Tag : แต่งบ้าน

96 ผลลัพธ์
อิฐมวลเบา VS อิฐมอญ แบบไหนดีกว่ากัน?

อิฐมวลเบา VS อิฐมอญ แบบไหนดีกว่ากัน?

เป็นคำถามที่สอบถามกันมาบ่อย(มาก) อาจจะเรียกได้ว่า มากที่สุดก็ว่าได้ กับการลังเลใจในการเลือกใช้อิฐมาก่อผนังให้บ้าน โดยเฉพาะคู่ชิง ระหว่าง อิฐมอญ VS อิฐมวลเบาแบบไหนดีกว่ากัน ผู้เขียนเองขอตอบแบบฟันธงตั้งแต่เริ่มต้นก่อนเลยว่า ไม่มีอิฐชนิดไหนที่ดีกว่ากัน แต่อิฐทั้ง 2 ประเภทนี้ มีความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกัน บ้านแต่ละหลังในยุคปัจจุบัน สถาปนิกและวิศวกร จึงเลือกที่จะนำอิฐทั้ง 2 ประเภทนี้ มาใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสม   รู้จักกับอิฐมอญ อิฐมอญหรืออิฐแดง ทำจากดินเหนียวผสมแกลบเผา ผลิตได้เองภายในประเทศ กระจายตามท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาค มีความคงทนในการใช้งานสูงมากจึงได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีต และเป็นที่คุ้นเคยกับช่างก่ออิฐทั่วไป นอกจากนี้อิฐมอญยังมีคุณสมบัติทนต่อความชื้น มีความหนาแน่นสูง และราคาถูกกว่าอิฐมวลเบา ส่วนข้อเสียของอิฐมอญ คือน้ำหนักที่มากกว่าอิฐมวลเบา โดยมีน้ำหนัก 130 กก./ ตร.ม. กรณีก่อชั้นเดียว และ 180 กก./ตร.ม. กรณีก่อผนัง 2 ชั้น รวมทั้งอิฐมอญมีขนาดเล็ก จึงใช้เวลาก่อผนังค่อนข้างมาก เป็นผลให้ค่าแรงเพิ่มขึ้น อีกหนึ่งข้อเสียที่ไม่ควรมองข้าม คือเรื่องความร้อน โดยอิฐมอญมีคุณสมบัติอมความร้อน สังเกตได้จากผนังที่โดนแดด หากนำมือไปสัมผัสจะรู้สึกร้อนในช่วงกลางวัน และหลังตะวันตกดินไปแล้ว ช่วงค่ำก็ยังร้อนอยู่ จนกว่าจะตกดึกถึงจะคลายความร้อนได้หมด วิธีป้องกันความร้อนกรณีนำอิฐมอญมาใช้งาน นิยมก่อผนัง 2 ชั้นในด้านทิศตะวันตกและทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศที่แสงแดดสาดส่องในช่วงกลางวัน การก่อ 2 ชั้นจะต้องเว้นช่องว่างระหว่างอิฐแต่ละชั้นอย่างน้อย 5 ซม. เพื่อให้เกิดช่องว่างมีอากาศถ่ายเท พร้อมกับทำช่องระบายความร้อนให้กับอิฐชั้นนอกเพื่อให้ความร้อนถ่ายเทออกจากตัวบ้าน ส่วนอิฐชั้นในไม่ได้ถูกความร้อนโดยตรง ภายในบ้านจึงเย็นกว่าการก่อชั้นเดียวมาก แต่ทั้งนี้เจ้าของบ้านต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น ในมุมมองของผู้เขียนเอง หากทำให้บ้านเย็นขึ้นได้ เมื่อมองระยะยาวแล้วนับว่าคุ้มมากครับ   รู้จักกับอิฐมวลเบา อิฐมวลเบา หรือคอนกรีตมวลเบา มีส่วนผสมหลักคือปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ คุณสมบัติเด่น ให้น้ำหนักที่เบากว่าอิฐมอญ ขนาดของอิฐได้มาตรฐาน  ลดการสูญเสียได้ดี เหมาะอย่างยิ่งกับผนังบ้านที่ต้องการลดน้ำหนักของโครงสร้าง เพราะอิฐมวลเบามีน้ำหนักน้อยกว่าอิฐมอญ ประมาณ​ 1 ใน 3 ของอิฐมอญเท่านั้น ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ผลิตอิฐมวลเบาจำนวนมาก แต่ละแบรนด์มีส่วนผสมและคุณภาพแตกต่างกัน แนะนำให้เลือกซื้อเฉพาะผู้จำหน่ายที่มี มอก. รองรับ หรือแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ คุณสมบัติเด่นของอิฐมวลเบา นอกจากเรื่องน้ำหนักแล้ว ด้วยขนาดอิฐที่ใหญ่ ได้มาตรฐาน จึงช่วยให้กระบวนการก่ออิฐ เสร็จไวกว่าอิฐมอญมาก โดยช่างจะใช้ปูนก่อที่ผลิตมาเพื่ออิฐมวลเบาโดยเฉพาะ และเมื่อก่อเสร็จไวค่าแรงคนงานจึงลดลง ขนาดที่ได้มาตรฐานช่วยลดการสูญเสียของอิฐได้ดีกว่าอิฐมอญ ส่วนคุณสมบัติด้านกันความร้อน และกันเสียง อิฐมวลเบาทำได้ดีกว่าอิฐมอญมาก (เมื่อเทียบกับกรณีก่ออิฐมอญชั้นเดียว) ส่วนข้อเสีย ด้วยลักษณะทางกายภาพของวัสดุที่มีรูพรุน ทำให้อิฐมวลเบาดูดซับน้ำ ซึ่งจะมีผลกับความชื้น การออกแบบจึงไม่นิยมใช้งานภายในห้องน้ำ ห้องครัว ส่วนการเจาะผนังเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้พุกที่ออกแบบมาเพื่ออิฐมวลเบาเท่านั้น ผู้เจาะควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด มิเช่นนั้นอาจทำให้อิฐมวลเบาเสียหายได้   สรุปแบบไหนดีกว่ากัน อย่างที่แจ้งไปตอนต้นครับ อิฐทั้ง 2 ประเภทนี้ ดีคนละอย่างกัน หรือแม้หากอิฐไหนจะมีข้อเสียใด ก็สามารถแก้ไขได้ทุกจุด ในมุมมองของผู้เขียนเอง หากนำมาใช้งานจะเลือกใช้อิฐทั้ง 2 ประเภทร่วมกัน โดยแบ่งการใช้งาน ดังนี้ อิฐมอญ เลือกใช้ในบริเวณที่โดนความชื้นบ่อยครั้ง เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือผนังส่วนที่โดนฝนสาดโดยตรง กรณีนำอิฐมอญมาใช้ร่วมกับผนังภายนอก จะเลือกก่ออิฐ 2 ชั้นเท่านั้น เพราะจะช่วยป้องกันความร้อน ป้องกันเสียงได้ดีไม่ต่างไปจากอิฐมวลเบา และเลือกใช้อิฐมอญร่วมกับตำแหน่งที่ต้องรับน้ำหนักมาก อาทิ อ่างล้างหน้า ท็อปโต๊ะ หรืองานผนังที่มีการกรุผนังตกแต่งวัสดุที่มีน้ำหนักมาก อิฐมวลเบา เลือกใช้ร่วมกับผนังภายในบ้าน ผนังห้องนอน ห้องนั่งเล่น และห้องอื่น ๆ กรณีผนังภายนอก จะเลือกใช้เฉพาะด้านที่ไม่โดนฝนสาดโดยตรงครับ หรือหากใช้ผนังภายนอกทั้งหมด จะเลือกอิฐมวลเบาที่มีความหนาตั้งแต่ 10 ซม. ขึ้นไป   ตัวอย่างอัตราส่วนการใช้งาน กรณีผู้เขียนสร้างบ้าน 1 ชั้น จะเลือกใช้อิฐมอญเป็นหลัก หากเป็นบ้าน 2 ชั้นเฉลี่ยแล้วอัตราส่วนเท่า ๆ กัน แต่หากบ้านสูง 3-4 ชั้นขึ้นไป เปอร์เซ็นส่วนใหญ่ที่จะเลือกใช้เป็นอิฐมวลเบาเป็นหลัก เพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างและค่าแรงคนงานได้ดีกว่าอิฐมอญมาก   เทียบค่าใช้จ่าย หากเทียบกันเฉพาะค่าวัสดุ อิฐมวลเบาแพงกว่าครับ แต่หากนำค่าวัสดุมาบวกกับค่าแรงช่าง ระหว่างอิฐมวลเบากับอิฐมอญก่อ 2 ชั้น มีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกันมาก โดยเฉลี่ยแล้ว อิฐมวลเบาจะมีต้นทุน 360 – 400 บาท/ตร.ม. ขึ้นอยู่กับรุ่นและแบรนด์ ส่วนอิฐมอญก่อ 2 ชั้น เฉลี่ย 400 – 420 บาท/ตร.ม. ค่าใช้จ่ายที่ไม่ต่างกันมาก การเลือกใช้ให้เหมาะกับลักษณะงาน จึงเป็นคำตอบที่สมดุลที่สุดครับ   ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.banidea.com/concrete-vs-brick/            
ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ

ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ

ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ คอนโดหรืออพาร์ทเม้นต์ที่คุณอาศัยอยู่อาจถูกมองข้ามพื้นที่เล็กๆ ที่เรียกว่า ‘ระเบียงห้อง’ คุณอาจจะออกไปยืนมองวิวทิวทัศน์ หรือสูดอากาศบริสุทธิ์บ่อยๆ แต่ใครจะรู้ว่าพื้นที่เล็กๆ นี้ สามารถตกแต่งได้เองไม่ต้องยุ่งยาก วันนี้เอง reviewyourliving มี ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ เนรมิตระเบียงธรรมดาให้เป็นมุมโปรดของคุณได้ ลองทำตามกันได้เลยค่ะ 1.เก้าอี้พับเก็บได้ มองหาเก้าอี้พับได้หรือโต๊ะเล็กๆ มาวาง เพื่อให้พับเก็บได้ง่าย สำหรับคนที่ไม่อยากให้ระเบียงดูรกเกะกะ เอาออกมากางในวันที่อากาศดีๆ รับรองว่าได้นั่งคุยกับเพื่อนหรือคนรู้ใจได้ยาวๆ ถ้ายิ่งอากาศดีเป็นใจแล้วละก็ ฟินอย่าบอกใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Věra Kořistková ออกมานั่งรับลม รับแสงแดดยามเช้า เพื่อให้คุณรู้สึกสดชื่นตลอดทั้งวันได้ง่ายๆ เพียงแค่หาเก้าอี้ไม้ และหาเบาะมารองนั่ง แนะนำให้เบาะเก็บเข้าที่ร่มเมื่อไม่ได้ใช้ เพื่อป้องกันน้ำฝน ที่อาจมาโดนเบาะรองนั่งของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : IKEA USA ถ้าอยากตกแต่งแบบคุมโทนหน่อย เลือกเป็นสีเดียวโมโนโทนเซตเดียวกันทั้งโต๊ะและเก้าอี้ อย่างเช่น เซตโต๊ะเก้าอี้วัสดุไม้ทั้งหมด แล้วหาต้นไม้มาวางประดับสักหน่อยก็จะสวยเท่ไปอีกแบบค่ะ 2.ปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เติมออกซิเจนด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ห้องของคุณสดชื่นขึ้น สีเขียวของต้นไม้จะทำให้คุณผ่อนคลาย แถมยังปลูกเองได้ง่ายสุดๆ เพียงเลือกต้นไม้ที่ดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาค่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : na-alsayed.tumblr.com บางคนชอบไม้ดอก บางคนชอบไม้ประดับ เลือกพันธุ์ไม้ที่ชอบแล้วก็ลงมือตกแต่งได้ตามใจชอบเลยค่ะ แต่อย่าเผลอให้บริเวณระเบียงนี้ดูรกจนเกินไปนะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : plus.google.com ยิ่งถ้ามีพื้นที่ระเบียงจำกัด กลัวว่าวางต้นไม้จะเปลืองพื้นที่ ขอแนะนำให้ปลูกต้นไม้บนกำแพงหรือปลูกต้นไม้แนวตั้ง จากกำแพงโล่งๆ ธรรมดา จะดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันที   ขอบคุณภาพจาก pinterest : domainehome.com จัดองค์ประกอบต้นไม้ให้เป็นสัดส่วนได้ด้วยการทำชั้นวางต้นไม้ นอกจากจะวางต้นไม้ได้หลายต้นแล้ว ยังดูเป็นระเบียบสวยงามอีกด้วย 3.ประดับไฟ อีกหนึ่งไอเดียที่โดนใจคนที่ชื่นชอบความโรแมนติก หรืออยากสร้างบรรยากาศในวันพิเศษกับคนพิเศษ ประดับไฟพาดไปกับแนวระเบียงช่วยเพิ่มความแปลกตาให้ห้องของคุณไม่น่าเบื่อ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : flickr ไฟประดับแบบหิ่งห้อยนี้ ทำให้ระเบียงของคุณดูเก๋ขึ้นอีกมาก เพียงแค่นำมาห้อยตามราวระเบียง ก็ทำให้มุมนี้ดูพิเศษสุดๆ ไปเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : Bloglovin' ประดับเทียนตามทางเดินหรือบนโต๊ะ ก็โรแมนติกไม่แพ้กันค่ะ เลือกเทียนแบบที่ชอบสไตล์ที่เหมาะกับห้องของคุณ เลือกจุดได้ตามโอกาส ไม่เปลืองค่าไฟด้วยค่ะ 4.พรมหรือฟูก เปลี่ยนระเบียงว่างๆ ให้กลายเป็นที่นอนเล่น นั่งเล่นได้ พักผ่อนตากลมได้สบาย ไม่ว่าจะตอนเช้ารับอากาศเย็นสบาย หรือ ตอนบ่ายเย็นก็นั่งชิวหรือปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : stadshem.se เลือกเบาะหรือพรมขนสัตว์ช่วยเพิ่มสไตล์การตกแต่ง หรือพรมแบบนิ่มจะได้นั่งเพลิดเพลินได้นานๆ แบบไม่เมื่อยด้วยค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : Stylish Eve ลองหาพรมที่มีลวดลายถูกใจคุณ และนำหลายๆ ผืนมาวางต่อกัน ก็สามารถช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ระเบียงพื้นที่เล็กๆ ได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : apartmenttherapy.com อยู่ในห้องอย่างเดียวคงเบื่อแย่ เอาฟูกมาปูให้เต็มระเบียง จะนั่งเล่นชมบรรยากาศ นั่งอ่านหนังสือ จิบกาแฟ หรือ นอนหลับยาวทั้งวันก็ได้ไม่มีใครว่า 5.ร่มกันแดดกันฝน ถ้ากลัวว่าแดดจะแรง อากาศไม่เป็นใจ หาร่มมากางสักคันจะได้นั่งได้แบบไม่ต้องกังวล จะฝนตกแดดออกก็พร้อมไว้ก่อน ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : IKEA USA ร่มขนาดใหญ่จะปกป้องแสงแดดได้มากกว่า และยังตกแต่งหลอดไฟที่ร่ม แต่งเติมสไตล์ให้ระเบียงคุณดูหรูหรา เหมือนอยู่ในรีสอร์ทห้าดาว และดูเก๋กว่าใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : DecoManitas วิธีการวางร่มบริเวณระเบียง วางชิดขอบด้านข้างเพื่อให้มีพื้นที่เดินได้สะดวก แนะนำให้วางตามทิศทางที่แสงแดดส่อง และเลือกขนาดร่มให้เหมาะสมกับพื้นที่ระเบียงค่ะ และป้องกันร่มปลิวตกลงไปจากระเบียง ด้วยการหาของหนักๆ มาทับไว้ด้วยนะคะ   แค่ลองทำตาม ไอเดียแต่งระเบียงห้องให้กลายเป็นมุมโปรดได้ง่ายๆ ที่เรานำมาฝากกัน เพียงเท่านี้ ระเบียงห้องของคุณ ก็จะกลายเป็นมุมโปรดที่คุณได้มาใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดสุดชิว ยิ่งถ้าชวนเพื่อนๆ มานั่งด้วยกันก็คงจะมีความสุขไม่น้อยเลยค่ะ ลองหาเวลาตกแต่งระเบียงห้องกันดูนะคะ ใช้เวลาแค่นิดเดียว แต่ผลลัพธ์กลับดีต่อใจสุดๆ ค่ะ  
ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ

ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ

ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ การเลือกที่พักของคนในเมืองใหญ่ ส่วนใหญ่มักจะนึกถึงคอนโดมิเนียมมาก่อนอันดับแรก และแบบห้องสตูดิโอก็มักจะมา เป็นตัวเลือกแรกๆ เสมอ อาจเพราะความสะดวกสบาย หรือปัจจัยด้านราคาก็แล้วแต่ วันนี้ reviewyourliving ก็เลยมี ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีห้องพักแบบสตูดิโอทุกท่าน รับรองเลยว่าจะช่วยให้ ห้องของคุณดูเป็นสัดส่วน น่าอยู่เสียจนคุณไม่อยากออกจากห้องไปไหนเลยค่ะ เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยดีกว่า     1. กั้นพื้นที่ใช้สอยให้เป็นสัดส่วนด้วยชั้นวางของ ลองหาชั้นวางของสวยๆ สักอันมาวางไว้ วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะที่สุดหากคุณต้องการจะกั้นห้องให้เป็นกิจลักษณะ สามารถแยกพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่รับแขกออกจากกันได้ เพราะเจ้าชั้นวางของเนี่ยเป็นของที่หาซื้อได้ง่าย รับรองว่าตามร้านขายเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปมีแน่นอน ขอบคุณภาพจาก pinterest : Curbly ชั้นวางของที่โปร่งจะทำให้ห้องของคุณไม่ดูอึดอัด คุณสามารถตกแต่งได้ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ตุ๊กตา หรือของตกแต่งห้อง หรือจะตั้งอวดของสะสมเจ๋งๆ ก็ได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Miss LoveX ประโยชน์ของการตั้งชั้นวางของ ไม่เพียงแค่ทำให้ห้องของคุณเป็นสัดส่วนแล้วนั้น ยังช่วยให้สามารถเลือกตกแต่งเฟอร์นิเจอร์และของแต่งคอนโดให้เข้ากับพื้นที่การใช้งานในมุมต่างๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยจะเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกัน หรือจะใช้ตู้เสื้อผ้าใหญ่ๆ มาตั้งแทนชั้นวางของก็ได้นะ ไม่ว่ากัน 2. กั้นห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินแถมได้ประโยชน์ใช้สอยอย่างคุ้มค่า เชื่อว่าหลายคนมักแต่งคอนโดด้วยเฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินอยู่แล้ว ยกเว้นบางคนที่มีคอนโดแบบสตูดิโอ อาจเพราะกลัวว่าจะทำให้ห้องดูหนักไป โดยที่ลืมคิดไปว่าการกั้นห้องแบบสตูดิโอก็สามารถใช้เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินได้ ขอบคุณภาพจาก pinterest : Meltem Başer คุณจะเลือกกั้นแค่เฉพาะบางส่วนในห้องก็ได้ โดยการบิ้วท์ตู้หรือชั้นวางของในส่วนที่คุณอยากจะกั้นพื้นที่ การใช้งานให้ชัดเจน รับประกันว่าไม่ทำให้ห้องดูทึบตันแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : StyleCaster ไม่เพียงใช้กั้นพื้นที่การใช้งาน คุณยังเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินที่เป็นได้มากกว่าหนึ่งการใช้งาน เพื่อช่วยประหยัดเนื้อที่ใช้งานของห้องคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นเตียงที่สามารถใช้เป็นตู้เก็บเสื้อผ้าได้ โซฟาเบดบริเวณพื้นที่นั่งเล่นเพื่อใช้ปรับนอนได้ เป็นต้น 3.กั้นห้องให้เป็นสัดส่วนและโปร่งสบายด้วยผ้าม่าน อีกหนึ่งวิธีที่แสนง่าย ก็คือการกั้นห้องด้วยผ้าม่าน แค่ลงทุนติดม่านกั้นในส่วนที่คุณต้องการความเป็นส่วนตัว ความพิเศษก็คือ คุณสามารถรูดม่านเพื่อเปิดหรือปิดเวลาไหนก็ได้ หากต้องการความมิดชิดหน่อยก็แค่ปิดม่าน หรือต้องการความโปร่งสบายก็เพียงแค่รูดม่านเปิดเท่านั้นเอง วิธีนี้ง่ายแสนง่าย ไม่จำเป็นต้องกั้นกำแพงให้ยุ่งยาก ขอบคุณภาพจาก pinterest : Decoholic อีกอย่างที่ทำให้การใช้ม่านเป็นอีกหนึ่งในการแต่งคอนโดที่น่าสนใจ เป็นเพราะม่านมีความพริ้วไหว ไม่ทำให้ห้องของคุณดูหนัก แต่อย่าลืมว่าต้องเลือกชนิดของเนื้อผ้าม่านที่นำมาติดให้ดี และการเลือกรางม่านก็สำคัญเช่นกัน การใช้รางแบบซ่อนจะช่วยทำให้ห้องของคุณดูเรียบหรูขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Homepolish ม่านกั้นจะใช้ในส่วนไหนของห้องก็ได้ ไม่ว่าจะโซนแต่งตัว หรือบริเวณเตียงนอน เมื่อนำมาแต่งแล้ว ได้บรรยากาศของที่เหมือนเป็นเจ้าหญิง น่ารักไปอีกแบบ 4.กั้นห้องด้วย Partition Wall เหมือนได้ห้องมาเพิ่ม อีกวิธีที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ การกั้นห้องด้วย Partition Wall เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่เยอะหน่อย หากคุณมีงบอยู่ล่ะก็ แนะนำให้ลองใช้วิธีนี้ดูเลยค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Toronto Designers การกั้นห้องด้วย Partition Wall จริงๆ แล้วสามารถออกแบบได้หลากหลายรูปแบบ หากคุณเลือกที่จะกั้นด้วยผนังทึบ แน่นอนว่าคุณจะได้ความส่วนตัวที่สุดเลยล่ะ แต่หากห้องของคุณเป็นกับห้องที่มีขนาดเล็กมากๆ อาจจะยิ่งทำให้ห้องดูคับแคบอีกก็ได้ อย่าลืมคิดถึงข้อนี้ก่อนนะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vtwonen การกั้นเป็นผนังแบบนี้ก็เปรียบเหมือนมีกำแพงบ้านนั่นเอง สามารถเอาโต๊ะหรือของใช้ต่างๆ มาวางชิดติดผนังได้สารพัด แถมติดกรอบรูปบนผนังเพิ่มความมีสไตล์ให้กับห้องของคุณได้อีกด้วย 5.กั้นห้องด้วยกระจกใสเพิ่มความมีสไตล์ให้กับห้องของคุณ การกั้นห้องวิธีนี้ช่วยให้ห้องของคุณเป็นสัดเป็นส่วนได้เช่นกัน แต่ความพิเศษของการกั้นด้วยกระจกใสก็คือ จะไม่ทำให้ห้องของคุณดูมืด ทั้งยังทำให้ห้องดูโปร่งและสว่างอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Bloglovin' ลองทำเป็นผนังกระจกใสที่สามารถเปิดปิดได้แบบนี้ดูสิ ลองคิดดูสิว่าหากคุณกั้นห้องแยกส่วนที่นอน ออกจากส่วนอื่นๆ ในห้องเพื่อกั้นไม่ให้แอร์กระจายไปทั่วห้องได้ จะช่วยประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้แค่ไหน ได้ทั้งความสวยงามและประหยัดเงินในกระเป๋าด้วยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Marion LANOË คุณสามารถเลือกใช้ผนังทึบกับผนังกระจกใสแบบผสมกันได้ โดยกั้นเป็นผนังทึบในส่วนครึ่งล่าง แล้วเลือกใช้เป็นกระจกในส่วนครึ่งบน กระจกใสในส่วนบนจะช่วยรับแสงเข้ามาเป็นอย่างดี ทีนี้คุณก็จะได้ทั้งพื้นที่ใช้งานที่เป็นสัดส่วนแถมด้วยความเป็นส่วนตัวอีกด้วย   เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ ไอเดียตกแต่งห้องให้เป็นสัดส่วนแบบสตูดิโอ ที่เรานำมาฝาก สำหรับใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะแต่งห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัดอย่างไร สามารถนำไอเดียเหล่านี้ไปปรับใช้กับห้องของคุณได้เลยค่ะ อย่าลืมว่าเราต้องใช้จุดเด่นของห้องสตูดิโอให้เป็นประโยชน์ คุณสามารถตกแต่งห้องของคุณได้อย่างอิสระ เนื่องจากไม่ได้มีข้อจำกัดเรื่องการกั้นห้องมาก่อนหน้านั้น ดังนั้นครีเอทห้องของคุณเองให้ตรงกับ ไลฟ์สไตล์ของคุณกันได้เลยค่ะ แล้วจะพบว่าความสุขที่คุณจะพบได้ทุกวันอยู่ที่ห้องของคุณเอง
ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน

ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน

ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน เคยรู้สึกเบื่อห้อง เบื่อมุมนั่งเล่นเดิมๆ แล้วต้องออกไปอยู่ตามคาเฟ่ต่างๆ กันใช่ไหมละคะ ในครั้งนี้ reviewyourliving ก็มีไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน มาแนะนำให้คุณลองแปลงโฉมมุมนั่งเล่นเดิมๆ ให้มีความน่าสนใจ เปลี่ยนบรรยากาศให้น่าอยู่ น่านั่งมากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ   1.โซฟาตัวเก่ง หลังจากการทำงานหรือไปเรียนมาเหนื่อยๆ เพียงแค่ทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มๆ ก็รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลาย ซึ่งการเลือกโซฟาหรือเก้าอี้นั้นสำคัญมาก สำหรับห้องนั่งเล่นของคุณ ลองเลือกตัวที่นั่งแล้วสบาย เหมาะสมกับสรีระของคุณ พื้นผิวนุ่มน่าสัมผัส และมีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นของคุณดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : livingbloggen.blogspot.com โซฟาเบดแบบนี้ จะช่วยให้คุณสามารถเปลี่ยนท่านั่งได้หลายรูปแบบ ทั้งนั่งหลังตรง หรือเอนหลังเหยียดขา ก็สามารถทำได้สบายๆ ลองหามานั่งสักตัวดูสิคะ แล้วคุณจะไม่อยากลุกออกไปไหนเลยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ShopStyle โซฟาที่ดูจะแสนนุ่มตัวนี้ มีพนักพิงสำหรับวางแขน หรือไว้รองศีรษะ ทั้งสองด้าน เติมแต่งด้วยหมอนอิงนุ่มๆ ยิ่งทำให้บริเวณดูน่านั่งและสบายขึ้นอีกเท่าตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : instagram.com หากคุณมีพื้นที่จำกัด ลองหาเก้าอี้ตัวเล็กๆ ที่มีขนาดพอเหมาะแล้วนำเบาะไปวางรองไว้ และเพิ่มความสบายที่มากยิ่งขึ้น ด้วยเบาะแบบหนา สำหรับไว้เหยียดขา เท่านี้ก็เหมือนได้โซฟาตัวใหม่ที่น่านั่งมาไว้ในห้องของคุณแล้ว 2.ของตกแต่งเพิ่มลูกเล่น บางครั้งความน่าเบื่อ ก็เกิดจากการที่ห้องนั่งเล่นของคุณดูไม่อบอุ่น ลองหาของตกแต่งที่คุณชื่นชอบมาเสริมเพิ่มเติม อย่างเช่น หมอนอิง ผ้าห่ม ตุ๊กตาสุดที่รัก กรอบรูป หรือแม้แต่พรมผืนนุ่มๆ ก็ช่วยทำให้ห้องนั่งเล่นของคุณครบเครื่อง น่าอยู่มากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : babyneedlist.com หมอนอิง เป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับห้องนั่งเล่น เพราะเป็นเสมือนของตกแต่ง และตัวช่วยในการจัดท่านั่งของคุณให้สบายได้ง่ายๆ อย่างเช่น รองหลัง รองหนังสือ หรือเอามากอดเวลาดูทีวีเพลินๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : popsugar.com เวลาที่คุณนั่งนานๆ แล้วเท้าไปสัมผัสกับพื้นนานอาจจะรู้สึกไม่สบายได้ ให้ลองหาพรมนิ่มๆ สักผืนมาปูไว้ บริเวณนั่งเล่นดู คุณจะได้การสัมผัสที่เปลี่ยนไป ซึ่งดีกว่าสัมผัสพื้นห้องก่อนหน้านี้แน่นอน 3.ที่วางของเล็กๆ น้อยๆ จะสบายแค่ไหน ถ้ามีที่วางของเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณใช้เป็นประจำ อย่างเช่น รีโมท หนังสือ แก้วน้ำ มาไว้ข้างกายในยามที่ คุณนั่งเล่น พักผ่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะใหญ่โต ให้เปลืองพื้นที่โดยรวมของห้องก็สามารถนั่งได้สบายๆ ทั้งวันแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : brit โต๊ะวางของจุกจิกที่พอเหมาะกับโซฟา โดยที่คุณสามารถเอื้อมไปหยิบจับสิ่งของ จิบชากาแฟ ได้เลยง่ายๆ ไม่ต้องลุกไปหยิบให้เสียเวลาขาดตอนขณะกำลังพักผ่อน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : istome.co.uk ถ้าสไตล์ห้องของคุณดูเรียบง่าย ให้เลือกโต๊ะที่มีรายละเอียดน้อยๆ แต่หากสไตล์ห้องของคุณดูเรียบหรู ลองเลือกโต๊ะที่เป็นกระจกดู จะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้ห้องมากยิ่งขึ้น หรือจะหาเบาะอันเล็กๆ มาไว้สำหรับวางของก็ได้เช่นกัน 4.เพิ่มความอบอุ่นด้วยแสงสว่าง การที่ห้องนั่งเล่น ดูน่านั่ง ดูสบายนั้น อีกปัจจัยหนึ่งเลยก็คือแสงสว่าง เพราะจะช่วยให้ห้องดูโปร่ง โล่ง ไม่ว่าเหนื่อยล้ามาแค่ไหน แค่มาพักผ่อนในห้องที่โปร่ง สบาย ก็จะคล้ายความเครียด ความเมื่อยล้าลงได้ทันที แถมช่วยให้บรรยากาศโดยรวมน่าอยู่สุดๆ โดยที่ไม่ต้องเติมแต่งอะไรมาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : marieglerup7 พื้นที่นั่งเล่นเล็กๆ ก็สามารถทำให้สวยได้ ด้วยการแต่งเติมแสงไฟเข้าไฟ หาโคมไฟตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะมาประดับวางไว้บริเวณนี้ จะช่วยเพิ่มทำให้ห้องดูมีมิติมากยิ่งขึ้น เป็นอีกมุมนั่งเล่นที่สวยงามไม่แพ้ใครแล้วล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bhg.com ไฟสปอร์ตไลท์ ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ห้องดูน่าอยู่ ไม่น่าเบื่อ ด้วยทิศทางของแสง ที่คุณสามารถปรับได้ตามใจชอบ และยังทำให้ห้องดูมีสไตล์คลาสสิคมากยิ่งขึ้น เมื่อใช้ไฟ ส่องไปยังของตกแต่งต่างๆ ภายในห้องรับแขก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : besthomedecorate.com เป็นไอเทมเสริมที่ช่วยให้ห้องมีบรรยากาศที่พิเศษ ทั้งแสงสว่างที่มีเอกลักษณ์ และกลิ่นที่พลอยได้จากการจุดเทียน ทำให้เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง 5.กลิ่นอายธรรมชาติ สูดรับอากาศธรรมชาติเพื่อเติมความสดชื่น ด้วยการเน้นพื้นที่ที่โปร่ง หรือสามารถรับอากาศ มองเห็นวิวธรรมชาติได้ ก็จะเปลี่ยนห้องนั่งเล่นที่อึดอัดและมีขนาดแคบเกินไป ให้กลายเป็นห้องที่น่านั่ง น่าอยู่ได้ยันเช้าจรดเย็น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stylemepretty ในวันพักผ่อนของคุณ การได้อยู่กับธรรมชาตินั้นเป็นอะไรที่พิเศษสุดๆ อย่างแน่นอน ลองจัดโซฟาให้หันหน้าออกรับชมวิวด้านนอกห้อง แต่หากห้องของคุณนั้นไม่มีวิวด้านไหนดีเลย ให้เปลี่ยนมาวางต้นไม้ ประดับตามมุมต่างๆ แทนก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : danielle-moss.com ทุกคนล้วนยังต้องการเติมเต็มความสดชื่นอยู่เสมอ ต้นไม้สีเขียวเหล่านี้สามารถช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปได้     มุมนั่งเล่นที่คุณมักจะใช้เวลานานกว่ามุมอื่นๆ ลองปรับแต่งบางส่วนให้ดูน่าอยู่ขึ้น ตาม ไอเดียแต่งมุมนั่งเล่น น่านั่งจนไม่อยากออกไปไหน ที่ reviewyourliving ได้แนะนำไปด้านบน คุณก็จะเหมือนได้ห้องนั่งเล่นใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศจำเจเดิมๆ ให้มีความสุขและสามารถนั่งเล่นได้ทั้งวัน
ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน

ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน

ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน ฟรีแลนซ์ คืออาชีพที่ทำงานที่บ้าน ที่คอนโดของตัวเอง ซึ่งบางคนอาจจะใช้เวลานั่งทำงานทั้งวัน จะดีแค่ไหน ถ้าสามารถสร้างมุมทำงานส่วนตัวที่มีบรรยากาศช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานมากยิ่งขึ้น วันนี้ reviewyourliving ก็มี ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน มาฝากชาวฟรีแลนซ์กันนะคะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูไอเดียต่างๆ กันเลยค่ะ   1.พื้นที่สำหรับทำงาน พื้นที่สำหรับทำงาน มีส่วนสำคัญอย่างมากในสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้มากขึ้น ทำให้ผลผลิตต่างๆ ดีขึ้นตามมา ซึ่งก็แล้วแต่คุณเอง ที่จะจัดมุมทำงานนี้ให้เหมาะสมกับตนเอง และการจัดวางโต๊ะทำงานเป็นแนวต่างๆ ก็จะช่วยให้ คุณมีพื้นที่ในการทำงานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : feedpuzzle การจัดโต๊ะทำงานที่ได้ใช้พื้นที่ที่คุ้มค่าที่สุด คือ การจัดโต๊ะเป็นตัวแอล (L) เข้ากับมุมใดมุมหนึ่งของห้อง เพราะพื้นที่บริเวณมุมห้องนั้น คุณสามารถวางปฎิทิน โคมไฟ สิ่งของที่จำเป็นต้องมีอยู่บนโต๊ะ แต่ไม่ค่อยได้ใช้งาน แนะนำให้คุณจัดโต๊ะทำงานให้โล่งเข้าไว้ เพราะจะช่วยทำให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : rbaciega การจัดโต๊ะแบบตัวที (T) เหมาะสำหรับคนที่มีพาร์ทเนอร์ทำงานด้วย ใช้นั่งคิดงานร่วมกัน ปรึกษากันได้อย่างสะดวก แต่ก็ยังคงความเป็นส่วนตัวของแต่ละคนไว้อย่างดี 2.กั้นพื้นที่ คอนโดส่วนใหญ่ มักจะไม่มีการกั้นพื้นที่สำหรับใช้ทำงาน หลายๆ คน ก็มักใช้พื้นที่ในห้องนอนมาจัดเป็นมุมทำงาน ซึ่งห้องนอนควรเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนอย่างเดียวเท่านั้น เราขอแนะนำให้คุณแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดเป็นส่วน ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ที่กว้างมาก ลองเลือกสักมุมหนึ่ง แล้วใช้ฉากกั้น หรือม่านกั้นดู   ขอบคุณภาพจาก pinterest : creatf.com แม้จะเป็นมุมเล็กๆ แต่คุณก็สามารถมีสมาธิในการทำงานที่มุมนี้ได้ดีทีเดียว เมื่อเมื่อยล้า ก็มาเอนตัวที่ริมหน้าต่างตรงนี้ได้ แล้วคุณก็จะได้ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการสร้างสรรค์งานอย่างเต็มที่ไปเลยล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : dekrisdesign.com การจัดห้องทำงานให้แยกจากพื้นที่ที่ทำกิจกรรมในส่วนอื่นๆ จะช่วยทำให้ห้องของคุณดูเป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้น เสมือนว่าคุณได้มีออฟฟิศส่วนตัวที่เหมาะกับฟรีแลนซ์อย่างคุณเลยล่ะ 3.แสงสว่าง พื้นที่ใช้ทำงานกับแสงสว่างเป็นของคู่กันอย่างแน่นอน สำหรับชาวฟรีแลนซ์ควรติดไฟให้มีความสว่างทั่วทั้งพื้นที่ทำงาน เพื่อแต่งเติมบรรยากาศ เติมไฟในการทำงานมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้ไฟสีครีม จะช่วยให้บรรยากาศโดยรวมสบายตาขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com หามุมริมหน้าต่างสักหนึ่งมุม แล้วหันหน้าออก คุณจะรู้สึกถึงพลังของธรรมชาติ ที่ช่วยกระตุนให้ทำงานได้ดีกว่าการทำงานอยู่ในมุมอับมืดๆ นะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pinterestmx การที่มีมุมที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามาก็จำเป็น แต่ในตอนกลางคืน ก็อย่าลืมมีโคมไฟตั้งโต๊ะไว้สักอันหนึ่ง เพื่อที่คุณจะสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตามแบบฉบับวิถีฟรีแลนซ์ 4.ไม้ประดับสีเขียว พักสายตา สร้างบรรยากาศที่สดชื่น ผ่อนคลายได้ง่ายๆ ด้วยการหาไม้ดอก ไม้ประดับ สีเขียวมาตกแต่งตามมุมต่างๆ ที่คุณใช้ทำงาน จะช่วยให้มุมทำงานของคุณไม่แข็งจนเกินไป รู้สึกได้ถึงธรรมชาติ และทำให้มุมนี้น่านั่งทำงานมากยิ่งขึ้น ลองเลือกต้นไม้ ที่สามารถดูแลได้ง่ายๆ อย่างเช่น ต้นกระบองเพชร ต้นพลูด่าง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ไม้สีเขียวที่คล้ายต้นพลูด่างนี้ แค่นำมาวางห้อยระย้าลงมาในพื้นที่ทำงานของคุณ ก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้อีกเท่าตัว หากกลัวเรื่องน้ำ ความชื้น ก็ลองหาไม้ประดับปลอมมาวางดูก็ได้นะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : arospin หากใครมีโต๊ะทำงานติดริมหน้าต่าง ให้ลองหาต้นไม้สีเขียว หรือไม้ดอก มาปลูกที่ริมหน้าต่างไว้ เมื่อคุณล้าจากการจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ ก็มองออกไปชมวิวนอกหน้าต่างได้อย่างเพลินๆ และต้นไม้เหล่านี้นี่เอง ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายตา 5.มุมทำงานเหมือนอยู่ในคาเฟ่แสนเก๋ มนุษย์เงินเดือนมีออฟฟิศเป็นหลักเป็นแหล่ง แต่ชาวฟรีแลนซ์อย่างคุณต้องไปใช้พื้นที่สาธารณะ เช่น คาเฟ่ หรือ Co-working Space ต่างๆ ในการทำงาน หากคุณมีห้องเป็นของตัวเองแล้ว ก็ลองตกแต่ง สร้างบรรยากาศของคาเฟ่ดูสิ แล้วคุณก็จะสามารถนั่งทำงานได้ทั้งวัน ถ้ารู้สึกเมื่อย ก็เอนหลังพักผ่อนได้อย่างสบายใจ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ใช้โต๊ะรับประทานอาหารแนวยาว มาเป็นพื้นที่ในการทำงานก็ได้เช่นกัน สำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัด คุณจะมีพื้นที่ในการวางคอมพิวเตอร์ วางเอกสารอย่างกว้างขวาง หากต้องการจิบกาแฟ หรือกินอะไรเล่นเบาๆ ก็สามารถทำได้พร้อมกัน เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sgarnett48 หากฟรีแลนซ์อย่างคุณมีห้องส่วนตัวอยู่แล้ว ตกแต่งเพิ่มเติมอีกสักหน่อย ด้วยการทำโต๊ะทำงานให้เป็นลักษณะของบาร์คาเฟ่ ก็ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงิน ออกไปเจอรถติด เพื่อไปนั่งทำงานตามคาเฟ่ต่างๆ แล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : achadosdedecoracao.com.br ถ้าสังเกตพวก Co-working Space ต่างๆ จะใช้โต๊ะทำงานที่มีเก้ามี้ด้านหนึ่งเป็นเหมือนโซฟา ข้อดีก็คือคุณได้ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่ และเมื่อเมื่อยขา ก็สามารถเปลี่ยนท่านั่ง นำขาขึ้นมาขัดสมาธิได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ   ไอเดียแต่งห้องสำหรับฟรีแลนซ์ เพิ่มไฟในการทำงาน ที่ reviewyourliving นำมาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจ ชาวฟรีแลนซ์กันนะคะ ลองแต่งตามไอเดียเหล่านี้ดู เพียงแค่จัดพื้นที่ในการทำงานให้เหมาะสมตามสไตล์ การทำงานของคุณ หามุมที่ใช้ผ่อนคลายร่างกายและสายตา เพิ่มเติมบรรยากาศให้รู้สึกมีไฟ มีสมาธิ แต่สำคัญที่ เพื่อสุขภาพของคุณ อย่าลืมเลือกใช้เก้าอี้ที่นั่งสบายและโต๊ะทำงานที่มีสัดส่วนความสูงเหมาะสมด้วยนะคะ จะได้ไม่เมื่อยหากต้องทำงานเช้าจรดเย็น
ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน

ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน

ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน หนอนหนังสือทั้งหลายจ๋า เชิญมาอ่าน ไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ เป็นไอเดียที่เอาใจคนชอบอ่านหนังสือโดยเฉพาะ แม้ห้องจะมีพื้นที่น้อย คุณก็สามารถมีมุมอ่านหนังสือได้แบบง่ายๆ เพียงเลือกพื้นที่และจัดมุมอ่านหนังสืออย่างเหมาะสม ก็ช่วยให้คุณได้อ่านหนังสือได้สบายขึ้น มีสมาธิ อยู่ในโลกของตัวอักษรได้นานขึ้น     1.ชั้นวางหนังสือที่ต้องมี ชั้นวางหนังสือ ถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับหนอนหนังสือทุกคน ทั้งช่วยจัดวางหนังสืออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่วยรักษาสภาพหนังสือ และทำให้สามารถมองเห็นและหยิบจับหนังสือได้ง่ายอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog จะดีแค่ไหน หากกำแพงผนังของคุณ สามารถเปลี่ยนมาเป็นชั้นวางหนังสือที่แสนจะมีประโยชน์ขนาดนี้ ด้วยการบิ้วท์อินชั้นวางหนังสือเข้ากับผนัง ไม่ต้องเปลืองพื้นที่ในการวางชั้นแบบลอยตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bostonmagazine มุมห้อง เป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญเท่าไหร่ การจัดชั้นวางหนังสือเข้ามุม เรียกได้ว่าเป็นการใช้พื้นที่ให้เป็นประโยชน์อย่างมาก ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโคมไฟ ไม้ประดับ เก้าอี้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : flickr.com ไม่ต้องไปหาของตกแต่งอะไรให้มากมาย เพียงแค่คุณใช้สันหนังสือนี่แหล่ะ ที่มีสีสันที่หลากหลาย มาจัดวางไล่เฉดสีอย่างเป็นระเบียบ นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังประหยัดค่าของตกแต่งไปได้เยอะเลยทีเดียว 2.มุมอ่านหนังสือส่วนตัว หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือในมุมสงบ มีความเป็นส่วนตัว ถึงแม้จะมีพื้นที่ไม่เยอะคุณก็สามารถมีมุมอ่านหนังสือส่วนตัวได้เช่นกัน โดยเลือกมุมที่แสงส่องเข้ามาและมีพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อนั่งอ่านหนังสือได้อย่างสบายใจ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : flickr.com เพียงนำชั้นไม้โปร่ง มาวางกั้นพื้นที่ระหว่างห้องนั่งเล่นกับโซนอ่านหนังสือ คุณก็ได้มีมุมส่วนตัว แบบน่ารักๆ นี้ในห้องของคุณแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lizmarieblog.com จัดมุมอ่านเล็กๆ นี้ด้วยเก้าอี้และสตูลสำหรับเหยียดขา หันหลังให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาที่หน้าหนังสือ จะทำให้คุณอ่านหนังสืออย่างเห็นได้ชัด พร้อมอากาศที่ถ่ายเทสะดวก ดีกว่าปล่อยให้พื้นที่ใกล้หน้าต่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ 3.มุมอ่านหนังสือที่สบาย การอ่านหนังสือที่สบายนั้น สิ่งที่มีความสำคัญมากเลยก็คือ เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้รองรับสรีระของท่าต่างๆ ที่คุณใช้อ่านหนังสือ ทั้งโซฟา เก้าอี้ เตียงนอน หมอนอิง เพราะเวลาคุณอ่านเพลินๆ ก็จะนั่งนาน ซึ่งการมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้คุณอ่านหนังสืออย่างสบาย เป็นการช่วยรักษาสุขภาพร่างกายของคุณได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : designed-for-life.tumblr.com บีนแบก หรือเบาะรองนั่ง ที่สามารถทำให้คุณเอนกาย หมุนตัว เลือกท่าอ่านหนังสือได้ตามใจชอบ เมื่อนำมาอยู่ในมุมนี้แล้ว ทำให้ห้องดูอ่อนหวานน่ารักขึ้นอีกเท่าตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : interiordec.about.com เปลี่ยนเก้าอี้กหรือโซฟาแบบเดิมๆ มาเป็นเก้าอี้ชิงช้า ที่ช่วยให้คุณได้มีประสบการณ์การนั่งอ่านหนังสือแบบใหม่ ช่วยให้สามารถเพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือได้ทั้งวันอย่างไม่รู้เบื่อ 4.มุมอ่านหนังสือที่ช่องหน้าต่าง เชื่อว่าใครๆ ก็คงไม่อยากอ่านหนังสือในที่แคบๆ อับชื้น หรือแสงเข้าไม่ถึงกันหรอก ดังนั้นการที่ห้องของคุณมีหน้าต่าง ก็สามารถเลือกพื้นที่ตรงนั้นดัดแปลงให้เป็นมุมอ่านหนังสือที่แสนจะเรียบง่ายได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : trendland ช่องกระจกบานใหญ่กับชุดโซฟา พร้อมด้วยหนังสือที่ถูกจัดวางอยู่บนชั้นวาง เป็นพื้นที่ที่ดูเหมาะมากสำหรับการไปอ่านหนังสือไป มองวิวไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : younghousenvy.blogspot.com ถึงห้องของคุณจะเล็ก ก็ต้องมีสักมุมหนึ่งที่จะสามารถจัดเป็นมุมอ่านหนังสือได้ คุณลองเลือกพื้นที่ตรงหน้าต่าง แล้วบิ้วท์อินชั้นเก็บหนังสือไว้ด้านล่าง แล้วท็อปด้วยเบาะนั่งที่แสนสบาย 5.มุมอื่นๆ ของห้อง การอ่านหนังสือช่วยเปิดโลกกว้าง ดังนั้นการที่จะมีมุมอ่านหนังสือตามโซนต่างๆ ของห้อง ก็ดูเป็นไอเดียที่ดี เพราะแต่ละโซนก็จะมีบรรยากาศที่แตกต่างกันไป เพียงลองปรับตำแหน่งมุมอ่านหนังสือของคุณก็ไม่เสียเปล่า และลองสัมผัสบรรยากาศที่เปลี่ยนไปเหล่านั้นด้วยตัวคุณเอง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ArchiDesiign ไอเดียนี้อาจจะทำตามยากไปสักหน่อย แต่เผื่อใครหลายๆ คน อยากจะลองทำดู ด้วยการนำชั้นหนังสือไปอยู่ในห้องน้ำกันเลย อาจจะเหมาะสำหรับคนที่ชอบแช่น้ำไป อ่านนิยาย ฟังเพลงไปก็ได้นะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : centsationalgirl.com มุมหนังสือเล็กๆ ภายในโซนรับประทานอาหาร อาจจะเหมาะสำหรับแม่บ้าน หรือผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารเป็นชีวิตจิตใจ โดยการเก็บหนังสือสูตรอาหารไว้ใกล้มือ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ArchiDesiign แม้ว่าพื้นที่ในห้องจะเล็ก แต่คุณก็สามารถใช้พื้นที่ริมระเบียงมานั่งอ่านหนังสือได้ชิลล์ๆ โดยหาเก้าอี้ที่มีขนาดเหมาะสมมาวางไว้ เป็นการอ่านหนังสือที่ได้บรรยากาศสุดๆ   เป็นอย่างไรกันบ้างคะหนอนหนังสือทั้งหลาย อ่านไอเดียแต่งมุมอ่านหนังสือ ให้นั่งอ่านได้ทั้งวัน ที่ reviewyourliving นำมาฝากกัน แล้วอยากลองลุกขึ้นไปจัดมุมอ่านหนังสือกันเลยใช่ไหมล่ะคะ นอกจากคุณจะมีมุมอ่านหนังสือแล้วยังรู้สึกว่าใช้พื้นที่ของห้องได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย แต่ที่สำคัญอย่าลืมเรื่องของความสว่างที่พอดีกับสายตา อากาศที่ถ่ายเทสะดวก เพื่อความสบาย ผ่อนคลายขณะอ่านหนังสือของคุณนะคะ          
ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน

ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน

ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน เชื่อว่าหลายๆ คนต่างก็เคยประสบปัญหากับพื้นที่ห้องที่แคบ ไม่เพียงพอต่อการใช้งานในทุกๆ ส่วน หรืออาจจะคิดว่าห้องครัว กับห้องนอนนั้น ไม่มีทางที่จะอยู่ด้วยกันได้ วันนี้ reviewyourliving เลยมี ไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน มาฝากกันค่ะ ทั้งการจัดเก็บของ การวางผัง และการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ในห้องให้เหมาะสมกับขนาดของพื้นที่ เป็นไอเดียที่ นำไปปรับใช้และทำตามได้ไม่ยาก รับรองว่าคุณจะได้ประโยชน์จากไอเดียเหล่านี้และคุณจะอยากอยู่ในพื้นที่เล็กๆ นี้ทั้งวันเลยล่ะ   1.เฟอร์นิเจอร์บิ้วท์อินเข้าผนัง   การใช้พื้นที่ที่ผนังให้เกิดความคุ้มค่านั้น จะช่วยให้คุณสามารถมีพื้นที่ในห้องมากขึ้น เพราะด้วยความสูงของผนังกำแพงแล้ว ด้านบนมักจะเหลือเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog ทั้งตู้ที่บิ้วท์อินเข้ากับผนัง และชั้นไม้ติดผนังแบบลอยตัว ไม่ว่าคุณจะเก็บหนังสือที่ใช้อ่านในห้องนั่งเล่น หรือจะเก็บเครื่องครัวที่ใช้ในพื้นที่ครัว คุณก็สามารถใช้ชั้นเอนกประสงค์ทั้งสองนี้เก็บของได้ร่วมกัน และยิ่งทำให้ผนังของห้องดูมีมิติมากขึ้น ขอบคุณภาพจาก pinterest : sfgirlbybay อีกไอเดียที่แสนชาญฉลาด ก็คือการจัดชั้นและตู้เก็บของให้แน่นเต็มพื้นที่ของผนังห้องทุกด้านของคุณ แม้ว่าจะเป็นพื้นที่เล็กๆ แต่ก็สามารถเก็บของได้จำนวนมากมาย ซึ่งแทนที่คุณจะเสียพื้นที่ไว้วางตู้เก็บของแบบลอยตัว คุณก็เอาพื้นที่นั้นไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นจะดีกว่า แนะนำให้เลือกใช้โทนสีเดียวกัน ก็จะดูไม่รกตา 2.จัดเฟอร์นิเจอร์เข้ามุม   การจัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่เข้ามุมใดมุมหนึ่ง ถือเป็นการจัดสรรพื้นที่ ที่ทำให้เหลือพื้นที่ตรงกลางห้องมากขึ้น หากนำเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่และทึบมาวางไว้กลางห้อง จะทำให้คุณเสียพื้นที่ตรงนั้นทันที และห้องก็ดูไม่เป็นสัดเป็นส่วนอีกด้วย ขอบคุณภาพจาก pinterest : facilisimo เปิดช่องว่างตรงหน้าต่างให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้ห้องเล็กๆ นี้ดูกว้าง โปร่ง โล่งสบายขึ้นอีกเท่าตัว แล้วคุณก็นำโต๊ะเล็กๆ ไปวางหน้าหน้าต่าง ตื่นเช้าลุกขึ้นจากเตียง เดินไปชงกาแฟ แล้วมานั่งจิบตรงโต๊ะริมหน้าต่าง พลางชมวิวด้านนอกได้อย่างเพลิดเพลิน ขอบคุณภาพจาก pinterest : sharonvoldby นำเฟอร์นิเจอร์ที่ทึบและชิ้นใหญ่ ไปหลบเข้ามุมไว้ อย่างโซฟา และเตียงนอน จะเห็นว่าเหลือพื้นที่ตรงกลางของห้อง ให้คุณนำโต๊ะหรือเก้าอี้เล็กๆ มาวางเพิ่มเติมก็ได้ เท่านี้ห้องก็ดูน่ารักขึ้นมาทันตา และยังทำให้อากาศถ่ายเทสะดวกอีกด้วย 3.เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์ ปัจจุบันนี้พื้นที่ที่อาศัยสำหรับคนเมืองมีขนาดเล็กลงอย่างมาก ฟังก์ชั่นการใช้งานภายในห้องต่างๆ จึงถูกจำกัดไปด้วย ดังนั้นไม่จำเป็นที่คุณจะต้องมีเฟอร์นิเจอร์ตามพื้นที่การใช้สอย ลองมาดูไอเดียการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์กันค่ะ ถ้าคุณได้ลองเลือกใช้แล้ว จะรู้สึกเลยว่าทั้งประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณและพื้นที่ใช้สอยของห้อง ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoholic โต๊ะบาร์ยาว ที่นำมาวางไว้หลังโซฟานี้ สามารถทำให้คุณได้ใช้พื้นที่ในห้องได้ครบทุกส่วน ทั้งการเตรียมกับข้าว พลางดูทีวีไป หรือจะมานั่งทำงานที่โต๊ะนี้ พลางดื่มเครื่องดื่มไป เรียกได้ว่าเป็นโต๊ะอเนกประสงค์ที่คุณสามารถทำได้ทุกอย่างที่บริเวณนี้ ช่วยให้ใช้ทุกพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าสุดๆ ขอบคุณภาพจาก pinterest : cleo-inspire.com ดูเผินๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมเอาเตียงมาตั้งไว้ตรงนี้กันใช่ไหมละคะ แต่ถ้าลองนึกดูแล้ว การนำเตียงมาไว้ตรงนี้ ทำให้คุณสามารถดัดแปลงเป็นโซฟาไว้เอนหลัง อ่านหนังสือชมวิวนอกหน้าต่างได้ เผลอๆ ถ้าคุณง่วง ก็สามารถนอนเอนกายได้อย่างทันที โดยที่ไม่ต้องลุกเดินไปยังห้องนอน 4.เฟอร์นิเจอร์ 2 in 1   จะดีแค่ไหน หากคุณซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ประโยชน์ได้แบบเดียว แต่กลับใช้ได้หลายอย่าง ก่อนซื้อ คุณลองพิจารณาก่อนว่าเฟอร์นิเจอร์ไหนที่คุณจะใช้บ่อยที่สุด สามารถตอบโจทย์และความต้องการของคุณ เพื่อที่คุณจะได้เลือกซื้ออย่างตรงใจ แต่หากยังนึกไม่ออก ลองไปดูไอเดียกันด้านล่างเลยค่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : bhg.com ออกแบบโซฟา 2 in 1 นี้ด้วยการซ่อนตู้เก็บของไว้ด้านล่าง แถมลิ้นชักบนคุณสามารถดึงออกมาเป็นที่วางของจุกจิกได้อีกด้วย เมื่อไม่ใช้วางของก็แค่ดันลิ้นชักเก็บเข้าไป ประหยัดพื้นที่ในการวางโต๊ะเล็กๆ ไปอย่างมากเลยล่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : followpics.me โครงของโซฟาที่ต่อเติมออกไป เหมือนโต๊ะบาร์ยาว ทำให้เมื่อคุณอยากใช้พื้นที่ห้องรับแขกทำงาน หรือนั่งรับประทานอาหาร ก็สามารถทำได้ในบริเวณนี้บริเวณเดียว หรือหากอยากยืด เอนกาย ก็สามารถเปลี่ยนมานั่งที่โซฟานี้เพื่อผ่อนคลายก็ได้เช่นกัน 5.ผนังกำแพงแบบพาทิชั่น   สำหรับใครที่อยากทำให้ห้องดูมีสัดส่วนมากขึ้น แนะนำให้ลองเลือกทำกำแพงแบบพาทิชั่น ซึ่งจะดีกว่าการสร้างเป็นกำแพง แบ่งเป็นห้องๆ อย่างแน่นอน เพราะการใช้กำแพงแบบพาทิชั่นนี้ จะทำให้ห้องดูไม่ทึบจนเกินไป ขอบคุณภาพจาก pinterest : archzinefr แค่กั้นห้องด้วยกำแพงส่วนหนึ่งของห้อง เพื่อแบ่งระหว่างห้องนอนและห้องครัว ทำให้ห้องดูเป็นสัดส่วนขึ้นอย่างมาก แต่ห้องก็ยังคงดูโปร่ง ไม่แคบอึดอัด ขอบคุณภาพจาก pinterest : cotemaison แบ่งพื้นที่ของห้องด้วยกำแพงและด้านบนทำเป็นบานกระจกใส ให้มองผ่านทะลุมายังพื้นที่ส่วนตรงกลาง เวลาที่คุณหลับใหลก็ยังคงความรู้สึกความเป็นส่วนตัว โดยที่ห้องของคุณจะไม่ดูเล็กอึดอัดจนเกินไป เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับไอเดียแต่งห้องเล็กๆ ให้ครบฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่ reviewyourliving ได้นำไอเดียและเทคนิคดีๆ มาฝากกัน ไม่ใช่เรื่องยากเลยใช่ไหมล่ะคะ ที่คุณจะสามารถรวมทั้งห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น และห้องแต่งตัวให้อยู่ภายในห้องเดียวกัน สิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยคือ การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ และการจัดวางให้เหมาะสมกับพื้นที่ในห้องของคุณ แต่อย่าลืมเรื่องปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น เรื่องการถ่ายเทของอากาศ และแสงสว่างภายในห้องด้วยนะคะ
ไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด

ไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด

ไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด การตกแต่งห้องให้น่าอยู่ ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องใช้ของแพงๆ มาตกแต่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น วันนี้ reviewyourliving เลยมีไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด มาช่วยให้คุณได้แต่งห้องตามสไตล์ที่ชอบด้วยวิธีง่ายๆ เพิ่มเติมแต่งจินตนาการเข้าไป แถมประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้หลายบาท โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเกินความจำเป็นอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ   1.สีสัน ไอเดียที่แสนจะประหยัด ทำได้ง่ายๆ ด้วยการใช้สีสันตามโทนที่คุณชอบ ซึ่งคุณสามารถประหยัดงบด้วยการทาเองได้ โดยไม่ต้องง้อช่าง เพียงแค่มีอุปกรณ์และความคิดสร้างสรรค์คุณก็สามารถเนรมิตห้องของคุณได้ตามใจ แต่อย่าลืมหุ้มข้าวของเฟอร์นิเจอร์กันสีหยดใส่ล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : AdairsOnline การทาสีผนังห้อง จะเป็นการบ่งบอกถึงตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้อย่างดี หากคุณไม่อยากเล่นลวดลายมากนัก การเลือกใช้โทนสีสว่าง จะทำให้ห้องดูกว้างและโล่งขึ้น หรือหากคุณเบื่อแล้วลองทาสีใหม่ เล่นลวดลายลงไปสักนิด จะช่วยเปลี่ยนห้องเดิมๆ ของคุณให้กลับมาสดใสอีกครั้ง   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : mismilyun.com อีกหนึ่งไอเดียที่จะช่วยเปลี่ยนห้องของคุณให้ดูไม่น่าเบื่อ คือการทาสีสันไปยังเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ คุณอาจจะลองเลือกเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ ทาง่ายๆ อย่างเก้าอี้มาทาสีสักตัวดูก็ได้ แต่ก่อนที่จะนำมาทาสี ควรจะเลือกสีที่ดูแล้วเข้ากับการตกแต่งส่วนอื่น ๆ ในห้องด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : houzz.com เพิ่มสีสันด้วยของตกแต่งต่างๆ ในห้อง วิธีการง่ายๆ ให้คุณลองไปหาผ้ามาลองเย็บเป็นปลอกหมอนหลากสีสัน หรือนำมาตกแต่งรอบๆ ห้อง เพียงเท่านี้ก็สร้างบรรยากาศน่ารักๆ ให้ห้องของคุณน่าอยู่ขึ้นอีกมากมายเลยเชียวล่ะ 2.แสงไฟสร้างบรรยากาศ ไม่เห็นต้องใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อเก็บเงินตกแต่งห้องให้สวยงาม น่าอยู่ เพียงแค่คุณรู้จักการใช้แสงไฟที่จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องดูน่าอยู่มากขึ้น แต่คุณจะต้องลองพิจารณาเรื่องของพื้นที่และความเหมาะสมของแสงไฟด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : planete-deco.fr อีกเทคนิคสำคัญในการแต่งห้องให้น่าอยู่ ก็คือ การจัดแสงไฟนั่นเอง ซึ่งเน้นการใช้โคมไฟรูปแบบต่างๆ เช่น ไฟที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ้า ฝังไปกับเพดาน โคมไฟติดผนัง และคุณจะต้องลองดูเรื่องทิศทางของแสงไฟที่ไปตกกระทบ กับสิ่งของต่างๆ ในห้องของคุณด้วย เรียกได้ว่าถ้าจัดแสงไฟออกมาอย่างดี คุณจะได้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องของโรงแรม 5 ดาวเลยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : archzinefr เพียงคุณลงทุนเล็กน้อยด้วยการไปซื้อไฟหิ่งห้อยมาประดับตามชั้นวางของ หรือหัวเตียงนอน บรรยากาศโดยรวมของห้องคุณจะดูดีขึ้นอย่างมาก ลองเลือกเป็นทรงกลม หรือไฟที่ทำเป็นรูปร่างดอกไม้ดูสิ นอกจากจะเพิ่มความสว่างแล้ว ยังช่วยเพิ่มสีสันและลูกเล่นให้ห้องของคุณอย่างมาก 3.DIY จากของรอบๆ ตัว การแต่งห้องแต่ละครั้งต้องใช้เงินเยอะพอดู แต่ถ้าหากคุณได้ลองนำของต่างๆ มา DIY แล้ว คุณก็จะสามารถมีห้องได้ในแบบฉบับที่ต้องการ ด้วยการใช้เงินเพียงแค่เล็กน้อย หรืออาจจะไม่ต้องใช้เลยด้วยซ้ำ แค่คุณใช้จินตนาการกับข้าวของรอบๆ ตัว มาสร้างสรรค์ให้ได้ดั่งใจคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : brit เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ด้วยการใช้ไหมพรม นำมาทำเป็นพู่ แขวนเป็นโมบายแต่งรอบๆ ห้อง น่ารัก เก๋ไก๋ แถมยังลงทุนน้อย ประหยัดค่าตกแต่งไปได้อีกหลายบาทเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : DIYDailyMag หลอดไฟเก่าที่จะนำไปทิ้ง ลองหาต้นไม้จิ๋วๆ น่ารักๆ มาใส่ลงไปสิคะ แล้วคุณก็นำต้นไม้ในหลอดไฟนี้ไปห้อยตามมุมต่างๆ ของห้อง เชื่อสิว่าห้องของคุณจะน่าอยู่ขึ้นมากเลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : fbcdn-sphotos-f-a.akamaihd.net หากมีกล่องเปล่าๆ ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไร ทั้งกล่องพลาสติกหรือกล่องไม้ ให้คุณลองนำมาตกแต่งทาสี เติมลวดลาย แล้วนำไปติดผนังเป็นชั้นวางของ ก็ดูประหยัดงบไปได้ไม่น้อย 4.ศิลปะลวดลาย ห้องที่เรียบๆ โล้นๆ ถึงจะดูสวยงาม แต่นานๆ ไปก็ดูน่าเบื่อ ลองมาเพิ่มลูกเล่นลวดลายให้ห้องของคุณด้วยการตกแต่งตามผนังห้องของคุณดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : slimpy.eu การใช้รูปภาพที่เก็บบันทึกความทรงจำของคุณมาแต่งเติมผนังห้อง จะช่วยสร้างความแตกต่างไปจากเดิมจากผนังสีขาวว่างเปล่า แค่นี้ก็ทำให้ห้องดูเปลี่ยนไปจากเดิมได้แล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : freckleandfair ใช้เทปวาชิมาตกแต่งผนัง เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้ห้องของคุณ ลองติดเป็นลายเส้นต่างๆ หรือตามรูปร่างที่คุณชอบ ยิ่งหากคุณเป็นคนเบื่อเร็ว เทปวาชิก็สามารถลอกออกได้โดยไม่ทำลายพื้นผิวของผนัง คุณสามารถที่จะเปลี่ยนลาย สีสันไปได้เรื่อยๆ ตามใจชอบเลยล่ะ 5.ต้นไม้ สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการแต่งห้องให้น่าอยู่ ก็คือ ไม้ดอก ไม้ประดับ ที่อย่างน้อยในห้องของคุณต้องมีสักหนึ่งอัน เพราะห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ มองไปทางไหนก็แต่ผนังอิฐปูน จะดีแค่ไหน หากมีมุมเพิ่มเติมความสดชื่นเล็กๆ นี้อยู่ภายในห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : brit ลองหาแจกันใสๆ แล้วเติมสีลงไปในน้ำ พร้อมปักดอกไม้ลงไป จะทำให้ห้องของคุณดูเก๋ สวยงาม และอาจจะช่วยเพิ่มความหอมและความสดชื่นให้ห้องของคุณได้อย่างง่ายดาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : whatoliviadid.stfi.re กระถางเรียบๆ เพียงคุณนำมาวาดเติมลวดลาย ก็สามารถเปลี่ยนเป็นกระถางที่น่ารักๆ แบบนี้ได้ เพิ่มเติมด้วยต้นกระบองเพชร ที่จะช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับห้องของคุณ   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : decor8 แม้ดอกไม้ที่เริ่มจะโรยราแล้ว แทนที่คุณจะนำไปทิ้ง ลองนำดอกไม้พวกนั้นกลับมา แล้วใช้ของหนักทับไว้ จากนั้นให้คุณลองนำมาประดับหรือทำเป็นลวดลายบนผนัง แนะนำดอกแคสเปียที่ไม่ว่าจะโรยราแค่ไหนก็ยังคงสภาพอยู่ได้เป็นเวลานาน และดอกสแตติส ที่เมื่อแห้งเหี่ยวแล้ว แต่สีม่วงก็ยังคงดูสดใส สวยงามตลอดกาล   เชื่อว่าหลายๆ คนที่ได้ลองอ่านบทความนี้แล้ว จะเริ่มมีไอเดียแต่งห้องให้น่าอยู่ ด้วยงบประหยัด ที่สามารถทำเองได้อย่างง่ายๆ เพื่อเสกห้องธรรมดาๆ ให้กลายเป็นห้องที่น่าอยู่ สวยสมใจคุณ    
ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย

ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย

ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย ไอเดียที่ Reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ คือ ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย ที่จะแต่งห้องธรรมดาๆ ของคุณ ให้กลายเป็นห้องที่ดูโออ่า มีพื้นที่กว้างขวางมากขึ้น สร้างบรรยากาศที่โล่ง ผ่อนคลาย ทำให้คุณไม่อึดอัดในห้องเล็กๆ นี้อีกต่อไป   1.หน้าต่าง-กระจกใส หน้าต่างที่เปิดรับแสงธรรมชาติ เป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ห้องดูโปร่งสบาย ทั้งเรื่องแสงสว่างที่เข้ามาภายในห้อง และการหมุนเวียนของอากาศที่สามารถถ่ายเทได้สะดวก แต่คุณอย่าลืมไปว่าแสงแดดของเมืองไทยนั้นแรงขนาดไหน หากเลือกที่จะใช้เป็นหน้าต่างบานกระจกใส ก็ควรจะติดฟิล์มกรองแสงด้วย อย่างน้อยก็กรองแสง ความร้อน และแสงยูวี ให้ส่องเข้ามาได้น้อยลง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : contemporist หากคุณเลือกใช้หน้าต่างบานใหญ่ ที่ทำให้แสงส่องเข้ามามาก คุณอาจจะเลือกทาสีห้องโทนเข้มก็ได้ เพราะแสงนั้นช่วยให้ห้องกว้างขึ้นแล้ว แต่หากคุณมีแค่บานหน้าต่างเดียวหรือขนาดเล็ก แนะนำให้เลือกใช้โทนสีอ่อนจะดีกว่าค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : theeverygirl.com เพิ่มพื้นที่รับแสงด้วยการเพิ่มความสูงของหน้าต่าง เพียงเลือกห้องหรือเลือกใช้หน้าต่างที่มีบานใหญ่ๆ และลองเปิดผ้าม่านที่หน้าต่างทุกบานดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า ห้องคุณใหญ่กว่าเดิมและดูไม่อึดอัดขึ้นจริงๆ 2.ผ้าม่านโปร่งและมู่ลี่ ผ้าม่านโปร่งและมู่ลี่ มีหน้าสำคัญในการควบคุมแสงภายในห้องให้สว่างหรือมืดตามความต้องการ หากมีแสงเข้ามามากเกินไป อาจไปทำลายข้าวของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ให้สีซีดลงอีกด้วย และยังช่วยทำให้บดบังการมองเห็นจากภายนอก ให้คุณรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : annelaurepalmer มู่ลี่ปรับแสงได้ อาจจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนก็สามารถเลือกได้ตามชอบ ซึ่งมู่ลี่นี้คุณสามารถหมุนปรับระดับได้ 180 องศา และที่สำคัญคือไม่อมฝุ่น สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายกว่าผ้าม่านทั่วไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Immyandindi ผ้าม่านโปร่งแสง เหมาะอย่างยิ่งกับพื้นที่นั่งเล่น เพราะว่าช่วงเวลากลางวัน เราจะใช้พื้นที่นี้และต้องการรับแสงมากที่สุด แต่หากเป็นห้องนอน ไม่แนะนำให้ใช้ผ้าม่านโปร่ง เพราะหากตอนเช้า แสงที่เข้ามาจะรบกวนคุณ จนไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มที่ 3.กระจกเงาหรือสิ่งของสะท้อนแสง กระจกเงาเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้ห้องดูกว้าง ใครที่รู้สึกว่าห้องแคบ เล็กจนเกินไป ให้ลองหากระจกเงามาไว้ในห้องดู แนะนำให้ติดตรงข้ามหน้าต่างที่มีแสงส่องเข้ามา จะช่วยเพิ่มปริมาณแสงที่สะท้อนผ่านเข้ามาในห้องของคุณได้ หรือคุณอาจจะใช้ของตกแต่งที่ทำจากโลหะ มาช่วยสะท้อนแสงเพิ่มมากขึ้นก็เป็นได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vpsarah จากแสงที่สะท้อนไปมาทั่วทั้งห้อง หากขาดกระจกเงาบานนี้ไป ห้องก็จะดูแคบอย่างเห็นได้ชัด พอมีกระจกก็ทำให้ภายในห้องดูไม่มืด ทึบจนเกินไป เป็นการช่วยประหยัดค่าไฟของคุณได้ด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : mydomaine.com ความมหัศจรรย์ของกระจก เมื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ก็จะทำให้ห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากห้องที่ทึบๆ ธรรมดา กลายเป็นห้องที่มีมิติ กว้างขวาง จากการสะท้อนแสงสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น ดูมีสไตล์ 4.เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เกะกะ สาเหตุที่ทำให้ห้องดูไม่โล่งนั้น อาจเป็นเพราะเฟอร์นิเจอร์ที่วางอย่างไม่เหมาะสม วางเกะกะกลางห้อง ทำให้แสงที่ส่องเข้ามา ส่องได้ไม่ทั่วถึงทั้งห้อง ลองขยับเข้ามุม เปลี่ยนทิศทางของเฟอร์นิเจอร์ที่วางอยู่กลางห้องของคุณดูสิ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : diningandlivingroom.com การวางโซฟา และชั้นวางของไว้ที่ด้านหนึ่งของผนัง ช่วยให้แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่ และที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์นั้น ไม่ควรจะมีลวดลายเยอะเกินไป เพราะจะทำให้ห้องดูรก ไม่สบายตา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : gravityhomeblog หากคุณจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้กลางห้อง แน่นอนเลยว่าคุณจะเสียพื้นที่โดยรอบจนเกินไป แนะนำให้เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ทำหนักเบา แล้วลองวางชิดติดผนังด้านใดด้านหนึ่ง จะไม่เป็นการบดบังวิวและแสงสว่างที่ส่องเข้ามา 5.โทนสีอ่อน การเลือกใช้โทนสีอ่อนในการตกแต่งห้อง แน่นอนว่าจะทำให้ห้องดูสว่าง โล่ง โปร่ง แต่ยิ่งไปกว่านั้น คือทำให้ห้องของคุณดูสบายตา และน่าอยู่มากยิ่งขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : designdevotee2 แม้จะมีหลายสีอยู่ด้วยกัน แต่โดยรวมของห้องนั้นก็ยังดูสบายด้วยการเลือกใช้โทนสีพาสเทล ทำให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นอีกเท่าตัว แต่อย่าลืมว่าข้าวของสีอ่อนเหล่านี้ จะเปื้อน เลอะเทอะได้ง่าย ดังนั้นคุณต้องรักษาและหมั่นทำความสะอาดอย่างดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : mydomaine.com หากใช้โทนสีขาวล้วน อาจทำให้ห้องดูจืดชืดจนเกินไป ลองเปลี่ยนมาใช้โทนสีขาวผสมกับเอิร์ธโทน ซึ่งทั้งสองโทนนี้จะเข้ากันได้อย่างลงตัวอยู่แล้ว ที่สำคัญ ช่วยให้ห้องของคุณดูมีบรรยากาศที่สบาย ผ่อนคลายขึ้น หวังว่า ไอเดียแต่งห้องเปิดรับแสง โปร่ง โล่ง สบาย จะช่วยให้ใครหลายๆ คน ที่มีพื้นที่ที่จำกัด จะไม่รู้สึกอึดอัดอีกต่อไป ซึ่งไอเดียที่ว่ามานี้ นอกจากจะช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติแล้ว อากาศที่เข้ามายังถ่ายเทได้สะดวก ทำให้ห้องของคุณดูสวยงาม หรูหรา และยังทำให้คุณได้ประหยัดค่าไฟได้อีกหลายเท่าตัว
9 วิธีแต่งบ้านคลายร้อน ช่วยให้บ้านเย็นน่าอยู่ อากาศสบายไม่อบอ้าว

9 วิธีแต่งบ้านคลายร้อน ช่วยให้บ้านเย็นน่าอยู่ อากาศสบายไม่อบอ้าว

บ้านร้อนอบอ้าวทำไงดี แก้ปัญหาได้ง่าย ๆ ด้วย 9 ไอเดียแต่งบ้านรับซัมเมอร์ ที่จะทำให้บ้านเย็นสดชื่น ไม่อบอ้าว อยู่ในบ้านได้สบาย ๆ ไม่ต้องหาเรื่องออกไปเที่ยข้างนอก อย่างที่รู้ ๆ กันว่าประเทศของเราเป็นเมืองร้อนอยู่แล้ว พอย่างก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนทีไรอากาศก็จะยิ่งทวีความร้อนให้เพิ่มพูนขึ้นไปอีก วันนี้เราเลยขอนำ 9 ไอเดียแต่งบ้านหน้าร้อนที่จะช่วยลดอุณหภูมิภายในและทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นไม่ต้องหนีบ้านร้อน ๆ เพื่อดอดไปตากแอร์เย็น ๆ ที่ห้างอีกต่อไป แล้วจะมีวิธีไหนที่น่าสนใจนำมาใช้กับที่บ้านได้บ้างนั้นก็ตามไปไปดูกันเลยยย.. 1. ติดกันสาดกันแดด ในเมื่อเราไม่สามารถหลบเลี่ยงบ้านจากแสงแดดได้ การติดตั้งกันสาดช่วยลดความร้อนได้ โดยควรจะติดไว้บริเวณทิศตะวันตก ทิศตะวันออก และทิศใต้ เนื่องจากทั้ง 3 ทิศที่ว่ามานี้เป็นทิศที่มักจะมีแสงส่องเข้ามาเลยทำให้บ้านยิ่งร้อนหนักหากไม่มีอะไรมาบัง ถ้าจะให้ดีควรเลือกกันสาดชนิดโพลีไวนิลคลอไรด์และแบบวัสดุสังเคราะห์ เพราะจะทนทานสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่าวัสดุชนิดอื่น ๆ และช่วยให้บ้านเย็นได้มากกว่า 2. ใช้หลังคาป้องกันความร้อน การเลือกหลังคาก็เป็นสิ่งสำคัญ หากไม่อยากให้บ้านร้อนระอุในหน้าร้อน ควรเลือกหลังคาที่มีสารเคลือบเซรามิคโค้ทติ้ง ซึ่งจะช่วยปกป้องและสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดี หรืออีกหนึ่งวิธีก็คือใช้สีขาวทาหลังคาบ้าน เพราะสีขาวจะช่วยสะท้อนความร้อนและไม่อมความร้อนไว้เหมือนหลังคาสีเข้ม 3. ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา สังเกตไหมว่าต่อให้แดดจะร้อนแรงสักแค่ไหน แต่ถ้ามีต้นไม้ช่วยบังแสงไว้ก็จะทำให้บริเวณนั้นเย็นขึ้นมาทันที ดังนั้นเพื่อช่วยในการบังแสงและให้ร่มเงาแก่บ้าน ควรเลือกต้นไม้ที่สูงสักประมาณ 12 เมตร มาปลูกไว้ทางทิศใต้ และนำต้นไม้สูง 18 เมตรมาปลูกไว้ทางทิศตะวันตก นอกจากจะบังแสงได้แล้ว วิธีนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ต้องทำงานหนัก เพราะอุณหภูมิภายในลดลงนั่นเอง 4. เปิดหน้าต่างระบายอากาศ ถ้าอากาศในภายบ้านแลดูร้อนอบอ้าวไปซะทุกพื้นที่ ให้เปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้ให้ลมโกรก เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก โดยเมื่ออากาศจากด้านนอกจะเข้ามาภายในบ้าน มันก็จะดันอากาศร้อนที่อยู่ภายในบ้านให้ลอยตัวสูงและไหลออกไป ช่วยระบายความร้อนอบอ้าว ทำให้บ้านเย็นสบายไม่อึดอัด 5. ติดพัดลมเพดาน หลายคนอาจจะคิดว่าพัดลมเพดานนั้นไล่ความร้อนได้ช้า ไหนจะอยู่ไกลตัวจนไม่สามารถนำมาเปิดจ่อลมได้โดยตรงอย่างพัดลมตั้งพื้นทั่วไปอีก แต่ที่จริงแล้วพัดลมเพดานนี่แหละที่เหมาะกับการใช้งานในฤดูร้อนมากที่สุด เพราะมันจะดูดเอาความร้อนจากพื้นให้ลอยตัวสูงขึ้นและปล่อยให้อากาศเย็นสบายไหลเข้ามาแทนที่ ทำให้อุณหภูมิบริเวณนั้นเย็นสบายยังไงล่ะ 6. เลี่ยงการปูพรม พรมนี่แหละที่เป็นตัวการกักเก็บความร้อนเอาไว้ในบ้าน หากไม่อยากให้บ้านยิ่งร้อนหนัก เลือกปูด้วยไม้หรือกระเบื้องจะทำให้บ้านเย็นกว่า เพราะเป็นวัสดุที่ไม่อมความร้อน แต่ถ้ายังตัดใจจากพื้นพรมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่เลือกพรมที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น คอตตอนหรือขนสัตว์ เพราะทั้ง 2 วัสดุนี้จะช่วยกักเก็บความชื้นในอากาศไว้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ทำให้บ้านร้อนและชื้นแต่อย่างใด 7. เลือกใช้หลอด LED หลอดไฟที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้านก็เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้บ้านร้อนจากภายใน ดังนั้นควรจะหันมาใช้หลอดแอลอีดี (LED) เพราะหลอดไฟชนิดนี้จะปล่อยพลังงานความร้อนออกมาน้อยกว่าหลอดชนิดอื่น ๆ แสงก็ดูเย็นสบายตา ไม่ทำให้รู้สึกร้อนเหมือนหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วไป แถมคุณภาพของแสงสว่างก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอีกด้วยล่ะ 8. ทาผนังด้วยสีโทนเย็น โทนสีที่ใช้ตกแต่งภายในบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรจะเลือกโทนสีสว่าง ๆ ที่ดูเย็นสบายตา อย่าง สีขาว สีมุก สีครีม และสีฟ้า หรือใช้ของตกแต่งที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ก็จะช่วยปรับอากาศในบ้านให้เย็นสบาย ไม่ร้อนตามอากาศภายนอก 9. ติดพัดลมอากาศในห้องน้ำ หากทำตามมาทุกวิธีแล้วสังเกตว่าบ้านยังร้อนอยู่เลย ให้ติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำเพิ่มไปอีกตัว และเปิดพัดลมดูดอากาศพร้อมกับเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้ หรือจะเปิดพัดลมเพดานที่ห้องข้าง ๆ ไว้ด้วยก็ได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยดูดให้ความร้อนออกไปได้เร็วกว่าเดิม ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้นเยอะเลย ต่อให้อากาศจะร้อนกว่านี้อีกสักเท่าไร แต่ถ้านำไอเดียแต่งบ้านในหน้าร้อนที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปใช้ รับรองได้เลยว่าอุณหภูมิในบ้านจะลดลงไปได้เยอะเลย ไม่ต้องทนร้อน นอนทรมานอยู่กับความอบอ้าวอีกต่อไป   ขอขอบคุณข้อมูลจาก  https://home.kapook.com/view168042.html
8 สีทาบ้านสะท้อนอารมณ์ ใช้แต่งห้องไหนดีถึงจะเหมาะที่สุด

8 สีทาบ้านสะท้อนอารมณ์ ใช้แต่งห้องไหนดีถึงจะเหมาะที่สุด

จิตวิทยาสีกับความรู้สึก สีทาบ้านแต่ละโทนเหมาะกับห้องไหนบ้าง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ควรตกแต่งด้วยสีใด เช็กได้ที่นี่เลย สีมีส่วนอย่างมากกับอารมณ์ ความรู้สึก และบรรยากาศของบ้าน วันนี้เราเลยขอนำ 8 โทนสีทาบ้านมาให้เช็กกันว่าแต่ละห้องเหมาะจะทาด้วยสีใด มาดูกันว่าสีไหนดูสบายตา สีไหนที่ทำให้รู้สึกอยากกินอาหาร สีอะไรเหมาะกับการบำบัดอารมณ์ แต่ละสีมีความหมายอย่างไร ส่งผลยังไงกับอารมณ์ เหมาะกับห้องที่เราจะนำไปตกแต่งหรือไม่ มาเช็กไปพร้อม ๆ กันเลยครับ 1. สีเหลือง สีเหลืองเป็นสีที่สื่อถึงความสุข สร้างสรรค์ไอเดีย แถมให้ความรู้สึกอบอุ่นและดูเป็นมิตร เหมาะกับการนำมาตกแต่งห้องนั่งเล่นและห้องครัว และถ้าหากนำไปใช้กับโถงทางเดินเข้าบ้านก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพราะจะช่วยปรับเปลี่ยนอารมณ์ความรู้สึกให้ดีขึ้นตั้งแต่เดินเข้าบ้านมาเลย ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การตกแต่งบ้านด้วยสีเหลืองจะต้องยืนอยู่บนความพอดี ใช้กับบางห้อง และบางมุมเท่านั้นพอ เพราะถ้าหากใช้ตกแต่งเยอะจนเกินไปจะส่งผลกระทบในทางตรงกันข้ามเลยนะ 2. สีฟ้า สีฟ้าเป็นสีที่สื่อถึงท้องฟ้าและผืนน้ำ ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นและเงียบสงบ ยิ่งถ้าเป็นสีฟ้าสว่าง ๆ จะช่วยกระตุ้นความคิด ผลิตไอเดียสร้างสรรค์ ดังนั้นจึงเหมาะแก่การนำมาตกแต่งห้องนอน ห้องน้ำ และพื้นที่ที่เอาไว้นั่งทำงาน อย่างมุมโต๊ะทำงานและห้องทำงานเป็นที่สุด 3. สีชมพู สีนี้ส่งผลโดยตรงต่อกล้ามเนื้อและการมองเห็น ช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจให้คงที่ ควบคุมชีพจรให้อยู่ในระดับปกติ ทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะสีชมพูนู้ดอมแดงที่สามารถปรับสมดุลให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติหลังจากออกกำลังกาย นับว่าเป็นสีที่เหมาะสำหรับตกแต่งห้องนั่งเล่นและห้องนอน เพราะจะช่วยเพิ่มความสุนทรีให้กับห้องได้เป็นอย่างดี 4. สีแดง สีแดงเป็นหนึ่งในแม่สีหลักที่มีความโดดเด่น ร้อนแรง และแฝงไว้ด้วยความก้าวร้าวอยู่ในตัว หากนำมาตกแต่งบ้านก็จะให้ความรู้สึกเข้มเข็ง มีแรงบันดาลใจ และให้พลังงาน แถมยังกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารได้อีกด้วย เหมาะแก่การนำมาตกแต่งห้องนั่งเล่นและห้องกินข้าวเป็นอย่างมาก แต่ไม่ควรนำมาตกแต่งพื้นที่ที่ต้องการความผ่อนคลายอย่างห้องนอนนะ 5. สีเขียว สีที่สื่อถึงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พืชพรรณต่าง ๆ และความเขียวชอุ่ม ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจในทางที่ดี ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้รู้สึกสงบร่มเย็นเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เหมาะแก่การนำมาตกแต่งบ้านได้เกือบทุกห้องและทุกพื้นที่ภายในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอนที่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ดีขึ้น 6. สีม่วง สีม่วงเป็นสีที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์ความรู้สึกสูง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 เฉดที่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันออกไป ถ้านำสีม่วงเข้มมาตกแต่งบ้านก็จะให้บรรยากาศหรูหรา อลังการ ดูซับซ้อน และสร้างสรรค์ในคราวเดียวกัน ส่วนสีม่วงอ่อนแบบดอกลาเวนเดอร์จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไร้ความกังวล เหมาะกับการนำมาตกแต่งห้องหรือมุมพักผ่อนอย่างห้องนอน 7. สีส้ม สีส้มเป็นสีที่สามารถกระตุ้นความกระตือรือร้น สื่อถึงความสดใสร่าเริง มีอิทธิพลในการดึงพลังงานและอารมณ์ความรู้สึกในตัวให้ออกมาอย่างชัดเจน แถมยังเชื่อกันว่าเป็นสีที่ช่วยรักษาและบำบัดปอดได้อีกด้วย เหมาะกับการนำมาตกแต่งห้องออกกำลังกาย หรือพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวอยู่บ่อย ๆ และไม่เหมาะกับการนำมาตกแต่งห้องนั่งเล่นและห้องนอน 8. สีโทนกลาง (สีดำ สีเทา สีขาว และสีน้ำตาล) โทนสีกลางที่ว่านี้คือโทนสีสำคัญที่เอาไว้ตกแต่งบ้าน ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย และรู้สึกปลอดภัย แม้จะดูไม่ฉูดฉาดเหมือนโทนสีที่กล่าวมา แต่สีโทนกลางเหล่านี้มีความยืดหยุ่นอยู่ในตัว เข้ากับการตกแต่งบ้านได้ทุกสไตล์ และยังช่วยเพิ่มเติมความมีชีวิตชีวาให้กับสีอื่น ๆ ได้ดีอีกด้วย หากนำสีดำมาแต่งแต้มตามจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้น เพดาน หรือกรอบมุม ก็จะช่วยเพิ่มมิติที่ทำให้สีหลักดูโดดเด่นขึ้นมาเลย ทีนี้เชื่อแล้วหรือยังครับว่า สีทาบ้านนั้นมีอิทธิพลส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของคนเราได้ แต่จะเป็นไปในทางที่ดีหรือแย่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณเลือกสีให้เหมาะสมกับแต่ละห้อง แต่ละมุมของบ้านหรือไม่ เอาเป็นว่าใครที่กำลังมองหาไอเดียสีแต่งบ้านอยู่ ก็ลองนำสิ่งที่เราหามาฝากกันในวันนี้ไปเป็นเกณฑ์การตัดสินใจเลือกสีกันดูนะครับ   ขอขอบคุณข้อมูลจาก  home.kapook.com
ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal)

ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal)

ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal) Reviewyourliving มีไอเดียที่กําลังได้รับความนิยมมาฝากกันอีกแล้วค่ะ นั่นก็คือ ไอเดียแต่งห้องน้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal) ที่เลือกของต่างๆ ที่มีความจำเป็น คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย มาจัดวางอย่างเป็นระเบียบ คุมโทนสีของห้องให้เป็นทิศทางเดียวกัน ทำให้ภาพรวมดูเรียบง่าย และห้องดูกว้างขึ้น แค่คิดก็น่าอยู่แล้ว เราไปดูไอเดียและเทคนิคต่างๆ กันเลยดีกว่าค่ะ     1.คุมโทน โทนสีในสไตล์มินิมอล จะเน้นใช้โทนสีเดียว เป็นโทนสีอ่อน หรือเอิร์ธโทน ทำให้เวลามองไปรอบๆ ห้องจะดูเรียบง่ายและสบายตากว่าการใช้หลายๆ สี รวมกัน และหากต้องการเพิ่มลวดลายให้กับห้อง แนะนำเป็นลายเส้นตรงๆ บางๆ หรือรูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloodandchampagne.com นำเฟอร์นิเจอร์สีดำมาวางเป็นจุดเด่นของห้อง ทำให้ดูมีมิติโดดเด่นขึ้นมา แต่ยังแฝงไปด้วยความเรียบง่าย คลาสสิค   ขอบคุณภาพจาก pinterest : audieyap คุมโทนด้วยโทนสีขาวเพื่อให้ดูสะอาด ดูมีพื้นที่กว้างขึ้น การคุมโทนสีมีข้อดีคือ เมื่อคุณอยากนำของตกแต่งหลายๆ ชิ้นมาวาง โทนสีเดียวกันช่วยทำให้ดูไม่รก และที่สำคัญการวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรวางกระจุกเป็นที่เดียว เพราะจะทำให้ห้องดูอึดอัดได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vpsarah ใช้เอิร์ธโทนในการแต่งห้อง ก็ดูคุมโทนได้ดีทีเดียว ได้บรรยากาศของความสงบและผ่อนคลาย และเมื่อได้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ยิ่งทำให้ห้องดูปลอดโปร่ง และน่าอยู่ขึ้นอีกเท่าตัว 2.เฟอร์นิเจอร์เก็บของมากๆ ให้ดูน้อย เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆ ท่าน ก็อยากมีห้องสไตล์มินิมอล แต่จะทำอย่างไร ถ้ามีของเยอะแยะเต็มไปหมด อย่าเพิ่งคิดว่าการแต่งห้องสไตล์มินิมอลจะเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ เพียงแค่หาเฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นที่เก็บของในตัว ดีไซน์เรียบง่าย เท่านี้ฝันของคุณก็เป็นจริงแล้วค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : flycasual ช่องเก็บของใต้เตียงที่คุณจะเก็บของที่ใช้บ่อยๆ ก่อนนอนก็ได้ ช่วยให้คุณได้ใช้เวลาและพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ สีของไม้ก็ช่วยทำให้ห้องดูอบอุ่นขึ้นมา ในปัจจุบันมีร้านรับทำไม้พาเลทใต้เตียง ที่สามารถสั่งทำตามความต้องการในราคาไม่แพงมากมาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lefashion.stfi.re เลือกตู้เก็บของที่เน้นเส้นตรง เป็นช่องๆ มีเหลี่ยมมีมุม วัสดุพื้นผิวเรียบๆ หรือหากต้องการเพิ่มลวดลาย ก็ใช้เป็นลายของหินอ่อนบางๆ ก็ได้เช่นกัน เพื่อคงสไตล์มินิมอลไว้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : designsponge มินิมอลเป็นสไตล์การตกแต่งที่ได้มาจากคนญี่ปุ่น ซึ่งเชื่อว่าคนญี่ปุ่นเองมีพื้นที่ที่จำกัด เลยวางตู้เก็บของอะไรมากไม่ได้ คนญี่ปุ่นก็เลยนิยมใช้บันไดแขวนมาเก็บของ ตอนเลือกซื้อให้เลือกที่มีน้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก 3.ของตกแต่งที่ง่ายๆ บางทีเฟอร์นิเจอร์หลักของห้อง ก็อาจจะดูเรียบง่ายเกินไป ถ้าอยากเพิ่มลูกเล่น ลองหาของมาตกแต่งดูสิคะ แต่ยังต้องคงคอนเซปต์น้อยชิ้นและเรียบง่าย ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloglovin อีกไอเท็มที่น่าสนใจ คือ กรอบรูปติดผนัง ถึงจะติดหลายอัน แต่ก็ดูไม่รกตา เพราะขอบของกรอบรูปที่ไม่หนามากและเป็นสีโทนเดียวกับห้อง ช่วยทำให้ดูกลมกลืนได้เป็นอย่างดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : michaelnielsen โคมไฟเปลือยสายไฟที่มีกลายเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ทำให้ดูเรียบง่ายขึ้น โดยที่ไม่ต้องมีโคมไฟห้อยเพดานแบบหรูหรา อลังการใดๆ เป็นอีกไอเดียที่ดีเหมือนกันค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homeyohmy.com ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ ที่แขวนของ หรือกระจก ก็จัดวางตามการใช้สอยได้ดี ทำให้พื้นที่นี้ดูโล่งสบายตา จากโครงสร้างของสิ่งของและรูปทรงที่แสนจะเรียบง่าย 4.กระบองเพชรน่ารักๆ เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยตัวแทนของต้นไม้แบบมินิมอล ด้วยต้นกระบองเพชรที่นำไปวางไว้ในมุมต่างๆ ก็สามารถเปลี่ยนห้องโล่งๆ ธรรมดาให้ดูสดชื่นขึ้นได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : indiehomecollective.com หากรู้สึกว่าห้องดูโล่งจนเกินไป ให้ลองหาต้นกระบองเพชรที่มีรูปทรงตามแบบฉบับที่คุณชอบ ช่วยทำให้ห้องดูมีอะไรขึ้นมาได้อย่างชัดเจน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : potterybarn ต้นกระบองเพชรน้อย ที่คุณสามารถเลือกขนาดหรือลวดลายของกระถาง ให้เหมาะสมกับภาพรวมของห้องของคุณได้เอง 5.เก็บของให้เรียบร้อย เลือกวางที่จำเป็น แค่คุณนำของมาวางรก ระเกะระกะ ห้องก็จะไม่มีความมินิมอลทันที สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ การเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ เก็บของที่ไม่ใช้ใส่ตู้ และไม่เสียเวลาในการทำความสะอาดอีกต่อไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homeyohmy.com หาตู้ลิ้นชักมาไว้ใส่ของให้เป็นระเบียบ เก็บของที่สามารถหยิบใช้ได้ตามต้องการ ของกระจุกกระจิกนี่ต้องไม่มีให้เห็น เพื่อให้ห้องดูสวยงาม ไม่รกตลอดเวลา   ขอบคุณภาพจาก pinterest : Storiesbyme การจัดวางของใช้ที่จำเป็นอย่างมีระเบียบ เรียบร้อย ทำให้เกิดความสมดุล ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เท่านี้ห้องก็ดูสะอ้าดสะอ้าน ดูดีเป็นไหนๆ   น้อยแต่มากด้วยประโยชน์แบบนี้ หวังว่าคงเป็นอีกไอเดียให้เพื่อนๆ ได้ลองนำไปแต่งห้องกันนะคะ จะสังเกตได้ว่า ไอเดียแต่งห้อง น้อยชิ้น แต่ดูดี สไตล์มินิมอล (Minimal) นั้นเป็นการตกแต่งที่มีการจัดวางอย่างเรียบง่าย สมดุล คุมโทน เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ไม่มาก เพราะจะยิ่งช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้น โปร่ง สบายตา ลองมองไปรอบๆ ถ้ามีสิ่งของชิ้นไหนที่เพื่อนๆ รู้สึกว่าไม่จำเป็น ก็ควรนำออกจากห้องไปนะคะ ยิ่งของน้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ทั้งการหาข้าวของ การทำความสะอาด และรู้สึกสบายใจมากยิ่งขึ้น            
ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ

ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ   สำหรับสายอาร์ทที่ต้องการแต่งห้องเพื่อปลุกไอเดียนั้น reviewyourliving ขอแนะนำ ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ ที่ช่วยให้คุณได้เลือกตามสไตล์ที่ชอบและนำมาตกแต่งห้องของคุณกันค่ะ ซึ่งการตกแต่งจะสะท้อนตัวตนของผู้อยู่ได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ อย่ารอช้า รีบไปดูไอเดียต่างๆ กันดีกว่าค่ะ   1.ศิลปะ Pop Art ศิลปะแนวป็อปอาร์ท มีเอกลักษณ์ในการใช้สีสันฉูดฉาดตัดกันกับคู่สีตรงข้าม ทั้งดูคลาสสิคและโมเดิร์นในตัว คุณสามารถแต่งห้องของคุณให้มีสีสันที่แฝงด้วยศิลปะ เพิ่มความสนุกสนานให้กับห้องได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : portaldeartesanato.com.br แค่ทาผนังสีแดงสด แล้วตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แนวป๊อปอาร์ท ก็ช่วยเพิ่มพลังความคิดสร้างสรรค์ได้แล้ว คุณสามารถเลือกโทนสีที่ตัดกันได้ชัดเจนแบบนี้ได้เลย เพราะมันคือจุดเด่นของแนวป๊อปอาร์ท   ขอบคุณภาพจาก pinterest : lindsaycharlotte.tumblr.com ถ้ากลัวว่าห้องจะมีสีสันจนเกินไป แค่ติดกรอบรูปตามแบบฉบับของศิลปะแนวป็อปอาร์ท หรือจะนำรูปภาพของตนเองหรือคนที่รักไปทำเป็นภาพแนวป็อปอาร์ทแบบนี้ก็ได้ ก็จะมีความโดดเด่นที่ไม่ซ้ำใคร 2.ลูกเล่นของสีน้ำ เชื่อว่าสายอาร์ทอย่างเราๆ คงนึกอยากเอาสีน้ำมาแต่งแต้มลงบนผนังสีขาวที่เหมือนกระดาษเปล่าอย่างแน่นอน อย่าลืมรองพื้นให้ดีและเลือกแปรงให้เหมาะสม กำหนดขนาดคร่าวๆ ก่อนแต่งแต้มจริงนะคะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : Homepolish เพื่อให้ห้องของคุณดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น อย่ารอช้ารีบหยิบแปรงทาสีแล้วแต่งแต้มตามความคิดสร้างสรรค์ของคุณได้เลย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : staceyjsheppard หากคุณไม่มั่นใจในฝีมือการแต่งแต้มสีน้ำลงบนผนังแล้วล่ะก็ คุณสามารถใช้วอลล์เปเปอร์ลายสีน้ำแบบนี้ได้เช่นกัน เป็นการเปลี่ยนผนังสีขาวธรรมดาให้พิเศษยิ่งขึ้น 3.Geometic เรขาคณิตที่เรียบง่าย การนำลวดลายเรขาคณิตมาตกแต่งห้อง ช่วยทำให้ห้องน่าอยู่มากขึ้นจากรูปทรงต่างๆ ที่เรียบง่าย แต่พอนำมาตกแต่งแล้วก็สัมผัสได้ถึงการนำรูปทรง ลายเส้นของศิลปะมาใช้ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญถึงคุณจะใช้ลวดลายเรขาคณิตเยอะ ห้องก็จะดูไม่ลายตามากเหมือนการใช้ศิลปะแบบอื่นๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : archiproducts ลายเรขาคณิตที่ดูเรียบง่ายผสมกับการใช้สีสันหลายเฉดสีที่ตัดกัน ช่วยทำให้ห้องไม่จืดชืด ดูสดใส และทันสมัย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : popsugar.com ไม่จำเป็นว่าห้องของคุณจะต้องเป็นผนังลวดลายเรขาคณิต แค่ทาสีสันให้เฟอร์นิเจอร์ด้วยลวดลายเรขาคณิต ก็ทำให้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ดูโดดเด่นขึ้นมา 4.สีสันสดใสที่เข้ากัน โทนสีมีส่วนสำคัญในการตกแต่งห้องเป็นอย่างมาก เพราะสีที่ใช้นั้นจะคุมภาพรวมโทนของห้องทั้งหมด และแต่ละสีก็ส่งผลต่ออารมณ์ไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นการแต่งห้องให้มีสีสัน คุณจะต้องเลือกคู่โทนสีให้เข้าชุดกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : scontent-gru1-1.xx.fbcdn.net ลองเลือกใช้สีของสิ่งของต่างๆ ในห้องให้แตกแต่งกันไป แต่ยังคงคุมโทน ถ้าเน้นโทนสีสดใส ก็ควรจะใช้ทั้งหมด หรือหาพรมที่มีสีสันแบบนี้ก็ทำให้มุมนี้ดูชิคขึ้นอีกมาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : primitiveandproper.blogspot.com หาเวลาว่างๆ ทาสีเก้าอี้ตามสีที่ชอบ แล้วคุณจะรู้สึกมีชีวิตชีวา อยากใช้เวลาในการคิดสร้างสรรค์ในมุมนี้นานมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : blog.styleestate.com ลองเริ่มจากแม่สี แดง เหลือง น้ำเงิน มาตกแต่งก่อน แล้วค่อยเพิ่มสีสันที่เข้ากันได้ลงไป ซึ่งสิ่งของบางอยางก็ไม่จำเป็นต้องมีสีสันไปหมดก็ได้ 5.กระเบื้อง Talavera กระเบื้อง Talavera เป็นกระเบื้องที่นิยมใช้ในเม็กซิกัน ซึ่งนำมาเป็นตัวเสริมในการตกแต่งห้องได้เป็นอย่างดี จะสังเกตได้ว่าลวดลายของกระเบื้องนั้น จะมีลวดลายที่พิเศษ ไม่ค่อยซ้ำกัน แนะนำให้ลองเลือกมากกว่า 10 ลาย และนำมาจัดเรียงตามแพทเทิร์น   ขอบคุณภาพจาก pinterest : wallstickshop ผนังห้องครัว ที่ไร้สีสันก็อาจจะทำให้การเข้าครัวของคุณไม่สนุกได้ แนะนำให้นำกระเบื้อง Talavera มาเป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง คุณจะรู้สึกมีพลังในการคิดสร้างสรรค์อีกเท่าตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : stacee14 การตกแต่งพื้นห้อง ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของ จากการใช้กระเบื้อง Talavera ที่มีลวดลายแตกต่างกันไป 6.Pattern แพทเทิร์นมีความหลากหลาย และมีทฤษฎีทางศิลปะในการจัดวาง ซึ่งลวดลายมีตั้งแต่แบบเรียบง่ายที่ใช้ลายเส้น กราฟิก หรืออาจจะเป็นรูปจริงๆ ก็สามารถนำมาทำเป็นแพทเทิร์นได้ การนำลวดลายแพทเทิร์นต่างๆ มาตกแต่ง น่าจะโดนใจสายอาร์ทตัวจริงอย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : thibautdesign.com เพิ่มความอาร์ทด้วยลายแพทเทิร์นสีสันสดใส ให้ความรู้สึกเหมือนได้จินตนาการและได้ความคิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา คุณสามารถหาแพทเทิร์นที่ชอบ แล้วนำไปพิมพ์ลงบนผ่าน เพื่อเป็นผ้าม่านผืนโปรดได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ethanallen.com หากอยากให้ห้องดูโมเดิร์น ให้ใช้แค่โทนสีเดียว แล้วเพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายแพทเทิร์นจากสิ่งของต่างๆ ที่ช่วยเสริมกันให้บรรยากาศของห้องดูกลมกลืน ไอเดียแต่งห้องสไตล์อาร์ทติสท์ เติมแต่งจินตนาการ ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ เหมาะกับสายอาร์ท หรือคนที่ต้องการหาไอเดีย ปลุกความคิดสร้างสรรค์ ตลอดเวลา แค่ลองเริ่มจากการแต่งห้องเพิ่มสีสันและลวดลายสักนิด ก็ช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจได้บ้างแล้วล่ะค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมคุมโทนให้ดี ใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ จะได้เป็นสายอาร์ทอย่างมีสไตล์
ไอเดียแต่งห้องสไตล์เด็กมหาลัย

ไอเดียแต่งห้องสไตล์เด็กมหาลัย

ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย ที่ reviewyourliving นำมาฝากกันในวันนี้ จะเน้นไปที่เรื่องการใช้สอย และการตกแต่งให้มีความสนุกมากขึ้น เหมาะกับวัยรุ่นทั้งหลายที่กำลังศึกษาอยู่ ลองดูเป็นไอเดียแล้วไปแต่งห้องกัน   1.พื้นที่บนโต๊ะทำงานสำคัญที่สุด โต๊ะอ่านหนังสือหรือทำรายงาน เป็นมุมที่นักศึกษาต้องใช้มากที่สุด เผลอๆ กินข้าวก็อาจจะใช้โต๊ะนี้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นลองหาไอเดียการจัดวางของใช้ต่างๆ บนโต๊ะที่ประยุกต์ตามสไตล์การใช้งานของแต่ละคน   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : emilyley หลายๆ คน ก็มักจะพบกับปัญหาพื้นที่ใช้สอยไม่เพียงพอบนโต๊ะอ่านหนังสือ ที่ข้าวของวางเต็มโต๊ะไปหมด ให้หากล่องใส่ของที่มีลวดลายสวยงามและโทนเดียวกันมาจัดเก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : howtobuildit.org ติดชั้นวางของกระจุกกระจิกที่ผนังแบบนี้ เพื่อเอาไว้คอยวางหนังสือ อุปกรณ์การเรียน ทำให้ไม่เปลืองพื้นที่บนโต๊ะทำงาน 2.แสง แสงต้องสว่างเพียงพอ ทั้งจากไฟและแสงธรรมชาติ เพื่อที่คุณ จะได้อ่านหนังสือหรือทำรายงานได้อย่างสะดวก แนะนำให้เลือกวางโต๊ะที่มีมุมแสงธรรมชาติส่องเข้ามา และไม่ควรหันหลังให้กับแสง เพราะแสงจะไปสะท้อนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : interiorgod มุมอ่านหนังสือที่ได้แสงจากธรรมชาติที่ส่องเข้ามา สามารถทำให้ห้องเหลี่ยมๆ นี้ ดูมีชีวิตชีวาและดูกว้างขึ้น หากรู้สึกสว่างไปก็สามารถติดม่านโปร่งอีกชั้นเข้าไปได้ เมื่อยามที่คิดงานไม่ออก ก็สามารถมองออกไปข้างนอกหน้าต่างเพื่อผ่อนคลายได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : bluesoup213 หาโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือมาตั้งไว้บนโต๊ะ เผื่อเวลาที่แสงธรรมชาติส่องไม่ถึง คุณจะได้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 3.ตารางบันทึก หลายคนต้องจำทั้งตารางเรียน กิจกรรม วันเกิดคนสำคัญ และอีกหลายอย่างมากมายใช่ไหมละคะ อีกไอเดียที่ควรนำมาใช้ก็คือ การทำบันทึกไว้ที่ผนัง ไม่ว่าเวลาไหนก็สามารถดูได้ ป้องกันการลืมที่สำคัญๆ ได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : cameralink.se ผนังของมุมห้องด้านหนึ่ง สามารถติดด้วยบอร์ดไม้ได้ เวลามีอะไรที่ต้องแจ้งเตือน หรือน่าสนใจ ก็เอามาปักหมุดไว้ในบอร์ดไม้นี้ได้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : decoist ทาผนังด้านนึงเป็นสีดำด้าน เท่านี้ก็จะได้บอร์ดกันลืมที่ผนัง คอยอัพเดท แจ้งเตือนวัยรุ่นที่มากกิจกรรมอย่างเราๆ แล้วล่ะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : the_elf_herself ทำเป็นปฎิทินติดผนังบอกชัดไปเลยว่ากิจกรรมนี้อยู่วันอะไร เพื่อจะได้รู้แน่นอนเลยว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง มีรายงานที่ต้องส่งไหม 4.เก็บของจุกจิกในห้องให้เป็นระเบียบ เดิมข้าวของส่วนตัวก็มีเยอะมากอยู่แล้ว ของเกี่ยวกับการเรียน การเพิ่มตามขึ้นมาอีก ทั้งหนังสือ เอกสาร อุปกรณ์การเรียนต่างๆ หากวางกระจัดกระจาย ชีวิตคงจะต้องยุ่งเหยิงอย่างแน่ๆ แนะนำให้ลองหาชั้นและกล่องเก็บของมาเก็บของไว้และเขียนว่ากล่องนี้เก็บอะไร กันลืมในยามที่ไม่ค่อยได้ใช้   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : karolpinheiro มุมเล็กๆ สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้โดยการหาชั้นใส่ของมาวางไว้ เพื่อรวบรวมของใช้ที่กระจัดกระจายมาไว้ที่เดียว จะช่วยทำให้คุณใช้ชีวิตได้สบายขึ้น เมื่อรู้ว่าของที่เก็บอยู่ตรงไหน   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com ชั้นวางหนังสือติดผนัง อีกไอเดียที่ไม่ควรพลาด เพราะชีวิตประจำวันของคุณต้องยุ่งอยู่กับหนังสืออย่างแน่นอน สามารถติดชั้นได้หลายรูปแบบตามความชอบของคุณได้เลยนะคะ 5.เพิ่มสีสันผ่านกำแพงห้อง กำแพงที่จืดชืด ก็อาจจะไม่ทำให้จินตนาการของคุณโลดแล่นได้ ให้ลองหากระดาษ หรือเทปมาติดดู เริ่มต้นจินตนาการในการสร้างสรรค์มุมกำแพงนี้ล่ะว่าจะออกมาโดนใจตัวเองหรือเปล่า   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : dominomag วาชิเทป หรือเทปที่มีลวดลาย สามารถนำมาสร้างสรรค์ลงบนผนังได้ และเมื่อลอกออกก็จะไม่ทิ้งคราบกาวใดๆ ไว้ ลองเอาวาชิเทปมาแต่งในมุมโปรดของคุณกันสิคะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : dream-decor.com สร้างมุมโปรดสำหรับไว้เล่าความทรงจำส่วนตัวบนผนัง รู้อยู่แล้วว่าวัยรุ่นเนี่ย ต้องถ่ายรูปมากมายในแต่ละวัน จะดีแค่ไหน ถ้าเราเอาออกมาจากมือถือ มาแต่งตามผนังห้องที่ว่างเปล่า โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้กรอบรูปมาให้วุ่นวายเลย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : blog.giddygiddy.com กระดาษกาวที่ตีตารางตามจำนวนวันในแต่ละเดือน ก็เพิ่มสีสันให้กับห้องได้ แถมยังช่วยคนที่ขี้ลืม ให้สามารถมาเช็คกิจกรรมสำคัญๆ ที่กำแพงด้านนี้ได้อีกด้วย 6.หมอนรองสรีระ อ่านหนังสือทบทวน หรือทำรายงานทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ไม่ดีต่อสุขภาพและร่างกายแน่ๆ ควรมีหมอนรองสรีระเวลานั่งทำงานเป็นอย่างยิ่ง นักศึกษาก็อายุพึ่งจะ 20 กว่าๆ เอง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนกันนะคะ   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : feedpuzzle หมอนใบใหญ่กับผ้ารองนั่งแบบนุ่ม ก็ช่วยรองรับสรีระได้เป็นอย่างดี หากไม่มีปัญหาเรื่องการนั่งทำงานแล้วระบบการทำงานของคุณก็จะดีขึ้นด้วย   ขอบคุณรูปภาพจาก pinterest : diyprojectssite ใช้หมอนอิงที่มีรูปทรงน่ารักๆ แบบนี้ก็ได้ หากรู้สึกเริ่มเมื่อยล้าจากการทำทำงานทั้งวันแล้ว ก็หยิบมากอดได้ หรืออาจจะหาเป็นหมอนที่เป็นรูปทรง ตัวการ์ตูนที่ชอบก็ได้นะคะ   หวังว่า ไอเดียแต่งห้องสไตล์นักศึกษามหาลัย จะช่วยทำให้ห้องของมีบรรยากาศที่น่าอยู่ขึ้น แค่ตกแต่ง ไม่ต้องลงทุนซื้อเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก และจัดพื้นที่มุมโต๊ะทำงานที่ใช้บ่อยๆ ให้โล่งและเป็นระเบียบ เพราะจะช่วยทำให้คุณหาพวกเครื่องเขียนหรืออุปกรณ์ได้ง่ายขึ้น        
ไอเดียออกแบบห้องครัว ผสมห้องนั่งเล่น ให้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งครอบครัว

ไอเดียออกแบบห้องครัว ผสมห้องนั่งเล่น ให้ใช้ประโยชน์ได้ทั้งครอบครัว

ไอเดียแบบห้องครัวผสมห้องนั่งเล่น ด้วยยุคสมัยนี้ที่หลายๆ บ้านมีพื้นที่ที่จำกัด จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องพยายามจัดสรรพื้นที่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งห้องครัวเป็นห้องที่หลายๆ บ้านให้ความสำคัญในการใช้เป็นที่ประกอบอาหาร แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป หลายๆ บ้านเริ่มที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องครัวในบ้านให้เป็นครัวโชว์มากกว่า ส่วนครัวหนักๆ จะใช้ในพื้นที่หลังบ้าน และไปเพิ่มลูกเล่นของห้องครัวให้สามารถเป็นห้องนั่งเล่นได้ วันนี้เราจึงมีแบบการแต่งห้องครัวผสมห้องนั่งเล่นมาให้ชมกัน     1. ห้องครัวและห้องนั่งเล่นติดกัน   สำหรับไอเดียแรกนี้ทำได้ง่ายมาก เพียงเรานำกำแพงห้องครัวออก แล้วปล่อยให้พื้นที่ห้องครัวกับห้องนั่งเล่นติดกัน โดยวางโต๊ะยาวในห้องนั่งเล่นให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักมาอยู่ใกล้กับห้องครัว แล้วเน้นใช้สีเฟอร์นิเจอร์ในการแยกโซน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : houzz.com 2. ห้องครัวมีเก้าอี้ทานข้าวแบบพนักพิง   การแต่งห้องครัวที่ปรับเปลี่ยนจากการนำเก้าอี้ตัวเดี่ยวๆ มาวางไว้ แล้วนำเก้าอี้ลักษณะคล้ายโซฟามาวางใกล้กับโต๊ะไอซ์แลนด์ ซึ่งจะทำให้ดูน่านั่งเหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือ หรือเอาคอมพิวเตอร์มานั่งทำงานบริเวณนี้ก็ได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homedesignlover.com 3. ห้องครัวแบบคลาสสิค   ห้องครัวสไตล์นี้เหมาะกับเจ้าของบ้านที่ชอบความคลาสสิคและชอบงานไม้เป็นหลัก โดยความพิเศษอยู่ที่การตั้งใจคัดสรรเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่ต่างสีกันมาจัดวางไว้อย่างลงตัว แล้วเสริมด้วยโคมไฟโบราณมาประดับ ยิ่งทำให้ห้องครัวนี้น่าใช้งาน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : bhg.com 4. ห้องครัวแบบฝ้าสูง   ด้วยอากาศร้อนๆ ของเมืองไทยหากคุณทำฝ้าเพดานให้สูงขึ้น เมื่อความร้อนลอยตัวขึ้นก็จะทำให้พื้นที่ด้านล่างของห้องครัว มีอากาศเย็นสบายแล้วเสริมด้วยการเพิ่มช่องหน้าต่างเข้าไป อากาศจะถ่ายเทได้สะดวก ทำให้ห้องครัวนี้ไม่ร้อน อีกทั้งยังสามารถประดับโคมไฟสวยๆ ได้หลากหลายมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : katea 5. โต๊ะไอซ์แลนด์รูปตัว L ล้อมโต๊ะทานข้าว   ไอเดียของการทำโต๊ะไอซ์แลนด์เป็นตัว L นั้น ทำให้เราใช้พื้นที่ห้องครัวได้หลายมิติ อีกทั้งเมื่อทำตัว L มาล้อมโต๊ะทานข้าว ทำให้ห้องครัวนี้ดูเก๋ขึ้นไปอีก และสามารถนำมาเป็นพนักพิงของเก้าอี้แทนได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : underwoodfurniture.com 6. โต๊ะทานข้าวเล่นระดับ   การออกแบบนี้น่าจะถูกใจหนุ่มๆ สาวๆ ที่ชอบทำอาหารและยกเสิร์ฟทานใกล้ๆ ได้เลย โดยการจัดโต๊ะรับประทานอาหาร แบบเล่นระดับ ซึ่งใช้พื้นที่ไม่มากแต่สามารถทำให้ครัวใช้งานได้หลายอย่าง เช่น สำหรับนั่งกินอาหารเช้าแบบเร่งรีบ หรือจะเป็นการนั่งจิบเครื่องดื่มแบบสบายๆ ก้ได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : urbanelectricco 7. โต๊ะไอซ์แลนด์และโต๊ะกินข้าวรวมกัน   สำหรับบ้านที่มีพื้นที่กว้างมากๆ เหมาะอย่างมากในการออกแบบให้บริเวณห้องครัวนี้ มีโต๊ะไอซ์แลนด์และโต๊ะทานข้าวรวมกันเลยโดยสร้างให้มีความสูงเท่ากัน แล้วเว้นพื้นที่ด้านล่างไว้สำหรับสอดขา และสอดเก้าอี้เข้าไป ซึ่งเมื่อเวลาทำครัวก็สามารถยกเสิร์ฟมาทางด้านข้างได้อย่างง่ายดาย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : google.ie 8. ห้องครัวติดกับกระจกบานใหญ่   การที่เราเปลี่ยนจากกำแพงและประตูบานเล็ก มาเป็นกระจกสไลด์บานใหญ่นั้น จะทำให้บริเวณห้องครัวนี้ดูกว้างขึ้น และสามารถเห็นวิวจากด้านนอก ดังนั้นหากคุณอยากนั่งเล่นชิลล์ๆ ก็ใช้พื้นที่นี้ได้และยังสามารถดูวิวสวนของบ้านได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : chmargaretl 9. ห้องครัวที่ดีไซน์ให้เฟอร์นิเจอร์รวมกันได้   การออกแบบให้เฟอร์นิเจอร์ของห้องครัวและโต๊ะนั่งเล่นเชื่อมกันนั้น จะช่วยให้คุณคุมโทนของห้องครัวให้สวย และใช้พื้นที่ใช้สอยรวมกันได้ดีขึ้น ทั้งยังใช้ประโยชน์ในจุดที่เชื่อมกัน เช่น เป็นพนักพิง เป็นตู้เก็บของใต้ที่นั่ง   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : nsmbl.nl 10. ห้องครัวแบบมีบาร์ริมกระจก   ส่งท้ายบทความสำหรับครอบครัวที่มีจำนวนสมาชิกน้อยและไม่ค่อยมีเวลาใช้โต๊ะกินข้าว การวางโต๊ะกินข้าวแบบบาร์ริมกระจก จะช่วยให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าและหลายรูปแบบ อีกทั้งการมีกระจกแผ่นใหญ่ จะช่วยดึงแสงเข้ามาในห้องนี้ ทำให้ห้องสว่าง ไม่อับชื้นและดูกว้างขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homebookpl     และนี่ก็คือไอเดียแบบห้องครัวผสมห้องนั่งเล่นที่เรานำฝากกันเพื่อเป็นไอเดียใหม่ๆ ให้คุณได้จัดห้องครัวเพิ่มเติม เผลอๆ คุณอาจจะได้มุมนั่งเล่นเพิ่มอีกหนึ่งมุม โดยการแต่งห้องครัวนี้ขอให้คำนึงถึงประโยชน์การใช้สอยเป็นหลัก สำหรับไอเดียส่วนใหญ่จะใช้เฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน หากคุณยังไม่มั่นใจ ให้ลองใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวก่อนก็ได้ เราหวังว่าไอเดียแบบห้องครัวนี้จะช่วยสร้างรอยยิ้มให้ทุกมื้ออาหารของทุกคนในครอบครัวคุณได้
7 กับดักที่ทำให้บ้าน ขาดความสวยงาม

7 กับดักที่ทำให้บ้าน ขาดความสวยงาม

เราทุกคนต่างอยากอยู่อาศัยภายในบ้านที่มีความสวยงาม ดูสะอาดตา น่าอยู่ น่าอาศัย แต่เหตุใดเล่าบ้านที่เต็มไปด้วยความตั้งใจในการก่อสร้าง อยากให้สวยสมดั่งใจปราถนากลับดูด้อยราคาไม่สมกับที่คิดฝันไว้ก่อนสร้างเลย เนื้อหาชุดนี้จึงขอหยิบยกกับดักที่เป็นต้นเหตุแห่งปัญหาบานปลาย บ้านที่ตั้งใจให้สวยกลับกลายเป็นบ้านที่ดูแห้งแล้ง อับเฉา ไม่น่าอยู่อย่างที่ควรจะเป็น จะเกิดจากสาเหตุใดบ้าง มาดูต้นเหตุแห่งปัญหากันครับ 1. "ขาดสวน" : เรื่องสวนขอยกให้เป็นหัวข้อแรก เนื่องด้วยบ้านส่วนใหญ่ในเมืองไทยขาดการจัดสวน หลาย ๆ ท่านให้ความสำคัญกับการออกแบบบ้าน จ้างสถาปนิกออกแบบบ้านไว้อย่างสวยงาม แต่ทราบกันหรือไม่ว่า บ้านที่สวยงามหากตั้งอยู่บนสภาพพื้นที่แห้งแล้ง ความสวยงามนั้นจะถูกลดค่าลงไปทันที ในทางกลับกัน บ้านธรรมดาหลังเล็ก ๆ แต่หากมีการจัดพื้นที่สวนไว้ให้ร่มรื่น จัดหน้าบ้านให้น่ามอง บ้านธรรมดาก็จะดูมีค่า มีราคาแพงขึ้นทันตาเห็น เราจะเห็นได้ว่าบ้านที่มีดีไซน์ธรรมดาหลายหลังกลับได้ลงนิตยสารบ้าน ลงเว็บไซต์เผยแพร่ไปทั่วโลก เพราะสิ่งสำคัญของบ้านสวย ไม่ได้เกิดจากรูปทรงหรือหน้าตาของบ้านเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากองค์ประกอบรวมทั้งหมดของบ้านโดยเฉพาะการจัดสวน นอกจากมิติความงามแล้ว สวนยังช่วยให้บ้านของเราน่าอยู่มากขึ้นหลายเท่า ความร่มรื่นส่งผลให้บ้านอยู่สบาย ความเขียวขจีช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีจิตใจที่เบิกบาน อาจไม่จำเป็นต้องถึงขั้นปลูกไม้ดอกไม้ประดับไว้เต็มบ้าน แค่เพียงลองเปลี่ยนพื้นที่ว่าง ๆ ให้กลายเป็นพื้นสนามหญ้า หรือมีการจัดไม้กระถางไว้บางส่วน  ย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดแล้ว 2. "ไม่จบในแบบ" : แม้การตกแต่งบ้านจะเป็นเรื่องสนุกสนานท้าทาย ช่วยให้ชีวิตของเราได้มีกิจกรรมเสริม หลายท่านจึงเลือกที่จะค่อย ๆ ตกแต่งไปเรื่อย ๆ ตรงส่วนนี้เองนับเป็นสิ่งที่ดีเพราะจะช่วยกระตุ้นให้บ้านของเราน่าอยู่เสมอ แต่โครงสร้างบ้านหลักที่ออกแบบไว้ ควรออกแบบให้จบตั้งแต่ต้นก่อนเสมอ คำว่า จบในแบบ หมายถึง สิ่งพื้นฐานต่าง ๆ ควรคิดให้จบตั้งแต่กระบวนการออกแบบ ทั้งโรงจอดรถ, ปลั๊กไฟ, พื้นที่ตั้งโซฟา, พื้นที่วางเคาน์เตอร์, พื้นที่ตากผ้า, ตำแหน่งติดตั้งคอมเพรสเซอร์, ตำแหน่งติดตั้งแอร์ ฯลฯ เพราะหากมาคิดทีหลังอาจส่งผลให้งบประมาณบานปลาย และทำให้บ้านของเราถูกลดความสวยงามไปโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเล็ก ๆ ที่บ้านส่วนใหญ่มักลืม คือตำแหน่งในการวางคอมเพรสเซอร์แอร์ ส่วนใหญ่จะนึกขึ้นได้หลังจากอยู่อาศัยภายในบ้านมาจนถึงช่วงฤดูร้อนที่มีอากาศอบอ้าว จึงต้องการหาซื้อเครื่องปรับอากาศมาใช้งาน หากไม่ได้เตรียมพื้นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศและคอมเพรสเซอร์ไว้ล่วงหน้า เมื่อต้องการติดตั้งจริง อาจส่งผลให้ตำแหน่งแอร์ไม่เหมาะสมกัน คอมเพรสเซอร์จำเป็นต้องแขวนยึดติดผนังข้างบ้าน เป็นผลให้บ้านดูไม่สวยงาม นอกจากเครื่องปรับอากาศแล้ว ยังมีหลายส่วนที่มักลืมกัน เช่น ตำแหน่งปลั๊กไฟ, พื้นที่ตากผ้า, ความสูงของวงกบหน้าต่างเพื่อจัดวางโต๊ะ เคาน์เตอร์, แยกโซนเปียกแห้งในห้องน้ำ หรือแม้แต่การต่อเติมในอนาคต หากเป็นไปได้ควรออกแบบเผื่อไว้ย่อมดีกว่าแน่นอนครับ 3. "งมงายในฮวงจุ้ย" : ต้องขออภัยที่จำเป็นต้องใช้คำว่า “งมงาย” ที่ใช้คำนี้ไม่ได้หมายถึงว่าฮวงจุ้ยเป็นเรื่องงมงายนะครับ ในทางกลับกัน มุมมองของผู้เขียนเองคิดว่า แก่นแท้ของฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ที่มีความเป็นวิทยาศาตร์  เป็นศาสตร์ที่พูดถึง ลมและน้ำ บ้านไหนใช้หลักการฮวงจุ้ยมาออกแบบ บ้านนั้นย่อมอยู่สบาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกมุมหนึ่งของสังคมผู้คนนำเรื่องฮวงจุ้ยไปผูกติดกับความเชื่อแบบผิด ๆ จนลืมมองข้ามไปว่าศาสตร์ฮวงจุ้ยมีต้นกำเนิดในประเทศจีน ผู้ริเริ่มคิดศาสตร์เหล่านี้ คิดมาเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาที่ได้พบเจอในเมืองจีน การนำศาสตร์ฮวงจุ้ยมาใช้งานในประเทศไทย จำเป็นต้องประยุกต์ใช้ให้มีความสอดคล้องกัน ทั้งด้านสภาพอากาศ ภูมิประเทศ วิถีชีวิต กฎหมายและปัจจัยเสริมอื่น ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรานำศาสตร์ฮวงจุ้ยมาใช้งานโดยตรง ไม่มีการประยุกต์ใช้ เมื่อนั้นเริ่มเข้าข่ายงมงายแล้วครับ หากเราเชื่อฮวงจุ้ยอย่างงมงาย เมื่อซินแสหรือมีใครมาทักเกี่ยวกับส่วนใดส่วนหนึ่งของบ้าน เป็นผลให้ผู้โดนทักเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ ทำให้บ้านที่สถาปนิกออกแบบมาไว้อย่างลงตัวดีแล้ว จำต้องผิดแบบ ผิดรูปทรงไปจากเดิม เป็นผลให้บ้านถูกลดความสวยงามลงไป เพราะฉะนั้นหากมีใครมาทัก ควรต้องถามหาเหตุผล หากคนทักให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องเชื่อ แต่หากมีคำตอบเป็นเหตุเป็นผลชัดเจน ปรับประยุกต์ตามความเหมาะสมครับ 4. "เน้นโชว์มากกว่าใช้" : ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดสำหรับหัวข้อนี้ คือค่านิยมในการออกแบบห้องครัวยุคปัจจุบัน บ้านหลายหลังนิยมออกแบบครัวฝรั่งเล็ก ๆ ไว้ภายในบ้าน เพื่อต้องการโชว์ให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้เห็นครัวที่มีความสวยงามสะอาดตา แต่ครัวดังกล่าวกลับเป็นครัวที่ไม่ได้ใช้งานจริง เพราะกลัวสกปรก กลัวเก่า กลัวรก ส่วนครัวที่ใช้งานจริงเป็นครัวไทยที่แอบไว้หลังบ้าน เป็นครัวเก่า ๆ ภายในพื้นที่แคบ พร้อมกับสภาพที่โทรม สกปรก เลอะไปด้วยคราบน้ำมัน หากเพียงเปลี่ยนมุมมองใหม่ ครัวไทยก็สวยได้ ครัวไทยก็โชว์ได้ เพียงแต่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น เครื่องดูดควัน หรือออกแบบให้มีช่องเปิดเพื่อการถ่ายเทอากาศ พร้อมกับการดูแลความสะอาดสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ครัวไทยของเราก็จะกว้างกว่าเก่า สวยกว่าเก่า โชว์ได้ใช้งานจริง 5. "ขาดความกลมกลืน" : การออกแบบบ้านในต่างประเทศ จะให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมรอบด้านเป็นอย่างมาก ผู้ออกแบบจะดูลักษณะสังคมรอบด้าน ทั้งรูปทรง สไตล์และโทนสีของบ้านในระแวกนั้น เพื่อออกแบบบ้านหลังใหม่ให้ดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับสังคม แต่สำหรับบ้านไทยหลายหลัง นิยมออกแบบบ้านตามใจชอบ ชอบสีไหน ทรงไหน ก็สามารถออกแบบได้ตามใจ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนที่ทำให้บ้านของเราดูแปลกแยกไปจากสังคมเดิม หรือแม้แต่ภายในหมู่บ้านจัดสรร เดิมทีมีการออกแบบรูปทรงและสีสันไว้อย่างกลมกลืน แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปผู้เป็นเจ้าของบ้านแต่ละหลังต้องการต่อเติม รีโนเวทใหม่ พร้อมกับสีสันที่ต่างคนต่างเลือก การต่อเติมที่เป็นผลให้บ้านดูอึดอัด ประจวบกับสีสันที่ไม่เข้ากัน ย่อมทำให้ภาพรวมของหมู่บ้านขาดมิติความสวยงามด้านความกลมกลืนไปโดยอัตโนมัติ หมู่บ้านจัดสรรที่ดี จึงมีกฎกติกาเกี่ยวกับการต่อเติมและปรับปรุงบ้าน เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น 6. "สร้างผิดกฎหมาย" : ตามหลักการแล้ว สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย แต่ความจริงของสังคม บ้านสร้างผิดกฎหมายกลายเป็นเรื่องปกติในเมืองไทย กฏหมายควบคุมอาคารจัดทำขึ้นมาเพื่อการอยู่ร่วมกัน เพื่อป้องกันภัยอันตราย (แม้บางข้ออาจล้าหลังไปหน่อย) มีบ้านจำนวนไม่น้อยที่ได้ต่อเติมผิดกฎหมาย ทั้งบ้านจัดสรรและบ้านสร้างเอง สิ่งที่พบบ่อยสำหรับบ้านจัดสรรคือการต่อเติมครัวหลังบ้านให้ชิดกำแพงบ้านโดยเพื่อนบ้านไม่ได้อนุญาต หรือทำทางเข้าโรงจอดรถล้นออกมานอกถนน ทำรั้วสูงเกิน 3 เมตร สิ่งเหล่านี้นอกจากจะส่งผลกระทบกับเพื่อนบ้านแล้ว ยังเป็นส่วนที่ทำให้บ้านของเราดูอึดอัด ขาดความโปร่งสบาย ทั้งไม่สวยงามและไม่เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนบ้านนัก 7. "บ้านรก" : ปิดท้ายกันด้วยสิ่งที่หลายบ้านต้องพบเจอ และเป็นปัญหาที่แก้ได้ยากยิ่งนัก โดยเฉพาะบ้านที่มีข้าวของเครื่องใช้จำนวนมาก ทั้งของฝากที่ได้จากญาติ  ของเล่นในวัยเด็ก ของที่ซื้อติดไม้ติดมือมาจากสถานที่ท่องเที่ยว เสื้อผ้าที่ขยันซื้อแม้จะไม่ได้ใส่ คนไทยส่วนใหญ่นิยมเก็บของแต่บ้านคนไทยไม่มีห้องเก็บของสำรองไว้ เมื่อแขกไปใครมาเยี่ยมที่บ้านจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ในการจัดเตรียมให้บ้านดูสะอาดตา ปัญหานี้แก้ได้ไม่ยากครับ แต่ที่ยากคือไม่ยอมแก้ วิธีแรกหากยังไม่สร้างบ้าน ควรออกแบบห้องเก็บของเผื่อไว้ ทั้งห้องเก็บเครื่องมือ เก็บเสื้อผ้า หรือเก็บของใช้เก่าที่ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว แต่หากเป็นบ้านที่สร้างแล้วและไม่มีพื้นที่เหลือ สิ่งที่ทำได้คือตัดใจโละของเก่าออก อาจใช้วิธีนำของภายในบ้านมากองรวมกัน จากนั้นแยกไว้ 3 กอง กองที่ 1 ของใหม่ที่ยังใช้ กองที่ 2 ของเก่าที่ไม่ได้ใช้นานแล้ว กองที่ 3 ของเก่าที่ลืมไปแล้วว่ายังมีอยู่ ให้เลือกกองที่ 1 เก็บไว้ ส่วนกองที่ 2 เป็นกองที่ต้องคัดเลือกเฉพาะที่จำเป็น และกองที่ 3 แนะนำให้โละออกโดยด่วน อาจนำไปบริจาคให้กับผู้ที่ต้องการ แต่หากชำรุดเสียหายแล้ว นำทิ้งถังขยะได้เลย เพราะสิ่งของที่เราลืมไปแล้วว่ามี ไม่ต่างอะไรกับไม่มีในปัจจุบัน กำจัดของที่ถูกลืมออกไป บ้านของเราจะเหลือพื้นที่ใช้สอยเยอะขึ้นมาก เมื่อแขกมาเยี่ยมที่บ้าน จะได้ไม่เป็นปัญหาครับ   ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.banidea.com/
ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ น้อยชิ้นแต่สวยเว่อร์!

ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ น้อยชิ้นแต่สวยเว่อร์!

ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ  สำหรับหนุ่มสาวในยุคดิจิตอลแบบนี้ อะไรหลายๆ อย่างก็ดูจะผ่านไปแบบรวดเร็วทันใจไปหมด แต่หลายๆ คนที่อยากให้บ้าน เป็นที่ที่สามารถทำให้เวลาพักผ่อนอาศัยในบ้านช้าลงกว่าโลกภายนอก ดังนั้นการแต่งบ้านก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหยุดเวลาได้ และอีกห้องหนึ่งที่สามารถหยุดเวลาให้นานๆ ได้ก็คือ "ห้องน้ำ" ซึ่งการแต่งห้องน้ำสไตล์วินเทจนั้น จะทำให้ห้องน้ำของเรา ดูสวยเสมอไม่ว่าจะผ่านกาลเวลาไปนานเท่าไร และวันนี้ทาง reviewyourliving จะมาแนะนำไอเดียการแต่งน้ำสไตล์วินเทจ ด้วยของน้อยชิ้นที่สามารถทำให้ห้องน้ำของคุณสวยได้ในสไตล์วินเทจได้อย่างง่ายดาย   1.ก๊อกน้ำ สีทองเหลือง ในห้องน้ำ สิ่งที่เรามักจะสัมผัสบ่อยๆ ก็คือ "ก๊อกน้ำ" บริเวณอ่างล่างหน้านี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นในการทำให้ห้องน้ำ ของคุณดูวินเทจและคลาสสิค โดยคุณต้องไปเสาะหาเจ้าก๊อกน้ำสีทองเหลือง หรือก็อกน้ำชุบทองเหลืองมา ควรเลือกก๊อกที่มีดีไซน์รับกับตัวอ่างล่างหน้าด้วย ห้องน้ำจึงจะสวยแบบวินเทจในสไตล์เดียวกันได้อย่างกลมกลืน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoholic 2.โคมไฟ ยิ่งเก่ายิ่งเก๋ เรื่องของแสงสว่างในห้องน้ำก็เป็นจุดสำคัญที่เสริมให้ห้องน้ำดูสวยขึ้น จากปกติที่ใช้ไฟหลอด LED ธรรมดา ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้โคมไฟเก๋ๆ มาประดับห้องน้ำได้ ซึ่งในยุคนี้การหาโคมไฟเก่าจริงๆ หรือโคมไฟใหม่ที่ทำให้เหมือนเก่า ก็มีขายหลายแหล่งให้ได้เลือกสรรกัน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoholic 3.กระเบื้องผนังสีขาว การทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องน้ำดูมีสไตล์วินเทจเพิ่มขึ้น นั่นก็คือ การเลือกกระเบื้องปูผนังห้องน้ำ แนะนำให้เลือกโทนสีอ่อน เช่น สีขาว สีครีม และเลือกลักษณะกระเบื้องเป็นตารางสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อคุมโทนความเป็นวินเทจเอาไว้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoholic 4.หน้าต่าง ลายตาราง จากเดิมที่หน้าต่างมีหน้าที่ในการรับแสงเท่านั้น บางบ้านก็เป็นแค่ช่องเปิดระบายลม แต่ทว่าการที่คุณเลือกหน้าต่างเป็นลายตารางนั้น ก็จะช่วยให้ห้องน้ำได้รับแสงมากกว่าปกติ ทำให้ห้องดูสว่าง และสะอาดขึ้น ยิ่งหากคุณทำกรอบหน้าต่างเป็นเหล็กสีดำ ก็จะยิ่งตัดกับโทนสีขาวภายในห้องน้ำ ช่วยทำให้ห้องน้ำของคุณดูมีความโมเดิร์นเข้าไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : insideout.com.au 5.ประตูไม้ขัดสี สำหรับไอเดียนี้คงต้องมอบให้กับผู้ที่ต้องการความวินเทจตั้งแต่ทางเข้าห้องน้ำกันเลย โดยการใช้ประตูไม้แล้วนำมามาขัดสี ให้ถลอกๆ ดูเก่าๆ เพิ่มลูกเล่นด้วยอุปกรณ์วินเทจ เช่น ที่จับประตูเหล็ก ราวเลื่อนประตู ก็ช่วยเสริมให้ห้องน้ำดูสวยขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : carlaaston 6.กระจกวงกลม สำหรับไอเดียนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นโมเดิร์นวินเทจให้ห้องน้ำของคุณ ด้วยการใช้กระจกวงกลม ทางที่ดีแนะนำให้คุณเลือกบานใหญ่ๆ เข้าไว้ เพื่อความคุ้มค่าและความสะดวกในการใช้งาน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : bloglovin 7.อ่างล่างหน้าสังกะสีแบบสูง การเลือกอ่างหน้าแบบสังกะสีนี้เป็นอีกไอเดียที่แปลกสักหน่อย แต่ก็สามารถช่วยเพิ่มอารมณ์ความเป็นวินเทจได้เยอะเลยทีเดียว โดยทรงของอ่างล้างหน้านี้ควรเป็นทรงสี่เหลี่ยม เพิ่มลูกเล่นบ้างเล็กน้อยด้วยการแขวนผ้าเช็ดมือไว้ใกล้ๆ วางกระถางต้นไม้สังกะสี ก็จะทำให้บริเวณนี้ดูเก๋เพิ่มขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : homesthetics 8.เก้าอี้ไม้ เจ้าเก้าอี้ไม้นี้เป็นของตกแต่งอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ห้องน้ำของคุณมีความวินเทจ คุณสามารถใช้เป็นที่วางตะกร้าหวาย สำหรับใส่ผ้าที่ใส่แล้ว หรือจะวางอุปกรณ์อาบน้ำก็ได้ แนะนำให้คุณลองคุมโทนด้วยสีขาว สีดำ และสีไม้ จะรู้สึกว่าเข้ากันอย่างมาก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : potterybarn 9.ตู้ไม้ใต้อ่างล้างหน้า การเก็บอุปกรณ์อาบน้ำและอุปกรณ์ทำความสะอาดในห้องน้ำโดยที่ไม่มีตู้นั้น เวลาคุณทำความสะอาดก็จะยุ่งยาก หากคุณมีตู้ไว้ในห้องน้ำก็ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับสไตล์วินเทจนี้แบบตู้ที่เข้ากันมากที่สุด ก็คือ ตู้ไม้นั่นเอง ดังนั้นการเลือกใช้ตู้ไม้มาวางใต้อ่างล้างหน้า ก็เป็นอีกเฟอร์นิเจอร์หนึ่งที่ช่วยทำให้ห้องดูสวยในสไตล์วินเทจได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : casavogue.globo.com 10.ท่อน้ำเหล็ก สำหรับการแต่งห้องน้ำด้วยการเลือกโชว์ท่อน้ำที่ทำจากเหล็ก ยิ่งทำให้ห้องดูมีมิติและเสริมให้กำแพงมีเสน่ห์ไปในตัว และสำหรับคุณผู้ชายที่ต้องการความดิบเพิ่มอีกนิด การนำท่อน้ำเหล็กมาแต่งคู่กับผนังปูนเปลือยขัดมันก็ทำให้ห้องดูเท่และเก๋ขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : amyblossomx/   ไอเดียแต่งห้องน้ำแนววินเทจ สำหรับใครที่อยากมีห้องน้ำที่แสนพิเศษ เมื่อคุณเข้าไปแล้วเหมือนได้หยุดเวลาให้หมุนไปอย่างช้าๆ ลองมาเก็บไอเดียนี้แล้วไปแต่งห้องน้ำสไตล์วินเทจในแบบของคุณกันดู โดยลองเช็คลิสต์ดูว่าห้องน้ำสไตล์วินเทจของคุณ มีครบแบบที่ reviewyourliving แนะนำแล้วหรือยัง แล้วค่อยๆ เริ่มลงมือแต่งห้องน้ำกันเลย
ไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ : ขอสักห้อง สัญญาจะตั้งใจซักผ้าเลยเมียจ๋าาาาา

ไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ : ขอสักห้อง สัญญาจะตั้งใจซักผ้าเลยเมียจ๋าาาาา

ไอเดียแต่งห้องโฮมเธียเตอร์ บทความนี้ขอเอาใจคุณพ่อบ้าน และหนุ่มๆ ทั้งหลายที่เคยมีความฝันว่า "หากวันนึงฉันมีบ้าน ฉันจะต้องมีห้องโฮมเธียเตอร์" ซึ่งห้องนี้จะเป็นห้องสันทนาการของคุณพ่อบ้านและคนในครอบครัว รวมถึงแขก เพื่อนสนิท ที่จะมาดูหนัง ฟังเพลง และปาร์ตี้ร่วมกันได้   1.ห้องขนาดเล็ก แต่เล่นระดับสายตา สำหรับห้องโฮมเธียเตอร์นี้ แม้จะดูมีขนาดใหญ่ไม่มาก แต่ด้วยการออกแบบที่เล่นระดับพื้นจึงทำให้ระดับสายตาในการชมภาพยนต์นั้นไม่ถูกบัง อีกทั้งทุกคนในห้องยังได้อยู่ตรงกลางของจออีกด้วย เน้นการตกแต่งรอบๆ ด้วยโทนสีขาวและดรอปฝ้าเป็นหลุม จะช่วยทำให้ห้องนี้ดูโปร่งสบายตา   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : avsforum.com 2.เพดานกาแล็คซี่ของฉัน เป็นการใช้พื้นที่เพดานให้คุ้มค่าและมีประโยชน์มากๆ สำหรับไอเดียการติดภาพวอลล์เปเปอร์ หรือแผ่นพลาสติกลายดวงดาว แล้วซ่อนไฟไว้ด้านหลัง โดยในตอนกลางคืน หากอยากเปลี่ยนจากการดูหนังมาเป็นการนั่งเล่นอ่านหนังสือ หรือนั่งพักผ่อนก็ทำให้ห้องนี้ สามารถใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : jmbilliard.com 3.ไอเดียเวทีเล็ก เหมาะกับครอบครัวที่มักจะมีแขกประมาณ 5-10 คนมาที่บ้านแล้วมีกิจกรรมร่วมกัน เพราะเจ้าเวทีเล็กหน้าจอทีวีนี้ จะเป็นเสมือนเวทีการแสดงให้คุณและเพื่อนๆ ได้เล่นเกมสนุกหรือโชว์สุดพิเศษกัน และยิ่งสำหรับเด็กๆ เรียกว่าเป็นพื้นที่ สำหรับใช้เพื่อเพิ่มความกล้าแสดงออกได้ดีเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rosemoreno 4.เบาะนอนดูหนัง บอกเลยว่าห้องโฮมเธียเตอร์แนวนี้ต้องเหมาะกับสายชิลล์มากๆ เพราะเน้นความเรียบง่าย ไม่ต้องตกแต่งหรือมีเฟอร์นิเจอร์อะไรมากนัก เพียงใช้เบาะหรือหมอนขนาดใหญ่สีโทนเดียวกันมาวางไว้ให้เต็มห้อง แล้วเลือกหยิบใช้ตามความต้องการได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : noxbaby 5.คุมโทนด้วยสีขาว หลายท่านที่แต่งห้องโฮมเธียเตอร์อาจจะค่อยๆ เลือกเฟอร์นิเจอร์เข้ามาในห้อง แต่หากคุณได้กำหนดทิศทางของสีในห้องตั้งแต่แรก ก็จะทำให้ห้องนี้ดูสวยและดูมีสไตล์   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoist 6.ห้องโฮมเธียเตอร์และห้องเล่นกีฬา สำหรับบ้านทีมีห้องขนาดใหญ่ สามารถใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าด้วยการนำอุปกรณ์กีฬาที่เล่นในร่มมาไว้ในห้อง เช่น โต๊ะสนุกเกอร์ โต๊ะปิงปอง เครื่องปั่นจักรยานหรือชุดออกกำลังกาย เรียกได้ว่าเป็นห้องที่ใช้งานได้หลากหลายจริงๆ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decoist 7.กระท่อมของฉัน สำหรับไอเดียนี้เรียกว่าเหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติสูง โดยการสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมือนอยู่ในกระท่อม สามารถใช้ได้ทั้งการดูหนังและการนั่งเล่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง รู้สึกได้ถึงความสบายใจเหมือนไปปิคนิคท่ามกลางธรรมชาติเลยทีเดียว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : luxuryretreats.com 8.ดูหนังในสวน ไอเดียสุดท้ายนี้ขอมอบให้คุณพ่อบ้านที่เรียกว่าต้องการความต่างจากบ้านอื่นๆ โดยการนำสวนมาไว้ในห้องโฮมเธียเตอร์ และตกแต่งด้วยโซฟา ต้นไม้ และรถกระบะที่ปรับสภาพให้เป็นที่นอนได้ หากมองในอีกมุมหนึ่ง การมีสวนในห้องนี้ก็ทำให้คุณได้หลุดจากความจำเจเดิมๆ บางทีห้องนี้คุณอาจเอาไว้เก็บรถเก่า รถโบราณ หรือของสะสม ก็สามารถทำได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : luxuryretreats.com   ไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ และนี่ก็คือทั้งหมดของไอเดียห้องโฮมเธียเตอร์ ที่เรานำมาฝากกัน แต่โดยรวมปัจจัยหลักของห้องโฮมเธียเตอร์ก็คือ ต้องปิดสนิท หน้าต่างและประตูกันเสียง มีเครื่องเสียงและจอทีวีที่ดี ที่เหลือก็คือการเลือกพร็อบและเฟอร์นิเจอร์ตามสไตล์ หลังอ่านบทความนี้เสร็จขอให้นำลิงค์ไปเปิดเพื่อขอใบอนุมัติจากภรรยากันต่อเลย แล้วบอกภรรยาว่า "ขอซักห้อง สัญญาจะตั้งใจซักผ้าเลยเมียจ๋าาาาา"
ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋

ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋

ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋   ต้องเรียกว่าไอเดียนี้เหมาะกับคอหนังสือที่รักในการอ่านอย่างมาก และย่อมที่ต้องการรักษาหนังสือไว้ให้คงในสภาพดี สามารถหยิบจับมาอ่านได้ง่าย เมื่อคุณมีบ้านเป็นของตัวเองทั้งทีก็ย่อมมีฝันเล็กๆ ว่าอยากจะสร้างห้องสมุดไว้ในบ้าน reviewyourliving จึงขอนำ ไอเดียสร้างห้องสมุดแบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋ มาให้คุณได้เลือกลองนำไปใช้กัน 1.ผนังชั้นหนังสือและโซฟาอ่านหนังสือ เริ่มต้นด้วยไอเดียที่แสนจะเรียบง่ายแต่ดูดี เพราะในห้องนี้คุณสามารถใช้กำแพงเป็นชั้นหนังสือได้ทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้คุณสามารถ เก็บหนังสือได้มาก และกั้นระหว่างกลางด้วยโซฟานุ่มๆ พร้อมตู้เก็บหนังสือที่ด้านล่างโซฟาอีก แต่ความพิเศษของห้องนี้ คือการเลือกใช้บานกระจกใหญ่เพื่อทำให้มีแสงส่องเข้ามา ทำให้สะดวกเวลาที่คุณนั่งอ่านหนังสือ และห้องก็ดูกว้างขึ้นอีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : tinyhousedesign.com 2.ห้องสมุดผสมห้องรับแขก สำหรับคนที่อยากใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้ให้คุ้ม ก็ลองผสมกันระหว่างห้องสมุดและห้องรับแขกมาไว้ในห้องเดียวกัน ซึ่งคุณสามารถใช้พื้นได้หลายอย่าง หากวันใดมีแขกมาหาก็จะมีห้องไว้รับรองได้ แต่หากไม่มีแขก คุณก็ใช้เป็นห้องอ่านหนังสือ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 3.ห้องสมุดแบบชั้นลอย เหมาะกับบ้านที่มีฝ้าเพดานสูงมากๆ โดยด้านบนจะนำเหล็กมาเชื่อมเป็นชั้นลอยเพื่อให้เดินขึ้นไปหยิบจับหนังสือได้ และคุณยังสามารถใช้ห้องรับแขกกับห้องสมุดรวมกันได้เลย เรียกว่าเป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าจริงๆ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 4.ชั้นวางหนังสือจรดพื้นถึงหลังคา นอกจากใช้เก็บหนังสือแล้วชั้นวางหนังสือยังกลายเป็นเหมือนพร็อบตกแต่งบ้านให้คุณได้อีกด้วย ซึ่งการวางชั้นหนังสือ ตั้งแต่พื้นจรดฝ้านั้นให้คุณลองเลือกสันหนังสือ แล้วจัดวางไล่สีดูสิ จะทำให้คุณมีกำแพงหนังสือที่เหมือนวอลล์เปเปอร์ไปในตัว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 5.เปลตาข่าย ไอเดียการสร้างเปลตาข่ายนี้ เป็นการช่วยทำให้ห้องสมุดของเรานั้นดูสนุกและน่ามาใช้งานบ่อยขึ้น แม้ไม่มีโซฟาหรือเก้าอี้ คุณก็สามารถใช้เปลตาข่ายเป็นที่นั่งอ่านหนังสือได้อย่างสบายใจเลยทีเดียว ยิ่งเด็กๆ ได้ลองมานอนอ่านหนังสือที่เปลตาข่ายนี้ รับรองว่าจะต้องหลงรักห้องสมุดห้องนี้อย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : feedly.com 6.ชั้นวางหนังสือแบบเตี้ย  ไอเดียของชั้นวางหนังสือแบบนี้ ช่วยเปลี่ยนจากทางเดินที่เรียบง่ายให้กลายเป็นห้องสมุดโดยอัตโนมัติ เพียงนำตู้ที่มีความสูงไม่มากมาวางยาวต่อกันจนสุดทางเดิน คุณก็สามารถวางหนังสือได้เป็นร้อยเล่ม แถมบริเวณบนตู้ยังใช้วางของตั้งโชว์ต่างๆ ได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : rb-a.net 7.เตียงในห้องสมุด สำหรับที่คนมักอ่านหนังสือจนหลับไปเลย การยกเตียงมาไว้ในห้องสมุดก็เป็นอีกไอเดียหนึ่งที่ดี พื้นที่ใต้เตียงก็สามารถ ปรับให้เป็นชั้นหนังสือแนวนอนไปพร้อมๆ กัน เพื่อจะได้หยิบจับหนังสือได้ง่าย หรือคุณอาจจะใช้เก็บของสะสมอื่นๆ ก็เป็นได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : plus.google.com 8.โต๊ะอ่านหนังสือแนวเอียงและกำแพงหนังสือ จากภาพหลายคนน่าจะคุ้นเคย เพราะคล้ายกับห้องสมุดที่มักจะพบเจอ โดยทั้งสองฝั่งเป็นกำแพงหนังสือที่ทำให้คุณรู้สึก ถึงความเป็นส่วนตัว ทำให้มีสมาธิในการอ่านมากยิ่งขึ้น แนะนำให้คุณติดโคมไฟเพื่อเพิ่มความสว่าง เพราะกำแพงนี้จะ ทำให้แสงลอดเข้ามาได้น้อย สำหรับการอ่านหนังสือจากโต๊ะแนวเอียง ก็จะช่วยเรื่ององศาในการนั่งและการอ่านของคุณให้ดีขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : designboom.com 9.แบ่งชั้นวางหนังสือ ให้ฉันเข้าไปอยู่ ถือว่าเป็นการใช้พื้นที่ที่เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร เพราะนอกจากจะสร้างชั้นวางหนังสือตั้งแต่พื้นจรดฝ้าแล้ว การแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่ง ของกำแพงเพื่อทำเป็นที่นั่งอ่านหนังสือ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องซื้อโซฟามาตั้งไว้ เพียงหาเบาะนุ่มๆ กับหมอนอิงมาวาง ในช่องกำแพง คุณก็ได้โซฟาอ่านหนังสือเรียบร้อยแล้ว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : glamshelf 10.ห้องใต้หลังคา หลายๆ บ้านไม่ค่อยมีใครใช้ห้องใต้หลังคากัน แต่หากคุณกำลังสร้างบ้านใหม่ อยากให้ลองนำไอเดียนี้ไปประยุกต์ใช้ โดยการยกหลังคาให้สูงขึ้นแล้วเสริมฝ้าด้วยแผ่นไม้ ทำให้เกิดพื้นที่ใช้งาน สามารถสร้างเป็นห้องสมุดเล็กๆ ได้ แต่อย่างไรก็อย่าลืมเรื่องการกันความร้อนและการระบายความร้อนด้วยล่ะ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : buzzfeed.com   ไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋   และนี่ก็คือทั้งหมดของไอเดียสร้างห้องสมุดในบ้าน แบบใช้พื้นที่ให้คุ้มและเก๋ ที่อยากให้คุณได้นำไอเดียไปวางแผนก่อน ออกแบบบ้าน เพื่อที่คุณจะได้มีพื้นที่พิเศษๆ ที่มอบเป็นของขวัญให้กับตัวเอง แล้วดินแดนหนังสือของคุณและคนในครอบครัว ก็จะเป็นจริง
ไอเดียแต่งห้องแนวสตรีท

ไอเดียแต่งห้องแนวสตรีท

ไอเดียแต่งห้องแนวสตรีท ใครที่ไม่ชอบแต่งห้องธรรมดาเหมือนคนอื่น วันนี้ Reviewyourliving มีสไตล์การแต่งห้องแนวสตรีทมาฝากกันค่ะ รับรองว่าห้องของคุณจะแปลก แหวกแนวมากขึ้นกว่าเดิม เราไปดูไอเดียเหล่านั้นกันเลยค่ะ   1.เพิ่มลวดลายบนผนังด้วยกราฟิตี้เพ้นท์ แน่นอนว่าถ้าพูดถึงแนวสตรีท ต้องยกให้กราฟิตี้เพ้นท์ที่สามารถออกแบบได้ตามต้องการ ทั้งเป็นรูป ลวดลาย หรือแม้แต่เป็นตัวอักษร ข้อความเท่ๆ ก็ได้เช่นกัน แต่หากคุณจะเพ้นท์ผนัง อย่าลืมหุ้มเฟอร์นิเจอร์ของคุณด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวสีเพ้นท์จะไปเปื้อนได้ และเดี๋ยวนี้ก็มีสติ๊กเกอร์ลายกราฟิกขายแล้ว สามารถนำมาใช้แทนได้เช่นกันค่ะ ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoist ผนังอิฐที่อาจจะดูแข็งเกินไป เพิ่มความอาร์ตด้วยการเพ้นท์รูปลงไป ทำให้ห้องดูเก๋มากขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pulpartsurfaces.com หากใครเบื่อลวดลาย ให้ลองหาข้อความเท่ๆ ที่คุณชอบมาเพ้นท์ลงบนผนังดู   ขอบคุณภาพจาก pinterest : artgeistdesign ฟ้อนท์แบบกราฟิตี้ นี่แหละที่จะเป็นจุดเด่นของห้อง ทำให้ผนังว่างเปล่ากลายเป็นผนังที่มีความดิบแบบสตรีทๆ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : feedly.com เพ้นท์แค่ผนังฝั่งเดียวของห้องก็พอ เพื่อไม่ให้ห้องดูอึดอัดมีแต่ลวดลายที่มากจนเกินไป   ขอบคุณภาพจาก pinterest : mechantdesign.blogspot.fr ถ้าคุณเป็นคนขี้เบื่อ ให้เพ้นท์ใส่วัสดุอื่นก่อน เช่น ผ้า กระดาษ แล้วค่อยนำมาตกแต่งห้องบนผนังของคุณอีกที ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนรูปที่ผนังได้หลายครั้งตามต้องการ 2.ผนังอิฐเพิ่มความอาร์ต การใช้ผนังอิฐช่วยให้ลุคแบบสตรีทมากที่สุด คุณอาจจะใช้เป็นอิฐเปลือยหรือว่าจะเพ้นท์ลวดลายเพิ่มเติมสักหน่อย แต่หากว่ายังไงก็ใช้โครงสร้างอิฐจริงๆ ไม่ได้ คุณก็สามารถใช้วอลล์เปเปอร์ลายอิฐที่เดี๋ยวนี้มีเนื้อสัมผัสนูนขึ้นมาเหมือนผิวของอิฐ ขอบคุณภาพจาก pinterest : brittanickel.tumblr.com การใช้อิฐเปลือยแบบนี้เป็นผนังห้องนี่แหละ คุณก็จะได้ห้องที่ดูลุคสตรีทแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decoholic การใช้โทนอิฐสีขาว จะช่วยให้ห้องของคุณดูโมเดิร์นขึ้น แต่ยังคงได้ความรู้สึกแบบสตรีทๆ อยู่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : zellaind เพิ่มลูกเล่นให้ผนังห้อง ด้วยการใช้อิฐที่ดูเก่าๆ มาเป็นผนัง 3.แต่งเติมด้วยไอเทม ท่อเหล็ก ท่อเหล็ก นอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศแบบสตรีทๆ แล้ว ยังสามารถนำเป็นส่วนประกอบของเฟอร์นิเตอร์ที่ใช้ตกแต่งห้อง เช่น ชั้นวางของ โต๊ะ โคมไฟ ราวผ้าม่าน ได้อีกด้วย ซึ่งคุณสามารถ DIY ได้ตามต้องการ ขอบคุณภาพจาก pinterest : westylist ชั้นวางของที่ทำจากท่อเหล็ก เพิ่มความชิคให้ห้องของคุณที่สามารถทำได้ตัวเองง่ายๆ แค่นำท่อมาต่อกัน ซึ่งคุณจะดัดแปลงให้ตั้งพื้น หรือจะทำติดผนังไปเลยก็ได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : greigedesign.blogspot.com ใครที่มีงบจำกัด ให้นำท่อมาต่อเป็นขาโต๊ะ ใช้ยึดด้วยคานใต้โต๊ะ จากนั้นก็นำท็อปโต๊ะมาวาง เท่านี้ก็ได้โต๊ะในราคาประหยัดดีไซน์สตรีทแล้วค่ะ 4.ศิลปะบนผนังห้อง ศิลปะบนผนัง ทั้งภาพวาด กรอบรูป สามารถสร้างบรรยากาศสตรีทๆ ได้แตกต่างกันไป ลองเลือกสไตล์ที่คุณชอบ แล้วแต่งห้องกันได้เลย ขอบคุณภาพจาก pinterest : blog.styleestate.com ภาพวาดแบบลายเส้นของอาคาร ตึก ช่วยให้ห้องนั้นดูโมเดิร์นขึ้นมา อย่าลืมว่าของตกแต่งในห้องก็ควรให้เป็นโทนเดียวกันด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : pfore.tumblr.com อีกไอเดียการแต่งห้องแนวสตรีท คือการนำภาพมาแต่งบนผนัง อาจจะเป็นโปสการ์ดที่คุณเก็บสะสมไว้ก็ได้ พอคุณแต่งเติมลงบนผนังเสร็จแล้วเห็นผลงาน คุณจะต้องหายเหนื่อยแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anaidmohO อย่าช้าที่จะแต่งผนังห้องของคุณให้เหมือนจิตรกร ด้วยการวาดลวดลายเพิ่มสีสันลงบนผนังที่จืดชืด   ขอบคุณภาพจาก pinterest : ohpopsi หากคุณชอบสตรีทแบบอาร์ต ก็ใช้ภาพวาดที่ดูเป็นศิลปะมากกว่าเดิมก็ได้ค่ะ 5.สีสันเพิ่มลูกเล่น ห้องแนวสตรีทที่แต่งแล้ว อาจจะดูแข็งๆ ไม่มีชีวิตชีวา คุณสามารถทำให้กลมกลืนได้ด้วยการใช้ของตกแต่งที่มีสีสันบ้าง แต่ก็ควรจะใช้โทนสีที่ไม่สดมาก เพื่อให้เข้ากับการแต่งห้องโดยรวม ขอบคุณภาพจาก pinterest : virlovastyle.com เพียงแค่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันขึ้นมาหน่อย ห้องก็ดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น แต่ยังคงมีเอกลักษณ์ของแนวสตรีทอยู่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : apartmenttherapy.com หมอนอิงสีส้มกับเก้าอี้สีฟ้า ทำให้โทนของห้องดูไม่เก่ามากนัก คุณแค่เลือกใช้โทนสีให้พอเหมาะ เท่านี้การแต่งห้องแบบสตรีทก็จะลงตัวมากขึ้น 6.สวย เท่ ประหยัดด้วยสังกะสี สังกะสีที่เรารู้จักกันดี มีราคาไม่แพง ไม่ว่าสังกะสีเก่าหรือใหม่ก็ช่วยสร้างบรรยากาศได้แตกต่างกัน ราคาประหยัดแบบนี้แต่นำมาแต่งห้องแนวสตรีท รับรองว่าแค่แต่งมุมเดียวก็อยู่ ขอบคุณภาพจาก pinterest : uniquehomestays แต่งด้วยสังกะสีกับเฟอร์นิเจอร์เก่า จะช่วยสร้างเสน่ห์แบบคลาสสิคให้กับห้องได้อย่างดีเยี่ยม   ขอบคุณภาพจาก pinterest : countryliving.co.uk ถ้ายังรู้สึกว่าห้องของคุณยังให้ลุคสตรีทไม่พอ สามารถเผยความดิบให้มากขึ้นด้วยสังกะสี นำมาตกแต่งตามมุมต่างๆ เพียงเท่านี้ก็คงไม่มีสไตล์ไหนจะดิบเท่านี้แล้วล่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ กับไอเดียการแต่งห้องแนวสตรีท ที่ Reviewyourliving นำมาฝากกัน น่าจะถูกใจวัยรุ่นอย่างคุณที่ชอบไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน จริงๆ แล้วการแต่งห้องแนวสตรีท ไม่มีอะไรตายตัว คุณสามารถดัดแปลงตามความชอบ หรือความต้องการ แค่นี้ห้องของคุณก็มีจุดเด่นตามสไตล์ที่คุณชอบแล้วล่ะค่ะ
ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ

ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ

ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ นอกจากการพิถีพิถันเรื่องการซื้อบ้าน ซื้อคอนโดแล้ว พวกเราชาวหนุ่มสาวออฟฟิศ ก็ยังพิถีพิถันเรื่องการแต่งบ้าน และแน่นอนว่าคงไม่อาจเลี่ยงการเอางานจากที่ออฟฟิศมาทำที่บ้านต่อ วันนี้ทีมงาน Reviewyourliving.com จึงมีไอเดียในการจัดโต๊ะทำงานที่บ้านมาให้ดูเป็นแนวทางกัน   1.บอร์ดผนังของฉัน เริ่มต้นที่ไอเดียนี้ แม้โต๊ะจะมีพื้นที่น้อย แต่กำแพงที่ว่างเปล่าก็สามารถเล่นลูกเล่นได้อิสระ เพียงนำบอร์ดมาติดผนังไว้ จากนั้นอยากตกแต่งหรือจัดเรียงเป็นแบบไหน ก็เลือกได้ตามใจแบบที่คุณชอบได้เลย แต่ถ้าจะให้สะดวก สิ่งของที่คุณ หยิบใช้บ่อยๆ ให้วางไว้ด้านล่าง ส่วนของที่นานๆ ใช้ก็เอาไว้สูงหน่อย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 2.กระดานดำติดผนัง สำหรับคนที่ชอบจดบันทึก จะมาจดในโพสต์อิตก็ดูจะธรรมดาเกินไป ดังนั้นมาแปลงโฉมกำแพงของคุณให้กลายเป็นกระดานดำ ที่ไว้จดงานต่างๆ อยากเปลี่ยนสี อยากเขียนตัวอักษรเล็กใหญ่ขนาดไหนก็ตามใจคุณได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 3.โต๊ะง่ายๆ จากตู้เก่าๆ ไอเดียนี้แค่มองก็บอกเลยว่า "เรียบง่าย" ไม่ได้มีการตกแต่งอะไรมาก เพียงแค่คุณหาตู้เหล็กเก่าๆ ที่มีความสูงไล่เลี่ย ตามสัดส่วนการนั่งของคุณมาประยุกต์เป็นขาโต๊ะ จากนั้นนำแผ่นไม้ที่มีขนาดพอเหมาะมาวาง เท่านี้โต๊ะทำงานแสนเรียบง่าย ของคุณก็เกิดขึ้นแล้ว นอกจากจะเรียบง่ายแล้วการโยกย้ายก็ยังสะดวกด้วยอีกนะ ถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่ประหยัดงบ ในกระเป๋าคุณมากเลยเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : meadowlakeroad  4.คุมโทนให้หวาน สำหรับสาวๆ ที่เบื่อโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศสีเรียบๆ คราวนี้ได้มีโต๊ะทำงานที่บ้านเป็นของตัวเองก็อยากจะหวานแหววบ้างใช่ไหมล่ะ ซึ่งการทำให้มุมโต๊ะนี้ดูสวยงาม คุณจะต้องคุมโทนของโต๊ะด้วยของตกแต่งและอุปกรณ์ของใช้ เช่น บอร์ด ภาพวาด ชั้นวางของ เท่านี้โต๊ะทำงานสีหวานก็เป็นของคุณแล้ว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : littlebigbell 5.โต๊ะทำงานสองเรา กับสิ่งของมากมาย ส่วนไอเดียโต๊ะนี้ สำหรับคนมีคู่ต้องร้อง "ว้าว" เพราะสามารถจัดทุกอย่างได้ลงตัว จุดเด่นอยู่ที่โต๊ะทำงานสีขาวที่หันหน้าชนกัน และใช้ประโยชน์จากด้านข้างมาเป็นที่เก็บกระดาษและเอกสาร ซึ่งหากทั้งคู่มีโปสเตอร์งาน หรือเอกสารงานต่างๆ ก็สามารถนำมาเก็บที่โซนนี้ได้ และใช้ตรงกลางทำเป็นบอร์ดได้อีก เรียกว่าแบ่งโซนการทำงานของคน 2 คนได้อย่างดี   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : petitevanou.tumblr.com 6.โต๊ะทำงานในบางวัน สำหรับไอเดียนี้ เหมาะกับคนที่บอกตัวเองว่า นานๆ ทีค่อยเอางานมาทำละกัน และบางวันก็อยากทำงานประดิษฐ์เล็กๆ น้อยๆ เพื่อผ่อนคลาย ซึ่งโต๊ะนี้ก็ตอบสนองได้อย่างดี เพียงแค่คุณดึงสลักออกแล้วดึงบานไม้มาตั้งดังภาพ เท่าก็ได้โต๊ะทำงานแล้ว หากไม่ใช้ก็ค่อยดึงขึ้นเพื่อเก็บ แบบนี้ช่วยประหยัดเนื้อที่และทำความสะอาดบริเวณนี้ได้สบายเลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : zulily 7.ให้แสงช่วยเสริมจินตนาการ  หากมุมโต๊ะทำงานมีแสงสว่างที่เพียงพอก็จะช่วยทำให้คุณรู้สึกมีจินตานาการ อยากไปนั่งทำงาน ขีดๆ เขียนๆ หรือนั่งอ่านหนังสือเล่น หากคุณไม่ได้ใช้โต๊ะนี้ทำงาน ก็เพียงเปิดไฟเอาไว้ ที่ช่วยห้องให้ดูมีมิติในเวลากลางคืน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decopeques 8.โต๊ะไม้ขาวกับพื้นที่สีเขียว โต๊ะทำงานนี้ไม่ได้ถูกสร้างให้มีพื้นที่เก็บของเยอะมากนัก แต่ไอเดียที่เห็นคือ เน้นเพียงวัสดุไม้ สีขาว และสีเขียว ซึ่งทำให้ดูสบายตา และสามารถจดจ่อไปกับงานที่เคร่งเครียดบนโต๊ะได้อย่างดี เช่น หากคุณเป็นนักเขียน ก็จดจ่อกับงานเขียน แต่เมื่อไรที่รู้สึกล้าตาก็สามารถมองมาที่กระถางต้นไม้สีเขียวนี้ได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : el124.com 9.โต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่จัดให้อิสระได้ สำหรับผู้ที่มีห้องทำงานเป็นสีเหลี่ยมจัตุรัส แต่ต้องการใช้พื้นที่สำหรับ 2 คน การนำโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสมาวางตรงกลางห้องแบบนี้ ก็ทำให้คุณสามารถเดินได้รอบโต๊ะ ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างมากขึ้น เช่น หากในวันที่ต้องตรวจงานพรินท์แผ่นใหญ่ๆ ก็จะมีพื้นที่ในการทำงานมากขึ้น ช่วยให้การทำงานของคุณคล่องตัวมากขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : anamedeiros  10.โต๊ะสำหรับนักเดินทาง บอกเลยว่าโต๊ะนี้เหมาะกับคนที่พักเรื่องงานไว้ที่ออฟฟิศ และเน้นเรื่องเที่ยวเท่านั้น ด้วยความที่โต๊ะนี้เน้นความอิสระมาก ไม่ได้มีฝาปิดในการเก็บของ เพียงคุณนำตะกร้าหวายมาวางไว้ก็สามารถเป็นที่เก็บของได้แล้ว และการที่มองเห็นง่าย คุณสามารถหยิบจับไปใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งหมวก แว่นตา นึกอยากไปเที่ยวก็หยิบของแล้วออกไปเจอโลกกว้างได้ทันที   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : fashionindahat.com   ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ และนี่ก็คือทั้งหมดของไอเดียโต๊ะทำงานที่เรานำมาฝากให้คุณได้เลือกไปแต่งโต๊ะทำงานได้ตามใจ ที่สำคัญของโต๊ะทำงานนี้คือ เน้นความเป็นอิสระ แต่มีความเป็นระเบียบ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเอาไว้ทำงานที่บ้าน หรือทำงานอดิเรกก็สามารถใช้โต๊ะทำงานนี้ได้อย่างคุ้มค่าเลย
ไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ

ไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ

ไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ พื้นที่สีเขียวในเมืองหาได้ยากในทุกวันนี้ จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถเปลี่ยนห้องให้คุณรู้สึกถึงธรรมชาติรอบๆ ตัวที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม วันนี้ Reviewyourliving ก็มีไอเดียแต่งห้องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ใกล้ชิดธรรมชาติ แบบที่คุณสามารถยกธรรมชาติมาไว้ในห้องของคุณได้เลย คุณจะได้กลิ่นอายของธรรมชาติ รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย แบบไม่ต้องออกไปเที่ยวที่ไหนเลยล่ะค่ะ 1.แซมด้วยสีเขียว สีเขียว จะช่วยให้ห้องของคุณดูร่มรื่นขึ้น รู้สึกสบาย และสดชื่น รับรองว่าคุณจะได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : idlehandsawake แต่งแต้มความสดชื่นด้วยสีเขียวตามมุมต่างๆ ในห้องของคุณ แค่ต้นไม้หนึ่งต้นก็ได้กลิ่นอายถึงธรรมชาติแล้วค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decorenvy ไม้ประดับที่จะนำมาวางในห้อง ไม่ควรวางไว้เยอะจนเกินไป เพราะต้นไม้จะคายออกซิเจนออกมาในตอนกลางคืน แค่เลือกแค่มุมใดมุมหนึ่งเพื่อเพิ่มความเขียวขจีให้กับห้อง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : bloglovin หากคุณไม่อยากนำต้นไม้มาวางไว้ในห้อง ให้หาใบไม้สดหรือแห้งมาแต่งตามผนัง ขอบคุณภาพจาก pinterest : hm หลักการแต่งห้องให้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง แนะนำให้มีคู่สีเขียวและสีน้ำตาล เพราะสองสีนี้เป็นคู่สีธรรมชาติที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมภายในห้องของคุณให้ผ่อนคลาย 2.วอลล์เปเปอร์เพิ่มความรู้สึก คุณสามารถยกทะเล ภูเขา น้ำตก หรือวิวธรรมชาติ ที่คุณชอบมาไว้ในห้องได้ ด้วยการติดวอลล์เปเปอร์เสมือนจริง เมื่อติดแล้วคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย อยู่ในห้องได้ทั้งวัน ไม่ต้องออกไปไหน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : goodhousekeeping.com ตกแต่งผนังด้วยวอลล์เปเปอร์ธรรมชาติผืนใหญ่ที่เสมือนจริง ทำให้บรรยากาศของห้องทั้งหมดมีเสน่ห์มากขึ้น เหมือนว่าคุณได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : catkokareva อีกไอเดียที่น่าลองคือการใช้วอลล์เปเปอร์เสมือนจริงกับการทาพื้นเรียบๆ เพื่อให้รู้สึกถึงความโมเดิร์น ไม่ลายตามากจนเกินไป แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : photowall.nl เปลี่ยนผนังเรียบๆ ให้แปลกตาขึ้น ด้วยลวดลายโทนสีธรรมชาติ เช่น สีเขียว สีน้ำตาล สีเขียวอมเหลือง สีเหลืองอ่อน ซึ่งจะเปลี่ยนบรรยากาศของห้องให้ดูสวยอบอุ่นและผ่อนคลาย 3.ดอกไม้ การแต่งห้องด้วยดอกไม้ส่งผลต่ออารมณ์ของห้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะดอกไม้มีสีสันหลากหลาย คุณสามารถเลือกดอกไม้หรือโทนสีตามที่ชอบได้เลยค่ะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : plumprettysugar.blogspot.de หากคุณเป็นคนรักธรรมชาติและความสวยงามของดอกไม้ แค่ประดับมุมต่างๆ ของห้องด้วยดอกไม้ อย่างเช่น การแขวนดอกไม้ห้อยลงมาบริเวณโต๊ะรับประทานอาหาร ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้มากมาย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : moni0608 ประดับห้องด้วยดอกไม้ใส่แจกัน หากคุณซื้อดอกไม้มาให้ตัดก้านในมุม 45 องศา ทำความสะอาดแจกัน และใส่น้ำอุ่น จะช่วยทำให้ดอกไม้อยู่กับเราได้นานขึ้นค่ะ ที่สำคัญอย่าลืมเปลี่ยนน้ำในแจกันทุกวันนะคะ 4.สวนข้างหน้าต่าง เติมเต็มธรรมชาติให้กับห้องของคุณ ด้วยการจัดสวนเล็กๆ ข้างหน้าต่าง นอกจากจะรู้สึกเหมือนนำธรรมชาติมาไว้ในห้องแล้ว ยังทำให้บรรยากาศของมุมนี้ดูสนุก มีชีวิตชีวา และเกิดการเคลื่อนไหวระหว่างคุณกับธรรมชาติอย่างแท้จริง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : thenectarcollective.com หากห้องของคุณมีขนาดเล็ก แค่ขอบหน้าต่างก็สามารถวางต้นไม้เล็กๆ น่ารักเหล่านี้ได้แล้ว แนะนำต้นกระบองเพชรที่เลี้ยงดูได้ง่าย มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก รับรองว่าจะดึงดูดคุณให้มาอยู่ที่มุมหน้าต่างนี้บ่อยๆ แน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : nicvalentinedon ไอเดียนี้เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ใช้สอยจำกัด ไม่มีสวนข้างบ้าน เพียงแค่นำต้นไม้มาวางไว้ในมุมหน้าต่าง คุณก็สามารถมีสวนขนาดย่อมได้ ทำให้ห้องดูอบอุ่นและใกล้ชิดกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว 5.วัสดุธรรมชาติ การใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้จริง ไม้ไผ่ หิน หรือหวาย ลวดลายที่ปรากฏบนวัสดุเหล่านั้น ยิ่งสร้างความเป็นธรรมชาติเพิ่มเข้าไปอีก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : nikiatmsh ถ้าอยากได้บรรยากาศที่ชวนพักผ่อน ลองแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ ก็ทำให้ห้องธรรมดากลายเป็นห้องที่มีเสน่ห์งดงามตามแบบฉบับของธรรมชาติได้   ขอบคุณภาพจาก pinterest : motanuhomedecorideas.top เคาน์เตอร์ครัวที่ตกแต่งด้วยหินและไม้ ดูกลมกลืนกับภาพรวมของห้องทั้งหมดได้อย่างลงตัว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : fundesign.tv ผนังห้องโล่งๆ ที่นำหินก้อนใหญ่ๆ มาตกแต่ง ดูผ่านๆ อาจจะไม่สะดุดตามากนัก แต่ถ้ามองลงไปในลวดลายของหินเหล่านี้แล้ว จะรู้สึกได้ถึงมิติที่มีความพิเศษ เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร   ขอบคุณภาพจาก pinterest : homedesigning การใช้ไม้จริง มาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ดูเรียบง่าย มีสไตล์ และอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ 6.แสงสว่าง แสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างหรือระเบียง ก็เกินพอที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงธรรมชาติ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : vintageluxurytravel.tumblr.com มุมพักผ่อนเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยไม้ใบเขียว พร้อมแสงส่องจากธรรมชาติ สร้างความอบอุ่น สดชื่นเย็นใจให้มุมนั่งชิลล์นี้ได้เป็นอย่างดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : uncommonplant.com การแต่งบ้านจากวัสดุธรรมชาติ หรือนำต้นไม้มาวางไว้มาเกินไป อาจจะทำให้ห้องดูอึดอัด เพียงแค่ปล่อยให้แสงส่องสว่างเข้ามา ห้องก็จะดูมีมิติขึ้น ไม่แคบจนเกินไป เชื่อว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ตั้งตารอวันหยุด เพื่อจะออกไปพักผ่อน หาพื้นที่สีเขียว และใกล้ชิดธรรมชาติ อาจจะเริ่มจากมองไปรอบๆ ตัว แล้วหาวัสดุจากธรรมชาติมาตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ผสมกับไอเดียที่ Reviewyourliving นำมาฝาก คุณก็จะสามารถชาร์จแบต เติมความสดชื่นได้ทุกวัน แบบไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุด
ไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน ที่แขกต้องร้องว้าว!

ไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน ที่แขกต้องร้องว้าว!

ไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน ด้วยสไตล์หนุ่มสาวสมัยนี้ชอบปาร์ตี้กันอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่มีบ้านเป็นของตัวเอง ก็คิดว่าบ้านฉันก็มีพื้นที่ ทำไมไม่มาปาร์ตี้ที่บ้านฉันล่ะ ซึ่งวันนี้ reviewyourliving มีไอเดียการจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวนที่จะช่วยคุณเนรมิตสวน หรือพื้นที่ว่างๆ ให้กลายเป็นปาร์ตี้โซนได้ พร้อมแล้วไปเนรมิตสวนแล้วชวนเพื่อนๆ มาชิลล์ มาดื่มกันให้สนุกไปเลย     1.โต๊ะยาวเสริมความสนุกด้วยผ้าปูโต๊ะและพร็อบสีเดียวกัน สำหรับไอเดียนี้เพียงคุณนำโต๊ะเล็กๆ อย่างเช่นโต๊ะญี่ปุ่นมาเรียงต่อกัน จากนั้นให้นำ "ผ้าปูโต๊ะแบบยาว" มาปูโต๊ะ เท่านี้คุณก็ได้โต๊ะปาร์ตี้แบบยาวๆ แล้ว ที่สำคัญควรหาพร็อบ อย่างเบาะ ผ้าปูรองนั่ง จานชาม ให้เป็นสีเดียวกันเพื่อคุมโทน ให้ปาร์ตี้นี้ดูพิเศษขึ้น และที่สำคัญหากแขกมาในชุดสีเดียวกัน รับรองปาร์ตี้นี้จะยิ่งทวีความสวยงามขึ้นมาอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 2.โต๊ะยาวด้วยไม้พาเลท สำหรับเจ้าของบ้านที่คิดจะลงทุนเยอะๆ ขอให้ลองใช้ไอเดียนี้ก่อน ซึ่งเป็นไอเดียที่มาจากวัสดุที่หาได้ง่าย นั่นก็คือ ไม้พาเลทนั่นเอง เจ้าไม้พาเลทนี้คุณสามารถนำมาต่อเป็นโต๊ะได้โดยให้มีความสูงประมาณ 3 ชั้นต่อกัน จากนั้นก็ต่อเป็นแนวยาวแล้วปูด้วยผ้าปูโต๊ะแนวยาวอีกครั้งหนึ่ง เท่านี้คุณก็ได้โต๊ะเก๋ๆ สำหรับจัดปาร์ตี้ในราคาประหยัดแล้ว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : stylemepretty 3.โซฟากองฟาง เรียกว่าเหมาะกับบ้านที่อยู่ใกล้กับที่ขายกองฟาง แม้จะดูหายากสักหน่อย แต่ขอบอกว่าไอเดียนี้เก๋มากๆ เชียวล่ะ เพียงคุณนำกองฟางมาเรียงต่อกันตามต้องการ อาจจะเป็นแนวโค้ง แนวตรงเป็นสี่เหลี่ยม หรือแนวไหนก็จัดได้ตามใจคุณ จากนั้นก็นำผ้าลายวินเทจมาวางคลุมไว้อีกชั้นหนึ่ง จะรื้อเพื่อทำใหม่หรือเปลี่ยนดีไซน์ก็ง่ายดาย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 4.จอโปรเจคเตอร์ง่ายๆ สำหรับการจัดปาร์ตี้ในสวนลักษณะนี้ ขอบอกเลยว่าเหมาะกับการนัดรวมเพื่อนเก่า แล้วมานั่งคุยกันพร้อมทั้งดูรูปภาพในอดีต สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการทำเสาตั้งขึ้น จากนั้นนำผ้าสีขาวมาขึงเพื่อเป็นจอ สุดท้ายแล้วคุณก็หาโปรเจคเตอร์มาฉาย สิ่งที่คุณต้องการนำเสนอ เช่น วิดีโอภาพเก่าๆ เพื่อย้อนวันวาน หรือภาพที่บ่งบอกถึงธีมงานปาร์ตี้ของคุณ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : parentsmagazine 5.ของตกแต่งหลากสีสันในสไตล์เดียวกัน เหมาะกับปาร์ตี้ที่เน้นสีสันสดใส ซึ่งคุณจะต้องมีเวลาว่างมากพอที่จะประดับประดางานให้สวยงาม และความยากก็คือการตกแต่ง และจัดเก็บหลังจากปาร์ตี้เลิก แต่เชื่อได้ว่าแขกที่มาปาร์ตี้ต้องประทับใจและถ่ายรูปเซลฟี่กันจนแบตหมดแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : karaspartyideas 6.วางเครื่องดื่มบนกิ่งไม้ หากคุณเน้นปาร์ตี้ที่เดินคุยกัน ไม่ได้มีที่นั่ง การสร้างโต๊ะวางเครื่องดื่มโดยแขวนไว้กับกิ่งไม้ก็ทำให้สะดวกในการหยิบจับแก้ว อีกทั้งกิ่งไม้นี้คุณสามารถนำโคมไฟมาแขวนประดับได้อีกด้วย ยิ่งทำให้ปาร์ตี้นี้ที่มีโต๊ะต้นไม้ของคุณดูโดดเด่น เก๋ไม่ซ้ำใครเลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : brides 7.เก้าอี้ฟางสำหรับคู่รัก ในปาร์ตี้ที่คุณอยากสร้างมุมพิเศษๆ เผื่อให้คู่รัก หรือคู่เพื่อนบางคู่ ได้แยกวงออกมาแล้วนั่งคุยแบบใกล้ชิดกัน การจัดให้มีเก้าอี้ฟางกระจายตามมุมต่างๆ ก็ช่วยทำให้ปาร์ตี้นี้ดูเก๋เพิ่มมากขึ้น รวมถึงเป็นพร็อบถ่ายรูปสำหรับแขกในงานได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : 1001gardens 8.โต๊ะเรืองแสง ไอเดียนี้เรียกว่าแหวกกระแสมากๆ เชื่อได้ว่าเมื่อแขกของคุณมาที่โต๊ะเรืองแสงนี้ครั้งแรกจะต้องตื่นเต้นเลยทีเดียว เพียงคุณนำหลอดเรืองแสงมาขดให้เข้ารูปกับภาชนะต่างๆ บนโต๊ะอาหาร เลือกสีสันได้ตามใจชอบ แม้ปาร์ตี้ดึกแค่ไหนก็ไม่กลัวว่าจะมืด เพราะมีแสงสวยๆ ที่ทำให้ปาร์ตี้ดูสนุกและพิเศษมากขึ้น   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : onelittleproject.com 9.ดูหนังกลางแปลงแบบที่นั่งชั้นสวีท การจัดแบ่งที่นั่งออกเป็นคู่ๆ พร้อมทั้งวางที่นอนและหมอนให้แต่ละคนได้เลือกใช้งาน ทุกคนจะหันหน้าไปชมจอผ้าใบสีขาวในทิศทางเดียวกัน ไอเดียนี้เหมาะกับการที่เราอยากจะฉายคลิปที่ต้องดูนานเป็นชั่วโมง  ดังนั้นคุณก็จัดพื้นที่ให้เพื่อนๆ ของคุณนอนดูได้ง่ายๆ กระจายในพื้นที่ของสวนได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : marionstclaire.com     ไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวน และทั้งหมดนี้คือไอเดียจัดปาร์ตี้เล็กๆ ในสวนซึ่งคุณสามารถนำไอเดียไปประยุกต์ใช้งานได้เองที่บ้าน โดยเลือกให้เหมาะกับแขกและธีมงาน ซึ่งการตกแต่งสำหรับปาร์ตี้นี้จะทำให้บ้านของคุณเป็นที่ชื่นชอบ ของแกงค์เพื่อนๆ อย่างแน่นอน          
ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น การแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ที่คงความเรียบง่าย แต่ดูยังไงก็ไม่เบื่อ ใครที่กำลังอยากได้ไอเดียไปจัดห้องใหม่ ลองมาดูไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นกันได้เลยค่ะ หลักการง่ายๆ ไม่มีอะไรยาก แค่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้กับโทนสีขาวหรือสีเอิร์ธโทน ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา เน้นความเรียบง่าย ความเป็นธรรมชาติ และความรู้สึกอบอุ่น หรือจะหาต้นไม้สีเขียวๆ มาวางประดับ เท่านี้ก็ได้ห้องตามแบบฉบับสไตล์ญี่ปุ่นแล้วค่ะ     1.ประตูบานเลื่อนกระดาษ ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ที่ยังไงยังไงก็ดูญี่ปุ่น ก็คือการใช้ประตูบานเลื่อนกระดาษ หรือจะเลือกใช้เป็นหน้าต่างบางบานก็ได้ ข้อดีก็คือ เราจะได้แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากช่องกระดาษเหล่านี้ด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anutammiste ประตูบานเลื่อนตามสไตล์ญี่ปุ่นที่แท้จริง ส่วนมากจะใช้เป็นขอบวัสดุสีไม้ แต่สามารถประยุกต์ประตูบานเลื่อนกระดาษ ให้ดูทันสมัยขึ้นด้วยการเปลี่ยนสีขอบช่องหน้าต่างให้เป็นสีดำหรือขาวได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : yankeebarnhomes.stfi.re ในสมัยก่อนประตูบานเลื่อนอาจจะใช้เป็นกระดาษสา ซึ่งขาดได้ง่าย แต่สมัยนี้สามารถเปลี่ยนให้เป็นพลาสติกหรือกระจกติดฟิล์มสีขาวขุ่น หรืออาจจะใช้เป็นกระจกแล้วใส่ม่านสีขาวเข้าไป ก็สามารถสร้างอารมณ์ญี่ปุ่นๆได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : slidingdoorco หากการเปลี่ยนประตูดูยากเกินไป แต่ว่ายังอยากแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ก็สามารถประยุกต์รูปแบบของประตูบานเลื่อนกระดาษมาใช้กับเฟอร์นิเจอร์หรือการตกแต่งอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น ประตูตู้เสื้อผ้า หรือฉากกั้น Walk in Closet 2. เฟอร์นิเจอร์ไม้แบบเรียบง่าย หลักการพื้นฐานของการแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นก็คือ การใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก ตกแต่งผสมผสานกับโทนสีขาว หรือสีเอิร์ธโทน ถ้าแต่งห้องตามหลักการนี้ ยังไงสไตล์ห้องของคุณก็ต้องเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sightunseen เฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบง่ายแบบมินิมอล จะจัดวางตรงไหนก็ยังคงรู้สึกอบอุ่นและไม่น่าเบื่อ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decomyplace.com ถึงแม้จะมีของเยอะ หรือมีของตกแต่งแนวอื่นๆ เพียงแค่คุมโทนของห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ยังไงก็ให้ฟีลห้องสไตล์ญี่ปุ่น 3.ช่องแสงธรรมชาติ การที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้ห้องและสิ่งของต่างๆ มีแสงเงาและมิติ พร้อมให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบไม่ต้องแต่งอะไรให้มาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decorfacil ในห้องๆ หนึ่งควรหาช่องทางให้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามาในห้องได้อย่างเต็มที่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sfgirlbybay หากห้องของคุณมีขนาดปานกลาง ไม่ใหญ่มาก การที่มีช่องแสงธรรมชาตินั้นจะช่วยให้ห้องดูโปร่งและดูอบอุ่นตลอดเวลา 4.ไอเทมยอดฮิต : เสื่อ เบาะ หมอนอิง โต๊ะเล็ก อีกไอเดียของการแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น นั่นก็คือ การใช้ เสื่อ เบาะ หมอนอิง โต๊ะเล็กมาจัดวางเป็นองค์ประกอบหนึ่งของห้อง แค่นี้ก็ได้กลิ่นอายห้องสไตล์ญี่ปุ่นแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : dwellmedia จัดสรรพื้นที่ให้เป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจที่แสนจะเรียบง่ายด้วยเสื่อและเบาะรองนั่ง ให้ความเป็นธรรมชาติสไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : allabout.co.jp มุมรับประทานอาหารก็สามารถเป็นอีกมุมที่เลือกใช้เบาะกับโต๊ะเล็กได้ และอาจจะตกแต่งด้วยของน่ารักๆ อย่างโคมไฟแบบญี่ปุ่น กระถางต้นไม้ หรือกรอบรูปที่เข้ากันได้ดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : hicbc.com พื้นที่ที่นำเบาะกับโต๊ะเล็กมาจัดวางไว้ โดยไม่จำเป็นต้องปูเสื่อแต่สามารถเลือกใช้พรมสีอ่อนๆ ที่เข้ากับห้องนั้นๆ ได้ ทำให้ห้องดูกว้างแถมยังใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ที่จะสามารถนั่ง นอน ได้อย่างสะดวก 5.ธรรมชาติและเอิร์ธโทน ถ้าใครได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แล้วลองสังเกตบ้านเรือนของชาวญี่ปุ่นจะต้องมีวัสดุต่างๆ ที่เกี่ยวกับธรรมชาติมตกแต่งเสมอ เช่น ไม้ ไม้ไผ่ หรือต้นไม้สีเขียว และโทนสีหลักๆ จะเน้นไปที่เอิร์ธโทน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : muji.net การตกแต่งแบบธรรมชาติแบบสีเขียวนั้น ไม่ได้หมายความว่าให้ปลูกต้นไม้ในห้องนะ แค่เป็นการนำต้นไม้ใบไม้ใส่กระถางแบบมินิมอลมาวางประดับไว้เล็กๆ น้อยๆ พอให้สัมผัสถึงธรรมชาติได้บ้าง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anikolevai แม้ว่าระเบียงห้องของคุณจะมีพื้นที่น้อย อาจจะไม่สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ ได้ แต่ก็สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ด้วยวิธีอื่นๆ อย่างเช่น การผูกเชือกกับกระถางต้นไม้ หรือทำเป็นชั้นวางต้นไม้จิ๋วแบบลอยอยู่กับระเบียง ที่สำคัญอย่าลืมเช็คว่าต้นไม้ต้นนั้น ต้องการแดดแค่ไหนนะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : littlepieceofme.com สีเอิร์ธโทนตามสไตล์ญี่ปุ่น หลักๆ จะเป็นสีโทนน้ำตาล เขียวหรือสีที่เข้ากับสีขาวหรือดำ เช่น สีเบจ สีของไม้ โทนสีนี้เหล่านี้จะช่วยให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ผ่อนคลาย และอบอุ่น หรืออาจจะตกแต่งผสมกับการเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติโดยตรงก็เป็นได้   ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงเป็นที่นิยมเพราะการจัดวางสิ่งของและวัสดุที่เน้นความเรียบง่าย เข้ากับธรรมชาติเป็นสไตล์ที่ไม่มีอะไรมาก แม้ว่าพื้นที่อาจจะมีไม่เยอะแต่เมื่อแต่งห้องรูปแบบแบบนี้แล้ว ทำให้ดูอบอุ่น น่าอยู่ไปอีกเท่าตัว