ไฮไลท์

บ้าน Nirvana BEYOND Rama 2 ความสุขที่เป็นมากกว่าบ้านเดี่ยว

บ้าน Nirvana BEYOND Rama 2 ความสุขที่เป็นมากกว่าบ้านเดี่ยว

เพราะบ้านคือสถานที่แห่งความสุขและจะอยู่คู่กับเราไปอีกหลายสิบปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากคนรุ่นใหม่จะเลือกบ้านที่สมบูรณ์พร้อม ทั้งเรื่องของทำเลที่ต้องเดินทางรวดเร็วเชื่อมต่อชีวิตเมืองเป็นเรื่องง่าย ความสวยงามของดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานในบ้าน ความเงียบสงบที่ชวนให้ทุกวันเป็นวันพักผ่อน หรือแม้กระทั่งสังคมเพื่อนบ้านที่เราสามารถออกแบบเองได้รวมไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสบายโดยรอบต้องครบครัน ซึ่งการจะหาบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการและตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะวันนี้เรามีบ้านเดี่ยว “Nirvana BEYOND Rama 2 (เนอวานา บียอนด์ พระราม 2)” โครงการระดับลักซ์ชัวรี่ของ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่มีสภาพแวดล้อมสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดในโซนพระราม 2 มาแนะนำในวันนี้สำหรับโครงการ “เนอวานา บียอนด์ พระราม 2” ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่พระราม 2 ฝั่งขาออกเมืองที่มุ่งหน้าไปทางสมุทรสาคร ระหว่างทางแยกไปถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล หรือทางผ่านจากกรุงเทพไปชะอำ-หัวหิน โดยทำเลฝั่งพระราม 2 ถือว่าเป็นทำเลฝั่งธนทางตอนใต้ที่เหล่าดีเวลลอปเปอร์สนใจลงทุนพัฒนาเป็นอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยทั้งโครงการบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมต่างๆ จุดเด่นคือมีถนนให้สามารถเลือกใช้และเชื่อมต่อไปได้หลายเส้นทาง อาทิ ถนนบางขุนเทียน, วงแหวนรอบนอก, ถนนพุทธบูชา, ถนนประชาอุทิศ, ถนนสุขสวัสดิ์ที่มีรถไฟฟ้าสายสีม่วงวิ่งผ่าน แถมยังอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครด่านพระราม 2 ที่สามารถใช้วิ่งเข้าเมือง ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตรงไปถนนสาทร และถนนพระราม 3 ได้สะดวก ทำให้การเดินทางโดยใช้รถยนต์เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆในส่วนของการเดินทางด้วยรถสาธารณะก็จัดว่าสะดวกสบายไม่แพ้กันเลยนะคะ เพราะอย่างที่บอกว่าตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่อย่างถนนพระราม 2 ที่มีหลายเลนส์ ทำให้มีรถโดยสารประจำทาง รถตู้ และรถสองแถววิ่งผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก แม้ตัวโครงการจะตั้งอยู่ฝั่งขาออกเมืองแต่บริเวณหน้าโครงการยังมีป้ายรถเมล์ และสะพานลอยให้ข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพื่อเข้าเมืองได้สะดวก ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางคมนาคมอย่างเส้นทางรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดินนะคะ แต่ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน – ราษฎร์บูรณะ วิ่งผ่านบนถนนสุขสวัสดิ์นี้แน่นอนค่ะ โดยสถานีที่อยู่ใกล้โครงการคือสถานีดาวคะนอง เรียกได้ว่าถ้าก่อสร้างเสร็จเมื่อไหร่ การเดินทางก็ยิ่งเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้นเท่านั้นในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้าการเดินทางเลยนะคะ เพราะพิกัดใกล้ๆ โครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็น Tesco Lotus (ห่างจากโครงการประมาณ 900 เมตร) หรือ Big C ฝั่งตรงข้ามที่สามารถเดินได้ประมาณ 700 เมตรเท่านั้น แถมยังมี HomePro, Central พระราม 2 ที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 และห่างจากที่ตั้งโครงการในรัศมี 2 กิโลเมตร นับว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย อาทิ โรงพยาบาลพระราม2, โรงพยาบาลบางมด, โรงพยาบาลบางปะกอก 9 International, โรงพยาบาลบางปะกอก 1 และโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ขยับไปอีกหน่อยก็มีสถานศึกษาชั้นนำอย่างโรงเรียนสวนกุหลาบธนบุรี รวมไปจนถึงสถาบันพระจอมเกล้าธนบุรีอยู่ตรงถนนประชาอุทิศ ก็ล้วนแต่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง   ภาพรวมโครงการ โครงการ “เนอวานา บียอนด์ พระราม 2” เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่คุณจะมีเพื่อนบ้านร่วมแบ่งปันความสุขเพียง 120 หลังเท่านั้น จึงได้เปรียบเรื่องความเป็นส่วนตัว เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง บนเนื้อที่โครงการประมาณ 42 ไร่ สามารถเข้าถึงได้ทางเดียวจากถนนพระราม 2 ฝั่งมุ่งหน้าไปทางสมุทรสาคร ปัจจุบันเป็นโครงการที่แล้วเสร็จประมาณหนึ่ง และยังมียูนิตที่กำลังก่อสร้างเป็น Backlog อีกนิดหน่อยค่ะ การจัดสัดส่วนของโครงการบริเวณซุ้มทางเข้าจะมีป้อมยามตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทางเข้า-ออก โดยอุ่นใจไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกล้องวงจรปิด CCTV และประตู Double Gate Security เป็นแบบ Remote access ระยะไกลแบบ Easy pass ที่จะเลื่อนประตูหน้าโครงการให้รถสามารถเข้าไปได้ซุ้มทางเข้าโครงการจะเป็นซุ้มสไตล์โมเดิร์น ที่ดูโดดเด่นด้วยหลังคาขนาดใหญ่ปกคลุมทั้งทางเข้า-ออกเลยนะคะ ขวามือเป็นป้ายชื่อ Nirvana และซ้ายมือคือป้ายชื่อโครงการ Beyond นั่นเองค่ะ โดยป้อมรปภ.จะอยู่ทางขวาใกล้กับประตูเล็กๆ ค่ะผ่านซุ้มรปภ. และประตูเลื่อนหน้าโครงการเข้ามาจะเป็นถนนหลักของโครงการที่กว้างประมาณ 13 เมตรเมื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและเพียบพร้อมไปด้วยความสุขของทุกคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ทางโครงการยังจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบทุกความต้องการของไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน ลูกบ้านทุกหลังจึงสามารถมาทำกิจกรรมที่หลากหลายในบริเวณ Club House 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่บริเวณขวามือติดซุ้มทางเข้าออกโครงการ ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน, ห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายครบครัน รวมไปถึงสวนสาธารณะขนาดกว้างที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย และกิจกรรมอื่นๆ ของเด็กเล็กติดซุ้มโครงการฝั่งขวามือเป็น Clubhouse ภายในรองรับที่จอดรถได้ประมาณ 6 คัน ซึ่งแบ่งห้องออกเป็นห้องฟิตเนส ห้องรับรอง ห้องน้ำ และส่วนที่นั่งพักผ่อนชมสวน ส่วนชั้น 2 จะมีสระว่ายน้ำและ Sunken seat รวมถึงพื้นที่ล้างตัวและห้องน้ำค่ะภายในห้องฟิตเนสโอบล้อมด้วยกระจกใส ให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายไปด้วยชมวิวไปด้วยได้อย่างเพลิดเพลินนอกจากสามารถมองวิวสวนได้อย่างจุใจแล้ว ภายในห้องฟิตเนสเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครันเลยนะคะด้านหน้าระหว่างห้องรับรองและห้องฟิตเนสทางโครงการได้จัดเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้นั่งพักผ่อนด้วยค่ะวิวสวนบริเวณ Clubhouse ค่ะจากสวนมองกลับไปที่ Clubhouse ของโครงการค่ะเมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมาชั้น 2 ฝั่งขวามือจะเป็นสระว่ายน้ำที่มีทั้งส่วนกลางแจ้งและในร่ม พร้อมที่นั่งพักผ่อนในร่มข้างสระติดกับทางขึ้นลงคลับเฮ้าส์ จะมีชุดที่นั่งแบบ Sunken Seat วิวสวนอยู่สระว่ายน้ำเป็นสระระบบเกลือแบบน้ำล้นนะคะ แบ่งออกเป็นสะเด็กและผู้ใหญ่ข้างสระอีกฝั่งด้านซ้ายจะมีห้องน้ำและจุดล้างตัวนะคะบริเวณข้างสระด้านขวาจะมีที่นั่งในร่มด้วยค่ะที่นั่งในร่มข้างสระใช้กันแดดกันฝนได้ มีทั้งโซฟาแบบ Day bed และแบบม้านั่งยาวๆจากที่นั่งในร่มข้างสระมองไปที่สระ จะเห็นว่ามีทั้งส่วนในร่มและกลางแจ้งแบบนี้เลยนะคะ ข้อดีคือทำให้สามารถใช้สระว่ายน้ำได้ทุกเวลา หากอากาศร้อนก็หลบเข้ามาใช้งานในส่วนร่มได้จากสวนหย่อมตรงเข้าไปส่วนของบ้านพักอาศัยจะมีประตูเลื่อนบานที่ 2 กั้นกลางอยู่ก่อนจะแบ่งบ้านออกเป็นฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ซึ่งน่าจะเป็นโครงการบ้านในแนวราบสร้างใหม่ที่โดดเด่นและน่าสนใจในแถบนี้เลยก็ว่าได้  โดยมีแบบบ้านให้เลือกถึง 8 แบบทั้งบ้าน 2 ชั้นและ 3 ชั้น ตามพื้นที่ใช้สอยดังต่อไปนี้..จาก Clubhouse เดินตรงมาบนถนนหลัก กว้าง 13 เมตร จะเป็นประตูเลื่อนชั้นที่ 2 ที่กั้นส่วนอาคารที่พักอาศัยไว้อีกชั้นเพื่อความปลอดภัยอีกระดับนะคะ ระบบรักษาความปลอดภัยจะเป็นแบบ Double gate secuity โดยประตูใหญ่จะถูกเลื่อนจากสัญญาณของ Remote access เหมือน Easypass ของทางด่วนเลยค่ะ ซึ่งจะเห็นว่าภายในโครงการไม่มีเสาไฟมาให้เกะกะสายตาเลย เพราะทางโครงการฝังเสาไฟฟ้าลงดินให้เรียบร้อยแล้วแบบบ้าน Sane บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 2 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 52 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 232 ตารางเมตรแบบบ้าน Reach บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 73 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 289 ตารางเมตรแบบบ้าน Quest บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 102 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 365 ตารางเมตรแบบบ้าน Keen บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 50.7 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 311 ตารางเมตรแบบบ้าน Niche บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 2 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 52.5 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 317 ตารางเมตรแบบบ้าน Live บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 61.3 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 357 ตารางเมตรแบบบ้าน Most บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 71.2 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 418 ตารางเมตรแบบบ้าน Pride บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน มาพร้อมลิฟท์ส่วนตัว และสระว่ายน้ำ เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 89.3 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 550 ตารางเมตรเปิดประตูบ้านตัวอย่าง สำหรับบ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมในวันนี้คือแบบ Pride บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่นับว่าเป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ ขนาดที่ดิน 89.3 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 550 ตารางเมตร ประกอบด้วย 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ มาพร้อมลิฟท์ 1 ตัว และสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วยค่ะ ถ้าผ่านรั้วบ้านเข้ามาจะเป็นพื้นที่จอดรถและมีพื้นที่สีเขียวรอบบ้านรวมถึงต้นไม้ใหญ่รายล้อมอยู่รอบๆ บริเวณบ้าน ตัวบ้านถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ ลักษณะทรงกล่องที่ดูเรียบง่าย โดยเน้นพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก และใช้วัสดุที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นผนังฉาบปูนเรียบทาสีขาว กระเบื้องลายไม้และลายหินอ่อนเพื่อเพิ่มความหรูหราและเติมมิติให้แก่ตัวบ้านดูมีรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจุดเด่นของแบบบ้าน Pride จะมีบันไดหน้าเฉลียงติดประตูทางเข้าบ้านชั้น 1 เพื่อใช้ขึ้นไปชั้นสระว่ายน้ำที่ชั้น 2 ได้ ข้อดีของการออกแบบบันไดไว้หน้าบ้านแบบนี้ ก็ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดีในระดับหนึ่งเลยนะคะ เพราะเวลามีแขกมาเยี่ยมเยียน สมาชิกก็สามารถเลี่ยงโดยใช้บันไดนี้เข้าสู่ตัวบ้านชั้น 2 ได้แปลนแบบบ้าน Pride บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน มาพร้อมลิฟท์ส่วนตัว และสระว่ายน้ำ เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 89.3 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 550 ตารางเมตร บริเวณชั้น 1 นะคะตัวบ้านถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย ในสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่ โดยใช้รูปทรงเลขาคณิตอย่างสี่เหลี่ยมเป็นองค์ประกอบ จุดเด่นคือมีบันไดที่สามารถขึ้นไปที่ระเบียงชั้น 2 ได้ โดยมีสระว่ายน้ำกรุด้วยหินอ่อนรอบสระ ตัวอาคารตกแต่งตกแต่งด้วยสีขาวตัดด้วยสีวัสดุทั้งจากลายไม้ และหินอ่อน ทำให้ตัวบ้านดูหรูหราและสง่างามบริเวณหน้าบ้านจะมีทางเข้าด้วยกันสองทางคือจากประตูบานไม้ และทางบันไดหินอ่อนจากหน้าบ้านขึ้นไปที่ข้างสระว่ายน้ำชั้น 2พื้นส่วนลานจอดรถแยกโครงสร้างกับตัวบ้านนะคะ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีรอยร้าวหรือรอยแยกออกมาจากตัวบ้านในระยะยาว ซึ่งสามารถจอดรถได้ 3 คันสวนข้างลานจอดรถฝั่งขวามือของบ้านตัวอย่าง ทางโครงการได้ทำการปูหญ้า จัดสวน และวางแผ่นหินและรั้วพุ่มไม้เป็นทางเดินไปสวนข้างบ้านมาให้ดูเป็นไอเดียเปิดประตูบ้านเข้ามาจะเป็นโถงทางเข้าตรงยาวเข้าไปเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ Built in ตู้เก็บของพร้อมที่นั่งใส่รองเท้ามาให้ดูเป็นตัวอย่างมุมมองกลับมาจะเห็นว่ามือจับประตูบ้านนั้นเป็นแบบ Digital Door Lock ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกคนในบ้านได้ดีทีเดียวค่ะสำหรับพื้นส่วนนี้จะถูกลดระดับลงมาจากพื้นบ้านชั้น 1 เพื่อช่วยกันฝุ่นเข้าสู่ตัวบ้านนะคะจากทางเดินเข้ามาจะเป็นส่วนของโถงกลางที่มีเพดานสูงถึง 3 เมตรเลยนะคะ ทำให้ดูโปร่งโล่งสบาย ซึ่งทางโครงการตกแต่งส่วนนี้เป็นตัวอย่าง โดยจัดให้เป็นครัวแบบฝรั่ง ที่มีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งรับประทานอาหารและไอส์แลนด์เตรียมอาคารไว้ตรงกลาง ก่อนจะต่อเนื่องไปยังโต๊ะรับประทานอาหาร และส่วนของ Pantryไอส์แลนด์จะมาพร้อมที่เก็บของด้านล่างด้วยนะคะพื้นที่ตรงกลางมีขนาดกว้างพอสำหรับวางชุดโต๊ะรับประทานอาหารแบบโต๊ะกลมสำหรับ 8 ที่นั่ง ซึ่งสามารถเดินได้โดยรอบสบายๆPantry ถูกจัดฟังก์ชั่นแบบตัวแอล (L) ยาวขนานไปกับผนังฝั่งหนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับวางเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำกาแฟ เครื่องปิ้งขนมปัง เตรียมอาหาร หรือวางอุปกรณ์ต่างๆ ได้สำหรับชุดครัวอีกฝั่งจะมีเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล่างจาน ซึ่งสามารถประกอบอาหารได้สบายๆภายในครัวปิดก่อเคาน์เตอร์วางท็อปหินแกรนิตสีดำ พร้อมหน้าบานปิดช่องเก็บของมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ พื้นที่ฝั่งตรงข้ามจะโล่งๆ เหมาะแก่การวางตู้เย็น ส่วนพื้นที่ในสุดจะมีประตูเปิดออกไปลานซักล้างข้างบ้านได้ที่ลิ้นชักมีช่องแบ่งช้อนส้อมและเก็บจานชามติดมาให้เรียบร้อยก็อกน้ำจะเป็นโครเมียมที่นอกจากหมุนซ้ายขวาได้แล้ว ยังสามารถยกตัวก็อกน้ำออกมาได้เหมือนฝักบัวได้อีกด้วยติดกับโต๊ะรับประทานอาหารจะมีประตูบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียม ลูกฟักกระจกเขียวตัดแสงที่สามารถเปิดออกไปสวนข้างบ้าน และเปิดเพื่อรับลมเข้าสู่ตัวบ้าน ข้อดีของการมีประตูและหน้าต่างกระจกใสคือช่วยทำให้บ้านไม่ดูทึบตัน ไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวันสำหรับพื้นที่ด้านนอกทางโครงการจัดตัวอย่างไว้ให้เป็นมุมรับประทานอาหารแบบ 10 ที่นั่ง พร้อมตกแต่งผนังส่วนที่ว่างเป็นสวนแนวตั้งเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่บ้านมองขึ้นไปด้านบนก็จะเป็นทางเดินที่เชื่อมระหว่างห้องรับแขกชั้น 2 และห้องนอน Master bedroom เพื่อความเป็นส่วนตัวของห้องนอนใหญ่ ใต้สะพานจะเห็นว่ามีลำโพง Bose แบบ Bluetooth จาก Sonos ติดไว้สำหรับจัดปาร์ตี้หรือเปิดเพลงฟังเวลานั่งพักผ่อนนอกบ้านได้ติดกับมุมรับประทานอาหาร ทางโครงการทำ Pavillion เป็นโซฟากว้างรูปตัว U พร้อมหลังคากันแดดกันฝนมาให้ดูเป็นไอเดียกลับเข้ามาด้านใน ฝั่งตรงข้ามครัวและส่วนห้องรับประทานอาหารจะเป็นบันไดทางขึ้นไปชั้น 2 และลิฟท์โดยสารในบ้าน ซึ่งจะมีเฉพาะบ้านแบบ Pride ซึ่งเป็นแบบบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโครงการหลังนี้เท่านั้นพื้นที่ติดกับลิฟท์จะเป็นโถงทางเดินซึ่งมีห้องครัวแบบปิด, ห้องน้ำชั้นล่าง และห้องนอนชั้นล่างสำหรับครัวจะมีประตูบานเลื่อนเปิดปิดปิดด้วยนะคะ ซึ่งเหมาะกับการประกอบอาหารไทยที่มีกลิ่นแรงเปิดประตูด้านหลังออกมาจะเป็นส่วนลานหลังบ้านทางโครงการออกแบบพื้นเฉลียงปูกระเบื้องและลานคอนกรีตแยกโครงสร้างกับตัวบ้าน ติดไฟสำหรับตอนกลางคืนและเตรียมเต้าเสียบปลั๊กไฟมาให้เรียบร้อยกลับเข้ามาด้านใน ถัดจากครัวจะเป็นห้องน้ำชั้นล่างนะคะห้องน้ำชั้นล่างเป็นห้องน้ำแบบไม่มีส่วนอาบน้ำนั่นเองค่ะ สเป็ควัสดุห้องน้ำได้ตามนี้ค่ะ คือพื้นและผนังเป็นหินอ่อนสีครีมเทาติดกับห้องน้ำชั้นล่าง พื้นที่ในสุดจะเป็นห้องอเนกประสงค์ของบ้านนะคะ ซึ่งเหมาะที่จะใช้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากไม่ต้องให้ผู้สูงอายุต้องขึ้นลงบันได แต่บางบ้านที่ไม่มีผู้สูงอายุก็อาจประยุกต์ใช้เป็นห้องนอนแขก ห้องทำงาน หรือห้องเลี้ยงเด็กก็ได้นะคะภายในห้องมีขนาดกว้างใหญ่เลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 6 ฟุตไว้เป็นตัวอย่าง จากรูปจะเห็นว่ามีพื้นที่เหลือสำหรับวางโซฟาตัวยาว และโต๊ะกลางได้อีกด้วยมุมนั่งเล่นข้างเตียงสามารถจัดวางชุดเก้าอี้และโซฟาตัวยาวได้สบายๆ ติดกันนั้นเป็นเป็นประตูบานเลื่อนออกไปยังสวนข้างนอกได้ การมีประตูกระจกทำให้มีแสงจากธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้ดีพื้นที่ตรงข้ามกับมุมนั่งเล่นจะมีเคาน์เตอร์เล็กๆ ที่สามารถวางเครื่องทำกาแฟ รวมถึงใส่ตู้เย็นขนาดเล็กที่ใส่ใต้ล่างได้ด้วยมุมมองจากมุมนั่งเล่นกลับไปด้านในตัวห้อง พื้นที่ใต้แอร์ก็จะมีโซฟาตัวยาวแบบไม่มีพนัก เหมาะสำหรับรองรับพยาบาลประจำตัวหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ ติดกันนั้นมีพื้นที่ที่สามารถจัดเป็นมุมแต่งตัวได้สบายๆ ส่วนทางขวามือ ตรงกลางเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ติดทางเข้าห้องน้ำในตัวนอกจากจัดสรรพื้นที่ให้เป็นที่นั่งพักผ่อนแล้วยังสามารถจัดพื้นที่ด้านข้างให้เป็นโต๊ะทำงานที่เชื่อมต่อกับชั้นวางทีวีได้อีกด้วยตู้เสื้อผ้าภายในบ้านตัวอย่างจัดมาแบบ Built in ที่เป็นบานดึงออกนะคะ ซึ่งพื้นที่ตรงกลางจัดให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ด้านหลังกระจกเป็นหน้าต่างกระจกใสทำให้มีแสงธรรมชาติเข้ามา ช่วยให้ห้องสว่างและแต่งหน้าได้ง่ายขึ้นห้องน้ำมีขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ ซึ่งมีส่วนอาบน้ำพร้อมแยกส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้ สุขภัณฑ์เป็นของ Kohler ผนังห้องน้ำปูกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีครีม พื้นห้องลดระดับลงต่ำกว่าส่วนห้องนอนประมาณ 5 เซนติเมตร ส่วนพื้นห้องน้ำปูเป็นกระเบื้องโมเสกยาวชิ้นเล็กๆ ไล่สีโทนสีครีม เทา ทอง บ่งบอกถึงความหรูหราพื้นที่ส่วนเปียกจะกั้นฉากกั้นอาบนำ้กระจกเทมเปอร์มาให้แล้วนะคะ โดยพื้นส่วนเปียกจะลดระดับลงไปประมาณ 5 เซนติเมตรภายในห้องอาบน้ำมีการก่อปูนขึ้นมาเป็นที่นั่งให้ผู้ใหญ่นั่งอาบน้ำได้สบายๆ มีช่องแสงด้านบนเป็นหน้าต่างบานเลื่อนส่วนสำคัญอีกส่วนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือพื้นที่ชั้นสอง ที่ทางโครงการตั้งใจออกแบบไว้ให้พื้นที่ตรงนี้ มีทางขึ้นมา 3 ทาง คือขึ้นบันไดหน้าบ้านมา, ขึ้นบันไดในบ้าน และใช้ลิฟท์ โดยชั้น 2 ส่วนหน้าบ้านเลยจะเป็นสระว่ายน้ำและระเบียงสำหรับนั่งพักผ่อน ถัดเข้าบ้านมาเป็นส่วนห้องรับแขกขนาดใหญ่ ด้านหลังจะมีบันไดขึ้นไปชั้น 3 และมีทางเดินเชื่อมผ่าน Court ตรงกลางบ้านไปยังห้อง Master bedroom ที่อยู่ด้านหลังบ้าน ภายในจะมีพื้นที่วางเตียงนอน ชุดโซฟา มุมห้องทำงาน พื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวแบบ Full Bath ที่ให้อ่างอาบน้ำมาให้ด้วยค่ะแปลนแบบบ้าน Pride บริเวณชั้น 2 นะคะ จุดเด่นคือมีทางขึ้นได้ 3 ทาง คือขึ้นบันไดหน้าบ้าน บันไดในบ้าน และลิฟท์ โดยชั้น 2 ส่วนหน้าบ้านจะเป็นสระว่ายน้ำและระเบียงสำหรับนั่งพักผ่อน ถัดเข้าบ้านมาเป็นส่วนห้องรับแขกขนาดใหญ่ ด้านหลังจะมีบันไดขึ้นไปชั้น 3 และมีทางเดินเชื่อมผ่าน Court ตรงกลางบ้านไปยังห้อง Master bedroom ด้านหลังเมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมาจะเจอส่วนหน้าลิฟท์ชั้น 2 ที่มี Built in ชั้นวางของสูงจรดเพดานมาให้ ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ดีทีเดียวค่ะพื้นที่บริเวณโถงกลางของชั้น 2 จะเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ซึ่งทางโครงการตกแต่งบ้านตัวอย่างให้เป็นไอเดียโดยวางโซฟารูปตัว L ขนาด 6 ที่นั่ง พร้อมเก้าอี้อาร์มแชร์ และโต๊ะกลางมาให้เห็นระยะที่สามารถใช้งานได้จริงและสะดวกสบายระยะห่างจากโซฟาถึงคอนโซลทีวีมีระยะประมาณ 2 เมตรกว่าๆ ซึ่งลูกบ้านสามารถวางทีวีจอใหญ่ขนาด 50 นิ้วขึ้นไปได้เลยค่ะติดกับบริเวณคอนโซลทีวีจะมีประตูออกไปสระว่ายน้ำชั้น 2 ซึ่งเป็นแบบก้านโยกนะคะ โดยทุกจุดของประตูและหน้าต่างในบ้านจะมีแผ่นแม่เหล็กที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบกันขโมยแบบ Magnetic Shock Sensor ติดมาให้ เพื่อเพิ่มระบบการรักษาความปลอดภัยอีกระดับเปิดประตูออกมาจะเป็นระเบียงที่เชื่อมอยู่ระหว่างบันได้ทางขึ้นจากเฉลียงหน้าบ้านชั้นล่าง และสระว่ายน้ำด้านซ้ายค่ะทางเดินเมื่อไต่บันไดขึ้นไปบริเวณข้างสระจะปูด้วยไม้เทียม ซึ่งมีความทนทานเวลาโดนน้ำ และมีมุมให้วางชุดที่นั่งข้างสระได้ ด้านบนมีชายคาระเบียงยื่นออกมาบังแดดบังฝนให้กับทางเดินและที่นั่งพักผ่อนข้างสระสระว่ายน้ำเป็นสระกลางแจ้งขนาดประมาณ 3 x 4 เมตร พื้นสระปูกระเบื้องโมเสกสีน้ำเงินฟ้า ขอบสระกรุหินอ่อนสีดำที่ดูหรูหรากลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ด้านหลังมุมนั่งเล่นจะเป็นบันไดขึ้นไปชั้น 3 ส่วนทางเดินทอดยาวตรงไปนั้นจะเป็นทางเดินเชื่อมไปห้องนอนใหญ่เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนใหญ่จะเจอมุมนั่งเล่นก่อนนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 6 ฟุตไว้เป็นตัวอย่าง จากภาพจะเห็นว่าเหลือพื้นที่ทางเดินได้โดยรอบสบายๆ เลยค่ะทางโครงการจัดมุมนั่งเล่นตัวอย่างไว้ที่พื้นที่ปลายเตียง โดยวางโซฟาแบบ 3 ที่นั่งมาให้พร้อม Built in ชั้นหนังสือด้านข้าง และคอนโซลวางทีวีสำหรับคนที่ชอบนอนดูหนัง หรืออ่านหนังสือก่อนนอนนอกจากจะมีมุมนั่งเล่นในตัวแล้ว พื้นที่ลึกเข้าไปยังมุมทำงาน ห้องน้ำขนาดใหญ่และ Walk-in closet ขนาดใหญ่ในตัวด้วยพื้นที่ลึกเข้าไปด้านในติดกับห้องน้ำ จะเป็นพื้นที่เอนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นมุมทำงานเหมือนห้องตัวอย่างได้เลยนะคะกลับออกมาจะเจอกับส่วนของ Walk-in Closet ค่ะในส่วนของ Walk-in closet ก็เรียกว่าตกแต่งเป็นไอเดียตัวอย่างให้ลูกบ้านได้ดีเลยนะคะ เพราะสามารถตอบโจทย์ได้โดนใจทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ที่ต้องการตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ พร้อมชั้นวางของตรงกลางนอกจากจะออกแบบชั้นวางของ ที่แขวนเสื้อผ้ามาแบบเต็มที่แล้ว ยังจัดสรรพื้นที่ตรงกลางให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งอีกด้วยติดกับ Walk-in closet จะเป็นห้องน้ำนะคะภายในห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำทรงกลมสีขาวสะอาดตา ผนังข้างอ่างกรุด้วยหินอ่อนสีน้ำตาลทองที่ดูหรูหรา แถมยังทำเป็นชั้นวางของที่สามารถวางอุปกรณ์อาบน้ำหรือของตกแต่งได้อีกด้วยติดกับห้องอาบน้ำจะเป็นห้องโถสุขภัณฑ์ โดยใช้แบรนด์ Kohler นะคะ ซึ่งมาพร้อมสายฉีดชำระและที่แกนใส่ทิชชูพื้นที่ส่วนเปียก ภายในห้องอาบน้ำ จะกั้นกระจกเทมเปอร์มาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ภายในมีที่นั่งอาบน้ำกรุหินอ่อนมาให้ใช้วางของและนั่งขัดผิวเวลาอาบน้ำได้ โดยจะมีฝักบัวแบบ Rain Shower ติดตั้งมาให้ในตัวแล้วค่ะอ่างล้างหน้าเป็นแบบ 2 หลุม (His & Her) เคาน์เตอร์ปูท็อปด้วยหินอ่อนสีครีมเทาเข้ากับพื้นและผนังห้องน้ำ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ขนาดไปกับความยาวของอ่างแปลนแบบบ้าน Pride บริเวณชั้น 3 นะคะ ซึ่งเป็นพื้นที่ของห้องนอนทั้งหมดเมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมาชั้น 3 จากทางบันไดก็จะเจอลิฟท์และโถงทางเดินก่อนแยกไปยังโถงกลางที่อยู่ติดระเบียง และห้องนอนทั้ง 3 ห้องมาดูกันที่ห้องนอนฝั่งหน้าบ้านกันก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องนอนมีขนาดกว้างขวางอย่างที่เห็นเลยนะคะ ซึ่งสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้สบายๆทางโครงการ Built in เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องมาให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ จากภาพจะเห็นได้ว่าจัดสรรทุกอย่างได้ลงตัวมากๆพื้นที่ข้างเตียงฝั่งหนึ่งทำ Built in ชั้นวางของติดผนังและโซฟาไว้สำหรับพักผ่อน แถมใต้โซฟามีช่องลิ้นชักเป็นที่เก็บของด้วยนะคะพื้นที่ในสุดถูก Built in ให้เป็นมุมทำงาน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเครื่องแป้ง ซึ้งกั้นกลางพื้นที่ด้วยคอนโซลทีวีถัดเข้ามาด้านในจะเป็นห้องน้ำ ภายในห้องแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งไว้อย่างลงตัวพื้นที่ส่วนเปียกจะมีฉากกั้นเป็นกระจกเทมเปอร์ พร้อมมือจับอลูมิเนียมที่สามารถใช้แขวนผ้าเช็ดตัวได้ ซึ่งพื้นส่วนเปียกนั้นลดระดับลงไปประมาณ 3 เซนติเมตรค่ะสุขภัณฑ์ที่ใช้จะเป็นของแบรนด์ Kohler หรือเทียบเท่านะคะกลับออกมาดูที่ห้องนอนอีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกัน ภายในห้องนอนนี้เปิดประตูเข้าไปจะเจอตู้เสื้อผ้าก่อนนะคะภายในห้องมีขนาดกว้างขวาง สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้เหมือนห้องนอนอื่นเลยนะคะทางโครงการ Built in เฟอร์นิเจอร์มาให้ดูเป็นตัวอย่าง หลากหลายมุมเลยนะคะอีกฝั่งของผนังตรงข้ามเตียงทำ Built in ตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อนและโต๊ะทำงานพร้อมชั้นวางของมาให้เรียบร้อยติดกับมุมทำงานหรือแต่งตัวจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องแบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งเหมือนดั่งห้องอื่นๆ ในชั้น 3 ส่วนอาบน้ำพร้อมฉากกั้นมาให้ พื้นลดระดับลงไปประมาณ 5 เซนติเมตร สุขภัณฑ์เป็นของ Kohler พื้นห้องน้ำปูกระเบื้องลายไม้ให้ความรู้สึกนุ่มนวลน่าใช้งานกลับเข้ามาที่โถงกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่เอนกประสงค์อยู่ติดระเบียง ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตรงนี้ให้เป็นห้องพระ หรือเป็นพื้นที่นั่งเล่นเช่นเดียวกับในภาพก็ได้นะคะติดกับพื้นที่เอนกประสงค์จะเป็นห้องนอนอีกห้องหนึ่งนะคะห้องนอนนี้จะมีขนาดใหญ่กว่า 2 ห้องก่อนหน้านะคะ ภายในห้องสามารถจัดฟังก์ชั่นให้เป็นทั้งส่วนนั่งเล่น ทำงาน และพักผ่อนสำหรับเตียงนอนก็สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้และเหลือระยะเดินโดยรอบได้สบายเช่นเดียวกับห้องอื่นๆ ค่ะ แถมยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงให้ Built in โซฟา และชั้นวางของแบบแขวนผนังได้ด้วยบริเวณปลายเตียงจะเป็นระเบียงมีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นให้ออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกยามเช้านะคะพื้นที่ลึกเข้าไปด้านในสุดจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ที่อยู่ติดกับห้องน้ำนะคะภายในห้องน้ำแบ่งแยกพื้นที่เปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน บริเวณโซนเปียก ทางโครงการจะติดฉากกั้นอาบน้ำด้วยประตูกระจกมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะสุขภัณฑ์ที่ลูกบ้านจะได้รับก็ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเคาน์เตอร์ล้างหน้าสุขภัณฑ์ที่ลูกบ้านจะได้รับก็ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเคาน์เตอร์ล้างหน้าไว้ตรงกลางห้อง ก่อนจะจัดโถสุขภัณฑ์ไว้ชิดผนังฝั่งขวา โดยรวมแล้วถือว่าการออกแบบและจัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านมีความลงตัวทุกตารางเมตรเลยนะคะ เพราะมีระยะเหมาะสมกับการใช้งานทั้งห้องรับแขก ห้องทานอาหาร ห้องน้ำและห้องครัวแบบปิด ซึ่งการแทรก Courtyard ข้างบ้าน ก็เปรียบเสมือนสวนสวยส่วนตัวที่เสริมให้พื้นที่ธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ทางโครงการยังใส่ใจรายละเอียดทั้งในแง่การใช้งานและลักษณะวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน อาทิ การเตรียมห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ, ระยะใช้สอยกับพื้นที่ก็เอื้อต่อการใช้รถเข็น และแบบบ้านที่ยังมีลิฟต์ในตัว เป็นต้น สำหรับบ้านที่ทางโครงการเปิดขายนั้นจะเป็นบ้านมาตรฐาน (บ้านเปล่า) ผนังบ้านฉาบปูนเรียบทาสีขาว, ฝ้าเพดานยิปซั่มฉาบเรียบทาสีขาว มาพร้อมไฟดาวน์ไลท์ทั้งหลัง มีเพดานสูง 3 เมตร ข้อดีคือทำให้บ้านโปร่งโล่งสบายและมีพื้นที่เก็บของแนวตั้งได้เยอะ อีกทั้งยังสามารถตกแต่งเพดานได้หลากหลายรูปแบบ โดยใช้วัสดุอุปกรณ์คุณภาพทั้งหมด พร้อมมีระบบสัญญาณกันขโมย Magnetic & Motion Sensor ทุกหลังอีกด้วย และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพจาก บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด ที่สะท้อนให้เห็นแล้วว่าโครงการบ้านที่ดีนั้นต้องออกแบบบ้านให้ทันสมัย จัดฟังก์ชั่นการใช้งานให้คุ้มค่าทั้งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านและ Facility ที่รองรับความสุขของสมาชิกครอบครัวทุก Gen ที่สำคัญพื้นที่บริเวณรอบต้องมีความอุดมสมบูรณ์ ไปไหนมาไหนสะดวก ใกล้ทางด่วน ห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก จนคุณสามารถมั่นใจได้ว่า “เนอวานา บียอนด์ พระราม 2” เป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่เป็นมากกว่าบ้าน โดยเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตที่เพียบพร้อมอย่างแตกต่างและลงตัว อีกทั้งทุกฟังก์ชั่นการใช้งานตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างมีเอกลักษณ์ ในราคาเริ่มต้น 19-40 ล้าน บอกได้คำเดียวว่า “คุ้มค่า” จริงๆ ค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อชมโครงการได้ที่ www.nirvana-group.com/th/project/beyond-rama-2

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

จุดเริ่มต้นของการอยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งของใครหลายๆ คน ก็คงไม่ต่างจากบ้านของ คุณเอก ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก สถาปนิกหนุ่มแห่ง Gooseberry Design ที่มีความตั้งใจอยากสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว รองรับชีวิตของลูกตัวน้อยทั้งสองคน โดยลงมือออกแบบบ้านด้วยตัวเองซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดของขนาดที่ดินและสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนหนาแน่นในซอยโดยรอบ แต่คุณเอกเองก็ได้ใช้ความสามารถทางวิชาชีพที่มีก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยให้ออกมาสวยงามน่าอยู่อาศัยในรูปแบบโมเดิร์น ทรอปิคัล ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี บ้านกล่องสี่เหลี่ยมหลังคาทรงจั่วสีขาว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางชุมชนอย่างสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 280 ตารางเมตร จุดสังเกตหลักที่เราสะดุดตาได้ตั้งแต่แรกเห็น คืออาคารสีขาวโพลนออกแบบ Facade (ฟาซาด) เหล็กสีดำมีลักษณะเหมือนตัวต่อเลโก้ไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ ในรูปทรงสามเหลี่ยมปกคลุมอาคารด้านหน้าไว้เพียงครึ่งหนึ่ง  ซึ่งมีหน้าที่ช่วยลดความร้อนก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน และยังช่วยลดอัตราการใช้พลังงานให้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องแสงเพื่อให้ภายในบ้านได้รับลมและแสงสว่างเพียงพอ นอกจากจะได้ความสวยงามอย่างปลอดโปร่งแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับ อีกทั้งตัวอาคารยังดูสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการประดับประดาไม้ประดิษฐ์สีเขียวขจีลงไปในชิ้นฟาซาดเหล็ก “บ้านหลังนี้มีที่มาครับ” สถาปนิกเจ้าของบ้านเริ่มเล่า “ช่วงหลายปีก่อนผมซื้อที่ดินแปลงนี้เก็บไว้เฉยๆ ตอนแรกทำเป็นสนามหญ้าให้ลูกวิ่งเล่น แต่พอเห็นรถไฟฟ้าหน้าซอยเริ่มก่อสร้างเลยคิดอยากสร้างบ้านไว้ให้เขาในอนาคต โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าบ้านอยู่สบาย ไม่ร้อน และตอบโจทย์งบประมาณ ผมเลยออกแบบแปลนบ้านให้มีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) มีสเปซเชื่อมถึงกันทุกส่วน โดยเว้นคอร์ทยาทไว้ตรงกลางไว้ให้สมาชิกทุกคนสามารถมองวิวได้ แม้ในอนาคตจะมีอาคารอื่นมาสร้างขึ้นข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอยู่”  ทั้งนี้เพื่อดึงธรรมชาติภายนอกเข้าไปสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านจะพบว่าพื้นที่ภายในดูโปร่งโล่งสบายและเชื่อมต่อถึงกันทุกส่วน เนื่องจากมีประตูบานเลื่อนและบานเฟี้ยมกระจกใสรายล้อมอาคารผนังฝั่งที่ติดกับคอร์ทยาท โดยพื้นที่แรกจะเป็นส่วนของแพนทรีและโต๊ะทานข้าวกระชับความสัมพันธ์ก่อนขยับเข้าไปยังทางเดินที่แยกขึ้นบริเวณชั้นสองและห้องนั่งเล่น อีกทั้งประตูหน้าต่างของบ้านเมื่อเลื่อนเปิดออกทั้งหมดจะทำให้ลมพัดผ่านได้ดี ไม่เพียงแต่พื้นที่ภายในเท่านั้นที่มีความเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน บริเวณสวนด้านนอกภายในบ้านหลังนี้มีต้นมั่งมี ที่ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่พักอาศัยคอยทำหน้าที่ให้ความร่มรื่น และลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมคอนกรีตลงมาอยู่ในจุดที่สมดุลโดยไม่ไปรบกวนโครงสร้างโดยรวม  ในบริเวณห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้เรียบง่าย เน้นโทนสีเรียบๆ มีลูกเล่นอยู่ที่ผนังกรุลามิเนตลายไม้สีอ่อนให้กลิ่นอายสไตล์สแกนดิเนเวีย ภายในถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเป็นตู้และชั้นวางของล้อไปกับโครงสร้างของบ้าน อีกสิ่งหนึ่งเลยที่คุณเอกบอกว่าขาดไม่ได้สำหรับห้องนั่งเล่นนี้คือโซฟาตัวยาวสีเทาเข้มที่เลือกลงทุนเพื่อการใช้งานในระยะยาว โดยจัดวางโซฟาไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ส่วนนี้เป็นสเปชกึ่งห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เพราะสถาปนิกออกแบบให้มีมุมทำงานในตัวแต่พื้นที่โดยรอบก็ยังดูโปร่งโล่งด้วยการกรุประตูกระจกใสไว้ที่ผนังฝั่งที่เชื่อมกับคอร์ทยาท  ด้วยการออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบ้านเชื่อมต่อถึงกัน บริเวณโถงทางเดินจึงต่อเนื่องและนำสายตาไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้เป็นอย่างดี ส่วนผนังข้างบันไดขึ้น-ลงคุณเอกหล่อเป็นแผ่นคอนกรีตสูงจากพื้นจรดเพดานชั้นสองขึ้นมาเพื่อโชว์พื้นผิวแบบดิบๆ ซึ่งก็สอดรับกับโครงเหล็กที่เห็นเป็นเส้นสายแนวตั้งโดยใช้เป็นราวจับบันได อีกทั้งยังปูลูกนอนด้วยไม้สักเนื้อแข็งสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นกับบ้านมากขึ้น  ทันทีที่ไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับระเบียงที่เปิดโล่ง มองเห็นคอร์ทยาทเป็นส่วนเชื่อมพื้นที่ตรงกลางพร้อมรับแสงธรรมชาติสู่ภายในได้เต็มที่ พื้นที่ทั้งหมดประกอบด้วยห้องนอนใหญ่บริเวณส่วนในสุดของอาคาร ห้องนอนเล็ก ห้องพระ และห้องทำงานจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ติดกับรั้วด้านหน้าบ้าน  อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของบ้านหลังนี้คือเพดานในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยปูนเปลือยทั้งหมด โดยเกิดจากความตั้งใจของคุณเอกที่อยากโชว์พื้นผิวของวัสดุจึงหล่อเป็นคอนกรีตขึ้นมา ทำให้หลังคาจั่วนี้ดูสวยงามไม่ต่างจากหลังคาจั่วทั่วไป แถมภายในห้องยังให้บรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบายอีกด้วย [captionquote] คุณเอกกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “การออกแบบบ้านแต่ละหลังสำหรับผมที่เป็นสถาปนิกจะคำนึงถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมก่อนเป็นหลัก เพราะการออกแบบอะไรในบริบทที่ต่างกันนั้นต้องทำออกมาให้ดีที่สุดและต้องตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ด้วย เพราะพื้นที่อันจำกัดเราเลยต้องออกแบบให้บ้านหลังนี้ดูเรียบง่าย โปร่งโล่ง และสบายตา อีกอย่างคือมีช่องแสงเยอะทำให้ประหยัดไฟและเย็นสบาย อย่างน้อยการดีไซน์ที่ดีก็ช่วยแบ่งเบาพลังงานได้”[/captionquote] เราอาจกล่าวสรุปได้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังนี้นอกจากคุณเอกตั้งใจสร้างให้เป็นบ้านสำหรับลูกๆ แล้ว ยังสร้างตามใจผู้อยู่อย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน

รีวิวที่อยู่อาศัย

ไอเดียแต่งบ้าน

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

จุดเริ่มต้นของการอยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งของใครหลายๆ คน ก็คงไม่ต่างจากบ้านของ คุณเอก ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก สถาปนิกหนุ่มแห่ง Gooseberry Design ที่มีความตั้งใจอยากสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว รองรับชีวิตของลูกตัวน้อยทั้งสองคน โดยลงมือออกแบบบ้านด้วยตัวเองซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดของขนาดที่ดินและสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนหนาแน่นในซอยโดยรอบ แต่คุณเอกเองก็ได้ใช้ความสามารถทางวิชาชีพที่มีก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยให้ออกมาสวยงามน่าอยู่อาศัยในรูปแบบโมเดิร์น ทรอปิคัล ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี บ้านกล่องสี่เหลี่ยมหลังคาทรงจั่วสีขาว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางชุมชนอย่างสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 280 ตารางเมตร จุดสังเกตหลักที่เราสะดุดตาได้ตั้งแต่แรกเห็น คืออาคารสีขาวโพลนออกแบบ Facade (ฟาซาด) เหล็กสีดำมีลักษณะเหมือนตัวต่อเลโก้ไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ ในรูปทรงสามเหลี่ยมปกคลุมอาคารด้านหน้าไว้เพียงครึ่งหนึ่ง  ซึ่งมีหน้าที่ช่วยลดความร้อนก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน และยังช่วยลดอัตราการใช้พลังงานให้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องแสงเพื่อให้ภายในบ้านได้รับลมและแสงสว่างเพียงพอ นอกจากจะได้ความสวยงามอย่างปลอดโปร่งแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับ อีกทั้งตัวอาคารยังดูสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการประดับประดาไม้ประดิษฐ์สีเขียวขจีลงไปในชิ้นฟาซาดเหล็ก “บ้านหลังนี้มีที่มาครับ” สถาปนิกเจ้าของบ้านเริ่มเล่า “ช่วงหลายปีก่อนผมซื้อที่ดินแปลงนี้เก็บไว้เฉยๆ ตอนแรกทำเป็นสนามหญ้าให้ลูกวิ่งเล่น แต่พอเห็นรถไฟฟ้าหน้าซอยเริ่มก่อสร้างเลยคิดอยากสร้างบ้านไว้ให้เขาในอนาคต โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าบ้านอยู่สบาย ไม่ร้อน และตอบโจทย์งบประมาณ ผมเลยออกแบบแปลนบ้านให้มีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) มีสเปซเชื่อมถึงกันทุกส่วน โดยเว้นคอร์ทยาทไว้ตรงกลางไว้ให้สมาชิกทุกคนสามารถมองวิวได้ แม้ในอนาคตจะมีอาคารอื่นมาสร้างขึ้นข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอยู่”  ทั้งนี้เพื่อดึงธรรมชาติภายนอกเข้าไปสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านจะพบว่าพื้นที่ภายในดูโปร่งโล่งสบายและเชื่อมต่อถึงกันทุกส่วน เนื่องจากมีประตูบานเลื่อนและบานเฟี้ยมกระจกใสรายล้อมอาคารผนังฝั่งที่ติดกับคอร์ทยาท โดยพื้นที่แรกจะเป็นส่วนของแพนทรีและโต๊ะทานข้าวกระชับความสัมพันธ์ก่อนขยับเข้าไปยังทางเดินที่แยกขึ้นบริเวณชั้นสองและห้องนั่งเล่น อีกทั้งประตูหน้าต่างของบ้านเมื่อเลื่อนเปิดออกทั้งหมดจะทำให้ลมพัดผ่านได้ดี ไม่เพียงแต่พื้นที่ภายในเท่านั้นที่มีความเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน บริเวณสวนด้านนอกภายในบ้านหลังนี้มีต้นมั่งมี ที่ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่พักอาศัยคอยทำหน้าที่ให้ความร่มรื่น และลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมคอนกรีตลงมาอยู่ในจุดที่สมดุลโดยไม่ไปรบกวนโครงสร้างโดยรวม  ในบริเวณห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้เรียบง่าย เน้นโทนสีเรียบๆ มีลูกเล่นอยู่ที่ผนังกรุลามิเนตลายไม้สีอ่อนให้กลิ่นอายสไตล์สแกนดิเนเวีย ภายในถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเป็นตู้และชั้นวางของล้อไปกับโครงสร้างของบ้าน อีกสิ่งหนึ่งเลยที่คุณเอกบอกว่าขาดไม่ได้สำหรับห้องนั่งเล่นนี้คือโซฟาตัวยาวสีเทาเข้มที่เลือกลงทุนเพื่อการใช้งานในระยะยาว โดยจัดวางโซฟาไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ส่วนนี้เป็นสเปชกึ่งห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เพราะสถาปนิกออกแบบให้มีมุมทำงานในตัวแต่พื้นที่โดยรอบก็ยังดูโปร่งโล่งด้วยการกรุประตูกระจกใสไว้ที่ผนังฝั่งที่เชื่อมกับคอร์ทยาท  ด้วยการออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบ้านเชื่อมต่อถึงกัน บริเวณโถงทางเดินจึงต่อเนื่องและนำสายตาไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้เป็นอย่างดี ส่วนผนังข้างบันไดขึ้น-ลงคุณเอกหล่อเป็นแผ่นคอนกรีตสูงจากพื้นจรดเพดานชั้นสองขึ้นมาเพื่อโชว์พื้นผิวแบบดิบๆ ซึ่งก็สอดรับกับโครงเหล็กที่เห็นเป็นเส้นสายแนวตั้งโดยใช้เป็นราวจับบันได อีกทั้งยังปูลูกนอนด้วยไม้สักเนื้อแข็งสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นกับบ้านมากขึ้น  ทันทีที่ไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับระเบียงที่เปิดโล่ง มองเห็นคอร์ทยาทเป็นส่วนเชื่อมพื้นที่ตรงกลางพร้อมรับแสงธรรมชาติสู่ภายในได้เต็มที่ พื้นที่ทั้งหมดประกอบด้วยห้องนอนใหญ่บริเวณส่วนในสุดของอาคาร ห้องนอนเล็ก ห้องพระ และห้องทำงานจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ติดกับรั้วด้านหน้าบ้าน  อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของบ้านหลังนี้คือเพดานในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยปูนเปลือยทั้งหมด โดยเกิดจากความตั้งใจของคุณเอกที่อยากโชว์พื้นผิวของวัสดุจึงหล่อเป็นคอนกรีตขึ้นมา ทำให้หลังคาจั่วนี้ดูสวยงามไม่ต่างจากหลังคาจั่วทั่วไป แถมภายในห้องยังให้บรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบายอีกด้วย [captionquote] คุณเอกกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “การออกแบบบ้านแต่ละหลังสำหรับผมที่เป็นสถาปนิกจะคำนึงถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมก่อนเป็นหลัก เพราะการออกแบบอะไรในบริบทที่ต่างกันนั้นต้องทำออกมาให้ดีที่สุดและต้องตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ด้วย เพราะพื้นที่อันจำกัดเราเลยต้องออกแบบให้บ้านหลังนี้ดูเรียบง่าย โปร่งโล่ง และสบายตา อีกอย่างคือมีช่องแสงเยอะทำให้ประหยัดไฟและเย็นสบาย อย่างน้อยการดีไซน์ที่ดีก็ช่วยแบ่งเบาพลังงานได้”[/captionquote] เราอาจกล่าวสรุปได้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังนี้นอกจากคุณเอกตั้งใจสร้างให้เป็นบ้านสำหรับลูกๆ แล้ว ยังสร้างตามใจผู้อยู่อย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน

รอบรู้เรื่องบ้าน

ฮวงจุ้ย : แปลนบ้านถูกหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้วรวย

ฮวงจุ้ย : แปลนบ้านถูกหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้วรวย

โดยในหลักการของบ้านก็เช่นกัน เป็นเรื่องของความสมดุลที่เรียกว่า อินเอี๊ยง หรือหยินหยาง คือมีความมืดและความสว่าง ถ้ามีความสว่างมากเกินไปก็จะกระตือรือร้นมากเกินไป มุ่งมั่นแต่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่หากเป็นความมืดก็คือความนิ่ง ความสงบ ถ้าความมืดน้อยก็จะไม่สงบ ดังนั้น ต้องแบ่งหน้าบ้านกับหลังบ้านให้สมดุลกัน โดยหน้าบ้านต้องสว่าง หลังบ้านต้องทึบ ต้องมืด เปรียบได้กับหน้าบ้านสว่างเป็นน้ำ น้ำไหลเข้ามา หลังบ้านทึบเป็นภูเขารับน้ำ แต่ถ้าอยู่สลับที่กันเช่นหลังบ้านโล่ง แปลว่าไม่มีภูเขา ภูเขาตกน้ำ คนที่อยู่ภายในบ้านจะสุขภาพไม่ดี เป็นเรื่องระหว่างเงินกับคน ดูเงินให้ดูที่ความเคลื่อนไหว ดูว่าจะเก็บอยู่หรือไม่ให้ดูความนิ่ง ข้อห้ามที่ว่าไม่ให้ 2 ประตูตรงกัน แปลว่ามีแต่เงินเข้ามาแต่ทำเท่าไรก็ไม่เหลือ เราจึงต้องอุดข้างหลัง เหมือนโบราณถ้ามีคู่ต้องให้คู่เก็บ สามีทำงาน ภรรยาอยู่บ้านให้เก็บเงิน ไม่มีคนอยู่บ้าน ทำแทบตายไม่มีคนเก็บ คอนโดก็เช่นกัน ต้องแบ่งครึ่ง หน้ากับหลัง กฎของแม่น้ำกับภูเขาก็ใช้ได้ด้วยกัน  กฎของสว่างกับทึบต้องตรงข้ามกัน ทุกครั้งที่มีเข้ามาต้องมีการรับ เช่นถ้ามีประตูต้องไม่มีหน้าต่างตรงกัน แสงก็เช่นกัน ต้องมีความสมดุลระหว่างสว่างและมืด ที่ว่าหน้าบ้านเป็นโบสถ์ วัด โรงเจ ถือว่าเป็นความมืด จะแก้ด้วยการติดไฟสว่างไว้ 1 ดวง เพื่อแก้ให้มีความสว่างเกิดขึ้น หรือหากหน้าบ้านมีรถไฟฟ้าเปรียบเสมือนภูเขาอยู่ตรงหน้า อาจไม่ดี ต้องแก้ด้วยความโล่งโปร่ง จึงมีการวางน้ำพุ ลานน้ำผุดขึ้นมาแก้สร้างความสมดุล ความทึบคือความมั่นคงคือบุคคล ความโล่งคือการเงินหรือสุขภาพ ความสมดุลของบ้าน เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ส่วนจะรู้ว่าสมดุลหรือไม่นั้น หลักการคำนวณเริ่มจากยืนจากหน้าบ้านใช้เข็มทิศวัด ว่าบ้านนี้หันหน้าไปทางทิศไหน หลังตั้งอยู่ทิศอะไร แล้วมาคำนวณ เบื้องต้นบ้านที่ดีต้องแบ่งด้านหน้าออกเป็น 3 ช่องได้เท่าๆ กัน สำหรับลักษณะของบ้านที่ดีต้องเข้าตรงกลาง โดยให้เปรียบสัมพันธ์กับหน้าตาของคนเรา ทางเข้าถ้าเบี้ยวซ้าย เบี้ยวขวาเหมือนปากไม่ตรง กินไม่ถนัด และบ้านที่เอาบันไดไว้หน้าบ้านก็ไม่ดี เพราะเปรียบเสมือนเอาภูเขาไปอุดอยู่ข้างหน้า บ้านที่เป็นรูปลักษณะที่ดีคือเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่ด้านตั้งก็ด้านยาว การต่อเติมที่ไม่สมดุลมีส่วนเกินมาก ทำให้ไม่ครบองค์ประกอบ 8 ทิศไม่สมบูรณ์ก็จะไม่ดีในแง่ฮวงจุ้ย ในการพิจารณาตามศาสตร์ฮวงจุ้ยต้องดูเฉพาะตัวบ้าน ไม่ต้องสนใจที่ดิน ประตูบ้านสำคัญกว่าประตูรั้ว เพราะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่เข้ามาหาเรา รูปลักษณะบ้านก็ต้องอยู่ในความสมดุล โดยบ้านที่ดีคือ บ้าน 2 ชั้นขึ้นไป ประตูกับบันไดควรสัมพันธ์กัน ทางเข้าต้องมีบันไดรับ ซ้ายหรือขวาได้ แต่ต้องไม่ใช่ตรงกลางบ้าน เปรียบเสมือนการรับทรัพย์และนำเข้าไปในตัวบ้านบ้านที่ดีต้องมีห้องรับแขก เข้าประตูมาแล้ว อยู่ซ้ายหรือขวาแล้วแต่ทิศทางเป็นตัวกำหนดบ้านที่ดี โดยหลักการทั่วไป ห้องใหญ่ที่สุดคือห้องของหัวหน้าครอบครัว คือคนที่หาเงินได้มากที่สุดบ้านที่ดี มุมของพ่อแม่ควรเป็นมุมสงบอยู่ชั้นล่าง " การเลือกแปลนบ้านให้ใช้เกณฑ์ของกระแสที่ไหลมาเป็นตัวกำหนด คือให้ถนนเป็นหลัก หากว่าเป็นหลังสุดท้ายและติดริมรั้วเลยถือว่าไม่ดี เรียกว่าปลายน้ำ ยิ่งเป็นรั้วที่ติดกับหมู่บ้านและมีบ้านที่อยู่ภายนอกบังอยู่ด้วยยิ่งไม่ดี แต่ถ้าติดรั้วและอีกฝั่งเป็นที่โล่งยังถือว่ามีกระแสลมพัดผ่าน ไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้อนี้ อย่างไรก็ตามยังต้องมองว่าต้นทางกับปลายทางสู้กลางทางไม่ได้...."  บ้านที่ดี ห้องครัวเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ถือเป็นมุมทรัพย์อีกแบบหนึ่ง ไม่โปร่งโล่งเกินไป ควรเป็นมุมที่ต้องแอบซ่อน เห็นครัวง่ายก็จะมีคู่แข่งตลอด อาหารการกินก็จะมีคนมาแย่งกิน กรณีนี้ยกเว้นสำหรับร้านอาหาร และครัวไทยที่ทำนอกบ้านบ้านที่ดี การทำครัวให้เลี่ยงการประจันหน้าระหว่างเตาไฟกับอ่างล้างจาน เพราะน้ำกับไฟเจอกัน จะทำให้คนในบ้านทะเลาะกันบ้านที่ดี โดยหลักการฮวงจุ้ย การดูครัวให้ใช้ดวงชะตาของแม่บ้านเป็นหลัก เพราะถ้าแม่บ้านไม่มีแรง กลับบ้านมาก็ไม่มีใครป้อนอาหารให้มีความสุขได้บ้านที่ดี ควรเว้นการทำห้องน้ำตรงกลางบ้าน และตรงกลางของหลังบ้าน ห้ามส่วนที่เป็นจุดศูนย์กลางทั้งหมด เพราะจะทำให้ประธานมีปัญหาหน้าต่างและบันไดบ้านควรจัดสมดุลด้วยสายตาและยึดหลักจำนวนเลขคี่ เพราะเลขคี่ คือ พลังการเคลื่อนไหว ส่วนเลขคู่ คือพลังหยุดนิ่งหลังคาบ้าน เปรียบเสมือนหมวก หากว่าออกแบบชายคาต่ำกว่าสายตา ทำให้คนในบ้านมองไปไม่ไกล ทัศนวิสัยไม่ดี เหมือนปิดหน้าปิดตาไว้  ที่สำคัญทางสามแพร่งถือเป็นข้อห้ามอันดับหนึ่ง เพราะกระแสจะวิ่งตรงเข้ามาชนตัวบ้าน ชนประตู จะมีปัญหามาก คนที่อยู่บ้านลักษณะนี้จะไม่มีความสุขเพราะกระแสแรง ส่งผลต่อคนแต่ละคนและมีทิศทางเป็นตัวกำหนด หากพุ่งชนทิศตะวันออกจะเกี่ยวข้องกับคำพูด ลม ปากและคอแห้ง มักจะมีปัญหาสุขภาพเรื่องปอด ทิศตะวันตกมักจะมีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุ ทิศเหนือมีปัญหาเรื่องมดลูก ทิศใต้มีปัญหาเรื่องสายตา อย่างไรก็ตามบ้านลักษณะนี้เงินทองจะเข้าดีแต่สุขภาพจะไม่ค่อยดี  ขอขอบคุณข้อมูลฮวงจุ้ยดีๆ จาก อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร แหล่งที่มา : https://mgronline.com

เรื่องควรรู้ที่อยู่อาศัย

เอกมัย-ทองหล่อ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ถ้าถามถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ของในกรุงเทพฯ ยุคนี้ย่อมต้องมีองค์ประกอบเรื่องกิน-เที่ยวในตัวเองครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านคาเฟ่ตกแต่งเก๋ๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟเฉพาะตัว หรือร้านอาหารหลากหลายสัญชาติ เชฟและวัตถุดิบอิมพอร์ตจากต่างประเทศโดยเฉพาะ ไปจนถึงร้านที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างรอบด้าน เช่น ร้านจักรยาน ร้านแฟชั่น ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านบาร์เบอร์-ซาลอน ร้านสปา ร้านแฮงค์เอาท์ ผับบาร์ยามค่ำคืนยาวไปจนร้านข้าวต้มโต้รุ่ง เรียกได้ว่าย่านนี้ไม่เคยหลับใหล จึงไม่แปลกที่ย่านเอกมัย-ทองหล่อ คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบค่ะ หากพูดถึงในแง่ของที่อยู่อาศัยย่านนี้แล้ว เชื่อว่าคงเป็นที่อยู่อาศัยในฝันของใครหลายคน รวมไปถึงชุมชน Expats ที่กระจุกตัวกันอยู่ในย่านนี้ไม่น้อย เพราะนอกจากไลฟ์สไตล์อันเพียบพร้อมรอบด้านแล้วยังเดินทางสะดวกสบาย ทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเอกมัย-ทองหล่อ และตัวถนนเองที่แม้จะเป็นเพียงถนนหรือซอยที่เป็นทางเชื่อมลัดเลาะไปสู่ถนนหลักอย่างถนนเพชรบุรีกับถนนสุขุมวิท แต่ด้วยความกว้างของถนนจึงทำให้สามารถมีอาคารสูงขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้ตามกฏหมาย จึงทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในย่านที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ        [captionquote]ด้วยศักยภาพทำเลที่เพียบพร้อมอย่างไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ เอกมัย-ทองหล่อ จึงเกิดที่อยู่อาศัยที่มีดีมานด์อยู่เสมอ[/captionquote] เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้แล้ว เราก็จะพาไปเดินชมทำเลเอกมัย-ทองหล่อด้วยเลยค่ะ รอบๆ สถานีรถไฟฟ้าเอกมัย มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ใครๆ ต่างก็จดจำได้ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้กันทั้ง เกตเวย์ เอกมัย, เมเจอร์ สุขุมวิท และ สถานีขนส่งเอกมัย บรรยากาศช่วงปากซอยเอกมัย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในย่านนี้คึกคักอยู่ตลอดเวลาเดินเล่นในเอกมัยก็มีความคึกคักไม่แพ้กันทั้งกลางวัน-กลางคืนตลอดทางมีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านที่น่าสนใจเรียงรายอยู่มากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ และร้านที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ ในปัจจุบัน ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้คนได้หลากหลายหากโฟกัสกันที่จุดสำคัญของย่านเอกมัยก็คงต้องบอกว่าอยู่ตรงสี่แยกกลางซอยที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ตั้งแต่ซอยทองหล่อ 10 ต่อมาที่ซอยเอกมัย 5 ซอยเอกมัย 12 แล้วไปทะลุสุดที่ซอยสุขุมวิท 71 ตรงซอยปรีดี พนมยงค์ 31 ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น ลองเดินทะลุมาที่ทองหล่อ ช่วงทองหล่อซอย 10 ยังเป็นแหล่งปาร์ตี้ชื่อดังอยู่หลายร้าน ใครที่ชอบชีวิต nightlife ต่างก็รู้จักแถวนี้แน่นอน     จากนั้นเราลองเดินกลับมาที่เอกมัย เข้าไปดูในซอยเอกมัย 12 กันต่อค่ะ    บรรยากาศภายในซอยเอกมัย 12 เป็นช่วงถนนที่มีความกว้างถึง 4 เลน ซึ่งเรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างทองหล่อ-เอกมัย-ซอยสุขุมวิท 71(ซอยปรีดีพนมยงค์)ภายในซอยเอกมัย 12 แห่งนี้มีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ที่น่าสนใจอยู่ค่ะ ชื่อว่า "The FINE Bangkok" The FINE Bangkokคอนโดมิเนียม High Rise 31 ชั้น 1 อาคาร 220 ยูนิต ที่จอดรถแบบอัตโนมัติ 70% บนพื้นที่ 1-1-05 ไร่ ในซอยเอกมัย 12  จาก Developer ที่เราอาจไม่คุ้นหูกันเท่าไรนักกับ บริษัท พรรณราย ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพราะเป็นบริษัทที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท ซันเคียวโฮม (ไทยแลนด์) จำกัด กับ บริษัท เคฮัง เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Keihan Railways  ผู้ให้บริการรถไฟรายใหญ่ในภูมิภาคคันไซ จึงเกิดเป็น The FINE Bangkok คอนโดมิเนียมสไตล์ Luxury Modern Japanese มูลค่าโครงการกว่า 1.7 พันล้านบาท และรังสรรค์งานดีไซน์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ออกแบบตกแต่งภายใน และ Landscape โดยบริษัทชื่อดังอย่าง  Architects 49[captionquote]สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือ Facility และระบบ  Home Automation เทคโนโลยีล้ำๆ แบบญี่ปุ่น[/captionquote] สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถูกแบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน ได้แก่ โซน Fine Greenery แม้เป็นคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แต่กลับรายล้อมไปด้วยธรรมชาติตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าโครงการด้วยบรรยากาศแแบบ Fine Spring Garden และสวนพักผ่อนที่ชั้น 23 และ 27 ให้ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วย City View โซน Fine Lounge ด้วยความตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่ใช้ร่วมกัน มีส่วนรองรับสำหรับการใช้งานจากกลุ่มใหญ่ แต่ยังคงได้ความเป็นส่วนตัว โดยดีไซน์ออกมาให้มีเอกลักษณ์ความเป็น Modern Luxury แบบญี่ปุ่นชัดเจนที่สุด ประกอบไปด้วย  Lobby, Mail Room, Co-working room และ Private Meeting room โซน Fine Retreat พื้นที่พักผ่อนรับลมธรรมชาติพร้อมดื่มด่ำทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองไปด้วย ซึ่งทุกส่วนออกแบบให้สามารถชมวิวขอบฟ้าได้ใกล้ที่สุดอย่าง สระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool, The Edge View Point   โซน Fine Sky พื้นที่ Roof Lounge สูงสุดของอาคาร ออกแบบมาให้สามารถชม City View ได้รอบทิศทาง 360 องศา ไปพร้อมกัน เช่น Fitness, Golf Club, Sky Seat, Karaoke room, Kid Room, Wine Lounge               [captionquote]เสน่ห์ของวิถีชีวิตตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นคือความละเมียดละไมใส่ใจทุกรายละเอียดในการใช้ชีวิตได้อย่างน่าหลงใหล[/captionquote]      Floor Plan ชั้น 1 หน้าโครงการหันไปทางทิศใต้ จัดสวนสไตล์ Fine Spring Garden โดยต้องผ่านลำธารเล็กๆ หน้าโครงการไปก่อน ให้ความรู้สึกแบบสวนญี่ปุ่น Floor Plan ชั้น 9-22 เป็นชั้นสำหรับยูนิตพักอาศัย ประกอบไปด้วยลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ลิฟท์เซอร์วิส 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด วางรูปแบบ Double Corridor ฝั่งทิศตะวันออกได้วิวทางพระโขนง-อ่อนนุช ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะได้วิวในเมืองอย่างทองหล่อ-อโศกFloor Plan ชั้น 30 เป็น Facility โซน Fine Retreat ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาดใหญ่, Pool Bar, Sauna Room, Hot Pool และ The Edge View Point     สิ่งเหล่านี้สามารถพูดได้ว่าเป็นการออกแบบมาเพื่อวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในระดับพรีเมียม เพื่อสนองต่อความต้องการความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตได้ดีที่สุดบนกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอันทรงเสน่ห์ The FINE Bangkok ไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียมสไตล์ญี่ปุ่น แต่เป็นคอนโดที่ตั้งใจให้เกิดขึ้นในบ้านเราได้สัมผัสกับความแตกต่างในสไตล์ Luxury Modern Japanese เตรียมเปิดห้องตัวอย่างเร็วๆ นี้ และพร้อมเปิด Pre sale 2-3 มิ.ย. นี้