ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข

 

ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุขล่าสุด

1 2 3 4
สีกับประตูหลักของบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยบ้านดี

สีกับประตูหลักของบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยบ้านดี

เมื่อพูดถึงปากของบ้าน ทุกคนก็คงทราบว่าปากมนุษย์ กับปากบ้านใช้ประโยชน์คล้ายกัน ปากบ้านกินสิ่งดี เพื่อให้คนทั้งบ้านมีความสุข คนกินอาหารมีประโยชน์เพื่ออวัยวะทุกส่วนมีพลังดีอยู่ยืนยาว ฉนั้นประตูของบ้านหลักที่จำเป็นคงต้องเป็นประตูบ้านที่เป็นประตูหลักของบ้าน คือประตูทางเข้าบ้าน ไม่ใช่ประตูห้องภายใน สีของประตู (ไม่ใช่ขอบวงกบประตู) ทั้งบาน ห้ามมีสีแดง และสีดำ เพราะปากไม่ควรมีเลือดเต็มปาก สีแดง แสดงถึงกำลังจะมีเภทภัย ความหงุดหงิด และอารมณ์ร้อนที่จะเข้ามาสู่คนในบ้าน ซ้ำยังเหนี่ยวนำวิญญาณเข้าบ้านอีกด้วย ส่วนสีดำ จะส่งผลถึงความเศร้าโศก มาสู่คนในบ้าน       ในสมัยโบราณ ประตูนั้นจะทำมาจากไม้ การใช้สีเนื้อไม้ ย่อมเป็นผลดีต่อความเจริญรุ่งเรืองของบ้านได้ดี แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบโทนสีแดง หรือสีที่ต้องกระตุ้นตามกำลังของดาวมงคล แดงจึงควรใช้ชมพู หรือสีแดงอ่อนๆ แทน หรือธาตุน้ำก็ต้องใช้สีน้ำเงิน และสีเทาแทนสีดำ  
ปฎิทินชีวิต ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม – 8 กรกฎาคม 2561

ปฎิทินชีวิต ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม – 8 กรกฎาคม 2561

  สำหรับวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม ตรงกับวันแรม 5 ค่ำ เดือน 8 ใครที่จะเริ่มหรือกำลังก่อสร้างในวันนี้ ไม่เหมาะสม เพราะจะทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคได้ โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ตี 5 ถึง 7 โมง และบ่ายโมง ถึง บ่าย 3 โมง จากนั้นเป็นช่วง 3 ทุ่มถึง ตี 1  ทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะเสริมความมงคล  สีที่เพิ่มโชคลาภ ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ และทอง  แต่สีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จะเพิ่มความมงคลในชีวิต หญิงที่มีครรภ์หลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก หรือ เครื่องบด และระมัดระวังห้องนอน เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้   สำหรับวันอังคารที่ 3 กรกฎาคม ตรงกับแรม 6 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังเซ็นสัญญาซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดี จะประสบความสำเร็จ หากจะย้ายเตียงหรือตั้งเตียงใหม่ ไม่ควรทำในวันนี้ เพราะอาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้ โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 11 โมง  และบ่าย 3 โมงถึง 5 โมงเย็น  จากนั้นเป็นช่วง 5 ทุ่มถึง ตี 1  ทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันตก ส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะเสริมความมงคล  สีที่เพิ่มโชคลาภ ได้แก่ สีฟ้า น้ำเงิน ดำ  แต่สีแดง ส้ม ชมพู ม่วง  จะเพิ่มความมงคลในชีวิต หญิงที่มีครรภ์หลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ หรือระมัดระวังการใช้ห้องครัว เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวันพุธที่ 4 กรกฎาคม ตรงกับแรม 7 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังซ่อมแซ่ม หรือทาสีบ้าน แม้กระทั่งตั้งเตียงใหม่ หากทำในวันนี้จะประสบความสำเร็จ อีกทั้งใครอยากจะเปิดร้านก็สามารถทำได้จะทำให้ค้าขายดีเป็นเทน้ำ เทท่า โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ ตี 1 ถึง ตี 3 และ 7 โมงถึง 11 โมง จากนั้นเป็นช่วง 5 โมง ถึง 1 ทุ่ม  ทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันตก ส่วนทิศใต้จะเสริมความมงคลในชีวิต  สีที่เพิ่มโชคลาภ ได้แก่ สีฟ้า น้ำเงิน ดำ  แต่สีแดง ส้ม ชมพู ม่วง  จะเพิ่มความมงคล หญิงที่มีครรภ์ระมัดระวังประตูและโกดัง เพราะอาจะเกิดอุบัติเหตุได้   สำหรับวันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม ตรงกับแรม 8 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังสร้างบ้าน หรือแม้กระทั่งตั้งเตียงใหม่วันนี่ถือเป็นวันที่เหมาะสม โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ ตี 3 ถึง  7 โมง และ 11 โมงถึง บ่ายโมง  จากนั้นเป็นช่วง 1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม  ทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ ส่วนทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะเสริมความมงคล  สีที่เพิ่มโชคลาภ ได้แก่ สีเขียวอ่อน และเขียวเข้ม  แต่สีเหลืองและน้ำตาล  จะเพิ่มความมงคลในชีวิต หญิงที่มีครรภ์ระมัดระวังห้องนอน โดยเฉพาะเตียง ส่วนใครที่อยากจะฟ้องร้องในวันนี้ ไม่เหมาะสม อาจะทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคได้ สำหรับวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม ตรงกับแรม 9 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังจะซ่อมแซมหรือสร้างบ้าน วันนี้ถือเป็นวันที่ดี ส่วนใครที่กำลังจะย้ายบ้านวันนี้ไม่เหมาะสม เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคได้ โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ ตี 3 ถึง  7 โมง และ บ่ายโมงถึง 3 โมง  จากนั้นเป็นช่วง 3 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม  ทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ ส่วนทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะเสริมความมงคล  สีที่เพิ่มโชคลาภ ได้แก่ สีเขียวอ่อน และเขียวเข้ม  แต่สีเหลืองและน้ำตาล  จะเพิ่มความมงคลในชีวิต หญิงที่มีครรภ์ระมัดระวังประตูและห้องนอน อาจเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังจะซ่อมแซมหรือสร้างบ้านวันนี้สามารถทำได้ แต่ใครที่กำลังย้ายบ้าน วันนี้ไม่เหมาะสม อาจจะเกิดปัญหาหรืออุปสรรคได้ โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ 7 โมง ถึง 9 โมงเช้า  และ 3โมง ถึง 5 โมง จากนั้นเป็นช่วง 5 ทุ่ม ถึง ตี 3 ทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะเสริมความมงคล  สีที่เพิ่มโชคลาภ ได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง แต่สีขาว บรอนซ์ ทอง   จะเพิ่มความมงคลในชีวิต หญิงที่มีครรภ์หลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก หรือถังข้าวสาร เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม ตรงกับแรม 11 ค่ำ เดือน 8 ใครที่จะทุบกำแพงหรือบ้าน หากทำในวันนี้จะประสบความสำเร็จ โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ 5 ทุ่ม ถึง ตี 3 และ 9 โมง ถึง 11 โมง จากนั้นเป็นช่วง 5 โมง ถึง 1 ทุ่ม   ทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก  ส่วนทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะเสริมความมงคล  สีที่เพิ่มโชคลาภ ได้แก่ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง แต่สีขาว บรอนซ์ ทอง   จะเพิ่มความมงคลในชีวิต หญิงที่มีครรภ์หลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก และระมัดระวังห้องครัวและห้องน้ำ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร  
ปฎิทินชีวิต ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 25 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2561

ปฎิทินชีวิต ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 25 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2561

  สำหรับวันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน ตรงกับวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังจะทุบกำแพงหรือทุบบ้าน ในวันนี้ถือว่าเหมาะสม โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 9 โมง  และบ่าย 3 โมงถึง 5 โมง จากนั้นเป็นช่วงเวลา 5 ทุ่ม ถึง ตี 3 ทิศที่จะเสริมความมงคลคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนทิศเหนือจะช่วยเสริมโชคลาภ ใครที่อยากเสริมโชคลาภควรใช้สีเขียวอ่อน  เขียวเข้ม ส่วนสี เหลืองและน้ำตาลจะช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิต หญิงที่มีครรภ์ ระมัดระวังการทำอาหารด้วยครก และเตียงนอน วันนี้หากจัดงานมงคลหรือการฝังศพ ไม่เหมาะสม เพราะอาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้   สำหรับวันอังคารที่ 26 มิถุนายน ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังซื้อเตียงนอนใหม่แล้วกำลังจะตั้งเตียง หรือเซ็นสัญญาซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียม วันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดีทำแล้วจะเป็นสิริมงคลในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ 5 ทุ่มถึง ตี 3 และ 9 โมง ถึง 11 โมง จากนั้นเป็นช่วง 5 โมง ถึง 1 ทุ่ม ทิศที่จะเสริมโชคลาภคือ ทิศเหนือ ส่วนทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะเสริมความมงคล สีที่เพิ่มโชคลาภ ได้แก่ เขียวอ่อน และเขียวเข้ม แต่สีเหลืองและน้ำตาลจะช่วยเสริมสิริมงคล หญิงที่มีครรภ์ระมัดระวังห้องน้ำและประตู ใครที่จะขึ้นเขาหรือลงเรือ วันนี้ไม่เหมาะสม เพราะอาจะเกิดอุบัติเหตุได้   สำหรับวันพุธที่ 27 มิถุนายน ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังหาวันที่ดีเพื่อตั้งเสาบ้าน และเตียงนอนใหม่ หรือเซ็นสัญญาซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม ถือเป็นวันที่ดี เริ่มแล้วชีวิตประสบความสำเร็จ โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ตี 3 ถึง ตี 5  และ 11 โมงถึง บ่าย 3 โมง จากนั้นเป็นช่วง 1 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม ทิศที่เสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะเสริมความมงคล  สีที่เพิ่มโชคลาภ ได้แก่ แดง ส้ม ชมพู ม่วง  แต่สีขาว บรอนซ์ และทอง หญิงครรภ์หลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก หรือเตาไฟ  อีกทั้งใครที่จะทำการฟ้องร้องในวันนี้ ไม่เหมาะสม เพราะอาจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้ สำหรับวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังหาฤกษ์ตั้งเสาหรือซ่อมแซมบ้าน ให้รีบทำในวันนี้ บางคนที่กำลังจะ ตั้งเตียงนอนใหม่ แม้กระทั่งเซ็นสัญญาซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียมในวันนี้ ชีวิตจะมีแต่ความรุ่งเรือง โดยฤกษ์ที่ดีจะเริ่มตั้งแต่ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า และ บ่ายโมงถึงบ่าย 3 โมง จากนั้นเป็นช่วงเวลา 1 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม ทิศที่จะเสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะเสริมความเป็นสิริมงคล ใครที่อยากเสริมโชคลาภให้ใช้สีแดง ส้ม ชมพู ม่วง ส่วนสีขาว บรอนซ์ ทอง จะเสริมความมงคล หญิงมีครรภ์ควรเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ ระมัดระวังห้องครัวและประตู ในวันนี้ไม่ควรฟ้องร้องเพราะอาจะเกิดอุปสรรคได้ สำหรับวันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน ตรงกับวันแรม 2 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังจะขุดดินและตั้งเสา แม้กระทั่งตั้งเตียงนอนใหม่ ควรทำในวันนี้ ถือเป็นวันที่ดีจะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ดีจะเริ่มตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 9 โมง และบ่าย 3 โมงถึง 1 ทุ่ม จากนั้นเป็นช่วงเวลา 5 ทุ่ม ถึงตี 1 ทิศที่เสริมโชคลาภและเสริมสิริมงคล คือ ทิศใต้ ใครที่อยากเสริมโชคลาภให้ใช้สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนสีฟ้า น้ำเงิน ดำจะเสริมสิริมงคล สำหรับวันเสาร์ที่  30 มิถุนายน ตรงกับวันแรม 3 ค่ำ เดือน 8  ใครที่กำลังซ่อมแซมบ้านหรือแม้กระทั่งถมที่ดิน วันนี้เป็นวันดี ทำแล้วจะประสบความสำเร็จในชีวิต  โดยฤกษ์ดีจะเริ่มตั้งแต่ตี 1 ถึงตี 3 และ 9 โมงถึง 11 โมง จากนั้นจะเป็นช่วงเวลา บ่าย 3 โมงถึง 1 ทุ่ม ทิศที่จะเสริมโชคลาภคือ ทิศใต้ ส่วนทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะเสริมความเป็นมงคลในชีวิต  ใครที่อยากเสริมโชคลาภให้ใช้สีเหลืองและน้ำตาล ส่วนสีฟ้า น้ำเงิน ดำจะเสริมสิริมงคล หญิงมีครรภ์ให้ระมัดระวังเตียงนอน ใครที่กำลังจะเปิดร้าน หรือรับตำแหน่งใหม่ ไม่เหมาะสมในวันนี้อาจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้ สำหรับวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฏาคม ตรงกับวันแรม 4 ค่ำเดือน 8 ใครที่กำลังจะหาวันตั้งเสา คาน หรือซ่อมแซมบ้าน วันนี้ถือว่าเป็นวันดี จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ดีจะเริ่มตั้งแต่ตี 3 ถึง ตี 5 และ 11 โมงถึงบ่าย 3 จากนั้นเป็นช่วงเวลา 1 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม ทิศที่จะเสริมโชคลาภคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะเสริมความเป็นมงคลในชีวิต  ใครที่อยากเสริมโชคลาภให้ใช้สีขาว บรอนซ์ ทอง ส่วนสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม จะเสริมสิริมงคล หญิงมีครรภ์ควรระมัดระวังการทำอาหารด้วยเครื่องบด และระมัดระวังประตู หากใครจะเดินเรือ หรือขุดบ่อน้ำ วันนี้ไม่เหมาะสมอาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้     ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2561

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2561

  สำหรับวันจันทร์ที่  18 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 6 ค่ำ เดือน 8 หากใครมีแพลนจะถมที่ดินหรือซ่อมแซมบ้านบอกเลยว่าเป็นสิริมงคลมาก โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าไปจนถึง 9 โมงเช้า และบ่าย 3 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่มตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 1 ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภในวันนี้คือ ทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิต ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ หรือทอง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสี แดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนใครที่กำลังเตรียมเปิดกิจการร้านค้า หรือได้รับตำแหน่งใหม่ อาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรเลี่ยงการทำอาหารที่ใช้ครก เครื่องบด หรือแม้กระทั่งกรงนกก็ไม่ควรเข้าใกล้ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันอังคารที่ 19 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังมองหาฤกษ์ตั้งเสาหรือคาน บ้าน ร้านค้า รวมทั้งซ่อมแซม  สามารถทำได้ในวันนี้จะช่วยเสริมสิริมงคล โดยฤกษ์ดีจะมีด้วยกัน 3 ช่วง คือ เริ่มตั้งแต่ตี 3 จนถึง ตี 5 จากนั้นเป็นช่วงเวลา 11 โมงถึง บ่าย 3 โมง และช่วงหัวค่ำคือ 1 ทุ่ม จนถึง 3 ทุ่ม หญิงที่มีครรภ์หลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก หรือเข้าโกดังเพราะ อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ทิศที่ช่วยเสริมให้ชีวิตดี และได้โชคลาภก้อนโตคือทิศใต้ สีฟ้า น้ำเงิน ดำ เป็นสีที่ช่วยเสริมความมงคล ส่วนสีเหลืองและน้ำตาลจะช่วยเสริมโชคลาภ ในวันนี้ใครที่จะเดินเรือหาปลาหรือขุดบ่อน้ำ ไม่เหมาะสมจะทำในวันนี้  เพราะอาจจะเกิดเคราะห์ร้ายได้   สำหรับวันพุธที่ 20 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ในวันนี้ใครที่จะก่อสร้างบ้าน ร้านค้า หรือรับตำแหน่งในอาชีพไม่เหมาะสม เพราะอาจจะเกิดปัญหา อุปสรรคได้ ควรทิ้งของเก่าในบ้าน หรือแก้ฮวงจุ้ยจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น  โดยฤกษ์ดีมี 3 ช่วง คือ เริ่มตั้งแต่ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า จากนั้นจะเป็นบ่ายโมงถึง บ่าย 3 โมง และตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึง ตี 1 หญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังการเข้าห้องน้ำ หรือเตียงนอน เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ทิศที่เป็นมงคลในวันนี้ คือทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนทิศใต้จะเสริมโชคลาภ สีฟ้า น้ำเงิน ดำ จะช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิต ส่วนสีเหลืองและน้ำตาลจะเสริมโชคลาภ   สำหรับวันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ในวันนี้มีการเซ็นสัญญาซื้อบ้าน คอนโดมิเนียม หรือจะตั้งเจ้าที่ เป็นวันนี้จะช่วยให้ชีวิตดี ไม่มีอุปสรรค โดยฤกษ์ดีจะมี 3 ช่วง คือ เริ่มตั้งแต่ 7 โมงถึง 11 โมง จากนั้นจะเริ่มบ่าย 3 โมงถึง 5 โมงเย็น  และช่วง 5 ทุ่ม ถึงถึงตี 1 หากใครที่ซื้อเตียงใหม่มาจะจัดเตียง หรือย้ายเตียง ไม่ควรทำในวันนี้ เพราะอาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้ หญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังประตู และเตาไฟ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้  ทิศที่จะช่วยเสริมสิริมงคล คือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนทิศที่จะช่วยเสริมโชคลาภคือทิศตะวันออกเฉียงใต้ สีที่ช่วยเสริมในวันนี้คือ สีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม ส่วนสีที่เสริมโชคลาภ คือ สีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 10 ค่ำ เดือน 8 หากจะทาสีบ้าน  ซ่อมแซม หรือตั้งเตียงสามารถทำได้ในวันนี้ ซึ่งสีที่เหมาะสมคือ สีเขียวอ่อนและสีเขียวเข้ม ส่วนสีที่เสริมโชคลาภ คือ สีขาว บรอนซ์ และทอง โดยฤกษ์ที่ดีจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่ตี 1 ถึง ตี 3 จากนั้น 7 โมงเช้าถึง 11 โมง และ 5 โมงถึง 1 ทุ่ม ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะช่วยเสริมสิริมงคล ส่วนทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยด้านโชคลาภ  หญิงมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก เครื่องบด นอกจากนี้ต้องระมัดระวังประตู อีกด้วย ในวันนี้ใครที่จะเริ่มการเพาะปลูก ไม่ควรทำเพราะอาจจะเกิดอุปสรรค พืชผลไม่งอกงามได้   สำหรับวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน ตรงกับวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 8 หากใครที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างบ้าน หรือย้ายเตียงนอนใหม่ สามารถทำได้ ซึ่งทิศที่เหมาะสมในการก่อสร้างและย้ายเตียงคือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนทิศที่ช่วยเสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันตก โดยฤกษ์ที่ดีจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่ตี 3 ถึง7 โมงเช้า จากนั้น 11 โมงถึงบ่าย 3 และ 1 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม สีที่ช่วยเสริมชีวิตควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนสีที่เสริมสิริมงคล ควรเป็นสีฟ้า น้ำเงิน ดำ หญิงมีครรภ์ระมัดระวังการทำอาหารในห้องครัว และเลี่ยงการเดินใกล้กรงสัตว์ ส่วนใครที่จะทำการฟ้องร้องในวันนี้ไม่ควรทำ เพราะอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ สำหรับวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน ตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังจะสร้างหรือซ่อมแซมบ้านควรเริ่มทำในวันนี้ถือว่าเป็นฤกษ์ดี แต่ในวันนี้ไม่ควรย้ายบ้านเพราะ อาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้ ในวันนี้ทิศใต้ จะเป็นทิศที่เป็นมงคลส่วนทิศตะวันตก จะช่วยในเรื่องโชคลาภ โดยฤกษ์ที่ดีจะมี 3 ช่วง คือ ตี 3 ถึง 7 โมงเช้า จากนั้นจะเป็นบ่ายโมง - 3 โมง และ 3 ทุ่ม - 5 ทุ่ม สีที่จะช่วยเสริมในวันนี้ คือ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนสีที่เสริมสิริมงคล ควรเป็นสีฟ้า น้ำเงิน ดำ หญิงมีครรภ์ควรระมัดระวังเตียงนอน หรือเลี่ยงเดินใกล้โกดัง อาจเกิดอุบัติเหตุได้   ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร    
การเลือกซื้อคอนโด เลือกอยู่ชั้นไหนเหมาะกับคุณสุดๆ

การเลือกซื้อคอนโด เลือกอยู่ชั้นไหนเหมาะกับคุณสุดๆ

การเลือกห้องชุด คอนโดมิเนียม มีหลักในการเลือกให้เหมาะสมกับตัวคุณเอง โดยยึกหลักฮวงจุ้ยได้ เลือกดีมีผลต่อการอยู่อาศัย อยู่ดีมีสุข ร่มเย็น เรามาลองดูว่า     เลือกซื้อห้องชุด คอนโดมิเนียม ชั้นไหนถูกโฉลกผู้อยู่ แบบไหน  ในการเลือกซื้อคอนโดนั้นตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ยังสามารถตัดสินใจซื้อได้ตามระบบธาตุ ธาตุดิน คือคอนโดที่เป็นสี่เหลี่ยม ควรซื้อชั้นที่ 5, 10, 15, 25 ธาตุไม้ คือคอนโดที่เป็นลักษณะสูง เป็นแท่งขึ้นไป ควรซื้อชั้นที่ 3, 8, 16, 38, 61 ธาตุทอง คือคอนโดทรงกลม ควรซื้อชั้นที่ 10, 15, 49, 94 อีกทั้งคอนโดที่มีการก่อสร้างเป็นลักษณะตัว U จะถูกตามหลักฮวงจุ้ย คือมีรูปลักษณะที่ดีเหมือนปากโอ่ง รับซ้ายขวามาเก็บไว้   ส่วนคนที่เกิดนักษัตรใด ควรเลือกซื้อคอนโดชั้นไหนจึงจะส่งผลดีต่อการอยู่อาศัย ปีชวด มะโรง วอก อยู่ในกลุ่มธาตุน้ำ ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 1 กับ 6 ทั้งหมด ปีฉลู ระกา มะเส็ง อยู่ในกลุ่มธาตุทอง ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 9 กับ 4 ทั้งหมด ปีขาล มะเมีย จอ อยู่ในกลุ่มธาตุไฟ ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 2 กับ 7 ทั้งหมด ปีเถาะ มะแม กุน อยู่ในกลุ่มธาตุไม้ ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 3, 8, 1 และ 6 ทั้งหมด   รวมทั้งในตัวคนเราจะมีกลุ่มถ่อฮวย คือ จุดเสน่ห์ ซึ่งคือทิศทางที่ทำให้นักษัตรเรามีพลัง ปีชวด มะโรง วอก มุมเสน่ห์ คือทิศตะวันตก ปีฉลู ระกา มะเส็ง มุมเสน่ห์ คือทิศใต้ ปีขาล มะเมีย จอ มุมเสน่ห์ คือทิศตะวันออก ปีเถาะ มะแม กุน มุมเสน่ห์ คือทิศเหนือ   ในทิศที่เป็นมุมเสน่ห์ต้องไม่ให้มีห้องน้ำ ถังขยะหรือสิ่งสกปรก ควรทำให้มีสิ่งเคลื่อนไหว มีสิ่งสวยงาม สดชื่นเช่นดอกไม้ เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวา ถ้าแก้ไม่ได้เช่นเป็นห้องน้ำ ต้องรักษาความสะอาด ฝาห้องน้ำต้องทำให้สวยงาม หาต้นไม้ ดอกไม้สวยๆ มาวางไว้ ไม่ใช้ต้นไม้แห้ง ต้นไม้ตายแล้ว คนจีนอาจจะใช้เป็นต้นกวนอิม คนอยากมีคู่อาจจะเป็นกุหลาบ หรือคนทำการค้า ต้องมองทิศนี้เป็นทิศพลังเพื่อเรียกลูกค้า วางสินค้าโชว์ มีของหอม มีดิสเพลย์สวยๆ รับลูกค้า เป็นต้น   ขอขอบคุณข้อมูลฮวงจุ้ยดีๆ จาก อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
รู้หลักฮวงจุ้ยห้องน้ำ จัดอย่างไรให้เรียกทรัพย์และสุขภาพดี

รู้หลักฮวงจุ้ยห้องน้ำ จัดอย่างไรให้เรียกทรัพย์และสุขภาพดี

  ว่ากันว่าแต่ละตำราก็มักพูดถึงที่ตั้งและตำแหน่งของห้องน้ำแตกต่างออกไปว่าควรอยู่ส่วนไหนของบ้าน เพราะมีความเชื่อว่าพื้นที่ห้องน้ำในบ้านเปรียบเสมือนจุดรวมพลังงานด้านลบและมีกระแสน้ำไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ส่งผลกระทบต่อเรื่องสุขภาพและความร่ำรวยของทุกคนในบ้านได้ ดังนั้นเจ้าของบ้านควรยึดสิ่งสำคัญอย่างการตกแต่งและจัดวางสิ่งของให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อให้เกิดกระแสหมุนเวียนและพลังงานที่ดี ก็จะเป็นการช่วยส่งเสริมให้สมาชิกครอบครัวสุขภาพดีและร่ำรวยขึ้นได้..   1. เน้นตำแหน่งที่ตั้งของห้องน้ำเป็นสำคัญ หลักการวางตำแหน่งที่ตั้งของห้องน้ำที่ดี คือไม่ควรวางตำแหน่งไว้บริเวณหน้าบ้าน เพราะนอกจากคนโบราณจะถือว่าการมีห้องน้ำอยู่หน้าบ้านจะไม่เป็นมงคลแล้ว ยังส่งผลเสียในเรื่องของมลภาวะอีกด้วย เพราะลมที่พัดเข้าทางหน้าบ้าน จะพัดพาเอากลิ่น และความอับชื้นเข้าไปภายในบ้าน ซึ่งจะไปรบกวนคนในบ้านนั่นเองค่ะ   2. พื้นที่ใต้บันได ไม่ควรทำเป็นห้องน้ำ ใช่แล้วค่ะ! พื้นที่ใต้บันไดที่ว่างเปล่านั้นไม่ควรจะเป็นที่ตั้งของห้องน้ำ เพราะตำแหน่งนี้จะส่งผลกระทบให้คุณมีบุตรยาก หรือใครที่มีลูกแล้วเด็กๆ ก็จะซุกซน ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน ฉะนั้นห้องน้ำตรงใต้บันไดจึงเป็นข้อห้ามที่ควรเลี่ยง และสามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการปิดประตูห้องน้ำตลอดเวลา พร้อมทั้งตกแต่งด้วยสีที่เหมาะสมกับทิศที่ตั้งเพื่อความเป็นสิริมงคล   3. ห้ามมีห้องน้ำมากกว่าจำนวนสมาชิกในบ้าน เมื่อมีห้องน้ำมากกว่าจำนวนสมาชิก ก็จะทำให้ใช้งานห้องน้ำไม่ครบทุกห้อง การที่ปล่อยให้ห้องน้ำไว้ไม่ใช้งานเป็นเวลานานๆ จะทำให้น้ำที่หล่อเลี้ยงชักโครกถูกทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีการหมุนเวียน เมื่อมีฝุ่นผงหรือซากแมลงก็จะทำให้น้ำเน่าเสีย กลายเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดเชื้อโรค กลิ่นเหม็น หรือเมื่อน้ำเหล่านั้นแห้งก็อาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นย้อนกลับเข้ามาในบ้านได้อีกด้วย   4. ไม่ควรตั้งห้องน้ำอยู่กลางบ้าน และอยู่ด้านบนของประตูหน้าบ้าน สำหรับตำแหน่งติดตั้งห้องน้ำที่ดีนั้น เจ้าของบ้านไม่ควรตั้งห้องน้ำอยู่กลางบ้าน เพราะจะทำให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านเจ็บป่วยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ซึ่งอาจจะเกี่ยวพันกับสุขอนามัยด้วย การระบายออกของกลิ่นและความชื้น จะระบายไปทางไหน ก็หนีไม่พ้นที่จะระบายอบอวนไปทั่วบ้านแถมยังก่อมลภาวะได้ง่าย ที่สำคัญห้องน้ำไม่ควรอยู่ด้านบนของประตูหน้าบ้าน เพราะตำแหน่งนี้จะคอยดักโชคลาภไม่ให้ผ่านประตูเข้ามาในบ้านเรา   5. ทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถือเป็นตำแหน่งที่ไม่ดี! ห้องน้ำที่อยู่ทางทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ถือเป็นตำแหน่งที่ไม่ดีนัก เพราะถือเป็นตำแหน่งอัปมงคล ส่งผลให้เกิดเรื่องฟ้องร้องคดีความอยู่เสมอ และนำโรคภัยไข้เจ็บมาสู่คนในบ้านอยู่เสมอ แถมทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นทิศที่มีลมประจำพัดผ่านอยู่เสมอหากห้องน้ำอยู่ทางทิศนี้จะทำให้ลมพัดเอากลิ่น และสิ่งสรกปกในห้องน้ำกระจายไปทั่วบ้าน ส่งผลต่อสุขภาพและบรรยากาศภายในบ้าน   6. ห้องน้ำที่ดีควรมีความโปร่ง โล่ง มีระบบการระบายอากาศที่ดี มีแสงแดดส่องถึง ห้องน้ำที่ดีไม่ควรมีแสงที่มืดจนเกินไป เพราะแสงสว่างจะช่วยลดความชื้นภายในห้องน้ำได้ เพราะฉะนั้นช่องแสงจึงควรทำให้มีขนาดใหญ่พอสมควร ถ้าห้องน้ำมีขนาดเล็ก อาจใช้กระจกเงาบานใหญ่มาช่วยเพิ่มความสว่างได้ ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแสงแดดเข้า ก็จะยิ่งทำให้มีความชื้นสูงมากขึ้นไปอีก   7. ลดระดับพื้นลงหนึ่งสเต็ป สำหรับพื้นห้องน้ำที่ดีควรออกแบบให้มีระต่ำกว่าห้องอื่นสักประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพราะห้องน้ำเป็นห้องที่มีการไหลออกของกระแสมาก เมื่อน้ำไหลออกก็จะพากระแสอากาศบางส่วนไหลออกไปด้วย หากมีกระแสโชคไปสะสมก็จะลากกระแสโชคนั้นออกไปด้วยทันที ดังนั้นควรก่อธรณีกั้นและลดพื้นลงสักหนึ่งเสต็ปนะคะ   8. ห้ามเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้ ห้องนำ้เป็นแหล่งพลังงานด้านลบและกระแสน้ำไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา สามารถส่งผลกระทบต่อเรื่องสุขภาพและความร่ำรวยของทุกคนในบ้านได้ ใครที่กลัวห้องน้ำจะอับชื้น แนะนำให้ติดพัดลมระบายอากาศ หรือทำช่องระบายอากาศไว้ในห้องน้ำแทน เวลาเปิดประตูห้องส้วมแต่ละครั้ง อากาศเสียภายในห้องส้วม ก็จะฟุ้งกระจายออกมา หมุนเวียนอยู่ในบ้าน ผลกระทบที่ตามมาย่อมตกอยู่กับคนในบ้าน อย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งหมดที่เรานำมาฝากกันในวันนี้เป็นเพียงข้อห้ามของหลักฮวงจุ้ยห้องน้ำที่ควรหลีกเลี่ยง หากใครกำลังสร้างบ้านใหม่หรือกำลังอยากจะรีโนเวทห้องน้ำก็ควรคำนึงถึงทิศทางที่ตั้งให้ดีนะคะ เพราะถ้าจัดวางทุกอย่างตามหลักแล้วรับรองว่าช่วยเรียกทรัพย์และสุขภาพของสมาชิกภายในบ้านแข็งแรงอย่างแน่นอน อ่อ! หรือถ้าใครมีงบประมาณอยากปรึกษาซินแสผู้รู้จริงก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน    ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : ซินแสหวาง
วิธีแก้เคล็ด ห้องนอน-เตียงนอน ที่ผิดหลักฮวงจุ้ย

วิธีแก้เคล็ด ห้องนอน-เตียงนอน ที่ผิดหลักฮวงจุ้ย

1. ห้องนอนที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม จัดว่าเป็นห้องเชือดเฉือน   ห้องนอนที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม แต่มีส่วนหนึ่งเว้าแหว่งไป จนเป็นรูปทรงคล้ายมีดบังตอ ถือว่าไม่ดี ยิ่งถ้าตั้งเตียงตรงบริเวณส่วนคมของมีดก็ยิ่งถือว่าไม่ดี จะทำให้สามี-ภรรยาชอบหาเรื่องทำร้ายกัน มิว่าทางกายหรือทางคำพูด หรืออาจต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดใหญ่ วิธีแก้เคล็ดตามหลักฮวงจุ้ย ให้ตั้งเตียงในส่วนที่เป็นด้านสันมีด แล้วติดลูกแก้วคริสตัลหรือตั้งกระถางต้นไม้ไว้ที่จุด A ถ้าเตียงจำเป็นต้องอยู่ทางคมมีด เพราะผนังด้านสันมีดเป็นห้องน้ำ ก็ให้ติดกระจกเงาบานใหญ่ไว้ทางผนังด้านตรงข้ามกับเตียง   2. ปลายเตียงแคบ ฝันร้ายบ่อย หงุดหงิดง่าย    บริเวณปลายเตียงนอนสมควรให้มีเนื้อที่ว่างอย่างน้อยที่สุดก็สัก 2 ฟุตครึ่ง (ถ้ามีเนื้อที่เหลือกว้างมากก็ยิ่งดี) พยายามอย่าให้มีตู้หรือโต๊ะมาตั้งไว้ที่ปลายเตียงจนเกือบชิด จะทำให้ฝันร้ายบ่อย และจิตใจมักหงุดหงิดไม่สบายอยู่เสมอ   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ควรปล่อยให้ปลายเตียงเป็นบริเวณโล่งๆ โปร่งๆ ถ้าเนื้อที่จำกัดจริงๆ และจำเป็นต้องวางตู้ขนาดใหญ่ไว้ที่ปลายเตียงก็ให้ติดผ้าม่านสีอ่อนๆ ที่หน้าประตูตู้ เมื่อนอนมองมาจะมีความรู้สึกสบายตา ไม่รู้สึกถูกพลังบางอย่างกดทับ   3. หัวเตียงหันไปทิศตะวันตก มีแต่เรื่องทุกข์ใจ    ถ้าตั้งหัวเตียงไปทางทิศตะวันตก คู่สามี-ภรรยาจะมีแต่ความเบื่อหน่ายหมดความรักความใคร่ในกันและกัน แม้เป็นคนโสดก็จะมีแต่เรื่องให้เป็นทุกข์และกังวลใจ ชีวิตถดถอยมากกว่าเจริญก้าวหน้า   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ให้ย้ายหัวเตียงไปทางทิศอื่น แล้วชีวิตจะมีความสุขความเจริญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คู่สามี-ภรรยาก็จะมีความรักใคร่กันอย่างสดชื่นยิ่งขึ้น   4. เตียงกับเตาตรงกัน ชีวิตคู่แตกแยก การเงินติดขัด    การตั้งเตียงนอนต้องระวังให้มากที่สุด ดูด้วยว่าชั้นล่างบริเวณที่ตรงกับเตียงเรานั้น เป็นสิ่งของเครื่องเรือนใดบ้าง ถ้าตั้งเตียงทับเตาไฟในครัวชั้นล่าง หรือตั้งทับทีวี ตู้เย็นที่เป็นเครื่องไฟฟ้าก็ถือว่าไม่เป็นมงคล จะมีผลให้ชีวิตคู่แตกแยก การเงินติดขัด   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ต้องย้ายตำแหน่งของเตียงนอนไปยังมุมอื่น หรือย้ายการจัดวางเตาไฟในมุมครัวชั้นล่างไปวางตั้งยังมุมอื่น แล้วคู่สมรสจะรักกันมั่นคงยั่งยืน ฐานะการเงินก็มั่งคั่งขึ้น   5. เตียงนอนขวางประตู ไม่ดียิ่งนัก    ถ้าเตียงนอนตั้งอยู่ในตำแหน่งตรงกับประตู เมื่อนอนอยู่บนเตียงแล้ว มีลักษณะท่าทีคล้ายนอนขวางประตูอย่างหนึ่ง หรืออีกอย่างหนึ่งเหมือนนอนเอาปลายเท้าชี้หาประตู ถือว่าไม่ดี   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ให้ติดผ้าม่านอย่างทึบ (มีลวดลายได้ แต่มิใช่ผ้าโปร่งบาง) ติดบังตาไว้โดยห้ามผุกรวบชายม่านเป็นอันขาด หรือหาฉากบานพับมาตั้งบังตาระหว่างเตียงกับประตูห้องนอน หรือกั้นขวางด้วยตู้เสื้อผ้าก็ได้   6. เหนือเตียงต้องโล่ง ชีวิตราบรื่น    มิควรติดตั้งตู้หรือชั้นวางของที่เหนือหัวเตียงเด็ดขาด แม้จะเป็นชั้นเล็กๆ หรือตู้ลอยแบบบิลด์-อินก็ตามแม้จะทำให้ได้ประโยชน์ในการใช้สอยแต่จะทำให้การงานติดขัด ความคิดไม่โลดแล่น จิตใจให้หดหู่ว้าวุ่นและเจ็บป่วยง่าย   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ควรจัดการรื้อตู้และชั้นต่างๆ ออกจากบริเวณหัวเตียง ที่ผนังด้านเหนือศีรษะ หรือที่หัวเตียงติดรูปภาพลวดลายมงคลแทนจะดีกว่า   7. เตียงใต้คาน มีปัญหาต่อสุขภาพ เจ็บป่วยบ่อย    การจัดวางเตียงนอนไว้ใต้คานถือว่าผิดฮวงจุ้ย การตั้งเตียงลักษณะนี้จะทำให้ผู้เป็นเจ้าของเตียงมักเจ็บป่วยง่าย สุขภาพไม่ดี ปวดศีรษะบ่อย ปวดเมื่อยเนื้อตัวบ่อย จิตใจอึดอัดกดดันโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ควรจัดการเคลื่อนย้ายเสียใหม่ ตั้งเตียงไว้ในมุมอื่นที่มิได้อยู่ใต้คาน ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้แขวนขลุ่ยจีนผูกด้ายแดง เพื่อแก้เคล็ดที่บริเวณคานนั้น   8. โต๊ะเครื่องแป้งอยู่ปลายเตียง ฝันร้ายบ่อย   ถ้าโต๊ะเครื่องแป้งตั้งอยู่ปลายเตียงพอดี หรือตั้งอยู่ข้างเตียง โดยหันกระจกเงาเข้าหาตัวเตียงพอดี จะทำให้ฝันร้ายบ่อยๆ พลังจิตใจอ่อนแอ ตื่นตกใจง่าย   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ย้ายตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้ติดผ้าม่านปิดกระจกเงาไว้   9. ใต้เตียงสกปรก การเงินติดขัด    พื้นที่ว่างใต้เตียงถ้าทำเป็นที่เก็บของจนรกรุงรัง และมีข้าวของเก่าๆ ชำรุดเก็บไว้ด้วย จะทำให้สตรีที่ตั้งครรภ์อยู่แท้งได้ ผู้ที่นอนบนเตียงนั้นจะมีจิตใจกระสับกระส่าย การงาน-การเงินติดขัดไม่ราบรื่น ถ้าเป็นคู่สามี-ภรรยาก็จะมีปากเสียงกันบ่อย   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย นำข้าวของไปบรรจุใส่กล่องแล้วเก็บไว้ที่อื่น จัดใต้เตียงให้โล่ง ปัดกวาดให้สะอาดเสมอ ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้เก็บของใส่กล่องให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ แต่อย่าเก็บของหักๆ ชำรุดไว้ใต้เตียงเด็ดขาด   ขอบคุณแหล่งที่มา : http://sirmduang.blogspot.com/2011/11/blog-post_5831.html ภาพประกอบ : https://pixabay.com
ฮวงจุ้ย : แปลนบ้านถูกหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้วรวย

ฮวงจุ้ย : แปลนบ้านถูกหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้วรวย

โดยในหลักการของบ้านก็เช่นกัน เป็นเรื่องของความสมดุลที่เรียกว่า อินเอี๊ยง หรือหยินหยาง คือมีความมืดและความสว่าง ถ้ามีความสว่างมากเกินไปก็จะกระตือรือร้นมากเกินไป มุ่งมั่นแต่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่หากเป็นความมืดก็คือความนิ่ง ความสงบ ถ้าความมืดน้อยก็จะไม่สงบ   ดังนั้น ต้องแบ่งหน้าบ้านกับหลังบ้านให้สมดุลกัน โดยหน้าบ้านต้องสว่าง หลังบ้านต้องทึบ ต้องมืด เปรียบได้กับหน้าบ้านสว่างเป็นน้ำ น้ำไหลเข้ามา หลังบ้านทึบเป็นภูเขารับน้ำ แต่ถ้าอยู่สลับที่กันเช่นหลังบ้านโล่ง แปลว่าไม่มีภูเขา ภูเขาตกน้ำ คนที่อยู่ภายในบ้านจะสุขภาพไม่ดี เป็นเรื่องระหว่างเงินกับคน ดูเงินให้ดูที่ความเคลื่อนไหว ดูว่าจะเก็บอยู่หรือไม่ให้ดูความนิ่ง   ข้อห้ามที่ว่าไม่ให้ 2 ประตูตรงกัน แปลว่ามีแต่เงินเข้ามาแต่ทำเท่าไรก็ไม่เหลือ เราจึงต้องอุดข้างหลัง เหมือนโบราณถ้ามีคู่ต้องให้คู่เก็บ สามีทำงาน ภรรยาอยู่บ้านให้เก็บเงิน ไม่มีคนอยู่บ้าน ทำแทบตายไม่มีคนเก็บ คอนโดก็เช่นกัน ต้องแบ่งครึ่ง หน้ากับหลัง กฎของแม่น้ำกับภูเขาก็ใช้ได้ด้วยกัน     กฎของสว่างกับทึบต้องตรงข้ามกัน ทุกครั้งที่มีเข้ามาต้องมีการรับ เช่นถ้ามีประตูต้องไม่มีหน้าต่างตรงกัน แสงก็เช่นกัน ต้องมีความสมดุลระหว่างสว่างและมืด ที่ว่าหน้าบ้านเป็นโบสถ์ วัด โรงเจ ถือว่าเป็นความมืด จะแก้ด้วยการติดไฟสว่างไว้ 1 ดวง เพื่อแก้ให้มีความสว่างเกิดขึ้น หรือหากหน้าบ้านมีรถไฟฟ้าเปรียบเสมือนภูเขาอยู่ตรงหน้า อาจไม่ดี ต้องแก้ด้วยความโล่งโปร่ง จึงมีการวางน้ำพุ ลานน้ำผุดขึ้นมาแก้สร้างความสมดุล ความทึบคือความมั่นคงคือบุคคล ความโล่งคือการเงินหรือสุขภาพ   ความสมดุลของบ้าน เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ส่วนจะรู้ว่าสมดุลหรือไม่นั้น หลักการคำนวณเริ่มจากยืนจากหน้าบ้านใช้เข็มทิศวัด ว่าบ้านนี้หันหน้าไปทางทิศไหน หลังตั้งอยู่ทิศอะไร แล้วมาคำนวณ เบื้องต้นบ้านที่ดีต้องแบ่งด้านหน้าออกเป็น 3 ช่องได้เท่าๆ กัน   สำหรับลักษณะของบ้านที่ดีต้องเข้าตรงกลาง โดยให้เปรียบสัมพันธ์กับหน้าตาของคนเรา ทางเข้าถ้าเบี้ยวซ้าย เบี้ยวขวาเหมือนปากไม่ตรง กินไม่ถนัด และบ้านที่เอาบันไดไว้หน้าบ้านก็ไม่ดี เพราะเปรียบเสมือนเอาภูเขาไปอุดอยู่ข้างหน้า บ้านที่เป็นรูปลักษณะที่ดีคือเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่ด้านตั้งก็ด้านยาว การต่อเติมที่ไม่สมดุลมีส่วนเกินมาก ทำให้ไม่ครบองค์ประกอบ 8 ทิศไม่สมบูรณ์ก็จะไม่ดีในแง่ฮวงจุ้ย   ในการพิจารณาตามศาสตร์ฮวงจุ้ยต้องดูเฉพาะตัวบ้าน ไม่ต้องสนใจที่ดิน ประตูบ้านสำคัญกว่าประตูรั้ว เพราะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่เข้ามาหาเรา รูปลักษณะบ้านก็ต้องอยู่ในความสมดุล โดยบ้านที่ดีคือ บ้าน 2 ชั้นขึ้นไป ประตูกับบันไดควรสัมพันธ์กัน ทางเข้าต้องมีบันไดรับ ซ้ายหรือขวาได้ แต่ต้องไม่ใช่ตรงกลางบ้าน เปรียบเสมือนการรับทรัพย์และนำเข้าไปในตัวบ้าน บ้านที่ดีต้องมีห้องรับแขก เข้าประตูมาแล้ว อยู่ซ้ายหรือขวาแล้วแต่ทิศทางเป็นตัวกำหนด บ้านที่ดี โดยหลักการทั่วไป ห้องใหญ่ที่สุดคือห้องของหัวหน้าครอบครัว คือคนที่หาเงินได้มากที่สุด บ้านที่ดี มุมของพ่อแม่ควรเป็นมุมสงบอยู่ชั้นล่าง   " การเลือกแปลนบ้านให้ใช้เกณฑ์ของกระแสที่ไหลมาเป็นตัวกำหนด คือให้ถนนเป็นหลัก หากว่าเป็นหลังสุดท้ายและติดริมรั้วเลยถือว่าไม่ดี เรียกว่าปลายน้ำ ยิ่งเป็นรั้วที่ติดกับหมู่บ้านและมีบ้านที่อยู่ภายนอกบังอยู่ด้วยยิ่งไม่ดี แต่ถ้าติดรั้วและอีกฝั่งเป็นที่โล่งยังถือว่ามีกระแสลมพัดผ่าน ไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้อนี้ อย่างไรก็ตามยังต้องมองว่าต้นทางกับปลายทางสู้กลางทางไม่ได้...."     บ้านที่ดี ห้องครัวเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ถือเป็นมุมทรัพย์อีกแบบหนึ่ง ไม่โปร่งโล่งเกินไป ควรเป็นมุมที่ต้องแอบซ่อน เห็นครัวง่ายก็จะมีคู่แข่งตลอด อาหารการกินก็จะมีคนมาแย่งกิน กรณีนี้ยกเว้นสำหรับร้านอาหาร และครัวไทยที่ทำนอกบ้าน บ้านที่ดี การทำครัวให้เลี่ยงการประจันหน้าระหว่างเตาไฟกับอ่างล้างจาน เพราะน้ำกับไฟเจอกัน จะทำให้คนในบ้านทะเลาะกัน บ้านที่ดี โดยหลักการฮวงจุ้ย การดูครัวให้ใช้ดวงชะตาของแม่บ้านเป็นหลัก เพราะถ้าแม่บ้านไม่มีแรง กลับบ้านมาก็ไม่มีใครป้อนอาหารให้มีความสุขได้ บ้านที่ดี ควรเว้นการทำห้องน้ำตรงกลางบ้าน และตรงกลางของหลังบ้าน ห้ามส่วนที่เป็นจุดศูนย์กลางทั้งหมด เพราะจะทำให้ประธานมีปัญหา หน้าต่างและบันไดบ้านควรจัดสมดุลด้วยสายตาและยึดหลักจำนวนเลขคี่ เพราะเลขคี่ คือ พลังการเคลื่อนไหว ส่วนเลขคู่ คือพลังหยุดนิ่ง หลังคาบ้าน เปรียบเสมือนหมวก หากว่าออกแบบชายคาต่ำกว่าสายตา ทำให้คนในบ้านมองไปไม่ไกล ทัศนวิสัยไม่ดี เหมือนปิดหน้าปิดตาไว้     ที่สำคัญทางสามแพร่งถือเป็นข้อห้ามอันดับหนึ่ง เพราะกระแสจะวิ่งตรงเข้ามาชนตัวบ้าน ชนประตู จะมีปัญหามาก คนที่อยู่บ้านลักษณะนี้จะไม่มีความสุขเพราะกระแสแรง ส่งผลต่อคนแต่ละคนและมีทิศทางเป็นตัวกำหนด หากพุ่งชนทิศตะวันออกจะเกี่ยวข้องกับคำพูด ลม ปากและคอแห้ง มักจะมีปัญหาสุขภาพเรื่องปอด ทิศตะวันตกมักจะมีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุ ทิศเหนือมีปัญหาเรื่องมดลูก ทิศใต้มีปัญหาเรื่องสายตา อย่างไรก็ตามบ้านลักษณะนี้เงินทองจะเข้าดีแต่สุขภาพจะไม่ค่อยดี   ขอขอบคุณข้อมูลฮวงจุ้ยดีๆ จาก อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร แหล่งที่มา : https://mgronline.com
ฮวงจุ้ย : บ้านมีต้นไม้ที่ตายแล้วต้องรีบถอนออกจากบ้าน!

ฮวงจุ้ย : บ้านมีต้นไม้ที่ตายแล้วต้องรีบถอนออกจากบ้าน!

ฮวงจุ้ยดี ชีวิตเปลี่ยน | วันนี้มาคุยกันเรื่อง "ต้นไม้" กัน สิ่งที่อยู่กับบ้านเรา ก็เหมือนคนที่มาอาศัย และพร้อมที่จะเป็นหรือตายกับเราได้ วันนี้เราจะพูดเรื่องของ ต้นไม้ ใครที่มีต้นไม้ปลูกไว้ภายในบ้าน หรือบริเวณนอกบ้าน ต้นเล็ก ต้นใหญ่ อันดับแรกเลย ต้องเป็นต้นไม้ที่มีชีวิต โบราณบอกไว้ว่าต้นไม้จะมีเทวดาอารัก ต้นไม้ดี เทวดาก็คอยช่วยเหลือบ้าน คุ้มครองบ้านเรือน ปกปักษ์รักษา ร่มเย็นเป็นสุข วันใดวันหนึ่ง ต้นไม้ต้องตายลง อย่าปล่อยให้มีไว้ในบ้านเลย ต้องรีบขุดรากถอนโค่นออกไปทิ้งซะให้หมด!! ในตำราบอกไว้ว่า ถ้ามีต้นไม้ตายอยู่ในบ้าน...   1. บ้านนั้น มีโอกาสเปลี่ยนมือ 2. ต้นไม้ตายนั้นจะมีวิญญาณเข้ามาเกี่ยวข้องกับบ้านที่อยู่อาศัย บางทีอาจจะเห็นผี เดินอยู่บริเวณบ้าน แสดงว่ามีผีที่อาศัยอยู่ในต้นไม้ตายที่อยู่ในบ้าน     เมื่อรู้แล้ว ท่านก็รีบสำรวจต้นไม้ที่ปลูกไว้ในบ้านเลยครับ อย่าปล่อยให้ตาย ดูแลเขาดีๆ เพราะเขาเป็นส่วนหนึ่งในบ้านคุณ หมายถึงบริวารของคุณ   เรื่องราวของต้นไม้ยังมีให้เล่าอีกมากมาย จะกลับมานำเสนอในตอนต่อไปครับ ขอขอบคุณข้อมูลฮวงจุ้ยดีๆ จาก อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
ขอเถอะ...10 สิ่งของในบ้านที่ควรเปลี่ยน แล้วชีวิตจะแฮปปี้ขึ้นเยอะ !

ขอเถอะ...10 สิ่งของในบ้านที่ควรเปลี่ยน แล้วชีวิตจะแฮปปี้ขึ้นเยอะ !

เพราะสิ่งของต่างๆ ก็มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเรา ฉะนั้นลองมาดูเหล่าสิ่งของในบ้านที่ควรกำจัดทิ้ง เพราะส่งผลให้ตัวเองและคนในบ้านรู้สึกไม่แฮปปี้กันค่ะ รู้ไหมคะว่าสิ่งของต่างๆ ภายในบ้าน มีส่วนทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยดีได้ โดยถ้าหากคุณเข้าไปในบ้าน แล้วพบว่ารู้สึกไม่ค่อยมีความสุขเท่าที่ควร รู้สึกขาดแรงบันดาลใจ หรือรู้สึกว่าบางอย่างมันขวางหูขวางตาจนน่าหงุดหงิดไปหมด กระปุกดอทคอมขอแนะนำให้คุณทำการสำรวจตรวจเช็กบ้านของคุณให้ทั่วสักครั้ง เพราะบางทีการมีสิ่งของเหล่านี้อยู่ในครอบครอง อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยแฮปปี้ก็ได้ 1.ของขวัญหรือมรดกตกทอด การเก็บสิ่งของที่เป็นมรดกตกทอดหรือของขวัญต่างๆ ที่เราไม่ได้ชอบ ไม่ได้ใช้ ไม่ตรงกับสไตล์ของเราเอาไว้ เนื่องจากรู้สึกผิดที่จะทิ้งไป ถือเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นมากๆ เพราะนอกจากจะทำให้เราไม่เอ็นจอยกับของต่างๆ เท่าที่ควรแล้ว ยังเป็นการกั๊กพื้นที่ไม่ให้เราได้วางของที่เราชอบอีกต่างหาก แถมไปๆ มาๆ ยังมีส่วนทำให้บ้านรกด้วย ทางที่ดีถ้าไม่ชอบ ไม่ใช้ ก็จะควรจะนำไปบริจาคหรือไม่ก็เก็บทิ้งดีกว่า 2. ของที่ระลึกในวัยเด็ก แม้ว่าของที่ระลึกหรือของเล่นในวัยเด็กจะทำให้เราจดจำช่วงเวลาแห่งความสุขในวัยนั้น และเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเองได้ แต่หากบางอย่างที่เก่าเกินไป เล่นไม่ได้ ใช้งานไม่ได้แล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บเอาไว้ เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์และทำให้บ้านรกแล้ว ยังอาจทำให้เราเป็นคนที่ยึดติดอยู่กับอดีต ไม่ยอมก้าวไปข้างหน้าสักทีก็ได้ 3. หนังสือที่ไม่ได้ชอบแล้ว แน่นอนว่าหนังสือเป็นสิ่งของที่มีประโยชน์ต่อคนเรามากๆ แถมการใช้หนังสือตกแต่งบ้านก็ยังช่วยทำให้บ้านของเราดูดี มีคลาสขึ้นด้วย แต่ทว่าถ้าหากเราเก็บหนังสือเก่าๆ เอาไว้มากเกินไป หรือถ้าหากเราไม่ได้อินหรือชอบหนังสือเหล่านั้นเหมือนเดิม สิ่งที่ตามมาก็อาจจะเป็นอารมณ์ที่เบื่อเมื่อมองไปที่หนังสือ ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ที่สำคัญอาจเป็นต้นเหตุทำให้ปลวกยกทัพขึ้นบ้านมาหาอาหารอีกต่างหาก 4.สีทาบ้าน เป็นที่รู้กันดีว่าสีนั้นมีผลต่ออารมณ์ของผู้อาศัย เช่น สีแดง เหลือง ส้ม หรือสีโทนร้อนทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ส่วนสีโทนเย็นอย่าง เขียวหรือน้ำเงิน ทำให้รู้สึกสงบผ่อนคลาย แต่นักวิจัยกล่าวว่าจริงๆ แล้วการเลือกสีที่ดีที่สุด ควรเลือกจากสีที่เราชอบ ไม่ใช่ตามเทรนด์ หรือตามคำแนะนำของใคร เพราะหากเราเลือกใช้สีที่เราไม่ได้ชอบ ความรู้สึกเราก็น่าจะแย่มากกว่าดีนั่นเอง 5. ภาชนะที่แตก หัก หรือพัง มีหลายคนที่เลือกเก็บภาชนะที่แตก หัก หรือพังไปแล้วเอาไว้ ซึ่งตามทฤษฏีของนักออกแบบและที่ปรึกษาฮวงจุ้ยเชื่อว่า พวกเขาเก็บไว้เพราะกลัวจะมีใช้ไม่พอ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว ข้าวของเหล่านั้นก็คงไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อยู่ดี ฉะนั้นเลิกเสียดาย แล้วตัดใจทิ้งไปจะดีที่สุดค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นของที่แตกหักแล้ว จะดึงดูดพลังด้านลบ ทำให้มีแต่เรื่องแย่ ๆ เข้ามาในชีวิตของตัวเองและคนในครอบครัว 6. ไม่เก็บที่นอน การจัดระเบียบถือเป็นกุญแจของความสำเร็จ รวมถึงการเริ่มต้นวันที่ดียังสามารถช่วยให้เรารู้สึกมีความสุขไปตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังทำให้นอนหลับสนิทฝันดีมากขึ้น ดังนั้นในทุกๆ เช้าเราควรเริ่มต้นด้วยการจัดเตียงให้เข้าที่เรียบร้อย เพราะหากไม่พับผ้าห่มและเก็บอะไรต่อมิอะไรบนเตียงให้เป็นระเบียบ ก็ทำให้ห้องนอนรกและดึงดูดสิ่งร้ายๆ เข้ามา อีกทั้งยังทำให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายแม้เป็นเวลาพักผ่อน 7. กองกระดาษเก่า บ้านที่เต็มไปด้วยกองกระดาษคงไม่ได้ดูสวยงาม น่าอยู่เท่าไร แถมกองกระดาษพวกนั้นยังกระตุ้นให้เราคิดทั้งงานอันแสนเครียดและเหนื่อยล้า ทั้งๆ ที่เรากำลังนั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้านแท้ๆ นอกจากนี้ยังอาจกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงต่างๆ เช่น มดหรือแมลงสาบ ดังนั้นหากไม่อยากเจอแขกที่ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ก็เคลียร์กองกระดาษเก่าๆ ทิ้งซะ อย่าเก็บไว้ให้รกบ้านหรือขวางหูขวางตาเลยจะดีที่สุด 8. ชั้นวางของแบบเปิด อาจเป็นชั้นวางของที่ดูสวยงาม ทำให้มองเห็นของง่ายหยิบสะดวก แต่ว่าถ้าหากของคุณมีเยอะเกินไปหรือไม่สามารถจัดการวางสิ่งของให้เป็นระเบียบ เบียดเสียดกันจนเต็มชั้น ก็ควรเลี่ยงใช้ชั้นวางประเภทจะดีกว่า เพราะนั่นจะนำมาซึ่งความรก ฝุ่น แล้วเราก็จะรู้สึกไม่ดีที่ได้เห็นอะไรแบบนี้ ต้องคอยเก็บกวาดอยู่ตลอดเวลานั่นเอง 9. โทรทัศน์ บางคนติดนิสัยเปิดโทรทัศน์ทันทีที่มาถึงบ้าน ถึงแม้จะไม่ได้นั่งดูก็ตาม ซึ่งต้องบอกว่าโทรทัศน์ก็จะส่งเสียงรบกวนทำให้เราหงุดหงิดและรำคาญใจได้ อีกทั้งยังทำให้เราเผลอใช้เวลาไปกับหน้าจอโดยลืมสนใจสิ่งต่างๆ ถ้าหากคุณรู้ตัวว่าติดนิสัยแบบนี้ ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก โดยการซ่อนทีวีไว้ในตู้หรือหลังบานพับ เพื่อลดความสนใจในการดูโทรทัศน์ในแต่ละวันลดลง มีสมาธิในการทำเรื่องอื่นๆ มากขึ้น 10. ม่านทึบ เนื้อผ้าหนัก เพราะในห้องนั่งเล่นควรจะให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา แต่ถ้าเราเลือกใช้ผ้าม่านสีทึบ ก็จะทำให้ห้องดูมืด อึมครึม ไม่มีแสง อากาศไม่ถ่ายเท แถมยังเป็นตัวดูดฝุ่นชั้นดีอีกต่างหาก ถ้าอยากให้บ้านดูโปร่ง สบาย เหมาะกับการพักผ่อนควรเลือกผ้าม่านหน้าต่างที่มีเนื้อผ้าบาง น้ำหนักเบา สีอ่อนๆ จะดีกว่า จะเห็นได้ว่าสิ่งของบางอย่างที่เราคิดว่าสำคัญ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้จำเป็นอะไรกับเราเลยก็ได้ แถมยังมีส่วนทำให้บ้านรก รวมถึงทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยสบายใจได้อีก ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องยอมปล่อยของบางอย่างทิ้งไป ไม่ต้องเก็บเอาไว้หมดทุกอย่าง ซึ่งนั่นก็จะนำมาซึ่งความสบายใจที่มากขึ้น รวมถึงพื้นที่ที่มากพอให้เราสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ควรทำได้  ขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view186702.html
ถนนแบบไหนทำธุรกิจเจ๊ง?

ถนนแบบไหนทำธุรกิจเจ๊ง?

รู้ไว้ไม่เสียหาย สำหรับเรื่อง “ถนน” ซึ่งนับเป็นเส้นทางการคมนาคมสำคัญและเป็นเหมือนสายเลือดหลักในการทำธุรกิจ ถนนดี ทำเลดี ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่งในการส่งเสริมธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าหากถนนไม่ดี ย่อมส่งผลกระทบแน่นอน ดีไม่ดีอาจจะเจ๊งโดยไม่รู้ตัว ตามหลักฮวงจุ้ยบอกว่า “ถนนที่ดีจะต้องเป็นเส้นตรงไม่คดเคี้ยว มีกระแสไหลเวียนมาก ไม่เปลี่ยวร้าง ถนนจะต้องกว้างไม่แคบเพื่อให้สัญจรไปมาได้สะดวก” ถ้าตั้งบริเวณนี้มีความได้เปรียบกว่า การค้าขาย ธุรกิจรุ่งแน่นอน  ส่วนถนนไม่ดีที่นำพาธุรกิจของคุณไปในทางลบ ไม่คล่องตัว มีถนนแบบไหนบ้าง  ลองมาดูกันเลย ถนนสามแพร่งทั้งดีทั้งร้าย อยู่ที่ดวงจริงๆ สำหรับคนที่ตั้งธุรกิจบริเวร “ถนนสามแพร่ง” หรือ “ทางสามแพร่ง” เพราะเส้นทางนี้ในทางฮวงจุ้ยถือว่าเป็นจุดที่วุ่นวาย ทำให้มีทั้งข้อดีและข้อเสียสำหรับการทำธุรกิจ ข้อดี : การตั้งร้านบริเวณนี้ได้เปรียบ ร้านจะเด่นจากระยะไกล มองเห็นง่ายพราะอยู่บริเวณทางแยก ข้อเสีย :  ทางสามแพร่งมีความอันตราย ยิ่งถ้าไม่มีไฟจราจร อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะรถอาจจะเสียหลักแหกโค้งพุ่งชนร้าน ตามข่าวที่ออกให้เห็นกันบ่อยๆ อีกอย่างคือ สำหรับธุรกิจร้านค้าที่ต้องจอดรถจะเสียโอกาสหนักมาก เพราะเป็นทางที่จอดรถได้ลำบากกว่าเส้นทางอื่นๆ แต่ในทางกลับกัน ถ้าในห้างสรรพสินค้า ทางสามแพร่งกลับช่วยเรียกลูกค้าได้ อย่างน่าประหลาดใจ อย่างไรแล้วลองพิจารณาหรือว่าวิธีป้องกันให้ดำเนินธุรกิจไปได้ด้วยดี จะได้ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาทีหลัง ถนนโค้งคนมองไม่เห็น ทางโค้ง นับเป็น top 10 ทางฮวงจุ้ยที่อันตรายที่สุด ไม่ว่าจะโค้งด้านในหรือโค้งด้านนอก ก็เสี่ยงด้วยกันทั้งนั้นที่ธุรกิจอาจจะย่ำแย่ หรือเจ้งโดยไม่รู้ตัว  สำหรับโค้งในรถส่วนใหญ่ที่ขับผ่านมักจะมองไม่เห็น หรือขับเลยร้าน ส่วนโค้งนอกนั้นเสี่ยงมากสำหรับอุบัติเหตุ รถเลี้ยวเข้ามายาก  ทางโค้งไหนๆ ก็ไม่เวิร์ค เพราะทางฮวงจุ้ยนับเป็นจุดบอด จอดรถยาก ขับรถก็ต้องระวังเป็นพิเศษ ทางแก้ไขคือ ควรติดป้ายไว้ล่วงหน้า เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้ามามากขึ้น ถนนตัว Y อันตรายที่สุด ทางสามแพร่งที่ว่าแน่ ก็ยังแพ้ถนนรูปตัว Y เพราะในทางฮวงจุ้ยถือว่า ถนนตัว Y อันตรายที่สุด! เป็นจุดอับ ทำให้รถจอดยาก เลี้ยวลำบาก ซึ่งนอกจากจะไม่เอื้อประโยชน์ต่อลูกค้าแล้ว ยังเป็นจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ถ้ายิ่งไม่มีสัญญาณไฟยิ่งอันตรายมากกว่าเดิม ไม่ควรตั้งร้านบริเวณนี้อย่างยิ่ง ถนนวันเวย์รับได้ทางเดียว เหมือนถูกตัดขาไป 1 ข้างถ้าตั้งร้านอยู่ในถนนสายวันเวย์ เพราะได้ลูกค้าเพียงทางเดียว แทนที่จะได้ลูกค้า 2 ทางเหมือนถนนปกติ นอกจากนี้ ถนนวันเวย์ มีเส้นทางแคบ จอดรถลำบาก เสียโอกาสเพราะลูกค้าส่วนใหญ่คงไม่เลี้ยวรถกลับมา ถนนคู่ขนานเสียโอกาสง่ายๆ ร้านบนทางคู่ขนานพบปัญหาบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้ามักจะขับรถเลยร้าน มองเห็นร้านแต่เข้าไม่ได้จึงเลยตามเลย โอกาสที่จะไปกลับรถมาที่ร้านอีกรอบคงจะยาก เสียโอกาสเพราะคนคงไม่ชอบเสียเวลา ทางที่ดีควรทำป้ายบอกทางล่วงหน้าแบบย้ำๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้ ถนนยูเทิร์นเข้าออกยาก “ทางเลี้ยวยูเทิร์น” “ทางกลับรถ”ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ไม่เหมาะที่จะเลือกตั้งร้านค้าบริเวณนี้ เพราะกระแสรถที่เลี้ยวไม่สามารถเข้าไปจอดหน้าร้านได้ หรือเข้ายากเพราะต้องเบี่ยงเข้าซ้ายสุด ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย นอกจากนี้ลูกค้ามองเห็นร้านยาก เพราะคนขับต้องคอยระวังทางตรง  เลี้ยวแล้วก็ต้องรีบขับออกไป หลักฮวงจุ้ยเรียกว่า “กระแสตีจาก” หรือวิ่งหนี ร้านค้ามีแต่เสียประโยชน์ ถ้าตอนนี้ธุรกิจของคุณ เริ่มนิ่งหรือมีผลในทางลบ ให้ลองสังเกตุที่ดูที่ตั้งของร้าน ว่าอยู่ถนนแบบไหน และรีบหาทางแก้ไขโดยเร็ว สำหรับคนที่กำลังริเริ่มธุรกิจ ขอให้เลือกทางที่ใช่ ถนนที่โดน ! ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.home.co.th/hometips/detail/86530-ถนนแบบไหนทำธุรกิจเจ๊ง?-
ฮวงจุ้ยตู้เย็น วางตรงไหนถึงจะดี เลือกสีอย่างไรให้ถูกโฉลก

ฮวงจุ้ยตู้เย็น วางตรงไหนถึงจะดี เลือกสีอย่างไรให้ถูกโฉลก

ฮวงจุ้ยตู้เย็น มาดูการจัดวางตำแหน่งตู้เย็นในห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องนอน รวมไปถึงการเลือกตู้เย็นให้ถูกโฉลก ช่วยเสริมดวงให้กับคนในบ้าน   "ตู้เย็น" เป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกันแทบทุกบ้าน แต่รู้หรือไม่ว่าตู้เย็นก็มีผลต่อการใช้ชีวิตของคนในบ้านเหมือนกัน หากขาดการดูแลรักษา วางผิดตำแหน่ง หรือเลือกสีไม่ถูกต้อง ก็จะส่งผลเสียต่อชีวิต เช่น การงาน การเงิน ความสัมพันธ์ และสุขภาพ ฉะนั้นมาดูวิธีการจัดวางตู้เย็นที่ถูกต้องและเลือกสีตู้เย็นให้ถูกโฉลกกันเถอะ   การดูแลและรักษาความสะอาด ตู้เย็น เปรียบเหมือนสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ ฉะนั้นไม่ควรปล่อยให้ตู้เย็นว่าง เพราะส่งผลให้สถานภาพทางการเงินของคนในบ้านแย่ลง ในทางกลับกันหากมีอาหารมากเกินไปจนเต็มตู้ ก็จะทำให้พลังชี่ (Qi) ไม่หมุนเวียน ฉะนั้นควรมีการจัดตู้เย็น ให้มองเห็นสิ่งของต่าง ๆ ภายในตู้ได้ง่าย หยิบสะดวกไร้กลิ่นเหม็น และไม่มีของหมดอายุค้างในตู้ นอกจากนี้ควรหมั่นเช็ดชั้นวางของ ช่องแช่แข็ง และลิ้นชักให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อทำให้พลังชี่ไหลเวียนได้สะดวก พร้อมทั้งทำให้คนในบ้านมีทั้งเงินทอง โชคลาภ และความโชคดี   การจัดวางตำแหน่งตู้เย็น ตำแหน่งการวางตู้เย็นก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะล้วนมีผลกระทบกับความเป็นอยู่ของคนในบ้านทั้งสิ้น ทั้งในเรื่องของการเงิน ความมั่นคง และสุขภาพ ซึ่งมีข้อควรเลี่ยงในการจัดวางตู้เย็นตามห้องต่าง ๆ ดังนี้   ไม่ควรวางตู้เย็นตรงกับประตู : ไม่ว่าจะวางตู้เย็นในห้องนั่งเล่นหรือห้องครัว ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ตรงข้ามประตู เพราะจะทำให้การหมุนเวียนของพลังชี่วิตติดขัด และทำให้เก็บเงินไม่อยู่ มีเรื่องให้ใช้จ่ายตลอด ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งได้ ให้นำเหรียญจีนโบราณ 5 จักรพรรดิ แขวนไว้เหนือประตู จะช่วยขับไล่พลังร้ายออกไปและเรียกโชคลาภเข้ามาแทน    ไม่ควรวางใกล้เตา : เพราะตู้เย็นจัดอยู่กลุ่มธาตุโลหะ ส่วนเตาจัดอยู่ในกลุ่มธาตุไฟ จึงไม่ควรวางของทั้ง 2 อย่างนี้ไว้ใกล้ ๆ หรือตรงข้ามกัน เพราะจะทำให้คนในบ้านทะเลาะเบาะแว้ง มีปากมีเสียง และขาดความสามัคคี การจัดวางตู้เย็นในห้องครัวที่ดี ควรวางเตา อ่างล้างจาน และตู้เย็นให้เป็นรูปสามเลี่ยม เพื่อลดการปะทะหรือความความขัดแย้ง   ไม่ควรวางของบนตู้เย็น : โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ อาทิ เตาอบ ไมโครเวฟ และอื่น ๆ เพราะนอกจากจะมีผลต่อระบบระบายความร้อนของตู้เย็นแล้ว ทางฮวงจุ้ยถือว่าสิ่งของเหล่านี้จะไปขัดการไหลเวียนของกระแสลมที่เชื่อมโยงไปถึงเรื่องสุขภาพด้วย   ไม่ควรวางตู้เย็นในห้องนอน : เพราะเป็นอุปสรรคขัดขวางโอกาสความก้าวหน้าและความสำเร็จในเรื่องหน้าที่การงาน     การเลือกสีตู้เย็น ควรเลี่ยงการนำตู้เย็นสีแดงมาใช้ในห้องครัว : เพราะสีแดงจัดอยู่กลุ่มธาตุไฟ ที่จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งภายในบ้าน ส่วนสีตู้เย็นที่ถูกโฉลก ได้แก่ สีขาวและสีเงิน ซึ่งทั้ง 2 สีนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์และสุขลักษณะที่ดี นอกจากนี้ก็มีสีเบจและสีขาวมุกที่จัดอยู่ในกลุ่มของธาตุดินและสามารถนำมาใช้ในห้องครัวได้เช่นกัน ตู้เย็นมีผลต่อชีวิตของเราหลายเรื่องเลยทีเดียว ทั้งการงาน การเงิน ความสัมพันธ์ และสุขภาพ ซึ่งก็ได้ทราบวิธีการจัดวางตู้เย็นและสีที่ถูกโฉลกกันไปแล้ว ก่อนจะซื้อตู้เย็นเครื่องใหม่หรืออยากจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น ก็ลองนำฮวงจุ้ยตู้เย็นไปปรับใช้กันดูนะคะ ขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view178537.html          
10 สิ่งของที่ไม่ควรมีในห้องนอน ถ้าอยากหลับสบายฝันดีทุกคืน

10 สิ่งของที่ไม่ควรมีในห้องนอน ถ้าอยากหลับสบายฝันดีทุกคืน

ใครที่อยากเปลี่ยนอาการนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ให้เป็นการนอนหลับสนิทฝันดีต้องรีบเคลียร์สิ่งของเหล่านี้ออกจากห้องนอนให้ไว ! รู้หรือไม่ ว่าการจัดวางหรือมีสิ่งของบางประเภทอยู่ในห้องนอนก็ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ เช่น ทำให้นอนหลับไม่สนิท นอนกรน หรือนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ ได้ แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะในวันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวมสิ่งของเจ้าปัญหาในห้องนอนที่ทำให้นอนไม่หลับหรือนอนหลับยาก พร้อมวิธีแก้ไขเพื่อช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น แถมยังมีผลดีในทางฮวงจุ้ยห้องนอนมาฝากกันค่ะ 1. นำสัตว์เลี้ยงมานอนบนเตียง  เราเข้าใจว่าคนรักสัตว์ทุกคนก็อยากจะพาสัตว์เลี้ยงมานอนบนเตียงเป็นธรรมดา แต่ผลการวิจัยของคลินิกมาโย จากสหรัฐอเมริกา พบว่า ผู้ที่นอนบนเตียงเดียวกับสัตว์เลี้ยงมีปัญหาการนอนถึง 10% สาเหตุก็เพราะหมาและแมวมักจะส่งเสียงรบกวนหรือเดินวุ่นวายในขณะที่เราหลับ อาจทำให้เจ้าของสะดุ้งตื่นกลางดึกหรือนอนหลับไม่สนิทจนมีอาการสะลึมสะลือหรืออ่อนเพลียในตอนเช้าได้ ฉะนั้นเลี่ยงไว้ก่อนดีกว่า หรือถ้าหากแยกมุมที่นอนให้แล้วแต่สัตว์เลี้ยงก็ยังมาป้วนเปี้ยนบนที่นอน ก็เลี้ยงไว้นอกห้องจะดีกว่า เพื่อช่วยให้นอนหลับได้สนิทขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของตัวคุณเองด้วยนะคะ 2. มีของไม่ใช้ ตั้งไว้ก็เกิดฝุ่น  การจัดวางสิ่งของที่ไม่จำเป็นหลาย ๆ อย่างในห้องนอนทำให้เกิดฝุ่นละอองสะสมและส่งผลให้เกิดโรคภูมิแพ้ ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ เราควรวางของในห้องนอนเท่าที่จำเป็น อะไรที่ไม่ได้ใช้แล้วและทำให้เกิดฝุ่นได้ง่าย เช่น หนังสือ ของตั้งโชว์ ควรเอาออกไปไว้ที่อื่นทั้งหมด นอกจากนี้ควรหมั่นทำความสะอาดที่นอน หมอน ผ้าห่ม รวมถึงพื้นห้องให้สะอาดอยู่เสมอ และหากห้องนอนของใครมีเครื่องกรองอากาศก็ควรเปิดให้เครื่องช่วยกำจัดฝุ่นสักประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอนด้วยค่ะ 3. นอนหมอนเก่าซ้ำ ๆ มาหลายปี  แน่นอนว่าเราไม่ควรนอนหนุนหมอนที่เก่า เพราะหมอนเก่า ๆ จะไม่รองรับกับสรีระของเรา และถ้าเราฝืนนอนต่อไปนาน ๆ ก็สามารถทำให้ปวดคอและปวดหลังได้ ซึ่งในวันนี้เราก็มีวิธีเช็กว่าหมอนเก่าหรือไม่แบบง่าย ๆ มาฝาก โดยให้นำหมอนมาพับครึ่ง จากนั้นก็ปล่อยถ้าหมอนคืนตัวกลับเป็นสภาพเดิมก็ถือว่ายังใช้ได้แต่ถ้าพับแล้วหมอนค้างอยู่อย่างนั้น ก็ให้ทำไปทิ้งได้เลย เพราะว่าหมอนที่ไม่คืนตัว ก็คือหมอนเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วนั่นเอง 4. วางโต๊ะทำงานไว้ในห้อง  อย่าลืมนะคะว่าห้องนอนไม่ใช่ห้องทำงานหากตอนนี้ใครมีโต๊ะทำงานอยู่ในห้องนอนละก็ ควรรีบย้ายออกโดยด่วน เพราะห้องนอนเป็นสถานที่ที่มีไว้เพื่อพักผ่อน การนำโต๊ะทำงานมาตั้งไว้ในห้องนอนจะทำให้เรารู้สึกไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เช่น บางคนที่มีงานค้างอยู่ พอตาเหลือบไปมองเห็นโต๊ะ ก็พาลให้คิดถึงเรื่องงาน จนไม่ได้พักผ่อนซะอย่างนั้น แต่ถ้าบ้านใครมีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้จริง ๆ ก็ควรวางโต๊ะทำงานให้ห่างจากเตียงนอนมากที่สุด และหาผ้ามาคลุมเมื่อไม่ใช้งาน เพื่อให้ห้องนอนเป็นที่ พักผ่อนอย่างแท้จริง 5. กองหนังสือที่อ่านไม่จบ สำหรับบางคนที่วางกองหนังสือหรือนิตยสารไว้ทั่วห้องนอน เพราะตั้งใจว่าจะอ่านเมื่อมีเวลาว่าง แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ก็ไม่ได้หยิบมาอ่าน เพราะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น หรือไม่เรื่องที่อ่านไม่น่าสนใจแล้ว จนทำให้ห้องนอนมีหนังสืออยู่เต็มไปหมด ส่งผลให้เรารู้สึกไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แถมเสี่ยงสะดุดหนังสือหกล้มและกลายเป็นจุดสะสมฝุ่นอีกต่างหาก ดังนั้นถ้าตัดสินใจว่าจะไม่อ่านแล้ว ให้รีบเคลียร์หนังสือออกจากห้องนอนไปไว้ที่โต๊ะทำงานหรือห้องรับแขกจะดีกว่า แต่ถ้าไม่ได้มีพื้นที่มากขนาดนั้นจะนำหนังสือไปบริจาคก็ดีนะคะ 6. เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่เต็มตู้ สาว ๆ มักจะเกิดอาการเสียดาย เมื่อเห็นเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่เต็มตู้แต่ก็ตัดใจทิ้งไปไม่ได้ รู้หรือไม่ว่าตามหลักฮวงจุ้ยนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ดีเอาซะเลยเพราะการที่ยังเก็บเสื้อผ้าเก่าหรือเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้วไว้ในตู้เป็นการปิดกั้นโอกาสใหม่ ๆ ไม่ให้เข้ามา ฉะนั้นถ้าเรามีเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้วก็ควรเคลียร์ออกเพื่อเปิดช่องว่างต้อนรับสิ่งใหม่ ๆ โดยจะนำไปทำเป็นผ้าขี้ริ้ว หรือบริจาคสร้างบุญก็ยังได้ 7. วางตะกร้าผ้าในห้องนอน  หากมีตะกร้าผ้าอยู่ในห้องนอนอาจทำให้เรารู้สึกถึงงานบ้านที่กำลังรออยู่ในช่วงวันหยุด ทางที่ดีควรนำตะกร้าใส่ผ้าไปไว้ที่อื่น ก็จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้มากขึ้นแต่ถ้าหากย้ายตะกร้าผ้าไปไว้ที่อื่นไม่ได้ อย่างน้อย ๆ ก็ควรใส่ผ้าลงในตะกร้าให้หมด อย่าให้ออกมานอกตะกร้า เกะกะขวางทางเดิน ทำให้ห้องดูรก และรู้สึกไม่น่าอยู่ได้ 8. สร้างกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ มีหลายคนเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ รีโมท และนาฬิกาปลุกเก่า ๆ ที่พังหรือไม่ได้ใช้แล้ว เพราะเป็นความทรงจำดี ๆ หรือไม่ก็เก็บไว้เป็นอะไหล่ โดยที่ไม่รู้ว่าของพวกนี้ไม่ควรอยู่ในห้องนอนเพราะหลักฮวงจุ้ยถือว่า ของที่พัง ชำรุด เสียหาย เป็นแหล่งสะสมพลังงานด้านลบ ซึ่งจะนำเรื่องไม่ดีมาให้คนในบ้านได้ ฉะนั้นเราควรนำของพวกนี้ไปซ่อม บริจาคหรือไม่ก็เก็บใส่กล่องแล้วเอาไปไว้ที่ห้องเก็บของดีกว่า 9. เครื่องสำอางหมดอายุ สาว ๆ ควรระวังให้ดีเพราะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยลอนดอน เมโทรโพลิตัน บอกว่าเครื่องสำอางเก่า ๆ มีเชื้อแบคทีเรียอยู่เพียบ ถ้าเลือกจะเก็บไว้ในห้องนอนคงไม่เวิร์กแน่ ๆ และที่สำคัญถ้าเครื่องสำอางมันเก่าจนหมดอายุแล้วก็ไม่เห็นจะมีความจำเป็นที่ต้องเก็บไว้ เพราะหากเรานำมาใช้ต่อก็เสี่ยงทำให้หน้าพังได้ง่าย ๆ ดังนั้นเราขอแนะนำให้นำเครื่องสำอางเก่า ๆ ไปทิ้งซะตอนนี้เลย 10. มีโทรทัศน์ไว้นอนดู แม้ว่าการดูโทรทัศน์จะถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่งแต่การพักผ่อนที่ดีในสุดในห้องนอนก็คือการนอนหลับซึ่งการที่มีโทรทัศน์หรือเปิดโทรทัศน์ไว้ก็สามารถรบกวนการนอนหลับได้ ดังนั้นเราขอแนะนำให้ย้ายโทรทัศน์ออกจากห้องนอนหรือถ้าย้ายไม่ได้ก็หาผ้ามาคลุมโทรทัศน์ไว้ในเวลาที่ไม่ใช้จะดีที่สุดค่ะ เราเข้าใจว่าสิ่งของบางอย่างก็นำไปไว้ที่อื่นยากแต่ถ้าหากอยากนอนหลับสบายฝันดีก็ควรหาทางจัดการกับสิ่งของเหล่านี้ออกไปจากห้องนอนซะ เช่น การนำไปทิ้งหรือบริจาค ก็จะช่วยให้การนอนดีขึ้นได้ค่ะ ขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view179294.html
เตรียมพร้อมรับมือ!! จัดบ้านเสริมฮวงจุ้ยรับปีจอ 2018

เตรียมพร้อมรับมือ!! จัดบ้านเสริมฮวงจุ้ยรับปีจอ 2018

ในปี 2018 นี้ เป็นปีจอ ซึ่งหลักฮวงจุ้ยบอกว่า ดวงดาวนั้นจะมีการเคลื่อนย้ายในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปี 2018 และเราสามารถจะจัดบ้านเพื่อเสริมฮวงจุ้ยเรื่องต่าง ๆ ได้ ทั้งเรื่องการเงิน ความรัก ความฉลาด รวมถึงควรจะรู้ถึงตำแหน่งที่จะนำมาซึ่งความเจ็บไข้ได้ป่วย และโชคร้าย ที่เราควรจะหลีกเลี่ยงดังนี้ การจัดบ้านเพื่อเสริมความรัก หากใครที่ต้องการเสริมเรื่องความรัก ต้องการจะมีคนรัก หรือคิดจะแต่งงาน จะต้องรู้ตำแหน่งห้องซึ่งจะนำเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับความรักมาให้ หากบ้านหันหน้าไปทางทิศใต้ ห้องที่เป็นห้องแห่งความรัก ซึ่งก็คือห้องนอนนั้น ควรจะอยู่ในบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ แต่หากบ้านหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตำแหน่งห้องนอนควรอยู่กลางบ้าน และสำหรับบ้านที่หันไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห้องแห่งความรักควรจะอยู่ในทิศตะวันตก   การจัดบ้านเพื่อเสริมความฉลาด นักเรียน นักศึกษา หากต้องการให้เรียนดีขึ้น ควรจัดห้องสำหรับการอ่านหนังสือดังนี้ หากบ้านหันไปทางทิศตะวันตก ควรใช้ห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออ่านหนังสือ และถ้าบ้านหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ควรให้ห้องอ่านหนังสืออยู่ในบริเวณทิศใต้ ซึ่งห้องที่ใช้อ่านหนังสือนั้น อาจจะเป็นห้องนอนก็ได้   การจัดบ้านเพื่อเสริมความร่ำรวย หากต้องการเพิ่มโชคในเรื่องการเงิน ก็ให้หาตำแหน่งห้องนอนให้เหมาะกับทิศทางของบ้าน ดังนี้ บ้านที่หันไปทางทิศใต้ ควรให้ห้องนอนอยู่ทางทิศตะวันตก หากบ้านหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ควรให้ห้องนอนอยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และหากบ้านหันไปในทิศตะวันตก ก็ควรให้ห้องนอนอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนบ้านที่หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ให้จัดห้องนอนในทิศตะวันตก เป็นยังไงกันบ้างครับกับสาระดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับบ้านและคอนโดแบบนี้อีกมากมาย ติดตามต่อได้ที่นี่เลยนะค้าบบบ www.reviewyourliving.com/infographic ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.sanook.com/home/14633/
8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

เมื่อบ้านคือที่อยู่อาศัย และเป็นพื้นที่พักผ่อน ตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกของสมาชิกในครอบครัวได้ จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่านิยามคำว่า 'บ้านคือวิมาน' นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่การอยู่บ้านให้อยู่ เย็น เป็นสุข ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ควรคำนึงนะคะ เพราะหลายๆ คนที่เชื่อในเรื่องของ ฮวงจุ้ย ก็มักจะให้ซินแซเข้ามาเป็นผู้ดูแล ตรวจสอบในบ้านว่ามีอะไรผิดหลักไปบ้างหรือเปล่า ต้องจัดวางอะไรตรงไหนถึงจะเฮง ปังไปทั้งปี ซึ่งถ้าใครกำลังรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงตกทำอะไรก็ไม่ค่อยรุ่ง เงินขาดสภาพคล่องต้องหยิบยืมบ่อยๆ แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะสละโสดเหมือนคนอื่นสักที วันนี้ Review Your Living มี 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี มาฝากกันค่ะ บอกเลยว่าเป็นวิธีที่ง่ายมาก แถมยังไม่ต้องทุบ รื้อ ถอน ให้สิ้นเปลืองใดๆ เพียงแค่ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์เสริมดวงกันหน่อย เงินทองจะได้ไหลมาเทมามีใช้ไม่ขาดมือแน่นอน.. 1. หน้าบ้านต้องเปิดโล่งรับทรัพย์ หลายๆ บ้านที่มักมีของกองอยู่หน้าบ้าน โดยเฉพาะรองเท้า คือข้อเสียในการกีดกันโชคลาภในหลักฮวงจุ้ย เพราะบริเวณหน้าบ้าน โดยเฉพาะลานที่ตรงกับหน้าประตู เปรียบเสมือนโต๊ะที่วางกับข้าว สำหรับป้อนเข้าปาก ส่วนประตู ก็เปรียบเสมือนปาก ที่รอรับอาหาร หรือพลังงานดีๆ นั่นเอง หากวางของกีดขวาง หน้าบ้าน หน้าประตู ก็เหมือนถูกขวางปาก ไม่ให้รับอาหารเต็มที่ ทำให้กินได้น้อย โชคก็น้อยตามไปด้วย หากจำเป็นต้องมีของวางจริงๆ ก็ควรวางให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่ง และใส่ตู้เก็บให้เรียบร้อยมิดชิด ไม่ให้กีดขวางด้านหน้า และที่สำคัญไม่ควรอยู่เหนือลม เพราะลมจะพากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เข้ามาในบ้าน ซึ่งถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี 2. เรียกเงินทองด้วยการเปิดประตูและหน้าต่าง การเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อเรียกเงินและทอง ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งวันนะคะ สำหรับบ้านบางพื้นที่ที่มีอากาศร้อนมาก ต้องเปิดแอร์ ก็ควรเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศในช่วงเช้าๆ ก่อน เพื่อรับมวลอากาศใหม่ๆ ที่บริสุทธิ์เข้ามาในบ้าน ซึ่งเป็นการสะสมพลังงานดีให้บ้านของเรา สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แนะนำให้เปิดประตูหน้าต่าง ในขณะที่เริ่มเปิดแอร์  สัก 5-15 นาที เพื่อให้ความชื้นที่สะสมในแอร์ และเชื้อโรคที่คั่งค้าง ได้รับการระบายออกไปก่อน แล้วค่อยรับอากาศใหม่เข้ามาในบ้านของเราค่ะ เพราะเมื่อมีลม ก็จะมีโชค เพราะลมนำพาออกซิเจนเข้ามา เพิ่มความสดชื่น และความปลอดโปร่งให้กับบ้านของเราได้เป็นอย่างดี 3. เปิดแสงสว่างส่องทางเข้าบ้าน แสงสว่าง คือ พลังหยาง หรือการเคลื่อนไหว Active หากคุณผู้อ่านรู้สึกนิ่งๆ เนือยๆ โชคลาภ ก็ไม่ถูกกระตุ้น ถ้าจัดบ้านให้มีความเป็นหยางมากเกินไป ก็จะส่งทำให้บรรยากาศในบ้านเคร่งเครียด อยู่ไม่สุข ดังนั้นควรเลือกไฟให้เหมาะกับตำแหน่งที่ใช้งาน จะได้เสริมทั้งโชค และอยู่บ้านอย่างมีความสุขด้วย เช่น บริเวณที่เราชอบอ่านหนังสือ หรือมุมแต่งหน้า ควรใช้ไฟขาว จะได้ไม่หลอกตา และไม่เสียสายตา ส่วนมุมที่เรานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ก็อาจเป็นวอร์มไลท์ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เคร่งเครียดมากเกินไปนะคะ ที่สำคัญทุกๆ พื้นที่ต้องมีไฟสว่างเพียงพอ ในตำแหน่งทางเดินต่างๆ ซึ่งเป็นเหมือนการนำทางพลังงานไปทุกที่ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี 4. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ซะใหม่ เมื่อมุมนั่งเล่นในบ้านเป็นที่ที่สมาชิกครอบครัวทุกคนพุดคุยปรึกษากัน ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ควรจะจัดให้ล้อมวง หรือชิดกันเพื่อง่ายต่อการพูดคุยกัน ไม่ควรจัดชิดผนังทั้งหมด เพราะจะเป็นการเพิ่มระยะห่างและทำให้สมาชิกแต่ละคนอยู่ในมุมของตัวเอง อีกอย่างหนึ่งที่แนะนำคือการปูพรมรองพื้นเฟอร์นิเจอร์ ไม่จำเป็นต้องวางเฟอร์นิเจอร์ทั้งตัวไว้บนพรมก็ได้ แต่อย่างน้อยควรให้ขาด้านหน้าของเฟอร์นิเจอร์วางอยู่บนพรม 5. เลือกของตกแต่งบ้านตามธาตุ ในวิชาโหราศาสตร์จีนและฮวงจุ้ยเชิงวิชาการ เรามองทุกสิ่งรอบตัวเป็นธาตุ รวมถึงทิศทางต่างๆ ด้วย ดังนั้นการตกแต่งบ้านให้รับโชค จึงควรทำระบบธาตุในบ้านของเรา เกิดความสอดคล้อง ทั้งก่อเกิด และถ่ายเท เพื่อความสมดุลของพลังงานทุกๆ ส่วนในบ้าน นอกจากจะช่วยส่งเสริมโชคลาภแล้วยังช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัย มีสุขภาพที่ดี และมีความรักใคร่สามัคคีกันอีกด้วย โดยในขั้นสูงนั้น ซินแสจะมีการเสริมธาตุที่ดีกับดวงให้กับแต่ละบุคคลอย่างเฉพาะเจาะจง ในตำแหน่งที่ดีกับดวงเป็นพิเศษด้วย สำหรับทิศเหนือ : เป็นทิศธาตุน้ำ ควรตกแต่งด้วยน้ำพุหรือวัตถุทรงโค้ง ทรงกลม วาว รูปคลื่น หรือใช้สีฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ขาว เงิน ทอง และห้ามใช้สี เหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศใต้ : เป็นทิศธาตุไฟ ควรประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ต้นไม้ หรือวัตถุทรงสูง ทรงกระบอก ทรงปิระมิด หรือใช้สีแดง ชมพู เขียว และห้ามใช้สี ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุไม้ ควรตกแต่งด้วยต้นไม้ น้ำพุ หรือวัตถุทรงสูง รูปทรงคลื่น หรือใช้สีเขียว ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ และห้ามใช้สีเงิน ทอง โลหะ ต่างๆ ตกแต่งบ้านในทิศนี้เด็ดขาด ทิศตะวันตก และตะวันตกเฉียงเหนือ : เป็นทิศธาตุทอง ควรตกแต่งด้วยโลหะ ทรงกลม แวววาว เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเงิน ทอง น้ำตาล ครีม เหลือง ส้ม โอรส ห้ามใช้สีแดง ชมพู ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุดิน ควรตกแต่งด้วย เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส แดง ชมพู ห้ามใช้สีเขียว ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด 6. เก็บกวาดบ้าน เตรียมรับโชค พื้นที่รกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย มักจะทำลายพลังและนำความไม่มั่นคงมาสู่บ้าน ดังนั้นควรจัดการทำความสะอาดพื้นที่เหล่านั้นให้เรียบร้อย และเพิ่มต้นไม้หรือดอกไม้เข้าไปเพื่อปรับพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งถ้าเป็นไปได้ควรนำน้ำพุมาตกแต่งบ้านด้วยก็ดีนะคะ เพราะน้ำพุถือว่าเป็นตัวแทนของความมั่งคั่งในหลักของฮวงจุ้ย ซึ่งช่วยสร้างพลังและความเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของเงินทองด้วยค่ะ 7. เลือกใช้สีส่งเสริมการเงิน หากอยากเสริมโชคลาภ ส่งเสริมการเงิน ลองใช้สีที่สื่อถึงธาตุไม้ ธาตุน้ำ และธาตุดิน อย่าง สีเขียว สีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีดำ สีส้มดิน หรือสีเหลืองอ่อน ตกแต่งในพื้นที่การเงิน ไม่ว่าจะในรูปแบบของสีผนัง สีผ้า หรือของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ก็จะช่วยส่งเสริมพลังแห่งความมั่งคั่งให้กับเราได้ นอกจากนี้สีของธาตุไฟอย่าง สีแดง สีส้ม สีม่วง สีม่วงแดง หรือสีชมพู ก็ช่วยกระตุ้นพลังทางด้านการเงินได้เช่นกัน เพียงแต่ควรใช้แต่น้อยหรือแค่แต่งแต้มเป็นบางจุดก็พอค่ะ 8. เครื่องรางทางฮวงจุ้ยก็ช่วยเกื้อหนุนได้ อีกหนึ่งทริคดีๆ ในการจัดบ้านเพื่อเรียกโชคลาภ ควรเลือกเครื่องรางทางฮวงจุ้ยที่ชอบและเข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านมาใช้ เช่น ตู้ปลาที่จัดถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย หรือเลี้ยงปลาที่ส่งเสริมโชคลาภ เช่น ปลาเงิน ปลาทอง ปลามังกร ปลาคาร์พ นอกจากนี้การตกแต่งบ้านด้วยเหรียญจีนโบราณมหาจักรพรรดิ แจกันความมั่งคั่ง เรือสำเภาจีน พระพุทธรูปแห่งความสุข (Laughing Buddha) คริสตัลไพไรต์ หรือซิทริน ก็ล้วนแต่ช่วยส่งเสริมโชคภาภได้เป็นอย่างดี การจัดและตกแต่งบ้านอย่างถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งร่ำรวยมาสู่คนในบ้านได้ ลองนำ 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี  ไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ นอกจากนี้ยังควรรักษาพลังงานให้สดชื่นและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ โดยการทำบ้านให้มีกลิ่นหอมสดชื่นด้วยการใช้กลิ่นอโรมา กลิ่นดอกไม้สด หรือเทียนหอมก็ได้ค่ะ และอย่าลืมว่าแสงสว่างที่พอดีก็มีความสำคัญเช่นกันนะคะ รวมถึงอาจเปิดเพลงที่ฟังไพเราะเพื่อกระตุ้นพลังงานด้านบวก และสิ่งสุดท้ายที่ลืมไม่ได้ คือพื้นที่การเงินจะต้องสะอาดและเป็นระเบียบอยู่เสมอนั่นเอง ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : หมอเกตุ ธันยมัย ธำรงพุทธิกุล รูปภาพจาก : Pinterest
วิธีแก้เคล็ดดวงชะตาจากเลขที่บ้าน

วิธีแก้เคล็ดดวงชะตาจากเลขที่บ้าน

จากบทความครั้งก่อนที่เราเอาเรื่อง "ฮวงจุ้ยเลขที่บ้าน ผลรวมบ้านเลขที่ดีอย่างไร" มาให้ทุกท่านได้ลองคำนวณผลรวมเลขที่บ้านกันดูไปแล้ว ใครยังไม่ได้ดูติดตามได้ที่นี่เลยนะครับ "ฮวงจุ้ยเลขที่บ้าน ผลรวมบ้านเลขที่ดีอย่างไร" ใครที่ดูแล้วบางคนก็ออกมาดี บางคนก็ออกมาไม่ดี แต่อย่าเพิ่งตกใจกันไปนะครับ ยังมีทางแก้ไขอยู่ อย่างที่เราเอามาฝากในวันนี้ครับ   คนที่คำนวณได้เลข 1 จากที่ทำนายนั้นคนที่ได้เลข 1 จะมีปัญหาตรงที่บางครั้งเรามักจะรู้สึกโดดเดี่ยวหรือมีความรู้สึกเหมือนถูกทิ้ง ถึงแม้จะมีคนอยู่ล้อมรอบขนาดไหนก็ตาม ปัญหาตรงนี้เกิดจากภายในจิตใจครับ วิธีแก้คือ ลองหากำยานหรือธูปหอมมาจุด เพื่อสร้างพลังชี่ที่ดีในการรักษาจิตใจ และทำให้เราผ่อนคลายอีกด้วยครับ   คนที่คำนวณได้เลข 2 หมายเลข 2 เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความเงียบสงบ แต่สำหรับผู้ที่ชอบความตื่นเต้นหรือความเปลี่ยนแปลงนั้น คงดูน่าเบื่อแย่แน่ๆ วิธีแก้ไขอันดับต้นๆคือ พยายามจัดการของที่เกะกะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้พลังชี่ที่ไหลเข้ามาภายในที่อยู่อาศัยวิ่งผ่านไปยังทุกจุดได้สะดวก อันดับต่อมาคือ หาตู้หรือโหลใส่ปลามาวางที่จุดการเงินหรือการงานก็ได้   คนที่คำนวณได้เลข 3 การเอาเรื่องคนอื่นมาคิดแทนจนตัวเองเครียดตามหรือเดือดร้อนไปด้วย อีกทั้งยังเก็บเงินไม่ค่อยอยู่ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่มากพอสมควรสำหรับเลข 3 ดังนั้นเราต้องมาดูวิธีแก้แต่ละอันครับ เริ่มจากอันแรก สาเหตุก็คือการรับปัญหาเข้ามาภายในบ้าน ดังนั้นให้นำกระจกนูนแปดทิศมาติดไว้ที่เหนือประตูบ้าน เพื่อลดหรือสลายสิ่งที่ไม่ดีออกไป อีกทั้งควรจัดการให้บ้านมีแสงสว่างอย่างพอดี อย่าให้มีส่วนใดภายในบ้านมืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลย ต่อมาคือเรื่องเก็บเงินไม่อยู่ ปัญหานี้อยากให้เริ่มพิจารณาจากตัวเราเองก่อนว่า เรานิสัยการใช้เงินอย่างไร มีวินัยมากพอมั้ย เพราะถ้ายังมีนิสัยการใช้เงินที่ไม่ดี ต่อให้แก้ฮวงจุ้ยไปดีขนาดไหน ก็ช่วยอะไรไม่ได้ครับ แต่ถ้าเรามั่นใจว่าเรามีวินัยในการเก็บเงิน ไม่ใช้สุรุ่ยสุร่าย แต่ก็ยังมีเหตุให้ต้องได้เสียเงินทุกที ให้ลองดูที่บ้านก่อนว่า ประตูหน้าบ้านตรงกับประตูหลังบ้านเลยรึเปล่า ? ถ้าใช่ ก็ให้หาตู้หรือฉากกั้นมาวางคั่นไว้ เพื่อกันไม่ให้พลังชี่หอบเงินออกหลังบ้านไปทันที อีกทั้งสามารถนำตู้ปลามาวางไว้ที่จุดการเงินภายในบ้าน เพื่อเป็นการกระตุ้นจุดเงินทองอีกทางหนึ่ง   คนที่คำนวณได้เลข 4 คนที่ได้เลข 4 มีดวงชะตาที่ออกแนวเป็นตัวร้ายในสายตาคนอื่นพอสมควร ด้วยความเป็นคนที่เจ้ากี้เจ้าการและระเบียบจัด ทำให้บางครั้งย่อมมีคนไม่ชอบ พาลเกลียดเราไปดื้อๆเลยด้วยซ้ำก็มีเหมือนกัน ดังนั้น วิธีแก้ก็คือ การหาพระพุทธรูปหรือรูปเจ้าแม่กวนอิมมาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานหรือห้องพระ และที่สำคัญคือต้องหมั่นสวดมนต์และทำสมาธิเยอะๆ จะช่วยทำให้จิตใจเราผ่องใสและมีคนรักมากขึ้นด้วยครับ   คนที่คำนวณได้เลข 5 ด้วยความหมายของเลข 5 ที่บอกไว้คือ เป็นเลขที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงและความมีอิสระ แต่คงจะไม่เหมาะเท่าไหร่สำหรับคนที่รักความสงบและสันโดษ (มันน่าจับคนที่ได้เลข 2 มาแลกบ้านกับคนที่ได้เลข 5 จริงๆ ฮ่าๆ) ดังนั้นวิธีแก้คือ หาต้นไม้มาปลูกรอบๆบ้าน แต่ถ้าไม่มีพื้นที่มากนักหรืออาศัยอยู่ในคอนโด สามารถหาภาพธรรมชาติที่ดูเคลื่อนไหวช้าๆ อย่างเช่น ภาพสายน้ำไหลเอื่อยๆ, ภาพกังหันลม, วิวทิวทัศน์ ฯลฯ มาตกแต่งภายในห้อง   คนที่คำนวณได้เลข 6, 9 ทั้งเลข 6 และเลข 9 เป็นเลขที่เรียกได้ว่าเป็นผู้เสียสละกันเลยทีเดียว เพราะคอยดูแลเทคแคร์คนรอบข้าง แต่ด้วยความที่สนใจแต่คนอื่นจนลืมสนใจตัวเอง จึงกลายดาบที่แทงเข้าตัวเอง ทำให้บางครั้งต้องรับปัญหาจากคนอื่นและมีเวลาดูแลตัวเองน้อยลง ดังนั้น วิธีแก้คือ สร้างโซนพักผ่อนสำหรับตัวเองขึ้นมา อาจจะเป็นห้องนั่งเล่นก็ได้ แต่ตกแต่งให้มีสีโทนเย็นและพื้นที่โปร่งสบาย ส่วนของตกแต่งอื่นๆ อาจหาโมบายกระดิ่งลมมาแขวนไว้ หรือขวลโหลปลามาตั้งตรงกลางโต๊ะก็ได้เช่นกัน   คนที่คำนวณได้เลข 7 จากที่บอกไว้ เลข 7 เหมาะสำหรับคนที่รักสงบหรือผู้ที่เบื่อกับทางโลก แน่นอนว่ากลุ่มคนที่ไม่ชอบแบบนี้คือคนที่ยังต้องชื่อเสียงและเงินทองรวมไปถึงกำลังตามหาคู่ชีวิต ดังนั้นวิธีแก้คือ การเสริมดวงด้านต่างๆภายในบ้าน เริ่มจากอันแรกชื่อเสียงและเงินทอง จุดนี้ต้องทำการส่งเสริมด้านการงาน โดยการตั้งที่นั่งทำงานให้ด้านหลังพิงกำแพงหรือฉากทึบ อีกทั้งไฟภายในห้องทำงานก็ต้องมีความสว่างด้วยเช่นกัน เพราะถ้ามืดไป พลังหยินจะเข้าครอบงำภายในห้องทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่หรือเหนื่อย จนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงไปกว่าเดิม ต่อมาเรื่องของเงินทอง สามารถเสริมได้โดยการหาพวกต้นไม้มงคลหรือไม้น้ำ เช่น ไผ่กวนอิม พลูด่าง เป็นต้น มาตกแต่งที่จุดการเงินภายในบ้าน หรือถ้าไม่สะดวก ก็สามารถหารูปภาพแหล่งน้ำเช่น แม่น้ำหรือน้ำตก มาตั้งไว้แทนก็ได้เช่นกัน ส่วนเรื่องสุดท้ายคือความรัก การดึงดูดความรักเข้ามานั้น ก่อนอื่นต้องจัดการเคลียร์ข้าวของส่วนตัวให้เป็นระเบียบและสะอาดเรียบร้อย จากนั้น อาจจะหาเครื่องประดับอัญมณีหรือคริสตัลมาติดตัวซักชิ้นเพื่อช่วยเพิ่มเสน่ห์ด้านความรัก   เป็นยังไงกันบ้างครับกับสาระดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับบ้านและคอนโดแบบนี้อีกมากมาย ติดตามต่อได้ที่นี่เลยนะค้าบบบ www.reviewyourliving.com/infographic ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.dotproperty.co.th
ฮวงจุ้ยเลขที่บ้าน ผลรวมบ้านเลขที่ดีอย่างไรมาดูกัน

ฮวงจุ้ยเลขที่บ้าน ผลรวมบ้านเลขที่ดีอย่างไรมาดูกัน

ฮวงจุ้ยเลขที่บ้าน รู้หรือไม่ว่าเลขที่บ้านทำนายดวงชะตาผู้อยู่อาศัยได้ มาดูกันว่าบ้านเลขที่ของคุณมีความหมายและถูกต้องเหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ยหรือไม่      ฮวงจุ้ยไม่ได้ข้องเกี่ยวกับเรื่องการจัดสถานที่ หรือการจัดวางสิ่งของเท่านั้น แม้แต่เลขที่บ้านก็นับเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ยอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะเลขที่บ้านทำนายดวงชะตาผู้อยู่อาศัยได้ ซึ่งหลายคนก็อาจจะเคยได้ยินเรื่องราวคำทำนายจากศาสตร์ของตัวเลขกันมาบ้าง ทั้งเลขทะเบียนรถ รวมไปถึงเลขโทรศัพท์   โดยหลักของการคำนวณตัวเลขเพื่อนำมาทำนายความเป็นไปได้ของตัวเลขต่าง ๆ ก็จะคล้ายคลึงกันคือ ให้นำเลขมาบวกกันทีละตัว จนสุดท้ายเหลือแค่เลขตัวเดียว ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็จะนำมาทำนายแนวโน้มของเจ้าของเลขนั้น ๆ แต่ก่อนจะไปรู้คำทำนายของฮวงจุ้ยบ้านเลขที่แต่ละเลข เรามารู้จักศาสตร์ของตัวเลขในหลักของฮวงจุ้ยกันก่อนดีกว่า   ฮวงจุ้ยกับตัวเลข เรามีความเชื่อกันว่า ตัวเลขต่าง ๆ มีพลัง และสามารถกำหนดชีวิตของเราให้อับโชค หรือมีโชคได้ด้วย อย่างที่หลายวัฒนธรรมไม่นิยมใช้เลข 13 เพราะถือกันว่าเป็นตัวเลขแห่งความโชคร้าย เป็นต้น แต่ในศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย ตัวเลขค่อนข้างจะมีอิทธิพลในเรื่องของการเงินมากกว่า อีกทั้งยังมีความเชื่อว่า บ้านที่มีบ้านเลขที่เดี่ยว ๆ มีแนวโน้มจะขายต่อได้ราคาสูงกว่าด้วย และใครที่อยากจะประสบความสำเร็จในด้านการเงิน โดยเฉพาะนักธุรกิจ ก็ควรจะเลือกเลขใช้เลข 8 เอาไว้จะดีที่สุดค่ะ   เลขนำโชคตามหลักฮวงจุ้ย นอกจากเลข 8 ที่นำพาความร่ำรวยมาให้แล้ว เลข 9 ตามศาสตร์ของฮวงจุ้ย ก็ยังเป็นเลขของการมีอายุยืน และความยั่งยืน เลข 2 เป็นความสุขของชีวิตรัก และเลข 6 จะช่วยขจัดปัดเป่าปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตอีกด้วย   ความหมายของเลข 0-9 ตามหลักฮวงจุ้ย ได้รู้จักศาสตร์ของตัวเลขตามหลักฮวงจุ้ยกันไปแล้ว คราวนี้มาดูความหมายของตัวเลข 0-9 ตามหลักฮวงจุ้ยกันต่อดีกว่า ซึ่งวิธีคำนวณเลขที่บ้านก็มีสูตรตามนี้ค่ะ ถ้าเลขที่บ้านของคุณคือ 123/119 ก็ต้องคำนวณ 1+2+3+1+1+9 = 17 และนำ 1+7 = 8 ผลลัพธ์สุดท้ายของบ้านคุณก็คือเลข 8 นั่นเอง ส่วนความหมายของแต่ละเลขจะเป็นอย่างไรกันบ้าง มาดูเลยจ้า   - ผลรวม 0 - ความว่างเปล่า ไร้ขอบเขต เหมาะกับคนรักอิสระ  ไม่ชอบอยู่ในกฎเกณฑ์ มีความเป็นตัวเองสูง   - ผลรวม 1 - การเริ่มต้นที่ดี ไม่มีปัญหาและอุปสรรคกีดขวาง อีกนัยหนึ่งอาจหมายความว่า คนในบ้านไม่ชอบเข้าสังคม โลกส่วนตัวสูง และมักจะริเริ่มความคิดอะไรใหม่ ๆ อยู่ตลอด   - ผลรวม 2 - ความร่วมมือร่วมใจ ความสามัคคี มักมีตัวเลือก และมีความสมดุลในชีวิตค่อนข้างสูง   - ผลรวม 3 - บ้านเลขที่นี้เหมาะกับคนที่ต้องทำงานเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ หรือนักศิลปะทุกแขนง อีกด้านหนึ่งจะหมายถึงความสำเร็จในชีวิตครอบครัวด้วย   - ผลรวม 4 - ความมั่นคง ความยั่งยืน แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยความเครียด และการทำงานหนัก   - ผลรวม 5 - ความฉลาดเฉลียว มีทักษะในการแก้ปัญหาได้ดี มีความกระตือรือร้น และรักการผจญภัย   - ผลรวม 6 -  เป็นบ้านที่อยู่แล้วเย็นสบาย สงบ เหมาะกับบ้านของครูบาอาจารย์ หรือผู้ที่ต้องใช้ความอดทนสูง   - ผลรวม 7 - เป็นเลขที่บ่งบอกความเร้นลับของศาสตร์ที่มองไม่เห็น ตัวเลขที่จะทำให้ผู้อยู่อาศัยเกิดความใคร่ครวญกับสิ่งที่มองเห็น บางครั้งบ่งบอกถึงความโดดเดี่ยว การประเมินคุณค่าของตัวเองบ่อย ๆ   - ผลรวม 8 - ความอุดมสมบูรณ์ ความสำเร็จในธุรกิจ และความร่ำรวย นอกจากนี้ยังหมายถึงความสุขที่ไม่มีจุดสิ้นสุดอีกด้วย   - ผลรวม 9 - ความก้าวหน้า โอกาสประสบความสำเร็จสูงมาก มักจะได้เป็นผู้นำ หรือบุคคลที่ได้รับการนับหน้าถือตา   อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าความหมายของตัวเลขแต่ละตัวจะออกแนวกลาง ๆ ไม่ดีไม่ร้ายกว่ากันสักเท่าไร แต่สำหรับชาวจีนแล้ว เขาก็ถือกันว่าเลข 4 เป็นเลขอับโชคมากที่สุด เนื่องจากในภาษาจีน เลข 4 จะออกเสียงคล้าย ๆ กับคำว่า ตาย แต่ถ้าในภาษาอื่น ๆ ที่ไม่ได้ออกเสียงแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องยึดหลักความเชื่อตามชาวจีนก็ได้   เพราะเอาเข้าจริง ๆ ตัวเลขก็เป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามหลักฮวงจุ้ยเท่านั้น แต่หลักใหญ่ที่สำคัญของฮวงจุ้ย ก็คือ การจัดวางข้างของในบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย และลดความเสี่ยงอันตรายให้กับผู้อยู่อาศัยนั่นเองจ้า     เป็นยังไงกันบ้างครับกับสาระดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับบ้านและคอนโดแบบนี้อีกมากมาย   ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://home.kapook.com/view75025.html
ฮวงจุ้ยบ้านปี 2561 เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ ด้วยฮวงจุ้ยสีแต่งบ้านตามธาตุเกิด

ฮวงจุ้ยบ้านปี 2561 เสริมสิริมงคลรับปีใหม่ ด้วยฮวงจุ้ยสีแต่งบ้านตามธาตุเกิด

ฮวงจุ้ยสีแต่งบ้าน 2561 ตามธาตุประจำตัวทั้ง 5 ธาตุ เสริมสิริมงคล โชคลาภ และความโชคดีต้อนรับปีใหม่ด้วย ฮวงจุ้ยสีแต่งบ้านตามธาตุประจำตัว 2561  มาต้อนรับปี 2561 (ปีจอ) ด้วยสิ่งดี ๆ เป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ด้วยฮวงจุ้ยสีแต่งบ้านที่ถูกโฉลกกับธาตุเกิดประจำตัว ที่จะช่วยส่งเสริมโชคลาภให้ชีวิตอุดมสมบูรณ์พูลสุข ทั้งเรื่องส่วนตัวและหน้าที่การงาน มาดูกันว่าแต่ละธาตุเกิดเหมาะที่จะตกแต่งบ้านด้วยสีอะไร หรือธาตุเกิดแต่ละธาตุควรจะตกแต่งด้วยสีแต่งบ้านสีไหนดีจึงจะถูกโฉลก สำหรับตอนนี้ก็ตามไปเช็กฮวงจุ้ยสีแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยบ้าน 2561 ที่กระปุกดอทคอมรวบรวมมาฝากกันในวันนี้พร้อม ๆ กันเลยครับ   1. ธาตุไฟ ธาตุไฟ ตัวแทนของพลังงานและความน่าหลงใหล เป็นธาตุที่มีบุคลิกดึงดูดเพศตรงข้าม ชอบการติดต่อสื่อสาร มีจินตนาการในการสร้างสรรค์หรือทำกิจกรรมใหม่ ๆ ที่สำคัญยังมีแรงพลังผลักดันให้ทำสิ่งที่มุ่งมั่นตั้งใจไว้จนสำเร็จ ทั้งนี้สีแต่งบ้านนำโชคประจำธาตุไฟคือ สีส้ม สีแดง สีชมพู สีม่วง และสีเหลืองเข้ม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมในเรื่องของชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงานให้มีความเจริญก้าวหน้า อีกทั้งยังทำให้เรื่องความรักความสัมพันธ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้นด้วย โดยการนำของแต่งบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ตามสีนำโชคที่ว่ามานี้ไปสร้างจุดเด่นหรือจุดนำสายตาให้กับห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องครัว หรือห้องนอน คู่กับโทนสีอ่อน เช่น หมอนอิงสีแดงบนโซฟาสีขาว ชุดเก้าอี้กินข้าวสีส้มกับโต๊ะกระจก ฉากกั้นสีเหลืองในนั่งเล่นห้องสีเบจ หรือชุดเครื่องนอนสีชมพู-ขาว เพื่อปรับบรรยากาศให้เหมาะกับการนอนมากยิ่งขึ้น ก็จะไม่น่าเบื่อหรือจืดชืด ไม่ทึบไม่คับแคบ แถมยังเป็นสิริมงคลด้วย   2. ธาตุดิน ธาตุดิน ตัวแทนของความมั่นคงและอุดมสมบูรณ์ เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว หากตั้งใจทำอะไรแล้วจะไม่ลดละความพยายาม มีเป้าหมายชัดเจน จึงทำให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีความรับผิดชอบสูง สีแต่งบ้านนำโชคสำหรับคนธาตุดินคือ สีเหลืองอ่อน สีทราย สีเบจ และสีเนื้อ ซึ่งโทนสีเหล่านี้ก็จะช่วยเสริมดวงให้ชีวิตมีความมั่นคง มีสเถียรภาพ สงบ มีสุขภาพที่ดี ที่สำคัญยังช่วยให้ความรักทั้งแบบคู่รักและครอบครัวมีความแน่นแฟ้นสามัคคีมากขึ้นอีกด้วย แต่ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ของหรือสีแต่งบ้านประจำธาตุดินเพียงอย่างเดียว หากจับคู่กับสีหรือของแต่งบ้านที่อยู่ในกลุ่มของธาตุไม้ ก็จะช่วยให้บรรยากาศในบ้านเป็นกันเอง ดูผ่อนคลาย โปร่งสบาย และเหมาะกับการพักผ่อนในทุก ๆ วัน อาทิ การตกแต่งแบล็กดรอปสีเหลืองอ่อนในห้องครัว ชุดเฟอร์นิเจอร์สีเบจสำหรับห้องนั่งเล่น หรือการทำผนังอิฐโชว์แนวหรือหัวเตียงในห้องนอน   3. ธาตุน้ำ ธาตุน้ำเป็นตัวแทนของความลื่นไหลและความอุดมสมบูรณ์ เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ขี้สงสาร นุ่มนวลอ่อนโยน มองโลกในแง่ดี ชอบความสงบ ไม่ชอบการทะเลาะเบาะแว้ง มีอารมณ์ลุ่มลึกหรือคิดลึกซึ้งกับทุกเรื่อง ซึ่งสีนำโชคของธาตุน้ำคือ สีดำและสีน้ำเงิน ที่จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของโชคลาภเงินทองและความอุมสมบูรณ์ให้กับตัวเองและครอบครัว นอกจากนี้ยังทำให้บ้านนั้นมีบรรยากาศที่สงบ ปลอดโปร่ง อยู่แล้วร่มเย็นเป็นสุข ในขณะเดียวกันก็นำความสดชื่นมาให้ ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องแต่งทั้งบ้านด้วยสีน้ำเงินหรือใช้เฟอร์นิเจอร์สีดำทั้งหมด เพียงใช้เป็นธีมสีในการเลือกสีทาบ้านในจุดที่ต้องการจะเน้นหรือใช้สำหรับเลือกของใช้ของตกแต่งในบ้านก็พอ แล้วนำกรอบกระจกหรือคริสตัลมาตกแต่งเพิ่ม ก็จะช่วยภายในบ้านดูสว่างไสวระยิบระยับสวยงามคล้ายประกายแสงจากผิวน้ำ ทำให้บรรยากาศมีความผ่อนคลายและน่าอยู่มากขึ้น   4. ธาตุไม้ ธาตุไม้เป็นตัวแทนของความเจริญเติบโตและความมีชีวิตชีวา เป็นคนซื่อตรง มีคุณธรรม รักศักดิ์ศรี มีความเข้มแข็งอดทน และเชื่อมั่นในตัวเองสูง สีแต่งบ้านนำโชคสำหรับธาตุไม้คือ สีน้ำตาลและสีเขียว ซึ่งจะช่วยให้มีความเป็นอยู่และมีสุขภาพที่ดี ทั้งนี้หากมีการนำต้นไม้มาปลูกหรือประดับในบ้านด้วย ก็จะช่วยส่งเสริมในเรื่องของการเงินและหน้าที่การงานให้ประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า มีความมั่งคั่ง ส่วนของตกแต่งที่นำมาใช้นั้นก็ควรเน้นไปที่สิ่งของที่ทำด้วยวัสดุจากธรรมชาติ เช่น หินอ่อน ไม้สีอ่อนที่จะช่วยบรรยากาศในบ้านดูปลอดโปร่งกว่าไม้สีเข้ม หรือจับคู่ตกแต่งกับเฟอร์ธีมสีเขียวก็ได้ ก็จะช่วยสร้างความสมดุลให้กับบ้านได้อีกทาง โดยเฉพาะในห้องครัว ห้องกินข้าว ห้องน้ำ และห้องนั่งเล่น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความสงบและความรู้สึกอบอุ่นให้กับผู้อยู่อาศัยอีกด้วย   5. ธาตุโลหะ ธาตุโลหะเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ ความเที่ยงตรง และไร้เดียงสา สีแต่งบ้านนำโชคสำหรับธาตุโลหะคือ สีขาว สีเทา และสีเมทาลิค นอกจากจะเป็นโทนสีที่ทำให้บ้านดูเรียบง่ายแต่หรูหรา สวยงามอย่างมีระดับแล้ว ยังเป็นสีที่ช่วยขจัดปัดเป่าและปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย พร้อมทั้งช่วยรักษาความสมดุลการเคลื่อนไหวของพลังงานชี่ที่จะนำพาความสงบสุขมาให้แก่คนในบ้าน นอกจากนี้การตกแต่งด้วยโทนสีขาว สีเทา และสีเมทาลิค ยังสร้างเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่เหมือนใครเมื่อนำมาจับคู่กัน อาทิ สีขาวกับทองเมทาลิค หรือสีเทากับเงินเมทาลิค ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ชอบความทันสมัยแบบสไตล์โมเดิร์น นอกจากนี้ยังช่วยให้บรรยากาศในบ้านดูสว่างและปลอดโปร่งขึ้นอีกด้วย การตกแต่งนั้นก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความชอบ เพียงเลือกสีเหล่านี้ไปผสมผสานกับการตกแต่งก็จะทำให้บ้านน่าอยู่มีบรรยากาศที่ดี พร้อมทั้งยังเป็นสิริมงคลกับตัวเองและคนในบ้านอีกด้วย  เป็นยังไงกันบ้างครับกับสาระดีๆ ที่เราเอามาฝาก ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับบ้านและคอนโดแบบนี้อีกมากมาย ติดตามต่อได้ที่นี่เลยนะค้าบบบ www.reviewyourliving.com/infographic ขอขอบคุณข้อมูลจาก ourhomeideas knowfengshui thespruce https://home.kapook.com/view181969.html
ทางสามแพร่ง ภายในหมู่บ้านจัดสรร ไม่ดีจริงหรือ ?

ทางสามแพร่ง ภายในหมู่บ้านจัดสรร ไม่ดีจริงหรือ ?

ฮวงจุ้ยน่ารู้ ความเข้าใจผิดเรื่องทางสามแพร่ง และวิธีแก้ ตามความเชื่อของคนโบราณทั้งไทยและต่างประเทศ ต่างบอกกันว่าทางสามแพร่งนั้นเป็นตำแหน่งไม่ดี อัปมงคล สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อ แต่เป็นความจริงตามหลักการพื้นฐาน เนื่องจากการสร้างบ้านในตำแหน่งทางสามแพร่งอยู่ในพื้นที่ล่อแหลมต่อการเกิดอุบัติเหตุ เกิดความวุ่นวาย ก่อให้เกิดเสียงรบกวน แสงไฟสาดส่องเข้าบ้านในยามค่ำคืน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางสามแพร่งดังกล่าว จะหมายถึงเฉพาะบ้านที่อยู่ติดถนนใหญ่ หรือเป็นเส้นทางหลักที่มีรถสัญจร ยิ่งมีรถปริมาณมาก ขับเร็วมาก ยิ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่ดี ผู้อยู่อาศัยจะรู้สึกไม่สบายใจ ว้าวุ่นกังวลใจอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้จะรบกวนต่อการใช้ชีวิต ส่งผลให้ชีวิตไม่เป็นสุขได้   แต่ทั้งนี้ กรณีทางสามแพร่งในโครงการบ้านจัดสรร ไม่สามารถนำทฤษฎีทางสามแพร่งมาใช้ในหลักฮวงจุ้ยได้ทั้งหมด เนื่องจากลักษณะการอยู่อาศัยภายในโครงการบ้านจัดสรร จำกัดพื้นที่ความเป็นส่วนตัวไว้แล้ว ผู้ที่เข้ามาภายในโครงการบ้านโดยหลักจะเป็นผู้อยู่อาศัย หากเป็นโครงการบ้านขนาดใหญ่ตั้งแต่ 100 ยูนิตเป็นต้นไป และตำแหน่งทางสามแพร่งตั้งอยู่ตั้งแต่ต้นทางของโครงการ ตรงส่วนนี้อาจมีผลกระทบได้ แต่หากเป็นโครงการขนาดเล็กหรือทางสามแพร่งที่อยู่ท้ายโครงการ ตำแหน่งดังกล่าวจะไม่นับว่าเป็นจุดอัปมงคลแต่อย่างใด เนื่องจากโดยปกติแต่ละวันค่อนข้างมีรถผ่านเข้าออกน้อยมาก หรือหากผ่านเข้ามาก็จะขับกันอย่างช้าๆ เท่านั้น แม้ว่าทางสามแพร่งภายในโครงการบ้านจะไม่ได้มีผลใดกับฮวงจุ้ย แต่เชื่อได้ว่าบางท่านก็ยังอาจมีความกังวลใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย บ้านไอเดียขอปิดท้ายด้วย วิธีแก้เคล็ด ทางสามแพร่ง ซึ่งมีวิธีการไม่ยากเลยครับ ทำกำแพงบ้านกำแพงบ้านในตำแหน่งดังกล่าว ควรออกแบบให้เป็นกำแพงที่สามารถปกปิดได้ เหมาะกับลักษณะแบบกำแพงปูนด้านล่างปิดทึบ ด้านบนสลับด้วยวัสดุอื่นๆ เพื่อความสวยงาม ติดไฟไว้ตามเสากำแพงเพื่อให้แสงสว่างยามค่ำคืน ตำแหน่งประตูรั้วประตูรั้วบ้านควรจะต้องอยู่ในตำแหน่งเยื้องจากทางที่พุ่งเข้ามา อาจต้องคำนวณดูว่า บ้านด้านใดกินพื้นที่ทางสามแพ่งมากกว่ากัน ให้เลือกทางที่กินพื้นที่น้อยที่สุดเพื่อเป็นการหลบมุม และไม่ควรเปิดประตูทิ้งไว้ เปิดเฉพาะช่วงเวลาเข้าออกเท่านั้น เสริมรั้วต้นไม้ ต้นไม้เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาฮวงจุ้ยได้ เพราะต้นไม้นับเป็นเกราะป้องกันอีกชั้นควบคู่กับกำแพงบ้าน หากนำหลักความจริงเข้ามาวิเคราะห์ ต้นไม้ช่วยในการกรองฝุ่น แสงสาดส่องจากรถยนต์ บดบังตัวบ้านได้อย่างดี ควรเลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะกับการทำรั้ว เช่น ต้นโมก ต้นแก้ว ต้นชา หรือไม้ยืนต้นอื่นๆ จัดสวนหน้าบ้านพื้นที่หน้าบ้านควรใช้เป็นพื้นที่ว่างสำหรับการจัดสวน ตำแหน่งบ้านร่นระยะเข้าไป หลักการดังกล่าวไม่เพียงแก้ฮวงจุ้ยได้ แต่ยังเหมาะกับการเสริมฮวงจุ้ยให้กับบ้านทั่วไปอีกด้วย บ้านที่ดีควรมีพื้นที่สวนหน้าบ้าน ไม่ควรให้บ้านอยู่ชิด ติดรั้วมากจนเกินไป ทำทางเท้าหากเป็นโครงการบ้านจัดสรร โดยทั่วไปนิยมทำทางเท้าไว้ให้แล้ว แต่หากไม่มี เจ้าของบ้านสามารถทำเป็นทางเท้าเพิ่มเติมได้เช่นกันครับ อาจนำกระถางต้นไม้มาประดับตกแต่งให้แลดูสวยงาม มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น เรื่องราวของฮวงจุ้ยนั้น เป็นข้อมูลที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ไม่ได้เป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น การจะบอกได้ว่าแบบไหนดี แบบไหนไม่ดี จำเป็นต้องดูตามความเหมาะสมของสถานที่นั้นๆ สำหรับบ้านภายในโครงการจัดสรรที่เป็นทางสามแพร่ง สามารถซื้อขาย หรืออยู่อาศัยได้เป็นปกติครับ จะว่าไปแล้วจุดดังกล่าวยังมีข้อดีกว่าแปลนที่มีบ้านเคียงข้างอยู่ติดกันอย่างแออัด ทั้งทางด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง แต่หากเป็นทางแยก พื้นที่หน้าบ้านจะโปร่งโล่ง สามารถรับลมได้ดีกว่าอีกด้วย และบางโครงการตำแหน่งดังกล่าวขายยาก ทางโครงการจึงมักลดราคา ผู้อยู่อาศัยสามารถสร้างบ้านในราคาต่ำกว่าปกติ เรียกได้ว่าเป็นโอกาสซื้อที่ดินถูกสำหรับผู้รู้เลย ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.banidea.com/fengshui-land-t-junction/
จัดฮวงจุ้ยบ้านยังไง?

จัดฮวงจุ้ยบ้านยังไง? "เพิ่มเสน่ห์-เสริมความรัก"

สุขภาพก็ดี การงานก็เริ่ด และอีกสิ่งที่อยากให้ดีตามไปด้วยก็เรื่องความรักไงล่ะ แถมช่วงนี้ทำไมกันน้าความรักเจ้าขาไม่มาหาเลย จะเฉียดมายังไม่มี โอ๊ยยย เซงเลย ส่วนคนมีคู่ช่วงนี้ใครคิดว่าอยู่ในช่วงห่างกันสักพักบ้าง แล้วทำไงเราจะกลับมาหวานชื่นกันเหมือนเดิม...อะๆ อย่าเพิ่งน้อยใจกันไป บางทีเรื่องนี้อาจจะต้องมาเสริมด้วยเรื่องฮวงจุ้ยกันหน่อย เพื่ออะไรๆ จะมาปิ๊งปั๊งกระเเทกใจ มาดูเเนวทางหลักๆในการจัดฮวงจุ้ยเสริมความรักกัน!   สร้างบรรยากาศในห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ยเเล้ว สภาพห้องนอนที่เหมาะสมกับความรักคือสภาพที่เป็นหยิน นั่นคือมีความสงบ อากาศถ่ายเท และไม่สว่างจนเกินไป เเสงสลัวหน่อยๆ ช่วยสร้างบรรยากาศแบบโรแมนติกไง เเละ “สีชมพูอ่อน” จะช่วยเสริมสร้างพลังแห่งความรักให้หวานชื่นกันไปเลย แอบกระซิบเคล็ดลับเล็กๆ ถ้าเเต่งห้องนอนด้วยโทนสีฟ้าหรือสีเทา จะช่วยให้รักกันดูดดื่มกว่าสีอื่นๆ   ปรับฮวงจุ้ยเสริมพลังธาตุ นี่ไม่ใช่ให้ไปฝึกฝนกำลังภายในกันนะ ที่ให้ทำคือเสริมพลังธาตุที่ทิศต่างๆ ทิศเหนือ/ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มุมนี้ของบ้านเเละห้องนอนถือเป็นตัวเเทนเเห่งเสน่ห์เเละความรัก โดย ทิศเหนือเป็นตัวเเเทนของธาตุน้ำ อันเป็นพลังซึ่งเป็นเเรงขับทางเพศ ส่งเสริมให้ชายหญิงมีความปรารถนามากขึ้น ดังนั้นทิศเหนือของบ้านไม่ควรมีหินหรือวางก้อนหินมีคมเกะกะ เพราะจะบั่นทอนพลังของทิศนี้ เเต่ถ้าจัดเป็นบ่อปลา สวนน้ำ อ่างบัว ก็จะช่วยให้เกิดผลดีทางฮวงจุ้ย อะๆ แต่น้ำนั้นต้องดูเเลให้สะอาดนะ ไม่เน่า ไม่เหม็น ไม่ขัง ไม่งั้นจะกลายเป็นเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นเเทน เเละห้องนอนมุมทิศเหนือนั้นสามารถใช้สีฟ้า สีเทา มาตกแต่งเสริมพลัง หาแก้วคริสตัลใสๆมาตั้งไว้ก็ช่วยเรื่องของความรักได้นะ ส่วนทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนนอกบ้าน แนะนำให้ปลูกดอกไม้สีสันสวยงาม ยิ่งใครโสดๆล่ะก็รีบทำเลย แล้วก็เลือกดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น จำปี จำปา มะลิ ฯลฯ ก็ช่วยส่งเสริมพลังเป็นอย่างดี สำหรับห้องนอนทิศนี้ ก็จัดเเต่งสิ่งของน่ารักสวยงาม เช่น เเจกันดอกไม้ ตุ๊กตาคู่ หรือถ้าใครมีคู่แล้วจะวางรูปคู่ของเราสองก็กุ๊กกิ๊กไปอีกแบบก็ได้   เสริมพลังเเห่งดาวประจำปีที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับปี 2560 นี้ พลังแห่งรักของธาตุไม้จะโคจรอยู่บริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของห้อง สรุปแบบง่ายๆเลยคือเราสามารถเสริมฮวงจุ้ยเรื่องพลังแห่งความรักได้ทุกห้องในบ้านเลย จะห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องทำงาน ได้หมดเลย วิธีการง่ายๆคือวางเเจกันดอกไม้ที่มำจากเซรามิคหรือแก้ว แล้วใส่ดอกไม้กลิ่นหอมบวกสีสันสวยงาม (ช่วยเสริมพลัง) ไว้จุดกึ่งกลางของห้องทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เเล้วอย่าลืมเปลี่ยนน้ำกันบ่อยๆ นะ จะได้ช่วยรักษาความสดชื่นให้กับดอกไม้ จะได้มีเสน่ห์กันไปตลอดปีเเต่ดาวไม่ได้โคจรมาเเต่ดวงความรักนะ ยังมีดาวประจำปีที่ควรแก้ไขคือดาวเเห่งความเป็นม่าย ซึ่งปีนี้ก็โคจรมาทางทิศนี้ด้วย โดยเฉพาะทิศนี้ของห้องนอน! ว้ายตายเเล้ว! เเถมพลังของทิศนี้เป็นธาตุดิน เป็นจุดสะสมพลังความเจ็บป่วยส่งผลร้ายต่อสาวๆ ยิ่งถ้าบ้านไหนมุมนี้สกปรก รก อับ คนที่อยู่ก็จะรู้สึกเบื่อหน่าย หงุดหงิด ดังนั้นเราควรแก้ไขด้วยการเสริมฮวงจุ้ยเพื่อเสริมพลังดีและลดพลังร้าย โดยวางโลหะสีเงิน ทอง หรือของเเวววาวที่อยู่นิ่งๆ ไปวางไว้ทิศนี้ ก็ช่วยผูกพลังร้ายไว้นั่นเอง แล้วอย่าลืมทำความสะอาดด้วยนะ นอกจากจะช่วยเสริมพลังฮวงจุ้ยเพิ่มความรักเรื่องคู่ครองกันไปแล้ว ยังช่วยเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีของคนในครอบครัวด้วยนะ เเต่ถึงเราจะเสริมฮวงจุ้ยกันเต็มที่เเล้ว ก็ยังมีสิ่งที่ลืมไม่ได้และสำคัญที่สุดคือทั้งสามีเเละภรรยานั้นต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน รู้จักให้อภัย ก็จะช่วยให้ชีวิตคู่ของเราราบรื่น ส่วนคนโสดก็พยายามต่อไปน้า Note ทบทวนก่อนจากกัน ห้องนอนโทนสีชมพูอ่อนจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ความรักให้สดชื่น ห้องนอนโทนสีฟ้าหรือสีเทาช่วยปลุกพลังให้รักดูดดื่ม ทิศเหนือของบ้านหรือห้องนอน จัดสวนน้ำ, บ่อเลี้ยงปลา, อ่างบัว หรือแต่งด้วยสีฟ้า-สีเทา ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านหรือห้องนอน ปลูกดอกไม้กลิ่นหอม หรือวางแจกันดอกไม้สด หรือตุ๊กตาคู่ หรือรูปถ่ายคู่กั ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วางแจกันดอกไม้สดที่ตัวเองชื่นชอบ เอาแบบเเจกกันเเก้วหรือเซรามิค เเละดอกไม้หอมๆ สีสวยนะ อย่าลืมทำความสะอาด ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของห้องไม่ให้สกปรก มีมุมอับ ไม่งั้นพลังความเจ็บป่วยจะมาหานะ ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.home.co.th/hometips/decoration/detail/54939-จัดฮวงจุ้ยบ้านยังไง?-"เพิ่มเสน่ห์-เสริมความรัก"
8 จุดบอดในห้องนอน เช็กแล้วรีบเปลี่ยน ก่อนฝันร้ายทุกคืน (ตอนที่ 1)

8 จุดบอดในห้องนอน เช็กแล้วรีบเปลี่ยน ก่อนฝันร้ายทุกคืน (ตอนที่ 1)

  วิธีแก้ฮวงจุ้ยห้องนอน มาดูกันว่าจัดห้องนอนให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยควรทำอย่างไร ตอนนี้การแต่งห้องนอนถูกหรือยัง เช็กแล้วรีบเคลียร์ก่อนจะนอนไม่หลับหรือมีแต่ฝันร้าย  สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ บางทีอาจไม่ได้อยู่ที่สุขภาพ แต่เป็นเพราะการแต่งห้องนอนของคุณเองนั่นแหละ เอาล่ะอยากรู้แล้วใช่ไหมว่าการแต่งห้องนอนเกี่ยวอะไรกับการนอนไม่หลับ นั่นเป็นเพราะว่าผลจากฮวงจุ้ย แต่ไม่ต้องห่วงเพราะกระปุกดอทคอมมีวิธีแก้ฮวงจุ้ยห้องนอนมาบอกแล้ว มาดูพร้อม ๆ กันว่ามีอะไรที่ทำผิดไปจากหลักฮวงจุ้ยห้องนอนบ้าง จะได้รีบปรับให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย 1. เก็บของไว้ใต้เตียง   ต่อให้เป็นที่ว่างก็ไม่ควรนำเก็บไว้ตรงนี้ ของชิ้นเล็ก ๆ หรือชิ้นเดียวก็ไม่ควรนำมาวาง เพราะตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าการวางสิ่งของไว้ใต้เตียงจะขวางกั้นพลังงานชี่ให้ไหลเวียนไม่สะดวก ทั้งยังมีพลังด้วยลบรบกวนการนอน ซึ่งทำให้นอนหลับไม่สนิท กระสับกระส่าย หรือตื่นกลางดึกบ่อย ๆ ฉะนั้นหากตอนนี้มีของอยู่ใต้เตียง ควรรีบเคลียร์ออกซะ ทำให้บริเวณนั้นเป็นที่ว่างเหมือนเดิมโดยไว แล้วนำสิ่งของไปจัดเก็บไว้ที่อื่นดีกว่า 2. ทั้งรกและสกปรก   นอกจากการทำให้ห้องนอนมีบรรยากาศที่สบายและเหมาะกับการพักผ่อน ทุกจุดในห้องนอนไม่ว่าจะเป็นบนเตียงรวมไปถึงตามซอกมุมต่าง ๆ ก็ควรเช็ดให้สะอาด อย่าให้มีคราบสกปรกหรือฝุ่นหลงเหลือ ของอะไรที่ไม่ใช้แล้วก็จัดการเก็บกวาดและรวบรวมไปทิ้งหรือบริจาคซะ เพราะเหล่าสิ่งสกปรกและของเหลือใช้เหล่านี้เป็นแหล่งสะสมของพลังงานด้านลบ ที่จะทำให้เจอแต่เรื่องไม่ดี ทำอะไรก็มีแต่อุปสรรค 3. เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน   ไม่ใช่ผ่านมากี่สิบปีห้องนอนเป็นยังไง ตอนนี้ห้องนอนก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น ทั้งข้าวของเครื่องใช้ สีสัน และตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ มองไปทางไหนก็ชวนให้คิดถึงภาพวันเก่า ๆ ในอดีต หากไม่อยากรีโนเวทใหม่ทั้งห้อง ก็เริ่มจากปรับหรือเปลี่ยนอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปก่อนก็ได้ เช่น กลิ่น โทนสี บรรยากาศ หรือซื้อเครื่องนอนใหม่มาใช้ แค่นี้ง่าย ๆ ก็ช่วยปรับฮวงจุ้ยห้องนอนให้ดีขึ้นได้แล้ว 4. มีแต่ของชอบแต่ใช้ไม่ได้   ก่อนจะลงมือตกแต่งห้องนอน นอกจากความชอบส่วนตัว อยากให้ลองพิจารณาดูว่าสิ่งของที่เราเลือกมานั้น มันมีประโยชน์และจำเป็นต่อการใช้งานจริง ๆ หรือไม่ อย่างเช่น หากนอนอยู่ในห้องนอนแค่คนเดียวก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่มาใช้ให้เปลืองพื้นที่ นอกจากว่าจะมีแขกมาพักบ่อยหรือจะเผื่อที่ไว้ให้สัตว์เลี้ยงนอน นอกจากนี้ควรเผื่อที่เหลือไว้สำหรับวางของและเผื่อทางเดินไว้ด้วย เป็นยังไงกันบ้างค่ะกับบทความดีๆ ที่เราเอามาฝาก นี่แค่ตอนที่ 1 เท่านั้น ยังมีตอนต่อไปให้ติดตาอีกนะคะ และยังมีบทความน่ารู้อีกมากมายให้ได้ติดตามกันได้ที่นะคะ https://goo.gl/dwpzgr ขอขอบคุณข้อมูลจาก  https://home.kapook.com/view164969.html
8 เรื่องเตือนสติ บ้านรกอาจทำให้ชีวิตพัง

8 เรื่องเตือนสติ บ้านรกอาจทำให้ชีวิตพัง

เชื่อหรือไม่ว่า หากปล่อยบ้านให้สกปรก ไม่เก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ นอกจากจะทำให้บ้านไม่น่าอยู่แล้ว ยังสะท้อนถึงฮวงจุ้ยที่ไม่ดีอีกด้วยเราจึงรวบรวมหลักการแก้ฮวงจุ้ยไม่ดีมาให้ปรับแก้กัน   1.ทางเดินในบ้านอย่าปล่อยให้รก ข้าวของภายในบ้านควรจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย อย่าปล่อยให้มีสิ่งกีดขวาง หากภายในบ้านมีของน้อยชิ้นยิ่งดี หรือจะหากล่องมาใส่ข้าวของที่รกๆ แล้วจัดให้เป็นระเบียบก็ได้ เพราะความเป็นระเบียบเรียบร้อยจะส่งเสริมให้เกิดสิ่งดีงามกับบ้าน   2.นำหิ้งพระย้ายเข้าไปเป็นสิ่งแรก กรณีย้ายเข้าบ้านที่มีคนเคยอาศัยอยู่แล้ว จากนั้นให้เล็มตัดแต่งต้นไม้ใบหญ้ารอบๆ พร้อมปัดกวาด เช็ดถูให้สะอาด   3.หากมีปัญหาการเงินอาจต้องสำรวจครัว ควรจัดห้องครัวให้สะอาดและเป็นระเบียบ โดยเฉพาะบริเวณเตาไฟ เพราะครัวสะอาดคือตัวเรียกทรัพย์และโชคลาภเข้าบ้าน หากครัวสกปรกจะทำให้เงินทองรั่วไหล   4.ปลูกต้นไผ่ เป็นพันธุ์ไม้ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาหน้าบ้านมีกองขยะรกร้าง หรือสิ่งของวางระเกะระกะเต็มไปหมด การนำต้นไผ่มาปลูกจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้   5.จัดเก็บห้องรับแขกให้เรียบร้อย ห้องๆ นี้เป็นพื้นที่ให้โชคลภาพไหลเข้ามา ดังนั้นควรจัดห้องรับแขกให้เป็นระเบียบ วางข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องให้เป็นระเบียบ เพราะถ้าห้องรกจะทำให้บ้านไร้โชค   7.ห้องนั่งเล่นจัดแต่พอดี บางบ้านให้ความสำคัญกับห้องนั่งเล่น นำข้าวของต่างๆ มาตกแต่งเต็มไปหมดจนรกรุงรัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ชีวิตคนในบ้านวุ่นวาย ไม่มีความสุข ดังนั้นการตกแต่งห้องนั่งเล่นควรเน้นความโปร่งโล่ง   6.ตัดแต่งกิ่งไม้ให้เรียบร้อย ถ้ากิ่งไม้ยื่นมาเกะกะบริเวณหน้าต่าง เชื่อกันว่าจะทำให้คนในบ้านทะเลาะวิวาทกัน ดังนั้นควรตัดแต่งให้เรียบร้อย   8.ควรปล่อยใต้เตียงให้โล่ง เพราะการที่ใต้เตียงรกจะส่งผลให้ชีวิตติดขัดทั้งการเงิน การงาน ชีวิตคู่   ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.sanook.com        

1 2 3 4