Life Asoke Hype แตกต่างอย่าลงตัว รองรับทุกไลฟ์สไตล์

Promotion: LIFE ASOKE HYPE ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้าน* ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท*

ลงทะเบียน Pre-sale โครงการ

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ

ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมแบรนด์ Life จาก AP (THAILAND) มักจะถูกจับตามองอยู่เสมอว่าจะเกิดขึ้นในทำเลไหน จะมีลักษณะพิเศษอะไรออกมาอวดกันอีกบ้าง เพราะที่ผ่านมาทุกตัวนั้นได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงอยู่ไม่เบาทีเดียวค่ะ ดูได้จากวันเปิด Pre Sale ที่มาต่อคิวยาวเหยียดกันตั้งแต่ไก่โห่กันเลยทีเดียวค่ะ โดยรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Life ตัวใหม่ล่าสุดในทำเลที่เชื่อว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับ “Life Asoke Hype” สำหรับตัวนี้จะทำให้เรา Hype แค่ไหนก็ต้องลองดูไปพร้อมๆ กันค่ะ

ทำเลศักยภาพสุดฮอต

บริเวณสี่แยกพระราม 9 ยังคงเป็นทำเลสุดฮอตที่ใครหลายคนหมายตาเอาไว้สำหรับคอนโดมิเนียมสักยูนิตไว้ในครอบครอง ไม่ว่าจะพักอาศัยเอง เพราะใกล้ที่ทำงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย หรือจะลงทุนปล่อยเช่า เก็งกำไรกันต่อไปทั้งในระยะสั้น-ระยะยาว จนเรียกได้ว่าใครที่ได้ครอบครองไปตั้งแต่มือแรกก็ยิ้มแก้มปริกันทุกรายค่ะ ที่แห่งนี้จึงยังคงมีความต้องการอยู่เสมอ ทั้งคนไทยเองและชาวต่างชาติที่ต่างก็เข้ามาจับจองอยู่ในพื้นที่นี้อยู่ในทุกโครงการก็ว่าได้ โดยเฉพาะชาวเอเชียอย่างจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น

 

ตัวโครงการมีความโดดเด่นอยู่ตรงที่มีทางเข้า-ออกโครงการได้ถึง 2 ทาง ซึ่งเป็นถนนสายหลักทั้งคู่ คือฝั่งถนนจตุรทิศ และฝั่งถนนอโศก-ดินแดง โดยใช้ทางเข้า-ออกเดียวกันกับโครงการ Life Asoke-Rama 9 ถนนทั้งสองมีความสำคัญสำหรับการเดินทางด้วยรถยนต์ในกรุงเทพฯ ไม่น้อยค่ะ เพราะถนนจตุรทิศนั้นมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชอยู่พอสมควรเลยค่ะ ไม่ว่าจะออกนอกเมืองจนเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ หรือจะไปทางบางนา-ดาวคะนอง, แจ้งวัฒนะ ก็สะดวกสบาย ส่วนถนนอโศก-ดินแดง ถือเป็นถนนที่คับคั่งด้วย Office Building มากที่สุดย่านหนึ่งในบ้านเรา และยังเป็นเส้นทางที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิม กับ NEW CBD อย่างพระราม 9 เอาไว้ด้วยกัน โดยจะผ่านถนนสายสำคัญอย่างพระราม 4-สุขุมวิท-เพชรบุรี ส่วนรถไฟฟ้าที่กลายเป็นหัวใจหลักของการเดินทางในกรุงเทพฯ นั้นอยู่ห่างจากโครงการเพียง 300 เมตร จาก MRT สถานีพระราม 9 และประมาณ 400 เมตร จากแอร์พอร์ตลิ้งค์ สถานีมักกะสัน  

 

บริเวณสี่แยกพระราม 9 ถือเป็นอีกหนึ่งทำเลทองทั้งในมุมมองของ Developer นักลงทุน และผู้อยู่อาศัยเองก็ตาม เหตุเพราะความอุดมสมบูรณ์ของย่านนี้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนส่งให้กลายเป็น NEW CBD ในปัจจุบัน ทั้งการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน  MRT มีจุดขึ้น-ลงทางด่วน และสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งในช่วงกลางวันไปจนถึงช่วงค่ำจึงมีความคึกคักมากทีเดียวค่ะ ซึ่งแต่ละแห่งนั้นมีคาแรคเตอร์ของตัวเองชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, เอสพลานาด รัชดา, เดอะสตรีท, บิ๊กซี รัชดา, โชว์ดีซี ฯลฯ โรงพยาบาลพระราม 9, โรงพยาบาลปิยะเวท, โรงพยาบาลผิวหนังอโศก ไปจนถึงตลาดนัดรถไฟรัชดาอันเลื่องชื่อเรื่องแหล่งรวมคนสไตล์ฮิปๆ สถานบันเทิงยามค่ำคืนย่านรัชดา-อาร์ซีเอ ที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้ส่งให้พระราม 9 กลายเป็นทำเลที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกันจนกลายเป็นเสน่ห์ที่ยังคงไว้เสมอมา     

  

 

ภาพรวมโครงการ

Life Asoke Hype คอนโดมิเนียม High Rise 1 อาคาร 40 ชั้น 1,253 ยูนิต+4 Shop ที่จอดรถ 530 คัน(42%) ขนาดห้อง 25.5-64 ตร.ม. บนพื้นที่ 5-0-10 ไร่ ดีไซน์บนแนวคิดที่จับเอาความแตกต่างระหว่างความหรูหราของชีวิตใจกลางเมืองแบบโรงแรมระดับ 5 ดาว มาผสมผสานกับการใช้ชีวิตอันโลดแล่นของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มี Multi Lifestyles ได้อย่างลงตัว ทำให้เกิดความรู้สึกใหม่ของการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม สะท้อนตัวตนในสไตล์ Young Urban Professional ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบให้กับชีวิต แต่ยังคงเดินไปตามแนวทางของตัวเอง

 

เริ่มตั้งแต่การวาง Exterior ให้ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยการเลือกใช้โทนสีแดงเข้มขึ้นมาเป็น Gimmick ตกแต่งลงบน Facade สะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใคร ในมิติที่รู้สึกถึงความแตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์จนสะกดทุกสายตาในย่านสี่แยกพระราม 9 อย่างที่ไม่เคยเห็นจากโครงการไหนมาก่อน ซึ่งการผสานความแตกต่างมาหลอมรวมกัน เปรียบเหมือนการหยิบเอาความเป็นทำเล Multi-Culture มาไว้ในที่เดียวกันนี้ ส่งต่อมายังใงาน Interior ที่ใช้วัสดุตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ในระดับพรีเมี่ยมในรูปแบบ Eclectic Style โดยเป็นงานที่ทาง AP สั่งทำ Custom Made พิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุตกแต่ง โคมไฟ โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ หมอนอิง ฯลฯ จนเกิดเป็นงานที่มีความ Unique ไม่เหมือนใคร รวมถึงการสร้างบรรยากาศทั้งภายนอกและภายในโครงการที่จะช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด Supreme Privacy in Supreme Facility

 

Facility

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจะเริ่มตั้งแต่ทางเข้าโครงการ ไปสู่ภายในอาคารที่ชั้น G ชั้น 7 ชั้น 40 และ Roof Top ไม่ว่าชอบใกล้ชิดธรรมชาติ ชอบปาร์ตี้กับคนรู้ใจ ชอบออกกำลังกาย ชอบเปลี่ยนบรรยากาศสถานที่นั่งทำงานหรือห้องประชุม แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัวสูง มีดีเทลเล็กๆ อย่างปลั๊กไฟอยู่ให้ทุกจุดที่นั่ง พร้อมฟรี Wifi และยังใส่ Smart Automation ลงไปเพื่อง่ายต่อการใช้งานยิ่งขึ้นสามารถเข้าถึงได้ทุกคน โดยสามารถจองพื้นที่ส่วนกลางเพื่อสามารถเข้าใช้อย่างเป็นส่วนตัวผ่าน Application ทั้งหมดรวมแล้วกว่า 5 ไร่  

Landscape Design ไม่ใช่แค่เพียงทำให้ดูเป็นธรรมชาติสวยงามเท่านั้น แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วยอย่างเต็มที่ ดังเช่น The Circle Running Garden นี้ ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นลู่วิ่ง 2 ระดับ ให้ระยะทางที่มากกว่าการออกแบบ Landscape แบบธรรมดาทั่วไป

 

Scarlet Foyer โถงต้อนรับขนาดใหญ่ถูกประดับตกแต่งด้วย Premium Material สั่งทำขึ้นมาพิเศษ ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ยังคงความทันสมัยไม่ตกยุค

 

Eclectic Lobby ออกแบบให้เกิดความสงบเป็นส่วนตัว โดยมี Private Seat ทำให้ Lobby จะไม่ใช่แค่เพียงทางเดินผ่านเลยไปเท่านั้น แต่สามารถใช้งานได้จริงหลากหลายรูปแบบ

 

ด้วยฟังก์ชั่นเพดานที่สูงโปร่ง จึงถูกดีไซน์ให้เกิดชั้นลอย Mezzanine เพื่อให้ได้ใช้งานแบบพื้นที่ PrivateCo-Working Space & Meeting Room

 

Hover Bay สระว่ายน้ำระบบน้ำล้นบริเวณชั้น 7 ยาว 30 เมตร กว้าง 6 เมตร แบ่งโซน Indoor Jacuzzi ด้วยม่านน้ำตก พร้อมที่นั่งใน Leisure Pit ริมสระให้ความรู้สึกสงบ และซุ้มที่นั่งพักผ่อน The Muted Garden ท่ามกลางสวนเขียวไล่ระดับ เพื่อให้พ้นจากสายตาของยูนิตพักอาศัยในชั้นใกล้เคียง

 

ชั้น 40 และ Roof Top ถูกออกแบบในลักษณะ S-Curve แปลกตากว่าที่เคยเห็น สระว่ายน้ำดีไซน์ L-
Shape Sky Pool โดยแยกโซนออกเป็นส่วนของ Active เป็นสระยาว และ Passive ให้ได้นอนเตียงกลางสระชมวิวเมือง

 

Athletic Sky Atrium หรือฟิตเนสที่มีมาให้ถึง 2 ชั้น พร้อมเครื่องออกกำลังกายอันทันสมัย ขณะเดียวกันก็ยังสามารถพักสายตาด้วยวิวเมืองแบบ Panorama

 

Top Of Hype ดื่มด่ำบรรยากาศใจกลางเมือง ให้ความหรูหราราวกับเป็น Roof Top บนโรงแรม 5 ดาว

 

Floor Plan

ตัวอาคารมีลักษณะคล้ายรูปตัว S นางยูนิตพักอาศัยแบบ Double Corridor มีบันไดหนีไฟ 3 จุดกระจายอยู่ทั่วอาคาร ลิฟท์โดยสารทั้งหมด 7 ตัว ลิฟท์เซอร์วิชอีก 1 ตัว แยกอยู่ 2 ปีกของอาคาร ฝั่งละ 4 ตัวค่ะ ถือว่าให้มาเยอะมากทีเดียว ทางเข้า-ออกโครงการทางถนนจตุรทิศจะอยู่ทางทิศใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในทิศที่ได้วิวไฮไลท์ของโครงการค่ะ เพราะจะได้วิวทางมักกะสันไปจนถึงใจกลางเมือง และทิศตะวันตกที่จะได้วิวโล่ง

 

ทางเข้าโครงการฝั่งทิศตะวันออกมี Shop อยู่ก่อนถึง Drop Off ซึ่งเมื่อเข้าสู่ Lobby ตรงกลางแล้วจะมีประตูแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ก่อนที่จะพบกับลิฟท์และสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง

 

 

 

 

 

 

Facility เต็มๆ ทั้งพื้นที่ Roof Top เชื่อมด้วยสะพานกระจกใสแบบที่ไม่เคยเห็นในโครงการไหนมาก่อน

 

Unit Plan

สำหรับ Layout จะมาด้วยแนวคิด Supreme Space Design in Tomorrow’s Functionality จัดวางฟังก์ชั่นอย่างเป็นสัดส่วน ขนาดยูนิตของโครงการนี้จะเริ่มต้นที่ STUDIO 25.50 ตร.ม. 1 Bedroom 30.00-32.00 ตร.ม. 1 Bedroom Plus 35.00-40.00 ตร.ม. และ 2 Bedroom 48.50-60.00 ตร.ม. โดยนำเอาเทคนิคการวางยูนิตแบบ Interlock มาใช้กับห้องแบบ 1 Bedroom กับ 1  Bedroom Plus เพื่อให้แต่ละยูนิตมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องเพิ่มมากขึ้น และยังมี Layout แบบใหม่จาก AP มาลงโครงการนี้ที่แรกด้วยค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เทคนิคการวางยูนิตแบบ Interlock จะได้พื้นที่เพิ่มทุกยูนิต อย่างยูนิตตัวอย่างนี้จะมีห้องที่ได้พื้นที่ครัวปิดเพิ่ม และอีกห้องก็จะได้พื้นที่ห้องนอนเพิ่มไปด้วย 

 

 

 

New Layout ล่าสุด เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ด้วยรูปแบบ Layout Multifunction Room ในห้องแบบ 1 Bedroom Plus 40.00 ตร.ม. สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ทำให้ทุกตารางเมตรสามารถใช้พื้นที่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

 

 

จาก MRT พระราม9-Life Asoke Hype

ครั้งนี้เราเดินทางด้วย MRT สถานีพระราม 9 ใช้ทางออกที่ 1 ซึ่งจะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์เลยค่ะ แล้วเดินข้ามสี่แยกพระราม 9 ผ่านหน้าโครงการ Rhythm Asoke 1 แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปก็จะพบกับโครงการ Life Asoke Hype รวมระยะทางเดินก็ประมาณ 300 เมตร แต่หากใครที่ใช้รถยนต์ก็สามารถเข้าจากทางถนนจตุรทิศ ฝั่งขาออก ก่อนจะถึงถนนอโศก-ดินแดง ได้เลยค่ะ

 

 

ขึ้นมาจากรถไฟฟ้าใต้ดินก็จะอยู่หน้าอาคารฟอร์จูนทาวน์ค่ะ

 

ฝั่งตรงข้ามเป็นเซ็นทรัลพระราม 9 และอาคารจี ทาวเวอร์

 

 

ผ่านหน้าโครงการ Rhythm Asoke 1

 

Sale Gallery ใช้โทนสีแดงเป็นหลักเช่นเดียวกันกับตัวคอนโดมิเนียมค่ะ

 

ทางเข้า-ออก ฝั่งถนนจตุรทิศที่มาจากถนนศรีอยุธยา ชิดซ้ายมาเรื่อยๆ ก็จะพบโครงการอยู่ทางซ้ายมือค่ะ

 

เดินเข้าไปชมภายใน Sale Gallery กันเลยค่ะ

 

ชมห้องตัวอย่าง

ภายใน Sale Gallery จะถูกถอดแบบออกมาให้คล้าย Lobby ของโครงการจริงเลยค่ะ ทั้งโทนสี เฟอร์นิเจอร์ และวัสดุที่ใช้ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเป็นกลุ่ม หรือแบบมีความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้เกิดไอเดียสร้างสรรค์ สะท้อนตัวตนที่ไม่เหมือนใคร

 

 

 

 

 

1 Bedroom 32 ตร.ม.

เป็นห้องที่มีลักษณะลึก โดยเริ่มจากห้องครัวปิดที่มีพื้นที่มากพอที่จะวางโต๊ะทานข้าวได้ เชื่อมต่อเข้าไปด้วย Living Room และระเบียงห้อง ประตูกระจกทั้งจากระเบียงและห้องครัวทำให้แสงธรรมชาติภายนอกสามารถส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึงทำให้ดูสว่างขึ้นค่ะ ห้องน้ำอยู่ในโซนเดียวกันกับห้องครัว และห้องนอนจะถูกกั้นด้วยประตูบานทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว สำหรับอยู่อาศัยกัน 1-2 คนก็ถือว่ากว้างขวางทีเดียวค่ะ

 

ส่วนแรกเลยเป็นห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ปูพื้นด้วยลามิเนตทั้งหมด

 

มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวขนาด 2 ที่นั่ง

 

 

 

เคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ ผนังด้านในกรุด้วยกระเบื้อง มาพร้อมกับซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควันทั้งหมดจากแบรนด์ Franke ส่วนลิ้นชักกับบานตู้จะติดตั้ง Soft Close มาด้วยค่ะ 

 

อีกด้านในโซนห้องครัวจะเป็นห้องน้ำค่ะ

 

 

ห้องน้ำใช้แบบสำเร็จรูปค่ะ ผ่านการ QC ยกมาจากโรงงานเลย หากเกิดการซ่อมแซมก็จะทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องรบกวนห้องอื่นด้วย โดยสุขภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์ทั้งหมดจากแบรนด์ Kohler จะได้มาตามนี้เลยค่ะ ยกเว้นแค่ของตกแต่งเท่านั้น

 

 

Living Room พื้นที่กว้างขวางทีเดียวค่ะ สามารถวางโซฟาขนาด 3 ที่นั่งได้โดยยังเหลือพื้นที่วางโต๊ะด้านข้าง และโต๊ะกลางได้อีก ต่อด้วยระเบียงที่กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน

 

ระเบียงจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่ง มีก๊อกน้ำสำหรับซักล้าง และ Condensing Unit แขวนไว้ด้านบน หันออกนอกอาคาร 

 

เครื่องปรับอากาศเครื่องแรกจะถูกแขวนไว้เหนือโซฟา

 

หลังเคาน์เตอร์ทีวีจะเป็นห้องนอนค่ะ

 

 

 

ห้องนอนจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ พร้อมกับตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้ง โดยยังมีพื้นที่เหลือพอสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้อีกข้างค่ะ ส่วนหน้าต่างจะสามารถเปิดได้แบบบานกระทุ้ง 1 บาน และเครื่องปรับอากาศถูกติดตั้งไว้ปลายเตียง

 

1 Bedroom Plus 35 ตร.ม.

ขนาดห้องขยับขึ้นมาอีกนิดค่ะ แต่มีความโดดเด่นจนเรียกได้ว่าเป็น Type ไฮไลท์ของ Life Asoke Hype เพราะเป็นห้องหน้ากว้างเลยได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญคือความเป็น Multifunction สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ห้องทำงาน แม้กระทั่งห้องนอนที่ 2 ก็จัดได้ตามใจเจ้าของห้องเลยค่ะ  โดยพื้นที่แรกกลางห้องตามห้องตัวอย่างจะจัดให้เป็นห้องทานข้าว เชื่อมต่อเข้าไปด้านในเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนฟังก์ชั่นทางขวามือจะเป็นครัวปิด และทางซ้ายเป็นห้องน้ำกับห้องนอนค่ะ

 

ภายในห้องจะปูพื้นด้วยลามิเนต ทางซ้ายมือคือห้องน้ำกับห้องนอนกั้นด้วยประตูบานทึบ ส่วนตรงกลางจะกั้นห้องเพิ่มด้วยประตูกระจกบานเลื่อน High Ceiling ทำให้ห้องดูโปร่ง แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้มากขึ้น

 

ระหว่างห้องทานข้าวกับห้องนั่งเล่น สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลายนะคะ เช่น เปลี่ยนห้องนั่งเล่นมาไว้ที่ส่วนแรก ส่วนห้องด้านหลังปรับเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนที่ 2 ก็ได้นะคะ

 

หันทางขวามือของห้อง จะพบห้องครัวปิดกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ปูพื้นด้วยแกรนิตโต้ ภายในครัวมีช่องสำหรับวางตู้เย็น และ Built in เคาน์เตอร์ครัวตลอดแนวผนัง ใช้ Top หินสังเคราะห์สีขาว กรุผนังด้านในด้วยกระเบื้อง มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน และซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์

 

ประตูห้องน้ำจะใช้แบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องนอน และกลางห้อง 

 

ห้องน้ำปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ฝักบัว ทั้งหมดใช้แบรนด์ Kohler พร้อมติดกระจกเงายาวเต็มผนัง และกั้นส่วนเปียกด้วยกระจกใสประตูบานสวิง

 

ภานในห้องนอนจะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตไว้ริมหน้าต่าง โดยมีพื้นที่ทางเดินรอบเตียงเหลือ และยังสามารถวางตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ตามแนวผนังฝั่งห้องน้ำค่ะ

 

 

 

 

มาถึงส่วนด้านในสุดของห้องค่ะ โดยตามห้องตัวอย่างจะทำให้ห้องนี้เป็น Living Room พื้นที่สามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางได้สบายๆ ค่ะ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตามการใช้งานได้อย่างหลากหลายด้วยเช่นกัน และต่อด้วยระเบียงห้องพื้นที่กว้างขวางพอจะเป็นระเบียงสำหรับซักล้างหรือพักผ่อนก็ได้

 

2 Bedroom 48.50 ตร.ม. 

มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายแล้วนะคะ เป็นห้องขนาดเริ่มต้นสำหรับ 2 Bedroom ลักษณะลึก ซึ่งจะแบ่งฟังก์ชั่นเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ค่ะ คือซ้ายมือป็นห้องน้ำและห้องนอน กลางห้องเป็น Living Room กับพื้นที่วางโต๊ะทานข้าว และฝั่งขวามือเป็นห้องครัวปิด กับห้องนอน โดยห้องนอนทั้ง 2 ห้องจะมีขนาดพอๆ กันค่ะ แต่จะมีจุดเด่นแตกต่างกัน

 

 

 

 

จากโซนแรกของห้องที่วางโต๊ะทานข้าวขนาด 4 ที่นั่ง หันไปทางขวามือของห้องจะพบกับห้องครัวปิด ที่มีเคาน์เตอร์ครัววางแบบ One Wall Kitchen กรุกระเบื้องผนังด้านในเพื่อให้เช็ดทำความสะอาดง่ายเมื่อเกิดคราบสกปรก วัสดุ Top มีความทนทานเหมาะกับการทำครัวหนัก ซิงค์ล้างจานออกแบบมาเพื่อป้องกันน้ำกระเด็นขณะใช้งาน มีพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นที่มุมห้อง และวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าใต้เคาน์เตอร์ครัวได้อีกด้วยค่ะ

 

หันมาที่ฝั่งซ้ายของห้องกันบ้างค่ะ ประตูห้องน้ำแบบ Double Access ระหว่างห้องนอนกับกลางห้อง ภายในห้องน้ำแยกส่วนเปียก-แห้งด้วยกระจกใสประตูบานสวิง โดยส่วนเปียกจะอยู่ด้านในสุด ส่วนแห้งจะใกล้ประตูเพื่อให้ใช้ง่ายได้สะดวกกว่าค่ะ  

 

ห้องนอนแรกนี้จะสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ และยังมีพื้นที่เหลือสำหรับวางตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง และโต๊ะหัวเตียงได้อีกด้านหนึ่งค่ะ ส่วนหน้าต่างของห้องจะสามารถเปิดออกแบบบานกระทุ้งได้ 1 บาน จุดเด่นของห้องนอนนี้คือเชื่อมต่อกับห้องน้ำเสมือนเป็นห้องน้ำในตัวค่ะ ใครที่ชอบเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนเลือกห้องนี้ก็จะเหมาะเลย

 

โซน Living Room ด้านในสุดของห้องมีพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางกับโต๊ะเล็กข้างโซฟา และยัง Built in เคาน์เตอร์วางทีวีได้ตลอดแนวผนัง เชื่อมต่อด้วยระเบียงห้องกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่ซักล้างค่ะ มีก๊อกน้ำติดตั้งมาให้ด้วยเรียบร้อย ส่วน Condensing Unit แขวนไว้หันหน้าออกนอกอาคาร มีกริลปิดเพื่อความสวยงาม และยังช่วยผลักความร้อนออกด้วยค่ะ 

 

 

 

 

 

สุดท้ายที่ห้องนอนฝั่งขวามือของห้องค่ะ เป็นห้องที่วางเตียง 5 ฟุตไว้กลางห้อง พร้อมมีพื้นที่สำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งได้ สำหรับห้องนี้มีจุดเด่นตรงที่ได้ Space ข้างหน้าต่างกระจก Full Height มีกระจกเข้ามุม ลึกเข้าไปจากหัวเตียง ทำให้เทควิวด้านนอกได้กว้าง ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งได้มากกว่า

 

Life Asoke Hype เชื่อว่าจะเป็นสีสันใหม่แห่ง NEW CBD ด้วยงานดีไซน์ทั้ง Exterior และ Interior ที่เรียกได้ว่าเป็นงาน Craft ซึ่งกล้าที่จะแตกต่างผสานเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่สไตล์ Hyper Active เพราะชีวิตไม่เคยหยุดนิ่ง เหมือนกับ AP (THAILAND) ที่ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ลงไปในที่อยู่อาศัยเสมอ  

 

Online Booking Sold Out ไปแล้วเรียบร้อย พบกัน Pre-Sale 6-7 ต.ค นี้ที่สำนักงานขาย โปรโมชั่นวันงาน รับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาท

On-Top จ่ายค่าจอง + ค่าสัญญา 5% รับส่วนลดราคาหน้าสัญญา 2% (รับสิทธิเมื่อจ่ายในวันงาน)

 

Facebook Comments

ชื่อโครงการ Life Asoke Hype (ไลฟ์ อโศก ไฮป์)
เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
ที่ตั้งโครงการ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310
พื้นที่โครงการ 5-0-10 ไร่
ลักษณะโครงการ High Rise
จำนวนอาคาร 1 อาคาร
จำนวนชั้น 40 ชั้น
จำนวนยูนิต 1,253 ยูนิต+4 Shop
ขนาดห้อง
STUDIO 25.50 ตร.ม.
1 Bedroom 30.00-32.00 ตร.ม.
1 Bedroom Plus 35.00-40.00 ตร.ม.
2 Bedroom 48.50-60.00 ตร.ม.
เฟอร์นิเจอร์
ที่จอดรถ 530 คัน(42%)
สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Scarlet Foyer, Eclectic Lobby, Private Seat, Private Co-Working Space & Meeting Room, Co-Working Business Lounge, The Circle Running Garden, Hover Bay, Indoor Jacuzzi, Leisure Pit, The Muted Garden, Mirage Sky Path, L-Shape Sky Pool, Athletic Sky Atrium, Lunar Balcony, The Astro Deck, The Forestier
ปีที่สร้างเสร็จ
ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร ประมาณ 135,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง – บาท/ตร.ม.
ค่ากองทุน – บาท/ตร.ม.
จุดเด่นโครงการ โครงการเข้า-ออก ได้ 2 เส้นทางหลัก คือ ถนนอโศก-ดินแดง กับถนนจตุรทิศ งานดีไซน์ทั้ง Exterior และ Interior โดดเด่นแตกต่าง Facility รวมแล้วมากถึง 5 ไร่ และยังมี New Layout ในรูปแบบ Layout Multifunction Room เพิ่มประโยชน์ใช้สอยได้อีกมาก
อยู่ใกล้กับเคียง MRT สถานีพระราม 9, แอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน
สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพระราม 9, ฟอร์จูนทาวน์, บิ๊กซี รัชดา, ตลาดนัดรถไฟ, เอสพลานาด รัชดา, เดอะสตรีท, โชว์ดีซี, รพ.พระราม 9, รพ.ปิยะเวท

Life Asoke Hype แตกต่างอย่าลงตัว รองรับทุกไลฟ์สไตล์

ติดต่อโครงการ

เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310


โปรโมชั่นพิเศษของโครงการ