Tag : รวมรีวิวที่พักย่าน รัชดาภิเษก

Brown Condo Ratchada 32 (PREVIEW)

Brown Condo Ratchada 32 (PREVIEW)

Brown Condo Ratchada 32 (บราวน์ คอนโด รัชดา 32) คอนโด Low Rise สูง 7 ชั้น ในซอยรัชดา 32 โครงการใหม่ล่าสุด จาก Asset Wise รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น     1,490,000 บาท เจ้าของโครงการ   Asset Wise Co., Ltd. ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 7 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    242 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 91 คัน หรือคิดเป็น 38% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) พื้นที่โครงการ    1 - 3 - 44 ไร่ ที่ตั้งโครงการ   ซอยรัชดา 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง    ปี 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    กลางปี 2561 ค่าส่วนกลาง    45 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    500 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง มหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม ศาลอาญา MRT ลาดพร้าว เมเจอร์ รัชโยธิน ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 23.96 - 25.48 ตารางเมตร จำนวน 166 ยูนิต 1 Bedroom Exclusive ขนาด 29.79 - 34.78 ตารางเมตร จำนวน 52 ยูนิต 1 Bedroom Plus ขนาด 33.13 - 46.37 ตารางเมตร จำนวน 24 ยูนิต สิ่งอำนวยความสะดวก สระว่ายน้ำ ระบบเกลือ ฟิตเนส Playroom Library Jogging Track Outdoor Exercise Yoga Deck Barbecue Party & Wine Bar Sculptural Playground Healthy Plants Garden Starlight Terrace Putting Green Access Card เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ระบบ CCTV ที่ Main Gate และภายในโครงการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 081-064-3232 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : www.browncondo.com
Noble Revolve Ratchada 2 อัพเดทห้องดีไซน์ใหม่กับโปรฯแรงๆ (Advertorial)

Noble Revolve Ratchada 2 อัพเดทห้องดีไซน์ใหม่กับโปรฯแรงๆ (Advertorial)

รีวิวฉบับนี้ เราจะมาพูดถึงโครงการ Noble Revolve รัชดา 2 กันอีกครั้ง ซึ่งมีความคืบหน้าในเรื่อง EIA ที่ผ่าน Approved เรียบร้อย รวมถึงได้เริ่มก่อสร้างกันไปพอสมควรแล้วเช่นกัน ก่อนหน้านี้เราเคยเขียนรีวิวถึง Noble Revolve รัชดา 2 ไปแล้วตั้งแต่เพิ่งเริ่มเปิดโครงการเลยก็ว่าได้  ดังนั้นเรื่องทำเลที่ตั้งและการเดินทางคงไม่ขออธิบายอะไรให้มากความ ขอพูดกันแค่คร่าวๆ นะครับ รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    3,800,000 บาท เจ้าของโครงการ    Noble Development PLC. ลักษณะคอนโด    High Rise สูง 42 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่โครงการ    3 - 1 - 66 ไร่ จำนวนห้อง     755 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 40% ที่ตั้งโครงการ    รัชดา ซอย 6 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง    ปี 2559 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือนสิงหาคม ปี 2561 ค่าส่วนกลาง    55 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    600 บาท/ตารางเมตร   ทำเลที่ตั้ง และการเดินทาง จุดเด่นหลักๆ ของ Noble Revolve รัชดา 2 คืออยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมมากๆ นับจากหน้าโครงการไปก็เพียง 80 เมตรเท่านั้น บวกระยะเดินเข้าตึกอีกนิดหน่อย บวกลบแล้วก็ไม่น่าเกิน 100 เมตร การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงสะดวกมากถึงมากที่สุดครับ ส่วนเรื่องรถส่วนตัวก็สะดวกไม่แพ้กันถ้ารถไม่ติด จะเข้าออกเมืองก็สามารถเลือกได้หลายเส้นทาง ด่านทางด่วนก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกลด้วย คนที่คุ้นเคยเส้นทางในย่านนี้คงจะนึกภาพตามได้ไม่ยาก แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ ซูมลงมาดูกันใกล้ๆ อีกหน่อย จะเห็นว่าโครงการ Noble Revolve รัชดา 2 จะอยู่ติดกับโครงการ Noble Revolve รัชดา 1 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในซอยรัชดา ซอย 6 การเดินทางวันนี้เราเลือกใช้เส้นทางถนนรัชดาภิเษกตั้งแต่แยกประชานุกูลยาวไปเรื่อยๆ เลยนะครับ ขึ้นสะพานข้ามถนนวิภาวดีไปฝั่งรัชโยธิน ตามป้าย ลงจากสะพานมาแล้ว จะเห็น สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB Park อยู่ด้านขวามือ เลยจาก SCB Park มาจะเจออีกหนึ่งสะพานข้ามถนนพหลโยธิน จะเห็นเมเจอร์ รัชโยธิน อยู่ทางซ้ายมือ ตึกช้างอยู่ฝั่งขวามือ ลงจากสะพานมาแล้วเราตรงอย่างเดียวเลยนะครับ ตรงนี้จะเห็นศาลาอาญา รัชดา อยู่ทางขวามือ ตรงมาอีกหน่อยจะเจออีกหนึ่งสะพานตรงนี้จะข้ามถนนลาดพร้าว ขึ้นสะพานไปเลยครับ ข้ามสะพานมาเยอะแล้ว มาลงอุโมงค์กันบ้าง ตรงนี้เราลงอุโมงค์ลอดใต้แยกสุทธิสาร ขึ้นมาจากอุโมงค์ก็ใกล้ถึงแล้วหล่ะครับ เลยจากอุโมงค์มานิดหน่อยจะเจอแยกเทียใร่วมมิตร ด้านซ้ายมือจะเป็นอาคาร Cyber World Tower ส่วนด้านขวาจะเป็น The Street รัชดา เราตรงผ่านแยกไปเลยนะครับ ด้านขวามือจะเห็นบิ๊กซี รัชดา เลยจากแยกเทียมร่วมมิตรมาให้ชิดซ้ายเตรียมตัวเลี้ยวเข้าโครงการได้เลยนะครับ ถึงแล้วครับที่ตั้งโครงการในซอยรัชดา ซอย 6 เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยยย หน้าทางเข้าซอยมีป้ายบอกชัดเจน เลี้ยวเข้ามาแล้วจะเห็นโครงการที่กำลังสร้างอยู่เป็นโครงการ Noble Revolve รัชดา 1 นะครับ ส่วนโครงการ 2 ก็กำลังก่อสร้างอยู่ข้างๆ กัน จอดรถหน้าสำนักงานขายได้เลยครับ ความได้เปรียบต่อมาของ Noble Revolve รัชดา 2 เห็นจะเป็นเรื่องทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลาง New CBD ของกรุงเทพฯ ใกล้ทั้งแหล่งช็อปปิ้ง ที่แฮงค์เอ้าท์ และอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ๆ อีกเพียบ ลองยกตัวอย่างกันคร่าวๆ ก็มีตั้งแต่ The Esplanade, Central พระราม 9, Fortune Town เป็นต้น ในขณะที่ตึก Grand G ก็เป็นรูปเป็นร่างแล้ว อีกหน่อยสำนักงานต่างๆ ก็คงจะเปิดกันเต็มพื้นที่ บรรยากาศก็จะยิ่งคึกคักมากขึ้นไปอีกแน่นอน จากที่ตั้งโครงการนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาแค่สถานีเดียว แหล่งบันเทิง ช็อปปิ้งก็พร้อมเสิร์ฟแล้วครับ ตัวโครงการ และห้องตัวอย่าง ตัวอาคารของ Noble Revolve 2 อยู่ถัดจาก Noble Revolve 1 เข้ามาอีกเล็กน้อย แต่ใช้ทางเข้าออกจากซอยรัชดา 6 เหมือนกัน ตัวอาคารมีความแตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น แค่เรื่องลักษณะการวางตัวอาคาร โทนสี แต่ภาพรวมแล้วก็แทบจะเป็นตึกคู่แฝดกันเลย เรื่อง Facility หลักๆ แล้วจะรวมอยู่ที่ชั้น 6 นะครับ จะมีเพิ่มเติมขึ้นมาก็เป็นสวนบนชั้นดาดฟ้า สามารถรับวิวมุมสูงบนยอดตึกได้ดีอีกมุมนึงเลยทีเดียว โมเดลจำลองของโครงการตั้งอยู่ติดกับโครงการ Noble Revolve รัชดา 1 บริเวณทางเข้าด้านหน้าโครงการ สระว่ายน้ำจะอยู่ด้านหลังโครงการ สระว่ายน้ำบนชั้น 6 ของโครงการ คราวนี้มาดูแปลนของโครงการกันบ้างนะครับ โดยเริ่มที่ชั้น G กันเลย ที่ชั้น G จะมี Lobby และเป็นที่จอดรถรอบๆ อาคาร ขึ้นไปจนถึงชั้น 5 ลิฟท์จะมีทั้งหมด 4 ตัวเป็นแบบล็อกชั้น พร้อมลิฟท์ขนของอีก 1 ตัว ที่ชั้น 6 จะเป็นชั้นที่เริ่มที่ห้องพักอาศัย และ Facility หลักของโครงการอย่างสระว่ายน้ำและฟิตเนส ก็จะอยู่ที่ชั้น 6 เช่นกัน ตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไปจะเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด เฉลี่ยแล้วมีชั้นละ 21 ยูนิต สวนสีเขียวบนชั้น 6 ของโครงการ ฟิตเนสวิวสระว่ายน้ำบนชั้น 6 บรรยากาศสวนสีเขียวบนชั้นดาดฟ้าของโครงการ แต่ประเด็นหลักๆ ที่เราจะพามาอัพเดทกันครั้งนี้คือ ห้องตัวอย่างที่มีการตกแต่งใหม่หมด แถมเปิดมาพร้อมโปรโมชั่น Fully Furnished ได้ทุกอย่างตามที่เห็นในห้องกันไปเลย เรียกได้ว่าจัดเต็มสุดๆ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าว่าหน้าตาห้องดีไซน์ใหม่จะสวยงามน่าอยู่ขนาดไหน ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนดีกว่านะครับว่ามีอะไรที่โครงการเค้าจัดมาให้บ้าง จะได้เห็นภาพชัดๆ กันไปเลย ส่วนครัว เคาน์เตอร์ครัว Built in เตาไฟฟ้า 2 หัว ฮูดดูดควัน ตู้เย็น 8.5 คิว ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้าฝาหน้าแบบอบได้ โต๊ะทานอาหาร+เก้าอี้ Living Area ชั้นวางทีวี LED TV ขนาด 40 นิ้ว โซฟา โต๊ะกลาง แอร์ ห้องนอน เตียงนอน 5 ฟุต+ฟูก โต๊ะข้างเตียง โต๊ะทำงาน Built in ตู้เสื้อผ้า Built in แอร์ ห้องนี้เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 25.24 ตร.ม. ห้องนี้มีการออกแบบตกแต่งภายในใหม่ทั้งหมด เน้นโทนสีเข้มขรึมขึ้นมาอีกหน่อย มีการจัดวาง Layout ภายในห้องให้ดูโอ่โถงสบายตามากขึ้น ในห้องตัวอย่างเลือกแต่งด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแทนผนังทึบที่ใช้กั้นพื้นที่ห้องนอน ทำให้ภายในห้องดูโล่งมากกว่าเดิม แถมยังให้ความรู้สึกว่าพื้นที่ใช้สอยเชื่อมต่อถึงกันได้ดีขึ้นอีกด้วยครับ ในส่วนของพื้นที่ครัว ยังคงเป็นครัวแบบเปิดอยู่บริเวณประตูทางเข้าแบ่งเคาน์เตอร์ Pantry ไว้สองฝั่งเหมือนเดิมนะครับ แล้วแทรกด้วยโต๊ะกินข้าวเล็กๆ ไว้อย่างลงตัวมากๆ พื้นที่ห้องนั่งเล่นอยู่ในมุมติดระเบียงเหมือนเดิม เลยเปิดรับแสงสว่างได้ดี ยิ่งผนังกั้นห้องนอนที่เปลี่ยนมาเป็นกระจกใสด้วยแล้ว พื้นที่นั่งเล่นเลยสามารถเปิดกว้างให้ต่อกับห้องนอนได้เลย แบบนี้ก็สามารถเลือกใช้ทีวีแขวนผนังในขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้นะครับ ผมว่าไอเดียที่เลือกกระจกบานเลื่อนมากั้นห้องนี่ดีนะครับ ทั้งในแง่การเพิ่มพื้นที่ห้องและประหยัดกว่าด้วย ไม่ต้องซื้อทีวีสองตัว แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 25.24 ตารางเมตร เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วจะเจอส่วนครัวอยู่ด้านหน้าเลยนะครับ ครัวจะแยกออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งขวามือจะเป็นเคาน์เตอร์สำหรับเตรียมอาหาร แล้วซิงค์ล้างจาน ด้านล่างเป็นตู้เก็บของ และเป็นช่องวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า พร้อมอบแห้งในตัว ที่โครงการให้มาด้วย ด้านบนเป็นตู้เก็บของ และช่องวางไมโครเวฟ ส่วนด้านซ็ายมือเป็นจุดวางตู้เย็น 8.5 คิว วางติดกับเคาน์เตอร์ครัว มีเตาไฟฟ้า 2 หัวของ Mex ด้านบนเป็นฮูดดูดควันยี่ห้อเดียวกัน ติดกันมีโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ท่านวางมาให้ด้วย เลยจากส่วนครัวเข้ามาเป็นส่วน Living Area ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาอาจจะดูไม่กว้างมาก แต่ก็ถือว่าอยู่ในระยะที่กำลังดีเลยครับ โครงการ Built in ชั้นวางทีวีมาให้ตามแบบที่เห็นนี่เลยนะครับ พร้อมกับทีวี LED ขนาด 40 นิ้ว โซฟาจะได้ขนาด 3 ที่นั่ง ระเบียงจะอยู่ต่อจากส่วน Living Area นะครับ ผ้านม่านที่ระเบียงตรงนี้โครงการก็ติดมาให้ด้วยนะครับ ระเบียงจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงจะกว้างประมาณนี้นะครับ ตามสไตล์ของโนเบิล ห้องนอนจะอยู่ต่อจาก Living Area เข้าไปด้านใน ในห้องตัวอย่างจะกั้นด้วยประจกใส อย่างที่เห็นนะครับ แต่ห้องจริงจะเป็นผนังทึบทาสีขาว มีประตูปิดกั้นระหว่างห้องนอนกับ Living Area ภายในห้องนอนโครงการวางเตียง 5 ฟุต พร้อมฟูกไว้ให้เรียบร้อย เตรียมมาแค่หมอนกับผ้าห่มก็อยู่ได้เลย ข้างเตียงด้านที่ติดกับหน้าต่างโครงการ Built in โต๊ะทำงานแนวยาวมาให้ด้วย นั่งทำงานพร้อมชมวิวที่หน้าต่างข้างเตียงได้เลย โต๊ะทำงานริมหน้าต่าง หน้าต่างจะมีบานกระทุ้งบานเล็ก 1 บาน ที่เหลือจะเป็นบาน Fix ทั้งหมด ผ้านม่านที่หน้าต่างโครงการก็ติดมาให้ด้วยเรียบร้อย ข้างเตียงอีกด้านจะเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ วางอยู่หน้าห้องน้ำ การจัดวางสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมของ Grohe มีเคาน์เตอร์วางของข้างๆ และตู้เก็บของด้านล่าง โถสุขภัณฑ์จะวางอยู่ติดกับอ่างล้างหน้า กระจกเงาจะได้บานใหญ่เต็มบานเลยนะครับ จะมีช่องวางของกระจุกกระจิกอยู่เหนือโถสุขภัณฑ์ ด้านในสุดเป็น Shower Box มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เรียบร้อย ชุดฝักบัวของ Grohe ปกติแล้วห้องของโครงการ Noble Revolve รัชดา 2 จะขายกันมาแบบห้องเปล่านะครับ มีให้แค่ชุดครัวและสุขภัณฑ์เท่านั้น แต่อย่างที่บอกว่าช่วงนี้ทางโครงการจัดโปรโมชั่นพิเศษ เปิดข้อเสนอกันมาแบบจัดเต็ม ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะได้มาพร้อมกับห้อง และส่วนลดเพิ่มเติม ซึ่งหาข้อเสนอที่ดึงดูดในแบบนี้ได้ยากมากในราคาเริ่มต้น 3.8 ล้านบาทเท่านั้น แต่ถ้าใครคิดว่าห้องแบบ 1 Bedroom นี้ออกจะกระทัดรัดเกินไป และอยากได้ห้องใหญ่ขึ้น ทางโครงการก็ยังคงมีห้องแบบ 2 Bedroom ให้เลือกอยู่เหมือนเดิมนะครับ ซึ่งหน้าตาห้องยังคงน่าสนใจเหมือนเดิม แต่ในส่วนของข้อเสนอเพิ่มเติมอันนี้แนะนำให้ลองนัดเวลาเข้าไปคุยกับเซลที่สำนักงานขายดูครับ แถมยังได้เห็นต้องตัวอย่างด้วยตาตัวเองด้วย ปัจจุบันโครงการ Noble Revolve รัชดา 2 เปิดขายไปได้มากกว่า 75% แล้วนะครับ ห้องในบางตำแหน่งก็ถูกจับจองกันไปเกือบหมดแล้ว ก็อย่างที่รู้ๆ กันดีว่า ด้วยศักยภาพของทำเลที่อยู่ใจกลาง New CBD ขนาดนี้ แถมยังเปิดมาด้วยราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจ แล้วยังกระตุ้นด้วยโปรโมชั่นเด็ดเพิ่มขึ้นไปอีก งานนี้ใครที่ยังลังเลคงต้องรีบตัดสินใจแล้วล่ะครับ ไม่งั้นจะพลาดห้องดีๆ ไปซะก่อนนะครับ สำหรับโปรโมชั่นในงาน Noble D:Day ในวันที่ 18-30 มิถุนายนนี้ ที่สำนักงานขาย มีอะไรพิเศษบ้าง มาดูกันครับ คอนโดใหม่ แต่งครบ 80 เมตร จาก MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ เริ่ม 3.8 ล้านบาท* ส่วนลดเงินสดวันโอนกรรมสิทธิ์* ส่วนลดลงทะเบียนออนไลน์ 10,000 บาท* ฟรี ค่ากองทุนและค่าส่วนกลาง 2 ปี* ผ่อน 0% นาน 3 เดือน*
Chateau in Town รัชดา 20 (รีวิวคอนโด)

Chateau in Town รัชดา 20 (รีวิวคอนโด)

ทำเลในย่านรัชดาภิเษก ซึ่งมีรถไฟฟ้าใต้ดินวิ่งผ่านยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความสนใจอยู่มาก ครั้งนี้เราเลยแวะไปดูโครงการ Chateau in Town รัชดา 20/2 ซึ่งเป็นคอนโด Low Rise โครงการที่ 2 ของ CMC ที่เลือกทำเลในซอยรัชดา 20 และกำลังจะสร้างเสร็จในเร็วๆ นี้แล้ว แถมยังอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า MRT สุทธิสาร ในระยะแค่ 350 เมตรเท่านั้น   การเดินทาง   สถานีรถไฟฟ้าสุทธิสารตั้งอยู่ใกล้ๆ ปากซอยรัชดา 20 พอดี เลือกออกทางออกที่ 2 แล้วเดินต่ออีกหน่อย บริเวณปากซอยรัชดา 20 มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้เรียกใช้บริการได้ หรือจะอาศัยสองเท้าเดินก็ทำได้ไม่ยาก เพราะระยะทางไม่ได้ไกลมากนัก แต่ถนนในซอยไม่มีทางเท้าเป็นเรื่องเป็นราว เวลาเดินๆ ก็ต้องคอยระวังรถกันบ้างนะครับ ถึงแม้ซอยนี้จะเป็นซอยเล็กและมีรถวิ่งผ่านไม่มากก็ตาม แต่ช่วงต้นๆ ซอยซึ่งเป็นแหล่งรวมอาคารสำนักงาน รถราเข้าออกขวักไขว่กันเลยทีเดียว สำหรับการเดินทางด้วยรถส่วนตัวนั้น ถ้ามาจากทางแยกลาดพร้าวก็ตรงมาทางสุทธิสารได้เลย แต่ไม่ต้องลงอุโมงค์ตรงแยกสุทธิสารนะครับ ให้ชิดซ้ายเตรียมเลี้ยวเข้าซอยรัชดา 20 พอเข้าซอยมาเล็กน้อยให้เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง และเลี้ยวขวาตรงไปสุดซอยก็จะเจอโครงการ Chateau in town รัชดา 20/2 อยู่เยื้องจากโครงการแรกเข้าไปเล็กน้อย เดิมทีซอยนี้เป็นซอยตันนะครับ สุดซอยอยู่ที่กำแพงโครงการ Chateau in town รัชดา 20 พอดี ส่วนที่ตั้งของโครงการ Chateau in town รัชดา 20/2 จะอยู่สุดซอยสบายใจแยก 8 โชคดีที่ที่ดิน 2 ผืนนี้อยู่ติดกัน เจ้าของโครงการเลยทุบกำแพงใช้เป็นทางเข้าออกโครงการแบบส่วนตั๊วส่วนตัว ลูกบ้านโครงการนี้เลยไม่ต้องไปอ้อมมาจากทางซอยลาดพร้าว หรือซอยสุทธิสารวินิจฉัยให้ไกลอีกต่อไป ส่วนถ้าเดินทางมาจากทางแยกอโศก พอผ่านแยกสุทธิสารมาแล้วก็ต้องเลยไปกลับรถบริเวณแยกลาดพร้าวเพื่อกลับมาที่ซอยรัชดา 20 อีกครั้ง ระยะทางอาจจะไม่ได้ไกลนัก แต่ในช่วงเช้าและเย็นที่รถติดมากๆ ก็ต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะผ่านฝ่าการจราจรไปได้แต่ละที นอกจากเส้นทางเข้าออกหลักๆ ทางซอยรัชดา 20 แล้ว เส้นทางในซอยนี้ยังสามารถเลี่ยงเข้าออกได้อีกหลายทางเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่นมากๆ บริเวณแยกสุทธิสาร เช่น เส้นทางในซอยสบายใจ ที่สามารถไปลัดเลาะไปทางซอยลาดพร้าว 48 หรือออกไปที่ถนนสุทธิสารวินิจฉัย อย่างที่บอกไปข้างต้น อีกทั้งยังมีเส้นทางเข้าออกจากทางซอยรุ่งเรือง (ผ่านเข้าทางบุญถาวร) อีกทางที่ทำให้เลี่ยงออกมาที่ถนนรัชดาภิเษกได้ไกลพอที่จะลงอุโมงค์แยกสุทธิสารได้ทัน จึงช่วยประหยัดเวลาได้อีกหน่อย นอกเหนือจากนี้การเดินทางด้วยวิธีอื่นๆ ก็สะดวกไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นบริการขนส่งมวลชนอย่างรถเมล์ ที่มีรถวิ่งผ่านหลายสาย เพราะถนนรัชดาภิเษกเป็นถนนใหญ่ และป้ายรถเมล์ก็อยู่ตรงปากซอยรัชดา 20 พอดี เช่นเดียวกันกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และรถแท็กซี่ก็เรียกหาได้ง่ายเช่นเดียวกัน   วิเคราะห์ตัวโครงการ   ทำเลที่ตั้งของโครงการ Chateau in town รัชดา 20/2 ที่จัดว่าอยู่ใกล้กับศูนย์กลางธุรกิจใหม่ใจกลางเมือง หรือบริเวณที่เป็นไข่แดงของรัชดา (บริเวณแยกรัชดา-พระราม9) เรื่องความเจริญแบบชีวิตคนเมืองจึงหายห่วง เพราะมีทั้งห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้ง รวมถึงอาคารสำนักงาน สถานศึกษา ก็อยู่ในรัศมีแวดล้อมที่สามารถเดินทางได้อย่างง่ายดาย เช่น ห้าง Central พระราม 9, Big C, Esplanade, Tesco Lotus หรือ Fortune Tower และตลาดนัดเมืองไทยภัทร ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่บนถนนรัชดาภิเษกบริเวณแยกรัชดา-พระราม 9 ส่วนทางฝั่งลาดพร้าวก็มี Central ลาดพร้าว, Union Mall, Major รัชโยธิน, สวนจตุจักร และตลาดอตก. ที่ว่ามานี้คือแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และอยู่ในแนวรถไฟฟ้าใต้ดินอีกต่างหาก นอกจากนี้บริเวณที่ตั้งโครงการก็ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อให้พึ่งพาได้ไม่น้อยเลย เพราะซอยรัชดา 20 เป็นแหล่งรวมสำนักงาน หน่วยงานราชการและเอกชนดังๆ หลายราย บริเวณนี้จึงคึกคักไปด้วยพนักงานออฟฟิศเกือบตลอดวัน หรือถ้าเลยไปที่ซอยสุทธิสาร ร้านค้า แผงลอยก็มีให้เลือกมากมายตั้งแต่เช้าจรดค่ำ อาหารการกินบริเวณนี้จึงอุดมสมบูรณ์มากครับ   มาถึงตัวโครงการกันบ้าง Chateau in town รัชดา 20/2 เป็นคอนโด Low Rise อาคารเดี่ยวสูง 8 ชั้น ซึ่งกำลังจะสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ในอีกไม่นานนี้ เริ่มจากบริเวณชั้นล่างสุดเป็นพื้นที่จอดรถ สามารถรองรับรถได้ 35 คัน (นับรวมจอดซ้อนคันแล้ว) ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่เกินความคาดหวังเลยสำหรับคอนโด Low Rise ที่เกาะแนวรถไฟฟ้าแบบนี้ ถัดขึ้นไปที่บริเวณชั้น 2 จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางซึ่งรวมสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และพื้นที่พักผ่อนไว้ด้วยกัน รวมถึงส่วนที่พักอาศัยก็เริ่มตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป นับรวมแล้วทั้งโครงการจะมียูนิตรวมทั้งหมด 73 ยูนิต โดยอัตราความหนาแน่นในการใช้งานส่วนกลางก็ยังอยู่ในสัดส่วนที่รับได้ครับ ลูกบ้านแต่ละห้องมีโอกาสได้ใช้งานค่อนข้างเต็มที่ เช่นเดียวกันกับลิฟท์โดยสารที่ทางโครงการจัดมาให้เพียง 1 ตัว แต่ดูจะไม่น่าเป็นปัญหาเท่าไหร่เรื่องการใช้งาน นอกจากนี้เรื่องระบบรักษาความปลอดภัยอื่นๆ ก็เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งกล้อง CCTV และการใช้ Key Card เข้าออกอาคาร ตัวอาคารภายนอกไม่ได้มีการออกแบบตกแต่งที่พิเศษแตกต่างไปจากแบรนด์ Chateau in town ที่อื่นๆ มากนัก การจัดว่าตำแหน่งห้องในแต่ละชั้นเน้นความเป็นส่วนตัวเป็นมีจำนวนแค่ ชั้นละ 12 ห้องเท่านั้น และโถงทางเดินยังออกแบบให้เป็นแบบ Single Corridor รูปตัว U ไม่มีเพื่อนฝั่งตรงข้ามห้องแน่นอน สำหรับภายนอกอาคารโดยรอบส่วนใหญ่ยังเป็นบ้านพักอาศัยในแนวราบ สูงไม่เกิน 2-3 ชั้น จะมีก็แต่อาคารฝั่งตรงข้ามโครงการที่กำลังก่อสร้างอาคารสำนักงานสูง 7-8 ชั้นเช่นเดียวกัน ห้องทางด้านทิศใต้ที่อยู่ทางด้านหน้าโครงการจึงถูกบังวิวกันไปแบบเต็มๆ ส่วนอีกด้านที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ก็จะถูกอาคารของ Chateau in town 20 ที่สร้างมาก่อนบังวิวเช่นกัน รวมถึงพื้นที่ส่วนกลางทั้งสระว่ายน้ำและฟิตเนสก็ตั้งอยู่ในตำแหน่งนี้ด้วย เท่าที่เล็งๆ แล้วก็คงขาดความเป็นส่วนตัวไปบ้าง เพราะคนที่อยู่ตึกตรงกันข้ามสามารถมองส่องเข้ามาได้แน่นอน ส่วนทิศอื่นๆ ที่เหลือก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องวิวเท่าไหร่ครับ ถ้าเลือกห้องที่อยู่ชั้น 3 ขึ้นไปก็พ้นหลังคาบ้านข้างๆ แล้ว ถ้าใครที่ชอบบรรยากาศห้องที่ค่อนข้างเงียบสงบ และไม่ต้องเสี่ยงเปิดหน้าต่างมาจ๊ะเอ๋กับตึกตรงข้าม แนะนำว่าเลือกห้องทางด้านทิศเหนือ และตะวันออกน่าจะดีที่สุดครับ   พาชมห้องตัวอย่าง   สำหรับห้องตัวอย่างของ Chateau in town รัชดา 20/2 ไม่ได้มีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจมากนัก ถ้าใครที่เคยแวะไปดูโครงการอื่นๆ ภายใต้แบรนด์นี้ก็คงพอจะนึกภาพตามได้ไม่ยาก เพราะการจัด Lay out ห้องมีความคล้ายคลึงกันมาก เปิดประตูห้องมาจะเจอส่วนของห้องครัวก่อน ซึ่งทางโครงการจะติดตั้งเคาน์เตอร์ครัว และชั้นเก็บของมาให้เรียบร้อย รวมถึงพื้นในห้องครัวก็เลือกปูกระเบื้องเซรามิคมาให้ เพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด เคาน์เตอร์ครัวที่ทางโครงการให้มาสีสันค่อนข้างจะฉูดฉาดเลยทีเดียว ถ้าใครที่คิดจะแต่ห้องในสไตล์เรียบๆ อาจจะไม่ถูกใจเท่าไหร่ นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นห้องเปล่าๆ ที่มีแค่สุขภัณฑ์ในห้องน้ำตามมาตรฐานราคาห้อง เครื่องปรับอากาศ และพื้นลามิเนต สำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอน จะมีขนาดเริ่มต้นที่ 25-42 ตร.ม. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งห้อง ห้องขนาดเล็กจะกั้นพื้นที่ห้องนอนออกจากครัวด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เพื่อช่วยในการประหยัดพื้นที่ และไม่ทำให้ห้องดูแคบจนเกินไป ส่วนพื้นที่นั่งเล่นในห้องขนาด 25 ตร.ม. อาจไม่มีพื้นที่เหลือให้มากนัก เพราะต้องแบ่งกันใช้กับบริเวณห้องนอน จะว่าไปแล้วลักษณะห้องก็คล้ายกับห้องแบบ Studio เสียมากกว่า แต่ถ้าใครที่อยากจะได้ห้องที่กว้างขึ้น และมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นแยกออกมาเป็นสัดส่วน ก็ต้องขยับขึ้นมาที่ห้องขนาด 35 ตร.ม. เพราะห้องแบบนี้จะกั้นห้องนอนด้วยผนังทึบ จึงมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นแยกจากกันชัดเจน แต่ก็ต้องบอกว่ามีพื้นที่แค่พอใช้สอยนะครับ ไม่ได้กว้างขวางอะไรมากมาย อ้อ อีกส่วนที่ต่างจากห้องขนาดเล็กก็อีกอย่างก็คือ พื้นที่แต่งตัวซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างห้องนอนและห้องน้ำ ห้องแบบนี้จึงได้บรรยากาศแบบ walk in closet น่าจะถูกใจคุณสาวๆ ไม่น้อยเลย นอกจากนี้ห้องแบบ 1 ห้องนอน ยังมีห้องขนาดใหญ่แบบ 42 ตร.ม. ให้เลือกด้วย รวมถึงห้องแบบ 2 ห้องนอน ซึ่งมีขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 47-50 ตร.ม. เหมาะกับการอยู่อาศัยแบบครอบครัวมากขึ้น   ความคุ้มค่าน่าลงทุน   ด้วยทำเลที่ตั้งของโครงการ Chateau in town รัชดา 20/2 ที่อยู่เกาะแนวรถไฟฟ้าใต้ดิน จึงเรียกความน่าสนใจได้ไม่ยาก เพราะเดินเข้ามาในซอยอีกแค่ 300 เมตร บรรยากาศโดยรอบก็เงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัย ต่างจากความพลุกพล่านบริเวณถนนรัชดาภิเษกเพราะเป็นย่านธุรกิจและมีอาคารสำนักงานเป็นจำนวนมาก การออกแบบภายในตัวอาคารอาจจะยังดูขาดๆ เกินไปบ้าง สำหรับแบรนด์ Chateau in town ห้องส่วนใหญ่มักจะมีเหลี่ยมมุมหรือมีเสาเกินมาให้เห็นแล้วขัดใจบ้าง ทำให้การหาเฟอร์นิเจอร์มาจัดวางให้ลงตัวได้ยาก บางทีการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ Built in แทนก็อาจจะช่วยตัดปัญหาในจุดขัดตาไปได้บ้าง นอกจากนี้เรื่องสีสันของเคาน์เตอร์ครัวก็ไม่ค่อยคลาสสิคเท่าไหร่ ใครที่ไม่ชอบสีสันฉูดฉาดตัดกันชัดเจน แบบสีเหลือง แดง ตัดกันกับสีไม้เข้มๆ อาจถึงขึ้นต้องรื้อทำใหม่ยกแผงกันไปเลย ส่วนเรื่องพื้นที่ส่วนกลางทางโครงการก็พยายามจัดสรรมาให้ค่อนข้างเต็มที่เท่าที่โครงการขนาดเล็กจะทำได้ ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และส่วนพื้นที่พักผ่อน ติดนิดหน่อยที่อาจจะขาดความเป็นส่วนตัวไปบ้างในการใช้งานครับ รวมถึงเรื่องอาคารใกล้เคียงที่บังวิวในบางมุม ทำให้การเลือกตำแหน่งห้องถูกจำกัดมากขึ้นรวมถึงถ้าอยากให้ได้วิวที่พ้นหลังคาบ้านข้างๆ ขึ้นมา ก็ต้องเลือกห้องในชั้นที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้ราคาห้องสูงขึ้นตามไปด้วย   ถ้าใครที่กำลังมองหาคอนโดไว้อยู่อาศัยเอง และก็ทำงานแถบนี้อยู่แล้ว อาจจะถูกใจได้ไม่ยาก เพราะความสะดวกสบายสไตล์คนเมืองอยู่แวดล้อมรอบด้าน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงเรียน หน่วยงานราชการ และอาคารสำนักงาน อีกทั้งการเดินทางก็จัดได้ว่าสะดวกดีทีเดียว แต่ถ้าหากคิดจะจับจองไว้สำหรับการลงทุนปล่อยห้องเช่า อาจจะมี upside gain หรือได้ผลตอบแทนไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่นัก เพราะด้วย Branding ของตัวโครงการเองก็ไม่ได้มีภาพลักษณ์หรูหรามากขนาดที่จะทำราคาค่าเช่าได้สูงๆ เลยต้องพิจารณากันให้ละเอียดรอบคอบหน่อย
THE NICHE MONO รัชวิภา (PREVIEW)

THE NICHE MONO รัชวิภา (PREVIEW)

โครงการ: THE NICHE MONO รัชวิภา (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 1,950,000 บาท บาท/ตารางเมตร ประมาณ 65,000 บาท เจ้าของโครงการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จุดเด่น ตัวโครงการ High Rise อยู่ติดถนนใหญ่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน ไม่ใกล้จากแหล่งธุรกิจใหม่ย่านรัชดาภิเษก ใกล้โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ใกล้สวนรถไฟ สวนจตุจักร เมเจอร์ รัชโยธิน ตลาดบองมาเช่ โครงการเหมาะกับการซื้อเพื่ออยู่อาศัย หรือลงทุนระยะยาวเพื่อรอข่าวการขยายตัวของแนวรถไฟฟ้าบริเวณนี้ โครงการมีพื้นที่สีเขียว พื้นที่ส่วนกลางค่อนข้างมาก และไม่มีอาคารสูงใกล้เคียงบดบังวิว จุดด้อย ถึงแม้ตัวโครงการจะได้อานิสงค์จากโครงการรถไฟฟ้าหลายสาย แต่ทว่าไม่อยู่ในระยะที่จะเดินได้ ผลตอบแทนกรณีซื้อเพื่อปล่อยเช่าอาจไม่คุ้มเท่าที่ควร โปรโมชั่น - ปีที่สร้างเสร็จ ปลายปี 2559 ที่ตั้ง: THE NICHE MONO รัชวิภา (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 6-1-27 ไร่ ที่ตั้ง ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พิกัดโครงการ 13.830895,100.540153 ระบบขนส่งสาธารณะ MRT บางซื่อ, BTS จตุจักร   สถานที่สำคัญใกล้เคียง รถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต รถไฟฟ้า MRT สถานีบางซื่อ ตลาดนัดสวนจตุจักร บิ๊กซี วงศ์สว่าง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เซ็นทรัล ลาดพร้าว โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ลักษณะโครงการ: THE NICHE MONO รัชวิภา (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bedroom 2 Bedroom ขนาดห้องที่มี 1 Bedroom ขนาด 30 ตารางเมตร 2 Bedroom ขนาด 53 ตารางเมตร จำนวนตึก 2 อาคาร จำนวนชั้น 27 ชั้น จำนวนห้อง 840 ยูนิต ส่วนกลาง: THE NICHE MONO รัชวิภา (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 55% รวมจอดซ้อนคัน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) 39 บาท ค่ากองทุน(/ตร.ม) 500 บาท สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ Fitness สวนสาธารณะ Lobby Library Mail Box บริการ Shuttle Van รับ – ส่ง สถานี MRT บางซื่อ และ BTS หมอชิต   เพิ่มเติม: THE NICHE MONO รัชวิภา (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1775 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.thenichecondo.com ข้อมูล ณ วันที่
Chateau in Town รัชดา 10 (รีวิวคอนโด)

Chateau in Town รัชดา 10 (รีวิวคอนโด)

โครงการ Chateau in town รัชดา 10 เป็นอีกหนึ่งโครงการของ CMC ที่เลือกทำเลขยับเข้ามาใกล้เขต New CBD (Central Business District) บนถนนรัชดาภิเษกมากขึ้น ซึ่งตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยรัชดา 10 หลังตึก Cyber World และอยู่ระหว่างรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีห้วยขวางและสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ เราจึงแวะไปดูที่ตั้งโครงการจริงมาฝากกันครับ การเดินทาง การเลือกทำเลในย่านนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจัยหลักจากความสะดวกสบายด้วยการเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน สำหรับการเดินทางมายังโครงการ Chateau in town รัชดา 10 โดยรถไฟฟ้าใต้ดินสามารถเลือกลงได้ทั้งสถานีห้วยขวาง และสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ โดยสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ จะมีระยะทางเดินที่ใกล้กว่าคือ 550 เมตรโดยประมาณ ซึ่งใช้เส้นทางเดินลัดตัดออกมาจากด้านหลังตึก Cyber World ทำให้ย่นระยะทางไปได้พอสมควร ในขณะที่จากสถานีห้วยขวางเดินมายังโครงการจะมีระยะทางมากถึง 900 เมตรเลยทีเดียว ด้วยระยะขนาดนี้ต้องบอกว่าถ้าต้องเดินไปกลับทุกเช้า-เย็นคงจะไม่สะดวกนัก ดังนั้นการเลือกใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจึงเป็นเรื่องที่อาจเกิดได้บ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะคุณสาวๆ ที่ต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าคนเดียว เส้นทางบางช่วงอาจจะเงียบไม่คนมีคนเดินจนเกือบจะเรียกว่าเปลี่ยวเลยทีเดียว ถึงจะเป็นเส้นทางเดินติดถนนใหญ่ที่มีรถราขวักไขว่ แต่ก็ยังไม่น่าเดินเท่าไหร่ครับ ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆ นั้นจัดว่าสะดวกดีทีเดียว เพราะออกมาทางปากซอยรัชดา 10 ก็เจอป้ายรถเมล์อยู่ตรงหน้าพอดี มีรถเมล์วิ่งผ่านหลายสาย รวมถึงรถแท็กซี่ก็มีให้บริการทั้งวันทั้งคืน ถึงจะไม่มีรถส่วนตัวก็ไม่ต้องห่วงเรื่องการเดินทางเลย ส่วนการเดินทางด้วยรถส่วนตัว ก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ ถนนสายหลักๆ ที่ต้องใช้คือ ถนนรัชดาภิเษก ไม่ว่าจะมุ่งหน้าไปทางแยกพระราม 9 หรือแยกลาดพร้าว เพื่อต่อไปยังพื้นที่อื่นๆ รวมถึงบริเวณแยกศูนย์วัฒนธรรมฯ ที่สามารถเลี้ยวไปออกเหม่งจ๋ายและเลียบทางด่วนรามอินทราได้ นอกจากนี้ยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนตรงพระราม 9 ที่จะช่วยให้การเดินทางไปยังส่วนอื่นๆ ของกรุงเทพสะดวกมากขึ้น แต่ปัญหาใหญ่ๆ ที่ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้ก็คือ ปัญหารถติดบนถนนรัชดาภิเษก และถนนสายอื่นๆ ใกล้เคียงในช่วงเวลาเร่งด่วน กว่าจะหลุดไปได้แต่ละแยกก็ใช้เวลากันนานเลยทีเดียว แผนที่เส้นทางการเดินทางโดยรถยนต์ โดยเริ่มจากลาดพร้าวมาถึง โครงการ เริ่มมาจากแยกลาดพร้าว ให้วิ่งมุ่งหน้าไปพระราม 9 ลงอุโมงต์ลอดใต้แยกห้วยขวาง ลงอุโมงค์ ออกจากอุโมงค์ให้พยายามชิดซ้าย วิ่งมาเรื่อยๆ จะเจอโรงเรียน เตรียมอุดมพัฒนาการอยู่ทางซ้าย ก่อนเข้าซอย เตรียมตัวเลี้ยวเข้าซอย รัชดาภิเษก 10 เข้าซอยรัชดาภิเษก 10 เลยครับ พอเข้าซอยมาแล้ว ให้เลี้ยวขวาแรกทันที วิ่งตรงไปเรื่อยๆจนเกือบสุดทาง จะเห็นโครงการ Chateau in Town 10 อยู่ทางซ้ายครับ   วิเคราะห์ตัวโครงการ โครงการ Chateau in town รัชดา 10 ตั้งอยู่ถัดจากปากซอยเข้าไปประมาณ 100 เมตร ซึ่งบริเวณปากซอยมีทั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารแผงลอยหลายร้าน ถัดออกมาอีกหน่อยที่แยกศูนย์วัฒนธรรมฯ ก็มีทั้งห้าง Big C Extra, Esplanade และCyber World ที่สามารถเป็นที่พึ่งพาในการจับจ่ายใช้สอยและฝากท้องได้ ขยับออกมาอีกหน่อยก็ยังมี Tesco Lotus, Fortune Tower และห้าง Central พระราม 9 ที่อยู่ห่างออกไปอีกแค่สถานีรถไฟฟ้าเดียว รวมถึงร้านอาหาร สถานบันเทิงบนถนนรัชดาในบริเวณใกล้ๆ ก็มีให้เลือกไม่น้อยเช่นกัน นอกจากนี้อาคารสำนักงานรอบๆ ก็มีอีกหลายตึก ทั้ง Forum Tower, ตึก Cyber World และตึกไทยประกันชีวิต เป็นต้น ทำเลในย่านนี้จึงคึกคักและพลุกพล่านไม่น้อยเลย ดีหน่อยที่ที่ตั้งโครงการอยู่ถัดเข้ามาในซอยซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านพักอาศัยที่มีอยู่ก่อนแล้ว บรรยากาศจึงเงียบสงบกว่าด้านนอกมาก ตัวอาคารของ Chateau in town รัชดา 10 สูง 8 ชั้น สร้างใกล้เสร็จในอีกไม่นานนี้ ซึ่งการออกแบบตัวอาคารไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก เพราะเป็นโครงการเล็กที่มียูนิตรวมแค่ 79 ยูนิตเท่านั้น ทางโครงการจึงบอกว่าลูกบ้านจะได้ความเป็นส่วนตัวเพราะแต่ละชั้นมีเพื่อนบ้านแค่ 10-12 ห้องเท่านั้น พื้นที่ส่วนกลางเริ่มตั้งแต่บริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นที่จอดรถภายในอาคาร สามารถจอดรถได้ 31 คัน มีทางเข้าออกทางเดียวด้านซอยรัชดา 10 แยก 7 ส่วนพื้นที่ด้านหลังโครงการที่อยู่ติดกับซอยรัชดา 10 แยก 9 จะเป็นสระว่ายน้ำและสวนหย่อมเล็กๆ สำหรับการพักผ่อน สำหรับส่วนที่พักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้นที่ 2 ขึ้นไป โดยที่บริเวณชั้น 2 ด้านเดียวกับสระว่ายน้ำจะมีห้องฟิตเนส ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปที่สระว่ายน้ำได้ด้วย นอกเหนือจากนี้ก็เป็นเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานทั่วไป รวมถึงเรื่องลิฟท์โดยสารที่ถึงจัดมาให้ 1 ตัว แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับคอนโดโครงการขนาดนี้ การจัดวางแปลนห้องในแต่ละด้านมีจำนวนห้องไม่มากนัก ซึ่งการเลือกตำแหน่งและขนาดห้องก็ถูกบังคับไปโดยปริยาย รอบๆ อาคารเป็นอาคารพาณิชย์เสียเป็นส่วนใหญ่ ตรงข้ามกันมีอพาร์เม้นท์สูง 7-8 ชั้น 2 อาคาร อยู่ห่างจากตัวโครงการแค่ถนนในซอยกั้นเท่านั้น หันไปทางด้านหลังโครงการก็มีตึก Cyber World สูงตระหง่าน แทบจะบังแดดบังลมได้มิดเลย เรียกว่าเรื่องวิวทิศทัศน์อันสวยงามคงหวังอะไรไม่ได้ไม่ว่าจะเลือกห้องทางทิศไหน หรืออยู่ชั้นสูงที่สุดก็ตาม เพราะมองออกไปยังไงก็เห็นแต่วิวหลังคาตึกใกล้ๆ แย่หน่อยก็อาจจะเปิดหน้าต่างออกไปจ๊ะเอ๋มองเห็นเพื่อนบ้านที่อพาร์ทเม้นท์ข้างๆ อีกต่างหาก ความเป็นส่วนตัวตามที่ทางโครงการขายไว้ก็อาจจะลดลงไปบ้าง เช่นเดียวกับการใช้สระว่ายน้ำซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ในขณะที่รอบๆ มีบ้านและอาคารพาณิชย์รายล้อมอยู่ เวลาลงมาว่ายน้ำเล่นก็อาจจะรู้สึกโป๊ไปหน่อย ถึงแม้ว่าทางโครงการจะพยายามยกพื้นและขอบรั้วให้สูงกว่าปกติแล้ว แต่ใกล้ๆ กันก็ยังมีตึกที่สูงกว่าที่สามารถมองลงมาที่สระว่ายน้ำได้อยู่ดี คะแนนความเป็นส่วนตัวจึงถูกลดลงไปอีกครับ เห็นแบบนี้สาวๆ คงไม่กล้าลงมาว่ายน้ำเล่นเท่าไหร่ จะขึ้นจะลงสระอาจมีอาการระแวงสายตาจากคนในบ้านข้างๆ ได้ ทีนี้เลยพาลจะทำให้ใช้พื้นที่ส่วนกลางได้ไม่ค่อยเต็มที่นัก การเสียค่าส่วนกลางโดยที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ หรืออาจไม่ได้ใช้เลย จึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าคิดนะครับ พาชมห้องตัวอย่าง อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าแบรนด์ Chateau in town มีการออกแบบ Lay out ในแต่ละโครงการไม่ได้แตกต่างกันมาก เราจึงไม่ต้องพูดกันมากให้เสียเวลา ทั้งโครงการมีแบบห้องให้เลือกมากถึง 15 Type ซึ่งเยอะได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Lay out ห้องก็คล้ายๆ กัน กลับตำแหน่งซ้ายบ้าง ขวาบ้าง เว้าตรงนี้นิด ยื่นตรงนั้นหน่อย ตัดทอนไปแล้วก็เหลือห้องแบบหลักๆ อยู่ 5 แบบด้วยกัน เริ่มจากห้องแบบ 1 ห้องนอน จะมีขนาดเริ่มต้นที่ 25-41 ตร.ม. ขึ้นอยู่กับตำแหน่งห้อง ห้องขนาดเล็กจะกั้นพื้นที่ห้องนอนออกจากครัวด้วยประตูกระจกบานเลื่อน เพื่อช่วยในการประหยัดพื้นที่ และไม่ทำให้ห้องดูแคบจนเกินไป ส่วนพื้นที่นั่งเล่นในห้องขนาด 25 ตร.ม. อาจไม่มีพื้นที่เหลือให้มากนัก เพราะต้องแบ่งกันใช้กับบริเวณห้องนอน จะว่าไปแล้วลักษณะห้องก็คล้ายกับห้องแบบ Studio เสียมากกว่า แต่ถ้าใครที่อยากจะได้ห้องที่กว้างขึ้น และมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นแยกออกมาเป็นสัดส่วน ก็ต้องขยับขึ้นมาที่ห้องขนาด 35 ตร.ม. เพราะห้องแบบนี้จะกั้นห้องนอนด้วยผนังทึบ จึงมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นแยกจากกันชัดเจน แต่ก็ต้องบอกว่ามีพื้นที่แค่พอใช้สอยนะครับ ไม่ได้กว้างขวางอะไรมากมาย แต่ถ้าอยากได้ห้องกว้างๆ ไปเลย ก็ต้องเป็นห้องขนาด 39 ตร.ม. และ 41 ตร.ม. เลยครับ รับรองว่าพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางแน่นอน ส่วนห้องแบบ 2 ห้องนอนก็มีให้เลือกเช่นกัน ในขนาดตั้งแต่ 47-52 ตร.ม. เลยทีเดียว เท่าที่ได้ดูห้องตัวอย่างมา ต้องบอกว่า Lay out ห้องบางตำแหน่งอาจจะทำหาเฟอร์นิเจอร์มาตกแต่งให้ลงตัวได้ยาก เพราะมีเสายื่นมาบ้าง หรือผนังเว้าเข้าไปบ้าง ไหนจะไฟเพดานที่ยื่นออกมาแทนที่จะเป็นแบบฝังติดฝ้าเพดาน อันนี้ก็อาจจะติดปัญหาในบางตำแหน่งที่ต้องวางตู้สูงจรดเพดาน บางทีการตัดปัญหาด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in ก็อาจจะช่วยได้ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามมาด้วย ถ้าจะเลือกห้องจริงๆ แนะนำว่าให้เดินดูทีละห้องไปเลยครับ เพราะปัจจุบันตัวอาคารสร้างเสร็จแล้ว เหลือแค่ตกแต่งภายในและเก็บรายละเอียดเท่านั้น จะได้เช็คกันในละเอียดๆ ไปเลยว่ามีพื้นที่ใช้สอยในห้องอย่างไรบ้าง ถูกใจและเหมาะสมแค่ไหน อย่าดูแค่แปลนในกระดาษ เกิดอยู่แล้วไม่ถูกใจขึ้นมาจะหาทางแก้ไขลำบากครับ ความคุ้มค่าน่าลงทุน จุดด้อยหลักๆ ของตัวโครงการ Chateau in town รัชดา 10 คือเรื่องที่ตั้งโครงการที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสถานีรถไฟฟ้า 2 สถานี ซึ่งไม่ว่าจะเลือกเดินจากสถานีไหนก็จัดว่าไกลพอสมควรเลยทีเดียว ถึงแม้ตัวโครงการจะอยู่เกาะแนวรถไฟฟ้า แต่ด้วยระยะทางที่ต้องเดินมากกว่า 500 เมตรขึ้นไป ก็อาจทำให้เราใช้ประโยชน์จากรถไฟฟ้าได้ไม่เต็มที่นัก แต่ในขณะเดียวกันบริเวณรอบๆ โครงการกลับมีอาคารสำนักงานหลายแห่ง รวมถึงสถานศึกษา และห้างสรรพสินค้า แหล่งช็อปปิ้งมากมาย ถ้าใครที่ทำงานอยู่ในระแวกนี้ โดยเฉพาะในระยะที่สามารถเดินไปกลับได้ หรือนั่งรถต่อไปใกล้ๆ โครงการนี้ก็น่าสนใจไม่น้อยเช่นกัน เพราะการจราจรบนถนนรัชดาภิเษกนั้นติดหนักขึ้นชื่ออยู่แล้ว ถ้าไม่ต้องเดินทางออกไปทำงานนอกพื้นที่รัชดาไกลๆ ก็เผชิญปัญหารถติดกันน้อยลง นอกเหนือจากนี้เรื่องพื้นที่ส่วนกลางของโครงการก็ต้องพิจารณากันให้ดีๆ ว่าเราจะได้ใช้งานมากน้อยแค่ไหน เพราะแต่ละส่วนทั้งสระว่ายน้ำ และฟิตเนสก็ไม่ได้มีพื้นที่ใหญ่มาก รวมถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวในระหว่างการใช้งานที่อาจจะน้อยไปบ้างตามที่บอกไปข้างต้น ไม่อย่างนั้นอาจจะเสียค่าส่วนกลางไปโดยไม่คุ้มค่าเงินก็ได้ สำหรับการซื้อหาไว้เพื่อการลงทุนหรือปล่อยห้องให้เช่า แน่นอนว่าบริเวณโดยรอบนี้มีอาคารสำนักงานอยู่มาก โอกาสที่จะหาผู้เช่าก็ดูจะมีความเป็นไปได้มาก แต่ต้องไม่ลืมว่าในซอยเดียวกันนี้ยังมีอพาร์ทเม้นท์อีกหลายตึกที่จะกลายเป็นตัวเลือกเปรียบเทียบ ทั้งตำแหน่งที่อยู่ใกล้ปากซอยมากกว่า และราคาเช่าที่อาจจะถูกกว่าเพราะไม่มีเรื่อง Facility อื่นๆ บวกเพิ่มขึ้นมา การปล่อยห้องให้เช่าจึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าก็ได้ครับ
The Sky รัชดา (PREVIEW)

The Sky รัชดา (PREVIEW)

โครงการ: The Sky รัชดา (PREVIEW)   ราคา เริ่มต้น 2,300,000 บาท (ณ วันเปิดตัว) บาท/ตารางเมตร เริ่มต้น 85,200 บาท เจ้าของโครงการ ไบรท์ ดีเวลลอปเมนท์ กรุงเทพ (ในเครือ Property Perfect) จุดเด่น คอนโดมิเนียมหรู ใจกลาง CBD ความเฟอร์เฟคระดับ Hi-Exclusive เรียบหรูดูมีสไตล์ในแบบ Elegant Simplicity ท่ามกลางความพร้อมของทำเลริมถนนรัชดาภิเษก ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีสุทธิสารและห้วยขวาง เพียง 400 เมตร ปีที่สร้างเสร็จ พ.ศ. 2558 ที่ตั้ง: The Sky รัชดา (PREVIEW) ลักษณะคอนโด High Rise เนื้อที่ทั้งหมด 6-1-99.80 ไร่ ที่ตั้ง ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง สามเสนนอก (บางซื่อใต้) เขตดินแดง, บางกะปิ (บางซื่อ) กรุงเทพฯ พิกัดโครงการ 13.784143,100.572399 ระบบขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้า MRT สถานีห้วยขวาง (600 ม.) และ สถานีสุทธิสาร (600 ม.)   สถานที่สำคัญใกล้เคียง Central พระราม9 เอสพลานาด TESCO LOTUS Fortune Town   ลักษณะโครงการ: The Sky รัชดา (PREVIEW) ประเภทห้องที่มี 1 Bed 2 Bed Duplex ขนาดห้องที่มี 1 Bed / 27.00- 51.00 ตร.ม. 2 Bed / 48.00 – 62.00 ตร.ม. Duplex / 65.00 – 88.00 ตร.ม. จำนวนตึก 1 อาคาร จำนวนชั้น 29 ชั้น จำนวนห้อง 1,028 ยูนิต   ส่วนกลาง: The Sky รัชดา (PREVIEW) ที่จอดรถทั้งหมด 411 คัน ค่าบำรุงส่วนกลาง(/ตร.ม) ค่ากองทุน(/ตร.ม)   สาธารณูปโภค สระว่ายน้ำ ฟิตเนส เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และ กล้องวงจรปิด ประตู Key Card สวนหย่อม ห้องสมุด (Sky Garden) ร้าน ซักอบรีด Sky Lounge   เพิ่มเติม: The Sky รัชดา (PREVIEW) สอบถามเพิ่มเติม 1375 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.pf.co.th/condominium/thesky/ratchada/overview.php ข้อมูล ณ วันที่
Noble Revolve รัชดา 2 (รีวิวคอนโด)

Noble Revolve รัชดา 2 (รีวิวคอนโด)

Noble Revolve รัชดา 2 คอนโด High Rise ในซอยรัชดา 6 ติดทางขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีศูนย์วัฒนธรรม แค่บอกทำเลที่ตั้งก็ดึงดูดความสนใจได้ไม่ยาก ซึ่งก็ไม่ได้เกินจริงเลยเพราะขึ้นจากรถไฟฟ้าใต้ดินมา เดินเลี้ยวเข้าซอยรัชดา 6 ด้วยระยะทางไม่ถึง 100 เมตรดีก็เข้าตึกแล้ว สำหรับคนที่อาศัยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นหลักจึงจัดว่าสะดวกมากๆ ส่วนระบบขนส่งมวลชนในรูปแบบอื่นๆ ก็มีให้พึ่งพาเยอะ ทั้งรถแท็กซี่ และรถเมล์อีกหลายสาย ซึ่งป้ายรถเมล์ก็อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินนั่นแหละ ทั้งกลางวัน กลางคืนมีรถราวิ่งขวักไขว่เกือบ 24 ชั่วโมง เพราะถัดขึ้นไปอีกซอยเป็นแหล่งรวมสถานบันเทิงยามราตรีที่ขึ้นชื่อ ช่วงกลางวันนอกจากพวกสำนักงานออฟฟิศใหญ่อย่างทรูคอร์ปฯ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และตึก AIA ที่จะเปิดในอนาคตแล้ว บริเวณโดยรอบยังแวดล้อมไปด้วยตึกสำนักงานยิบย่อย รวมถึงห้างสรรพสินค้าอย่าง Central พระราม 9, Big C, Lotus, Home Pro, Fortune Tower และEsplanade ที่อยู่ในระยะเดินถึงทั้งหมด ย่านนี้จึงอุดมสมบูรณ์มากตามแบบฉบับคนเมือง ซึ่งการที่มีคนเยอะ สำนักงานแยะ ก็มาพร้อมกับการจารจรที่ติดขัดขึ้นเหมือนเงา การเดินทางด้วยรถส่วนตัวจากโครงการจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับปัญหารถติดอย่างหนักในช่วงเช้าและเย็น เพราะต้องผ่านแยกพระราม 9 เท่านั้นถึงจะต่อไปยังโซนอื่นๆ ของกรุงเทพได้   ใช้ทางด่วนมุ่งหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ สังเกตทางลงถนนรัชดาภิเษก (สี่แยกพระราม 9) ใช้ทางลงถนนรัชดาภิเษก เมื่อลงจากทางด่วน จะบังคับเลี้ยวซ้ายเพื่อไปยังสี่แยกพระราม 9 ตรงไปยังสี่แยกพระราม 9 ตรงผ่านสี่แยกพระราม 9 ไป เมื่อผ่านสี่แยกมาแล้ว จะพบห้างฟอร์จูน ทาวน์อยู่ทางซ้าย และห้าง Central พระราม 9 ทางด้านขวา หากมองตรงไปจะเป็น Lotus พระราม 9 ให้ชิดขวากลับรถ สังเกตจุดกลับรถอยู่ก่อนถึงห้าง Esplanade ตรงไปจะผ่านสถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม เลี้ยวซ้ายเข้าซอยรัชดา 6 เพื่อเข้าไปยังโครงการ   ถึงตัวอาคารของ Noble Revolve 2 จะตั้งอยู่คู่กับโครงการแรกเลย แต่ทางเข้าออกของโครงการไม่ใช้ร่วมกัน Facility ต่างๆ รวมถึงพื้นที่ของโครงการก็แยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง จะคล้ายคลึงกันก็แต่ Lay out การออกแบบห้อง และสถาปัตยกรรมภายนอกของตัวอาคารที่เกือบจะเป็นคู่แฝด แต่คนละฝา ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 22.37 ตร.ม. เป็นห้องเล็กสุดตามราคาเริ่มต้น ซึ่งมีอยู่เพียงชั้นละ 1 ห้องเท่านั้น ส่วนห้องที่มีให้เลือกมากที่สุดคือห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตร.ม. โดยที่แปลนห้องแต่ละตำแหน่งก็มีพื้นที่บวก-ลบต่างกันนิดหน่อย ขยับไปอีกทีก็เป็นห้องแบบ 2 ห้องนอน ที่ 38.6 ตร.ม. ไปจนถึงขนาดเกือบ 53 ตร.ม.   ที่สำนักงานขายวันที่เข้าไป ยังเปิดให้ชมได้แค่ห้องแบบ 2 ห้องนอน ส่วนห้องแบบ 1 ห้องนอนกำลังปรับตกแต่งใหม่ จึงมีภาพมาให้ชมแค่ห้องแบบ 2 ห้องนอนเท่านั้น ห้องจริงๆ ที่ทางโครงการขายให้จะเป็นห้องเปล่าๆ มีแค่สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และเคาน์เตอร์ครัวเท่านั้น ที่เหลือในห้องตัวอย่างเป็นการตกแต่งเพื่อล่อตาล่อใจล้วนๆ ทั้งกำแพงกั้นห้องนอนเล็กที่เอาออกเปิดพื้นที่ให้โล่ง และปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่นั่งเล่นแทน ตามด้วยเฟอร์นิเจอร์อะคริลิคใสๆ ที่เลื่อนสลับตำแหน่ง ปรับพื้นที่ห้องได้ ก็เป็นไปเพื่อการขายล้วนๆ ถ้าอยากจะตกแต่งให้เหมือนห้องตัวอย่างคงต้องเตรียมเงินไว้อีกเยอะ การที่ขายมาแบบเป็นห้องเปล่าๆ อาจจะมีข้อดีตรงที่ลูกบ้านไม่ถูกจำกัดไอเดียเรื่องการตกแต่ง ใครที่คิดจะซื้อจึงต้องคิดถึงเรื่องเงินค่าตกแต่งห้องเผื่อไว้ด้วย   ประตูห้องเป็นคันโยก และล็อคธรรมดา ไม่ใช่ระบบดิจิตอลล็อค เปิดเข้าห้องมาขวามือจะเป็น Pantry ครัว และตรงหน้าคือพื้นที่กินข้าวติดระเบียง เคาน์เตอร์ครัว Built มาเรียบร้อย พร้อม top หินแกรนิต ด้านล่างเว้นช่องวางเครื่องซักผ้าไว้ให้ด้วย เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว ยี่ห้อ MEX เครื่องดูดควันเข้าชุดยี่ห้อเดียวกัน ซิงค์ล้างจานเป็นแบบฝัง โต๊ะกินข้าวขนาด 4 ที่นั่งติดระเบียง ประตูกระจกบานเลื่อนที่ระเบียง รางเลื่อนประตูกระจก สามารถเปิดออกไปที่ระเบียงได้ แต่พื้นที่ระเบียงของห้องก็แคบจะใช้ประโยชน์แทบไม่ได้เลย พื้นที่นั่งเล่นมุมนี้ ใช้พื้นที่ของห้องนอนเล็กจัดวางชุดโซฟา จึงทำให้พื้นที่ห้องดูกว้างขึ้น ในห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน มีการเอาผนังห้องนอนเล็กออก ทำให้พื้นที่ห้องดูเชื่อมต่อถึงกันให้ความรู้สึกโปร่งกว่าเดิม ห้องน้ำเล็กใช้กระเบื้องโทนสีเทา โถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำเล็ก ก๊อกอ่างล้างหน้าของ GROHE ห้องอาบน้ำกั้นด้วยกระจกเทมเปอร์ ชุดก๊อกฝักบัว ชุดฝักบัวอาบน้ำ สวิตช์ไฟมาตรฐานยี่ห้อ panasonic โถงทางเดินในห้อง บริเวณห้องนั่งเล่น ซึ่งให้พื้นที่ของห้องนอนเล็กมาจัดแต่งใหม่ พอทุบกำแพงของห้องนอนเล็กออกไป ก็จะทำให้สามารถจัดสรรพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ พอไม่มีกำแพงห้องนอนเล็ก ภายให้ห้องจึงดูโปร่งสบายตามากขึ้น ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ master bedroom ปลายเตียงวางโซฟาแบบ 2 ที่นั่งไว้สำหรับนั่งดูทีวีได้ ผนังห้องนอน bulit ตู้เก็บของ และทำเป็นชั้นวางทีวีด้วย มองไปทางประตูทางเข้าห้องนอนใหญ่จะเห็นมุมแต่งตัวหน้าห้องน้ำ ภาพรวมห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ วัสดุ สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำเป็นไปตามมาตรฐาน ภายในห้องน้ำกั้นพื้นที่ห้องอาบน้ำมาให้แล้ว ชุดก๊อกของฝักบัวในห้องน้ำใหญ่ ชุดฝักบัวพร้อม Rain Shower พื้นห้องอาบน้ำดร๊อปลงไปเล็กน้อย ธรณีห้องน้ำเป็นหินเทียมสีดำ ก่อไว้ไม่สูงนัก จากที่ได้ดูห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอนแล้ว ลองจินตนาการห้องโล่งๆ และมีกำแพงกั้นห้องนอนเล็กเข้าไปอีก ต้องบอกว่า Lay out ห้องไม่ได้ดูกว้างขวางลงตัวเท่าไร ออกจะดูอึดอัดไปเสียด้วยซ้ำ วัสดุที่มากับห้องก็เป็นไปตามมาตรฐานปกติ ในโครงการระดับนี้ถือว่าจัดของแถมมาได้ไม่สมราคานัก เรื่อง Facility ที่ทางโครงการเตรียมไว้ให้ก็ดูครบครันดี ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สวน ห้องซักรีด และร้านค้า แต่เมื่อเทียบกับจำนวน 755 ยูนิตแล้ว เลยกลายเป็นมี Facility ไม่พอต่อจำนวนคนไปเลย และยังเรื่องที่จอดรถที่จอดได้เพียง 305 คัน รวมจอดซ้อนคันแล้วด้วย เรื่องนี้จึงเป็นปัญหาใหญ่แน่ๆ ถ้าลูกบ้านเกินครึ่งโครงการมีรถส่วนตัว อีกประเด็นที่ลืมไม่ได้เลยคือเรื่องตำแหน่งห้อง ซึ่งจะต้องเลือกทิศ เลือกมุมกันดีๆ หน่อย เพราะรอบโครงการมีอาคารใกล้เคียงบังวิวเกือบรอบทุกทิศ ดังนั้นจึงต้องมองทิศกันให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจ บางห้องอาจจะอยู่สูงพ้นแนวตึกรอบๆ แต่ก็อาจจะแลกมากับทิศทางของแสงแดดยามบ่ายที่จะทำให้ห้องร้อน หรือบางห้องถูกบังมุม วิวไม่สวย ไม่ค่อยเป็นส่วนตัว แต่ไม่ต้องกลัวแดดร้อน อันนี้ก็แล้วแต่จะเลือกเอาตามสะดวกใจนะครับ สำหรับ Noble Revolve รัชดา 2 อยู่ในทำเลที่ถือว่าเป็นไข่แดงของรัชดา ซึ่งทำเลในแถบนี้กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาไปสู่ความเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่ใจกลางเมือง ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่เปิดอีกหลายตึก ซึ่งกลุ่มคนทำงานจะเยอะขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นในแง่ของศักยภาพด้านการเติบโตของพื้นที่ในแถบนี้จึงมีสูง แต่ก็อย่าลืมพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ประกอบควบคู่กันไปด้วย เพราะ Noble Revolve รัชดา 2 เปิดตัวไว้ในราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโครงการอื่นๆ ในระแวกใกล้เคียง การจะทำกำไรในระยะสั้นจึงเป็นเรื่องยาก หรือถ้าจะหวังซื้อไว้เก็งกำไรในระยะยาว ก็ยังต้องรอดูกันต่อไปอีกระยะว่าราคาจะขึ้นไปถึงระดับไหน