My Story ลาดพร้าว 71 (รีวิวคอนโด)

การเดินทาง

อ่านรีวิวอื่นที่เกี่ยวกับ
My Story ลาดพร้าว 71 (รีวิวคอนโด)

สำหรับที่ดินของโครงการมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 8 ไร่ ติดกับถนนนาคนิวาสเลย ไม่ต้องเลี้ยวเข้าซอยอีกแล้วครับ พื้นที่ทั้งหมดจัดสรรเป็นอาคารที่พักอาศัยจำนวน 4 อาคาร คือ Tower A, B, C และ D โดยอาคารทั้งหมดนี้โอบล้อมพื้นที่ส่วนกลางไว้มิดชิด ทั้งสระว่ายน้ำ 2 สระ ห้องออกกำลังกาย และสวนหย่อมสำหรับพักผ่อนขนาดใหญ่ที่ยกระดับขึ้นมา และจัดสรรพื้นที่ด้านล่างให้เป็นที่จอดรถ รวมถึงมีถนนรอบโครงการ โดยที่บริเวณรอบๆ นี้ก็มีที่จอดรถกลางแจ้งให้ด้วยเช่นกัน นับรวมแล้วก็พื้นที่ทั้งหมดสามารถรองรับปริมาณการจอดรถได้ถึง 40% (นับรวมจอดซ้อนคัน)  โซนด้านหน้าเป็นอาคาร A และ C เข้าออกได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้ทางเข้าออกหลักของโครงการ ส่วนโซนด้านหลังจะเป็นอาคาร B และ D โดย 2 อาคารนี้จะได้เปรียบเรื่องใกล้ที่จอดรถในร่มมากกว่าหน่อยครับ ในขณะที่ทิศทางของห้องพักส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ตามลักษณะของที่ดิน ห้องฝั่งด้านในจะได้วิวพื้นที่ส่วนกลางของโครงการเป็นหลักนะครับ แต่ก็อาจมีเสียงรบกวนจากผู้คนที่มาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ส่วนห้องฝั่งด้านนอกก็จะได้เปรียบเรื่องวิวที่กว้างกว่า เพราะปัจจุบันที่ดินรอบโครงการยังเป็นที่ดินว่างและบ้านพักอาศัย 2-3 ชั้นเท่านั้นครับ ในแต่ละอาคารจะมีลิฟท์โดยสารให้ 2 ตัว ซึ่งก็ถือว่าพอใช้งานได้สบายๆ สำหรับคอนโด Low Rise แบบนี้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ร้านค้าในบริเวณใต้อาคาร A และ C ให้ด้วย ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้ทางโครงการจัดแบ่งขายขาดเช่นเดียวกับการขายห้องพักเลยนะครับ ดังนั้นจึงยังไม่รู้ว่าจะมีร้านค้าอะไรบ้างในอนาคต

 

เรื่องการออกแบบอาคารถือว่ามีรายละเอียด และลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ แทรกอยู่ในหลายๆ จุด ทำให้รูปลักษณ์ของอาคารดูทันสมัยมากขึ้น ทั้งการใช้กรอบสี่เหลี่ยมมาประดับตัวอาคาร หรือลูกเล่นเรื่องเหลี่ยมมุมที่สอดรับกันเป็นอย่างดีตามคอนเซปต์โครงการ อาคารทั้งหมดจึงดูเหมือนแฝด 4 ที่แอบมีจุดเด่นเล็กๆ เป็นของตัวเองนั่นเอง

 

แบบจำลองตัวโครงการ

Master Plan จะเป็นอาคาร Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร ล้อมรอบสระว่ายน้ำและสวนส่วนกลาง

พื้นที่ตรงกลางโครงการจะเป็นสระว่ายน้ำ 2 สระ และสวนสีเขียว

ภาพกราฟฟิคสระว่ายน้ำ 2 สระ ที่อยู่หน้าอาคาร A และ อาคาร C

ชั้น 1 ที่อาคาร A และ C ส่วนที่ติดกับสระว่ายน้ำจะเป็นห้องพัก ส่วนด้านหลังจะเป็นที่จอดรถ แต่อาคาร B และ D จะเป็นที่จอดรถทั้งหมด

ด้านหน้าโครงการ

ทางเข้าอาคาร A และอาคาร C จะเป็น Lobby และร้านค้า

ส่วนของห้องพักอาศัยจะเริ่มจากชั้น 2 ขึ้นไป เฉลี่ยอยู่ประมาณ 22-23 ยูนิตต่อชั้น

 

พาชมห้องตัวอย่าง

 

มาถึงห้องตัวอย่างกันบ้าง ทางโครงการจัดเตรียมห้องตัวอย่างเอาไว้ให้ชม 2 แบบครับ โดยเป็นห้องแบบ 1 Bed Room เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ขนาดพื้นที่ห้องและ Lay out ของห้อง ซึ่งก็ให้อารมณ์ของการใช้สอยที่ต่างกันออกไป

 

เริ่มห้องแรกที่ขนาดพื้นที่ 28.56 ตร.ม. Type B เปิดประตูเข้ามาก็เจอมุมห้องครัวก่อนเลยครับ ทั้งเคาน์เตอร์ ตู้เก็บของทุกอย่าง Built-in มาให้เสร็จสรรพ พร้อมทั้งเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานด้วย ส่วนตู้เย็นนี่หันกลับไปวางไว้ฝั่งตรงข้าม เวลาใช้งานจริงคงต้องหันไปหันมา อาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ถัดเข้าไปเป็น Living Area ติดกับระเบียง พื้นที่ตรงนี้ขนาดกำลังพอดี วางโซฟาเข้าไปแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ให้เดินเข้าออกระเบียงกว้างอยู่พอสมควรครับ อีกด้านหนึ่งเป็นโซนของห้องนอน ประตูทางเข้าห้องนอนอยู่ด้านเดียวกันกับชั้นวางทีวี พื้นที่ในห้องนอนก็กระทัดรัดดีครับ ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์จนครบแล้วก็เหลือพื้นที่ว่างให้เดินอีกนิดหน่อยเท่านั้น ในห้องมีตู้เสื้อผ้า Built-in มาให้ด้วย วางไว้ตรงหน้าทางเข้าห้องน้ำพอดี พื้นที่ตรงนี้จึงใช้เป็นมุมแต่งตัวได้เลย ภายในห้องน้ำจัดแยกส่วนแห้งส่วนเปียกไว้เรียบร้อยด้วย Shower Box พร้อมสุขภัณฑ์ตามมาตรฐาน ถือว่าจัดมาให้สมน้ำสมเนื้อทีเดียวครับ สำหรับห้อง Type B นี้ขนาดของห้องตัวอย่างเป็นแค่ขนาดเริ่มต้นเท่านั้นนะครับ ยังมีขนาดอื่นแต่เป็น Lay out เดียวกันให้เลือกด้วย

แปลนห้อง ขนาด 28.56 ตารางเมตร

เมื่อเข้ามาในห้องจะเจอกับส่วนครัว ที่อยู่หน้าห้องก่อนเลยนะครับ

ด้านซ้ายมือจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว จุดวางเครื่องซักผ้าจะอยู่ใต้เคาน์เตอร์ครัวนี่นะครับ ส่วนด้านบนจะเป็นชั้นลอยเก็บของ

ซิ้งค์ล้างจานแบบฝัง

เตาไฟฟ้าของ Sierra

มาพร้อมฮูดดูดควันของ Sierra เหมือนกัน

ส่วนด้านขวามือจะเป็นตู้เก็บของ และจุดวางตู้เย็น จะอยู่ตรงข้ามกับครัว

ตู้เมนไฟฟ้าจะอยู่เหนือตู้เย็น

เลยเข้ามาด้านในจะเป็น Living Area ที่อยู่ติดกับระเบียงห้อง ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีก็ประมาณนะครับ

หน้าตาของชั้นวางทีวี

ส่วนของระเบียงจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน

ขอบธรณีประตูเตี้ยๆ บริเวณระเบียง

จุดวางคอมเพรสเซอร์แอร์จะอยู่ที่ระเบียงนี่นะครับ หันหน้าเข้าหาระเบียงด้วย เวลาออกมายืนรับลมที่ระเบียงก็อาจจะได้ลมร้อนจากคอมฯ แอร์แทน

เรากลับเข้ามาดูที่ห้องนอนกันต่อนะครับ ห้องนอนวางเตียงขนาด 5 ฟุตกำลังพอดีครับ

หน้าต่างในห้องนอนจะเป็นบานเลื่อน และมีโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ที่ปลายเตียงให้ด้วยนะครับ

โต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ปลายเตียง

ที่ข้างหัวเตียงด้านที่ติดกับหน้าต่าง จะมีโต๊ะข้างเล็กๆ พร้อมปลั๊กไฟ

ด้านปลายเตียงมีที่เหลือพอให้เดินได้เท่านั้น หากจะวางทีวีในห้องนอน คงต้องใช้แบบแขวนแทนนะครับ

ส่วนอีกด้านของเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ 2 บาน

เราไปดูที่ห้องน้ำกันต่อนะครับ การวางสุขภัณฑ์จะวางส่วนอาบน้ำไว้ที่ด้านหน้า เลยเข้าไปข้างในถึงจะเป็นโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้า

Shower Box จะกั้นด้วยกระจกแทมเปอร์อย่างเป็นสัดส่วน

ชุดฝักบัว และเครื่องทำน้ำอุ่น

มีก๊อกน้ำแยกไว้ให้ใน Show Box ด้วยนะครับ เผื่อใครอยากซักมือ จะได้เปิดน้ำตรงนี้ได้เลย

ที่แขวนผ้าเช็ดตัวจะอยู่ฝั่งตรงข้าม

โถสุขภัณฑ์จะอยู่ตรงข้างกับอ่างล้างหน้า

โถสุขภัณฑ์ของ Sierra

อ่างล้างหน้าของ Sierra เหมือนกันครับ

ปลั๊กไฟอยู่ข้างอ่างล้างหน้า สำหรับเสียบไดร์เป่าผม

จะมีฝาครอบกันน้ำกระเด็นไปโดนปลั๊กด้วย

ต่อมาเป็นห้องขนาด 33.38 ตร.ม. Type C ห้อง Type นี้ยังคงเป็นแบบ 1 Bed Room แต่ถูกปรับขนาดห้องครัวให้กว้างขึ้น และแยกไว้เป็นสัดส่วนที่ชัดเจนขึ้นด้วย เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารเพราะมีประตูกระจกกั้นช่วยป้องกันกลิ่นรบกวน ดังนั้นพอเปิดประตูห้องเข้ามาก็จะเจอส่วนที่เป็น Living Area ก่อน ถัดไปด้านในเป็นห้องครัวติดกับระเบียง ตรงระเบียงวางเครื่องซักผ้าไว้ใต้คอมเพรสเซอร์แอร์ ภายในห้องครัวกว้างพอให้วางโต๊ะกินข้าวได้อีกชุด พื้นที่ใช้สอยของห้องนี้จึงดูเป็นสัดเป็นส่วนเรียบร้อยมากทีเดียว ส่วนภายในห้องนอนอาจจะไม่ค่อยต่างจากห้องก่อนหน้าซักเท่าไหร่ แค่มีพื้นที่ใช้สอยภายในกว้างขึ้นอีกเล็กน้อย และมีการจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งไว้หน้าห้องน้ำ ใกล้กับตู้เสื้อผ้าที่ Built-in มาพร้อม บริเวณนี้จึงกลายเป็นมุมแต่งตัวไปเต็มรูปแบบ สำหรับในห้องน้ำก็เหมือนกันครับ มี Shower Box และสุขภัณฑ์ภายในมาครบถ้วน

Type C1b แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 33.38 ตารางเมตร

เข้ามาในห้องจะเจอกับส่วน Living Area ก่อน ส่วนครัวจะเข้าไปอยู่ด้านในแทน

ระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวี

ชั้นวางทีวี

ด้านหลังโซฟาทางโครงการ Built-in เป็นชั้นวางของให้ดูเป็นไอเดีย

แอร์ที่ส่วน Living Area จะอยู่เหนือโซฟา

เลยเข้ามาด้านในจะเป็นห้องครัว

ครัวจะเป็นแบบปิดนะครับ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน

ด้านในครัวจะเป็นแบบนี้นะครับ มีโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ท่าน อยู่ด้านใน อีกฝั่งจะเป็นเคาน์เตอร์ครัว

ที่วางตู้เย็นจะอยู่ฝั่งเดียวกับเคาน์เตอร์ครัว

ซิ้งค์ล้างจานแบบฝัง

ตู้เก็บของ จาน ชาม ช้อน ส้อม ใต้เคาน์เตอร์ครัว

เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Sierra

ฮูดดูดควันของ Sierra เช่นกันครับ

ช่องวางไมโครเวฟ และชั้นลอยเก็บของด้านบน

อีกฝั่งจะเป็นโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ท่าน

มุมมองสวยๆ จากโต๊ะทานอาหาร

ถัดจากครัวจะเป็นระเบียงห้องนะครับ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเหมือนกัน

เครื่องซักผ้าจะวางไว้ที่ระเบียง ใต้คอมเพรสเซอร์แอร์

ไฟส่องสว่างที่ระเบียง

เรากลับเข้ามาด้านใน มาดูที่ห้องนอนกันต่อนะครับ ห้องนอนจะคล้ายๆ กับห้องที่แล้ว วางเตียง 5 ฟุต แล้วจะมาพื้นที่รอบเตียงเหลือพอนิดหน่อย

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือพอให้เดินได้สะดวก

ข้างเตียงมีที่เหลือให้วางโต๊ะข้างเล็กๆ แบบนี้ได้

หน้าต่างในห้องนอน

ส่วนอีกด้านของเตียงจะเป็นตู้เสื้อผ้า 3 บาน ที่ตั้งอยู่หน้าห้องน้ำ เดี๋ยวเราไปดูในห้องน้ำกันต่อเลยนะครับ

โต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ วางอยู่หน้าห้องน้ำ

การวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าจะได้แนวยาวแบบนี้นะครับ มีพื้นที่ให้วางของได้เยอะหน่อย

อ่างล้างหน้าของ Sierra

โถสุขภัณฑ์ของ Sierra เหมือนกันครับ

Shower Box กั้นด้วยกระจกเทมเปอร์

ชุดฝักบัว

ต้องบอกก่อนว่าห้องทุกห้องขายกันมาให้แบบ Fully Furnished ตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ Built-in มาให้หลายชิ้น ทั้งตู้เก็บของ เตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง เคาน์เตอร์ในครัว เรียกว่าแทบจะไม่ต้องหาซื้ออะไรเพิ่มก็พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที แถมของที่ให้มาก็ได้มาตรฐานมีคุณภาพดีทีเดียวครับ

ความคุ้มค่าน่าลงทุน

โครงการ My Story ลาดพร้าว 71 ถือว่าเป็นคอนโดมิเนียมที่เหมาะกับคนที่กำลังมองหาที่พักอาศัยในแหล่งชุมชน เพราะพื้นที่บริเวณนี้ยังเป็นโซนที่พักอาศัยเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นแหล่งธุระกิจได้ในอนาคต ถึงแม้ทำเลที่ตั้งจะอยู่ถัดเข้ามาด้านในบนถนนนาคนิวาส แต่ก็สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนลาดพร้าว ถนนประดิษฐ์มนูญธรรม และถนนประเสิรฐมนูกิจ รวมถึงใกล้ด่านขึ้นลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์อีก การเดินทางจึงถือว่าสะดวกมากสำหรับคนที่ใช้รถส่วนตัวอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนการลงทุนเพื่อการปล่อยเช่า ห้องในโซนนี้อาจจะหาผู้เช่าได้ยากซักหน่อย เพราะอยู่ไกลจากถนนสายหลักที่เป็นแหล่งรวมของสำนักงาน และหน่วยงานราชการอยู่พอสมควร ทำเลของโครงการจึงน่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการซื้อไว้อยู่อาศัยเองเสียมากกว่า เพราะบริเวณโดยรอบใกล้แหล่งช็อปปิ้งและมีสาธารณูปโภคครบครันดีมาก ทั้งโรงพยาบาลและสถานศึกษา นอกจากจะซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยเองแล้ว ก็อาจจะซื้อไว้เกร็งกำไรรอขายต่อก็มีความเป็นไปได้เช่นกันครับ

Facebook Comments

My Story ลาดพร้าว 71 (รีวิวคอนโด)

ติดต่อโครงการ