www.sansiri.com

We Recommend

“Dr.PRINC คุณหมอใจดี” บริการปรึกษาแพทย์ฟรี !! ช่วงโควิด-19

“Dr.PRINC คุณหมอใจดี” บริการปรึกษาแพทย์ฟรี !! ช่วงโควิด-19

เครือ รพ.พริ้นซ์ เปิดตัว “Dr.PRINC คุณหมอใจดี” ชู 3 บริการทางการแพทย์  “ปรึกษาแพทย์ฟรี ผ่านLine - คัดกรองโควิด Drive Thru – ฉีดวัคซีนทำแผลถึงบ้าน”  ลดการเดินทาง ลดเสี่ยงแพร่ระบาด ตอบรับวิถี New Normal   ภาวะเศรษฐกิจยุคโควิด-19 อะไรฟรี ก็ต้องเอาไว้ก่อน  ยิ่งตอนนี้เรื่องสุขภาพ อนามัย และความปลอดภัยจากโควิด-19 เป็นสิ่งสำคัญ ที่เราทุกคนต้องร่วมมือ ร่วมใจกันป้องกัน และอยู่ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข   แต่สำหรับใคร ที่จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำ หรือ ต้องการตรวจสุขภาพของตนเองเบื้องต้น โดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล ตอนนี้ เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ อาสาดูแลสุขภาพของทุกคนในยามวิกฤติ ด้วยการเปิดตัว Dr.PRINC คุณหมอใจดี ที่มาพร้อมกับ New Normal Services ในแคมเปญ "ไม่ต้องห่วง ให้เราช่วยดูแล"   โดยเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ แต่ละแห่งปรับเปลี่ยนการให้บริการทางการแพทย์ในยุค New Normal ที่มุ่งลดการเดินทางมายังโรงพยาบาล ให้บริการผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการรับวัคซีน รวมทั้งตรวจสุขภาพได้ที่บ้าน   นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยลดความเสี่ยงให้กับบุคลากรการแพทย์และคนไทยในพื้นที่ต่าง ๆ ไปจนกว่าสถานการณ์การระบาดจะคลี่คลาย เพื่อร่วมดูแลสุขภาพของทุกคนผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน   โดย Dr.PRINC คุณหมอใจดี ประกอบด้วย 3 บริการทางการแพทย์ ได้แก่ 1.Dr.PRINC TeleHealth ไกลแค่ไหน ก็ปรึกษาได้ บริการให้คำปรึกษาจากแพทย์จากเครือรพ.พริ้นซ์ อยู่ที่ไหนก็พบแพทย์ได้ผ่าน Line@: @Dr.PRINC หรือ https://lin.ee/VqW2sGd เป็นทางเลือกที่จะให้คำแนะนำผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย และใช้สำหรับคัดกรองโควิด-19เบื้องต้นพร้อมให้คำแนะนำโดยบุคลากรทางการแพทย์ ลดความเสี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน หรือรับคำแนะนำก่อนเดินทางเข้ารับบริการตรวจที่โรงพยาบาลต่อไป พร้อมให้คำปรึกษา 24 ชั่วโมงในวันจันทร์ถึงวันศุกร์  ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์ให้บริการเวลา 09:00-17:00น. โดยบริการดังกล่าวไม่มีค่าใช้จ่าย และจะให้บริการไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น   สำหรับขั้นตอนการใช้งานเพียงแค่เข้าไปที่ช่องค้นหา เพิ่มเพื่อนใน Line พิมพ์คำว่า @Dr.PRINC หรือ https://lin.ee/VqW2sGd เมื่อกดยอมรับการเข้าถึง พร้อมทำการกรอกข้อมูลส่วนบุคคล และยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนใช้บริการจะเข้าสู่ขั้นตอนปรึกษาบุคลากรการแพทย์ ให้กดปุ่ม Dr.PRINC TeleHealth หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่จะทำการนัดหมายแพทย์ และแจ้งช่วงเวลาทำการโทรผ่าน Video Call  เมื่อถึงเวลานัดหมายแพทย์จะดำเนินการให้คำปรึกษาผู้เข้ารับบริการ โดยเจ้าหน้าที่ส่งคำสั่งการโทรกลับ ผู้ใช้บริการกดรับสาย ก็สามารถพบแพทย์ผ่านออนไลน์ ซึ่งผู้สนใจสามารถตรวจสอบวิธีใช้งานตามขั้นตอนต่างๆได้ที่ https://www.princhealth.com/dr-princ 2.Dr.PRINC@Home ดูแลถึงบ้าน บริการถึงที่ ทางโรงพยาบาลได้จัดบุคลากรทางการแพทย์อำนวยความสะดวกถึงบ้าน ให้กับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางมาโรงพยาบาลและจำเป็นต้องรับบริการทางการแพทย์ ในการเจาะเลือด ทำแผล ล้างแผล ฉีดวัคซีน อาทิ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และวัคซีนอื่น ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ รวมทั้งให้บริการส่งยาและเวชภัณฑ์ ให้กับผู้ป่วยถึงบ้าน ทั้งในรูปแบบของไปรษณีย์ หรือทีมบุคลากรทางการแพทย์เคลื่อนที่เข้าบริการถึงบ้าน โดยสามารถตรวจสอบเงื่อนไข ค่าใช้จ่าย รวมทั้งพื้นที่ให้บริการ ได้ที่ https://www.princhealth.com/dr-princ 3.Dr.PRINC Drive Thru สะดวกสบาย ไม่ต้องลงจากรถ เปิดจุดบริการภายนอกตัวอาคาร สำหรับกรณีผู้ต้องการตรวจคัดกรองโควิด-19 เข้าช่องตรวจคัดกรองฯ ด้วยวิธี RT-PCR สามารถโทรนัดหมายล่วงหน้า (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ให้บริการ) เช่นที่ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ เวลา 08:00-17:00 น. หลังเข้ารับบริการเสร็จสามารถรอรับฟังผลที่บ้านได้เลย แจ้งผลผ่าน Line SMS หรืออีเมล มีค่าใช้จ่าย 3,800 บาท เป็นต้น   สำหรับผู้ต้องการรับบริการฉีดวัคซีนแบบ Drive Thru โดยผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถเข้าช่อง “จุดบริการภายนอก” โดยไม่ต้องจอดรถหรือเข้ามาในอาคารโรงพยาบาล สามารถติดต่อนัดหมายพร้อมชำระเงินล่วงหน้า และแจ้งยืนยันกับเจ้าหน้าที่เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ในพื้นที่ที่สะดวก ติดต่อได้โดยตรงที่ช่องทางของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ส่วนการรับวัคซีนเด็กทางโรงพยาบาลฯแต่ละแห่งได้ปรับพื้นที่ให้บริการเป็น Vaccine Safe Zone ที่ให้บริการครบวงจรในพื้นที่เดียวเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและผู้เข้ารับบริการ ซึ่งทางเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์พร้อมปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมโรคของแต่ละพื้นที่   นอกจากนี้  เครือโรงพยาบาลพริ้นซ์มีการปรับคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI Clinic) ให้บริการบริเวณภายนอก ไม่ปะปนกับผู้ใช้บริการโรงพยาบาลปกติ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้เดินทางเข้ารับบริการในสถานพยาบาล   ปัจจุบัน โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด  เปิดให้บริการ 10 แห่งใน 10 จังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาล พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ  จังหวัดสมุทรปราการ  โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 และ โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 2 โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี  โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร จังหวัดพิจิตร โรงพยาบาล ศิริเวชลำพูน จังหวัดลำพูน  โรงพยาบาลวิรัชศิลป์ จังหวัดชุมพร  โรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ และ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี  

อิเกีย ขายเสื้อผ้า  ครั้งแรก!! จากเฟอร์นิเจอร์สู่สตรีทแฟชั่น…

อิเกีย ขายเสื้อผ้า ครั้งแรก!! จากเฟอร์นิเจอร์สู่สตรีทแฟชั่น…

อิเกีย ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวสินค้าแฟชั่นครั้งแรก คอลเล็คชั่น เอฟเตอร์แทรดา  (EFTERTRÄDA)  นำโลโก้และบาร์โค้ดอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผสานความเรียบง่ายสไตล์มินิมัลซึ่งเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของอิเกียมาใช้กับการสร้างสรรค์เสื้อผ้าและแอคเซสซอรี่ต่างๆ    คอลเล็คชั่น “EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา” เปิดตัวครั้งแรกที่อิเกีย ฮาราจูกุ เมื่อกลางปี 2563 และได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนอิเกียในญี่ปุ่น ตามด้วยในสิงคโปร์ และพร้อมเปิดตัวในประเทศไทย วันที่ 14 มกราคม 2564 ที่อิเกีย บางนา อิเกีย  บางใหญ่ และอิเกีย ภูเก็ต   คอลเล็คชั่น “EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา” นับเป็นการปฏิวัติของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และ   ของแต่งบ้านชั้นนำระดับโลกจากสวีเดน ทั้งนี้ EFTERTRÄDA เป็นภาษาสวีเดนแปลว่า “ผู้สืบทอด” คอลเล็คชั่นนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของอิเกีย ญี่ปุ่น และ อิเกีย สวีเดน โดยได้รับแรงบันดาลใจ และผลิตขึ้นเพื่อแฟนอิเกียในโตเกียว และทั่วโลก โดยมีโลโก้อิเกียและบาร์โค้ดของตู้ รุ่น BILLY/ บิลลี่ ซึ่งเป็นสินค้าขายดีเป็นองค์ประกอบหลักของงานดีไซน์ ลีโอนี่ ฮอสกิ้น ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจค้าปลีก อิเกีย ประเทศไทย และเวียดนาม เปิดเผยว่า   อิเกีย ประเทศไทย  เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษต้อนรับคอลเล็คชั่นแฟชั่นครั้งแรกของอิเกีย ผ่านแนวคิด “Bangkok City Scape” เพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายความงดงามของกรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่มีเอกลักษณ์ สอดคล้องกับสไตล์ของคอลเล็คชั่น “EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา” ที่ออกแบบสำหรับผู้คนทุกเพศ ทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะคนที่มีความ young at heart รูปแบบที่เหนือกาลเวลา ซึ่งเป็นแนวคิดในการออกแบบของอิเกีย หรือที่เราเรียกว่า democratic design   เพราะอิเกียเชื่อเสมอว่าทุกคนควรเข้าถึงและเป็นเจ้าของงานดีไซน์ที่มีคุณภาพได้ ในราคาย่อมเยา คอลเล็คชั่น  EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา​ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี   นอกจากนี้ อิเกีย ยังได้จัดมุมพิเศษ สำหรับคอลเล็คชั่น “EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา” รวมถึงแอคเซสซอรี่ที่เป็นไอคอนของอิเกียให้ลูกค้า ได้เลือกซื้อ​ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับสมาชิก IKEA Family  รับหน้ากากผ้าฟรี  จำนวนจำกัด เมื่อซื้อสินค้าใดก็ได้ในคอลเล็คชั่น “EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา”   รวมถึงจัดกิจกรรมออนไลน์ ชวนทุกคนร่วมสนุกลุ้นรับรางวัลกิฟต์การ์ดอิเกีย มูลค่า 3,000 บาท เพียงถ่ายภาพกับไอเท็มใดก็ได้จากคอลเล็คชั่น “EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา” โพสต์ลงในเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรมของคุณ พร้อมติด แฮชแท็ก #EFTERTRADA และ #IKEAThailand พร้อมตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ ระหว่างวันที่ 14 - 28 มกราคม 2564   สำหรับสินค้า EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา   ประกอบด้วย เสื้อฮู้ดแจ็คเก็ต ราคา 699 บาท มีขนาด  S/M: ยาว 65 ซม. กว้าง 52 ซม. L/M: ยาว 75 ซม. กว้าง 62 ซม. ​ ผ้าเช็ดตัว ราคา 299 บาท มี 2 สี เหลือง และ ขาว ขนาด: ยาว 140 ซม. กว้าง 70 ซม. กระเป๋าผ้า ราคา 199 บาท ขนาด: กว้าง 40 ซม. สูง 40 ซม. กระติกน้ำ ราคา 99 บาท มี 2 สี เหลือง และ ขาว  สูง: 24 ซม. ความจุ: 0.5 ลิตร คอลเลคชั่น ​EFTERTRÄDA/เอฟเตอร์แทรดา เติมเต็มลุคทั้งแต่งบ้านและแต่งตัว ประกอบด้วย เสื้อยืด  ฮู้ดแจ็คเก็ต ผ้าเช็ดตัว กระติกน้ำ กระเป๋าผ้า พวงกุญแจ ฯลฯ  พร้อมวางจำหน่ายที่อิเกีย บางนา  อิเกีย บางใหญ่ และอิเกีย ภูเก็ต ในวันที่ 14 มกราคม 2564 (สินค้ามีจำนวนจำกัด)    

6 วิธีช้อปปิ้งในห้าง-ซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้ปลอดภัยจากโควิด-19

6 วิธีช้อปปิ้งในห้าง-ซุปเปอร์มาร์เก็ต ให้ปลอดภัยจากโควิด-19

ตอนนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่ว ทุกพื้นที่นอกบ้านล้วนแต่เป็นพื้นที่เสี่ยง ซึ่งอาจจะมีเชื้อโรคปะปนอยู่ แต่หากเรายังมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกบ้าน เพื่อไปทำธุระหรือทำงานอะไรก็ตาม ต้องไม่ประมาท และอยู่ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอยู่เสมอ โดยเฉพาะการสมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ และการเว้นระยะทางสังคม   สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นจะต้องเดินทางไปจับจ่ายซื้อสินค้า โดยเฉพาะในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็ต้องระมัดรวังและดูแลตนเองให้ดี ไม่อยู่ในความประมาท ซึ่งวันนี้เรามีคำแนะนำเพื่อการไปช้อปปิ้งซื้อสินค้าอย่างปลอดภัยมาฝาก นอกเหนือจากการปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นแล้ว 1.เช็คอินด้วยแอพปลิเคชั่น “ไทยชนะ” เมื่อไปในพื้นที่ใดก็ตาม จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องเช็คอินด้วยแอพปลิเคชั่น “ไทยชนะ” เพื่อบันทึกไทม์ไลน์การเดินทางของเราไว้ อย่าคิดว่าตนเองจะจดจำเส้นทางการเดินทางของตนเองได้หมด แต่หากเกิดโทรศัพท์แบตเตอรี่หมด หรือลืมนำติดตัวไป ให้บันทึกข้อมูลไว้กับสถานที่นั้นเสมอ ๆ ต้องเขียนด้วยลายมือที่อ่านง่าย และหลังจากลงชื่อแล้ว ต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง 2.เว้นระยะการใช้บันไดเลื่อน-ลิฟท์ หากใช้บันไดเลื่อน ควรเว้นระยะระหว่างบุคคลที่อยู่ด้านหน้าอย่างน้อย 2 ขั้นบันได หรือหากใช้ลิฟท์ต้องไม่อยู่ภายในลิฟท์ที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเกินกว่าที่เจ้าของสถานที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันทุกลิฟท์จะมีการกำหนดไว้ชัดเจนว่าให้โดยสารได้กี่คนต่อครั้ง   ที่สำคัญ หลังจากจับราวบันไดเลื่อน หรือกดเปิด-ปิดลิฟท์ หรือชั้นที่ต้องการ ต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง และหากยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด อย่าใช้มือมาจับสิ่งของใช้ เช่น โทรศัพท์ หรือมาจับใบหน้าของตนเอง เพราะจะมีความเสี่ยงจากมือที่ยังไม่ได้ล้างให้สะอาดได้มาก 3.หลาย “จุดเสี่ยง” ในห้องน้ำ ที่อาจละเลย แม้ทางเจ้าของพื้นที่ให้บริการ จะทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคอยู่เสมอ แต่จำนวนผู้ใช้บริการที่มีอย่างต่อเนื่อง อาจจะเกิดการแพร่ระบาดในช่วงเวลาใดก็ได้ ซึ่งห้องน้ำถือว่ามีจุดเสี่ยงหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นลูกบิดประตู ที่จับประตู ที่กดชักโครก หรือแม้แต่ก๊อกน้ำ หากเป็นไปได้อาจจะต้องใช้สเปรย์หรือผ้าแอลกอฮอล์เช็ดบริเวณดังกล่าวก่อนใช้งาน หรืออาจจะล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดหลังจากเสร็จธุระในห้องน้ำแล้ว หลังจากนั้นควรล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานที่หลายแห่ง ได้มีอุปกรณ์ที่เป็นระบบเซ็นเซอร์ เปิด-ปิดแบบอัตโนมัติ ซึ่งหากมีอุปกรณ์ดังกล่าวเราแค่ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด ซึ่งต้องมีระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 20 วินาที และล้างให้ทั่วบริเวณมือทั้งด้านหน้าและหลังมือ หรือเท่ากับระยะเวลาการร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ 2 รอบ ก็ถือว่าทำความสะอาดได้มีประสิทธิภาพแล้ว 4.ตะกร้า-รถเข็น ใช้แล้วอย่าลืมล้างมือ ตะกร้าและรถเข็น อีกบริเวณหนึ่งที่เป็นจุดเสี่ยงได้เช่นกัน ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งได้มีมาตรการทำความสะอาดอุปกรณ์ดังกล่าวอยู่เป็นระยะ ๆ  แต่เพื่อความไม่ประมาณและเป็นการดูแลตนเองที่ดีที่สุด ควรล้างมือทุกครั้งด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงการได้รับเชื้อโรค 5.“สังคมไร้เงินสด” สะดวกและปลอดภัย ธนบัตรและเหรียญ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความเสี่ยง จะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ และเราอาจจะไม่ทันรู้ตัว เพราะเงินถูกจับและเปลี่ยนมือหลายคน ทำให้ไม่รู้ว่าผู้ที่สัมผัสเงินก่อนหน้านั้น เป็นผู้ได้รับเชื้อโรคมาก่อนหรือไม่ รวมถึงบัตรเครดิตเองก็มีโอกาสที่จะมีเชื้อโรคสะสมอยู่ เราจึงควรลดการใช้เงินสดและบัตรเครดิต ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงของไวรัสโควิด-19   ปัจจุบันรูปแบบการชำระเงินสามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการชำระด้วย QR Code หรือ การโอนเงิน ซึ่งมีความสะดวก ปลอดภัยสูงกว่าการสัมผัสกับเงินสด หรือบัตรเครดิต ในสถานการณ์ปัจจุบันลูกค้าจึงควรหลีกเลี่ยงการชำระสินค้าด้วยเงินสด หรือบัตรเครดิต 6.Take home ซื้ออาหารกลับบ้าน ปลอดภัยกว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความเสี่ยงสูง และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการเว้นระยะทางสังคม ร้านอาหารหลายแห่ง จึงปิดพื้นที่ส่วนให้บริการรับประทานในร้าน แต่ให้ซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านแทน ซึ่งมีความปลอดภัยกว่า แม้ว่าอาจจะมีบางร้านที่สามารถให้นั่งรับประทานอาหารได้ แต่เพื่อลดความเสี่ยงและลดโอกาสในการสัมผัสเชื้อโรค แม้ว่าหลายร้านจะมีมาตรการที่ดีในการดูแล และมีการทำความสะอาดร้านและอุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่แล้ว แต่การซื้อไปรับประทานที่บ้านดีกว่า และปลอดภัยกว่า

อัพเดท ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน เดือนมกราคม 2564

อัพเดท ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน เดือนมกราคม 2564

เริ่มต้นปี 2564 ที่เรายังคงต้องอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากเราไม่ประมาทและยังคงอยู่ภายใต้มาตรฐานด้านสาธารณสุข และไม่ไปยังพื้นที่เสี่ยง โควิด-19 ก็ทำอะไรเราไม่ได้   แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ความต้องการมีที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ก็ยังคงมีอยู่ เพราะบ้านคือปัจจัย 4 สำคัญของการมีชีวิต  ใครวางแผนจะมีบ้านสักหลัง หรือคอนโดมิเนียมใหม่สักห้อง  ปีนี้ก็เป็นอีกปีที่ถือว่าเป็นจังหวะที่ดี เพราะดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารยังคงอยู่ในอัตราที่ต่ำ ประกอบกับ ดีเวลลอปเปอร์ก็ยังคงทำแคมเปญออกมากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง   ลองมาดูกันว่า ดอกเบี้ยธนาคารไหนมีอัตราเท่าไร เราอัพเดทมาให้แล้ว สำหรับดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านใหม่ประจำเดือนมกราคม 2564 ​​ ธนาคารกรุงเทพ เฉพาะพนักงานที่มีรายได้ประจำ วงเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ทางเลือก 1 ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.00% ปีที่ 2-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.50% หลังจากนั้น อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 4.22% ทางเลือก 2 ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.875% หลังจากนั้น MRR-1.00% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 4.28% (หมายเหตุ : อัตราดอกเบี้ย คำนวณจากวงเงินสินเชื่อ 3 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี) สำหรับลูกค้าทั่วไป  วงเงินตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ทางเลือก 1 ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.00% ปีที่ 2-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.50% หลังจากนั้น อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 4.22% ทางเลือก 2 ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.875% หลังจากนั้น MRR-1.00% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 4.28% (หมายเหตุ : อัตราดอกเบี้ย คำนวณจากวงเงินสินเชื่อ 5 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี) วงเงินตั้งแต่ 3 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ทางเลือก 1 ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.625% ปีที่ 2-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.375% หลังจากนั้น อัตราดอกเบี้ย MRR-0.875% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 4.45% ทางเลือก 2 ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.625% หลังจากนั้น MRR-0.875% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 4.47% (หมายเหตุ : ดอกเบี้ยคำนวณจากวงเงินสินเชื่อ 4 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี) วงเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปแต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ทางเลือก 1 ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย 3.75% ปีที่ 2-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.25% หลังจากนั้น อัตราดอกเบี้ย MRR-0.75% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 4.57% ทางเลือก 2 ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.50% หลังจากนั้น MRR-0.75% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 4.59% (หมายเหตุ : ดอกเบี้ยคำนวณจากวงเงินสินเชื่อ 4 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี) หมายเหตุ -อัตราดอกเบี้ยนี้สำหรับผู้ที่ยื่นคำขอสินเชื่อพร้อมเอกสารครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.– 31 ธ.ค. 63 โดยผู้กู้ต้องลงนามในสัญญากู้ภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่อนุมัติสินเชื่อ และจดทะเบียนจำนองพร้อมเบิกเงินกู้งวดแรกหรือทั้งหมดภายใน 2 เดือน นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญากู้ -พนักงานที่มีรายได้ประจำ หมายถึง พนักงานที่มีรายได้หลัก หรือมีความสามารถในการชำระคืนหลัก จากรายได้ประจำ -รูปแบบการชำระแบบคงที่ เลือกผ่อนได้ทุกทางเลือก/รูปแบบการผ่อนชำระแบบขั้นบันได เลือกผ่อนได้เฉพาะทางเลือกที่ 1 -อัตราส่วนวงเงินกู้สูงสุด และมูลค่าหลักประกัน ให้เป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย -อัตราดอกเบี้ย MRR ปัจจุบันตามประกาศของธนาคาร ณ วันที่ 21 พ.ค. 63 เท่ากับ 5.75% ต่อปี​ -ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยรวมทั้งหลักเกณฑ์และเงื่อนไข​ ธนาคารกสิกรไทย สำหรับลูกค้าที่มีรายได้ประจำ ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-0.77% หลังจากนั้นจนสิ้นสุดสัญญา MRR-0.75% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 5.20% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (20 ปี) เท่ากับ 5.21% สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการ ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย MRR-0.27% หลังจากนั้น จนสิ้นสุดสัญญา MRR-0.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 5.70% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (20 ปี) เท่ากับ 5.71% อัตราดอกเบี้ย MRR = 5.97% (ประกาศ ณ วันที่ 22 พ.ค. 63) หมายเหตุ -ระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี -รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อธนาคาร ธนาคารกรุงไทย ประเภทสินเชื่อบ้านกรุงไทย…สุขใจถ้วนหน้า ฟรีค่าธรรมเนียมยื่นกู้ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี แบบทำประกัน ปีที่ 1 ดอกเบี้ย 0.90% ปีที่ 2 ดอกเบี้ย MRR-2.40% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย MRR-2.40% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 2.85% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.22% แบบไม่ทำประกัน ปีที่ 1 ดอกเบี้ย 0.90% ปีที่ 2-3 ดอกเบี้ย  MRR-2.25% หลังจากนั้น อัตราดอกเบี้ย MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 2.95% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.26% อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ผ่อนล้านละ 3,500 บาท 3 ปีแรก แบบทำประกัน ปีที่ 1 ดอกเบี้ย 2.24% ปีที่ 2-3 ดอกเบี้ย 3.15% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 2.85% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.24% แบบไม่ทำประกัน ปีที่ 1 ดอกเบี้ย 2.54% ปีที่ 2-3 ดอกเบี้ย 3.15% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 2.95% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.28% อัตราดอกเบี้ยลอยตัว แบบทำประกัน ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-3.37% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 2.85% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.25% แบบไม่ทำประกัน ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-3.27% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 2.95% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.29% ประเภทสินเชื่อบ้านกรุงไทย…สุขใจถ้วนหน้า ฟรีค่าธรรมเนียมยื่นกู้ กรณีธนาครออกค่าจดจำนองให้ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปี แบบทำประกัน ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ย 2.64% ปีที่ 3 ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.95% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.18% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.35% แบบไม่ทำประกัน ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ย 2.64% ปีที่ 3 ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.65% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.28% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.39% อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี   แบบทำประกัน ปีที่ 1 ดอกเบี้ย 2.44% ปีที่ 2-3 ดอกเบี้ย 3.55% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.18% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.36% แบบไม่ทำประกัน ปีที่ 1 ดอกเบี้ย 2.74% ปีที่ 2-3 ดอกเบี้ย 3.55% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.28% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.40% อัตราดอกเบี้ยลอยตัว แบบทำประกัน ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-3.04% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.18% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.37% แบบไม่ทำประกัน ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-2.94% หลังจากนั้น MRR-1.25% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.28% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 4.41% หมายเหตุ -การทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ : ทำประกันทางเลือกใด ทางเลือกหนึ่ง ดังนี้ 1.ทำ MRTA/GLT SP เต็มวงเงินกู้ และระยะเวลาทำประกันขั้นต่ำ 10 ปี 2.ทำ MRTA/GLT SP 70% ของวงเงินกู้และระยะเวลากู้ หรือ ระยะเวลาทำประกันขั้นต่ำ 15 ปี ทั้งนี้ การทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อเป็นไปตามความสมัครใจของลูกค้า และไม่มีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อ -ธนาคารออกค่าจดจำนองให้ 1% สูงสุดไม่เกินรายละ 200,000 บาท หากลูกค้าปิดบัญชีก่อน 5 ปี ธนาคารจะเรียกเก็บค่าจดจำนองคืน -อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) คำนวณจากวงเงินกู้ 1.00 ล้านบาท อายุสัญญา 20 ปี ผ่อนชำระ 6,600 บาทต่อเดือน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกรุงศรี เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไป สำหรับวงเงินกู้ 1 ล้านบาทแต่ไม่ถึง 5 ล้านบาท ทางเลือกที่ 1 ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย MRR-3.35% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.25% ปีที่ 3 เป็นต้นไป MRR-1.10% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.82% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (ต่อปี) 4.30% ทางเลือกที่ 2 ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6 อัตราดอกเบี้ย 1.50% ปีที่ 1 เดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย  MRR-1.60% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.35% ปีที่ 3 เป็นต้นไป MRR-1.10% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 4.21% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (ต่อปี) 4.52% สำหรับวงเงินกู้ ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ทางเลือกที่ 1 ปีที่ 1 อัตราดอกเบี้ย MRR-3.50% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.75% ปีที่ 3 เป็นต้นไป MRR-1.35% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.52% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (ต่อปี) 4.02% ทางเลือกที่ 2 ปีที่ 1 เดือนที่ 1-6 อัตราดอกเบี้ย 1.25% ปีที่ 1 เดือนที่ 7-12 อัตราดอกเบี้ย  MRR-1.95% ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.75% ปีที่ 3 เป็นต้นไป MRR-1.35% อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เท่ากับ 3.89% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (ต่อปี) 4.23% หมายเหตุ -อัตราดอกเบี้ยระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 63 ถึง 31 มี.ค. 64 -อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงข้างต้นเป็นเพียงการแสดงตัวอย่าง โดยคำนวณจากฐานวงเงินกู้ 2 ล้านบาท สำหรับวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่ 1 ล้านบาทแต่ไม่ถึง 5 ล้านบาท และ ฐานวงเงินกู้ 5 ล้านบาท สำหรับวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ด้วยระยะเวลาการกู้ 10 ปีในกรณีที่ลูกค้าซื้อ MRTA/MLTA หากค่าเบี้ย MRTA/MLTA เปลี่ยนแปลง อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ เงื่อนไขการรับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA/MLTA) -รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี เฉพาะในปีที่ 1จากอัตราดอกเบี้ยทุกทางเลือก ลูกค้าต้องซื้อ MRTA/MLTA ที่ร่วมรายการตามเงื่อนไขดังนี้ 1.ผลิตภัณฑ์ MRTA/MLTA ที่ร่วมรายการได้แก่ MRTA : แผนกรุงศรี เซฟตี้โลน 1 พลัส หรือ กรุงศรี เซฟตี้โลน 1 หรือ กรุงศรี เซฟตี้โลน 2 MLTA : กรุงศรี รักบ้าน รักคุณ หรือกรุงศรี รักบ้าน รักคุณ พลัส เท่านั้น 2.กรณีผู้กู้หลักเป็นพนักงานเงินเดือนที่มีรายได้ประจำต้องซื้อ MRTA/MLTA 100% ของ วงเงินกู้โดยมีระยะเวลาความคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 15 ปี หรือซื้ออย่างน้อย 70% ของวงเงินกู้โดยมีระยะเวลาความคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 20 ปี 3.กรณีผู้กู้หลักเป็นผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัว ต้องซื้อ MRTA/MLTA อย่างน้อย 80% ของวงเงินกู้โดยมีระยะเวลาความคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 10 ปี หรือซื้ออย่างน้อย 50% ของวงเงินกู้โดยมีระยะเวลาความคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 15 ปี 4.กรณี มีผู้กู้ร่วม สามารถซื้อ MRTA/MLTA เฉพาะผู้กู้หลักเพียงคนเดียวได้หรือหากผู้กู้ร่วมประสงค์ที่จะซื้อ MRTA/MLTA ด้วย ผู้กู้หลักและผู้กู้ร่วมทุกคนจะต้องมีทุนประกันขั้นต่ำในสัดส่วนที่เท่ากัน ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย เป็นอัตราดอกเบี้ยปกติตามที่ลูกค้าได้เลือกไว้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่บริษัทประกันไม่อนุมัติ MRTA/MLTA หรือในกรณีที่ลูกค้าขอยกเลิก MRTA/MLTA  ธนาคารเกียรตินาคิน  สินเชื่อบ้านวงเงินกู้ตั้งแต่ 5 แสนบาทแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ประเภทลอยตัว แบบทำประกัน ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ (MLR-4.41%)-(MLR-3.31%) ปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MLR-1.75% แบบไม่ทำประกัน ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ (MLR-4.41%)-(MLR-3.15%) ปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MLR-1.75% ประเภทคงที่ 3 ปี แบบทำประกัน ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 0.00%-3.99% ปีที่ 4-5 (MLR-3.00%)-(MLR-1.75%) ปีต่อไป อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MLR-1.75% แบบไม่ทำประกัน ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 0.00%-3.99% ปีที่ 4-5 (MLR-3.00%)-(MLR-1.75%) ปีต่อไป อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MLR-1.75% ประเภทคงที่ 2 ปี แบบทำประกัน ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 2.69%-2.79% ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย (MLR-4.01%) – (MLR-3.51%) ปีต่อไป อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MLR-1.75% แบบไม่ทำประกัน ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 2.94%-3.04% ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย (MLR-3.76%) – (MLR-3.26%) ปีต่อไป อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MLR-1.75% หมายเหตุ 1.อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับ ปัจจัยอ้างอิง เช่น อัตราดอกเบี้ย ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา  (MLR) ซึ่งธนาคารจะแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว โดยจะประกาศไว้ ณ สถานที่ทำการให้บริการและเว็บไซต์ของธนาคาร 2.MLR ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 เท่ากับ 6.525% ต่อปี 3.กรณีที่ทำประกัน สมัครประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อกับบริษัทประกันที่ธนาคารกำหนด (MRTA) ทุนประกันภัย100% และระยะเวลาคุ้มครองขั้นต่ำ 10 ปี กรณีที่ระยะเวลากู้สินเชื่อไม่ถึง 10 ปี ให้ระยะเวลาคุ้มครองขั้นต่ำเท่ากับระยะเวลาการกู้สินเชื่อ 4.ระยะเวลากู้สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย สูงสุด 30 ปี (อายุผู้กู้รวมระยะเวลากู้ไม่เกิน 65 ปีสำหรับพนักงานเงินเดือนประจำ และไม่เกิน 70 ปีสำหรับเจ้าของกิจการ/ธุรกิจส่วนตัว) ธนาคารซีไอเอ็มบี  ดอกเบี้ยสำหรับพนักงานประจำ หรือเจ้าของกิจการ รายได้ 50,000 บาทต่อขึ้นไป แบบทำประกันชีวิต ปีที่ 1-5 ดอกเบี้ย  4.49% อัตราเฉลี่ย​ 5 ปี ดอกเบี้ย 4.49% ระยะเวลาที่เหลือ MRR-2.00% ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 5.00% แบบไม่ทำประกันชีวิต ปีที่ 1-5 ดอกเบี้ย  4.79% อัตราเฉลี่ย​ 5 ปี ดอกเบี้ย 4.79% ระยะเวลาที่เหลือ MRR-2.00% ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 5.12% สำหรับพนักงานประจำรายได้ 15,000 บาท หรือ เจ้าของกิจการ รายได้ 30,000 บาท แบบทำประกันชีวิต ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย MRR-3.0% อัตราเฉลี่ย​ 3 ปี ดอกเบี้ย 4.35% ระยะเวลาที่เหลือ MRR-2.00% ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 5.10% แบบไม่ทำประกันชีวิต ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย MRR-2.7% อัตราเฉลี่ย​ 3 ปี ดอกเบี้ย 4.65% ระยะเวลาที่เหลือ MRR-2.00% ดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 5.18% ธนาคารทีเอ็มบี อัตราดอกเบี้ย ซื้อบ้านจากโครงการทั่วไป กรณีสมัครพร้อมผลิตภัณฑ์เสริม 3 ประเภท ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย, ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ทางเลือกที่ 1 ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ย 3.75% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย MRR-1.63% อัตราเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.05% หลังจากนั้น ดอกเบี้ย MRR-1.63% อัตราดอกเบี้ยจริงตลอดอายุสัญญา 4.45% ทางเลือกที่ 2 ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย MRR-2.23% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย MRR-1.63% อัตราเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.05% หลังจากนั้น ดอกเบี้ย MRR-1.63% อัตราดอกเบี้ยจริงตลอดอายุสัญญา 4.46% ทางเลือกที่ 3 (เพิ่มฟรีค่าจดจำนอง) ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ย 4.25% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย MRR-1.63% อัตราเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.38% หลังจากนั้น ดอกเบี้ย MRR-1.63% อัตราดอกเบี้ยจริงตลอดอายุสัญญา 4.56% ทางเลือกที่ 4 (เพิ่มฟรีค่าจดจำนอง) ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย MRR-1.88% อัตราเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.40% หลังจากนั้น ดอกเบี้ย MRR-1.63% อัตราดอกเบี้ยจริงตลอดอายุสัญญา 4.57% กรณีสมัครไม่ครบผลิตภัณฑ์เสริม 3 ประเภท ฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย, ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ทางเลือกที่ 5 ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ย 4.90% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย MRR-1.38% อัตราเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.90% หลังจากนั้น ดอกเบี้ย MRR-1.38% อัตราดอกเบี้ยจริงตลอดอายุสัญญา 4.90% ทางเลือกที่ 6 ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย MRR-1.48% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย MRR-1.63% อัตราเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.80% หลังจากนั้น ดอกเบี้ย MRR-1.38% อัตราดอกเบี้ยจริงตลอดอายุสัญญา 4.87% หมายเหตุ เมื่อคุณกู้ซื้อบ้านกับ TMB พร้อมสมัครผลิตภัณฑ์เสริม 3 ประเภท ได้แก่ 1.สมัครประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ทีเอ็มบีคุ้มบ้าน (MRTA) 2.สมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีออมทรัพย์ ทีเอ็มบี เพื่อผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน 3.สมัครบัตรเดบิต TMB (กรณีที่คุณมีบัตรเดบิต TMB แล้ว ไม่ต้องสมัครเพิ่ม) ข้อเสนอพิเศษเมื่อกู้ซื้อบ้านกับ TMB พร้อมสมัครผลิตภัณฑ์เสริม 3 ประเภท นอกจากดอกเบี้ยคงที่ต่ำสำหรับ 3 ปีแรกแล้ว คุณยังได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ดังนี้ -ฟรีประกันอัคคีภัย: TMB จ่ายให้ตามมูลค่าเบี้ยประกันภัย ประมาณ 1,000 บาทต่อปี ต่อราคาบ้าน 1 ล้านบาท -ฟรีค่าจดทะเบียนจำนอง: TMB จ่ายให้ 1% ของเงินกู้สูงสุดถึง 200,000 บาท สำหรับกรณีซื้อบ้าน จากบริษัทพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ที่ธนาคารกำหนด -ฟรี ค่าธรรมเนียมธนาคารของสินเชื่อบ้านทุกประเภท: ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์, ค่าดำเนินการสินเชื่อ, ค่าทำนิติกรรม จำนอง สำหรับกรณีที่กู้ซื้อบ้านกับ TMB โดยไม่สมัครผลิตภัณฑ์เสริม 3 ประเภท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยปกติจาก TMB โดยยังได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกดังนี้ -ฟรีประกันอัคคีภัย: TMB จ่ายให้ตามมูลค่าเบี้ยประกันภัย ประมาณ 1,000 บาทต่อปี ต่อราคาบ้าน 1 ล้านบาท -ฟรี ค่าธรรมเนียมธนาคารของสินเชื่อบ้านทุกประเภท: ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์, ค่าดำเนินการสินเชื่อ, ค่าทำนิติกรรม จำนอง ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยค่าธรรมเนียมรวมถึงสิทธิพิเศษต่าง ๆ เป็นไปตามประกาศของธนาคาร EIR (Effective Interest Rate : อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา) เป็นเพียงตัวอย่างที่ใช้ในการคำนวณเท่านั้น โดยคำนวณจาก เงินกู้ 3 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี / MRR (Minimum Retail Rate : อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี) = 6.28% ต่อปี ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ธนาคารไทยพาณิชย์ แบบไม่ทำประกันชีวิต ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 5.995% ปีต่อไป MRR อัตราเฉลี่ย 3 ปี 5.995% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 5.995% แบบทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ มากกกว่าหรือเท่ากับ 70% ของวงเงินกู้ ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 5.950% ปีต่อไป MRR อัตราเฉลี่ย 3 ปี 5.950% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 5.983% ธนาคารธอส. สินเชื่อบ้านโครงการจัดสรร (ยกเว้นค่าธรรมเนียมยื่นกู้ 0.1% ของวงเงินนิติกรรม) ปีที่ 1 ดอกเบี้ย 2.80% ปีที่ 2 ดอกเบี้ย MRR-3.35% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย MRR-2.65% ปีที่ 4 ตลอดอายุสัญญา -กรณีลูกค้าสวัสดิการ MRR-1.00% -กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป MRR-0.50% หมายเหตุ : MRR = 6.15% ประกาศวันที่ 25 พ.ค.63 ธนาคารยูโอบี สินเชื่อบ้านใหม่ สำหรับโครงการของบริษัทมหาชน (ยื่นขอสินเชื่อวันที่ 4 ม.ค.64 – 31 มี.ค. 64 และจดจำนองภายใน 30 เม.ย.64) ทางเลือก 1 กรณีทำประกันชีวิต ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 3.35% ปีที่ 3 MRR-4.00% ปีที่ 4 เป็นต้นไป เท่ากับ MRR-1.60% ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 3.35% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา เท่ากับ 4.79% ทางเลือก 2 กรณีไม่ทำประกันชีวิต ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 3.55% ปีที่ 3 MRR-3.80% ปีที่ 4 เป็นต้นไป เท่ากับ MRR-1.60% ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 3.55% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา เท่ากับ 4.87% ทางเลือก 3 กรณีทำประกันชีวิต ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 2.80% ปีที่ 3 MRR-2.60% ปีที่ 4 เป็นต้นไป เท่ากับ MRR-1.60% ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 3.45% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา เท่ากับ 4.80% ทางเลือก 4 กรณีไม่ทำประกันชีวิต ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 3.00% ปีที่ 3 MRR-2.40% ปีที่ 4 เป็นต้นไป เท่ากับ MRR-1.60% ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 3.65% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา เท่ากับ 4.88% หมายเหตุ อัตราดอกเบี้ยแบบทำประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ ผ่านธนาคารยูโอบี -ทุนประกันเต็มวงเงินกู้ และมีระยะเวลาเอาประกันขั้นต่ำ 10 ปี หรือ -ทุนประกันขั้นต่ำ 80% ของวงเงินกู้ และมีระยะเวลาเอาประกันเต็มตามระยะเวลากู้ อัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยวงเงิน 1 ล้านบาท อายุสัญญา 15 ปี MRR=7.35% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงข้างต้นเป็นพียงตัวอย่างที่คำนวณตามเงื่อนไขที่ใช้ในสื่อโฆษณาเท่านั้น อัตราดอกเบี้ยสำหรับการทำสัญญากู้ยืมของลูกค้าแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกันตามเงื่อนไขการกู้ยืมของลูกค้าแต่ละราย ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ แบบที่ 1 สำหรับผู้กู้มีรายได้ตั้งแต่ 75,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป แบบ 1.1 ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ย 1.90% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย 3.85% ปีที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย 5.10% เฉลี่ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ย 2.55% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3.54% แบบที่ 1.2 ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ยคงที่ 2.00% ผ่อนล้านละ 3,500 บาทต่อเดือน ปีที่ 3 ดอกเบี้ย 4.25% ปีที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย 5.10% เฉลี่ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ย 2.75% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3.65% แบบที่ 1.3 ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย 2.50% ปีที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย 5.10% เฉลี่ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ย 2.50% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3.57% แบบที่ 1.4 ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย 2.70% ผ่อนล้านละ 3,500 บาทต่อเดือน 3 ปีแรก ปีที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย 5.10% เฉลี่ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ย 2.70% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3.69% แบบที่ 2 สำหรับผู้กู้มีรายได้ตั้งแต่ 20,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป แบบ 2.1 ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ย 2.00% ปีที่ 3 ดอกเบี้ย 3.80% ปีที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย 5.10% เฉลี่ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ย 2.60% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3.57% แบบที่ 2.2 ปีที่ 1-2 ดอกเบี้ยคงที่ 2.10% ผ่อนล้านละ 3,500 บาทต่อเดือน ปีที่ 3 ดอกเบี้ย 4.20% ปีที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย 5.10% เฉลี่ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ย 2.80% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3.69% แบบที่ 2.3 ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย 2.55% ปีที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย 5.10% เฉลี่ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ย 2.55% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3.60% แบบที่ 2.4 ปีที่ 1-3 ดอกเบี้ย 2.75% ผ่อนล้านละ 3,500 บาทต่อเดือน 3 ปีแรก ปีที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ย 5.10% เฉลี่ย 3 ปีแรก ดอกเบี้ย 2.75% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3.73% เงื่อนไข 1.สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านใหม่ในโครงการจัดสรร ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.90% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่มีรายได้ตั้งแต่ 75,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป หรืออัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.00% สำหรับลูกค้าที่มีรายได้ตั้งแต่ 20,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และเบิกรับเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.63-31 ม.ค. 64 เท่านั้น 2.กรณีลูกค้าทำประกัน MRTA/MLTA ธนาคารทดรองจ่ายค่าจดจำนองให้ 1%  ของวงเงินกู้อนุมัติ หรือสูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท (ทั้งนี้ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บเงินทดรองจ่ายค่าจดจำนองดังกล่าวคืนจากลูกค้า กรณีลูกค้าปิดบัญชีสินเชื่อ หรือเปลี่ยนแปลงสัญญาใด ๆ ภายใน 5 ปีแรกทุกกรณี นับจากวันทำนิติกรรมจดจำนอง) 3.กรณีสมัครทำประกันชีวิต ต้องสมัครทำ MRTA/MLTA ทุนประกัน 100% ของวงเงินสินเชื่อ ระยะความคุ้มครองขั้นต่ำ 10 ปี 4.ลูกค้าสามารถเลือกใช้อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำล้านละ 3,500 บาท ได้ในแบบอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่เท่านั้น 5. อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างอัตราดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยวงเงิน 3 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี MRR = 7.350% (ณ วันที่ 14 เม.ย. 63) ที่คำนวณตามเงื่อนไขที่ใช้ในโฆษณาฉบับนี้เท่านั้น ซึ่งอาจมีความแตกต่างตามเงื่อนไขการกู้ยืมของลูกค้าแต่ละราย 6.อัตราดอกเบี้ย หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ธนาคารออมสิน อัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อเคหะ กรณีผู้กู้ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 3.49% ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR-1.25% กรณีผู้กู้ไม่ทำประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ ปีที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 3.99% ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR-0.75%  

5 วิธีปลดหนี้ไว รับรองว่าใช้ได้ผลจริง!

5 วิธีปลดหนี้ไว รับรองว่าใช้ได้ผลจริง!

จะดีแค่ไหน? ถ้าปีใหม่ 2564 เป็นปีที่เราสามารถเริ่มต้นสร้างอิสรภาพทางการเงินได้ ซึ่งก้าวแรกของการมีอิสรภาพทางการเงิน ก็คงเริ่มต้นด้วยการเป็นคนไม่มีหนี้สิน ไม่ต้องมีภาระมาเบียดบังรายได้ที่เข้ามา  การไม่มีหนี้สิน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการมีอิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริง   แล้วทำอย่างไร? เราถึงจะสามารถปลดหนี้สินที่พะรุงพะรัง สร้างปัญหากวนใจของเราได้บ้าง หรือแม้ว่าหนี้สินที่มีอยู่จะไม่ได้หมดลงทั้งหมด แต่อย่างน้อยปีนี้หนี้สินที่มีอยู่ก็ลดน้อยลงไปได้บ้าง วันนี้เรามีเทคนิควิธีปลดหนี้ไว และใช้ได้ผลจริง เป็นบทความจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มาให้ได้ลองทำตามกันดู   ปัจจุบันหนี้สินที่มีอยู่อาจจะเกิดขึ้นได้ง่าย  จากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือการชอปปิงออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งการที่มีจำนวนหนี้ที่เพิ่มมากขึ้นบวกกับค่าครองชีพที่แพง สวนทางกับรายได้ที่มีอยู่เท่าเดิม ทำให้หนี้กลายเป็นภาระที่รัดแน่นและนำไปสู่ปัญหาชีวิตในด้านอื่น ๆ ตามมา   จะดีกว่าไหม? ถ้าคุณสามารถปลดหนี้หนี้ที่มีอยู่ให้หายไปได้ด้วยการปฏิบัติตาม 5 วิธีปลดหนี้ไวที่นำมาฝากกัน ดังนี้ 1.แยกประเภทหนี้ให้ถูกต้อง ในกรณีที่มีหนี้สินหลายก้อน แนะนำให้เริ่มต้นจากการจัดหมวดหมู่หนี้ออกมาเป็นประเภท เพื่อเป็นการจัดลำดับหนี้สินที่มีอยู่ ซึ่งจะช่วยทำให้สามารถตัดสินใจได้ว่า หนี้ในส่วนไหนเป็นเงินคงค้างที่ต้องได้รับการชำระก่อน-หลัง โดยคุณสามารถแบ่งแยกหนี้ที่มีออกเป็น 2 กลุ่มได้ดังนี้ หนี้ดี – หนี้ไม่ดี  การปลดหนี้ด้วยการคัดแยกหนี้ดีและหนี้ไม่ดี เป็นวิธีการจัดหมวดหมู่หนี้ไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้พฤติกรรมการใช้เงินที่ก่อให้เกิดหนี้ตามมาได้ในทีเดียว โดยจะต้องจำแนกให้ได้ว่า หนี้ที่มีอยู่หลายก้อนนั้นเป็นหนี้ที่สามารถสร้างรายได้กลับมาให้ในภายหลัง (หนี้ดี) หรือเป็นหนี้ที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ตามมาเลย (หนี้ไม่ดี)   ยกตัวอย่างหนี้ทั้ง 2 รูปแบบ เช่น หนี้จากการซื้อสินค้า เสื้อผ้า หรือของใช้ต่าง ๆ ที่เป็นสินค้าตามแฟชั่น ตลอดไปจนถึงการกินอาหารหรูมื้อละหลายร้อยบาท ทั้งหมดนี้เป็นหนี้ไม่ดีที่เกิดจากความฟุ่มเฟือยของตัวเอง   ส่วนประเภทหนี้สินที่เกิดจากการลงทุนอย่างการปล่อยเช่าอสังหาฯ จะเป็นหนี้ที่จัดอยู่ในประเภทหนี้ดีที่สามารถสร้างรายได้จากค่าเช่า ซึ่งช่วยในการผ่อนทรัพย์สินที่ซื้อมา แถมยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลาหากต้องการจะขายในภายหลังก็ยังสร้างกำไรให้กับเจ้าของหนี้ได้อีกด้วย จัดลำดับหนี้ตามอัตราการเสียดอกเบี้ย หลังจากจำแนกหนี้ดี-หนี้ไม่ดีได้แล้ว ก็ให้นำหนี้ทั้ง 2 ประเภทมาจัดอันดับและแยกแยะเพื่อเข้าสู่กระบวนการปลดหนี้ในขั้นต่อไป นั่นก็คือ การเรียงลำดับว่า หนี้ก้อนไหนเป็นหนี้สินที่จะต้องเสียดอกเบี้ยมากที่สุด ให้เริ่มปลดหนี้ส่วนนั้นก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อหยุดวงจรการทบต้นทบดอกของหนี้ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้ปลดหนี้ได้ไวยิ่งขึ้นด้วย 2.หยุดวงจรการสร้างหนี้ ในระหว่างที่ยังชำระหนี้เก่าไม่หมดก็ต้องหยุดการสร้างหนี้ใหม่ด้วยมาตรการรัดเข็มขัดให้ตัวเอง ซึ่งคุณสามารถศึกษาวิธีการ ลด ละ เลิก การสร้างหนี้ได้ดังนี้ ตัดภาระรายจ่ายที่ไม่จำเป็น  วิธีการหยุดวัฏจักรหนี้คงค้าง สิ่งแรกที่ต้องเริ่มทำเลยคือ การเริ่มต้นควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยการหั่นรายจ่ายต่างๆ ที่เป็นเรื่องฟุ่มเฟือยที่ทำให้กระแสเงินสดของคุณสะดุด เช่น การชอปปิง, การสังสรรค์, การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการช่วยปลดหนี้ เพราะคุณสามารถนำเงินส่วนนี้มาใช้ในการปลดหนี้บางส่วนได้ก่อนที่ดอกเบี้ยจะบานปลาย หยุดการใช้บัตรเครดิต   บัตรเครดิตถือเป็นตัวช่วยในการจับจ่ายใช้สอยสำหรับคนในยุคปัจจุบัน แต่ด้วยรูปแบบการใช้งานที่แสนสะดวกสบาย ใช้ผ่อนสินค้าง่าย แถมยังมีส่วนลดล่อตาล่อใจ ทำให้บัตรเครดิตกลายเป็นตัวสร้างหนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน   ถ้าคุณมีบัตรเครดิตหลายใบและไม่สามารถวางแผนการใช้งานได้ แน่นอนว่า จะสร้างหนี้เกินกว่าที่จะจ่ายไหว ดังนั้น คุณจะต้องหยุดการใช้บัตรเครดิตเพื่อเป็นการปลดหนี้บัตรเครดิตให้หมดไว  ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายให้ดีขึ้นได้ด้วย ห้ามยุ่งกับการกู้หนี้นอกระบบ แม้จะอยู่ในช่วงที่กระแสเงินสดขาดมือมากขนาดไหนก็ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการกู้หนี้นอกระบบเด็ดขาด เพราะการกู้หนี้นอกระบบจะทำให้คุณเจอกับเจ้าหนี้ที่คิดดอกเบี้ยในอัตราที่เกินกว่ากฎเกณฑ์ ทำให้หนี้สินที่มีอยู่เพิ่มมากขึ้นเกินกว่าความสามารถในการจ่าย แถมยังเสี่ยงอันตรายกับการถูกตามทวงหนี้ด้วยวิธีนอกกฎหมายอีกด้วย เลิกใช้วิธีหมุนเงินเพื่อโปะยอดหนี้ การยืมเงินจากเพื่อนอีกคนหนึ่งมาโปะยอดหนี้ของเพื่อนอีกคนหนึ่ง หรือการใช้วิธีถอนเงินสดจากบัตรเครดิตออกมาเพื่อใช้จ่ายหนี้อื่น ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนไม่ใช่วิธีที่ทำให้คุณปลดหนี้ได้ แถมยังมีโอกาสเพิ่มหนี้สินจากการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในส่วนที่หยิบยืมเงินจากอนาคตมาใช้ รวมถึงอาจทำให้เสียความเชื่อใจกับคนรอบข้างได้ด้วย   ดังนั้น การปลดหนี้ให้ได้ผลจึงควรเลิกใช้วิธีการหมุนเงินเพื่อโปะยอดหนี้คงค้างเดิม แต่ควรจะเริ่มจากการลดค่าใช้จ่าย และเริ่มปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ด้วยการวางแผนการชำระหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 3.ปรับแผนทางการเงินใหม่ วิธีการที่จะช่วยทำให้ปลดหนี้ได้เร็วและยั่งยืนมากที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการเริ่มต้นปรับแผนทางการเงินใหม่ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะช่วยลดหนี้และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีแล้ว ยังเป็นพื้นฐานของการวางแผนทางการเงินให้ชีวิตสามารถบรรลุสู่เป้าหมายที่ตั้งใจในระยะยาวได้อีกด้วย   โดยในบทความนี้จะขอหยิบยกวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินที่จะช่วยทำให้คุณปลดเปลื้องภาระหนี้ที่มีอยู่ออกไปได้จนหมด และสร้างวินัยทางการออมขั้นเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วย 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 1 วางแผนรายรับ-รายจ่าย สาเหตุที่คนเรามักมีพฤติกรรมการใช้จ่ายเกินตัว เป็นเพราะมองไม่เห็นว่าในแต่ละเดือนเราหมดเงินไปกับสิ่งต่าง ๆ มากน้อยแค่ไหน   ดังนั้น การเริ่มต้นปลดหนี้ด้วยการวางแผนรายรับ-รายจ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้มองเห็นภาพกว้างมากขึ้นว่า ในแต่ละเดือนควรสร้างสมดุลให้กับรายรับและรายจ่ายให้เกิดขึ้นได้อย่างไร ด้วยการสร้าง 2 บัญชีหลักไว้สำหรับบันทึกค่าใช้จ่าย ดังนี้ บัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวัน  เป็นรูปแบบบัญชีที่ช่วยในการสำรวจตัวเองว่า การใช้เงินในแต่ละวันเกินงบที่ตั้งไว้แต่แรกหรือไม่ มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่เสียไปแบบเปล่าประโยชน์เพราะพฤติกรรมแบบเดิม ๆ หรือเปล่า   เช่น ค่าเครื่องดื่มอย่างน้ำอัดลม ชา กาแฟ ที่ต้องจ่ายวันละ 20-30 บาท ฯลฯ เงินจำนวนนี้อาจจะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยในแต่ละวัน แต่เมื่อนำบัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำวันมาดูพร้อมกันก็จะเห็นความฟุ่มเฟือยที่อาจไม่จำเป็นเกิดขึ้นแบบซ้ำ ๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีสำหรับการปลดหนี้ เนื่องจากไม่สามารถลดรายจ่ายได้เลย   ดังนั้น บัญชีประเภทนี้จึงเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ให้เห็นว่า คุณควรจะเริ่มปรับเปลี่ยนการใช้จ่ายในแต่ละวันอย่างไร ถึงจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง บัญชีรายรับ-รายจ่ายประจำเดือน  เป็นบัญชีภาพรวมที่จะทำให้มองเห็นค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนว่ามีสัดส่วนเป็นอย่างไร โดยต้องทำการแบ่งหมวดหมู่การใช้จ่ายเงินในแต่ละเดือนเอาไว้ว่า มีรายรับและรายจ่ายอะไรที่หมุนเวียนในเดือนนั้นๆ บ้าง และควรลดสัดส่วนการใช้จ่ายตรงไหนถึงจะสามารถหักลบกลบกับหนี้ที่มีได้ทันกับเวลาที่กำหนด ขั้นที่ 2 ตั้งเป้าหมายทางการเงิน ปกติแล้วจะเป็นการวางแผนเพื่อการออมเงิน แต่สำหรับคนที่ยังมีหนี้ การตั้งเป้าหมายในครั้งนี้อาจจะเป็นการตั้งเป้าการชำระหนี้ให้ครบโดยเร็ว ซึ่งอาจใช้การกำหนดเวลาช่วยด้วยก็ได้ เช่น มีหนี้อยู่ทั้งสิ้น 1 ล้านบาทต้องการชำระให้หมดภายใน 2 ปี   การตั้งเป้าแบบนี้ก็จะช่วยทำให้คุณมองเห็นว่า หากต้องการใช้หนี้จำนวนนี้ในระยะเวลา 2 ปี ในแต่ละเดือนควรจะเริ่มทำอะไรบ้าง ซึ่งอาจจะเริ่มวางแผนการเก็บเงินให้ได้เดือนละ 42,000 บาทด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงินออมทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยสูง, การลงทุนในกองทุนรวม หรือการหารายได้เสริมที่นอกเหนือไปจากเงินเดือน เป็นต้น ขั้นที่ 3 รู้จักการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ  การลงทุนก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้คุณบรรลุเป้าหมายในการปลดหนี้ได้ไวขึ้น โดยอาจจะแบ่งหนี้ที่สามารถชำระได้ในระยะยาวออกมา และคำนวณดูว่า การลงทุนแบบไหนที่จะสามารถสร้างรายได้ที่เพียงพอจะชำระหนี้ก้อนนี้ได้บ้าง   แต่ก็อย่าลืมว่าการลงทุนมาพร้อมกับความเสี่ยง ดังนั้น การบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุนเท่าที่รับไหวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้เวลาศึกษาสำหรับผู้เริ่มต้นการลงทุน 4.รู้จักวิธีช่วยลดหนี้ หากพูดถึงหนี้สิน แน่นอนว่า ต้องมาพร้อมกับดอกเบี้ยที่ถ้าปล่อยไว้เรื่อย ๆ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งในหัวข้อนี้จะขอแนะนำให้รู้จักกับวิธีการลดภาระดอกเบี้ยจากการรีไฟแนนซ์   ที่เป็นวิธีการชำระเงินกู้เดิมด้วยเงินกู้ใหม่ และใช้สินทรัพย์เดิมเป็นหลักประกัน โดยสามารถทำได้จากการขอกู้เงินจากสถาบันการเงินแห่งใหม่เพื่อนำไปปลดภาระเงินกู้เก่าที่มีอยู่   เช่น คนมีบ้านอาจจะเลือกใช้ตัวช่วยลดหนี้อย่างการรีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งเป็นวิธีการช่วยลดอัตราดอกเบี้ย เพิ่มระยะเวลาการกู้ และจ่ายค่างวดในการผ่อนบ้านน้อยลงกว่าเดิม ทำให้มีเงินเหลือใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นได้มากขึ้น สามารถนำไปหมุนเวียนใช้จ่ายหรือหมุนเวียนในธุรกิจได้ต่อไป 5.เข้าไปคุยกับธนาคาร เมื่อเป็นหนี้ก็ต้องอย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ ดังนั้น การเลือกเข้าไปคุยกับธนาคารจึงถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเพื่อขอประนอมหนี้ และทำการตกลงกับทางธนาคารในการปลดหนี้ที่มีทั้งหมดใหม่ เช่น การขอปรับลดดอกเบี้ยชั่วคราว, การขอจ่ายแค่ดอกเบี้ยชั่วคราว, การขอหยุดชำระหนี้ชั่วคราว ฯลฯ เพื่อเป็นการคืนสภาพคล่องทางการเงินและตั้งหลักได้ง่ายขึ้น   ซึ่งการพิจารณาประนอมหนี้ทั้งหมด จะแล้วแต่กรณีและขึ้นอยู่กับทางธนาคารว่า จะเริ่มต้นปรับโครงสร้างหนี้อย่างไรได้บ้าง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้นให้ก่อนในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตามคุณจะต้องหาวิธีปลดหนี้ให้ได้จนกว่าจะสำเร็จ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นศาลและการถูกฟ้องร้องที่อาจเกิดขึ้นได้ในภายหลัง สรุป  อย่างไรก็ตามวิธีการปลดหนี้ที่ดีที่สุด คือการเริ่มยอมรับถึงนิสัยและพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกินตัวของตนเอง รวมถึงพยายามปฏิบัติตามกระบวนการปลดหนี้ที่ตัวเองวางไว้อย่างเต็มความสามารถด้วยความตั้งใจจริง รับรองเลยว่า หากเรามีวินัยและมีความตั้งใจที่ดีแล้วจะสามารถปลดหนี้ที่มีอยู่จนหมดได้อย่างแน่นอน  

“ปรับบ้านรับทรัพย์ ตามหลักฮวงจุ้ย” รับปีใหม่ 2564 กับหมอช้าง

“ปรับบ้านรับทรัพย์ ตามหลักฮวงจุ้ย” รับปีใหม่ 2564 กับหมอช้าง

ช่วงวันหยุดเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2564 หลายคนอาจจะใช้เวลาในการเฉลิมฉลองอยู่กับครอบครัว หรือเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ภายใต้รูปแบบของการใช้ชีวิตแบบ New Normal แต่เชื่อว่าก็มีหลายคนที่ใช้เวลาพักผ่อนอยู่กับบ้าน  และใช้ช่วงเวลานี้ทำความสะอาดบ้าน จัดเก็บบ้าน หรือจัดบ้านใหม่รับปีใหม่ เพื่อให้การอยู่อาศัยตลอดปี 2564 มีแต่ความโชคดี และมีความสุขสบาย   นอกเหนือจากเรื่องของความสะอาดแล้ว การจัดบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ย ก็เป็นเคล็ดลับของการอยู่อาศัยที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยสบายใจ และเป็นไปตามหลักการของฮวงจุ้ย ที่หลายคนมีความเชื่อว่าจะทำให้ได้โชคลาภ เงินทอง สุขภาพดี และมีความสุขกับการอยู่อาศัยในบ้านที่ถูกจัดไว้อย่างถูกต้อง ตามหลักของ “ฮวงจุ้ย” เพราะ “บ้าน” คือ ศูนย์รวมความสุขของสมาชิกทุกคนในบ้าน และหากว่าบ้านมีการจัดฮวงจุ้ยที่ดี จะยิ่งเสริมให้ผู้อยู่ร่ำรวยมั่งมีได้อีกด้วย วันนี้เรามีเคล็ดลับและไอเดียปรับฮวงจุ้ยบ้านให้รับทรัพย์ ของหมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา จากงาน “SCG HOME & Living Fair” ซึ่งจัดขึ้นที่ เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ โครงการ CDC เลียบด่วนรามอินทรา ในช่วงที่ผ่านมา มาแนะนำให้ทุกคนทำตาม เพื่อรับโชคเฮง ๆ ตลอดปี 2564 นี้ ฮวงจุ้ย เรื่องของ “ลม” และ “น้ำ” “ฮวงจุ้ย” หรือในภาษาจีนกลางคือ Feng Shui (เฟิงสุ่ย) มาจากคำสองคำคือ “เฟิง” แปลว่า “ลม” และ “สุ่ย” แปลว่า “น้ำ” ดังนั้น ทฤษฎีของฮวงจุ้ยที่ดี จึงว่ากันด้วยทิศทางการหมุนเวียนของลมและการไหลเวียนของน้ำนั่นเอง   “ลม” ของฮวงจุ้ยจะพัดพาพลังชี่ (Shi) เข้ามาภายในบ้าน ฉะนั้น การจัดฮวงจุ้ยก็คือ การจัดพลังชี่ในบ้านให้ลมเกิดการหมุนเวียนในทิศทางที่ดีตามองศาของประตูและหน้าต่าง ถ้าจัดฮวงจุ้ยได้ถูกต้อง ตามตำราบอกว่า อยู่ 1 ปีก็รวย 10 เท่า ในทางกลับกันถ้าพลังชี่ไม่ดี อยู่ 1 ปีก็อาจจะจน 10 เท่าก็เป็นได้ สิ่งต้องห้ามของ “ฮวงจุ้ย” สิ่งที่ต้องระวังเวลาจัดฮวงจุ้ยบ้านคือ “มุมของทางสามแพร่ง” หรือ “เหลี่ยมของเสาหน้าบ้าน” ห้ามมีมุมแหลมๆ พุ่งเข้ามาในบ้านเด็ดขาด และต้องระวังประตูที่เปิดเข้าตัวบ้าน (ไม่ใช่ประตูรั้ว เพราะประตูรั้วมีผลกับฮวงจุ้ยน้อยมาก) แนะนำว่าในวันที่อากาศดี ควรเปิดประตูตัวบ้านทิ้งไว้ให้ลมหมุนเวียนเข้ามา หรือเปิดหน้าต่างให้แสงแดดเข้ามาก็จะได้รับพลังชี่ที่ดี บ้านไหนที่มีประตูเข้าบ้าน 2 ประตู ควรใช้ประตูหลักที่ใหญ่กว่าให้บ่อย ๆ เพราะตามหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าประตูใหญ่เป็นทางเข้าของมังกร   หากทางสามแพร่งหรือเสาไฟฟ้าเกิดอยู่ตรงกับประตูหลักที่เข้าตัวบ้าน อันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องไม่ดี เพราะทำให้พลังชี่เข้ามาได้น้อย สามารถแก้ไขได้โดยนำต้นไม้ขนาดเล็กที่กำลังนิยมมาตั้งไว้ หรืออาจแขวนโมบายที่มีเสียงกรุ๊งกริ๊ง ก็จะช่วยลดพลังที่ไม่ดีลงได้ ส่วน “เลขที่บ้าน” นั้น ตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว เลขที่บ้านมีผลต่อฮวงจุ้ยน้อยมาก การจัดฮวงจุ้ยนั้นเป็นศาสตร์ที่ต้องควบคุมพลังชี่ที่อยู่รอบตัวเราเป็นหลัก ฉะนั้นสิ่งที่ทุกคนต้องทำก็คือ จัดการกับพลังชี่ในบ้านของเราให้ได้ก่อน ห้ามประตูหน้าบ้านตรงกับประตูหลังบ้าน อันนี้ไม่ดี เพราะเมื่อพลังชี่เข้ามาในบ้านมันก็จะพุ่งออกไปเลย จึงเป็นบ้านที่เก็บเงินไม่ได้ แม้หาเงินได้เยอะ นั่นคือ พลังชี่อาจจะเข้ามาเยอะ แต่มันพุ่งออกไปเร็วมาก เปรียบดั่งหาเงินได้ แต่รายจ่ายก็เยอะ วิธีแก้คือ หาตู้โชว์ พาร์ทิชั่น หรือเฟอร์นิเจอร์ มาตั้งตรงกลางระหว่างประตูหน้าและประตูหลัง เมื่อพลังชี่เข้ามาก็จะถูกกักให้หมุน เวียนอยู่ในบ้าน ประตูเข้าตัวบ้านต้องเปิด-ปิดง่าย ปิดแล้วเสียงต้องไม่ดัง จะทำให้มีโชคลาภเงินทองไหลเข้ามา ห้องนั่งเล่น (Living Room) ห้องนั่งเล่นถ้าใช้งานบ่อยพลังงานที่ดีก็จะเข้ามาในบ้าน พูดง่ายๆ ว่าบ้านเปรียบเสมือนอวัยวะในร่างกาย ฉะนั้น ถ้ามีห้องไหนที่ทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานนาน ๆ ก็เหมือนเราไม่ได้ขยับอวัยะส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเลย พลังชี่จะไม่เข้ามา สิ่งที่อยากให้มีในห้องนั่งเล่น ถ้าชอบของมงคลแนวจีน แนะนำให้ตั้งรูปปั้นฮกลกซิ่ว จะช่วยให้พบกับความสำเร็จ 3 ประการคือ ครอบครัวดี หน้าที่การงานดี และสุขภาพดี แต่หากชอบของแต่งบ้านสมัยใหม่ ให้เลือกโคมไฟคริสตัล หรือคริสตัลสวย ๆ ตั้งในตู้โชว์ เพราะจะช่วยกระจายพลังชี่ได้ อีกอย่างที่ห้องนั่งเล่นไม่ควรมีคือ โต๊ะสำหรับทานข้าว ห้องครัวคือหัวใจของบ้าน ครัวคือโชคชะตาของผู้หญิงในบ้าน ถ้าครัวทรุดผู้หญิงที่อยู่ในบ้านจะมีปัญหาสุขภาพ ถ้าหลังคาครัวรั่วหมายถึงทรัพย์รั่ว ถ้าพื้นครัวมีโพรง ผู้หญิงบ้านนี้จะเจ็บป่วยได้ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ตำแหน่งของเตาไฟ คนจีนเชื่อว่าเตาไฟเป็นตัวแทนของหญิงผู้ให้กำเนิด จึงห้ามตั้งเตาไฟในทิศตรงข้ามกับอ่างล้างจาน หรือไม่ควรตั้งเตาไฟติดกับอ่างล้านจาน และ ห้ามตั้งเตาไฟโดยใช้ผนังร่วมกับห้องน้ำ เพราะจะทำให้ผู้หญิงในบ้านป่วย แถมโชคลาภก็จะไม่เข้ามาในบ้านด้วย หากมีเตาไฟในบ้านควรใช้บ่อย ๆ เพื่อหมุนเวียนพลังหยาง (ความร้อน) ซึ่งจะต้องบาลานซ์กับพลังหยิน (ความเย็น) ของน้ำในบ้านที่มีการเคลื่อน ไหวด้วย ห้องนอนก็สำคัญเช่นกัน ห้องนอนที่เก็บของเยอะเกินไปจนดูรก ก็เหมือนเป็นการสะสมพลังลบไว้ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ควรมีของให้น้อยที่สุด ข้อควรระวังอีกอย่าง อย่าให้ประตูห้องน้ำเปิดมาแล้วเจอเตียงเลย เพราะจะทำให้ป่วย สำหรับหัวเตียงไม่จำเป็นต้องหันไปทางทิศตะวันออกเสมอไป ถ้าในห้องนอนมีกระจก ไม่ควรให้กระจกหันหรือสะท้อนมาที่เตียงนอน เพราะจะสะท้อนพลังดี ๆ ออกไปหมด และถ้าห้องอยู่ชั้นล่างของบ้าน ห้ามนอนหันปลายเท้าไปทางประตูเข้าตัวบ้าน เพราะจะเหมือนการหามคนเจ็บคนตาย 5 องค์ประกอบ “ฮวงจุ้ย” ที่ดี ฮวงจุ้ยของบ้านที่ดีควรมีองค์ประกอบครบทั้ง 5 ธาตุ ดังนี้ ธาตุน้ำ ในบ้านควรมีสีฟ้า สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นตัวแทนของธาตุน้ำ หรือตั้งน้ำพุเล็ก ๆ ที่มีความเคลื่อนไหว ก็จะช่วยเสริมฮวงจุ้ยที่ดี ธาตุไม้ ควรหาต้นไม้ประดับเล็ก ๆ ที่มีใบสีเขียวมาไว้ในบ้าน หรือ หากบ้านไหนมีพื้นบ้านที่เป็นพื้นไม้ก็ถือว่าใช้ได้ ธาตุไฟ สีส้ม สีแดง และสีชมพู คือตัวแทนของธาตุไฟ อาจจะใช้หมอนอิง โคมไฟ หรือสิ่งของอื่น ๆ ที่มีสีเหล่านี้มาประดับไว้ ธาตุดิน อาจเลือกใช้พรมเช็ดเท้าที่มีสีน้ำตาล หรือสิ่งของที่อยู่ในหมวดสีเอิร์ธโทนนำมาตกแต่งในบ้านก็ช่วยเสริมธาตุดินได้ ธาตุโลหะ อาจเป็นสิ่งของที่ทำจากโลหะทั้งหลาย เช่น โต๊ะที่มีขาสเตนเลส หรือแจกันสีทองแววาวก็ได้ ถ้าบ้านไหนมีสิ่งของหรือการตกแต่งครบทั้ง 5 ธาตุแล้ว ก็ถือว่าบ้านนั้นมีฮวงจุ้ยที่ดีแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเสริมฮวงจุ้ยด้านอื่น ๆ ก็ได้ ลองนำเอาเคล็ดลับต่าง ๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ ให้เหมาะสมกันแต่ละบ้าน หรือหากใครสะดวกแบบไหน ก็เลือกเอาตามใจชอบได้เลย