ควรดูแลสุขภาพอย่างไร? เมื่อสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงน้องหมาไว้ในบ้าน

save yourself pats

ปัจจุบันมีแนวโน้มในการเลี้ยงสุนัขให้อยู่ใกล้ชิดกับผู้เลี้ยงและครอบครัวมากขึ้น ไม่ได้เลี้ยงเพียงแค่ไว้เฝ้าบ้านหรือเฝ้าทรัพย์สิน ปล่อยให้อยู่อาศัยนอกตัวบ้านเช่นแต่ก่อน แต่ผู้เลี้ยงอีกกลุ่มใหญ่เลี้ยงสุนัขเอาไว้เพื่อเป็นเพื่อนโดยวางสถานะให้สุนัขเป็นสมาชิกในครอบครัว อีกทั้งผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองมากขึ้น พื้นที่ในการเลี้ยงมีไม่มากจำเป็นต้องเลี้ยงสุนัขในที่อยู่อาศัย ยอมปล่อยให้เหล่าสุนัขตัวน้อยใหญ่มีอภิสิทธิ์อยู่ร่วมภายในตัวบ้าน ตัวอาคาร และในห้องนอน! ซึ่งถ้าครอบครัวใดไม่มีการดูแลเรื่องความสะอาดของสุนัขและของบ้านเป็นถูกสุขลักษณะ อาจนำไปสู่การหมักหมมของเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของสมาชิกในครอบครัวได้นั่นเอง

 

 

ดังนั้น เพื่อให้การเลี้ยงสุนัขไว้ภายในบ้านไม่สร้างปัญหาให้แก่ผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะด้านสุขภาพร่างกาย ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นที่จะต้องดูแลทั้งความเป็นอยู่ของสมาชิกครอบครัวและสุนัขให้มีสุขลักษณะ อนามัยที่ดีอย่างสม่ำเสมอ มาดูกันค่ะว่า เราจะมีวิธีการอะไรบ้างในการช่วยให้สมาชิกในครอบครัวอยู่ร่วมกับสุนัขได้สบายใจ ปลอดโรค ปลอดภัย แข็งแรงกันทั้งครอบครัว

 

 

ก่อนรับสุนัขมาเลี้ยงควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

 

การคิดจะเลี้ยงสุนัขสักตัว ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องรู้จุดประสงค์ในการเลี้ยงก่อนนะคะว่า… เลี้ยงเพื่ออะไร เช่น เลี้ยงเพื่อเฝ้าบ้าน หรือ เลี้ยงไว้สำหรับเป็นเพื่อน …มีพื้นที่เลี้ยงหรือไม่…มีเวลา มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงสุนัขเพียงพอไหม…นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงควรศึกษา หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลักษณะนิสัย ลักษณะสายพันธุ์ของสุนัขที่ตนเองสนใจ รวมไปถึง การทำความสะอาดดูแลสุนัขอย่างถูกวิธีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งของสุนัขและครอบครัวผู้เลี้ยงค่ะ

 

และแน่นอนว่า สมาชิกคนอื่นในครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญที่ผู้คิดจะเลี้ยงสุนัขไม่ควรมองข้าม ควรสอบถามความสมัครใจของสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกันขึ้นในอนาคตหลังจากที่ตัดสินใจรับสุนัขมาเลี้ยง ควรเลือกสุนัขให้เข้ากับสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี หากมีเด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ คนพิการ หรือ ผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นภูมิแพ้ ก็จำเป็นต้องวางแผนก่อนรับเลี้ยงอย่างรอบคอบรัดกุมเป็นพิเศษ เพื่อรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ควรปล่อยให้การเลี้ยงสุนัขกลายเป็นปัญหาหนึ่งของครอบครัวนะคะ

 

ในแต่ละครอบครัวมีจำนวนสมาชิก ช่วงวัย และสถานภาพที่แตกต่างกัน บางครอบครัวมีเพียง 2 คน แต่ในบางครอบครัวอาจอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ มีสมาชิกตั้งแต่เด็กทารก ไปจนถึงผู้สูงอายุ หรือ ผู้ป่วยทุพพลภาพ จึงควรมีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องเริ่มต้นดูแลก็คือ สุขภาวะร่างกายที่ดีของสุนัขนั่นเอง

 

 

การดูแลสุขภาพความสะอาดของสุนัข

 

จุดเริ่มต้นของเชื้อโรค หรืออันตรายต่างๆ ที่เกิดจากการเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้าน ล้วนเกิดมาจากปัญหาในการเลี้ยงดูรวมไปถึงการทำความสะอาดให้แก่สุนัข ผู้เลี้ยงจึงควรดูแลทำความสะอาดอาบน้ำให้สุนัขเป็นประจำสัปดาห์ละหนึ่งครั้งหรือ 2 สัปดาห์ต่อครั้งแล้วแต่ความสกปรก หรือแล้วแต่สภาพผิวหนัง สภาพขนของแต่ละสายพันธุ์ อย่างเช่น สุนัขขนสั้นบางสายพันธุ์อาจไม่จำเป็นต้องอาบน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ ถ้าไม่เปื้อนสิ่งสกปรก แต่กรณีที่เป็นสุนัขขนสั้น 2 ชั้น จึงมีขนร่วงอยู่ตลอดเวลา ผู้เลี้ยงควรแปรงขนให้พวกเขาเป็นประจำทุกวัน เพื่อไม่ให้มีขนหลุดปลิวอยู่ในบ้าน อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ หรือติดเชื้อระบบทางเดินหายใจได้ค่ะ

 

 

ส่วนเห็บกับหมัด ศัตรูตัวฉกาจของสุนัขและผู้เลี้ยงก็เป็นปัญหาที่ปล่อยปละละเลยไม่ได้เด็ดขาด เพราะสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เหล่านี้มักจะแอบซ่อนอยู่ที่ตัวสุนัข ห้องนอน เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เตียง หรือ แม้กระทั่งบนที่นอน! ด้วยเหตุนี้เอง ผู้เลี้ยงจึงควรพาสุนัขไปฉีดยากำจัดเห็บหมัดตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ อาบน้ำทำความสะอาดสุนัขบ่อยขึ้นในกรณีที่อาบน้ำให้สุนัขน้อบกว่า 2 สัปดาห์ต่อครั้ง และที่สำคัญต้องไม่ลืมทำความสะอาดภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ รวมไปถึงพื้นที่รอบตัวบ้านด้วยน้ำยากำจัดเห็บหมัดนะคะ

 

อีกสิ่งที่หนึ่งที่เป็นปัญหากวนใจต่อสมาชิกในบ้านนั่นก็คือ กลิ่นตัวของสุนัข แนะนำให้ผู้เลี้ยงคอยเช็ดตัว โรยแป้ง ช่วยดับกลิ่นสุนัขระหว่างวัน แต่ถ้าเกิดยังมีกลิ่นติดตามโซฟาหรือเสื้อผ้าภายในบ้าน ก็ให้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้าอย่าง แอมบิเพอร์กลิ่นใดก็ได้ เพื่อช่วยกำจัดแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นอับชื้นก็ได้ค่ะ นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงอาจต้องระวังโรคเกี่ยวกับเชื้อราที่ผิวหนังของสุนัขซึ่งสามารถติดต่อสู่คนได้อีกด้วย และด้วยเหตุนี้เอง การเริ่มต้นทำความสะอาดที่ตัวสุนัข จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสุขภาพของสมาชิกทุกคนในครอบครัว

 

ควรดูแลสุขภาพอย่างไร เมื่อสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงน้องหมาไว้ในบ้าน

 

การดูแลสุขภาพเด็ก

 

จากผลงานวิจัยทั่วโลกต่างระบุว่า เด็กๆ ที่มีสัตว์เลี้ยงไว้ในบ้าน ได้ใกล้ชิดกับสุนัขจะช่วยให้พวกเขามีสุขภาพแข็งแรง เจ็บป่วยน้อยกว่าเด็กที่ภายในบ้านไม่มีสัตว์เลี้ยง เนื่องจากสัตว์เลี้ยงจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ ได้เองอย่างเป็นชาติจากแบคทีเรียที่สัตว์เลี้ยงนำเอามาจากนอกบ้านนั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม แบคทีเรียที่ส่งผลดีต่อสุนัขภาพเด็กๆ จะต้องมีอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นถึงจะส่งผลดี ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น หลังจากที่เด็กๆ เล่นกับสุนัขหรือ สัตว์เลี้ยงเสร็จแล้ว ควรให้พวกเขาล้างมือให้สะอาดเรียบร้อย กำจัดเส้นขนสุนัขอันเป็นสาเหตุทำให้เด็กๆ เป็นภูมิแพ้ ผื่นคันจากเชื้อโรคที่ติดมากับขนสุนัข อีกทั้งควรทำความสะอาดบ้านด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันเชื้อโรค ไรฝุ่น สำหรับเสื้อผ้า หรือ เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าก็สามารถใช้ แอมบิเพอร์ แอนตี้ แบคทีเรีย เพื่อช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นได้อีกแรงค่ะ

 

การดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์

 

การเลี้ยงสัตว์หรือสุนัขสามารถช่วยบรรเทาความตึงเครียด ความวิตกกังวล ที่อาจขึ้นได้ในหญิงตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องใส่ใจดูแลเรื่องป้องกันการแพ้คันจากฝุ่นไร ขน หรือ เชื้อรา แบคทีเรียต่างๆ จากสุนัขมากเป็นพิเศษ จึงควรแยกพื้นที่ อาณาบริเวณระหว่างสุนัขกับหญิงตั้งครรภ์ให้เป็นสัดส่วน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท จัดแต่งบ้านให้ง่ายต่อการทำความสะอาด นอกจากนี้ ยังต้องระมัดระวังพฤติกรรมก้าวร้าวของสุนัข เช่น กระโจนใส่ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ควรล้างมือทุกครั้งหลังจับสุนัข และก่อนรับประทานอาหาร ไม่ควรปล่อยให้สุนัขนอนร่วมเตียงในช่วงนี้นะคะ เนื่องจากผู้หญิงหลายคนจะมีภูมิคุ้มกันต่ำลงในช่วงตั้งครรภ์อาจเกิดการแพ้ฝุ่นหรือเชื้อโรคจากขนสุนัขได้ และอีกสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยก็คือต้องทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวันนั่นเองค่ะ

 

ควรดูแลสุขภาพอย่างไร? เมื่อสมาชิกในครอบครัวเลี้ยงน้องหมาไว้ในบ้าน

 

การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

 

การให้ผู้สูงอายุอยู่กับสุนัขจะช่วยในเรื่องของสภาพจิตใจให้มีอารมณ์ที่มั่นคง ผ่อนคลาย เหงาหรือหว้าเหว่น้อยลง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเรื่องความจำ ทักษะในการพูดคุยมากขึ้นโดยเฉพาะผู้สูงวัยที่กำลังมีภาวะความจำเสื่อม อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงสุนัขร่วมกับผู้สูงอายุจำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุมากเป็นพิเศษ เนื่องจากผู้สูงอายุมีการเดิน เคลื่อนไหว ที่ไม่มั่นคงแข็งแรง หากสุนัขกระโดดหรือกระโจนเข้าหาอาจทำให้ลื่นหกล้มได้ จึงควรจัดสรรพื้นที่ของสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้านให้อยู่แยกเป็นสัดส่วน มีคอกกั้น ของจำพวกชามอาหาร ถาดใส่น้ำควรวางอยู่เป็นที่ไม่ระเกะระกะ ส่วนเรื่องของความสะอาดควรเช็ดถูเป็นประจำทุกวัน หากมีผู้สูงอายุที่ไม่สบาย ร่างกายอ่อนแอ ก็ควรหลีกเลี่ยงให้สุนัขเข้าใกล้โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะเกิดการติดเชื้อโรคได้จากน้ำลาย ฝุ่น เห็บ หมัด ไร ที่ติดมาจากนอกบ้าน แนะนำให้ใช้ยาพ่นกำจัดเห็บฉีดตามฝาผนัง และซอกมุมต่างๆ ทั่วบ้าน ทั้งบริเวณของสุนัขและของสมาชิกในครอบครัว

 

การดูแลสุขภาพผู้ที่เป็นภูมิแพ้

 

ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ส่วนใหญ่ต่างเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเลี้ยง หรือการอยู่ร่วมกับสุนัข เพราะเกรงว่าขนของสุนัขจะยิ่งกระตุ้นทำให้เกิดภูมิแพ้มากยิ่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขนสุนัขไม่ได้มีผลทำให้เราเกิดอาการแพ้นะคะ หากคือเศษขี้ไคล น้ำลาย ฝุ่นละออง ฉี่ หรือเชื้อโรคที่ติดอยู่กับขนของสุนัข ดังนั้น ผู้ที่เป็นภูมิแพ้แต่เลี้ยงสุนัข จึงควรระมัดระวังมากเป็นพิเศษเรื่องความสะอาดของตัวสุนัขเอง ต้องทำความสะอาดสุนัขอย่างสม่ำเสมอ จัดบริเวณให้น้องหมาอยู่เป็นสัดส่วน จำกัดพื้นที่ไม่ให้สุนัขเดินได้อย่างอิสระภายในบ้าน

 

 

ควรจัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย หลีกเลี่ยงไม่ให้สุนัขเข้าไปอยู่ในห้องนอน และควรทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดฝุ่นที่ออกแบบมาพิเศษสำหรับผู้เป็นโรคภูมิแพ้ ให้ทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือหาเครื่องฟอกอากาศเข้ามาติดตั้งเพื่อช่วยฟอกอากาศภายในบ้าน ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นเนื้อผ้า ผ้าปูที่นอน รวมไปถึงพื้นพรมที่มักมีกลิ่นหมักหมมจากเชื้อแบคทีเรียอันนำไปสู่สาเหตุหนึ่งของอาการแพ้ต่างๆ ควรหาน้ำยา หรือผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นบนผ้าอย่างแอมบิเพอร์ เฟิร์ส ดีเฟนซ์ เพื่อช่วยในการขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ พร้อมมอบกลิ่นหอมสะอาด และยังช่วยลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากผ้าในอากาศซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้อีกด้วยค่ะ

 

การหมั่นใส่ใจเรื่องรายละเอียดในการเลี้ยงสุนัขที่ต้องนำมาไว้ในบ้านจึงไม่ใช่เรื่องเล็กที่สามารถมองข้ามได้นะคะ เพราะหากความสะอาด หรือสุขภาพของฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งได้รับการปล่อยปละละเลย ก็อาจนำมาซึ่งการติดเชื้อ ภูมิแพ้ ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนส่งผลไปยังสุขภาพจิตใจ ความรัก ที่มีต่อสุนัขได้อีกด้วย ดังนั้น ถ้าคิดจะเลี้ยงสุนัขภายในบ้านจำเป็นต้องดูแลสุนัขของทุกฝ่ายควบคู่กันไป แยกขาดออกจากกันไม่ได้นะคะ

 

ขอบคุณบทความดีโดย : Dogilike.com
http://www.dogilike.com

ภาพประกอบสวยๆจาก Pixabay

Facebook Comments