จากล้อม “ไม้ใหญ่” สู่แปลงปลูก “ผักสวนครัวหลังบ้าน” โปรเจ็กต์เติมเต็ม SANSIRI GREEN MISSION

ถือเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับดีเวลลอปเปอร์ที่จำเป็นจะต้องตัดต้นไม้ เพื่อปรับปรุงพื้นที่เตรียมพัฒนาโครงการ แต่บ่อยครั้งที่จะพบประเด็นการถกเถียง หรือถึงขั้น “ขัดแย้ง” ระหว่างดีเวลลอปเปอร์กับคนในชุมชน เมื่อจำเป็นต้องตัดต้นไม้ใหญ่ หรือต้นไม้ที่มีอายุยาวนานหลายสิบปีหรือหลักร้อยปี เพราะต้นไม้หลายต้นไม่ใช่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ แต่ต้นไม้ใหญ่บางต้นมีความสำคัญต่อจิตใจของคนในชุมชนด้วย

ทางออกที่มักหยิบมาใช้เป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งดีกว่าการ “ตัด” ต้นไม้นั้นไปเลย คือ การล้อมต้นไม้แล้วย้ายไปปลูกยังสถานที่อื่น หรือไม่ก็เอาเข้ามาปลูกภายในโครงการ สร้างแลนด์สเคปให้สวยงาม แถมยังรักษาต้นไม้ให้มีอายุต่อไปได้อีก ยิ่งในภาวะปัจจุบันเรื่องของพื้นที่สีเขียว มีความจำเป็นและสำคัญมากกว่าแค่ การทำตามมาตรฐาน EIA ( Environmental Impact Assessment Report ) หรือการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ผู้ประกอบกา
รต้องจัดทำเท่านั้น

แต่ความสำคัญของพื้นที่สีเขียว คือ ถูกหยิบมาเป็น “จุดขาย” สำคัญของโครงการบ้านหรือคอนโดมิเนียมไปแล้ว หลายโครงการชูเรื่องนี้อย่างชัดเจน ก็เพราะปัจจุบันโลกกำลังเผชิญอยู่กับปัญหาโลกร้อน และปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทั้งโลก ผู้คนจึงต้องออกมาร่วมมือร่วมใจ เพื่อจะทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อ “มนุษย์โลก” อย่างเราๆ ทุกคนั้นเอง

สำหรับแสนสิริ ได้มีการกำหนด “SANSIRI GREEN MISSION” เป็นนโยบายสำคัญเรื่องหนึ่งในการพัฒนา โครงการอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ซึ่งตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา แสนสิริมีแนวทางในการจัดการต้นไม้และพื้นที่สีเขียว คือ “เก็บ เลือก ปลูก รักษา” ได้แก่ การเก็บต้นไม้เดิมเพิ่มมูลค่า เก็บรักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิม ให้คงอยู่ในพื้นที่โครงการ การเลือกชนิด ขนาด ตำแหน่ง ตามความเหมาะสม เลือกชนิดพันธุ์ไม้ ความเหมาะสมของพื้นที่ และประโยชน์ของพันธุ์ไม้ต่อลูกบ้าน เพื่อเพิ่มพื้นทีสีเขียวให้ลูกบ้านได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด

รวมถึงเน้นการเลือกต้นไม้จากป่าปลูก ตั้งแต่ยังเป็นต้นเล็ก เพื่อให้เติบโตอย่างแข็งแรงยั่งยืนไปพร้อมกับโครงการและลูกบ้าน

การปลูกถูกต้องตามหลักการเพื่อความยั่งยืน การใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การวางตำแหน่ง คำนวณระยะห่างและการค้ำยันต้นไม้ การรักษาและใส่ใจอย่างยั่งยืน การดูแลให้ต้นไม้สวยงามเป็นคุณค่าคู่โครงการตลอดไป

ตัวอย่างของการจัดการต้นไม้ขนาดใหญ่ อายุนานหลายสิบปีที่แสนสิริจัดการ เช่น โครงการเดอะ โมนูเมนต์ ทองหล่อ
ที่เก็บต้นไม้อายุกว่า 50 ปีไว้ทั้งหมด 5 ต้นภายในสวนส่วนกลางที่มีพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร โครงการเวีย โบทานี
กับการออกแบบอาคารให้โอบล้อมต้นจามจุรีอายุกว่า 80 ปี กระบวนการทั้งหมดถูกจัดทำขึ้นภายใต้โครงการ Sansiri Tree Story ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในโครงการของแสนสิริ

จากการ “เก็บ เลือก ปลูก รักษา” ไม้ใหญ่ แสนสิริ เดินหน้าขับเคลื่อน SANSIRI GREEN MISSION ต่อกับโปรเจ็กต์ “Sansiri Backyard” (แสนสิริ แบคยาร์ด) กับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโครงการ ด้วยเพิ่มแปลงพืชผักสวนครัว กับการนำเอาพื้นที่ว่างเปล่ารอการพัฒนา หรือพื้นที่เปล่าของโครงการ มาทำให้เกิดประโยชน์ ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการมีผักสวนครัวปลดสารพิษ ให้กับลูกบ้าน หรือคนในชุมชนได้บริโภค เป็นการตอกย้ำแนวคิดเศรษฐกิหมุนเวียนที่ถูกนำมาปรับใช้ให้เข้ากับแบรนด์แสนสิริ

นางจริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
โครงการ Sansiri Backyard เกิดมาจากความต้องการให้เมืองใหญ่ในประเทศไทยเป็นเมืองแห่งการอยู่อาศัยยั่งยืนแห่งอนาคตที่คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวตลอดจนคนเมืองมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ใส่ใจสุขภาพกาย สุขภาพใจตามแนวคิด well-being มากขึ้น จากหลัก 3Gs ได้แก่

1.Green การสร้างประโยชน์จากพื้นที่ว่างอยู่กลางแจ้งหรือในอาคาร อยู่บนอาคารสูงหรือบ้านให้เป็นพื้นที่สีเขียว 2.Grow ปลูกผักและผลไม้ในรูปแบบฟาร์มผักบนพื้นที่ว่าง และสร้างความเป็นคอมมูนิตี้แบบยั่งยืนในเมืองใหญ่ด้วยการเปิดโอกาสให้พนักงาน ลูกบ้าน ชุมชนใกล้เคียงและผู้ที่สนใจได้ใช้เวลาร่วมกันในการปลูกผักและ 3.Give ผลผลิตบางส่วนที่ได้จากจะแบ่งปันต่อไปยังครอบครัวแสนสิริในโครงการที่มี Sansiri Backyard เช่น โรงเรียนรอบข้างพื้นที่ชุมชนข้างเคียงและคนทั่วไปที่ต้องการเรียนรู้การใช้ชีวิตที่ดีแบบ well-being ตลอดจนพนักงานแสนสิริ นอกจากนี้ อาจจะจำหน่ายผลผลิตเพื่อนำเงินมอบให้กับหน่วยงานต่างๆ และยังแผนนำผลผลิตปลอดสารนี้ไปใช้ที่สิริ เฮาส์ (SIRI HOUSE) และโรงแรมเอสเคป หัวหินและเขาใหญ่ในอนาคตด้วย

โดยช่วง 1 ปีที่ผ่านมาแสนสิริได้เริ่มนำร่องใช้พื้นที่ว่างของโครงการต่างๆ 20 โครงการ ปลูกพืชผักสวนครัวไปบ้างแล้ว ทั้งพื้นที่ดาดฟ้าคอนโดฯ พื้นที่ส่วนกลาง ที่ว่างในอาคาร โดยผลผลิตได้ถูกแบ่งปันให้กับลูกบ้านภายในโครงการ
แผนต่อไปจะนำพื้นที่ของโครงการ T77 และที่หัวหินมาจัดทำสวนผักหลังบ้านต่อไปด้วย

“ก่อนการพัฒนาโครงการจะต้องมีกระบวนการขออนุญาต การขออีไอเออย่างน้อยใช้ระยะเวลา 1 ปี จึงจะนำเอาพื้นที่ว่างมาปลูกผักก่อน เพราะผักจะมีอายุสั้นบางชนิดเพียง 30-45 วันก็เก็บกินได้ ก่อนหน้านี้แสนสิริได้เริ่มทำการศึกษาการปลูกผักมาก่อนแล้ว มีการแจกชุดปลูกให้พนักกงาน และเริ่มภายในออฟฟิศก่อน ต่อไปก็จะขยายไปยังพื้นที่รอการพัฒนา เช่น โครงการ T77 มีที่ดินกว่า 5 ไร่ที่รอการพัฒนาในระยะ 1 ปี และอีกกว่า 5 ไร่ รอการพัฒนาในระยะ 3-5 ปี”นางจริยา กล่าวในตอนท้าย”

Facebook Comments

บทความโพสต์ล่าสุด

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

ตั้งแต่ Origin เริ่มทำโครงการแนวราบในแบรนด์ BRITANIA เราจะเห็นกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากคนหลายๆ กลุ่ม ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะครอบครัวเท่านั้นนะคะ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง และนวัตกรรมที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ไม่น้อยภายใต้ชายคาของออริจิ้น       ทำเล กรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก ถูกพูดถึงอย่างมากในระยะ 3-4 ปีหลังมานี้…

4 days ago

สิงห์ เอสเตท ปั้นแบรนด์สู่ความพรีเมียมระดับโลก เดินหน้าIPO ธุรกิจโรงแรมครั้งแรก

แม้จะก่อตั้งบริษัทมาได้เพียง 5 ปี แต่สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กลับสามารถโชว์ศักยภาพขยายธุรกิจไปไกลทั่วโลก ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการก้าวขึ้นสู่ “Global Holding Company” ประกาศเดินหน้าธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ในนามบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด…

4 days ago

เปิดรายงานผลสำรวจตลาดอสังหาฯ ครึ่งหลังปี 2561 เหลือขายกว่า 1.5 แสนยูนิต

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 2561ในพื้นที่กรุงเทพฯ–ปริมณฑล โดยนับเฉพาะโครงการที่มียูนิตเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6ยูนิต   จากการสำรวจพบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายจำนวน 1,597 โครงการ มียูนิตในผังโครงการรวมทั้งสิ้น 492,436 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560  7.7% มีมูลค่าโครงการรวม 1,977,836 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย…

5 days ago

“พฤกษา”เปิดขาย “รีเซล-อีคอมเมิร์ซ” เมื่อมาตรการรัฐไม่ได้ช่วยอะไร แต่ต้องทำเป้าให้ได้ 47,000 ล้าน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาดูเหมือนจะได้รับผลกระทบเต็มๆ จากมาตรการ LTV (Loan to Value) หรืออัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดว่าจะต้องวางเงินดาวน์ซื้ออสังหาริมทรัพย์อัตรา 10% ที่มีเป้าหมายสำคัญสกัดนักเก็งกำไรหรือบรรดานักลงทุน เพราะผลของมาตรการทำเอาตลาดอสังหาฯ​ ลงต่ำลงทั้งปริมาณและมูลค่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา   โดยตลาดอสังหาฯ​ ในไตรมาสแรกที่ผ่านมามีมูลค่า 100,809 ล้านบาท ลดลง 18% จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 123,605 ล้านบาท ส่วนจำนวนยูนิตไตรมาสแรกปีนี้มีจำนวน 28,365 ยูนิต ลดลง…

5 days ago

เปิดบ้านแฝด Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra

สำหรับรีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปชมบ้านแฝดย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งแบบบ้านภายนอกและแปลนภายใน เพราะทาง Private Nirvana จะมีการดีไซน์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละโครงการ เพื่อความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่ใช่แค่ดูแล้วสวยงามเท่านั้น แต่แม้ผ่านระยะเวลาเป็น 10 ปี ก็จะยังดูไม่ล้าสมัย ซึ่งเราจะพาเข้าไปชมพร้อมกันเลยค่ะ   Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra เป็นโครงการบ้านแฝด…

6 days ago

ทำอสังหาฯ ต้องแตกต่าง MQDC เปิด Whizdom Club พื้นที่สร้างแบรนด์หนีคู่แข่ง

ท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โจทย์ใหญ่ คือ ทำอย่างไรให้ครองใจลูกค้าไว้ได้ นอกเหนือไปจาก เรื่องทำเลที่ตั้ง คุณภาพสินค้า และราคาที่คุ้มค่า การนำเรื่องบริการเข้ามาใส่ หรือการดูแลค้าที่ทำให้รู้สึกได้ถึง “ความคุ้มค่า” และมี “มูลค่าเพิ่ม” มากกว่า จึงเป็นสิ่งจำเป็นและไม่อาจละเลยได้ กลยุทธ์เรื่องของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ หรือ CRM จึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ขาดไม่ได้เช่นกัน หรือแม้แต่การเข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลสังคมรอบข้าง หรือการแบ่งปันให้กับผู้อยู่ร่วมกับสังคมโดยทั่วไปที่มักถูกเรียกว่ากิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR ผู้ประกอบการก็ต้องทำควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้วยเหมือนกัน   MQDC หรือ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้…

1 week ago