล้วยปิ้ง กล้วยปิ้ง มันทิพย์ มันญี่ปุ่น ขอบอกพร้อมมากกก มันทิพย์ ก็ปั้นกลมพอดีคำ นุ่มละมุนมาก ราคาก็เป็นมิตรกับกระเป๋า จิ้มลิ้มมากเวอร์ 🗓 เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. 📍คลองสานพลาซ่า     ทาโกะยากิ ทาโกะยากิร้อนๆทำออกมามีมากมายหลายไส้ ทั้ง ปลาหมึก ทูน่า กุ้ง แซลม่อน แน่นเวอร์ผสานกับซอสราดหอมๆ กรุบกริบสุดดดด 🗓 เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 📍คลองสานพลาซ่า     อิ่วก้วย ขนมที่ใครหลายๆคนอาจจะงง อิ่วก้วย เป็นขนมโบราณของจีน จะเป็นแป้งนุ่มๆ ที่ห่อด้วยไส้ มีทั้ง ไส้หน่อไม้ กู๋ไช่ เผือก เยอะมากก และก็นำมาทอดร้อนๆ กัดแล้วอิ่มเอมม๊ากมาก 🗓 เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. 📍คลองสานพลาซ่า     ไก่อบโอ่ง ไก่อบโอ่งร้อนๆ ยกขึ้นมาจากโอ่ง สับออกมาเป็นชิ้นหยิบกินง่าย คล่องมือกันเลยทีเดียว เนื้อก็นุ่มละมุนลิ้นมากเวอร์ น้ำจิ้มก็เป็นสูตรมะขามขอบอกแซ่บ! 🗓 เปิดบริการทุกวัน ⌚ 10:00-20:00 น. 📍คลองสานพลาซ่า   เป็นไงกันบ้าง เห็นแต่ละร้าน น้ำลายไหลกันเลยทีเดียว ทำเลทองบ้าน คอนโดดีๆ แถวคลองสานเพียบ อาจจะแว่บออกมาเดินชิวๆ ชิมของอร่อยๆ ตามใจปากกันเลยทีเดียว... ตามพิกัด Google Map นี้ไปเลยครับ     ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพประกอบสวยๆ จาก EventPass
ทาวน์เฮ้าส์ระดับ “Best in class” ลงตัวทุกไลฟ์สไตล์ในราคาที่เอื้อมถึงจากแสนสิริ

ทาวน์เฮ้าส์ระดับ “Best in class” ลงตัวทุกไลฟ์สไตล์ในราคาที่เอื้อมถึงจากแสนสิริ

เวลาเรามองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมแล้วเข้ากันได้กับไลฟ์สไตล์ของเราเอง คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ ยิ่งอยู่กันเป็นครอบครัวแล้วด้วยก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะมีทั้งเรื่องของช่วงวัยรวมไปถึงไลฟ์สไตล์ความชอบของแต่ละคนแตกต่างกัน คงจะดีไม่น้อยถ้ามีบ้านที่จะได้ใช้ทุกพื้นที่ให้ลงตัวกับทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นห้องส่วนตัวอย่างห้องนอน หรือพื้นที่ที่ได้ใช้ช่วงเวลาอยู่ร่วมกัน ซึ่งโครงการที่สามารถตอบโจทย์ได้ครบครันก็คงหาไม่ได้ง่ายๆ เช่นกัน แต่ครั้งนี้เราจะมาบอกเล่าให้ทุกท่านเห็นว่าแสนสิริทำได้จริงค่ะ   แสนสิริ ชื่อนี้หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเมื่อไรที่เอ่ยถึงเรื่องโครงการที่อยู่อาศัยก็มักจะต้องมีชื่อของแสนสิริติดอันดับอยู่ด้วยเสมอ ด้วยคุณภาพจากความใส่ใจรายละเอียด และเชื่อเหลือเกินค่ะว่า เมื่อนึกถึงแสนสิริ ส่วนใหญ่จะนึกถึงคอนโดมิเนียม High Rise ดีไซน์สวยล้ำสมัย มาพร้อม Prop Tech เจ๋งๆ สร้างกระแสฮือฮาได้อยู่เสมอ แต่ทุกวันนี้หลายคนก็เริ่มเปลี่ยนมามองที่อยู่อาศัยแนวราบกันมากขึ้น เพราะอยากจะได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีสิ่งที่มาตอบโจทย์ชีวิตได้หลากหลาย เช่น เลี้ยงสุนัขได้, มีพื้นที่จัดสวน, มีห้องนอนที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ, มีห้องให้ลูกไปพร้อมๆ กันด้วย และครั้งนี้เราจึงจะพาไปทำความรู้จักกับที่อยู่อาศัยแนวราบจากแสนสิริกันบ้างค่ะ   สิริ เพลส ทาวน์เฮาส์ แบรนด์ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้นจากแสนสิริ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของ ดีไซน์อันสวยงามพร้อมกับฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้จริงผสมผสานนวัตกรรมในที่อยู่อาศัย ที่สำคัญราคาสามารถจับต้องได้ เพราะหากเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียมแล้วจะเห็นได้ชัดว่าทาวน์เฮาส์มีราคาถูกกว่าแถมได้พื้นที่มากกว่า ซึ่งทุกอย่างดูเหมาะสมลงตัวได้อย่างพอดิบพอดี   COMPLETE YOUR LIVING EXPERIENCE โครงการสิริ เพลส นั้นถึงจะเป็นทาวน์เฮาส์ที่เริ่มต้นด้วยราคาล้านปลายๆ แต่เรื่องของการใส่ใจเพื่อคนอยู่อาศัยแล้วบอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา เพราะทุกส่วนที่ประกอบภายในบ้านและภายในโครงการตั้งใจออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของการใช้ชีวิตกับสิ่งที่คุณชอบ ด้วยแนวคิด COMPLETE YOUR LIVING EXPERIENCE ที่ทำมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิต 3 ด้าน   Siri Living : นวัตกรรมเพื่อชีวิตการอยู่อาศัยแนวใหม่ ที่ให้ชีวิตสะดวกสบายง่ายขึ้น       “Modern Loft” ถูกเลือกมาตกแต่งในทุกโครงการของสิริ เพลสด้วยความโดดเด่นของดีไซน์อันเรียบง่ายทั้งโทนสี วัสดุและพื้นที่โปร่งโล่ง กว้างขวางไม่มีขอบเขตมากนัก จึงสามารถปรับเปลี่ยน Function การใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ความชอบให้เป็นไปได้ ประกอบกับรายละเอียดที่เน้นให้ปรับได้ตามความชอบของผู้อยู่อาศัย เช่น ห้องเอนกประสงค์ พื้นที่ตอบโจทย์วามชอบที่ตกแต่งได้ตามความต้องการ เพื่อขยายทุกความชอบให้เป็นไปได้ในบ้านของเราเอง ทางเดินบริเวณโถงบันไดมีช่องแสงธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มแสงสว่างจากด้านนอก ทำให้ประหยัดไฟในเวลากลางวันหรือแม้แต่ในส่วนด้านหลังบ้านมีการลงเสาเข็มให้เรียบร้อย หากผู้อยู่อาศัยต้องการจะทำส่วนต่อขยายก็สามารถทำเพิ่มได้สบายๆ เพราะ ตัวเสาเข็มนั้นนั้นทำรองรับน้ำหนักได้ถึง 22 ตัน นอกเหนือจากนี้ ภายในโครงการยังมี Full Facilities สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการตอบทุกไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว Educational Playground สนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่นที่ถูกคิดค้นขึ้นมาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจนเกิดเป็นเครื่องเล่นเด็กในดีไซน์ใหม่ ซึ่งสามารถพัฒนาทักษะหลายด้าน เพิ่มการเรียนรู้จากประสบการณ์ด้วยตัวเด็กๆ เป็นต้น   Siri Lifetech : นวัตกรรมเพื่อชีวิตการอยู่อาศัยแนวใหม่ ที่ให้ชีวิตสะดวกสบายง่ายขึ้น https://youtu.be/9RIXUTVYg1I     แสนสิริยังไม่ทิ้งเรื่องของเทคโนโลยีภายใน โครงการสิริ เพลสนั้นมีการบริการในส่วนเทคโนโลยีล้ำสมัยในที่อยู่อาศัยเพิ่มเข้าไปให้กับลูกบ้านทุกหลังเริ่มต้นจากติดตั้งสาย LAN ให้ทุกบ้านเพื่อให้เชื่อมต่อnetworkและพร้อมใช้งานภายในบ้านได้ทันที, Home Service Application แอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้นผ่านหน้าจอมือถือของเราเอง และบัตรเข้าออกโครงการ ด้วยระบบเปิดปิดอัตโนมัติสำหรับลูกบ้านเท่านั้น และในบริเวณส่วนกลางก็ยังมีการให้บริการ Free Wifi และยังมีระบบSolar Cell เพื่อประหยัดพลังงานอีกด้วย   Siri Experience: เติมเต็มชีวิตให้ครบสมบูรณ์แบบทุกช่วงเวลา ให้กับลูกบ้านคนสำคัญ โครงการสิริ เพลสได้รับการดูแลและรับสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกครอบครัวแสนสิริเช่นเดียวกับโครงการอื่นๆ ของแสนสิริ ได้แก่ Sansiri Family สิทธิส่วนลดจากร้านค้า และกิจกรรมพิเศษของลูกบ้านแสนสิริ, Sansiri Lounge ที่พร้อมรับรองคุณที่พารากอน, Plus Property ที่ดูแลจัดการสภาพแวดล้อมโครงการ อีกทั้งดูแลเรื่องการย้ายเข้าปล่อยเช่าด้วยและ SSS (SIRI SECURITY SYSTEM) การดูแลความปลอดภัยด้วยรปภ. ที่ได้มาตรฐานพร้อม CC TV ในทุกป้อมรปภ. และในโครงการนั้นนั้นยังมีรั้วที่สูง 3.8 เมตรด้วย   และนี่คือเหตุผลว่าทำไม “สิริ เพลส” ถึงได้กลายเป็น “Best in class” อย่างสมบูรณ์ ซึ่งในปี 2561 นี้ สิริ เพลส ทาวน์เฮาส์ เตรียมเปิดตัวถึง 5 โครงการ จาก 5 ทำเลที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว โดย 5 โครงการ สิริ เพลส จะเปิดตัวจะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2561 สิริ เพลส รังสิต ราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านปลาย สิริ เพลส นวนคร ราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านกลาง สิริ เพลส ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์ ราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านกลาง สิริ เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม 3 ราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านปลาย   สิริ เพลส กัลปพฤกษ์-สาทร ราคาเริ่มต้นที่ 2 ล้านปลาย     โดยวันพรีเซลล์ 5 โครงการ สิริ เพลส ทาวน์เฮาส์  คุณภาพ แสนสิริ 12-13 พ.ค. 2561  สิริ เพลส รังสิต และ สิริ เพลส นวนคร และ 19-20 พ.ค. 2561  สิริ เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม 3, สิริ เพลส ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์, สิริ เพลส กัลปพฤกษ์-สาทร         SIRI PLACE RANGSIT   โครงการสิริ เพลส รังสิต ติดถนนใหญ่ ถนนรังสิต - ปทุมธานี ซึ่งรังสิตคือย่านสำคัญฝั่งทิศเหนือของกรุงเทพ ที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลาย Generation ทั้งวัยเรียนที่มีสถาบันการศึกษาชื่อดังหลายแห่ง ตั้งแต่ระดับปฐมวัยไปจนถึงอุดมศึกษา และกลุ่มคนวัยทำงานที่มีอยู่ไม่น้อย จะเลือกหลบออกมาอยู่ชานเมือง แต่ยังคงเดินทางไปทำงานในใจกลาง CBD ได้อย่างสะดวกทั้งการเดินทางด้วยรถสาธารณะ และรถยนต์ส่วนตัว โดยทำเลที่ตั้งของโครงการที่อยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนอุดรรัถยา ด่านบางพูน และโทลเวย์ ที่อยู่ใกล้กับศูนย์กลางของความสะดวกสบายของย่านนี้ เพราะมีห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต เมเจอร์รังสิต ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยรถสาธารณะไม่ว่าจะเข้าเมือง หรือออกต่างจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอนาคตที่กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ห่างจากโครงการตรงสถานีรังสิตประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะยิ่งทำให้เปลี่ยนโฉมของการเดินทางได้อย่างดีขึ้นแน่นอน   ด้วยความที่โครงการมีคลองเชียงรากอยู่ด้านข้าง ทางแสนสิริจึงเกิดไอเดียให้โครงการกลมกลืนกับธรรมชาติเดิมมากที่สุด โดยออกแบบภาพรวมให้ดูเป็นสีขาวโทนสว่าง สะอาด สบายตา แต่ยังคงเรียบหรู เพิ่มความสดชื่นด้วยต้นไม้ ไม้ดอกประดับในโครงการ ส่วนกลางทั้งฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, สวนสีเขียว, Jogging Park, Play Ground ถูกดีไซน์ให้เชื่อมต่อกันเพิ่มความน่าสนใจ   แบบบ้านดีไซน์ใหม่ New Series สไตล์ Soft Loft โทนสีฟ้า น้ำเงิน ผสานเข้ากับวัสดุแบบ Loft ผนังหินกรุสีเทา เรียบง่าย แต่มีสไตล์คง Concept สายน้ำเชียงรากอันเงียบสงบ มีมาให้เลือก 2 Type ตามความชอบ คือ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ และ 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท   SIRI PLACE Nawanakorn   สิริ เพลส นวนคร ทาวน์เฮ้าส์ใหม่ติดถนนพหลโยธินฝั่งขาออก จุดกึ่งกลางของการใช้ชีวิต รายล้อมด้วยนิคมอุตสาหกรรม อาทิ นิคมนวนคร นิคมไฮเทค นิคมบางปะอินในจังหวัดอยุธยา และสถานศึกษาชั้นนำอย่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ รวมถึงห้างสรรพสินค้าที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้อาศัย อาทิ บิ๊กซีและโลตัสนวนคร แม็คโครและโลตัสคลองหลวง รวมถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และอนาคตอย่างเซ็นทรัลเอ็ม ติดตลาดโรงเกลือ และใกล้ตลาดต่อยอด(ซึ่งจะเปิดเร็วๆ นี้) สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะด้วยรถสาธารณะหรือรถยนตร์ส่วนตัว เพราะโครงการตั้งอยู่บนถนนเส้นหลัก ใกล้ทางด่วน 2 สาย บางปะอิน-ปากเกร็ด และวงแหวนตะวันออก จึงสามารถหลีกหนีเส้นทางการจราจรติดขัดขึ้นทางด่วนได้โดยเร็ว รวมถึงการคมนาคมที่รองรับการเดินทางที่สะดวกสบายอย่างรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายรังสิต-ธรรมศาสตร์ ห่างจากโครงการเพียง 9 กม.     การมาของ สิริ เพลส นวนคร กลายเป็นสังคมแห่งการอยู่อาศัยคุณภาพที่หลายคนรอคอย ทั้งในด้าน Developer ที่มีความน่าเชื่อถือในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ฟังก์ชั่นและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหนือคู่แข่งบริเวณรอบๆ ไม่ว่าจะเป็น Full Facilities Club House ฟิตเนส สระว่ายน้ำ มาตรฐานการก่อสร้างและระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อาศัย ครอบคลุมไปถึง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมกล้อง CCTV และไฟส่องสว่างรอบโครงการ สัมผัสคุณภาพชีวิตที่มากกว่าเป็นไปได้ที่ สิริ เพลส นวคร เริ่ม 1.69 ล้านบาท*    SIRI PLACE KALLAPAPRUEK-SATHORN   สิริ เพลส กัลปพฤกษ์ - สาทร ทาวน์เฮ้าส์ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้มากที่สุด ด้วยการคมนาคมที่สะดวกรวดเร็วจากรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เพียง 5 นาที ถึงสถานีวุฒากาศและสถานีบางแค ทางเชื่อมต่อชีวิตไปยังโซน CBD หรือนอกเมืองได้อย่างสะดวก คงรูปแบบการอยู่อาศัยบนพื้นที่ใช้สอยที่ให้มากกว่าคอนโดมิเนียมในละแวกใกล้เคียง ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง เรียกว่าเป็นทำเลที่หาได้ยากในกลุ่มทาวน์เฮ้าส์ นอกจากนี้ผู้อาศัยยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายเพราะพื้นที่โครงการรายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าอย่างซีคอนบางแค เดอะมอลล์และโลตัสบางแค บิ๊กซีและแมคโครกัลปพฤกษ์ รวมถึงพื้นที่การศึกษา ด้วยสถานศึกษาชั้นนำอย่าง รร. อนุบาลเด่นหล้า, รร. สารสาสน์วิเทศ, รร. นานาชาติ British Columbia เป็นต้น      คุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มต้นจากการใช้ชีวิตบนสังคมส่วนตัว เพียง 139 ยูนิต พร้อมกับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ Double park, Joking track, Play zone เติมเต็มสีสันแห่งการอยู่อาศัยด้วยดอกไม้หลายสีล้อมรอบโครงการ สัมผัสทุกมิติของชีวิตเป็นไปได้ที่ สิริ เพลส กัลปพฤกษ์-สาทร เริ่ม 2.99 ล้านบาท*       SIRI PLACE SUKSAWAT-RAMA 3   สิริ เพลส สุขสวัสดิ์ - พระราม 3 โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขสวัสดิ์ 26 ทำเลโดดเด่นในการเดินทางเชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเข้าเมืองหรือออกนอกเมืองโซนพระราม 2 ก็ง่ายนิดเดียว ใกล้จุดขึ้น-ลงทางพิเศษเฉลิมมหานคร วงแหวนอุตสาหกรรม และสามารถทะลุออกถนนกาญจนาภิเษกได้อีกด้วย ในอนาคตก็จะอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย บางใหญ่-บางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ สถานีดาวคะนองกับสถานีบางปะแก้ว ไม่เกิน 5 กิโลเมตร สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครันเช่นกัน ทั้งบิ๊กซี โลตัส โฮมโปร เซ็นทรัลพระราม 2 โรงพยาบาลอีกหลายแห่ง   ทาวน์เฮ้าส์คอนเซปสไตล์ Loft มี 2 Type พื้นที่ใช้สอย 133 ตารางเมตร กับพื้นที่ใช้สอย 117 ตารางเมตร ขนาดที่ดินตั้งแต่ 18.5-20.7 ตารางวา ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เพราะมีเพียง 199 ยูนิต พร้อม Full Facilities ครบครัน เช่น ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ทางวิ่งจ๊อกกิ้ง สนามเด็กเล่น โซนเล่นบาสเกตบอล ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น และยังได้ดอกไม้หลากสีสลับสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เหมือนย่อป่ามาไว้ในโครงการ ให้ชีวิตลงตัวมากขึ้น ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท   SIRI PLACE RATCHAPRUEK-RATTANATHIBET   สิริ เพลส ราชพฤกษ์ - รัตนาธิเบศร์ โครงการตั้งอยู่ในซอยโยธาธิการ ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเข้า-ออกได้จากถนนราชพฤกษ์ กับถนนบางกรวย-ไทรน้อย เป็นทำเลแบบที่โครงการแนวราบหาได้ค่อนข้างยาก เพราะอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีบางพลู ที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบันเพียง 2.5 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณนี้ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญ คือ เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต, อิเกีย บางใหญ่, บิ๊กซี บางใหญ่ ฯลฯ ประมาณ 5 กิโลเมตร แถมยังเป็นจุดที่สามารถเชื่อมเข้าสู่ถนนกาญจนาภิเษกได้เลย นอกจากนี้ย่านนี้ก็ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารขึ้นชื่อ บรรยากาศดีเรียงรายอยู่มากมายตลอดเส้นทาง โดยการมาของรถไฟฟ้าและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ยักษ์เช่นนี้ เชื่อว่าจะทำให้บริเวณนี้กลายเป็นเมืองใหม่ในไม่ช้า   โครงการนี้มีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะนอกจากเรื่องทำเลที่ตั้งแล้ว ยังมีเพียง 93 ยูนิต มาในสไตล์ Modern Loft พื้นที่ใช้สอย 133 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ และส่วนกลางที่ได้มาตรฐานที่ดีจากแสนสิริ เช่น สวนสีเขียว สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามเด็กเล่น ฯลฯ   สิริ เพลส คือ ทาวน์เฮาส์ที่ถูกคัดสรรเพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพมาตรฐานของแสนสิริ รวมถึงดีไซน์ที่ทั้งสวยงาม ทั้งตอบโจทย์การใช้ชีวิตบนพื้นที่แห่งความพอดีได้อย่างลงตัวที่สุด จนได้ขึ้นแท่นสมกับคำว่า “Best in class” ของทาวน์เฮาส์อย่างไร้ข้อกังขา   โดยวันพรีเซลล์ 5 โครงการ สิริ เพลส ทาวน์เฮาส์ คุณภาพ แสนสิริ 12-13 พ.ค. 2561 สิริ เพลส รังสิต และ สิริ เพลส นวนคร และ 19-20 พ.ค. 2561 สิริ เพลส สุขสวัสดิ์-พระราม3, สิริ เพลส ราชพฤกษ์-รัตนาธิเบศร์, สิริ เพลส กัลปพฤกษ์-สาทร   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1685 หรือลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษก่อนวันเปิด Pre sale ได้ที่นี่ https://bit.ly/2rtm7me         
คิดถึงคอนโดติดรถไฟฟ้า ทำไมต้อง “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง”(Advertorial)

คิดถึงคอนโดติดรถไฟฟ้า ทำไมต้อง “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง”(Advertorial)

ปัจจุบันการจะเลือกซื้อคอนโดสักแห่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องการหลายปัจจัยมาเสริมกัน ทั้งเรื่อง Location Facility ความคุ้มค่าและผลตอบแทน เข้าใจเทรนด์ของผู้อยู่อาศัยยุคใหม่ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างครบครันพร้อมจะเติบโตไปด้วยกันทำให้ทุกพื้นที่กลายเป็นแรงบันดาลใจในทุกวันของการใช้ชีวิต สิ่งเหล่านี้เรียกได้ว่าขาดไม่ได้สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง คอมมูนิตี้ กิน ช้อป เที่ยว ตามแบบ Lifestyle ของคนเมือง ดังนั้นการเลือกซื้อคอนโดที่ดี มีศักยภาพที่ครบพร้อมในทุกด้านจึงไม่ใช่เรื่องง่าย “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” คอนโดที่ให้คุณได้มากกว่าความคุ้มค่าบนทำเลศักยภาพ ติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีวงศ์สว่างที่พร้อมจะต่อติดชีวิตในแบบคุณ พร้อมเติมเต็มความลงตัว ความสะดวกสบายใกล้เมือง เพื่อการใช้ชีวิตในย่านบางซื่อ บางซื่อมีการเติบโตมากที่สุดในปี 2016-2017 แต่ไม่รู้จัก คือที่ไหน ไกลมาก ช่วงที่ผ่านมานี้ย่านบางซื่อจัดเป็นอีกหนึ่งย่านที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2016-2017 หลายคนมองเห็นศัยภาพในโซนนี้ จึงทำให้มีคอนโดและบ้านจัดสรรผุดขึ้นมาเพียบเพื่อรองรับประชากรที่จะมีมากขึ้นในอนาคต ที่ผ่านมาความเปลี่ยนแปลงของย่านบางซื่อเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีเส้นทางรถไฟฟ้าหลายสายกำลังต่อขยายมุ่งตรงเข้ามา โดยมีสถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อเส้นทางคมคมนาระบบรางเป็นจุดเปลี่ยนเส้นทางของรถไฟฟ้าต่อขยาย สายสีม่วง เตาปูน – ราษฎร์บูรณะ และบางใหญ่ – บางซื่อ นั้นก็หมายความว่า สถานีกลางบางซื่อจะเป็นศูนย์กลางด้านการเดินทางทั้ง รถไฟชานเมือง รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าแอร์พอตเรียลลิ้ง รวมถึง รถไฟฟ้าส่งผลให้ทำเลนี้เป็นทำเลที่ตอบโจทย์ของคนที่มีงบจำกัดแต่ยังต้องการความสะดวกสบายด้านการเดินทาง ที่แวดล้อมไปด้วยไลฟ์สไตล์มอลล์มากมาย ทั้งสวนสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับทุกความต้องการ ทำให้ “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” เป็นคอนโดของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต เดินทางสะดวกสบาย เข้าสู่ CBD ได้อย่างรวดเร็วพร้อมสถานที่พักผ่อนมากมายในระแวกเดียวกัน อยากซื้อคอนโดติดรถไฟฟ้า แต่มีมากมายเต็มไปหมด ไม่รู้จะซื้อที่ไหนดี... ใครๆก็ล้วนตามหาคอนโดติดรถไฟฟ้าที่มีให้เลือกมากมายเต็มไปหมด แต่! ในบรรดาเหล่าคอนโดติดรถไฟฟ้าพวกนี้ก็ไม่ได้ดีทุกที่เสมอไป ทุกโครงการต่างมีจุดอ่อนและจุดแข็งที่ผู้ซื้อและนักลงทุนต้องคอยสังเกตเอง ซึ่งวันนี้เราจะบอกให้ว่า ทำไม “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” ถึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆที่ผู้ซื้อต่างให้ความสนใจและคุ้มค่ากับการลงทุนอย่างไร ทำเลศักยภาพที่เชื่อมการเดินทางสู่ใจกลางเมือง ด้วยถนนใหญ่และรถไฟฟ้า ที่ให้ความสะดวกคล่องตัว “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” จึงจัดอยู่ในคอนโดที่มีทำเลศักยภาพมาก เพราะติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีวงศ์สว่าง และติดถนนใหญ่ กรุงเทพ-นนทบุรี และยังมี ทางขึ้น-ลง ทางพิเศษศรีรัชอีกด้วย จนเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายครบครันอย่างแน่นอน ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์มอลล์ที่เป็นคุณ นอกจากเป็นทำเลที่ตอบโจทย์ด้านการเดินทางแล้ว Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ยังแวดล้อมไปด้วยไลฟ์สไตล์มอลล์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, โฮม โปร ประชาชื่น, La Unique, Big C วงศ์สว่างและ Gypsy Market ให้คุณสามารถช้อปข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างชิวๆไม่ต้องไปไหนไกล แหล่งรวมร้านอาหารดังที่ไม่ควรพลาด หากเบื่อการเดินห้างแล้ว ย่านนี้ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารขึ้นชื่ออีกเพียบ ทั้ง ร้าน Smith & Rabbit Cuisine ร้านอาหารไทย-ฟิวชั่น ที่คนเต็มร้านตลอดๆ, ร้าน Steeler ร้านสวย นั่งสบาย สถานที่กว้างขวางเหมาะกับครอบครัว, ร้านอาหารประพักตร์ อร่อยทั้งอาหารและขนมไทยแบบต้นตำหรับ, ร้าน บ้านไอซ์ ร้านอาหารของคุณย่าสำหรับคนชอบรสอาหารแบบดั้งเดิม, ร้าน ปรุง ร้านอาหารรสชาติดีราคาไม่แรง, เจ๊ไข่ซีฟู้ด ร้านอาหารทะเลสดๆที่ไม่ควรพลาด , ร้านพิมพ์รภัส ร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิม, ร้าน นิตยาไก่ย่างกับไก่ย่างหอมๆที่เราคุ้นเคย  ,ร้าน ขาหมู ประชาชื่น ขาหมูอร่อยๆที่ไม่ต้องไปไหนไกล, ร้าน ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยบ้านนา ก๋วยเตี๋ยวรสเลิศที่ใครๆต้องมาลอง, ร้าน กาลิค ร้านอาหารไทยเก่าแก่กว่า 30 ปี, ไก่ย่าง โคราช อีกตัวเลือกความอร่อยกับไก่ย่าง, ร้านอาหาร โอยั๊วะริเวอร์เทอร์เรซ เห็นชื่อแบบนี้บรรยากาศดี อาหารอร่อยนะจะบอกให้ แหล่งรวมสำนักงานใจกลางเมือง ด้วยการเดินทางที่สะดวกและยังเป็นศูนย์รวมคอมมูนิตี้มอลล์และร้านอาหารต่างๆมากมาย ทำให้ย่านนี้เป็นแหล่งสำนักงานขนาดใหญ่อีกหลายแห่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงสาธารณสุข, นนทบุรี City Hall, สำนักงานใหญ่ SCG, ตึก EGAT และบุญรอดบริวเวอรี่ ทำให้ย่านนี้กลายเป็นคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ที่เพรียบพร้อม ตอบโจทย์วันชิวๆกับ Café ชิคๆ เอาใจคนรัก Café กันบ้าง เพราะย่านนี้มีผู้คนเข้ามาอาศัยและทำงานอยู่มาก ทำให้มี Café ต่างๆผุดขึ้นมาเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Hatch by J’Khai คาเฟ่นั่งชิวที่จัดเต็มทั้งกาแฟและขนมหวาน, Kopi’ Cino ร้านที่สาวกผู้ชื่นชอบกาแฟไม่ควรพลาด , The Attic Diary Café ร้านสวยเครื่องดื่มดีงาม, Café Mallow คาเฟ่ชิคๆที่แวะมาได้ทุกวัน และ Waiting Floor ร้านขนมหวานที่จัดเต็มทั้งบิงซู Honey Toast แบบที่สาวๆต้องคุ้นเคย พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชุมชน นอกจากความสะดวกสบายต่างๆในบ่านนี้แล้วก็ยังมีโรงพยาบาลสำหรับอำนวยความสะดวกให้ชุมชนอีกหลายแห่ง ทั้งโรงพยาบาลนนทเวช โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลเปาโล โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่นโรงพยาบาลศรีธัญญา และ โรงพยาบาลเลอลักษณ์ก็มีใครเลือกสรรตามความสะดวก แหล่งการศึกษาชั้นนำ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ย่านนี้คึกคักตลอดทั้งวันมาจากสถานศึกษาชั้นนำมากมายที่รวมตัวกันตั้งอยู่ในบริเวณย่านนี้ ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กมหาลัยก็มีครบพร้อม ทั้ง โรงเรียนสาธิตเกษตร โรงเรียนนวพัฒน์วิทยา โรงเรียนราชวินิตบางเขน โรงเรียนโยธินบูรณะ โรงเรียนศีลาจารพิพัฒน์ โรงเรียนสตรี นนทบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่อนคลายวัยสบายๆกับสถานที่แฮงค์เอ้าท์ อีกเรื่องที่พลาดไม่ได้นั่นคือสถานที่แฮงค์เอ้าท์นั่นเอง สำหรับย่านนี้ก็มีร้านแฮงค์เอ้าท์เพียบ อย่าง ร้าน นั่งเล่น Pub& Restaurant ชื่อดังที่ดาราชอบมากัน อาหารอร่อยแถมบรรยากาศก็ชิวสุดๆ หรือจะเป็น ร้าน Lizm อีกหนึ่งร้านดังยอดฮิต กับความชิคที่ไม่เหมือนใครกับเก้าอี้ถังและบรรยากาศที่ไม่ซ้ำใคร Facilities จัดเต็ม เอามาเน้นๆให้คุณแบบไม่มีกั๊ก พร้อมเปิดตัวพื้นที่ส่วนกลางใหม่สุดว้าวทั่วโครงการ กลางปี 2561 นี้แน่นอน พูดถึงทำเลโดยรวมไปแล้ว เรามาเจาะตัวโครงการ “Aspire รัชดา-วงสว่างค์” กันบ้างดีกว่า สำหรับ Facility ถือว่าจัดมาแบบเต็มที่ไม่กักเลยทีเดียว  ซึ่งตัวโครงการยังได้พัฒนาพื้นที่ส่วนกลางใหม่นี้จะสามารถตอบสนองทุกความต้องการและกิจกรรมของกลุ่มลูกค้าแอสปาย ไม่ว่าจะเป็น -WORKING PAVILION บนพื้นที่ Co-Working Space ขนาดใหญ่ที่ภายในจัดสรรพื้นที่ support ทุกการทำงานอย่างลงตัว ทั้งแบบเดี่ยว (WORKBAR) และแบบกลุ่ม (THINK SPACE) สร้างสรรค์เป็นพื้นที่สุดครีเอทีพ ในบรรยากาศ se-mi outdoor สุดเรียบหรูของโครงการ -SKY SEASONING ROOFTOP ที่มากับสวน 3 ฤดู บรรยากาศร่มรื่น ตั้งอยู่ที่ชั้นสูงสุดของโครงการบนพื้นที่ถึง 1 ไร่ สูดลมหายใจรับอากาศดีๆหลังเลิกงานบนพื้นที่กิจกรรมมากมาย พร้อมเสพวิวแสงสีของมหานคร ดื่มด่ำ Panoramic view ทัศนียภาพเมืองสุดขอบฟ้าได้แบบเต็มตา และ Lobby ชั้นล่างของอาคาร ที่อยู่ indoor ในส่วนนี้เป็นผนังกระจกใส 3 ด้านแบบเห็นวิวชัดๆกันไปเลย ในส่วนของ Semi-outdoor ก็จะมีการวางโซฟากระจายหลายๆจุด เชื่อมต่อกับสวนและบ่อน้ำ ตกแต่งด้วยบานเฟี้ยมไม้ให้บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่น มาถึงสระว่ายน้ำกันบ้าง ที่นี่มีสระว่ายน้ำขนาด 9 x 30 เมตรระบบเกลือ รวมไปถึงห้องออกกำลังกายเอาใจคนรักสุขภาพแบบจัดเต็มอีกด้วย ความคุ้มค่าบนความลงตัวบนย่านบางซื่อ สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด สิ่งสำคัญที่ทำให้ “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” เป็นคอนโดที่ถูกจับตามองอย่างมาก คือเรื่องของความคุ้มค่าทางด้านราคาด้วยราคาเริ่มต้นเพียงตารางเมตรละ 79,000 เท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับคอนโดในบริเวณเดียวกันจัดว่ามีราคาที่ดีกว่ามาก นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมา ย่านบางซื่อเริ่มมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนมองเห็นการเติบโตในอนาคต ซึ่งต่อไปราคาคอนโดในย่านนี้จะต้องอัพสูงขึ้นลิบแน่นอน ต้องมาทำงานย่าน “บางซื่อ” แต่ยังไม่ชินทำเล “เช่า” คือคำตอบ เชื่อว่าการที่ได้ที่พักใกล้ที่ทำงานคือลาภอันประเสริฐ หลายคนคงเคยผ่านช่วงเวลาที่ต้องเสียเวลาในชีวิตกว่า 1 ใน 4 ไปกับการติดแหง็กอยู่บนรถ มันช่างแสนจะเบื่อหน่ายซะเหลือเกิน แต่ปัญญาหาพวกนี้จะหายวับไปทันทีเมื่อเราขยับขยายย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงานมากขึ้น สำหรับคนที่ต้องมาทำงานในย่านบางซื่อ แต่กลัวไม่ชินทำเล เราขอแนะนำให้ลองมาเช่าคอนโด “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” ดูก่อน รับรองไม่หลงทางเพราะเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้า นอกจากจะเดินทางสะดวกแล้ว การมาเช่าอยู่ก็มีอะไรดีๆมากกว่าที่เราคิด สิ่งแรกเมื่อเราจะได้รับหลังจากย้ายที่พักมาอยู่ใกล้ที่ทำงาน คือ “เวลา” ช่วงแรกอาจจะรู้สึกแปลกๆสักหน่อย เพราะเรามีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น ซึ่งนี่คือข้อดี การที่เรามีเวลามากขึ้นทำให้เราดูแลตัวเองได้มากขึ้น อาจจะใช้เวลาหลังเลิกงานในการออกกำลังกาย ช้อปปิ้ง หาร้านอาหารอร่อยๆกิน เป็นสิ่งมีค่าที่เราสามารถเพิ่มความสุขให้ตัวเองได้ อีกข้อหนึ่งคือ “ประหยัดเงิน” อาจจะยังงงๆว่าประหยัดตรงไหน แต่เชื่อหรือไม่ว่าสำหรับบางคน การเดินทางมาทำงานทุกวันนั้น นอกจากต้องต่อรถหลายต่อแล้ว วันวันหนึ่งหมดไปกับค่ารถเกือบ 200-300 บาทเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเราย้ายมาอยู่ใกล้ที่ทำงานมากขึ้นก็จะช่วยเซฟงบค่าเดินทางไปได้เพียบ สำหรับการเช่านั้นก็จะมีระยะเวลาสัญญาต่างๆ อาจจะเป็น 6 เดือน 1 ปี หรือ 2 ปี แล้วแต่ว่าเราวางแผนระยะสั้นไว้นานแค่ไหน การย้ายออกจึงทำได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งนี่เป็นปัจจัยหลักข้อแรกๆ เลยของคนที่เลือกเช่าคอนโดมาก เพราะส่วนใหญ่ยังไม่แน่ใจว่าจะลงหลักปักฐานที่นี่นานหรือไม่ หากในอนาคตมีการโยกย้ายที่ทำงาน หรืออาจมีแพลนสำหรับครอบครัวที่ใหญ่ก็สามารถย้ายออกไปทันที ต่อมาคือการที่เราไม่ต้องมีความพร้อมด้านการเงินมากนัก เพราะการซื้อคอนโดนั้นจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเงินจอง, เงินดาวน์, เงินค่าตกแต่งห้อง นี่ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายปลีกย่อย อย่างพวกค่าซ่อมแซมห้องกรณีปล่อยเช่าต่ออีกนะ สำหรับเหล่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆที่สภาพคล่องทางการเงินมีน้อยนั้น การเลือกเช่าอยู่จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ยิ่งถ้าเลือกได้ขอให้ได้อยู่ใกล้ที่ทำงานนี่แหละดีสุด ภาระรับผิดชอบน้อย อย่างที่บอกว่าสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีความพร้อมทางการเงินไม่มากนัก การเช่าอยู่ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะไม่ต้องใช้เงินเยอะแล้ว เราไม่ต้องปวดหัวกับการหาของตกแต่งเข้าห้อง การเสียค่าส่วนกลางและความรับผิดชอบอีกมากมายที่เป็นหน้าที่ของเจ้าของห้อง แถมยังไม่มีพันธะผูกพันธ์อะไรอีกด้วย ซื้อคอนโดคือการสร้างหนี้ในระยะยาวจริงหรือ? จริงๆแล้วการซื้อคอนโดถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ยิ่งถ้าอยู่ในทำเลที่ดีมีศักยภาพจะให้ผลคุ้มค่าอย่างมากในอนาคต เพราะคอนโดจะราคาสูงขึ้นตลอดเวลา ซึ่งคอนโดก็ถือเป็นสินทรัพย์ประเภททุนอย่างหนึ่งที่เราสร้างได้ แม้จะต้องจ่ายเงินทุกเดือนเหมือนตอนเช่า แต่เราจะไม่ต้องเสียเงินเปล่าอีกต่อไป เพราะเงินที่จ่ายไปจะเป็นการแลกห้องกลับมาหาเรานั่นเอง ยิ่งในยุคปัจจุบันหลายธนาคารต่างปล่อยสินเชื่อเงื่อนไขดีๆ ออกมามากมายเพื่อให้ผลประโยชน์สูงสุดกับผู้กู้ ทำให้การกู้ซื้อคอนโดนั้นสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้ดอกเบี้ยผ่อนชำระเงินกู้นั้นสามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ โดยเป็นไปตามนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจในแต่ละปี เรียกได้ว่าเป็นส่วนลดค่าคอนโดไปในตัวด้วยอีกด้วย ซึ่ง Aspire รัชดา-วงศ์สว่างก็จัดเป็นโครงการคอนโดที่มีศักยภาพและน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แอสปายรัชดา-วงศ์สว่าง คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ แค่ก้าวจากรถไฟฟ้า ติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง เชื่อมต่ออโศก-สุขุมวิท ในราคาสุดคุ้มค่า 17-18 มี.ค.นี้  1 ห้องนอน ชิดขอบฟ้า ทุกชั้น ราคาเดียว  2.1 ล้าน* ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก https://goo.gl/SShUZ3  
เลือกคอนโดห้องสวยๆ นอกจากทำเลดี facility ก็ต้องโดน(Advertorial)

เลือกคอนโดห้องสวยๆ นอกจากทำเลดี facility ก็ต้องโดน(Advertorial)

ใครที่เคยเลือกซื้อคอนโดมิเนียมสักยูนิตจะทราบดีว่ากว่าจะได้โครงการที่ดี ยูนิตโดนใจต้องดูรายละเอียดกันหลายรอบจนตาลายไปหมด ซึ่งการเลือกสรรของแต่ละคนก็แตกต่างกันออกไปตามโจทย์ของตัวเอง แต่สิ่งที่ทุกคนต้องจะต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ นั่นคือทำเลและภายในห้องพักอาศัย หลายครั้งหลายคราวที่เราพูดถึงเรื่องของทำเล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของที่อยู่อาศัยทุกประเภทโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่มีให้เลือกมากมายหลายแห่งจนเลือกไม่ถูก เพราะบางทำเลในย่านเดียวกันมีคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ขึ้นมาเกือบ 10 โครงการกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าทำเลดีสำหรับคอนโดมิเนียมนั้นหมายความว่าต้องเดินทางสะดวกติดรถไฟฟ้า ซึ่งรถไฟฟ้าในปัจจุบันแม้จะเปิดให้ใช้บริการเพียงไม่กี่เส้นทาง แต่ก็ได้รับความนิยมในการเดินทางมากในทุกๆ วัน จนกลายเป็นหัวใจหลักของการเดินทางในกรุงเทพฯ และยังมีหลายสายที่กำลังดำเนินการก่อสร้างกันอยู่ทั่วเมืองไปจนถึงปริมณฑล โดยสายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็หนีไม่พ้นสายสีเขียวที่ตอนนี้กำลังก่อสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มเติมช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ สถาบันการศึกษาหลายแห่ง โรงพยาบาล รวมถึงสถานที่ทำงานทั้งราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ย่านนี้จึงเหมาะแก่การอยู่อาศัยบนวิถีชีวิตของคนเมือง อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือยูนิตพักอาศัย ตั้งแต่ตำแหน่งห้องว่าจะอยู่ทิศใด ได้วิวแบบไหน โดนบล็อควิวหรือไม่ การวางตำแหน่งในชั้นจะส่งผลถึงการอยู่อาศัยจริงอย่างไร ภายในห้องพักใช้วัสดุอะไร วางแปลนห้องไว้อย่างไร สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราได้มาก-น้อยแค่ไหน สุดท้ายแล้วห้องนั้นจะใช่สิ่งที่เราตามหาหรือไม่ ทุกรายละเอียดส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่รวมไปถึงเรื่องของราคาในอนาคตด้วย แต่ทั้งหมดจะมีวิธีการเลือกอย่างไรให้ดีที่สุด ในครั้งนี้เราจึงพามาดูตัวอย่างการเลือกห้องสวยๆ จากโครงการ CENTRIC RATCHAYOTHIN กันค่ะ ซึ่งหลังจากทาง SC ASSET ห่างหายจากการทำคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมแบรนด์หลัก CENTRIC มาได้พักใหญ่ ล่าสุดก็กลับมาพัฒนาแบรนด์นี้กันอีกครั้ง เรียกได้ว่าเป็นที่จับตามองกันมาตั้งแต่ยังล้อมรั้วที่ดินแห่งนี้ว่าจะมีหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร โดยตอนนี้ได้ฤกษ์เปิดตัวออกมาแล้ว ทั้งทำเล ส่วนกลาง และห้องพักอาศัยสวยงามลงตัวสมกับการรอคอย CENTRIC RATCHAYOTHIN คอนโดมิเนียม High Rise 21 ชั้น 261 ยูนิต บนพื้นที่ 2-0-77.3 ไร่ ขนาด 24-55 ตร.ม. ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้า ใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต สถานีรัชโยธิน เพียง 150 เมตร เชื่อมต่อเข้าเมืองอย่างสยาม-ทองหล่อได้แบบไม่ต้องเปลี่ยนสาย รวมถึงใกล้จุด Interchange ของรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองในอนาคต หรือหากใช้รถยนต์ส่วนตัวจะเลือกใช้ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือทางพิเศษศรีรัชบริเวณใกล้กับสถานีกลางบางซื่อ HUB แห่งการเดินทางในอนาคตของประเทศไทยรวมถึงในอาเซียน โครงการอยู่เยื้องกับเมเจอร์รัชโยธิน, อเวนิว รัชโยธิน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของสิ่งอำนวยความสะดวกในละแวกนั้น ไม่ว่าจะดูหนัง ทานข้าว ช้อปปิ้ง หรือแฮงค์เอ้าท์ก็แค่เดินจากคอนโด สมกับคอนเซปที่วางเอาไว้ว่า “A place for your Hybrid Lifestyle” นิยามใหม่ให้ชีวิตใจกลางเมือง เชื่อมต่อทุกความต้องการกับรูปแบบไลฟ์สไตล์ให้เป็นหนึ่งเดียว ส่วนกลางออกเป็น 3 ส่วน (Triple Facilities)โดยแบ่งคาแรคเตอร์เอาไว้อย่างชัดเจน คือ Active, Relax, Working ผสานกันอย่างลงตัวจนกลายเป็นคอนโดที่ตอบสนองคนรุ่นใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งชั้นแรกคือชั้น Ground จากหน้าโครงการจัดเป็น Lifestyle Park ส่วนล็อบบี้ที่สูงโปร่งถึง 5.5 เมตร ในบรรยากาศอบอุ่นแฝงด้วยความหรูหราสง่างาม และยังมี Business lounge & Private Meeting Room ให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า เชื่อมต่อไปกับ Semi-Outdoor Lobby สร้างความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้นด้วย Greenery wall และ Water Feature และโซน Residence Lobby Lounge เป็นพื้นที่ waiting area ที่มี seating รับรองให้ลูกบ้าน ชั้น 4-5 มีทั้งโซน  Triple Volume Co-Working Space ในลักษณะ Indoor 3 ชั้น ถูกออกแบบให้เป็นเหมือน Cubic ลอยอยู่กลางอากาศ สำหรับเป็น Co-Working Space และ Reading Bar, Co-Living Space เชื่อมต่อกับโซน Outdoor ขนาดใหญ่สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายเพื่อให้เกิด lively neighborhood พื้นที่สีเขียวไล่ระดับเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริง มี Water feature เสมือนเป็นลำธารมีเสียงน้ำไหลจากที่สูงพร้อมกลิ่นหอมจากพรรณไม้ตามฤดูกาล มีเสียงดนตรีคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศพิเศษให้เกิดขึ้นได้ทุกวัน และชั้น Rooftop สำหรับการออกกำลังกายในฟิตเนสที่ได้วิวจากทั้งด้านหลังโครงการที่เป็นวิวเมือง และวิวสระว่ายน้ำที่อยู่ชั้นเดียวกันกับทางฝั่งด้านหน้าโครงการ ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Swimming Pool ยาว 25 เมตร มาพร้อม Jacuzzi ให้ได้ผ่อนคลายท่ามกลางบรรยากาศสวยๆ ห้องไหนสวย ถ้าจะเลือกห้องสวยสักห้อง ก่อนอื่นเราต้องกาง Floor Plan ออกมาก่อนค่ะ เริ่มจาก Ground Floor เราจะได้เห็นหน้าตาของชั้นแรกของโครงการ ซึ่งในแปลนเหล่านี้จะบอกทิศทางการวางรูปแบบอาคารเอาไว้ ซึ่งเมื่อมองไปที่ Floor Plan เราก็พอจะมองภาพออกแล้วว่ายูนิตไหนมีระเบียงหันหน้าออกไปยังทิศอะไร ยิ่งหากเรามีความคุ้นเคยกับทำเลแถวนั้นก็จะทำให้นึกภาพตามได้ว่ายูนิตที่หันไปทิศไหนจะได้วิวอะไร ความโดดเด่นของ Floor Plan ทำเอาไว้ได้น่าสนใจมาก เพราะสามารถเก็บรายละเอียดอันเป็นการคำนึงถึงลูกบ้านที่อยู่อาศัยจริงได้ดีทีเดียว รวมทั้งยังถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยอีกด้วย เช่น เพิ่มระยะห่างระหว่างยูนิตพักอาศัยกับโถ่งลิฟท์ในแต่ละชั้นมากขึ้น เพื่อลดเสียงรบกวน, ออกแบบให้ห้องขยะทุกชั้นแยกห่างยูนิตพักอาศัย เพื่อลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์, ทุกยูนิตประตูห้องจะไม่อยู่ตรงข้ามกัน จำนวนยูนิตต่อชั้นไม่มากจนเกินไปเพิ่มความเป็นส่วนตัว, และไม่มียูนิตไหนที่มีประตูอยู่ตรงทางสามแพร่งเลย   เรามาเริ่มดูจากทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศที่อยู่หน้าโครงการได้วิววิวเมืองกับรถไฟฟ้า รวมถึงตึกช้างตรงแยกรัชโยธิน ซึ่งเป็นมุมมองเดียวกันกับสระว่ายน้ำชั้น 21 และหากมองลงมาที่ชั้น 4-5 จะได้วิวสวนสีเขียวที่เป็นส่วนกลางหนึ่งของโครงการ เรียกได้ว่าแม้จะเป็นห้องทิศตะวันตกที่หลายคนมองข้าม แต่ SC asset กลับทำให้เป็นยูนิตไฮไลท์ของโครงการนี้ได้ด้วยการออกแบบที่ดีโดยเฉพาะห้องตำแหน่ง 01 , 02 ซึ่งเอสซีฯ ใส่ใจออกแบบอาคารให้มีครีบยื่นออกมาช่วยเรื่องการหักเหและลดทอนแสงแดดได้ประมาณหนึ่งเลยทีเดียว ทิศเหนือ เชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในยูนิตที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย โดยปกติแล้วเป็นห้องทิศที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว เพราะเป็นทิศที่โดนแดดน้อยที่สุด ซึ่งสำหรับโครงการนี้ก็จะได้วิวเป็นวิวหันไปทางแยก ม.เกษตรฯ เป็นวิวโล่ง แต่ยูนิตที่ได้ทิศนี้จะค่อนข้างน้อย มีสูงสุดเพียง 3 ยูนิต/ชั้น เท่านั้น ฉะนั้นหากใครที่ต้องการยูนิตทิศนี้ก็ต้องจองให้ไว ทิศตะวันออก อีกหนึ่งทิศยอดฮิตสำหรับคนที่ชอบเปิดระเบียงรับลม ซึ่งจะถูกวางให้อยู่ทางด้านหลังโครงการได้ความสงบ เห็นวิวฝั่งถนนเสนานิคม – วังหิน เป็นวิวโล่งด้วยความที่ด้านหลังเป็นบ้านเรือนที่อยู่ในซอย คอนโดส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดสูงไม่เกิน 8 ชั้น จึงยากที่จะมีตึกสูงขึ้นบัง สำหรับทิศนี้วิวจึงปลอดภัยจากการโดนบังวิวแน่นอน พูดถึงเรื่องทิศทางของแต่ละยูนิตกันไปแล้วจะไม่พูดถึงภายในห้องก็คงยังไม่ครบถ้วน เพราะอย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่ามีการออกแบบมาได้น่าสนใจ แต่ละห้องมีความโดดเด่นต่างกันออกไปตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน โดยทุกห้องถูกคิดภายใต้คอนเซปส์อาทิ ความสูงภายในห้องสูงสุดถึง 3 เมตร* ซึ่งเราจะมาดูกันทีละ Type เลยค่ะ มีที่เก็บของครบครัน ช่วยจัดการการจับเก็บของและทำให้ห้องเป็นระเบียบ ห้องแต่ละห้องมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ตามแต่ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน พื้นที่อยู่อาศัยได้จริง Practical Design   STUDIO-1 24 ตร.ม.  แม้จะเป็นห้องขนาดเล็กที่สุดในโครงการ แต่ก็ยังมีการกั้นประตูกระจกระหว่างห้องครัวกับห้องนอน เพื่อป้องกันกลิ่นอาหาร ได้มุมโต๊ะทำงานหันหน้าออกทางเดียวกับระเบียง ถึงแม้จะเป็นสตูดิโอแต่ก็ยังได้กระจกเข้ามุม เรียกได้ว่าจะนั่งทำงาน อ่านหนังสือหรือทานข้าว ก็เห็นวิวสวยๆ ไปด้วยแน่นอน ห้องนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่อยู่ 1-2 คน ชอบความคุ้มเพราะมีครบทุกฟังก์ชั่น ห้องที่สำคัญ Type นี้อยู่ในตำแหน่งทิศตะวันออกอีกด้วย ทั้งตึกมีเพียง 32 ยูนิตเท่านั้น ชั้นหนึ่งมีเพียง 2 ห้องเท่านั้น STUDIO-2 26 ตร.ม. ห้องนี้เหมาะสำหรับคนชอบทำครัว เพราะเป็นครัวปิดที่มีหน้าต่างระบายอากาศสู่ด้านนอกอาคาร ตำแหน่งห้องอยู่ทางทิศตะวันตก ได้ความเป็นส่วนตัวขึ้นด้วยกำแพงที่อยู่ชิดกับห้องข้างๆ เพียงด้านเดียว ปลายเตียงมีช่องแสงเพิ่มอีก 1 ช่อง ทำให้ได้รับแสงธรรมชาติ โปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น ทั้งตึกมีเพียง 16 ยูนิตเพียงเท่านั้น มีเพียงชั้นละ 1 ห้อง เรียกได้ว่า Rare มากๆ 1 BEDROOM 30 ตร.ม.  ตำแหน่งห้องอยู่ทางทิศตะวันตก สามารถเปิดรับลมได้วิวทั้งส่วนของห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ฟังก์ชั่นโต๊ะทานอาหารเชื่อมต่อกับเคาน์เตอร์ครัวสามารถพับเก็บได้ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตามใจ เหมาะสำหรับคนอยู่ 1-2 คน ที่ต้องการ 1ห้องนอนที่ฟังก์ชั่นครบ มี Walk-Through Closet ชั้นนึงมีเพียง 3 ห้องเท่านั้นและห้องนี้ทุกห้องสามารถมองเห็นสวนที่อยู่ชั้น 4 ได้อีกด้วย 1 BEDROOM PLUS-P2 34.50 ตร.ม.  1 BEDROOM PLUS ทั้ง 3 แบบนี้ถือเป็นยูนิตไฮไลท์ของ CENTRIC RATCHAYOTHIN ซึ่ง Type แรกนี้ตำแหน่งห้องถูกวางในตำแหน่งที่ดีทั้งทิศเหนือและทิศตะวันออกกับทิศใต้ โดยห้องนี้เน้นความคุ้มค่าจากการออกแบบที่จัดสเปคห้องมาให้แบบเต็มๆ ทั้งกระจกบานใหญ่เข้ามุม Bay window ที่ห้องอเนกประสงค์ ซึ่งมีขนาดพอเหมาะที่สามารถวางเตียงได้ ทำให้ห้องนี้สามารถใช้เป็นอีก 1 ห้องนอนก็ย่อมได้ หรือถ้าคนไหนไม่ใช้เป็นห้องนอนก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องทำงาน ห้องเก็บของ ห้องนั่งเล่น 2 ฯลฯ แล้วแต่ไลฟสไตล์ของเจ้าของได้เลย ทำให้ห้องนี้เรียกได้ว่าเป็น Truly 1 Bedroom Plus ซึ่งแตกต่างจากในบางโครงการที่มีห้อง Plus แต่ไม่ Practical ห้องนี้จึงเป็นห้องหนึ่งที่สามารถสะท้อนคอนเซปส์ของโครงการได้ดีทีเดียว, ระเบียงสามารถเข้าได้จากทั้งห้องอเนกประสงค์กับห้องนอน, Walk-Through Closet ภายในห้องนอนก่อนเชื่อมเข้าสู่ห้องน้ำ, Double-Access ห้องน้ำที่เข้าได้ 2 ทางจากในห้องนอนกับห้องครัว ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวเมื่อมีแขกมาไม่ต้องเดินผ่านห้องนอน แทบไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้อยู่ในพื้นที่ 35 ตรม. เรียกว่าคุ้มมากๆ ห้องนี้เรียกได้ว่าเหมาะกับหลายๆคนมาก โดยเฉพาะคนที่มองหา 1 ห้องนอนสุดคุ้มค่าด้วยพื้นที่เอนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เป็นตัวคุณเองได้อย่างเต็มที่ 1 BEDROOM PLUS-PP1 39 ตร.ม.  ตำแหน่งห้องนี้ถูกวางไว้มุมสุดทางเดินด้านทิศตะวันตกที่จะได้วิวโครงการฝั่งแยกรัชโยธินเพิ่มด้วย เปิดมุมมองจากในห้องนอนด้วยกระจกเข้ามุม Bay window และได้พื้นที่ห้องอเนกประสงค์เพิ่มขึ้นจนสามารถเป็นอีก 1 ห้องนอนได้ รวมถึงพื้นที่ห้องนั่งเล่นพร้อมมุมวางโต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าห้องนี้เหมาะสำหรับคนอาศัย 1-2 คนหรือคนที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัวมีลูกเล็ก ไม่เน้นทำอาหาร ชอบความคุ้มค่าแต่มีพื้นกว้างพอที่อยู่อย่างสบายๆ ห้องนี้มีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ทำให้ทั้งตึกมีเพียง 16 ห้องเพียงเท่านั้น อ้อลืมบอกว่าจากห้องนี้มองลงไปข้างล่างก็เห็นสวนชั้น 4 ได้เช่นกัน 1 BEDROOM PLUS-PP2 38 ตร.ม. อีกหนึ่งตำแหน่งห้องมุมที่ดีที่สุดอีก Type ที่ได้ทั้งวิวสวนสีเขียวของโครงการฝั่งทิศใต้จากระเบียงห้อง และวิวเมืองทางทิศตะวันตก เป็นห้อง 1 ห้องนอนพร้อมห้องเอนกประสงค์ที่ฟังก์ชั่นครบ เอ็กคลูซีฟ และอยู่สบาย เริ่มจากห้องครัวแบบปิด มีมุมวางโต๊ะทานอาหาร มีห้อง Living ขนาดใหญ่ที่ใหญ่ พอที่สามารถวางโซฟา L Shape ได้ และยังมีพื้นที่เหลือด้านหลังสามารถ Built-in ชั้นหนังสือหรือ Working Corner ได้เพิ่มเติม ห้องนอนที่ไม่มีส่วนกำแพงที่ติดกับห้องไหนเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเงียบเป็นส่วนตัว ภายในมีช่องแสงถึง 2 ช่องจากกระจกบานใหญ่และอีกด้านข้างอีก 1 ช่องที่มองลงมาแล้วเป็นสวนชั้น 4 มีห้องที่เป็น Walk-in Closet แบบจริงๆ ห้องนี้เหมาะมากโดยเฉพาะสุภาพสตรีที่มองหาห้องที่มี Walk-in Closet โดยเฉพาะห้องนี้มีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้นและ ทั้งโครงการมีเพียง 12 ห้องเท่านั้น! 2 BEDROOM-1 54.79 ตร.ม. ห้องมุมฝั่งทิศใต้จากทั้ง 2 ห้องนอนและได้วิวฝั่งทิศตะวันออกจากระเบียง แบ่งโซน Private กับ Public อย่างชัดเจนอย่างห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่และโต๊ะทานข้าวที่วางได้ขนาด 4 ที่นั่ง ส่วน Master Bedroom ขนาดใหญ่ที่ได้โต๊ะทำงานเข้ามุม Bay window เป็นส่วนตัวพร้อมห้องน้ำในตัว ขณะห้องนอนที่ 2 ก็ยังได้กระจกบานใหญ่เช่นกัน จึงเหมาะสำหรับการอยู่อาศัย 2 คนขึ้นไปทั้งแบบครอบครัวลูกเล็ก-โต หรืออยู่แบบพี่น้องก็ได้ ไม่เน้นการทำอาหารมากนัก ห้องนี้มีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ทั้งโครงการมีเพียง 16 ห้องเท่านั้น 2 BEDROOM-2 55.13 ตร.ม. ห้องมุมส่วนตัว ตำแหน่งทิศเหนือและได้วิวทิศตะวันตกไปด้วย ห้อง Type สุดท้ายที่ถือว่าทุกอย่างลงตัวที่สุด โดยการวางห้องนอนทั้ง 2 ห้องแยกออกจากกันเพื่อความเป็นส่วนตัวสุดๆ โดยเชื่อมต่อด้วย Space ของห้อง Living + Dinning ไว้ตรงกลาง นอกจากนั้นยังเป็นห้องครัวปิดช่วยเรื่องการป้องกันกลื่นจากการทำอาหาร มีห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ สามารถวางโต๊ะทานอาหารได้ขนาด 4 ที่นั่ง ทั้ง 2 ห้องนอนได้ขนาดใหญ่วางเตียงได้ 5 ฟุต ได้ห้องน้ำในตัวทั้ง 2 ห้อง มีห้องน้ำที่เป็น Double Access เข้าจากห้องครัวเพื่อความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายเมื่อมีแขกมาหรือสามารถ เดินเข้าห้องน้ำได้เลยไม่ต้องผ่านห้องนอน ห้องนี้มีเพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ทั้งตึกมีเพียง 12 ห้องเท่านั้น ความโดดเด่นของ CENTRIC RATCHAYOTHIN นอกจากทำเลแล้ว ยังเป็นเรื่องของความใส่ใจรายละเอียดในการออกแบบห้องพักอาศัยโดยพยายามทำความเข้าใจและนึกถึงความต้องการของผู้พักอาศัยที่แท้จริง ตามความตั้งใจที่ เอสซีฯ ที่อยากส่งมอบ Living Solution ให้แก่ลูกค้าสามารถตอบโจทย์ได้หลายไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เป็นความเพียบพร้อมของคอนโดมิเนียมสักโครงการที่เรียกว่ามีดีรอบด้าน ส่งผลเกิดเป็นความสมบูรณ์แบบในการใช้ชีวิตท่ามกลางเมืองหลวงตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งที่นี่คือคำตอบ นอกจากนี้แล้วโครงการยังขายห้องแบบ Fully Furnished อีกด้วย! โครงการ เปิดพรีเซลส์โครงการ ในวันที่ 10-11 มีนาคม 2561 ที่เซ็นทริค รัชโยธิน Sales Gallery สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษสูงสุด 250,000 บาท* คลิก https://goo.gl/bQ5kMc ขายห้องแบบ Fully Furnished อีกด้วย! ในราคาเริ่ม 3.7 ล้านบาท* สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 1749 หรือ Line@ :@Sccondo      
Knightsbridge Space Rama 9 (Advertorial)

Knightsbridge Space Rama 9 (Advertorial)

Knightsbridge Space Rama 9 (Advertorial)   ย้อนกลับไปเมื่อ 9 ปีที่แล้วได้เกิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งขึ้น เริ่มจากการทำโครงการคอนโดมิเนียมขนาดเล็ก-กลาง จากนั้นก็เติบโตขึ้นชนิดที่เรียกว่าก้าวกระโดดอยู่เสมอ ซึ่งล่าสุดมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 150% สร้างความตกตะลึงให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ไม่น้อย จนวันนี้เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า “ออริจิ้น” คือหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์แนวหน้าระดับ Top 5 ของประเทศไทยอย่างไร้ข้อกังขา   ภายใต้ระยะเวลาอันรวดเร็วของการเติบโตทางธุรกิจนี้แน่นอนว่าย่อมมีความสำเร็จมากมายเป็นตัวการันตี โดยหากมองจากปีที่แล้ว มีคอนโดมิเนียมหลายตัวที่ได้รับความสนใจทั้งซื้อยู่อาศัยเองและนักลงทุน เช่น Kensington สุขุมวิท-เทพารักษ์ คอนโด High Rise ติดรถไฟฟ้าสายสีเหลือง 0 เมตร จากสถานีทิพวัล ราคาเริ่มต้นแค่ 1.09 ล้านบาท หรือโครงการระดับ Flagship อย่าง Knightsbridge ที่มีหน้าตาออกมาสวยโดนใจผู้บริโภคทั้งในแง่ของดีไซน์    ฟังก์ชั่นการใช้งานจริง รวมถึงทำเล โดยทั้ง 4 โครงการ คือ Knightsbridge Kaset Society, Knightsbridge Prime Ratchayothin, Knightsbridge prime Onnut และKnightsbridge Collage Ramkhamhaeng ได้เปิดตัวไปแล้วอย่างสวยงาม โดยทุกโครงการที่กล่าวถึงล้วนแต่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั้งสิ้นและยัง Sold Out ภายในระยะเวลาไม่นาน จนกลายเป็นที่จับตามองว่าแบรนด์ Knightsbridge ตัวต่อไปจะมีหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร   พอเริ่มศักราชใหม่ออริจิ้นก็ไม่รอช้า เริ่มปล่อยหมัดเด็ดกันมาตั้งแต่ Project แรกของปีด้วยการเปิดตัว 2 โครงการคอนโดมิเนียม Knightsbridge Space Rama 9 และ Knightsbridge Space Ratchayothin บนทำเลพรีเมียมสมกับความเป็น Knightsbridge แต่การมาของทั้ง 2 โครงการนี้มีอะไรที่แตกต่างออกไปจากเดิม นับเป็นบริบทใหม่แห่งการอยู่อาศัยที่กล้าฉีกกรอบแนวเดิมๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ตรงใจผู้บริโภคมากที่สุด ซึ่งครั้งนี้เราจะโฟกัสกันที่โครงการ Knightsbridge Space Rama 9 ซึ่งโครงการตั้งอยู่ริมถนนดินแดงฝั่งขาเข้าไปทางอนุสาวรีย์ การเดินทางสะดวกต่อทั้งที่ผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวและระบบขนส่งสาธารณะ โดยหากใช้ถนนดินแดงมุ่งตรงสู่สามเหลี่ยมดินแดงก็จะสามารถเข้าสู่ถนนวิภาวดีไปขึ้นทางยกระดับอุตราภิมุข(โทลเวย์) หรือใช้ถนนอโศก-ดินแดง ก็มีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช และหากเลือกเปลี่ยนการเดินทางมาใช้รถไฟฟ้าท่ี่ใกล้ที่สุดเพียง 350 เมตร ที่ MRT สถานีพระราม 9 ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถตรงเข้าสู่ CBD ย่านอโศก-สีลม-สาทร ได้อย่างรวดเร็วที่สุด เรียกได้ว่าเป็นการเชื่อมต่อกันระหว่าง CBD-New CBD ได้อย่างคล่องตัว และเมื่อพูดถึงความเป็นทำเลแห่งเศรษฐกิจของประเทศก็มักจะตามมาด้วยชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยแบบระยะยาว ความต้องการที่อยู่อาศัยจึงเกิดขึ้นอย่างมีอัตราที่โตขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีโดยมีกำไรเติบโตสูงถึง 10% ต่อปีในย่านนี้ ฉะนั้นคอนโดมิเนียมในทำเลนี้จึงเหมาะสำหรับการปล่อยเช่าไปด้วยเพราะได้ Yield ถึง 5.6% ซึ่งในการซื้อ-ขาย-เช่า ทางออริจิ้นเองก็ได้มีการให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจด้านการบริการแก่ลูกบ้านอย่างครบวงจร     ทำเล New CBD แห่งนี้มีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ เพราะปัจจุบันแหล่ง CBD ในกรุงเทพฯ มีความหนาแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องมีการขยายเมืองออกมาตามสาธารณูปโภคที่ก็ต้องมีความอุดมสมบูรณ์มากพอที่จะกลายเป็นแหล่ง New CBD ที่สามารถรองรับความหนาแน่นของผู้คนที่กำลังจะตามมา เพราะนั่นหมายความว่าจะได้รับสะดวกสบายในการใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้น และคำตอบก็คือย่านพระราม 9 ย่านที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยหลับไหล โดยในช่วงกลางวันจะมี Character ของความเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน มีแหล่งอาคารออฟฟิศชั้นนำมากมาย ห้างสรรพสินค้าหลายรูปแบบที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ครบครัน เช่น เดินช้อปปิ้งที่เซ็นทรัลพระราม 9, หาซื้อของ IT ที่ฟอร์จูนทาวน์, ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่บิ๊กซี, เดินเล่นหาอะไรทานที่ Esplanade หรือ The Street ฯลฯ กลับกันในช่วงกลางคืนจะพลิกเป็น Night light city ของเหล่าวัยรุ่นกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรงทั้งตลาดนัดรถไฟแหล่งรวมสุดฮิป สถานที่แฮงเอาท์ที่มีให้เลือกไปได้ทั้งเดือนแบบไม่ซ้ำร้าน และเมื่อเป็นแหล่ง All day All Night ได้ขนาดนี้สิ่งที่ทำให้ผู้คนมากมายหลั่งไหลมารวมตัวกันได้นั่นคือการเดินทางได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะขับรถยนต์ส่วนตัวก็จะมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช บริเวณถนนอโศกดินแดงใกล้สี่แยกพระราม 9 หรือจะไปขึ้นทางพิเศษเฉลิมมหานคร-ทางยกระดับอุตราภิมุข บริเวณถนนวิภาวดีก็ไม่ไกล หรือจะใช้บริการขนส่งสาธารณะเพื่อการเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วก็มีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน สถานีพระราม 9 ซึ่งหากนั่งไปเพียง 1 สถานี ที่สถานีเพชรบุรีก็เป็นจุด Interchange กับแอร์พอตลิ้ง สถานีมักกะสัน จะเห็นได้ว่าทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ และการเดินทางต่างก็เอื้อให้กับผู้ที่อยู่อาศัยใน Prime Location นี้สามารถใช้ชีวิตอย่างคนยุคใหม่ที่สามารถ Work hard Play hard ได้อย่างเต็มที่     Knightsbridge Space Rama 9 Knightsbridge Space Rama 9 คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร 325 ยูนิต และอีก 1 ร้านค้า  Auto Parking 52% ยูนิตพักอาศัยชั้น 6-18, 20-27 และ Facility ที่หลากหลายตั้งแต่ชั้น G, 2, 6, 19,  และ Roofttop Garden ตัวอาคารถูกออกแบบให้ดูล้ำสมัยด้วยการใช้สีโทน Monochrome ไล่เฉดสีเทา ดำ ขาวเป็นหลัก ผสมผสานกับ Vertical Line ได้อย่างลงตัว ซึ่งการออกแบบทั้งภายนอกและภายในสำหรับโครงการนี้ได้ Designer ระดับท็อปมาใส่ไอเดียลงไปจนเต็มโครงการที่มาพร้อมคอนเซป ‘‘SPACE MAKE POSSIBLE’’ โดยทางออริจิ้นพยายามสร้างมิติของการใช้ชีวิตในที่อยู่อาศัยด้วยการนำคอนเซปของคำว่า Space มาฉีกกรอบเดิมของคอนโดมิเนียม ผสานความเชื่อมโยงถึงกันทุกมิติ สร้างประสบการณ์ในการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่ โดยวางเอาไว้ให้เป็น 4 Space หลัก คือ Vertical Space การออกแบบพื้นที่ใช้งานแนวตั้งให้มีประโยชน์สูงสุด, Value Space การเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในห้อง สามารถใช้งานได้แบบไม่เคยปรากฏมาก่อน, More Space การออกแบบให้ผู้อยู่อาศัย สามารถใช้ชีวิตในพื้นที่ได้มากกว่า ทั้งภายในห้องและพื้นที่ส่วนกลาง มุมสังสรรค์ ภายในโครงการ, Flow Space การเชื่อมต่อพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารด้วยการออกแบบ Space ทีมีการเล่นระดับ เล่นระดับพื้นที่โถงเพดานสูง มีการออกแบบพื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่     ความพิเศษสุดของโครงการนี้ คือ “Duo Space” ห้องพัก Lay Out ใหม่ล่าสุดจากออริจิ้น มาในสไตล์ Loft Hi light Product ที่คงคอนเซปถึงการเชื่อมต่อทุกพื้นที่เข้าถึงกัน แต่กลับมีความเป็นส่วนตัวได้ Space มากขึ้น และยังคำนึงถึงการใช้ทุกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลงตัวในทุก Function เพดานห้องสูงถึง 4.2 เมตร ดูหรูหราให้ความรู้สึกโปร่งโล่งยิ่งขึ้น พร้อมเปิดมุมมองภายในห้องพักให้เชื่อมต่อกับด้านนอกอาคารได้มากขึ้นด้วยหน้าต่างกระจกสูง และยังเป็นโครงการที่นำเอาเทคโนโลยี Home automation เข้ามาใช้งานจริงเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ให้ได้ใช้ชีวิตที่ง่ายมากขึ้นในด้วยการควบคุมเปิด-ปิดสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักผ่านสมาร์ทโฟนของเรา เช่น Digital Door Lock, ไฟภายในห้อง, เครื่องปรับอากาศ และผ้าม่าน ซึ่งทั้งห้องสไตล์ Duo Space และระบบ Home automation จะได้เหมือนกันทุกยูนิต   ภาพบรรยากาศจำลองภายในห้องพัก   Unite Plan Type 23 ตร.ม. เมื่อได้ดีไซน์ Duo Space ก็จะได้พื้นที่ใช้สอยทาสูงเพิ่มมากขึ้นอีก 7 ตร.ม. (โดยประมาณ)         Unite Plan Type 26 ตร.ม. เมื่อได้ดีไซน์ Duo Space ก็จะได้พื้นที่ใช้สอยทาสูงเพิ่มมากขึ้นอีก 10 ตร.ม. (โดยประมาณ)   Unite Plan Type 30 ตร.ม. เมื่อได้ดีไซน์ Duo Space ก็จะได้พื้นที่ใช้สอยทาสูงเพิ่มมากขึ้นอีก 12 ตร.ม. (โดยประมาณ)   มาถึงพื้นที่ส่วนกลางอีกหนึ่งไฮไลท์ของโครงการที่ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อการพักผ่อนที่ดีที่สุดของลูกบ้าน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วแต่ละโครงการจะมีมาให้ประมาณ 2-3 ชั้น แต่สำหรับ Knightsbridge Space Rama 9 นั้นให้พื้นที่ส่วนกลางมาถึง 5 ชั้น รวมแล้ว  กว่า 1,000 ตร.ม. โดยออกแบบมาให้มีความ Flow ตามเส้นสายโค้งมนตามธรรมชาติพร้อมลำธารเล็กๆ ตามทางเดินที่เชื่อมต่อถึงกันทั้งภายนอกและภายในอาคาร ให้ความรู้สึกได้อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น   ภาพจำลองพื้นที่สีเขียวส่วนกลาง Sky Infinity Lap Pool บนชั้น 19 ให้ได้ว่ายน้ำพร้อมชมวิวเมืองสวยๆ พร้อมสวนสีเขียวรอบๆ ให้รู้สึกถึงการพักผ่อนเหนือระดับที่ Knightsbridge Space Rama 9 Sky Panoramic Social Fitness Club ชั้น 19 ฟิตเนสในห้องใหญ่เพดานสูงอันโอ่งโถ่ง ล้อมรอบไปด้วยกระจก High Selling ให้ได้ออกกำลังกายพร้อมเสพวิวเมืองได้รอบทิศทาง Floor Plan ชั้น Ground ใช้เส้นสายธรรมชาติมาสร้าง Flow Space เชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกอาคารให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน Floor Plan ชั้น 6 เป็นชั้นแรกที่มียูนิตพักอาศัย มีพื้นที่สีเขียวของทั้งสองฝั่งของอาคาร ซึ่งถูกออกแบบให้มีทางเดินไล่ระดับเชื่อมต่อถึงกันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่แยกกันไม่ออก Floor Plan ชั้น 7-18 คือโซนแรกของยูนิตพักอาศัย มีประมาณ 20 ยูนิต/ชั้น ถือว่าไม่มาก ได้ความเป็นส่วนตัว ลิฟท์ 4 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด และห้องที่เป็นห้องเก็บขยะของชั้นจะถูกออกแบบมาให้หลบลึกเข้าไปด้านในเพื่อป้องกันกลิ่นรบกวน Floor Plan ชั้น 20-25 เป็นโซนพักอาศัยที่มีความเป็นส่วนตัวเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยจำนวนยูนิตที่น้อยมากเพียง 9 ยูนิต/ชั้น Floor Plan ชั้น 26 เป็นชั้นที่มีความพิเศษยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจำนวนยูนิตที่น้อยที่สุด 6 ยูนิต ยังได้สวนสีเขียวมาไว้ที่ชั้นพักอาศัย เสมือนเป็นสวนสว่นตัวที่น้อยคนจะได้เข้าถึง Floor Plan ชั้น 27 เป็นชั้นพักอาศัยที่อยู่สูงที่สุดของโครงการ ได้ความ Exclusive ทั้งจำนวนยูนิตที่น้อยเป็นพิเศษและวิวเมืองทั้งในย่าน New CBD ไปจนถึงฝั่ง CBD เดิม Floor Plan Roof Top มาถึงตรงนี้แล้วคงหมดคำถามว่าทำไมออริจิ้นถึงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ก้าวขึ้นมาครองใจผู้บริโภคได้อย่างง่ายดายในระยะเวลาอันรวดเร็ว พิสูจน์ได้ด้วยคุณเองเร็วๆ นี้ ที่โครงการ Knightsbridge Space Rama 9     24 มี.ค.นี้ เปิดจอง Pre Sale!! Knightsbridge Space Rama 9 1 ใน 3 ไนท์บริดจ์ ที่สุดแห่งปี คอนโดใหม่!! ไนท์บริดจ์ สเปซ พระราม 9 ห้องแบบ Duo Space เพดานสูง 4.2 ม. ที่สูงและสวยที่สุดแห่งแรกและแห่งเดียวบนสี่แยกพระราม 9 เพียง 325 ยูนิตทั้งโครงการ และ เพียง 350 ม. จาก MRT สถานีพระราม 9 เต็มอิ่มกับพื้นที่สวนส่วนกลางกว่า 1,000 ตรม. เชื่อมต่อเนื่องถึง 5 ระดับชั้น Craft Cafe & Working Space กว่า 645 ตรม. แบบ Double Volume Sky panoramic social fitness club ขนาดใหญ่กว่า 221 ตรม. พร้อมระบบ Home Automation และ Auto Parking   ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ VIP ได้ที่ https://goo.gl/ZLouVN รับส่วนลด 200,000.* T.020300000 โอกาสสุดท้าย ที่คุณห้ามพลาด
LIVEVOLUTION แคมเปญใหญ่จาก AP ให้คุณจับจองทาวน์โฮมล้ำสมัย บนทำเลที่ดีที่สุดก่อนใคร

LIVEVOLUTION แคมเปญใหญ่จาก AP ให้คุณจับจองทาวน์โฮมล้ำสมัย บนทำเลที่ดีที่สุดก่อนใคร

ปฎิเสธไม่ได้ว่า “ทาวน์โฮม” คือตัวเลือกของที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมืองยุคใหม่ที่เป็นส่วนผสมลงตัวระหว่างบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้งแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว ดีไซน์และฟังก์ชั่นใช้งานภายในบ้านยังตอบสนองการพักอาศัยได้เป็นอย่างดี แถมยังมาพร้อมกับพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการแบบครบครัน และยังเป็นอสังหาริมทรัพย์ชนิดที่ผู้ซื้อจะได้กรรมสิทธิ์ครอบครองในส่วนของที่ดินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมปัจจุบันกรุงเทพฯ จะมีทาวน์โฮมโครงการใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคมากมาย ซึ่งแบรนด์ที่สร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งทั้งหมด คงหนีไม่พ้นโครงการ “บ้านกลางเมือง” และ “PLENO” (พลีโน่) จาก AP Thai ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมืองที่มุ่งมั่นพัฒนาทาวน์โฮมจนกลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของประเทศไทย สามารถครองใจผู้บริโภคกว่า 50,000 ครอบครัว เนื่องจากมีจุดแข็งที่ได้เปรียบกว่าแบรนด์ใดๆ เพราะเข้าใจความต้องการและ Lifestyle ของผู้อยู่อาศัยได้อย่างตรงจุด ซึ่งไม่ใช่แค่ตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานเท่านั้น แต่วิธีคิดในการออกแบบสเปชของ AP นั้น คือการผสานฟังก์ชั่นเข้ากับความฝัน รสนิยม และอุดมคติในการใช้ชีวิต เพื่อประโยชน์สูงสุดและเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านด้วยแนวคิด 5 BEST TOWNHOME สร้างจุดเด่นให้แตกต่างจากโครงการทั่วไปโดยปักหมุดแต่ทำเลศักยภาพ สามารถเชื่อมต่อการเดินทางหลากหลายรูปแบบ ไม่ใช่แค่ติดถนนใหญ่แต่ต้องเชื่อมต่อทางลัด ทางด่วน หรือระบบขนส่งขนาดใหญ่ได้ด้วย ที่สำคัญดีไซน์โมเดลแบบบ้านต้องตอบสนองความต้องการของผู้อยู่อาศัย โดยทาง AP ได้นำเทคโนโลยีเข้าไปเป็นส่วนผสมกับการออกแบบพื้นที่ภายใต้แนวคิด ‘สร้างสรรค์นวัตกรรมดีไซน์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต’ หรือ SMART LIVING FUNCTION ที่นอกจากการลงลึก Design Space โดยเพิ่ม Design Detail เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ครบและสมบูรณ์แบบมากขึ้นแล้ว ยังคงดีไซน์ทุกรายละเอียดที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในแต่ละวันของลูกบ้านทุกๆ คน เพื่อเติมเต็มความสุขแบบพร้อมอยู่ แถมยังนำเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตที่จะตอบสนอง Lifestyle การอยู่อาศัยแห่งโลกอนาคตที่ครอบคลุมทุกมิติทั้งในด้านคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่มากขึ้น ก่อนจะส่งมอบบ้านที่เพียบพร้อมและดีที่สุดให้แก่ลูกบ้านนั่นเองค่ะ ทำเลศักยภาพ สามารถเลือกเดินทางได้หลากหลาย สำหรับแบรนด์ บ้านกลางเมือง และ PLENO นั้น ได้มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน A, B, C และ D ซึ่งเป็นทำเลทองรอบกรุงเทพฯ โดยวันนี้เราขอหยิบยกทาวน์โฮม 4 โครงการ จาก 2 แบรนด์คุณภาพของ AP ประกอบด้วย "โครงการบ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช, บ้านกลางเมือง สวนหลวง, บ้านกลางเมือง The Edition พระราม 9 - อ่อนนุช และโครงการพลีโน่ สุขุมวิท - บางนา" มาพูดถึงกันสักหน่อยค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในโซน A ที่นับว่าเป็น Urbanite Living ให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายมากๆ ทั้งคนมีรถส่วนตัวและไม่มี เพราะด้วยทำเลศักยภาพที่ทาง AP เลือกให้เป็นที่ตั้งโครงการนั้นจะเชื่อมต่อทั้งทางด่วน, มอเตอร์เวย์ และกาญจนาวงแหวนรอบนอก อีกทั้งยังตั้งอยู่ในพิกัดที่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นสถานีแอร์พอร์ตลิ้งค์บ้านทับช้าง (โครงการบ้านกลางเมือง พระราม 9 - อ่อนนุช และบ้านกลางเมือง The Edition พระราม 9 - อ่อนนุช), BTS สถานีบางนา (โครงการพลีโน่ สุขุมวิท - บางนา) พิกัดของทั้ง 4 โครงการ นั้นเอื้อต่อการเดินทางที่ง่ายและสะดวกสบายจริงๆ ค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถเลือกเส้นทางเข้าเมืองได้เยอะ ทั้งทางถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ที่สามารถวิ่งตรงไปจนถึงพระราม 9 ได้ หรือใช้ทางแยกประเวศแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนอ่อนนุชวิ่งเข้าแยกสวนหลวง แล้วตรงไปถึงถนนสุขุมวิทก็ยังได้ค่ะ แถมถนนอ่อนนุชยังเชื่อมต่อเข้าถนนพัฒนาการสามารถไปถนนเพชรบุรีได้อีกด้วย ส่วนถ้าจะออกเมืองก็ใช้ทางแยกประเวศ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลาดกระบัง ก็จะสามารถไปสนามบินสุวรรณภูมิ และสามารถไปถนนกิ่งแก้วไปออกถนนบางนา-ตราดได้ค่ะ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบก็มีสถานที่สำคัญมากมายทั้งห้างสรรพสินค้า, สถานศึกษา, สถานพยาบาล และสนามบินสุวรรณภูมิ แถมแบบบ้านทาวน์โฮมที่ถูกเลือกมาลงนั้นก็ไม่ได้มีราคาสูงมากไปกว่าคุณภาพเลย ซึ่งอยู่ในระดับราคาที่สามารถจับต้องได้ แต่จะมีรายละเอียดและจุดเด่นที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างไรบ้าง เราไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ.. บ้านกลางเมืองพระราม 9 - อ่อนนุช เริ่มต้นโครงการแรกกับ “บ้านกลางเมืองพระราม 9 – อ่อนนุช” ทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนถึงความเหนือระดับได้ในทุกมิติ ออกแบบภายใต้แนวคิด Free & Easy ทันสมัยแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา โดยตัวบ้านเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอยแบบ Flexible ที่สามารถออกแบบพื้นที่ส่วนตัว และปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของทุกสัดส่วนในบ้านให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ทันสมัยได้อย่างลงตัว เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย กับพื้นที่ส่วนกลาง คลับเฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำและฟิตเนส และบริเวณพักผ่อน เติมเต็มแนวคิดใหม่ๆ และความสุขได้อย่างไม่รู้จบ บนทำเลใกล้มอเตอร์เวย์และวงแหวนกาญจนาภิเษก เพียง 5 นาทีถึงรถไฟฟ้า เดินทางถึงพระราม 9 ภายใน 10 นาที ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.99 ล้านบาท* พิกัดโครงการ บ้านกลางเมือง พระราม 9-อ่อนนุช:  (13.728025,100.703883) บ้านกลางเมือง สวนหลวง บ้านกลางเมือง สวนหลวง โครงการที่อยู่ทางโซนบางนา เป็นโครงการที่มี Product หลากหลาย ทั้งทาวน์โฮม 2 ชั้น, 3 ชั้น และบ้านแนวคิดใหม่ X-Trend Series ในดีไซน์ Modern Contemporary Style ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในครอบครัว ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สู่การสร้างสรรค์พื้นที่อย่างลงตัว ด้วยการออกแบบพื้นที่ที่มากขึ้น เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย ในสไตล์ Modern Contemporary ภายใต้สุนทรียะแห่งธรรมชาติ รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวที่เปี่ยมไปด้วยความร่มรื่น บนทำเลศักยภาพที่เลือกสรรมาอย่างดี พร้อมตอบรับทุกการพักผ่อนด้วย Facilities ครบครัน ทั้ง คลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ และ Jogging Track สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ใกล้ทั้งทางด่วนบูรพาวิถี มอร์เตอร์เวย์ และวงแหวนรอบนอก เชื่อมต่อถนนอ่อนนุช และถนนศรีนครินทร์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.69 ล้านบาท* พิกัดโครงการ บ้านกลางเมือง สวนหลวง: (13.670599,100.67296) บ้านกลางเมือง The Edition พระราม 9 – อ่อนนุช บ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม 9-อ่อนนุช บ้านแนวคิดใหม่ในบรรยากาศรีสอร์ท ตอบรับความสุขของทุกวิถีชีวิตได้อย่างเต็มที่ ออกแบบภายใต้แนวคิด Multiple Space ขยายพื้นที่ใช้สอยภายใน พร้อมสวนรอบบ้าน และด้วยความลงตัวของพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้น ด้วยนิยามการดีไซน์แบบ Maximum / More / Masterpiece ฟังก์ชั่นการใช้งานของแต่ละเสปซสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามจินตนาการ ผสานความเรียบหรูและทันสมัยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ให้คุณและครอบครัวได้ผ่อนคลายไปกับ คลับเฮ้าส์ดีไซน์หรู มาพร้อมสระว่ายน้ำและฟิตเนส และสวนพักผ่อน บนทำเลเชื่อมต่อสู่พระราม 9 เพียง 10 นาที* ใกล้ทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้า Airport Link สถานีบ้านทับช้าง ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.79 ล้านบาท* พิกัดโครงการ บ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม 9-อ่อนนุช: (13.728025,100.703883) พลีโน่ สุขุมวิท - บางนา มาถึงโครงการสุดท้ายในโซน A ที่น่าสนใจไม่แพ้บ้านกลางเมืองเลย สำหรับแบรนด์ PLENO โครงการ PLENO สุขุมวิท-บางนา ฟังก์ชั่นแบบใหม่ของทาวน์โฮม 2 ชั้น บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วน สามารถเข้าเมืองได้ง่ายและใกล้เมกะบางนา แบบบ้านมีการดีไซน์ฟังก์ชั่นภายในของพื้นที่ใช้สอยให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัวใหม่ ด้วยการดีไซน์แบบ Flexible Space เพิ่มประโยชน์ของฟังก์ชั่นในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยตามต้องการของการใช้งานจริง ชั้นล่างจะมี Foyer ช่วยทำให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น ชั้น 2 เพิ่ม Green Space มากขึ้น โดยฟังก์ชั่นของ Double Garden ของพื้นที่ชั้น 2 ช่วยเพิ่มสีเขียวของธรรมชาติให้กับความร่มรื่นของบ้าน โครงการมี Facilities ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสระว่ายน้ำ และพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ พร้อม Fitness และสนามเด็กเล่น  พักผ่อนอย่างลงตัวท่ามกลางธรรมชาติที่ บนคลับเฮ้าส์ที่โดดเด่นในการออกแบบที่หรูหรา ทำให้สะท้อนทุกรายละเอียดในการอยู่อาศัย ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.49 ล้านบาท* พิกัดโครงการ PLENO สุขุมวิท-บางนา : (13.6370711286343,100.673248618841)   เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งของทาวน์โฮมที่มีกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ชนิดที่ Sold Out ตั้งแต่วันเปิดจองในทุกๆ โครงการที่ผ่านมาทาง AP จึงไม่รอช้าที่จะกระจายความสุขให้เกิดขึ้นในวงการอสังหาฯ ของไทย ด้วยการจัดแคมเปญครั้งยิ่งใหญ่ “LIVEVOLUTION” ครั้งแรกกับนวัตกรรมทาวน์โฮมแห่งอนาคต ที่รวบรวมทาวน์โฮมสุดล้ำสมัย 2 แบรนด์ดังอย่าง “บ้านกลางเมือง” และ “Pleno” บนสุดยอดทำเลกว่า 30 โครงการ นำมาจัดโปรโมชั่นพร้อมกันทั่วกรุงเทพฯ โดยทั้ง 2 แบรนด์จะนำเสนอบ้านทาวน์โฮมแบบใหม่ พร้อมราคา Pre-sale ที่ดึงดูดใจมากๆ (เริ่มที่ 1.69-9.29 ล้านบาท*) ตามด้วยข้อเสนอแห่งปี “ซื้อบ้านไม่มีดอกเบี้ยนาน 2 ปี*” ให้คุณเป็นเจ้าของทาวน์โฮมแบรนด์อันดับหนึ่งได้ง่ายๆ ภายในงานนอกจากทุกคนจะได้พบกับการเปิดตัวครั้งแรกของ “LIVEVOLUTION HOME” นวัตกรรมทาวน์โฮมแห่งอนาคต และแนวคิดการออกแบบที่ผสมผสานฟังก์ชั่น LIVEVOLUTION SMART และ LIVEVOLUTION SPACE เข้าไว้ด้วยกันเพื่อตอบโจทย์ Lifestyle การใช้ชีวิตของลูกบ้านได้ครบสมบูรณ์แบบทุกมุมมองมากยิ่งขึ้นแล้ว อีกหนึ่งความพิเศษในงานที่ไม่อยากให้พลาดเลยจริงๆ ค่ะ สำหรับ "HALL OF FRAME” แคมเปญใหม่ที่ทาง AP จะรวบรวมที่ดินแปลงพิเศษ ทำเลพิเศษ พร้อมราคาสุดพิเศษ ทุกโครงการ ทุกทำเล จากบ้านกลางเมือง และ พลีโน่ ไปให้จับจองและเลือกสรรได้ตามความต้องการ ซึ่งข้อเสนอนี้จัดให้เฉพาะลูกค้าที่จองในงานนี้เท่านั้นนะคะ ดังนั้นถ้าไม่อยากพลาดโปรโมชั่นดีๆ แบบนี้ แนะนำให้ลงทะเบียน https://goo.gl/kb4ouD เพื่อลุ้นรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 100,000 บาท*! ไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ก่อนจะไปเจอกันที่หน้างานวันที่ 10-11 มีนาคม 2561 ที่จะถึงนี้ ซึ่งงานจะจัดเพียง 2 วันเท่านั้น!!! สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1623
คอนโดใหม่ ต้นปี 2018

คอนโดใหม่ ต้นปี 2018

จากการคาดการณ์ด้านเศรษฐกิจของปีนี้ที่หลายฝ่ายมองว่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เหล่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้เริ่มมีการเปิดตัวโครงการกันตั้งแต่ต้นปี ไม่ว่าจะเป็นค่ายใหญ่ที่เตรียมเปิดกันหลายสิบโครงการ ไปจนถึงค่ายที่เป็นผู้เล่นจากต่างจังหวัดก็ยังเข้ามาลงสนามอันร้อนแรงในกรุงเทพฯ เชื่อว่าปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งปีที่มีการเปิดตัวโครงการมากที่สุดต่อเนื่องจากเมื่อปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครที่กำลังมองหาคอนโดใหม่เพื่ออยู่อาศัย หรือเหล่านักลงทุน ปีนี้อย่ากระพริบตา รับรองว่าเหล่า Developer มีอะไรมาให้ติดตามกันมากมายตลอดปี เริ่มต้นจากคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่เปิดตัวกันไปแล้วในช่วงต้นปีนี้ มีตัวไหนเด็ดๆ บ้าง เรารวบรวมมาให้ดูกันค่ะ Muniq Langsuan จาก Major Development คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร 166 ยูนิต สถานที่ตั้งโครงการ : ถนนต้นสน จุดเด่น : เป็นโครงการแบบ Freehold ที่หายากในทำเลนี้, Automatic Parking 111% Unite Type :1 Bedroom : 50.00-57.00 ตร.ม. 1 Bedroom Plus : 64.00-78.00 ตร.ม. 2 Bedrooms : 83.00-113.00 ตร.ม. 2 Bedrooms Plus : 96.00-101.00 ตร.ม. 3 Bedrooms : 121.00-133.00 ตร.ม. 3 Bedrooms Plus : 176.00-179.00 ตร.ม. Penthouse (The Collection) : 71.00-254.00 ตร.ม. ราคา : เริ่มต้น 12.9 ล้านบาท เฉลี่ย 310,000 บาท/ตร.ม.   Cooper Siam จาก Koon Estate คอนโดมิเนียม High Rise 24 ชั้น 1 อาคาร 188 ยูนิต สถานที่ตั้งโครงการ : ถนนรองเมือง ซอยรองเมือง 5 Concept : Combo Loft จุดเด่น : ห้องเพดานสูง 4.6 เมตร ลิฟท์แยกโซน Unite Type : Single และ Double  41-71 ตร.ม. Sky Residence 1-2 ห้องนอน 30 – 67 ตร.ม. Penthouses และ Duplex 3 ห้องนอน 188 – 220 ตร.ม. ราคา : เริ่มต้น 4 ล้านบาท เฉลี่ย 138,000 บาท/ตร.ม. The Reserve Sukhumvit 61 จาก Pruksa คอนโดมิเนียม Low Rise 7 ชั้น 2 อาคาร 186 ยูนิต สถานที่ตั้งโครงการ : ซอยสุขุมวิท 61 Concept : Reserve Your Exclusivity จุดเด่น : อยู่ย่านใจกลางเมือง แต่ภายในซอยเงียบสงบ Unite Type : 30.75-138.80 ตร.ม. 1 Bedroom 2 Bedroom 3 Bedroom Duplex ราคา : เริ่มต้น 10 ล้านบาท เฉลี่ย 325,000 บาท/ตร.ม. One 9 Five Asoke-Rama9 จาก TC Development คอนโดมิเนียม High Rise 61 ชั้น 2 อาคาร 954-957 ยูนิต สถานที่ตั้งโครงการ : ริมถนนพระราม 9 จุดเด่น : เน้นการออกแบบที่ดีทั้งภายในและภายนอกอาคารที่หรูหราแต่ราคาจับต้องได้, พื้นที่ส่วนกลาง 8-9 ไร่ Unite Type : 1 Bedroom Junior Suite 25.5-27.5 ตร.ม. 1 Bedroom Deluxe 35-41 , 48-69.5 ตร.ม. 2 Bedroom Deluxe 55-67.5 ตร.ม. 3 Bedroom Exclusive 94-109.5 ตร.ม. Penthouse 194-271 ตร.ม. ราคา :  เริ่มต้น 2.89 ล้านบาท เฉลี่ย 114,000 บาท/ตร.ม. The Line Wongsawang จาก Sansiri คอนโดมิเนียม High Rise 36 ชั้น 1 อาคาร 1,287 ยูนิต สถานที่ตั้งโครงการ : ติดถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ขาออก Concept : ก้อนเมฆ จุดเด่น : ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีวงศ์สว่าง 200 เมตร Unite Type : 1 Bedroom  28.00-40.75 ตร.ม. 2 Bedrooms  47.75-55.75 ตร.ม. ราคา : เริ่มต้น 1.99 ล้านบาท เฉลี่ย 95,000 บาท/ตร.ม. KnightsBridge Space Rama IX จาก Origin คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร 325 ยูนิต สถานที่ตั้งโครงการ : ริมถนนดินแดง ใกล้สี่แยกพระราม 9 จุดเด่น : เพดานห้องสูง 4.2 เมตร   IKON Sukhumvit77 จาก V Property คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร 442 ยูนิต สถานที่ตั้งโครงการ : สุขุมวิท 77 (ซอยอ่อนนุช 10) Concept : Living Extraordinary จุดเด่น : เข้า-ออกได้หลายเส้นทาง เช่น สุขุมวิท 77-สุขุมวิท 81 Unite Type : Studio  23.23-26.01 ตร.ม. 1 Bedroom  27.45-31.56 ตร.ม. 1 Bedroom Plus  34.15-34.85 ตร.ม. 2 Bedrooms  43.27-47.05 ตร.ม. ราคา : เริ่มต้น 1.99 ล้านบาท เฉลี่ย 85,665 บาท/ตร.ม. Ciela sripatum จาก Grand Unity คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น 1 อาคาร 903 ยูนิต สถานที่ตั้งโครงการ : ริมถนนพหลโยธิน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยศรีปทุม Concept : Simply Makes Sense จุดเด่น : เป็นคอนโดมิเนียมโครงการแรกที่ติดรถไฟฟ้าจากแกรนด์ ยูนิตี้, ราคาเปิดตัวไม่สูง Unite Type : 22.5-60 ตร.ม.    
คอนโด ใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองกับแกรนด์ ยูนิตี้

คอนโด ใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองกับแกรนด์ ยูนิตี้

ปี 2018 นี้ เป็นอีกปีที่ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงร้อนแรงที่สุดอย่างต่อเนื่องในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้เห็นหลายโครงการใหม่ที่น่าจับตามองเริ่มเปิดตัวกันมาตั้งแต่ต้นปี โดยหนึ่งในนั้น คือ แกรนด์ ยูนิตี้ ที่มาพร้อมกับ 4 โครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ติดรถไฟฟ้า ภายใต้คอนเซป "Simply Makes Sense." ให้เราได้เลือกคอนโดมิเนียมในโครงการที่ลงตัวกับเรามากที่สุดทั้งทำเล ดีไซน์ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในและรอบโครงการ เพราะคอนโดมิเนียมที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวเราได้ดีที่สุดคือโครงการที่ใช่ที่สุด หนึ่งในทำเลสุดฮอตคือแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และยังใกล้ทางยกระดับอุตราภิมุข สนามบินดอนเมือง พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว, เมเจอร์รัชโยธิน ฯลฯ รวมถึงดีมานด์ที่มีอยู่มากมายหลายกลุ่มทั้งนักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และกลุ่มคนทำงาน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีการเช่าคอนโดอยู่มากที่สุด Ciela (เซียล่า) คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น บนพื้นที่ 6-1-17.30 ไร่ ทั้งหมด 903 ยูนิต ขนาด 22.5-60 ตร.ม. ตัวโครงการติดรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบใช้ชีวิตสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ไม่ต้องไปเปลี่ยนสายสถานีไหนก็สามารถตรงเข้าเมืองได้ง่ายๆ ส่วนเหล่านักลงทุนทั้งหลายต้องคอยจับตามองให้ดีค่ะ เพราะโครงการนี้ได้ยินมาว่าราคาเปิดตัวไม่เกิน 100,000 บาท/ตร.ม. เท่านั้น เป็นราคาที่เชื่อว่าสำหรับคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าในปัจจุบันไม่มีใครทำราคาได้เท่านี้  สระว่ายน้ำระบบเกลือบนชั้นดาดฟ้า สวนสีเขียวชั้นล่าง Ciela มาพร้อมส่วนกลางครบครัน เช่น ล็อบบี้, สวนสีเขียว, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกายชั้นดาดฟัา, สวนชั้นดาดฟ้า, ห้องซาวน่า, ห้องบริการซักผ้า อบผ้า เป็นต้น มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิด ลิฟท์โดยสารให้มาถึง 5 ตัว แยกลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ลิฟท์โดยสารที่อาคารจอดรถ 2 ตัว  โครงการถัดมาที่ยังคงคอนเซปในการเป็นคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งเตรียมเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกนี้ต่อจากโครงการ Ciela คือ   De Lapis (เดอ ลาพีส) คอนโดมิเนียม High Rise ย่านจรัญสนิทวงศ์ 81 ที่ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาหนึ่งในมุมมองที่สวยที่สุดบนอาคารสูงในกรุงเทพฯ มี Background เป็นตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง พร้อมกับได้วิวสระว่ายน้ำบนอาคารไปด้วย และยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีบางพลัด โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นสายที่วิ่งเป็นวงแหวนเพียงสายเดียวของโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งจะผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นย่านออฟฟิศทั้งสีลม รัชดาภิเษก ย่านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพฯชั้นใน และหากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ใกล้ทางพิเศษศรีรีช และยังสามารถใช้สะพานกรุงธนแล้วตรงเข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเชื่อมต่อการเดินทางได้อีกหลากหลายเส้นทาง และยังใกล้กับสถานที่สำคัญชื่อดังหลายแห่ง ทำให้ De Lapis เหมาะสำหรับกลุ่มคนทำงานในตัวเมืองไปจนถึงครอบครัวที่อยากได้ความสงบเป็นส่วนตัว แต่ยังได้ความสะดวกสบายแบบคอนโดมิเนียมท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดี หากลงทุนปล่อยเช่าก็จะมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนทำงาน และคนที่อาศัยอยู่ในย่านเดิมอยู่แล้วต้องการขยับขยาย  เรียกว่าทั้ง Ciela (เซียล่า) กับ De Lapis (เดอ ลาพีส) จะมีราคาเปิดตัวค่อนข้างสูสีกันด้วยที่ตั้งโครงการติดรถไฟฟ้าเหมือนกันเพียงแต่คนละทำเล เราก็สามารถเลือกตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของแต่ละคน ซึ่งทั้งสองโครงการมีแพลนเปิดตัวช่วงครึ่งปีแรกนี้ ย้ำกันอีกทีนะคะว่าราคาแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า จับตาวันเปิดตัวกันให้ดีค่ะ          ส่วนช่วงครึ่งปีหลังทางแกรนด์ ยูนิตี้ เตรียมเปิดตัวอีก 2 โครงการใหม่ ที่มีการเปิดข้อมูลออกมาบางส่วนบ้างแล้ว คืือ Denim (เดนิม) คอนโดมิเนียม High Rise โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Urban Lifestyle บนแนวคิด Mixed-Use Concept โครงการตั้งอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 18 ทะลุไปซอยวิภาวดีรังสิต 3 ได้ มีศักยภาพด้านการเดินทางสูงทั้งในปัจจุบันและอนาคต สำหรับผู้ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะสามาถใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีหมอชิตที่เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินสถานีจตุจักร ซึ่งในอนาคตประมาณปี 2563 จะเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานีที่เป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่แทนหัวลำโพงที่มีความแออัดมากในปัจจุบัน โดยจะทำหน้าที่เป็นสถานีหลักของรถไฟสายเหนือ สายอีสาน สายใต้ สายตะวันออก และสายตะวันตก นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเพื่อรองรับรถไฟฟ้าความเร็วสูงทุกสายในอนาคต เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีแดงได้ มีโซนช้อปปิ้งมอลล์ รวมถึงยังมีพื้นที่จอดรถ 1,700 คัน แน่นอนว่าจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และยังเป็นแหล่งออฟฟิศทั้งเอกชน รัฐวิสาหกิจ ราชการหลายแห่ง ทำให้ในอนาคตบริเวณนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นอีกหนึ่งใน New CBD ของกรุงเทพฯ   Mazarine (แมสซารีน) คอนโดมิเนียม High Rise เกรด Premium เป็นตัวที่เป็นไฮไลท์ของปีนี้ ซึ่งมีแพลนจะเปิดตัวในช่วงปลายปี  โดยทั้งราคาและทำเลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเมเจอร์รัชโยธินจะส่งให้โครงการนี้ทำ Surprise ได้แน่นอนค่ะ     ทั้งหมดนี้คือแนวคิด Simply Makes Sense. จากแกรนด์ ยูนิตี้ "ใช้ชีวิต...บนเหตุผลของคุณ" คือ keyword ที่กำลังจะบอกกับเราว่าเราสามารถเลือกสิ่งที่ใช่ได้ด้วยตัวเราเอง เลือกอย่างเหมาะสม เลือกบนเหตุผลของตัวเอง เพราะเชื่อว่าหลายคนย่อมเคยเกิดความคิดที่ว่า อยากมีคอนโดเป็นของตัวเอง อยากอยู่คอนโดใกล้แนวรถไฟฟ้า อยากดีไซน์ห้องของเราตามสไตล์ในแบบที่เป็นตัวเอง เพราะเราอยากใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือกเอง ไม่ต้องตามใคร #ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ มันคงไม่ make sense เท่าไหร่กับการที่ต้องวิ่งตามกระแสของคนอื่นใช่ไหมคะ  
One9Five อโศก – พระราม 9 ฉีกรูปแบบเก่า ด้วยงานดีไซน์เหนือกาลเวลา

One9Five อโศก – พระราม 9 ฉีกรูปแบบเก่า ด้วยงานดีไซน์เหนือกาลเวลา

เมื่อดีไซน์กลายเป็นเครื่องมือที่สะท้อนแนวคิดและรูปลักษณ์ขององค์กร จึงไม่น่าแปลกใจเลยค่ะที่วันนี้เราจะเห็นเจ้าของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์หลายแห่งให้ความสำคัญกับเรื่องดีไซน์ของอาคาร และการตกแต่งภายในมากขึ้น ซึ่งทาง TC Development เองก็เข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ทำการพัฒนา Re-Design เปลี่ยนภาพลักษณ์คอนโดมิเนียมโครงการ TC Royal พระราม 9 ใหม่ทั้งหมด จนแทบไม่เหลือภาพเดิมเลย เพราะสัญลักษณ์มงกุฎสีทองที่เราคุ้นตากันดีก็ถูกถอดออกเรียบร้อยแล้ว แถมยัง rebranding ภาพลักษณ์องค์กรให้ดูหรูหรามากขึ้น ที่สำคัญยังเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุดในชื่อ “One9Five” Asoke - Rama 9 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Luxury Life Curator” รวบรวมความเป็นที่สุดของ Luxury ไว้ในสถานที่แห่งเดียว     “One9Five” อโศก – พระราม 9 เป็นโครงการ Luxury Condominium ขนาดใหญ่กว่า 11 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ซอย 5 ในพื้นที่ New CBD ใจกลางเมือง ที่เดินทางสะดวกสบายมาก ใกล้ MRT สถานีพระราม 9 (ห่างเพียง 200 เมตร) แวดล้อมด้วยตึก Super Tower, G Tower, Central พระราม 9, Fortune และโรงพยาบาลพระราม 9 และใกล้ทางด่วนถึง 2 จุด นับว่าเป็นคอนโดขนาดใหญ่และสูงที่สุด บนถนนพระรามเก้าฝั่ง Unilever House เลยค่ะ ตัวโครงการแบ่งออกเป็น 2 อาคาร 61 ชั้น อาคาร A จำนวน 954 ยูนิต และอาคาร B จำนวน 957 ยูนิต ไฮไลท์อยู่ที่ความเป็น Privacy Living ด้วยจำนวนห้องไม่เกิน 18 ยูนิตต่อชั้น ในราคาที่จับต้องได้กว่าโครงการข้างเคียงอื่นๆ แถมยังจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางบนเนื้อที่กว่า 8.6 ไร่ จำนวน 3 ชั้น ให้แบบไม่มีกั๊กเพื่อรองรับความสุขของลูกบ้าน ซึ่งมาพร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาว 100 เมตร ที่เชื่อมกันระหว่าง 2 อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอื่นๆ อย่างครบครัน   และจุดเด่นที่สำคัญของโครงการนอกจากเรื่องของทำเลศักยภาพแล้ว คือเรื่องของ Spec ที่ให้ลูกบ้านเหนือความคาดหมายเกินมาตรฐานราคาใน Segment เดียวกันไปเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้น Engineering wood, Air Conceal ฝังในฝ้า ซึ่งปกติแล้วจะมีให้เฉพาะคอนโดแบบ Super luxury segment เท่านั้นนะคะ เมื่อโครงการจัดเต็มทุกสิ่งขนาดนี้ วันนี้เราจึงมีภาพอาคาร One9Five และภาพ Draft Floor Plan, Unit Plan พร้อมภาพ perspective บางส่วนจากทางโครงการมาให้ดูก่อนใครด้วยค่ะ   ภาพอาคาร One9Five อโศก – พระราม 9 Master Plan โครงการนะคะ ภาพตัวอย่าง Grand Lobby บริเวณชั้น Ground Floor ที่ดูโอ่อ่า กว้างขวาง ไม่เหมือนดั่งคอนโดฯ ทั่วไป ภาพตัวอย่าง ห้อง Mail Box บริเวณชั้น Ground Floor ดูหรูสมกับคอนเซ็ปต์ Luxury Life Curator ด้วยการใช้วัสดุที่สื่อถึงความหรูหราและอบอุ่นอย่างหินอ่อนและไม้เป็นหลัก นอกจากนี้ยังซ่อนแสงไฟตามหลืบผนังและเพดานเพื่อความสวยงาม สบายตา แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 8 นะคะ จะเป็น Facility ทั้งหมด ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร A และ B Facility หลักของชั้น 8 จะเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาว 100 เมตร ที่เชื่อมกันระหว่าง 2 อาคาร ซึ่งได้รับการออกแบบให้ดูทันสมัยล้อกับรูปลักษณ์ใหม่ของอาคาร ด้วยการใช้เส้นสายเรขาคณิตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานดีไซน์ ภาพตัวอย่างห้อง Private Spa บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Residential Lounge บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Fitness Center บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Kid's Club บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Golf Simulator Room บริเวณ Facility ชั้น 8 แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 61 นะคะ ซึ่งจะเป็น Facility ส่วนที่เหลือบางส่วน ภาพตัวอย่างห้อง Sky Residential Lounge บริเวณ Facility ชั้น 61 ภาพตัวอย่างห้อง Private Sky Meeting Room บริเวณ Facility ชั้น 61 แปลนของยูนิตพักอาศัยนะคะ ซึ่งทุกห้องมีจุดเด่นอยู่ที่ Private Corner view ไม่เหมือนคอนโดฯ ทั่วไป แปลนห้อง 1 Bedroom Deluxe ขนาด 36 - 41 ตารางเมตร แปลนห้อง 1 Bedroom Junior ขนาด 25.5 - 35.5 ตารางเมตร แปลนห้อง 2 Bedrooms 2 Bathrooms ขนาด 55 - 68 ตารางเมตร ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type A ในส่วนของ Living Room ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type A ในส่วนของ Master Bedroom ที่ดูหรูหราโอ่อ่า โอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใส ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type D ในส่วนของ Living Area ที่ดูกว้างขวางและน่าใช้งานเป็นอย่างดี ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type D ในส่วนของ Master Bedroom ที่ดูหรูหราและทันสมัยไปพร้อมๆ กัน สำหรับการออกแบบนั้นบอกได้คำเดียวว่าน่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะ “One9Five” อโศก – พระราม 9 เป็นโครงการที่ร่วมกันพัฒนาสร้างสรรค์จากทีม Designer ระดับท็อปของเมืองไทย อย่าง Shma, LEOINTER และ PIA เรียกได้ว่าครบเครื่องทั้งเรื่องของ Architect, Interior และ Landscape จนสร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการอสังหาฯ ตั้งแต่ยังไม่ได้ก่อสร้าง นับว่าเป็นคอนโดมิเนียมอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะอยากทราบรายละเอียดแล้วว่า..เหล่าทีมดีไซเนอร์ระดับท็อปของเมืองไทยนั้นมีผลงานอะไรที่น่าสนใจ และมีแนวคิดในการออกแบบ โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ให้สวยงามและแตกต่างจากโครงการอื่นอย่างไร ลองมาดูกันค่ะ   Shma เส้นสายที่ดูเรียบง่าย กับงานออกแบบสไตล์โมเดิร์นที่นำเสนอผ่านวัสดุที่ให้สีสัน ผิวสัมผัสล้อเลียนกับธรรมชาติ และบริบทโดยรอบผสมผสานกับการใช้พรรณไม้ท้องถิ่น นับเป็นเอกลักษณ์ของ Shma (ฉมา) ทีมดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ Landscape อับดันต้นๆ ของเมืองไทย ที่ทำงานออกแบบและให้คำปรึกษาด้านภูมิสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์เมืองของโครงการหลากหลายขนาดทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย สถานที่พักผ่อน ไปจนถึงงานวางผังและงานวิจัย มีผลงานที่สร้างชื่อเสียงจากการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเครือข่ายมักกะสัน Friends of the River (FOR), การเข้าร่วมพัฒนาย่านเจริญกรุงให้กลายเป็น Creative District และสร้างสวนสาธารณะใต้ทางด่วน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างประโยชน์ใช้สอยในที่รกร้าง นอกจากนี้ยังมีผลงานเก่าๆ ที่ออกแบบให้กับโครงการชั้นนำไว้มากมาย จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไม Shma ถึงถูกคัดเลือกให้เข้ามาเป็นผู้ดูแลเรื่อง Landscape ในโครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ทั้งหมด ซึ่งพื้นที่ภายในโครงการมีเนื้อที่ขนาดใหญ่ราว 7-8 ไร่ แถมทีมดีไซเนอร์ยังใส่รายละเอียดเต็มที่กับแนวคิด Fruit Forest – Sky Hill ให้ความรู้สึกเสมือนยกภูเขาทั้งลูกมาไว้ในคอนโดมิเนียม อย่างที่ไม่เคยเห็นที่โครงการไหนมาก่อน เพียงแค่ทราบแนวคิดก็มั่นใจได้เลยค่ะว่าพื้นที่สวนของโครงการนั้นจะต้องงดงาม น่าพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยงานดีไซน์ และน่าจะเป็นอีกหนี่งผลงานที่สามารถเป็น reference แนวคิดสวนของโครงการคอนโดมิเนียมในอนาคตได้อีกด้วย พื้นที่ Landscape รอบโครงการ โอบล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีพร้อมบ่อน้ำที่เปรียบเสมือนลำธาร ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมลับกับดีไซน์ของตัวอาคาร   LEO INTER LEO Inter (เลโอ อินเตอร์) ก็เป็นอีกหนึ่งทีมดีไซเนอร์ที่มีฝีมือไม่ธรรมดา เพราะฝากผลงานเด่นๆ ในการออกแบบตกแต่งภายใน งานสถาปัตยกรรม และการวางแผนพื้นที่มาไม่น้อย ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 30 ปี จนทำให้ เลโอ อินเตอร์เนชั่นแนล ดีไซน์ กรุ๊ป ได้รับการจัดให้อยู่ในระดับแนวหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และรีสอร์ท ทั้งยังได้ทำงานร่วมกับโรงแรมนานาชาติระดับ 5 ดาวที่มีชื่อเสียง เช่น Shangri-La, Accor, Marriott, Hilton, Moevenpick, Intercontinental, Dusit Thani, Sheraton, Taj Hotels, Kempinski, Marco Polo เป็นต้น นอกจากนี้ยังฝากผลงานการออกแบบคอนโด luxury ที่น่าสนใจอย่าง Marque, ESSE ASOKE มาแล้ว จากประสบการณ์อันยาวนานประกอบเข้ากับฝีมือที่ใครต่างก็ยอมรับ LEO Inter จึงเข้ามาเป็นทีมดีไซเนอร์ออกแบบ Facility, ส่วนกลาง และตัวอาคารหลักๆ ของ โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ให้โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ออกแบบให้ฉีกรูปแบบไปจากเดิมมาก จนกลายเป็นคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ สไตล์โมเดิร์น luxury ที่ทันสมัย จุดเด่นอยู่ที่การเลือกใช้แต่วัสดุคุณภาพเกรดดีที่สุด รวมถึงแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อความคุ้มค่าในการอยู่อาศัย ซึ่งดูจากภาพ perspective แล้วจะเห็นได้เลยค่ะว่าทุกรายละเอียดของงานดีไซน์นั้นล้วนแต่ทำให้คอนโดมิเนียมดูหรูหราเกินราคาจริงๆ ภาพตัวอย่างห้อง Library Room ส่วนหนึ่งของ Facility ชั้น 8 เป็นผลงานการออกแบบของ LEO INTER ในสไตล์โมเดิร์น luxury ที่ดูหรูหราและทันสมัยไปพร้อมๆ กัน โดยใช้แต่วัสดุคุณภาพอย่างหินอ่อนที่นำมากรุผนังและปูพื้น ซึ่งสะท้อนถึงความสง่างาม และชวนสัมผัสได้เป็นอย่างดี   PIA Interior ทีมดีไซเนอร์สุดท้ายที่หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันดีกับ PIA Interior สตูดิโอออกแบบตกแต่งภายในอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ที่ฝากผลงานมาแล้วมากมายทั้งในห้างสรรพสินค้า, โรงแรมหรู, สำนักงาน, สปา, ร้านอาหาร, โรงภาพยนตร์ รวมถึงบ้านพักอาศัยหลายแห่ง และยังพิสูจน์ฝีมือกับคอนโดมิเนียม luxury segment ของเมืองไทยมาแล้วแทบทั้งนั้น รวมถึง โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 นี้ PIA ก็ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาดูแลเรื่องการออกแบบและตกแต่งภายในห้องพัก โดยทีมดีไซเนอร์ก็ได้คิดและออกแบบมาเพื่อคนที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ทั้งระบบ ventilation ภายในอาคาร ซึ่งถ้ามองจากภาพ Draft Unit Plan ที่เรานำมาให้ดูเป็นตัวอย่างข้างต้น จะเห็นเลยว่าจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบ size space ภายในห้องให้ดูกว้างขวาง โดยทำให้ห้องส่วนใหญ่เป็นห้องหัวมุมมากถึง 60% ซึ่งนับว่ามีจำนวนมากกว่าคอนโดฯ ทั่วไป ส่วนเอกลักษณ์ที่หลายคนสัมผัสได้จาก PIA ในผลงานสไตล์ luxury นั้น จะแฝงไปด้วยความมีระดับในทุกรายละเอียด หากลองสังเกตให้ลึกลงไปอีกนิดผลงานของ PIA ไม่ได้มีเพียงแค่ความหรูหราเท่านั้นนะคะ แต่ยังผ่านการพิจารณาถึงบริบทต่างๆ มาแล้วอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะลงมือเนรมิตพื้นที่ต่างๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างตรงใจ จนเป็นที่กล่าวขานกันในวงการอสังหาฯ ถึงงานดีไซน์ที่เฉียบคม ทำให้เชื่อมั่นได้เลยค่ะว่าห้องพักที่ทางทีมดีไซเนอร์ออกแบบนั้นต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความละเมียดละไม คุ้มค่าทุกตารางเมตรแน่นอน แน่นอนว่าเหตุผลในการตัดสินใจซื้อคอนโดฯ สักแห่ง คำตอบแรกก็คงเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้ง แต่อยากให้พิจารณาให้ดีก่อนนะคะ เพราะองค์ประกอบอื่นอย่าง ชื่อแบรนด์, การจัดวาง Layout, ขนาดห้อง, ฟังก์ชั่นการใช้งาน, เรื่องการเดินทาง ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง รวมไปจนถึงการออกแบบและตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ก็ล้วนแต่มีความสำคัญทั้งสิ้น ซึ่งโครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ของ TC Development นี้ ก็ล้วนแต่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดี ยิ่งเรื่องของงานดีไซน์ก็นับว่ามีความโดดเด่นและน่าสนใจมากที่สุด เพราะทุกพื้นที่ของโครงการในทุกตารางเมตรต่างได้รับการออกแบบจากเหล่า Designer ระดับท็อปของเมืองไทย ให้เป็นศูนย์รวม Luxury ไว้ในพื้นที่แห่งเดียวแล้ว ยังทำให้วงการออกแบบบ้านเราเติบโตและเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย ท้ายที่สุดคงยากจะปฏิเสธจริงๆ ค่ะว่า โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 เป็นอีกหนึ่งคอนโดมิเนียมหรูที่น่าสนใจมากที่สุดในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใน Q1 ปี 2018 สำหรับผู้ที่สนใจอดใจรออีกนิดเดียวค่ะ ถ้าห้องตัวอย่างเสร็จเมื่อไหร่ทีมงานจะรีบเข้าไปเก็บข้อมูลมาทำรีวิวให้ดูก่อนใครแน่นอน พิเศษ! สำหรับแฟนๆ ชาว Review Your Living ทางโครงการแอบกระซิบให้ทีมงานนิดนึงว่า...ทางโครงการจะมีงาน VVIP Sale ให้เฉพาะลูกค้าที่ลงทะเบียน online ผ่าน www.one9five.com ในวันอาทิตย์ที่ 11 ก.พ. 61 นี้ที่โรงแรม Park Hyatt Bangkok ซึ่งถ้าอ่านรายละเอียดจากบทความพร้อมภาพตัวอย่างที่เรานำมาฝากแล้ว คงตัดสินใจไปงานได้ง่ายขึ้นแน่นอน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 063 828 8999  
ส่องทำเลฝั่งธนฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ส่องทำเลฝั่งธนฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด

เคยได้ยินคำว่า "รถไฟฟ้าสร้างเมือง" กันไหมคะ ทุกวันนี้เราจะสังเกตได้ว่าหากบริเวณไหนมีรถไฟฟ้าตัดผ่าน ย่านนั้นจะเริ่มมีความคึกคักขึ้นมาทันทีทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เมื่อมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยเยอะขึ้นอาหารการกินก็มากตามไปด้วย กลายเป็นแหล่งที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว เดินทางสะดวกรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้กลายเป็นวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน   ย่านที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ขึ้นมาให้เห็นเป็นรูปธรรมสายหนึ่งคือรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ–ท่าพระ (สายสีน้ำเงินฝั่งเหนือ) ทั้งหมด 10 สถานี ได้แก่ เตาปูน-บางโพ-บางอ้อ-บางพลัด-สิรินธร-บางยี่ขัน-บางขุนนนท์-แยกไฟฉาย-จริญสนิทวงศ์13-ท่าพระ เป็นรถไฟฟ้าแบบทางยกระดับตลอดสายรวมแล้ว 13 กิโลเมตร และช่วงหัวลำโพง–บางแค (สายสีน้ำเงินฝั่งใต้) เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินตั้งแต่สถานีหัวลำโพงแล้วลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงสถานีท่าพระ มี 5 สถานี คือ วัดมังกรกมลาวาส-วังบูรพา-สนามไชย-อิสรภาพ-ท่าพระ รวมระยะทาง 5 กิโลเมตร แล้วต่อด้วยทางยกระดับตั้งแต่สถานีท่าพระ-บางแค มี 6 สถานี คือ ท่าพระ-บางไผ่-บางหว้า-เพชรเกษม 48-ภาษีเจริญ-บางแค อีก 9 กิโลเมตร ความพิเศษของสายนี้คือการเจาะอุโมงค์ทางวิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีไฮไลท์ที่สถานีสนามไชย ซึ่งมีการตกแต่งอย่างสวยงามผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ เมื่อเสร็จสมบูรณ์จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีที่สวยที่สุดของประเทศไทย เพราะเป็นสถานีอยู่ในช่วงเกาะรัตนโกสินทร์ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย เช่น  วัดโพธิ์, วัดพระแก้ว, มิวเซียมสยาม ฯลฯ ปัจจุบันมีการก่อสร้างแล้วเสร็จไปมากกว่า 90% คาดว่าจะเปิดใช้บริการประมาณปี 2562 และส่วนต่อขยายช่วงบางแค – พุทธมณฑลสาย 4 คาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564   ฝั่งธนบุรีย่านเมืองเก่าอันทรงเสน่ห์ที่วิถีชีวิตกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ทว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นตามยุคสมัยจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่จะเป็นเสมือนกุญแจสำคัญของการเปิดการขยายตัวของเมืองออกไป จนทำให้ฝั่งธนฯ กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยเศรษฐกิจที่กำลังจะเติบโตตามไปด้วย เพราะหากรถไฟฟ้าสายนี้เสร็จสมบูรณ์ จะเป็นสายที่เดินรถเป็นวงกลม และเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่าย ราคาที่ดินยังไม่แพงจนเกินไป โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 100,000-200,000 บาท/ตร.ว. แต่ที่ดินติดรถไฟฟ้าอยู่ที่ราว 400,000-500,000 บาท/ตร.ว. ในแง่ของโครงการคอนโดมิเนียมที่เราเริ่มเห็นเปิดตัวกันในปีนี้ กระแสแรงไม่แพ้ทำเลอื่น โดยเฉพาะย่านเจริญนคร ท่าพระ เพชรเกษม มีโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เช่น     ศุภาลัยพรีเมียร์ หนึ่งในคอนโดตัวเด่นของปีนี้จากศุภาลัย อยู่ติดกับถนนลาดหญ้า กับถนนสมเด็จเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลตากสิน ติดรถไฟฟ้าในอนาคตสายสีทอง สถานีคลองสาน คาดว่าแล้วเสร็จปี 2564 ราคาเริ่มต้น 3.1 ล้านบาท   บันยันทรี เรสซิเดนท์ จากเนอวานา ไดอิ ที่จับมือกับบันยันทรี กรุ๊ป เป็นคอนโดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน อยู่ภายในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 17 เน้นความเป็นส่วนตัวตามแบบฉบับคอนโดสไตล์ลักชัวรี่ ทุกห้องได้วิวแม่น้ำ ราคาเริ่มต้น 22.9 ล้านบาท       เดอะ ไพรเวซี่ ท่าพระ-อินเตอร์เชนจ์ จากพฤกษา คอนโด High Rise คาดว่าแล้วเสร็จปี 2563 ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ ใกล้สี่แยกท่าพระ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีท่าพระ 100 เมตร ซึ่งจะเป็นจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเทา และเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฝั่งเหนือและฝั่งใต้ไว้ด้วยกัน ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท     ไอดีโอ สาทร-ท่าพระ คอนโดพร้อมอยู่ล่าสุดตัวหนึ่งจากอนันดา ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีโพธิ์นิมิตร 350 เมตร   วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา – ท่าพระ ทำเลตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ท่าพระ ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีตลาดพลู 80 เมตร ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท   แอสปาย สาทร-ท่าพระ คอนโดพร้อมอยู่จากเอพี อยู่ใกล้กับสี่แยกรัชดา-ราชพฤกษ์ ติดกับบันไดทางขึ้น-ลง ของรถไฟฟ้าสถานีตลาดพลู ติด BRT สถานีราชพฤกษ์ ห่างจากเดอะมอลล์ท่าพระ 150 เมตร ในฝั่งเดียวกัน ราคา 2.77 ล้านบาท     เดอะพาร์คแลนด์ เพชรเกษม 56 จากนารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ ติดถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าซีคอน บางแค ในอนาคตก็จะอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีภาษีเจริญ เพียง 40 เมตร ส่วนกลางสวยจัดเต็ม ในราคาเริ่มต้นที่ 1.89 ล้านบาท   เดอะเบส เพชรเกษม คอนโด High Rise จากแสนสิริ คาดว่าแล้วเสร็จประมาณปี 2563 เป้นโครงการที่เน้นเรื่องการเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างหลากหลาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีเพชรเกษม48 ห่างจากรถไฟฟ้า สถานีบางหว้า ซึ่งจะเป็นจุด Interchange ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีน้ำเงิน เดินทางเข้าตัวเมืองได้ง่าย ห่างจากท่าเรือเพชรเกษม 31 เพียง 300 เมตร โดยซอยเพชรเกษม48 เป็นเส้นทางลัดไป ถ.บางแวก เชื่อมคุณสู่ ถ.พุทธมณฑล และถ.ราชพฤกษ์ ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท   ไม่เพียงแต่ตลาดคอนโดมิเนียมที่ให้ความสำคัญกับการมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนี้เท่านั้น แต่ทางด้านห้างสรรพสินค้า ก็มีการขยับตัวตามไปด้วย เช่น เดอะมอลล์ บางแค ที่จะสร้างทางเชื่อมต่อกับสถานีหลักสอง, ศูนย์การค้าซีคอน บางแค จะสร้างทางเชื่อมกับสถานีภาษีเจริญ, ศูนย์การค้าเกตเวย์บางโพ จะสร้างทางเชื่อมกับสถานีบางโพ สิ่งสำคัญที่จะมาปลุกฝั่งธนให้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอันเพียบพร้อมของกรุงเทพฯ คือ ไอคอนสยาม เมกะโปรเจคริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะเป็นศูนย์การค้าพื้นที่กว่า 500,000 ตร.ม. และคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่   ในขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมเริ่มรุกตลาดฝั่งธนกันอย่างคึกคักในปีนี้ เชื่อว่าในปีหน้าหน้าและต่อไปจะต้องมีโครงการที่น่าสนใจจากหลายค่าย เพราะฝั่งธนฯ ยังคงมีที่ดินเปล่าเหลืออยู่พอสมควรทั้งที่ดินติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดินที่เป็นคลังสินค้าเก่า โกดังเก่า โรงงาน ฯลฯ ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาได้อีกหลายโครงการ ยิ่งหากรถไฟฟ้าเปิดให้บริการก็จะยิ่งเพิ่มสีสันให้ย่านนี้มีมนต์เสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าในกลิ่นอายโมเดิร์นตามยุคสมัยควบคู่กัน
5 คอนโดสุดฮิต ที่มีคนสนใจมากที่สุดในเว็บ ประจำปี 2560

5 คอนโดสุดฮิต ที่มีคนสนใจมากที่สุดในเว็บ ประจำปี 2560

ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา พวกเราทีมงาน Review Your Living ได้มีโอกาสไปทำรีวิวคอนโดมีเนียมหลายๆ แบรนด์ หลากดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น คอนโด Low Rise, คอนโด High Rise ตลอดจนคอนโดเกาะแนวรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล มาให้แฟนๆ ได้ชมกันไม่ต่ำกว่า 40 ที่ ซึ่ง 5 คอนโดฯ ต่อไปนี้ คือคอนโดที่มีผู้อ่านสนใจมากที่สุด โดยวัดจากยอดไลค์และแชร์ในแฟนเพจเฟซบุ๊ค รวมถึงจำนวนผู้เข้าอ่านในเว็บไซต์ของเรา มาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะมีคอนโดไหนบ้าง จะใช่หลังที่อยู่ในใจคุณหรือเปล่า ตามมาดูได้เลย.. คอนโด HALLMARK งามวงศ์วาน สำหรับโครงการแรกที่มีผู้อ่านสนใจคลิกเข้ามามากที่สุดก็คือ Hallmark งามวงศ์วาน เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร ล้อมรอบ Facility หลักของโครงการอย่างสระว่ายน้ำ และฟิตเนส ที่อยู่ตรงกลางคอนโด ทำเลตั้งอยู่ย่านงามวงศ์วาน ใกล้ๆ กับกระทรวงสาธารณสุข โดยเป็นโครงการแรกจากชีวาทัย จุดเด่นอยู่ที่ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวายเหมือนคอนโดในเมือง เนื่องจากคอนโดตั้งอยู่ในซอยย่านชุมชน เหมาะกับคนที่ทำงานอยู่ในย่านนี้ โดยเฉพาะข้าราชการหรือบุคคลากรที่ทำงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข จะสะดวกมากที่สุด ในส่วนของการเดินทางถ้าหากใครที่ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็อาจจะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางสักหน่อย เพราะทำเลที่ตั้งโครงการถือว่าอยู่ในซอยลึกพอสมควร แต่ก็ยังมีรถสองแถวและวินมอเตอร์ไซค์ไว้คอยให้บริการอยู่ แต่ใครที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักก็นับว่าสะดวกสบายมากค่ะ เพราะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่อยู่ใกล้ๆ อย่างสถานีแยกติวานนท์ ทำให้ทุกการเดินทางเข้านอกออกเมืองเป็นเรื่องที่ง่าย อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/MvxG8q คอนโด VERY สุขุมวิท 72 โครงการ VERY สุขุมวิท 72 เป็นคอนโดแนวรถไฟฟ้าที่ผู้อ่านในเว็บไซต์ให้ความสนใจมากทีเดียวค่ะ เพราะตัวคอนโดตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 72 การเดินทางหลักๆ ก็คงหนีไม่พ้นการใช้รถไฟฟ้า BTS เป็นตัวเลือกแรก นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีแบริ่งแล้วออกทางออกที่ 4 เดินต่อไปทางซอยสุขุมวิท 72 และเข้าซอยอีกเล็กน้อย ก็จะถึง Very Condo ระยะทางรวมแล้วไม่เกิน 400 เมตร จัดว่าเป็นระยะที่กำลังเดินได้สบายๆ โดยไม่ต้องพึ่งพารถสองแถว หรือวินมอเตอร์ไซค์เลยก็ได้ การเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน เพราะถนนหนทางในย่านนี้มีเส้นทางเลี่ยงเข้าออกเมืองได้หลายทาง ทั้งด่านทางด่วนบางนา และทางด่วนสุขสวัสดิ์-บางพลี ถนนวงแหวนรอบนอก สะพานภูมิพล (สะพานอุตสาหกรรม) รวมถึงถนนสายหลักๆ อย่างถนนบางนา-ตราด และถนนศรีนครินทร์ เรียกได้ว่ามีทางไปได้เยอะ รวมถึงเรื่องสภาพแวดล้อมรอบๆ ก็คึกคักดีทีเดียวค่ะ เพราะใกล้ทั้งแหล่งช็อปปิ้งใหญ่ๆ หลายแห่ง แถมยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสดอยู่ใกล้ๆ ด้วย ทำเลย่านนี้จึงอุดมสมบูรณ์ไม่น้อยเลย สำหรับการซื้อหาเพื่ออยู่อาศัย ที่ตั้งโครงการค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องของความเงียบสงบ เหมาะกับการพักอาศัย ส่วนการลงทุนเพื่อหวังปล่อยห้องให้เช่า อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/b8gYyc The stage เตาปูน interchange สำหรับโครงการ The Stage Taopoon Interchange ในเครือของ Real Asset เป็นคอนโด High Rise ตั้งอยู่บนประชาราษฎร์สาย 2 ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเตาปูนมาประมาณ 350 เมตร ก็จะถึงหน้าทางเข้าโครงการ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เกาะติดแนวรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงิน แถมพ่วงด้วยสายสีม่วงเข้าไปอีก เพราะจุดนี้เป็นสถานีเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายพอดี ทำเลนี้เลยเพิ่มระดับความน่าสนใจขึ้นมาได้อีกเยอะเลยทีเดียว ในขณะที่พื้นที่รอบๆ โครงการยังเป็นที่พักอาศัยทั้งอาคารพาณิชย์และบ้านเดี่ยวเสียเป็นส่วนใหญ่ จะมีเพื่อนบ้านเป็นตึกสูงของโครงการ The Tree Interchange ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเท่านั้นที่อยู่ในระยะประชิด ยังดีหน่อยที่ลักษณะของที่ดินโครงการบังคับให้ตัวอาคารที่พักอาศัยหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ เลยหมดปัญหากังวลเรื่องตำแหน่งห้องที่จะถูกตึกข้างๆ บดบังวิวไปได้เยอะเลย นอกจากนี้ริมถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ยังคงมีร้านค้า ร้านอาหาร และธนาคารพาณิชย์ ที่ให้ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้ตามสมควร รวมถึงโรงเรียนเทพสัมฤทธิ์วิทยาที่ยังคงอยู่ทางด้านหลังโครงการ และโรงพยาบาลบางโพที่อยู่ห่างออกไปเพียง 300 เมตรเท่านั้น ในขณะที่ถัดออกไปทางแยกเตาปูนก็มีตลาดสด และห้างโลตัสเตาปูนที่สามารถเป็นที่พึ่งพาให้จับจ่ายซื้อหาข้าวของที่จำเป็นได้ไม่ยาก ทำเลในย่านนี้จึงถือว่าเหมาะกับการอยู่อาศัยพอสมควรเลยทีเดียว อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/zcA6E1 aspire งามวงศ์วาน คอนโดมิเนียมแบรนด์ Aspire อีกหนึ่งโครงการจาก AP ที่ยึดทำเลแยกพงษ์เพชรสร้างคอนโดมิเนียม High Rise ตึกคู่ พร้อม Facility จัดเต็ม หรูหรามีสไตล์ ในราคาโปรโมชั่นสุดคุ้มด้วยทำเลที่มีศักยภาพคุ้มค่ากับการลงทุน  ที่ตั้งของโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ห่างจากแยกพงษ์เพชรมาทางฝั่งขาไปถนนวิภาวดีฯ นิดเดียว การเดินทางจึงจัดว่าสะดวกมาก เพราะเลือกใช้ได้หลายเส้นทาง สะดวกทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง ถึงแม้จะไม่มีรถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการก็ตาม ซอยใกล้ๆ โครงการคือ ซอยชินเขต 1 สามารถใช้เป็นเส้นทางลัดไปออกถนนวิภาวดี และถนนประชาชื่นได้ แถมถนนรอบๆ ยังเชื่อมต่อไปยังถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรัตนาธิเบศร์ แยกประชานุกูลได้อีกด้วย  จึงจัดได้ว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการเดินทางมากเลยทีเดียว ส่วนในอนาคตทำเลนี้ก็ยังรองรับรถไฟฟ้า ซึ่งตัวโครงการจะอยู่ระหว่างสถานีบางเขน (สายสีแดง) กับสถานีศูนย์ราชการนนทบุร (สายสีม่วง) นอกจากนี้รอบๆ โครงการยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, เทสโก้โลตัส, โฮมโปร, ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า, เมเจอร์รัชโยธิน, โรงพยาบาลนนทเวช, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ศูนย์ราชการ, SCG, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมไปถึงด่านขึ้นลงทางด่วนก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเลยค่ะ เพียง 3.9 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็จัดว่าสะดวกมากๆ อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/6MV1n9 333 Riverside มาถึงอันดับ 5 เราก็ยังคงวนเวียนอยู่ในย่านเตาปูน บางโพ เพราะแถวนี้มีคอนโดโครงการใหม่ผุดขึ้นหลายโครงการเลย ซึ่งโครงการ 333 Riverside คอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา จาก Land & House ก็เป็นอีกโครงการที่มีผู้อ่านสนใจมากทีเดียว เพราะนอกจากจะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้วิวสวยๆ แล้ว ยังอยู่ติดกับตัวสถานี MRT บางโพอีกต่างหาก ที่ตั้งของโครงการถือว่าอยู่ในทำเลที่ดีเลยค่ะ เพราะอยู่ในย่านชุมชน ใกล้ตลาดสด โรงพยาบาล และโรงเรียน ซึ่งเหมาะกับคนที่กำลังมองหาที่พักอาศัยเกาะแนวรถไฟฟ้า และอยู่ไม่ห่างจากความเจริญมากนัก ซึ่งในอนาคตทำเลย่านนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะนอกจากรถไฟฟ้าที่เข้ามาในย่านนี้แล้ว ยังมีรัฐสภาแห่งใหม่ที่กำลังอยู่ก่อสร้างอยู่อีกด้วย ส่วนการซื้อเพื่อลงทุนสำหรับการปล่อยเช่า เนื่องจากห้องมีขนาดใหญ่ เริ่มต้นที่ 45 ตารางเมตร ราคาต้นทุนจึงอาจจะสูงตามไปด้วย แถมตัวโครงการยังอยู่ห่างไกลจากแหล่งธุรกิจใจกลางเมือง ขณะที่การซื้อเพื่อขายต่อในอนาคตอาจจะมีโอกาสที่ดีกว่า อย่างไรก็ดีผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนการลงทุนด้วยนะคะ อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/7sb6PV สรุป จาก 5 คอนโดสุดฮิต ที่มีคนสนใจมากที่สุดในเว็บ ประจำปี 2560 จะเห็นได้ว่าเกือบทั้ง 5 คอนโด ตั้งอยู่ในย่านเตาปูน-บางซ่อน แทบจะทั้งหมดเลยนะคะ มีเพียงคอนโดเดียวเท่านั้นที่อยู่ย่านสุขุมวิท ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ทำเลในย่านนี้คึกคักและน่าสนใจเป็นพิเศษก็เพราะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) ที่มีสถานีเตาปูนเป็นจุด interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง) และรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนตัวขยาย (เตาปูน-ท่าพระ) ทำให้การเดินทางเข้านอกออกเมืองเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวก บวกกับราคาคอนโดที่ไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ในปัจจุบัน ยิ่งตอนนี้การก่อสร้างรถไฟฟ้าคืบหน้าไปมากจนใกล้จะเสร็จเต็มที ทำให้บางโครงการได้รับความสนใจมากขึ้น จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมผู้อ่านในเว็บไซต์ Review Your living ให้ความสนใจมาก อย่างที่บอกว่าศักยภาพของทำเลในย่านนี้มีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต แต่อย่างไรก็ดีผู้สนใจควรศึกษาปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อด้วยนะคะ และในปี 2561 จะมีคอนโดไหนโดดเด่น น่าอยู่ และน่าลงทุนอีกบ้าง ทีมงานเราไม่พลาดที่จะคอยอัพเดตข้อมูลอย่างรู้ลึก รู้จริง แน่นอนค่ะ
คอนโด 0 เมตร จากรถไฟฟ้า ตัวไหนเด็ด

คอนโด 0 เมตร จากรถไฟฟ้า ตัวไหนเด็ด

คอนโด 0 เมตร จากรถไฟฟ้า ตัวไหนเด็ด คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า รถไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิตของคนในกรุงเทพฯ อย่างขาดไปเสียไม่ได้ แม้จะมีข้อเสียในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่มีความแอดอัดของผู้คน ต้องรอต่อคิวยาว หรือปัญหารถไฟฟ้าเสียก็พบเจอกันอยู่เป็นประจำ แต่รถไฟฟ้าก็ยังถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วมากที่สุดในเวลานี้ และเมื่อใดที่โครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เราก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดกับเมือง ซึ่งทุกวันนี้ก็เริ่มมีให้เห็นแล้ว คำว่าทำเลดีในปัจจุบันมักจะหมายถึงที่ดินติดรถไฟฟ้า ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เราเองก็ย่อมต้องมองหาที่อยู่อาศัย เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตมากที่สุด นั่นหมายความว่ายิ่งติดสถานีรถไฟฟ้ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มสะดวกสบายได้มากขึ้นเท่านั้น หลายคนจึงเริ่มซื้อโครงการที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันที่เปิดให้ใช้บริการอยู่ และโครงการติดกับสถานีรถไฟฟ้าในอนาคตเก็บเอาไว้ก่อนราคาจะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเปิดใช้บริการแล้ว โดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เองก็มีการแข่งขันกันอยู่ดุเดือดตั้งแต่เรื่องการหาที่ดินแปลงสวยทำเลดีติดรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวก พัฒนาขึ้นมาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่ต่างก็โฆษณากันว่าห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเพียงไม่กี่เมตร หรือแม้แต่ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 0 เมตร ชนิดที่ว่าเดินทางบันไดสถานีรถไฟฟ้าก็ถึงหน้าโครงการกันเลยทีเดียว เราลองไปดูกันว่าคอนโดมิเนียมที่ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 0 เมตร หรือห่างประมาณ 100 เมตร จะมีโครงการเด็ดๆ ที่ไหนบ้าง ซึ่งจะแบ่งออกตามสายรถไฟฟ้าเฉพาะสายที่ให้บริการในปัจจุบัน และใกล้จะเปิดให้บริการแล้ว ดังนี้   รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สายสีลม) The Line สาทร ติดสถานีสุรศักดิ์ มุมถนนสาทร กับถนนประมวล ตัวอาคารถูกออกแบบให้เป็น Single Corridor เพื่อให้ทุกห้องไม่ถูกบล็อกวิวจากอีกฝั่ง และมีเพียง 3 ยูนิต/ชั้น เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นานมานี้เอง แต่ SOLD OUT แล้วเรียบร้อยตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย ราคาเริ่มต้นประมาณ 7.9 ล้านบาท The Bangkok สาทร สถานีสุรศักดิ์ ริมถนนสาทรฝั่งขาออก ใกล้จุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช คอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยม ขนาดยูนิตเริ่มต้น 59 ตร.ม. Private Lift ทุกยูนิต ที่จอดรถ 120% ถือว่าหายากมากๆ สำหรับคอนโดมิเนียมในเมือง ราคาเริ่มต้นประมาณ 10 ล้านบาท สีลม-สาทร แหล่งเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นมากราคาคอนโดก็สูงขึ้นตาม แต่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอเมื่อเกิดโครงการใหม่ๆ ขึ้นมา ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากออฟฟิศของใครหลายคน สิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยม ตอบโจทย์กลุ่มตลาดระดับบนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี แต่หากจะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าช่วงฝั่งธนก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีราคาที่ถูกกว่าย่านสีลม-สาทร มากเป็นเท่าตัว ในอนาคตยังมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ อีกหลายเส้นทาง    รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน (สายสุขุมวิท) Ideo Q Victory ติดสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ริมถนนพญาไท ดีไซน์อาคารสวยโดดเด่น ประกอบกับที่ดินย่านนี้หายากมาก อนุสาวรีย์ก็ถือเป็น HUB ของการเดินทางในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่โครงการนี้ในรอบเปิดจองออนไลน์จะ SOLD OUT ในระยะเวลาไม่กี่นาที ราคาเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท THE ESSE สุขุมวิท 36 ติดสถานีทองหล่อ ปากซอยสุขุมวิท 36 คอนโดมิเนียมระดับหรูย่านทองหล่อ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของทำเล และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีที่จอดรถแบบปกติ กับที่เป็น Automatic Parking ทั้งหมด 89% ถือว่าเยอะมากสำหรับคอนโดมิเนียมในเมือง คาดว่าแล้วเสร็จปี 2563 ราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท รถไฟฟ้าสายนี้ในปัจจุบันเปิดให้บริการตั้งแต่สถานีหมอชิต-สำโรง เป็นทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงใจกลางเมืองอย่าง ทองหล่อ พร้อมพงษ์ อโศก หรือจะห่างออกไปในทุกๆ สถานี เราจะได้เห็นทั้งโครงการคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน และโครงการในอนาคตขึ้นมาให้เห็นกันอยู่ตลอด   รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-คูคต)   Knightsbridge Kaset Society สถานีรถไฟฟ้าเสนานิคม ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลตัดผ่านแยกเกษตรด้วย โครงการอยู่ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้า ใกล้กับแยกเกษตร โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมากด้วยทำเล และการออกแบบของ  Facilities ให้เชื่อมต่อกันทั้ง 3 อาคาร ทำให้ดูโดดเด่นมาก คาดว่าแล้วเสร็จ 2563 ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท Life ลาดพร้าว สถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าว อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเซ็นทรัลลาดพร้าวพอดี และยังห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีพหลโยธินอีกประมาณ 500 เมตร สิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อมอยู่มากมาย ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสุดฮอตจากเอพี ราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 2.9 ล้านบาท modiz interchange คอนโด Low Rise แต่ทำเลสวย เพราะอยู่ใกล้กับจุด interchange ของสายสีเขียว และสายสีชมพูสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ตรงวงเวียนหลักสี่ ใกล้เซ็นทรัลรามอินทรา ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท ถือเป็นทำเลสุดฮอตอีกแห่งที่ร้อนแรงมากในปีนี้ที่มีหลายโครงการจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งค่ายเล็ก ค่ายใหญ่ ต่างจับจองพื้นที่ช่วงชิงดีมานด์ในย่านนี้ที่ยังมีอยู่มากทั้งวัยทำงาน และวัยเรียน แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นที่ทราบกันดีว่าการจราจรติดขัดอย่างหนักหนาสาหัส แต่หากส่วนต่อขยายช่วงนี้เปิดให้บริการทุกอย่างก็จะยิ่งถูกพัฒนาขึ้นไปกว่านี้อีกมาก   รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (แบริ่ง-สมุทรปราการ) The Trust Condo @บีทีเอส เอราวัณ คอนโดพร้อมอยู่ เหมาะสำหรับคนทำงานในย่านนั้น แต่จำนวนยูนิตอาจจะมากไปหน่อย ประมาณ 1,570 ยูนิต แต่ราคาเริ่มต้นน่าสนใจทีเดียว ประมาณ 1.89 ล้านบาท Metropolis Samrong interchange ติดสถานีสำโรง คอนโดมิเนียมที่ไม่ได้เป็นกระแสมากนัก แต่น่าสนใจมาก เพราะในอนาคตจะเป็นจุด interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง วัสดุที่ใช้ค่อนข้างดี คาดว่าแล้วเสร็จปี 2561 ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท คอนโดมิเนียมย่านนี้ แม้จะดูไกลออกไปหน่อย สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่มากเท่าส่วนต่อขยายฝั่งถนนพหลโยธิน แต่ได้ความเงียบสงบกว่ามาก ราคาถือว่ายังไม่แรง ประกอบกับที่ตั้งของโครงการติดรถไฟฟ้าเลยก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะยิ่งหากส่วนต่อขยายนี้เปิดใช้ภายในปี 2561 เมื่อไร เชื่อว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นอีกแน่นอน   รถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) Ideo Mobi วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์ สถานีรถไฟฟ้าบางซ่อน และยังเป็นอินเตอร์เชนจ์กับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สถานีบางซ่อน คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ มี Facility หลัก เอาไว้ชั้น 29-30 บนสุดของโครงการ เช่น สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ตัวอาคารออกแบบสวยตามสไตล์อนันดา จึงถือเป็นอีกโครงการที่โดดเด่นของย่านนี้ ราคาเริ่มต้น 2.4 ล้านบาท Grow รัตนาธิเบศร์ สถานีไทรม้า คอนโดมิเนียม 34 ชั้น 364 ยูนิต ถือเป็นโครงการที่จำนวนยูนิตค่อนข้างน้อย ที่จอดรถให้มา 100% ขนาดเริ่มต้น 35 ตร.ม. เมื่อเทียบกับคอนโดในเมืองถือว่าได้พื้นกับราคาที่ดี คาดว่าแล้วเสร็จ 2561 ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท Casa Condo บางใหญ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ ติดถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้เส้นกาญจนาภิเษก จุดนี้ยังถือเป็นแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านนี้ ทั้งบิ๊กซี โฮมโปร เซ็นทรัลเวสต์เกต อิเกียบางใหญ่(เปิดให้ใช้บริการปี 2561) โรงพยาบาลการุณเวช รัตนาธิเบศน์ ที่จอดรถน้อยไปหน่อยเพียง 30% แต่เมื่อ เมื่อเทียบราคากับคอนโดมิเนียมโครงการอื่นที่อยู่ติดรถไฟฟ้าในระยะไม่เกิน 100 เมตรแบบนี้ ถือว่าน่าสนใจทีเดียว โดยราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท คอนโดใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีให้เลือกไม่มากเท่าสายอื่นๆ เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่มีการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน สถานีบางซื่อ จึงทำให้การเดินทางยังไม่คล่องตัวเท่าที่ควร แต่ปัจจุบันเมื่อเชื่อมต่อกันแล้วก็ทำให้ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย เป็นข้อพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งว่า เมื่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะสะดวกสบายขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องหาที่อยู่อาศัยแค่ในเมืองอีกต่อไป   รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง) Ideo Mobi พระราม 4 เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับค่ายอนันดา ติด MRT สถานีคลองเตย และยังใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนแค่ 50 เมตร โครงการเน้นพื้นที่สีเขียว รวมถึงเป็นโครงการแรกที่นำเทคโนโลยี Solar Fresh air system มาใช้ เพื่อระบายความร้อนจากตัวห้อง คาดว่าแล้วเสร็จปี 2562 โครงการนี้ถือว่าทำเลดีมากอีกโครงการ ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท The esse singha complex สถานีเพชรบุรี ตั้งอยู่บนที่ดินเดิมของสถานทูตญี่ปุ่น ทำเลซึ่งเชื่อมต่อระหว่างใจกลางเมืองกับ New CBD เป็นโครงการ Mix-Use โดยจะมีทั้งคอนโดมิเนียม ส่วนออฟฟิศเกรดเอ พื้นที่ค้าปลีก  ที่กำลังจะสร้างประตูทางเข้า-ออกใหม่จากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรีให้ถึงหน้าโครงการเลย และยังเป็นจุดเชื่อมต่อกับ Airport Rail Link สถานีมักกะสัน ราคาเริ่มต้น 8.6 ล้านบาท รถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกในประเทศไทยที่มีผู้ใช้บริการอย่างเนื่องแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน วิ่งผ่านสถานที่สำคัญ และเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ รวมถึงการนำไปสู่การเดินทางอื่นได้อีก เช่น รถไฟ เรือ เป็นต้น ราคาค่าโดยสารก็ไม่แพงมากนัก แม้จะมีคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าใต้ดินยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าบีทีเอส แต่ก็ยังเป็นทำเลที่ผู้คนนิยมใช้เดินทางกันอยู่เสมอ   รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฝั่งเหนือ (บางซื่อ–ท่าพระ) Ideo Mobi จรัญอินเตอร์เชนจ์ คอนโดพร้อมอยู่ที่อยู่ใกล้กับสถานีบางขุนนนท์ และในอนาคตก็เป็นจุดอินเตอร์เชนจ์กับสายสีส้ม ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม และสายสีแดง ตลิ่งชัน-ศาลายา ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท Brix จรัญสนิทวงศ์ 64 สถานีสิรินธร อาคารสูงแห่งแรกของแยกบางพลัด ที่สามารถตรงไปข้ามสะพานซังฮี้ แล้วเข้าสู่อนุสาวรีย์ได้อย่างง่ายดาย ใกล้สถาบันการศึกษาหลายแห่ง ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าแล้วเสร็จปี 2561 ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท The TREE RIO ติดสถานีบางอ้อ ถนนจรัญสนิทวงศ์ เยื้องโรงพยาบาลยันฮี ใกล้จุดขึ้น-ลง ทางพิเศษศรีรัช ในอนาคตมีโครงการสร้างสะพานเกียกกาย ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จะยิ่งทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในอนาคต คาดว่าแล้วเสร็จ 2561 ราคาเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านบาท IDEO ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ สถานีท่าพระ เป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งสองฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน อยู่ริมถนนเพชรเกษมใกล้แยกท่าพระ คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ที่ส่วนกลางสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้าสวยมากอีกโครงการหนึ่ง ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท โซนนี้แต่เดิมไม่ค่อยมีอาคารสูงมากนัก เพราะเป็นย่านเมืองเก่าเสียมากกว่า ทำให้บรรยากาศไม่วุ่นวายจนเกินไป ค่าครองชีพก็ยังไม่สูง แต่หากรถไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ ก็จะทำให้ย่านนี้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มบุกทำเลนี้กันมากขึ้นด้วย   ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการยกตัวอย่างส่วนหนึ่งของโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าที่เปิดให้ใช้บริการในปัจจุบัน และสายที่กำลังจะเปิดใช้บริการอีกไม่นานเกินรอ ซึ่งไม่ใช่แค่ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้น แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้เคียงด้วย ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่ติดกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ อีก ทั้งที่เปิดตัวไปแล้ว และกำลังจะมีเปิดโปรเจคใหม่ตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง จากนี้ไปเราคงจะได้เห็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล เติบโตขยายขึ้นอีกเรื่อยๆ
เปิดราคาที่ดินล่าสุด เริ่มใช้ปี 61'

เปิดราคาที่ดินล่าสุด เริ่มใช้ปี 61'

ที่ดินเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอด โดยผู้ที่กำหนดราคาที่ดิน คือ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ซึ่งมีการประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่ โดยเปลี่ยนวิธีการจากเดิมประเมินเป็นรายบล็อก เป็นการประเมินราคารายแปลงทั้งหมด 32 ล้านแปลง ราคาใหม่นี้เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2561 โดยราคาที่ดินสูงสุดเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1.ถ.สีลม เขตบางรัก ตารางวาละ 1,000,000 บาท 2.ถ.เพลินจิต ถ.พระราม1 ถ.ราชดำรอ เขตปทุมวัน ตารางวาละ 900,000 บาท 3.ถ.สาทร เขตสาทร เขตบางรัก ตารางวาละ 750,000 บาท 4.ถ.วิทยุ เขตปทุมวัน ถ.เยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ ตารางวาละ 700,000 บาท 5.ถ.สุขุมวิท เขตวัฒนา คลองเตย ตารางวาละ 650,000 บาท 6.ถ.พัฒนพงษ์ ถ.ธนิยะ ถ.นราธิวาสฯ เขตบางรัก ตารางวาละ 600,000 บาท 7.ถ.สำเพ็ง ถ.ราชวงศ์ ตารางวาละ 550,000 บาท 8.ถ.พญาไท ถ.ศาลาแดง ถ.สุรวงศ์ ถ.เจริญกรุง ถ.คอนแวนต์ เขตบางรัก ถ.พระราม 4 ถ.หลังสวน เขตปทุมวัน ถ.มังกร เขตสัมพันธวงศ์ ตารางวาละ 500,000 บาท 9.ถ.มหาจักร เขตสัมพันธวงศ์ ตารางวาละ 475,000 บาท 10.ถ.พระสุเมรุ เขตพระนคร ตารางวาละ 470,000 บาท   ส่วนที่ดินที่ถูกที่สุดในเขตกรุงเทพมหานคร เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1.เขตบางขุนเทียน บริเวณคลองโล่งชายทะเล ตารางวาละ 500 บาท 2.คลองพิทยาลงกรณ์ คลองโล่ง เขตบางขุนเทียน ตารางวาละ 800 บาท 3.ถ.ร่วมพัฒนา ถ.คู้คลองสิบ ถ.มิตรไมตรี เขตหนองจอก ตารางวาละ 850 บาท 4.ถ.สุวินทวงศ์ ถ.เลียบวารี เขตหนองจอก ถ.ขุมทอง-ลำต้อยติ่ง เขตลาดกระบัง ตารางวาละ 1,000 บาท 5.ถ.คลองเกาะโพธิ์ ถ.บางขุนเทียนเลียบชายทะเล ตารางวาละ 1,200 บาท 6.ถ.ราษฎร์อุทิศ เขตมีนบุรี คลองสามวา ตารางวาละ 1,300 บาท 7.ถ.พระราม 2 คลองสนามชัย และถ.แสมดำ เขตบางขุนเทียน ตารางวาละ 1,500 บาท 8.ถ.เอกชัย ถ.พระราม 2 เขตบางขุนเทียน 2,000 บาท 9.ซ.เทียนทะเล 22 ตารางวาละ 2,400 บาท 10.คลองหนามแดง ถ.เอกชัย ถ.บางบอน 4 เขตบางขุนเทียน ตารางวาละ 2,500 บาท ราคาที่ดินสูงสุดในต่างจังหวัด เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตารางวาละ 400,000 บาท 2.อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตารางวาละ 250,000 บาท 3.ถ.เลียบหาดพัทยา จ.ชลบุรี ตารางวาละ 220,000 บาท 4.ถ.ศรีจันทร์ จ.ขอนแก่น ตารางวาละ 220,000 บาท 5.ถ.เนรมิต จ.นครศรีธรรมราช ถ.ทวีวงศ์ จ.ภูเก็ต ตารางวาละ 200,000 บาท 6.ถ.โพศรี จ.อุดรธานี ตารางวาละ 180,000 บาท 7.ถ.กรุงเทพฯ-นนทบุรี จ.นนทบุรี ถ.สุขยางค์ จ.ยะลา ตารางวาละ 170,000 บาท 8.ถ.สุขุมวิท กรุงเทพ-คลองสำโรง จ.สมุทรปราการ ตารางวาละ 160,000 บาท 9.ถ.ราชดำเนิน จ.ตรัง ถ.หน้าเมือง จ.สุราษฎร์ธานี ตารางวาละ 150,000 บาท 10.ถ.อัษฎางค์ ราชดำเนิน ถ.จอมพล จ.นครราชสีมา ตารางวาละ 130,000 บาท   ส่วนที่ดินที่ถูกที่สุดในต่างจังหวัด ซึ่งทั้งหมดเป็นที่ดินตาบอด เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1.อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี ตารางวาละ 20 บาท 2.อ.กัลยาณิวัฒนา แม่แจ่ม อมก๋อย จ.เชียงใหม่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ตารางวาละ 25 บาท 3.อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ตารางวาละ 30 บาท   การประเมินราคาใหม่นี้ใช้เกณฑ์อ้างอิงหรือเป็นฐานในการจัดเก็บภาษี ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิ นิติกรรม ใช้ในการเวนคืน และใช้เพื่อเพื่อรองรับกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาในชั้นสภานิติบัญญัติ    
เตรียมพลิกโฉมแฟลตดินแดงสู่สมาร์ทซิตี้

เตรียมพลิกโฉมแฟลตดินแดงสู่สมาร์ทซิตี้

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2516 โครงการอาคารสงเคราะห์ดินแดงได้เปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าอยู่อาศัยในรูปแบบอาคารสูง 4 ชั้น ขนาดห้องพัก 40 ตร.ม. รวมทั้งหมด 94 อาคาร บนพื้นที่ 207.03 ไร่(เป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ 187.53 ไร่ กับพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ 19.50 ไร่) เมื่อวันเวลาผ่านไปก็เป็นเรื่องปกติที่ทั้งตัวอาคาร รวมถึงสภาพแวดล้อมรอบๆ จะเกิดความเสื่อมโทรมลงไปตามกาลเวลา ทางภาครัฐจึงเกิดเป็นโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ตั้งแต่ปี 2543 ที่ทางการเคหะพยายามจะเข้าไปพัฒนาปรับปรุงชุมชนแฟลตดินแดงที่มีอายุเกือบ 50 ปี แต่ยังคงถูกกลุ่มผู้อยู่อาศัยเดิมคัดค้านมาโดยตลอดด้วยเหตุผลของค่าเช่าที่มีราคาถูกกว่าที่อื่นมากประมาณ 600 บาท ทำเลอยู่ในเมืองเดินทางสะดวก ขณะเดียวกันทางการเคหะก็มีเหตุผลในการที่ต้องรื้อของเก่าออกทั้งหมดแล้วสร้างใหม่ เพราะเมื่อได้ส่งเจ้าหน้าที่ประเมินสภาพปัจจุบันก็กังวลเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารที่ทรุดโทรม สภาพแวดล้อมเสื่อมสภาพลง เอื้อต่อการเกิดอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด และเพื่อพัฒนาที่ดินของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้มีการแก้ปัญหาด้วยการส่งเจ้าหน้าที่จากการเคหะลงพื้นที่ไปให้ข้อมูล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจต่อโครงการที่จะเกิดขึ้นว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยในรูปแบบอาคารสูงที่มีความทันสมัย มีระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบป้องกันแผ่นดินไหว รวมถึงปรับสภาพแวดล้อมโดยรอบให้สวยงาม มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้เกิดขึ้นได้ จนได้ข้อสรุปในการริเริ่มโครงการขึ้นแล้ว   โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงเป็นหนึ่งในแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี ซึ่งจะใช้ระยะเวลาพัฒนาโครงการนี้ระหว่างปี 2559-2567 โดยจะแบ่งแผนงานได้ดังนี้ การพัฒนาเพื่อผู้อยู่อาศัยเดิม 11 อาคาร 6,546 ยูนิต - ระยะที่ 1 ที่พักอาศัยแปลง G ตรงหัวมุมถนนวิภาวดีกับถนนดินแดง 1.98 ไร่ สำหรับผู้อาศัยเดิมจากแฟลต 18-22 เป็นอาคารสูง 28 ชั้น 1 อาคาร 334 ยูนิต ในขณะนี้ก่อสร้างไปแล้วประมาณ 40% คาดว่าสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ประมาณกลางปี 2561 - ระยะที่ 2 ที่พักอาศัยแปลง A แปลงริมถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนจตุรทิศกับแยกโบสถ์แม่พระ 17.63 ไร่ เป็นอาคารสูง 32 ชั้น 4 อาคาร 2,540 ยูนิต กับ D1 แปลงริมถนนวิภาวดีใกล้กับแปลง G อาคารสูง 35 ชั้น 2 อาคาร 1,247 ยูนิต - ระยะที่ 3 ที่พักอาศัยแปลง A, D1 และ C แปลงริมถนนประชาสงเคราะห์ 13.64 ไร่ เป็นอาคารสูง 35 ชั้น 4 อาคาร 2,448 ยูนิต - ระยะที่ 4 ที่พักอาศัยแปลง C โดยระยะที่ 2-4 นี้จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณปลางปี 2561 การพัฒนาเพื่อผู้เข้าอยู่อาศัยใหม่   - แปลง B, D2 และ E ทั้งหมด 25 อาคาร 13,746 ยูนิต - แปลง F1-F2 จะพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวสาธารณะ บนพื้นที่ประมาณ 21.47 ไร่ โครงการนี้จะมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เช่ารายเดิมประมาณ 6,000 ยูนิต ได้กลับเข้ามาอยู่อาศัยก่อน หลังจากนั้นจึงเปิดให้ประชาชนทั่วไป และข้าราชการเข้าอยู่ได้เพิ่มขึ้น  โดยจะเป็นการเช่าระยะยาว 30 ปี ค่าเช่าจะเพิ่มสูงขึ้น 5% ทุกๆ 3 ปี มีค่าส่วนกลางประมาณ 25 บาท/ตร.ม. และคาดว่าจะมีราคาประมาณ 1.7 ล้านบาท/ยูนิต ค่าเช่าอยู่ที่ 6,000-10,000 บาท/เดือน ส่วนผู้เช่าเดิมจะพิจารณาค่าเช่าให้เท่ากับราคาเดิม แต่ใครที่มีกำลังพอที่จะสามารถขยับขยายได้แล้วก็สามารถขอยกเลิกสัญญาได้ เพื่อให้ผู้เช่ารายอื่นได้มีโอกาสเข้าอยู่แทน สรุปแล้วโครงการนี้เมื่อเสร็จสมบูรณ์ประมาณปี 2567 จะมีทั้งหมด 36 อาคาร ความแตกต่างระหว่างแฟลตดินแดงแบบเดิมกับแบบใหม่ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างกันอยู่ คือ แฟลตดินแดงแบบเดิมจะมีลักษณะเป็นอาคารสูง 4 ชั้น ด้านล่างเป็นใต้ถุนโล่ง วางห้องพักแบบ Single Corridor ภายในห้องพักขนาด 40 ตร.ม. เป็นแบบโล่งลึกเข้าไป กั้นห้องแค่ห้องน้ำในตัวและระเบียงเท่านั้น แต่กับโครงการใหม่นี้จะมีลักษณะอาคารคล้ายกับคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน คือ เป็นอาคารแบบ High Rise ประมาณ 32-35 ชั้น มีพื้นที่ส่วนกลางเป็นสวนสีเขียวบนอาคาร และรอบๆ อาคาร มีพื้นที่จอดรถ 6 ชั้น ส่วนห้องพักอาศัยจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไป วางห้องพักแบบ Double Corridor ภายในห้องพักแม้ว่าจะได้ขนาดเล็กลงเป็น 33 ตร.ม. (มีขนาดเดียว) แต่จะมีการกั้นห้องแบบ 1 Bedroom มีส่วนห้องนั่งเล่น ครัวเปิดที่ลึกเข้าไป ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้นกว่าเดิม และยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด วางระบบ WiFi ระบบพื้นที่จอดรถค้นหาที่ว่างอัตโนมัติ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่อผู้สูงอายุ และผู้พิการ เป็นต้น ทุกสิ่งก็เพื่อสร้างให้เป็นต้นแบบของ “สมาร์ท ซิตี้” (Smart City) ชุมชนเมืองที่มีความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย มีสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงพัฒนาในเชิงพาณิชย์ให้มีแหล่งการค้าของชุมชน ส่งเสริมสังคมไร้เงินสดโดยการใช้ e-Payment และ QR code มีแหล่งให้ความรู้เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้พลิกจากชุมชนแออัดสู่เมืองอันทันสมัย ทั้งหมดก็จะสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้แม้ในผู้ที่มีรายได้น้อย ดังเช่นในหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้ และมีการผลักดันให้เกิดขึ้นจริงในเร็ววัน                ข้อมูลจากการเคหะแห่งชาติ

1 2