กิจกรรม

 

กิจกรรมแนะนำ

กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT

กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT พบกับเฟอร์นิเจอร์จาก แบรนด์ดังทั่วโลก ซึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องการออกแบบและกระบวนการผลิต ด้วยทักษะเชิงช่างอย่างเอาใจใส่และพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ทำให้ได้เป็นชิ้นงาน เฟอร์นิเจอร์ที่ประณีตสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Carl Hansen & Son, Conde House, DCW Editions, Emeco, Ethnicraft, Herman Miller, Louis Poulsen, Maruni, Notre Monde และ Ton เป็นต้น พร้อมรับส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ มากมายกับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ   CHANINTR CRAFT จัดที่ Chanintr 61 ซอยสุขุมวิท 61 ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. (วันศุกร์และเสาร์เปิดถึง 21.00 น.)

กิจกรรมล่าสุด

1 2
กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT

กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT

กลับมาอีกครั้งกับงานป๊อปอัพอีเว้นต์ CHANINTR CRAFT พบกับเฟอร์นิเจอร์จาก แบรนด์ดังทั่วโลก ซึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องการออกแบบและกระบวนการผลิต ด้วยทักษะเชิงช่างอย่างเอาใจใส่และพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ทำให้ได้เป็นชิ้นงาน เฟอร์นิเจอร์ที่ประณีตสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Carl Hansen & Son, Conde House, DCW Editions, Emeco, Ethnicraft, Herman Miller, Louis Poulsen, Maruni, Notre Monde และ Ton เป็นต้น พร้อมรับส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ มากมายกับบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ   CHANINTR CRAFT จัดที่ Chanintr 61 ซอยสุขุมวิท 61 ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น. (วันศุกร์และเสาร์เปิดถึง 21.00 น.)
พฤกษา จับมือ กรมการแพทย์ ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาบ้านสำหรับผู้สูงอายุ

พฤกษา จับมือ กรมการแพทย์ ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาบ้านสำหรับผู้สูงอายุ

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และนายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง “ความร่วมมือทางวิชาการด้านสภาพแวดล้อมที่ใส่ใจความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ” โดยร่วมกันศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีการออกแบบและเลือกใช้วัสดุภายในบ้านที่คำนึงถึงความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะช่วยลดและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเตรียมพื้นที่ตัวอย่างที่มีความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุที่โรงพยาบาลเลิดสิน เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนรู้สำหรับแพทย์และพยาบาล รวมถึงผู้สูงอายุและญาติผู้ป่วย ตลอดจนการให้ความรู้ในการเตรียมพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุหลังรับการฟื้นฟูจากโรงพยาบาลเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติที่บ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่พฤกษามีความใส่ใจลูกค้า และชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง
BMAM Expo Asia 2018 ปิดฉากด้วยความสำเร็จอีกครั้ง เผยปีหน้ามาในคอนเซ็ปต์ใหม่ รวมที่สุดเเห่งนวัตกรรมด้านอาคาร

BMAM Expo Asia 2018 ปิดฉากด้วยความสำเร็จอีกครั้ง เผยปีหน้ามาในคอนเซ็ปต์ใหม่ รวมที่สุดเเห่งนวัตกรรมด้านอาคาร

ปิดฉากงาน BMAM Expo Asia 2018 (BMAM 2018) งานแสดงสินค้าเเละการประชุมสัมมนาด้านการบำรุงรักษาอาคารและการบริหารจัดการทรัพยากรอาคารแห่งเอเชีย ครั้งที่ 11 กับความสำเร็จตามความคาดหมาย มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 81 บริษัท มีผู้เข้าชมงานกว่า 3,569 ราย จากกว่า 20 ประเทศ กระตุ้นธุรกิจด้าน FM ด้วยยอดนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 250 นัดหมาย อิมแพ็คเดินเครื่องประกาศจัดงานปีหน้าในคอนเซ็ปต์ใหม่ในวันที่  27-29 มิถุนายน 2562 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มร. ลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงาน BMAM Expo Asia ในปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี คาดการว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายจากการเจรจาธุรกิจภายในงานกว่า 240 ล้านบาท ด้านนายวรกร วีราพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิจิตอล บัตเลอร์ จำกัด หนึ่งในผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน กล่าวว่า “BMAM Expo Asia เป็นจุดนัดพบของกลุ่มผู้บริหารจัดการทรัพยากรอาคาร และเป็นงานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์ ช่วยให้สามารถพบปะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนในแวดวงธุรกิจเดียวกัน ทำให้สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาทางธุรกิจได้ ซึ่งเราได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีจากการร่วมเเสดงสินค้าในครั้งนี้” “งาน BMAM Expo Asia 2018 เป็นงานแสดงสินค้าที่ทำให้เราได้พบกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและกลุ่มผู้รับเหมา ถ้าคุณอยากเจาะตลาดในประเทศไทย ที่นี้คืองานแสดงสินค้าที่ตอบโจทย์สำหรับคุณ” นายเฮนรี่ โซ บริษัท บีไคนด์ จำกัด จากประเทศฮ่องกง กล่าวเสริม นายบรรจง สุกรีฑา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า “ภายในงาน BMAM Expo Asia 2018 กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้จัดทำแพลตฟอร์ม Factory 4.0 และสาธิตศักยภาพระบบหม้อน้ำอัจฉริยะ (Smart Boiler) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไอน้ำของหม้อน้ำด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิง ลดการสิ้นเปลืองความร้อนและไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยรัฐบาลต้องการแรงสนับสนุนจากภาคเอกชนในการพัฒนา ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยคาดหวังว่าการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม จะใช้ความรู้จากทรัพยากรบุคคลให้น้อยที่สุดในการตัดสินใจ และจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้มากขึ้น” นอกเหนือจากงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมแล้ว งาน BMAM Expo Asia ยังได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคารจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสมาคมต่างๆ เพื่อจัดสัมมนาวิชาการ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าฟังมากกว่า 890 คน ตลอด สามวัน หัวข้อสัมมนาประกอบด้วย กุญแจสู่การบริหารจัดการอาคารแห่งอนาคต, เมืองอัจฉริยะที่แท้ทำอย่างไร, นวัตกรรมทำความสะอาดยุค 4.0 และ อีกหลายหัวข้อที่มุ่งเน้นให้ความรู้ทางเทคนิคและเทรนด์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม  FM   โดยในปีหน้างาน BMAM Expo Asia กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27-29 มิถุนายน 2562 ณ อาคาร 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับความคืบหน้าในการจัดงานสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.bmamexpoasia.com
LUXURY จับคอลลาเจนใส่หมอนและเครื่องนอน รายแรกในโลก

LUXURY จับคอลลาเจนใส่หมอนและเครื่องนอน รายแรกในโลก

Luxury ผู้นำทางด้านเครื่องนอน อันดับ 1 ของประเทศที่ส่งหมอนให้กับโรงแรม 5 ถึง 6 ดาวทั่วประเทศ วันนี้ Luxury ไม่ได้หยุดนิ่งในการพัฒนาธุรกิจ และผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคให้มากขึ้น ซึ่งได้นำนวัตกรรมที่มีความต่างต่อยอดหมอนเพื่อมองสิ่งดีดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค     คมศานต์ จิวากานนท์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีลักซ์ โฮเทล ซัพพลาย จำกัด กล่าวว่า "ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่บริษัทวิจัย และพัฒนา (R&D) ขึ้นมาเป็นผลลัพธ์มาจากการได้จากประสบการณ์ที่สั่งสมมาในตลาดเครื่องนอน ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่า หมอนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ว่าผู้ประกอบการรายใดก็สามารถทำได้ แบรนด์ของบริษัทของจะยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดไว้ได้อย่างไร ก็คงต้องขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของหมอนที่มีประโยชน์มากกว่าการนอน และบริการหลังการขายที่ดีซึ่งลูกค้าให้ความไว้วางใจ ตนจึงมีแนวคิดที่จะเพิ่มฟังก์ชันลงไปในหมอนให้เป็นหมอนที่ไม่ธรรมดา เพราะวันหนึ่งทุกคนจะต้องใช้เวลาอยู่บนหมอนกว่า 8 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นควรจะต้องได้อะไรที่มากกว่าการนอน ไม่ใช่มีคุณสมบัติแค่นอนดี หนุนคอสบายแล้วจบ ค้นหาวัตถุดิบที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบของหมอนจนทำให้ได้พบกับสาร ที่เรียกว่าคอลลาเจน (Collagen) โดยเลือกใช้สารสกัดที่ได้จากปลามิลค์ฟิช (Milkfish) จากไต้หวันซึ่งเป็นปลาทะเลนํ้าลึกที่เป็นธรรมชาติล้วน โดยปลอดภัยแม้กระทั่งการใช้กับผิวเด็ก โดยนำมาทำเป็นเส้นใยฟิลาเจน (FILAGEN) ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน เมื่อได้คอลลาเจนแบบที่ต้องการแล้ว ประกอบกับผ้าคอตตอน (Cotton) เป็นเส้นใยจากธรรมชาติ และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่า บอบบางและปกป้องผิวได้ดีที่สุด จึงน่าที่จะนำผ้าคอตตอนผสมกับคอลลาเจนแล้วถักทอออกมาให้เป็นผ้าหรือนำไปอยู่ในหมอน"   คอลลาเจนบนเครื่องนอน คอตตอนที่บริษัทเลือกใช้ เป็นคอตตอนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นคอตตอนที่ดีที่สุด โดยนำมาถักทอร่วมกับเส้นใยฟิลาเจนซึ่งมีจำนวนเส้นด้ายอยู่ 1,200 เส้น เรียกได้ว่ามีความละเอียดที่สุดในวงการผ้าคอตตอน โดยนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์อย่าง ปลอกหมอน, ผ้าปูที่นอน, ปลอกผ้านวม และหมอน ภายใต้แบรนด์ “ลักษณ์ชัวรี่ คอตตอน คอลลาเจน” (LUXURY COTTON COLLAGEN) “ลักษณ์ชัวรี่ คอตตอน คอลลาเจน” นั้น อยู่ที่นวัตกรรมที่นำมาใช้ ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวในเวลานอน เนื่องจากส่วนใหญ่จะนอนในห้องแอร์ทำให้ผิวแห้ง รวมถึงเรื่องของการกำจัดกลิ่น เพราะผ้าปูที่นอนจะไม่ได้ถูกเปลี่ยนบ่อยเหมือนกับเสื้อผ้าทำให้เกิดการสะสมของสิ่งสกปรก แต่คอลลาเจนจะทำหน้าที่ทำความสะอาดให้ผ้าใหม่อยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยป้องกันรังสียูวี (UV) ที่เกิดจากโทรศัพท์มือถือ นีออน โทรทัศน์ ฯลฯ ได้ถึง 97.7% อีกทั้งคอลลาเจนยังมีคุณสมบัติอยู่แบบถาวร และเมื่อยิ่งซักผ้าก็จะยิ่งนุ่มขึ้นจากคุณสมบัติของคอตตอน     “นี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผู้นอน ซึ่งผู้ใช้อาจจะไม่ได้คำนึงถึง ฟังก์ชันทั้งที่เป็นสิ่งที่ต้องใช้งาน และจะดีกว่าไหมหากซื้อผลิตภัณฑ์แล้วสามารถดูแลตัวเอง หรือได้มากกว่าแค่การนอนหลับ เสมือนเป็นด่านสุดท้ายที่ดูแลระหว่างนอน โดยตามปกติผิวจะสูญเสียมอยส์เจอไรเซอร์ไปจากการระเหย แต่คอลลาเจนจะช่วยดักจับให้เข้ามาอยู่ที่เส้นใย ดังนั้น เมื่อผู้ใช้ได้สัมผัสจึงเท่ากับได้รับความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา” อย่างไรก็ตามในอนาคตแบรนด์จะนำเสนอผลิตภัณฑ์เสริมประเภทอื่นเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดตัวคอลลาเจน ซึ่งจะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นไม่ใช่เพียงแค่ซับนํ้าได้ดี รวมไปถึงผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดผม หมอนรองคอ รองเท้าสลิปเปอร์ และแม้กระทั่งผ้าผิดตา   เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย คมศานต์ บอกอีกว่า เบื้องต้นจะมุ่งเน้นการทำตลาดที่ปลอกหมอน เพราะสามารถเปลี่ยนได้ง่ายที่สุด โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือทุกกลุ่มที่ใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเครื่องนอน กลุ่มที่ต้องการฟังก์ชันเพิ่มเติมจากนวัตกรรมใหม่ โดยเลือกกำหนดราคาให้สามารถเข้าถึงได้ตั้งแต่กลุ่มผู้บริโภคระดับล่างไปจนถึงระดับบน เพราะต้องการให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ ส่วนช่องทางการจำหน่ายจะเน้นที่การออกงานแสดงสินค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตีมอลล์ อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และสถานเสริมความงามต่างๆ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทุ่มงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดทางด้านออนไลน์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งทีมงานทางด้านออนไลน์ การซื้อสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ออนไลน์ทุกแขนง อีกทั้งยังมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในรูปแบบของแฟชั่นโชว์ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์วันที่ 3 ตุลาคม 2561 โดยมีนางแบบนายแบบชั้นนำอย่างใหม่-ดาวิกา และโป๊ป-ธนวรรธน์ มาร่วมเดินแฟชั่นชุดเครื่องนอนครั้งแรกในประเทศ ไทย ซึ่งจะมีสไตลิสต์อันดับต้นของประเทศมาออกแบบเครื่องแต่งกายที่ทำมาจากผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ และช่วยให้ตัวแทนจำหน่ายของแบรนด์ทำงานได้สะดวกมากขึ้น “ในต่างประเทศบริษัทก็ได้มีการจดเครื่องหมายการค้าไว้เช่นเดียวกัน แต่จะยังไม่ทำตลาดในระยะแรก เพราะต้องการให้คนไทยได้ใช้ก่อน โดยไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศไทย หรือต่างประเทศผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ก็ถือว่าเป็นเจ้าแรกทั้งหมด ทั้งหมวดเครื่องนอนและเส้นใย”  
มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ปิดฉาก ผลสำรวจชี้ยอดซื้อหลักมาจากกลุ่มเรียลดีมานด์ ไร้ผลกระทบจากมาตรการของธปท.

ผลสำรวจหลังงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 ชี้ความต้องการที่อยู่อาศัยจากกลุ่ม เรียลดีมานด์ยังอยู่ในระดับสูง และสินค้าประเภท คอนโดมิเนียมยังคงครองความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง นายปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39 เปิดเผยถึงผลสำรวจ หลังการจัดงานฯ ว่า ตลอด 4 วัน ตั้งแต่ 4-7 ตุลาคมมีผู้เข้าร่วมงานใกล้เคียงกับครั้งที่ผ่านมา และมียอดจองซื้อ ที่อยู่อาศัยภายในงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้และคาดว่าจะมียอดขายตามมาอีกไม่ต่ำกว่า 2 เท่า โดยประเภท ที่อยู่อาศัยที่มีการจองซื้อภายในงานมากที่สุด 3 ลำดับแรกได้แก่ คอนโดมิเนียม คิดเป็น 38 % รองลงมาเป็น บ้านเดี่ยว คิดเป็น 37% และทาวเฮ้าส์คิดเป็น 17% ที่เหลือเป็นสินค้าประเภทบ้านแฝดและอื่นๆ อีก 8 %  นอกจากนี้ ยังมียอดขอสินเชื่อกว่า หนึ่งหมื่นล้านบาท “ผลสำรวจยังระบุอีกว่าผู้ที่ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในงานครั้งนี้ราว 80% ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และอีก 20 % ซื้อเพื่อ การลงทุน ซึ่งอาจมองได้ว่ามาตรการคุมสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เน้นไปที่บ้านราคาตั้งแต่ 10 ล้าน บาท และบ้านหลังที่ 2 ยังไม่ใช่ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้บริโภคที่มาซื้อที่อยู่อาศัย ในงานมหกรรมบ้านและ คอนโด ครั้งที่ 39  สำหรับผู้เข้าชมงานกว่า 63% เป็นผู้เข้าชมงานมหกรรมฯ เป็นครั้งแรก และอีกประมาณ 37% เป็นผู้ที่เคยมางานแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ผู้เข้าชมงานกว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y ในช่วงอายุ 21-30 ปี 38% รองลงมาจะอยู่ในช่วงอายุ 31-40 ปี คิดเป็น 32% และ 30% เป็นกลุ่ม Gen X ในช่วงอายุ 41-50 ปี ขณะที่ ผลสำรวจด้านรายได้ส่วนตัวต่อเดือนชี้ว่าผู้เดินงาน 45% มีรายได้อยู่ไม่เกิน 30,000 บาท และ 26% มีรายได้ ระหว่าง 30,000-50,000 บาท ส่วนที่มีรายได้เกิน 50,000 บาท จะอยู่ที่ 29%”  “ผลสำรวจด้านระยะเวลาที่ต้องการซื้อในอนาคต 1-2 ปี จะอยู่ที่ 31% ขณะที่ระยะเวลา 6-12 เดือน อยู่ที่ 32% และระยะเวลา 1-3  เดือน อยู่ที่ 37% ส่วนด้านงบประมาณในการซื้อที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทระบุว่าผู้เข้าชมงาน 27% ต้องการที่อยู่อาศัยระดับ ราคา 1-2 ล้านบาท และ 29% ต้องการระดับ 2-3 ล้านบาท และอีก 32% ต้องการราคา 3-4 ล้านบาท มีเพียง 12 % ที่สนใจที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท” นายปิติพัฒน์ กล่าวสรุป สำหรับงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์การ ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายณพงศ์  ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เป็นประธานในการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40
SC ต่อยอดมุมมองสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ “เนเบอร์ฮูด บางกะดี” จับมือผู้กำกับชื่อดัง  ร่วมถ่ายทอดแนวคิดแบรนด์สู่โฆษณาชุดใหม่ “...ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว?”

SC ต่อยอดมุมมองสำคัญของการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ “เนเบอร์ฮูด บางกะดี” จับมือผู้กำกับชื่อดัง ร่วมถ่ายทอดแนวคิดแบรนด์สู่โฆษณาชุดใหม่ “...ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว?”

นางสาวโฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าสายงานฝ่ายสื่อสารและกลยุทธ์แบรนด์ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “SC ได้สร้างสรรค์แคมเปญสื่อสารมิติใหม่ที่สุดแห่งปี เพื่อสร้างการรับรู้ถึงแนวคิดสำคัญสำหรับการพัฒนาพื้นที่สาธารณะ โมเดลต้นแบบแห่งแรกสำหรับ SC คือ “เนเบอร์ฮูด” ชุมชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมกันออกแบบ โดยร่วมกับผู้กำกับมือหนึ่งของไทย “ต้อม เป็นเอก รัตนเรือง” ในภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ชื่อ “...ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว?” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้คนในสังคมถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่หลากหลาย ปรับตัวให้อยู่กับปัญหาได้ในมุมมองที่แตกต่างกัน โดยบอกเล่าถึงสิ่งที่คนเมืองประสบพบเจอในชีวิตประจำวันที่ทำให้กลายเป็นสิ่งเคยชิน ” The Neighbourhood  “เนเบอร์ฮูด บางกะดี” มีจุดมุ่งหมายให้เกิดเป็นโมเดลที่อยู่อาศัยที่ตอบรับการเติบโตของชุมชนเมืองในอนาคต เกิดเป็นพื้นที่สาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ทั้งผู้อยู่อาศัยในโครงการและชุมชมในย่าน รวมถึงการระดมความคิดเพื่อหา Solutions เกี่ยวกับการอยู่อาศัยจาก Co-creators ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้อยู่อาศัยในโครงการ รวมถึงชุมชนในย่าน ซึ่งโครงการนี้เป็นต้นแบบเพื่อใช้ในการพัฒนาที่ดินอื่นของบริษัทต่อไปในอนาคต   “เนเบอร์ฮูด” ชุมชนที่ทุกคนมีส่วนร่วมกันออกแบบนี้  ได้นำการศึกษาด้าน Human-Centric เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของการอยู่อาศัยในเมืองมาปรับใช้อย่างจริงจัง โดยจุดเริ่มต้นเพื่อพัฒนาพื้นที่สาธารณะด้านหน้าโครงการ บนที่ดินขนาดกว่า 200 ไร่ในย่านบางกะดี  โดยมีการทำงานร่วมกับภาคการศึกษา คือ Redek ศูนย์บริการวิจัยและออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำการศึกษาวิจัยเรื่องความต้องการของมนุษย์เกี่ยวกับการใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง ภายในโครงการบ้านจัดสรร รวมถึงศึกษาเรื่องความต้องการใช้งานของพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนในชุมชนสามารถใช้ร่วมกันได้ ก่อนที่จะนำผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาพัฒนาบนที่ดินจริงภายในปี 2562 ต่อไป Neighbourhood Bangkadi ย่านบางกะดี ตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อถนนติวานนท์และอำเภอเมืองปทุมธานี-รังสิต เป็นย่านชานเมืองทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของกทม. เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยศักยภาพต่อการเติบโตและการอยู่อาศัยในอนาคต มีโครงการพัฒนาหลากหลาย เช่น สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีชมพูที่อยู่ระหว่างการดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2563* บวกกับความเป็นสวนอุตสาหกรรมที่มีโรงงานอุตสาหกรรมในเขตเทศบาลกว่า 60 แห่ง อันถือเป็นแหล่งงานสำคัญ ประกอบกับความเข้มแข็งของอีก 17 ชุมชนที่ร่วมกันพัฒนาท้องถิ่น ทำให้เกิดศักยภาพของทำเลขึ้น พร้อมรับชมเรื่องราว “...ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว?” https://www.youtube.com/watch?v=PHSBj8cixkw และติดตามข่าวสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่ “เนเบอร์ ฮูด บางกะดี” ได้ที่ www.scasset.com/theneighbourhood
ทอล์กไอเดียแต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ยกับ หมอวั้ง

ทอล์กไอเดียแต่งบ้านเสริมฮวงจุ้ยกับ หมอวั้ง

หากเราต้องการจะตกแต่งห้องสักห้อง หรือบ้านสักหลัง แน่นอนว่าแทบทุกคนก็ต้องรีดไอเดียกันมาอย่างเต็มที่ บ้างก็ต้องไปเสาะแสวงหาแนวทางหรือดีไซน์เก๋ๆ เพื่อมาทำให้ที่อยู่ของเรากลายเป็นบ้านในฝันแบบ ‘โฮม สวีท โฮม’ กันอย่างแน่นอน แต่หากมองลึกเข้าไปในตัวบ้านจริงๆ แล้ว ยังมีปัจจัยเล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามไป ซึ่งหากเพ่งมองดีๆ เรื่องนี้ก็เป็นไอเดียแต่งบ้านสุดแสนจะสำคัญที่อยู่เคียงคู่กับความเชื่อของเราๆ มาตลอด แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องของ “ฮวงจุ้ย” นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วฮวงจุ้ยจะถูกมองว่าเป็นความเชื่อรูปแบบหนึ่ง แต่ใช่ว่าเคล็ดลับทุกอย่างในตำราจะเป็นแค่ความเชื่อเท่านั้น  หัวใจสำคัญของฮวงจุ้ยอิงจากหลักจิตวิทยา และยิ่งถ้าบวกกับความรู้ด้าน Interior Design แล้วล่ะก็ ฮวงจุ้ยจะกลายเป็นศิลปะที่น่าสนใจที่บรรดาเหล่าคนรักบ้านไม่ควรมองข้ามกันเลยทีเดียว ที่สำคัญเมื่อไม่นานมานี้ ‘หมอวั้ง’ หมอดูชื่อดังควบตำแหน่งอดีตนิสิตเอก Interior ทอล์กไอเดียแต่งบ้านผ่านแฟนเพจ Horolive.com ซึ่งเป็นเคล็ดลับแต่งบ้านแบบกูรู อย่างนี้ก็ต้องเอามาเล่าให้คนรักบ้านฟังเพื่อเสริมไอเดียใหม่ๆ แบบไม่ให้ตกหล่นกันเลยดีกว่า สิ่งแรกที่นักแต่งบ้านทุกคนต้องรู้ก็คือ คำแนะนำสั้นๆ 3 ข้อ ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ คือ บ้านไม่ควรรก, รีบทิ้งของเน่าเสียในบ้าน และไม่ควรเก็บข้าวของที่ชำรุดแล้วไว้ในบ้าน เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลในเรื่องความเหน็ดเหนื่อยวุ่นวายในการใช้ชีวิตและการเงิน ซ้ำยังส่งผลให้คนในบ้านเกิดเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอีกด้วย และที่สำคัญบ้านที่ไม่รก ไม่มีของเน่าของเสียก็จะดูสะอาดสะอ้าน สบายตา เสริมพลังด้านบวก พร้อมต้อนรับเรื่องดีๆ ใหม่ๆ เข้ามาในบ้าน นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดของตกแต่งอื่นๆ ที่เราอาจมองข้าม ซึ่งหมอวั้งก็ได้เล่าเคล็ดลับเสริมฮวงจุ้ยตั้งแต่หน้าบ้านยันหลังบ้าน ให้เราไปอัพเดทไม่ให้พลาดสักจุดกันเลยทีเดียว   รองเท้า เริ่มจากสิ่งที่ถูกถอดไว้ก่อนเข้าบ้านกันเลย รองเท้าไม่ควรถูกวางขวางทางเข้าบ้าน เพราะเป็นของที่เหยียบย่ำอยู่ติดเท้า และกลิ่นของรองเท้าจะทำให้บรรยากาศของบ้านไม่ดี ที่สำคัญคือเหล่าสัตว์ร้าย อย่างงู มด และแมลงต่างๆ อาจไปซ่อนตัวอยู่ในรองเท้า ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับเราได้ วิธีแก้ง่ายๆ คือหาชั้นวางรองเท้าที่เป็นระเบียบวางไว้ข้างประตู ก็ช่วยเปิดทางให้ลมพัดเอาบรรยากาศดีๆ เข้าภายในตัวบ้านได้แล้ว   ปลั๊กไฟ เมื่อเดินผ่านประตูบ้านหรือห้องมา ด้านขวามือไม่ควรเป็นแหล่งรวมของปลั๊กไฟที่ไร้ระเบียบ เพราะด้านขวามือของบ้านคือแหล่งพลังงาน การมีปลั๊กไฟจะทำให้เกิดการขัดแย้งกัน ส่วนสายไฟจะสื่อถึงคลื่น หากไร้ความเป็นระเบียบจะแสดงถึงอาการควบคุมอารมณ์ยาก เกิดการโต้เถียงในครอบครัวบ่อยๆ และจะทำให้เกิดอันตรายอีกด้วย   นาฬิกา ห้ามวางอยู่ปลายเท้าเวลานอน เพราะจะทำให้เกิดความกังวล พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ สำหรับนาฬิกาดิจิทัล จะเหมาะกับห้องทำงาน ห้องรับแขก ไม่เหมาะกับห้องนอน เพราะจะทำให้เกิดแสงรบกวนในห้อง และหากเป็นนาฬิกาแบบเข็ม ก็ไม่ควรได้ยินเสียงการเดินของนาฬิกา เพราะเสียงของเข็มนาฬิกาสื่อถึงเวลาชีวิตที่เดินไปหาวันสุดท้าย ที่สำคัญที่สุดคือในบ้านห้ามมีนาฬิกาเสีย เพราะจะทำให้การงานติดขัด และสื่อถึงเรื่องราวในชีวิตเราจะหยุด จะติดขัด สะดุด ไม่ราบรื่น โคมไฟ ไม่ควรซื้อดีไซน์ที่มีความแหลม เป็นปลายหอก ปลายธนู ปลายดาบ ที่ทิ่มลงมา โดยเฉพาะในห้องนอน โต๊ะทานข้าว จะส่งผลเรื่องสุขภาพ โคมไฟแบบห่วง หรือแบบกลมจะช่วยให้การทำธุรกิจรุ่งเรือง เพราะสื่อถึงสัญลักษณ์ Infinity โคมไฟสุ่ม หรือแบบตะแกรงเป็นโคมไฟที่ดี สามารถวางไว้ได้ทุกที่ในบ้าน และโคมไฟหลากสี ตามสีเบญจธาตุ แดง ขาว เขียว น้ำเงิน เหลือง จะสื่อถึงลักษณะฮวงจุ้ยที่ดี   กระจก ข้อห้ามสำคัญ คือห้ามติดกระจกตรงกับช่องบานประตู และไม่ควรติดกระจกตรงกับบันไดแนวที่เราเดินขึ้น เพราะมุมนี้แสดงถึงมุมที่เป็นอันตราย รวมทั้งไม่ควรใช้กระจกที่มีดีไซน์ของรอยต่อหลายแผ่น เพราะรอยต่อนั้นจะสื่อถึงความไม่เชื่อมโยง ไม่สมบูรณ์ ซึ่งกระจกที่ปลอดภัยและสามารถติดได้ทุกจุดของบ้านคือ กระจกทรงกลม กระจกทรงรี ไม่มีเหลี่ยม ไม่มีมุม แต่หากต้องติดกระจกที่มีเหลี่ยม ก็ไม่ควรติดหันเหลี่ยมไปทางมุมที่เราใช้ชีวิต เช่น ที่นอน ที่นั่ง ที่ทำงาน ที่เก็บเงิน   วอลล์เปเปอร์ ในยุคที่มีนวัตกรรมอันหลากหลายจึงเกิดวอลล์เปเปอร์ที่สามารถเขียนได้ ลบได้ และมีคุณสมบัติแม่เหล็กติดของโชว์ได้ ซึ่งวอลล์เปเปอร์นี้ไม่ควรติดไว้ในห้องสำคัญ เช่น ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องนั่งเล่น เพราะด้านนั้นจะเป็นด้านผนังที่มีพลังไม่ดี เรื่องของลวดลาย วอลล์เปเปอร์ที่มีลายของสัตว์ดุร้ายหรือสัตว์มีพิษ ห้ามติดภายในบ้าน ในห้องนอนควรหลีกเลี่ยงลายที่ดูมีความแหลมคม พันไปมา ยุ่งยาก ซับซ้อน จะส่งผลในมีปัญหาคู่ครอง ผ้าม่าน นับเป็นสิ่งเสริมฮวงจุ้ยที่ดี เพราะหากหน้าต่างหรือประตูหันหน้าเก็บแสงแดดไว้จะทำให้บ้านร้อน ทำให้เราหลับพักผ่อนไม่สบาย ยิ่งถ้าเปิดเครื่องปรับอากาศ ก็จะทำให้พลังร้อนและเย็นมาปะทะกัน จนทำให้เกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยได้ ซึ่งผ้าม่านแบล็กเอาท์ที่กันแสง UV ได้ 100% ก็เป็นของตกแต่งที่ตอบโจทย์ฮวงจุ้ยได้ดี   สี แม้บางสีจะมีความเป็นมงคลสุดๆ แต่ควรคำนึงถึงความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการใช้สีนั้นๆด้วย เช่น สีแดง ไม่ควรทาทั้งบ้าน แต่ควรใช้ในบางมุมของบ้าน เช่น มุมผนังที่เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แนวของเสาที่บังหลบเหลี่ยม ส่วนของประตู เพราะประตูบ้านส่วนใหญ่จะเป็นมุมของความมีชื่อเสียง ที่สำคัญคือตามหลักฮวงจุ้ยไม่ควรรื้อหรือทุบบ้าน การใช้สีทับเพื่อเปลี่ยนฮวงจุ้ยก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี   การตกแต่งบ้านที่ดีนอกเหนือจากความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยที่หลากหลายแล้ว ดีไซน์เองก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน และสำหรับคนรักบ้านไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือวัยเก๋าเอง ก็ควรระมัดระวังความลงตัวเข้ากันได้ของบรรยากาศบ้าน เพราะหากเราเลือกของตกแต่งที่เป็นมงคล แต่ไม่เข้ากับแนวทางตกแต่งของบ้านเราเลย ก็จะทำให้บรรยากาศนั้นติดลบเอาเสียเปล่าๆ เพราะความเชื่อที่ดีควรตั้งอยู่ในความเหมาะสม และไม่ก่อความเดือดร้อน ที่สำคัญที่สุดคือ เชื่อแล้วต้องมีความสุข เชื่อแล้วต้องสบายใจนั่นเอง

"ยิปซัมตราช้าง" แนะเคล็ดลับรีโนเวทบ้านสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุ

ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2564 โดยจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนสูงถึง 20%  ทำให้สัดส่วนของผู้สูงอายุต่อประชากรวัยทำงานสูงถึง 1 ต่อ 4 คน (ข้อมูลอ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของคนในสังคมที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการอยู่อาศัยและที่อยู่อาศัยที่ต้องสามารถตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุให้มีความเหมาะสม สะดวกสบาย และปลอดภัยมากขึ้น  “ยิปซัมตราช้าง”  ตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงขอนำเสนอเคล็ดลับ “การรีโนเวทบ้านเพื่อผู้สูงอายุ” เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่มาพร้อมกับมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สำหรับพื้นที่ใช้งานของผู้สูงอายุที่มีการใช้งานในชีวิตประจำวันบ่อยครั้ง เช่น ห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง ควรจัดให้อยู่บริเวณชั้นล่าง เพื่อความสะดวกและปลอดภัยไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได เริ่มที่ ห้องนอน ขนาดพื้นที่ห้องนอนควรกว้างขวางพอสำหรับพักผ่อนและทำงานอดิเรก ควรอยู่ใกล้ห้องน้ำหรือมีห้องน้ำในตัว มีหน้าต่างในขนาดและระดับที่เหมาะสมให้มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกชัดเจนและรับแสงธรรมชาติได้ เพิ่มความปลอดภัยด้วยการติดตั้งไฟอัตโนมัติพร้อมเซ็นเซอร์บริเวณเตียงและตามทางเดิน เพื่อช่วยนำทางให้ผู้สูงอายุลุกเดินไปห้องน้ำในเวลากลางคืนได้สะดวกยิ่งขึ้น ห้องน้ำ ไม่ควรมีพื้นต่างระดับ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุกับผู้สูงอายุหากเกิดอาการกล้ามเนื้อหรือแขนขาอ่อนแรง พื้นผิวกระเบื้องต้องไม่ลื่นและมีค่าความฝืดที่เหมาะสม ควรติดตั้งราวจับทรงตัวบริเวณที่นั่งอาบน้ำเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัย   นอกจากนี้ควรติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือด้วย หากเกิดการล้มและเหตุฉุกเฉินเพื่อคนในบ้านจะสามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที พื้นที่ทั่วไปภายในบ้าน ควรติดตั้งราวจับทรงตัวไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยพยุงตัวระหว่างเดิน และลดความเสี่ยงในการหกล้ม   วัสดุปูพื้นควรเลือกใช้ที่พื้นผิวเรียบแต่ไม่ลื่น มีความนุ่มแต่ไม่ยวบจะช่วยลดแรงกระแทกได้ และยังช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถทรงตัวได้ดีขณะเดิน ประตูควรเป็นประตูบานเลื่อนระบบรางแขวนด้านบน เพื่อไม่ให้มีธรณีประตูหรือรางกีดขวางด้านล่าง ช่วยลดโอกาสการสะดุดหกล้มและควรมีความกว้างที่มากพอหากต้องรองรับการใช้งานของรถเข็น มือจับประตูต้องมีขนาดที่เหมาะสม ใช้แรงน้อยในการเปิดปิด ไม่ลื่นมือ และไม่มีเหลี่ยมมุมที่อาจทำให้เกิดอันตรายจากการล้มกระแทกหรือเกี่ยวเสื้อผ้า พื้นที่ภายนอก สามารถจัดสรรพื้นที่ทำสวน เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและกระตุ้นให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีชีวิตชีวาได้ด้วยการทำกิจกรรมเบาๆ อย่างเช่น รดน้ำต้นไม้ พื้นทางเดินภายนอกควรเป็นพื้นระดับเดียวและมีความเรียบสม่ำเสมอกันทั้งผืน ควรเลือกใช้วัสดุพื้นที่ไม่ลื่นและช่วยลดแรงกระแทก หากเกิดการล้มก็จะช่วยบรรเทาความรุนแรงได้ นอกจากนี้ยังควรติดตั้งราวจับทรงตัวและเตรียมพื้นที่สำหรับนั่งพักด้วย สำหรับการปรับปรุงและขยายห้องกรณีที่ภายในบ้านมีผู้สูงอายุที่ต้องนั่งวีลแชร์ ทำให้ห้องเดิมกลายเป็นห้องที่เล็กเกินไปจะขยับไปทางไหนก็ติดและกลับตัวไม่สะดวก ในกรณีแบบนี้เราสามารถติดตั้งผนังยิปซัมเพื่อช่วยขยายพื้นที่ได้ ด้วยการรื้อผนังเดิมและขยับแนวผนังเพื่อขยายห้อง โดยควรเลือกใช้ผนังยิปซัมที่มีความหนา12มม. เพราะจะสามารถทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี   นอกจากเคล็ดลับด้านบนแล้ว “ยิปซัมตราช้าง” ขอนำเสนอนวัตกรรมระบบปิดผิวผนังอีซี่ฟินิช ตราช้าง (EASYFINISH™ System) “นวัตกรรมเพื่อผิวผนังที่สมบูรณ์แบบ” ช่วยให้ผนังสวยเรียบเนียน ปราศจากรอยร้าว ทำให้ผนังได้ระนาบช่วยให้การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินเรียบเนียนสวยงาม ทำงานได้งานเร็วขึ้น ช่วยลดมลภาวะจากฝุ่นละออง เหมาะสำหรับบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยและต้องการรีโนเวทบ้านให้รองรับกับการใช้งานของผู้สูงอายุได้อย่างครบถ้วน   สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนยิปซัมตราช้าง โทร. 02-555-0000 หรือ www.siamgypsum.com หรือ facebook fanpage:@GypsumTraChangTH
ออลล์ อินสไปร์ฯ จัดกิจกรรม All Inspire A Taste of Living

ออลล์ อินสไปร์ฯ จัดกิจกรรม All Inspire A Taste of Living

คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น จัดงาน “All Inspire A Taste of Living” กิจกรรมสุดเอ็กซ์ครูซีฟแก่สมาชิก Inspire Hub Member สำหรับ 30 ท่านผู้โชคดีเท่านั้น ที่ได้มาสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษที่พร้อมมอบให้กับลูกค้าคนสำคัญ อาทิ กิจกรรม Cooking Session รังสรรค์เมนูอาหารคาว-หวาน ร่วมกับเชฟเบลล์ เชฟสาวสุดมั่นจากรายการ Master Chef Thailand Season 2 และ กิจกรรม The Ultimate Experience สุดยอดความเอ็กซ์ครูซีฟในการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ Blue Ribbon Screen กับเรื่อง “Johnny English” ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้น ณ ลานกิจกรรมพารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th
โฮมโปร ชี้กลยุทธ์พัฒนาสินค้า Private Brand ชูจุดต่าง ดีไซน์ ฟีเจอร์  ฟังก์ชัน ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม Segment เชื่อสัดส่วนเพิ่ม  25% ในอนาคต

โฮมโปร ชี้กลยุทธ์พัฒนาสินค้า Private Brand ชูจุดต่าง ดีไซน์ ฟีเจอร์ ฟังก์ชัน ตอบโจทย์ทุกกลุ่ม Segment เชื่อสัดส่วนเพิ่ม 25% ในอนาคต

โฮมโปร เผยกลยุทธ์การพัฒนาสินค้ากลุ่ม Private Brand หลังพบแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง ชูกลยุทธ์ 3 จุดต่างด้าน ดีไซน์ ฟีเจอร์ และฟังก์ชัน ในระดับคุณภาพดี ราคาย่อมเยา เพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่ม Segment ลูกค้า ที่มีความต้องการแตกต่างกัน เชื่อมั่นจะสามารถเพิ่มสัดส่วนการเติบโตเป็น 25% ในอนาคต นางสาวสิริวรรณ เสริมชีพ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือโฮมโปร ผู้นำธุรกิจศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร  เปิดเผยว่า จากการเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมการเลือกซื้อ เลือกใช้สินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเทคโนโลยี และความหลากหลายของสินค้าที่มีให้เลือกเพิ่มมากขึ้น โฮมโปร ในฐานะธุรกิจ Retail ที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 22 ปี ได้ศึกษา วิจัย และนำไปสู่การปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับตลาด และเข้าถึงความต้องการภายใน (Insight) ของผู้บริโภค โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาสินค้ากลุ่ม ไพรเวทแบรนด์ (Private Brand) ที่ปัจจุบันสามารถสร้างสัดส่วนรายได้ได้ถึง 20%   และเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โฮมโปรได้พัฒนาสินค้ากลุ่ม ไพรเวทแบรนด์ (Private Brand)  ใหม่พร้อมยกระดับสินค้าจาก Good เป็น Better  และ Best ตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า,เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน, ห้องน้ำ, ห้องครัว, เครื่องมือช่าง และอุปกรณ์เกี่ยวกับการทำความสะอาด ด้วยกลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง (Differentiation) ที่ต้องมีคุณค่ากับผู้บริโภคทั้งในด้านดีไซน์ ฟีเจอร์ และฟังก์ชั่น โดยต้องคำนึงถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณภาพของสินค้าต้องดีเยี่ยม ได้มาตรฐานในราคาที่จับต้องได้ และหาซื้อได้ที่เดียวคือที่โฮมโปร หรือ Exclusive @ HomePro เท่านั้น   เนื่องจากผู้บริโภคในยุคนี้จะเลือกสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด บวกกับการฉีกกฎแบบแผนทางการตลาดด้วยวิธีการนำเสนอผ่านช่องต่างๆ ผ่านการสร้างประสบการณ์ในรูปแบบ Inspiration video content เพื่อเข้าถึงปัญหา และการแก้ไขได้จริงในเรื่องบ้านด้วยวิธีง่ายๆ ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจมากยิ่งขึ้นขึ้น อีกทั้งยังเลือกใช้กลยุทธ์ในการเข้าถึงง่ายในตัวผลิตภัณฑ์  ด้วยวิธีการกระจายสินค้าให้มากที่สุดทั้งทางหน้าร้านในประเทศ และสาขาต่างประเทศ และบนแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ อีคอมเมิร์ซ ที่สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทั้งทาง Website และ Line ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีในการผลักดันสินค้ากลุ่มไพรเวทแบรนด์ (Private Brand) ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในอนาคต “การให้ความสำคัญกับการเดินหน้าสร้างสินค้าไพรเวทแบรนด์ระดับพรีเมี่ยมของโฮมโปรนั้น ใช้เวลาและทุ่มเทกันหนักมาก โดยชิ้นงานแต่ละชิ้นที่จะออกสู่ตลาดและวางจำหน่ายได้นั้น ต้องใช้ความประณีตเป็นอย่างมาก  โดยมีเกณฑ์ชี้วัดที่สำคัญคือในเรื่องงบประมาณและคุณภาพที่เท่าเทียมกัน   ลูกค้าเห็นสินค้าแล้วตัดสินใจเลือกซื้อกลับบ้าน ที่สำคัญที่สุดเมื่อใช้แล้วมีการบอกต่อและมีการซื้อซ้ำ นั่นสะท้อนให้เห็นว่าไพรเวทแบรนด์ของเราได้เข้าไปครองใจผู้บริโภค และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันที่อยู่ในบ้านของลูกค้าอีกด้วย”  นางสาวสิริวรรณ กล่าวเพิ่มเติม   สำหรับกลุ่มสินค้า ไพรเวทแบรนด์ (Private Brand)  ที่มีอัตราการเติบโตเป็นอันดับหนึ่ง คือกลุ่ม Home Textile ภายใต้แบรนด์ HLS – Home Living Style เน้นกลุ่มผ้าเป็นหลักทั้ง ผ้าม่าน หมอน พรม ผ้าปูที่นอน Wallpaper  และของตกแต่งภายในบ้าน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ให้กับคนรักบ้านที่มีความต้องการ และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี ด้วยจุดเด่นในด้านความละเอียดอ่อนของกระบวนการผลิต ออกแบบ และสำคัญที่สุดคือนวัตกรรมที่คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นหลัก โดย Product Line ในกลุ่มของ HLS เกือบทั้งหมดได้ผ่านรับการรับรอง หรือ Certificate จากหลากหลายสถาบัน ที่สามารถเชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยกับผู้ใช้งาน การันตีว่าสินค้ามีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ อาทิเช่น ผ้าม่าน HLS ถูกคัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันที่มีความกังวลเรื่องแสงแดด และสุขภาพผิว โดยได้แบ่งผ้าม่านออกเป็น 2 ชนิด คือ ผ้าม่าน Black out ช่วยป้องกันแสง ป้องกันรังสี UVA/UVB ได้ถึง 99% ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงาน และลดอุณหภูมิภายในห้องได้ประมาณ 3-5 องศา และผ้าม่าน Dim out มีคุณสมบัติช่วยลดแสงเพียงอย่างเดียว  แสงแดดบางส่วนสามารถลอดเข้ามาได้บ้าง ซึ่งผ้าม่านทั้ง 2 ชนิด มีคุณสมบัติโดดเด่นที่ผ่านการรับรองระดับประเทศ ในด้านความปลอดภัยในการใช้งาน และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การันตีด้วยฉลาก  Smart Fabric UV Protection หรือ เนื้อผ้าอัจฉริยะ จากสถาบันอุตสาหกรรมพัฒนาสิ่งทอ (THTI) เพื่อการันตีในเรื่องมาตรฐานและทำความสะอาดง่าย และที่สำคัญใช้การวิธีการย้อมสีที่ปลอดสารก่อมะเร็ง พรม HLS ไม่ได้เน้นแค่ฟังก์ชัน สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องคุณภาพ และความปลอดภัย (Safety) ได้รับการรับรองว่าการผลิตไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือ Confidence in Textile สามารถซักทำความสะอาดได้  กันลื่นได้ดี ด้วย Thermoplastic rubber ที่จะช่วยเรื่องความปลอดภัย Microfiber เส้นใยอ่อนนุ่ม ซับน้ำได้ดี และ Antibacterial ป้องกันเชื้อโรคเกาะบนเส้นใยของพรม และไม่มีผลต่อสุขภาพซึ่งผ่านการทดสอบแล้ว จากสถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) หมอน HLS มีหลากหลายฟังก์ชั่น ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาของลูกค้าที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องสุขภาพ ปวดต้นคอ ภูมิแพ้  หรือเป็นหวัด เพราะใช้วัสดุผ้าหุ้มที่ป้องกันแบคทีเรีย รวมถึงไลฟ์สไตล์การนอนที่แตกต่างกัน ซึ่งได้นำเทคโนโลยี เข้ามาช่วยในการผลิต เพื่อให้ลูกค้าสามารถได้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม เช่น  หมอนขนเป็น ขนห่าน , หมอนชาโคล , หมอนยางพารา , หมอนสำหรับเด็ก และหมอนเมมโมรี่โฟม   นอกเหนือจากกลุ่มสินค้า Home Textile แล้ว ยังมีแบรนด์อื่นๆที่ได้รับความนิยมภายใต้ Private Brand ของโฮมโปร อาทิ Furdini (กลุ่มเฟอร์นิเจอร์) , Moya  และ TARA (กลุ่มห้องน้ำและกระเบื้อง) , Carini และ Elektra (โคมไฟ) , Cabin (เคาน์เตอร์ครัว) เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์ทุกๆพื้นที่ภายในบ้านให้ครบจบในที่เดียว ที่โฮมโปรเท่านั้น นางสาวสิริวรรณ กล่าวปิดท้าย
ศุภาลัยรับรางวัล Thailand Headlines Person of The Year Awards 2018

ศุภาลัยรับรางวัล Thailand Headlines Person of The Year Awards 2018

นายปุณณพันธ์  เหน่งเพ็ชร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานก่อสร้างแนวราบ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนรับมอบรางวัล Thailand Headlines Person of The Year Awards 2018 ในกลุ่มสาขาเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้มอบรางวัล จัดโดยบริษัท เจียระไน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด   บมจ.ศุภาลัย ได้รับรางวัลดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้บริษัทที่มีบทบาท   ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม มีผลงานโดดเด่นและเป็นที่รู้จักในวงการธุรกิจ และมีข่าวบทสัมภาษณ์ที่ปรากฎในสื่อต่างๆ และโซเชียลมีเดียจำนวนมาก รวมทั้งมีส่วนร่วมสร้างประโยชน์และสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-จีน ณ ห้องพารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อเร็วๆนี้  
30 พ.ย. นี้ แอสเสท เวิรด์ รีเทล ผนึกพลังแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเปิดตัว ‘เกตเวย์ แอท บางซื่อ’ เนรมิตสู่ศูนย์การค้าแนวคิด ‘Fulfill You Everyday Life’

30 พ.ย. นี้ แอสเสท เวิรด์ รีเทล ผนึกพลังแบรนด์ชั้นนำ พร้อมเปิดตัว ‘เกตเวย์ แอท บางซื่อ’ เนรมิตสู่ศูนย์การค้าแนวคิด ‘Fulfill You Everyday Life’

นายณภัทร เจริญกุล หัวหน้าสายงานกลุ่มค้าปลีก กลุ่มแอสเสท เวิรด์ รีเทล ในเครือของ  แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (ทีซีซี กรุ๊ป) ผู้บริหารศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ เปิดเผยว่า ด้วยประสบการณ์การบริหารจัดการโครงการฯและศูนย์การค้าต่างๆ ในกลุ่ม Asset World Retail ที่ผ่านมา บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ ภายใต้แพลตฟอร์ม Community Shopping Mall อย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน นี้ จากการศึกษาในขั้นตอนเตรียมการก่อสร้างศูนย์การค้าเกตุเวย์ แอท บางซื่อ พื้นที่เขตบางซื่อถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจ คมนาคม การศึกษา รวมถึงมีประชากรที่อาศัยอยู่เดิมและย้ายเข้ามาอยู่ใหม่จำนวนมาก โดยพื้นที่รอบศูนย์ฯ ในระยะรัศมี 5-7 กิโลเมตรนั้นครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพตอนเหนือ 5 เขต มีเขตบางซื่อ เขตดุสิต เขตบางพลัด เขตจตุจักร เขตพญาไท และ จ. นนทบุรี 2 เขต คือ เขตเมืองนนทบุรี เขตบางกรวย ซึ่งมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่กว่า 606,000 คน ทั้งยังมีกำลังซื้อสูง มีรายได้ประมาณ 70,000 บาทต่อครัวเรือน  นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งการค้าดั้งเดิมของกรุงเทพฯ ตอนเหนือที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างมาก จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาธุรกิจรีเทลในย่านบางซื่อนี้ “ย่านบางซื่อแห่งนี้ ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางการค้าและศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ที่รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการกว่า 14 แห่งและยังใกล้ที่ตั้งรัฐสภาแห่งใหม่ที่ๆ จะมีผู้คนเข้าติดต่อกับหน่วยงานราชกาลมากมายในแต่ละวัน อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศมากกว่า 10 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีเจ้าหน้าที่ พนักงานกว่าหมื่นคนที่มีกำลังซื้ออยู่มากมาย โรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากกว่า 23 แห่งรายล้อมรอบพื้นที่ รวมถึงโรงพยาบาลขนาดใหญ่อีก 5 แห่ง และยังมีโครงการที่อยู่อาศัยจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำมากกว่า 18 โครงการ จำนวนรวมกว่า 30,000 ยูนิต นอกจากนี้ ยังถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของไทย และจะกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ในอนาคต (New CBD : New Central Business District) ของกรุงเทพฯ โดยสถานีกลางบางซื่อยังถูกกำหนดให้เป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่ในขอบเขตและบริเวณสถานี เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนาเมืองใหม่ในพื้นที่รอบสถานีรถไฟความเร็วสูง ที่จะเข้ามาส่งเสริมการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนและพัฒนาโครงการทั้งที่อยู่อาศัยและโครงการเชิงพาณิชย์ ทำให้เกิดทราฟฟิคในย่านดังกล่าวเพิ่มขึ้น ถือเป็นผลดีต่อศูนย์การค้าฯ อย่างมาก” นายณภัทร เจริญกุล กล่าว ทั้งนี้ ยังมีโครงข่ายการคมนาคมที่สมบูรณ์และเป็น Link Gate Hub โดยมีทั้งทางด่วน 2 เส้น ประกอบด้วย ทางด่วนประชาชื่น และทางด่วนศรีรัช รถเมล์สาธารณะ 4 สาย เรือสาธารณะ 3 ท่า รถไฟสถานีบางซื่อ รถไฟฟ้า MRT ถึง 2 สถานี ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีเตาปูน และในอนาคตกับรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสีน้ำเงินสถานี บางโพ ที่จะทำให้การเดินทางสะดวกสบาย ดึงดูดกลุ่มคนให้เข้ามาพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งปัจจัยข้างต้นถือเป็นโอกาสทางธุรกิจในการเปิดตัวศูนย์ฯ ที่จะสามารถตอบสนองและเติมเต็มความต้องการของกลุ่มคนในย่านบางซื่อ   “สำหรับภาพรวมการแข่งขันธุรกิจรีเทลในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และเมืองเศรษฐกิจนั้น บริษัทฯ มองว่ายังมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่องต่อไปอีก 1-2 ปี ดังนั้น ผู้ประกอบต้องสร้างธุรกิจที่มีความแตกต่างและมีศักยภาพในการตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้า ซึ่งการลงทุนในเมืองขนาดใหญ่ยังมีความน่าสนใจและยังมีช่องทางในการลงทุน ทั้งจากการขยายตัวของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการดึงดูดนักลงทุน โดยบริษัทฯ จะเน้นการเพิ่มมิติใหม่ๆ ให้แก่วงการธุรกิจรีเทลในไทย ทั้งการใช้โมเดลตลาดชุมชนที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างผู้เช่ารายใหญ่และรายย่อย ให้สามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตในระยะยาว รวมถึงต้องพัฒนารูปแบบศูนย์การค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อเติมเต็มความต้องการ และสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า              ในพื้นที่และบริเวณโดยรอบ ที่จะสามารถใช้เวลากับครอบครัว คนรัก หรือแม้แต่การให้เวลากับตัวเอง เพื่อเติมเต็มช่วงเวลาดีๆ ในแต่ละวันได้ง่ายๆ ใกล้บ้านหรือที่ทำงานได้อยู่เสมอ” นายณภัทร เจริญกุล กล่าวเสริม ด้านนายณพล พรสมบุณ หัวหน้างานแผนธุรกิจและลูกค้า กล่าวว่า ศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ มีพื้นที่กว่า 10 ไร่ และมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 95,000 ตารางเมตร รวม 11 ชั้น ที่จอดรถ 1,100 คัน มีพื้นที่ให้เช่าถึง 39,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 400 ร้านค้า ด้วยงบลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันปิดการขายไปแล้ว 95% และก่อสร้างแล้วเสร็จกว่า 90% เจาะกลุ่มลูกค้าผู้อยู่อาศัยในพื้นที่บางซื่อและบริเวณโดยรอบ ได้แก่ กลุ่มครอบครัว กลุ่มคนทำงาน กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ดำเนินการภายใต้แนวคิด ‘Simple, Complete, Fun and Friendly’ จึงกลายเป็นนิยามของศูนย์การค้าฯคือ “Fulfill Your Everyday Life-เติมเต็มทุกความต้องการในแบบคุณ” ภายใต้ concept ดังกล่าว ภายในศูนย์การค้าจึงได้มีการสร้างความหลากหลายของสินค้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างครบครัน ประกอบด้วย โซน Urban Market ที่วางคอนเซ็ปและบรรยากาศให้มีกลิ่นอายความเป็นมาร์เก็ตที่ยกระดับมาตรฐานการบริการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวหวานใน Take Home, สินค้าเครื่องครัวเครื่องใช้ และสินค้าและบริการเกี่ยวกับการดำรงชีวิตพื้นฐาน โซน Everyday Fashion ที่มีการรวบรวมสินค้าทั้งแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้า ชุดกีฬา รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอางค์ โซน Fast Fashion Brand ที่รวมแบรนด์ชั้นนำมากมายให้เลือกสรรง่ายๆตามสไตล์คุณ Urbano   ที่รวมเทรนด์แฟชั่นไว้อย่างครบครันเพื่อให้ลูกค้าได้สนุกไปกับการแต่งตัวในโลกแฟชั่น โซน Lifestyle Living ซึ่งรวมสินค้าและบริการต่างๆ เกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน ร้านหนังสือ บริการทางการเงินและไอทีไว้อย่างครบครัน โซน Lifestyle Dining เป็นแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดังไว้มากมายเพื่อให้นักชิมทุกท่านได้ลิ้มลองและอิ่มอร่อยกับทุกเมนูในทุกๆมื้อ โซน Play & Learn แหล่งรวมความสนุก ความรู้ และส่งเสริม   ทางความคิด ไอเดียสร้างสรรค์ ให้กับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนสอนพิเศษ, ติวเตอร์, Kids zone สำหรับวัยเด็กและวัยเรียน โซน Office พื้นที่สำนักงานเช่าสำหรับวัยทำงาน อีกทั้งยังมีโซน Entertainment บริการโรงภาพยนตร์จำนวน 6 โรง ทั้งหมด 1,450 ที่นั่ง และบริการด้านเกมส์ รวมถึงฟิสเนสสำหรับคนรักสุขภาพที่เปิดให้บริการ 24 ชม.   โดยมีไฮไลท์ร้านค้าสำคัญ อาทิ บิ๊กซี ฟู้ด เพลส (Big C Foodplace), เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ (Major Cineplex) , โฮมโปร เอส (Home Pro S), เดอะ เพาเวอร์ ไลฟ์ (The Power Life), ฮาร์เบอร์ แลนด์ (Harbor Land) , เจ๊ทส์ ฟิตเนส (Jetts Fitness), ฟัน เฟสตา (Fun Festa), ยูนิโคล่ (Uniqlo), เอช แอนด์ เอ็ม (H&M), เอทูแซท (AIIZ), บิวเทรี่ยม ( Beautrium), สปอร์ตเวิลด์ (Sport World), วัตสัน (Watsons), บาร์บีคิว พลาซ่า (BBQ Plaza), เคเอฟซี (KFC), ออร์ก้า (Orca), ซานตา เฟ่ (Santa Fe), ชาบูชิ (ShabuShi), สุคิยะ (Sukiya), ไทม์ แอนด์ เทลส์ ตำรับวิเศษไก่ย่าง (Time&Tales), อูมัย บาย โตไก (Umi by Tohkai), ตำมั่ว (TumMour), ยามาซากิ (Yamazaki), ธนาคารกสิกรไทย (Kasikorn Bank), ธนาคารธนชาติ (Thanachart Bank) และอีกมากมายที่จะเติมเต็มทุกความต้องการในแบบของคุณได้อย่างเต็มอิ่ม “ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าให้ศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ กลายเป็นศูนย์การค้าที่อยู่ในใจของลูกค้า สามารถตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์คนในย่านบางซื่อ - บางโพ ให้ลูกค้ามีความรู้สึกเป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 และดึงดูดให้ลูกค้าออกมาใช้บริการ โดยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เติมเต็มชีวิตคนเมืองแบบครบครันที่มีคุณค่าและคุณภาพ ทั้งลานกิจกรรมในร่มและกลางแจ้ง ให้ทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี พร้อมรวบรวมร้านอาหารแบบเชนทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์ไตล์เรื่องของอาหารของทุกกลุ่มลูกค้า รวมถึงเป็นศูนย์กลางความสนุกสนานความบันเทิงด้วย play ground ที่สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และโรงภาพยนตร์ พร้อมสถานที่ออกกำลังกาย 24 ชั่วโมง จึงเชื่อมั่นว่า ศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ จะเติมเต็มทุกความต้องการในแบบของลูกค้าทุกเพศทุกวัยได้อย่างแน่นอน” นายณพล พรสมบุณ กล่าว   ด้านนางสาวกัญญภัส วิจิตรพรรณกุล หัวหน้างานการตลาด กล่าวถึงกลยุทธ์ด้านการตลาดว่า ทางศูนย์ฯ ได้สื่อสารสร้างการรับรู้ทั้งด้านออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงได้ทำกิจกรรม CSR ร่วมกับมูลนิธิ ซ.โซ่ อาสา เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเป็นมิตร เป็นครอบครัวเดียวกันกับผู้คนในพื้นที่ ตลอดจนการออกทรูปและโรดโชว์ตามสถานที่สำคัญ เพื่อเป็นการแนะนำและกระตุ้นการรับรู้กลุ่มเป้าหมาย   “ในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของศูนย์การค้าเกตุเวย์ แอท บางซื่อ จะได้พบกับความสนุกสนาน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Family Fun : สนุกยกบ้าน ที่มีการแสดงให้เห็นถึงการให้บริการของศูนย์การค้าที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกเพศทุกวัยผ่านการแสดงของนักแสดงทั้ง 5 สาย  คือ  แมทธิวและลิเดีย ตัวแทนของสายครอบครัว   คนรุ่นใหม่ เวียร์ ตัวแทนของสายเฮลตี้ ใหม่-ดาวิกา ตัวแทนของสายแฟชั่น และน้องชายทั้ง 2 คน ตัวแทนของสายกินและสายเล่น พร้อมทั้งมินิคอนเสิร์ตจากเจ เจตริน และอีกไฮไลท์ในวันงาน คือ ทางศูนย์การค้าได้จัดเตรียมกล่องของขวัญขนาดยักษ์ เพื่อเป็นการรวบรวมของขวัญต่างๆ จากผู้ที่มาร่วมงามและลูกค้าที่มาศูนย์การค้าฯได้ร่วมกันส่งต่อความสุขสู่น้องๆในช่วงปลายปีกับมูลนิธิ ซ.โซ่ อาสา ตลอดจนโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม จากร้านค้าที่ร่วมกิจกรรมเปิดศูนย์การค้าฯ อีกมากมาย รวมถึงทางเราได้เตรียมสื่อสนับสนุนทั้งโทรทัศน์สื่อกลางแจ้ง สื่อออนไลน์มากมาย เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ สร้างการรับรู้ และกิจกรรมความสนุกอื่นๆ ตลอดทั้งเดือนธันวาคม เพื่อสร้างทราฟฟิคกับศูนย์การค้าฯและร้านค้าของเรา” นางสาวกัญญภัส วิจิตรพรรณกุล กล่าวสรุป   ทั้งนี้ หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ ยังระดมจัดกิจกรรมอัดแน่นความบันเทิงต่อเนื่องจนถึงเทศกาลปีใหม่ ประกอบด้วย   - วันที่ 1-2 ธันวาคม นี้ เตรียมพบกับไลฟ์แอ็คชั่นโชว์สุดมันส์จาก พาวเวอร์เรนเจอร์ ไดโนฟอร์ซ เบรฟ โชว์ (Power Ranger Dino Force Brave Show) จะได้ตื่นตาตื่นใจกับไลฟ์แอคชั่นโชว์สุดมันส์แบบจัดเต็มทั้งแสง สี เสียง ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ด้วยฉากเวทีชุดใหม่ล่าสุด พร้อมพบปะมาสค์ไรเดอร์ วี1 ครั้งแรกในประเทศไทย และเชิญชมนิทรรศการของเล่นของสะสม Rangers ที่หาชมยาก ให้เข้าชมฟรีตลอดงาน และเมื่อซื้อสินค้าในงานครบ 1,000 บาท ได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมสอยดาว รวมรางวัล 700 ชิ้น  ซึ่งทุกๆที่ลูกค้าจะได้พบกับสินค้าลิขสิทธิ์ถูกต้องในราคาพิเศษให้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ   - วันที่ 3-9 ธันวาคม พบกับกิจกรรม Sugar Paradise พบคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจากศิลปิน Girl Group สุดฮอต ‘BNK48’ พร้อมต้อนรับแฟนคลับและชาวโอตะทุกท่านมาร่วมสนุกกับกิจกรรมสุด Exclusive หลากหลายภายในงาน - วันที่ 10-16 ธันวาคม พบกับกิจกรรม เทศกาลคนโก้ งานวัดสุดฮิปที่สุดในย่านนี้ กับเทศกาลคนโก้   ที่จะชวนเหล่าจิ๊กโก๋ จิ๊กกี๋ ออกมาสนุก ช้อปสุดชิล เดินเทียวเล่นจำลองบรรยากาศกรุงเทพเมืองฟ้าอมร ชมกิจกรรมการแสดง การละเล่นต่างๆ มากมาย   - วันที่ 14-31 ธันวาคม พบกับกิจกรรม Beer Fest บริเวณหน้าศูนย์การค้าฯ ที่มาพร้อมกับศิลปินมากมาย อาทิ ลิปตา, สแตมป์ อภิวัชร์, เบ็น ชลาทิศ, ป๊อป ปองกูล   - วันที่ 17-23 ธันวาคม พบกับเทศกาล Gift Fest งานมหกรรมรวบรวมสินค้าไอเดียสุดชิค พร้อมทั้งของขวัญสุดพิเศษภายในงานพร้อมทั้ง Meet & Greet กับศิลปินชื่อดัง ส่งมอบความสุขส่งท้ายปี   - วันที่ 21-25 ธันวาคม พบกับเทศกาล Christmas Celebration ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข สนุกไปกับเหล่าซานต้าที่มาพร้อมขบวนพาเหรดสุดอลังการกับงาน “The Wonder Wood Christmas” ต้นคริสมาสสูงกว่า 10 เมตรที่แรก ที่เดียวในประเทศไทย พร้อมจำลองบรรยากาศของตกแต่งสุดน่ารักในรูปแบบ Music Box ขนาดยักษ์ และตัวการ์ตูนที่ทำจากไม้ทั้งหมด   - วันที่ 24-31 ธันวาคม พบกับเทศกาล Craft Fest พบกับงานสินค้า Handmade ภายในงานสามารถเข้ามาเดินชมเดินช้อป และสนทนากับคนทำงานฝีมือ ช้อปสินค้าแฮนเมด และผ่อนคลายกับงานคราฟต์เพื่อเป็นการบำบัดไปอย่างไม่รู้ตัว   นอกจากกิจกรรมมากมายในการสร้างสื่อสนับสนุนร้านค้าในศูนย์การค้าฯ ยังจัดเตรียม Shuttle Bus  ให้บริการรับส่งจาก MRT สถานีเตาปูน - เกตเวย์ แอท บางซื่อ ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. และในวันธรรมดา (วันจันทร์-วันศุกร์) เพิ่มจุดรับส่งที่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCG) ช่วงเวลา 11.30-14.00 น. และ 17.00-18.00 น.   นี่คือ ความพร้อมที่ทางผู้บริหารและทีมงานได้จัดเตรียมไว้เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวชาวบางซื่อ และทำให้เรามั่นใจได้ว่า ศูนย์การค้าเกตเวย์ แอท บางซื่อ จะนำมาซึ่งความสุข ความครบครัน ตอบโจทย์ผู้บริโภคย่านบางซื่อและบริเวณโดยรอบได้อย่างแน่นอน   ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/GatewayatBangsue
ยิปรอคชูนวัตกรรมผนังสำเร็จรูปประสิทธิภาพสูงเพื่อบ้านยุคใหม่ในงาน “Baan & Beyond Expo 2018” 28 กันยายนข-7 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ยิปรอคชูนวัตกรรมผนังสำเร็จรูปประสิทธิภาพสูงเพื่อบ้านยุคใหม่ในงาน “Baan & Beyond Expo 2018” 28 กันยายนข-7 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตยิปซัมรายแรกของประเทศไทยและผู้คิดค้นนวัตกรรมยิปซัมคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “ยิปรอค” ตอกย้ำจุดยืนบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโซลูชั่นส์เพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนและผู้ผลิตยิปซัมอันดับหนึ่งของเมืองไทย จัดบูธนำเสนอสินค้านวัตกรรมและโซลูชั่นส์การก่อสร้างใหม่ล่าสุดที่ตอบทุกโจทย์ความต้องการของบ้านสมัยใหม่ ในงาน Baan & Beyond Expo 2018 ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน - 7 ตุลาคม 2561 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา   มร.ซิลแวง เบอแดงง์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) เน้นย้ำว่างานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทองของบริษัทในการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการดำเนินงานในประเทศไทย ด้วยการตอกย้ำถึงชื่อเสียงและจุดยืนของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโซลูชั่นส์เพื่อการอยู่อาศัยที่ยั่งยืนและผู้ผลิตยิปซัมชั้นนำอันดับหนึ่งของเมืองไทย   “ยิปรอคคือผู้ผลิตยิปซัมระดับพรีเมียม ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์แผ่นยิปซัมและปูนปลาสเตอร์คุณภาพสูงสู่ตลาดเมืองไทย นับเป็นเวลา 50 ปีแล้วที่เราได้สนับสนุนให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตการพัออาศัยที่ดียิ่งขึ้น ผ่านโซลูชั่นส์การก่อสร้างใหม่ล่าสุดที่ดีที่สุด เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไปของไลฟ์สไตล์การพักอาศัยยุคใหม่ โดยเน้นที่การบริหารจัดการการเติบโตของโครงการ การประหยัดพลังงาน และการปกป้องสิ่งแวดล้อม” มร.ซิลแวง เบอแดงง์ กล่าว “นวัตกรรมคือจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างให้ยิปรอคมีความได้เปรียบทางการแข่งขันและเหนือกว่าคู่แข่งจำนวนมากในตลาด การฉลองครบรอบ 50 ปีครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสดีในการตอกย้ำถึงความเป็นเลิศของเราในอุตสาหกรรมก่อสร้างของเมืองไทย”   ภายในบูธยิปรอค เจ้าของบ้านและช่างรับเหมาสามารถศึกษาตัวอย่างนวัตกรรมยิปซัมใหม่ล่าสุดของบริษัท ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้อยู่อาศัย และเพื่อสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่ดีเยี่ยมได้ในสภาพแวดล้อมทุกรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ยิปรอคช่วยในการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่ครบครันทั้งระบบผนัง เพดาน ทางเดิน และบันได ทั้งสำหรับบ้าน สถาบันการศึกษา โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล และอื่น ๆ โดยคำนึงถึงปัจจัยเพื่อการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันความร้อน การป้องกันเสียงรบกวน การส่งเสริมการนอนหลับที่ดี การลดความเครียด การป้องกันอาการแพ้ และการประหยัดพลังงาน ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญและทีมงานในบูธยิปรอคยังพร้อมให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ในการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานเฉพาะด้านให้เหมาะสมกับงบประมาณของคุณ   สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาในงาน สามารถไปเยี่ยมชม ยิปรอค โซลูชั่นส์ เซ็นเตอร์ (Gyproc Solution Center) สาขาถนนศรีอยุธยา เพื่อดูนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ล่าสุดของยิปรอคได้ ซึ่งมีระบบผนังและเพดานสวยที่สวยงามมากมายทั้งสำหรับที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงาน นอกจากนี้ บริษัทยังมีข้อมูลรายชื่อช่างติดตั้งที่ผ่านการฝึกอบรมโดยยิปรอค พร้อมเกร็ดความรู้และเทคนิคในการเพิ่มประสิทธิภาพและความคงทนของอาคาร เพื่อการยืดอายุการใช้งานอาคารให้ยาวนานยิ่งขึ้น   ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://www.gyproc.co.th/ หรือ https://www.facebook.com/GyprocTH
ออลล์ อินสไปร์ฯ ส่งโปรโมชั่นโดนใจ ร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39

ออลล์ อินสไปร์ฯ ส่งโปรโมชั่นโดนใจ ร่วมงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39

คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์ และอิมเพรสชั่น นำ 9 โครงการคุณภาพเยี่ยม ทั้งคอนโดฯ และทาวน์โฮม บนทำเลที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ  อาทิ โครงการ ดิ เอ็กเซล ลาซาล 17, โครงการ ดิ เอ็กเซล รัชดา 18, โครงการ ไรส์ พหล-อินทามระ, โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ รัชดา-ห้วยขวาง, โครงการ ดิ เอ็กเซล คูคต, โครงการ ไรส์ พระราม 9, โครงการ ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 50, ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 และโครงการทาวน์โฮม เดอะ วิชั่น ลาดพร้าว – นวมินทร์ ราคาเริ่มต้น 1.09 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอพิเศษสุด!! ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท *(เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถพบกันได้ภายใน งานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้ง 39 วันที่ 4-7 ต.ค. นี้ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น  ณ โซน CG บูธ G71-84 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. 02 029 9999 หรือ www.allinspire.co.th
The Cube นำคอนโดและทาวน์โฮมจัดโปร I STYLE ร่วมงาน ‘มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39’

The Cube นำคอนโดและทาวน์โฮมจัดโปร I STYLE ร่วมงาน ‘มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39’

บริษัท คิวบ์ เรียล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้บริหารและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการ The Cube Condominium และ The Cube Townhome นำคอนโดและทาวน์โฮม ร่วมงาน ‘มหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 39’ (House & Condo) ระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2561 บูท The Cube ชั้น 2 โซน C116-C118 และ C135-C137 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้นำโปรโมชั่น ‘I-STYLE หรือ โปรอัจฉริยะ’ มามอบให้กับลูกค้าคนพิเศษภายในงานนี้เท่านั้น มีคอนเซป ‘The Cube Taste of Life : เลือกอยู่อย่างฉลาดกับ เดอะคิวบ์ คอนโด’ พบกับคอนโดมิเนียมที่รองรับชีวิตอนาคตในโลเคชั่นที่เหมาะกับคุณ โดยจัดโครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์โฮมมาให้เลือกถึง 9 ทำเลมีศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า ทางด่วน แหล่งงาน และย่านธุรกิจทุกโครงการ อาทิ  The Cube Urban สาทร – จันทน์  The Cube Premium รัชดา 32  The Cube Premium รามอินทรา 34  The Cube Loft นวลจันทร์  The Cube Plus มีนบุรี  The Cube นวมินทร์ – รามอินทรา The Cube Station รามอินทรา 109  The Cube Plus พหลโยธิน 56  และ The Cube Town Lamlukka ทาวน์โฮมลำลูกกา คลอง 3 ขอแนะนำคอนโดมิเนียมที่จะเปิดตัวและพรีเซลเร็ว ๆ นี้คือ The Cube Loft ลาดพร้าว 107 มาร่วมงานด้วย ทุกโครงการจองเพียง 1,999 บาท* และพิเศษสำหรับจองและทำสัญญาภายในงาน รับส่วนลดสูงสุด 50 เท่า สูงสุดถึง 100,000 บาท* พร้อมรับของแถมและลุ้นของรางวัลมากมาย* อาทิ  สมาร์ทโฟน ซัมซุง Galaxy Note 9 ลำโพง Marshall Stanmore Bluetooth Speaker เครื่องดูดฝุ่น Mr.Robot Hybrid Mapping  iPad 2018 Gen 6 และ บัตรของขวัญในเครือเซ็นทรัล พลาซา (Gift Voucher Central) รวมทั้งพบกิจกรรมสนุก ๆ และรับป็อบคอนอร่อย ๆ ฟรี..ได้ที่บูทตลอดทั้ง 4 วัน  (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และสอบถามโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่บูทฯ) สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1246 กดเลือกโครงการที่ท่านสนใจ เวลา 9.30-18.30 น. (ทุกวันไม่เว้นวันหยุด) ติดตามความเคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊ค : www.facebook.com/TheCubeCondominium และ www.thecube-condo.com
“One9Five Beyond Your Expectation” 6-7 Oct 2018

“One9Five Beyond Your Expectation” 6-7 Oct 2018

เพราะ “กลิ่น” ไม่ใด้เป็นเพียงตัวแปรที่มีผลต่อความรู้สึก แต่เป็นประสบการณ์ ความทรงจำที่สะท้อนตัวตนออกมาสู่ผู้คนรอบข้าง TC Development จึงชวนคุณมาสร้างประสบการณ์สุด Exclusive ด้วยการรังสรรค์กลิ่นหอมที่เหมาะกับตัวคุณในงาน “One9Five Beyond Your Expectation” ให้คุณได้ทำน้ำหอมแบบ Personal perfume จากทาง ERB Thailand โดยมี ERB Perfume Mixologist คอยช่วยให้คำปรึกษาในการปรุงน้ำหอมที่มีเพียงขวดเดียวในโลก และภายในงานยังมีไฮไลท์ “เปิดให้จองห้องชั้นใหม่-ยูนิตพิเศษของโครงการ One9Five อโศก-พระราม 9” อีกด้วย มาร่วมรังสรรค์ความเป็นตัวคุณได้ที่ Sale Gallery One9five อโศก-พระราม 9 ในวันเสาร์ ที่ 6 – อาทิตย์ที่ 7 ต.ค. 61 เวลา 10.00 – 17.00 น. สำรองสิทธิ์เข้าร่วมงานโทร : 02 245 0999 (RSVP Only)
“เฮเฟเล่” เปิดตัว แคมเปญ “Idea For Living by Häfele” ดึง “คิมเบอร์ลี่” เป็นแบรนด์แอมฯ ชูจุดเด่น “เฮเฟเล่ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น”

“เฮเฟเล่” เปิดตัว แคมเปญ “Idea For Living by Häfele” ดึง “คิมเบอร์ลี่” เป็นแบรนด์แอมฯ ชูจุดเด่น “เฮเฟเล่ ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น”

นายโฟลเคอร์ เฮลสเติร์น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและครัวเรือน พร้อมทั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ คุณภาพมาตรฐานเยอรมนี เป็นประธานเปิดตัวแคมเปญ “Idea For Living by Häfele” ตอกย้ำภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำตลาดเฮเฟเล่อุปกรณ์ครบจบทุกเรื่องงานอาคาร และสินค้าคุณภาพ เทคโนโลยีเยอรมนี ที่ทำให้ชีวิตทุกคนง่ายขึ้น สะดวกขึ้น และมีความปลอดภัยสูงสุด ผ่านการสื่อสารผ่านไลฟ์สไตล์ของ “คิมเบอร์ลี่” ที่เป็นหนึ่งในลูกค้าของ “เฮเฟเล่” มานาน และใช้ผลิตภัณฑ์เฮเฟเล่จริง ภายใต้สโลแกน “เฮเฟเล่ ทำให้ชีวิตคิมง่ายขึ้น” ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้
ยิปรอคเปิดตัว

ยิปรอคเปิดตัว "ช่างมือโปร ยิปรอค" ร่วมพัฒนาทักษะช่างยิปซัมทัดเทียมมาตรฐานสากล ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ 4.0

บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตนวัตกรรมยิปซัมคุณภาพสูงแบรนด์ “ยิปรอค” มุ่งมั่นส่งเสริมทักษะของช่างติดตั้งผนังและเพดานยิปซัมในเมืองไทยให้มีมาตรฐานะระดับสากล จัดตั้ง “ช่างมือโปร ยิปรอค” (Gyproc Installer Club) เพื่อยกระดับฝีมือช่างติดตั้งผนังและฝ้าเพดานยิปซัมของไทยให้เติบโตไปพร้อมกับยิปรอคอย่างยั่งยืน โดยมีความมุ่งหมายลดช่องว่างภาวะขาดแคลนแรงงานผู้มีทักษะในเมืองไทยที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมในยุคเศรษฐกิจใหม่ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และปฏิรูปฝีมือแรงงานไทยให้มีความเป็นมืออาชีพสอดคล้องกับสภาวะของโลกในปัจจุบัน อีกทั้งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนยังเอื้อให้เกิดการโยกย้ายแรงงานผู้มีทักษะ จึงคาดการณ์ว่าความต้องการที่มีต่อแรงงานทักษะระดับกลางและระดับสูงจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การส่งเสริมการพัฒนาช่างติดตั้งผู้มีทักษะยังถือเป็นแผนปฏิบัติที่มีความสำคัญในอันดับต้น ๆ ของยิปรอคในปีนี้ และเพื่อตอกย้ำความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 50 ปีการนำเสนอระบบผนังและเพดานสำเร็จรูปของยิปรอคสู่เมืองไทย   “ช่างมือโปร ยิปรอค” (Gyproc Installer Club) ขอเชิญชวนช่างติดตั้งผนังและฝ้าเพดานยิปซัมในประเทศไทยร่วมสมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับสิทธิพิเศษมากมาย พร้อมมอบสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นสุดคุ้มแก่ลูกค้าคนพิเศษ โดยนำเสนอการใช้ผลิตภัณฑ์ยิปรอคเพื่อช่วยประหยัดเวลา แรงงาน และต้นทุนในการก่อสร้าง พร้อมคุณภาพผลงานที่สอดคล้องกับเกณฑ์ข้อกำหนดในการก่อสร้าง นอกจากนี้ ชมรมแห่งนี้ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะที่จำเป็นทั้งในปัจจุบันและอนาคตของช่างติดตั้ง และร่วมพัฒนาเส้นทางอาชีพของช่างติดตั้งเพื่อดึงดูดและพัฒนาผู้มีความสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมการก่อสร้างของไทย โดยผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของ “ช่างมือโปร ยิปรอค” ได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสมาชิกจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของยิปรอคได้โดยตรง ทำให้พวกเขาสามารถทดลองใช้นวัตกรรมแผ่นยิปซัมใหม่ล่าสุดของยิปรอค พร้อมรับข้อเสนอและส่วนลดพิเศษ และเข้าร่วมในกิจกรรมฝึกอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญของยิปรอค มร.ซิลแวง เบอแดงง์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เนื่องจากประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่าและนวัตกรรม เราจึงได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญและแผนงานในหลายๆ ด้านที่รัฐบาลได้ประกาศตัวเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายอันท้าทายนี้ แรงงานผู้มีทักษะซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมในเศรษฐกิจใหม่ของประเทศกำลังอยู่ในภาวะขาดแคลน การอุดช่องว่างนี้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วน โดย Gyproc Installer Club ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดของเราที่ช่วยให้ช่างติดตั้งระบบยิปซัมนั้นได้รับการตอบสนองต่อความต้องการในภาคอุตสาหกรรม ผ่านการดำเนินการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถของช่างติดตั้งในการปฏิบัติงาน โดยชมรม “ช่างมือโปร ยิปรอค” พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ช่างติดตั้งเพื่อเติบโตไปพร้อมกับยิปรอคอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยให้ช่างติดตั้งมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ตระหนักถึงประโยชน์จากการใช้นวัตกรรมโซลูชั่นส์ที่มีอยู่ให้มากยิ่งขึ้น และช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินงานโครงการก่อสร้างที่ดีที่สุด ซึ่งจำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0”   สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ เพียงแค่คุณมีสัญชาติไทยและประกอบอาชีพช่างติดตั้งระบบยิปซัมก็สามารถสมัครสมาชิก “ช่างมือโปร ยิปรอค” ฟรี! พร้อมรับสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นต่างๆอีกมากมาย โดยมีวิธีการสมัครง่ายๆ 3 ช่องทางด้วยกัน สมัครผ่านทางไลน์ด้วยการเพิ่ม @gyprocclub เป็นเพื่อนในไลน์ หรือส่งรายละเอียดการสมัครไปที่อีเมล์ gyprocclub@gmail.com หรือสมัครผ่านเว็บไซต์ www.gyproc.co.th/th/gyprocinstallerclub   ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดการเข้าร่วมกับ Gyproc Installer Club และกำหนดการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.gyproc.co.th/ หรือ https://www.facebook.com/GyprocTH/
“โบวี่-อัฐมา” เลือกเฟอร์นิเจอร์สั่งตัด ของ “ยูนีค” (Younique) แต่งบ้านเพื่อครอบครัว

“โบวี่-อัฐมา” เลือกเฟอร์นิเจอร์สั่งตัด ของ “ยูนีค” (Younique) แต่งบ้านเพื่อครอบครัว

ลุยสร้างบ้านหลังใหม่ใหญ่โต สำหรับสาวเซ็กซี่ โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ จนหลายคนสงสัยว่าหรือเธอจะซุ่มเตรียมเรือนหอสละโสดอีกคน  กับหวานใจหนุ่ม โอม - อิทธิศักดิ์ วุฒิธนวัฒน์ งานนี้ได้เจอเจ้าตัวที่มาสั่งตัดเฟอร์นิเจอร์ของ “ยูนีค” (Younique) เฟอร์นิเจอร์สั่งตัดตามใจคุณ (Customized Furniture 4.0) ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เลยได้มีโอกาสกระซิบถามถึงเรื่องนี้ให้หายข้องใจ โบวี่ เผย “บ้านหลังนี้โบตั้งใจนานแล้วว่าสร้างสำหรับครอบครัวค่ะ ซึ่งหมายถึงคุณพ่อ คุณแม่ และพี่ชาย เพราะอยากให้ทุกคนมาอยู่รวมกันทั้งหมด  ก่อนหน้านี้เราไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน  โดยบ้านหลังนี้โบสร้างมาสักพักแล้วเกือบจะ 100%  ได้แล้วค่ะ  ก็มีห้องนอนแยกของแต่ละคน  มีห้องนั่งเล่น  ห้องครัว มีสระว่ายน้ำและมุมสวนเล็กๆ  ตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนของงานบิวท์อิน และเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับห้องแต่ละห้อง  บ้านหลังนี้โบตั้งใจจะตกแต่งในสไตล์ที่ชอบจะเน้นแนวโมเดิร์นที่ดูเรียบๆ  แต่มีดีไซน์  อีกอย่างดูไม่น่าเบื่อสามารถอยู่ได้นานๆ สำหรับห้องส่วนตัวโบเลือกแบบที่การจัดเลย์เอ้าท์ให้ดูกึ่งๆ เป็นคอนโด ที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน  ภายในห้องมีมุมห้องนอนและทางเชื่อมต่อไปเป็นสเต็ปลงไปเป็นโซนมุมทำงานหรือสำหรับแต่งตัวให้เป็นสัดส่วน  ทำให้สามารถใช้ชีวิตภายในห้องนี้ได้ทั้งวันแบบไม่เบื่อ ลักษณะเหมือนบ้านหลังเล็กซ้อนในบ้านหลังใหญ่อีกทีค่ะ และไหนๆ เราสร้างบ้านทั้งทีก็อยากเลือกสิ่งที่เราชอบทั้งหมดนี้ยอมลงทุนเพื่อให้ได้สิ่งที่ถูกใจไว้ในบ้าน ล่าสุด โบเพิ่งสั่งตัดเฟอร์นิเจอร์ คือ เพิ่งรู้ว่าเฟอร์นิเจอร์ก็สามารถสั่งตัดได้เหมือนกับตัดเสื้อผ้าที่จะให้เป๊ะและพอดีกับห้องเราได้ด้วย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์สั่งตัดของ “ยูนีค” ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์  สั่งได้ตามที่ต้องการได้เป๊ะระดับมิลลิเมตร อย่างมุมเสาหรือส่วนเบรกเกอร์ที่ดูไม่สวยก็บิวท์ปิดทับไปได้แบบเนียนๆ  ทำให้ไม่รำคาญตา  แถมยังมีดีไซน์เนอร์ส่วนตัวให้คำปรึกษาตั้งแต่การมาวัดพื้นที่ วางแบบห้องผ่านระบบ 3D เห็นภาพเสมือนจริง  และยังสามารถแก้ไขแบบห้องได้มากกว่า 1 ครั้งอีกด้วย” ร่วมหาไอเดียการแต่งบ้านพร้อมชมห้องตัวอย่างดีไซน์ที่หลากหลายได้ที่  “ยูนีค” (YOUNIQUE) เฟอร์นิเจอร์สั่งตัดตามใจคุณ (Customized Furniture 4.0) ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาพระราม 2 (โทร. 02-3331888), สาขาบางนา (โทร. 02-3480707), สาขาเกษตร-นวมินทร์ (โทร. 02-1082940), สาขาราชพฤกษ์ (โทร. 02-4896900), สาขารังสิต (โทร. 02-9585099) และสาขาบางกรวย-ไทรน้อย   (โทร. 02-0597130) หรือติดต่อผ่าน www.indexlivingmall.com/younique, Facebook/Instragram : indexlivingmall และทาง Line@YOUNIQUE
อิมแพ็ค ปลื้มงานอินเตอร์แมท อาเซียน และคอนกรีต เอเชีย 2018 สร้างเงินสะพัดกว่า หมื่น ล้านบาท

อิมแพ็ค ปลื้มงานอินเตอร์แมท อาเซียน และคอนกรีต เอเชีย 2018 สร้างเงินสะพัดกว่า หมื่น ล้านบาท

ปิดฉากงาน “อินเตอร์แมท อาเซียน 2018” และ “คอนกรีต เอเชีย 2018” มหกรรมแสดงสินค้าด้านอุตสาหกรรมก่อสร้างระดับอาเซียนประสบความความสำเร็จดีเยี่ยม เผยงานตลอด 3 วัน มียอดผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 5,000 ราย โกยยอดขายจากการเจรจาธุรกิจกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ตอกย้ำความสำเร็จเวทีอุตสาหกรรมก่อสร้างในระดับอาเซียน   มร.ลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด เปิดเผยผลการจัดงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมก่อสร้างระดับอาเซียน “อินเตอร์แมท อาเซียน 2018” และ “คอนกรีต เอเชีย 2018” ว่า ตลอด 3 วันของการจัดงานระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2561 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีมูลค่าการซื้อขายจากการเจรจาธุรกิจ และการซื้อขายเครื่องจักรภายในงานทะลุเป้ากว่า หมื่น ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10 เท่า ซึ่งนับว่าการจัดงานร่วมกันระหว่างงานอินเตอร์แมท อาเซียน และคอนกรีต เอเชีย 2018 ครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สำหรับภาพรวมมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 แบรนด์ จาก 14 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, จีน, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, นอร์เวย์, ตุรกี, อินเดีย, อิตาลี, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, ไทย, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ มีจำนวนผู้เข้าชมงานกว่า 5,000 รายจากทั่วโลก 43 ประเทศ” โดยนับเป็นปีแรกที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนจีนให้ความสนใจในการนำเทคโนโลยีจากจีนเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยมีสัดส่วนผู้ประกอบการจีนที่มาร่วมออกแสดงสินค้ากว่า 100 ราย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของจำนวนผู้ออกบูธทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นผู้จำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมก่อสร้างในกลุ่มรถบรรทุก รถแทรกเตอร์ วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง เป็นต้น”   ทั้งนี้ ทางอิมแพ็คได้กำหนดวันจัดงานอินเตอร์แมท อาเซียน และคอนกรีต เอเชีย 2019 แล้ว ในระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2562 จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการ และนักลงทุนที่สนใจติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรม ได้ที่ www.asean.intermatconstruction.com และ www.concrete-asia.com
ครั้งแรกกับการจัดแสดงงานศิลป์ชิ้นพิเศษบนเพนท์เฮาส์สุดหรูวิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ในงาน “PENTHOUSE IS ART BY MENAM RESIDENCES”

ครั้งแรกกับการจัดแสดงงานศิลป์ชิ้นพิเศษบนเพนท์เฮาส์สุดหรูวิวโค้งน้ำเจ้าพระยา ในงาน “PENTHOUSE IS ART BY MENAM RESIDENCES”

แม่น้ำเรสซิเดนท์ นำเสนอครั้งแรกกับปรากฏการณ์จัดแสดงงานศิลปะบนเพนท์เฮ้าส์หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยนำเสนอผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อให้การตกแต่งภายในมีความโดดเด่น และลงตัวกับทุกพื้นที่ใช้สอย  โดยร่วมกับศิลปินดังระดับประเทศ ชั้นนำ 13 คน นำทีมโดย ชลิต นาคพะวัน คิวเรเตอร์และศิลปิน เปิดการแสดงศิลปะบนเพนท์เฮาส์ครั้งแรกของประเทศไทยในชื่อว่า  “PENTHOUSE IS ART BY MENAM RESIDENCES” เปิดให้บุคคลทั่วไปที่สนใจสัมผัสงานศิลปะและการออกแบบตกแต่ง เข้าชมงานได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน จนถึง 7 ตุลาคม 2561 ทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ เวลา 09.00 น. – 17.00 น นายเดชโรจน์ ตั้งสิน กรรมการบริหาร บริษัท แม่น้ำเรสซิเดนท์ จำกัด เปิดเผยถึงแนวคิดในการจัดแสดงผลงานศิลปะบนเพนท์เฮาส์ ว่าจากคอนเซ็ปต์ของงาน ตั้งใจให้ศิลปะสะท้อนการใช้ชีวิตในเพนท์เฮาส์ที่สอดรับกับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่ในรูปแบบแตกต่างกันออกไป ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำได้จากทุกห้อง ผสมผสานกับการออกแบบเพนท์เฮาส์ที่ใส่ใจรายละเอียดทุกพื้นที่การใช้สอย โดยนำผลงานศิลปะจากเหล่าศิลปินชั้นนำของประเทศ ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะมาตกแต่งเพนท์เฮาส์อย่างมีสไตล์ นอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามและเอกลักษณ์ให้กับห้องแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าในระยะยาวได้อีกด้วย และเชื่อว่างาน PENTHOUSE IS  ART จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับบุคคลทั่วไปในการเลือกงานศิลปะเข้ามาตกแต่งที่อยู่อาศัยของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเพนท์เฮาส์ก็ได้ โดยให้มองว่าทั้งงานศิลปะและที่อยู่อาศัย คือ Passion Investment ที่เป็นการลงทุนเพื่อเป็นความสุขและกำไรของชีวิตนั่นเอง ด้านนายชลิต นาคพะวัน คิวเรเตอร์และหนึ่งในศิลปินผู้จัดแสดงผลงาน กล่าวถึงความพิเศษในการคัดสรรผลงานของศิลปินที่นำมาตกแต่งเพนท์เฮาส์ ว่า เป็นครั้งแรกที่วงการศิลปะและอสังหาริมทรัพย์มารวมตัวกันได้อย่างลงตัว รวมทั้งเป็นการนำผลงานศิลปะมาจัดแสดงไว้ในสถานที่จริง โดยได้คัดสรรผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักของสังคม นำผลงานมาจัดวางและตกแต่งห้องเพนท์เฮาส์ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างสรรค์บรรยากาศ และให้ความรู้สึกที่มีความเป็นบ้าน และมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับคอนเซ็ปต์ของห้องด้วย เพื่อให้ผู้สนใจได้เสพงานศิลป์ชิ้นเอกทั้งภายในห้องเพนท์เฮาส์ และเมื่อมองออกไปข้างนอกก็ได้สัมผัสงานศิลป์ที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงสุนทรียภาพของงานศิลปะที่มีต่อที่พักอาศัยอย่างแท้จริง” สำหรับการจัดแสดงผลงานศิลปะ “PENTHOUSE IS ART BY MENAM RESIDENCES” ได้รับเกียรติจากศิลปินที่มีชื่อเสียงแถวหน้าของประเทศ  ชลิต นาคพะวัน เป็นคิวเรเตอร์ พร้อมด้วยศิลปินแห่งชาติ และศิลปินที่เป็นที่รู้จักกันดีทั้งภายในและต่างประเทศสมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์, ศราวุธ ดวงจำปา, อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, จิตต์สิงห์ สมบุญ, สุธี คุณาวิชยานนท์, สุรพร เลิศวงศ์ไพฑูรย์, ผศ.กิตติชัย กันแตง, วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์, ผศ. ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล, ปิ่นนุช ปิ่นจินดา และ ผศ.ลลินธร เพ็ญเจริญ ร่วมแสดงผลงานศิลปะที่หลากหลายสาขา ทั้งด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และงานออกแบบผลิตภัณฑ์ ร่วมสัมผัสศิลปะในมุมมองใหม่ ที่สร้างสรรค์โดยเหล่าศิลปินแถวหน้าของประเทศไทยในงาน PENTHOUSE IS ART by MENAM RESIDENCES เปิดให้บุคคลทั่วไปที่สนใจสัมผัสงานศิลปะและการออกแบบตกแต่ง เข้าชมงานได้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน จนถึง 7 ตุลาคม 2561 ทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ เวลา 09.00 น – 17.00 น. โดยนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ โทร. 062-796-0101 หรือสามารถลงทะเบียนเพื่อจองรอบเข้าชมงานได้ทาง https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf6xTk-ayYCqQfSfcBiQuN6mWBRJleGBLLyHzZxAESr9z_fgw/viewform     ติดตามกิจกรรมที่น่าสนใจ และอัพเดตทุกความเคลื่อนไหวของแม่น้ำเรสซิเดนท์ ได้ทาง www.facebook.com/menamresidencesofficial (Menam Residences) #PENTHOUSEISART #MENAMRESIDENCES #PenthouseIsArtbyMenamResidences
Review Your Living พาเดินงาน บ้านและสวนแฟร์ 2018

Review Your Living พาเดินงาน บ้านและสวนแฟร์ 2018

สวัสดีครับ วันนี้ เอาใจคนรักบ้านและสวน พาไปดูว่ามีอะไรบ้างในงานใหญ่กลางปี "บ้านและสวนแฟร์ 2018" ที่จัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา ช่วงวันที่ 4-12 สิงหาคม 2018 งานนี้ ไม่ผิดหวังคนรักบ้านแน่ๆ     บ้านและสวนแฟร์ Midyear 2018 นำเสนอนวัตกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบสนองการใช้ชีวิต โดยมีระบบคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อในทุกสรรพสิ่งของที่อยู่อาศัยหรือบ้าน และการใช้งานภายในบ้าน เพื่อคอยรับคำสั่ง ทำงานต่างๆ ตามความต้องการของเจ้าของบ้าน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละกิจกรรม งานนี้จะแสดงให้ผู้ชมงานเห็นว่าบ้านและบริบทของบ้านในอนาคตน่าจะเป็นอย่างไรและมีผลต่อการดำเนินชีวิตอย่างไร   ก่อนเข้างาน เราควรจะไปลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์ ง่ายๆ เพียงแค่แสกน QR แล้วกรอกรายละเอียดนิดหน่อย เพื่อรับของที่ระลึก กระเป๋าผ้ารักษ์โลกสุดเก๋ พร้อมกับนิตยสาร My Home ฟรี อีก 1 เล่ม (ยิ้มสิ...)   Internet of Home   บ้านที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาตอบสนองการใช้ชีวิต ทั้งการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมต่อในทุกสรรพสิ่งของที่อยู่อาศัยหรือบ้าน และการใช้งานภายในบ้าน โดยมีการจัดแสดงการใช้งานของเทคโนโลยีตามห้องต่างๆ ของบ้าน เพื่อให้ผู้ชมงานเห็นความสะดวกสบายและบรรยากาศแห่งความสุข กับการใช้พื้นที่ในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนิทรรศการจะจำลองไลฟ์สไตล์เพื่อตอบสนองการใช้งานของห้องต่างๆ ที่ประกอบด้วยหลากหลายมุมซึ่งมีการสั่งการด้วยเสียงหรือผ่านแอพพลิเคชั่น   คอนเซ็ปต์ในการออกแบบบ้าน Internet of Home - ครัว มุมรับประทานอาหาร และสวนหลังบ้าน พื้นที่ทำครัวที่เต็มไปด้วยฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งเคาน์เตอร์ครัวที่เป็นเสมือนไอส์แลนด์เตรียมอาหารและปรับเปลี่ยนให้เป็นบาร์สังสรรค์ หรือมุมรับประทานอาหารได้ในคราวเดียวกัน พื้นที่ส่วนนี้จะจัดแสดงตัวอย่างคำสั่งได้ถึง 3 ทางเลือก ดังนี้ 1. สดชื่นยามเช้า เมื่อสั่งคำสั่งการใช้งานในยามเช้า ไฟในห้องนี้ทั้งส่วนเคาน์เตอร์และไอส์แลนด์ในครัวจะติดพร้อมกับโทรทัศน์ที่แสดงช่องข่าวรับอรุณ 2. โรแมนติกยามค่ำคืน เมื่อใช้คำสั่งนี้ ไฟต่างๆ ในส่วนครัวจะปิดลง และไฟบนโต๊ะอาหารจะติด พร้อมกับไฟในสวน เพื่อการดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดโรแมนติกในช่วงดินเนอร์ 3. ปาร์ตี้แสนสนุก ฟังก์ชันที่ช่วยสร้างบรรยากาศปาร์ตี้แห่งสีสัน โดยไฟในโซนนี้จะปิดทั้งหมด แต่บริเวณเวทีกิจกรรมจะมีไฟหลากสีสันติดขึ้น พร้อมเสียงเพลงให้ได้สนุกสุดเหวี่ยงได้ตามต้องการ นอกจากนี้บริเวณมุมสวนหลังบ้านยังมีการจัดแสดง “สวนของบ้านรุ่นใหม่” ที่มีพื้นที่สำหรับชาร์ตรถไฟฟ้า เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน และสามารถดัดแปลงเป็นธุรกิจได้ในอนาคต - ห้องนอน ห้องแต่งตัว และห้องน้ำ โดดเด่นด้วยสมาร์ทมิลเลอร์ที่มีคำสั่งการใช้งานได้หลากหลาย จัดแสดงตัวอย่างคำสั่งได้ 2 ทางเลือก ดังนี้ 1. มอร์นิ่งยามเช้า เมื่อตื่นนอนและใช้คำสั่งนี้ ผ้าม่านในห้องจะเปิดรับแสงแดดยามเช้า และไฟตรงห้องแต่งตัวจะติดขึ้น พร้อมให้เปลี่ยนชุดแต่งตัวต้อนรับวันใหม่อย่างสดใส 2. กู๊ดไนท์ยามดึก เมื่อสั่งงาน ผ้าม่านของห้องนอนจะปิด รวมถึงไฟภายในบริเวณนี้ก็จะพร้อมใจกันดับ เพื่อให้สภาพแวดล้อมของห้องพร้อมสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง     ในงานยังมีของแต่งบ้านน่ารัก น่าซื้ออีกเพียบ ลองเลือกดูกันเลย           เครื่องใช้ไฟฟ้า ลดกระหน่ำ ซัมเมอร์เซลล์     ส่วนของการแต่งสวนสวย จะมีพืชพันธ์ไม้ประดับ ตกแต่งสวยนานาพันธ์ ให้ได้เลือกซื้อ ทั้งมีดอก ไม่มีดอก ละลานตากันเลยทีเดียว        ใครว่างๆ ไปเดินชิวๆ ได้เลย งานมีตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 12 สิงหาคม นี้นะครับ ที่ ไบเทค บางนา ไปเช้าๆ นะ ถ้าไปสาย จะหาที่จอดรถลำบากหน่อยครับ Review Your Living Team    
โฮมโปร จัดงาน “โฮมโปร แฟร์” ช้อป กิน บิน เที่ยว งานแฟร์เรื่องบ้านที่ทุกคนต้องมา เพียง 10 วันเท่านั้น

โฮมโปร จัดงาน “โฮมโปร แฟร์” ช้อป กิน บิน เที่ยว งานแฟร์เรื่องบ้านที่ทุกคนต้องมา เพียง 10 วันเท่านั้น

“โฮมโปร” ดึงกำลังซื้อครึ่งปีหลัง จัดอีเวนท์เรื่องบ้านสุดยิ่งใหญ่ “โฮมโปร แฟร์” “ช้อป กิน บิน เที่ยว” งานแฟร์เรื่องบ้าน ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกคนในครอบครัว ยกขบวนสินค้าแบรนด์ชั้นนำมามอบส่วนลดสูงสุดกว่า 70% พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษกว่าใครเมื่อช้อปวันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ ลดเพิ่ม 15% ช้อปครบรับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปรหรือบัตรกำนัลท่องเที่ยวมูลค่า 45,000 บาท พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 200,000 บาท และไฮไลท์เด็ดภายในงานกับร้านอาหารต้นตำรับกว่า 150 ร้านค้าทั่วกรุง พร้อมชมโชว์ และการละเล่นสนุกๆ ในบรรยากาศสุดคลาสสิค ตลอด 10 วัน พบกับมหกรรมความสนุก ครบ คุ้ม พร้อมโปรโมชั่น ราคาพิเศษ มากมาย รับประกันความสุขล้นมือตลอดทั้งงาน ตั้งแต่ 20-29 กรกฎาคม 2561 ณ ฮอลล์ 5-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งเป้ายอดขายกว่า 500 ล้านบาท   นางสาวสิริวรรณ เสริมชีพ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 ของการจัดงาน HomePro Fair ซึ่งในทุกๆ ปีเราจะจัดงานแฟร์ทั้งในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองใหญ่ๆ ราวๆปีละ 6 ครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม จากลูกค้าสมาชิกกว่า 3 ล้านคน และลูกค้าสมาชิกใหม่ๆในกลุ่มวัยหนุ่มสาว อายุต่ำกว่า 35 ปี ที่กำลังเริ่มตกแต่งบ้าน หรือสร้างครอบครัวใหม่ เข้ามาจับจ่ายใช้สอยภายในงานเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากการจัดงานในแต่ละครั้ง นอกเหนือจากสินค้าและโปรโมชั่นแล้ว การปรับเปลี่ยนรูปแบบ บรรยากาศภายในงานยังเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้ลูกค้า เดินเข้ามาช้อปสินค้าเรื่องบ้านอย่างตื่นตาตื่นใจด้วยสไตล์ที่ไม่ซ้ำแบบ โดยในครั้งนี้ได้สร้างบรรยากาศเสมือนโกดังสินค้าริมแม่น้ำในแบบฉบับเมืองนอก ที่รวบรวมแหล่ง ช้อป กิน บิน เที่ยว ไว้อย่างครบถ้วนในที่เดียว ที่มีทั้งไอเดียการตกแต่งบ้านทั้งในด้าน Function และStyle ความบันเทิง ความสนุกสนาน และความเพลิดเพลินไปพร้อมๆกันได้อย่างลงตัว     สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ได้เนรมิตพื้นที่กว่า 27,000 ตารางเมตร ให้เป็นสวรรค์ของนักช้อปในร่ม ไม่ว่าจะเป็น ช้อป กิน บิน เที่ยว งานเดียวครบทุกความต้องการเรื่องบ้านสำหรับทุกคนในครอบครัว สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนทุกรุ่น กับ “ช้อป” สินค้าเรื่องบ้านชั้นนำจาก HomePro ลดสูงสุดกว่า 70% เพียง 10 วันเท่านั้น อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ที่นอน เฟอร์นิเจอร์ โคมไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า สินค้าตกแต่งบ้าน จักรยาน เครื่องออกกำลังกาย สุขภัณฑ์ ห้องน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น และสินค้าปรับปรุงบ้าน พร้อมสิทธิสุดพิเศษเมื่อช้อปวันธรรมดา จันทร์- ศุกร์ รับโปรโมชั่นพิเศษกว่า และสินค้าราคาพิเศษ เมื่อใช้คะแนนโฮมการ์ดเท่ายอดซื้อ ลดเพิ่ม 15% เมื่อช้อป 10,000 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ และรับเพิ่ม 2,000 คะแนน เมื่อ ช้อปครบ 25,000 บาทต่อวัน ช้อปครบรับฟรี ช้อปครบ 65,000 บาท รับฟรี บัตรของขวัญ โฮมโปร มูลค่า 2,000 บาท ช้อปครบ 120,000 บาท รับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่า 5,500 บาท ช้อปครบ 450,000 บาท รับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่า 24,000 บาท ช้อปครบ 700,000 บาท รับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปร หรือเลือกรับบัตรท่องเที่ยวต่างประเทศ กับสไมล์ ทีจีทัวร์ มูลค่า 45,000 บาท คืนคุ้มทุกสิ่ง เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม หรือบัตรเครดิต กรุงศรี ลด+รับเพิ่ม สูงสุด 33% หรือเลือกผ่อน 0% ทั้งงาน นาน 10 เดือน และสิทธิพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นน้ำอีกมากมาย อาทิ บัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ รับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 200,000 บาท หรือจะจ่ายง่าย จ่ายชัวร์ ช้อปแนวใหม่ ไม่ใช้เงินสดที่โฮมโปร ผ่าน BeSure QR รับเงินคืน 50 บาท เมื่อช้อปสินค้า 1,000 บาทขึ้นไปต่อเซลล์สลิป   พิเศษเพียง 10 วันเท่านั้น สมาชิกโฮมการ์ด เพียงลงทะเบียนผูก HomePro Connect ผ่าน Line รับฟรีคูปอง 200 บาท สำหรับเป็นส่วนลดช้อปสินค้า 5,000 บาทขึ้นไป และรับ 1 สิทธิ์เล่นเกมส์หมุนวงล้อ ลุ้นรับ LED TV Samsung 32 นิ้ว , บัตรของขวัญโฮมโปร หรือรางวัลอื่นๆอีกมากมาย เมื่อช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป ช้อปสุดคุ้ม ด้วยคะแนนโฮมการ์ด เมื่อใช้คะแนนเท่ากับยอดซื้อ แลกรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 30,000 บาทขึ้นไป หากคะแนนในบัตรไม่พอ สามารถโอนเติมได้ทันทีจากบัตรเครดิต เป็นคะแนนโฮมการ์ดในอัตรา 1 ต่อ 1 นอกจากนี้ยังใช้คะแนนสะสมจากบัตรโฮมการ์ด แลกของมากมายกว่า 100 รายการที่จุดบริการ Point To Shop อีกด้วย “กิน” อิ่มอร่อยกับร้านดังรสชาติต้นตำรับแบบฉบับเมืองกรุง กับ 150 ร้านอาหารชื่อดัง อาทิ ไอติมไข่แข็งเซ็นต์หลุย, โกอ่าง ก๋วยเตี๋ยวปลาเส้น , ก๋วยจั๊บญวนแม่พลอย,หมี่กรอบช่างรังวัด,ตู่ไก่บ้านย่างเขาสวนกวาง เป็นต้น พร้อมเสิร์ฟความอร่อยผ่านบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม และบัตรเครดิต กรุงศรี แลกคะแนน...รับบัตรกำนัล รับประทานอาหารในราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 949 คะแนน* ก็ฟินกับร้านอาหารชื่อดังมากมาย อาทิ FUJI, MK restaurant, OISHI , Sukishi ,Sizzle และ Swensen สำหรับลูกค้า KTC เมื่อช้อปภายในงานครบ 1,000 บาทขึ้นไป แลกรับคะแนนสุดคุ้มทันที พิเศษ!! เริ่มต้นเพียง 555 คะแนน สำหรับร้านอาหาร ZEN , Bar B Q Plaza และ AKA   “บิน” ฟรี ทั้งในและต่างประเทศ กับโปรโมชั่นเอาใจคนชอบการเดินทาง ช้อปสินค้าครบ 700,000 บาท รับฟรีทันที!! บัตรท่องเที่ยวกับสไมล์ทีจีทัวร์ มูลค่า 45,000 พิเศษสุด!! สำหรับสมาชิกบัตรโฮมการ์ด กับสองตัวเลือกสุดฟิน เลือกซื้อแพ็คเกจทัวร์ราคาสมาชิก หรือเลือกจัดทริปแบบ private tour กับสองบริษัทผู้เชี่ยวชาญ ที่จะพาคุณสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษทั้งในเอเชีย และยุโรป สำหรับลูกค้า เมืองไทย Smile Club นำแต้มแลกคะแนนบัตรโฮมการ์ด 20 SmilePoint : 1,400 HomeCard Point และพบกับความสุขเอาใจสายท่องเที่ยว “เที่ยว” กับแพ็คแกจท่องเที่ยวราคาสุดคุ้ม ลูกค้าบัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า แพลทินัม และบัตรเครดิต กรุงศรี ใช้คะแนนเริ่มต้น 999 คะแนน แลกที่พักสุดหรูของโรมแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาว ในเครือดุสิต พร้อมสัมผัสกลิ่นอาย รับลมทะเล ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศแบบ private beach ของรีสอร์ทปูละคอน ในราคาพิเศษเพียง 3,490 บาท จากราคาปกติ 5,500 บาท พร้อมเปิดประสบการณ์ Amazing Thailand ไปกับส่วนลดพิเศษจากโรงแรมชั้นนำมากมาย   ช้อป กิน บิน เที่ยว งานแฟร์เรื่องบ้านที่รอให้คุณ และครอบครัวมาสร้างประสบการณ์ความคุ้มจุใจ พร้อมความสนุกสนานไปพร้อมๆ กันที่เดียวเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ 20 - 29 กรกฎาคม 2561 10 วันเท่านั้น ณ ฮอลล์ 5-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.homeprofair.com
สิงห์ เอสเตท ชวนค้นหา The Hidden Dishes  เมนูลับจากร้านอาหารชื่อดังรอบโครงการ “อีส สุขุมวิท 43”

สิงห์ เอสเตท ชวนค้นหา The Hidden Dishes เมนูลับจากร้านอาหารชื่อดังรอบโครงการ “อีส สุขุมวิท 43”

สิงห์ เอสเตท ชวนคุณตามหา The Hidden Dishes เมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่คุณไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน รังสรรค์สุดฝีมือโดยร้านดังย่านสุขุมวิทกว่าสิบร้าน รอบ ๆ โครงการ “อีส สุขุมวิท 43” พร้อมเสพงานศิลป์สไตล์ Impressionism ผ่านประติมากรรมมีชีวิต ที่จะมาสร้างสีสันให้มื้ออาหารของคุณพิเศษกว่าที่เคย เพียงสังเกตป้ายที่วางอยู่ในร้านอาหารที่ร่วมรายการ จากนั้นสแกนคิวอาร์โค้ด ชมและแชร์วิดีโอของโครงการฯ ก็จะได้สิทธิ์ลิ้มลองเมนูลับสุดพิเศษ Complimentary จาก EYSE Sukhumvit 43 พร้อมเสิร์ฟให้ฟรี กิจกรรมดี ๆ แบบนี้ห้ามพลาด เพราะแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคมนี้เท่านั้น     --- ลายแทงสู่เมนูลับ ---- 1. Aoringo Nihonmura พิกัด: Nihonmura Mall 2. CASA Lapin พิกัด: ซอยสุขุมวิท 26 3. Cocotte พิกัด: 39 Boulevard ชั้น G ซอยสุขุมวิท 39 4. Kitaohji พิกัด: ซอยทองหล่อ 8 5. Mozza พิกัด: EmQuartier ชั้น G 6. Paint Bar พิกัด: Piman 49 ชั้น 6 ซอยสุขุมวิท 49 7. Pesca Mar & Terra Bistro พิกัด: เอกมัย ซอย 12 8. Quaint Bangkok พิกัด: ซอยสุขุมวิท 61 9. The Orange’s Tea พิกัด: ซอยสุขุมวิท 69 10. อำแดงไต้ฝุ่น พิกัด: ซอยสุขุมวิท 32 11. โอชาม ข้าวต้มเเห้งเอกมัย พิกัด: ซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย)   หมายเหตุ: - สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากร้านที่ร่วมรายการ - สงวนสิทธิ์ complimentary 1 ที่ ต่อ 1 ใบเสร็จ - เมนูพิเศษมีมีจำนวนจำกัด - ระยะเวลาร่วมกิจกรรมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละร้าน - ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและกติกาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

1 2