ทำเลทอง

 

ทำเลทองล่าสุด

1 2 3
คอนโด ใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองกับแกรนด์ ยูนิตี้

คอนโด ใช้ชีวิตให้เป็นตัวเองกับแกรนด์ ยูนิตี้

ปี 2018 นี้ เป็นอีกปีที่ตลาดคอนโดมิเนียมยังคงร้อนแรงที่สุดอย่างต่อเนื่องในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เราได้เห็นหลายโครงการใหม่ที่น่าจับตามองเริ่มเปิดตัวกันมาตั้งแต่ต้นปี โดยหนึ่งในนั้น คือ แกรนด์ ยูนิตี้ ที่มาพร้อมกับ 4 โครงการคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ติดรถไฟฟ้า ภายใต้คอนเซป "Simply Makes Sense." ให้เราได้เลือกคอนโดมิเนียมในโครงการที่ลงตัวกับเรามากที่สุดทั้งทำเล ดีไซน์ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในและรอบโครงการ เพราะคอนโดมิเนียมที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ความเป็นตัวเราได้ดีที่สุดคือโครงการที่ใช่ที่สุด หนึ่งในทำเลสุดฮอตคือแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และยังใกล้ทางยกระดับอุตราภิมุข สนามบินดอนเมือง พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เซ็นทรัลลาดพร้าว, เมเจอร์รัชโยธิน ฯลฯ รวมถึงดีมานด์ที่มีอยู่มากมายหลายกลุ่มทั้งนักศึกษา บุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม และกลุ่มคนทำงาน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีการเช่าคอนโดอยู่มากที่สุด Ciela (เซียล่า) คอนโดมิเนียม High Rise 28 ชั้น บนพื้นที่ 6-1-17.30 ไร่ ทั้งหมด 903 ยูนิต ขนาด 22.5-60 ตร.ม. ตัวโครงการติดรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบใช้ชีวิตสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ไม่ต้องไปเปลี่ยนสายสถานีไหนก็สามารถตรงเข้าเมืองได้ง่ายๆ ส่วนเหล่านักลงทุนทั้งหลายต้องคอยจับตามองให้ดีค่ะ เพราะโครงการนี้ได้ยินมาว่าราคาเปิดตัวไม่เกิน 100,000 บาท/ตร.ม. เท่านั้น เป็นราคาที่เชื่อว่าสำหรับคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าในปัจจุบันไม่มีใครทำราคาได้เท่านี้  สระว่ายน้ำระบบเกลือบนชั้นดาดฟ้า สวนสีเขียวชั้นล่าง Ciela มาพร้อมส่วนกลางครบครัน เช่น ล็อบบี้, สวนสีเขียว, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกายชั้นดาดฟัา, สวนชั้นดาดฟ้า, ห้องซาวน่า, ห้องบริการซักผ้า อบผ้า เป็นต้น มีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิด ลิฟท์โดยสารให้มาถึง 5 ตัว แยกลิฟท์เซอร์วิช 1 ตัว ลิฟท์โดยสารที่อาคารจอดรถ 2 ตัว  โครงการถัดมาที่ยังคงคอนเซปในการเป็นคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งเตรียมเปิดตัวในช่วงครึ่งปีแรกนี้ต่อจากโครงการ Ciela คือ   De Lapis (เดอ ลาพีส) คอนโดมิเนียม High Rise ย่านจรัญสนิทวงศ์ 81 ที่ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาหนึ่งในมุมมองที่สวยที่สุดบนอาคารสูงในกรุงเทพฯ มี Background เป็นตึกสูงระฟ้าใจกลางเมือง พร้อมกับได้วิวสระว่ายน้ำบนอาคารไปด้วย และยังใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีบางพลัด โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นสายที่วิ่งเป็นวงแหวนเพียงสายเดียวของโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งจะผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นย่านออฟฟิศทั้งสีลม รัชดาภิเษก ย่านที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของกรุงเทพฯชั้นใน และหากใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ใกล้ทางพิเศษศรีรีช และยังสามารถใช้สะพานกรุงธนแล้วตรงเข้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเชื่อมต่อการเดินทางได้อีกหลากหลายเส้นทาง และยังใกล้กับสถานที่สำคัญชื่อดังหลายแห่ง ทำให้ De Lapis เหมาะสำหรับกลุ่มคนทำงานในตัวเมืองไปจนถึงครอบครัวที่อยากได้ความสงบเป็นส่วนตัว แต่ยังได้ความสะดวกสบายแบบคอนโดมิเนียมท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดี หากลงทุนปล่อยเช่าก็จะมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนทำงาน และคนที่อาศัยอยู่ในย่านเดิมอยู่แล้วต้องการขยับขยาย  เรียกว่าทั้ง Ciela (เซียล่า) กับ De Lapis (เดอ ลาพีส) จะมีราคาเปิดตัวค่อนข้างสูสีกันด้วยที่ตั้งโครงการติดรถไฟฟ้าเหมือนกันเพียงแต่คนละทำเล เราก็สามารถเลือกตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของแต่ละคน ซึ่งทั้งสองโครงการมีแพลนเปิดตัวช่วงครึ่งปีแรกนี้ ย้ำกันอีกทีนะคะว่าราคาแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า จับตาวันเปิดตัวกันให้ดีค่ะ          ส่วนช่วงครึ่งปีหลังทางแกรนด์ ยูนิตี้ เตรียมเปิดตัวอีก 2 โครงการใหม่ ที่มีการเปิดข้อมูลออกมาบางส่วนบ้างแล้ว คืือ Denim (เดนิม) คอนโดมิเนียม High Rise โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์ Urban Lifestyle บนแนวคิด Mixed-Use Concept โครงการตั้งอยู่ภายในซอยพหลโยธิน 18 ทะลุไปซอยวิภาวดีรังสิต 3 ได้ มีศักยภาพด้านการเดินทางสูงทั้งในปัจจุบันและอนาคต สำหรับผู้ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะสามาถใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีหมอชิตที่เป็น Interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินสถานีจตุจักร ซึ่งในอนาคตประมาณปี 2563 จะเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานีที่เป็นศูนย์กลางระบบรางแห่งใหม่แทนหัวลำโพงที่มีความแออัดมากในปัจจุบัน โดยจะทำหน้าที่เป็นสถานีหลักของรถไฟสายเหนือ สายอีสาน สายใต้ สายตะวันออก และสายตะวันตก นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเพื่อรองรับรถไฟฟ้าความเร็วสูงทุกสายในอนาคต เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีแดงได้ มีโซนช้อปปิ้งมอลล์ รวมถึงยังมีพื้นที่จอดรถ 1,700 คัน แน่นอนว่าจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และยังเป็นแหล่งออฟฟิศทั้งเอกชน รัฐวิสาหกิจ ราชการหลายแห่ง ทำให้ในอนาคตบริเวณนี้มีแนวโน้มจะกลายเป็นอีกหนึ่งใน New CBD ของกรุงเทพฯ   Mazarine (แมสซารีน) คอนโดมิเนียม High Rise เกรด Premium เป็นตัวที่เป็นไฮไลท์ของปีนี้ ซึ่งมีแพลนจะเปิดตัวในช่วงปลายปี  โดยทั้งราคาและทำเลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเมเจอร์รัชโยธินจะส่งให้โครงการนี้ทำ Surprise ได้แน่นอนค่ะ     ทั้งหมดนี้คือแนวคิด Simply Makes Sense. จากแกรนด์ ยูนิตี้ "ใช้ชีวิต...บนเหตุผลของคุณ" คือ keyword ที่กำลังจะบอกกับเราว่าเราสามารถเลือกสิ่งที่ใช่ได้ด้วยตัวเราเอง เลือกอย่างเหมาะสม เลือกบนเหตุผลของตัวเอง เพราะเชื่อว่าหลายคนย่อมเคยเกิดความคิดที่ว่า อยากมีคอนโดเป็นของตัวเอง อยากอยู่คอนโดใกล้แนวรถไฟฟ้า อยากดีไซน์ห้องของเราตามสไตล์ในแบบที่เป็นตัวเอง เพราะเราอยากใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือกเอง ไม่ต้องตามใคร #ใช้ชีวิตบนเหตุผลของคุณ มันคงไม่ make sense เท่าไหร่กับการที่ต้องวิ่งตามกระแสของคนอื่นใช่ไหมคะ  
One9Five อโศก – พระราม 9 ฉีกรูปแบบเก่า ด้วยงานดีไซน์เหนือกาลเวลา

One9Five อโศก – พระราม 9 ฉีกรูปแบบเก่า ด้วยงานดีไซน์เหนือกาลเวลา

เมื่อดีไซน์กลายเป็นเครื่องมือที่สะท้อนแนวคิดและรูปลักษณ์ขององค์กร จึงไม่น่าแปลกใจเลยค่ะที่วันนี้เราจะเห็นเจ้าของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์หลายแห่งให้ความสำคัญกับเรื่องดีไซน์ของอาคาร และการตกแต่งภายในมากขึ้น ซึ่งทาง TC Development เองก็เข้าใจและเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ทำการพัฒนา Re-Design เปลี่ยนภาพลักษณ์คอนโดมิเนียมโครงการ TC Royal พระราม 9 ใหม่ทั้งหมด จนแทบไม่เหลือภาพเดิมเลย เพราะสัญลักษณ์มงกุฎสีทองที่เราคุ้นตากันดีก็ถูกถอดออกเรียบร้อยแล้ว แถมยัง rebranding ภาพลักษณ์องค์กรให้ดูหรูหรามากขึ้น ที่สำคัญยังเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุดในชื่อ “One9Five” Asoke - Rama 9 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Luxury Life Curator” รวบรวมความเป็นที่สุดของ Luxury ไว้ในสถานที่แห่งเดียว     “One9Five” อโศก – พระราม 9 เป็นโครงการ Luxury Condominium ขนาดใหญ่กว่า 11 ไร่ ตั้งอยู่บนถนนพระราม 9 ซอย 5 ในพื้นที่ New CBD ใจกลางเมือง ที่เดินทางสะดวกสบายมาก ใกล้ MRT สถานีพระราม 9 (ห่างเพียง 200 เมตร) แวดล้อมด้วยตึก Super Tower, G Tower, Central พระราม 9, Fortune และโรงพยาบาลพระราม 9 และใกล้ทางด่วนถึง 2 จุด นับว่าเป็นคอนโดขนาดใหญ่และสูงที่สุด บนถนนพระรามเก้าฝั่ง Unilever House เลยค่ะ ตัวโครงการแบ่งออกเป็น 2 อาคาร 61 ชั้น อาคาร A จำนวน 954 ยูนิต และอาคาร B จำนวน 957 ยูนิต ไฮไลท์อยู่ที่ความเป็น Privacy Living ด้วยจำนวนห้องไม่เกิน 18 ยูนิตต่อชั้น ในราคาที่จับต้องได้กว่าโครงการข้างเคียงอื่นๆ แถมยังจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางบนเนื้อที่กว่า 8.6 ไร่ จำนวน 3 ชั้น ให้แบบไม่มีกั๊กเพื่อรองรับความสุขของลูกบ้าน ซึ่งมาพร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาว 100 เมตร ที่เชื่อมกันระหว่าง 2 อาคาร และสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอื่นๆ อย่างครบครัน   และจุดเด่นที่สำคัญของโครงการนอกจากเรื่องของทำเลศักยภาพแล้ว คือเรื่องของ Spec ที่ให้ลูกบ้านเหนือความคาดหมายเกินมาตรฐานราคาใน Segment เดียวกันไปเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้น Engineering wood, Air Conceal ฝังในฝ้า ซึ่งปกติแล้วจะมีให้เฉพาะคอนโดแบบ Super luxury segment เท่านั้นนะคะ เมื่อโครงการจัดเต็มทุกสิ่งขนาดนี้ วันนี้เราจึงมีภาพอาคาร One9Five และภาพ Draft Floor Plan, Unit Plan พร้อมภาพ perspective บางส่วนจากทางโครงการมาให้ดูก่อนใครด้วยค่ะ   ภาพอาคาร One9Five อโศก – พระราม 9 Master Plan โครงการนะคะ ภาพตัวอย่าง Grand Lobby บริเวณชั้น Ground Floor ที่ดูโอ่อ่า กว้างขวาง ไม่เหมือนดั่งคอนโดฯ ทั่วไป ภาพตัวอย่าง ห้อง Mail Box บริเวณชั้น Ground Floor ดูหรูสมกับคอนเซ็ปต์ Luxury Life Curator ด้วยการใช้วัสดุที่สื่อถึงความหรูหราและอบอุ่นอย่างหินอ่อนและไม้เป็นหลัก นอกจากนี้ยังซ่อนแสงไฟตามหลืบผนังและเพดานเพื่อความสวยงาม สบายตา แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 8 นะคะ จะเป็น Facility ทั้งหมด ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร A และ B Facility หลักของชั้น 8 จะเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาว 100 เมตร ที่เชื่อมกันระหว่าง 2 อาคาร ซึ่งได้รับการออกแบบให้ดูทันสมัยล้อกับรูปลักษณ์ใหม่ของอาคาร ด้วยการใช้เส้นสายเรขาคณิตเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานดีไซน์ ภาพตัวอย่างห้อง Private Spa บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Residential Lounge บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Fitness Center บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Kid's Club บริเวณ Facility ชั้น 8 ภาพตัวอย่างห้อง Golf Simulator Room บริเวณ Facility ชั้น 8 แปลนพื้นที่บริเวณชั้น 61 นะคะ ซึ่งจะเป็น Facility ส่วนที่เหลือบางส่วน ภาพตัวอย่างห้อง Sky Residential Lounge บริเวณ Facility ชั้น 61 ภาพตัวอย่างห้อง Private Sky Meeting Room บริเวณ Facility ชั้น 61 แปลนของยูนิตพักอาศัยนะคะ ซึ่งทุกห้องมีจุดเด่นอยู่ที่ Private Corner view ไม่เหมือนคอนโดฯ ทั่วไป แปลนห้อง 1 Bedroom Deluxe ขนาด 36 - 41 ตารางเมตร แปลนห้อง 1 Bedroom Junior ขนาด 25.5 - 35.5 ตารางเมตร แปลนห้อง 2 Bedrooms 2 Bathrooms ขนาด 55 - 68 ตารางเมตร ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type A ในส่วนของ Living Room ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type A ในส่วนของ Master Bedroom ที่ดูหรูหราโอ่อ่า โอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใส ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type D ในส่วนของ Living Area ที่ดูกว้างขวางและน่าใช้งานเป็นอย่างดี ภาพตัวอย่างห้องพักอาศัย Type D ในส่วนของ Master Bedroom ที่ดูหรูหราและทันสมัยไปพร้อมๆ กัน สำหรับการออกแบบนั้นบอกได้คำเดียวว่าน่าสนใจจริงๆ ค่ะ เพราะ “One9Five” อโศก – พระราม 9 เป็นโครงการที่ร่วมกันพัฒนาสร้างสรรค์จากทีม Designer ระดับท็อปของเมืองไทย อย่าง Shma, LEOINTER และ PIA เรียกได้ว่าครบเครื่องทั้งเรื่องของ Architect, Interior และ Landscape จนสร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการอสังหาฯ ตั้งแต่ยังไม่ได้ก่อสร้าง นับว่าเป็นคอนโดมิเนียมอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะอยากทราบรายละเอียดแล้วว่า..เหล่าทีมดีไซเนอร์ระดับท็อปของเมืองไทยนั้นมีผลงานอะไรที่น่าสนใจ และมีแนวคิดในการออกแบบ โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ให้สวยงามและแตกต่างจากโครงการอื่นอย่างไร ลองมาดูกันค่ะ   Shma เส้นสายที่ดูเรียบง่าย กับงานออกแบบสไตล์โมเดิร์นที่นำเสนอผ่านวัสดุที่ให้สีสัน ผิวสัมผัสล้อเลียนกับธรรมชาติ และบริบทโดยรอบผสมผสานกับการใช้พรรณไม้ท้องถิ่น นับเป็นเอกลักษณ์ของ Shma (ฉมา) ทีมดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ Landscape อับดันต้นๆ ของเมืองไทย ที่ทำงานออกแบบและให้คำปรึกษาด้านภูมิสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์เมืองของโครงการหลากหลายขนาดทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย สถานที่พักผ่อน ไปจนถึงงานวางผังและงานวิจัย มีผลงานที่สร้างชื่อเสียงจากการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเครือข่ายมักกะสัน Friends of the River (FOR), การเข้าร่วมพัฒนาย่านเจริญกรุงให้กลายเป็น Creative District และสร้างสวนสาธารณะใต้ทางด่วน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างประโยชน์ใช้สอยในที่รกร้าง นอกจากนี้ยังมีผลงานเก่าๆ ที่ออกแบบให้กับโครงการชั้นนำไว้มากมาย จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไม Shma ถึงถูกคัดเลือกให้เข้ามาเป็นผู้ดูแลเรื่อง Landscape ในโครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ทั้งหมด ซึ่งพื้นที่ภายในโครงการมีเนื้อที่ขนาดใหญ่ราว 7-8 ไร่ แถมทีมดีไซเนอร์ยังใส่รายละเอียดเต็มที่กับแนวคิด Fruit Forest – Sky Hill ให้ความรู้สึกเสมือนยกภูเขาทั้งลูกมาไว้ในคอนโดมิเนียม อย่างที่ไม่เคยเห็นที่โครงการไหนมาก่อน เพียงแค่ทราบแนวคิดก็มั่นใจได้เลยค่ะว่าพื้นที่สวนของโครงการนั้นจะต้องงดงาม น่าพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยงานดีไซน์ และน่าจะเป็นอีกหนี่งผลงานที่สามารถเป็น reference แนวคิดสวนของโครงการคอนโดมิเนียมในอนาคตได้อีกด้วย พื้นที่ Landscape รอบโครงการ โอบล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีพร้อมบ่อน้ำที่เปรียบเสมือนลำธาร ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมลับกับดีไซน์ของตัวอาคาร   LEO INTER LEO Inter (เลโอ อินเตอร์) ก็เป็นอีกหนึ่งทีมดีไซเนอร์ที่มีฝีมือไม่ธรรมดา เพราะฝากผลงานเด่นๆ ในการออกแบบตกแต่งภายใน งานสถาปัตยกรรม และการวางแผนพื้นที่มาไม่น้อย ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 30 ปี จนทำให้ เลโอ อินเตอร์เนชั่นแนล ดีไซน์ กรุ๊ป ได้รับการจัดให้อยู่ในระดับแนวหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และรีสอร์ท ทั้งยังได้ทำงานร่วมกับโรงแรมนานาชาติระดับ 5 ดาวที่มีชื่อเสียง เช่น Shangri-La, Accor, Marriott, Hilton, Moevenpick, Intercontinental, Dusit Thani, Sheraton, Taj Hotels, Kempinski, Marco Polo เป็นต้น นอกจากนี้ยังฝากผลงานการออกแบบคอนโด luxury ที่น่าสนใจอย่าง Marque, ESSE ASOKE มาแล้ว จากประสบการณ์อันยาวนานประกอบเข้ากับฝีมือที่ใครต่างก็ยอมรับ LEO Inter จึงเข้ามาเป็นทีมดีไซเนอร์ออกแบบ Facility, ส่วนกลาง และตัวอาคารหลักๆ ของ โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ให้โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ออกแบบให้ฉีกรูปแบบไปจากเดิมมาก จนกลายเป็นคอนโดมิเนียมหรูระดับไฮเอนด์ สไตล์โมเดิร์น luxury ที่ทันสมัย จุดเด่นอยู่ที่การเลือกใช้แต่วัสดุคุณภาพเกรดดีที่สุด รวมถึงแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อความคุ้มค่าในการอยู่อาศัย ซึ่งดูจากภาพ perspective แล้วจะเห็นได้เลยค่ะว่าทุกรายละเอียดของงานดีไซน์นั้นล้วนแต่ทำให้คอนโดมิเนียมดูหรูหราเกินราคาจริงๆ ภาพตัวอย่างห้อง Library Room ส่วนหนึ่งของ Facility ชั้น 8 เป็นผลงานการออกแบบของ LEO INTER ในสไตล์โมเดิร์น luxury ที่ดูหรูหราและทันสมัยไปพร้อมๆ กัน โดยใช้แต่วัสดุคุณภาพอย่างหินอ่อนที่นำมากรุผนังและปูพื้น ซึ่งสะท้อนถึงความสง่างาม และชวนสัมผัสได้เป็นอย่างดี   PIA Interior ทีมดีไซเนอร์สุดท้ายที่หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันดีกับ PIA Interior สตูดิโอออกแบบตกแต่งภายในอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ที่ฝากผลงานมาแล้วมากมายทั้งในห้างสรรพสินค้า, โรงแรมหรู, สำนักงาน, สปา, ร้านอาหาร, โรงภาพยนตร์ รวมถึงบ้านพักอาศัยหลายแห่ง และยังพิสูจน์ฝีมือกับคอนโดมิเนียม luxury segment ของเมืองไทยมาแล้วแทบทั้งนั้น รวมถึง โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 นี้ PIA ก็ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาดูแลเรื่องการออกแบบและตกแต่งภายในห้องพัก โดยทีมดีไซเนอร์ก็ได้คิดและออกแบบมาเพื่อคนที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ทั้งระบบ ventilation ภายในอาคาร ซึ่งถ้ามองจากภาพ Draft Unit Plan ที่เรานำมาให้ดูเป็นตัวอย่างข้างต้น จะเห็นเลยว่าจุดเด่นอยู่ที่การออกแบบ size space ภายในห้องให้ดูกว้างขวาง โดยทำให้ห้องส่วนใหญ่เป็นห้องหัวมุมมากถึง 60% ซึ่งนับว่ามีจำนวนมากกว่าคอนโดฯ ทั่วไป ส่วนเอกลักษณ์ที่หลายคนสัมผัสได้จาก PIA ในผลงานสไตล์ luxury นั้น จะแฝงไปด้วยความมีระดับในทุกรายละเอียด หากลองสังเกตให้ลึกลงไปอีกนิดผลงานของ PIA ไม่ได้มีเพียงแค่ความหรูหราเท่านั้นนะคะ แต่ยังผ่านการพิจารณาถึงบริบทต่างๆ มาแล้วอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะลงมือเนรมิตพื้นที่ต่างๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างตรงใจ จนเป็นที่กล่าวขานกันในวงการอสังหาฯ ถึงงานดีไซน์ที่เฉียบคม ทำให้เชื่อมั่นได้เลยค่ะว่าห้องพักที่ทางทีมดีไซเนอร์ออกแบบนั้นต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีความละเมียดละไม คุ้มค่าทุกตารางเมตรแน่นอน แน่นอนว่าเหตุผลในการตัดสินใจซื้อคอนโดฯ สักแห่ง คำตอบแรกก็คงเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้ง แต่อยากให้พิจารณาให้ดีก่อนนะคะ เพราะองค์ประกอบอื่นอย่าง ชื่อแบรนด์, การจัดวาง Layout, ขนาดห้อง, ฟังก์ชั่นการใช้งาน, เรื่องการเดินทาง ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง รวมไปจนถึงการออกแบบและตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ก็ล้วนแต่มีความสำคัญทั้งสิ้น ซึ่งโครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 ของ TC Development นี้ ก็ล้วนแต่ตอบโจทย์ความต้องการได้ดี ยิ่งเรื่องของงานดีไซน์ก็นับว่ามีความโดดเด่นและน่าสนใจมากที่สุด เพราะทุกพื้นที่ของโครงการในทุกตารางเมตรต่างได้รับการออกแบบจากเหล่า Designer ระดับท็อปของเมืองไทย ให้เป็นศูนย์รวม Luxury ไว้ในพื้นที่แห่งเดียวแล้ว ยังทำให้วงการออกแบบบ้านเราเติบโตและเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย ท้ายที่สุดคงยากจะปฏิเสธจริงๆ ค่ะว่า โครงการ “One9Five” อโศก – พระราม 9 เป็นอีกหนึ่งคอนโดมิเนียมหรูที่น่าสนใจมากที่สุดในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใน Q1 ปี 2018 สำหรับผู้ที่สนใจอดใจรออีกนิดเดียวค่ะ ถ้าห้องตัวอย่างเสร็จเมื่อไหร่ทีมงานจะรีบเข้าไปเก็บข้อมูลมาทำรีวิวให้ดูก่อนใครแน่นอน พิเศษ! สำหรับแฟนๆ ชาว Review Your Living ทางโครงการแอบกระซิบให้ทีมงานนิดนึงว่า...ทางโครงการจะมีงาน VVIP Sale ให้เฉพาะลูกค้าที่ลงทะเบียน online ผ่าน www.one9five.com ในวันอาทิตย์ที่ 11 ก.พ. 61 นี้ที่โรงแรม Park Hyatt Bangkok ซึ่งถ้าอ่านรายละเอียดจากบทความพร้อมภาพตัวอย่างที่เรานำมาฝากแล้ว คงตัดสินใจไปงานได้ง่ายขึ้นแน่นอน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 063 828 8999  
ส่องทำเลฝั่งธนฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ส่องทำเลฝั่งธนฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด

เคยได้ยินคำว่า "รถไฟฟ้าสร้างเมือง" กันไหมคะ ทุกวันนี้เราจะสังเกตได้ว่าหากบริเวณไหนมีรถไฟฟ้าตัดผ่าน ย่านนั้นจะเริ่มมีความคึกคักขึ้นมาทันทีทั้งห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ แหล่งออฟฟิศ คอนโดมิเนียม เมื่อมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยเยอะขึ้นอาหารการกินก็มากตามไปด้วย กลายเป็นแหล่งที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว เดินทางสะดวกรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้กลายเป็นวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน   ย่านที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่ขึ้นมาให้เห็นเป็นรูปธรรมสายหนึ่งคือรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ–ท่าพระ (สายสีน้ำเงินฝั่งเหนือ) ทั้งหมด 10 สถานี ได้แก่ เตาปูน-บางโพ-บางอ้อ-บางพลัด-สิรินธร-บางยี่ขัน-บางขุนนนท์-แยกไฟฉาย-จริญสนิทวงศ์13-ท่าพระ เป็นรถไฟฟ้าแบบทางยกระดับตลอดสายรวมแล้ว 13 กิโลเมตร และช่วงหัวลำโพง–บางแค (สายสีน้ำเงินฝั่งใต้) เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินตั้งแต่สถานีหัวลำโพงแล้วลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงสถานีท่าพระ มี 5 สถานี คือ วัดมังกรกมลาวาส-วังบูรพา-สนามไชย-อิสรภาพ-ท่าพระ รวมระยะทาง 5 กิโลเมตร แล้วต่อด้วยทางยกระดับตั้งแต่สถานีท่าพระ-บางแค มี 6 สถานี คือ ท่าพระ-บางไผ่-บางหว้า-เพชรเกษม 48-ภาษีเจริญ-บางแค อีก 9 กิโลเมตร ความพิเศษของสายนี้คือการเจาะอุโมงค์ทางวิ่งลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีไฮไลท์ที่สถานีสนามไชย ซึ่งมีการตกแต่งอย่างสวยงามผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ เมื่อเสร็จสมบูรณ์จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีที่สวยที่สุดของประเทศไทย เพราะเป็นสถานีอยู่ในช่วงเกาะรัตนโกสินทร์ ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย เช่น  วัดโพธิ์, วัดพระแก้ว, มิวเซียมสยาม ฯลฯ ปัจจุบันมีการก่อสร้างแล้วเสร็จไปมากกว่า 90% คาดว่าจะเปิดใช้บริการประมาณปี 2562 และส่วนต่อขยายช่วงบางแค – พุทธมณฑลสาย 4 คาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564   ฝั่งธนบุรีย่านเมืองเก่าอันทรงเสน่ห์ที่วิถีชีวิตกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป ทว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นตามยุคสมัยจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่จะเป็นเสมือนกุญแจสำคัญของการเปิดการขยายตัวของเมืองออกไป จนทำให้ฝั่งธนฯ กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยเศรษฐกิจที่กำลังจะเติบโตตามไปด้วย เพราะหากรถไฟฟ้าสายนี้เสร็จสมบูรณ์ จะเป็นสายที่เดินรถเป็นวงกลม และเชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองได้ง่าย ราคาที่ดินยังไม่แพงจนเกินไป โดยปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 100,000-200,000 บาท/ตร.ว. แต่ที่ดินติดรถไฟฟ้าอยู่ที่ราว 400,000-500,000 บาท/ตร.ว. ในแง่ของโครงการคอนโดมิเนียมที่เราเริ่มเห็นเปิดตัวกันในปีนี้ กระแสแรงไม่แพ้ทำเลอื่น โดยเฉพาะย่านเจริญนคร ท่าพระ เพชรเกษม มีโครงการคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เช่น     ศุภาลัยพรีเมียร์ หนึ่งในคอนโดตัวเด่นของปีนี้จากศุภาลัย อยู่ติดกับถนนลาดหญ้า กับถนนสมเด็จเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลตากสิน ติดรถไฟฟ้าในอนาคตสายสีทอง สถานีคลองสาน คาดว่าแล้วเสร็จปี 2564 ราคาเริ่มต้น 3.1 ล้านบาท   บันยันทรี เรสซิเดนท์ จากเนอวานา ไดอิ ที่จับมือกับบันยันทรี กรุ๊ป เป็นคอนโดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน อยู่ภายในซอยสมเด็จเจ้าพระยา 17 เน้นความเป็นส่วนตัวตามแบบฉบับคอนโดสไตล์ลักชัวรี่ ทุกห้องได้วิวแม่น้ำ ราคาเริ่มต้น 22.9 ล้านบาท       เดอะ ไพรเวซี่ ท่าพระ-อินเตอร์เชนจ์ จากพฤกษา คอนโด High Rise คาดว่าแล้วเสร็จปี 2563 ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ ใกล้สี่แยกท่าพระ ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีท่าพระ 100 เมตร ซึ่งจะเป็นจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเทา และเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฝั่งเหนือและฝั่งใต้ไว้ด้วยกัน ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท     ไอดีโอ สาทร-ท่าพระ คอนโดพร้อมอยู่ล่าสุดตัวหนึ่งจากอนันดา ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีโพธิ์นิมิตร 350 เมตร   วิสซ์ดอม สเตชั่น รัชดา – ท่าพระ ทำเลตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ท่าพระ ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีตลาดพลู 80 เมตร ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท   แอสปาย สาทร-ท่าพระ คอนโดพร้อมอยู่จากเอพี อยู่ใกล้กับสี่แยกรัชดา-ราชพฤกษ์ ติดกับบันไดทางขึ้น-ลง ของรถไฟฟ้าสถานีตลาดพลู ติด BRT สถานีราชพฤกษ์ ห่างจากเดอะมอลล์ท่าพระ 150 เมตร ในฝั่งเดียวกัน ราคา 2.77 ล้านบาท     เดอะพาร์คแลนด์ เพชรเกษม 56 จากนารายณ์ พร็อพเพอร์ตี้ ติดถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าซีคอน บางแค ในอนาคตก็จะอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีภาษีเจริญ เพียง 40 เมตร ส่วนกลางสวยจัดเต็ม ในราคาเริ่มต้นที่ 1.89 ล้านบาท   เดอะเบส เพชรเกษม คอนโด High Rise จากแสนสิริ คาดว่าแล้วเสร็จประมาณปี 2563 เป้นโครงการที่เน้นเรื่องการเชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างหลากหลาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีเพชรเกษม48 ห่างจากรถไฟฟ้า สถานีบางหว้า ซึ่งจะเป็นจุด Interchange ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว และสายสีน้ำเงิน เดินทางเข้าตัวเมืองได้ง่าย ห่างจากท่าเรือเพชรเกษม 31 เพียง 300 เมตร โดยซอยเพชรเกษม48 เป็นเส้นทางลัดไป ถ.บางแวก เชื่อมคุณสู่ ถ.พุทธมณฑล และถ.ราชพฤกษ์ ราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท   ไม่เพียงแต่ตลาดคอนโดมิเนียมที่ให้ความสำคัญกับการมาถึงของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนี้เท่านั้น แต่ทางด้านห้างสรรพสินค้า ก็มีการขยับตัวตามไปด้วย เช่น เดอะมอลล์ บางแค ที่จะสร้างทางเชื่อมต่อกับสถานีหลักสอง, ศูนย์การค้าซีคอน บางแค จะสร้างทางเชื่อมกับสถานีภาษีเจริญ, ศูนย์การค้าเกตเวย์บางโพ จะสร้างทางเชื่อมกับสถานีบางโพ สิ่งสำคัญที่จะมาปลุกฝั่งธนให้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางอันเพียบพร้อมของกรุงเทพฯ คือ ไอคอนสยาม เมกะโปรเจคริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจะเป็นศูนย์การค้าพื้นที่กว่า 500,000 ตร.ม. และคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่   ในขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมเริ่มรุกตลาดฝั่งธนกันอย่างคึกคักในปีนี้ เชื่อว่าในปีหน้าหน้าและต่อไปจะต้องมีโครงการที่น่าสนใจจากหลายค่าย เพราะฝั่งธนฯ ยังคงมีที่ดินเปล่าเหลืออยู่พอสมควรทั้งที่ดินติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ดินที่เป็นคลังสินค้าเก่า โกดังเก่า โรงงาน ฯลฯ ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาได้อีกหลายโครงการ ยิ่งหากรถไฟฟ้าเปิดให้บริการก็จะยิ่งเพิ่มสีสันให้ย่านนี้มีมนต์เสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าในกลิ่นอายโมเดิร์นตามยุคสมัยควบคู่กัน
5 คอนโดสุดฮิต ที่มีคนสนใจมากที่สุดในเว็บ ประจำปี 2560

5 คอนโดสุดฮิต ที่มีคนสนใจมากที่สุดในเว็บ ประจำปี 2560

ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา พวกเราทีมงาน Review Your Living ได้มีโอกาสไปทำรีวิวคอนโดมีเนียมหลายๆ แบรนด์ หลากดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น คอนโด Low Rise, คอนโด High Rise ตลอดจนคอนโดเกาะแนวรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล มาให้แฟนๆ ได้ชมกันไม่ต่ำกว่า 40 ที่ ซึ่ง 5 คอนโดฯ ต่อไปนี้ คือคอนโดที่มีผู้อ่านสนใจมากที่สุด โดยวัดจากยอดไลค์และแชร์ในแฟนเพจเฟซบุ๊ค รวมถึงจำนวนผู้เข้าอ่านในเว็บไซต์ของเรา มาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะมีคอนโดไหนบ้าง จะใช่หลังที่อยู่ในใจคุณหรือเปล่า ตามมาดูได้เลย.. คอนโด HALLMARK งามวงศ์วาน สำหรับโครงการแรกที่มีผู้อ่านสนใจคลิกเข้ามามากที่สุดก็คือ Hallmark งามวงศ์วาน เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร ล้อมรอบ Facility หลักของโครงการอย่างสระว่ายน้ำ และฟิตเนส ที่อยู่ตรงกลางคอนโด ทำเลตั้งอยู่ย่านงามวงศ์วาน ใกล้ๆ กับกระทรวงสาธารณสุข โดยเป็นโครงการแรกจากชีวาทัย จุดเด่นอยู่ที่ความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวายเหมือนคอนโดในเมือง เนื่องจากคอนโดตั้งอยู่ในซอยย่านชุมชน เหมาะกับคนที่ทำงานอยู่ในย่านนี้ โดยเฉพาะข้าราชการหรือบุคคลากรที่ทำงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข จะสะดวกมากที่สุด ในส่วนของการเดินทางถ้าหากใครที่ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็อาจจะต้องเผื่อเวลาในการเดินทางสักหน่อย เพราะทำเลที่ตั้งโครงการถือว่าอยู่ในซอยลึกพอสมควร แต่ก็ยังมีรถสองแถวและวินมอเตอร์ไซค์ไว้คอยให้บริการอยู่ แต่ใครที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักก็นับว่าสะดวกสบายมากค่ะ เพราะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่อยู่ใกล้ๆ อย่างสถานีแยกติวานนท์ ทำให้ทุกการเดินทางเข้านอกออกเมืองเป็นเรื่องที่ง่าย อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/MvxG8q คอนโด VERY สุขุมวิท 72 โครงการ VERY สุขุมวิท 72 เป็นคอนโดแนวรถไฟฟ้าที่ผู้อ่านในเว็บไซต์ให้ความสนใจมากทีเดียวค่ะ เพราะตัวคอนโดตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 72 การเดินทางหลักๆ ก็คงหนีไม่พ้นการใช้รถไฟฟ้า BTS เป็นตัวเลือกแรก นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีแบริ่งแล้วออกทางออกที่ 4 เดินต่อไปทางซอยสุขุมวิท 72 และเข้าซอยอีกเล็กน้อย ก็จะถึง Very Condo ระยะทางรวมแล้วไม่เกิน 400 เมตร จัดว่าเป็นระยะที่กำลังเดินได้สบายๆ โดยไม่ต้องพึ่งพารถสองแถว หรือวินมอเตอร์ไซค์เลยก็ได้ การเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน เพราะถนนหนทางในย่านนี้มีเส้นทางเลี่ยงเข้าออกเมืองได้หลายทาง ทั้งด่านทางด่วนบางนา และทางด่วนสุขสวัสดิ์-บางพลี ถนนวงแหวนรอบนอก สะพานภูมิพล (สะพานอุตสาหกรรม) รวมถึงถนนสายหลักๆ อย่างถนนบางนา-ตราด และถนนศรีนครินทร์ เรียกได้ว่ามีทางไปได้เยอะ รวมถึงเรื่องสภาพแวดล้อมรอบๆ ก็คึกคักดีทีเดียวค่ะ เพราะใกล้ทั้งแหล่งช็อปปิ้งใหญ่ๆ หลายแห่ง แถมยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสดอยู่ใกล้ๆ ด้วย ทำเลย่านนี้จึงอุดมสมบูรณ์ไม่น้อยเลย สำหรับการซื้อหาเพื่ออยู่อาศัย ที่ตั้งโครงการค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องของความเงียบสงบ เหมาะกับการพักอาศัย ส่วนการลงทุนเพื่อหวังปล่อยห้องให้เช่า อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/b8gYyc The stage เตาปูน interchange สำหรับโครงการ The Stage Taopoon Interchange ในเครือของ Real Asset เป็นคอนโด High Rise ตั้งอยู่บนประชาราษฎร์สาย 2 ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเตาปูนมาประมาณ 350 เมตร ก็จะถึงหน้าทางเข้าโครงการ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เกาะติดแนวรถไฟฟ้า สายสีน้ำเงิน แถมพ่วงด้วยสายสีม่วงเข้าไปอีก เพราะจุดนี้เป็นสถานีเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายพอดี ทำเลนี้เลยเพิ่มระดับความน่าสนใจขึ้นมาได้อีกเยอะเลยทีเดียว ในขณะที่พื้นที่รอบๆ โครงการยังเป็นที่พักอาศัยทั้งอาคารพาณิชย์และบ้านเดี่ยวเสียเป็นส่วนใหญ่ จะมีเพื่อนบ้านเป็นตึกสูงของโครงการ The Tree Interchange ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกเท่านั้นที่อยู่ในระยะประชิด ยังดีหน่อยที่ลักษณะของที่ดินโครงการบังคับให้ตัวอาคารที่พักอาศัยหันหน้าไปทางทิศเหนือ-ใต้ เลยหมดปัญหากังวลเรื่องตำแหน่งห้องที่จะถูกตึกข้างๆ บดบังวิวไปได้เยอะเลย นอกจากนี้ริมถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ยังคงมีร้านค้า ร้านอาหาร และธนาคารพาณิชย์ ที่ให้ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้ตามสมควร รวมถึงโรงเรียนเทพสัมฤทธิ์วิทยาที่ยังคงอยู่ทางด้านหลังโครงการ และโรงพยาบาลบางโพที่อยู่ห่างออกไปเพียง 300 เมตรเท่านั้น ในขณะที่ถัดออกไปทางแยกเตาปูนก็มีตลาดสด และห้างโลตัสเตาปูนที่สามารถเป็นที่พึ่งพาให้จับจ่ายซื้อหาข้าวของที่จำเป็นได้ไม่ยาก ทำเลในย่านนี้จึงถือว่าเหมาะกับการอยู่อาศัยพอสมควรเลยทีเดียว อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/zcA6E1 aspire งามวงศ์วาน คอนโดมิเนียมแบรนด์ Aspire อีกหนึ่งโครงการจาก AP ที่ยึดทำเลแยกพงษ์เพชรสร้างคอนโดมิเนียม High Rise ตึกคู่ พร้อม Facility จัดเต็ม หรูหรามีสไตล์ ในราคาโปรโมชั่นสุดคุ้มด้วยทำเลที่มีศักยภาพคุ้มค่ากับการลงทุน  ที่ตั้งของโครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ห่างจากแยกพงษ์เพชรมาทางฝั่งขาไปถนนวิภาวดีฯ นิดเดียว การเดินทางจึงจัดว่าสะดวกมาก เพราะเลือกใช้ได้หลายเส้นทาง สะดวกทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง ถึงแม้จะไม่มีรถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการก็ตาม ซอยใกล้ๆ โครงการคือ ซอยชินเขต 1 สามารถใช้เป็นเส้นทางลัดไปออกถนนวิภาวดี และถนนประชาชื่นได้ แถมถนนรอบๆ ยังเชื่อมต่อไปยังถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรัตนาธิเบศร์ แยกประชานุกูลได้อีกด้วย  จึงจัดได้ว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการเดินทางมากเลยทีเดียว ส่วนในอนาคตทำเลนี้ก็ยังรองรับรถไฟฟ้า ซึ่งตัวโครงการจะอยู่ระหว่างสถานีบางเขน (สายสีแดง) กับสถานีศูนย์ราชการนนทบุร (สายสีม่วง) นอกจากนี้รอบๆ โครงการยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, เทสโก้โลตัส, โฮมโปร, ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า, เมเจอร์รัชโยธิน, โรงพยาบาลนนทเวช, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ศูนย์ราชการ, SCG, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมไปถึงด่านขึ้นลงทางด่วนก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเลยค่ะ เพียง 3.9 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็จัดว่าสะดวกมากๆ อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/6MV1n9 333 Riverside มาถึงอันดับ 5 เราก็ยังคงวนเวียนอยู่ในย่านเตาปูน บางโพ เพราะแถวนี้มีคอนโดโครงการใหม่ผุดขึ้นหลายโครงการเลย ซึ่งโครงการ 333 Riverside คอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา จาก Land & House ก็เป็นอีกโครงการที่มีผู้อ่านสนใจมากทีเดียว เพราะนอกจากจะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้วิวสวยๆ แล้ว ยังอยู่ติดกับตัวสถานี MRT บางโพอีกต่างหาก ที่ตั้งของโครงการถือว่าอยู่ในทำเลที่ดีเลยค่ะ เพราะอยู่ในย่านชุมชน ใกล้ตลาดสด โรงพยาบาล และโรงเรียน ซึ่งเหมาะกับคนที่กำลังมองหาที่พักอาศัยเกาะแนวรถไฟฟ้า และอยู่ไม่ห่างจากความเจริญมากนัก ซึ่งในอนาคตทำเลย่านนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะนอกจากรถไฟฟ้าที่เข้ามาในย่านนี้แล้ว ยังมีรัฐสภาแห่งใหม่ที่กำลังอยู่ก่อสร้างอยู่อีกด้วย ส่วนการซื้อเพื่อลงทุนสำหรับการปล่อยเช่า เนื่องจากห้องมีขนาดใหญ่ เริ่มต้นที่ 45 ตารางเมตร ราคาต้นทุนจึงอาจจะสูงตามไปด้วย แถมตัวโครงการยังอยู่ห่างไกลจากแหล่งธุรกิจใจกลางเมือง ขณะที่การซื้อเพื่อขายต่อในอนาคตอาจจะมีโอกาสที่ดีกว่า อย่างไรก็ดีผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนการลงทุนด้วยนะคะ อ่านรีวิวและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://goo.gl/7sb6PV สรุป จาก 5 คอนโดสุดฮิต ที่มีคนสนใจมากที่สุดในเว็บ ประจำปี 2560 จะเห็นได้ว่าเกือบทั้ง 5 คอนโด ตั้งอยู่ในย่านเตาปูน-บางซ่อน แทบจะทั้งหมดเลยนะคะ มีเพียงคอนโดเดียวเท่านั้นที่อยู่ย่านสุขุมวิท ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ทำเลในย่านนี้คึกคักและน่าสนใจเป็นพิเศษก็เพราะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) ที่มีสถานีเตาปูนเป็นจุด interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง) และรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนตัวขยาย (เตาปูน-ท่าพระ) ทำให้การเดินทางเข้านอกออกเมืองเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวก บวกกับราคาคอนโดที่ไม่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ในปัจจุบัน ยิ่งตอนนี้การก่อสร้างรถไฟฟ้าคืบหน้าไปมากจนใกล้จะเสร็จเต็มที ทำให้บางโครงการได้รับความสนใจมากขึ้น จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมผู้อ่านในเว็บไซต์ Review Your living ให้ความสนใจมาก อย่างที่บอกว่าศักยภาพของทำเลในย่านนี้มีโอกาสเติบโตได้อีกมากในอนาคต แต่อย่างไรก็ดีผู้สนใจควรศึกษาปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อด้วยนะคะ และในปี 2561 จะมีคอนโดไหนโดดเด่น น่าอยู่ และน่าลงทุนอีกบ้าง ทีมงานเราไม่พลาดที่จะคอยอัพเดตข้อมูลอย่างรู้ลึก รู้จริง แน่นอนค่ะ
คอนโด 0 เมตร จากรถไฟฟ้า ตัวไหนเด็ด

คอนโด 0 เมตร จากรถไฟฟ้า ตัวไหนเด็ด

คอนโด 0 เมตร จากรถไฟฟ้า ตัวไหนเด็ด คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า รถไฟฟ้ากลายเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิตของคนในกรุงเทพฯ อย่างขาดไปเสียไม่ได้ แม้จะมีข้อเสียในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนที่มีความแอดอัดของผู้คน ต้องรอต่อคิวยาว หรือปัญหารถไฟฟ้าเสียก็พบเจอกันอยู่เป็นประจำ แต่รถไฟฟ้าก็ยังถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วมากที่สุดในเวลานี้ และเมื่อใดที่โครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เราก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดกับเมือง ซึ่งทุกวันนี้ก็เริ่มมีให้เห็นแล้ว คำว่าทำเลดีในปัจจุบันมักจะหมายถึงที่ดินติดรถไฟฟ้า ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก เราเองก็ย่อมต้องมองหาที่อยู่อาศัย เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตมากที่สุด นั่นหมายความว่ายิ่งติดสถานีรถไฟฟ้ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่มสะดวกสบายได้มากขึ้นเท่านั้น หลายคนจึงเริ่มซื้อโครงการที่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบันที่เปิดให้ใช้บริการอยู่ และโครงการติดกับสถานีรถไฟฟ้าในอนาคตเก็บเอาไว้ก่อนราคาจะเพิ่มสูงมากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเปิดใช้บริการแล้ว โดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เองก็มีการแข่งขันกันอยู่ดุเดือดตั้งแต่เรื่องการหาที่ดินแปลงสวยทำเลดีติดรถไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวก พัฒนาขึ้นมาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่ต่างก็โฆษณากันว่าห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเพียงไม่กี่เมตร หรือแม้แต่ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 0 เมตร ชนิดที่ว่าเดินทางบันไดสถานีรถไฟฟ้าก็ถึงหน้าโครงการกันเลยทีเดียว เราลองไปดูกันว่าคอนโดมิเนียมที่ห่างจากรถไฟฟ้าเพียง 0 เมตร หรือห่างประมาณ 100 เมตร จะมีโครงการเด็ดๆ ที่ไหนบ้าง ซึ่งจะแบ่งออกตามสายรถไฟฟ้าเฉพาะสายที่ให้บริการในปัจจุบัน และใกล้จะเปิดให้บริการแล้ว ดังนี้   รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (สายสีลม) The Line สาทร ติดสถานีสุรศักดิ์ มุมถนนสาทร กับถนนประมวล ตัวอาคารถูกออกแบบให้เป็น Single Corridor เพื่อให้ทุกห้องไม่ถูกบล็อกวิวจากอีกฝั่ง และมีเพียง 3 ยูนิต/ชั้น เพิ่งเปิดตัวไปได้ไม่นานมานี้เอง แต่ SOLD OUT แล้วเรียบร้อยตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย ราคาเริ่มต้นประมาณ 7.9 ล้านบาท The Bangkok สาทร สถานีสุรศักดิ์ ริมถนนสาทรฝั่งขาออก ใกล้จุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช คอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยม ขนาดยูนิตเริ่มต้น 59 ตร.ม. Private Lift ทุกยูนิต ที่จอดรถ 120% ถือว่าหายากมากๆ สำหรับคอนโดมิเนียมในเมือง ราคาเริ่มต้นประมาณ 10 ล้านบาท สีลม-สาทร แหล่งเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นมากราคาคอนโดก็สูงขึ้นตาม แต่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอเมื่อเกิดโครงการใหม่ๆ ขึ้นมา ด้วยทำเลที่ไม่ไกลจากออฟฟิศของใครหลายคน สิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยม ตอบโจทย์กลุ่มตลาดระดับบนทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี แต่หากจะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าช่วงฝั่งธนก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมีราคาที่ถูกกว่าย่านสีลม-สาทร มากเป็นเท่าตัว ในอนาคตยังมีจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ อีกหลายเส้นทาง    รถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อน (สายสุขุมวิท) Ideo Q Victory ติดสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ริมถนนพญาไท ดีไซน์อาคารสวยโดดเด่น ประกอบกับที่ดินย่านนี้หายากมาก อนุสาวรีย์ก็ถือเป็น HUB ของการเดินทางในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่โครงการนี้ในรอบเปิดจองออนไลน์จะ SOLD OUT ในระยะเวลาไม่กี่นาที ราคาเริ่มต้น 5.59 ล้านบาท THE ESSE สุขุมวิท 36 ติดสถานีทองหล่อ ปากซอยสุขุมวิท 36 คอนโดมิเนียมระดับหรูย่านทองหล่อ ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของทำเล และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีที่จอดรถแบบปกติ กับที่เป็น Automatic Parking ทั้งหมด 89% ถือว่าเยอะมากสำหรับคอนโดมิเนียมในเมือง คาดว่าแล้วเสร็จปี 2563 ราคาเริ่มต้น 12 ล้านบาท รถไฟฟ้าสายนี้ในปัจจุบันเปิดให้บริการตั้งแต่สถานีหมอชิต-สำโรง เป็นทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงใจกลางเมืองอย่าง ทองหล่อ พร้อมพงษ์ อโศก หรือจะห่างออกไปในทุกๆ สถานี เราจะได้เห็นทั้งโครงการคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน และโครงการในอนาคตขึ้นมาให้เห็นกันอยู่ตลอด   รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (หมอชิต-คูคต)   Knightsbridge Kaset Society สถานีรถไฟฟ้าเสนานิคม ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลตัดผ่านแยกเกษตรด้วย โครงการอยู่ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้า ใกล้กับแยกเกษตร โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างมากด้วยทำเล และการออกแบบของ  Facilities ให้เชื่อมต่อกันทั้ง 3 อาคาร ทำให้ดูโดดเด่นมาก คาดว่าแล้วเสร็จ 2563 ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท Life ลาดพร้าว สถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าว อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเซ็นทรัลลาดพร้าวพอดี และยังห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีพหลโยธินอีกประมาณ 500 เมตร สิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อมอยู่มากมาย ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการสุดฮอตจากเอพี ราคาเริ่มต้นช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 2.9 ล้านบาท modiz interchange คอนโด Low Rise แต่ทำเลสวย เพราะอยู่ใกล้กับจุด interchange ของสายสีเขียว และสายสีชมพูสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ตรงวงเวียนหลักสี่ ใกล้เซ็นทรัลรามอินทรา ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้านบาท ถือเป็นทำเลสุดฮอตอีกแห่งที่ร้อนแรงมากในปีนี้ที่มีหลายโครงการจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งค่ายเล็ก ค่ายใหญ่ ต่างจับจองพื้นที่ช่วงชิงดีมานด์ในย่านนี้ที่ยังมีอยู่มากทั้งวัยทำงาน และวัยเรียน แม้ว่าปัจจุบันจะเป็นที่ทราบกันดีว่าการจราจรติดขัดอย่างหนักหนาสาหัส แต่หากส่วนต่อขยายช่วงนี้เปิดให้บริการทุกอย่างก็จะยิ่งถูกพัฒนาขึ้นไปกว่านี้อีกมาก   รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (แบริ่ง-สมุทรปราการ) The Trust Condo @บีทีเอส เอราวัณ คอนโดพร้อมอยู่ เหมาะสำหรับคนทำงานในย่านนั้น แต่จำนวนยูนิตอาจจะมากไปหน่อย ประมาณ 1,570 ยูนิต แต่ราคาเริ่มต้นน่าสนใจทีเดียว ประมาณ 1.89 ล้านบาท Metropolis Samrong interchange ติดสถานีสำโรง คอนโดมิเนียมที่ไม่ได้เป็นกระแสมากนัก แต่น่าสนใจมาก เพราะในอนาคตจะเป็นจุด interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง วัสดุที่ใช้ค่อนข้างดี คาดว่าแล้วเสร็จปี 2561 ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท คอนโดมิเนียมย่านนี้ แม้จะดูไกลออกไปหน่อย สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่มากเท่าส่วนต่อขยายฝั่งถนนพหลโยธิน แต่ได้ความเงียบสงบกว่ามาก ราคาถือว่ายังไม่แรง ประกอบกับที่ตั้งของโครงการติดรถไฟฟ้าเลยก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะยิ่งหากส่วนต่อขยายนี้เปิดใช้ภายในปี 2561 เมื่อไร เชื่อว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นอีกแน่นอน   รถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) Ideo Mobi วงศ์สว่าง อินเตอร์เชนจ์ สถานีรถไฟฟ้าบางซ่อน และยังเป็นอินเตอร์เชนจ์กับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สถานีบางซ่อน คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ มี Facility หลัก เอาไว้ชั้น 29-30 บนสุดของโครงการ เช่น สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ตัวอาคารออกแบบสวยตามสไตล์อนันดา จึงถือเป็นอีกโครงการที่โดดเด่นของย่านนี้ ราคาเริ่มต้น 2.4 ล้านบาท Grow รัตนาธิเบศร์ สถานีไทรม้า คอนโดมิเนียม 34 ชั้น 364 ยูนิต ถือเป็นโครงการที่จำนวนยูนิตค่อนข้างน้อย ที่จอดรถให้มา 100% ขนาดเริ่มต้น 35 ตร.ม. เมื่อเทียบกับคอนโดในเมืองถือว่าได้พื้นกับราคาที่ดี คาดว่าแล้วเสร็จ 2561 ราคาเริ่มต้น 2.3 ล้านบาท Casa Condo บางใหญ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ ติดถนนรัตนาธิเบศร์ ใกล้เส้นกาญจนาภิเษก จุดนี้ยังถือเป็นแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกในย่านนี้ ทั้งบิ๊กซี โฮมโปร เซ็นทรัลเวสต์เกต อิเกียบางใหญ่(เปิดให้ใช้บริการปี 2561) โรงพยาบาลการุณเวช รัตนาธิเบศน์ ที่จอดรถน้อยไปหน่อยเพียง 30% แต่เมื่อ เมื่อเทียบราคากับคอนโดมิเนียมโครงการอื่นที่อยู่ติดรถไฟฟ้าในระยะไม่เกิน 100 เมตรแบบนี้ ถือว่าน่าสนใจทีเดียว โดยราคาเริ่มต้น 1.49 ล้านบาท คอนโดใกล้กับรถไฟฟ้าสายสีม่วงมีให้เลือกไม่มากเท่าสายอื่นๆ เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่มีการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน สถานีบางซื่อ จึงทำให้การเดินทางยังไม่คล่องตัวเท่าที่ควร แต่ปัจจุบันเมื่อเชื่อมต่อกันแล้วก็ทำให้ได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย เป็นข้อพิสูจน์อีกอย่างหนึ่งว่า เมื่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะสะดวกสบายขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องหาที่อยู่อาศัยแค่ในเมืองอีกต่อไป   รถไฟฟ้าสีน้ำเงิน (บางซื่อ-หัวลำโพง) Ideo Mobi พระราม 4 เพิ่งเปิดตัวไปสดๆ ร้อนๆ สำหรับค่ายอนันดา ติด MRT สถานีคลองเตย และยังใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนแค่ 50 เมตร โครงการเน้นพื้นที่สีเขียว รวมถึงเป็นโครงการแรกที่นำเทคโนโลยี Solar Fresh air system มาใช้ เพื่อระบายความร้อนจากตัวห้อง คาดว่าแล้วเสร็จปี 2562 โครงการนี้ถือว่าทำเลดีมากอีกโครงการ ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท The esse singha complex สถานีเพชรบุรี ตั้งอยู่บนที่ดินเดิมของสถานทูตญี่ปุ่น ทำเลซึ่งเชื่อมต่อระหว่างใจกลางเมืองกับ New CBD เป็นโครงการ Mix-Use โดยจะมีทั้งคอนโดมิเนียม ส่วนออฟฟิศเกรดเอ พื้นที่ค้าปลีก  ที่กำลังจะสร้างประตูทางเข้า-ออกใหม่จากรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรีให้ถึงหน้าโครงการเลย และยังเป็นจุดเชื่อมต่อกับ Airport Rail Link สถานีมักกะสัน ราคาเริ่มต้น 8.6 ล้านบาท รถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกในประเทศไทยที่มีผู้ใช้บริการอย่างเนื่องแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน วิ่งผ่านสถานที่สำคัญ และเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นๆ รวมถึงการนำไปสู่การเดินทางอื่นได้อีก เช่น รถไฟ เรือ เป็นต้น ราคาค่าโดยสารก็ไม่แพงมากนัก แม้จะมีคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าใต้ดินยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าบีทีเอส แต่ก็ยังเป็นทำเลที่ผู้คนนิยมใช้เดินทางกันอยู่เสมอ   รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินฝั่งเหนือ (บางซื่อ–ท่าพระ) Ideo Mobi จรัญอินเตอร์เชนจ์ คอนโดพร้อมอยู่ที่อยู่ใกล้กับสถานีบางขุนนนท์ และในอนาคตก็เป็นจุดอินเตอร์เชนจ์กับสายสีส้ม ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม และสายสีแดง ตลิ่งชัน-ศาลายา ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท Brix จรัญสนิทวงศ์ 64 สถานีสิรินธร อาคารสูงแห่งแรกของแยกบางพลัด ที่สามารถตรงไปข้ามสะพานซังฮี้ แล้วเข้าสู่อนุสาวรีย์ได้อย่างง่ายดาย ใกล้สถาบันการศึกษาหลายแห่ง ได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าแล้วเสร็จปี 2561 ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท The TREE RIO ติดสถานีบางอ้อ ถนนจรัญสนิทวงศ์ เยื้องโรงพยาบาลยันฮี ใกล้จุดขึ้น-ลง ทางพิเศษศรีรัช ในอนาคตมีโครงการสร้างสะพานเกียกกาย ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จะยิ่งทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นในอนาคต คาดว่าแล้วเสร็จ 2561 ราคาเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านบาท IDEO ท่าพระ อินเตอร์เชนจ์ สถานีท่าพระ เป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินทั้งสองฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน อยู่ริมถนนเพชรเกษมใกล้แยกท่าพระ คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ที่ส่วนกลางสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้าสวยมากอีกโครงการหนึ่ง ราคาเริ่มต้น 2.29 ล้านบาท โซนนี้แต่เดิมไม่ค่อยมีอาคารสูงมากนัก เพราะเป็นย่านเมืองเก่าเสียมากกว่า ทำให้บรรยากาศไม่วุ่นวายจนเกินไป ค่าครองชีพก็ยังไม่สูง แต่หากรถไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ ก็จะทำให้ย่านนี้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มบุกทำเลนี้กันมากขึ้นด้วย   ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการยกตัวอย่างส่วนหนึ่งของโครงการคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าที่เปิดให้ใช้บริการในปัจจุบัน และสายที่กำลังจะเปิดใช้บริการอีกไม่นานเกินรอ ซึ่งไม่ใช่แค่ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้น แต่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้เคียงด้วย ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่ติดกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ อีก ทั้งที่เปิดตัวไปแล้ว และกำลังจะมีเปิดโปรเจคใหม่ตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง จากนี้ไปเราคงจะได้เห็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล เติบโตขยายขึ้นอีกเรื่อยๆ
เปิดราคาที่ดินล่าสุด เริ่มใช้ปี 61'

เปิดราคาที่ดินล่าสุด เริ่มใช้ปี 61'

ที่ดินเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอยู่ตลอด โดยผู้ที่กำหนดราคาที่ดิน คือ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ซึ่งมีการประกาศราคาประเมินที่ดินใหม่ โดยเปลี่ยนวิธีการจากเดิมประเมินเป็นรายบล็อก เป็นการประเมินราคารายแปลงทั้งหมด 32 ล้านแปลง ราคาใหม่นี้เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2561 โดยราคาที่ดินสูงสุดเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1.ถ.สีลม เขตบางรัก ตารางวาละ 1,000,000 บาท 2.ถ.เพลินจิต ถ.พระราม1 ถ.ราชดำรอ เขตปทุมวัน ตารางวาละ 900,000 บาท 3.ถ.สาทร เขตสาทร เขตบางรัก ตารางวาละ 750,000 บาท 4.ถ.วิทยุ เขตปทุมวัน ถ.เยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ ตารางวาละ 700,000 บาท 5.ถ.สุขุมวิท เขตวัฒนา คลองเตย ตารางวาละ 650,000 บาท 6.ถ.พัฒนพงษ์ ถ.ธนิยะ ถ.นราธิวาสฯ เขตบางรัก ตารางวาละ 600,000 บาท 7.ถ.สำเพ็ง ถ.ราชวงศ์ ตารางวาละ 550,000 บาท 8.ถ.พญาไท ถ.ศาลาแดง ถ.สุรวงศ์ ถ.เจริญกรุง ถ.คอนแวนต์ เขตบางรัก ถ.พระราม 4 ถ.หลังสวน เขตปทุมวัน ถ.มังกร เขตสัมพันธวงศ์ ตารางวาละ 500,000 บาท 9.ถ.มหาจักร เขตสัมพันธวงศ์ ตารางวาละ 475,000 บาท 10.ถ.พระสุเมรุ เขตพระนคร ตารางวาละ 470,000 บาท   ส่วนที่ดินที่ถูกที่สุดในเขตกรุงเทพมหานคร เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1.เขตบางขุนเทียน บริเวณคลองโล่งชายทะเล ตารางวาละ 500 บาท 2.คลองพิทยาลงกรณ์ คลองโล่ง เขตบางขุนเทียน ตารางวาละ 800 บาท 3.ถ.ร่วมพัฒนา ถ.คู้คลองสิบ ถ.มิตรไมตรี เขตหนองจอก ตารางวาละ 850 บาท 4.ถ.สุวินทวงศ์ ถ.เลียบวารี เขตหนองจอก ถ.ขุมทอง-ลำต้อยติ่ง เขตลาดกระบัง ตารางวาละ 1,000 บาท 5.ถ.คลองเกาะโพธิ์ ถ.บางขุนเทียนเลียบชายทะเล ตารางวาละ 1,200 บาท 6.ถ.ราษฎร์อุทิศ เขตมีนบุรี คลองสามวา ตารางวาละ 1,300 บาท 7.ถ.พระราม 2 คลองสนามชัย และถ.แสมดำ เขตบางขุนเทียน ตารางวาละ 1,500 บาท 8.ถ.เอกชัย ถ.พระราม 2 เขตบางขุนเทียน 2,000 บาท 9.ซ.เทียนทะเล 22 ตารางวาละ 2,400 บาท 10.คลองหนามแดง ถ.เอกชัย ถ.บางบอน 4 เขตบางขุนเทียน ตารางวาละ 2,500 บาท ราคาที่ดินสูงสุดในต่างจังหวัด เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตารางวาละ 400,000 บาท 2.อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตารางวาละ 250,000 บาท 3.ถ.เลียบหาดพัทยา จ.ชลบุรี ตารางวาละ 220,000 บาท 4.ถ.ศรีจันทร์ จ.ขอนแก่น ตารางวาละ 220,000 บาท 5.ถ.เนรมิต จ.นครศรีธรรมราช ถ.ทวีวงศ์ จ.ภูเก็ต ตารางวาละ 200,000 บาท 6.ถ.โพศรี จ.อุดรธานี ตารางวาละ 180,000 บาท 7.ถ.กรุงเทพฯ-นนทบุรี จ.นนทบุรี ถ.สุขยางค์ จ.ยะลา ตารางวาละ 170,000 บาท 8.ถ.สุขุมวิท กรุงเทพ-คลองสำโรง จ.สมุทรปราการ ตารางวาละ 160,000 บาท 9.ถ.ราชดำเนิน จ.ตรัง ถ.หน้าเมือง จ.สุราษฎร์ธานี ตารางวาละ 150,000 บาท 10.ถ.อัษฎางค์ ราชดำเนิน ถ.จอมพล จ.นครราชสีมา ตารางวาละ 130,000 บาท   ส่วนที่ดินที่ถูกที่สุดในต่างจังหวัด ซึ่งทั้งหมดเป็นที่ดินตาบอด เรียงตามลำดับ ดังนี้ 1.อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี ตารางวาละ 20 บาท 2.อ.กัลยาณิวัฒนา แม่แจ่ม อมก๋อย จ.เชียงใหม่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ตารางวาละ 25 บาท 3.อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ตารางวาละ 30 บาท   การประเมินราคาใหม่นี้ใช้เกณฑ์อ้างอิงหรือเป็นฐานในการจัดเก็บภาษี ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิ นิติกรรม ใช้ในการเวนคืน และใช้เพื่อเพื่อรองรับกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาในชั้นสภานิติบัญญัติ    
เตรียมพลิกโฉมแฟลตดินแดงสู่สมาร์ทซิตี้

เตรียมพลิกโฉมแฟลตดินแดงสู่สมาร์ทซิตี้

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2516 โครงการอาคารสงเคราะห์ดินแดงได้เปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าอยู่อาศัยในรูปแบบอาคารสูง 4 ชั้น ขนาดห้องพัก 40 ตร.ม. รวมทั้งหมด 94 อาคาร บนพื้นที่ 207.03 ไร่(เป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ 187.53 ไร่ กับพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ 19.50 ไร่) เมื่อวันเวลาผ่านไปก็เป็นเรื่องปกติที่ทั้งตัวอาคาร รวมถึงสภาพแวดล้อมรอบๆ จะเกิดความเสื่อมโทรมลงไปตามกาลเวลา ทางภาครัฐจึงเกิดเป็นโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง ตั้งแต่ปี 2543 ที่ทางการเคหะพยายามจะเข้าไปพัฒนาปรับปรุงชุมชนแฟลตดินแดงที่มีอายุเกือบ 50 ปี แต่ยังคงถูกกลุ่มผู้อยู่อาศัยเดิมคัดค้านมาโดยตลอดด้วยเหตุผลของค่าเช่าที่มีราคาถูกกว่าที่อื่นมากประมาณ 600 บาท ทำเลอยู่ในเมืองเดินทางสะดวก ขณะเดียวกันทางการเคหะก็มีเหตุผลในการที่ต้องรื้อของเก่าออกทั้งหมดแล้วสร้างใหม่ เพราะเมื่อได้ส่งเจ้าหน้าที่ประเมินสภาพปัจจุบันก็กังวลเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารที่ทรุดโทรม สภาพแวดล้อมเสื่อมสภาพลง เอื้อต่อการเกิดอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด และเพื่อพัฒนาที่ดินของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้มีการแก้ปัญหาด้วยการส่งเจ้าหน้าที่จากการเคหะลงพื้นที่ไปให้ข้อมูล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจต่อโครงการที่จะเกิดขึ้นว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยในรูปแบบอาคารสูงที่มีความทันสมัย มีระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบป้องกันแผ่นดินไหว รวมถึงปรับสภาพแวดล้อมโดยรอบให้สวยงาม มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้เกิดขึ้นได้ จนได้ข้อสรุปในการริเริ่มโครงการขึ้นแล้ว   โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงเป็นหนึ่งในแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี ซึ่งจะใช้ระยะเวลาพัฒนาโครงการนี้ระหว่างปี 2559-2567 โดยจะแบ่งแผนงานได้ดังนี้ การพัฒนาเพื่อผู้อยู่อาศัยเดิม 11 อาคาร 6,546 ยูนิต - ระยะที่ 1 ที่พักอาศัยแปลง G ตรงหัวมุมถนนวิภาวดีกับถนนดินแดง 1.98 ไร่ สำหรับผู้อาศัยเดิมจากแฟลต 18-22 เป็นอาคารสูง 28 ชั้น 1 อาคาร 334 ยูนิต ในขณะนี้ก่อสร้างไปแล้วประมาณ 40% คาดว่าสามารถย้ายเข้าอยู่ได้ประมาณกลางปี 2561 - ระยะที่ 2 ที่พักอาศัยแปลง A แปลงริมถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนจตุรทิศกับแยกโบสถ์แม่พระ 17.63 ไร่ เป็นอาคารสูง 32 ชั้น 4 อาคาร 2,540 ยูนิต กับ D1 แปลงริมถนนวิภาวดีใกล้กับแปลง G อาคารสูง 35 ชั้น 2 อาคาร 1,247 ยูนิต - ระยะที่ 3 ที่พักอาศัยแปลง A, D1 และ C แปลงริมถนนประชาสงเคราะห์ 13.64 ไร่ เป็นอาคารสูง 35 ชั้น 4 อาคาร 2,448 ยูนิต - ระยะที่ 4 ที่พักอาศัยแปลง C โดยระยะที่ 2-4 นี้จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณปลางปี 2561 การพัฒนาเพื่อผู้เข้าอยู่อาศัยใหม่   - แปลง B, D2 และ E ทั้งหมด 25 อาคาร 13,746 ยูนิต - แปลง F1-F2 จะพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวสาธารณะ บนพื้นที่ประมาณ 21.47 ไร่ โครงการนี้จะมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เช่ารายเดิมประมาณ 6,000 ยูนิต ได้กลับเข้ามาอยู่อาศัยก่อน หลังจากนั้นจึงเปิดให้ประชาชนทั่วไป และข้าราชการเข้าอยู่ได้เพิ่มขึ้น  โดยจะเป็นการเช่าระยะยาว 30 ปี ค่าเช่าจะเพิ่มสูงขึ้น 5% ทุกๆ 3 ปี มีค่าส่วนกลางประมาณ 25 บาท/ตร.ม. และคาดว่าจะมีราคาประมาณ 1.7 ล้านบาท/ยูนิต ค่าเช่าอยู่ที่ 6,000-10,000 บาท/เดือน ส่วนผู้เช่าเดิมจะพิจารณาค่าเช่าให้เท่ากับราคาเดิม แต่ใครที่มีกำลังพอที่จะสามารถขยับขยายได้แล้วก็สามารถขอยกเลิกสัญญาได้ เพื่อให้ผู้เช่ารายอื่นได้มีโอกาสเข้าอยู่แทน สรุปแล้วโครงการนี้เมื่อเสร็จสมบูรณ์ประมาณปี 2567 จะมีทั้งหมด 36 อาคาร ความแตกต่างระหว่างแฟลตดินแดงแบบเดิมกับแบบใหม่ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างกันอยู่ คือ แฟลตดินแดงแบบเดิมจะมีลักษณะเป็นอาคารสูง 4 ชั้น ด้านล่างเป็นใต้ถุนโล่ง วางห้องพักแบบ Single Corridor ภายในห้องพักขนาด 40 ตร.ม. เป็นแบบโล่งลึกเข้าไป กั้นห้องแค่ห้องน้ำในตัวและระเบียงเท่านั้น แต่กับโครงการใหม่นี้จะมีลักษณะอาคารคล้ายกับคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน คือ เป็นอาคารแบบ High Rise ประมาณ 32-35 ชั้น มีพื้นที่ส่วนกลางเป็นสวนสีเขียวบนอาคาร และรอบๆ อาคาร มีพื้นที่จอดรถ 6 ชั้น ส่วนห้องพักอาศัยจะอยู่ตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไป วางห้องพักแบบ Double Corridor ภายในห้องพักแม้ว่าจะได้ขนาดเล็กลงเป็น 33 ตร.ม. (มีขนาดเดียว) แต่จะมีการกั้นห้องแบบ 1 Bedroom มีส่วนห้องนั่งเล่น ครัวเปิดที่ลึกเข้าไป ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้นกว่าเดิม และยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด วางระบบ WiFi ระบบพื้นที่จอดรถค้นหาที่ว่างอัตโนมัติ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่อผู้สูงอายุ และผู้พิการ เป็นต้น ทุกสิ่งก็เพื่อสร้างให้เป็นต้นแบบของ “สมาร์ท ซิตี้” (Smart City) ชุมชนเมืองที่มีความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย มีสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงพัฒนาในเชิงพาณิชย์ให้มีแหล่งการค้าของชุมชน ส่งเสริมสังคมไร้เงินสดโดยการใช้ e-Payment และ QR code มีแหล่งให้ความรู้เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงาน สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้พลิกจากชุมชนแออัดสู่เมืองอันทันสมัย ทั้งหมดก็จะสามารถสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้แม้ในผู้ที่มีรายได้น้อย ดังเช่นในหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังตื่นตัวกับเรื่องนี้ และมีการผลักดันให้เกิดขึ้นจริงในเร็ววัน                ข้อมูลจากการเคหะแห่งชาติ
ชุมชน Expet ทำเลทองของผู้ปล่อยเช่า

ชุมชน Expet ทำเลทองของผู้ปล่อยเช่า

ในยุคโลกไร้พรมแดน อะไรก็ดูง่าย รวดเร็วไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารที่ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกก็สามารถทำได้ในทันที การลงทุนทำธุรกิจที่เมื่อประเทศไทยเปิดเสรี และมีมาตรการต่างๆ มาสนับสนุนแล้วก็ยิ่งเกิดการลงทุนจากชาวต่างชาติที่เข้ามาตั้งฐานการผลิต และเปิดตลาดในแถบนี้เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยในระยะยาว ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เป็นโอกาสของนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ตามไปด้วย คำว่า Expet มาจากคำว่า Expatriate หมายความว่า ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศของตัวเอง ซึ่งไม่รวมนักท่องเที่ยว จากข้อมูลของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าวได้รวบรวมเอาไว้ล่าสุดเมื่อปลายปี 2558 ปรากฏว่า มีชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตทำงานในประเทศไทยรวมแล้วกว่า 1 ล้านคน แยกเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร มีจำนวนเกือบ 2 แสนคน ปริมณฑลอีกประมาณกว่า 4 แสนคน โดยประเภทของอุตสาหกรรมที่ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานมากที่สุด คือ การศึกษา รองลงมาเกี่ยวกับการขายส่ง การผลิต การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ อันดับสามด้านโรงแรม ภัตตาคาร ต่อมาอันดับสี่เป็นบริการทางธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า ในเรื่องตำแหน่งงานมักจะเป็นระดับผู้จัดการขึ้นไปถึงร้อยละ 70 ที่มีสวัสดิการไปถึงครอบครัวที่อาจย้ายตามมาอยู่ด้วยกัน ส่วนสัญชาติของ Expet ที่มีมากที่สุดแน่นอนว่าคือสัญชาติญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ อังกฤษ อินเดีย ตามลำดับ ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยก็ย่อมต้องมองหาการเช่า หรือซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัย ถือเป็นโอกาสดีของวงการอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น Developer ที่ทำโครงการขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด ดึงดูดกำลังซื้อที่มีมากกว่าแรงงานทั่วไป โดยเฉพาะโครงการระดับกลาง-สูง เพระเมื่อเปรียบเทียบราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยก็ยังถือว่ามีราคาถูกกว่าประเทศอื่นในแถบเอเชีย อย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน เป็นต้น แม้แต่ผู้ลงทุนปล่อยเช่าห้องชุดก็มีโอกาสทำกำไรจากกลุ่มนี้ได้ไม่น้อยทีเดียว ทำเลที่ชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในประเทศไทยส่วนใหญ่มักจะอยู่ย่านที่มีความสะดวกสบาย การเดินทางเข้าถึงง่าย รวมถึงใกล้กับแหล่งออฟฟิศของบุคคลนั้นๆ จนเกิดเป็นชุมชน Expet ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำเลที่ได้รับความนิยมในการอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ มากที่สุด คือ สีลม สาทร พระราม9 สุขุมวิท โดยเฉพาะช่วงนานา-อโศก-พร้อมพงษ์-ทองหล่อ จุดนี้ถือเป็นทำเลทองของผู้ลงทุนปล่อยเช่าคอนโดมิเนียม เพราะในย่านนี้สูงที่สุด ด้วยทำเลใกล้แนวรถไฟฟ้า ออฟฟิศ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมี่ยมทั้งโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า มีเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อออกไปยังสนามบิน และโรงงานอุตสาหกรรมนอกเมืองได้ง่าย อีกหนึ่งทำเลที่มาแรงไม่แพ้กันคือแถวอ่อนนุช การปล่อยห้องเช่าสำหรับชาวต่างชาติ นอกจากเรื่องทำเลที่ได้รับความนิยมอย่างที่กล่าวไปแล้ว ยังมีเหตุผลอื่นมาประกอบการตัดสินใจเช่า-ซื้อ เช่น ขนาดห้องไม่เล็กจนเกินไป ไม่ต่ำกว่า 30 ตร.ม. จะกำลังดี เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าครบต่อการใช้งานจริง แต่ไม่มากเกินไปจนทำให้ห้องดูรก หากเป็นชาวญี่ปุ่นจะชอบห้องน้ำที่มีอ่างอาบน้ำด้วยมากกว่า ห้องครัวแบบเปิดจะได้รับความนิยมมากกว่าครัวปิดแบบไทย เป็นต้น ซึ่งข้อดีของการปล่อยเช่ากับชาวต่างชาติ คือ ส่วนใหญ่มักจะเช่าแบบระยะยาวทำให้ผู้ปล่อยเช่ามีรายได้ที่ยืนยาวกว่า ที่สำคัญผลตอบแทนดีกว่า เพราะกว่า 90% ชาวต่างชาติจะจ่ายค่าเช่าในราคาที่สูงกว่า เฉลี่ยแล้ว 700-1,000 บาท/เดือน ถือเป็นการลงทุนที่ได้ผลกำไรดี     *ข้อมูลจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว  
สุขุมวิท ทำเลอมตะ

สุขุมวิท ทำเลอมตะ

ถนนสายหลักของประเทศไทยที่เราต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีอยู่ 4 สายด้วยกัน คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ, ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ถนนทั้ง 4 สาย ถือเป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานคร กับภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ถือเป็นหัวใจหลักของการคมนาคมทางบก แต่ถนนที่เรากล่าวถึงในบทความนี้ คือ ถนนสายมุ่งสู่ภาคตะวันออก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิท เป็นถนนที่เริ่มต้นต่อจากถนนเพลินจิต  ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ช่วงปากน้ำ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และไปสุดทางที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด รวมระยะทางประมาณ 488 กิโลเมตร ในสมัยก่อนหากใครจะเดินทางไปภาคตะวันออกก็ต้องไปทางถนนสุขุมวิทนี้เท่านั้น ซึ่งครั้งนี้เราจะมาพูดถึงถนนสุขุมวิทเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร เพราะเป็นถนนที่มีความสำคัญอย่างมากอีกเส้นหนึ่ง ทั้งในด้านการคมนาคม ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ตลอด 24 ชม. โดยเราจะแบ่งสุขุมวิทออกเป็น 3 ช่วง คือ สุขุมวิทช่วงต้น ช่วงกลาง และช่วงปลาย เริ่มจากสุขุมวิทช่วงต้น ตั้งแต่ช่วงเพลินจิต นานา อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ เป็นย่านที่ไม่เคยหลับตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ช่วงกลางวันเราจะเห็นพนักงานออฟฟิศมากมายแถวอโศก พร้อมพงษ์ มีห้างสรรพสินค้าระดับท็อป เช่น เอ็มควอเธียร์, เทอร์มินัล 21, เอ็มโพเรียม ฯลฯ ช่วงเย็น-ดึกจะเริ่ม มีสีสันจากร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ ร้านอาหารดีไซน์เก๋ เสริฟอาหารระดับคุณภาพที่หาทานไม่ได้จากที่ไหนต่างก็รวมตัวกันในย่านนี้ ทำให้กลายเป็นแหล่งนัดพบปะเพื่อนฝูงหลังเลิกงาน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  โดยเฉพาะแถวนานา ทองหล่อ และเมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกมีอยู่รอบตัว การเดินทางสะดวกเข้าถึงง่าย หลายคนจึงมองหาที่อยู่อาศัยในย่านนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นบ้านเดี่ยวที่อยู่อาศัยกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า ส่วนสมัยนี้ก็จะเป็นคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ ซึ่งก็แน่นอนว่าย่านใจกลางเมืองที่มีความสมบูรณ์ขนาดนี้ราคาที่ดินก็สูงมากเช่นกัน จากการประเมินราคาที่ดินของกรมธนารักษ์รอบปี 2559-2562 ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 40% จากช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้ว 4.5-5 แสนบาท/ตร.ว. โดยเฉพาะโซนทองหล่อที่มีราคาที่ดินพุ่งสูงถึง 1.5 ล้านบาท/ตร.ว. ด้วยราคาที่ดินที่พุ่งสูงจึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์สร้างโครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ขึ้นไป ซึ่งแต่ละโครงการมีราคาเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 250,000 บาท/ตร.ม. สุขุมวิทช่วงกลางตั้งแต่เอกมัย พระโขนง อ่อนนุช ไปจนถึงอุดมสุข ทำเลขยับออกมาจากใจกลางเมืองอีกนิด ราคาที่อยู่อาศัยก็ขยับลงตามไปด้วย แม้ช่วงเอกมัยจะยังคงอยู่ในเมืองติดกับทองหล่อแต่ราคาที่ดินกลับถูกกว่า ซึ่งปัจจุบันมีราคาเพิ่มสูงขึ้นจาก 5 ปีที่แล้วประมาณ 33% ซึ่งในช่วงสุขุมวิทตอนกลางนี้แถวอ่อนนุชจะได้รับความนิยมในการอยู่อาศัยมากที่สุด เพราะยังมีหอพัก, อพาร์ทเม้นท์ ที่มีราคาค่าเช่าต่อเดือนไม่แพงอยู่มากมาย และยังมีรถประจำทางไปถึงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชที่เป็นสถานีสุดท้ายก่อนจะเป็นสถานีส่วนต่อขยาย ค่าครองชีพในย่านนี้ก็ยังไม่แพงเท่าในเมือง ในขณะที่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกในระดับกลางอยู่อย่างครบครัน เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองไม่ไกล ซึ่งช่วง 3-4 ปีมานี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมที่เป็นแบรนด์ตัวท็อปแถวอ่อนนุชมากขึ้น แต่ก็ยังกระจุกตัวกันอยู่อ่อนนุชช่วงต้นไม่ไกลจากรถไฟฟ้า โดยราคาที่ดินเฉลี่ยแล้วเพิ่มสูงขึ้นปีละ 15-20% ส่วนราคาคอนโดมิเนียมของสุขุมวิทช่วงกลางนี้จะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นปลายๆ ไปจนถึงไม่เกิน 2 แสนบาท/ตร.ม. แต่ด้วยราคาที่ดินย่านอ่อนนุชเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเราอาจจะได้เห็นคอนโดมิเนียมในราคาแตะที่ 2 แสนบาท/ตร.ม. ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ส่วนโครงการทาวน์โฮม บ้านแฝด บ้านเดี่ยวในระดับกลาง-พรีเมี่ยมก็มีให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่เป็นทำเลอยู่ไม่ใกล้รถไฟฟ้าเท่าไรนัก และเชื่อว่าเราจะได้เห็นหลายโครงการเกิดขึ้นในช่วงสุขุมวิทตอนกลางนี้เพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยในราคาที่มนุษย์เงินเดือนยังจับต้องได้ สุดท้ายกับทำเลสุขุมวิทช่วงปลาย ตั้งแต่บางนาไปจนถึงสมุทรปราการ จุดเด่นของทำเลนี้อยู่ที่การเดินทางออกนอกเมือง โดยเฉพาะภาคตะวันออก รวมถึงไปสนามบินสุวรรณภูมิสะดวกสบายมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานย่านบางนาไปจนถึงนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรีก็ยังคงเดินทางได้แม้จะอยู่ห่างออกไปสักหน่อย มีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่หลากหลายเท่าสุขุมวิทช่วงต้น แต่ก็ไม่ถึงกับไม่มีอะไรเลยจนทำให้ชีวิตดูลำบากจนเกินไป แต่ถ้าเมื่อไรโครงการ Bangkok Mall ที่เป็นทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ และอาคารสำนักงานให้เช่า บนพื้นที่ 100 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราดขาออก เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบประมาณปี 2018 ก็เชื่อว่าจะทำให้ย่านบางนาคึกคักมากขึ้น เนื่องจากจะกลายเป็นศูนย์การค้าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งสำคัญที่ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยเลือกที่อยู่อาศัยในย่านนี้นั่นคือราคาที่ย่อมเยาว์กว่าในเมืองมาก เราจึงได้เห็นโครงการอันหลากหลายทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ และคอนโดมิเนียม เพราะหากเปรียบเทียบกันระหว่างย่านสุขุมวิทช่วงปลาย เรายังสามารถหาบ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 3-5 ล้านได้ แต่กับคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิทช่วงต้นในราคา 5 ล้านเท่ากัน อาจจะได้เพียงห้องสตูดิโอพื้นที่ไม่เกิน 30 ตร.ม. หรือบางโครงการเงิน 5 ล้านนี้ก็ไม่สามารถซื้อคอนโดทำเลใกล้รถไฟฟ้าได้แล้ว ด้วยความเพียบพร้อมของทำเลสุขุมวิท จึงไม่แปลกที่ยังคงความเนื้อหอม ดึงดูดนักลงทุนรวมถึงผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของคนยุคใหม่ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ให้เข้ามามองหาโครงการดีๆ ในย่านนี้อยู่เสมอ สุดท้ายเราจะเลือกที่อยู่อาศัยแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของแต่ละคนว่าที่ไหนจะตอบโจทย์สำหรับเราได้มากที่สุด
พหลโยธิน-เกษตร ทำเลฮอตแห่งปี

พหลโยธิน-เกษตร ทำเลฮอตแห่งปี

คำว่า “ทำเลดี” ในยุคนี้คงต้องหมายถึงที่ดินติดกับสถานีรถไฟฟ้า เดินทางสะดวก ไม่ไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า, ซุปเปอร์มาร์เก็ต, โรงพยาบาล, สถานศึกษา ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ก็มักกระจุกตัวอยู่ใจกลางเมืองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้ทำเลแบบนี้มีอยู่อย่างจำกัด สิ่งหนึ่งที่จะตามมาแน่นอนคือเรื่องของราคาที่สูงอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ส่งผลต่อชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ที่จำเป็นต้องพักอาศัยอยู่ออกไปทางชานเมืองสักหน่อย แล้วฝ่าปัญหารถติดเรื้อรังเข้าสู่ในตัวเมืองเพื่อไปทำงาน หรือไปเรียนให้ทันเวลา   ปัจจุบันด้วยแผนพัฒนาทางคมนาคม โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่กำลังขยายเส้นทางกระจายออกไปทั่วกรุงเทพฯ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาเมือง ก่อให้เกิดการเติบโตขยายตัวเมืองออกไปมากยิ่งขึ้น ประชาชนทั่วไปอย่างเราๆ ก็ย่อมมีตัวเลือกในเรื่องของทำเลที่ดีในการอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ที่เห็นได้ชัดที่สุดคงหนีไม่พ้นช่วงถนนที่กำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งสองข้างทางต่างก็เริ่มถูก ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จับจองแล้วพัฒนาเป็นโครงการใหม่ เป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น นี่เป็นอีกหนึ่งทางออกของการย้ายที่อยู่มาอาศัยอยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพื่อสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น   รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต  ถนนพหลโยธิน หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เป็นถนนสายหลักสายสำคัญสายหนึ่งของประเทศไทย ด้วยความที่เป็นถนนจากใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านจุดสำคัญมากมาย และมุ่งสู่ภาคเหนือของประเทศไทยไปสุดทางที่พรมแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 994 กิโลเมตร โดยช่วงเริ่มต้น ตั้งแต่ กม. ที่ 0 จากอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปจนถึงจตุจักร ทุกคนจะเห็นว่ามีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนผ่านตลอดช่วงแล้ว ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีเขียวกำลังสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มเติมออกไปอีก จากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตไปตามถนนพหลโยธิน ผ่านช่วงห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์-สะพานใหม่-พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ แล้วเบี่ยงขวาเข้าสู่ถนนลำลูกกา สุดสายที่สถานีคูคต รวมแล้วเป็นระยะทางทั้งสิ้น 19 กิโลเมตร ทั้งหมด 16 สถานี คาดว่าเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2563 นอกจากนี้ ยังมีแผนสร้างสถานีเพิ่มจากสถานีคูคตอีก 4 สถานี ต่อออกไปอีกตามถนนลำลูกกา จนถึงสถานีวงแหวนตะวันออกบริเวณบิ๊กซี ลำลูกกา คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี พ.ศ.2565 แน่นอนว่าเมื่อมีรถไฟฟ้าขยายไปถึงบริเวณไหนก็จะส่งผลให้เกิดความเจริญของเมืองตามไปด้วย โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนแล้ว สองข้างทางก็ยิ่งคึกคักมากขึ้น เกิดสิ่งปลูกสร้างมากมายเพื่อจับจองทำเลที่ดีที่สุด ก่อนราคาที่ดินจะพุ่งตัวสูงขึ้นอีกกว่าเท่าตัวเมื่อรถไฟฟ้าสร้างแล้วเสร็จ แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นการทำโครงการคอนโดมิเนียม ที่เน้นการเดินทางอย่างสะดวกสบายที่สุดด้วยรถไฟฟ้า ซึ่งเหล่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็ย่อมที่จะกระโดดลงไปแข่งขันในสนามนี้กันอย่างดุเดือด นอกจากรถไฟฟ้าที่เป็นปัจจัยหลักในการนำพาความเจริญให้เกิดขึ้น เมื่อมีความสะดวกในการเดินทางแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ก็เป็นเรื่องสำคัญในการตัดสินใจอยู่อาศัยคือ สิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน โรงพยาบาล แหล่งออฟฟิศ และสถาบันการศึกษา หากทุกสิ่งที่กล่าวถึงมีอยู่รายล้อมนั่นก็จะหมายถึงการเป็น “ทำเลที่ดี” ซึ่งถนนพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าวไปจนถึงสะพานใหม่มีทุกสิ่งครบครัน ไล่มาตั้งแต่เซ็นทรัลลาดพร้าว, โรงเรียนหอวัง, เทสโก้โลตัส, อเวนิว, เมเจอร์รัชโยธิน, โรงพยาบาลเปาโล, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม, บิ๊กซี, ตลาดยิ่งเจริญ, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้น จึงไม่แปลกที่ทุกวันนี้จะกลายเป็นทำเลสุดฮอตของเหล่าคอนโดมิเนียม   คอนโดมิเนียม ย่านพหลโยธิน-เกษตร หากใครที่ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเหล่าคอนโดมิเนียม จะพบว่าในปีนี้นั้นมีการเปิดตัวโครงการไปหลายแห่ง รวมถึงโครงการที่เตรียมเปิดตัวเพิ่มอีกในปีต่อไปจากหลากหลาย Developer ทั้งเจ้าใหญ่ เจ้าเล็กมากหน้าหลายตา ทั้งทำเลที่ติดกับถนนพหโยธิน และทำเลที่เข้าไปตามซอยพหลโยธิน ทั้งสองฝั่งถนน เราลองมาดูตัวอย่างคอนโดมิเนียมในบางโครงการที่ตั้งอยู่ย่านนี้กันดู เช่น Life Ladprao - ไลฟ์ ลาดพร้าว คอนโดมิเนียม 2 อาคาร สูง 45-46 ชั้น มีจุดขายอยู่ตรงทำเลที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าวเพียง 1 ก้าว แถมฝั่งตรงข้ามก็ยังเป็นเซ็นทรัล ลาดพร้าว กับโรงเรียนหอวัง และยังเป็นจุด interchange กับรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน สถานีพหลโยธิน ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม. 140,000 บาท ราคาเริ่มต้นตอนเปิดตัวอยู่ที่ 2.9 ล้านบาท ซึ่งช่วงเปิดพรีเซลก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามเลยทีเดียว Poly Place Condo @Phaholyothin 23 - โพลี เพลส คอนโด แอท พหลโยธิน 23 คอนโดมิเนียม 3 อาคาร 8 ชั้น อยู่เข้าไปในซอยพหลโยธินประมาณ 800 เมตร แม้จะเข้าซอยไปสักหน่อย แต่ก็มีทางเข้า-ออก ได้หลายเส้นทาง ทั้งทางถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวิดีรังสิต และถนนรัชดาภิเษก ช่วงหลังอาคาร SCB Park ได้ ที่น่าสนใจคือเรื่องของราคาเริ่มต้น เพียง 1.8 ล้านบาท เฉลี่ยต่อ ตร.ม. 62,000 บาท (ราคาตอนเปิดตัว) Lyss Ratchayothin - เดอะลิสส์ รัชโยธิน คอนโดมิเนียม Low rise 1 อาคาร อยู่ภายในซอยพหลโยธิน 27 เข้าไปเพียง 200 เมตร ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพหลโยธิน 24 เป็นซอยที่ขนาดเล็กไม่ลึกมาก แต่เงียบสงบเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัว แต่ถือว่ายังใกล้รถไฟฟ้าอยู่ ราคาเริ่มต้น 2.59 ล้านบาท เฉลี่ย 105,000 บาท/ตร.ม. Lumpini Park Phahon 32 - ลุมพินี พาร์ค พหล 32 คอนโดมิเนียม 30 ชั้น 1 อาคาร ออกแบบตัวอาคารมาได้สวยไม่แพ้เจ้าอื่นๆ ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ใกล้กับซอยเสนานิคม ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเสนานิคม 200 เมตร เน้นความใกล้ชิดธรรมชาติ Facilities อยู่บนชั้น 24 เราสามารถว่ายน้ำในสระแบบ Infinity Edge พร้อมเทควิวมุมสูงได้ไม่แพ้ในเมือง ราคาเฉลี่ย 135,000 บาท/ตร.ม. เริ่มต้นที่ 3.02 ล้านบาท Premio Quinto – พริมิโอ ควินโต คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 4 อาคาร มาในสไตล์ Modern Classic  ริมถนนพหลโยธิน ติด BTS สถานีเสนานิคม ใกล้ตลาดบางเขน กับโรงพยาบาลเปาโล แถวนี้หาของกินอร่อยๆ ได้ง่ายมาก ราคาเฉลี่ย 113,000 บาท/ตร.ม. เริ่มต้นที่ 2.49 ล้านบาท Knightsbridge Kaset Society - ไนท์บริดจ์ เกษตร โซไซตี้ คอนโดมิเนียม High Rise 20 ชั้น 2 อาคาร 16 ชั้น 1 ตัวนี้ทำเลน่าสนใจมาก แล้วก็ได้รับความสนใจอย่างมากเช่นกัน เพราะอยู่ใกล้กับแยกเกษตรชนิดที่สามารถเดินไปมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ไม่ไกล และยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสถานีเสนานิคม ประมาณ 40 เมตร ตัวอาคารออกแบบมาสวยโดดเด่น สมกับเป็นตัวท็อปของออริจิ้น ราคาเฉลี่ย 115,450 บาท/ตร.ม. เริ่มต้นที่ 2.69 ล้านบาท   จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน หากเราต้องการที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้า ซึ่งจะทำให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกก็ไม่จำเป็นจะต้องจ่ายเงินก้อนโตมากมาย เพื่อไปอาศัยอยู่ใจกลางเมืองให้ประหยัดเวลาการเดินทาง เราก็เริ่มมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้นในการอยู่อาศัยออกห่างจากใจกลางเมืองไปไม่ไกล มีความหนาแน่นของผู้คนน้อยกว่าที่สำคัญมีราคาค่างวดถูกกว่ากันมาก แต่ยังคงแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นกัน เชื่อว่าทำเลย่านพหลโยธิน-เกษตร นี้ จะกลายเป็นอีกแหล่งสำคัญที่หลายคนต่างจับจองอยู่อาศัยกันไม่น้อย ด้วยศักยภาพที่เต็มเปี่ยมในอนาคตอันใกล้
อโศก-พระราม 9 ทำเลแห่ง New CBD

อโศก-พระราม 9 ทำเลแห่ง New CBD

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ว่ากันว่าย่านอโศก-พระราม 9-รัชดา เป็นแหล่ง New CBD(Central Business District) ต่อจากย่านเศรษฐกิจอย่างสาทร-สีลม ที่เริ่มหาที่ดินมาพัฒนาได้ยากมากขึ้น ด้วยปัจจัยของสิ่งรอบด้านในย่านนั้นส่งผลให้มีความเจริญเติบโตของเมืองเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับวิถีชีวิตของประชากรที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯเปลี่ยนแปลงไป ทำให้บริเวณอโศก-พระราม 9-รัชดา จึงกลายเป็นทำเลที่หลายคนต้องจับตามองกันแบบไม่กระพริบตา   ถนนรัชดาภิเษกตั้งแต่สี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว เชื่อมต่อไปยังถนนอโศกมนตรี เป็นช่วงที่มีความคึกคักอยู่ตลอดเวลาไม่เว้นแม้แต่วันเสาร์-อาทิตย์ เพราะตลอดสองฝั่งถนนมีทั้งโรงแรมระดับ 3-5 ดาว, ร้านอาหาร, โรงพยาบาล, สถาบันการศึกษา, ห้างสรรพสินค้า, ซุปเปอร์มาร์เก็ต และอาคารสำนักงานมากมาย ที่สำคัญมีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ที่วิ่งผ่านตลอดเส้นทาง และมีแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน เป็นจุด Interchange เชื่อมต่อกับ MRT สถานีเพชรบุรี แล้วในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มเกิดขึ้น โดยมีสถานีที่เป็น Interchange กับ MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรม อีกทั้งยังมีจุดขึ้น-ลง ทางพิเศษศรีรัชในบริเวณเดียวกัน   หลายสถานที่สำคัญก็เปรียบเสมือนแม่เหล็กดึงดูดให้ย่านนี้เกิดการเติบโตอันรวดเร็ว เช่น   The Rama IX Super Tower โดยบริษัท แกรนด์ คาแนล แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ G Land เป็นอาคารที่กำลังจะก้าวขึ้นแท่นอาคารสูงที่สุดติดท็อป 10 ของโลกถึง 615 เมตร จำนวณ 125 ชั้น บนพื้นที่ โดย Super Tower ได้แบ่งอาคารออกเป็น 4 ส่วนหลักด้วยกัน คือ ห้างสรรพสินค้า โรงแรมระดับ 6 ดาว ศูนย์ประชุม และสำนักงานเกรดเอ ตัวอาคารตั้งอยู่หลังเซ็นทรัลพระราม 9 ปัจจุบันกำลังเริ่มการก่อสร้าง หากแล้วเสร็จเมื่อไรคาดการณ์กันว่าจะทำให้เกิดการลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล   อาคารสำนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกติดกับสถานทูตจีน อาคารนี้ถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจตลาดทุนครบวงจรของประเทศ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการวางแผนทางการเงินและการลงทุน สำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ นอกจากนี้ก็ยังมีอาคารสำนักงานชื่อดังอื่นๆ เช่น Cyberworld Tower (CW Tower), AIA Capital Center, True Tower, G Tower, Unilever House เป็นต้น   ห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูน, เอสพลานาด, เดอะ สตรีท รัชดา, โชว์ ดีซี ฯลฯ แต่ละแห่งก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคนได้แตกต่างกันไป เช่น ฟอร์จูน สำหรับความต้องการสินค้าด้านไอทีโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายภาพ โทรศัพท์มือถือ รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ, โชว์ ดีซี ศูนย์การค้าน้องใหม่สไตล์เกาหลี ที่เป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้งและความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงยังเป็นเอาท์เล็ทสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย   สถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมายาวนาน เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา ฯลฯ หรือโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่งเปิดตัวใหม่อย่าง SHREWSBURY INTERNATIONAL SCHOOL CITY CAMPUS ซึ่งเป็นโรงเรียนในระดับอนุบาลจนถึงประถมศึกษา มีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ดีบนพื้นที่ 15 ไร่ โดยมีกำหนดการเริ่มเปิดสอนในเดือนสิงหาคม ปี 2561     จุดที่หลายคนจับตามองมากที่สุด คือ ช่วงสี่แยกพระราม 9 ที่หลาย Developer ระดับบิ๊ก ต่างช่วงชิงจับจองพื้นที่สร้างโครงการเข้าแข่งขันในตลาดระดับกลาง-สูง กันอย่างร้อนระอุ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการห้องพักอาศัยไม่ไกลจากออฟฟิศ เดินทางสะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้ที่พัก และในระยะหลังก็เริ่มมีกลุ่มชาวต่างชาติอย่าง ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป เข้ามาพักอาศัยอยู่ในทำเลนี้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โดยแต่ละโครงการที่เปิดตัวออกมานั่นทำเอาทั้งผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัย และนักลงทุนตัดสินใจเลือกกันแทบไม่ถูก ตัวอย่างเช่น   Condolette Midst พระราม 9 จากพฤกษา เรียลเอสเตท คอนโด High Rise สูง 30 ชั้น บนถนนพระราม 9 ใกล้สี่แยกพระราม 9 ฝั่งขาเข้า เป็นคอนโดที่เปิดให้เข้าอยู่มาตั้งแต่ปลายปี 2558 แต่ยังคงมีชาวต่างชาติเข้าพักอาศัยในระยะยาวอยู่ตลอด ราคาเฉลี่ยตอนเปิดตัวอยู่ที่ 150,000 บาท/ตร.ม. Chewathai Residence Asoke จาก ชีวาทัย คอนโด High Rise สูง 29 ชั้น อยู่ริมถนนอโศก-ดินแดง ฝั่งมุ่งหน้าสี่แยกพระราม 9 เป็นโครงการที่ออกแบบห้องพักอาศัยกับส่วนกลางมาได้สวยมาก โดยสไตล์ห้องเป็นแบบ Loft Duplex เพดานสูงถึง 3.6 เมตร  ปัจจุบันนี้พร้อมเข้าอยู่แล้ว ราคาเริ่มต้น 4.99 ล้านบาท เฉลี่ยราคา 180,000 บาท/ตร.ม. Life อโศก-พระราม 9 จาก เอพี คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 42 และ 46 ชั้น เพิ่งเปิดพรีเซลไปได้ไม่นานมานี้ อีกหนึ่งโครงการซึ่งเป็นที่หมายตาของนักลงทุน และผู้ซื้ออยู่อาศัยเอง ด้วยตัวโครงการมี Sky Walk ทางเชื่อมกับแอร์พอตลิงค์ สถานีมักกะสัน ราคาเริ่มต้น 2.45 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยประมาณ 98,000-120,000 บาท/ตร.ม. RHYTHM อโศก 1 จาก เอพี คอนโด High Rise สูง 37 ชั้น โครงการพร้อมเข้าอยู่ ที่ตั้งใกล้กับจากของโครงการชีวาทัยในฝั่งเดียวกัน ราคาเริ่มต้นตอนเปิดตัว 3.15 ล้านบาท เฉลี่ยราคาประมาณ 147,000 บาท/ตร.ม. RHYTHM อโศก 2 จาก เอพี คอนโด High Rise สูง 30 ชั้น โครงการพร้อมเข้าอยู่แล้ว ซึ่งโครงการนี้ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับ RHYTHM อโศก 1 คงจะเป็นการการันตีความร้อนแรงของทำเลนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะโครงการคอนโดมิเนียมจากเอพีในย่านนี้มีหลายตัวเป็นพิเศษ โดย RHYTHM อโศก 2 ตอนนี้ราคาเริ่มต้นประมาณ 4.3 ล้านบาท เฉลี่ยราคาประมาณ 150,000 บาท/ตร.ม. Ashton อโศก-พระราม 9 จาก อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ คอนโด High Rise 2 อาคาร สูง 46 ชั้น ทำเลดีมากตามสไตล์อนันดา เพราะอยู่หัวมุมสี่แยกพระราม 9 ตรงข้ามกับฟอร์จูน ดีไซน์อาคารโดดเด่น ราคาเริ่มต้นตอนเปิดตัวอยู่ที่ 6.49 ล้านบาท หรือประมาณกว่า 200,000 บาท/ตร.ม.   แม้จะมีบางโครงการย่านนี้ที่มีอายุเกิน 5 ปี แต่ยังคงมีอัตราการเติบโตของราคาเพิ่มขึ้นอยู่ไม่น้อย ด้วยทำเลที่ดีทั้งการเดินทางสะดวก และสิ่งอำนวยความสะดวกรายล้อม ทุกสิ่งที่กล่าวถึงมาทั้งหมดนี้ทำให้อโศก-พระราม9 กลายเป็น New CBD อย่างสมบูรณ์แบบ
A Space Maga II @ Mega City Bangna ตอบครบจบในที่เดียว

A Space Maga II @ Mega City Bangna ตอบครบจบในที่เดียว

เวลานี้ ถ้าพูดถึง “Mega Bangna” คงไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน จากพื้นที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ริมถนนบางนา-ตราด (กม.8) ซึ่งเป็นที่นิยมและเป็นแหล่งช็อปปิ้งสำคัญของคนในโซนกรุงเทพตะวันออก กำลังมีการขยายพื้นที่ออกไปอย่างต่อเนื่อง และมีชื่อเรียกใหม่ว่า “Mega City Bangna” โดยพื้นที่ทั้งหมดกว่า 400 ไร่นี้จะประกอบไปด้วยศูนย์การค้า โรงแรม แหล่งบันเทิง อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย โรงเรียน และสวนสาธารณะ เรียกว่าเป็นอาณาจักรที่รวบรวมทุกอย่างไว้อย่างครบครันเลยทีเดียว     ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้ง Mega City Bangna ที่เดินทางได้สะดวก เพราะติดทั้งถนนบางนา-ตราด มีทางยกระดับบูรพาวิถีอยู่ด้านหน้า แถมยังติดถนนวงแหวน (ทางพิเศษกาญจนภิเษก) ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเชื่อมต่อส่วนต่างๆ ของกรุงเทพไว้อย่างครอบคลุม ทำให้ทำเลนี้มีความได้เปรียบในเรื่องการเดินทาง ไม่ว่าจะเข้า-ออกเมืองด้วยเส้นทางไหนก็ทำได้ง่าย ในขณะเดียวกันทำเลที่ตั้งนี้ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิ อันเป็น Gateway สำคัญในการเดินทางเข้าออกประเทศของผู้คนนานาชาติ หาก Mega City Bangna มีครบทุกความต้องการอย่างแท้จริง ก็จะสร้างแรงดึงดูดทำให้เกิดการหลั่งไหลของผู้คนมาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว นักลงทุน คนในพื้นที่ หรือแม้แต่คนในพื้นที่ใกล้เคียงเองก็ตาม พื้นที่ในย่านนี้จึงกำลังขยายความเจริญออกไปได้อย่างรวดเร็ว ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงยังมีโครงการต่างๆ เข้าคิวเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า การขยายอาณาจักร Mega City Bangna ครั้งนี้จะได้รับความสนใจมากเพียงใด แหล่งที่อยู่อาศัยในโครงการนี้ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมาก ภาพอนาคตของเมืองนี้จะกลายเป็นศูนย์รวมสิ่งอำนวยความสะดวกอันหลากหลาย และครบครันที่สุดแห่งหนึ่ง ที่จะมาตอบโจทย์ทุกความต้องการของชีวิตชนิดที่แทบจะไม่ต้องออกนอกพื้นที่กันเลยก็ได้         ทำไมต้อง A Space Mega II   ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบาย มีที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งงาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และถ้าอยู่ในทำเลที่ตั้งที่เดินทางสะดวกอีก มีใครบ้างล่ะที่จะไม่เลือก ส่วนใหญ่ตัวเลือกในทำเลนี้ มักจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ ราคาสูงลิบ หรือแม้แต่โครงการบ้านอื่นๆ เองก็อยู่ในทำเลที่ห่างออกไปจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และอาจจะอยู่ในราคาที่เกินงบประมาณที่ตั้งไว้  หรืออาจจะไม่สามารถตอบโจทย์กลุ่มคนเริ่มทำงานที่ต้องการหาที่อยู่อาศัยใกล้แหล่งงาน ในราคาที่เอื้อมถึง     และหากจะพูดถึงคอนโดมิเนียมที่น่าสนใจในย่านนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นโครงการใน Mega City Bangna  จริงมั้ยคะ? หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับ A Space Mega โครงการแรกใน Mega City Bangna กันไปแล้ว ทาง Areeya ก็เตรียมเปิด Pre-sale เฟสสองตามมาแบบติดๆ “A Space Mega II” เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 34 ชั้น บนที่ดินติดกับเฟสแรกเลยค่ะ ใครที่พลาดจองโครงการในเฟสแรกไป จึงไม่ต้องกังวลว่าจะอยู่ในทำเลที่ต่างกัน เพราะยังถือว่าเป็น Best Location ติดกับ IKEA Bangna เหมือนเดิม ทางเข้าออกโครงการก็อยู่ถัดจากกันแค่นิดเดียว ในขณะที่สเปคทุกอย่างยังคงจัดเต็มเหมือนเดิมทั้ง สระว่ายน้ำ ฟิตเนส พื้นที่สีเขียวบนอาคาร พร้อม Jogging Track เอาใจคนรักสุขภาพ และ Co-working Space ซึ่งจะมาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่นั่งทำงานแบบชิลๆ พร้อมวิวมุมสูงจากชั้น 34       แบบห้องส่วนใหญ่ยังคงเป็นห้องแบบ 1 Bedroom นะคะ ซึ่งเหมาะทั้งซื้อไว้อยู่อาศัยเองก็ดี หรือซื้อไว้ลงทุนก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยศักยภาพของทำเลในย่านนี้ ที่มีแหล่งงานอยู่อย่างหนาแน่น ความต้องการที่อยู่อาศัยจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขยายตัวของโครงการ Mega City Bangna เอง กลุ่มนักลงทุนจึงให้ความสนใจโครงการนี้ไม่น้อย     จะมีซักกี่โครงการคะที่อยู่ใจกลางสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อมได้มากขนาดนี้ อยากช็อปปิ้ง นั่งชิลในร้านอาหารดีๆ แฮงค์เอ้าท์ หรือหาหนังดีๆ ดูซักเรื่อง ก็แค่เดินจากโครงการไปนิดหน่อย ทุกอย่างที่ต้องการก็พร้อมอยู่ตรงหน้าแล้ว ด้วยราคาเริ่มต้นที่ทางโครงการเปิดไว้ที่ 1.xx ล้านบาท** พร้อมข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งเริ่มผ่อนเพียง 5,900 บาท/เดือน* หรือจองเพียง 5,000 บาท ก็ทำให้ยอดผู้ที่สนใจจองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ใครที่สนใจไม่ควรพลาดงาน Pre-sale ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ รีบกดลงทะเบียนกันไว้ก่อนเลยค่ะ https://bit.ly/2PIgDyM     PROMOTION  'เอ สเปซ เมกา 2 The Complete Lifestyle Hub เตรียมพบกับคอนโดโครงการใหม่ ให้คุณใช้ชีวิต ในเมกาบางนา เร็วๆนี้ ลงทะเบียนรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท https://bit.ly/2PIgDyM สอบถามข้อมูลโทร. 1797    
ศักยภาพทำเล “LUMPINI PARK พหลฯ 32”

ศักยภาพทำเล “LUMPINI PARK พหลฯ 32”

ส่องทำเลทอง น้องใหม่ สุดฮอต ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ สถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระดับบน (หรือ 3 ล้านบาทขึ้นไป) ที่เรียกได้ว่าเปิดมาเท่าไหร่ก็ขายได้ และทำเลหนึ่งที่เป็นกระแสร้อนแรงอย่างมากในขณะนี้คือ ทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ จากการสำรวจข้อมูลของสำนักวิจัย LPN เผยถึงภาพรวมตลาดในทำเลนี้มีคอนโดมิเนียมขาย 19 โครงการ ประมาณ 7,000 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 90,000 บาท/ตารางเมตร มียอดขายไปแล้วกว่า 90% เมื่อพิจารณาโครงการใหม่ปีที่เปิดตัวปี 60 มี 12 โครงการ 4,600 ยูนิต มียอดขายไปแล้วกว่า 65% เป็นทำเลที่มีการเปิดโครงการใหม่มากเป็นอันดับต้นๆ และยังมีแนวโน้มว่าจะมีโครงการใหม่เปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ประมาณ 2,000 ยูนิต ส่งผลให้ทำเลนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเองมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ต่างก็ดึงจุดแข็งของตนเองมาสร้างจุดขายให้กับโครงการ ในทางกลับกันก็ถือเป็นโอกาสทองของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ทั้งนี้การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย(หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ที่ก่อสร้างไปแล้วกว่า 40% ซึ่งมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในขณะเดียวกันราคาที่ดินก็สูงปรับตัวขึ้นมาก โดยเฉพาะแปลงที่ดินติดถนนพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน 650,000-950,000 บาท/ตารางวา ช่วงแยกรัชโยธิน-แยกเกษตร 500,000-750,000 บาท/ตารางวาซึ่งจะส่งผลต่อราคาขายคอนโดมิเนียมสูงมากขึ้นตามไปด้วย ล่าสุดราคาพุ่งขึ้นสูงถึง 140,000-150,000 บาท/ตารางเมตรเรียบร้อยแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมที่ตั้งใกล้สถานีรถไฟฟ้ามีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก และด้วยทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ มีความครบถ้วนไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต โดยมีสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน และแหล่ง Hang Out อีกจำนวนมาก เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทำเลนี้มีศักยภาพสูงมากขึ้น ยกตัวอย่างสถานที่สำคัญ ดังเช่น ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ Central ลาดพร้าว, Union Mall, Avenue รัชโยธิน และ Major รัชโยธิน มหาวิทยาลัยชื่อดัง ม.เกษตรศาสตร์, ม.ราชภัฏจันทรเกษม และม.ศรีปทุม เป็นต้น อาคารสำนักงานมากมายซึ่งเป็นแหล่งงานสำคัญของทำเลนี้ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ หรือ SCB PARK การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำนักงานใหญ่ กรมป่าไม้ การทางพิเศษฯ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น สำหรับแหล่ง Hang Out สำคัญของคนรุ่นใหม่ในย่านนี้จะตั้งอยู่บริเวณ Major รัชโยธิน และในซอยพหลโยธินซอย 32 หรือ ซอยเสนานิคม 1 เช่น Wine Society, ร้านเสวนาพาเพลิน, ร้านMeeting Point, ร้าน Café To All, ร้านJim Burger, ร้านTreat Café และอื่นๆอีกมากมาย ในอนาคตคาดว่าทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ จะกลายเป็นทำเลทองสุดฮอตเหมาะสำหรับสำหรับการอยู่อาศัย ที่มีความสะดวกสบายทั้งด้านการคมนาคมขนส่ง ด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการต่างๆ และนอกจากนี้ยังมีแปลงที่ดินรอการพัฒนาที่หลายแปลง เช่น แปลงที่ดินบางกอกโดม 48 ไร่ ที่เป็นการร่วมทุนกันของผู้ประกอบการรายใหญ่คาดว่าจะพัฒนาเป็นโครงการ Mix-Use ขนาดใหญ่ และแปลงสวนสนุกแดนเนรมิตเดิมที่ยังคงรออยู่ว่าผู้ประกอบการรายใดจะคว้าที่ดินผืนนี้ไปพัฒนา ซึ่งหากที่ดิน 2 แปลงนี้พัฒนาสมบูรณ์แบบจะช่วยเพิ่มศักยภาพของทำเลนี้ให้ดีมากขึ้นอีกต่อไปในอนาคต  
ศักยภาพทำเล “LUMPINI PARK พหลฯ 32”

ศักยภาพทำเล “LUMPINI PARK พหลฯ 32”

ส่องทำเลทอง น้องใหม่ สุดฮอต ห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ สถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดระดับบน (หรือ 3 ล้านบาทขึ้นไป) ที่เรียกได้ว่าเปิดมาเท่าไหร่ก็ขายได้ และทำเลหนึ่งที่เป็นกระแสร้อนแรงอย่างมากในขณะนี้คือ ทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ จากการสำรวจข้อมูลของสำนักวิจัย LPN เผยถึงภาพรวมตลาดในทำเลนี้มีคอนโดมิเนียมขาย 19 โครงการ ประมาณ 7,000 ยูนิต ราคาเฉลี่ย 90,000 บาท/ตารางเมตร มียอดขายไปแล้วกว่า 90% เมื่อพิจารณาโครงการใหม่ปีที่เปิดตัวปี 60 มี 12 โครงการ 4,600 ยูนิต มียอดขายไปแล้วกว่า 65% เป็นทำเลที่มีการเปิดโครงการใหม่มากเป็นอันดับต้นๆ และยังมีแนวโน้มว่าจะมีโครงการใหม่เปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ประมาณ 2,000 ยูนิต ส่งผลให้ทำเลนี้ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการเองมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ต่างก็ดึงจุดแข็งของตนเองมาสร้างจุดขายให้กับโครงการ ในทางกลับกันก็ถือเป็นโอกาสทองของผู้บริโภคเช่นเดียวกัน ทั้งนี้การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย(หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ที่ก่อสร้างไปแล้วกว่า 40% ซึ่งมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในขณะเดียวกันราคาที่ดินก็สูงปรับตัวขึ้นมาก โดยเฉพาะแปลงที่ดินติดถนนพหลโยธิน ช่วงห้าแยกลาดพร้าว-แยกรัชโยธิน 650,000-950,000 บาท/ตารางวา ช่วงแยกรัชโยธิน-แยกเกษตร 500,000-750,000 บาท/ตารางวาซึ่งจะส่งผลต่อราคาขายคอนโดมิเนียมสูงมากขึ้นตามไปด้วย ล่าสุดราคาพุ่งขึ้นสูงถึง 140,000-150,000 บาท/ตารางเมตรเรียบร้อยแล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมที่ตั้งใกล้สถานีรถไฟฟ้ามีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก และด้วยทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ มีความครบถ้วนไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต โดยมีสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน และแหล่ง Hang Out อีกจำนวนมาก เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทำเลนี้มีศักยภาพสูงมากขึ้น ยกตัวอย่างสถานที่สำคัญ ดังเช่น ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ Central ลาดพร้าว, Union Mall, Avenue รัชโยธิน และ Major รัชโยธิน มหาวิทยาลัยชื่อดัง ม.เกษตรศาสตร์, ม.ราชภัฏจันทรเกษม และม.ศรีปทุม เป็นต้น อาคารสำนักงานมากมายซึ่งเป็นแหล่งงานสำคัญของทำเลนี้ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ หรือ SCB PARK การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำนักงานใหญ่ กรมป่าไม้ การทางพิเศษฯ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น สำหรับแหล่ง Hang Out สำคัญของคนรุ่นใหม่ในย่านนี้จะตั้งอยู่บริเวณ Major รัชโยธิน และในซอยพหลโยธินซอย 32 หรือ ซอยเสนานิคม 1 เช่น Wine Society, ร้านเสวนาพาเพลิน, ร้านMeeting Point, ร้าน Café To All, ร้านJim Burger, ร้านTreat Café และอื่นๆอีกมากมาย ในอนาคตคาดว่าทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชโยธิน-เสนาฯ จะกลายเป็นทำเลทองสุดฮอตเหมาะสำหรับสำหรับการอยู่อาศัย ที่มีความสะดวกสบายทั้งด้านการคมนาคมขนส่ง ด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการต่างๆ และนอกจากนี้ยังมีแปลงที่ดินรอการพัฒนาที่หลายแปลง เช่น แปลงที่ดินบางกอกโดม 48 ไร่ ที่เป็นการร่วมทุนกันของผู้ประกอบการรายใหญ่คาดว่าจะพัฒนาเป็นโครงการ Mix-Use ขนาดใหญ่ และแปลงสวนสนุกแดนเนรมิตเดิมที่ยังคงรออยู่ว่าผู้ประกอบการรายใดจะคว้าที่ดินผืนนี้ไปพัฒนา ซึ่งหากที่ดิน 2 แปลงนี้พัฒนาสมบูรณ์แบบจะช่วยเพิ่มศักยภาพของทำเลนี้ให้ดีมากขึ้นอีกต่อไปในอนาคต  
อนันดา เปิดตัว 3 โครงการใหม่ บนทำเลเด่น คุ้มค่าทุกการใช้ชีวิต

อนันดา เปิดตัว 3 โครงการใหม่ บนทำเลเด่น คุ้มค่าทุกการใช้ชีวิต

ปฎิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าการจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมคุณภาพดีสักแห่ง คงต้องพิจารณาเรื่องของทำเลที่ตั้งเป็นอันดับแรก ส่วนอันดับต่อๆ ไปนั้นก็ล้วนแต่ความชอบส่วนตัว เช่น ชื่อแบรนด์, การออกแบบและตกแต่ง, ขนาดห้อง, ฟังก์ชั่นการใช้งาน, ที่จอดรถ รวมไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ทาง อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ก็ได้ทำความเข้าใจและให้ความสำคัญในเรื่องนี้ดี จึงเลือกปักหมุดโครงการใหม่ทั้ง 3 ทำเลศักยภาพอย่างพระราม 4, รางน้ำ และสุขุมวิท 40 ภายใต้แบรนด์ IDEO MOBI (ไอดีโอ โมบิ) หากใครติดตามผลงานของ อนันดา อยู่แล้ว คงทราบดีว่าแบรนด์ IDEO MOBI นั้นอยู่ตลาดกลางถึงไฮเอนด์ ซึ่งทางแบรนด์ก็ได้คำนึงถึงความต้องการของคนเมืองอย่างแท้จริง เพราะทั้งสามโครงการจะเน้นทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้าและสวนสาธารณะ เพื่อให้ลูกบ้านได้เดินทางสะดวกสบายและอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น โดยมาในคอนเซ็ปต์ Future – Nature ที่นอกจากมีพื้นที่สีเขียวแล้วยังมีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ในโครงการ อาทิ เทคโนโลยี I-4D Hologram ที่ใช้อธิบายรายละเอียดคอนโดที่สำนักงานขาย, นวัตกรรม Smart Solar Fresh Air System ปรับอุณหภูมิภายในห้องให้เย็นสบาย โดยดูดความร้อนไประบายออกนอกห้อง นอกจากนี้ยังมีหน้าจอแสดงผลและตรวจสอบอุณหภูมิภายในห้อง รวมไปจนถึงระบบควบคุมการสั่งงานเปิด-ปิดอัตโนมัติ เพื่อให้ลูกบ้านทุกยูนิตทั้ง 3 โครงการสะดวกในการใช้งาน เป็นต้น และเมื่อทางอนันดาเปิดข้อมูล Ideo Mobi มาพร้อมกันถึง 3 โครงการแบบนี้ เราเลยไม่พลาดที่จะไปเก็บข้อมูลและพาไปดูจุดเด่นของแต่ละทำเลค่ะ ใครมีแพลนจะซื้อทำเลย่านไหนลองเก็บไว้พิจารณาได้เลยค่ะ IDEO MOBI RAMA 4 เริ่มกันด้วยโครงการแรก IDEO MOBI RAMA 4 เป็นคอนโดมิเนียม High Rise 36 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 486 ยูนิต ออกแบบในสไตล์โมเดิร์นเน้นเส้นสายและความล้ำสมัย ตัวโครงการตั้งอยู่ย่าน CBD สาทร - อโศก ติดถนนพระราม 4  อยู่ใกล้ MRT สถานีคลองเตย ที่ต้องบอกเลยว่านอกจากทำเลที่ตั้งจะได้เปรียบในเรื่องของการเดินทางแล้วยังได้ทัศนียภาพที่สวยงามอย่างแท้จริง เพราะสามารถมองเห็นทั้งสวนเบญจกิตติและสวนลุมพินี แถมยังมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้จากทางด้านหลังโครงการอีกด้วย นอกจากนี้ยังให้ลูกบ้านเต็มอิ่มกับธรรมชาติโดยโครงการวางผังเป็น Y Shape ให้ทุกห้องสามารถเห็นวิวเมืองได้อย่างกว้างไกล ซึ่งทั้งหมดนี้มาในราคาเริ่มต้น 5.99 ล้าน* IDEO MOBI RANGNAM ต่อมาที่โครงการ IDEO MOBI RANGNAM เป็นคอนโดมิเนียมสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์ล้ำสมัย สูง 31 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 366 ยูนิต ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยรางน้ำ ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพียง 630 เมตร จุดเด่นของคอนโดนอกจากเดินทางสะดวกสบาย, วิวสวยมองเห็นสวนสันติภาพ ทางโครงการยังออกแบบพื้นที่ส่วนกลางเรียกว่าจัดเต็มให้ลูกบ้านเติมเต็มชีวิตในวันพักผ่อน อย่างสระว่ายน้ำลอยฟ้าที่สามารถว่ายน้ำชมวิวเมืองแบบพาโนรามา 360 องศา และมาพร้อม Jacuzzi นอกจากนี้ยังมีฟิตเนตที่ให้ความรู้สึกเหมือนออกกำลังกายอยู่กลางอากาศ ซึ่งห้องพักอาศัยจะขายแบบ Fully Furnished ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.49 ล้าน* IDEO MOBI SUKHUMVIT 40 และมาถึงโครงการสุดท้ายกับ IDEO MOBI SUKHUMVIT 40 ที่จะแตกต่างจาก 2 ทำเลข้างต้น คือมาในรูปแบบ Low Rise 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวนทั้งหมด 272 ยูนิต แต่ก็ยังจัดเต็มทั้งการออกแบบและพื้นที่ส่วนกลางเช่นเคย  สำหรับจุดเด่นนอกจากตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพโซนสุขุมวิท ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัยเพียง 660 เมตร ทางโครงการยังออกแบบอย่างพิถีพิถันในสไตล์โมเดิร์นที่ให้ความรู้สึก Dynamic ด้วยเส้นสายที่นำสายตาเชื่อมต่อกันทั้งตัวอาคารและพื้นที่สีเขียว ทั้งยังมีพื้นที่ส่วนกลางอย่างกว้างขวาง โดยจัดวางสวนหย่อมและสระว่ายน้ำไว้ตรงกลางระหว่างอาคาร และมีโถง Lobby ทุกอาคารเพื่อลดความวุ่นวายและเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แก่ลูกบ้าน ซึ่งห้องพักอาศัยจะขายแบบ Fully Furnished ในราคาเริ่มต้นเพียง 4.49 ล้าน*   โดยภาพรวมของ 3 โครงการ 3 ทำเล แล้ว IDEO MOBI ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์คอนโดมีเนียมที่น่าอยู่และน่าลงทุนจริงๆ ค่ะ เพราะมีความเพียบพร้อมในการอยู่อาศัย ทั้งเรื่องการเดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า รวมถึงถนนหนทางที่เชื่อมต่อได้หลากหลายทำให้คนใช้รถส่วนตัวก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน  นอกจากนี้ทุกโครงการยังจัดเต็มในเรื่องของ Facility อย่างแท้จริง เรียกได้ว่าใครที่เล็งอยู่ก็คงคุ้มค่าทั้งอยู่อาศัยเองและปล่อยเช่าเลยค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ IDEO ทั้ง 3 ทำเล ทางอนันดาจะเปิดให้จองออนไลน์ ผ่านระบบ Ananda Online Booking ในวันที่ 26 กันยายน 2560 นี้ ตั้งแต่เที่ยงวัน - 1 ทุ่ม ซึ่งสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท* ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ https://onlinebooking.ananda.co.th (ในส่วนของผู้ที่เคยลงทะเบียนแล้ว สามารถใช้อีเมล์และรหัสผ่านเดิมเข้าสู่ระบบเพื่อเลือกโครงการที่ท่านสนใจได้ทันที)
The Excel Hideaway Sukhumvit 71 คอนโดทำเลดี ใกล้รถไฟฟ้า ในราคาจับต้องได้

The Excel Hideaway Sukhumvit 71 คอนโดทำเลดี ใกล้รถไฟฟ้า ในราคาจับต้องได้

  ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมสักแห่งนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศักยภาพทำเล, ราคาที่เอื้อมถึง, การเดินทางที่ง่ายสะดวกสบาย, Facility ภายในโครงการ รวมไปจนถึงสาธารณูปโภคโดยรอบ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นก็เป็นเงื่อนไขอันดับต้นๆ ที่ช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงเงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้นว่ามีคอนโดมิเนียมที่ดีและเพียบพร้อมเช่นนั้นอยู่จริง เรามีคอนโดฯ ใหม่ล่าสุดที่น่าสนใจในย่านสุขุมวิทมาแนะนำค่ะ นั่นก็คือ “The Excel Hideaway Sukhumvit 71” โครงการคุณภาพจาก All Inspire ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองอย่างแท้จริง ด้วยการคำนึงถึงที่อยู่อาศัยเป็นเป็นหลักภายใต้คอนเซ็ปต์ Hideaway ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงไม่วุ่นวายแม้อยู่ใจกลางเมือง แต่จะดูโดดเด่นและมีน่าสนใจแค่ไหน การเดินทางไปยังโครงการสะดวกเพียงใด ตามไปทำความรู้จักกับทำเลศักยภาพนี้พร้อมๆ กันเลยค่ะ   คอนโด Low Rise บนทำเลศักยภาพ เดินทางสะดวกสบาย โครงการ “The Excel Hideaway Sukhumvit 71” ตั้งอยู่ในซอยปรีดีย์พนมยงค์ 14 เป็นทำเลที่น่าสนใจมากค่ะ แทบจะเรียกว่าอยู่บนใจกลางย่านสุขุมวิทที่มีความครบเครื่องทั้งในส่วนของออฟฟิศ แหล่งการค้า แหล่งช้อปปิ้งไลฟ์สไตล์สุดฮิต จุดเด่นของทำเลคอนโดนี้คือใกล้รถไฟฟ้าบีทีเอสพระโขนง (ห่างเพียง 1.5 กิโลเมตร) และรถไฟฟ้าบีทีเอสอ่อนนุช (ห่างเพียง 1.8 กิโลเมตร) สามารถใช้เข้า-ออกเมืองเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงทองหล่อ พร้อมพงศ์ และอโศกแล้ว เรียกได้ว่ารวดเร็วและสะดวกสบายอย่างแท้จริง สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ก็ยังสะดวกสบายไม่ต่างกันค่ะ เพราะโครงการอยู่ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ในระยะเพียง 330 เมตร เพราะอยู่ใกล้ทางด่วนเฉลิมนคร เรียกได้ว่าสะดวกทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง   เส้นทางเข้าเมืองหลักๆ จะใช้ถนนสุขุมวิทขาเข้ามุ่งหน้าตรงเข้าไปทางเอกมัยหรือทองหล่อได้เลย หรือจะใช้เส้นทางถนนพระราม 4 ผ่านกล้วยน้ำไทไปถึงสีลม-สาทรก็ยังได้ ส่วนด้านถนนสุขุมวิท 71 ก็วิ่งตรงไปตัดถนนเพชรบุรี ถนนพระราม 9 ไปจนถึงรามคำแหงได้สบายๆ   ส่วนใครที่จะออกนอกเมืองหรืออกต่างจังหวัดก็สามารถใช้ถนนสุขุมวิทขาออกมุ่งหน้าตรงไปทางบางนา สมุทรปราการได้เลย หรือใช้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ วนไปลงมอเตอร์เวย์แล้วต่อด้วยถนนกรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ ไปถึงพัทยาได้ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง หากใครไม่ได้ใช้รถส่วนตัวก็ไม่ต้องกังวลค่ะ ทางโครงการมีบริการ Shuttle Service รับ-ส่ง ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกบ้าน แถมในซอยยังคึกคักมีรถผ่านมาก หาเรียกแท็กซี่ได้ง่าย และยังมีวินมอเตอร์ไซด์หรือรถสองแถวผ่านในซอยตลอดทั้งวันอีกเช่นกัน เรียกได้ว่าสะดวกแบบไหนก็เลือกใช้บริการได้เลยค่ะ   แหล่งไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกของคนเมืองที่แท้จริง สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการที่ใกล้ที่สุดก็จะเป็น T77 ที่อยู่ห่างออกไป 600 เมตร เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์แห่งใหม่ที่ภายในมีรีเทล มอลล์สุดชิคอย่างฮาบิโตะ (Habito) ศูนย์รวมร้านอาหารระดับนานาชาติ พร้อมด้วยร้านค้าและบริการต่างๆ อีกมากมายที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของครอบครัว หรือถ้าออกไปทางถนนใหญ่ก็จะมี Summer Hill คอมมูนิตี้มอลล์ใหม่อยู่ติดรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีพระโขนงให้เลือกไปชิลล์กันได้อย่างเพลิดเพลิน Summer Hill คอมมูนิตี้มอลล์ใหม่อยู่ติดรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีพระโขนง Habito รีเทล มอลล์ สุดชิค อยู่ไม่ห่างจากโครงการ นอกจากแหล่งไลฟ์สไตล์ที่เรายกตัวอย่างไปแล้วนั้น บริเวณรอบโครงการ “The Excel Hideaway Sukhumvit 71” ยังมีสถานศึกษา อาทิ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตกล้วยน้ำไท) และสถานพยาบาล รวมไปจนถึงตลาดสด ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อให้แวะกินแวะซื้อมากมาย หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศจากมาใช้ชีวิต Slow Life ก็สามารถเดินทางไปซอยปรีดี พนมยงค์ 31 (ซอยเอกมัย 12) ที่อยู่ไม่ไกลโครงการ ซึ่งภายในซอยมีร้านคาเฟ่ดีๆ มากมายให้ได้นั่งชิลล์หลีกหนีความวุ่นวาย เรียกได้ว่าผู้อยู่อาศัยในย่านนี้มีตัวเลือกในเรื่องของอาหารการกินที่เยอะและอัดแน่นไปด้วยคุณภาพทีเดียวค่ะ   นอกจากทำเลศักยภาพของ โครงการ “The Excel Hideaway Sukhumvit 71” ที่เราแนะนำกันไปแล้ว การออกแบบและ Facility ภายในคอนโดยังจัดเต็มเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้งานสูงสุด ซึ่งจะดีแค่ไหนถ้าได้สัมผัสความเป็นอยู่ที่เพียบพร้อมทุกด้านในย่านสุขุมวิทด้วยตนเอง กับการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมดีๆ ควรแค่แก่การลงทุนทั้งอยู่อาศัยเองและปล่อยเช่า แวดล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ ทั้งยังเดินทางสะดวกสบาย ในราคาที่ไม่ว่าใครก็จับต้องได้ บอกได้คำเดียวว่า "ไม่ควรมองข้ามค่ะ"   ทั้งนี้โครงการ “The Excel Hideaway สุขุมวิท 71” จะเริ่มก่อสร้างในเดือน ก.พ. 2561 และคาดว่าจะเสร็จในเดือน ม.ค. 2562 ซึ่งถือว่าเป็นคอนโดใหม่ที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก ซึ่งโครงการจะมีงาน VVIP Day ในวันที่ 2 กันยายนนี้ ที่ โรงแรงอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ (BTS สถานีราชดำริ ทางออก 4) สำหรับคนที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ http://www.allinspire.co.th/ หรือโทร. 02-029-9999 คลิกดูรายละเอียดโครงการ https://goo.gl/9QPNJ2  
เมทริส คอนโด 3 ทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ครบทุกมิติของชีวิตที่สมบูรณ์

เมทริส คอนโด 3 ทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ครบทุกมิติของชีวิตที่สมบูรณ์

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปดูทำเลศักยภาพและความพิเศษของคอนโดมิเนียมแบบ High Rise แบรนด์ใหม่ เมทริส บนสามทำเล Expanding CBD อย่าง ลาดพร้าว, พัฒนาการ, พระราม 9 –รามคำแหง ซึ่งเพิ่งเปิดตัวกันไปไม่นานและน่าสนใจมากๆ กับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แบบ ‘มิด-เซ็นจูรี่ โมเดิร์น’ (Mid-Century Modern) ที่ผสานความคลาสสิก ความทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ภายใต้คอนเซ็ปต์ Remaster The Modern DNA ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ ชอบความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความสง่างามเหนือกาลเวลา ซึ่งเป็นคอนโดคุณภาพในเครือ Major Development นั่นเองค่ะ   เรื่องทำเลที่ตั้งหลายคนคงจะรู้จักและทราบกันดีอยู่แล้วว่า เมทริส (METRIS) มีทั้งหมด 3 โครงการ 3 ทำเลศักยภาพที่น่าจับตามากที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะแต่ละโครงการอยู่ในย่าน Expanding CBD แวดล้อมด้วยร้านกาแฟเก๋ๆ  ห้างสรรพสินค้า และศูนย์รวมความบันเทิงที่ครบครัน  พร้อมกับความสะดวกสบายในแง่ของการเดินทาง และการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ไม่ต่างจากในเมือง อาทิ การเดินทางไปยังรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) แอร์พอร์ต เรล ลิงค์ (Airport Rail Link) และทางด่วน หรือเส้นทางโทลล์เวย์ที่สามารถเดินทางเข้าในเมืองหรือออกนอกเมืองไปยังต่างจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว แต่จะมีรายละเอียดอะไรบ้างสามารถดูได้ที่นี่เลยค่ะ.. เมทริส พระราม 9 -รามคำแหง, เมทริส พัฒนาการ, เมทริส ลาดพร้าว    เมทริส พระราม 9-รามคำแหง เริ่มต้นด้วย เมทริส พระราม 9-รามคำแหง ตั้งอยู่ในทำเลอันแสนสะดวกสบายบริเวณแยกพระราม9 - รามคำแหง จุดเด่นของโครงการนี้คือทำเลดีที่สุดของส่วนต่อขยายเมือง ซึ่งกำลังพัฒนาไปเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการคมนาคม Expanding CBD Rama 9 เชื่อมต่อในตัวเมืองอย่างรวดเร็วเพียงแค่ 10 นาทีก็ถึงเอกมัยแล้ว โครงการล้อมรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ โฮมโปร, ฟู๊ดแลนด์, เดอะมอลล์รามคำแหง 2 และ 3 ทั้งยังเดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวกด้วยทางด่วนพิเศษศรีรัช, ทางด่วนรามอินทรา เชื่อมต่อชีวิตคนเมืองด้วยการเดินทางใกล้รถไฟฟ้า ARL, MRT Ramkamhang station 12 (รฟฟ.สายสีส้ม) ที่ห่างเพียง 300 เมตรเท่านั้น อีกเรื่องที่ถือเป็นจุดขายของเมทริส พระราม 9-รามคำแหง คงจะหนีไม่พ้นทางเข้า-ออก ซึ่งตามชื่อโครงการเลย ที่สามารถเข้าออกได้ถึง 2 ทาง ทั้งฝั่งถนนพระราม 9 และฝั่งถนนรามคำแหง ทำเลนี้มีดีเรื่อง option การเดินทางจริงๆ ค่ะ นอกจากทำเลที่น่าสนใจแล้ว ดีไซน์ตัวอาคารก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะใช้เส้นสายแนวตั้งเรียบง่ายแข็งแรง สะท้อนสไตล์เรียบเท่ด้วยรูปทรงเลขาคณิต สร้างความสมดุลจากความต่างอย่างลงตัว การออกแบบภายในถูกลดทอนให้เกิดความเรียบง่าย เปิดให้เห็นพื้นที่ต่อเนื่องกัน เผยโครงสร้างและวัสดุที่ใช้ด้วยไม้สีเข้ม พื้นผิวปูนเปลือย เสาหินสีดำเงาและกระจกสีทอง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ในโครงการก็ยังคงรูปแบบและโทนสีเอกลักษณ์ของยุค Mid- Century Modern ได้เป็นอย่างดี เมทริส พระราม9-รามคำแหง - ล็อบบี้ เมทริส พัฒนาการ ต่อมากับ เมทริส พัฒนาการ คอนโดสำหรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง จุดเด่นอยู่ที่ความเป็นส่วนตัวท่ามกลางส่วนต่อขยายเมืองที่ไม่วุ่นวาย ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพซอยพัฒนาการ 12 ที่สะดวกต่อการเข้าเมืองและออกนอกเมืองได้หลายเส้นทาง เพียง 10 นาทีถึงทองหล่อ-เอกมัย จะทะลุพัฒนาการ 20 ออกถนนอ่อนนุช 17 ก็เป็นอีกทางออกที่ดีไม่ไช่น้อย และยังอยู่ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เพียง 100 เมตร สามารถเดินทางไปต่างจังหวัดได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะไปชลบุรี พัทยา หรือแม้แต่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเดินทางเข้าเมืองก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงทองหล่อและเอกมัยแล้วค่ะ ที่สำคัญกำลังจะมีอุโมงค์ทางลอดรามคำแหง – พัฒนาการสามารถเชื่อมไปยังแอร์พอร์ทลิงค์สถานีหัวหมากได้ด้วย คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561 ถือว่าเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ทำงานฝั่งสุวรรณภูมิ หรือระแวกใกล้เคียง นอกจากจะเป็นทำเลที่สะดวกแล้ว การดีไซน์อาคารยังแสดงออกถึงความเรียบง่ายในรูปแบบเฉพาะตัว แต่ยังคงกลิ่นอาย Mid-century Modern ทั้งยังตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่โดยจัดให้มีพื้นที่สีเขียวควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมต่างๆด้วยแนวคิด NEW URBAN LIFESTYLE ซึ่งมีพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งด้านนอกและในตึก อาทิ ลานบาสเกตบอล, ฟิตเนสกลางแจ้ง, ลานบาร์บีคิวสำหรับจัดปาร์ตี้ และสระว่ายน้ำพร้อมวิว 180 องศา ลานบาสเกตบอลและสระว่ายน้ำพร้อมวิว 180 องศา เมทริส ลาดพร้าว – 1 ห้องนอน สุดท้ายกับ เมทริส ลาดพร้าว ตั้งอยู่ในทำเลทองย่านลาดพร้าวจริงๆ ค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ติดถนนลาดพร้าวในซอย 8 จุดเด่นแรกอยู่ในด้านโลเคชั่นที่สะดวกสบายต่อการเดินทางแสนง่าย เชื่อมต่อ 3 เส้นทางสำคัญ เช่น ถ้าจะเข้าเมืองก็สะดวกโดยใช้เส้นพหลโยธินขาเข้า ส่วนขาออกก็ออกทางถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าไปดอนเมือง-รังสิต หรือจะหลบรถติดเส้นสะพานควาย อารีย์ ก็มาวิ่งเส้นวิภาวดี มุ่งหน้าแยกดินแดงเพื่อขึ้นทางด่วนดินแดงก็ได้เช่นกัน บอกได้เลยว่า เมทริส ลดพร้าว เหมาะกับกลุ่มนักเรียนนักศึกษา และกลุ่มคนที่ทำงานตามออฟฟิศทาวน์เวอร์ตามเส้นทางที่กล่าวมา รวมถึงการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็สะดวกรวดเร็วเพราะอยู่ห่างจาก MRT พหลโยธิน เพียง 250 เมตร  ไม่เพียงเท่านี้ยังแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า, สวนสาธารณะ, สถานศึกษา และสถานพยาบาล ที่ช่วยเติมเต็มความต้องการของผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี เมทริส ลาดพร้าว - 2 ห้องนอน นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่ลูกบ้านจะได้รับแล้ว เช่น สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส และ Co-Working Space เมทริส ลาดพร้าว  ยังมีระบบจอดรถอัตโนมัติที่เพิ่มความสะดวกสบายในการจอดรถอีกด้วย พื้นที่ส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยง   จะว่าไปแล้วความน่าสนใจของทั้ง 3 โครงการก็ดูโดดเด่นไม่แพ้กัน สำหรับห้องชุดในโครงการประกอบไปด้วยห้อง 3 ประเภท ได้แก่ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน และแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ในราคาต่อตารางเมตรที่ 90,000-120,000 บาท อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าแบรนด์ เมทริสพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายเหนือระดับ ทั้งยังให้มากกว่าใคร อาทิ เทคโนโลยีการเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ (Motion Sensor Lighting) ในโถงทางเดินของโครงการช่วยให้ลูกบ้านประหยัดเงินค่าส่วนกลาง ภายในโครงการเลือกใช้แต่งสุขภัณฑ์แบรนด์ดังชั้นนำระดับสากลอย่าง HAFELE (รับประกัน 5 ปี*) และยังมีฟิตเนสสุดล้ำสำหรับคนรักสุขภาพกับ Dynamic Fitness Center ให้ความรู้สึกอุ่นใจปลอดภัยด้วยระบบ Digital Door Lock พร้อม Car Wash พื้นที่ล้างรถสำหรับลูกบ้าน ที่สำคัญคืออนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ทุกยูนิต Pet-Friendly Condo ซึ่งมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับสัตว์เลี้ยงแสนรัก ลูกบ้านจะได้ความรู้สึกสะดวกสบายอย่างเพียบพร้อม และยังสัมผัสได้ถึงความงามแบบย้อนยุคแต่คงไว้ซึ่งความทันสมัยต่อเนื่องเชื่อมกันไปทั้งโครงการ   คงต้องบอกว่า เมทริส (METRIS) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์คุณภาพจาก Major Development ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ ทั้งด้วยศักยภาพของทำเล และตัวโครงการเองที่มีการจัดสรรพื้นที่ในส่วนต่างๆ ไว้อย่างลงตัว รวมถึงเลือกใช้วัสดุที่คุ้มค่าเกินราคาห้อง ใครที่กำลังเล็งห้องในทำเลทั้ง 3 ย่านนี้อยู่ ไม่ว่าจะอยู่อาศัยเองหรือเพื่อการลงทุน ขอกระซิบให้รีบตัดสินใจเลยค่ะ เพราะทั้งสามโลเคชั่นที่โครงการเลือกนั้นเป็นย่านธุรกิจที่จะขยายตัวในอนาคต สอดรับกับความต้องการของนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการลงทุนในทำเลทองที่มีแนวโน้มในการเพิ่มมูลค่าขึ้นทุกปีแน่นอน ซึ่งปัจจุบันกำลังเดินการสร้างอยู่และจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2563 แถมยังอยู่ในเรทราคาที่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก ยังไงก็เก็บไว้พิจารณากันดูนะคะ   สำหรับผู้ที่สนใจ โครงการ เริ่ม 2.8 ล้าน* เปิดจองพร้อมกัน 3 ทำเล พัฒนาการ, พระราม9-รามคำแหง และลาดพร้าว วันที่ 7-10 ก.ย. นี้ ที่งาน September Hot ชั้น 1 Fashion Hall, Siam Paragon  ฟรี! เครื่องดูดฝุ่น iRobot! ลงทะเบียนออนไลน์ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 40,000 บาท* เมทริส ลาดพร้าว คลิก https://goo.gl/z3GaMZ เมทริส พัฒนาการ คลิก https://goo.gl/dUqp3Y เมทริส พระราม9-รามคำแหง คลิก https://goo.gl/fGhmGQ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-116-1111
Survey ทำเลทองรัชดาภิเษก 17

Survey ทำเลทองรัชดาภิเษก 17

  “รัชดาภิเษก” ถนนสายสำคัญที่จัดว่าเป็น New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ จัดว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลทองที่กำลังได้รับความสนใจมากๆ ค่ะ เราจะเห็นได้ว่ามีคอนโดมิเนียมหลายแบรนด์เลือกปักหมุดบนทำเลนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยทำเลบนถนนรัชดาภิเษกมีความพร้อมในหลายๆ ด้านเลยค่ะ... เป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงาน มีแหล่งช๊อปปิ้งมากมาย มีความเหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัย แถมยังเดินทางสะดวกด้วยทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถสาธารณะ และรถส่วนบุคคล ปัจจุบันใครๆ ก็รู้ว่าราคาที่ดินบนถนนรัชดาภิเษกหาที่ดินดีๆ ที่เหมาะสมพร้อมสำหรับการทำที่อยู่อาศัยได้ยากมาก ในขณะที่ความต้องการคอนโดดีๆ ในย่านนี้ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราเลยจะพาไปดูทำเลในย่านรัชดากันค่ะ ซึ่งบริเวณที่เราเห็นว่ามีบรรยากาศคึกคัก และสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ดีก็น่าจะเป็นบริเวณช่วง MRT สถานี “สุทธิสาร” ค่ะ   ทำไมต้องเป็นบริเวณ “สุทธิสาร”? ถ้าเราขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT สายสีน้ำเงิน) มาที่สถานีสุทธิสาร จะเห็นได้ว่าบรรยากาศโดยรวมของบริเวณนี้คึกคัก มีผู้คนสัญจรไปมาตลอดเวลา ซึ่งบริเวณรอบๆ นี้แทบจะไม่เคยหลับและไม่เคยเงียบเหงาเลยก็ว่าได้ค่ะ ช่วงกลางวันบรรยากาศจะคึกคักไปด้วยชาวออฟฟิศเป็นจำนวนมากค่ะ เพราะมี “เมืองไทยภัทร” เป็น Office Building ใหญ่ของบริเวณนี้ แถมบริเวณข้างๆ ยังมีตลาดนัดขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักช็อปปิ้ง มีพร้อมทั้งของกินของใช้ราคาถูกมากมายเลยค่ะ นอกจากอาคารเมืองไทยภัทรแล้ว ตรงข้ามกันยังเป็นอาคารสำนักงานของ “ธนาคารธนชาติ” ซึ่งก็เป็นอีกแห่งที่รวมร้านอาหารไว้เยอะเลยค่ะ อันนี้แค่บริเวณทางออกของสถานีสุทธิสารเท่านั้นเองนะ ยังคึกคักด้วยร้านค้ามากมายขนาดนี้ บริเวณแยกสุทธิสารตรงปากซอยถนนสุทธิสารวินิจฉัยนี่ไม่ต้องบรรยายเลย ของกินอร่อยๆ เพียบค่ะ อยู่ย่านนี้รับรองว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ ไม่มีโอกาสได้ผอมแน่นอน   จะไปไหนก็สะดวก เดินทางก็ง่ายหลายเส้นทาง เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าบริเวณแยกสุทธิสารเป็นแยกใหญ่ที่เชื่อมถนนรัชดาภิเษก กับถนนสุทธิสารวินิจฉัยไว้ด้วยกัน ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนลาดพร้าว ถนนวิภาวดี-รังสิต และถนนพหลโยธินได้ง่ายมากๆ ค่ะ แถมยังมีถนนหนทางในซอกซอยต่างๆ อีกเพียบที่จะลัดเลาะหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นได้หายห่วง เด่นๆ เลยก็เห็นจะเป็นซอยรัชดาภิเษก 17 นี่แหละค่ะที่เป็นถนนซอยที่เชื่อมโยงไปออกได้หลายทาง ทั้งออกถนนสุทธิสารฯ, อินทามระ 22, ถนนประชาสงเคราะห์, แยกห้วยขวาง, ม.หอการค้า, สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น และ ถนนดินแดง เป็นต้น ด้วยความที่ถนนในซอยเชื่อมต่อกันเป็นใยแมงมุมแบบนี้ ทำให้การเดินทางไปไหนก็สะดวกมากค่ะ จะขึ้นทางด่วนดินแดง, ทางด่วนพระราม 9 หรือแม้แต่ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อมเลยค่ะ นอกจากนี้การเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนก็สะดวกไม่แพ้กันนะคะ เห็นเป็นถนนในซอยแบบนี้ก็มีรถเมล์วิ่งผ่านกับเค้าด้วย ถนนซอยประชาสุข มีรถเมล์มากถึง 4 สาย จะไปไหนมาไหนก็ง่ายเลยค่ะ รถแท็กซี่วิ่งผ่านในซอยก็เยอะนะคะ แถมด้วยพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ไม่น้อยเลย เรียกใช้บริการได้ตลอดเวลา และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ รถไฟฟ้าใต้ดิน ที่อยู่ใกล้ๆ ปากซอยรัชดาภิเษก 17 จะไปไหนมาไหนก็ง่าย สะดวก รวดเร็วทันใจที่สุดเลยค่ะ   ทำเลดีๆ กับคอนโดน่าอยู่ พูดถึงซอยรัชดาภิเษก 17 กันไปพอสมควรแล้ว เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มสนใจทำเลนี้มากขึ้นแล้วใช่มั้ยคะ วันนี้เรามีคอนโดมิเนียม "The Excel Ratchada 17" โครงการใหม่ล่าสุดจาก All Inspire มาแนะนำให้รู้จักกันค่ะ นอกจากที่ตั้งโครงการจะอยู่ในซอยรัชดาภิเษก 17 ที่มีความน่าสนใจอย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วนั้น โครงการนี้ยังเปิดตัวมาด้วยราคาล้านต้นๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่พิเศษมากๆ สำหรับย่านรัชดาภิเษก ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะกับการอยู่อาศัยแบบนี้ ตัวโครงการตั้งอยู่กลางๆ ซอยรัชดาภิเษก 17 ค่ะ ไม่ไกลจากแยกที่ตัดกับซอยประชาสุข ดังนั้นเรื่องการเดินทางจึงสะดวกแบบสุดๆ ไม่ว่าจะขึ้นรถเมล์ ต่อรถไฟฟ้าใต้ดิน เรียกพี่วินมอเตอร์ไซค์ หรือใช้รถส่วนตัว ก็เลือกใช้ได้หลายเส้นทางและหลายช่องทางเลยทีเดียวค่ะ เราลองเดินสำรวจบริเวณซอยรัชดาภิเษก 17 กันมาแล้ว ต้องบอกว่าหมดห่วงเรื่องอาหารการกินไปได้เลย ตั้งแต่ปากซอยรัชดาภิเษก 17 ก็พร้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเช้าก่อนไก่โห่ หรือดึกดื่นแค่ไหน ก็มีที่ให้พึ่งพาฝากท้องได้ทุกเวลาค่ะ นอกจากนี้ในเวลาปกติ ร้านค้าแผงลอย ร้านอาหารในซอยก็เยอะแยะมากมายเลยค่ะ มีอาหารให้เลือกแทบจะทุกประเภทกันเลยทีเดียว แต่ถ้าเหนื่อยไม่อยากเดินไปไหนไกล ตรงแยกซอยประชาสุขก็มี 7-11 นะคะ เดินไม่เกิน 100 เมตรก็เจอเลย บริเวณปากซอยรัชดา 17 กลาสเฮ้าส์ คอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ อยู่ปากซอยรัชดา 17 มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อรวมอยู่ด้วยกัน Max Valu ซุปเปอร์มาร์เก็ตเปิดตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมให้บริการ บรรยากาศภายในซอยมีร้านสะดวกซื้อกระจายอยู่เป็นระยะๆ   ส่วนสถานที่อื่นๆ ที่น่าสนใจรอบๆ โครงการ เราลองยกตัวอย่างระยะทางคร่าวๆ สำหรับการเดินทางไปยังบริเวณใกล้เคียงมาให้แล้วค่ะ รถไฟฟ้า MRT สุทธิสาร - 1 กม. รถไฟฟ้า MRT ห้วยขวาง -  4 กม. แยกสุทธิสาร-วิภาวดี - 4 กม. ตลาดห้วยขวาง - 1 กม. สโมสรทหารบก - 3 กม. The Street รัชดา - 4 กม. Esplanade รัชดา - 9 กม. เซ็นทรัล พระราม 9 - 9 กม. Fortune Tower - 9 กม. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย - 3 กม. เซ็นทรัล ลาดพร้าม - 3 กม. ด่านทางด่วนพระราม 9 - 6 กม. บรรยากาศในซอยรัชดาภิเษก 17 เหมาะกับการอยู่อาศัยไม่น้อยเลยนะคะ เนื่องจากบริเวณที่ตั้งโครงการยังเป็นโซนพักอาศัยเดิม จึงมีบ้านพักอาศัยในแนวราบเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีตึกมาบังวิวให้เสียอารมณ์เท่าไหร่ค่ะ ช่วงกลางวันรถราที่วิ่งผ่านอาจจะมีมากหน่อย เพราะเป็นซอยที่ลัดไปได้หลายเส้นทางอย่างที่บอก แต่ช่วงค่ำๆ ก็จะเงียบหน่อย เหมาะกับการพักอาศัยเลยค่ะ   ล่าสุดเราแอบเห็นภาพหลุดจากตัวโครงการ “The Excel Ratchada 17” มาบ้าง แอบรู้สึกว่าน่าอยู่เลยทีเดียวค่ะ ทั้งหน้าตาของตัวอาคาร และ Facility ภายในโครงการ สวยงามน่าใช้งานมากๆ อ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่า นอกจากเรื่องทำเลย่านรัชดาภิเษกที่น่าสนใจแล้ว หลายคนคงกำลังอยากเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม The Excel Ratchada 17 แล้วใช่มั้ยคะ ลองคลิกเข้าไปดูรายละเอียดโครงการได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ https://goo.gl/HBj7wU หรือถ้าสนใจอยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปที่ https://www.allinspire.co.th/register.html
The Excel Ratchada 17 ตอบโจทย์ทำเลสวยกับความพร้อมทุกการใช้ชีวิต

The Excel Ratchada 17 ตอบโจทย์ทำเลสวยกับความพร้อมทุกการใช้ชีวิต

เดี๋ยวนี้การจะเลือกเป็นเจ้าของคอนโดซักห้อง คงไม่จำเป็นแล้วว่าจะต้องเลือกแต่คอนโดใหญ่ใจกลางเมืองเท่านั้น ถ้าคอนโดมิเนียมโครงการไหนอยู่บนทำเลที่ดี สามารถเดินทางได้สะดวกสบาย มีถนนสายหลักเชื่อมโยงไปได้หลายทาง บวกกับอยู่ใกล้กับแหล่งช็อปปิ้ง ใกล้แหล่งชุมชนบ้าง แค่นี้ก็คงเป็นเหตุผลดึงดูดที่เพียงพอให้เราตัดสินใจซื้อคอนโด…. จริงมั้ยคะ? ถ้าใครกำลังมองหาคอนโดมิเนียมดีๆ ซักห้องบนเงื่อนไขที่ว่ามานี้ล่ะก็ เรามีคอนโดมิเนียมน่าสนใจที่แทรกตัวอยู่ในย่านรัชดาภิเษกมาแนะนำกันค่ะ โครงการที่ว่านี้ก็คือ “The Excel Ratchada 17” คอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดจาก All Inspire ซึ่งคอนเซปต์โครงการสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ที่ต้องการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมบนทำเลที่สะดวกต่อการเดินทาง และเพียบพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง เราจะไปดูกันค่ะว่าทำเลใน “ซอยรัชดาภิเษก 17” จะตอบโจทย์ในการอยู่อาศัยของคนเมืองมากน้อยแค่ไหน มีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้าง การเดินทางไปยังโครงการสะดวกอย่างไร.... ไปทำความรู้จักกับทำเลศักยภาพนี้กันเลยค่ะ เดินทางสะดวก ครอบคลุมทุกเส้นทาง เริ่มต้นกันด้วยการเดินทางมายังโครงการ “The Excel Ratchada 17” สามารถเดินทางได้หลายทิศทาง และหลายวิธีการเลยค่ะ การเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดก็คือ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ซึ่งมีสถานีสุทธิสาร อยู่ใกล้ๆ ปากซอยรัชดาภิเษก 17 เลยทีเดียว ขึ้นจากสถานีแล้วเดินมาอีกนิดหน่อย ก็สามารถเลือกต่อรถรับจ้าง หรือเรียกวินมอเตอร์ไซค์ก็ได้ แต่ถ้าอยากออกกำลังกายซักหน่อย ลองเดินเข้าซอยไปที่โครงการก็ได้นะคะ บรรยากาศในซอยโอเคเลยค่ะ เดินได้ไม่ยากมีทางเท้าตลอดเส้นทาง ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์นั้น ถนนหนทางแถบนี้เชื่อมโยงกันเป็นใยแมงมุมเลยค่ะ เข้าออกได้หลายทางมากๆ ถนนสายหลักๆ ที่เราสามารถเลือกใช้เดินทางมายังโครงการก็คือ ถนนรัชดาภิเษก, ถนนสุทธิสารวินิจฉัย, ถนนวิภาวดีรังสิต และถนนดินแดง โดยถนนสายหลักทั้ง 4 สายนี้จะถูกเชื่อมโยงด้วยถนนย่อยในซอยต่างๆ ซึ่งซอยรัชดาภิเษก 17 ก็เป็นซอยสำคัญที่มีเส้นทางลัดเลาะไปออกถนนสายหลักที่ว่ามานี้ทั้งหมดเลยทีเดียว.... ลองมาดูกันค่ะ ว่าซอยรัชดาภิเษก 17 เป็นเส้นทางลัดไปออกซอยไหนได้บ้าง หากต้องใช้ทางด่วน จากเส้นทางลัดเลาะที่ว่ามานี้ ก็ทำให้ด่านทางด่วนดินแดง และด่านทางด่วนพระราม 9 เป็นทางเลือกในการขับรถเดินทางเข้า-ออกเมืองได้อย่างง่ายดาย รวมถึงทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์ก็ยังอยู่ในเส้นทางที่ใกล้กับโครงการอีกเช่นกันค่ะ วันไหนถ้าขี้เกียจขับรถ ก็เรียก Taxi หรือใช้บริการรถประจำทางบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปค่ะ รถราผ่านในซอยเยอะหาเรียก Taxi ได้ไม่ยากค่ะ อีกอย่างถนนในซอยประชาสุขซึ่งเชื่อมกับซอยรัชดาภิเษก 17 ก็มีรถเมลวิ่งผ่านหลายสายเลยค่ะ จากหน้าโครงการไปแค่ 100  เมตรเท่านั้น ก็เจอป้ายรถเมล์แล้ว แถมบริเวณนั้นยังมีป้อมตำรวจเพิ่มความอุ่นใจในการสัญจรและอยู่อาศัยได้อีกด้วย   สิ่งอำนวยความสะดวกครบ เพื่อชีวิตที่ใช่ การอยู่คอนโดมิเนียม ชีวิตต้องง่าย มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมเพื่อการอยู่อาศัยถึงจะตอบโจทย์คนเมือง “The Excel Ratchada 17” อยู่ในย่านที่พร้อมไปด้วยอาหารการกิน แหล่งช็อปปิ้ง สถานที่ Hangout สถานศึกษา รวมถึงแหล่งงานใหญ่ๆ ที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้อย่างครบครัน อาทิเช่น ตลาดเมืองไทยภัทร, The Street รัชดา, Esplanade รัชดา, เซ็นทรัล พระราม 9, ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, ตลาดห้วยขวาง, ตลาดนัดรถไฟ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, อาคารเมืองไทยภัทร, G Land Tower, มหาวิทยาลัยหอการค้า, โรงพยาบาลพระราม 9 ฯลฯ นอกจากสถานที่ใหญ่ๆ ที่เรายกตัวอย่างไปแล้วนั้น บริเวณซอยรัชดาภิเษก 17 ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อปลีกย่อยให้เราได้พึ่งพาอีกเพียบ เริ่มตั้งแต่บริเวณปากซอยที่มีทั้ง McDonald และ Max Value ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ แบรนด์ดังอีกหลายร้านให้เลือก พอขยับเข้าซอยมาอีกหน่อย ร้านอาหารง่ายๆ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง อาหารตามสั่งก็มีให้เลือกเป็นระยะๆ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟดีๆ ก็มีให้เห็นค่ะ..... ใกล้ๆ ที่ตั้งโครงการเอง ก็มี 7-11 อยู่ห่างออกไปเพียง 100 เมตรเท่านั้น ความเพียบพร้อมในเรื่องอาหารการกินต้องบอกว่าไม่ผิดหวังแน่นอน aboutthailandliving.com บรรยากาศในย่านรัชดาภิเษก หลายคนก็รู้ดีว่าย่านนี้จัดเป็น New CBD ที่แทบจะไม่เคยหลับใหล กิจกรรมต่างๆ บนถนนสายนี้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ร้านค้า ร้านอาหาร หลายแห่งจึงเปิดให้บริการกันแบบ 24 ชั่วโมง ผู้คนที่อยู่อาศัยในย่านนี้จึงมีตัวเลือกเยอะเลยค่ะ ตั้งแต่ของอร่อยริมข้างทาง ในตลาดสด ไปจนถึงร้านหรูบนห้าง แหล่ง Hangout หรือร้านอาหารนานาชาติอีกมากมาย จนต้องบอกว่ามีให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหวจริงๆ ค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะกับทำเลศักยภาพบนถนนรัชดาภิเษก ที่ตั้งของโครงการ “The Excel Ratchada 17” ที่เราเลือกมาแนะนำกันในครั้งนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ และเราคงบรรยายได้ไม่สมจริงเท่ากับการได้ลองไปสัมผัสความเป็นอยู่ในย่านรัชดาภิเษก ด้วยการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม The Excel Ratchada 17 ซักห้อง   เราเชื่อว่าด้วยการออกแบบของโครงการ และ Faclity ที่ทาง The Excel Ratchada 17 จัดมาอย่างเต็มที่ น่าจะเป็นคำตอบที่โดนใจใครหลายๆ คน ที่จะทำให้การอยู่ในคอนโดมิเนียมทำเลดีๆ ซักแห่งเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินเอื้อม คลิกดูรายละเอียดโครงการ  https://goo.gl/HBj7wU Website โครงการ : www.allinspire.co.th Tel. : 02-029-9999
Geo Fit+ นวัตกรรมการออกแบบเพื่อไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

Geo Fit+ นวัตกรรมการออกแบบเพื่อไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

  ถ้าใครติดตามข่าวสารในแวดวงอสังหาฯ เป็นประจำอยู่แล้ว คงจะเปิดผ่านตากันมาบ้างกับข่าวการร่วมทุนระหว่าง บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท ฮันคิว เรียลตี้ (ประเทศญี่ปุ่น) จำกัด เพื่อจัดตั้ง บริษัท เสนา ฮันคิว 1 ไปเมื่อปลายปี 2559 มาถึงวันนี้ โปรเจคแรกจาก “เสนา ฮันคิว” เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนแล้วค่ะ และเตรียมจะเปิดตัวคอนโดมิเนียม High Rise บนทำเลศักยภาพ ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากรถไฟฟ้าสถานีแบริ่งเพียง 250 เมตรเท่านั้น โดยโครงการที่ว่านี้ก็คือ “Niche MONO Sukhumvit - Bearing” นั่นเอง โครงการ "Niche MONO Sukhumvit - Bearing" ถือว่าเป็นโครงการแรกที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างทีมงานทางไทย และญี่ปุ่น เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวใหม่เข้าสู่ตลาด โดยการนำเสนอแนวคิด “Geo Fit+” เข้ามาใช้ในการตอบโจทย์รายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวกับการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ   Geo Fit+ คืออะไร Geo fit+ มาจากความเชื่อว่า การสร้างที่อยู่อาศัยนั้นไม่พอ แต่ต้องสร้างบ้าน บ้านที่เสียงของท่านมีความสำคัญ เป็นเสียงที่จะทำให้มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จนเป็นบ้านในฝันที่ท่านภูมิใจ เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง Geo Fit+ เป็นแนวคิดในการสร้างที่อยู่อาศัยแบบคนญี่ปุ่น ซึ่งถือกำเนิดโดย บริษัท ฮันคิว เรียลตี้ (ประเทศญี่ปุ่น) จำกัด ที่พยายามพัฒนานวัตกรรมนี้ขึ้น เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้ตรงที่สุด โดยอาศัยการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้และผู้อยู่อาศัยจริงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนเข้าอยู่ไปจนถึงหลังเข้าอยู่ จนออกมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีฟังก์ชั่นตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุดนั่นเอง จากแนวคิดที่ถือกำเนิดมาเพื่อแก้โจทย์การอยู่อาศัยอยู่คนญี่ปุ่น ทางเสนาได้รับแนวคิดนี้มาพัฒนาต่อ และปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทยมากยิ่งขึ้น โดย Geo Fit+ ที่ทางเสนาพัฒนาได้นั้น แบ่งได้เป็น 4 มิติ ดังนี้ Geo Day - มิติที่ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันที่ใส่ใจรายละเอียด ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ โดยเน้นที่การออกแบบฟังก์ชั่นห้องชุด ให้ตอบสนองความต้องการของผู้พักอาศัย ด้วยFunction Furniture ต่างๆ ที่สามารถปรับให้ Fit กับ Lifestyle ผู้อยู่อาศัยได้จริง Geo Eco - มิติในเรื่องของการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งเรื่องที่ทางเสนาให้ความสำคัญมานานแล้ว ด้วยการติดตั้ง SENA Solar Station ที่มี EV Charger ที่ใช้กระแสไฟจาก Solar Cell ที่ช่วยทั้งเรื่องการประหยัดพลังงาน รักษ์โลก และ ที่สำคัญช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลาง Geo Age - การออกแบบเพื่อผู้สูงอายุ โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการอยู่อาศัย เตรียมพร้อมเมื่ออยู่ในวัยที่สูงขึ้น Geo Sonae - การให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย การเตรียมตัวให้พร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินกับลูกบ้าน และการช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างปลอดภัย ด้วยการมีห้องพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเครื่องช่วยปั้มหัวใจภายในโครงการ   จากข้อมูลข้างต้น เราเชื่อว่าหลายคนคงจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด Geo Fit+ ไปไม่มากก็น้อยนะคะ และเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น เราจะไปดูกันต่อค่ะว่าทางทีมของ “เสนา ฮันคิว” ได้นำเอาแนวคิดที่ว่านี้ ไปสร้างสรรค์ประสบการณ์การอยู่อาศัยแนวใหม่อย่างไรบ้าง ในโครงการ “​Niche MONO Sukhumvit - Bearing” เริ่มกันด้วยหัวข้อใหญ่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราที่จะต้องเผชิญกับเรื่องต่างๆ ในทุกๆ วันเลยค่ะ กับ “Geo Day” ซึ่งในหัวข้อนี้ทาง “เสนา ฮันคิว” นำเสนอออกมาในรูปแบบที่เราสามารถจับต้องได้ชัดเจน นั่นคือ “เฟอร์นิเจอร์” “เฟอร์นิเจอร์” ภายในห้องพักอาศัย ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดค่ะ เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ด้วยฟังก์ชั่นที่ปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน หรือตามความต้องการ เพื่อให้ชีวิตประจำวันดำเนินไปอย่างราบรื่น เรื่องพื้นที่ใช้สอยเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม เนื่องจากมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด การจัดการกับพื้นที่ภายในให้ใช้ได้คุ้มค่าที่สุดจึงเป็นเรื่องสำคัญ   ทุกยูนิตของ Niche MONO Sukhumvit - Bearing จึงถูกดีไซน์ให้มีตู้เก็บของซึ่งมาด้วยฟังก์ชั่นหลากหลาย ให้ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เช่น ตู้เก็บรองเท้า ที่สามารถเก็บรองเท้าได้มากขึ้น 10 คู่ ในขณะที่แต่ละชั้นยังสามารถปรับความสูงได้ตามขนาดรองเท้า เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยค่ะ รวมถึงช่องเก็บของกระจุกกระจิกภายในตู้ ที่จะช่วยให้กุญแจห้อง คีย์การ์ด กุญแจรถ ไม่ถูกวางลืมไว้จนหาไม่เจอ นอกจากนี้การออกแบบให้มีตู้สูงสำหรับเก็บอุปกรณ์จำพวก ไม้กวาด ที่โกยผง เครื่องดูดฝุ่น ไม้ถูพื้น ก็เป็นอีกรายละเอียดที่ทาง เสนา ฮันคิว ให้ความสำคัญ เช่นเดียวกันกับตำแหน่งวางเครื่องซักผ้า ก็เพิ่มชั้นวางของไว้ด้านบน เครื่องใช้ ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม ก็สามารถวางไว้ใกล้มือ และหยิบใช้ง่าย และเก็บเข้าที่ให้เป็นระเบียบง่ายด้วยค่ะ จุดเด่นและสิ่งที่แตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ตู้เก็บรองเท้า ที่ปรับระดับความสูงของชั้นได้ตามขนาดของรองเท้า ทำให้เก็บรองเท้าได้พอดี ประหยัดเนื้อที่ และยังออกแบบเพิ่มรูระบายอากาศ เพื่อให้อากาศภายในตู้รองเท้าหมุนเวียน ลดกลิ่นอับ ชั้นวางของสำหรับใช้งานประจำวัน เช่น กุญแจรถยนต์ คีย์การ์ด ออกแบบช่องวางแบบไม่มีฝาปิด เพื่อให้สะดวกต่อการหยิบใช้งาน ออกแบบตู้เก็บอุปกรณ์หรือสิ่งของ ที่มีความยาวมากๆ เช่น ร่มกันฝน เครื่องดูดฝุ่น ไม้กวาด ที่ตักผง เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบในการจัดเก็บ ชั้นวางอุปกรณ์ทำความสะอาด บนเครื่องซักผ้า เช่น ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่ง่ายต่อการหยิบใช้งาน ในความเป็นจริงตู้เก็บของ และชั้นวางต่างๆ นั้นสามารถปรับแต่งได้แทบทุกจุดเลยนะคะ ไม่ได้ Fix ตายตัว เพราะเราเชื่อว่า แต่ละคนก็มีความคุ้นชินในการใช้ชีวิตประจำวันไม่เหมือนกันค่ะ พื้นที่ในห้องครัวก็เช่นกัน แม่บ้านแต่ละครอบครัวก็คงจะมีความจำเป็นในการใช้งานไม่เหมือนกัน บางคนชอบเข้าครัวทำกับข้าวบ่อยๆ กลับกันบางครอบครัวอาจจะใช้ครัวเพื่อเตรียมและอุ่นอาหารเท่านั้น แต่ที่แน่ๆ คุณแม่บ้านทุกคนก็คงจะอยากได้ครัวที่ทำความสะอาดง่าย ดังนั้นวัสดุเคลือบสี กระจก Coat จึงถูกนำมาใช้กับเคาน์เตอร์ครัว เพื่อให้ประหยัดเวลาในการทำความสะอาดค่ะ รวมถึงอุปกรณ์แขวน ชั้นวาง และถังขยะใต้ซิงค์ล้างจานก็ล้วนแต่คิดมาแล้วว่าจำเป็นต่อการใช้งานจริงๆ จุดเด่นของส่วนห้องครัว และสิ่งที่แตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ชุดครัวที่ออกแบบชั้นวางจานไว้อย่างลงตัว สามารถดึงชั้นวางจานลงมาจากตู้เหนืออ่างล้างจาน เพื่อเก็บจานชามที่ทำความสะอาด และรองน้ำหยดให้อยู่ในอ่างน้ำไม่เลอะเทอะเคาน์เตอร์ครัว คำนึงถึงพื้นที่ใช้สอย ด้วยการออกแบบและติดตั้งตู้เก็บถังขยะใต้อ่างล้างจาน สำหรับคนที่ชื่นชอบทำอาหาร ทางโครงการติดตั้งราวแขวนเครื่องครัว ที่บริเวณผนัง เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน เช่น ชั้นแขวนเครื่องครัว ชั้นวาง iPad สำหรับผู้ชอบดูเมนูสอนปรุงอาหาร เลือกใชวัสดุที่เช็คทำความสะอาดง่าย ทั้งพื้น Top ครัวและกระเบื้องติดผนัง ที่กันเปื้อน ทำความสะอาดคราบน้ำมันได้ง่าย เฟอร์นิเจอร์ใน Living Area ทาง เสนา ฮันคิว ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กันนะคะ ช่องเก็บของใต้โซฟา ถือเป็นไอเดียที่ดีในการจัดเก็บข้าวของต่างๆ ได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วย หรือแม้แต่ช่องเก็บของเล็กๆ ข้างโซฟา ที่จะทำให้นิตยสารเล่มโปรด รวมถึงรีโมตทีวี ไม่ระเกะระกะอีกต่อไป จุดเด่นของส่วนห้องนั่งเล่น และสิ่งที่แตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ช่องเก็บของอเนกประสงค์บริเวณโซฟา และใต้ฐาน เพื่อสามารถเก็บของใช้ในส่วนห้องนั่งเล่นได้ เช่น รีโมท นิตยสาร   ในส่วนของพื้นที่ห้องนอนก็ยังคงเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานค่ะ ตู้เสื้อผ้าออกแบบมาให้เก็บเสื้อผ้าเป็นจำนวนมาก แถมยังคงคอนเซปต์การปรับแต่งชั้นวางได้ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ถ้าตู้แค่นี้ยังไม่พอ ใต้เตียงยังเพิ่มลิ้นชักเก็บของด้วยความลึกที่เหมาะสมจึงสามารถใช้งานได้จริง รวมถึงชั้นวางหนังสือข้างเตียง ก็ออกแบบมาเอาใจหนอนหนังสือให้ทุกพื้นที่เป็นระเบียบสบายตาค่ะ จุดเด่นของส่วนห้องนอน และสิ่งที่แตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป ตู้เสื้อผ้าที่สามารถเก็บชุดได้หลายรูปแบบ ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตาม Lifestyle พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่เก็บของได้มากกว่า ด้วยชั้นปรับระดับได้ไม่ว่าจะเป็น ชุดเดรสยาวของคุณผู้หญิง เข็มกลัด ผ้าพันคอ หรือจะเป็นเสื้อเชิ้ตตัวสั้น ชั้นเก็บเนคไท หรือที่แขวนกางเกงสำหรับคุณผู้ชาย ก็สามารถเก็บของได้สามารถเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ และหยิบใช้ได้ง่าย   จุดเด่นของส่วนห้องครัว และสิ่งที่แตกต่างจากเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป เตียงนอนที่ออกแบบมาให้มีลิ้นชักเก็บของที่มีความลึกที่เหมาะสม สามารถเก็บของใช้ ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยภายในห้องชุด   เป็นอย่างไรบ้างคะ แค่รายละเอียดในส่วนของ Geo Day ก็ปลีกย่อยจนไม่อาจบรรยายได้หมดเลยทีเดียว ส่วนถัดมาคือ “Geo Eco” ซึ่งเป็นหัวข้อเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทางเสนาเองก็มีจุดแข็งในเรื่องนี้อยู่แล้ว ด้วยการออกแบบให้พื้นที่ส่วนกลางทุกโครงการของเสนาได้ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ ด้วยการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ที่โครงการ Niche Mono Sukhumvit - Bearing ก็เช่นกันค่ะ และเราเชื่อว่าทางโครงการจะเพิ่มจุดชาร์จรถไฟฟ้าไว้ในโครงการ เพื่อรองรับรถไฟฟ้าในอนาคตด้วย   “Geo Age” เป็นความใส่ใจทุกคนในครอบครัวค่ะ อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตเมื่อเข้าสู่วัยที่ล่วงเลย และการใช้ชีวิตประจำวันต้องระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งทาง เสนา ฮันคิว ก็ไม่ลืมความสำคัญในข้อนี้ เพราะที่อยู่อาศัยที่เราเลือกจะต้องเป็น “บ้าน” ของเราไปอีกนาน การเพิ่มราวจับในห้องน้ำ หรือบริเวณทางเดิน อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องคิดเผื่อไว้ รวมถึงความสูงของปลั๊กไฟ ที่ระยะห่างจากพื้น 40 เซนติเมตร คือระยะที่ผ่านการทดลองมาอย่างดีแล้วว่าเป็นระยะที่ไม่ต้องก้มมากเกินไปค่ะ   มิติสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ “Geo Sonae” ความปลอดภัยของการอยู่อาศัย และความช่วยเหลือเบื้องต้นที่นอกเหนือจากการมีแค่กล่องปฐมพยาบาลอย่างที่เคย การพัฒนาจากแนวคิด Geo Fit+ เล็งเห็นความปลอดภัยของชีวิตลูกบ้านเป็นสิ่งสำคัญ การอบรมเจ้าหน้าที่ประจำคอนโดให้สามารถช่วยปฐมพยาบาล ปั๊มหัวใจ เพื่อการช่วยเหลือยามฉุกเฉิน รวมถึงการออกแบบพื้นที่ทางเดิน และประตูให้กว้างพอ หากจำเป็นต้องมีการเข็นเตียงพยาบาลเข้าออกค่ะ รวมถึงการออกแบบพื้นที่ทางเดิน และประตูให้กว้างพอ หากจำเป็นต้องมีการเข็นเตียงพยาบาลเข้าออกค่ะ เรื่องเหล่านี้บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือลืมคิดเผื่อไว้ล่วงหน้า พอเกิดเหตุการไม่คาดคิด ก็อาจจะทำให้การช่วยเหลือต่างๆ ติดขัด ไม่ราบรื่น หรือล่าช้าได้ แต่จากนี้ไปลูกบ้าน Niche MONO Sukhumvit - Bearing อุ่นใจได้เลยค่ะ เพราะทาง เสนา ฮันคิว คิดทุกอย่างไว้เป็นอย่างดีแล้ว   เล่ามาถึงจุดนี้แล้ว เราเชื่อว่าแนวคิด “Geo Fit+” นวัตกรรมการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัย ที่ทางเสนายกมาเป็นอีกหนึ่งจุดขายนี้ จะเป็นมิติใหม่ของการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยเพื่อผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริงค่ะ   อย่างที่บอกไปแล้วนะคะว่าโครงการ “Niche MONO Sukhumvit - Bearing” จะเป็นโครงการแรกที่นำแนวคิด Geo Fit+ มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ใครที่ยังสงสัย อยากซักถามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงอยากเห็นห้องตัวอย่างด้วยตาตัวเอง เตรียมพบกันได้ที่ Sale Gallery เร็วนี้ค่ะ หรือสามารถดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/ZQGjhn และถ้าไม่อยากพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของโครงการดีๆ แบบนี้ สามารถคลิกไปลงทะเบียนได้ที่ http://www.sena.co.th/register/niche-mono-sukhumvit-bearing  
4 คอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง-สีน้ำเงิน ไม่เกิน 3 ล้าน

4 คอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง-สีน้ำเงิน ไม่เกิน 3 ล้าน

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่คอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ มากมาย เหตุผลหลักที่หลายคนเลือกอยู่คอนโดฯ ก็คงหนีไม่พ้นความสะดวกสบายโดยเฉพาะเรื่องการเดินทาง ด้วยทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่มักอยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนและรถไฟฟ้าหลากหลายสาย แต่คอนโดฯ ที่แวดล้อมด้วยความสะดวกสบายเช่นนั้นราคาก็มักจะสูงลิ่ว เห็นราคาแล้วก็ถอดใจสู้ไม่ไหวใช่ไหมคะ พวกเราทีมงาน Review Your Living เข้าใจดีค่ะ วันนี้เราจึงรวบรวมรีวิวคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีน้ำเงิน (บางซื่อ - เตาปูน) ที่จะเชื่อมต่อกันในเดือนสิงหาคม 2560 นี้ โดยไม่ต้องต่อรถให้ยุ่งยากเสียเวลา เพื่อเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจค่ะ บอกเลยว่านอกจากการเดินทางสะดวกสบายไม่แพ้คอนโดฯ กลางเมืองแล้ว ราคายังโดนใจประหยัดเงินได้อีกด้วย 1. The Politan Aqua  คอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากบริษัท Everland ที่ตอบรับทุกการใช้ชีวิตอย่างพิถีพิถันด้วยแนวคิดใหม่แบบ High-rise โดยมีจุดเริ่มต้นแนวคิดมาจากการสร้างสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกอาคารให้เอื้อต่อการอยู่อาศัยที่ดี ที่สำคัญคือตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและสายน้ำ ใจกลางความสะดวกในการเดินทางเข้าออก เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีสะพานพระนั่งเกล้า) และถนนหลักหลายสาย มีสาธารณูปโภคต่างๆ รายรอบมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.29 ล้านบาท อ่านรีวิวได้ที่ : https://goo.gl/c2Rjsq   2. Aspire Rattanatibet 2  อีกหนึ่งคอนโดฯ ติดรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้กับ Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 โครงการที่พักอาศัยคุณภาพ 25 ชั้น จาก AP ในทำเลที่ตั้งน่าสนใจ อยู่ห่างจากสถานีบางกระสอเพียง 200 เมตร ใกล้จุดขึ้น - ลงทางด่วนศรีรัช พร้อมยกระดับความปลอดภัยด้วยอาคารจอดรถเป็นสัดส่วนแยกจากอาคารที่พักอาศัย นอกจากนี้ยังตกแต่งให้บรรยากาศสไตล์รีสอร์ท ร่มรื่นด้วยสวนกลางขนาดใหญ่ ครบครันด้วย Fitness สระว่ายน้ำ ลานสันทนาการกลางแจ้ง ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาท อ่านรีวิวได้ที่ : https://goo.gl/iJ7CEs 3. Notting Hill Skyscraper Central Rattanathibet คอนโดมิเนียม High Rise ของออริจิ้น พร๊อพเพอร์ตี้ ที่จะมาเป็นแลนด์มาร์คใหม่บนถนนรัตนาธิเบศร์ ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ในรูปแบบตัวอาคารทรง Y-Shape สีเบอร์กันดี ดูโดดเด่นสะดุดตาจากการออกแบบร่วมกับ บริษัท อะตอม ดีไซน์ และยังชูจุดเด่นตั้งแต่ทำเลติดถนนใหญ่ คอนโดใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีแยกนนทบุรี) เพียง 250 เมตร ที่สำคัญคือสิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการจัดเต็มมาก ภายในห้องทุกยูนิตเป็นแบบ Fully Furnished มีเพดานสูงถึง 3 เมตร ออกแบบให้ดูโปร่งโล่งสบาย ในราคาเริ่มต้นที่ 1.5 ล้านบาทค่ะ อ่านรีวิวได้ที่ : https://goo.gl/WDLXdA   4. Ideo Mobi Wong Sawang Interchange เอาใจคนไลฟ์สไตล์เก๋ๆ กับคอนโดติดรถไฟฟ้าสายสีม่วง (สถานีบางซ่อน) เพียง 10 เมตร กับโครงการ Ideo Mobi วงศ์สว่าง อินเตอร์เซนจ์ ของ อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ กับคอนโดมิเนียม High Rise สูง 29 ชั้น ตัวอาคารดูโดดเด่นตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก สร้างเอกลักษณ์ให้แตกต่างจากโครงการอื่นโดยการร่นระยะเล่นระดับโซนด้านหน้าให้เป็นพื้นที่สีเขียวขจี โดยห้องทุกยูนิตขายแบบ Fully Fitted มาพร้อมชุดครัว สุขภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศ และ Digital Door Lock ในราคาเริ่มต้น 2.8 ล้านบาทค่ะ อ่านรีวิวได้ที่ : https://goo.gl/xerFX5 เป็นไงบ้างคะกับคอนโดฯ ที่เราเลือกมาแนะนำทั้งหมดนี้ รับรองว่าอยู่ในงบที่มนุษย์เงินเดือนแบบเราๆ เอื้อมถึง ลองคลิกลิงค์เข้าไปอ่านรีวิวให้ละเอียดก่อนได้นะคะ ถ้าอ่านแล้วรู้สึกชอบคอนโดติดรถไฟฟ้าโครงการไหนเป็นพิเศษ พวกเราทีมงาน Review Your Living แนะนำให้ติดต่อไปที่สำนักงานขายเพื่อขอเยี่ยมชมห้องตัวอย่างก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ เพราะการได้เห็นทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อมโดยรอบจริงๆ นั้นจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแน่นอนค่ะ เผลอๆ จะได้ถือโอกาสต่อรองขอโปรโมชั่นพิเศษหน้างานกันไปด้วยเลย :)
The Phenomenal 10 ปรากฏการณ์ครั้งแรกของ AP ที่คุณจะได้เป็นเจ้าของทาวน์โฮมทำเลดีก่อนใคร

The Phenomenal 10 ปรากฏการณ์ครั้งแรกของ AP ที่คุณจะได้เป็นเจ้าของทาวน์โฮมทำเลดีก่อนใคร

  ปีนี้เราได้เห็น AP เปิดตัวโครงการเจ๋งๆ บนทำเลสุดฮ็อตไปหลายโครงการ ซึ่งแทบทุกโครงการที่ผ่านมาก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ชนิดที่ Sold Out ไปตั้งแต่วันเปิดจอง Pre-sale กันเลยทีเดียว.... และเร็วๆ นี้ AP กำลังจะส่งกองทัพบ้านทาวน์โฮมใหม่ใจกลางเมือง ลงตลาดอีกชุดใหญ่พร้อมโปรโมชั่นพิเศษที่ไม่ควรพลาด ในงาน “The Phenomenal 10”   “The Phenomenal 10” คือการรวบรวมโครงการบ้านทาวน์โฮมใหม่ล่าสุด บน 10 ทำเลศักยภาพทั่วเมือง ซึ่งมี 2 แบรนด์ดังของ AP อย่าง “บ้านกลางเมือง” และ “Pleno” เป็นพระเอกของงานนี้ โดยทั้ง 2 แบรนด์จะนำเสนอบ้านทาวน์โฮมมาพร้อมราคา Pre-sale ที่ดึงดูดใจมากๆ (เริ่มที่ 1.69-8.99 ล้านบาท*) ตามด้วยข้อเสนอเร้าใจ “จ่ายน้อย คืน 100%” ซึ่งข้อเสนอนี้จัดขึ้นเพื่องานนี้เพียง 2 วันเท่านั้น และเพื่อจะไม่ให้พลาดข้อเสนอพิเศษแบบนี้ เราแนะนำให้คุณคลิกลงทะเบียนไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย https://goo.gl/xRDTVy  ก่อนจะไปเจอกันที่หน้างานวันที่ 19-20 สิงหาคมที่จะถึงนี้ นอกจาก High Light พิเศษ โปรโมชั่นเด็ดของงาน “The Phenomenal 10” ที่กล่าวไปข้างต้นนี้แล้ว เดี๋ยวเราไปดูกันค่ะว่า กองทัพบ้านทาวน์โฮมทั้งหมดนี้ มีโครงการอะไร ทำเลไหนบ้าง เพื่อการตัดสินใจในขั้นต้นก่อนจะไปจองบ้านที่ Sale Gallery ของแต่ละโครงการค่ะ ก่อนจะไปถึงข้อมูลของแต่ละโครงการ เราอยากจะพูดถึงจุดเด่นของแบรนด์ Pleno และ บ้านกลางเมือง กันซักหน่อยค่ะ ถ้าพูดถึงโครงการภายใต้แบรนด์ “Pleno” เราจะนึกถึงโครงการบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น ในราคาที่จับต้องได้ง่าย สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แบบไม่เกินเอื้อม โดยมากจะเริ่มต้นที่ช่วงราคา 2 ล้านบาทค่ะ การออกแบบบ้านของแบรนด์ Pleno ที่ผ่านๆ มา ถือว่าทำออกมาได้ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเลยค่ะ ทั้งในส่วนของหน้าตาที่สวยงามในสไตล์ Modern และพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านที่จัดมาให้ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ขณะเดียวกันภายในโครงการก็มักจะมี Facility เพียบพร้อม ทั้งพื้นที่สีเขียวร่มรื่น, Club House ที่มีพร้อมทั้งสระว่ายน้ำ และห้องฟิตเนส สำหรับการเปิดตัวแบรนด์ Pleno ทั้ง 6 โครงการในครั้งนี้ ต้องบอกว่าเป็นการนำเสนอ บ้านทาวน์โฮมซีรี่ส์ใหม่ ซึ่งมีความเรียบหรูมากขึ้น ในขณะที่แต่ละโครงการก็โดดเด่นด้วยการออกแบบซุ้มประตูทางเข้าโครงการ และ Club House ให้มีความอลังการไม่แพ้กัน มาถึงแบรนด์ “บ้านกลางเมือง” กันบ้างค่ะ ซึ่งหลายคนคงคุ้นหูกับชื่อ “บ้านกลางเมือง” กันมานานแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นแบรนด์ทาวน์โฮมสร้างชื่อให้กับ AP เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นแบรนด์ที่บุกเบิกตลาดทาวน์โฮม 3 ชั้น ในสังคมคุณภาพ ที่มักจะมีดีไซน์ของตัวบ้านมาให้ได้ว้าวกันบ่อยๆ ซึ่งโครงการบ้านกลางเมืองเน้นการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนเมืองที่ต้องการบ้านอยู่อาศัยสำหรับครอบครัวมากกว่าการเลือกอยู่คอนโด บ้านในแต่ละโครงการภายใต้แบรนด์นี้ จึงมักจะมีการปรับเปลี่ยนแบบแปลนของตัวบ้านอยู่บ่อยครั้ง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในแต่ละทำเลให้ได้ตรงใจที่สุด โดยไม่ลืมใส่ความหรูหรา และเลือกดีไซน์ล้ำสมัยนำเทรนตลาดอยู่เสมอ   แน่นอนว่า บ้านกลางเมือง ทั้ง 4 โครงการที่เปิดให้จองก่อนใครในครั้งนี้ ก็มีความพิเศษไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งในส่วนของทำเลที่ตั้ง ที่ยังคงอยู่ใกล้ใจกลางเมือง เดินทางสะดวกสบายได้หลายเส้นทาง รวมถึงแบบบ้านดีไซน์ใหม่ ซึ่งเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้เยอะขึ้น และฟังก์ชั่นการดีไซน์ที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัยค่ะ คงไม่ง่ายเลยที่จะมีโครงการบ้านทาวน์โฮมมาให้เราเลือกพร้อมๆ กันมากถึง 10 โครงการแบบนี้ ดังนั้นเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวัน และเป็นการง่ายต่อการเลือกบ้าน เราเลยจัดกรุ๊ปโครงการตามจุดเด่นเรื่องการเดินทางดังนี้ค่ะ เริ่มจากกรุ๊ปแรก เน้นทำเลที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า เดินทางเข้าออกเมืองสะดวก แถมใกล้ทางด่วน ซึ่งได้แก่ Pleno ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ Pleno ราชพฤกษ์ บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม5 ทั้ง 3 โครงการในโซนนี้ อยู่บนทำเลศักยภาพที่มีการเดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งเป็นสายที่เปิดใช้งานแล้วในปัจจุบัน ถ้าดูจากแผนที่ตั้งของแต่ละโครงการก็จะเห็นว่า ไม่ได้ไกลจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงมากนัก ทั้ง 3 โครงการต้องบอกว่า เดินทางสะดวกมากไม่ว่าเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า หรือจะเป็นการเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยรถส่วนตัว  ถนนราชพฤกษ์, ถนนกาญจนาภิเษก และทางด่วนสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ก็ถือว่าเป็นเส้นทางสายสำคัญที่จะทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าเดิมค่ะ ในรัศมีใกล้ๆ โครงการ “Pleno ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ” “Pleno ราชพฤกษ์” และ “บ้านกลางเมือง ราชพฤกษ์-พระราม 5” แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณูปโภค และแหล่งช็อปปิ้งมากมายเลยทีเดียวค่ะ เด่นๆ เลยคือช่วงวงเวียนพระราม 5 ซึ่งเป็นบริเวณที่รวมแหล่งช็อปปิ้งใหญ่ๆ ไว้ทั้ง The Walk, The Cystal, Home Pro และ Home Work โดยแต่ละห้างก็มีร้านอาหารให้เลือกมากมาย รวมถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ อันเป็นแหล่งจับจ่ายของใช้เข้าบ้านได้เป็นอย่างดี นอกจากบริเวณวงเวียนพระราม 5 แล้ว ขยับออกมาอีกนิดตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ก็มีทั้งห้างเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, Big C เลยไปอีกทางจนถึงบางใหญ่ก็ยังมี เซ็นทรัล West Gate, Index Living Mall และ Ikea ที่จัดเป็นแหล่งช็อปปิ้งยักษ์ใหญ่ประจำย่านเลยทีเดียว ใครที่คุ้นชินกับทำเลในแถบนี้ จะเห็นชัดเจนเลยว่า ความเจริญขยายตัวออกมาอย่างรวดเร็ว โซนราชพฤกษ์, ชัยพฤกษ์ และ พระราม 5 นี้ มีโครงการบ้านเกิดขึ้นมากมาย ร้านค้า ร้านอาหารเริ่มมีให้เห็นหนาตามากกว่าแต่ก่อน ยิ่งมีการเปิดใช้ “ทางด่วนสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก” เข้ามาอีก การจะตัดเข้าสู่โซนวิภาวดี, จตุจักร, ลาดพร้าว จึงประหยัดเวลาเดินทางขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ ใครที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อบ้านในย่านนี้ แนะนำให้ลองเลือกดูจาก 3 โครงการนี้เลยค่ะ ว่าโครงการไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณในกระเป๋ามากกว่ากัน ถ้างบประมาณเริ่มต้นจำกัดหน่อย “Pleno ชัยพฤกษ์-แจ้งวัฒนะ” อาจจะเป็นคำตอบที่ดี ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาทเท่านั้น กับทำเลที่เดินทางได้สะดวก มีรถไฟฟ้าอยู่ไม่ไกล หรือจะขยับมาที่ “Pleno ราชพฤกษ์” ก็ไม่เลวนะคะ ใกล้วงเวียนพระราม 5 มากหน่อย เดินทางเข้าออกเมืองได้หลายเส้นทาง ในราคาเริ่มต้นที่ 2.09 ล้านบาท แต่ถ้าอยากได้บ้านหลังใหญ่ และมีพื้นที่ใช้มากขึ้น เราแนะนำ “บ้านกลางเมือง ราชพฤษ์- พระราม 5” เลยค่ะ ราคาเริ่มต้น 3.59 ล้านบาท คุณจะได้บ้านทาวน์โฮมที่หรูหรา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสมราคาที่จ่ายไป มาดูกรุ๊ปที่สองกันบ้าง เน้นการเดินทางเข้าเมืองด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก บนทำเลสวยใกล้ถนนวงแหวน ซึ่งได้แก่ บ้านกลางเมือง สาทร - สุขสวัสดิ์ Pleno สุขุมวิท-บางนา ทำเลของโครงการในกรุ๊ปที่สองนี้ ต้องบอกว่าโดดเด่นมากๆ ค่ะ “บ้านกลางเมือง สาทร-สุขสวัสดิ์” ตั้งอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ส่วนต่อขยายในอนาคต เตาปูน-ราษฏร์บูรณะ) รอบๆ โครงการเดินทางได้สะดวกมากๆ ทั้งทางด่วนเฉลิมมหานคร, สะพานภูมิพล รวมถึงถนนวงแหวน กาญจนาภิเษก แถมยังแวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้ง แหล่งช็อปปิ้ง สถาบันการศึกษาชั้นนำ รวมถึงสถานพยาบาลเอกชนอีกหลายแห่ง เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยเป็นที่สุดค่ะ ในขณะที่ “Pleno สุขุมวิท-บางนา” ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยทำเลที่ดีที่สุดบนถนนบางนา-ตราด (กม.7) ซึ่งพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย สามารถเดินทางได้สะดวกเพราะมีเส้นทางลัดไปออก Mega Bangna ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การเดินทางเข้าออกเมืองเป็นเรื่องง่ายนิดเดียวค่ะ เพราะมีทั้งนถนนบางนา-ตราด และถนนวงแหวน กาญจนาภิเษกอยู่ใกล้แค่เอื้อม นอกจากนี้รอบๆ โครงการยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว รวมไปถึงสนามกอล์ฟ และสถานพยาบาลชั้นนำ แน่นอนว่า 2 โครงการในกรุ๊ปนี้ มีความแตกต่างกันค่อนข้างมากในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ราคา และกลุ่มเป้าหมาย แต่ความเพียบพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยนั้นดีไม่แพ้กันเลยนะคะ โครงการ “Pleno สุขุมวิท-บางนา” เปิดราคาเริ่มต้นมาที่ 2.99 ล้านบาท โครงการทำเลดีเกินราคา ซึ่งพร้อมกับฟังก์ชั่นบ้านแบบใหม่ที่เป็นสัดส่วนมากขึ้น และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในตัวบ้านให้มากขึ้น เพื่อการอยู่อาศัยที่รื่นรมย์กว่าเดิม ส่วนในฝาก “บ้านกลางเมือง สาทร-สุขสวัสดิ์” ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 8.99 ล้านบาท แต่ก็โดดเด่นด้วยแบบบ้านที่มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ คือ บ้านแฝด X-Trend ที่มีพื้นที่ใช้สอยเยอะสุดๆ และบ้านทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ล่าสุดของบ้านกลางเมือง ซึ่งเพิ่มฟังก์ชั่นให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการค่ะ ส่วนกรุ๊ปสุดท้ายนี้ ยังคงเน้นกลุ่มที่ใช้รถส่วนตัว เพราะทำเลสะดวกในการเดินทางเข้าเมืองด้วยทางด่วนค่ะ ได้แก่ Pleno พหลโยธิน-รังสิต Pleno พหลโยธิน-วัชรพล Pleno รามอินทรา-วงแหวน บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล บ้านกลางเมือง ลาดพร้าว - เสรีไทย บ้านทั้ง 5 โครงการนี้ จะตั้งอยู่ในค่อนไปทางโซนเหนือของกรุงเทพนะคะ ซึ่งทุกโครงการในกรุ๊ปนี้จะเน้นที่การเดินทางที่สะดวก ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทางด่วน เกือบทั้งหมดอยู่ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก ยกเว้นโครงการ “Pleno พหลโยธิน-รังสิต” ที่ฉีกไปอยู่ทางด้านทางด่วนโทลเวย์ดอนเมืองค่ะ ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าทำเลทั้งหมดจะปักหมุดอยู่ใกล้กับเส้นทางหลักๆ ในการเดินทางเข้าออกเมืองที่สะดวกและรวดเร็วนั่นเอง แบบบ้านของ AP ที่เลือกมานั้น ต้องบอกว่าเป็นแบบที่สวยโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดีทุกตัว โครงการ Pleno ในโซนนี้ จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.19-2.49 ล้านบาทค่ะ โดยทั้ง 3 โครงการนี้จะเน้นพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ ที่จะทำให้บรรยากาศร่มรื่นเหมาะกับการอยู่อาศัยมากขึ้นค่ะ ในขณะที่โครงการบ้านกลางกรุงทั้งสองทำเล มีราคาเริ่มต้นเพียง 3.89 ล้านบาทเท่านั้น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียงเท่านี้ แต่ได้บ้านทาวน์โฮม 3 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่า บ้านกลางเมืองในโซนนี้ดูจะคุ้มค่าคุ้มราคามากค่ะ ด้วยทำเลที่ตั้งที่ไม่ได้หนีกันมากกับโครงการอื่นๆ ในกรุ๊ปเดียวกัน เราเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะเทใจให้กับบ้านกลางเมืองมากกว่าแน่นอน   เป็นอย่างไรบ้างคะ กับกองทัพ “The Phenomenal 10” ที่ AP เตรียมไว้ให้จับจองก่อนใครในวันที่ 19-20 สิงหาคมนี้ ต้องบอกว่าเป็นบ้านทาวน์โฮมที่ตอบโจทย์คนเมืองได้ดีทีเดียวค่ะ ทั้งเรื่องทำเล และราคาเริ่มต้นพิเศษๆ แบบนี้ แคมเปญดีจัดเต็มขนาดนี้เชื่อว่าใครๆ ก็ต้องอยากจับจองเป็นเจ้าของอย่างแน่นอน แถมโปรโมชั่นเจ๋งๆ ก็จัดมาให้เพียง 2 วันเท่านั้นเองด้วย สนใจโครงการไหน อย่าลืมคลิกไปลงทะเบียนกันนะคะ https://goo.gl/xRDTVy  แล้วไปเจอกันที่ Sales Gallery ทั้ง 10 โครงการนี้กันเลย
ปักหมุด 3 ย่านธุรกิจแห่งอนาคตของกรุงเทพมหานคร รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ย่านพระราม9 - รามคำแหง, พัฒนาการ, ลาดพร้าว

ปักหมุด 3 ย่านธุรกิจแห่งอนาคตของกรุงเทพมหานคร รองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ย่านพระราม9 - รามคำแหง, พัฒนาการ, ลาดพร้าว

หากพูดถึงย่านธุรกิจที่สำคัญ คนส่วนมากจะนึกถึงพื้นที่บริเวณใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจุบันมีอีก 3 ย่านใหม่ที่น่าจับตามอง เรียกได้ว่าเป็นย่านธุรกิจแห่งอนาคตที่ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมือง โดยมีการลงทุนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งมวลชน ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงานต่างๆ พร้อมทั้งบรรยากาศแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่าน ปัจจัยเหล่านี้จึงเข้ามาตอบโจทย์คนเมืองยุคใหม่ที่รักอิสระ ชื่นชอบความเป็นส่วนตัวในการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง มาดูกันว่าย่านธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร มีความพิเศษและน่าสนใจอย่างไรบ้าง   ย่านพระราม9-รามคำแหง   พระราม9-รามคำแหง เป็นย่านที่อยู่กึ่งกลางระหว่างในเมืองและชานเมืองออกไปทางตะวันออก ทำให้การเดินทางสะดวกและหลากหลาย ไม่ว่าจะขับรถหรือใช้บริการขนส่งมวลชน เพราะเป็นจุดตัดระหว่าง ถ.รามคำแหงและถ.พระราม 9 สำหรับคนที่ขับ รถ ถ้ามุ่งหน้าเข้าเมืองอีกนิดเดียวจะสามารถไปถึงทองหล่อได้ใน 5-10 นาที ส่วนทางเลือกของคนที่ไม่ได้ขับรถนั้น สามารถเดินทางด้วยรถแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ สถานีรามคำแหง ที่จะสามารถพาไปยัง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ รวมถึงย่านธุรกิจอย่างถนนเพชรบุรี ไปสุดทางที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพญาไท ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการเดินทางสู่สถานีรถไฟฟ้าสยาม ต่อไปยังสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิทและสายสีลมได้ไม่ยาก ซึ่งในอนาคตการเดินทางในย่านพระราม9 – รามคำแหงนี้ก็จะมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพราะจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มให้สามารถเดินทางไปยังมีนบุรีจนถึงตลิ่งชัน ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563 นอกจากย่านนี้จะมีห้างสรรพสินค้ามากมาย อย่างห้างเดอะ ไนน์ พระราม9 แหล่งช้อปปิ้งที่เอาใจคนรักสุนัขและแมว ให้พาไปเดินเล่นได้แล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของคาเฟ่เก๋ๆ ให้สามารถใช้เวลาชิลๆ อ่านหนังสือหรือนั่งทำงานอีกด้วย อาทิ ร้าน One of a kind, ร้าน Hey 53 เรียกว่าแม้บริเวณโดยรอบจะค่อนข้างคึกคัก แต่ก็มีมุมสงบซ่อนอยู่ คนที่มีโลกส่วนตัวสูง หากมีที่พักในย่านนี้ก็คงจะถูกใจไม่น้อย ขณะที่ย่านพระราม 9 – รามคำแหง ยังถือเป็นหนึ่งในย่านที่เหมาะแก่การลงทุน ด้วยอัตราการเจริญเติบโตของราคาที่ดินในย่านดังกล่าวที่สูงขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบจากอัตราราคาที่ดิน 1 แสนบาทต่อตารางเมตรในปี 2555 มาเป็น 3 แสนบาทต่อตารางเมตรในปี 2560  และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง   ย่านพัฒนาการ   ย่านพัฒนาการเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีความลงตัว ทั้งแง่สีสันของความเป็นเมืองและความเรียบง่ายของชุมชน บรรยากาศแวดล้อมเหมาะแก่การอยู่อาศัย พร้อมกับการเดินทางที่เชื่อมไปยังถนนหลักๆ หลายสาย เช่น ถนนเพชรบุรี ถนนสุขุมวิท 71 และถนนรามคำแหง ซึ่งทำให้เดินทางมายังอโศก ทองหล่อ อ่อนนุช หรือเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิก็ไปได้ง่ายไม่แพ้กัน ด้วยทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์และทางพิเศษศรีรัชที่ทำให้การเข้าถึงบริเวณพัฒนาการและออกนอกเมืองได้สะดวกยิ่งขึ้น ความเจริญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดคอมมูนิตี้มอลล์ขึ้นหลายแห่ง บนถนนพัฒนาการก็จะมี ลอนดอน สตรีท คอมมูนิตี้ ฟู้ดมอลล์ แห่งแรกของเมืองไทย ที่ยกเอาแลนมาร์คของอังฤกษมาใช้ในการออกแบบ สำหรับคนที่เป็นสายกิน พัฒนาการยังเต็มไปด้วยร้านเด็ดเจ้าเก่าประจำย่านที่ควรไปชิม อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นยาจีนรสชาววัง พัฒนาการ47 ที่การันตีความอร่อยยาวนานกว่า 30 ปี ส่วนคนที่หลงใหลธรรมชาติ ขับรถต่อไปอีกสักนิด ก็จะสามารถไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ “โครงการป่าในกรุง” ของสถาบันปลูกป่า ปตท. แหล่งเรียนรู้การปลูกป่าเชิงนิเวศแบบยั่งยืน ที่ทำให้ชาวเมืองสามารถสัมผัสบรรยากาศแบบการเที่ยวป่าในเมืองได้ ย่านพัฒนาการถือเป็นหนึ่งในย่านที่น่าจับตามอง ด้วยการผสมผสานของคอมมูนิตี้มอลล์ที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง เข้ากับธรรมชาติที่ยกมาไว้ในเมืองและสถานที่เหมาะสำหรับทำกิจกรรมนอกบ้าน ทำให้ย่านนี้ตอบโจทย์ทั้งคนที่การต้องการหาทำเลสำหรับอยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน เพราะมีแนวโน้มการเจริญเติบโตของราคาที่ดินอย่างก้าวกระโดดถึง 40% ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา   ย่านลาดพร้าว   ลาดพร้าวถือเป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตในแง่ของมูลค่าเพิ่มของที่ดินสูงถึง 30%  สังเกตได้จากโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นถนนหรืออุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ ประกอบกับการเดินทางที่สะดวก รวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ที่มอบความสะดวกสบายในการเดินทางให้สามารถไปยังหัวลำโพง และ เตาปูนได้ไม่ยาก รวมไปถึงการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในอนาคตอย่าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะเปิดให้ใช้บริการในปี 2563 ที่ครอบคลุมการเดินทางในตอนเหนือของกรุงเทพฯ ทำให้ผู้พักอาศัยย่านลาดพร้าวสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังสะพานใหม่-คูคต ได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ การประกาศแผนการพัฒนาขนาดใหญ่ (Mega Project) สำหรับพื้นที่โดยรอบบริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต บนเนื้อที่กว่า 60 ไร่ ให้กลายเป็นโครงการมิกส์ยูส (Mix-use) ขนาดใหญ่ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ย่านลาดพร้าว รวมไปถึงหมอชิตกลายเป็น ‘ฮับ’ ด้านการคมนาคม พื้นที่เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ ตลอดจนที่อยู่อาศัย เป็นผลให้ราคาที่ดินบริเวณดังกล่าวมีแนวโน้มในการปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้นย่านลาดพร้าวยังเป็นที่ตั้งของสถานศึกษา โรงพยาบาล อาคารสำนักงานไปจนถึงพื้นที่สีเขียวมากมาย ได้แก่ สวนจตุจักร สวนวชิรเบญจทัศ อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพ เป็นต้น เรียกว่าเป็นย่านที่พักอาศัยและไลฟ์ไสตล์ที่มีความโดดเด่นที่สุดในขณะนี้ และยังช่วยตอบโจทย์ทั้งในแง่การพักอาศัยและการลงทุนได้อย่างไร้ที่ติ หลายคนคงคุ้นเคยว่าลาดพร้าวเป็นย่านที่รวบรวมร้านอาหารเด็ดๆ แต่ใครจะรู้ว่า เสน่ห์เฉพาะตัวของย่านนี้ คือ การเกิดขึ้นของพื้นที่เล็กๆ ที่เป็นผลลัพธ์จากแรงบันดาลใจผสมผสานกับความรักในสิ่งที่ทำ จนกลายเป็นร้านสุดฮิปแปลกใหม่ของคนที่มีความชอบด้านต่างๆ เช่น ร้านแผ่นเสียง Garage Records , ร้าน Tint Bicycle ร้านจักรยานออกแบบได้ สไตล์คุณ, ร้าน Ninetails Bar & Booster ร้านอาหารกึ่งผับที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบร่วมสมัย สิ่งเหล่านี้ ล้วนตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการสะท้อนความเป็นตัวตนที่มีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน สำหรับหนุ่มสาวคนไหนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยใกล้ใจกลางเมือง 3 ย่านธุรกิจแห่งอนาคตนี้อาจจะเป็นอีกไอเดียที่ควรเก็บไว้พิจารณา เพราะใกล้ใจกลางเมืองแต่ยังตอบโจทย์ความสงบส่วนตัวในการอยู่อาศัย แวดล้อมด้วยร้านกาแฟ  ห้างสรรพสินค้า และศูนย์รวมความบันเทิงที่ครบครัน แถมยังมีทางเลือกการเดินทางที่สะดวกและหลากหลายไม่แพ้ย่านธุรกิจอื่นๆ อย่าง ‘โครงการเมทริส’ คอนโดมิเนียมไฮไรส์ แบรนด์ใหม่ล่าสุดภายใต้ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวเลือกที่เหมาะ อย่างยิ่งสำหรับกลุ่มมิลเลเนียล มาพร้อมดีไซน์ด้วยเอกลักษณ์แบบ มิด-เซ็นจูรี่ โมเดิร์น (Mid-Century Modern) ที่รวมความคลาสสิกและความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด  Remaster The Modern DNA  และ ยังเป็นคอนโดที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-friendly) อีกด้วย โดยจะเปิดตัวทั้งสามทำเลพร้อมกัน ได้แก่ โครงการเมทริส ลาดพร้าว, โครงการเมทริส พัฒนาการ และโครงการเมทริส พระราม9- รามคำแหง ผู้ที่สนใจโครงการสามารถติดต่อได้ที่ บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) โทร 02-116-1111 หรือ เว็บไซต์ http://www.mde.co.th
ชวนนั่งเล่นในกล่องสีดำ...ใจกลางเมืองทองหล่อ

ชวนนั่งเล่นในกล่องสีดำ...ใจกลางเมืองทองหล่อ

อาคารกล่องสีดำปิดทึบที่ดึงดูดสายตาจากการเลือกปิดฉากหน้าของอาคารไว้ด้วยหินขัด  ซึ่งเวลาโดนฝนจะกลายเป็นสีดำขลับแต่ช่วงเวลากลางวันจะเป็นสีเทา ทำให้ดูโดดเด่นและน่าสนใจมากขึ้น ในยุคดิจิตอลที่ผู้คนต่างไม่เคยหยุดนิ่ง แม้แต่สถานที่ไลฟ์สไตล์ก็กลายเป็นพื้นที่พบปะ พูดคุยงาน นัดประชุม หรือนัดเดท และแฮงก์เอ้าท์กับเพื่อนฝูงไปได้พร้อมๆ 72 COURTYARD คอมมูนิตี้มอลของคุณเชษฐ์ เชษฐโชติศักดิ์ (ลูกชาย เฮียฮ้อแห่ง RS) ผู้เนรมิตพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัวให้เป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของหนุ่มสาวชาวทองหล่อ ที่ไม่ได้มีดีแค่ กิน เที่ยว ชอปปิ้ง แต่ยังดีไซน์อาคารให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่โหยหาพื้นที่สีเขียว อันหาได้ยากในมหานครคอนกรีต บทความโดย Review Your Living สำหรับใครที่ผ่านไปมาย่านทองหล่อคงคุ้นตากับอาคารโมเดิร์นที่ดูโดดเด่นอยู่ริมถนนสุขุมวิท 55 พิกัดใจกลางเมืองที่ง่ายต่อการเดินทาง ดีไซน์ด้านหน้ากรุผนังทึบด้วยหินขัดสีเข้มขรึม ทรงกล่องปิดทึบ 2 กล่องเหนืออาคารสูง 3 ชั้น เน้นการโชว์สัจจะวัสดุอย่าง หินขัด ไม้ แสตนเลส กระจก ปูนเปลือย ยางแอสฟัลท์ และอะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักเพื่อบ่งบอกถึงความเท่และทันสมัย   ที่แปลกตาและน่าแปลกใจคือคอมมูนิตี้แห่งนี้แบ่งพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นสวนเขียวจี เริ่มจาก การเว้นคอร์ตกลางให้เป็นทางเดินเพื่อเชื้อเชิญผู้คนเดินเท้าที่คลาคล่ำอยู่บนถนนด้านหน้า ให้เข้ามาสู่พื้นที่ใช้สอยภายใน ทันทีที่มีผู้คนเดินเข้าไปจะเหมือนกับหลุดหายเข้าไปในกล่องสีดำเพื่อพบกับ Courtyard กึ่ง Outdoor ซึ่งภายในอาคารแบ่งออกเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ และคลับ เชื่อมต่อถึงกันหมดทุกชั้นด้วยบันได โดยใช้แทนลิฟต์และบันไดเลื่อนเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานไปในตัว ความพิเศษของคอมมูนิตี้แห่งนี้คือการเชื่อมต่อความเป็นภายในและภายนอกให้กลมกลืนด้วยความร่มรื่นของสีเขียวขจี พื้นที่ชั้นสองนอกจากเป็นคลับชื่อดังที่เปิดบริการในยามค่ำคืนนั้น ยังมีคอร์ตกลางขนาดใหญ่ ซึ่งออกแบบไว้รองรับผู้คนจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นพื้นนั่งเล่นชิลล์ๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ทำให้บรรยากาศดูสดชื่นและชวนผ่อนคลาย จนอดไม่ได้ที่จะมาชวนให้ทุกคนไป แชะ ชิม ชิลล์ กับคอมมูนิตี้กลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยความงามของวัสดุและธรรมชาติสีเขียวแห่งนี้ไปด้วยกัน พื้นที่คอร์ตกลางด้านหลังประกอบไปด้วยต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่ นอกจากจะให้ความร่มรื่นและสดชื่นแล้วยังเป็นพื้นที่ฟอกปอดของคนเมืองย่านทองหล่ออีกด้วย

1 2 3