www.sansiri.com

We Recommend

รีวิวพาทัวร์เลาะรั้วรอบบ้าน

รีวิวพาทัวร์เลาะรั้วรอบบ้าน "ถนนจันทน์"

รีวิวพาทัวร์เลาะรั้วรอบบ้าน "ถนนจันทน์" ช่วงนี้อากาศกำลังดีค่ะ วันนี้เลยจะพาทุกคนไปเดินเล่นแถวๆ "ถนนจันทน์" กันซักหน่อย ด้วยความที่เป็นพื้นที่คุ้นเคยเพราะเกิดและโตในย่านนี้จนคุ้นชินกับบรรยากาศของชุมชนในระแวก และเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ก็ตั้งแต่ยังไม่ตัดถนนนราธิวาสฯ นั่นแหละ คงไม่ต้องสืบแล้วนะว่าเกิดมานานขนาดไหน อิอิ   ย่านถนนจันทน์เป็นย่านของชุมชนเก่าค่ะ บรรยากาศคึกคักพลุกพล่านตลอดทั้งวัน ที่สำคัญ.. เป็นแหล่งที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินอยู่พอตัว เรียกว่ามีร้านเก่าแก่ ร้านอร่อย ร้านดัง พ่วงด้วยร้านใหม่ๆ ตามสมัยนิยมมาเปิดกันมากมายเลยทีเดียว รอบนี้เราเลือกปักหมุดในโซนหัวถนนที่เชื่อมต่อกับถนนนางลิ้นจี่ ลัดเลาะไปตามถนนจันทน์เก่า แล้วก็วนมาที่ถนนจันทน์ตัดใหม่ (ซื่งไม่ใหม่แล้ว) เพราะเราเห็นว่าโซนนี้มีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก มีความร่วมสมัยมากขึ้น มีชาวต่างชาติเข้ามาอยู่เยอะ คอนโดใหม่ก็แยะ พอๆ กับที่มีร้านชิคๆ คูลๆ อีกหลายร้านจนเราอยากจะขออวดซะหน่อย   เลาะรั้วรอบ "ถนนจันทน์" เริ่มต้นด้วยไลฟ์สไตล์แบบสายเฮลท์ตี้ ต้องไม่พลาดร้าน “Snooze Atlas” ร้านสีเขียวขนาดกะทัดรัดริมถนนนางลิ้นจี่ ที่มี Smoothies Blows คุณภาพไม่กะทัดรัดเลยนะจ๊ะ แต่ละถ้วยอัดแน่นไปด้วยผักผลไม้สดแช่แข็ง อุดมไปด้วยวิตามินธรรมชาติ เราแนะนำให้บูสเช้าวันใหม่กันด้วย “Acai Sunset” เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระจาก Super Fruit ให้เต็มคำกันก่อน แถมยังอิ่มท้องด้วย Topping ที่คัดแล้วว่าดีต่อสุขภาพอีกเพียบ ทั้งเมล็ดเจีย งาขี้ม่อน เกสรผึ้ง โกจิเบอร์รี่ มะพร้าวคั่ว กราโนล่า และผลไม้สด Smoothies ถ้วยนี้ได้รสเปรี้ยวๆ หวานๆ แถมยังเย็นฟรีซสุดๆ กันไปเลย กินแล้วรับรองว่าสดชื่นตลอดทั้งวันแน่นอน   นอกจาก Acai Sunset ที่เราเลือกแล้ว ที่ร้านก็ยังมี Smoothies Blows ให้เลือกอีกหลายแบบ ซึ่งอ่านชื่อเมนูและส่วนผสมแล้วก็อยากลองไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Afternoon Delight, Green Twelve หรือแม้แต่เมนูง่ายๆ อย่าง Strawberry Milkshake ก็เหมาะกับการ take away ในวันที่เร่งรีบ แต่ต้องไม่ลืมดูแลสุขภาพนะจ๊ะ     บรรยากาศในร้านเล็กๆ แห่งนี้ อัดแน่นไปด้วยต้นไม้สวยๆ แบบทุกซอกทุกมุมคือพื้นที่สีเขียว เหมาะกับสายเช็คอินขยันโพส รับรองว่าคุณจะได้รูปสวยไปลง IG เพียบแน่ๆ  ต้นไม้ที่เห็นในร้านไม่ได้ตั้งโชว์เฉยๆ นะคะ ใครอยากได้เค้าก็ขายจ้า เพราะใกล้ๆ กันมีร้านชื่อ “Garden Atlas” ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกัน ในร้าน Garden Atlas จะเต็มไปด้วยต้นไม้ยอดฮิตหลายหลายชนิด พร้อมอุปกรณ์เพาะปลูกกะจุ๊กกะจิ๊กอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดปลูก หรือเป็นสายสะสมไม้แปลก เชิญไปเลือกดูที่ร้านนี้ได้เลยค่ะ ร้านน่ารักจนเราขอยกตำแหน่งให้เป็นร้านรวมต้นไม้ที่ชิคที่สุดของย่านนี้ไปเลย     ถ้าไม่ค่อยถูกจริตกับสายเฮลท์ตี้ แต่เป็นสาวกสายแป้งที่อินกับกลิ่นเนย เราแนะนำให้ไปโดน “Amantee The Bakery” ร้านอบขนมปังสัญชาติฝรั่งเศสเจ้าดังที่ฮิตติดท็อปชาร์ตในเวลานี้  ยิ่งถ้าเป็นคนรัก “ครัวซอง” ตัวยงยิ่งห้ามพลาด!!  หลายคนอาจจะเคยกินขนมปังฝรั่งเศสนานาชนิดของร้านนี้มาบ้างแล้วจากสาขาใน Emquartier ซึ่งจุดกำเนิดของขนมปังหอมๆ ในแต่ละวันซ่อนตัวอยู่ในร้านขนาด 2 คูหาบนถนนจันทน์เก่าแห่งนี้นี่แหละ ที่บอกว่าซ่อนตัวนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยนะ เพราะหลายคนคิดไม่ถึงว่า บนถนนจันทน์เก่าที่เป็นถนนเล็กๆ ที่เกือบจะถูกลืมไปแล้วจะมีร้านขนมอบดีๆ มาเปิดกับเค้าด้วย!!     ถ้าใครอยากกินขนมปังอุ่นๆ จากเตา เราแนะนำให้ไปกันแต่เช้า ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะเมนูเด็ดๆ หลายตัวหมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ทันเที่ยงเลยจ้า กลิ่นหอมๆ ของขนมปังอบใหม่มักจะทำให้เราขาดสติ แล้ววัตถุดิบหลักในร้านรวมถึงตัวเชฟก็นำเข้ามาจากฝรั่งเศสทั้งหมด ไม่อร่อยแบบต้นตำรับก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว   สำหรับ Croissant Lover ที่ชื่นชอบเนื้อสัมผัสแบบผิวนอกกรอบนิด เนื้อในนุ่มหนึบ ชุ่มเนยหน่อย ให้รีบไปเก็บแต้มบุญสะสมความอร่อยไว้ได้เลย (แต่สำหรับเราแล้วยังมีร้านอื่นที่มีครัวซองโดนใจกว่านี้ค่ะ) ส่วนขนมปังตัวอื่นๆ ก็อร่อยไม่น้อยหน้ากันนะคะ ระหว่างที่กำลังเลือกขนมอยู่ในร้านเราก็เห็นลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติมาซื้อกลับไปรัวๆ เลยทีเดียวจ้า แล้วจะไม่ให้แนะนำว่าเป็นร้านอร่อยประจำย่านได้อย่างไร     อย่างที่บอกว่าในย่านถนนจันทน์นี้มีความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ที่ชัดเจนเลยก็คือบริเวณปากซอยเย็นอากาศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “Market Place นางลิ้นจี่” คอมมิวนิตี้มอลล์ ที่มี Tops Market เป็นตัวชูโรง มีผัก ผลไม้ วัตถุดิบทำอาหาร แล้วก็สินค้านำเข้าให้เลือกเยอะเลยค่ะ คงเพราะมีชาวต่างชาติเข้ามาอยู่ในย่านนี้มากขึ้นด้วยแหละ เลยได้อัพเกรดจากที่เคยเป็นแค่ Tops Supermarket อย่างเดียวก็ขยายพื้นที่มาเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์แทน นอกจากนี้ก็ยังมี ร้านกาแฟ ร้านอาหารชื่อเพิ่มขึ้นมาอีกหลายร้าน รวมถึง Home Pro S ก็มาเปิดที่ชั้นใต้ดินด้วย     สำรวจแหล่งช้อปปิ้งกันเบาๆ แล้ว เรายังมีร้านอาหารมาแนะนำอีก 2 ร้าน 2 สไตล์ เป็นร้านเก่าแก่พอๆ กันทั้งคู่ เริ่มจากมื้อกลางวันแบบง่ายๆ ที่ “ร้านมานี หมูสเต๊ะ” แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าต้องกิน “หมูสเต๊ะ” ซึ่งเป็นเจ้าเก่าจากท่าดินแดง จึงรับประกันเรื่องรสชาติที่ได้มาตรฐาน ทางร้านเลือกใช้หมูอนามัยจากเบทาโกร นำมาหมักเครื่องเทศอย่างดีกินคู่กับน้ำจิ้มหมูสเต๊ะ และเพิ่มรสชาติด้วยอาจาดอีกคำถึงจะครบเครื่อง แต่ถ้าอยากได้อาหารที่หนักท้องมากขึ้น อยากให้ลองสั่งข้าวราดแกง หรือแยกเป็นกับข้าวก็ได้นะคะ พวกเมนูแกงต่างๆ จัดว่าดี เลยอยากแนะนำให้ได้ลองชิมดูค่ะ กับข้าวในร้านก็จะหมุนเวียนกันไปในแต่ละวัน แวะไปกินได้บ่อยๆ เลย     ไปต่อกันที่ร้าน “ครัวสาธร” ร้านเก่าแก่ที่ย้ายมาจากย่านสาทร อาหารในร้านเน้นอาหารไทยสไตล์ครอบครัวค่ะ เพราะมีเมนูให้เลือกมากมาย รสชาติเหมาะกับทุกวัย เมนูที่อยากแนะนำให้ลองคือ 2 เมนูในสไตล์กุ๊กช็อป อาหารฝรั่งสไตล์จีนที่หากินได้ยากอย่าง “สลัดเนื้อสัน” สลัดผักน้ำใส เสิร์ฟมาพร้อมกับเนื้อสันในชิ้นหนาที่กริลมาอย่างพอดิบพอดี และ “ซี่โครงหมูอบ” ที่ใช้เนื้อหมูส่วนพอร์คช้อปคลุกเกล็ดขนมปังทอด แล้วราดด้วยน้ำสตูข้นๆ อันเป็นเอกลักษณ์ ถือว่าเป็นเมนูเก่าแก่ตัวชูโรงกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมี ปลาช่อนแป๊ะซะ, ถุงทอง, ห่อหมกขนมครก และเมนูตามฤดูกาลอีกหลายจานเลยค่ะที่เห็นชื่อเมนูก็ชวนให้หิวแล้ว     มาถึงร้านสุดท้ายที่ขอเอาใจคนชอบงานคราฟ เราขอจับมือพาไปเที่ยวร้าน “YARNNAKARN x AGO” บริเวณปากซอยนางลิ้นจี่ 4  ร้านขายสินค้าเซรามิกทำมือที่ชิคสุดๆ งานทุกชิ้นเกิดจากแรงบันดาลใจที่ได้จากธรรมชาติรอบตัว รวมถึงวัตถุดิบที่นำมาใช้ก็ล้วนแต่หาได้ในประเทศไทยทั้งหมดเลยนะคะ พอมาผสมผสานกันแล้วชิ้นงานแต่ละชิ้นก็จะมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน มีความเป็น Master Piece ในตัวเอง ถ้าอยากได้ของแต่งบ้านเก๋ๆ ไม่ซ้ำใครเราแนะนำว่าห้ามพลาดร้านนี้ค่ะ พื้นที่ชั้น 2 ของร้านเปิดโชว์ผลงานเป็นแกลลอลี่เล็กที่มักจะมีงานดีๆ มาจัดแสดงอยู่เรื่อยๆ เช่นกันค่ะ ส่วนพื้นที่ชั้น 3 เป็นร้าน AGO คาเฟ่สุดชิคที่แอบซ่อนตัวอยู่บนดาดฟ้านี่เอง ชั้นบนนี้มีเสื้อผ้าและข้าวของสไตล์วินเทจให้เลือกช้อปกันด้วยนะคะ     เดินดูของกันพอหอมปากหอมคอแล้ว แนะนำให้ลองเลือกเครื่องดื่มซักแก้วจาก AGO Cafe มาดับกระหายสักหน่อยค่ะ นอกจากกาแฟเมนูต่างๆ แล้ว ห้ามพลาด “AGO Special Craft Drink” เครื่องดื่มสุดเก๋ที่รังสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจจากชื่อถนนนางลิ้นจี่อันเป็นที่ตั้งของร้าน โดยเมนูต่างๆ ของ Craft Drink นี้จะมีส่วนผสมหลักคือ “น้ำลิ้นจี่” แล้วนำมาผสมกับไซรัปที่ทางร้านปรุงขึ้นเอง ซึ่งมีให้เลือกมากถึง 8 ชนิด แล้วไซรัปแต่ละตัวก็จะให้กลิ่นและรสชาติที่พิเศษแตกต่างกันออกไปนะคะ กลายเป็นเรื่องสนุกเล็กๆ ที่เราได้ลองดมกลิ่นไซรัป แถมยังสนุกกับการชิมเครื่องดื่มในแก้วสวย พร้อมบรรยากาศสบายๆ ของสวนบนดาดฟ้า ที่คล้ายว่าเราได้ปลีกตัวมานั่งพักระหว่างวัน ให้หยุดนิ่งเงียบๆ ซักหน่อยแล้วค่อยไปต่อค่ะ     เสน่ห์ของถนนจันทน์ไม่ได้หมดแต่เพียงแค่นี้นะคะ ถนนสายนี้ยังมีทั้งเรื่องราวที่น่าสนใจและของอร่อยๆ รออยู่อีกมากมาย ไว้เราจะหาโอกาสพาทุกคนมาเที่ยวเล่นแถวบ้านเราอีก แต่ถ้าใครอยากย้ายมาเป็นชาวถนนจันทน์ มาเป็นเพื่อนบ้านในระแวกเดียวกับเรา ลองแวะไปเยี่ยม Sale Gallery โครงการ The ISSARA Sathorn กันได้นะคะ     ตอนนี้เค้ามีโปรโมชันพิเศษ “ISSARA DAY Yes ทุกดีล” 14 - 15 พ.ย.นี้ พบกันได้ที่สำนักงานขายทุกโครงการ เพื่อเลือกข้อเสนอที่ "YES" ตามใจคุณ กับ 9 ทำเลคุณภาพจากชาญอิสสระ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก : https://bit.ly/38pMb8Q วันนี้ - 15 พ.ย. นี้เท่านั้น #IssaraDayYesทุกดีล #Charnissara คลิกเข้าไปดูข้อมูลโครงการกันก่อนที่ The ISSARA Sathorn  

LAKE LEGEND แจ้งวัฒนะ บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ บรรยากาศริมทะเลสาบ

LAKE LEGEND แจ้งวัฒนะ บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ บรรยากาศริมทะเลสาบ

LAKE LEGEND แจ้งวัฒนะ บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ บรรยากาศริมทะเลสาบ LAKE LEGEND แจ้งวัฒนะ ปรากฏการณ์ความร่วมมือระหว่าง พร๊อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (Property Perfect) ผู้นำในการพัฒนาบ้านหรูบรรยากาศทะเลสาบ และฮ่องกง แลนด์ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่จากฮ่องกง ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 125 ปี ร่วมรังสรรค์โครงการคฤหาสน์หรูระดับไฮเอนด์แห่งแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์   A Waterfront Legacy เปิดบทใหม่แห่งตำนานที่จะสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ที่ LAKE LEGEND ที่ซึ่งคำว่า "บ้าน" ถ่ายทอดความหมายมากกว่าการเป็นแค่พื้นที่พักอาศัย แต่เป็นการใช้ชีวิตที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ สร้างความภาคภูมิใจ และแบ่งปันสู่คนที่คุณรัก พร้อมความทรงจำอันแสนล้ำค่าที่ LAKE LEGEND คฤหาสน์ติดทะเลสาบสุดหรู แห่งเดียวบนทำเลศักยภาพ "แจ้งวัฒนะ"   The Artistry of Luxury โครงการคฤหาสน์หรูติดทะเลสาบ ระดับ Super Luxury ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของ "Chateau" ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูง หรือตระกูลเก่าแก่ในฝรั่งเศส อันสง่างามเคียงคู่กับทะเลสาบ มาสู่การออกแบบภายใต้คอนเซปต์ More Than French บนที่ดินผืนพิเศษติดทะเลสาบ 25 ไร่ พร้อมคลับเฮ้าส์ขนาดใหญ่ติดทะเลสาบ ศูนย์กลางของไลฟ์สไตล์และการพักผ่อน ด้วยดีไซน์ยิ่งใหญ่ดุจปราสาท French Castle ต้อนรับที่ด้านหน้าโครงการ พร้อมบริการห้องออกกำลังกาย ฟิตเสน เล้าจ์ และสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool ต่อเนื่องสู่ทะเลสาบขนาดใหญ่     ที่นี่รังสรรค์คฤหาสน์ 5 แบบ ออกแบบในสไตล์ Modern French หลังคาทรงสูง เรียบหรู พร้อมฟังก์ชั่นครบครันแบบ Luxury House ที่มีความพิเศษหรูหรา ตั้งแต่ Foyer ทางเข้าหลัก ห้องรับแขกเพดานสูง Double Volume และห้องนอน Master Bedroom ที่เปิดรับวิวทะเลสาบกว้าง รวมถึงรายละเอียดการตกแต่งงานปูนปั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากชาโตว์ฝรั่งเศส ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 57 ครอบครัวเท่านั้น   Prime Location เพียง 5 นาที สู่แจ้งวัฒนะ ศูนย์กลางการบริหารราชการและธุรกิจ ของกรุงเทพฯ ทางตอนเหนือ ศูนย์ราชการ าล และองค์กรของรัฐ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่บริษัทชั้นนำ อาคารสำนักงาน ศูนย์กลางการเดินทาง ทางด่วนขั้นที่ 2 รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แล้วเสร็จปี 2565) ใกล้สนามบินนานาชาติ ดอนเมือง ศูนย์กลางการศึกษา มหาวิทยาลัยชั้นนำ โรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ISSB ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ฯลฯ LAKE LEGEND แจ้งวัฒนะ มีแบบบ้านให้เลือก 5 แบบ Margaret พื้นที่ใช้สอย 346 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน Lorraine พื้นที่ใช้สอย 407 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 3 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน Corsica พื้นที่ใช้สอย 464 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 4 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน Brittany พื้นที่ใช้สอย 522 ตร.ม. ขนาด 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 4 ที่จอดรถ 1 ห้องแม่บ้าน พร้อม Lake Balcony ติดริมทะเลสาบ Avignon พื้นที่ใช้สอย 570 ตร.ม. ขนาด 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับประทานอาหาร 4 ที่จอดรถ 2 ห้องแม่บ้าน พร้อม Lake Balcony ติดริมทะเลสาบ   สอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1375  หรือ คลิก Lake Legend   บทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Property Perfect พร็อพเพอร์ตี้ฯ เปิดตัวบ้าน 4 แบบใหม่ รับชีวิต New Normal 7 ไฮไลท์แผนธุรกิจ PF-GRAND สู่เป้าหมายรายได้ 22,000 ล้าน    

ตากผ้าในบ้านอย่างไรให้แห้งเร็วสุดๆ ด้วยเทคนิคแบบแม่บ้านญี่ปุ่น

ตากผ้าในบ้านอย่างไรให้แห้งเร็วสุดๆ ด้วยเทคนิคแบบแม่บ้านญี่ปุ่น

ตากผ้าในบ้านอย่างไรให้แห้งเร็วสุดๆ ด้วยเทคนิคแบบแม่บ้านญี่ปุ่น ช่วงนี้ฝนตกติดต่อกันหลายวันจนแทบจะมองไม่เห็นแดดยิ่งเจอช่วงพายุเข้าติดต่อกันนานๆปัญหาเรื่องการตากผ้าก็ตามมาพอไม่มีแดดกว่าผ้าจะแห้งก็ใช้เวลานานหรือบางทีก็แห้งไม่สนิทเกิดกลิ่นอับชื้นเพิ่มไปอีกจะให้ใส่เสื้อผ้ามีกลิ่นอับก็คงไม่ดีแน่เราเลยอยากจะชวนให้มาลองดูเทคนิคการตากผ้าในบ้านแบบแม่บ้านญี่ปุ่นกันดูบ้างว่าเค้าใช้วิธีไหนช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นและไม่เหม็นอับถึงแม้จะต้องตากผ้ากันกลางห้องก็ตาม   6 เทคนิคแบบแม่บ้านญี่ปุ่น ทำให้ผ้าแห้งเร็ว 1. ผ้าขนหนูแห้งช่วยได้ ลองใส่ผ้าขนหนูแห้งลงไปในเครื่องซักผ้า หลังจากที่เครื่องปล่อยน้ำทิ้งแล้ว เครื่องบางรุ่นต้องกดหยุดการทำงานชั่วคราวก่อนนะคะ  ผ้าขนหนูแห้งจะทำหน้าที่ช่วยซับน้ำส่วนเกินออกไป ทำให้ผ้าแห้งได้มากกว่าปกติ ** ควรระวังผ้าขนหนูบางประเภทที่มีฝุ่นผ้ามาก อาจทำให้ฝุ่นผ้าไปติดตามเสื้อผ้าจนเกิดปัญหาตามมา   2. ตากผ้ากลับด้าน ส่วนใหญ่ตามตะเข็บผ้า และส่วนที่เป็นกระเป๋า มักจะเป็นส่วนที่แห้งยาก แม่บ้านญี่ปุ่นเลยมักจะตากผ้าโดยการกลับด้านเสื้อก่อน นอกจากจะช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นแล้ว ยังจะช่วยรักษาผ้าไม่ให้เก่าง่ายด้วย   3. ตากผ้าแบบแนวโค้ง เรื่องแนวคิดแปลกๆ ต้องยกให้ญี่ปุ่นเค้าล่ะ “การตากผ้าแบบแนวโค้ง” คือการจัดตำแหน่งการหนีบผ้าเป็นรูปโค้ง โดยให้ผ้าที่มีความยาวมากกว่าอยู่ส่วนริม แล้วค่อยๆ ไล่ลำดับให้ผ้าที่สั้นที่สุดอยู่ตรงกลาง วิธีนี้จะช่วยให้อากาศถ่ายเทไปยังบริเวณตรงกลางได้มากขึ้น เลยมีส่วนช่วยให้ผ้าแห้งไวขึ้น   4. ตากให้ห่างจากกำแพง คนญี่ปุ่นนับเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตากผ้าในห้อง เพราะช่วงฤดูมรสุมเค้ามักจะยาวนานแถมพื้นที่ตากผ้าก็มีจำกัด ดังนั้นตำแหน่งในการตากผ้าที่เหมาะสมคือ “กลางห้อง” หรือ ตำแหน่งที่อยู่ห่างจากกำแพง เพราะบริเวณกำแหง หรือพื้นห้องจะมีความชื้นสะสมมาก ดังนั้นถ้าอยากให้ผ้าแห้งไวจึงควรตากผ้าให้สูงจากพื้น และห่างจากกำแพงเข้าไว้ค่ะ   5. แขวนผ้าห่าง 5 เซนติเมตร การแขวนผ้า ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 5 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี ถ้าหากมีผ้าจำนวนมากแต่มีพื้นที่ตากจำกัด แนะนำให้แบ่งซักหลายรอบหน่อยจะดีกว่า เพราะยิ่งตากผ้าชิดกันมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ผ้าแห้งช้า และอาจเกิดกลิ่นอับได้   6. ปูกระดาษหนังสือพิมพ์ใต้ราวตากผ้า วิธีนี้เป็นวิธีที่ชาวญี่ปุ่นนิยมทำกันมาก เพราะเชื่อว่ากระดาษหนังสือพิมพ์จะช่วยดูดความชื้นได้เพิ่มขึ้น ผ้าเลยแห้งเร็ว นอกจากการวางกระดาษหนังสือพิมพ์เฉยๆ แล้ว ชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองขยำหนังสือพิมพ์ก่อน เพื่อเพิ่มพื้นที่ของช่องว่างระหว่างพื้นกับกระดาษ ซึ่งจะช่วยดูดซับความชื้นได้เร็วขึ้นไปอีก!!!   เทคนิคง่ายๆ ตามแบบฉบับแม่บ้านญี่ปุ่นที่เราเอามาฝาก เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ แล้วช่วงหน้าฝนแบบนี้ก็ยิ่งน่าลองทำกันดู ใครที่ลองแล้วได้ผลอย่างไรบ้าง อย่าลิมเอามาแชร์ให้ฟังกันบ้างนะคะ   CR: ข้อมูลจาก https://th.anngle.org/j-lifestyle/house-wife/drysclothes_inroom_tips.html   บทความที่เกี่ยวข้อง 4 วิธีกำจัดสิ่งสกปรกในเครื่องซักผ้า เทคนิคใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ปลอดภัยในหน้าฝน    

ทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่ไม่มีคนขับ !! ไป ไอคอนสยาม

ทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่ไม่มีคนขับ !! ไป ไอคอนสยาม

คนกรุงเทพฯ เตรียมใช้บริการ รถไฟฟ้าสายสีทอง รถไฟฟ้าที่ไม่มีคนขับ แห่งแรกของไทย ไปไอคอนสยาม-โรงพยาบาลตากสิน-สำนักงานเขตคลองสาน กลางเดือนธันวาคม 2563 นี้แน่นอน ด้วยค่าโดยสารแค่ 15 บาท ใช้ระยะเวลาเดินทางแค่ 5 นาทีเท่านั้น   เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง ระยะที่ 1 (สถานีกรุงธนบุรี-สถานีสำนักงานเขตคลองสาน) พร้อมกับเปิดทดลองเดินรถก่อนเปิดใช้บริการจริงในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ โดยมี ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ผู้บริหาร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และสื่อมวลชนไปร่วมทดลองนั่งด้วย เปิดให้ใช้แน่กลางเดือนธ.ค.63 โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2561 และขณะนี้การก่อสร้างและติดตั้งระบบในภาพรวมมีความก้าวหน้า 96 % แบ่งออกเป็นความก้าวหน้างานโยธา 98 % และความก้าวหน้างานระบบการเดินรถ 92 % โดยหลังจากติดปัญหาเรื่องผลกระทบจากโรคโควิด-19 ที่ทำให้การจัดส่งขบวนรถและอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องล่าช้า รวมทั้งการปรับปรุงแบบทางขึ้นลงสถานีให้ตรงตามความต้องการของชุมชน ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการเปิดให้บริการจากเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนตุลาคม 2563 โดยหลังจากที่สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายก็ได้รับมอบขบวนรถในโครงการมาครบทั้งหมดแล้ว ทั้ง 3 ขบวน และขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบการเดินรถในเส้นทาง ซึ่งผลการทดสอบเป็นไปตามแผน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้กลางเดือนธันวาคม 2563 นี้ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับชาวกรุงเทพฯ โดยเฉพาะประชาชนในย่านฝั่งธนฯ ที่จะมีทางเลือกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่สถานีคลองสาน เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายแห่ง ทั้งโรงพยาบาลตากสิน สำนักงานเขตคลองสาน สน.ปากคลองสาน และสำนักการศึกษา กทม. จะช่วยให้การเดินทางมาติดต่อราชการสะดวกมากขึ้น รู้จักรถไฟฟ้าสายสีทอง โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง มีระยะทางรวม 2.75 กิโลเมตร 4 สถานี วิ่งตามแนวถนนกรุงธนบุรี ถนนเจริญนครและถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน  การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ระยะทาง 1.80 กิโลเมตร (ดำเนินการในปัจจุบัน) ประกอบด้วย สถานีกรุงธนบุรี (G1) สถานีเจริญนคร (G2) สถานีคลองสาน (G3) ระยะที่ 2 ระยะทาง 0.88 กิโลเมตร ประกอบด้วย 1 สถานี สถานีประชาธิปก (G4) ข้อมูลรถไฟฟ้าสายสีทอง รถที่นำมาใช้เป็นรถไฟฟ้ารุ่น Bombardier Innovia APM 300 รถวิ่งได้ความเร็วสูงสุดที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ช่วงที่ได้มาทดลองวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 30-60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพราะเส้นทางรถไฟฟ้ามีความโค้งหลายจุด ซึ่งระยะเวลาวิ่งจากสถานีกรุงธนบุรีถึงสถานี สำนักงานเขตคลองสาน ใช้เวลาประมาณ 5 นาที มีจำนวน 3 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้ ซึ่งใช้งานจริง 2 ขบวน และอีก 1 ขบวนสำรองไว้สำหรับรถไฟฟ้าขบวนจริงต้องซ่อมแซม หรือต้องหยุดวิ่ง และตู้ของรถไฟฟ้าแต่ละตู้ จะแยกจากกัน ไม่สามารถเดินไปมาระหว่างตู้ขบวน เหมือนกับรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือรถใต้ดินได้ ขนาดความจุผู้โดยสาร 138 คน/ตู้ ตู้รถไฟฟ้ามีความกว้าง 2.8 เมตร ความยาว 12.75 เมตร ความสูง 3.5 เมตร ประตูมีความกว้าง 1.9 เมตร ความสูงของพื้นรถ 1.1 เมตร ระบบรถไฟฟ้าเป็นระบบ Automated Guideway Transit (AGT) หรือระบบขนส่งมวลชนแบบนำทางอัตโนมัติ หรือรถไฟฟ้าระบบ Automated People Mover (APM) เป็นระบบล้อยาง ซึ่งไม่มีคนขับรถไฟฟ้าอยู่ในขบวน แต่จะถูกควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยพนักงานประจำสถานี ถือเป็นรถไฟฟ้าเส้นทางแรกของไทย ที่ไร้คนขับอยู่ในขบวน ไม่เหมือนรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือเอ็มอาร์ที   ไปไอคอนสยามได้ง่าย ๆ แค่ 5 นาที รถไฟฟ้าสายสีทอง จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีกรุงธนบุรี ด้วยอัตราค่าโดยสารเพียง 15 บาทตลอดสาย ทำให้ต่อไปผู้ที่จะเดินทางไปช้อปปิ้งที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ก็ใช้ระยะเวลาเดินทางเพียง 5 นาทีเท่านั้น ทำให้เป็นการเพิ่มทางเลือกได้มากขึ้น ต่อไปนี้ถ้าจะไปช้อปปิ้งที่ไอคอนสยาม หรือไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลตากสินก็มีทางเลือกหลากหลาย เพราะรถไฟฟ้าสายสีทองยังเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ ราง เรือ รองรับผู้โดยสารจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สถานีกรุงธนบุรี และเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) และสายสีแดง (ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย) ในอนาคต รวมทั้งเชื่อมการเดินทางของประชาชนที่ใช้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย ซึ่งคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารเมื่อเปิดให้บริการ อยู่ที่ประมาณ 42,260 เที่ยว-คน/วัน   การพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้ายังช่วยเพิ่มมูลค่าของที่ดินในแนวรถไฟฟ้า เสริมสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ เห็นได้จากมีโครงการคอนโดมิเนียมของผู้ประกอบการทั้งหลาย เข้าไปปักหมุดกันมากมาย และจะเป็นจุดไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ได้อีกด้วย

KEF เผยโฉม LS50 Meta และ LS50 Wireless II ลำโพงสองรุ่นแรกที่พ่วงเทคโนโลยีดูดซับเสียงสะท้อนแบบใหม่ล่าสุด

KEF เผยโฉม LS50 Meta และ LS50 Wireless II ลำโพงสองรุ่นแรกที่พ่วงเทคโนโลยีดูดซับเสียงสะท้อนแบบใหม่ล่าสุด

KEF เผยโฉม LS50 Meta และ LS50 Wireless II คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด KEF (เคฟ) เผยโฉมคอลเลคชั่น LS50 ใหม่ล่าสุด นำเสนอลำโพงสองรุ่น ได้แก่ LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II’ ที่ต่อยอดมาจากนวัตกรรมอันยอดเยี่ยมของ LS50 รุ่นก่อนหน้าในตำนาน แม้ว่าเคฟได้สร้างมาตรฐานเครื่องเล่นเสียงไว้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด แต่จากการค้นคว้าอย่างเข้มข้นกว่าสามปีทำให้คอลเลคชั่น LS50 ตัวใหม่ล่าสุดนี้ยกระดับมาตรฐานเครื่องเล่นเสียงของเคฟ ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น โดยทั้ง LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II’ พร้อมมอบพลังเสียงคมชัดและใสเป็นธรรมชาติ ที่ทุกคนต้อง ‘Listen and Believe’ หรือลองฟังและพิสูจน์ด้วยตัวเอง   กว่าศตวรรษที่เคฟเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเสียงที่เป็นธรรมชาติและสมจริง จนทำให้ผู้ฟังสามารถสัมผัสประสบการณ์เสมือนกำลังนั่งฟังดนตรีสดจากศิลปินคนโปรด หรือฟังเรื่องราวที่มีผู้บรรยายกำลังนั่งเล่าอยู่ข้างๆ หรือกระทั่งรู้สึกว่ากำลังอยู่ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันกีฬาอันดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นการเพลิดเพลินกับภาพยนตร์ที่คุณชื่นชอบบนโซฟา การนั่งทำงานภายในสตูดิโอในบ้าน หรือการฟังเพลงเสริมบรรยากาศ เคฟให้ความสำคัญกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่เหนือชั้นเสมอ   MAT เทคโนโลยีการดูดซับเสียงแบบใหม่ ครั้งนี้เคฟสานต่อความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหนือความคาดหมาย จนกลายมาเป็นคอลเลคชั่น LS50 ใหม่ที่สามารถนำเสนอเสียงอันบริสุทธิ์แบบที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ เป็นเสียงดุจธรรมชาติสร้างที่ผู้ฟังสามารถดื่มด่ำอรรถรสได้เต็มพิกัดในทุกทัศนียภาพของเสียง ให้คุณสัมผัสได้ถึง ‘Every note, Every word, Every detail’ แบบเต็มอิ่มครบรส ถือเป็นลำโพงแรกของโลกที่ปฎิวัติวงการโดยมีการนำเทคโนโลยีดูดซับเสียงสะท้อน Metamaterial Absorption Technology (MAT) มาใช้ในการออกแบบลำโพงเป็นครั้งแรกของโลก แหวกทุกกฎเกณฑ์เดิมเรื่องการดูดซับเสียงสะท้อนในลำโพง ซึ่งเคฟได้ออกแบบพัฒนาร่วมกับ Acoustic Metamaterials Group   เทคโนโลยี MAT เกิดจากการใช้วัสดุสังเคราะห์ใหม่ที่มีคุณสมบัติขั้นสูงในการดูดซับเสียงส่วนเกินที่แผ่ออกมา ช่วยลดการบิดเบือนความใสของเนื้อเสียง ทำให้ได้เสียงแท้ที่คมชัดกว่าเดิม ซึ่ง MAT นี้ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างเหมือนเขาวงกต เพื่อให้แต่ละช่องสามารถดูดซับเสียงที่มีความถี่หลากหลายอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทำงานประสานกันโครงสร้างนี้เปรียบเสมือนหลุมดำของเสียงที่สามารถดูดซับเสียงส่วนเกิน ลดความผิดเพี้ยนของความถี่สูง ได้กว่า 99% ในขณะที่กรรมวิธีแบบอื่นๆ มีประสิทธิภาพการกำจัดเสียงเกินส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 60% เท่านั้น ดังนั้นผลลัพธ์ของคุณภาพเสียงจึงมีความโดดเด่นยากจะหาใครเทียบ     ทั้ง LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II’ ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพของไดรเวอร์เพื่อให้เสียงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และความผิดเพี้ยนของเสียงน้อยลง โดยมาพร้อมเทคโนโลยี Uni-Q ไดร์เวอร์เจนเนอเรชั่น 12 โดยไดร์เวอร์ Uni-Q จะทำงานร่วมกันกับ MAT ที่ช่วยให้กระจายเสียงได้ทั่วห้องอย่างสม่ำเสมอ ให้คุณดื่มด่ำกับเสียงเสมือนจริงได้จากทุกมุมห้องและยังมีกรวยลำโพงแยกแบบใหม่และการพัฒนาระบบมอเตอร์ที่ช่วยลดความเพี้ยนของเสียง ทำให้ได้เสียงโปร่งขึ้นและมีเบสลึกขึ้นกว่าเดิม   นอกจากนี้ ทั้ง LS50 Meta และ LS50 Wireless II ยังมีการพัฒนาจากลำโพง LS50 รุ่นเดิมในส่วนต่างๆ ได้แก่ การใช้พอร์ตเสียงเบสที่มีความยืดหยุ่น (off-set flexible bass port) ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและลดความผิดเพี้ยนของเสียง การใช้ตู้ลำโพงที่มีลักษณะโค้งทำให้เกิดการเลี้ยวเบนของคลื่นที่ต่ำ (curved baffle) และใช้หลักการดีไซน์ตู้ลำโพงแบบ Finite Element Analysis (FEA) พร้อมโครงสร้างซับพอร์ตภายในด้วยหลักการ Cross Bracing และ Constrained Layer Damping เพื่อให้ได้โครงสร้างตู้ที่แข็งแกร่งมั่นคง ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ประกอบเป็น ‘LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II ที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้รอยต่อก่อให้เกิดเสียงที่ชัดเจนทุกรายละเอียดอย่างยอดเยี่ยม เกิดความผิดเพี้ยนของเสียงน้อยมาก ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนของห้อง   สำหรับ LS50 Wireless II มี มีการประมวลผลสัญญาณดิจิทัลขั้นสูง ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีเสียง Music Integrity Engine ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของเคฟ แอมพลิฟายเออร์คลาส A / B 100W ตัวใหม่ที่ช่วยให้กำลังทวีตเตอร์ และแอมพลิฟายเออร์คลาส D 280W ช่วยขับเสียงกลาง / เบส ทำให้ LS50 Wireless II เป็นลำโพงที่ประสิทธิภาพเยี่ยม ทรงพลังและยังได้รับการรับรองจาก Roon Ready ด้วย สามารถครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อบนระบบ Apple หรือ Android ผ่านแอป KEF Connect ให้คุณสามารถฟังเพลงหรือปรับแต่งเสียงได้ตามความต้องการ และสามารถสตรีมดนตรีผ่าน Tidal, Amazon Music, Qobuz, Deezer, Podcasts หรือสามารถสตรีมโดยตรงจากแอป Spotify Connect LS50 Wireless II และยังมีออดิโอไฟล์ที่รองรับการสตรีมไฟล์เพลงสูงสุด 24 บิต / 384kHz ตลอดจนการถอดรหัส MQA และ DSD256 เพื่อการเล่นเสียงที่มีความละเอียดสูงอย่างแท้จริง ให้คุณเป็นอิสระไปกับทุกเสียงเพลงในทุกๆ เวลา   นอกจากประสิทธิภาพอันทรงพลังแล้ว LS50 Meta และ LS50 Wireless II ยังมาพร้อมดีไซน์ตู้ลำโพงที่สวยงามที่ออกแบบรูปทรงส่วนโค้งด้านหน้าเพื่อประสิทธิภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม ตามแบบฉบับของ KEF โดยทีมดีไซเนอร์ของ KEF ยังให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดการดีไซน์เพื่อให้แน่ใจว่าลำโพง LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II’ สามารถกลมกลืนและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมราวกับเป็นเฟอร์นิเจอร์หนึ่งภายในบ้านคุณ ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ตัวลำโพงให้มีความหรูหราสวยงามและมาพร้อมหลากหลายสีให้เลือกสรร ด้วย Carbon Black, Titanium Grey, Mineral White และสี Special Edition เฉพาะรุ่น LS50 Meta สี Royal Blue และ LS50 Wireless II สี Crimson Red ที่สามารถเลือกแมทช์ได้กับขาตั้งพื้นรุ่น Bespoke S2 ที่มีมาในสี Carbon Black, Titanium Grey, Mineral White และสี Special Edition ได้อย่างสมบูรณ์   ลำโพงเคฟนำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท วีแกดซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด สามารถสัมผัสประสบการณ์จริงกับเสียงใสที่คมชัดกว่าเคย สำรองเวลาทดสอบเสียง ’book a demo’ ลำโพง คอลเลคชั่น LS50 ใหม่ที่มีเทคโนโลยีวัสดุดูดซับเสียง MAT สองรุ่นแรกของโลกได้เร็ว ๆ นี้ที่ตัวแทนจำหน่ายหรืออีเมลสอบถามรายละเอียด ‘book a demo’ มาที่ kef@vgadz.com   สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วทางออนไลน์ได้ที่ www.vgadz.com/kef หรือที่ the Gadget centralworld ชั้น 4, ร้าน Piyanas ทุกสาขา, SweetPig Audio, BKK AUDIO, .Life, Fullbright Technology, Bangkok Digital, mercular.com, มั่นคงแก็ดเจ็ท และร้านเครื่องเสียงชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/vgadz/ และ https://www.vgadz.com/kef  

10 พฤติกรรมบนวิถีชีวิต New Normal หลังโควิด-19

10 พฤติกรรมบนวิถีชีวิต New Normal หลังโควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในภาคภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมและภาคแรงงาน ต่างมีการปรับตัวเพื่อรับมือและสอดรับกับวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal)     ล่าสุด “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างร่วมตอบแบบสอบถามจำนวน 1,124 คน  ในหัวข้อ “วิถีชีวิตแบบใหม่หลังโควิดส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร”  พร้อมเผย 10 อันดับปรากฎการณ์วิถีชีวิตแบบใหม่หลังโควิดที่ถึงแม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเริ่มเข้าสู่ระยะปลดล็อคมาระยะหนึ่งแล้ว  แต่พฤติกรรมหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปจนกลายเป็นวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ของผู้คนในปัจจุบัน แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ได้จัดอันดับ 10 พฤติกรรมที่ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิตและการทำงานไว้ดังนี้ อันดับ 1 การช้อปปิ้งออนไลน์  90.91% เห็นได้ชัดในสถานการณ์ครั้งนี้ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดอี-คอมเมิร์ซ เติบโตพุ่งขึ้นไปอีก  ข้อมูลจากบริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด มีคาดการณ์ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ หรือช้อปออนไลน์ในกลุ่ม C2C หรือ Customer to Customer ไม่รวมบริการจองที่พักโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ดิจิทัลคอนเทนต์ และบริการอื่น ๆ ระบุว่าในปี 2563 ธุรกิจช้อปออนไลน์มีมูลค่าที่ 220,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 4-5% ของค้าปลีกทั้งประเทศ  เติบโต 35% จากปี 2562 ที่มีมูลค่า 163,300 ล้านบาท สัดส่วน 3% ของค้าปลีกทั้งประเทศ นับว่าโควิดเป็นแรงกระตุ้นให้อัตราการช้อปออนไลน์เติบโตสูงขึ้นมากทีเดียว อันดับ 2 การทำงานผ่านออนไลน์ 81.82%  การทำงานในรูปแบบ Work from Home เข้ามาปรับพฤติกรรมแรงงานเข้าสู่โหมดออนไลน์  โดยมีแพลตฟอร์มการประชุมมากมาย  อาทิ  Zoom Meeting   และ Microsoft Meeting เป็นต้น อันดับ 3 เสพความบันเทิงออนไลน์  72.73%  ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป การเดินทางออกมาท่องเที่ยว หรือชมภาพยนตร์ในแบบปกติมีข้อจำกัด ดังนั้น รูปแบบความบันเทิงของผู้คนทั่วไปจึงอยู่ในระบบออนไลน์มากขึ้น มีแอปพลิเคชันบันเทิงในการดูภาพยนตร์  ฟังเพลงให้เลือกใช้บริการมากมายทั้งในแบบฟรีและคิดค่าบริการ  ซึ่งเสริมให้ธุรกิจนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น  และกลุ่มผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ กับอินเทอร์เน็ตมีอัตราการใช้งานที่เพิ่มขึ้นนับเป็นอานิสงค์ให้กับผู้ให้บริการ อันดับ 4 ใช้บริการ E-Payment 63.64% มีการใช้บริการบริการ E-Payment หรือการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น  ปัจจุบันหลายๆ ธุรกิจเพิ่มช่องทางการชำระเงิน  รวมถึงภาครัฐและภาคธนาคารผลักดันให้เกิดสังคมไร้เงินสด  ซึ่งโควิด-19 นับว่าเป็นแรงกระตุ้นให้เราก้าวสู่สังคมไร้เงินได้เร็วยิ่งขึ้นครอบคลุมในการจ่ายเงินในการซื้อสินค้าและบริการ โดยจะเห็นได้จากทุกวันนี้เราใช้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟน และจ่ายเงินโดยไม่ต้องมีเงินสดแล้ว อันดับ 5  E-learning 54.55%  พ่อแม่ผู้ปกครองคงปฏิเสธไม่ได้  เมื่อลูกหลานไม่สามารถไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนแบบปกติไม่ได้  โรงเรียนและครูอาจารย์นำเครื่องมือที่เรียกว่า  E-learning  มาใช้ในการเรียนทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 54.55%  ดังนั้น เด็กและเยาวชน  รวมทั้งผู้ปกครองมีการปรับตัวเพื่อใช้ E-learning  นอกจากนี้คนในวัยทำงานก็ใช้เครื่องมือนี้ในฝึกอบรมและสัมมนาอีกด้วย อันดับ 6 ต้องการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 45.45% ด้านระบบเครือข่ายการสื่อสารหรืออินเทอร์เน็ต ต้องมีความเร็วสูง แรง และเสถียรเพื่อรองรับการใช้งานในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นจากกิจกรรมดังกล่าวในอันดับต้นๆ  นับว่ามีสัดส่วนอยู่ที่ 45.45% อันดับ 7 ดูแลสุขภาพผ่านเทคโนโลยี 36.36% ด้านการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยี จึงทำให้มีสมาร์ทดีไวซ์ที่เข้ามารองรับการใช้งานด้านนี้เพื่อเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Smart Watch และการรับคำปรึกษาปัญหาสุขภาพออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 36.36% อันดับ 8 ส่งสินค้าด้วยแอพพลิเคชั่น 27.27% ด้านซัพพลายเชน 4.0 การบริหารการจัดส่งสินค้าด้วยเทคโนโลยีแอปพลิเคชันที่รองรับการให้บริการมากมาย  ทำให้อุตสาหกรรมด้านการให้บริการโลจิสติกส์มีการแข่งขันอย่างมาก ซึ่งหัวใจการให้บริการคือ ความเร็ว  ดังนั้น เทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยให้การให้บริการนี้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น  นับว่ามีสัดส่วนการเปลี่ยนแปลงในอัตราส่วนไม่น้อยอยู่ที่ 27.27% อันดับ 9 ใช้เทคโนโลยี 3D Printing 18.18% ระบบการผลิตจาก 3D Printing เช่น การผลิตหน้ากากอนามัยให้เข้ากับรูปหน้าของผู้สวมใส่นั้นๆ 18.18% อันดับ 10 การนำโดรนและหุ่นยนต์ช่วยงาน 9.09% มีการนำเอาโดรนและหุ่นยุนต์เข้ามามีบทบาทในการช่วยทำงาน  ซึ่งในงานบางอย่างอาจจะไม่ต้องใช้แรงงานคนอยู่ที่ 9.09%   จากผลการการสำรวจดังกล่าว  สะท้อนให้เห็นถึงวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต  ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทและตอบโจทย์  จนถึงเป็นแรงขับให้ทุกชีวิตทุกช่วงวัยต้องรับมือโดยการปรับตัวให้รองรับวิถีความปกติแบบใหม่ที่เกิดในช่วงโควิด-19   ดังนั้น หากทุกคนมีการเตรียมตัวและตั้งรับที่ดีโดยเฉพาะภาคแรงงาน แมนพาวเวอร์กรุ๊ปเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนา เป็นสังคมที่มีความก้าวหน้าในระดับนานาประเทศต่อไป