ไฮไลท์

The Politan Breeze (เดอะ โพลิแทน บรีซ) คอนโดสไตล์รีสอร์ทริมแม่น้ำ ใกล้รถไฟฟ้า

The Politan Breeze (เดอะ โพลิแทน บรีซ) คอนโดสไตล์รีสอร์ทริมแม่น้ำ ใกล้รถไฟฟ้า

บรรยากาศริมแม่น้ำที่หอบเอาลมเย็นๆ มาพร้อมความเงียบสงบอยู่ในที่พักอาศัยของตัวเอง เป็นสิ่งที่ใครต่างก็ใฝ่ฝันจะได้มาครอบครอง ขณะเดียวกันก็ยังใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมรถไฟฟ้าที่ห่างออกไปเพียง 400 เมตร เรียกได้ว่าแค่ทำเลที่ตั้งก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ โดยโครงการ The Politan Breeze นี้ เป็น 1 ใน 5 โครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกันจาก บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) แล้วทำเลตรงนี้มีดีอะไร      ถึงได้มีโครงการจาก Developer เจ้าเดียวกันถึงมากถึง 5 โครงการเช่นนี้ เราไปชมพร้อมๆ กันเลยค่ะ  ทำเล  พื้นที่เทศบาลนครนนทบุรี เป็นย่านที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำวนมากที่สุดใน จ.นนทบุรี และด้วยเป็นจุดศูนย์รวมของสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึง  สถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง ตั้งแต่บริเวณแยกติวานนท์ แยกแคราย สนามบินน้ำไปจนถึงสะพานพระนั่งเกล้า ไม่ว่าจะเป็นเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน, เอสพลานาด งามวงศ์วาน-แคราย, เซ็นทรัลพลาซ่า รัตนาธิเบศร์, บิ๊กซี, เทสโก้ โลตัส, ตลาดนกฮูก,   โรงพยาบาลบำราศนราดูร, สถาบันโรคทรวงอก, โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และสถานที่ราชการ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น โซนนี้จึงเปรียบเสมือนเมืองหลวงของ จ.นนทบุรี สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องชี้วัดของ Real Demand ที่จะเกิดขึ้นจริงได้อย่างชัดเจน โดย The Politan Breeze โครงการตั้งอยู่บน ถ.นนทบุรี ในซอยนนทบุรี 15 ซึ่งเป็นซอยที่มีทางเข้า-ออกได้ 2 เส้นทาง คือฝั่งถนนนนทบุรีกับถนนรัตนาธิเบศร์ ที่ซอยรัตนาธิเบศร์ 42 (วัดน้อยนอก)    ถนนนนทบุรี อีกหนึ่งถนนสายสำคัญของ จ.นนทบุรี โดยเริ่มต้นจากท่าน้ำนนนท์  ข้ามคลองบางแพรก ตรงผ่านมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ตัดกับถนนรัตนาธิเบศร์บริเวณใต้สะพานพระนั่งเกล้าไปจนถึงช่วงสนามบินน้ำ ผ่านกระทรวงพาณิชย์ ผ่านสามแยกที่ตัดกับถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี ผ่านสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จนไปสิ้นสุดถนนที่สามแยกสนามบินน้ำ ซึ่งจะตัดกับ    ถนนติวานนท์ โดยเราจะเห็นได้ว่าแม้เป็นถนนสายที่มีระยะทางไม่ยาวมากนักประมาณ 8 กิโลเมตร แต่มีสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงร้านอาหารรสชาติดีราคาไม่แพงอยู่เยอะแยะเลยค่ะ        สำหรับการเดินทางในละแวกนี้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและระบบขนส่งสาธารณะนั้นเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายไม่แพ้ในเมืองเลยค่ะ โดยหากขับรถยนต์ส่วนตัวระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จากโครงการ - ทางพิเศษศรีรัช ใช้ถนนนนทบุรี 1 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งถนนมีความกว้างถึง 8-12 เลน ก็จะสามารถออกนอกเมืองไป ม.ธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) - บางปะอิน หากจะเข้าเมืองไปทางพระราม 9 หรือสีลม ก็สามารถใช้ทางด่วนเส้นนี้ขับต่อไปยาวๆ ได้เลยค่ะ ส่วนระบบขนส่งสาธารณะที่ใกล้ที่สุดเพียง 400 เมตร คือรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า ในอนาคตบริเวณแยกแครายจะเป็นจุด Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี สุดท้ายทางเลือกในการเดินทางที่ทั้งประหยัด และรวดเร็ว นั่นคือเรือด่วนเจ้าพระยา ท่าเรือที่ใกล้โครงการที่สุดคือท่าเรือกระทรวงพาณิชย์กับท่าน้ำนนท์  ซึ่งเราสามารถใช้เส้นทางนี้ไปทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นโซนพระราม7 - พรานนก ไปจนถึงสาทรก็เป็นการเดินทางที่น่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ   ภาพรวมโครงการ  The Politan Breeze คอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น 4 อาคาร วางตัวเรียงกันเป็นรูปตัว V หันหน้าออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา และแยกอาคาร  จอดรถ 1 อาคาร สูง 7 ชั้น รองรับการจอดได้ 58% รวมจอดซ้อนคัน อยู่ใกล้กับทางเข้า-ออก โดยโครงการถูกโอบล้อมด้วยสายน้ำถึง 2 ด้าน โดยหลังโครงการติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนด้านข้างทางทิศเหนือติดกับคลองบางสร้อยทอง ซึ่งก็เป็นคลองที่เชื่อมต่อออกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยานั่นเอง ด้วยสภาพแวดล้อมดีๆ แบบนี้โครงการจึงสร้างสรรค์คอนโดมิเนียมออกมาในรูปแบบรีสอร์ท ให้ความรู้สึกได้พักผ่อนอย่างเต็มที่       Facility มีพื้นที่ถึง 3 ไร่ ทั้งพื้นที่กลางโครงการที่จัดให้เป็นสระว่ายน้ำอยู่ใกล้กับแม่น้ำที่สุดจะมาในรูปแบบของ Infinity Edge Pool ให้ความรู้สึกราวกับได้แหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำไปด้วย มีส่วนที่เป็น Bubble Pool นวดตัวในน้ำด้วยฟองอากาศ และแยกสระเด็ก ตรงกลางมีบ่อน้ำดีไซน์โมเดิร์น  พร้อมระเบียงพักผ่อน Sunken ลึกเข้าไปในบ่อ ส่วนสวนสีเขียวอยู่ด้านในสุดของส่วนกลางมีที่นั่งพักผ่อนในซุ้มอันร่มรื่น สำหรับห้อง Fitness       มาพร้อมกับเครื่องออกกำลังกายได้วิวสระว่ายน้ำ กับ Library + Multipurpose room ที่มี Wifi ฟรีตลอด 24 ชม. จะอยู่ที่ชั้น 1 ของอาคาร B ซึ่งจะได้วิวสระว่ายน้ำ รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาถูดจัดให้เป็น River terrace สำหรับพักผ่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศพระอาทิตย์ตกไปด้วย      Floor Planทางเข้า-ออกโครงการมีทางเดียวค่ะ วางอยู่ทางทิศตะวันออก เมื่อเข้ามาจะพบกับอาคารจอดรถแยกอยู่ด้านหน้าโครงการ ส่วนอาคารที่พักอาศัยทั้ง 4 อาคารวางตัวเป็นรูปตัว V ตรงกลางเป็นส่วนกลางสวนสีเขียว บ่อน้ำ สระว่ายน้ำ และ River terrace ริมแม่น้ำซึ่งอยู่ในทิศตะวันตกพอดี โดยอาคาร A จะอยู่ริมแม่น้ำทางทิศใต้ อาคาร B ริมแม่น้ำทางทิศเหนือ อาคาร C อยู่ทางทิศเหนือต่อจากอาคาร B ริมคลองบางสร้อยทอง และอาคาร D อยู่ทางทิศใต้ตรงข้ามกับอาคาร C  อาคาร A ชั้น 1 ฝั่งยูนิตพักอาศัยจะหันไปทางทิศเหนือ ได้วิวสระว่ายน้ำ มีลานจอดรถอยู่รอบนอกอาคาร ส่วนทางเข้าอาคารอยู่ทางขวา ลิฟท์โดยสาร 2 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด ซึ่งยูนิตพักอาศัยชั้น 1 จะมีประตูคีย์การ์ดกั้นเพื่อความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง  อาคาร A ชั้นพักอาศัย Lift Lobby จะอยู่ข้างขวาของอาคาร ซึ่งวางยูนิตแบบ Double Corridor มียูนิตพักอาศัย 18 ยูนิต/ชั้น โดยอาคารนี้จะเป็นห้อง Type 2 Bedroom ทั้งหมดค่ะ   อาคาร B ชั้น 1 เป็นอาคารเดียวที่มีฟิตเนส และ  Library + Multipurpose room อยู่ที่ชั้น 1 ซึ่งมีการกั้นห้องออกจาก Lift Lobby ค่ะ ลูกบ้านที่พักอาศัยในอาคารนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ส่วนทางทิศเหนือก็มีพื้นที่ลานจอดรถอยู่รอบนอกอาคาร   อาคาร B ชั้นพักอาศัย วางยูนิตแบบ Double Corridor มียูนิตที่อยู่ทางทิศเหนือฝั่งคลองบางสร้อยทอง และทิศใต้วิวสระว่ายน้ำ โดยอาคารนี้จะเป็นห้อง Type 2 Bedroom ทั้งหมดค่ะ   อาคาร C ชั้น 1 สำหรับอาคารนี้จะไม่มียูนิตพักอาศัยในชั้นแรกค่ะ จะมีเพียงลานจอดรถ กับ Lift Lobby อยู่ทางซ้ายของอาคาร อาคาร C ชั้นพักอาศัย วางยูนิตแบบ Double Corridor มีห้องที่หันหน้าทางทิศเหนือด้านคลองบางสร้อยทอง และทางทิศใต้ได้วิวสวนส่วนกลาง โดยอาคารนี้จะเป็นห้อง Type 1 Bedroom ทั้งหมดค่ะ อาคาร D ชั้น 1  Lift Lobby จะอยู่ทางด้านซ้ายของอาคาร มียูนิตพักอาศัยวางอยู่ทางทิศเหนือ ฝั่งสวนสีเขียวกลางโครงการ อาคาร D ชั้นพักอาศัย วางยูนิตแบบ Double Corridor มีห้องที่หันไปทางทิศใต้ด้านนอกอาคาร และห้องที่หันทางทิศเหนือวิวสวนส่วนกลาง โดยอาคารนี้จะเป็นห้อง Type 1 Bedroom ทั้งหมดค่ะ  Unit Plan  สำหรับโครงการ The Politan Breeze จัดโปรโมชั่นให้เฟอร์นิเจอร์ Built in ครบชุด ซึ่งเคาน์เตอร์ครัวก็จะมีมา 2 แบรนด์ค่ะ คือ Modernform กับ Starmark โดยโครงการนี้จะเน้นยูนิต Type 2 Bedroom มากกว่าค่ะ เพราะมีมาถึง 4 Type ได้แก่ 43 ตร.ม.  48 ตร.ม. 50 ตร.ม. และ 60 ตร.ม. ส่วน Type ขนาดเริ่มต้นคือ 1 Bedroom 29 ตร.ม. ซึ่งสำหรับ Type 1 Bedroom จะเป็นแปลนเดียวกันทั้งหมดค่ะ ต่างกันเพียงเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเล็กน้อยเท่านั้น 1 Bedroom 29 ตร.ม. ห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการ ที่ได้สเปคห้องมาค่อนข้างดีค่ะ เพราะได้ทั้งครัวปิด (เป็น Type เดียวที่ได้ครัวปิด) กั้นห้องนอนแบบประตูบานทึบ และได้ระเบียงมาถึง 2 ส่วน คือระเบียงซักล้างที่ต่อจากห้องครัว และระเบียงพักผ่อนต่อจากห้องนอน โดยห้อง Type นี้จะอยู่ในอาคาร C กับ D เท่านั้น  2 Bedroom 43 ตร.ม. Type ถัดมา ขนาดห้องกระโดดขึ้นมาที่ 43 ตร.ม. เลยค่ะ แต่ถือว่ามีพื้นที่เหมาะสมสำหรับ 2 ห้องนอนค่ะ  ส่วนห้องครัวแม้จะเป็นครัวเปิด แต่แบ่งสัดส่วนแยกไว้ชัดเจน และระเบียงห้องยาวเชื่อมต่อระหว่าง Living Room กับ Master Bedroom   2 Bedroom 48 ตร.ม. ห้อง Type นี้มีแปลนแบบเดียวกันกับขนาด 43 ตร.ม. ค่ะ แต่จะได้พื้นที่ 2 Bedroom 50 ตร.ม. Type นี้จะได้พื้นที่ภายในห้องมากขึ้นค่ะ ทั้งห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องนอนทั้ง 2 ห้อง แต่จะได้ระเบียงเฉพาะส่วนห้องนั่งเล่นค่ะ  2 Bedroom 60 ตร.ม. เป็นห้องขนาดที่ถูกวางอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของโครงการค่ะ นั่นคือได้ห้องมุมทางด้านริมแม่น้ำมาพร้อมกับกระจกเข้ามุม และระเบียงห้องที่ยาวเชื่อมต่อกันเป็นรูปตัว L นอกจากจะสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่แล้ว ยังช่วยเปิดมุมมองเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่นก็จะได้วิวแม่น้ำเช่นเดียวกัน     เดินชมรอบโครงการ  ตั้งแต่เลี้ยวเข้าซอยนนทบุรี 15 มาจนพบกับตัวโครงการ สิ่งแรกที่รู้สึกเลยคือความสงบเป็นส่วนตัวค่ะ เป็นซอยที่ผู้คนไม่พลุกพล่านจนวุ่นวาย แต่ก็ไม่ได้เงียบหรือเข้ามาลึกจนเปลี่ยวมากเกินไปนัก  หน้าโครงการมีทางเข้า-ออก ทางเดียวค่ะ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตรงนี้ตลอด 24 ชม. อาคารจอดรถวางอยู่หน้าโครงการเป็นตำแหน่งที่ดีค่ะ เพราะไม่บังวิวของอาคารพักอาศัยเลย โดยเป็นอาคารจอดรถ 7 ชั้น ซึ่งสามารถรองรับได้ถึง 343 คัน หรือ 58% รวมจอดรถบริเวณโดยรอบอาคารและใต้อาคาร ภายในอาคารจอดรถก็มีพื้นที่ไม่แคบจนเกินไปค่ะ และยังดูไม่มืดทึบจนน่ากลัวด้วย นอกจากอาคารจอดรถแล้ว ใต้อาคารที่พักอาศัยทั้ง 4 อาคาร ยังมีพื้นที่จอดรถอยู่ด้วยค่ะ ส่วนรั้วโครงการที่เห็นนี้สูงประมาณ 2 เมตร กั้นระหว่างพื้นที่โครงการในเฟส 1 เอาไว้ค่ะ  ส่วนกลางบรรยากาศรีสอร์ท  จอดรถเรียบร้อยแล้วเราก็เดินชมส่วนกลางรอบๆ โครงการกันก่อนค่ะ เริ่มตั้งแต่สวนสีเขียวระหว่างอาคาร C กับ D เป็นทางเดินที่จัดเป็นซุ้มร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ยาวไปจนถึงสระว่ายน้ำริมแม่น้ำ ภายในซุ้มมีการจัดที่นั่งเอาไว้สำหรับนั่งเล่นพักผ่อนค่ะ พื้นที่กลางโครงการจัดเป็น Politan Pond และมีระเบียงพักผ่อนเป็น Sunken  ลึกเข้าไปในบ่อ ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในบ่อน้ำ ทางเข้าสู่ Lobby ของทุกอาคาร จะต้องเดินผ่านส่วนกลางก่อน เหมือนหลบความวุ่นวายจากภายนอกเข้ามาในพื้นที่รีสอร์ทส่วนตัวเลยค่ะ ลึกเข้าไปอีกด้านในก็จะเป็นสระว่ายน้ำค่ะ ซึ่งตรงนี้เป็นสระเด็ก ยาว 15 เมตร แยกตัวออกจากสระผู้ใหญ่ด้านบนค่ะ แบบนี้จะช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ได้มากกว่าการรวมสระเด็กเอาไว้ในพื้นที่เดียวกันกับสระใหญ่ค่ะ สระว่ายน้ำ  Infinity Edge Pool วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาด 30 x 13 เมตร ระบบน้ำเกลือทั้งสระเด็กและสระผู้ใหญ่นั้นทำให้ผิวไม่ระคายเคือง ผมไม่แข็งกระด้าง และไม่มีกลิ่นฉุนจากคลอรีนทั่วไปด้วยนะคะ ริมสระว่ายน้ำทั้ง 2 ฝั่ง มีเตียงสระว่ายน้ำให้ได้นอนอาบแดด ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างไม่มีอะไรมาบดบังวิวเลยค่ะ ข้างสระว่ายน้ำที่อาคาร B จะมีห้องฟิตเนสอยู่ด้วย เราลองเข้าไปชมด้านในกันค่ะ ฝั่งสระว่ายน้ำจะเป็นกระจก High Ceiling ให้ได้ออกกำลังกายไป ได้วิวสระว่ายน้ำส่วนกลางไปด้วย เสาอาคารภายในฟิตเนสถูกตกแต่งด้วยหินอ่อนเพิ่มความหรูหรา พร้อมมีหลอดไฟเพิ่มแสงสว่างไม่ให้ระหว่างเสาดูมืดทึบ ภายในฟิตเนสมีอุปกรณ์มาให้พร้อมค่ะ และยังมีการติดตั้งกระจกเงาเต็มผนังอีกด้าน เพิ่มความรู้สึกให้ห้องดูกว้างขึ้น ด้านในสุดของฟิตเนสมีตู้สำหรับเก็บของมาให้ค่ะ พร้อมห้องน้ำส่วนกลางแยกฝั่งหญิง-ชาย ภายในห้องน้ำมีทั้งห้องโถสุขภัณฑ์ กับห้องอาบน้ำแยกเอาไว้ ตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีขาวดูสะอาดน่าใช้ค่ะ ถัดจากฟิตเนสจะเป็น Library + Multipurpose Room ซึ่งอยู่ใต้อาคาร B เช่นเดียวกันค่ะ ภายในถูกจัดให้มีหลายมุมสำหรับนั่งอ่านหนังสือหรือนั่งทำงานไปด้วย ซึ่งเป็นห้องเพดานสูงพร้อมกับกระจก High Ceiling เพิ่มความโปร่งสบาย และยังได้รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้มากขึ้นด้วยค่ะ พื้นห้องเป็นกระเบื้องลายไม้ค่ะ ส่วนเสากับผนังจะตกแต่งด้วยหินอ่อนจริงค่ะ มุมโต๊ะบาร์ Top หินอ่อน นั่งทำงานไปได้วิว Politan Pond ไปด้วย ขึ้นบันไดวนมาดูที่ชั้นลอยกันบ้างค่ะ พื้นที่บนชั้นลอยก็มีโต๊ะกับโซฟาให้นั่งพร้อมวิวมุมสูง สามารถมองลงไปเห็น Politan Pond ได้เช่นกันค่ะ ลองออกมาเดินด้านนอกอาคารฝั่งริมแม่น้ำกันบ้างค่ะ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางโครงการจัดพื้นที่ River terrace เอาไว้ทั้งสองฝั่ง มองเห็นสะพานพระนั่งเกล้าอยู่ไม่ไกลค่ะ ทางเดินเชื่อมระหว่างสองด้านของอาคาร เป็น Jogging Track ริมแม่น้ำได้เลยค่ะ จากทางเดินมองกลับเข้าไปในโครงการ ให้บรรยากาศถอดแบบรีสอร์ทต่างจังหวัดเลยค่ะ ร่มรื่นและเงียบสงบมากๆ ทิวทัศน์ริมแม่น้ำค่ะ ไร้สิ่งบดบังสายตา River terrace ทางฝั่งทิศใต้ค่ะ บรรยากาศส่วนกลางทำให้เดินเล่นชมวิวได้เรื่อยๆ เลยค่ะ ซึ่งในรีวิวนี้เราจึงรอเวลาเก็บภาพช่วงเย็นมาให้ดูด้วยเสียเลยบรรยากาศช่วงเย็น  ช่วงแดดร่มลมตก บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็นอีกอารมณ์ค่ะ ด้วยความที่ทิศตะวันตกอยู่ท้ายโครงการ ซึ่งช่วงเย็นแบบนี้พระอาทิตย์จะส่องลงมาที่ส่วนกลางพอดีค่ะ บ่อน้ำที่ถูกแสงแดดยามเย็นตกกระทบลงบนผิวน้ำสวยมากๆ เลยใช่ไหมคะ ใครที่ได้วิวแบบนี้จากห้องพักของตัวเองก็น่าอิจฉามากเลย รอบๆ สระว่ายน้ำมีต้นลีลาวดีอยู่รอบสระเลยค่ะ จังหวะที่ดอกไม้ร่วงหล่นลงบนสระน้ำเป็นภาพที่สวยมากๆ ใครที่แวะมาเยี่ยมชมโครงการ ถ้ามาช่วงเย็นก็จะได้สัมผัสความรู้สึกนี้เช่นเดียวกันค่ะ พระอาทิตย์ตกตรงกลางนี้พอดีเลยค่ะ เมื่อฟ้ามืดลงเราก็จะได้พบกับอีกบรรยากาศของโครงการ ทางเดินยาวลอดใต้ซุ้มจะมีแสงไฟอยู่ตลอดแนวทางเดิน บ่อน้ำกับ Sunken มีการเปิดไฟไว้ด้วย ฟิตเนสวิวสระว่ายน้ำแบบนี้ บรรยากาศสระว่ายน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาค่ะ เปิดห้องตัวอย่าง เรากลับมาดูห้องตัวอย่างของโครงการกันค่ะ เริ่มจาก Lobby เพดานสูง ตกแต่งพื้นและผนังด้วยหินอ่อน มีโซฟาขนาดใหญ่สำหรับรับแขก ด้านในของ Lobby จัดให้เป็นห้อง Mailbox  ค่ะ ปลอดภัยไปอีกขั้นด้วย Mailbox แบบใช้รหัสปลดล็อคค่ะ โถงลิฟท์ก็ถูกตกแต่งออกมาหน้าตาเหมือนกับ Lobby เลยค่ะ เน้นลายหินอ่อนตัดกับอลูมิเนียมสีทองแดงแบบเงาสะท้อนให้ดูหรูหราเป็นหลัก  1 Bedroom 29 ตร.ม.มาชมห้องตัวอย่างแรกกันเลยค่ะ ที่ขนาดเริ่มต้น 29 ตร.ม. แบบ 1 Bedroom ความสูง Floor To Ceiling 2.5 เมตร พื้นปูด้วยลามิเนต ใช้ไฟแบบ Downlight และได้เฟอร์นิเจอร์กับเครื่องปรับอากาศแบรนด์ TOSHIBA 2 ตัวค่ะ ส่วนแรกของห้องเป็น Living Room ค่ะ ซึ่งจะได้โซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง ถือว่าได้ขนาดมาค่อนข้างใหญ่ทีเดียวค่ะสำหรับห้องพื้นที่ขนาดนี้ มาพร้อมกับโต๊ะกลาง Top กระจกแบบที่เห็นนี้เลยค่ะ ตรงข้ามกับโซฟาจะมี Built in เคาน์เตอร์ทีวี ตู้โชว์บานกระจกทั้ง 2 ข้าง และชั้นวางของด้านบน ได้แบบนี้ทั้งเซตเลยค่ะ ยกเว้นแค่ทีวีกับของตกแต่งเท่านั้น ส่วนทางขวามือของเคาน์เตอร์จะเป็นห้องนอนค่ะ เรามาดูด้านข้างโซฟากันก่อนค่ะ จะเป็นห้องครัวปิดที่กั้นประตูด้วยกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียม ภายในห้องครัวจะได้เคาน์เตอร์ครัวแบบ One Wall Kitchen ทั้งตู้ด้านล่างและด้านบน แต่จะไม่ได้ไมโครเวฟนะคะ ส่วนพื้นครัวจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์จากแบรนด์ TEKA หรือ Franke และเหนือซิงค์ล้างจานจะเป็นช่องสำหรับไมโครเวฟค่ะ ตรงข้ามกับซิงค์ล้างจานจะมีช่องสำหรับวางตู้เย็นได้พอดีค่ะ ต่อจากห้องครัวจะเป็นระเบียงซักล้างค่ะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย ช่วยป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาในครัวด้วยค่ะ พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาอ่อน พร้อมกับต่อท่อน้ำมาไว้ให้สำหรับวางเครื่องซักผ้าค่ะ Condensing Unit ถูกแขวนเอาไว้หันหน้าเข้าทางระเบียงค่ะ ทำให้เป็นระเบียงที่เหมาะสำหรับใช้งาน อย่างการตากผ้าจะช่วยให้ผ้าแห้งได้เร็วขึ้นค่ะ กลับเข้ามาในห้องมาดูภายในห้องนอนกันต่อค่ะ ซึ่งห้องนี้จะไม่ได้เตียงนะคะ ทางโครงการจะให้มาแค่หัวเตียงแบบที่เห็นเท่านั้น โดยเราสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ โดยยังเหลือพื้นที่รอบๆ เตียงค่ะ ปลายเตียง Built in ตู้เสื้อผ้า และลิ้นชักเก็บของพร้อมกระจกเงาค่ะ ส่วนเครื่องปรับอากาศตัวที่ 2 จะติดตั้งเอาไว้เหนือประตูห้องนอนกับประตูห้องน้ำค่ะ ระเบียงห้องนอนแยกตัวจากระเบียงซักล้างค่ะ กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนยีม มีธรณีประตูกั้น ส่วนพื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำ ห้องน้ำในตัวอยู่ข้างเตียงนอน จะพบกับส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านในค่ะ ทั้งพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิคลายเดียวกัน อ่างล้างหน้าจากแบรนด์ Cristina พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง โถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระจากแบรนด์ Cristina เช่นเดียวกันค่ะ รวมถึงกระจกเงาบานใหญ่เต็มผนังก็ได้มาด้วยครบเซต ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกใส ประตูบานสวิง ผนังด้านฝักบัวจะปูด้วยโมเสคหินอ่อน มาพร้อมกับ Rain Shower ค่ะ  2 Bedroom 43 ตร.ม.มาถึงห้องแบบ 2 Bedroom ซึ่งเป็น Type หลักของโครงการ The Politan ฺBreeze ค่ะ โดยห้อง 2 Bedroom ทุกห้องจะได้ Digital Door Lock จาก COLT ส่วนแรกของห้องจะพบกับห้องครัวเปิดกับห้องนอนที่ 2 ทางซ้ายมือ Living Room อยู่กลางห้อง และห้องน้ำกับห้องนอนแรกอยู่ทางขวามือค่ะ โดยห้องแบบ 2 Bedroom ทุก Type จะได้วอลเปเปอร์ติดตั้งมาให้ด้วยเลยค่ะ เรามาดูห้องน้ำทางขวามือกันก่อนค่ะ อยู่ติดกับห้องนอนแรกเลย ภายในห้องน้ำจะพบกับส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านในค่ะ โดยที่เห็นในห้องน้ำทั้งหมด ยกเว้นพรมเช็ดเท้า ผ้าเช็ดตัวและของตกแต่ง ทางโครงการจะติดตั้งมาให้ทั้งหมดเลยค่ะ โดยสิ่งที่จะได้มาคืออ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ ตู้เก็บของด้านล่าง โถสุขภัณฑ์ สายชำระ กระจกเงา แกนใส่ทิชชู่ม้วน และราวแขวนผ้าสแตนเลส ครบเลยค่ะ ส่วนเปียกกั้นด้วยกระจกใส ประตูบานสวิง พร้อมฝักบัวอาบน้ำและ Rain Shower ค่ะ ผนังด้านฝักบัวอาบน้ำจะปูด้วยโมเสคหินอ่อน มาพร้อมกับที่วางสบู่โทนสีเดียวกันค่ะ ออกมาจากห้องน้ำก็จะพบกับห้องครัวเปิดค่ะ โดยส่วนแรกนี้พื้นจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ซึ่งจะได้ Island Kitchen สีขาวแบบนี้มาด้วยนะคะ เราสามารถใช้เป็นโต๊ะทานข้าวสำหรับ 2 คน ได้เลย ภายในห้องครัวจะได้เคาน์เตอร์ Top หินสังเคราะห์สีขาว ลักษณะเป็น L shape มีช่องสำหรับวางตู้เย็นอยู่ด้านในสุด หน้าบาน Top ด้วยลามิเนต มีช่องใต้เคาน์เตอร์สำหรับวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าได้ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน ซิงค์ล้างจานใต้เคาน์เตอร์จากแบรนด์ TEKA หรือ Franke ได้แบบนี้มาทั้งเซตเลยค่ะ กลางห้องเป็น Living Room พื้นจะปูด้วยลามิเนต พร้อมกับติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ TOSHIBA เหนือโซฟา โซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง ได้มาพร้อมโต๊ะกลาง Top กระจกใสแบบที่เห็นค่ะ เคาน์เตอร์วางทีวี Built in ตามแบบห้องตัวอย่างนี้เลยค่ะ จะไม่ได้แค่ทีวีกับผ้าม่าน ต่อด้วยระเบียง กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน โดยมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยกั้นอยู่ ระเบียงปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นรั้วเหล็กโปร่งสีดำ ที่มุมระเบียงมีการกั้น Condensing Unit ด้วยการกั้นประตูกริลแอร์ ช่วยปัดลมร้อนออกนอกอาคาร หันมาอีกด้านจะเห็นว่าระเบียงห้องยาวไปจนถึงห้องนอนอีกฝั่งหนึ่งด้วยนะคะ เราไปดูในห้องนอนที่มีระเบียงเชื่อมต่อกันกับ Living Room ซึ่งอยู่ระหว่างเคาน์เตอร์ทีวีกับห้องน้ำกันค่ะ ห้องนอนแรกมีพื้นที่กลางห้องสำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ ซึ่งทางโครงการจะให้มาเพียงหัวเตียงนะคะ ในห้องนอนจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าแบบประตูกระจกบานสวิง 3 บาน กับตู้ลิ้นชักพร้อมกระจกเงามาให้ด้วยค่ะ มีพื้นที่ทางเดินรอบเตียงค่ะ เดินได้สบายๆ เคาน์เตอร์วางทีวีตรงปลายเตียงมีสวิทช์เปิด-ปิดไฟที่เคาน์เตอร์ได้ด้วยนะคะ ส่วนกระจกเข้ามุมที่ได้มาด้วยตรงนี้สามารถมองเห็นไปถึงระเบียงทางด้าน Living Room ด้วย มุมระเบียงด้านห้องนอนจะติดตั้งก๊อกน้ำมาให้สำหรับเป็นพื้นที่ซักล้างด้วยค่ะ หันกลับไปดูที่ระเบียงอีกทีก็จะเห็นภาพมากขึ้นค่ะ ว่าระเบียงนั้นยาวเชื่อมต่อกับ Living Room เรากลับเข้ามาดูที่ห้องนอนที่ 2 กันต่อค่ะ ซึ่งห้องนี้จะอยู่ระหว่างห้องครัวกับโซฟา เปิดประตูห้องก็จะพบกับ Built in ตู้เสื้อผ้าเลยค่ะ ส่วนด้านขวาจะเป็นพื้นที่สำหรับวางเตียงนอน หน้าต่างเป็นแบบกระจกบานเลื่อน 2 ตอนค่ะห้องนอนนี้ให้มากว้างทีเดียวค่ะ สามารถนอนชมวิวด้านนอกได้สบายๆ แต่ผ้าม่านต้องติดตั้งเพิ่มเองนะคะ ทางโครงการไม่ได้ติดมาให้ สำหรับห้องนอนที่ 2 นี้ จะสามารถวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตได้ค่ะ โดยจะได้มาเพียงหัวนอนเท่านั้น ส่วนตู้ลิ้นชักพร้อมกระจกเงาใกล้กับหัวเตียงจะ Built in มาให้ด้วย เครื่องปรับอากาศในห้องนี้จะถูกติดตั้งมาให้เหนือประตูห้องค่ะ  2 Bedroom 50 ตร.ม.ห้องตัวอย่างถัดมาจะมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกค่ะ โดยจะมีลักษณะคล้ายกันกับห้องก่อนหน้านี้ คือ ห้องครัวเปิด พื้นที่ Common Area อยู่กลางห้อง และห้องนอนแบ่งเป็นสองฝั่ง โดยเราจะไปดูกันที่ห้องน้ำกับห้องนอนทางขวามือของห้องนี้กันก่อนค่ะ ห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกเอาไว้ทางขวามือค่ะ โดยจัดตรงกลางห้องเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของ โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้าสแตนเลส ทั้งหมดนี้จะอยู่ทางขวามือของห้องน้ำค่ะ ผนังตรงอ่างล้างหน้าของห้องน้ำทุกห้อง จะก่อผนังออกมาเล็กน้อยสำหรับเป็นพื้นที่วางอุปกรณ์ไว้หน้ากระจกค่ะ ส่วนเปียกได้กระจกใสเป็นฉากกั้นค่ะ มีฝักบัวกับ Rain Shower จะได้ทั้งหมดที่เห็นเลยค่ะ ผนังส่วนหนึ่งปูด้วยโมเสคหินอ่อนโทนสีน้ำตาลอ่อนค่ะ ต่อมาเข้าไปที่ห้องนอนแรกค่ะ ห้องนอนแรกนี้สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต แล้วยังเหลือพื้นที่ด้านข้างเตียงฝั่งหน้าตู้เสื้อผ้าอยู่ค่ะ โดยเราจะได้มาเฉพาะหัวเตียงนะคะ ตู้เสื้อผ้า ตู้ลิ้นชักพร้อมกระจก Built in มาให้ด้านข้างเตียงค่ะ เครื่องปรับอากาศในห้องนอนแรก ติดตั้งมาให้เหนือประตูห้องค่ะ ปลายเตียง Built in เคาน์เตอร์วางทีวีเอาไว้ให้ด้วยค่ะ แต่ถ้าเราไม่ติดตั้งทีวีไว้ในห้องนอนก็สามารถเป็นพื้นที่วางของได้เพิ่มขึ้นอีก หน้าต่างจะเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอนค่ะ ออกจากห้องนอนมาดูพื้นที่ Common Area ตรงกลางห้องกันบ้างค่ะ โดยจะได้ Island Kitchen กับเตาอบใต้เตาไฟฟ้ามาด้วยนะคะ ส่วนแรกของห้องเป็นห้องครัวเปิด ซึ่งจะได้เคาน์เตอร์ครัวมาแบบ Double Wall Kitchen โดยจะมีช่องสำหรับวางตู้เย็น และเครื่องซักผ้าด้านใต้เคาน์เตอร์ค่ะ ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ ซึ่งจะได้มาแบบ 2 หลุมค่ะ เพิ่มความสะดวกสบายเวลาล้างจานได้มากขึ้นเยอะ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว พร้อมเครื่องดูดควัน จะได้มาทั้งหมดเลยค่ะ พื้นที่เชื่อมต่อกับครัวเปิดจะเป็น Living Room ค่ะ ได้โซฟาพร้อมโต๊ะกลางแบบนี้เลยค่ะ โดยยังมีพื้นที่ทางเดินรอบโต๊ะกลางได้อยู่ Built in เคาน์เตอร์วางทีวี ได้มาครบเซต ยกเว้นแค่ทีวีค่ะ เครื่องปรับอากาศติดตั้งเหนือประตู Master Bedroom ค่ะ ระเบียงห้องจาก Living Room กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน มีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย ช่วยป้องกันฝุ่นเข้าห้องได้ดีในระดับหนึ่งค่ะ มุมระเบียงจะวาง Condensing Unit เอาไว้ หันหน้าออกนอกอาคารพร้อมกั้นกริลแอร์เป็นประตูบานสวิงค่ะ สุดท้ายไปดูกันที่ Master Bedroom ที่อยู่ระหว่างห้องครัวกับ Living Room ค่ะ Master Bedroom มีพื้นที่สำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุต ส่วนเคาน์เตอร์ตรงปลายเตียงก็จะ Built in มาให้ด้วย เตียงขนาด 5 ฟุตที่เห็นนี้ทางโครงการไม่ได้ให้มาด้วยนะคะ เราจะได้เพียงหัวเตียงเท่านั้น มีพื้นที่ทางเดินริมหน้าต่างเอาไว้เล็กน้อยค่ะ ซึ่งหน้าต่างจะเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขอบอลูมิเนียม หันไปทางฝั่งประตูห้องนอนก็จะพบกับเฟอร์นิเจอร์ Built in ทั้งตู้เสื้อผ้า ตู้ลิ้นชัก กระจกเงา และเครื่องปรับอากาศ ได้มาทั้งหมดนี้เลยค่ะ สำหรับ Master Bedroom จะมีห้องน้ำในตัวด้วยนะคะ ตรงกลางห้องน้ำจะเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมตู้เก็บของด้านล่าง ส่วนเปียกทางขวามือจะมาพร้อมกับฉากกั้นกระจกแบบประตูบานสวิง ฝักบัวพร้อม Rain Shower ให้มาครบแบบไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเติมเลยค่ะ ส่วนแห้งอีกด้านจะได้เป็นโถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ และราวแขวนผ้าสแตนเลสค่ะ  2 Bedroom 60 ตร.ม.มาถึงห้องตัวอย่างสุดท้ายกันแล้วนะคะ ขนาด 60 ตร.ม. Type ใหญ่ที่สุดของโครงการ และยังถูกวางอยู่ในตำแหน่งห้องที่สวยที่สุดด้วยค่ะ โดยเราจะเริ่มชมตั้งแต่ห้องน้ำทางซ้ายมือ และห้องนอนแรกใกล้กับห้องน้ำก่อนค่ะ ห้องน้ำปูพื้น และผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งหมดค่ะ แยกเป็นส่วนเปียกทางขวามือ ส่วนแห้งทางซ้าย ตรงกลางห้องน้ำเป็นอ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ ซึ่งตัวเคาน์เตอร์ Top หินสังเคราะห์สีขาว เข้าชุดกันกับตัวอ่างค่ะ ส่วนผนังหน้ากระจกเงามีการก่อผนังมาเรียบร้อยเพื่อวางของใช้ในห้องน้ำค่ะ แยกส่วนเปียกด้วยฉากกั้นอาบน้ำกระจกใสแบบประตูบานสวิง ฝักบัวพร้อม Rain Shower มีมาให้ทุกห้องเลยค่ะ ส่วนแห้งอีกด้านหนึ่งของห้องน้ำ ทุกอย่างได้มาตามที่เห็นเลยค่ะ ยกเว้นผ้าเช็ดตัว พรมเช็ดเท้าเท่านั้น ออกมาจากห้องน้ำจะพบกับโซน Common Area Built in ห้องครัวเปิดถูกจัดให้มีลักษณะ U-Shape Kitchen ดูเป็นสัดส่วนดีค่ะ โดยทางซ้ายจะเป็น Island Kitchen ซึ่งจะจัดให้เป็นโต๊ะทานอาหาร หรือพื้นที่เตรียมทำกับข้าวก็ได้ค่ะ ซึ่งเราจะได้ทั้งหมดที่เห็นนี้ ยกเว้นเครื่องซักผ้า ตู้เย็น และของตกแต่งค่ะ ทางขวามือต่อจากประตูห้อง จะมีช่องสำหรับวางตู้เย็น และเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าใต้เคาน์เตอร์ครัวค่ะ ด้านในสุดจะมีเตาอบด้านล่างเคาน์เตอร์ เตาแม่เหล็กไฟฟ้า 4 หัว เครื่องดูดควัน ได้มายกเซตแบบนี้เลยค่ะ ใครที่รักการทำครัวต้องชอบแน่ๆ ซิงค์ล้างจานแบบฝังใต้เคาน์เตอร์ มีข้อดีตรงที่ช่วยป้องกันน้ำกระเด็นออกมาเลอะเทอะค่ะ โดยจะได้มาทั้ง 2 หลุม เพิ่มความสะดวกเวลาล้างจานได้อีกเยอะเลยค่ะ เดินชมห้องครัวเสร็จแล้ว ก็เข้าไปดูห้องนอนแรกทางซ้ายมือหลังโซฟากันค่ะ ห้องนอนแรกมีพื้นที่สำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุต  ได้ค่ะ โดยเราจะได้เพียงหัวเตียงเช่นเดียวกันกับห้องอื่นๆ ตรงปลายเตียงจะได้ Built in เคาน์เตอร์ทีวีมาด้วยนะคะ เมื่อวางเตียงไว้กลางห้องแล้วก็ยังเหลือพื้นที่ทางเดินได้รอบเตียงค่ะ ข้างเตียงด้านเดียวกับประตูห้องจะได้ Built in โต๊ะเครื่องแป้งพร้อมกระจกเงา และตู้เสื้อผ้าบานสวิงหน้าทึบให้มาตามนี้เลยค่ะ ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน  กั้นระเบียงเอาไว้ค่ะ ประตูกระจกช่วงปลายเตียงจะได้กระจกเข้ามุมมาด้วยนะคะ ช่วยเพิ่มมุมมองให้เห็นวิวแม่น้ำด้านนอกได้ดีทีเดียว ระเบียงด้านนอกปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเช่นเดียวกันกับห้องอื่นๆ ค่ะ ส่วน Condensing Unit จะถูกแขวนไว้เหนือศีรษะทั้ง 3 ตัว หันไปอีกด้านจะเห็นว่าระเบียงห้อง Type นี้จะยาวเชื่อมต่อกันตลอดเป็นรูปตัว L เรียกได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของห้องก็สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยารวมถึงสระว่ายน้ำด้านนอกได้เต็มๆ กลับเข้ามาดูในห้องกันต่อค่ะ หลังจากที่ดูห้องครัวทางด้านขวากันไปแล้วก็มาดู Living Room ทางซ้ายมือกับห้อง Master Bedroom ตรงกลางกันบ้าง Living Room จะได้เฟอร์นิเจอร์มาครับแบบไม่ต้องหาซื้ออะไรมาเพิ่มเลยค่ะ ยกเว้นแต่ทีวีกับผ้าม่านเท่านั้น โซฟาขนาด 3 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง Top กระจก แล้วยังมีพื้นที่เหลือๆ เป็นทางเดินได้สะดวกค่ะ Built in เคาน์เตอร์ทีวีได้มาทั้งเซตแบบนี้เลยนะคะ ส่วนเครื่องปรับอากาศจะถูกติดตั้งอยู่เหนือประตูห้อง Master Bedroom ค่ะ มาถึง Master Bedroom ซึ่งเป็นห้องสุดท้ายกันแล้วนะคะ แบ่งฟังก์ชั่นเป็นห้องน้ำในตัวทางขวามือ และพื้นที่เตียงนอนด้านซ้ายค่ะ ห้องจริงจะไม่ได้เตียงมาด้วยเช่นเดียวกันกับห้องอื่นๆ ค่ะ ได้เพียงหัวเตียงที่ Built in มาให้แล้วเท่านั้น ปลายเตียงเราจะได้ Built in เคาน์เตอร์ทีวียาวๆ แบบนี้ค่ะ ถ้าวางทีวีแล้วก็ยังเหลือพื้นที่วางของอีกได้ มุมห้องตรงปลายเตียงได้กระจกเข้ามุมมาด้วยนะคะ ซึ่งห้องตัวอย่างนี้อยู่ที่ชั้น 2 ของอาคารค่ะ จึงโดนต้นไม้บังทิวทัศน์ด้านนอกอยู่เล็กน้อย แต่หากเป็นห้องมุมอื่นๆ แล้วล่ะก็จะสามารถนอนมองแม่น้ำเจ้าพระยาได้เลยค่ะ ห้องตำแหน่งนี้จะได้ทั้งวิวแม่น้ำ และสระว่ายน้ำเลยค่ะ ออกมาดูตรงระเบียงห้องค่ะ มีพื้นที่พอที่จะสามารถวางเก้าอี้ไว้นั่งเล่นรับลมที่ระเบียงห้องของเราได้เลยค่ะ มุมระเบียงมีการกั้นประตูเอาไว้เผื่อเป็นที่ซักล้างค่ะ ระเบียงชั้น 2 แบบนี้ แม้ว่าจะโดนต้นไม้บังวิวอยู่บ้าง แต่ก็ได้ความร่มรื่นดีนะคะ กลับเข้ามาภายใน Master Bedroom จะเห็นว่าหน้าห้องน้ำจะได้ Built in ตู้เสื้อผ้าประตูกระจกบานสวิงขนาด 3 บาน มาด้วยค่ะ ส่วนเครื่องปรับอากาศถูกติดตั้งอยู่เหนือประตูห้องน้ำค่ะ หน้าประตูห้องน้ำในตัวอีกด้านจะ Built in โต๊ะเครื่องแป้งมาให้พร้อมกับกระจกติดผนังบานใหญ่แบบนี้ค่ะ ห้องน้ำในตัวได้พื้นที่มาค่อนข้างกว้างค่ะ แบ่งเป็นส่วนแห้งขวามือ และส่วนเปียกทางซ้าย โถสุขภัณฑ์ สายชำระ แกนใส่ทิชชู่ ราวแขวนผ้าสแตนเลส อ่างล้างหน้าแบบวางบนเคาน์เตอร์ ตู้เก็บของด้านล่าง พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ ได้ทั้งหมดนี้มายกเซตเลยค่ะ ส่วนเปียกจะได้ฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกใสแบบประตูบานสวิง ซึ่งจะได้ฝักบัวกับ Rain Shower มาด้วยค่ะ สำหรับห้องน้ำนี้ จะมีหน้าต่างบานกระทุ้งด้านบนสำหรับระบายอากาศและความชื้น พร้อมกับช่วยเพิ่มแสงสว่างไปด้วยค่ะ สำหรับ The Politan Breeze ถือเป็นโครงการในเฟสที่ 2 จากทั้งหมด 5 เฟส ซึ่งแยกเป็นแต่ละโครงการออกจากกันตามที่ทางเอเวอร์แลนด์ได้วางแพลนเอาไว้ แม้ว่าที่ผ่านมาคอนโดมิเนียมในแถบรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้จะดูไม่หวือหวามากนัก แต่กับ The Politan Breeze กลับได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากทีเดียวค่ะ เพราะขนาดวันที่ทางทีมงาน Reviewyourliving ได้เข้าไปชมโครงการแม้จะเป็นวันธรรมดา แต่ก็มีหลายครอบครัวเข้ามาชมโครงการอยู่ตลอด ตั้งแต่เช้าจรดเย็นอย่างไม่ขาดสาย โดยหากได้มาสัมผัสด้วยตัวเองก็ไม่แปลกใจเลยค่ะ แค่ทำเลกับบรรยากาศภาพรวมของโครงการก็กินขาดแล้ว แถมยังได้ส่วนกลางที่สวยอย่างกับถอดออกมาจาก Perspective เป็นอีกหนึ่งโครงการที่อยากให้ไปลองสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ ที่สำคัญคือราคาเริ่มต้นเร้าใจมากสำหรับคอนโดมิเนียมติดริมแม่น้ำแบบนี้ 1 ห้องนอน 29.00 ตร.ม. เริ่มต้นเพียง 1.99 ล้านบาท พิเศษ! เฉพาะ 21-22 ก.ค. นี้เท่านั้น สนใจโครงการสามารถลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/2IJuvogหรือโทร 02 002 2222

คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในคอนโดฯ เลี้ยงอะไรดีล่ะ?

คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในคอนโดฯ เลี้ยงอะไรดีล่ะ?

สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในห้องสี่เหลี่ยมอย่างคอนโดฯ ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลี้ยงตัวอะไรดี เรามีคำแนะนำ   ปลา แนะนำแค่ปลาหางนกยูงเท่านั้น เพราะปลาชนิดอื่นต้องการพื้นที่และยุ่งยากกับการเปลี่ยนกรองน้ำบ่อย นก ขี้นกและเศษขนสร้างฝุ่นให้แก่ห้อง ส่งผลต่อการทำความสะอาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนู มีนิสัยชอบกิน นอน เล่น ถ้าเราไม่ใช่คนที่เบื่ออะไรง่าย และมีเวลาให้พวกเขามากพอ พวกแฮมสเตอร์หรือแกสบี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เต่า เรื่องที่ต้องระวังที่สุดก็เห็นจะเป็น”ขี้เต่า” นี่เอง เพราะเหม็นอย่าบอกใคร กระรอก เป็นสัตว์ที่สะอาดมาก แนะนำให้เลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ แต่ต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ ชงนมและป้อนทุก 4-6 ชั่วโมง เพื่อให้ติดและเชื่องที่สุด เมื่อโตแล้วจะได้ดูแลง่าย สุนัข ในกรณีที่คอนโดฯ ไม่มีกฏห้ามเลี้ยงสัตว์ หมาน้อย “ชิวาว่า” คือคำตอบที่เหมาะที่สุด เพราะต้องการพื้นที่เพียงเล็กน้อย อาหารก็ไม่กินมาก การขับถ่ายก็น้อย ดูแลง่าย และรักเจ้าของเพียงคนเดียว แต่ต้องมีเวลามากพอให้เค้าเช่นกัน กระต่าย สิ่งเดียวที่ห้ามก็คือ อย่าปล่อยให้เป็นอิสระ เพราะมันจะเล็มแทะทุกอย่างในห้องจนไม่เหลือโดยเฉพาะสายไฟ กับข้อเสียที่สุดยอดก็คือ ปัสสาวะที่กลิ่นฉุนมาก เฟอร์เร็ต นิสัยซน ขี้เล่นมาก ปีนป่าย มุดลอด รวมถึงกินทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้ว่าปัสสาวะจะมีกลิ่นบ้าง แต่ก็ทำความสะอาดง่าย แมว อุจจาระและปัสสาวะส่งกลิ่นรุนแรงมาก ถ้าในห้องมีการระบายอากาศที่ไม่ดีล่ะก็ หมดกันแน่ๆ แต่ละตัว น่ารักน่าเลี้ยงมาก ถ้าคอนโดของคุณ อนุญาตให้เลี้ยงพวกเขาได้ ก็จัดไปอย่าให้เสีย แต่ถ้าเลือกที่จะเลี้ยงเค้าแล้ว ก็หมั่นเอาใจใส่ รักทะนุถนอมเค้าด้วยนะครับ เกรงใจข้างห้องเขาด้วยนะ ใจเขาใจเรา และที่สำคัญ ถ้าเบื่อแล้วอย่าเอาไปเป็นภาระของสังคมนะตัวเอง ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Mthaiรูปประกอบ จาก Pixabay 

รีวิวที่อยู่อาศัย

ไอเดียแต่งบ้าน

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

T House ยกญี่ปุ่นมาไว้ในคอนโดใจกลางเมือง

 วันนี้ทีมงาน Review Your Living มีโอกาสได้มาถ่ายทอดเรื่องราวน่าสนใจของคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองย่านเอกมัย ซึ่งความพิเศษของคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป โดยมีขนาดถึง 16 ตารางเมตร แถมระเบียงของห้องนี้มีสวนส่วนกลางของโครงการเป็นพื้นหลังสีเขียวขจีที่สร้างความเป็นส่วนตัวได้ดีเลยยิ่งตอบโจทย์ คุณหมอตั้น เจ้าของห้องพักอาศัยที่มีภาระหน้าที่การงานหนักตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องเดินทางบ่อย จึงอยากได้คอนโดในพิกัดที่สะดวกทั้งสถานทำงานและบ้าน เพื่อให้ชีวิตในทุกๆ วันเข้าสู่โหมดการพักผ่อนอย่างแท้จริงทันทีที่เดินทางกลับมาถึง เมื่อเจอทำเลที่ใช่ คุณหมอตั้นเลยไม่ลังเลใจที่จะซื้อและให้สถาปนิกเข้ามาเป็นผู้ดูแลในเรื่องของงานออกแบบตกแต่งภายในห้องทั้งหมด โดยโจทย์ที่ต้องการก็คือ..ความเรียบง่าย เน้นที่เก็บของเยอะและเป็นระเบียบเรียบร้อยแบบคนญี่ปุ่น รวมไปจนถึงต้องมีพื้นที่สำหรับปาร์ตี้รองรับเพื่อนๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยียนได้ จากโจทย์ที่เจ้าของห้องชุดคอนโดมิเนียมต้องการ สถาปนิกฝีมือดีอย่าง คุณบอย แห่ง ANONYM จึงไม่รอช้าบรรจงออกแบบพื้นที่ 51 ตารางวา ออกมาในสไตล์มินิมอลแบบฉบับญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นทุกขณะ เพื่อให้คุณหมอตั้นรู้สึกสบายตาและสบายใจเมื่อก้าวเข้าในห้องพัก บรรยากาศในห้องจึงดูนิ่งๆ เรียบๆ เป็นส่วนตัวหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานเหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่นแบบพอดิบพอดี ด้วยคอนเซ็ปต์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สงบและใกล้ชิดธรรมชาติ มาสู่แรงบันดาลใจในการออกแบบของสถาปนิกโดยลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง สถาปนิกลดทอนความฟุ่มเฟือยให้เหลือเพียงแก่นแท้ของประโยชน์ใช้สอยแบบตะวันตก ทว่ายังแอบแฝงรายละเอียดสัมผัสความเป็นธรรมชาติของพื้นผิวรอบข้าง หลอมรวมออกมาในสไตล์ญี่ปุ่น สะท้อนผ่านการตกแต่งห้องพักขนาดพื้นที่จำกัด โทนสีของห้องใช้จึงเป็นสีเอิร์ธโทน เพื่อให้ห้องดูเรียบง่ายมากที่สุด และการใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง รู้สึกโปร่งโล่ง กว้างขวาง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้น บิลอินต์เฟอร์นิเจอร์สูงจรดเพดานทำให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ามากที่สุด ส่วนการตกแต่งที่ทำให้ห้องพักอาศัยดูไม่คับแคบไร้ซึ่งความอึดอัดใดๆ คือการบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด ข้อดีของงานบิลต์อินคือเราสามารถทำขึ้นให้พอดีกับพื้นที่ได้โดยไม่เสียประโยชน์การใช้งานส่วนนั้นไป ทั้งยังเหมาะกับขนาดพื้นที่จำกัด จึงเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ทำให้สามารถใช้พื้นที่อันน้อยนิดได้อย่างคุ้มค่า การใช้วัสดุไม้มาตกแต่ง ก็ทำให้ห้องดูสว่าง และให้ความรู้สึกอบอุ่นมากขึ้นภายในห้องนอนตกแต่งอย่างเรียบง่าย ดูอบอุ่นด้วยโทนสีอ่อนละมุนจากวัสดุไม้โทนสีวอร์มโอ๊คที่นำมากรุผนังและฝ้า ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งและทำให้ห้องดูกว้างขวางมากขึ้น มีหน้าต่างกระจกใสรับแสงธรรมชาติที่ช่วยเสริมให้ห้องดูสว่างโดยไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวัน ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยถ่ายเทอากาศ ทำให้ห้องนอนเล็กๆ ดูสะอาดสะอ้านน่าพักผ่อนแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ขนาดน้อยนิดก็ตาม ขยับมาที่ระเบียงภายนอก อย่างที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นว่าคอนโดฯ แห่งนี้คือมีพื้นที่ระเบียงกว้างกว่าโครงการอื่นทั่วไป มีขนาดถึง 16 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ามีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ สถาปนิกจึงออกแบบที่นั่งแนวยาวไปตามขนาดของพื้นที่ระเบียง สำหรับรองรับเพื่อนฝูงของคุณหมอตั้นที่มักจะแวะมาทานข้าวหรือปาร์ตี้กันสม่ำเสมอ ความโชคดีของแปลนห้องพักในส่วนของระเบียงนั้นคือมี background เป็นสวนโครงการภายนอกพอดีเลยให้ความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวระดับหนึ่ง  ความกลมกลืนของไม้โทนสีอ่อนที่ดูลงตัวในทุกองค์ประกอบต่างๆ จนเกิดบรรยากาศชวนผ่อนคลาย เพื่อเพิ่มกลิ่นอายแบบฉบับชาวญี่ปุ่น คุณบอยจึงเพิ่มต้นบอนไซให้เป็นลักษณะสำคัญของระเบียงภายนอก เพื่อสื่อสารถึงวิถีความเรียบง่าย เวลาก้าวออกมายังระเบียงจะรู้สึกเหมือนยกญี่ปุ่นขนาดย่อมมาไว้ในคอนโดนั่นเอง จะเห็นว่าแม้จะมีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งน้อยชิ้น แต่ในทุกๆ ชิ้นต่างใช้ประโยชน์ได้เต็มที่และเข้ากับสไตล์มินิมอล ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ ขอบคุณรูปภาพจาก ANONYM

รอบรู้เรื่องบ้าน

คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในคอนโดฯ เลี้ยงอะไรดีล่ะ?

คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในคอนโดฯ เลี้ยงอะไรดีล่ะ?

สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดอยากจะเลี้ยงสัตว์เล็กๆ สักตัว ในห้องสี่เหลี่ยมอย่างคอนโดฯ ที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลี้ยงตัวอะไรดี เรามีคำแนะนำ   ปลา แนะนำแค่ปลาหางนกยูงเท่านั้น เพราะปลาชนิดอื่นต้องการพื้นที่และยุ่งยากกับการเปลี่ยนกรองน้ำบ่อย นก ขี้นกและเศษขนสร้างฝุ่นให้แก่ห้อง ส่งผลต่อการทำความสะอาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนู มีนิสัยชอบกิน นอน เล่น ถ้าเราไม่ใช่คนที่เบื่ออะไรง่าย และมีเวลาให้พวกเขามากพอ พวกแฮมสเตอร์หรือแกสบี้ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เต่า เรื่องที่ต้องระวังที่สุดก็เห็นจะเป็น”ขี้เต่า” นี่เอง เพราะเหม็นอย่าบอกใคร กระรอก เป็นสัตว์ที่สะอาดมาก แนะนำให้เลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ แต่ต้องใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ ชงนมและป้อนทุก 4-6 ชั่วโมง เพื่อให้ติดและเชื่องที่สุด เมื่อโตแล้วจะได้ดูแลง่าย สุนัข ในกรณีที่คอนโดฯ ไม่มีกฏห้ามเลี้ยงสัตว์ หมาน้อย “ชิวาว่า” คือคำตอบที่เหมาะที่สุด เพราะต้องการพื้นที่เพียงเล็กน้อย อาหารก็ไม่กินมาก การขับถ่ายก็น้อย ดูแลง่าย และรักเจ้าของเพียงคนเดียว แต่ต้องมีเวลามากพอให้เค้าเช่นกัน กระต่าย สิ่งเดียวที่ห้ามก็คือ อย่าปล่อยให้เป็นอิสระ เพราะมันจะเล็มแทะทุกอย่างในห้องจนไม่เหลือโดยเฉพาะสายไฟ กับข้อเสียที่สุดยอดก็คือ ปัสสาวะที่กลิ่นฉุนมาก เฟอร์เร็ต นิสัยซน ขี้เล่นมาก ปีนป่าย มุดลอด รวมถึงกินทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้ว่าปัสสาวะจะมีกลิ่นบ้าง แต่ก็ทำความสะอาดง่าย แมว อุจจาระและปัสสาวะส่งกลิ่นรุนแรงมาก ถ้าในห้องมีการระบายอากาศที่ไม่ดีล่ะก็ หมดกันแน่ๆ แต่ละตัว น่ารักน่าเลี้ยงมาก ถ้าคอนโดของคุณ อนุญาตให้เลี้ยงพวกเขาได้ ก็จัดไปอย่าให้เสีย แต่ถ้าเลือกที่จะเลี้ยงเค้าแล้ว ก็หมั่นเอาใจใส่ รักทะนุถนอมเค้าด้วยนะครับ เกรงใจข้างห้องเขาด้วยนะ ใจเขาใจเรา และที่สำคัญ ถ้าเบื่อแล้วอย่าเอาไปเป็นภาระของสังคมนะตัวเอง ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Mthaiรูปประกอบ จาก Pixabay 

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 16 – 22 กรกฎาคม 2561

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 16 – 22 กรกฎาคม 2561

สำหรับวันจันทร์ที่  16 กรกฎาคม  ตรงกับขึ้น 4 ค่ำ เดือน 88 หากใครเซ็นสัญญาซื้อขายคอนโดมิเนียมหรือบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลาตี 1 ไปจนถึงตี 3 และ 7 โมง ไปจนถึง 11 โมงตรง  หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่มตรง ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศเหนือ  และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ เหลือง และน้ำตาล  ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังประตูใหญ่ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันอังคารที่  17 กรกฎาคม  ตรงกับขึ้น 5 ค่ำ เดือน 88 หากใครซ่อมแซมหรือทาสีบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลาตี 3 ไปจนถึง7 โมง และ 11 โมงตรง ไปจนถึง บ่ายโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 3 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ ขาว บรอนซ์และทอง   ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครกและเครื่องบด และระมัดระวังกรงสัตว์  เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันพุธที่  18 กรกฎาคม  ตรงกับขึ้น 6 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังจะสร้างบ้านในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลาตี 3 ไปจนถึง 7 โมง และ บ่ายโมงตรง ไปจนถึง บ่ายสามโมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 3 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันออก และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ ขาว บรอนซ์และทอง   ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ และระมัดระวังห้องครัวและเตียงนอน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันพฤหัสบดีที่  19 กรกฎาคม ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังซ่อมแซมหรือสร้างบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมง ไปจนถึง 9 โมง และ บ่ายสามโมง ไปจนถึง 5 โมง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3 ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภและทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศใต้  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ ฟ้า น้ำเงิน และดำ ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีเหลืองและน้ำตาล สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยคครกและระมัดระวังโกดัง เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันศุกร์ที่  20 กรกฎาคม  ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังจะเริ่มทุบกำแพงหรือบ้านในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 3 และ 9 โมง ไปจนถึง 11 โมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 โมงตรง ไปจนถึง 1 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ ขาว บรอนซ์และทอง   ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังเตียงนอนและห้องน้ำ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันเสาร์ที่  21 กรกฎาคม ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาคอนโดมิเนียมและบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 3 ไปจนถึง ตี 5  และ  11 โมง ไปจนถึง บ่ายโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ เขียวอ่อนและเขียวเข้ม ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยเตาไฟ และระมัดระวังประตู เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้สำหรับวันอาทิตย์ที่  22 กรกฎาคม ตรงกับขึ้น 10 ค่ำ เดือน 88 หากใครที่กำลังจะเซ็นสัญญาคอนโดมิเนียมและบ้าน หรือ ซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ถือเป็นวันที่ดี  จะประสบความสำเร็จในชีวิต โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา ตี 5 ไปจนถึง 7 โมงเช้า และ บ่ายโมง ไปจนถึง บ่ายสามโมงตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 1 ทุ่มตรง ไปจนถึง 5 ทุ่ม ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศที่ช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิตคือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ เขียวอ่อนและเขียวเข้ม ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก และระมัดระวังถังข้าว เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้ 

เรื่องควรรู้ที่อยู่อาศัย

ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ พุ่งขึ้น 1,000% ในช่วง 30 ปี

ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ พุ่งขึ้น 1,000% ในช่วง 30 ปี

ราคาที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพมหานครปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,000% นับจากปีพ.ศ. 2531 เมื่อซีบีอาร์อีเปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากในยุค “เอเชียไทเกอร์” ระหว่างปีพ.ศ. 2531 - 2539 ก่อนที่ตลาดจะหยุดชะงักเพราะวิกฤตการณ์ทางการเงินในปีพ.ศ. 2540   การเติบโตของราคาที่ดินเริ่มขยับสูงขึ้นในช่วงกลางทศวรรษปี 2540 และราคามีการปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองปีที่ผ่านมาสำหรับที่ดินที่อยู่ในย่านใจกลางเมืองที่สำคัญหรือในซีบีดี   ในช่วงปลายทศวรรษปี 2520 ต่อเนื่องเข้าสู่ทศวรรษปี 2530  มีการซื้อขายที่ดินขนาดใหญ่ 2 แปลงด้วยกัน คือ ที่ดินขนาด 8 ไร่บนถนนสาทร โดยผู้พัฒนาเดิมของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ซื้อไปที่ราคาประมาณ 125,000 บาทต่อตารางวา และที่ดินขนาด 21-1-08 ไร่บนถนนวิทยุซึ่งเป็นบ้านของผู้จัดการธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดในยุคนั้น ขายให้กับกลุ่มเอ็มไทย มูลค่าที่ดินประมาณ 250,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งปัจจุบันพัฒนาเป็นโครงการออลซีซั่น เพลส   สำหรับการขายที่ดินแปลงล่าสุดในย่านสารทร คือ ที่ดินขนาด 8 ไร่ของสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งขายไปด้วยราคาประมาณ 1.45 ล้านบาทต่อตารางวาในปีพ.ศ. 2560  และในย่านลุมพินี บริษัท เอสซี แอสเสท ซื้อที่ดินขนาด 880 ตารางวาบริเวณถนนหลังสวนด้วยมูลค่าประมาณ 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา และการซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยคือการขายที่ดินสถานทูตอังกฤษขนาด 23 ไร่ในปีพ.ศ. 2561 ให้แก่บริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและฮ่องกงแลนด์   การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินนั้นไม่เหมือนกันทั้งหมด และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นยังเป็นไปตามรูปแบบการพัฒนาเมืองของกรุงเทพฯ    ในอดีตศูนย์กลางทางธุรกิจตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง และศูนย์ราชการตั้งอยู่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์   ในช่วงทศวรรษปี 2490 และ 2500 ศูนย์กลางทางธุรกิจได้ย้ายไปที่ถนนสีลมและถนนสุรวงศ์   กรุงเทพฯ เติบโตมากขึ้นในทศวรรษที่ 2510 และ 2520 แต่ยังไม่มีการกำหนดศูนย์กลางของเมืองอย่างชัดเจน และการพัฒนาได้ขยายตัวออกไปเพราะมีการสร้างถนนใหม่ๆ แต่ในปัจจุบันปัจจัยเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว  การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 ประการที่มีผลกับราคาที่ดิน คือ การเปิดและขยายระบบขนส่งมวลชน โดยรถไฟฟ้าบีทีเอสสายแรกเปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2542 และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินเข้มเปิดให้บริการในปีพ.ศ. 2547 ระบบขนส่งมวลชนดังกล่าวได้ทำให้วิถีชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ทั้งในด้านการทำงานและการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป   ในช่วงปลายทศวรรษ 2560  กรุงเทพฯ จะมีระบบขนส่งมวลชนรวมระยะทางประมาณ 460 กิโลเมตร เปรียบเทียบกับกรุงลอนดอนที่มีระบบรถไฟใต้ดินรวมระยะทาง 402 กิโลเมตรความนิยมในระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ ที่มีผู้ใช้มากกว่า 1.2 ล้านคนต่อวัน ได้ทำให้มูลค่าที่ดินที่อยู่ใกล้กับสถานีปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกสายหรือทุกสถานีที่จะได้รับความนิยมอย่างเท่าเทียมกัน  ส่วนหนึ่งที่เป็นตัวกำหนดมูลค่าของที่ดินก็มาจากความนิยมของระบบขนส่งมวลชนแต่ละสายและแต่ละสถานี“ปัจจัยสำคัญอีกประการที่เป็นตัวกำหนดราคาที่ดิน ก็คือ ข้อกำหนดในเรื่องผังเมืองและพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ว่าด้วยเรื่องขนาดพื้นที่ที่สามารถสร้างได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าถ้าสามารถสร้างพื้นที่ได้น้อย ราคาที่ดินก็จะไม่ปรับสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด” นางกุลวดี สว่างศรี กรรมการบริหาร หัวหน้าแผนกการลงทุนและที่ดิน  ซีบีอาร์อี ประเทศไทยกล่าวข้อกำหนดในเรื่องผังเมืองและการควบคุมการก่อสร้างอาคารมีความเข้มงวดและซับซ้อนมากขึ้น และในปัจจุบันได้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการกำหนดราคาที่ดินในช่วงทศวรรษปี 2520 และ 2530 กรุงเทพฯ ได้ขยายตัวออกไปมากขึ้น แต่ในช่วงทศวรรษปี 2540 กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นเมืองที่ความเจริญรวมเข้าสู่ศูนย์กลางมากขึ้น ด้วยการเกิดขึ้นของอาคารชุดพักอาศัยแนวสูงและการเติบโตของพื้นที่สำนักงานที่ทันสมัย   พื้นที่ใจกลางเมืองได้รับการกำหนดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนมากขึ้น และเกิดการพัฒนาโครงการรอบใหม่บนพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์มากนัก เช่น ที่ดินขนาด 105 ไร่ที่เป็นที่ตั้งของโครงการวัน แบงค็อก บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 ตัดกับถนนวิทยุราคาที่ดินเริ่มมีสัดส่วนที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับต้นทุนโดยรวมในการพัฒนาโครงการ เนื่องจากราคาที่ดินมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วกว่าค่าก่อสร้าง   มูลค่าโดยรวมในการพัฒนาโครงการได้เพิ่มสูงขึ้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้คอนโดมิเนียมมีราคาขายที่แพงขึ้นและทำให้จำเป็นต้องมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้โครงการที่มีรายได้จากค่าเช่าสามารถเกิดขึ้นได้ซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่า ที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพฯ จะยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดต่อไปในการพัฒนาโรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และอาคารประเภทอื่น ๆ เช่น โรงพยาบาล เป็นต้น    กรุงเทพฯ จะมีการกำหนดขอบเขตพื้นที่ใจกลางเมืองที่ชัดเจนมากขึ้น และการพัฒนาโครงการจะขยายตัวไปตามเส้นทางการเดินรถของระบบขนส่งมวลชนบริเวณรอบสถานีการที่ราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับระดับความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการ และผลตอบแทนที่จะได้รับจากการพัฒนาโครงการ  ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าสามารถพัฒนาโครงการอะไรได้ และในระดับราคาใดที่ลูกค้ามีกำลังในการซื้อหรือการเช่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จเนื่องจากที่ดินแบบมีกรรมสิทธิ์เต็มหรือฟรีโฮลด์ในย่านใจกลางเมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนานั้น มีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ   ซีบีอาร์อีจึงคาดว่าราคาที่ดินจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในบางครั้ง ที่ดินมีราคาสูงกว่ามูลค่ารวมของอาคารที่ตั้งอยู่บนแปลงที่ดิน  และเราจะได้เห็นว่ามีอาคารเก่าถูกรื้อถอนและมีการพัฒนาโครงการขึ้นใหม่บนที่ดินแปลงเดิมมากขึ้นเราได้เริ่มเห็นการรื้อถอนอาคารเคี่ยนหงวน ทาวเวอร์ 1 บนถนนวิทยุ และอาคารวานิสสา บนถนนชิดลม  รวมทั้งแผนการรื้อถอนโรงแรมดุสิตธานีและปรับปรุงพื้นที่ใหม่  แต่จนถึงขณะนี้ การรื้อถอนเกิดขึ้นกับอาคารที่มีเจ้าของเดียวเท่านั้นในปัจจุบัน กฎหมายอาคารชุดกำหนดให้เจ้าของร่วมต้องเห็นชอบร่วมกันทั้ง 100% ที่จะเพิกถอนอาคารเพื่อให้สามารถขายอาคารและนำมาพัฒนาใหม่ได้ ซึ่งยังไม่เคยเกิดขึ้นในบ้านเราแม้ว่าปัจจุบันจะมีคอนโดมิเนียมบางแห่งที่มูลค่าของทุกยูนิตรวมกันจะมีมูลค่าน้อยกว่าการถือครองที่ดินเปล่าที่ใช้สร้างคอนโดมิเนียมนั้นก็ตาม การขายยูนิตทั้งหมดและนำมาพัฒนาขึ้นใหม่ได้เกิดขึ้นแล้วในต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์ซึ่งจำนวนเจ้าของร่วมที่ต้องเห็นชอบร่วมกันในการขายทั้งอาคารมีสัดส่วนที่น้อยกว่าของไทยซีบีอาร์อีมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะได้รับความเห็นชอบทั้ง 100% จากเจ้าของร่วมในกรุงเทพฯ ในการขายห้องชุดทั้งหมดให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์"สมมติว่าข้อกำหนดด้านผังเมืองไม่มีการเปลี่ยนแปลง และขนาดพื้นที่ที่สามารถสร้างขึ้นได้ยังคงเหมือนเดิม ที่ดินในย่านซีบีดีของกรุงเทพฯ มีแนวโน้มที่จะปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวสรุปการปรับขึ้นราคาที่ดินจะไม่อยู่ในระดับที่คงที่ และจะมีความสอดคล้องกับวัฏจักรทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์