ไฮไลท์

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

หนึ่งในทำเลคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่มีทิวทัศน์ดีที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการที่ได้วิวทะเลสาบกลางสวนสาธารณะขนาดใหญ่ซึ่งหาได้ยากมากๆ ในบ้านเราค่ะ ทั้งในแง่ของสวนสาธารณะที่มีอยู่ไม่กี่แห่ง ประกอบกับที่ดินใกล้เคียงก็หาไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะที่ดินใกล้กับสวนป่าเบญจกิติที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียว 130 ไร่ รวมพื้นที่กว่า 450 ไร่ ใจกลางเมืองใกล้กับศูนย์สิริกิติ์ฯ เปรียบได้กับโอเอซิสของย่านอโศกก็คงไม่ผิดนัก          เมื่อเอ่ยถึงย่านอโศกแล้ว สิ่งแรกที่ใครหลายคนจะนึกถึงนั่นคืออาคารสำนักงานเรียงรายกันอยู่ตลอดช่วงถนน ซึ่งก็ไม่แปลกนะคะ เพราะอโศกนั้นเป็นแหล่งที่มีพื้นที่ออฟฟิศมากที่สุดในกรุงเทพฯ กว่า 1 ล้านตารางเมตร ถูกเช่าเกือบ 100% จาก  บริษัทที่มีชื่อเสียงหลายองค์กรทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เนื่องจากนักลงทุนต่างก็มองเห็นศักยภาพของย่านนี้อย่างไร้ข้อกังขามาโดยตลอด โดยหากมองจากทำเลที่ตั้งแล้วนั้นก็จะพบว่าอโศกถือเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิมอย่างสาทร-สีลม กับ New CBD ที่พระราม 9 เราเลยจะไม้ได้เห็นเพียง Office Building เท่านั้น แต่ทั้งโรงแรมหรู คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย จึงไม่แปลกเลยค่ะที่จะกลายเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจในบ้านเราอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดทั้งในปัจจุบันและอนาคต   ด้วยความที่เป็นแหล่งรวมคนทำงานมนุษย์ออฟฟิศ รวมถึงนักศึกษา บุคคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อมีผู้คนมากมายก็ย่อมต้องตามมาด้วยอาหารการกินเช่นกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นแนวสตรีทฟู้ด ร้านอาหารทั้งไทย เอเชีย ตะวันตก ร้านคาเฟ่ดีไซน์สวย ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์ ให้เลือกลิ้มลองกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำหลากหลาย ส่วนเรื่องราคาค่าครองชีพนั้น กลับไม่แพงอย่างที่ใครคิด แม้จะอยู่ใจกลางเมืองก็ตามโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีตลาดชื่อดังขวัญใจชาวออฟฟิศอโศกอย่าง ตลาดรวมทรัพย์ บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ร้านค้า ร้านอาหารกว่า 300 ร้าน เรียกได้ว่าคนทำงานละแวกนี้ไม่มีใครไม่เคยมาเดินแน่นอน ตลาดนัดมศว. เปิดเฉพาะวันอังคาร และพฤหัสบดี ช่วงเช้า-14.00 น. แหล่งสินค้า และของอร่อยที่คนทำงานมักจะหิ้วขึ้นไปกินบนออฟฟิศอยู่เป็นประจำ ตลาดสุขตา อีกหนึ่งตลาดที่คนหนาแน่นมากในช่วงกลางวัน รวมถึง Food Court บนห้างสรรพสินค้า Terminal 21 ที่ขึ้นชื่อลือชาว่าราคาถูกที่สุดในบ้านเรา แบบที่สามารถถือเงิน 25-30 บาท ก็ได้ก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวมา 1 จานแบบอิ่มพอดีได้เลยค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันต่อเศรษฐกิจของอโศกที่ไม่เคยจางไป     นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับไลฟ์สไตล์ได้ทั่วถึงแล้วนั้นก็ยังมีสวนสาธารณะคือ “สวนป่าเบญจกิติ” โอเอซิสของย่านอโศกที่ได้ต้นไม้โอบล้อมทะเลสาบอยู่รอบด้าน เปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่มีลักษณะเป็นสวนป่า เพราะมีโซนที่เป็นไม้ยืนต้นใหญ่ให้ความร่มรื่น แต่ยังคงมีความโปร่งแสง ส่องแสงแดดให้ลอดลงมาถึงพื้นที่ได้อยู่ ยามเย็นเมื่อแดดร่มลมตกจะมีผู้คนทั้งเด็ก วัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุมาวิ่งออกกำลังกายกัน เพราะมีถนนล้อมรอบทะเลสาบเป็นระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร ซึ่งมีประตูทางเข้าด้านที่เชื่อมต่อเข้าไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่สำคัญในการจัดงานอีเว้นท์สำคัญเอาไว้หลายงาน ซึ่งมีแผนจะปิดปรับปรุงถึง 3 ปี โดยจะเริ่มปิดทำการช่วงปลายปี 2561 เพื่อขยายพื้นที่เชิงการพาณิชย์และศูนย์การประชุมนานาชาติ รวมถึงสามารถจอดรถไปมากขึ้นรวมแล้วไม่น้อยกว่า 1.8 แสนตารางเมตร เมื่อปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะยิ่งทำให้พื้นที่บริเวณนี้ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก       การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเกือบจะเป็นหนทางหลักที่หลายคนเลือกใช้เพื่อหลีกหนีรถติดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน แน่นอนว่ารถไฟฟ้าคือคำตอบที่สะดวกรวดเร็วที่สุดของการเดินทางในกรุงเทพฯ ซึ่งสายหลักก็คือสายสุขุมวิท สายสีลม และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน โดยจะวิ่งผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง ล้วนแต่เป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญทั้งสิ้นรวมถึงอโศกด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณสี่แยกอโศกก็เป็นจุด Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท ส่วนถนนหลักอย่างสุขุมวิทจะตัดกันกับถนนรัชดาภิเษก และถนนอโศกมนตรีที่สี่แยกอโศกเป็นแยกที่มีเอกลักษณ์ความเป็นเมืองใหญ่สูง เพราะเป็นทั้งจุด Interchange มี Sky Walk ข้ามสี่แยก และเชื่อมต่อเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า Terminal 21 กับโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Grande Centre Point Terminal 21 ช่วงถนนกว้าง มีจอ LED ขนาดใหญ่บนอาคารสูง เรียกได้ว่าใครที่เห็นภาพปุ๊บก็จะทราบได้ทันทีว่านี่คือ สี่แยกอโศก             Whizdom Asoke-Sukhumvit   โครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end ลักษณะ High Rise 39 ชั้น เมื่อได้วิวไฮไลท์ประจำโครงการจากสวนป่าเบญจกิติก็จะยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในบ้านพักตากอากาศใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายภายนอก แต่ยังอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายแบบวิถีชีวิตคนเมืองหลวง เทียบเคียงกันกับมหานครใหญ่ๆ ของโลก   Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามกับ “สวนป่าเบญจกิติ” และยังสามารถเข้าจากซอยสุขุมวิท 16 อีกเส้นทางได้ด้วย นี่ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของคอนโดมิเนียมกลางเมืองเช่นนี้ เพราะเมื่อได้อยู่อาศัยจริงแล้ว การเข้า-ออกได้ 2 ทางจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบายได้อีกเยอะ เช่น หากการจราจรบน ถ.รัชดาฯ ติดขัด ก็สามารถเข้าซ.สุขุมวิท 16 ได้ ซึ่งภายในซ.สุขุมวิท 16 นี้ ก็ยังแวดล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านแฮงเอาท์ ไปจนถึง ซุปเปอร์มาร์เกตตลอด 24 ชม. อยู่ใกล้กับโครงการ ที่สำคัญ คือ เป็นซอยที่สามารถทะลุไปได้หลายเส้นทาง เช่น ซ.ไผ่สิงโต, ซ.สุขุมวิท 22,  ซ.สุขุมวิท 24 และถ.พระราม 4 ซึ่งก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง     จุด Interchange สำคัญในปัจจุบัน ยังมีเพียงไม่กี่สถานีเท่านั้นที่กลายเป็นแหล่งทำเลทองของที่อยู่อาศัย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท โดยห่างจากโครงการเพียง 450 เมตร ถือเป็น Interchange แห่งเดียวบนถนนสุขุมวิทในปัจจุบันที่มีผู้โดยสารกว่า 85,000 คน/วัน ไม่ไกลจากนี้เพียง 1 สถานีจาก MRT สุขุมวิท ไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน เพื่อเชื่อมต่อไปยังสุวรรณภูมิ  อีกทั้งยังพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนี้ยังมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกลโครงการอีกหลายแห่งทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านพระราม 4, ด่านท่าเรือ หรือทางพิเศษศรีรัชที่ด่านอโศก ทั้งหมดก็จะห่างจากโครงการประมาณ 2 กิโลเมตร      จาก BTS อโศก-Whizdom Asoke-Sukhumvit    เราลองเดินชมทำเลของย่านนี้ไปจนถึงคอนโด Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) กันค่ะ โดยเริ่มต้นจาก BTS สถานีอโศก เดินออกทางประตูที่ 6   ทางออกทางฝั่งนี้นอกจากจะเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า Terminal 21 และโรงแรม Grande Centre Point Terminal 21 แล้ว ก็ยังเป็น Interchange กับ MRT สถานีสุขุมวิท    เดินตามประตูทางออกที่ 6 ของ BTS นั้นจะเป็นการเดินบน Sky Walk ข้ามสี่แยกอโศก    มองย้อนกลับไปที่ BTS สถานีอโศกที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ค่ะ สำหรับสี่แยกที่มีขนาดใหญ่อย่างสี่แยกอโศกแล้วนั้น Sky Walk ถือว่ามีความสำคัญมากๆ  ที่ทำให้คนเดินข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น     ลงบันไดที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดค่ะ ซึ่งอยู่ริมถนนสุขุมวิทข้างอาคาร Exchange Tower ตรงหัวมุมสี่แยกอโศกเลย   จากหน้าอาคาร  Exchange Tower  เดินมาตามถนนรัชดาภิเษกประมาณ 180 เมตรก็จะพบกับซอยสุขุมวิท 16 ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเดินจาก BTS อโศก ใช้เป็นทางเข้า-ออกโครงการได้อีก 1 ช่องทางค่ะ   บรรยากาศภายในซอยสุขุมวิท 16 นั้นคึกคักไม่แพ้บนถนนหลักทีเดียวค่ะ ตั้งแต่ปากซอยก็จะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์เรียงรายอยู่มากมาย   บริเวณหลังอาคาร CTI Tower มี Foodland 24 ชม. อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งตัวอาคาร  CTI Tower นี้เองก็จะอยู่ติดกับโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)    บริเวณด้านหลังโครงการ อีกหนึ่งทางเข้า-ออก Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ค่ะ ที่ดินของโครงการทางฝั่งในซอยสุขุมวิท 16 นี้หน้ากว้างใช้ได้เลยค่ะ     จากด้านหลังอาคาร CTI Tower เราสามารถเดินทะลุมาที่ริมถนนรัชดาได้เลยค่ะ ซึ่งถัดไปก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการแล้วค่ะ   หน้าโครงการจะมีที่ดินหน้ากว้างกว่าด้านหลังเล็กน้อยค่ะ ตอนนี้กำลังล้อมรั้วสร้าง Sale Gallery ที่ใครหลายคนใจจดใจจ่อรอคอยที่จะได้เห็นยลโฉมกันอยู่ ซึ่งอีกไม่นานเกินรอค่ะ   จากหน้าโครงการเราเดินข้ามสะพานลอยมาที่สวนป่าเบญจกิติ ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ภายในสวนแห่งนี้ตรงกลางจะเป็นทะเลสาบ นอกนั้นจะเป็นพื้นที่ของสวนป่าที่มีต้นไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ ให้ความร่มรื่นอยู่ทั่วบริเวณ    รอบทะเลสาบจะมีถนนอยู่รอบเป็นรูปคล้ายวงรี หลายคนนิยมมาวิ่งออกกำลังกายกันที่นี่ในช่วงเย็นๆ ค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศจากการวิ่งในห้องฟิตเนสมาวิ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ขณะเดียวกันถ้าได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแถวนี้ด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้เหมือนได้มีโอกาสพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา   บรรยากาศด้านนอกเป็นอาคารสูงระฟ้า แต่พอเข้ามาในสวนป่าเบญจกิติแล้ว กลับพบกับอีกบรรยากาศที่เหมือนอยู่กันคนละโลกกับภายนอก ทั้งที่อยู่กลางเมืองย่านเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) จะอยู่ระหว่างอาคาร Lake Ratchada (อาคารสีฟ้า)ทางขวามือของภาพ กับอาคาร CTI Tower (อาคารสีเขียว)ทางซ้ายมือของภาพ      การได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่สามารถเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง จะทำให้สะดวกสบายมากสำหรับการวางแผนเดินทางแต่ละวัน อย่างวันไหนรถติดก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า วันไหนฝนตกก็เปลี่ยนมาขับรถยนต์แทน ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนหลายจุด ฝั่งตรงข้ามกันยังมีสวนป่าเบญจกิติให้ได้พักสายตาจากทิวทัศน์ที่หาได้ยากมากในกรุงเทพฯ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนออกกำลังกายได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันก็ยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม. ทุกสิ่งจะส่งให้ชีวิตคนเมืองกรุงลงตัวกว่าที่เคยใน Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 1265 Website : ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ  http://bit.ly/2oOYTpU

XT PHAYATHAI ค้นพบไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้มากที่สุด

XT PHAYATHAI ค้นพบไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้มากที่สุด

XT PHAYATHAI   ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็สร้างกระแสฮือฮาให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ได้อยู่ตลอดก็เห็นจะเป็น Developer รายยักษ์ใหญ่อย่าง “แสนสิริ” นี่แหละค่ะ ที่สามารถสร้างสรรค์ Product ออกมาได้โดนใจ ตอบโจทย์ชีวิตยุค 4.0 อยู่เสมอ ล่าสุดกับการเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุด XT 3 โครงการ ที่เปิด Pre Sale ไปได้แค่ 3 วันก็ขายไปแล้วถึง 70% และสำหรับรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ XT PHAYATHAI หนึ่งในทำเลฮอตที่สุดในเวลานี้          ทำความรู้จักกับแบรนด์ XT   จากคำนิยามว่า Complete Your Living Experience พันธกิจสำคัญของแสนสิริที่นำมาเป็นแนวทางในการพัฒนา Product แบบ Human Centric ซึ่งช่วงเวลาในยุคปัจจุบันนี้กลุ่มคนที่เกิดช่วงปี 1980-2000 เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม หรือเรียกกันว่าคนมิลเลนเนียลที่ให้ความสำคัญกับการได้ลองเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยตนเอง ได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกันจนเกิดเป็น Community โดยกลุ่มลูกค้าวัยมิลเลนเนียนของแสนสิรินั้นมีเพิ่มขึ้นถึง 25% ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ทางแสนสิริจึงทำการเจาะลึกศึกษาความต้องการที่แท้จริงของชาวมิลเลนเนียลในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ พฤติกรรม ค่านิยม บุคลิกภาพ ไปจนถึงความมุ่งหมายในชีวิต แล้วนำข้อมูลที่ได้มาผ่านกระบวนการด้านดีไซน์ หรือ Design Thinking Process จนกลายมาเป็นแบรนด์ XT ทั้ง 3 โครงการ XT เอกมัย, XT ห้วยขวาง และ XT พญาไท  ซึ่งมี 3 จุดเด่นอันแตกต่างบนนิยามของคำว่า Explore your space, Expand Your Lifestyle   1. เลือก Layout ได้หลากหลาย ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง นอกจากทั้ง 3 โครงการที่ให้เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋กันแบบ  Fully Furnished หลายแพ็คเกจให้ได้เลือกโดยทีมงาน Design Solution ของแสนสิริแล้ว ยังฉีกกรอบ Layout รูปแบบเดิมๆ เพราะ XT สามารถเลือกรูปแบบห้องได้ตามไลฟ์สไตล์ สำหรับโครงการที่พญาไทแห่งนี้นั้นมี Layout มาให้เลือกทั้งหมดมากถึง 59 Layout เพื่อให้เกิดความลงตัวในการใช้ชีวิตตามรสนิมยมของแต่ละคน ซึ่งแบ่งเป็น 6 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ - The Fashionista เพราะเทรนด์แฟชั่นนั้นหมุนเวียนเปลี่ยนไปในทุกๆ เวลา จึงต้องมีพื้นที่ walk-in closet ขนาดใหญ่เอาไว้ตามเก็บทุกคอลเลคชั่นให้สมกับเป็น Fashionista     - The Snoozy Head วันพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ เปิดแอร์เย็นฉ่ำ นอนดูซีรีส์เรื่องโปรดได้ทั้งวัน ห้องนอนจึงต้องดูโปร่งโล่ง มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าที่เคย   - The Visionary เมื่องานคือส่วนหนึ่งของชีวิต ก็ทำให้ Work-Life Balance เปิดรับมุมมองกว้างๆ สร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มไฟในการทำงาน - The Party Goer คนเพื่อนเยอะก็ต้องมีปาร์ตี้สังสรรค์กันบ่อยๆ เป็นเรื่องธรรมดา เปิดบ้านต้อนรับแก๊งค์เพื่อนใน Living Room กว้างๆ เปลี่ยนบรรยากาศแฮงก์เอาท์ในพื้นที่ส่วนตัว   - The Master Chef ถ้าชอบค้นหารสชาติใหม่ ใส่ไอเดียลงในอาหาร ขลุกตัวอยู่ในครัวได้ทั้งวัน ก็ขยายห้องครัวอย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น - The Naturalist หากธรรมชาติคือหัวใจของความสงบที่ตามหา ก็ยกพื้นที่สีเขียวมาไว้ตรงหน้าด้วยวิว Garden Access  หรือจะเน้นพื้นที่ระเบียงให้ได้จัดสวนเป็นของตัวเอง       2. แชร์พื้นที่ส่วนกลาง ขยายความต้องการได้มากขึ้น ไฮไลต์สำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นในคอนโดมิเนียมไหนมาก่อน และยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการศึกษาข้อมูลความต้องการของกลุ่มลูกค้ามาแล้วเป็นอย่างดี นั่นคือ XT Co-Sharing Facilities โดยโครงการ XT ทั้ง 3 ทำเล จะมีส่วนกลางบางส่วนที่สามารถแชร์กันได้ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานในรูปแบบที่ลงตัวที่สุด เช่น หากเป็นลูกบ้าน XT PHAYATHAI ก็สามารถไปใช้ Creative Studio ที่ XT HUAIKHWANG ได้       3. ให้เทคโนโลยีขับเคลื่อนชีวิตในแบบฉบับ XT ยุค 4.0 เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตมากขึ้นจนแยกกันแทบไม่ออก แสนสิริที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด จึงไม่ลืมใส่เข้าไปใน XT เพื่อชีวิตแบบสมาร์ทๆ อาทิ เครื่อง Virtual exercise และ Virtual conference ถ่ายทอดสดคลาสออกกำลังกายจาก WE Fitness ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือเสียค่าสมาชิกฟิตเนส, Igloo Home ส่งรหัสผ่านเข้าห้องแบบใช้ครั้งเดียวให้เพื่อนผ่านสมาร์ทโฟน, ระบบ Home Automation ควบคุมสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในส่วนกลางและภายในยูนิต, Free Wi-Fi ในส่วนกลาง     ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของ XT คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุด ที่สามารถเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายของคอนโดมิเนียมได้อย่างชัดเจนที่สุดจนกลายเป็น New Lifestyle Condominium ภายใต้แนวคิด “Extend Your Style” แห่งแรกของประเทศไทย       ทำเลชิดใจกลางเมือง                 แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดอย่างย่านสยามสแควร์ เป็นจุดนัดพบของเหล่าวัยมิลเลนเนียลที่ใครๆ ก็รู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ในแง่ของที่ดินเปล่าที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยนั้นหาได้ยากเข้าไปทุกทีค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินของทางราชการ หรือไม่ก็ราคาแพงมากประมาณกว่า 2 ล้านบาท/ตารางวา ทำให้เหล่าคอนโดมิเนียมต้องขยับออกมาสักนิด เพื่อให้ได้ที่ดินที่สามารถพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่ยังสามารถเอื้อมถึงกันได้ ซึ่งทำเลใกล้ชิดใจกลางเมืองที่มีศักยภาพเหมาะสม และได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ย่านพญาไทค่ะ     แยกพญาไท มีความสำคัญตรงที่มีถนนศรีอยุธยา กับถนนพญาไทตัดกัน ซึ่งเป็นสี่แยกที่เปรียบเสมือนเป็นจุดศูนย์กลางของความแตกต่างแต่ละทำเลอย่างชัดเจนในตัวเอง โดยได้แยกพญาไทมาผสานความแตกต่างนั้นทำให้เกิดความสมบูรณ์ของเมืองยิ่งขึ้น เพราะถนนศรีอยุธยา มีเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าอย่างชัดเจน ตั้งแต่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสี่เสาเทเวศน์ ผ่านสวนอัมพร-วัดเบญจมบพิตร-พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แล้วเริ่มมีความเป็นเมืองขึ้นบริเวณโรงพยาบาลสงฆ์ไปจนเชื่อมต่อกับถนนจตุรทิศที่มีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัชอยู่ ในขณะเดียวกันที่ถนนพญาไทนั้น มีความเป็นเมืองใหญ่อย่างมาก ตั้งแต่ช่วงสามย่าน ผ่านจุฬาลงกรณ์ฯ-สยาม-มาบุญครอง ไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนผ่าน   XT PHAYATHAI ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ฝั่งขาออกที่เชื่อมต่อกับถนนจตุรทิศ เยื้องกับโรงพยาบาลพญาไท 1 อยู่ห่างจาก BTS สถานีพญาไท 600 เมตร และ Airport Rail Link สถานีราชปรารภ ประมาณ 500 เมตร โดยหากใช้บริการ BTS จะอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์ชัย ศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ เพียง 1 สถานี และห่างจากใจกลางเมืองอย่างสยามเพียง 2 สถานีเท่านั้น และยังสามารถตรงเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย Airport Rail Link เพียง 26 นาที หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็จะมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัชที่ใกล้ที่สุดบริเวณถนนจตุรทิศ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปทางรามอินทรา, บางนา หรือตรงไปสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย กับช่วงถนนพระราม 6 ก็เข้าสู่ย่านสีลม-สาทรได้โดยไม่ต้องขับรถฝ่ารถติดใจกลางเมือง อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ไม่ไกลมากมาย ไม่ว่าจะมุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ฯ ก็มีของอร่อยโดยเฉพาะที่อยู่ในซอยรางน้ำหลายร้าน หรือจะมุ่งหน้าไปทางสยามก็มีให้เลือกกันละลานตา ไม่ว่าจะในห้างสรรพสินค้าในสยามเอง หรือสามย่านก็ตาม รวมถึงยังแวดล้อมไปด้วยโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย เช่น รพ.พญาไท 1, รพ.ราชวิถี, รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.รามาธิบดี, สถาบันสุขภาพเด็ก เรียกได้ว่าเป็นทำเลศักยภาพที่มีความอุดมสมบูรณ์มากทีเดียวค่ะ       ภาพรวมโครงการ             XT PHAYATHAI จากแสนสิริ คอนโดมิเนียม High Rise 41 ชั้น 1 อาคาร แบ่งออกเป็นอาคาร A และ B รวมทั้งหมด 1,435 ยูนิต 1 ร้านค้า ที่จอดรถ 55.05% ยูนิตพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 8 บนพื้นที่ 3-3-97.4 ไร่ หน้าอาคารหันไปทางทิศใต้ ส่วนทิศตะวันออกจะได้วิวฝั่งถนนจตุรทิศ ทิศตะวันตกได้วิวฝั่ง BTS และทิศเหนือด้านหลังโครงการจะได้วิวสวนสันติภาพ ซึ่งแม้ทำเลจะตั้งอยู่ท่ามกลางสีสันของเมืองอันแสนวุ่นวาย แต่เมื่อไรที่กลับเข้ามาใน XT PHAYATHAI ก็จะมีพื้นที่ส่วนตัวอันแสนสบายเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ภายในห้องพักอาศัยของตัวเอง หรือมุมไหนๆ ของโครงการก็ตาม เพราะทุกพื้นที่ถูกสร้างสรรค์ให้ Extend Your Style     Facility พื้นที่รวมกว่า 4,500 ตร.ม. แบ่งออกเป็นหลายส่วน สนองความต้องการได้ไม่จำกัด ทั้งพื้นที่สังสรรค์กันเป็นกลุ่ม หรือพื้นที่เงียบสงบเป็นส่วนตัวก็สามารถรองรับได้ทุกอารมณ์ของชีวิตได้ตลอดเวลา ตั้งแต่สวนสีเขียวด้านหน้าโครงการ ห้องสมุด ห้องประชุมในสวน ลานกิจกรรม เชื่อมโยงกับส่วนกลางภายในอาคารที่แบ่งโซนเอาไว้กระจายอยู่หลายชั้น เพื่อรองรับกิจกรรมอันหลากหลาย เช่น สระว่ายน้ำที่มีให้ทั้งหมด 2 สระ แยกอยู่บนอาคาร A ที่ชั้น 41 และ B ชั้น 37 ซึ่งทั้ง 2 สระเป็นระบบน้ำเกลือ ความยาว 28 เมตร กว้าง 5 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีส่วนจากุซซี่    ชั้น 8 บริเวณสนามเด็กเล่นออกแบบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็กจาก รพ.สมิติเวช เพื่อให้ได้พัฒนาการของเด็กมากกว่าการเล่นสนุกเท่านั้น   อาคาร A ฝั่งด้านหน้าอาคารมีสวนสีเขียวส่วนตัว เห็นวิวใจกลางเมืองฝั่งสยามสแควร์   Secret Theatre ห้องชมภาพยนตร์ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของบาร์ พร้อม Sunken Seats ให้ได้นั่งพักผ่อนชมวิวกลางเมือง    ฟิตเนส ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ปูพื้นกระเบื้องยางรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี พร้อมเครื่องออกกำลังกายสุดพิเศษที่ไม่เคยได้จากโครงการไหน ไม่ว่าจะ Weight Training, Cardio และ Relax Lights เครื่องเล่นบางชนิดที่นำเข้าจากอิตาลี พร้อมถ่ายทอดสดคลาสออกกำลังกาย Live streaming Cycling จาก WE Fitness ส่งตรงมาถึงฟิตเนสที่โครงการ   Co-Sharing Facilities สำหรับโครงการที่พญาไทคือโซน XT Club เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็น CREATIVE PLAYGROUND ให้ได้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ Work Hard Play Hard กันอย่างเต็มที่ ซึ่งมีทั้ง CO-WORKING SPACE, ห้องประชุม, พื้นที่จัดอีเว้นท์เล็กๆ, โซนเก้าอี้นวด หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ VR GAME, Wii GAME และ BOARDGAME โดยมีการดีไซน์ห้องเพดานสูงโปร่ง ใช้พื้นหินขัด Terrazzo นำเข้าจากอิตาลี คุมโทนสี Earth Tone แต่แอบตัดด้วยอลูมิเนียม copper ผิวมันวาว ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน แต่ยังแฝงไปด้วยความหรูหราตามสไตล์คอนโดมิเนียมกลางเมือง       จาก BTS พญาไท-XT PHAYATHAI         รีวิวฉบับนี้เรามาเริ่มต้นจาก BTS สถานีพญาไท ค่ะ ไปที่ประตูทางออกที่ 4   ทางออกที่ 4 ลงมาแล้วจะอยู่ที่บริเวณหัวมุมสี่แยกพญาไทค่ะ   ข้ามถนนมายังฝั่งด้านหน้าอาคารวรรณสรณ์ แหล่งรวมสถาบันกวดวิชาอันดับต้นๆ ในบ้านเรา   เดินตามทางบนถนนศรีอยุธยาฝั่งขาออกมาเรื่อยๆ ผ่านโรงแรมเดอะสุโกศล   ผ่านโรงเรียนศรีอยุธยา   รวมระยะทางเดินแล้วประมาณ 600 เมตรก็จะพบกับที่ตั้งโครงการ XT PHAYATHAI ค่ะ อยู่เยื้องๆ กับรพ.พญาไท 1    เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับด้วยการพาขึ้นลิฟท์ไปสู่ชั้น 2 ซึ่งเป็น Lobby ของ Sale Gallery ไปพร้อมๆ กับการเป็นร้านคาเฟ่ไปด้วยในตัว เรียกได้ว่าแอบเก๋กันตั้งแต่ก้าวเข้ามาเลยค่ะ   ชมห้องตัวอย่าง   ที่ชั้น 2 นี้เป็นทั้ง Lobby และร้านคาเฟ่ เน้นโทนสีแบบ Earth Tone ใช้พื้นหินขัดดูคลาสสิค ตัดกับสีเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่มความหรูหราด้วยอลูมิเนียมสีทองแดง ซึ่งใน XT Club ของโครงการก็จะมีการตกแต่งคล้ายๆ แบบนี้เช่นเดียวกันค่ะ    เดินเข้าไปด้านในสักหน่อยก็จะพบกับ Coffee Bar จากร้าน Casa Lapin ซึ่งใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถขึ้นมานั่งดื่มกาแฟ ทำงานที่นี่ก็ดีไปอีกแบบนะคะ ยิ่งหากได้เยี่ยมชมภายใน Sale Gallery และห้องตัวอย่างแล้วล่ะก็ อาจจะค้นพบแรงบันดาลใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานของคุณก็ได้นะคะ   ด้านในสุดจะพบกับห้องชม Presentation จากทางโครงการค่ะ   ขึ้นมาที่ชั้น 3 สามารถมองลงไปชั้นที่เป็นคาเฟ่ ให้ความรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติจนแทบไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าตรงนี้อยู่ติดกับถนนพญาไท   ที่ชั้น 3 แห่งนี้จะมีห้อง VR Room สำหรับการรับชมห้องตัวอย่างอันหลากหลาย ซึ่งเป็นโครงการที่มี Layout ให้เลือกมาที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 59 Layout   สำหรับโครงการนี้จะขายห้องแบบ Fully Furnished นะคะ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องตัวอย่างอาจไม่ได้มาตามแบบที่เห็นค่ะ แต่รับรองได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มานั้นมีรูปแบบเก๋ไม่ซ้ำใคร ไม่ซ้ำซากจำเจเแน่นอนค่ะ โดยห้องตัวอย่างจะมีเพียง 1 ห้องเท่านั้น เริ่มจากประตูบาน MDF โดยทุกยูนิตจะได้ Digital Door Lock    เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปจะพบกับห้องครัวปิดเป็นส่วนแรกค่ะ ลึกเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นอยู่กลางห้อง และห้องนอน โดยแต่ละห้องจะกั้นด้วยประตูกระจก Anneal ใส สูงชิดเพดาน หนา 6 มม. เฟรม Aluminium Powder Coat สีดำ ซึ่งการกั้นห้องด้วยกระจกใสแบบนี้จะมีข้อดีตรงที่ทำให้แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาได้ทั่วถึงภายในห้องทั้งหมด ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ไม่ต้องอาศัยแสงสว่างจากหลอดไฟเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้อีกค่ะ ส่วนความสูง Floor To Ceiling 2.7 เมตร ใช้ไฟแบบ Downlight    พื้นห้องครัวจะใช้วัสดุกระเบื้องเซรามิคค่ะ โดยด้านหลังประตูห้องจะได้ Built In ตู้เก็บของเอาไว้ให้ตามแบบเลยค่ะ   เมื่อเปิดตู้ออกมาก็จะพบว่า ชั้นล่างสามารถเก็บรองเท้าได้ ส่วนข้างบนแบ่งชั้นสำหรับเก็บของค่ะ ซึ่งบานตู้ทั้งหมดจะใช้ระบบ Soft Close    ถัดจากตู้หน้าห้องจะเป็นห้องน้ำที่อยู่ในส่วนเดียวกันกับห้องครัวค่ะ โดยภายในห้องน้ำจะปูพื้น และผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค Floor To Ceiling 2.5 เมตร   อ่างล้างหน้าใช้แบบวางบนเคาน์เตอร์แบรนด์ Kohler ก๊อกจาก Englefield โถสุขภัณฑ์แบรนด์ Kohler   ใต้อ่างล้างหน้าเป็นตู้เก็บของ ส่วนด้านบนก็เป็นตู้เก็บของที่ Built In มาให้ หน้าบานเป็นกระจกเงาค่ะ   หันหลังไปจะพบกับส่วนเปียกค่ะ โดยกั้นด้วยกระตูกระจกใสบานเลื่อน เฟรม Aluminium Powder Coat สีดำ ฝักบัวใช้แบรนด์ Englefield ส่วนด้านขวามือจะมีการเจาะผนังลึกเข้าไปเพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์เป็นที่วางของค่ะ    ส่วนเปียกจะกั้นด้วยธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ มีข้อดีตรงที่ช่วยป้องกันน้ำล้นออกมาที่ส่วนแห้ง   ออกมาจากห้องน้ำก็จะพบกับเคาน์เตอร์ครัวค่ะ ใช้ Top หินสังเคราะห์ ผนังด้านในกรุกระเบื้องตลอดแนวผนัง เพื่อการเช็ดทำความสะอาดง่ายเมื่อเกิดคราบสกปรกจากการทำครัว ทางขวามือสุดมีช่องสำหรับวางตู้เย็น โดยจะได้ Built In แบบนี้มาครบเซตเลยค่ะ ยกเว้นเพียงตู้เย็น กับไมโครเวฟ   ตู้ด้านบนตู้เย็นจะซ่อนตู้ไฟของห้องเอาไว้ค่ะ   ซิงค์ล้างจานใช้แบบฝังใต้เคาน์เตอร์ จากแบรนด์ MEX   และจะได้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าเซรามิค 2 หัว มาพร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ MEX ค่ะ   ถัดมาเป็น Living Room ค่ะ วางอยู่กลางห้องพอดี พื้นใช้วัสดุลามิเนต ส่วนผนังห้องจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ   เคาน์เตอร์วางทีวีจะถูก Built In มาให้ตามแบบ ซึ่งมีระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีมากทีเดียวค่ะ โดยจะสังเกตได้ว่าสามารถวางโต๊ะกลางได้ถึง 2 โต๊ะ แล้วยังเหลือพื้นที่อีกเยอะเลยค่ะ ส่วนเครื่องปรับอากาศของ Living Room จะถูกติดตั้งไว้เหนือทีวี ใช้แบรนด์ Trane   หันกลับมาทางโซฟาจะเห็นว่า ได้พื้นที่ลึกเข้าไปอีกเยอะเลยค่ะ โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการจะให้มาด้วยก็มีทั้ง โซฟา โต๊ะกลาง โต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ ซึ่งอาจจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างจากห้องตัวอย่างนี้นะคะ แต่รับรองว่ายังคง Concept ให้ดูแตกต่าง ถูกใจชาวมิลเลนเนียลแน่นอนค่ะ    โต๊ะทำงานวางไว้ข้างโซฟา ทำให้ห้องนี้เหมาะกับคนทำงานที่ไม่ต้องการบรรยากาศที่เคร่งเครียดมากจนเกินไปค่ะ   โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง ทางโครงการก็ให้มาด้วยนะคะ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ตามแบบ แต่ก็จะมีหลายแพ็คเกจมาให้เลือกได้ตามใจ   ด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอนค่ะ ซึ่งยูนิตนี้จะแบ่งห้องนอนกับห้องนั่งเล่นให้มีขนาดพอๆ กัน ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของห้องก็ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ   ภายในห้องนอนจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้อง เหลือทางเดินรอบเตียงสบายๆ แต่ห้องจริงจะไม่ได้ฟูกมาด้วยนะคะ   ปลายเตียงจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Trane เอาไว้ค่ะ โดยจะได้ Built In โต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าบานสวิง หน้าบาน มาด้วยค่ะ   ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีไฟเพิ่มแสงสว่างมาให้ ช่องด้านบนมีขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับวางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ค่ะ   พื้นที่ข้างเตียงเหลือมากพอสำหรับเป็นพื้นที่โยคะเบาๆ ได้เลยค่ะ   ข้างเตียงเชื่อมต่อด้วยระเบียงห้องค่ะ กั้นด้วยกระจกนิรภัย เฟรม Aluminium Powder Coat    พื้นระเบียงมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้ามาค่ะ ส่วนพื้นระเบียงใช้วัสดุกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งทาสีฟ้า ดูมีสีสันแปลกตาดีค่ะ   ระเบียงมีพื้นที่สำหรับเป็นระเบียงพักผ่อนได้   ที่มุมหนึ่งของระเบียงจะถูกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีเดียวกันกับราวกันตก ซึ่งเป็นประตูบานสวิงแยก Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกอาคาร และข้างใต้จะสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ โดยมีการต่อท่อน้ำพร้อมรูปลั๊กเอาไว้ให้เรียบร้อยค่ะ    จากความตั้งใจในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ดีในแบบฉบับแสนสิริ สะท้อนออกมาให้เราเห็นเป็นโครงการที่สามารถสร้างความประทับใจได้อยู่เสมอ อย่างในตระกูล XT นี้ เชื่อว่าเป็น New Lifestyle Condominium ที่แปลกใหม่ และมีความชัดเจนในตัวเองมากที่สุดในเวลานี้  

รีวิวที่อยู่อาศัย

ไอเดียแต่งบ้าน

ให้ห้องนอนเป็นสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนคุณในแบบ original U

ให้ห้องนอนเป็นสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนคุณในแบบ original U

พื้นที่ในบ้านที่เป็นพื้นที่ส่วนตัว และเป็นพื้นที่ที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเรามากที่สุดน่าจะหนีไม่พ้น “ห้องนอน” แล้วยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าของห้องที่รักการแต่งตัวด้วยแล้วล่ะก็ การมี “มุมแต่งตัว” หรือ “ห้องแต่งตัว” จัดไว้เป็นสัดส่วนชัดเจน เป็นระเบียบเรียบร้อยตามอย่างที่ฝันก็คงจะสร้างความสุขได้ไม่น้อยเลย     จะไปกลัวอะไรถ้าเราอยากจะปรับเปลี่ยนพื้นที่ส่วนตัว ให้เป็นไปอย่างที่ใจฝัน คุณเองก็สามารถมีห้องนอนในแบบ original U ได้ไม่ยาก แค่รู้ว่าตัวเองชอบแบบไหน และเป็นคนสไตล์ไหน การสะท้อนตัวตนผ่านเฟอร์นิเจอร์ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป   สไตล์โมเดิร์นเรียบๆ แต่เก๋ ก็เป็นหนึ่งในสไตล์ยอดฮิตที่หลายๆ คนชื่นชอบ การตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเรียบๆ ในห้องนอน จะช่วยให้บรรยากาศในห้องดูสงบเหมาะกับการพักผ่อน แต่ถ้าชอบเฟอร์นิเจอร์แบบน้อยชิ้น สไตล์มินิมอล ก็เป็นอีกสไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ทั้งโทนสีที่เรียบง่าย ถึงจะมีเฟอร์นิเจอร์ไม่มากแต่ทุกชิ้นต้องสามารถตอบโจทย์การใช้สอย และมีฟังก์ชั่นที่ดีพอ     นอกจากนี้การตกแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ก็ยังคงเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ เฟอร์นิเจอร์โลหะง่ายๆ มีดีเทลไม่มากในโทนสีเข้มขรึมก็เป็นอีกสไตล์ที่เลือกตกแต่งได้ไม่ยากเลยค่ะ ส่วนใหญ่แล้วห้องในสไตล์ลอฟท์จะเน้นโชว์ความดิบของวัสดุ โชว์โครงสร้าง ลายเส้นต่างๆ ให้ห้องน่าสนใจมากขึ้น คุณผู้ชายส่วนใหญ่มักจะชอบความง่ายๆ ไม่ซับซ้อนกับการใช้งาน การวางโชว์ของสะสมไว้บนชั้นที่เปิดโล่ง หรือการแขวนเสื้อผ้าง่ายๆ ไว้บนราวเหล็ก ก็จะทำให้การเลือกหยิบเสื้อผ้าในแต่ละครั้งรวดเร็วยิ่งขึ้น     Walk-in Closet นับว่าเป็นพื้นที่ในฝันของใครหลายๆ คน ที่อยากจะมีมุมแต่งตัวเป็นสัดส่วนอยู่ในห้องนอนให้เป็น original U หากเป็นบ้านสร้างใหม่ หรือห้องชุดใหม่ที่ไม่เคยผ่านการตกแต่งมาก่อน ก็อาจจะเป็นเรื่องง่ายที่จะออกแบบตกแต่งมุมแต่งตัวให้หลากหลายได้อย่างที่ใฝ่ฝัน แต่สำหรับการปรับเปลี่ยน ซ่อมแซมจากห้องเดิมอาจจะมีข้อจำกัดมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะที่ SB Design Square มีเฟอร์นิเจอร์ให้เลือกมากมาย หลากหลายสไตล์ พร้อมบริการให้คำปรึกษาเพื่อให้ทุกพื้นที่ภายในบ้าน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้ดีที่สุด     อีกสไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยก็คือ Rustic Luxe ซึ่งเป็นการผสานความเรียบง่ายจากวัสดุธรรมชาติเข้ากับความหรูหราแวววาวของโลหะ กระจกต่างๆ การตกแต่งด้วยสไตล์นี้จะมีการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย แต่เน้นโทนสีอบอุ่นของธรรมชาติที่เข้ากันอย่างลงตัว เฟอร์นิเจอร์จากชิ้นไม่ธรรมดาๆ อาจตกแต่งด้วยโลหะสีทองเพิ่มเข้าไป ก็จะเป็นให้บรรยากาศห้องดูหรูหรามีไตล์ขึ้นทันตา     ไม่มีข้อจำกัดตายตัวหรอกค่ะว่าตู้เก็บเสื้อผ้าของคุณจะต้องเป็นแบบไหน ถ้าภาพในหัวคือ ราวแขวนโปร่งโล่งแบบโชว์รูมห้องเสื้อหรูก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร  หรือถ้าอยากจะเลือกบานประตูตู้เป็นกระจกบานใหญ่ให้สะใจก็ไม่มีกฏข้อไหนบอกว่าความต้องการของคุณเป็นเรื่องผิด ในขณะเดียวกัน ถ้าจะเพิ่มชั้นเก็บกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับไว้ใกล้ๆ มือ จะขยับซ้ายขยับขวาจัดวางไว้ในมุมใดก็ได้ตามที่เราพอใจ ในเมื่อพื้นที่ทุกส่วนภายในบ้านจะบ่งบอกความเป็นตัวเราได้ดีที่สุด จะสนุกแค่ไหน ถ้าเราได้ลองเลือก Mix&Match เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นที่ถูกใจ มาวางคู่กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดิมที่มีอยู่ได้อย่างลงตัว หรือได้ลองผสมสไตล์ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างไม่มีข้อจำกัด ได้เพิ่มเติมลูกเล่นหรือฟังก์ชั่นที่ต้องการเข้าไป ออกแบบห้องแต่งตัวใหม่ที่ใส่ความเป็นตัวเราลงไปในทุกมุม เพื่อให้เราได้เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน   เพราะ SB Design Square รู้ดีว่า ความชื่นชอบและไลฟ์สไตล์แต่ละคนไม่เหมือนกัน กว่าจะออกมาเป็น original U ของแต่ละคนได้ ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทจึงถูกออกแบบมาให้มีดีไซน์ และฟังก์ชั่นต่างกันออกไป เพื่อเปิดโอกาสให้คุณเลือก Mix&Match ได้ตามสไตล์ส่วนตัว เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณอย่างแท้จริง จากพื้นที่ส่วนตัวในห้องนอนที่บ่งบอกถึงตัวตนได้อย่างชัดเจนแล้ว พื้นที่ในฝันอย่างมุมแต่งตัวหรือ Walk-in Closet ก็สำคัญไม่แพ้กันจริงมั้ยคะ เมื่อ Walk-in Closet ที่ดีที่โดนใจไม่ใช่แค่ที่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น SB Design Square มี SB Interior Team ผู้เชี่ยญชาญด้านการออกแบบ ที่จะแปรความชอบสไตล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มินิมอล ลอฟท์ อินดัสเทรียล หรือโมเดิร์น ถ่ายทอดออกมาเป็นความลงตัวในแบบของเรา พร้อมให้คำปรึกษาในการออกแบบตกแต่งบ้านให้เป็นสไตล์เฉพาะตัว ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทุกส่วนภายในบ้านสามารถออกแบบได้เพื่อคุณโดยเฉพาะ     เพราะความชอบของเราไม่จำเป็นที่ต้องแคร์ใคร และความสุขแต่ละคนไม่เหมือนกัน การได้มีพื้นที่เล็กๆ ในมุมส่วนตัวที่เป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับงานหนัก หรือเรื่องเหนื่อยแค่ไหน ชีวิตก็มีความสุขได้เพราะเราได้ใช้ชีวิตในแบบที่เราเป็น #originalU     

รอบรู้เรื่องบ้าน

แต่งคอนโดสวย ได้ครบในงบสบายกระเป๋า

แต่งคอนโดสวย ได้ครบในงบสบายกระเป๋า

จะตกแต่งคอนโดให้สวยโดนใจทั้งนี้ ใครว่าเป็นเรื่องยาก อยากได้ห้องสวยๆ แค่ไปที่ SB Design Square เค้ามีบริการดีๆ จาก interior designer ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำปรึกษาให้คุณได้ห้องสวยในงบประมาณที่ตั้งไว้ ไปดูกันว่า ห้องตัวอย่างที่จัดไว้สวย ตอบโจทย์ได้ยังไง ใครกำลังจะตกแต่งห้องไว้อยู่เอง หรือจะแต่งไว้เผื่อปล่อยเช่า รับรองว่า solution นี้น่าสนใจมากๆ ค่ะ     @SB Design Square สาขาบางนา สวยง่าย ตรงใจ ตอบครบทุกเรื่องตกแต่งได้ในที่เดียว #ReviewYourLiving #Design #LifeStyle #SBDesignSquare    

จะฝากชีวิตไว้กับใคร ไลฟ์สไตล์ต้องเข้ากัน

จะฝากชีวิตไว้กับใคร ไลฟ์สไตล์ต้องเข้ากัน

ถ้าเปรียบการใช้ชีวิตคนเราเหมือนการเลือกคู่ชีวิตก็คงไม่ผิดนัก เพราะในทุกๆ วันเราจะตามหาสิ่งรอบตัวที่เหมาะกับตัวเองตั้งแต่ก่อนก้าวออกจากบ้านอย่างเสื้อผ้าที่บ่งบอกแฟชั่นความเป็นตัวเอง อาหารการกินที่ชื่นชอบ ของใช้ทุกชิ้นที่เราต่างก็อยากเลือกด้วยตัวเองเพื่อให้ได้สิ่งที่โดนใจที่สุด เข้ากันกับเรามากที่สุดถึงจะไปด้วยกันได้อย่างสบายใจ แต่ละคนก็มีความชอบส่วนตัวแตกต่างกันไป บางคนชอบออกกำลังกาย บางคนชอบนั่งชิวร้านกาแฟ บางคนชอบออกไปเที่ยว บางคนชอบอยู่บ้าน ถึงแม้ว่าไลฟ์สไตล์ของทุกคนจะไม่เหมือนกัน แต่ถ้าเราใส่ใจกันก็จะเกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นตรงกลาง ซึ่งเป็นจุดที่เรียกว่าความลงตัว ก็เปรียบเสมือนพบเจอเนื้อคู่ที่สามารถเข้ากันได้ในทุกเรื่องราวของชีวิต สำหรับที่อยู่อาศัยก็เช่นกันค่ะ ต้องใส่ใจเลือกสิ่งที่ลงตัวกับครอบครัวของเราให้มากที่สุด เพราะการซื้อบ้านสักหลังก็เหมือนการเลือกฝากชีวิตไว้กับใครสักคนที่สามารถดูแลกันและกันไปทั้งชีวิต     ใครๆ ก็อยากมีบ้านในฝันเป็นของตัวเองกันทั้งนั้นใช่ไหมคะ แต่กว่าจะได้บ้านที่ตรงใจเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวของเราก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพบเจอ เพราะบ้านแต่ละหลังนั้นต้องประกอบด้วยรายละเอียดเล็กๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ใช่ คุณภาพวัสดุที่ต้องได้มาตรฐาน ความชำนาญในการก่อสร้าง ไปจนถึงความน่าเชื่อถือของบริษัทเจ้าของโครงการ เพราะบ้านจะอยู่กับครอบครัวของเราไปอีกยาวนานหลายสิบปี ยิ่งถ้าบ้านในฝันหลังนั้นเกิดขึ้นมาจากความใส่ใจในคุณภาพมาตั้งแต่แรก สิ่งดีๆ ก็ย่อมเกิดขึ้นกับทุกคนในครอบครัวของเรา       25 ปีมาแล้วนะคะที่ “พฤกษา” พัฒนาคุณภาพอย่างไม่หยุดหยั้ง คอยดูแลบ้านด้วยความใส่ใจมาตลอด ตั้งแต่รากฐานด้วยเทคโนโลยีการผลิตวัสดุก่อสร้างได้มาตรฐาน การออกแบบให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี ใส่นวัตกรรมอันทันสมัยเพื่อชีวิตที่สะดวกสบายกว่าที่เคย เกิดเป็นสังคมที่มีสิ่งแวดล้อมดีๆ รอบตัวอย่างสร้างสรรค์ พร้อมด้วยบริการดูแลตั้งแต่ก้าวแรกตลอดจนการใช้ชีวิตในรั้วของพฤกษา และนี่คือ 5 แนวคิดหลักที่เกิดจากความใส่ใจลงไปในบ้านทุกหลัง เพื่อให้เป็นบ้านในฝันสำหรับทุกคน       ใส่ใจ...เทคโนโลยีการก่อสร้าง และการผลิต บ้านที่ดีไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม แต่ต้องมีรากฐานที่ดีมาตั้งแต่การใช้วัสดุและระบบการก่อสร้างอันทันสมัย ซึ่งพฤกษามีโรงงาน Pruksa Precast ผลิตคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป โดยใช้เทคโนโลยีจากเยอรมันนี สามารถมั่นใจได้กับคุณภาพแข็งแรง ทนทานทุกชิ้นก่อนออกจากโรงงาน เสริมด้วยระบบการก่อสร้างจากช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน Pruksa REM (Pruksa Real Estate Manufacturing) การันตีจาก 2 รางวัลยอดเยี่ยมระดับโลกของงาน ASQ ’s 2012 World Conference สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด         ใส่ใจ...นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างสร้างสรรค์ เทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่มักจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ยิ่งหากได้นวัตกรรมที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายให้กับทุกคนในครอบครัวของเรา อย่างระบบปฏิบัติการ Pruksa Home Automation & Security System ที่สามารถควบคุมได้แค่ปลายนิ้วสั่งผ่าน Smartphone ทั้ง Smart Control ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ Remote Smart Camera กล้องรักษาความปลอดภัยภายในบ้านสามารถสั่งงานออนไลน์ได้ Smart Security สัญญาณกันขโมย และเครื่องจับความเคลื่อนไหว       ใส่ใจ...การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ กว่าจะได้บ้านแต่ละหลัง นั่นหมายถึงความทุ่มเทครั้งใหญ่ของชีวิต พฤกษาตระหนักดีถึงจุดนี้จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ ด้วยการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ตามเทรนด์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สร้างคุณค่าให้กับบ้านยุคใหม่ Safety Home บ้านแข็งแรงทนทานด้วยวัสดุได้มาตรฐาน ผ่านการคัดสรรจากโรงงานก่อนถึงไซต์ก่อสร้าง Healthy Home เพราะสุขภาพคือสิ่งสำคัญของครอบครัว พฤกษาจึงคิดตั้งแต่การวางผังบ้านเพื่อให้ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับเมืองร้อนในบ้านเรา ใช้สีทาบ้านที่ไม่ระคายเคืองต่อระบบหายใจ ห้องน้ำไม่อับชื้นปราศจากเชื้อรา ฯลฯ Green Home ดูแลครอบครัวแล้วก็ต้องดูแลโลกของด้วยการประหยัดพลังงาน  อย่างการใช้หลังคาระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ฝ้าสำเร็จรูปป้องกันความร้อน การใช้ผนังสำเร็จรูปลดฝุ่น ลดมลภาวะ วัสดุสังเคราะห์ที่ลดปัญหาการทำลายธรรมชาติ ฯลฯ Smart Home เป็นสิ่งที่บ้านสมัยใหม่จะขาดไปไม่ได้เลยทั้งระบบ Home Automation ควบคุมบ้านด้วยรีโมทคอนโทรลหรือผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น การเปิด – ปิด ไฟฟ้า หรือระบบ Building Information Modeling การออกแบบ 3 มิติ ด้วยคอมพิวเตอร์ให้การสร้างบ้านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น     ใส่ใจ...สังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้างอย่างสร้างสรรค์ บ้านของเราจะน่าอยู่ได้ไม่ใช่แค่ตัวบ้านเท่านั้น แต่สิ่งแวดล้อมรอบๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน รวมถึงสังคมดีๆ ที่พฤกษาออกแบบสังคมคุณภาพที่พัฒนาเฉพาะเพื่อคุณ Solar Cell ประหยัดพลังงานด้วยการดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ที่ส่วนกลาง แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางลงได้   Jogging Track สวนที่ออกแบบพิเศษสำหรับการออกกำลังกาย สำหรับคนรักสุขภาพ Bike Lane เลนสำหรับรถจักรยานโดยเฉพาะ ปั่นได้ปลอดภัยภายในโครงการ CCTV ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งบนถนนหลักถนนรอง และ Main Gate ในทุกๆ โครงการ   Double Security Gate เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยประตูทางเข้า 2 ชั้น   Fast Lane & Easy Pass แยกทางเข้า – ออก ระหว่างลูกค้าและแขกผู้เยี่ยมเยือน       ใส่ใจ...การบริการอย่างสร้างสรรค์ การบริการถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิดความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกด้วยทีมงานที่มีความชำนาญ ตั้งแต่ให้คำปรึกษาเรื่องสินเชื่อ ไปจนบริการหลังการขายพร้อมดูแลคุณทุกปัญหา โดยสามารถแจ้งปัญหาผ่าน www.pruks.com ที่สะดวกครอบคลุมทุกช่วงเวลา ให้ได้กว่าคำว่าบ้าน   สิ่งสำคัญที่สุดนั่นคือรากฐานที่ดีจะต้องมีตั้งแต่แรกเริ่มจนกลายเป็นบ้านในฝันของใครหลายคน คือความทุ่มเทจากพฤกษาที่พร้อมจะมอบบ้านคุณภาพที่ดีที่สุดส่งมอบให้กับลูกบ้านทุกคน เพราะ Pruksa ใส่ใจ...เพื่อทั้งชีวิต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1739 หรือ Pruksa.com  

เรื่องควรรู้ที่อยู่อาศัย

[Review] BTS สำโรง-เคหะฯ

[Review] BTS สำโรง-เคหะฯ

รอคอยกันมาพักใหญ่กับการมาของรถไฟฟ้าสายสีเขียว จากสถานีสำโรงยาวไปจนถึงสถานีเคหะฯ จนเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ก็เปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการกันเสียที แถมยังนั่งฟรีตั้ง 4 เดือนด้วยนะ ทีมงาน Reviewyourliving ไม่รอช้า พาไปเดินสำรวจกันทุกสถานีมาฝากกันเลยค่ะ   รถไฟฟ้าสายสีเขียวสุขุมวิท มุ่งหน้าออกนอกใจกลางเมืองไปสุดที่สถานีสำโรงค่ะ ถ้าจะนั่งส่วนต่อขยายนี้ต่อล่ะก็ ต้องลงจากขบวนแล้วเดินไปชานชาลาฝั่งตรงข้ามค่ะ ซึ่งในอนาคตสถานีสำโรงแห่งนี้ก็จะกลายเป็น Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองลาดพร้าว-สำโรง   บรรยากาศในวันแรกที่เปิดใช้ในช่วงบ่ายๆ ก็มีทั้งวัยทำงาน วัยเรียน และผู้สูงอายุที่มาทดลองนั่งกันอย่างสนุกสนานตั้งแต่สถานีสำโรงกันเลยค่ะ   สถานีปู่เจ้า สถานีแรกของส่วนต่อขยายล่าสุด ตัวสถานีอยู่บริเวณซ.สุขุมวิท 115 เลยสามแยกปู่เจ้าสมิงพรายไปนิดหน่อย ข้างสถานีจะมีบิ๊กซีที่อยู่ติดกับ Ideo Sukhumvit 115 ที่ลูกบ้านเข้าอยู่กันตั้งแต่ปีที่แล้ว ถ้าเข้าซ.สุขุมวิท 115 ไปหน่อยก็จะมี Low Rise อย่าง Pause 115 กับ B Loft 115 อยู่ด้วย และล่าสุดกับคอนโดฯ ที่เพิ่งเปิดตัวในปีนี้ Supalai Veranda Sukhumvit 117 ห่างจากสถานีประมาณ 200 เมตร ฝั่งเดียวกันกับ Ideo Sukhumvit 115 รอบๆ นี้ส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมทั้งถ.สุขุมวิทเอง และเข้าไปทางถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ค่ะ เช่น Honda Toyota และ Panasonic ที่อยู่ใกล้กับสถานี   สถานีเอราวัณ จากสถานีปู่เจ้า รางรถไฟฟ้าจะยกตัวขึ้นผ่านถ.กาญจนาภิเษก ฝั่งซ้ายมือผ่านพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ พอมาถึงตัวสถานีมองไปทางฝั่งขาเข้าก็จะเห็น 2 คอนโดพร้อมอยู่ ซึ่งมีที่ดินอยู่ข้างกันเลยค่ะ The Trust @BTS เอราวัณ กับ Aspire Erawan บันไดสถานีอยู่หน้าโครงการพอดีเลย เป็นสถานีที่สามารถขับรถเข้าถ.กาญจนาภิเษกได้สะดวกที่สุดค่ะ      สถานีโรงเรียนนายเรือ เป็นสถานีที่เราเริ่มจะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากบนบีทีเอสแล้วล่ะค่ะ ตัวสถานีอยู่หน้าโรงเรียนนายเรือพอดิบพอดี ตรงชานชาลาฝั่งขาเข้าจึงต้องกั้นทึบสูงขึ้นมาค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามกันก็เป็นพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ ถ้าเรามองไปทางสถานีต่อไปก็จะมีคอนโดมิเนียม Knightsbridge Sky River Ocean อยู่ริมถนนฝั่งขาออกค่ะ เป็นคอนโดฯ วิวสวยอีกโครงการหนึ่งเลยทีเดียว     สถานีปากน้ำ อยู่บริเวณหน้าวิทยาลัยสารพัดช่าง สมุทรปราการ ก่อนถึงสามแยกปากน้ำนิดหน่อย อยู่ใกล้กับสถานที่ราชการหลายแห่งเลยค่ะ เช่น ที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการ, สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สมุทรปราการ, ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ, ศาลจังหวัดสมุทรปราการ, สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ ฯลฯ เป็นสถานีที่เริ่มมีผู้คนเยอะขึ้นกว่าสถานีอื่นๆ ที่ผ่านมาค่ะ และสามารถมองเห็นปากอ่าวไทย ซึ่งมีเรือบรรทุกสินค้าให้เห็นกันตลอดวัน   สถานีศรีนครินทร์ จากสามแยกปากน้ำ รถไฟฟ้าจะเลี้ยวซ้ายไปตามถนน ผ่าน Samut Prakan Observation Tower & Knowledge Park หรือ อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทย จังหวัดสมุทรปราการ ที่เห็นเป็นหอคอยสูงสีขาวคล้ายกับเป็น Lighthouse ปากอ่าวไทย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดให้เข้าชมนะคะ ตามแผนจะเปิดให้เข้าชมประมาณปี 2563 และเมื่อผ่านสามแยกการไฟฟ้า ซึ่งตัดกับถนนศรีนครินทร์ก็เป็นเป็นที่ตั้งของสถานีค่ะ     สถานีแพรกษา ตั้งแต่สถานีปู่เจ้าไปจนสุดสาย สถานีแพรกษาถือว่าเป็นสถานีที่มีความคึกคักมากที่สุดค่ะ เพราะรอบๆ สถานีทั้งสองฝั่งมีทั้ง โรบินสัน, บิ๊กซี และโรงเรียนสมุทรปราการ ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางสิ่งอำนวยความสะดวกของปากน้ำก็ว่าได้ค่ะ สถานีอยู่เลยสามแยกที่จะเข้าสู่ถ.แพรกษา ไปเล็กน้อย ซึ่งก็จะมี Notting Hill Sukhumvit - Praksa คอนโดจากออริจิ้นอยู่ริมถนนค่ะ ถ้าเข้าไปลึกกว่านี้ก็มีโครงการแนวราบอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ แต่จะมีโครงการที่กำลังเริ่มก่อสร้าง โดยได้ EIA Approved แล้วนั่นคือ The President Sukhumvit-Samutprakan ใครที่อยู่แถวนี้อยู่แล้วหรือกำลังสนใจ สำหรับโครงการนี้ถือว่าทำเลดีมากๆ เพราะติดกับโรบินสันชนิดที่ว่าเดินไม่กี่ก้าว แถมหน้าโครงการก็มีสถานีแพรกษาอีกต่างหาก ถ้าไม่ติดว่ากว่าจะเข้าไปถึงกลางเมืองต้องผ่านไม่น้อยกว่า 13 สถานี       สถานีสายลวด ถัดมาไม่ไกลกัน ก่อนถึงสามแยกที่ตัดกับถ.สายลวด ก็จะเป็นที่ตั้งของสถานีสายลวดค่ะ ละแวกนี้ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่อยู่อาศัยแนวราบของผู้อยู่อาศัยดั่งเดิม มีหอพัก อพาร์ทเม้นท์ขนาดเล็ก-กลาง อยู่บ้างภายในชุมชนเดิม ไม่แปลกที่จะเห็นคนขึ้น-ลงที่สถานีนี้อยู่พอสมควรค่ะ   สถานีเคหะฯ สุดท้ายที่สถานีเคหะฯ ค่ะ จะมีความคล้ายกับสถานีหมอชิตตรงที่มีลานจอดรถค่ะ แต่ที่นี่จะเป็นลานจอดรถที่มีหลังคา ตีเส้นสำหรับจอดแบบเข้าซองเอาไว้เรียบร้อย ตอนนี้ยังเปิดให้จอดฟรี 4 เดือนตามรถไฟฟ้าอยู่ค่ะ แต่หลังจากนี้จะมีระบบการเสียเงินค่าที่จอดรถอย่างเป็นระบบ และห่างกันกับสถานีออกไปไม่ไกลก็ยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าอยู่ด้วยค่ะ   ตั้งแต่เราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในสถานีเปิดใหม่มาทั้งหมดนี้ แต่ละสถานีจะต้องรอขบวนละประมาณ 10 นาที ซึ่งก็ถือว่าห่างกันอยู่พอสมควรเลยค่ะ ส่วนบรรยากาศรอบๆ ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นบ้านแนวราบเดิมๆ อยู่ อาจจะด้วยเหตุเพราะบทเรียนจากรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ Dev หลายเจ้าแห่กันไปสร้างโครงการไว้จนเหลือยูนิตเพียบ แต่สิ่งที่ต้องจับตามองอีกเรื่องคือ ราคาค่าโดยสารจริงหลังจากหมดช่วงฟรี 4 เดือนนี้ไปแล้ว ว่าจะมีชาวสมุทรปราการยังคงเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าต่อไปหรือไม่ เพราะถ้าหากราคาสูงเกินไป หลายคนคงจะต้องกลับมาทบทวนใช้บริการรถสาธารณะเดิมที่ใช้กันเป็นประจำอยู่แล้วก็ได้           

ข่าวอสังหาริมทรัพย์