รอบรู้เรื่องบ้าน

 

บทความแนะนำ

ปฎิทินชีวิต : ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 20 สิงหาคม – 26 สิงหาคม 2561

 สำหรับวันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ไปจนถึง 11 โมง  และ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 5 โมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 1  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้  และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม  ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ และระมัดระวังประตู เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 10 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ไม่เหมาะสม เพราะอาจจะเกิดอุปสรรคได้ โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 1 ไปจนถึง ตี 3 และ 7 โมงเช้า ไปจนถึง 11 โมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่ม  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้  และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม  ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครกและเครื่องบด  และระมัดระวังประตู เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวันพุธ ที่ 22 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 11  ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียมในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง 7 โมงเช้า  และ 11 โมง ไปจนถึง บ่ายโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่ม ไปจนถึง 3 ทุ่มตรง  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันตก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีฟ้า น้ำเงิน และดำ  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังห้องครัว และกรงสัตว์ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้สำหรับวันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 12 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมหรือทาสีบ้านในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง 7 โมงเช้า  และบ่ายโมงตรง ไปจนถึง บ่ายสามโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 3 ทุ่ม ไปจนถึง 5 ทุ่มตรง  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันตก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีฟ้า น้ำเงิน และดำ  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวัง เตียงนอน และโกดัง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้สำหรับวันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะสร้างบ้านในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ไปจนถึง 9 โมง และบ่ายสามโมงตรง ไปจนถึง 5 โมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก และระมัดระวังเตียงนอน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้สำหรับวันเสาร์ ที่ 25 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 14  ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะสร้างหรือซ่อมแซมบ้านในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3 และ 9 โมงตรง ไปจนถึง 11 โมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่มตรง  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก และระมัดระวังเตียงนอน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 15  ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะทุบบ้านใหม่ในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง ตี 5 และ 11 โมงตรง ไปจนถึง บ่ายโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่ม ไปจนถึง 5 ทุ่มตรง  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ และทอง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครกและเตาไฟ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้

อยู่สบายไร้กังวล ล่าสุด

5 ของตกแต่งบ้าน เพิ่มความโรแมนติกให้บ้านคุณ

5 ของตกแต่งบ้าน เพิ่มความโรแมนติกให้บ้านคุณ

1. ดอกไม้สิ่งที่เป็นตัวแทนของความโรแมนติก คงหนีไม่พ้น ดอกไม้ เพราะดอกไม้เป็นสิ่งที่สวยงาม ความมีชีวิตชีวา ใครเห็นก็รู้สึกสดชื่น คนรักก็มักจะมอบช่อดอกไม้ให้แก่กันเพื่อแสดงความรัก หากมุมของบ้านมีดอกไม้ประดับอยู่ในแจกัน ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ ซึ่งในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องใช้ดอกไม้สดเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถใช้ดอกไม้ประดิษฐ์แทนได้ บางทีอาจจะสวยงามกว่าของจริงซะด้วยซ้ำ 2. แสงเทียนหากนึกถึงบรรยากาศโรแมนติก แสงจากเทียน เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่นิยมนำมาเป็นของตกแต่ง ให้อารมณ์ความรู้สึกผ่อนคลาย ดูอบอุ่น เราสามารถใช้เชิงเทียนมาเป็นของตกแต่งบ้านได้ ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเชิงเทียนเดี่ยว แบบ 3, แบบ 5, แบบ 7 หรือแบบ 9 เล่ม โดยแสงสว่างก็จะเพิ่มตามจำนวนเล่มเทียน แต่ถ้ากังวลเรื่องการเกิดเพลิงไหม้ ปัจจุบันได้มีผู้คิดค้นเทียนแบบใส่ถ่านแบตเตอรี่ ให้แสงไฟใกล้เคียงกับของจริงมาก การวางเชิงเทียน เหมาะกับการวางไว้บนโต๊ะอาหาร หรือโต๊ะที่อยู่ตามมุมห้อง ตามทางเดิน เพื่อใช้เป็นแสงสว่างได้อย่างลงตัว 3.รูปภาพการใช้รูปภาพ หรือกรอบรูป มาประดับผนังของบ้าน จะช่วยให้ห้องไม่โล่งเกินไป และถ้าเป็นภาพวิวทิวทัศน์แนวธรรมชาติ หรือภาพคู่แต่งงาน ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ ยิ่งถ้ามีแสงเทียนส่องไปที่ภาพด้วยแล้ว ความรู้สึกคงจะเหมือนกลีบกุหลาบล่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าเลยทีเดียว แถมยังเป็นการย้ำเตือนความทรงจำในวันเก่าๆ ที่ความรักของคู่รักสุขงอม หวนให้นึกถึงคนึงหา 4. โคมไฟในบ้านหรือห้องนอน จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการติดหลอดไฟ เพื่อความสว่างในการอยู่อาศัย แต่ถ้าหากต้องการความโรแมนติก เราก็สามารถเลือกโคมไฟ ที่มีดีไซน์สวย แบบระย้า แบบรูปทรงแปลกตา มาช่วยเสริมให้บรรยากาศเป็นโทนสีละมุน โดยอาจจะใช้หลอดไฟสีอุ่น เช่น ส้มอ่อน รับรองห้องของคุณจะน่าอยู่มากขึ้น ใช้เวลาในบ้านมากขึ้น ได้อยู่กับครอบครัว 5. น้ำหอมน้ำหอมหรือน้ำหอมปรับอากาศ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของการสร้างความโรแมนติกให้กับบ้านของคุณ เพราะกลิ่นเป็นหนึ่งในสัมผัสทั้ง 5 สามารถช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เปลี่ยนอารมณ์และบรรยากาศของห้องได้ จึงไม่แปลกที่ห้องฮันนีมูนสูท จะใช้กลิ่นหอมของดอกไม้ มาช่วยสร้างบรรยากาศให้คู่รักรู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม สำหรับใครที่กำลังอยากหาของตกแต่งบ้าน มาช่วยสร้างบรรยากาศความโรแมนติกในบ้าน ก็อย่าลืมนำของตกแต่งบ้านที่เราแนะนำ นำไปเป็นข้อมูลในการเลือกซื้อของกันดูนะค่ะ รับรองว่าจะช่วยให้คุณสร้างบรรยายกาศภายในห้องนอนได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้คุณมีช่วงเวลาดีๆ กับคนรักอีกด้วย ^_^ ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.wemall.com/blog/3500/5-decorating-romanticภาพประกอบจาก : https://pixabay.comhttps://unsplash.com 
นอนหลับอย่างไร ให้เป็นสุข

นอนหลับอย่างไร ให้เป็นสุข

หากจะพูดว่าการนอนหลับมีส่วนสำคัญที่จะกำหนดคุณภาพชีวิตของเรา หรือนัยว่าเรานอนอย่างไร เหมือนกับที่พูดว่าเรากินอะไรเราก็เป็นอย่างนั้น (You are what you eat) ก็คงไม่ผิดนัก  ถ้าเรานอนหลับสนิทและนานพอเหมาะ เราจะตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส กระปรี้กระเปร่า ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจจะหมดไป ขณะเดียวกันร่างกายและจิตใจก็สามารถสังเคราะห์หล่อหลอมอาหารและประสบการณ์ที่รับเข้าไปในวันวานได้เต็มที่ ก่อเกิดเป็นคุณภาพของชีวิต (ในวัน) ใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังสร้างสรรค์ แต่ถ้าเรานอนหลับ ๆ ตื่น ๆ นอนน้อย เราจะตื่นขึ้นมาด้วยความง่วงเหงาหาวนอนยังงัวเงีย มึนงง คล้าย ๆ กับว่ายังไม่พร้อมที่จะเริ่มชีวิตในวันใหม่ แต่ถ้าสุดโด่งไปอีกข้างหนึ่งคือนอนมากเกินไป ก็จะเกิดความเกียจคร้านไม่อยากทำอะไร เหมือนเวลากินอาหารมากเกินแล้วร่างกายไม่อยากขยับหรือโยกย้ายไปไหน เรียกว่าเกิดภาวะสะสมมากเกินไป  ดังนั้น ถ้าต้องการทีคุณภาพชีวิตที่ดีก็ต้องดูแลเสาหลักแห่งการนอนหลับให้ดีด้วย ดีทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ปริมาณคือนอนจำนวนชั่วโมงที่พอเพียง ส่วนคุณภาพคือนอนหลับให้สนิท ถ้าได้นอนหลับลึกถึงขนาดที่เรียกว่า “ โยคะนิทรา ” (Yoka nidra) คือนอนหลับอย่างมีสมาธิ (Meditive sleep) ด้วยละก็ถือว่าเป็นสุดยอดของการนอนหลับเลยทีเดียว ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับที่น่าจะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น  นอนหัวค่ำตื่นแต่เช้า ควรเข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นแต่เช้า ดีกว่านอนดึกตื่นสาย ถ้าเป็นไปได้ควรเข้านอนอย่าให้เกิน 4 ทุ่ม เพราะช่วงเวลาระหว่าง 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่มนั้นตามหลักอายุรเวทถือว่าเป็นช่วงเวลาของธาตุดิน ธาตุน้ำ บรรยากาศโดยทั่วไปจะมีความหนักหน่วงโน้มนำให้นอนหลับได้ง่าย เหมือนกับธรรมชาติส่งสัญญาณให้รู้ว่าชีวิตในวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว ถึงเวลาของการพักผ่อนเสียที (ยกเว้นสัตว์บางประเภทที่มีวงจรชีวิตตื่นและหากินตอนกลางคืน)แต่ถ้าเลย 4 ทุ่มไปแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่ธาตุไฟเพิ่มขึ้นทำให้ร่างกายตื่นตัวอีกครั้ง และอาจส่งผลให้นอนไม่หลับ (ยกเว้นคนที่หลับง่ายและนอนดึกจนเคยชิน) ส่วนที่ให้ตื่นแต่เช้านั้นก็ประมาณว่า ช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเป็นช่วงที่ธรรมชาติเปี่ยมด้วยพลังชีวิต เผื่อเวลาอาหารมื้อเย็น ควรเผื่อเวลาให้อาหารมื้อเย็นถูกย่อยให้เสร็จก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นั่นหมายถึงว่าควรกินอาหารมื้อเย็นให้เร็วสักหน่อย เพราะการนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ถ้ากินอาหารเสร็จแล้วเข้านอนโดยทันที จำทำให้อาการไม่ถูกย่อย เพราะกระเพราะอาหารทำงานไม่เต็มที่ ขณะเดียวหันก็จะนอนหลับไม่สนิทด้วย  ล้างหน้า ล้างมือ ล้างเท้าก่อนนอน ก่อนเข้านอนควรล้างมือ เท้า และหน้า และใช้น้ำมัน ( ถ้าได้น้ำมันงายิ่งดี ) นวดที่ฝ่าเท้า จะทำให้เกิดความผ่อนคลายและหลับสนิทขึ้น อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น คือดื่มนมต้มอุ่น ๆ สักแก้วก่อนนอน เนื่องจากมีคุณสมบัติชุ่มชื้น บำรุง อาการนอนไม่หลับนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากร่างกายตื่นตัว ความชุ่มชื้นของนมจะทำให้เกิดความหนืดหน่วงลดความตื่นตัวทำให้นอนหลับง่ายขึ้น  ไม่ทำกิจกรรมตื่นเต้นก่อนนอน ก่อนเข้านอนไม่ควรทำกิจกรรมใด ๆ ที่จะกระตุ้นให้ตื่นตัว เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เร้าใจชวนติดตาม เพราะจะทำให้คุณไม่อยากนอนหลับหรือนอนไม่หลับ หรือไม่ก็ทำให้หลับไม่สนิท เพราะเก็บเอาเรื่องราวที่ดูหรืออ่านไม่เป็นถ้าจะฟังเพลงเพราะฟังดนตรีที่นุ่นนวลชวนให้อารมณ์และจิตใจผ่อนคลายช่วยให้หลับง่ายขึ้น ถ้าต้องการหลับให้สนิทและจิตใจได้พักผ่อนอย่างสมบูรณ์ ควรจะทำจิตใจให้สงบโดยการสวดมนต์และทำสมาธิ การทำสมาธิก่อนนอนจะทำให้หลับได้ลึกอย่างที่เรียกว่า “ โยคะนิทรา ” คือหลับแบบมีสมาธิได้  ท่านอนต้องเหมาะสม ท่าและทิศในการนอนก็มีผลต่อการนอนหลับด้วยเหมือนกัน ท่านอนตะแคงขวาจะทำให้รูจมูกซ้ายโล่งเพราะน้ำหนักตัวไปลงที่ร่างกายซีกขวา รูจมูกซ้ายสัมพันธ์พลังเย็น เมื่อเปิดโล่งจะทำให้ร่างกายชุ่มเย็นและผ่อนคลาย การนอนตะแคงขวาจึงทำให้ผ่อนคลายมากขึ้นส่วนท่านอนตะแคงซ้ายจะทำให้รูจมูกขวาซึ่งสัมพันธ์กับพลังร้อนเปิดโล่ง มีผลทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น จึงเหมาะที่จะเป็นท่านอนช่วงสั้น ๆ ก่อนหรือหลังอาหารมากกว่า ไม่เหมาะที่จะเป็นท่าในการนอนหลับเพราะมีผลทำให้ร่างกายร้อนขึ้นท่านอนหงายมีผลทำให้การไหลเวียนของพลังในร่างกายไม่ดี ทำให้ธาตุลมกำเริบ ส่วนท่านอนคว่ำเป็นท่าที่ไม่เหมาะสมที่สุด เพราะร่างกายโดยเฉพาะบริเวณท้องและอกถูกกดทับทำให้หายใจไม่สะดวก  ไม่ควรนอนกลางวัน โดยทั่วไปแล้วไม่ควรนอนกลางวันเพราะทำให้อาหารไม่ย่อยและเป็นไข้ได้ ยกเว้นในฤดูร้อนที่อนุโลมให้นอนหลับตอนกลางวันได้ เพราะอากาศร้อนทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย การนอนกลางวันจะช่วยฟื้นคืนพลังได้ หรือคนแก่ เด็กเล็ก คนที่ร่างกายอ่อนเพลีย หรือเหน็ดเหนื่อยจากการมีเพศสัมพันธ์ การใช้แรงมากๆ จากการเดินทางหรืออดนอน อนุโลมให้นอนตอนกลางวันได้เพื่อชดเชยพลังที่สูญเสียไป ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก สสส.
ข้อควรระวังสำหรับการอาบน้ำ

ข้อควรระวังสำหรับการอาบน้ำ

การอาบน้ำชำระร่างกาย มีความละเอียด มีมุมมอง และเทคนิคต่างๆ มากมาย ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากน้ำเพื่อผลในการกระตุ้นร่างกาย ฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย   1. ควรงดการอาบน้ำในบุคคลเหล่านี้ คือ คนที่มีไข้สูง หรืออยู่ในระยะที่เริ่มจะมีอาการไข้เฉียบพลัน, ผู้ป่วยโรคหัวใจรุนแรง, โรคเลือดจาง, โรคไตวายรุนแรง, คนที่ดื่มเหล้าเมา2. โรคที่ติดต่อกันง่าย เช่น วัณโรค แผลติดเชื้อที่ผิวหนัง ไม่ควรอาบน้ำในสระหรือที่สาธารณะร่วมกัน และควรใช้อุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวเท่านั้น3. คนที่มีโรคความดันสูง โรคหัวใจขาดเลือด ไม่ควรแช่น้ำร้อนนานเกิน 10 นาที ในขณะที่แช่น้ำร้อนควรถูนวดตัวไปด้วย เพื่อช่วยให้การไหลเวียนที่ผิวดีขึ้น4. การแช่น้ำร้อนนานกว่าครึ่งชั่วโมง จะทำ ให้เลือดลงมาสะสมที่ผิวหนัง ส่งผลให้ไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ อาจเป็นลมได้5. ไม่ควรอาบน้ำในขณะเหงื่อออกมาก จะทำให้ไม่สบาย เพราะรูขุมขนกำลังเปิด ความเย็นจะเข้าสู่ร่างกาย6. การอาบน้ำหลังกินข้าวอิ่มใหม่ๆ จะทำให้การย่อยอาหารมีประสิทธิภาพน้อยลง7. การอาบน้ำร้อนปกติ อุณหภูมิไม่ควรเกิน 40 องศาเซลเซียส ยกเว้นกรณีพิเศษที่ต้องการผลเฉพาะ ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก มูลนิธิหมอชาวบ้าน

ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ล่าสุด

ปฎิทินชีวิต : ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 20 สิงหาคม – 26 สิงหาคม 2561

ปฎิทินชีวิต : ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 20 สิงหาคม – 26 สิงหาคม 2561

 สำหรับวันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ไปจนถึง 11 โมง  และ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 5 โมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 1  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้  และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม  ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ และระมัดระวังประตู เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวันอังคาร ที่ 21 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 10 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ไม่เหมาะสม เพราะอาจจะเกิดอุปสรรคได้ โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 1 ไปจนถึง ตี 3 และ 7 โมงเช้า ไปจนถึง 11 โมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่ม  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้  และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม  ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครกและเครื่องบด  และระมัดระวังประตู เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวันพุธ ที่ 22 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 11  ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียมในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง 7 โมงเช้า  และ 11 โมง ไปจนถึง บ่ายโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่ม ไปจนถึง 3 ทุ่มตรง  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันตก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีฟ้า น้ำเงิน และดำ  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังห้องครัว และกรงสัตว์ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้สำหรับวันพฤหัสบดี ที่ 23 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 12 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมหรือทาสีบ้านในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง 7 โมงเช้า  และบ่ายโมงตรง ไปจนถึง บ่ายสามโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 3 ทุ่ม ไปจนถึง 5 ทุ่มตรง  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันตก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีฟ้า น้ำเงิน และดำ  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวัง เตียงนอน และโกดัง เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้สำหรับวันศุกร์ ที่ 24 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 13 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะสร้างบ้านในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้า ไปจนถึง 9 โมง และบ่ายสามโมงตรง ไปจนถึง 5 โมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก และระมัดระวังเตียงนอน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้สำหรับวันเสาร์ ที่ 25 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 14  ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะสร้างหรือซ่อมแซมบ้านในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3 และ 9 โมงตรง ไปจนถึง 11 โมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่มตรง  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก และระมัดระวังเตียงนอน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวันอาทิตย์ ที่ 26 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 15  ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะทุบบ้านใหม่ในวันนี้ ถือเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง ตี 5 และ 11 โมงตรง ไปจนถึง บ่ายโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่ม ไปจนถึง 5 ทุ่มตรง  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ และทอง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครกและเตาไฟ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้
การวางตำแหน่งเตาครัว กับอ่างล้างจาน

การวางตำแหน่งเตาครัว กับอ่างล้างจาน

อ.ธนากร แนะนำว่า "หลายๆ คน มักจะมองข้ามการวางเตาครัวไว้ติดกับซิ้งค์อ่างล้างจาน ซึ่งจริงๆ แล้วหากวางติดกัน จะทำให้ความสัมพันธ์ของคนในบ้าน หรือคอนโด ไม่ค่อยจะดี ผัวเมียทะเลาะกันบ่อย เหมือนน้ำกับไฟเจอกัน ดังนั้นอาจจะต้องเลือกตำแหน่งการวางเตาครัว เช่น หากเรามีซิ้งค์ล้างจานอยู่ แล้วซิ้งค์ล้างจานเป็นแบบที่มีฐานวางจาน ให้นำเตาไปวางเลยด้านที่มีฐานวางจานไป "อย่านำไปวางด้านที่เป็นอ่างเด็ดขาด" ฐานวางจานจะเป็นสิ่งที่กั้นอยู่ระหว่างอ่างล้างจานที่เป็นน้ำ กับเตาครัวที่เป็นไฟทันที สิ่งที่ไม่ดี และปัญหาก็จะหายไป หลังจากที่ทราบแล้ว ลองไปดูเตาครัวกับอ่างล้างจานที่บ้านคุณดูเลย รีบปรับเปลี่ยนให้ตรงตามฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุขเลยนะครับ"       ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 13 สิงหาคม –  19 สิงหาคม 2561

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 13 สิงหาคม – 19 สิงหาคม 2561

สำหรับวันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 2 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ใครที่จะย้ายบ้าน ไม่เหมาะสม เพราะ อาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้ โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 5 ทุ่มไปจนถึง ตี 3  และ 9 โมง ไปจนถึง 11 โมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมงตรง ไปจนถึง 1 ทุ่มในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันตก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีฟ้า น้ำเงินและดำ สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังโกดัง เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 3 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะทุบบ้านหรือกำแพง ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง ตี 5  และ 11 โมง ไปจนถึง บ่ายโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังเตียงนอนและห้องนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันพุธ ที่ 15 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียม ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 5 ไปจนถึง 7 โมงเช้า  และ บ่ายโมง ไปจนถึง บ่ายสามโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังประตูใหญ่ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้ สำหรับวันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 5  ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียม หรือซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าไปจนถึง 9 โมง และ บ่ายสามโมงตรง ไปจนถึง 1 ทุ่ม หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 1   ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ และทอง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครกหรือเครื่องบด และระมัดระวังกรงสัตว์ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันศุกร์ ที่ 17 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 6 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียม หรือซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 1 ไปจนถึง ตี 3 และ 9 โมงตรง ไปจนถึง 11 โมงตรง  หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 1 ทุ่ม  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ และทอง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังห้องนอนและห้องครัว เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้ สำหรับวันเสาร์ ที่ 18 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมบ้าน หรือตั้งเตียงใหม่  ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง ตี 5 และ 11 โมงตรง ไปจนถึง บ่ายสามโมงตรง  หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 3 ทุ่ม  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภและทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีฟ้า น้ำเงิน และดำ  ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเหลืองและน้ำตาล สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครกและระมัดระวังโกดัง เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้ สำหรับวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน 9  หากใครที่กำลังจะซ่อมแซมหรือถมที่ดินบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 5 ไปจนถึง 7 โมงเช้า และ บ่ายโมงตรง ไปจนถึง บ่ายสามโมงตรง  หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 3 ทุ่มตรง ไปจนถึง ตี 1  ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีฟ้า น้ำเงิน และดำ  ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเหลืองและน้ำตาล สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังเตียงนอน และห้องน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้ 

เคล็ดลับคนรักบ้าน ล่าสุด

ควรดูแลสุขภาพอย่างไร? เมื่อสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงน้องหมาไว้ในบ้าน

ควรดูแลสุขภาพอย่างไร? เมื่อสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงน้องหมาไว้ในบ้าน

ปัจจุบันมีแนวโน้มในการเลี้ยงสุนัขให้อยู่ใกล้ชิดกับผู้เลี้ยงและครอบครัวมากขึ้น ไม่ได้เลี้ยงเพียงแค่ไว้เฝ้าบ้านหรือเฝ้าทรัพย์สิน ปล่อยให้อยู่อาศัยนอกตัวบ้านเช่นแต่ก่อน แต่ผู้เลี้ยงอีกกลุ่มใหญ่เลี้ยงสุนัขเอาไว้เพื่อเป็นเพื่อนโดยวางสถานะให้สุนัขเป็นสมาชิกในครอบครัว อีกทั้งผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองมากขึ้น พื้นที่ในการเลี้ยงมีไม่มากจำเป็นต้องเลี้ยงสุนัขในที่อยู่อาศัย ยอมปล่อยให้เหล่าสุนัขตัวน้อยใหญ่มีอภิสิทธิ์อยู่ร่วมภายในตัวบ้าน ตัวอาคาร และในห้องนอน! ซึ่งถ้าครอบครัวใดไม่มีการดูแลเรื่องความสะอาดของสุนัขและของบ้านเป็นถูกสุขลักษณะ อาจนำไปสู่การหมักหมมของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของสมาชิกในครอบครัวได้นั่นเอง  ดังนั้น เพื่อให้การเลี้ยงสุนัขไว้ภายในบ้านไม่สร้างปัญหาให้แก่ผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะด้านสุขภาพร่างกาย ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลทั้งความเป็นอยู่ของสมาชิกครอบครัวและสุนัขให้มีสุขลักษณะ อนามัยที่ดีอย่างสม่ำเสมอ มาดูกันค่ะว่า เราจะมีวิธีการอะไรบ้างในการช่วยให้สมาชิกในครอบครัวอยู่ร่วมกับสุนัขได้สบายใจ ปลอดโรค ปลอดภัย แข็งแรงกันทั้งครอบครัว   ก่อนรับสุนัขมาเลี้ยงควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง  การคิดจะเลี้ยงสุนัขสักตัว ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องรู้จุดประสงค์ในการเลี้ยงก่อนนะคะว่า... เลี้ยงเพื่ออะไร เช่น เลี้ยงเพื่อเฝ้าบ้าน หรือ เลี้ยงไว้สำหรับเป็นเพื่อน ...มีพื้นที่เลี้ยงหรือไม่...มีเวลา มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงสุนัขเพียงพอไหม...นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงควรศึกษา หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลักษณะนิสัย ลักษณะสายพันธุ์ของสุนัขที่ตนเองสนใจ รวมไปถึง การทำความสะอาดดูแลสุนัขอย่างถูกวิธีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งของสุนัขและครอบครัวผู้เลี้ยงค่ะ และแน่นอนว่า สมาชิกคนอื่นในครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญที่ผู้คิดจะเลี้ยงสุนัขไม่ควรมองข้าม ควรสอบถามความสมัครใจของสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นในอนาคตหลังจากที่ตัดสินใจรับสุนัขมาเลี้ยง ควรเลือกสุนัขให้เข้ากับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี หากมีเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ คนพิการ หรือ ผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นภูมิแพ้ ก็จำเป็นต้องวางแผนก่อนรับเลี้ยงอย่างรอบคอบรัดกุมเป็นพิเศษ เพื่อรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ควรปล่อยให้การเลี้ยงสุนัขกลายเป็นปัญหาหนึ่งของครอบครัวนะคะ ในแต่ละครอบครัวมีจำนวนสมาชิก ช่วงวัย และสถานภาพที่แตกต่างกัน บางครอบครัวมีเพียง 2 คน แต่ในบางครอบครัวอาจอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกตั้งแต่เด็กทารก ไปจนถึงผู้สูงอายุ หรือ ผู้ป่วยทุพพลภาพ จึงควรมีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องเริ่มต้นดูแลก็คือ สุขภาวะร่างกายที่ดีของสุนัขนั่นเอง   การดูแลสุขภาพความสะอาดของสุนัข  จุดเริ่มต้นของเชื้อโรค หรืออันตรายต่างๆ ที่เกิดจากการเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้าน ล้วนเกิดมาจากปัญหาในการเลี้ยงดูรวมไปถึงการทำความสะอาดให้แก่สุนัข ผู้เลี้ยงจึงควรดูแลทำความสะอาดอาบน้ำให้สุนัขเป็นประจำสัปดาห์ละหนึ่งครั้งหรือ 2 สัปดาห์ต่อครั้งแล้วแต่ความสกปรก หรือแล้วแต่สภาพผิวหนัง สภาพขนของแต่ละสายพันธุ์ อย่างเช่น สุนัขขนสั้นบางสายพันธุ์อาจไม่จำเป็นต้องอาบน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ ถ้าไม่เปื้อนสิ่งสกปรก แต่กรณีที่เป็นสุนัขขนสั้น 2 ชั้น จึงมีขนร่วงอยู่ตลอดเวลา ผู้เลี้ยงควรแปรงขนให้พวกเขาเป็นประจำทุกวัน เพื่อไม่ให้มีขนหลุดปลิวอยู่ในบ้าน อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ หรือติดเชื้อระบบทางเดินหายใจได้ค่ะ  ส่วนเห็บกับหมัด ศัตรูตัวฉกาจของสุนัขและผู้เลี้ยงก็เป็นปัญหาที่ปล่อยปละละเลยไม่ได้เด็ดขาด เพราะสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้มักจะแอบซ่อนอยู่ที่ตัวสุนัข ห้องนอน เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เตียง หรือ แม้กระทั่งบนที่นอน! ด้วยเหตุนี้เอง ผู้เลี้ยงจึงควรพาสุนัขไปฉีดยากำจัดเห็บหมัดตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ อาบน้ำทำความสะอาดสุนัขบ่อยขึ้นในกรณีที่อาบน้ำให้สุนัขน้อบกว่า 2 สัปดาห์ต่อครั้ง และที่สำคัญต้องไม่ลืมทำความสะอาดภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมไปถึงพื้นที่รอบตัวบ้านด้วยน้ำยากำจัดเห็บหมัดนะคะ อีกสิ่งที่หนึ่งที่เป็นปัญหากวนใจต่อสมาชิกในบ้านนั่นก็คือ กลิ่นตัวของสุนัข แนะนำให้ผู้เลี้ยงคอยเช็ดตัว โรยแป้ง ช่วยดับกลิ่นสุนัขระหว่างวัน แต่ถ้าเกิดยังมีกลิ่นติดตามโซฟาหรือเสื้อผ้าภายในบ้าน ก็ให้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้าอย่าง แอมบิเพอร์กลิ่นใดก็ได้ เพื่อช่วยกำจัดแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นอับชื้นก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงอาจต้องระวังโรคเกี่ยวกับเชื้อราที่ผิวหนังของสุนัขซึ่งสามารถติดต่อสู่คนได้อีกด้วย และด้วยเหตุนี้เอง การเริ่มต้นทำความสะอาดที่ตัวสุนัข จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพของสมาชิกทุกคนในครอบครัว   การดูแลสุขภาพเด็ก  จากผลงานวิจัยทั่วโลกต่างระบุว่า เด็กๆ ที่มีสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้าน ได้ใกล้ชิดกับสุนัขจะช่วยให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรง เจ็บป่วยน้อยกว่าเด็กที่ภายในบ้านไม่มีสัตว์เลี้ยง เนื่องจากสัตว์เลี้ยงจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ ได้เองอย่างเป็นชาติจากแบคทีเรียที่สัตว์เลี้ยงนำเอามาจากนอกบ้านนั่นเอง อย่างไรก็ตาม แบคทีเรียที่ส่งผลดีต่อสุนัขภาพเด็กๆ จะต้องมีอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นถึงจะส่งผลดี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น หลังจากที่เด็กๆ เล่นกับสุนัขหรือ สัตว์เลี้ยงเสร็จแล้ว ควรให้พวกเขาล้างมือให้สะอาดเรียบร้อย กำจัดเส้นขนสุนัขอันเป็นสาเหตุทำให้เด็กๆ เป็นภูมิแพ้ ผื่นคันจากเชื้อโรคที่ติดมากับขนสุนัข อีกทั้งควรทำความสะอาดบ้านด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันเชื้อโรค ไรฝุ่น สำหรับเสื้อผ้า หรือ เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าก็สามารถใช้ แอมบิเพอร์ แอนตี้ แบคทีเรีย เพื่อช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นได้อีกแรงค่ะ  การดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์  การเลี้ยงสัตว์หรือสุนัขสามารถช่วยบรรเทาความตึงเครียด ความวิตกกังวล ที่อาจขึ้นได้ในหญิงตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องใส่ใจดูแลเรื่องป้องกันการแพ้คันจากฝุ่นไร ขน หรือ เชื้อรา แบคทีเรียต่างๆ จากสุนัขมากเป็นพิเศษ จึงควรแยกพื้นที่ อาณาบริเวณระหว่างสุนัขกับหญิงตั้งครรภ์ให้เป็นสัดส่วน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท จัดแต่งบ้านให้ง่ายต่อการทำความสะอาด นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังพฤติกรรมก้าวร้าวของสุนัข เช่น กระโจนใส่ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ควรล้างมือทุกครั้งหลังจับสุนัข และก่อนรับประทานอาหาร ไม่ควรปล่อยให้สุนัขนอนร่วมเตียงในช่วงนี้นะคะ เนื่องจากผู้หญิงหลายคนจะมีภูมิคุ้มกันต่ำลงในช่วงตั้งครรภ์อาจเกิดการแพ้ฝุ่นหรือเชื้อโรคจากขนสุนัขได้ และอีกสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยก็คือต้องทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวันนั่นเองค่ะ   การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ  การให้ผู้สูงอายุอยู่กับสุนัขจะช่วยในเรื่องของสภาพจิตใจให้มีอารมณ์ที่มั่นคง ผ่อนคลาย เหงาหรือหว้าเหว่น้อยลง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเรื่องความจำ ทักษะในการพูดคุยมากขึ้นโดยเฉพาะผู้สูงวัยที่กำลังมีภาวะความจำเสื่อม อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงสุนัขร่วมกับผู้สูงอายุจำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุมากเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้สูงอายุมีการเดิน เคลื่อนไหว ที่ไม่มั่นคงแข็งแรง หากสุนัขกระโดดหรือกระโจนเข้าหาอาจทำให้ลื่นหกล้มได้ จึงควรจัดสรรพื้นที่ของสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้านให้อยู่แยกเป็นสัดส่วน มีคอกกั้น ของจำพวกชามอาหาร ถาดใส่น้ำควรวางอยู่เป็นที่ไม่ระเกะระกะ ส่วนเรื่องของความสะอาดควรเช็ดถูเป็นประจำทุกวัน หากมีผู้สูงอายุที่ไม่สบาย ร่างกายอ่อนแอ ก็ควรหลีกเลี่ยงให้สุนัขเข้าใกล้โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะเกิดการติดเชื้อโรคได้จากน้ำลาย ฝุ่น เห็บ หมัด ไร ที่ติดมาจากนอกบ้าน แนะนำให้ใช้ยาพ่นกำจัดเห็บฉีดตามฝาผนัง และซอกมุมต่างๆ ทั่วบ้าน ทั้งบริเวณของสุนัขและของสมาชิกในครอบครัว  การดูแลสุขภาพผู้ที่เป็นภูมิแพ้  ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ส่วนใหญ่ต่างเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเลี้ยง หรือการอยู่ร่วมกับสุนัข เพราะเกรงว่าขนของสุนัขจะยิ่งกระตุ้นทำให้เกิดภูมิแพ้มากยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขนสุนัขไม่ได้มีผลทำให้เราเกิดอาการแพ้นะคะ หากคือเศษขี้ไคล น้ำลาย ฝุ่นละออง ฉี่ หรือเชื้อโรคที่ติดอยู่กับขนของสุนัข ดังนั้น ผู้ที่เป็นภูมิแพ้แต่เลี้ยงสุนัข จึงควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษเรื่องความสะอาดของตัวสุนัขเอง ต้องทำความสะอาดสุนัขอย่างสม่ำเสมอ จัดบริเวณให้น้องหมาอยู่เป็นสัดส่วน จำกัดพื้นที่ไม่ให้สุนัขเดินได้อย่างอิสระภายในบ้าน  ควรจัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย หลีกเลี่ยงไม่ให้สุนัขเข้าไปอยู่ในห้องนอน และควรทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่นที่ออกแบบมาพิเศษสำหรับผู้เป็นโรคภูมิแพ้ ให้ทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือหาเครื่องฟอกอากาศเข้ามาติดตั้งเพื่อช่วยฟอกอากาศภายในบ้าน ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นเนื้อผ้า ผ้าปูที่นอน รวมไปถึงพื้นพรมที่มักมีกลิ่นหมักหมมจากเชื้อแบคทีเรียอันนำไปสู่สาเหตุหนึ่งของอาการแพ้ต่างๆ ควรหาน้ำยา หรือผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้าอย่างแอมบิเพอร์ เฟิร์ส ดีเฟนซ์ เพื่อช่วยในการขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ พร้อมมอบกลิ่นหอมสะอาด และยังช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากผ้าในอากาศซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้อีกด้วยค่ะ การหมั่นใส่ใจเรื่องรายละเอียดในการเลี้ยงสุนัขที่ต้องนำมาไว้ในบ้านจึงไม่ใช่เรื่องเล็กที่สามารถมองข้ามได้นะคะ เพราะหากความสะอาด หรือสุขภาพของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งได้รับการปล่อยปละละเลย ก็อาจนำมาซึ่งการติดเชื้อ ภูมิแพ้ ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนส่งผลไปยังสุขภาพจิตใจ ความรัก ที่มีต่อสุนัขได้อีกด้วย ดังนั้น ถ้าคิดจะเลี้ยงสุนัขภายในบ้านจำเป็นต้องดูแลสุนัขของทุกฝ่ายควบคู่กันไป แยกขาดออกจากกันไม่ได้นะคะ ขอบคุณบทความดีโดย : Dogilike.com http://www.dogilike.comภาพประกอบสวยๆจาก Pixabay
วิธีการเลือกเครื่องกรองน้ำ ใช้กับบ้าน หรือคอนโดของคุณ

วิธีการเลือกเครื่องกรองน้ำ ใช้กับบ้าน หรือคอนโดของคุณ

เชื่อได้ว่า หลายๆคน หลายๆบ้าน จะต้องติดเจ้าตัวนี้ไว้ที่บ้าน หรือคอนโดแน่ๆ ตัวนี้ก็คือ "เครื่องกรองน้ำ" ที่มันมีประโยชน์มากมาย ต่อน้ำที่กรองออกมาใช้งาน มีมากมายหลายระบบ หลายแบบ วันนี้ เลยหยิบเอาข้อมูลต่างๆ ของเจ้าเครื่องกรองน้ำ (Water Filter Machine) มาฝากกัน  การเลือกเครื่องกรองน้ำสักเครื่องเพื่อนำมาใช้งาน คงต้องเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องกรองจากน้ำประปา หรือบางแห่งเป็นน้ำบ่อ แล้วต้องนำมาดื่ม บางบ้านนำมาสำหรับชงนมให้กับทารกเลยทีเดียว ดังนั้น จึงต้องพิจารณากันค่อนข้างมาก ดังนั้นเพื่อช่วยลดความกังวล และเป็นแนวทางในการเลือกเครื่องกรองน้ำ ควรต้องพิจารณาดังต่อไปนี้  1. สภาพน้ำดิบที่เราจะนำมากรอง  น้ำดิบ คือ น้ำที่จะนำมาผ่านเครื่องกรอง น้ำในกรงเทพฯ ร้อยละ 90 เป็นน้ำประปา และน้ำในต่างจังหวัด บางแห่งเป็นน้ำประปา ประปาหมู่บ้าน น้ำบาดาล น้ำบ่อ เป็นต้น– น้ำประปาในกรุงเทพฯ สามารถใช้เครื่องกรองน้ำได้แทบทุกรุ่น เพราะน้ำประปาได้รับการกรองมาชั้นหนึ่งแล้ว โดยการประปาได้แจ้งไว้ว่าสามารถดื่มได้ แต่ที่ยังเป็นปัญหาคือ กลิ่นของคลอรีน และท่อส่งที่อาจจะไม่สะอาดเพียงพอ เครื่องกรองน้ำที่สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้เรียงจากดีที่สุด คือ เครื่องกรองน้ำระบบ RO, เครื่องกรองน้ำระบบ Nano, เครื่องกรองน้ำระบบ UF, เครื่องกรองน้ำระบบ Microระบบกรองสำหรับน้ำประปาที่แนะนำ คือ ระบบ Ultrafiltration (UF) ใช้กรองแบคทีเรียได้อย่างสมบูรณ์ และยังคงรักษาแร่ธาตุต่างๆไว้ ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เพราะไม่ใช้ปั๊มเพื่อเพิ่มแรงดันน้ำ ไม่ต้องใช้ถังเก็บน้ำ และไม่เกิดของเสียจากระบบการกรอง ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ได้ถูกใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ยาและโรงพยาบาล– ถ้าเป็นน้ำในต่างจังหวัด ต้องมีการตรวจทดสอบความสะอาดของน้ำดิบก่อน เพื่อดูว่ามีความสะอาดอยู่ในระดับไหน หากไม่สกปรกมาก ก็สามารถใช้ไส้กรองเซรามิคในเครื่องกรองน้ำช่วยได้ แต่เพื่อความปลอดภัยในการดื่ม ควรใช้เครื่องกรองน้ำระบบ ROระบบกรองน้ำ Reverse Osmosis (RO) จำเป็นต้องใช้แทงก์เก็บน้ำ เป็นสาเหตุให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ สิ้นเปลืองน้ำเนื่องจากไส้กรองขนาดเล็ก เกิดการสูญเสียแรงดันน้ำ และต้องใช้ปั๊มช่วยในการทำงาน สูญเสียแร่ธาตุภายหลังการกรองที่ควรมีในน้ำดื่ม ใช้ไฟฟ้า และมีค่าบำรุงรักษาสูงระบบ Ultraviolet (UV) สามารถฆ่าเชื้อได้ แต่กำจัดแบคทีเรียไม่ได้ แบคทีเรียจึงมีโอกาสเจริญเติบโตในน้ำได้ ไม่แนะนำสำหรับใช้กรองน้ำในบ้าน  2. งบประมาณที่เรามี  โดยความเป็นจริงน่าจะเป็นเหตุผลหลักในการซื้อเครื่องกรองน้ำเลยก็ว่าได้ เพราะเครื่องกรองน้ำมีหลายราคาตั้งแต่ถูกสุดหลักร้อย ไปจนถึงหลักแสนเลยทีเดียว ซื้ออย่างไรเราจะไม่เกิดปัญหาทางการเงินในภายหลัง– หากมีงบประมาณไม่เกิน 1,500บาท สามารถซื้อเครื่องกรองน้ำ 2-3ขั้นตอน หรือ เครื่องกรองน้ำ 5 ขั้นตอน สามารถกรองได้สูงสุด 5ไมครอน– หากมีงบประมาณ 1,500-3,000บาท สามารถซื้อเครื่องกรองน้ำไส้เซรามิค หรือ เครื่องกรองน้ำระบบ UF สามารถกรองได้สูงสุด 0.3-0.01ไมครอน– หากมีงบประมาณ 3,000บาท ขี้นไป สามารถซื้อเครื่องกรองน้ำได้ตั้งแต่ เครื่องกรองน้ำระบบ Nano และ เครื่องกรองน้ำระบบ RO สามารถกรองได้สูงสุด 0.0001ไมครอน  3. ความต้องการของเรา  เครื่องกรองน้ำปัจจุบันได้ถูกปรับให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น โดยมีระบบการทำน้ำเย็น น้ำธรรมดา และน้ำร้อน รวมอยู่ในเครื่องเดียวกัน เพื่อความสะดวกและประหยัดพื้นที่ของผู้บริโภค ซึ่งก็ทำให้ราคาสูงตามไปด้วย ดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องกรองน้ำ เราควรถามตัวเองก่อนว่า เราอยากได้เครื่องกรองน้ำที่มีความสามารถแบบไหน  4. ความเหมาะสมของตำแหน่งที่จะติดตั้ง  ในการติดตั้งเครื่องกรองน้ำต้องคำนึงว่า จุดที่จะติดตั้งมีน้ำเข้าถึงได้ง่ายหรือไม่ จะต้องเดินท่อใหม่เพื่อเครื่องกรองน้ำโดยเฉพาะเลยไหม จะตั้งดีหรือจะแขวนดี สะดวกในการเสียบปลั๊กไฟไหม และที่สำคัญมีที่ทิ้งน้ำไหม สำหรับระบบ RO ซึ่งล้วนแต่สำคัญทั้งสิ้น โดยส่วนมากผู้คนจะติดตั้งไว้ที่ ในครัว ใต้ซิงค์ล้างจาน หน้าห้องน้ำ ลานซักผ้า นอกบ้าน ในบ้าน เป็นต้น  5. ข้อมูลเฉพาะของเครื่องกรองน้ำแต่ละรุ่น  เครื่องกรองน้ำที่เราสนใจแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ มีข้อมูลเฉพาะ หรือข้อจำกัดอะไรที่เราต้องทราบบ้าง เช่น ระบบ RO จะมีน้ำทิ้ง บางรุ่นต้องใช้ไฟฟ้า บางรุ่นผลิตน้ำช้า บางรุ่นต้องล้างไส้กรอง บางรุ่นไม่ต้องล้างไส้กรอง บางยี่ห้อไส้กรองแพงกว่าตัวเครื่อง เป็นต้นความปลอดภัยน้ำสะอาด 3 ขั้นตอนมาตรฐานขั้นตอนที่ 1 Sediment ดักจับกรวด ทราย หิน โคลน และสารแขวนลอยขนาดใหญ่ ที่ปนเปื้อนมากับน้ำ เช่น เศษสนิม และผงฝุ่นจากท่อน้ำ เพื่อเตรียมน้ำสะอาดก่อนเข้าระบบกรองในขั้นตอนต่อไป ช่วยยืดอายุการใช้งานของไส้กรองอื่นๆขั้นตอนที่ 2 Activated Carbon Block ดักจับสารเคมี คลอรีน กลิ่น สี สารอินทรีย์ โดยวิธีการดูดซึมดูดซับ และกรองโลหะหนักต่างๆขั้นตอนที่ 3 Ultrafiltration กรองแบคทีเรียถึง 100 เปอร์เซ็นต์ โดยการใช้ Membrane Hollow Fiber ขนาดรูเล็กกว่าแบคทีเรีย เล็กที่สุด 0.03 ไมครอน แร่ธาตุที่เป็นประโยชน์สามารถผ่านได้ ได้ถูกเริ่มใช้ครั้งแรกในโรงพยาบาลสำหรับกรองเลือด  ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก https://www.999article.com
ปลูกอะไรไว้ในบ้านแล้วเวิร์คสุดๆ มะละกอไง!

ปลูกอะไรไว้ในบ้านแล้วเวิร์คสุดๆ มะละกอไง!

หลายๆ คน สรรหาต้นไม้ ต้นไม้มงคล ไม้ดอก ไม้สวน ไม้ประดับ โน้นนี่ มาปลูกในบ้าน เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล แต่งสวนบ้าง ชอบเป็นการส่วนตัวบ้าง วันนี้ เราจะแนะนำ ต้นไม้ที่ปลูกแล้ว ให้ประโยชน์สูงสุด ที่หลายๆ คนมองข้ามไป นั่ก็คือ "มะละกอ" นี่เอง มะละกอ เป็นไม้ผลที่คนไทยนิยมกิน ยอดอ่อนดองกินได้ ผลดิบนำมาปรุงอาหาร ใช้ปรุงส้มตำ แกงส้ม แกงเหลือง แกงอ่อม ผัดไข่ ต้มจิ้มน้ำพริก ผลสุกกินสด น้ำมีรสชาติหวานหอม มีวิตามินเอและแคลเซียมสูง  ผลดีต่อสุขภาพ  - มะละกอมีไขมันอิ่มตัว คอเลสเตอรอล และเกลือโซเดียมต่ำ เป็นแหล่งที่ดีของเส้นใยอาหาร ธาตุโพแทสเซียม วิตามินเอ ซี และโฟเลต แต่ร้อยละ 92 ของพลังงานจากมะละกอสุกมาจากคาร์โบไฮเดรต ผู้ที่ควบคุมอาหารแป้งและน้ำตาลจึงไม่ควรกินมะละกอมากเกินไป - สีแดงอมส้มที่พบในมะละกอสุกแสดงว่า มะละกอสุกมีสารไลโคพีนซึ่งเป็นสารช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากอีกด้วย - มะละกอสุกอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แคโรทีน วิตามินซี สารฟลาโวนอยด์ สารโฟเลต กรดแพนโทเทนิก ธาตุโพแทสเซียม แมกนีเซียม และเส้นใยอาหาร สารอาหารเหล่านี้บำรุงสุขภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด และป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่อีก ด้วย นอกจากนี้มะละกอมีเอนไซม์ปาเปน สามารถนำมาใช้ด้านการแพทย์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บทางการกีฬา  ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด  - มะละกออาจช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัวและโรคหัวใจที่มีสาเหตุจากโรคเบาหวานได้ดี มะละกอมีวิตามินซี วิตามินอีและวิตามินเอ (ในรูปของสารแคโรทีนอยด์) ซึ่งเป็นสารอนุมูลอิสระที่มีความสำคัญช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระของคอเลสเตอรอล เชื่อว่าวิตามินซีและอีช่วยการทำงานของเอนไซม์พาราออกโซเนสซึ่งหยุดการเกิดอนุมูลอิสระของคอเลสเตอรอล - เส้นใยอาหารในมะละกอช่วยลดคอเลสเตอรอลส่วนกรดโฟลิกใช้เปลี่ยนกรดอะมิโฮโมซิสเทอีนเป็นกรดอะมิโนซิสเทอีนที่ไม่มีพิษภัยอะไร ถ้ามีโฮโมซิสเทอีนอยู่มากกรดอะมิโนนี้จะทำลายผนังหลอดเลือด เกิดความเสี่ยงของอาการหัวใจวายหรือหลอดเลือดสมองอุดตันได้  ช่วยระบบทางเดินอาหาร  - สารอาหารในมะละกอช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ลำไส้ใหญ่ เส้นใยอาหารจากมะละกอสามารถจับกับสารพิษก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่และพาส่งออกทำให้เกิดการสัมผัสกับเซลล์ลำไส้ใหญ่น้อยที่สุด และสารโฟเลต บีตาแคโรทีน วิตามินซีและอี ที่พบในมะละกอ จะมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยลดการถูกทำลายของสารพันธุกรรมในเซลล์ดังกล่าวด้วยอนุมูลอิสระ  ฤทธิ์ต้านอักเสบ  - มะละกอมีเอนไซม์ปาเปนและไคโมปาเปนช่วยย่อยโปรตีน เอนไซม์เหล่านี้สามารถช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการสมานแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกได้ งานวิจัยจากประเทศมาเลเซียพบว่า สารสกัดจากเปลือกผลมะละกอดิบเร่งอัตราเร็วของการสมานแผลในหนูทดลองได้เร็วกว่าการใช้ยาทา Solcoseryl ถึง 1 สัปดาห์ - บีตาแคโรทีน วิตามินซีและอีในมะละกอก็มีฤทธิ์ลดการอักเสบเช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคข้อเสื่อม และข้ออักเสบรูมาตอยด์จะได้ประโยชน์จากการกินมะละกอเพื่อลดอาการของโรคดังกล่าว ปัจจุบันมีการใช้เอนไซม์จากมะละกอดังกล่าวผลิตเป็นยาเม็ด ลดอาการบวม การอักเสบจากบาดแผลหรือการผ่าตัดแล้ว  ช่วยระบบภูมิคุ้มกัน  ร่างกายมนุษย์สามารถเปลี่ยนบีตาแคโรทีนที่ได้จากมะละกอสุกเป็นวิตามินเอและซีได้ เนื่องจากร่างกายต้องการวิตามินทั้งสองเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ให้ทำหน้าที่ได้ราบรื่น จึงพบว่าการกินมะละกอ เป็นประจำอาจลดความถี่การเกิดไข้หวัดและการติดเชื้อในช่องหูได้  การป้องกันภาวะจอประสาทตาเสื่อม  งานวิจัยตีพิมพ์ในต่างประเทศกล่าวว่าการกินผลไม้ 3 ครั้งต่อวันอาจลดความเสี่ยงของอาการภาวะจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ อันเป็นสาเหตุของการเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุ เนื่องจากคนไทยกินมะละกอ ทั้งดิบหรือสุกอยู่เป็นปกติ ดังนั้นเราจึงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวลดลงในยามชรา   น้ำมะละกอสุก  เลือกมะละกอที่สุกกำลังดี เนื้อไม่แข็ง หรือเละจนเกินไป เนื้อเนียน รสหวาน นำมะละกอสุกหั่นเอาแต่เนื้อครึ่งถ้วย น้ำเย็นจัด 1 ถ้วย ผง อบเชย 1/8 ช้อนชา เกลือป่น 1/4 ช้อนชา น้ำมะนาว 2 ช้อนชา ปั่นมะละกอกับน้ำเย็นจัด เกลือ น้ำมะนาวเข้าด้วยกัน รินใส่แก้ว โรยด้วยผงอบเชย ดื่มเย็นๆ ทันที เห็นมั้ย!! ประโยชน์จากมะละกอมีมากมายจริงๆ ดังนั้น ถ้าจะเลือกปลูกไม้ในบ้าน อย่าลืมนึกถึง มะละกอ ด้วยละ... ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://www.thaihealth.or.thขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Pixabay และ http://beautyclubthailand.com