Tag : AP

Aspire สาทร-ท่าพระ เพียบพร้อมทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต

Aspire สาทร-ท่าพระ เพียบพร้อมทุกรูปแบบของการใช้ชีวิต

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปดูคอนโดมิเนียมคุณภาพดีที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่และยังเดินทางสะดวกสบายห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลูเพียงแค่ก้าวเดียว กับโครงการ “Aspire สาทร - ท่าพระ” จาก AP Thailand กันค่ะ ซึ่งถ้าย้อนไปเมื่อช่วงปี 59 นับว่าเป็นคอนโดฯ ที่สร้างความฮือฮาในย่านนี้เป็นอย่างมาก เพราะขายหมดในวันเดียวตั้งแต่วัน Pre-Sale แต่ปัจจุบันทางโครงการเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้อีกครั้งกับห้องหลุดดาวน์ Lot พิเศษ ซึ่งเราได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศตัวโครงการและห้องตัวอย่างรวมถึงเก็บภาพมาฝากกันด้วยค่ะ ทำเลที่ตั้งและการเดินทาง โครงการ Aspire สาทร - ท่าพระ ตั้งอยู่ติดถนนแยกรัชดา-ราชพฤกษ์ เลยนะคะ ด้านหน้าโครงการนั้นจะอยู่ติดกับถนนราชพฤกษ์ แต่ด้านข้างจะอยู่ติดกับรถไฟฟ้า BTS สถานีตลาดพลูค่ะ ซึ่งต้องบอกเลยว่าโครงการนี้ตั้งอยู่บนทำเลที่อุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริงเลยค่ะ เพราะอยู่ใกล้ชุมชนที่มีกลุ่มคนอาศัยอยู่หนาแน่น รายล้อมไปด้วยหมู่บ้าน อาคารพาณิชย์ แหล่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ออฟฟิศ, สถานศึกษา, โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้า The Mall ท่าพระ ที่อยู่ใกล้มากๆ (ห่างเพียง 160 เมตร) สามารถเดินไปได้ รวมไปจนถึงร้านค้าและตลาดสดเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่ออย่าง ‘ตลาดพลู’ ที่มีร้านอาหารอร่อยๆ มากมายให้เลือกสรร   ในส่วนของการเดินทางก็จัดว่าสะดวกสบายมากทีเดียวค่ะ สำหรับคนที่ใช้รถยนต์ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนเส้นหลักอย่างราชพฤกษ์ ฝั่งมุ่งหน้าไปทางวุฒากาศ แต่ก็เอื้อต่อการขับรถเข้าเมืองไปย่านสาทรนะคะ เพราะทางเข้า-ออกของโครงการนั้นอยู่ไม่ไกลจากจุดกลับรถ โดยสามารถกลับรถไปใช้เส้นราชพฤกษ์ขาเข้า ตรงไปเชื่อมกับถนนกรุงธนบุรี ขับตามแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ตากสิน-บางหว้า) ไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานตากสินก็จะเชื่อมกับโซนธุรกิจอย่างสีลม สาทร แล้วค่ะ นอกจากนี้ถนนราชพฤกษ์ ยังสามารถเชื่อมต่อสู่ถนนสายสำคัญเส้นอื่นๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถนนกัลปพฤกษ์, ถนนเพชรเกษม, ถนนเทอดไท, ถนนรัชดาฯ-ท่าพระ, ถนนพระราม 3, ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน, ถนนกรุงธนบุรี, สะพานตากสิน และถนนสาทร ถ้าใครอยากเข้าออกเมืองในชั่วโมงเร่งด่วน ก็สามารถใช้ทางด่วนที่มีให้เลือกใช้ถึง 2 ด่าน คือทางด่วนศรีรัช ด่านสุรวงศ์ (ห่างเพียง 5.6 กม.) และทางด่วนเฉลิมมหานคร (ห่างเพียง 5.6 กม.)     สำหรับคนเดินทางด้วยรถสาธารณะก็สะดวกสบายไม่แพ้กันค่ะ อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ข้างต้นว่าจุดเด่นของโครงการอยู่ติดบันไดทางขึ้น-ลง BTS ตลาดพลู (ทางออก 3) เพียงแค่ก้าวเดียวค่ะ โดยทางโครงการได้ทำประตูเล็กๆ ใช้คีย์การ์ดสำหรับเข้า-ออกไว้ เพื่อให้ลูกบ้านที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าสะดวกมากขึ้น ซึ่งสถานีนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของรถไฟฟ้าสายหลักในการเข้าเมืองไปย่านสาทร เลยไปจนถึงสยามเลยค่ะ และในอนาคตบริเวณ BTS บางหว้าก็จะทำการ Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (ช่วงหัวลำโพง-บางแค) ให้สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้หลากหลายมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ใกล้ๆ โครงการยังมี BRT คอยบริการอยู่ด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับนักศึกษาและคนทำงานย่านพระราม 3 หรือบริเวณสีลมและสาทร เรียกได้ว่าสะดวกในการเดินทางมากๆ ที่สำคัญคือค่าโดยสารราคาถูกกว่ารถเมล์ไม่ปรับอากาศอีกด้วยค่ะ   เจาะลึกโครงการ สำหรับตัวโครงการ Aspire สาทร-ท่าพระ เป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise สูง 30 ชั้น 1 อาคาร บนที่ดินกว่า 5 ไร่ มีจำนวนยูนิตทั้งหมด 1,219 ยูนิต และมีที่จอดรถประมาณ 40% (รวมจอดซ้อนคัน) โดยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 6 แนวคิดโครงการมาในรูปแบบ Modern Japanese ที่ผสมกับ Natural Feeling ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Aspire ที่อยากให้คนเมืองได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติในสไตล์ญี่ปุ่นสมัยใหม่   ในส่วนของ Facility ก็อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ ซึ่งทางโครงการก็จัดให้แบบเต็มที่ โดย Facility หลักๆ จะอยู่บริเวณชั้นล่างมีทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ความยาว 30 เมตร โดยลูกบ้าน สามารถลงเล่นน้ำได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องกลัวแดดร้อนเลย เพราะตัวโครงการเป็นอาคารสูงถึง 30 ชั้น จึงช่วยบังแดดได้เป็นอย่างดีเกือบตลอดทั้งวัน บริเวณสระว่ายน้ำจึงร่มรื่น นอกจากนี้ยังมีห้องฟิตเนส แบบ Double Floor, ห้องซาวน่า และล็อบบี้ขนาดใหญ่ ในขณะที่ดาดฟ้าชั้น 30 เป็นพื้นที่พักผ่อนชมวิวแบบพาโนโรมาท่ามกลางสวนสวยที่มาพร้อม Jogging Track รองรับการออกกำลังกายของลูกบ้าน บริเวณ Lobby ดูโออ่า กว้างขวาง รองรับลูกบ้านได้เป็นจำนวนมาก พื้นที่ด้านหนึ่งของโถง Lobby จะเป็นส่วน Mail Box นะคะ เมื่อเดินผ่านโถงกลาง Lobby ออกมาจะเป็นส่วนของสระว่ายน้ำและฟิตเนสค่ะ สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นของพรรณไม้ ภายในห้องฟิตเนสขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่มาพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ครบครันและทันสมัย บริเวณชั้นล่างของฟิตเนสจะเน้นรองรับกิจกรรมเวทเทรนนิ่ง โดยมีอุปกรณ์ออกกำลังกายอย่างครบครันเช่นเดียวกับชั้น 2 เลยค่ะ บรรยากาศอันร่มรื่นของสวนลอยฟ้าบริเวณชั้น 30 นอกจากพื้นที่พักผ่อนแล้ว ยังมี Jogging Track รองรับการออกกำลังกายของลูกบ้านอีกด้วย   เปิดห้องตัวอย่าง ปัจจุบันทางโครงการ Aspire สาทร-ท่าพระ มีลูกบ้านย้ายเข้ามาพักอาศัยกันเป็นจำนวนพอสมควรแล้วนะคะ ดังนั้นใครที่กำลังสนใจโครงการนี้อยู่สามารถติดต่อเข้ามาขอชมห้องในบรรยากาศจริงได้เลยค่ะ สำหรับห้องตัวอย่างที่เราเก็บภาพมาฝาก เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ที่ขนาด 30.50 นะคะ การออกแบบ Layout ภายในห้องค่อนข้างลงตัวเป็นสัดส่วนเรียบร้อยดีทีเดียว ซึ่งทางโครงการจะขายห้องแบบ Fully Fitted มาพร้อมเคาน์เตอร์ครัว, ห้องน้ำสำเร็จรูปจาก Mogen พื้นห้องลามิเนต หนา 8 มม. ผนังห้องจะเป็นฝ้าฉาบเรียบทาสีขาว ไฟภายในห้องแบบดาวน์ไลท์ พร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type ของ Samsung ให้ทุกยูนิตค่ะ แปลนห้องตัวอย่าง แบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 30.50 ตร.ม. เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามา จะเป็นพื้นที่นั่งเล่นก่อนเลยนะคะ ซึ่งก็ดูโปร่งโล่งเนื่องจากเพดานสูง 2.55 เมตร นับว่าเป็นความสูงกว่ามาตรฐานคอนโดทั่วไป ส่วนด้านซ้ายมือเป็นห้องน้ำ ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องนอน ติดกันเป็นห้องครัวแบบปิดพร้อมระเบียงด้านในสุด พื้นที่นั่งเล่นทางโครงการจัดวางโซฟาตัวยาวไว้เป็นตัวอย่างนะคะ จะเห็นได้ว่ามีพื้นที่ด้านข้างเหลือพอสำหรับวางโต๊ะข้างหรือโคมไฟตั้งพื้นได้ด้วย ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีค่อนข้างกว้างขวางพอที่จะวางโต๊ะกลางดังห้องตัวอย่างในภาพเลยค่ะ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นส่วนของคอนโซลทีวีนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถบิลต์อินชั้นวางทีวีและวางของได้ตามใจ หรือจะวางเฟอร์นิเจอร์ขนาดพอเหมาะดังตัวอย่างที่ทางโครงการจัดวางไว้ก็ได้เช่นกันค่ะ ติดกับส่วนคอนโซลทีวีจะเป็นห้องน้ำค่ะ โดยทางโครงการจะกั้นประตูไม้สำเร็จรูปบานเรียบทาสีขาว ลูกบิดกลมมาตรฐาน และยกธรณีสูงขึ้นประมาณ 10 ซม. เพื่อป้องกันน้ำออกมายังส่วนห้องนั่งเล่น สำหรับห้องน้ำของโครงการ Aspire สาทร-ท่าพระ จะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูปจากแบรนด์ Mogen นะคะ ซึ่งห้องน้ำสำเร็จรูปจะผลิตสำเร็จจากโรงงาน ตามรูปแบบที่ทางโครงการได้ออกแบบไว้ โดย ใช้เป็นผนังโครงสร้างเบา ส่วนแห้งเป็นพื้นคอนกรีต ปูกระเบื้อง ส่วนเปียกออกแบบผนังเป็นไฟเบอร์หล่อชิ้นเดียว พร้อมติดตั้งสุขภัณฑ์มาตรฐานให้ครบชุด โดยจะประกอบทุกส่วนมาจากโรงงาน และยกมาติดตั้งที่โครงการทีเดียว ส่วนข้อดีของห้องน้ำสำเร็จรูป คือช่วยประหยัดเวลาในการติดตั้ง, ลดข้อบกพร่องที่เกิดจากการติดตั้งของคนงานก่อสร้าง ง่ายต่อการซ่อมบำรุง และการติดตั้งรื้อถอน ลดปัญหาการรั่วซึมจากรอยต่อต่างๆ ได้เป็นอย่างดีค่ะ   ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจนนะคะ ตกแต่งห้องน้ำโทนสีสว่างให้ความรู้สึกอบอุ่น สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำของ Mogen ทั้งหมดเลยนะคะ พื้นที่อาบน้ำนั้นมีการยกธรณีขึ้นสูงเล็กน้อยกันน้ำไหลย้อนได้ดี ส่วนพื้นบริเวณพื้นที่อาบน้ำนั้นใช้วัสดุเป็นไฟเบอร์ค่ะ เดินออกมาจากห้องน้ำ ไปต่อกันที่ห้องนอนกันดีกว่าค่ะ ห้องนอนจะเป็นประตูไม้สำเร็จรูปบานเรียบทาสีขาว ลูกบิดกลมมาตรฐาน บริเวณด้านข้างประตูมีพื้นที่เหลือพอให้สามารถวางตู้เสื้อผ้าหรือบิลต์อินตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ได้เลยนะคะ สำหรับห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุต ได้นะคะ ซึ่งก็จะเหลือพื้นที่โดยรอบประมาณหนึ่ง ภายในห้องนอนนี้ค่อนข้างโปร่งโล่งทีเดียว ล้อมรอบด้วยหน้าต่างกระจกใสจึงทำให้ได้แสงสว่างจากภายนอกค่อนข้างมาก ครัวจะมีประตูบานเลื่อนเพื่อป้องกันกลิ่นเข้ามารบกวนส่วนอื่นๆ เวลาประกอบอาหาร พื้นภายในห้องครัวจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิกนะคะ ข้อดีคือง่ายต่อการทำความสะอาดและมีความคงทนในการใช้งาน ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารนั้นก็พอจะวางในห้องครัวได้นะคะ โดยสามารถวางโต๊ะขนาด 2 ที่นั่งได้ เคาน์เตอร์ครัวจะได้ตามห้องตัวอย่างเลยค่ะ โดย Top ครัวเป็น Particle และบานเปิดแบบ Soft Close ปิดผิวด้วยลามิเนตดูสวยงามน่าใช้งาน บริเวณด้านบนเคาน์เตอร์จะบิลต์อินชั้นวางของให้ 2 ชั้นนะคะ ซึ่งก็สามารถวางอุปกรณ์ของใช้ภายในครัวได้ครบครัน ถัดไปด้านในสุดของห้องครัวจะเป็นระเบียงนะคะ ซึ่งก็กั้นด้วยประตูบานเลื่อน พื้นที่ในสุดเป็นส่วนระเบียงซักล้างนะคะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิกเหมือนในครัวเลยค่ะ ขนาดระเบียงถ้าเทียบจากขนาดห้องแล้วถือว่ากว้างขวางกำลังดีเลยนะคะ ซึ่งลูกบ้านสามารถวางเครื่องซักผ้าได้สบายๆ และยังเหลือพื้นที่ให้สามารถตากผ้าหรือซักล้างได้เล็กน้อย วิวจากมุมระเบียงจะมองเห็น The Mall ท่าพระ เลยนะคะ ซึ่งอยู่ใกล้โครงการมากในระยะที่เดินเท้าได้   เปิดห้องตัวอย่างในบรรยากาศจริงของโครงการ “Aspire สาทร-ท่าพระ” กันไปแล้ว บอกได้คำเดียวเลยค่ะว่าน่าสนใจมาก ไม่ว่าจะซื้อไว้อยู่อาศัยเองหรือปล่อยเช่าก็คุ้มค่าจริงๆ ค่ะ แถมโครงการนี้ก็สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วด้วย ไม่ต้องอดทนรอก่อสร้างอีกนานกว่าจะได้อยู่จริง   ใครที่กำลังมองหาคอนโดดีๆ ทำเลที่เชื่อมสู่สาทร ใกล้ห้างสรรพสินค้าด้วยระยะเดินเท้า ทั้งยังเดินทางสะดวกเพราะอยู่ติดรถไฟฟ้าเพียงแค่ก้าวเดียวแบบนี้ เราแนะนำให้ลองเข้ามาเยี่ยมชมที่โครงการดูบรรยากาศจริงกันก่อนเลยค่ะ   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/zLoFBc หรือโทร 1623
Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คอนโดแบบญี่ปุ่น

Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คอนโดแบบญี่ปุ่น

ถ้ายังจำกันได้ เราเคยรีวิวโครงการ “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” ไปก่อนหน้านี้นานแล้ว ตั้งแต่โครงการยังไม่เริ่มสร้าง มาถึงตอนนี้ตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่เรียบร้อยแล้ว เราจึงจะพาไปอัพเดทที่โครงการกันซักหน่อย แวะไปสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นกันครับ อยากสัมผัสคอนโดแต่งครบสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้คุณผ่อนคลาย และใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างมีสไตล์ได้ทุกวัน รีบไปลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษกันเลยที่ https://goo.gl/QilXzI  1 ห้องนอน Top Floor 2.29 ล้าน* พร้อมดอกเบี้ย 2.89% นาน 3 ปี*  (ผ่อนเพียงเดือนละ 7,xxx บาท/เดือน) พิเศษ! ลุ้นรับรถยนต์ Honda Civic, Samsung Galaxy S8 และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงกันยายน 2560 เท่านั้น!     คอนโด Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ตั้งอยู่ริมถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าวงศ์สว่าง (สายสีม่วง) เพียง 50 เมตรเท่านั้น ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายนี้ก็เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว การเดินทางเข้าเมืองก็จัดว่าสะดวกมากขึ้น ถึงแม้จะต้องต่อรถ Shuttle Bus บ้างก็ตาม แต่ล่าสุดก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าในส่วนที่ขาดหายไป การเดินทางทั้งไปเรียน ไปทำงาน ในทุกๆ วันก็จะเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น หรือถ้าใช้รถยนต์ส่วนตัว ถนนหนทางก็เลือกใช้ได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนรัชดาภิเษก ถนนวงศ์สว่าง ถนนพระราม 5 ถนนติวานนท์ และถนนประชาราษฎร์สาย 2 ต่างก็เชื่อมโยงกับ “ถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี” ทั้งหมด แถมยังมีทางด่วนด่านประชานุกูลอยู่ใกล้ๆ จะเดินทางเข้า-ออกเมืองก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ถ้าใครได้อ่านรีวิวฉบับแรกๆ (ดูรีวิวAspire รัชดา-วงศ์สว่าง) จะรู้ว่า ทางบริษัท AP ได้ร่วมมือกับ Mitsubishi Estate Group ออกแบบให้โครงการ “Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง” มีความเป็นญี่ปุ่นผสมผสานอยู่ด้วย ทั้งเรื่องไอเดียการจัดพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง ให้สามารถใช้งานได้จริง รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางที่ตกแต่งดีไซน์ให้มีกลิ่นอายแบญี่ปุ่นแทรกตัวไปในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสวนหินแบบเซน ฉากตกแต่งบริเวณล็อบบี้ หรือลวดลายบนกระจกและฝ้าเพดานในห้องออกกำลังกายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะญี่ปุ่น ฯลฯ ในส่วนของ Facility ภายในโครงการ ทาง AP ตั้งใจจัดไว้ให้เต็มที่ ทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาด 9x30 เมตร ที่บริเวณชั้น 5 และห้องออกกำลังกายพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครันในชั้นเดียวกัน ในขณะที่สวนลอยฟ้าและบริเวณล็อบบี้ก็เพิ่มบรรยากาศแบบญี่ปุ่นด้วย สวนหินแบบเซน รวมไปถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ในสวนหรือเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่ให้ลูกบ้านได้สัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง จุดเด่นอันหนึ่งของโครงการที่ได้รับเสียงนิยมจากลูกบ้านแทบทุกคนเลยก็คือ พื้นที่ล็อบบี้ด้านนอกอาคาร ที่ให้บรรยากาศโล่ง โปร่งสบาย จนลูกบ้านหลายๆ คนให้เป็นมุมโปรดสำหรับผ่อนคลายความเหนื่อยล้า เนื่องด้วยพื้นที่บริเวณนี้มีลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน แถมยังมีที่นั่งให้เลือกมากมายหลายมุม ยิ่งถ้าร้านสะดวกซื้อใต้อาคารเปิดให้บริการด้วยแล้ว บริเวณล็อบบี้นี้ก็คงจะกลายเป็นมุมประจำของทุกบ้านอย่างแน่นอน เปิดห้องสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยความที่ปัจจุบันโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ได้สร้างเสร็จและมีลูกบ้านย้ายเข้าอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงสัมผัสได้ถึงความเป็นอยู่จริงของลูกบ้านในโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่มีความชอบการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับทำเลที่ตั้งของโครงการอยู่ในตำแหน่งที่เดินทางได้สะดวกทั้งทางรถไฟฟ้า และรถส่วนตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่เราสัมผัสได้ถึงความสุขของผู้อยู่อาศัยส่วนหนึ่งขณะที่เรากลับไปเยี่ยมโครงการอีกครั้ง ในครั้งนี้เราได้ดูห้องตัวอย่างในบรรยากาศจริงถึง 2 ห้องด้วยกัน เริ่มกันด้วยห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 26 ตร.ม. แว๊บแรกที่เดินเข้าห้องมา ต้องบอกว่าภายในห้องไม่ได้รู้สึกเล็กอย่างที่คิดเลย ด้วยการจัดวาง Layout ห้องให้ทุกพื้นที่ในห้องสามารถใช้สอยได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีครบทุกฟังก์ชั่น ทั้งห้องนอน และห้องครัวที่จัดแบ่งพื้นที่แยกไว้อย่างชัดเจน มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นห้องนอนให้เป็นสัดส่วน และที่จะลืมไม่ได้เลยคือ "ห้องน้ำสำเร็จรูปสไตล์ญี่ปุ่น" ซึ่งในส่วนนี้เป็นหนึ่งในไอเดียที่ทาง AP ร่วมมือกันกับ Mitsubishi Estate Group โดยพื้นห้องน้ำจะเป็นโพลีเมอร์หล่อขึ้นรูปมาทั้งชิ้น มีข้อดีคือ การดูแลรักษา หรือซ่อมบำรุงทำได้ง่าย งานระบบต่างๆ จะอยู่ใต้พื้นห้องน้ำ หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ต้องทุบผนังให้วุ่นวาย ไม่ต้องกังวลจะต้องทะเลาะกันเพื่อนข้างห้องด้วยครับ บรรยากาศในห้องน้ำนี่เป็นญี่ปุ่นสุดๆ ใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นจะรู้ว่าผมไม่ได้พูดเกินจริงเลย ห้องตัวอย่างอีกห้องที่เราได้ชมกันคือ ห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 45 ตร.ม. ห้องนี้ตกแต่งมาได้คอนเซปต์ญี่ปุ่นมาก ทั้งโซน Living Area ที่จัดให้มีมุมนั่งเล่น และมุมรับประทานอาหารไว้เป็นสัดส่วน มีพื้นที่กว้างขวาง โปร่งสบายด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ทำให้เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ห้องครัวเป็นครัวปิด ในโซนกลางของห้อง ภายในครัวออกแบบเคาน์เตอร์ไว้สองด้านเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน ขณะเดียวกันก็อยู่ติดกับระเบียงสามารถเปิดประตูเพื่อช่วยระบายอากาศ และกลิ่นอาหารได้ ห้องนอนทั้ง 2 ห้องอยู่คนละด้านกันโดยมีครัวกั้นกลางนะครับ ห้องนอนเล็กมีพื้นที่ใช้สอยกำลังพอเหมาะ วางเตียงขนาด 5 ฟุต ได้สบายๆ แถมยังเหลือพื้นที่สำหรับการตกแต่งเพิ่มเติมได้อีก ในขณะที่ห้องนอนใหญ่หรือ Master Bedroom อยู่ด้านเดียวกับห้องน้ำ มีประตูเข้าห้องน้ำได้จากภายในห้องเลย ดังนั้นพื้นที่ในห้องนอนหน้าห้องน้ำสามารถจัดเป็น Walk-in Closet ได้สบายๆ เนื่องจากพื้นที่ใช้สอยภายในห้องนอนใหญ่กว้างขวางพอสมควรเลยทีเดียว ห้องน้ำในห้องก็เป็นห้องน้ำสำเร็จรูปแบบเดียวกับห้องก่อนหน้านี้เลยนะครับ เหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันก็ตรงที่ห้องนี้จะมีประตูเข้าห้องน้ำได้ 2 ทาง คือจากทางห้องนั่งเล่น และจากด้านในห้องนอนใหญ่นั่นเอง ห้องทุกยูนิตของโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ขายมาให้แบบ Fully Furnished เลยนะครับ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งภายในห้องก็สวย เรียบง่าย สไตล์ญี่ปุ่นเลย ดังนั้นห้องที่ได้ก็จะได้บรรยากาศญี่ปุ่นๆ ตามในห้องตัวอย่างเป๊ะเลยทีเดียว รับรองว่าคุ้มค่า คุ้มราคาทั้งซื้อหาไว้อยู่อาศัยเอง หรือซื้อไว้เพื่อการลงทุน แอบกระซิบนิดนึงว่า คนญี่ปุ่นในไทยก็ให้ความสนใจโครงการนี้ไม่น้อยเลยนะครับ มีคนญี่ปุ่นย้ายเข้ามาอยู่กันพอสมควรเลยทีเดียว... ดังนั้นใครที่กำลังอยากได้คอนโดดีๆ ติดรถไฟฟ้า ไม่ควรมองข้าม Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง นะครับ
Pleno สุขุมวิท-บางนา ทาวน์โฮมคุณภาพบนทำเลที่ดีที่สุด ย่านบางนา

Pleno สุขุมวิท-บางนา ทาวน์โฮมคุณภาพบนทำเลที่ดีที่สุด ย่านบางนา

Pleno สุขุมวิท-บางนา พรีเมี่ยมทาวน์โฮม 2 ชั้น โครงการใหม่ล่าสุด จาก AP ภายใต้คอนเซ็ปต์ “REFLECT YOUR LIVING PRIDE” วิถีใหม่ที่สะท้อนการใช้ชีวิต ไปกับธรรมชาติที่งดงาม ความสุขที่ลงตัวของการใช้ชีวิตเหนือระดับ สะท้อนมุมมองและความภาคภูมิใจ ให้ได้สัมผัสความเป็นตัวตนของคุณ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม รื่นรมย์ ไปกับ Clubhouse ที่โดดเด่นในเรื่องของ Luxury Design พร้อมสระว่ายน้ำใหญ่และสระเด็ก , Fitness, สวนสวยที่เป็นส่วนกลางขนาดใหญ่ สร้างแรงบันดาลใจให้กับความสุขที่ถูกเติมเต็มในทุกๆ รายละเอียดของการอยู่อาศัย โดดเด่นที่สุดบนทำเลศักยภาพของ สุขุมวิท-บางนา สะดวกทุกการเดินทาง ใกล้ถนนใหญ่ เส้นบางนา-ตราด ตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ใกล้ทางด่วนบูรพาวิพี และวงแหวนรอบนอก และใกล้รถไฟฟ้า ทำเลที่ดีที่สุดย่าน สุขุมวิท-บางนา! สัมผัสทำเลที่ดีที่สุด ย่านสุขุมวิท-บางนา ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา กับโครงการใหม่ Pleno สุขุมวิท-บางนา บนทำเลศักยภาพ ซอยบางนา กม.7 ใกล้ถนนใหญ่ บางนา-ตราด เชื่อมต่อการเดินทางสู่ใจกลางเมืองได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยทางด่วนบางนาฯ หรือที่เรียกว่า ทางพิเศษบูรพาวิถี สามารถใช้ทางลัดที่ออกทาง IKEA (เป็นเส้นทางลัดสู่ Mega Bangna ด้วย) ได้ หรือหากจะไปสุวรรณภูมิ ก็ใช้ทางด่วนวงแหวนกาญจนา ได้อีก นับว่าเป็นโครงการที่มีทำเล ที่สามารถตอบสนองทุกการเดินทางอย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว อีกทั้งยังใกล้สถานที่อำนวยความสะดวกมากมาย อย่างห้างสรรพสินค้าและแหล่งช้อปปิ้งฯ อย่าง Central บางนา Mega Bangna , IKEA , และสถานศึกษาชั้นนำ เช่น ร.ร.ราชวินิต บางแก้ว, ร.ร.นานาชาติคอนคอร์เดียน เป็นต้น แถมยังมีศักยภาพต่อไปในอนาคต เนื่องจาก Mega Bangna กำลังมี Project การอัพเกรด เฟสใหญ่ และพื้นที่อีกด้านที่อยู่ตรงข้าม BITEC บางนา ก็มีการลงทุนสร้าง Bangkok Mall โครงการ Mixed-Use ขนาดมหึมา จึงเรียกได้ว่า ย่านสุขุมวิท-บางนา เป็น ทำเลศักยภาพ ที่เพรียบพร้อมและน่าจับตามองในการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ    Pleno สุขุมวิท-บางนา สถานที่ตั้ง    ถนนบัวนครินทร์ ตำบลบางพลี อำเภอบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ (เข้าซอยบางนา กม.7 หรือซอยรร.ราชวินิต) ลักษณะโครงการ    ทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่โครงการ    ประมาณ 23-3-36.6  ไร่ (9,536.6 ตารางวา) จำนวน    295 ยูนิต รายละเอียดแบบบ้าน ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 106.5 ตารางเมตร คันหน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่ดิน 17.5 ตารางวา จอดรถ 1 คัน สิ่งอำนวยความสะดวก                                        - คลับเฮาส์ พร้อมสระว่ายน้ำระบบเกลือ Kids Pool ฟิตเนส สวนส่วนกลางขนาดใหญ่ และสนามเด็กเล็ก Gate เข้า- ออกโครงการ พร้อมป้อม รปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง กล้องวงจรปิดทางเข้า-ออกโครงการ และถนนภายในโครงการ เส้นทางคมนาคม ถนนสุขุมวิท ถนนกาญจนาภิเษก ถนนบางนาตราด BTS บางนา ทางด่วน (บูรพาวิถี/วงแหวนรอบนอก) สถานศึกษา  โรงเรียนนานาชาติคอนคอร์เดียน โรงเรียนราชวินิต บางแก้ว โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์ โรงเรียนนานาชาติบางกอกพัฒนา ห้างสรรพสินค้า Mega Bangna IKEA , Central บางนา Big C & Lotus (บางนา) SB DESIGN SQUARE Index Living Mall Chic Republic สถานพยาบาล รพ.ไทยนครินทร์ รพ.ปิยะมินทร์ รพ.ศิครินทร์  สถานที่สำคัญ สนามกอล์ฟเมืองแก้ว สถานีตำรวจเมืองแก้ว สนามบินสุวรรณภูมิ เว็ปไซต์    :    http://www.apthai.com/campaign/ทาวน์โฮม/the-phenomenal-10/ เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) โทร    :    1623 เริ่มก่อสร้าง    มกราคม 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    มิถุนายน 2562 Pleno สุขุมวิท-บางนา พรีเมี่ยมทาวน์โฮม 2 ชั้น ที่ออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างพิถีพิถันด้วยความเข้าใจในทุกองศาของการใช้ชีวิต บนทำเลศักยภาพ ใกล้ถนนบางนา-ตราด ใกล้ทางด่วนวงแหวนรอบนอก และทางพิเศษบูรพาวิถี และใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีบางนา เชื่อมต่อเข้าเมืองได้ง่าย เริ่มต้น 2.99 ล้าน* เปิด PRE-SALE ให้จอง 19-20 ส.ค.60 นี้ 2 วันเท่านั้น!! รับข้อเสนอ "จ่ายน้อยคืน 100%" ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษก่อนใคร คลิก >>> http://www.apthai.com/campaign/ทาวน์โฮม/the-phenomenal-10/
“Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในย่านพหลโยธิน ตัวเลือกของครอบครัวคนเมือง

“Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในย่านพหลโยธิน ตัวเลือกของครอบครัวคนเมือง

รีวิวฉบับนี้ เรากำลังพูดถึงโครงการน้องใหม่มาแรง "Pleno พหลโยธิน-วัชรพล" ทาวน์โฮมระดับพรีเมี่ยมที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในโซนนี้เลยค่ะ นอกจากบรรยากาศการอยู่อาศัยของสังคมคุณภาพที่ดีแล้ว ตัวทำเลที่ตั้งของโครงการยังมีศักยภาพสูงแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและสาธารณูปโภคครบครัน เพื่อให้ทุกคนเห็นสภาพแวดล้อมของสังคมที่ดีตลอดจนพื้นที่ละแวกโดยรอบซึ่งเอื้อต่อความสบายในการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง เราจะมาพูดถึงความพิเศษที่ Pleno เลือกปักหมุดทำเลในย่านนี้กันค่ะ   ทุก Lifestyle คนเมืองสุดชิค อยู่ใกล้กว่าที่คิด   เริ่มตั้งแต่ตัวโครงการ Pleno พรีเมี่ยมทาวน์โฮม ดีไซน์ใหม่ทันสมัยสไตล์ Modern Art Deco พัฒนาแปลนบ้านเพื่อรองรับสมาชิกของครอบครัวให้ได้ใช้ประโยชน์พื้นที่ใช้สอยสูงสุด ตอบโจทย์รูปแบบชีวิตของครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หรือรองรับการขยายในอนาคตอย่างมีคุณภาพด้วยสภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อนบ้านที่ดี พร้อมมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบถ้วนสมบูรณ์ รวมถึงบริเวณโดยรอบของ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล ก็รายล้อมไปด้วยศูนย์การค้าชั้นนำมากมายที่ขับรถไปได้โดยใช้เวลาไม่นาน ตอบโจทย์ปัจจัยสำคัญในชีวิตเรื่องของอาหารด้วย ตลาดยิ่งเจริญ ให้คนรักการทำอาหารได้จับจ่ายวัตถุดิบสดใหม่เข้าครัว รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง เซนทรัล พลาซ่า รามอินทรา, บิ๊กซี สะพานใหม่ และฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ให้คุณสามารถจับจ่ายข้าวของเครื่องใช้ได้ตามใจ หรือหากอยากชมภาพยนตร์ เมเจอร์รังสิต ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเดินทางที่สะดวกสบายค่ะ หากเบื่อสถานที่เดิมๆ ลองเปลี่ยนไปเดินห้างสรรพสินค้าสุดชิคเพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่อย่าง เซ็นทรัลเฟลติวัล อิสต์วิลล์ พื้นที่ไลฟ์สไตล์แห่งใหม่เลียบทางด่วนรามอินทรา หรือขยับไปอีกนิดก็ยังมี CRYSTAL DESIGN CENTER (CDC) แหล่งรวมร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ แม้กระทั่งร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ๆ ก็มีให้เลือกเพียบในสถานที่เดียวเลยค่ะ ซึ่งตัวเลือกทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถเดินทางได้ง่ายๆ เพียงใช้จุดขึ้นลงทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา อยู่ไม่ไกลโครงการห่างเพียง 4.8 กม. ค่ะ   ทำเลโครงการที่ดี สะดวกทุกรูปแบบการเดินทาง   คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการเดินทางมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน หรือทาวน์โฮมดีๆ สักหลัง แน่นอนค่ะว่า Pleno พหลโยธิน-วัชรพล อยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์การเดินทางครบทุกข้อ เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งของโครงการที่อยู่ติดถนนเพิ่มสิน เชื่อมต่อกับถนนหลากหลายสายทำให้สามารถเข้าออกได้หลายทาง เช่น ถนนสายไหม ถนนวัชรพล และถนนสุขาภิบาล 5 ทั้งนี้ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนหรือถนนวงแหวนอุตสาหกรรมที่อยู่ไม่ไกล ทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางอีกด้วยค่ะ ข้อดีของทำเลบนถนนเพิ่มสินนี้ยังมีอีกเยอะทีเดียวค่ะ แม้จะเป็นถนนสายรองแต่ก็เชื่อมต่อไปยังถนนใหญ่หลายเส้นได้ง่าย ที่สำคัญคือรถไม่ติด ไม่ต้องหงุดหงิดเสียเวลาในการเดินทางไปไหน แถมยังอุ่นใจเพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถเข้าถึงย่านธุรกิจ การค้า และแหล่งช้อปปิ้งได้แล้วค่ะ จึงไม่แปลกใจเลยที่โครงการจะมีกระแสตอบรับที่ดีมากขนาดนี้ นอกจากนี้การเดินทางแสนสะดวกที่สุดของคนเมืองอย่างรถไฟฟ้าก็ไม่ใช่เรื่องเกินฝันนะคะ เพราะที่ตั้งของ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล อยู่ในเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียว (สถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และสถานีสะพานใหม่) ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างคาดว่าจะเปิดใช้ในปี 2563 ยังไงในอนาคตไม่ช้าก็ต้องได้ใช้อย่างแน่นอนค่ะ และเมื่อรถไฟฟ้ามาถึง แน่นอนว่าการเดินทางก็ยิ่งสะดวกมากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหนการเดินทางก็เป็นเรื่องง่ายแน่นอนค่ะ แผนที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายจากสถานีหมอชิต ไปสิ้นสุดที่สถานีคูคต ซึ่งโครงการ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล จะอยู่ใกล้ 2 สถานีคือสถานีโรงพยาบาลภูมิพลอดุลเดช และสถานีสะพานใหม่ ปัจจุบันการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็รุดหน้าไปมากแล้วนะคะ มีเสามีรางขึ้นมาให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ยอมทนรถติดกันอีกหน่อยเดี๋ยวรถไฟฟ้าสร้างเสร็จก็สบายกันแล้วค่ะ ส่วนตัวสถานีก็มีโครงสร้างขึ้นมาให้เห็นรูปเป็นร่างแล้วนะคะ ตรงนี้จะเป็นสถานีสะพานใหม่ที่อยู่ด้านหน้าตลาดยิ่งเจริญ พอรวมทุกศักยภาพของทำเลที่โครงการ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล เลือกปักหมุดในตำแหน่งนี้แล้ว ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพที่สนใจเป็นอย่างมาก ด้วยภาพลักษณ์ของสภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อนบ้านที่ดี ปัจจัยโดยรอบโครงการก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์ของครอบครัวได้เช่นกัน หากคุณกำลังมองหาทาวน์โฮมคุณภาพ สักหลังหนึ่ง เรามั่นใจว่า Pleno พหลโยธิน-วัชรพล เป็นหนึ่งในโครงการที่ดีที่สุดในย่านนี้สำหรับคุณแน่นอน พูดถึงศักยภาพของทำเลที่ตั้งกันไปแล้ว มาดูตัวโครงการ “Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในโซนนี้จาก AP Property กันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับรายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูพร้อมกันเลย   รายละเอียดโครงการ   ที่ตั้งโครงการ : ถนนเพิ่มสิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เจ้าของโครงการ : บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น  จำนวน 321 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด : 30-3-79.74 ไร่   พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในโซนนี้   สำหรับทาวน์โฮม Pleno พหลโยธิน-วัชรพล มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบด้วยกัน คือ LUXE ทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 100.71 ตร.ม. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ห้องน้ำ มาพร้อมที่จอดรถ 1 คัน และ METRO ทาวน์โฮม 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 130.55 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และสามารถจอดรถได้ 2 คัน ซึ่งแบบบ้านที่เราจะพาไปดูกันก็คือ LUXE ทาวน์โฮม 2 ชั้นค่ะ รูปร่างหน้าตาภายนอกอาคารดูหรูหราและทันสมัยตามคอนเซ็ปต์ Modern Luxury เลยค่ะ หน้าบ้านกว้าง 5.5 เมตร สามารถจอดรถได้ 1 คัน สำหรับที่ดินเริ่มต้นที่ 18 ตร.วา ค่ะ ทุกรายละเอียดของตัวอาคารถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยใช้แต่วัสดุคุณภาพ ประดับตกแต่งด้วยหินธรรมชาติเล่นระดับกับแสงไฟและแสงแดดตอกย้ำความหรูหราได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังดีไซน์ให้ดูโปร่งโล่งสบายด้วยการใช้กระจกใสบานใหญ่ กระจกบานกระทุ้งทรงสูง และราวกันตกแบบ Tempered Glass ที่ดูเรียบหรูแบบร่วมสมัยแต่ยังช่วยให้รับแสงภายนอกได้ดีขึ้น ซึ่งภายในบ้านตัวอย่างก็ได้ตกแต่งพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ ไว้อย่างสวยงามลงตัวและน่าสนใจทีเดียวค่ะ ประตูทางเข้าจะเป็นกระจกบานเลื่อนนะคะ ซึ่งข้อดีของประตูแบบนี้คือน้ำหนักเบาและมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่ผุกร่อน สามารถใช้งานได้ยาวนานค่ะ เมื่อเดินเข้ามาในบ้านจะเห็นว่าถูดจัดวางแปลนให้เป็นส่วนตัวกับพื้นที่ใช้สอย ภายในเน้นความโปร่งโล่งสบายสอดรับกับห้องรับแขกที่กว้างขวาง พื้นที่การใช้งานภายในบ้านตัวอย่างนั้นถูกแบ่งอย่างเป็นสัดส่วน จัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan หลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตั้งแต่พื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหารและครัว ครัวออกแบบให้เป็น One-Wall Kitchen จัดชิดผนังฝั่งหนึ่ง ซึ่งข้อดีของเคาน์เตอร์ครัวแบบนี้คือช่วยประหยัดพื้นที่ ทั้งยังสามารถระบายอากาศได้ดีเนื่องจากทางโครงการได้ติดตั้งหน้าต่างบริเวณนี้ด้วย พื้นที่ส่วนครัวมีประตูเล็กๆ ให้สามารถเปิดออกไปทำกิจกรรมด้านนอกได้ บริเวณหลังบ้านมีขนาดกว้างทีเดียวค่ะ ซึ่งลูกบ้านสามารถดีไซน์พื้นที่ส่วนนี้ได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะทำครัวไทยเพิ่มเติม ใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง หรือแม้แต่พื้นที่นั่งเล่นสังสรรค์ก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ ซึ่งทางโครงการได้เทคอนกรีตไว้ให้ค่ะ กลับเข้ามาที่ด้านใน ตรงข้ามกับส่วนครัวและพื้นที่รับประทานอาหารคือห้องเอนกประสงค์ ที่ทางโครงการออกแบบไว้ให้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ ไม่ว่าจะทำเป็นห้องนอน ห้องทำงาน หรือแม้แต่ห้องนอนผู้สูงอายุก็ยังได้ค่ะ ห้องน้ำชั้นล่างจะอยู่ติดกับห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งความพิเศษของการออกแบบห้องน้ำใต้บันไดของบ้านนั้นไม่เหมือนใครแน่นอนค่ะ เพราะทางโครงการได้ออกแบบให้ลูกบ้านได้ใช้ประโยชน์สูงสุด โดยการดรอปพื้นลงหนึ่งเสต็ปเพื่อให้สามารถยืนได้สะดวกสบาย เมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมายังชั้น 2 ตรงกลางแปลนบ้าน มีห้องน้ำอยู่ตรงโถงกลาง ด้านหน้าบ้านเป็นห้องนอนใหญ่ (Master Bedroom) เหมือนเป็นเพนท์เฮ้าส์ขนาดย่อมๆ ให้ความรู้สึกหรูหรา โอ่โถง เพราะมาพร้อมกับเพดานสูง 3 เมตร ทั้งนี้พื้นที่ใช้สอยยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้อง Walk in closet ได้อีกด้วยค่ะ ส่วนด้านหลังบ้านจะแบ่งเป็นห้องนอนเล็ก 2 ห้อง ขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกันเลยค่ะ ซึ่งพื้นที่ห้องนอนเล็กนั้นสามารถดัดแปลงไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีกเยอะนะคะ หากจำนวนสมาชิกครอบครัวน้อยจะจัดให้เป็นห้องทำงานเล็กๆ ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ ห้องนอนใหญ่ที่ดูหรูหรา โอ่โถง มาพร้อมกับเพดานสูง 3 เมตร โอบล้อมด้วยกระจกใสบานใหญ่ทำให้มองเห็นทัศนียภาพอย่างกว้างไกล จะเห็นได้ว่าภายในห้องนอนใหญ่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนส่วนที่ว่างเปล่าให้เป็น Walk in closet ง่ายๆ โดยไม่เปลืองเนื้อที่เลยค่ะ ห้องนอนเล็กที่เหลืออีก 2 ห้องสามารถดัดแปลงเป็นได้ทั้งห้องนอน อย่างห้องนี้ ที่โครงการตกแต่งให้ดูเป็นตัวอย่าง อีกหนึ่งห้องนอนเล็กที่ทางโครงการได้ตกแต่งไว้เป็นไอเดีย โดยเนรมิตให้เป็นห้องนอนเด็ก ก็ดูน่ารักน่าใช้งานไม่ใช่น้อย ห้องน้ำชั้น 2 ตกแต่งไว้อย่างเรียบหรู ครบครันด้วยสุขภัณฑ์ทันสมัย มีหน้าต่างเล็กๆ เพื่อให้มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามาโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวันและยังระบายอากาศได้ดีอีกด้วย สุดท้ายก็คือเรื่องของ Facility ต่างๆ ภายในโครงการที่เรียกได้ว่าจัดเต็มกันทีเดียวค่ะ เพราะมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ครบครันและหรูหราไม่ว่าจะเป็น คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนต สวนหย่อมอันร่มรื่นมาพร้อมสนามเด็กเล่น ยังมีพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) บริการตลอด 24 ชม. และกล้องวงจรปิด CCTV ช่วยเสริมระบบรักษาความปลอดภัยรอบโครงการ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เพื่อความสะดวกสบายและความอุ่นใจของลูกบ้านที่ทางโครงการใส่ใจลูกบ้านทุกยูนิตอย่างแท้จริง บรรยากาศทางเข้าโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา เข้ามาแล้วจะมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าโครงการ คลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ของโครงการ มีพร้อมทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนส ฟิตเนสจะอยู่บริเวณชั้น 2 ของคลับเฮ้าส์ “Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” สามารถตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาบ้านสักหลังหนึ่งที่อยู่ในย่านที่เดินทางสะดวก แวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภคครบครัน พร้อมยังไม่ทิ้งไลฟ์สไตล์คนเมืองเก๋ๆ ให้สามารถออกไปพบปะเพื่อนฝูง นัดประชุม หรือแม้แต่คุยงานเพียงแค่เลือกเส้นทางคมนาคมที่ต่อติดโครงการอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันพื้นที่ภายในบ้านก็จัดวางแปลนไว้เอื้อประโยชน์สูงสุด ให้สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้สอยได้ตามใจชอบ นอกจากนี้การดูแลสภาพแวดล้อมและภาพลักษณ์ในโครงการยังเป็นสังคมแบบ Exclusive ทำให้มั่นใจว่า “Pleno พหลโยธิน-วัชรพล” เป็นพรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่ดีที่สุดในโซนนี้จริงๆ ค่ะ สำหรับโครงการ Pleno พหลโยธิน-วัชรพล พรีเมี่ยมทาวน์โฮมใหม่ใจกลางเมืองจะเปิด Grand Opening Clubhouse ในวันที่ 19-20 ส.ค.นี้ เริ่ม 2.49 ล้าน* พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะวันงานเท่านั้น! ลงทะเบียนได้ที่ https://goo.gl/339mTA หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1623
คอนโด “Aspire วุฒากาศ” คอนโดแต่งครบ พร้อมอยู่ ใกล้ BTS วุฒากาศ

คอนโด “Aspire วุฒากาศ” คอนโดแต่งครบ พร้อมอยู่ ใกล้ BTS วุฒากาศ

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปดูคอนโดมิเนียม “Aspire วุฒากาศ” อีกโครงการที่น่าสนใจจาก AP ซึ่งเลือกทำเลใกล้รถไฟฟ้า BTS ย่านฝั่งธน ห่างจากสถานีวุฒากาศออกมาเพียง 200 เมตรเท่านั้น ไปดูรายละเอียดโครงการกันก่อนค่ะ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,960,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร    เฉลี่ย 72,000 บาท/ตารางเมตร เจ้าของโครงการ   บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการ    1-1-7.7 ไร่ จำนวนห้อง     166 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 58 คัน ไม่รวมซ้อนคัน ที่ตั้งโครงการ    ถนนวุฒกาศ แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร คาดว่าจะแล้วเสร็จ    พร้อมเข้าอยู่ ค่าส่วนกลาง    45 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    350 บาท/ตารางเมตร   ทำเลที่ตั้งของโครงการ Aspire วุฒากาศ เป็นจุดหนึ่งที่มีเส้นทางการเดินทางได้หลากหลาย การเดินทางหลักคงจะเป็นรถไฟฟ้า ที่ถือว่าสะดวกและรวดเร็วที่สุดแล้วค่ะ เพราะใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็จะถึงสถานีตลาดพลู และใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็จะถึงย่านธุรกิจอย่างสีลม-สาทร  สำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัว ก็มีถนนเชื่อมต่อกันหลายสาย ทั้งถนนวุฒากาศ ถนนเทอดไท ถนนรัชดา-ท่าพระ ถนนราชพฤกษ์ และถนนเพชรเกษม ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเมืองค่อนข้างสะดวกค่ะ ถึงแม้จะถนนหนทางจะซับซ้อนมีถนนย่อยเยอะอยู่ซักหน่อย แต่ถ้าเริ่มคุ้นกับเส้นทางแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย โครงการ Aspire วุฒากาศ ตั้งอยู่บนถนนวุฒากาศเลยนะคะ ซึ่งย่านนี้เป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่ บรรยากาศคึกคักมากค่ะ มีรถบริการสาธารณะวิ่งผ่านเยอะ ทั้งรถเมล์ รถกะป้อ รถแท็กซี่ รวมถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ด้วยความที่เป็นแหล่งชุมชน บริเวณรอบๆ จึงมีทั้งบ้าน ตึกแถวที่เปิดเป็นร้านค้าเต็มไปหมด เรื่องอาหารการกินจึงจัดว่าอุดมสมบูรณ์เลยทีเดียว แถมยังมี “ตลาดพลู” อยู่ใกล้ๆ มีของอร่อย ร้านดังขึ้นชื่อมากมายหลายเจ้า อิ่มอร่อยได้ตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยค่ะ นอกจากร้านค้า ตลาดสด ตลาดพลู ที่ยกตัวอย่างกันไปแล้ว แหล่งช็อปปิ้งที่ใกล้กับโครงการที่สุดคือ The Mall ท่าพระ ซึ่งจัดเป็นห้างใหญ่สำหรับผู้คนในย่านนี้ เยี่ยมชมโครงการ Aspire วุฒากาศ Aspire วุฒากาศ เป็นโครงการ Low Rise สูง 8 ชั้น เป็นอาคารเดี่ยว มียูนิตรวม 166 ยูนิตค่ะ โดยพื้นที่ชั้น 1 จะเป็นพื้นที่จอดรถเกือบทั้งหมด ซึ่งสามารถรองรับรถได้ประมาณ 58 คัน (ไม่รวมซ้อนคัน) ปัจจุบันตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วนะคะ มีลูกบ้านเข้ามาอยู่กับเยอะพอสมควรแล้ว ดังนั้นเราจึงมีโอกาสได้เห็นบรรยากาศในการอยู่อาศัยจริงๆ รูปอาคารมีลักษณะเป็นตัว U ห้องส่วนหนึ่งจึงได้รับความเป็นส่วนตัวมากกว่าด้วย Single Corridor ทำให้ไม่มีเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามห้องค่ะ ในส่วนของ Facility หลักจะอยู่ที่บริเวณชั้น 2 ค่ะ ซึ่งมีทั้งสระว่ายน้ำ (ระบบเกลือ) ขนาด 4x16 เมตร พร้อมมุมพักผ่อนริมสระว่ายน้ำ และ Fitness บริเวณชั้นนี้จะมียูนิตพิเศษอยู่ 3 ยูนิตที่มีทางออกสู่สระว่ายน้ำได้เลย ส่วนห้องอื่นๆ บนชั้นนี้ ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเสียความเป็นส่วนตัวไปนะคะ เพราะว่าทางโครงการทำประตูเข้าออกส่วนกลางแยกกับส่วนพักอาศัยให้เรียบร้อย ลูกบ้านในชั้นนี้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย และยังคงได้ความเป็นส่วนตัวเหมือนเดิมค่ะ นอกจากนี้ที่บริเวณดาดฟ้ายังมีสวนสวยซึ่งมาพร้อมวิว 360 องศา มองเห็นวิวได้ไกลสุดสายตาเลย Roof Top Garden นี้ยังมีมุมน่าเล่นพักผ่อน ช่วงเย็นๆ ขึ้นมารับลมชมวิวได้นะคะ รับรองว่าวิวเมืองจากบนนี้สวยไม่แพ้ที่ไหนเลยแหละ เปิดห้องตัวอย่าง Aspire วุฒากาศ โครงการ Aspire วุฒากาศ มีแบบห้องหลักๆ อยู่ 3 แบบ คือ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedroom ค่ะ โดยมีขนาดเริ่มต้นที่ 22.5 ตร.ม. แต่เนื่องจากปัจจุบันจำนวนห้องที่ทางโครงการเหลืออยู่ จะมีให้เลือกแค่แบบเดียวเท่านั้น ห้องตัวอย่างที่เราได้ชมกันก็คือ ห้อง 1 Bedroom ขนาดประมาณ 30.5 ตร.ม. ในห้องตัวอย่างทางโครงการตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้เราได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ห้องที่ขายจริงจะเป็นห้องโล่งๆ ที่ได้มาแค่ผนังฉาบเรียบสีขาว กับเครื่องสุขภัณฑ์ตามมาตรฐานเท่านั้นค่ะ ลักษณะของห้อง Type นี้จะถูกจัดวาง Layout ไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยพื้นที่ในส่วนของ Living Area กับห้องนอนจะเชื่อมต่อถึงกัน ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น โล่งสบายตามากขึ้นค่ะ ในขณะที่พื้นที่ของห้องครัวและห้องน้ำจะถูกจัดวางไว้ในโซนเดียวกัน จากห้องตัวอย่างจะเห็นว่า ทางโครงการไม่ได้กั้นพื้นที่ของห้องนอนมาให้ด้วยนะคะ เพียงแค่ตกแต่งด้วยฉากกั้นนิดหน่อยให้ดูเป็นสัดส่วนมากขึ้น บรรยากาศใสนห้องตัวอย่างจึงดูสะอาดโล่งสบายตาด้วยแสงธรรมชาติที่ได้จากหน้าต่างบ้านใหญ่บริเวณที่นอน ส่วนพื้นที่นั่งเล่น กับมุมรับประทานอาหารก็แบ่งพื้นที่กันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว พื้นที่ครัวของห้องนี้จะเป็นครัวแบบปิด มีประตูบานเลื่อนมาให้เรียบร้อยค่ะ บริเวณครัวอยู่ติดกับระเบียงสามารถเปิดประตูเพื่อช่วยในการระบายกลิ่นขณะประกอบอาหารได้ดี สำหรับใครที่กำลังสนใจโครงการ Aspire วุฒากาศ หรือมองหาที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าในราคาที่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท แนะนำว่าให้ลองเข้ามาดูบรรยากาศจริงที่โครงการดูก่อนค่ะ ด้วยความที่ทำเลวุฒากาศมีความเหมาะสมกับการอยู่อาศัยมาก เพราะเป็นทั้งแหล่งชุมชน มีร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกมากมาย รวมถึงใกล้แหล่งช็อปปิ้ง และสามารถเดินทางได้สะดวกไม่ว่าจะด้วยรถไฟฟ้า หรือรถส่วนตัว ใครที่คุ้นชินกับทำเลในย่านฝั่งธนบุรีอยู่แล้ว ก็น่าจะถูกใจกับทำเลโครงการได้ไม่ยากค่ะ ด้วยราคาโดยรวมแล้วไม่ได้สูงจะเกินเอื้อม และราคาปล่อยเช่าก็ยังสูงถึง 10,000- 15,000 บาท แถมยังสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ได้เลย ยิ่งเพิ่มความดึงดูดใจเข้าไปอีก ซื้อแล้วไม่ต้องรอโครงการสร้างเสร็จ ไม่ต้องรอแผนรถไฟฟ้าในอนาคต เพราะทุกอย่างพร้อมใช้ได้จริงแล้ววันนี้
คอนโด Life ๑ Wireless (PREVIEW)

คอนโด Life ๑ Wireless (PREVIEW)

Life ๑ Wireless คอนโด High Rise สูง 43 ชั้น สไตล์ Modern Thai Colonial ใกล้ Central Embassy และ BTS เพลินจิต จาก AP Thailand รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น     4,900,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร    175,000 บาท/ตร.ม. เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 43 ชั้น พื้นที่โครงการ    4-2-47.1 ไร่ จำนวนห้อง    1,344 ยูนิต ที่จอดรถ    566 ไม่รวมซ้อนคัน ที่ตั้งโครงการ    ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ปีที่สร้างเสร็จ    ปี 2563 สถานที่สำคัญใกล้เคียง Central Embassy Central Chidlom Gaysorn Village Central World โรงแรม Park Hyatt Bamrungrad International Hospital โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย สถานฑูตอเมริกา สวนลุมพินี โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลักษณะห้องและขนาดห้อง Studio ขนาด 24-28 ตร.ม. 1 Bedroom ขนาด 35-45 ตร.ม. 2 Bedroom ขนาด 63 ตร.ม. แบบ Studio มีขนาดตั้งแต่ 24-28 ตร.ม. แบบ Studio มีขนาดตั้งแต่ 24-28 ตร.ม. 1 Bedroom Type 35A ขนาด 35 ตร.ม. 1 Bedroom Type 35A ขนาด 35 ตร.ม. แบบ 1 Bedroom Type 38A ขนาด 38 ตร.ม. แบบ 1 Bedroom Type 38B ขนาด 38 ตร.ม. แบบ 1 Bedroom Type 38C ขนาด 38 ตร.ม. แบบ 1 Bedroom Type 43 ขนาด 43 ตร.ม. 2 Bedroom Type 45A ขนาด 45 ตร.ม. แบบ 2 Bedroom Type 45B ขนาด 45 ตร.ม. แบบ 2 Bedroom Type 63A ขนาด 63 ตร.ม. แบบ 2 Bedroom Type 63B ขนาด 63 ตร.ม. แบบ 2 Bedroom Type 63C ขนาด 63 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก One Wireless Botany / Cascade Garden and High Garden Promenade more than 1 rai Amphitheater Wireless Social Club and Leisure Theater Lounge with Sky View Lobby Dazzling Swimming Pool Panoramic View and Fitness สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.apthai.com/
VITTORIO – วิตโตริโอ (PREVIEW)

VITTORIO – วิตโตริโอ (PREVIEW)

VITTORIO’ (วิตโตริโอ) คอนโด High Rise สูง 28 ชั้น ระดับอัลตร้า-ลักซ์แห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘LIVING IN THE MASTERPIECE’ ที่สุดของที่สุดในทุกมิติ ใกล้ BTS สถานีพร้อมพงษ์ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    28,000,000 - 107,000,000 บาท ราคาต่อตารางเมตร   ประมาณ 350,000 บาท/ตารางเมตร เจ้าของโครงการ   บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) ลักษณะคอนโด   High Rise สูง 28 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการ   1 ไร่ 2 งาน 93 ตร.ว. จำนวนห้อง   88  ยูนิต ที่จอดรถ    142 คัน (161%) พร้อมที่จอดรถซูเปอร์คาร์ ที่ตั้งโครงการ    ถนนสุขุมวิท ซอยสุขุมวิท39 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีพร้อมพงษ์ The Em District Emporium EmQuartier Emsphere Terminal 21 Miracle Mall Top Market Villa Market Rain Hill K Village อุทยานเบญจศิริ รร.นานาชาติอเมริกันกรุงเทพ รพ.สมิติเวช ลักษณะห้องและขนาดห้อง Palazzo VITTORIO: เพนท์เฮาส์ 3 ชั้น ขนาด 270-306 ตร.ม. จำนวน 2 ยูนิต Duplex Este: ดูเพล็กซ์แมนชั่น ขนาด 167 ตร.ม. จำนวน 6 ยูนิต VITTORIO Villa: แมนชั่นขนาด 2 ห้องนอน ขนาด 100-140 ตร.ม. จำนวน 80 ยูนิต สิ่งอำนวยความสะดวก Club Kinetic: ฟิตเนสสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ VITTORIO ณ ชั้น 28 Arno Vitality Pool: สัมผัสประสบการณ์ธาราบำบัด 3 มิติ ใน Residence แห่งแรกและแห่งเดียวประเทศไทย ณ ชั้น 27 Salone 39: แหล่งสังสรรค์ภายในบรรยากาศหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ ชั้น 28 Galleria Medici: ล็อบบี้สุดหรูอันเป็นส่วนตัว รวมผลงานจิตรกรรมซึ่งประเมินมูลค่ามิได้ VITTORIO Concierge: พร้อมให้บริการระดับโรงแรม 5 ดาว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-260-9698 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.apthai.com/
Life Ladprao – ไลฟ์ ลาดพร้าว (PREVIEW)

Life Ladprao – ไลฟ์ ลาดพร้าว (PREVIEW)

Life Ladprao (ไลฟ์ ลาดพร้าว) คอนโด High Rise โครงการใหม่ ติดถนนพหลโยธิน ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว ใกล้รถไฟฟ้า MRT พหลโยธินและรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว จาก AP (Thailand) รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,900,000 บาท เจ้าของโครงการ   บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 45 และ 46 ชั้น 2 อาคาร จำนวนห้อง    1,615 ยูนิต และร้านค้า 1 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 723 คันคิดเป็น 44.76% พื้นที่โครงการ    7 - 0 - 71.4 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สถานที่สำคัญใกล้เคียง เซ็นทรัล ลาดพร้าว โรงเรียนหอวัง เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ MRT พหลโยธิน ตลาดนัดสวนจตุจักร เมเจอร์ รัชโยธิน มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น ลักษณะห้องและขนาดห้อง Studio  ขนาด 26 - 29 ตารางเมตร จำนวน 509 ยูนิต 1 Bedroom  ขนาด 35 ตารางเมตร จำนวน 832 ยูนิต 2 Bedroom  ขนาด 48 - 74 ตารางเมตร จำนวน 273 ยูนิต Duplex  ขนาด 342 ตารางเมตร จำนวน 1 ยูนิต สิ่งอำนวยความสะดวก Mail roomLounge Co-working space Social lounge + Techno booth Swimming pool Fitness Changing room Sky theatre lounge Garden ระบบ CCTV AP Application สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.apthai.com/คอนโด/life/life-ladprao/ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใครไดด้ที่.. https://goo.gl/jeUdlV
Rhythm Asoke ริทึ่ม อโศก จังหวะดีดีใกล้ MRT พระราม 9 (Review Update)

Rhythm Asoke ริทึ่ม อโศก จังหวะดีดีใกล้ MRT พระราม 9 (Review Update)

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปอัพเดทข้อมูลโครงการ “Rhythm อโศก” จาก AP Thailand กันครับ ล่าสุดตัวโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว เริ่มมีลูกบ้านบางส่วนทยอยโอนห้องกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจุดเด่นของโครงการนี้ที่ต้องพูดถึงเลยก็คือ เรื่องทำเลที่ตั้งที่อยู่ติดถนนอโศก-ดินแดงฝั่งขาออก ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเพียง 300 เมตรเท่านั้น ใกล้ด่านขึ้นลงทางด่วนศรีรัช พระราม9  แถมยังมีสถานี Airport Link อยู่ในระยะที่เดินได้สบายๆ อีกด้วย เรียกว่าครบเครื่องเรื่องการเดินทางมากๆ สำหรับคนเมืองอย่างเรา และอย่างที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่า ทำเลในแถบนี้ถือเป็น New CBD ใหม่ของกรุงเทพเลยทีเดียว พื้นที่ในย่านนี้จึงมีราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการใหม่ ห้องขายต่อ หรือห้องปล่อยเช่า ก็ดูจะถูกจับจองกันอย่างรวดเร็ว เพราะศักยภาพของทำเลบริเวณแยกพระราม 9 นี้ปัจจุบันมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่อย่าง G Land ซึ่งอยู่ติดๆ กับ Central พระราม 9 ไหนจะอาคารตลาดหลักทรัพย์ สำนักงาน AIA, สำนักงานใหญ่ทรู, อาคารฟอร์จูนทาวน์เวอร์ ฯลฯ แค่นี้ก็พอจะเห็นแล้วว่าจะมีจำนวนประชากรชาวออฟฟิศหลั่งไหลกันเข้ามาอย่างล้นหลามแน่นอน พอมีผู้คนต้องย้ายมาทำงานในย่านนี้มากขึ้น แน่นอนว่าการหาที่อยู่ใหม่ก็เป็นเรื่องที่ตามมาสำหรับใครหลายๆ คน คอนโดในย่านนี้กำลังแข่งกันขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าราคาก็เริ่มทะลุเพดานจนบางโครงการก็เกินความสามารถมนุษย์เงินเดือนไปแล้วครับ แต่สำหรับ Rhythm อโศก ที่เราจะมาอัพเดทในวันนี้ ต้องบอกว่ายังมีทีเด็ดอยู่ไม่แพ้โครงการไหนเลยทีเดียว ใครที่กำลังมองหาคอนโดพร้อมอยู่ไม่ควรมองข้ามครับ Rhythm อโศก จังหวะของการอยู่อาศัย โครงการ Rhythm อโศก เป็นคอนโด High Rise สูง 37 ชั้น ซึ่งปัจจุบันสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วนะครับ ในส่วนของการเดินทางเราขอข้ามเรื่องนี้ไปเนื่องจากทุกคนน่าจะพอคุ้นเคยกับการเดินทางในแถบนี้อยู่แล้ว แต่ถ้ายังไม่ชิน ลองไปทบทวนการเดินทางและพื้นที่รอบๆ กันได้ที่รีวิวฉบับนี้ครับ (รีวิวคอนโด Rhythm Asoke) รอบๆ โครงการมีความอุดมสมบูรณ์แบบขีดสุดครับ แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า แหล่งช๊อปปิ้ง ร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง โรงเรียน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย รวมถึงเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ สมกับเป็น New CBD จริงๆ ครับ และเพื่อตอบโจทย์ของการใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่สมบูรณ์แบบ ภายในโครงการถูกออกแบบมาให้เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย พื้นที่ส่วนกลางที่เป็นจุดเด่นของโครงการกินพื้นที่ตั้งแต่บริเวณชั้น 7-9 เลยทีเดียว เดี๋ยวเราไปดูภาพบรรยากาศจริงของ Facility ในโครงการกันก่อนนะครับ ชั้น 7 นอกจากจะเป็นชั้นเริ่มต้นของห้องพักอาศัยแล้ว ยังเป็นขั้นเริ่มต้นของ Facility หลักๆ ของโครงการด้วยนะครับ ชั้นนี้จะมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และห้องซาวน่า Facility ชั้น 8 จะเป็นฟิตเนส ส่วน Facility ที่ชั้น 9 จะเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับนั่งพักผ่อนชมวิวมุมสูง เริ่มด้วยที่บริเวณชั้น 7 จะเด่นด้วยสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่ ทางโครงการจัดสระว่ายน้ำขนาดกว้าง 7.5 เมตร ยาว 20 เมตร ซึ่งสามารถใช้ออกกำลังกายได้จริง ไม่ใช่แค่ลอยคอเล่นน้ำสวยๆ เท่านั้น ในขณะที่บริเวณริมสระยังมีมุมพักผ่อนในบรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่สบายตา พร้อมด้วยห้องอาบน้ำ แต่งตัว และห้องซาวน่าแยกชาย-หญิงไว้เป็นสัดส่วน บรรยากาศสระว่ายน้ำที่ชั้น 7 ห้องน้ำอยู่ใกล้ๆ สระว่ายน้ำ ห้องอาบน้ำ ตู้ Locker เก็บของ ห้องซาวน่า มีทั้งในห้องน้ำชาย-หญิง ขึ้นบันไดมาที่ชั้น 8 เหนือสระว่ายน้ำก็จะเป็นพื้นที่ของห้องออกกำลังกาย ซึ่งล้อมรอบไปด้วยกระจกใสบานใหญ่ เปิดรับ City View และวิวสระว่ายน้ำได้อย่างเต็มตา ภายในห้องออกกำลังการเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ทั้ง Cardio และ Weight Training เพื่อให้ลูกบ้านทุกคนสามารถเลือกออกกำลังกายได้ตรงตามความต้องการ ห้องฟิตเนสบนชั้น 8 อุปกรณ์ครบครัน มองออกไปเห็นสระว่ายน้ำที่ชั้น 7 ขยับมาอีกนิดที่บริเวณชั้น 9 จะเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ทางโครงการจัดให้เป็นสวนหย่อม พร้อมมุมนั่งเล่นพักผ่อน เปิดโล่งรับลม และวิวเมืองได้อย่างเต็มตาอีกเช่นกันครับ ช่วงเย็นๆ รอให้แดดร่มลมตกซักหน่อยรับรองว่าบรรยากาศบนนี้จะชิลไม่แพ้ Roof Top Area ที่อื่นๆ แน่นอน นอกจากนี้ทางโครงการยังเพิ่ม “ห้องอเนกประสงค์” ในบริเวณระหว่างชั้น 8-9 ด้วยนะครับ ห้องนี้เป็นห้องกระจก มีมุมให้เลือกนั่งทั้งเคาน์เตอร์ริมกระจก และโซฟาด้านใน เหมาะที่จะใช้นั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือนั่งทำงานเงียบๆ มากครับ ห้องอเนกประสงค์ พื้นที่สีเขียว บนชั้น 9 ไว้สำหรับนั่งพักผ่อน ชมวิวมุมสูง มองออกไปเห็นโครงการ Rhythm Asoke 2 อยู่ฝั่งตรงข้าม นอกจาก Facility หลักๆ ในบริเวณชั้น 7-9 แล้ว ที่บริเวณชั้น 1 ก็ยังมีสวนด้านหน้าติดกับ Lobby พร้อมสถาปัตยกรรมสวยๆ ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้บริเวณ Lobby รื่นรมมากขึ้นครับ เช่นเดียวกันกับบริเวณดาดฟ้าชั้น 37 ก็จัดเป็นสวนลอยฟ้า มีทั้ง Jogging Track และเครื่องเล่นแบบ Outdoor มาให้ด้วย ส่วนเรื่องพื้นที่จอดรถก็มีตั้งแต่ชั้นใต้ดิน (ชั้น B) ขึ้นไปถึงชั้น 6 นับจำนวนรวมแล้วก็สามารถรองรับปริมาณรถได้มากถึง 178 คันเลยทีเดียว และแน่นอนกว่าระบบรักษาความปลอดภัยก็ครบครันไม่แพ้กันทั้ง รปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV และการใช้ Key Card ในการเข้าออกโครงการ..... อยากเข้าอยู่แล้วใช่มั้ยครับ สวนหย่อมเล็กๆ หน้าโครงการ บรรยากาศบริเวณ Lobby 2 ห้องนอน ห้องนี้อยู่สบาย ห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปดูกันในครั้งนี้ เป็นห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 41.50 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดที่อยากจะแนะนำ เนื่องจากมีความเหมาะสมกับการอยู่อาศัย และมีพื้นที่ใช้สอยที่จัดสรรได้อย่างลงตัวครับ พื้นที่ในห้องแบ่งเป็น 2 ห้องนอนขนาดใหญ่พอๆ กัน ทั้ง 2 ห้องสามารถวางเตียงไซส์ 5-6 ฟุต ได้ทั้งคู่ ไม่เหมือนกับบางแห่งที่ห้องนอนเล็กจะเลือกใช้ได้แค่เตียง 3.5 ฟุตเท่านั้น จาก Layout จะเห็นว่ามีห้องน้ำกั้นกลางระหว่างห้องนอน โดยห้องนอนหลักจะมีประตูเข้าห้องน้ำได้จากด้านในห้องนอนเลย ต่างจากห้องนอนเล็กที่ต้องเดินมาเข้าจากบริเวณห้องนั่งเล่นนะครับ ในส่วนของ Living Area มีขนาดกว้างพอที่จะจัดสรรให้เป็นมุมนั่งเล่น วางโต๊ะกินข้าว ไว้ใกล้ๆ กับ Pantry ครัวได้เลยนะครับ เนื่องจากห้อง 2 Bedroom นี้จะเป็นห้องในตำแหน่งมุมอาคาร ดังนั้นห้องทุกห้องจะได้แสงธรรมชาติส่องถึงอย่างเต็มที่ จึงเหมาะกับการอยู่อาศัยในหลายรูปแบบ ลองดูได้จากการตกแต่งห้องตัวอย่างที่ทางโครงการเลือกจัดห้องให้ดูว่า พื้นที่แบบ 2 ห้องนอนนี้เราสามารถเลือกให้ห้องนอนที่ 2 เป็นได้ทั้ง ห้องแต่งตัว ห้องทำงาน หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ได้ใน Space ที่ลงตัวพอดิบพอดีทีเดียวครับ เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเป็นส่วนครัววางอยู่หน้าห้องก่อนนะครับ ด้านซ้ายมือจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว Starmark ท็อปครัวจะเป็นหินสังเคราะห์สีดำ ซิงค์ล้างจานแบบหลุม เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Franke มาพร้อมกันฮูดดูดควันยี่ห้อเดียวกัน ด้านล่างเป็นช่องวางไมโครเวฟและเครื่องซักผ้า ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องนอนเล็ก แบบแรกเราจะให้ดูห้องที่ตกแต่งเป็นห้องนอน โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุต ให้ดูเป็นตัวอย่าง ปลายเตียงยังมีที่เหลือพอให้เดินได้สะดวก ถ้าอยากมีทีวีไว้ในห้องนอนด้วย อาจจะต้องใช้ทีวีแบบแขวนผนังเหมือนห้องตัวอย่างแทนนะครับ หน้าต่างในห้องนอนจะได้บานใหญ่ มีบานกระทุ้ง 1 บาน ที่เหลือเป็นาบน Fix มองกลับมาด้านหน้าห้องจะเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้า ส่วนห้องอีกแบบเราจะพาไปดูการตกแต่งเป็นห้องแต่งตัวพร้อมกับเป็นห้องทำงานไปด้วยในตัว ห้องนี้อาจจะเหมาะกับคู่หนุ่มสาว ที่อยู่กับ 2 คน แล้วต้องการ Space ในการใช้ชีวิตเพิ่ม ตั้งโต๊ะทำงานไว้ริมหน้าต่าง ถัดเข้ามาด้านในจะเป็นส่วน Living Area โครงการวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ท่าน คั่นกลางระหว่างส่วนครัวและ Living Area พื้นที่บริเวณ Living Area กว้างขวางพอสมควรนะครับ ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาอยู่ในระยะที่ดีเลย โครงการวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งให้ดูเป็นตัวอย่าง เนื่องจากติดโต๊ะทานอาหารที่อยู่ข้างๆ หรืออีกหนึ่งไอเดียจะตกแต่งส่วน Living Area เป็นโซฟา Built-in ยาวไปจนติดกับส่วนครัว การตกแต่งแบบห้องนี้จะช่วยพิ่มพื้นที่ Living Area ขึ้นเยอะเลยนะครับ โดยสามารถใช้พื้นที่ Living Area และ Dining Area รวมกันได้เลย วางโต๊ะทานอาหารเล็กๆ ไว้ข้างๆ ระเบียงจะอยู่ติดกับ Living Area กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นทที่ระเบียงกว้างประมาณ 60 เซ็นติเมตร คอมเพรสเซอร์แอร์จะแขวนไว้ที่ระเบียงหันหน้าเป่าลมร้อนออกด้านนอก กลับเข้ามาดูที่ด้านในกันต่อกับ 2 ห้องที่เหลือ คือห้องน้ำและห้องนอนใหญ่ ห้องน้ำจะอยู่ตรงกลางระหว่างห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนนะครับ ที่เราเห็นอยู่นี้จะเป็นส่วนแรก จะมีโถสุขภัณฑ์ วางอยู่คู่กับอ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม ขนาดพอดีกับการล้างมือ พร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว ระหว่าง 2 ส่วนจะมีประตูบานเลื่อนสีขาวกั้น ส่วนที่ 2 จะเป็น Shower Box ประตูสีน้ำตาลที่เห็นด้านขวามือ จะเป็นประตูเชื่อมกับห้องนอนใหญ่ จะมีอ่างล้างหน้าทรงกลมให้อีกจุด ซึ่งขนาดจะใหญ่กว่าในส่วนแรก กระจกเงาก็จะได้บานใหญ่กว่าเหมือนกันนะครับ Shower Box จะได้ขนาดใหญ่พอสมควรนะครับ มีกระจกเทมเปอร์กั้นให้เรียบร้อย ชุดฝักบัวมาพร้อม Rain Shower ถัดมาเป็นห้องนอนใหญ่ โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง พื้นที่ปลายเตียงเหลือเยอะพอให้วางชั้นวางทีวีและตู้เสื้อผ้าเล็กๆ ได้เลยนะครับ อีกด้านจะเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ เปิดห้องตัวอย่างในบรรยากาศจริงของโครงการ “Rhythm อโศก” กันไปแล้ว หลายคนอาจจะนึกสนใจขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือปล่อยเช่าก็ดี ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมากนะครับ เพราะปัจจุบันค่าเช่าคอนโดในย่านนี้ให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูง เช่นเดียวกันกับราคาขายคอนโดใหม่ก็มีราคาสูงเกินพนักงานออฟฟิศแบบเราจะเอื้อมถึงไปหลายเท่าแล้ว แถมโครงการนี้ก็สร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วด้วย ไม่ต้องอดทนรออีกนานกว่าจะได้อยู่จริง ใครที่กำลังมองหาคอนโดดีๆ ซักห้องใกล้แยกพระราม 9 แบบนี้ เราแนะนำให้ลองเข้ามาเยี่ยมชมที่โครงการดูบรรยากาศจริงกันก่อนเลยครับ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม www.apthai.com/คอนโด/rhythm/rhythm-asoke/ โทร 1623 / 0-2261-2518
Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 (รีวิวคอนโด)

Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 (รีวิวคอนโด)

วันนี้เราจะพาไปดูคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมอยู่ ริมถนนรัตนาธิเบศร์ในแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง อีกหนึ่งโครงการคุณภาพจาก AP ซึ่งโครงการ Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 ที่เราจะพาไปเยี่ยมชมในครั้งนี้ เพิ่งจะสร้างเสร็จไปเมื่อต้นปี 59 นี้เอง ตัวโครงการอยู่ในตำแหน่งที่น่าสนใจมากครับ เพราะห่างจากสถานีบางกระสอเพียง 250 เมตรเท่านั้น การเดินทางสะดวกมาก ใกล้แยกแครายที่เชื่อมต่อกับถนนติวานนท์ และมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ใกล้ๆ ด้วย   Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 เป็นคอนโดมิเนียม High Rise ตึกคู่ สูง 25 ชั้น ทางเข้าโครงการอยู่ติดริมถนนรัตนาธิเบศร์ฝั่งขาออก พอเลยจากแยกแครายมาประมาณ 1.4 กม. ก็จะเห็นทางเข้าได้อย่างชัดเจน หาไม่ยากเลยครับ ใกล้ๆ กับโครงการมีทั้งศูนย์ราชการนนทบุรี ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่าง เซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์, บิ๊กซี, โลตัส, เอสพลานาดรัตนาธิเบศร์ ในขณะที่เลยไปอีกหน่อย ก็ยังมีห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน และเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งสำคัญของย่านนี้เลยทีเดียว   เจาะลึกโครงการ สำหรับตัวโครงการ Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 จะมีพื้นที่ทั้งหมด 9 ไร่เศษ ซึ่งอัดแน่นไปด้วย Facility ที่ทางโครงการจัดมาแบบเต็มที่ โดย Facility หลักๆ จะอยู่บริเวณชั้นล่างระหว่างอาคารพักอาศัยทั้ง 2 ตึก มีทั้งสระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือ ความยาว 25 เมตร, ห้องฟิตเนส, ห้องซาวน่า, ลานกิจกรรมกลางแจ้ง, สนามเด็กเล่น, สวนขนาดใหญ่, ล็อบบี้เปิดรับวิวแบบ 360 องศา, Bike Lane และ Jogging Track รอบโครงการ ในขณะที่พื้นที่จอดรถจะแยกส่วนออกมาเป็นอีกหนึ่งอาคาร สามารถรองรับปริมาณรถได้มากถึง 45% เลยทีเดียว Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกายรอบโครงการ Bike Lane อยู่คนละฝั่งถนนกับ Jogging Track Main Lobby จะอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 อาคาร ใกล้ๆ กับ Lobby จะมีสนามเด็กเล่น พร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่จะอยู่ตรงกลางระหว่าง 2 อาคาร ฟิตเนสจะอยู่ติดกับสระว่ายน้ำเลยนะครับ จากฟิตเนสมองออกมาเห็นสระว่ายน้ำ ใกล้ๆ กันก็จะมีห้องน้ำ พร้อมห้องซาวน่าและตู้ล็อกเกอร์ แยกชาย-หญิง ข้อดีอย่างหนึ่งของการที่มี Facility อยู่ตรงกลางระหว่างอาคารพักอาศัยคือ ลูกบ้านทุกคนสามารถลงมาใช้บริการได้สะดวกเท่าเทียมกัน แถมโครงการ Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 นี้ยังเป็นอาคารสูงถึง 25 ชั้น จึงช่วยบังแดดได้เป็นอย่างดีเกือบตลอดทั้งวัน บริเวณสระว่ายน้ำจึงร่มรื่น สามารถลงเล่นน้ำได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องกลัวแดดร้อนกันเลย ในส่วนของที่พักอาศัยนั้นจะเริ่มกันตั้งแต่บริเวณชั้น 1 ของแต่ละอาคารเลยนะครับ แต่มีจำนวนห้องไม่มากนักในบริเวณชั้นล่าง ซึ่งห้องส่วนใหญ่จะหันหน้าเข้าหาส่วนกลาง เปิดรับวิวสระว่ายน้ำ และสวนสวยๆ แบบใกล้ชิดกันไปเลย นอกจากนี้บริเวณชั้น 8 ของอาคาร A ด้านที่ติดกับอาคารจอดรถ ทางโครงการยังจัดแต่งพื้นที่ดาดฟ้าของอาคารจอดรถให้เป็นสวนลอยฟ้าขนาดย่อม สำหรับนั่งเล่นพักผ่อน รับลมชมวิวได้สบายๆ ห้องพักทางด้านทิศเหนือของอาคาร A จึงได้วิวสวนสีเขียวเพิ่มขึ้นมาอีกด้านไปโดยปริยาย จากแปลนอาคารจะเห็นถนนทางเข้าโครงการด้านขวามือ ก่อนจะเข้ามาเจออาคารจอดรถเป็นอาคารแรก ทางเข้าโครงการ ถนนทางเข้าโครงการร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ มีทางเท้าสำหรับเดินเข้าโครงการอยู่คู่ขนานกับถนน Main ขับรถเข้ามาด้านในแล้วจะเจออาคารจอดรถอยู่ทางด้านขวามือ อาคารจอดรถสูง 8 ชั้น อยู่ติดกับอาคาร A ทางขึ้นอาคารจอดรถ ห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ทั้ง 2 อาคารเลยนะครับ แต่อาคาร A จะมีน้อยกว่า เพราะติดกับอาคารจอดรถ ชั้น 3-7 ห้องพักอาศัยจะเริ่มเพิ่มมากขึ้น แต่อาคาร A ก็ยังติดอาคารจอดรถอยู่ ขึ้นมาถึงชั้น 8 จะเป็นชั้นสุดท้ายของอาคารจอดรถ ซึ่งชั้นดาดจะถูกทำเป็นสวนส่วนกลาง ตั้งแต่ชั้น 9 ขึ้นไปจนถึงชั้น 25 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด ซึ่งจะมีประมาณ 31 ห้องต่อชั้น ห้องพักของ Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 มีทั้งหมด 1,428 ยูนิต แบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือแบบ 1 Bedroom และ 2  Bedroom โดยมีขนาดเริ่มต้นที่ 24.5 ตร.ม. นะครับ เดี๋ยวเราจะพาไปดูห้องตัวอย่างของโครงการกันว่าจะน่าอยู่มากแค่ไหน   เปิดห้องตัวอย่าง ปัจจุบันทางโครงการ Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 มีลูกบ้านย้ายเข้ามาพักอาศัยกันเป็นจำนวนพอสมควรแล้วนะครับ ดังนั้นใครที่กำลังสนใจโครงการนี้อยู่สามารถติดต่อเข้ามาขอชมห้องในบรรยากาศจริงได้เลย เปิดห้องตัวอย่างห้องแรก เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ที่ขนาด 24.5 ตร.ม. เป็นห้องขนาดเล็กสุดของโครงการเลย แต่การออกแบบ Layout ภายในห้องค่อนข้างลงตัว เป็นสัดส่วนเรียบร้อยดีทีเดียว หลังประตูทางเข้าห้อง จะเป็นพื้นที่ของ Living Area ติดกันเป็นบริเวณห้องนอน ซึ่งมีประตูกระจกบานใสกั้นไว้เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของห้อง ในขณะที่ห้องครัวและมุมกินข้าวจะอยู่ถัดไปอีกด้านที่ติดกับระเบียงนะครับ บรรยากาศโดยรวมภายในห้องค่อนข้างโปร่งด้วยหน้าต่างบานใหญ่ ที่ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ห้องเลยไม่อับทึบถึงแม้จะมีขนาดเพียง 24.5 ตร.ม. ก็ตาม เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยนะครับ ช่วงนี้โครงการมีโปรโมชั่นจัดเฟอร์นิเจอร์ของ SB มาให้เรียบร้อย ตรงนี้จะได้เป็นโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง แต่ดูจากพื้นที่แล้วถ้าใครอยากได้ใหญ่กว่านี้ก็สามารถวางโซฟา 3 ที่นั่งได้อยู่นะครับ ด้านชั้นวางทีวีโครงการก็จัดเตรียมมาให้ด้วยนะครับ ติดกับ Living Area จะเป็นห้องนอน มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น โครงการวางเตียง 5 ฟุตไว้ให้ พร้อมฟูก ติดกับหัวเตียง Built-in โต๊ะเครื่องแป้งไว้ให้ด้วย ปลายเตียงโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้าบานสูงไว้ให้ มุมมองจากห้องนอนออกมาที่ Living Area จากห้องนอนเราไปดูกันต่อที่ห้องครัวเลยนะครับ ห้องนี้จะเป็นครัวแบบเปิดนะครับ ไม่ได้มีประตูกระจกกั้นให้ ภายในห้องครัวโครงการจะ Built-in เคาน์เตอร์ครัวมาให้พร้อมโต๊ะทานอาหาร เคาน์เตอร์ครัวจะมีซิงค์ล้างจาน พร้อมกับพื้นที่เตรียมอาหาร ด้านล่างจะเป็นช่องวางเครื่องซักผ้า ฝั่งตรงข้ามจะเป็นโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง ที่โครงการจัดมาให้ในช่วงโปรโมชั่น ระเบียงจะอยู่ติดกับส่วนครัว พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ห้องน้ำจะอยู่อีกด้านของห้องครัว สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard ห้องตัวอย่างห้องที่ 2 ที่เปิดให้ชมคือห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 30 ตร.ม. ซึ่งห้อง Type นี้ ดูเผินๆ แล้วจะมีการจัดวาง Layout ภายในห้องใกล้เคียงกับห้องแบบแรกมากเลยทีเดียว แต่ด้วยความที่พื้นที่ใช้สอยภายในห้องมีมากกว่า ครัวที่ได้จึงเป็นครัวปิด มีประตูกระจกบานเลื่อนเพิ่มเข้ามา ในขณะที่ห้องนอนก็จะเป็นผนังทึบแทนกระจกบานเลื่อน ส่วนห้องน้ำก็เปลี่ยนมาเข้าออกจากในห้องนอนแทนครับ ห้องนี้จะได้เปรียบกว่าตรงที่ได้ครัวปิด มีประตูกั้นเรียบร้อย สามารถทำอาหารจริงจังได้มากกว่าแค่จัดเตรียม อุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นรบกวน พื้นที่ครัวก็กว้างขึ้นอีกหน่อย วางโต๊ะกินข้าวเข้ามุมไว้ก็ยังมีพื้นที่เหลือให้ใช้งานได้อีกสบายๆ ครับ เข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยนะครับ พื้นที่บริเวณ Living Area กว้างอยู่พอสมควร โครงการวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งมาให้ ฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวีอยู่ติดกับตู้เก็บของ ตู้เก็บของ Built-in อยู่หน้าประตูห้อง ต่อจาก Living Area เข้าไปด้านในจะเป็นห้องครัว Type นี้จะเป็นครัวแบบปิดนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอนกั้น ด้านในครัวจะคล้ายๆ กับห้องก่อนหน้านี้ที่เราดูกันมา ตู้เย็นวางอยู่ติดกับเคาน์เตอร์ครัว เคาน์เตอร์ครัวจะมีซิงค์ล้างจานพร้อมกับพื้นที่เตรียมอาหาร ด้านบนจะเป็นตู้ลอยเก็บของ ส่วนด้านล่างจะเป็นช่องวางเครื่องซักผ้า ฝั่งตรงข้ามเป็นโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง ระเบียงจะอยู่ต่อจากห้องครัว ธรณีประตูยกขึ้นมาค่อยข้างสูงทีเดียว พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร เรามาดูกันต่อที่ห้องนอนนะครับ พื้นที่ในห้องนอนกว้างพอสมควรนะครับ โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือพอให้เดินได้สะดวก ถ้าอยากติดทีวีไว้ในห้องด้วย อาจจะต้องใช้ทีวีแบบติดผนัง ซึ่งโครงการก็เตรียมปลั๊กไว้ให้เรียบร้อย โครงการจะ Built-in ตู้เสื้อผ้าบานสูงไว้ให้ที่ปลายเตียง หน้าต่างในห้องนอนจะได้บานใหญ่เลยนะครับ จะมีบานกระทุ้งเป็นบานเล็ก 1 บาน ส่วนที่เหลือจะเป็นบาน Fix ห้องตัวอย่างที่เราได้มาดูกันจะอยู่ที่ชั้น 9 มองออกไปจะเห็นสวนสีเขียวที่อยู่บนชั้น 8 อีกด้านโครงการจะ Built-in โต๊ะเครื่องแป้งและชั้นวางของไว้หน้าห้องน้ำ การจัดวาง Layout ห้องน้ำ Type นี้จะต่างกับห้องแรกอยู่พอสมควรนะครับ เนื่องจากขนาดห้องที่ใหญ่กว่า ส่วนสุขภัณฑ์จะใช้ของ American Standard เหมือนกัน อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม มาพร้อมกับกระจกเงาบานใหญ่ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นจุดวางโถสุขภัณฑ์ ตรงกลางจะเป็น Shower Box มีฉากกั้นเป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน พื้นที่ใน Shower Box ค่อนข้างกว้างพอสมควรเลยนะครับ ชุดฝักบัวและที่วางของเล็กๆ ห้องแบบสุดท้ายที่เราจะเปิดชมกันก็คือ ห้อง 2 Bedroom ซึ่งมีให้เลือกขนาดเดียวคือ 45.5 ตร.ม. ส่องจาก Layout ห้องก็ว่าเป็นสัดส่วนเรียบร้อยดีแล้ว พอเปิดห้องจริงก็ต้องบอกว่าภายในเป็นสัดส่วน เหมาะกับครอบครัวเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกันมากๆ โซนกลางห้องเป็น Living Area ติดกับระเบียงซึ่งเปิดรับวิวและแสงธรรมชาติได้ค่อนข้างเต็มที่ ในขณะที่พื้นที่ครัวก็กว้างขวาง เป็นสัดส่วนด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ฝั่งตรงข้ามกันเป็นห้องน้ำ ซึ่งเข้าออกได้ 2 ทางทั้งจากด้าน Living Area และ Master Bedroom ห้องใหญ่แบบ 2 ห้องนอนนี้ จัดแบ่งห้องนอนไว้คนละด้าน นอกจากจะได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแล้ว แต่ละห้องยังสามารถเปิดรับวิวจากกระจกบานใหญ่ได้อย่างเต็มตา ขณะเดียวกันถ้าพื้นที่ของห้องนอนเล็ก ก็สามารถปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้ตามต้องการ อาจจะใช้เป็นห้องทำงาน ห้องเป็นของ หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ก็จะช่วยให้ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นได้ แต่ถ้าครอบครัวไหนมีลูกเล็กๆ ขนาดห้องนี้ก็กำลังกะทัดรัดพอดิบพอดีเลยครับ เข้ามาในห้องแล้วจะเป็นพื้นที่ Dining Area โล่งๆ ก่อนจะเห็น Living Area ที่อยู่ด้านใน เรามาดูด้านซ้ายมือกันก่อนนะครับ ด้านซ้ายมือจะห้องน้ำ การจัดวาง Layout จะแตกต่างจาก 2 ห้องที่ผ่านมาเลยนะครับ ส่วนสุขภัณฑ์ที่ใช้จะเหมือนกัน เริ่มจากอ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม มาพร้อมกับกระจกเงาบานใหญ่ ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์ ด้านในสุดจะเป็น Shower Box ที่มีฉากกั้นมาให้เรียบร้อย พื้นที่ใน Shower Box กว้างขวางใช้ได้เลยครับ ชุดฝักบัวและที่วางของเล็กๆ ออกจากห้องน้ำมาเราข้ามไปดูห้องครัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันต่อ ครัวของห้องนี้จะเป็นครัวแบบปิดนะครับ พื้นที่ในห้องครัวค่อนข้างกว้างเลยนะครับ เคาน์เตอร์ครัวจะได้ชุดใหญ่กว่า 2 ห้องที่ผ่านมา จะมีซิงค์ล้างจานพร้อมพื้นที่เตรียมอาหาร ซิงค์ล้างจานแบบหลุมของ Teka ด้านบนเป็นชั้นลอยเก็บของ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นพื้นที่โล่งๆ สำหรับวางตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ห้องครัว Type จะไม่มีระเบียงให้นะครับ แต่จะมีหน้าต่างบานใหญ่ พร้อมบานกระทุ้ง ไว้สำหรับระบายกลิ่นอาหารในห้องครัว กลับมาเข้าในห้อง มาดูพื้นที่ Dining Area กันต่อ ตรงนี้โครงการวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งไว้ให้ จะอยู่บริเวณหน้าห้องครัวเลยนะครับ เตรียมอาหารเสร็จก็ยกออกมาเสิร์ฟกันได้เลย ถัดจาก Dining Area เข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ Living Area โครงการวางโซฟา 2 ที่นั่งมาให้ แต่ดูจากพื้นที่แล้วสามารถวางโซฟา 3 ที่นั่งก็ได้นะครับ ส่วนด้านที่วางทีวีโครงการ Built-in เป็นชั้นวางทีวีมาให้ด้วย จะวางบนชั้นวาง หรือจะใช้ทีวีแบบติดผนังเหมือนในห้องตัวอย่างก็ช่วยประหยัดพื้นที่ได้อีกแบบครับ ระเบียงจะอยู่ติดกับ Living Area นะครับ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ธรณีประตูยกขึ้นมาสูงทีเดียวครับ เวลาก้าวข้ามก็ระวังกันนิดนึงนะครับ พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร ยาวเท่าๆ กับพื้นที่ Living Area ซึ่งถือว่ากว้างพอสมควรเลยนะครับ คอมเพรสเซอร์แอร์จะถูกว่าไว้ที่ระเบียง หันหน้าเป่าลมร้อนออกด้านนอก เรากลับเข้ามาด้านใน ขวามือของ Living Area จะเป็นห้องนอนเล็ก ด้านในห้องนอนเล็กโครงการจะวางเตียงขนาดประมาณ 3 ฟุตไว้ให้ ซึ่งขนาดเตียงจะลงล็อกพอดีเป๊ะเลยนะครับ ปลายเตียงสามารถติดทีวีแบบแขวนผนังแบบนี้ก็ได้ หน้าต่างในห้องนอนจะเป็นบาน Fix และบานกระทุ้ง 1 บาน ข้างเตียงอีกด้านโครงการ Built-in โต๊ะเครื่องแป้ง วางไว้ติดกับตู้เสื้อผ้า มาถึงห้องนอนใหญ่ที่อยู่ด้านซ้ายมือของ Living Area โครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ ด้านปลายเตียงมีพื้นที่เหลือพอให้เดินได้สะดวก อาจจะต้องใช้ทีวีแบบแขวนผนังจะดีกว่านะครับ หน้าต่างในห้องนอนจะได้บานใหญ่เป็นบาน Fix และมีบานเล็กเป็นกระทุ้ง ข้างเตียงอีกด้านโครงการจะ Built-in โต๊ะเครื่องแป้งไว้ติดกับตู้เสื้อผ้า ในห้องนอนจะมีประตูเข้าห้องน้ำอีกด้านนึงด้วยนะครับ จะอยู่ติดกับตู้เสื้อผ้าเลย ทางเข้าห้องน้ำจากฝั่งห้องนอน ด้วยความที่โครงการ Aspire รัตนาธิเบศร์ 2 อยู่ติดกับถนนใหญ่เลย แถมยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงอีกด้วย จึงค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องของการเดินทาง ไม่ว่าจะด้วยระบบขนส่งมวลชนหรือรถส่วนตัว ยิ่งถ้าใครต้องทำงานในช่วงโซนนนทบุรีอยู่แล้ว ก็ยิ่งสะดวกกว่ามากในการเดินทางไปกลับจากที่ทำงาน นอกจากนี้ในอนาคต บริเวณสถานีศูนย์ราชการนนทบุรีจะเป็นจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีชมพู ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางไปยังโซนต่างๆ ของกรุงเทพฯได้มากขึ้นไปอีกครับ รอบๆ โครงการถึงแม้จะไม่ได้มีร้านค้าร้านอาหารให้พึ่งพาในระยะที่เดินเท้าได้สบายๆ แต่ถ้าขึ้นรถไฟฟ้าถัดออกไปอีก 1 หรือ 2 สถานีก็จะมีห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้งให้พึ่งพาได้สบายๆ ทั้ง ห้างเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ และเทสโก้ โลตัส ส่วนภายในโครงการ ต้องบอกว่าทางโครงการจัด Facility มาแน่นเต็มที่มากๆ แถมห้องทุกห้องก็ขายให้แบบ Fully Fitted คือมีให้ทั้งเครื่องปรับอากาศ, ชุดเคาน์เตอร์ครัว, สุขภัณฑ์และที่กั้นอาบน้ำ วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ก็จัดมาให้คุ้มค่าคุ้มราคา ตามมาตรฐานทุกชิ้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียวนะครับ สำหรับที่พักอาศัยที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้ไม่ยาก หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หรืออยากจะลองเข้าไปชมห้องตัวอย่างด้วยตัวเองก็สามารถนัดหมายกับเจ้าหน้าที่โครงการได้เลยครับ
Aspire งามวงศ์วาน…เรียบหรูอย่างมีสไตล์ บนทำเลที่ถือว่าดีที่สุดบนถนนงามวงศ์วาน (รีวิวคอนโด)

Aspire งามวงศ์วาน…เรียบหรูอย่างมีสไตล์ บนทำเลที่ถือว่าดีที่สุดบนถนนงามวงศ์วาน (รีวิวคอนโด)

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปเยี่ยมชมคอนโดมิเนียมแบรนด์ “Aspire” อีกหนึ่งโครงการจาก AP ที่ยึดทำเลแยกพงษ์เพชรสร้างคอนโดมิเนียม High Rise ตึกคู่ พร้อม Facility จัดเต็ม หรูหรามีสไตล์ ในราคาโปรโมชั่นสุดคุ้มด้วยราคาเพียง 1.59 ล้านบาท* แต่ต้องบอกก่อนว่ามีจำนวนจำกัดนะครับ ใครสนใจทำเลที่มีศักยภาพคุ้มค่ากับการลงทุนแบบนี้ แนะนำว่าต้องรีบๆ กันหน่อย   โครงการ Aspire งามวงศ์วาน ปัจจุบันสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว ภาพที่เก็บมาฝากในคราวนี้จึงเป็นภาพในบรรยากาศจริงทั้งหมด รวมถึงห้องตัวอย่างก็เป็นห้องจริงบนตึกที่ทางโครงการจัดตกแต่งไว้ให้ชมครับ ที่ตั้งของโครงการ Aspire งามวงศ์วาน อยู่ติดถนนใหญ่เลยนะครับ ห่างจากแยกพงษ์เพชรมาทางฝั่งขาไปถนนวิภาวดีฯ นิดเดียวเอง การเดินทางสะดวกมาก เพราะเลือกใช้ได้หลายเส้นทาง สะดวกทั้งเข้าเมือง และ ออกนอกเมือง ถึงแม้จะไม่มีรถไฟฟ้าผ่านหน้าโครงการก็ตาม ซอยใกล้ๆ โครงการคือ ซอยชินเขต 1 สามารถใช้เป็นเส้นทางลัดไปออกถนนวิภาวดี และถนนประชาชื่นได้ แถมถนนรอบๆ ยังเชื่อมต่อไปยังถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรัตนาธิเบศร์ แยกประชานุกูลได้อีกด้วย  จึงจัดได้ว่าเป็นทำเลที่มีศักยภาพในการเดินทางมากเลยทีเดียว ส่วนในอนาคตทำเลนี้ก็ยังรองรับรถไฟฟ้า ซึ่งตัวโครงการจะอยู่ระหว่างสถานีบางเขน (สายสีแดง) กับสถานีศูนย์ราชการนนทบุร (สายสีม่วง)  นอกจากนี้รอบๆ โครงการยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, เทสโก้โลตัส, โฮมโปร, ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า, เมเจอร์รัชโยธิน, โรงพยาบาลนนทเวช, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ศูนย์ราชการ, SCG, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวมไปถึงด่านขึ้นลงทางด่วนก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลครับ เพียง 3.9 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็จัดว่าสะดวกมากๆ เราซูมมาดูใกล้ๆ จะเห็นว่าโครงการจะตั้งอยู่ริมถนนงามวงศ์วานเลยจากแยกพงษ์เพชรมาประมาณ 400 เมตร ก่อนถึงซอยชินเขต 1 ซึ่งจะเป็นช่วงเชิงสะพานข้ามแยกพงษ์เพชรพอดี เพราะฉะนั้นถ้ามาจากทางแยกแครายก็ไม่ต้องขึ้นสะพานข้ามแยกพงษ์เพชรนะครับ เพราะจะเลยทางเข้าโครงการ บริเวณใกล้ๆ โครงการ Aspire งามวงศ์วาน แวดล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารมากมายเลยทีเดียว ไม่เว้นแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ และตลาดพงษ์เพชร ซึ่งต่างก็อยู่ในระยะที่สามารถเดินได้สบายๆ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นเขตชุมชนนะครับ บรรยากาศจึงคึกคักหน่อย รถราขวักไขว่ มีรถเมล์วิ่งผ่านหลายสาย พี่วินมอเตอร์ไซค์ก็อยู่ใกล้ๆ แท็กซี่ก็มากมาย การที่ไม่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านจึงไม่รู้สึกเป็นปัญหาเท่าไหร่ ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็แค่นั่งรถเลยไปขึ้นที่บางซื่อ หรือไปใช้รถไฟฟ้าสายสีม่วงเลยก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร โดดเด่นด้วย Facility แบบจัดเต็มจนคุณคาดไม่ถึง Aspire งามวงศ์วาน เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 28 ชั้น จำนวน 2 อาคาร โดยมี Lobby อยู่ตรงกลาง ส่วนอาคารจอดรถ 9 ชั้น แยกออกมาทางด้านหลัง และจัดพื้นที่บริเวณชั้นดาดฟ้าของอาคารจอดรถเป็นพื้นที่ส่วนกลาง รวม Facility หลักไว้ทั้งหมด ซึ่งลูกบ้านจะต้องเดินมาใช้ร่วมกันที่บริเวณนี้ ชั้น 1 จะเป็น Lobby ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง 2 อาคาร และมีร้านค้าจำนวน 6 ร้าน อยู่ที่ตึก South ห้องพักอาศัยจะเริ่มต้นที่ชั้น 2 เลยนะครับ ตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไปจนถึงชั้น 28 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมดเลยนะครับ มีชั้นละ 27 ยูนิต Facility หลักๆ ที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้ต้องบอกว่าเต็มที่มากๆ ครับ เช่น สระว่ายน้ำขนาด 25x7 เมตร, ห้องออกกำลังกาย พร้อมอุปกรณ์ครบครัน, ห้องอาบน้ำ, ล็อคเกอร์, ห้องอบไอน้ำ, ซาวน่า ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางที่บริเวณชั้นดาดฟ้าของอาคารจอดรถนั้นค่อนข้างให้ความเป็นส่วนตัวดีทีเดียวครับ เนื่องจากรอบๆ โครงการไม่มีตึกสูงอยู่ใกล้ๆ เลย (นอกจากตึกของโครงการเอง) วิวบนดาดฟ้าจึงเปิดโล่งเต็มตา ลมพัดเย็นสบายมากเลยทีเดียว ที่จอดรถในอาคารจอดรถสูง 9 ชั้น บนดาดฟ้าของอาคารจอดรถจะเป็น Facility หลักของโครงการ สระว่ายน้ำขนาด 25x7 เมตร ใกล้ๆ กับสระว่ายน้ำจะมีสวนสีเขียว ไว้สำหรับนั่งพักผ่อน ฟิตอยู่ติดกับสระว่ายน้ำ ถัดมาเป็นห้องน้ำ พร้อมตู้ล็อกเกอร์ และห้อง Steam & Sauna ห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับฟิตเนส นอกจาก Facility บนดาดฟ้าอาคารจอดรถแล้ว ทางโครงการยังเพิ่มเติมพื้นที่สีเขียวไว้รอบโครงการ โดยมีพื้นที่รวมกว่า 5 ไร่เลยทีเดียว ทั้งสวนหย่อมบริเวณด้านหน้าโครงการ และด้านหลังโครงการ ซึ่งต่างก็มีมุมร่มๆ ใต้ต้นไม่ให้นั่งเล่นพักผ่อนมากมาย และที่พิเศษกว่าโครงการอื่นๆ คือ ทาง AP จัดสนามสตรีทบาสเกตบอลไว้บริเวณสวนด้านหน้าโครงการ ในขณะเดียวกันพื้นที่บริเวณชั้นล่างของอาคารพักอาศัย ยังจัดแบ่งให้เป็นพื้นที่ร้านค้า และพื้นที่บริการด้วย หน้าทางเข้าโครงการ มีพื้นที่สีเขียวระหว่างทางเดินเข้าโครงการ ให้นั่งพัก หรือนั่งรอเพื่อนด้านหน้าโครงการ สนามสตรีทบาสเก็ตบอล สำหรับลูกบ้านที่ชอบเล่นกีฬา ให้ได้ยืดเส้นยืดสาย อยู่หน้าโครงการเช่นกัน เปิดห้องเพื่อการใช้ชีวิตที่หรูหราอย่างมีสไตล์ ในส่วนของที่พักอาศัยนั้น จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไปจนถึงชั้น 28 สำหรับโครงการ Aspire งามวงศ์วาน มียูนิตรวมทั้งหมด 1,458 ยูนิต ซึ่งโครงการนี้มีห้องชุดขนาด 28 ตร.ม. ให้เลือกเพียงขนาดเดียวนะครับ เป็นห้องแบบ 1 Bedroom มีให้เลือกด้วยกัน 2 Type เปิดห้องตัวอย่างแบบแรกกันด้วยห้อง Type A เปิดห้องมาก็จะเจอกับส่วนของ Living Area ก่อน โดยมี Pantry ครัว เชื่อมต่อกับพื้นที่นั่งเล่นติดกับระเบียง พื้นที่บริเวณนี้จะเปิดโล่งเชื่อมถึงกัน ทำให้เราสามารถจัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้ตามต้องการ ส่วนพื้นที่ของห้องนอน กั้นด้วยประตูกระจกบานใส มีห้องน้ำในตัว ซึ่งประตูกระจกบานใหญ่ของห้องนอนสามารถเปิดออกให้เชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นได้เลย ห้อง Type นี้จะได้เปรียบเรื่องการเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวนอกอาคาร ซึ่งสามารถเห็นได้ชัดเจนทั้งจากห้องนั่งเล่น และห้องนอนผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน ห้อง Type นี้อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ชอบทำครัว เนื่องจาก Pantry ครัวเป็นแบบเปิด เหมาะกับการเตรียม อุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเป็นส่วน Dining Area ก่อนนะครับ บริเวณนี้จะมีแอร์ให้ 1 ตัว และในห้องนอนอีก 1 ตัว ด้านขวามือจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Teka พร้อมฮูดดูดควันยี่ห้อเดียวกัน ด้านล่างจะเป็นตู้เก็บของและช่องวางไมโครเวฟ ส่วนด้านซ้ายมือจะเป็นโต๊ะทานอาหาร ซึ่งจะวางอยู่ติดกับโซฟาในพื้นที่ Living Area ถัดจาก Dining Area เข้ามาด้านในจะเป็นส่วน Living Area ที่อยู่ติดกับระเบียงห้อง ฝั่งที่วางโซฟาโครงการวางโซฟา 2 ที่นั่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ส่วนด้านชั้นวางทีวีจะอยู่ติดกับห้องนอน ซึ่งจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน จึงอาจจะไม่สามารถ Built-in ชั้นวางทีวีได้นะครับ ระเบียงห้องจะอยู่ติดกับส่วน Living Area กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร สามารถวางเครื่องซักผ้าไว้ที่ระเบียงได้เลยครับ คอมเพรสเซอร์แอร์จะถูกแขวนไว้ด้านบน หันหน้าออกนอกระเบียง มาถึงห้องนอน พื้นที่กว้างขวางพอสมควรนะครับ โครงการวางเตียง 5 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง วางเตียงลงไปแล้วยังพอมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือให้วางโต๊ะข้างเตียงหรือโคมไฟได้อีกด้วยนะครับ ด้านปลายเตียงมีพื้นที่เหลือให้เดินได้สะดวก หน้าต่างในห้องนอนจะได้บานใหญ่เลยนะครับ มีบานกระทุ้ง 1 บาน ที่เหลือเป็นบาน Fix ห้องน้ำจะอยู่อีกด้านของห้องนอน จุดวางตู้เสื้อผ้าจะอยู่ที่หน้าห้องน้ำ สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม มาพร้อมกับกระจกเงาบานยาว โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่ติดๆ กัน ฝั่งตรงข้ามจะเป็น Shower Box มีฉากกั้นให้เรียบร้อย เป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน พื้นที่ใน Shower Box ชุดฝักบัวและที่วางของใน Shower Box ส่วนห้อง Type B จะมีการจัดวาง Layout ห้องที่เป็นสัดส่วนมากขึ้นมาอีกหน่อย พอเปิดประตูห้องมาแล้วก็จะเจอกับ Living Area บริเวณพื้นที่นั่งเล่นก่อน ถัดเข้าไปจึงเป็นห้องนอน ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานใหญ่ ในขณะที่ห้องน้ำและ Pantry ครัว จะไปรวมกันอยู่อีกด้านที่ติดกับระเบียง ห้อง Type B นี้จะค่อนข้างได้เปรียบเรื่องสัดส่วนของพื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่ชัดเจนกว่า คนที่ชอบเข้าครัวทำกับข้าวก็ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นรบกวน เนื่องจากสามารถเปิดประตูตรงระเบียงช่วยระบายอากาศได้ดี สำหรับห้องนี้มี Detail เพิ่มเติมเล็กๆ บริเวณมุมห้องนอน ที่ทางโครงการเลือกติดกระจกเข้ามุมมาให้แทนที่จะใช้ผนังทึบทั้งหมด ห้องนอนจึงดูโปร่งสบายตามากขึ้นอีกนิดครับ ห้องนี้เข้ามาแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนนะครับ โครงการวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งมาใหเดูเป็นตัวอย่าง ขนาดจะเข้ากับพื้นที่ได้พอดี ด้านชั้นวางทีวีสามารถวางชั้นวางหรือจะ Built-in ก็ได้เช่นกันครับ ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟา ถัดจาก Living Area เข้ามาด้านในจะเป็นห้องนอนที่กั้นด้วยประตูประจกบานเลื่อน 2 ตอน ภายในห้องนอนโครงการวางเตียง 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง วางเตียงลงไปแล้วยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงให้วางโต๊ะข้างเตียงหรือโคมไฟได้อีก หน้าต่างในห้องนอนจะได้บานใหญ่เลยนะครับ ช่วยให้แสงเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ด้านปลายเตียงโครงการวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะวางของเล็กตกแต่งให้ดู จากห้องนอนเข้าไปด้านในจะเป็นส่วนครัว จะสังเกตว่าผนังห้องนอนด้านที่ติดกับส่วนครัว โครงการจะทำเป็นกระจกเข้ามุมไว้ ซึ่งช่วยให้ห้องดูโปร่งโล่งขึ้น เคาเตอร์ครัวจะคล้ายๆ กับของห้อง Type A แต่อาจจะยาวกว่านิดหน่อย เนื่องจาก Layout ห้องที่ต่างกัน ซิงค์ล้างจานแบบหลุม พร้อมที่พัก ใกล้ๆ กันเป็นเตาไฟฟ้า 2 หัวของ Teka มาพร้อมกับฮูดดูดควันยี่ห้อเดียวกัน ด้านบนจะเป็นตู้เก็บลอยเก็บของ ด้านล่างเป็นตู้เก็บของและช่องวางไมโครเวฟ จุดวางตู้เย็นจะอยู่ด้านใน ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นจุดวางโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ท่าน ระเบียงจะอยู่ต่อจากส่วนครัว พื้นที่ระเบียงจะกว้างประมาณ 1 เมตร สามารถวางเครื่องซักผ้าไว้ที่ระเบียงได้ครับ ด้านบนจะเป็นจุดแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ทั้ง 2 ตัว หันหน้าออกนอกระเบียง กลับเข้ามาด้านในเรามาดูห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ กับส่วนครัว การจัดวาง Layout ในห้องน้ำจะเหมือนกับ Type A เลยนะครับ อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมของ American Standard มาพร้อมกับกระจกเงาบานยาว ข้างๆ จะเป็นโถสุขภัณฑ์ ฝั่งตรงข้ามจะเป็น Shower Box มีฉากกั้นเป็นประตูบานเลื่อน 3 ตอน พื้นที่ใน Shower Box ชุดฝักบัวและที่วางของใน Shower Box โครงการ Aspire งามวงศ์วาน นี้จัดว่าเหมาะมากสำหรับคนที่กำลังมองหาที่อยู่ในย่านนี้ โดยที่ไม่ค่อยสนใจหรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้ามากนัก เนื่องจากการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็ถือว่ายังสะดวกดี แถมในอนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าอยู่ใกล้ๆ อีกด้วย โครงการนี้จัดขนาดห้องมาที่ไซส์เดียว วัสดุ อุปกรณ์ สุขภัณฑ์ต่างๆ จัดมาได้ดีตามมาตรฐาน ราคาห้องจับต้องได้ง่ายเลยทีเดียว ยิ่งมีโปรโมชั่นแรงๆ จัดมาในราคา 1.59 ล้านบาท* แบบนี้ น่าซื้อลงทุนเป็นที่สุด ไม่ว่าจะจับจองไว้อยู่อาศัยเอง หรือจะปล่อยเช่าก็น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจดีทีเดียว แถมทำเลในย่านนี้ยังอยู่ในแหล่งชุมชน และใกล้กับแหล่งงานทั้งหน่วยงานราชการและเอกชน ใครที่กำลังสนใจคอนโดน่าอยู่ในย่านนี้ อยากหาบ้านหลังแรก เพื่อการขยายครอบครัว Aspire งามวงศ์วาน น่าจะเป็นอีกตัวเลือกที่คุ้มค่า คุ้มราคาเลยทีเดียวครับ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://goo.gl/GwjzJD *ราคา 1.59 ล้านบาท เป็นราคาพิเศษตามโปรโมชั่น มีจำนวนห้องจำกัด
THE CITY บางใหญ่ (รีวิวบ้านเดี่ยว)

THE CITY บางใหญ่ (รีวิวบ้านเดี่ยว)

การจะเลือกซื้อบ้านซักหลังไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไหนจะต้องเลือกว่าบ้านหลังไหนที่เหมาะกับสมาชิกในครอบครัว ทำเลที่ต้องเดินทางสะดวก สภาพแวดล้อมเอื้อต่อไลฟ์สไตล์ หรือมีอะไรใกล้ๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกบ้าง จึงต้องใช้เวลาเปรียบเทียบบ้านหลายๆ หลัง เพื่อให้ได้บ้านที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตประจำวันมากที่สุดเท่าที่ บ้านเดี่ยวน่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบความต้องการของครอบครัว ซึ่ง AP เองก็เข้าใจกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี จึงเปิดโครงการใหม่ล่าสุดบนทำเลบางใหญ่ ทำเลที่มีศักยภาพเหมาะกับการอยู่อาศัยมากที่สุดแห่งหนึ่ง ภายใต้แบรนด์ “The City บางใหญ่” บ้านเดี่ยวหลังใหญ่สุดหรูสำหรับไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์ ศักยภาพทำเล   ความได้เปรียบเด่นๆ ของ The City บางใหญ่ คือ ทำเลที่ตั้งของโครงการที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเต็มตัวแล้ว ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองเป็นเรื่องง่ายดาย สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีคลองบางไผ่ ห่างจากโครงการเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น อีกทั้งสถานีนี้ยังเป็นสถานีต้นทาง มีอาคารจอดแล้วจรขนาดใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการสัญจรได้มากขึ้น ในขณะที่เส้นทางเชื่อมต่อเข้าเมืองด้วยรถส่วนตัวก็เป็นเรื่องง่ายไม่แพ้กัน เนื่องจากมีให้เลือกหลายเส้นทางทั้งถนนสายหลักอย่าง ถนนกาญจนาภิเษก เชื่อมต่อกับถนนรัตนาธิเบศร์ไปงามวงศ์วานได้ไม่ยาก หรือจะเลือกใช้เส้นทางถนนนครอินทร์ ตัดเข้าถนนราชพฤกษ์ รวมถึงเส้นทางด่วนพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกก็เป็นอีกเส้นทางใหม่ที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางเข้าเมืองได้อีกทาง ปัจจุบันย่านบางใหญ่เป็นหนึ่งในพื้นที่น่าจับตา เพราะกำลังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และจะกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางแหล่งช็อปปิ้งชื่อดัง เช่น ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อย่าง Central Westgate, Big C, Home Pro, Index Living Mall และกำลังจะมี Ikea เปิดให้บริการในอนาคต ขณะเดียวกันห่างออกมาทางวงเวียนพระราม 5 ก็ยังมีทั้ง The Walk ราชพฤกษ์, The Crystal, Home Work  และร้านอาหารอีกเพียบให้แวะเวียนไปเปลี่ยนบรรยากาศได้ ในขณะเดียวกันในโซนบางใหญ่ก็มีตลาดขนาดใหญ่ รวมถึงร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกพึ่งพาเป็นจำนวนมากไม่แพ้กัน จัดได้ว่าเป็นทำเลที่มีองค์ประกอบต่างๆ เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยเป็นอย่างมาก แผนที่โครงการ การเดินทางวันนี้เราเริ่มจากบริเวณแยกแคราย ด้านขวามือจะเป็นเอสพลานาดแคราย เลยจากแยกแครายมาเราจะเข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ จะเริ่มเห็นรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงกันแล้วนะครับ ตรงนี้จะเป็นสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี เราขับรถตามถนนรัตนาธิเบศร์ไปเรื่อยๆ ตรงขึ้นสะพานพระนั่งเกล้าไปเลยครับ ลงจากสะพานพระนั่งเกล้ามาเราก็ยังคงตรงต่อไปเรื่อยๆ ตามป้ายถนนกาญจนาภิเษกไปเลยครับ ตรงกันไปยาวๆ พอใกล้ถึงถนนกาญจนาภิเษกให้เราชิดขวาไปทางสุพรรณบุรี เพื่อขึ้นสะพานวนเข้าสู่ถนนกาญจนาภิเษก เมื่อเราเข้าสู่ถนนกาญจนาภิเษกแล้วจะเห็นเซ็นทรัล เวสต์เกต อยู่ด้านขวามือ เลยมาอีกนิดหน่อยจะเห็นบิ๊กซี บางใหญ่อยู่ฝั่งซ้ายมือ เราขับเลยบิ๊กซีมานิดหน่อยจะเห็นจุดสังเกตคือโชว์รูมโตโยต้าอยู่เ้านซ้ายมือ ให้เตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยได้เลยนะครับ เลยโชว์รูมโตโยต้ามาแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนคลองถนนได้เลยครับ จะเห็นป้ายของโครงการตั้งอยู่ริมถนนด้วย บรรยากาศบนถนนคลองถนน จะเป็นถนน 2 เลน เลียบคลองยาวตลอดแนว บรรยากาศในซอยจะมีทั้งคอนโดและโครงการหมู่บ้านขึ้นเยอะเลยครับ ร้านค้าต่างๆ ก็ตามมามากมาย จากปากซอยถนนกาญจนาภิเษกเข้ามาประมาณ 2 กิโลเมตร ก็ถึงทางเข้าโครงการแล้วครับ ปากซอยจะมีป้ายติดชื่อซอยสองพี่น้อง เลี้ยวเข้าซอยมาแล้วต้องขับตรงเข้าไปอีกหน่อย ถึงโครงการแล้วครับ หน้าทางเข้าโครงการทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว สวยงามที่เดียวครับ คราวนี้เราลองมาดูการเดินทางขาออกจากโครงการหันดูบ้างนะครับ โดยนอกจากการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวแล้ว ใกล้ๆ โครงการยังมีรถไฟฟ้าสายสีม่วงไว้คอยรองรับอีกด้วย สำหรับสถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุดจะเป็นสถานีคลองบางไผ่ ออกมาจากโครงการแล้วเลี้ยวซ้ายมาเลยครับ ออกมานิดเดียวก็จะเห็นสถานีคลองบางไผ่แล้วครับ บริเวณใกล้ๆ สถานีคลองบางไผ่ซึ่งเป็นสถานีต้นทางจะมีที่จอดรถไว้สำหรับผู้ที่ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT เรียกว่า "อาคารจอดแล้วจร" จะอยู่ตรงทางขึ้นสะพานกลับรถ แล้วมีทางแยกออกเพื่อเข้าอาคาร หน้าตาของอาคารจอดแล้วจร อยู่ใกล้กับสถานีคลองบางไผ่ หรือใครสะดวกจอดไว้ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต ก็ได้นะครับ แล้วขึ้น MRT สถานีตลาดบางใหญ่ แต่รู้สึกว่าทางเซ็นทรัล จะเริ่มเก็บค่าที่จอดรถกันแล้ว ยังไงลองเช็คกันดูอีกทีนะครับ บรรยากาศบนสถานีรถไฟฟ้ายังมีผู้ใช้บริการค่อนข้างบางตาอยู่นะครับ เลือกที่นั่งได้สบาย ไม่ได้แย่งกับใคร ฮ่าๆ The City โครงการ The City บางใหญ่ ถูกออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์ “Modern Art Deco” ผสมผสานความสวยงามของงานออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติไว้ได้อย่างลงตัว เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มักจะเลือกสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุด ทางโครงการใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การตกแต่งหน้าทางเข้าให้สวยงามอลังการ ด้วยวงเวียนต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งช่วยโอบล้อมทางเข้าหมู่บ้านให้ร่มรื่นน่าอยู่ ด้านหน้าทางเข้ามีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง CCTV และ รปภ. ประตูหลักเป็นระบบ Security Gate ผ่านเข้าออกด้วยระบบเดียวกับ Easy Pass ที่สามารถผ่านเข้าออกได้สะดวกโดยไม่ต้องจอดรถแตะบัตรให้เสียเวลา ประตูทางเข้าหลักของโครงการ Security Gate ผ่านเข้าออกด้วยระบบเดียวกับ Easy Pass ภายในโครงการร่มรื่นด้วยต้นไม้มากมาย ในพื้นที่ส่วนกลางจัดเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ พร้อมด้วย Club House หลักที่ลูกบ้านทั้งหมด 133 หลังจะได้ใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกันได้อย่างเต็มที่ ภายใน Club House เพียบพร้อมไปด้วย สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาดใหญ่ ที่ถูกออกแบบมาสวยงามเหมือนได้มาพักผ่อนในรีสอร์ท พร้อมกับแยกสระเด็กไว้ให้เรียบร้อย ในขณะที่ด้านบนมีทั้ง Social Room และห้อง Fitness พร้อมอุปกรณ์ครบครันและวิวสนามหญ้าที่สวยงาม ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่ทางโครงการจัดไว้ให้อย่างเต็มที่และใส่ใจในทุกรายละเอียดขนาดนี้ก็เพื่อความเป็นอยู่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของลูกบ้านทุกหลัง ถนน Main ของโครงการจะกว้าง ประมาณ 16 เมตร ส่วนถนนซอยจะกว้างประมาณ 9 เมตร Kathaleeya Kathaleeya เป็นบ้านตัวอย่างหลังใหญ่ ที่เป็นเหมือนตัวอย่างแรกที่เราจะได้สัมผัสกับคำว่า Elegant Living ภายในพื้นที่ใช้สอยขนาด 185.92 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ บนที่ดินมากกว่า 52 ตร.ว บริเวณหน้าบ้านกว้างสามารถจอดรถได้ 2 คัน แบบบ้าน Kathaleeya ตรงนี้จะเป็นที่จอดรถสามารถจอดได้ 2 คัน บริเวณที่จอดรถจะมีประตูทางเข้าให้อีก 1 จุด ภาพนี้จะเป็นแบบบ้าน Vanda ที่เป็นตัวบ้านมาตรฐาน รั้วบานจะเป็นแบบนี้ทั้ง 2 Type เลยนะครับ ภายในตัวบ้านตกแต่งไว้อย่างเรียบหรู สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบในสไตล์ Modern ในขณะที่ก็ยังสอดแทรกรายละเอียดของดีไซน์ต่างๆ ไว้ทั่วบ้าน ชั้นล่างมี Living Area กว้างขวาง ซึ่งมีพื้นที่นั่งเล่นเชื่อมต่อกับ Dining Area หน้าครัวได้อย่างกลมกลืน ตัวบ้านมีหน้าต่างและประตูกระจกบานใหญ่ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและวิวสวนสวยจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ บริเวณครัวตกแต่งใหม่ ใช้กระจกใสบานใหญ่แทนผนังทึบตามแบบบ้านมาตรฐาน ทำให้บรรยากาศในครัวดูโปร่งสบายตากว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าถ้าอยากได้ครัวสวยแบบนี้บ้างก็ต้องตกแต่งเพิ่มเติมกันไป แต่ถ้าไม่ซีเรียสมากก็จะได้ครัวปิดตามแบบบ้านมาตรฐาน ที่ก็ดูเป็นสัดส่วนเรียบร้อยไปอีกแบบ นอกจากนี้บริเวณชั้นล่างยังมี 1 ห้องนอนเล็ก ที่สามารถดัดแปลงใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงานเหมือนในบ้านตัวอย่าง หรือจะยังคงใช้เป็นห้องนอนสำหรับสมาชิกอาวุโสของบ้านก็ถือว่าสะดวกดีทีเดียว ประตูทางเข้าหลักของตัวบ้านจะเป็นประตูกระจกบ้านเลื่อน 2 ตอน ยกพื้นขึ้นมา 1 สเตป โครงการจะใช้บานเลื่อนของ Windsor เปิดประตูเข้ามาด้านในแล้วจะเป็นส่วน Living Area อยู่ด้านหน้าเลยนะครับ พื้นที่บริเวณ Living Area ถือว่ากว้างขวางพอสมควร ด้านที่วางโซฟาโครงการวางโซฟา 2 ที่นั่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่ดูจากพื้นที่แล้วสามารถวางโซฟา 3-4 ที่นั่ง ได้สบายๆ ด้านชั้นวางทีวีโครงการ Built-in แบบเต็มพื้นที่มาให้ดู เลยจาก Living Area เข้ามาด้านในจะเป็นส่วน Dining Area โครงการวางโต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง พื้นที่บริเวณ Dining Area กว้างขวางพอสมควรเลยนะครับ สามารถเลือกวางโต๊ะทานอาหารใหญ่ๆ ได้ตามใจชอบเลยครับ ติดกับส่วน Dining Area จะมีระเบียงออกไปที่สวนข้างบ้าน เป็นประตูบานเลื่อน 2 ตอน บานใหญ่ ออกมาบริเวณสวนข้างบ้านโครงการตกแต่งเป็นพื้นที่สำหรับนั่งเล่นเล็กๆ ไว้ข้างบ้าน กลับเข้ามาด้านใน อีกฝั่งของโต๊ะทานอาหารจะเป็นห้องครัว บริเวณห้องครัวโครงการตกแต่งใหม่โดยใช้กระจกใสแทนผนังทึบเหมือนในบ้านแบบมาตรฐาน จึงทำให้โปร่ง ส่วนบ้านจริงที่ได้จะเป็นผนังทึบแบบนี้นะครับ ในครัวโครงการ Built-in ชุดครัวมาให้ดูเป็นตัวอย่าง อย่างครบครัน ส่วนห้องครัวในบ้านจริงโครงการจะก่อเคาน์เตอร์ครัวแบบนี้มาให้นะครับ มีซิงค์ล้างจานมาให้เรียบร้อย อีกด้านก็จะเป็นเคาน์เตอร์โล่งๆ แบบนี้ จากห้องครัวมีประตูออกมาส่วนหลังบ้าน ฝั่งตรงข้ามห้องครัวจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 มีห้องเก็บของอยู่ใต้บันได เลยจากห้องครัวเข้าไปด้านในจะเป็นห้องนอนเล็กอยู่ที่ชั้น 1 ก่อนจะไปดูที่ห้องนอน เรามาดูห้องน้ำที่อยู่ด้านหน้าห้องนอนกันก่อนนะครับ การจัดวาง Layout ในห้องน้ำ จะวางสุขภัณฑ์เรียงกันยาวเข้าไปด้านใน สุขภัณฑ์ที่ใช้จะเป็นของ American Standard อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม มาพร้อมกับกระจกเงาบานใหญ่ มีเคาน์เตอร์วางของเล็กๆ อยู่ด้วย โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่ติดกับอ่างล้างหน้า ด้านในสุดจะเป็นพื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำ ไม่มีฉากกั้นให้นะครับ มาต่อกันที่ห้องนอน โครงการวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง หน้าต่างในห้องนอนจะเป็นบานเลื่อน 2 ตอน ข้างเตียงอีกด้าน Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ด้านปลายเตียงมีพื้นที่เหลือนิดหน่อยให้วางชั้นวางทีวี แต่ใช้ทีวีแบบแขวนผนังจะช่วยให้มีพื้นที่เหลือมากกว่าครับ   ขณะเดียวกันพื้นที่ใช้สอยบริเวณชั้น 2 ก็จัดสรรแบ่งเป็น 3 ห้องนอน และยังได้ Common Area สำหรับจัดเป็นมุมนั่งเล่น สังสรรค์เพื่อสมาชิกของครอบครัวได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน Master Bedroom มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ติดกับระเบียงใหญ่ที่เปิดออกไปรับวิวได้เต็มตา ส่วนพื้นที่ภายในก็จัดการตกแต่งไว้อย่างเป็นสัดส่วนพร้อมลงรายละเอียดในดีไซน์เพิ่มความหรูหราสะดุดตา ทั้งบริเวณหัวเตียงสวยหรู และ Walk-in Closet บริเวณหน้าห้องน้ำที่ตกแต่งมาได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ที่ตกแต่งไว้ตามประโยชน์ใช้สอย ทั้งห้องนอนหวานแหววของลูกสาวตัวน้อย และห้องทำงานเข้มขรึมของคุณพ่อ ที่พร้อมจะจัดสรรใหม่ได้ตลอดเวลาเพื่อสมาชิกที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต ขึ้นมาที่ชั้น 2 ก็จะเจอ Common Area ที่โครงการจัดไว้เป็นมุมนั่งเล่นๆ เล็กๆ น่ารักๆ พื้นที่ของ Common Area สามารถวางชั้นวางทีวีเล็กๆ และเก้าอี้อาร์มแชร์ หรือโซฟาเล็กๆ ได้อยู่นะครับ จาก Common Area เราไปดูห้อง Master Bedroom ที่อยู่ทางขวามือกันก่อนเลย ห้อง Master Bedroom จะได้พื้นที่ค่อนข้างใหญ่เลยนะครับ โครงการวางเตียง King Size ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ปลายเตียงยังมีที่เหลือพอให้วางชั้นวางทีวีหรือจะใช้ทีวีแบบแขวนผนัง ก็จะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นอีก ในห้องนอน Master จะมีระเบียงให้ด้วยนะครับ ประตูระเบียงจะเป็นบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงกว้างประมาณ 1 เมตร มุมมองจากระเบียงเข้าไปในห้องนอน ข้ามมาอีกด้านโครงการตกแต่งเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ตั้งอยู่หน้าทางเข้าห้องน้ำ เข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อเลยดีกว่าครับ การจัดวาง Layout และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะคล้ายๆ กับห้องน้ำที่ชั้น 1 เลยนะครับ แต่งต่างกันที่การตกแต่ง และขนาดของห้องนี้จะใหญ่กว่าอยู่สักหน่อย อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมของ American Standard พร้อมกระจกเงาบานใหญ่และเคาน์เตอร์วางของ โถสุขภัณฑ์วางอยู่ข้างๆ ใครมาซื้อช่วงโปรโมชั่น จะได้โถสุขภัณฑ์อัจฉริยะแบบนี้นะครับ ด้านในสุดจะเป็นส่วนเปียก ชุดฝักบัว จากห้อง Master Bedroom เราเดินข้ามมาอีกด้านจะเป็นห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ห้องแรกอยู่ด้านซ้ายมือโครงการตกแต่งด้านโทนสีชมพูหวานแหวว วางเตียง 3 ฟุตไว้กลางห้อง พร้อมโต๊ะข้างเตียงอยู่ทั้ง 2 ด้าน ห้องนี้จะไม่มีระเบียงนะครับ แต่จะได้หน้าต่างบานเลื่อน บานใหญ่เลย ปลายเตียงเหลือพื้นที่ค่อนข้างเยอะให้วางตู้เสื้อผ้าหรือโซฟาเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้องน้ำอีก 1 ห้อง การจัดวาง Layout จะเหมือนกับ 2 ห้องแรกที่เราดูมาแล้ว อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ โถสุขภัณฑ์วางอยู่ติดๆ กัน พื้นที่เปียกอยู่ด้านในสุด มาถึงห้องสุดท้ายจะอยู่ด้านในสุด โครงการตกแต่งเป็นห้องทำงานเล็กๆ หน้าต่างในห้องจะเป็นบานเลื่อน 2 ตอน     Click to play สำหรับแบบบ้านของโครงการ The City บางใหญ่ ยังมีให้เลือกอีกแบบ ซึ่งมีขนาดพื้นที่ใช้สอยย่อมลงมาอีกหน่อยในแบบบ้านที่ชื่อว่า Vanda แต่โดยภาพรวมของฟังก์ชั่นการใช้งานภายในบ้านมีความคล้ายคลึงกัน เพราะมี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำเช่นเดียวกัน บ้านทั้งหมดทางโครงการขายมาให้เป็นแบบบ้านมาตรฐาน ติด Wallpaper ให้ทั้งหลัง พร้อมด้วยเคาน์เตอร์ครัว Top ด้วยหินสังเคราะห์สีดำสวยงาม รวมถึงวัสดุ สุขภัณฑ์ก็จัดมาได้มาตรฐานทุกชิ้น.... เชื่อเถอะว่า บ้านดีๆ ซักหลังที่สามารถตอบโจทย์ทุกรายละเอียดของการอยู่อาศัยแบบที่ The City บางใหญ่ ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ ถ้าอยากรู้ต้องมาสัมผัสเอง ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของชีวิตประจำวันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพได้ที่ The City บางใหญ่ ในราคาเริ่มต้นที่ 4.99 ล้าน กับบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ดีไซน์หรูที่สุดในย่านบางใหญ่.... สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือลงทะเบียนรับส่วนลดได้ที่ www.apthai.com
บ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม 9 – อ่อนนุช (PREVIEW)

บ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม 9 – อ่อนนุช (PREVIEW)

บ้านกลางเมือง THE EDITION พระราม 9 - อ่อนนุช โครงการบ้านแฝด 2-3 ชั้นแนวคิดใหม่ บนถนนมอเตอร์เวย์ ใกล้ สน.ประเวศ และจุดขึ้น-ลง มอเตอร์เวย์ และ วงแหวนรอบนอก ห่างจาก Airport Link สถานีบ้านทับช้าง ประมาณ 2 กิโลเมตร จาก AP     รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น    3,990,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ    บ้านแฝด 2-3 ชั้น จำนวน 98 หลัง พื้นที่โครงการ    16 - 1 - 33.9 ไร่ ที่ตั้งโครงการ     ถนนมอเตอร์เวย์ แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง   โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ โรงเรียนนานาชาติ Pan Asia International School โรงเรียนนานาชาติ Charters International School ห้างสรรพสินค้า พาราไดซ์ พาร์ค ห้างสรรพสินค้า ซีคอน สแควร์ ห้างสรรพสินค้า เมกา บางนา ห้างสรรพสินค้า อิเกีย บางนา ห้างสรรพสินค้า เดอะ พาซิโอ้ โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ โรงพยาบาลวิภาราม โรงพยาบาลสิรินธร แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย   Xtra  บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 125 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน X-Trend  บ้านแฝด 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 222 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน แบบบ้าน Xtra บ้านแฝด 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 125 ตารางเมตร 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน แบบบ้าน X-Trend บ้านแฝด 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 222 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 3 คัน สิ่งอำนวยความสะดวก   คลับเฮาส์หรู พร้อมสระว่ายน้ำและฟิตเนส และบริเวณพักผ่อน สวนสาธารณะ Access Card เข้า - ออกโครงการ พร้อมป้อมยามรักษาความปลอดภัย กล้องวงจรปิดทางเข้า-ออกโครงการ ระบบสายไฟฟ้าปักเสาพาดสาย ตามแบบมาตรฐานการไฟฟ้านครหลวง ระบบท่อเมนประปา ตามมาตรฐานการประปานครหลวง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :   www.apthai.com
District เอกมัย-รามอินทรา บ้านใหม่สไตล์โฮมออฟฟิศ เพื่อชีวิตที่ลงตัว (Advertorial)

District เอกมัย-รามอินทรา บ้านใหม่สไตล์โฮมออฟฟิศ เพื่อชีวิตที่ลงตัว (Advertorial)

จากที่ก่อนหน้านี้เราได้ไปสำรวจดูทำเลในย่านนวลจันทร์กันไปแล้ว รีวิวฉบับนี้เราจะเข้าไปดูที่ตัวโครงการ “District เอกมัย-รามอินทรา” กันบ้างครับ โครงการนี้เป็นที่อยู่อาศัยกึ่งบ้านกึ่งสำนักงาน หรือที่เรียกกันติดปากว่า Home Office นั่นแหละครับ ซึ่งเป็นโครงการล่าสุดจาก AP Property แถมยังเป็นรูปแบบดีไซน์ใหม่ล่าสุดภายใต้คอนเซปต์ Modern Luxury ที่จะสะท้อนความเป็นตัวตนอย่างมีสไตล์ เพื่อให้มุมมองธุรกิจและชีวิตส่วนตัวสอดคล้องไปได้อย่างกลมกลืน รายละเอียดจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยครับ       รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น     15,900,000 บาท เจ้าของโครงการ     บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ     โฮมออฟฟิศ 3.5 ชั้น และ 4 ชั้น จำนวน 36 หลัง เนื้อที่ทั้งหมด    6 - 0 - 9.6 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ซอยรามอินทรา 40 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ   ศักยภาพของที่ตั้งโครงการ   ถ้าพูดถึงย่าน “นวลจันทร์” ในปัจจุบัน จะเห็นว่าไม่ใช่พื้นที่ห่างไกลที่จะใช้คำว่าชานเมืองแบบเมื่อก่อนได้อีกแล้วนะครับ เพราะความเจริญต่างๆ ก็ขยายตัวมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทั้งการเดินทาง การกินอยู่ รวมถึงศักยภาพของทำเลในย่านนี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ย่านนี้มีความเป็นเมืองที่พร้อมในการรองรับการทำธุรกิจ หรือเปิดกิจการมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ   ในเรื่องของรายละเอียดเกี่ยวกับ Life Style ความน่าสนใจของทำเลที่ทำให้โครงการ District เลือกปักหมุดในย่านนี้ สามารถตามไปอ่านตัวรีวิวทำเลอย่างละเอียดได้ที่นี่ครับ "สำรวจทำเล โฮมออฟฟิศ โครงการใหม่ล่าสุด ย่านเอกมัย-รามอินทรา เพื่อชีวิตและธุรกิจที่ลงตัว"   ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ District เอกมัย-รามอินทรา ต้องบอกว่า เด่นในเรื่องของการเดินทางมากนะครับ ข้อแรกซอยรามอินทรา 40 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการ เชื่อมต่อกับถนนนวลจันทร์ ที่สามารถทะลุไปออกถนนเกษตรนวมินทร์ได้ แถมห่างออกไปเพียงแค่ 1 นาที ก็มีจุดขึ้นลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และถนนสายสำคัญของย่านนี้อย่าง ถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือที่เรียกติดปากกันว่าถนนเลียบด่วนฯ ก็เป็นถนนสายหลักที่เชื่อมถนนสำคัญอีกหลายๆ สาย เข้าไว้ด้วยกันตั้งแต่หัวจรดท้ายถนน ดังนั้นไม่ว่าจะต้องการเดินทางไปยังมุมไหนของกรุงเทพก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร   เส้นทางเข้าออกโครงการหลักๆ ก็คือทางด้านถนนนวลจันทร์ พอเลี้ยวจากถนนประดิษฐ์มนูธรรมเข้ามาเล็กน้อย ก็จะเห็นป้ายซอยรามอินทรา 40 อยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้ามาอีกไม่เกิน 200 เมตร จะเห็นโครงการอยู่ขวามือ หรือถ้าเลือกเดินทางมาจากถนนรามอินทรา ก็ให้สังเกตุป้ายซอยรามอินทรา 40 เอาไว้ให้ดี เลี้ยวเข้าซอยมาประมาณ 1.5 กม. ก็ถึงโครงการแล้วครับ การเดินทางวันนี้เราเริ่มจากถนนเกษร-นวมินทร์ กันเลยนะครับ เราตรงตามถนนเกษตร-นวมินทร์ มาเรื่อยๆ จะถึงแยกที่ตัดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ให้เลี้ยวซ้ายตามป้ายถนนรามอินทราไปเลยนะครับ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบทางด่วน จากนั้นขับตรงต่อไปอีกเรื่อยๆ นะครับ ถึงตรงนี้จะตัดกับถนนรามอินทรา ฝั่งขวาจะเป็นสะพานข้ามถนนรามอินทรา เราชิดซ้ายไว้ไม่ต้องขึ้นสะพานนะครับ เดี๋ยวเราไปตรงไปกลับรถใต้สะพาน กลับรถใต้สะพานตรงนี้เลยนะครับ กลับรถมาแล้ว เราตรงกลับไปตามถนนเลียบทางด่วนเหมือนเดิม ตรงมาเรื่อยๆ จะเห็นตลาดนัดเลียบทางด่วน อยู่ทางซ้ายมือ เลยมาอีกนิดหน่อยก็จะถึงถนนนวลจันทร์ สังเกตป้ายบอกทาง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนนวลจันทร์ไปเลยครับ เข้าถนนนวลจันทร์มาแล้วก็ตรงไปอีกนะครับ ตรงเข้ามานิดเดียวจะเจอสามแยก เลี้ยวซ้ายไปออกถนนรามอินทราตามป้าย เดี๋ยวเราเลี้ยวซ้ายที่สามแยกนี้เลยนะครับ เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรามอินทรา 40 มีป้ายโฆษณาของโครงการติดบอกทางอยู่ที่ปากซอยด้วย จากนั้นตรงเข้าไปในซอยรามอินทรา 40 อีกนิดเดียวก็ถึงโครงการแล้วหล่ะครับ ถึงแล้วครับที่ตั้งโครงการ District เอกมัย-รามอินทรา อยู่ฝั่งขวามือ ทางเข้าโครงการ   แต่ในอนาคตการเดินทางมายังโครงการจะสะดวกกว่านี้อีก ด้วยรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่คาดว่าจะมีสถานีใกล้กับปากซอยรามอินทรา 40 เลยทีเดียว ถ้าหากอนุมัติการก่อสร้างเมื่อไหร่ ก็เชื่อได้ว่าความเจริญต่างๆ จะยิ่งแผ่ขยายมาเร็วกว่านี้อีกแน่นอน   Home Office รูปแบบใหม่ ดีไซน์ทันสมัย   Home Office ของ District เอกมัย-รามอินทรา มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบด้วยกัน คือ Home Office 4 ชั้น ที่มาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยประมาณ 360 ตร.ม. และ Home Office 3.5 ชั้น กับพื้นที่ใช้สอยประมาณ 173 ตร.ม. ซึ่งแบบบ้านที่เราจะพาไปดูกันก็คือ Home Office 4 ชั้นครับ   รูปร่างหน้าตาภายนอกอาคารถูกออกแบบมาเป็นคู่ หรือที่เรียกว่าบ้านแฝดนั่นแหละครับ ดูหรูหราทันสมัย ตามคอนเซปต์ Modern Luxury เลย หน้าบ้านกว้างถึง 8 เมตร สามารถจอดรถได้มากถึง 6 คันเลยทีเดียว ตัวอาคารเน้นใช้กระจกบานใหญ่ เพื่อให้ดูโปร่งสบายตา ไม่อึดอัด แล้วก็ช่วยให้รับแสงภายนอกได้ดีขึ้น ซึ่งภายในบ้านตัวอย่างก็มีการตกแต่งพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียวครับ   ทางโครงการลองตกแต่ง Home Office หลังนี้ให้เป็นห้องเสื้อหรูสำหรับสาวๆ โดยพื้นที่ชั้นล่างหน้าร้านจัดเป็นรับรองลูกค้า และมุมโชว์สินค้า ตกแต่งด้วยพื้นเล่นระดับในโทนสีขาวสบายตา ในขณะที่ชั้น 2 เป็นโถงขนาดใหญ่เพื่อโชว์เสื้อผ้าสวยๆ ได้มากขึ้น มีห้องลองเสื้อ วางโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ไว้ด้วย นับว่าเป็นไอเดียในการตกแต่งไม่เลวเลยครับ ดูเรียบๆ แต่แฝงไว้ด้วยความโก้หรู หน้าทางเข้าเป็นประตูกระจกบานเลื่อน ด้านหน้าโครงการตกแต่งเป็นเคาน์เตอร์ Reception ด้านขวามมือเป็นพื้นที่ว่างสามารถจัดเป็นพื้นที่รับรองลูกค้า หรือโชว์สินค้าก็ได้ครับ เดี๋ยวเราเดินเข้าไปดูด้านในกันต่อ ห้องแรกจะเป็นห้องน้ำ อยู่ทางด้านขวามือ ห้องน้ำที่ชั้น 1 จะเป็นห้องน้ำหรับลูกค้าที่มาติดต่องานจึงมีเพียงอ่างล้างหน้ากับโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้าทรงกลม พร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว โถสุขภัณฑ์วางอยู่ใกล้ๆ กัน ถัดจากห้องน้ำเป็นห้องครัวแอบอยู่ด้านในสุด พื้นที่บริเวณห้องครัวถือว่ากว้างขวางเลยนะครับ ตรงข้ามห้องครัวเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 สังเกตว่าจะมีห้องใต้บันไดไว้สำหรับทำเป็นห้องเก็บของได้ด้วย ขึ้นมาถึงชั้น 2 ตรงกับบันไดมีห้องน้ำอีก 1 ห้อง ห้องน้ำบนชั้น 2 จะคล้ายๆ กับที่ชั้น 1 ขึ้นมาบนชั้น 2 โครงการยังตกแต่งเป็นพื้นที่สำหรับโชว์สินค้า และมีพื้นที่สำหรับพบปะลูกค้า ที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้น 1 บันไดขึ้นไปที่ชั้น 3 พอขึ้นมาที่ชั้น 3 ทางโครงการตกแต่งให้เป็นออฟฟิศ จัดห้องทำงานให้ดูโล่งๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถแชร์ไอเดียงานกันได้สะดวก นอกจากนี้ยังเพิ่มมุมหนังสือ และ Pantry ครัวเล็กๆ เอาไว้เตรียมเครื่องดื่มและของว่าง ช่วยเพิ่มบรรยากาศในการทำงานให้ไม่น่าเบื่อ และมีอิสระทางความคิดมากขึ้นด้วย ขึ้นมาถึงชั้น 3 จะเริ่มเป็นโซนออฟฟิศแล้วนะครับ ตรงกับบันไดโครงการทำเป็น Pantry เล็กๆ สำหรับพนักงานในออฟฟิศ ด้านหลัง Pantry จะเป็นห้องน้ำอีก 1 ห้อง การจัดวางและสุขภัณฑ์ที่ใช้จะคล้ายๆ กับห้องน้ำที่เราดูมาแล้วนะครับ แต่ห้องนี้จะมีพื้นที่สำหรับอาบน้ำมาให้ด้วย พื้นที่บนชั้น 3 โครงการตกแต่งเป็นโซนออฟฟิศสำหรับนั่งทำงาน ด้านขวามือตกแต่งเป็นที่นั่งสำหรับผู้บริหาร มีฉากบางๆ กั้น เนื่องจากเป็นออฟฟิศแฟชั่น การตกแต่งการจึงดูออกแนวแฟชั่นอย่างที่เห็น ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่สำหรับพนักงาน โครงการวางโต๊ะแนวยาวจัดเป็นโต๊ะทำงาน ได้หลายที่เลยนะครับ ประหยัดพื้นที่ไปอีกแบบ ขึ้นมาถึงชั้นบนสุด จะเป็นพื้นที่อยู่อาศัย พ้นบันไดมาก็จะเป็นห้องนั่งเล่นเลย พื้นที่ติดกันจะเป็นครัวเล็กๆ สำหรับทำอาหาร อาจจะไม่ได้เป็นครัวจริงจังมาก แต่ก็พร้อมใช้งานเลยนะครับ มีหน้าต่างระบายอาหารเรียบร้อย ในขณะที่พื้นที่อีกโซนจะแบ่งออกเป็น 2 ห้องนอน คือ Master Bedroom มีห้องน้ำในตัวอยู่ในโซนหน้าบ้าน และห้องนอนเล็กอยู่โซนกลางของชั้น จริงๆ ห้องนอนเล็กนี้สามารถดัดแปลงไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีกเยอะนะครับ ถ้าสมาชิกในครอบครัวมีไม่เยอะ จะจัดให้เป็นห้องทำงานเล็กๆ ห้องเก็บของ หรือห้องอเนกประสงค์อีกล้านไอเดียเลย ขึ้นมาที่ชั้น 4 จะเป็นชั้นสำหรับพักอาศัย ตรงหน้าบันไดโครงการตกแต่งเป็นส่วนครัวไว้ให้ดูเป็นไอเดีย Built in เป็นเคาน์เตอร์แนวยาว มี Island เล็กๆ เป็นที่นั่งรับประทานอาหาร ฝั่งตรงข้ามเป็น Living Area พื้นที่บริเวณ Living Area สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้ ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีอยู่ในระยะที่ถือว่าไม่ใกล้เกินไป มุมมองจาก Living Area ไปที่ส่วนครัว จะเห็นทางออกไปบันไดหนีไฟอยู่ทางซ้ายมือ จาก Living Area จะเป็นทางเดินเข้าไปด้านใน ห้องแรกด้านขวามือจะเป็นห้องนอนเล็ก โครงการวางเตียงขนาด 3 ฟุตมาให้ดูเป็นไอเดีย อีกด้านโครงการ Built in เป็นตู้เสื้อผ้าบานสูงถึงเพดาน ฝั่งตรงข้ามห้องนอนเล็กจะเป็นห้องน้ำ พร้อมพื้นที่อาบน้ำ ไม่มีฉากกั้นให้นะครับ แต่จะดรอปพื้นลงไปเล็กน้อย ตรงเข้ามาด้านในสุดจะเป็นห้องนอน Master โครงการวางเตียงขนาด 6 ฟุตไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง ปลายเตียง Built in เป็นกระจกกั้น พร้อมติดทีวีแบบแขวน เดี๋ยวไปดูที่ห้องน้ำกันต่อ หน้าทางเข้าห้องน้ำโครงการจะ Built in ตู้เสื้อเป็นแบบ Walk in Closet ตู้เสื้อผ้าอยู่ที่หน้าห้องน้ำ ที่โครงการ Built in ไว้ให้ดูเป็นไอเดีย มาถึงห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำในห้องนอน Master จะใช้สุขภัณฑ์ต่างจากห้องน้ำที่เราดูมาแล้วทั้งหมดนะครับ อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมกับกระจกเงา ฝั่งตรงข้ามเป็น Shower Box มีฉากกั้นมาให้เรียบร้อย อย่างที่บอกไปแล้วนะครับว่าตัวอาคารเน้นใช้กระจกเพื่อช่วยในการรับแสง พื้นที่แทบจะทุกส่วนของบ้านสามารถเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ไม่เว้นแม้แต่โถงบันได ซึ่งจะมีหน้าต่างกระจกใหญ่ ทำให้ทางเดินบริเวณบันไดดูโล่งสบายตามากขึ้น และด้วยความที่ตัวอาคารถูกใช้งานให้เป็นออฟฟิศด้วย เรื่องความปลอดภัยก็สำคัญไม่แพ้กัน ทางโครงการออกแบบให้มีบันไดหนีไฟอยู่ทางด้านหลังอาคาร และมีประตูทางออกในทุกๆ ชั้น ช่องแสงที่โถงบันได บันไดหนีไฟบนชั้น 2 จะสังเกตเห็นทางด้านซ้ายมือ บันไดหนีไฟบริเวณครัวบนชั้น 4 และสุดท้ายก็คือเรื่องของ Facility ต่างๆ ภายในโครงการ ซึ่งทางโครงการก็จัดไว้ให้ค่อนข้างครบเลยครับ ทั้งสโมสร ฟิตเนส สวนสาธารณะ รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และกล้อง CCTV รอบโครงการ เพื่อความสะดวกสบาย และความอุ่นใจของลูกบ้านทางโครงการก็ไม่ลืมให้ความใส่ใจทุกจุดอย่างเต็มที่นะครับ District เอกมัย-รามอินทรา สามารถตอบโจทย์คนที่กำลังมองหาบ้านแบบ Home Office ที่อยู่ในย่านที่เดินทางสะดวก แวดล้อมไปด้วยสาธารณูปโภคครบครัน และเอื้อประโยชน์ทั้งในแง่ของการประกอบกิจการธุรกิจต่างๆ พร้อมทั้งไม่ทิ้ง Life Style แบบคนเมืองที่สามารถออกไปพบปะลูกค้า หรือสังสรรค์หลังเลิกงานได้สบายๆ ในขณะเดียวกันพื้นที่ภายในบ้านก็กว้างมากพอให้สามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้สอยได้ตามลักษณะธุรกิจ เติมเต็มทุกจินตนาการ ต่อยอดกิจการใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด และยังมีพื้นที่อยู่อาศัยสบายๆ ที่คุณจะพบจังหวะใหม่ในการทำงานที่สอดคล้องไปกับชีวิตส่วนตัวได้อย่างกลมกลืนเลยทีเดียว
Life ปิ่นเกล้า (รีวิวคอนโด)

Life ปิ่นเกล้า (รีวิวคอนโด)

ไม่นานมานี้ เราเพิ่งจะได้ยินข่าวว่าทาง AP เตรียมจะเปิดตัวโครงการใหม่ย่านปิ่นเกล้า ในแบรนด์ Life ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการภายใต้ความร่วมมือกับทาง Mitsubishi Estate แต่ยังไม่ทันไรก็มีกระแสว่าโครงการ Life ปิ่นเกล้า ได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย แค่ช่วงทดลองเปิด Pre-sale ก็มียอดจองล้นหลามแล้ว งานนี้พวกเราทีมงานเลยรีบเข้าไปเก็บข้อมูลโครงการ และภาพห้องตัวอย่างมาให้ดูกันแบบด่วนๆ เลยครับ   รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น     3,000,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ    High Rise สูง 23 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    803 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด   4 - 3 - 86.3 ไร่ ที่จอดรถ    52% (รวมจอดซ้อนคัน) ที่ตั้งโครงการ    ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ    ปี 2561 ค่าส่วนกลาง    34 บาท/ตารางเมตร/เดือน ชำระล่วงหน้า 1 ปี ค่ากองทุน    450 บาท/ตารางเมตร เก็บครั้งแรกในวันโอนกรรมสิทธิ์ การเดินทาง ทำเลที่ตั้งโครงการ Life ปิ่นเกล้า อยู่ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ ใกล้กับซอยจรัญฯ 40/1 ห่างจากแยกบรมราชชนนีประมาณ 450 เมตรเท่านั้น แต่จุดเด่นสำคัญของโครงการอยู่ที่ ห่างจากหน้าโครงการไปเพียง 40 เมตรก็จะเป็นบันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (สถานีบางยี่ขัน) ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้างครับ และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานพอๆ กับที่คอนโด Life ปิ่นเกล้า เลยด้วย การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยรถไฟฟ้าสำหรับลูกบ้านของโครงการจึงนับว่าสะดวกสุดๆ จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าศักยภาพของทำเลในแถบนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้รับความสนใจมากเลยทีเดียว นอกจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ในอนาคตอันใกล้แล้ว ปัจจุบันการเดินทางมายังโครงการ ก็สามารถทำได้หลากหลายวิธีเช่นกัน เหมือนที่เราลองเลือกเส้นทางถนนจรัญสนิทวงศ์ ตั้งแต่แยกท่าพระซึ่งเป็นต้นถนน ลองวิ่งมาเรื่อยๆ จนข้ามแยกบรมราชชนนีมาแล้วค่อยมากลับรถมายังโครงการ ตลอดเส้นทางตอนนี้อาจจะติดขัดบ้าง เพราะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอยู่ในขณะนี้ ทำให้การจราจรไม่ค่อยคล่องตัวเท่าที่ควร แต่เชื่อว่าถ้ารถไฟฟ้าสร้างเสร็จแล้ว การจราจรจะคล่องตัวขี้นอีกเยอะ ไหนจะรถไฟฟ้า และอุโมงค์ข้ามแยกต่างๆ อีก น่าจะช่วยลดปัญหารถติดไปได้ไม่มากก็น้อยเลยครับ แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ เราเริ่มกันบริเวณสะพานข้ามคลองบางกอกใหญ่เลยนะครับ เราตรงไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์เรื่อยๆ เลยนะครับ ลงจากสะพานข้ามคลองบางกอกใหญ่นิดหน่อย จะเป็นแยกท่าพระ เราลงอุโมงค์ลอดใต้แยกไปเลยนะครับ พอขึ้นมาจากอุโมงค์แล้วจะเริ่มเจอกับการก่อสร้างรถไฟฟ้า ที่ทอดยาวตลอดแนวถนนจรัญสนิทวงศ์ การจราจรอาจจะหนาแน่นสักหน่อยนะครับ เพราะถนนถูกบีบลงมาเหลือ 2 เลน ตรงมาตามถนนจรัญสนิทวงศ์เรื่อยๆ จะเจอตลาดบางขุนศรี อยู่ทางซ้ายมือ เลยจากตลาดบางขุนศรีมาจะเจอแมคโคร สาขาจรัญสนิทวงศ์ ตรงมาอีกหน่อยเราจะเจออีกหนึ่งแยก คือแยกบรมราชชนนี แยกนี้เราก็ตรงลงอุโมงค์อีกเหมือนกันนะครับ พอขึ้นมาจากอุโมงค์แล้วจะเห็นที่ตั้งโครงการอยู่ทางด้านขวามือ ที่ตั้งโครงการจะอยู่ฝั่งขวามือนะครับ ต้องตรงไปกลับรถอีกประมาณ 300 เมตร บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน Susco กลับรถมาแล้วเราก็เลี้ยวซ้ายเข้าโครงการกันเลยครับ หน้าตาของสำนักงานขายโครงการ วิเคราะห์รอบโครงการ Life ปิ่นเกล้า เป็นคอนโด High Rise สูง 23 ชั้น บนเนื้อที่ประมาณ 4.3 ไร่ โดยทาง AP ได้เสนอคอนเซปต์แนวคิดที่ว่า “Discover The New Joy of Old Memories” ซึ่งเป็นการบอกเล่าถึงเรื่องราวความเป็นมาของพื้นที่ ผสมผสานเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตชุมชนของย่านนี้ มาสู่รูปแบบการใช้ชีวิตที่พิถีพิถัน เรียบหรูและลงตัวสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักที่ทาง AP มุ่งเน้นให้เป็นลูกค้าหลักคือ กลุ่มคนในพื้นที่ กลุ่มพ่อค้าชาวไทยเชื้อสายจีนที่ต้องการซื้อไว้อยู่อาศัยเอง หรือส่งต่อให้ลูกหลานต่อไป รวมไปถึงกลุ่มหมอ และข้าราชการระดับสูงซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และด้วยความที่คนกลุ้มนี้จะมีความคุ้นชินกับพื้นที่อยู่แล้ว จึงน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทางโครงการได้รับการตอบรับอย่างดีด้วยยอดจองถล่มทลายเหนือความคาดหมายแบบนี้ พื้นที่ฝั่งธนบุรีในย่านนี้มีความคึกคักและมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากมาตั้งแต่อดีตแล้วครับ ร้านค้า ร้านอาหาร ตลาดสด ตลาดน้ำ รวมกันอยู่หนาแน่นเข้าขั้นอุดมสมบูรณ์มาก แถมด้วยสถาบันศึกษาชื่อดัง โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ ห้างสรรพสินค้า โรงหนัง แหล่งช็อปปิ้งก็แวดล้อมอยู่ใกล้ๆ ทุกอย่าง เป็นทั้งพื้นที่ชุมชนการค้า ศูนย์งานราชการครบถ้วน การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือข้ามเข้าสู่ฝั่งพระนครก็ทำได้หลายเส้นทาง สามารถเดินทางได้ทั้งรถ และเรือ รวมถึงรถไฟฟ้าที่จะมีในอนาคตด้วยอีกอย่าง ไม่ว่าจะมองในด้านใดพื้นที่บริเวณนี้ก็ถือว่ามีศักยภาพตอบโจทย์ด้านการอยู่อาศัยมากที่สุดแห่งหนึ่งเลยล่ะครับ ในส่วนของพื้นที่ภายในโครงการ ก็เน้นให้มีพื้นที่สีเขียวมากถึง 3 ไร่ นับตั้งแต่ทางเข้าสู่ตัวโครงการที่มีการผสานความร่มรื่นของทิวไม้และสายน้ำ ภายใต้แนวคิด “Mura” A Village within Nature ในขณะที่ Facility หลักของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 5 ทั้งสระว่ายน้ำในระบบน้ำเกลือแบบ Infinity Edge Pool ยาว 40 เมตร พร้อมวิวสะพานพระราม 8 ในมุมที่สวยที่สุด, ห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ที่ให้วิวแบบ Panoramic ในบรรยากาศเหมือนได้ออกกำลังกายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และห้องซ่าวน่า สตีมแยกชายหญิง รวมถึง Casual Space พื้นที่สำหรับพักผ่อน หรือไว้พบปะพูดคุยสังสรรค์ ซึ่งทางโครงการตั้งใจจัดสรรไว้ให้ลูกบ้านของ Life ปิ่นเกล้าโดยเฉพาะ นอกจากนี้เรื่องความเป็นส่วนตัวของลูกบ้าน ทางโครงการก็ไม่ลืมให้ความสำคัญนะครับ โดยเฉพาะยูนิตพักอาศัยที่อยู่บนชั้น 5 ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับพื้นที่ส่วนกลาง ทางโครงการก็มีการออกแบบตกแต่งสวนไว้เป็นแนวยาว เพื่อช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับห้องด้านที่ติดกับสระว่ายน้ำมากขึ้นด้วย มาดูกันที่ Master Plan ของโครงการกันก่อนนะครับ ด้านหน้าโครงการจะเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนด้านในตัวอาคารด้านหน้าจะเป็น Main Lobby สำนักงานนิติบุลคล Mail Box และร้านค้า ส่วนพื้นที่ด้านในจะเป็นที่จอดรถตั้งแต่ชั้น 1 ขึ้นไปถึง ชั้น 4 สวนสไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมผสานกันของทิวไม้และเสียงน้ำ กับแนวคิด "Mura" A Village within Nature ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ บรรยากาศของโถง Lobby ที่ชั้น 1 ชั้น 5 จะเป็นชั้นที่มี Facility หลักของโครงการ ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำ แบบ Infinity Edge Pool ความยาวกว่า 40 เมตร พร้อมห้องฟิตเนส, Casual Space, Steam และ Sauna ส่วนพื้นที่อีกด้านจะเป็นห้องพักอาศัย บรรยากาศของสระว่ายน้ำ บนชั้น 5 ได้วิวฝั่งสะพานพระราม 8 บรรยากาศของห้องฟิตเนส บนชั้น 5 Casual Space พื้นที่สำหรับพบปะกันของลูกบ้าน ตั้งแต่ชั้น 8-23 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด พื้นที่โล่งตรงนี้จะเป็นสถานที่ก่อสร้างโครงการนะครับ ด้านนี้จะเป็นทิศตะวันออกที่หันไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา จะสังเกตเห็นว่ายังไม่มีตึกสูงขึ้นมาบังวิว ภาพมุมสูงในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะหันไปทางสะพานพระราม 8 ยังไม่มีตึกสูงขึ้นมาบังวิว ด้านทิศเหนือที่หันไปทางบางพลัดก็เช่นกันนะครับ ยังไม่มีตึกสูงมาบังวิว ภาพมุมสูงของทิศเหนือ หันไปทางสถานีรถไฟฟ้าบางยี่ขัน ด้านทิศใต้จะมีอาคารสูงขึ้นอยู่นิดหน่อย ส่วนด้านหน้าโครงการจะเป็นทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีตึกสูงเพียงตึกเดียวคือคอนโดคอมมอนเวลธ์ ปิ่นเกล้า สูง 22 ชั้น แต่ก็ไม่ได้อยู่ใกล้จนบังวิวซะทีเดียวนะครับ ภาพมุมสูงของทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พาชมห้องตัวอย่าง มาถึงห้องพักอาศัยกันบ้างนะครับ Life ปิ่นเกล้า มีห้องให้เลือกหลายขนาดเช่นกัน โดยมีขนาดเริ่มต้นอยู่ที่ 26 ตร.ม. ไปจนถึงห้องขนาด 60.50 ตร.ม.ซึ่งเป็นขนาดใหญ่สุด สำหรับการอยู่อาศัยในลักษณะของครอบครัวมากยิ่งขึ้น แต่ห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมในครั้งนี้ เป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ในขนาด 35 ตร.ม. ซึ่งถือว่าเป็น Highlight ของโครงการเลยทีเดียวครับ โดย Layout ของห้องนี้จะถูกจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้พิเศษมากขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานให้ตอบโจทย์มากกว่าเดิม ด้วยพื้นที่ของ Walk in Closet ในห้องนอนที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้าวของได้มากขึ้น และเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าเดิม แน่นอนว่าพื้นที่ในส่วนนี้เจ้าของห้องยังสามารถปรับเปลี่ยนการใช้สอยได้ความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นห้องทำงาน ห้องนอนเล็ก หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ก็ตามแต่ความจำเป็นใช้งานเลยครับ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ภายในห้องก็ถือว่าจัดสรรปันส่วนกันได้อย่างลงตัวมากๆ เลยทีเดียว เดี๋ยวไปดูตามรูปที่เก็บมาฝากกันเลยครับ แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 35 ตารางเมตร เปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอส่วน Living Area ก่อนเลยนะครับ ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาไม่ถือว่าใกล้กันเท่าไหร่ ด้านที่วางโซฟามีพื้นที่ให้วางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้เลยนะครับ แถมยังมีที่เหลือให้วางโต๊ะข้างหรือโต๊ะทำงานได้อีกด้วย ส่วนฝั่งชั้นวางทีวี เลยจาก Living Area เข้ามาด้านใน ฝั่งที่ติดกับชั้นวางทีวี จะเป็นส่วนครัวแบบเปิด พร้อมโต๊ะทานอาหาร เคาน์เตอร์ครัวจะเป็นรูปตัว L ด้านล่างจะมีช่องวางเครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ ซิงค์ล้างจานทรงสี่เหลี่ยม เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Teka พร้อมฮูดดูดควัน ต่อมาเรามาดูห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องครัวกันต่อนะครับ อ่างล้างหน้าวางอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม วางอยู่ติดกับโถสุขภัณฑ์ Shower Box จะอยู่ด้านในสุด เราออกไปมาดูที่ห้องนอนด้านนอกกันต่อนะครับ ห้องนอนจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขนาดของห้องนอนค่อนข้างกว้างพอสมควรนะครับ โครงการวางเตียง 6 ฟุตลงไปแล้วยังมีพื้นที่รอบๆ เตียงเหลือให้วางอย่างอื่นได้อีกนิดหน่อย หน้าต่างในห้องนอนจะได้บานใหญ่แบบนี้เลยนะครับ มีบานกระทุ้งเป็นบานเล็ก 1 บาน ที่เหลือจะเป็นบาน Fix ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือพอให้เดินได้ ถ้าอยากมีทีวีไว้ในห้องนอนด้วย คงต้องใช้ทีวีแบบแขวนผนัง เหมือนในห้องตัวอย่างแทนนะครับ ถัดจากห้องนอนเข้าไปด้านในอีกหน่อย จะเป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบ Walk in Closet บริเวณโต๊ะเครื่องแป้งจะมีช่องกระจกมองออกไปเห็นส่วนครัว ระเบียงจะอยู่ติดกับห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านี้นะครับ ระเบียงจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน จุดวางคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ที่ระเบียง หันหน้าออกด้านนอก ใครที่กำลังสนใจโครงการ Life ปิ่นเกล้า อยู่ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างได้แล้วนะครับ ซึ่งนอกเหนือจากการซื้อไว้อยู่อาศัยเองแล้ว ทำเลในย่านจรัญฯ-ปิ่นเกล้า ยังนับว่าเป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีศักยภาพน่าเก็บสะสมไว้ลงทุนด้วยนะครับ เพราะนอกจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เป็นรูปเป็นร่างให้เห็นแล้ว ก็ยังมีโครงการทางด่วนในอนาคต (ทางด่วนสายศรีรัช-วงแหวนสายตะวันตก) มาลงใกล้ๆ อีกด้วย ซึ่งจะยิ่งทำให้ศักยภาพของทำเลในย่านนี้มีความพร้อมมากขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดสูงขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน
RHYTHM Sathorn (รีวิวคอนโด)

RHYTHM Sathorn (รีวิวคอนโด)

วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูคอนโดวิวแม่น้ำเจ้าพระยาชื่อ Rhythm Sathorn อีกหนึ่งโครงการที่สร้างเสร็จแล้วของ AP ถ้าใครผ่านไปผ่านมาตรงสะพานตากสินบ่อยๆ น่าจะคุ้นตากับตึกนี้ดีนะครับ เพราะตำแหน่งที่ตั้งก็อยู่ฝั่งสาทรใต้ ตรงเชิงสะพานตากสินพอดิบพอดี ถึงแม้ที่ตั้งของ Rhythm Sathorn จะไม่ได้อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ก็เรื่องของวิวแม่น้ำจากห้องพักที่นี่ก็สวยไม่แพ้ใครเลยนะครับ ยิ่งในเรื่องของการดีไซน์ภายใต้คอนเซปต์ที่ว่า W – Double of everything ก็น่าสนใจไม่น้อยเลย ไปดูรายละเอียดโครงการกันดีกว่าครับ   รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    5,100,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ    High Rise 2 อาคาร สูง 37 ชั้น และ 41 ชั้น จำนวนห้อง     910 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด    ประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 91.6 ตารางวา (1,791.6 ตารางวา) ที่จอดรถ    ประมาณ 489 คัน ที่ตั้งโครงการ    ซอย สาทร 21 ถนนสาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร คาดว่าจะแล้วเสร็จ    พร้อมเข้าอยู่ วิธีการเดินทาง ว่ากันด้วยเรื่องทำเลที่ตั้งของ Rhythm Sathorn แบบชัดๆ ต้องบอกว่าอยู่บนถนนสาทรใต้ค่อนไปทางถนนเจริญกรุง ตรงปากซอยสาทร 21 เชิงสะพานตากสินเลยครับ เส้นทางหลักๆ ที่จะใช้ในการเดินทางมายังโครงการ ก็คงหนีไม่พ้นถนนสาทรนะครับ เว้นแต่ว่าจะเริ่มต้นจากตรงช่วงไหน จะเริ่มกันตั้งแต่ต้นถนนสาทร แยกนราธิวาสราชนครินทร์ หรือว่าแยกสุรศักดิ์ แต่หลักๆ คือให้มุ่งหน้าไปถนนเจริญกรุง พอผ่านแยกสุรศักดิ์มาแล้ว ไม่ต้องขึ้นสะพานตากสินนะครับ ให้ชิดซ้ายวิ่งผ่านเชิงสะพานมานิดหน่อย ไม่เกิน 200 เมตร ก็จะเห็นทางเข้าโครงการแล้ว ดูแผนที่โครงการ Rhythm Sathorn 21 ก่อนจะได้เห็นตำแหน่งที่ตั้งของโครงการชัดเจนขึ้นครับ เราเลือกใช้เส้นทางถนนสาทรใต้มุ่งหน้าไปเจริญกรุงนะครับ ตรงนี้เป็นแยกใหญ่ ถนนสาทร ตัดกับ ถนนราธิวาสราชนครินทร์ หลายๆ คนคงคุ้นตากับ landscape ตรงนี้ดี ข้ามแยกมาแล้วก็ตรงมาเรื่อยๆ ครับ วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ และโรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สถานพยาบาลเอกชนใหญ่บนถนนสาทรใต้ครับ พอเห็นสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ ก็เตรียมเข้าสองเลนซ้ายเลยครับ แยกสุรศักดิ์เป็นอีกหนึ่งแยกใหญ่นะครับก่อนขึ้นสะพานตากสิน ถ้าเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเจริญราษฎร์ก็จะเจอกับด่านทางด่วนเลย แต่เดี๋ยวเราตรงข้ามแยกนี่ไปนะครับ ข้ามแยกสุรศักดิ์มาแล้วก็ชิดซ้ายไปตามป้ายบอกไปเจริญกรุงเลยครับ ไม่ต้องขึ้นสะพานตากสินนะ ผ่านเชิงสะพานตากสินมานิดหน่อยก็จะเริ่มเห็นบ้านเรือนและบรรยากาศแบบ old town นิดๆ ก็ใกล้จะถึงแล้วครับ พอเห็นป้ายซอยสาทร 21 ก็ถึงหน้าโครงการ Rhythm แล้วครับ เลี้ยวซ้ายเข้าไปในโครงการกันได้เลย พ้นจากเส้นทางถนนสาทรแล้ว การเดินทางมายังโครงการยังสามารถเลือกได้อีกหลายเส้นทาง เพียงแต่ต้องดูเส้นทางเดินรถให้ดีก่อน เนื่องจากถนนหน้าโครงการมีเส้นทางเดินรถแค่ทางเดียว หลายๆ ครั้งเราจึงต้องขับรถเลยแยกสุรศักดิ์ไปกลับรถมายังโครงการอีกที เช่น เส้นทางจากถนนเจริญกรุง หรือจากฝั่งธนบุรี โดยการข้ามสะพานตากสินมา แต่ถ้ามาจากทางฝั่งพระราม 3 ก็ใช้เส้นทางถนนเจริญราษฎร์ เลี้ยวซ้ายที่แยกสุรศักดิ์มาอีกนิดหน่อยก็ถึงโครงการแล้ว เช่นเดียวถ้าเลือกมาจากถนนสุรศักดิ์ พอถึงแยกสุรศักดิ์ก็เลี้ยวขวามาได้เลย นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนก็อยู่ไม่ห่างจากตัวโครงการมากนัก ทั้งด่านสาทร ตรงหัวถนนเจริญราษฎร์ และด่านสุรวงศ์ (สีลม) ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ในบริเวณนี้สะดวกขึ้น แต่อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในช่วงเช้าและเย็นของวันทำงาน ถนนในย่านนี้จะมีปริมาณรถมาก ดังนั้นอีกหนึ่งการเดินทางที่สะดวกที่สุดในการเลี่ยงปัญหารถติดก็คือ รถไฟฟ้า BTS ห่างจากหน้าโครงการออกไปเพียง 300 เมตร ก็จะเจอสถานี BTS สะพานตากสิน แถมด้านท้ายของสถานียังอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้มีทางเลือกในการเดินทางด้วยเรือด่วนและเรือข้ามฟากเพิ่มขึ้นอีกทาง วันไหนชิวๆ อยากนั่งเรือต่อรถก็ทำได้ไม่ยาก ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ก็มีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่ รถเมล์ รถสองแถว รถแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ครบทุกวิธีเลยทีเดียวครับ อันนี้เราจะลองเดินไปทางบางรัก ไปสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินกันบ้าง ออกจากโครงการแล้วก็เลี้ยวซ้ายเลย เดินออกมาไม่ไกลก็ใกล้จะถึงสามแยกบางรักแล้ว บริเวณนี้จะมีรถราคึกคักมากนะครับ นอกจากจะเลี้ยวเข้าถนนเจริญกรุงได้ทั้งซ้ายและขวาแล้ว แยกนี้ยังเป็นจุดกลับรถเข้าถนนสาทรเหนืออีกด้วยนะครับ แต่เดี๋ยวเราข้ามถนนไปดูฝั่งตรงข้ามกัน พอข้ามถนนมาแล้ว จะเห็นว่าบริเวณนี้มีรถเข็นแผงลอยเรียงรายเต็มเลย ได้บรรยากาศแบบวิถีชุมชนมากๆ เดินตรงไปอีกหน่อยก็จะถึงทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าแล้วครับ ถึงทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินแล้วครับ บริเวณนี้จะเป็นจุดรวมการเดินทางที่หลากหลายมากครับ มีทั้งวินมอเตอร์ไซค์ คิวรถสองแถวสาย 1256 (บางรัก-ช่องนนทรี) ลึกเข้าไปสุดซอยก็จะเป็นท่าน้ำสาทร จุดขึ้นเรือข้ามฟาก และเรือด่วนเจ้าพระยาครับ บริเวณตีนบันไดสถานีรถไฟฟ้านี้มีรถเข็นแผงลอยขายของกินเพียบเลย และผู้คนก็ขึ้นรถ ต่อเรือกันเยอะแยะไปหมด และในซอยนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมแชงกรีลาด้วยนะครับ เดินไปดูบรรยากาศตรงบางรักกันนิดหน่อยครับ แค่ช่วงต้นๆ ก็คึกคักผู้คนหนาแน่นเกือบทั้งวันเลยทีเดียว ร้านสะดวกซื้อ รถเข็นขายอาหาร บรรดาช่างซ่อมต่างๆ มีให้เห็นตลอดทางครับ บรรยากาศถนนเจริญกรุงบริเวณนี้เรียกกันรวมๆ ว่าย่านบางรักนะครับ ที่เห็นด้านซ้ายมือคือ ห้างโรบินสันบางรัก ห้างสรรพสินค้าหลักๆ ของย่านนี้ และตึกสีขาวใหญ่ๆ นั่นคือ The State Tower ครับ ข้างๆ โรบินสันบางรักมีตลาดนัดบางรักบาซาร์ลึกเข้าไปในซอยเจริญกรุง 50 ทั้งซอยเลยครับ เปิดตั้งแต่เย็นๆ ไปจนค่ำ สาวๆ ขาช็อปไม่ควรพลาด และในซอยบริเวณนี้มีอาหารการกินอร่อยๆ เพียบเลยนะครับทั้งซ้ายและขวา แนะนำให้เดินสำรวจทีละซอยไปเลย รับรองมีให้ชิมทั้งวันทั้งคืน วิเคราะห์รอบโครงการ ด้วยทำเลที่ตั้งของ Rhythm Sathorn ซึ่งอยู่ในย่านชุมชนเก่าที่เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ บางรัก บรรยากาศใกล้ๆ โครงการที่ค่อนไปทางถนนเจริญกรุงอันเป็นถนนเก่าแก่ของกรุงเทพ จึงคงเสน่ห์ของชุมชนดังเดิมไว้เต็มเปี่ยม บ้านเรือนเก่าๆ ประตูบานเฟี้ยมยังมีให้เห็น ที่สำคัญเรื่องอาหารการกินในย่านนี้จัดว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ มีร้านอร่อยเก่าแก่หลายร้าน รวมถึงร้านค้าแผงลอยแนวสตรีทฟู้ดเรียงรายเต็มไปหมด แถมยังมีขายกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ บางร้านเปิดขายกันเฉพาะกลางดึก ความอร่อยในย่านนี้จึงมีให้ฝากท้องกันได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ ห้างโรบินสัน บางรัก ห้างใหญ่แห่งเดียวบนถนนสายนี้ ที่แทรกตัวอยู่กลางชุมชนอย่างกลมกลืน ผ่านจากความเจริญในแบบชุมชมเก่าไปแล้ว ถ้าข้ามมาทางฝากถนนสาทรบ้าง บนถนนสายนี้ก็จะเห็นถึงความเจริญในรูปแบบเมืองใหญ่ เพราะเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ มีอาคารสำนักงานใหญ่ๆ เบียดเสียดกันอยู่มากมาย อย่างที่หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องบรรยายให้มากความนะครับ ทีนี้มาดูเรื่องสถานที่สำคัญๆ ในย่านนี้ก็บ้าง ซึ่งมีอยู่มากมายหลายแห่งเลยครับ ตั้งแต่วัดวาอารามไปจนถึงแหล่งช็อปปิ้งใหญ่ๆ ยกตัวอย่างเช่น เอเชียทีค วัดยานนาวา ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกรุงเทพใต้ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย อู่ต่อเรือกรุงเทพ สะพานปลา โรงแรมแชงกรีรา โรงพยาบาลเลิดสิน โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ สเตททาวเวอร์ ไปรษณีย์กลาง ฯลฯ สำหรับตัวโครงการ Rhythm Sathorn เป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise 2 อาคาร บนที่ดินขนาด 4 ไร่ 1 งานเศษๆ โดยแบ่งเป็นตึก North สูง 37 ชั้น และตึก South สูง 41 ชั้น มียูนิดที่พักอาศัยรวม 910 ยูนิต ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้คอนเซปต์ “W – Double of everything” ซึ่งต้องการจะสื่อถึงลักษณะของตัวอาคารทั้ง 2 ตึก ที่วางตัวต่อกันเป็นรูปตัว W และยังหมายถึงการ Double Value ในหลายๆ ด้าน เช่น  Double View ซึ่งมีให้เลือกชมทั้งวิวแม่น้ำและวิวเมือง, Double Floor Sky High Facility เพิ่มพื้นที่ส่วนกลางบนชั้นดาดฟ้าของทั้ง 2 ตึก, Double Convenience ด้วยจำนวนลิฟต์โดยสารมากถึง 11 ตัว และพื้นที่จอดรถใต้ดินอีก 4 ชั้น เป็นต้น จุดหลักๆ ที่เป็นพื้นที่ที่ 2 อาคารเชื่อมต่อถึงกันได้ก็คือ บริเวณลานจอดรถ และล็อบบี้ชั้นล่างเท่านั้น ส่วนที่พักอาศัยนั้นจะแยกออกจากกัน และใช้ระบบ Key Card สำหรับการเข้าออกตึก เช่นเดียวกันกับ Facility หลัก ที่บนดาดฟ้า ซึ่งมีทั้งสระว่ายน้ำ Panoramic View พร้อมห้องฟิตเนส ห้องซาวน่า และสวนหย่อมบนดาดฟ้า จะแยกเป็นตึกใครตึกมัน โดยตึก North จะอยู่ที่ชั้น 37 และตึก South จะอยู่ที่ชั้น 41 สูงกว่านิดหน่อยครับ แต่เรื่องวิวรับรองว่าสวยไม่แพ้กันเลย แปลนอาคารที่ชั้นแรกครับ จะเห็นว่าจากทางเข้าหน้าโครงการมาก็จะตรงดิ่งลงสู่ลานจอดรถใต้ดินเลยนะครับ และตัวอาคารทั้ง 2 ตึกก็เรียงตัวกันเป็นรูป W ชัดเจน ส่วนที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 3 ขึ้นไปทั้ง 2 ตึกเลยนะครับ การจัดวางตำแหน่งห้องในแต่ละ wing จะเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว จำนวนห้องจึงมีเพียง 6 ยูนิต ต่อ1 wing เท่านั้น Facility จะแยกกันในแต่ละตึกเลยนะครับ โดยตึก South จะอยู่บนชั้น 36 และตึก North อยู่บนชั้น 40 ซึ่งทุกพื้นที่การใช้งานจะมีขนาดและจำนวนเท่ากันหมด เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายของลูกบ้านแต่ละตึกครับ เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับโถงกลางของ Lobby ซึ่งเป็นจุดเชื่อมพื้นที่ Lobby ของทั้งตึก South และ North ไว้ก่อนจะไปขึ้นลิฟท์ของแต่ละตึก บรรยากาศโดยรวมของบริเวณ Lobby นะครับ มีชุดโซฟารับรองอยู่หลายชุดเลย ลูกบ้านสามารถลงมานั่งเล่นพักผ่อนที่ Lobby ได้สบายเลยครับ หรือเวลามีแขกมาเยี่ยมก็ใช้ตรงนี้เป็นที่นัดพบพูดคุยได้ บรรยากาศภายใน Lobby ตกแต่งไว้อย่างหรูหรามากๆ ทั้งเพดานสูงโปร่งประดับด้วยโคมไฟระย้า การเข้าออกจะใช้ระบบ Key Card และลิฟท์โดยสารแบบล็อคชั้นนะครับ บรรยากาศสบายๆ มุมนึงของสวนลอยฟ้าที่ชั้น 36 ของตึก South ครับ มีศาลานั่งเล่นให้รับลมชมวิวกันได้เพลินๆ วิวนี้จากตรงศาลานั่งเล่น มองลงมาทางแยกสุรศักดิ์ครับ ด้านนี้จะได้ City View สวยๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน จากมุมเดียวกันมองไปทางใต้หน่อยจะเห็นคุ้งน้ำเจ้าพระยาอยู่ไกล แถมยังมองเห็นได้ไกลไปถึงบางกระเจ้าและสะพานภูมิพลเลยทีเดียว ที่นอนเล่นกลางแจ้งพร้อมวิวสวยๆ สามารถมานอนเล่นได้ทั้งเช้าและเย็นเพราะสวยไปคนละแบบจริงๆ สระว่ายน้ำถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายตัว L ยาวไปตามแนวขอบอาคารเลยครับ ว่ายน้ำไปชมวิวไปได้ด้วย เพราะเป็น infitity edge pool มุมนี้มองลงไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาและสะพานตากสินพอดีเลย มุมจากุชซี่แช่ตัวได้สบายเลย สระว่ายน้ำที่นี่เป็นระบบน้ำเกลือนะครับ ตัวสระไม่ได้กว้างมาก แต่เน้นความยาวที่เลียบไปตามแนวอาคารมากกว่า วิวมุมสูงจากบนชั้น 36 นี่กว้างสุดๆ เลยครับ ได้วิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาสวยมาก City View ของย่านสาทรมุมนี้ เห็นตึกใหญ่ๆ ที่เป็น Landmark ครบเลยครับ ส่วนมุมนี้ จะเห็นบรรยากาศบริเวณบางรัก และถนนเจริญกรุงที่โค้งขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยาเลย จุดอาบน้ำล้างตัวริมสระว่ายน้ำครับ เป็น rain shower ด้วย ในห้องฟิตเนสที่อยู่เหนือสระว่ายน้ำขึ้นมาอีกชั้น มีอุปกรณ์ครบครันเลยครับ ออกกำลังกายไปก็ชมวิวสวยๆ กันไปได้เลย อุปกรณ์รวมถึงเครื่องออกกำลังกายมีเหมือนกันทั้ง 2 ตึกเลยนะครับ สิ่งอำนวยความสะดวก คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนสาธารณะ ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชม. กล้อง CCTV พาชมห้องตัวอย่าง มาถึงในส่วนของห้องพักอาศัยกันบ้าง Rhythm Sathorn นี้ จะมีห้องชุดให้เลือกหลากหลายแบบทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom โดยจะมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเริ่มตั้งแต่ 35-65.7 ตร.ม. ครับ ส่วนเรื่องการจัดวาง Layout ของแต่ละยูนิตก็จะเน้นความเป็นส่วนตัว เพราะในแต่ละ wing จะมีเพียง 5 ยูนิตเท่านั้นเอง สำหรับห้องตัวอย่างที่เราได้เข้าไปเยี่ยมชมกันในครั้งนี้ จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom นะครับ แต่มีด้วยกัน 2 Type ซึ่งมีชื่อเรียกว่า Sky Living และ Sky Kitchen ภาพโดยรวมของทั้ง 2 Type จะต่างกันไม่มาก ทั้งเรื่องขนาดห้อง และฟังก์ชั่นภายใน แต่จะเน้นพื้นที่ใช้สอยตามวัตถุประสงค์ที่ต่างกันครับ เดี๋ยวไปดูตามภาพถ่ายของแต่ละห้องกันเลยดีกว่า ห้อง Type นี้มีอีกชื่อเรียกว่า Sky Kitchen ครับ เป็นห้องขนาด 45.5 ตร.ม. เปิดประตูเช้าห้องมาก็จะเป็น Living Area แบบนี้เลยครับ ด้านขวาของประตูทางเข้าห้อง จะมีห้อง Laundry Room ซ่อนเครื่องซักผ้า และมีชั้นเก็บของ Built-in มาให้เป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นที่ภายในโซนนี้ถือว่ากว้างเลยทีเดียว ขนาดวางโซฟาชุดใหญ่ลงไปแล้วยังเหลือที่ว่างอีกเยอะเหมือนกัน ตู้เก็บรองเท้าก็ Built-in ติดมาให้ที่ผนังอีกด้านของประตูทางเข้าครับ บริเวณนั่งเล่นอยู่ติดกับห้องครัวเลยนะครับ ซึ่งภายในห้องออกแบบมาให้เปิดโล่งรับแสงธรรมชาติได้ดี ทำให้ไม่อึดอัดเลย ทีวีแขวนบนชั้นติดผนังช่วยประหยัดพื้นที่ภายในห้องได้ดีเลยครับ บรรยากาศโดยรวมของห้องนั่งเล่นครับ ออกแบบมาได้ดูเรียบร้อยลงตัวทุกมุมดีนะครับ ห้อง Type นี้จะเน้นพื้นที่ในห้องครัวให้กว้างหน่อยตามชื่อเลยนะครับ ใครที่ชอบทำกับข้าวน่าจะถูกใจห้องนี้ ประตูห้องครัวเป็นกระจกบานเลื่อน 3 ตอนครับ ทำให้ได้ครัวปิดดูเป็นสัดส่วนมากๆ รางเลื่อนประตูกั้นพื่นที่ห้องให้เป็นสัดส่วนครับ พื้นห้องครัวจะปูด้วยกระเบื้องเพื่อการทำความสะอาดที่ง่ายขึ้นครับ เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และซิงค์ล้างจานครบชุดเลย ตำแหน่งวางตู้เย็นอยู่ติดประตูห้องครัว ด้านบนมีตู้เก็บของและชั้นวางอุปกรณ์ต่างๆ ประตูตู้ด้านบนเป็นบานพับแบบเปิดขึ้นด้านบนนะครับ ตู้ตรงเหนือตู้เย็นอาจจะหยิบของยากหน่อย ซิงค์ล้างจานเป็นแบบฝังติดกับเคาน์เตอร์ครัวตามภาพเลย เตาไฟฟ้าสองหัวยี่ห้อ Franke เครื่องดูดควันยี่ห้อ Franke เข้าชุดกันเลยครับ โต๊ะกินข้าว Built ให้เป็นเคาน์เตอร์ยาวต่อจากเคาน์เตอร์ครัวติดกับหน้าต่าง เปิดรับวิวเวลารับประทานอาหารได้เต็มตา พร้อมหน้าต่างบานกระทุ้งไว้ช่วยระบายอากาศ โต๊ะกินข้าวหันหน้าออกนอกหน้าต่าง ได้มุมดีๆ ไว้นั่งเล่นดูวิวแม่น้ำเจ้าพระยาให้เพลินไปเลยครับ เนื่องจากบริเวณห้องครัวติดกระจกบานใหญ่เต็มผนัง แสงภายนอกจึงเพิ่มความสว่างให้กับห้องได้เยอะเลยทีเดียว มาดูในห้องนอนกันบ้างครับ ห้อง Type นึ้ ระเบียงจะอยู่ในห้องนอนนะครับ ภายในห้องพอวางเตียงขนาด 5 ฟุตลงไปแล้ว ยังเหลือที่ว่างข้างๆ เตียงอีกพอสมควรเลยครับ ปลายเตียง Built-in เป็นชั้นวางของเล็กๆ และเว้นที่ไว้แขวนทีวีติดผนัง และที่ติดกันเป็นมุมแต่งตัวครับ ประตูระเบียงเป็นกระจกบานเลื่อนที่หนาและหนักเอาเรื่องเลยครับ ออกแบบมาได้แน่นหนามากๆ ส่วนธรณีประตูก็กั้นไว้สูงเลยทีเดียว เวลาเดินเข้าออกต้องระวังสะดุดกันหน่อยครับ พื้นที่ระเบียงไม่ได้กว้างมากนะครับ แต่ก็พอใช้งานได้ดี ทางโครงการติดตั้งที่แขวนผ้าแบบพับเก็บได้มาให้เรียบร้อย อีกด้านของระเบียบเป็นห้องแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ครับ มีประตูปิดเรียบร้อยเลย ภายนี้มองจากระเบียงกลับเข้าไปในห้องครับ เดี๋ยวเราไปดูในห้องน้ำกัน ห้องอาบน้ำออกแบบมาเซ็กซี่มากเลยนะครับ เพราะติดกระจกเข้ามุมตรงอ่างอาบน้ำพอดีเลย ถ้าไม่ได้เป็นคนเปิดเผยมากๆ ก็สามารถติดม่านเพิ่มได้ ส่วนห้องส้วมจะแยกออกมาต่างหากนะครับ ตู้เสื้อผ้าติดกระจกบานใหญ่เต็มผนังเลย อันนี้ทางโครงการก็ Built-in ไว้ตรงหน้าห้องน้ำ อาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวได้เลย ธรณีประตูห้องน้ำจะกั้นสูงขึ้นมาประมาณ 5 ซม. แทนการดร๊อปพื้นห้องน้ำครับ อ่างอาบน้ำอยู่ชิดกับกระจกเลย โซนตรงกลางเป็นอ่างล้างหน้าครับ อ่างล้างหน้าทรงกลม ผนังทำเป็น Low Wall เอาไว้วางของได้ครับ อีกด้านเป็นห้องอาบน้ำ ซึ่งกันกระจกเทมเปอร์ พร้อมชุดฝักบัวแบบ rain shower มาให้เรียบร้อย ในห้องน้ำซึ่งแยกออกมาจากบริเวณห้องอาบน้ำนะครับ แต่จะมีประตูทางเข้า 2 ทาง ทั้งจากฝั่งห้องนอน และห้องนั่งเล่นครับ โดยประตูทางด้านห้องนอนจะเป็นประตูบานเลื่อน ส่วนประตูฝั่งห้องนั่งเล่นเป็นบานสวิงครับ มีอ่างล้างมือขนาดเล็กในห้องน้ำครับ ชุดโถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระ ห้องตัวอย่างแบบต่อไปที่เราได้ดู มีชื่อว่า Sky Living นะครับ ขนาดก็เล็กกว่าห้องก่อนหน้านิดเดียวเอง แต่ก็ยังเป็นแบบ 1 Bedroom เหมือนกัน กลอนประตูห้องเป็นแบบคันโยก และล็อคด้วยลูกบิดกุญแจ น่าเสียดายที่ไม่มีระบบ Digital Door Lock ให้ การออกแบบของห้องนี้จะเน้นประโยชน์ใช้สอยของห้องนั่งเล่นเป็นหลักนะครับ พอเปิดเข้าห้องมาจะเจอกับ Pentry ครัวเล็กๆ ก่อนเลย ห้องเก็บอุปกรณ์ซักรีดตรงด้านหลังประตูห้อง Built มาเรียบร้อยเหมือนกันทุกห้อง การใช้งานของห้องนี้ไม่ได้เน้นการเข้าครัวทำกับข้าวหนักๆ นะครับ เลยได้เป็นครัวเปิด มี island เล็กๆ เป็นส่วนเชื่อมต่อพื้นที่ให้ดูกลมกลืนกัน อ่างล้างจานจะอยู่ฝั่งเคาน์เตอร์ด้านนี้นะครับ ติดตั้งเตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควันไว้ในมุมเล็กๆ ติดกับตู้เย็นเลย อย่างที่บอกว่าไม่เหมาะกับการทำกับข้าวหนักๆ เลยนะครับห้องนี้ เน้นเอาไว้อุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า ประตูทางเข้าห้องน้ำจากทางห้องนั่งเล่นครับ อยู่ติดกับห้องเก็บอุปกรณ์ซักรีดนั่นเลย การตกแต่งเน้นพื้นที่ใช้สอยในบริเวณนั่งเล่นมากหน่อย โต๊ะกินข้าวจึงวางติดกับเคาน์เตอร์ครัวเลย เพื่อการประหยัดพื้นที่ครับ ทำให้มีพื้นที่เหลือในห้องนั่งเล่นมากหน่อย บริเวณนั่งเล่นสามารถวางชุดโซฟาขนาดใหญ่ได้เลย และยังอยู่ติดกับระเบียงห้องด้วย เปิดม่านตรงระเบียงออกแล้ว แสงธรรมชาติจะช่วยให้ภายในห้องสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยนะครับ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ พื้นที่บริเวณระเบียงไม่กว้างมากครับ แต่ก็พอตากผ้าได้ แถมมีติดตั้งที่แขวนผ้ามาให้แล้วด้วย อีกด้านเป็นห้องแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ครับ มีประตูปิดมาเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก เปิดประตูออกมาจะเห็นว่าใต้คอมเพรสเซอร์แอร์ยังมีที่ว่างอีกนะครับ มุมนี้อาจจะเอาไว้เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องได้บ้าง ซึ่งจะช่วยให้ภายในห้องเป็นระเบียบมากขึ้นไปอีก เดี๋ยวเข้าไปดูในห้องนอนกันครับ ตู้ที่เห็นหน้าห้องเป็นตู้เก็บรองเท้านะครับ Built-in มาไว้ตรงกลางระหว่างประตูห้องน้ำกับห้องนอนเข้ามุมพอดีเลย ภายในห้องนอนดูมีพื้นที่กว้างมากขึ้น เพราะไม่มีระเบียงในห้องนอนนะครับ พื้นที่ห้องจึงกว้างติดริมกระจกเลย การจัดวาง lay out ภายในห้องนอนก็จะคล้ายๆ กับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ บริเวณปลายเตียงแขวนทีวีติดผนังและมีมุมโต๊ะเครื่องแป้งติดกระจกมาให้เหมือนกัน ตำแหน่งโต๊ะเครื่องแป้งจะเข้ามุมชิดกำแพงห้องเลยนะครับ คนถนัดซ้ายอาจจะใช้งานลำบากนิดหน่อย แขนอาจจะชนกำแพงได้เวลาแต่งหน้าแต่งตัว หน้าต่างในห้องนอนติดเป็นกระจกบานใหญ่ มุมนี้สามารถวาง daybed ไว้นั่งเล่นชมวิวได้เต็มตามากๆ หรือจะจัดเป็นมุมนั่งอ่านหนังสือก็ดีนะครับ เพราะเปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่มากๆ พื้นที่ปลายเตียงเหลืออีกเยอะเลยนะครับ เดินได้สบายๆ ไม่ต้องเบี่ยงตัวหลบมุมเวลาเดินเลย ห้องอาบน้ำเซ็กซี่เหมือนกันครับ อ่างอาบน้ำติดกระจกเลย อาบไปดูทีวีในห้องนอนไปได้ด้วย เข้าห้องน้ำมาเจออ่างล้างหน้าทรงกลมอยู่โซนกลางห้องน้ำเลยครับ อ่างอาบน้ำก็เข้ามุมชิดผนังด้านนึง ซึ่งติดกระจกเข้ามุมไว้ตามภาพ ถ้าไม่ชอบอาบน้ำแบบเปิดโล่งก็แนะนำให้ติดม่านหรือมูลี่เพิ่มได้ครับ อีกด้านเป็นห้องอาบน้ำ ซึ่งทางโครงการติดตั้งประตูกระจกเทมเปอร์ไว้ให้เป็นสัดส่วน แถมมี Rain Shower มาให้อีก ถ้าไม่ชอบแบบ Rain Shower ก็มีชุดฝักบัวแบบมือถืออีกชุด ส่วนหัวก๊อกเป็นแบบผสมหน้าตาตามภาพเลยครับ ห้องน้ำสำหรับทำธุระส่วนตัวจะแยกออกมาจากห้องอาบน้ำนะครับ มีชุดโถสุขภัณฑ์พร้อมสายฉีดชำระเรียบร้อย อ่างล้างมือขนาดเล็กกระทัดรัดในห้องน้ำครับ บริเวณของห้องน้ำนี่จะมีประตูเปิดเข้าได้สองทางนะครับ ด้านนี้หันไปทางห้องนอน ประตูห้องน้ำจะเป็นกระจกขุ่นกรอบอลูมิเนียมบานเลื่อน ส่วนอันนี้จะถ่ายจากในห้องน้ำออกไปทางห้องครัวครับ ประตูด้านนี้เป็นประตูบานสวิง จากห้องตัวอย่างที่เราได้ชมกันไป หลายคนคงจะกำลังคิดถึงห้องที่ขายให้กับลูกบ้านแล้วใช่มั้ยครับ ว่าทางโครงการจะให้อะไรมาพร้อมห้องบ้าง ต้องบอกกันว่า โครงการ Rhythm Sathorn นี้ ทาง AP ขายกันให้แบบ Full Furnished เลย มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ชุดเคาน์เตอร์ครัว เตาเซรามิค เครื่องดูดควัน อ่างล้างจาน ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทั้งหมด รวมถึงเครื่องปรับอากาศด้วย เรียกแทบจะหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาอยู่ได้เลย ถ้าใครที่สนใจคอนโดในย่านนี้อยู่แล้ว Rhythm Sathorn น่าจะเป็นอีกโครงการที่ตอบโจทย์แบบชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี ถึงถนนสาทรจะมีปัญหารถติดหนักหน่วงหน่อย แต่ก็มีทางออกด้วยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าที่สะดวกมากๆ รวมถึงเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือข้ามฟากด้วย ซึ่งเชื่อว่าลูกบ้านของโครงการน่าจะได้ใช้บริการกันบ่อยๆ แน่ ยิ่งโครงการนี้เป็นอาคารสร้างเสร็จ และมีลูกบ้านย้ายเข้ามาอยู่ได้ระยะหนึ่งแล้ว เราก็จะมีโอกาสเยี่ยมชมโครงการในบรรยากาศจริง ซึ่งทางโครงการยังมีห้องสวยๆ ให้เลือกอีกหลายตำแหน่ง อย่างไรแล้วลองแวะเข้าไปดูห้องตัวอย่างที่โครงการกันก่อน จะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ ท่านใดที่สนใจโครงการสามารถลงทะเบียนเพื่อติดต่อนัดหมายเข้าชมโครงการและรับสิทธิพิเศษก่อนใครที่นี่ http://goo.gl/yKm3u5
รีวิวทำเล Aspire สาทร-ราชพฤกษ์

รีวิวทำเล Aspire สาทร-ราชพฤกษ์

Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ เป็นหนึ่งในหลายโครงการของเครือ AP ที่มีกระแสการตอบรับที่ดีมากๆ วันนี้เราเลยจะพาไปสำรวจทำเลที่ตั้งโครงการ และบรรยากาศโดยรอบแบบคร่าวๆ กันก่อนที่จะมีการเปิดตัวเต็มๆ อีกครั้งในช่วงปลายเดือนนี้ เผื่อว่าใครที่กำลังสนใจอยู่จะได้เก็บข้อมูลไว้ประกอบการตัดสินใจ เพราะได้ข่าวมาว่ายอดลงทะเบียนทางหน้าเว็บไซต์ของโครงการตอนนี้พุ่งกระฉูดเกินความคาดหมายไปไกลแล้วครับ สำหรับใครสนใจโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ ก็อย่าลืมไปลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ ผ่านทาง www.apthai.com ไว้ด้วยนะครับ   การเดินทาง   ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ อยู่ติดถนนราชพฤกษ์ ตรงหัวมุมถนนเทอดไทพอดิบพอดี ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมที่ดินสำหรับก่อสร้าง ซึ่งเราได้มีโอกาสได้เข้าไปดูพื้นที่จริงก่อนที่จะมีการเปิด Pre-sale พร้อมๆ กับได้เดินสำรวจดูทำเลใกล้ๆ ไปด้วยเลย   สำหรับการเดินทางในครั้งนี้เราขับรถข้ามสะพานตากสินมาทางถนนกรุงธนบุรี แล้วเข้าถนนราชพฤกษ์ ผ่านสถานีรถไฟฟ้าวุฒากาศมาก็ชิดซ้ายเลี้ยวไปตามป้ายบอกทางถนนเทอดไท พอขึ้นสะพานข้ามแยกมาแล้วให้ชิดซ้ายเพื่อไปถนนเทอดไท ไม่ต้องขึ้นสะพานนะครับ ไม่งั้นจะเลยไปเข้าถนนเพชรเกษมกันซะก่อน วิ่งมาตามทางอีกนิดหน่อยก็จะเห็นตำแหน่งที่ตั้งโครงการอยู่ทางซ้ายมือพอดี ซึ่งเส้นทางนี้น่าจะเป็นเส้นทางหลักๆ ในการเดินทางมายังโครงการ ส่วนเส้นทางรองอีกทางก็สามารถเข้ามาทางถนนบางแคก็ได้ หรือถ้ามาจากทางถนนเพชรเกษม ก็ให้สังเกตป้ายวัดนิมมานรดีตรงปากซอย เส้นทางในซอยแถวนี้พอจะให้ใช้หลีกหนีรถติดได้พอสมควรครับ ส่วนการเดินทางมายังโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ ด้วยรถไฟฟ้าก็ถือว่าเป็นอีกวิธีที่สะดวกพอสมควร เพราะอยู่ห่างออกไปเพียง 10 สถานีเท่านั้น แค่เดินจากหน้าโครงการไปอีก 350 เมตร ก็ขึ้นรถไฟฟ้าได้แล้ว ยิ่งในอนาคตทางกรุงเทพมหานครจะทำทางเดินเชื่อมจากตัวสถานีรถไฟฟ้าบางหว้าข้ามคลองภาษีเจริญมายังฝั่งเทอดไท ก็จะยิ่งความสะดวกกับคนที่อาศัยอยู่ฝั่งนี้มากขึ้น แถมทางโครงการจะเชื่อมต่อทางเดินบน Sky Walk ให้ยาวมาจนถึงหน้าทางเข้าโครงการเลย ก็จะยิ่งเพิ่มความสะดวกให้กับลูกบ้านที่ต้องใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นไปอีกหลายเท่า เพราะแค่ก้าวเท้าออกจากประตูโครงการเพียงก้าวเดียวก็สามารถขึ้น (บันไดสถานี) รถไฟฟ้าได้แล้วครับ ในขณะที่การเดินทางด้วยวิธีการอื่นๆ ก็มีไว้รองรับพอสมควรเลยเหมือนกัน ทั้งรถสองแถวที่วิ่งผ่านหน้าโครงการเลย รถแท็กซี่ก็หาเรียกได้ไม่ยากเท่าไหร่ หรือถ้าจะลองใช้บริการเรือด่วนในคลองภาษีเจริญก็ได้เช่นกัน ทางกรุงเทพมหานครก็จัดให้มีเรือด่วนวิ่งรับส่งทั้งเช้าและเย็น ก็ทำให้การเดินทางไปยังโซนต่างๆ บนถนนเพชรเกษม ตั้งแต่ประตูน้ำภาษีเจริญ ไปจนถึงเพชรเกษม 69 จะเดินทางขึ้นรถ ต่อเรือ นั่งรถไฟฟ้า ก็จัดว่าสะดวกดีทีเดียวเลย สำรวจรอบโครงการ   ทำเลที่ตั้งโครงการอยู่ในเขตที่ใกล้แหล่งชุมชนเก่าที่มีอยู่กันมาก่อนแล้ว ถึงจะอยู่ติดกับถนนราชพฤกษ์ซึ่งเป็นถนนใหญ่ แต่ก็ยังได้บรรยากาศความคึกคักของชุมชนอยู่พอสมควร เพราะถนนเทอดไทเป็นถนนสายหลักที่เชื่อมไปออกถนนบางแค และถนนเพชรเกษมได้ จึงมีรถวิ่งผ่านไปมาเยอะพอสมควร แต่ยังไม่ถึงกับมีปัญหารถติดหนักๆ ในซอยนะครับ เรียกว่าวิ่งกันได้สบายๆ ตลอดทั้งวัน บริเวณใกล้ๆ โครงการไม่ได้มีตึกสูงขึ้นมาใกล้ๆ เลย ดังนั้นปัญหาเรื่องการบังวิวจึงยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง รอบๆ ที่ดินโครงการจะเป็นที่พักอาศัยในแนวราบสูงไม่เกิน 4-5 ชั้น ฝั่งตรงข้ามมีห้องพักให้เช่าซึ่งมีอยู่เดิม บริเวณด้านหน้าจึงมีเพิงขายอาหารเล็กๆ อยู่ให้พอซื้อของกินเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง แต่ถ้าเลยเข้ามาในถนนเทอดไทหน่อย ก็จะเห็นว่ามีร้านค้า ร้านขายของอยู่เรื่อยๆ ยิ่งออกไปที่ถนนบางแค และถนนเพชรเกษมก็ยิ่งคึกคักใหญ่เลย ร้านค้า ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า มีให้เลือกจับจ่ายได้เต็มที่ สาธารณูปโภคต่างๆ ก็มีครบทั้งสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ศาสนสถาน หน่วยงานราชการต่างๆ อีก ต่อไปในอนาคตอันใกล้พอรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินเปิดให้บริการ การเดินทางก็จะยิ่งสะดวกขึ้น บรรยากาศการค้าบริเวณนี้ก็คงจะยิ่งคึกคักมากขึ้นไปอีกหลายเท่า ดังนั้นเรื่องการอยู่อาศัยในย่านนี้จึงจัดว่าค่อนข้างสะดวกสบาย ครบครันดีทีเดียว ในขณะที่บรรยากาศรอบๆ โครงการก็ยังเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน   พอวิ่งตามถนนราชพฤกษ์มาตามป้ายบอกไปถนนเทอดไทแล้ว พอเจอป้ายแบบนี้ก็เลี้ยวซ้ายเตรียมเข้าโครงการได้เลย ที่ดินของโครงการฝั่งที่ติดกับถนนราชพฤกษ์จะมีคลองเล็กๆ กั้นอยู่ ความคืบหน้าของโครงการขณะนี้ก็มีการล้อมรั้ว เตรียมปรับหน้าดินเพื่อก่อสร้างกันแล้ว มุมนี้ถ่ายจากหัวมุมถนนเทอดไทครับ ตรงที่รถตู้จอดอยู่กำลังก่อสร้าง Sale Gallery ส่วนทางเข้าโครงการก็อยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้นเลยครับ หน้าโครงการฝั่งถนนเทอดไทครับ จะเห็นว่าอยู่ตรงหัวมุมทางเข้าพอดีเลย ถ่ายจากหน้าโครงการก็เห็นรางรถไฟฟ้าอยู่ใกล้ๆ เลย อีกไม่นาน Sale Gallery ก็คงเปิดให้เข้าชมได้ละครับ บริเวณ Sale Gallery หน้าโครงการเลยครับ จะเห็นว่าถนนเทอดไทตรงหน้าโครงการก็ไม่ได้ใหญ่มาก เป็นถนนสองเลนมีรถราวิ่งผ่านตลอดวัน ข้างๆ Sale Gallery ตอนนี้ยังเป็นซอยเล็กๆ และมีบ้านอยู่ แต่อีกไม่นานก็จะถูกปรับพื้นที่ใหม่แล้ว ที่ดินตรงนี้รวมถึงบ้านที่เห็นก็เป็นพื้นที่ของโครงการนะครับ ภายในพื้นที่จริงที่กำลังจะมีการเตรียมก่อสร้างครับ พอเจ้าของบ้านหลังที่เห็นย้ายออก ที่ตรงนี้ก็จะลึกไปถึงด้านหลังนู่นเลย คลองระบายน้ำที่อยู่ตรงหน้าโครงการจะยาวไปจนถึงคลองภาษีเจริญเลย ตอนนี้ทางกทม.ก็มีการปรับภูมิทัศน์บริเวณทางเดินจากหน้าโครงการไปจนถึงคลองภาษีเจริญให้ดูสวยงามและเรียบร้อยมากยิ่งขึ้น สถานีรถไฟฟ้าบางหว้าอยู่ฝั่งตรงข้ามนะครับ เดี๋ยวทาง BTS จะทำทาง Sky Walk มาลงที่ฝั่งนี้ แล้วทาง AP ก็ลงทุนต่อทางเดินเพิ่มเพื่อไปลงยังหน้าโครงการเลย บรรยากาศในคลองภาษีเจริญครับ มีเรือด่วนวิ่งรับส่งด้วย ทำให้การเดินทางในแถบนี้สะดวกมากยิ่งขึ้น ถนนเทอดไทหน้าโครงการ เป็นถนนสองเลนมีรถวิ่งสวนไปมาเกือบตลอดเวลาเลยครับ เพราะในซอยนี้ทะลุไปออกถนนบางแคได้ ตรงข้ามโครงการมีเพิงขายอาหารเล็กๆ พอให้พึ่งพาได้บ้าง ตรงข้ามโครงการยังมีหอพักสูง 2 ชั้น เลยเข้ามาในถนนเทอดไทเพื่อไปออกถนนบางแค ก็เริ่มเป็นแหล่งชุมชน มีโรงเรียนและบ้านพักอาศัยเยอะเลยครับ จากถนนเทอดไทก็เลี้ยวมาออกถนนบางแคได้ ถือว่าการเดินทางก็สะดวกดีครับ ถ้ามาทางถนนเพชรเกษมก็สามารถเข้าถนนบางแค ตรงทางเข้าวัดนิมมานรดีเลย แหล่งช็อปปิ้งสำคัญของฝั่งบางแคครับ ซึ่งถือว่าอยู่ใกล้โครงการที่สุดแล้ว รายละเอียดโครงการ ในส่วนของรายละเอียดโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลอะไรออกมามากนัก เพราะทาง AP เตรียมจะมีการเปิดตัวใหญ่ในช่วงปลายเดือนที่จะถึงนี้ แต่เท่าที่เราสอบถามข้อมูลมาคร่าวๆ ก็พอจะเห็นจุดเด่นของโครงการในเรื่อง ทางเชื่อมต่อขึ้น Sky Walk ไปยังสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ที่ใกล้ชนิดที่เรียกว่า ก้าวเดียวถึง!! รวมถึง Facility ที่จัดกันมาแบบเต็มที่ และที่แน่ๆ สำหรับโครงการ Aspire สาทร-ราชพฤกษ์ นี่ยังมี Layout ห้องแบบใหม่ที่ทาง AP เอามาใช้เป็นโครงการแรก ซึ่งภายในห้องมีการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยให้ทำประโยชน์ได้มากขึ้น และตอบโจทย์การใช้งานของลูกบ้านได้ดีขึ้นกว่าเดิม Master Plan ของโครงการ ทางเข้า-ออก โครงการใช้ทางเดียวนะครับ คือทางถนนเทอดไท Outdoor lobby ที่แบ่งพื้นที่นั่งเป็น pocket space ส่วนตัว ขนาบด้วย waterscape และ green area Indoor Lobby ชั้น 8 จะเป็น Facility หลักของโครงการ มีสระว่ายน้ำแบบ Infinity edge pool ยาว 40 เมตร และฟิตเนส สระว่ายน้ำแบบ Infinity edge pool ยาว 40 เมตร ชั้น 11-28 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด มี Rooftop Garden อยู่ที่ชั้น 33 Rooftop Garden บนชั้น 33 ทั้งนี้ก็อดใจรอชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในงานเปิดตัวของ AP ที่สยามพารากอนอีกครั้ง หรือที่ www.apthai.com ส่วนรีวิวโครงการแบบเต็มๆ พร้อมห้องตัวอย่าง เราจะรีบตามไปเก็บข้อมูลมาฝากกันอีกครั้งนะครับ อย่าลืมติดตามกันด้วย
RHYTHM รางน้ำ (PREVIEW)

RHYTHM รางน้ำ (PREVIEW)

Rhythm รางน้ำ คอนโด High Rise ในซอยรางน้ำ ใกล้ BTS อนุเสาวรีย์ชัย ประมาณ 100 เมตร  โครงการใหม่จาก AP ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่  www.apthai.com รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    N/A เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด มหาชน ลักษณะคอนโด    High Rise  สูง 27 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง     385 ยูนิต และ 1 ร้านค้า เนื้อที่ทั้งหมด    1 - 3 - 93 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ซอยรางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ที่จอดรถ    ประมาณ 171 คัน หรือคิดเป็น  44% Master Plan ของโครงการ มีลิฟท์ 3 ตัว ลิฟท์ขนของอีก 1 ตัว มีสวนเล็กๆ อยู่บนชั้น 6 ทำไว้เป็นมุมอ่านหนังสือ outdoor ชั้น 7-10,12-15,17-20 ห้องแบบ 2 ห้องนอนที่นี่ เป็นห้องมุมทั้งหมด Facility จะอยู่บนชั้นที่ 27 มีสระว่ายน้ำ วางเป็นแนวยาว, Steam แยกชาย-หญิง, Sky Fitness และด้านบน มี Multi Purpose Area สามารถจัดปาร์ตี้เล็กๆ กับกลุ่มเพื่อนพร้อมชมวิวเมืองได้ สถานที่สำคัญใกล้เคียง King Power ซอยรางน้ำ อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ Century Mall สวนสันติภาพ Center One Victory Mall โรงพยาบาลราชวิถี ลักษณะห้องและขนาดห้อง Studio  ขนาด 28 ตารางเมตร 1 Bedroom  ขนาด 35 ตารางเมตร 2 Bedroom  ขนาด 47-62 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus ขนาด 35 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก สวนหินสไตล์ญี่ปุ่น ที่ชั้น G สระว่ายน้ำ วางเป็นแนวยาว Stream แยกชาย-หญิง Sky Fitness Multi Purpose Area สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :    1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  www.apthai.com
Life Asoke (PREVIEW)

Life Asoke (PREVIEW)

Life Asoke คอนโด High Rise โครงการใหม่จาก AP บนถนนอโศก-ดินแดง ใกล้ MRT เพชรบุรี และ Airport Link มักกะสัน ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใครได้ที่  www.apthai.com รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    N/A เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด มหาชน ลักษณะคอนโด    High Rise  สูง 35 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง     1,624 ยูนิต และ 3 ร้านค้า เนื้อที่ทั้งหมด    6 - 2 - 85 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ถนนอโศก-ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ที่จอดรถ    ประมาณ 675 คัน หรือคิดเป็น  41% Master Plan จะเห็นทางเข้า-ออกรถ 3 ทาง + 1 ประตูทางเข้าจากทางบันได Sky walk พร้อมทางเดิน Cover Way จากประตูถึงตัวตึก Facility หลักของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 7 มีทั้งสระขนาดใหญ่ 30.00 x12.50 ม. Fitness 2 ห้อง, ห้อง Sauna แยกชายหญิง และลานอเนกประสงค์และพื้นที่สวนรับมุมมองที่เปิดกว้าง รูปทรงอาคารที่พักอาศัยเป็นรูปตัว H ที่ชั้น 9-34 เป็นห้องพักอศัยทั้งหมด ชั้น 35 เป็น Roof Top Facility ขนาดเกือบ 1 ไร่ สถานที่สำคัญใกล้เคียง MRT เพชรบุรี Airport Link มักกะสัน โรงพยาบาลผิวหนังอโศก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โรงเรียนนานาชาติ NIST Terminal 21 โรงพยาบาลพระราม 9 เซ็นทรัล พระราม 9 ลักษณะห้องและขนาดห้อง Studio  ขนาด 24 ตารางเมตร 1 Bedroom  ขนาด 29-35 ตารางเมตร 2 Bedroom  ขนาด 54 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus 35 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Infinity Edge Pool สระขนาดใหญ่ 30.00 x12.50 ม.  พร้อม Pool Bed ในแบบ Indoor & Outdoor ฟิตเนส 2 ห้อง 4 Private Lobby Rooms สวนหน้าโครงการขนาดเกือบ 2 ไร่ ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมง ประตูทางเข้าจากทางบันได Sky walk พร้อมทางเดิน Cover Way จากประตูถึงตัวตึก พื้นที่ Drop off area ก่อนเข้าถึง Grand Lobby ที่เชื่อมต่อทั้ง 2 ตึก Infinity Edge Pool สระขนาดใหญ่ 30.00 x12.50 ม. พร้อม Pool Bed ในแบบ Indoor & Outdoor Fitness 2 ห้อง รับวิวแบบ Panoramic ลานอเนกประสงค์ + สวนชั้น 7 ขนาด 1 ไร่กว่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :    1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  www.apthai.com
RHYTHM อโศก 2 (รีวิวคอนโด)

RHYTHM อโศก 2 (รีวิวคอนโด)

ในทำเลใกล้กับรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีพระราม 9 เราเคยพาไปดู Rhythm อโศก กันมาแล้ว คราวนี้บริษัท AP Thai ร่วมมือกับบริษัท Mitsubishi Estate Group ของญี่ปุ่น ทำโครงการ Rhythm อโศก 2 คอนโดมิเนียม High Rise ติดถนนอโศกดินแดงในย่าน New CBD ของกรุงเทพ เราเลยเข้าไปเก็บข้อมูลโครงการมาฝากกันครับ   การเดินทาง เรื่องการเดินทางแน่นอนว่าสะดวกสบายด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งตัวสถานีพระราม 9 อยู่ห่างจากที่ตั้งโครงการประมาณ 300-400 เมตรเท่านั้น เป็นระยะที่กำลังเดินได้สบายๆ ครับ แต่อาจจะลำบากนิดหน่อยถ้าฝนตกหนักๆ ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนอโศก-ดินแดงฝั่งขาเข้า  (มุ่งหน้าไปอโศก) หรืออยู่ตรงกันข้ามกับโครงการ Rhythm อโศก นั่นเอง หรือถ้าใครที่ต้องอาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า Airport Link ก็ถือว่าสะดวกเช่นกัน เพราะสถานีรถไฟฟ้า Airport Link มักกะสัน อยู่ห่างออกไปประมาณ 700 เมตรเท่านั้น ดังนั้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงมีทางเลือกอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัวก็ไม่ได้ยากเลยครับ จะมีก็แค่ปัญหารถติดเท่านั้นที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ถนนสายอโศก-ดินแดงมีปริมาณรถหนาแน่นเกือบตลอดเวลา บริเวณรอบๆ มีทั้งถนนดินแดง ถนนรัชดา ถนนเพชรบุรี ซึ่งเป็นถนนสายหลักๆ ที่เราสามารถใช้เดินทางเข้าออกเมือง รวมถึงด่านทางด่วนพระราม 9 ก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลอีกด้วย สำหรับขาขึ้นก็สะดวกหน่อยเพราะออกจากโครงการไปหน่อยก็ เลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนได้เลย ส่วนขาลงก็อาจจะต้องอ้อมไปกลับรถมาที่ตัวโครงการอีกรอบ ดูจากระยะทางแล้วก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่ แต่ช่วงเวลาเร่งด่วนก็รถติดเอาเรื่องเลยนะครับ จึงเสียเวลาในการเดินทางมากกว่าปกติพอสมควร การเดินทางโดยไม่ใช้รถส่วนตัว ถือว่าสะดวกใช้ได้เลย เพราะตัวโครงการติดถนนใหญ่ และรถราก็วิ่งคึกคักแทบจะตลอดเวลา โดยเฉพาะแท็กซี่ที่หาเรียกได้ง่ายที่สุด ดึกดื่นก็ยังหารถได้ง่ายครับ เพราะย่านนี้อยู่ใกล้แหล่งบันเทิงยามค่ำคืน ส่วนรถเมล์ และพี่วินมอเตอร์ไซค์คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ เพราะต้องเดินไปข้ามแยกไปถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินนู่นเลย แผนที่โครงการ การเดินทางวันนี้ขอใช้ทางด่วนศรีรัชฝั่งขาออก มุ่งหน้ามาลงที่ถนนพระราม 9 เลยนะครับ เพราะถ้าลงถนนรัชดาภิเษกจะต้องไปกลับรถไกลพอสมควร ลงมาแล้วจะแยก แบบนี้ให้เลี้ยวซ้ายไปทางสี่แยก อ.ส.ม.ท. ตามป้ายเลยนะครับ เลี้ยวซ้ายมาแล้วก็จะเจอสีแยก อ.ส.ม.ท. เลี้ยวซ้ายอีกทีนะครับ เพื่อเข้าถนนพระราม 9 เลี้ยวซ้ายมาแล้วขับตรงมาอีกหน่อยนะครับ สำนักงานขายจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ เยื้องๆ กับเซ็นทรัล พระราม 9 ก่อนถึงแยกพระราม 9 ครับ สำนักงานขายโครงการ ส่วนที่ตั้งของโครงการนั้น จะตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษกนะครับ เราออกจากสำนักงานขายมาแล้วขับตรงมาอีกนิดเดียวก็จะเจอสี่แยกพระราม 9 ให้เลี้ยวซ้ายไปทางถนนอโศกมนตรี ตามป้ายเลยครับ จากแยกพระราม 9 มาประมาณ 250 เมตร ก็ถึงที่ตั้งโครงการแล้วครับ สถานที่ก่อสร้างล้อมรั้วไว้อย่างมิดชิดนะครับ แต่ยังไม่เริ่มก่อสร้าง วิเคราะห์ตัวโครงการ ด้วยความที่ที่ตั้งโครงการ Rhythm อโศก 2 อยู่ในทำเลที่กำลังมีการเติบโตมาที่สุดย่านหนึ่งของกรุงเทพ บริเวณรอบๆ จึงมีคอนโดโครงการอื่นๆ ให้เปรียบเทียบกันเป็นจำนวนมาก ถ้านับเอาแค่ตึกที่จะอยู่ใกล้ๆ กับ Rhythm อโศก 2 ที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ ตึกของ Rhythm อโศก ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ตึกนี้ถึงจะไม่ได้อยู่ในระยะประชิด แต่ก็มีผลต่อวิวของห้องด้านนี้พอสมควร หันไปทางแยกรัชดา-พระราม9  ก็มี Ideo Mobi พระราม 9 บังวิวอยู่นิดหน่อย ส่วนทางด้านหลังโครงการหันไปก็จะเจอทั้ง Aspire พระราม 9, Condolette Midst และ Ideo Mobi บังวิวไปเต็มๆ ห้องทางฝั่งนี้ (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) จึงค่อนข้างเสียเปรียบเรื่องวิวครับ ทั้งๆ ที่อยู่ในทิศทางที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าอยากได้ห้องที่วิวดีหน่อยก็ต้องเลือกห้องทางฝั่งทิศใต้ ซึ่งจะได้วิวมุมกว้างสุด (เห็นทางด่วน) รองลงมาก็เป็นฝั่งตะวันตก ซึ่งมีแค่ตึก Rhythm อโศก เป็นตึกสูงแค่ตึกเดียวเท่านั้น สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ โครงการ ในระยะไม่เกิน 500 เมตร จัดว่ามีตัวเลือกให้พึ่งพาได้พอสมควรเลย เริ่มตั้งแต่Central พระราม 9 ซึ่งยึดหัวหาดอยู่ที่แยกพระราม 9 คู่กับ Fotune Tower ที่มีทั้ง Tesco Lotus ศูนย์รวมอุปกรณ์ไอที และร้านค้าร้านอาหาร อยู่ในโซนพลาซ่าอีกเพียบ ถัดจาก Centralไปทางถนนพระราม 9 จะเป็นพื้นที่ของ G Land ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ในอนาคตอันใกล้บริเวณนี้จะเป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงาน อาคารตลาดหลักทรัพย์  และCommercial Building ที่ใหญ่มาก ปริมาณรถและคนก็จะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีกหลายเท่าแน่ๆ เรื่องความเจริญทั้งอาหารการกิน ที่ทำงาน และแหล่งช็อปปิ้งจึงหายห่วง ถัดออกไปอีกหน่อยยังมี Esplanade, Big C หรือทางฝั่งสุขุมวิทก็มี Terminal 21 ด้วย อันนี้แค่ระยะใกล้ๆ นั่งรถไฟฟ้าไปแค่ 1-2 สถานีเท่านั้นเองนะครับ นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาล โรงเรียน สถานศึกษา มหาวิทยาลัย อยู่ในระยะที่สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินด้วย จึงจัดว่าเป็นทำเลที่สะดวกสบายมากๆ สำหรับคนที่ขยันเดินทางซักหน่อย ตัวโครงการ Rhythm อโศก 2 เป็นคอนโด High Rise ที่ร่วมกันออกแบบกับ บริษัท Mitsubishi Estate Group ของญี่ปุ่น รูปแบบอาคารเป็นแบบเรียบๆ ไม่หวือหวามาก มีการผสมผสานบรรยากาศแบบญี่ปุ่นเข้าไปตามส่วนต่างๆ เช่น สวนหินบริเวณหน้าล็อบบี้ ภายในล็อบบี้ที่เน้นความเรียบง่ายตามสไตล์ญี่ปุ่น และการวางผังห้องแบบ Inter-Locked เป็นต้น ยูนิตรวมทั้งหมดของโครงการคือ 346 ยูนิต ภายในอาคารสูง 30 ชั้น โดยพื้นที่อยู่อาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 8 ขึ้นไปครับ ซึ่งที่ชั้น 8 จะถูกแบ่งเป็นพื้นที่ของ Main Facilities ด้วย บริเวณ Main Facilities จะมีทั้ง สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่าแยกชาย หญิง และห้อง Spa ตามมาตรฐานเลยครับ สำหรับห้องพักที่ชั้น 8 จะมีเพียง 10 ยูนิตเท่านั้น โดยทางโครงการพยายามออกแบบเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับห้องบนชั้นนี้โดยแยกทางออกบริเวณโถงลิฟท์เป็นสองทาง เพื่อป้องกันการถูกรบกวนจากคนที่ลงมาใช้สอยส่วนกลางนั่นเอง พูดถึงลิฟท์โดยสารแล้ว ก็จะเห็นในแปลนว่าทางโครงการเตรียมลิฟท์โดยสารไว้ 2 ตัว และลิฟท์ขนของอีก 1 ตัว ซึ่งอัตราการใช้งานต่อลิฟท์โดยสาร 1 ตัวค่อนข้างหนาแน่นเลยทีเดียว (1:173) ในขณะที่จำนวนที่จอดรถทั้งหมดตั้งแต่ชั้น 1- 7 สามารถรองรับรถได้เพียง 136 คันเท่านั้น (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ซึ่งจะเป็นปัญหากับคนที่มีรถส่วนตัวมากๆ เพราะอาจจะเจอปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ แล้วต้องแย่งที่จอดกันแบบใครมาก่อนได้ก่อน ใครที่ต้องใช้รถส่วนตัวเป็นหลักแน่ๆ คงต้องพิจารณาปัญหาตรงนี้เพิ่มขึ้นอีกข้อด้วย นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ที่มีทั้งกล้องวงจรปิด CCTV, รปภ., Key Card เข้าอาคาร และลิฟท์แบบล็อคชั้น รวมถึงร้านค้า 1 ห้องที่บริเวณใต้อาคาร ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นร้านอะไรกันแน่ เรามาเริ่มที่ชั้น G กันก่อนนะครับ ที่ชั้น G จะเป็น Lobby ที่เน้นความเรียบง่าย และมีสวนหินสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ด้านหน้าโครงการ สวนหินสไตล์ญี่ปุ่นด้านหน้าโครงการ Lobby ที่เน้นความเรียบง่าย ชั้น 2 - 7 จะเป็นส่วนของที่จอดรถทั้งหมด รวมแล้วจอดได้ประมาณ 136 หรือคิดเป็น 40% ส่วนที่พักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 8 ซึ่งจะมาพร้อมกัน Facility หลักของโครงการทั้งฟิตเนสและสระว่ายน้ำ หน้าตาของสระว่ายน้ำบนชั้น 8 ครับ ตั้งแต่ชั้น 9 ขึ้นไปถึงชั้น 29 จะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด เฉลี่ยแล้วประมาณ 16 ยูนิตต่อชั้น พาชมห้องตัวอย่าง มาถึงห้องตัวอย่างกันบ้างครับ ทางโครงการ Rhythm อโศก 2 เตรียมห้องตัวอย่างไว้ 2 แบบนะครับ ซึ่งเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนในขนาด 28 ตร.ม. ทั้ง 2 ห้องเลย เริ่มต้นกันด้วยห้อง Type B01 กันก่อน เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอห้องที่ตกแต่งในโทนเข้มขรึม ซ้ายมือเป็น Pantry ครัว และพื้นที่กินข้าวที่วางโต๊ะตัวสูงไว้ติดริมหน้าต่างเลย ทำให้มุมนี้มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น อีกฝั่งทางด้านหลังประตูทางเข้า เว้าพื้นที่เข้าไปทำชั้นเก็บของ ชั้นวางรองเท้า และวางเครื่องซักผ้าได้ลงตัวเป๊ะ โถงกลางห้องเป็น Living Area วางโซฟาชุดเล็กไว้ตรงข้ามกับทีวี ได้ระยะเต็มความกว้างของห้องซึ่งกำลังพอเหมาะพอดี ข้างๆ ชั้นวางทีวีเป็นห้องน้ำนะครับ ซึ่งภายในก็แบ่งพื้นที่ใช้สอยไว้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ทั้งโซนแห้งโซนเปียกที่กั้นด้วยประตูกระจก temper  แต่ที่วางของในห้องน้ำน้อยไปหน่อยครับ โดยเฉพาะตรงอ่างล้างที่ตัวอ่างเป็นทรงกลมทำให้แทบจะไม่มีพื้นที่วางของเลย ออกมาดูโซนสุดท้ายของห้องกันบ้าง ที่ด้านหลังประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่คือห้องนอน บริเวณปลายเตียงเป็นตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง Built-in ทำให้บริเวณปลายเตียงไม่สามารถแขวนทีวีเพิ่มได้ สำหรับคนที่ชอบนอนดูทีวีคงจะขัดใจเล็กน้อยก็ได้ครับ ผังห้อง Type B01 แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตารางเมตร เมื่อเข้ามาในห้องแล้วถ้ามองตรงไปจะเป็นส่วน Living Area ที่จะอยู่ติดกับห้องนอนนะครับ แต่ถ้ามองมาด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนครัวแบบเปิดที่อยู่ด้านหน้าห้อง เคาน์เตอร์ครัวจะหน้าตาประมาณนี้นะครับ มีช่อใส่ไมโครเวฟอยู่ด้านล่าง ด้านบนจะเป็นชั้นลอยเก็บของ ส่วนตำแหน่งการวางอยู่เย็นจะอยู่ด้านซ้ายติดกับประตูห้อง ซิงค์หลุมจะอยู่ด้านติดกับตู้เย็น แต่ขนาดค่อนข้างเล็กไปหน่อยนะครับ เตาไฟฟ้า 2 หัว + ฮูดดูดควัน โต๊ะทานอาหารขนาด 2 ท่าน หันหน้าออกนอกหน้าต่าง เพิ่มบรรยากาศในการทานอาหารได้อีกแบบ ส่วนอีกฝั่งตรงข้ามกับครัว ด้านหลังประตูทางเข้า จะเว้าพื้นที่เข้าไปทำเป็นชั้นเก็บของ ชั้นวางรองเท้า และวางเครื่องซักผ้าได้ลงตัวเป๊ะ มาดูที่ส่วน Living Area กันต่อนะครับ ระยะห่างระหว่างโซฟากันทีวีกำลังพอดี ไม่ใกล้ ไม่ไกล จนเกินไป ชั้นวางทีวีจะวางได้ขนาดประมาณนี้นะครับ เนื่องจากถูกบีบจากทั้งฝั่งของห้องนอนและห้องน้ำ ตำแห่งวางแอร์ที่ห้องนั่งเล่นก็จะอยู่เหนือทีวีนี่แหละครับ มาดูส่วนของห้องนอนกันบ้างนะครับ สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุตได้เลยครับ ด้านข้างเตียงมีพื้นที่เหลือนิดหน่อยให้วางโต๊ะข้างหรือโคมไฟได้ ห้องนอนจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขนาดใหญ่ ด้านปลายเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง Built-in ถ้าหากต้องการจะติดทีวีไว้ในห้องนอนด้วย ก็ต้องแขวนผนังไว้ตรงโต๊ะเครื่องแป้งนี่เลยครับ เพราะพื้นที่มีจำกัดจริงๆ ตำแหน่งของแอร์ในห้องนอนก็จะอยู่เหนือทีวี เราออกมาดูที่ห้องน้ำกันต่อนะครับ การวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ใช้สอยไว้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว อ่างล้างหน้าทรงกลม พื้นที่วางของตรงอ่างล้างหน้าแทบไม่มีเลยครับ ระยะห่างของโถสุขภัณฑ์กำลังพอดีครับ ไม่แคบเกินไป ส่วนเปียกกั้นด้วยประตูกระจก Temper มาพร้อมกับชุดผักบัวและ Rain Shower ส่วนห้องแบบที่ 2 คือ Type B02 ซึ่งขนาดใกล้เคียงกัน แต่ Layout ห้องจะมีการแยกห้องนอนไว้อย่างชัดเจน เข้าห้องมาจะเจอ Pantry ครัวก่อนเช่นกัน ด้านหลังประตูห้องเป็นพื้นที่เว้าเข้าไป Built-in เป็นชั้นวางของ และที่วางเครื่องซักผ้า ถัดจากมุมนี้ไปจะเป็นประตูห้องน้ำ ภายในห้องน้ำก็มี Layout เหมือนกันกับห้องก่อนหน้านี้เลยครับ โซนด้านในติดกับหน้าต่างเป็น Living Area ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้จะออกเป็นแนวลึก ทำระยะห่างระหว่างทีวีและโซฟาค่อนข้างแคบ ไม่เหมาะจะแขวนทีวีขนาดใหญ่ๆ ในขณะที่นอนจะถูกแบ่งพื้นที่ไว้ชัดเจนด้วยผนังทึบและมีประตูบานสวิงปิดมิดชิด ทำให้พื้นที่ห้องนอนมีความเป็นส่วนตัวสูง ในนอนพอวางเตียง 5 ฟุตเข้าไปแล้วก็เหลือพื้นที่ข้างเตียงและปลายเตียงอีกนิดหน่อยเท่านั้น ผนังด้านปลายเตียงสามารถแขวนทีวีเพิ่มได้ ในขณะที่อีกด้านของห้องจะมีตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง Built-in มาเต็มผนัง ภายในห้องนอนจึงตกแต่งอะไรเพิ่มเข้าไปอีกได้ไม่เยอะนัก ซึ่งถ้าใครมีเพื่อนมาเยี่ยมห้องบ่อยๆ และชอบที่จะยังคงมีพื้นที่ส่วนตัวอยู่อย่างชัดเจน ห้องแบบนี้น่าจะเหมาะกว่าครับ ผังห้อง Type B02 แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตารางเมตร เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกันส่วนของครัวอยู่ด้านซ้ายมือก่อนเลยนะครับ เคาน์เตอร์ครัวก็จะคล้ายๆ กับ Type B01 ฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นส่วนที่เว้าเข้าไป ทำเป็นชั้นเก็บของและวางเครื่องซักผ้า ข้างๆ กันก็จะเป็นห้องน้ำ ที่จะอยู่ตรงข้ามกับส่วนครัวพอดี เดี๋ยวเราเข้าไปดูในห้องน้ำก่อนเลยนะครับ สุขภัณฑ์ที่ใช้จะเหมือนกับห้อง Type B01 เลยนะครับ ส่วนการวาง Layout ก็จะคล้ายๆ กัน ส่วนเปียกจะกั้นด้วยประตูกระจก Temper มาพร้อมกับชุดผักบัวและ Rain Shower มีส่วนเว้าเล็กๆ ไว้สำหรับวางของในห้องอาบน้ำ เดินเลยห้องน้ำและครัวเข้ามาก็จะเป็นโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ท่าน ก่อนถึงส่วน Living Area ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีจะค่อนข้างแคบนะครับ ไม่เหมือนกับห้อง Type B01 จึงอาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดทีวี ข้างๆ กันจะเป็นหน้าต่างบาน Fix บานใหญ่ และบานกระทุ้ง 1 บาน มาต่อกันที่ห้องสุดท้ายคือห้องนอน ห้องนอนวางเตียงขนาด 5 ฟุต กำลังเหมาะเลยครับ จะมีพื้นที่ข้างเตียงเหลือนิดหน่อย แต่ด้านปลายเตียงจะไม่มีพื้นที่เหลือพอให้วางชั้นวางทีวีนะครับ จะต้องใช้ทีวีแบบแขวนผนังแทน ตำแหน่งการวางแอร์จะอยู่ปลายเตียงเหนือทีวี ส่วนข้างเตียงอีกด้านจะเป็นตู้เสื้อและโต๊ะเครื่องแป้ง จากที่ได้ดูห้องตัวอย่างทั้ง 2 ห้องแล้ว ต้องบอกว่าแต่ละห้องก็มีข้อดีข้อด้อยต่างกันออกไป แต่ที่แน่ๆ คือห้องทั้ง 2 แบบนี้ไม่มีระเบียงนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นปัญหาใหญ่เลย เพราะมันไม่มีที่ให้ตากผ้า!! แล้วจะมีที่วางเครื่องซักผ้ามาให้เราซักผ้าแล้วไปตากที่ไหน ต่อให้เครื่องมีความสามารถในการปั่นผ้าให้หมาดจนเกือบแห้ง แต่ยังไงเราก็ยังต้องการพื้นที่ตากผ้าอยู่ดีใช่มั้ยครับ ต่อให้เลือกที่จะเอาเสื้อผ้าส่งร้านซักรีดทั้งหมด แต่ยังไงก็ต้องมีผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้ต้องซักต้องตากอยู่ดี อันนี้ก็แล้วแต่นะครับ สำหรับบางคนอาจจะคิดว่าไม่เดือดร้อนก็ได้ นอกจากนี้เรื่อง Lay out ห้องที่ดูจากแปลนแล้วมีหน้าตาแปลก มีส่วนเว้า ส่วนเพิ่มตรงนั้นตรงนี้ ก็เนื่องจากการออกแบบตำแหน่งห้องในรูปแบบ Inter-Locked ซึ่งแต่ละห้องจะเหมือนจิ๊กซอร์แต่ละตัวที่เมื่อนำมาต่อกันแล้วจะเข้าล็อคลงตัวกันพอดี พื้นที่ในห้องจึงมีไม่ได้เป็นแค่ทรงสี่เหลี่ยมเรียบๆ อย่างโครงการอื่นๆ ครับ และอีกข้อที่ต้องตรวจสอบให้ดีๆ ก็คือ เรื่องเฟอร์นิเจอร์และวัสดุภายในห้องที่เราจะได้มาพร้อมห้องครับ เพราะบางชิ้นก็ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกับที่เห็นในห้องตัวอย่างนะครับ อาจจะแค่เทียบเคียง หรือหน้าตาต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง และหลายๆ ชิ้นที่เห็นก็จัดไว้เพื่อการตกแต่งเท่านั้น อันนี้ต้องสอบถามกับพนักงานขายให้ละเอียดถี่ถ้วน ป้องกันการเข้าใจผิดเวลาที่เห็นห้องจริงครับ Type A04 แบบ Studio ขนาด 27 ตารางเมตร Type A13 แบบ Studio ขนาด 22.20 ตารางเมตร Type C07 แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 42 ตารางเมตร ความคุ้มค่าน่าลงทุน อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าทำเลที่ตั้งของ Rhythm อโศก 2 ตั้งอยู่ในย่านที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงมากที่สุดย่านหนึ่งในกรุงเทพ และบริเวณแวดล้อมก็ค่อนข้างพร้อมทั้งใกล้แหล่งสำนักงานเอกชน หน่วยงานราชการ สถานศึกษา แหล่งช็อปปิ้ง และแหล่งคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพทั้ง MRT และ Airport Link จึงเหมาะทั้งการจับจองไว้อยู่อาศัยเองและเพื่อการลงทุน เนื่องจากมีแนวโน้มในการทำกำไรค่อนข้างมาก ในขณะที่ตัวห้องเองก็มีขนาดเริ่มต้นที่เล็กและอยู่ในเรทราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้าคนที่ต้องทำงานในระแวกนี้อยู่แล้ว การเลือกห้องในทำเลนี้ก็จะยิ่งสะดวกในการเดินทางมากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าในระแวกนี้จะไม่มีโครงการอื่นๆ ไว้ให้เปรียบเทียบความต่างและความคุ้มค่าเลยนะครับ ในทางกลับกันกลับมีคอนโดโครงการอื่นๆ แวดล้อมเป็นจำนวนมาก ทีนี้ก็เหลือแค่เรื่องราคา สไตล์ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และสาธารณูปโภคที่มีมาให้ ว่าโครงการไหนจะตอบโจทย์การใช้ชีวิตของแต่ละคนได้ดีกว่ากัน ในขณะที่ข้อดีจะมีอยู่มาก แต่ข้อด้อยก็ไม่ควรมองข้ามนะครับ ทั้งเรื่องจำนวนที่จอดรถที่ค่อนข้างน้อยถ้าเทียบว่าโครงการอยู่ในทำเลที่มีแนวโน้มว่าลูกบ้านส่วนใหญ่จะมีรถส่วนตัว ปัญหาการจารจรที่ติดหนักในชั่วโมงเร่งด่วนสำหรับคนที่ต้องเดินทางด้วยรถส่วนตัวเป็นหลัก และมลภาวะทางเสียง และมลภาวะทางอากาศจากฝุ่นควันที่อาจได้รับผลกระทบเนื่องจากคอนโดอยู่ติดริมถนนใหญ่ รวมถึงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในห้อง อย่างพื้นที่เว้าไป เว้ามา ทำให้การจัดตกแต่งห้องยากในบางที หรือการที่ไม่มีพื้นที่ระเบียงให้เลย ถึงบริเวณที่ใช้แขวนคอมเพรสเซอร์แอร์จะมีหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่ ที่เจ้าหน้าที่อ้อมแอ้มว่าเปิดออกไปได้ และพยายามทำให้เข้าใจเหมือนว่ามันคือระเบียง แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่!! ในเมื่อมันไม่สามารถเปิดประตูเดินออกไปใช้งานอะไรได้ มันก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไร จะให้ยื่นออกไปตากผ้าก็ใช่เรื่อง และในความเป็นจริงมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ด้วยครับ  อันนี้เลยอยากจะย้ำให้คิดให้รอบคอบอีกนิดว่า ถ้าเกิดต้องอยู่จริงๆ แล้วมันจะเกิดปัญหาตามมาหรือไม่ และตอบโจทย์การใช้ชีวิตเราได้มากน้อยแค่ไหน
RHYTHM สุขุมวิท 36-38 (รีวิวคอนโด)

RHYTHM สุขุมวิท 36-38 (รีวิวคอนโด)

เชื่อว่าทำเลในย่านทองหล่อ คงเป็นอีกหนึ่งทำเลในดวงใจใครหลายๆ คน คราวนี้เลยจะพาไปดูคอนโดในเครือ AP ที่ชื่อว่า “Rhythm สุขุมวิท 36-38” ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีที่ตั้งอยู่ในซอยทองหล่อ แต่ก็เกาะติดรถไฟฟ้า BTS สถานีทองหล่อไว้อย่างเหนียวแน่น เพราะอยู่ห่างจากตัวสถานีเพียง 300-400 เมตรเท่านั้น แถมโครงการนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทาง AP ร่วมออกแบบกับ Mitsubishi Estate Group จากประเทศญี่ปุ่นด้วย ใครที่กำลังเล็งคอนโดทำเลใจกลางเมืองจึงน่าจะเก็บข้อมูลโครงการ Rhythm สุขุมวิท 36-38 ไว้พิจารณาดูนะครับ   การเดินทาง เรื่องการเดินทางแน่นอนว่าการพึ่งพารถไฟฟ้า BTS น่าจะเป็นคำตอบที่สะดวกที่สุดสำหรับคนเมืองที่มีเวลาจำกัด สถานีรถไฟฟ้าทองหล่อตั้งอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 36 และ 38 พอดิบพอดี จึงสามารถเลือกเข้าออกได้ทั้ง 2 ซอย ตัวโครงการตั้งอยู่ทางด้านซอยสุขุมวิท 36 นะครับ ดังนั้นระยะทางจากปากซอยทางด้านนี้จึงใกล้กว่า แต่ถ้าจะให้แนะนำเส้นทางที่เดินได้สะดวกและปลอดภัยก็คงจะต้องเลือกซอยสุขุมวิท 38 เป็นหลัก เพราะถนนในซอยกว้างกว่าและมีทางเท้าตลอดทาง และช่วงปากซอยจะมีร้านค้า ร้านอาหารเป็นจำนวนมากที่เปิดขายกันตั้งแต่เย็นๆ ไปจนค่ำมืด บรรยากาศช่วงต้นซอยจึงคึกคักไปด้วยผู้คนมากมาย ถึงแม้ระยะทางเดินทางด้านซอยสุขุมวิท 38 จะไกลกว่าทางซอยสุขุมวิท 36 อยู่เล็กน้อย แต่ยังไงก็ไม่เกิน 400 เมตร เดินกันพอเหงื่อซึมๆ เท่านั้น แถมยังแวะซื้อของกินระหว่างทางได้อีก ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเพื่อแลกกับความปลอดภัยในการเดิน แต่ถ้าใครที่ไม่อยากเดิน บริเวณปากซอยก็มีพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างคอยให้บริการทั้งคู่ จะเลือกลงจากสถานีรถไฟฟ้าทางด้านไหนก็สะดวกเหมือนกัน ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ก็คงเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงได้ยากเช่นกันสำหรับคนเมือง แน่นอนว่าถนนเส้นหลักก็คือถนนสุขุมวิท ซึ่งถนนในซอยสุขุมวิท 36 ยังสามารถเชื่อมไปออกถนนพระราม 4 ได้อีกทาง ถึงตัวโครงการตั้งอยู่บนทางด้านซอยสุขุมวิท 36 แต่ทางโครงการก็ตัดถนนหน้าโครงการเชื่อมเส้นทางให้สามารถใช้เส้นทางในซอยสุขุมวิท 38 เป็นเส้นทางเข้าออกได้ ดังนั้นจึงพอจะมีเส้นทางเลี่ยงรถติดไปออกซอยสุขุมวิท 40 หรือไปออกเอกมัยทางซอยสุขุมวิท 42 ได้อีกทาง หรือถ้าเลือกไปอีกฟากของถนนสุขุมวิท ก็สามารถวิ่งตัดซอยทองหล่อไปออกถนนเพชรบุรีตัดใหม่ได้อีก แต่ทั้งนี้ถนนแต่ละเส้นที่ว่ามาก็ดูเหมือนจะมีปัญหาการจราจรที่ติดขัดไม่แพ้กัน เนื่องจากถนนโดยรอบเป็นถนนสายหลักๆ รวมถึงที่ตั้งของโครงการก็อยู่ใจกลางเมือง อย่างไรซะปัญหาเรื่องรถติดคงเลี่ยงได้ยาก แผนที่โครงการ ตัวโครงการจะอยู่ระหว่างซอยสุขุมวิท 36 กับ 38 ตามชื่อโครงการเลยนะครับ ซึ่งสามารถเข้าออกได้ทั้ง 2 ทาง แต่ถ้าหากเดินเท้าทางด้านซอยสุขุมวิท 38 จะสะดวกกว่านะครับ ถึงแม้ระยะทางจะไกลกว่าก็ตาม เนื่องจากมีฟุตบาทให้เดิน และมีร้านค้า ร้านอาหาร ให้เลือกซื้อกันด้วย แต่ทางฝั่งซอยสุขุมวิท 36 จะไม่มีฟุตบาทให้เดินนะครับ ซึ่งอาจจะอันตรายสักหน่อย แต่ถ้าไม่อยากเดินตรงหน้าปากซอยก็มีพี่วินมอไซต์ไว้ให้บริการด้วยนะครับ สำหรับการเดินทางวันนี้ผมขอใช้บริการรถไฟฟ้า BTS แล้วกันนะครับ เพราะถือว่าสะดวกสบายที่สุดหากเดินทางเข้ามาในย่านนี้ บริเวณด้านล่างสถานีรถไฟฟ้า ตามข้างทางก็จะมีร้านค้าต่างๆ มากมายให้เลือกซื้อกันก่อนกลับขึ้นห้องด้วยนะครับ มีไปรษณีย์อยู่ใกล้ๆ ด้วยนะครับ เหมาะกับคนที่ขายของออนไลน์ วินมอเตอร์ไซต์ที่คอยให้บริการอยู่หน้าปากซอยสุขุมวิท 36 บรรยากาศในซอยสุขุมวิท 36 อย่างที่บอกนะครับ ซอยนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินสักเท่าไหร่ เนื่องจากไม่มีทางเท้าให้เดิน และอาจเกิดอันตรายจากรถยนต์ที่วิ่งไปมาด้วยนะครับ ตรงเข้ามาในซอยสุขุมวิท 36 อีกนิดก็จะถึงที่ตั้งโครงการแล้วล่ะครับ ตัวโครงการกำลังเริ่มก่อสร้างรากฐานอาคารแล้วนะครับ เลยสถานที่ก่อสร้างโครงการมาอีกนิดเดียวก็จะเจอซอยเอพี อยู่ด้านซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้ามาในซอยเอพี ก็จะถึงสำนักงานขายโครงการแล้วครับ มาดูที่ซอยสุขุมวิท 38 กันบ้างนะครับ บริเวณปากซอยก็จะมีร้านอาหารตามสองข้างทาง ถือว่าสะดวกทีเดียวนะครับ บรรยากาศภายในซอย ทั้งสองข้างทางก็จะมีทางเท้าให้เดินต่างกับซอยสุขุมวิท 36 เลยนะครับ นี่เป็นบรรยากาศในยามค่ำคืนบริเวณซอยสุขุมวิท 38 นะครับ บริเวณปากซอยมีร้านขายอาหารเรียงรายตามสองข้างทางเยอะเลยนะครับ ตอนค่ำๆ ที่นี่จะคึกคักมากเลยนะครับ เรื่องอาหารการกินถือว่าสะดวกมากๆ เลยทีเดียว ลงรถไฟฟ้ามาก็มีร้านอาหารรออยู่เพียบ!! ใครอยากจะนั่งทานที่ร้านก็มีที่นั่งริมทางให้ด้วยนะครับ หรือว่าจะซื้อกลับไปทานที่ห้องก็ได้ครับ เดินเลยเข้ามาด้านในอีกหน่อย ร้านค้าต่างๆ ก็จะหมดแล้วนะครับ ร้านส่วนใหญ่จะไปกระจุกตัวกันอยู่ปากซอยซะมากกว่า ทางเดินภายในซอยสุขุมวิท 38 ครับ ในตอนกลางคืนถ้าไม่ดึกมากๆ ก็ถือว่าปลอดภัยนะครับ มีรถวิ่งเข้าออกตลอดเวลา ทางเท้าภายในซอยแสงชัยก่อนถึงตัวโครงการก็กว้างขวางเดินง่ายดีครับ ถึงแล้วครับที่ตั้งโครงการ วิเคราะห์ตัวโครงการ ด้วยความที่โครงการ Rhythm สุขุมวิท 36-38 ตั้งอยู่ในย่านที่เรียกว่าใจกลางเมืองพอดิบพอดี พื้นที่รอบๆ ในบริเวณใกล้เคียงแวดล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารชั้นนำ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ลองดูกันแบบคร่าวๆ ในระยะการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS 1-2 สถานี ก็มีทั้ง Emporium, Terminal 21, Rain Hill, Gateway Ekamai, Major Ekamai, สวนเบญจศิริ, ท้องฟ้าจำลอง หรือถ้าห่างจากแนวรถไฟฟ้าไปนิดหน่อยก็ยังมี K Village, Big C พระราม 4, J Avenue, Market Place รวมถึงสถานศึกษา โรงเรียนนานาชาติก็อยู่ใกล้ๆ นิดเดียวเอง ซึ่งอันนี้เป็นแค่ตัวอย่างคร่าวๆ เท่านั้นนะครับ ถ้าใครที่คุ้นเคยกับย่านทองหล่อดีอยู่แล้ว คงจะนึกภาพสถานที่กิน ที่เที่ยวตามได้ไม่ยาก คราวนี้มาดูรายละเอียดตัวโครงการกันบ้างดีกว่า Rhythm สุขุมวิท 36-38 ตั้งอยู่บนถนนฝั่งซอยสุขุมวิท 36 นะครับ ถัดเข้ามาจากปากซอย 350 เมตร โดยถนนในซอยสุขุมวิท 36 จะเป็นด้านข้างของโครงการส่วนทางเข้าโครงการจะอยู่บริเวณถนน AP ซึ่งเป็นถนนสายสั้นๆ ที่ทางโครงการตัดขึ้นมาใหม่เพื่อเชื่อมซอยสุขุมวิท 36 กับซอยแสงชัยไว้ด้วยกัน ทำให้เราสามารถเลือกเดินทางเข้าออกได้ทั้ง 2 ซอย ตัวโครงการเป็นคอนโด High Rise สูง 25 ชั้น มียูนิตรวม 496 ยูนิต ในอาคารรูปแบบตัว U โดยมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 6 ซึ่งรวมเอาสระว่ายน้ำสีม่วงสวยงาม (ตามภาพจำลองของโครงการ) ห้องซาวน่า และสวนพักผ่อนไว้ด้วยกัน ส่วนห้องออกกำลังกาย จะแยกไปอยู่ที่ชั้น 25 เวลาออกกำลังกายก็จะได้ชม City View จากมุมสูงไปด้วยในตัวครับ แต่ข้อเสียของการใช้งานก็มีเพราะลูกบ้านจะต้องลงลิฟท์ลงมาชั้นล่างถ้าอยากจะว่ายน้ำ หรืออบซาวน่าหลังจากออกกำลังกายแล้ว ขณะที่บริเวณชั้น 1 นอกจากจะมี Lobby ขนาดใหญ่แล้ว ยังมีร้านค้าภายในอีก 1 ร้าน และพื้นที่พักผ่อน บริเวณชั้น 1-5 ใต้คอร์ทสระว่ายน้ำเป็นพื้นที่จอดรถครับ ซึ่งนับรวมแล้วจอดรถได้ 43% แต่ยังไม่รวมจอดซ้อนคันนะครับ ซึ่งอาจจะจอดได้เกือบๆ 240 คันเลยนะครับถ้านับรวมจอดซ้อนคันด้วย นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน ทั้งการใช้คีย์การ์ดผ่านเข้าออก และกล้อง CCTV ส่วนเรื่องลิฟท์โดยสารทางโครงการจัดมาให้ 4 ตัว และลิฟท์เซอร์วิสอีก 1 ตัว ตำแหน่งของลิฟท์อยู่ที่โซนทิศตะวันออก ซึ่งห้องทางฝั่งนี้จะมีระยะเดินที่สั้นกว่าห้องทางด้านทิศตะวันตก ซึ่งห้องมุมของโซนนี้ต้องเดินกันไกลพอสมควรเลยทีเดียว ในวันที่ซื้อข้าวของหิ้วกันพะรุงพรังคงลำบากหน่อย สไตล์การออกแบบของโครงการ Rhythm สุขุมวิท 36-38 ได้นำเอาแนวคิดการออกแบบมาจากญี่ปุ่นในการจัดสรรพื้นที่ให้มีความเชื่อมโยงกัน ห้องแต่ละยูนิตถูกแบ่งพื้นที่แบบ Interlock โดยห้องพักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 6 ขึ้นไปจนถึงชั้น 24 ด้วยผังของอาคารที่เป็นรูปตัว U วิวหลักๆ ของห้องด้านนอกคือ City View ของย่านสุขุมวิทซึ่งห้องที่อยู่ชั้น 6-7 ทางฝั่งซอยสุขุมวิท 36 อาจจะหนีไม่ค่อยพ้นวิวตึกข้างๆ ซักเท่าไหร่ เพราะฝั่งตรงข้ามถนนมีอาคารสำนักงาน และคอนโด  Low Rise อีก 2-3 ตึก ดังนั้นถ้าจะให้ได้วิวแบบเซฟๆ หน่อย อย่างน้อยก็ต้องเลือกห้องตั้งแต่ชั้น 7 หรือ 8 ขึ้นไป ส่วนด้านอื่นๆ ของโครงการยังเป็นบ้านพักอาศัยสูง 2-3 ชั้นเสียเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโดนบังวิวเท่าไหร่ นอกเหนือจากนี้ห้องที่อยู่ด้านตัว U ก็จะได้วิวธรรมดาๆ ของสระว่ายน้ำโครงการแทน แต่ช่วงที่เราเข้าไปดูที่โครงการก็เห็นว่าห้องขายไปเยอะแล้วพอสมควร ตำแหน่งห้องในทิศต่างๆ อาจจะเหลือให้เลือกไม่มากนัก จะเล็งห้องขนาดไหนทางด้านทิศใดก็ต้องไปดูที่สำนักงานขายกันอีกทีนะครับ หน้าตาของอาคารที่ออกแบบเป็นรูปตัว U โอมล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวรอบๆ โครงการ ถนนด้านหน้าโครงการที่ตัดจากซอยสุขุมวิท 36 ทะลุไปยังซอยสุขุมวิท 38 ให้ชื่อว่า "ซอย AP" เพื่อให้ลูกบ้านได้รับความสะดวกสามารถเข้าออกได้ทั้ง 2 ซอย ชั้น G จะเป็นส่วนของ Lobby มีสวนสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ด้านหน้าโครงการ ส่วนด้านในจะเป็นที่จอดรถที่จะใช้ตั้งแต่ชั้น G ชึ้นไปถึงชั้น 5 รวมแล้วจอดได้ประมาณ 43% สวนสไตล์ญี่ปุ่นด้านหน้าโครงการที่มีการนำน้ำมาเป็นส่วนประกอบ ดูแล้วน่าจะให้ความร่มรื่นดีนะครับ Lobby ที่ชั้น G มองออกไปด้านนอกจะเห็นสวนญี่ปุ่นที่อยู่หน้าโครงการ สระว่ายน้ำจะอยู่ที่ชั้น 6 นะครับ และเป็นที่ชั้นที่เริ่มต้นของห้องพักอาศัย สระว่ายน้ำของที่นี่จะสีม่วงนะครับ อาจจะแปลกตากว่าสระว่ายน้ำที่เราเคยเห็นๆ กันที่ส่วนใหญ่จะเป็นสีฟ้า สีน้ำเงิน สูงขึ้นไปชั้นที่ 7-16 จะเป็นห้องพักอาศัย ประมาณ 28 ยูนิตต่อชั้น สูงขึ้นมาอีกตั้งแต่ชั้นที่ 16-24 จำนวนยูนิตจะน้อยลง เพราะพื้นที่บางส่วนถูกแทนที่ด้วยพื้นที่สีเขียว มาถึงชั้น 25 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคารนะครับ ชั้นนี้จะมีส่วนที่เป็นฟิตเนส และพื้นที่สีเขียวไว้สำหรับพักผ่อน เรามาดูวิวทิวทัศน์กันบ้างนะครับ เริ่มทางทิศเหนือจะหันไปด้านถนนสุขุมวิท ฝั่ง BTS ทองหล่อ มองออกไปจะเห็นโครงการ Noble Remix ที่ตั้งอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36 ซึ่งมีความสูง 33 ชั้น อาจจะบดบังวิวไปส่วนหนึ่ง แต่ก็ถือว่าไม่ได้อยู่ใกล้จนดูอึดอัดนะครับ ด้านหน้าโครงการจะหันไปทางถนนพระราม 4 จะเห็นตึกมาลีนนท์อยู่ไกลๆ นั่นด้วยนะครับ ส่วนตึกสูงอีกโครงการที่อยู่ใกล้ๆ ก็คือโครงการ Ashton ที่ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ บริเวณซอยสุขุมวิท 38 ครับ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือจะหันไปทางถนนสุขุมวิทจะเป็นวิวด้านซอยทองหล่อ บริเวณรอบๆ ตัวโครงการจะเป็นบ้านเรือนพักอาศัยเตี้ยๆ ไม่มีตึกสูงขึ้นในด้านนี้ครับ พาชมห้องตัวอย่าง อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าการออกแบบพื้นที่ห้องของโครงการนี้เป็นแบบ Interlock ซึ่งคือการออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยภายในห้องได้อย่างเต็มที่ โดยจะแยกพื้นที่ส่วนของห้องน้ำออกมาเพื่อไม่ให้กินพื้นที่ของห้องใหญ่ ทำให้เรารู้สึกว่าพื้นที่ห้องกว้างขวางมากขึ้นกว่าแบบห้องแบบเดิมๆ พอนำแปลนห้องแบบต่างๆ มาต่อกัน ก็จะเข้าล็อคกันพอดีคล้ายๆ กับการต่อจิ๊กซอว์นั่นเอง ห้องตัวอย่างที่ทางโครงการมีให้ชมขณะนี้จะมีเพียงห้องแบบ Studio แบบเดียวเท่านั้นครับ ซึ่งขนาดห้องอยู่ที่ 24 ตร.ม. ห้องแบบนี้เปิดเข้ามาจะเจอส่วนของครัวเปิดทางด้านซ้ายมือของประตู แน่นอนว่าข้อเสียของครัวแบบนี้คือ ไม่เหมาะกับการทำครัวหนักๆ เพราะกลิ่นจะฟุ้งกระจายเต็มห้อง จะให้ดีก็คงทำได้แต่เตรียมหรืออุ่นอาหารเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น และด้วยความที่ห้องเป็นแบบ Studio พื้นที่นั่งเล่นกับที่นอนก็ต้องแบ่งๆ กันใช้ การจัดวางชุดโซฟา กับเตียงก็มีรูปแบบค่อนข้างจำกัด เท่าที่ดูจากในห้องตัวอย่างแล้วก็คงขยับอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ ถ้าจะร่นระยะที่นอนให้ไปอยู่ชิดกับหน้าต่างเลย ก็พอทำได้ แต่ก็อาจจะไม่ได้องศาเวลาดูทีวี หรืออาจจะได้ไอร้อนจากหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทำให้นอนไม่สบายตัวนักก็ได้ ทางโครงการจัดแบ่งพื้นที่ระเบียงมาให้ด้วยนะครับ แต่ก็เล็กมากๆ พื้นที่แค่พอก้าวเท้าได้ 1-2 ก้าว หรือจะวางที่ตากผ้าก็คงจะเต็มพื้นที่แล้ว การใช้งานที่ระเบียงจึงอาจจะหวังอะไรมากไม่ได้ ส่วนห้องน้ำที่อยู่แยกออกมาจากพื้นที่ห้องนอน กลับถูกจัดสรรไว้ค่อนข้างลงตัวกว่า ถึงแม้ว่าห้องน้ำจะเล็กแต่ก็สามารถแยกพื้นที่ส่วนแห้งส่วนเปียกได้เรียบร้อย ห้องที่ทางโครงการขายมาให้เป็นแบบ Fully Fitted นะครับ มีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว และสุขภัณฑ์มาค่อนข้างครบแล้ว จากที่เห็นในห้องตัวอย่างทางโครงการจะให้อะไร ชิ้นไหนบ้างก็สอบถามกันให้ละเอียดนะครับ เพราะหน้าตาเฟอร์นิเจอร์จะไม่เป็นไปตามแบบทุกชิ้น อย่างตู้เสื้อผ้าก็ไม่ใช่บานประตูกระจก ฝ้าก็ไม่ได้ดร็อปมาให้ กระจกเงาในห้องน้ำก็ไม่มี Light Box ด้านหลัง ส่วนอื่นๆ ก็แนะนำให้เช็คและทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนเลย จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง ส่วนห้องแบบอื่นๆ ที่เป็นแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ก็คงต้องดูเอาตามแปลนที่ทางโครงการมีไว้ให้นะครับ แต่เท่าที่ทราบห้องแบบ 2 Bedroom ทางโครงการขายหมดไปเรียบร้อยแล้ว เพราะห้องแบบน้มีเพียง 15 ห้องเท่านั้น ส่วนห้องที่เหลือก็ต้องตามไปเช็คกับเซลล์ดูว่าจะเหลือห้องไหน ในทิศอะไรบ้าง และจะตรงกับความต้องการมากน้อยเพียงใด ห้อง Studio ขนาด 24 ตารางเมตร เมื่อเข้ามาในห้องก็จะเจอกับโซฟาที่อยู่กับกับเตียงเลยนะครับ แต่ก่อนที่เราจะไปดูในส่วนของพื้นที่นั่งเล่นกับที่นอน เรามองย้อนกลับออกมาหน้าห้อง แล้วมาดูส่วนครัวที่อยู่ด้านหน้ากันก่อนดีกว่านะครับ ครัวที่ได้จะเป็นครัวแบบเปิดนะครับ ก็อย่างที่บอกนะครับ ว่าครัวแบบเปิดนี้เหมาะจะใช้สำหรับเตรียมอาหารมากกว่าที่จะทำอาหารทานเอง ตำแหน่งการวางตู้เย็นจะอยู่ด้านซ้ายมือติดกับประตูห้องเลยนะครับ ด้านล่างจะมีช่องใส่เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ ซิ้งค์ล้างจานแบบฝังของ FRANKE นะครับ เตาไฟฟ้า 2 หัวของ FRANKE เช่นกันครับ กลับมาดูด้านในกันต่อนะครับ ติดกับส่วนครัวจะเป็นโซฟา ถัดไปก็เป็นเตียงแล้วนะครับ ข้างเตียงมีพื้นที่เหลือนิดหน่อยให้วางโต๊ะข้างหรือโคมไฟได้นะครับ หน้าต่างข้างเตียงจะเป็นบาน Fix บานใหญ่เลยครับ ด้านปลายเตียงจะเป็นชั้นวางทีวีนะครับ หากจะดูทีวีก็คงต้องนอนดูบนเตียง หรือหากนั่งดูที่โซฟาก็จะต้องเอียงตัวมาทางทีวีสักหน่อย ส่วนของระเบียงจะอยู่ข้างๆ ทีวีนะครับ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน พื้นที่ระเบียงค่อนข้างเล็กนะครับ ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ด้านบน ตู้เสื้อผ้าจะตั้งอยู่ข้างชั้นวางทีวี และอยู่หน้าห้องน้ำนะครับ เดี๋ยวเราเข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อเลยนะครับ การวางสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำนะครับ โถสุขภัณฑ์ของ Kohler อ่างล้างหน้าของ Cristina วัสดุทำมาจากไฟเบอร์ ส่วนที่ติดกับอ่างล้างหน้าจะเป็นส่วนอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ ชุดฝักบัวและ Rain Shower จะเป็นของ Kohler แต่จะไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้ด้วยนะครับ ชุดสวิชส์ไฟใช้ของ Siemens ทั้งหมดนะครับ เรามาดูแปลนห้องแบบอื่นๆ กันบ้างนะครับ จะเป็นแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอนครับ ความคุ้มค่าน่าลงทุน โครงการ Rhythm สุขุมวิท 36-38 ค่อนข้างเหมาะกับคนที่ต้องการที่อยู่อาศัยในย่านทองหล่อ ในขณะที่มีงบประมาณไม่เวอร์วังอลังการเกินไป ทำเลที่ตั้งโครงการค่อนข้างดีเพราะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อเพียง 300-400 เมตร ซึ่งต้องอาศัยการเดินเข้าซอยเล็กน้อย หรือจะใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็สะดวก และการที่ตัวโครงการไม่ได้อยู่ในซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) จึงค่อนข้างได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่า รถราและผู้คนในซอยก็ไม่พลุกพล่านมากจนเกินไป ในขณะที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 38 และริมถนนสุขุมวิทมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อมากมาย ทั้งร้านอาหารสุดหรูและแผงลอยราคาย่อมเยา ความอุดมสมบูรณ์ในระยะเดินถึงจึงจัดว่าดีมากๆ แถมบริเวณรอบๆ ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรก็มีห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง สถานที่ท่องเที่ยว และสถานศึกษาครับถ้วน ทำเลในย่านนี้จึงถูกใจผู้ที่นิยมวิถีชีวิตแบบคนเมืองไปเต็มๆ เรื่องการเดินทางก็สะดวกทั้งรถไฟฟ้า BTS และการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ทั้งถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 4 หรือจะข้ามไปถนนเพชรบุรีตัดใหม่ก็ทำได้ทั้งนั้น จะติดก็แค่เรื่องรถติดที่หนักหนาอย่างที่รู้ๆ กันดีอยู่แล้วนั่นแหละครับ สำหรับตัวห้อง ต้องบอกว่าราคาเริ่มต้นมาค่อนข้างสูงอยู่เหมือนกัน เพราะแค่เริ่มต้นก็ตกตารางเมตรละ 170,000 บาทเข้าไปแล้ว และเมื่อเทียบกับแบบห้อง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ที่มาพร้อมห้องก็ต้องบอกว่าแค่พอโอเคเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นที่แถมมาอาจจะดูไม่สมราคาห้อง ทั้งๆ ราคาห้องระดับนี้ในทำเลใกล้เคียงกันก็มีตัวให้เปรียบเทียบไม่น้อยเลย ถ้าจะซื้อหาไว้อยู่เองสำหรับคนที่งบไม่มากนัก อาจจะมองทำเลอื่นๆ ที่ใกล้เคียงแทนได้ ส่วนการซื้อไว้เพื่อลงทุนก็อาจจะทำกำไร และมี Upside Gain ยาก ผลตอบแทนจากการลงทุนอาจจะไม่คุ้มค่า หรือใช้เวลานานเกินไปก็ได้ เว้นเสียแต่ว่าจะปล่อยห้องให้ชาวต่างชาติเช่าก็อาจจะพอมีโอกาสทำเงินได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ
Aspire สาทร – ท่าพระ (PREVIEW)

Aspire สาทร – ท่าพระ (PREVIEW)

Aspire สาทร - ท่าพระ คอนโด High Rise สูง 30 ชั้น โครงการใหม่จากเอพี ที่ร่วมทุนกับ Mitsubishi Estate Group จากประเทศญี่ปุ่น คอนโดรุ่นใหม่เพียงก้าวเดียวสู่ BTS ตลาดพลู เปิดขายอย่างเป็นทางการวันที่ 22-26 ตุลาคม 2557 ในงาน AP Space Odyssey ณ ลานพาร์คพารากอน ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น 1,980,000 บาท (ณ วันเปิดตัว 23 ก.ย. 57) ราคาต่อตารางเมตร 84,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะคอนโด High Rise สูง 30 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง 1,219 ยูนิต เนื้อที่ทั้งหมด 5 - 1 - 20.4 ไร่ ที่ตั้งโครงการ  ถนนราชพฤกษ์ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ที่จอดรถ ประมาณ 443 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ปีที่สร้างเสร็จ ไตรมาส 4 ปี 2559 แผนที่โครงการ สถานที่สำคัญใกล้เคียง เดอะ มอลล์ ท่าพระ The Circle Asiatique ตลาดพลู โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 26.5 - 30.5 ตารางเมตร 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 38 - 46 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวนส่วนกลาง ลิฟท์โดยสาร 6 ตัว ลิฟท์ดับเพลิง 1 ตัว ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  www.apthai.com
Aspire สุขุมวิท 48 (รีวิวคอนโด)

Aspire สุขุมวิท 48 (รีวิวคอนโด)

ใครที่กำลังมองหาคอนโดในย่านพระโขนง ต้องไม่พลาดข้อมูลของโครงการ Aspire สุขุมวิท 48 คอนโด High Rise ที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว แถมยังอยู่เกาะแนวรถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิทด้วย ถึงแม้สถานีพระโขนงจะอยู่ห่างจากตัวโครงการมากถึง 750 เมตร แต่ก็ถือว่าเป็นทำเลที่ยังน่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับห้องในราคาเริ่มต้นไม่เกิน 3 ล้านบาท การเดินทาง   การเดินทางมายังคอนโด Aspire สุขุมวิท 48 สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีพระโขนง ซึ่งอยู่ห่างจากปากซอยสุขุมวิท 48 ประมาณ 500-600 เมตร ส่วนตัวโครงการอยู่ถัดเข้ามาในซอยอีกเกือบ 200 เมตร ด้วยระยะขนาดนี้ยังถือว่าเดินได้ไม่ยาก แต่ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่จากตัวสถานีรถไฟฟ้าลงมาทางถนนพระราม 4 ต้องข้ามทางม้าลายที่แยกใหญ่อีกทอด ซึ่งต้องเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยจากรถราบนท้องถนนบ้างไม่มากก็น้อย ถ้าจะออกจากโครงการไปยังรถไฟฟ้าแล้วไม่อยากเดิน ก็มีทางเลือกให้ทั้งบริการพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือจะใช้บริการ Shuttle Bus ของทางโครงการที่มีบริการรับส่งตามเวลาที่กำหนดก็ได้เช่นกัน   ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ สามารถเลือกเข้าได้ทั้งจากทางซอยสุขุมวิท 48 และฝั่งถนนพระราม 4 จากซอยสุขุมวิทพลัส 2 ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับสามแยกพระโขนงนั่นเอง ถ้าเราเดินทางมาจากทางอ่อนนุช จะต้องข้ามสะพานข้ามคลองพระโขนงมาก่อนนะครับ พอขึ้นสะพานมาแล้วให้พยายามชิดซ้ายเข้าไว้ เพราะลงสะพานมาปุ๊ปก็เห็นซอยสุขุมวิท 48 อยู่ตรงหน้าทันที ส่วนถ้าใครมาจากฝั่งเอกมัย ผ่านแยกพระโขนงมาแล้วจะต้องมากลับรถที่ใต้สะพานเพื่อเข้าซอยสุขุมวิท 48 หรือจะเลี้ยวเข้าถนนพระราม 4 แล้วเข้าทางซอยสุขุมวิทพลัส 2 ก็ได้เช่นกัน แต่การเข้าออกทางซอยสุขุมวิทพลัส 2 ต้องเสียค่าผ่านทาง 10 บาทด้วยนะครับ ซึ่งก็แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน แน่นอนว่าการจราจรบริเวณนี้ก็ได้ชื่อว่าติดหนักเอาการ เพราะถนนสุขุมวิทมักจะมีปริมาณรถที่หนาแน่นเกือบตลอดเวลา เส้นทางหลีกเลี่ยงที่พอจะทำได้ง่ายก็เห็นจะมีถนนพระราม 4 ที่สามารถออกไปขึ้นทางด่วนที่ด่านอาจณรงค์ได้ แต่การจราจรบนถนนพระราม 4 ก็ใช่ว่าจะติดน้อยกว่าถนนสุขุมวิทซักเท่าไหร่ ดังนั้นใครที่ต้องใช้รถส่วนตัวในการเดินทางเป็นหลักอาจจะเลี่ยงปัญหารถติดได้ยาก หรือถ้าใครที่พอจะคุ้นเคยกับเส้นทางบริเวณนี้ดีพอ ก็อาจจะรู้ว่าในซอยสุขุมวิท 48 นี้มีเส้นทางลัดไปออกซอยสุขุวิท 50 เพื่อไปขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ได้ด้วยอีกทาง แต่เส้นทางนี้จะต้องขับผ่านซอยแคบในพื้นที่ส่วนบุคคลด้วย จึงไม่ค่อยมีใครรู้เส้นทางเท่าไหร่ถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่   สำหรับการเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็จัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน เพราะบริเวณปากซอยสุขุมวิท 48 มีทั้งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และป้ายรถเมล์ ซึ่งถนนสุขุมวิทมีรถราวิ่งผ่านมากมายอยู่แล้ว จะไปไหนมาไหนจึงหาเรียกรถได้สะดวก   แผนที่รอบๆ โครงการครับ สำหรับการเดินทางวันนี้ผมขอเริ่มจากถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า ย่านบางจากใกล้ๆ โครงการเลยนะครับ ด้านซ้ายมือจะเป็นสำนักงานเขตพระโขนงครับ ตรงมาอีกนิดนึงก็ถึง BTS อ่อนนุชแล้วครับ เลยจาก BTS อ่อนนุชมาก็จะเจอแยกอ่อนนุช ด้านขวามือจะเป็นถนนสุขุมวิท 77 หรือซอยอ่อนนุช ให้ขับตรงไปเลยนะครับ พอตรงมาแล้วก็จะเจอสะพานข้ามคลองพระโขนง ให้ขับตรงขึ้นสะพานไปเลยครับ พอข้ามสะพานมาก็ถึงแล้วครับ ให้ชิดซ้ายเตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเลยนะครับ หน้าปากซอยสุขุมวิท 48 จะมีป้ายโฆษณาของโครงการติดอยู่ด้วยนะครับ สังเกตได้ไม่ยาก โครงการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อเลี้ยวเข้ามาในซอยก็จะเห็นอาคารของโครงการตั้งตระหง่านอยู่แบบนี้เลยครับ โครงการจะอยู่ในซอยประมาณ 200 เมตรครับ ถึงแล้วครับ ทางเข้าโครงการ อย่างที่บอกว่าโครงการสร้างเสร็จแล้ว เริ่มมีลูกบ้านทยอยเข้ามาอยู่แล้วครับ เมื่อเลี้ยวเข้ามาในโครงการแล้วให้ขับเลยมาจอดรถที่ Tower S ด้านในนะครับ เพราะสำนักงานขายจะย้ายมาอยู่ที่ Lobby Tower S ครับ บรรยากาศด้านล่างตึก น้ำพุด้านหน้า Tower S บรรยากาศภายใน Lobby ครับ Lobby อีกมุม ครับ   วิเคราะห์ตัวโครงการ   โครงการ Aspire สุขุมวิท 48  อยู่ถัดเข้ามาจากปากซอยเป็นระยะทางเกือบ 200 เมตร ลักษณะที่ดินของโครงการจะเป็นแนวยาวเริ่มจากฝั่งซอยสุขุมวิท 48 ไปจรดคลองพระโขนง พื้นที่ภายในแบ่งเป็น 3 อาคาร คือ อาคาร N (North) สูง 25 ชั้น อาคาร S (South) สูง 30 ชั้น และอาคารจอดรถสูง 8 ชั้นซึ่งอยู่ด้านในสุด อาคารทั้งหมดตั้งอยู่ตามแนวทะแยงทิศเหนือ-ใต้  ทำให้ห้องส่วนใหญ่ค่อนไปในตำแหน่งทิศตะวันออกและตะวันตก ห้องทางด้านทิศตะวันออกจะได้ City View เห็นทั้งรถไฟฟ้า BTS ถนนสุขุมวิท และวิวตึกสูงตามแบบฉบับเมืองใหญ่ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกที่ใครๆ กลัวว่าแดดจะร้อนแต่กลับได้วิวที่สวยกว่า ด้วยวิวมุมกว้างไร้ตึกสูงให้รกตา แถมยังได้วิวแม่น้ำ ท่าเรือ และในวันที่อากาศดีๆ ก็สามารถมองเห็นได้ไกลถึงบางกระเจ้าเลยทีเดียว ใครที่เลือกห้องในชั้นสูงๆ ก็จะได้เปรียบเรื่องวิวไปเต็มๆ ส่วนปัญหาเรื่องแดดร้อนก็อาจจะร้อนบ้างแต่ยังโชคดีที่บางห้องอยู่ในตำแหน่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ จึงไม่โดนแดดเต็มที่ ใครที่อยากได้ห้องวิวสวยๆ ก็ลองพิจารณากันดูได้ครับ   ส่วนบริเวณรอบๆ โครงการยังมีบรรยากาศเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยกันมาก่อน ในซอยสุขุมวิท 48 มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และร้านซักรีดบ้าง ซึ่งก็เป็นอาคารพาณิชย์สูง 4-5 ชั้น  ถัดมาทางถนนสุขุมวิทก็ยังมีร้านค้าอยู่อีกไม่น้อยเช่นกัน รอบๆ ในรัศมีใกล้เคียงมีสาธารณูปโภคครบถ้วนดีเช่นกัน ทั้งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ที่ทำการไปรษณีย์ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตกล้วยน้ำไท และห้างสรรพสินค้าอีกหลายแห่ง จัดว่าอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียวครับ   และด้วยความที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ มียูนิตรวมทั้ง 2 อาคารมากถึง 838 ยูนิต  ทำให้มีการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางที่ต้องใช้ร่วมกันบ้าง และแยกส่วนกันบ้าง เช่นในส่วนของอาคารจอดรถที่ลูกบ้านต้องใช้อาคารจอดรถร่วมกัน โดยอาคารจอดรถสูง 8 ชั้นที่ทางโครงการจัดไว้ สามารถรองรับรถได้กว่า 400 คัน ถ้านับรวมที่จอดรถบริเวณรอบๆ อาคาร และนับรวมการจอดซ้อนคันแล้ว ก็มีสัดส่วนที่จอดรถมากถึง 50% ของจำนวนห้องทั้งหมดเลยทีเดียว แต่ลูกบ้านในอาคาร N จะเสียเปรียบกว่านิดหน่อย เพราะตั้งอยู่ห่างจากอาคารจอดรถมากกว่าอาคาร S แถมทางเดินระหว่างอาคารแต่ละหลังก็ไม่มีหลังคาบังแดดบังฝนด้วย การเดินไปมาในช่วงเวลาฝนตกอาจจะลำบากหน่อย ยิ่งถ้าต้องหิ้วของพะรุงพะรังยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะทุลักทุเลแค่ไหน นอกจากนี้สวนหย่อม และลู่วิ่งบนถนนรอบโครงการก็เป็นอีกส่วนที่ต้องใช้ร่วมกัน ส่วนสระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า และพื้นที่พักผ่อนจะอยู่ที่ชั้นบนสุดของทั้ง 2 อาคาร ซึ่งพื้นที่ส่วนกลางนี้จะแยกกันแต่ละอาคารโดยชัดเจน โดยที่พื้นที่ส่วนกลางบนดาดฟ้าของอาคาร S จะกว้างกว่าอาคาร N อย่างชัดเจน เนื่องจากจำนวนยูนิตรวมในอาคาร S มากกว่านั่นเอง ส่วนเรื่องลิฟท์โดยการก็แบ่งเป็นอาคาร S 3 ตัว และลิฟท์เซอร์วิสอีก 1 ตัว ในขณะที่อาคาร N มีลิฟท์โดยสารให้เพียง 2 ตัวเท่านั้น เรื่องความหนาแน่นของการใช้งานส่วนกลางต่างๆ ก็ต้องบอกว่าหนาแน่นกันพอสมควร อย่างลิฟท์โดยสารก็คำนวนได้ในอัตรา 1:140-180 เลยนะครับ ส่วนสระว่ายน้ำระดับ 5x15-20 เมตร ในแต่ละอาคารไม่ต้องบอกก็น่าจะนึกออกว่าจะต้องแบ่งกันใช้งานมากน้อยแค่ไหน   เนื่องจากตัวโครงการ Aspire สุขุมวิท 48 สร้างเสร็จพร้อมอยู่อาศัยแล้ว เราเลยได้เห็นบรรยากาศภายในโครงการจริงๆ ทั้งล็อบบี้ที่โอ่งโถงทันสมัย วิวสวยๆ จากบนตึก ระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องใช้ Key Card กันตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ไปจนถึงลิฟท์โดยสารแบบล็อคชั้น รวมถึงหน้าตาของพื้นที่ส่วนกลางที่บนดาดฟ้าของอาคาร S ทำให้เราไม่ต้องจินตนาการเกินจริงจากแบบแปลนในกระดาษอีกต่อไป ใครที่กำลังสนใจโครงการนี้อยู่ ลองแวะไปดูของจริงกันได้เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจได้ครับ   หน้าตาแบบแปลนของโครงการนะครับ จะมีทั้งหมด 3 อาคาร ซ้ายสุด Tower N สูง 25 ชั้น , Tower S สูง 30 ชั้น และอาคารที่จอดรถสูง 8 ชั้น ชั้น G ของ Tower N กับ S จะเป็น Lobby หน้าตาของ Lobby ครับ ส่วนของห้องพักอาศัยของทั้ง 2 อาคารจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไปเลยนะครับ โดย Tower N จะมีห้องพักทั้งหมด 278 ยูนิต ส่วน Tower S จะมีทั้งหมด 560 ยูนิตครับ ที่ชั้น 17 และ 22 ของ Tower N จะมี Sky Garden ด้วยนะครับ ส่วนชั้น 25 จะเป็นชั้นบนสุดของ Tower N จะมีสระว่ายน้ำ,ฟิตเนส และสวนสีเขียวอยู่ที่ชั้นนี้ครับ ส่วน Facility หลักของ Tower S จะอยู่ที่ชั้นบนสุดเหมือนกันคือชั้น 30 ครับ หน้าตาของสระว่ายน้ำที่อยู่บนชั้นดาดฟ้า Fitness ที่อยู่บนชั้นสุงสุดของอาคาร อาคารจอดรถสูง 8 ชั้นครับ   พาชมห้องตัวอย่าง   แบบห้องของ Aspire สุขุมวิท 48 มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบใหญ่ คือ ห้องแบบ 1bedroom ขนาด 27-38 ตร.ม. และห้องแบบ 2 bedroom ขนาด 54-64 ตร.ม. แต่สำหรับตอนนี้ห้องที่เหลืออยู่จะมีเพียงห้องแบบ 1 bedroom เท่านั้นนะครับ ซึ่งทางโครงการขายกันมาให้แบบห้องเปล่าๆ โล่งๆ มีให้มาเพียงชุดครัว และสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเท่านั้น ส่วนถ้าอยากได้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งตามแบบห้องตัวอย่างก็ต้องลองสอบถามพนักงานขายกันดูว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมยังไงบ้าง สำหรับห้องแบบ 1 bedroom ยังมีแบบแยกย่อยให้เลือกอีก 2 แบบ คือห้องแบบที่มีห้องน้ำในตัวห้องนอน กับห้องแบบที่แยกห้องน้ำไว้นอกห้องนอน ซึ่งห้องทั้ง 2 แบบจะมี Layout ภายในต่างกันทั้งเรื่องขนาดของห้องครัว ตำแหน่งประตูห้องน้ำ และลักษณะการกั้นพื้นที่ห้องน้ำ โดยห้องแบบแรกมีขนาด 38 ตร.ม. เรียกว่า Type D : Bed Sky Kit เปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอพื้นที่ในส่วน living room ก่อน และส่วนที่อยู่ติดในแนวเดียวกันคือห้องครัวขนาดใหญ่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งจัดมุมรับประทานอาหารไว้ชิดหน้าต่างเพื่อเปิดรับวิวขณะรับประทานอาหารได้อย่างเต็มที่ ซึ่งห้องแบบนี้จะจัดแบ่งพื้นที่ของห้องนอนและห้องน้ำไว้เป็นสัดส่วน ประตูห้องนอนเป็นบานสวิง ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสูง แต่ในขณะเดียวกันการจะเข้าออกห้องน้ำต้องเดินผ่านห้องนอนก่อนทุกครั้ง ส่วนห้องอีกแบบมีขนาด 38 ตร.ม. เท่ากัน แต่เป็น Type D : Bed Std Kit ซึ่งเปิดประตูห้องเข้ามาจะเจอ living room ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่ของห้องนอนที่ถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ทำให้ห้องนี้ดูโล่งโปร่งสบายตากว่า ในขณะที่ห้องครัวจะมีขนาดเล็กกว่าห้องก่อนหน้านี้ เพราะชุดโต๊ะกินข้าวถูกจัดวางไว้ในบริเวณเดียวกันกับ living room นั่นเอง และห้องน้ำก็อยู่ในแนวเดียวกันกับห้องครัว โดยรวมห้องแบบนี้จะได้คะแนนความน่าอยู่มากกว่า เพราะเราจะรู้สึกว่าห้องกว้างกว่าถึงแม้ขนาดของห้องจะเท่ากันก็ตาม   จากที่ได้ชมห้องตัวอย่างแล้วต้องบอกว่าแปลนห้องไม่ได้มีผิดแผกจากคอนโดในระดับเดียวกัน ฟังก์ชั่นการใช้งานในห้องค่อนข้างครบถ้วน พื้นห้องครัวและห้องน้ำใช้เป็นกระเบื้องเซรามิค ในขณะที่พื้นห้องนอนและห้องนั่งเล่นเป็นลามิเนตตามมาตรฐาน เคาน์เตอร์ครัวมีทั้งตัวดูดควัน เตาไฟฟ้า และซิงค์ล้างจานติดตั้งมาให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน รวมถึงในห้องน้ำที่แยกส่วนแห้งส่วนเปียกด้วยกระจกบานเลื่อน ถึงแม้จะบอบบางไปหน่อยแต่ก็พอเหมาะกับการใช้งาน หน้าตาของวัสดุสุขภัณฑ์ที่ให้มาพร้อมห้องเป็นเกรดธรรมดาทั่วๆ ไปนะครับ ไม่ได้หรูหราสวยงามมากนัก ออกจะดูว่าทางโครงการลดเกรดวัสดุบางตัวลงมากเกินไปด้วยซ้ำ ทำให้ดูไม่ค่อยสมราคาเท่าไหร่ ส่วนที่น่าประทับใจก็เห็นจะเป็นเรื่องวิวของห้องทางด้านทิศตะวันตก ที่ถึงแม้จะต้องเจอกับแดดร้อนๆ ในช่วงบ่าย แต่กลับได้วิวมุมสูงที่สบายตากว่ามาก ถ้าไม่ติดปัญหาเรื่องราคาลองเลือกห้องในชั้นที่สูงซักหน่อย ก็จะได้วิวกว้างไร้สิ่งบดบังสายตา ส่วนภายในห้องถ้าตกแต่งดีๆ ก็ทำให้น่าอยู่ได้ไม่ยากครับ มาดูกันที่ห้อง 1 Bedroom แบบ Sky Kitchen ขนาด 38 ตารางเมตร กันก่อนนะครับ ห้อง Type นี้จะเน้นที่ห้องครัว ดูจากผังห้องจะเห็นชัดเลยนะครับ ว่าห้องครัวมีขนาดใหญ่พอสมควร และมีโต๊ะทานอาหารหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง เพื่อชมวิวเวลาทานอาหารด้วย เมื่อเข้ามาในห้องแล้วจะเจอกับส่วนของ Living Area ก่อนเลยนะครับ มุมนี้จะเป็นมุมของโซฟาดูทีวีครับ อีกฝั่งจะเป็นชั้นวางทีวี เมื่อมองตรงเข้าไปข้างในจะเป็นห้องครัว วางอยู่ด้านในสุด ครัวจะเป็นครัวแบบปิดนะครับ มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้น พื้นที่ห้องครัวจะเป็นพื้นกระเบื้องนะครับ ด้านในห้องครัวเราจะได้แบบนี้เลยนะครับ ทั้งเคาน์เตอร์ครัว และโต๊ะทานอาหารติดหน้าต่าง จุดวางตู้เย็นจะอยู่ติดประตูกระจกบานเลื่อนนะครับ ส่วนไฟฟ้าจะอยู่ด้านในติดกับโต๊ะทานอาหาร มีช่องใส่เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟอยู่ด้านล่าง เตาไฟฟ้า Hot Plate แบบ 2 หัว และ Hood ดูดควัน ของ Teka ซิงค์หลุมก็ของ Teke เช่นกันครับ เดี๋ยวเราไปดูที่ห้องนอนกันต่อเลยนะครับ จากการที่ทำห้องครัวใหญ่ จึงทำให้ห้องนอนค่อนข้างจะเล็กเลยนะครับ มาดูที่หัวเตียงกันบ้าง ข้างเตียงทั้ง 2 ข้างมีพื้นที่เหลือนิดหน่อย ให้วางโต๊ะข้างและโคมไฟได้ครับ ถัดไปด้านซ้ายอีกหน่อยจะเป็นตู้เสื้อผ้า ตั้งอยู่หน้าห้องน้ำเลยครับ Type นี้ห้องน้ำจะอยู่ในห้องนอนเลยนะครับ ว่าแล้วเราก็เข้าไปดูในห้องน้ำกันต่อเลยครับ ตำแหน่งการวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำครับ ห้องอาบน้ำมีประตูบานเลื่อน 3 ตอนปิด ชุดฝักบัวในห้องอาบน้ำ มาดูอีกห้องนะครับ ขนาด 38 ตารางเมตรเท่ากัน แต่ห้องนี้จะเน้นที่ห้องนอนนะครับ ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีครับ โซฟาขนาด 2 คน นั่งชิดกันกำลังอบอุ่นเลยครับ ทีวีที่ Built in มาให้ดูจะเป็นแบบแขวนนะครับ ทำให้ชั้นวางทีวีดูโล่งมีพื้นที่เหลือให้วางของเพิ่มขึ้นด้วยครับ ห้องนี้โต๊ะทานอาหารจะออกมาอยู่ที่ส่วน Living Area ใกล้ๆ กับชั้นวางทีวีนะครับ ถัดมาด้านในเป็นห้องนอนนะครับ อย่างที่บอกว่า Type นี้จะเน้นที่ห้องนอนเป็นพิเศษ ห้องนอนจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นนะครับ ไม่ใช่ผนังเหมือน Type Sky Kitchen ทำให้ห้องดูโล่งขึ้นมาเยอะเลยครับ การวางเตียง จะมีโต๊ะทำงานและที่นั่งริมหน้าต่างไว้นั่งชมวิวด้วยนะครับ ที่ปลายเตียงจะมีชั้นวางทีวีให้อีกนะครับ ตู้เสื้อผ้าก็จะอยู่ปลายเตียง เหมือนกันครับ ตรงนี้เป็นช่องว่างตรงกลางก่อนจะแยกไปเป็นห้องครัวและห้องน้ำนะครับ มีการ Built in ตู้เก็บของไว้ด้วย เราเลี้ยวขวาเข้ามาดูห้องครัวกันก่อนนะครับ ห้องครัว Type นี้จะต่างกับ Type ก่อนหน้านี้ที่เราดูไปนะครับ เพราะถูกห้องนอนบีบจนแคบอย่างที่เห็นนี่แหละครับ ห้องครัวจะมีประตูกระจกบานเลื่อนปิดครับ ภายในครัวนะครับ จะมีช่องใส่ไมโครเวฟและเครื่องซักผ้าอยู่ด้านล่าง ด้านบนจนชั้นลอยเก็บของ เตาไฟฟ้า Hot Plate จะอยู่ด้านในติดกับระเบียง แต่ดูไม่ค่อยดีเลยนะครับที่อยู่ติดกับผ้าม่านแบบนี้ เวลาทำอาหาร ทั้งน้ำมันกระเด็น ทั้งกลิ่นอาหารคงจะติดผ้าม่านเอาได้ ธรณีประตูระเบียงค่อนข้างสูงนะครับ ถ้าก้าวไม่ระวังอาจจะสะดุดเอาได้ ข้ามมาอีกฝั่งจะเป็นห้องน้ำนะครับ การวางสุขภัณฑ์ของห้องน้ำก็จะเหมือนกับห้อง Sky Kitchen เลยครับ ชุดฝักบัว เดี๋ยวเราออกไปดูบรรยากาศด้านนอกกันบ้างดีกว่านะครับ อันนี้เป็นโถงทางเดินของแต่ละชั้นครับ บรรยากาศ Sky Garden บนชั้นที่ 30 ของ Tower S ครับ ขึ้นมาตอนบ่ายๆ แดดอาจจะแรงหน่อยนะครับ แต่หากเป็นตอนค่ำๆ แดดร่มลมตกแล้ว ขึ้นมาเดินเล่นรับลม ชมวิวกรุงเทพยามค่ำคืน คงจงชิวน่าดู วิวอีกมุมครับ สระว่ายน้ำก็เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ดูจากสีของน้ำแล้วน่าจะยังไม่พร้อมใช้งาน บรรยากาศอีกมุมของสระว่ายน้ำครับ ห้องน้ำสำหรับเปลี่ยนชุดและอาบน้ำครับ ภายในห้องอาบน้ำ จะมีห้องซาวน่าอยู่ด้านในสุดของห้องน้ำนะครับ มาดูที่ฟิตเนสกันบ้าง อุปกรณ์อาจจะมีน้อยไปหน่อยนะครับ เมื่อเทียบกับลูกบ้านที่มีถึง 560 ยูนิต ด้านนี้จะเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ต้องใช้เวลาเล่นนาน ก็จะเป็นวิวสระว่ายน้ำนะครับ เพราะถ้าเล่นนานเดี๋ยวคนที่ว่ายน้ำอยู่เค้าจะเขินเอาได้ แต่ถ้าใครจะมีแรงเหลืออยากเล่นนานๆ เพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างก็ไม่ว่ากันนะครับ ฮ่าาา.. ส่วนอีกด้านจะเป็นพวกอุปกรณ์ที่ต้องใช้เวลาเล่นนาน ก็จะเป็นวิวตึกรามบ้านช่องให้นั่งมองกันไป บรรยากาศเหมือนกำลังออกกำลังกายบนเส้นขอบฟ้า... Type A 1 ห้องนอนขนาด 25 ตารางเมตร Type B 1 ห้องนอน ขนาด 27 ตารางเมตร Type C 1 ห้องนอน ขนาด 32 ตารางเมตร Type E 2 ห้องนอน (A) ขนาด 54 ตารางเมตร Type E 2 ห้องนอน (B) ขนาด 54 ตารางเมตร Type F 2 ห้องนอน (A) ขนาด 64 ตารางเมตร Type F 2 ห้องนอน (B) ขนาด 64 ตารางเมตร ความคุ้มค่าน่าลงทุน สำหรับคนที่มองหาคอนโดในระดับ 2-3 ล้าน ที่ยังอยู่ในแนวรถไฟฟ้า BTS โครงการ Aspire สุขุมวิท 48 ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลย เพราะทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ถึงแม้ว่าจะค่อนมาทางตอนปลายๆ ของสุขุมวิทแล้วก็ตาม แต่การเดินทางก็ถือว่าสะดวกมากทั้งรถไฟฟ้า BTS ก็ดี หรือจะใช้รถส่วนตัวก็มีทางเข้าออกได้ทั้งฝั่งสุขุมวิท และถนนพระราม 4 ที่สำคัญยังอยู่ไม่ห่างจาก ใจกลางเมืองมากนัก แค่ขับรถหรือนั่งรถไฟฟ้าออกไปหน่อยก็มีทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิง และร้านอาหารมากมายครบครัน ในขณะที่ไม่ต้องอยู่ท่ามกลางความพลุกพล่านวุ่นวายแบบพื้นที่แถบทองหล่อหรือเอกมัย บริเวณนี้จึงค่อนข้างสงบกว่า และเหมาะกับการอยู่อาศัยมากกว่า ถึงแม้ว่าสาธารณูปโภคส่วนกลางจะมีน้อยไปหน่อยเมื่อเทียบกับภาพรวมโครงการ แต่ก็อาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่สำหรับบางคน การหากลุ่มคนเช่า หรือจะลงทุนห้องไว้ขายต่อก็มีศักยภาพในการลงทุนอยู่พอสมควรเช่นกัน ยิ่งถ้าสามารถต่อรองราคาห้อง หรือซื้อได้ช่วงที่มีราคาโปรโมชั่นพิเศษก็จะยิ่งคุ้มค่าน่าลงทุนมากขึ้น
คอนโด Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง (รีวิวคอนโด)

คอนโด Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง (รีวิวคอนโด)

ก่อนหน้านี้เราเคยพาไปดูคอนโดที่ เกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่ - บางซื่อ) มาก็หลายโครงการแล้วเหมือนกัน ซึ่งในย่านนี้ ก็มีอีกหลายโครงการที่ทยอยเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เราเลือกจะพาไปชมโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง อีกหนึ่งคอนโดในเครือ AP ที่เลือกทำเลได้ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ามากๆ เลยครับ การเดินทาง อย่างที่บอกแล้วว่าที่ตั้งโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่างอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้ามากๆ วัดเป็นระยะทางที่ต้องเดินจริงๆ จากหน้าโครงการถึงตัวสถานีวงศ์สว่างก็ไม่น่าเกิน 100 เมตร แต่ถ้าถามกับพนักงานขายก็จะได้คำตอบเป็นระยะทางที่สั้นกว่าคือ ประมาณ 50 เมตร เพราะเค้านับจากหน้าโครงการไปถึงจุดขึ้นลงสถานีรถไฟฟ้าเท่านั้นครับ อย่างไรก็ดี ด้วยระยะขนาดนี้ถือว่ากำลังเดินได้สบายๆ และที่สำคัญรถไฟฟ้าสายสีม่วงก็เห็นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน พร้อมจะได้ใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้แล้วแน่นอน การเดินทางเข้าออกเมืองด้วยรถไฟฟ้าจึงถือเป็นตัวเลือกหลักที่สะดวกและประหยัดเวลามากๆ สำหรับวิถีคนเมืองอย่างเราๆ ขณะเดียวกันการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ยังคงเป็นทางเลือกที่เลี่ยงได้ยาก ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการบนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ใกล้กับแยกวงศ์สว่าง บริเวณนี้มีเส้นทางเข้าเมืองให้เลือกหลายเส้นทาง เช่น ถนนรัชดาภิเษก ถนนประชาชื่น หรือข้ามสะพานพระราม 7 ไปถนนจรัญสนิทวงศ์ก็ยังได้ แถมยังอยู่ห่างจากด่านขึ้นลงทางด่วนรัชดาภิเษกแค่ 2 กิโลเมตรเท่านั้น การใช้รถส่วนตัวจึงจัดว่าสะดวกไม่แพ้กัน จะมีข้อเสียก็แค่เรื่องปัญหารถติดโลกแตกที่ต้องทำใจ ยิ่งในช่วงนี้ถนนรอบๆ มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอีกหลายสายก็ยิ่งทำให้รถติดมากขึ้นไปอีกหลายเท่าเลยทีเดียว ส่วนการเดินทางด่วนบริการรถสาธารณะอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเลือกนะครับ เพราะถนนหนทางแถบนี้มีรถเมล์วิ่งผ่านไม่น้อยเช่นกัน ป้ายรถเมล์ก็อยู่หน้าโครงการพอดี จะขึ้นลงรถก็สะดวก หรือจะเรียกใช้รถแท็กซี่ก็หาได้ไม่ยาก รวมถึงการเลือกเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยาก็เป็นอีกวิธีการเดินทางที่น่าสนใจ ทำให้ลูกบ้านของโครงการมีทางเลือกในการเดินทางได้หลายวิธี วันไหนขี้เกียจขับรถก็เปลี่ยนมานั่งรถเมล์ หรือรถไฟฟ้าได้เหมือนกัน แผนที่ของโครงการครับ เส้นทางโดยรอบโครงการ ซึ่งที่ตั้งโครงการจะอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ใกล้ๆกับ MRT สถานีวงศ์สว่าง ห่างจากแยกวงศ์สว่างเล็กน้อย ซูมลงมาดูใกล้ๆ กันอีกทีนะครับ โครงการนั้นจะอยู่ใกล้กับสถานี MRT มากๆ ระยะทางแค่ประมาณ 50-100 เมตรเท่านั้น สำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์นั้นเราขอเริ่มต้นจากถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาออกมุ่งหน้าไปวงศ์สว่าง จุดนี้เป็นสะพานข้ามถนนวิภาวดี-รังสิต เราขึ้นสะพานมาเพื่อข้ามจากรัชโยธิน ไปฝั่งประชาชื่น ทางซ้ายจะเป็นถนนวิภาวดีฝั่งขาเข้าไปทางลาดพร้าว จตุจักร ส่วนทางขวาจะเป็นฝั่งขาออกไปทางดอนเมือง รังสิต เมื่อข้ามถนนวิภาวดี-รังสิตมาแล้ว ก็จะเจอแยกประชานุกูล ให้ขึ้นสะพานข้ามแยกอีกครั้ง ทางซ้ายจะเป็นจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช ด้านล่างจะเป็นถนนประชาชื่น ทางซ้ายจะไปทางบางซื่อ เตาปูน ส่วนทางขวาจะไปทางงามวงศ์วาน ตรงมาอีกนิดก็จะเจอสะพานข้ามแยกอีกแล้วครับ แต่คราวนี้เราไม่ต้องขึ้นสะพานนะครับ เพราะเราต้องเบี่ยงออกซ้ายเพื่อที่จะเลี้ยวขวาเข้าถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ตามป้าย เมื่อมาถึงแยกวงศ์สว่างให้เลี้ยวขวาเข้าถนนกรุงเทพ-นนทบุรี จะสังเกตว่าบิ๊กซี จะอยู่ใกล้กับแยกวงศ์สว่าง ซึ่งเป็น Supermarket ที่ใกล้โครงการมากที่สุด เมื่อเลี้ยวขวามาแล้วก็จะเจอกับจุดขึ้นลงรถไฟฟ้าเลยครับ ตรงมาอีกนิดก็จะเจอกับตัวสถานีรถไฟฟ้า ซึ่งการก่อสร้างถือว่าใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว น่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ในอนาคตอันใกล้นี้แล้วล่ะครับ ทางขึ้นลงรถไฟฟ้า จะอยู่ห่างโครงการประมาณ 80 เมตร เลยจากตัวสถานีรถไฟฟ้ามาอีกเดียวก็จะเจอสำนักงานขายของโครงการ ซึ่งจะตั้งอยู่หน้าสถานที่ก่อสร้างโครงการเลยครับ บริเวณใกล้ๆ โครงการอาจจะมีร้านอาหารตามสั่งอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าน้อยมากๆ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นพวกอู่ซ้อมรถ หรือร้านขายเฟอร์นิเจอร์มากกว่า แต่ถ้าเดินเลยมาอีกหน่อยถึงบิ๊กซี ที่อยู่ใกล้ๆ กับแยกวงศ์สว่างก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า วิเคราะห์ตัวโครงการ ตัวโครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ-นนทบุรี ฝั่งขาออก ใกล้กับแยกวงศ์สว่าง ซึ่งมีห้าง Big C เป็น แหล่งช๊อปปิ้งสำคัญขนาดที่ถ้าพูดถึงแยกนี้ก็ต้องนึกถึงภาพห้าง Big C ตามมาด้วย ห่างออกไปทางแยกประชานุกูลก็มีโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น เป็นอีกหนึ่งจุดสังเกต รวมถึงมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทางฝั่งสะพานพระราม 7 ก็เป็นสถาบันอุดมศึกษาขนาดใหญ่ ในรัศมีรอบๆ ระยะ 2 กิโลเมตรนับว่ามี Landmark ใหญ่ๆ รายล้อมอยู่ครบเลยทีเดียว สภาพแวดล้อมรอบโครงการเป็นอาคารพาณิชย์เสียเป็นส่วนใหญ่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยเดิม แต่ปัจจุบัน ร้านค้า บ้านเรือนหลายหลังปิดกิจการและย้ายออกไปแล้ว ทำให้บรรยากาศแถบนี้เงียบเหงาไปหน่อย ร้านรวงที่เหลืออยู่น้อยก็พลอยทำให้เรามีข้อจำกัดเรื่องปากท้องและความสะดวกสบายน้อยลงด้วย เท่าที่เดินสำรวจคร่าวๆ ก็เห็นจะมีแค่ ร้านอาหารตามสั่งเพียงร้านเดียวที่อยู่ถัดจากโครงการไปไม่ไกล และ 7-11 ที่อยู่ในปั๊มน้ำมันฝั่งตรงข้ามเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ก็คงต้องเดินเลยไปถึง Big C ที่แยกวงศ์สว่างนู่นแหละครับ ถึงจะจับจ่ายซื้อหาของจำเป็นได้สะดวกหน่อย แต่ระยะทางที่ต้องเดินอย่างน้อยก็ 400-500 เมตรนะครับ ไปกลับก็ได้เหงื่อกันหน่อย ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปแถวๆ หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ หรือหน้ากระทรวงสาธารณสุขนู่นเลยครับ อาหารการกินถึงจะอุดมสมบูรณ์หน่อย มาดูรายละเอียดในโครงการกันบ้างดีกว่า Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง เป็นหนึ่งในโครงการที่ทางบริษัท AP ร่วมมือพัฒนากับ Mitsubishi Estate Group แนวคิดการออกแบบจึงมีความเป็นญี่ปุ่นผสมผสานอยู่ด้วย ทั้งเรื่องขนาดห้องที่ค่อนข้างกระทัดรัด และการตกแต่งบรรยากาศในโครงการ Aspire เป็นคอนโด High Rise สูง 27 ชั้น เป็นอาคารเดี่ยวรูปตัว L ตามลักษณะของที่ดินโครงการ ในระยะใกล้ๆ ยังไม่มีตึกสูงมากนัก จะเห็นก็แค่ตึกของโครงการ Parkland ที่อยู่ตรงแยกวงศ์สว่างเท่านั้น ที่เหลือยังเป็นบ้านเดี่ยว และอาคารพาณิชย์เกือบทั้งหมด เรื่องวิวมุมกว้างจากโครงการจึงได้ไปเต็มๆ แบบไม่ต้องกลัวใครบัง ส่วนที่พักอาศัยจะเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นไป นั่นหมายความว่าชั้น 1-4 จะเป็นพื้นที่ของล็อบบี้ ร้านค้าซึ่งมี 2 ร้าน และที่จอดรถซึ่งนับรวมจอดซ้อนคันแล้วคิดเป็น 40% จากจำนวนห้องทั้งหมดตามมาตรฐานทั่วไปของคอนโดในปัจจุบัน ในขณะที่ Facilities ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 5 เช่น สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือขนาด 9x30 เมตร และห้องออกกำลังกาย ส่วนสวนหย่อมจะมีที่ชั้น 1 และเพิ่มสวนลอยฟ้าที่ชั้น 27 ไว้ให้อีกด้วย โดยภาพรวมแล้วทางโครงการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกในส่วนกลางไว้ให้ครบครันดีนะครับ แต่ต้องไม่ลืมพิจารณาเรื่องความหนาแน่นในการใช้งานด้วย เพราะทั้งโครงการมียูนิตรวมมากถึง 1,232 ยูนิต สระว่ายน้ำขนาด 9x30 เมตรและห้องออกกำลังกายอาจไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริง รวมถึงเรื่องลิฟท์โดยสารซึ่งทางโครงการจัดไว้ให้มากถึง 6 ตัว แบ่งเป็น 4 ตัวในโซนทางทิศเหนือ และอีก 2+1 (ลิฟท์ขนของ) ในโซนทิศใต้ แต่ยังไงก็ยังมีอัตราส่วนการใช้งานอยู่ที่ 205:1 อยู่ดี ทำให้เราพอจะคาดเดาได้ว่า ลูกบ้านต้องรอลิฟท์กันนานหน่อยในช่วงเวลาเร่งด่วนนะครับ ซึ่งเรื่องพวกนี้กับคอนโด High Rise มักเลี่ยงกันได้ยากอยู่แล้ว เพราะเพื่อนร่วมตึกเราเยอะครับ โครงการ Aspire เป็นคอนโด High Rise สูง 27 ชั้น เป็นอาคารเดี่ยวรูปตัว L ตามลักษณะของที่ดินโครงการ ที่ชั้น G จะเป็นที่จอดรถ ซึ่งที่จอดรถจะใช้ตั้งแต่ชั้น G-4 รวมแล้วจอดได้ทั้งหมดประมาณ 40% รวมจอดซ้อนคัน และมี Lobby ทั้งแบบ Indoor และ outdoor นอกจากนั้นยังมีร้านค้าของโครงการอีก 2 ร้าน Indoor Lobby Outdoor Lobby เลื่อนขึ้นมาที่ชั้น 5 เริ่มกันที่ฝั่ง N ก่อนนะครับ Facility หลักของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 5 ฝั่ง N ทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนส หน้าตาของสระว่ายน้ำระบบเกลือ ขนาด 9x30 เมตร ลึก 1.30 เมตร ที่จะอยู่บนชั้น 5 ส่วนฝั่ง S ก็จะเป็นห้องพักอาศัยจำนวน 22 ยูนิต ตั้งแต่ชั้น 6-26 ทั้ง 2 ฝั่ง จะเป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด พาชมห้องตัวอย่าง ที่ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง มีแบบห้องให้เลือกไม่มากครับ คือ ห้อง Type A แบบ Studio ขนาด 22.5 ตร.ม.  Type B แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 26 ตร.ม. และ Type C แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 45 ตร.ม. ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ ห้องแบบไหนตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงใจก็เลือกห้องแบบนั้นไปเลย แต่ที่สำนักงานขายจะมีห้องตัวอย่าง  Type B  ให้ชมแค่แบบเดียวนะครับ ดูจากแบบแปลนแล้ว ห้อง Type A และ Type B มี Lay out ไม่ต่างกันมากนัก แค่ประตูบานเลื่อนกันห้องนอนเท่านั้นที่มีเพิ่มเข้ามาในห้อง Type B เนื่องจากขนาดห้องที่กว้างขึ้นนั่นเอง ส่วนตำแหน่งห้องครัว ห้องน้ำ ประตู หน้าต่างก็เหมือนกันเป๊ะ จะมีก็แต่ห้องแบบ 2 ห้องนอนที่ต้องจินตนาการภาพจริงเอาเองนะครับ มาดูห้องตัวอย่างกันดีกว่า เปิดห้อง Type B : 1 Bedroom เข้ามาก็เจอส่วนนั่งเล่นอยู่หน้าประตูกันเลย ถัดเข้าไปหน่อยก็เป็นประตูกระจกบานเลื่อนเข้าห้องนอน ตรงข้ามกับชุดโซฟาด้านหลังชั้นวางทีวีเป็นห้องน้ำครับ ซึ่งทางโครงการเลือกใช้ห้องน้ำแบบสำเร็จรูปเป็นโพลีเมอร์หล่อขึ้นรูปมาแล้วทั้งชิ้น ทำให้ติดตั้งฉากกั้นอาบน้ำไม่ได้ ที่จะทำได้ก็แค่ติดม่านพลาสติกป้องกันน้ำกระเซ็นเวลาอาบน้ำ ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำก็เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป ทางโครงการเลือกใช้ของ Mogen  ตัวห้องน้ำนี่ให้บรรยากาศเป็นญี่ปุ่นมากๆ ทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เลือกใช้แบบเรียบๆ และผนังห้องน้ำด้านหนึ่งก็เป็นลามิเนตลายไม้ จึงให้ความรู้สึกต่างจากห้องน้ำในโครงการทั่วๆ ไปอย่างชัดเจน ส่วนสุดท้ายของห้องก็คือห้องครัว ซึ่งอยู่ด้านในสุดติดกับระเบียงเล็กๆ ห้องครัวมีประตูกระจกบานเลื่อนเป็นครัวปิด ช่วยป้องกันเรื่องกลิ่นรบกวนในห้องได้ดี ขนาดพื้นที่ของห้องครัวไม่เล็กไม่ใหญ่พอใช้งานได้สะดวก เคาน์เตอร์ครัวมีมาพร้อมตามแบบในห้องตัวอย่างเลยทั้งซิงค์ล้างจาน และชั้นเก็บของ ส่วนพื้นที่ระเบียงด้านนอกหลังจากวางเครื่องซักผ้าไปแล้วก็เหลือพื้นที่ตากผ้าอีกนิดหน่อยเท่านั้น โดยรวมๆ แล้วการออกแบบห้องเป็นไปตามมาตรฐานของห้องพื้นที่ขนาดนี้นะครับ การตกแต่งด้วยบานกระจกเพิ่มเติมอาจจะช่วยให้รู้สึกว่าห้องกว้างขึ้นได้ แต่ห้องจริงที่ทางโครงการขายให้จะเป็นผนังขาวเรียบๆ เท่านั้น ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่แถมมาพร้อมห้องก็เป็นของ SB Furniture แต่หน้าตาอาจจะไม่ตรงตามแบบในห้องตัวอย่าง เช่นเดียวกันกับฝ้าเพดานห้อง ที่ของจริงไม่ได้ดรอปฝ้าลงมาตามที่เราเห็นในห้องตัวอย่างนะครับ ยังไงก็ลองสอบถามกับพนักงานขายให้ละเอียดไว้ก่อนจะดีกว่าว่าเฟอร์นิเจอร์ที่จะให้หน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง Type B แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 26 ตารางเมตร ห้องตัวอย่างที่ทางโครงการมีให้ชมจะเป็นType B แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 26 ตารางเมตรนะครับ เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วจะเจอกับเจอนั่งเล่นก่อนนะครับ ถัดไปจะเป็นห้องนอนที่มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นไว้ ส่วนของห้องนั่งเล่น มองจากมุมด้านในออกมายังประตูห้อง ด้านข้างโซฟาจะมีโต๊ะทานอาหาร สำหรับ 3 คน Sideboard วางทีวี มีระยะห่างจากโซฟาประมาณ 2 เมตร จะสังเกตว่า Sideboard มีขนาดเล็กซึ่งหากใช้ทีวีแบบแขวน จะเหมาะกว่า ส่วนของห้องนอนจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น ห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ครับ โดยจะมีพื้นข้างเตียงเหลือให้วางโต๊ะข้างหรือโคมไฟได้ ด้านปลายเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง จุดวางแอร์จะอยู่ในห้องนอน ด้านปลายเตียงเหนือโต๊ะเครื่องแป้ง แอร์ที่ได้จะเป็นของ Samsung นะครับ ซึ่งห้อง Studio และ 1 ห้องนอน จะได้แอร์ 1 ตัว ส่วนแบบ 2 ห้องนอนจะได้แอร์ 3 ตัว ต่อมาเป็นห้องครัว ระหว่างห้องครัวกับห้อง ครัวที่ได้จะเป็นประมาณนี้นะครับ จะมีแค่ซิ้งค์ล้างจานและส่วนของเค้าเตอร์เตรียมอาหาร ไม่มีเตาไฟฟ้าและ hood ดูดควัน ด้านล่างจะมีช่องให้ใส่ไมโครเวฟ และชั้นเก็บของ ซิ้งค์ล้างจานแบบฝังของ Hafele ส่วนของระเบียงจะอยู่ต่อจากครัว ใช้ประตูกระจกบานเลื่อนเช่นกันครับ ด้านนอกระเบียงจะมีที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า คอมแอร์จะอยู่ด้านบนเป่าลมออกด้านนอก และสุดท้ายคือห้องน้ำนะครับ ห้องน้ำจะอยู่ทางขวามือก่อนเข้าห้องครัว ห้องน้ำของที่นี่จะเป็นแบบสำเร็จรูปอย่างที่เกร่นไว้ในตอนแรก สุขภัณฑ์ทั้งหมดจะใช้ของ Mogen ครับ อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยม โถสุขภัณฑ์แบบถังพักน้ำซ่อนผนัง ส่วนอาบน้ำจะมี Curb กันน้ำ พื้นผิวของส่วนอาบน้ำจะเป็นปุ่มๆ เพื่อกันลื่น แต่จะไม่มีฉากกั้นมาให้นะครับ จะต้องติดตั้งเพิ่มเอง Type A แบบ Studio ขนาด 22.5 ตารางเมตร Type C แบบ 2 ห้องนอน ขนาด 45 ตารางเมตร ความคุ้มค่าน่าลงทุน โครงการ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง เป็นโครงการในเครือ AP ซึ่งเป็นผู้พัฒนาที่ความน่าเชื่อถือสูงในวงการ การออกแบบตัวโครงการและแบบห้องก็เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งทางโครงการเน้นสัดส่วนห้องขนาดเล็กไว้เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ห้องที่อยู่ในทำเลติดกับสถานีรถไฟฟ้าขนาดนี้อยู่ในเกณฑ์ราคาที่จับต้องได้ง่ายมากขึ้นสำหรับคนที่มีงบค่อนข้างจำกัด แต่ก็ต้องแลกกับการที่จะต้องใช้ชีวิตในห้องขนาดเล็ก รวมถึงจำนวนเพื่อนบ้านที่ค่อนข้างหนาแน่นในระดับพันต้นๆ การใช้สอยพื้นที่ส่วนกลางก็ต้องเอื้อเฟื้อกันหน่อย ภายในโครงการมีการจัดสรรร้านค้าและสิ่งอำนวนความสะดวกต่างๆ ไว้ครบครัน แต่ในขณะที่รอบๆ โครงการกลับขาดความอุดมสมบูรณ์ ร้านค้า ร้านอาหารที่อยู่ในระยะเดินใกล้ๆ แทบไม่มีให้เลือกเลย อาคารพาณิชย์รอบๆ ก็ปิดร้างไปหลายหลัง และยังไม่รู้ว่าถ้ารถไฟฟ้าเปิดให้บริการแล้ว บรรยากาศแถวนี้จะคึกคักมากขึ้นมั้ยนะครับ ต้องลุ้นกันไป แต่โชคดีที่ทำเลของโครงการอยู่ใกล้ทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าแค่ 50 เมตร การเดินทางเข้าออกเมืองจึงสะดวกมากๆ และน่าจะเหมาะกับคนที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นประจำอยู่แล้ว หรือมีที่ทำงานที่สามารถใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางได้ง่ายๆ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางได้มากเลยทีเดียว นอกจากนี้ทางโครงการก็ขายห้องมาให้แบบ Fully Furnished ซึ่งต่างจากปกติของ  Aspire ที่มักขายแบบห้องเปล่าๆ ราคาเปิดตัวมาจึงค่อนข้างน่าสนใจมาก แต่ในขณะเดียวกัน การซื้อหาเพื่อการลงทุนกลับสวนทาง และมีความเป็นไปได้ที่จะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มทุน รวมถึงทำเลที่ตั้งก็ยังมีโอกาสเกิด Upside Gain ค่อนข้างยาก รอบๆ ในรัศมีใกล้เคียงก็ไม่มีแหล่งธุรกิจใหญ่ๆ การหากลุ่มคนเช่าห้องค่อนข้างจำกัดอยู่แค่กลุ่มคนทำงานในกระทรวงสาธารณะสุข โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ หรือนักศึกษาที่เรียนในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ส่วนกลุ่มคนเช่าที่อยู่ไกลออกไปก็คงหาได้ยากมากขึ้น ห้องของ Aspire รัชดา-วงศ์สว่าง จึงค่อนข้างเหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัด แต่อยากได้ที่อยู่อาศัยติดกับสถานีรถไฟฟ้าและไม่มีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ในห้องเล็กๆ เท่าไหร่ หรือคนที่ต้องทำงานและใช้ชีวิตในย่านนี้จริงๆ