Tag : ทาวน์โฮม รามอินทรา

2 ผลลัพธ์
บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

Feel @ Ramintra ถ้าจะหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวสักหลัง สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือการเดินทางไปไหนมาไหนได้ สะดวกสบายที่สุด ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นทางด่วน และรถไฟฟ้าใช่ไหมคะ? ทางด่วนใกล้บ้านเราเชื่อมต่อเข้าไปถึงในเมือง เพื่อความสะดวกเวลาทำงาน หรือไปสนามบิน ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดได้ง่าย ยิ่งถ้ามีรถไฟฟ้าผ่านด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางที่ดีเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรากำลังพูดถึงโซนรามอินทราค่ะ เพราะสามารถใช้ ทางด่วนฉลองรัช หรือกาญจนาภิเษกได้ง่าย ในอนาคตก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย - มีนบุรี ผ่านตลอดทั้งถนน โดยตอนนี้กำลังก่อสร้างไปแล้วคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564 จะมีอะไรสะดวกสบายไปกว่านี้ล่ะคะ   Fine @ Facility    สิ่งอำนวยความสะดวกก็สำคัญไม่แพ้การเดินทาง เพราะก็คงไม่มีใครอยากฝ่ารถติดขับรถออกไปไกลๆ เสียเวลาเป็นวัน เพียงเพื่อไปหาซื้อของต่างๆ หรือหาอาหารรับประทานซักมื้อ ซึ่งในโซนรามอินทราเองก็มีความสะดวกมากพอ และมีห้างร้านให้เลือกหลากหลาย ตามแต่ความต้องการ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองตามไปชมด้วยกันค่ะ   Fashion Island และ The Promenade Fashion Island และ The Promenade อยู่ติดกันเลยค่ะ เดินเชื่อมต่อกันได้เลย เป็นห้างสรรพสินค้าที่ครองความนิยม อย่างไม่เสื่อมคลายของชาวรามอินทรา ไม่ใช่แค่มีทุกอย่างครบครันในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต  ร้านค้า-บริการ ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส นอกจากนั้นยังขยันมี Event หมุนเวียนกันมาชวนให้เดินเล่นอยู่ตลอด ซึ่งบริเวณด้านหน้าก็จะคึกคักเกือบจะตลอดเวลาเลยค่ะ มีรถสาธารณะอยู่หลากหลายเส้นทาง หรือใครที่ใช้รถยนต์ ก็สะดวกมาก เพราะสามารถเข้าสู่ถ.กาญจนาภิเษก ได้ใกล้นิดเดียว หรือจะเลือกไปทางถ.รัชดา-รามอินทรา เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางแห่งหนึ่งของโซนนี้เลยค่ะ   CentralPlaza Ramindra เป็นห้างสรรพสินค้าอีกแห่งที่น่าสนใจในย่านนี้ค่ะ ด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ก็การันตีอยู่แล้ว ประกอบกับทำเลที่อยู่ใกล้กับ วงเวียนหลักสี่ ซึ่งในอนาคตอีกไม่กี่ปีก็จะกลายเป็นอีกจุด Interchange สำคัญ ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (ส่วนต่อขยาย) กับสายสีชมพูแคราย - มีนบุรี และจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่ายมากขึ้น     Ease Park คอมมูนิตี้มอลล์ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่แค่อยากจะซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต หาอะไรทาน หรือแค่ Drive thru มารับกาแฟไปดื่ม ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถนานๆ ไม่ต้องเปลืองเวลาเดินให้เมื่อย Ease Park จึงเป็นอีก หนึ่งคำตอบที่ดีของคนในย่านนี้ค่ะ   Cr.ภาพจาก FB:ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา เปลี่ยนบรรยากาศมาเดิน Night Market บนพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดช่วงกลางคืน ตั้งแต่ยุคแรก ของบ้านเราที่มีมาหลายปี มีผู้คนมาเดินจับจ่ายใช้สอยเยอะแทบทุกวัน เพราะเป็นแหล่งชอปสุดชิว มีสินค้าหลากหลาย เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ เพียบ เปิดทุกวันตั้งแต่ช่วงเย็นเดินกันจนเมื่อยยาวไปถึงตีสอง นอกจากนี้ที่ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม หรือเรียกกัน ติดปากว่าเลียบด่วนรามอินทราแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร บรรยากาศดี คอมมูนิตี้ ห้างสรรพสินค้า อีกมากมาย หลายแห่ง แต่ก็ไม่แปลกนะคะที่ได้รับความนิยมกันมากขนาดนี้ เพราะเป็นถนนที่มีทางด่วนฉลองรัชพาดผ่านตลอดทั้งสาย การเดินทางก็ทั้งง่ายทั้งสะดวกขึ้นอีกเยอะ   Cr.ภาพจาก FB:Siamparkcity สวนสยามทะเล-กรุงเทพฯ Cr.ภาพจาก FB:Safari World Fun @ สวนสยาม และซาฟารีเวิลด์ ลองนึกดูนะคะ ในกรุงเทพฯ จะมีสักกี่แห่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนไม่ไกลจากบ้านเรา ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ส่วนมากก็จะนึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากไปเดินห้าง แต่ถ้าลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นสวนน้ำ สนุกกับเครื่องเล่น หรือโชว์ของเหล่าสัตว์แสนรู้ อย่างสวนสยาม และซาฟารีเวิลด์แล้วล่ะก็รับรองว่าจะได้อีกบรรยากาศในการพักผ่อน หย่อนใจชิวๆ แบบที่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ชั้นในไม่มีอย่างนี้แน่นอนค่ะ ยิ่งหากครอบครัวไหนมีลูกหลานแล้วล่ะก็ พาออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยตัวเอง แถมยังใกล้บ้านก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ   บ้านกลางเมือง รามอินทรา ทาวน์โฮมโมเดลใหม่ล่าสุด Luxurious Master Bedroom Multi-Functional Room 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18 ตร.วา ฟังก์ชั่นตอบสนองความเป็นส่วนตัว ด้วยพื้นที่ชั้น 3 ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้เต็มพื้นที่ ภายในโครงการได้ความเงียบสงบภายในโครงการบนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ซึ่งจะมีสวนสาธารณะ และสวนหย่อมกระจายอยู่ในโครงการรวมแล้วกว่า 1 ไร่ พร้อมมีสโมสรส่วนกลางที่มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส อุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Katsan และ กล้อง CCTV ตรงทางเข้า–ออกโครงการ     บ้านกลางเมือง รามอินทรา ตั้งอยู่ภายในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ท่ามกลางทำเลที่ตั้งแวดล้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ใกล้ทางด่วน 2 สาย ทั้งถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ได้ และทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (จตุโชติ) ที่จะพาเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพระราม 9 เอกมัย ทองหล่อ และถนนสุขุมวิท โดยเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางเข้าสู่ตัวโครงการ คือ ถ.คู้บอน แล้ววิ่งเส้นคู่ขนานกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ที่สำคัญค่ะ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน อยู่ตรงปากทางเข้าถ.คู้บอนพอดี ก็จะยิ่งทำให้มีทางเลือกในการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น     เปิดบ้านตัวอย่าง เมื่อเข้ามาในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ก็จะพบว่าทางเข้าโครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา จะอยู่ติดกับโครงการ Pleno รามอินทรา โดยจะมี Main Gate ที่พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. กล้อง CCTV ซึ่งสามารถเข้าไปชมบ้านตัวอย่างและส่วนกลางจริงภายในโครงการกันได้แล้วค่ะ    ก่อนอื่นเราจะพาไปชม Club House สีขาวโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศของสวนสีเขียว ใช้เส้นสายโค้งมนส่งไปถึงลายฉลุบนตัวอาคาร ซึ่งเมื่อไรที่กระทบกับแสงอาทิตย์ก็จะเกิดเป็น Shadow&Shade ผสานกันระหว่างสวนธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมกลางโครงการ เมื่อก้าวเข้าสู่ตัว Club House ชั้นล่าง เราจะถูกต้อนรับด้วยเสียงของน้ำจาก SALT SYSTEM SWIMMING POOL ริมสระใต้ร่มเงาของอาคารมี Sunbed ให้ได้นอนพักอย่างผ่อนคลาย ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกายแบบ ACTIVE ขึ้นมาอีกก็จะมีห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ เพดานสูงบวกกับกระจก Full Height ล้อมรอบให้ได้ชมวิวธรรมชาติภายนอกไปด้วยอยู่ที่ชั้น 2      ได้เวลาเข้าไปชมทาวน์โฮมตัวอย่างกันแล้วค่ะ โดยตัวทาวน์โฮมจริงที่ลูกบ้านจะได้นั้นมีกันสาดบริเวณลานจอดรถหน้าบ้านแบบพับเก็บได้ ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทุกห้อง ปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และเครื่องปรับอากาศ Daikin พร้อมติดตั้งมาให้ พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว โดยหน้าบ้านจะสามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน มีเฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้า และใช้ประตูทางเข้าหลักเป็นกระจกบานเลื่อนพร้อมระบบ Double Lock    เข้าสู่ชั้นแรกในตัวทาวน์โฮมจะพบกับพื้นที่กว้างๆ สำหรับจัดเป็น Living Room และเชื่อมต่อลึกเข้าไปด้านในก็สามารถทำเป็น Kitchen Room ลักษณะแบบครัวเปิด พร้อมพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งได้สบายๆ โดยจะมี Powder Room ที่ใช้ประตูเลื่อนบานทึบอยู่ระหว่าง Living Room กับ Kitchen Room เหมาะสำหรับใช้เพื่อรับแขก จึงไม่จำเป็นต้องมีส่วนเปียกค่ะ ซึ่งห้องน้ำทุกห้องจะมีหน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้งด้านบนเหนือศรีษะด้านในสุดของห้อง เพื่อเพิ่มแสงเข้ามาภายใน และยังช่วยให้เปิดระบายความอับชื้นได้ดีอีกด้วย              ด้านในสุดของชั้นแรกนี้จะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นก่อนออกไปทางหลังบ้าน แต่หากเป็นที่ดินแปลงมุมก็จะได้ประตูกระจกด้านข้างเพิ่มอีก ช่วยให้ออกไปยังพื้นที่ข้างบ้านได้สะดวกขึ้น และยังช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติเข้าสู่ด้านในให้ดูโปร่งยิ่งขึ้นด้วยนะคะ โดยสำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้พื้นที่บริเวณหลังบ้านจะถูกจัดให้เป็น Glass House ในบรรยากาศนั่งจิบชาท่ามกลางสวนส่วนตัวในบ้าน ก็เป็นอีกไอเดียแต่งทาวน์โฮมที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ทีเดียวค่ะ   ขึ้นมาบนชั้น 2 กันบ้างค่ะ ตัวพื้นจะปูด้วยลามิเนต ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน 2 ห้อง แยกเป็นฝั่งทางหน้าบ้านกับทางหลังบ้าน ส่วนบริเวณตรงกลางจะเป็นห้องน้ำค่ะ ก่อนอื่นเข้าไปชมที่ห้องนอนแรกทางฝั่งหลังบ้านกันก่อนค่ะ จะเป็นห้องที่มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่กลางห้อง มีมุมสำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้พอดี พื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน ถือว่าเป็นห้องนอนขนาดเริ่มต้นของบ้านที่ได้ขนาดกำลังดีเลยค่ะ   ห้องน้ำจะแยกส่วนเปียก-แห้ง ออกจากกัน โดยจะใช้สุขภัณฑ์จาก American Standard ครบชุดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ แกนใส่ทิชชู่ สายชำระ ฝักบัว และยังมีกระจกเงาติดตั้งมาให้ด้วย พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคแบบที่เห็นนี้เลยค่ะ   ห้องนอนที่ 2 ฝั่งหน้าบ้านจะได้ระเบียงส่วนตัวเพิ่มขึ้นมา โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนระเบียงจะกั้นด้วยราวกันตกเป็นเหล็กโปร่ง   ขึ้นมาชั้นบนสุดของบ้านค่ะ ซึ่งที่ชั้น 3 นี้จะมีทั้งห้องอเนกประสงค์ เป็นพื้นที่เปิดโล่งอยู่ด้านนอกใกล้กับบันได ห้องน้ำ และ Master Bedroom เป็นชั้นที่เหมาะสำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกหน่อย เพราะห้องอเนกประสงค์สามารถดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นแยกออกมาจากชั้นล่าง ห้องทำงาน ฯลฯ ซึ่งจะได้ความโปร่ง ไม่ดูทึบจนเกินไป   สำหรับห้องน้ำของชั้น 3 จะออกแบบมาให้เป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องอเนกประสงค์ด้านนอก กับส่วน Walk In Closet  ภายในห้อง Master Bedroom ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทางโครงกรจะติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานค่ะ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง เสริมตู้เก็บของไว้ด้านล่าง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ส่วนเปียกด้านในสุดก็ติดตั้งฝักบัวเอาไว้ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ตลอดแนวผนังส่วนแห้ง    สุดท้ายที่ Master Bedroom ของจะมีส่วน Walk In Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ มีพื้นที่สามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าได้มากขึ้นตลอดแนวผนัง และมีระเบียงส่วนตัวออกไปยังฝั่งหน้าบ้าน โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ราวกันตกเหล็กโปร่งแบบเดียวกันกับระเบียงชั้น 2 ถือเป็นชั้นที่ได้ความสะดวกสบายที่สุดค่ะ      รามอินทราเป็นย่านเดียวที่ให้ความรู้สึกครบทั้ง Feel Fun Fine มีสีสันหลากหลายครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว เฉกเช่นเดียวกันกับ “บ้านกลางเมือง รามอินทรา” ที่มีพื้นที่สามารถรองรับทุกคนในครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ทุกสิ่งก็พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.79 ล้านบาท   เปิดจองโซนใหม่ หน้าคลับเฮ้าส์ #เป็นเจ้าของบ้านได้ง่าย ผ่อนล้านละ 1,000 บาท* ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* ฟรี เครื่องปรับอากาศ* และค่าจดจำนองการโอน* ภายใน 30มิถุนายน 62 นี้เท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)        
บ้านกลางเมืองรามอินทรา-วัชรพล ทาวน์โฮมบนทำเลที่เหมือนมีทางด่วนส่วนตัว

บ้านกลางเมืองรามอินทรา-วัชรพล ทาวน์โฮมบนทำเลที่เหมือนมีทางด่วนส่วนตัว

ว่ากันว่าปี 2561 นี้ ทาวน์โฮมจะเป็นที่พักอาศัยที่ถูกจับตามองว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยราคาที่พอๆ กันกับคอนโดมิเนียม 1 ยูนิต แต่ข้อดีของทาวน์โฮมคือจะได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่าเหมาะสำหรับการอยู่กับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่า และไม่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ซึ่งหากเราพูดถึงแบรนด์ทาวน์โฮมดีๆ สักโครงการก็เชื่อว่าจะต้องมีชื่อ “บ้านกลางเมือง” ขึ้นมาในใจของใครหลายคนอย่างแน่นอน เพราะกว่า 20 ปีที่บ้านกลางเมืองได้สร้างสรรค์ทาวน์โฮมดีไซน์ตามยุคสมัยมาโดยตลอด จนทำให้กลายเป็นอีกแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค โดยรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปชมกันที่โครงการล่าสุดอย่าง “บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล”   ทำเล ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับทำเลย่านนี้กันก่อนค่ะ ทำเลบริเวณนี้ส่วนมากจะแวดล้อมไปด้วยบ้านเดี่ยวที่มีความเงียบสงบเป็นส่วนตัวสูงมากทีเดียวค่ะ ฉะนั้นสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย แต่ยังคงเดินทางสะดวกไม่ว่าจะเข้าไปใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองก็เป็นเรื่องง่าย โดยโซนนี้จะใช้เส้นทางเข้า-ออก เมืองหลักๆ คือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ซึ่งเชื่อมต่อกับทางด่วนพิเศษศรีรีชเพื่อเข้าสู่ย่านพระราม 9 ใช้เวลาเพียง 15 นาที และสามารถต่อไปยังทางพิเศษเฉลิมมหานครไปลงสาทร-สีลมก็ได้ หรือหากจะเดินทางออกนอกเมืองไปอีกก็ไม่ไกลนะคะ แค่ขึ้นทางด่วนจากจุดเดิมก็สามารถไปลงถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งตะวันออกได้เช่นกัน   ส่วนเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกย่านนี้ก็มีให้เลือกไม่น้อยค่ะ ที่ใกล้ที่สุดก็มี Big C ริมถนนสุขาภิบาล 5 ซึ่งมีทั้งธนาคาร ร้านอาหารหลายร้าน และบริเวณนั้นยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ร้านคาเฟ่สวยๆ ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์ ห่างจากโครงการเพียงกิโลเมตรกว่าๆ หรือจะไปที่ถนนหลักอย่างรามอินทราก็จะมีห้างสรรพสินค้าอย่าง Fashion Island, The Promenade, Central Ramintra รวมไปถึงโรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลสายไหม แต่ถ้าจะเลือกแบบเดินทางสะดวกจะขึ้นทางด่วนจุดเดิมแล้วไปที่ CDC, Crystal Park, Central Eastville และร้านอาหารชื่อดังเรียงรายอยู่ตามเส้นทางรามอินทรา-อาจณรงค์   ลูกศรสีแดง คือ ทางเข้าโครงการ ส่วนลูกศรสีน้ำเงิน คือ ออกจากโครงการไปขึ้นทางด่วน ด่านสุขาภิบาล 5   หากดูจากแผนที่ชัดๆ จะเห็นว่าถนนบริเวณโครงการนั้นจะเป็นทางสำหรับขึ้น-ลงทางด่วน ด่านสุขาภิบาล 5 โดยเฉพาะ ถ้ามาจากถนนสุขาภิบาล 5 ฝั่งขาออกไปถนนสายไหมจะพบกับสามแยกที่เป็นจุดขึ้น-ลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ โครงการจะอยู่บริเวณนี้พอดีค่ะ หรือถ้าจะออกจากโครงการไปขึ้นทางด่วนเพียงแค่กลับรถก่อนถึงสามแยกก็ขึ้นทางด่วนได้เลยประมาณ 800 เมตรเท่านั้นเองค่ะ แบบนี้คงหายสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่าทำไมโครงการนี้ถึงเปรียบเสมือนมีทางขึ้น-ลงทางด่วนแบบส่วนตัวอยู่หน้าบ้านของตัวเอง   ภาพรวมโครงการ บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล ตั้งอยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลง ทางด่วน สุขาภิบาล 5 เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น 145 ยูนิต บนพื้นที่ 14-0-52.60 ไร่ มาพร้อมกับคอนเซป “Connectivity of Perfect Living การเชื่อมต่อสู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ” เป็นคอนเซปที่เข้ากับตัวโครงการไม่ว่าจะในแง่ของการเดินทาง หรือการวางแปลนภายในบ้านที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว สำหรับโครงการนี้จะมีทาวน์โฮมแบบเดียวเหมือนกันหมดทุกยูนิตนะคะ คือ พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม. หน้ากว้าง 5 เมตร มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก จอดรถได้ 2 คัน หลังที่ลูกบ้านจะได้รับจริงๆ เป็นบ้านเปล่า แต่มีการติดตั้งสาธารณูปโภคมาให้เรียบร้อยค่ะ โดยทาง AP เรียกแบบทาวน์โฮมสไตล์นี้ว่า New Urbanist ชั้นแรก ภายในบ้านจมีทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ ชั้น 2 ประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ชั้น 3 ประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และ 1 พื้นที่ใช้สอย Facility ของโครงการก็มีมาให้ครบค่ะ ทั้งสระว่ายน้ำ และฟิตเนสชั้นบนที่มีกระจก High Ceiling ให้ได้ออกกำลังกายพร้อมชมวิวสวนสีเขียวสวยๆ ของโครงการ บ้านตัวอย่าง ครั้งนี้เราพามาชมกันที่ตัวโครงการเลยค่ะ ซึ่งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเห็นว่าหน้าโครงการจะติดกับทางขึ้น-ลง ทางด่วนเลย หน้าโครงการจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ประจำอยู่ที่ Gate ค่ะ โดยการเข้า-ออกโครงการจะใช้ระบบ Access Card พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดด้วยค่ะ เมื่อเข้ามาในโครงการแล้วจะเห็นว่าตัวทาวน์โฮมจะใช้โทนสีขาวตัดกับสีเทา-น้ำตาล บวกกับส่วนที่เป็นเหล็กสีดำในสไตล์โมเดิร์น ด้วยหน้าบ้านกว้างถึง 5 เมตร เท่ากันทุกหลังทำให้จอดรถได้ถึง 2 คันค่ะ รั้วหน้าบ้านใช้เหล็กโปร่งสีดำ ซึ่งบริเวณลานจอดหน้าบ้านนี้ก็จะติดตั้งทั้งปลั๊กไฟ ก๊อกน้ำมาให้ พร้อมกับติดตั้งผ้าใบกันสาดสีน้ำตาลที่สามารถผับเก็บได้อย่างที่เห็นในภาพค่ะ มาชมที่บ้านตัวอย่างกันค่ะ พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 145.017 ตร.ม. อย่างที่บอกกันไปค่ะว่าโครงการติดตั้งผ้าใบกันสาดหน้าบ้านเอาไว้ให้ทุกหลังด้วย ซึ่งตัวผ้าใบนี้สามารถผับเก็บได้ด้วย ประตูหน้าบ้านเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน โดยกระจกที่เป็นประตู-หน้าต่างทุกบานจะใช้กระจกเขียวตัดแสงค่ะ ขอบกระจกเป็นอลูมิเนียมสีดำค่ะ ใช้ระบบ Double Lock คือมีทั้งการล็อคแบบกุญแจล็อคนอกบ้านกับแบบก้นหอยจากในบ้านค่ะ ภายในบ้านมีความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.7 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ใช้ไฟซาลาเปา Common Area ชั้นล่าง โซนแรกเป็นห้องนั่งเล่นค่ะ สามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางขนาดใหญ่ได้ เหลือพื้นที่อีกเยอะมากค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามโซฟาก็มีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีอยู่ระหว่างบันไดกับห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ ติดกับบริเวณวางเคาน์เตอร์วางทีวีเรามาดูที่ห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ โดยห้องเก็บของนี้ใช้บานประตูแบบกดตัวบานประตูเพื่อเปิด-ปิด มองผ่านๆ แล้วจะคล้ายกับเป็นกำแพงโล่งค่ะ ทำให้ดูแล้วสวยกว่าที่จะเป็นบานแบบมีลูกบิดประตู ภายในเป็นห้องใต้บันไดใช้เก็บของขนาดเล็กได้ค่ะ เช่น เก็บรองเท้า, อุปกรณ์ทำความสะอาด ถัดจากห้องใต้บันไดเป็นห้องน้ำขนาดเล็กสำหรับรับแขก ใช้ประตูบานเลื่อนค่ะ ภายในห้องน้ำทั้งพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ใช้ไฟแบบ Downlight และใช้สุขภัณฑ์จากแบรนด์ American Standard ทั้งหมดค่ะ ด้านบนข้างสุขภัณฑ์มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับระบายอากาาศ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมพื้นที่วางของตรงผนังหน้ากระจก ต่อมาที่พื้นที่ครัวซึ่งจะเชื่อมต่อลึกเข้าไปจากห้องนั่งเล่นค่ะ ส่วนครัวเราสามารถวางเคาน์เตอร์แบบ L Shape พร้อมกับวางตู้เย็นไว้ด้านข้างได้ค่ะ มีหน้าต่างแบบกระจกบานเลื่อน 2 ตอน สำหรับระบายกลิ่นและความชื้นสำหรับห้องครัวได้อย่างลงตัวทีเดียวค่ะ ถัดจากโซฟาสามารถวางโต๊ะทานอาหารได้ขนาด 4-6 ที่นั่ง ข้างเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นประตูออกไปทางหลังบ้าน ใช้ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ใช้ระบบ Double Lock แบบล็อคตรงมือจับกับแบบก้นหอยค่ะ เดินออกมาตรงพื้นที่หลังบ้านมีบริเวณให้สำหรับเป็นลานซักล้างหรือจะดัดแปลงเป็นสวนหลังบ้าน, ครัวไทยได้ตามสะดวกค่ะ โดยมีการวางช่องลึกเข้าไปแล้วปูพื้นกระเบื้องเซรามิคพร้อมต่อระบบน้ำเอาไว้ให้เรียบร้อยสำหรับวางเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ กลับเข้ามาเดินชมในบ้านที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ บันไดบ้านใช้แบบโครงเหล็กมีราวจับสีขาว มีหน้าต่างกระจกทรงสูงตรงที่พักบันไดเพื่อเพิ่มแสงสว่างค่ะ ซึ่งหน้าต่างตรงนี้จะไม่สามารถเปิดได้นะคะ ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีทั้งหมด 3 ห้องค่ะ เป็น 2 ห้องนอนทางซ้ายกับขวา ส่วนตรงกลางเป็นห้องน้ำ 1 ห้อง พื้นของชั้น 2 จะถูกพื้นห้องปูด้วยลามิเนต เข้าไปดูที่ห้องทางขวามือทางหลังบ้านกันก่อนค่ะ ห้องนี้จะเป็นห้องที่มีพื้นที่มีขนาดน้อยที่สุดของบ้าน แต่ฝั่งขวามือของห้องมีพื้นที่สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้เลยนะคะ แต่ในห้องตัวอย่างนี้จะวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตเอาไว้ชิดกำแพง แล้วเหลือพื้นที่กว้างๆ ตรงกลางห้องค่ะ มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขนาดใหญ่ตรงกลางห้อง ตรงนี้เหมาะสำหรับวางโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ หรือจะวางเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้นะคะ เพราะมีแสงสว่างเข้ามามากเพียงพอแน่นอน อีกด้านของห้องจะมีพื้นที่ขนาดกำลังพอดีสำหรับ Built In ตู้เสื้อผ้า ต่อไปที่ห้องน้ำด้านขวามือจากในภาพค่ะ ภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งพื้นและผนัง สุขภัณฑ์ทั้งหมดจากแบรนด์ American Standard แยกส่วนเปียก-แห้ง แบบธรณีกั้นสูงขึ้นมาเล็กน้อย อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง โดยมีการก่อผนังออกมาเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นที่วางของได้ค่ะ ไปดูต่อกันที่ห้องนอนฝั่งหน้าบ้านของชั้น 2 ค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้โดยยังมีพื้นที่ของทั้ง 2 ข้างของเตียงเหลืออยู่ และยังสามารถวางโต๊ะข้างหัวเตียงได้ด้วย ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับ Built In ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ตลอดแนวผนัง ห้องนี้มีระเบียงส่วนตัวออกไปทางหน้าบ้านด้วยนะคะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขึ้นไปดูที่ชั้น 3 ต่อค่ะ ชั้น 3 จะมี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และพื้นที่อเนกประสงค์ หันไปดูทางขวากันก่อนค่ะ ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ว่างสำหรับจัดเป็นพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น ห้องนั่งเล่นส่วนตัว, ห้องทำงาน เป็นต้น ส่วนห้องตัวอย่างนี้ทางโครงการตกแต่งออกมาให้เป็นห้องนั่งเล่นอีกห้องที่จะได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ข้างๆ พื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีจะเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำทั้งพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค แยกส่วนเปียก-แห้ง แบบเดียวกันกับห้องน้ำชั้น 2 ค่ะ มีหน้างต่างบานกระทุ้งสำหรับระบายอากาศ สุขภัณฑ์ใช้แบรนด์ American Standard อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังมีช่องเก็บของด้านล่างพร้อมพื้นที่วางหน้ากระจก ความพิเศษของชั้นนี้คือห้องน้ำมีประตู 2 ฝั่ง เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่อเนกประสงค์ด้านนอกกับ Master Bedroom ในส่วน walk in closet ตรงนี้เหมาะมากต่อการอยู่อาศัยจริงค่ะ เราออกมาดูกันที่ห้อง Master Bedroom จากทางประตูเข้าหลักของห้องทางฝั่งหน้าบ้านกันค่ะ ภายในห้อง Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวางที่สุด สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ พร้อมเหลือพื้นที่วางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ข้าง ปลายเตียงมีพื้นที่สามารถ Built In ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งไปจนถึงโซน walk in closet ได้ ใครที่มีเสื้อผ้า เครื่องประดับเยอะๆ ตรงนี้สามารถตอบโจทย์ได้ดีเลยค่ะ ด้านข้างเตียงมีระเบียงส่วนตัวออกไปทางหน้าบ้าน กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำเช่นเดียวกันกับระเบียงชั้น 2 สำหรับทาวน์โฮมโครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล นอกจากจะอยู่ในทำเลที่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนมาก ไม่ต้องฝ่ารถติดเพื่อไปขึ้นทางด่วน แต่เหมือนมีทางด่วนส่วนตัวที่ส่งผลให้เดินทางสะดวก เชื่อมต่อเข้าเมืองหรือออกนอกเมืองได้อย่างรวดเร็วแล้วยังได้พื้นที่สำหรับคนในครอบครัวทั้งในส่วนที่เป็น Common Area และพื้นที่ในห้องส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศรอบๆ ของย่านนี้ที่มีความเงียบสงบไม่วุ่นวายมีความเป็นส่วนตัวสูง แต่ก็มีแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้ตัวที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของถนนสุขาภิบาล 5 อีกด้วย   Pre Sale 10-11 มีนาคม 2561 กับแคมเปญสุดร้อนแรง “ซื้อบ้านไม่มีดอกเบี้ยนาน 2 ปี” ผ่อนพิเศษ 9,999 บาท และลงทะเบียนรับเพิ่ม 50,000 บาท >>> http://www.apthai.com