ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข

 

ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุขล่าสุด

1 2 3 4
เลือกสีทาบ้านอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

เลือกสีทาบ้านอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

เลือกสีทาบ้านอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เลือกสีทาบ้านอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าความหมายของสีตามหลักฮวงจุ้ยก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง และสีทาบ้านกับฮวงจุ้ยบ้านก็ส่งผลไปถึงความร่ำรวยและความสำเร็จของเราได้ด้วย ลำพังแค่เลือกสีทาบ้านให้ออกมาดูสวยเป็นอมตะก็ยากในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่บางคนก็กังวลไปถึงหลักฮวงจุ้ยกับการเลือกสีทาบ้านด้วย เพราะแค่สีทาบ้านก็ช่วยส่งเสริมเรื่องโชคลาภความร่ำรวย และความสำเร็จในชีวิตได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งสีทาบ้านที่ถูกหลักฮวงจุ้ยต้องมีรายละเอียดประกอบการตัดสินใจค่ะ เนื่องจากสีที่ดีตามฮวงจุ้ยบ้านก็อาจไม่ถูกกับคนในบางวัยและบางสีก็มีตำแหน่งเฉพาะในการตกแต่ง ฉะนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอนำเสนอหลักเกณฑ์เลือกสีทาบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ย และส่งเสริมความโชคดีในชีวิตได้อย่างตรงจุดมาฝากครับ สีขาว  สีขาวเหมาะกับคนที่ต้องการเสริมความคิดสร้างสรรค์ และเหมาะสำหรับเด็ก ซึ่งควรทาสีขาวในบ้านที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และควรทาในส่วนหน้าบ้านที่หันเผชิญหน้ากับทางทิศเหนือ เพราะจะช่วยทวีความสว่างไสวในบ้านยิ่งขึ้น สีเขียวและสีม่วง สีทาบ้านทั้งสองสีนี้ส่งผลไปถึงความร่ำรวย สุขภาพ และการเจริญเติบโต โดยควรใช้สีม่วงและสีเขียวตกแต่งในบ้านส่วนที่หันไปทางทิศตะวันออกและส่วนหน้าบ้านที่เผชิญหน้ากับทิศใต้  สีฟ้าและสีม่วง สีฟ้าและสีม่วงส่งผลถึงการงาน ความร่ำรวย และโอกาสในชีวิต โดยหลักในการทาสีควรทาในส่วนทิศเหนือ ทิศตะวันออก และส่วนหน้าบ้านที่เผชิญหน้ากับทิศใต้ สีเหลือง, สีเบจ และสีทอง สามสีนี้ส่งผลถึงความสัมพันธ์และความมั่นคงในชีวิต ซึ่งถ้าจะให้ดีต้องใช้สีเหล่านี้ทาบ้านในส่วนที่หันไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันตก และบ้านที่ตั้งตรงข้ามกับทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยหากต้องการให้เด่นเรื่องความฉลาดและส่งเสริมเรื่องการศึกษาควรเน้นทาสีเหลืองเป็นหลักด้วยนะครับ สีแดงและสีชมพู สำหรับคนที่ต้องการเป็นจุดเด่น มีความมั่นคงในสถานะทางสังคม รวมไปถึงส่งเสริมเรื่องความรัก ควรเลือกทาสีบ้านเป็นสีแดงหรือสีชมพู โดยตกแต่งในส่วนที่หันไปทางทิศใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และส่วนหน้าบ้านที่ตั้งตรงกับทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สีน้ำตาล ส่งผลถึงสุขภาพ ความสุขของคนในครอบครัวซึ่งหากจะให้ดีต้องทาสีน้ำตาลในส่วนที่หันหน้าไปทางทิศใต้หรือส่วนหน้าบ้านที่เผชิญหน้าไปทางทิศตะวันออก สีน้ำตาลอมเทาหรือสีเทาหม่น (Taupe) หากต้องการความมั่นคงในชีวิต ความสัมพันธ์ และรากฐานของชีวิตที่ราบรื่นเป็นพิเศษ แนะนำให้เลือกสีทาบ้านเป็นสีน้ำตาลอมเทาหรือสีเทาหม่น ๆ โดยเลือกทาสีนี้ในส่วนที่หันไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้ ซึ่งเป็นตำแหน่งของโลก และสีนี้ยังช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้หญิงในบ้านมากเป็นพิเศษด้วยนะครับ ทั้งนี้แม้ตำแหน่งทางทิศเหนือและทิศใต้จะเป็นทิศที่ตั้งของโลก แต่เราก็ควรหลีกเลี่ยงสีน้ำตาลหรือสีที่ใกล้เคียงกับไม้ เนื่องจากเป็นสีที่ส่งผลกระทบทำให้ชีวิตเจอกับความยากลำบากและส่งผลร้ายไปถึงความรักได้ สีทึบ สีโทนมืด เช่น สีดำหรือสีทึบ ๆ ควรตกแต่งคู่กับสีสว่างอย่างสีขาวเพื่อให้สมดุลกัน โดยคุณอาจตกแต่งพื้นหลักของบ้านเป็นสีขาว และส่วนขอบประตูหน้าต่างก็เป็นสีดำหรือสีทึบ ๆ ได้ หรือจะสลับทาสีธีมของบ้านเป็นสีทึบและทาสีประตูเป็นสีขาวก็ได้ครับ  การทาสีบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ยที่ดีก็เป็นไปตามข้อมูลที่นำเสนอไป แต่อย่างไรก็ดีการทาสีบ้านก็ควรคำนึงถึงสไตล์การตกแต่งบ้านโดยรวมของคุณด้วยนะครับ ที่มา : home.kapook.com
10 ฮวงจุ้ย คอนโดสุดเฮง

10 ฮวงจุ้ย คอนโดสุดเฮง

ฮวงจุ้ยคอนโด เลือกแบบไหนเฮงสุดขีด ฮวงจุ้ยคอนโด สำหรับคนที่อยู่คอนโด หรืออพาร์ทเม้นท์ แม้จะเป็นห้องขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็ควรให้ความใส่ใจเรื่องฮวงจุ้ยคอนโดบ้างเหมือนกัน เรามาดูกันว่า ฮวงจุ้ยคอนโดที่ดีเป็นอย่างไร แล้วต้องเลือกคอนโดแบบไหนถึงจะเฮงสุดขีด อาจจะเป็นเพราะคอนโดมีให้เลือกหลายลักษณะ แต่ละที่ก็มีดีไซน์ที่ไม่เหมือนกันอีกต่างหาก หลายคนที่อาศัยอยู่ในคอนโด ก็เลยไม่รู้ว่าจะจัดคอนโดตามหลักฮวงจุ้ยยังไงไม่ให้ผิดหลัก หรือคนที่กำลังเล็งจะซื้อคอนโดก็ไม่รู้วาจะเลือกแบบไหนถึงจะดีต่อหลักฮวงจุ้ย วันนี้เราเลยนำฮวงจุ้ยคอนโดมาฝากให้ได้อ่านกันครับ      1. ไม่ควรมีใต้ถุนอยู่ด้านล่างของตึก   สำหรับคอนโดที่มีลักษณะเป็นตึกสูง มีใต้ถุนโล่งอยู่ด้านล่าง ถ้าเลี่ยงได้จะดีกว่า เนื่องจากอาคารสูงที่มีใต้ถุนโล่ง ในศาสตร์ของฮวงจุ้ยจะถือว่า เป็นช่องโหว่ที่ทำให้รากฐานไม่มั่นคงแน่นหนา ซึ่งอาจจะส่งผลให้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยสั่นคลอนไปด้วยก็ได้  2. เพ้นท์เฮ้าส์สูงก็ใช่ว่าจะดี ใครที่กำลังมองเพ้นท์เฮ้าส์ที่ไหนสักแห่งอยู่ตอนนี้ ขอแนะนำว่าถ้าเลือกได้พยายามอย่าอยู่ชั้นสูงที่สุด เพราะความสูงลิบของเพ้นท์เฮ้าส์ เป็นลักษณะที่ไม่ค่อยมงคลเท่าไรนัก เสี่ยงต่อการโจมตีของศัตรูในหลักของฮวงจุ้ย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงในแง่ของโครงสร้างด้วยนะครับ   3. สระว่ายน้ำอยู่ชั้นล่างดีกว่า สมัยนี้คอนโด หรืออพาร์ทเม้นท์แทบทุกแห่งเลือกสร้างสระว่ายน้ำบนชั้นกลาง ๆ ของอาคาร อาจจะเพราะบรรยากาศสระว่ายน้ำในชั้นสูงกว่าพื้นดินน่าจะโรแมนติกและสวยงามกว่า แต่ถ้าเป็นหลักฮวงจุ้ย ก็ต้องบอกเลยว่า สระน้ำในชั้นสูงกว่าที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ตัวเลือกที่เวิร์กเลยนะครับ เนื่องจากพลังของน้ำจะวนเวียนอยู่เหนือศีรษะของคุณ ก่อให้เกิดพลังที่วุ่นวาย จัดการยาก ฉะนั้นเราก็ควรเลือกคอนโดที่มีสระน้ำอยู่ระดับเดียวกับพื้นดิน หรืออย่างน้อย ๆ ห้องของคุณก็ควรอยู่สูงกว่าชั้นที่เป็นสระน้ำจะดีกว่า  4. ประตูระเบียงกับประตูห้องไม่ควรอยู่ตรงกัน หากคอนโดของคุณมีระเบียงขนาดใหญ่ และประตูระเบียงก็เป็นกระจกอีกต่างหาก แบบนี้ควรต้องเช็กด่วนเลยว่า ประตูห้องของคุณตรงกับประตูระเบียงหรือไม่ เพราะฮวงจุ้ยคอนโดบอกว่าห้ามตรงกันเด็ดขาด เนื่องจากถ้าตรงกัน พลังงานดีที่ผ่านเข้ามาทางประตูหน้าห้อง จะผ่านออกทางประตูระเบียงไปในทันใด พลาดโอกาสดี ๆ ในชีวิตไปอย่างน่าเสียดายเลยล่ะครับ   5. อพาร์ทเม้นท์ คอมเพล็กซ์ ต้องดูทางเข้าให้ชัวร์ อพาร์ทเม้นท์ คอมเพล็กซ์ส่วนมาก จะสร้างหลาย ๆ ห้องเอาไว้ภายใต้ชายคาตึกเดียวกัน และอาจจะแถมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้ให้คุณด้วย แต่ปัญหาของอพาร์ทเม้นท์ลักษณะนี้อยู่ตรงทางเข้าที่มักจะต้องใช้ร่วมกัน หรือหน้าห้องของเราก็เป็นทางผ่านของห้องอื่น ๆ ไปด้วย ซึ่งตรงนี้ก็จะส่งผลโดยตรงกับพลังงานชี่ ทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนของพลังงานชี่ได้ ดังนั้นให้คุณแก้เคล็ดด้วยการหากระถางต้นไม้มาประดับหน้าห้อง เพื่อปรับสมดุลพลังงานชี่ให้มั่นคงขึ้น   6. จัดส่วนห้องนอนให้แยกต่างหาก สำหรับคอนโดแบบห้องสตูดิโอ ห้องเดียวรวมทุกสิ่งอย่างไว้ในนั้นโดยไม่แยกให้เป็นสัดส่วน อาจทำให้พลังงานวนเวียนอย่างสับสน เป็นผลให้ชีวิตขาดความสงบสุขไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนห้องนอน ควรต้องมีฉากกั้นเพื่อแยกห้องอย่างชัดเจน และควรหันหัวเตียงไปทางทิศที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากไม่ควรวางหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกแล้ว ก็ควรต้องเลี่ยงในกรณีที่หัวเตียงอยู่ติดกับห้องครัว เตาแก๊ส หรือห้องน้ำด้วยนะครับ   7. พื้นที่ต้องสะอาด ปราศจากมลพิษจากขยะ ฮวงจุ้ยที่ดีซึ่งเป็นพื้นฐานของคอนโด คือ ความสะอาดสะอ้าน โปร่ง สว่าง และต้องไม่ติดอยู่กับพื้นที่ที่เป็นแหล่งขยะ หรือของหมักหมมใด   8. ใกล้ลิฟต์ หรือบันได ต้องเลี่ยง ห้องคอนโดที่ติดกับส่วนบันได หรือข้างลิฟต์ไม่ใช่ที่มงคลนัก เนื่องจากบริเวณนี้จะมีผู้คนเดินไป-มาวุ่นวาย พลังงานต่าง ๆ ก็จะหนักหน่วงจนอาจส่งผลกระทบไปถึงคุณได้   9. คอนโดต้องไม่อยู่สุดทางเดิน หรือบริเวณมุมอับ บริเวณสุดทางเดินเป็นทางตัน ซึ่งหมายถึงความอึดอัด หาหนทางไปไหนไม่ได้อีก แถมยังอาจจะอับทึบ มืดมนเพิ่มความสลัวให้คนอยู่อาศัยได้อีกด้วย  10. เลือกดูหลาย ๆ ที่จนแน่ใจ ไม่ว่าจะเป็นอพาร์ทเม้นท์ คอนโด หรือแม้แต่บ้าน สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณอยู่สุขสบายก็ไม่ใช่แค่เรื่องของโครงสร้างเท่านั้น แต่รวมไปถึงสภาพแวดล้อมรอบด้าน และความสะดวกสบายของทำเลที่ตั้งด้วย ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเลือกคอนโดสักหลัง ลองศึกษา และสำรวจในหลาย ๆ ที่จะดีกว่า จะได้ไม่เสียดายภายหลังนะครับ แม้จะค่อนข้างเป็นเรื่องของความเชื่อและเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่หลักฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัยก็ยังเป็นที่สนใจของใครหลายคน เพราะถ้ามองกันตามจริงแล้วก็คงต้องบอกว่า การจัดที่พักอาศัยตามหลักฮวงจุ้ยไม่เพียงแต่ช่วยให้เรารู้สึกสบายใจมากขึ้นเท่านั้น ทว่าหลักฮวงจุ้ยยังเป็นการดีไซน์การตกแต่งที่อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของทุกคนในบ้านได้อีกด้วยนะครับ  
หลักการจัดวางนาฬิกา ตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี

หลักการจัดวางนาฬิกา ตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี

หลักการจัดวางนาฬิกาตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี 1. เลือกนาฬิกาลูกตุ้ม  หรือนาฬิการะฆังขนาดพอเหมาะกับขนาดห้อง 2. แขวนหรือวางนาฬิกาไว้ในส่วนห้องโถง ห้องนั่งเล่น หรือห้องครัว 3. แขวนหรือวางนาฬิกาทางทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศเหนือของห้องนั่งเล่น 4. นาฬิกาข้างเตียงต้องมีขนาดเล็กกำลังดี และถ้าเป็นนาฬิกาดิจิตอลก็ต้องไม่สว่างจนเกินไป 5. เสียงปลุกนาฬิกาในห้องนอนควรเป็นเสียงที่คุณพอใจ ไพเราะ ไม่แสบหู หรือทำให้ตกใจ 6. อย่าแขวน หรือวางนาฬิกาหน้าประตูบ้าน 7. อย่าแขวน หรือวางนาฬิกาไว้ในห้องอาหาร หรือบริเวณที่คุณกินข้าว เพราะจะส่งผลกระทบกับระบบทางเดินอาหาร 8. อย่าปล่อยให้นาฬิกาชำรุด หรือหยุดเดินเด็ดขาด เพราะนาฬิกาตายเป็นสัญลักษณ์ของการหยุดนิ่งทุกสิ่งอย่าง แม้กระทั่งชีวิต 9. อย่าแขวนนาฬิกาไว้สูงจนเกินไป 10. อย่าแขวน หรือวางนาฬิกาในทิศตะวันออก เนื่องจากมีความเชื่อว่า อาจจะส่งผลกระทบกับลูกชายคนโต และปัญหาสุขภาพของคนในบ้านได้ แม้ว่านาฬิกาจะไม่ใช่ของที่เป็นมงคลกับหลักฮวงจุ้ย แต่ในเมื่อเรายังต้องอาศัยนาฬิกาช่วยบอกเวลาในแต่ละวันอยู่ ทางออกที่ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเลือกนาฬิกาที่เหมาะสมกับหลักฮวงจุ้ย และจัดวางนาฬิกาให้ถูกหลักฮวงจุ้ยอย่างที่แนะนำกันไปล่ะเนอะ   ที่มา : www.kapook.com
เลือกนาฬิกาอย่างไร ให้ถูกฮวงจุ้ย

เลือกนาฬิกาอย่างไร ให้ถูกฮวงจุ้ย

  ฮวงจุ้ยนาฬิกา ดีอย่างไร ติดตรงไหนเวิร์กสุด ? ฮวงจุ้ยนาฬิกา ต้องติดไว้มุมไหนของบ้านถึงจะส่งผลดีที่สุด หลายคนอาจจะอยากรู้เรื่องฮวงจุ้ยนาฬิกาให้มากขึ้น วันนี้เราจึงมีคำตอบมาฝากให้คุณเลือกติดนาฬิกาได้ถูกฮวงจุ้ยบ้านกันจ้า นาฬิกานับว่าเป็นเครื่องประดับสำคัญในบ้านไม่ต่างไปจากเครื่องใช้อื่น ๆ และคงแทบจะไม่มีบ้านไหนไม่ติดนาฬิกาเอาไว้ในบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็กลับมีกระแสจากฮวงจุ้ยบางตำราบอกว่า นาฬิกาเป็นสิ่งของที่ไม่เป็นมงคลสักเท่าไร หรือบางตำราก็บอกว่า ถ้าเลือกนาฬิกาได้ถูกหลักฮวงจุ้ย และจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม นาฬิกาก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องของฮวงจุ้ยบ้าน แต่ของแบบนี้เรามาดูข้อเท็จจริงให้ชัดไปเลยน่าจะดีที่สุดเนอะ พร้อมกันนั้นเรายังพ่วงคำแนะนำการจัดวางนาฬิกาตามหลักฮวงจุ้ยบ้านที่ดีมาเป็นโบนัสให้คุณๆ กันด้วยนะจ๊ะ จริง ๆ แล้วนาฬิกา ดี หรือไม่ดีกับหลักฮวงจุ้ย ? หากอ้างอิงตามหลักตำราฮวงจุ้ยของชาวจีน ก็ต้องบอกเลยว่า นาฬิกาไม่ใช่สิ่งของที่เป็นมงคลกับที่อยู่อาศัย เนื่องมาจากคนจีนเชื่อกันว่า นาฬิกาเป็นตัวแทนของกาลเวลา มีวันหยุดเดิน มีอายุการใช้งาน ซึ่งหมายความถึงการตายได้ โดยเฉพาะเมื่อเลือกแต่งบ้านด้วยนาฬิกาขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ที่อาจจะยิ่งส่งผลกระทบกับวันเวลาในการดำเนินชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากขึ้นไปอีก ดังนั้นหลักการแต่งบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จึงมีข้อห้ามไม่ให้เลือกใช้นาฬิกาขนาดใหญ่เกินไปนั่นเองค่ะ เลือกขนาดนาฬิกาให้เหมาะสม อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่แรกว่านาฬิกาขนาดใหญ่โตเกินความจำเป็นไม่ใช่สิ่งที่ดีนักในหลักฮวงจุ้ย เพราะนาฬิกาขนาดใหญ่จะมีอำนาจ และพลังในการกำหนดวันเวลาของผู้อยู่อาศัยอย่างเข้มข้นมากขึ้น ส่งผลให้คนในบ้านรู้สึกกดดัน เหมือนทำอะไรไม่ทันเวลา เหนื่อยเพราะต้องแข่งกับเวลา และอาจมีอาการอ่อนเพลียอย่างไม่ทราบสาเหตุได้ นาฬิกาแบบไหนดี ? นาฬิกาที่ดีกับหลักฮวงจุ้ยก็คือ นาฬิกาลูกตุ้ม และนาฬิการะฆังที่ส่งเสียงกังวานใสนั่นเองค่ะ เพราะการแกว่งของลูกตุ้มจะช่วยปรับสมดุลพลังงานในบ้านให้สงบลง และเป็นไปด้วยดี เสริมหลักฮวงจุ้ยบ้านอย่างสะดวก ส่วนเสียงกริ๊ง ๆ ของนาฬิการะฆังก็จะช่วยเคลียร์บ้านให้โปร่งใส กำจัดพลังงานด้านลบ ส่งเสริมพลังงานด้านบวก รวมทั้งวัสดุที่เป็นเหล็กยังหมายถึงน้ำ ซึ่งมีนัยยะไปถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ดังนั้นถ้าจัดวางนาฬิกาลูกตุ้ม และนาฬิการะฆังไว้ในตำแหน่งเด่น ๆ ในบ้าน ก็ช่วยเสริมฮวงจุ้ยบ้านได้อย่างดีเลยจ้า
5 สิ่งอัปมงคล ผิดฮวงจุ้ย

5 สิ่งอัปมงคล ผิดฮวงจุ้ย

สิ่งอัปมงคลผิดฮวงจุ้ยบ้าน หลายคนรู้หลักฮวงจุ้ยบ้านมากมาย แต่กลับลืมสอดส่องลางร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในของอัปมงคล 5 อย่างต่อไปนี้ รีบแก้ด่วนเลยจ้า มีคนจำนวนไม่น้อยสนใจการจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ย และยึดถือหลักฮวงจุ้ยมาโดยตลอด แต่กลับพลาดไปนิดตรงที่ลืมสอดส่องสัญญาณอันตราย ที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับฮวงจุ้ยบ้านของเรา จนก่อให้เกิดโชคร้าย และอุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำ เอาล่ะ ! ถ้าอย่างนั้นคงถึงเวลากำจัดลางร้ายจาก 5 ของอัปมงคลที่ก่อกวนพลังงานดีในบ้านจนปั่นป่วนกันแล้วล่ะ แต่ของอัปมงคลต่อหลักฮวงจุ้ยที่ว่าจะมีอะไรบ้าง ว่าแล้วก็มาดูพร้อม ๆ กันเลยจ้า     1. ภาพและเสียงที่ทำให้เสียบรรยากาศดี ๆ ห้องโถง หรือห้องนั่งเล่นมักเป็นส่วนที่เดินเข้าบ้านมาแล้วจะเจออันดับแรก ซึ่งก็ถือว่าเป็นจุดที่สุ่มเสี่ยงพอดู โดยเฉพาะบ้านที่มีรูปภาพน่ากลัว ๆ มองแล้วไม่น่าอภิรมย์เท่าไร หรือแม้แต่ภาพและเสียงในทีวีที่ออกแนวเศร้าโศก หรือรุนแรงก็เป็นส่วนหนึ่งที่ลดพลังงานดีในบ้านได้เหมือนกัน ดังนั้นหลังหนึ่งทุ่มเป็นต้นไป ควรเลือกดูแต่รายการที่สร้างสรรค์ ที่สำคัญต้องกำจัดรูปภาพ หรือสิ่งของแตกหัก บิ่น และส่อเค้าความอันตรายทุกชนิดออกไปจากบ้านให้หมด อีกทั้งหากเดินเข้าห้องโถงแล้วเห็นห้องน้ำได้อย่างชัดเจน ควรหาฉากกั้นมาบังตาให้เป็นสัดส่วนด้วยนะคะ 2. รองเท้าระเกะระกะ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าที่ถอดไว้หน้าบ้าน หรือแม้แต่รองเท้าสำหรับใส่เข้าห้องน้ำ ทุกคู่ควรต้องจัดวางอย่างเป็นระเบียบ อย่าให้เกะกะประตูทางเข้า-ออกเด็ดขาด เพราะรองเท้าก็เป็นสิ่งอัปมงคลอย่างหนึ่งในหลักฮวงจุ้ย สามารถก่อกวนพลังงานดีในบ้านได้พอสมควรเหมือนกัน 3. กลิ่นไม่พึงประสงค์ทุกชนิด แน่นอนว่าความสะอาดเป็นมงคลกับบ้านอย่างยิ่ง แต่การทำความสะอาดบ้านให้หมดจดทุกพื้นที่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ฮวงจุ้ยบ้านดีได้อย่างเต็มที่ เพราะหากว่าภายในบ้านยังมีกลิ่นไม่พึงประสงค์อยู่แม้เพียงน้อยนิด ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ลดพลังงานด้านดีในบ้านได้เลยทีเดียว ดังนั้นหากรู้สึกว่าบ้านมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ให้คุณหาต้นตอของกลิ่น และกำจัดให้สิ้นซาก โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงน้องหมา น้องแมว กระบะทรายควรต้องอยู่นอกบ้าน และได้รับการเปลี่ยนถ่ายเป็นประจำ เพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้หมดไปด้วยนะจ๊ะ 4. ความสกปรกตามซอกหลืบ การทำความสะอาดบ้านต้องทำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ยิ่งกับบ้านที่มีสมบัติเยอะ ตู้และลิ้นชัก ชั้นหนังสือ หรือแม้กระทั่งบนหลังตู้ หรือพัดลมเพดานก็ต้องได้รับการทำความสะอาดอย่างหมดจด เรียกได้ว่าคลาดสายตาไม่ได้สักพื้นที่เลยล่ะ ไม่อย่างนั้นพลังงานชี่คงไหลเวียนไม่สะดวกเท่าไร ส่งผลเสียต่อหลักฮวงจุ้ยอย่างไม่ต้องสงสัย 5. ของเถื่อน ของผิดกฎหมาย นอกจากจะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกจับดำเนินคดีแล้ว เหล่าของเถื่อน และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ของที่ลักขโมยมาเป็นของตัวเอง ยังเป็นแหล่งพลังงานด้านลบที่รุนแรงมาก ๆ เลยล่ะค่ะ ดังนั้นหากคุณมีของเหล่านี้อยู่ในบ้าน คงดีกว่าถ้าจะกำจัดออกไปซะ เพื่อยกระดับพลังงานดีในหลักฮวงจุ้ยให้ดีขึ้น ถ้าคิดจะจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ดีทั้งที ก็อย่าลืมนึกถึงของไม่เป็นมงคลกับหลักฮวงจุ้ยทั้ง 5 อย่างนี้ด้วยนะคะ คราวนี้พลังงานชี่ หยิน และหยางจะได้เกิดความสมดุล ส่งผลที่ดีกับทุกคนในบ้านถ้วนหน้า ที่มา : www.kapook.com
เลือกคอนโดเสริมร่ำรวย

เลือกคอนโดเสริมร่ำรวย

 เลือกคอนโดฯ เสริมร่ำรวย คอนโดมิเนียมเป็นทางออกที่ดีมากสำหรับการอยู่อาศัยในเมือง เพราะสะดวกสบาย ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและการเดินทางไปทำงาน แต่เราจะเลือกคอนโดฯ ให้ส่งเสริมโชคลาภ และจัดฮวงจุ้ยอย่างไร เพื่อแก้ไขสิ่งร้ายให้กลายเป็นโชค (มากขึ้น) ลองพิจารณาคำแนะนำเหล่านี้ครับ     1.ทางเข้าออก ภาพของรวมโครงการ :   คอนโดฯ ที่ดีควรมีทางเข้าออกกว้างและสะดวก มีสวนหรือพื้นที่สีเขียวส่วนกลางมากๆ และเห็นกระแสพลังไหลเข้า เช่น เห็นสายน้ำไหลมาหา ถนนสายใหญ่มีรถวิ่งมาหาจำนวนมาก เพราะบริเวณดังกล่าวนี้ก็จะเป็นจุดสะสมกระแสพลังให้ภาพรวมของโครงการที่เราอาศัยอยู่นั้นเกิดความเจริญรุ่งเรืองและมีมูลค่าในระยะยาว สำหรับการอยู่อาศัยในเชิงพาณิชย์หรือเก็งกำไรก็ควรเลือกทิศที่ระเบียงอยู่ในแนวทิศเหนือ-ใต้เป็นหลัก เพราะสามารถรับลมได้ดี สามารถหาคนเช่าอาศัยต่อได้ง่าย   2.กระแสพลัง :   พลังงานต้องมีทิศทางวิ่งเข้าหาห้องพักของเราได้ จุดเด่นของคอนโดฯ คือ ระเบียง เราถือว่าภายนอกอาคารนั้นระเบียงเป็นทิศจ่ายกระแสพลังงาน ลมต้องไหลเวียนเข้าจากระเบียงได้ดี การอยู่ชั้นสูงๆ จะได้เปรียบเรื่องทางลม ลมเข้ามากก็มีโอกาสรวยมาก ยิ่งอยู่ในชั้นที่เปิดประตูระเบียงแล้วไม่มีสิ่งปลูกสร้างบังเลย ก็จะทำให้โอกาสทางการเงินมากกว่าห้องอื่นๆ ระเบียง คือ ตำแหน่ง “เหม่งตึ๊ง” หรือเปรียบดัง “สถานที่สะสมความมั่งคั่ง” ให้กับคอนโดฯจึงควรมีสภาพโล่งกว้างที่สุด ไม่วางโต๊ะเก้าอี้เกะกะ หรือมีต้นไม้ปลูกบังขวางทางเดินและทิศทางลม สำหรับระเบียงที่อยู่สูงจากสระว่ายน้ำส่วนกลางไม่มากนักสัก 1-2 ชั้น ถือเป็นตำแหน่งดีด้วยเช่นกัน เพราะที่สระว่ายน้ำนั้นน้ำจะมีสภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นการกระตุ้นพลังอยู่ตลอดเวลา ถือว่าเป็นการเสริมโชคที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้การวางโซฟาบริเวณโถงที่ติดกับระเบียงไม่ควรเลือกโซฟาชนิดหนา บังระเบียงจนทึบ ส่วนแหล่งจ่ายกระแสพลังภายในอาคารให้พิจารณาห้องพักตำแหน่งใกล้กับลิฟต์ ถือเป็นห้องที่รับกระแสพลังที่ดี หากบริเวณทางเข้าประตูห้องของเราไกลจากลิฟต์หรือมืด แนะนำให้ติดไฟให้สว่างบริเวณปากทางเข้าห้อง หากทำได้ให้ติดทั้งนอกและในห้องเลย ก็จะช่วยให้สภาพประตูมีความเป็นหยาง หรือพลังคึกคัก โชคลาภก็จะวิ่งเข้าประตูได้ดีขึ้น   3.การเลือกทิศหันหัวนอน :   หลักของการวางตำแหน่งหัวนอนในคอนโดฯ นั้น ใช้หลักของชัยภูมิที่ดี คือ ควรมองเห็นประตู เห็นคนที่จะเดินเข้าห้องและเห็นทิวทัศน์ที่หน้าต่างด้วย ถ้าจะให้ดีจริงๆ ก็คือ ก่อนไปเลือกซื้อควรปรึกษาซินแสว่าทิศไหนเป็นทิศหัวนอนที่ดีต่อเราจริงๆ จะได้เลือกตอนซื้อไปเลยเพราะคอนโดฯ บางแห่งเขาได้บังคับตำแหน่งหัวนอนตามรูปห้องไว้แล้ว ทำให้เราหาทิศเข้ากับดวงนั้นทำได้ยาก การหันทิศหัวนอนทางทิศตะวันตกไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายอย่างที่หลายๆ ท่านเข้าใจ เพราะทิศตะวันตกเป็นทิศธาตุทอง ซึ่งเพิ่มพลังแห่งการตัดสินใจที่เฉียบขาดให้ท่านและช่วยให้การควบคุมลูกน้องในปกครองเป็นไปได้ดี แต่สำหรับบางท่านที่ประสงค์จะทำการปล่อยให้เช่าหรือขายต่อ ท่านก็ต้องพิจารณาเลี่ยงการซื้อห้องซึ่งมีทิศหัวนอนทางทิศนี้ เนื่องจากผู้เช่าอื่นๆ ส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อที่ไม่ถูกต้องอยู่ การปล่อยห้องให้เช่าหรือขายต่อก็อาจจะยากกว่าปกติ   4.ของใช้เพื่อการอยู่อาศัย :   ควรมีเท่าที่จำเป็น เพราะข้าวของที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้พื้นที่ใช้สอยและการไหลเวียนของพลังงานในห้องพักลดน้อยลง หากจำเป็นต้องมีหรือเก็บไว้ควรหาตู้เก็บเป็นสัดส่วน ไม่วางระเกะระกะจนรกไม่น่าอยู่ แนวทางในการจัดฮวงจุ้ยเพื่อให้มีพลังที่ดีแบบเฉพาะเจาะจงก็ยังสามารถใช้แนวทางของดวงชะตาและดาวเหินได้อีกด้วย   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามได้ที่ www.100fs.com  
5 วิธีแก้ฮวงจุ้ยคอนโด

5 วิธีแก้ฮวงจุ้ยคอนโด

5 วิธีแก้ฮวงจุ้ยคอนโดฯ ข้อดีของการอยู่อาศัยในคอนโดฯ มีมากมาย ทำให้ปัจจุบันคนส่วนใหญ่หันไปอยู่คอนโดฯ แทนอยู่บ้านกันมาก แต่ลักษณะอาคารและห้องของคอนโดฯ มักมีลักษณะที่ไม่เข้าหลักที่ดีของฮวงจุ้ย เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว มักอยู่ในมุมที่อากาศไม่ค่อยระบาย ภายในห้องมักจะมืดนอกจากนี้มีจำนวนห้องและชั้นมาก สภาพพลังมีการเปลี่ยนแปลงไปตามชั้นหรือตำแหน่งห้องลักษณะเหล่านี้ยังครอบคลุมไปถึงที่อยู่อาศัยอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น อพาร์ตเมนต์, หอพัก, แมนชั่น, แฟลต, ห้องเช่า เป็นต้น อย่างไรก็ตามทางแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนคอนโดฯ เพื่อฮวงจุ้ยที่ดีสามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ หลีกเลี่ยงห้องติดทางด่วน, ใกล้รถไฟฟ้า : ทางด่วนหรือรถไฟฟ้าที่บดบังระเบียงห้องชุดอาจนำกระแสพลังร้ายมาให้เช่น กลางคืนจะโดนแสงไฟจากรถรบกวน ซึ่งหากองศาทิศทางไม่ดีนานวันเข้าก็จะประสบเหตุร้ายได้บ่อย ส่วนห้องที่ตำแหน่งตรงกับขอบของทางด่วนหรือขอบรางรถไฟฟ้า จะทำให้เกิดสภาพการอุดตันของโชค เพราะลมจะเข้ามาทางระเบียงได้ยาก หากเป็นไปได้ให้ย้ายห้องจะดีกว่า หรืออาจใช้การตั้งน้ำพุที่ระเบียงเป็นการแก้ไข (ทั้งนี้ต้องทราบว่าทิศระเบียงดังกล่าวเป็นโชค) จำนวนห้องมาก ข้าวของในห้องน้อย : คอนโดฯ แต่ละตึกจะมีคนพักอาศัยกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งพื้นที่ในแต่ละห้องก็จำกัด ที่สำคัญห้องคอนโดฯ มักไม่ได้มีพื้นที่เก็บของหรือห้องเก็บของเป็นการเฉพาะเหมือนบ้านดังนั้นจึงขอแนะนำให้ใช้ของเท่าที่จำเป็น หรือสิ่งใดที่ไม่ค่อยได้ใช้ให้นำไปขาย ทิ้ง หรือบริจาคอย่าเก็บไว้ให้รกห้องจนขาดพื้นที่ในการอยู่อาศัยและทำให้กระแสพลังในห้องไหลเวียนได้ไม่สะดวก รับแสงเพียงด้านเดียว ต้องหมั่นเปิดประตูระเบียง : เนื่องจากห้องชุดมีด้านที่สามารถเปิดรับแสงแดดและลมเพียงด้านเดียวคือด้านที่เป็นระเบียง จึงทำให้องค์ประกอบของการจัดห้องต่างๆ มีพลังเชื่อมถึงกันทำได้ยาก โดยเฉพาะห้องนอน ห้องครัวและห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องหลักที่ควรได้รับการถ่ายเทของอากาศ มีการระบายอากาศที่ดี จึงแนะนำให้หมั่นเปิดระเบียงเพื่อรับลม และเปิดห้องต่างๆ พร้อมๆ กันบ้าง เพื่อให้กระแสพลังที่มาจากอากาศไหลเวียนเกิดการเชื่อมโยงกัน หรือเปิดประตูห้องช่วยอีกแรงหนึ่งได้ก็จะดี นอกจากนี้ฝั่งตรงข้ามกับระเบียงที่มืดที่สุดอันเป็นตำแหน่งของสุขภาพและบารมีของคนอยู่อาศัย ขอให้เปิดไฟไว้ เพื่อเพิ่มพลังแห่งความคึกคักแทนความมืด แปลนห้องปรับไม่ได้ หัวนอนขออย่าให้รกหรือสกปรก : การเลือกทิศห้องนอนหรือตำแหน่งเตียงเพื่อเสริมดวงอาจทำได้ยาก เพราะตำแหน่งถูกฟิกซ์ตามแปลนของโครงการไว้แล้ว แนวทางแก้ไขคือให้เลือกทิศที่เสริมดวงเป็นที่ตั้งของเครื่องปรับอากาศแทนหรืออย่างน้อยก็อย่าให้หัวเตียงรกหรือสกปรกนอกจากนี้อาจเลือกใช้วัสดุ สีสัน วอลล์เปเปอร์ให้สอดคล้องกับธาตุปรับดวงของท่านแทนเช่น ชอบธาตุไม้ ก็แต่งห้องด้วยสีเขียว เตียงนอนทำจากไม้ เป็นต้น เสียงรบกวนจากห้องข้างๆ แก้ด้วยไฟเขียว : การอยู่คนโดฯ ยากที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากห้องข้างๆ โดยเฉพาะเรื่องเสียงหรือแรงกระแทก หรือการเจาะ ซึ่งหากกระทบบ่อยๆ ก็ไม่ดี เพราะแรงกระแทกดังกล่าวอาจมาจากทิศทางที่ไม่ดี อย่างเช่นปีนี้ 2557 ทิศร้ายคือทิศเหนือ จึงต้องคอยระวังอย่าให้ถูกรบกวน หากมีเหตุการณ์แบบนี้ต้องรีบปรึกษาซินแส แต่หากจะแก้ไขเบื้องต้นก็ให้หาไฟสีเขียวมาเปิดบริเวณดังกล่าว     นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้นยังมีสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในคอนโดฯ ที่อาจส่งผลร้ายได้อีก เช่น ถ้าอยู่ในชั้นที่ไม่สูงนักก็มีโอกาสจะมีฝุ่น ยุง เสียงดังจากรถยนต์มารบกวน เป็นต้น ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอยู่ในคอนโดฯ หรือเรื่องอื่นๆ ได้ที่ www.100fs.com ข้อดีของการอยู่อาศัยในคอนโดฯ มีมากมาย ทำให้ปัจจุบันคนส่วนใหญ่หันไปอยู่คอนโดฯ แทนอยู่บ้านกันมาก แต่ลักษณะอาคารและห้องของคอนโดฯ มักมีลักษณะที่ไม่เข้าหลักที่ดีของฮวงจุ้ย เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว มักอยู่ในมุมที่อากาศไม่ค่อยระบาย ภายในห้องมักจะมืดนอกจากนี้มีจำนวนห้องและชั้นมาก สภาพพลังมีการเปลี่ยนแปลงไปตามชั้นหรือตำแหน่งห้องลักษณะเหล่านี้ยังครอบคลุมไปถึงที่อยู่อาศัยอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น อพาร์ตเมนต์, หอพัก, แมนชั่น, แฟลต, ห้องเช่า เป็นต้น อย่างไรก็ตามทางแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนคอนโดฯ เพื่อฮวงจุ้ยที่ดีสามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ หลีกเลี่ยงห้องติดทางด่วน, ใกล้รถไฟฟ้า : ทางด่วนหรือรถไฟฟ้าที่บดบังระเบียงห้องชุดอาจนำกระแสพลังร้ายมาให้เช่น กลางคืนจะโดนแสงไฟจากรถรบกวน ซึ่งหากองศาทิศทางไม่ดีนานวันเข้าก็จะประสบเหตุร้ายได้บ่อย ส่วนห้องที่ตำแหน่งตรงกับขอบของทางด่วนหรือขอบรางรถไฟฟ้า จะทำให้เกิดสภาพการอุดตันของโชค เพราะลมจะเข้ามาทางระเบียงได้ยาก หากเป็นไปได้ให้ย้ายห้องจะดีกว่า หรืออาจใช้การตั้งน้ำพุที่ระเบียงเป็นการแก้ไข (ทั้งนี้ต้องทราบว่าทิศระเบียงดังกล่าวเป็นโชค) จำนวนห้องมาก ข้าวของในห้องน้อย : คอนโดฯ แต่ละตึกจะมีคนพักอาศัยกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งพื้นที่ในแต่ละห้องก็จำกัด ที่สำคัญห้องคอนโดฯ มักไม่ได้มีพื้นที่เก็บของหรือห้องเก็บของเป็นการเฉพาะเหมือนบ้านดังนั้นจึงขอแนะนำให้ใช้ของเท่าที่จำเป็น หรือสิ่งใดที่ไม่ค่อยได้ใช้ให้นำไปขาย ทิ้ง หรือบริจาคอย่าเก็บไว้ให้รกห้องจนขาดพื้นที่ในการอยู่อาศัยและทำให้กระแสพลังในห้องไหลเวียนได้ไม่สะดวก รับแสงเพียงด้านเดียว ต้องหมั่นเปิดประตูระเบียง : เนื่องจากห้องชุดมีด้านที่สามารถเปิดรับแสงแดดและลมเพียงด้านเดียวคือด้านที่เป็นระเบียง จึงทำให้องค์ประกอบของการจัดห้องต่างๆ มีพลังเชื่อมถึงกันทำได้ยาก โดยเฉพาะห้องนอน ห้องครัวและห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องหลักที่ควรได้รับการถ่ายเทของอากาศ มีการระบายอากาศที่ดี จึงแนะนำให้หมั่นเปิดระเบียงเพื่อรับลม และเปิดห้องต่างๆ พร้อมๆ กันบ้าง เพื่อให้กระแสพลังที่มาจากอากาศไหลเวียนเกิดการเชื่อมโยงกัน หรือเปิดประตูห้องช่วยอีกแรงหนึ่งได้ก็จะดี นอกจากนี้ฝั่งตรงข้ามกับระเบียงที่มืดที่สุดอันเป็นตำแหน่งของสุขภาพและบารมีของคนอยู่อาศัย ขอให้เปิดไฟไว้ เพื่อเพิ่มพลังแห่งความคึกคักแทนความมืด แปลนห้องปรับไม่ได้ หัวนอนขออย่าให้รกหรือสกปรก : การเลือกทิศห้องนอนหรือตำแหน่งเตียงเพื่อเสริมดวงอาจทำได้ยาก เพราะตำแหน่งถูกฟิกซ์ตามแปลนของโครงการไว้แล้ว แนวทางแก้ไขคือให้เลือกทิศที่เสริมดวงเป็นที่ตั้งของเครื่องปรับอากาศแทนหรืออย่างน้อยก็อย่าให้หัวเตียงรกหรือสกปรกนอกจากนี้อาจเลือกใช้วัสดุ สีสัน วอลล์เปเปอร์ให้สอดคล้องกับธาตุปรับดวงของท่านแทนเช่น ชอบธาตุไม้ ก็แต่งห้องด้วยสีเขียว เตียงนอนทำจากไม้ เป็นต้น เสียงรบกวนจากห้องข้างๆ แก้ด้วยไฟเขียว : การอยู่คนโดฯ ยากที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากห้องข้างๆ โดยเฉพาะเรื่องเสียงหรือแรงกระแทก หรือการเจาะ ซึ่งหากกระทบบ่อยๆ ก็ไม่ดี เพราะแรงกระแทกดังกล่าวอาจมาจากทิศทางที่ไม่ดี อย่างเช่นปีนี้ 2557 ทิศร้ายคือทิศเหนือ จึงต้องคอยระวังอย่าให้ถูกรบกวน หากมีเหตุการณ์แบบนี้ต้องรีบปรึกษาซินแส แต่หากจะแก้ไขเบื้องต้นก็ให้หาไฟสีเขียวมาเปิดบริเวณดังกล่าว นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้นยังมีสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในคอนโดฯ ที่อาจส่งผลร้ายได้อีก เช่น ถ้าอยู่ในชั้นที่ไม่สูงนักก็มีโอกาสจะมีฝุ่น ยุง เสียงดังจากรถยนต์มารบกวน เป็นต้น   ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอยู่ในคอนโดฯ หรือเรื่องอื่นๆ ได้ที่ www.100fs.com
6 พันธุ์ต้นไม้มงคลปลูกริมระเบียง เสริมฮวงจุ้ยบ้านคอนโด

6 พันธุ์ต้นไม้มงคลปลูกริมระเบียง เสริมฮวงจุ้ยบ้านคอนโด

    6 พันธุ์ต้นไม้มงคลปลูกริมระเบียง เสริมฮวงจุ้ยบ้านคอนโด 1. กระบองเพชร : ต้นกระบองเพชรต้นใหญ่ ช่วยในการขจัดสิ่งที่ไม่เป็นมงคลให้ออกจากบ้านได้ 2. ต้นกวักมรกต : ปลูกง่าย ดูแลง่าย ช่วยดูดซับโชคลาภ นำมาซึ่งความร่ำรวยแก่ผู้อาศัย 3. ต้นเขียวหมื่นปี : ช่วยรับพลังและโชคลาภ ทั้งยังเสริมโชคชะตาให้แก่บ้าน 4. กุหลาบ : ช่วยปกป้องบ้านจากการรุกราน แถมยังมีสีสันที่สวยงาม 5. ไผ่ดำ : ช่วยให้ผู้อาศัยปลอดภัย ปราศจากภยันตราย 6. ต้นศุภโชค : เป็นต้นไม้ที่ช่วยเสริมดวงชะตาชีวิตได้เป็นอย่างดี     ที่มา : Facebook : Green Ocean Society  
การจัดห้องน้ำให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

การจัดห้องน้ำให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

การจะจัดห้องน้ำให้ถูกหลักฮวงจุ้ย มีหลักการดังนี้ครับ   1. อย่าวางตำแหน่งห้องน้ำไว้ใกล้ประตูบ้านมากเกินไป เพราะโดยทั่วไปซินแสจะจัดให้ประตูบ้านของท่านรับกับพลังงานที่ดีประจำยุค (ยุคปัจจุบันคือยุคที่ 8 ปี พศ.2547-2567 ในฮวงจุ้ยระบบดาวเหิน หรือ Xuan Kong Flying Star) ดังนั้นหากห้องน้ำมาอยู่ใกล้ประตูหน้าของบ้านมากเกินไป จะเป็นตัวดูดกระแสโชคเข้าไปที่ห้องน้ำและไหลออกไปทั้งหมด เป็นที่มาของการเสียหายทางด้านโชคลาภและความเจริญรุ่งเรือง   หากจำเป็นต้องวางตำแหน่งห้องน้ำไว้ใกล้ประตูหน้าบ้านจริงๆ ก็ขอให้อย่าหันหน้าชนกับประตูหน้าบ้านโดยตรงนะครับ เพราะสภาวะของกระแสไหลออกจะได้ไม่รุนแรง หรือ หากจำเป็นต้องวางห้องน้ำให้ใกล้ประตูหน้าจริงๆ และยังต้องหันหน้าชนประตู ก็จำเป็นต้องบังคับตัวเองให้ปิดประตูห้องน้ำทุกๆครั้งที่เราไม่ใช้งานครับและก็ควรจะใช้ประตูห้องน้ำที่เป็นลักษณะบานทึบเพื่อกันให้กระแสอากาศไหลเข้าไปในห้องน้ำได้น้อยที่สุดครับ ส่วนการวางตำแหน่งของห้องน้ำที่ดีที่สุดหากเลือกได้ จะพยายามวางให้มองไม่เห็นประตูห้องน้ำจากตำแหน่งของประตูเข้าบ้าน   2. วางตำแหน่งห้องน้ำไว้ให้อยู่ในส่วนที่มีพลังงานที่ไม่ดีสะสมอยู่ สำหรับซินแสที่มีความสามารถและประสบการณ์ มักจะเลือกวางตำแหน่งห้องน้ำให้ตรงกับจุดที่มีพลังงานที่ไม่ดีของฮวงจุ้ยในระบบดาวเหิน เนื่องจากรู้ว่าห้องน้ำมีสภาวะการไหลออกของกระแสอยู่ตลอดเวลา หากเราสามารถเลือกตำแหน่งห้องน้ำให้ตรงกับพลังงานที่ไม่ดี ก็จะนำพาพลังงานที่ไม่ดีดังกล่าวออกไปได้มากเป็นพิเศษด้วย เรียกว่าเป็นการใช้ห้องน้ำให้เป็นประโยชน์ได้ดีมากๆเลยครับ   3. ไม่ควรหันหัวสุขภัณฑ์หนัก อ่างล้างหน้า หรือ ฝักบัว ให้ชนกับหัวเตียง โดยไม่สนใจว่าจะเป็นห้องน้ำในห้องนอนเราหรือห้องน้ำของห้องคนอื่นๆในบ้านนะครับ เนื่องจากเมื่อมีการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวจะเกิดเสียงและโดยเฉพาะสุขภัณฑ์หนักนั้นการใช้งานจะก่อให้เกิดประจุ “อิออนบวก” ซึ่งจะเข้ามารบกวนการทำงานของร่างกายเราได้ ดังนั้นหากเรานอนหันหัวเตียงเข้าหาอุปกรณ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นข้อเสียต่อสุขภาพมากทีเดียวครับ หรือหากให้ดีไปกว่านั้นเราจะพิจารณาว่าเตียงที่หันหัวนอนชนผนังผืนเดียวกับอุปกรณ์ดังกล่าวก็ผิดหลักฮวงจุ้ยด้วยเช่นเดียวกันครับ   4. ห้องน้ำควรวางไว้ในตำแหน่งที่ใกล้กับผนังด้านนอกบ้านหรือมีแสงสว่างเพียงพอ เพราะห้องน้ำเป็นห้องที่มีความชื้นสูง เป็นที่สะสมของเชื้อโรค หากเราไม่วางห้องน้ำไว้ในตำแหน่งที่มีอากาศถ่ายเท ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีแสงแดดเข้า ก็จะยิ่งทำให้มีความชื้นสูงมากขึ้นไปอีก เป็นที่มีความสุขภาพที่ไม่ดีได้ครับ โดยสำหรับห้องน้ำที่ไม่มีส่วนเปียกหรือส่วนอาบน้ำ จะไม่พิจารณาว่าหลักการนี้มีความสำคัญมากนักครับ   5. ประตูห้องน้ำไม่ควรชนเตียงนอน พิจารณาหลักการข้อนี้สำหรับห้องนอนที่นอนมากกว่าหนึ่งคนครับ เพราะหากมีการเปิดปิดประตูห้องน้ำเมื่อใช้งานเมื่อไร ก็จะมีการรบกวนการนอนของผู้ที่นอนอยู่ได้ครับ จะเป็นที่มีของการรบกวนการนอน ทำให้สุขภาพไม่ดี  
ฮวงจุ้ยห้องน้ำ กับ 7 ข้อต้องห้ามที่ควรระวัง

ฮวงจุ้ยห้องน้ำ กับ 7 ข้อต้องห้ามที่ควรระวัง

ฮวงจุ้ยห้องน้ำ ต้องจัดห้องน้ำอย่างไรให้ถูกหลักฮวงจุ้ย เพราะห้องน้ำเป็นแหล่งพลังงานด้านลบจุดหนึ่งในบ้าน หลักฮวงจุ้ยห้องน้ำเหล่านี้จึงน่าลองทำตามดู   ถ้าใครสนใจในศาสตร์ฮวงจุ้ยบ้านมาโดยตลอด คงรู้กันดีอยู่แล้วว่าห้องน้ำเป็นส่วนหนึ่งของบ้านที่มักจะมีพลังงานด้านลบวนเวียนอยู่เป็นประจำ เพราะอย่างนี้เราเลยต้องศึกษาหลักจัดฮวงจุ้ยห้องน้ำอย่างถูกต้องเอาไว้บ้าง อย่าง 7 ข้อต้องห้ามที่ควรระวังในการจัดฮวงจุ้ยห้องน้ำเหล่านี้ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง   1. ห้ามเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ห้องนำ้กลายเป็นแหล่งพลังงานแรง สามารถส่งผลกระทบต่อเรื่องสุขภาพและความร่ำรวยของทุกคนในบ้านได้ ก็เพราะในห้องน้ำทุกห้องจะมีกระแสน้ำไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา ทั้งน้ำในท่อและน้ำที่ไหลวนอยู่ในชักโครก ซึ่งหากคุณเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้ เผยให้เห็นสุขภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในห้องน้ำอย่างชัดเจน ความแรงของพลังงานก็จะสามารถกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ในบ้านอย่างอิสระ คราวนี้ทุกคนในบ้านก็จะได้รับผลกระทบเป็นความติดขัดในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ตลอดเวลา ฉะนั้นทางที่ดีเราก็ควรปิดประตูห้องน้ำไปซะ เพื่อป้องกันกระแสพลังงานด้านลบไม่ให้รบกวนส่วนต่าง ๆ ในบ้าน ทว่าใครที่กลัวห้องน้ำจะอับชื้น แนะนำให้ติดพัดลมระบายอากาศ หรือทำช่องระบายอากาศไว้ในห้องน้ำแทนค่ะ   2. อย่าแต่งห้องน้ำด้วยสีแดงและสีทอง หลักการแต่งบ้านที่ดีควรต้องแมทช์สีสันในส่วนต่าง ๆ ของบ้านให้เข้ากัน แต่สำหรับห้องน้ำที่อยู่ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นทิศที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์โดยตรง แม้จะอยากตกแต่งให้สวยแค่ไหนก็ไม่ควรใช้สีแดงและสีทอง เนื่องจากทั้งสองสีนี้จะเกื้อหนุนให้พลังงานหยิน (พลังงานน้ำและธาตุ) แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบให้ความรักความสัมพันธ์ไม่ราบรื่น ส่วนคนโสดก็ยากที่จะเจอรักดี ๆ ทั้งนี้เรื่องการตกแต่งห้องน้ำให้เหมาะสมกับทิศทางที่ตั้งของห้องน้ำก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยคุณสามารถตกแต่งห้องน้ำให้ถูกกับทิศและแก้เคล็ดได้ตามนี้ค่ะ   ห้องน้ำที่อยู่ทางทิศเหนือของ บ้าน ซึ่งส่งผลกับธุรกิจการงาน ความสัมพันธ์ โอกาสก้าวหน้าและความรุ่งเรือง ควรตกแต่งด้วยเซรามิก หรือนำหินก้อนใหญ่มาตั้งโชว์ไว้ ส่วนสีควรใช้สีเหลือง, สีเบจ, สีเขียว และน้ำตาล   ห้องน้ำที่อยู่ทางทิศใต้ของบ้าน ซึ่งส่งผลกับชื่อเสียงและกระตุ้นเรื่องซุบซิบนินทา ควรตกแต่งด้วยสีน้ำหรือฟ้าเพื่อลดความแรงของพลังงาน   ห้องน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับลูกคนโตของบ้าน, สุขภาพ และความสัมพันธ์ในครอบครัว ควรตกแต่งด้วยสีขาวและสีแดง รวมทั้งวางเทียนประดับไว้เพิ่มความสว่างไสวอีกทาง   ห้องน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันตกของบ้าน ซึ่งส่งผลกระทบกับเด็กในบ้าน, ความอุดมสมบูรณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ควรตกแต่งด้วยสีของธาตุน้ำ เช่น สีฟ้าและสีเทา   ห้องน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งส่งผลกระทบกับผู้หญิงในบ้าน,โอกาสมีคู่ครอง และความสัมพันธ์ ควรตกแต่งด้วยสีน้ำตาล, ขาว หรือเขียว รวมทั้งนำต้นไม้มาตกแต่งเพิ่มความสดชื่น   ห้องน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบกับการศึกษา, การตัดสินใจ และความคิด ควรตกแต่งด้วยสีขาว, เขียว, น้ำตาล และควรหากระถางต้นไม้มาตกแต่งไว้ด้วยเช่นกัน   ห้องน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่งผลกระทบกับสถานการณ์การเงิน, การลงทุน, ความสามารถในการออมเงิน และส่งผลกระทบโดยตรงกับลูกสาวคนโตของบ้าน (ถ้ามี) ควรตกแต่งห้องน้ำด้วยสีขาวหรือเทา พร้อมกันนั้นควรประดับห้องน้ำด้วยโลหะด้วย   ห้องน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบกับโชคลาภและผู้นำของบ้าน ควรตกแต่งด้วยสีโทนสว่าง เช่น สีชมพูหรือสีฟ้า   3. ห้องน้ำไม่ควรอยู่ใต้บันได พื้นที่ใต้บันไดไม่ควรจะเป็นที่ตั้งของห้องน้ำ เพราะตำแหน่งนี้จะส่งผลกระทบให้คุณมีบุตรยาก หรือใครที่มีลูกแล้วลูกก็จะซน แถมยังไม่ค่อยเชื่อฟังคำสั่งสอนเท่าไรนัก ฉะนั้นห้องน้ำตรงใต้บันไดจึงเป็นข้อห้ามที่ควรเลี่ยง แต่หากสร้างไปแล้วสามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการปิดประตูห้องน้ำตลอดเวลา พร้อมทั้งตกแต่งด้วยสีที่เหมาะสมกับทิศที่ตั้ง   4. ห้องน้ำไม่ควรอยู่ด้านบนของประตูหน้าบ้าน สำหรับบ้านที่มี 2 ชั้น ควรระวังไม่ให้ตำแหน่งของห้องน้ำบริเวณชั้นบนอยู่ตรงกับตำแหน่งประตูหน้าบ้านบริเวณชั้นล่าง เพราะห้องน้ำ ณ ตำแหน่งนี้จะคอยดักโชคลาภไม่ให้ผ่านเข้ามาในบ้านเรา แต่หากปรับเปลี่ยนตำแหน่งห้องน้ำไม่ได้แล้ว อย่าลืมปิดประตูห้องน้ำตลอดเวลาด้วยนะจ๊ะ   5. ห้องน้ำชั้นสองไม่ควรตรงกับห้องครัวชั้นล่าง นอกจากห้องน้ำที่ชั้นสองจะไม่ควรอยู่ตรงกับประตูหน้าบ้านที่ชั้นล่างแล้ว ส่วนห้องครัวหรือห้องกินข้าวก็ต้องระวังด้วย เพราะหากห้องน้ำชั้นบนอยู่ตรงกับตำแหน่งเตาไฟหรือโต๊ะกินข้าว แน่นอนว่าฮวงจุ้ยลักษณะนี้จะส่งผลกระทบถึงสุขภาพของคนในบ้านอย่างรุนแรงที่สุด ฉะนั้นเลี่ยงได้จะดีกว่านะคะ   6. ห้องน้ำกับห้องครัวไม่ควรอยู่ติดกัน ไม่ใช่แค่เพียงห้องน้ำเท่านั้นที่มีพลังงานแรง แต่ห้องครัวก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน เนื่องจากมีเตาไฟตั้งอยู่ และด้วยเหตุผลนี้เราจึงไม่ควรใช้ผนังห้องน้ำกับผนังห้องครัวร่วมกัน หรือพูดง่าย ๆ ว่าถ้าเป็นไปได้ห้องน้ำและห้องครัวก็ไม่ควรอยู่ติดกัน แชร์ผนังร่วมกัน เพราะอาจส่งผลกระทบไปถึงสุขภาพของทุกคนในบ้านได้ ทว่าสำหรับบ้านไหนที่โครงสร้างห้องน้ำกับห้องครัวอยู่ติดกันอย่างช่วยไม่ได้จริง ๆ สามารถแก้เคล็ดได้ด้วยการย้ายสุขภัณฑ์ทุกชิ้นให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้ามผนังที่ติดกับห้องครัว วิธีนี้จะช่วยลดความแรงของพลังงานได้อีกหน่อย พร้อมทั้งอย่าลืมปิดประตูห้องน้ำไว้ตลอดเวลาด้วยนะคะ   7. ปลายเตียงต้องไม่หันไปทางห้องน้ำ สำหรับห้องน้ำที่ห้องนอนควรต้องจัดที่ทางให้เหมาะสม โดยถ้ามองจากเตียงออกมาจะต้องไม่เจอกับห้องน้ำ หรือแม้แต่ปลายเตียงหันหน้าไปหาประตูห้องน้ำก็ไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะในศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าลักษณะนี้อาจส่งผลกระทบให้คุณมีปัญหาเรื่องการเงิน ถูกโกง มีโอกาสเป็นบุคคลล้มละลาย และมีเกณฑ์เจ็บป่วยถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว แต่หากเลี่ยงไม่ได้ ควรแก้เคล็ดด้วยการหาม่านกั้นมาตั้งระหว่างกลางไว้ และปิดประตูห้องน้ำตลอดเวลา นี่ก็เป็นเพียงข้อห้ามของหลักฮวงจุ้ยห้องน้ำที่ควรหลีกเลี่ยง ซึ่งใครกำลังอยากสร้างห้องน้ำใหม่ก็ควรศึกษาข้อมูลฮวงจุ้ยห้องน้ำเอาไปใช้ด้วยก็จะดีมาก อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อความสบายใจของทุกคนในบ้านนะคะ
การตกแต่งห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย

การตกแต่งห้องนอนตามหลักฮวงจุ้ย

การตกแต่งห้องนอน ตามหลักฮวงจุ้ย ตำแหน่งเตียงภายในห้องนอน หากตั้งไม่ตรงตำแหน่งที่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ เนื่องจากร่างกายของคนเราจะมีสนามพลังที่เกิดจากการไหลเวียนภายในร่างกายหากตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เมื่อนอนหลับสนามพลังดังกล่าวก็จะหมุนเวียนได้คล่องตัวกับสนามแม่เหล็กของโลกนั่นเองโดยตำแหน่งที่เหมาะสม ตามหลักฮวงจุ้ยจีน มีดังต่อไปนี้ 1. หลีกเลี่ยงการตั้งเตียงให้ตรงกับประตูเพราะทำให้คนภายนอกเห็นได้ง่าย อาจรบกวนความเป็นส่วนตัวจึงส่งผลต่อการพักผ่อน อีกทั้ง ประตู ยังเป็นทางผ่านของพลังลมด้วยเมื่อเตียงอยู่ตรงกับทางผ่านลม ร่างกายก็ย่อมได้รับผลกระทบไปเต็มๆจึงไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างยิ่ง 2. หลีกเลี่ยงการตั้งหัวเตียงอยู่ใกล้ประตูเพราะหากบังเอิญมีคนเดินผ่าน หรือเปิดประตูเข้ามาอาจทำให้การผักผ่อนของคุณเป็นไปอย่างสะดุด พักผ่อนไม่เต็มที่เพราะอาจตกใจตื่นได้โดยง่าย 3. ควรวางเตียงในแนวทิศเหนือใต้ตามหลักวิทยาศาสตร์นั้น การวางเตียงในแนวเหนือใต้เป็นการคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้เลือดหมุนเวียนสอดคล้องกับแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้ผู้อาศัยนอนหลับได้ง่าย หลับอย่างสบาย และแน่นอนว่าส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย 4. หลีกเลี่ยงการวางเตียงไว้ใต้คานตามตำราฮวงจุ้ยจีนโบราณ กล่าวว่า การวางเตียงที่นอนไว้ใต้คาน ทำให้เกิดความกดดันส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยเฉพาะบริเวณศรีษะอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวเหมือนมีอะไีรมากดทับ อาจส่งผลให้ล้มป่วยได้ง่าย 5. หลีกเลี่ยงการนำอุปกรณ์แขวน มาไว้บนหัวเตียงอุปกรณ์ประเภทแขวน อย่างเช่น โคมไฟ พัดลม กรอบรูป หรืออื่นๆไม่ควรนำมาไว้บนหัวเตียงเนี่ยงจากทำให้เกิดแรงกดดันเช่นเดียวกับการไว้เตียงไว้ใต้คานส่งผลให้ผู้นอน ล้มป่วยได้ง่าย สุขภาพไม่ดี 6. หลีกเลี่ยงการวางกระจกไว้หน้าเตียงอาจทำให้ผู้นอนเกิดภาวะจิตใจหดหู่ได้ อ่อนแอ และนอนหลับไม่สนิท 7. หลีกเลี่ยงการวางเตียงตรงกับประตูห้องน้ำหากประตูห้องนอนอยู่ตรงกับเตียง ทำให้ความชื้นส่งผลกระทบเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายเมื่อร่างกายสัมผัสความชื้น ก่อให้เกิดการเจ็บป่วย ไม่สบายทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง อีกทั้ง หากมีการเข้าออกห้องน้ำ อาจทำให้ผู้นอนเกิดการนอนหลับไม่สนิทได้เช่นกัน 8. หลีกเลี่ยงการปล่อยหัวเตียงให้โล่งหัวเตียงเปรียบเสมือนความมั่นคง ตามหลักฮวงจุ้ยจีนโบราณ กล่าวว่า การหันหัวเตียงให้ชนกับผนัง เป็นการสร้างความมั่นคงแต่หากหัวเตียงโล่ง อาจทำให้ผู้อาศัย เกิดความไม่มั่นคงได้และหากหันหัวเตียงอยู่ชิดติดเสา จะเเท่ากับว่าเตียงชิดผนังแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ก็ยังไม่เป็นตำแหน่งที่ดีตามหลักฮวงจุ้ยเช่นกัน 9. หลีกเลี่ยงการวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ปลายเตียงเพราะถือว่า เป็นการแสดงความไม่เคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างร้ายแรง 10. หลีกเลี่ยงการจัดวางเตียงไว้ใต้บันไดตามหลักฮวงจุ้ยถือว่า การวางเตียงไว้ใต้บันได ไม่ต่างอะไรกับการไว้ไว้ใต้คานส่งผลกระทบเช่นเดียวกับการไว้ใต้คาน อีกทั้ง ยังส่งผลการรบกวนเมื่อมีผู้อื่นเดินผ่านบันได อาจส่งผลให้ผู้นอนอาศัย พักผ่อนอย่างไม่สนิทอีกทั้ง อาจทำให้ก่อเกิดฝุ่นล่วงหล่นกระจายอีกด้วย ทำให้ผู้อยู่อาศัยสุขภาพไม่แข็งแรง เกิดอาการภูมิแพ้ได้โดยง่าย     สรุป การวางตำแหน่งเตียงนอน ให้ถูกต้องตามหลัก ฮวงจุ้ย จีนโบราณนั้นให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักหากวางในตำแหน่งที่ถูกต้อง ก็จะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัย มีสุขภาพกาย และใจที่แข็งแรงสมบูรณ์ ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ การพักผ่อนที่ดีย่อมส่งผลต่อสภาพชีวิตที่ดี หากเราสังเกตุกันโดยง่าย วันใดก็ตามที่มีการพักผ่อนอย่างเต็มที่ นอนหลับสนิทตื่นมาวันรุ่งขึ้นเราจะมีสุขภาพจิตที่ดี พร้อมที่จะลุยกับทุกๆ สถานการณ์จะดีแค่ไหน หากเป็นเช่นนั้น ทุกๆ วัน วันนี้ ขอจบ บทความ ฮวงจุ้ยกับตำแหน่งของเตีบงนอน ไว้เพียงเท่านี้ หากท่านใดต้องการเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม ส่งคำถามมาได้ที่ Fanpage ของเว็บไซต์ บ้านไอเดีย ดอทคอมนะครับ
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยคอนโด

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยคอนโด

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยคอนโด ฮวงจุ้ยคอนโด การเลือกที่อยู่อาศัย สำหรับคนในเมือง ซึ่ง “คนเมือง” หมายถึง บุคคลที่อาศัยอยู่ในเมือง ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ก็ตาม บ้านไอเดียดอทคอม ได้เคยนำความรู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยการเลือกซื้อบ้านมาเสนอกันไปบ้างแล้ว คราวนี้จึงขอนำเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ สำหรับการเลือกคอนโดมิเนียมและอพาร์ทเม้นท์ ตามหลักของฮวงจุ้ยมาเสนอกันบ้าง คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมและอพาร์ทเม้นท์อยู่   หลักการในการเลือกคอนโดมิเนียมและอพาร์ทเม้นท์ไม่ได้ดูแค่ลักษณะของห้อง ภายในห้องเท่านั้น จะต้องดูรวมไปถึงลักษณะภายนอกอาคารด้วย มีดังต่อไปนี้ ฮวงจุ้ยคอนโด - ฮวงจุ้ยคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ ไม่ควรเป็นอาคารที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวโดยไม่มีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นอยู่ข้างๆ เลยเพราะการตั้งอยู่อย่างเดี่ยวๆ ตามหลักฮวงจุ้ยหมายถึงว่า การขาดคนคอยค้ำจุน ช่วยเหลือสนับสนุน - คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ที่ดี ควรอยู่ใกล้แหล่งชุมชน สะดวกในการคมนาคม ใกล้ที่ทำงาน หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ มีสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น หรือติดกับแม่น้ำ - คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ที่ดี ไม่ควรอยู่ในจุดที่ถูกรอบล้อมด้วยอาคารสูงๆ จะส่งผลให้สุขภาพร่างกายย่ำแย่ เจ็บป่วยออดๆ แอดๆ และสุขภาพจิตเสีย เครียดง่ายเครียดบ่อย ทั้งยังทำให้อับโชค ไม่มีโชคลาภ - คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ ไม่ควรอยู่ใกล้ทางด่วน นอกจากเสียงดังจากการวิ่งไปมาของรถแล้ว ยังมีฝุ่นละอองที่สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของผู้อยู่อาศัยบริเวณนั้นอีกด้วย - คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ที่ดี ต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ ไม่มืดทึบ เพราะศาสตร์ของฮวงจุ้ยให้ความสำคัญต่อแสงสว่างเป็นอย่างมาก หากแสงสว่างน้อยจะทำให้รู้สึกถึงความอึดอัด อยู่อย่างไม่สบายกายและไม่สบายใจ ในการพิจารณาเลือกที่อยู่อาศัยนั้นมีปัจจัยหลายอย่างมากมาย แต่ไม่ว่าจะคำนึงถึงปัจจัยอะไรมากน้อย สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่ด้วย คือ ความเหมาะสมกับผู้อยู่อาศัยเอง ทั้งเรื่องราคา เรื่องทำเล เรื่องการคมนาคม พิจารณาอย่างรอบคอบจะได้อยู่อย่างสบายใจ  
ทำเลต้องห้ามตามหลักฮวงจุ้ย

ทำเลต้องห้ามตามหลักฮวงจุ้ย

ทำเลต้องห้ามตามหลักฮวงจุ้ย ก่อนเราจะเลือกซื้อบ้าน หรือห้องชุด คอนโด ควรพิจารณาตามหลักฮวงจุ้ยนี้ไว้ ก็ดีนะ       - ไม่ควรอยู่ใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง ควรจะอยู่ห่างตั้งแต่ 80-300 เมตรขึ้นไป ปลอดภัยกว่าเยอะ - ไม่ควรอยู่ใกล้หม้อแปลงกระแสไฟฟ้า ควรห่างออกไปอย่างต่ำ 10 เมตร - ไม่ควรอยู่ใกล้กับเสาสัญญาณโทรศัพท์ ควรเว้นระยะห่างประมาณ 80-300 เมตรขึ้นไป - ไม่ควรอยู่ติดกับ เมรุเผาศพของวัด หรือโรงพยาบาล ถ้าจำเป็น ควนเลือกฝั่งที่มองไม่เห็น หรือชั้นที่สูงกว่า - ไม่ควรอยู่ใกล้ที่เก็บขยะ หรือกองขยะปฏิกูล อาจจะส่งกลิ่นรบกวนได้  

1 2 3 4