ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข

 

ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุขล่าสุด

1 2 3 4
ฮวงจุ้ยแต่งบ้าน 12 นักษัตร เสริมสิริมงคลชีวิตรับปีระกา 2017

ฮวงจุ้ยแต่งบ้าน 12 นักษัตร เสริมสิริมงคลชีวิตรับปีระกา 2017

ฮวงจุ้ยแต่งบ้านตามปีนักษัตรปี 2017 คนเกิดแต่ละปีควรและไม่ควรทำสิ่งใดบ้าง มาดู ฮวงจุ้ยแต่งบ้านตามปีนักษัตรปี 2017 เพื่อนำหลักแต่งบ้านไปปรับใช้ให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ย 2017 ฮวงจุ้ยแต่งบ้านมีการปรับเปลี่ยนกันทุกปี ไหน ๆ ก็ก้าวเข้าสู่ปี 2017 อย่างเป็นทางการแล้ว วันนี้เราเลยนำฮวงจุ้ยแต่งบ้าน 12 นักษัตร เสริมสิริมงคลรับปี 2017 มาฝาก  มาดูกันว่านักษัตรแต่ละปีควรหรือไม่ควรตกแต่งบ้านอย่างไร ของมงคลชิ้นไหนที่ช่วยเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตบ้าง เพื่อให้โชคดีทั้งในเรื่องเงินทอง ทรัพย์สิน หน้าที่การงาน รวมไปถึงความรักความสัมพันธ์ ปีชวด (ปีหนู) สำหรับคนที่เกิดในปีชวดหรือปีหนูควรหลีกเลี่ยงการตกแต่งบ้านด้วยสิ่งของหรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงม้าหรือหนูแบบโดด ๆ แนะนำให้หาตุ๊กตาหรือรูปปั้นลิงขี่ม้ามาประดับตกแต่งบ้านแทน  เพราะจะนำพาโชคลาภให้เข้ามาในชีวิต พร้อมทั้งเสริมดวงเรื่องความรัก หรือนำรูปปลาอโรวานา 8 หรือรูปปลาอโรวานา 168 มาตกแต่งบ้านแทนก็ได้ ก็จะนำพาความรักดี ๆ มาให้เช่นกัน ปีฉลู (ปีวัว) แม้ว่าปีนักษัตรฉลูจะมีวัวเป็นสัญลักษณ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องนำสิ่งของที่สื่อถึงวัว ควาย แกะ หรือแพะ มาตกแต่งบ้านเสมอไป เพราะตามหลักฮวงจุ้ยในปีนี้กำหนดไว้ว่า ชาวปีฉลูควรตกแต่งบ้านด้วยสิ่งของหรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึง "นกฟินิกซ์" เพราะจะช่วยส่งเสริมเรื่องการงานและธุรกิจให้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนในเรื่องความรักแนะนำให้หาเต่ามาเลี้ยงเพราะจะทำให้ความรักหวานชื่น แม้ความสัมพันธ์จะดำเนินไปอย่างช้า ๆ แต่ก็ชัวร์แน่นอน ปีขาล (ปีเสือ) คนที่เกิดในปีขาลควรหลีกเลี่ยงการตกแต่งบ้านด้วยรูปภาพเสือหรือลิง แต่เหมาะกับการใช้รูปภาพปลาอโรวานา 168 แทน เพราะจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับชีวิต นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งของและสัญลักษณ์ที่สื่อถึงวัวและควาย ที่ควรจะนำมาตกแต่งบ้านหรือโต๊ะทำงาน ซึ่งจะช่วยให้ความรักราบรื่น ปีเถาะ (ปีกระต่าย) สิ่งที่ชาวปีนักษัตรเถาะควรหลีกเลี่ยงนั่นก็คือ การนำรูปภาพไก่และกระต่ายมาตกแต่งบ้าน รวมไปถึงคนที่เกิดในปีไก่ด้วยเหมือนกัน ทางที่ดีให้หาปลาอโรวานาหรือเต่ามาเลี้ยง เพราะจะช่วยป้องกันภัยอันตรายที่จะมาถึงตัว ส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ทั้งยังส่งเสริมเรื่องของความรักความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วย ปีมะโรง (ปีมังกร) สำหรับคนที่เกิดในปีนักษัตรมะโรงจะมีสัญลักษณ์ประจำเป็นรูปมังกร ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการตกแต่งบ้านด้วยสิ่งของหรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงมังกร แค่นำรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงไก่และนกฟีนิกซ์มาประดับบ้านไว้ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การงานคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องความรักให้หาภาพปลาอโรวานา 168 มาตกแต่ง จะช่วยเสริมดวงความรักความสัมพันธ์ให้ยิ่งแน่นแฟ้น ปีมะเส็ง (งูเล็ก) สำหรับคนที่เกิดในปีนักษัตรมะเส็งไม่ควรนำรูปภาพหรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงงูและหมูมาตกแต่งบ้าน แนะนำให้หารูปภาพ รูปปั้น หรือผลงานศิลปะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไก่และนกฟีนิกซ์มาตกแต่งแทน จะช่วยเสริมดวงให้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้การงานก้าวหน้าและถ้าอยากให้ความรักราบรื่น ดำเนินไปอย่างมั่นคง ควรหาเต่ามาเลี้ยงไว้บริเวณหน้าต่างบ้าน หรือจะใช้เป็นรูปปั้นและรูปภาพแทนก็ได้ค่ะ ปีมะเมีย (ปีม้า) ผู้ที่เกิดในปีนักษัตรมะเมียควรหลีกเลี่ยงการตกแต่งบ้านด้วยสัญลักษณ์หรือสิ่งของที่สื่อถึงม้าและหนู และเพื่อให้มีแต่สิ่งดี ๆ ตลอดทั้งปี สามารถเอาชนะสิ่งท้าทายได้อย่างง่ายดาย แนะนำให้หารูปปั้นลิงขี่ม้ามาประดับตกแต่งบ้าน ส่วนในเรื่องความรักนั้นให้นำภาพปลาอโรวานา 168 มาตกแต่งจะทำให้ความรักและการงานมั่นคง ปีมะแม (ปีแพะ) หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยแต่งบ้านด้วยสิ่งของที่สื่อถึงแพะ แกะ หรือวัวมาตลอด ควรจะย้ายสิ่งของพวกนั้นออกจากบ้าน เพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดของหลักฮวงจุ้ยในปีนี้ แล้วหารูปภาพของนกในตำนาน (sarimanok  Asian) หรือภาพปลาอโรวานา 168 มาตกแต่งร่วมกันแทน ก็จะทำให้ดวงชีวิตทั่วไปและดวงความรักดียิ่งขึ้น ปีวอก (ปีลิง) คนที่เกิดในปีนักษัตรวอกไม่ควรนำสิ่งของที่สื่อถึงลิงมาตกแต่งบ้าน เนื่องจากเป็นสัตว์ที่ไม่ถูกกับเสือและจะนำพาโชคร้ายเข้ามาในชีวิต ทางที่ดีควรจะหาปลาอโรวานามาเลี้ยงเพราะจะช่วยให้ดวงในปีนี้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น และถ้ายิ่งนำรูปภาพปลาอโรวานา 168 มาตกแต่งด้วยก็จะช่วยเสริมสิริมงคล ทั้งในเรื่องทั่วไปและเรื่องความรักให้ชื่นมื่นมากยิ่งขึ้น ปีระกา (ปีไก่) การตกแต่งบ้านสำหรับผู้ที่เกิดในปีนักษัตรระกาจะแตกต่างจากปีนักษัตรอื่น ๆ ก็ตรงที่สามารถนำสิ่งของที่สื่อถึงนักษัตรมาตกแต่งบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นไก่หรือนกฟีนิกซ์ก็ได้ทั้งนั้น เพราะจะช่วยส่งเสริมให้การงานและธุรกิจมั่นคงมากยิ่งขึ้น เสริมดวงความรักด้วยการนำภาพปลาอโรวานา 168 มาตกแต่ง ก็จะให้ความรักดีขึ้นเป็นเท่าตัว ปีจอ (ปีหมา) สำหรับคนที่เกิดในปีนักษัตรจอไม่ควรนำสิ่งของหรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงหมาและมังกรมาตกแต่งบ้าน ให้นำสิ่งของหรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงไก่และนกฟีนิกซ์มาตกแต่งแทนดีกว่า เพราะจะช่วยรักษาและปกป้องของรักของหวงให้อยู่รอดปลอดภัย หากหาภาพปลาอโรวานา 168 มาตกแต่งเพิ่ม ก็จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้ดียิ่งขึ้น มีความรักที่โรแมนติกหวานชื่น ปีกุน (ปีหมู) คนที่เกิดในปีนักษัตรกุนต้องระวังให้ดี ๆ ห้ามนำสิ่งของหรือสัญลักษณ์ที่สื่อถึงหมูและงูมาตกแต่งบ้านเด็ดขาด เพราะเป็นตัวนำโชคร้ายมาสู่คนที่เกิดในปีกุน ให้หาภาพปลาอโรวานา 168 มาตกแต่งบ้านแทน เพราะจะช่วยเสริมดวงความรักและเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต จากที่ดีมากอยู่แล้วก็จะดียิ่ง ๆ ขึ้นไป บอกลาการตกแต่งบ้านในปีก่อน ๆ ไปได้เลย แล้วนำหลักการตกแต่งบ้านในปี 2017  ไปปรับใช้ เพื่อเปิดทิศทางบ้านในการต้อนรับสิ่งดี ๆ สิ่งที่เป็นมงคลให้เข้ามาในชีวิตได้อย่างเต็มที่ ขอขอบคุณข้อมูลจาก philstar fengshuiweb Home.kapook.com
9 เรื่องฮวงจุ้ยควร-ไม่ควรทำ สำหรับปรับเปลี่ยนห้องนอน

9 เรื่องฮวงจุ้ยควร-ไม่ควรทำ สำหรับปรับเปลี่ยนห้องนอน

ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ฮวงจุ้ย Catherine Brophy เผยเคล็ดลับที่ควรทำและไม่ควรทำ เพื่อให้เรานอนหลับโดยปราศจากความเครียด ห้องนอนที่มีความสะอาดเรียบร้อยและสงบนั้น ส่งผลต่อชีวิตของเรา ดังนั้นการตกแต่งห้องนอนจึงต้องวางเป้าหมายไว้ก่อนว่าจะต้องเป็นพื้นที่ของการพักผ่อน สภาพแวดล้อมต่าง ๆ มีความกลมกลืน และ 9 สิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณจัดห้องนอนของคุณเป็นห้องนอนในฝันที่ถูกหลักฮวงจุ้ยได้ไม่ยาก 1.ไม่ควรเก็บของใด ๆ ไว้ใต้เตียง แม้สิ่งเดียวก็ไม่ควร Brophy บอกว่า ของทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีพลังงานในตัวของมันด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นยิ่งคุณเก็บของไว้ใต้เตียงมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งจะเหลือพื้นที่สำหรับให้พลังงานไหลผ่านในขณะที่คุณนอนหลับพักผ่อนน้อยลงไป กฎข้อนี้มีประโยชน์สำหรับทุกคน ยิ่งใครที่นอนหลับยาก ก็ยิ่งต้องทำตามกฎข้อนี้ 2.ต้องสะอาดไม่รกเลอะเทอะ เพราะความสะอาดเรียบร้อยเป็นจุดเริ่มต้นของสภาพแวดล้อมที่สงบ ผ่อนคลาย ต้องแน่ใจว่า ห้องนอนของเรานั้นปราศจากของรกเลอะเทอะวางระเกะระกะ และในการทำความสะอาดก็ควรทำในทุกซอกทุกมุม แม้กระทั่งในตู้เสื้อผ้า ก็ควรหาเวลานำเสื้อผ้าออกมาแล้วทำความสะอาดในตู้บ้าง ดูดฝุ่นใต้เตียง อะไรที่ไม่ใช้แล้วก็ทิ้งไปบ้าง ประเมินพื้นที่ใช้สอย อย่าให้ดูอึดอัดคับแคบจนเกินไป เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้ก็นำไปบริจาคอย่าให้ของที่ไม่ใช้เหล่านั้นมารกพื้นที่พลังงานของคุณ 3.อย่าอยู่กับอดีต เพราะการยึดติดกับอดีตจะเป็นการรบกวนปัจจุบันของคุณ อะไรที่หมดอายุ ใช้ไม่ได้แล้วก็ไม่ควรเก็บไว้อีก เธอเล่าว่าเคยมีลูกค้าคนหนึ่งมาปรึกษาว่า เธอและสามีนอนอยู่ที่เตียงเก่า ซึ่งเป็นเตียงที่สามีเคยนอนกับภรรยาคนเก่า และทุกครั้งที่เห็นเตียงทำให้นึกถึงแต่อดีต ดังนั้น หากคุณมีเฟอร์นิเจอร์ หรือมีสิ่งใด ที่คอยย้ำเตือนแต่อดีตก็ควรจะเปลี่ยน หรือนำออกไป 4.คิดถึงประโยชน์ใช้สอยด้วย หลาย ๆ ครั้งที่เรานำอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาตกแต่งห้อง เพื่อให้สวยงาม แต่มันกลับทำให้พื้นที่แคบลง แถมไม่ได้ใช้งาน หรือใช้ไม่สะดวกสบาย ก็ไม่ควรจะมีไว้ 5.เตียงนอนต้องมีหัวเตียง เพราะหัวเตียงจะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่ามีอะไรมาคอยปกป้องในขณะที่กำลังนอนหลับ และหัวเตียงก็ควรเป็นแบบเรียบ ๆ 6.อะไรที่ชำรุดเสียหาย อย่าปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น ต้องซ่อม หากไม่ซ่อมหรือซ่อมไม่ได้แล้ว ก็ให้นำออกไปเลย ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาเสีย พรมขาด เก้าอี้ชำรุด 7.ไฟในห้องนอนควรเป็นไฟที่สามารถปรับความสว่างได้ เพราะแสงไฟก็มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกและพลังงานเช่นกัน ไฟในห้องนอนไม่ควรให้จ้ามากจนเกินไป และปัจจุบันนี้มีไฟหลายแบบ หลายลักษณะให้เลือกใช้ เราสามารถทดสอบเพื่อหาไฟในลักษณะที่เราใช้แล้วรู้สึกสบายที่สุด 8.ไม่ควรแขวนกระจกในห้องนอนมากเกินไป ในกรณีที่คุณต้องการจะแขวนกระจกในห้องนอนนั้น Brophy แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการแขวนกระจกตรงข้ามกับเตียงนอน หรือหน้าต่าง เพราะกระจกจะเป็นตัวสะท้อนพลังงาน และแสง การแขวนกระจกให้ส่องลงมาที่เตียงจะรบกวนการนอน และการแขวนตรงกับหน้าต่างก็จะสะท้อนไฟซึ่งอาจจะมีการส่องสว่างมาจากภายนอก ทำให้รบกวนการนอนได้เช่นกัน 9.ความสบายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งคุณได้พักผ่อนในตอนกลางคืนมากแต่ไหน ก็ยิ่งทำให้มีพละกำลังมากในเช้าวันรุ่งขึ้น ดังนั้น ต้องให้ความสำคัญกับที่นอน หากนอนไม่สบาย ก็ควรจะต้องลงทุนเพิ่มเท่าที่ไหว เพื่อให้ได้ที่นอนที่นอนแล้วรู้สึกสบายที่สุด   ขอขอบคุณข้อมูลจาก  home.sanook.com
เลี้ยงปลามงคลเสริมบารมี ชนิดไหนดี ถูกหลักฮวงจุ้ยเสริมความร่ำรวย?

เลี้ยงปลามงคลเสริมบารมี ชนิดไหนดี ถูกหลักฮวงจุ้ยเสริมความร่ำรวย?

คนจีนมีความเชื่อว่าเหล่าสัตว์มงคล เช่น มังกร ม้า สิงโต ปลา นก จะช่วยให้ธุรกิจเจริญรุ่งเรืองซึง คนไทยที่มีเชื้อสายจีนก็ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิตรวมทั้งคนไทยเราด้วย วันนี้เรานำเสนอ ปลามงคล ให้เพื่อนๆได้เสริมดวงให้กับบ่อปลาตู้ปลาบ้านเพื่อนๆว่ามีปลาชนิดไหนบ้าง ปลานำโชค เพราะมีดีด้วยกัน 5 อย่าง คือ เป็นตัวแทนแห่งมังกรในความเชื่อ นำสุขภาพที่ดี ความสุข และโชคดีเข้าสู่บ้าน ขับสิ่งชั่วร้าย หรือโชคร้ายออกจากบ้าน เพิ่มความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว นำพาธุรกิจการค้าให้เจริญรุ่งเรือง   ปลาเสริมดวงที่นิยมกันมีอยู่ 4 ชนิดด้วยกัน ปลาเงิน ปลาทอง เลี้ยงเพื่อให้เงินทองไหลมาเทมา พันธุ์ที่นิยมก็ได้แก่ กลุ่มสายพันธุ์หัวสิงห์ ออรันดา หรือฮอลันดา เกล็ดแก้ว ตาโปน ริวกิ้น ตาลูกโป่ง ชูบุงกิ้น และ โคเมท และที่นิยมกันคือ 9 ตัว ให้เลือก 8 ตัว เป็นสีทอง และสีดำอีก 1 ตัว เพราะในความหมายบอกไว้ว่า 8 เป็นเลขที่แสดงถึงความไม่สิ้นสุดหมายถึงทำให้เรามีเงินทองไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนปลาสีดำ 1 ตัว คือหลักความเชื่อของไทยที่นับถือว่าเลข 9 เป็นเลขมงคล   ปลาหมอสี เชื่อว่าจะส่งผลให้อายุยืน และเกิดความมั่นคงมั่งคั่ง สายพันธุ์ ครอสบรีด “Cross Breed” ที่ถูกนิยมนำมาเลี้ยงเป็นอย่างมากเพราะลักษณะดี ตามการพัฒนาสายพันธุ์กระทั่งมีสรีระ ลวดลายและสีสันที่งดงาม หัวจะโหนกกลมใหญ่อันเป็นลักษณะเด่น ยิ่งใหญ่ยิ่งดี   ตามหลักโหราศาสตร์ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ หากโชคดีก็จะเจอตัวที่มีครบทั้ง 4 ธาตุ ธาตุไฟ หมายถึงความฉลาด กระตือรือร้น ธาตุดิน คือความสุขุมไตร่ตรองถ้วนถี่ ธาตุลม คือสติปัญญาความคิดสร้างสรรค์จินตนาการ ธาตุน้ำ หมายถึงการทำงานที่ว่องไวรวดเร็ว   ปลาอะโรวาน่า (ปลามังกร) เสริมดวงเสริมบารมี เหมาะกับนักธุรกิจหรือนักการเมือง ข้าราชการที่ต้องการเลื่อนตำแหน่ง การงานก้าวหน้ามั่นคง และเป็นที่น่าเกรงขาม มีบุญมีบารมี ปลามังกรทองจึงเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นปลาที่มีท่วงท่าและลีลาในการว่ายน้ำที่สง่างาม องอาจ เกล็ดมีขนาดใหญ่และสีสัน   ปลาคาร์ฟ เหมาะกับผู้ที่ทำการค้าขายช่วยให้มีผลกำไรมากขึ้นและประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ จำนวนการเลี้ยงก็จะเริ่มตั้งแต่ 1 ตัว ,3 ,5,7 หรือ 9 ตัว ถึงจะถือว่าเป็นมงคล ตามความเชื่อของฮวงจุ้ยญี่ปุ่นก็บอกไว้ว่าสายพันธุ์ที่ดีและเป็นมงคลก็คือ “พันธุ์โคฮากุ และ ตันโจ” สีประจำตัวคือสีแดงและสีขาวเป็น สีแดง หมายถึง : อำนาจและโชคลาภ สีขาว หมายถึง : สิ่งที่ดีมีมงคล   ขอขอบคุณข้อมูลจาก  home.sanook.com        
บ้านนี้ดี อยู่แล้วรวย ด้วยหลักฮวงจุ้ย

บ้านนี้ดี อยู่แล้วรวย ด้วยหลักฮวงจุ้ย

เชื่อกันว่า "ฮวงจุ้ย" ส่งผลต่อชีวิตของผู้อยู่อาศัยในหลายๆ ด้าน รวมถึงความมั่งคั่งร่ำรวยซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา เพราะฉะนั้นเรามาลองมาปรับฮวงจุ้ยเพื่อเสริมสิริมงคล เรียกโชคลาภและทรัพย์สิน ด้วยหลักการเหล่านี้ ที่คุณเองก็ทำได้ 1. เปิดรับพลังงานดี: บริเวณหน้าบ้านถือเป็นด่านแรกของการรับทรัพย์ และถือเป็นบ่อเกิดของ "ชี่" หรือพลังงานดี ที่จะไหลเวียนเข้ามาสร้างความสมบูรณ์พูนสุขให้กับคนในบ้าน เราจึงควรทำประตูและสวนหน้าบ้านให้โปร่งโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง หินก้อนใหญ่ หรือต้นไม้ใหญ่ มาบดบังทางเข้า เพื่อให้โชคลาภเข้ามาในบ้านเราได้อย่างสะดวก 2. กักเก็บทรัพย์: เพื่อป้องกันไม่ให้โชคลาภและทรัพย์สินรั่วไหล ทางฮวงจุ้ยแนะนำว่าควรสร้างรั้วและประตูรั้วให้มีความสูงเท่ากัน หลีกเลี่ยงรั้วที่มีเหล็กปลายแหลมหันชี้เข้าบ้าน สำหรับประตูบ้าน ก็ไม่ควรให้ประตูหน้ากับประตูหลังตรงกัน แต่หากสร้างไปแล้ว สามารถแก้ไขได้โดยนำฉากหรือม่านมากั้น นอกจากนี้ ถ้ามีส่วนใดในบ้านที่แตกร้าวรั่วซึม แนะนำให้รีบซ่อมแซมให้เรียบร้อย เพราะฮวงจุ้ยเชื่อว่ารอยร้าวจะทำให้เก็บเงินไม่อยู่ โชคลาภ และสิ่งดีๆ ที่เข้ามาก็อาจหลุดลอยไปได้ง่ายๆ 3. โชคลาภไหลเวียนทั่วบ้าน: เพื่อให้พลังงานดีเข้าถึงทุกส่วนของบ้าน เราควรจัดบ้านให้โล่ง เป็นระเบียบ เน้นให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก ไม่รก ไม่อับทึบ และภายในบ้านควรมีแสงสว่างเพียงพอในทุกจุด เพราะทางฮวงจุ้ยเชื่อว่า การมีมุมมืดทึบในบ้าน จะทำให้พลังหยินมากเกินไป จนเกิดเป็น "เคราะห์ห้องมืด" ที่อาจทำให้คนในบ้านเราอับโชค 4. ดึงดูดความมั่งคั่ง: ควรดูแลบ้านให้สะอาดและสวยสดใสอยู่เสมอ เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีก็จะดึงดูดสิ่งดีๆ รวมถึงโชคลาภเงินทองให้เข้ามาสู่ตัวเรา ทั้งนี้อาจเลือกใช้สีม่วงและสีเขียวตกแต่งบ้านทางทิศตะวันออกหรือทางหน้าบ้านที่หันไปยังทิศใต้เพื่อเสริมความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรือง หากมีสวนหน้าบ้านต้องบำรุงดูแลให้เขียวขจีอยู่เสมอ และอาจเลือกปลูกดอกไม้สีสดใส พร้อมทำสระน้ำเพื่อส่งเสริมให้โชคลาภเงินทองอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยหลักง่ายๆ เพียง 4 ข้อ ก็ช่วยปรับฮวงจุ้ยเสริมความร่ำรวยให้กับบ้านเราได้แล้วล่ะครับ ว่าแล้ววันหยุดนี้ก็ชวนคนในครอบครัวมาช่วยกันทำคนละไม้คนละมือดีกว่า งานนี้นอกจากจะได้เสริมฮวงจุ้ยแล้ว ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดียิ่งขึ้นให้กับบ้านเราด้วยนะครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : www.sherasolution.com
คอนโดฯ ฮวงจุ้ยดีๆ ทำไมต้องชั้นสูงๆ

คอนโดฯ ฮวงจุ้ยดีๆ ทำไมต้องชั้นสูงๆ

คอนโดมิเนียมเป็นที่พักอาศัยประเภทหนึ่งที่สามารถจัดฮวงจุ้ยได้ แต่อาจจะต่างกับบ้านนิดหน่อยตรงที่คอนโดฯ มักมีข้อจำกัดหรือมีทางเลือกไม่มากนักในการจัดหรือปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ย เพราะฟังก์ชั่นหรือตำแหน่งของห้องต่างๆ หรือเฟอรนิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ล้วนถูกกำหนดหรือเรียกว่าฟิกซ์ค่อนข้างตายตัวเกือบหมดแล้ว ไม่เหมือนกับบ้านที่ยังพอปรับเปลี่ยนมุมหรือตำแหน่งได้ง่ายกว่า     อย่างไรก็ตามในทางฮวงจุ้ยถือว่าคอนโดฯ เป็นลักษณะของฮวงจุ้ยที่ดีอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจจะดีกว่าบ้านด้วยซ้ำ เหตุผลเป็นเพราะอะไรมาฟังคำเฉลยของผู้รู้ไปด้วยกัน   อาคารสูงๆ ส่งเสริมพลังธาตุไม้และธาตุไฟ: หลักการของฮวงจุ้ยเชื่อว่าลักษณะโครงสร้างของอาคารเป็นเช่นไร ผู้อยู่อาศัยข้างในก็จะเป็นเช่นนั้น   *คอนโดฯ สูงเป็นลักษณะของพลังงานธาตุไม้และธาตุไฟ ส่งเสริมด้านสติปัญญาและชื่อเสียง ยิ่งอยู่ชั้นสูงๆ ยิ่งกระตุ้นให้เกิดความคิด สำเร็จในการขยายกิจการ ถ้าห้องมีระเบียงกว้างๆ หันหน้าไปทางทิศใต้หรือตะวันตกเฉียงใต้ก็จะยิ่งนำพารายได้เข้ามามาก   ด้วยเหตุนี้ลักษณะอาคารของคอนโดฯ ส่วนใหญ่ที่มักเป็นอาคารสูง หรือเป็นอาคารในทางยาว-แหลมอันเป็นลักษณะของพลังงานธาตุไม้และธาตุไฟ โดยพลังธาตุไม้เป็นการส่งเสริมด้านสติปัญญาและการพัฒนาตนเอง ขณะที่พลังธาตุไฟเป็นการส่งเสริมให้เกิดชื่อเสียง     ดังนั้นผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการใช้ความคิด เกี่ยวกับการใช้ชื่อเสียงเพื่อการหาเงิน หรือผู้ที่กำลังศึกษาหาความรู้อย่างนักเรียน นักศึกษาก็จะเหมาะมากสำหรับการอยู่คอนโดฯ   ห้องชั้นสูงๆ กระตุ้นความคิด: ข้อดีของการอยู่ในชั้นที่สูงนั้นไม่ค่อยมีอาคารอื่นมาบดบังระเบียงห้อง ซึ่งเปรียบได้กับปากประตูรับพลังจากลม ทำให้กระแสพลังแห่งโชคลาภพามาสู่ห้องเราได้ดีขึ้น และทัศนียภาพทางสายตาที่มีมีอะไรมาขวางกั้นจะช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของผู้อยู่อาศัยให้คิดกว้างและคิดไกล ส่งผลให้มีโอกาสประสบความสำเร็จสามารถขยายกิจการได้ง่าย จนมีคำกล่าวไว้ว่า “หากผู้ใดจะทำมาหากินกับแดนไกล เหม่งตึ๊งจะต้องโล่ง”     ถ้าเปรียบตามความหมายนี้ก็คือหากผู้ใดที่ทำงานกับชาวต่างชาติหรือขยายกิจการรองรับงานต่างประเทศก็ควรจะให้จุดที่เรามองจากระเบียงคอนโดฯ นั้นโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวาง เป็นการทำให้เกิดสภาพเหม่งตึ๊งดีๆ  ส่วนจะโล่งให้ไปถึงไหนนั้นขอนำเอาเคล็ดลับมาบอกคือ “หากอยู่ใกล้น้ำพิจารณาแม่น้ำหรือสระว่ายน้ำ อยู่ใกล้ถนนให้เลือกระเบียงไปหาถนน” เพราะทั้งถนนและแม่น้ำเป็นแหล่งจ่ายกระแสพลังนั่นเอง   มีระเบียงรับลมธรรมชาติ: ห้องคอนโดฯ ส่วนใหญ่มักเป็นห้องมีระเบียง โดยระเบียงห้องเปรียบได้กับประตูทางเข้าบ้านซึ่งเป็นทางที่มีลมธรรมชาติไหลเวียนผ่านมามากที่สุด ในทางฮวงจุ้ยใช้พิจารณาในเรื่องรายได้ หากสามารถรับลมเข้ามาได้มากยิ่งมีโอกาสรวยได้มากนั่นเอง   ดังนั้น ระเบียงที่เราเลือกก็ควรจะรับกับทิศทางลม และคอนโดฯ ที่หันระเบียงไปทิศใต้หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้จะทำให้ได้ลมเข้าบ้านได้มากที่สุด นอกจากทิศทางลมแล้วยังมีอีกสิ่งที่ต้องพิจารณานั่นคือขนาดของระเบียงหน้าประตู เราเรียกว่าเป็น “เหม่งตึ๊งภายนอก” ที่ยิ่งกว้างมากใหญ่มากยิ่งดีนั่นเอง   ที่กล่าวมาทั้งหมดจึงเป็นคำตอบได้ชัดเจนว่าการอยู่ในคอนโดฯ ชั้นสูงๆ นั้นส่งผลดีให้เราอย่างไรบ้าง แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดคงต้องทราบรายละเอียดดวงชะตาของผู้ที่จะเข้าไปอยู่ เนื่องจากซินแสผู้มีความรู้จะได้คำนวณเลือกห้องในตำแหน่งที่ดีที่สุดให้กับท่านนั่นเอง   ที่มา : คอลัมน์ Feng Shui ประจำเดือน ก.ย. 59 นิตยสาร Home Buyers' Guide  
8 เคล็ดลับเลือกบ้านเดี่ยวตามหลักฮวงจุ้ย

8 เคล็ดลับเลือกบ้านเดี่ยวตามหลักฮวงจุ้ย

1. บ้านที่มีลักษณะดี คือ ด้านหน้ามีน้ำ และด้านหลังมีภูเขาโอบรอบ เพราะสระน้ำหรือคลองน้ำอยู่หน้าบ้าน จัดว่าเป็นความอุดมสมบูรณ์ ส่วนภูเขาที่โอบอยู่ด้านหลังนั้น หมายถึงความคุ้มครองที่ทำให้เกิดความรู้สึกมั่นคงและแข็งแรง 2. บ้านที่มีด้านหลังโล่งและมีน้ำไหลผ่าน จัดว่าไม่ดี เพราะจะทำให้เงินทองรั่วไหลออกจากบ้านได้ง่าย 3. หากหลัง บ้านมีตึกอื่นๆ สร้างอยู่ จะถือว่าดี เพราะมีลักษณะเหมือนขุนเขาที่โอบรอบตัวบ้านไว้แต่ก็จะต้องดูว่าตึกที่สร้างอยู่นั้นสูงใหญ่เกินไปหรือไม่ เพราะหากตึกมีลักษณะสูงใหญ่เกินไป ก็จะทำให้มีลักษณะข่มบ้านของเรา ลักษณะเช่นนี้จะถือว่าไม่ดี 4. บ้านที่อยู่หัวมุมถนน และ ถูกแสงไฟจากรถส่องอยู่ตลอดเวลาไม่ดี 5. ไม่ควรเลือกซื้อบ้านที่อยู่สุดโครงการ เพราะเป็นทางตัน และเป็นมุมอับซึ่งอาจทำให้เจ้าของบ้านได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระแสชี่ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางได้ 6. ไม่ควรเลือกซื้อบ้านที่อยู่ในที่ต่ำ พราะหากบ้านตรงข้ามอยู่ในพื้นที่สูงกว่า ก็จะทำให้บ้านฝั่งตรงข้ามข่มบ้านของเราได้นอกจากนี้เวลาฝนตกน้ำไหลลงมา ก็จะทำให้บ้านของเราโดนน้ำท่วมได้รับความลำบากก่อนเสมอ 7. บ้านที่อยู่ตรงทางสามแพร่ง หรือเยื้องทางสามแพร่งจัดว่าไม่ดีมากๆ เพราะจะได้รับอิทธิพลโดยตรงจากลมและน้ำ ซึ่งไม่เป็นมงคลอย่างมากกับตัวเจ้าของบ้าน 8. ควรเลือกซื้อบ้านเดี่ยว ที่มีบ้านอื่นๆ โอบรอบ เพราะถือเป็นบ้านที่ดีสำหรับบ้านที่อยู่ในตำแหน่งหัวและท้ายสุดของโครงการ จัดเป็นบ้านที่ไม่ดี   ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ : คิดดี มีโอกาสรวย
การติดกระจกในบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

การติดกระจกในบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

ตามหลักฮวงจุ้ยนั้น การติดกระจกในบ้านไม่ใช่แค่เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อความสวยงามเท่านั้น กระจกยังสามารถนำพาพลังชีวิต และความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ผู้อยู่อาศัยได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามการใช้กระจกตามหลักฮวงจุ้ย ยังมีความเข้าใจผิดกันอยู่มาก เพราะใช่ว่าเราจะสามารถติดกระจกได้ในทุกที่ ทุกห้องในบ้านมาดู 5 จุด ที่สามารถติดกระจกได้กันก่อน 1.จุดที่สะท้อนเห็นวิว หรือทิวทัศน์ที่สวยงาม เช่นหากในห้องนั่งเล่น หรือห้องรับประทานอาหาร สามารถมองเห็นวิวสวย ๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ท้องฟ้า สวน หรือสิ่งใดก็ได้ ที่ดูแล้วว่ามีความงาม เราสามารถนำกระจกมาติดเพื่อให้สะท้อนภาพเหล่านั้นได้ ห้องก็จะดูสวยขึ้นเป็นสองเท่า 2.จุดที่สะท้อนภาพของการรับประทานอาหารหรือการพักผ่อน ห้องรับประทานอาหารเป็นจุดที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการติดกระจก เพราะการรับประทานอาหารนั้น แสดงถึงความมั่งคั่งของครอบครัวและทำให้มีพละกำลัง ส่วนห้องนั่งเล่นนั้นถือเป็นศูนย์รวมของคนในครอบครัว เมื่อติดกระจกเข้าไปจะสะท้อนให้เห็นจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งถือว่าช่วยดึงพลังเข้ามาในบ้านเช่นกัน 3.ติดกระจกเพื่อปิดบังสิ่งไม่พึงประสงค์บางอย่าง บางครั้งกระจกก็ช่วยปิดสิ่งที่ไม่ต้องการจะให้เห็น เช่น เสาทรงเหลี่ยม ในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสากลางบ้าน หรือกลางห้อง การติดกระจกเข้าไปที่เสา ทั้ง 4 ด้าน ก็ช่วยบังเสาได้เป็นอย่างดี 4.ใช้กระจกเป็นเคล็ดเพิ่มเงินหรือสมบัติ เช่นในสำนักงาน ติดกระจกสะท้อนบริเวณจุดรับเงิน บริเวณที่ใช้เก็บเงิน หรือเครื่องเพชร รวมทั้งบริเวณด้านหน้าประตูร้านค้า ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะสามารถ ดึงเงิน ดึงทรัพย์สมบัติ ดึงลูกค้า ให้เพิ่มขึ้นมาได้ 5.ติดกระจกในที่แคบ เช่น ถ้าในบ้านมีห้องที่เล็กมาก ๆ หรือมีทางเดินยาว จุดนี้เหมาะอย่างยิ่งที่จะติดกระจก เพราะมันจะทำให้ดูไม่ทึบแคบ หรืออึดอัด การติดกระจกบนผนังขนานไปกับทางเดินนี้ หลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะช่วยให้พลังงานไม่ไหลออกไปเร็ว และยังทำให้บริเวณนั้น ดูสวยงาม น่าสนใจยิ่งขึ้น ส่วนจุดที่ไม่ควรติดกระจกนั้น ก็มีอยู่ด้วยกัน 5 จุดเช่นกัน -    ไม่ควรติดกระจกตรงข้ามกับประตูหน้าบ้าน เพราะจะเป็นการผลักพลังให้ออกไปทางประตู และทุกครั้งที่เจ้าของบ้านเปิดประตูออกไป กระจกจะสะท้อนให้เห็นภาพของการเดินออกซ้ำแล้วซ้ำอีก จุดนี้จึงถือเป็นจุดต้องห้าม -    อย่าติดกระจกสะท้อนภาพวิวที่ดูไม่ดี หรือเป็นภาพที่มีความหมายในเชิงลบ เช่น กระจกต้องไม่สะท้อนให้เห็นประตูห้องน้ำ เตาไฟ หรือบริเวณรก ๆ ของบ้าน เพราะภาพที่สะท้อนในกระจกจะดึงพลังในสิ่งนั้นออกมาเช่นเห็นเตาไฟก็สะท้อนความร้อนเป็นต้น -    อย่าติดกระจกในจุดที่อาจเป็นอันตรายหรือจุดที่จะไปลดทอนพลังงาน อย่างเช่นไม่ควรติด ณ จุดสิ้นสุดทางเดิน ทางขึ้นหรือลงบันได เพราะนอกจากเชื่อว่าจะเป็นการตัดพลังแล้วยังเป็นอันตรายด้วย -    ไม่ควรติดกระจกในห้องนอน เพราะอาจจะทำให้นอนไม่หลับ โดยเฉพาะจุดที่สะท้อนเตียงนอน ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า ไม่เป็นผลดีต่อชีวิตแต่งงาน และทำความสัมพันธ์ไม่ราบรื่น -    ห้ามติดกระจกเว้า และถ้ากระจกแตกต้องนำออก สำหรับกระจกเว้านั้น เชื่อกันว่าจะส่งพลังไปยังจุดที่สะท้อน หากสะท้อนไปยังบ้านเรือนใกล้เคียงจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านไม่ดี ส่วนใหญ่แล้ว มักจะใช้ในการสะท้อนพลังที่ไม่ดีออกไป ซึ่งหากติดตั้งในจุดที่สะท้อนเข้ามาในบ้าน ก็ไม่เป็นผลดีเช่นกัน ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงมากกว่า ส่วนกระจกแตก หรือกระจกร้าว ยิ่งมีความหมายในทางไม่ดีหนักเข้าไปอีกว่าจะทำให้เกิดการแตกแยก แตกหัก จึงควรจะต้องนำออกไปทันที   ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.sanook.com
ไม่อยากโสดตลอดชีวิต เช็กฮวงจุ้ยสักนิดก่อนจัดบ้าน!

ไม่อยากโสดตลอดชีวิต เช็กฮวงจุ้ยสักนิดก่อนจัดบ้าน!

คนโสดที่กำลังห่อเหี่ยวเดียวดายเพราะไร้คู่ อย่าเพิ่งท้อใจไปว่าจะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต เพราะอาจมีคนดี ๆ เดินเข้ามาหากลองจัดบ้านใหม่ตามฮวงจุ้ย ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้  จะทนเหงาหงอยมองเห็นใครเขามีคู่อยู่ทำไม ใช่ว่าคนโสดคนสุดท้ายของโลกใบนี้จะเป็นเราซะเมื่อไร เพราะวันนี้คนโสดจะไม่ต้องทนเหงาอีกต่อไป ถ้าได้ลองจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเรียกความรักที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ความรักดี ๆ ก็จะร้องเรียกหาคุณเอง งานนี้ขอบอกเลยว่าต่อให้คุณจะโสดเหงาเศร้าใจมานานนับแรมปี แต่ฮวงจุ้ยดี ๆ เหล่านี้จะทำให้คุณต้องเตรียมผ้าไว้ซับหัวกระไดบ้านทุกวี่ทุกวันแน่นอนครับ 1. เก็บความทรงจำเก่า ๆ เข้ากรุไปซะ แม้เรื่องราวและความทรงจำเก่า ๆ จะยังคงตราตรึงใจคุณมากแค่ไหน ถ้าหากอยากมีรักใหม่ก็จำเป็นที่จะต้องเก็บมันไว้ก่อน บรรดารูปภาพความทรงจำจากคนรักเก่า จดหมายรัก หรือของขวัญที่ยังอยู่เป็นหนามแทงใจคุณอยู่ควรเก็บลงกล่องให้หมด 2. จัดห้องนอนให้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยเป็นคู่ สาวโสดอย่างเราก็ควรจะจัดห้องนอนให้เหมือนกับคนมีแฟนได้นะ เพราะหากว่ากันตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีแล้ว สาวโสดควรจัดห้องนอนให้มีมุมโรแมนติกอย่างโซนนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยเทียนไขคู่ สร้างบรรยากาศโรแมนติกเพื่อรักษาพลังชี่ (Chi) ทางด้านความรักให้ไหลเวียนอยู่สม่ำเสมอ 3. ตั้งเตียงให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะจัดห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ยเพื่อดึงดูดความรักหรือจะจัดเพื่อรับโชคลาภก็ตาม อย่างไรเสียเตียงนอนก็ไม่ควรตั้งให้ตรงกับประตูห้องเพราะองศานี้เปรียบเสมือนทิศแห่งความตาย ที่สำคัญไม่ควรใช้กระจกบานใหญ่แต่งห้องนอนเพราะจะสะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องและทำให้สาว ๆ หมดความมั่นใจในตัวเอง 4. เปิดรับพลังแห่งรักให้ถูกทิศ ห้องนอนนั้นมีมุมพลังแห่งรักซ่อนตัวอยู่แล้วนั่นก็คือทิศตะวันตกเฉียงใต้ ควรหาโมบายคริสตัลมาตกแต่งบริเวณนั้นด้วยริบบิ้นสีแดงหรือประดับห้องด้วยดอกโบตั๋นสีแดงที่มีความหมายเป็นสิริมงคลก็ได้ครับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิธีทาสีผนังที่ต้องการด้วยโทนสีชมพูหรือแดงแทนก็ได้ครับ ที่สำคัญอย่าลืมเก็บดอกไม้แห้งและของเก่าดูรกหูรกตาทิ้งไปซะให้หมด 5. ใช้องค์ประกอบของธรรมชาติมาตกแต่ง ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม้ โลหะ และโลกถือว่าเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว ดังนั้นตามหลักฮวงจุ้ยจึงแนะนำให้คนที่อยากมีคู่นั้นตกแต่งบ้านด้วยองค์ประกอบของธรรมชาติ อย่างเช่น เน้นใช้โทนสีขาว-เทา พรมถักจากเส้นใยธรรมชาติ โคมไฟประดับคริสตัล หรือนำรูปปั้นดินมาวาง เพื่อให้รักษาพลังและเติมเต็มความรักให้ห้องนอนของคุณ 6. เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เป็นผ้าลินิน ฮวงจุ้ยดี ๆ ไม่ได้มีแค่การจัดตำแหน่งให้ถูกทิศเท่านั้น แต่เราต้องเลือกใช้วัสดุและสีสันให้ถูกต้องด้วยเช่นกัน แนะนำสาวโสดทั้งหลายเปลี่ยนผ้าปูที่นอนแบบธรรมดา ๆ มาเป็นผ้าลินินที่มีสีสันสุดโรแมนติกอย่าง แดง ขาว หรือเขียวสว่างกันเถอะครับ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ควรใช้ผ้าปูที่นอนผ้าลินินสีแดงบ่อยเกินไป เพราะความร้อนแรงของโทนสีนี้จะค่อย ๆ ลบล้างความโรแมนติกให้จางหายไปนั่นเอง 7. ไม่ควรวางโต๊ะทำงานในห้องนอน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าห้องนอนเป็นห้องที่ต้องการความเงียบสงบและผ่อนคลายเท่านั้น หากมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่ในห้องนอนความเครียดจากการงานก็จะดึงพลังลบเข้ามาและทำให้รู้สึกเครียดทั้งตอนหลับและตอนตื่น ซึ่งแบบนี้ก็เท่ากับว่าเป็นการทำลายบรรยากาศโรแมนติกของสาวโสดให้พบรักยากขึ้นไปอีก 8. จัดระเบียบบ้านให้ลงตัว การจัดระเบียบบ้านให้ใช้ชีวิตได้อย่างลงตัวนั้น ถือว่าเป็นการเสริมสร้างเสน่ห์ให้สาวโสดดูฮอตขึ้นมาเลยล่ะ เพียงแค่จัดระเบียบข้าวของเครื่องใช้ ภายในครัว บนโต๊ะทำงาน หรือแม้กระทั่งโรงรถให้หยิบจับถนัดมือ เท่านี้การใช้ชีวิตของเราก็จะง่ายและคล่องตัวขึ้น รับรองเลยว่าใครเห็นก็ต้องหลงรักไปทุกราย 9. จัดห้องน้ำได้ถูกหลัก ความรักก็จะเข้ามาหาเอง สำหรับการจัดห้องน้ำของคนโสดให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย แค่ทาสีผนังด้วยสีทาบ้านโทนอบอุ่นเพื่อเสริมสร้างพลังชี่ (Chi) ให้ไหลเวียนอยู่ตลอด ตกแต่งด้วยภาพผลงานศิลปะที่เกี่ยวกับความรัก เปลี่ยนผ้าเช็ดตัวให้มีสีหรือลายเป็นเซตเดียวกัน และที่สำคัญควรหมั่นดูแลห้องน้ำให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ 10. จัดสวนต้อนรับความรักสำหรับบ้านสาวโสด ฮวงจุ้ยไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในบ้านเพียงอย่างเดียวเพราะจริง ๆ แล้วการเลือกต้นไม้มาปลูกในสวนก็สำคัญไม่แพ้กัน แนะนำให้สาวโสดปลูกพืชที่เป็นผลไม้สัก 2-3 ชนิดหรือปลูกไม้ดอกงาม ๆ อย่าง ดอกโบตั๋นแดง เพื่อเปล่งประกายเสน่ห์และความอ่อนโยนในตัวคุณ ถึงฮวงจุ้ยจะเป็นหลักตามความเชื่อ แต่ก็มีจุดประสงค์และเทคนิคที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน หากสาวโสดคนไหนที่ยังคงนั่งเหงาใจอยากมีคู่กับใครเขาบ้าง ก็จงอย่าปล่อยให้เวลาผ่านเลยไป หันมาเอาใจใส่จัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเรียกความรักที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ดีกว่าครับ   ขอขอบคุณข้อมูลจาก : home.kapook.com
7 ลักษณะบ้านอยู่แล้ว “จน”

7 ลักษณะบ้านอยู่แล้ว “จน”

คงไม่มีใครอยาก “จน” ทุกคนก็คงอยากรวย มีอิสระทางการเงินกันทั้งนั้น บางคนอาจสงสัยว่าทำไมตั้งใจทำงาน ขยัน อดออม แต่ทำไมไม่เคยมีเงินมีทอง หรือมั่งมีเหมือนคนอื่น ถ้าคุณพยายามทำทุกอย่างเต็มความสามารถแล้ว เราอยากให้คุณลองสังเกตหรือพิจารณาฮวงจุ้ย หรือตำแหน่งที่ตั้งของบ้านคุณดูว่าบ้านคุณเข้าข่ายอยู่แล้วจนหรือเปล่า   1.บ้านในสภาพแวดล้อมสกปรก จะยิ่งทำให้บ้านขาดพลังชี่ สังเกตดูก็ได้ว่าไม่ว่าคุณจะทำงานหนักแค่ไหนเหมือนเหนื่อยฟรี ดังนั้นคุณควรดูแลทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย โปร่ง โล่ง สะอาด 2.บ้านต่ำกว่าถนน หรือสูงกว่าถนน สำหรับบ้านที่ต่ำหรือสูงกว่าถนนเกินไปนั้นไม่ดีเพราะทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามไม่ไหลเข้าบ้าน หรือไล่เข้าบ้านได้ไม่ถนัดนัก วิธีแก้ไขสำหรับบ้านที่อยู่ต่ำกว่าถนนคือการทำลานหน้าบ้านเปิดรับพลังเหล่านั้นให้ไหลเข้าบ้าน 3.บ้านโดนสะพานตัดผ่าน ส่งผลให้มองไม่เห็นบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าไม่เหมาะสม 4.ประตูและหน้าต่างมีจำนวนมากจนเกินไป หากพิจารณาตามหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าการมีประตูและหน้าต่างมากจนเกินไปนั้นจะยิ่งเป็นช่องทางให้เงินไหลออกจากบ้าน วิธีแก้ไขคือการเปิดหน้าต่างบางบานหรือใช้ผ้าม่านช่วย 5.รั้วบ้านเตี้ย บ้านที่เน้นการโชว์ความสวยงามของบ้าน อาจจะเลือกทำรั้วเตี้ยๆ เป็นไม้ระแนง ทำให้ไม่สามารถเก็บเงินทองไว้ได้ 6.เปิดประตูแล้วเจอบันได บ้านแบบนี้ยิ่งทำงานหนัก เงินยิ่งรั่วไหล ไม่เข้ากระเป๋า 7.ประตูทางเข้าบ้านแคบ และรก ประตูเป็นทางเข้าของโชคลาภก็จริง แต่คุณควรเคลียร์พื้นที่บริเวณประตูให้สะดวกสำหรับสิ่งดีๆ จะวิ่งเข้ามาด้วย     ขอขอบคุณข้อมูลจาก home.sanook.com        
10 ลักษณะบ้านอยู่แล้วรวย

10 ลักษณะบ้านอยู่แล้วรวย

ในการออกแบบบ้าน นอกจากจะต้องคำนึงถึงดีไซน์และความชอบส่วนตัวแล้ว สิ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งเป็นความเชื่อโดยทั่วไปว่าจะช่วยเสริมโชคลาภและเป็นสิริมงคงของผู้อยู่อาศัย เราลองไปดูกันดีกว่าครับ ว่าลักษณะบ้านที่ดีที่อยู่แล้วรวยจะมีลักษณะเป็นยังไงกันบ้าง 1. อยู่แล้วเฟื่องฟู บ้านที่มีลักษณะเป็นตอนยาวลึก หรือเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าถื่อว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมากๆ เป็นบ้านแห่งความเป็นสิริมงคล ส่งเสริมให้ผู้ที่อยู่อาศัยคิดทำสิ่งใดก็ก้าวหน้า เฟื่องฟู มีแต่ความสุข ความอบอุ่น 2. ประตูบ้านเสริมโชค บ้านที่มีประตูบ้านอยู่ทางซ้ายมือของตัวบ้าน ตามหลักฮวงจุ้ยเรียกว่า เป็นตำแหน่งมังกรเขียว ซึ่งเป็นลักษณะที่ดีมากของตำแหน่งประตูที่เปิดเข้า-ออกตลอดเวลา เพราะตำแหน่งที่ว่านี้ถ้าได้เคลื่อนไหวจะเสริมให้บ้านมีโชคลาภเข้ามาอยู่เสมอ 3. ทางเดินเข้าบ้านเป็นพื้นราบต่อเนื่องเป็นปึกแผ่นเดียวกัน ทำให้คนในบ้านมีความรักใคร่กลมเกลียวกัน 4. บันไดบ้านที่ดี บันไดที่ดีของบ้านต้องมีจำนวนขั้นบันไดเป็นเลขคี่ถึงจะเป็นมงคล ตำแหน่งของบันไดบ้านที่ดี ควรจะอยู่ชิดที่ผนังด้านใดด้านหนึ่งของตัวบ้าน เพราะบันไดบ้านลักษณะดังกล่าวจะช่วยทำให้โชคลาภดี ส่งผลให้คนในบ้านมีความมั่งคั่งและเจริญก้าวหน้าได้ดี 5. ทิศของบ้านที่เป็นมงคล บ้านที่อยู่แล้วเป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ย คือบ้านที่ตั้งหันหน้ารับทางทิศใต้ซึ่งเป็นที่ว่าง เพราะจะมีกระแสลมที่ดีพัดพาแต่พลังอันเป็นมงคลเข้าสู่บ้าน ส่งผลทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยได้รับโชคลาภและอยู่อาศัยอย่างมีความสุข 6. ลักษณะบ้านทำเงินทำเลทอง บ้านที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำ โดยที่ลักษณะของแม่น้ำนั้นโค้งโอบล้อมเข้าหาตัวบ้าน ถือได้ว่าเป็นฮวงจุ้ยที่ดีมากๆ ผู้ที่อยู่อาศัยจะได้รับพลังที่ดีคอยเกื้อหนุนอยู่ตลอด ทำให้พบแต่ความสุขและความสำเร็จรวมไปถึงความร่ำรวยมั่งคั่ง 7. บ้านที่อยู่แล้วมีแต่ความสมบูรณ์ ลักษณะของที่อยู่อาศัย ที่มีรูปทรงของด้านหลังกว้างกว่าด้านหน้า ตามหลักฮวงจุ้ย เรียกลักษระนี้ว่ารูปทรงถุงทอง ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะที่ดี ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านแบบนี้จะได้รับโชคลาภ และพลังที่ดีคอยส่งเสริมอยู่เสมอทำให้มีแต่ความสุข ความสมบูรณ์ เกิดขึ้นในบ้าน 8. บ้านที่เขียวชอุ่ม อยู่แล้วเจริญรุ่งเรือง บ้านที่มีความเขียวชอุ่มจากต้นไม้ที่ร่มรื่นรอบๆ บ้านถือว่าเป็นลักษณะที่ดีมากๆ เพราะตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นถือ ว่าต้นไม้เป็นสัณลักษณ์ของความงอกงาม ความเจริญเติบโต ฉะนั้นบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ จึงได้รับพลังที่ดีคอยส่งเสริมให้มีแต่ความรุ่งเรือง ความก้าวหน้าอยู่เสมอ 9. สระน้ำมงคล สระน้ำหน้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นมงคลกับบ้านมากๆ เพราะสายน้ำจะช่วยส่งเสริมเรื่องความสมบูรณ์ร่ำรวยให้กับบ้าน และยังช่วยให้บ้านมีความสุขความร่มเย็นอีกด้วย 10. ปลูกต้นสนในบ้าน ช่วยเพิ่มชื่อเสียง บ้านที่ปลูกต้นสนขนาบไว้ทางด้านซ้ายและขวาที่หน้าบ้าน จะช่วยเสริมให้บ้านเป็นมงคลขึ้น เพราะต้นสนตามหลักของฮวงจุ้ยนั้นจะสามารถเรียกพลังที่ดีเข้าสู่บ้านได้ ส่งเสริมให้บ้านมีโชคลาภ มีความรัก ความอบอุ่น และยังเสริมดวงการงานของคนในบ้านให้มีความสำเร็จมั่นคงพร้อมด้วยชื่อเสียง เงินทอง   ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.naibann.com
ปรับฮวงจุ้ยบ้านให้ลูกหลานเรียนดี

ปรับฮวงจุ้ยบ้านให้ลูกหลานเรียนดี

ซินแสจีนมีคำกล่าวที่ว่า “ไม้ไฟพบกันก่อเกิดอัจฉริยะ” ดังนั้น ใครที่อยากให้ลูกหลานเรียนดี ประสบความสำเร็จทางการศึกษา ควรให้ความสำคัญกับธาตุไม้และธาตุไฟตามศาสตร์ฮวงจุ้ย เพราะธาตุไม้เป็นตัวแทนของการเจริญเติบโตทางปัญญาตามลักษณะของต้นไม้ที่หมั่นผลิยอด แตกใบใหม่ ส่วนธาตุไฟเป็นตัวแทนของความสว่าง ความโดดเด่น และการบรรลุทางปัญญา   การปรับฮวงจุ้ยภายในบ้านเพื่อส่งเสริมการศึกษาและเพิ่มการประสบความสำเร็จทางการเรียนให้แก่ลูกหลานสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่   1. เพิ่มแสงสว่างในห้องเรียนหรือห้องทำงาน ความสว่างมีลักษณะของพลังหยาง ช่วยเพิ่มความขยัน ความกระตือรือร้นในการศึกษาเล่าเรียน และถ้าห้องมีแสงสว่างไม่พออาจทำให้ง่วงเกินกว่าจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้   2. หันโต๊ะหนังสือออกไปทิศนอกหน้าต่าง หรือคำนวณพลังงานเพื่อหาทิศที่สามารถรับพลังแห่งการศึกษาได้ดี เพื่อส่งเสริมให้ลูกหลานตื่นตัว มีวิสัยทัศน์ และมีจินตนาการมากขึ้น   3. ไม่ปล่อยให้ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านเว้าแหว่ง เพราะทิศตะวันออกเฉียงใต้เป็นทิศที่พลังธาตุไม้และธาตุไฟบรรจบกัน การต่อเติมหรือประดับให้ทิศนี้มีลักษณะเด่นนูนขึ้นจะช่วยให้สะสมพลังงานดีได้ดีและโดดเด่นมากขึ้น   4. ปลูกต้นไม้สูงด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้าน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพลังงานธาตุไม้ สมัยโบราณอาจใช้วิธีสร้างเจดีย์บุ่งเชียงหรือหอตำราซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการสนใจการศึกษาด้วย และถ้าทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านมองออกไปเห็นตึกสูงๆ มียอดแหลมคล้ายต้นไม้ก็นับเป็นการรับพลังธาตุไม้ได้เช่นกัน   5. จัดห้องนอนให้อยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ผู้เรียนรับพลังงานจากธาตุไม้และธาตุไฟที่มาบรรจบกันได้ดีขึ้น สามีภรรยาที่ยังไม่มีลูก ถ้านอนในห้องตำแหน่งนี้ ลูกที่จะเกิดมาก็จะได้รับพลังและมีโอกาสเรียนดีด้วย   6. ปรับสมดุลบ้านให้เข้ากับพลังประจำปี การคำนวณพลังประจำปีและปรับของแต่งบ้านให้เข้ากับพลังนั้น เป็นต้นว่านำแจกันแก้วใสหรือแจกันเซรามิกใส่กิ่งไม้สีเขียวสด เติมน้ำเล็กน้อยและวางไว้ในตำแหน่งที่รับพลังประจำปีได้เต็มที่ ช่วยส่งเสริมให้ลูกหลานประสบความสำเร็จทางการเรียนได้ดีขึ้น   ขอขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม www.home.co.th
จัดสวนหน้าบ้าน ส่งเสริมโชคลาภตามหลักฮวงจุ้ย

จัดสวนหน้าบ้าน ส่งเสริมโชคลาภตามหลักฮวงจุ้ย

จัดสวนหน้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ย ส่งเสริมความร่ำรวยและโชคดีให้ผู้อยู่อาศัย ด้วยวิธีจัดสวนหน้าบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลดังต่อไปนี้ เรื่องฮวงจุ้ยไม่ได้สัมพันธ์กับการตกแต่งภายในบ้านเท่านั้น เพราะพื้นที่หน้าบ้านก็ส่งผลต่อความเป็นมงคลของชีวิตเช่นกัน เนื่องจากเป็นด่านแรกที่มองเห็นจากภายนอก ทั้งยังเป็นช่องทางให้พลังงานไหลผ่านเข้ามาในบ้านได้ ดังนั้นการจัดสวนหน้าบ้านให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยจึงสามารถดึงดูดโชคดีให้เข้ามาในชีวิตได้ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีเคล็ดลับที่จะดึงดูดโชคให้แก่ผู้อยู่อาศัยในบ้าน ด้วยเทคนิค การจัดสวนหน้าบ้านตามหลักฮวงจุ้ย จากเว็บไซต์ HubPages ที่นำมาฝากกัน เสริมมงคลทุกด้านด้วย "ต้นไม้-ดอกไม้" ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว เราไม่ควรปลูกต้นไม้ใกล้ตัวบ้านจนเกินไป เพราะนอกจากจะบังแสงอาทิตย์ให้ส่องมาไม่ถึงแล้ว ยังสกัดกั้นพลังชี่หรือพลังของชีวิตที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยขาดพลังและแรงจูงใจได้ นอกจากนี้ต้นไม้ที่ปลูกควรจะมีสุขภาพดี เพราะทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาหรือตาย จะนำโชคร้ายและปัญหาทางสุขภาพมาให้ ดังนั้นหากมีต้นไม้ตายในสวนให้รีบนำออกไปโดยเร็วที่สุด ในทางฮวงจุ้ยถือว่าดอกไม้ทุกชนิดจะนำพลังงานทางด้านบวกมาให้กับบ้าน แต่มีดอกไม้อยู่ 5 ชนิดที่ถือว่าเป็นมงคลมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น ซึ่งได้แก่ดอกไม้ดังต่อไปนี้ ดอกโบตั๋น ผู้เชี่ยวชาญยกย่องให้ดอกโบตั๋นเป็นดอกไม้มงคลสูงสุด เพราะเป็นตัวแทนของความมั่งคั่งและความรัก โดยหากเมื่อไหร่ที่ดอกโบตั๋นบาน เชื่อว่าจะนำโชคดีมาสู่ผู้อยู่อาศัยในบ้านนั้น ๆ ดอกเบญจมาศ เป็นตัวแทนของความรักและเสียงหัวเราะ นอกจากนี้สีเหลืองทองของตัวดอก ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสะดวกสบายและหรูหรา ทั้งยังปลูกง่ายไม่ว่าจะที่ร่มหรือกลางแจ้ง ดอกจำปีและกล้วยไม้ เป็นตัวแทนของความอ่อนหวาน ความเป็นผู้หญิง และความช่วยเหลือเกื้อกูล ดังนั้นหากใครปลูกดอกไม้สองชนิดนี้เอาไว้ในสวน แขกที่มาเยือนจะรู้สึกถึงความผ่อนคลายและต้อนรับ ดอกบัว เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ สงบ สร้างสรรค์ และชาญฉลาด เพราะดอกบัวโผล่ขึ้นมาจากโคลนและบานเหนือผืนน้ำ โดยดอกบัวยังเป็นตัวแทนของศาสนาและการรู้แจ้งอีกด้วย              นอกจากดอกไม้ 5 ชนิดตามที่กล่าวมาแล้ว ยังมีดอกไม้อื่น ๆ ที่ถือว่าเป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ยเช่นกัน ได้แก่ ดอกกุหลาบ ดอกเจอเรเนียม ดอกฮอลลี่ ซึ่งจะดึงดูดโชคด้านความมั่งคั่ง ส่วนดอกทิวลิป ดอกมะลิ และดอกแดฟโฟดิล จะดึงดูดโชคด้านมิตรภาพและความโรแมนติกนั่นเอง "บ่อเลี้ยงปลา" ตัวดึงดูดโชคการงาน-การเงิน              บ่อเลี้ยงปลาถือเป็นวัตถุมงคลขั้นสูงที่จะเพิ่มโชคทางด้านการเงิน พร้อม ๆ ไปกับสร้างความสวยงามให้สวน ที่เป็นอย่างนี้ก็เนื่องมาจาก "น้ำ" เกี่ยวข้องกับความเจริญรุ่งเรืองและความโชคดี ส่วน "ปลา" เป็นสัตว์ที่ต้องว่ายทวนน้ำและกระโดดข้ามน้ำตกเพื่อที่จะผสมพันธุ์ ดังนั้นจึงเป็นตัวแทนของความอุมสมบูรณ์ ความพยายาม และความก้าวหน้าในอาชีพการงานที่ควรมีไว้ในบ้านอย่างยิ่ง              ซึ่งจริง ๆ แล้วจะเลี้ยงปลาชนิดใดก็ได้ แต่ตามประเพณีฮวงจุ้ย ปลาที่นิยมเลี้ยงคือ ปลาทอง และปลาคาร์พ เพราะปลาทองมีสีที่เป็นมงคล ส่วนปลาคาร์พในภาษาจีนจะออกเสียงว่า "หยูหลี่" ซึ่งพ้องกับคำว่า "มั่งคั่ง" นอกจากนี้ตามหลักฮวงจุ้ยยังนิยมให้เลี้ยงปลาจำนวน 9 ตัว โดยเป็นปลาทอง 8 ตัว และปลาสีดำอีก 1 ตัว เพราะเลข 8 เป็นเลขนำโชคที่เชื่อว่าจะดึงดูดโชคลาภ ส่วนปลาสีดำเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัยในบ้าน              ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการตั้งบ่อปลาคือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวน อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการสร้างบ่อปลาทางขวามือของประตูบ้าน เพราะจะทำให้เกิดโชคร้ายในชีวิตคู่ได้ "บ่อเลี้ยงปลา" ตัวดึงดูดโชคการงาน-การเงิน              บ่อเลี้ยงปลาถือเป็นวัตถุมงคลขั้นสูงที่จะเพิ่มโชคทางด้านการเงิน พร้อม ๆ ไปกับสร้างความสวยงามให้สวน ที่เป็นอย่างนี้ก็เนื่องมาจาก "น้ำ" เกี่ยวข้องกับความเจริญรุ่งเรืองและความโชคดี ส่วน "ปลา" เป็นสัตว์ที่ต้องว่ายทวนน้ำและกระโดดข้ามน้ำตกเพื่อที่จะผสมพันธุ์ ดังนั้นจึงเป็นตัวแทนของความอุมสมบูรณ์ ความพยายาม และความก้าวหน้าในอาชีพการงานที่ควรมีไว้ในบ้านอย่างยิ่ง              ซึ่งจริง ๆ แล้วจะเลี้ยงปลาชนิดใดก็ได้ แต่ตามประเพณีฮวงจุ้ย ปลาที่นิยมเลี้ยงคือ ปลาทอง และปลาคาร์พ เพราะปลาทองมีสีที่เป็นมงคล ส่วนปลาคาร์พในภาษาจีนจะออกเสียงว่า "หยูหลี่" ซึ่งพ้องกับคำว่า "มั่งคั่ง" นอกจากนี้ตามหลักฮวงจุ้ยยังนิยมให้เลี้ยงปลาจำนวน 9 ตัว โดยเป็นปลาทอง 8 ตัว และปลาสีดำอีก 1 ตัว เพราะเลข 8 เป็นเลขนำโชคที่เชื่อว่าจะดึงดูดโชคลาภ ส่วนปลาสีดำเป็นสัญลักษณ์ของความปลอดภัยในบ้าน              ตำแหน่งที่ดีที่สุดในการตั้งบ่อปลาคือ ทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวน อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงการสร้างบ่อปลาทางขวามือของประตูบ้าน เพราะจะทำให้เกิดโชคร้ายในชีวิตคู่ได้ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก   home.kapook.com
5 วิธีจัดฮวงจุ้ยห้องครัวเพื่อชีวิตสมบูรณ์พูนสุข

5 วิธีจัดฮวงจุ้ยห้องครัวเพื่อชีวิตสมบูรณ์พูนสุข

5 วิธีจัดฮวงจุ้ยห้องครัว เพื่อชีวิตสมบูรณ์พูนสุข การจัดห้องครัวให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จะช่วยเรื่องเสริมสร้างเรื่องความอุดมสมบูรณ์ให้กับชีวิตได้ ดังนั้นเรามาจัดฮวงจุ้ยห้องครัวเสริมความสมบูรณ์พูนสุขกันด้วยเทคนิคดังต่อไปนี้เลย คนโบราณถือว่าเป็นห้องครัวเป็นผู้รักษาจิตวิญญาณของบ้าน ดังนั้นในหลายพื้นที่จึงนิยมติดภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ เพื่อขอให้ช่วยดูแลความเป็นอยู่ของคนในบ้าน ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้วห้องครัวสัมพันธ์กับเรื่องสุขภาพและความอุดมสมบูรณ์ในชีวิต ดังนั้นการจัดฮวงจุ้ยห้องครัวให้ถูกต้องจึงมีชัยไปกว่าครึ่ง วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมี 5 เทคนิคจัดห้องครัวตามหลักฮวงจุ้ยมาฝาก ถ้าอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไรก็มาดูกันเลยครับ 1. ลักษณะห้องครัวที่ดี ห้องครัวที่ดีจะต้องไม่อยู่บริเวณทางเข้าหรือทางออกของบ้าน เพราะพลังงานดีจะเคลื่อนออกไปได้ง่าย นอกจากนี้ควรมีแสงสว่างที่เหมาะสม อากาศถ่ายเทได้ดี และน่าเข้าไปใช้งาน ห้องครัวควรเรียบง่าย และไม่มีอุปกรณ์ที่เยอะจนดูรกรุงรัง โดยอาจตั้งแจกันดอกไม้ ชามใส่ผลไม้ กระถางพืชสมุนไพร เอาไว้เพื่อดึงดูดพลังงานดี ๆ รวมถึงควรเลือกใช้สีในห้องครัวให้สวยงามกลมกลืน อย่างเช่น สีเหลือง เพราะดีต่อการย่อยอาหารนั่นเอง 2. จัดห้องครัวขนาดเล็กให้ถูกหลักฮวงจุ้ย ฮวงจุ้ยที่ดีสำหรับครัวขนาดเล็กคือ ต้องดูโปร่งสะอาดตา โดยอาจใช้ชั้นวางของที่เปิดโล่ง หรือตู้ที่เพ้นท์ด้วยสีอ่อน เช่น สีขาวหรือสีเหลืองอ่อน ไฟที่ใช้ในห้องครัวก็ควรสว่างอย่างเหมาะสม และอาจติดตั้งกระจกเพื่อหลอกตาให้พื้นที่กว้างขึ้น อย่าลืมตกแต่งห้องครัวด้วยกระถางพืชสมุนไพรเล็ก ๆ หรืออาจจะเป็นชามใส่ผลไม้ก็ได้ 3. ตำแหน่งการวางเตาในห้องครัว ด้วยเหตุที่เตาเป็นตัวแทนของธาตุไฟ ดังนั้นจึงควรตั้งเตาในตำแหน่งที่จะไม่ทำลายหรือถูกทำลายโดยธาตุไฟ ซึ่งก็คือทิศใต้และทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้านนั่นเอง นอกจากนี้ควรวางเตาในตำแหน่งที่มองเห็นห้องครัวได้ง่าย โดยหากเตาอยู่ในตำแหน่งที่ต้องหันหลังให้ห้องครัวตลอด เวลาย่อมส่งผลเสียเรื่องฮวงจุ้ยแน่ ๆ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้อาจส่งผลต่อฮวงจุ้ยไม่มากนัก แต่ควรนำไปพิจารณาร่วมกับการจัดห้องครัวด้วยหากทำได้ 4. การเลือกใช้จานให้ดีตามหลักฮวงจุ้ย การเลือกจานชามที่จะใช้ในบ้าน ให้เลือกจากจานชามแบบที่ใช้บ่อย โดยคำนึงถึงสีและรูปทรงที่ชอบ โดยตามปกติจานทรงกลมสีขาว จะเป็นตัวแทนของรากฐานที่อุดมสมบูรณ์ นั่นคือเหตุผลที่ภัตาคารนิยมใช้จานสีขาวทรงกลม นอกจากนี้สีขาวยังเหมือนกับผืนผ้าใบสะอาด ที่รอการแต่งแต้มสีสัน ส่วนทรงกลมสื่อถึงความหมุนเวียนและกลมกลืน อย่างไรก็ตามทั้งหมดที่กล่าวมานี้ไม่ได้แปลว่าจานทรงสี่เหลี่ยมนั้นไม่ดีตามหลักฮวงจุ้ย เพียงแต่ให้พลังงานที่ต่างออกไป คือความเชื่องช้า และสื่อถึงธาตุดินนั่นเอง 5. ใช้ฮวงจุ้ยห้องครัวช่วยลดน้ำหนัก สถานที่แรกในบ้านที่ควรใส่ใจหากต้องการจะลดน้ำหนักคือห้องครัว โดยต้องทำห้องครัวให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และสื่อถึงความสดชื่นหรือสว่างไสว ดังนั้นวิธีที่จะทำให้ห้องครัวสะอาดโล่ง คือการเคลียร์อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงตอนลดน้ำหนักออกไป นอกจากนี้ควรใช้สีที่ให้ความรู้สึกสงบเพื่อลดความอยากอาหาร เช่น สีฟ้า สีเขียว ส่วนสีที่ควรหลีกเลี่ยงคือสีแดง สีส้ม สีม่วง สีเหลืองสว่าง สีชมพู เพราะทำให้อยากอาหาร นอกจากนี้ให้ตั้งขวดน้ำและพืชสมุนไพรไว้ในห้องครัว จะช่วยส่งเสริมการลดน้ำหนักให้สำเร็จเป็นจริงได้   หลักดังกล่าวมานี้หลายคนคงรู้สึกว่าผสมผสานกับความเป็นวิทยาศาสตร์อยู่ในตัว ยังไงก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วรอรับความสมบูรณ์พูนสุขที่กำลังจะเข้ามาได้เลย ที่มา : http://home.kapook.com/view113920.html
15 ความเชื่อโบราณเรื่อง “บ้าน” ที่ควรเปลี่ยนความคิดได้แล้ว

15 ความเชื่อโบราณเรื่อง “บ้าน” ที่ควรเปลี่ยนความคิดได้แล้ว

คนไทยคุ้นเคยกับความเชื่อโบราณในเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับชีวิต ความเป็นอยู่มาเนิ่นนาน สำหรับความเชื่อโบราณเรื่อง “บ้าน” นั้นก็มีอยู่หลายข้อ ที่เรามักได้ยินแบบปากต่อปากต่อกันมาเรื่อยๆ  ความเชื่อแบบโบราณบางข้อเมื่อเวลาเปลี่ยนไป เราอาจต้องทำความเข้าใจและคิดให้เป็นเหตุเป็นผลในเชิงวิทยาศาสตร์ มากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจึงรวบรวม 15 ความเชื่อโบราณเกี่ยวกับเรื่อง “บ้าน” ที่เราควรคิดและเข้าใจความเชื่อเหล่านั้นเสียใหม่ ความเชื่อเดิม : 1.จิ้งจกร้องทัก ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด โดยถ้าเสียงนั้นอยู่ด้านหลังหรือตรงศีรษะให้เลื่อนการเดินทางแต่หากเสียงร้องทักอยู่ด้านหน้าหรือซ้าย ให้เดินทางได้ จะทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นสะดวกสบาย ความคิดใหม่ : การที่จิ้งจกร้องทักแล้วห้ามออกจากบ้าน จริงๆ แล้วเป็นการเตือนสติในเรื่องการเดินทางว่าก่อนออกจากบ้านต้องใช้ความระมัดระวัง และไม่ประมาท ในปัจจุบันขืนมัวฟังเสียงจิ้งจก พอดีไม่ต้องออกไปทำมาหากินกัน ความเชื่อเดิม : 2.นกแสกเกาะหลังคาบ้าน จะเกิดลางร้าย เพราะนกแสกเป็นนกที่ถือว่าให้ความอัปมงคล เนื่องจากโดยธรรมชาตินกแสกมักจะไม่มาปะปนอยู่ตามที่อยู่อาศัยของคน ความคิดใหม่ : สมัยนี้อย่าว่าแต่นกแสกเลยค่ะ นกอื่นๆ เราก็แทบจะเห็นกันได้ยากแล้ว ดังนั้นหากมีนกอะไรมาเกาะหลังคาบ้าน แล้วส่งเสียงร้อง ก็อย่าตกใจ หรือกังวลเกินเหตุ ความเชื่อเดิม : 3.ตัวเงินตัวทองคลานเข้าบ้าน ให้พูดแต่สิ่งดีๆ ไม่ให้ไล่ ความคิดใหม่ : จริงๆ แล้ว หากตัวเงินตัวทองคลานเข้าบ้าน เราก็ควรจะไล่นะคะ เพราะอาจเกิดอันตรายกับเราหรือเด็กๆ ได้ ซึ่งสมัยโบราณน่าจะใช้ตัวเงินตัวทองเป็นอุบายไม่ให้เราพูดคำหยาบคายมากกว่า ความเชื่อเดิม 4.ห้ามนำต้นไม้ที่วัดมาปลูกที่บ้าน เพราะเชื่อกันว่า ต้นไม้ที่ขึ้นตามวัดหรือนำไปปลูกที่วัดเป็นของสูงและสมควรอยู่ในวัด หากนำมาปลูกที่บ้านจะทำให้บ้านนั้นตกอับ ความคิดใหม่ : จริงๆ ของจากวัดเราก็ไม่ควรนำมาปลูกในบ้านของเราอยู่แล้ว อย่างเช่นต้นไม้ เราก็ควรเก็บไว้ที่วัดเพราะจะเป็นสาธารณะประโยชน์มากกว่า ความเชื่อเดิม 5.หากสัตว์ป่าเข้าบ้านเชื่อว่าจะนำความอัปมงคลมาให้ ควรจุดธูปเทียน ดอกไม้และเชิญให้ออกจากบ้าน พร้อมกับขอพรให้นำพาสิ่งดีงามมาให้ ความคิดใหม่ : แย่แล้วค่ะ ถ้าสัตว์ป่าเข้าบ้านเราก็ควรจะไล่นะคะ ถ้ามัวจุดธูปเทียน ดอกไม้อยู่ สัตว์ป่าอาจมาทำร้ายเราได้นะคะ ความเชื่อเดิม 6.ผึ้งทำรังในบ้าน เชื่อว่ามีโชค อย่าไปไล่หรือทำลายเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เกิดความหายนะ เพราะผึ้งเป็นแมลงนำโชคที่ขยันการทำงาน ความคิดใหม่ : ใครจะอยู่กับผึ้งก็เชิญเถอะค่ะ จริงอยู่ที่ผึ้งเป็นสัญลักษณ์ของความขยันขันแข็ง แต่ถ้าผึ้งเริ่มมาทำรังในบ้าน เราไม่ควรจะปล่อยให้เป็นรังขนาดใหญ่นะคะ เพราะยิ่งใหญ่จะยิ่งกำจัดได้ลำบาก ความเชื่อเดิม: 7.กลางคืนห้ามกวาดบ้าน เพราะเชื่อว่าจะเป็นการกวาดเงินกวาดทองที่สะสมมาตั้งแต่ตอนเช้าออกไปหมดซึ่ง ความคิดใหม่ : อาจเป็นได้ว่าเมื่อก่อนไม่มีไฟฟ้า ตอนกลางคืนมืดมาก การกวาดบ้านตอนกลางคืนจึงไม่ปลอดภัย ความเชื่อเดิม 8.ไม่ควรมีรูปภาพหรือรูปปั้นยักษ์ประดับตกแต่งบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยและทำให้มีแต่เรื่องเดือดร้อน ความคิดใหม่ : ภาพยักษ์คงไม่เหมาะสมที่จะนำมาตกแต่งบ้าน เพราะภาพยักษ์มักสะท้อนอารมณ์แบบตึงเครียด เราควรหาภาพวิวทิวทัศน์สวยๆ มาตกแต่งแทนจะเหมาะสมกว่านะคะ ความเชื่อเดิม 9.อย่าตั้งเตียงนอนโดยเอาหัวเตียงหันไปชนกับห้องน้ำ เพราะจะทำให้โชคลาภหนีหาย และอย่าตั้งเตียงนอนโดยหันปลายเตียงตรงกับประตูทางเข้าพอดี เพราะจะทำให้ฝันร้าย ความคิดใหม่ : จริงๆ แล้วถ้าพิจารณาตามหลักฮวงจุ้ย การตั้งเตียงนอนโดยหันหัวเตียงไปชนกับห้องน้ำนั้นความชื้น กลิ่นจากห้องน้ำอาจรบกวนทำให้เรานอนหลับไม่สนิทได้ นอกจากนั้นการตั้งเตียงนอนโดยหันปลายเตียงตรงกับประตูทางเข้า นั้นก็ไม่เหมาะสมเพราะห้องนอนควรเป็นห้องที่มีความเป็นส่วนตัว ถ้าเตียงตรงกับประตูทางเข้าคนภายนอกจะมองเห็นเตียงนอนของเราได้ ความเชื่อเดิม 10.อย่าปล่อยให้ครัวสกปรก เพราะจะทำให้อับโชค ขาดเงิน ขาดทอง ความคิดใหม่: เรื่องครัวสกปรกไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ในบ้านของเรานะคะ แต่น่าจะเกี่ยวกับสุขภาวะของคนในครอบครัวมากกว่า ดังนั้นเราควรหมั่นทำความสะอาดห้องครัวอย่างสม่ำเสมอ ความเชื่อเดิม 11.ถ้าปล่อยให้กระจกในบ้านขุ่นมัว จะทำให้ดวงชะตาของคนในบ้านจะหม่นหมอง ทำอะไรก็ไม่ขึ้น จึงต้องหมั่นเช็ดกระจกสม่ำเสมอ ความคิดใหม่: การทำความสะอาดกระจกอย่างสม่ำเสมอเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว เพราะจะทำให้บรรยากาศของบ้านน่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น ความเชื่อเดิม 12.ควรหมั่นดูแลหิ้งพระให้สะอาดสม่ำเสมอ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการทำให้เกิดความอับโชคหรือเสื่อมลาภ เสื่อมยศได้ ความคิดใหม่: จริงๆ แล้วทุกจุดในบ้านควรได้รับการดูแล ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว สำหรับหิ้งพระนั้นก็เช่นกัน ความเชื่อเดิม 13.ในบ้านควรมีไข่และส้มในตะกร้าเสมอ เพื่อเรียกความสมบูรณ์พูนสุขเข้าบ้าน ความคิดใหม่ : ตามความเชื่อของคนจีน การมีส้มไว้ในบ้านก็ถือเป็นเรื่องดีๆ แต่ถ้าตามหลักความเป็นจริงการมีไข่หรือส้มติดบ้านไว้ ก็เป็นการเตรียมความพร้อมในเรื่องอาหารการกิน ความเชื่อเดิม 14.ห้ามนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก จะทำให้นอนฝันร้าย ตื่นขึ้นมาไม่สดชื่น ความคิดใหม่ : การนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตกนั้นจริงๆ แล้วอาจใช้ไม่ได้สำหรับการพักอาศัยในยุคปัจจุบัน เนื่องจากห้องพัก หรือบ้านของคนในปัจจุบันอาจมีทางเลือกได้ไม่มาก ความเชื่อเดิม 15. จะก้าวขึ้นหรือลงบันได ให้ก้าวทีละก้าวทีละขั้น อย่าก้าวทีเดียวสามขั้น จะทำให้ทำมาหากินไม่สำเร็จ ความคิดใหม่: จริงๆ เหมือนเป็นการเตือนใจว่า ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามให้ค่อยเป็นค่อยไป อย่าทำอะไรที่ให้เกินความสามารถ หรือข้ามขั้นตอน   ที่มา : home.sanook.com  
ฮวงจุ้ยห้องกินข้าว เอาใจคนไดเอ็ต

ฮวงจุ้ยห้องกินข้าว เอาใจคนไดเอ็ต

ฮวงจุ้ยห้องกินข้าว ของคนรักสุขภาพ ชอบแบบไดเอ็ต     1. ควบโทนสีห้องให้เป็นสีกลางๆ สีส้มออ่นๆ สีออกน้ำตาล หรือสีเขียวแบบเอิร์ทโทน จะช่วยเพิ่มความรู้สึกว่าพอใจกับอาหารที่กินอยู่แล้ว หากห้องเป็นสีฉูดฉาดเกินไป จะทำให้กายและใจตื่นตัว และจะกระตุ้นความอยากอาหาร   2. เลือกใช้จานสี่เหลี่ยม จะสื่อถึงความพอใจ และทำให้รู้สึกอิ่มอาหารเร็วขึ้น ในขณะที่จานกลมทั่วไปนั้น จะช่วยเพิ่มความอยากรู้อยากเห็น จะทำให้เป็นแรงกระตุ้น ให้กินอาหารมากขึ้น   3. การจัดโต๊ะ และมุมมอง หลักฮวงจุ้ยเลขคู่นั้น คือการสร้างความรู้สึกเงียบสงบ ในขณะที่เลขคี่นั้นจะช่วยเพิ่มความตื่นเต้น และรู้สึกไม่สะดวกสบาย เมื่อรับประทานอาหารที่โต๊ะ เก้าอี้จึงควรเป็นเลขคู่ จะได้รู้สึกผ่อนคลายในระหว่างกิน   4. ติดกระจกบริเวณโต๊ะอาหาร จะทำให้เห็นว่าในจานมีอาหารอยู่แค่ไหน และเห็นภาพตัวเองขณะกิน จะได้โฟกัสกับสิ่งที่กินมากขึ้น และช่วยให้กินได้น้อยลง  
ฮวงจุ้ยกับความรก

ฮวงจุ้ยกับความรก

ฮวงจุ้ยบ้านกับลางร้ายจากความรก ฮวงจุ้ยบ้าน ที่อาจเป็นลางร้ายหากมีความรกรุงรังเข้ามาเกี่ยวข้อง อยากแก้ไขฮวงจุ้ยให้ถูกต้อง ลองไปดูลางร้ายของฮวงจุ้ยบ้านที่เกิดจากความรกกันค่ะ หากใครกำลังคิดว่าช่วงนี้ดวงตก ทำอะไรก็ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ ลองมองไปรอบ ๆ บ้านของตัวเองดูก่อนนะคะ ว่าตอนนี้ที่อยู่อาศัยของเรามีสภาพรกรุงรังอยู่หรือเปล่า เพราะตามหลักฮวงจุ้ยบ้านแล้วความสกปรกหรือข้าวของที่เกลื่อนกลาดอยู่ในบ้านก็นับว่าเป็นจุดอ่อนในฮวงจุ้ยเหมือนกัน ซึ่งความรกที่ว่าจะส่งผลกับชีวิตของเราอย่างไรได้บ้าง ข้อมูลต่อไปนี้รอให้คำตอบกับคุณอยู่   ต้นไม้รกชีวิตตกต่ำ หากรอบ ๆ บ้านของคุณปลูกต้นไม้ค่อนข้างเยอะ และไม่ค่อยมีเวลาได้ตกแต่งต้นไม้สักเท่าไร จนต้นไม้บดบังทัศนียภาพจากตัวบ้านพอสมควร ทำให้ตอนนี้คุณอาจเจอกับสถานการณ์แย่ ๆ ในชีวิต กำลังมีปัญหาด้านความรัก การเงินดูติดขัด การงานก็ถดถอย และส่งผลกระทบไปถึงเรื่องสุขภาพของคนในบ้านได้ เพราะเมื่อต้นไม้โตขึ้นอย่างไร้ทิศทาง อาจบดบังแสงธรรมชาติไม่ให้ส่องสว่างไปยังตัวบ้าน เกิดเงามืดทับบ้านและอาจเพิ่มความอับชื้นจนอยู่ไม่สบายตัวนั่นเอง   เก็บของเหลือใช้ไว้กับตัวก็ยิ่งไม่มีการพัฒนา เราเติบโตขึ้นทุกวันด้วยปัจจัยที่เปลี่ยนผันอยู่ตลอด มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับชีวิตและมีการเปลี่ยนถ่ายของเก่า-ใหม่ อยู่เรื่อย ๆ แต่การพัฒนาเหล่านี้จะชะลอตัวลง หากในบ้านของคุณมีของหมดอายุ เครื่องมือเครื่องใช้ที่ผุพัง รวมไปถึงข้าวของเหลือใช้ที่ไม่เคยกลับไปแตะต้องมันมานานแล้ว เพราะของที่เราไม่ค่อยได้ไปยุ่งเกี่ยวด้วยแบบนี้ก็ไม่ต่างจากของที่ตายจากเราไปแล้ว ซึ่งก็จัดเป็นจุดบอดในฮวงจุ้ยที่ควรต้องสลัดทิ้งให้เร็วที่สุด   ความไร้ระเบียบที่นำมาซึ่งเรื่องวุ่นวาย ลองนึกภาพบ้านรก ๆ ที่เต็มไปด้วยข้าวของที่อยู่ผิดที่ผิดทาง ความสกปรกที่กระจัดกระจายไปแทบทุกตารางนิ้ว สภาพบ้านอย่างนี้แค่มองด้วยตาเปล่าก็เห็นไปถึงความเสี่ยงของคนในบ้านแล้วจริงไหมคะ เพราะจะเดินไปไหนแต่ละทีคงต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ อีกทั้งฝุ่นและความสกปรกก็คงถูกสูดเข้าไปในปอดของทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วไหนจะความวุ่นวายเวลาที่หาของใช้ในบ้านอีกล่ะ ฉะนั้นนอกจากของเหลือใช้ที่ควรต้องกำจัดออกไปจากบ้านแล้ว ข้าวของที่อยู่ในบ้านทุกชิ้นก็ควรต้องถูกจัดระเบียบไว้อย่างเรียบร้อย ถ้าจัดแยกเป็นหมวดหมู่ด้วยก็ยิ่งดี เวลาจะหยิบของมาใช้จะได้สะดวก พร้อมกันนั้นบ้านก็จะทำความสะอาดง่ายขึ้นด้วย   เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินเรื่องลางร้ายจากข้าวของที่แตกหักมาบ้างแล้ว ซึ่งนั่นก็เป็นจุดบอดในหลักฮวงจุ้ยที่สำคัญพอจะส่งผลกระทบมาถึงความพร้อมในชีวิตหลาย ๆ ด้านเลยทีเดียว รวมไปถึงความรกและความสกปรกในบ้านตามที่เราได้บอกกันไปก็เป็นสิ่งที่ควรต้องจัดการให้เรียบร้อยตามหลักฮวงจุ้ยด้วย เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณใช้ชีวิตอยู่ในบ้านได้อย่างปลอดภัยและถูกสุขลักษณะมากขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อบ้านสะอาดเป็นระเบียบ พลังงานดีก็จะไหลเวียนในบ้านได้อย่างสะดวกมากขึ้นด้วยนะคะ   ที่มา : home.kapook.com

1 2 3 4