We Recommend

บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพ THE SONNE Srinakarin-Bangna-เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา

บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพ THE SONNE Srinakarin-Bangna-เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา

บ้านแบรนด์ใหม่ล่าสุดจาก AP Thailand "THE SONNE Srinakarin-Bangna" (เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา) บ้านแนวคิดใหม่ Luxury Duplex Home ระดับแฟล็กชิพลักชัวรี่ ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The New Original’ เจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์นิยมสินค้าหรือบริการที่สะท้อนตัวตน มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถรองรับการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกทุกวัยในครอบครัวใหญ่แบบ Cross Generations   ชื่อโครงการ THE SONNE Srinakarin-Bangna (เดอะ ซอนเน่ ศรีนครินทร์-บางนา) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 99 ซ.เฉลิมพระเกีรติ ร.9 ซอย 28 แยก 14-2 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ จ.กรุงเทพฯ 10250 พื้นที่โครงการ 12-1-16 ไร่ ลักษณะโครงการ Luxury Duplex Home 3 ชั้น หน้ากว้าง 13.56 เมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 2 ห้องอเนกประสงค์ และ ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 56 ยูนิต ขนาดที่ดิน 40-73 ตร.วา  พื้นที่ใช้สอย สูงสุด 249 ตารางเมตร แบบบ้าน  TYPE A 249.14 ตร.ม. TYPE B 244.72 ตร.ม. TYPE C 245.84 ตร.ม. TYPE D 243.28 ตร.ม.     สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง พื้นที่ส่วนกลางภายใต้การออกแบบโดยยึดหลัก Universal Design เพื่อการอยู่อาศัยร่วมกันของสมาชิกหลากหลายช่วงวัย อาทิ คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ สวนสาธารณะขนาดใหญ่เปรียบดังโอเอซิสภายในโครงการ ราคาเริ่มต้น 12-15 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ  1.ครั้งแรกของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้บ้านทุกหลังมีเอกลักษณ์ความงามและความหรูหราที่แตกต่างด้วยกา รนำแรงบัลดาลใจจากสถาปัตยกรรมสไตล์คลาสสิค รังสรรค์เป็นแบบบ้านใหม่ Luxury Duplex Home ขนาดใหญ่ 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง 2 ห้องอเนกประสงค์ และ 2 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอยสูงสุด 249 ตร.ม. 2.การเดินทางเข้าสู่โครงการอย่างง่ายดาย ด้วย 4 เส้นทางหลัก ได้แก่ ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) ถนนศรีนครินทร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 และ ถนนกาญจนาภิเษก 3.การเดินทางสะดวกสบายด้วยทำเลที่เข้าถึงได้ทุกการเดินทาง เชื่อมต่อสู่กลางใจเมือง ทั้งถนนศรีนครินทร์ ถนนบางนา-ตราด และ ถนนอ่อนนุช ซึ่งถนนทั้ง 3 สาย เป็นถนนที่เชื่อมต่อกับย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพมหานคร (CBD) ทั้งโซนสุขุมวิท และพระราม9 4.ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) (โครงการรถไฟฟ้าในอนาคต) จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถ.กาญจนาภิเษก, บูรพาวิถี  สถานที่ใกล้เคียง เมกา บางนา, พาราไดซ์ พาร์ค, ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์, เซ็นทรัล บางนา, สวนหลวง ร.9, สนามบินสุวรรณภูมิ      

THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z  : รีวิวคอนโด

THE ORIGIN SUKHUMVIT 105-ดิ ออริจิ้น สุขุมวิท 105 คอนโดฟังก์ชั่นสุดสมาร์ท Facility สุดว้าว เข้าใจไลฟ์สไตล์คน Gen Z : รีวิวคอนโด

ตั้งแต่เริ่มเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่อย่าง THE ORIGIN กระแสตอบรับก็มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วปลาย ตั้งแต่โครงการทำเลรามคำแหง ลาดพร้าว มาจนถึงสุขุมวิท ในโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ ซึ่งดีไซน์ออกมาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยจริงในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด สำหรับโครงการนี้จะมีอะไรใหม่ ต่างจาก THE ORIGIN ตัวอื่นอย่างไร ลองมาชมรีวิวฉบับนี้ดูค่ะ   ทำเลรถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สาย ปัจจัยหลักของทำเลโครงการคอนโดมิเนียมคงหนีไม่พ้นเรื่องของการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสาย ขยายออกจากใจกลางเมืองเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งมีทางเลือกการเดินทางในอนาคต ได้หลากหลาย แถมคอนโดมิเนียมก็ขยายเพิ่มตามไปด้วย ซึ่งคอนโดฯ ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าหลายเส้นทางก็กลายมาเป็น จุดขายที่น่าสนใจมากกว่า เพราะนอกจากจะเดินทางได้อย่างง่ายดาย สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ ก็เกิดขึ้นตามมาด้วย   รถไฟฟ้าล้อมรอบถึง 3 สายTHE ORIGIN SUKHUMVIT 105 ตั้งอยู่ในซ.ลาซาล 30 ซึ่งย่อยจากซ.สุขุมวิท 105 (ถ.ลาซาล) อีกที ตัวโครงการอยู่ช่วงกลางซอย ความโดดเด่นอยู่ที่สามารถเข้า-ออกจากถนนใหญ่ได้ถึง 3 ทาง โดยถนนใหญ่ทั้ง 3 เส้นทางที่ว่านี้ ล้วนแต่มีรถไฟฟ้าผ่านทั้งสิ้น เรียกได้ว่าถูกล้อมด้วยรถไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบเลยค่ะ   เริ่มกันจากเส้นทางหลักที่ปากซอยสุขุมวิท 105 ใกล้กับรถไฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง และเมื่อโครงการพร้อมเข้าอยู่ก็จะมี shuttle bus บริการรับ-ส่งจากโครงการกับรถไฟฟ้าสถานีแบริ่ง ช่วงท้ายซอยจะถูกถ.ศรีนครินทร์ตัดผ่าน โดยทุกวันนี้ ก็มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) มีสถานีลาซาลอยู่ตรงบริเวณนี้พอดี หรือหากจะทะลุออก ไปยังถ.บางนา-ตราด ขาเข้า ก็สามารถใช้ซ.ลาซาล 23 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 4 กับซ.ลาซาล 55 ทะลุออกซ.บางนา-ตราด 30 ซึ่งในอนาคตก็มีโครงการรถไฟฟ้า Light Rail บางนา-สุวรรณภูมิ ที่เชื่อมมาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางนา ผ่านบน ถ.บางนา-ตราด แล้วเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ   นอกจากการเดินทางที่ต้องสะดวกสบายแล้ว สิ่งที่จะมองข้ามไปไม่ได้คือเรื่องของอาหารการกินค่ะ ลองมานึกภาพถึงเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดพักผ่อนที่ไม่อยากฝ่ารถติดเดินทางไปไหนไกล พอมองรอบๆ คอนโดฯ ก็มีของกินให้เลือก หลากหลายไม่เบา ซึ่งย่านลาซาล-แบริ่ง ก็ถือว่าขึ้นชื่อถึงขั้นที่ว่าหากลองตระเวนกิน เปลี่ยนร้านอาหารไปเรื่อยๆ สักเดือนก็ไม่มีซ้ำร้าน อย่างฝั่งตรงข้ามโครงการ จะเป็น ‘‘ดาดฟ้า” คอมมูนิตี้ มอลล์ มีร้านอาหารดัง อย่าง โอ้กระจู๋ หรืออยากจะไปช้อปปิ้งซื้อของก็มีทั้ง Lasalle's Avenue, Central Bangna, Big C, Little Walk, Makro, Foodland, Paradise Park, Seacon Square, Mega Bangna ในอนาคตก็จะมี Bangkok Mall โครงการ Mixed-use สุดอลังการ 7.5 ไร เครือเดอะมอลล์กรุ๊ป ภายในจะมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงคอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ อาคารสำนักงานให้เช่า สถานีขนส่งผู้โดยสารสายตะวันออก ฯลฯ ปัจจุบันกำลังเริ่มการก่อสร้างกันอยู่ฝั่งตรงข้ามไบเทค บางนา ไม่ไกลจากโครงการ อีกทั้งยังใกล้กับโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น รพ.ศิคิรินทร์ รพ.ไทยนครินทร์ รพ.บางนา 1 เป็นต้น   เป็นที่ทราบกันดีว่าแหล่ง Demand ชั้นดีนั่นคืออยู่ใกล้สถานศึกษาและแหล่งทำงาน ซึ่งย่านนี้ก็ไม่แพ้ใครนะคะ โดยเฉพาะโรงเรียนชื่อดังหลายแห่งอย่าง Bangkok Patana School, La Salle School Bangkok, st. andrews international school bangkok, Thai-Singapore International School, St. Joseph Bangna School, Berkeley International School และแหล่งทำงานทั้งจากในโรงเรียนเอง โรงพยาบาล รวมถึงอาคารสำนักงานในย่านบางนา โดยเฉพาะโครงการ Summer Lasalle ออฟฟิศแคมปัสที่ในอนาคตจะมีพนักงานกว่า 6,000 คนเพิ่มขึ้นตรงนี้ สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องการันตีถึงการปล่อยเช่าได้ง่ายทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งเฉลี่ยแล้วมี Yield 5-6%   ภาพรวมโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 672 ยูนิต 1 Shop แบ่งเป็นอาคาร A 243 ยูนิต อาคาร B 224 ยูนิต อาคาร C 205 ยูนิต ที่จอดรถ 40% พื้นที่ทั้งหมด 5-1-63 ไร่ การดีไซน์ของทั้งโครงการถูกคิดขึ้นมาทุก Step ตั้งแต่หน้าโครงการไปจนถึงภายในยูนิต แยกความเป็นส่วนตัวกับส่วนที่เป็น Public ออกจากกัน เริ่มจากตัวอาคารภายนอกใช้เส้นสายแนวนอน (horizontal line perception) เพื่อให้ดูเรียบนิ่ง กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบโครงการที่ยังมีความเป็นแหล่งชุมชนเดิมอยู่ แล้วจึงค่อยๆ ขยายความเป็นเส้นโค้ง (Spline line) อิสระภายในโครงการ แล้วเติมสีสันให้ดูสนุกสนานเข้าไป สื่อถึงความ freedom&flexible and energetic อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่   ป้ายโครงการด้านหน้าที่ฝั่งที่เป็นป้ายสูง วาง Green Wall เป็น Background เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้โครงการตั้งแต่ทางเข้า สามารถมองเห็นได้ง่าย และยังบังสายตาจากตึกแถวด้านข้างได้ดีอีกด้วย เมื่อเลยป้ายโครงการเข้าไปผ่านป้อม รปภ. เราจะมองเห็นซุ้มทางเข้าโครงการ ที่เป็น Public Facility ที่เป็นกระจกสูงโปร่งด้านบน ซึ่งเป็นส่วนเชื่อมจากชั้น 3 ของอาคาร A ภายในมีทั้ง Lobby, co-working space และ co-kitchen & Private dinning room แยกออกจาก Facility ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวอื่นๆ   ภายใน Public Facility ชั้น 3 อาคาร A ที่เราเห็นตั้งแต่ผ่านป้อม รปภ. ด้านหน้ามาแล้ว เป็น Co-Working Space ที่มีการวางฟังก์ชั่นให้เกิดการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะนั่งทำงานคนเดียว (private seating) ทำงานเป็นกลุ่ม (Group Discussion) หรือที่นั่งต่างระดับ (Step Seating) มีห้อง Meeting Room สามารถจัดประชุมได้ และ Studio Room สามารถ Set เป็นสตูถ่ายภาพส่วนตัวหรือจะใช้ Live สำหรับผู้ทำธุรกิจออนไลน์ก็ยังได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์รองรับด้วย เช่น เครื่องแสกน+ถ่ายเอกสาร ตู้ยอดเหรีญ (Vending Machine) ที่มีทั้งอาหาร ขนม และน้ำ ที่สำคัญคือเปิด 24 ชม. เหมือนกับ Co-Working Space ที่อยู่ใจกลางเมือง แต่ยกมาไว้ในคอนโดฯ ตอบรับการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำด้านออนไลน์ หรือทำงานแบบฟรีแลนซ์กันมากขึ้น โดยทุกมุมรองรับสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ Personal Identity   Facility ถูกวางไว้กลางพื้นที่โครงการตั้งแต่สนามหญ้าเชื่อมต่อด้วยขั้นบันไดเล่นระดับไปตามเนินเล็กๆ ผ่านต้นไม้ใหญ่ ให้ได้พักผ่อนท่ามกลางสวนสีเขียวร่มรื่น นั่งฟังเสียงน้ำ หรือทำกิจกรรมในบรรยากาศที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 Step ที่มี Flow เชื่อมต่อกันเทียบเคียงกับธรรมชาติได้มากที่สุด ลานและ Outdoor Amphitheater รองรับการจัดกิจกรรมร่วมกันได้หลายหลายแนวทั้งกลางวัน และกลางคืน ที่นั่งที่มีความหลากหลายให้ได้เลือกพักผ่อนตามอารมณ์ เช่น ที่นั่งตาข่าย (Giant Net Seating) ใต้ต้นไม้ สระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำที่มี Overflow ไหลลงมา เกิดเสียงน้ำไหลสร้างบรรยากาศให้สวนอยู่กลางธรรมชาติจริง มีความยาวสูงสุด 40 เมตร (รวม Jacuzzi) และส่วนว่ายจริงจังที่ 30 เมตร ไม่ว่าจะว่ายน้ำเพื่อออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายก็เหมาะกับวันพักผ่อน มี Pool Terrace นั่งพักริมสระ และรองรับการใช้งานจริงด้วยห้องน้ำ+Locker ส่วนกลางนี้สามารถเชื่อมเข้าสู่ในตัวอาคาร B กับอาคาร C ชั้น 2 ได้ ทำให้การเข้า-ออก อาคารไม่ไกลจนเกินไป และยังเกิดความต่อเนื่องเมื่อมาใช้ Facility เหล่านี้   ฟิตเนส สาดสีสันมาอย่างโดนใจเกิดเป็น Movement ชวนให้ Active ไปกับเครื่องเล่นให้รู้สึกสนุกในโซน Machine หรือโซน Workout และ Yoga ทำให้มีพื้นที่สามารถออกกำลังกายคนเดียว หรือจะยก Class เรียนมาไว้ที่นี่ แล้วปิดเป็นห้อง Private ก็ได้เช่นกัน   ทั้งหมดถูกจัดวางให้มีความ Flow ต่อเนื่องกัน ร้อยเรียงเป็นเรื่องราวในภาพใหญ่ที่เป็นธรรมชาติท่ามกลางคอนโดรุ่นใหม่ แทรกด้วย Function การใช้งานในรูปแบบที่หลากหลายตอบสนองการใช้งานจริง เช่นปลั๊ก+ปลั๊ก usb ให้สามารถมาใช้งานตามจุดต่างๆ ได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็ยังคงความส่วนตัวในมุมต่างๆ แบบ Privacy in Public เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน   และเทคโนโลยีในที่อยู่อาศัยคงเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยในโครงการที่สร้างมาเพื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่เช่นนี้ ฉะนั้น Origin เองก็ไม่พลาดที่จะนำ Home Automation เข้ามาใช้ เช่น Smart Gateway กล่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับ Mobile App สำหรับแปลงสัญญาณ Digital Door Lock ตั้งรหัสระบบกลอนประตูห้อง Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงา ภายในห้องน้ำผ่าน Wifi และการเปิด-ปิดควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้อง   Floor plan ที่ดินของโครงการอยู่ภายในซ.ลาซาล หลบเข้าไปจากตัวถนนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว หน้าโครงการหันทางทิศเหนือ ทั้ง 3 อาคารวางเป็น U Shape โอบล้อม Facilities ขนาดใหญ่สำหรับลูกบ้านตรงกลางเอาไว้ อาคาร A มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยหันทางทิศตะวันออก ฝั่งนอกโครงการ และตะวันตก วิวสระว่ายน้ำ   อาคาร B ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตกกับทิศเหนือจะได้วิวสระว่ายน้ำ ส่วนยูนิตทางทิศตะวันออกกับทิศใต้จะได้วิวฝั่งนอกโครงการ   อาคาร C ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ยูนิตพักอาศัยที่หันทางทิศตะวันตก ฝั่งนอกโครงการ และทิศตะวันออก วิวสระว่ายน้ำ ซึ่ง Facilities หลักทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ฯลฯ จะอยู่ที่อาคาร C ชั้น 2   ชมห้องตัวอย่าง วันนี้เราพาไปชม Sales Gallery ซึ่งไม่ยากเลยค่ะ ตั้งอยู่ปากซอยลาซาล 30 มองเห็นได้ง่ายมาก ภายในมีห้องตัวอย่างให้ชม 3 ห้อง ด้วยกัน ซึ่งเป็น Type ที่วางฟังก์ชั่นมาใหม่ ขายแบบ Fully Fitted ซึ่งจะมี Built in ตู้เก็บของ ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ทีวี เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน และสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำครบชุด โดยตู้เก็บของถูกออกแบบมาใหม่ให้ได้พื้นที่เก็บของเพิ่มมากขึ้น มี USB Plug ที่จุดสำคัญอย่างในห้องนอนกับห้องน้ำ เน้นพื้นที่ส่วน Living Room กว้างขึ้น สามารถรองรับเพื่อนๆ ที่มาห้องของเราได้หลายคน หรือสามารถปรับการใช้งานสำหรับรองรับการทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างสะดวกตามไลฟ์สไตล์ ของแต่ละคน              Type B2 27 ตร.ม.   เป็นห้องที่มีลักษณะตามแปลนเดิมของ Origin แต่มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นบางส่วนใหม่ เริ่มจากส่วนแรกของห้องเป็น Living Room ไซส์ที่สามารถรับแขกได้เพิ่มขึ้น ด้วยพื้นที่วางโซฟาได้ยาวถึง 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง และยังมีมุมสำหรับ วางโต๊ะทานอาหาร มาพร้อมกับ Built in เคาน์เตอร์วางทีวี สำหรับวัสดุปูพื้นใช้ลามิเนต ผนังฉาบเรียบสีขาว ความสูง Floor To Ceiling 2.4 เมตร และได้เครื่องปรับอากาศ Daikin 2 ตัว     Bedroom กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ พื้นที่เชื่อมต่อกับ Living Room โดยจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้า เตียงขนาด 5 ฟุต ส่วนหน้าต่างข้างเตียงใช้กระจกบานกระทุ้ง   อีกด้านหนึ่งของห้องจะเป็นครัวปิดและห้องน้ำ ซึ่งตรงกลางระหว่างทั้งสองห้องนี้จะมี Built in ตู้เก็บของ พร้อมช่องวางตู้เย็นแยกออกมาจากครัว เป็นฟังก์ชั่นใหม่ที่เราได้เห็นกันในโครงการนี้เป็นที่แรก โดยที่เราจะได้ความสะดวก ในการหยิบของในตู้เย็น ได้พื้นที่ครัวแนวลึกเพิ่มขึ้น และระเบียงห้องต่อจากห้องครัวปิด กั้นด้วยราวเหล็กโปร่งสีดำ Condensing Unit แขวนไว้หันเข้าตัวระเบียง     Type B3 27 ตร.ม. แปลนห้องที่ถือเป็นไฮไลท์สำหรับโครงการ THE ORIGIN SUKHUMVIT 105 เรียกว่าห้องแบบ Smart walk in Closet ออกแบบมาเพื่อหนุ่มสาวสายแฟชั่นที่รักการแต่งตัวโดยเฉพาะ เพราะมีการกั้นส่วนที่เป็น Walk In Closet เอาไว้หนึ่งห้อง ซึ่งวางไว้ให้สามารถเดินเชื่อมกันระหว่างห้องน้ำกับห้องนอน ทำให้การใช้งานจริง Smooth มากกว่า รับรองว่าใครที่เป็นแฟชั่นนิสต้าจะต้องชื่นชอบห้องนี้แน่นอนค่ะ   ส่วนแรกของห้อง Living Room ยังคงมีพื้นที่กว้างขวาง นอกจากจะได้ Built in เคาน์เตอร์ทีวีแล้ว ยังได้ Built in ตู้เก็บของที่มีช่องวางตู้เย็นแบบเดียวกันกับ Type B2 อยู่ตรงข้ามกับห้องครัวปิดทางด้านหน้าห้อง ซึ่งเคาน์เตอร์ครัวจะได้ Top หินสังเคราะห์ ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ Hafele พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้   Smart Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น เป็นทั้งตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งใน 1 เดียว ทั้ง Beauty Mirror พร้อมไฟ LED รอบกระจก ช่องปลั๊กที่เตรียมไว้ทุกมุม ด้านบนสำหรับเสียบไดร์เป่าผม และด้านล่างสำหรับเสียบ iRobot Clenning ช่องเก็บเสื้อผ้าหลายขนาด หลายไซท์ ทั้งหมุดแขวนหมวกหรือเข็มขัด เรียกว่าคิดมาครบให้เก็บทั้งเสื้อผ้าและของใช้ได้ทุกอย่างจริงๆ ซึ่งโครงการบิ้วท์อิน มาให้เหมือนในห้องตัวอย่างเลย ขาดเพียงกระจกเงาสูงเต็มตัวด้านใน ที่ติดไว้เป็นไอเดียเท่านั้น   Bedroom เชื่อมต่อกับห้อง Smart Walk In Closet โดยกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ส่วนห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access ระหว่าง Living Room กับ Smart Walk In Closet สะดวกต่อการใช้งานทั้งเจ้าของห้องเวลาแต่งตัว และเพื่อนเมื่อมาที่ห้อง ส่วนสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมดใช้แบรนด์ American Standard พร้อมฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจก Tempered แบบบานสวิง พื้นและผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิค     Type BP 31.5 ตร.ม.   เป็น Type แบบ 1 Bedroom Plus แปลนห้องจะคล้ายกับ Type B3  คือมีห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง กลางห้องเป็น Living Room มีห้องน้ำที่เป็นประตูแบบ Double Access สามารถเข้าได้จากทั้งทาง Living Room กับห้องนอน และลึกเข้าไปด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอน และห้องที่เป็น Plus     ห้องครัวปิดวางไว้ทางซ้ายมือถัดจากประตูห้อง ภายในวางเคาน์เตอร์ครัวแบบ L shape ได้เคาน์เตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตามห้องตัวอย่างมาครบชุด ส่วนในห้องน้ำจะมีระบบ Smart Mirror ทัชสกรีนบนกระจกเงาภายในห้องน้ำผ่าน Wifi ให้ไม่พลาดทุกการสื่อสาร   สำหรับห้องที่เป็น Plus นั้นจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้น สามารถวาง Day Bed หรือจะใช้เป็นห้องทำงานก็เหมาะดีนะคะ โดยจะมีระเบียงห้องต่อจากห้อง Plus ถัดไปข้างกันเป็นห้องนอนที่ใช้ประตูห้องบานสวิงแบบทึบ เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากกว่า   นอกจากนี้  สิ่งที่สำคัญ ที่สุด ที่ออริจิ้น เข้าใจ GEN Z  คือ การบริการ ที่ตัดตรงขั้วหัวใจ Hotel Service On demand บริการทำความสะอาด  ไม่ว่าจะเป็น งานแม่บ้าน งานซักรีด งานทำความสะอาดห้องน้ำ  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการจัดการชีวิตให้สะดวกสบาย เหมือนที่เป็นมาโดยตลอด Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application  ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในการจัดสรรเวลา ที่มีค่าของคุณ  เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรเวลาดีๆ ที่มีค่า ไปตามหา Passion ไปใช้ชีวิตในแบบของคุณ Super Maintenance Service บริการเรียกช่างเทคนิค ช่างซ่อม ช่างล้างแอร์ ช่างไฟ ตอบโจทย์ความ ’’เข้าใจ’’ ในความต้องการให้คุณไม่ต้องมากังวลกับงานช่างที่คุณไม่ได้ถนัดอีกต่อไป Dine in Service บริการ SNACK และเครื่องดื่ม ผ่าน Machine ภายในโครงการ ให้ทุกมื้อ ที่คุณต้องการ สามารถสั่งผ่านปลายนิ้ว ได้ในพริบตา Smart Bill Pay  บริการส่งบิลออนไลน์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ผ่าน Mobile Application  ลดเวลาความวุ่นวาย ที่ต้องพบเจอในทุกๆเดือน ซึ่ง มาภายใต้ คอนเซปต์ Cashless Society  สังคมไร้เงินสด ที่คุณมีเพียงมือถือ เครื่องเดียว ก็สามารถจัดสรรทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่าย ผ่านปลายนิ้ว คุณ   ความครบครันรอบด้านของโครงการ ทั้งในแง่ของการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งภายนอก-ภายในโครงการ รวมถึงฟังก์ชั่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ในราคาเริ่มต้นสุดพิเศษเพียง 1.39 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่หาได้ยากแล้วสำหรับคอนโดมิเนียมยุคนี้ เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ THE ORIGIN ที่น่าสนใจและได้รับกระแสตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันกับตัวอื่นๆ ค่ะ   เตรียมพบกับคอนโดใหม่ทุกไลฟ์สไตล์อยู่ใกล้แค่ก้าว "ดิ ออริจิ้น" สุขุมวิท 105 ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง   เริ่มเพียง 1.39 ล้านบาท*       21 ก.ย.นี้เปิดจองครั้งแรก พร้อมชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้ พิกัด https://bit.ly/33Mw1lp  "The Origin สุขุมวิท 105" ที่สุดแห่งคอนโดใหม่ บนถนนสุขุมวิท ใจกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ใกล้รถไฟฟ้า 2 สาย #สีเขียว #สีเหลือง เปิดรับ Gift Voucher เพื่อใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 200,000 .- *คลิกรับสิทธิพิเศษ https://bit.ly/31ksLvA   #จัดจ้านย่านสุขุมวิท #TheOrigin #LiveYourValue  #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #สู้สู้นะ #GenZ    

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Pleno บางใหญ่ 2 เติมเต็มทุกฟังก์ชั่นใช้งานทั่วทุกพื้นที่ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พรีเมี่ยมทาวน์โฮมหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ RECONNECT WITH NATURE ที่รังสรรค์ทุกการออกแบบด้วยเอกลักษณ์เฉพาะ ผสานธรรมชาติกับพื้นที่สีเขียไว้ในที่เดียว ทั้งบ้าน คลับเฮ้าส์ และซุ้มประตูทางเข้าพร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama, สระว่ายน้ำ และ Co-Living Space 2 จุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ   ชื่อโครงการ Pleno Bangyai 2 (พลีโน่ บางใหญ่ 2) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 11140 พื้นที่โครงการ 24-1-33.6 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ ที่จอดรถ 1 คัน จำนวนหลัง 270 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 16.4 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 91.16 ตร.ม. สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ ตอบโจทย์ชีวิตของคนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นคุณภาพ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางระดับไฮเอนด์ ทั้งฟิตเนสเทควิวสวนแบบ Panorama สระว่ายน้ำ ขนาดใหญ่ และ Co-Living Space 2 จุด บนทำเลศักยภาพ ใกล้ Central Westgate และรถไฟฟ้าสายสีม่วง 5 นาที* จุดขึ้น-ลงทางด่วน ถนนกาญจนาภิเษก, ทางพิเศษศรีรัช สถานที่ใกล้เคียง เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์, โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ อินเตอร์  

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ พรีเมียมทาวน์โฮมในฝัน ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้าเพียงแค่ 10นาที*

Pleno สาทร-สุขสวัสดิ์ ทาวน์โฮมฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว พร้อมความเป็นส่วนตัวเพียง 117 ยูนิต บนสังคมคุณภาพ พร้อมพื้นที่ Exclusive Clubhouse ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ PANORAMIC View และสนามเด็กเล่นที่มาช่วยเติมเต็มช่วงเวลาของคนในครอบครัวให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บนทำเลศักยภาพ ใกล้ทางด่วน และรถไฟฟ้า เพียงแค่ 10 นาที ถึงสาธร   ชื่อโครงการ Pleno sathorn-suksawat (พลีโน่ สาทร-สุขสวัสดิ์) เจ้าของโครงการ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ 55/7 ซอยสุขสวัสดิ์ 26 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ จ.กรุงเทพฯ 10140 พื้นที่โครงการ 11-1-27.7 ไร่ ลักษณะโครงการ ทาวน์โฮม 2 ชั้น 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 17.5 ตร.วา หน้ากว้าง 5.5 เมตร ที่จอดรถ 2 คัน จำนวนหลัง 117 ยูนิต ขนาดที่ดิน เริ่มต้น 17.5 ตร.วา พื้นที่ใช้สอย 105.42 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ฟิตเนส, คลับเฮ้าส์, สนามเด็กเล่น, สวนสาธารณะภายในโครงการ, พื้นที่ตั้งนิติบุคคล,สระว่ายน้ำ, กล้องวงจรปิด cctv, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ระบบ KATSAN ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท จุดเด่นโครงการ สามารถเดินทางเข้า-ออกได้หลากหลายเส้นทาง ทั้งถนนสุขสวัสดิ์, ถนนพุทธบูชา, ถนนประชาอุทิศ และ ถนนพระราม 2 และในอนาคตยังมีรถฟ้าสายสีม่วง (ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ) ที่พร้อมเพิ่มทางเลือกให้กับการเดินทาง จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทางพิเศษเฉลิมมหานคร และถนนวงแหวนอุตสาหกรรม สถานที่ใกล้เคียง Central Plaza พระราม 3,Big C บางปะกอก, Tesco Lotus บางปะกอก, Forest พระราม 2, Big C ราษฎร์บูรณะ, Makro Food Service ประชาอุทิศ, Big C ดาวคะนอง, Big C สุขสวัสดิ์, Max Valu ประชาอุทิศ, The Mall ท่าพระ,รร.สารสาสน์สุขสวัสดิ์, ม.พระจอมเกล้าฯ บางมด (KMUTT), รร.บางปะกอกวิทยาคม, รร.ดรุณสิกขาลัย, รร.จินดามณี, รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี, รพ.บางปะกอก 1, รพ.ราษฎร์บูรณะ, รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล, รพ.บางมด  

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

คอนโดสไตล์รีสอร์ทส่วนตัว ใกล้ BTS แบริ่ง Supalai City Resort Sukhumvit 107-ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107

Supalai City Resort Sukhumvit 107 คอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ “ซิตี้ รีสอร์ท” ชูคอนเซ็ปต์ “COME HOME ให้การกลับบ้านมีความหมายมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”  การออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ใช้กระจกเขียวตัดแสงเพื่อลดความร้อนจากภายนอก เข้าสู่อาคาร อาคารที่พักอาศัยรูปตัว L ช่วยให้อาคารบดบังแสงแดดให้กันและกันเองในแต่ละช่วงเวลา ตกแต่งด้วยพรรณไม้ให้ความกลมกลืนไปกับการออกแบบอาคารผสานท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างลงตัว   ชื่อโครงการ Supalai City Resort Sukhumvit 107 (ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107) เจ้าของโครงการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งโครงการ ซ.แบริ่ง 18 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ 10270 พื้นที่โครงการ 13-1-78.4 ไร่ ลักษณะโครงการ Low Rise  จำนวนอาคาร 6 อาคาร  จำนวนชั้น 8 ชั้น จำนวนยูนิต 1,022 ยูนิต ร้านค้า 4 ยูนิต   ขนาดห้อง Studio-2 ห้องนอน 28.5-69.5 ตร.ม.  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง Swimming pool, Jacuzzi ระบบเกลือ Sharing Space, Fitness, Green Space, Playground, Smart Locker พร้อมด้วยประตูห้องพักแบบ Digital Door Lock, EV Charger, รถตู้บริการรับ-ส่งถึงรถไฟฟ้า และร้านค้า 7-11 ภายในโครงการ ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กล้อง CCTV ราคาเริ่มต้น 1.78 ล้านบาท  จุดเด่นโครงการ ออกแบบที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน ลดความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร บรรยากาศสไตล์รีสอร์ท ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีแบริ่ง สถานที่ใกล้เคียง Lasalle Avenue, Imperial World สำโรง,โรงเรียนนานาชาติเซนต์แอนดรูว์ส,โรงเรียนบางกอกพัฒนา,โรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา, โรงเรียนลาซาล, โรงเรียนนานาชาติเบิร์คลีย์, โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์, โรงพยาบาลศิครินทร์, เซ็นทรัลบางนา, ไบเทค บางนา      

พาชม THE ORIGIN Ratchada-Ladprao-ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว 25 เมตร จาก Interchange 2 สาย #สีเหลือง#สีน้ำเงิน คอนโดฯ ของคน Gen Z : รีวิวคอนโด

พาชม THE ORIGIN Ratchada-Ladprao-ดิ ออริจิ้น รัชดา ลาดพร้าว 25 เมตร จาก Interchange 2 สาย #สีเหลือง#สีน้ำเงิน คอนโดฯ ของคน Gen Z : รีวิวคอนโด

ในระยะหลังมานี้เราจะเห็นคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นใน Segment ระดับบน เรียกได้ว่าขยันทำสถิติ New High ราคาสูงขึ้นแข่งกันออกมาในตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วจับกลุ่มชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เหล่ามนุษย์เงินเดือนโดยเฉพาะ First Jobber หรือกลุ่ม Gen Z อายุประมาณ 23-28 ปี ยากจะเอื้อมถึง แต่สำหรับ Origin ที่มองเห็นช่องว่างนี้ก็ได้สวนกระแสผุดแบรนด์น้องใหม่ The Origin ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ออกมาได้ดีแค่ไหน เราไปทำความรู้จักพร้อมๆ กันกับโครงการ “THE ORIGIN Ratchada-Ladprao”    อีกหนึ่งทำเล Interchange สำคัญ ถ้าคอนโดมิเนียมทำเลดีหมายถึงการอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามากที่สุด ฉะนั้นการอยุ่ในทำเลที่เป็น Interchange ก็ถือว่าดียิ่งกว่า เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าถึง 2 สถานี จาก 2 เส้นทาง ทำให้การเดินทางกลายเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบายจากการมีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น    THE ORIGIN Ratchada-Ladprao ตั้งอยู่ภายในซ.ลาดพร้าว 23 ซึ่งใกล้กับสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว จุด Interchange ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีลาดพร้าวในปัจจุบัน ห่างจากโครงการ 450 เมตร กับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว ห่างจากโครงการ 25 เมตร โดยความสำคัญของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในอนาคตเมื่อเสร็จสมบูรณ์ตลอดทั้งโครงการแล้วน่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นได้ทั้งสายของคนทำงานใจกลางเมืองอย่างพระราม 9 อโศก สาทร และสีลม รวมถึงการอยู่ในฐานะรถไฟฟ้าสายท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้วยเช่นกัน โดยจะมีหลายสถานีที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นสถานีวัดมังกร สถานีวังบูรพา สถานีสนามไชย ซึ่งเปิดให้ทดลองนั่งฟรีเมื่อวันที่ 29 ก.ค. นี้แล้ว ขณะที่สายสีเหลืองที่มีสถานีลาดพร้าวเป็นจุดเริ่มต้น มีระยะทางรวมทั้งหมด 30 กิโลเมตร 23 สถานี จากถ.ลาดพร้าว เข้าสู่ถ.ศรีนครินทร์ เลี้ยวเข้าถ.เทพารักษ์ แล้วไปเชื่อมต่อกับสายสีเขียวสถานีสำโรง คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2021 ก็ถือเป็นรถไฟฟ้า Monorail ที่จะสามารถรองรับผู้คนที่อาศัยอยู่ทางโซนตะวันออกเข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และยังมีสายสีเหลืองส่วนต่อขยายอีก 2 สถานี ผ่านหน้าศาลอาญาบนถ.รัชดาภิเษก แล้วเป็นจุด Interchange กับสายสีเขียวส่วนต่อขยาย สถานีพหลโยธิน 24 ด้วย           ถ.รัชดาภิเษกและลาดพร้าวช่วงต้นเช่นนี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่รวบรวมเอาสิ่งอำนวยความสะดวกรวมถึงด้านคมนาคมเข้าไว้ด้วยกันจนแทบจะกลายเป็นอีกศูนย์กลางแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นช่วงสี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปจนถึงสี่แยกพระราม 9 แหล่งอาคารสำนักงานเกรด A ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เกต เช่น The Street รัชดา บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รัชดา Esplanade รัชดา เซ็นทรัล พระราม 9 ฟอร์จูนทาวน์ อีกทั้งยังมีสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งอย่าง สถานฑูตจีน สถานฑูตเกาหลี โรงแรมระดับ 5 ดาว เป็นต้น ทางด้านช่วงต้นของถ.ลาดพร้าว อีกย่านคนทำงานหลายบริษัทชื่อดังรวมตัวอยู่บริเวณนี้ก็ไม่น้อย สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีทั้งเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยน มอลล์ บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า ลาดพร้าว เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว เมเจอร์ รัชโยธิน และร้านแฮงค์เอ้าท์สุดฮิตช่วงกลางคืนอยู่หลายร้าน รวมถึงตลาดนัดจตุจักรที่มีทั้งช่วงกลางวันเสาร์-อาทิตย์ และคืนวันศุกร์ 4 ทุ่มไปจนถึง 7 โมงเช้า หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปพักผ่อน ออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติจริง หนึ่งในปอดใหญ่ของคนกรุงเทพฯ อย่างสวนจตุจักร และสวนรถไฟ ทั้งหมดก็ดูจะสามารถตอบไลฟ์สไตล์อันไม่หยุดนิ่งของคน Gen Z ได้อย่างสมบูรณ์แบบ        ภาพรวมโครงการ THE ORIGIN Ratchada-Ladprao คอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร ขนาดห้อง 24.5-54.5 ตร.ม. บนพื้นที่ 1-3-28.25 ไร่ ทั้งหมด 208 ยูนิต+ 1 Shop ที่จอดรถ 61% อยู่ใต้อาคาร ดึงเอาความหรูหราในบรรยากาศย้อนอดีตอย่าง Classic Heritage มาไว้บนสถาปัตยกรรมของโครงการ ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบตัวอาคารที่ใช้ความคลาสสิก บวกกับการใช้สี และวัสดุตกแต่งใช้สีโทนน้ําตาลและขาวครีม ตัดกับอลูมิเนียมสี Antique Copper เติมความหรูหราให้กับตัวอาคาร ใช้เส้นสายแนวตั้งเพื่อให้อาคารดูหนักแน่น สูงโปร่งขึ้น   ระแนงแนวตั้งของอลูมิเนียมสี Antique Copper ชั้นบน ช่วยรับสายตาจากทางเข้าโครงการไปที่สระว่ายน้ำ สะท้อนแนวคิดการดีไซน์บนความหรูหรา Facilities&Services  สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางจะมีมาตั้งแต่ชั้น Ground ไปจนถึงชั้น 3 เน้นการใช้งานได้จริง โทนสีขาว เทา ดำ ดูเรียบง่ายสบายตา ตัดด้วยอลูมิเนียมสีทองกับทองแดงเพิ่มความโดดเด่น บางห้องจะเปิดให้เห็นพื้นที่สีเขียวนอกอาคารด้วยกระจก Height Ceiling ซึ่งโครงการนี้ถือว่ามีห้องส่วนกลางให้เลือกใช้งานได้หลากหลายพอสมควร ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเวลามาใช้งาน เช่น Lounge,  24 hr.Co-working Space, Library Space, Office Supply, Multi Function Studio, Meeting Room ฯลฯ ส่วน Facilities อย่างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส จะอยู่ที่ชั้น 2 สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้สะดวก       ด้วยความเป็นคอนโดมิเนียมของคน Gen Z ในเรื่องของเทคโนโลยีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย เพราะนอกจากทำให้ชีวิตง่าย สะดวกสบายขึ้น ยังช่วยเรื่องความปลอดภัยได้ ซึ่ง Application บนสมาร์ทโฟนอย่าง ORIGIN CONNECT จะมาช่วยเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าผ่านสมาร์ทโฟน ใช้คู่กับ Smart Mirror ในห้องน้ำ Digital Door Lock ที่มีความสามารถในการปลดล็อคได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้ Card, Mechanical Key, Password, Bluetooth, Touch Screen และตั้งอายุการใช้งานของ Password ได้ รวมถึงการเรียก Hotel Service ได้ เป็นต้น      นอกจากนี้ยังตอกย้ำความว้าวที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจในตัว GEN Z อย่างแท้จริง ที่ออริจิ้นต้องการตอบสนองให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้ชีวิตมนุษย์คอนโด ‘ง่ายขึ้น’ ซึ่งมีอยู่ในโครงการ The Origin รัชดา-ลาดพร้าว คือ SERVICE EXCELLENCE  บริการสุดว้าว ที่เกิดจาก “ความเข้าใจ”   Hotel Service On demand บริการทำความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นงานแม่บ้าน งานซักรีด งานทำความสะอาดห้องน้ำ ตอบโจทย์ความต้องการจัดการชีวิตให้สะดวกสบายมากขึ้น Facility Booking บริการจองพื้นที่ส่วนกลาง ผ่าน Mobile Application ตอบโจทย์ความ ’เข้าใจ’ ในการจัดสรรเวลาที่มีค่าของคุณ เพื่อให้คุณสามารถจัดสรรเวลาดีๆ ที่มีค่า ไปตามหา Passion ไปใช้ชีวิตในแบบของคุณ Super Maintenance Service บริการเรียกช่างเทคนิค ช่างซ่อม ช่างล้างแอร์ ช่างไฟ ตอบโจทย์ความเข้าใจในความต้องการให้คุณไม่ต้องมากังวลกับงานช่างที่ไม่ได้ถนัดอีกต่อไป Dine in Service บริการ SNACK และเครื่องดื่ม ผ่าน Machine ภายในโครงการ ให้ทุกมื้อที่คุณต้องการ สามารถสั่งผ่านปลายนิ้วได้ในพริบตา Smart Bill Pay บริการส่งบิลออนไลน์ และชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่าน Mobile Application ลดเวลาความวุ่นวายที่ต้องเจอในทุกๆ เดือน Floor Plan  ทางเข้า-ออก โครงการจะอยู่ในซ.ลาดพร้าว 23 ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก ลักษณะที่ดินลึกเข้าไปจากตัวถนน ทำให้การวางตัวอาคารจึงได้เปรียบตรงที่ยูนิตจะอยู่ทางทิศเหนือ วิวสระว่ายน้ำ และทิศใต้ วิวทางฝั่งถ.ลาดพร้าว ยูนิตส่วนใหญ่จะไม่ถูกแสงแดดโดยตรงจากทั้งทางตะวันออกและตะวันตก เปิดห้องตัวอย่าง  สำหรับโครงการ THE ORIGIN Ratchada-Ladprao ตัว Sales Gallery ตั้งอยู่ริมถ.รัชดาภิเษก ฝั่งขาเข้าใกล้กับแยกรัชดา-ลาดพร้าว หรือสามารถเข้าจากในซ.ลาดพร้าว 23 ก็ได้เช่นกันค่ะ โดยจะมีห้องตัวอย่างทั้งหมด 3 ห้อง ขายแบบ Fully Fitted ที่มีเฟอร์นิเจอร์มาให้เกือบจะครบใกล้เคียง Fully Furnished เลยทีเดียวค่ะ โดยสิ่งที่จะได้มาด้วยมีทั้งเคาน์เตอร์ครัว Top หินสังเคราะห์ มาพร้อมกับเตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจาน จากแบรนด์ HAFELE ตู้เก็บรองเท้า เคาน์เตอร์ทีวี เตียง ตู้เสื้อผ้า สุขภัณฑ์ในห้องน้ำทั้งหมด รวมฉากกั้นอาบน้ำ และติดตั้งเครื่องปรับอากาศจาก Daikin มาให้ด้วยค่ะ ซึ่งห้องแต่ละ type ก็จะได้เฟอร์นิเจอแตกต่างกันได้ตามนี้เลย 1 Bedroom เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin, Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ตู้เสื้อผ้า 1 Bedroom Smart Closet เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin,  Home Automation, Digital Door Lock, ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. และโต๊ะข้างเตียงพร้อม Wireless Charger, ตู้เสื้อผ้า Walk In Closet Set 1 Bedroom Plus เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin, Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ตู้เสื้อผ้า Smart Mirror (ในห้องน้ำ) 2 Bedroom  เครื่องปรับอากาศ แบรนด์ Daikin,  Home Automation, Digital Door Lock,  ตู้เก็บรองเท้า, เคาน์เตอร์ครัว, ชั้นวางทีวี, เตียงขนาด 5 ft. ทั้งหมด 2 หลัง, ตู้เสื้อผ้า, Smart Mirror (ในห้องน้ำ)   1 Bedroom 27 ตร.ม.    เริ่มจากห้องตัวอย่างแรก ซึ่งเป็นห้องดีไซน์ Layout ใหม่จาก Origin เริ่มจากห้องครัวปิดแยกออกจากส่วน Living และ Bedroom แต่มีดีไซน์แบบใหม่ตรงที่มี Smart Walk In Closet กั้นเป็นห้องแนวยาว เหมาะสำหรับเหล่า Fashionista ที่รักการช็อปปิ้งให้ได้มีที่เก็บเสื้อผ้าและ Accessories ได้เยอะมากกว่าที่เคย เปิดห้องแรกมาด้วยห้องครัวปิดเป็นส่วนแรกสำหรับ Layout นี้ พื้นครัวปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้  มีช่องสำหรับวางตู้เย็น หน้าบานตู้เป็นกระจกสีดำ ช่วยพรางสายตาภายในตู้ได้ค่อนข้างดี แต่ไม่ทึบจนเกินไปเหมือนหน้าบานไม้ และกั้นห้องด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ขอบอลูมิเนียมสีดำ สูงจากพื้นชิดฝ้าเพดาน ซึ่ง Floor To Ceiling ภายในห้อง 2.5 เมตร    ผ่านห้องครัวเข้ามา Living พื้นปูด้วยลามิเนต วางโซฟายาวๆ ได้ 3-4 ที่นั่ง ด้านในสุดของห้องจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้ข้างหน้าต่างกระจก ซึ่งเป็นบานกระทุ้งเปิดออกได้ 1 บาน และรูปลั๊กไฟตามจุดสำคัญต่างๆ เช่น หัวเตียง ในห้องน้ำ ฯลฯ ก็จะมีช่อง USB รองรับไว้เลย ใช้งานสะดวกมาก โดยเฉพาะกับสมาร์ทโฟนที่ไม่ต้องง้อ Adapter อีกเลย เพราะโครงการให้โต๊ะข้างเตียงที่มาพร้อม Wireless Changer   ปลายเตียงห้องจริงจะมีการกั้นประตูกระจกบานเลื่อนมาด้วยนะคะ เพื่อกั้นเป็นห้อง Smart Walk In Closet ซึ่งจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งมาด้วยตลอดแนวผนังก่อนถึงห้องน้ำด้านในสุด โดยภายในห้องน้ำก็จะแยกส่วนแห้งไว้ก่อนจะเป็นส่วนเปียกไว้ด้านใน  Smart Walk in Closet เป็นตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บเสื้อผ้าเท่านั้น เป็นทั้งตู้เก็บของ เก็บเสื้อผ้า และโต๊ะเครื่องแป้งใน 1 เดียว ทั้ง Beauty Mirror พร้อมไฟ LED รอบกระจก ช่องปลั๊กที่เตรียมไว้ทุกมุม ด้านบนสำหรับเสียบไดร์เป่าผม และด้านล่างสำหรับเสียบ iRobot Clenning ช่องเก็บเสื้อผ้าหลายขนาด หลายไซท์ ทั้งหมุดแขวนหมวกหรือเข็มขัด เรียกว่าคิดมาครบให้เก็บทั้งเสื้อผ้าและของใช้ได้ทุกอย่างจริงๆ     1 Bedroom 27 ตร.ม.  Layout สุดฮิตของ Origin เขาล่ะค่ะ ด้วยพื้นที่ตรงกลางห้องที่มีมุมสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตามการใช้งานได้อย่างอิสระ เน้นการใช้งานภายในห้องได้อย่าง Smooth ขณะเดียวกันก็ยังได้ห้องครัวปิด ห้องนอนที่แยกเป็นสัดส่วนออกจากกัน และยังได้เปรียบในเรื่องของแสงธรรมชาติสามารถส่องเข้ามาในห้องได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย    ลักษณะของ Layout สำหรับโครงการนี้จะได้พื้นที่ Living มากขึ้น สามารถวางโซฟาตัวยาวขนาด 3-4 ได้สบายๆ พร้อมโต๊ะเล็กด้านข้างได้อีกค่ะ   ตู้ที่ Bulit in มาให้จะใช้หน้าบานกระจกสีดำ ซึ่งภายในตู้จะมีสวิตซ์ไฟเปิด-ปิด ไฟ LED ด้านในตู้ เพิ่มความสว่างเวลาใช้งานจริง ส่วนกลางห้องระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวปิดจะมี Built in โต๊ะเครื่องแป้งที่มีตู้เก็บของด้านบนเอาไว้ให้ด้วย สะดวกต่อการใช้งานจริง   1 Bedroom Plus 34 ตร.ม.        ห้องตัวอย่างสุดท้าย เป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ที่ได้ห้องว่างเพิ่มมา 1 ห้อง สามารถดีไซน์ได้เองตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เช่น ห้องทำงาน หรือห้องนอนอีก 1 ห้อง ส่วนห้องน้ำได้ประตู Double Access สามารถเข้าได้จากทั้ง Living กับ Bedroom เพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และห้องครัวปิดที่ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นจนสามารถวางเคาน์เตอร์ Built in มาแบบ L shape ได้   ห้องครัวปิดจะถูกวางอยู่หลัง Living Room ภายในมีพื้นที่พอสำหรับทำครัว 2 คนได้ และบริเวณ Living Room ยังคงเน้นพื้นที่สำหรับวางโซฟาได้ยาวขึ้น ถ้ามีเพื่อนมาหาที่ห้องก็สามารถรองรับได้ดี ไม่คับแคบจนเกินไป   ห้องที่เป็น Plus เพิ่มขึ้นมานี้ จะเป็นห้องเปล่าที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้เอง โดยในห้องตัวอย่างก็จัดเป็นห้องอ่านหนังสือแยกจากโซน Living และเชื่อมต่อกับระเบียงห้องที่มีราวกันตกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีดำ ส่วน Condensing Unit ถูกแขวนไว้หันหน้าเข้าทางระเบียง พื้นที่พอสำหรับใช้ตากผ้าได้    ห้องนอนใช้ประตูบานทึบและยังได้ประตูห้องน้ำแบบ Double Access ระหว่าง Living Room กับ Bedroom ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหากมีเพื่อนมาที่ห้องของเรา ซึ่งภายในห้องน้ำนอกจากจะได้สุขภัณฑ์มาครบพร้อมใช้งานได้ทันทีแล้ว ยังมีความพิเศษตรง Smart Mirror กระจกที่สามารถโชว์ภาพที่ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเช็คตารางงาน ดูหนัง ฟังเพลง ขณะอยู่ในห้องน้ำก็ยังสามารถใช้ชีวิตแบบสมาร์ทๆ ได้ ไม่พลาดทุกการสื่อสาร    ไม่ใช่แค่ทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ แต่ยังมีเรื่องของเทคโนโลยีที่กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ซึ่ง THE ORIGIN ก็สามารถทำออกมาได้ครอบคลุมทุกการใช้ชีวิตอย่างเข้าใจ จึงกลายมาเป็นแบรนด์น้องใหม่มาแรงที่กำลังถูกจับตามอง ด้วยความครบครันรอบด้านบวกกับราคาที่จับต้องได้ง่าย จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะยังอยู่ใกล้รถไฟฟ้ากลางเมืองได้เช่นนี้   #เปิดจองรอบพิเศษ vvip 17 ส.ค. นี้ พร้อมรับ Gift Voucher ใช้เป็นส่วนลดสูงสุด 300,000 .- * สำหรับเข้าจองในงาน!  ได้แล้ววันนี้ที่สำนักงานขาย https://bit.ly/2SCZrNm    “THE ORIGIN’’ 2 โครงการใหม่ทำเล “รัชดา- ลาดพร้าว” ย่านไลฟ์สไตล์สุดฮิป ใกล้จุดตัด New Interchange #สายสีน้ำเงิน #สายสีเหลือง   ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว 15  600 ม. จากสถานี MRT ลาดพร้าว มีความเป็นส่วนสูงเพียง 163 ยูนิต เริ่ม 1.79 ลบ.* ดิ ออริจิ้น รัชดา-ลาดพร้าว 25 ม. จากสถานี MRT รัชดา (สายสีเหลือง) จุดตัด New Interchange รถไฟฟ้า 2 สาย เริ่ม 2.29 ลบ.*   ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร! คลิก https://bit.ly/2LZsgSV    #TheOrigin #จัดจ้านย่านรัชดา #จัดจ้านย่านลาดพร้าว #จัดจ้านย่านอินเตอร์เชนจ์ #สู้ๆนะ #ใช้ชีวิตอย่างที่เชื่อ #LiveYourValue #EmphathyDesignthinking    

6 ไฮไลท์ “เซ็นทารา เรสซิเดนซ์ฯ” โรงแรมน้องใหม่ในศรีราชา

6 ไฮไลท์ “เซ็นทารา เรสซิเดนซ์ฯ” โรงแรมน้องใหม่ในศรีราชา

พูดถึงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี  ทุกคนคงนึกถึงสถานที่เดียวกัน คือ “พัทยา” เพราะเรียกได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย และครบทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว แต่ละปีจึงมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันเข้าไปเที่ยวที่พัทยากันไม่ขาดสาย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีเลย  ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มาจังหวัดชลบุรีซึ่งก็หมายความรวมถึงเมืองพัทยามีมากถึง 16 ล้านคนต่อปีเลยทีเดียว  ความสำคัญของจังหวัดชลบุรียังมีในเรื่องเศรษฐกิจอีกด้วย  เพราะรัฐบาลคาดหวังว่าจังหวัดชลบุรีจะสามารถสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตได้ถึง 5% จากเศรษฐกิจของประเทศที่เติบโตในอัตรา 3-4% เท่านั้น  ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าการจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ ภาคการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญเอามากๆ   เมื่อจังหวัดชลบุรีมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศอย่างนี้  รัฐบาลจึงพยายามผลักดันและกระตุ้นให้จังหวัดชลบุรีมีการเติบโตไปในทุกๆ เรื่อง และหาแม่เหล็กด้านการท่องเที่ยวเข้ามาดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกระจายแหล่งท่องเที่ยวไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะเมืองพัทยาเท่านั้น  หนึ่งในนั้น คือ อำเภอศรีราชา ที่ตอนนี้ถูกวางโพสิชั่นนิ่งให้เป็นเมือง “ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์” ซึ่งอนาคตคาดว่าจะมีโฉมหน้าไม่ต่างจากฮ่องกง   อำเภอศรีราชา ในอดีตที่ผ่านมาแม้เป็นเมืองทางผ่าน  เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปเมืองพัทยา หรือไม่ก็จังหวัดระยองเลย แต่ก็อาจจะมีแวะพักเที่ยวบ้างตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น สวนเสือศรีราชา ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวจีน แม้ว่าจะไม่ใช่แหล่งพักค้างคืนหลักของนักท่องเที่ยว แต่ต้องยอมรับว่าอำเภอศรีราชาได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติ้ล โอซาก้า” หรือ “ลิตเติ้ล เจแปนนิส” เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมของบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น  ซึ่งมาตั้งฐานการผลิตสินค้าอยู่เป็นจำนวนมาก พนักงานและผู้บริหารชาวญี่ปุ่นจึงอยู่กันอย่างหนาแน่น  ในอดีตมีมากถึง 15,000 ครอบครัว หากนับสมาชิกในครอบครัวคราวๆ สักครอบครัวละ 3 คน ก็มีจำนวนชาวญี่ปุ่นถึง 45,000 คนเลยทีเดียว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแรงงานชาวญี่ปุ่นถูกส่งกลับประเทศไปบ้าง  จนตัวเลขแรงงานญี่ปุ่นอยู่ประมาณ​10,000 ครอบครัว แต่ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควร   ชาวญี่ปุ่นที่มีอยู่ในอำเภอศรีราชาจำนวนมากเช่นนี้ ทำให้ดีเวลลอปเปอร์มองเห็นเป็นโอกาสทางการตลาด พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยของแรงงานเหล่านี้ แต่ไม่เพียงการเติบโตของตลาดคอนโดฯ เท่านั้น  กลุ่มโรงแรมก็เติบโตตามมาด้วย เพราะอำเภอศรีราชากำลังขยายตัว และเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจ เพราะเมืองพัทยาหรือชลบุรีไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือคอนโดฯ ตลาด​เริ่มจะแน่นแล้ว ดีเวลลอปเปอร์จึงต้องมองหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ แน่นอนอำเภอศรีราชานี่แหละเป็นที่หมายสำคัญ  ซึ่งอนาคตจะมีการเปิดตัวโรงแรมใหญ่ๆ เกิดขึ้นอีกหลายแห่ง     ล่าสุด โรงแรม“เซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา” ในเครือเซ็นทารา ได้เปิดตัวโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในอำเภอศรีราชา ด้วยโรงแรมระดับ 4 ดาว จำนวน 145 ห้อง บนเนื้อที่รวม 4 ไร่ ติดริมทะเล ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งเดียวในปัจจุบันของอำเภอศรีราชาที่ติดทะเล  ซึ่งถือเป็นไฮไลท์สำคัญของโรงแรมแห่งนี้เลยทีเดียว   โรงแรมเซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา ยังมี 6 ไฮไลท์และจุดเด่น สำหรับการเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว   1.ทำเลที่ตั้ง ติดชายหาดศรีราชา นับเป็นจุดต้นทางสำหรับการท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียง อาทิ ตัวเมืองพัทยาที่อยู่ห่างไปเพียง 40 นาทีโดยรถยนต์ หรือแหล่งรวมสนามกอล์ฟชั้นนำของประเทศที่ตั้งอยู่รายรอบพื้นที่ รวมทั้งชายหาดอันมีชื่อเสียง อาทิ ชายหาดบางแสนและอ่างเก็บน้ำบางพระ ก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมด้วยการเดินทางโดยรถยนต์ หากเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังโรงแรมใช้ระยะเวลาประมาณ 90 นาทีเท่านั้น   2.การออกแบบให้ทันสมัยมีบรรยากาศผ่อนคลายเป็นส่วนตัว สามารถมองเห็นวิวและเดินถึงชายหาดเลียบท้องทะเลอ่าวไทยตอนบนได้เพียงไม่กี่ก้าว ซึ่งโรงแรมเซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา ได้รับการออกแบบมาให้โดดเด่นด้วยโทนสีขาวสว่างตา ผสานเข้ากับสีฟ้าครามอันสดใส ทำให้นึกถึงประกายและสีสันของน้ำทะเลในอำเภอศรีราชาของอ่าวไทย ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นหมู่บ้านประมงที่มีวิถีชีวิตในแบบดั้งเดิม ปัจจุบันยังมีชาวบ้านบางส่วนทำประมงแบบดั้งเดิมให้เห็นด้วย   3.มีห้องพักหลากหลายรูปแบบไว้คอยบริการ -ห้องพักประเภทซูพีเรีย ดีลักซ์ และดีลักซ์ซีวิว ที่เหมาะสำหรับแขกผู้เข้าพักจำนวนไม่เกินสองท่าน -ห้องพักประเภทแฟมิลี่ เรสซิเดนซ์ และห้องสวีทแบบสองห้องนอน ที่สามารถรองรับครอบครัวใหญ่ที่มีขนาดสี่ถึงห้าคน รวมทั้งแขกผู้เข้าพักระยะยาว เพราะมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่กว้างขวางถึง 64 ตารางเซนติเมตร ภายในห้องพักประเภทเรสซิเดนซ์นั้น มีทั้งอุปกรณ์เครื่องครัว และเตียงสองชั้นสำหรับเด็ก   ห้องพักทุกห้องในโรงแรมแห่งนี้ จะมีพื้นที่ระเบียง พร้อมบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และสมาร์ททีวีภายในห้อง เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และมอบความสะดวกสบายแก่แขกผู้เข้าพักทุกคน   4.การบริการอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย โดยมีการนำเสนอตัวเลือกอาหารและเครื่องดื่มอย่างหลากหลายทั้งกลางวันและกลางคืน รวมทั้งบริการอาหารเสิร์ฟถึงภายในห้องพัก -ห้องอาหาร “อูมิ” ซึ่งอยู่บริเวณชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ที่นำเสนอทั้งเมนูอาหารญี่ปุ่นสูตรต้นตำรับ อาทิ ราเมนและเทปันยากิ รวมถึงเมนูทั้งไทยและยุโรป   -ร้าน “ซิงก์” คาเฟ่ ในบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ที่มีเมนูเครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชานมไข่มุกและชาเขียวมัทฉะพร้อมเสิร์ฟตลอดวัน ทั้งยังมีเมนูเครื่องดื่มร้อน ขนมอบและเบเกอรี่ต่างๆ ให้เลือกลิ้มลองได้อย่างเต็มอิ่ม คาเฟ่ซิงก์แห่งนี้ ถือเป็นมุมแห่งการพักผ่อน นั่งชิลล์ หรือเพลิดเพลินไปกับเมนูมื้อกลางวันที่หลากหลาย อาทิ แซนด์วิช ขนมขบเคี้ยว หรือเมนูสลัดผักสดเพื่อสุขภาพให้เลือกสรร   -ทรอปิคาน่า พูล บาร์ ที่ตั้งอยู่ข้างริมสระน้ำใกล้กับ “สกายบาร์” ที่สามารถเลือกอร่อยกับเมนูอาหารว่าง เครื่องดื่ม และค็อกเทล   5.พื้นที่รองรับการจัดงานอีเวนท์และสัมมนา โดยภายในโรงแรมเซ็นทารา เรสซิเดนซ์และสวีท ศรีราชา ยังเหมาะที่จะเป็นสถานที่ในการจัดงานของลูกค้ากลุ่มองค์กร เพราะมีพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการใช้งานและแผนผังงานได้หลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากเซ็นทาราคอยดูแลให้คำปรึกษา เพื่อให้การจัดงาน   6.พื้นที่รองรับกิจกรรมสำหรับครอบครัว ภายในโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้ง สระว่ายน้ำเด็ก และสวนน้ำสำหรับเด็ก มีพื้นที่สำหรับเด็ก และ E-Zone บริการสปา ออนเซ็น และร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก   ดร. ณัฏฐ์ศรัย ชัยจินดารัตน์ กรรมการบริษัทสไมล์ คอนโด (2011) จำกัด ในฐานะเจ้าของโรงแรม เปิดเผยว่า ได้ลงทุนมูลค่า 500 ล้านบาท สำหรับการพัฒนาโรงแรมแห่งนี้ ต่อจากการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่เดียวกัน โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรมเป็นชาวไทยและนักท่องท่องเที่ยว ซึ่งต้องการพักผ่อนและท่องเที่ยวในอำเภอศรีราชา คาดว่าภายในระยะ 3 ปีจะถึงจุดคุ้มทุน จากปกติการลงทุนโรงแรมจะใช้ระยะเวลา 7 ปี เนื่องจากมองว่าศักยภาพแข็งแกร่งของแบรนด์เซ็นทารา และทำเลที่ตั้ง รวมถึงการทำตลาดต่างๆ ซึ่งโรงแรมได้เริ่มต้นเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา มีลูกค้าให้การตอบรับมีอัตราการเข้าพักมากถึง 30%   แผนในอนาคตบริษัทยังเตรียมลงทุนพัฒนาโรงแรมแห่งที่ 2 ในอำเภอศรีราชา ขนาด 121 ห้อง ใช้งบลงทุนประมาณ 300 ล้านบาท ในอีก 3 ปีข้างหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มเซ็นทารา เพื่อนำแบรนด์เข้ามาบริหาร   “ปัจจุบันศรีราชาเริ่มมีปริมาณโรงแรมจำนวนมากกว่า 10,000 ห้อง และจะมีเชนโรงแรมใหญ่ไม่ว่าจะเป็นโนโวเทลและฮอลิเดย์อินท์เข้ามาเปิดบริการ แสดงให้เห็นว่าตลาดศรีราชามีศักยภาพ แต่อาจจะต้องรอระยะเวลาอีก 3-4 ปีเพื่อให้ดีมานด์และซัพพลายสอดคล้องกัน แต่ถือว่าเป็นตลาดมีอนาคตเพราะจมีการลงทุนจากภาครัฐเข้ามาอีกมาก ทำให้เอกชนกล้าลงทุนเพราะเชื่อในนโยบายของภาครัฐ”  

COTTO LIFE โลกของกระเบื้องที่ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นๆ

COTTO LIFE โลกของกระเบื้องที่ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นๆ

สร้างบ้านสักหลังว่ายากแล้ว การตกแต่งภายในนั้นยากและเสียเวลายิ่งกว่า ว่ากันแค่เรื่องของกระเบื้อง ก็คิดกันหนักแล้วว่าควรจะเลือกชนิดไหนให้เข้ากับห้อง ใช้ลวดลายอะไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง แค่นี้ก็ปวดหัวแล้ว นี่ยังไม่นับ การติดต่อช่างผู้รับเหมาฝีมือดี ไม่ทิ้งงานอีก สิ่งเหล่านี้จะไม่เป็นปัญหาเลยคะ ถ้าได้รู้จักกับโลกของกระเบื้องอย่าง COTTO LIFE  ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของอาคาร SCG Experience ที่ Crystal Design Center เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา   ทีมงาน Reviewyourliving ได้มีโอกาสไปเดินชม COTTO LIFE บนพื้นที่ 1,300 ตารางเมตร ที่เพิ่งจะปรับปรุง กันไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาคะ ที่นี่มีหลากหลายเรื่องราวของกระเบื้องที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อนักออกแบบ สถาปนิก ไปจนถึงกลุ่มคนรักบ้านจะต้องเดินชมกันเพลินแน่นอนคะ โดยที่ชั้น 2 ของ SCG Experience แห่งนี้จะเป็น COTTO LIFE ทั้งชั้น ซึ่งจะมีทั้ง กระเบื้องทั้งนำเข้า และผลิตในประเทศ รวมถึงสุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำหลากหลายชนิด แต่ครั้งนี้เราจะโฟกัสกันที่เรื่องของ กระเบื้องคะ เริ่มกันที่ฝั่งของกระเบื้องนำเข้า Italia Collection ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็น Exclusive Products ของ COTTO ด้วยความร่วมมือกันระหว่าง COTTO กับ บริษัท ฟลอริม เซรามิเช่ เอส.พี.เอ. จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องชั้นนำ จากประเทศอิตาลี ร่วมกันออกแบบ วิจัยและพัฒนาสินค้าพร้อมอาศัยเทคโนโลยีและฐาน การผลิต เพื่อออกมาเป็น กระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain) อิตาลีแท้ 100% โดยมุ่งจับกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก นักออกแบบ ซึ่งเรามักจะเห็น เข้าไปอยู่ในโปรเจคใหญ่ๆ อย่างห้างสรรพสินค้า โรงแรม สปา ร้านอาหาร หรือแม้แต่ ในบ้านของคุณเองในจุดที่อยากให้เป็นไฮไลท์พิเศษของบ้าน     ด้วยความที่ Italia Collection ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของธรรมชาติจริง เน้นลวดลายตามแบบธรรมชาติไม้ จากต่างประเทศ รวมถึงลายหิน หินอ่อน ลายไม้ อย่างกระเบื้องลายไม้โอ๊ค ก็จะมีมีความเป็นโอ๊คที่แตกต่างกัน ในแต่ละลักษณะของป่า ช่วงฤดูการเติบโต และไม่ใช่แค่เรื่องของลวดลาย แต่จะได้ผิวสัมผัสที่เลียนแบบลายไม้จริงด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้อารมณ์เหมือนอยู่กับธรรมชาติมากที่สุด   กระเบื้องลายหินอ่อน Grande Collection เป็นผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างมีความเป็น Exclusive ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็น Limited Collection ลายหินอ่อน เพราะการออกแบบได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติจริง ซึ่งหาได้ยากแล้ว โดยลวดลายที่เห็นจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ตายตัว โดยพัฒนาจากอิตาลี ด้วยเทคโนโลยี Continue af plus ที่ทำให้ลายหินร้อยเรียงต่อกันอย่าง Smooth ที่สุด เหมาะสำหรับใครที่อยากได้ผนังสักด้านที่เป็นไฮไลท์ ดูโดดเด่นขึ้นมา หรือจะทำเป็น Top เคาน์เตอร์ แม้กระทั่งกรุฟาซาดภายนอก   คุณสมบัติ น้ำหนักเบา แผ่นใหญ่พิเศษ โดยมีไซส์ใหญ่ที่สุด 1.6*3.2 สามารถปูได้อย่างไร้รอยต่อ ดูดซึมน้ำค่อนข้างต่ำมาก ทำให้ไม่สะสมคราบ ไม่เกิดเชื้อรา ทำความสะอาดง่าย ทนต่อการกัดกร่อน ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญคือ มีความทนทานมากกว่าหินจากธรรมชาติ     Texture ไม่เหมือนใครด้วย Espanya Collection ดีไซน์และผลิตจากสเปน จะได้เบจแบบ Earth Tone แต่จะมีความแตกต่างด้วยการเน้น Texture มีให้เลือก 6-8 ลาย เน้นการใช้งาน Outdoor   GEOLUXE เมื่อหินจากธรรมชาติเริ่มหาได้ยากเต็มที ประกอบกับการหันมาใส่ใจดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงเกิดเป็นหิน Pyrolytic Stone ที่พัฒนามาจากการวิจัยใน Lab ซึ่ง Built มาทั้งชิ้น เนื้อเดียวกันทั้งหมด ทำให้ได้หินแผ่นใหญ่ มีความหนา 10-12 มม. น้ำหนักมาก ทนการถูกกระแทกหนักๆได้ดี และทนความร้อนสูง จึงนิยมนำมาเป็น Top ครัว แต่ต้องวางอยู่บนเคาน์เตอร์ที่มีฐานแข็งแรง แน่นหนาตามไปด้วย และทั้งแผ่นจะโชว์ให้เห็นลวดลายเส้นสาย ของแร่หินที่สั่งสมกว่าพันปี จนกลายเป็นหินแผ่นใหญ่ แต่สามารถสั่งตามขนาดที่ต้องการได้   โซน Italia Collection นี้ เหมาะกับงานสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย แต่โดดเด่น ล้ำสมัย ซึ่งก็ตรงตามความต้องการของ COTTO เอง ที่ตั้งใจเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่มากขึ้น   COTTO Collection มาถึงโซนของ COTTO ที่ผลิตเองในประเทศ ราคาก็จับต้องได้ง่ายขึ้น แต่คุณภาพยังคงไม่ลดน้อยลงไปกว่ากันเท่าไรนัก เพราะยังคงเน้นคุณสมบัติดูดซึมน้ำต่ำ แข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี ทนทานต่อการเสียดสีและขูดขีด เนื้อสีขาว เนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น รองรับการทุกใช้งานพื้น ผนัง ทั้งนอกบ้านและในบ้าน มีให้เลือกมากกว่า 80 ซีรี่ย์ ในเรื่องของลวดลายกระเบื้อง พยายามตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่โหยหายความเป็นธรรมชาติย่งขึ้น ซึ่งเทรนด์ ลายตามธรรมชาติได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ โดยจะเลียนแบบลายไม้ ลายหินพื้นถิ่นในบ้านเรา ให้สัมผัสต่างกันออกไป   กระเบื้องโมเสก  ระยะหลังมานี้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งคะ ส่วนใหญ่เราจะเห็นการใช้ตกแต่ง ในร้านคาเฟ่กันเยอะขึ้น ด้วยความที่เป็นกระเบื้องชิ้นเล็กจึงสามารถเข้าไปอยู่ได้ในทุกพื้นที่ เน้นไปที่การตกแต่งเพิ่มสีสัน แต่เนื้อกระเบื้องจะเหมือนกับกระเบื้องแผ่นใหญ่ รวมถึงคุณสมบัติในการใช้งานได้ทั้งภายนอกและภายในเช่นกัน   นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์สวยงาม ดูทันสมัยแล้ว เรื่องการบริการก็สำคัญไม่แพ้กันคะ เพราะ COTTO LIFE มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำทั้งเรื่องการออกแบบด้วยโปรแกรม 3D ของทีม Creative Designer ให้เห็นภาพจริงก่อนตัดสินใจ บริการติดตั้ง Tile Installation Service ไปจนถึงการรับประกันยาวนาน ด้วยตัวผลิตภัณฑ์เอง ที่มีความโดนเด่นเฉพาะตัว แตกต่างจากท้องตลาดทั่วไป จึงจำเป็นต้องใช้ช่าง ที่มีความชำนาญเฉพาะ รวมถึงอุปกรณ์พิเศษในการติดตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดกับบ้านของคุณ   แม้ว่าที่ COTTO LIFE แห่งนี้จะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสัมผัสสินค้าจริง แต่ถ้าไม่สะดวกเดินทางมาล่ะก็ เขามีบริการ ซื้อผ่านออนไลน์ได้ และยังบริการส่งฟรีถึงบ้านอีกด้วยคะ    

“คาเฟ่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน 2019” กับ 18 เมนูใหม่ พร้อมของสะสมสุดพิเศษ

“คาเฟ่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน 2019” กับ 18 เมนูใหม่ พร้อมของสะสมสุดพิเศษ

ใครเป็นแฟนอะนิเมชั่นสุดอมตะอย่างโคนันจะต้องฟินกันอีกครั้งกับการกลับมาอีกครั้งของ “คาเฟ่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน 2019” (Detective Conan Cafe 2019) ณ ร้าน เบค อะ วิช (Bake A Wish) ชั้น G ของสยามเซ็นเตอร์ เป็นปีที่ 2 แล้วนะคะ ครั้งนี้มาพร้อมกับ 18 เมนูที่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อแฟนๆ โดยเฉพาะ พร้อมของสะสมโคนันลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น วางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านเท่านั้น แต่จะมีอะไรกันบ้าง Reviewyourliving ได้เก็บภาพมาฝากกันค่ะ   คอนเซ็ปต์ของทั้ง 18 เมนู ถูกคิดขึ้นมาตามธีมของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ 23 ตอน: ศึกชิงอัญมณีสีคราม (Detective Conan The Movie 23: The Fist of Blue Sapphire) ที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการในไทยเร็วๆ นี้ โดยเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Bake A Wish กับ PARCO (สิงคโปร์) ให้เป็นผู้พัฒนาคอนเซ็ปต์ และดำเนินการรังสรรค์เมนูต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งจะใช้การผสมผสานระหว่างวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย กับวัฒนธรรมป๊อปอะนิเมะของญี่ปุ่น ในราคาตั้งแต่ 180-350 บาท    อาหาร 6 เมนู ไก่กะรัต อาเกะอัญมณีสีคราม เฟรนช์ฟรายส์กับรอยยิ้มลึกลับ ข้าวแกงเขียวหวานแคปซูลยา เรโทร นโปลิตัน พาสต้า จากคาเฟ่ปัวโรต์ ศึกแห่งเบอร์เกอร์ จอมโจรคิด ปะทะเคียวโกขุ ข้าวห่อไข่ในคืนวันเพ็ญ จอมโจรคิด (แถมโปสการ์ดเป็นลายใน Movie Scene)    ขนมหวาน 4 เมนู พาร์เฟ่ต์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน (แถมพวงกุญแจอะคริลิคลายโคนัน) ชินอิจิ&รัน ของหวานแห่งรัก มายากลของหวานของจอมโจรคิด  ยินดีต้อนรับสู่การ์เด้นซิตี้วาฟเฟิล (แถมโปสการ์ด)   เครื่องดื่ม 4 เมนู  ใครที่สั่งเมนูเครื่องดื่มใดก็ตามจะได้รับแผ่นรองแก้วลายลิมิเต็ดฟรี  โคนันฮอตลาเต้ ลายบนตัวลาเต้จะไม่สามารถเลือกลายได้นะคะ เพราะจะสุ่มตัวละครจากทั้งหมด 6 ลาย   สิงคโปร์ บลู พาราไดซ์ จิงเจอร์เอลของโคโกโร่ ตัวนี้ไม่มีแอลกอฮอล์ ใครที่สั่งเมนูนี้ก็สามารถถือขวดกลับบ้านได้เลยค่ะ อัญมณีสีครามในน้ำแอปเปิ้ลโซดา เมนูเครื่องดื่มที่มาพร้อมขวดลายพิเศษเฉพาะปี 2019 สามารถถือกลับบ้านได้เลยเช่นกัน     4 เมนูสำหรับ Takeaway  ใครที่ไม่ได้มีโอกาสมาที่สาขาสยามก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปนะคะ เพราะจะมีทั้ง 4 เมนูนี้วางจำหน่ายที่ร้าน Bake A Wish กว่า 14 สาขาทั่วประเทศ  เค้กกาแล็กซี่จอมโจรคิด  เซ็ท สารพัดเค้กยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เลม่อนพายของชินอิจิ&รัน คุ้กกี้รูปไพ่ของจอมโจรคิด    นอกจากนี้ยังมีของสะสมโคนันลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น และสินค้าที่ระลึกสุดพิเศษจากภาพพยนตร์วางจำหน่ายเฉพาะที่นี่เท่านั้น พร้อมสนุกไปกับเกม Walk Rally ในธีมยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน The Phantom Quest ซึ่งจะเปิดให้เล่นระหว่างวันที่ 1–18 สิงหาคม 2562       สุดท้ายของความพิเศษค่ะ ถ้าใครที่อยากจะนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่บีทีเอสสถานีสยาม เพื่อมาที่ร้านก็อย่าลืมลองหาบัตรโดยสารแรบบิท ลายยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน ซึ่งจะได้สิทธิพิเศษรับชูครีมที่ทำสดใหม่ทุกวัน ฟรี 1 ชิ้น จากร้าน Bake A Wish สาขาสยามเซ็นเตอร์ (จำกัด 1 ชิ้น/วัน/หมายเลขบัตรแรบบิท) ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม-15 กันยายน 2562 นี้   เห็นแบบนี้แล้วคงจะอยากไปสัมผัสกันด้วยตัวเองใช่ไหมล่ะคะ ฉะนั้นอย่าชะล่าใจไปเชียว เพราะ “คาเฟ่ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน 2019” จะเปิดให้ฟินกันเพียง 46 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-15 กันยายน 2562 นี้        

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เมื่อสุขภัณฑ์เป็นมากกว่าส้วม

เคยสงสัยมั้ย ว่าทำไมบางคนถึงยอมลงทุนกับโถสุขภัณฑ์ และควักเงินจ่ายในราคาหลักแสน!! เมื่อเร็วๆ นี้ ทางแบรนด์ “TOTO” เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “บุญถาวร เชียงใหม่” พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเจ้า “WASHLET” (ฝารองนั่งพร้อมก้านฉีดชำระอัตโนมัติ) ที่มียอดขายทั่วโลกมากกว่า 50 ล้านชิ้น!!! TOTO มีอะไรดี ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของเค้าจะล้ำไปไหน และจะน่าสนใจยังไง ตามไปดูกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องเล่ากันก่อนว่า แบรนด์ “TOTO” ก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น และถือกำเนิดมาบนโลกนี้ได้ 102 ปีแล้วววว!!!และฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ตัวแรกก็เปิดตัวเมื่อมิถุนายน พ.ศ.2523 หรือเมื่อ 39 ปีก่อน!!!! ตอนนั้นใครจะคิดว่าจากการที่เป็นผู้ผลิตสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำรายแรกของญี่ปุ่น TOTO จะกลายมาเป็นเจ้าตลาดในญี่ปุ่น และกำลังเป็นผู้นำตลาดสุขภัณฑ์อัตโนมัติของโลกในขณะนี้ คงเป็นเพราะพื้นฐานอุปนิสัยที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่การใช้ห้องน้ำที่หลายคนมองข้ามไป การพัฒนาสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO จึงมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันลึกซึ้ง จนสามารถสร้างความเพลิดเพลิน ความสะดวกสบาย และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้ในชีวิตประจำวัน   เราคงไม่ต้องพูดถึงว่า TOTO พัฒนา WASHLET ผ่านมากี่รุ่น กี่ตัวแล้ว เพราะถ้าต้องเล่าทั้งหมดคงต้องใช้เวลาหลายวันกันเลยทีเดียว รู้แค่ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปีมานี้ TOTO มียอดขาย WASHLET มามากกว่า 50 ล้านชิ้นก็พอ และเค้ายังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการที่เราได้มาเชียงใหม่ครั้งนี้ นอกจากจะได้เยี่ยมชมโชว์รูมใหม่ในบุญถาวรแล้ว เรายังได้ทำความรู้จักกับฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ที่เปิดตัวล่าสุดในปีนี้ พร้อมกับได้ฟังเสียงจากผู้ใช้จริงว่าทำไมเค้าถึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO ในกิจการ/โครงการต่างๆ ของพวกเค้าด้วย NEOREST กับ 2 รางวัลด้านการออกแบบระดับโลก   NEOREST คือไลน์สุขภัณฑ์อัตโนมัติที่ทาง TOTO เปิดตัว 3 รุ่นใหม่รวดในปีนี้ ความน่าสนใจของฝารองนั่งอัตโนมัติ WASHLET ใน Series NEOREST ที่ทำให้เราสะดุดตาคือ การที่ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง2รางวัล (iF DESIGN Award และRed Dot Design Award) ตั้งแต่ปี 2560 และล่าสุดสุขภัณฑ์อัตโนมัติ NEOREST รุ่น NEOREST AH และ RH ก็ได้รับรางวัล iF DESIGN Award 2019 อีกครั้ง!!!     จุดเด่นของ NEOREST ที่ทาง TOTO ตั้งใจนำเสนอ เป็นการออกแบบสุขภัณฑ์แห่งอนาคตที่มีความสวยงามควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย และตอบสนองวิถีการใช้ชีวิตของคนทุกรุ่น นอกจากดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นที่นุ่มนวล โค้งมน ละเมียดละไมสะท้อนถึงความประณีต หรูหราแล้ว เทคโนโลยีประหยัดน้ำที่เรียกว่า “Tornado Flush”ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการออกแบบที่ทาง TOTO คิดค้นให้รูปแบบการวนของน้ำสามารถทำความสะอาดได้หมดจดแบบ 360 องศา แม้ใช้น้ำปริมาณน้อย แถมยังเคลมว่าลดเสียงรบกวนขณะทำงานได้เป็นอย่างดี ทำไมต้องเลือกใช้ TOTO TOTO มีความเชื่อว่า สุขภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบจะต้องสร้างสุขอนามัยที่ดี และให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานด้วย ดังนั้นคุณสมบัติสำคัญที่สุขภัณฑ์ TOTO ต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ เทคโนโลยี “CLEAN SYNERGY” ที่รวมคุณสมบัติ 3C (TRIPLE C) เอาไว้เพื่อประสบการณ์การใช้ที่พิเศษ ซึ่งคนเคยใช้จริงเท่านั้นจะเข้าใจได้ดี   TRIPLE C   Cleanliness ว่ากันด้วยเรื่องเทคโนโลยีความสะอาด โดยการวนน้ำแบบ Tornado Flush ที่สะอาดหมดจด การเลือกใช้สารเคลือบผิวที่ลดการเกาะติดของคราบสกปรก และการใช้ Electrolize มาขจัดแบคทีเรียที่มองไม่เห็น   Comfort การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสบาย เช่น การปรับอุณหภูมิฝารองนั่ง ฝารองนั่งเปิด-ปิด และระบบชำระอัตโนมัติ เป็นต้น   Convenience เน้นเรื่องความสะดวกในการใช้งานตั้งแต่การติดตั้ง ความสะดวกในการทำความสะอาด และการควบคุมทุกการทำงานด้วยรีโมตคอนโทรล   แค่ไปเดินเล่นดูที่โชว์รูมอาจจะยังไม่ทำให้เรามั่นใจมากพอกับสิ่งที่ TOTO กล่าวอ้างถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ตัวเอง งานนี้เราเลยได้ไปเยี่ยมชมโครงการจริง คุยกับเจ้าของกิจการจริงๆ ถึงเหตุผลที่เลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำของ TOTO ทั้งเจ้าของโรงแรมอย่าง Villa Sanpakol และ โรงแรม Mayu รวมไปถึงเจ้าของโครงการ Holm Season of Living โครงการบ้านทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Hinoki Land ซึ่งเจ้าของกิจการทุกคนต่างมีประสบการณ์ตรงจากการได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ TOTO และประทับใจจนเลือกมาติดตั้งในโครงการแบบยกเซ็ตกันไปเลย   โรงแรม Villa Sanpakol   โครงการ Holm Season of Living   Hinoki Land   จริงๆ แล้ว แบรนด์ TOTO ไม่ได้มีขายเฉพาะสุขภัณฑ์แบบ Hi-End ในราคาเรือนแสน (แบบที่เราสงสัยกันในตอนแรก) เท่านั้นนะคะ สุขภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ที่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเค้าก็ออกแบบและผลิตด้วยเทคโนโลยี วัสดุ และเลือกใช้สารเคลือบมาตรฐานเดียวกันค่ะ  เพียงแต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านของ TOTO นี่เอง ที่ทำให้เรื่องในส้วมกลายเป็นความรื่นรมย์ที่บางคนยอมควักกระเป๋าจ่าย เพื่อความสุนทรีย์แบบส่วนตัว   ----------------------------------------------------------------------------------- สำหรับผู้สนใจสัมผัสประสบการณ์จริงกับนวัตกรรมสุดล้ำของสุขภัณฑ์ “โตโต้” สามารถนัดหมายเพื่อเข้าเยี่ยมชมได้ที่ TOTO Technical Center Bangkok อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ พระราม 9 ชั้น 12 โทรศัพท์ 02-117-9520 หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://th.toto.com/    

เคล็ด (ไม่) ลับ  เลือกธนาคารกู้ซื้อบ้าน

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกธนาคารกู้ซื้อบ้าน

เมื่อเราอยากจะมีบ้านหรือคอนโดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายที่อยู่ หรือขยับขยายครอบครัวก็ตาม เชื่อว่าหลายคนต้องทำการบ้านกันอย่างหนักว่าจะเลือกโครงการไหนดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเล รูปแบบบ้าน สิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก ที่ตอบโจทย์กับเราและครอบครัวได้มากที่สุด สำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของราคาที่จะต้องมีการยื่นกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารต่างๆ ซึ่งก็มีหลายแห่ง หลายโปรโมชั่นมาให้เลือกกันจนปวดหัวไปหมด แต่วันนี้เรามี “เคล็ดลับเลือกธนาคาร เมื่อกู้ซื้อบ้าน” ให้ได้ไปเป็นทริคลองสังเกตดู เพียง 4 ข้อเท่านั้นครับ กู้ที่ไหนดี การยื่นกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้นมีหลากหลายสถาบันการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีสหกรณ์ออมทรัพย์ บริษัทประกันชีวิต บริษัทอสังหาริมทรัพย์ การเคหะแห่งชาติ หรือบริษัทนายจ้างของตนเอง เป็นต้น แต่การที่เลือกสถาบันการเงินที่ให้กู้เพื่อซื้อบ้านก็ควรต้องศึกษา พร้อมเปรียบเทียบเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย เพื่อให้เหมาะกับความสามารถการผ่อนในระยะยาวของผู้กู้   เงื่อนไขสินเชื่อที่เหมาะกับตัวเอง เนื่องจากการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยนั้นมีการผ่อนชำระยาวนานมากกว่าการกู้ชนิดอื่นๆ เฉลี่ยราว 25-30 ปี หรืออาจมากกว่านี้ ฉะนั้นควรจะเลือกสถาบันการเงินสำหรับเงินกู้สินเชื่อบ้านให้กู้อย่างมืออาชีพ เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาวไม่ให้เกิดเหตุการณ์ถูกเรียกคืนเงิน หรือเกิดอาการสะดุดระหว่างทาง   ดอกเบี้ยต่ำ ดูอย่างไร ใครๆ ก็ต้องการดอกเบี้ยต่ำ เพื่อไม่ให้เกิดภาระกับการผ่อนต่อเดือนที่มากเกินไป ก็ต้องมาดูกันที่อัตราดอกเบี้ยคงที่ในระยะเวลานานๆ ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพราะในระหว่างนั้นจะไม่มีการปรับอัตราผ่อนและหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยที่คิดเป็นเท่าไร ส่วนใหญ่จะอิงกับ MLR ลูกค้ารายย่อยชั้นดี ซึ่งอย่างหลังจะมีอัตราสูงกว่าเล็กน้อย การอิงกับอัตราดังกล่าวจะต้องดูว่าบวกหรือลบเท่าไรจากอัตราอ้างอิง ถ้าคำนวณแล้วสูงกว่าอีกสถาบันหนึ่งก็เป็นข้อพิจารณาเลือกใช้บริการ   กู้ได้มากน้อย ดูตรงไหน แต่ละคนจะยื่นกู้ได้ในวงเงินที่แตกต่างกัน เพราะทางสถาบันการเงินจะมีการประเมินราคาที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่ธนาคารพาณิชย์จะมีบริษัทในเครือเป็นผู้ประเมิน โดยการประเมินราคาหลักประกันนั้น ถ้าเป็นโครงการที่สร้างโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงก็จะอิงกับราคาซื้อขายเป็นหลัก ดังนั้นวงเงินให้กู้ตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้าเป็นแนวราบ คือบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์สูงสุดไม่เกิน 95% ของราคาประเมิน และถ้าเป็นแนวสูง หมายถึง คอนโดฯ สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาประเมิน ฉะนั้นถ้าผู้กู้มีเงินออมมากหน่อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องวงเงินกู้มากเท่ากับผู้มีเงินออมจำกัดที่จำต้องเลือกสถาบันที่ให้วงเงินกู้มากกว่า และต้องดูหลักเกณฑ์มาตรการ LTV ประกอบด้วย