รอบรู้เรื่องบ้าน

 

บทความแนะนำ

จะฝากชีวิตไว้กับใคร ไลฟ์สไตล์ต้องเข้ากัน

ถ้าเปรียบการใช้ชีวิตคนเราเหมือนการเลือกคู่ชีวิตก็คงไม่ผิดนัก เพราะในทุกๆ วันเราจะตามหาสิ่งรอบตัวที่เหมาะกับตัวเองตั้งแต่ก่อนก้าวออกจากบ้านอย่างเสื้อผ้าที่บ่งบอกแฟชั่นความเป็นตัวเอง อาหารการกินที่ชื่นชอบ ของใช้ทุกชิ้นที่เราต่างก็อยากเลือกด้วยตัวเองเพื่อให้ได้สิ่งที่โดนใจที่สุด เข้ากันกับเรามากที่สุดถึงจะไปด้วยกันได้อย่างสบายใจ แต่ละคนก็มีความชอบส่วนตัวแตกต่างกันไป บางคนชอบออกกำลังกาย บางคนชอบนั่งชิวร้านกาแฟ บางคนชอบออกไปเที่ยว บางคนชอบอยู่บ้าน ถึงแม้ว่าไลฟ์สไตล์ของทุกคนจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเราใส่ใจกันก็จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นตรงกลาง ซึ่งเป็นจุดที่เรียกว่าความลงตัว ก็เปรียบเสมือนพบเจอเนื้อคู่ที่สามารถเข้ากันได้ในทุกเรื่องราวของชีวิต สำหรับที่อยู่อาศัยก็เช่นกันค่ะ ต้องใส่ใจเลือกสิ่งที่ลงตัวกับครอบครัวของเราให้มากที่สุด เพราะการซื้อบ้านสักหลังก็เหมือนการเลือกฝากชีวิตไว้กับใครสักคนที่สามารถดูแลกันและกันไปทั้งชีวิต     ใครๆ ก็อยากมีบ้านในฝันเป็นของตัวเองกันทั้งนั้นใช่ไหมคะ แต่กว่าจะได้บ้านที่ตรงใจเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวของเราก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพบเจอ เพราะบ้านแต่ละหลังนั้นต้องประกอบด้วยรายละเอียดเล็กๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ใช่ คุณภาพวัสดุที่ต้องได้มาตรฐาน ความชำนาญในการก่อสร้าง ไปจนถึงความน่าเชื่อถือของบริษัทเจ้าของโครงการ เพราะบ้านจะอยู่กับครอบครัวของเราไปอีกยาวนานหลายสิบปี ยิ่งถ้าบ้านในฝันหลังนั้นเกิดขึ้นมาจากความใส่ใจในคุณภาพมาตั้งแต่แรก สิ่งดีๆ ก็ย่อมเกิดขึ้นกับทุกคนในครอบครัวของเรา       25 ปีมาแล้วนะคะที่ “พฤกษา” พัฒนาคุณภาพอย่างไม่หยุดหยั้ง คอยดูแลบ้านด้วยความใส่ใจมาตลอด ตั้งแต่รากฐานด้วยเทคโนโลยีการผลิตวัสดุก่อสร้างได้มาตรฐาน การออกแบบให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ใส่นวัตกรรมอันทันสมัยเพื่อชีวิตที่สะดวกสบายกว่าที่เคย เกิดเป็นสังคมที่มีสิ่งแวดล้อมดีๆ รอบตัวอย่างสร้างสรรค์ พร้อมด้วยบริการดูแลตั้งแต่ก้าวแรกตลอดจนการใช้ชีวิตในรั้วของพฤกษา และนี่คือ 5 แนวคิดหลักที่เกิดจากความใส่ใจลงไปในบ้านทุกหลัง เพื่อให้เป็นบ้านในฝันสำหรับทุกคน       ใส่ใจ...เทคโนโลยีการก่อสร้าง และการผลิต บ้านที่ดีไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม แต่ต้องมีรากฐานที่ดีมาตั้งแต่การใช้วัสดุและระบบการก่อสร้างอันทันสมัย ซึ่งพฤกษามีโรงงาน Pruksa Precast ผลิตคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป โดยใช้เทคโนโลยีจากเยอรมันนี สามารถมั่นใจได้กับคุณภาพแข็งแรง ทนทานทุกชิ้นก่อนออกจากโรงงาน เสริมด้วยระบบการก่อสร้างจากช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Pruksa REM (Pruksa Real Estate Manufacturing) การันตีจาก 2 รางวัลยอดเยี่ยมระดับโลกของงาน ASQ ’s 2012 World Conference สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด         ใส่ใจ...นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างสร้างสรรค์ เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่มักจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ยิ่งหากได้นวัตกรรมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับทุกคนในครอบครัวของเรา อย่างระบบปฏิบัติการ Pruksa Home Automation & Security System ที่สามารถควบคุมได้แค่ปลายนิ้วสั่งผ่าน Smartphone ทั้ง Smart Control ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ Remote Smart Camera กล้องรักษาความปลอดภัยภายในบ้านสามารถสั่งงานออนไลน์ได้ Smart Security สัญญาณกันขโมย และเครื่องจับความเคลื่อนไหว       ใส่ใจ...การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ กว่าจะได้บ้านแต่ละหลัง นั่นหมายถึงความทุ่มเทครั้งใหญ่ของชีวิต พฤกษาตระหนักดีถึงจุดนี้จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ตามเทรนด์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สร้างคุณค่าให้กับบ้านยุคใหม่ Safety Home บ้านแข็งแรงทนทานด้วยวัสดุได้มาตรฐาน ผ่านการคัดสรรจากโรงงานก่อนถึงไซต์ก่อสร้าง Healthy Home เพราะสุขภาพคือสิ่งสำคัญของครอบครัว พฤกษาจึงคิดตั้งแต่การวางผังบ้านเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับเมืองร้อนในบ้านเรา ใช้สีทาบ้านที่ไม่ระคายเคืองต่อระบบหายใจ ห้องน้ำไม่อับชื้นปราศจากเชื้อรา ฯลฯ Green Home ดูแลครอบครัวแล้วก็ต้องดูแลโลกของด้วยการประหยัดพลังงาน  อย่างการใช้หลังคาระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ฝ้าสำเร็จรูปป้องกันความร้อน การใช้ผนังสำเร็จรูปลดฝุ่น ลดมลภาวะ วัสดุสังเคราะห์ที่ลดปัญหาการทำลายธรรมชาติ ฯลฯ Smart Home เป็นสิ่งที่บ้านสมัยใหม่จะขาดไปไม่ได้เลยทั้งระบบ Home Automation ควบคุมบ้านด้วยรีโมทคอนโทรลหรือผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น การเปิด – ปิด ไฟฟ้า หรือระบบ Building Information Modeling การออกแบบ 3 มิติ ด้วยคอมพิวเตอร์ให้การสร้างบ้านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น     ใส่ใจ...สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้างอย่างสร้างสรรค์ บ้านของเราจะน่าอยู่ได้ไม่ใช่แค่ตัวบ้านเท่านั้น แต่สิ่งแวดล้อมรอบๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน รวมถึงสังคมดีๆ ที่พฤกษาออกแบบสังคมคุณภาพที่พัฒนาเฉพาะเพื่อคุณ Solar Cell ประหยัดพลังงานด้วยการดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ที่ส่วนกลาง แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางลงได้   Jogging Track สวนที่ออกแบบพิเศษสำหรับการออกกำลังกาย สำหรับคนรักสุขภาพ Bike Lane เลนสำหรับรถจักรยานโดยเฉพาะ ปั่นได้ปลอดภัยภายในโครงการ CCTV ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งบนถนนหลักถนนรอง และ Main Gate ในทุกๆ โครงการ   Double Security Gate เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยประตูทางเข้า 2 ชั้น   Fast Lane & Easy Pass แยกทางเข้า – ออก ระหว่างลูกค้าและแขกผู้เยี่ยมเยือน       ใส่ใจ...การบริการอย่างสร้างสรรค์ การบริการถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิดความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกด้วยทีมงานที่มีความชำนาญ ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเรื่องสินเชื่อ ไปจนบริการหลังการขายพร้อมดูแลคุณทุกปัญหา โดยสามารถแจ้งปัญหาผ่าน www.pruks.com ที่สะดวกครอบคลุมทุกช่วงเวลา ให้ได้กว่าคำว่าบ้าน   สิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือรากฐานที่ดีจะต้องมีตั้งแต่แรกเริ่มจนกลายเป็นบ้านในฝันของใครหลายคน คือความทุ่มเทจากพฤกษาที่พร้อมจะมอบบ้านคุณภาพที่ดีที่สุดส่งมอบให้กับลูกบ้านทุกคน เพราะ Pruksa ใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1739 หรือ Pruksa.com  

อยู่สบายไร้กังวล ล่าสุด

จะฝากชีวิตไว้กับใคร ไลฟ์สไตล์ต้องเข้ากัน

จะฝากชีวิตไว้กับใคร ไลฟ์สไตล์ต้องเข้ากัน

ถ้าเปรียบการใช้ชีวิตคนเราเหมือนการเลือกคู่ชีวิตก็คงไม่ผิดนัก เพราะในทุกๆ วันเราจะตามหาสิ่งรอบตัวที่เหมาะกับตัวเองตั้งแต่ก่อนก้าวออกจากบ้านอย่างเสื้อผ้าที่บ่งบอกแฟชั่นความเป็นตัวเอง อาหารการกินที่ชื่นชอบ ของใช้ทุกชิ้นที่เราต่างก็อยากเลือกด้วยตัวเองเพื่อให้ได้สิ่งที่โดนใจที่สุด เข้ากันกับเรามากที่สุดถึงจะไปด้วยกันได้อย่างสบายใจ แต่ละคนก็มีความชอบส่วนตัวแตกต่างกันไป บางคนชอบออกกำลังกาย บางคนชอบนั่งชิวร้านกาแฟ บางคนชอบออกไปเที่ยว บางคนชอบอยู่บ้าน ถึงแม้ว่าไลฟ์สไตล์ของทุกคนจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเราใส่ใจกันก็จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นตรงกลาง ซึ่งเป็นจุดที่เรียกว่าความลงตัว ก็เปรียบเสมือนพบเจอเนื้อคู่ที่สามารถเข้ากันได้ในทุกเรื่องราวของชีวิต สำหรับที่อยู่อาศัยก็เช่นกันค่ะ ต้องใส่ใจเลือกสิ่งที่ลงตัวกับครอบครัวของเราให้มากที่สุด เพราะการซื้อบ้านสักหลังก็เหมือนการเลือกฝากชีวิตไว้กับใครสักคนที่สามารถดูแลกันและกันไปทั้งชีวิต     ใครๆ ก็อยากมีบ้านในฝันเป็นของตัวเองกันทั้งนั้นใช่ไหมคะ แต่กว่าจะได้บ้านที่ตรงใจเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวของเราก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพบเจอ เพราะบ้านแต่ละหลังนั้นต้องประกอบด้วยรายละเอียดเล็กๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ใช่ คุณภาพวัสดุที่ต้องได้มาตรฐาน ความชำนาญในการก่อสร้าง ไปจนถึงความน่าเชื่อถือของบริษัทเจ้าของโครงการ เพราะบ้านจะอยู่กับครอบครัวของเราไปอีกยาวนานหลายสิบปี ยิ่งถ้าบ้านในฝันหลังนั้นเกิดขึ้นมาจากความใส่ใจในคุณภาพมาตั้งแต่แรก สิ่งดีๆ ก็ย่อมเกิดขึ้นกับทุกคนในครอบครัวของเรา       25 ปีมาแล้วนะคะที่ “พฤกษา” พัฒนาคุณภาพอย่างไม่หยุดหยั้ง คอยดูแลบ้านด้วยความใส่ใจมาตลอด ตั้งแต่รากฐานด้วยเทคโนโลยีการผลิตวัสดุก่อสร้างได้มาตรฐาน การออกแบบให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ใส่นวัตกรรมอันทันสมัยเพื่อชีวิตที่สะดวกสบายกว่าที่เคย เกิดเป็นสังคมที่มีสิ่งแวดล้อมดีๆ รอบตัวอย่างสร้างสรรค์ พร้อมด้วยบริการดูแลตั้งแต่ก้าวแรกตลอดจนการใช้ชีวิตในรั้วของพฤกษา และนี่คือ 5 แนวคิดหลักที่เกิดจากความใส่ใจลงไปในบ้านทุกหลัง เพื่อให้เป็นบ้านในฝันสำหรับทุกคน       ใส่ใจ...เทคโนโลยีการก่อสร้าง และการผลิต บ้านที่ดีไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม แต่ต้องมีรากฐานที่ดีมาตั้งแต่การใช้วัสดุและระบบการก่อสร้างอันทันสมัย ซึ่งพฤกษามีโรงงาน Pruksa Precast ผลิตคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป โดยใช้เทคโนโลยีจากเยอรมันนี สามารถมั่นใจได้กับคุณภาพแข็งแรง ทนทานทุกชิ้นก่อนออกจากโรงงาน เสริมด้วยระบบการก่อสร้างจากช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Pruksa REM (Pruksa Real Estate Manufacturing) การันตีจาก 2 รางวัลยอดเยี่ยมระดับโลกของงาน ASQ ’s 2012 World Conference สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด         ใส่ใจ...นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างสร้างสรรค์ เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่มักจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ยิ่งหากได้นวัตกรรมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับทุกคนในครอบครัวของเรา อย่างระบบปฏิบัติการ Pruksa Home Automation & Security System ที่สามารถควบคุมได้แค่ปลายนิ้วสั่งผ่าน Smartphone ทั้ง Smart Control ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ Remote Smart Camera กล้องรักษาความปลอดภัยภายในบ้านสามารถสั่งงานออนไลน์ได้ Smart Security สัญญาณกันขโมย และเครื่องจับความเคลื่อนไหว       ใส่ใจ...การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ กว่าจะได้บ้านแต่ละหลัง นั่นหมายถึงความทุ่มเทครั้งใหญ่ของชีวิต พฤกษาตระหนักดีถึงจุดนี้จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ตามเทรนด์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สร้างคุณค่าให้กับบ้านยุคใหม่ Safety Home บ้านแข็งแรงทนทานด้วยวัสดุได้มาตรฐาน ผ่านการคัดสรรจากโรงงานก่อนถึงไซต์ก่อสร้าง Healthy Home เพราะสุขภาพคือสิ่งสำคัญของครอบครัว พฤกษาจึงคิดตั้งแต่การวางผังบ้านเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับเมืองร้อนในบ้านเรา ใช้สีทาบ้านที่ไม่ระคายเคืองต่อระบบหายใจ ห้องน้ำไม่อับชื้นปราศจากเชื้อรา ฯลฯ Green Home ดูแลครอบครัวแล้วก็ต้องดูแลโลกของด้วยการประหยัดพลังงาน  อย่างการใช้หลังคาระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ฝ้าสำเร็จรูปป้องกันความร้อน การใช้ผนังสำเร็จรูปลดฝุ่น ลดมลภาวะ วัสดุสังเคราะห์ที่ลดปัญหาการทำลายธรรมชาติ ฯลฯ Smart Home เป็นสิ่งที่บ้านสมัยใหม่จะขาดไปไม่ได้เลยทั้งระบบ Home Automation ควบคุมบ้านด้วยรีโมทคอนโทรลหรือผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น การเปิด – ปิด ไฟฟ้า หรือระบบ Building Information Modeling การออกแบบ 3 มิติ ด้วยคอมพิวเตอร์ให้การสร้างบ้านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น     ใส่ใจ...สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้างอย่างสร้างสรรค์ บ้านของเราจะน่าอยู่ได้ไม่ใช่แค่ตัวบ้านเท่านั้น แต่สิ่งแวดล้อมรอบๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน รวมถึงสังคมดีๆ ที่พฤกษาออกแบบสังคมคุณภาพที่พัฒนาเฉพาะเพื่อคุณ Solar Cell ประหยัดพลังงานด้วยการดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ที่ส่วนกลาง แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางลงได้   Jogging Track สวนที่ออกแบบพิเศษสำหรับการออกกำลังกาย สำหรับคนรักสุขภาพ Bike Lane เลนสำหรับรถจักรยานโดยเฉพาะ ปั่นได้ปลอดภัยภายในโครงการ CCTV ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งบนถนนหลักถนนรอง และ Main Gate ในทุกๆ โครงการ   Double Security Gate เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยประตูทางเข้า 2 ชั้น   Fast Lane & Easy Pass แยกทางเข้า – ออก ระหว่างลูกค้าและแขกผู้เยี่ยมเยือน       ใส่ใจ...การบริการอย่างสร้างสรรค์ การบริการถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิดความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกด้วยทีมงานที่มีความชำนาญ ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเรื่องสินเชื่อ ไปจนบริการหลังการขายพร้อมดูแลคุณทุกปัญหา โดยสามารถแจ้งปัญหาผ่าน www.pruks.com ที่สะดวกครอบคลุมทุกช่วงเวลา ให้ได้กว่าคำว่าบ้าน   สิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือรากฐานที่ดีจะต้องมีตั้งแต่แรกเริ่มจนกลายเป็นบ้านในฝันของใครหลายคน คือความทุ่มเทจากพฤกษาที่พร้อมจะมอบบ้านคุณภาพที่ดีที่สุดส่งมอบให้กับลูกบ้านทุกคน เพราะ Pruksa ใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1739 หรือ Pruksa.com  
เรื่องน่าละเหี่ย อ่อนเพลียใจ ถ้าเจอในบ้านคุณ

เรื่องน่าละเหี่ย อ่อนเพลียใจ ถ้าเจอในบ้านคุณ

"บ้านคือวิมานของเรา" คำนี้หลายๆ คนคงคุ้นหูกันอยู่แล้ว แต่ถ้าบ้านมันไม่ใช่วิมานล่ะ 555 มันจะกลายไปเป็น "นรกบนดิน" ซะงั้น ที่คุณต้องทนอยู่ เพราะสิ่งต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นภายในบ้านเรา (ไม่รวมเมียนะ 555) สิ่งเหล่านี้ ที่จะก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ทำให้บ้านไม่น่าอยู่ น่าละเหี่ยใจ ลองมาดูว่า คืออะไร แล้วมีวิธีแก้ไข ได้อย่างไร     ข้อที่ 1 คนในบ้านเราเอง ที่เอาแต่เรื่องร้ายๆ เรื่องหนักใจ เข้าบ้าน อันนี้จริงครับ บางทีเรื่องไม่เป็นเรื่อง คนของเราก็ทำให้มันกลายเป็นเรื่องหนักอกหนักใจได้ทันที (เดาเอาเองเรื่องอะไร) เราเองก็ต้องมองโลกในแง่ดีไว้ ใจเย็นๆ ทุกเรื่องมีทางออก ทางแก้ไขเสมอ   ข้อที่ 2 หมอน อย่าให้มันเก่าไป เก่าจะยวบๆ หนุนแล้วติดเตียง ถ้าเรานอนหลับไม่สนิท ตื่นมาก็รู้สึกได้ว่า อ่อนเพลีย ไม่สบายตัว ไม่สดชื่น ทั้งๆ ที่นอนทั้งคืน แต่มันจะนอนไม่หลับ ไม่สบาย ถ้าหมอน มันนุ่มเกินไป หรือ แข็งจนสูงเกินไป ว่างๆ ลองตรวจดูหมอนที่คุณใช้หนุนว่ามันสบายต่อการนอนมั้ย ลองลงทุน หาซื้อหมอนดีๆ สักใบสองใบ ราคาหมอนดีๆ ก็ไม่น่าจะแพงนะ ชีวิตยามเช้าของคุณ อาจจะตื่อนขึ้นมาบนวิมานจริงๆ ก็ได้     ข้อที่ 3 การกลั้นหาว จะทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลีย เพราะ เมื่อเราง่วงแล้วเราไม่ไปนอน เอาแต่กลั้นไม่ให้หาว ง่วงก็ง่วง หาวก็ไม่หาว ร่างกายจะมีปฏิกริยา ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทั่วถึง (ออกแนววิชาการหน่อยนึง) >> นั่นสิ ง่วงก็ไปนอน จบ     ข้อที่ 4 ข้อนี้ เห็นด้วย ถ้าถึงเวลาที่ต้องซัก หรือเอาผ้าห่มไปตากแดด แต่ไม่เอาไปทำ แล้วนอนอยู่กับมัน พวกไร ฝุ่น จะทำให้เราหายใจไม่สะดวกติดขัด นอนหลับไม่สนิท หลับไม่เต็มตื่นได้ ตื่นเช้า แทบไม่อยากจะลุกจากเตียง อ่อนแอๆ...เพราะฝุ่นพวกนี้่เอง วิธีแก้ง่ายๆ เลย เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนหนุน หมอนข้างๆ บ่อยๆ แล้ว พวกหมอน หมอนข้าง ผ้านวม รวมถึงฟูก ถ้ามีเวลา ก็เอาไปตากแดด (เปรี้ยงๆ เลย) รับประกัน ไรฝุ่นตาย หายวับไปจากโลกนี้แน่นอน     ข้อที่ 5 การที่อยู่ใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้านานๆ และมากเกินไป ก็จะทำให้ร่างกายอ่อนล้า อ่อนเพลียได้ง่าย เพราะอุณหภูมิความร้อนที่กระจายออกมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้น ทำให้ร่างกายเราเสียน้ำ รวมถึงมีขั้วบวกที่ทำให้เกิดฮอร์โมนอ่อนเพลีย ซึมเศร้าได้ พยายามหลีกเลี่ยงนะ   ข้อที่ 6 บ้าน "รก" ถ้าตามหลักการอยู่อาศัยแล้ว ถ้าบ้านรก หันไปทางไหน มีของใช้วางระเกะระกะ จานชามก็ไม่ล้าง เกะกะขวางทาง รกรุงรังไปหมด ดูแล้วก็หงุดหงิด รำคาญใจ ก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายได้ และอีกทั้ง ในหลักฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข บ้านที่เราอยู่ ไม่ควร "รก" จะทำให้เรา ขาดพลังชีวิต (นั่นไง พลังหายไป) ดังนั้น เราควรต้องจัดบ้านให้น่าอยู่ สอาดสะอ้าน สบายตา เข้าไว้     ข้อที่ 7 หน้าต่างสกปรก ปกติแล้ว เราอยู่บ้าน ถ้าไม่เปิดแอร์ เราก็จะเปิดหน้าต่าง เพื่อที่จะให้ลมพัด ถ่ายเทเข้ามาในบ้าน หากหน้าต่าง มีฝุ่น แบคทีเรีย สิ่งสกปรกเกาะอยู่เต็มเลย เมื่อลมพัดเข้าบ้าน ก็จะพัดสิ่งสกปรกเหล่านี้เข้ามาในบ้านด้วย อาจจะทำให้คนในบ้าน ไม่สบาย เจ็บป่วย อ่อนเพลีย ได้   เท่าที่ยกมาให้ 7 ข้อ ผมว่ามันยังคงมีข้ออื่นๆ อีกเพียบ ที่ก่อให้เราอ่อนล้า อ่อนเพลีย เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น หากใคร มีความเห็นเพิ่มเติม ก็สามารถกรอก แสดงความคิดเห็นคุณในกล่องข้อความด้านล่างบทความนี้ได้เลยครับ     ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ วันนี้ บายๆ ไปก่อน เรียบเรียงโดย นาย OneFineDay ʕ•ᴥ•ʔ     ข้อมูลดีๆ ประกอบจาก Hunsa.com ภาพประกอบสวยๆ จาก Pixabay.com
วิธีรับมือเมื่อหลังคาบ้านรั่วซึม

วิธีรับมือเมื่อหลังคาบ้านรั่วซึม

รอยรั่วบนหลังคาเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ อาจเกิดจากอุบัติเหตุจากธรรมชาติ เช่น กิ่งไม้ร่วงใส่ ลมพายุ ใบไม้ทับถม หรือแม้แต่การเลือกใช้กระเบื้องที่มีรอยแตกหักมามุงหลังคา องศาในการมุงหลังคา การหันทิศทางของแผ่นกระเบื้อง การมุงไม่สนิท สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็ทำให้เกิดรอยรั่วได้ทั้งนั้น ความเสียหายที่อาจเกิดเมื่อหลังคารั่ว จะเกิดน้ำไหลผ่านหลังคาจนมาถึงเพดาน หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานก็จะทำให้บ้านกลายเป็นแหล่งขยายพันธุ์ของเชื้อรา ส่งผลให้คนในบ้านมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งยังทำให้บ้านมีคราบน้ำ ดูสกปรกอีกด้วย       วิธีรับมือเบื้องต้น เช็ครอยรั่ว หากมีน้ำหยดลงมาบริเวณฝ้าเพดาน ถ้าใช้ฝ้าเพดานชนิดที่สามารถเปิดได้ ก็ควรเปิดเช็ครอยรั่วว่ามาจากส่วนใดของหลังคา เพื่อที่จะได้แจ้งช่างซ่อมได้ถูกจุด   ซ่อมแซมด้วยตัวเอง ในกรณีที่มีรอยรั่วไม่มาก สามารถซ่อมได้ด้วยตนเอง ให้ซื้อวัสดุสำหรับงานซ่อมรอยรั่ว หรือวัสดุกันซึมมาอุดรอยรั่วเบื้องต้น ก่อนที่จะโทรตามช่างเพื่อซ่อมแซมหลังคาครั้งใหญ่   หมั่นทำความสะอาดหลังคาอยู่เสมอ หนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดรอยรั่ว คือ การผุพังของวัสดุอันเกิดมาจากการทับถมของซากใบไม้ และกิ่งไม้เป็นระยะเวลานาน การทำความสะอาดพื้นที่เหล่านี้จะช่วยให้หลังคาไม่ต้องแบกรับน้ำหนักที่มากเกินไป อีกทั้งยังสามารถระบายน้ำได้อย่างรวดเร็วเวลาที่ฝนตกหนักๆ อีกด้วย   การเลือกใช้รางน้ำฝนที่มีขนาดไม่สัมพันธ์กับหลังคา เช่น ขอบรางด้านนอกสูงกว่าด้านใน จึงทำให้ปริมาณน้ำฝนไหลย้อนกลับเข้าสู่ตัวบ้านจนเกิดรอยร้าว ทางแก้เบื้องต้น คือ เจาะรูระบายเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาน้ำฝนล้นรางตามมา   จะเห็นได้ว่าวิธีตรวจสอบหลังคาบ้านของเราว่ารั่วหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องยาก ทั้งนี้ควรตรวจสอบเป็นประจำทุกๆ ปี ไม่ต้องรอให้เข้าหน้าฝน หรือรอให้เห็นร่องรอยของน้ำก่อนแล้วค่อยตรวจสอบ ที่สำคัญควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มุงหลังคาที่มีคุณภาพ พร้อมช่างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การรับประกันหลังงานเสร็จ เพื่อความสบายใจของทุกคนในบ้านนะคะ   ขอบคุณแหล่งที่มา : www.eswc2010.com/วิธีรับมือเบื้องต้นเมื/ ภาพประกอบจาก : https://pixabay.com
ผู้หญิงเช่าห้องพักอยู่คนเดียว ควรระวังเรื่องอะไรบ้าง?

ผู้หญิงเช่าห้องพักอยู่คนเดียว ควรระวังเรื่องอะไรบ้าง?

สมัยนี้ภัยอันตรายต่างๆ นั้น มีอยู่ชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะรอบตัวเลยทีเดียว แถมยังไม่เกี่ยงด้วยว่าจะเกิดที่ไหนเวลาใด โดยเฉพาะกับคุณผู้หญิงที่ต้องเช่าห้องพักอยู่คนเดียว อาจจะเพราะต้องทำงาน หรือเรียนหนังสือไกลบ้านก็แล้วแต่ หากไม่ระมัดระวัง ก็ยิ่งจะพาให้ตัวเองมีโอกาสเกิดอันตราย กับทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้นไปอีก ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของคุณสาวๆ เอง หากจะหวังให้มีคนมาช่วยได้ทันในเวลาคับขัน เหมือนอย่างในละครหรือในภาพยนต์ ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ สิ่งสำคัญ จึงเป็นตัวคุณเอง ที่ต้องระมัดระวังความปลอดภัยของตัวเองให้ดีที่สุดและไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องตกอยู่ในความเสี่ยง โดยไม่จำเป็นอย่างเด็ดขาด สิ่งที่คุณสาวๆ ต้องให้ความสำคัญ เมื่อจำเป็นจะต้องเช่าห้องพักอยู่คนเดียว มีดังนี้ค่ะ     เลือกอยู่หอพักสตรี หากเป็นไปได้คุณสาวๆ ควรเลือกอยู่หอพักสตรีเท่านั้น ซึ่งจะช่วยเรื่องความปลอดภัยจากผู้ชายได้มากเลยทีเดียว   เลือกที่พักที่ไม่อยู่ในซอยลึกเกินไป ไม่ว่าจะเป็นหอพัก อพาร์ทเม้นท์ หรือคอนโดมิเนียม ควรพยายามเลือกที่พัก ที่ไม่อยู่ในซอยลึกเกินไป และเดินทางไป-กลับ เข้า-ออก ได้สะดวก และที่สำคัญ หากเป็นเวลากลางคืน ควรจะมีไฟที่ให้แสงสว่างข้างทาง โดยเฉพาะหากคุณต้องเลิกงานดึกๆ หรือทำงานเข้างานเป็นเวลา   สถานที่พักควรมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด เช่น มียามรักษาความปลอดภัย และระบบสกรีนคนเข้าออก โดยใช้การ์ด หรือการแลกบัตรประชาชน มีกล้องวงจรปิดทั้งด้านนอก และภายในบริเวณอาคาร และไม่ปล่อยให้คนนอก เข้าหรือออกได้ตามความพอใจ   ห้องที่มีระเบียงจัดการล็อคให้ดี ควรต้องระมัดระวัง อย่าลืมปิดแล้วจัดการล็อคให้ดี และหมั่นตรวจดูด้วยว่า ที่ล็อคมีความแข็งแรงหรือไม่ โดยเฉพาะหากระเบียงนั้น สามารถใช้บันไดปีนขึ้นมาบนห้อง หรือปีนจากห้องข้างๆ ข้ามเข้ามาได้ รวมไปถึงตรวจสอบความแข็งแรงของหน้าต่างด้วย   หากได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ควรตรวจดูผ่านตาแมว (ถ้ามี) หรือถามดูให้ให้แน่ใจก่อนว่าเป็นใคร ถึงค่อยเปิดประตูออกไปดู   สำรวจเพื่อนข้างๆ ห้อง โดยเฉพาะหากว่าเป็นผู้ชาย ก็ควรต้องหมั่นสังเกตถึงพฤติกรรม หากรู้สึกว่าเริ่มมีความไม่น่าไว้วางใจ ก็ควรระวังเป็นพิเศษ แต่หากดูแล้วพบว่ามีความเสี่ยงมากเกินไป แล้วสามารถย้ายห้องได้ ก็ควรจะย้ายไปในส่วนที่มีความปลอดภัยมากกว่า อย่าลังเล และทั้งหมดนี้ คือวิธีการที่จะช่วยปกป้องความปลอดภัย ให้กับคุณสาวๆ ในเบื้องต้นขอให้จำไว้ว่า อย่าประมาท อย่าเผลอเรอโดยเด็ดขาด มีสติ และระมัดระวังตัวเองตลอดเวลาเพราะอันตรายนั้น สามารถจะเกิดขึ้นกับคุณได้ทุกที่ ทุกเวลานั่นเองค่ะ   ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.plerne.com/ผู้หญิงพักคนเดียว/ ภาพประกอบจาก : https://pixabay.com/ https://unsplash.com/
5 ปัญหาแย่ๆ ที่ทำให้เพื่อนบ้านเกลียดโดยไม่รู้ตัว

5 ปัญหาแย่ๆ ที่ทำให้เพื่อนบ้านเกลียดโดยไม่รู้ตัว

เคยรู้สึกหงุดหงิดเพื่อนบ้านบ้างไหม… บางครั้งที่เพื่อนบ้านอาจทำให้เราไม่พอใจ หรือสร้างปัญหาใดๆ ขึ้นมา จนทำให้เราลำบากใจ…เพื่อนบ้านเกลียด จะโวยวายก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะผิดใจกัน เราขอแนะนำให้คุณรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านไว้ เพราะคุณเองก็คงไม่อยากต้องอยู่ในบ้านที่รายล้อมไปด้วยศัตรูหรอกใช่ไหม… ในยามที่เราไม่อยู่บ้าน เพื่อนบ้านจะเป็นหูเป็นตาที่ดีที่สุดสำหรับเรา ในกรณีที่เพื่อนบ้านของคุณสร้างปัญหาหรือทำให้คุณไม่พอใจ ควรพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจกันดีๆ ด้วยวิธีประณีประนอม ในขณะเดียวกัน บางครั้งคุณเองก็อาจทำให้เพื่อนบ้านไม่พอใจโดยที่คุณไม่รู้ตัวได้เช่นกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเพื่อนบ้านว่าเขาจะมาตักเตือนคุณไหม แต่ทางที่ดีที่สุดที่คุณจะสามารถอยู่ร่วมกับคนหมู่มากให้มีความสุขได้ คือต้องมองที่ตัวเองเสมอว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้น สร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้านหรือไม่ สร้างความลำบากใจให้ใครหรือเปล่า ซึ่งปัญหาที่เรามักทำโดยไม่รู้ตัวกันมีดังนี้   1.ต้นไม้ยื่นออกมาในบริเวณบ้านคนอื่น   นี่เป็นปัญหาที่เบสิกสุดๆ ปัญหาหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับคนที่รักสวน และชอบความร่มรื่นก็มักจะปลูกต้นไม้ใหญ่หลายๆ ต้น ในบริเวณบ้าน ซึ่งในช่วงแรกๆ อาจไม่มีปัญหา แต่เมื่อต้นไม้โตขึ้น แผ่กิ่งก้านสาขามากมาย ก็อาจทำให้เราหลงลืม และไม่ใส่ใจ ยิ่งเป็นต้นไม้ใหญ่ๆ ก็ถูกปล่อยตามธรรมชาติ ในขณะเดียวกันบางทีกิ่งก้าน หรือใบไม้ต่างๆ ของต้นไม้บ้านเรา อาจปลิวไปตกที่บริเวณบ้านคนอื่น สร้างความรกและสกปรก ให้กับเพื่อนบ้านโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว   วิธีแก้ปัญหา: เลือกปลูกต้นไม้ให้ห่างจากบริเวณที่ติดกับบ้านคนอื่น คอยดูแล ตัดแต่งต้นไม้เป็นประจำ เพื่อทำให้กิ่งก้านของต้นไม้ไม่รกจนเกินไป และใบไม้จะได้ไม่ปลิวร่วงไปนอกบริเวณ   2.สวนแนวตั้งทำให้บ้านคนอื่นชื้น สำหรับบ้านที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่อย่างทาวน์โฮมหรือตึกแถว แต่อยากมีพื้นที่สีเขียว หลายบ้านจึงเลือกทำสวนแนวตั้งเพื่อเพิ่มความร่มรื่นให้กับบ้าน แต่การทำสวนในรูปแบบนี้อาจทำให้บ้านของคนอื่นชื้นได้โดยไม่รู้ตัว หากไม่ได้รับการจัดพื้นที่ และดูแลอย่างเหมาะสม ซึ่งความชื้นที่เกิดจากสวนแนวตั้งนี้ สามารถสร้างความเสียหายให้กับผนัง/กำแพงของเพื่อนบ้านได้ อาทิ การเกิดเชื้อรา หรือสีกำแพงลอกล่อน   วิธีแก้ปัญหา: เลือกปลูกพรรณไม้จำพวกแคคตัสหรือไม้อวบน้ำ หรือไม้ทนแล้งอื่นๆ จะได้ไม่ต้องรดน้ำบ่อยๆ แถมดูแลง่ายอีกด้วย หรือจัดใส่ภาชนะปลูกให้เป็นระเบียบ ลายละเอียดไม่ต้องเยอะ ก็เท่ไปอีกแบบ   3.ที่ทิ้งขยะ โชคดีที่หมู่บ้านในยุคสมัยนี้เริ่มมีถังขยะในบ้าน ที่สามารถเปิดได้จากทั้งในบ้านและนอกบ้าน สะดวกสำหรับทั้งคนทิ้งและคนเก็บ แต่สำหรับหมู่บ้านเก่าหรือในชุมชนที่ไม่มีที่ทิ้งขยะ การกองถุงขยะทิ้งไว้หน้าบ้านอาจทำให้ทัศนียภาพเสีย หน้าบ้านไม่น่ามอง แถมยังส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์รบกวนไปทั่วอีกด้วย ซึ่งถ้าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น เพื่อนบ้านต้องไม่ชอบใจแน่นอน   วิธีแก้ปัญหา: หาถังขยะมาตั้งไว้หน้าบ้าน พร้อมฝาปิดอย่างมิดชิด เพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวน และที่สำคัญควรรักษาความสะอาดบริเวณหน้าบ้านด้วย   4.ต่อเติมบ้าน เชื่อว่ามีหลายบ้าน เมื่ออยู่บ้านไปนานๆ จนบ้านเริ่มเก่า อาจรู้สึกเบื่อ จึงทำให้อยากปรับเปลี่ยน เพิ่มเติม หรือแก้ไขปัญหาสึกหรอต่างๆ ซึ่งการลงมือต่อเติมใดๆ ก็แล้วแต่มักจะส่งเสียงดังรบกวนไปทั่ว หรือการต่อเติมในจุดที่เป็นส่วนรวมของบ้านทั้ง 2 หลัง เช่นกำแพงรั้ว หากเราทำไปโดยพลการอาจทำให้เพื่อนบ้านไม่พอใจ เพราะว่าการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบต่อบ้านของเขาด้วย   วิธีแก้ปัญหา: ควรเจรจาบอกกล่าวเพื่อนบ้านก่อนลงมือทำการต่อเติมใดๆ แจ้งให้เพื่อนบ้านรับรู้ก่อนว่า เราจะปรับปรุงบ้านช่วงวันไหน อาจจะเกิดเสียงดังรบกวน ควรขอโทษไว้ก่อน จะช่วยทำให้เพื่อนบ้านไม่รู้สึกติดใจอะไรมาก กรณีที่จะทำการต่อเติมในจุดที่เป็นส่วนรวมก็ควรขออนุญาต และชี้แจงกับเพื่อนบ้านให้เรียบร้อยก่อนลงมือทำ   5.ที่จอดรถ ยกให้เป็นสุดยอดของปัญหาที่น่าปวดหัวปัญหาหนึ่ง เพราะการจอดรถไว้หน้าบ้านนอกจากจะสร้างความลำบากให้กับเพื่อนบ้านแล้ว ยังทำให้ผู้ที่สัญจรไปมาหงุดหงิดอีกด้วย เวลาเพื่อนบ้านจะออกไปข้างนอกแล้วติดรถเราอยู่ออกไม่ได้ อาจทำให้เขาเสียเวลาได้   วิธีแก้ปัญหา : อันดับแรกควรซื้อบ้านที่มีที่จอดรถพอสำหรับจำนวนรถที่มี หากอยู่ทาวน์เฮ้าส์ก็ไม่ควรมีรถไว้ถึง 3-4 คัน เพราะการจอดรถไว้หน้าบ้าน เป็นการรบกวนคนอื่น ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าบ้านของเราก็ตาม แต่ถนนหน้าบ้านมีไว้ให้ทุกคนได้ใช้ร่วมกัน สำหรับสัญจรไปมา ไม่ใช่คิดว่าเป็นหน้าบ้านตัวเองแล้วจะจอดได้ ควรคำนึงถึงความเหมาะสม หากถนนมีความกว้างมากพอที่จะให้รถขับผ่านได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่เพื่อลดปัญหาดังกล่าวเมื่อกลับถึงบ้านควรถอยรถจอดในบ้าน น่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ส่วนในกรณีที่ถ้าเจ้าของบ้านเป็นคนเพื่อนเยอะ  มีเพื่อนมาหามากจนบริเวณหน้าบ้านไม่มีที่จอดรถ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนอื่น ควรให้เพื่อน/แขก ที่จะมาพบจอดรถไว้บริเวณส่วนกลางก็ช่วยทำให้ไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ได้   แน่นอนว่าหลายๆคนน่าจะเคยเจอกับปัญหาเหล่านี้มาบ้างแล้ว เคยเบื่อหน่าย หงุดหงิดเพื่อนบ้าน แต่อย่าลืมว่าบางครั้งเราก็อาจทำเรื่องที่น่าหงุดหงิดเหล่านี้เช่นกัน ทางที่ดีคือควรใส่ใจซึ่งกันและกัน อะไรที่เราไม่ชอบ ก็ไม่ควรทำกับคนอื่น และเมื่อมีปัญหาควรหาวิธีประนีประนอมคุยกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ในภายภาคหน้าค่ะ   ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.baanlaesuan.com/49134/ideas/neighbor_problem/ ภาพประกอบจาก : https://pixabay.com
5 ของตกแต่งบ้าน เพิ่มความโรแมนติกให้บ้านคุณ

5 ของตกแต่งบ้าน เพิ่มความโรแมนติกให้บ้านคุณ

1. ดอกไม้ สิ่งที่เป็นตัวแทนของความโรแมนติก คงหนีไม่พ้น ดอกไม้ เพราะดอกไม้เป็นสิ่งที่สวยงาม ความมีชีวิตชีวา ใครเห็นก็รู้สึกสดชื่น คนรักก็มักจะมอบช่อดอกไม้ให้แก่กันเพื่อแสดงความรัก หากมุมของบ้านมีดอกไม้ประดับอยู่ในแจกัน ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ ซึ่งในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องใช้ดอกไม้สดเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถใช้ดอกไม้ประดิษฐ์แทนได้ บางทีอาจจะสวยงามกว่าของจริงซะด้วยซ้ำ   2. แสงเทียน หากนึกถึงบรรยากาศโรแมนติก แสงจากเทียน เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่นิยมนำมาเป็นของตกแต่ง ให้อารมณ์ความรู้สึกผ่อนคลาย ดูอบอุ่น เราสามารถใช้เชิงเทียนมาเป็นของตกแต่งบ้านได้ ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเชิงเทียนเดี่ยว แบบ 3, แบบ 5, แบบ 7 หรือแบบ 9 เล่ม โดยแสงสว่างก็จะเพิ่มตามจำนวนเล่มเทียน แต่ถ้ากังวลเรื่องการเกิดเพลิงไหม้ ปัจจุบันได้มีผู้คิดค้นเทียนแบบใส่ถ่านแบตเตอรี่ ให้แสงไฟใกล้เคียงกับของจริงมาก การวางเชิงเทียน เหมาะกับการวางไว้บนโต๊ะอาหาร หรือโต๊ะที่อยู่ตามมุมห้อง ตามทางเดิน เพื่อใช้เป็นแสงสว่างได้อย่างลงตัว   3.รูปภาพ การใช้รูปภาพ หรือกรอบรูป มาประดับผนังของบ้าน จะช่วยให้ห้องไม่โล่งเกินไป และถ้าเป็นภาพวิวทิวทัศน์แนวธรรมชาติ หรือภาพคู่แต่งงาน ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ ยิ่งถ้ามีแสงเทียนส่องไปที่ภาพด้วยแล้ว ความรู้สึกคงจะเหมือนกลีบกุหลาบล่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าเลยทีเดียว แถมยังเป็นการย้ำเตือนความทรงจำในวันเก่าๆ ที่ความรักของคู่รักสุขงอม หวนให้นึกถึงคนึงหา   4. โคมไฟ ในบ้านหรือห้องนอน จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการติดหลอดไฟ เพื่อความสว่างในการอยู่อาศัย แต่ถ้าหากต้องการความโรแมนติก เราก็สามารถเลือกโคมไฟ ที่มีดีไซน์สวย แบบระย้า แบบรูปทรงแปลกตา มาช่วยเสริมให้บรรยากาศเป็นโทนสีละมุน โดยอาจจะใช้หลอดไฟสีอุ่น เช่น ส้มอ่อน รับรองห้องของคุณจะน่าอยู่มากขึ้น ใช้เวลาในบ้านมากขึ้น ได้อยู่กับครอบครัว   5. น้ำหอม น้ำหอมหรือน้ำหอมปรับอากาศ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของการสร้างความโรแมนติกให้กับบ้านของคุณ เพราะกลิ่นเป็นหนึ่งในสัมผัสทั้ง 5 สามารถช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เปลี่ยนอารมณ์และบรรยากาศของห้องได้ จึงไม่แปลกที่ห้องฮันนีมูนสูท จะใช้กลิ่นหอมของดอกไม้ มาช่วยสร้างบรรยากาศให้คู่รักรู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม   สำหรับใครที่กำลังอยากหาของตกแต่งบ้าน มาช่วยสร้างบรรยากาศความโรแมนติกในบ้าน ก็อย่าลืมนำของตกแต่งบ้านที่เราแนะนำ นำไปเป็นข้อมูลในการเลือกซื้อของกันดูนะค่ะ รับรองว่าจะช่วยให้คุณสร้างบรรยายกาศภายในห้องนอนได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้คุณมีช่วงเวลาดีๆ กับคนรักอีกด้วย ^_^   ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.wemall.com/blog/3500/5-decorating-romantic ภาพประกอบจาก : https://pixabay.com https://unsplash.com  
นอนหลับอย่างไร ให้เป็นสุข

นอนหลับอย่างไร ให้เป็นสุข

หากจะพูดว่าการนอนหลับมีส่วนสำคัญที่จะกำหนดคุณภาพชีวิตของเรา หรือนัยว่าเรานอนอย่างไร เหมือนกับที่พูดว่าเรากินอะไรเราก็เป็นอย่างนั้น (You are what you eat) ก็คงไม่ผิดนัก     ถ้าเรานอนหลับสนิทและนานพอเหมาะ เราจะตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส กระปรี้กระเปร่า ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจจะหมดไป ขณะเดียวกันร่างกายและจิตใจก็สามารถสังเคราะห์หล่อหลอมอาหารและประสบการณ์ที่รับเข้าไปในวันวานได้เต็มที่ ก่อเกิดเป็นคุณภาพของชีวิต (ในวัน) ใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังสร้างสรรค์ แต่ถ้าเรานอนหลับ ๆ ตื่น ๆ นอนน้อย เราจะตื่นขึ้นมาด้วยความง่วงเหงาหาวนอนยังงัวเงีย มึนงง คล้าย ๆ กับว่ายังไม่พร้อมที่จะเริ่มชีวิตในวันใหม่ แต่ถ้าสุดโด่งไปอีกข้างหนึ่งคือนอนมากเกินไป ก็จะเกิดความเกียจคร้านไม่อยากทำอะไร เหมือนเวลากินอาหารมากเกินแล้วร่างกายไม่อยากขยับหรือโยกย้ายไปไหน เรียกว่าเกิดภาวะสะสมมากเกินไป     ดังนั้น ถ้าต้องการทีคุณภาพชีวิตที่ดีก็ต้องดูแลเสาหลักแห่งการนอนหลับให้ดีด้วย ดีทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ปริมาณคือนอนจำนวนชั่วโมงที่พอเพียง ส่วนคุณภาพคือนอนหลับให้สนิท ถ้าได้นอนหลับลึกถึงขนาดที่เรียกว่า “ โยคะนิทรา ” (Yoka nidra) คือนอนหลับอย่างมีสมาธิ (Meditive sleep) ด้วยละก็ถือว่าเป็นสุดยอดของการนอนหลับเลยทีเดียว ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับที่น่าจะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น   นอนหัวค่ำตื่นแต่เช้า ควรเข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นแต่เช้า ดีกว่านอนดึกตื่นสาย ถ้าเป็นไปได้ควรเข้านอนอย่าให้เกิน 4 ทุ่ม เพราะช่วงเวลาระหว่าง 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่มนั้นตามหลักอายุรเวทถือว่าเป็นช่วงเวลาของธาตุดิน ธาตุน้ำ บรรยากาศโดยทั่วไปจะมีความหนักหน่วงโน้มนำให้นอนหลับได้ง่าย เหมือนกับธรรมชาติส่งสัญญาณให้รู้ว่าชีวิตในวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว ถึงเวลาของการพักผ่อนเสียที (ยกเว้นสัตว์บางประเภทที่มีวงจรชีวิตตื่นและหากินตอนกลางคืน) แต่ถ้าเลย 4 ทุ่มไปแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่ธาตุไฟเพิ่มขึ้นทำให้ร่างกายตื่นตัวอีกครั้ง และอาจส่งผลให้นอนไม่หลับ (ยกเว้นคนที่หลับง่ายและนอนดึกจนเคยชิน) ส่วนที่ให้ตื่นแต่เช้านั้นก็ประมาณว่า ช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเป็นช่วงที่ธรรมชาติเปี่ยมด้วยพลังชีวิต   เผื่อเวลาอาหารมื้อเย็น ควรเผื่อเวลาให้อาหารมื้อเย็นถูกย่อยให้เสร็จก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นั่นหมายถึงว่าควรกินอาหารมื้อเย็นให้เร็วสักหน่อย เพราะการนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ถ้ากินอาหารเสร็จแล้วเข้านอนโดยทันที จำทำให้อาการไม่ถูกย่อย เพราะกระเพราะอาหารทำงานไม่เต็มที่ ขณะเดียวหันก็จะนอนหลับไม่สนิทด้วย   ล้างหน้า ล้างมือ ล้างเท้าก่อนนอน ก่อนเข้านอนควรล้างมือ เท้า และหน้า และใช้น้ำมัน ( ถ้าได้น้ำมันงายิ่งดี ) นวดที่ฝ่าเท้า จะทำให้เกิดความผ่อนคลายและหลับสนิทขึ้น อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น คือดื่มนมต้มอุ่น ๆ สักแก้วก่อนนอน เนื่องจากมีคุณสมบัติชุ่มชื้น บำรุง อาการนอนไม่หลับนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากร่างกายตื่นตัว ความชุ่มชื้นของนมจะทำให้เกิดความหนืดหน่วงลดความตื่นตัวทำให้นอนหลับง่ายขึ้น   ไม่ทำกิจกรรมตื่นเต้นก่อนนอน ก่อนเข้านอนไม่ควรทำกิจกรรมใด ๆ ที่จะกระตุ้นให้ตื่นตัว เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เร้าใจชวนติดตาม เพราะจะทำให้คุณไม่อยากนอนหลับหรือนอนไม่หลับ หรือไม่ก็ทำให้หลับไม่สนิท เพราะเก็บเอาเรื่องราวที่ดูหรืออ่านไม่เป็น ถ้าจะฟังเพลงเพราะฟังดนตรีที่นุ่นนวลชวนให้อารมณ์และจิตใจผ่อนคลายช่วยให้หลับง่ายขึ้น ถ้าต้องการหลับให้สนิทและจิตใจได้พักผ่อนอย่างสมบูรณ์ ควรจะทำจิตใจให้สงบโดยการสวดมนต์และทำสมาธิ การทำสมาธิก่อนนอนจะทำให้หลับได้ลึกอย่างที่เรียกว่า “ โยคะนิทรา ” คือหลับแบบมีสมาธิได้   ท่านอนต้องเหมาะสม ท่าและทิศในการนอนก็มีผลต่อการนอนหลับด้วยเหมือนกัน ท่านอนตะแคงขวาจะทำให้รูจมูกซ้ายโล่งเพราะน้ำหนักตัวไปลงที่ร่างกายซีกขวา รูจมูกซ้ายสัมพันธ์พลังเย็น เมื่อเปิดโล่งจะทำให้ร่างกายชุ่มเย็นและผ่อนคลาย การนอนตะแคงขวาจึงทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น ส่วนท่านอนตะแคงซ้ายจะทำให้รูจมูกขวาซึ่งสัมพันธ์กับพลังร้อนเปิดโล่ง มีผลทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น จึงเหมาะที่จะเป็นท่านอนช่วงสั้น ๆ ก่อนหรือหลังอาหารมากกว่า ไม่เหมาะที่จะเป็นท่าในการนอนหลับเพราะมีผลทำให้ร่างกายร้อนขึ้น ท่านอนหงายมีผลทำให้การไหลเวียนของพลังในร่างกายไม่ดี ทำให้ธาตุลมกำเริบ ส่วนท่านอนคว่ำเป็นท่าที่ไม่เหมาะสมที่สุด เพราะร่างกายโดยเฉพาะบริเวณท้องและอกถูกกดทับทำให้หายใจไม่สะดวก   ไม่ควรนอนกลางวัน โดยทั่วไปแล้วไม่ควรนอนกลางวันเพราะทำให้อาหารไม่ย่อยและเป็นไข้ได้ ยกเว้นในฤดูร้อนที่อนุโลมให้นอนหลับตอนกลางวันได้ เพราะอากาศร้อนทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย การนอนกลางวันจะช่วยฟื้นคืนพลังได้ หรือคนแก่ เด็กเล็ก คนที่ร่างกายอ่อนเพลีย หรือเหน็ดเหนื่อยจากการมีเพศสัมพันธ์ การใช้แรงมากๆ จากการเดินทางหรืออดนอน อนุโลมให้นอนตอนกลางวันได้เพื่อชดเชยพลังที่สูญเสียไป   ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก สสส.
ข้อควรระวังสำหรับการอาบน้ำ

ข้อควรระวังสำหรับการอาบน้ำ

การอาบน้ำชำระร่างกาย มีความละเอียด มีมุมมอง และเทคนิคต่างๆ มากมาย ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากน้ำเพื่อผลในการกระตุ้นร่างกาย ฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย       1. ควรงดการอาบน้ำในบุคคลเหล่านี้ คือ คนที่มีไข้สูง หรืออยู่ในระยะที่เริ่มจะมีอาการไข้เฉียบพลัน, ผู้ป่วยโรคหัวใจรุนแรง, โรคเลือดจาง, โรคไตวายรุนแรง, คนที่ดื่มเหล้าเมา 2. โรคที่ติดต่อกันง่าย เช่น วัณโรค แผลติดเชื้อที่ผิวหนัง ไม่ควรอาบน้ำในสระหรือที่สาธารณะร่วมกัน และควรใช้อุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวเท่านั้น 3. คนที่มีโรคความดันสูง โรคหัวใจขาดเลือด ไม่ควรแช่น้ำร้อนนานเกิน 10 นาที ในขณะที่แช่น้ำร้อนควรถูนวดตัวไปด้วย เพื่อช่วยให้การไหลเวียนที่ผิวดีขึ้น 4. การแช่น้ำร้อนนานกว่าครึ่งชั่วโมง จะทำ ให้เลือดลงมาสะสมที่ผิวหนัง ส่งผลให้ไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ อาจเป็นลมได้ 5. ไม่ควรอาบน้ำในขณะเหงื่อออกมาก จะทำให้ไม่สบาย เพราะรูขุมขนกำลังเปิด ความเย็นจะเข้าสู่ร่างกาย 6. การอาบน้ำหลังกินข้าวอิ่มใหม่ๆ จะทำให้การย่อยอาหารมีประสิทธิภาพน้อยลง 7. การอาบน้ำร้อนปกติ อุณหภูมิไม่ควรเกิน 40 องศาเซลเซียส ยกเว้นกรณีพิเศษที่ต้องการผลเฉพาะ   ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก มูลนิธิหมอชาวบ้าน
การลดขยะในครัวเรือน Household waste reduction

การลดขยะในครัวเรือน Household waste reduction

หากใครมาบอกคุณว่า ขยะกำลังจะล้นโลก เมื่อสักสิบกว่าปีก่อนหน้านี้ คงฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อมถูกนำเสนอให้เราได้เข้าถึงความจริงอย่างรอบด้านอย่างทุกวันนี้ ปัญหาขยะล้นโลกย่อมจะไม่ใช่เรื่องเหนือจริงอีกต่อไป ถ้าเราไม่ร่วมมือกันป้องกัน กล่องพิซซ่า กล่อมโฟมข้าวมันไก่ แก้วชากาแฟ ถุงพลาสติกถุงกระดาษ เศษผักอาหาร ขวดแชมพู เครื่องสำอางฯลฯ เหล่านี้เป็นขยะที่มาจากครัวเรือนในบ้านเราแทบทั้งสิ้น ยิ่งเราอุปโภคบริโภคกันทุกวัน สร้างขยะจากเศษอาหารไม่ต่ำกว่าสามมื้อ จึงนับว่าขยะในครัวเรือนมีส่วนช่วยเพิ่มปัญหาทางสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษในปี 2559 พบว่าขยะทั่วประเทศมีจำนวนถึง 27.04 ล้านตัน และคาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกปี จนรัฐบาลได้พยายามดันปัญหาขยะให้เป็นวาระแห่งชาติ ถึงกับตั้งศูนย์ปฏิบัติการให้เป็นประเทศไทยไร้ขยะ   1. ใช้ถุงผ้า ไปตลาดหรือห้างคราวหน้าถือถุงผ้าไปช็อปปิ้ง การใช้ถุงผ้าใส่ของจะช่วยลดจำนวนถุงพลาสสติกได้ เมื่อกลับมาบ้านเราจะได้ไม่มีขยะถุงพลาสติกเหลือทิ้ง   2. ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเติม เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเติม (Refill) กับน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม สบู่เหลว อาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ ภายในบ้านของเรา นอกจากจะราคาถูกกว่าแล้วการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเติมจะเป็นการลดบรรจุภัณฑ์หีบห่อในส่วนที่เป็นขยะภายในบ้านได้ และยังเป็นการลดต้นทุนในการใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการผลิต ซึ่งจะเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมทางอ้อมได้อีกทางด้วย   3. แยกประเภทขยะภายในบ้าน เพื่อสะดวกแก่พนักงานผู้เก็บขยะ และเรายังสามารถนำขยะบางชนิดไปขายเพิ่มรายได้เข้าบ้านอีกด้วย เช่น ขวดพลาสสติก ขวดแก้ว กล่องกระดาษ ฯลฯ   4.ผลิตปุ๋ยใช้เองภายในครัวเรือน เศษพืชผัก ใบไม้สามารถนำมาหมักทำปุ๋ยใส่ต้นไม้และบำรุงดิน ลดการซื้อปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงแล้วยังมีสารพิษตกค้างด้วย   5.นำสิ่งของที่ใช้แล้วกลับมาหมุนเวียนดัดแปลงใช้ประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น ถุงพลาสติก ถุงกระดาษที่ไม่เปรอะเปื้อนให้เก็บไว้ใช้ใส่ของ ใครมีไอเดียบรรเจิดจะนำ ขวดแก้ว ขวดพลาสติก กระป๋องเครื่องดื่ม มาดัดแปลงเป็นกระบอกใส่ของ หรือกระถางต้นไม้ก็ไม่ว่ากันและหากมีเศษกระดาษสำนักงานเหลือใช้ ก็สามารถนำมาตกแต่งไว้เป็นกระดาษโน๊ตหรือทำเป็นสมุดทำมือก็เก๋ไม่เบา   เห็นไหมว่าการจัดการลดขยะในครัวเรือนเราเองก็สามารถทำได้ง่ายๆ ซึ่งนอกจากบ้านเราจะดูสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามขึ้นแล้ว เราเองยังมีส่วนช่วยลดปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมให้กับโลกที่เรารักอีกด้วย     ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.livingdd.com/household-waste-reduction/ ภาพประกอบจาก : https://pixabay.com

ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ล่าสุด

ตำแหน่งขุมทรัพย์ ตามหลักฮวงจุ้ยอยู่ตรงไหนเอ่ย

ตำแหน่งขุมทรัพย์ ตามหลักฮวงจุ้ยอยู่ตรงไหนเอ่ย

อ.ธนากร แนะนำว่า "หลายๆ คน ชอบถามเสมอว่า ตำแหน่งขุมทรัพย์ผมอยู่ตรงไหน แล้วตั้งดูอย่างไร ต้องถามซินแสฮวงจุ้ยไหม คำตอบคือ ไม่ต้องครับ ลองทำแบบนี้ครับ ให้เรานึกว่า สถานที่ที่เราอยู่เหมือนกะละมัง ตักลงไป น้ำจะไหลจากข้างหน้า ไปสู่ข้างหลัง น้ำที่มันไหลไปหลังสุด นั่นแหละคือตำแหน่งของขุมทรัพย์ ดังนั้น ตำแหน่งตั้งตู้เซฟควรตั้งอยู่ตรงนี้ เงินไหลมาแล้วจะมาเก็บที่ตำแหน่งตู้เซฟ แต่ตู้เซฟ ต้องหันหน้าตู้มาทางข้างตัวคุณ อย่าหันหน้าออกไปหน้าบ้านเด็ดขาด แต่ถ้าคุณคิดจะปล่อยเงินกู้ ให้หันหน้าตู้เซฟ ออกข้างนอกบ้านได้เลย"        ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
บ้านที่มีรั้วสูง รั้วทึบเหมือนกำแพงคุก จะมีผลอย่างไร?

บ้านที่มีรั้วสูง รั้วทึบเหมือนกำแพงคุก จะมีผลอย่างไร?

อ.ธนากร แนะนำว่า "คุณลองสังเกตุมั้ยว่า มีหลายๆ บ้านชอบสร้างกำแพง หรือรั้วบ้านให้สูงทึบ ยังกับกำแพงคุก ซึ่งหมายถึงกำลังขังตัวเองอยู่ นั่นหมายถึง คนในไม่อยากออก คนนอกไม่อยากเข้า ไม่อยากคบค้าสมาคมกับผู้อื่น มีลูกชายลูกสาว ก็ไม่อยากจะแต่งงาน ออกจากบ้าน ก็จะขายไม่ออก จะอยู่เป็นโสด ขึ้นคาน ฉนั้นการทำรั้วบ้าน ทั้งซ้ายและขวา อย่าให้สูงต่ำไม่เท่ากัน ด้านหลังสูงหน่อยไม่เป็นไร แต่รั้วด้านหน้า ขอให้มองออกมาแล้วทะลุเห็นถนนหน้าบ้าน และคนที่เดินอยู่หน้าบ้าน จะทำให้ชีวิตมีความสุข มองการณ์ไกล คนที่มาคบหาสมาคมด้วย ก็จะมีความสุขไปด้วย"        ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
ประตูหน้า-ประตูหลัง นั้นสำคัญไฉน

ประตูหน้า-ประตูหลัง นั้นสำคัญไฉน

อ.ธนากร แนะนำว่า "หลายๆคนเชื่อกันว่า ต้องกินอย่างเดียวไปต้องถ่าย เปรียบเสมือน ปี๋เซี๊ยะ สัตว์มงคล ที่มีแต่ปาก แต่ไม่มีมีทวาร บ้านบางบ้านก็ปิดประตูหลังเสีย แบบนี้ไม่ดีนะครับ การที่เรากินแล้วไม่ถ่าย หรือมีแต่ประตูหน้าแล้วไม่มีประตูหลัง แสดงว่า การเงินนั้น จะไหลไม่คล่อง ไหลเข้าบ้านมาซักพัก พอเด็มแล้วก็หยุด คุณเคยเป็นมั้ย ตอนเข้ามาอยู่บ้านแรกๆ ธุรกิจรุ่งเรือง เจริญดีมาก แต่อยู่ซักพัก ทำไมเริ่มอืด ให้สังเกตุแบบนี้ครับ น้ำไหลจากหน้าบ้าน ไปสู่หลังบ้าน ไหลจากประตูหน้าบ้านที่ใหญ่ ไปสู่ประตูหลังบ้านที่เล็ก โดยที่ประตูเล็กหลังบ้าน ต้องไม่ตรงกับประตูใหญ่หน้าบ้าน เงินจะค่อยๆ ไหลเข้ามาจนเต็มก่อน แล้วค่อยๆ ออก นี่คือความคล่องตัว ดังนั้น อย่าปิดประตูหลังบ้านเด็ดขาด หากคุณปิดประตูหลังบ้านเมื่อไร แสดงว่า คุณจะไม่รับเงินใหม่แล้ว พอใจในเงินที่มีแค่นี้อยู่แล้ว ถ้าพอใช้ ปิดประตูหลังไปเลยครับ"        ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
ความสมดุลในบ้าน ประตู และหน้าต่างบ้าน

ความสมดุลในบ้าน ประตู และหน้าต่างบ้าน

อ.ธนากร แนะนำว่า "หลายๆ คนคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า บ้านนั้นคือคน คนคือบ้าน ความสมดุลของบ้าน จะทำให้คนที่ไปอยู่ในบ้านมีแต่ความสุข ความสมดุลนั้นก็คือ หน้าต่าง กับประตู ลองมาดูกัน บ้านไหนที่มีประตูหน้าบ้าน 2 ประตู หมายความว่า ประตูมาก แย่งกันพูด แสดงว่าคนในบ้านจะแย่งกันใหญ่ นี่คือไม่สมดุล ดังนั้น หนึ่งบ้าน หนึ่งประตู ส่วนที่เป็นหน้าต่าง ควรจะมีหน้าต่างที่หันไปด้านหน้าบ้านน้อย อย่ามีหน้าต่างเยอะ เพราะคุณจะนั่งอยู่ท่ามกลาง สมาคมนินทาแห่งประเทศไทยเลยทีเดียว"          ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
รวมหลักฮวงจุ้ย ข้อดีและข้อหลีกเลี่ยง

รวมหลักฮวงจุ้ย ข้อดีและข้อหลีกเลี่ยง

เนื้อหานี้ จะรวบรวม หลักฮวงจุ้ยที่ดี และไม่ดี เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ทางผู้เรียบเรียงได้รวบรวมมาให้อ่านเพื่อหลีกเลี่ยง หรือจะปฏิบัติตาม ฮวงจุ้ยดี อยู่แล้วดี อยู่แล้วมีความสุข หากบ้านท่านใด เป็นอย่างที่ห้ามไว้ ควรหาแนวทางแก้ไข แก้เคล็ด ฮวงจุ้ยที่ดี จะสร้างพลังงาน ทั้งพลังชีวิต พลังความมั่งคั่ง เงินทองไหลมาเทมา ลองอ่านดูดีๆนะครับ       1. บ้านพักที่ใหญ่โตเกินไป แต่ในบ้านมีคนพักน้อย ไม่เป็นมงคลจะทำกินไม่ขึ้น แต่ถ้าอยู่กันเป็นครอบครัวจะดีมาก ทำให้อบอุ่น ทำกินร่ำรวย 2. บ้านที่มีหลังบ้านข้างบ้านมีตึกสูงกว่าดี แต่อย่าปลูกให้ชิดจนเกินไป 3. บ้านสองบ้านที่เล็งกัน บ้านฝั่งที่ต่ำกว่านับว่าไม่เป็นมงคล 4. บ้านที่สร้างขวางทางยาว แต่กินที่แคบไม่ลึกไม่เป็นมงคล 5. บ้านใดที่ปลูกต้นไผ่ แล้วคนภายนอกมองไม่เห็นคนในบ้าน จะทำให้คนอยู่อาศัยจะพบความเจริญ 6. บ้าน ของลูก ๆ ไม่ควรสร้างในลานบ้านของพ่อแม่ ครอบครัวจะยากจนลง แต่ลูกคนโตไม่เป็นไร ให้หันประตูบ้าน ตามรหัสราศีปีเกิด หรือตามทิศของโป้ยข่วย คือ ทิศตะวันออก 7. บ้านที่มีตึกสูงอยู่ใกล้ แสดงถึงมีผู้มาให้ความช่วยเหลือคุ้มครอง และอย่านำต้นไม้ที่เป็นรากมาประดับโดยแขวน จะไม่เป็นมงคล 8. บ้านที่มีลานโล่ง ห้ามล้อมรั้วกลางลานโล่ง จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคตา หัวใจ 9. บ้านที่อยู่รวมกัน ห้ามเอาหลังคาชนกัน จะไม่เป็นมงคล บ้านชั้นเดียว ถ้าคับแคบให้ปลูกเพิ่มเติม ต้องแก้เคล็ด 10. บ้านควรปลูกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่ควรปลูกส่วนเกิด ส่วนขาด จะเป็นอัปมงคล เสียหาย 11. บ้านอย่า แขวนเครื่องประดับมากเกินไป โดยเฉพาะนอแรด เขากระทิง หัวสัตว์ที่ดุร้ายไม่ควรแขวนเลย เพราะ วิญญาณมักจะตามมาทวงและรบกวนเจ้าของบ้าน 12. บ้านเล็กอย่าสร้างประตูใหญ่ จะเกิดปากเสียง ทำกินไม่ขึ้น 13. บ้านไม่ควรเจาะหลังคา นะไม่เป็นมงคล ถ้ากลัวว่าทึบก็ให้ใช้กระเบื้องใสแทน 14. บ้านหลังเดียว ควรมีประตูหลังบ้านถึงจะเป็นมงคล 15. บ้านผู้ดีมีเงิน มักสร้างศาลาพักผ่อนยื่นออกมา ตามหลักฮวงจุ้ยห้ามสร้างบ้านยื่น ขาด เว้า แหว่ง จะมีอันเป็นไป ต้อง ปลุกต้นไม้รับตัวบ้านและศาลาที่สร้างต้องรวมกันให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม 16. บ้านที่มีกำแพงเก่า ควรทาสีให้ใหม่เสมอ เวลากลางคืนควรติดไฟให้สว่างจะพบแต่ความเจริญ 17. บ้าน ที่มีที่ดินด้านหลังบ้านแคบหน้าบ้านกว้างไม่เป็นมงคลให้แก้เคล็ดโดย การติดกระจก บริเวณที่แคบทั้งสองด้าน เพื่อเวลามองแล้วจะรู้สึกกว้าง ลึก 18. บ้านที่มีหน้าบ้านแคบ แต่หลังบ้านกว้างเป็นถุงเงินถุงทองดี บ้านที่ปลูกแล้วดูเป็นรูป W, L ไม่เป็นมงคล 19. บ้านที่มีกำแพงสูงมากเกินไป เช่นสูงเกิน 2 เมตร ไม่เป็นมงคล (เหมือนคุก) 20. บ้านที่สร้างแล้วมี ความลึกมากกว่าความกว้าง อยู่แล้วจะเจริญรุ่งเรือง, บ้านที่สร้างตามความลึกเป็นมงคล 21. บ้านที่มีการปลูกหน้าบ้านยาวแต่แคบไม่เป็นมงคล , บ้านหรือที่ดินบ้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสเป็นมงคลยิ่ง 22. บ้านสร้างบ้านอยู่บนเนินเขา ไม่ดี, บ้านสูงต่ำ เล่นระดับ ไม่ดี, บ้านมีห้องใต้ดินอยู่กลางบ้าน ไม่ดี 23. บ้านที่แหว่งบางส่วน คนในบ้านจะมีอันเป็นไป เช่น ถ้าแหว่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หมายถึงแม่หรือหญิงเจ้าของ บ้าน ถ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือคือ พ่อ หรือชายเจ้าของบ้าน 24. บ้านที่แหว่งทิศตะวันออก และตะวันตกผลกระทบ คือลูกชายคนโต และลูกสาวคนเล็ก ไม่เป็นมงคล ต้องแก้เคล็ด 25. บ้าน หรือพื้นที่เว้าแหว่ง ทิศเหนือและใต้จะเสียหายแก่ลูกสาวงคนกลาง (ทิศใต้) ลูกชายคนกลาง (ทิศเหนือ) จะมีเรื่องคดีความ, บ้านด้านหนึ่งมีปล่องควันปล่องควันแทนก้านธูปไหว้คนตายไม่ดี 26. บ้านที่ตะวันออกเฉียงเหนือแหว่งจะเกิดเสียหายแก่ลูกชายคนเล็กและระบบย่อยอาหาร 27. บ้าน หรือที่ดินที่เว้า แหว่ง ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีผลกระทบกับพ่อ หรือชายเจ้าของบ้าน และผู้คนในครอบครัว บ้านที่เป็นรูปทรงหน้ากว้างหลังแคบจะเก็บเงินไม่อยู่ จะยากจน 28. บ้าน ที่แหว่งจะทำให้ครอบครัวไม่มีความเจริญรุ่งเรือง และถ้าแหว่งทางทิศตะวันออกจะมีผลกระทบเกี่ยวกับลูกชายคนโต บ้านที่มีหลังคาด้านซ้ายยาว ด้านขวาสั้น ภายในครอบครัวจะพบภัยพิบัติ 29. บ้านเวลาปลูกอย่าตั้งเสาข้างหนึ่งสูงข้าง ข้างหนึ่งเตี้ย จะแสดงถึงการทำกิน ธุรกิจง่อนแง่น 30. บ้านที่เก่าถ้าจะเข้าไปอยู่ใหม่ควรทาสีให้ใหม่ กลอนประตูควรจะเปลี่ยนใหม่ จะนำโชคลาภมาให้     31. บ้านถ้าอยู่ใกล้สุสานไม่ดี , บ้านที่มีสะพานพุ่งแทงเข้ามาให้แก้เคล็ดโดยปลูกต้นไม้ไผ่บังสายตา 32. บ้าน ที่มีบ่อน้ำ ที่มีมุมแหลมพุ่งตรงสู่หน้าบ้านไม่เป็นมงคล ควรแก้เคล็ดโดยปลูกต้นไม้บังบ่อตรงมุมแหลม จะพบความสุข , บ้านที่มีหลังคาเป็นรูปโค้งไม่ดี 33. บ้านที่มีบ่อน้ำอยู่หลังให้ระวังเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เช่น โรคท้อง 34. บ้านที่เพดานเฉียง ไม่ดี, บ้านมีคาน ไม่ดี, บ้านที่มีคานไม่เสมอกัน ไม่ดี, บ้านสร้างคล้ายรูปตัวยู ไม่ดี 35. บ้าน ที่มีถนนโค้งออก อยู่แล้วไม่เจริญ , บ้านที่มีถนนล้อมรอบทั้ง 4 ด้านไม่เป็นมงคล , บ้านที่มีทางโค้งออกอยู่ไปจะทำให้ยากจน, บ้านที่อยู่ใกล้สี่แยกให้ตั้งประตูใหญ่ให้ถูกรหัสราศีของเจ้าของบ้าน และอีกส่วนด้านให้ปลูกต้นไม้แทนภูเขาเพื่อแก้เคล็ด 36. บ้านที่อยู่ใกล้สี่แยกระวังขโมยขึ้นบ้านบ่อย และถ้าถนนตัดกับทิศตะวันตกเฉียงใต้ คนในบ้านมักจะมั่วกาม 37. บ้านมีสองบันได ไม่ดี , บ้านรูปทรงตัว H ถือว่าบ้านเว้าแหว่ง จะเสียทรัพย์ เสียชื่อเสียง 38. บ้านเว้าแหว่ง รูปทรงกากบาท หมายถึงป่วย ความตาม ไม่ดี 39. บ้านที่มีรูปทรงแปลก ๆ ผิดปกติ เฉียงเอียงเว้าแหว่งล้วนไม่ดี, บ้านมีคนพักอาศัยมากจะทำให้คนในบ้านอบอุ่น 40. บ้านที่มีลานหน้าบ้านกว้าง เป็นฮวงจุ้ยที่ดี, บ้านถูกทางแทง ไม่ดี ต้องแก้ไข 41. บ้านเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่าถังขยะ ธุรกิจเจ๊ง เป็นมะเร็ง อัมพาต 42. บ้านแตกร้าว ในบ้านจะเกิดปากเสียง ไม่ดี, บ้านตรงข้ามโบสถ์ จะมีแต่ความเสื่อมเสีย มีเรื่องชู้สาว 43. บ้านรูปแปดเหลี่ยมดี บ้านที่มีเหลี่ยมตึก หน้าจั่วแทงด้านหน้า หลัง ซ้าย ขวา ไม่ดี 44. บ้านที่อยู่ใกล้เสาไฟแรงสูง อันตรายเวลาฝนตก, บ้านอยู่ตรงข้ามโรงไฟฟ้าไม่ดี ต้องแก้ไข 45. บ้านติดโรงพยาบาลไม่ดี การค้าสะดุด การเงินเป็นหนี้ สุขภาพไม่ดี 46. บ้านร้างที่อยู่ใกล้บ้านใหม่ จะทำให้บ้านใหม่ไม่ดีไปด้วย, หน้าบ้านมีกองขยะ หรือสิ่งรก ๆ ไม่ดี 47. บ้านที่อยู่ระหว่างช่องว่างของตึกสูง เรียกว่าลมพิฆาต ไม่ดี วิบัติรุนแรง 48. บ้านมีต้นไม้เอียงเบนห่างออก ไม่ดี ขาดผู้สนับสนุน, บ้านถูกทางน้ำ หรือบันไดแทง ไม่ดี 49. หน้าบ้านที่มีบ้านมุมบ้านแหลม หันมาแทงบ้านของตัวเอง, หน้าบ้านมีบ่อรูปสามเหลี่ยม ไม่ดี 50. หน้าบ้านมีบ่อน้ำสองบ่อ เรียกว่าบ่อน้ำตา ไม่ดี, หน้าบ้านห้ามมีศาลเจ้า โบสถ์ วัด     51. หน้าบ้านทางด้านซ้ายมือมีสระน้ำอยู่มุมมังกรเขียว ผู้อยู่อาศัยจะเจริญรุ่งเรือง 52. หน้าบ้านถ้ามีต้นไม่ใหญ่ตายยืนควรจะโค่นตัดทิ้งเลย มิฉะนั้นจะพบความยากจน 53. หน้าบ้านมีรูปเหมือนรูปปืนที่ยิงใส่หน้าบ้านตลอด อยู่ใกล้ไปจะยากจน , หน้าบ้านมีท่อระบายน้ำหรือแทงค์น้ำอยู่ไม่ดี 54. หน้าบ้านมีเสาเครื่องหมายจราจรอยู่ไม่ดี,หน้าบ้านมีทางเข้าออกของรถ ของบ้านอยู่ตรงข้ามกัน ตรงกัน แทงกันเองไม่ดี 55. หน้า บ้านมีต้นไม้ใหญ่เหมือนมีมีดมาฟันบ้าน ไม่ดี, ประตูใหญ่อย่าสร้างประตูเล็กไว้ 2 ข้าง แต่ให้สร้างข้างเดียวคือ หันหน้าอกสร้างตรงซ้ายมือ (มุมมังกรเขียว) , ประตูตรงกันไม่เป็นมงคล,ประตู เสา และฝาบ้าน ต้องเลือกไม้ที่ไม่มีตามาก ๆ 56. ประตู หน้าบ้านห้ามตรงกับประตูห้องน้ำไม่ดี จะเกิดโรคฝีหรือโรคมะเร็งได้, ประตูบ้านที่มีซุ้มสูงกว่าหลังค่าไม่เป็นมงคล ให้แก้ไข จะได้พบแต่ความสุข, ประตูที่ทำซุ้มแบบซุ้มประตูของศาลเจ้าหรือมูลนิธิ บ้านคนธรรมดาห้ามสร้างจะไม่เป็นสิริมงคล, ประตูบ้านไม่ควรจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ตรงกลางประตู 57. ประตู หน้าบ้านมีสะพานพุ่งเข้าหน้าบ้านไม่ดี, ประตูห้องนอนตรงกับเตียงนอนไม่ดี, ประตูใหญ่ตรงประตูห้องน้ำไม่ดีจะทำให้เงินเข้าบ้านไม่ดี สุขภาพไม่ดี, ประตูห้องนอนตรงกับประตูห้องน้ำไม่ดี จะเกิดโรคภัย ธุรกิจสะดุด 58. ประตูใหญ่ตรงกับประตูห้องนอน จะเกิบเงินไม่อยู่ มีปากเสียง ไม่ดี, ประตูรั้วบ้านฝั่งตรงข้ามใหญ่กว่าบ้านเราไม่ดี 59. ประตูตรงกันหลายบาน ตรงกับเตา ทำให้ร้อนเงิน มีปากเสียง ไม่ดี, ประตูตรงห้องนอนห้ามตรงกับบันได ไม่ดี 60. ประตูห้องส้วมตรงกับเตียงนอนไม่ดี, ประตูห้องนอนตรงกับประตูครัว ทำให้เกิดปากเสียงเงินเก็บไม่อยู่ 61. ประตูด้านซ้ายควรใหญ่กว่าด้านขวา, ประตูรั้วสูงกว่ากำแพงไม่ดี 62. บันไดตรงกับประตูห้องนอน ไม่ดี, บันไดตรงประตู ไม่ดี, บันไดตรงห้องน้ำ ไม่ดี, บันไดอยู่กลางบ้านตรงประตูเข้าออก ไม่ดี 63. ห้องนอนติดกับเตา หรือห้องครัวไม่ดี, ห้องนอนของคนชราควรอยู่ชั้นล่าง เพราะอายุมากกระดูกไขข้อเริ่มเสื่อม 64. ห้องนอนควรที่จะเก็บแต่เสื้อผ้าใหม่และข้องใหม่ จะเป็นมงคล, ห้องนอนควรอยู่ให้ถูกกับรหัสราศีของตัวเอง 65. ห้องนอน ผ้าห่ม หมอน ควรที่จะแห้ง สะอาดอยู่เสมอ, ห้องนอนอยู่ใต้ห้องน้ำจะเจ็บป่วย 66. ในห้องนอนเจ้าบ้านควรอยู่ทิศในรหัสราศีของตัวเองถึงจะเป็นมงคล 67. ห้องนอนประตูห้องนอนไม่ควรตรงกับประตูหน้าบ้าน, ห้องนอน เตียงนอนไม่ควรจะตรงกับประตูห้องหนอและไม่ควรเป็นห้องเก็บของ จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ 68. กระจกอย่าวางไว้ที่หัวนอน เพราะจะทำให้เสียสุขภาพ 69. เตียงนอนอยู่บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ดี ไม่เป็นมงคล 70. ใต้เตียงนอนไม่เหมาะที่จะเก็บถ้วยชามที่ร้าว จะทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพ     71. เตียงนอนตรงกับประตู ไม่ดี, เตียงนอนห้ามตั้งอยู่บนเตาไฟ จะทำให้คนนอนสุขภาพไม่ดี 72. เตียงนอนห้ามอยู่ใต้บันได เพราะจะมีคนขึ้นลงอยู่ประจำ, การตั้งเตียงเป็นมุมทะแยง ไม่ดี จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ 73. ด้านหัวนอนของเตียงและปลายเท้าห้ามตั้งกระจก, ห้ามนอนเอาเท้าหันไปสู่ประตู 74. หิ้งลอย ตู้ลอย ไม่ควรอยู่บนหัวนอน จะทำให้เครียด เกิดโรคทางสมอง 75. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรตั้งตรงบันได หรือใต้บันได ไม่เป็นมงคล, การตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้ามเอาหลังอิงห้องน้ำ ไม่เป็นมงคล 76. ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรตั้งในห้องนอนถ้าเป็นคนโสดไม่เป็นไร ถ้ามีคู่แล้วห้าม 77. สิ่งศักดิ์สิทธ์ตั้งอยู่บนห้องน้ำ เป็นสิ่งไม่สมควร ควรแก้ไข 78. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้ามตั้งอยู่ใต้คาน รวมทั้งคนด้วยเช่นกันก็ห้ามอยู่ใต้คาน 79. ห้องพระไม่ควรรวมกับห้องนอน ถ้าที่คับแคบจำเป็นต้องรวมให้กั้นฉากเป็นสัดส่วน ห้องนอนอย่าอยู่หน้าห้องรับแขก 80. บ่อน้ำไม่ควรเป็นที่ทิ้งขยะ ไม่ดี, บ่อน้ำอยู่หลังบ้าน หรือหลังเตียงนอน ไม่ดี 81. คานอยู่หน้าประตูไม่ดีจะส่งพลังกดทับทำให้เงินหรือพลังไม่คล่อง คานต่ำ เพดานต่ำ จะทำให้ชี่ (เงิน) เข้าบ้านไม่สะดวก 82. คานห้ามอยู่บนหัวนอน จะเป็นมะเร็งในสมอง เส้นโลหิตในสมองแตก, คานทับเตาไฟ ทำให้เงินขาดมือ 83. ห้องน้ำอยู่บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นมงคล, ห้องน้ำอยู่บนประตูใหญ่ไม่ดี ทำให้เงินไม่ไหลเข้า, ห้องน้ำอยู่เหนือเตาไฟ ไม่ดี 84. ด้านหลังของเตียงเป็นห้องน้ำไม่ดี 85. ห้องน้ำกลางบ้านไม่ดี, เครื่องซักผ้าตรงกับเตาไม่ดี, ห้องครัวถ้ามีขื่อพาดอยู่ ไม่ดีจะเจ็บป่วย ยากจน 86. ห้องครัวห้ามอยู่ติดกับห้องนอน ถ้าจำเป็นจะตั้องกั้นผนังห้องครัวและห้องนอนอย่าให่มีอากาศเข้าถึงกันได้ 87. เตาตรงกับประตู เท้ากับชักนำเพื่อนเข้ามากิน แล้วก็จากไป แต่ตัวเราจะจนลง ไม่ดี 88. เตาแก๊สห้ามตั้งติดกับก๊อกน้ำหรืออ่างล้างชาม ไม่ดี 89. การตั้งเตาควรหันที่ปิดเปิดให้ถูกโฉลกและเป็นมงคลกับเจ้าบ้าน 90. หัวเตาแก๊สควรมี 3, 5, 7 เตาดีที่สุด, ไม่ควรสร้างเตาไฟเล็งไปที่ประตู     91. ไม่ควรวางเตาไว้บนท่อระบายน้ำหรือท่อ น้ำประปา, ด้านหลังเตาแก๊สห้ามมีบ่อน้ำ 92. ด้านหลังเตาอย่าให้ห่างผนังมากเกินไป 93. ครัวเตาไฟไม่ควรจัดไว้หน้าบ้าน จะไม่มีทรัพย์สินเก็บจะมีคนในบ้านตายทุก 3 ปี 94. ตัวเตาในบ้านอย่าให้คนนอกบ้านเห็นจะไม่เหลือเงินเก็บ, การตั้งเตาอย่าใกล้สระน้ำ หรือน้ำประปา 95. หน้าเตาไฟหันไปสู่ทิศตะวันออก หรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ดี เป็นมงคล แต่ถ้าจะให้ดีต้องถูกรหัสราศีทิศของเจ้าของบ้านด้วย 96. ไม่ควรสร้างเตาในทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน แต่ควรหันหัวเตาให้ถูกโฉลกรหัสราศีของเจ้าของบ้าน 97. ห้องนั่งเล่นโซฟารูปสามเหลี่ยมไม่ดี, ข้างบ้านมีเครื่องระบายความร้อนพุ่งมาหาบ้านอีกฝ่ายหนึ่งไม่ดี 98. ต้นไม้ชิดบ้านเกินไปไม่ดี แต่ถ้าห่างประมาณสิบเมตรดี จะมีผู้สนับสนุน, หลังบ้านมีบ่อน้ำตรงกับเตา ไม่ดี 99. ห้องนั่งเล่นเป็นหลุมเป็นแอ่งกระทะ ไม่ดี, ท่อน้ำอยู่ใต้เตาไม่ดี เพราะน้ำกับไฟเป็นศัตรูกัน 100. การตั้งโต๊ะทำงาน ควรตั้งในมุมทรัพย์ จะร่ำรวยมาก, ถ้าด้านซ้ายมือของบ้านมีสะพานให้แก้เคล็ด 101. ถ้าสุสานอยู่ทางทิศตะวีนออกของบ้านให้แก้เคล็ด, หลังบ้านอย่าให้มีรอยแตกร้าว จะเป็นอัปมงคล 104. หลังคา เพดานบ้าน อย่าให้รั่ว ถ้ารั่วให้รีบซ่อมเสีย ถ้าไม่แก้ไขเงินทองจะเก็บไม่อยู่ยากจน 105. ขื่อบ้านถ้าร้าว หักควรรีบแก้ไข เพราะไม่เช่นนั้นในบ้าน จะเกิดขาดผู้ช่วยสนับสนุนเงิน ทองร่อยหรอลง เจ็บไข้ได้ป่วย 106. ในบ้านมีหญิงมีครรภ์ ไม่ควรต่อเติมบ้าน หรือย้ายเตียง ถ้าฝืนทำแล้วหญิงในบ้านอาจแท้งบุตรได้ หรือบุตรคลอดออกมาไม่สมประกอบ 107. พื้นที่นอกบ้านควรจะต่ำกว่าพื้นในบ้าน จึงเป็นมงคล, ห้ามทำราวตากผ้าผ่านเตาไฟ จะเป็นอัปมงคล 108. โรงรถควรจะมีความกว้างเสมอกับบ้านอย่าให้ยื่นเกินออกมา 109. ผู้ที่เกิดราศีทิศตะวันออก ธาตุไม้ ไม่ควรหันหน้าบ้านไปสู่ราศีตะวันตก ธาตุทอง เพราะเป็นศัตรูธาตุ 110. ผู้ที่เกิดราศีทิศเหนือ ธาตุน้ำ ห้ามหันเข้าสู่ทิศใต้ ธาตุไฟ เพราะเป็นสัตรูธาตุ     111. ผู้ที่เกิดราสีทิศตะวันตก ห้ามมีหน้าบ้านหันสู่ทิศตะวันออก เพราะเป็นคู่ศัตรูกัน 112. ผู้ที่เกิดราศีทิศใต้ ธาตุไฟ ห้ามมีหน้าบ้านหันสู่ทิศเหนือ เพราะเป็นทิศคู่ศัตรูกัน 113. จำนวนห้องที่กั้นในบ้าน ควรกั้นเป็นเลขที่เป็นมงคล คือ 1, 2, 5, 6, 7 ห้องดีเป็นมงคล 114. ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ไม่ควรสร้างห้องนั่งเล่นจะไม่เป็นมงคล, ห้องนั่งเล่น หรือรับแขกตั้งอยู่กลางบ้านถือว่าเป็นมงคล 115. การสร้างบันไดตรงดิ่งลงมาที่หน้าประตูอยู่กลางบ้านถือว่าเป็นมงคล 116. ตรงกลางบ้านห้ามทำเป็นห้องน้ำ หรือห้องส้วม ทำเป็นห้องนอนดีที่สุด 117. หน้าต่างมีได้ทุกทิศดีที่สุด แต่หน้าต่างและประตู ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ตรงกัน 118. วงกบ เสาบ้าน ไม่ควรคดงอ จะทำให้เกิดเรื่องอัปมงคล, หน้าต่างหรือประตูควรจะสร้างกันสาดถึง จุเจริญรุ่งเรือง 119. กำแพงบ้านอย่าสูงเกินไป (เกิน 2 เมตร) หรือต่ำเกินไป (1.40 เมตร) 120. ตำแหน่งกำแพงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออย่าให้ชำรุดจะมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล 121. สร้างบ้านไม่ควรสร้างกำแพงหรือภูเขาก่อนจะทำให้ยากจน หรือถูกคุมขัง 122. กำแพงบ้านไม่ควรเจาะเป็นหน้าต่าง จะไม่เป็นมงคล, กำแพงบ้านสร้างเป็นรูปโค้งดีกว่าสร้างกำแพงเป็นรูปสี่เหลี่ยม 123. ไม่ควรสร้างกำแพงบ้านให้ชิดบ้านเกินไป, ตัวที่ดิน หรือตัวบ้าน ข้างหน้าแคบข้างหลังกว้างไม่เป็นมงคล 124. ที่ดินที่เคยมีต้นไม้ใหญ่อยู่หนาแน่น ควรจุขุดรากถอนโคนให้หมดเสียก่อนค่อยปลูกบ้าน 125.ทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสะพานจะดีแต่แรก จะแย่ในภายหลัง 126. ร้านค้าหรือบ้านไม่ควรนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คนภายนอกเห็น เพราะจะมีคนแกล้งเอาของสกปรกมาทำลายสิ่งศักดิ์สิทธ์ 127. ร้านค้าใดถ้าหากมีสะพานพุ่งตำเข้ามาหา จะเป็นทิศใดก็ตาม ควรประกอบอาชีพประเภท ขายอาวุธ ของมีคม ขายเนื้อ ซึ่งต้องใช้ของมีคมประจำ ถึงจะเจริญรุ่งเรือง 128. ร้านค้าใดก็ตามควรจะตั้งหน้าบ้านให้ถูกรหัสราศีกับเจ้าของบ้านและตั้งเตาให้ถูกรหัสราศีของเจ้าของบ้านด้วย    
ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 3 - 9 กันยายน 2561

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 3 - 9 กันยายน 2561

  สำหรับวันจันทร์ ที่ 3 กันยายน ตรงกับแรม 8 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านหรือคอนโดมิเนียม ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง 7 โมงเช้า และ 11 โมง ไปจนถึง บ่ายโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 3 ทุ่ม   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม สำหรับหญิงที่มีครรภ์และควรระมัดระวังห้องนอนและเตียงนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันอังคาร ที่ 4 กันยายน ตรงกับแรม 9 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้านหรือคอนโดมิเนียม ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง 7 โมงเช้า และ บ่ายโมง ไปจนถึง บ่ายสามโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 3 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม สำหรับหญิงที่มีครรภ์และควรระมัดระวังประตูและเตียงนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันพุธ ที่ 5 กันยายน ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะสร้างบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมง ไปจนถึง 9 โมง และ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 5 โมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่มตรง ไปจนถึง ตี 3   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ และทอง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู ม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์และควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารครกและถังข้าว เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้ สำหรับวันพฤหัสบดี ที่ 6 กันยายน ตรงกับแรม 11 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมหรือสร้างบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3 และ 9 โมง ไปจนถึง 11 โมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่ม   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ และทอง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู ม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์และควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารครกและควรระมัดระวังห้องน้ำและห้องครัว เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันศุกร์ ที่ 7 กันยายน ตรงกับแรม 12 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะทุบกำแพงหรือบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลาตี 3 ไปจนถึง ตี 5 และ 11 โมง ไปจนถึง บ่ายโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่ม ไปจนถึง 5 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภและทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีฟ้า น้ำเงิน และดำ ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเหลืองและน้ำตาล สำหรับหญิงที่มีครรภ์และควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ และควรระมัดระวัง โกดัง และห้องนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันเสาร์ ที่ 8 กันยายน ตรงกับแรม 13 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะทุบกำแพงหรือบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 5 ไปจนถึง 7 โมงเช้า และ บ่ายโมง ไปจนถึง บ่ายสามโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่ม ไปจนถึง 5 ทุ่ม   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีฟ้า น้ำเงิน และดำ ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเหลืองและน้ำตาล สำหรับหญิงที่มีครรภ์และควรระมัดระวังประตูและห้องนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันอาทิตย์ ที่ 9 กันยายน ตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านหรือคอนโดมิเนียม ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมง ไปจนถึง 9 โมง และ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 1 ทุ่มตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 1   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเขียวอ่นและเขียวเข้ม ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์และควรระมัดระวัง ถังข้าว ประตู และห้องนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้  
ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 27 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 27 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561

  สำหรับวันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม ตรงกับแรม 1 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านหรือคอนโดมิเนียม ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 5 ไปจนถึง 7 โมงเช้า และ บ่ายโมง ไปจนถึง บ่ายสามโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ และทอง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์หลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ และควรระมัดระวังห้องครัวและเตียงนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันอังคารที่ 28 สิงหาคม ตรงกับแรม 2 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านหรือคอนโดมิเนียม แม้กระทั่งซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ไปจนถึง 9 โมง และ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 1 ทุ่มตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่มตรง ไปจนถึง ตี 1   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภและทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีฟ้า น้ำเงิน และดำ ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเหลืองและน้ำตาล สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังโกดังและกรงสัตว์ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันพุธที่ 29 สิงหาคม ตรงกับแรม 3 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านหรือคอนโดมิเนียม แม้กระทั่งซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 1 ไปจนถึง ตี 3 และ 9 โมง ไปจนถึง 11 โมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 1 ทุ่มตรง   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีฟ้า น้ำเงิน และดำ ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเหลืองและน้ำตาล สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังห้องนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม ตรงกับแรม 4 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้านหรือคอนโดมิเนียม ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง ตี 5 และ 11 โมง ไปจนถึง บ่ายสามโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 3 ทุ่ม   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเครื่องบด และควรระมัดระวังประตู เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้     สำหรับวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม ตรงกับแรม 5 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้านหรือคอนโดมิเนียม ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 5 ไปจนถึง 7 โมงเช้า และ บ่ายโมง ไปจนถึง บ่ายสามโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 3 ทุ่มตรง ไปจนถึง ตี 1   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเครื่องบดและเครื่องบด รวมทั้งระมัดระวังห้องนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันเสาร์ที่ 1 กันยายน ตรงกับแรม 6 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้านหรือคอนโดมิเนียม ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ไปจนถึง 11 โมง และ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 5 โมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่มตรง ไปจนถึง ตี 1   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันตก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีฟ้า น้ำเงินและดำ สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ รวมทั้งระมัดระวังห้องครัว เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน ตรงกับแรม 7 ค่ำ เดือน 9 หากใครที่กำลังจะก่อสร้างบ้านหรือคอนโดมิเนียมในวันนี้ ไม่เหมาะสม เพราะอาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้ โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 1 ไปจนถึง ตี 3 และ 7 โมง ไปจนถึง 11 โมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมงตรง ไปจนถึง 1 ทุ่ม   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันตก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีฟ้า น้ำเงินและดำ สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังประตูและโกดัง เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้

เคล็ดลับคนรักบ้าน ล่าสุด

หลอดไฟ LED คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอะไร

หลอดไฟ LED คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอะไร

หลอดไฟ LED หรือที่บางคนเรียกสั้น ๆ ว่า หลอด LED เป็นประเภทหนึ่งของหลอดไฟที่ได้รับความยอดนิยมเป็นอย่างมาก หลายคนนิยมเลือกซื้อหลอดไฟ LED ไปติดตั้งภายในบ้าน ภายในอาคาร หรือภายนอกอาคาร เป็นส่วนมากเนื่องจากคุณสมบัติที่เป็นข้อดีของหลอดไฟ LED     ถ้าคุณกำลังเลือกซื้อหลอดไฟ LED อยู่ คุณควรอ่านบทความนี้เพื่อที่จะทำความเข้าใจก่อนว่าหลอดไฟ LED คืออะไร มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร และควรเลือกซื้อหลอดไฟแบบไหน บุญถาวรได้สรุปทุกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับหลอดไฟ LED เอาไว้ให้ทั้งหมดแล้ว   หลอด LED เป็นหลอดไฟที่ผลิตขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ทำให้ไม่มีการเผาไส้ของหลอดจนเกิดเป็นความร้อนและที่สำคัญคือ ตัวหลอดไฟไม่มีสารปรอทหรือสารฮาโดเจนหรือสารอื่น ๆ ที่อาจจะเป็นผลเสียต่อผู้ใช้งานภายในบ้าน ทำให้หลอดไฟ LED มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก   มารู้จักหลอดไฟ LED ให้มากขึ้น   หลอดไฟ LED คือ หลอดไฟที่ทำขึ้นมาจากไดโอดแบบเปล่งแสง สามารถให้แสงสว่างได้เป็นอย่างดี หลอดไฟ LED นิยมใช้ทั้งภายในตัวบ้าน สำหรับการตกแต่งบ้าน และใช้ภายนอกตัวบ้านได้ด้วย นอกจากนี้หลอด LED ยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต เนื่องด้วยความที่เทคโนโลยีในการออกแบบของหลอด LED ในปัจจุบันทำให้มีความทนทานสูง พร้อมทั้งกินไฟน้อยจึงกลายเป็นหลอดไฟประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างมาก   ลักษณะเด่นของหลอดไฟ LED คือ ตัวหลอดจะมีความร้อนน้อยหรือแทบจะไม่ร้อนเลย ทำให้เราสามารถเอามือไปสัมผัสกับหลอดไฟ LED แม้ในขณะที่กำลังเปิดอยู่ได้เลย นับเป็นข้อดีที่แตกต่างกับหลอดไฟบางประเภทที่มีความร้อนสูงมากๆ เนื่องจากการเผาไส้เพื่อให้แสงสว่าง   และด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทำให้หลอดไฟ LED สามารถระบายความร้อนได้ดีนี้ ทำให้มันมีความร้อนน้อย ความร้อนสะสมก็น้อย จนทำให้หลอดไฟ LED สามารถใช้ได้อย่างยาวนานเมื่อเทียบกับหลอดไฟชนิดอื่น ๆ และอาจจะอยู่ได้นานถึง 6 หมื่นชั่วโมงเลยทีเดียว ซื้อครั้งเดียวใช้ได้อย่างยาวนานเลยทีเดียว นับว่าคุ้มค่ามากๆ   ข้อดีของหลอดไฟ LED   ข้อดีอย่างแรกของหลอดไฟ LED เลยก็คือการที่มันมีอายุใช้งานที่ยาวนาน มีความทนทางสูงมาก สามารถใช้ได้อย่างยาวนาน ทำให้ผู้ซื้อไม่มีความจำเป็นต้องซื้อหลอดไฟ LED มาเปลี่ยนบ่อย ๆ และด้วยความทนทานนี้ยังทำให้ผู้ใช้สามารถนำหลอดไฟ LED ไปติดตั้งในพื้นที่ส่วนที่ยากต่อการเปลี่ยนหลอดไฟได้เพราะไม่จำเป็นต้องมาเปลี่ยนบ่อย   แสงของหลอดไฟ LED เป็นหนึ่งในแสงที่ปลอดภัยไม่มีรังสีที่อันตรายและเป็นแสงไฟที่สบายตา เหมาะกับการติดตั้งภายในบ้าน อีกหนึ่งข้อดีของหลอดไฟ LED ก็คือความประหยัดของหลอดไฟ หลอด LED นั้นไม่กินไฟมากนัก ช่วยให้เราหายกังวลกับภาระเรื่องค่าไฟที่จะต้องจ่ายลงไปได้มาก และนอกจากนี้คือหลอดไฟ LED สามารถที่จะเปิดปิดได้บ่อยโดยไม่กินไฟตามจำนวนครั้งการเปิดปิดสวิตช์ทำให้มีความประหยัดมากๆ เมื่อเทียบกับหลอดไฟในยุคก่อน หรือหลอดไฟที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีเก่า   วิธีเลือกซื้อหลอดไฟ LED   มาถึงการเลือกซื้อหลอดไฟ LED กันบ้าง หลักการเลือกซื้อหลอดไฟ LED อย่างแรกเลยคือการเลือกดูจากจำนวนวัตต์ (Watt) หรือกำลังไฟที่หลอดไฟนั้นใช้เพื่อให้แสงสว่าง หลอดไฟแต่ละรุ่นจะมีจำนวนวัตต์ที่ไม่เท่ากัน หรือเรียกว่าพลังงานไฟไม่เท่ากัน ยิ่งวัตต์เยอะก็จะยิ่งทำให้กินไฟมากยิ่งขึ้นแต่ก็จะทำให้หลอดไฟมีพลังงานมากที่ยิ่งขึ้นตามไปด้วย   ข้อเสีย ของหลอดไฟ LED ก็มีเหมือนกันนั้นคือ เรื่องราคาที่ค่อนสูงกว่าหลอดไฟชนิดอื่น ๆ เนื่องจากคุณสมบัติและข้อดีต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปนั้น ทำให้หลอดไฟ LED เมื่อเทียบกับหลอดไฟชนิดอื่น ๆ แล้วมักจะมีราคาที่สูงกว่า แต่เมื่อเทียบกับอายุการใช้งาน ความทนทาน และความประหยัดของหลอดไฟ LED แล้วก็ถือว่าหลอดไฟ LED มีความคุ้มค่ากับราคามากเลยทีเดียว   ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก บุญถาวร
ประโยชน์ และข้อควรระวัง การใช้น้ำมันหอมระเหย

ประโยชน์ และข้อควรระวัง การใช้น้ำมันหอมระเหย

หลายๆ บ้านที่ชอบใช้ น้ำมันหอมระเหย สูดกลิ่นเพื่อผ่อนคลาย กลับจากทำงานมาเหนื่อยๆ จุดเทียนน้ำมันหอมระเหย หอมๆ สดชื่น ผ่อนคลายได้ผลนัก ถ้ายิ่งเปิดเพลงเพื่อสุขภาพคลอเบาๆ ถึงกับหลับไปเลย แต่ต้องฟังทางนี้ด้วย เพราะ การใช้น้ำมันหอมระเหย มีทั้งประโยชน์ และข้อควรระวังด้วยเหมือนกัน     อะโรมาเทียราปี (Aromatherapy) เป็นการแพทย์ทางเลือกของการดูแลรักษาตัวเอง โดยการนำน้ำมันหอมระเหยที่แยกได้จากพืชมาใช้บำบัดรักษาโรค สำหรับการสกัดน้ำมันหอมระเหย เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ สุขภาพความงามนั้น ถือเป็นของขวัญจากธรรมชาติที่ได้พบหลักฐานมานมนานแล้ว ตั้งแต่ยุคสมัยของชาวอียิปต์โบราณ ชาวจีนโบราณ เรื่อยมาจนถึงชาวอาหรับในปลายศตวรรษที่ 10     หลักการใช้น้ำมันหอมระเหย   น้ำมันหอมระเหยใช้หลักจากพืช ถ่ายเทพลังงานให้แก่ร่างกาย ซึ่งกลิ่นหอมนั้นจะช่วยปรับสมดุลของร่างกายและจิตใจ ในทางการแพทย์ คาดว่า มีปฏิกิริยาสัมพันธ์ (interaction) ระหว่างร่างกายและจิตใจ และถ่ายทอดสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ (limbic system) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลาง   วิธีการใช้น้ำมันหอมระเหย   ให้นำน้ำมันหอมระเหยมาเจือจางด้วยน้ำมันพืชหรือน้ำผึ้ง (10 หยด ต่อน้ำมันพืช 30 มิลลิลิตร) ใช้ทาภายนอกเป็นน้ำมันสำหรับนวดตัว (massage oil) สูดดม ประคบ อบห้องทำให้บรรยากาศสดชื่น หรือผสมน้ำอาบ   ข้อควรระวัง   ห้ามใช้กับหญิงมีครรภ์ เด็ก ผู้ป่วยความดันเลือดสูง ผู้ป่วยโรคลมชัก และก่อนอาบแดด การอบห้องด้วยน้ำมันหอมระเหย กลิ่นจะอยู่นาน 2-3 ชั่วโมง หากเปลี่ยนกลิ่นบ่อยๆโดยไม่พัก จะทำให้ผู้นั่งอยู่ในห้องปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน ควรใช้น้ำมันหอมระเหย 3 หยด/วัน ห้ามใช้เกิน 3 ครั้ง/วัน การผสมน้ำมันหอมระเหยในอ่างอาบน้ำ ให้ใช้ 6 - 8 หยด หากใช้น้ำมันหอมระเหยโดยไม่เจือจาง และได้รับน้ำมันหอมระเหยทางปากจะมีผลโดยตรง ต่อระบบย่อยอาหาร น้ำมันหอมระเหยจะถูกดูดซึมในกระเพาะอาหาร ทำให้อวัยวะระคายเคือง กระตุ้นน้ำย่อย การหายใจ การไหลเวียนเลือด และการย่อยอาหาร เป็นการออกฤทธิ์แบบเดียวกับเครื่องเทศ เนื่องจากประสิทธิภาพของอะโรมาเทียราปียังพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ หากบำบัดด้วยวิธีนี้ในระยะแรกแล้วไม่ดีขึ้น หรือสงสัยว่าจะเป็นโรครุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัย   ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก สสส. รูปประกอบจาก Pixabay
ควรดูแลสุขภาพอย่างไร? เมื่อสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงน้องหมาไว้ในบ้าน

ควรดูแลสุขภาพอย่างไร? เมื่อสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงน้องหมาไว้ในบ้าน

ปัจจุบันมีแนวโน้มในการเลี้ยงสุนัขให้อยู่ใกล้ชิดกับผู้เลี้ยงและครอบครัวมากขึ้น ไม่ได้เลี้ยงเพียงแค่ไว้เฝ้าบ้านหรือเฝ้าทรัพย์สิน ปล่อยให้อยู่อาศัยนอกตัวบ้านเช่นแต่ก่อน แต่ผู้เลี้ยงอีกกลุ่มใหญ่เลี้ยงสุนัขเอาไว้เพื่อเป็นเพื่อนโดยวางสถานะให้สุนัขเป็นสมาชิกในครอบครัว อีกทั้งผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองมากขึ้น พื้นที่ในการเลี้ยงมีไม่มากจำเป็นต้องเลี้ยงสุนัขในที่อยู่อาศัย ยอมปล่อยให้เหล่าสุนัขตัวน้อยใหญ่มีอภิสิทธิ์อยู่ร่วมภายในตัวบ้าน ตัวอาคาร และในห้องนอน! ซึ่งถ้าครอบครัวใดไม่มีการดูแลเรื่องความสะอาดของสุนัขและของบ้านเป็นถูกสุขลักษณะ อาจนำไปสู่การหมักหมมของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของสมาชิกในครอบครัวได้นั่นเอง     ดังนั้น เพื่อให้การเลี้ยงสุนัขไว้ภายในบ้านไม่สร้างปัญหาให้แก่ผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะด้านสุขภาพร่างกาย ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลทั้งความเป็นอยู่ของสมาชิกครอบครัวและสุนัขให้มีสุขลักษณะ อนามัยที่ดีอย่างสม่ำเสมอ มาดูกันค่ะว่า เราจะมีวิธีการอะไรบ้างในการช่วยให้สมาชิกในครอบครัวอยู่ร่วมกับสุนัขได้สบายใจ ปลอดโรค ปลอดภัย แข็งแรงกันทั้งครอบครัว     ก่อนรับสุนัขมาเลี้ยงควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง   การคิดจะเลี้ยงสุนัขสักตัว ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องรู้จุดประสงค์ในการเลี้ยงก่อนนะคะว่า... เลี้ยงเพื่ออะไร เช่น เลี้ยงเพื่อเฝ้าบ้าน หรือ เลี้ยงไว้สำหรับเป็นเพื่อน ...มีพื้นที่เลี้ยงหรือไม่...มีเวลา มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงสุนัขเพียงพอไหม...นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงควรศึกษา หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลักษณะนิสัย ลักษณะสายพันธุ์ของสุนัขที่ตนเองสนใจ รวมไปถึง การทำความสะอาดดูแลสุนัขอย่างถูกวิธีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งของสุนัขและครอบครัวผู้เลี้ยงค่ะ   และแน่นอนว่า สมาชิกคนอื่นในครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญที่ผู้คิดจะเลี้ยงสุนัขไม่ควรมองข้าม ควรสอบถามความสมัครใจของสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นในอนาคตหลังจากที่ตัดสินใจรับสุนัขมาเลี้ยง ควรเลือกสุนัขให้เข้ากับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี หากมีเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ คนพิการ หรือ ผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นภูมิแพ้ ก็จำเป็นต้องวางแผนก่อนรับเลี้ยงอย่างรอบคอบรัดกุมเป็นพิเศษ เพื่อรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ควรปล่อยให้การเลี้ยงสุนัขกลายเป็นปัญหาหนึ่งของครอบครัวนะคะ   ในแต่ละครอบครัวมีจำนวนสมาชิก ช่วงวัย และสถานภาพที่แตกต่างกัน บางครอบครัวมีเพียง 2 คน แต่ในบางครอบครัวอาจอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกตั้งแต่เด็กทารก ไปจนถึงผู้สูงอายุ หรือ ผู้ป่วยทุพพลภาพ จึงควรมีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องเริ่มต้นดูแลก็คือ สุขภาวะร่างกายที่ดีของสุนัขนั่นเอง     การดูแลสุขภาพความสะอาดของสุนัข   จุดเริ่มต้นของเชื้อโรค หรืออันตรายต่างๆ ที่เกิดจากการเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้าน ล้วนเกิดมาจากปัญหาในการเลี้ยงดูรวมไปถึงการทำความสะอาดให้แก่สุนัข ผู้เลี้ยงจึงควรดูแลทำความสะอาดอาบน้ำให้สุนัขเป็นประจำสัปดาห์ละหนึ่งครั้งหรือ 2 สัปดาห์ต่อครั้งแล้วแต่ความสกปรก หรือแล้วแต่สภาพผิวหนัง สภาพขนของแต่ละสายพันธุ์ อย่างเช่น สุนัขขนสั้นบางสายพันธุ์อาจไม่จำเป็นต้องอาบน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ ถ้าไม่เปื้อนสิ่งสกปรก แต่กรณีที่เป็นสุนัขขนสั้น 2 ชั้น จึงมีขนร่วงอยู่ตลอดเวลา ผู้เลี้ยงควรแปรงขนให้พวกเขาเป็นประจำทุกวัน เพื่อไม่ให้มีขนหลุดปลิวอยู่ในบ้าน อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ หรือติดเชื้อระบบทางเดินหายใจได้ค่ะ     ส่วนเห็บกับหมัด ศัตรูตัวฉกาจของสุนัขและผู้เลี้ยงก็เป็นปัญหาที่ปล่อยปละละเลยไม่ได้เด็ดขาด เพราะสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้มักจะแอบซ่อนอยู่ที่ตัวสุนัข ห้องนอน เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เตียง หรือ แม้กระทั่งบนที่นอน! ด้วยเหตุนี้เอง ผู้เลี้ยงจึงควรพาสุนัขไปฉีดยากำจัดเห็บหมัดตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ อาบน้ำทำความสะอาดสุนัขบ่อยขึ้นในกรณีที่อาบน้ำให้สุนัขน้อบกว่า 2 สัปดาห์ต่อครั้ง และที่สำคัญต้องไม่ลืมทำความสะอาดภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมไปถึงพื้นที่รอบตัวบ้านด้วยน้ำยากำจัดเห็บหมัดนะคะ   อีกสิ่งที่หนึ่งที่เป็นปัญหากวนใจต่อสมาชิกในบ้านนั่นก็คือ กลิ่นตัวของสุนัข แนะนำให้ผู้เลี้ยงคอยเช็ดตัว โรยแป้ง ช่วยดับกลิ่นสุนัขระหว่างวัน แต่ถ้าเกิดยังมีกลิ่นติดตามโซฟาหรือเสื้อผ้าภายในบ้าน ก็ให้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้าอย่าง แอมบิเพอร์กลิ่นใดก็ได้ เพื่อช่วยกำจัดแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นอับชื้นก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงอาจต้องระวังโรคเกี่ยวกับเชื้อราที่ผิวหนังของสุนัขซึ่งสามารถติดต่อสู่คนได้อีกด้วย และด้วยเหตุนี้เอง การเริ่มต้นทำความสะอาดที่ตัวสุนัข จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพของสมาชิกทุกคนในครอบครัว     การดูแลสุขภาพเด็ก   จากผลงานวิจัยทั่วโลกต่างระบุว่า เด็กๆ ที่มีสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้าน ได้ใกล้ชิดกับสุนัขจะช่วยให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรง เจ็บป่วยน้อยกว่าเด็กที่ภายในบ้านไม่มีสัตว์เลี้ยง เนื่องจากสัตว์เลี้ยงจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ ได้เองอย่างเป็นชาติจากแบคทีเรียที่สัตว์เลี้ยงนำเอามาจากนอกบ้านนั่นเอง   อย่างไรก็ตาม แบคทีเรียที่ส่งผลดีต่อสุนัขภาพเด็กๆ จะต้องมีอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นถึงจะส่งผลดี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น หลังจากที่เด็กๆ เล่นกับสุนัขหรือ สัตว์เลี้ยงเสร็จแล้ว ควรให้พวกเขาล้างมือให้สะอาดเรียบร้อย กำจัดเส้นขนสุนัขอันเป็นสาเหตุทำให้เด็กๆ เป็นภูมิแพ้ ผื่นคันจากเชื้อโรคที่ติดมากับขนสุนัข อีกทั้งควรทำความสะอาดบ้านด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันเชื้อโรค ไรฝุ่น สำหรับเสื้อผ้า หรือ เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าก็สามารถใช้ แอมบิเพอร์ แอนตี้ แบคทีเรีย เพื่อช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นได้อีกแรงค่ะ   การดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์   การเลี้ยงสัตว์หรือสุนัขสามารถช่วยบรรเทาความตึงเครียด ความวิตกกังวล ที่อาจขึ้นได้ในหญิงตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องใส่ใจดูแลเรื่องป้องกันการแพ้คันจากฝุ่นไร ขน หรือ เชื้อรา แบคทีเรียต่างๆ จากสุนัขมากเป็นพิเศษ จึงควรแยกพื้นที่ อาณาบริเวณระหว่างสุนัขกับหญิงตั้งครรภ์ให้เป็นสัดส่วน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท จัดแต่งบ้านให้ง่ายต่อการทำความสะอาด นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังพฤติกรรมก้าวร้าวของสุนัข เช่น กระโจนใส่ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ควรล้างมือทุกครั้งหลังจับสุนัข และก่อนรับประทานอาหาร ไม่ควรปล่อยให้สุนัขนอนร่วมเตียงในช่วงนี้นะคะ เนื่องจากผู้หญิงหลายคนจะมีภูมิคุ้มกันต่ำลงในช่วงตั้งครรภ์อาจเกิดการแพ้ฝุ่นหรือเชื้อโรคจากขนสุนัขได้ และอีกสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยก็คือต้องทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวันนั่นเองค่ะ     การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ   การให้ผู้สูงอายุอยู่กับสุนัขจะช่วยในเรื่องของสภาพจิตใจให้มีอารมณ์ที่มั่นคง ผ่อนคลาย เหงาหรือหว้าเหว่น้อยลง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเรื่องความจำ ทักษะในการพูดคุยมากขึ้นโดยเฉพาะผู้สูงวัยที่กำลังมีภาวะความจำเสื่อม อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงสุนัขร่วมกับผู้สูงอายุจำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุมากเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้สูงอายุมีการเดิน เคลื่อนไหว ที่ไม่มั่นคงแข็งแรง หากสุนัขกระโดดหรือกระโจนเข้าหาอาจทำให้ลื่นหกล้มได้ จึงควรจัดสรรพื้นที่ของสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้านให้อยู่แยกเป็นสัดส่วน มีคอกกั้น ของจำพวกชามอาหาร ถาดใส่น้ำควรวางอยู่เป็นที่ไม่ระเกะระกะ ส่วนเรื่องของความสะอาดควรเช็ดถูเป็นประจำทุกวัน หากมีผู้สูงอายุที่ไม่สบาย ร่างกายอ่อนแอ ก็ควรหลีกเลี่ยงให้สุนัขเข้าใกล้โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะเกิดการติดเชื้อโรคได้จากน้ำลาย ฝุ่น เห็บ หมัด ไร ที่ติดมาจากนอกบ้าน แนะนำให้ใช้ยาพ่นกำจัดเห็บฉีดตามฝาผนัง และซอกมุมต่างๆ ทั่วบ้าน ทั้งบริเวณของสุนัขและของสมาชิกในครอบครัว   การดูแลสุขภาพผู้ที่เป็นภูมิแพ้   ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ส่วนใหญ่ต่างเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเลี้ยง หรือการอยู่ร่วมกับสุนัข เพราะเกรงว่าขนของสุนัขจะยิ่งกระตุ้นทำให้เกิดภูมิแพ้มากยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขนสุนัขไม่ได้มีผลทำให้เราเกิดอาการแพ้นะคะ หากคือเศษขี้ไคล น้ำลาย ฝุ่นละออง ฉี่ หรือเชื้อโรคที่ติดอยู่กับขนของสุนัข ดังนั้น ผู้ที่เป็นภูมิแพ้แต่เลี้ยงสุนัข จึงควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษเรื่องความสะอาดของตัวสุนัขเอง ต้องทำความสะอาดสุนัขอย่างสม่ำเสมอ จัดบริเวณให้น้องหมาอยู่เป็นสัดส่วน จำกัดพื้นที่ไม่ให้สุนัขเดินได้อย่างอิสระภายในบ้าน     ควรจัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย หลีกเลี่ยงไม่ให้สุนัขเข้าไปอยู่ในห้องนอน และควรทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่นที่ออกแบบมาพิเศษสำหรับผู้เป็นโรคภูมิแพ้ ให้ทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือหาเครื่องฟอกอากาศเข้ามาติดตั้งเพื่อช่วยฟอกอากาศภายในบ้าน ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นเนื้อผ้า ผ้าปูที่นอน รวมไปถึงพื้นพรมที่มักมีกลิ่นหมักหมมจากเชื้อแบคทีเรียอันนำไปสู่สาเหตุหนึ่งของอาการแพ้ต่างๆ ควรหาน้ำยา หรือผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้าอย่างแอมบิเพอร์ เฟิร์ส ดีเฟนซ์ เพื่อช่วยในการขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ พร้อมมอบกลิ่นหอมสะอาด และยังช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากผ้าในอากาศซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้อีกด้วยค่ะ   การหมั่นใส่ใจเรื่องรายละเอียดในการเลี้ยงสุนัขที่ต้องนำมาไว้ในบ้านจึงไม่ใช่เรื่องเล็กที่สามารถมองข้ามได้นะคะ เพราะหากความสะอาด หรือสุขภาพของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งได้รับการปล่อยปละละเลย ก็อาจนำมาซึ่งการติดเชื้อ ภูมิแพ้ ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนส่งผลไปยังสุขภาพจิตใจ ความรัก ที่มีต่อสุนัขได้อีกด้วย ดังนั้น ถ้าคิดจะเลี้ยงสุนัขภายในบ้านจำเป็นต้องดูแลสุนัขของทุกฝ่ายควบคู่กันไป แยกขาดออกจากกันไม่ได้นะคะ   ขอบคุณบทความดีโดย : Dogilike.com http://www.dogilike.com ภาพประกอบสวยๆจาก Pixabay
วิธีการเลือกเครื่องกรองน้ำ ใช้กับบ้าน หรือคอนโดของคุณ

วิธีการเลือกเครื่องกรองน้ำ ใช้กับบ้าน หรือคอนโดของคุณ

เชื่อได้ว่า หลายๆคน หลายๆบ้าน จะต้องติดเจ้าตัวนี้ไว้ที่บ้าน หรือคอนโดแน่ๆ ตัวนี้ก็คือ "เครื่องกรองน้ำ" ที่มันมีประโยชน์มากมาย ต่อน้ำที่กรองออกมาใช้งาน มีมากมายหลายระบบ หลายแบบ วันนี้ เลยหยิบเอาข้อมูลต่างๆ ของเจ้าเครื่องกรองน้ำ (Water Filter Machine) มาฝากกัน     การเลือกเครื่องกรองน้ำสักเครื่องเพื่อนำมาใช้งาน คงต้องเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องกรองจากน้ำประปา หรือบางแห่งเป็นน้ำบ่อ แล้วต้องนำมาดื่ม บางบ้านนำมาสำหรับชงนมให้กับทารกเลยทีเดียว ดังนั้น จึงต้องพิจารณากันค่อนข้างมาก ดังนั้นเพื่อช่วยลดความกังวล และเป็นแนวทางในการเลือกเครื่องกรองน้ำ ควรต้องพิจารณาดังต่อไปนี้   1. สภาพน้ำดิบที่เราจะนำมากรอง   น้ำดิบ คือ น้ำที่จะนำมาผ่านเครื่องกรอง น้ำในกรงเทพฯ ร้อยละ 90 เป็นน้ำประปา และน้ำในต่างจังหวัด บางแห่งเป็นน้ำประปา ประปาหมู่บ้าน น้ำบาดาล น้ำบ่อ เป็นต้น – น้ำประปาในกรุงเทพฯ สามารถใช้เครื่องกรองน้ำได้แทบทุกรุ่น เพราะน้ำประปาได้รับการกรองมาชั้นหนึ่งแล้ว โดยการประปาได้แจ้งไว้ว่าสามารถดื่มได้ แต่ที่ยังเป็นปัญหาคือ กลิ่นของคลอรีน และท่อส่งที่อาจจะไม่สะอาดเพียงพอ เครื่องกรองน้ำที่สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้เรียงจากดีที่สุด คือ เครื่องกรองน้ำระบบ RO, เครื่องกรองน้ำระบบ Nano, เครื่องกรองน้ำระบบ UF, เครื่องกรองน้ำระบบ Micro ระบบกรองสำหรับน้ำประปาที่แนะนำ คือ ระบบ Ultrafiltration (UF) ใช้กรองแบคทีเรียได้อย่างสมบูรณ์ และยังคงรักษาแร่ธาตุต่างๆไว้ ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เพราะไม่ใช้ปั๊มเพื่อเพิ่มแรงดันน้ำ ไม่ต้องใช้ถังเก็บน้ำ และไม่เกิดของเสียจากระบบการกรอง ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ได้ถูกใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ยาและโรงพยาบาล – ถ้าเป็นน้ำในต่างจังหวัด ต้องมีการตรวจทดสอบความสะอาดของน้ำดิบก่อน เพื่อดูว่ามีความสะอาดอยู่ในระดับไหน หากไม่สกปรกมาก ก็สามารถใช้ไส้กรองเซรามิคในเครื่องกรองน้ำช่วยได้ แต่เพื่อความปลอดภัยในการดื่ม ควรใช้เครื่องกรองน้ำระบบ RO ระบบกรองน้ำ Reverse Osmosis (RO) จำเป็นต้องใช้แทงก์เก็บน้ำ เป็นสาเหตุให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ สิ้นเปลืองน้ำเนื่องจากไส้กรองขนาดเล็ก เกิดการสูญเสียแรงดันน้ำ และต้องใช้ปั๊มช่วยในการทำงาน สูญเสียแร่ธาตุภายหลังการกรองที่ควรมีในน้ำดื่ม ใช้ไฟฟ้า และมีค่าบำรุงรักษาสูง ระบบ Ultraviolet (UV) สามารถฆ่าเชื้อได้ แต่กำจัดแบคทีเรียไม่ได้ แบคทีเรียจึงมีโอกาสเจริญเติบโตในน้ำได้ ไม่แนะนำสำหรับใช้กรองน้ำในบ้าน   2. งบประมาณที่เรามี   โดยความเป็นจริงน่าจะเป็นเหตุผลหลักในการซื้อเครื่องกรองน้ำเลยก็ว่าได้ เพราะเครื่องกรองน้ำมีหลายราคาตั้งแต่ถูกสุดหลักร้อย ไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว ซื้ออย่างไรเราจะไม่เกิดปัญหาทางการเงินในภายหลัง – หากมีงบประมาณไม่เกิน 1,500บาท สามารถซื้อเครื่องกรองน้ำ 2-3ขั้นตอน หรือ เครื่องกรองน้ำ 5 ขั้นตอน สามารถกรองได้สูงสุด 5ไมครอน – หากมีงบประมาณ 1,500-3,000บาท สามารถซื้อเครื่องกรองน้ำไส้เซรามิค หรือ เครื่องกรองน้ำระบบ UF สามารถกรองได้สูงสุด 0.3-0.01ไมครอน – หากมีงบประมาณ 3,000บาท ขี้นไป สามารถซื้อเครื่องกรองน้ำได้ตั้งแต่ เครื่องกรองน้ำระบบ Nano และ เครื่องกรองน้ำระบบ RO สามารถกรองได้สูงสุด 0.0001ไมครอน   3. ความต้องการของเรา   เครื่องกรองน้ำปัจจุบันได้ถูกปรับให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น โดยมีระบบการทำน้ำเย็น น้ำธรรมดา และน้ำร้อน รวมอยู่ในเครื่องเดียวกัน เพื่อความสะดวกและประหยัดพื้นที่ของผู้บริโภค ซึ่งก็ทำให้ราคาสูงตามไปด้วย ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องกรองน้ำ เราควรถามตัวเองก่อนว่า เราอยากได้เครื่องกรองน้ำที่มีความสามารถแบบไหน   4. ความเหมาะสมของตำแหน่งที่จะติดตั้ง   ในการติดตั้งเครื่องกรองน้ำต้องคำนึงว่า จุดที่จะติดตั้งมีน้ำเข้าถึงได้ง่ายหรือไม่ จะต้องเดินท่อใหม่เพื่อเครื่องกรองน้ำโดยเฉพาะเลยไหม จะตั้งดีหรือจะแขวนดี สะดวกในการเสียบปลั๊กไฟไหม และที่สำคัญมีที่ทิ้งน้ำไหม สำหรับระบบ RO ซึ่งล้วนแต่สำคัญทั้งสิ้น โดยส่วนมากผู้คนจะติดตั้งไว้ที่ ในครัว ใต้ซิงค์ล้างจาน หน้าห้องน้ำ ลานซักผ้า นอกบ้าน ในบ้าน เป็นต้น   5. ข้อมูลเฉพาะของเครื่องกรองน้ำแต่ละรุ่น   เครื่องกรองน้ำที่เราสนใจแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ มีข้อมูลเฉพาะ หรือข้อจำกัดอะไรที่เราต้องทราบบ้าง เช่น ระบบ RO จะมีน้ำทิ้ง บางรุ่นต้องใช้ไฟฟ้า บางรุ่นผลิตน้ำช้า บางรุ่นต้องล้างไส้กรอง บางรุ่นไม่ต้องล้างไส้กรอง บางยี่ห้อไส้กรองแพงกว่าตัวเครื่อง เป็นต้น ความปลอดภัยน้ำสะอาด 3 ขั้นตอนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 1 Sediment ดักจับกรวด ทราย หิน โคลน และสารแขวนลอยขนาดใหญ่ ที่ปนเปื้อนมากับน้ำ เช่น เศษสนิม และผงฝุ่นจากท่อน้ำ เพื่อเตรียมน้ำสะอาดก่อนเข้าระบบกรองในขั้นตอนต่อไป ช่วยยืดอายุการใช้งานของไส้กรองอื่นๆ ขั้นตอนที่ 2 Activated Carbon Block ดักจับสารเคมี คลอรีน กลิ่น สี สารอินทรีย์ โดยวิธีการดูดซึมดูดซับ และกรองโลหะหนักต่างๆ ขั้นตอนที่ 3 Ultrafiltration กรองแบคทีเรียถึง 100 เปอร์เซ็นต์ โดยการใช้ Membrane Hollow Fiber ขนาดรูเล็กกว่าแบคทีเรีย เล็กที่สุด 0.03 ไมครอน แร่ธาตุที่เป็นประโยชน์สามารถผ่านได้ ได้ถูกเริ่มใช้ครั้งแรกในโรงพยาบาลสำหรับกรองเลือด     ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก https://www.999article.com
ปลูกอะไรไว้ในบ้านแล้วเวิร์คสุดๆ มะละกอไง!

ปลูกอะไรไว้ในบ้านแล้วเวิร์คสุดๆ มะละกอไง!

หลายๆ คน สรรหาต้นไม้ ต้นไม้มงคล ไม้ดอก ไม้สวน ไม้ประดับ โน้นนี่ มาปลูกในบ้าน เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล แต่งสวนบ้าง ชอบเป็นการส่วนตัวบ้าง วันนี้ เราจะแนะนำ ต้นไม้ที่ปลูกแล้ว ให้ประโยชน์สูงสุด ที่หลายๆ คนมองข้ามไป นั่ก็คือ "มะละกอ" นี่เอง   มะละกอ เป็นไม้ผลที่คนไทยนิยมกิน ยอดอ่อนดองกินได้ ผลดิบนำมาปรุงอาหาร ใช้ปรุงส้มตำ แกงส้ม แกงเหลือง แกงอ่อม ผัดไข่ ต้มจิ้มน้ำพริก ผลสุกกินสด น้ำมีรสชาติหวานหอม มีวิตามินเอและแคลเซียมสูง   ผลดีต่อสุขภาพ   - มะละกอมีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล และเกลือโซเดียมต่ำ เป็นแหล่งที่ดีของเส้นใยอาหาร ธาตุโพแทสเซียม วิตามินเอ ซี และโฟเลต แต่ร้อยละ 92 ของพลังงานจากมะละกอสุกมาจากคาร์โบไฮเดรต ผู้ที่ควบคุมอาหารแป้งและน้ำตาลจึงไม่ควรกินมะละกอมากเกินไป - สีแดงอมส้มที่พบในมะละกอสุกแสดงว่า มะละกอสุกมีสารไลโคพีนซึ่งเป็นสารช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย - มะละกอสุกอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แคโรทีน วิตามินซี สารฟลาโวนอยด์ สารโฟเลต กรดแพนโทเทนิก ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม และเส้นใยอาหาร สารอาหารเหล่านี้บำรุงสุขภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด และป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่อีก ด้วย นอกจากนี้มะละกอมีเอนไซม์ปาเปน สามารถนำมาใช้ด้านการแพทย์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บทางการกีฬา   ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด   - มะละกออาจช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัวและโรคหัวใจที่มีสาเหตุจากโรคเบาหวานได้ดี มะละกอมีวิตามินซี วิตามินอีและวิตามินเอ (ในรูปของสารแคโรทีนอยด์) ซึ่งเป็นสารอนุมูลอิสระที่มีความสำคัญช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระของคอเลสเตอรอล เชื่อว่าวิตามินซีและอีช่วยการทำงานของเอนไซม์พาราออกโซเนสซึ่งหยุดการเกิดอนุมูลอิสระของคอเลสเตอรอล - เส้นใยอาหารในมะละกอช่วยลดคอเลสเตอรอลส่วนกรดโฟลิกใช้เปลี่ยนกรดอะมิโฮโมซิสเทอีนเป็นกรดอะมิโนซิสเทอีนที่ไม่มีพิษภัยอะไร ถ้ามีโฮโมซิสเทอีนอยู่มากกรดอะมิโนนี้จะทำลายผนังหลอดเลือด เกิดความเสี่ยงของอาการหัวใจวายหรือหลอดเลือดสมองอุดตันได้   ช่วยระบบทางเดินอาหาร   - สารอาหารในมะละกอช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ลำไส้ใหญ่ เส้นใยอาหารจากมะละกอสามารถจับกับสารพิษก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่และพาส่งออกทำให้เกิดการสัมผัสกับเซลล์ลำไส้ใหญ่น้อยที่สุด และสารโฟเลต บีตาแคโรทีน วิตามินซีและอี ที่พบในมะละกอ จะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยลดการถูกทำลายของสารพันธุกรรมในเซลล์ดังกล่าวด้วยอนุมูลอิสระ   ฤทธิ์ต้านอักเสบ   - มะละกอมีเอนไซม์ปาเปนและไคโมปาเปนช่วยย่อยโปรตีน เอนไซม์เหล่านี้สามารถช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการสมานแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ งานวิจัยจากประเทศมาเลเซียพบว่า สารสกัดจากเปลือกผลมะละกอดิบเร่งอัตราเร็วของการสมานแผลในหนูทดลองได้เร็วกว่าการใช้ยาทา Solcoseryl ถึง 1 สัปดาห์ - บีตาแคโรทีน วิตามินซีและอีในมะละกอก็มีฤทธิ์ลดการอักเสบเช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคข้อเสื่อม และข้ออักเสบรูมาตอยด์จะได้ประโยชน์จากการกินมะละกอเพื่อลดอาการของโรคดังกล่าว ปัจจุบันมีการใช้เอนไซม์จากมะละกอดังกล่าวผลิตเป็นยาเม็ด ลดอาการบวม การอักเสบจากบาดแผลหรือการผ่าตัดแล้ว   ช่วยระบบภูมิคุ้มกัน   ร่างกายมนุษย์สามารถเปลี่ยนบีตาแคโรทีนที่ได้จากมะละกอสุกเป็นวิตามินเอและซีได้ เนื่องจากร่างกายต้องการวิตามินทั้งสองเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ให้ทำหน้าที่ได้ราบรื่น จึงพบว่าการกินมะละกอ เป็นประจำอาจลดความถี่การเกิดไข้หวัดและการติดเชื้อในช่องหูได้   การป้องกันภาวะจอประสาทตาเสื่อม   งานวิจัยตีพิมพ์ในต่างประเทศกล่าวว่าการกินผลไม้ 3 ครั้งต่อวันอาจลดความเสี่ยงของอาการภาวะจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ อันเป็นสาเหตุของการเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุ เนื่องจากคนไทยกินมะละกอ ทั้งดิบหรือสุกอยู่เป็นปกติ ดังนั้นเราจึงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวลดลงในยามชรา     น้ำมะละกอสุก   เลือกมะละกอที่สุกกำลังดี เนื้อไม่แข็ง หรือเละจนเกินไป เนื้อเนียน รสหวาน นำมะละกอสุกหั่นเอาแต่เนื้อครึ่งถ้วย น้ำเย็นจัด 1 ถ้วย ผง อบเชย 1/8 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำมะนาว 2 ช้อนชา ปั่นมะละกอกับน้ำเย็นจัด เกลือ น้ำมะนาวเข้าด้วยกัน รินใส่แก้ว โรยด้วยผงอบเชย ดื่มเย็นๆ ทันที   เห็นมั้ย!! ประโยชน์จากมะละกอมีมากมายจริงๆ ดังนั้น ถ้าจะเลือกปลูกไม้ในบ้าน อย่าลืมนึกถึง มะละกอ ด้วยละ...   ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.thaihealth.or.th ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Pixabay และ http://beautyclubthailand.com  
คู่มือเตรียมตัวย้ายบ้าน สบายใจเมื่อมีเช็คลิสต์

คู่มือเตรียมตัวย้ายบ้าน สบายใจเมื่อมีเช็คลิสต์

อยากได้เช็คลิสต์ไว้ช่วยเตือนความจำเวลาย้ายบ้านเพื่อช่วยให้คุณจัดระเบียบทุกอย่างได้ง่ายขึ้นใช่ไหม ให้การย้ายบ้านใหม่เป็นเรื่องง่ายๆ โดยเราจะช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมได้ดีขึ้นกับเช็คลิสต์ของเรา       ข้อแนะนำ   การย้ายเข้าบ้านใหม่นั้นมีกระบวนการที่คุณต้องจัดการอยู่หลายขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาดบ้านที่อยู่ในขณะนี้ ไปจนถึงการเปลี่ยนที่อยู่กับธนาคารและหน่วยงานสาธารณูปโภคต่างๆ ลองเขียนรายการของทั้งหมดที่คุณต้องจัดการเพื่อให้แน่ใจว่าไม่พลาดหรือหลงลืมอะไรไป ด้านล่างนี้คือรายการเบื้องต้นที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้     คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการย้ายเข้าบ้านใหม่นั้น เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นแต่ก็แสนจะวุ่นวายและน่าปวดหัวในขณะเดียวกัน การเตรียมพร้อมที่ดีนั้นจะช่วยคุณได้มาก ดังนั้นอย่าลืมจัดทุกอย่างให้เป็นระเบียบ ลองเขียนรายการเช็คลิสต์ในการย้ายบ้านของคุณขึ้นมา เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับสิ่งที่ต้องทำได้ทีละรายการ แล้วขีดฆ่าออกเมื่อทำเสร็จแล้ว ซึ่งจะทำให้คุณไม่ต้องคอยกังวลว่าจะหลงลืมอะไรไปในภายหลัง     การจัดทำเช็คลิสต์การย้ายบ้านนั้นเริ่มต้นจากการคำนึงถึงทุกสิ่งที่จะได้รับผลกระทบจากการย้ายบ้านของคุณไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ ใช้ลิสต์นี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเช็คลิสต์ของคุณโดยเฉพาะ ให้คุณสามารถย้ายเข้าบ้านใหม่ได้อย่างราบรื่นและหายห่วง   Moving House A Checklist   ยืนยันวันย้ายบ้านที่แน่นอน เพื่อให้คุณวางแผนจากวันกำหนดการย้าย ทำความสะอาดบ้านที่คุณอยู่ในปัจจุบันให้สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นบ้านที่เช่าอยู่ คุณอาจจะถูกหักเงินมัดจำถ้าบ้านไม่อยู่ในสภาพสะอาดเหมือนตอนที่คุณย้ายเข้า อ่านคำแนะนำในการทำความสะอาดหลังหมดสัญญาเช่าของเราที่นี่ จัดการเรื่องกรมธรรม์ประกันภัยบ้านโดยอ้างอิงจากวันที่ย้ายเป็นหลัก เพื่อให้สัญญาเริ่มมีผลครอบคลุมทันที ตั้งแต่วันที่คุณย้ายเข้ามา นัดหมายเวลากับบริษัทขนย้ายหรือนัดเพื่อนๆ ให้มาช่วยล่วงหน้า หากคุณว่าจ้างบริษัท คุณควรอยู่คอยกำกับดูแลความเรียบร้อยทั้งในระหว่างการจัดเก็บเพื่อย้ายและการจัดส่งเพื่อคอยให้คำแนะนำและตรวจสอบความเสียหายด้วย แจ้งการประปาและการไฟฟ้าให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 6 สัปดาห์ แจ้งผู้ให้บริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตให้ทราบล่วงหน้า เพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้ทันทีที่ย้ายเข้า ตามกฎหมาย ผู้ย้ายหรือผู้ที่เจ้าของบ้านมอบอำนาจแจ้งย้ายมีหน้าที่ต้องไปแจ้งเขตที่ย้ายออกให้ทราบภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ที่ย้ายออก และแจ้งย้ายเข้าบ้านใหม่ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ย้ายเข้าด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งนี้อย่าลืมตรวจสอบเอกสารที่จะต้องนำไปใช้ประกอบการยื่นเรื่องให้ครบถ้วนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เมื่อคุณเริ่มเก็บของใส่กล่อง คุณอาจจะแยกสิ่งของที่คุณไม่มีที่พอสำหรับเก็บอีกต่อไปแล้วหรือไม่ต้องการย้ายเข้าบ้านใหม่ โดยคุณสามารถบริจาคข้าวของที่ไม่ต้องการให้กับมูลนิธิต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์เก่า เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อย่าลืมนัดหมายเวลาล่วงหน้าเพื่อให้ทางมูลนิธิส่งรถมารับ หรือนัดเวลาและสถานที่ที่คุณจะนำสิ่งของเหล่านั้นไปส่งมอบให้ -คุณสามารถแจ้งไปรษณีย์ในพื้นที่บ้านเก่าของคุณให้ส่งต่อจดหมายไปยังที่อยู่ใหม่ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้จดหมายสำคัญตกหล่นหรือถูกตีกลับ หากคุณมีลูกหรือสัตว์เลี้ยง คุณควรจ้างหรือวานให้ใครช่วยดูแลเด็กๆ และสัตว์เลี้ยงแทนในวันที่ขนย้ายเพื่อช่วยลดความวุ่นวาย นัดหมายเวลาไปรับกุญแจบ้านหลังใหม่ของคุณจากตัวแทนนายหน้า ซึ่งควรจะเป็นวันก่อนหน้าวันย้ายเพื่อให้คุณเริ่มจัดการย้ายเข้าได้ตั้งแต่เช้า ตรวจสอบให้ถี่ถ้วนเมื่อคุณเข้าไปในบ้าน อย่าเพิ่งรีบขนเฟอร์นิเจอร์เข้าไปทันที แต่คุณตรวจสอบสภาพของบ้านให้ละเอียดว่ามีอะไรเสียหายหรือผิดปกติหรือไม่ และอย่าลืมมองหาตำแหน่งของสิ่งสำคัญๆ เช่น กล่องฟิวส์ เผื่อกรณีที่เกิดไฟฟ้าดับระหว่างการขนย้าย แจ้งเปลี่ยนที่อยู่ของคุณกับทางธนาคารประมาณ 2 สัปดาห์ล่วงหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าจดหมายสำคัญนั้นจะถูกจัดส่งมาที่บ้านใหม่ของคุณอย่างถูกต้อง   เมื่อคุณขนของย้ายเข้าบ้านใหม่เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมทำความสะอาดให้บ้านพร้อมอยู่อีกครั้ง โดยมีตัวช่วยดีๆ หลายตัวที่จะทำให้บ้านหลังใหม่ของคุณสะอาดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาทำความสะอาดพื้นผิวอเนกประสงค์อย่างเช่น ซิฟ หรือ วิม สำหรับทำความสะอาดห้องน้ำที่ช่วยขจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ อย่าลืมอ่านฉลากคำแนะนำอย่างละเอียด และทดสอบการใช้งานผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดกับพื้นที่เป็นบริเวณเล็กๆ ก่อนใช้จริง   ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก https://www.cleanipedia.com/th
คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในคอนโดฯ เลี้ยงอะไรดีล่ะ?

คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในคอนโดฯ เลี้ยงอะไรดีล่ะ?

สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในห้องสี่เหลี่ยมอย่างคอนโดฯ ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลี้ยงตัวอะไรดี เรามีคำแนะนำ       ปลา แนะนำแค่ปลาหางนกยูงเท่านั้น เพราะปลาชนิดอื่นต้องการพื้นที่และยุ่งยากกับการเปลี่ยนกรองน้ำบ่อย   นก ขี้นกและเศษขนสร้างฝุ่นให้แก่ห้อง ส่งผลต่อการทำความสะอาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   หนู มีนิสัยชอบกิน นอน เล่น ถ้าเราไม่ใช่คนที่เบื่ออะไรง่าย และมีเวลาให้พวกเขามากพอ พวกแฮมสเตอร์หรือแกสบี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ   เต่า เรื่องที่ต้องระวังที่สุดก็เห็นจะเป็น”ขี้เต่า” นี่เอง เพราะเหม็นอย่าบอกใคร   กระรอก เป็นสัตว์ที่สะอาดมาก แนะนำให้เลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ แต่ต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ ชงนมและป้อนทุก 4-6 ชั่วโมง เพื่อให้ติดและเชื่องที่สุด เมื่อโตแล้วจะได้ดูแลง่าย   สุนัข ในกรณีที่คอนโดฯ ไม่มีกฏห้ามเลี้ยงสัตว์ หมาน้อย “ชิวาว่า” คือคำตอบที่เหมาะที่สุด เพราะต้องการพื้นที่เพียงเล็กน้อย อาหารก็ไม่กินมาก การขับถ่ายก็น้อย ดูแลง่าย และรักเจ้าของเพียงคนเดียว แต่ต้องมีเวลามากพอให้เค้าเช่นกัน   กระต่าย สิ่งเดียวที่ห้ามก็คือ อย่าปล่อยให้เป็นอิสระ เพราะมันจะเล็มแทะทุกอย่างในห้องจนไม่เหลือโดยเฉพาะสายไฟ กับข้อเสียที่สุดยอดก็คือ ปัสสาวะที่กลิ่นฉุนมาก   เฟอร์เร็ต นิสัยซน ขี้เล่นมาก ปีนป่าย มุดลอด รวมถึงกินทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้ว่าปัสสาวะจะมีกลิ่นบ้าง แต่ก็ทำความสะอาดง่าย   แมว อุจจาระและปัสสาวะส่งกลิ่นรุนแรงมาก ถ้าในห้องมีการระบายอากาศที่ไม่ดีล่ะก็ หมดกันแน่ๆ   แต่ละตัว น่ารักน่าเลี้ยงมาก ถ้าคอนโดของคุณ อนุญาตให้เลี้ยงพวกเขาได้ ก็จัดไปอย่าให้เสีย แต่ถ้าเลือกที่จะเลี้ยงเค้าแล้ว ก็หมั่นเอาใจใส่ รักทะนุถนอมเค้าด้วยนะครับ เกรงใจข้างห้องเขาด้วยนะ ใจเขาใจเรา และที่สำคัญ ถ้าเบื่อแล้วอย่าเอาไปเป็นภาระของสังคมนะตัวเอง   ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Mthai รูปประกอบ จาก Pixabay  
วิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่าย เปิดใช้งานเร็ว โดยไม่ต้องง้อช่าง

วิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่าย เปิดใช้งานเร็ว โดยไม่ต้องง้อช่าง

วันนี้ Review Your Living มีวิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่ายๆ มาช่วยทุ่นแรงคุณพ่อบ้านแม่บ้านที่กำลังปวดหัวอยู่ว่าจะซ่อมแซมห้องน้ำด้วยวิธีใดให้เปิดใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมง แล้วขั้นตอนจะเป็นแบบไหนไปชมกันค่ะ  ใครที่คิดจะทำห้องน้ำใหม่หรือซ่อมแซมห้องน้ำนั้น อย่าลืมว่าการเริ่มต้นที่ดีและถูกต้องโดยทำไปทีละขั้นตอนอย่างเป็นสเต็ป นอกจากช่วยลดปัญหาจุกจิกจิกที่อาจจะตามมาภายหลัง ยังได้ห้องน้ำสวยตรงใจ ที่สำคัญการเลือกวัสดุที่จะใช้ในการทำห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง  สุขภัณฑ์ หรือ ก๊อกน้ำ จำเป็นที่จะต้องพิจารณาเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้าด้วย เพราะบางครั้งห้องน้ำออกแบบมาสวยงาม แต่เลือกสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพก็จะมีผลด้วย เช่น ถ้ากระเบื้องไม่ได้ฉากหรือมุมเมื่อปูออกมาแล้วร่องยาแนวอาจจะเบี้ยวได้ นอกจากนี้การเลือกกาวปูกระเบื้องและกาวยาแนวก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป ปัจจุบันมีกาวปูกระเบื้องและกาวยาแนวสำหรับห้องน้ำโดยเฉพาะ ที่มีคุณสมบัติพิเศษพัฒนามาเพื่อใช้กับห้องน้ำเช่นเดียวกับในคลิปที่เรานำมาฝาก ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย..
5 อันดับบ้านสุดแพง ของนักเตะฟุตบอลโลก 2018

5 อันดับบ้านสุดแพง ของนักเตะฟุตบอลโลก 2018

ให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน คือฟุตบอลโลกฟีเวอร์  "World Cup 2018" ที่จัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งเจ้าภาพ ก็จัดเต็มกับซาอุดิอาราเบีย ไป 5-0 ประตู วันนี้ เลยอยากนำเสนอข้อมูล ที่คุณเองก็อาจจะอยากรู้เหมือนกันว่า บ้านหรือคฤหาสน์ 5 อันดับแพงสุด ของนักเตะฟุตบอลโลกปีนี้ ใครจะครองแชมป์ เรามาดูกันเลย     อันดับที่ 1   บ้านของ Philippe Coutinho นักเตะชื่อดัง จากทีมชาติ บราซิล ซึ่งปีนี้ก็เป็นทีมที่น่าคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกซะด้วย จะเรียกว่าเป็น Mansion สุดหรู ในกรุง  Barcelona ก็ได้ ที่มีสาธารณูปโภคพร้อมสรรพ ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ห้องนั่งเล่นสุดหรุ ห้องครัวขนาดมหึมา สระว่ายน้ำ ลานกีฬา อุปกรณ์ออกกำลังกายครบชุด  สนนราคา Mansion นี้ อยู่ราวๆ 3-5 ล้านยูโร ถ้าเทียบขนาดแล้ว ก็ใหญ่พอๆ กับ Nou Camp ของ มิสเตอร์เพรสเด๊นท์เลยทีเดียว!!     อันดับที่ 2   เป็นบ้านของ นักเตะทีมกระทิงดุ สเปน เขาก็คือ Sergio Ramos หรือในอีกนาม เขาก็เป็นกัปตันทีม Real Madrid นั่นเอง บ้านของเขาเต็มไปด้วยสาธารณูปโภค เช่น สระว่ายน้ำ ยากูชี่ ซาวน่า โฮมออฟฟิช รวมถึงที่ขาดไม่ได้ ห้องฝึกซ้อมกีฬาที่เขาโปรดปราน ราคาบ้านก็ไม่แพงมาก อยู่ที่ 6.5 ล้านปอนด์ เท่านั้นเอง     อันดับที่ 3   เป็นของเจ้าหนูมหัศจรรย์ Neymar  นั่นเอง นักเตะทีมชาติบราซิล ที่พัฒนาตัวเอง จนกลายมาเป็นนักเตะที่ทรงคุณค่า และค่าตัวแพงลิบลิ่วได้ บ้านของเขาอยู่บนเนื้อที่กว่า 50,000 ตารางเมตร บนเนินเขาตอนเหนือของ Bougival มีเนื้อที่การใช้สอบกว่า 10,800 ตารางฟุต ราคาบ้านไม่ได้ระบุไว้ แต่คงแพงน้อยกว่าบ้านข้างบน     อันดับที่ 4   บ้านของนักเตะชาว อาร์เจนติเนี่ยน เป็นใครไปไม่ได้ เขาคือ Lionel Messi นักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ฟุตบอลโลกปีนี้ เขาจะพาทีมขาติของเขาไปได้ไกลขนาดไหน ต้องมาคอยติดตามเชียร์กัน ส่วนบ้านของเขา ตัวบ้านเองราคาไม่แพงเท่าไร อยู่ที่ 1.6 ล้านยูโร แต่เขาจ่ายเงินกว่า 6 ล้านยูโร เพื่อตกแต่งมัน!!!     อันดับที่ 5   เป็นบ้านของนักเตะที่ไม่มีใครจะไม่รู้จักแน่ๆ เขาคือ Cristiano Ronaldo นักเตะจากทีมชาติโปรตุเกส ที่เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมชาติของตัวเอง เข้ารอบฟุตบอลโลก 2018 มาได้ และเขาจะเป็นกำลัง หัวหอกสำคัญ พาทีมโปรตุเกสไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก...(เตะนัดแรกกับ สเปน เกือบเอาตัวไม่รอด เสมอกันไป 3-3) เรามาคุยเรื่องบ้านเขากันดีกว่า มูลค่าบ้านอยู่ที่ 4.8 ล้านปอนด์ ซึ่งตัวบ้านประกอบไปด้วย 7 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ รวมถึงห้องเก็บถ้วยรางวัล และห้องออกกำลังกาย ส่วนภายนอกบ้านก็จะมี สระว่ายน้ำ ยากูชี่ และอื่นๆ อีกเพียบ     เป็นไงกันบ้าง 5 อันดับบ้านสุดแพง ของบรรดานักเตะทีมขาติ ในศึกฟุตบอลโลก 2018 แต่ละหลังอลังการงารสร้างมาก เงินทองที่ได้มาจากการค้าแข้งของพวกเขา ก็กลับมาสู่ความสุขที่ได้สร้างบ้านด้วยน้ำแข้งของตัวเองจริงๆ  แล้วอย่าลืมเชียร์พวกเขาด้วยนะจ๊ะ....   เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ โดย Review Your Living ขอบคุณ ข้อมูล และภาพประกอบจาก https://www.housenetwork.co.uk