Tips เลือกซื้อบ้านโครงการจัดสรรอย่างไรให้ใช่ และดีที่สุด

Tips เลือกซื้อบ้านโครงการจัดสรรอย่างไรให้ใช่และดีที่สุด

สำหรับคนที่ใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของบ้านสักหลังแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกซื้อจากโครงการไหนดี? เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าที่อยู่อาศัยในปัจจุบันถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูง ส่วนปัจจัยหลักในการเลือกซื้อบ้านนอกจากเรื่องทำเล, แนวคิดการพัฒนาโครงการ, พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านแล้ว ยังต้องคำนึงถึงชื่อของผู้ประกอบการว่ามีประวัติการสร้างและดูแลลูกค้าในโครงการดีแค่ไหน ดังนั้นก่อนที่จะซื้อบ้านไม่ว่าโครงการใดๆ ผู้ซื้อจึงควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด และทำความเข้าใจกับกฎหมายทางด้านอสังหาริมทรัพย์ให้เข้าใจ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจนำไปสู่การเสียเงินและเสียเวลาในภายหลัง ทั้งนี้เพื่อเป็นตัวช่วยในการพิจารณาโครงการบ้านต่างๆ เราจะมาแบ่งปัน Tips เลือกซื้อบ้านอย่างไรให้โดนใจและดีที่สุด พร้อมกับรายละเอียดดังต่อไปนี้…

 

  1. ทำเลที่ตั้งของโครงการ

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ค่ะ ว่าเรื่องตำแหน่งที่ตั้งของโครงการเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจ โครงการบ้านที่ดีต้องแวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภคครบครัน ซึ่งแนะนำให้ยึดทำเลที่ตั้งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมาเป็นข้อพิจารณาอันดับแรก เช่น การเดินทางไปสถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษาของสมาชิกในครอบครัว ระบบโครงข่ายคมนาคมที่มีระบบขนส่งรองรับ ทำให้การเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจประจำวันสะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งการเลือกทำเลที่ตั้งของบ้านควรพิจารณาจากความเหมาะสมกับความต้องการและวิถีชีวิตของคนในครอบครัวเป็นหลัก

 

  1. เส้นทางการคมนาคมเข้าสู่ตัวเมือง

ประเด็นรองต่อจากเรื่องทำเลที่ตั้งคงหนีไม่พ้นเรื่องของเส้นทางคมนาคมจัดเป็นเรื่องที่สำคัญอันดับต้นๆ ในการที่เราจะตัดสินใจซื้อบ้านสักโครงการหนึ่ง เพราะโครงการที่ดีนั้นควรจะตั้งอยู่ไม่ไกลจากทางด่วนมากนัก หรือมีเส้นทางลัดที่สามารถเชื่อมกับทางด่วนหรือเส้นทางหลักที่ใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ และควรใช้เวลาบนถนนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเลือกได้ แนะนำว่าถ้ามีเวลาสนใจโครงการไหนก็ลองวนรถดูนะคะ วนเข้า-วนออก, ยูเทิร์น ซึ่งควรลองขับรถไปทั้งวันธรรมดาและวันเสาร์-อาทิตย์ หลาย ๆ ช่วงเวลาดูนะคะว่าจะ “สะดวก” อย่างที่ทางโครงการโฆษณาไหม แล้วจึงค่อยตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง

 

  1. เลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม

เมื่อได้ทำเลที่ต้องการแล้ว ควรเลือกโครงการและราคาที่เหมาะสม สำหรับโครงการที่ดีนั้นควรจะมีสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่ครบถ้วน เช่น ถนน ท่อระบายน้ำ ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายการจัดสรรที่ดินกำหนดหรือไม่ สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการ เช่น สระว่ายน้ำ สวนสาธารณะ หรือฟิตเนส มีตรงตามความต้องการของผู้ซื้อไหม? ในบริเวณใกล้เคียงโครงการมีโรงเรียน โรงพยาบาล หรือห้างสรรพสินค้าหรือไม่ รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโครงการ เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัวขนาดไหน

 

  1. เลือกบริษัทหรือเจ้าของโครงการที่มีประสบการณ์ไว้ก่อน

นอกจากเรื่องทำเลที่ตั้งและการเดินทางแล้ว การจะซื้อบ้านโครงการสักหลังยังต้องคำนึงถึงบริษัทหรือเจ้าของโครงการว่ามีความน่าเชื่อถือมีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมากน้อยเพียงใด โดยพิจารณาจากประวัติชื่อเสียงและผลงานในอดีต เพื่อเป็นเครื่องรับประกันในขั้นต้นว่า ผู้ซื้อจะได้บ้านที่มีมาตรฐานทั้งด้านความมั่นคงแข็งแรง และก่อสร้างบ้านให้ตามเงื่อนไขที่ตกลงกันอย่างตรงเวลา ในกรณีนี้ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และมีความเป็นมืออาชีพ จะได้เปรียบกว่าผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีผลงานในการก่อสร้างเลย

 

  1. ขนาดพื้นที่บ้าน

นอกจากเรื่องแบรนด์ของตัวบ้านแล้วสิ่งที่ทำให้ราคาพุ่งสูงก็คือขนาดพื้นที่ดินที่บ้านหลังนั้นตั้งอยู่นั่นเองค่ะ ยิ่งโครงการตั้งอยู่ในที่เจริญแล้วก็จะยิ่งมีราคาสูงขึ้นไปอีกเนื่องจากราคาที่ดินต่อตารางวา ดังนั้นการที่เราสนใจจะซื้อบ้านสักหลังควรต้องรู้ขนาดที่ดินที่ตั้งของบ้านด้วยนะคะว่ามีขนาดเท่าไหร่ โดยมีหน่วยวัดเป็นตารางวา ซึ่งอาจสอบถามพนักงานขายก็ได้ค่ะ ว่าที่ราคาที่ดินตรงนี้ราคาตารางวาละเท่าไร แล้วจึงลองคูณจำนวนพื้นที่ดู ที่สำคัญคือส่วนที่เหลือจากค่าที่ดินก็คิดเป็นราคาบ้านค่ะ ลองคิดวิเคราะห์ดูครับว่าเงินส่วนที่เหลือประมาณระดับนี้แล้วต้องจ่ายเงินในส่วนที่เหลือก็คือราคาบ้านลองดูว่าวัสดุและเงินส่วนที่เหลือว่าคุ้มค่าแค่ไหน

 

  1. แบบแปลนบ้าน

แบบบ้านก็เป็นอีกหนึ่งความจำเป็นที่ต้องใช้ในการประกอบการตัดสินใจนะคะ เพราะขนาดหน้ากว้างและความลึกของตัวบ้าน ตลอดจนจำนวนที่จอดรถ, จำนวนห้องน้ำ, ห้องนอน, ห้องครัว รวมถึงพื้นที่ใช้สอยรอบบ้านว่าเพียงพอต่อความต้องการไหม นอกจากนี้ยังควรคำนึงถึงอนาคต กรณีที่ครอบครัวไหนจะมีสมาชิกเพิ่มด้วยนะคะ ว่ามีห้องสำหรับลูกสาวลูกชายตัวน้อยหรือเปล่า แนะนำให้ศึกษาดูแปลนบ้านชั้นล่างและชั้นบนโดยละเอียดนะคะ

 

  1. คุณภาพวัสดุที่ใช้

สำหรับเรื่องของตัวบ้านควรคำนึงถึงเรื่องของคุณภาพของวัสดุที่ใช้เทียบกับราคาของบ้านว่าสมเหตุสมผลมากน้อยแค่ไหน ลองพิจารณาดูนะคะว่าวัสดุและเทคโนโลยีที่ทางโครงการใส่ให้กับบ้านของเราคุ้มค่าไหม ปัจจุบันที่เห็นก็จะเป็นระบบระบายอากาศในบ้าน, ระบบป้องกันความร้อนจากภายนอก เป็นต้น บางคนอาจจะมองหาบ้านที่ใช้อิฐมวลเบาและอิฐมอญ หรือเป็นบ้านแบบ Precast บ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องคำนึงอย่างละเอียด เพราะทุกชิ้นทุกมุมในบ้านคือสิ่งที่เราต้องจ่ายเงินซื้อรวมไว้ในราคาบ้านแล้วค่ะ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบสักนิดหนึ่งเพื่อบ้านที่ใช่และดีที่สุด

 


สำหรับใครที่กำลังมองหาบ้านโครงการจัดสรรอยู่ ลองนำ Tips เลือกซื้อบ้านอย่างไรให้โดนใจและดีที่สุดที่เรามาฝากกันในวันนี้ไปพิจารณาดูนะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อเอง ยังไงผู้เขียนก็ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนได้เลือกบ้านที่ใช่ในราคาที่สมเหตุสมผล คุ้มค่าทุกพื้นที่อยู่อาศัยเลยนะคะ

 

 

 

 

 

Facebook Comments