We Recommend

รีวิวทาวน์โฮม 3 ชั้น

รีวิวทาวน์โฮม 3 ชั้น "Supalai Urbana แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด" สไตล์โมเดิร์น ฟังก์ชั่นดี

2563 เป็นปีที่ทุก Developer หันมาบุกตลาดแนวราบกันอย่างเต็มกำลัง แม้แต่ค่ายใหญ่ที่ทำแนวราบอย่างต่อเนื่องในทำเลที่กระจายอยู่ทั่วประเทศมาตลอดอย่าง Supalai ที่ยังคงขยันทำการบ้านหาช่องว่างของตลาด เพื่อเติมโครงการให้เต็มทุก Segment และล่าสุดกับแบรนด์ทาวน์โฮมน้องใหม่ "Supalai Urbana" ซึ่งตั้งใจวางทำเลในชุมชนเมือง เน้นความสะดวกของการเดินทาง ดีไซน์เรียบงง่าย แต่แฝงไปด้วยฟังก์ชั่นที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เองตามไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าวัย 28-38 ปี โดยประเดิมทำเลแรกย่านปากเกร็ด ใกล้กับถนนแจ้งวัฒนะ   Supalai Urbana แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด โครงการแรกภายใต้แบรนด์ Urbana เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น ดีไซน์ใหม่เน้นความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้อย่างอิสระ เปิดรับแสงธรรมชาติได้มากขึ้น โดยไฮไลท์จะอยู่ที่พื้นที่อเนกประสงค์บริเวณชานพักบันได และส่วนอื่นของบ้านที่มีขนาดใหญ่พิเศษ สามารถปรับให้มีประโยชน์ใช้สอยได้เพิ่มมากขึ้น และพื้นที่ Open Plan บริเวณพื้นที่รับแขกและส่วนรับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังมีระบบ Home Automation ควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมดในบ้านอีกด้วย   เรียกได้ว่าเป็น Flexible Townhome สไตล์โมเดิร์น ที่ชูคอนเซป "สวิทช์ชีวิตให้สนุกทุกวัน ทาวน์โฮมที่ต่อติดทุกไลฟ์สไตล์" ซึ่งจะมี 2 Type ได้แก่ ศุภนรา พื้นที่ใช้สอย 156 ตร.ม. บนที่ดินขนาด 19.6 ตร.ว. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 พื้นที่อเนกประสงค์ ที่จอดรถ 2 คัน หน้าบ้านกว้าง 5.7 เมตร ศุภธรา พื้นที่ใช้สอย 138 ตร.ม. บนที่ดินขนาด 17.2 ตร.ว. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ ที่จอดรถ 2 คัน โครงการตั้งอยู่ถายในซอยสุขาสวรรค์ 3 สามารถเข้า-ออก ได้ทั้งจากถนนติวานนท์ และถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับห้าแยกปากเกร็ด ซึ่งบริเวณนี้เป็นถือชุมชนที่มีความคึกคักอยู่ตลอด เพราะใกล้กับสถานที่สำคัญมากมาย โดยเฉพาะแหล่งงาน อาทิ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ, บิ๊กซี, โฮมโปร, โรบินสัน ศรีสมาน, โรงพยาบาลเวิลด์ เมดิคอล และสถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจอีกหลายหน่วยงาน ภาพทาวน์โฮม 3 ชั้น "Supalai Urbana แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด" ภาพทาวน์โฮม 3 ชั้น Type ศุภนรา ชานพักบันไดขนาดกว้างเป็นพิเศษ สามารถจัดให้เป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนเพิ่มได้ ด้วยกระจกสูงโปร่งทำให้ไม่เป็นมุมอับทึบที่อันตรายเหมือนกับบันไดทั่วไป ชั้น 3 เป็น Master Bedroom ขนาดใหญ่เพียงห้องเดียว สามารถกั้นห้องเป็น Walk In Closet ตามแบบห้องตัวอย่างได้ ซึ่งหน้าต่างจะได้กระจกขนาดใหญ่กว่าทาวน์โฮมทั่วไป ทำให้แสงสว่างส่องเข้ามาในห้องได้อย่างทั่วถึง ชานพักบันไดบนชั้น 3 ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่า และเป็นส่วนตัวมากกว่าชานพักบันไดชั้น 2 สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามไลฟ์สไตล์ ภาพทาวน์โฮม 3 ชั้น Type ศุภธรา พื้นที่ Open Plan ชั้นแรกของบ้าน ส่วนมาแล้วจะเป็นห้องรับแขกและโต๊ะทานข้าว ซึ่งดีไซน์แบบเปิดโล่งนี้สามารถปรับได้ตามการใช้งานของแต่ละครอบครัว พื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 2 เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ปรับเปลี่ยนประโยชน์ใช้สอยได้ตามความต้องการ โครงการอื่นจาก Supalai Supalai Lite Tha Phra-Wongwian Yai Supalai City Resort Sukhumvit 107 Supalai Bella Rama 2-Phanthai Norasing  

รีวิวคอนโด อ่อนนุช

รีวิวคอนโด อ่อนนุช "Chambers อ่อนนุช สเตชั่น" คอนโดอารมณ์บ้าน ติดรถไฟฟ้า

SC asset หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใครหลายคนหมายปองอยากจะเป็นเจ้าของให้ได้สักโครงการ เพราะชื่อเสียงด้านคุณภาพงานก่อสร้างที่ออกมาประณีตเรียบร้อยในทุกมุมตารางเมตร การใช้วัสดุที่ดี งานดีไซน์สวย ไปจนถึงการดูแลลูกบ้านในทุกโครงการภายใต้แบรนด์มากมายทั้งคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบ สิ่งเหล่านี้เกิดจากการหล่อหลอมทุกดีเทลจนเกิดเป็นความเชื่อมั่นของลูกค้า   Chambers (แชมเบอร์ส) แบรนด์คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่แบบ Low Rise ที่ชูคอนเซป "คอนโดอารมณ์บ้าน" เมื่อลอดผ่านอาคาร A เข้าสู่โครงการเข้าไปก็ให้ความรู้สึกเหมือนเดินผ่านสวนสีเขียว มีมุมนั่งเล่นพักผ่อนท่ามกลางความเงียบสงบก่อนเข้าถึงตัวอาคารผ่าน Double Space Lobby ที่ได้แสงธรรมชาติเข้ามาทำให้ดูโปร่งโล่ง สร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่นด้วยโทนสีเบจ ใช้เฟอร์นิเจอร์สีอ่อนสลับด้วยสีเข้มแบบเอิร์ธโทน ประดับตกแต่งด้วยไม้ประดับต้นเล็กกระจายอยู่ทั่วทั้งล็อบบี้ ภาพรวมทั้งภายในและนอกอาคารออกมาโทนเดียวกันอย่างกลมกลืน ไม่มีอะไรที่ดูฉูดฉาดหวือหวาแต่คงคอนเซปของอารมณ์เหมือนอยู่บ้านได้อย่างดีทีเดียว   ส่วนกลางหลักจะอยู่ที่อาคาร C ด้านในสุดของพื้นที่โครงการ ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของฟิตเนสและสระว่ายน้ำระบบเกลือลักษณะ L shape มีมุม Jacuzzi ให้ได้นั่งแช่ผ่อนคลายใต้ร่มไม้ใหญ่ริมสระ และ Sunken ให้ได้นั่งเล่นกลางสระว่ายน้ำ ทำเลคอนโด อ่อนนุช Chambers อ่อนนุช สเตชั่น โครงการนี้ SC asset เลือกปักหมุดย่านอ่อนนุช ในซอยสุขุมวิท 81 ถือเป็นสุขุมวิทช่วงกลางที่ถูกจับตามองในแง่ของการพัฒนารอบด้านมาได้สักระยะ เห็นได้จากโครงการคอนโดมิเนียมจากหลาย Developer ค่ายใหญ่ในบ้านเรามาร่วมกันสร้างอ่อนนุชให้คึกคัก ประกอบกับสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ โลตัส อ่อนนุช เซ็นจูรี่ บิ๊กซี อ่อนนุช เดอะฟิล รวมถึงสถานีรถไฟฟ้า สถานีอ่อนนุช ในระยะเดินได้ แค่ 230 เมตร และยังใกล้กับทางด่วนถึง 3 สาย ทั้งทางด่วนเฉลิมมหานคร ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนบูรพาวิถี ไม่ว่าจะเดินทางเข้าใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองโซนบางนา-สุวรรณภูมิ ก็สะดวก ภาพโครงการ "Chambers อ่อนนุช สเตชั่น" Facilities "Chambers อ่อนนุช สเตชั่น" ห้องตัวอย่าง รายละเอียดคอนโดเพิ่มเติม Chambers อ่อนนุช สเตชั่น โครงการอื่นจาก SC asset CENTRIC RATCHAYOTHIN Bangkok Boulevard Rama 9 Grand Bangkok Boulevard Ramintra-Seritha    

รีวิวคอนโด ส่องทำเลเตาปูน-บางโพ ฉบับอัปเดต 2563

รีวิวคอนโด ส่องทำเลเตาปูน-บางโพ ฉบับอัปเดต 2563

ย้อนเวลากลับไปกว่า 10 ปีที่แล้ว ในบ้านเราเริ่มเข้าสู่ยุคคอนโด Fever วิถีของคนเมืองเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง ด้วยการหันมาใช้ชีวิตในแนวสูงกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการทำเลใจกลางเมือง ใกล้รถไฟฟ้า หรือแม้แต่ทำเลนอกเมือง แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สังเกตกันบ้างไหมคะ? ว่าในทุกทำเลที่เหล่าผู้พัฒนาสังหาฯ ไปทำโครงการในแต่ละพื้นที่จะต้องมีองค์ประกอบที่ดีอยู่หลายด้าน ไม่ว่าจะด้วยสิ่งที่มีอยู่เดิมหรือการพัฒนาในอนาคต อาทิ ศูนย์การค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาด โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา สถานที่สำคัญต่างๆ การเดินทางก็ต้องสะดวกทั้งการใช้รถส่วนตัวและสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าที่ยังคงเป็นปัจจัยหลักของการเดินทางอันสะดวกสบายมากที่สุดในบ้านเรา ซึ่งตามแผนทั้งหมด 13 สาย ครอบคลุมทั่วทั้งกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ทำให้สถานี Interchange กลายเป็นอีกจุดขายสำคัญของคอนโดมิเนียม เมื่อเอ่ยถึงสถานี Interchange ทุกวันนี้ก็เริ่มมีมากขึ้นตามรถไฟฟ้าที่ขยายตัวอยู่ทั่วทุกมุมเมือง หลายจุดมีความน่าสนใจแตกต่างกันไป แต่จุดที่เป็น Interchange ล่าสุด ณ เวลานี้ นั่นคือ สถานีเตาปูน ที่กำลังจะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่ทำให้วงแหวนสายสีน้ำเงินสมบูรณ์ในอีกไม่ช้า สำหรับ Update Status คอนโดในครั้งนี้ เราจะประเดิมย่านแรกกันที่ถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ซึ่งเป็นถนนเส้นที่มีรถไฟฟ้าที่เป็น Interchange ของสายสีน้ำเงินเองกับสายสีม่วง และสถานีบางโพ ที่เป็นสถานีก่อนจะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางฝั่งธนบุรี แล้วเหล่าคอนโดฯ ทั้ง 8 โครงการบนถนนเส้นนี้จะมีความคืบหน้าอะไรบ้าง เราไปอัปเดตพร้อมๆ กันค่ะ ไอดีโอ โมบิ บางซื่อ แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์ ถ้าดูจากที่ตั้งของโครงการ แม้จะได้ขึ้นชื่อว่าอยู่บนถนนประชาราษฎร์ สาย 2 แต่ทางเข้า - ออก จะอยู่ทางฝั่งถนนประชาชื่นค่ะ โดยที่ดินจะอยู่หัวมุมสี่แยกประชาชื่นพอดี โดยโครงการนี้สร้างเสร็จช่วงปลายปี 2560 ปัจจุบันยังคงมียูนิตเหลือขายอยู่ ในราคาเริ่มต้นที่ 2.68 ล้านบาท มีห้องปล่อยเช่าในช่วงราคา 9,500 - 35,000 บาทต่อเดือน นิช ไพรด์ เตาปูน-อินเตอร์เชนจ์ ในบรรดาโครงการคอนโดมิเนียมบนถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ทั้งหมด “นิช ไพรด์ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์” จาก Sena ถือว่าติดกับสถานีรถไฟฟ้ามากที่สุดเลยค่ะ คือลงมาจากสถานี ทางออก 4 ไม่กี่ก้าว ไม่ต้องข้ามถนน ก็ถึงตัวโครงการเลยค่ะ โดยเตรียมจะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์กันในเดือนเมษายน 2563 นี้แล้ว ซึ่งช่วงก่อนเปิดอาคารมีโปรโมชั่นราคาเริ่มต้นที่ 3.59 ล้านบาท เหลือขายประมาณ 100 กว่ายูนิตค่ะ     ชีวาทัย อินเตอร์เชนจ์ ถ้าเดินลงมาจากสถานี ทางออกที่ 1 เราจะพบกับ “ชีวาทัย อินเตอร์เชนจ์” ก่อนเป็นโครงการแรก สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2558 แน่นอนว่า sold out ไปแล้ว แต่ยังคงทำราคาค่าเช่าได้ดีไม่แพ้โครงการรุ่นน้องในย่านเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันราคาค่าเช่าอยู่ที่ 10,000 – 32,000 บาทต่อเดือน ริชพาร์ค 2 @เตาปูนอินเตอร์เชนจ์ ถือเป็นคอนโดฯ โครงการแรกๆ ของย่านนี้ โดยสร้างเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2557 ซึ่งเป็นโครงการที่ทำราคามาถูกที่สุดในปัจจุบันของถนนเส้นนี้ โดยราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 1.88 ล้านบาท ส่วนราคาโปรโมชั่นปัจจุบัน 1.99 ล้านบาท ส่วนค่าเช่าประมาณ 8,000 - 12,000 บาทต่อเดือน เดอะ สเตจ เตาปูน - อินเตอร์เชนจ์ 1 ใน 3 โครงการคอนโดมิเนียมจาก Real Asset (แอบกระซิบกันนิดนึงค่ะว่า กำลังจะเป็นทั้งหมด 4 โครงการแล้ว) สำหรับโครงการนี้สร้างเสร็จปลายปี 2560 ราคาตอนเปิดตัวอยู่ที่ 1.89 ล้านบาท ปัจจุบันมีโปรโมชั่นก่อนปิดโครงการช็อค One price ผ่อนล้านละ 1,500 บาท* อยู่ฟรี 2 ปี* เริ่มต้น 2.99 ล้านบาท สำหรับห้องขนาด 33.20 ตร.ม. ค่าเช่าปัจจุบันประมาณ 9,000 - 15,000 บาทต่อเดือน ด้วยตัวโครงการที่ทำออกมาได้สวยทีเดียว ใครที่ได้มือแรกๆ ไปก็ถือว่าคุ้มค่ะ เดอะ ทรี อินเตอร์เชนจ์ โครงการนี้เห็นยูนิตเพียบ แต่หมดเรียบแล้วนะคะ สำหรับ “เดอะ ทรี อินเตอร์เชนจ์” จากค่ายใหญ่ Pruksa ที่นับว่าเป็นโครงการที่มีจำนวนยูนิตมากที่สุดในละแวกนี้ถึง 1,734 ยูนิต และยังตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์การค้าเกตเวย์ บางซื่อ มากที่สุด ประมาณ 60 เมตรเท่านั้น เรียกว่าแทบจะเดินไปได้ทุกวันแบบไม่ต้องเสียเวลาขับรถวนให้เวียนหัว ปัจจุบันทำราคาค่าเช่าที่ 8,000 - 25,000 บาทต่อเดือน ซึ่งตัวอาคารสร้างเสร็จประมาณปี 2557 ใกล้เคียงกับ ริชพาร์ค 2 ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ ถ้านับจากสี่แยกบางโพ โครงการนี้ถือว่าอยู่ใกล้ที่สุดเลยค่ะ นั่นหมายความว่าก็จะใกล้กับรถไฟฟ้า สถานีบางโพ ประมาณ 80 เมตร และยังห่างจากศูนย์การค้าเกตเวย์ บางซื่อ ประมาณ 100 เมตรเท่านั้น แต่สำหรับ “ชีวาทัย เรสซิเดนซ์ บางโพ” จะมีความแตกต่างจากโครงการก่อนหน้านี้ เพราะคอนโดฯ ถูกวางให้อยู่ใน High End Segment ซึ่งราคาเปิดตัวอยู่ที่ 3.9 ล้านบาท และแม้ว่าอาคารจะสร้างเสร็จเมื่อปี 2560 แต่ปัจจุบันทำราคาค่าเช่าได้ถึง 12,000 - 45,000 บาทต่อเดือน 333 Riverside ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นคอนโดจาก Land & House แต่เมื่อไรที่เราได้เห็นคอนโดจาก Developer เจ้านี้ ก็มักจะไม่ทำให้เราผิดหวังค่ะ ซึ่ง “333 Riverside” เป็นโครงการหรูที่สุดบนถนนเส้นนี้ แถมยังอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนด้านหน้าก็เงียบสงบมาก มีบันไดสถานีบางโพมาเกยถึงหน้าโครงการอีกต่างหาก แม้ว่าโครงการแห่งนี้จะสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 2560 มีราคาเปิดตัวที่ 5 ล้านบาท แต่ทุกวันนี้โครงการยังคงสวยงามโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำ ประกอบกับบรรยากาศภายในโครงการแล้ว ทำให้ 333 Riverside กลายเป็นคอนโดฯ ที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในหัวหินหรือพัทยาเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งปัจจุบันทำราคาค่าเช่าที่ 18,000 -150,000 บาทต่อเดือน   นี่คือ Update Status สำหรับคอนโดฯ ทั้งหมด 8 โครงการ บนถนนประชาราษฎร์ สาย 2 ที่เชื่อว่าในอนาคตอีก 2 - 3 ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าทุกวันนี้ขึ้นไปอีก ด้วยองค์ประกอบแวดล้อมใกล้เคียงที่กำลังจะขยายตัว อาทิ สถานีกลางบางซื่อ รัฐสภาแห่งใหม่ และท่าเรือบางโพที่เตรียมปรับปรุงใหม่ สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักสำคัญทำให้ทำเลโซนนี้เติบโตอย่างแทบจะพลิกโฉมต่อไป และสำหรับคอลัมน์ของเราในครั้งถัดไปจะพาไปอัปเดตกันในทำเลไหน อย่าลืมติดตามกันนะคะ รายละเอียดโครงการและสิ่งที่น่าสนใจในย่านเตาปูน-บางโพ รีวิวคอนโด The Stage Taopoon Interchange  รีวิวคอนโด 333 Riverside รีวิวคอนโด Ideo Mobi บางซื่อ-แกรนด์ อินเตอร์เชนจ์ รีวิว Gateway Bangsue ปลุกบางซื่อให้มีชีวิตชีวา

รีวิวคอนโด ปุณณวิถี ติดรถไฟฟ้า

รีวิวคอนโด ปุณณวิถี ติดรถไฟฟ้า "Whizdom Inspire Sukhumvit" บนอาณาจักรมิกซ์ยูส จาก MQDC

MQDC ถือเป็น Developer รายแรกๆ ที่ลุยทำอาณาจักรมิกซ์ยูสเป็นของตัวเองอย่างจริงจัง ซึ่งมีคอนเซปที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ชัดเจน นั่นคือการเนรมิตที่ดินติดริมถนนสุขุมวิท บนพื้นที่กว่า 43 ไร่ ที่ใช้ชื่อว่า "101 True Digital Park at True Digital Park" ให้กลายเป็นอาณาจักรที่รวมเอานวัตกรรม และธรรมชาติเข้ามารวมไว้ภายในโครงการอย่างลงตัว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง ตั้งแต่การวางผังออกแบบทุกอาคารให้ลดการใช้พลังงาน การใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนคำนึงถึงการใช้ชีวิตจริงของผู้คนทุกช่วงวัยภายในอาคาร จนได้รับรางวัลบนเวทีทั้งในประเทศไทยและระดับโลกมาแล้ว   Whizdom Inspire Sukhumvit คือหนึ่งในสามคอนโดมิเนียมที่อยู่ภายในโครงการมิกซ์ยูสแห่งนี้ ซึ่งสองโครงการก่อนหน้านี้ได้ Sold Out ไปเรียบร้อย โดยได้ Capital Gain ไปประมาณ 5% สำหรับ Whizdom Inspire Sukhumvit คอนโดมิเนียมโครงการสุดท้ายภายในมิกซ์ยูสแห่งนี้ ได้วางแนวคิดให้เป็นที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องมีความสะดวกสบายรอบด้าน มีเทคโนโลยีรองรับการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้น ได้พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เพื่อเอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นท่ามกลางสังคมเมืองในยุคปัจจุบัน อาทิ ใกล้ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ ที่เข้ามาปลุกย่านปุณณวิถีให้คึกคักกว่าที่เคยอย่าง 101 True Digital Park ด้วยพื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ครบทุกสิ่งอำนวยความสะดวกในแห่งเดียว ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร บริการต่างๆ Co-Working Space ฟิตเนสระดับโลก พื้นที่จัดกิจกรรมที่น่าสนใจ รองรับได้ทั้งครอบครัว พร้อมพื้นที่สีเขียวกว่า 5,000 ตารางเมตร   เดินทางสะดวกทั้งรถไฟฟ้าและรถยนต์ส่วนตัว ซึ่ง Whizdom Inspire Sukhumvit ไม่ใช่แค่ใกล้กับบีทีเอสปุณณวิถีเพียง 300 เมตร แต่ยังเชื่อมต่อบน Sky Walk ถึงตัวโครงการ ทำให้สะดวก ปลอดภัยมากกว่า อีกทั้งยังใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านสุขุมวิท 62 กับด่านบางนา และทางด่วนบูรพาวิถีอีกด้วย   นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่จะทำให้ลูกบ้านใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและปลอดภัย อาทิ เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว ควบคุมการเปิด-ไฟได้เองอัตโนมัติ, ระบบ Energy Measurement ตรวจสอบสถานะการใช้ไฟของห้อง ทำให้ประหยัดไฟมากกว่า, สามารถวัดค่าฝุ่น อุณหภูมิ ความชื้น ให้ทราบได้อยู่ตลอด, ระบบ Smart Contact เช็คสถานะของประตูห้อง และประตูระเบียงได้ เป็นต้น ภาพ Facilities คอนโด ปุณณวิถี Whizdom Inspire Sukhumvit ส่วนกลางเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ที่สามารถใช้เป็นสถานที่รับแขกหรือนัดประชุมใน Private Meeting Room, Co-Working Space ได้ ส่วนกลางหลักอยู่ชั้น 6 ซึ่งจะเป็นโซนที่มีทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้ง แบ่งโซนที่สามารถว่ายออกกำลังกาย และโซนสำหรับนั่งแช่น้ำพักผ่อน ท่ามกลางบรรยากาศสวนสีเขียวรอบสระ และฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ ชั้น 31 เป็น Skycamp Lounge นั่งชมวิวเมืองโล่งๆ พร้อมเสียงน้ำไหลที่ล้อมรอบ Sunken Seat   ห้องตัวอย่าง คอนโด ปุณณวิถี Whizdom Inspire Sukhumvit รายละเอียดคอนโด ปุณณวิถี ติดรถไฟฟ้าเพิ่มเติม Whizdom Inspire Sukhumvit รีวิวโครงการอื่นๆ จาก MQDC รีวิวคอนโด เอกมัย “Mulberry Grove Sukhumvit” รีวิวคอนโด อโศก “Whizdom Asoke-Sukhumvit” รีวิวคอนโด ท่าพระ "Whizdom Station Ratchada–Thapra"

รีวิวคอนโด หัวหิน

รีวิวคอนโด หัวหิน "Carapace Huahin-Khaotao" ติดหาดเขาเต่า

หัวหิน เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาลของบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่ต้องการแวะมาพักผ่อนสูดอากาศริมทะเล เดินเล่นบนหาดทรายอันเงียบสงบ ทานอาหารทะเลอร่อยๆ แต่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางสะดวก จนเชื่อว่าใครหลายคนอยากจะมีคอนโดมิเนียมริมทะเลสักห้อง ซึ่ง "หัวหิน" คือคำตอบของจุดหมายปลายทางนี้ ที่สำคัญคือราคาในแบบมนุษย์เงินเดือนก็สามารถเป็นเจ้าของได้ เพียง 2 ล้านต้นๆ เท่านั้น   ในวันหยุดสุดสัปดาห์ ถ้าอยากหาสถานที่พักผ่อนริมชายหาดที่ผู้คนไม่พลุ่กพล่านมากนัก ก็คงต้องขับรถออกไปจากตัวเมืองกันสักนิด แต่ยังไม่ไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างที่หัวหินก็คงจะชวนให้นึกถึงหาดเขาเต่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของ "Carapace Huahin-Khaotao" โครงการติดชายหาดที่เป็นทั้ง Hotel Commercial 1 อาคาร 8 ชั้น อีก 2 อาคาร สูง 7 ชั้น และ Condominium Residential 3 อาคาร สูง 4 ชั้น แยกอาคารฟิตเนสอีก 1 อาคาร โดยจะแบ่งเป็น 2 เฟส แยกอาคารกันชัดเจน จึงไม่ต้องห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่จะยังอยู่ในพื้นที่โครงการเดียวกัน สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ไปจนถึงริมหาดส่วนตัว ดีไซน์สไตล์คอนโด หัวหิน ริมทะเล หน้าตาของอาคารทั้ง 2 เฟส ใช้การออกแบบตามแนวคิด Modern Contemporary Concept มีทั้งความทันสมัยไปพร้อมกับการใช้ Texture และเส้นสายของ Facade ที่โค้งพริ้วรับกับ Landscape รอบอาคารส่งไปถึงริมทะเลอย่างสอดคล้องกัน ประกอบกับการวางตัวอาคารให้เปิดมุมมองเห็นพื้นที่สวนและทะเล แทรก Court ลงตรงพื้นที่กลางโครงการเพิ่มความน่าสนใจได้เป็นอย่างดี Facilities คอนโด หัวหิน เหมาะกับการพาครอบครัวมาพักผ่อน บรรยากาศริมชายหาด Interior คอนโด หัวหินก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ขึ้นชื่อว่าเป็นโครงการริมชายหาดเขาเต่าแห่งเมืองหัวหินอันเลื่องชื่อ บรรยากาศภายในห้องพักก็ต้องให้อารมณ์เหมือนอยู่ริมทะเลด้วยเช่นกัน "Carapace Huahin-Khaotao" จึงได้หยิบเอาเปลือยหอยที่ถูกคลื่นซัดอยู่บนผืนทรายมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบภายในห้องพัก ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระเบื้องลายไม้ วัสดุหัวเตียงที่มีลายเปลือกหอยมาเป็น Signature รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุและโทนสีออกมาเป็นสไตล์ Sapphire Earth Tone รายละเอียดคอนโด หัวหิน Carapace Huahin-Khaotao โครงการคอนโด หัวหิน อื่นๆ ที่น่าสนใจ อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน THEW TALAY ESTATE Blu ชะอำ-หัวหิน  

1 ใน ลูกค้าบ้านเอสซีจี ไฮม์กว่าพันครอบครัว กับความประทับใจใน 4 ฟังก์ชั่นตอบโจทย์การอยู่อาศัย

1 ใน ลูกค้าบ้านเอสซีจี ไฮม์กว่าพันครอบครัว กับความประทับใจใน 4 ฟังก์ชั่นตอบโจทย์การอยู่อาศัย

เหตุผลสำคัญของคนที่เลือกจะปลูกบ้านเอง ไม่ซื้อบ้านในโครงการจัดสรรทั่วไป คือ ความต้องการบ้านในรูปแบบเฉพาะที่ตนเองใฝ่ฝัน แต่ปัญหาใหญ่ที่มักจะพบ คือ ปัญหาผู้รับเหมา ซึ่งนอกจากจะหาได้ยากแล้ว ยังมีปัญหาใหญ่อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพงาน ประสบการณ์การทำงาน การทำตามเงื่อนไขสัญญา และอีกสารพัดที่เกิดขึ้นตามมา เจ้าของบ้านหลายรายจึงมักเลือกการสร้างบ้าน จากบริษัทชั้นนำที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ เพื่อความมั่นใจและคุณภาพของงานก่อสร้างที่ดีกว่า   ถ้าพูดถึงบริษัท “เอสซีจี” ไม่มีใครไม่มั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการ ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เพราะ “เอสซีจี” อยู่คู่คนไทยมานับ 100 ปีแล้ว และ “เอสซีจี” ก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรับสร้างบ้าน โดยเป็นรูปแบบการสร้างบ้านระบบโมดูล่าร์ ที่มีพันธมิตรร่วมธุรกิจอย่าง “เซกิซุย เคมิคอล” ผู้ชำนาญด้านเทคโนโลยีการสร้างบ้านจากประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท เอสซีจี-เซกิซุยเซลส์ จำกัด ให้บริการสร้างบ้าน SCG HEIM (เอสซีจี ไฮม์) บ้านเอสซีจี ไฮม์ คือ การสร้างบ้านด้วยระบบการผลิตชิ้นส่วนจากโรงงานผลิต โดยใช้หุ่นยนต์ควบคุม ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้าน ทั้งประตู หน้าต่าง ผนัง และโครงสร้าง มีการตรวจสอบคุณภาพทุกชิ้น แล้วนำมาประกอบติดตั้งบนพื้นที่จริงของลูกค้า ด้วยระบบโมดูล่าร์ทุกชิ้นส่วนของบ้านจึงมีคุณภาพสูง มีระบบโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน สามารถรองรับแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี ตามมาตรฐานการผลิตของประเทศญี่ปุ่น   ไม่เพียงแต่ระบบโครงสร้างที่แข็งแรง แต่ภายในบ้านยังมีเทคโนโลยีจากเอสซีจี ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายอากาศที่ดี เย็นสบาย ปราศจากฝุ่นและเชื้อโรค เพราะใช้ระบบการ Air Factory  นอกจากนี้ การดูแลบ้านยังทำได้ง่าย แม้ว่าความเป็นจริงแล้วบ้านเอสซีจี ไฮม์ จะมีความมั่นคงแข็งแรง ซึ่งแทบจะไม่ต้องดูแลรักษาอะไรมาก และเจ้าของบ้านสามารถทำได้เอง และบ้านเอสซีจี ไฮม์ ยังมีบริการตรวจเช็คสภาพบ้านฟรี ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตลอดระยะเวลา 20 ปีอีกด้วย “บ้านเอสซีจี ไฮม์” โดดเด่นด้วย 4 ฟังก์ชั่น หากจะบอกถึงจุดโดดเด่นของบ้านเอสซีจี ไฮม์ ซึ่งได้รับการยอมรับจากกลุ่มลูกค้ามาอย่างยาวนาน คงมีบทสรุปกับ 4 ฟังก์ชั่น ที่ตรงใจลูกค้า ดังนี้  1.การก่อสร้างรวดเร็ว ระยะเวลาการก่อสร้างบ้านเอสซีจี ไฮม์ ถือว่าใช้ระยะเวลาที่รวดเร็วและมีกำหนดชัดเจน เพราะโครงสร้างและชิ้นส่วนต่างๆ ของบ้านกว่า 80% ถูกสร้างสำเร็จมาจากโรงงาน แล้วนำมาประกอบด้วยระบบโมดูล่าร์ ที่หน้างาน บนที่ดินของลูกค้า หมดปัญหาเรื่องการก่อสร้างล่าช้า บานปลาย และงานไม่เสร็จตามกำหนดเวลา  2.สร้างอากาศบริสุทธิ์ด้วย ระบบ Air Factory การใช้ระบบ Air Factory ที่เป็นระบบควบคุมอากาศภายในบ้านเอสซีจี ไฮม์ นับเป็นจุดเด่นและที่ชื่นชอบของลูกค้า เพราะบ้านทั้งหลังเป็นแบบระบบปิด สามารถป้องกันลมร้อนจากภายนอกเข้าบ้าน ทั้งประตูและหน้าต่าง ถูกซีลสนิทด้วยระบบ Air Tightness System แถมด้วยการกรองอากาศด้วยเครื่องกรองของระบบ Air Factory ทำให้อากาศทั้งสะอาด และเย็นสบายเพราะปรับอุณหภูมิภายในบ้านให้เหมาะสม ประมาณ 25-29 องศาเซลเซียส  3.อายุบ้านยาวนาน เพราะโครงสร้างที่แข็งแรง ด้วยเทคโนโลยีการผลิตโครงสร้างและชิ้นส่วน จากโรงงาน ด้วยการใช้หุ่นยนต์ควบคุมการผลิต และมีการตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอนและชิ้นส่วน ประกอบกับการใช้ระบบโมดูล่าร์ทำการติดตั้งหน้างาน ภายใต้มาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องเผชิญกับปัญหาแผ่นดินไหวอยู่เสมอ บ้านเอสซีจี ไฮม์ จึงมั่นคงแข็งแรง และอายุการใช้งานยาวนาน ไม่จำเป็นต้องซ่อมบำรุง หมดปัญหาการแตกร้าว หรือปัญหาโครงสร้างต่างๆ 4. “อุ่นใจ ด้วยบริหารหลังการขายนาน 20 ปี แม้ว่าบ้านเอสซีจี ไฮม์ จะมีมาตรฐานการผลิต ที่ทำให้เจ้าของบ้านมั่นใจได้ถึงคุณภาพการใช้งาน แต่เพื่อสร้างความมั่นใจ เพื่อทำให้ลูกบ้าน “อุ่นใจ” เมื่อใช้บริการจากบ้านเอสซีจี ไฮม์ จึงได้มีบริการตรวจเช็คสภาพบ้านฟรี ตามเงื่อนไขที่กำหนด ตลอดระยะเวลา 20 ปี แถมด้วยการรับประกันโครงสร้างและฐานรากยาวนานถึง 20 ปีเลยทีเดียว  3 ฟังก์ชั่นสุดประทับใจ จากผู้อยู่อาศัยจริง ถ้าจะวัดความสำเร็จของบ้านเอสซีจี ไฮม์ ว่ากลุ่มลูกค้าให้การตอบรับมากน้อยแค่ไหน สิ่งที่วัดได้อย่างชัดเจน คงเป็นการใช้บริการบ้านเอสซีจี ไฮม์ กว่าพันหลัง ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี  ซึ่งลูกค้าทุกรายต่างพึงพอใจและชื่นชอบบ้านเอสซีจี ไฮม์ จากคุณสมบัติและฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเขาได้อย่างตรงใจ และนี่คือหนึ่งเสียงสำคัญของลูกค้า ซึ่งมาตอกย้ำให้เห็นถึง ความพึงพอใจต่อการอยู่อาศัยในบ้านเอสซีจี ไฮม์ คุณประพจน์และคุณจันทร์พิมพ์ คล้ายสุบรรณ ลูกค้า SCG HEIM  ซึ่งได้ใช้บริการสร้างบ้านเอสซีจี ไฮม์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2554 ปัจจุบันถือว่าอยู่อาศัยมาครบ 10 ปี จากจุดเริ่มต้นที่รู้จักบ้านเอสซีจี ไฮม์ เพราะเพื่อนในวงการก่อสร้างเป็นผู้แนะนำให้ไปชมบ้านตัวอย่าง ที่บางซื่อ  ซึ่งเมื่อเห็นบ้านครั้งแรกก็ประทับใจ เพราะเคยมีประสบการณ์การพักอาศัยบ้านในประเทศญี่ปุ่นอยู่หลายเดือน จากการเดินทางไปอบรมที่ประเทศญี่ปุ่น “เคยพักบ้านที่ญี่ปุ่น พบว่าแข็งแรงมีคุณภาพ ถูกใจ เลยชวนภรรยาไปชม ทันทีที่เห็นก็ชอบทันที เพราะมีความเงียบ เก็บเสียงดีมาก และมีความเย็น ดูผนังภายนอกด้วย มันเป็นโครงสร้างถาวร ไม่ต้องมีการทาสีตลอด และกระจกค่อนข้างจะหนา เดินชมจนรอบบ้านเลย คิดว่าบ้านหลังนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลรักษาในระยะยาว ก็เลยตัดสินใจทันที”คุณประพจน์ เล่าประสบการณ์ที่ตัดสินใจใช้บริการบ้านเอสซีจี ไฮม์ สำหรับความชื่นชอบและประทับใจจากการอยู่อาศัยภายในบ้านเอสซีจี ไฮม์ ของครอบครัว “คล้ายสุบรรณ”  คงมี 3 ฟังก์ชันสำคัญ ได้แก่ 1.โครงสร้างบ้านที่แข็งแรง พิสูจน์ได้จากระยะเวลาการอยู่อาศัยนานนับ 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบปัญหาการแตกร้าวของคอนกรีต ระบบผนังบ้านภายนอกที่มีความแข็งแรง และสวยงามทำให้ไม่ต้องทาสี หมดปัญหาการซีดจาง ต้องซ่อมบำรุงหรือต้องทาสีซ้ำเหมือนกับ  ทำให้ตลอดระยะเวลาการอยู่อาศัยกว่า 10 ปี เจ้าของบ้านไม่ต้องเสียเงินค่าซ่อมบำรุง เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่จ่ายไปในครั้งแรก 2.ระบบการสร้างบ้านที่ทำให้บ้านเงียบ ด้วยการก่อสร้างประตู และหน้าต่าง ซึ่งใช้ระบบโมดูล่าร์ ที่ให้ทั้งความเงียบและความแข็งแรง ทำให้สามารถกันเสียงจากภายนอกเข้าสู่ตัวบ้าน และยังมีความคงทนแข็งแรง สามารถกันการทุบ กันเสียง และความร้อน จากการใช้กระจกหนาถึง 3 ชั้น “ตอนแรกคิดว่า หน้าต่างจะแข็งแรงพอไหม พออยู่มา 10 ปีก็เห็นแล้วว่ามีความแข็งแรงจริง อย่างกระจกมีความหนา นอกจากกันขโมย กันการทุบ ยังสามารถกันเสียง กันความร้อน ครบในหนึ่งเดียว ตอนแรกคิดว่าจะเสริมด้วยการติดเหล็กดัด แต่พออยู่จริงแล้ว คิดว่าไม่มีความจำเป็น” คุณจันทร์พิมพ์ เล่าถึงประสบการณ์การอยู่อาศัยบ้านเอสซีจี ไฮม์ 3.ระบบอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้าน จาการใช้ระบบ Air Factory ด้วยระบบ Air Factory มีชั้นฟิวเตอร์กรองอากาศ ทำให้อากาศภายในบริสุทธิ์ ซึ่งสามารถกรองอากาศได้ถึงระดับ PM 2.5   คุณจันทร์พิมพ์ เล่าว่า  ด้วยความที่ตนเองเป็นหมอ ทำให้คำนึงถึงเรื่องความสะอาดของบ้าน นอกจากระบบ Air Factory จะกรองฝุ่นหยาบ กรองกลิ่นได้ ยังสามารถกรองฝุ่นในระดับ PM 2.5 ทำให้ในช่วงที่มีปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5 จึงมั่นใจว่าจะไม่เจอวิกฤตแน่นอนเมื่ออยู่ภายในบ้าน เพราะมีระบบการกรองอากาศก่อนจะเข้าสู่ตัวบ้าน   อีกเสียงหนึ่งที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน คือ ลูกสาวที่เป็นโรคภูมิแพ้ ในอดีตที่พักอาศัยอยู่บ้านหลักเดิม ทุกเช้าจะตื่นมาพร้อมกับอาการของโรคภูมิแพ้ มีอาการจามบ่อยมาก แต่เมื่ออยู่ในบ้านเอสซีจี ไฮม์ อาการเหล่านั้นลดน้อยลงไปมาก   ระบบ Air Factory ไม่เพียงแต่ช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์แล้ว ประโยชน์สำคัญยังช่วยในเรื่องอุณหภูมิภายในบ้าน ที่เย็นสบายไม่ร้อน แม้ว่าบ้านหลังนี้จะมีแอร์ถึง 4 เครื่อง แต่เปิดเพียงเครื่องเดียว ก็ทำให้บ้านในทุกตารางเมตรเย็นสบาย ซึ่งส่งผลดีในเรื่องของการประหยัดพลังงานไฟฟ้าอีกด้วย คุณประพจน์ เล่าประสบการณ์ในเรื่องประหยัดค่าไฟว่า บ้านเอสซีจี ไฮม์ เมื่อเทียบกับบ้านประเภทอื่นในขนาดใกล้เคียงกัน จากการสอบถามเพื่อนๆ พบว่าค่าไฟของบ้านเอสซีจี ไฮม์ถูกกว่า โดยหากบ้านหลังอื่นเสียค่าไฟเดือนละ 4,000 บาท บ้านเอสซีจี ไฮม์หลังนี้เสียค่าไฟสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทเท่านั้น “ช่วงก่อนเข้าอยู่บ้านเอสซีจี ไฮม์ ก็กังวลใจเหมือนกัน ว่าเรื่องการเซอร์วิสเป็นเทคนิคเฉพาะ พออยู่ไปนานๆ เรื่องที่เราเซอร์วิสเองได้ อย่างเรื่องแอร์ เราก็ไปถอดมาแล้วเป่า และเปลี่ยนไส้กรองทุก 5 ปีตามอายุการใช้งาน ส่วนผนังและสีเราไม่ต้องไปแตะต้องเลย  ก็ไม่มีอะไรดูแลเป็นพิเศษ” คุณประพจน์ เล่าถึงความประทับใจนอกจากนี้ ยังเล่าต่ออีกว่า ถ้าจะแนะนำคนปลูกบ้านหลังใหม่ ประเด็นที่หนึ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ ผู้รับเหมาก่อสร้างมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน จากประสบการณ์ที่พบ เพื่อนที่ปลูกบ้านหลังแรก 80% จะพบปัญหาผู้รับเหมาตลอด ไม่ว่าเรื่องทิ้งงาน คุณภาพไม่ได้ตามที่ตกลงกัน ฟ้องร้องกันเยอะแยะเลย ถึงขนาดลงทุนไป 7-8 ล้านบาท ยังไม่สามารถเข้าไปอยู่บ้านได้เลยก็มี “บ้านเอสซีจี ไฮม์ สามารถสร้างเสร็จได้ภายใน 60 วัน เราเห็นบ้านขึ้นมาเป็นหลังแล้ว บ้านของเพื่อน 6 ปีแล้ว เดียวทุบเดี๋ยวรื้อ ปัญหามีไม่จบ งบบานปลาย ถ้าหากอยากได้รับความเชื่อมั่น ใช้บริการบริษัทใหญ่ๆ ดีกว่าค่ะ” คุณจันทร์พิมพ์ ยืนยันในตอนท้าย https://www.youtube.com/watch?v=PAvoFCvVhJQ&feature=youtu.be เกี่ยวกับ "เอสซีจี ไฮม์" เพิ่มเติม เอสซีจี ไฮม์ บทความอื่นๆ เกี่ยวกับ SCG 10 ลำดับขั้นตอนการก่อสร้างบ้าน เอสซีจี แนะนำ 4 เรื่อง ระบบท่อที่เจ้าของบ้านควรรู้ก่อนลงมือสร้างบ้าน COTTO LIFE โลกของกระเบื้องที่ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นๆ