อยู่สบายไร้กังวล

 

อยู่สบายไร้กังวล แนะนำ

แต่งบ้านจากเก่าไปเป็นใหม่ น่าอยู่ขึ้นเยอะ (Home Make Over)

เมื่อเราอาศัยอยู่ในบ้านนานๆ จนเกิดความเคยชิน อะไรๆ มันก็ดูเก่าๆ ไม่ตื่นตาเร้าใจเลย เรามาดูบ้านเก่า มุมห้องเก่าๆ ที่มีไอเดีย ทำใหม่ (Make Over) จนกลายไปเป็นบ้านใหม่ ห้องใหม่ ที่สุดว้าว ตื่นเต้นเมื่อได้พบเห็นของเพื่อนบ้าน ...เรามาดูกันขอขอบคุณข้อมูลลดีๆ จาก https://www.architecturaldigest.com

อยู่สบายไร้กังวลล่าสุด

1 2 3 ... 9
5 ทำเลเลี่ยงได้ให้เลี่ยงเมื่อซื้อคอนโด

5 ทำเลเลี่ยงได้ให้เลี่ยงเมื่อซื้อคอนโด

การเลือกที่อยู่อาศัยก็เหมือนเลือกทำเลให้กับร้านค้า หากได้พักอาศัยในทำเลที่ดีก็จะช่วยให้คุณสะดวกสบายและช่วยให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าองค์ประกอบรอบๆ ข้างแย่ เราก็ควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน1. ไม่ควรซื้อคอนโดที่อยู่ใกล้แนวสายไฟฟ้าไฟแรงสูงถ้าให้ดีควรเลือกคอนโดหรือห้องที่อยู่ห่างเสาไฟฟ้าหรือสิ่งที่จะทำให้เกิดอันตรายได้ อย่างน้อย 300 เมตรขึ้นไป ทั้งนี้ยังสามารถประเมินความปลอดภัยเรื่องอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น อยู่ใกล้กับอาคารที่ง่ายต่อการลุกลามของเชื้อเพลิงหรือไม่2.ลองสังเกตถึงหม้อแปลงกระแสไฟฟ้าให้ดี ในพื้นที่ชุมชนเรามักจะเห็นหม้อแปลงไฟฟ้าอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ดีแน่ถ้าสิ่งนี้จะอยู่ละแวกเดียวกับที่อยู่อาศัยของเราควรเลือกห้องที่อยู่ไกลหม้อแปลง ออกมาหน่อยอย่างน้อย 100 เมตร หรือในระยะที่ประเมินได้ว่าการระเบิดของมันจะไม่ส่งผลกระทบกับห้องของเรา3.ถอยให้ห่างเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่มีใครที่อยากเข้าใกล้เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ แต่นั่นก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ลองสำรวจและเลือกคอนโดที่อยู่ไกลจากแหล่งส่งสัญญาณโทรศัพท์ 300 เมตรเป็นอย่างน้อย เพราะนั่นจะดีกับตัวคุณ4.ไม่ใกล้วัดและเมรุเผาศพข้อนี้คงเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ถ้าหลีกเลี่ยงได้เราก็ขอแนะนำว่าคงไม่ดีแน่ถ้าห้องของเราหันหน้าไปทางวัด หรือต้องเห็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตลอดเวลา โดยเฉพาะเมรุเผาศพ ถ้าหลีกเลี่ยงได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยงดีกว่า5.อยู่ห่างกองขยะเข้าไว้เพราะนอกจากจะไม่อยู่ในรัศมีของกลิ่นเน่าเหม็นแล้ว กองขยะยังเป็นสัญลักษณ์ของเชื้อโรค ฝุ่นละออง ที่ปลิวมากับอากาศ มันคงไม่ดีแน่ถ้าคุณต้องสูดดมมันทุกวัน เพราะนั่นเป็นบ่อเกิดของโรค ซึ่งทำให้คุณต้องเจ็บป่วยขอบคุณแหล่งที่มา https://www.plus.co.th/condo-for-sale/condo-checklist
แน่ใจได้อย่างไร? ที่ดินข้างโครงการไม่มีตึกสูงบัง

แน่ใจได้อย่างไร? ที่ดินข้างโครงการไม่มีตึกสูงบัง

ตำแหน่งห้องในฝันสำหรับการเลือกห้องในคอนโด นอกจากอยู่ในด้านที่ไม่ต้องเจอแดดร้อน ก็มีเรื่องของวิวทิวทัศน์โล่งกว้าง หลายคนจึงพยายามเลือกห้องฝั่งที่ติดกับที่ดินโล่งกว้างหรืออย่างน้อยก็มีเพียงแค่ตึกเตี้ยๆแต่ไม่มีอะไรแน่นอน วันหนึ่งเราอาจต้องตื่นจากฝัน เมื่อพบว่า ที่ดินข้างๆ ก็ผุดโครงการคอนโดอีกหนึ่งโครงการขึ้นมา กลายเป็นว่าความสุขจากทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตาถูกดับฝันลงทันทีก่อนอื่นขออธิบายว่าในอาคารสูง (สูงตั้งแต่ 23 เมตร) หรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษ (พื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร) กฎหมายกำหนดไว้ว่าอาคารต้องเว้นที่ว่างจากเขตที่ดินอย่างน้อย 6 เมตร เพราะฉะนั้น ในกรณีอาคารสูงคนละโครงการกัน จะมีระยะตึกติดกันมากที่สุด 12 เมตร ระยะนี้เป็นระยะเพื่อให้รถดับเพลิงทำงานได้ แต่ไม่ใช่ระยะที่มาจากการพิจารณาความขวยอายที่ต้องสบตากับเพื่อนบ้านข้างตึก ระยะ 12 เมตรระหว่างสองห้องคอนโดสูง จึงดูใกล้จนแทบจะจีบกันได้เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดหวังเช่นนี้ เราสามารถอาศัยความรู้และความเข้าใจในบ้านเมือง + กฎหมายอาคารเล็กน้อย...แล้วที่ดินข้างตึกเราแบบไหน ที่มีแนวโน้มว่าจะไม่กลายเป็นอาคารสูงขึ้นมาในอนาคต1. ที่ดินติดแม่น้ำ หรือติดถนน อันนี้ฟันธงได้เลยว่าอนาคตยังไงก็เป็นแม่น้ำหรือถนนวันยังค่ำ และการันตีว่าตึกสูงจะต้องอยู่ห่างจากห้องเราไปอีกฟากถนน + 6 เมตร2. ที่ดินใกล้เคียงที่ไม่น่าจะมีตึกสูงใกล้ๆ  เช่น โรงพยาบาลดังๆ สวนสาธารณะของรัฐ โรงเรียนหรือวัดที่ปักหลักมั่นคง หรือแม้แต่บ้านมหาเศรษฐี ก็รวมอยู่ในข้อนี้ด้วย แม้ในกรณีนี้อาจจะไม่สามารถรับรองได้ 100% แต่ก็พอจะใช้พิจารณาได้3. ที่ดินที่มีถนนเล็กกว่า 10 เมตรเข้าถึง เนื่องจากกฎหมายอาคารกำหนดให้อาคารสูง ต้องตั้งอยู่บนที่ดินที่มีถนนกว้างเกิน 10 เมตรเข้าถึง ที่ดินที่ติดถนนเล็กกว่า 10 เมตรจึงสร้างอาคารสูงสุดได้ไม่เกิน 23 เมตร (ประมาณ 7 ชั้น) หากคอนโดของท่านอยู่ติดซอยเล็กๆ แล้วที่ดินด้านข้างหรือด้านหลังติดถนนเล็กกว่า 10 เมตรโดยไม่ติดถนนใหญ่อื่นใด ที่ดินนั้นย่อมไม่มีโอกาสเป็นตึกสูงได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากเกิดการรวบที่ดินก้อนนั้นไปติดต่อกับที่ดินอื่นที่ติดถนนกว้างเกิน 10 เมตรได้ ที่ดินนั้นก็จะสามารถสร้างตึกสูงได้เช่นกัน4. ที่ดินติดตีนสะพาน หรือที่ดินติดทางโค้ง ข้อนี้ก็มาจากข้อกำหนดทางกฎหมายอาคาร เนื่องจากกฎหมายกำหนดว่าอาคารสูงโดยทั่วไปต้องมีที่จอดรถ และอาคารจอดรถห้ามมีทางเข้าออกติดตีนสะพานที่มี ”ความลาดชัน” ใกล้กว่า 50 เมตร (นับจากกึ่งกลางทางเข้าจนถึงจุดเริ่มต้นทางลาด โดยสะพานที่มีความลาดน้อยกว่า 2 ซม.ต่อระยะ 1 เมตร ไม่นับเป็นสะพานที่ต้องทำตามกฎนี้) หรือใกล้ทางโค้งเกินกว่า 20 เมตร (นับจากกึ่งกลางทางเข้าจนถึงจุดเริ่มต้นโค้ง) ที่ดินที่ติดสะพาน และติดทางโค้งทางแยกในระยะดังกล่าวจึงไม่สามารถสร้างอาคารสูงได้ ยกเว้นแต่จะหาทางเชื่อมที่ดินนั้นกับทางเข้าออกทางอื่นๆ ได้คล้ายๆ ข้อ 3 หรือไม่ก็ต้องมีอาคารจอดรถภายในระยะ 200 ม.ในอีกที่ดินอีกผืน ซึ่งยุ่งยากพอตัว5. ที่ดินที่ผังเมืองกำหนดไว้ว่าห้ามสร้างอาคารสูง กฎหมายผังเมืองมีข้อกำหนดในแต่ละโซนเรื่องขนาดของตึกที่สร้างได้ หากอาคารคอนโดที่ท่านอยู่อาศัยอยู่บนขอบระหว่างผังเมืองโซนสร้างอาคารสูงได้ กับโซนผังเมืองที่ห้ามสร้างอาคารสูง ที่ดินข้างนั้นก็จะห้ามสร้างอาคารสูงโดยปริยาย แต่ข้ออาจจะเป็นกรณีที่หาได้ยากสักหน่อย เพราะโดยทั่วไปผังเมืองจะเปลี่ยนโซนต่อเมื่ออยู่กันคนละบล็อกถนน มิได้ตัดกันระหว่างที่ดิน อีกทั้งผังเมืองจะมีการพิจารณาใหม่เสมอทุก 5 – 10 ปี จึงมีความไม่แน่นอนสูง6. ที่ดินที่มีขนาดเล็ก เนื่องจากกฎหมายกำหนดระยะร่นต่างๆ ของอาคารสูงไว้ เช่นต้องมีที่ว่างให้รถดับเพลิงวิ่งโดยรอบ 6 เมตร ที่ดินที่มีขนาดเล็กมากๆ (เช่นมีหน้าที่ดินกว้างไม่ถึง 20 เมตร) จึงไม่คุ้มค่าที่จะสร้างเป็นอาคารสูง แต่ข้อนี้มีความไม่แน่ไม่นอนมาก เพราะโครงการอาคารที่จะสร้างใหม่ มักกวาดซื้อที่ดินก้อนเล็กๆรวมแปลงเข้าด้วยกันเป็นที่ดินผืนใหญ่เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าที่ดินผืนเล็กๆ นั้นมีขอบเขตอีกทางเป็นถนน แม่น้ำ หรือโครงการที่ไม่น่าจะเปลี่ยนไปเป็นโครงการอื่น ก็ทำให้มั่นใจได้ว่า ที่ดินนั้นจะไม่กลายเป็นตึกสูงได้มากขึ้นที่จริงยังมีอีกหลายกรณียิบย่อย แต่อย่างน้อยหลักการพิจารณาที่ดินว่าจะสร้างอาคารสูงได้หรือไม่ทั้ง 6 ข้อข้างต้น จะช่วยให้ท่านๆ มีหลักการสำหรับคาดเดาสภาพแวดล้อมของคอนโดว่าจะมีอาคารสูงสร้างขึ้นข้างๆ ได้หรือไม่ความรู้และข้อมูล ช่วยให้เรามองอนาคตได้รอบคอบ และกว้างไกลขึ้นอีกขั้นเสมอขอบคุณแหล่งที่มา : https://zmyhome.com/content/ที่ดินแบบไหน-ที่จะไม่กลายเป็นตึกสูงในภายหลัง
ปัจจัยหลักในการออกแบบบ้านชั้นเดียวสำหรับผู้สูงอายุ

ปัจจัยหลักในการออกแบบบ้านชั้นเดียวสำหรับผู้สูงอายุ

ใครที่กำลังมองหาที่ดินมาสร้างบ้านชั้นเดียว หรือ มีที่ดินครอบครองอยู่ในมือ แล้วกำลังคิดจะสร้างบ้านชั้นเดียวที่รองรับได้ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และก็ตัวคุณเองที่อายุมากขึ้นเรื่อยๆ ไปตามกาลเวลาก็ได้เวลาอันสมควรที่จะมาดู 5 ปัจจัยหลักในการออกแบบบ้านชั้นเดียวสำหรับผู้สูงอายุแล้ว ว่าควรจัดฟังก์ชันอะไรยังไงบ้างเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และสามารถรองรับสังคมผู้สูงอายุได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง1. บ้านชั้นเดียวกับทางเข้าบ้านที่รองรับวีลแชร์ได้นอกจากบ้านชั้นเดียว ที่เป็นเสมือนหัวใจหลักในการออกแบบบ้านสำหรับผู้ชราแล้ว หลักในการออกแบบบ้านชั้นเดียวเพื่อให้คนชราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอันดับต้นๆ ก็คือ ทางเดินเข้าออกตัวบ้าน ส่วนนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทุกแบบบ้านชั้นเดียวจะต้องมี เนื่องจากเป็นตัวนำพาคนชราเข้าออกสู่บ้านชั้นเดียว ซึ่งจะแบ่งสองส่วนด้วยกันคือ ทางลาด กับ บันไดทางเข้าบ้าน โดยทางเดินเข้าบ้านทั้งสองทางนี้จะต้องมีราจับตลอดแนว และมีความกว้างมากกว่า 50 ซม. ขึ้นไป และไม่น้อยกว่า 90 ซม. เพื่อรองรับผู้สูงอายุที่นั่งวิลแชร์ได้ รวมไปถึงทางลาดทางลาดต้องมีความลาดชันไม่เกิน  1:12 ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร สำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชราพ.ศ. 2548 กำหนด2.บ้านชั้นเดียวกับประตูทางเข้าบานใหญ่เมื่อผู้ชราผ่านด่านทางเดินเข้าบ้านได้แล้ว ก็จะพบกับด่านสอง นั่นก็คือประตูทางเข้าบ้าน แน่นอนว่าขนาดของประตูทางเข้าออกบ้านจะต้องมีขนาดกว้างกว่าวีลแชร์หรือมากกว่า 36 นิ้วขึ้นไป ประตูจะต้องใช้แรงผลักเข้าออกง่ายไม่ฝืดเคือง แต่ก็ต้องไม่เบามากเพราะผู้ชราที่เปิดเข้าออกอาจจะลื่นล้มไปกับประตูที่ที่เปิดออกด้วยความรวดเร็วมากได้ดังนั้นประตูทางเข้าบ้านส่วนใหญ่ของแบบบ้านชั้นเดียวสำหรับคนชรานั้นจึงมักเลือกใช้บานประตูแบบเลื่อนสองตอนที่สามารถจับเกาะและพยุงตัวได้ รวมไปถึงสามารถเปิดช่องทางการเข้าบ้านได้เป็นระยะกว้าง ต้องออกแบบให้ลางเลื่อนนั้นขนาบไปกับพื้นบ้านทางเข้าออกเพื่อป้องกันการสะดุดหกล้ม โดยสามารถดรอปพื้นลงไปเพื่อวางลางเลื่อนได้3.บ้านชั้นเดียวกับวัสดุที่ตอบโจทย์ความปลอดภัยและสุขภาพเมื่อเข้ามาในตัวบ้าน สิ่งแรกที่ผู้ชราจะต้องสัมผัสเมื่ออยู่ในตัวบ้านชั้นเดียวก็คือพื้นบ้าน วัสดุตรงนี้ถ้าอยากจะเน้นความสวยงามด้วยการใช้กระเบื้องแบบขัดมันรับรองว่าไม่ปลอดภัยสำหรับคนชราแน่นอน ดังนั้นการออกแบบบ้านชั้นเดียวสำหรับในส่วนของพื้นจะต้องเน้นพื้นกระเบื้องผิวด้าน ซึ่งสามารถศึกษาวัสดุปูเพื่อนเบื้องต้นได้จาก วัสดุปูพื้นบ้าน กระเบื้องแบบไหน ควรใช้งานกับส่วนใด รวมไปถึงผนังบ้าน เพดาน ก็ควรมีการเคลือบผิวด้วยไวนีล เพื่อการทำความสะอาดที่ง่ายและไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาเป็นประจำส่วนในเรื่องการตกแต่งบ้านชั้นเดียวที่ประกอบไปด้วย เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และฝุ่น ตรงนี้ตัดทิ้งไปได้เลย เพื่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็น พรม ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์แบบลอยต่างๆ ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ขนาดไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป สามารถใช้งานได้แบบไม่ต้องก้มหรือย่อ และควรออกแบบให้บริเวณรอบบ้านมีต้นไม้ใบหญ้าเยอะๆ เพื่อคอยจับฝุ่นที่จะเข้ามาในตัวบ้าน ไม่เพียงแค่นั้นพื้นที่สีเขียวยังช่วยให้บ้านได้รับความร่มรื่นและอากาศบริสุทธิ์อันเป็นที่ชื่นชอบของคนชราด้วย4.บ้านชั้นเดียวกับห้องนอนที่รองรับความสะดวกสำหรับการออกแบบบ้านชั้นเดียวให้ตอบโจทย์ผู้สูงอายุมากที่สุดต่อมาก็คือการวางตำแหน่งของห้องนอน ควรอยู่ใกล้กับฟังก์ชันอื่นๆ อาทิ ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร หรือ ห้องที่มีการเดินผ่านไปมาของคนภายในบ้าน เพื่อที่ผู้ชราจะสามารถเชื่อมต่อไปใช้งานห้องต่างๆ ได้อย่างสะดวก อีกทั้งคนในบ้านจะได้สามารถดูแลผู้ชราได้อย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ก็ต้องออกแบบห้องนอนของผู้ชราให้มีความเป็นส่วนตัวไปในตัวด้วย ส่วนใหญ่ Layout ของห้องนอนคนชราจะอยู่บริเวณมุมบ้าน หรือ มุมที่สามารถรับแสงธรรมชาติได้สองด้าน เพื่อเป็นการเปิดห้องให้โล่ง โปร่ง สบาย และสามารถเปิดบานหน้าต่างออกเพื่อรับลมธรรมชาติได้ โดยบานหน้าต่างต้องออกแบบดีไซน์ให้สูงกว่าเอวหรือที่ความสูงประมาณ 1 ฟุต เพื่อป้องกันการพลัดตกลงมาจากห้องนอนส่วนเตียงไม่ควรมีขอบมุมที่แหลม และไม่จำเป็นต้องสูงมาก ควรวางเข้ามุมเพื่อป้องกันการกลิ้งตกเตียง และต้องเหลือพื้นที่ปลายเตียงและข้างเตียงไว้สำหรับเดินเข้าออกห้องได้อย่างง่ายดายด้วย ซึ่งถ้าจะให้ดีสามารถติดตั้งราวจับตามจุดสำคัญในห้องได้ถ้าห้องมีขนาดกว้างมาก5.บ้านชั้นเดียวกับห้องน้ำที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัยมาที่ส่วนสำคัญส่วนสุดท้ายอย่างห้องน้ำ และเป็นส่วนที่ต้องระมัดระวังที่สุดเพราะผู้สูงอายุจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งกับโซนนี้ ดังนั้นห้องน้ำที่ดีควรอยู่บนพื้นที่ที่คนในบ้านเป็นหูเป็นตาด้วยกันได้ โดยแบบแปลนบ้านชั้นเดียวส่วนใหญ่จะออกแบบให้ห้องน้ำอยู่ใกล้กับห้องนอนแต่ไม่อยู่ในห้อง เพื่อป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุ และสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ง่ายขอบคุณแหล่งที่มา : http://bit.ly/2tql7mY
5 วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นและคราบสกปรกในตู้ไมโครเวฟได้อยู่หมัด

5 วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นและคราบสกปรกในตู้ไมโครเวฟได้อยู่หมัด

น้ำมะนาวนำน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับกับน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง จากนั้นนำไปเวฟในไมโครเวฟประมาณ 2-3 นาที ทิ้งไว้สักพักจนกว่าตู้ไมโครเวฟหายร้อน แล้วใช้ฟองน้ำเช็ดทำความสะอาดให้ทั่วเบกกิ้งโซดานำเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนพูน ผสมกับน้ำเปล่าข่อนแก้ว จากนั้นนำไปเวฟในไมโครเวฟ 3 - 5 นาที ทิ้งไว้สักพัก แล้วเช็ดออกให้สะอาดน้ำยาล้างจานหยดน้ำยาล้างจนลงไปบนฟองน้ำ จากนั้นนำไปถูในไมโครเวฟ โดยอาจจะใช้แรงขัดสักนิด แล้วใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด เช็ดเอาน้ำยาล้างจานออก สุดท้ายใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกทียาสีฟันหลังจากกำจัดกลิ่นด้วยวิธีตามข้อ 1-2 แล้ว นำยาสีฟันบีบลงไปบนแปรงสีฟันอันเก่าแล้วใช้ขัดทำความสะอาดด้านในให้ทั่ว จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าสะอาดถ่านหุงต้มวิธีนี้อาจจะดูโบราณไปสักหน่อย แต่ก็ใช้ได้ผลในกรณีที่ตู้ไมโครเวฟมีกลิ่นเหม็นไม่มาก เพียงแค่นำถ่านหุงต้มใส่ในภาชนะ แล้ววางทิ้งไว้ 2-3 วัน กลิ่นก็จะหายไปเป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 5 วิธีกำจัดกลิ่นเหม็นและคราบสกปรกในตู้ไมโครเวฟที่เรานำมาฝาก อย่าลืมนำไปปฏิบติกันด้วยนะคะแหล่งที่มา : http://www.thaiticketmajor.com/variety/lifestyle/7639/
12 เรื่องที่สาวๆ พึงระวัง เมื่ออยู่บ้านหรือคอนโดคนเดียว

12 เรื่องที่สาวๆ พึงระวัง เมื่ออยู่บ้านหรือคอนโดคนเดียว

มาดูกันว่าหากสาวๆ คิดจะอยู่คนเดียวมีเรื่องอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษบ้าง และหากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องจัดการอย่างไร วันนี้กระปุกดอทคอมมี 12 เรื่องที่สาวๆ ควรระวังเมื่ออยู่บ้านหรือคอนโดคนเดียวมาฝากกันค่ะ การอยู่บ้านหรือคอนโดคนเดียวอาจจะสะดวก มีความเป็นส่วนตัว แต่ทั้งนี้ก็ต้องแลกกับความปลอดภัยด้วย จะเห็นได้ว่าคดีอาชญากรรมต่างๆ นั้นมักจะเกิดกับผู้หญิง โดยเฉพาะกับสาวๆ ที่อยู่คนเดียวหรือไปไหนมาไหนตามลำพัง วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวม 12 เรื่องที่สาวๆ ควรระวังเมื่ออยู่คนเดียวมาฝาก รวมถึงวิธีป้องกันและวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์นั้นๆ ด้วย1. หาข้อมูลและคดีอาชญากรรมในพื้นที่  ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกบ้านหรือคอนโด ไม่ใช่ดูแค่ความสวยงามหรือราคาเท่านั้น แต่พิจารณาข้อมูลหรือข่าวที่เคยเกิดขึ้นในบริเวณนั้นๆ ด้วย หากเป็นไปได้ให้ไปดูสถานที่จริงเสียก่อน เพราะส่วนมากแล้วตามหน้าเว็บไซต์ผู้ให้เช่ามักจะบอกแค่ลักษณะของห้อง ราคา สิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งความเป็นจริงตัวอาคารอาจจะอยู่ในซอยเปลี่ยวหรือใกล้กับแหล่งมั่วสุมก็ได้2. เปลี่ยนลูกบิดประตูเมื่อย้ายเข้าใหม่ สิ่งที่ควรทำในการย้ายเข้าหอใหม่ก็คือ เปลี่ยนลูกบิดประตูห้อง เพราะผู้เช่าคนก่อนอาจจะปั๊มกุญแจสำรองไว้และอาจจะกลับมาโดยประสงค์ร้ายหรืออาจจะเกิดในกรณีที่เจ้าของห้องคนเก่าเผลอเมาแล้วกลับมาห้องเดิมซึ่งเราก็ไม่สามารถรู้ได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับความยินยอมจากเจ้าของห้องเสียก่อน ถ้าไม่สามารถเปลี่ยนได้จริงๆ ก็ให้ติดกลอนประตูด้านในแทน และเมื่อต้องออกไปข้างนอกก็ล็อกห้องโดยการหาที่ครอบลูกบิดมาใส่ไว้แทน3. ประตูกระจกเลื่อนเสี่ยงภัย  สำหรับประตูระเบียงหลังห้องที่เป็นแบบกระจกบานเลื่อน เสี่ยงต่อการถูกจู่โจมมากกว่าประตูแบบธรรมดาเพราะง่ายต่อการงัดแงะ วิธีป้องกันคือให้หาท่อนเหล็กหรือด้ามไม้ม็อบใส่เข้าไปในลู่บานเลื่อน เพื่อไม่ให้คนภายนอกเปิดบานเลื่อนเข้ามาได้4. อย่าโพสทุกอย่างลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าได้ประกาศว่าอยู่คนเดียวหรือเขียนเนื้อหาที่สื่อว่าอาศัยอยู่คนเดียวลงในเว็บไซต์โซเชียลต่างๆ เด็ดขาด เพราะในโลกออนไลน์นั้นมีทั้งคนที่ไว้ใจได้และไว้ใจไม่ได้ อีกอย่างที่ต้องระวังไว้ก็คือ เนื้อหาเกี่ยวกับตารางชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ทำงานจากกี่โมงถึงกี่โมง ตอนนี้อยู่ตรงไหน หรือจะกลับกี่โมง เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีวางแผนลอบเข้าห้องตอนที่คุณไม่อยู่ได้ 5. ทำตัวเหมือนอยู่ห้องหลายคนวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวคือต้องไม่ให้คนรู้ว่าคุณอยู่คนเดียว โดยส่วนใหญ่คนร้ายจะจ้องเข้าจู่โจมเหยื่อที่เป็นผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงที่อยู่คนเดียว ซึ่งคนร้ายอาจเป็นคนนอกหรือคนในก็ได้ วิธีที่คนร้ายจะสามารถรู้รายละเอียดต่างๆ ของเราจากการดูชื่อบนซองจดหมายที่ส่งมาถึงเราหรือการเดินดูบริเวณหน้าห้อง วิธีป้องกันคือให้ใช้ชื่อผู้ชายในการให้ชื่อ-ที่อยู่ในการรับของแทนชื่อของตนเอง หรือให้หารองเท้าผู้ชายคู่ใหญ่ๆ วางหน้าห้อง6. พกอุปกรณ์ป้องกันติดตัวไว้ข้างกายตลอด  ไม่จำเป็นต้องปืนหรือมีด เพราะถ้าไม่มีความเชี่ยวชาญในการใช้คนร้ายอาจจะใช้โอกาสนี้แย่งอาวุธกลับมาทำร้ายเราแทน ให้พกสเปรย์พริกไทยไว้กับตัวอยู่เสมอ เพราะเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวที่หาได้ง่ายและสามารถพกติดตัวได้สะดวก สำหรับในบ้านนั้นให้วางไว้ข้างเตียงในตำแหน่งที่หยิบได้สะดวก สามารถโต้ตอบคนร้ายได้ในระยะไกลไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้และเสี่ยงอันตรายเหมือนมีด7. มีความรอบคอบอยู่เสมอ อย่าเผลอหรือนิ่งนอนใจในทุกสถานการณ์ เวลาอยู่บ้านคนเดียวให้ตรวจดูว่าประตูล็อกดีหรือยัง อย่าไว้ใจให้คนแปลกหน้าหรือคนที่เพิ่งรู้จักมาบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่คุณเดินจากรถมายังประตู คนร้ายมักจะใช้ช่วงเวลานี้จู่โจมเหยื่อ เพราะเหยื่อจะไว้วางใจและในมือของเหยื่อนั้นจะมีทั้งกุญแจรถ กุญแจบ้าน ฉะนั้นแล้วไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบใดก็ควรจะระวังตัวไว้ตลอด8. ปิดม่านให้มิดชิด เพราะบางทีแค่รั้วบ้านอาจจะบังสายตาคนนอกที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่ได้ การเปิดม่านอาจจะช่วยให้บ้านสว่างก็จริง แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เกิดการโจรกรรมได้ เพราะคนร้ายจะรู้รายละเอียดของเหยื่อโดยที่ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เดินผ่านบ้านก็รู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบ้านที่มีของมีค่าตั้งโชว์9. เก็บกุญแจและรีโมทรถยนต์ไว้ใกล้ตัว ถึงแม้ว่ารีโมทรถยนต์จะไม่ใช่อาวุธที่ป้องกันตัวได้ แต่ก็สามารถช่วยได้ดีในเวลาคับขัน ให้เก็บรีโมทไว้บนหัวเตียงหรือในตำแหน่งที่หยิบง่าย ถ้าถูกจู่โจมในขณะที่นอนหลับหรือกำลังนอนจะได้หยิบมาใช้งานได้ทันการ โดยเมื่อถูกจู่โจมหรือทำร้ายให้กดปุ่มสีแดงเพื่อเปิดให้เสียงไซเรนร้อง อาศัยช่วงเวลาที่คนร้ายชะงักตกใจจากเสียงไซเรนรีบเอาตัวรอดแล้วตะโกนให้คนช่วย10. เบอร์โทรศัพท์ของคนในมีไว้เยอะยิ่งดี นอกจากเบอร์โทรฉุกเฉิน สถานีตำรวจ โรงพยาบาลแล้ว เบอร์ของยาม เจ้าของหอ แม่บ้านที่หอ หรือแม้กระทั่งเบอร์ของเพื่อนบ้านก็ควรจะมีไว้ในโทรศัพท์ เพราะบางทีเพื่อน คนในครอบครัวหรือเจ้าหน้าที่ก็อาจจะอยู่ไกล อาจจะมาช่วยเหลือไม่ทันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน 11. แจ้งเจ้าหน้าที่เมื่อเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยถ้าพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น ชอบเดินตาม หรือชอบเจออยู่บริเวณทางเข้าบ้านหรือคอนโดบ่อยๆ รวมไปถึงบุคคลภายนอกที่มีพฤติกรรมเสี่ยง อย่างเช่น การรวมตัวดื่มสุราของกลุ่มบุคคล ควรให้แจ้งเจ้าหน้าที่ไว้เพราะถึงแม้ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นจะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีแอลกอฮอล์ในร่างกาย 12. เลี้ยงสุนัขไว้เฝ้ายามถ้าเป็นไปได้ให้เลี้ยงสุนัขไว้ด้วยก็ดี เพราะเจ้าตูบนี่แหละเป็นทั้งยามและสัญญาณเตือนภัยชั้นดี ประสาทสัมผัสของสุนัขจะไวมาก เมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ตอนกลางคืน หรือได้ยินเสียงหรือกลิ่นที่ไม่คุ้นเคยพวกมันจะเห่าและมีอาการลุกลี้ลุกลน ซึ่งเจ้าของก็สามารถสังเกตได้ หวังว่าวิธีที่เราได้นำมาฝากนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสาวๆ ที่อยู่หอ คอนโด หรืออยู่บ้านคนเดียวนะคะ อย่างไรแล้ว สาวๆ ก็ควรระวังตัวไว้ตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสังคมในปัจจุบันที่มีข่าวอาชญากรรมให้เห็นทุกวันขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view142749.html
10 วิธีทำความสะอาดสเตนเลสให้กลับมาเงาวับอีกครั้ง

10 วิธีทำความสะอาดสเตนเลสให้กลับมาเงาวับอีกครั้ง

วิธีทำความสะอาดของใช้ในบ้านเน้อสเตนเลส ด้วยอุปกรณ์ใกล้ตัวที่อยู่ในบ้าน ช่วยคืนความสะอาดเงางามให้สเตนเลสและน่าหยิบจับมาใช้งานอีกครั้งเหตุผลที่หลายคนเลือกใช้สเตนเลสก็คงจะหนีไม่พ้นความสวยงามและความทนทานในการใช้งานใช่ไหมล่ะคะ แต่พอซื้อมาใช้จริง ๆ แล้วก็พบว่า ของใช้ที่เป็นเนื้อสเตนเลสอย่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว หรือของใช้ในบ้านชนิดอื่นๆ  เนี่ย ดูหมองหม่นเร็ว ไม่เงาวับเหมือนครั้งแรกๆ ที่ซื้อมาใช้ กระปุกดอทคอมเลยไม่รอช้า รีบไปสรรหาและรวบรวมวิธีทำความสะอาดของใช้ในบ้านชนิดสเตนเลส ที่สามารถหาได้จากในบ้านมาฝากกันค่ะ1.น้ำยาล้างจานและน้ำมันแร่ คราบเหนียวและคราบกรังที่เกาะอยู่บนสเตนเลส ให้นำผ้ามาชุบน้ำพอหมาด ตามด้วยชุบน้ำยาล้างจานเล็กน้อย นำไปขัดถูคราบให้ทั่ว แต่ถ้าคราบยังไม่ออก ให้ลงน้ำยาซ้ำอีกสัก 2-3 รอบ ก่อนจะใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดออกและเช็ดให้แห้ง หลังจากนั้นหยดน้ำมันแร่หรือเบบี้ ออยล์ ลงบนผ้าอีกผืนประมาณ 2-3 หยด เพื่อใช้เช็ดเคลือบผิวหน้าสเตนเลสให้ดูเงางามก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย2. น้ำส้มสายชูและน้ำมันถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดสเตนเลสเปื้อนคราบทั่วไปที่ทำให้ดูหมอง ให้เทน้ำส้มสายชูลงในขวดสเปรย์แล้วฉีดลงบนคราบ เช็ดออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ จากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์อีกผืนชุบน้ำมันบาง ๆ แล้วเช็ดเคลือบผิวหน้าของสเตนเลสอีกชั้นเพื่อเคลือบผิวให้ดูเงางาม3. น้ำยาเช็ดกระจกรอยนิ้วมือบนสเตนเลสที่เช็ดเท่าไรก็ไม่ออก แนะนำให้ใช้น้ำยาเช็ดกระจกฉีดพ่นลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ แล้วนำไปเช็ดรอยนิ้วเมือบนสเตนเลส เพียงเท่านี้สเตนเลสก็จะกลับมาสะอาดสดใสไร้รอยนิ้วมือบดบังความเงางามอีกต่อไป ที่สำคัญไม่ควรฉีดพ่นน้ำยาเช็ดกระจกลงบนเนื้อสเตนเลสโดยตรง4. คลับโซดา (Club Soda)คลับโซดา (Club Soda) คือน้ำโซดาที่ใช้ผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีวางขายอยู่ทั่วไป สามารถนำมาทำความสะอาดคราบสกปรกบนสเตนเลสได้อย่างดีเยี่ยม แค่เทใส่ขวดสเปรย์แล้วฉีดพ่นลงบนคราบสกปรกหรือเนื้อสเตนเลสโดยตรง ใช้ผ้าสะอาด ๆ เช็ดออก คราบก็จะหายไปพร้อมทั้งคืนความสดใสเป็นประกายให้สเตนเลส5. แป้งอเนกประสงค์การทำความสะอาดเครื่องครัวที่ดูหมองให้กลับมาเหมือใหม่ ง่ายนิดเดียวเอง เริ่มจากล้างทำความสะอาดคราบส่วนเกินออกก่อน เช็ดให้แห้ง แล้วโรยแป้งประกอบอาหารอเนกประสงค์ให้ทั่ว ใช้ผ้าขนนุ่มๆ เช็ดวนเป็นวงกลมเพื่อให้เกิดความเงางาม ดูสะอาดเหมือนใหม่อีกครั้ง6. น้ำมันอเนกประสงค์ (น้ำมันหล่อลื่น) น้ำมันหล่อลื่นเป็นตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้สเตนเลสกลับมาเงาวับเหมือนให้ได้อีกครั้ง เพียงแค่ฉีดพ่นลงบนเนื้อสเตนเลสโดยตรง แล้วใช้ผ้าเช็ดๆ ถูๆ สเตนเลสก็จะกลับมาเงาวับได้ในทันที แต่ก็อย่าลืมอ่านวิธีใช้และข้อควรระวังในการใช้งานกันอย่างเคร่งครัดเลยนะคะ7. แอลกอฮอล์วิธีนี้ช่วยทำความสะอาดคราบสกปรกชนิดแห้งกรังได้อย่างง่ายดาย แค่นำผ้ามาชุบแอลกอฮอล์ชนิดทำความสะอาดเพียงเล็กน้อย แล้วนำไปเช็ดเฉพาะจุดที่มีคราบให้หลุดออก ห้ามเช็ดพื้นผิวสเตนเลสทั้งหมดเพื่ออาจจะทำให้เกิดปฏิกิริยาอื่น ๆ บนพื้นผิว8. น้ำสบู่เหมาะกับการทำความสะอาด อ่างล้างจานแบบสเตนเลสและถังน้ำต่าง ๆ แค่ผสมสบู่เหลวกับน้ำเปล่าให้เจือจาง แล้วนำมาทำความสะอาดตามอ่างน้ำและถังน้ำ ให้คราบมันที่เป็นเมือกหลุดออก พร้อมกลับใช้งานได้อีกครั้ง9. เบกกิ้งโซดาหากสเตนเลสเปื้อนคราบกาแฟเหลือง ๆ ที่ยากจะทำความสะอาด ให้ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเปล่าเล็กน้อย คนส่วนผสมให้มีลักษณะเป็นเนื้อสครับเข้มข้น แล้วป้ายลงบนคราบ ทิ้งไว้สักพัก จากนั้นก็ขัด ๆ ถู ๆ คราบก่อนเช็ดทำความออกให้เกลี้ยงอีกครั้ง10. น้ำมันเลมอน ออยล์น้ำมันเลมอน ออยล์ คืออุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ประเภทเนื้อไม้ซะส่วนใหญ่ แต่ก็สามารถนำมาปรับใช้ทำความสะอาดสเตนเลสได้ด้วย เพียงแค่เทน้ำมันลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์แล้วเช็ดพื้นผิวสเตนเลสให้ทั่ว เพียงเท่านี้คราบก็จะหายวับไปอย่างรวดเร็วทริคทำความสะอาดสเตนเลสที่ต้องรู้ไว้ !- เลือกผ้าได้ถูกชนิดก็พิชิตคราบได้ : ควรจะใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าขนหนูเนื้อนุ่มเพื่อลดการขีดข่วน- อุณหภูมิก็สำคัญไม่งั้นอาจทำให้เกิดปัญหาได้ : เนื้อเดิมของสเตนเลสมีความเย็นอยู่แล้ว ฉะนั้นก่อนทำความสะอาดทุกครั้งควรรอเนื้อสเตนเลสอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออื่น ๆ เย็นลงหรืออุณหภูมิลดลงซะก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบระหว่างทำความสะอาด- ทดลองน้ำยาทำความสะอาดตัวใหม่ก่อนทำจริง : ก่อนจะลงน้ำยาทำความสะอาดบนสเตนเลสเป็นครั้งแรก แนะนำให้ทดลองกับเนื้อสเตนเลสเป็นจุดเล็ก ๆ ซะก่อน เพื่อดูว่าน้ำยานั้นใช้ได้ถูกกับสเตนเลสของเราหรือไม่- เช็ดให้ถูกทางก็วางใจได้เลย : หากสังเกตดี ๆ เราจะเห็นเส้นที่อยู่บนเนื้อสเตนเลส ดังนั้นแนวการเช็ดทำความสะอาดก็ต้องเช็ดไปตามแนวลายเส้นของสเตนเลสไปเลย ไม่ควรเช็ดหรือถูตัดเส้นเด็ดขาด- ทำความสะอาดบ่อย : คุณภาพก็ถดถอยได้เหมือนกัน บางครั้งคราบสกปรกต่าง ๆ ก็กลายเป็นเกราะป้องกันเนื้อสเตนเลสให้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น แต่ถ้าทำความสะอาดบ่อยเกินไป เกราะเหล่านั้นก็จะถูกทำลายลงไปด้วยต่อไปนี้คงไม่มีใครผลัดวันประกันพรุ่งในการทำความสเตนเลสแล้วใช่ไหมล่ะ เพราะแต่ละวิธีที่เรานำมาให้ชมกันในวันนี้ มันช่างง่ายดายแถมอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็สามารถหาได้จากในบ้าน งั้นไปไล่เช็กเลยค่ะว่าสเตนเลสชิ้นไหนในบ้านที่ถึงเวลาต้องนำมาทำความสะอาดแล้วบ้างนะขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view171824.html 
12 วิธีทำความสะอาดพื้นไม้ ให้ทนทานไร้รอยขีดข่วน

12 วิธีทำความสะอาดพื้นไม้ ให้ทนทานไร้รอยขีดข่วน

วิธีทำความสะอาดพื้นไม้ที่ถูกต้อง กำจัดได้ทั้งคราบธรรมดาและคราบหนักโดยไม่ทำลายเนื้อไม้ ถ้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะทำให้พื้นไม้ในบ้านของเราสวยงามยาวนาน ทนทาน ไร้รอยขีดข่วนได้ ก็ตามไปชมกันเลยค่ะไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพื้นไม้นั้นมีราคาแพงขนาดไหน หากคิดที่จะแต่งบ้านด้วยพื้นไม้ก็ต้องดูแลและเอาใส่ใจในเรื่องของความสะอาดเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้พื้นบ้านราคาสุดหรูหรากลายเป็นพื้นธรรมดาราคาถูกไปได้ ดังนั้นกระปุกดอทคอมเลยรวบรวมนำเอาวิธีในการทำความสะอาดพื้นไม้อย่างถูกวิธีมาฝาก เพื่อให้พื้นไม้คงทน สวยงาม ใช้งานไปได้อีกนานแสนนาน1. แอลกอฮอล์เช็ดรอยขีดเขียนหากพื้นไม้มีรอยขีดเขียน ให้นำแอลกอฮอล์เทลงบนผ้าผืนหนาประมาณ ¼ ช้อนชา แล้วนำไปเช็ดบริเวณที่มีรอยปากกาหรือดินสอ โดยค่อยๆ เช็ดวนรอบๆ ห้ามเช็ดแบบกระจาย มิเช่นนั้นจะทำให้เนื้อไม้ส่วนอื่นเสียหายตามไปด้วย เสร็จแล้วก็ทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วค่อยเช็ดออกด้วยผ้าสะอาดอีกครั้ง2. เตารีดแก้รอยบุ๋มบนเนื้อไม้จริงๆ แล้วเราสามารถแก้ไขรอยบุ๋มบนเนื้อไม้ได้ด้วยเตารีด โดยเทน้ำเปล่าลงบนรอยไม้บุ๋ม เมื่อน้ำเริ่มซึม ก็ให้รีบนำผ้าผืนหนามาปิดทับรอยเอาไว้ จากนั้นใช้เตารีดที่ความร้อนสูงนาบลงไปบนผ้า รอให้ผ้าแห้งแล้วค่อยยกเตารีดออก เนื้อไม้ก็จะกลับมาเรียบเนียนเหมือนเดิม3. แป้งเด็กกำจัดเสียงเอี๊ยดออกจะน่ากลัวไปนิด เดินบนพื้นไม้ทีไรต้องมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดตามติดทุกฝีก้าว สามารถแก้ไขได้โดยการเทแป้งเด็กลงบนพื้นไม้ตรงจุดที่เกิดเสียง และเกลี่ยแป้งให้ทั่ว เพียงเท่านี้คุณก็ก้าวเดินในบ้านได้อย่างไม่ต้องกังวลกับเสียงชวนสยองอีกต่อไป4. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ล้างคราบและกลิ่นฉี่สัตว์เลี้ยงสามารถกำจัดคราบเหล่านี้ได้ด้วยวิธีที่แสนจะง่ายดาย เริ่มจากซับฉี่สัตว์เลี้ยงออกจากพื้นไม้ให้เกลี้ยง แล้วหันมาผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เข้ากับน้ำยาล้างจานและเบกกิ้งโซดาให้ได้เนื้อสครับที่เข้มข้น แล้วนำไปขัดถูลงบริเวณคราบฉี่ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยเช็ดออกจนพื้นสะอาด5. ชาดำทำความสะอาดพื้นไม้ ไม่ทิ้งสารตกค้างคอน้ำชาทั้งหลาย หากใช้ถุงชงชาดำแล้วอย่าเพิ่งทิ้ง ให้นำมาต้มในน้ำเปล่าประมาณ 2-4 ถุงจนน้ำเริ่มเปลี่ยนสี แต่ถ้าพื้นไม้ที่บ้านเป็นสีอ่อน ก็อย่าต้มนานมิเช่นนั้นสีชาจะเข้มจนเกินไป รอจนกว่าน้ำชาจะเย็นตัวลง จากนั้นก็ให้นำผ้ามาชุบและบิดพอหมาด เช็ดทำความสะอาดพื้นไม้ให้ทั่ว สารโพลีฟีนอลที่อยู่ในน้ำชาดำจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บนพื้นไม้ได้ แถมยังทำให้พื้นไม้สวยนานขึ้นอีกด้วย6. สูตรผสมน้ำส้มสายชูเช็ดพื้นไม้จะทำความสะอาดพื้นไม้ทั้งที จะใช้น้ำยาเคมีได้อย่างไรล่ะ มาลองใช้สูตรน้ำส้มสายชูแบบธรรมชาติให้พื้นไม้สะอาดไร้สารตกค้างกันดีกว่าค่ะ ก่อนอื่นให้นำน้ำมันมะกอก ¼ ถ้วยตวง มาผสมกับน้ำส้มสายชู 1/3 ถ้วยตวง น้ำมันหอมระเหย 12 หยด และน้ำร้อนอีก 5 ถ้วยตวง เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีก็ให้นำไปเช็ดทำความสะอาดพื้น7. ล้างคราบเหนียวออกจากพื้นไม้ หลายครั้งที่ทำอาหารหกเลอะพื้นไม้ แต่ก็ไม่เคยทำความสะอาดจริงจังสักที ฉะนั้นให้นำเทปกาวมาติดที่พื้นเพื่อกั้นเขตรอยเปื้อนอาหารเหนียวๆ นั้นเอาไว้ จากนั้นให้โรยเบกกิ้งโซดาทับลงไป รอให้แห้ง และเช็ดตามด้วยผ้าชุบน้ำในขั้นตอนสุดท้ายก็เป็นอันเรียบร้อย8. ยาสีฟันลบรอยหมึกปากกาและคราบน้ำยาสีฟัน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถลบรอยขีดเขียนจากน้ำหมึกปากกาและรอยคราบน้ำบนพื้นไม้ให้จางหายไปได้ ไม่ว่ารอยน้ำหมึกนั้นจะมากมายขนาดไหน แค่ป้ายยาสีฟันลงไปบนรอยน้ำหมึก จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพียงเท่านี้พื้นไม้ของคุณก็จะกลับมาสวยงามเหมือนเดิม9. สูตรกำจัดฝุ่นบนพื้นไม้ถ้าไม่อยากเสี่ยงทำลายพื้นไม้ในบ้านตัวเอง แนะนำให้ลองผสมน้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง น้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชา โซเดียมคาร์บอเนต ¼ ถ้วยตวง และน้ำอุ่น 2 แกลลอนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาถูพื้นไม้ในบริเวณที่มีฝุ่นเกาะ พื้นก็จะสะอาดใสไม่มีฝุ่นกวนใจแน่นอน10. ทำความสะอาดพื้นลามิเนตเนื่องจากกระบวนการการผลิตไม้ลามิเนต ที่ต้องบีบอัดเป็นชั้น ๆ เราจึงต้องทำความสะอาดอย่างถูกต้อง ด้วยการดูดฝุ่นพื้นออกก่อน แล้วใช้ไม้ถูพื้นและน้ำยาทำความสะอาดสูตรอ่อนโยนถูลงบนพื้นไม้ จากนั้นเช็ดพื้นให้แห้งอีกครั้งก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ถึงแม้จะไม่ยากอย่างที่คิดแต่จะต้องทำให้ถูกตามขั้นตอน และจะต้องไม่ทิ้งน้ำยาทำความสะอาดไว้บนพื้นลามิเนตนานเกินไป เพราะจะทำให้พื้นเสียหายได้11. ลบรอยข่วนจากเล็บสัตว์เลี้ยงแม้ว่ารอยข่วนบนพื้นไม้จากฝีมือของสัตว์เลี้ยง จะแก้ยากขนาดไหนแต่เราก็สามารถแก้ไขได้ เพียงแค่นำสีโป๊วไม้ถูลงบนรอยข่วนเพื่อเติมเต็มร่องเนื้อไม้ จากนั้นใช้ฟองน้ำชุบสีที่เข้มพอ ๆ กับสีเนื้อไม้เดิมซับลงไป ตามด้วยลงแว็กซ์และทิ้งไว้ 5 นาที ใช้ผ้าแห้งเช็ดให้พื้นขึ้นเงาอีกครั้ง รอยข่วนเหล่านั้นก็จะหายไป12. สเปรย์กำจัดคราบหนักบนพื้นลามิเนตแม้ว่าการทำความสะอาดพื้นลามิเนตอย่างถูกวิธีจะทำให้พื้นสะอาดก็จริง แต่ถ้าพื้นเปื้อนคราบหนักก็ต้องจัดการด้วยสเปรย์สูตรพิเศษ ที่มีส่วนผสมของน้ำเปล่า 1 ถ้วย น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย แอลกอฮอล์ ¼ ถ้วยตวง และน้ำยาล้างจานประมาณ 2-3 หยด ให้เข้ากันดี แล้วเทใส่ขวดสเปรย์เพื่อนำไปฉีดพ่นลงบนคราบหนัก และเช็ดออกให้สะอาด เพราะพื้นไม้นั้นมีมูลค่าค่อนข้างสูง ดังนั้นเราจึงต้องดูแลและทำความสะอาดอย่างถูกวิธี ถ้าไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายมากมายไปกับพื้นไม้โดยใช่เหตุ ก็ต้องดูแลพื้นไม้ให้ถูกวิธีอย่างที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ด้วยนะคะ ขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view149594.html
10 ของอันตรายในบ้านที่คาดไม่ถึง

10 ของอันตรายในบ้านที่คาดไม่ถึง

ทุกๆ วันที่เราใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน มีข้าวของเครื่องใช้มากมายที่เราต้องสัมผัส ใกล้ชิด ฯลฯ โดยที่เราเองอาจมองข้ามสารพิษ หรืออันตรายที่ซ่อนอยู่ในของใช้ต่างๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราไม่รู้ และส่วนหนึ่งเราอาจละเลยว่าไม่น่าจะมีอันตรายมากมาย Sanook! Home เห็นความสำคัญของอันตรายจากของใช้ต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใน “บ้าน” มาดูกันว่าของชิ้นเล็กๆ บางชิ้นอาจอันตรายกับเรามากกว่าที่คิด และนี่คือ 10 รายการสารพิษในบ้านที่คุณอาจต้องการเลือกซื้อของใช้เข้าบ้านในครั้งต่อไปกัน1.ลูกเหม็นเรามักจะใส่มันไว้ในตู้เสื้อผ้า ทั้งช่วยกันแมลงกินผ้า และป้องกันกลิ่นอับ ลูกเหม็นจะสลายตัวเป็นก๊าซ แม้ว่าผู้ผลิตจะมีคำเตือนว่าห้ามสูดดมแล้วก็ตาม แต่นักวิจัยพบว่ายังไม่พอ เพราะ มันมีส่วนทำให้สัตว์ทดลองเป็นมะเร็ง การได้รับสารอย่างต่อเนื่องจะไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว และการได้รับในปริมาณมากอาจทำให้เวียนหัว อาเจียน และท้องเสีย แต่หากจำเป็นต้องใช้ ให้ใส่ไว้ในภาชนะปิดสนิท และแยกจากส่วนอื่น ๆ ในบ้าน เมื่อจะนำของหรือผ้าที่ใส่ไว้ในตู้ที่มีลูกเหม็นมาใช้ ก็ควรซัก หรือล้างก่อน เพราะสารเคมีสามารถซึมเข้าเนื้อผ้าได้2.ยาฆ่าแมลง บ้านเรือนจำนวนกว่าร้อยละ 90 ในสหรัฐอเมริกา มียาฆ่าแมลง ยาฆ่าแมลงเหล่านี้ มีสารเคมีหลากหลายสูตร ฆ่าได้ทั้งแมลงเล็กๆ ไปจนถึงหนูเลยทีเดียว แน่นอนว่ามันเป็นสารพิษ ซึ่งผู้ผลิตจะต้องบอกปริมาณสารพิษไว้บนฉลากสินค้า อีกทั้งจะต้องมีการทดสอบความปลอดภัยก่อนนำออกมาวางจำหน่าย แต่ผู้ใช้ก็ต้องระมัดระวังและเก็บให้พ้นมือเด็ก3.เฟอร์นิเจอร์ไม้อัด ไม้อัดได้รับความนิยมอย่างมากในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์มาเป็นเวลาหลายสิบปี ในการผลิตนั้นต้องใช้สารเคมี ในการที่จะยึดองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกันจนกลายเป็นแผ่นไม้ และสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบสำคัญก็คือ ฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเมื่อได้รับความร้อน หรือความชื้น ก็อาจจะระเหยออกมา ก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น เกิดความระคายเคืองต่อดวงตา และระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าสารนี้มีสวนทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง4.สารเคมีในพรมปูพื้น สารเคมีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในพรมก็คือสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือที่เรียกว่า VOCs สารดังกล่าวนี้อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหากได้รับในปริมาณมาก นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบว่า ในพรมที่ผลิตขึ้นมาใหม่ ๆ จะมีสารดังกล่าวนี้ในปริมาณที่จะทำอันตรายต่อคนได้ ดังนั้น เมื่อจะซื้อพรมใหม่มาใช้ ก่อนนำเข้าบ้าน ควรจะกางออกและตากไว้ภายนอกประมาณ 1-2 วัน5.สารเคมีใน Printer นักวิจัยพบว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์ (Printer) ที่สามารถพิมพ์งานได้อย่างคมชัดนั้น สามารถปล่อยสารเคมี VOCs ออกมาในปริมาณที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ใช้งานได้ และมีความเกี่ยวพันกับการเกิดโรคหัวใจและโรคปอด แต่ไม่ใช่ว่า เครื่องพิมพ์เลเซอร์ทุกเครื่องจะก่อปัญหาทั้งหมด จากการทดสอบพบว่า ประมาณ 40%ของเครื่องที่ทดสอบ ปล่อยสารเคมีออกมาในระดับที่รับได้ แต่อีก 27% มากเกินควร ขึ้นอยู่กับอายุของเครื่อง และส่วนประกอบอื่น ๆ ในเครื่องด้วย ซึ่งสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการนำมาใช้งานคือ สถานที่วาง ไม่ควรให้มีใครเข้าไปนั่งใกล้ ๆ เป็นระยะยาว โดยเฉพาะในสำนักงาน6.สีที่มีสารตะกั่ว เป็นที่ทราบกันดีว่า สารตะกั่วส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบประสาท สมอง เซลล์เม็ดเลือด และไต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กเล็ก สีเหล่านี้ เมื่อทาทิ้งไว้เป็นเวลานาน มันจะลอกออกมา และเป็นอันตรายไม่ควรไปจับ แกะ ดึงออก ด้วยการสัมผัสโดยตรงด้วยตัวเองเด็ดขาด7.สเปรย์ปรับอากาศ และน้ำยาทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เมื่อใช้ในพื้นที่แคบ จะมีปริมาณสารพิษตกค้างมาก ซึ่งสารดังกล่าวมีส่วนประกอบทางเคมี ที่ทำปฏิกิริยากับโอโซน และมีส่วนสัมพันธ์กับไนโตรเจน ไดออกไซด์ ซึ่งส่งผลต่อการเกิดมะเร็งในสัตว์ทดลอง ดังนั้น การทำความสะอาดห้องน้ำ การพ่นสเปรย์ดับกลิ่นในห้อง อาจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่วย วิธีที่ดีกว่าคือการเปิดประตูหน้าต่างให้มีการหมุนเวียนของอากาศในบ้านเรือน8.ขวดนมเด็ก และพลาสติก BPA ขวดนมสำหรับเด็กทารก ทำมาจากพลาสติกโพลีคาร์บอร์เนต และพลาสติกชนิดนี้ ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่กลับมีส่วนผสมของสารเคมีที่เรียกว่า BPA หรือ bisphenol –a เมื่อโดนความร้อน มันก็จะปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายออกมา สารเคมีดังกล่าว สามารถสร้างความผิดปกติให้กับฮอร์โมน และระบบประสาท ส่งผลต่อการเจริญเติบโตได้9.สาร flame retardant ที่ช่วยหน่วงเหนี่ยวการลุกไหม้ สารดังกล่าวนี้ใช้อย่างแพร่หลายในเบาะ จอทีวี คอมพิวเตอร์ ข้อดีของมันคือลดความเสียหายอันเกิดจากไฟลุกไหม้ แต่มีข้อเสียคือมีสารเคมี PBDEs ผสมอยู่ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าสารดังกล่าว มีส่วนเกี่ยวพันกับปัญหาการเรียนรู้ และระบบความจำ จำนวนสเปิร์ม และการทำงานของไทรอยด์ ในหนูทดลอง มนุษย์ ได้รับอันตรายจากสารนี้ ทั้งจากการอากาศ ฝุ่นละออง รวมไปถึงการบริโภคเนื้อสัตว์ ที่มีสารดังกล่าว หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงให้นมบุตร เมื่อได้รับสารนี้ ก็สามารถส่งผ่านไปยังเด็กในครรภ์ หรือผ่านน้ำนมไปให้ทารกได้10.เครื่องสำอางที่มีสาร Phthalates ซึ่งเป็นสารที่ใช้เพิ่มความยืดหยุ่น ใช้เคลือบเพื่อความคงทน ที่ใช้กันในวงการเครื่องสำอาง เรียกว่า plasticizers ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารนี้ มีตั้งแต่โลชั่น ครีมอาบน้ำ แชมพู สเปรย์ ยาทาเล็บ ไปจนถึงของเล่นเด็ก นักวิทยาศาสตร์พบกว่าสารดังกล่าว มีผลต่อการเจริญพันธ์ และพัฒนาการในสัตว์ทดลอง แม้สามารถใช้ในปริมาณที่กำหนด ในเครื่องสำอางของผู้ใหญ่ แต่การใช่ในเด็กและทารก ควรต้องมีการควบคุม และนอกเหนือไปจากสารเคมีที่เจือปนอยู่ในผลิตภัณฑ์แล้วเราควรให้ความสำคัญกับสิ่งของที่ชำรุดเสียหายเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบ้านด้วย เช่นขาโต๊ะชำรุด เสื้อผ้าขาด ๆ เพราะของเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตรายโดยที่เรานึกไม่ถึง และแม้เราจะปฏิเสธไม่ได้ว่าสารเคมี ทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้น แต่การใช้งานไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสุขภาพเท่านั้น ยังมีส่วนก่อให้เกิดมลภาวะในอากาศและสภาพแวดล้อมโดยรวมด้วยขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.sanook.com/home/9549/ 

1 2 3 ... 9