ไฮไลท์

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

หนึ่งในทำเลคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่มีทิวทัศน์ดีที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการที่ได้วิวทะเลสาบกลางสวนสาธารณะขนาดใหญ่ซึ่งหาได้ยากมากๆ ในบ้านเราค่ะ ทั้งในแง่ของสวนสาธารณะที่มีอยู่ไม่กี่แห่ง ประกอบกับที่ดินใกล้เคียงก็หาไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะที่ดินใกล้กับสวนป่าเบญจกิติที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียว 130 ไร่ รวมพื้นที่กว่า 450 ไร่ ใจกลางเมืองใกล้กับศูนย์สิริกิติ์ฯ เปรียบได้กับโอเอซิสของย่านอโศกก็คงไม่ผิดนัก          เมื่อเอ่ยถึงย่านอโศกแล้ว สิ่งแรกที่ใครหลายคนจะนึกถึงนั่นคืออาคารสำนักงานเรียงรายกันอยู่ตลอดช่วงถนน ซึ่งก็ไม่แปลกนะคะ เพราะอโศกนั้นเป็นแหล่งที่มีพื้นที่ออฟฟิศมากที่สุดในกรุงเทพฯ กว่า 1 ล้านตารางเมตร ถูกเช่าเกือบ 100% จาก  บริษัทที่มีชื่อเสียงหลายองค์กรทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เนื่องจากนักลงทุนต่างก็มองเห็นศักยภาพของย่านนี้อย่างไร้ข้อกังขามาโดยตลอด โดยหากมองจากทำเลที่ตั้งแล้วนั้นก็จะพบว่าอโศกถือเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิมอย่างสาทร-สีลม กับ New CBD ที่พระราม 9 เราเลยจะไม้ได้เห็นเพียง Office Building เท่านั้น แต่ทั้งโรงแรมหรู คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย จึงไม่แปลกเลยค่ะที่จะกลายเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจในบ้านเราอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดทั้งในปัจจุบันและอนาคต   ด้วยความที่เป็นแหล่งรวมคนทำงานมนุษย์ออฟฟิศ รวมถึงนักศึกษา บุคคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อมีผู้คนมากมายก็ย่อมต้องตามมาด้วยอาหารการกินเช่นกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นแนวสตรีทฟู้ด ร้านอาหารทั้งไทย เอเชีย ตะวันตก ร้านคาเฟ่ดีไซน์สวย ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์ ให้เลือกลิ้มลองกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำหลากหลาย ส่วนเรื่องราคาค่าครองชีพนั้น กลับไม่แพงอย่างที่ใครคิด แม้จะอยู่ใจกลางเมืองก็ตามโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีตลาดชื่อดังขวัญใจชาวออฟฟิศอโศกอย่าง ตลาดรวมทรัพย์ บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ร้านค้า ร้านอาหารกว่า 300 ร้าน เรียกได้ว่าคนทำงานละแวกนี้ไม่มีใครไม่เคยมาเดินแน่นอน ตลาดนัดมศว. เปิดเฉพาะวันอังคาร และพฤหัสบดี ช่วงเช้า-14.00 น. แหล่งสินค้า และของอร่อยที่คนทำงานมักจะหิ้วขึ้นไปกินบนออฟฟิศอยู่เป็นประจำ ตลาดสุขตา อีกหนึ่งตลาดที่คนหนาแน่นมากในช่วงกลางวัน รวมถึง Food Court บนห้างสรรพสินค้า Terminal 21 ที่ขึ้นชื่อลือชาว่าราคาถูกที่สุดในบ้านเรา แบบที่สามารถถือเงิน 25-30 บาท ก็ได้ก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวมา 1 จานแบบอิ่มพอดีได้เลยค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันต่อเศรษฐกิจของอโศกที่ไม่เคยจางไป     นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับไลฟ์สไตล์ได้ทั่วถึงแล้วนั้นก็ยังมีสวนสาธารณะคือ “สวนป่าเบญจกิติ” โอเอซิสของย่านอโศกที่ได้ต้นไม้โอบล้อมทะเลสาบอยู่รอบด้าน เปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่มีลักษณะเป็นสวนป่า เพราะมีโซนที่เป็นไม้ยืนต้นใหญ่ให้ความร่มรื่น แต่ยังคงมีความโปร่งแสง ส่องแสงแดดให้ลอดลงมาถึงพื้นที่ได้อยู่ ยามเย็นเมื่อแดดร่มลมตกจะมีผู้คนทั้งเด็ก วัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุมาวิ่งออกกำลังกายกัน เพราะมีถนนล้อมรอบทะเลสาบเป็นระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร ซึ่งมีประตูทางเข้าด้านที่เชื่อมต่อเข้าไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่สำคัญในการจัดงานอีเว้นท์สำคัญเอาไว้หลายงาน ซึ่งมีแผนจะปิดปรับปรุงถึง 3 ปี โดยจะเริ่มปิดทำการช่วงปลายปี 2561 เพื่อขยายพื้นที่เชิงการพาณิชย์และศูนย์การประชุมนานาชาติ รวมถึงสามารถจอดรถไปมากขึ้นรวมแล้วไม่น้อยกว่า 1.8 แสนตารางเมตร เมื่อปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะยิ่งทำให้พื้นที่บริเวณนี้ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก       การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเกือบจะเป็นหนทางหลักที่หลายคนเลือกใช้เพื่อหลีกหนีรถติดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน แน่นอนว่ารถไฟฟ้าคือคำตอบที่สะดวกรวดเร็วที่สุดของการเดินทางในกรุงเทพฯ ซึ่งสายหลักก็คือสายสุขุมวิท สายสีลม และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน โดยจะวิ่งผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง ล้วนแต่เป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญทั้งสิ้นรวมถึงอโศกด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณสี่แยกอโศกก็เป็นจุด Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท ส่วนถนนหลักอย่างสุขุมวิทจะตัดกันกับถนนรัชดาภิเษก และถนนอโศกมนตรีที่สี่แยกอโศกเป็นแยกที่มีเอกลักษณ์ความเป็นเมืองใหญ่สูง เพราะเป็นทั้งจุด Interchange มี Sky Walk ข้ามสี่แยก และเชื่อมต่อเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า Terminal 21 กับโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Grande Centre Point Terminal 21 ช่วงถนนกว้าง มีจอ LED ขนาดใหญ่บนอาคารสูง เรียกได้ว่าใครที่เห็นภาพปุ๊บก็จะทราบได้ทันทีว่านี่คือ สี่แยกอโศก             Whizdom Asoke-Sukhumvit   โครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end ลักษณะ High Rise 39 ชั้น เมื่อได้วิวไฮไลท์ประจำโครงการจากสวนป่าเบญจกิติก็จะยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในบ้านพักตากอากาศใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายภายนอก แต่ยังอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายแบบวิถีชีวิตคนเมืองหลวง เทียบเคียงกันกับมหานครใหญ่ๆ ของโลก   Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามกับ “สวนป่าเบญจกิติ” และยังสามารถเข้าจากซอยสุขุมวิท 16 อีกเส้นทางได้ด้วย นี่ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของคอนโดมิเนียมกลางเมืองเช่นนี้ เพราะเมื่อได้อยู่อาศัยจริงแล้ว การเข้า-ออกได้ 2 ทางจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบายได้อีกเยอะ เช่น หากการจราจรบน ถ.รัชดาฯ ติดขัด ก็สามารถเข้าซ.สุขุมวิท 16 ได้ ซึ่งภายในซ.สุขุมวิท 16 นี้ ก็ยังแวดล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านแฮงเอาท์ ไปจนถึง ซุปเปอร์มาร์เกตตลอด 24 ชม. อยู่ใกล้กับโครงการ ที่สำคัญ คือ เป็นซอยที่สามารถทะลุไปได้หลายเส้นทาง เช่น ซ.ไผ่สิงโต, ซ.สุขุมวิท 22,  ซ.สุขุมวิท 24 และถ.พระราม 4 ซึ่งก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง     จุด Interchange สำคัญในปัจจุบัน ยังมีเพียงไม่กี่สถานีเท่านั้นที่กลายเป็นแหล่งทำเลทองของที่อยู่อาศัย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท โดยห่างจากโครงการเพียง 450 เมตร ถือเป็น Interchange แห่งเดียวบนถนนสุขุมวิทในปัจจุบันที่มีผู้โดยสารกว่า 85,000 คน/วัน ไม่ไกลจากนี้เพียง 1 สถานีจาก MRT สุขุมวิท ไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน เพื่อเชื่อมต่อไปยังสุวรรณภูมิ  อีกทั้งยังพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนี้ยังมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกลโครงการอีกหลายแห่งทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านพระราม 4, ด่านท่าเรือ หรือทางพิเศษศรีรัชที่ด่านอโศก ทั้งหมดก็จะห่างจากโครงการประมาณ 2 กิโลเมตร      จาก BTS อโศก-Whizdom Asoke-Sukhumvit    เราลองเดินชมทำเลของย่านนี้ไปจนถึงคอนโด Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) กันค่ะ โดยเริ่มต้นจาก BTS สถานีอโศก เดินออกทางประตูที่ 6   ทางออกทางฝั่งนี้นอกจากจะเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า Terminal 21 และโรงแรม Grande Centre Point Terminal 21 แล้ว ก็ยังเป็น Interchange กับ MRT สถานีสุขุมวิท    เดินตามประตูทางออกที่ 6 ของ BTS นั้นจะเป็นการเดินบน Sky Walk ข้ามสี่แยกอโศก    มองย้อนกลับไปที่ BTS สถานีอโศกที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ค่ะ สำหรับสี่แยกที่มีขนาดใหญ่อย่างสี่แยกอโศกแล้วนั้น Sky Walk ถือว่ามีความสำคัญมากๆ  ที่ทำให้คนเดินข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น     ลงบันไดที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดค่ะ ซึ่งอยู่ริมถนนสุขุมวิทข้างอาคาร Exchange Tower ตรงหัวมุมสี่แยกอโศกเลย   จากหน้าอาคาร  Exchange Tower  เดินมาตามถนนรัชดาภิเษกประมาณ 180 เมตรก็จะพบกับซอยสุขุมวิท 16 ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเดินจาก BTS อโศก ใช้เป็นทางเข้า-ออกโครงการได้อีก 1 ช่องทางค่ะ   บรรยากาศภายในซอยสุขุมวิท 16 นั้นคึกคักไม่แพ้บนถนนหลักทีเดียวค่ะ ตั้งแต่ปากซอยก็จะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์เรียงรายอยู่มากมาย   บริเวณหลังอาคาร CTI Tower มี Foodland 24 ชม. อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งตัวอาคาร  CTI Tower นี้เองก็จะอยู่ติดกับโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)    บริเวณด้านหลังโครงการ อีกหนึ่งทางเข้า-ออก Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ค่ะ ที่ดินของโครงการทางฝั่งในซอยสุขุมวิท 16 นี้หน้ากว้างใช้ได้เลยค่ะ     จากด้านหลังอาคาร CTI Tower เราสามารถเดินทะลุมาที่ริมถนนรัชดาได้เลยค่ะ ซึ่งถัดไปก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการแล้วค่ะ   หน้าโครงการจะมีที่ดินหน้ากว้างกว่าด้านหลังเล็กน้อยค่ะ ตอนนี้กำลังล้อมรั้วสร้าง Sale Gallery ที่ใครหลายคนใจจดใจจ่อรอคอยที่จะได้เห็นยลโฉมกันอยู่ ซึ่งอีกไม่นานเกินรอค่ะ   จากหน้าโครงการเราเดินข้ามสะพานลอยมาที่สวนป่าเบญจกิติ ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ภายในสวนแห่งนี้ตรงกลางจะเป็นทะเลสาบ นอกนั้นจะเป็นพื้นที่ของสวนป่าที่มีต้นไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ ให้ความร่มรื่นอยู่ทั่วบริเวณ    รอบทะเลสาบจะมีถนนอยู่รอบเป็นรูปคล้ายวงรี หลายคนนิยมมาวิ่งออกกำลังกายกันที่นี่ในช่วงเย็นๆ ค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศจากการวิ่งในห้องฟิตเนสมาวิ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ขณะเดียวกันถ้าได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแถวนี้ด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้เหมือนได้มีโอกาสพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา   บรรยากาศด้านนอกเป็นอาคารสูงระฟ้า แต่พอเข้ามาในสวนป่าเบญจกิติแล้ว กลับพบกับอีกบรรยากาศที่เหมือนอยู่กันคนละโลกกับภายนอก ทั้งที่อยู่กลางเมืองย่านเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) จะอยู่ระหว่างอาคาร Lake Ratchada (อาคารสีฟ้า)ทางขวามือของภาพ กับอาคาร CTI Tower (อาคารสีเขียว)ทางซ้ายมือของภาพ      การได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่สามารถเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง จะทำให้สะดวกสบายมากสำหรับการวางแผนเดินทางแต่ละวัน อย่างวันไหนรถติดก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า วันไหนฝนตกก็เปลี่ยนมาขับรถยนต์แทน ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนหลายจุด ฝั่งตรงข้ามกันยังมีสวนป่าเบญจกิติให้ได้พักสายตาจากทิวทัศน์ที่หาได้ยากมากในกรุงเทพฯ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนออกกำลังกายได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันก็ยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม. ทุกสิ่งจะส่งให้ชีวิตคนเมืองกรุงลงตัวกว่าที่เคยใน Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 1265 Website : ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ  http://bit.ly/2oOYTpU

XT PHAYATHAI ค้นพบไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้มากที่สุด

XT PHAYATHAI ค้นพบไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้มากที่สุด

XT PHAYATHAI   ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็สร้างกระแสฮือฮาให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ได้อยู่ตลอดก็เห็นจะเป็น Developer รายยักษ์ใหญ่อย่าง “แสนสิริ” นี่แหละค่ะ ที่สามารถสร้างสรรค์ Product ออกมาได้โดนใจ ตอบโจทย์ชีวิตยุค 4.0 อยู่เสมอ ล่าสุดกับการเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุด XT 3 โครงการ ที่เปิด Pre Sale ไปได้แค่ 3 วันก็ขายไปแล้วถึง 70% และสำหรับรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ XT PHAYATHAI หนึ่งในทำเลฮอตที่สุดในเวลานี้          ทำความรู้จักกับแบรนด์ XT   จากคำนิยามว่า Complete Your Living Experience พันธกิจสำคัญของแสนสิริที่นำมาเป็นแนวทางในการพัฒนา Product แบบ Human Centric ซึ่งช่วงเวลาในยุคปัจจุบันนี้กลุ่มคนที่เกิดช่วงปี 1980-2000 เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม หรือเรียกกันว่าคนมิลเลนเนียลที่ให้ความสำคัญกับการได้ลองเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยตนเอง ได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกันจนเกิดเป็น Community โดยกลุ่มลูกค้าวัยมิลเลนเนียนของแสนสิรินั้นมีเพิ่มขึ้นถึง 25% ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ทางแสนสิริจึงทำการเจาะลึกศึกษาความต้องการที่แท้จริงของชาวมิลเลนเนียลในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ พฤติกรรม ค่านิยม บุคลิกภาพ ไปจนถึงความมุ่งหมายในชีวิต แล้วนำข้อมูลที่ได้มาผ่านกระบวนการด้านดีไซน์ หรือ Design Thinking Process จนกลายมาเป็นแบรนด์ XT ทั้ง 3 โครงการ XT เอกมัย, XT ห้วยขวาง และ XT พญาไท  ซึ่งมี 3 จุดเด่นอันแตกต่างบนนิยามของคำว่า Explore your space, Expand Your Lifestyle   1. เลือก Layout ได้หลากหลาย ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง นอกจากทั้ง 3 โครงการที่ให้เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋กันแบบ  Fully Furnished หลายแพ็คเกจให้ได้เลือกโดยทีมงาน Design Solution ของแสนสิริแล้ว ยังฉีกกรอบ Layout รูปแบบเดิมๆ เพราะ XT สามารถเลือกรูปแบบห้องได้ตามไลฟ์สไตล์ สำหรับโครงการที่พญาไทแห่งนี้นั้นมี Layout มาให้เลือกทั้งหมดมากถึง 59 Layout เพื่อให้เกิดความลงตัวในการใช้ชีวิตตามรสนิมยมของแต่ละคน ซึ่งแบ่งเป็น 6 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ - The Fashionista เพราะเทรนด์แฟชั่นนั้นหมุนเวียนเปลี่ยนไปในทุกๆ เวลา จึงต้องมีพื้นที่ walk-in closet ขนาดใหญ่เอาไว้ตามเก็บทุกคอลเลคชั่นให้สมกับเป็น Fashionista     - The Snoozy Head วันพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ เปิดแอร์เย็นฉ่ำ นอนดูซีรีส์เรื่องโปรดได้ทั้งวัน ห้องนอนจึงต้องดูโปร่งโล่ง มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าที่เคย   - The Visionary เมื่องานคือส่วนหนึ่งของชีวิต ก็ทำให้ Work-Life Balance เปิดรับมุมมองกว้างๆ สร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มไฟในการทำงาน - The Party Goer คนเพื่อนเยอะก็ต้องมีปาร์ตี้สังสรรค์กันบ่อยๆ เป็นเรื่องธรรมดา เปิดบ้านต้อนรับแก๊งค์เพื่อนใน Living Room กว้างๆ เปลี่ยนบรรยากาศแฮงก์เอาท์ในพื้นที่ส่วนตัว   - The Master Chef ถ้าชอบค้นหารสชาติใหม่ ใส่ไอเดียลงในอาหาร ขลุกตัวอยู่ในครัวได้ทั้งวัน ก็ขยายห้องครัวอย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น - The Naturalist หากธรรมชาติคือหัวใจของความสงบที่ตามหา ก็ยกพื้นที่สีเขียวมาไว้ตรงหน้าด้วยวิว Garden Access  หรือจะเน้นพื้นที่ระเบียงให้ได้จัดสวนเป็นของตัวเอง       2. แชร์พื้นที่ส่วนกลาง ขยายความต้องการได้มากขึ้น ไฮไลต์สำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นในคอนโดมิเนียมไหนมาก่อน และยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการศึกษาข้อมูลความต้องการของกลุ่มลูกค้ามาแล้วเป็นอย่างดี นั่นคือ XT Co-Sharing Facilities โดยโครงการ XT ทั้ง 3 ทำเล จะมีส่วนกลางบางส่วนที่สามารถแชร์กันได้ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานในรูปแบบที่ลงตัวที่สุด เช่น หากเป็นลูกบ้าน XT PHAYATHAI ก็สามารถไปใช้ Creative Studio ที่ XT HUAIKHWANG ได้       3. ให้เทคโนโลยีขับเคลื่อนชีวิตในแบบฉบับ XT ยุค 4.0 เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตมากขึ้นจนแยกกันแทบไม่ออก แสนสิริที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด จึงไม่ลืมใส่เข้าไปใน XT เพื่อชีวิตแบบสมาร์ทๆ อาทิ เครื่อง Virtual exercise และ Virtual conference ถ่ายทอดสดคลาสออกกำลังกายจาก WE Fitness ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือเสียค่าสมาชิกฟิตเนส, Igloo Home ส่งรหัสผ่านเข้าห้องแบบใช้ครั้งเดียวให้เพื่อนผ่านสมาร์ทโฟน, ระบบ Home Automation ควบคุมสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในส่วนกลางและภายในยูนิต, Free Wi-Fi ในส่วนกลาง     ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของ XT คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุด ที่สามารถเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายของคอนโดมิเนียมได้อย่างชัดเจนที่สุดจนกลายเป็น New Lifestyle Condominium ภายใต้แนวคิด “Extend Your Style” แห่งแรกของประเทศไทย       ทำเลชิดใจกลางเมือง                 แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดอย่างย่านสยามสแควร์ เป็นจุดนัดพบของเหล่าวัยมิลเลนเนียลที่ใครๆ ก็รู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ในแง่ของที่ดินเปล่าที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยนั้นหาได้ยากเข้าไปทุกทีค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินของทางราชการ หรือไม่ก็ราคาแพงมากประมาณกว่า 2 ล้านบาท/ตารางวา ทำให้เหล่าคอนโดมิเนียมต้องขยับออกมาสักนิด เพื่อให้ได้ที่ดินที่สามารถพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่ยังสามารถเอื้อมถึงกันได้ ซึ่งทำเลใกล้ชิดใจกลางเมืองที่มีศักยภาพเหมาะสม และได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ย่านพญาไทค่ะ     แยกพญาไท มีความสำคัญตรงที่มีถนนศรีอยุธยา กับถนนพญาไทตัดกัน ซึ่งเป็นสี่แยกที่เปรียบเสมือนเป็นจุดศูนย์กลางของความแตกต่างแต่ละทำเลอย่างชัดเจนในตัวเอง โดยได้แยกพญาไทมาผสานความแตกต่างนั้นทำให้เกิดความสมบูรณ์ของเมืองยิ่งขึ้น เพราะถนนศรีอยุธยา มีเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าอย่างชัดเจน ตั้งแต่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสี่เสาเทเวศน์ ผ่านสวนอัมพร-วัดเบญจมบพิตร-พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แล้วเริ่มมีความเป็นเมืองขึ้นบริเวณโรงพยาบาลสงฆ์ไปจนเชื่อมต่อกับถนนจตุรทิศที่มีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัชอยู่ ในขณะเดียวกันที่ถนนพญาไทนั้น มีความเป็นเมืองใหญ่อย่างมาก ตั้งแต่ช่วงสามย่าน ผ่านจุฬาลงกรณ์ฯ-สยาม-มาบุญครอง ไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนผ่าน   XT PHAYATHAI ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ฝั่งขาออกที่เชื่อมต่อกับถนนจตุรทิศ เยื้องกับโรงพยาบาลพญาไท 1 อยู่ห่างจาก BTS สถานีพญาไท 600 เมตร และ Airport Rail Link สถานีราชปรารภ ประมาณ 500 เมตร โดยหากใช้บริการ BTS จะอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์ชัย ศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ เพียง 1 สถานี และห่างจากใจกลางเมืองอย่างสยามเพียง 2 สถานีเท่านั้น และยังสามารถตรงเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย Airport Rail Link เพียง 26 นาที หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็จะมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัชที่ใกล้ที่สุดบริเวณถนนจตุรทิศ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปทางรามอินทรา, บางนา หรือตรงไปสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย กับช่วงถนนพระราม 6 ก็เข้าสู่ย่านสีลม-สาทรได้โดยไม่ต้องขับรถฝ่ารถติดใจกลางเมือง อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ไม่ไกลมากมาย ไม่ว่าจะมุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ฯ ก็มีของอร่อยโดยเฉพาะที่อยู่ในซอยรางน้ำหลายร้าน หรือจะมุ่งหน้าไปทางสยามก็มีให้เลือกกันละลานตา ไม่ว่าจะในห้างสรรพสินค้าในสยามเอง หรือสามย่านก็ตาม รวมถึงยังแวดล้อมไปด้วยโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย เช่น รพ.พญาไท 1, รพ.ราชวิถี, รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.รามาธิบดี, สถาบันสุขภาพเด็ก เรียกได้ว่าเป็นทำเลศักยภาพที่มีความอุดมสมบูรณ์มากทีเดียวค่ะ       ภาพรวมโครงการ             XT PHAYATHAI จากแสนสิริ คอนโดมิเนียม High Rise 41 ชั้น 1 อาคาร แบ่งออกเป็นอาคาร A และ B รวมทั้งหมด 1,435 ยูนิต 1 ร้านค้า ที่จอดรถ 55.05% ยูนิตพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 8 บนพื้นที่ 3-3-97.4 ไร่ หน้าอาคารหันไปทางทิศใต้ ส่วนทิศตะวันออกจะได้วิวฝั่งถนนจตุรทิศ ทิศตะวันตกได้วิวฝั่ง BTS และทิศเหนือด้านหลังโครงการจะได้วิวสวนสันติภาพ ซึ่งแม้ทำเลจะตั้งอยู่ท่ามกลางสีสันของเมืองอันแสนวุ่นวาย แต่เมื่อไรที่กลับเข้ามาใน XT PHAYATHAI ก็จะมีพื้นที่ส่วนตัวอันแสนสบายเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ภายในห้องพักอาศัยของตัวเอง หรือมุมไหนๆ ของโครงการก็ตาม เพราะทุกพื้นที่ถูกสร้างสรรค์ให้ Extend Your Style     Facility พื้นที่รวมกว่า 4,500 ตร.ม. แบ่งออกเป็นหลายส่วน สนองความต้องการได้ไม่จำกัด ทั้งพื้นที่สังสรรค์กันเป็นกลุ่ม หรือพื้นที่เงียบสงบเป็นส่วนตัวก็สามารถรองรับได้ทุกอารมณ์ของชีวิตได้ตลอดเวลา ตั้งแต่สวนสีเขียวด้านหน้าโครงการ ห้องสมุด ห้องประชุมในสวน ลานกิจกรรม เชื่อมโยงกับส่วนกลางภายในอาคารที่แบ่งโซนเอาไว้กระจายอยู่หลายชั้น เพื่อรองรับกิจกรรมอันหลากหลาย เช่น สระว่ายน้ำที่มีให้ทั้งหมด 2 สระ แยกอยู่บนอาคาร A ที่ชั้น 41 และ B ชั้น 37 ซึ่งทั้ง 2 สระเป็นระบบน้ำเกลือ ความยาว 28 เมตร กว้าง 5 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีส่วนจากุซซี่    ชั้น 8 บริเวณสนามเด็กเล่นออกแบบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็กจาก รพ.สมิติเวช เพื่อให้ได้พัฒนาการของเด็กมากกว่าการเล่นสนุกเท่านั้น   อาคาร A ฝั่งด้านหน้าอาคารมีสวนสีเขียวส่วนตัว เห็นวิวใจกลางเมืองฝั่งสยามสแควร์   Secret Theatre ห้องชมภาพยนตร์ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของบาร์ พร้อม Sunken Seats ให้ได้นั่งพักผ่อนชมวิวกลางเมือง    ฟิตเนส ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ปูพื้นกระเบื้องยางรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี พร้อมเครื่องออกกำลังกายสุดพิเศษที่ไม่เคยได้จากโครงการไหน ไม่ว่าจะ Weight Training, Cardio และ Relax Lights เครื่องเล่นบางชนิดที่นำเข้าจากอิตาลี พร้อมถ่ายทอดสดคลาสออกกำลังกาย Live streaming Cycling จาก WE Fitness ส่งตรงมาถึงฟิตเนสที่โครงการ   Co-Sharing Facilities สำหรับโครงการที่พญาไทคือโซน XT Club เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็น CREATIVE PLAYGROUND ให้ได้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ Work Hard Play Hard กันอย่างเต็มที่ ซึ่งมีทั้ง CO-WORKING SPACE, ห้องประชุม, พื้นที่จัดอีเว้นท์เล็กๆ, โซนเก้าอี้นวด หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ VR GAME, Wii GAME และ BOARDGAME โดยมีการดีไซน์ห้องเพดานสูงโปร่ง ใช้พื้นหินขัด Terrazzo นำเข้าจากอิตาลี คุมโทนสี Earth Tone แต่แอบตัดด้วยอลูมิเนียม copper ผิวมันวาว ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน แต่ยังแฝงไปด้วยความหรูหราตามสไตล์คอนโดมิเนียมกลางเมือง       จาก BTS พญาไท-XT PHAYATHAI         รีวิวฉบับนี้เรามาเริ่มต้นจาก BTS สถานีพญาไท ค่ะ ไปที่ประตูทางออกที่ 4   ทางออกที่ 4 ลงมาแล้วจะอยู่ที่บริเวณหัวมุมสี่แยกพญาไทค่ะ   ข้ามถนนมายังฝั่งด้านหน้าอาคารวรรณสรณ์ แหล่งรวมสถาบันกวดวิชาอันดับต้นๆ ในบ้านเรา   เดินตามทางบนถนนศรีอยุธยาฝั่งขาออกมาเรื่อยๆ ผ่านโรงแรมเดอะสุโกศล   ผ่านโรงเรียนศรีอยุธยา   รวมระยะทางเดินแล้วประมาณ 600 เมตรก็จะพบกับที่ตั้งโครงการ XT PHAYATHAI ค่ะ อยู่เยื้องๆ กับรพ.พญาไท 1    เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับด้วยการพาขึ้นลิฟท์ไปสู่ชั้น 2 ซึ่งเป็น Lobby ของ Sale Gallery ไปพร้อมๆ กับการเป็นร้านคาเฟ่ไปด้วยในตัว เรียกได้ว่าแอบเก๋กันตั้งแต่ก้าวเข้ามาเลยค่ะ   ชมห้องตัวอย่าง   ที่ชั้น 2 นี้เป็นทั้ง Lobby และร้านคาเฟ่ เน้นโทนสีแบบ Earth Tone ใช้พื้นหินขัดดูคลาสสิค ตัดกับสีเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่มความหรูหราด้วยอลูมิเนียมสีทองแดง ซึ่งใน XT Club ของโครงการก็จะมีการตกแต่งคล้ายๆ แบบนี้เช่นเดียวกันค่ะ    เดินเข้าไปด้านในสักหน่อยก็จะพบกับ Coffee Bar จากร้าน Casa Lapin ซึ่งใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถขึ้นมานั่งดื่มกาแฟ ทำงานที่นี่ก็ดีไปอีกแบบนะคะ ยิ่งหากได้เยี่ยมชมภายใน Sale Gallery และห้องตัวอย่างแล้วล่ะก็ อาจจะค้นพบแรงบันดาลใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานของคุณก็ได้นะคะ   ด้านในสุดจะพบกับห้องชม Presentation จากทางโครงการค่ะ   ขึ้นมาที่ชั้น 3 สามารถมองลงไปชั้นที่เป็นคาเฟ่ ให้ความรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติจนแทบไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าตรงนี้อยู่ติดกับถนนพญาไท   ที่ชั้น 3 แห่งนี้จะมีห้อง VR Room สำหรับการรับชมห้องตัวอย่างอันหลากหลาย ซึ่งเป็นโครงการที่มี Layout ให้เลือกมาที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 59 Layout   สำหรับโครงการนี้จะขายห้องแบบ Fully Furnished นะคะ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องตัวอย่างอาจไม่ได้มาตามแบบที่เห็นค่ะ แต่รับรองได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มานั้นมีรูปแบบเก๋ไม่ซ้ำใคร ไม่ซ้ำซากจำเจเแน่นอนค่ะ โดยห้องตัวอย่างจะมีเพียง 1 ห้องเท่านั้น เริ่มจากประตูบาน MDF โดยทุกยูนิตจะได้ Digital Door Lock    เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปจะพบกับห้องครัวปิดเป็นส่วนแรกค่ะ ลึกเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นอยู่กลางห้อง และห้องนอน โดยแต่ละห้องจะกั้นด้วยประตูกระจก Anneal ใส สูงชิดเพดาน หนา 6 มม. เฟรม Aluminium Powder Coat สีดำ ซึ่งการกั้นห้องด้วยกระจกใสแบบนี้จะมีข้อดีตรงที่ทำให้แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาได้ทั่วถึงภายในห้องทั้งหมด ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ไม่ต้องอาศัยแสงสว่างจากหลอดไฟเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้อีกค่ะ ส่วนความสูง Floor To Ceiling 2.7 เมตร ใช้ไฟแบบ Downlight    พื้นห้องครัวจะใช้วัสดุกระเบื้องเซรามิคค่ะ โดยด้านหลังประตูห้องจะได้ Built In ตู้เก็บของเอาไว้ให้ตามแบบเลยค่ะ   เมื่อเปิดตู้ออกมาก็จะพบว่า ชั้นล่างสามารถเก็บรองเท้าได้ ส่วนข้างบนแบ่งชั้นสำหรับเก็บของค่ะ ซึ่งบานตู้ทั้งหมดจะใช้ระบบ Soft Close    ถัดจากตู้หน้าห้องจะเป็นห้องน้ำที่อยู่ในส่วนเดียวกันกับห้องครัวค่ะ โดยภายในห้องน้ำจะปูพื้น และผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค Floor To Ceiling 2.5 เมตร   อ่างล้างหน้าใช้แบบวางบนเคาน์เตอร์แบรนด์ Kohler ก๊อกจาก Englefield โถสุขภัณฑ์แบรนด์ Kohler   ใต้อ่างล้างหน้าเป็นตู้เก็บของ ส่วนด้านบนก็เป็นตู้เก็บของที่ Built In มาให้ หน้าบานเป็นกระจกเงาค่ะ   หันหลังไปจะพบกับส่วนเปียกค่ะ โดยกั้นด้วยกระตูกระจกใสบานเลื่อน เฟรม Aluminium Powder Coat สีดำ ฝักบัวใช้แบรนด์ Englefield ส่วนด้านขวามือจะมีการเจาะผนังลึกเข้าไปเพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์เป็นที่วางของค่ะ    ส่วนเปียกจะกั้นด้วยธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ มีข้อดีตรงที่ช่วยป้องกันน้ำล้นออกมาที่ส่วนแห้ง   ออกมาจากห้องน้ำก็จะพบกับเคาน์เตอร์ครัวค่ะ ใช้ Top หินสังเคราะห์ ผนังด้านในกรุกระเบื้องตลอดแนวผนัง เพื่อการเช็ดทำความสะอาดง่ายเมื่อเกิดคราบสกปรกจากการทำครัว ทางขวามือสุดมีช่องสำหรับวางตู้เย็น โดยจะได้ Built In แบบนี้มาครบเซตเลยค่ะ ยกเว้นเพียงตู้เย็น กับไมโครเวฟ   ตู้ด้านบนตู้เย็นจะซ่อนตู้ไฟของห้องเอาไว้ค่ะ   ซิงค์ล้างจานใช้แบบฝังใต้เคาน์เตอร์ จากแบรนด์ MEX   และจะได้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าเซรามิค 2 หัว มาพร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ MEX ค่ะ   ถัดมาเป็น Living Room ค่ะ วางอยู่กลางห้องพอดี พื้นใช้วัสดุลามิเนต ส่วนผนังห้องจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ   เคาน์เตอร์วางทีวีจะถูก Built In มาให้ตามแบบ ซึ่งมีระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีมากทีเดียวค่ะ โดยจะสังเกตได้ว่าสามารถวางโต๊ะกลางได้ถึง 2 โต๊ะ แล้วยังเหลือพื้นที่อีกเยอะเลยค่ะ ส่วนเครื่องปรับอากาศของ Living Room จะถูกติดตั้งไว้เหนือทีวี ใช้แบรนด์ Trane   หันกลับมาทางโซฟาจะเห็นว่า ได้พื้นที่ลึกเข้าไปอีกเยอะเลยค่ะ โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการจะให้มาด้วยก็มีทั้ง โซฟา โต๊ะกลาง โต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ ซึ่งอาจจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างจากห้องตัวอย่างนี้นะคะ แต่รับรองว่ายังคง Concept ให้ดูแตกต่าง ถูกใจชาวมิลเลนเนียลแน่นอนค่ะ    โต๊ะทำงานวางไว้ข้างโซฟา ทำให้ห้องนี้เหมาะกับคนทำงานที่ไม่ต้องการบรรยากาศที่เคร่งเครียดมากจนเกินไปค่ะ   โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง ทางโครงการก็ให้มาด้วยนะคะ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ตามแบบ แต่ก็จะมีหลายแพ็คเกจมาให้เลือกได้ตามใจ   ด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอนค่ะ ซึ่งยูนิตนี้จะแบ่งห้องนอนกับห้องนั่งเล่นให้มีขนาดพอๆ กัน ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของห้องก็ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ   ภายในห้องนอนจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้อง เหลือทางเดินรอบเตียงสบายๆ แต่ห้องจริงจะไม่ได้ฟูกมาด้วยนะคะ   ปลายเตียงจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Trane เอาไว้ค่ะ โดยจะได้ Built In โต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าบานสวิง หน้าบาน มาด้วยค่ะ   ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีไฟเพิ่มแสงสว่างมาให้ ช่องด้านบนมีขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับวางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ค่ะ   พื้นที่ข้างเตียงเหลือมากพอสำหรับเป็นพื้นที่โยคะเบาๆ ได้เลยค่ะ   ข้างเตียงเชื่อมต่อด้วยระเบียงห้องค่ะ กั้นด้วยกระจกนิรภัย เฟรม Aluminium Powder Coat    พื้นระเบียงมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้ามาค่ะ ส่วนพื้นระเบียงใช้วัสดุกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งทาสีฟ้า ดูมีสีสันแปลกตาดีค่ะ   ระเบียงมีพื้นที่สำหรับเป็นระเบียงพักผ่อนได้   ที่มุมหนึ่งของระเบียงจะถูกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีเดียวกันกับราวกันตก ซึ่งเป็นประตูบานสวิงแยก Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกอาคาร และข้างใต้จะสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ โดยมีการต่อท่อน้ำพร้อมรูปลั๊กเอาไว้ให้เรียบร้อยค่ะ    จากความตั้งใจในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ดีในแบบฉบับแสนสิริ สะท้อนออกมาให้เราเห็นเป็นโครงการที่สามารถสร้างความประทับใจได้อยู่เสมอ อย่างในตระกูล XT นี้ เชื่อว่าเป็น New Lifestyle Condominium ที่แปลกใหม่ และมีความชัดเจนในตัวเองมากที่สุดในเวลานี้  

รีวิวที่อยู่อาศัย

ไอเดียแต่งบ้าน

แต่งคอนโดให้สวยจบ งบไม่บานปลาย

แต่งคอนโดให้สวยจบ งบไม่บานปลาย

ใครไม่เคย..คงไม่รู้หรอก!! กว่าจะได้คอนโดสวยๆ มีการตกแต่งในสไตล์ที่เป๊ะถูกใจโดยไม่เสียเวลา และไม่เจอปัญหางบบานปลายมันยากมากแค่ไหน หลายครั้งเราต้องเจอกับเรื่องที่หาเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการไม่เจอ หรือของตกแต่งที่ได้มาก็ไม่เข้ากับธีมที่คิดไว้ ต้องปวดหัวสารพัดจนหลายคนถึงกับเข็ดไปเลยก็มี   ตอนเห็นแบบห้องตัวอย่างหรือตอนเฟ้นหาภาพสไตล์การตกแต่งที่ต้องการจากอินเตอร์เน็ต อะไรๆ ก็ดูสวยงามเป็นเรื่องง่ายไปหมด แต่พอมาถึงหน้างานจริงอาจจะมืดแปดด้าน จนลืมไปว่าสิ่งที่ต้องทำคืออะไร อย่างที่บอกว่าถ้าใครไม่เคยลองตกแต่งห้องเองตั้งแต่เริ่มแรก คงจินตนาการไม่ออกหรอกว่า ปัญหาจุกจิกอีกมากมายที่จะตามมามีอะไรบ้าง ดังนั้นเราจึงอยากแนะนำมืออาชีพที่จะมาช่วยให้ทุกเรื่องการตกแต่งจบได้อย่างสวยงาม แถมยังอยู่ในงบประมาณที่วางไว้ด้วย   ใครๆ ก็รู้ว่าที่ SB Design Square เค้ามีเฟอร์นิเจอร์ให้เลือกมากมาย แถมล่าสุดยังเอาใจชาวคอนโดด้วยบริการใหม่ที่เรียกว่า “CONDO SOLUTIONS” โดย Interior Designer มืออาชีพซึ่งจะเข้ามาให้คำปรึกษาพร้อมดูแลทุกรายละเอียดการตกแต่งคอนโดให้เราตั้งแต่ต้นจนจบ รวมทั้งมี Condo décor planer คอยให้คำปรึกษาตลอดระยะเวลาการตกแต่ง   Step แรก สำหรับคนที่ยังไม่มีไอเดียว่าอยากตกแต่งห้องให้ออกมาสไตล์ไหนดี ให้ลองไปเดินเล่นที่ CONDO SOLUTIONS @SB Design Square ก่อนค่ะ เพราะเค้ามีแบบห้องตัวอย่างตกแต่งอย่างสวยงาม โดยจำลองแปลนห้องมาจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ มาให้เลือกมากถึง 6 สไตล์ด้วยกันที่สำคัญห้องแต่ละแบบใช้วัสดุ เฟอร์นิเจอร์อะไรบ้างอยู่ในงบประมาณเท่าไหร่เค้ามีป้ายบอกชัดเจนกันไปเลย เรามีแบบห้องตัวอย่างคร่าวๆ มาให้ดูกันค่ะ   ห้องแรกมาในสไตล์ Classy Urban เรียบหรูดูดีโดยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่หลากหลาย เน้นสีเอิร์ธโทน เพิ่มความหรูหราด้วยลายหินอ่อนสลับกับสีทองในขณะที่การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ก็เข้ากันได้ดี ห้องตัวอย่างนี้จำลองแบบมาจากโครงการ ไอดิโอ โมบิ สุขุมวิท 66 มีขนาด 52 ตร.ม. และใช้งบประมาณในการตกแต่งเริ่มต้นที่ 5,500 บาท/ตร.ม.   ห้องต่อมาตกแต่งมาในสไตล์ Scandi Chic เน้นความเรียบง่ายด้วยเฟอร์นิเจอร์ Built – In ที่มีสัดส่วนพอดีกับทุกมุมของห้องเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักคือไม้สีอ่อนตัดกับสีเทาและสีชมพูอ่อน ทำให้ห้องดูน่ารักสดใส แถมยังมีที่เก็บของให้เป็นระเบียบอีกเพียบ   ไอเดียตกแต่งห้องสไตล์นี้มาในแบบห้องขนาด 33.7 ตร.ม. และมีราคาค่าตกแต่งเริ่มต้นอยู่ที่ 7,800 บาท / ตร.ม. ค่ะ   อีกแบบห้องตัวอย่างค่ะที่ตกแต่งมาในสไตล์ Modern Luxury เรียบหรูบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยด้วยเฟอร์นิเจอร์ Built-in ที่คัดสรรมาอย่างดี เช่น ลายหินอ่อนสีดำ คริสตัลไฮกลอสอลูมิเนียมสีทอง และกระจกเงาสีเทา ทำให้ห้องสวยหรูดูแพงมาก ห้องตัวอย่างนี้มีขนาด 33.5 ตร.ม. ค่ะ และถ้าชอบการตกแต่งสไตล์นี้ ก็จ่ายในราคาเริ่มต้นแค่ 10,000 บาท / ตร.ม. เท่านั้น*   สไตล์ Metro Luxe ก็เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจมาก มีจุดเด่นที่โดดเด่นไม่แพ้ห้องสไตล์ก่อนหน้านี้เลย ห้องถูกตกแต่งให้ด้วยโทนสีเข้มแต่ก็ไม่ได้ทำให้ห้องดูมืด ด้วยการตัดสีกับการตกแต่งด้วยพื้นโทนสว่าง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์สีแดง ที่ทำให้ห้องดูมีเสน่ห์มากขึ้น ด้านฟังก์ชั่นก็มีให้เลือกใช้งานมากมาย ทั้งจุดที่วางทีวี โต๊ะทำงาน หรือแม้กระทั่งตู้รองเท้าที่จัดมาให้แบบจุใจ แถมราคาค่าตกแต่งก็เริ่มต้น 5,600 บาท/ตร.ม. เท่านั้นค่ะ   เอาใจคนชอบสีขาวๆ ในโทนสว่างกับสไตล์ Classic White ห้องตัวอย่างนี้จำลองมาจากห้องของโครงการ Knightsbridge Prime อ่อนนุช ด้วยพื้นที่ใช้สอยขนาด 22 ตร.ม. แต่ไม่ห้องห่วงค่ะ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นสามารถใช้สอยประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และประหยัดพื้นที่ด้วย ด้านในถูกตกแต่งด้วยสีขาว และจัดวางเฟอร์นิเจอร์ชิดผนังทั้ง 2 ฝั่ง เว้นทางเดินตรงกลางไว้ และโดดเด่นด้วยเฟอร์นิเจอร์สีขาวในสไตล์วินเทจตัดกับลายหินอ่อน และเพิ่มการกรุกระจก เพื่อทำให้ห้องดูกว้างขึ้น และฟังก์ชั่นจัดเก็บต่างๆ ที่ถูกออกแบบไว้อย่างน่าใช้ ในราคาตกแต่งเริ่มต้นที่ 7,500 บาท/ตร.ม.   แบบห้องสุดท้ายที่เราเลือกมาให้ได้ชมกัน ขอเอาใจคนที่ชอบสไตล์ดิบๆ หน่อยกับการตกแต่งในแบบ Stylish Loft ผสมผสานความเป็นธรรมชาติของวัสดุที่เป็นไม้ไว้ให้ลงตัวกับความเท่ในสไตล์ Loft จึงน่าจะถูกใจคุณผู้ชายมากหน่อย แถมพื้นที่เก็บของก็มีฟังก์ชั่นดีใช้งานได้หลากหลายและทุกอย่างจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยถ้าใครอยากได้ห้องสไตล์นี้ก็มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 7,500 บาท/ตร.ม. ค่ะ   แต่สำหรับใครที่มีสไตล์ห้องที่อยากได้อยู่แล้วถือแปลนคอนโดของตัวเองไปเลยค่ะ ทีม Interior Designer ของ CONDO SOLUTIONS เค้าพร้อมจะช่วยให้ทุกดีไซน์ในฝันของคุณเป็นจริงได้ตามงบในกระเป๋าของคุณ   ถ้าวัสดุชิ้นไหนยังไม่โดนใจ อยากเปลี่ยนสีโซฟา สีเฟอร์นิเจอร์ หรืออยากได้ตู้เก็บของเยอะๆ หน่อย เปลี่ยนแบบโคมไฟ ดรอปฝ้าใหม่ ต่อเติมผนังเบากั้นห้อง หรือแม้แต่ลายผ้าม่าน และ wallpaper ทุกอย่าง custom ได้ตามใจกันให้สุดไปเลยจ้า และถ้าใครที่อยากเพิ่ม Home Automation เติมความสะดวกสบายให้ชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่าย เค้าก็มีบริการนะคะ และที่สำคัญเราสามารถรู้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ล่วงหน้าก่อนการตัดสินใจไปอีก ด้วยวิธีนี้เราก็จะหมดปัญหางบบานปลายไม่รู้จบแบบที่หลายๆ คนเคยเจอ   พอตกลงเลือกแบบและสไตล์ห้องที่โดนใจกันได้แล้ว พวกรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่เป็นปัญหาปวดหัวก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะนอกจากจะให้คำปรึกษาเรื่องการออกแบบตกแต่งแล้ว ทาง CONDO SOLUTIONS ยังมีบริการช่วยติดตามงานบริหารจัดการและวางแผนเวลา รวมถึงคอยประสานงานติดตั้งทั้งหมดให้เรียบร้อยก็บอกแล้วว่าเค้าบริการครบวงจรมาที่เดียวจบครบทุกเรื่องจริงๆ เรียกว่าแต่งห้องเสร็จแล้วก็เตรียมพร้อมเข้าอยู่ หรือปล่อยเช่ารับเงินเข้ากระเป๋าได้เลย   https://www.youtube.com/watch?v=c1ixaKYhcg0&feature=youtu.be   สำหรับโปรโมชั่นโดนใจที่จะช่วยให้เราสามารถคุมงบประมาณได้รัดกุมยิ่งขึ้นไปอีกกับ “Financial Promotion” พิเศษสุดๆ ที่เราจะสามารถได้คอนโดที่สวยเป๊ะปังในราคาเริ่มต้นที่ 5,500 บาท/ตร.ม. และยังได้ผ่อน 0% นานสูงสุด 4 เดือนกับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ยังไม่หมดค่ะ ยังได้รับบัตรกำนัลเงินคืนสูงสุดถึง 15%!! ส่วนสินค้าตกแต่งห้องเพิ่มเติมอื่นๆ ที่จะมาช่วยให้ห้องเราสวนครบสมบูรณ์ เช่น ผ้าม่านวอลเปเปอร์ ก็ลดเพิ่มกันไปอีกสูงสุด 10%   ทั้งตอบโจทย์ครบทุกเรื่องความสะดวกสบายได้ห้องสวยถูกใจ แถมยังช่วยแก้ทุกปัญหาจุกจิกปวดหัว และควบคุมค่าใช้จ่ายให้เราได้อย่างรัดกุม บริการรอบด้านขนาดนี้แล้ว จะไม่ไปที่ CONDO SOLUTIONS @ SB Design Square ได้ยังไงล่ะ แวะเวียนไปดูห้องคอนโดตัวอย่าง และโปรโมชั่นเด็ดๆ ทั้งหมดได้ที่ CONDO SOLUTIONS @ SB Design Square ทั้ง 3 สาขา (สาขาบางนา, สาขาเซ็นทรัลเวิล์ด และสาขาเซ็นทรัลเวสต์เกต) ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคมนี้     #ระวังแต่งเองเจ็บเอง #ห้องสวยก็ไปได้สวย #แต่งกับนาย #naphat_nine #SBCondoSolutions #SBDesignSquare #condodesign      

รอบรู้เรื่องบ้าน

ถอดรหัสความสุขที่แท้จริง “Imagine Happiness” ผ่านมุมมองของ Social Influencers

ถอดรหัสความสุขที่แท้จริง “Imagine Happiness” ผ่านมุมมองของ Social Influencers

“ความสุข” คำที่สร้างสรรค์พลังบวกให้กับทุกคน ลองจินตนาการความสุขในแบบของคุณดูสิ? เราจะนึกถึงภาพรอยยิ้ม ภาพคนกอดกัน ภาพคนกำลังหัวเราะ ภาพครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ภาพการฉลองวันแห่งความสำเร็จ ภาพรอยยิ้มเปื้อนน้ำตาที่เราได้เริ่มต้นชีวิตคู่ ภาพที่เราได้เป็นพ่อและแม่ครั้งแรก ซึ่งแต่ละจินตนาการความสุขของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน และของคุณล่ะเป็นอย่างไร   แล้วทำอย่างไรเราถึงจะค้นพบความสุข? หลายคนพยายามค้นหาและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เพราะเชื่อว่าถ้ามี ถ้าเป็นแล้วเราจะมีความสุข ซึ่งในวันนี้ เรื่องราวความสุขจะถูกถ่ายทอดครั้งอีก ผ่านกลุ่มคนที่มีพลังความเชื่อในสิ่งที่ทำและสร้างสรรค์สิ่งนั้นในแบบฉบับของตัวเองจนค้นพบ “ความสุข” โดย THE FORESTIAS  by MQDC – เดอะ ฟอเรสเทียส์ บาย เอ็มคิวดีซี ได้ชวน 4 Social Influencers ชื่อดังของประเทศไทย ได้แก่  My name is napat / UNLOCKMEN / ไปกันนะPaigunna และ รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต มาร่วมเผยนิยามความสุขที่แท้จริง ผ่านมุมมองที่แตกต่างอย่างลงตัว ที่เชื่อมโยงเรื่องราวความสุขจากหนึ่งมุมมอง สู่หลากหลายมุมมอง สะท้อนความเป็นหนึ่งเดียวภายใต้คอนเซ็ปต์ “จินตนาการความสุข” หรือ “Imagine Happiness”   ไปกันนะ (paigunna) - คู่รักนักท่องเที่ยว จากมุมมองที่สะท้อนความรักธรรมชาติผ่านเลนส์ หนึ่งคู่รักที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบการเดินทางและถ่ายรูป อย่าง นัท-ปิยณัฐ ชโลปกรณ์ และ ออม-ปาณิตา ปานพรหม จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ สู่ความรักอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อกันและมีต่อธรรมชาติ ผ่านเรื่องราวการเดินทางและมุมมองผ่านเลนส์ จนเป็นที่มาของเพจที่คนติดตามหลักแสน “ไปกันนะ (paigunna)” ซึ่งทั้งสองคนได้เล่าถึงมุมมองความสุขไว้ว่า “ความสุขมันเป็นสิ่งเล็กๆ สิ่งเรียบง่าย แต่อยู่ใกล้ๆ ไลฟ์สไตล์ของเราทั้งสองคน นั้นคือ การที่เราได้เดินทางท่องเที่ยวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้เดินทาง ได้เขียนบันทึกเรื่องราว คิดธีม คิดเนื้อเรื่อง การแต่งกาย การวางโลเคชั่น การโพสท่า มุมการถ่ายวิดิโอทุกอย่างที่เราทำ ถูกสะท้อนออกมาเป็นความสุข เป็นรอยยิ้ม เสมือนเป็นแรงจูงใจ ที่ทำให้เพจของเรามีความเป็นตัวของตัวเองที่มีความโดดเด่นและแตกต่าง ซึ่งถ้าต้องให้เราทั้งสองคนเลือกว่าสถานที่ที่ไหนที่ทำให้เรามีความสุขมากๆ คงไม่พ้นผืนป่าธรรมชาติอย่างดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เพราะมีทั้งอากาศบริสุทธิ์ มีเสียงนกและสัตว์ป่าอื่นๆ สีเขียวของต้นไม้ทั้งใหญ่และเล็กทำให้เราสบายตาสบายใจ สุดท้าย คือ เป็นสถานที่ที่ทำให้เรารู้สึกถึงการได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ กับคนที่เรารัก ในสถานที่ที่เป็นตัวเอง จนเราสามารถปลดปล่อยความเหนื่อยล้าในแต่ละวันและทำให้เราหายเหนื่อยอย่างปลิดทิ้ง นี้คือ“นิยามความสุขของเรา”   ความสุขที่ได้เชื่อมโยงเราและครอบครัว - My name is napat “ความสุขเริ่มต้นตรงที่เราสามารถมอบความรักให้ใครคนหนึ่งได้อย่างหมดใจ” นิยามความรักความสุขของ “อุ้ม-นพรรต นพปศักดิ์” สาวพราวเสน่ห์ที่มากด้วยความสามารถครบเครื่อง เจ้าของร้านเสื้อผ้าและคาเฟ่สุดฮิตบนอินสตาแกรม My name is napat ได้เผยมุมมองความสุขให้เราฟังว่า “ปัจจุบัน เราเป็นทั้งผู้ที่มอบความสุขและผู้รับความสุขในเวลาเดียวกัน เพราะตั้งแต่มีครอบครัวและเข้าสู่บทบาทของคุณแม่มือใหม่ เราก็มีความรับผิดชอบมากขึ้นอย่างอัตโนมัติ เวลาที่เรามอบความสุขให้กับลูก ลูกก็จะส่งความสุขทวีคูณกลับมาให้เราเช่นกัน ซึ่งทุกครั้งที่มองดูลูกสาว “น้องชาร์ม” ทำให้รู้ว่าความสุขของเราอยู่ไม่ไกล แต่ใกล้เพียงสบตา นอกจากการสร้างความสุขด้วยการพาลูกออกไปท่องโลกกว้างและใช้ชีวิตแบบครอบครัวเล็กๆ ของเราแล้ว ทุกครั้งที่มีเวลา เราจะพาน้องชาร์มไปหาคุณปู่คุณย่า/คุณตาคุณยาย ไปพบญาติๆ คุณลุงคุณป้า คุณอาคุณน้า หรือแม้แต่เพื่อนๆ ของเราที่มีหลายเจนเนอเรชั่น ซึ่งแต่ละท่านก็จะมีวิธีถ่ายทอดความสุขให้กับน้องชาร์มหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะผ่านการเล่น ซึ่งทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจของคนในครอบครัวใหญ่ที่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้ รับรู้ถึงความรักที่มีให้กันและกัน ภาพแบบนี้ มันทำให้บรรยากาศรอบตัวเราดูอบอุ่นขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น ทำให้เราเชื่อว่าการที่เราได้อยู่ท่ามกลางคนในครอบครัวที่มีหลายๆ เจนเนอเรชั่นรวมกัน ได้พูดคุย ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน มันทำให้เกิดการส่งต่อความสุขของเราสู่คนอื่นๆ และเราก็ได้ถูกเติมเต็มความสุขเพิ่มขึ้นทุกวันด้วยเช่นกัน   จากความเชื่อและแพสชั่น สู่เส้นทางการสร้าง “UNLOCKMEN – COMMUNITY HUB” กึ้ง-ชัยพร ไตรวัฒน์ศิริวัฒน์ Editor in Chief และผู้ก่อตั้ง UNLOCKMEN สะท้อนนิยามความสุขเป็นเรื่องราวให้เรารับรู้ว่า “จากคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องสู่เส้นทางการสร้างคอมมิวนิตี้ที่ดีขนาดใหญ่ ทั้งในโลกออนไลน์และโลกแห่งความเป็นจริง” คีย์หลักสำคัญ ที่ UNLOCKMEN เชื่อเสมอมา คือ การสร้างพื้นที่ที่เต็มไปด้วยคนที่มีความสุข มันจะส่งผลเป็นวงกว้างทำให้คอมมิวนิตี้นั้นมีไฟแห่งการสร้างสรรค์ มีพลังบวก และทำให้คนในคอมมิวนิตี้นั้นเกิดพัฒนาตัวเองไปพร้อมกัน จนกลายเป็น Community of Dreams เป็นความสุขที่ UNLOCKMEN วางเป้าหมายสูงสุดไว้ คือ ไม่ต้องการให้คอมมิวนิตี้จบแค่การเข้าเว็บไซด์ แต่เราต้องการสร้างให้มันอยู่ในชีวิตจริงได้ด้วย ปลุกให้ทุกคนลุกขึ้น “เรียนรู้” และ “ค้นหา” แรงจูงใจเพื่อลงมือทำ จนเกิดพลังบวกที่ส่งผลสร้างสรรค์ต่อชีวิต ต่อคอมมิวนิตี้ และสังคมจริงๆ ได้   ความสุขของโลก กับ นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน - รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ความท้าทายครั้งใหม่ที่มาพร้อมกับหน้าที่ รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อ ความยั่งยืน RISC บอกเล่าเรื่องราวความสุขในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อโลกอย่างยั่งยืน หรือ Sustainnovation for well-being ผ่านเว็บไซด์ The Matter ว่า “โจทย์ความสุขในครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้งที่เราออกแบบ ผมเคยพูดกับนักวิจัยหลายๆ คน บอกว่าเมื่อ 50 ปีที่แล้ว เรามีเทคโนโลยีไม่เยอะ แต่เรามีอิสระเราสามารถปล่อยให้ลูกวิ่งไปไหนก็ได้ ไม่ต้องสนใจเลย เดี๋ยวตกเย็นก็กลับมากินอาหารเอง พอ 40 ปีต่อมา เราเริ่มบอกว่าอย่าไปไกลกว่าหมู่บ้าน เที่ยวเล่นในระเวกหมู่บ้านอย่าไปไกลกว่านั้น เพราะว่าเราไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น แล้ว 30 ปีต่อมา เราบอกลูกหลานว่าให้อยู่แต่ในหมู่บ้านนะเพราะเริ่มมีคอมมิวนิตี้ที่มีกำแพงกั้น หมู่บ้านนี้สามารถวิ่งเล่นได้ แต่ 10-20 ปีต่อมา เราบอกว่าให้ลูกๆ ว่าอยู่ได้แค่ในรั้วบ้าน อย่าออกไปมันอันตราย และปัจจุบันนี้เราบอกลูกๆ หลานๆ ว่าอยู่แต่ในตึกนะอย่าออกไป ฝุ่นมันไม่ดี ออกไปต้องใส่หน้ากากนะ นั้นคือสาเหตุที่เราก่อตั้ง RISC คือต้องการจะยกระดับความสุขความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของทั้งอุตสาหกรรมการออกแบบและการก่อสร้าง เพราะโลกมันกำลังเสื่อมถอย กำลังพัง มันกำลังเกิดขึ้น แต่จะเกิดเร็วหรือช้าและเวลาไหนนั้นเราไม่ทราบ หน้าที่ของ RISC คือ เร่งความเร็วให้เร็วขึ้น ทำให้การเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างนวัตกรรมความยั่งยืนเพื่อโลก สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับโลกใบนี้”   ซึ่งความสุขที่สะท้อนจากมุมมองของ Social Influencers ประเทศไทย ทั้ง 4 กำลังได้รับการตอบสนองผ่านโครงการ THE FORESTIAS  by MQDC –เดอะ ฟอเรสเทียส์ บาย เอ็มคิวดีซี โครงการอสังหาริมทรัพย์รายแรกของประเทศไทย ที่มุ่งมั่นนำเสนอโมเดลการใช้ชีวิตที่เข้ากับระบบนิเวศอันสมดุลเพื่อความสุขที่ยั่งยืนของทุกชีวิต โดยสร้างสรรค์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Imagine Happiness” ที่มีองค์ประกอบสำคัญสามารถตอบโจทย์ความสุขทั้ง 4 คือ 1. ความสุขในการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติระบบนิเวศขนาดใหญ่ 2. ความสุขในการดีไซน์พื้นที่ความอบอุ่นให้กับครอบครัวได้ใช้ชีวิตร่วมกันครอบคลุมถึง 4 เจนเนอเรชั่น 3. ความสุขบนพื้นที่และสาธารณูปโภคที่ให้ทุกคนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน 4. ความสุขด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพราะเราเชื่อมั่นว่า The Forestias by MQDC จะเป็นสารานุกรมแห่งความสุขขนาดใหญ่ที่เต็มเปี่ยม ด้วยความสมดุลของนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยท่ามกลางระบบนิเวศขนาดใหญ่อย่างมีความสุขที่ยั่งยืนของทุกชีวิต   สามารถติดตามข่าวสารโครงการ THE FORESTIAS by MQDC – เดอะ ฟอเรสเทียส์ บาย เอ็มคิวดีซี ได้ที่ Website : www.theforestias.com Facebook : https://www.facebook.com/theforestias/ Instagram : https://www.instagram.com/theforestias/?hl=th Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCTEWOryir01jleAEbyQUZSA/featured      

เรื่อง(ไม่)ลับ 5 เหตุผลที่ทำให้บ้านเย็น ด้วยสีเข้ม เบเยอร์คูล

เรื่อง(ไม่)ลับ 5 เหตุผลที่ทำให้บ้านเย็น ด้วยสีเข้ม เบเยอร์คูล

แม้ประเทศไทยจะมี 3 ฤดู คือ ฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน แต่ฤดูที่คนไทยพบเจอยาวนานที่สุดและแทรกตัวอยู่ทุกฤดูก็คงหนีไม่พ้นฤดูร้อน ไม่ว่าจะฤดูไหน อากาศร้อนๆ ก็อยู่กับเราแทบทุกวัน ทางเลือกของคนส่วนใหญ่จึงต้องเข้าไปอยู่ในอาคารหรือบ้านพักอาศัยเพื่อสัมผัสอากาศเย็นของเครื่องปรับอากาศให้ชื่นฉ่ำแทน แต่การเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นทางออกที่ไม่ได้แก้จากต้นเหตุหลักของปัญหาเพราะ การที่บ้านรับแสงแดดไปเต็มๆมาตลอดทั้งวัน จนทำให้ความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศรับรองต้องจ่ายค่าไฟกันชนิดกระเป๋าเงินแทบฉีกก็ได้ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศดีที่สุดโดยไม่ต้องกินไฟมาก และลดอุณภูมิร้อนจากแสงแดดภายนอกเข้าสู่ตัวบ้าน จึงเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันปัญหาที่สำคัญ ซึ่งเราไม่ควรมองข้ามหรือละเลยแม้แต่น้อย     วิธีการทำให้บ้านเย็น หรือการลดอุณภูมิความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน เพื่อไม่ให้บ้านร้อนนั้น มีหลายวิธีด้วยกัน นับตั้งแต่เรื่องเบสิก อย่างเช่นการปลูกต้นไม้รอบๆ บ้าน เพื่อไม่ให้แสงแดดสัมผัสกับตัวบ้านโดยตรง หรือไปถึงขั้นตอนวิธีการในเชิงวิศวกรรมการก่อสร้าง อย่างเช่น การก่อสร้างด้วยวัสดุซึ่งมีฉนวนกันความร้อน หรือการก่อสร้างบ้านให้มีระบบอากาศให้ถ่ายเท และระบายความร้อนได้ดี เป็นต้น   แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านหลายคนอาจจะมองข้าม และนึกไม่ถึงว่าจะมีส่วนช่วยทำให้บ้านเย็นได้ไม่แพ้เทคนิคหรือวิธีการอื่นนั่นก็ คือ การเลือกใช้สีทาบ้านที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถป้องกันความร้อนและลดอุณหภูมิเข้าสู่ตัวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ภาพจำและการรับรู้ของคนส่วนใหญ่ จะมองว่าสีทาบ้านมีจุดเด่นในเรื่องของความสวยงาม หรืออาจจะมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ เช่น ไม่มีสารเคมี ทำความสะอาดง่าย เป็นต้น ซึ่งไม่ได้เป็นประเด็นในเรื่องของป้องกันความร้อนเท่าใดนัก   และแม้ว่าหลายคนจะมีความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของสีรุ่นใหม่ๆ ที่วางขายกันตอนนี้ ว่ามีคุณสมบัติในเรื่องของการป้องกันความร้อน และช่วยให้บ้านเย็น แต่ส่วนใหญ่ก็ยังมีการรับรู้และความเชื่อที่ว่า จะต้องเลือกใช้เฉพาะสีโทนอ่อนๆ เท่านั้น ที่ไม่ดูดซับความร้อน แต่ถ้าเป็นสีโทนเข้มจะอมความร้อนทำให้บ้านร้อนมากกว่า เหมือนกับเวลาเราใส่เสื้อสีเข้มยืนอยู่กลางแดด จะรู้สึกว่าได้รับความร้อนมากกว่าการใส่เสื้อสีอ่อนๆ แต่ความจริงสีในยุคปัจจุบัน มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีของสีซึ่งช่วยทำให้บ้านเย็นได้ไม่ว่าจะเป็นสีอ่อนหรือสีเข้มก็ตาม     ตัวอย่างสีเข้มที่ช่วยทำให้บ้านเย็น สะท้อนความร้อนได้ดี และลดอุณหภูมิร้อนๆ ที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน แต่ก็ยังคงความสวยงามของเฉดสีเอาไว้ คือ Beger Cool Diamond Shield 15 และ Beger Cool Diamond Shield Plus ซึ่งแม้จะเป็นสีเข้ม แต่สีเบเยอร์ก็ช่วยให้บ้านคูลที่สุดในขณะนี้เมื่อเทียบกับสีแบรนด์อื่นๆ และนี่คงเป็น 5 เหตุผลสำคัญ ที่ช่วยทำให้สีเข้มของเบเยอร์คูล คูลที่สุด   1.การผลิตสีได้นำเอาเทคโนโลยี ไมโครสเฟียร์เซรามิก ที่ใช้ในองค์การนาซ่า มาใช้ในสีทาบ้าน ทำให้มีคุณสมบัติพิเศษ คือ “ลดและสะท้อนความร้อน” จึงทำให้บ้านเย็น ส่งผลให้ไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศในอุณหภูมิต่ำๆ เป็นระยะเวลานาน เพียงเปิดในอุณหภูมิที่เหมาะสมก็พอ ทำให้ส่งผลดีในเรื่องของการประหยัดค่าไฟ   2.เซรามิก อีกส่วนผสมหลักในการผลิตสี หรือ Advanced Ceramic ที่มีคุณสมบัติสามารถกันความร้อนสูงสุด 97% จึงช่วยประหยัดค่าไฟสูงถึงกว่า 30% เพราะเป็นเซรามิกที่ต้องการความบริสุทธิ์สูง มีการควบคุมองค์ประกอบทางเคมีอย่างรัดกุม ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลันเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อน ถือเป็นเซรามิกชนิดพิเศษ จึงช่วยเรื่องการกันความร้อน และทำให้บ้านเย็น สีเข้มของเบเยอร์คูล จึงคูลที่สุดอย่างปฏิเสธไม่ได้     3.การที่สีเข้มของเบเยอร์คูล คูลที่สุด เป็นเพราะมีการเพิ่มสารสำคัญ Titanium ซึ่งมีผลช่วยเรื่องเม็ดสีมีความกลม เกลี้ยงของผิว จึงช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ และเม็ดสียังมีลักษณะกลวง จึงเหมือนกับสารกันร้อน ที่มีลักษณะคล้ายกับฟองกาแฟ ทำให้ช่วยกันความร้อนก่อนจะสัมผัสกับตัวบ้านได้ ทำให้อุณหภูมิภายในอาคารเย็นกว่า สบายกว่า ไม่ว่าทาด้วยสีเข้มแค่ไหนก็ตาม   4.ผ่านการทดสอบจากการวัดด้วยเครื่อง Thermoscan เปรียบเทียบระหว่างเบเยอร์คูล และสีทั่วไป พบว่าสามารถสะท้อนความร้อนได้มากกว่า อาทิ สีเทา สะท้อนความร้อนได้ 51.4% ช่วยลดอุณหภูมิลง 11.8 องศาเซลเซียส ส่วนสีทั่วไป สะท้อนความร้อนได้ 13.8% สีเขียว สะท้อนความร้อนได้ 30.7% ช่วยลดอุณหภูมิลง 8.7 องศาเซลเซียส ส่วนสีทั่วไป สะท้อนความร้อนได้ 5.2% สีน้ำตาลเข้ม สะท้อนความร้อนได้ 59.3% ช่วยลดอุณหภูมิลง 12.0 องศาเซลเซียส ส่วนสีทั่วไป สะท้อนความร้อนได้ 10.7% นี่จึงเป็นบทพิสูจน์ สีเข้มเบเยอร์คูล จึงคูลที่สุดเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ   5. อีกเรื่องที่สำคัญ คือสีเบเยอร์คูลเป็นสีรายแรกที่ได้รับมาตรฐาน มอก.ลดความร้อน จากกระทรวงพลังงาน ประเภทสีทาผนังอาคาร ประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูงในรุ่น Beger Cool Diamond Shield 15 ค่าการสะท้อนรังสีแสงอาทิตย์ 95.1% ไม่นับรวมกับมาตรฐานการผลิตอื่นๆ ที่ได้รับ อาทิ ฉลากลดคาร์บอน ประเภทพิจารณากระบวนการผลิต, ฉลากเขียว ไม่ผสมสารปรอท สารตะกั่ว (No Added Mercury No Added Lead) มอก.2321-2549 สีอิมัลซันทนสภาวะอากาศ (Solar Heat Reductive Standard) มอก. 2514-2553 สีอิมัลชันลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ (Weather Resistant Standard) และมอก. 1123-2555 สีรองพื้นสำหรับงานปูน     คุณสมบัติด้านอื่นๆ ของสีเบเยอร์คูลยังมีอีกมากมาย ซึ่งช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แบบของการใช้งานสีทาบ้านของเบเยอร์ อาทิ ป้องกันบ้านเป็นฝุ่นผงจากรังสียูวี (Triple UV Protection Technology) เทคโนโลยีสีกันคราบด้วย (Nano Silicone Advance Nano Silicone Technology) ป้องกันคราบน้ำและคราบสกปรก (Water and Stain Protection) และป้องกันคราบด่าง คราบเกลือ (Block Efflorescence and Alkaline Resistance) เป็นต้น ในครั้งต่อสำหรับผู้ชื่นชอบสีเข้ม และเลือกจะมาทาบ้าน ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ บุคลิก และความชื่นชอบของตนเอง ก็ไม่ต้องกลัวแล้วว่า บ้านที่เราอยู่อาศัยจะร้อน เพราะอุณหภูมิของเมืองไทย แค่เลือกใช้สีเข้มของเบเยอร์ บ้านแสนรักของเราก็คูลที่สุดแล้ว        

เรื่องควรรู้ที่อยู่อาศัย

ชีวิตเหนือระดับ กับบ้านดีไซน์ใหม่ล่าสุด Nirvana BEYOND Udon thani

ชีวิตเหนือระดับ กับบ้านดีไซน์ใหม่ล่าสุด Nirvana BEYOND Udon thani

หลายครั้งของทีม Reviewyourliving พาไปชมโครงการบ้านในกรุงเทพฯ รวมถึงปริมณฑล แต่คราวนี้เราจะพาขึ้นไปยังแดนอีสาน ณ เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเศรษฐกิจดีที่สุดติดอันดับประเทศ แล้วจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ทำไม Nirvana Daii จึงได้มีความสนใจทำเลแห่งนี้ ลองไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันค่ะ     อุดรธานี เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดติดอันดับต้นของประเทศไทย ไม่ว่าจะด้วยเพราะด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าขายกับประเทศลาวที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีระยะห่างจากเมืองหลวงเวียงจันทร์ เพียง 70 กิโลเมตรเท่านั้น จึงทำให้มีธุรกิจเกิดขึ้นมากมายเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดความเจริญอย่างมาก จนกลายเป็นหนึ่งในหัวเมืองใหญ่ของบ้านเราแบบในปัจจุบัน   นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่หลายแห่ง รองรับทุกไลฟ์สไตล์ความเป็นอยู่ของชาวอุดรฯ เช่น สนามบินนานาชาติอุดรฯ ที่มีเที่ยวบินต่อวันสูงสุดในภาคอีสาน, หนองประจักษ์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่กลายเป็นจุดเช็คอินสุดฮิป หรือจะเป็นแหล่งช้อปปิ้งอย่างเซ็นทรัลพลาซ่า, UD Town, ไนท์พลาซ่า, พรีเมี่ยมเอาท์เล็ท ฯลฯ เมืองอุดรฯ จึงประกอบไปด้วยทั้งคนท้องถิ่นเดิมที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยความรักในบ้านเกิด คนต่างถิ่นที่เข้ามาประกอบกิจการธุรกิจของตัวเองหรือมาติดต่อค้าขายกัน นักเรียน นักศึกษาเข้ามาเรียนในเมืองใหญ่แห่งนี้ และนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาอยู่ตลอดทั้งปี ทำให้อุดรธานีเต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากผู้คนอันหลากหลาย เมื่อมีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ย่อมมีโครงการที่อยู่อาศัยตามมารองรับความเป็นอยู่ให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วย       Nirvana BEYOND Udon thani ไม่บ่อยนักที่จะมี Developer ระดับคุณภาพจากกรุงเทพฯ มาเปิดมุมมองการใช้ชีวิตให้เหนือระดับยิ่งกว่าที่เคย โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวดีไซน์สไตล์ Modern เรียบง่ายแต่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ผสมผสานนวัตกรรมใหม่ๆ มีฟังก์ชั่นการอยู่อาศัยสำหรับทุกคนในครอบครัวให้สะดวกสบายมากกว่าเดิม         บ้านเดี่ยวที่เหนือกว่า...ในทุกมุมมอง ด้วยซีรีส์ใหม่ล่าสุดจาก Nirvana ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งจะเน้นที่องค์ประกอบหลัก 2 ข้อ นั่นคือ   Modern Living Design บ้านที่มาในรูปแบบ Timeless Design ให้ดูทันสมัยอยู่เสมอด้วยรูปทรงที่บิดมุมของบ้าน เพื่อเปิดมุมมองใหม่ของการอยู่อาศัย ทำให้สามารถจับวางทิศทางตัวบ้านให้รับลมและแสงธรรมชาติเข้ามาใช้ในตัวบ้านมากที่สุด และยังทำให้มี Inner Court กลางบ้าน สิ่งสำคัญคือจะเกิดความเป็นส่วนตัวทั้งภายในบ้านแล้วนอกบ้าน ซึ่ง Nirvana Daii ให้ความสำคัญมาตลอด และยังใส่ใจใช้วัสดุระดับ Premium ส่งผลให้เกิด Space เหนือกว่าแบบเดิมๆ ที่เคยมีมา     Modern Living Innovation ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของงานดีไซน์เท่านั้นที่จะทำให้มีชีวิตอันสมบูรณ์แบบเกิดขึ้นมาได้ เพราะยุคนี้ก็ต้องมีนวัตกรรมเข้ามาทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ Home Automation ระบบ Air Control System ระบบ Wi-Fi ความเร็วสูงทุกจุดภายในบ้าน ระบบเสียงรอบบ้านเชื่อมต่อกับ Smartphone ฯลฯ        สำหรับโครงการ Nirvana BEYOND Udon thani เป็นบ้านเดี่ยวบนถนนเพาะนิยม ทำเลติดกับหนองประจักษ์ ซึ่งเปรียบเสมือนโอเอซิสใจกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลักหลายแห่ง ถือเป็นสุดยอดทำเลศักยภาพที่ดีที่สุดของจังหวัดอุดรธานี ด้วยพื้นที่ทั้งหมด 10-0-88.3 ไร่ แต่มีเพียง 40 ยูนิตเท่านั้น โดยมีแบบบ้านให้เลือก 3 Type 3 Design     SPACE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 57 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 300 ตร.ม. 3 Bedrooms 3 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 2 Parking Lots MIND บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 60 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 370 ตร.ม. 4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Maid Room 3 Parking Lots LUXE บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ขนาดที่ดินเริ่มต้น 76 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอย 470 ตร.ม.   4 Bedrooms 4 Bathrooms 1 Living Room 1 Powder Room 1 Maid Room 3 Parking Lots   BEYOND FACILITIES Residence Lounge & Beyond  Clubhouse, Panoramic View Fitness, Infinity Edge Swimming Pool & Kid Pool, Oasis Garden, Kid’s Playground, 24 Hrs. Securities & CCTV, Bluetooth Access, WIFI Village, Underground Electric   ความพิเศษทั้งหมดนี้ มีเพียง 40 ครอบครัวเท่านั้นที่จะได้ร่วมใช้ชีวิตแบบ BEYOND บนทำเลที่ดีที่สุดของอุดรธานี ในราคาเริ่มต้น 25-60 ล้านบาท   EXCLUSIVE BOOKING วันที่ 30 มี.ค. นี้ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุด >>  nirvana.bz/BY-UDON-RVYL  

ข่าวอสังหาริมทรัพย์