We Recommend

5 ไอเดียจัดพื้นที่ทำงาน Work From Home สไตล์ “อิเกีย”

5 ไอเดียจัดพื้นที่ทำงาน Work From Home สไตล์ “อิเกีย”

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายๆ คน ปรับเข้าสู่โหมด Work From Home รวมถึงการรณรงค์ให้ Stay At Home และ Social Distancing เพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ยิ่งตอนนี้  มีประกาศเคอร์ฟิวด้วย อาจจะทำให้หลายบริษัทและออฟฟิศหลายแห่ง คงให้พนักงานอยู่บ้าน เพื่อทำงานจากที่บ้านกันมากขึ้น   แต่การทำงานที่บ้าน หลายคนอาจจะขาดแรงจูงใจ หรือไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงาน เพราะอยู่บ้านจะมีสิ่งยั่วใจให้ต้องเสียสมาธิ ไม่ว่าจะเป็นที่นอนนุ่มๆ อาหารอร่อยๆ ที่สั่งมาตุนไว้ หรืออาจจะเป็นซีรีย์เรื่องโปรด ที่เฝ้ารอดู   เพื่อให้การทำงานที่บ้าน หรือ Work Form Home มีประสิทธิภาพเหมือนกับทำงงานที่ออฟฟิศ  ทาง “อิเกีย”  ได้นำเสนอไอเดียการจัดพื้นที่ในบ้าน ให้เป็นมุมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ตามสไตล์และพื้นที่ในบ้าน เพื่อจะได้ Work From Home กันอย่างมีความสุข และมีประสิทธิภาพ   สิ่งที่สำคัญในการทำงานที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพและดีต่อสุขภาพของเราในระยะยาวนั้น เริ่มจาก 1.การจัดตำแหน่งและลักษณะท่านั่งในการทำงานที่เหมาะสม เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงการเกิด office syndrome ซึ่งคำแนะนำในการจัดวางโต๊ะทำงานที่ถูกต้องมีดังนี้ -ตำแหน่งการวางแขนและพนักพิงหลังมีส่วนสำคัญในการรองรับสรีระขณะนั่งทำงาน จึงควรปรับพนักเก้าอี้ทำงานให้ตรง เลือกเก้าอี้ที่นั่งแล้วสบายและรองรับกระดูกสันหลัง โดยให้ที่วางแขนอยู่ในระนาบเดียวกับขอบโต๊ะ หรือใกล้เคียงมากที่สุด เพื่อให้สามารถวางมือและข้อมือลงไปตรงๆ โดยไม่รู้สึกเมื่อยช่วงไหล่ -เมื่อนั่งลงแล้วต้นขาควรจะขนานกับพื้นและวางเท้าบนพื้นได้พอดี หากความสูงของเก้าอี้ไม่ได้ระดับและเท้าลอย ควรใช้ที่วางเท้ามาช่วยรองรับ -หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ห่างจากตัวหนึ่งช่วงแขน ขอบบนของหน้าจอควรอยู่ระดับสายตาพอดีหรือต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย และวางคีย์บอร์ดให้ตรงกับหน้าจอ   เมื่อรู้หลักการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และคอมพิวเตอร์แล้ว มาพบกับไอเดียเนรมิตมุมทำงานในฝันให้มีความสุขกับการทำงานยิ่งขึ้นกว่าเดิม   2.เลือกโทนสี Monochrome เรื่องของสีใครว่าไม่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก สีมีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะสีแต่ละสีต่างให้ผู้ที่พบเห็น มีอารมณ์และความรู้สึกแตกต่างกันไป  หากนำเอาสีมาใช้เป็นกับมุมทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว หากเลือกได้ถูกต้อง ก็จะช่วยเสริมทำให้การทำงานได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย   ตัวอย่างเช่น สีขาวและดำ ยังคงเป็นโทนสีคลาสสิก ที่ทำให้มุมทำงานมีความเป็นมืออาชีพ และให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับที่สำนักงาน และยังเป็นระเบียบสะอาดตาอีกด้วย หรือหากตกแต่งห้องในโทนสีเย็นๆ สีหม่นที่ให้ความรู้สึกสบายตา จะช่วยให้มีสมาธิในการทำงานยิ่งขึ้นได้เช่นกัน  3.จัดระเบียบมุมทำงาน การมีโต๊ะทำงาน ที่เป็นระเบียบ ช่วยทำให้การทำงานมีสมาธิ และยังสามารถหาสิ่งของ อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ที่ต้องใช้ได้ง่าย การทำให้โต๊ะทำงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยจึงเป็นสิ่งจำเป็น  หากมีอุปกรณ์สำนักงานเยอะ หรือกองเอกสารจำนวนมาก  ลองจัดหาอุปกรณ์จัดเก็บ เข้ามาช่วยจัดการให้ทุกอย่างเป็นระเบียบ ประเภทกล่องเก็บของ หรือชั้นจัดเก็บสิ่งของแบบติดผนัง ช่วยให้มุมทำงานมีความเรียบร้อย เติมความคิดสร้างสรรค์ในการตกแต่งมุมทำงาน   การตกแต่งหรือเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยจัดระเบียบ  ยังสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตน หรือบอกสไตล์ของคนทำงานได้ด้วย เพราะเดี๋ยวนี้อุปกรณ์ต่างๆ มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งวัสดุที่นำมาใช้ รวมถึงสีสันต่างๆ ก็มีให้เลือกมากมาย   ตัวอย่าง ห้องทำงานพนักงานสายไอที สำหรับคนทำงานในสายงานที่ต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่าง เช่น งานสายช่างภาพ นักออกแบบ ควรมีพื้นที่ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ และไม่วางของตกแต่งอื่นๆ มาปะปนกัน ลองหาโต๊ะหน้ากว้างเพื่อจัดวางอุปกรณ์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้เพิ่มเติม และควรจัดมุมเสียบปลั๊กอุปกรณ์ต่างๆ ให้เป็นระเบียบ    4.มุมสร้างแรงบันดาลใจ สำหรับสายงานที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์เป็นพิเศษ  ลองนำสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เป็นแรงบันดาลใจ หรือสิ่งที่เห็นแล้วมีความสุขมาใส่กรอบแล้วตกแต่งผนัง อาจเติมโคมไฟเพื่อกระตุ้นความคิด รวมถึงอาจเลือกใช้โต๊ะไม้เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย ก็เป็นไอเดียที่ทำได้ไม่ยาก   หรือแม้พนักงานสายอาชีพทั่วไป ก็สามารถหาของที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นของสะสม หรือของที่เห็นแล้วมีความสุขนำมาตกแต่ง ประดับโต๊ะทำงาน เพื่อให้หลังจากเคร่งเครียดอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์  หรือกองเอกสารต่างๆ จำนวนมากแล้ว หันไปมองหรือเห็นสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ นอกจากจะเป็นการพักสายตาแล้ว ยังช่วยให้เกิดความสุขกับสิ่งของที่รักได้อีกด้วย  5.เลือกวิวที่เหมาะ เวลาทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หรือการต้องอ่านเอกสารกองโต เราจำเป็นต้องพักสายตา เพื่อดูแลสุขภาพดวงตา และยังทำให้ไม่เหนื่อยล้าจากการทำงานด้วย  ดังนั้น การเลือกมุมทำงาน หากเป็นไปได้ควรเลือกอยู่ในมุมที่ใกล้กับวิวนอกห้องบ้าง เพื่อให้เห็นบรรยากาศของภายนอก อาจจะมองเห็นต้นไม้สีเขียว หรือวิวเมืองทั่วไป   การจัดโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่างที่เห็นทิวทัศน์ภายนอก จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยหรือมองข้าม แต่ก็ต้องมั่นใจว่าแสงแดดช่วงเที่ยงและบ่ายจะไม่กระทบสายตาของคุณโดยตรง ควรเลือกมุมที่หันหลังหรือหันข้างให้แสง หรือหากอยู่ในคอนโดฯ ลองเลือกจัดมุมทำงานที่ข้างหน้าต่างหรือใกล้ระเบียงห้อง ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่งความคิดแล่นเร็วสามารถทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างได้ เพราะจะดีทั้งสุขภาพดวงตา และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้น   อีกสิ่งที่ไม่ควรละเลย คือ การใกล้ชิดธรรมชาติด้วยสีเขียว การตกแต่งมุมทำงานด้วยไม้ประดับที่ดูแลง่าย และเป็นเครื่องกรองอากาศแบบธรรมชาติไปในตัว อาทิ ลิ้นมังกร พลูด่าง ว่านหางจระเข้ เดหลี สับปะรดสี กล้วยไม้ จั๋ง และเฟิร์น เป็นต้น ทั้งยังเอาไว้พักสายตามามองสีเขียว เมื่อเริ่มรู้สึกตึงเครียดจากการทำงาน นี่คงเป็น 5 Tips ง่ายๆ ทำได้ไม่ยาก แถมยังสร้างบรรยากาศ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับพนักงานออฟฟิศ และผู้ที่ต้อง Work From Home ในช่วงบรรยากาศเคอร์ฟิว และโลกภายนอกยังเต็มไปด้วยไวรัสโควิด-19 เป็นกำลังใจให้กับทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เราจะรอดไปด้วยกัน    

8 วิธีจัดบ้านช่วง Work From Home ทำงานสบาย-ไม่เครียด

8 วิธีจัดบ้านช่วง Work From Home ทำงานสบาย-ไม่เครียด

ตอนนี้คนส่วนใหญ่ คง Work From Home เพราะต้อง “อยู่บ้าน เพื่อชาติ” ลดเสี่ยงการติด-การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะสถานการณ์ตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะจบลงเมื่อไร   เมื่อจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน แล้วจะมีวิธีทำอย่างไรให้ประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ลดลงหรือแตกต่างจากการทำงานที่ออฟฟิศ   วันนี้เรามีเทคนิคในการจัดบ้าน จากบริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) เพื่อมาเป็นไอเดีย นำไปใช้ช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน ไม่น่าเบื่อ แถมยังจะช่วยให้ทำงานได้มีอย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งทางความคิด อีกทั้งยังช่วยลดความตรึงเครียดเพิ่มความผ่อนคลายได้อีกด้วย มาดู 8 วิธีเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นออฟฟิศที่น่าทำงาน 1.หาต้นไม้ขนาดเล็กมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน ต้นไม้เล็กๆ อย่างแค็กตัสหรือตะบองเพชร นี่แหละเหมาะที่สุด เพราะขนาดกะทัดรัด ไม่เกะกะ  นอกจากนี้ยังมีสีสันสวยงาม ดูแลง่าย ไม่ต้องรดน้ำบ่อย หรือจะเป็นต้นไม้ชนิดอื่นๆ ดูขนาดให้เหมาะกับโต๊ะ หรือมุมบ้าน เพราะสีเขียวจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากการทำงานได้ ยิ่งหากใส่ในกระถางสวยๆ เก๋ๆ ตามสไตล์ที่เราชื่นชอบ ก็จะทำให้เป็นโต๊ะที่น่าทำงาน แถมสร้างบรรยากาศสดชื่นอีกต่างหาก 2.เลือกห้องที่เงียบๆ หรือมุมโปรดเป็นที่ทำงาน ถ้าคิดไม่ออกว่าห้องไหนดี แนะนำว่าให้เลือกนั่งเล่นจะเหมาะที่สุด เพราะไม่อุดอู้ บรรยากาศสบายๆ นั่งทำงานทั้งวันก็ไม่เบื่อ แต่สำหรับใครที่ชอบความเงียบ ความเป็นส่วนตัว แนะนำให้เลือกห้องนอน เพราะความเงียบจะช่วยให้คุณมีสมาธิกับการทำงาน แล้วหากอยู่คอนโดมิเนียม หรือห้องเช่า ที่เป็นห้องสตูดิโอ ไม่ได้มีการแบ่งห้องอื่นๆ ไว้ แนะนำให้เลือกหามุมใดมุมหนึ่ง ที่คิดว่าเป็นมุมสงบของห้อง และเป็นมุมที่ตัวเองชื่นชอบ อาจจะเป็นมุมริมหน้าต่าง ที่สามารถพักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ออกไปมองวิวรอบนอกได้ หรือมุมที่ห่างไกลจากทีวี เพราะจะได้ไม่ต้องเสียสมาธิจากการอยากเปิดทีวีดู ที่สำคัญอยากเลือกมุมทำงานใกล้เตียงนอน เพราะที่นอนจะดึงดูดให้เราหันไปเอนตัวลงนอนได้ทุกเมื่อ ควรเว้นระยะห่างจากที่นอนเป็นดีที่สุด 3.มีของกินบนโต๊ะทำงาน (แต่พอประมาณ) ลองหาขนม กาแฟ หรือผลไม้เตรียมไว้ที่โต๊ะทำงานสักหน่อยก็จะช่วยให้คลายเครียดได้ แต่อย่ามากเกินไปจนเกินไป เพราะจะทำให้เราเสียสมาธิ เอาเวลาแต่ไปกินอาหาร ที่สำคัญอาหารที่อยู่บนโต๊ะควรเป็นอาหารหยิบกินง่าย ไม่ใช่อาหารมื้อหลัก เพราะแทนที่จะเป็นโต๊ะทำงานก็อาจจะกลายเป็นโต๊ะกินข้าวไปแทน 4.ควรแยกมุมทำงานออกจากสัตว์เลี้ยง ถ้าบ้านใครเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้  ควรจะหามุมทำงานที่ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงแสนรัก เพราะอย่างน้อยก็ถ้าหมาแมวของคุณมีนิสัยซุกซน ชอบเล่นเสียงดัง ชอบมากวนคุณเวลาคุณทำงาน ก็ขอแนะนำให้ใช้มุมอื่นทำงานจะดีกว่า เพราะไม่งั้นคุณอาจจะรำคาญและเสียสมาธิได้ แต่ถ้าคุณเคยชินกับการที่มีสัตว์เลี้ยงอยู่ล้อมรอบเวลาทำงานอยู่แล้ว ก็ไม่มีปัญหา เพราะแบบนั้นอาจทำให้คุณผ่อนคลายมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ 5.ควรเลือกเก้าอี้ขนาดใหญ่ นั่งสบาย ดีที่สุดคือควรเป็นเก้าอี้แบบที่ใช้ในสำนักงาน เพราะเบาะและพนักพิงจะนุ่มมาก นั่งสบาย แต่ถ้าหากพื้นห้องเป็นพื้นปาร์เก้ ไม่สามารถใช้เก้าอี้แบบล้อเลื่อนได้ ก็ให้ใช้เก้าอี้ขนาดใหญ่แล้วเอาเบาะรองนั่งนิ่มๆ มาวางไว้แทนก็ได้ การนั่งทำงานบนเก้าอี้ที่นั่งสบาย ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีสมาธิ ทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่ปวดเมื่อยเมื่อต้องนั่งนาน ลดเสี่ยงจากปัญหาโรคออฟฟิศซินโดรมให้น้อยลงด้วย 6.หลีกเลี่ยงการใช้โต๊ะเตี้ยนั่งทำงานกับพื้น การใช้โต๊ะเตี้ยนั่งทำงานกับพื้น คุณจะต้องนั่งท่าขัดสมาธิเสียส่วนใหญ่ ทำให้เจ็บเข่าได้ ปวดเมื่อยได้ง่าย ทำให้หงุดหงิดง่าย เบื่อง่ายไปด้วย ไม่สามารถทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ได้ เมื่อปวดเมื่อยก็จะมีโอกาสเป็นโรคออฟฟิศซินโดรม แถมประสิทธิภาพงานอาจจะไม่ได้เต็มที่ ทางที่ดีควรนั่งโต๊ะและเก้าอี้แบบปกติจะดีกว่า 7.กลิ่นหอมช่วยผ่อนคลาย การสร้างบรรยากาศของห้องให้สดชื่น จะส่งผลให้อารมณ์ความรู้สึกของเราผ่อนคลาย หนึ่งในการสร้างบรรยากาศที่ดี คือ การสร้างกลิ่นหอม อาจจะเป็นการใช้น้ำหอมปรับอากาศ หรือจะฉีดน้ำหอมในห้องก็ตามสะดวก เพราะกลิ่นหอมๆ จะช่วยให้คุณผ่อนคลายสบายใจขึ้นได้ 8.อากาศถ่ายเทสะดวก การทำงานในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก จะช่วยทำให้สมองปลอดโปร่ง เกิดความคิดสร้างสรรค์  หากเป็นไปได้ควรเลือกห้องทำงาน  ที่สามารถเปิดหน้าต่าง ให้มีลมพัดหรือมีอากาศถ่ายเทสะดวก เป็นสิ่งที่ดีที่สุด  โดยไม่ต้องเปิดแอร์ หรืออาจจะใช้วิธีเปิดพัดลมช่วยแทน  นอกจากช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าแล้ว ยังทำให้ไม่รู้สึกอุดอู้ กับการนั่งทำงานในห้องสี่เหลี่ยม  แต่สำหรับหลายคนที่ทำงานในห้อง ซึ่งจำเป็นต้องเปิดแอร์ แนะนำให้เปิดแอร์ในอุณหภูมิที่ไม่เย็นจนเกินไป และอย่าให้ทิศทางของแอร์พัดลงมาโดนร่างกายโดยตรง  เพราะอาจจะทำให้ไม่สบายได้   เทคนิคเหล่านี้ เป็นเทคนิคที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ ให้เหมาะสมกับสภาพของห้อง และไลฟ์สไตล์การทำงานของแต่ละคนได้ตามสะดวก ในยามที่จะต้อง Work From Home เพื่อให้การทำงานจากที่บ้านไม่ดูน่าเบื่อ และเกิดประสิทธิภาพการทำงานมากที่สุดด้วย

รีวิวทาวน์โฮม 3 ชั้น

รีวิวทาวน์โฮม 3 ชั้น "Supalai Urbana แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด" สไตล์โมเดิร์น ฟังก์ชั่นดี

2563 เป็นปีที่ทุก Developer หันมาบุกตลาดแนวราบกันอย่างเต็มกำลัง แม้แต่ค่ายใหญ่ที่ทำแนวราบอย่างต่อเนื่องในทำเลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมาตลอดอย่าง Supalai ที่ยังคงขยันทำการบ้านหาช่องว่างของตลาด เพื่อเติมโครงการให้เต็มทุก Segment และล่าสุดกับแบรนด์ทาวน์โฮมน้องใหม่ "Supalai Urbana" ซึ่งตั้งใจวางทำเลในชุมชนเมือง เน้นความสะดวกของการเดินทาง ดีไซน์เรียบงง่าย แต่แฝงไปด้วยฟังก์ชั่นที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เองตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าวัย 28-38 ปี โดยประเดิมทำเลแรกย่านปากเกร็ด ใกล้กับถนนแจ้งวัฒนะ   Supalai Urbana แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด โครงการแรกภายใต้แบรนด์ Urbana เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น ดีไซน์ใหม่เน้นความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้อย่างอิสระ เปิดรับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น โดยไฮไลท์จะอยู่ที่พื้นที่อเนกประสงค์บริเวณชานพักบันได และส่วนอื่นของบ้านที่มีขนาดใหญ่พิเศษ สามารถปรับให้มีประโยชน์ใช้สอยได้เพิ่มมากขึ้น และพื้นที่ Open Plan บริเวณพื้นที่รับแขกและส่วนรับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีระบบ Home Automation ควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมดในบ้านอีกด้วย   เรียกได้ว่าเป็น Flexible Townhome สไตล์โมเดิร์น ที่ชูคอนเซป "สวิทช์ชีวิตให้สนุกทุกวัน ทาวน์โฮมที่ต่อติดทุกไลฟ์สไตล์" ซึ่งจะมี 2 Type ได้แก่ ศุภนรา พื้นที่ใช้สอย 156 ตร.ม. บนที่ดินขนาด 19.6 ตร.ว. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 พื้นที่อเนกประสงค์ ที่จอดรถ 2 คัน หน้าบ้านกว้าง 5.7 เมตร ศุภธรา พื้นที่ใช้สอย 138 ตร.ม. บนที่ดินขนาด 17.2 ตร.ว. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ ที่จอดรถ 2 คัน โครงการตั้งอยู่ถายในซอยสุขาสวรรค์ 3 สามารถเข้า-ออก ได้ทั้งจากถนนติวานนท์ และถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับห้าแยกปากเกร็ด ซึ่งบริเวณนี้เป็นถือชุมชนที่มีความคึกคักอยู่ตลอด เพราะใกล้กับสถานที่สำคัญมากมาย โดยเฉพาะแหล่งงาน อาทิ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ, บิ๊กซี, โฮมโปร, โรบินสัน ศรีสมาน, โรงพยาบาลเวิลด์ เมดิคอล และสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจอีกหลายหน่วยงาน ภาพทาวน์โฮม 3 ชั้น "Supalai Urbana แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด" ภาพทาวน์โฮม 3 ชั้น Type ศุภนรา ชานพักบันไดขนาดกว้างเป็นพิเศษ สามารถจัดให้เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนเพิ่มได้ ด้วยกระจกสูงโปร่งทำให้ไม่เป็นมุมอับทึบที่อันตรายเหมือนกับบันไดทั่วไป ชั้น 3 เป็น Master Bedroom ขนาดใหญ่เพียงห้องเดียว สามารถกั้นห้องเป็น Walk In Closet ตามแบบห้องตัวอย่างได้ ซึ่งหน้าต่างจะได้กระจกขนาดใหญ่กว่าทาวน์โฮมทั่วไป ทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาในห้องได้อย่างทั่วถึง ชานพักบันไดบนชั้น 3 ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่า และเป็นส่วนตัวมากกว่าชานพักบันไดชั้น 2 สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามไลฟ์สไตล์ ภาพทาวน์โฮม 3 ชั้น Type ศุภธรา พื้นที่ Open Plan ชั้นแรกของบ้าน ส่วนมาแล้วจะเป็นห้องรับแขกและโต๊ะทานข้าว ซึ่งดีไซน์แบบเปิดโล่งนี้สามารถปรับได้ตามการใช้งานของแต่ละครอบครัว พื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 2 เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้ตามความต้องการ โครงการอื่นจาก Supalai Supalai Lite Tha Phra-Wongwian Yai Supalai City Resort Sukhumvit 107 Supalai Bella Rama 2-Phanthai Norasing  

รีวิวคอนโด อ่อนนุช

รีวิวคอนโด อ่อนนุช "Chambers อ่อนนุช สเตชั่น" คอนโดอารมณ์บ้าน ติดรถไฟฟ้า

SC asset หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใครหลายคนหมายปองอยากจะเป็นเจ้าของให้ได้สักโครงการ เพราะชื่อเสียงด้านคุณภาพงานก่อสร้างที่ออกมาประณีตเรียบร้อยในทุกมุมตารางเมตร การใช้วัสดุที่ดี งานดีไซน์สวย ไปจนถึงการดูแลลูกบ้านในทุกโครงการภายใต้แบรนด์มากมายทั้งคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบ สิ่งเหล่านี้เกิดจากการหล่อหลอมทุกดีเทลจนเกิดเป็นความเชื่อมั่นของลูกค้า   Chambers (แชมเบอร์ส) แบรนด์คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่แบบ Low Rise ที่ชูคอนเซป "คอนโดอารมณ์บ้าน" เมื่อลอดผ่านอาคาร A เข้าสู่โครงการเข้าไปก็ให้ความรู้สึกเหมือนเดินผ่านสวนสีเขียว มีมุมนั่งเล่นพักผ่อนท่ามกลางความเงียบสงบก่อนเข้าถึงตัวอาคารผ่าน Double Space Lobby ที่ได้แสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ดูโปร่งโล่ง สร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่นด้วยโทนสีเบจ ใช้เฟอร์นิเจอร์สีอ่อนสลับด้วยสีเข้มแบบเอิร์ธโทน ประดับตกแต่งด้วยไม้ประดับต้นเล็กกระจายอยู่ทั่วทั้งล็อบบี้ ภาพรวมทั้งภายในและนอกอาคารออกมาโทนเดียวกันอย่างกลมกลืน ไม่มีอะไรที่ดูฉูดฉาดหวือหวาแต่คงคอนเซปของอารมณ์เหมือนอยู่บ้านได้อย่างดีทีเดียว   ส่วนกลางหลักจะอยู่ที่อาคาร C ด้านในสุดของพื้นที่โครงการ ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของฟิตเนสและสระว่ายน้ำระบบเกลือลักษณะ L shape มีมุม Jacuzzi ให้ได้นั่งแช่ผ่อนคลายใต้ร่มไม้ใหญ่ริมสระ และ Sunken ให้ได้นั่งเล่นกลางสระว่ายน้ำ ทำเลคอนโด อ่อนนุช Chambers อ่อนนุช สเตชั่น โครงการนี้ SC asset เลือกปักหมุดย่านอ่อนนุช ในซอยสุขุมวิท 81 ถือเป็นสุขุมวิทช่วงกลางที่ถูกจับตามองในแง่ของการพัฒนารอบด้านมาได้สักระยะ เห็นได้จากโครงการคอนโดมิเนียมจากหลาย Developer ค่ายใหญ่ในบ้านเรามาร่วมกันสร้างอ่อนนุชให้คึกคัก ประกอบกับสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โลตัส อ่อนนุช เซ็นจูรี่ บิ๊กซี อ่อนนุช เดอะฟิล รวมถึงสถานีรถไฟฟ้า สถานีอ่อนนุช ในระยะเดินได้ แค่ 230 เมตร และยังใกล้กับทางด่วนถึง 3 สาย ทั้งทางด่วนเฉลิมมหานคร ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนบูรพาวิถี ไม่ว่าจะเดินทางเข้าใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองโซนบางนา-สุวรรณภูมิ ก็สะดวก ภาพโครงการ "Chambers อ่อนนุช สเตชั่น" Facilities "Chambers อ่อนนุช สเตชั่น" ห้องตัวอย่าง รายละเอียดคอนโดเพิ่มเติม Chambers อ่อนนุช สเตชั่น โครงการอื่นจาก SC asset CENTRIC RATCHAYOTHIN Bangkok Boulevard Rama 9 Grand Bangkok Boulevard Ramintra-Seritha    

รีวิวคอนโด ส่องทำเลเตาปูน-บางโพ ฉบับอัปเดต 2563

รีวิวคอนโด ส่องทำเลเตาปูน-บางโพ ฉบับอัปเดต 2563

ย้อนเวลากลับไปกว่า 10 ปีที่แล้ว ในบ้านเราเริ่มเข้าสู่ยุคคอนโด Fever วิถีของคนเมืองเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง ด้วยการหันมาใช้ชีวิตในแนวสูงกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการทำเลใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า หรือแม้แต่ทำเลนอกเมือง แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สังเกตกันบ้างไหมคะ? ว่าในทุกทำเลที่เหล่าผู้พัฒนาสังหาฯ ไปทำโครงการในแต่ละพื้นที่จะต้องมีองค์ประกอบที่ดีอยู่หลายด้าน ไม่ว่าจะด้วยสิ่งที่มีอยู่เดิมหรือการพัฒนาในอนาคต อาทิ ศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาด โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา สถานที่สำคัญต่างๆ การเดินทางก็ต้องสะดวกทั้งการใช้รถส่วนตัวและสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่ยังคงเป็นปัจจัยหลักของการเดินทางอันสะดวกสบายมากที่สุดในบ้านเรา ซึ่งตามแผนทั้งหมด 13 สาย ครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ทำให้สถานี Interchange กลายเป็นอีกจุดขายสำคัญของคอนโดมิเนียม เมื่อเอ่ยถึงสถานี Interchange ทุกวันนี้ก็เริ่มมีมากขึ้นตามรถไฟฟ้าที่ขยายตัวอยู่ทั่วทุกมุมเมือง หลายจุดมีความน่าสนใจแตกต่างกันไป แต่จุดที่เป็น Interchange ล่าสุด ณ เวลานี้ นั่นคือ สถานีเตาปูน ที่กำลังจะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่ทำให้วงแหวนสายสีน้ำเงินสมบูรณ์ในอีกไม่ช้า สำหรับ Update Status คอนโดในครั้งนี้ เราจะประเดิมย่านแรกกันที่ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ซึ่งเป็นถนนเส้นที่มีรถไฟฟ้าที่เป็น Interchange ของสายสีน้ำเงินเองกับสายสีม่วง และสถานีบางโพ ที่เป็นสถานีก่อนจะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางฝั่งธนบุรี แล้วเหล่าคอนโดฯ ทั้ง 8 โครงการบนถนนเส้นนี้จะมีความคืบหน้าอะไรบ้าง เราไปอัปเดตพร้อมๆ กันค่ะ ไอดีโอ โมบิ บางซื่อ แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์ ถ้าดูจากที่ตั้งของโครงการ แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าอยู่บนถนนประชาราษฎร์ สาย 2 แต่ทางเข้า - ออก จะอยู่ทางฝั่งถนนประชาชื่นค่ะ โดยที่ดินจะอยู่หัวมุมสี่แยกประชาชื่นพอดี โดยโครงการนี้สร้างเสร็จช่วงปลายปี 2560 ปัจจุบันยังคงมียูนิตเหลือขายอยู่ ในราคาเริ่มต้นที่ 2.68 ล้านบาท มีห้องปล่อยเช่าในช่วงราคา 9,500 - 35,000 บาทต่อเดือน นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ ในบรรดาโครงการคอนโดมิเนียมบนถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ทั้งหมด “นิช ไพรด์ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” จาก Sena ถือว่าติดกับสถานีรถไฟฟ้ามากที่สุดเลยค่ะ คือลงมาจากสถานี ทางออก 4 ไม่กี่ก้าว ไม่ต้องข้ามถนน ก็ถึงตัวโครงการเลยค่ะ โดยเตรียมจะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์กันในเดือนเมษายน 2563 นี้แล้ว ซึ่งช่วงก่อนเปิดอาคารมีโปรโมชั่นราคาเริ่มต้นที่ 3.59 ล้านบาท เหลือขายประมาณ 100 กว่ายูนิตค่ะ     ชีวาทัย อินเตอร์เชนจ์ ถ้าเดินลงมาจากสถานี ทางออกที่ 1 เราจะพบกับ “ชีวาทัย อินเตอร์เชนจ์” ก่อนเป็นโครงการแรก สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2558 แน่นอนว่า sold out ไปแล้ว แต่ยังคงทำราคาค่าเช่าได้ดีไม่แพ้โครงการรุ่นน้องในย่านเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันราคาค่าเช่าอยู่ที่ 10,000 – 32,000 บาทต่อเดือน ริชพาร์ค 2 @เตาปูนอินเตอร์เชนจ์ ถือเป็นคอนโดฯ โครงการแรกๆ ของย่านนี้ โดยสร้างเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2557 ซึ่งเป็นโครงการที่ทำราคามาถูกที่สุดในปัจจุบันของถนนเส้นนี้ โดยราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 1.88 ล้านบาท ส่วนราคาโปรโมชั่นปัจจุบัน 1.99 ล้านบาท ส่วนค่าเช่าประมาณ 8,000 - 12,000 บาทต่อเดือน เดอะ สเตจ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์ 1 ใน 3 โครงการคอนโดมิเนียมจาก Real Asset (แอบกระซิบกันนิดนึงค่ะว่า กำลังจะเป็นทั้งหมด 4 โครงการแล้ว) สำหรับโครงการนี้สร้างเสร็จปลายปี 2560 ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 1.89 ล้านบาท ปัจจุบันมีโปรโมชั่นก่อนปิดโครงการช็อค One price ผ่อนล้านละ 1,500 บาท* อยู่ฟรี 2 ปี* เริ่มต้น 2.99 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 33.20 ตร.ม. ค่าเช่าปัจจุบันประมาณ 9,000 - 15,000 บาทต่อเดือน ด้วยตัวโครงการที่ทำออกมาได้สวยทีเดียว ใครที่ได้มือแรกๆ ไปก็ถือว่าคุ้มค่ะ เดอะ ทรี อินเตอร์เชนจ์ โครงการนี้เห็นยูนิตเพียบ แต่หมดเรียบแล้วนะคะ สำหรับ “เดอะ ทรี อินเตอร์เชนจ์” จากค่ายใหญ่ Pruksa ที่นับว่าเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในละแวกนี้ถึง 1,734 ยูนิต และยังตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์การค้าเกตเวย์ บางซื่อ มากที่สุด ประมาณ 60 เมตรเท่านั้น เรียกว่าแทบจะเดินไปได้ทุกวันแบบไม่ต้องเสียเวลาขับรถวนให้เวียนหัว ปัจจุบันทำราคาค่าเช่าที่ 8,000 - 25,000 บาทต่อเดือน ซึ่งตัวอาคารสร้างเสร็จประมาณปี 2557 ใกล้เคียงกับ ริชพาร์ค 2 ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ ถ้านับจากสี่แยกบางโพ โครงการนี้ถือว่าอยู่ใกล้ที่สุดเลยค่ะ นั่นหมายความว่าก็จะใกล้กับรถไฟฟ้า สถานีบางโพ ประมาณ 80 เมตร และยังห่างจากศูนย์การค้าเกตเวย์ บางซื่อ ประมาณ 100 เมตรเท่านั้น แต่สำหรับ “ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ” จะมีความแตกต่างจากโครงการก่อนหน้านี้ เพราะคอนโดฯ ถูกวางให้อยู่ใน High End Segment ซึ่งราคาเปิดตัวอยู่ที่ 3.9 ล้านบาท และแม้ว่าอาคารจะสร้างเสร็จเมื่อปี 2560 แต่ปัจจุบันทำราคาค่าเช่าได้ถึง 12,000 - 45,000 บาทต่อเดือน 333 Riverside ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นคอนโดจาก Land & House แต่เมื่อไรที่เราได้เห็นคอนโดจาก Developer เจ้านี้ ก็มักจะไม่ทำให้เราผิดหวังค่ะ ซึ่ง “333 Riverside” เป็นโครงการหรูที่สุดบนถนนเส้นนี้ แถมยังอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนด้านหน้าก็เงียบสงบมาก มีบันไดสถานีบางโพมาเกยถึงหน้าโครงการอีกต่างหาก แม้ว่าโครงการแห่งนี้จะสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2560 มีราคาเปิดตัวที่ 5 ล้านบาท แต่ทุกวันนี้โครงการยังคงสวยงามโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำ ประกอบกับบรรยากาศภายในโครงการแล้ว ทำให้ 333 Riverside กลายเป็นคอนโดฯ ที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในหัวหินหรือพัทยาเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งปัจจุบันทำราคาค่าเช่าที่ 18,000 -150,000 บาทต่อเดือน   นี่คือ Update Status สำหรับคอนโดฯ ทั้งหมด 8 โครงการ บนถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ที่เชื่อว่าในอนาคตอีก 2 - 3 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าทุกวันนี้ขึ้นไปอีก ด้วยองค์ประกอบแวดล้อมใกล้เคียงที่กำลังจะขยายตัว อาทิ สถานีกลางบางซื่อ รัฐสภาแห่งใหม่ และท่าเรือบางโพที่เตรียมปรับปรุงใหม่ สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักสำคัญทำให้ทำเลโซนนี้เติบโตอย่างแทบจะพลิกโฉมต่อไป และสำหรับคอลัมน์ของเราในครั้งถัดไปจะพาไปอัปเดตกันในทำเลไหน อย่าลืมติดตามกันนะคะ รายละเอียดโครงการและสิ่งที่น่าสนใจในย่านเตาปูน-บางโพ รีวิวคอนโด The Stage Taopoon Interchange  รีวิวคอนโด 333 Riverside รีวิวคอนโด Ideo Mobi บางซื่อ-แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์ รีวิว Gateway Bangsue ปลุกบางซื่อให้มีชีวิตชีวา

รีวิวคอนโด ปุณณวิถี ติดรถไฟฟ้า

รีวิวคอนโด ปุณณวิถี ติดรถไฟฟ้า "Whizdom Inspire Sukhumvit" บนอาณาจักรมิกซ์ยูส จาก MQDC

MQDC ถือเป็น Developer รายแรกๆ ที่ลุยทำอาณาจักรมิกซ์ยูสเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง ซึ่งมีคอนเซปที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน นั่นคือการเนรมิตที่ดินติดริมถนนสุขุมวิท บนพื้นที่กว่า 43 ไร่ ที่ใช้ชื่อว่า "101 True Digital Park at True Digital Park" ให้กลายเป็นอาณาจักรที่รวมเอานวัตกรรม และธรรมชาติเข้ามารวมไว้ภายในโครงการอย่างลงตัว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง ตั้งแต่การวางผังออกแบบทุกอาคารให้ลดการใช้พลังงาน การใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนคำนึงถึงการใช้ชีวิตจริงของผู้คนทุกช่วงวัยภายในอาคาร จนได้รับรางวัลบนเวทีทั้งในประเทศไทยและระดับโลกมาแล้ว   Whizdom Inspire Sukhumvit คือหนึ่งในสามคอนโดมิเนียมที่อยู่ภายในโครงการมิกซ์ยูสแห่งนี้ ซึ่งสองโครงการก่อนหน้านี้ได้ Sold Out ไปเรียบร้อย โดยได้ Capital Gain ไปประมาณ 5% สำหรับ Whizdom Inspire Sukhumvit คอนโดมิเนียมโครงการสุดท้ายภายในมิกซ์ยูสแห่งนี้ ได้วางแนวคิดให้เป็นที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องมีความสะดวกสบายรอบด้าน มีเทคโนโลยีรองรับการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้น ได้พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เพื่อเอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นท่ามกลางสังคมเมืองในยุคปัจจุบัน อาทิ ใกล้ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ ที่เข้ามาปลุกย่านปุณณวิถีให้คึกคักกว่าที่เคยอย่าง 101 True Digital Park ด้วยพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ครบทุกสิ่งอำนวยความสะดวกในแห่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร บริการต่างๆ Co-Working Space ฟิตเนสระดับโลก พื้นที่จัดกิจกรรมที่น่าสนใจ รองรับได้ทั้งครอบครัว พร้อมพื้นที่สีเขียวกว่า 5,000 ตารางเมตร   เดินทางสะดวกทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ส่วนตัว ซึ่ง Whizdom Inspire Sukhumvit ไม่ใช่แค่ใกล้กับบีทีเอสปุณณวิถีเพียง 300 เมตร แต่ยังเชื่อมต่อบน Sky Walk ถึงตัวโครงการ ทำให้สะดวก ปลอดภัยมากกว่า อีกทั้งยังใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านสุขุมวิท 62 กับด่านบางนา และทางด่วนบูรพาวิถีอีกด้วย   นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่จะทำให้ลูกบ้านใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและปลอดภัย อาทิ เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว ควบคุมการเปิด-ไฟได้เองอัตโนมัติ, ระบบ Energy Measurement ตรวจสอบสถานะการใช้ไฟของห้อง ทำให้ประหยัดไฟมากกว่า, สามารถวัดค่าฝุ่น อุณหภูมิ ความชื้น ให้ทราบได้อยู่ตลอด, ระบบ Smart Contact เช็คสถานะของประตูห้อง และประตูระเบียงได้ เป็นต้น ภาพ Facilities คอนโด ปุณณวิถี Whizdom Inspire Sukhumvit ส่วนกลางเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ที่สามารถใช้เป็นสถานที่รับแขกหรือนัดประชุมใน Private Meeting Room, Co-Working Space ได้ ส่วนกลางหลักอยู่ชั้น 6 ซึ่งจะเป็นโซนที่มีทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้ง แบ่งโซนที่สามารถว่ายออกกำลังกาย และโซนสำหรับนั่งแช่น้ำพักผ่อน ท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียวรอบสระ และฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ ชั้น 31 เป็น Skycamp Lounge นั่งชมวิวเมืองโล่งๆ พร้อมเสียงน้ำไหลที่ล้อมรอบ Sunken Seat   ห้องตัวอย่าง คอนโด ปุณณวิถี Whizdom Inspire Sukhumvit รายละเอียดคอนโด ปุณณวิถี ติดรถไฟฟ้าเพิ่มเติม Whizdom Inspire Sukhumvit รีวิวโครงการอื่นๆ จาก MQDC รีวิวคอนโด เอกมัย “Mulberry Grove Sukhumvit” รีวิวคอนโด อโศก “Whizdom Asoke-Sukhumvit” รีวิวคอนโด ท่าพระ "Whizdom Station Ratchada–Thapra"