Tag : รวมรีวิวที่พักย่าน รามอินทรา

บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

บ้านกลางเมือง รามอินทรา ความสมบูรณ์แบบของการอยู่อาศัย

Feel @ Ramintra ถ้าจะหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวสักหลัง สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือการเดินทางไปไหนมาไหนได้ สะดวกสบายที่สุด ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นทางด่วน และรถไฟฟ้าใช่ไหมคะ? ทางด่วนใกล้บ้านเราเชื่อมต่อเข้าไปถึงในเมือง เพื่อความสะดวกเวลาทำงาน หรือไปสนามบิน ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดได้ง่าย ยิ่งถ้ามีรถไฟฟ้าผ่านด้วยแล้วล่ะก็ จะยิ่งทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางที่ดีเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรากำลังพูดถึงโซนรามอินทราค่ะ เพราะสามารถใช้ ทางด่วนฉลองรัช หรือกาญจนาภิเษกได้ง่าย ในอนาคตก็กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย - มีนบุรี ผ่านตลอดทั้งถนน โดยตอนนี้กำลังก่อสร้างไปแล้วคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณปี 2564 จะมีอะไรสะดวกสบายไปกว่านี้ล่ะคะ   Fine @ Facility    สิ่งอำนวยความสะดวกก็สำคัญไม่แพ้การเดินทาง เพราะก็คงไม่มีใครอยากฝ่ารถติดขับรถออกไปไกลๆ เสียเวลาเป็นวัน เพียงเพื่อไปหาซื้อของต่างๆ หรือหาอาหารรับประทานซักมื้อ ซึ่งในโซนรามอินทราเองก็มีความสะดวกมากพอ และมีห้างร้านให้เลือกหลากหลาย ตามแต่ความต้องการ จะมีอะไรน่าสนใจบ้างลองตามไปชมด้วยกันค่ะ   Fashion Island และ The Promenade Fashion Island และ The Promenade อยู่ติดกันเลยค่ะ เดินเชื่อมต่อกันได้เลย เป็นห้างสรรพสินค้าที่ครองความนิยม อย่างไม่เสื่อมคลายของชาวรามอินทรา ไม่ใช่แค่มีทุกอย่างครบครันในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ต  ร้านค้า-บริการ ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส นอกจากนั้นยังขยันมี Event หมุนเวียนกันมาชวนให้เดินเล่นอยู่ตลอด ซึ่งบริเวณด้านหน้าก็จะคึกคักเกือบจะตลอดเวลาเลยค่ะ มีรถสาธารณะอยู่หลากหลายเส้นทาง หรือใครที่ใช้รถยนต์ ก็สะดวกมาก เพราะสามารถเข้าสู่ถ.กาญจนาภิเษก ได้ใกล้นิดเดียว หรือจะเลือกไปทางถ.รัชดา-รามอินทรา เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเดินทางแห่งหนึ่งของโซนนี้เลยค่ะ   CentralPlaza Ramindra เป็นห้างสรรพสินค้าอีกแห่งที่น่าสนใจในย่านนี้ค่ะ ด้วยชื่อเสียงของแบรนด์ก็การันตีอยู่แล้ว ประกอบกับทำเลที่อยู่ใกล้กับ วงเวียนหลักสี่ ซึ่งในอนาคตอีกไม่กี่ปีก็จะกลายเป็นอีกจุด Interchange สำคัญ ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (ส่วนต่อขยาย) กับสายสีชมพูแคราย - มีนบุรี และจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางจากชานเมืองเข้าสู่ตัวเมืองได้ง่ายมากขึ้น     Ease Park คอมมูนิตี้มอลล์ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครที่แค่อยากจะซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต หาอะไรทาน หรือแค่ Drive thru มารับกาแฟไปดื่ม ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถนานๆ ไม่ต้องเปลืองเวลาเดินให้เมื่อย Ease Park จึงเป็นอีก หนึ่งคำตอบที่ดีของคนในย่านนี้ค่ะ   Cr.ภาพจาก FB:ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา เปลี่ยนบรรยากาศมาเดิน Night Market บนพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นตลาดนัดช่วงกลางคืน ตั้งแต่ยุคแรก ของบ้านเราที่มีมาหลายปี มีผู้คนมาเดินจับจ่ายใช้สอยเยอะแทบทุกวัน เพราะเป็นแหล่งชอปสุดชิว มีสินค้าหลากหลาย เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ เพียบ เปิดทุกวันตั้งแต่ช่วงเย็นเดินกันจนเมื่อยยาวไปถึงตีสอง นอกจากนี้ที่ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม หรือเรียกกัน ติดปากว่าเลียบด่วนรามอินทราแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร บรรยากาศดี คอมมูนิตี้ ห้างสรรพสินค้า อีกมากมาย หลายแห่ง แต่ก็ไม่แปลกนะคะที่ได้รับความนิยมกันมากขนาดนี้ เพราะเป็นถนนที่มีทางด่วนฉลองรัชพาดผ่านตลอดทั้งสาย การเดินทางก็ทั้งง่ายทั้งสะดวกขึ้นอีกเยอะ   Cr.ภาพจาก FB:Siamparkcity สวนสยามทะเล-กรุงเทพฯ Cr.ภาพจาก FB:Safari World Fun @ สวนสยาม และซาฟารีเวิลด์ ลองนึกดูนะคะ ในกรุงเทพฯ จะมีสักกี่แห่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนไม่ไกลจากบ้านเรา ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ส่วนมากก็จะนึกอะไรไม่ออกเลยนอกจากไปเดินห้าง แต่ถ้าลองเปลี่ยนบรรยากาศไปเล่นสวนน้ำ สนุกกับเครื่องเล่น หรือโชว์ของเหล่าสัตว์แสนรู้ อย่างสวนสยาม และซาฟารีเวิลด์แล้วล่ะก็รับรองว่าจะได้อีกบรรยากาศในการพักผ่อน หย่อนใจชิวๆ แบบที่ตัวเมืองกรุงเทพฯ ชั้นในไม่มีอย่างนี้แน่นอนค่ะ ยิ่งหากครอบครัวไหนมีลูกหลานแล้วล่ะก็ พาออกไปเรียนรู้นอกห้องเรียนด้วยตัวเอง แถมยังใกล้บ้านก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ   บ้านกลางเมือง รามอินทรา ทาวน์โฮมโมเดลใหม่ล่าสุด Luxurious Master Bedroom Multi-Functional Room 3 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 145 ตารางเมตร ขนาดที่ดินเริ่มต้น 18 ตร.วา ฟังก์ชั่นตอบสนองความเป็นส่วนตัว ด้วยพื้นที่ชั้น 3 ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้เต็มพื้นที่ ภายในโครงการได้ความเงียบสงบภายในโครงการบนพื้นที่กว่า 23 ไร่ ซึ่งจะมีสวนสาธารณะ และสวนหย่อมกระจายอยู่ในโครงการรวมแล้วกว่า 1 ไร่ พร้อมมีสโมสรส่วนกลางที่มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส อุ่นใจด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง, ระบบ Katsan และ กล้อง CCTV ตรงทางเข้า–ออกโครงการ     บ้านกลางเมือง รามอินทรา ตั้งอยู่ภายในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ท่ามกลางทำเลที่ตั้งแวดล้อมไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ใกล้ทางด่วน 2 สาย ทั้งถ.กาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก) ซึ่งจะไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ได้ และทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (จตุโชติ) ที่จะพาเข้าสู่ย่านใจกลางเมืองได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นพระราม 9 เอกมัย ทองหล่อ และถนนสุขุมวิท โดยเส้นทางหลักที่ใช้เดินทางเข้าสู่ตัวโครงการ คือ ถ.คู้บอน แล้ววิ่งเส้นคู่ขนานกาญจนาภิเษก เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ที่สำคัญค่ะ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีคู้บอน อยู่ตรงปากทางเข้าถ.คู้บอนพอดี ก็จะยิ่งทำให้มีทางเลือกในการเดินทางได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น     เปิดบ้านตัวอย่าง เมื่อเข้ามาในซ.กาญจนาภิเษก 6/1 ก็จะพบว่าทางเข้าโครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา จะอยู่ติดกับโครงการ Pleno รามอินทรา โดยจะมี Main Gate ที่พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. กล้อง CCTV ซึ่งสามารถเข้าไปชมบ้านตัวอย่างและส่วนกลางจริงภายในโครงการกันได้แล้วค่ะ    ก่อนอื่นเราจะพาไปชม Club House สีขาวโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศของสวนสีเขียว ใช้เส้นสายโค้งมนส่งไปถึงลายฉลุบนตัวอาคาร ซึ่งเมื่อไรที่กระทบกับแสงอาทิตย์ก็จะเกิดเป็น Shadow&Shade ผสานกันระหว่างสวนธรรมชาติกับสถาปัตยกรรมกลางโครงการ เมื่อก้าวเข้าสู่ตัว Club House ชั้นล่าง เราจะถูกต้อนรับด้วยเสียงของน้ำจาก SALT SYSTEM SWIMMING POOL ริมสระใต้ร่มเงาของอาคารมี Sunbed ให้ได้นอนพักอย่างผ่อนคลาย ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกายแบบ ACTIVE ขึ้นมาอีกก็จะมีห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ เพดานสูงบวกกับกระจก Full Height ล้อมรอบให้ได้ชมวิวธรรมชาติภายนอกไปด้วยอยู่ที่ชั้น 2      ได้เวลาเข้าไปชมทาวน์โฮมตัวอย่างกันแล้วค่ะ โดยตัวทาวน์โฮมจริงที่ลูกบ้านจะได้นั้นมีกันสาดบริเวณลานจอดรถหน้าบ้านแบบพับเก็บได้ ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำทุกห้อง ปั๊มน้ำ แทงค์น้ำ และเครื่องปรับอากาศ Daikin พร้อมติดตั้งมาให้ พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ผนังฉาบเรียบทาสีขาว โดยหน้าบ้านจะสามารถจอดรถยนต์ได้ 2 คัน มีเฉลียงหน้าบ้านสำหรับวางรองเท้า และใช้ประตูทางเข้าหลักเป็นกระจกบานเลื่อนพร้อมระบบ Double Lock    เข้าสู่ชั้นแรกในตัวทาวน์โฮมจะพบกับพื้นที่กว้างๆ สำหรับจัดเป็น Living Room และเชื่อมต่อลึกเข้าไปด้านในก็สามารถทำเป็น Kitchen Room ลักษณะแบบครัวเปิด พร้อมพื้นที่วางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งได้สบายๆ โดยจะมี Powder Room ที่ใช้ประตูเลื่อนบานทึบอยู่ระหว่าง Living Room กับ Kitchen Room เหมาะสำหรับใช้เพื่อรับแขก จึงไม่จำเป็นต้องมีส่วนเปียกค่ะ ซึ่งห้องน้ำทุกห้องจะมีหน้าต่างกระจกฝ้าบานกระทุ้งด้านบนเหนือศรีษะด้านในสุดของห้อง เพื่อเพิ่มแสงเข้ามาภายใน และยังช่วยให้เปิดระบายความอับชื้นได้ดีอีกด้วย              ด้านในสุดของชั้นแรกนี้จะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นก่อนออกไปทางหลังบ้าน แต่หากเป็นที่ดินแปลงมุมก็จะได้ประตูกระจกด้านข้างเพิ่มอีก ช่วยให้ออกไปยังพื้นที่ข้างบ้านได้สะดวกขึ้น และยังช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติเข้าสู่ด้านในให้ดูโปร่งยิ่งขึ้นด้วยนะคะ โดยสำหรับบ้านตัวอย่างหลังนี้พื้นที่บริเวณหลังบ้านจะถูกจัดให้เป็น Glass House ในบรรยากาศนั่งจิบชาท่ามกลางสวนส่วนตัวในบ้าน ก็เป็นอีกไอเดียแต่งทาวน์โฮมที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ทีเดียวค่ะ   ขึ้นมาบนชั้น 2 กันบ้างค่ะ ตัวพื้นจะปูด้วยลามิเนต ซึ่งประกอบไปด้วยห้องนอน 2 ห้อง แยกเป็นฝั่งทางหน้าบ้านกับทางหลังบ้าน ส่วนบริเวณตรงกลางจะเป็นห้องน้ำค่ะ ก่อนอื่นเข้าไปชมที่ห้องนอนแรกทางฝั่งหลังบ้านกันก่อนค่ะ จะเป็นห้องที่มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนอยู่กลางห้อง มีมุมสำหรับ Built in ตู้เสื้อผ้าได้พอดี พื้นที่ภายในห้องสามารถวางเตียงขนาด 3.5-5 ฟุตได้ พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งหรือโต๊ะทำงาน ถือว่าเป็นห้องนอนขนาดเริ่มต้นของบ้านที่ได้ขนาดกำลังดีเลยค่ะ   ห้องน้ำจะแยกส่วนเปียก-แห้ง ออกจากกัน โดยจะใช้สุขภัณฑ์จาก American Standard ครบชุดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง ก๊อกน้ำ โถสุขภัณฑ์ แกนใส่ทิชชู่ สายชำระ ฝักบัว และยังมีกระจกเงาติดตั้งมาให้ด้วย พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคแบบที่เห็นนี้เลยค่ะ   ห้องนอนที่ 2 ฝั่งหน้าบ้านจะได้ระเบียงส่วนตัวเพิ่มขึ้นมา โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนระเบียงจะกั้นด้วยราวกันตกเป็นเหล็กโปร่ง   ขึ้นมาชั้นบนสุดของบ้านค่ะ ซึ่งที่ชั้น 3 นี้จะมีทั้งห้องอเนกประสงค์ เป็นพื้นที่เปิดโล่งอยู่ด้านนอกใกล้กับบันได ห้องน้ำ และ Master Bedroom เป็นชั้นที่เหมาะสำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกหน่อย เพราะห้องอเนกประสงค์สามารถดัดแปลงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นแยกออกมาจากชั้นล่าง ห้องทำงาน ฯลฯ ซึ่งจะได้ความโปร่ง ไม่ดูทึบจนเกินไป   สำหรับห้องน้ำของชั้น 3 จะออกแบบมาให้เป็นประตูแบบ Double Access เชื่อมต่อระหว่างห้องอเนกประสงค์ด้านนอก กับส่วน Walk In Closet  ภายในห้อง Master Bedroom ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทางโครงกรจะติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานค่ะ ทั้งอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนัง เสริมตู้เก็บของไว้ด้านล่าง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ส่วนเปียกด้านในสุดก็ติดตั้งฝักบัวเอาไว้ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ตลอดแนวผนังส่วนแห้ง    สุดท้ายที่ Master Bedroom ของจะมีส่วน Walk In Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ มีพื้นที่สามารถ Built in ตู้เสื้อผ้าได้มากขึ้นตลอดแนวผนัง และมีระเบียงส่วนตัวออกไปยังฝั่งหน้าบ้าน โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ราวกันตกเหล็กโปร่งแบบเดียวกันกับระเบียงชั้น 2 ถือเป็นชั้นที่ได้ความสะดวกสบายที่สุดค่ะ      รามอินทราเป็นย่านเดียวที่ให้ความรู้สึกครบทั้ง Feel Fun Fine มีสีสันหลากหลายครบครันสำหรับทุกคนในครอบครัว เฉกเช่นเดียวกันกับ “บ้านกลางเมือง รามอินทรา” ที่มีพื้นที่สามารถรองรับทุกคนในครอบครัวได้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ทุกสิ่งก็พร้อมสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 3.79 ล้านบาท   เปิดจองโซนใหม่ หน้าคลับเฮ้าส์ #เป็นเจ้าของบ้านได้ง่าย ผ่อนล้านละ 1,000 บาท* ส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* ฟรี เครื่องปรับอากาศ* และค่าจดจำนองการโอน* ภายใน 30มิถุนายน 62 นี้เท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)        
Sena Eco Town Ramindra-Wongwaen : เสนา อีโคทาวน์ รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

Sena Eco Town Ramindra-Wongwaen : เสนา อีโคทาวน์ รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

เสนา อีโคทาวน์ รามอินทรา - วงแหวน (Sena Eco Town Ramindra - Wongwaen) - คอนโด Low Rise สูง 5 ชั้น บนถนนรามอินทราใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีรามอินทรา 83 โครงการใหม่ จาก SENA Development รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,590,000 บาท . เจ้าของโครงการ    บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ลักษณะคอนโด    คอนโด Low Rise สูง 5 ชั้น จำนวน 10 อาคาร ที่จอดรถ    100% ที่ตั้งโครงการ   ถ.รามอินทรา - วงแหวน กรุงเทพฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือน ม.ค. ปี 2562 สถานที่สำคัญใกล้เคียง ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์ The Promenade รถไฟฟ้ารามอินทรา 83 โรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลนวมินทร์ Central East Ville ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 ห้องนอน ขนาดเริ่มต้น 26.00 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวก ที่จอดรถ 100 % Solar Cell ส่วนกลาง Digital Community Service Jogging Track Bike Lane 3 กิโลเมตร Pet Garden (พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง) สนามพัตต์กอล์ฟ Garden Pavilion สระว่ายน้ำยาว 25 เมตร fitness ร้านสะดวกซื้อภายในโครงการ สวนสิบไร่ (Sena Park Avenue) Shuttle car รับส่งโครงการ สถานีรถไฟฟ้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 1775 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : http://sena.co.th/th
Modiz Interchange (PREVIEW)

Modiz Interchange (PREVIEW)

Modiz Interchange คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น บนถนนรามอินทรา ใกล้วงเวียนหลักสี่และเซ็นทรัล รามอินทรา พร้อมรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีชมพู โครงการใหม่จาก Asset Wise รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,790,000 บาท เจ้าของโครงการ    Asset Wise Co., Ltd. ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวนห้อง    217 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 86 คัน หรือคิดเป็น 40% เนื้อที่ทั้งหมด    1 - 1 - 55 ไร่ ที่ตั้งโครงการ    ถนนรามอินทรา แขวงอนุเสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ เริ่มก่อสร้าง    เดือนเมษายน ปี 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือนกรกฎาคม ปี 2561 ค่าส่วนกลาง    45 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    500 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง วงเวียนหลักสี่ มหาวิทยาลัยเกริก เซ็นทรัล รามอินทรา วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน เทสโก้ โลตัส หลักสี่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom  ขนาด 22.70 - 24.37 ตารางเมตร 1 Bedroom Extra  ขนาด 28.04 - 28.29 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus  ขนาด 38 - 42.94 ตารางเมตร Duplex  ขนาด 63.22 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Duplex Lobby Lounge สระว่ายน้ำ แยกสระเด็ก ฟิตเนส ห้องสมุด Meeting room Poolside terrace Rooftop Co-working space Moonlight garden Sky pavilion สวนหย่อมรอบโครงการ 24 hour security ระบบ CCTV / Access Card สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  089-3311-777 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  modizcondo.com/interchange/
Private Nirvana Residence North ‘n East (รีวิวบ้านเดี่ยว)

Private Nirvana Residence North ‘n East (รีวิวบ้านเดี่ยว)

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปดูโครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East ในย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม) โซนด้านหลัง CDC เลยครับ สำหรับโครงการนี้จะแบ่งออกเป็นฝั่ง North และ East นะครับ พื้นที่โครงการอยู่ติดกัน แต่แยกส่วนการดูแลออกจากกันอย่างชัดเจน โดยที่ Private Nirvana Residence North จะมีแบบบ้านเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  ในขณะที่ Private Nirvana Residence East ที่เราจะพาไปดูกันในครั้งนี้ เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ซึ่งเราได้ข่าวว่าทางโครงการมีการปรับปรุง ปรับเปลี่ยนวัสดุกันนิดหน่อย เดี่ยวไปดูกันครับว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง       รายละเอียดโครงการ   ราคาเริ่มต้น   North เริ่มต้น 15.50 ล้านบาท , East  เริ่มต้น 23.50 ล้านบาท เจ้าของโครงการ   Private Nirvana Co., Ltd. ลักษณะโครงการ   บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 54 ยูนิต และ 3 ชั้น จำนวน 57 ยูนิต ที่ตั้งโครงการ   ซอยโยธินพัฒนา 11 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เนื้อที่ทั้งหมด   โครงการ North เนื้อที่ 12 - 2 - 96 ไร่ , East เนื้อที่ 14 - 0 - 11 ไร่ ค่าส่วนกลาง   65 บาท/ตารางวา   วิธีการเดินทาง   การเดินทางในครั้งนี้ เราเริ่มต้นจากแยกเกษตร วิ่งมาตามถนนประเสริฐมนูกิจมาเรื่อยๆ จนถึงแยกเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ตรงแยกนี้เราเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนประดิษฐ์มนูธรรม มุ่งหน้าไปทางลาดพร้าวอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็เลี้ยวซ้ายเข้าซอยโยธินพัฒนาได้เลย ซึ่งจุดสังเกตุหลักๆ ตรง หน้าปากซอยคือ ห้าง Chic Republic จากนั้นก็ให้ชิดขวาสังเกตุป้าย “บ้านลาดพร้าว” ตรงด้านหลัง Chic Republic เลยครับ ซอยนี้ชื่อว่า “ซอยโยธินพัฒนา 11” เลี้ยวขวาเข้าไปอีกประมาณ  600 เมตร จะเห็นโครงการ 15 Gates ตรงนี้ก็เลี้ยวซ้ายและข้ามสะพานข้ามคลองไปอีกนิดหน่อย ก็ถึงหน้าทางเข้าโครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East  ที่อยู่ฝั่งซ้ายมือแล้วครับ ต้องขอบอกก่อนเลยนะครับว่าพอถึงหน้าโครงการแล้วหลายคนอาจจะงงๆ หน่อย เพราะฝั่งตรงข้ามโครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East จะเป็นโครงการรุ่นพี่ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วชื่อโครงการ Private Nirvana Residence ตั้งอยู่ฝั่งขวามือ แต่ถ้าเรามาจากทางแยกลาดพร้าว ก็วิ่งตรงมาตามถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์) มาเรื่อยๆ พอเห็น The Crystal Park ทางซ้ายมือ ก็ชิดขวาเตรียมกลับรถมาที่ซอยหลัง Chic Republic เหมือนเดิม   การเดินทางในย่านนี้จะสะดวกมากกว่าถ้าใช้รถส่วนตัว ทั้งเรื่องเส้นทางถนนที่เชื่อมต่อกับถนนหลายสาย ทั้งลาดพร้าว-รัชดา ประเสริฐมนูกิจ-พหลโยธิน-วิภาวดี เพชรบุรี-พระราม 9 หรือวงแหวนรอบนอก-มอเตอร์เวย์  ทำให้สามารถเดินทางเข้าออกเมืองได้ง่ายหลากหลายทาง และยังมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ไม่ไกลอีกด้วย แต่สภาพการจราจรในบริเวณนี้อาจจะหนาแน่นอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็นของวันทำงาน ทั้งแยกลาดพร้าว และแยกเกษตรนวมินทร์ ที่มีปริมาณรถเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ในแถบนี้อาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควรครับ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งโครงการอยู่ในซอยซึ่งถือว่าค่อนข้างเป็นส่วนตัว แต่ก็มีข้อดีในเรื่องของความเงียบสงบกว่าโครงการที่อยู่ติดถนนใหญ่   เราซูมลงมาใกล้ๆ จะเห็นว่าโครงการ Private Nirvana Residence North 'n East จะตั้งอยู่ภายในซอยโยธินพัฒนา 11 หรือซอยที่ติดกับ Chic Republic นั่นเอง เราเริ่มกันตรงถนนประดิษฐ์มนูธรรม ก่อนจะเลี้ยวเข้าถนนโยธินพัฒนาหรือซอยข้างๆ Chic Republic กันเลยนะครับ พอเลี้ยวซ้ายเข้าซอยโยธินพัฒนานิดเดียว ให้เตรียมตัวเลี้ยวขวาเข้าซอยโยธินพัฒนา 11 เลยนะครับ ปากซอยจะมีป้ายหมู่บ้านลาดพร้าวติดอยู่ สังเกตได้ไม่ยากครับ จากนั้นตรงเข้าซอยไปเรื่อยๆ เลยครับ ตรงมาเรื่อยๆ จะเจอสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายนะครับ สังเกตุที่ป้ายบอกทางของโครงการ จะมีอยู่ตลอดทาง รับรองไม่หลงแน่นอนครับ เลี้ยวซ้ายมาแล้วตรงไปอีกนิดเดียวก็ถึงโครงการแล้วครับ ถึงหน้าโครงการอาจจะสับสนสักหน่อยนะครับ เพราะจะมี Private Nirvana อยู่ทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งขวาจะเป็นโครงการ Private Nirvana Residence โครงการแรก ซึ่งสร้างเสร็จ และลูกบ้านเข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว ส่วนโครงการ Private Nirvana Residence North 'n East จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ทางเข้าโครงการ เข้ามาแล้วจะเห็นสำนักงานขายโครงการอยู่ทางขวามือ   สถานที่สำคัญใกล้เคียง CDC Chic Republic The Crystal Central Festival East Ville Crystal Park The Walk (Index Living Mall) Festival Walk Tesco Lotus Home Pro   วิเคราะห์รอบโครงการ   โครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East อยู่ในบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์) ในย่านที่มี Community Mall ชิคๆ อยู่ใกล้ๆ เป็นจำนวนมาก ไล่ตั้งแต่ Chic Republic, CDC, Crystal Park, The Walk, Festival Walk, Navamin City Avenue และห้าง Central Festival East Ville ที่กำลังจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ ซึ่งแต่ละแห่งก็มีสไตล์ร้านค้า ร้านอาหารที่ค่อนข้างแตกต่างชัดเจน นับเป็นแหล่งช็อปปิ้งหลักๆ ที่คนในย่านนี้พึ่งพาอาศัยได้หายห่วง แต่ถ้าไม่อยากออกไปไหนไกล ช่วงปากทางเข้าซอยโยธินพัฒนาก็มีซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย เช่นเดียวกับร้านอาหารก็มีให้เลือกพอสมควร รวมถึงในย่านนี้ก็มีร้านอาหารดังอีกหลายร้านให้เลือกแทบไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว   ทำเลในแถบนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยในรูปแบบบ้านเดี่ยวแทบทั้งนั้น ซึ่งแต่ละโครงการก็มีขนาดใหญ่อยู่ไม่น้อยเลย ตลอดทางเข้ามาที่โครงการมีเพื่อนบ้านให้อุ่นใจเยอะมากทั้ง 15 Gates, Town X+, บ้านลาดพร้าว และ Private Nirvana Residence แต่บรรยากาศในซอยก็ไม่ได้พลุกพล่านมากนะครับ ยิ่งเข้ามาในโครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East ด้วยแล้ว ยิ่งเงียบสงบเหมาะกับการอยู่อาศัยมากๆ ซึ่งอันนี้คือข้อดีอย่างหนึ่งของโครงการที่อยู่ลึกเข้ามาในซอยแบบนี้ครับ เดี๋ยวเราไปดูที่ตัวโครงการกันเลยดีกว่า   โครงการ Private Nirvana Residence North ‘n East จะแบ่งพื้นที่ของโครงการออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ นะครับ หลังจากผ่านประตูทางเข้าโครงการมาจะเจอกับสำนักงานขายและสะพานข้ามคลองบ้านบึง จากนั้นเราก็จะเข้าสู่พื้นที่ส่วนแรก โซนนี้ในอนาคตจะเป็นพื้นที่ของ Sport Complex ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางรวม Facility หลักๆ ของโครงการทั้ง สระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิค ฟิตเนสขนาดใหญ่ สตูดิโอโยคะ ห้องแอโรบิค ห้องซาวน่า ห้องสตีม แยกชายหญิง รวมไปถึงห้องสมุด และมุมพักผ่อน โดยในส่วนของ Sport Complex ลูกบ้านทุกหลังจะได้สิทธิ์ใช้ฟรี 2 ปี หลังจากนั้นทางโครงการจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมราคาพิเศษในลักษณะ Member สำหรับลูกบ้านที่ต้องการใช้บริการต่อ ทำให้ลูกบ้านที่ไม่ต้องการ หรือไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ Sport Complex ไม่ต้องรับภาระค่าส่วนกลางตรงส่วนนี้ครับ   ถนนหลักเข้าสู่โครงการ ด้านขวามือจะเป็นสำนักงานขายโครงการ สะพานข้ามคลองบ้านบึง ก่อนเข้าสู่พื้นที่ส่วนแรกของโครงการ พอข้ามคลองบ้านบึงมา ที่เห็นพื้นที่โล่งๆ ทางขวามือจะเป็น Sport Complex ของโครงการ ถนนหลักของโครงการจะกว้าง 12 เมตร ส่วนถนนย่อยจะกว้าง 10 เมตร   พื้นที่ส่วนที่ 2 และ 3 จะเป็นโซนที่พักอาศัยครับ โดยจะแบ่งเป็น Private Nirvana Residence North และ Private Nirvana Residence Eastแต่ละส่วนจะมีประตูทางเข้า-ออกของตัวเอง และมีการแยกนิติบุคคลออกจากกันด้วยเช่นกัน ในขณะที่พื้นที่และจำนวนบ้านในแต่ละโซนก็จะต่างกันออกไปด้วยนะครับ ซึ่งจะขอแยกรายละเอียดคร่าวๆ ให้ได้เห็นกันดังนี้   Private Nirvana Residence North มีพื้นที่ทั้งหมด 12.6 ไร่ โดยแบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 52.4-82.5 ตร.วา จำนวน 54 หลัง ซึ่งเหมาะกับครอบครัวขนาดไม่ใหญ่มากครับ มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 265 ตร.ม. แบ่งเป็น 3 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ห้องแม่บ้าน และจอดรถได้ 2 คัน ในขณะที่ Private Nirvana Residence East มีพื้นที่ 14 ไร่ แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น บนที่ดินขนาด 63.6-94.2 ตร.วา จำนวน 57 หลัง โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 3 ห้องน 5 ห้องน้ำ หรือ 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ ซึ่งทั้ง 2 แบบ มาพร้อมกับห้องแม่บ้านและที่จอดรถ 3 คันเหมือนกันครับ อันนี้ก็จะเหมาะกับครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ด้วยพื้นที่ใช้สอยมากถึง 430 ตร.ม. เลยทีเดียว แบบบ้านทั้งฝั่ง Private Nirvana Residence North และ Private Nirvana Residence East ดูจากภายนอกจะมีความใกล้เคียงกันมาก ด้วยคอนเซปต์ในการออกแบบ “Living Along The Trees” ให้รูปแบบบ้านอิงแอบไปกับธรรมชาติ แทรกพื้นที่สีเขียวร่มรื่นในหลายๆ ส่วนของบ้าน และพื้นที่โครงการ ดีไซน์ตัวบ้านมาในสไตล์โมเดิร์น เรียบๆ ร่วมสมัย ไม่ฉูดฉาด สวยเก๋แบบดีเทลไม่ต้องเยอะ แต่ดูสวยเนี๊ยบกันอีกนานครับ ความเนี๊ยบเรียบง่ายยังขยายรวมไปถึงระบบสายไฟลงดินที่เก็บเรียบร้อยทั้งโครงการ ช่วยเพิ่มให้ทัศนียภาพรอบๆ บ้านสบายตา ไม่มีสายไฟระโยงระยางให้เกะกะสายตาครับ   พาชมบ้านตัวอย่าง   บ้านตัวอย่างที่เราเลือกมาให้ชมกันในครั้งนี้ เป็นบ้านในโซน Private Nirvana Residence East นะครับ เพราะได้ข่าวว่าทางโครงการมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมดีไซน์ วัสดุ การตกแต่ง ให้ดูทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนไหนบ้างเดี๋ยวเราค่อยๆ ไล่ดูกันไปทีละส่วนพร้อมกันครับ   ก่อนอื่นต้องแจ้งให้ทราบก่อนนะครับว่าบ้านทุกหลังทางโครงการจะไม่ได้รวมเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอย่างที่เห็นในบ้านตัวอย่าง ซึ่งอันนี้ลูกบ้านสามารถตกแต่งภายในกันได้เต็มที่เลย นอกเหนือจากวัสดุ สุขภัณฑ์ สิ่งปลูกสร้างหลักๆ ที่มากับตัวบ้านแล้ว สิ่งที่ทางโครงการจะให้มาพร้อมตัวบ้านด้วยก็คือ ระบบสัญญาณกันขโมย. กล้อง CCTV 4 จุด, ประตูรั้วรีโมท, Digital Door Lock ที่ประตูหลัก, เครื่องปรับอากาศ 5 เครื่อง และเครื่องทำน้ำร้อน 3 เครื่อง ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างคร่าวๆ เท่านั้น สเปควัสดุ อุปกรณ์คุณภาพอื่นๆ ยังมีอีกหลายรายการเลยทีเดียว   บ้านตัวอย่างหลังนี้เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาด 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ และ 1 ห้องแม่บ้านพร้อมห้องน้ำในตัว ถ้าดูจากแปลนบ้านของ Private Nirvana จะสังเกตุได้ว่าส่วนใหญ่จะค่อนข้างเรียบง่าย เน้นไปในส่วนพื้นที่ใช้สอยให้คนในบ้านได้มีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน ในขณะที่พื้นที่ส่วนตัวก็ยังคงเหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ เริ่มด้วยบริเวณชั้นล่างจะให้น้ำหนักกับ Living Area ที่เชื่อมมุมนั่งเล่นกับครัวเข้าด้วยกัน ทำให้วางโต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ๆ ได้สบาย ยิ่งถ้าจะจัดปาร์ตี้เชิญเพื่อนๆ ซัก 10-15 คนก็ยังรับไหวนะครับ ตรงห้องครัวจะมีประตูเปิดออกไปที่ส่วนของครัวไทยที่อยู่ด้านหลังบ้านด้วย เวลาคุณแม่บ้านทำกับข้าวก็ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นจะรบกวนเข้าในบ้าน อีกจุดที่เราชอบมากคือ ประตูกระจกบานใหญ่ที่อยู่ด้านข้างของตัวบ้านทั้งสองด้าน ซึ่งทำให้ตัวบ้านดูโปร่งและกว้างมากขึ้นไปอีก แถมยังช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติ และวิวสีเขียวของสวนข้างบ้านได้อีกด้วย นอกจากนี้ทางโครงการยังมีการปรับพื้นที่ใช้สอยในชั้นนี้ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มห้องนอนเล็กอีกห้องพร้อมห้องน้ำในตัว สามารถใช้เป็นห้องรับรองแขก หรือจะเป็นห้องสำหรับสมาชิกในบ้านก็ได้เช่นกัน แปลนบ้านที่ชั้น 1 เราเริ่มจากด้านหน้าบ้านกันเลยนะครับ ตัวบ้านออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์น เน้นความเรียบเท่ห์ไม่เหมือนใคร พื้นที่หน้าบ้านสามารถจอดรถได้ 3 คัน ครอบครัวไหนที่มีรถหลายคันนี่เหมาะเลยครับ จากนั้นลองมองขึ้นไปดูที่หลังคาจะเป็นหลังคา เซรามิก เอ็กเชลล่า ของ SCG ซึ่งนำความร้อนต่ำเมื่อเทียบกับกระเบื้องหลังคาคอนกรีตทั่วไป แถมยังทำความสะอาดตัวเองได้ดี จึงทำให้สีสวยตลอดอายุการใช้งาน ลานจอดรถหน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องตามแบบที่เห็นในบ้านตัวอย่างเลยครับ พื้นที่กว้างขวางมากพอไม่ใช้ว่าจอด 3 คันแบบเบียดๆ นะครับ ตรงบริเวณที่จอดรถจะมีห้องเก็บของ ซึ่งเป็นแบบประตูบ้านเลื่อน สามารถเก็บเครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ได้เลย ประตูห้องเก็บของเป็นบานเลื่อน พื้นที่ภายในกว้างพอที่จะเก็บข้าวของและอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ได้พอสมควร ทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ทางเดินเข้าบ้านปูกระเบื้องบนพื้นหญ้าและโรยหิน ก่อนถึงประตูบ้านเป็นชานพักยกพื้นสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อย ชานพักบริเวณนี้จะปูด้วยกระเบื้องโทนสีเทา มีที่กว้างพอใช้เป็นมุมนั่งใส่รองเท้าได้สบายๆ ประตูบานหลักจะใช้แบบ Digital Door Lock ของ Samsung ทุกหลังนะครับ อันนี้เป็นสเปคที่ทางโครงการเพิ่มเข้ามาให้ทีหลัง จากที่ก่อนหน้าจะใช้เป็นคันโยกล็อคสองชั้น ประตูหลักบานนี้วัสดุเป็นอลูมิเนียม YKK AP อย่างดี มีขอบยางปิดสนิทกันทั้งฝุ่นแมลง และเสียงรบกวนได้ดีทีเดียว ตรงด้านข้างเจาะช่องแสง ทำให้โถงทางเดินบริเวณนี้มีแสงธรรมชาติช่วยส่องสว่างมากขึ้นครับ บริเวณผนังใกล้กับประตูจะมีชุดสวิชไฟ และสัญญาณกันขโมยของ DSC ติดอยู่ สะดวกมากในการตั้งสัญญาณกันขโมยก่อนออกจากบ้าน ด้านข้างประตูจะเป็นบันไดขึ้นชั้น 2 ประตูที่อยู่ติดกันนั่นเป็นห้องใต้บันไดครับ ห้องใต้บันไดนอกจากจะเป็นห้องเก็บของแล้ว ยังเป็นห้องระบบไฟและกล้องวงจรปิดด้วย ซึ่งพื้นที่ภายในก็กว้างใช้ได้เลยทีเดียว Living Area โซนแรกเมื่อเดินเข้าบ้านมา วางชุดรับแขกไว้ชุดใหญ่ติดกับประตูกระจก ซึ่งเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ทำให้มุมนี้ดูโอ่อ่าสบายตามากๆ ครับ จริงๆ พื้นที่บริเวณนี้กว้างพอจะวางชุดโซฟาขนาด 7-8 ที่ได้สบายๆ แต่ในบ้านตัวอย่างเลือกชุดที่เล็กลงมาหน่อย เพื่อให้เหมาะกับบรรยากาศสบายๆ สามารถมองเห็นสวนข้างบ้านได้ชัดเจน ส่วนพื้นบริเวณชั้นล่างจะปูด้วยกระเบื้องนำเข้าลายหินอ่อนแผ่นใหญ่ทั้งหมด Living Area บริเวณชั้นล่าง จัดแบ่งเพื่อที่ใช้สอยให้มี Dining Area เชื่อมต่อถึงกัน พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางสามารถจัดปาร์ตี้ได้สบาย พร้อมด้วย Pantry ครัวฝรั่งแบบครบชุด ในบ้านตัวอย่างเลือกวางมีโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ขนาด 6 ท่าน และ Built-in ตู้เก็บของเต็มผนังติดกับ Pantry เลย เคาน์เตอร์ครัว Built-in มาแบบจัดเต็ม เน้นโทนสีเทา-ขาวเรียบหรู มีพร้อมทั้งตู้แช่ไวน์ ไมโครเวฟ อีกด้านตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัว Built ตู้ด้านหลังแขวนทีวี เป็นอีกมุมสังสรรค์ของครอบครัว Island Counter ทำครัวขนาดใหญ่ มีพื้นที่วางข้าวของสำหรับเตรียมอาหารมากมาย ทางโครงการติด Hood ลอยดีไซน์ทันสมัย ไว้เป็นไอเดียสำหรับใครที่อยากได้ครัวเปิดกลางบ้าน ก็สามารถเก็บไว้เป็นแนวทางตกแต่งได้ Dining Area มุมนี้อยู่ติดกับประตูกระจกบานใหญ่อีกด้าน แสงธรรมชาติช่วยส่องสว่างได้เต็มที่ พื้นที่ข้างบ้านด้านที่ติดกับห้องครัว มีชานบ้านกว้างวางชุดสนามไว้นั่งเล่นจิบชาในสวนได้ หรือจะเปิดประตูกระจกออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดปาร์ตี้ให้กว้างขึ้นไปอีกก็ได้ ประตูกระจกบานใหญ่เต็มบาน กรอบอลูมิเนียม YKK AP แน่นหนามากๆ และถึงจะเป็นกระจกบานใหญ่แต่ก็เลื่อนได้สมู๊ทดีมาก พื้นชานบ้านด้านข้างต่ำกว่าพื้นบาน 2 ระดับ แต่ก็ไม่มากนะครับไม่ต้องกลัวเดินสะดุด ใน Living Area ทางโครงการ Built-in ตู้สูงเต็มเพดาน ซึ่งใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างทั้งเป็นตู้เก็บของ เก็บรองเท้า อีกด้านที่หันเข้าหาโต๊ะกินข้าวใช้แขวนทีวี และที่สำคัญยังทำหน้าที่เป็นเหมือผนังกั้นแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากยิ่งขึ้นด้วย ด้านหลังตู้ Built-in ถูกกั้นพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น บริเวณโถงทางเดินนี้จะมีประตูออกไปยังห้องครัวไทยด้านหลังบ้าน ห้องน้ำ และห้องนอกเล็กอีกหนึ่งห้องครับ ห้องน้ำที่ชั้นล่างนี้ภายในมีกระจกบานใหญ่ อ่างล้างมือ และชุดสุขภัณฑ์ ผนังเจาะช่องหน้าต่างบานกระทุ้งให้แสงจากด้านนอกส่องสว่างได้มากขึ้น แปลนบ้านแบบใหม่ ทางโครงการจัดเพิ่มห้องนอนเล็กมาอีกหนึ่งห้องที่บริเวณชั้นล่าง ห้องนี้สามารถใช้เป็นห้องนอกแขก หรือปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องเอนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้นะครับ ประตูห้องนอนเป็นบานไม้ มือจับเป็นแบบคันโยกของ Hafele ภายในห้องนอนเล็กพื้นที่ค่อนข้างกะทัดรัตอยู่สักหน่อย แต่ก็มีประตูกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกไปยังสวนข้างบ้านได้ ทำหน้าที่ให้แสงสว่าง และช่วยให้ห้องดูสบายตามากขึ้น ภายในห้องจัดวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตไว้ได้กำลังดี ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่นๆ ตัดกับสีเขียวจากต้นไม้ด้านนอก ทำให้ห้องน้ำน่าอยู่มากเลยทีเดียวครับ ประตูกระจกบานใหญ่สูงเต็มเพดาน เป็นบานอลูมิเนียม YKK AP เหมือนกับส่วนอื่นๆ ซึ่งเด่นในเรื่องกันน้ำ กันลม กันเสียงได้ดี ถึงจะเป็นห้องที่อยู่ด้านล่าง ก็ไม่ห้องห่วงเรื่องเสียงรบกวนครับ ด้านปลายเตียงทางโครงการ Built-in ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ ไว้ แถมมีช่องหน้าต่างเล็กเพิ่มแสงสว่างให้มุมนี้ด้วย ภายในห้องนอนเล็กมีห้องน้ำในตัวด้วยนะครับ สะดวกและเป็นส่วนตัวมากๆ เลย ประตูห้องน้ำใช้เป็นกระจกบานเลื่อน พื้นห้องน้ำจะปูด้วยกระเบื้องสีเทาและดรอปพื้นต่ำลงมาจากห้องนอนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำล้นเข้าห้อง พื้นที่ในห้องน้ำมีขนาดค่อนข้างจำกัดนะครับ ทำให้การจัดวางสุขภัณฑ์ในห้องน้ำต้องเรียงค่อนข้างชิดกันอย่างที่เห็น ห้องอาบน้ำกั้นกระจกเทมเปอร์ กั้นพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เหนืออ่างล้างหน้าก็มีกระจกให้บานใหญ่มาก พื้นด้านในห้องอาบน้ำดรอปต่ำลงไปอีกหนึ่งสเตปนะครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำจะล้นออกนอกห้องเวลาอาบน้ำ หน้าต่างบานกระทุ้งด้านในห้องน้ำทางโครงการเลือกใช้กระจกสีขุ่นบานใหญ่ นอกจากจะให้แสงสว่างภายในห้องน้ำได้ดีแล้ว ยังสามารถเปิดออกเพื่อช่วยระบายความอับชื้นได้อีกด้วย ส่วนประตูอีกบานที่อยู่ด้านหลังตู้ Built-in จะเป็นประตูเปิดออกไปที่ครัวไทยทางด้านหลังบ้านนะครับ เปิดประตูออกมาจะเห็นเป็นลานซักล้างและพื้นที่ครัวขนาดไม่กว้างมากนะครับ ในขณะที่ทางโครงการก็ปูพื้นกระเบื้องและเว้นพื้นที่มาให้เรียบร้อยแล้ว ด้านที่ติดกับหลังประตู เว้นช่องวางท่อไว้สำหรับเครื่องซักผ้าให้เรียบร้อย พื้นตรงนี้จะยกขึ้นมาอีกเล็กน้อย เผื่อไว้เวลาทำความสะอาดห้องครัว น้ำจะได้ไม่เลอะเทอะไปถึงด้านล่างเครื่อง อีกด้านเป็นเคาน์เตอร์ครัวขนาดไม่ใหญ่มาก มาพร้อมกับซิงค์ล้างจาน ครัวบริเวณนี้เปิดโล่งถึงด้านหลังบ้านไม่มีประตูกั้นอีกชั้นนะครับ ถัดจากบริเวณครัวไทยออกมาที่ด้านหลังของตัวบ้าน จะเป็นลานซักล้าง พื้นส่วนหนึ่งปูกระเบื้องไว้และปลูกต้นไม้ได้ยาวตลอดริมรั้วเลย หันกลับมาอีกด้านของส่วนซักล้าง ตรงนี้จะเป็นทางเข้าห้องนอนแม่บ้านและห้องน้ำ ส่วนตรงมุมรั้วจะเป็นตำแหน่งวางแท็งค์น้ำและปั๊มน้ำ ห้องน้ำแม่บ้านจะอยู่แยกออกมาจากตัวห้องนะครับ อยู่ตรงส่วนซักล้างใกล้ๆ กันนั่นแหละครับ ภายในห้องน้ำก็จะมีอ่างล้างหน้า สุขภัณฑ์ และฝักบัวครบชุด แต่ไม่ได้แยกส่วนแห้งส่วนเปียกให้เท่านั้นเอง ติดกับห้องน้ำ จะเป็นห้องแม่บ้าน ซึ่งอยู่บริเวณริมสุดของตัวบ้านด้านหลังเลยครับ พื้นที่ภายในขนาดกระทัดรัดครับ วางที่นอนและตู้เก็บของได้อีกหน่อย มีหน้าต่างบานเกล็ดอีกบาน ด้านล่างนี้เป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพแบบ 360 องศา ที่เรานำมาช่วยในการทำรีวิว ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพของส่วนต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น สามารถใช้เม้าส์หมุนที่ภาพไปทางซ้าย-ขวา หรือขึ้น-ลง ได้เลยนะครับ Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA บริเวณ Living Area ที่ชั้น 1 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA                                                                                           ห้องนอนเล็กที่ชั้น 1 ในขณะที่แปลนของชั้น 2 และ 3 จะเป็นพื้นที่พักอาศัยที่เน้นความเป็นส่วนตัวขึ้นมากอีก แต่ก็ไม่ลืมพื้นที่นั่งเล่นที่สมาชิกในบ้านจะได้มาสังสรรค์ร่วมกัน โดยทางโครงการเลือกออกแบบให้ห้องนั่งเล่นของครอบครัวบริเวณชั้น 2 เป็นแบบ Double Space ที่มาพร้อมกับระเบียงรอบด้าน ซึ่งเราสามารถปลูกต้นไม้ ทำสวนเล็กๆ ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับตัวบ้าน แถมยังได้มุมพักผ่อนที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวกว่าการนั่งเล่นในสวนหน้าบ้านอีกนะครับ ในขณะที่พื้นที่ที่เหลืออีกกว่าครึ่งบนชั้นนี้ถูกตกแต่งเป็น Master Bedroom ที่จัดเต็มด้วยทุกรายละเอียดของการอยู่อาศัย ทั้งบริเวณห้องนอนขนาดใหญ่ มีมุมนั่งเล่นในห้อง Walk in Closet ขนาดใหญ่ และห้องน้ำกว้างขวางที่มาพร้อมชุดสุขภัณฑ์ที่ทันสมัยมากๆ แปลนบ้านชั้น 2 ขึ้นมาบนชั้น 2 จะเป็นโถงทางเดินไปยังส่วนต่างๆ ของชั้นนี้ครับ พื้นของชั้นบนจะปูด้วยไม้เอนจิเนียรมาตรฐานการส่งออกสวยงาม ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี บนชั้น 2 มีห้องน้ำแยกออกมาให้อีกหนึ่งห้องนะครับ อยู่ใกล้ๆ กับบันไดทางขึ้นเลย ซึ่งทางโครงการก็ออกแบบให้พื้นที่ตรงนี้สามารถใช้สอยประโยชน์ได้มากขึ้น ด้วยการ Built-in Pantry เล็กๆ เพิ่มเข้ามา Pantry บริเวณหน้าห้องน้ำนี้ถูกจัดไว้เป็นอย่างดีครับ มีซิงค์ล้างจานบนเคาน์เตอร์ พร้อมด้วยตู้เก็บของทั้งด้านบนและล่าง แถมเว้นช่องไว้วางตู้เย็นมาให้แล้ว เป็นอีกหนึ่งมุมสำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่มและของว่างเล็กๆ น้อยๆ สำหรับสมาชิกในบ้าน โดยไม่ต้องเดินกลับลงไปถึงชั้นล่างครับ ห้องน้ำที่บริเวณชั้น 2 นี้ ยังคงมีเพียงอ่างล้างหน้าและชุดสุขภัณฑ์นะครับ ไม่ได้มีส่วนอาบน้ำ เพราะเป็นห้องน้ำส่วนกลาง สำหรับสมาชิกทุกคนเวลามารวมตัวกันทำกิจกรรมที่บริเวณชั้น 2 นี้ครับ จะได้ไม่ต้องรบกวนห้องน้ำในห้องส่วนตัวของกันและกัน อ่างล้างหน้ายี่ห้อ Kohler ขนาดใหญ่ มีพื้นที่วางของด้านข้างมากขึ้น และบริเวณ top เหนืออ่างล้างหน้าเป็น Low Wall ทำเคาน์เตอร์เล็กๆ ใช้วางของได้เพิ่มมากขึ้น ใต้อ่างล้างหน้ามีลิ้นชักสำหรับเก็บข้าวของเครื่องใช้ ซึ่งน่าจะเพียงพอและช่วยให้ภายในห้องน้ำเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นด้วย เหนืออ่างล้างหน้าติดกระจกเงาบานใหญ่ ทำเป็น Light Box เพิ่มแสงสว่างและบรรยากาศไปอีกแบบ ในห้องน้ำมีระเบียงเล็กๆ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเต็มพื้นที่ นอกจากจะช่วยให้แสงธรรมชาติมากขึ้นแล้ว ยังสามารถเปิดออกไปที่ระเบียงได้ด้วยนะครับ ซึ่งทางโครงการจัดเป็นสวนเล็กๆ โรยหินกรวดสวยๆ และปลูกต้นไม้ช่วยพรางสายตาอีกชั้นหนึ่ง โซนถัดมาที่บริเวณชั้น 2 จะถูกแบ่งเป็น Living Area และ Master Bedroom ครับ ซึ่งพื้นที่สองส่วนนี้อยู่ติดกันเลย ในขณะที่ Master Bedroom ก็ยังไม่เสียความเป็นส่วนตัวไปซักนิดครับ Living Area บนชั้น 2 นี้จะกินพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งเลยนะครับ ทางโครงการจัดให้เป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยระเบียงที่จัดเป็นสวนสวยร่มรื่น อย่างที่เห็นนะครับ Living Area ใช้ประตูกระจกบานใหญ่จรดเพดานทั้ง 2 ด้าน ทำให้บริเวณนี้ได้รับแสงธรรมชาติแบบเต็มๆ ทางโครงการเลือกตกแต่งมุมนี้เป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือ พร้อมกับมุมทำงานเล็กๆ ซึ่งสมาชิกในครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกันได้ จึงจัดวางโชฟาไว้ชุดใหญ่ และ Built-in ชั้นวางหนังสือเต็มผนัง ซึ่งสูงขึ้นไปถึงบนชั้น 3 เลยทีเดียว ไฮไลท์ของ Living Area ที่ชั้น 2 นี้ ทางโครงการเพิ่มความหรูหราด้วยเพดานแบบ Double Space ซึ่งกินพื้นที่ขึ้นไปถึงชั้น 3 ทำให้บริเวณนี้ดูโอ่โถงสบายตาจนเกือบลืมไปว่าเรากำลังนั่งอยู่บนชั้น 2 ของตัวบ้านนะเนี่ย อีกมุมที่เห็นชัดเจนว่าเพดานสูงขึ้นไปถึงชั้น 3 เลยนะครับ ส่วนประตูกระจกรอบด้านก็เปิดได้ทุกบาน แถมยังสูงเกือบเต็มผนังอีกเช่นกัน ในโซนนี้จะได้แอร์แบบฝังช่องแบบที่เห็นด้วย ด้านหนึ่งของ Living Area จัดเป็นมุมทำงานเล็กๆ ใกล้กับประตูกระจกมีพื้นที่สีเขียวด้านนอกให้พักสายตาได้เป็นอย่างดี ประตูกระจกสามารถเปิดออกไปที่ระเบียงได้ทุกบาน และกรอบประตูก็เป็นอลูมิเนียมมีตัวล็อคแน่นหนา สามารถกันเสียง กันน้ำ กันลมได้เป็นอย่างดี พื้นที่ระเบียงด้านนอกค่อนข้างกว้างเลยนะครับ พื้นปูด้วยกระเบื้องสีดำกันลื่น และดรอปต่ำลงมาจากพื้นบ้านอีกประมาณ 5 ซม. ไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำจะล้นเข้าบ้านเวลาฝนตกหนักๆ นอกจากนี้ทางโครงการยังปลูกต้นไม้ไว้ให้ความร่มรื่นยาวตลอดแนวระเบียง ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวเหมือนเราได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ตามคอนเซปต์การออกแบบเลยล่ะครับ ไปดู Master Bedroom กันบ้างครับ เปิดประตูห้องตรงสุดโถงทางเดินมาก็จะเจอกับ Living Area อีกมุมที่เป็นส่วนตัวในห้องนอนใหญ่ ทางโครงการจัดแบ่งพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นมุมนั่งเล่นดูทีวีภายในห้องนอน ด้วยการจัดวางชุดโซฟาขนาด 3 ที่นั่ง จะได้นั่งดูหนัง ดูทีวีกันสบายๆ และตรงผนังห้องด้านนี้ก็ Built-in เป็นชั้นหนังสือโดยแขวนทีวีไว้ตรงกลางมีบานเลื่อนเปิดปิดได้ ส่วนผนังด้านขวามือมีหน้าต่างบานใหญ่ ช่วยเพิ่มแสงสว่างให้กับห้องได้อีกทาง พื้นที่ใน Master Bedroom กว้างมากขนาดที่วางเตียงขนาด King Size ลงไปแล้วยังเหลือพื้นที่ว่างอีกมาก ตำแหน่งวางเตียงทางโครงการเลือกไว้ใกล้กับหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่อีกด้านของผนังห้องด้วย ภายในห้องค่อนข้างสว่างมากเหมือนกันนะครับในช่วงกลางวัน เนื่องจากห้องนี้มีหน้าต่างใหญ่ๆ มากถึง 2 ด้านด้วยกัน แสงอาทิตย์ส่องทั่วถึงทั้งห้องแน่นอนครับ ส่วนพื้นห้องยังคงเป็นไม้เอนจิเนียร์สีเข้ม ในขณะที่ปลายเตียงก็เจาะตำแหน่งปลั๊กเผื่อไว้สำหรับแขวนทีวีได้ด้วย ถ้าใครชอบนอนดูทีวีจากบนเตียง ก็สามารถปรับเปลี่ยนบริเวณ Living Area ในห้องให้ใช้สอยประโยชน์อื่นๆ ได้นะครับ ถัดจากห้องนอนเข้าไป จะเป็นพื้นที่ของ Walk in Closet ซึ่งทางโครงการตกแต่งผนังด้านนี้ไว้ด้วยไม้ลายเดียวกันทั้งหมด บานประตูเข้าสู่ห้องแต่งตัวเป็นบ้านสวิงคู่ แต่ของจริงจะไม่มีประตูมาให้นะครับ จะเปิดโล่งเดินถึงกันได้เลย ภายในห้องแต่งตัวจะ Built-in ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของรูปตัว L ไว้เต็มผนังด้านหนึ่ง แล้วใช้บานหน้าตู้เป็นกระจกเงาทั้งหมด ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และยังใช้เป็นกระจกส่องเวลาแต่งตัวไปพร้อมๆ กัน ผนังอีกด้านก็ Built-in ตู้ไว้อีกเช่นกัน ในชณะที่ด้านตรงข้ามใกล้ๆ กับช่องหน้าต่างที่ให้แสงสว่างกำลังดี จัดไว้เป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งวางกระจกบานใหญ่ไว้ให้เห็นเป็นไอเดียนะครับ ของจริงเจ้าของบ้านสามารถเลือกตกแต่งโต๊ะตู้ได้ตามใจชอบเลยครับ ด้านเดียวกับโต๊ะเครื่องแป้ง มีประตูบานสวิงเป็นกระจกใส่เปิดเข้าไปสู่ห้องน้ำของ Master Bedroom ภายในห้องน้ำของ Master Bedroom ทางโครงการเลือกใช้วัสดุและการตกแต่งในโทนสีขาวสะอาดจนแสบตา ต่างจากบรรยากาศในห้องนอนและห้องแต่งตัวไปเลยทีเดียว อ่างล้างหน้าติดตั้งไว้ให้ 2 ชุด พร้อมกระจกเงาเต็มบานใหญ่ ในขณะที่ด้านล่างของอ่างล้างหน้ามีลิ้นชักเก็บของมาพร้อม และมีพื้นที่วางของเหลือเฟือเลย ด้านล่างของกระจกเป็น Low Wall ไว้ใช้วางของได้ครับ ในขณะที่ด้านหลังกระจกก็ติด Light Box ใช้ไฟสีส้มๆ ช่วยสร้างบรรยากาศอุ่นๆ ให้ในห้องน้ำ อ่างอาบน้ำแบบจากุชซี่ วางไว้ด้านที่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่ ด้านนอกเป็นผนังบล็อกแก้วที่ช่วยให้แสงผ่านได้ดี และทางโครงการก็เลือกปลูกต้นไม้เพิ่มไว้อีกจุด ช่วยเพิ่มบรรยากาศการอาบน้ำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น อีกด้านของห้องน้ำ กั้นกระจกแยกส่วนห้องอาบน้ำ และห้องทำธุระส่วนตัวไว้อย่างเป็นสัดส่วนเรียบร้อยมากๆ ชุดสุขภัณฑ์ใน Master Bedroom จะเป็นโถอัจฉริยะของ TOTO เพียงแค่เราเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาสุขภัณฑ์ก็จะเปิดขึ้นพร้อมใช้งานทันทีครับ หน้าตาสุขภัณฑ์เลือกดีไซน์กันมาแบบเรียบหรู ซึ่งตรงส่วนนี้เป็นส่วนที่ทางโครงการปรับสเปคของเข้ามาใหม่นะครับ แบบเดิมจะเป็นชุดสุขภัณฑ์แบบปกติ ชุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของ TOTO มีเซนเซอร์และแผงควบคุมมาครบ แผงควบคุมการทำงานของชุดสุขภัณฑ์ก็มาแบบมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันตามโรงแรมและห้างใหญ่ๆ ก็นิยมใช้กันแล้ว ในส่วนของห้องอาบน้ำจะปูด้วยกระเบื้องสีดำลายหินอ่อนกันลื่น มีชุดฝักบัวพร้อมก๊อกน้ำแบบหัวผสมติดตั้งมาเรียบร้อย ผนังด้านหนึ่งเจาะช่องสำหรับวางเครื่องใช้อาบน้ำ พื้นที่ในห้องน้ำกว้างมาก อาบน้ำได้สบายเลย แถมยังก่อที่นั่งเผื่อไว้นั่งอาบน้ำขัดตัวมาให้อีก และพื้นของห้องอาบน้ำนี้ก็ดรอปลงมาจากพื้นห้องน้ำปกติอีก 5 เซนติเมตร ไม่ต้องกลัวน้ำจะล้นออกนอกบริเวณเลย เพดานด้านบนของห้องอาบน้ำมี Rain Shower มาให้ด้วย ในขณะที่อีกด้านใช้เป็นผนังบล๊อกแก้วเกือบเต็มพื้นที่ เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับห้องน้ำ นอกเหนือจากดวงไฟ Down Light แบบปกติครับ พื้นที่ในห้องน้ำกว้างขวาง สามารถใช้งานพร้อมๆ กันได้สบายหายห่วง ระหว่างอ่างอาบน้ำ และเคาน์เตอร์ล้างหน้า มีประตูกระจกบานเล็กอีกบาน ที่สามารถเปิดออกไปที่ระเบียงด้านนอกได้ เปิดออกไปแล้วจะเห็นว่าเป็นตำแหน่งที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ แต่ถ้าอ้อมไปอีกด้านจะสามารถเดินออกไปที่ระเบียงตรงอ่างอาบน้ำได้ด้วยเช่นกัน Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA Living Area บนชั้น 2 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA ห้อง Master Bedroom Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk in Closet ภายในห้อง Master Bedroom ก่อนเข้าไปถึงห้องน้ำ Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA                                                                                ห้องน้ำภายใน Master Bedroom ส่วนห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง ที่ชั้น 3 ก็ต้องบอกว่ามีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยหน้ากันเลย ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว แถมด้วยมุมอ่านหนังสือ หรือจะจัดให้เป็นมุมห้องพระหน้าห้องก็ได้ ซึ่งพื้นที่บริเวณนี้จะเชื่อมถึงพื้นที่นั่งเล่นที่ชั้น 2 ด้วย แปลนบ้านของชั้น 3 ขึ้นมาถึงที่ชั้น 3 กันบ้าง พื้นบริเวณโถงทางเดินและในห้องนอนยังคงเป็นไม้เอนจิเนียร์สีอ่อน ภายในบ้านยังคงได้รับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่จากหน้าต่างบานใหญ่ตามจุดต่างๆ รอบบ้าน ทางด้านซ้ายมือของบันได จะเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ซึ่งทางโครงการจัดตกแต่งให้เป็นมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือ จิบชาสวยๆ ตรงมุมนี้บรรยากาศจะโล่งโปร่งสบายมากๆ เลยทีเดียว เพราะเป็นจุดเชื่อมถึงโถงนั่งเล่นที่ชั้น 2 ด้วย เพดานบริเวณ Double Space ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยไม้ แขวน Chandelier สวยๆ มุมนั่งเล่นตรงนี้น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนไม่มากก็น้อย มุมด้านในสุด ทางโครงการ Built เป็นหิ้งพระเรียบๆ สไตล์โมเดิร์น เข้ากับสไตล์การตกแต่งของบ้าน จากชั้น 3 สามารถก้มลงไปดูบริเวณโถงนั่งเล่นที่ชั้น 2 ได้เลยนะครับ จะว่าไปแล้วก็ดูเหมือนจะสูงมากเหมือนกัน คนกลัวความสูงอาจมีหวิวๆ ได้ ถ้ามองจากชั้น 3 ลงมา จะสามารถมองเห็นบริเวณโถงนั่งเล่นได้ชัดเจนเกือบจะทุกส่วน รวมไปถึงที่ระเบียงด้านนอกด้วยเลยนะเนี่ย อีกมุมของโถงทางเดินบริเวณชั้น 3 ครับ ตกแต่งมาแบบเรียบง่ายแต่มีสไตล์ครับ เรามาดูห้องนอนเล็กห้องแรกกันดีกว่า ห้องนี้ตกแต่งมาในสไตล์เข้มๆ เน้นโทนสีเทาดำ เฟอร์นิเจอร์เลือกใช้เป็นแบบลอยตัวเสียส่วนใหญ่ ภายในห้องเลยดูสบายๆ ไม่อึดอัด คล้ายๆ กันกับส่วนอื่นๆ ของตัวบ้านนะครับที่จะเน้นให้มีหน้าต่าง เปิดช่องให้แสงธรรมชาติเข้ามาเยอะๆ ภายในห้องนี้ก็เช่นกันครับ มีช่องหน้าต่างมากถึง 3 บานด้วยกัน ภายในห้องเลยสว่างได้โดยที่แทบจะไม่ต้องเปิดไฟเลยในช่วงกลางวัน ผนังอีกด้านของห้อง ทางโครงการเลือก Built-in ด้วยไม้ย้อมสีเทาดำ พร้อมจัดวางตำแหน่งสำหรับแขวนทีวีมาให้แล้ว แถมยังแอบซ่อนตู้เสื้อผ้าเอาไว้ที่ผนังด้านนี้ด้วย ถ้าดูเผินๆ ก็แทบจะมองไม่เห็นประตูตู้เสื้อผ้าเลยนะครับ ต้องสังเกตุกันดีๆ หน่อย ถัดเข้ามาด้านในสุดของห้องจะเป็นพื้นที่ของห้องน้ำ และมุมทำธุระส่วนตัว แล้วก็มีประตูกระจกบานเล็กที่สามารถเปิดออกไปที่ระเบียงด้านนอกได้อีกเช่นกัน ส่วนนี้จะวางอ่างล้างหน้าพร้อมติดตั้งกระจกให้เต็มบาน ด้านล่างมีพื้นที่วางเก้าอี้เล็กๆ หรือตะกร้าผ้าได้ อีกอย่างมุมนี้เปิดรับแสงจากภายนอกได้ดีเลยครับ เพราะกำแพงบล็อคแก้วตรงระเบียงนั่นแหละ ทางโครงการเลือกใช้ชุดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำที่มีดีไซน์ทันสมัย สวยงามดีนะครับ อีกด้านของห้องน้ำ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ภายในกั้น Shower Box ไว้เรียบร้อย ชุดสุขภัณฑ์ของ Kohler ตามมาตรฐานครับ ชุดฝักบัวพร้อมก๊อกหัวผสม ถึงจะไม่มีช่องวางของ แต่ Low Wall ตรงนี้ก็วางของได้เยอะพอตัวเลยแหละ ตรง Shower Box มีประตูกึ่งหน้าต่างบานใหญ่ สามารถเปิดออกเพื่อช่วยระบายความชื้นได้ และพื้นที่ด้านนอกที่เปิดไปจะเป็นระเบียงเล็กๆ ที่ไว้วางคอมเพรสเซอร์แอร์ครับ พื้นและผนังใน Shower Box เลือกใช้กระเบื้องสีเข้ม มี texture กันลื่นได้ดี และมีการออกแบบตำแหน่งสโลปสำหรับการระบายน้ำที่ดีด้วย พื้นของ Shower Box จะดรอปต่ำลงมาจากพื้นห้องน้ำอีกประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อป้องกันน้ำล้นออกไปที่ห้องด้านนอก สุดโถงทางเดินของชั้น 3 บริเวณหน้าห้องนอนห้องสุดท้ายจะมีหน้าต่างบานใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ เปิดออกไปจะเห็นระเบียงเล็กๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งวางคอมเพรสเซอร์แอร์ของห้องนอนเล็กครับ ส่วนห้องนอนเล็กห้องสุดท้ายที่อยู่ด้านในสุดทางเดิน จะถูกตกแต่งในอีกสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป ห้องนี้จะเลือกวางเตียงในขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย ซึ่งพื้นที่ภายในห้องก็ยังเหลือให้ใช้สอยกันได้สบายๆ ทางด้านปลายเตียงทางโครงการ Built-in เป็นมุมทำงานเล็กๆ ติดกับจุดแขวนทีวีสูงเต็มผนัง ซึ่งของจริงจะไม่มีตู้ไม้ตรงนี้มาให้นะครับ อันนี้ทางโครงการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นไอเดียการจัดแบ่งพื้นที่เท่านั้น ข้างๆ ผนังด้านที่แขวนทีวีจะเป็นทางเดินไปในโซนแต่งตัว และห้องน้ำครับ ผนังด้านที่แขวนทีวี อีกด้านคือตู้และชั้นวางของนั้นเอง ซึ่งการที่ทางโครงการเลือก Built-in มาในลักษณะนี้ก็จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มากขึ้น และเป็นการแบ่งพื้นที่ใช้สอยให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น อีกด้านก็ Built-in เป็นตู้เสื้อผ้าเต็มผนังอีกเช่นกัน ตรงนี้เลยเหมือนเราได้ Walk in Closet ขนาดย่อมๆ เพิ่มเข้ามาในห้องนอนเล็กเลยล่ะครับ บริเวณหน้าห้องน้ำ ก็จัดโต๊ะเครื่องแป้งไว้เป็นมุมแต่งตัวเล็กๆ แล้วก็มีประตูกระจกเปิดออกไปที่ระเบียงได้เหมือนกับห้องอื่นๆ อีกเช่นกัน ห้องน้ำในห้องนอนเล็กนี้จะรวมทุกอย่างไว้ด้านใน ไม่ได้แยกอ่างล้างหน้ามาไว้นอกห้องน้ำแบบห้องก่อนหน้านะครับ ประตูห้องน้ำยังคงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบเดียวกัน Shower Box ด้านในก็มีประตูกึ่งหน้าต่างที่เปิดออกไปด้านนอกได้เหมือนกัน และกันพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้งไว้ให้เรียบร้อย อ่างล้างหน้าของห้องนี้เป็นแบบลอยตัวนะครับ แต่เลือกเจาะช่องติดกระจกบานใหญ่ กับใช้ Low Wall เป็นที่วางของแทน ชุดฝักบัวและ Low Wall สำหรับวางของเป็นแบบเดียวกันกับห้องนอนก่อนหน้านี้เป๊ะเลยครับ เช่นเดียวกันกับการดรอปพื้นห้องน้ำ และตำแหน่งการสโลปของจุดระบายน้ำ Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA โถงทางเดินบริเวณชั้น 3 มองลงไปเห็น Living Area ที่ชั้น 2 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA ห้องนอนห้องแรกบนชั้น 3 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA ห้องนี้เป็นห้องนอนที่ 2 Post from RICOH THETA. - Spherical Image - RICOH THETA โครงการตกแต่งเป็นห้องแต่งตัวแบบ Walk in Closet ก่อนเข้าไปยังห้องน้ำ Private Nirvana Residence North ‘n East เป็นหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะครับ ทั้งเรื่องทำเลที่ตั้ง ที่อยู่ในย่านที่มีการเดินทางสะดวก ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง และมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย ที่สำคัญทาง Developer เจ้าของโครงการก็ใส่ใจรายละเอียดต่างๆ อยู่ตลอดเวลา มีการปรับเพิ่มวัสดุ และดีไซน์พื้นที่ภายในบ้านจากแบบแรกที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ก็ได้พัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกบ้านมากขึ้น แถมยังเลือกใช้วัสดุต่างๆ อย่างดี ได้คุณภาพเหมาะสมกับราคาบ้านมากๆ เลยทีเดียว วัสดุหลายชิ้นเป็นของนำเข้าจากต่างประเทศ หรือถ้าเป็นวัสดุในบ้านเราก็จะเลือกที่เป็นวัสดุที่ได้มาตรฐานการส่งออก เพื่อให้บ้านที่เราเลือกมีคุณภาพ แข็งแรง คงทนอยู่กับเราไปได้นานๆ แบบไร้ปัญหาจุกจิกกวนใจ..... เจ้าของโครงการดูแลเอง จัดเต็มมาให้แบบพรีเมี่ยม ใครที่กำลังมองหาบ้านคุณภาพไม่ควรพลาดโครงการนี้นะครับ