ข่าวอสังหาริมทรัพย์

 

ข่าวอสังหาริมทรัพย์แนะนำ

STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) เปิดตัวยิ่งใหญ่ โชว์ศักยภาพงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok จัดขึ้นวันที่ 17 - 21 ตุลาคม 2561 ณศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา รวม 3 งานแสดงสินค้าใหญ่ระดับนานาชาติเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบไปด้วย งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL), งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) รวมสุดยอดงานออกแบบ นวัตกรรม และสินค้าสร้างสรรค์จากผู้ประกอบการกว่า 1,000 ราย 2,300 คูหา ประกาศศักยภาพความเป็นผู้นำงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ยิ่งใหญ่กว่าเดิมโดยความร่วมมือของหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และสมาคมต่างๆ กว่า 24 สมาคม พร้อมดึงผู้ซื้อจาก 80 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมงาน     นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “งาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) เป็นงานแสดงสินค้าที่นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ ได้แก่ กลุ่มสินค้าแฟชั่น เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของใช้และของตกแต่งบ้าน ตลอดจนผลิตภัณฑ์สปา ไว้ด้วยกัน เพื่อตอบสนองแนวโน้มความต้องการในการเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายและครอบคลุมในทุกมิติ นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์นโยบายสำคัญของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น “Local to Global” ที่ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสู่สากล โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก ซึ่งครั้งนี้มีผู้ประกอบการจากต่างจังหวัดเข้าร่วมกว่า 400 ราย เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายเล็กได้แสดงฝีมือการผลิตสินค้าที่ประณีต โดยใช้วัสดุท้องถิ่น จนเกิดเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสู่สายตาผู้ซื้อจากต่างประเทศ และยังตอบโจทย์อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือ “การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy” โดยการดึงความสามารถพิเศษด้านความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในดีเอ็นเอของคนไทยมาต่อยอดให้เกิดสินค้าและบริการที่แปลกใหม่ ทันสมัย และมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคาแร็กเตอร์ กลุ่มผลิตภัณฑ์สปาและสมุนไพร กลุ่มธุรกิจการพิมพ์ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับมวยไทย สินค้าที่มีการออกแบบสวยงามและทันสมัย ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อจากต่างประเทศทั่วโลก”   ด้านนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า “การจัดงาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) ครั้งนี้ ได้ตอกย้ำแนวคิด “Crenovative Origin : ภูมิปัญญา สรรค์สร้าง อย่างมีสไตล์” ชูการนำเสนอสินค้าที่มีการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ (Creative) มีนวัตกรรม (Innovative) และเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร (Original) โดยมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจากไทยและต่างประเทศกว่า 1,000 ราย 2,300 คูหา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการจัดงานเดือนเมษายนที่ผ่านมาถึงร้อยละ 20 และมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ตลอดจน SMEs จากภูมิภาคต่างๆ ของไทยเข้าร่วมด้วย คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 50,000 ราย จาก 80 ประเทศทั่วโลก โดยกรมได้เชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศทั่วโลกมาชมงาน อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมุ่งเป้าไปยังทุกกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น และเจาะลึกเป็นพิเศษในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนบริษัทสถาปนิกและตกแต่งภายใน เพื่อขยายฐานของผู้ซื้อและผู้ชมงานให้มากยิ่งขึ้น”       กิจกรรมภายในงานนอกจากจะมีการเจรจาการค้าและธุรกิจระหว่างกันแล้ว ยังมีนิทรรศการสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอโอกาสทางการค้าที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ คูหาแสดงสินค้าแฟชั่นที่ได้รับการพัฒนาจาก DITP (Qurated Fashion Incubation Project) นิทรรศการชุดผ้าไหมไทยชั้นสูง (Thai Silk Deluxe Haute Couture) นำเสนอชุดผ้าไหมไทย และมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสำหรับดีไซเนอร์ ช่างเสื้อ และผู้ประกอบการแฟชั่น นิทรรศการ Art Zone จัดแสดงผลงานศิลปะกว่า 60 ชิ้นงาน จากศิลปินไทยชื่อดัง นิทรรศการส่งเสริมธุรกิจบริการสร้างสรรค์ (Creative Services) นำเสนอศักยภาพของสินค้าเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical) การผลิตดิจิตอลคอนเทนต์ (Character Licensing) และธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย (Printing & Packaging) นิทรรศการ T-Style การพัฒนาสินค้าด้วยวัสดุท้องถิ่น วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผสานกับเทคนิคของไทย จนกลายเป็นผลงานที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ นิทรรศการ Innovation and De-sign Zone (IDZ) จัดแสดงผลงานออกแบบและนวัตกรรม ร้านค้าต้นแบบ I+D Style Café นิทรรศการ Creative ASEAN รวมผลงานสร้างสรรค์ของนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์หน้าใหม่ทั่วอาเซียน และการให้คำปรึกษาแนะนำในการเจาะตลาดจากทูตพาณิชย์ทั่วโลก       อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) คือ กลุ่มนิทรรศการ The Niche Markets ที่รวบรวมสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม อาทิ สินค้าสำหรับแม่และเด็ก (Mom & Kids) สินค้าสัตว์เลี้ยง (Pets), 60+ (สินค้าสำหรับตลาดผู้สูงอายุ) และสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ได้รับการคัดสรรและมีการออกแบบที่ดีเยี่ยม โซน The New Faces จัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการหน้าใหม่จากทั่วประเทศ และนิทรรศการพิเศษ The Residence รวบรวมที่สุดของงานออกแบบ งานศิลปะ และสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ การผสมผสานระหว่างงานดีไซน์ระดับโลกที่หาชมยากกับงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย งาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) จึงนับเป็นเวทีทางการค้าที่สำคัญของผู้ประกอบการที่ต้องการทำธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมงานได้เห็นเทรนด์ใหม่ และที่สำคัญคือเป็นการแสดงให้เห็นว่าสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยนั้นมีศักยภาพในระดับสากล     งานแสดงสินค้า “STYLE Bangkok” ที่สุดของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์แห่งเอเชีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 21 ตุลาคมนี้ (วันเจรจาธุรกิจ : 17 - 19 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00-18.00 น. วันจำหน่ายปลีก : 20 – 21 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 - 21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่สายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.stylebangkokfair.com

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ล่าสุด

1 2 3 ... 133
STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) เปิดตัวยิ่งใหญ่ โชว์ศักยภาพงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) เปิดตัวยิ่งใหญ่ โชว์ศักยภาพงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok จัดขึ้นวันที่ 17 - 21 ตุลาคม 2561 ณศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา รวม 3 งานแสดงสินค้าใหญ่ระดับนานาชาติเข้าไว้ด้วยกัน ประกอบไปด้วย งานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง (BIFF&BIL), งานแสดงสินค้าของขวัญและงานแสดงสินค้าของใช้ในบ้าน (BIG+BIH) และงานแสดงสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (TIFF) รวมสุดยอดงานออกแบบ นวัตกรรม และสินค้าสร้างสรรค์จากผู้ประกอบการกว่า 1,000 ราย 2,300 คูหา ประกาศศักยภาพความเป็นผู้นำงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ยิ่งใหญ่กว่าเดิมโดยความร่วมมือของหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และสมาคมต่างๆ กว่า 24 สมาคม พร้อมดึงผู้ซื้อจาก 80 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมงาน     นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “งาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) เป็นงานแสดงสินค้าที่นำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ ได้แก่ กลุ่มสินค้าแฟชั่น เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ ของขวัญ ของใช้และของตกแต่งบ้าน ตลอดจนผลิตภัณฑ์สปา ไว้ด้วยกัน เพื่อตอบสนองแนวโน้มความต้องการในการเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลายและครอบคลุมในทุกมิติ นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์นโยบายสำคัญของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น “Local to Global” ที่ส่งเสริมผู้ประกอบการไทยสู่สากล โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก ซึ่งครั้งนี้มีผู้ประกอบการจากต่างจังหวัดเข้าร่วมกว่า 400 ราย เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายเล็กได้แสดงฝีมือการผลิตสินค้าที่ประณีต โดยใช้วัสดุท้องถิ่น จนเกิดเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสู่สายตาผู้ซื้อจากต่างประเทศ และยังตอบโจทย์อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือ “การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy” โดยการดึงความสามารถพิเศษด้านความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในดีเอ็นเอของคนไทยมาต่อยอดให้เกิดสินค้าและบริการที่แปลกใหม่ ทันสมัย และมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคาแร็กเตอร์ กลุ่มผลิตภัณฑ์สปาและสมุนไพร กลุ่มธุรกิจการพิมพ์ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับมวยไทย สินค้าที่มีการออกแบบสวยงามและทันสมัย ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อจากต่างประเทศทั่วโลก”   ด้านนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวว่า “การจัดงาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) ครั้งนี้ ได้ตอกย้ำแนวคิด “Crenovative Origin : ภูมิปัญญา สรรค์สร้าง อย่างมีสไตล์” ชูการนำเสนอสินค้าที่มีการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ (Creative) มีนวัตกรรม (Innovative) และเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร (Original) โดยมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าจากไทยและต่างประเทศกว่า 1,000 ราย 2,300 คูหา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการจัดงานเดือนเมษายนที่ผ่านมาถึงร้อยละ 20 และมีผู้ประกอบการหน้าใหม่ตลอดจน SMEs จากภูมิภาคต่างๆ ของไทยเข้าร่วมด้วย คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 50,000 ราย จาก 80 ประเทศทั่วโลก โดยกรมได้เชิญผู้ซื้อจากต่างประเทศทั่วโลกมาชมงาน อาทิ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย เยอรมนี สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมุ่งเป้าไปยังทุกกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น และเจาะลึกเป็นพิเศษในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนบริษัทสถาปนิกและตกแต่งภายใน เพื่อขยายฐานของผู้ซื้อและผู้ชมงานให้มากยิ่งขึ้น”       กิจกรรมภายในงานนอกจากจะมีการเจรจาการค้าและธุรกิจระหว่างกันแล้ว ยังมีนิทรรศการสร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอโอกาสทางการค้าที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ คูหาแสดงสินค้าแฟชั่นที่ได้รับการพัฒนาจาก DITP (Qurated Fashion Incubation Project) นิทรรศการชุดผ้าไหมไทยชั้นสูง (Thai Silk Deluxe Haute Couture) นำเสนอชุดผ้าไหมไทย และมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสำหรับดีไซเนอร์ ช่างเสื้อ และผู้ประกอบการแฟชั่น นิทรรศการ Art Zone จัดแสดงผลงานศิลปะกว่า 60 ชิ้นงาน จากศิลปินไทยชื่อดัง นิทรรศการส่งเสริมธุรกิจบริการสร้างสรรค์ (Creative Services) นำเสนอศักยภาพของสินค้าเชิงสุขภาพ (Wellness & Medical) การผลิตดิจิตอลคอนเทนต์ (Character Licensing) และธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย (Printing & Packaging) นิทรรศการ T-Style การพัฒนาสินค้าด้วยวัสดุท้องถิ่น วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผสานกับเทคนิคของไทย จนกลายเป็นผลงานที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์และเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ นิทรรศการ Innovation and De-sign Zone (IDZ) จัดแสดงผลงานออกแบบและนวัตกรรม ร้านค้าต้นแบบ I+D Style Café นิทรรศการ Creative ASEAN รวมผลงานสร้างสรรค์ของนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์หน้าใหม่ทั่วอาเซียน และการให้คำปรึกษาแนะนำในการเจาะตลาดจากทูตพาณิชย์ทั่วโลก       อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) คือ กลุ่มนิทรรศการ The Niche Markets ที่รวบรวมสินค้าสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม อาทิ สินค้าสำหรับแม่และเด็ก (Mom & Kids) สินค้าสัตว์เลี้ยง (Pets), 60+ (สินค้าสำหรับตลาดผู้สูงอายุ) และสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ได้รับการคัดสรรและมีการออกแบบที่ดีเยี่ยม โซน The New Faces จัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการหน้าใหม่จากทั่วประเทศ และนิทรรศการพิเศษ The Residence รวบรวมที่สุดของงานออกแบบ งานศิลปะ และสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ผู้ชมจะได้สัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เต็มรูปแบบ การผสมผสานระหว่างงานดีไซน์ระดับโลกที่หาชมยากกับงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย งาน STYLE Bangkok (สไตล์ แบงค็อก) จึงนับเป็นเวทีทางการค้าที่สำคัญของผู้ประกอบการที่ต้องการทำธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมงานได้เห็นเทรนด์ใหม่ และที่สำคัญคือเป็นการแสดงให้เห็นว่าสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยนั้นมีศักยภาพในระดับสากล     งานแสดงสินค้า “STYLE Bangkok” ที่สุดของงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์แห่งเอเชีย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 21 ตุลาคมนี้ (วันเจรจาธุรกิจ : 17 - 19 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00-18.00 น. วันจำหน่ายปลีก : 20 – 21 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 - 21.00 น.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่สายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.stylebangkokfair.com
“เดอะ เชดด์ สาทร 1” คอนโดมิเนียมที่ออกแบบเพื่อธรรมชาติของทุกชีวิตใจกลาง CBD ย่านสาทร – พระราม 4

“เดอะ เชดด์ สาทร 1” คอนโดมิเนียมที่ออกแบบเพื่อธรรมชาติของทุกชีวิตใจกลาง CBD ย่านสาทร – พระราม 4

บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด หรือ SATHAPORN ESTATE แนะนำโครงการ “เดอะ เชดด์ สาทร 1” (The SHADE Sathon 1) หนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ทั้งโครงการบ้านและทาวน์โฮม ในทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี รุกตลาดคอนโดมิเนียมโครงการแรก หลังจากที่ บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบเพื่อรุกตลาดในแนวสูง ที่มาพร้อมจุดเด่นในด้านคุณภาพและการให้บริการเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการออกแบบและพัฒนาโครงการให้ทันสมัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ โดยโครงการ “เดอะ เชดด์ สาทร 1” ถูกสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด “Shades The One You Love” คอนโดที่จะให้ร่มเงาและมีเวลาให้กับคนที่คุณรักได้  มากขึ้น สื่อถึงความโดดเด่นโครงการ ทั้งทำเลที่ตั้งบนถนนสาทร ซอย 1 ใจกลางเมืองย่านสาทร-พระราม 4 ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ หรือ Real CBD ของกรุงเทพฯ ตัวโครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลุมพินี เพียง 1.3 กิโลเมตร ในขณะที่การเดินทางบนท้องถนนก็สะดวกสบาย สามารถเชื่อมการเดินทางด้วยถนนหลากหลายสาย ทั้งถนนสาธรใต้ ถนนจันทน์ ถนนอโศก-ดินแดง ถนนพระราม 3 ถนนพระราม 4 และถนนนางลิ้นจี่ ใกล้กับทางพิเศษเฉลิมมหานคร มีสถานที่สำคัญรายล้อม ทั้งสถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่แห่งความผ่อนคลาย ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่แสนร่มรื่น เนื่องจากอยู่ใกล้สวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ทำให้ปัจจัยด้านการใช้ชีวิตของผู้ที่อยู่อาศัยในทำเลสาทรนั้นครอบคลุมหมดทุกมิติ พร้อมกันนั้น ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบโครงการฯ เพื่อธรรมชาติของทุกชีวิต ในทุกๆ รายละเอียด เริ่มตั้งแต่การวางผังอาคารโดยคำนวณในเรื่องทิศทางของลมและแสงแดด ทำให้สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคารและห้องพักให้มีความเย็นสบาย พร้อมกับ Panoramic Unblock View  สามารถรับชมวิวได้โดยไม่มีสิ่งใดมาบดบัง ได้ทุกห้อง รวมถึงการระบายอากาศ Air Ventilation Design ที่โดดเด่นด้วยการคำนวนทิศทางแดด และลม รวมถึงการวางผัง แบบเหนือ - ใต้ ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกโปร่งโล่ง สบาย อีกทั้งยังได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย Smart Home Automation โดยร่วมออกแบบกับบริษัท Panasonic ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ และแสงสว่างภายในห้องที่สามารถสั่งการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้อย่างง่ายดาย พร้อมกันนั้น ยังได้ออกแบบ Behavioral Mode ที่นำผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคมาออกแบบ เพื่อให้ได้ฟังก์ชั่นที่สอดคล้องกับการใช้งานจริง คือ Welcome Mode /Bye Mode/Morning Mode / และ Good Night Mode ในด้านพื้นที่ส่วนกลางของโครงการฯ ถูกแบ่งการใช้งานออกเป็น 3 ฟังก์ชั่น ได้แก่ 1.Romantic พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกด้วย Sunset Garden สวนสวยบนดาดฟ้าที่พาคุณทิ้งความเหนื่อยล้า สู่ช่วงเวลาแห่งการชาร์จพลัง Moonlight Pool สระว่ายน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ 2.Energetic เติมพลังให้มีชีวิตชีวาสำหรับวันใหม่พร้อมกับคนที่คุณรักด้วย Panoramic Fitness เพลิดเพลินและผ่อนคลายกับการออกกำลังกายไปพร้อมกับวิวทิวทัศน์ที่แสนร่มรื่น พร้อมทั้ง Multi–Purpose Room  ห้องอเนกประสงค์เพื่อกิจกรรมสุดพิเศษ 3.Fantastic เพิ่มความสะดวกสบายให้ชีวิตไปพร้อม ๆ กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้ง Grand Lobby ล็อบบี้ขนาดใหญ่ที่พร้อมรับรองคุณและคนที่คุณรักด้วยมุมพักผ่อนริมสระท่ามกลางวิวสวนสวย Co-Inspiration Space พื้นที่การทำงานที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบ Smart Locker ล็อคเกอร์อัจฉริยะสำหรับคนยุคไอที และ Recycle Vending Machine รักษ์โลกไปกับเครื่องรีไซเคิลขวดพลาสติกที่คิดค้นมาเพื่อการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ทั้งนี้ โครงการ เดอะ เชดด์ สาทร 1 เป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรซ์ 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 282 ยูนิต และร้านค้า 4  ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 1,300 ล้านบาท พื้นที่โครงการ 2-1-73.4 ไร่ ประกอบด้วยห้องชุดขนาดต่าง ๆ ได้แก่  ห้อง 1 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 28-46.5 ตร.ม. ห้อง 2 Bedroom 1 Bathroom ขนาด 52 และ 56 ตร.ม. และห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 60 ตร.ม. ในราคาเริ่มต้นที่ 3.69 ล้านบาท   ผู้ที่สนใจสามารถรับชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขายโครงการเดอะ เชดด์ สาทร 1 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 087-669-1111 และทางแฟนเพจ www.facebook.com/sathapornestate  
แม่น้ำเรสซิเดนท์ จับมือ JLL ทำการตลาดเพนท์เฮาส์เชิงรุก  เผยยูนิตสินค้าเพิ่มน้อย แต่ระยะ 5 ปี ราคาปรับขึ้นถึง 30%

แม่น้ำเรสซิเดนท์ จับมือ JLL ทำการตลาดเพนท์เฮาส์เชิงรุก เผยยูนิตสินค้าเพิ่มน้อย แต่ระยะ 5 ปี ราคาปรับขึ้นถึง 30%

นายเดชา ตั้งสิน (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่น้ำเรสซิเดนท์ จำกัด เจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี่บนทำเลริมน้ำเจ้าพระยาที่การันตีวิวโค้งน้ำทุกห้อง และ นางสุพินท์ มีชูชีพ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เจแอลแอล รุกทำตลาดเพนท์เฮาส์ เจาะกลุ่มเป้าหมายอสังหาริมทรัพย์เฉพาะระดับลักชัวรี่ เห็นโอกาสตลาดที่ซัพพลายมีน้อยและยูนิตเพนท์เฮาส์โตขึ้น 6-7% ต่อปี ทำให้โอกาสของราคาปรับเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมาราคาปรับขึ้น 30% โดยมีนายเดชโรจน์ ตั้งสิน กรรมการบริหาร แม่น้ำเรสซิเดนท์ และ นางสาวนนท์รภัส พรสินคุณานนท์ หัวหน้าฝ่ายบริการธุรกิจที่พักอาศัย เจแอลแอล ร่วมให้ข้อมูลณ ชั้น 49 ห้องเพนท์เฮาส์ โครงการคอนโดมิเนียมแม่น้ำเรสซิเดนท์ เมื่อเร็วๆ นี้
บีเอสเอช ส่งตู้เย็น “บ๊อช” รุ่น Vario Style รุ่นแรกของโลกที่เปลี่ยนสีบานประตูได้เจาะกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

บีเอสเอช ส่งตู้เย็น “บ๊อช” รุ่น Vario Style รุ่นแรกของโลกที่เปลี่ยนสีบานประตูได้เจาะกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

“บีเอสเอช” ส่งตู้เย็น “บ๊อช” รุ่น Vario Style รุ่นแรกของโลกที่เปลี่ยนสีของบานประตูได้ กว่า 19 เฉดสี ชูจุดเด่นด้วยตู้เย็นที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามอารมณ์ ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน หวังเจาะกลุ่มลูกค้าไลฟ์สไลต์ยุคใหม่ พร้อมรางวัลการันตีด้านงานออกแบบจาก Reddot design award 2018 และ iF design award 2018 ด้วยคุณสมบัติที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Vita Fresh คงความสดของอาหารได้นานยิ่งขึ้น ตั้งเป้าดันยอดขายรวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 20 % ภายในสิ้นปี     นายชลวิทย์ ณ สงขลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอสเอช โฮม แอ็พพลายแอ็นซ์ จำกัด (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บีเอสเอช เป็นผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้ตราสินค้า บ๊อช (BOSCH) ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศเยอรมนี มียอดขายอันดับ 1 ในยุโรป โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าจากบ๊อชทุกชนิดเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการออกแบบที่ทันสมัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มีการผลิตที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนผ่านการทดสอบคุณภาพจากทีมวิศวกร เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน และด้วยประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนาน บ๊อชจึงได้ส่งตู้เย็นรุ่นใหม่ล่าสุด รุ่น Vario Style รุ่นแรกของโลกที่เปลี่ยนสีของบานประตูได้ตามความต้องการ โดยมีทั้งหมด 19 เฉดสี อาทิ สีเหลืองทานตะวัน สีส้ม สีแดงราสเบอร์รี่ สีลูกพลัม สีแดงเชอร์รี่ สีฟ้าน้ำทะเล และสีเขียวมะนาว เป็นต้น โดย 7 สี ที่กล่าวมานี้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้ที่โชว์รูม ส่วนอีก 12 สี ลูกค้าสามารถสั่งได้เช่นกัน และรอการนำเข้ามาตามออเดอร์ของลูกค้า     ทั้งนี้จากไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่นิยมเลือกสีตู้เย็นจากรสนิยม หรือแม้แต่การเลือกสีกำแพงหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน การเปิดตัวตู้เย็นรุ่น Vario Style จึงถือได้ว่าช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยหวังจะช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตที่สะดวกสบาย ด้วยการนำนวัตกรรมอัจฉริยะ คือ การใช้แม่เหล็กคุณภาพสูงในการยึดติดบานประตู ลูกค้าเพียงแค่ดึงบานประตูออกเบา ๆ และติดบานประตูสีใหม่กลับเข้าไป ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ได้ตู้เย็นเฉดสีใหม่ที่เข้ากับห้องครัวได้มากขึ้น   นอกจากนี้ตู้เย็น “บ๊อช” รุ่น Vario Style ยังได้รับรางวัลการันตีด้านงานออกแบบจาก Reddot design award 2018 และ iF design award 2018 ด้วยคุณสมบัติที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Vita Fresh ที่สามารถคงความสดของอาหารได้นานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ อาทิ LED Light แสงไฟแบบใหม่ที่สามารถส่องสว่างอาหารที่แช่ไว้ได้ทั่วทั้งตู้เย็นและกินไฟน้อย, เทคโนโลยี Multi Airflow ด้วยการทำงานของพัดลม ช่วยกระจายกระแสลมเย็นอย่างอ่อนโยนและทั่วถึง ลดระยะเวลาการทำความเย็น, ฟังก์ชั่น Super Freezing การแช่แข็งที่ใช้งานง่ายเพียงปุ่มเดียว ช่วยให้อาหารแข็งเร็วมากขึ้น และจะปิดโดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้สิ้นเปลือง     พลังงานมากโดยไม่จำเป็น, ระบบ Air Fresh Filter แผ่นกรองกลิ่น ที่ช่วยกำจัดกลิ่นอาหารปะปนกัน และรักษารสชาติของอาหารไว้ตามเดิม และคุณสมบัติ Reversible Door Hinge ที่ทำให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าต้องการเปิดประตูจากด้านขวา หรือทางด้านซ้ายได้ตามที่ต้องการด้วยบานพับแบบปรับเปลี่ยนข้างได้ เป็นต้น   “สำหรับภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าระดับพรีเมี่ยมซึ่งผู้ซื้อมีกำลังซื้อสูง โดยบีเอสเอช มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาด 2 กลุ่มสินค้า คือสินค้าในกลุ่มเครื่องซักผ้า รุ่น ActiveOxygen และอีกกลุ่มคือ กลุ่มตู้เย็น รุ่น Vario Style ที่เราได้กล่าวถึงข้างต้น โดยบีเอสเอชมีแผนที่จะสร้างแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าบ๊อชให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% และภายใน 2 ปีคาดว่าจะมียอดขายในทุกกลุ่มสินค้าที่นำเข้าทำตลาดขึ้นเป็นอันดับ 1 โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าสามารถผลักดันยอดขายได้ตามเป้า จากปัจจัยความโดดเด่นของนวัตกรรมที่เพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคในการใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ “บ๊อช” สามารถหาซื้อได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของ ตัวแทนจำหน่าย และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ” นายชลวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย
เฮเฟเล่ เปิดตัว “เฮเฟเล่ สมาร์ทไปป์”  ในงาน “Myanmar Build & Decor 2018”

เฮเฟเล่ เปิดตัว “เฮเฟเล่ สมาร์ทไปป์” ในงาน “Myanmar Build & Decor 2018”

นายธรรศพงศ์ เอื้อนิธิเลิศ  ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ภาคพื้นอินโดจีน บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและครัวเรือน พร้อมทั้งสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ คุณภาพมาตรฐานเยอรมนี เปิดตัว “เฮเฟเล่ สมาร์ทไปป์” นวัตกรรมท่อน้ำคุณภาพสูง ซึ่งเป็นการผสมผสานคุณสมบัติของทั้งพลาสติกและโลหะเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้การใช้งานระบบประปานั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมผลิตภัณฑ์เอ็นจิเนียร์ควอทซ์ เทคโนโลยีหินสังเคราะห์จากซีซาร์สโตน ในงาน “Myanmar Build & Decor 2018” งานแสดงสินค้า เทรดแฟร์ด้านการก่อสร้าง การตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเมียนมาร์   โดยมี นายผกายเนติ์ เล่งอี้ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง และ นายสรศักดิ์ กีรติโชคชัยกุล นายกสมาคมนักธุรกิจไทยในประเทศเมียนมาร์ ให้เกียรติร่วมงาน ณMyanmar Event Park เมื่อเร็วๆ นี้
เพฟ ปิ่นเกล้า – ศาลายา เปิดบ้านต้อนรับ  Live โชว์พิเศษจาก The Toys  พร้อม Surprise สุดพิเศษ 21 ต.ค.นี้

เพฟ ปิ่นเกล้า – ศาลายา เปิดบ้านต้อนรับ Live โชว์พิเศษจาก The Toys พร้อม Surprise สุดพิเศษ 21 ต.ค.นี้

เอสซี แอสเสทฯ เปิดบ้านโครงการเพฟ ปิ่นเกล้า – ศาลายา ต้อนรับ Live โชว์พิเศษจากทอย ด้วยเสียงเรียกร้องให้กลับมาจัดอีกครั้งพิเศษวันเดียวกับโชว์พิเศษจาก The Toys พร้อม Surprise สุดพิเศษ มีของแจกมากกว่าเดิม ดูสดสนุกกว่ารอบนี้พลาดไม่ได้! วันอาทิตย์ที่ 21 ต.ค. 2561 สามารถรับชมความน่ารักของคุณหมีทอยได้ที่ facebook.com/scasset.com     โครงการเพฟ ปิ่นเกล้า – ศาลายา บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Iconic เริ่ม 4 ล้านต้น ชมรายละเอียดโครงการบ้าน เพฟ และเวิร์ฟ เพิ่มเติม พร้อมรับข้อเสนอส่วนลดกว่า 700,000 บาท*  ได้ที่ : http://bit.ly/2y55PUM
เปิดตัวโครงการ “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน”

เปิดตัวโครงการ “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน”

ศิริพงษ์ สมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย เพิ่มเกียรติ โพธิเพียรทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมงานเปิดตัวโครงการใหม่ล่าสุด “บ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน” โครงการทาวน์โฮมสไตล์บ้านเดี่ยว ภายใต้แนวคิด “English Cottage” บนทำเลศักยภาพริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย โดยห่างจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสคลองบางไผ่ เพียง 10 นาที พร้อมเปิดให้จองโครงการในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท ท่ามกลางผู้สนใจเข้าร่วมเยี่ยมชมโครงการมากกว่า600 คน พร้อมยอดจองในเฟสแรกไปแล้วกว่า  63 % หลังเปิดตัวไปแล้วเพียง 2 วัน ณ สำนักงานขายโครงการบ้านดี เดอะแฮมิลตัน ชัยพฤกษ์-วงแหวน อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เมื่อเร็วๆ นี้  
นักธุรกิจไฟแนนซ์ผันตัวสู่ผู้ประกอบการอสังหาฯ นำที่ดินย่านทองหล่อผนึกสิงคโปร์ร่วมทุนผุด”คอนโดฯหรู”991สุขุมวิท ทองหล่อ”

นักธุรกิจไฟแนนซ์ผันตัวสู่ผู้ประกอบการอสังหาฯ นำที่ดินย่านทองหล่อผนึกสิงคโปร์ร่วมทุนผุด”คอนโดฯหรู”991สุขุมวิท ทองหล่อ”

นักธุรกิจไฟแนนซ์ที่ปรึกษาธุรกิจ ผันตัวเป็นผู้ประกอบการอสังหาฯ หลังคว้าที่ดินศักยภาพย่านทองหล่อ ดึงกลุ่มสิงคโปร์ร่วมทุนตั้งบริษัท เรชา เอสเตท จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท ชิมลางพัฒนาโครงการซูเปอร์ลักชัวรี่ ภายใต้แบรนด์ “991 สุขุมวิท ทองหล่อ” ชูจุดขายด้านดีไซน์ –ยื่นEIAผ่านก่อนขายโครงการ สร้างความมั่นใจลูกค้า คาดพร้อมเปิดพรีเซลต้นปี 62   นายสิริอานนท์ ศรีกุเรชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรชา เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากที่จบการศึกษาด้านไฟแนนซ์ มหาวิทยาลัย University of San Francisco และทำงานเป็นที่ปรึกษาการเงินที่ Morgan Stanley สหรัฐอเมริกา จนเมื่อตัดสินใจกลับมาทำงานที่ประเทศไทย บรรดา Big company ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซ็กเตอร์ ธนาคารพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์ ล้วนเคยผ่านมือการวิเคราะห์ธุรกิจและการเงินจากตนมาแล้วแทบทั้งสิ้น โดยตลอดระยะเวลาที่คลุกคลีอยู่กับการเป็นที่ปรึกษาการเงิน วิเคราะห์ประเมินโครงการมาประมาณ 20 ปี ทำให้ตกผลึกความคิดได้ชัดเจนว่าการเป็นผู้ประกอบการที่ดี และประสบความสำเร็จได้ในยุคนี้ ต้องเป็นคนที่มีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจด้านการเงินที่แข็งแกร่ง จึงจะสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมาตนได้รับการติดต่อให้ไปดูที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งมีความพิเศษตรงที่ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทติดทางขึ้น-ลงสถานี BTS ทองหล่อ ทั้งยังเป็นฝั่งถนนสุขุมวิทซอยเลขคี่ ด้วยประสบการณ์เชี่ยวชาญ จึงสามารถมองทะลุทำเลศักยภาพที่ติดถนนใหญ่สายหลัก ไม่เข้าซอยและติดสถานีรถไฟฟ้า ทั้งอยู่ในย่านเศรษฐีที่นับวันมูลค่าที่ดินจะเพิ่มสูงขึ้นมาก จึงตัดสินใจลงทุนซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวไว้เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตทันที   โดยในเบื้องต้นแนวทางการพัฒนาที่ดินแปลงดังกล่าวมี 2 ทางเลือกคือ โรงแรมหรูโดยใช้เชนบริหาร และคอนโดมิเนียม ซึ่งได้ทำการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและรอบคอบ เมื่อทำประเมินโครงการโดยละเอียดแล้ว มีความมั่นใจว่าที่ดินแปลงดังกล่าวเหมาะกับการพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี มากกว่า เพราะสามารถสร้าง Value ได้อย่างพิเศษมากที่สุด สำหรับการพัฒนาที่ดินติดถนนใหญ่ที่หาได้ยากยิ่งในย่านสุขุมวิท ทองหล่อ     ดังนั้นจึงได้ดึงนักลงทุนจากสิงคโปร์เข้ามาร่วมทุนเพื่อพัฒนาโครงการ และตั้งบริษัท เรชา เอสเตท จำกัด ขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 400 ล้านบาท พัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์“ 991 สุขุมวิท ทองหล่อ” โดยตั้งเป้าหมายให้ เรชา เอสเตทฯ เดินหน้าเป็น Listed Company ไม่เกิน 5 ปีนับจากนี้ ซึ่งธุรกิจจะเติบโตในแบบ Responsible Growth นั่นหมายถึง “ 991 สุขุมวิท ทองหล่อ” จะเป็นโปรเจกต์ นำธงสร้างชื่อและความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้าเป้าหมายและบรรดานักพัฒนาอสังหาฯ รวมถึงกลุ่มนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และยังมีการพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์อีกหลายรูปแบบทั้งแนวราบ แนวสูงและโรงแรม   “เราได้คัดสรร “เบอร์หนึ่ง” ของวงการมาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็นงานสถาปัตยกรรม งานวิศวกรรมการก่อสร้าง งานออกแบบตกแต่ง และงานตลาด-การขาย โดยการดำเนินการจะยึดหลักความถูกต้องที่ต้องมาเป็นอันดับแรก ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้และตรงไปตรงมา ให้อิสระในการคิดและนำเสนอไอเดียของทีม เพื่อให้มืออาชีพเหล่านั้นได้แสดงศักยภาพและผลงานของตนเองได้อย่างเต็มที่ วิธีการทำงานเช่นนี้จะทำให้เกิดผลลัพธ์ของงานสถาปัตยกรรมอาคารสูง ดีไซน์หรูทันสมัยที่ให้ฟังก์ชันลงตัวสมบูรณ์เหนือชั้นกว่าโครงการซูเปอร์ลักซ์ชัวรีที่เคยมีมา “นายสิริอานนท์ กล่าว     โดยโครงการ “ 991 สุขุมวิท ทองหล่อ” จะเปิดพรีเซลในต้นปี2562 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งได้ยื่นไปเมื่อต้นปี2561 ที่ผ่านมา คาดว่าจะสามารถสรุปได้ในเดือนตุลาคมนี้ นับเป็นการสร้างอีกหนึ่งมาตรฐานใหม่ของงานพัฒนาโครงการหรูที่สามารถสร้างความมั่นใจให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ตั้งแต่เริ่มต้น และโครงการดังกล่าวจะเป็น Rare Item ในย่านสุขุมวิท ทองหล่อ ที่ใครก็ไม่อยากพลาดเป็นเจ้าของ
เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ตั้งทีม International Business เร่งรุกตลาดต่างชาติวางเป้ายอดขายตลาดต่างชาติเติบโตต่อเนื่อง คาดสิ้นปีนี้โตขึ้น 30%

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ตั้งทีม International Business เร่งรุกตลาดต่างชาติวางเป้ายอดขายตลาดต่างชาติเติบโตต่อเนื่อง คาดสิ้นปีนี้โตขึ้น 30%

ณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เชี่ยวชาญโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์และพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Friendly) เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ได้จัดตั้งทีม International Business ขึ้น เพื่อทำการตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติโดยเฉพาะ     นำทีมโดย คุณ พิรุณินทร์ วรรณวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ และทีม International Business บริษัทฯ ได้บุกเจาะตลาดลูกค้าชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งในปี 2561 นี้ได้รุกขยายเจาะกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน ฮ่องกง และไต้หวันที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่มีกำลังซื้อ ตั้งเป้ายอดขายตลาดต่างชาติปีนี้ที่ 2,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% จากปี 2560 ทั้งนี้บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์เชิงรุกในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศด้วยการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับบริษัทพันธมิตรในประเทศและตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์นานาชาติ โดยเมื่อเร็วๆนี้ ได้จัด Meet & Greet เชิญตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์มาร่วมงาน เพื่อรับฟังข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และโอกาสทางการขายโครงการเมเจอร์ฯ ที่มีจุดเด่นอยู่บนทำเล CBD ใจกลางเมือง ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า หรือ รถไฟใต้ดิน และคุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด มีตัวแทนจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เข้ามาร่วมงานกันอย่างล้นหลาม
ชินวะ เรียลเอสเตส ติดอาวุธให้คอนโดปล่อยเช่าด้วย ทริเปิลเอส โปรแกรม  ประสานลูกค้าญี่ปุ่นช่วยเอเย่นต์ เอาใจนักลงทุน

ชินวะ เรียลเอสเตส ติดอาวุธให้คอนโดปล่อยเช่าด้วย ทริเปิลเอส โปรแกรม ประสานลูกค้าญี่ปุ่นช่วยเอเย่นต์ เอาใจนักลงทุน

ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) ผู้บริหารงานคอนโดมิเนียมจิตวิญญาณญี่ปุ่นแท้ๆ เดินหน้าอีก สเต็ปเตรียมพร้อมสร้างความพึงพอใจลูกค้า ติดอาวุธให้คอนโดปล่อยเช่าด้วย ทริเปิลเอส โปรแกรม (SSS) บริหารงานหลังงานขายเพื่อประสานผู้เช่าญี่ปุ่นตัดตอนช่วยเอเย่นต์และนักลงทุน เผยเป็นกลยุทธ์จากญี่ปุ่น-ประเทศแม่ที่มีประสบการณ์บริหารงานห้องชุด และเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ในมือกว่า 5,000 ห้อง เตรียมพร้อมรองรับโครงการรูเนะสุ ทองหล่อ 5 ที่จะแล้วเสร็จพร้อมโอนไตรมาส 3 ปีหน้า และโครงการต่อๆไป   มร.โทโมยาสุ ยามาเบะ กรรมการผู้จัดการ และ นายวิชัย จุฬาโอฬารกุล กรรมการบริหาร บริษัท ชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) จำกัด “ผู้บริหารงานคอนโดมิเนียมจิตวิญญาณญี่ปุ่นแท้ๆ” เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้จัดตั้งส่วนงานทริเปิลเอส (SSS หรือ Triple S) ซึ่งเป็นโปรแกรมฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ระบบบริหารงานหลังการขาย กลยุทธ์ที่เตรียมพร้อมที่จะเข้ามาช่วยประสานงานบริการกับผู้เช่า ทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายใหญ่ของผู้เช่าเป็นชาวญี่ปุ่น ในขณะเดียวกันก็เป็นการแบ่งเบาภาระการทำงานให้เอเย่นต์รวมนักลงทุนเจ้าของห้องชุด โดยเอเย่นต์ที่หาห้องพักให้ผู้เช่าชาวญี่ปุ่นในไทย ปัจจุบัน มีประมาณ 40 ราย ทั้งนี้เป็นบริการสำหรับโครงการของชินวะ กรุ๊ปเท่านั้น โดยโครงการแรก คือ โครงการ รูเนะสุ ทองหล่อ 5 กำหนดแล้วเสร็จพร้อมโอนให้ลูกค้าเข้าอยู่ประมาณไตรมาส 3 ปี 62     “ทริเปิลเอส เป็นกลยุทธ์จากชินวะญี่ปุ่น-ประเทศแม่ ซึ่งประสบความสำเร็จจากผลงานอ้างอิง โดยปัจจุบัน มีการบริหารงานห้องชุด และเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ในมือกว่า 5,000 ห้องที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นส่วนงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เช่า ในขณะที่ช่วยแบ่งเบาภาระของเอเย่นต์และนักลงทุน โดยตัดขั้นตอนการทำงานของเอเย่นต์ไปเลย เพราะปัจจุบันไม่ว่าลูกค้าผู้เช่าจะมีปัญหาอะไร เล็กใหญ่ขนาดไหนจะติดต่อไปที่เอเย่นต์ทุกครั้ง ทำให้เอเย่นต์ยังต้องมีภาระบริการผู้เช่าตลอดอายุสัญญาเช่า แต่ส่วนงานทริเปิลเอสของชินวะฯ ผู้เช่าสามารถติดต่อโดยตรงกับเราได้ตลอดเวลา เพราะมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่น และภาษาสากลได้ รวมถึงมีซัพพรายเออร์และช่างงานระบบต่างๆในมือ ทำให้สามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เช่าได้อย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะมีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือเรื่องใด เช่น น้ำ ไฟ อินเตอร์เน็ต แอร์ หรืออื่นๆ เพราะเรามีซัพพรายเออร์ทุกส่วนงานในมือ เป็นการให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมเต็มที่เพราะที่ผ่านมาชินวะฯได้มีการทดลองระบบ ด้วยการซื้อห้องชุดในไทยจำนวนหนึ่งเพื่อบริหารงานมาประมาณ 2 ปี ซึ่งจะเป็นการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าขั้นสุด ตามเจตนารมณ์ที่ชินวะฯยึดหลักเป็นบริษัทผู้บริหารงานคอนโดมิเนียมจิตวิญญาณญี่ปุ่นแท้ๆ” นายวิชัย กล่าว   ชินวะ กรุ๊ป บริษัทแม่ของชินวะ เรียลเอสเตท (ไทยแลนด์) สำนักงานใหญ่ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น มีรากฐานเติบโตมาจากงานคอนสตรัคชั่น มีประวัติศาสตร์การดำเนินงานมาถึง 128 ปีแล้ว กลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจในเครือแตกไลน์หลายแขนง ได้เริ่มเข้ามาจอยท์ เวนเจอร์กับกลุ่มทุนไทยตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันดำเนินงานคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ได้แก่ โครงการรูเนะสุ ทองหล่อ 5 คอนโดมิเนียมโลวไรส์ 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 156 ยูนิต มีการติดตั้งระบบรูเนะสุ 2 ชั้น มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท ขณะนี้มีความคืบหน้างานก่อสร้างประมาณ 30 % คาดว่าจะแล้วเสร็จราวไตรมาส 3 ปี 62, โครงการเร็น สุขุมวิท 39 (ซอยพร้อมมิตร) เป็นอาคารสูง 7 ชั้น 2 อาคาร จำนวนรวม 298 ยูนิต มูลค่าโครงการประมาณ 2,600 ล้านบาท ติดตั้งระบบ รูเนะสุทุกยูนิต ทั้งนี้ระบบรุเนะสุ เป็นการกลับคานเป็นพื้น-กลับพื้นเป็นคาน เพื่อใช้พื้นที่ความต่างด้านล่างที่มีความสูง 60 เซนติเมตร เพื่อใช้ประโยชน์ในการเก็บของ ปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่น การบริหารจัดการ Death Space และสามารถทำให้ผู้อยู่อาศัยมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นถึง 25-40 %
ศุภาลัย ปั้นแบรนด์ “ริเวอร์ วิลล์” คฤหาสน์หรู ริมแม่น้ำ เพียงหนึ่งเดียว ใจกลางเมืองระยอง

ศุภาลัย ปั้นแบรนด์ “ริเวอร์ วิลล์” คฤหาสน์หรู ริมแม่น้ำ เพียงหนึ่งเดียว ใจกลางเมืองระยอง

“ศุภาลัย ริเวอร์ วิลล์ ระยอง” คฤหาสน์หรู ริมแม่น้ำ เพียงหนึ่งเดียว ใจกลางเมือง มาพร้อมนวัตกรรม Home Automation & Security ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุค 4.0 เปิดจองวันที่ 27-28 ตุลาคม 2561 นี้ ณ สำนักงานขาย ราคาเริ่มเพียง 6.69 ล้านบาท พร้อมพบสิทธิพิเศษมากมาย   นายบุญชัย ชัยอนันต์บวร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานโครงการภูมิภาค 2 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการที่บริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนพัฒนาโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมในจังหวัดระยองอย่างต่อเนื่อง รวม 4 โครงการ ได้แก่ ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท ศุภาลัย พาร์ควิลล์ ศุภาลัย การ์เด้นวิลล์ และ  ศุภาลัย เบลล่า ที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเป็นที่น่าพอใจ สามารถสร้างความเชื่อมั่นใน แบรนด์ ศุภาลัย และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งจากความสำเร็จในการพัฒนาอสังหาฯ ในพื้นที่ จังหวัดระยองที่ผ่านมา ประกอบกับการผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของภาครัฐ ทำให้สามารถดึงดูดนักลงทุน อัตราการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมและภาคอสังหาริมทรัพย์ ก็เติบโตตามไปด้วย ล่าสุด บริษัทฯ เตรียมปั้นแบรนด์ใหม่แนวราบ “ริเวอร์ วิลล์” คฤหาสน์หรู ริมแม่น้ำ ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐาน สร้างเอกลักษณ์ สะท้อนรสนิยม ให้ทุกองค์ประกอบเป็นมากกว่า ความภาคภูมิใจ เพื่อส่งต่อ เพื่อความสุข เพื่อความทรงจำ พร้อมปักหมุดโครงการที่ 5 ทำเลใจกลางเมืองระยอง ภายใต้ชื่อ “ศุภาลัย ริเวอร์ วิลล์ ระยอง” มูลค่าโครงการ 720 ล้านบาท บนพื้นที่โครงการกว่า 24 ไร่ มอบความเป็นส่วนตัว ด้วยจำนวนเพียง 74 แปลง “ศุภาลัย ริเวอร์ วิลล์ ระยอง” ชูแนวคิด “The Happiness of Riverside Living ความสุขในการใช้ชีวิตริมแม่น้ำ” ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ริมแม่น้ำระยอง ใจกลางเมือง เชื่อมต่อทุกการใช้ชีวิต ให้ทุกก้าวง่ายขึ้น ใกล้ขึ้น รวดเร็วกว่าใคร แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่ง Shopping ต่างๆ โรงเรียน โรงพยาบาล อาทิ  เซ็นทรัล พลาซ่า ระยอง Passion Shopping Lotus โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง รพ.กรุงเทพระยอง พบกับคฤหาสน์หรูขนาดใหญ่ จำนวน 5 แบบ 2 ชั้น 4 ห้องนอน 3-5 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน พื้นที่ใช้สอยเริ่ม 197-309 ตร.ม. ในราคาเริ่มเพียง 6.69-22.9 ล้านบาท พร้อมฟังก์ชั่นพิเศษตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตด้วย Luxury Privacy club house พื้นที่ส่วนกลางสุด Exclusive กับสระว่ายน้ำระบบเกลือ สวนสาธารณะ พร้อม Fitness รองรับคนรักสุขภาพถึง 2 ชั้น และให้คุณอิสระในการพักผ่อนได้ในเวลาเดียวกัน เชื่อมโยงเทคโนโลยีการอยู่อาศัยยุค 4.0 กับบ้านอัจฉริยะ ให้ทุกวินาทีของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย Home Automation & Security ระบบอัจฉริยะที่ช่วยอำนวยความสะดวกกับระบบสั่งงาน ภายในบ้านทุกหลัง ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน อาทิ ระบบสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และระบบควบคุมการเปิดปิดประตูรั้วบ้าน อุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบการ แจ้งเตือนด้วยกล้องอัจฉริยะ พร้อม sensor ตรวจจับที่หน้าต่างประตูบ้านเมื่อมีการบุกรุก และรายงานผล Real time ปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยมาตรฐานการเข้า-ออก ระบบ Bluetooth พร้อมทั้งติดตั้งกล้อง CCTV และระบบสัญญาณกันขโมย ภายในโครงการ   “ศุภาลัย ริเวอร์ วิลล์ ระยอง” พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของก่อนใคร บนทำเลที่ดีที่สุดหน้าโครงการริมแม่น้ำระยอง กำหนดเปิดจองในวันที่ 27-28 ตุลาคม 2561 นี้ ณ สำนักงานขาย สอบถามเพิ่มเติมโทร 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่  www.supalai.com
“พรีเมียร์กรุ๊ป” เปิดตัวโครงการลักชัวรี่ “บ้านนวัต รามคำแหง 118”  ชูแนวคิด “นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน”

“พรีเมียร์กรุ๊ป” เปิดตัวโครงการลักชัวรี่ “บ้านนวัต รามคำแหง 118” ชูแนวคิด “นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน”

“พรีเมียร์กรุ๊ป” ส่งเจเนอเรชั่น 2 “ทิพย์ชยา พงศธร” คุมทัพพัฒนาอสังหาฯ ปั้นแบรนด์ลักชัวรี่ “บ้านนวัต” ชูแนวคิด “นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน” หวังตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่ดูแลสังคม-สิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดตัวโครงการหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “บ้านนวัต รามคำแหง 118” มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาท พร้อมพรีเซล 10 ต.ค.นี้   นางสาวทิพย์ชยา พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มธุรกิจโรงแรม กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ เปิดเผยว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ทางกลุ่มบริษัทพรีเมียร์มีประสบการณ์มานานหลายทศวรรษ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกวงการหมู่บ้านจัดสรรยุคแรกๆ ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เช่น โครงการหมู่บ้านเสรี หัวหมาก อ่อนนุช ศรีนครินทร์ รวมถึงโครงการ 99 เรสซิเดนซ์ พระราม 9 โดยมีบริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด รับผิดชอบพัฒนาโครงการ     สำหรับแบรนด์ “บ้านนวัต” พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน (Innovation for Sustainable Living) มุ่งเน้นการออกแบบที่อยู่อาศัยที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า เพื่อดูแลระบบนิเวศให้สมดุล ที่สำคัญที่สุดคือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็น   “เราไม่ได้เปิดตัวโครงการปีละหลายโครงการ เพราะเราต้องการทุ่มเทให้กับรายละเอียดในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน เพื่อส่งมอบความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภค เราจึงมั่นใจว่าด้วยปณิธานประกอบกับประสบการณ์นับทศวรรษในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และโรงแรมของเรา จะทำให้โครงการภายใต้แบรนด์บ้านนวัต สามารถดูแลทั้งคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน” นางสาวทิพย์ชยา กล่าว     ปัจจุบัน บริษัทได้พัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์บ้านนวัตแล้ว 2 โครงการ ภายใต้ชื่อ บ้านนวัต พระราม 9 ,บ้านนวัต เอกมัย-รามอินทรา และกำลังเปิดตัวโครงการใหม่อีก 1 โครงการ ภายใต้ชื่อ “บ้านนวัต รามคำแหง 118” (BAAN NAWAT RAMKHAMHAENG 118) มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท เป็นโครงการที่มอบทั้งความเป็นส่วนตัวและให้ความรู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยจำนวนยูนิตภายในโครงการเพียง 23 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 29 ล้านบาท   นางสาวทิพย์ชยา กล่าวอีกว่า การเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในครั้งนี้ ถือเป็นการขยายกลุ่มธุรกิจให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยนำคุณค่าหลักของกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ มาประยุกต์ใช้เพื่อการออกแบบที่พักอาศัย ที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตจริงในทุกขั้นตอน และเหมาะสมกับทุกช่วงอายุของผู้อยู่อาศัย และคาดว่าในอนาคตโครงการบ้านนวัตจะก้าวสู่การเป็นผู้นำในการสร้างนวัตกรรมการพักอาศัยอย่างยั่งยืน     ด้าน นายสาทิต สืบสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเมียร์ แอสเซ็ทส์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวคิด “นวัตกรรมการพักอาศัยอย่างยั่งยืน” เกิดขึ้นจากความต้องการบ้านที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะดวกสบาย ล้ำสมัย บำรุงรักษาง่าย เพื่อรองรับการอยู่ร่วมกันของคนทุกช่วงวัยภายในบ้าน บ้านทุกหลังผ่านกระบวนการคิดและออกแบบอย่างละเอียดให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ ตัวบ้านถูกจัดวางให้สอดคล้องกับทิศทางลมและแดด การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ลดความร้อน อีกทั้งยังนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยลดค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำประปา ไม่ว่าจะเป็นระบบแอร์อัจฉริยะ VRV การผลิตน้ำร้อนจากแอร์ การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ พร้อมระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติจากน้ำทิ้งที่บำบัดแล้ว     “นอกจากความโดดเด่นในเรื่องของนวัตกรรมแล้ว โครงการบ้านนวัต รามคำแหง 118 ยังมีความโดดเด่นในเรื่องทำเลอีกด้วย เนื่องจากทำเลรามคำแหงถือเป็นย่านส่วนต่อขยายของเมืองที่มีจุดตัดสำคัญถึง 3 จุด ไม่ว่าจะเป็นบริเวณสี่แยกคลองตันไปจนถึงแยกลำสาลี หรือเรียกว่ารามคำแหงตอนต้น ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งงานและการศึกษา ต่อเนื่องมาจนถึงพื้นที่รามคำแหงตอนกลาง คือช่วงรอยต่อพื้นที่แยกลำสาลีไปจนถึงจุดตัดกับถนนเลียบกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก ที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปยังสายหลักอื่นๆ เช่น ถนนลาดพร้าว ถนนกรุงเทพกรีฑา ทางด่วนพระราม 9 - ศรีนครินทร์ เป็นต้น และช่วงรามคำแหงตอนปลาย ซึ่งถือเป็นย่านที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการระดับลักชัวรี่ และในอนาคตเขตพื้นที่ดังกล่าวจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) เปิดให้บริการ ยิ่งช่วยเสริมศักยภาพพื้นที่มากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ผู้ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง” นายสาทิต กล่าว     ทั้งนี้ โครงการบ้านนวัต รามคำแหง 118 (BAAN NAWAT RAMKHAMHAENG 118) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 3 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ บนขนาดที่ดิน 72.8-166.4 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 363-576 ตารางเมตร มีบ้านทั้งหมด 3 Type ได้แก่ 1.Type A พื้นที่ใช้สอย 557 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 120.8-166.4 ตร.ว. 2.Type B พื้นที่ใช้สอย 576 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 97.5-119.8 ตร.ว. และ 3. Type C พื้นที่ใช้สอย 363 ตร.ม. ขนาดที่ดิน 72.8-110.9 ตร.ว. โดยจะเปิดขายพรีเซลในวันที่ 10 ตุลาคม 2561 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.premierassets.co.th หรือ โทร.02 301 2888
แอสเซท ไฟว์ เปิดบ้านตัวอย่าง โครงการ วนา เรสซิเดนซ์ บ้านเดี่ยวสุดลักซ์ชัวรี่ ตอกย้ำกลุ่มนิชมาร์เก็ตระดับบน โกยยอดขายรวมกว่า 500 ล้านบาท

แอสเซท ไฟว์ เปิดบ้านตัวอย่าง โครงการ วนา เรสซิเดนซ์ บ้านเดี่ยวสุดลักซ์ชัวรี่ ตอกย้ำกลุ่มนิชมาร์เก็ตระดับบน โกยยอดขายรวมกว่า 500 ล้านบาท

หลังจากเดินหน้า พัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์รูปแบบวิถีชีวิตสังคมเมืองที่ทันสมัย ล่าสุด บริษัท แอทเซท ไฟว์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด พร้อมพาเยี่ยมชมโครงการ วนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9-ศรีนครินทร์ บ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่ ภายใต้แนวคิด A New Definition of Luxury Urban Home เจาะกลุ่มผู้บริหารและเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ และมีไลฟ์สไตล์เฉพาะตัว ด้วยแบบบ้านเดี่ยว 3 ชั้นพร้อมลิฟท์ส่วนตัว สามารถอยู่ได้ทั้ง 3 เจนเนอเรชั่น บนพื้นที่โครงการ 20 ไร่ จำนวน 69 ยูนิต ด้วยทำเลศักยภาพระหว่างความเจริญเติบโตของโซนพระราม 9-ศรีนครินทร์ ราคาเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาท หลังเปิดจองเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา สามารถสร้างยอดขาย รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอทเซท ไฟว์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการ วนา เรสซิเดนซ์ ว่า ด้วยศักยภาพและทำเลถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ พระราม 9-ศรีนครินทร์ ที่มีการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้โครงการ วนาฯ ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ทั้งเรื่องของทำเลที่ตั้งที่ติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ที่กว้าง 6-8 เลน สามารถเดินทางเข้าเมืองได้หลากหลายเส้นทาง และยังรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน เช่น โรงพยาบาลสมิติเวช โรงเรียนนานาชาติ สนามกอล์ฟ ห้างสรรพสินค้า และคอมมูนิตี้มอลล์  ในส่วนของการออกแบบลักษณะตัวบ้าน โครงการให้ความสำคัญกับแสงธรรมชาติจึงมีให้เลือกทั้งแบบหน้ากว้าง และแบบ L Shape ซึ่งการจัดวางตัวบ้านแต่ละหลังจะเป็นส่วนตัวที่จะมองไม่เห็นกันและกัน ภายในเน้นความโปร่งเพดานสูง 3.1 เมตร, ชุดครัว ที่พร้อม island สามารถใช้งานภายในครอบครัวได้อย่างสะดวก  และที่สำคัญ การจัดวางตำแหน่งของบ้านทุกหลังได้มาตรฐานตามหลักฮวงจุ้ย จึงอาจกล่าวได้ว่า โครงการ วนา เรสซิเดนซ์ ถือว่าเป็นโครงการแรกๆ ในโซนพระราม 9-ศรีนครินทร์ ที่เป็นโครงการบ้านเดี่ยวแบบโมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ที่ตอบโจทย์กลุ่มนิชมาร์เก็ตระดับบนได้อย่างลงตัว วัดได้จากการเปิดจองรอบ Pre-Sales ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ภายในเดือนเดียว ก็สามารถสร้างยอดขาย รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ด้วยพื้นที่โครงการประมาณ 20 ไร่ จำนวน 69 หลัง  อันประกอบด้วยบ้านเดี่ยว 3 แบบ แบ่งเป็น Type A, Type B  และ Type C โดยมีขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 400 - 492 ตารางเมตร รวมมูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท กับการวางบ้านด้วยรูปแบบคลัสเตอร์ โดยแต่ละคลัสเตอร์มีเพียง 4 หลัง พร้อมที่จอดรถเริ่มต้น 4 คัน สามารถรองรับรถยนต์ซูเปอร์คาร์และรถครอบครัวขนาดใหญ่ นอกจากนี้ทางโครงการยังมอบความหรูหรา ทันสมัยให้กับบ้าน ด้วยการคัดสรรวัสดุภายในบ้านเป็นอย่างดี พร้อมจัดเตรียมลิฟท์ส่วนตัวไว้ภายในบ้าน โดยแบ่งฟังก์ชั่นไว้อย่างลงตัว และเพิ่มความร่มรื่น ด้วยการปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 300 ต้นบนพื้นที่โครงการ มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน กับพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำที่มีระบบน้ำเกลือยาว 25 เมตร, สนามเด็กเล่นพร้อมบ้านต้นไม้, ฟิตเนส, ห้องอเนกประสงค์ และพื้นที่สีเขียวมีต้นไม้ใหญ่รอบโครงการ เน้นการได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง นายศุภโชค กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ทั้งแนวสูงและแนวราบ บนทำเลที่มีศักยภาพใจกลางเมือง ใกล้ที่ทำงาน และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และยังมีแลนด์แบงค์ ติดถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ เตรียมไว้สำหรับโครงการในอนาคตอีกด้วย ทางด้าน นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท  ซีบีอาร์อี ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนขายโครงการ กล่าวถึงภาพรวม และการเติบโตบนพื้นที่ทำเลกรุงเทพฯ โซนฝั่งตะวันออกว่า ภายในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ ได้มีการเปิดขายโครงการบ้านเดี่ยวในจำนวนที่ใกล้เคียงกันคือ ปีละประมาณ 10,000 กว่ายูนิต และจำนวนค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี ซึ่งภายในครึ่งปีแรกของ ปี 2561 นี้นั้น ได้มีการเปิดขายโครงการแล้วกว่า 7,000 ยูนิต ซึ่งเป็นจำนวนที่เทียบเท่ากับช่วงไตรมาส 3 ของปีก่อนๆ ที่ได้มีการเปิดตัวการขาย ตัวเลขดังกล่าวนี้เป็นตัวบ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่า supply ของแนวราบกลับมามีบทบาทในตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะมากขึ้นในปีถัดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทำเลกรุงเทพฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากแผนการขยายการคมนาคมที่จะมีขึ้นในอนาคต เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) และสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) เป็นต้น ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ผู้พัฒนาโครงการต่างๆ หันมาพัฒนาโครงการเพื่อรองรับการขยายตัวของผู้อยู่อาศัยในแถบนี้มากขึ้น ซึ่งจากจำนวนการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินสำหรับบ้านเดี่ยวในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ต้นปีจนถึงไตรมาส 2 ของปี  2561 นั้น พบว่าทั้งหมดมีจำนวนการออกใบอนุญาตถึง 433 ราย โดยการออกใบอนุญาตดังกล่าวในโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออกมีมากถึง 271 ราย ซึ่งคิดเป็น 63 % ของทั้งหมด สำหรับ วนา เรสซิเดนซ์ ซึ่งนับว่าเป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักซ์ชัวรี่อันดับต้นๆ บนถนนศรีนครินทร์ - ร่มเกล้า ซึ่งได้เปิดขายเพียง 1 เดือนเศษ แต่สามารถทำยอดขายไปถึง 30 % หรือกว่า 500 ล้านบาท นับว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างมากและเชื่อว่าจะยังสามารถทำยอดขายได้อย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ โครงการ วนา เรสซิเดนซ์ พระราม 9 – ศรีนครินทร์ จะจัดงาน Grand Opening ในวันที่ 13-14ตุลาคมนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร 083-954-9499 ที่ตั้งโครงการ https://goo.gl/maps/REtnzi692Hp
สิงห์ เอสเตท ต้อนรับ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ผู้เช่า ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ รายล่าสุด

สิงห์ เอสเตท ต้อนรับ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ผู้เช่า ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์ รายล่าสุด

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ ขณะนี้ได้มีการเปิดให้บริการแล้วตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม โดยล่าสุดทางบริษัทฯ ได้ร่วมลงนามเซ็นสัญญากับทางบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน  ที่ได้ตกลงเช่าพื้นที่รวมกว่า 20,797.44 ตารางเมตร  ในอาคาร ดิ ออฟฟิศ แอท สิงห์ คอมเพล็กซ์  ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานให้เช่าเกรดเอแห่งใหม่ล่าสุดใจกลางย่านอโศก มีความทันสมัยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับชีวิตการทำงาน พร้อมได้นำเทคโนโลยีสมาร์ทเข้ามาตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว เช่น การจองห้องประชุมส่วนกลาง การจองหรือการสั่งอาหารจากร้านค้าภายในศูนย์ การตรวจสอบพื้นที่ว่างจอดรถภายในอาคาร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ค้าปลีกสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจระหว่างวันซึ่งรวบรวมร้านค้า ร้านอาหารชื่อดังระดับโลก รวมถึงพื้นที่สวนสาธารณะบริเวณดาดฟ้าของอาคารพื้นที่ค้าปลีกที่สามารถให้ทุกคนสร้างคอมมูนิตี้แห่งความสุขร่วมกัน”   โดย “สิงห์ คอมเพล็กซ์” เป็นโครงการลักชัวรีมิกซ์ยูสคอมเพล็กซ์ แฟล็กชิปตัวแรกของทาง บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อความรู้สึกใหม่ของการใช้ชีวิตที่ครบถ้วนทั้ง Live, Play, Work, Shop   ประกอบด้วย อาคารสำนักงานเกรดเอ พื้นที่ค้าปลีก และคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี พัฒนาขึ้นบนพื้นที่ดิน 11 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนอโศก-เพชรบุรี โดยส่วนพื้นที่อาคารสำนักงานมีความสูง 42 ชั้น และส่วนพื้นที่ค้าปลีกเป็นอาคารสูง 4 ชั้น   รายชื่อบุคคลในภาพเรียงจากซ้ายไปขวา คุณพนิดา แซ่ลิ้ม หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด คุณอีริค บุย หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด คุณนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) คุณนิธิพัฒน์ ทองพันธุ์ กรรมการบริหาร หัวหน้าแผนกพื้นที่สำนักงาน ซีบีอาร์อี ประเทศไทย
อนันดาฯ ตรวจคุณภาพงานก่อสร้าง โครงการ แอชตัน สีลม

อนันดาฯ ตรวจคุณภาพงานก่อสร้าง โครงการ แอชตัน สีลม

คุณวิโรจน์ กัปปิยจรรยา (ที่ 4 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการพัฒนาประสิทธิภาพ และ คุณสุเมธ รัตนศรีกูล (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้จัดการธุรกิจคอนโดมิเนียม แอชตัน / ไอดีโอ คิว และ เอลลิโอ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณรังสรรค์ เกียรติยศ กรรมการผู้จัดการ (ที่ 3 จากซ้าย) บริษัท เอบิวด์ แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้าง , คุณพงษ์พันธ์ ธีระจรุงเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิศวภัทร์ จำกัดคุณสมปอง วงศ์ไตรโพธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิศวภัทร์ จำกัด ผู้รับเหมางานก่อสร้างและงานด้านสถาปัตยกรรม เข้าตรวจความคืบหน้าการก่อสร้าง โครงการคอนโดมิเนียม แอชตัน สีลม เป็นโครงการคอนโดมิเนียม High Rise สูง 48 ชั้น โดดเด่นด้วยทำเลศักยภาพเชื่อมต่อใจกลางเมืองบนถนนสีลม เพียง 350 เมตร จากสถานีรถไฟฟ้า BTS สถานีช่องนนทรี ซึ่งภายในโครงการครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณูปโภคมากมาย อาทิ Swimming Pool, Kid's Pool, Onsen, Jacuzzi, Fitness, Private Fitness, Massage Room, Library และ Business Lounge พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในขณะนี้การก่อสร้างโครงการมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ และจะแล้วเสร็จ พฤศจิกายนนี้
ไซมิส แอสเสท ปั้นแบรนด์ใหม่ระดับลักชัวรี่ “เดอะ คอลเลคชั่น-THE COLLECTION” แฟลกชิพโปรเจกต์ มูลค่า 4,800 ล้านบาท สะท้อนแนวคิด

ไซมิส แอสเสท ปั้นแบรนด์ใหม่ระดับลักชัวรี่ “เดอะ คอลเลคชั่น-THE COLLECTION” แฟลกชิพโปรเจกต์ มูลค่า 4,800 ล้านบาท สะท้อนแนวคิด "Live without Compromise" เพื่อมอบสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุด

บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรมแห่งการอยู่อาศัย เปิดพอร์ตท็อปเซกเมนต์ส่งแบรนด์ใหม่เพื่อเติมเต็มตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่ ล่าสุดพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม “เดอะ คอลเลคชั่น - THE COLLECTION” แฟลกชิพโปรเจกต์มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Live without Compromise : ที่สุดของความประณีต ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุด” โชว์ความโดดเด่นด้วยที่สุดแห่งทำเลย่าน “สุขุมวิท-อโศก” และพื้นที่สีเขียวสวนเบญจกิติ เปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับคอนโดมิเนียมหรู มุ่งเจาะกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง ทั้งกลุ่มแฟมิลี่รุ่นใหม่ นักธุรกิจ นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ   นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ ดำเนินการสร้างสรรค์โครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ “ไซมิส - SIAMESE” ด้วยความใส่ใจและความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับประสบการณ์การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ตามสโลแกน “Asset of life…สร้างกำไรให้ทุกการใช้ชีวิต” โดยแบ่งเป็นกลุ่มบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียมและสำนักงานซึ่งในกลุ่มคอนโดมิเนียมบริษัทฯ ได้นำเสนอรูปแบบโครงการที่มีความหลากหลาย อาทิ คอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ แบรนด์ “ไซมิส เอ็กซ์คลูซีฟ-SIAMESE Exclusive” คอนโดมิเนียมระดับ Middle High แบรนด์ “ไซมิส – SIAMESE” และคอนโดมิเนียมระดับเออร์เบินแมส แบรนด์ “บลอสซั่ม - Blossom” และล่าสุดได้ดำเนินการสร้างสรรค์โครงการคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี่ ซึ่งนับเป็นท๊อปเซกเมนต์ของบริษัทฯ ภายใต้แบรนด์ “เดอะ คอลเลคชั่น-THE COLLECTION” แฟลกชิพโปรเจกต์มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท นำเสนอประสบการณ์ครั้งใหม่กับคอนโดมิเนียมที่สุดของทำเลใจกลางสุขุมวิท-อโศก พร้อมการออกแบบตึกที่ทันสมัยรวมถึงวัสดุตกแต่งภายในระดับ World-class ที่โครงการนำเข้ามาจากอิตาลี และเยอรมันเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างมีระดับ” โครงการ “เดอะ คอลเลคชั่น-THE COLLECTION” มีพื้นที่ขนาด 2 ไร่ 57.8 ตารางวา หรือประมาณ 3,431 ตารางเมตร มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ทำเลศักยภาพ บริเวณสุขุมวิท ซอย 16 ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังถนนสายหลักได้หลายเส้นทางทั้งสุขุมวิท อโศก และพระราม 4 โดยใช้เวลาเดินทางจากรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอโศกเพียง 2 นาที ดำเนินการออกแบบภายใต้แนวคิด “Live without Compromise : ที่สุดของความประณีต ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุด” โดยควบคุมทุกขั้นตอนการก่อสร้างอย่างประณีตภายใต้มาตรฐานคอนโดมิเนียมระดับสากล แบ่งเป็น 2 อาคาร โดยอาคารหลัก สูง 41 ชั้น ห้องพักอาศัย 443 ยูนิต โดยแบ่งลักษณะห้องชุดเป็นทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ 1-Bedroom (1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ) มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 80 – 34.20 ตารางเมตร จำนวน 334 ยูนิต 2-Bedroom (2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ) มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 80 – 69.50 ตารางเมตร จำนวน 107 ยูนิต Penthouse (3 ห้องนอน) มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 20 และ 135.35 ตารางเมตร จำนวน 2 ยูนิต   นายขจรศิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า “บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทั้งด้านการออกแบบและดีไซน์ อย่าง บริษัท ครีเอทีฟครูส์ จำกัด (Creative Crews Ltd.) ที่ปรึกษาด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมของโครงการที่ดึงจุดเด่นสำคัญของโครงการมาร่วมถ่ายทอดเป็นโครงสร้างของโครงการได้อย่างโดดเด่น และ บริษัท ออง แอนด์ ออง ดีไซน์ จำกัด (ONG & ONG Design Co., Ltd) รับผิดชอบด้านการออกแบบภายในผ่านการสะท้อนอัตลักษณ์ของโครงการอย่างมีชั้นเชิง ทั้งความพิถีพิถันในการออกแบบทุกรายละเอียด การเลือกใช้วัสดุนำเข้าระดับโลก อาทิ ชุดครัว แบรนด์ “ชไนเดโร-Snaidero” จากประเทศอิตาลี โดยดีไซเนอร์ผู้ออกแบบรถยนต์ Ferrari ที่ใช้กรรมวิธีปิดผิวหน้าเฟอร์นิเจอร์เช่นเดียวกับการเคลือบสีรถ Ferrari ทำให้พื้นผิวมีสัมผัสที่หรูหราเงางามและช่วยป้องกันรอยนิ้วมือ หรือ อุปกรณ์ชุดครัว แบรนด์ “คุปเปอร์สบุช-Kuppersbusch” และชุดห้องน้ำที่ตกแต่งอย่างประณีต โดยการเลือกใช้สุขภัณฑ์ระดับมาสเตอร์พีซ ผลงานนักออกแบบระดับโลกแบรนด์ “ฮันสโกรเฮอ-Hansgrohe” ซึ่งทุกชิ้นทำมาจากทองเหลือง และทางโครงการ THE COLLECTION ก็ยังสั่งทำสีพิเศษใหม่ ที่สวยเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังได้นำกระเบื้องหินอ่อน คุณภาพอันดับ 1 ของโลกจากประเทศอิตาลี แบรนด์ “อารีออสเทียร์-Ariostea” จากบริษัทไอริส เซรามิก้า กรุ๊ป (Iris Ceramica Group) ที่การันตีคุณภาพระดับโลก มาใช้ในส่วนของครัวและพื้นห้องน้ำของโครงการ เป็นต้น” สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกได้สร้างสรรค์อย่างครบครัน อาทิ ฟิตเนส (Fitness) โคเวิร์คกิ้งสเปซ (Co-Working Space) มินิเธียเตอร์ (Mini Theatres) ไพรเวท มีทติ้ง รูม (Private Meeting room) สกาย จ๊อกกิ้ง (Sky Jogging) สกาย การ์เด้น (Sky Garden) เป็นต้น รวมทั้งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบาย โครงการฯ ตั้งแต่ระบบความรักษาความปลอดภัยภายในลิฟต์ด้วยระบบ CCTV Monitoring & Control ที่เชื่อมต่อกับห้องควบคุมตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้อาศัย รวมถึงที่จอดรถที่มีทั้งแบบมาตรฐาน และที่จอดรถระบบ “Automatic Parking” หรือที่จอดรถอัจฉริยะ และ Home Intelligence System ที่บริษัทฯ พัฒนาขึ้นเพื่อความสะดวกสบายของลูกบ้านในโครงการ ควบคุมทุกอย่างเพียงปลายนิ้วสัมผัส   ด้านกลยุทธ์การตลาดและสื่อสารประชาสัมพันธ์ บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างความน่าเชื่อถือของโครงการผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ อาทิ แคมเปญผ่าน โซเชียลมีเดีย (Social Media) ทั้ง เฟสบุ๊ค (Facebook) บทความออนไลน์ (Content online) และอื่นๆ เจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มนักคิดนักธุรกิจคนรุ่นใหม่ “The Thinker” กลุ่มผู้นำเทรนด์ “The Trendsetter” กลุ่มนักเดินทางและนักลงทุน “The Traveler” และกลุ่มนักสะสมและครอบครัวขนาดเล็ก - กลาง “The Collector” ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปี พ.ศ. 2562 และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. 2564 โดยราคาขายเริ่มต้นที่ 6.2 - 45 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งกลุ่มนักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย นายขจรศิษฐ์ กล่าวสรุป
EVER ปลื้มยอดจองบ้านเดี่ยวคึกคัก

EVER ปลื้มยอดจองบ้านเดี่ยวคึกคัก

เรียกว่าทุ่มเทสุดๆ สำหรับบอส "สวิจักร์  โลจายะ" บมจ.เอเวอร์แลนด์ (EVER) ช่วงนี้วิ่งรอกสุด ๆ  ทั้งเรียกประชุมทีมงานชนิดเกาะติดสถานการณ์ โดยเฉพาะยอดโอนโครงการแนวสูง ย่านสนามบินน้ำ "โพลิแทน บรีซ ” มูลค่า 1,900  ล้านบาท ปรากฏว่าผลออกมา ยอดโอนดี๊ดี ...ด้านโครงการแนวราบ ภายใต้แบรนด์ "มายโฮมอเวนิว "ย่านรามอินทรา-จตุโชติ ราคา 3 ล้านกว่าบาทคึกคักไม่แพ้กันเลย หลังจากเปิดขายตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา ตอนนี้ขอบอก…ยอดขายเกินครึ่ง จากทั้งหมด 61หลัง  แถม เตรียมให้ลูกค้าทยอยเข้าตรวจบ้านได้ตั้งแต่เดือนต.ค.ถึง พ.ย.นี้ .……ผลงานดีแบบนี้ขอปรบมือให้แบบรัวๆ เลยคร้า
‘เอพี ไทยแลนด์’ รุกตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ เปิดตัวคฤหาสน์หรู THE PALAZZO ศรีนครินทร์ รับตลาดอสังหาฯ โค้งสุดท้ายสดใส

‘เอพี ไทยแลนด์’ รุกตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ เปิดตัวคฤหาสน์หรู THE PALAZZO ศรีนครินทร์ รับตลาดอสังหาฯ โค้งสุดท้ายสดใส

เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมืองมั่นใจตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยโค้งสุดท้ายยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เผยแผนธุรกิจไตรมาส 4/2561 เปิดเกมรุกตลาดบ้านเดี่ยวซูเปอร์ลักชัวรี่ อีกหนึ่งกลยุทธ์สู่การเติบโตในระยะยาว ด้วยโครงการ ‘THE PALAZZO ศรีนครินทร์’ คฤหาสน์หรูบนที่ดินล้ำค่าผืนสุดท้ายที่ดีที่สุดบนถนนศรีนครินทร์ แตกต่างด้วยการผสานเสน่ห์งานศิลป์เข้ากับการออกแบบสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า เพียง 52 ยูนิต เริ่ม 29 ล้านบาท เตรียมเปิดตัว 18 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 31,230 ล้านบาท ด้านผลงาน 9 เดือนที่ผ่านมามียอดขายแล้วกว่า 30,700 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของเป้ายอดขายที่ปรับขึ้นใหม่เป็น 39,800 ล้านบาท   THE PALAZZO ศรีนครินทร์ มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Masterpiece for Generations’ สุนทรียะแห่ง การอยู่อาศัยเหนือระดับ ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งอยู่บนพื้นที่รวม 31 ไร่ แวดล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เป็นความสง่างามบนถนนศรีนครินทร์ ประหนึ่งของขวัญล้ำค่าที่พร้อมส่งมอบให้กับคนรุ่นถัดไป ด้วยความ-พิเศษเพียง 52 ยูนิตเท่านั้น พร้อมเปิดให้เข้าชมโครงการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้น 29 - 60 ล้านบาท นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “ตลาดอสังหาฯ ไตรมาสสุดท้ายมีแนวโน้มการเติบโตดี กำลังซื้อในธุรกิจอสังหาฯ ยังมีอยู่ สถานการณ์โดยรวมของตลาดมีสัญญาณการตอบรับที่ดีโดยเฉพาะเซกเมนต์สินค้าระดับกลางบนที่โฟกัสทำเลใจกลางเมือง ยังคงได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าครอบครัวคนเมือง สะท้อนได้จากยอดขาย 9 เดือนที่ผ่านมาของเอพี มียอดขายแล้วกว่า 30,700 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ คอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา (Existing Projects) รวมถึงโครงการแนวราบซึ่งมีสัดส่วนการเติบโตทางยอดขายที่ดีขึ้นเช่นกัน” “ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทฯ ยังคงสานต่อกลยุทธ์การดำเนินงานสู่ความสำเร็จที่วางไว้ ด้วยการรุกตลาดซูเปอร์ลักชัวรี่ ในกลุ่มสินค้า THE PALAZZO ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าระดับบน ที่มองหาที่อยู่อาศัยพรีเมี่ยมในทำเลศักยภาพ ด้วยการออกแบบภาพลักษณ์โครงการใหม่ที่สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้าในปัจจุบัน โดยพร้อมเปิดตัวคฤหาสน์หรูโมเดลใหม่เป็นโครงการแรก ที่ ‘THE PALAZZO ศรีนครินทร์’ โครงการแฟล็กชิพระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย ภายใต้คอนเซปต์ Masterpiece for Generations ที่พร้อมส่งมอบเป็นมรดกล้ำค่าแก่สมาชิกในครอบครัวทุกเจนเนอเรชั่น” นายวิทการกล่าว “ทั้งนี้ จุดต่างของแบรนด์ THE PALAZZO คือการผสานความงดงามของศิลปะสไตล์ American Neo Classic เข้ากับการพัฒนาโครงการ จนเกิดเป็นงานสถาปัตยกรรมที่สวยงามข้ามกาลเวลา ภายใต้แนวคิด ‘แอนทีเบลลัม (Antebellum Architectural)’ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะทาง ด้วยงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ทั้งรูปร่างอาคารที่สมมาตร (Symmetrical Shape) สามเหลี่ยมจั่วด้านหน้าอาคาร (Triangular Pediment) เสาที่สูงขึ้นไปจนเต็มความสูงอาคาร (Tall Column) แนวระเบียงรอบตัวอาคาร (Balcony) และจุดเด่นที่สำคัญที่งานสถาปัตยกรรมส่งผลไปสู่การออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในคือ การมีบานหน้าต่างที่อยู่รายล้อมบ้าน ส่งผลให้ทุกห้องภายใน THE PALAZZO เชื่อมต่อกับพื้นที่ภายนอกผ่านบานหน้าต่างหรือช่องแสงได้ทุกพื้นที่บ้าน” นายวิทการกล่าวเสริม   นอกจากนั้นแล้ว โครงการยังได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Landscape within Landscape ซึ่งหมายถึงนอกจากความตั้งใจในการจัดวางงานภูมิสถาปัตยกรรมภายในให้ร่มรื่น เป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตเพียง 52 ยูนิตแล้ว ที่ตั้งของโครงการยังถือเป็นที่ดินผืนเดียวและผืนสุดท้ายที่แวดล้อมด้วยปอดขนาดใหญ่ กับพื้นที่สีเขียวจากสวนหลวง ร.9 โครงการแก้มลิงตามพระราชดำริฯ บึงหนองบอน สวนวนธรรม และสนามกอล์ฟศรีนครินทร์ THE PALAZZO ศรีนครินทร์ ได้รับการออกแบบให้เป็นมาสเตอร์พีซจากรุ่นสู่รุ่น เพียงแห่งเดียวบนถนนศรีนครินทร์ (Land of Longevity) มอบความสงบและเป็นส่วนตัว ปลีกตัวจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่แก่ 52 ครอบครัวเท่านั้น สะดวกสบายด้วยทำเลที่เข้าถึงได้ทุกการเดินทาง เชื่อมต่อกับตัวเมืองทั้งถนนสุขุมวิท ถนนพัฒนาการ และถนนบางนา-ตราด อีกทั้งยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะสร้างเสร็จในปี 2564 โดยยังรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งแหล่งช้อปปิ้ง สถานศึกษา สถานพยาบาล และเดินทางสะดวกสู่สนามบินสุวรรณภูมิ   คฤหาสน์หรู THE PALAZZO ศรีนครินทร์ เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับ 52 ครอบครัวเท่านั้น ทุกพื้นที่ใช้สอยภายในโครงการล้วนได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวสูงสุด (Ultimate Retreat) ด้วยแบบบ้าน 3 Type ที่สอดรับกับจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่แตกต่างกัน 1) ANTONIO คฤหาสน์ 2 ชั้น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 391 ตารางเมตร พื้นที่ 102 ตารางวา  2) MONTICELLO คฤหาสน์ 2 ชั้น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 528 ตารางเมตร พื้นที่ 125 ตารางวา 3) LORENZO คฤหาสน์ 2 ชั้น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 547 ตารางเมตร พื้นที่ 160 ตารางวา  พร้อม Clubhouse สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส และ Social Club ขนาดใหญ่ รองรับกิจกรรมสำหรับครอบครัวตลอด 365 วัน เอกสิทธิ์ของการใช้ชีวิตเหนือระดับ เริ่มต้น 29 – 60 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ 9 เดือนแรก บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายมูลค่า 30,700 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของเป้ายอดขายใหม่ ที่ปรับขึ้นใหม่เป็น 39,800 ล้านบาท ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 บริษัทฯ เตรียมเปิดตัวโครงการอีก 18 โครงการ มูลค่า 31,230 ล้านบาท โดยเป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการ มูลค่า 14,000 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 6 โครงการ มูลค่า 7,840 ล้านบาท และทาวน์โฮม 10 โครงการ มูลค่า 9,390 ล้านบาท พร้อมโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา (Existing Projects) อีกกว่า 90 โครงการ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้เกินเป้าหมายใหม่ที่ตั้งไว้   “โดยเอพียังคงมุ่งสานต่อเป้าหมายในการรักษาความเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่อง เราพร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ เน้นย้ำจุดแข็งทั้ง ‘การเป็นหนึ่งเดียวเรื่องทำเลที่ตั้ง’ ‘การพัฒนานวัตกรรมดีไซน์และแบบบ้านโมเดลใหม่ๆ’ ความโดดเด่นด้านแนวคิดของ ‘การดีไซน์พื้นที่’ ที่สร้างความแตกต่างให้กับการอยู่อาศัย พร้อมการออกแบบ ที่สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้าครอบครัวเมือง รวมถึงรูปลักษณ์และฟังก์ชั่นการใช้งานภายใน ซึ่งเอพีเชื่อมั่นว่าทั้งหมดนี้จะได้รับการตอบรับที่ดี และเราจะสามารถบรรลุยอดขายเป้าหมายใหม่ที่ตั้งไว้ โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้เอพียังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการที่จับกลุ่มเป้าหมายระดับกลางถึงระดับบน ด้วยแพคเกจราคาขายที่ครอบคลุมความสามารถในการซื้อของคนเมืองในปัจจุบัน ที่เริ่มตั้งแต่ 2 ล้านบาท จนถึงกลุ่มสินค้าระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ที่เริ่มต้นในราคา 29 ล้านบาทเป็นต้นไป” นายวิทการกล่าวสรุป   สรุปในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ สร้างยอดขายรวมได้แล้วถึง 30,700 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียม มูลค่า 15,080 ล้านบาท แนวราบมูลค่า 15,620 ล้านบาท มีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ามากถึง 55,240 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 10,035 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียมมูลค่า 45,205 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน) โดยจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566
จิม ทอมป์สัน เปิดตัว เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นใหม่ ออกแบบโดย Ed Tuttle

จิม ทอมป์สัน เปิดตัว เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นใหม่ ออกแบบโดย Ed Tuttle

จิม ทอมป์สัน ร่วมกับมิสเตอร์ เอ็ด ทัตเทิล สถาปนิกชื่อดังระดับโลกจากกรุงปารีส เปิดตัว “จิม ทอมป์สัน เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่น ออกแบบโดย Ed Tuttle” (Ed Tuttle Furniture Collection) อย่างเป็นทางการ   มิสเตอร์เอ็ด ทัตเทิล (Ed Tuttle) คือสถาปนิกที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายถึงการเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานระดับลักชัวรี่ให้กับโรงแรมและที่พักอาศัยสุดเอ็กซ์คลูซีฟทั่วโลก โดยผลงานชิ้นมาสเตอร์พีซที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ได้แก่ ผลงานการออกแบบให้กับโรงแรมพาร์คไฮแอท ปารีส – วองโดม (Park Hyatt Paris-Vendome) โรงแรม พาร์ค ไฮแอท มิลาน (Park Hyatt Milan) และโครงการต่างๆ ของเครืออมัน (Aman Resorts Hotel) ที่ไว้วางใจให้เขาเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบโรงแรมและรีสอร์ทสุดลักชัวรี่ที่ดำเนินกิจการอยู่ทั่วโลก โดยในหลายต่อหลายโครงการ เขาได้เจาะจงเลือกใช้ผ้าของจิม ทอมป์สัน ในการสร้างสรรค์ผลงานแสนสง่างามมากมาย แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและแน่นแฟ้นระหว่าง จิม ทอมป์สัน และ เอ็ด ทัตเทิล ที่มีมาอย่างยาวนาน และได้ถูกสานต่อจนเป็นแรงผลักดันในการสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์สุดพิเศษร่วมกันในครั้งนี้     สำหรับ จิม ทอมป์สัน เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่น ออกแบบโดย Ed Tuttle นี้นำเสนอเฟอร์นิเจอร์ไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่เก้าอี้แบบมีที่เท้าแขนดีไซน์โก้หรู (Armchair) ไปจนถึงโซฟารูปทรงโดดเด่นตามสไตล์ของศิลปะเชิงนามธรรม และโต๊ะโมเสคฝังประดับพลอยเนื้ออ่อน โดยทั้งหมดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพเงา (Silhouettes) ที่มีรูปทรงแปลกตาเกินคาดเดา ผสานกับความดูดีในแบบมินิมัลลิสต์ ที่ดูภูมิฐานและทันสมัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานสถาปัตยกรรมและออกแบบภายในของเอ็ด นอกจากนี้ยังมีผลงานไอคอนนิคพีซอย่าง เก้าอี้ผ้าใบ “พัฒศรี” (Patsri) ที่โดดเด่นด้วยโครงเก้าอี้เนื้อไม้สักแท้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากงานดีไซน์ต้นฉบับที่เขาเคยสร้างสรรค์ไว้ให้กับเรือมหาเภตรา เรือยอชท์ของครอบครัวเพื่อนรักอย่างคุณพัฒศรี บุนนาค อดีตนางแบบและสไตล์ไอคอนผู้มีชื่อเสียงของเมืองไทย   นอกจากเฟอร์นิเจอร์ที่กล่าวมาแล้ว สินค้าอื่นๆ ทุกชิ้นในคอลเลคชั่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นของประดับบ้านชิ้นเล็กอย่าง โต๊ะข้าง (Side Table) และโคมไฟ ก็ล้วนแต่เลือกใช้วัสดุชั้นเลิศและมีความโดดเด่นด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะข้างอย่าง “ออร์แกนิก แพร์ เทเบิ้ล” (Organic Pair Table) ที่เป็นโต๊ะหินแกรนิตแอฟริกันตกแต่งผิวด้วยโลหะทองแดงในลุคแอนทีคอย่างมีรสนิยม ในขณะที่โต๊ะ “เกอริดอน” (Geuridon) ได้นำไม้มะฮอกกานีของไทยมาทำเป็นส่วนขาโต๊ะผสานเข้ากับหน้าโต๊ะที่ทำจากกระจกนิรภัย (Tempered Glass) สีดำตกแต่งรายละเอียดด้วยสแตนเลสสตีล สำหรับโคมไฟแบบต่างๆ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากผ้าไหมไทยทอมือสุดประณีตในเฉดสีที่แตกต่างกัน โดยตั้งอยู่บนฐานไม้มะฮอกกานีตกแต่งขอบด้วยทองแดงอย่างบรรจง และเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนถึงการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นต่างๆ จาก จิม ทอมป์สัน   เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่น ออกแบบโดย Ed Tuttle มากยิ่งขึ้น เอ็ดยังได้ออกแบบและจัดแสดงสไตล์การใช้งานไว้ 4 รูปแบบ ณ โชว์รูมสินค้าตกแต่งบ้าน จิม ทอมป์สัน บนถนนสุรวงศ์ กรุงเทพมหานคร (Jim Thompson Home Furnishings Showroom) โดยนำเสนอทุกผลงานที่เขาได้ออกแบบให้กับ จิม ทอมป์สัน ครบทั้งคอลเลคชั่น โดยได้จัดวางอย่างลงตัวกับผ้าตกแต่งผนังและบานกรุสิ่งทอ ตลอดจนผลงานศิลปะร่วมสมัยจากภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ที่เขาเป็นผู้เลือกสรรมาด้วยตนเอง ซึ่งผลงานศิลปะเหล่านี้ล้วนเป็นของหายาก ทรงคุณค่า และเป็นของสะสมของครอบครัวของคุณเอริค บุนนาค บู๊ทซ์ รวมถึงมาจากแกลเลอรี่ส่วนตัวของบุคคลท่านอื่นๆ ในประเทศไทย ที่ได้อนุญาตให้ จิม ทอมป์สัน ยืมใช้จัดแสดงในครั้งนี้ อาทิ ‘Offering Vessel’ โดย คุณพินรี สัณฑ์พิทักษ์ ‘Already There’ โดย คุณคามิน เลิศชัยประเสริฐ และ ‘Untitled’ โดยนักออกแบบระดับไอคอนของเมืองไทยอย่าง คุณนคร สัมพันธารักษ์ ซึ่งเอ็ด ได้บอกเล่าความรู้สึกที่ได้จัดแสดงครั้งนี้ว่า “งานศิลปะเหล่านี้ช่วยส่งเสริมและเติมเต็ม ทำให้ห้องดูมีชีวิตอย่างแท้จริง” นอกจากเฟอร์นิเจอร์แล้ว ในคอลเลคชั่นนี้ จิม ทอมป์สัน ยังได้เปิดตัวผ้าตกแต่งบ้านดีไซน์ใหม่ ภายใต้ชื่อ “ไรซ์ (Rice)” ซึ่งมีให้เลือกถึง 22 เฉดสี โดย คุณเอ็ด ทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดแนวคิด และ จิม ทอมป์สัน ได้บรรจงถักทอขึ้นเป็นผ้าไหมทอมือเนื้อผสม ซึ่งผ้าผืนนี้ได้ทำหน้าที่เพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับเฟอร์นิเจอร์ในคอลเลคชั่น จิม ทอมป์สัน เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่น ออกแบบโดย Ed Tuttle โดยเฉพาะ ด้วยผิวสัมผัสสวยงามสว่างสุกใสและลักษณะของผ้าที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยม รวมถึงเส้นใยธรรมชาติที่ใช้เป็นด้ายยืนและด้ายพุ่ง จนทำให้ “ไรซ์” เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ทำให้เกิดโครงสร้างอันซับซ้อนสวยงามเหนือคำบรรยาย ที่ปรากฏอยู่ในงานดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ   ความผูกพันกันระหว่าง เอ็ด ทัทเทิล และ แบรนด์สินค้าตกแต่งบ้าน จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson Home Furnishings) ก่อตัวขึ้นจากความชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน คือวัสดุธรรมชาติที่แสนหรูหรา จนทำให้วันนี้ ความรักความหลงใหลดังกล่าวได้นำมาซึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญครั้งใหม่ ที่เต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง   ผู้ที่สนใจสามารถเลือกชม “จิม ทอมป์สัน เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่น ออกแบบโดย Ed Tuttle (Ed Tuttle Furniture Collection)” ได้ที่โชว์รูมผ้าตกแต่งบ้าน จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson Home Furnishings Showroom) ชั้น 3 ร้านจิม ทอมป์สัน สาขาสุรวงศ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-632-8110 และอีเมล: showroom@jimthompson.com
เอสซีฯ เดินหน้าเปิดแนวราบ 5 โครงการใหม่ มูลค่า 5,000 ลบ. หลังกวาดยอดขายกว่า 1,000 ลบ. จากช่วงเปิดพรีเซลส์โครงการใหม่ที่ผ่านมา

เอสซีฯ เดินหน้าเปิดแนวราบ 5 โครงการใหม่ มูลค่า 5,000 ลบ. หลังกวาดยอดขายกว่า 1,000 ลบ. จากช่วงเปิดพรีเซลส์โครงการใหม่ที่ผ่านมา

นายมงกุฎ เตโชฬาร รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านพัฒนาทรัพย์สินแนวราบ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ไตรมาส 4/61 นี้ เตรียมเปิดแนวราบอีก 5 โครงการใหม่ มูลค่า 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 4 โครงการ และ โฮมออฟฟิศอีกแห่ง ได้แก่ โครงการบางกอก บูเลอวาร์ด บ้านหรูเริ่ม 8-20 ล้านบาท ใน 3 ทำเลศักยภาพ โดยแห่งแรกในบรรยากาศสวิสที่ศรีนครินทร์-บางนา พรีเซลส์วันที่ 20-21 ต.ค.นี้ และอีก 2 แห่ง ที่พระราม 9 กับ รามอินทรา-เสรีไทยโครงการเวนิว พระราม 9 เริ่ม 6 ล้านบาท บ้านเดี่ยวมากพื้นที่ใช้สอย จากแนวคิด Organic Living โครงการเวิร์ค เพลส เพชรเกษม 81-2 เริ่ม 6 ล้านบาท โฮมออฟฟิศติดถนนใหญ่ ทั้งนี้จากช่วงเปิดพรีเซลส์แนวราบที่ผ่านมา ได้รับยอดขายทะลุเป้ากว่า 1,000 ล้านบาท ดังนั้นเพื่อมอบของขวัญขอบคุณส่งท้ายปี จึงได้นำ 33 โครงการ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโด เริ่ม 2-60 ล้านบาท ร่วมจัด Campaign คั้นให้หมด!! ลดจนหยดสุดท้าย 27-28 ต.ค.นี้ ลดสูงสุด 3 ล้าน* สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานขาย และ โทร.1749  หรือ www.scasset.com ”  
“เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” คอนโดอัจฉริยะต้นแบบแห่งแรกของแสนสิริ  บนทำเลศักยภาพ พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ ฟรี! ทุกค่าใช้จ่ายวันโอนรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท ภายในตุลาคมนี้

“เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” คอนโดอัจฉริยะต้นแบบแห่งแรกของแสนสิริ บนทำเลศักยภาพ พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ ฟรี! ทุกค่าใช้จ่ายวันโอนรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท ภายในตุลาคมนี้

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายปิติ จารุกำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เผยโฉม “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา คอนโดมิเนียมอัจฉริยะต้นแบบ(Smart Building) แห่งแรกของแสนสิริ ภายใต้การร่วมทุนกับบีทีเอส กรุ๊ป ครบครันด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยและความปลอดภัยสูงสุด สร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าอยู่แล้ววันนี้ พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับผู้ที่โอนยูนิตภายในเดือนตุลาคมนี้ อาทิ ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน ค่าส่วนกลาง 12 เดือน ค่าติดตั้งและประกันมิเตอร์ไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท   เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา โครงการร่วมทุนระหว่างแสนสิริ และบีทีเอสกรุ๊ป เป็นคอนโดมิเนียมไฮไรส์สูง 38 ชั้น จำนวน 473 ยูนิต ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 27.50 – 50.25 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Balance is Everything, Location is Everything” ตอบสนองการใช้ชีวิตที่สมดุลย์ให้กับคนเมือง บนทำเลศักยภาพใกล้รถไฟใต้ดิน MRT สถานีพระราม 9 เพียง 300 เมตร ในย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตของผู้พักอาศัยให้สะดวกสบายในทุกมิติ และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ดิจิตัลในยุคปัจจุบัน อาทิ Double Security System ด้วยการนำเทคโนโลยี IOT of Building มาใช้ควบคุมบริหารงานระบบอาคารจากส่วนกลางเพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ลูกบ้าน Smart Guest Registration ระบบลงทะเบียนสำหรับแขกหรือบุคคลภายนอกที่เข้ามาภายในโครงการผ่าน QR Code ส่งตรงเข้ามือถือ Smart Delivery ให้ลูกบ้านสามารถรับพัสดุได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความร่วมมือจาก I-Box ตู้ไปรษณีย์อัจฉริยะโดยไปรษณีย์ไทย และ Box 24 ตู้รับฝากและรับส่งพัสดุเอกชน อาทิ Kerry, DHL บริการซักรีด และ ช็อปสินค้าออนไลน์จากTesco LotusและBig C Smart Move – บริการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BMW i3s และ Hyundai IONIQ Electric พร้อมสถานีอัดประจุไฟฟ้า EV Charger เป็นต้น
สวรรค์ชั้น 38 เผยวิวบนตึกสูง The Zea ศรีราชา เพนท์เฮ้าส์ Luxury Zen ที่เน้นทุกรายละเอียด มีทั้งหมด 6 ห้องเท่านั้น

สวรรค์ชั้น 38 เผยวิวบนตึกสูง The Zea ศรีราชา เพนท์เฮ้าส์ Luxury Zen ที่เน้นทุกรายละเอียด มีทั้งหมด 6 ห้องเท่านั้น

สถิติมีไว้ถูกทำลาย แต่จนถึงนาทีนี้ก็ไม่ยังไม่มีใครทำลายได้ กับคอนโดวิวสวยที่สุด สูงที่สุดในศรีราชา เชื่อว่าใครที่ผ่านไปมาบนเส้นสุขุมวิทฯ ก่อนเข้าตัวเมืองศรีราชา ช่วงที่ถนนมีความบางที่สุด ระหว่างซ้ายภูเขา ขวาทะเล มีคอนโดติดถนนสุขุมวิท ด้านหลังติดชายหาดเลย ตั้งตระหง่านอยู่เพียงแห่งเดียว แน่นอนว่าบนชั้นสูงสุดของที่นี่น่าจะพูดได้ว่าเป็น “เพนท์เฮ้าท์หรูบนตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในศรีราชา” อย่างแน่นอน หลังจากรอคอยมาเกือบสามปี หลังเปิดขายและส่งมอบเกือบเสร็จสิ้น ถึงเวลาส่อง “เพชรเม็ดงาม” เผยโฉมห้องที่สวยสุด วิวดีที่สุด  ในโครงการ The Zea ศรีราชา โดย  บริษัท เวลธ์ ดีเวลลอปเปอร์  จำกัด คุณวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ กรรมการผู้จัดการบริษัท นักธุรกิจที่ผันตัวมาจากการเล่นที่ดินและเห็นแปลงที่สวยที่สุด ไม่ขาย จับจองไว้และได้ขึ้นโครงการฯ เอง ซึ่งบริษัทฯ เดิมที่ทำอยู่เป็นบริษัทฯ ก่อสร้างอาคาร สำนักงาน รวมถึงคอนโดมิเนียมต่างๆ อยู่แล้ว นัยว่านี่คือการขยายไลน์ แน่นอนว่านอกจาทำเลที่โดดเด่นชนิดเล็งมานานแล้ว แผนผังในการออกแบบ, สเปควัสดุต่างๆ ที่ใช้  เจ้าของโครงการฯ การันตีว่าจัดให้คุ้มค่า คุ้มราคา โอกาสพิเศษนี้ เรามีโอกาสได้คุยกับทีมตกแต่งห้องจาก Abacus Design ให้รายละเอียดว่า   สิ่งที่เห็นครั้งแรกเมื่อมาถึงห้องเพนท์เฮาส์คือความโอ่โถง ความสูงของฝ้าและเมื่อมองออกไปเห็นวิวเห็นวิวได้ 360 องศาซึ่งหาที่ไหนไม่ได้แล้ว  เคยเห็นห้องเพนท์เฮาส์ที่อื่นบ้างเหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่การที่ได้ชื่อว่าเป็นเพนท์เฮาส์คือห้องอยู่ที่ชั้นสูงที่สุดของตึกแต่ห้องจะไม่ต่างจากชั้นอื่นๆเท่าไหร่นัก  แต่ที่ the zea ตั้งแต่โถง lift ก็สูงกว่าชั้นอื่นๆ ประตูทางเข้าห้องก็เป็นบานคู่ ภายในunit ครัวก็เป็นครัวดีไซน์ขึ้นพิเศษ มี island ทำอาหารไปดูวิวไป ห้องรับแขกเป็นแบบ double volume ทำให้มีความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านแต่มีวิวทะเลที่มองไปสุดลูกหูลูกตา การดึงจุดเด่นของเพนท์เฮ้าส์ที่นี่ มาใช้ในการตกแต่ง หลักการ คือ ที่โดดเด่น ต้องโดดเด่น เราเน้นความสูง โดยใช้เส้นสายแนวคั้งทำให้ดูโปร่ง วัสดุที่ใช้บนผนังตกแต่งเป็นหินธรรมชาติต่อลายแบบ book match ส่วนอีกฝั่งเป็น lazer cut ติดแผ่นทอง เพิ่มความหรูหราสมกับการเป็นเพนท์เฮาส ห้องต่างๆ เราสั่งทำเฟอร์นิเจอร์เป็นพิเศษ ให้เหมาะกับห้องนั้น สีสรรที่ใช้ก็แตกต่างกันสำหรับแต่ละห้องเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของห้องนั้นๆ เช่น มีบริเวณนั่งทำงานซึ่งนั่งอยู่ก็เห็นวิวทะเล, Nook เล็กๆ ให้นั่งนอนอ่านหนังสือ, ห้อง master มีหัวเตียงที่เล่นไม้ลายตั้งเพื่อให้ห้องแลดูสูงขึ้น มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมลูกค้าเข้าอยู่ได้เลย, มีห้องเสื้อผ้าแบบwalk in closet สำหรับทั้งคุณผู้หญิงและผู้ชาย และยังมีตู้หน้าบานกระจก เพื่อใส่กระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ, ห้องน้ำมีอ่างล้างมือ his and her Shower ใหญ่สามารถอาบได้สองคน สร้างความ romantic ให้ผู้ที่มาอยู่, โถปัสสาวะเป็นของ Toto แบบ washless การเลือกใช้สี โทนห้อง ใช้โทนสีอบอุ่น ครีมเทาให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านและ accent ด้วย rose gold เพิ่มความหรูหรา ในส่วนของวัสดุ ความใส่ใจ พิถีพิถัน ในการเลือกวัสดุแต่ละชนิดมาก เห็นเพนท์เฮาส์มาเยอะนะคะ ที่นี่วิวทะเลสวยที่สุดแล้วค่ะ เห็น 360 องศา ไม่มีอะไรมาบัง เวลาบ่ายๆพระอาทิตย์เริ่มตก แสงอาทิตย์กระทบกับคลื่นจะเงินเป็นสีเงินวิบวับสวยมากค่ะ   ร่วมชีวิตเหนือระดับกับ Penthouse ที่ดีที่สุด ทำเลดีที่สุด บนคอนโดที่สูงที่สุดในศรีราชา พบกับการออกแบบห้องสไตล์ Luxury, Duplex การตกแต่งหรูหรา เรียบง่ายในแบบ Luxury Zen ที่เน้นทุกรายละเอียด มีทั้งหมด 6 ห้อง ที่มีความแตกต่างกัน แต่ยังถูกโอบล้อมด้วยวิวทะเลและภูเขา ให้ได้สัมผัสวิวที่คุณชื่นชอบ เริ่มต้นที่ ห้องตกแต่งพร้อมอยู่ Fully Furnished แบบ Luxury zen วิวทะเลแบบพาโนรามา ตรม.ละ 195,000 บาท  ห้อง Fully Fitted สัมผัสวิวทะเลแบบเต็มอิ่ม ตรม.ละ 159,000 บาท  ห้อง Bareshell สัมผัสวิวทะเลแบบเต็มอิ่ม ตรม. ละ 145,000 บาท  Fully Furnished สัมผัสวิวเขา ธรรมชาติของเมืองศรีราชา ตรมละ 129,000 บาท ** สนใจติดต่อฝ่ายขาย 091-736-9999 ด้านเจ้าของโครงการฯ คุณวันเพ็ญ ธนธรรมสิริ กรรมการผู้จัดการบริษัท เวลธ์ ดีเวลลอปเปอร์  เผยว่า   โครงการ “เดอะซี” คอนโดหรูในทำเลดีที่สุดของศรีราชา สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ในปี 2560  ยอดขายเกิน 80%  แล้ว ทั้งนี้โครงการฯ เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  โดนใจตลาดที่มีความต้องการชัด ทั้งซื้อเพื่ออยู่เองและเพื่อการลงทุน รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจในนิคมฯ กว่า 20 แห่งทั้งชลบุรีและระยอง กลุ่มเป้าหมายหลักทั้ง 2 กลุ่มคือ กลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการบ้านพักตากอากาศสำหรับวันพักผ่อน  และกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการบ้านพักสำหรับวันทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจชาวไทยและญี่ปุ่นที่ทำงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกซึ่งมีมากกว่า 20 แห่งในจังหวัดชลบุรีและระยอง เหตุผลที่ “เดอะซี” เป็นที่สนใจของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเพราะเป็นโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว ลูกค้าจึงใช้เวลาตัดสินใจไม่นานเนื่องจากได้เห็นโครงการจริงตั้งอยู่ในทำเลเด่นด้านหน้าโครงการติดโค้งอ่าวทะเล ด้านหลังเป็นวิวภูเขาทอดตัวยาวเรียงกันถึงสามลูก เสมือนบัลลังค์ขุมทรัพย์  เป็นสุดยอดฮวงจุ้ยที่หาไม่ได้อีกแล้ว ตัวอาคารสูงยังออกแบบด้วยแนวคิด  Modern Zen สร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยสไตล์ญี่ปุ่น ท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงคุณภาพของการก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุคุณภาพดี  ได้เห็นรูปแบบและการตกแต่งห้องชุด  รวมทั้งสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการอย่างครบครันที่พร้อมมอบบริการด้วยคุณภาพมาตรฐานเป็นไปตามที่โครงการได้ระบุไว้ อีกปัจจัยคือ “เดอะซี ” เสนอราคาขายที่เหมาะสม ทำให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าสูงสุดไม่ว่าจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อการลงทุนโดยผู้เช่าอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมจะเป็นกลุ่มผู้บริหารชาวญี่ปุ่น สำหรับโครงการ เดอะ ซี ศรีราชา เป็นคอนโด High-Rise 39 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการ 3-2-9 ไร่ ห้องพักอาศัยรวม 585 ยูนิต มีห้องพักให้เลือกแบบ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอน ขนาดเริ่มต้น 31.70-111.10 ตร.ม. สร้างเสร็จพร้อมอยู่ปี 2560 สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ อาทิ โถงต้อนรับ, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, ออนเซ็นแบบญี่ปุ่น, สวนพักผ่อน, Jogging Track, สวนริมทะเลสไตล์ Zen, ร้านอาหารวิวทะเลมุมมอง 270 องศา, ลิฟท์โดยสาร, ที่จอดรถ, ประตูคีย์การ์ด และ รปภ. 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 2.17 ล้านบาท  โครงการ The Zea ศรีราชา ตัวอาคารรูปทรงเหลี่ยมๆ ใช้สีเทาเป็นพื้นตัดด้วยสีแดงเลือดหมู  ตัวตึกจะเป็นรูปตัว L วิวโครงการ จะมี 3 แบบ คือ วิวภูเขาด้านหน้าโครงการ วิวทะเลด้านหลังโครงการ และวิวถนนสุขุมวิท ที่มองเห็นทั้งภูเขาและทะเล ระยะจากโครงการถึงหาดประมาณ 80 ม.  มีทางเดินลงไปที่ชายหาด สระว่ายน้ำอยู่ชั้น 7 ชั้นดาดฟ้าทำเป็นจุดชมวิวแบบ Waterscape สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge ระบบเกลือ ชั้น 7 ขนาด 30 ม. ลึก 1.2 ม. พร้อมสระเด็ก, ห้องฟิตเนสอยู่ชั้น 7 วิวมองเห็นสระว่ายน้ำและทะเล และ Onzen แบบญี่ปุ่นชั้น 7 แยกชายหญิง  ล่าสุดเตรียมเปิดเพนท์เฮ้าส์บนชั้น 38 โชว์วิวอลังการณ์ ซึ่งมีผู้ครอบครองได้เพียง 6 ยูนิตเท่านั้น  ** สนใจติดต่อฝ่ายขาย 091-736-9999
เมกาโฮม ครบรอบ 5 ปี ตอกย้ำการเป็นผู้นำช่าง  ขนทัพสินค้ามอบความคุ้มค่าให้ลูกค้า

เมกาโฮม ครบรอบ 5 ปี ตอกย้ำการเป็นผู้นำช่าง ขนทัพสินค้ามอบความคุ้มค่าให้ลูกค้า

บริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด โดย คุณสุรางคนา ฉายประสาท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Customer Experience ฉลองครบ 5 ปี กับการเป็นศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ของใช้ในบ้าน จำหน่ายทั้งส่ง – ปลีกพร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำและรู้ใจช่างตัวจริง ด้วยการขนทัพสินค้ามอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าด้วยโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 และรับทองคำหนัก 1 สลึง เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข ไม่เพียงเท่านี้ เมกาโฮม ยังมอบความพิเศษให้สมาชิก สามารถใช้คะแนนสะสม 1,500 คะแนน แทนส่วนลดเงินสดได้ 100 บาท สำหรับความคุ้มค่าในการฉลองครบรอบ 5 ปี จะจัดถึงวันที่ 31 ตุลาคม นี้ ณ เมกาโฮม ทุกสาขา สามารถติดตามรายละเอียดต่าง ๆได้ที่ www.megahome.co.th หรือ www.facebook.com/MegahomeCenter
ณุศาศิริ ทุบตลาดอสังหาฯเขาใหญ่  เปิดตัวคอนโดสุดหรู เบิร์ช แอ็ฟตัน ไตรมาสสุดท้าย

ณุศาศิริ ทุบตลาดอสังหาฯเขาใหญ่ เปิดตัวคอนโดสุดหรู เบิร์ช แอ็ฟตัน ไตรมาสสุดท้าย

บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีกับคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ Bergh Apton (เบิร์ช แอ็ฟตัน) ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการ Nusa My Ozone เขาใหญ่ อาณาจักรยุโรปที่การันตีความยิ่งใหญ่บนพื้นที่แหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก เติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์แบบด้วย Low Rise คอนโดมิเนียม 3 ชั้น บนพื้นที่ 1,300 ไร่ ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท ในรูปแบบ English Cottage พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษในการลงทุนแบบคุ้มค่า ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 6% รับประกันนาน 5 ปี ภายในงานพบกับ คุณศิรวัฒน์ เทพเจริญ และ คุณสุเมธี วุฒิธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีนิท เนเชอรัล จำกัด ร่วมพูดคุยบอกเล่าแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ดีไซน์และภาพลักษณ์ของโครงการ Bergh Apton ที่ ศูนย์การค้า The Emporium เมื่อวันก่อน     ศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กลยุทธ์การทำการตลาดของ Nusa My Ozone เขาใหญ่ เน้นโครงการเพื่อการลงทุน เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้านักลงทุนเป็นหลัก และขยายฐานไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อ โดยนำเสนอผลตอบแทนที่สูง แรกเริ่มทางณุศาศิริต้องการสร้างอาณาจักรบนพื้นที่กว่า 1,300 ไร่ ให้มีความครบวงจรในทุกๆด้าน ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันกำลังจะขายหมด แต่ยังมีความต้องการซื้อและกำลังซื้อของลูกค้าอยู่ เราเลยลุยเปิดตัวโครงการ Bergh Apton คอนโด Low Rise 3 ตึก จำนวน 86 ยูนิต ที่มีความพิเศษกว่าโซนอื่นที่ผ่านมาทั้งเรื่องภาพลักษณ์และดีไซน์ ในสไตล์หมู่บ้านชนบทอังกฤษแบบโมเดิร์น ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น โดยมีสวนส่วนตัวบนพื้นที่กว้างขวางไว้สำหรับปาร์ตี้กันในหมู่ครอบครัวและเพื่อนฝูง รวมถึงไฮไลท์ของโครงการอย่างสนามบินส่วนตัว ที่เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย”     ณุศาศิริ เอาใจนักลงทุนส่งมอบความสุขส่งท้ายปีด้วยดินแดนในฝันที่โอบล้อมด้วยวิวทิวทัศน์ชวนหลงใหลกับ Bergh Apton (เบิร์ช แอ็ฟตัน) โครงการคอนโดมิเนียมที่ให้กลิ่นอายความเป็นหมู่บ้านชนบทของอังกฤษ ในสไตล์มินิมอลที่นำเอาเอกลักษณ์ของบ้านชานเมืองของชาวอังกฤษชั้นสูง ทั้งปล่องไฟและรูปทรงของตัวอาคารที่ผสมผสานออกมาในสไตล์ Modern English Country ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายท่ามกลางวิวพาโนรามาของเขาใหญ่ ล้อมรอบด้วยสวนสวยสไตล์อังกฤษ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตั้งแต่คลับเฮาส์สุดหรู พร้อมสระว่ายน้ำ สนามกอล์ฟ 18 หลุม ศูนย์การแพทย์ระดับโลกจากพานาซี ณุศาแอนนิมอลคลับ และสวนผักออแกนิกปลอดสารพิษ เรียกได้ว่ารวบรวมทุกความเอ็กซ์คลูซีฟมาให้คุณไว้ในที่นี่ที่เดียว       Bergh Apton (เบิร์ช แอ็ฟตัน) มอบสิทธิพิเศษให้การลงทุนและการพักผ่อนของคุณคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งนอกจากจะได้เป็นเจ้าของที่พักสุดหรูในบรรยากาศชั้นเลิศแล้ว ยังได้รับผลตอบแทนสูงถึง 6% รับประกันนาน 5 ปี และมีบริการดูแลความเรียบร้อยของห้องให้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งคุณสามารถมาเข้าพักได้อย่างสะดวกสบายได้ทุกเมื่อ พร้อมทั้งสิทธิพิเศษอีกมากมาย อาทิ   · ผลตอบแทน 36% พร้อมวันที่เข้าพักฟรีที่ My Ozone 90 วัน พิเศษเฉพาะในงาน รับส่วนลดเพิ่ม 5% เมื่อซื้อ My Ozone Building C · ผลตอบแทน 30% พร้อมวันเข้าพักฟรี 15 วัน เมื่อซื้อ Bergh Apton · พิเศษ ฉลองเปิดโครงการ Bergh Apton รับฟรี Samsung Galaxy Note 9 128GB ทุกยูนิต เมื่อจองและทำสัญญาภายในงาน สัมผัสมิติใหม่แห่งการลงทุนอันล้ำค่าบนพื้นที่มหัศจรรย์ที่สุดของเขาใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 3-7 ตุลาคม 2561 ที่ศูนย์การค้า The Emporium ชั้น M พิเศษ! ลงทะเบียนออนไลน์รับส่วนลดถึง 20,000 บาทได้ที่ http://www.nusasiri.com/wealthdestination/      

1 2 3 ... 133