กิจกรรม

 

กิจกรรมล่าสุด

1 2 3 ... 5
โฮมโปร ฉลองตรุษจีน ปีหมูทอง จัด โฮมโปร ซูเปอร์ช็อคเซล มอบอั่งเปา ลดหลายต่อ ช็อคหลายชั้น ลดสูงสุดกว่า 70%

โฮมโปร ฉลองตรุษจีน ปีหมูทอง จัด โฮมโปร ซูเปอร์ช็อคเซล มอบอั่งเปา ลดหลายต่อ ช็อคหลายชั้น ลดสูงสุดกว่า 70%

โฮมโปร ฉลองตรุษจีน ปีหมูทอง จัด โฮมโปร ซูเปอร์ช็อคเซล มอบอั่งเปา ลดหลายต่อ ช็อคหลายชั้น ลดสูงสุดกว่า 70% พร้อมรับเงินชดเชยสูงสุด 1,000 บาทจากภาครัฐ เริ่มแล้ววันนี้ถึง 27 ก.พ. 62 ที่โฮมโปรทุกสาขา   นางสาวสิริวรรณ เสริมชีพ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” กล่าวว่า “หลังจากที่โฮมโปรขานรับนโยบายโครงการของภาครัฐ “Go Cashless Get Cash back ลดใช้เงินสด ได้รับเงินคืน” ที่จัดโดยกระทรวงการคลังไปแล้วนั้น บริษัทฯ ได้ส่งต่อความสุขให้กับกลุ่มคนรักบ้านทุกไลฟ์สไตล์ที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้ออกมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปีหมูทองนี้ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าในช่วงไตรมาสแรก โดยบริษัทฯ ได้จัดสรรสินค้า และบริการที่ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อสร้างความสะดวกในการจับจ่าย อาทิ ช่องทางการชำระเงินด้วยบัตรเดบิต พร้อมมอบอั่งเปาด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้มต้อนรับตรุษจีน อย่าง โฮมโปร ซูเปอร์ช็อคเซล โดยนำสินค้าเรื่องบ้านมาให้ลูกค้าเลือกช้อปมากมาย พร้อมลดราคาสูงสุดถึง 70%”     โฮมโปร ซูเปอร์ช็อคเซล ลดหลายต่อ ช็อคหลายชั้น เป็นมหกรรมสินค้าเรื่องบ้าน ลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ ลดสูงสุดกว่า 70% ขนกองทัพสินค้ามาให้เลือกช้อปอย่างจุใจ ทั้งสินค้า SUPER SHOCK จากทุกแผนก ไม่ว่าจะเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้าพร้อมบริการติดตั้งฟรี, สุขภัณฑ์ ราคาเริ่มต้นที่ 2,390 บาท  และกระเบื้อง ราคาเริ่มต้นที่ 159 บาท/กล่อง , โคมไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ลดสุดพิเศษ สูงสุด 50% , ทีวี และเครื่องเสียง รับฟรีของสมนาคุณ สูงสุด 40,000 บาท , เครื่องปรับอากาศ ล้างฟรี 3 ครั้ง , ชุดครัว และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว ลดพิเศษ , เฟอร์นิเจอร์ และของใช้ในบ้าน ลดสุดพิเศษ พร้อมรับฟรี เมื่อช้อปสินค้าแผนกเฟอร์นิเจอร์ ตั้งแต่ 9,900 บาท รับฟรี โต๊ะญี่ปุ่น รุ่น Tsum Tsum และรับฟรี Gift Voucher 500 บาท เมื่อช้อปตั้งแต่ 15,900 บาท , ที่นอน และชุดเครื่องนอน ช้อปครบทุก 25,000 บาท รับฟรีบัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่า 400 บาท , สินค้าปรับปรุงบ้าน ประปา และเครื่องมือช่าง ลดสุดพิเศษ และสินค้าราคาเดียว One Price จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย เริ่มต้นที่ 190 บาท   ช้อปรับอั่งเปา ปีหมูทอง กับ “ช้อปครบรับฟรี...รับตรุษจีน ปีหมูทอง” ช้อปทุกวันพฤหัส-อาทิตย์ รับฟรี อั่งเปาคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ มูลค่า 200 บาท เมื่อ  ช้อปครบ ตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป และรับโชคอั่งเปาอีกหนึ่งต่อทันที เพียงช้อปครบ 50,000 บาทขึ้นไป รับบัตรของขวัญโฮมโปรมูลค่า 1,500 บาท, ช้อปครบ 100,000 บาท รับบัตรของขวัญโฮมโปรมูลค่า 4,000 บาท, ช้อปครบ 200,000 บาท รับบัตรของขวัญโฮมโปรมูลค่า 10,000 บาท และช้อปครบ 400,000 บาท รับบัตรของขวัญโฮมโปรมูลค่า 22,000 บาท มอบความพิเศษสุดให้ลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ    ช้อปได้ชิลล์ๆ ต่อแถวรับอั่งเปาเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 100,000 บาท หรือเลือกผ่อนทั้งร้าน 0% นานสูงสุดถึง 4 เดือน หรือใช้คะแนนสะสมในบัตรเป็นส่วนลดในการแลกซื้อสินค้า 1,000 คะแนน เท่ากับ 100 บาท และสิทธิพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำอีกมากมาย อาทิ บัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม รับส่วนลดทันที 3% และลดเพิ่มอีก 13% เมื่อแลกคะแนนเท่ายอดชำระ หรือเลือกผ่อนทั้งร้าน 0% นาน 4 เดือน   พิเศษสุดสำหรับสมาชิกบัตรโฮมการ์ด ใช้คะแนนโฮมการ์ดเท่ากับยอดซื้อ ลดเพิ่ม 12.5% ทุกชิ้น ทุกวัน พร้อมฉลองต่อเนื่องตลอดตรุษจีน กับอั่งเปาคะแนนโฮมการ์ดรับฟรีสูงสุด 1,000 คะแนน เพียงร่วมตอบคำถามรับอั่งเปา หรือช้อปครบทุก 10,000 บาทที่โฮมโปร ทุกสาขา และช้อปครบทุก 3,500 บาทที่โฮมโปร เอส ทุกสาขา   นอกจากสินค้า และโปรโมชั่นแล้ว โฮมโปร ยังมอบอั่งเปาด้านการบริการทำความสะอาดบ้าน...เฮง เฮง รับตรุษจีน จาก Home Serviceไม่ว่าจะเป็น บริการล้างแอร์ ยิ่งล้างมาก..ยิ่งคุ้ม และบริการใหม่ล่าสุด อย่าง Ms. Clean บริการทำความสะอาดบ้าน ดูแลบ้านดีกว่าใคร!!  รับอั่งเปาต้อนรับตรุษจีน ปีหมูทองนี้กับโฮมโปร ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 27 ก.พ. 2562 ที่โฮมโปรทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ www.homepro.co.th สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน “Go Cashless Get Cash back ลดใช้เงินสด ได้รับเงินคืน” เพียงช้อปที่โฮมโปรระหว่างวันที่1-15 กุมภาพันธ์นี้ รับเงินชดเชยสูงสุด 1,000 บาทอีกด้วย  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1284      
จัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 “7 Weeks 7 Flash Deal ให้เรื่องเป็นอยู่เป็นเรื่องง่าย”

จัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 “7 Weeks 7 Flash Deal ให้เรื่องเป็นอยู่เป็นเรื่องง่าย”

3 สมาคมยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ นำโดยสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย ผนึกกำลังพร้อมรวมเหล่าผู้ประกอบการอสังหาฯ ทั่วไทย กว่า 1,000 โครงการ จัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 40 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “7 Weeks 7 Flash Deal ให้เรื่องเป็นอยู่เป็นเรื่องง่าย” จองซื้อที่อยู่อาศัยภายในงาน ลุ้นรับดีลสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ฟรีผ่อน 1 ปี!, ฟรีดาวน์!, ฟรีโอน!, ฟรีค่าส่วนกลาง!, ฟรีบิวท์อิน!, ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า! และฟรีเฟอร์นิเจอร์! ที่ยกขบวนพาเหรดมาให้เลือกสรรแบบไม่อั้น สนใจจองซื้อภายในงาน รับทันทีคูปองเพื่อใช้ลุ้นรับรางวัลทั้ง 7 ดีล มูลค่ารวมมากกว่า 1 ล้านบาท ผู้สนใจมองหาที่อยู่อาศัยต้นปี ดีลดีๆแบบนี้พลาดไม่ได้!!ชวนลงทะเบียนออนไลน์รับสิทธิ์ล่วงหน้า ผ่าน www.housecondoshow.com ตลอด 7 Weeks ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. – 24 มี.ค. นี้เท่านั้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟสบุ๊ค housecondoshow - งานมหกรรมบ้านและคอนโด, อินสตาแกรม housecondoshow หรือช่องทางไลน์ @housecondoexpo เพื่อรับข้อมูลโครงการและโปรโมชั่นจากผู้ประกอบการได้อย่างง่ายดายและสะดวกรวดเร็ว        
‘เอพี ไทยแลนด์’ ร่วมมือ ‘มูลนิธิสติ’ จัดแคมเปญเพื่อสังคม ‘NAVIGATING HAPPINESS’

‘เอพี ไทยแลนด์’ ร่วมมือ ‘มูลนิธิสติ’ จัดแคมเปญเพื่อสังคม ‘NAVIGATING HAPPINESS’

‘เอพี ไทยแลนด์’ ร่วมมือ ‘มูลนิธิสติ’ โชว์ผลงานคุณภาพ จากแคมเปญเพื่อสังคม ‘NAVIGATING HAPPINESS’ สร้าง ‘พื้นที่แห่งโอกาส’ ให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยง   บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าและผู้นำด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่อยู่อาศัยของประเทศไทย นำโดย สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์แบรนด์องค์กร ร่วมมือกับ ‘มูลนิธิสติ’ โชว์ผลงานคุณภาพ ผลผลิตจากการสร้างสรรค์แคมเปญเพื่อสังคม โดยนำ 4 ครูอาสาชื่อดังจากหลากหลายสายอาชีพ ร่วมทำกิจกรรมกับเยาวชนกลุ่มเสี่ยง อาทิ สอนแต่งเพลง สอนทำอาหาร สอนถ่ายภาพ และสอนเต้น มุ่งสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้ ภายใต้แคมเปญพิเศษเพื่อสังคม “NAVIGATING HAPPINESS” สู่การเผยผลงานคุณภาพ ผลลัพธ์จากการเข้าร่วมกิจกรรมของเยาวชน ผ่านภาพยนตร์สั้นความยาว 15 นาทีเรื่อง “โลกของหนูไม่มีท้องฟ้า” สะท้อนเรื่องราวจาก ชีวิตจริงของการแบ่งปัน “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่ได้นำไปเปิดฉายในงาน Bangkok Design Week 2019 ผ่านโรงภาพยนตร์ดีไซน์ใหม่ SATI x AP CINEMA   เอพี (ไทยแลนด์) ต่อยอดวิธีคิดการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมแบบนอกกรอบ ภายใต้กรอบแนวคิดสำคัญ คือ การส่งมอบผลลัพธ์ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน นอกจากแคมเปญ “AP HAPPINESS” จะมุ่งส่งมอบรอยยิ้มและความสุขให้กับสังคมแล้ว เอพีได้ขยายขอบเขตไปสู่ ”การส่งมอบความสุข ด้วยการหยิบยื่นโอกาส” โดยจับมือกับ “มูลนิธิสติ” ในแคมเปญพิเศษเพื่อสังคม “NAVIGATING HAPPINESS” พื้นที่แบ่งปันโอกาสให้ใครอีกคน ส่งเสริมให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงได้เกิดการเรียนรู้ในบริบทใหม่ มุ่งหวังให้เยาวชน มองเห็นคุณค่าของตนเอง โดยเริ่มจากสิ่งที่ตนเองชอบ โดยนำ 4 ครูอาสาชื่อดัง อาทิ คุณเป้ MVL–บดินทร์ เจริญราษฎร์ นักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดัง, คุณอู๋-เปรมจิตต์ อำนรรฆมณี ครูสอนเต้นจาก D-Dance School, คุณชัช-ชัชวาล จันทโชติบุตร ช่างภาพรุ่นใหม่ระดับอินเตอร์ และคุณตาม-ชุดารี เทพาคำ แชมป์ Top Chef Thailand มาเป็นครูอาสาให้กับเยาวชนกลุ่มนี้   นายสรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์แบรนด์องค์กร บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด มหาชน กล่าวว่า “เอพีให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง เราเข้าใจว่ากระบวนการที่จะสร้างคนๆ หนึ่งให้มีคุณภาพนั้นต้องอาศัยหลากหลายองค์ประกอบ เพื่อทำให้คนคนนั้นมีแรงจูงใจ และพร้อมที่จะทำให้สิ่งที่ชอบกลายเป็นความจริง เอพีจึงได้จัดทำแคมเปญเพื่อสังคม “NAVIGATING HAPPINESS” ด้วยเล็งเห็นว่า แม้โอกาสเป็นสิ่งสำคัญ แต่ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสที่เขาควรจะได้รับ เราจึงหยิบยื่นพื้นที่แห่งโอกาสให้กับเด็กเหล่านี้ โดยร่วมมือกับ ‘มูลนิธิสติ’ ที่ดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยง ผ่านการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองรัก และฝึกฝนอย่างจริงจังเพื่อให้สามารถนำไปเป็นวิชาชีพในอนาคตได้”     “เอพีเชิญครูอาสาทั้ง 4 ท่านที่มีทักษะโดดเด่นในแต่ละสาขาอาชีพ ทั้งช่างภาพ ครูสอนเต้น แร็ปเปอร์ และเชฟ มาสอนน้องๆ ในมูลนิธิ เพื่อให้น้องๆ ได้เรียนรู้ทักษะและมีโอกาสที่จะได้ทดลองค้นหาคุณค่าในตัวเองด้วยการแบ่งจัดกิจกรรมออกเป็นกลุ่ม เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆที่สนใจในแต่ละด้านสามารถเข้าร่วมได้อย่างอิสระ ท้ายสุดผลงานชิ้นแรกของน้องๆ ถูกรวบรวมให้มาอยู่ในภาพยนตร์สั้นความยาว 15 นาที เรื่อง “โลกของหนูไม่มีท้องฟ้า” ที่ได้นำมาเปิดฉายในงาน Bangkok Design Week 2019 ที่เปรียบเสมือนเป็นเวทีโชว์ความสามารถของน้องๆ จากแคมเปญ “NAVIGATING HAPPINESS” เป็นครั้งแรก โดยได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงาน นักเรียน นักศึกษา ดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเยาวชนในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์หลักของ เอพี ในฐานะนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งเน้นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม อย่างยั่งยืนด้วยแนวคิดที่ว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้สังคมดีขึ้นได้” นายสรรพสิทธิ์ กล่าว   นายเสกสรร รวยภิรมย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสติ กล่าวว่า “NAVIGATING HAPPINESS เป็นโครงการที่นับว่าท้าทายสำหรับทั้งเอพี และมูลนิธิเอง แต่ด้วยปรัชญาแนวคิดในการสร้างคนในแบบที่ยั่งยืนเหมือนกัน ผมจึงรู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์โครงการดีๆ ขอขอบคุณเอพี ไทยแลนด์ที่มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มูลนิธิสติทำ และเข้ามาช่วยส่งเสริม ต่อยอดการเรียนรู้ใหม่ๆ ให้กับเด็กในมูลนิธิ”     คุณเป้ MVL หรือ บดินทร์ เจริญราษฎร์ นักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดัง หนึ่งในครูอาสาโครงการ NAVIGATING HAPPINESS กล่าวว่า “ตอนผมได้รับเชิญจากทางเอพีและมูลนิธิสติ ผมประทับใจแนวคิดของโครงการนี้มาก ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผมที่นำดนตรีเข้ามาช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ และเมื่อได้เข้ามาโค้ชน้องๆ ก็สัมผัสได้ถึงพรสวรรค์ของพวกเขาดีใจมากครับที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันโอกาส ทำให้น้องๆ ได้เห็นคุณค่าของตนเอง อีกทั้งยังได้มอบเครื่องมือ และวิธีคิดในการดำเนินชีวิตให้กับพวกเขา ซึ่งผมคิดว่าเป็นวิธีที่ยั่งยืนที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วมันคือชีวิตเขา เขาเลือกเอง”   น้องตอง (นามสมมุติ) เยาวชนจากโครงการ NAVIGATING HAPPINESS กล่าวว่า “ก่อนที่จะเข้ามาอยู่ในมูลนิธิ ผมไม่มีความมั่นใจในความสามารถของตัวเอง ไม่เคยคิดว่าการร้องเพลงแร็พจะเอามาเป็นอาชีพได้ เมื่อได้เข้ามาอยู่ในมูลนิธิสติ และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ NAVIGATING HAPPINESS จึงได้เรียนรู้ ได้กำลังใจ และได้รับการฝึกฝนจากครูจนตอนนี้มีผลงานเพลงเป็นของตัวเองแล้ว ผมก็อยากจะทำเพลงต่อไปเรื่อยๆ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราชอบ และดีใจที่มีคนมองเห็นคุณค่าในตัวเรา ขอบคุณเอพี ที่มอบโอกาสดีๆ ให้ ซึ่งเป็นโอกาสที่ผมไม่เคยได้รับ และไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับครับ”   ทั้งนี้ ผลงานคุณภาพของน้องๆ จะถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์สั้นเรื่อง โลกของหนูไม่มีท้องฟ้า หรือ The World Without Sky เรื่องราวความมุ่งมั่นของเด็กกลุ่มเสี่ยงในสังคมไทยที่ยังขาดโอกาสในการฝึกฝนทักษะทางวิชาชีพ ผ่านแคมเปญพิเศษเพื่อสังคม NAVIGATING HAPPINESS จากเอพี ไทยแลนด์ ข้อมูลเพิ่มเติม www.apthai.com/navigatinghappiness      
LPN นำนิติฯ “ลุมพินี” 150 โครงการ ฉีดน้ำจากอาคารสูง ลดฝุ่น PM 2.5

LPN นำนิติฯ “ลุมพินี” 150 โครงการ ฉีดน้ำจากอาคารสูง ลดฝุ่น PM 2.5

LPN ยืนหนึ่งลดฝุ่น PM 2.5 ชวนผู้ประกอบการอสังหาฯ ร่วมแก้ปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่กระทบคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มด้วยการเร่งมาตรการบรรเทาโดยฉีดละอองน้ำแบบสเปรย์จากชั้นดาดฟ้าทุกโครงการทั่วกรุง 150 โครงการ ทุกวัน ตั้งแต่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา และเพิ่มมาตรการหลังภาพรวมค่าฝุ่นละออง กทม. ไม่ดีขึ้น ติดตั้งระบบน้ำฉีดโดยรอบทุกอาคาร ทั้งคุมเข้มมาตรการดูแลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในทุกโครงการก่อสร้างตามแนวทาง GREEN Construction Process Standard คาดปัญหารุนแรงขึ้นทุกปี จึงต่อยอดบรรจุเป็นมาตรฐานสำคัญในทุกกระบวนการ   นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ กรุ๊ป (LPN) กล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตของประชาชนทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มาตลอดเดือนมกราคมนี้ LPN ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด “ชุมชนน่าอยู่” ที่ไม่เพียงคำนึงถึงความน่าอยู่เฉพาะแต่ในชุมชนลุมพินี แต่ยังคงความห่วงใยในการสร้างความ “น่าอยู่” ไปยังสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทมีโครงการอาคารชุดพักอาศัยแบรนด์ “ลุมพินี” ที่พัฒนาแล้วเสร็จกระจายทั่วกรุงเทพฯ 150 โครงการ จึงร่วมแสดงจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินการในทุกกระบวนการเพื่อลดค่าฝุ่นที่กำลังเป็นปัญหาในขณะนี้ ด้วยการใช้วิธีฉีดน้ำแบบสเปรย์จากชั้นดาดฟ้าของอาคารมาตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. ทุกวัน ในช่วงเวลาที่การเดินทางคับคั่งที่สุด คือ 8:00 น., 12:00 น., 18:00 น. และในขณะนี้ได้เพิ่มมาตรการเข้ม โดยให้ติดตั้งระบบน้ำฉีดโดยรอบทุกอาคาร เพื่อฉีดน้ำให้เกิดละอองฝอย บรรเทาฝุ่นพิษแก่ลูกค้าในโครงการและเพื่อนบ้านข้างเคียง โดยให้ดำเนินการเร่งด่วนภายในวันนี้ โดย LPN จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าติดตั้ง ค่าไฟ และค่าน้ำ ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก เจ้าของร่วม ผู้พักอาศัย และคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดเป็นอย่างดีในทุกโครงการ   ด้านโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างบริษัทในฐานะผู้ประกอบการที่ใช้เครื่องจักรในการก่อสร้าง จึงร่วมป้องกันและดูแลผลกระทบในส่วนต่างๆ เพิ่มเติมและต่อยอดจากแนวทาง GREEN Construction Process Standard ดังนี้   1.รดน้ำกันฝุ่นให้ถี่ขึ้น โดยเปลี่ยนเป็นรดน้ำทุกชั่วโมง   2.ติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่นละออง เพื่อควบคุมไม่ให้ค่าเกินมาตรฐาน   3.รดน้ำระบบสเปรย์กันฝุ่นออกไปบริเวณถนนหน้าโครงการและพื้นที่โดยรอบ และติดตั้งระบบท่อพ่นละอองน้ำบน รั้วโครงการก่อสร้าง พร้อมทั้งกวาดฝุ่นรอบอาคารมากขึ้น หลังน้ำที่ฉีดแห้งแล้ว   4.ให้คนงานใส่หน้ากากกันฝุ่น ที่มีค่ากันฝุ่น N95 หรือสวมหน้ากากอนามัยประเภททั่วไป 2 ชั้น   5.สำหรับห้องตัดกระเบื้อง ห้องตัดลามิเนต ที่มีพัดลมดูดฝุ่น ต้องติด filter ในช่องเป่าอากาศก่อน เพื่อไม่ให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย   6.วางแผนเพื่อลดการขนส่งวัสดุการก่อสร้างที่จะมาถึงและออกจาก Site ก่อสร้างให้น้อยที่สุด   โดยในเขตที่ค่าฝุ่นละอองเลวร้ายมาก (โซนสีแดง) โครงการระหว่างก่อสร้างจะติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำบนชั้นสูงรอบอาคาร เพื่อช่วยลดมลภาวะต่อบ้านข้างเคียง นอกจากนี้ สำหรับโครงการที่การก่อสร้างเพิ่งโผล่พ้นดินก็สั่งการให้พรมน้ำตลอดวันทั่วทั้งโครงการ สำหรับบ้านข้างเคียงในโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง บริษัทได้ติดตามสอบถามสุขภาพเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุและเด็กเล็ก พร้อมแจกและรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัยเป็นประจำ LPN ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ควรมีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเสมอมา ตลอด 30 ปีของการดำเนินงาน บริษัทจึงได้ให้ความสำคัญและกำหนดเป็นแผนงานและแนวทางปฏิบัติภายใต้ GREEN Construction Process Standard ที่ถือเป็นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในกระบวนการ (CSR in Process) และสำหรับปัญหาค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานนี้ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร บริษัทจึงกำหนดเป็นมาตรฐานที่ต้องเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติในทุกกระบวนการมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระหว่างการก่อสร้าง   แต่รวมถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมหลังลูกค้าเข้าอยู่อาศัยแล้ว “Green Community Management” และผลกระทบที่อาจมีต่อบ้านข้างเคียงและสังคมโดยรวม “ปัญหาเรื่องมลพิษทางอากาศและสิ่งแวดล้อม เริ่มเป็นปัญหาใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะ หากทุกคน ทุกองค์กร และทุกหน่วยงาน หันมาร่วมกันห่วงใย และใส่ใจกับปัญหาเหล่านี้ด้วยการร่วมมือกันรับผิดชอบและแก้ปัญหาไปด้วยกัน เชื่อมั่นว่าโลกของเราจะกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น” นายโอภาสกล่าวทิ้งท้าย      
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ห่วงใยลูกบ้าน มอบหน้ากากอนามัย N95 ป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ฟรี!

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ห่วงใยลูกบ้าน มอบหน้ากากอนามัย N95 ป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ฟรี!

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มอบหน้ากากอนามัย N95 ให้แก่ลูกบ้านโครงการเมเจอร์  ดีเวลลอปเม้นท์ ฟรี! เพื่อใช้สวมป้องกันอันตรายจากฝุ่นละออง PM2.5 ที่สูงเกินมาตรฐานในปัจจุบัน ซึ่งลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมสามารถมารับหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง N95 ได้ที่สำนักงานนิติบุคคลอาคารชุดของโครงการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกวัน เวลา 10.00 – 17.00 น. (จนกว่าของจะหมด) โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างฝ่ายดูแลประสบการณ์ลูกค้าสัมพันธ์  (CORPORATE CUSTOMER EXPERIENCE) กับบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ พร็อพเพอร์ตี้ พาร์ทเนอร์ส จำกัด หรือ Major Development  Property Partners (MDP) บริษัทในเครือเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการงานนิติบุคคลอาคารชุดและอาคารสำนักงานให้เช่า เพื่อสรรสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติให้แก่ลูกค้าคนสำคัญของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์      
MQDC x THE FORESTIAS ช่วยชีวิตต้นไม้กว่า 500 ต้น สร้างกำแพงธรรมชาติดักฝุ่น PM 2.5

MQDC x THE FORESTIAS ช่วยชีวิตต้นไม้กว่า 500 ต้น สร้างกำแพงธรรมชาติดักฝุ่น PM 2.5

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้ดำเนินกิจการพัฒนา ลงทุน และจัดการอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยและมิกซ์ยูสคุณภาพ โครงการ THE FORESTIAS – เดอะ ฟอเรสเทียส์ สรุปความสำเร็จแคมเปญ “Forest Rescue – ฟอเรส เรสคิว” ปฏิบัติการกู้ชีพต้นไม้รอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับคุณค่าและความสำคัญของธรรมชาติมากกว่า 10 ล้านคน โดยลงพื้นที่ช่วยต้นไม้ขนาดใหญ่ได้กว่า 500 ต้น พร้อมย้ายสู่บ้านหลังใหม่ภายในโครงการ THE FORESTIAS – เดอะ ฟอเรสเทียส์ บนพื้นที่ที่จัดสรรให้ 3 ไร่ หรือ  4,800 ตารางเมตร ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในกำแพงธรรมชาติที่สามารถดักฝุ่น PM 2.5 มากถึง 700 กิโลกรัมต่อปี   นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวว่า “ที่ผ่านมา โปรเจกต์แฟลกชิพ “THE FORESTIAS – เดอะ ฟอเรสเทียส์” ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์โครงการแรกที่มุ่งมั่นนำเสนอโมเดลการใช้ชีวิตที่เข้ากับระบบนิเวศอันสมดุลเพื่อความสุขที่ยั่งยืน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Imagine Happiness” ความสุขในการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติระบบนิเวศขนาดใหญ่ นำเสนอแคมเปญ“Forest Rescue – ฟอเรส เรสคิว” ปฏิบัติการกู้ชีพต้นไม้รอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับคุณค่าและความสำคัญของธรรมชาติและต้นไม้ใหญ่ในเมือง ควบคู่กับการจัดตั้งทีมปฏิบัติการ หรือ Forest Rescue Team กระจายตัวลงพื้นที่เพื่อสำรวจ บำบัด และให้ความช่วยเหลือในการขนย้ายต้นไม้จากแหล่งพื้นที่เดิมที่ไม่เหมาะสมไปยังบ้านหลังใหม่ที่มีระบบนิเวศขนาดใหญ่ ภายในโครงการ THE FORESTIAS – เดอะ ฟอเรสเทียส์ บนพื้นที่ที่จัดสรรในการรองรับประมาณ 3 ไร่ หรือ 4,800 ตารางเมตร”   ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้สร้างการรับรู้และตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของธรรมชาติให้กับกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้มากกว่า 10 ล้านคน ปัจจุบัน ทีมงานได้วิเคราะห์และประเมินข้อมูลของต้นไม้ที่ถูกนำเสนอเรื่องราวความช่วยเหลือกว่า 500 ต้น สำหรับต้นไม้ที่ได้ให้การช่วยเหลือ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่มีอายุเฉลี่ย 5-10 ปีขึ้นไป อาทิ ต้นจามจุรี ต้นก้ามปู ต้นพญาสัตบรรณ ต้นหูกระจง ต้นมะขาม ต้นมะม่วง เป็นต้น ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อมนุษย์และสัตว์ มีคุณสมบัติในการดูดซับก๊าซที่เป็นพิษต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ เป็นต้น พร้อมทั้งสามารถสร้างก๊าซออกซิเจนกลับคืนได้ถึง100 – 125 ล้านลิตรต่อปี (ค่าเฉลี่ยต้นไม้ 1 ต้น สามารถผลิตก๊าซออกซิเจนได้ 200,000 – 250,000 ลิตรต่อปี) เท่ากับรองรับความต้องการก๊าซออกซิเจนของมนุษย์ได้ถึง 1,000 คนต่อปี หรือดักจับอนุภาคฝุ่นละออง ควัน และไอพิษต่างๆ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพได้ถึง 700 กิโลกรัมต่อปี (ค่าเฉลี่ยต้นไม้ 1 ต้น ดักจับอนุภาคฝุ่นได้ 1.4 กิโลกรัมต่อปี) สอดคล้องกับงานวิจัยโดยหน่วยงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า “บริเวณพื้นที่ต้นไม้ใหญ่ที่ทีมวิจัยออกสำรวจพบว่าอนุภาคฝุ่นละอองลดลงประมาณ 7 – 24% และบริเวณนั้นมีอุณหภูมิเฉลี่ยลดลง เป็นผลมาจากการคายน้ำของต้นไม้แสดงให้เห็นว่าต้นไม้สามารถช่วยแก้ปัญหาหมอกควันในเมืองได้จริง” นอกจากนี้ ในเมื่อปี ค.ศ. 2017 ยังมีรายงานที่เผยแพร่ลงในวารสาร Atmospheric Environment ชี้ว่า “ต้นไม้ใหญ่ช่วยดูดซับมลพิษแค่ในพื้นที่เปิดโล่ง แต่สำหรับในเมือง “พุ่มไม้” เหมาะที่สุดในการดักจับฝุ่นควันที่ส่วนใหญ่แล้วมาจากท่อไอเสียรถยนต์ เนื่องจากบางครั้งต้นไม้ใหญ่ก็สูงเกินไปที่จะจัดการกับมลพิษบนท้องถนน”   ทั้งนี้ ต้นไม้ทุกต้นจะได้รับการดูแลจนกลับมาเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง พร้อมเป็นต้นไม้พี่เลี้ยงให้กับต้นกล้าที่โครงการปลูกด้วยเมล็ด รวมทั้งสิ้นมากกว่า 30,000ต้น ภายใต้ทฤษฎีการปลูกป่าเชิงนิเวศแบบยั่งยืน หรือ Eco-Forest ทำให้เกิดระบบนิเวศที่หลากหลายครอบคลุมพื้นที่ของผืนป่าสาธารณะ “Forest at THE FORESTIAS – ฟอเรส แอท เดอะ ฟอเรสเทียส์” จำนวนทั้งสิ้น 30 ไร่ หรือ 48,000 ตารางเมตร โดยเมื่อโครงการเสร็จสิ้นแล้วจะเปิดบางส่วนเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ประชาชนเข้าชม พักผ่อน หรือศึกษาระบบนิเวศธรรมชาติโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณก๊าซอ๊อกซิเจนในอากาศได้สูงถึง6,000 – 7,500 ล้านลิตรต่อปี ดักจับฝุ่นได้มากถึง 420,000 กิโลกรัมต่อปี และทำให้อุณหภูมิในบริเวณพื้นที่มีอุณหภูมิลดลงประมาณ 2-4 องศาเซลเซียส      
“ICONIC Multimedia Water Features” การแสดงระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ICONIC Multimedia Water Features” การแสดงระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไอคอนสยามตอกย้ำคอนเซ็ปต์ “Creating Shared Value” ที่เกิดขึ้นแล้วอย่างเป็นรูปธรรม และในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก เนรมิตการแสดงระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย ที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – “ICONIC Multimedia Water Features” จิ๊กซอว์สำคัญตัวสุดท้าย ที่จะช่วยจุดประกายแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็น “Next Global Destination” อย่างแท้จริง   ‘ไอคอนสยาม’ อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (PATA), สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA), สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB, บางกอก ริเวอร์ พาร์ทเนอร์ส, สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา, สมาคมเรือไทย, ตลอดจนหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดพิธีเปิด Attraction ระดับโลกแห่งใหม่ ของประเทศไทย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา “ICONIC Multimedia Water Features” ระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย ที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความยาวกว่า 400 เมตร ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเชิดชูและเผยแพร่ความงามสง่าของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นที่ประทับใจไปทั่วโลก ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกและทั่วทั้งประเทศไทยให้เดินทางมาสัมผัสความงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา และนับเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยามอีกด้วย   นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามได้พลิกโฉมการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘Creating Shared Value’ ซึ่งได้ทำให้เกิดขึ้นจริงแล้ว อย่างเป็นรูปธรรม และในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก โดยไอคอนสยามได้ประกาศ ‘แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ (Chao Phraya River Master Vision) เมื่อ 5 ปีก่อน เป็นการบุกเบิกความร่วมมือระดับชาติครั้งประวัติศาสตร์ ของผู้ประกอบการและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีอยู่ในขณะนั้นและกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา รวมทั้งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนภาคประชาสังคม โรงแรมห้าดาวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และชุมชนต่างๆ ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ผนึกกำลังร่วมกัน จนถึงวันนี้ ได้เกิดความร่วมมือและการทำงานร่วมกันในรูปแบบต่างๆ มากมาย ตัวอย่างที่ชัดเจนล่าสุดก็คือการร่วมกันจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2019 ที่มีผู้ชมพลุมากกว่า 1.5 ล้านคน โดยถ้านับเฉพาะที่ไอคอนสยาม ได้ต้อนรับผู้มาร่วมงานมากถึง 2 แสนคนในวันเดียว ซึ่งงานนี้ได้สร้างชื่อเสียงและเผยแพร่ภาพความยิ่งใหญ่และสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาออกไปทั่วโลก ผ่านการรายงานข่าวของสื่ออันดับหนึ่งของโลกอย่าง CNN, BBC, Reuters เป็นต้น นี่คือส่วนหนึ่งของความร่วมมือตาม ‘แผนแม่บทวิสัยทัศน์แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา’ เพื่อจุดประกายทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก”   ไอคอนสยาม คือเมืองที่เป็นศูนย์รวมของความมหัศจรรย์อันหลากหลาย ทั้งศิลปะและวัฒนธรรม ผสมผสานรวมอยู่กับที่สุดของการช้อปปิ้งและความบันเทิง โดยการผนึกกำลังพันธมิตรองค์กรธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กทุกขนาดและหลากหลายรูปแบบธุรกิจ รวมไปถึงผู้คนจำนวนมากจากนานาสาขาอาชีพ ด้วยปณิธานเดียวกันคือต้องการเชิดชูเรื่องราวอันมีคุณค่าและเป็นความภาคภูมิใจจากทุกมิติของความเป็นไทยที่มีอยู่ในชาติ นำเสนอในรูปแบบวิจิตรล้ำสมัย สร้างสรรค์สัญลักษณ์ใหม่ที่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ ‘Creating Shared Value’ ประสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย แผ่กระจายความรุ่งเรืองไปทั่วทั้งในระดับชุมชน สังคม และประเทศ   ทั้งนี้ไอคอนสยามได้เคยประกาศองค์ประกอบสำคัญของโครงการคือ  “7 สิ่งมหัศจรรย์แห่งไอคอนสยาม” สิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ทั้ง 7 ที่จะเป็นปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย  ประกอบด้วย River Park พื้นที่ Community Space ขนาดใหญ่ริมน้ำ เนื้อที่กว่า 10,000 ตารางเมตร สุขสยาม เมืองแห่งมนต์เสน่ห์มหัศจรรย์วิถีไทย ทรูไอคอนฮอลล์ – ศูนย์ประชุมนวัตกรรมล้ำยุค รถไฟฟ้าสายสีทอง ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อก พิพิธภัณฑ์ระดับโลก, ปรากฏการณ์รวมโลกในรอยไทย การรวมผลงานอันยอดเยี่ยมของศิลปินทุกแขนงกว่า 100 คน และ ระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย “ICONIC Multimedia Water Features” ที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในวันนี้ไอคอนสยามได้พิสูจน์ผลสำเร็จของสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ตามที่ได้เคยประกาศไว้   ทั้งนี้ ไฮไลท์ของ ‘ICONIC Multimedia Water Features’ อยู่ที่การยิงน้ำพุขึ้นไปในอากาศด้วยเทคโนโลยี Compress Air Technology ผสมผสานเทคนิคการยิงน้ำพุแบบ 2D 3D และ 4D jets ที่สามารถหมุนได้เหมือนจอยสติ๊ก ยิงน้ำพุขึ้นไปในอากาศที่ความสูงต่างระดับกัน โดยความสูงระดับสูงสุดจะสูงถึง 35 เมตร และอีกหนึ่งไฮไลท์ก็คือ การยิงน้ำพุด้วยเทคโนโลยี Cybernetic Technology ด้วยความเร็ว 0.1 วินาที ออกมาเป็นรูปดอกไม้ กลายเป็นม่านน้ำสำหรับฉายภาพและแสง ประกอบดนตรีที่เน้นเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามแบบไทย เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความเป็นสมัยใหม่และประเพณีความเป็นไทยแบบดั้งเดิม โดยการแสดงระบำสายน้ำผสมผสานแสง สี เสียง และมัลติมีเดีย ‘ICONIC Multimedia Water Features’ จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปชมฟรี ทุกวันๆ ละ 3 รอบ ในเวลา 18.30 น. 20.00 น. และ 21.00 น. ณ บริเวณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม   พร้อมกันนี้ ไอคอนสยามได้จัดกิจกรรมการประกวดภาพถ่าย “ICONIC Multimedia Water Features” ในหัวข้อ The Symphony of Chaophraya River เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยแสดงถึงความสวยงามของ ICONIC Multimedia Water Features ที่ถือเป็น New Global Attraction ในประเทศไทยผ่านทางภาพถ่าย เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้โดยแบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การประกวดภาพถ่ายจากกล้องถ่ายภาพ และการประกวดภาพถ่ายจากกล้องสมาร์ทโฟน ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า    1 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถโพสต์ภาพเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมนี้เป็นต้นไป ประกาศผลผู้ชนะการประกวดในวันที่ 16 มีนาคม 2562 ดูรายละเอียดที่ www.iconsiam.com            
สมาคมสถาปนิกสยามฯ จัดงานสถาปนิก’62 ภายใต้แนวคิด  “กรีน อยู่ ดี : Living Green”

สมาคมสถาปนิกสยามฯ จัดงานสถาปนิก’62 ภายใต้แนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Living Green”

สมาคมสถาปนิกสยามฯ และ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด แถลงข่าวการจัดงานสถาปนิก ’62 (Architect’19) “กรีน อยู่ ดี : Living Green” ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 5 พฤษภาคม 2562 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร   นายอัชชพล ดุสิตนานนท์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “งานสถาปนิก เป็นงานจัดแสดงสถาปัตยกรรม วัสดุและเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ริเริ่มโดย สมาคมสถาปนิกสยามฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 การจัดงานครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 33 จุดประสงค์ของการจัดงาน เพื่อแสดงศักยภาพ และนำเสนอผลงานความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรม สร้างความตระหนักรู้ถึงบทบาทวิชาชีพสถาปนิกที่มีต่อสังคม ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมมากมายของสมาคมฯ จัดมาอย่างต่อเนื่อง กว่าสามทศวรรษ  มีผู้ชมงานกว่า 4 แสนคนในปีที่ผ่านมา   งานสถาปนิก นำเสนอวัสดุก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับงานสถาปัตยกรรม การออกแบบตกแต่งภายในและภูมิสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย การอบรมสัมมนา ระดับนานาชาติ ตลอดจนบริการต่างๆ ที่ทางสมาคมสถาปนิกสยามฯ ได้เตรียมไว้ให้กับสมาชิก และประชาชนทั่วไป   ในการจัดงานในแต่ละปี ทางสมาคมฯ ได้กำหนดแนวคิด (concept) ที่แตกต่างกันออกไป เพื่อต้องการให้สะท้อนถึงกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกในขณะนั้น ซึ่งแนวคิดในการจัดงานปีนี้คือ “กรีน อยู่ ดี : Living Green” นำเสนอการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการออกแบบเพื่อวิถีชีวิตที่ยั่งยืน     ในงานแถลงข่าว ดร.อัจฉราวรรณ จุฑารัตน์ ประธานจัดงานสถาปนิก ’62 กล่าวถึงการจัดงานในปีนี้ว่า “ปัญหาความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ภาวะโลกร้อน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของคนทุกคนบนโลก เป็นปัญหาสำคัญที่คนในทุกสาขาอาชีพต้องให้ความสำคัญร่วมหาทางออกอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาชีพสถาปนิก ที่การทำงานส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมืองและชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ วิธีการก่อสร้าง ฯลฯ งานสถาปนิก’62 “กรีน อยู่ ดี : Living Green” นำเสนอแนวคิดการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม และงานออกแบบที่ยั่งยืน นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาผนวกกับเทคโนโลยี เพื่อสร้างโซลูชั่นที่เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบัน ผ่านการจัดแสดงในรูปแบบนิทรรศการและกิจกรรมให้ความรู้มากมาย   นับเป็นครั้งแรกของงานสถาปนิกที่จะสร้าง “ประสบการณ์สีเขียว” (Green Experience) ให้กับผู้ชม ด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อความยั่งยืนในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการก่อสร้างนิทรรศการต่างๆ การออกแบบแสงภายในพื้นที่การจัดแสดงที่เหมาะสมเพื่อลดการใช้พลังงาน  แนวคิดการลดขั้นตอนการใช้กระดาษในการทำงานระหว่างผู้จัดงานและผู้แสดงงาน ระบบการจัดการกับขยะที่เกิดขึ้นภายในงาน และการนำวัสดุที่เกิดขึ้นจากการจัดงานไปใช้ใหม่หลังจบงาน”   งานสถาปนิก’62 มีพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือส่วนผู้แสดงสินค้า ที่รวมแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกกว่า 850 ราย และ ส่วนพื้นที่กิจกรรมของสมาคมสถาปนิกฯ ซึ่งประกอบไปด้วยนิทรรศการธีมงาน (Thematic Exhibitions) และพื้นที่กิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ :   นิทรรศการ “Green Building Showcase” แนวคิดการออกแบบอาคารสีเขียวจากนักออกแบบชั้นนำ ของเอเชีย นิทรรศการ “ภูมิปัญญาจาก 3 ภูมิภาคสู่ปัจจุบัน” นำเสนอนวัตกรรมท้องถิ่นที่อาจเป็นคำตอบ ของการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนในอนาคต นิทรรศการ “Go Zero Waste ชีวิตใหม่ ไร้ขยะ” นิทรรศการ “Innovative Green Products” รวมวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม   นิทรรศการกิจกรรมประกวดงานออกแบบระดับนานาชาติ ASA International Design Competition 2019 เวทีสำคัญสำหรับสถาปนิกรุ่นใหม่ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 280,000 บาท โจทย์การออกแบบของปีนี้คือ Uncanny Sustainability ค้นหาไอเดียการสร้างสรรค์งานออกแบบที่ยั่งยืนและแตกต่างจากรูปแบบเดิมๆ งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจทั่วไปจากทั่วโลกร่วมส่งผลงาน ไม่ได้จำกัดแค่สถาปนิกเท่านั้น นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมสันทนาการที่ให้ความเพลิดเพลินสำหรับประชาชนทั่วไป เวิร์กช็อปให้ความรู้ภาคปฏิบัติ, เวทีกลาง พื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อน ให้ผู้ชมงานได้สนุกสนานกับการแสดงและกิจกรรมน่าสนใจที่หมุนเวียนไปตลอดการจัดงาน, “หมอบ้านอาษา” ที่ตอบปัญหาสารพัดเรื่องบ้านและการออกแบบให้แก่ประชาชนทั่วไป   อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ  “ASA Forum 2019” งานสัมมนาสถาปัตยกรรมระดับนานาชาติ  โดยปีนี้มีสถาปนิกและนักออกแบบที่มีชื่อเสียงมาร่วมบรรยายบนเวทีอย่างคับคั่ง อาทิ Atelier Ten สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอาคารชั้นสูงจากนิวยอร์ก, สถาปนิกจากบริษัท Foster + Partners, Eco Architect, S/T/U/do เป็นต้น   การจัดงานสถาปนิก’62 ครั้งนี้ ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สถานเอกอัครราชทูตออสเตรีย สถาบันอาคารเขียวไทย และองค์กรเอกชนที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดยั่งยืนอีกหลายราย เป็นการจัดงานแสดงด้านสถาปัตยกรรมและการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ครบวงจร และใหญ่ที่สุดในภูมิภาค คาดว่าจะดึงดูดผู้ชมมากกว่าปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่าร้อยละ 25    นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือนีโอ ผู้บริหารงานสถาปนิก’62 เปิดเผยความคืบหน้าการจัดงานฯ ล่าสุด ในสองส่วนหลัก หนึ่ง คือ การบริหารพื้นที่จัดแสดงสินค้า ซึ่งในปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่บนพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับผู้ร่วมแสดงสินค้า (Exhibitors) จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เช่น อเมริกา เยอรมนี อิตาลี ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมทั้งประเทศสมาชิกอาเซียน และโดยเฉพาะ CLMV ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่นีโอให้ความสำคัญ รวมกว่า 850 บริษัทชั้นนำทั่วโลก โดยขณะนี้มีอัตราการจองพื้นที่จัดแสดงสินค้าแล้ว กว่าร้อยละ 80 ผู้ประกอบการรายใหญ่จากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมแสดงสินค้าแล้ว เช่น Jarakae, L & E (Lighting and Equipment), Modernform, Hafale, Cannon, Misubishi Electric, BOSCH, 3M, Modern Glass และอีกมากมาย   ด้านที่สอง คือ การอำนวยความสะดวกเพื่อเอื้อต่อการขยายธุรกิจของผู้ร่วมแสดงสินค้า เพื่อให้งานสถาปนิก’ 62 เป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ร่วมแสดงสินค้าที่จะได้มีโอกาสเปิดตลาดสู่อาเซียน จากความร่วมมือขององค์กรภาครัฐและเอกชน ที่จะมาร่วมกันสนับสนุนให้งานสถาปนิกเติบโตเป็นหนึ่งในงานแสดงสินค้าที่สำคัญที่สุดในแวดวงสินค้าวัสดุก่อสร้างเพื่อสถาปัตยกรรมระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นเวทีสำคัญและใหญ่ที่สุดในการนำเข้าเทคโนโลยีสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ จากทั่วโลกมาสู่อาเซียน และเป็นเวทีนี้ยังเป็นเวทีที่จัดแสดงสินค้า made in Thailand & ASEAN ที่จะส่งออกสินค้าไปยังตลาดอื่นๆนอกภูมิภาค โดยนีโอได้จัดเตรียมบริการในด้านต่างๆ เพื่อรองรับผู้แสดงสินค้าที่จะเข้าร่วมเจรจาจับคู่ทางธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) อาทิ การเรียนเชิญผู้ซื้อมาจากต่างประเทศ เช่น กลุ่มสมาคมที่เกี่ยวข้องกับด้านสถาปนิก หรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับด้านอสังหาริมทรัพย์ “จากชื่อเสียงของงานสถาปนิกที่มีประวัติยาวนานกว่า 30 ปี และประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญของนีโอที่ได้จัดงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศมาเป็นเวลานาน ได้สร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี โดยนีโอได้ใช้กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายพันธมิตรต่างๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้ร่วมแสดงสินค้าและผู้ชมงานมาร่วมงาน ซึ่งในส่วนของผู้ชมงาน คาดว่าจะมีมากกว่า 5 แสนคน” นายศักดิ์ชัยกล่าว   งานสถาปนิก’62 “กรีน อยู่ ดี : Living Green” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน -  5 พฤษภาคม 2562 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี   ลงทะเบียนเข้าชมงาน www.asa.or.th/architectexpo Facebook : ASAArchitectExposition รายละเอียดกิจกรรมประกวดออกแบบ ASA International Design Competition ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.asacompetition.com            
เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเมนท์ นำ 2 โครงการสุดหรูเหนือระดับ โชว์ศักยภาพที่ สยามพารากอน

เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเมนท์ นำ 2 โครงการสุดหรูเหนือระดับ โชว์ศักยภาพที่ สยามพารากอน

เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเมนท์ นำ 2 โครงการสุดหรูเหนือระดับ “The Residences at Club Med Krabi” และ “The Residences at Sheraton Phuket Grand Bay” โชว์ศักยภาพที่ สยามพารากอน   บริษัท เอเพ็กซ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส ระดับพรีเมียม ได้นำ 2 โครงการบนทำเลที่ดีที่สุดในแบบ Branded Residences ภายใต้การบริหารของเชนโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ตอบโจทย์ครบทุกด้านและคุ้มค่าแก่การลงทุนสูงสุด มาร่วมแสดงในงาน Future Property Expo 2019 พร้อมโปรโมชั่นพิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ได้แก่ โครงการ “เดอะเรสซิเดนซ์ แอท คลับเมด กระบี่” (The Residences at Club Med Krabi) ที่หาดยาว จังหวัดกระบี่ เป็นโครงการพูลวิลล่าคอนโดมิเนียมแห่งแรกในเอเชียของคลับเมด ราคาเริ่มต้น 14.6 ล้านบาท โดยมีผลประโยชน์ตอบแทนของการลงทุนอย่างดีทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากค่าเช่าโดยการบริหารจัดการปล่อยเช่าห้องพักเรสซิเดนท์โดยคลับเมด ควบคู่กับโครงการ “เดอะเรสซิเดนซ์ แอท เชอราตัน ภูเก็ต แกรนด์ เบย์” (The Residences at Sheraton Phuket Grand Bay) ซึ่งบริหารโดย Sheraton ราคาเริ่มต้น 9.8 ล้านบาท นำมาเสนอภายในงานครั้งนี้อีกด้วย   จึงเป็นโอกาสที่ดีที่เหล่านักลงทุนจะได้มาร่วมสัมผัสกับทั้ง 2 โครงการ และพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ซื้อโครงการภายในงาน จะได้รับสิทธิ์เข้าพักฟรีที่โครงการ Mövenpick Siam Hotel Pattaya จำนวน 1 คืน พร้อมสิทธิ์ในการล่องเรือยอร์ชสุดหรู Catamaran Lagoon 500  ที่มาพร้อม 4 ห้องนอน จำนวน 1 วัน (8 ชั่วโมง) แล้วพบกันที่งาน Future Property Expo 2019 ระหว่างวันที่  25-27 มกราคม 2562 ณ ลานแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน        
งานโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำ “KUDOS SUPER SENSING” นำเทคโนโลยีล่าสุดส่งตรงจากงาน CES มาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

งานโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำ “KUDOS SUPER SENSING” นำเทคโนโลยีล่าสุดส่งตรงจากงาน CES มาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

KUDOS (คูโดส) ร่วมกับ SENSINGNET และ TCDC จัดงานโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำ “KUDOS SUPER SENSING” นำเทคโนโลยีล่าสุดส่งตรงจากงาน CES  มาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่งาน Bangkok Design Week 2019   คูโดส ผู้นำธุรกิจอุปกรณ์ในห้องน้ำห้องครัว และดิจิตอลล็อคคุณภาพสูง ร่วมกับ Sensingnet บริษัทผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ Sensor จากประเทศญี่ปุ่น และ TCDC ศูนย์ความรู้ด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์  ร่วมกันจัดงานโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำ พร้อมนำเทคโนโลยีล่าสุดจากงาน CES มาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก   ขอเชิญพบกับกูรูด้าน Sensor และ IoT จากประเทศญี่ปุ่นที่กำลังมาแรง “Satoshi Nakagawa” ผู้ที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาอย่างยาวนาน มาบรรยายในงาน Talk หัวข้อ “The Age of Super Sensing”   ทุกท่านจะได้รับไอเดียใหม่ๆ เพื่อนำไปผลิตสินค้าสุดไฮเทคที่เหมาะสำหรับยุค IoT ที่ทุกอย่างสามารถเชื่อมต่อกันได้ด้วยอินเทอร์เน็ต ซึ่งไอเดียเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดธุรกิจให้เกิดและบรรเจิดได้ รวมถึงร่วมสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ในอนาคต พร้อมรับชมเทคโนโลยีล้ำสมัยล่าสุดที่ส่งตรงมาจากมหกรรมงาน แสดงผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ (CES) ลาสเวกัส โดยการบรรยายหัวข้อ “The Age of Super Sensing” นี้ ถูกจัดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ได้มีโอกาสจัดไปเรียบร้อยแล้วในหลายประเทศทั่วโลก   นอกจากนี้ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับ Technology Showcase สุดล้ำ “กระแสไฟฟ้าจากแบคทีเรียใช้งานได้จริง ด้วยเทคโนโลยี Super Sensing” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเราสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจากแบคทีเรียได้ แต่เนื่องจากพลังงานที่ได้นั้นมีปริมาณน้อยมากจนไม่สามารถนำกระแสไฟฟ้ามาใช้ประโยชน์ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจาก ”Regenerative Sensing Project” ที่ถูกคิดค้นขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มกระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากแบคทีเรียในดินให้มากขึ้น จนสามารถนำมาใช้ประโยชน์แก่สังคมและชุมชนได้ เช่น ใช้เชื่อมต่อกับ Sensor เพื่อวัดค่าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความชื้น เพื่อใช้ในการเกษตร หรือแม้กระทั่งสามารถนำมาใช้เป็นไฟเพื่อส่องสว่างนำทางในที่มืด โดยไม่ต้องใช้พลังงานจากไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่เลย เป็นต้น   ดังนั้นจึงเป็นที่มาของ Technology Showcase นี้ ที่อยากจะแสดงให้เห็นตัวอย่างการใช้งานของกระแสไฟฟ้าที่ได้จากสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะได้พลังงานสะอาด ช่วยรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังจะช่วยสร้างประโยชน์อื่นๆ ได้อีกมากมายด้วย   ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย   โดยสามารถรับฟังบรรยายจาก Mr.Satoshi Nakagawa ในหัวข้อ “The Age of Super Sensing” ในวันที่ 26 มกราคม 2562 เวลา 16.00-17.00 ณ ห้อง Function Room ชั้น 4 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบแห่งประเทศไทย (TCDC)   สำรองที่นั่งที่: https://www.zipeventapp.com/e/Super-Sensing (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด) **บรรยายโดยภาษาญี่ปุ่น มีล่ามแปลเป็นภาษาไทยตลอดการบรรยาย   และเชิญรับชมงานจัดแสดงผลงานเทคโนโลยี “Regenerative Sensing Project” ในงาน Bangkok Design Week 2019 ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบแห่งประเทศไทย (TCDC) บริเวณท่าเรือ CAT Telecom   สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : https://bit.ly/2ARgjIE #KudosSuperSensing  #Sensingnet #BangkokDesignWeek2019          
ยิปรอคจัดสัมมนากระตุ้นสถาปนิกไทยให้ความสำคัญนวัตกรรม  บ้านสีเขียวและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

ยิปรอคจัดสัมมนากระตุ้นสถาปนิกไทยให้ความสำคัญนวัตกรรม บ้านสีเขียวและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

ยิปรอคจัดสัมมนากระตุ้นสถาปนิกไทยให้ความสำคัญนวัตกรรมบ้านสีเขียวและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน   บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตยิปซัมรายแรกของประเทศไทยและผู้คิดค้นนวัตกรรมยิปซัมคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “ยิปรอค” จัดสัมมนาและกิจกรรมเวิร์กช็อปภายใต้หัวข้อ “Feel Good, Live Well” ตามจังหวัดสำคัญของประเทศไทย ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต กรุงเทพฯ และชลบุรี โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลข่าวสารและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ของยิปรอคซึ่งใช้เทคโนโลยีขั้นสูงของ แซง-โกแบ็ง เครือบริษัทการผลิตโครงสร้างอาคารรายใหญ่ของโลกแก่บรรดาสถาปนิกและผู้รับเหมาก่อสร้าง การจัดสัมมนาครั้งนี้ยังถือเป็นการส่งเสริมเป้าหมายด้านการตลาดของบริษัทในการกระชับความสัมพันธ์กับผู้ประกอบวิชาชีพในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และการนำเสนอถึงพันธกิจของยิปรอคในการนำเสนอเทคโนโลยีที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภค   มร.ซิลแวง เบอแดงง์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กิจกรรมสัมมนาของยิปรอคซึ่งจัดขึ้นทั่วประเทศครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในทำงานร่วมกับลูกค้า อย่างใกล้ชิด ทั้งกลุ่มสถาปนิกและผู้บริโภคทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและการก่อสร้างอาคาร โดยผลตอบรับจากกลุ่มผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างกันกล่าวว่า รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมากสำหรับการจัดสัมมนานี้ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่ายิปรอคสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ในทุกแง่มุม และยังแสดงให้เห็นว่า การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอนการก่อสร้าง ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์อาคารเพื่อการอยู่อาศัยและการทำงานที่มีคุณค่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสะดวกสบายน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น”   “ยิปรอคพยายามนำเสนอโซลูชั่นส์ที่ครอบคลุมภายใต้แนวคิด Multi-comfort ซึ่งให้ความสำคัญในการสร้างอาคารที่เน้นเรื่องสุขอนามัยและความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย ซึ่งตอบโจทย์ทั้งในเรื่องความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยผ่านการสร้างสรรค์พื้นที่ใช้งานที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยนำเสนออาคารและโครงสร้างต่าง ๆ ให้มีความสวยงามชวนมองซึ่งมอบความประทับใจแก่ผู้พบเห็นทุกคน ผลตอบรับเชิงบวกจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนีทำให้เราเห็นว่า การจัดสัมมนาเป็นกิจกรรมที่ให้ประโยชน์มากที่สุดเพื่อการบรรลุถึงเป้าหมายในเรื่องนี้”   โปรแกรมการสัมมนาสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่า 300 คน ซึ่งมีทั้งกลุ่มสถาปนิกและผู้ปฏิบัติงานมืออาชีพในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ภายในงานยังมีการพูดคุยถึงหัวข้ออื่น ๆ อาทิ “Sustainable Architecture & Passive Design for Residential Buildings” และ “Four Key Aspects of Comfort & Wellbeing”   ยิปรอคยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์โซลูชั่นส์การก่อสร้างรูปแบบใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น เพื่อนำเสนอแก่ผู้ปฏิบัติงานทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และร่วมสร้างสรรค์อาคารและพื้นที่อยู่อาศัยที่มอบความสวยงามหรูหรายิ่งขึ้น ตามแนวคิด “Feel Good, Live Well”            
อนันดาฯ มอบบ้านพักอาศัยแก่ผู้ด้อยโอกาส โครงการ “Give Homes Give Hugs @ Kanchanaburi ปีที่ 2”

อนันดาฯ มอบบ้านพักอาศัยแก่ผู้ด้อยโอกาส โครงการ “Give Homes Give Hugs @ Kanchanaburi ปีที่ 2”

คุณชานนท์ เรืองกฤตยา (ที่ 5 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ นายทิโมธี โล็ค (ที่ 1 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิที่อยู่อาศัย (ประเทศไทย) (Habitat for Humanity Thailand) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัทฯ และทีมงานจากพันธมิตรจากบริษัทออกแบบและรับเหมาก่อสร้าง (MARU) ส่งมอบบ้านพักอาศัยให้แก่ผู้ด้อยโอกาส จำนวน 15 หลัง เป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ ณ ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ในโครงการ “Give Homes Give Hugs ปีที่ 2” @Kanchanaburi ภายใต้แนวคิดที่ต้องการแบ่งปันความสุขด้านปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต อีกทั้งยังสนับสนุนให้ประชาชนคนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยความตั้งใจที่จะร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ ดีขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่องระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุนเงินทุนและกำลังอาสาสมัครจัดสร้างบ้านพักอาศัยให้ผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีปีละ 15 หลัง รวมทั้งหมด 45 หลัง      
“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” เปิดตัวเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน

“ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” เปิดตัวเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน "เมืองแห่งความสุข" (The City of Harmonious Living)

เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ตฤณ นครา นำโดยนายตฤณ นิลประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตฤณ อินโนเวชั่น กรุ๊ป จำกัด พร้อมด้วย คุณผกายมาศ เวียร์รา รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงรายและ มร.เดวิส เจ แชมเบอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทรเด้นท์ ซัพพอร์ต จำกัด บริษัทก่อสร้างเสาธง ร่วมกันแถลงเปิดตัวโครงการ  “ตฤณ นครา โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล” พัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงแสน จ.เชียงราย บนพื้นที่ 3,139 ไร่ ให้เป็น One Stop Service City ทันสมัยและครบครัน ภายใต้แนวคิด "เมืองแห่งความสุข" (The City of Harmonious Living) พร้อมจับมือไทรเด้นท์ ซัพพอร์ตฯ จากสหรัฐอเมริกาสร้างเสาธงชาติไทยสูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 189 เมตร ในโครงการฯ และบันทึกลงใน Guinness World Records ปักหมุดเชียงแสนบนแผนที่โลกและดันให้เป็นไอคอนของเชียงแสน แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของไทยที่รู้จักไปทั่วโลกหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน สังคม การลงทุน จ.เชียงรายอย่างยั่งยืน    
นีโอ เนรมิตพื้นที่ 6 หมื่นตร.ม. เตรียมจัดงาน สถาปนิก’ 62 เวทีหนึ่งเดียวระดับภูมิภาค ดึงผู้ร่วมงานนานาชาติ 850 แบรนด์ดังทั่วโลก เปิดโอกาสจับคู่เจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบปี รับผู้ชมงานกว่า 5 แสนคน

นีโอ เนรมิตพื้นที่ 6 หมื่นตร.ม. เตรียมจัดงาน สถาปนิก’ 62 เวทีหนึ่งเดียวระดับภูมิภาค ดึงผู้ร่วมงานนานาชาติ 850 แบรนด์ดังทั่วโลก เปิดโอกาสจับคู่เจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบปี รับผู้ชมงานกว่า 5 แสนคน

“บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์” ร่วมกับ สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานสถาปนิก’ 62 ชูแนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Living Green” ชี้โอกาสใหญ่ของผู้ร่วมแสดงสินค้า ก้าวสู่เวทีนานาชาติ ร่วมขยายตลาดทั้งใน และต่างประเทศครั้งสำคัญ   นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) เปิดเผยว่า นีโอได้รับเกียรติจากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นผู้บริหารงาน “สถาปนิก’ 62-63” อย่างเป็นทางการ  โดยบริษัทฯ ได้ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ด้วยศักยภาพ และประสบการณ์ จากผลงานต่างๆ ในระดับประเทศ ที่ทาง เอ็น.ซี.ซี. ได้เคยจัดมา   สำหรับการจัดงานสถาปนิก’ 62 ครั้งนี้ เตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน ถึงวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 ณ อาคารชาแลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี  ซึ่งเป็นการจัดขึ้นครั้งที่ 33 ภายใต้แนวคิด “กรีน อยู่ ดี : Green Living” ที่ได้มีการนำภูมิปัญญาที่อยู่ใกล้ตัวเข้ามาใช้ในกระบวนการออกแบบ การวางผัง การใช้วัสดุก่อสร้าง รวมถึงการใช้งาน การบำรุงรักษา การปรับปรุง หรือการจัดการเมื่อหมดอายุ มาผนวกใช้กับนวัตกรรม เทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดสถาปัตยกรรมชุมชน และเมืองในด้านบวก ทั้งสิ่งแวดล้อม และผู้ใช้งาน ต่อการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า “บริษัทฯ วางเป้าหมายที่จะยกระดับให้งานสถาปนิก’62 เป็นงานระดับภูมิภาคครั้งใหญ่แห่งปี ซึ่ง ผู้ร่วมแสดงสินค้านอกจากจะได้เจรจาการค้าจับคู่ทางธุรกิจต่อธุรกิจแล้ว ผู้แสดงสินค้ายังมีโอกาสได้พบปะเจรจาการค้ากับผู้ชมงานกลุ่มต่างๆ ทั้งในประเทศ และอาเซียน อาทิ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอาคาร ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุน สถาปนิก นักออกแบบ นักตกแต่งภายใน วิศวกร ผู้รับเหมาก่อสร้าง ตลอดจนผู้ส่งออก และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคาดว่าผู้ชมงานในปีนี้จะมีประมาณ 5 แสนคน เพิ่มขึ้นจากการจัดงานครั้งก่อน 25%” นายศักดิ์ชัย กล่าว   ทั้งนี้ บริษัทฯ จะนำจุดแข็งจากการเป็นเครือข่ายพันธมิตรผู้จัดงานในกลุ่มวัสดุก่อสร้างในภูมิภาคเอเชีย นำผู้ประกอบการในแต่ละประเทศทั้งรายเก่าและรายใหม่เข้าร่วมแสดงสินค้า บนพื้นที่กว่า 60,000 ตร.ม. เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่จัดบนพื้นที่ 31,000 ตร.ม. และปีนี้ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับผู้แสดงสินค้าจากต่างประเทศเป็น 3,000 ตร.ม. จากปีก่อนที่จัดบนพื้นที่ 2,500 ตร.ม. ซึ่งในเบื้องต้นได้การตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการจากอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย และเวียดนาม โดยคาดว่าจะมีบริษัทต่างๆ เข้าร่วมแสดงสินค้าประมาณ 850 บริษัท ซึ่งขณะนี้ ผู้ประกอบการได้จองพื้นที่ไปแล้ว ประมาณ 80% สำหรับผู้สนใจที่ต้องการเข้าร่วมแสดงสินค้าในงานสถาปนิก’ 62   สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.asa.or.th/architectexpo หรือโทรสอบถามได้ที่ 02-203-4299, E-mail: architect@nccexhibition.com หรือ Facebook : ASACREW or NCCEXHIBITIONORGANIZER      
ศุภาลัย คว้า 3 รางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561

ศุภาลัย คว้า 3 รางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล “บ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ปี 2561” จำนวน 3 รางวัล จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้แก่ รางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น แบบบ้านศุภจิตรา(ใหม่) โครงการศุภาลัย พรีม่า วิลล่า พระราม 2-บางขุนเทียน รางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น แบบบ้านศุภศิริ โครงการศุภาลัย เอสเซ้นส์ ลาดพร้าว และรางวัลบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงานดีเด่น แบบบ้านศุภราช โครงการศุภาลัย พรีม่า วิลล่า พระราม 2-บางขุนเทียน โดยมีนายวีรพงษ์ รักอักษร ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมด้วยทีมสถาปนิก บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนรับมอบโล่รางวัลจาก ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ณ THE BERKELEY HOTEL PRATUNAM        
CMC มอบน้ำดื่ม ผ้าเย็น บริการประชาชนที่สัญจรและเดินทางบนท้องถนน ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ตามโครงการ Sharing Work Sharing Love

CMC มอบน้ำดื่ม ผ้าเย็น บริการประชาชนที่สัญจรและเดินทางบนท้องถนน ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562 ตามโครงการ Sharing Work Sharing Love

บริษัท เจ้าพระยามหานคร จำกัด (มหาชน) หรือ CMC ร่วมกับสน.บุคคโล โดย พ.ต.อ. ธวัชชัย ศรีสุรางค์ ท่านผู้กำกับฯ และสน.บางมด มอบน้ำดื่ม ผ้าเย็น บริการประชาชนที่สัญจรและเดินทางบนท้องถนน ในจุดแวะพักต่างๆ ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2562  โดยการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ในครั้งนี้ให้กับประชาชนชาวไทยเป็นส่วนหนึ่งที่ CMC ต้องการมีส่วนร่วมและมอบสิ่งดีๆ ตอบแทนกลับคืนสู่งสังคม ตามโครงการ Sharing Work Sharing Love  โดยสามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1172 หรือ เว็บไซต์ www.cmc.co.th                  
ออลล์ อินสไปร์ฯ คว้ารางวัลผู้พัฒนาโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ประจำปี 2018

ออลล์ อินสไปร์ฯ คว้ารางวัลผู้พัฒนาโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ประจำปี 2018

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเดียวจากประเทศไทย เป็น 1 ใน 10 ผู้ประกอบการที่คว้ารางวัล The Most Popular Project Owner in 2018 Global Summit of Immigration Industry รางวัลสำหรับเจ้าของโครงการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ภายในงาน “2018 Global Summit Entry and Exit Industry & The Grand Ceremony of Annual Commendation” จัดโดย Sichuan Industrial Association for Public Exit & Entry งานที่จัดขึ้นโดยรวบรวมผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์จากทั่วทั้งประเทศจีนกว่า 700 ราย และ เจ้าของโครงการ 114 ราย จากกว่า 50 ประเทศและภูมิภาค เพื่อคัดเลือกความเป็นเลิศด้านการบริการและได้รับความนิยมมากที่สุด เมื่อเร็วๆ นี้ ณ เมืองเฉิงตู ประเทศจีน          
ORI-KBank เปิดดีลร่วมทุน “BUTLER” แอปแรกของเมืองไทยที่รวมทุกงานบริการให้ชีวิตง่ายในแอปเดียว

ORI-KBank เปิดดีลร่วมทุน “BUTLER” แอปแรกของเมืองไทยที่รวมทุกงานบริการให้ชีวิตง่ายในแอปเดียว

“ออริจิ้น” จับมือ “กสิกรไทย” เปิดดีลร่วมทุนบริษัทในเครือ “ดิจิตอล บัตเลอร์” ผู้พัฒนาแอปและแพลทฟอร์ม BUTLER ที่รวมทุกพันธมิตรด้านงานบริการไว้ในแอปเดียว ทั้งแม่บ้าน-ดูแลรักษาบ้าน-ซักอบรีด และการเชื่อมโยงนิติบุคคล-ลูกบ้าน เตรียมยกระดับรูปแบบการชำระเงินและช่องทางการให้บริการหลังร่วมทุน พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ตอบโจทย์ผู้บริโภคครบวงจร นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (Park Origin) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า บริษัทและธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank ได้ลงนามสัญญาร่วมทุนในบริษัท ดิจิตอล บัตเลอร์ จำกัด บริษัทย่อยในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชันและแพลทฟอร์ม BUTLER แอปและแพลทฟอร์มแรกของเมืองไทยที่รวมทุกงานบริการให้ชีวิตง่ายในแอปเดียว   “เราและธนาคารกสิกรไทยต่างมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคอย่างครบวงจร ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จึงถือเป็นการผสานจุดแข็งระหว่างผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ มาต่อยอดให้เกิดดิจิทัล แพลทฟอร์มที่อำนวยความสะดวกผ่านบริการต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” นายพีระพงศ์ กล่าว ทั้งนี้ BUTLER เป็นแอปพลิเคชันและแพลทฟอร์มด้านการจัดการชุมชนและสังคม (Community Management Platform) ที่รวบรวมทุกงานบริการเอาไว้อย่างครบวงจร เช่น บริการแม่บ้าน บริการดูแลรักษาบ้าน บริการซักอบรีด ผ่านการรวบรวมและร่วมมือกับบริการจากหลากหลายพันธมิตรไว้ในแอปเดียว อาทิ Seekster, Fixzy, Helpdee, Betagro, JP Insurance นอกจากนี้ BUTLER ยังพัฒนาแพลทฟอร์มเชื่อมโยงนิติบุคคลกับผู้อยู่อาศัยในโครงการ พนักงาน ตลอดจนบริการของพันธมิตร มีฟังก์ชันตั้งแต่การดูและจัดการตารางกิจกรรมภายในของนิติบุคคล การใช้พื้นที่ส่วนกลาง ภาพรวมแผนงบประมาณ แจ้งค่าน้ำค่าไฟพร้อมทำการชำระผ่านระบบชำระเงินออนไลน์ได้ทันที รับแจ้งซ่อมและปัญหาการบริการต่างๆ พร้อมทั้งติดตามสถานะได้ทันที แชทคุยกับผู้จัดการนิติโดยตรง บริหารจัดการพนักงาน ตลอดจนดูตารางงานของพันธมิตรที่เข้ามาทำงานในพื้นที่โครงการ ช่วยแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งนิติบุคคลโครงการที่อยู่อาศัยและผู้อยู่อาศัย   ภายหลังการดำเนินการซื้อ-ขายหุ้นของบริษัท ดิจิตอล บัตเลอร์ จำกัด เสร็จสิ้น บริษัทจะมีสัดส่วนการถือหุ้นในดิจิตอล บัตเลอร์ ประมาณ 52% ผ่านบริษัท พรีโม พร็อพเพอร์ตี้ โซลูชั่น จำกัด บริษัทย่อยที่ดูแลธุรกิจบริการทั้งหมดในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ขณะที่กลุ่มผู้ก่อตั้งดิจิตอล บัตเลอร์ จะถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 35% และธนาคารกสิกรไทย ถือหุ้นในสัดส่วน 10% ด้านนายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank กล่าวว่า ธนาคารยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ในการร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในแต่ละธุรกิจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Better Together ด้วยการผสานจุดแข็งของแต่ละฝ่าย เพื่อร่วมกันนำเสนอบริการที่ดีที่สุดให้กับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในทุกๆ วัน สำหรับ BUTLER ภายใต้เครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ถือเป็นแพลทฟอร์มศักยภาพที่ช่วยเชื่อมโยงระหว่างผู้ให้บริการเข้ากับผู้ใช้บริการ และเชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยเข้ากับนิติบุคคล ขณะเดียวกัน BUTLER ยังรวบรวมทุกบริการความสะดวกของการใช้ชีวิตไว้ในแอปเดียว และสามารถชำระเงินค่าใช้บริการและค่าสาธารณูปโภคผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคดิจิทัล จึงเป็นสาเหตุสำคัญให้บริษัทตัดสินใจเข้าร่วมทุนในครั้งนี้   เบื้องต้น ธนาคารกสิกรไทย จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรูปแบบการชำระเงินให้มีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการของ BUTLER ให้ลูกค้าธนาคารผ่านช่องทางต่างๆ ของทางธนาคาร อาทิ K Plus เป็นต้น นอกจากนี้ ในอนาคตมีแผนที่จะพิจารณาความร่วมมือต่างๆ เพิ่มขึ้น ต่อไป หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา BUTLER มีนิติบุคคลโครงการต่างๆ สนใจลงชื่อเข้าร่วมใช้งานแล้วมากกว่า 500 โครงการ และยังมีแผนจะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมโยงการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเข้ากับสตาร์ทอัพและร้านค้าในชุมชนของตัวเอง การสร้าง Community Media ที่ให้บุคคลในโครงการที่อยู่อาศัยเดียวกันสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกยิ่งขึ้น   ผู้สนใจบริการของ BUTLER สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้แล้ววันนี้ทั้งใน App Store และ Play Store หรือคลิก www.digitalbutler.co.th สำหรับนิติบุคคลที่สนใจบริการของ BUTLER สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.butlerjuristic.com        
KOHLER Design Forum 2018 ชูแนวคิด “ALL THINGS CONNECTED” ร่วมสรรค์สร้างอนาคตแห่งอุตสาหกรรมการออกแบบ และวงการสถาปัตย์ในเมืองไทยและทั่วโลก

KOHLER Design Forum 2018 ชูแนวคิด “ALL THINGS CONNECTED” ร่วมสรรค์สร้างอนาคตแห่งอุตสาหกรรมการออกแบบ และวงการสถาปัตย์ในเมืองไทยและทั่วโลก

โคห์เลอร์ ผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบนวัตกรรมและการผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับห้องครัวและสุขภัณฑ์ จัดงาน KOHLER Design Forum เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ธีม “All Things Connected” เพื่อนำเสนอเวทีสำหรับผู้ปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมสถาปัตย์และการออกแบบในประเทศไทย ในการร่วมพูดคุยถึงการสร้างสรรค์อนาคตของอุตสาหกรรมด้านการอยู่อาศัย ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้เชิงลึก และแนวคิดที่เน้นความสำคัญในเรื่องอนาคตของเทคโนโลยีอัจฉริยะภายในบ้าน สำนักงาน และอาคารประเภทต่าง ๆ การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงลึก การพูดคุยสัมมนา และการถกประเด็นสำคัญในหัวข้อที่น่าสนใจโดยเหล่าผู้นำอุตสาหกรรม พร้อมมอบโอกาสให้เหล่าสถาปนิก นักออกแบบ และผู้ปฏิบัติงานในสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมสรรค์สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาอุตสาหกรรมระหว่างกัน “อนาคตของวงการสถาปัตย์และการออกแบบจะเห็นได้จากงานในวันนี้ และถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดและผู้สร้างแรงบันดาลใจในอุตสาหกรรมจะร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่เราจะได้เห็นในอีก 10 หรือ 15 ปีข้างหน้า” ลารี่ หยวน ประธานกลุ่มบริหาร ฝ่ายเครื่องครัวและสุขภัณฑ์ กล่าว “งาน KOHLER Design Forum” สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแนวคิดที่ให้ความสำคัญในเรื่องอนาคตของเทคโนโลยีอัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย  ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม All Things Connected โดยเน้นที่การเติบโตและการเชื่อมต่อเทคโนโลยีที่รวดเร็วเข้ากับชีวิตของเรา รวมถึงผลกระทบที่มีต่อการสรรค์สร้างและการสร้างความแตกต่างให้แก่โลกของการออกแบบในอนาคต” ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โคห์เลอร์จัดการประชุมตามศูนย์กลางการออกแบบหลายแห่งทั้งในเอเชียและยุโรป และมีการนำเสนอองค์ความรู้โดยนักออกแบบและสถาปนิกที่ทรงอิทธิพลและเจ้าของรางวัลทั่วโลก สำหรับงาน KOHLER Design Forum ครั้งนี้ ถือเป็นการจัดงานครั้งแรกของประเทศไทย มีผู้บรรยายซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการออกแบบจากหลากหลายสาขามาร่วมกันนำเสนอข้อมูล อาทิ ฌอน แอฟเฟล็ก สถาปนิกและผู้อำนวยการโครงการจาก เมก อาร์คิเทคส์ สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติจากฮ่องกง วิลเลียม ลิม กรรมการผู้จัดการแห่งซีแอล3 บริษัทสถาปนิกชื่อดังในฮ่องกงและยังเป็นศิลปินและนักสะสมงานศิลป์ที่มีชื่อเสียงผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จงานตกแต่งภายในอันเลื่องชื่อของอาคารมารีน่าเบย์แซนด์ที่สิงคโปร์ อู้-นพปฎล พหลโยธิน ประธานผู้บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  นักออกแบบชาวไทยชื่อดังระดับโลก และมาร์ก บิกเกอร์สตาฟฟ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฝ่ายเครื่องครัวและสุขภัณฑ์ ผู้ควบคุมการพัฒนางานออกแบบผลิตภัณฑ์โคห์เลอร์ในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียแปซิฟิก การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ Monocle นิตยสารแนวไลฟ์สไตล์ระดับโลก และดำเนินรายการโดย จอช เฟห์เนิร์ต บรรณาธิการอำนวยการ Monocle การพูดคุยสัมมนาภายในงานจะให้ความสำคัญในเรื่อง เทคโนโลยีอัจฉริยะจะสามารถช่วยสร้างสรรค์อนาคตของโลกที่เราอาศัยอยู่ได้อย่างไร และกิจกรรมการสัมมนาแบบอินเตอร์แอ็คทีฟในเรื่องการบูรณาการงานออกแบบและเทคโนโลยีเข้ากับการอยู่อาศัยในปัจจุบันของเรา รวมถึงหัวข้อที่น่าสนใจอื่น ๆ  อาทิ “เมืองที่รองรับการเชื่อมต่อ (Responsive Cities)” และการพูดคุยถึงการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะบนแนวทางที่มีผู้คนเป็นศูนย์กลาง และความเป็นไปได้ที่ปัญญาประดิษฐ์จะนำไปสู่การบรรลุผลสำเร็จในเรื่องนี้ งาน KOHLER Design Forum จัดขึ้นหลังจากที่โคห์เลอร์ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวระบบบ้านอัจฉริยะ KOHLER Konnect™ ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์กระจกแต่งหน้ารุ่น Verdera Voice mirror with Amazon Alexa รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่รองรับ ได้แก่ ระบบฝักบัว DTV+, ระบบโถสุขภัณฑ์อัจฉริยะ Numi, ก๊อกน้ำครัว Sensate และอีกมากมาย  ระบบและชุดผลิตภัณฑ์สำหรับห้องครัวและห้องน้ำล่าสุดจากโคห์เลอร์นำเสนอฟังก์ชั่นการควบคุมด้วยเสียงเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบายและการเชื่อมต่อที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ฝ่าย แองเจิล หยาง ประธานบริหาร ฝ่ายเครื่องครัวและสุขภัณฑ์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริมว่า “เนื่องจากโคห์เลอร์มุ่งมั่นขยายเครือข่ายการดำเนินงานในเอเชียแปซิฟิก เราจึงแสวงหาแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพและเพิ่มพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอนวัตกรรมโซลูชั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งในภูมิภาคนี้และทั่วโลกต่อไป”      ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดผลิตภัณฑ์โคห์เลอร์ได้ที่เว็บไซต์ www.kohler.co.th    
“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ชวน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา คัดของขวัญมงคล แนะของแต่งบ้านเสริมดวงเด่น-แก้เคล็ด รับปีหมูทอง 2562

“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” ชวน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา คัดของขวัญมงคล แนะของแต่งบ้านเสริมดวงเด่น-แก้เคล็ด รับปีหมูทอง 2562

“ของขวัญ” เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถสื่อแทนความรัก ความปรารถนาดี จากผู้ให้ส่งถึงผู้รับได้ในทุกๆ โอกาส อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) ผู้นำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ของใช้ภายในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า คุณภาพมาตรฐานโลก จึงได้จัดแคมเปญ “ไทม์ ทู เซเลเบรท 2019” (Time to Celebrate 2019) กับที่สุดแห่งการให้ ด้วยเทศกาลของขวัญและของแต่งบ้านแห่งปี ภายใต้แนวคิด  “Share a Wish, Share a Gift” แชร์ความสุขด้วยหัวใจ ที่กลับมาอีกครั้งกับชุดของขวัญคัดพิเศษกว่า 30 แบบ ช่วยเสริมความสุขรับปีกุน พิเศษกับ 4 ชุดของขวัญเสริมสิริมงคล อาทิ ชุดสมบูรณ์พูนสุข, ชุดรุ่งโรจน์โชติช่วง, ชุดสำเร็จสมหวัง และชุดรวยทรัพย์รวยสุข แนะนำโดย อาจารย์ช้าง- ทศพร ศรีตุลา (วันนี้-9 ม.ค.ศกหน้า ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ทุกสาขา) โดยงานนี้อาจารย์ช้างยังได้แนะการเลือกของแต่งบ้านที่ช่วยเสริมดวง ปรับฮวงจุ้ย สำหรับทุกราศี  เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลรับปีหมูทอง 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ อินเด็กซ์  ลิฟวิ่งมอลล์  กล่าวว่า “ช่วงเทศกาลแห่งความสุขการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่  ในทุกๆ ปี อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะคัดสรรชุดของขวัญ ของแต่งบ้าน เพื่อให้ทุกคนใช้โอกาสนี้ส่งมอบความสุข ความรัก ความปรารถนาดี รวมถึงแทนคำขอบคุณให้กับคนที่รักและเคารพ ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ และเพื่อน สำหรับปีนี้ก็เช่นกันเราได้เตรียมชุดของขวัญมากมายที่เหมาะสำหรับทุกช่วงวัยกว่า 30 แบบ พร้อมการกลับมาอีกครั้งกับชุดของขวัญเสริมสิริมงคลที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากปีก่อน แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา รวม 4 ชุด คือ  ชุดสมบูรณ์ พูนสุข (Eternal Wealth and Happiness)  ชุดจานรูปหมูสื่อถึงความอิ่มเอม สมบูรณ์ มั่งคั่ง, ชุดรุ่งโรจน์ โชติช่วง (Brilliant Life) กับที่รองเทียนรูปหมู และแจกัน, รูปปั้นสีเงิน เพิ่มพลัง-สร้างแสงสว่างให้ชีวิต, ชุดสำเร็จ สมหวัง (Enriching Luck) ด้วยแจกันสีทอง ที่ช่วยเสริมโชคลาภ และนาฬิกาสีทองสัญลักษณ์การเคลื่อนไหวส่งผลถึงความเจริญก้าวหน้า และ ชุดรวยทรัพย์ รวยสุข (Richness of Love) หมอนอิงลายเส้นสีทองที่เชื่อมต่อกัน ช่วยเสริมความอบอุ่นในครอบครัว และแจกันดอกไม้ที่เพิ่มความสุขสมหวังในความรัก  เชื่อว่าในปีใหม่นี้ทุกคนที่ได้รับของขวัญจากอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะสุขใจทั้งผู้รับและผู้ให้  และยังนำของขวัญที่ได้ไปใช้จริงด้วยค่ะ” ด้าน อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา นักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์และศาสตร์ฮวงจุ้ยชื่อดังของไทย กล่าวว่า “ปี 2562  เป็นปีที่ดวงดาวกลับมาเปลี่ยนแปลงคึกคักอีกครั้ง  ประเดิมด้วยการเปลี่ยนดาวราหู ที่ย้ายราศีหรือดาวพฤหัสเปลี่ยนราศี  ซึ่งถือเป็นดาวใหญ่ ส่งผลและมีอิทธิพลต่อดวงชะตาของคนในหลายๆ ราศี ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงของดวงดาวเป็นเรื่องที่กำหนดไม่ได้เพราะถูกลิขิตแล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงตัวเราเองทั้งสภาพแวดล้อมใหม่  เปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้ใหม่ ทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน ให้มีสภาพแวดล้อมใหม่ๆ สอดคล้องกับดวงชะตาที่มีการเปลี่ยนแปลง  ทั้งนี้เพื่อผ่อนเรื่องหนักให้เบาลง  หรือช่วยส่งเสริมคนที่ดวงดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ตามศาสตร์ของจีนเรียกว่าฮวงจุ้ย  สำหรับ ปีนี้ผมได้คัดสรรชุดของขวัญพิเศษมากความหมายที่จะช่วยเสริมสิริมงคลรับปีใหม่ ได้แก่ ชุดสมบูรณ์ พูนสุข, ชุดรุ่งโรจน์ โชติช่วง, ชุดสำเร็จ สมหวัง, ชุดรวยทรัพย์ รวยสุข ที่เหมาะกับเป็นของขวัญของฝากให้กับผู้ที่รักและนับถือ โดยหาซื้อได้ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ” “นอกจากนี้ ผมยังมีข้อแนะนำในการเลือกซื้อของแต่งบ้านเพื่อเสริมดวงเด่น และแก้เคล็ดของราศีต่างๆ มาบอกกล่าวด้วย เริ่มที่ ราศีเมษ (14 เม.ย.-14 พ.ค.) ปีแห่งความก้าวหน้าเรื่องการงาน เป็นโอกาสในการเริ่มต้นลงทุนทำธุรกิจ โดยเฉพาะการงานที่ดี ได้เริ่มต้นงานใหม่ การลงทุนหรือศึกษาต่อก็ส่งผลดี หรือการปรับปรุงที่อยู่อาศัย ต้องระวังเรื่องการเดินทาง อุบัติเหตุจากการขับรถ การถูกหลอกถูกโกงจากคนใกล้ชิด โดยรวมจะเหนื่อยในช่วงต้นปีแต่จะส่งผลสำเร็จช่วงครึ่งปีหลัง แนะนำ กรอบรูป ส่งเสริมความก้าวหน้าในเรื่องงาน, ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) ดาวรุ่ง ในปี 2562 จะพบข่าวดีเรื่องความรักคู่ครอง หรือคู่สัญญาในการร่วมหุ้นลงทุนธุรกิจ ซึ่งเป็นไปในทางที่ดี ด้านการงานได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ส่งผลให้ก้าวหน้าดีมาก แต่ให้ระวังเรื่องการเงินใช้จ่ายเยอะและจะมีคนยืมเงิน ควรทำบัญชีการเงินให้รัดกุม แนะนำ หาของที่เป็นคู่ เช่น ตะเกียบ เชิงเทียน  เสริมความรัก ราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค.) มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในปี 2562 ดาวราหู เข้า แต่ให้ผลเชิงบวก เพราะมีตำแหน่งดาวดวงอื่นสนับสนุน งานที่เกี่ยวกับการเดินทางไกล-ต่างประเทศ งานด้านออนไลน์จะส่งผลดี ใครที่ทำงานประจำแล้วจะทำงานเสริมจะเหนื่อยแต่จะส่งผลคุ้มค่า มั่งคั่ง ร่ำรวย แต่ระวังเรื่องความรักที่ไม่ลงตัว และสุขภาพเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แนะนำ ทำบุญด้วยแสงสว่าง เติมน้ำมันตะเกียง-หลอดไฟ ควรหาโคมไฟตั้งโต๊ะทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน เพราะว่าชีวิตต้องการแสงสว่าง, ราศีกรกฏ (17 ก.ค.-16 ส.ค.) เป็นปีที่พ้นเคราะห์ หลังจากเจอเรื่องหนักๆ ในปีที่ผ่านมา  ปีนี้ดวงดีเหมาะที่จะลงทุน เปิดกิจการ จะก้าวหน้าดี ใครที่เริ่มต้นชีวิตครอบครัวตั้งใจจะมีลูกก็เป็นปีที่ดีมาก จะก้าวหน้า สำเร็จ รวมถึงมีโชคทางการเงินด้วย แนะนำ น้ำพุตกแต่ง เพราะเป็นราศีธาตุน้ำ ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.) เป็นราศีที่จังหวะดวงถือว่าสบายๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้น จะมีความวุ่นวายภายในบ้านทั้งการซ่อมแซมต่อเติมบ้าน หรือการปรับเปลี่ยนสภพาแวดล้อม ย้ายออฟฟิศ เกิดจากสถานที่ไม่ได้ส่งผลร้ายกับตัวเอง จะมีโชคลาภแบบไม่คาดฝัน แนะนำ เปลี่ยนชุดเครื่องนอน ผ้าปูที่นอน เพื่อลดความวุ่นวายในชีวิต, ราศีกันย์ (17 ก.ย.-17 ต.ค.) มีโชคด้านการเจรจา สื่อสาร พบปะผู้คน ดวงดาวให้ผลในทิศทางบวก   เป็นปีที่ต้องปรับตัวเยอะในการทำงาน แต่ไม่น่าห่วง จะมีความก้าวหน้าที่ดี แนะนำ ชั้นวางหนังสือเสริมในเรื่องการสื่อสาร เจรจา, ราศีตุลย์ (17 ต.ค.-16 พ.ย.) การเงินคึกคัก มีโอกาสด้านการงาน-เงินโดดเด่น  เป็นปีแห่งการเดินทางที่ไกลขึ้น เช่นงานต่างจังหวัด บางคนมีโชคกับงานด้านต่างประเทศ  ส่วนใครที่มีปัญหาขัดแย้งก็จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ก้าวสู่สิ่งใหม่ๆ ที่ลงตัว แม้ดวงการเงินดีขึ้น แต่จะลงทุนและหมุนเงินเยอะ แต่รวมๆ มีความมั่นคงมั่งคั่งที่ดี แนะนำ ชุดจานชามเซรามิก เสริมเรื่องการเงิน, ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.) ราศีแห่งดาวรุ่งโดดเด่นที่สุดใน 12 ราศี  ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทั้งเรื่องงาน โอกาสเริ่มต้นงานใหม่  ธุรกิจใหม่  คนโสดจะได้สละโสด  คนที่คบหากันมีโอกาสดูฤกษ์หมั้นหมายแต่งงานในปี 2562 การเงินจะมีข่าวดี แม้ว่าดวงดีแต่ก็ต้องหมั่นทำบุญบ่อยๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสาธารณประโยชน์ แนะนำ เปลี่ยนผ้าม่าน ปลอกหมอนหรือหมอนอิง ราศีธนู (16 ธ.ค.-14 ม.ค.)  ราศีที่ได้รับผลจากดาวราหู  เป็นดวงดาวที่ค่อนข้างแรง ธุรกิจที่เกี่ยวกับการเดินทางหรืองานต่างประเทศจะส่งผลดี  ดวงจะเหนื่อยในครึ่งปีแรกแต่ครึ่งปีหลังจะเป็นข่าวดีเข้ามาทำให้สำเร็จ ก้าวหน้า ให้เน้นเรื่องการทำบุญ ควรใช้สติในการดำเนินชีวิต แนะนำ ให้ทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่าง  และแต่งบ้านด้วยรูปปั้นลูกโลกหรือแผนที่โลก เสริมด้านการเดินทาง, ราศีมังกร (15 ม.ค.-12 ก.พ.)  เป็นราศีที่พ้นเคราะห์ ความวุ่นวายลดน้อยลง โดยเฉพาะเรื่องการเงิน การงานมีคนสนับสนุนและเป็นปีแห่งการเริ่มต้นที่ดีมีความก้าวหน้า ด้านความรักจะเจอคู่แบบบุพเพสันนิวาส แนะนำ ของใช้-ของแต่งบ้านที่ทำจากเซรามิก เสริมความมั่นคง, ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.-14 มี.ค.)  ราศีที่เปลี่ยนแปลงเรื่องงานเยอะ ทั้งเปลี่ยนงาน ย้ายงาน หากจะลงทุนต้องระวัง เพราะดวงบริวารหรือการลงทุนค่อนข้างจะมีปัญหา อาจเจอคนไม่ซื่อสัตย์-เอาเปรียบ ถูกโกง แต่การงานจะเปลี่ยนไปสู่ทิศทางที่ดี จะวุ่นวายในครึ่งปีแรกแต่ครึ่งปีหลังลงตัวดี ระวังการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว แนะนำ ให้มีของใช้บนโต๊ะทำงาน และอุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆ, ราศีมีน (15 มี.ค.-13 เม.ย.)  ดาวรุ่งของปี มีความชัดเจนเรื่องงานมากขึ้น  เหมาะจะเปิดธุรกิจใหม่หรือศึกษาต่อ จะได้ปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย ทั้งการย้ายบ้าน-ออฟฟิศใหม่ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวก ความรักลงตัวขึ้น คนโสดจะเจอคนถูกใจ ส่วนคนมีครอบครัวแล้วมีเกณฑ์ขยับขยายและมีบุตร แนะนำ เปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว ชุดจานชาม เสริมการมีกินมีใช้” นอกจากนี้ยังมีเหล่าเซเลบริตี้คนดัง ที่ชื่นชอบการแต่งบ้าน และให้ความสำคัญกับการมอบของขวัญแทนความหมายดีๆ สำหรับคนสำคัญ มาเล่าถึงการเลือกชุดของขวัญในสไตล์ตนเองด้วย เริ่มที่ มายด์-แพรวปรียา ชุมสาย ณ อยุธยา เผย “ทุกปีมายด์ต้องเตรียมของขวัญหลายชิ้น เวลาเลือกซื้อของขวัญก็จะคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ ความชอบ การใช้งานจริงของผู้รับ สำหรับผู้ใหญ่ก็จะนึกถึงชุดจาน อุปกรณ์ครัว หรือของใช้เกี่ยวกับสุขภาพ มากกว่าการให้ดอกไม้ ตอนนี้ก็กำลังดูชุดกิ๊ฟเซ็ทเสื้อผ้าของใช้สำหรับเด็กเป็นของขวัญให้ลูกชายเพื่อน ส่วนตัวมายด์ชอบแต่งบ้านมาก บางทีว่างๆ ก็มาเดินเล่นที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ซึ่งมักจะได้ของติดมือกลับบ้านตลอด มายด์ชอบแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นลักซูรี่ ยิ่งเวลาเห็นของแต่งบ้านที่มีสีทอง พิงค์โกลด์ ไม่พลาดที่จะต้องซื้อกลับ อย่างปีนี้อาจารย์ช้างได้แนะนำให้ซื้อโคมไฟและทำบุญด้านแสงสว่างเสริมดวงสำหรับราศีเมถุน ก็เหมาะเลยเพราะตั้งใจจะซื้อโคมไฟตั้งโต๊ะเข้าบ้านอยู่พอดีค่ะ” ด้าน หมูตั้ง-หม่อมหลวงอรรถดิศ  ดิศกุล เผยว่า “การเลือกซื้อของขวัญที่ใช้ได้จริง เหมาะกับผู้รับ ผมว่าเหมาะที่สุดครับ อย่างที่รู้คือคาร์แรกเตอร์ผมดูกวนๆ เวลาเลือกซื้อของก็จะเลือกของที่ดูกวนๆ เพื่อให้คนที่รับได้นึกถึง แต่ของขวัญกวนๆ ก็เป็นกลุ่มเพื่อนมากกว่า ปีนี้คิดว่าจะซื้อของขวัญที่จัดเป็นเซ็ทสวยๆ ให้คุณพ่อคุณแม่, พี่สาว และแฟน สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ก็น่าจะเป็นด้านสุขภาพหรือชุดจานชาม, ชุดกาน้ำชา, เทียนหอมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย,    หมอนอิงไว้ในห้องนั่งเล่น ส่วนตัวชอบทำอาหารและมีร้านอาหารก็คงเลือกอุปกรณ์ครัว ชุดจานใหม่ๆ เข้าบ้านให้บ้านมีการเปลี่ยนแปลงแลดูมีชีวิตชีวาขึ้นครับ” ปิดท้ายที่ จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร เผยว่า “ปีนี้จินนี่จะหาของขวัญให้กับคุณครู และญาติผู้ใหญ่สำหรับเทศกาลปีใหม่ปีหมูทองที่จะถึงนี้ โดยใช้โอกาสนี้ไปพบท่านพร้อมกับชุดของขวัญชุดจานรูปหมูที่สื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุข  ที่ดูน่ารักและใช้งานได้จริง  ทุกๆ ปีจินนี่จะชอบไปเลือกซื้อของแต่งบ้านใหม่กับคุณแม่  ซึ่งคุณแม่จะชอบสไตล์ที่ต่างกับจินนี่  พอได้ไปเลือกด้วยกันเราจะหาข้อสรุปที่ลงตัวทั้งสองฝ่าย  สำหรับปีนี้ตั้งใจจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนที่ห้อง จินนี่เชื่อตามที่อาจารย์ช้างแนะนำว่าเมื่อดวงดาวเปลี่ยน  เราก็ต้องปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ๆ รอบตัว เพื่อรับกับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นค่ะ” ไม่ว่าดวงชะตาของคุณจะเป็นอย่างไรเราสามารถปรับฮวงจุ้ยให้ดีขึ้นได้ ด้วยชุดของขวัญมากความหมายคัดพิเศษได้แล้ว วันนี้  – 9 ม.ค. ศกหน้า ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 29 สาขาทั่วประเทศ และพิเศษชุดของขวัญเสริมสิริมงคลรับปีกุน 2562 ที่แนะนำโดย อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา *เฉพาะที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์เท่านั้น*  หรือช้อปออนไลน์ www.indexlivingmall.com สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-417-1111        
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ฉลองเทศกาลคริสต์มาส จัด “Merry Major Tower 2018”  ครั้งแรก!กับแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas”  ตื่นตากับ “Dream Factory” โรงงานความสุขยักษ์ที่ประดับไฟสุดอลังการ พร้อมชวนแบ่งปันน้ำใจแก่น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา เติมเต็มความสุขต้อนรับปีใหม่ 2019

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ฉลองเทศกาลคริสต์มาส จัด “Merry Major Tower 2018” ครั้งแรก!กับแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas” ตื่นตากับ “Dream Factory” โรงงานความสุขยักษ์ที่ประดับไฟสุดอลังการ พร้อมชวนแบ่งปันน้ำใจแก่น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา เติมเต็มความสุขต้อนรับปีใหม่ 2019

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส จัด “Merry Major Tower 2018” เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas” พบกับไฮไลต์ครั้งแรกในไทย! ที่จะได้สัมผัสกับต้นคริสต์มาสเคลื่อนไหวได้ ในมุมมองใหม่สุดสร้างสรรค์ ด้วยการจำลองดินแดนซานตาครอสภายในต้นคริสต์มาสที่มาพร้อมกับเหล่าเอลฟ์ที่จะมาสร้างสีสันให้มีชีวิตชีวา รวมถึงตื่นตาตื่นใจกับ “Dream Factory” โรงงานแห่งความสุขขนาดใหญ่ยักษ์ สูง 3 เมตร ที่ประดับไฟระยิบระยับสุดอลังการ สร้างความคึกคักและเป็นแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ พร้อมชวนแบ่งปันความสุขด้วยการรับบริจาคของเล่น อุปกรณ์การเรียน และหนังสือสำหรับเด็กส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา ตั้งแต่วันนี้-15 มกราคม 2019 ณ อาคารเมเจอร์ทาวเวอร์ ทองหล่อ ซ.10 คุณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์อยากที่จะมอบความสุขให้แก่ลูกค้าและคนทั่วไป ด้วยการจัด “Merry Major Tower 2018” เนรมิตพื้นที่ด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ให้เป็นดินแดนมหัศจรรย์แห่งเทศกาลคริสต์มาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Little Magical X’Mas” โดดเด่นด้วยดีไซน์ของต้นคริสต์มาสที่    ไม่เหมือนใครและหาชมที่ไหนไม่ได้ ซึ่งตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้เป็นแลนด์มาร์คคริสต์มาสแห่งใหม่บนทองหล่อ ณ พื้นที่ด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ทองหล่อ ซ.10 โดยเปิดให้คนทั่วไปได้สัมผัสความสวยงาม ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2019 ไฮไลต์ของ Merry Major Tower 2018 ครั้งนี้ คือ ต้นคริสต์มาสเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเป็นครั้งแรก! ในไทยกับการดีไซน์ในมุมมองใหม่สุดสร้างสรรค์ โดยจำลองดินแดนซานตาครอสภายในต้นคริสต์มาส ที่มาพร้อมกับเหล่าเอลฟ์ ผู้ช่วยซานตาครอสตัวจิ๋ว ผู้อยู่เบื้องหลังการเติมเต็มความฝันของเด็กๆ ในคืนวันคริสต์มาส โดยภายในต้นคริสต์มาสได้อบอวลไปด้วยบรรยากาศเมืองหิมะ ที่มีรถลากเลื่อนของซานตาครอสขับเคลื่อนด้วยกวางเรนเดียร์ไปรอบเมือง เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความพร้อมในการส่งมอบของขวัญและความสุขให้กับทุกคน นอกจากนี้ ยังสร้าง “Dream Factory” โรงงานแห่งความสุขขนาดใหญ่ยักษ์ สูงถึง 3 เมตร เด่นตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ซึ่งเปรียบเสมือนโรงงานผลิตความสุข ที่เป็นการร่วมแรงร่วมใจของเหล่าเอลฟ์ที่อยากจะส่งมอบความสุขและเสริมสร้างพลังชีวิตให้กับทุกคนในย่านทองหล่อ ให้มีความสุขกันอย่างถ้วนหน้า เฉกเช่นกับพนักงานเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดในการสร้างสรรค์พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Crafting Lifescape to Excellence’ ให้ทุกโครงการที่พัฒนาขึ้นมามีความเป็น Top of Class ตรงตามมาตรฐานสากล ตอบสนองทุกความต้องการ เพื่อให้ทุกคนที่อยู่อาศัยได้มีชีวิตที่ดีในทุกๆ วัน “สำหรับ Merry Major Tower 2018 ได้ใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบ เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสกับปรากฏการณ์งานศิลปะแห่งเทศกาลคริสต์มาสอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ลดทอนองค์ประกอบของต้นคริสต์มาสให้มีความโมเดิร์น ใช้วัสดุที่เรียบง่าย และสีสันที่แสดงออกถึงเทศกาลคริสต์มาสอย่าง เขียว แดง และขาว รวมถึงประดับตกแต่งให้สวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศให้เข้ากับเทศกาล ทั้งนี้ คอนเซ็ปต์ในการออกแบบของ Merry Major Tower 2018 นั้นมาจากคอนเซ็ปต์ ‘Boutique Art Gallery’ ของอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นแบรนด์อาคารสำนักงานเกรดเอของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่พัฒนาอยู่ในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ที่มีการคมนาคมที่สะดวกสบาย มีความโดดเด่นทางด้านการดีไซน์ และมีคุณค่าทางศิลปะซึ่งเราตั้งใจให้เป็นพื้นที่ทำงานที่สามารถจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และเป็นออฟฟิศในฝันของคนรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การทำงานอย่างมีคุณภาพ โดยปัจจุบันอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ซอยทองหล่อ 10 มีอัตราการเช่าเต็ม 100% ซึ่งในปี 2562 มีแผนที่จะเปิดอาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์เพิ่มอีก 1 โครงการ ในย่านพระราม 9-รามคำแหง เพื่อให้บริษัทฯ มีรายได้ประจำอย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างยั่งยืน” คุณเพชรลดา กล่าว อย่างไรก็ดี Merry Major Tower 2018 ครั้งนี้ ได้จัดอีกหนึ่งกิจกรรมเติมเต็มความสุข ชื่อ “A Little Magic of Sharing” ร่วมสร้างฝัน แบ่งปันความสุขให้น้องๆ ชวนบริจาคของเล่น อุปกรณ์การเรียน และหนังสือสำหรับเด็กสภาพดี ส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้น้องๆ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ โดยผู้ที่สนใจสามารถมาบริจาคได้ด้วยตัวเองที่อาคารเมเจอร์ ทาวเวอร์ ทองหล่อ ซ.10 ตั้งแต่วันนี้-15 มกราคม 2019 รวมถึงยังจัดกิจกรรมสนุกๆ บนหน้าเฟซบุ๊กเพจของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ Facebook.com/MajorDevelopmentPCL โดยสามารถเล่นเกมส์ และลุ้นรับของรางวัลเก๋ๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 17-25 ธันวาคม 2018                    
ออลล์ อินสไปร์ฯ มอบสิทธิ์พิเศษแก่ลูกบ้าน ออลล์ อินสไปร์ฯ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ดินเนอร์สุดหรู จากเชฟมิชลิน 3 ดาว

ออลล์ อินสไปร์ฯ มอบสิทธิ์พิเศษแก่ลูกบ้าน ออลล์ อินสไปร์ฯ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ ดินเนอร์สุดหรู จากเชฟมิชลิน 3 ดาว

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ ดิ เอ็กเซล ไรส์  และอิมเพรสชั่น จัดกิจกรรม Michelin star The Ultimate Dining Experience มอบสิทธิ์พิเศษแก่ลูกบ้าน ออลล์ อินสไปร์ฯ ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ กับสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์ ระดับ 3 ดาว จากประเทศฝรั่งเศส “คริสตอฟ แบคคีย์” ที่โชว์ฝีมือปรุงอาหารรสชาติเยี่ยมยอดให้ได้ลิ้มรสกันในบรรยากาศสุดหรู ถือว่าเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ ห้องอาหาร ลาวี โรงแรม วี โฮเตล กรุงเทพ-เอ็มแกลอรี่ บาย โซฟิเทล โดยภายในกิจกรรมดังกล่าว ลูกบ้าน ออลล์ อินสไปร์ฯ จะได้เพลิดเพลินไปกับสุดยอดเมนูอาหารที่ได้รับการรังสรรค์จากวัตถุดิบสุดพิเศษ ด้วยรสชาติที่เป็นเลิศ ทำให้อาหารแต่ละจานดูน่ารับประทานราวกับงานศิลป์ อีกทั้งยังใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน ด้วยดีกรีรางวัล "French Chef of The Year 2018" เชฟแห่งปี 2018 จากประเทศฝรั่งเศส ถือว่าเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับเชฟผู้รักษารสชาติดั่งเดิม เผยแพร่อาหาร หรือขนมหวานแบบฝรั่งเศสให้คงอยู่และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก พร้อมการันตีความอร่อยจากทุกเมนู วัตถุดิบที่ผ่านการเลือกสรรเป็นอย่างดี ซึ่งออลล์ อินสไปร์ ไม่พลาดที่จะมอบโอกาสและประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ให้กับลูกบ้านของ ออลล์ อินสไปร์ฯ                 
ออลล์อินสไปร์ฯ จัดดินเนอร์สุดหรูกับสุดยอดเชฟมิชลิน 3 ดาว

ออลล์อินสไปร์ฯ จัดดินเนอร์สุดหรูกับสุดยอดเชฟมิชลิน 3 ดาว

คุณธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าบริหาร บริษัท ออลล์อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ ดิเอ็กเซลไรส์และอิมเพรสชั่น มอบประสบการณ์สุดพิเศษแก่ลูกบ้านออลล์อินสไปร์ฯสัมผัสความอร่อยระดับโลกกับดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จากเชฟมิชลิน 3 ดาว“คริสตอฟแบคคีย์”ที่มารังสรรค์สุดยอดเมนูอาหารให้ได้ชิมกันนับว่าเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับลูกบ้านมีโอกาสได้ลิ้มรสความอร่อยครั้งแรกในเมืองไทยจากเชฟชื่อดังที่มีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรวัตถุดิบหายากกับส่วนผสมที่ลงตัวและรสชาติที่เป็นเลิศดีกรีรางวัล "French Chef of the Year 2018" เชฟแห่งปี 2018 จากประเทศฝรั่งเศสโดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นณ ห้องอาหาร ลาวีโรงแรม วี โฮเตล กรุงเทพ - เอ็มแกลอรี่ บาย โซฟิเทลเมื่อเร็วๆ นี้          

1 2 3 ... 5