ข่าวอสังหาริมทรัพย์

 

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ แนะนำ

ฮาบิแทท กรุ๊ป จัดงาน Open House Walden Asoke เปิดห้องตัวอย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร

วันศุกร์ที่ 25 – อาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 – 19.00 น. บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เตรียมจัดงาน “Open House Walden Asoke” เปิดชมห้องตัวอย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครโครงการ Walden Asoke (วาลเด้น อโศก) คอนโดมิเนียมลักชัวรี่ใจกลางอโศก ซ.สุขุมวิท 23 ใกล้ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท คอนโดฯ ฉีกดีไซน์ใหม่ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด Sense of Japanese Garden อิ่มเอมกับการพักผ่อนที่รายล้อมด้วยธรรมชาติแม้อยู่ใจกลางอโศก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่มากกว่า กับFacilities ระดับไฮคลาส 18รายการ ส่วนตัวเพียง 83 ยูนิตเท่านั้น ราคาเริ่มต้นที่ 6.9 ล้านบาท ภายในงานต้อนรับลูกค้าอย่างเต็มอิ่มกับอาหารและเครื่องดื่ม และเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีที่บรรเลงเคล้าบรรยากาศตลอดงาน พิเศษ! โปรโมชั่น Hot Deal! เฉพาะภายในงาน มอบส่วนลดสูงสุดถึง 550,000  บาท และรับส่วนลดเพิ่ม 100,000 บาท เมื่อจองและทำสัญญาในงานเท่านั้น ที่ Sales Gallery Walden Asoke Sukhumvit 23  สนใจลงทะเบียนรับสิทธิ์ โท083 7777 หรือ www.waldenbangkok.com

ข่าวอสังหาริมทรัพย์ล่าสุด

1 2 3 ... 305
ฮาบิแทท กรุ๊ป จัดงาน Open House Walden Asoke เปิดห้องตัวอย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร

ฮาบิแทท กรุ๊ป จัดงาน Open House Walden Asoke เปิดห้องตัวอย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร

วันศุกร์ที่ 25 – อาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 – 19.00 น. บริษัท ฮาบิแทท กรุ๊ป จำกัด เตรียมจัดงาน “Open House Walden Asoke” เปิดชมห้องตัวอย่างสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครโครงการ Walden Asoke (วาลเด้น อโศก) คอนโดมิเนียมลักชัวรี่ใจกลางอโศก ซ.สุขุมวิท 23 ใกล้ BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท คอนโดฯ ฉีกดีไซน์ใหม่ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด Sense of Japanese Garden อิ่มเอมกับการพักผ่อนที่รายล้อมด้วยธรรมชาติแม้อยู่ใจกลางอโศก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่มากกว่า กับFacilities ระดับไฮคลาส 18รายการ ส่วนตัวเพียง 83 ยูนิตเท่านั้น ราคาเริ่มต้นที่ 6.9 ล้านบาท ภายในงานต้อนรับลูกค้าอย่างเต็มอิ่มกับอาหารและเครื่องดื่ม และเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีที่บรรเลงเคล้าบรรยากาศตลอดงาน พิเศษ! โปรโมชั่น Hot Deal! เฉพาะภายในงาน มอบส่วนลดสูงสุดถึง 550,000  บาท และรับส่วนลดเพิ่ม 100,000 บาท เมื่อจองและทำสัญญาในงานเท่านั้น ที่ Sales Gallery Walden Asoke Sukhumvit 23  สนใจลงทะเบียนรับสิทธิ์ โท083 7777 หรือ www.waldenbangkok.com
แอสเซทไวส์ เปิดตัวคอนโด “แอทโมซ ลาดพร้าว 15”  บนทำเลศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ติดบิ๊กซี ลาดพร้าว

แอสเซทไวส์ เปิดตัวคอนโด “แอทโมซ ลาดพร้าว 15” บนทำเลศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้า 3 สาย ติดบิ๊กซี ลาดพร้าว

แอสเซทไวส์ เดินหน้าธุรกิจเปิด “แอทโมซ ลาดพร้าว 15” (Atmoz Ladprao 15) คอนโดมิเนียมบนทำเลถนนลาดพร้าว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้อยู่อาศัย สะดวกสบาย ใกล้ MRT ลาดพร้าวพร้อมส่วนกลางสุดอลังการ พิเศษด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ภายใต้แนวคิด “double FACILITY” สุข...จนไม่ได้พักผ่อน  บนพื้นที่โครงการขนาด 4-0-15.1 ไร่  มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.69 ล้านบาท   นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพของคอนโดในย่านลาดพร้าว ซึ่งมีคนที่เริ่มทำงาน เริ่มแยกครอบครัวออกจากครอบครัวใหญ่ที่อาศัยอยู่ในย่านลาดพร้าว จึงเปิดตัวโครงการแอทโมซ ลาดพร้าว 15 ซึ่งเป็นคอนโดที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “double FACILITY” โดยจุดเด่น คือ มีส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 3 ชั้น ทำกิจกรรมได้ไม่มีวันเบื่อ มีสระว่ายน้ำ 2 สระ ขนาดมาตรฐานที่ว่ายได้จริง พร้อม Aqua Bike, Serenity Courtyard, Co-Living Lounge, Boxing Corner, Game Room, Cinema Lounge, Party Zone เป็นต้น แถมยังสามารถชวนเพื่อนมา          Chat & Share ได้ไม่ซ้ำมุม    นายกรมเชษฐ์ เปิดเผยต่อไปว่า บริษัทฯ คาดว่า จะมียอดขายในช่วง 6 เดือนแรกประมาณ 1,600 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมองอีกว่า ศักยภาพของทำเลลาดพร้าว มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะทำเลห้าแยกลาดพร้าว-รัชดาภิเษก มีความครบถ้วนไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว, ยูเนี่ยน มอลล์, บิ๊กซี, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ม.ราชภัฏจันทรเกษม อาคารสำนักงาน และแหล่ง Hang Out อีกจำนวนมาก เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทำเลนี้มีศักยภาพสูงมากขึ้น โดยตั้งใจพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ด้วยดีไซน์สวย หรู และ Facility ที่รองรับกิจกรรมและการพักผ่อนมากมาย   นายรชฏ วรรณกนก กรรมการผู้จัดการ บริษัท DB Studio จำกัด สถาปนิกผู้ออกแบบโครงการแอทโมซ ลาดพร้าว 15 กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดในการออกแบบโครงการว่า จากโจทย์ที่ได้รับมาด้วยพื้นที่เป็นพื้นที่หน้ากว้าง จึงได้จัดวางอาคารโดยคำนึงถึงทิศทางลม จำนวนรวม 3 อาคาร 8 ชั้น ในลักษณะที่ทุกอาคารหายใจได้ คือมีความโปร่ง รับลม โดยล้อมรอบคอร์ทกลางซึ่งออกแบบเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่พร้อมสระว่ายน้ำ เพื่อให้เกิดทัศนียภาพที่ดีที่สุด ตัวอาคารมี Facilities ชั้นบนสุดเชื่อมถึงกัน  ทำให้ได้พื้นที่ส่วน Rooftop ขนาดใหญ่ที่มีความต่อเนื่อง สามารถจัดวางสระว่ายน้ำสระที่สอง รวมทั้งพื้นที่กิจกรรมอื่นๆ ได้  โดยเตรียมอาคารจอดรถอัตโนมัติไว้รองรับการใช้งาน    นายปสงค์จิต แก้วแดง กรรมการผู้จัดการ บริษัท Redland-Scape จำกัด สถาปนิกผู้ออกแบบภูมิ สถาปัตย์ของโครงการแอทโมซ ลาดพร้าว 15 เล่าว่า ในมุมมองของสถาปนิกเรื่องของการวาง Landscape ภายในโครงการทั้งหมดนั้น เนื่องจากทำเลย่านลาดพร้าวตอนต้น เป็นย่านกลางเมืองสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีวิถีชีวิตคนเมือง จึงกำหนดแนวคิดให้แอทโมซ ลาดพร้าว 15เป็น Urban Sanctuary และออกแบบให้ภูมิสถาปัตย์ของโครงการเป็นเสมือน Timeless Urban Forest ที่ซ่อน Double Facilities ไว้ภายใน  ทั้งในส่วนของสวนและสระว่ายน้ำในคอร์ทกลางติดกับล็อบบี้และไลบรารี่ และส่วนของชั้น 8 ที่มีฟังก์ชั่นของห้อง Passive & Active Fitness พร้อม Boxing Corner, Cinema Lounge, Game Room และ Co-Living Lounge & Pantry ทั้งยังมีสระว่ายน้ำบนชั้น Rooftop ที่มี Aqua Bike, Yoga Deck, และ Barefoot Garden ซึ่งเป็นแนวทางเดินเพื่อสุขภาพ งานออกแบบทั้งหมดเน้นงานดีไซน์ที่เรียบหรู ไร้กาลเวลา พร้อมด้วยความใส่ใจในการออกแบบ Softscape การคัดสรรพันธุ์ไม้และต้นไม้ที่เน้นต้นขนาดใหญ่ที่ดูดซับคาร์บอน  สร้างอากาศสดชื่นในทุกๆ วัน ทำให้ไม่รู้สึกว่าอยู่ใจกลางเมือง    นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยตลาด บริษัท ไรส์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในไตรมาสแรกปี 2561 มี 13,970 ยูนิต ซึ่งในพื้นที่ย่านลาดพร้าวตอนต้น ตั้งแต่ซอยลาดพร้าว 1-23 มีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ไม่มาก มีอัตรา Sold rate สูงอยู่ 81-94% บริเวณพื้นที่โดยรอบเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง และถึงแม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 6-7% ต่อปี แต่ด้วยปัจจัยในเรื่องความเป็นชุมชนดั้งเดิม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และรถไฟฟ้าสายใหม่ในอนาคตอีก 3สาย จึงทำให้โครงการที่เปิดใหม่ในย่านนี้จะได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี
“ออริจิ้น” ร่วมทุน “โนมูระ” ผุดมิกซ์ยูส ORIGIN24  พร้อมดึง BIG NAME นั่งแท่น CEO กลุ่ม RECURRING INCOME

“ออริจิ้น” ร่วมทุน “โนมูระ” ผุดมิกซ์ยูส ORIGIN24 พร้อมดึง BIG NAME นั่งแท่น CEO กลุ่ม RECURRING INCOME

“ออริจิ้น” เดินหน้าร่วมทุน “โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์” ยักษ์อสังหาฯญี่ปุ่นเพิ่ม ขายหุ้นบริษัทย่อย 49% ลุยมิกซ์ยูส “ออริจิ้น 24” มูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมแต่งตั้ง “กมลวรรณ วิปุลากร” อดีตผู้บริหารสูงสุดกลุ่มธุรกิจโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เพื่อปั้นธุรกิจ RECURRING INCOME เป็น TOP 3 ในวงการ   นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ พาร์ค (PARK) ไนท์บริดจ์ (Knightsbridge) นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill) เคนซิงตัน (Kensington) และโครงการแนวราบแบรนด์ บริทาเนีย (Britania) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่นและพันธมิตรหลักของออริจิ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด จะร่วมทุนกันในการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส “ออริจิ้น 24” ตรงข้ามโครงการพาร์ค 24 ในซอยสุขุมวิท 24ทั้งนี้ ได้ให้ บริษัท ออริจิ้น วัน จำกัด บริษัทที่ดูแลธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียน (Recurring Income) ในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ดำเนินการขายหุ้นในบริษัทย่อยที่ดูแลโครงการมิกซ์ยูส ออริจิ้น 24 ให้แก่ บริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ 49% คิดเป็นมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้วรวมจำนวน 135,008,100 บาท ทั้งนี้บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จะรับรู้กำไรพิเศษ (Share premium) สำหรับดีลนี้เป็นจำนวน 73,500,000 บาท“เราและโนมูระยังคงมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการส่งมอบความสุขและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตให้แก่ผู้บริโภค ผ่านการผสมผสานโนว์ฮาวของกันและกัน โครงการมิกซ์ยูส ออริจิ้น 24 จะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของการใช้ชีวิต ใจกลางสุขุมวิท” นายพีระพงศ์ กล่าวสำหรับโครงการออริจิ้น 24 เป็นโครงการมิกซ์ยูสแบบลีสโฮลด์ ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 24 ห่างจาก BTS พร้อมพงษ์ประมาณ 500 เมตร บนที่ดินขนาดประมาณ 3 ไร่ 2 งาน ประกอบด้วย 2 อาคาร โดยมีโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนท์หรูระดับ 5 ดาว รวม 411 ห้อง สำนักงานให้เช่าพื้นที่รวม 2,000 ตร.ม. คอมมูนิตี้มอลล์ พื้นที่รวม 3,200 ตร.ม. ภายในพื้นที่โครงการประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามเด็กเล่น ห้องประชุม ฯลฯ รวมมูลค่าโครงการกว่า 4,000 ล้านบาทนายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัทได้แต่งตั้งกรรมการใหม่ของบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ทดแทนกรรมการที่ลาออกไป 1 ท่าน ได้แก่ นางกมลวรรณ วิปุลากร ทั้งนี้พร้อมพ่วงอีกตำแหน่งสำคัญคือ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น วัน จำกัด ผู้พัฒนาธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียน (Recurring Income) ในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ โดยนางกมลวรรณ วิปุลากร อดีตเคยเป็นผู้บริหารสูงสุดของกลุ่มธุรกิจโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในธุรกิจโรงแรมอย่างยาวนาน ถือเป็นมืออาชีพที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยจะมีการแสดงวิสัยทัศน์และแผนธุรกิจเร็วๆ นี้   โดยปัจจุบัน บริษัท ออริจิ้น วัน จำกัด อยู่ในระหว่างการพัฒนาโครงการทั้งสิ้น 4 โครงการ ได้แก่  โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ แอนด์ สวีทส์ ศรีราชา-แหลมฉบัง , โรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ , โรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีท ชลบุรี-ศรีราชา และ โครงการ ออริจิ้น 24 มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้นกว่า 10,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันยังมีแผนผุดโครงการเพิ่มอีก 2-3 แห่ง เตรียมพร้อมแผนธุรกิจในการเติบโตขึ้นเป็น TOP 3 ครอบคลุมธุรกิจโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ สำนักงานเช่า และคอมมูนิตี้มอลล์
เดอะคิวบ์ บุพเพสันนิวาส ต้อนรับ ก๊อต จิรายุ สุดประทับใจ

เดอะคิวบ์ บุพเพสันนิวาส ต้อนรับ ก๊อต จิรายุ สุดประทับใจ

คุณภูมินทร์  ปิยะวานิชย์  ประธานกรรมการ (ขวาสุด) และ คุณวิชิต  อำนวยรักษ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (นั่ง) บริษัท คิวบ์ เรียล พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้พัฒนาและบริหารงานอสังหาริมทรัพย์ โครงการเดอะคิวบ์ คอนโดมิเนียม (The Cube Condominium) ทุกโครงการ และ เดอะคิวบ์ ทาวน์โฮม (The Cube Town Home) จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘เดอะคิวบ์ บุพเพสันนิวาส’ (GOT Meet & Greet) มอบช่วงเวลาสำหรับลูกค้าคนพิเศษของโครงการ ที่จองและทำสัญญากับโครงการใดก็ได้ของ The Cube ช่วงสงกรานต์ 13-17 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา เพียง 30 ท่าน ที่ได้ร่วมต้อนรับและใช้ชีวิตแบบใกล้ชิดกับ คุณก๊อต จิรายุ ตันตระกูล  นายแบบและนักแสดงชื่อดังที่รับบทบาทเป็น หลวงสรศักดิ์ หรือสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ จากละครดังเรื่อง บุพเพสันนิวาส และ แสน ราชสีห์ จากละครเรื่อง คมแฝก เพื่อเป็นของขวัญและขอบคุณลูกค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยที่มอบความไว้วางใจโครงการ The Cube Condominium โดย คุณก๊อต จิรายุ เดินชมห้องตัวอย่าง 3 ขนาด ของโครงการ The Cube Premium Ramintra 34 (เดอะคิวบ์ พรีเมียม รามอินทรา 34) รวมทั้งเล่นเกมอย่างสนุกสนานและเป็นกันเองกับลูกค้าของโครงการสร้างความประทับใจให้กับผู้บริหารและลูกค้า ที่สำนักงานขาย The Cube Premium Ramintra 34  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ติดตามความเคลื่อนไหวโครงการได้ทาง  www.facebook.com/TheCubeCondominium เว็บไซต์  www.thecube-condo.com หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร. 1246 
บ้านลุมพินี ทาวน์พาร์ค ท่าข้าม-พระราม 2 ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง เลือกทำเลโดน-แบบบ้านใหม่-ธรรมชาติใกล้เมือง

บ้านลุมพินี ทาวน์พาร์ค ท่าข้าม-พระราม 2 ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง เลือกทำเลโดน-แบบบ้านใหม่-ธรรมชาติใกล้เมือง

  บ้านลุมพินี ขยายทำเลใหม่ ท่าข้าม-พระราม 2 มั่นใจศักยภาพความเป็นเมือง ทั้งเชื่อมต่อถนนเส้นสำคัญหลายเส้นทาง ใกล้แหล่งงานในเมืองและสาธารณูปโภคหลัก ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริงด้วยการออกแบบบ้านใหม่ 3 รูปแบบ เรียบง่ายและลงตัวทุกฟังก์ชั่น ตามแนวคิด “ธรรมชาติใกล้เมือง” ตอกย้ำ “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่” แนวทาง “บ้านดี สิ่งแวดล้อมดี ดูแลดี ผู้คนดี” ใส่ใจคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยโดยทีมงานลุมพินี  ตอบสนองลูกค้าถิ่นเดิมและลูกค้าครอบครัวขยาย เริ่มที่ 2.59 ล้าน เปิดขายอย่างเป็นทางการ 19 พ.ค. นี้   นายจรัญ เกษร กรรมการผู้จัดการบริษัทในเครือ L.P.N. DEVELOPMENT GROUP ผู้พัฒนา “บ้านลุมพินี” เปิดเผยว่าในวันเสาร์ที่ 19 พ.ค. นี้ บริษัทเตรียมเปิดขายโครงการใหม่ “บ้านลุมพินี ทาวน์พาร์ค ท่าข้าม-พระราม 2” บนเนื้อที่กว่า 26 ไร่เศษ จำนวน 248 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 900 ล้านบาท รองรับความต้องการอยู่อาศัยจริงในราคาที่เหมาะสม เริ่มที่ 2.59 ล้านบาท บนทำเลที่มากด้วยศักยภาพความเป็นเมือง  โดยมั่นใจว่ามีความสมบูรณ์พร้อมในแบบ “บ้านลุมพินี บ้านน่าอยู่”  ตามแนวทาง “บ้านดี สิ่งแวดล้อมดี ดูแลดี ผู้คนดี”  ภายใต้คุณค่าด้านการบริหารจัดการหมู่บ้านที่ดี โดยทีมบริหารงานมืออาชีพจากบริษัท ลุมพินี  พรอพเพอร์ตี้  มาเนจเมนท์ จำกัด และด้วยทำเลที่ตอบรับกับวิถีชีวิตที่คุ้นเคยของผู้อยู่อาศัย   หรือการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วไปยังแหล่งงานในเมือง และแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัลพลาซา  พระราม2,  พอร์โต้ ชิโน่ มอลล์,  บิ๊กซี,  โฮมโปร, โลตัส ตลอดจนสถานพยาบาลและสถานศึกษาต่างๆ  นอกจากนั้นยังสามารถไปยังศูนย์กลางธุรกิจ อย่างสาทร สีลม โดยใช้ทางด่วนเฉลิมมหานคร และสะพานภูมิพลได้อีกด้วย   อนาคตก็มีโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อพื้นที่จากย่านถนนพระราม 3 มายังถนนพระราม 2   อีกเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าทำเลดังกล่าวจะทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถวางแผนการเดินทางไปยังถนนเส้นสำคัญต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากขึ้น    “หลังเปิดให้เข้าชมบ้านตัวอย่างเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าถิ่นเดิมมีความคุ้นเคยกับทำเล และลูกค้าที่มีแผนขยายครอบครัว โดยโครงการมีการออกแบบให้รองรับกับความต้องการของลูกค้าในทุกสไตล์ พร้อมด้วยที่จอดรถ 2 คัน เริ่มต้นบนเนื้อที่ 18 และ 35 ตารางวา กับ 3 รูปแบบ ได้แก่ ทาวน์โฮม 2 ชั้น, ทาวน์โฮม 3 ชั้น ที่มีหน้ากว้าง 5.5 เมตร และบ้านแฝด 2 ชั้น โดยการออกแบบภายในบ้านมีการปรับรูปแบบให้เรียบง่าย และลงตัวในทุกฟังก์ชั่นการใช้งานให้เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการนั้น มีคลับเฮ้าส์สไตล์โมเดิร์น   ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ  พื้นที่สำหรับพักผ่อน  และห้องออกกำลังกาย รวมทั้งพื้นที่สีเขียวของโครงการที่เริ่มตั้งแต่ทางเข้าหลักไปตลอดแนวพื้นที่ระหว่างทางเชื่อมต่อไปยังสวนหลักของโครงการที่ได้อนุรักษ์ต้นจามจุรีใหญ่ดั้งเดิมของพื้นที่เอาไว้อย่างสมบูรณ์เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโครงการให้เหมาะกับความเป็น “ทาวน์พาร์ค” หรือบ้านสวน ให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสธรรมชาติใกล้เมืองได้อย่างแท้จริง เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยทั้งในวันทำงาน และวันพักผ่อนส่วนตัว” สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LPN Call Center 02-689-6888 และ www.facebook.com / Baan Lumpini l บ้านลุมพินี
“เอ็มเพอเร่อร์” ตอกย้ำผู้นำบ้านลักชัวรี่ เตรียมจัดประกวดออกแบบบ้านไฮเอนด์

“เอ็มเพอเร่อร์” ตอกย้ำผู้นำบ้านลักชัวรี่ เตรียมจัดประกวดออกแบบบ้านไฮเอนด์

 บริษัท ดิ เอ็มเพอเร่อร์ เฮ้าส์ จำกัด ผู้นำรับสร้างและตกแต่งบ้านลักชัวรี่ ขอเชิญชวนนิสิต นักศึกษา และนักออกแบบรุ่นใหม่ ร่วมแชร์ไอเดียประกวดแบบบ้าน ภายใต้แนวคิด The PHENOMENON “เราไม่ใช่แค่สร้างบ้าน เราสร้างสิ่งมหัศจรรย์” เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปี ของบริษัทฯ โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 มิถุนายน 2561 กิจกรรมการประกวดออกแบบบ้าน จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่ได้ใช้ไอเดียและความคิด สร้างสรรค์ในการออกแบบ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของบ้านในตลาดไฮเอนด์ และเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในการรับสร้างและตกแต่งบ้านของ “เอ็มเพอเร่อร์” รวมทั้งสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้กับผู้บริโภค และ กลุ่มเป้าหมาย มองภาพ “The Emperor House” ที่เปลี่ยนไปจากเดิมเพื่อครองตลาด “บ้านลักชัวรี่” ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น สำหรับโจทย์ในการออกแบบ ผู้เข้าประกวดจะต้องออกแบบที่อยู่อาศัยที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ในแบบลักชัวรี่ ได้แก่ การออกแบบวางผัง Master Plan โดยสามารถเลือกพื้นที่ตั้ง และขนาดพื้นที่ดินได้ การออกแบบสถาปัตยกรรม The PHENOMENON การออกแบบและตกแต่งภายใน The PHENOMENON ซึ่งจะตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษาและดีไซน์เนอร์ชั้นนำ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-970-3080 ถึง 3 หรือ www.emperorhouse.com
“ศุภาลัย ริวา แกรนด์” เตรียมจัดงาน GRAND OPENING เปิดให้ชมห้องตัวอย่าง มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 900,000 บาท* 2-3 มิ.ย.นี้

“ศุภาลัย ริวา แกรนด์” เตรียมจัดงาน GRAND OPENING เปิดให้ชมห้องตัวอย่าง มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 900,000 บาท* 2-3 มิ.ย.นี้

 บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เตรียมจัดงาน GRAND OPENING “ศุภาลัย ริวา แกรนด์” วันที่ 2 - 3 มิถุนายนนี้ โดยภายในงานเปิดให้ลูกค้าที่สนใจได้จับจองเป็นเจ้าของโครงการคอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ท ริมโค้งน้ำที่สวยที่สุดของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณพื้นที่อนุรักษ์บางกระเจ้า โดดเด่นด้วยทำเลศักยภาพ ติดถนนพระราม 3 ศูนย์กลางธุรกิจ เชื่อมสู่ถนนสายธุรกิจสำคัญ ทั้งถนนสาทร สีลม สุขุมวิท และสะพานภูมิพล (ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม) พร้อมความสะดวกสบายที่สมบูรณ์แบบ ด้วยที่จอดรถกว่า 130% (ของจำนวนยูนิต) อีกทั้งมอบความอบอุ่น มั่นใจ ปลอดภัยตลอด 24 ชม. ด้วยระบบลิฟท์ล็อคชั้น Digital Door Lock กล้อง CCTV ระบบป้องกันอัคคีภัย Smoke & Heat Detector และ Fire Alarm นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สระว่ายน้ำระบบเกลือ Infinity Edge, Fitness & Boxing Room, Sauna & Steam, Kid’s Room, Broadway theatre, Roof Garden, Sky Lounge เป็นต้น  เปิดให้คุณเลือกสรรทุกความพึงพอใจ กับห้องพักอาศัย บนพื้นที่ใช้สอย  53.5 - 148.5 ตารางเมตร  ราคา 4.5 - 17 ล้านบาท  สิทธิพิเศษ! จองภายในงาน รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 900,000 บาท* (*เฉพาะยูนิตที่บริษัทฯกำหนด) ผู้สนใจสามารถเลือกห้องชุดในทำเลและมุมมองที่คุณพึงพอใจ ณ สำนักงานขายโครงการ สอบถามข้อมูลโทร.1720 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.supalai.com
สิริ เวนเจอร์สชิงเกมอสังหาเดินหน้าลงทุนนวัตกรรม เน้นเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ  พร้อมเฟ้นหาสตาร์ทอัพศักยภาพสูง ทะยานสู่เวทีระดับโลก  ที่ศูนย์กลางนวัตกรรม Silicon Valley

สิริ เวนเจอร์สชิงเกมอสังหาเดินหน้าลงทุนนวัตกรรม เน้นเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ พร้อมเฟ้นหาสตาร์ทอัพศักยภาพสูง ทะยานสู่เวทีระดับโลก ที่ศูนย์กลางนวัตกรรม Silicon Valley

 “สิริ เวนเจอร์ส” (SIRI VENTURES) บริษัทร่วมทุนระหว่างแสนสิริ และธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อทำการวิจัยและลงทุนด้าน Prop Tech อย่างครบวงจรเต็มรูปแบบรายแรกของไทย ตอกย้ำพันธกิจองค์กรในการลงทุนในสตาร์ทอัพ และมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเติมเต็มการอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ “Complete Your Living Experience” พร้อมเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้แสนสิริจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าธุรกิจในสตาร์ทอัพที่สิริ เวนเจอร์สลงทุน พร้อมเดินหน้าต่อเนื่องในฐานะ “Global Connecting Platform” แพล็ตฟอร์มเชื่อมโยงธุรกิจไทยสู่ระดับโลก เปิดเวทีเฟ้นหาสตาร์ทอัพด้าน Prop Tech ศักยภาพสูงของไทยในงาน TechSauce Global Summit 2018 เพื่อร่วมลงทุนในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ สร้างและขยายเครือข่ายธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัด รวมถึงโอกาสในการเสนอแผนธุรกิจกับนักลงทุนระดับโลกที่ Silicon Valley ศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของโลก พร้อมดึงเครือข่ายสตาร์ทอัพระดับโลก Plug and Play มาร่วมเสริมสร้างโอกาสและการเติบโตให้กับนวัตกรรม Prop Tech ไทยอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนบนเวทีการแข่งขันระดับโลก นายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี (Chief Technology Officer) บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า “ตามนโยบายล่าสุดของรัฐบาลเกี่ยวกกับการผลักดันให้ไทยเป็น Startup Hub ของภูมิภาคเอเชียด้วยแนวคิด Open Innovation Nation ซึ่งยังมีความท้าทายเกี่ยวกับการพัฒนาระบบนิเวศ ให้เอื้อต่อการเติบโตของสตาร์ทอัพ ที่ต้องอาศัยการสนับสนุนทุกภาคส่วน สิริ เวนเจอร์ ในฐานะผู้นำจากภาคเอกชนในการยกระดับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย จึงพร้อมเดินหน้าสนับสนุนแนวทางดังกล่าวโดยการผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้าน Prop Tech ของไทย และเพื่อสนับสนุนพันธกิจหลักของแสนสิริในการมุ่งเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิต (Complete Your Living Experience) วันนี้ สิริ เวนเจอร์ส เปิดเวทีเฟ้นหาสตาร์ทอัพด้าน Prop Tech เป็นครั้งแรกเพื่อคัดเลือก 20 ทีมศักยภาพในงาน TechSauce Global Summit 2018 ที่สิริ เวนเจอร์สจะให้การสนับสนุนผู้ชนะเลิศหนึ่งเดียวในการเดินทางไปนำเสนอแผนธุรกิจกับนักลงทุนระดับโลกในไตรมาสที่ 4 ที่ Silicon Valley ซึ่งนับเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีที่สำคัญของโลกที่สามารถผลักดันให้นวัตกรรมที่มีศักยภาพนั้นต่อยอดได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมสานต่อความร่วมมือกับเครือข่ายสตาร์ทอัพระดับโลก Plug and Play หนึ่งในบริษัทร่วมทุน Ventures Capital ที่เติบโตมากที่สุดใน Silicon Valley และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหลากหลายบริษัท อาทิ เดนเจอร์, ดร็อพบ็อกซ์, เลนดิง คลับ, เพย์พาล, ซาวด์ฮาวด์ และซูสค์ ทั้งนี้เพื่อเชื่อมโยงแสนสิริ และสตาร์ทอัพกับนักลงทุนและองค์กรที่มีศักยภาพจากทั่วโลก รวมทั้งให้การสนับสนุนด้านคำแนะนำ ความรู้ และแบ่งปันประสบการณ์กับสตาร์ทอัพไทย นับเป็นการเปิดประตูเชื่อมโยงธุรกิจ Prop Tech ไทยสู่การแข่งขันในระดับโลก และเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างระบบนิเวศของสตาร์ทอัพด้าน Prop Tech ที่แข็งแกร่งให้เกิดขึ้นในประเทศไทย” “นอกจากเหนือจากทีมที่ชนะเลิศในเวที SIRI VENTURES ที่จะได้ไป Silicon Valley แล้วทีมสตาร์ทอัพที่ได้รับการคัดเลือกทั้ง 20 ทีมจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ SIRI VENTURES Connection Platform ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญที่พร้อมผลักดันให้แนวคิดธุรกิจ Prop Tech เกิดขึ้นและเติบโตได้จริงอย่างรอบด้านในทุกขั้นตอน ทั้งการสนับสนุนด้านเงินทุน คำแนะนำและการเข้าร่วมเวิร์คช็อปจากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจสตาร์ทอัพด้าน Prop Tech ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ตลอดจนโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจทั้งในระดับประเทศและระดับโลก โดยแสนสิริพร้อมที่จะบ่มเพาะเพื่อมองหาโอกาสการลงทุนในสตาร์ทอัพ Prop Tech จำนวนประมาณ 5 ทีมจาก 20 ทีมสุดท้ายที่สามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ธุรกิจของแสนสิริในการเติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบ (Complete your living experience) หรือเป็นนวัตกรรมที่สิริ เวนเจอร์สมองเห็นโอกาสในการลงทุนจากศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจในอนาคต” สำหรับ SIRI VENTURES Global Connecting Platform เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญเพื่อตอกย้ำเป้าหมายด้านการลงทุนในสตาร์ทอัพของสิริ เวนเจอร์ส ในการพัฒนานวัตกรรมที่ยกระดับการอยู่อาศัยอย่าง ครบวงจรของลูกบ้านแสนสิริ เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้กับบริษัทสตาร์ทอัพที่ร่วมลงทุน พร้อมยกระดับกระบวนการทำงาน บริหารจัดการธุรกิจของแสนสิริ ครอบคลุมเทคโลยีสำหรับการทำธุรกิจด้านที่อยู่อาศัยอย่างครบวงจร (Holistic Property Technology Landscape) ตั้งแต่การบริหารระบบข้อมูลการออกแบบโครงการ การก่อสร้าง การสนับสนุนการซื้อขาย การบริหาร และให้บริการภายในโครงการ และเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่สอดรับกับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เทคโนโลยีเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในการอยู่อาศัยแบบองค์รวม ภายใต้การสนับสนุนจากสิริ เวนเจอร์ส นวัตกรรมจากทีมสตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือกจะนำมาทดสอบความเป็นไปได้ทางธุรกิจกับกลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้งานจริง การสนับสนุนทั้งด้านการขายและการขยายตลาด ซึ่งไม่จำกัดเพียงเฉพาะลูกค้าของแสนสิริ แต่ยังมุ่งสร้างโอกาสในการเติบโตสู่กลุ่มลูกค้าอสังหาริมทรัยพ์รายอื่น ๆ ไปจนถึง ตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างความก้าวหน้าทางธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมทั้งร่วมกันผลักดันนวัตกรรมนั้น ให้ได้รับการจดสิทธิบัตรต่อไป  สำหรับสตาร์ทอัพรายล่าสุดที่สิริ เวนเจอร์สเข้าลงทุนคือ Semtive ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Wind Turbineกังหันลมเพื่อเปลี่ยนพลังงานลมเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยกระแสลมแรงเหมือน Wind Farm และใช้ได้บนพื้นที่จำกัดในเมือง เช่น บนหลังคาบ้าน หรือคอนโดมิเนียม ด้วยเงินลงทุนกว่า 15 ล้านบาท ซึ่งเป็นการพัฒนาด้าน Living Tech นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยที่ช่วยประหยัดพลังงาน ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยให้ลูกบ้านควบคุมการ ใช้ไฟฟ้า และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และส่งเสริมให้เกิดการแบ่งปันการใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกันในชุมชน ซึ่งจะพร้อมใช้งานจริงในโครงการนำร่องของแสนสิริภายในไตรมาส 3 ปี 2561 สิริ เวนเจอร์ส จะเปิดรับสมัครทีมสตาร์ทอัพที่จะเข้าร่วม SIRI VENTURES Global Connection Platform บนเว็บไซต์ www.siriventurespitching.com ไปจนถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2561 โดย สิริ เวนเจอร์สจะทำการคัดเลือกเหลือ 20 ทีมสตาร์ทอัพสุดท้ายที่มีศักยภาพเพื่อนำเสนอแผนธุรกิจในงาน TechSauce Global Summit 2018 ระหว่างวันที่ 22 – 23 มิถุนายน 2561 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์ ซึ่งในงานนี้ ยังมีช่วงเสวนาพิเศษเกี่ยวกับเทรนด์ Prop Tech ระดับโลกบนเวทีโดยวิทยากรจากสิริ เวนเจอร์ส, Plug and Play และ SOSA เกี่ยวกับแนวทางการสร้างความร่วมมือ กรณีตัวอย่างของความสำเร็จทางธุรกิจ และการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการใช้ชีวิตจาก Siri LifeTech อาทิ SAN:DEE Delivery Bot หรือน้องแสนดี หุ่นยนต์ไฮเทคส่งของถึงหน้าห้องพัก, นวัตกรรม Wind Turbine กังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้าในที่พักอาศัย, Home Service App พร้อมฟังค์ชั่นรองรับการสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย ทั้งนี้ภารกิจเฟ้นหาสตาร์ทอัพศักยภาพสูงเพื่อเข้าร่วม SIRI VENTURES Connection Platform ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ 3 ปีของ สิริ เวนเจอร์ส ภายใต้งบประมาณทั้งสิ้น 1,500 ล้านบาท โดยจะเน้นการดำเนินงาน 3 ด้าน คือ การลงทุนในสตาร์ทอัพ ความร่วมมือในการผลักดันการสร้างระบบนิเวศสำหรับสตาร์ทอัพร่วมกับเครือข่ายสตาร์ทอัพจากหลากหลายสาขาทั่วโลก รวมถึงการพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมสำหรับอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยเพื่อมาร่วมพัฒนาต่อยอดให้เกิดได้จริงในด้านธุรกิจ โดยตั้งเป้าสร้างเครือข่ายกับผู้พัฒนานวัตกรรมใหม่ด้าน Prop Tech อย่างน้อย 200 รายภายในปี 2020 

1 2 3 ... 305