ไฮไลท์

Niche ID เสรีไทย-วงแหวน ใส่ใจทุกดีเทล ฟังก์ชั่นเกินราคา

Niche ID เสรีไทย-วงแหวน ใส่ใจทุกดีเทล ฟังก์ชั่นเกินราคา

ขึ้นชื่อว่าเป็นคอนโดมิเนียมจากค่ายเสนาดีเวลลอปเม้นท์ อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นด้วยแนวคิด MADE FROM HER ในความใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และต้องมีความคุ้มค่าแบบฉบับความคิดของคุณผู้หญิงที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยจริง โดยเฉพาะในห้องพักอาศัยที่มีฟังก์ชั่นดีๆ มากมาย ซึ่งสามารถนำมาใช้ได้อย่างน่าสนใจทีเดียวค่ะ      ทำเล  กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกมีการเติบโตของเมืองขึ้นเรื่อยๆ มาตลอด มีทั้งถนนหนทางตัดใหม่เกิดขึ้นมาไม่น้อย และสิ่งอำนวยความสะดวกก็มากมายไม่แพ้โซนอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ยิ่งได้ปัจจัยของพื้นที่เขต EEC เข้ามาประกอบด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้โซนนี้ กลับมาเป็นที่สนใจกันอีกไม่น้อย เพราะเรื่องการเดินทางที่สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างง่ายดาย    ถนนเสรีไทย ถือเป็นถนนแถบชานเมืองของกรุงเทพฯ โซนตะวันออก เชื่อมต่อจากถนนลาดพร้าวช่วงปลาย ผ่านแยกนิด้า แยกหมู่บ้านสหกรณ์ ผ่านจุดขึ้น-ลงถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก แยกสวนสยาม ผ่านนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ตรงไปจนถึงแยกเมืองมีนตัดกับถนนรามอินทรา ถนนสุวินทวงศ์ และถนนสีหบุรานุกิจ รวมระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร แม้ว่าสองข้างทางจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกขนาดใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ แต่ยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ มากเพียงพอต่อชีวิตประจำวัน ซึ่งเสน่ห์ของถนนเส้นนี้นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลบหลีกความวุ่นวาย และการจราจรอันติดขัดแบบถนนสายอื่นๆ ในกรุงเทพฯ ที่สำคัญคือค่าครองชีพยังไม่สูงมากนัก ขณะเดียวกันก็ยังสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังจุดสำคัญหลักๆ ได้อย่างสะดวก  Niche ID เสรีไทย-วงแหวน ตั้งอยู่ในซอยเสรีไทย 81/2 หากเลี้ยวเข้าซอยไปโครงการก็จะอยู่ทางขวามือเลยค่ะ ซึ่งพื้นที่โครงการจะอยู่ติดกับโครงการ Niche ID เสรีไทย ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อปี 2559 แต่ทางเข้า-ออก รวมถึงนิติบุคคลจะแยกกันค่ะ ช่วงท้ายซอยจะเชื่อมต่อกับซอยสวนสยาม 11 ทะลุเข้าถนนสวนสยาม โดยถนนสวนสยาม เป็นถนนที่มีร้านอาหารอร่อยๆ อยู่มากมายตั้งแต่ปากทางแยกสวนสยามไปจนถึงสามแยกโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี บนถนนรามอินทรา อาทิ เกาเหลาเนื้อตุ๋น นายส่วน, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายฉุ่ย, ร้านวัดดงมูลเหล็ก (โย โภชนา), K2 coffee cafe, Hob & Coff cafe and social bar, ร้านอาหารวันดี, ฮานาฟีร์ สเต็กโฮม เป็นต้น รวมถึงมีตลาดนัดอมรพันธุ์ สวนสยาม ไปจนถึงคอมมูนิตี้มอลล์ Amorini นอกจากนี้ก็ยังสามารถเดินทางไปยังสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้เคียงอื่นๆ ได้ในหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นบนนถนนรามอินทรา เช่น โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี, โรงพยาบาลสินแพทย์, แฟชั่นไอส์แลนด์, เดอะพรอมานาด, ตลาดนัดเลียบด่วน เป็นต้น ส่วนถนนรามคำแหงโดยใช้ถนนมีนพัฒนาไปถึงแยกลาดบัวขาว ก็จะมีบิ๊กซี, เทสโก้โลตัส สาขาสุขาภิบาล 3 ฯลฯ หรือแม้แต่จะใช้ถนนเสรีไทยเองก็จะใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมบางชัน, โรงพยาบาลเสรีรักษ์ แล้วฝั่งที่ไปเชื่อมต่อกับถนนลาดพร้าวก็มีทั้งเดอะมอลล์ บางกะปิ, เทสโก้โลตัสบางกะปิ  การเดินทางสำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกมากค่ะ ยิ่งหากต้องเดินทางไปภาคตะวันออกอยู่เป็นประจำก็ถือว่าใกล้มาก เพราะสามารถใช้ถนนกาญจนาภิเษก ที่ห่างจากโครงการประมาณกิโลกว่าๆ ก็จะถึงจุดขึ้น-ลงทางด่วนแล้วไปเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ได้ หรือจะผ่านแยกเมืองมีนแล้วใช้ถนนสุวินทวงศ์ก็ออกไปจังหวัดฉะเชิงเทราได้ไม่ไกล แต่หากเลือกใช้รถสาธารณะก็สามารถใช้รถโดยสารประจำทางตรงหน้าปากซอยได้เลยค่ะ หากไปทางขาเข้าเมืองฝั่งตรงข้ามกับโครงการก็จะตรงเข้าถนนลาดพร้าวได้เลย หรือหากไปลงตลาดมีนบุรีก็สามารถต่อรถสายอื่นๆ ได้อีกหลายเส้นทาง และในอนาคตประมาณปี 2564 บนถนนรามอินทราก็จะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูผ่านตลอดทั้งสาย ส่วนฝั่งถนนรามคำแหงในอนาคตประมาณปี 2566 ก็สามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มวิ่งเข้าสู่ใจกลางเมืองได้              ภาพรวมโครงการ Niche ID เสรีไทย-วงแหวน เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ซึ่งจะเรียกเป็นอาคาร C กับอาคาร D ค่ะ ส่วนอาคาร A กับ B นั้น จะอยู่ในโครงการ Niche id เสรีไทย ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่จะมีการกั้นรั้ว แยกทางเข้า-ออกโครงการ และนิติบุคคลก็แยกกันค่ะ ซึ่งโครงการนี้มีมาในคอนเซป LIVING LARGE IN THE NEW OASIS ชีวิตสบายและผ่อนคลายได้มากกว่า ในโอเอซิสกลางกรุงแห่งใหม่ โดยตัวโครงการจะเล่นโทนสีให้ดูเป็นธรรมชาติ เข้ากับพื้นที่รอบโครงการที่จะถูกปลูกต้นไม้สีเขียวล้อมรอบ โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่คอยต้อนรับด้วยความร่มรื่นตั้งแต่ทางเข้าโครงการ    Facility ตามสไตล์ของ SENA จะมีความเป็นเอกลักษณ์ตรงที่นำโซลาร์เซลล์มาติดตั้งบน Roof Top เพื่อดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในส่วนกลางของโครงการ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้ในระยะยาว โดยสิ่งอำนวยความสะดวกโซน Outdoor อย่าง สวนไม้หอม Aromatic Garden, Jogging Track, สระว่ายน้ำ, สนามเด็กเล่น, ลานโยคะ เหล่านี้จะถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความสงบร่มรื่น หลบหลีกจากความวุ่นวายภายนอกให้เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น และยังมีห้องฟิตเนสติดกับสระว่ายน้ำ ให้ได้ออกกำลังกายพร้อมวิวธรรมชาติด้านนอก        ร่มรื่นตั้งแต่ทางเข้าโครงการที่มีต้นไม้ใหญ่ตลอดแนว หน้าอาคาร D คือแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการค่ะ โดยสระว่ายน้ำจะถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สร้างความป็นส่วนตัว และยังช่วยบดบังสายตาจากภายนอกได้อีกด้วย ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์จะอยู่ติดกับสระว่ายน้ำค่ะ พื้นที่สีเขียวของโครงการที่มี Jogging Track ก็ยังคงร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่รอบอาคาร    Floor Plan  ดูจากผังโครงการแล้วจะเห็นว่าพื้นที่โครงการอยู่ใกล้กับปากซอยมากประมาณ 30 เมตร เดินได้สบายๆ เลยค่ะ ซึ่งตัวโครงการ Niche ID เสรีไทย-วงแหวน จะมีทั้งหมด 2 อาคาร คือ อาคาร C หน้าโครงการ กับอาคาร D ที่มี Facility อยู่ชั้นล่างของอาคาร ซึ่งทางเข้าอาคารจะอยู่ทางทิศตะวันตกค่ะ  อาคาร C ห้องพักอาศัยจะถูกวางแบบ Double Corridor มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 3 จุด วางกระจายอยู่ทั่วอาคาร ซึ่งห้องพักอาศัยจะถูกวางในทิศเหนือวิวทางถนนสวนสยาม กับทิศใต้ได้วิวถนนเสรีไทยค่ะ อาคาร D ห้องพักอาศัยจะถูกวางแบบ Double Corridor มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 3 จุด เช่นเดียวกันค่ะ แต่อาคารนี้จะวางเป็นรูปตัว L ซึ่งห้องพักอาศัยจะถูกวางเอาไว้ทั้ง 4 ทิศเลยค่ะ ได้แก่ห้องทางทิศเหนือได้วิวทางถนนสวนสยามและวิวสระว่ายน้ำ ห้องทางทิศใต้ได้วิวถนนเสรีไทย ห้องทางทิศตะวันออกได้วิวถนนเสรีไทยทางฝั่งมีนบุรี และทิศตะวันตกได้วิวสระว่ายน้ำและสวนภายในโครงการค่ะ          Unit Plan   Type A ขนาด 26.00 ขนาดเริ่มต้นของโครงการค่ะ ซึ่งเป็นห้องที่วางไว้เป็นสัดส่วนทีเดียวค่ะ ได้ทั้งห้องครัวปิด ห้องน้ำจะอยู่โซนเดียวกันกับห้องครัว และเฟอร์นิเจอร์ที่เราเห็นในแปลนก็จะได้มาตามนี้ทั้งหมดเลยค่ะ Type B ขนาด 28.00 ตร.ม. พื้นที่ใช้สอยขยับเพิ่มขึ้นมาอีกค่ะ แต่จะได้แปลนคล้ายๆ กันกับ Type A Type C ขนาด 30.00 ตร.ม. ขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการค่ะ ซึ่งจะได้ครัวปิดเช่นเดียวกัน ส่วนพื้นที่ Living Room กว้างขวางขึ้น และห้องน้ำจะถูกแยกตัวออกมาอยู่ในโซนเดียวกันกับ Living Room ค่ะ   ชมห้องตัวอย่าง   Niche ID Serithai–Wongwaen มีการเข้าอยู่ในซอยเดียวกันกับโครงการ Niche ID Serithai เลยค่ะ เพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน แต่จะถูกแบ่งเป็น  2 โครงการแยกกันค่ะ  Sales Office จะอยู่ด้านหน้าโครงการเลยค่ะ เข้ามาในซอยมองไปทางขวามือก็จะเห็นเลย ซึ่งตัวอาคารจริงกำลังสร้างอยู่ทางด้านหลังนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปลายปีนี้ค่ะ ภายใน Sales Office จะมีห้องตัวอย่างให้ชมกันอยู่ 2 Type ค่ะ คือ Type A ขนาด 26.00 ตร.ม. กับ Type B ขนาด 28.00 ตร.ม.  Type A ขนาด 26.00 ตร.ม.เรามาเปิดห้องตัวอย่างแรกกันดีกว่าค่ะ เริ่มจากวัสดุพื้นห้องปูด้วยลามิเนตสีน้ำตาลอ่อน ส่วนแรกของห้องเป็น Living Room ลึกเข้าไปด้านในเป็นห้องนอน ส่วนทางขวามือเป็นโซนห้องครัว และห้องน้ำค่ะ เคาน์เตอร์วางทีวีจะได้หน้าตาแบบนี้มาทั้งเซตเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นชั้นใส่รองเท้า เก็บร่ม ชั้นวางหนังสือก็ได้ทั้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นตู้อเนกประสงค์จริงๆ ค่ะ แต่ยกเว้นเพียงทีวีกับเครื่องปรับอากาศที่ห้องนั่งเล่นเท่านั้นที่ไม่ได้มาด้วย ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ทีวีจะได้โซฟาผ้าสีเทาขนาด 2 ที่นั่ง โดยใต้โซฟาจะซ่อนลิ้นชักเก็บของเอาไว้ให้ 2 ช่องค่ะ ที่วางแขนเปิดออกได้เป็นช่องเล็กๆ สำหรับเก็บพวกรีโมททีวีค่ะ ข้างโซฟาจะได้โต๊ะพร้อมเก้าอี้แบบนี้มาด้วยนะคะ ซึ่งโต๊ะสามารถหุบขาเหล็กแล้วพับโต๊ะเก็บได้ด้วยค่ะ โดยจะใช้งานเป็นโต๊ะทานข้าวหรือโต๊ะทำงานก็ได้ค่ะ ลึกเข้ามาในห้องจะเป็นพื้นที่ห้องนอนค่ะ กั้นประตูห้องนอนด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ขอบอลูมิเนียม ซึ่งข้อดีของการใช้ประตูห้องนอนแบบนี้คือ ได้แสงธรรมชาติจากหน้าต่างห้องนอนส่องเข้ามาถึงใน Living Room ทำให้ทั้งห้องสว่าง ดูโปร่งไม่มืดทึบค่ะ ในห้องนอนจะได้เฟอร์นิเจอร์ทั้งเตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เสื้อผ้า เครื่องปรับอากาศ ส่วนผ้าม่านจะรวมให้เฉพาะช่วงโปรโมชั่นเท่านั้นนะคะ หลังกระจกเงาเป็นตู้เก็บของค่ะ โดยแบ่งออกเป็นสองบานกระจก เวลาใช้งานจริงหากเราเปิดกระจกบานฝั่งที่แคบกว่าเพียงด้านเดียวก็จะสามารถเพิ่มมุมมองอีกด้านเวลาเราส่องกระจกค่ะ ลิ้นชักโต๊ะเครื่องเเป้งมีการเเบ่งสัดส่วนมาให้เพื่อง่ายต่อการเก็บ เครื่องสำอางค์และอุปกรณ์เเต่งหน้า  เตียงขนาด 6 ฟุตวางเอาไว้ชิดกำแพงริมหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอน หัวเตียงกับด้านข้างที่ติดกับผนังจะมีฉากกั้นบุฟองน้ำนิ่มๆ มาให้ตามภาพแบบนี้เลยค่ะ ใครที่ชอบนั่งอ่านหนังสือบนเตียงก็สามารถนั่งเอนหลังได้สบายๆ ใต้เตียงยังมีลิ้นชักเก็บของมาด้วย 1 ช่องค่ะ ตรงหัวเตียงมีช่องสำหรับเสียบหนังสือหรือ Magazine ที่เล่มไม่หนามากได้ด้วยนะคะ ภายในห้องนอนทางโครงการจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Panasonic มาให้ด้วย 1 ตัวค่ะ ส่วนผ้าม่านแบบนี้จะแถมมาให้เฉพาะช่วงโปรโมชั่นเท่านั้นนะคะ ซึ่งสามารถสอบถามจากทางโครงการได้โดยตรงอีกครั้งค่ะ ปลายเตียงจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าบานเลื่อน 3 ตอน ซึ่งมีหน้าบานกระจกเงามาให้ 1 บาน สามารถเลื่อนได้ทั้งหมดค่ะ โดยข้อดีของตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนแบบนี้คือช่วยประหยัดพื้นที่ของห้องได้ดี และยังมีความสวยงามกว่าตู้เสื้อผ้าแบบลอยตัวด้วยค่ะ เรียกได้ว่าฟังก์ชั่นในห้องนอนให้มาล้นเหลือทีเดียวค่ะ แต่ดีเทลพิเศษแบบนี้ไม่ได้หมดเฉพาะแค่ในห้องนอนอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ ยังเหลือโซนห้องครัวต่อค่ะ โซนห้องครัวจะถูกแยกออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจนทีเดียวค่ะ โดยจะมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นเป็นลักษณะของครัวปิด ช่วยไม่ให้กลิ่นอาหารเวลาทำกับข้าวเข้ามาในห้องค่ะ พื้นที่โซนห้องครัวจะแบ่งออกเป็นห้องน้ำทางขวามือ และครัวทางซ้ายค่ะ เข้าไปดูในห้องน้ำกันก่อนค่ะ ภายในจะปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเข้ม ส่วนผนังก็เป็นกระเบื้องเซรามิคสีขาว ขวามือด้านบนของภาพมีราวแขวนผ้าสแตนเลสติดมาให้ค่ะ อ่างล้างหน้าเซรามิคแบบแขวนผนัง และก๊อกน้ำจากแบรนด์ COTTO มาพร้อมกับกระจกเงา โดยมีการก่อผนังยื่นออกมาเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นที่วางอุปกรณ์หน้าอ่างล้างหน้าค่ะ ถัดจากอ่างล้างหน้าเป็นโถสุขภัณฑ์พร้อมแกนใส่ทิชชู่จาก COTTO และสายชำระอยู่ข้างขวาของโถสุขภัณฑ์ค่ะ ส่วนเปียกจะถูกแยกออกโดยมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำล้นออกมาที่ส่วนแห้งค่ะ มีชั้นวางอุปกรณ์เข้ามุมมาให้เรียบร้อยเลยค่ะ ฝักบัวจากแบรนด์ Prema สุดท้ายไปดูที่ห้องครัวกันค่ะ สิ่งที่ทางโครงการจะให้มาด้วยนั่นคือ Built in เคาน์เตอร์ครัวครบเซตจากแบรนด์ Modernform มีช่องสำหรับวางตู้เย็นอยู่ข้างเคาน์เตอร์ครัว ซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ HAFELE ซึ่งด้านหลังซิงค์จะมีพื้นที่สำหรับวางอุปกรณ์ล้างจาน หรือจะวาง ipad ทำครัวไปด้วยเปิดยูทูปวิธีทำกับข้าวไปด้วยก็ได้นะคะ และยังติดตั้งราวแขวนสแตนเลสมาด้วยค่ะ ตู้ด้านบนจะมีการติดตั้งที่วางจาน ซึ่งสามารถดึงลงมาเพื่อหยิบหรือเก็บของได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ดีทีเดียว ระเบียงจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมค่ะ มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยกั้นเอาไว้ เพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอก รวมถึงน้ำจากการซักล้างที่ระเบียงไม่ให้ล้นเข้าห้องด้วยค่ะ ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเข้ม มีก๊อกน้ำสำหรับต่อเครื่องซักผ้าวางเอาไว้ที่ระเบียง และยังเหลือพื้นที่เพียงพอต่อการตากผ้าได้ด้วยค่ะ Condensing Unit ถูกแขวนเอาไว้มุมระเบียง ซึ่งหันหน้าเข้าระเบียงค่ะ มีข้อดีตรงถ้าหากตากผ้าจะทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น หรือถ้าใครไม่ชอบลมร้อนก็สามารถติดตั้งกริลแอร์เพิ่มเติมได้ค่ะ  Type B ขนาด 28.00 ตร.ม.ห้องตัวอย่างสุดท้ายค่ะ ขนาด 28.00 ตร.ม. พื้นห้องปูด้วยลามิเนตสีน้ำตาลอ่อนเช่นเดียวกันค่ะ โดยจะพบกับ Living Room ก่อน ลึกเข้าไปจะเป็นห้องนอนค่ะ ด้านขวาวางโซฟาผ้าขนาด 2 ที่นั่ง และโต๊ะทานข้าวขนาด 2 ที่นั่งเอาไว้ค่ะ ทุกยูนิตจะได้โซฟาที่มีลิ้นชักข้างใต้ และช่องเก็บรีโมทตรงที่พักแขนเช่นดียวกันหมดค่ะ โต๊ะทานอาหารจะได้มาพร้อมเก้าอี้ 2 ตัวแบบนี้เลยค่ะ โดยโต๊ะสามารถหุบขาเหล็กสีดำแล้วพับเก็บโต๊ะได้ เคาน์เตอร์วางทีวีพร้อมตู้อเนกประสงค์ Built in มาให้ทั้งเซตเลยค่ะ เชื่อมต่อพื้นที่เดียวกันเป็นห้องนอน ซึ่งกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนค่ะ ริมหน้าต่างจะได้เตียงขนาด 6 ฟุต โต๊ะเครื่องแป้งอยู่ข้างหัวเตียง หัวเตียงและด้านข้างของเตียงฝั่งชิดผนังจะมีฉากกั้นบุฟองน้ำหุ้มด้วยผ้า สำหรับเป็นพนักพิงนั่งเอนหลังเล่นบนเตียงได้ ใต้เตียงมีลิ้นชัก 1 ช่องสำหรับเก็บของค่ะ หัวเตียงมีช่องสำหรับเสียบหนังสือเล่มไม่หนามาก หรือจะเสียบ Tablet ด้วยก็ได้นะคะ โต๊ะเครื่องแป้งมีฟังก์ชั่นสำหรับเก็บของจุกจิกได้อีกเยอะเลยค่ะ เครื่องปรับอากาศในห้องนอนจะถูกติดตั้งมาให้เหนือหน้าต่างบานกระจกค่ะ โดยถ้าเปิดประตูห้องนอนเอาไว้แล้วเปิดแอร์ ความเย็นก็จะสามารถไปถึง Living Room ได้โดยที่ไม่ต้องติดตั้งเครื่องปรับอากาศอีกตัวเพิ่ม ปลายเตียง Built in ตู้เสื้อผ้าประตูบานเลื่อน 3 บาน ซึ่งมี 1 บานที่หน้าบานเป็นกระจกเงาค่ะ ภายในตู้แบ่งช่องเอาไว้หลากหลายขนาด สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ของคุณผู้หญิงได้ดี ไม่ว่าจะแขวนชุดเดรสยาว ลิ้นชักเก็บชุดชั้นใน ช่องยาวเก็บโต๊ะรีดผ้า ทุกสิ่งถูกคิดขึ้นมาเพื่อการใช้งานจริงค่ะ เข้าไปดูอีกโซนของห้องกันค่ะ ห้องครัวจะถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเช่นเดียวกันค่ะ พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิค โดยห้องครัวจะอยู่ทางขวาเชื่อมต่อกับระเบียงห้อง และซ้ายมือเป็นห้องน้ำค่ะ ห้องน้ำพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค โดยจะเป็นส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านในค่ะ ขวามือวางโถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ และราวแขวนผ้าเอาไว้ครบค่ะ ส่วนเปียกมีชั้นวางของมาไว้ให้ด้วยค่ะ ไม่ต้องซื้อชั้นวางของเพิ่มเลย อีกด้านของห้องน้ำมีการก่อผนังออกมาเล็กน้อย สำหรับเป็นที่วางของเพิ่มเติม อ่างล้างหน้าเซรามิคแบบแขวนผนังมาพร้อมกระจกเงาค่ะ ออกจากห้องน้ำก็จะเป็นห้องครัวค่ะ โดยเริ่มจากพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น และเคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen ชุดครัวมีช่องสำหรับวางไมโครเวฟด้านล่าง โดยวัสดุปิดผิวทั้งหมดเป็นลามิเนตค่ะ ซิงค์ล้างจานจากแบรนด์ HAFELE พร้อมติดตั้งราวสแตนเลสไว้ด้านหลัง และมีพื้นที่สำหรับวางของเอาไว้หลังซิงค์ค่ะ ทุกยูนิตจะได้ที่วางจานด้านบน ซึ่งสามารถดึงเก็บไว้ในตู้แบบนี้มาเหมือนกันหมดค่ะ ลิ้นชักมีช่องเก็บอุปกรณ์ครัวมาให้ด้วยทุกยูนิตค่ะ ระเบียงถูกกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยกั้นไว้ด้วยค่ะ พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค และมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าอยู่ที่มุมระเบียงเพื่อใช้เป็นพื้นที่ซักล้าง Condensing Unit แขวนเอาไว้มุมเดียวกันกับพื้นที่วางเครื่องซักผ้าค่ะ  Niche ID Serithai–Wongwaen คอนโดที่เปรียบเสมือนโอเอซิสกลางเมือง ยิ่งใครที่ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางชันก็เหมาะมากค่ะ เพราะประมาณ 500 เมตรก็ถึงช่วงนิคมแล้ว สามารถเดินทางไปทำงานได้ใกล้มากๆ หรือใครที่ต้องใช้ถนนกาญจนาภิเษกบ่อยๆ โดยเฉพาะหากต้องออกไปยังภาคตะวันออกก็เดินทางได้สะดวกไม่แพ้กัน ราคาก็จับต้องได้เริ่มต้นเพียง 1.5 ล้านบาท แถมยังได้เฟอร์นิเจอร์ฟังก์ชั่นดี ให้มาครบแบบที่ไม่ต้องซื้ออะไรเข้ามาเพิ่มก็เข้าอยู่ได้เลย

วิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่าย เปิดใช้งานเร็ว โดยไม่ต้องง้อช่าง

วิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่าย เปิดใช้งานเร็ว โดยไม่ต้องง้อช่าง

วันนี้ Review Your Living มีวิธีปูกระเบื้องห้องน้ำแบบง่ายๆ มาช่วยทุ่นแรงคุณพ่อบ้านแม่บ้านที่กำลังปวดหัวอยู่ว่าจะซ่อมแซมห้องน้ำด้วยวิธีใดให้เปิดใช้งานได้ภายใน 24 ชั่วโมง แล้วขั้นตอนจะเป็นแบบไหนไปชมกันค่ะ  ใครที่คิดจะทำห้องน้ำใหม่หรือซ่อมแซมห้องน้ำนั้น อย่าลืมว่าการเริ่มต้นที่ดีและถูกต้องโดยทำไปทีละขั้นตอนอย่างเป็นสเต็ป นอกจากช่วยลดปัญหาจุกจิกจิกที่อาจจะตามมาภายหลัง ยังได้ห้องน้ำสวยตรงใจ ที่สำคัญการเลือกวัสดุที่จะใช้ในการทำห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้อง  สุขภัณฑ์ หรือ ก๊อกน้ำ จำเป็นที่จะต้องพิจารณาเรื่องคุณภาพและความน่าเชื่อถือของสินค้าด้วย เพราะบางครั้งห้องน้ำออกแบบมาสวยงาม แต่เลือกสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพก็จะมีผลด้วย เช่น ถ้ากระเบื้องไม่ได้ฉากหรือมุมเมื่อปูออกมาแล้วร่องยาแนวอาจจะเบี้ยวได้ นอกจากนี้การเลือกกาวปูกระเบื้องและกาวยาแนวก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป ปัจจุบันมีกาวปูกระเบื้องและกาวยาแนวสำหรับห้องน้ำโดยเฉพาะ ที่มีคุณสมบัติพิเศษพัฒนามาเพื่อใช้กับห้องน้ำเช่นเดียวกับในคลิปที่เรานำมาฝาก ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย..

รีวิวที่อยู่อาศัย

ไอเดียแต่งบ้าน

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

 วันนี้ทีมงาน Review Your Living มีโอกาสได้มาถ่ายทอดเรื่องราวน่าสนใจของคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งความพิเศษของคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป โดยมีขนาดถึง 16 ตารางเมตร แถมระเบียงของห้องนี้มีสวนส่วนกลางของโครงการเป็นพื้นหลังสีเขียวขจีที่สร้างความเป็นส่วนตัวได้ดีเลยยิ่งตอบโจทย์ คุณหมอตั้น เจ้าของห้องพักอาศัยที่มีภาระหน้าที่การงานหนักตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องเดินทางบ่อย จึงอยากได้คอนโดในพิกัดที่สะดวกทั้งสถานทำงานและบ้าน เพื่อให้ชีวิตในทุกๆ วันเข้าสู่โหมดการพักผ่อนอย่างแท้จริงทันทีที่เดินทางกลับมาถึง เมื่อเจอทำเลที่ใช่ คุณหมอตั้นเลยไม่ลังเลใจที่จะซื้อและให้สถาปนิกเข้ามาเป็นผู้ดูแลในเรื่องของงานออกแบบตกแต่งภายในห้องทั้งหมด โดยโจทย์ที่ต้องการก็คือ..ความเรียบง่าย เน้นที่เก็บของเยอะและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงต้องมีพื้นที่สำหรับปาร์ตี้รองรับเพื่อนๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนได้ จากโจทย์ที่เจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมต้องการ สถาปนิกฝีมือดีอย่าง คุณบอย แห่ง ANONYM จึงไม่รอช้าบรรจงออกแบบพื้นที่ 51 ตารางวา ออกมาในสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกขณะ เพื่อให้คุณหมอตั้นรู้สึกสบายตาและสบายใจเมื่อก้าวเข้าในห้องพัก บรรยากาศในห้องจึงดูนิ่งๆ เรียบๆ เป็นส่วนตัวหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นแบบพอดิบพอดี ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบของสถาปนิกโดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง สถาปนิกลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์ญี่ปุ่น สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องพักขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง รู้สึกโปร่งโล่ง กว้างขวาง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น บิลอินต์เฟอร์นิเจอร์สูงจรดเพดานทำให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากที่สุด ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องพักอาศัยดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า การใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้นภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่ช่วยเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม ขยับมาที่ระเบียงภายนอก อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป มีขนาดถึง 16 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ สถาปนิกจึงออกแบบที่นั่งแนวยาวไปตามขนาดของพื้นที่ระเบียง สำหรับรองรับเพื่อนฝูงของคุณหมอตั้นที่มักจะแวะมาทานข้าวหรือปาร์ตี้กันสม่ำเสมอ ความโชคดีของแปลนห้องพักในส่วนของระเบียงนั้นคือมี background เป็นสวนโครงการภายนอกพอดีเลยให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง  ความกลมกลืนของไม้โทนสีอ่อนที่ดูลงตัวในทุกองค์ประกอบต่างๆ จนเกิดบรรยากาศชวนผ่อนคลาย เพื่อเพิ่มกลิ่นอายแบบฉบับชาวญี่ปุ่น คุณบอยจึงเพิ่มต้นบอนไซให้เป็นลักษณะสำคัญของระเบียงภายนอก เพื่อสื่อสารถึงวิถีความเรียบง่าย เวลาก้าวออกมายังระเบียงจะรู้สึกเหมือนยกญี่ปุ่นขนาดย่อมมาไว้ในคอนโดนั่นเอง จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์มินิมอล ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ ขอบคุณรูปภาพจาก ANONYM

รอบรู้เรื่องบ้าน

คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในคอนโดฯ เลี้ยงอะไรดีล่ะ?

คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในคอนโดฯ เลี้ยงอะไรดีล่ะ?

สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในห้องสี่เหลี่ยมอย่างคอนโดฯ ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลี้ยงตัวอะไรดี เรามีคำแนะนำ   ปลา แนะนำแค่ปลาหางนกยูงเท่านั้น เพราะปลาชนิดอื่นต้องการพื้นที่และยุ่งยากกับการเปลี่ยนกรองน้ำบ่อย นก ขี้นกและเศษขนสร้างฝุ่นให้แก่ห้อง ส่งผลต่อการทำความสะอาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนู มีนิสัยชอบกิน นอน เล่น ถ้าเราไม่ใช่คนที่เบื่ออะไรง่าย และมีเวลาให้พวกเขามากพอ พวกแฮมสเตอร์หรือแกสบี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เต่า เรื่องที่ต้องระวังที่สุดก็เห็นจะเป็น”ขี้เต่า” นี่เอง เพราะเหม็นอย่าบอกใคร กระรอก เป็นสัตว์ที่สะอาดมาก แนะนำให้เลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ แต่ต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ ชงนมและป้อนทุก 4-6 ชั่วโมง เพื่อให้ติดและเชื่องที่สุด เมื่อโตแล้วจะได้ดูแลง่าย สุนัข ในกรณีที่คอนโดฯ ไม่มีกฏห้ามเลี้ยงสัตว์ หมาน้อย “ชิวาว่า” คือคำตอบที่เหมาะที่สุด เพราะต้องการพื้นที่เพียงเล็กน้อย อาหารก็ไม่กินมาก การขับถ่ายก็น้อย ดูแลง่าย และรักเจ้าของเพียงคนเดียว แต่ต้องมีเวลามากพอให้เค้าเช่นกัน กระต่าย สิ่งเดียวที่ห้ามก็คือ อย่าปล่อยให้เป็นอิสระ เพราะมันจะเล็มแทะทุกอย่างในห้องจนไม่เหลือโดยเฉพาะสายไฟ กับข้อเสียที่สุดยอดก็คือ ปัสสาวะที่กลิ่นฉุนมาก เฟอร์เร็ต นิสัยซน ขี้เล่นมาก ปีนป่าย มุดลอด รวมถึงกินทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้ว่าปัสสาวะจะมีกลิ่นบ้าง แต่ก็ทำความสะอาดง่าย แมว อุจจาระและปัสสาวะส่งกลิ่นรุนแรงมาก ถ้าในห้องมีการระบายอากาศที่ไม่ดีล่ะก็ หมดกันแน่ๆ แต่ละตัว น่ารักน่าเลี้ยงมาก ถ้าคอนโดของคุณ อนุญาตให้เลี้ยงพวกเขาได้ ก็จัดไปอย่าให้เสีย แต่ถ้าเลือกที่จะเลี้ยงเค้าแล้ว ก็หมั่นเอาใจใส่ รักทะนุถนอมเค้าด้วยนะครับ เกรงใจข้างห้องเขาด้วยนะ ใจเขาใจเรา และที่สำคัญ ถ้าเบื่อแล้วอย่าเอาไปเป็นภาระของสังคมนะตัวเอง ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Mthaiรูปประกอบ จาก Pixabay 

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 16 – 22 กรกฎาคม 2561

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 16 – 22 กรกฎาคม 2561

สำหรับวันจันทร์ที่  16 กรกฎาคม  ตรงกับขึ้น 4 ค่ำ เดือน 88 หากใครเซ็นสัญญาซื้อขายคอนโดมิเนียมหรือบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลาตี 1 ไปจนถึงตี 3 และ 7 โมง ไปจนถึง 11 โมงตรง  หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่มตรง ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศเหนือ  และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ เหลือง และน้ำตาล  ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังประตูใหญ่ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันอังคารที่  17 กรกฎาคม  ตรงกับขึ้น 5 ค่ำ เดือน 88 หากใครซ่อมแซมหรือทาสีบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลาตี 3 ไปจนถึง7 โมง และ 11 โมงตรง ไปจนถึง บ่ายโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 3 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ ขาว บรอนซ์และทอง   ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครกและเครื่องบด และระมัดระวังกรงสัตว์  เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันพุธที่  18 กรกฎาคม  ตรงกับขึ้น 6 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังจะสร้างบ้านในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลาตี 3 ไปจนถึง 7 โมง และ บ่ายโมงตรง ไปจนถึง บ่ายสามโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 3 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ ขาว บรอนซ์และทอง   ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ และระมัดระวังห้องครัวและเตียงนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันพฤหัสบดีที่  19 กรกฎาคม ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังซ่อมแซมหรือสร้างบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมง ไปจนถึง 9 โมง และ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 5 โมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3 ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภและทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศใต้  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ ฟ้า น้ำเงิน และดำ ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเหลืองและน้ำตาล สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยคครกและระมัดระวังโกดัง เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันศุกร์ที่  20 กรกฎาคม  ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังจะเริ่มทุบกำแพงหรือบ้านในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3 และ 9 โมง ไปจนถึง 11 โมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมงตรง ไปจนถึง 1 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ ขาว บรอนซ์และทอง   ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังเตียงนอนและห้องน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันเสาร์ที่  21 กรกฎาคม ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาคอนโดมิเนียมและบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง ตี 5  และ  11 โมง ไปจนถึง บ่ายโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ เขียวอ่อนและเขียวเข้ม ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ และระมัดระวังประตู เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันอาทิตย์ที่  22 กรกฎาคม ตรงกับขึ้น 10 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาคอนโดมิเนียมและบ้าน หรือ ซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 5 ไปจนถึง 7 โมงเช้า และ บ่ายโมง ไปจนถึง บ่ายสามโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ เขียวอ่อนและเขียวเข้ม ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก และระมัดระวังถังข้าว เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้ 

เรื่องควรรู้ที่อยู่อาศัย

ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ พุ่งขึ้น 1,000% ในช่วง 30 ปี

ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ พุ่งขึ้น 1,000% ในช่วง 30 ปี

ราคาที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพมหานครปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,000% นับจากปีพ.ศ. 2531 เมื่อซีบีอาร์อีเปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในยุค “เอเชียไทเกอร์” ระหว่างปีพ.ศ. 2531 - 2539 ก่อนที่ตลาดจะหยุดชะงักเพราะวิกฤตการณ์ทางการเงินในปีพ.ศ. 2540   การเติบโตของราคาที่ดินเริ่มขยับสูงขึ้นในช่วงกลางทศวรรษปี 2540 และราคามีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองปีที่ผ่านมาสำหรับที่ดินที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองที่สำคัญหรือในซีบีดี   ในช่วงปลายทศวรรษปี 2520 ต่อเนื่องเข้าสู่ทศวรรษปี 2530  มีการซื้อขายที่ดินขนาดใหญ่ 2 แปลงด้วยกัน คือ ที่ดินขนาด 8 ไร่บนถนนสาทร โดยผู้พัฒนาเดิมของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ซื้อไปที่ราคาประมาณ 125,000 บาทต่อตารางวา และที่ดินขนาด 21-1-08 ไร่บนถนนวิทยุซึ่งเป็นบ้านของผู้จัดการธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดในยุคนั้น ขายให้กับกลุ่มเอ็มไทย มูลค่าที่ดินประมาณ 250,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งปัจจุบันพัฒนาเป็นโครงการออลซีซั่น เพลส   สำหรับการขายที่ดินแปลงล่าสุดในย่านสารทร คือ ที่ดินขนาด 8 ไร่ของสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งขายไปด้วยราคาประมาณ 1.45 ล้านบาทต่อตารางวาในปีพ.ศ. 2560  และในย่านลุมพินี บริษัท เอสซี แอสเสท ซื้อที่ดินขนาด 880 ตารางวาบริเวณถนนหลังสวนด้วยมูลค่าประมาณ 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา และการซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยคือการขายที่ดินสถานทูตอังกฤษขนาด 23 ไร่ในปีพ.ศ. 2561 ให้แก่บริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและฮ่องกงแลนด์   การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินนั้นไม่เหมือนกันทั้งหมด และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นยังเป็นไปตามรูปแบบการพัฒนาเมืองของกรุงเทพฯ    ในอดีตศูนย์กลางทางธุรกิจตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง และศูนย์ราชการตั้งอยู่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์   ในช่วงทศวรรษปี 2490 และ 2500 ศูนย์กลางทางธุรกิจได้ย้ายไปที่ถนนสีลมและถนนสุรวงศ์   กรุงเทพฯ เติบโตมากขึ้นในทศวรรษที่ 2510 และ 2520 แต่ยังไม่มีการกำหนดศูนย์กลางของเมืองอย่างชัดเจน และการพัฒนาได้ขยายตัวออกไปเพราะมีการสร้างถนนใหม่ๆ แต่ในปัจจุบันปัจจัยเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว  การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 ประการที่มีผลกับราคาที่ดิน คือ การเปิดและขยายระบบขนส่งมวลชน โดยรถไฟฟ้าบีทีเอสสายแรกเปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2542 และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินเข้มเปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2547 ระบบขนส่งมวลชนดังกล่าวได้ทำให้วิถีชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการทำงานและการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป   ในช่วงปลายทศวรรษ 2560  กรุงเทพฯ จะมีระบบขนส่งมวลชนรวมระยะทางประมาณ 460 กิโลเมตร เปรียบเทียบกับกรุงลอนดอนที่มีระบบรถไฟใต้ดินรวมระยะทาง 402 กิโลเมตรความนิยมในระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ ที่มีผู้ใช้มากกว่า 1.2 ล้านคนต่อวัน ได้ทำให้มูลค่าที่ดินที่อยู่ใกล้กับสถานีปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกสายหรือทุกสถานีที่จะได้รับความนิยมอย่างเท่าเทียมกัน  ส่วนหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดมูลค่าของที่ดินก็มาจากความนิยมของระบบขนส่งมวลชนแต่ละสายและแต่ละสถานี“ปัจจัยสำคัญอีกประการที่เป็นตัวกำหนดราคาที่ดิน ก็คือ ข้อกำหนดในเรื่องผังเมืองและพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ว่าด้วยเรื่องขนาดพื้นที่ที่สามารถสร้างได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าถ้าสามารถสร้างพื้นที่ได้น้อย ราคาที่ดินก็จะไม่ปรับสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด” นางกุลวดี สว่างศรี กรรมการบริหาร หัวหน้าแผนกการลงทุนและที่ดิน  ซีบีอาร์อี ประเทศไทยกล่าวข้อกำหนดในเรื่องผังเมืองและการควบคุมการก่อสร้างอาคารมีความเข้มงวดและซับซ้อนมากขึ้น และในปัจจุบันได้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการกำหนดราคาที่ดินในช่วงทศวรรษปี 2520 และ 2530 กรุงเทพฯ ได้ขยายตัวออกไปมากขึ้น แต่ในช่วงทศวรรษปี 2540 กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นเมืองที่ความเจริญรวมเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้น ด้วยการเกิดขึ้นของอาคารชุดพักอาศัยแนวสูงและการเติบโตของพื้นที่สำนักงานที่ทันสมัย   พื้นที่ใจกลางเมืองได้รับการกำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนมากขึ้น และเกิดการพัฒนาโครงการรอบใหม่บนพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์มากนัก เช่น ที่ดินขนาด 105 ไร่ที่เป็นที่ตั้งของโครงการวัน แบงค็อก บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 ตัดกับถนนวิทยุราคาที่ดินเริ่มมีสัดส่วนที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับต้นทุนโดยรวมในการพัฒนาโครงการ เนื่องจากราคาที่ดินมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วกว่าค่าก่อสร้าง   มูลค่าโดยรวมในการพัฒนาโครงการได้เพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้คอนโดมิเนียมมีราคาขายที่แพงขึ้นและทำให้จำเป็นต้องมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้โครงการที่มีรายได้จากค่าเช่าสามารถเกิดขึ้นได้ซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่า ที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพฯ จะยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดต่อไปในการพัฒนาโรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และอาคารประเภทอื่น ๆ เช่น โรงพยาบาล เป็นต้น    กรุงเทพฯ จะมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ใจกลางเมืองที่ชัดเจนมากขึ้น และการพัฒนาโครงการจะขยายตัวไปตามเส้นทางการเดินรถของระบบขนส่งมวลชนบริเวณรอบสถานีการที่ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับระดับความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ และผลตอบแทนที่จะได้รับจากการพัฒนาโครงการ  ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าสามารถพัฒนาโครงการอะไรได้ และในระดับราคาใดที่ลูกค้ามีกำลังในการซื้อหรือการเช่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จเนื่องจากที่ดินแบบมีกรรมสิทธิ์เต็มหรือฟรีโฮลด์ในย่านใจกลางเมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนานั้น มีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ   ซีบีอาร์อีจึงคาดว่าราคาที่ดินจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในบางครั้ง ที่ดินมีราคาสูงกว่ามูลค่ารวมของอาคารที่ตั้งอยู่บนแปลงที่ดิน  และเราจะได้เห็นว่ามีอาคารเก่าถูกรื้อถอนและมีการพัฒนาโครงการขึ้นใหม่บนที่ดินแปลงเดิมมากขึ้นเราได้เริ่มเห็นการรื้อถอนอาคารเคี่ยนหงวน ทาวเวอร์ 1 บนถนนวิทยุ และอาคารวานิสสา บนถนนชิดลม  รวมทั้งแผนการรื้อถอนโรงแรมดุสิตธานีและปรับปรุงพื้นที่ใหม่  แต่จนถึงขณะนี้ การรื้อถอนเกิดขึ้นกับอาคารที่มีเจ้าของเดียวเท่านั้นในปัจจุบัน กฎหมายอาคารชุดกำหนดให้เจ้าของร่วมต้องเห็นชอบร่วมกันทั้ง 100% ที่จะเพิกถอนอาคารเพื่อให้สามารถขายอาคารและนำมาพัฒนาใหม่ได้ ซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านเราแม้ว่าปัจจุบันจะมีคอนโดมิเนียมบางแห่งที่มูลค่าของทุกยูนิตรวมกันจะมีมูลค่าน้อยกว่าการถือครองที่ดินเปล่าที่ใช้สร้างคอนโดมิเนียมนั้นก็ตาม การขายยูนิตทั้งหมดและนำมาพัฒนาขึ้นใหม่ได้เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ซึ่งจำนวนเจ้าของร่วมที่ต้องเห็นชอบร่วมกันในการขายทั้งอาคารมีสัดส่วนที่น้อยกว่าของไทยซีบีอาร์อีมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้รับความเห็นชอบทั้ง 100% จากเจ้าของร่วมในกรุงเทพฯ ในการขายห้องชุดทั้งหมดให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์"สมมติว่าข้อกำหนดด้านผังเมืองไม่มีการเปลี่ยนแปลง และขนาดพื้นที่ที่สามารถสร้างขึ้นได้ยังคงเหมือนเดิม ที่ดินในย่านซีบีดีของกรุงเทพฯ มีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวสรุปการปรับขึ้นราคาที่ดินจะไม่อยู่ในระดับที่คงที่ และจะมีความสอดคล้องกับวัฏจักรทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์