Categories: Uncategorized

5 Co-Working Space ทั่วกรุงฯ ทำงานยังไงก็ไม่เบื่อ!!

เดี๋ยวนี้เทรนด์การทำงานแบบอิสระกำลังมาแรง คนรุ่นใหม่ส่วนมากเลือกที่จะออกมาเป็นเจ้าของกิจการ ทำธุรกิจส่วนตัว หรือแม้แต่รับงานอิสระ เป็นฟรีแลนซ์ สิ่งที่ตามมาคือ เทรนด์ของการเปลี่ยนสถานที่ทำงานใหม่ๆ เพราะการนั่งทำงานในออฟฟิศ หรือแม้แต่การทำงานอยู่ที่บ้านก็กลายเป็นเรื่องจำเจไปโดยปริยาย หลายคนเลือกนั่งทำงานตามร้านกาแฟ คาเฟ่ต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมายตั้งแต่แบรนด์ดังตามห้าง ไปจนถึงร้านเล็กๆ บรรยากาศดีที่ดึงดูดบรรดา Café Hopper ได้เป็นอย่างดี แต่บ่อยๆ ครั้ง ร้านกาแฟก็อาจจะไม่เอื้อต่อการนั่งทำงานเท่าที่ควร ดังนั้นอีกตัวเลือกอย่าง Co-Working Space จึงกลายมาเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่

ข้อดีของ Co-Working Space ที่ต่างจากร้านกาแฟทั่วไปคือ Facility ต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาให้เหมือนเป็นออฟฟิศขนาดย่อม มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น สัญญาณ wifi แรงๆ, เครื่อง Printer และ Stationary สำนักงานบางส่วน ซึ่งมีไว้ให้บริการสำหรับสมาชิก หรือผู้ที่เข้ามาใช้บริการโดยเฉพาะ (โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบางส่วน) ในขณะที่บรรยากาศของ Co-Working Space ส่วนใหญ่จะมีคอนเซปต์ที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป ที่อาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน

ด้วยความที่การทำงานใน Co-Working Space ทำให้เรามีโอกาสได้พบเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา หลากหลายอาชีพ นอกจากการได้เปลี่ยนบรรยากาศ และสถานที่นั่งทำงานไปเรื่อยๆ แบบไม่ต้องนั่งโต๊ะประจำเหมือนในออฟฟิศแล้ว บางครั้งการได้ทักทายพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ก็อาจทำให้เกิดไอเดียใหม่ๆ หรืออาจจะกลายเป็น Connection ดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจในอนาคตก็ได้ หลายคนจึงเลือกที่จะนั่งทำงานใน Co-Working Space มากกว่าในร้านกาแฟ….. เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า Co-Working Space ผุดขึ้นมากมายทั่วกรุงเทพ มีที่ไหนน่าไปนั่งทำงานกันบ้าง เราลองยกตัวอย่างจากที่เคยได้ไปนั่งทำงานมาบ้างแล้ว ใครใกล้โซนไหน สะดวกตรงไหนก็แวะไปกันได้เลย


Ease Café

จริงๆ ในซอยอารีย์มีคาเฟ่ให้เลือกเยอะเลยค่ะ แต่ Ease Café เป็น Co-Working Space หนึ่งที่มีบรรยากาศเหมาะกับการนั่งทำงานมากๆ ทั้งบรรยากาศที่เรียบง่าย เงียบสงบมากพอเหมาะกับการทำงาน แถมยังมีพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ที่ด้านข้างร้าน สามารถมานั่งทำงานข้างนอกได้สำหรับใครที่เบื่อนั่งในห้องแอร์แล้ว พื้นที่ชั้นล่างเป็นโซน café มีบริการกาแฟรสละมุน เครื่องดื่มอื่นๆ มากมายในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป รวมถึงอาหารคาวก็มีให้เลือกหลากหลายพอสมควร ส่วนบริเวณชั้นบนเป็นพื้นที่ของ Co-Working Space สำหรับใครที่อยากนั่งทำงานแบบจริงจัง มีห้องประชุมเล็กๆ ด้วยเผื่อใครต้องการนัดคุยงานกับทีมแบบส่วนตัว ในขณะเดียวกันก็ยังได้บรรยากาศสบายๆ คล้ายกับได้ไปนั่งทำงานบ้านเพื่อนเลยค่ะ

ที่ตั้ง : ซอยอารีย์ (ห่างจาก BTS อารีย์ 300 เมตร)
เวลา เปิด-ปิด : 10:00 – 22:00 น.
ค่าบริการ : เริ่มต้น 120 บาท/2 ชั่วโมง, 250 บาท/วัน
เบอร์ติดต่อ : 092 828 5424

Nap Lab

Nap Lab เป็นหนึ่งใน Co-Working Space ที่เรียกตัวเองว่า Co-Napping Workspace เพราะมีบรรยากาศน่านอนมากกว่านั่งทำงานค่ะ (ใครๆ ก็บอกแบบนี้) ที่นี่เปิดให้บริการกันแบบ 24 ชั่วโมง นั่งทำงานกันไปเรื่อยๆ ถ้าง่วงก็งีบหลับได้เลยค่ะ ชั้นล่างมีชื่อเรียกว่า Chill Lab เน้นนั่งเล่นนั่งทำงานกันชิลๆ จะเอนหลังก็ได้เหมือนกันค่ะ ส่วนพื้นที่ชั้นบนเป็น Active Lab บรรยากาศจะค่อนข้างเป็นทางการกว่า ใครที่ต้องการนั่งทำงานแบบจริงจังหน่อยโซนนี้จะเหมาะมาก

เรื่อง Facilities ต่างๆ ของ Nap Lab เรียกว่าเอาใจวัยรุ่นกันสุดๆ เพราะมีทั้ง Escape Area พร้อมโต๊ะเกมให้เปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายระหว่างทำงาน มีคาเฟ่ขายอาหารและเครื่องดื่ม หรือถ้าช่วงไหนงานหนักต้องอยู่ยาวแบบข้ามคืน ทีนี่ก็มีห้องอาบน้ำไว้ให้บริการด้วย!!! (แต่เครื่องใช้ต่างๆ ต้องเตรียมมาเองนะจ๊ะ) Nap Lab ตั้งอยู่ใกล้ๆ จุฬาฯ เดินทางสะดวกทีเดียวค่ะ แต่ช่วงสอบน้องๆ นักศึกษาอาจจะมานั่งอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบกันมากหน่อย

ที่ตั้ง : ชั้นที่ 24 อาคารจามจุรีสแควร์
เวลา เปิด-ปิด : 24 ชั่วโมง
ค่าบริการ : เริ่มต้น 150 บาท/ชั่วโมง
เบอร์ติดต่อ : 02 026 0635

JustCo

JustCo เป็น Co-Working Space แบรนด์จากสิงคโปร์ ซึ่งสาขาที่เราเลือกอยู่ที่ ตึก Capital All Season Place ที่อยู่ใจกลางย่านธุรกิจ ด้วยความที่ JustCo ให้ความสำคัญกับการสร้าง community ของคนทำงาน โดยสมาชิกจะได้พบประสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น จิบกาแฟกันได้ตั้งแต่บริเวณ Common Area ด้านหน้าเลย สำหรับใครที่ต้องการเติมคาเฟอีนซักหน่อย Coffeeology Bangkok ก็พร้อมเสิร์ฟกาแฟดีๆ ในราคาพิเศษสำหรับสมาชิกด้วยนะคะ ถัดเข้าไปอีกหน่อยทาง JustCo แบ่งพื้นที่ทำงานเป็นโซน Hot-Desk สำหรับการนั่งทำงานแบบไม่ประจำ เพื่อที่สมาชิกจะได้เพิ่มโอกาสในการสร้างเพื่อนใหม่ๆ หรือแลกเปลี่ยนไอเดียกับคนข้างๆ มากขึ้น

ในขณะที่โซน Office จะเป็นห้องทำงานประจำให้เช่า พร้อมห้องประชุมขนาดต่างๆ และ Facility แบบจัดเต็มเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนทำงานโดยเฉพาะ บรรยากาศภายในของที่นี่ตกแต่งด้วย Pop Art สีสันสดใส ประกอบกับ City View สวยๆ ของถนนวิทยุช่วยพักสายตา และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ชั้นที่ 10 อาคารแคปปิตอลทาวเวอร์ ออลซีซั่นส์เพลส (Capital Tower All Season Place)
เวลา เปิด-ปิด : จันทร์-ศุกร์ 8:30 – 18:00 น. (ผู้เช่าออฟฟิศสามารถเข้าได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง)
เบอร์ติดต่อ : 02 055 8606


Spaces

Spaces เป็นอีกแบรนด์จากต่างชาติ เครือเดียวกับ Regus ซึ่งให้บริการ Co-Working Space ในหลายประเทศทั่วโลก ส่วนในประเทศไทยเองก็มีหลายสาขาเช่นกัน สาขาที่เรามาเป็นสาขาใหม่ล่าสุดของ Spaces อยู่บนชั้นที่ 24 อาคารจามจุรีสแควร์ เดินทางสะดวกมากๆ เพราะมีสถานีรถไฟฟ้า MRT อยู่ใต้ตึกกันไปเลย พื้นที่ทำงานของ Spaces แบ่งไว้เป็นสัดส่วนคล้ายกับหลายๆ ที่ค่ะ แต่ที่นี่มีห้องออฟฟิศแบบเช่าประจำเยอะมากกกก ในขณะที่โซนส่วนกลางสำหรับที่นั่งไม่ประจำก็กว้างขวาง มีที่นั่งให้เลือกหลายมุมเลยค่ะ อยากจะปลีกตัวนั่งทำงานเงียบๆ ก็มี หรือจะนั่งโล่งๆ มองวิวกว้างของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ช่วยพักสายตาได้ดีเหมือนกันค่ะ

บรรยากาศของที่นี่น่านั่งทำงานมากๆ ค่ะ จนแอบอยากมีออฟฟิศประจำเล็กๆ กับเค้าบ้างเลย คาเฟ่ที่เปิดให้บริการก็คัดสรรมาแล้ว เราจะได้กินกาแฟดีๆ พร้อมขนมอร่อยๆ จากร้าน Casa Lapan’ ที่ช่วยเติมความกระปรี้กระเปร่าได้เป็นอย่างดี หรือจะพักอ่านหนังสือเพื่อหาไอเดียเพิ่มที่นี่ก็มีหนังสือเจ๋งๆ วางไว้เยอะเลยค่ะ

ที่ตั้ง : ชั้น 24 อาคารจามจุรีสแควร์
เวลา เปิด-ปิด : 8:30 – 18:00 น. (สำหรับสมาชิกทั่วไป)
เบอร์ติดต่อ : 02 007 2100

Axis & Spin Lounge (The Continent Hotel)

ที่นี่จัดว่าเป็น Hidden Place เลยก็ได้ เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะรู้ว่า บนชั้น 38-39 ของโรงแรม The Continent ใจกลางอโศก จะมี Co-Working Space ที่หรูหราระดับโรงแรม 5 ดาวเปิดให้บริการอยู่ด้วย ทางโรงแรมจัดสรรพื้นที่ของ Axis & Spin Lounge เปิดให้คนทั่วไปได้มานั่งทำงานในช่วง 8:00-17:00 น. พร้อม wifi ความเร็วสูง และวิวสวยๆ ของสี่แยกอโศก

บรรยากาศที่นี่หรูหรา แอร์เย็นฉ่ำมาก มาพร้อมบริการแบบ Full Service ให้เรานั่งทำงานกันสวยๆ ไปเลยจ้า สำหรับใครที่ซื้อแพคเกจครึ่งวัน หรือเต็มวัน ทางโรงแรมมี Complimentary เครื่องดื่มชา กาแฟ และ Snack ให้ด้วย ส่วนใครที่กำลังคิดว่าราคาค่าบริการจะเกินเอื้อม ต้องบอกเลยว่าคิดผิด!!! เพราะเริ่มต้นแค่ 150 บาท/ชั่วโมงเท่านั้น ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายแบบนี้ ระวังจะติดใจจนไม่อยากกลับนะคะ เพราะหลัง 5 โมงเย็นไปแล้ว พื้นที่นี้จะกลับไปเป็น Lounge เตรียมบริการเครื่องดื่มเย็นๆ ให้ได้ Hangout ต่อได้เลย

ที่ตั้ง : ชั้น 38-39 โรงแรม The Continent (BTS อโศก)
เวลา เปิด-ปิด : 8:00-17:00 น. ทุกวัน
ค่าบริการ : เริ่มต้น 150 บาท/ชั่วโมง
เบอร์ติดต่อ : 02 686 7000

Facebook Comments

บทความโพสต์ล่าสุด

BRITANIA วงแหวน หทัยราษฎร์ บ้านซีรีส์ใหม่ดีไซน์ที่เป็นคุณ

ตั้งแต่ Origin เริ่มทำโครงการแนวราบในแบรนด์ BRITANIA เราจะเห็นกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากคนหลายๆ กลุ่ม ซึ่งไม่ได้จำกัดแค่เฉพาะครอบครัวเท่านั้นนะคะ เพราะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง และนวัตกรรมที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาอยู่ไม่น้อยภายใต้ชายคาของออริจิ้น       ทำเล กรุงเทพฯ โซนเหนือและโซนตะวันออก ถูกพูดถึงอย่างมากในระยะ 3-4 ปีหลังมานี้…

4 days ago

สิงห์ เอสเตท ปั้นแบรนด์สู่ความพรีเมียมระดับโลก เดินหน้าIPO ธุรกิจโรงแรมครั้งแรก

แม้จะก่อตั้งบริษัทมาได้เพียง 5 ปี แต่สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กลับสามารถโชว์ศักยภาพขยายธุรกิจไปไกลทั่วโลก ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการก้าวขึ้นสู่ “Global Holding Company” ประกาศเดินหน้าธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ในนามบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด…

5 days ago

เปิดรายงานผลสำรวจตลาดอสังหาฯ ครึ่งหลังปี 2561 เหลือขายกว่า 1.5 แสนยูนิต

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดทำรายงานสรุปผลการสำรวจอุปทานและอุปสงค์ของโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในช่วงครึ่งหลังปี 2561ในพื้นที่กรุงเทพฯ–ปริมณฑล โดยนับเฉพาะโครงการที่มียูนิตเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6ยูนิต   จากการสำรวจพบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขายจำนวน 1,597 โครงการ มียูนิตในผังโครงการรวมทั้งสิ้น 492,436 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560  7.7% มีมูลค่าโครงการรวม 1,977,836 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย…

5 days ago

“พฤกษา”เปิดขาย “รีเซล-อีคอมเมิร์ซ” เมื่อมาตรการรัฐไม่ได้ช่วยอะไร แต่ต้องทำเป้าให้ได้ 47,000 ล้าน

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาดูเหมือนจะได้รับผลกระทบเต็มๆ จากมาตรการ LTV (Loan to Value) หรืออัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดว่าจะต้องวางเงินดาวน์ซื้ออสังหาริมทรัพย์อัตรา 10% ที่มีเป้าหมายสำคัญสกัดนักเก็งกำไรหรือบรรดานักลงทุน เพราะผลของมาตรการทำเอาตลาดอสังหาฯ​ ลงต่ำลงทั้งปริมาณและมูลค่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา   โดยตลาดอสังหาฯ​ ในไตรมาสแรกที่ผ่านมามีมูลค่า 100,809 ล้านบาท ลดลง 18% จากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 123,605 ล้านบาท ส่วนจำนวนยูนิตไตรมาสแรกปีนี้มีจำนวน 28,365 ยูนิต ลดลง…

6 days ago

จากล้อม “ไม้ใหญ่” สู่แปลงปลูก “ผักสวนครัวหลังบ้าน” โปรเจ็กต์เติมเต็ม SANSIRI GREEN MISSION

ถือเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับดีเวลลอปเปอร์ที่จำเป็นจะต้องตัดต้นไม้ เพื่อปรับปรุงพื้นที่เตรียมพัฒนาโครงการ แต่บ่อยครั้งที่จะพบประเด็นการถกเถียง หรือถึงขั้น “ขัดแย้ง” ระหว่างดีเวลลอปเปอร์กับคนในชุมชน เมื่อจำเป็นต้องตัดต้นไม้ใหญ่ หรือต้นไม้ที่มีอายุยาวนานหลายสิบปีหรือหลักร้อยปี เพราะต้นไม้หลายต้นไม่ใช่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ แต่ต้นไม้ใหญ่บางต้นมีความสำคัญต่อจิตใจของคนในชุมชนด้วย   ทางออกที่มักหยิบมาใช้เป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งดีกว่าการ “ตัด” ต้นไม้นั้นไปเลย คือ การล้อมต้นไม้แล้วย้ายไปปลูกยังสถานที่อื่น หรือไม่ก็เอาเข้ามาปลูกภายในโครงการ สร้างแลนด์สเคปให้สวยงาม แถมยังรักษาต้นไม้ให้มีอายุต่อไปได้อีก ยิ่งในภาวะปัจจุบันเรื่องของพื้นที่สีเขียว มีความจำเป็นและสำคัญมากกว่าแค่ การทำตามมาตรฐาน EIA ( Environmental Impact Assessment Report ) หรือการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่ผู้ประกอบกา รต้องจัดทำเท่านั้น   แต่ความสำคัญของพื้นที่สีเขียว…

6 days ago

เปิดบ้านแฝด Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra

สำหรับรีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปชมบ้านแฝดย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งแบบบ้านภายนอกและแปลนภายใน เพราะทาง Private Nirvana จะมีการดีไซน์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละโครงการ เพื่อความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่ใช่แค่ดูแล้วสวยงามเท่านั้น แต่แม้ผ่านระยะเวลาเป็น 10 ปี ก็จะยังดูไม่ล้าสมัย ซึ่งเราจะพาเข้าไปชมพร้อมกันเลยค่ะ   Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra เป็นโครงการบ้านแฝด…

7 days ago