ไฮไลท์

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

Whizdom Asoke-Sukhumvit ใกล้ชิดสวนป่ากลางกรุง

หนึ่งในทำเลคอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่มีทิวทัศน์ดีที่สุด คงจะหนีไม่พ้นการที่ได้วิวทะเลสาบกลางสวนสาธารณะขนาดใหญ่ซึ่งหาได้ยากมากๆ ในบ้านเราค่ะ ทั้งในแง่ของสวนสาธารณะที่มีอยู่ไม่กี่แห่ง ประกอบกับที่ดินใกล้เคียงก็หาไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะที่ดินใกล้กับสวนป่าเบญจกิติที่มีทะเลสาบขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียว 130 ไร่ รวมพื้นที่กว่า 450 ไร่ ใจกลางเมืองใกล้กับศูนย์สิริกิติ์ฯ เปรียบได้กับโอเอซิสของย่านอโศกก็คงไม่ผิดนัก          เมื่อเอ่ยถึงย่านอโศกแล้ว สิ่งแรกที่ใครหลายคนจะนึกถึงนั่นคืออาคารสำนักงานเรียงรายกันอยู่ตลอดช่วงถนน ซึ่งก็ไม่แปลกนะคะ เพราะอโศกนั้นเป็นแหล่งที่มีพื้นที่ออฟฟิศมากที่สุดในกรุงเทพฯ กว่า 1 ล้านตารางเมตร ถูกเช่าเกือบ 100% จาก  บริษัทที่มีชื่อเสียงหลายองค์กรทั้งสัญชาติไทยและต่างชาติ อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เนื่องจากนักลงทุนต่างก็มองเห็นศักยภาพของย่านนี้อย่างไร้ข้อกังขามาโดยตลอด โดยหากมองจากทำเลที่ตั้งแล้วนั้นก็จะพบว่าอโศกถือเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง CBD เดิมอย่างสาทร-สีลม กับ New CBD ที่พระราม 9 เราเลยจะไม้ได้เห็นเพียง Office Building เท่านั้น แต่ทั้งโรงแรมหรู คอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า รวมถึงสถานที่สำคัญมากมาย จึงไม่แปลกเลยค่ะที่จะกลายเป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจในบ้านเราอีกแห่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดทั้งในปัจจุบันและอนาคต   ด้วยความที่เป็นแหล่งรวมคนทำงานมนุษย์ออฟฟิศ รวมถึงนักศึกษา บุคคลากรของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เมื่อมีผู้คนมากมายก็ย่อมต้องตามมาด้วยอาหารการกินเช่นกันใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นแนวสตรีทฟู้ด ร้านอาหารทั้งไทย เอเชีย ตะวันตก ร้านคาเฟ่ดีไซน์สวย ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์ ให้เลือกลิ้มลองกันตั้งแต่เช้าจรดค่ำหลากหลาย ส่วนเรื่องราคาค่าครองชีพนั้น กลับไม่แพงอย่างที่ใครคิด แม้จะอยู่ใจกลางเมืองก็ตามโดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีตลาดชื่อดังขวัญใจชาวออฟฟิศอโศกอย่าง ตลาดรวมทรัพย์ บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ร้านค้า ร้านอาหารกว่า 300 ร้าน เรียกได้ว่าคนทำงานละแวกนี้ไม่มีใครไม่เคยมาเดินแน่นอน ตลาดนัดมศว. เปิดเฉพาะวันอังคาร และพฤหัสบดี ช่วงเช้า-14.00 น. แหล่งสินค้า และของอร่อยที่คนทำงานมักจะหิ้วขึ้นไปกินบนออฟฟิศอยู่เป็นประจำ ตลาดสุขตา อีกหนึ่งตลาดที่คนหนาแน่นมากในช่วงกลางวัน รวมถึง Food Court บนห้างสรรพสินค้า Terminal 21 ที่ขึ้นชื่อลือชาว่าราคาถูกที่สุดในบ้านเรา แบบที่สามารถถือเงิน 25-30 บาท ก็ได้ก๋วยเตี๋ยว หรือข้าวมา 1 จานแบบอิ่มพอดีได้เลยค่ะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันต่อเศรษฐกิจของอโศกที่ไม่เคยจางไป     นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับไลฟ์สไตล์ได้ทั่วถึงแล้วนั้นก็ยังมีสวนสาธารณะคือ “สวนป่าเบญจกิติ” โอเอซิสของย่านอโศกที่ได้ต้นไม้โอบล้อมทะเลสาบอยู่รอบด้าน เปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ซึ่งเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่มีลักษณะเป็นสวนป่า เพราะมีโซนที่เป็นไม้ยืนต้นใหญ่ให้ความร่มรื่น แต่ยังคงมีความโปร่งแสง ส่องแสงแดดให้ลอดลงมาถึงพื้นที่ได้อยู่ ยามเย็นเมื่อแดดร่มลมตกจะมีผู้คนทั้งเด็ก วัยทำงานไปจนถึงผู้สูงอายุมาวิ่งออกกำลังกายกัน เพราะมีถนนล้อมรอบทะเลสาบเป็นระยะทางประมาณ 1.8 กิโลเมตร ซึ่งมีประตูทางเข้าด้านที่เชื่อมต่อเข้าไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่สำคัญในการจัดงานอีเว้นท์สำคัญเอาไว้หลายงาน ซึ่งมีแผนจะปิดปรับปรุงถึง 3 ปี โดยจะเริ่มปิดทำการช่วงปลายปี 2561 เพื่อขยายพื้นที่เชิงการพาณิชย์และศูนย์การประชุมนานาชาติ รวมถึงสามารถจอดรถไปมากขึ้นรวมแล้วไม่น้อยกว่า 1.8 แสนตารางเมตร เมื่อปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์แล้วก็จะยิ่งทำให้พื้นที่บริเวณนี้ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นไปอีก       การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเกือบจะเป็นหนทางหลักที่หลายคนเลือกใช้เพื่อหลีกหนีรถติดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน แน่นอนว่ารถไฟฟ้าคือคำตอบที่สะดวกรวดเร็วที่สุดของการเดินทางในกรุงเทพฯ ซึ่งสายหลักก็คือสายสุขุมวิท สายสีลม และรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน โดยจะวิ่งผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่ง ล้วนแต่เป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญทั้งสิ้นรวมถึงอโศกด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณสี่แยกอโศกก็เป็นจุด Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท ส่วนถนนหลักอย่างสุขุมวิทจะตัดกันกับถนนรัชดาภิเษก และถนนอโศกมนตรีที่สี่แยกอโศกเป็นแยกที่มีเอกลักษณ์ความเป็นเมืองใหญ่สูง เพราะเป็นทั้งจุด Interchange มี Sky Walk ข้ามสี่แยก และเชื่อมต่อเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า Terminal 21 กับโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่าง Grande Centre Point Terminal 21 ช่วงถนนกว้าง มีจอ LED ขนาดใหญ่บนอาคารสูง เรียกได้ว่าใครที่เห็นภาพปุ๊บก็จะทราบได้ทันทีว่านี่คือ สี่แยกอโศก             Whizdom Asoke-Sukhumvit   โครงการวิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Hi-end ลักษณะ High Rise 39 ชั้น เมื่อได้วิวไฮไลท์ประจำโครงการจากสวนป่าเบญจกิติก็จะยิ่งทำให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในบ้านพักตากอากาศใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นส่วนตัวจากความวุ่นวายภายนอก แต่ยังอยู่ท่ามกลางความสะดวกสบายแบบวิถีชีวิตคนเมืองหลวง เทียบเคียงกันกับมหานครใหญ่ๆ ของโลก   Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ตั้งอยู่ริมถนนรัชดาภิเษก ฝั่งตรงข้ามกับ “สวนป่าเบญจกิติ” และยังสามารถเข้าจากซอยสุขุมวิท 16 อีกเส้นทางได้ด้วย นี่ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของคอนโดมิเนียมกลางเมืองเช่นนี้ เพราะเมื่อได้อยู่อาศัยจริงแล้ว การเข้า-ออกได้ 2 ทางจะช่วยให้เกิดความสะดวกสบายได้อีกเยอะ เช่น หากการจราจรบน ถ.รัชดาฯ ติดขัด ก็สามารถเข้าซ.สุขุมวิท 16 ได้ ซึ่งภายในซ.สุขุมวิท 16 นี้ ก็ยังแวดล้อมไปด้วยร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ ร้านแฮงเอาท์ ไปจนถึง ซุปเปอร์มาร์เกตตลอด 24 ชม. อยู่ใกล้กับโครงการ ที่สำคัญ คือ เป็นซอยที่สามารถทะลุไปได้หลายเส้นทาง เช่น ซ.ไผ่สิงโต, ซ.สุขุมวิท 22,  ซ.สุขุมวิท 24 และถ.พระราม 4 ซึ่งก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียงรายอยู่ตลอดสองข้างทาง     จุด Interchange สำคัญในปัจจุบัน ยังมีเพียงไม่กี่สถานีเท่านั้นที่กลายเป็นแหล่งทำเลทองของที่อยู่อาศัย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Interchange ระหว่าง BTS สถานีอโศก กับ MRT สถานีสุขุมวิท โดยห่างจากโครงการเพียง 450 เมตร ถือเป็น Interchange แห่งเดียวบนถนนสุขุมวิทในปัจจุบันที่มีผู้โดยสารกว่า 85,000 คน/วัน ไม่ไกลจากนี้เพียง 1 สถานีจาก MRT สุขุมวิท ไปยัง Airport Rail Link สถานีมักกะสัน เพื่อเชื่อมต่อไปยังสุวรรณภูมิ  อีกทั้งยังพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนี้ยังมีจุดขึ้น-ลงทางด่วนอยู่ไม่ไกลโครงการอีกหลายแห่งทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางพิเศษเฉลิมมหานคร ด่านพระราม 4, ด่านท่าเรือ หรือทางพิเศษศรีรัชที่ด่านอโศก ทั้งหมดก็จะห่างจากโครงการประมาณ 2 กิโลเมตร      จาก BTS อโศก-Whizdom Asoke-Sukhumvit    เราลองเดินชมทำเลของย่านนี้ไปจนถึงคอนโด Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) กันค่ะ โดยเริ่มต้นจาก BTS สถานีอโศก เดินออกทางประตูที่ 6   ทางออกทางฝั่งนี้นอกจากจะเชื่อมต่อกับห้างสรรพสินค้า Terminal 21 และโรงแรม Grande Centre Point Terminal 21 แล้ว ก็ยังเป็น Interchange กับ MRT สถานีสุขุมวิท    เดินตามประตูทางออกที่ 6 ของ BTS นั้นจะเป็นการเดินบน Sky Walk ข้ามสี่แยกอโศก    มองย้อนกลับไปที่ BTS สถานีอโศกที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ค่ะ สำหรับสี่แยกที่มีขนาดใหญ่อย่างสี่แยกอโศกแล้วนั้น Sky Walk ถือว่ามีความสำคัญมากๆ  ที่ทำให้คนเดินข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น     ลงบันไดที่อยู่ใกล้โครงการที่สุดค่ะ ซึ่งอยู่ริมถนนสุขุมวิทข้างอาคาร Exchange Tower ตรงหัวมุมสี่แยกอโศกเลย   จากหน้าอาคาร  Exchange Tower  เดินมาตามถนนรัชดาภิเษกประมาณ 180 เมตรก็จะพบกับซอยสุขุมวิท 16 ซึ่งเป็นซอยที่สามารถเดินจาก BTS อโศก ใช้เป็นทางเข้า-ออกโครงการได้อีก 1 ช่องทางค่ะ   บรรยากาศภายในซอยสุขุมวิท 16 นั้นคึกคักไม่แพ้บนถนนหลักทีเดียวค่ะ ตั้งแต่ปากซอยก็จะมีทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านคาเฟ่ ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์เรียงรายอยู่มากมาย   บริเวณหลังอาคาร CTI Tower มี Foodland 24 ชม. อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งตัวอาคาร  CTI Tower นี้เองก็จะอยู่ติดกับโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)    บริเวณด้านหลังโครงการ อีกหนึ่งทางเข้า-ออก Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) ค่ะ ที่ดินของโครงการทางฝั่งในซอยสุขุมวิท 16 นี้หน้ากว้างใช้ได้เลยค่ะ     จากด้านหลังอาคาร CTI Tower เราสามารถเดินทะลุมาที่ริมถนนรัชดาได้เลยค่ะ ซึ่งถัดไปก็จะเป็นที่ตั้งของโครงการแล้วค่ะ   หน้าโครงการจะมีที่ดินหน้ากว้างกว่าด้านหลังเล็กน้อยค่ะ ตอนนี้กำลังล้อมรั้วสร้าง Sale Gallery ที่ใครหลายคนใจจดใจจ่อรอคอยที่จะได้เห็นยลโฉมกันอยู่ ซึ่งอีกไม่นานเกินรอค่ะ   จากหน้าโครงการเราเดินข้ามสะพานลอยมาที่สวนป่าเบญจกิติ ซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน 05.00-21.00 น. ภายในสวนแห่งนี้ตรงกลางจะเป็นทะเลสาบ นอกนั้นจะเป็นพื้นที่ของสวนป่าที่มีต้นไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ ให้ความร่มรื่นอยู่ทั่วบริเวณ    รอบทะเลสาบจะมีถนนอยู่รอบเป็นรูปคล้ายวงรี หลายคนนิยมมาวิ่งออกกำลังกายกันที่นี่ในช่วงเย็นๆ ค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศจากการวิ่งในห้องฟิตเนสมาวิ่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ขณะเดียวกันถ้าได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมแถวนี้ด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้เหมือนได้มีโอกาสพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา   บรรยากาศด้านนอกเป็นอาคารสูงระฟ้า แต่พอเข้ามาในสวนป่าเบญจกิติแล้ว กลับพบกับอีกบรรยากาศที่เหมือนอยู่กันคนละโลกกับภายนอก ทั้งที่อยู่กลางเมืองย่านเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการ Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท) จะอยู่ระหว่างอาคาร Lake Ratchada (อาคารสีฟ้า)ทางขวามือของภาพ กับอาคาร CTI Tower (อาคารสีเขียว)ทางซ้ายมือของภาพ      การได้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่สามารถเดินทางได้หลากหลายเส้นทาง จะทำให้สะดวกสบายมากสำหรับการวางแผนเดินทางแต่ละวัน อย่างวันไหนรถติดก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า วันไหนฝนตกก็เปลี่ยนมาขับรถยนต์แทน ใกล้กับจุดขึ้น-ลงทางด่วนหลายจุด ฝั่งตรงข้ามกันยังมีสวนป่าเบญจกิติให้ได้พักสายตาจากทิวทัศน์ที่หาได้ยากมากในกรุงเทพฯ หรือเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนออกกำลังกายได้ง่ายๆ ขณะเดียวกันก็ยังแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม. ทุกสิ่งจะส่งให้ชีวิตคนเมืองกรุงลงตัวกว่าที่เคยใน Whizdom Asoke-Sukhumvit(วิสซ์ดอม อโศก-สุขุมวิท)        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Tel : 1265 Website : ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ  http://bit.ly/2oOYTpU

XT PHAYATHAI ค้นพบไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้มากที่สุด

XT PHAYATHAI ค้นพบไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้มากที่สุด

XT PHAYATHAI   ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็สร้างกระแสฮือฮาให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ได้อยู่ตลอดก็เห็นจะเป็น Developer รายยักษ์ใหญ่อย่าง “แสนสิริ” นี่แหละค่ะ ที่สามารถสร้างสรรค์ Product ออกมาได้โดนใจ ตอบโจทย์ชีวิตยุค 4.0 อยู่เสมอ ล่าสุดกับการเปิดตัวคอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุด XT 3 โครงการ ที่เปิด Pre Sale ไปได้แค่ 3 วันก็ขายไปแล้วถึง 70% และสำหรับรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ XT PHAYATHAI หนึ่งในทำเลฮอตที่สุดในเวลานี้          ทำความรู้จักกับแบรนด์ XT   จากคำนิยามว่า Complete Your Living Experience พันธกิจสำคัญของแสนสิริที่นำมาเป็นแนวทางในการพัฒนา Product แบบ Human Centric ซึ่งช่วงเวลาในยุคปัจจุบันนี้กลุ่มคนที่เกิดช่วงปี 1980-2000 เป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม หรือเรียกกันว่าคนมิลเลนเนียลที่ให้ความสำคัญกับการได้ลองเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยตนเอง ได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกันจนเกิดเป็น Community โดยกลุ่มลูกค้าวัยมิลเลนเนียนของแสนสิรินั้นมีเพิ่มขึ้นถึง 25% ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ทางแสนสิริจึงทำการเจาะลึกศึกษาความต้องการที่แท้จริงของชาวมิลเลนเนียลในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ พฤติกรรม ค่านิยม บุคลิกภาพ ไปจนถึงความมุ่งหมายในชีวิต แล้วนำข้อมูลที่ได้มาผ่านกระบวนการด้านดีไซน์ หรือ Design Thinking Process จนกลายมาเป็นแบรนด์ XT ทั้ง 3 โครงการ XT เอกมัย, XT ห้วยขวาง และ XT พญาไท  ซึ่งมี 3 จุดเด่นอันแตกต่างบนนิยามของคำว่า Explore your space, Expand Your Lifestyle   1. เลือก Layout ได้หลากหลาย ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง นอกจากทั้ง 3 โครงการที่ให้เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋กันแบบ  Fully Furnished หลายแพ็คเกจให้ได้เลือกโดยทีมงาน Design Solution ของแสนสิริแล้ว ยังฉีกกรอบ Layout รูปแบบเดิมๆ เพราะ XT สามารถเลือกรูปแบบห้องได้ตามไลฟ์สไตล์ สำหรับโครงการที่พญาไทแห่งนี้นั้นมี Layout มาให้เลือกทั้งหมดมากถึง 59 Layout เพื่อให้เกิดความลงตัวในการใช้ชีวิตตามรสนิมยมของแต่ละคน ซึ่งแบ่งเป็น 6 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ - The Fashionista เพราะเทรนด์แฟชั่นนั้นหมุนเวียนเปลี่ยนไปในทุกๆ เวลา จึงต้องมีพื้นที่ walk-in closet ขนาดใหญ่เอาไว้ตามเก็บทุกคอลเลคชั่นให้สมกับเป็น Fashionista     - The Snoozy Head วันพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ เปิดแอร์เย็นฉ่ำ นอนดูซีรีส์เรื่องโปรดได้ทั้งวัน ห้องนอนจึงต้องดูโปร่งโล่ง มีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าที่เคย   - The Visionary เมื่องานคือส่วนหนึ่งของชีวิต ก็ทำให้ Work-Life Balance เปิดรับมุมมองกว้างๆ สร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มไฟในการทำงาน - The Party Goer คนเพื่อนเยอะก็ต้องมีปาร์ตี้สังสรรค์กันบ่อยๆ เป็นเรื่องธรรมดา เปิดบ้านต้อนรับแก๊งค์เพื่อนใน Living Room กว้างๆ เปลี่ยนบรรยากาศแฮงก์เอาท์ในพื้นที่ส่วนตัว   - The Master Chef ถ้าชอบค้นหารสชาติใหม่ ใส่ไอเดียลงในอาหาร ขลุกตัวอยู่ในครัวได้ทั้งวัน ก็ขยายห้องครัวอย่างเป็นสัดส่วนมากขึ้น - The Naturalist หากธรรมชาติคือหัวใจของความสงบที่ตามหา ก็ยกพื้นที่สีเขียวมาไว้ตรงหน้าด้วยวิว Garden Access  หรือจะเน้นพื้นที่ระเบียงให้ได้จัดสวนเป็นของตัวเอง       2. แชร์พื้นที่ส่วนกลาง ขยายความต้องการได้มากขึ้น ไฮไลต์สำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นในคอนโดมิเนียมไหนมาก่อน และยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการศึกษาข้อมูลความต้องการของกลุ่มลูกค้ามาแล้วเป็นอย่างดี นั่นคือ XT Co-Sharing Facilities โดยโครงการ XT ทั้ง 3 ทำเล จะมีส่วนกลางบางส่วนที่สามารถแชร์กันได้ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานในรูปแบบที่ลงตัวที่สุด เช่น หากเป็นลูกบ้าน XT PHAYATHAI ก็สามารถไปใช้ Creative Studio ที่ XT HUAIKHWANG ได้       3. ให้เทคโนโลยีขับเคลื่อนชีวิตในแบบฉบับ XT ยุค 4.0 เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตมากขึ้นจนแยกกันแทบไม่ออก แสนสิริที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด จึงไม่ลืมใส่เข้าไปใน XT เพื่อชีวิตแบบสมาร์ทๆ อาทิ เครื่อง Virtual exercise และ Virtual conference ถ่ายทอดสดคลาสออกกำลังกายจาก WE Fitness ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางหรือเสียค่าสมาชิกฟิตเนส, Igloo Home ส่งรหัสผ่านเข้าห้องแบบใช้ครั้งเดียวให้เพื่อนผ่านสมาร์ทโฟน, ระบบ Home Automation ควบคุมสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในส่วนกลางและภายในยูนิต, Free Wi-Fi ในส่วนกลาง     ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของ XT คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ล่าสุด ที่สามารถเติมเต็มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายของคอนโดมิเนียมได้อย่างชัดเจนที่สุดจนกลายเป็น New Lifestyle Condominium ภายใต้แนวคิด “Extend Your Style” แห่งแรกของประเทศไทย       ทำเลชิดใจกลางเมือง                 แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดอย่างย่านสยามสแควร์ เป็นจุดนัดพบของเหล่าวัยมิลเลนเนียลที่ใครๆ ก็รู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ในแง่ของที่ดินเปล่าที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยนั้นหาได้ยากเข้าไปทุกทีค่ะ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นที่ดินของทางราชการ หรือไม่ก็ราคาแพงมากประมาณกว่า 2 ล้านบาท/ตารางวา ทำให้เหล่าคอนโดมิเนียมต้องขยับออกมาสักนิด เพื่อให้ได้ที่ดินที่สามารถพัฒนาคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่ยังสามารถเอื้อมถึงกันได้ ซึ่งทำเลใกล้ชิดใจกลางเมืองที่มีศักยภาพเหมาะสม และได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ย่านพญาไทค่ะ     แยกพญาไท มีความสำคัญตรงที่มีถนนศรีอยุธยา กับถนนพญาไทตัดกัน ซึ่งเป็นสี่แยกที่เปรียบเสมือนเป็นจุดศูนย์กลางของความแตกต่างแต่ละทำเลอย่างชัดเจนในตัวเอง โดยได้แยกพญาไทมาผสานความแตกต่างนั้นทำให้เกิดความสมบูรณ์ของเมืองยิ่งขึ้น เพราะถนนศรีอยุธยา มีเสน่ห์ของความเป็นเมืองเก่าอย่างชัดเจน ตั้งแต่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสี่เสาเทเวศน์ ผ่านสวนอัมพร-วัดเบญจมบพิตร-พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน แล้วเริ่มมีความเป็นเมืองขึ้นบริเวณโรงพยาบาลสงฆ์ไปจนเชื่อมต่อกับถนนจตุรทิศที่มีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัชอยู่ ในขณะเดียวกันที่ถนนพญาไทนั้น มีความเป็นเมืองใหญ่อย่างมาก ตั้งแต่ช่วงสามย่าน ผ่านจุฬาลงกรณ์ฯ-สยาม-มาบุญครอง ไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวอ่อนผ่าน   XT PHAYATHAI ตั้งอยู่บนถนนศรีอยุธยา ฝั่งขาออกที่เชื่อมต่อกับถนนจตุรทิศ เยื้องกับโรงพยาบาลพญาไท 1 อยู่ห่างจาก BTS สถานีพญาไท 600 เมตร และ Airport Rail Link สถานีราชปรารภ ประมาณ 500 เมตร โดยหากใช้บริการ BTS จะอยู่ห่างจากอนุสาวรีย์ชัย ศูนย์กลางการเดินทางของกรุงเทพฯ เพียง 1 สถานี และห่างจากใจกลางเมืองอย่างสยามเพียง 2 สถานีเท่านั้น และยังสามารถตรงเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย Airport Rail Link เพียง 26 นาที หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็จะมีจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัชที่ใกล้ที่สุดบริเวณถนนจตุรทิศ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปทางรามอินทรา, บางนา หรือตรงไปสนามบินสุวรรณภูมิได้เลย กับช่วงถนนพระราม 6 ก็เข้าสู่ย่านสีลม-สาทรได้โดยไม่ต้องขับรถฝ่ารถติดใจกลางเมือง อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ไม่ไกลมากมาย ไม่ว่าจะมุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ฯ ก็มีของอร่อยโดยเฉพาะที่อยู่ในซอยรางน้ำหลายร้าน หรือจะมุ่งหน้าไปทางสยามก็มีให้เลือกกันละลานตา ไม่ว่าจะในห้างสรรพสินค้าในสยามเอง หรือสามย่านก็ตาม รวมถึงยังแวดล้อมไปด้วยโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย เช่น รพ.พญาไท 1, รพ.ราชวิถี, รพ.พระมงกุฎเกล้า, รพ.รามาธิบดี, สถาบันสุขภาพเด็ก เรียกได้ว่าเป็นทำเลศักยภาพที่มีความอุดมสมบูรณ์มากทีเดียวค่ะ       ภาพรวมโครงการ             XT PHAYATHAI จากแสนสิริ คอนโดมิเนียม High Rise 41 ชั้น 1 อาคาร แบ่งออกเป็นอาคาร A และ B รวมทั้งหมด 1,435 ยูนิต 1 ร้านค้า ที่จอดรถ 55.05% ยูนิตพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 8 บนพื้นที่ 3-3-97.4 ไร่ หน้าอาคารหันไปทางทิศใต้ ส่วนทิศตะวันออกจะได้วิวฝั่งถนนจตุรทิศ ทิศตะวันตกได้วิวฝั่ง BTS และทิศเหนือด้านหลังโครงการจะได้วิวสวนสันติภาพ ซึ่งแม้ทำเลจะตั้งอยู่ท่ามกลางสีสันของเมืองอันแสนวุ่นวาย แต่เมื่อไรที่กลับเข้ามาใน XT PHAYATHAI ก็จะมีพื้นที่ส่วนตัวอันแสนสบายเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ภายในห้องพักอาศัยของตัวเอง หรือมุมไหนๆ ของโครงการก็ตาม เพราะทุกพื้นที่ถูกสร้างสรรค์ให้ Extend Your Style     Facility พื้นที่รวมกว่า 4,500 ตร.ม. แบ่งออกเป็นหลายส่วน สนองความต้องการได้ไม่จำกัด ทั้งพื้นที่สังสรรค์กันเป็นกลุ่ม หรือพื้นที่เงียบสงบเป็นส่วนตัวก็สามารถรองรับได้ทุกอารมณ์ของชีวิตได้ตลอดเวลา ตั้งแต่สวนสีเขียวด้านหน้าโครงการ ห้องสมุด ห้องประชุมในสวน ลานกิจกรรม เชื่อมโยงกับส่วนกลางภายในอาคารที่แบ่งโซนเอาไว้กระจายอยู่หลายชั้น เพื่อรองรับกิจกรรมอันหลากหลาย เช่น สระว่ายน้ำที่มีให้ทั้งหมด 2 สระ แยกอยู่บนอาคาร A ที่ชั้น 41 และ B ชั้น 37 ซึ่งทั้ง 2 สระเป็นระบบน้ำเกลือ ความยาว 28 เมตร กว้าง 5 เมตร ลึก 1.2 เมตร มีส่วนจากุซซี่    ชั้น 8 บริเวณสนามเด็กเล่นออกแบบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็กจาก รพ.สมิติเวช เพื่อให้ได้พัฒนาการของเด็กมากกว่าการเล่นสนุกเท่านั้น   อาคาร A ฝั่งด้านหน้าอาคารมีสวนสีเขียวส่วนตัว เห็นวิวใจกลางเมืองฝั่งสยามสแควร์   Secret Theatre ห้องชมภาพยนตร์ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของบาร์ พร้อม Sunken Seats ให้ได้นั่งพักผ่อนชมวิวกลางเมือง    ฟิตเนส ล้อมรอบด้วยกระจก High Ceiling ปูพื้นกระเบื้องยางรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี พร้อมเครื่องออกกำลังกายสุดพิเศษที่ไม่เคยได้จากโครงการไหน ไม่ว่าจะ Weight Training, Cardio และ Relax Lights เครื่องเล่นบางชนิดที่นำเข้าจากอิตาลี พร้อมถ่ายทอดสดคลาสออกกำลังกาย Live streaming Cycling จาก WE Fitness ส่งตรงมาถึงฟิตเนสที่โครงการ   Co-Sharing Facilities สำหรับโครงการที่พญาไทคือโซน XT Club เนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็น CREATIVE PLAYGROUND ให้ได้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ Work Hard Play Hard กันอย่างเต็มที่ ซึ่งมีทั้ง CO-WORKING SPACE, ห้องประชุม, พื้นที่จัดอีเว้นท์เล็กๆ, โซนเก้าอี้นวด หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ VR GAME, Wii GAME และ BOARDGAME โดยมีการดีไซน์ห้องเพดานสูงโปร่ง ใช้พื้นหินขัด Terrazzo นำเข้าจากอิตาลี คุมโทนสี Earth Tone แต่แอบตัดด้วยอลูมิเนียม copper ผิวมันวาว ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน แต่ยังแฝงไปด้วยความหรูหราตามสไตล์คอนโดมิเนียมกลางเมือง       จาก BTS พญาไท-XT PHAYATHAI         รีวิวฉบับนี้เรามาเริ่มต้นจาก BTS สถานีพญาไท ค่ะ ไปที่ประตูทางออกที่ 4   ทางออกที่ 4 ลงมาแล้วจะอยู่ที่บริเวณหัวมุมสี่แยกพญาไทค่ะ   ข้ามถนนมายังฝั่งด้านหน้าอาคารวรรณสรณ์ แหล่งรวมสถาบันกวดวิชาอันดับต้นๆ ในบ้านเรา   เดินตามทางบนถนนศรีอยุธยาฝั่งขาออกมาเรื่อยๆ ผ่านโรงแรมเดอะสุโกศล   ผ่านโรงเรียนศรีอยุธยา   รวมระยะทางเดินแล้วประมาณ 600 เมตรก็จะพบกับที่ตั้งโครงการ XT PHAYATHAI ค่ะ อยู่เยื้องๆ กับรพ.พญาไท 1    เมื่อเดินเข้าไปด้านในก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับด้วยการพาขึ้นลิฟท์ไปสู่ชั้น 2 ซึ่งเป็น Lobby ของ Sale Gallery ไปพร้อมๆ กับการเป็นร้านคาเฟ่ไปด้วยในตัว เรียกได้ว่าแอบเก๋กันตั้งแต่ก้าวเข้ามาเลยค่ะ   ชมห้องตัวอย่าง   ที่ชั้น 2 นี้เป็นทั้ง Lobby และร้านคาเฟ่ เน้นโทนสีแบบ Earth Tone ใช้พื้นหินขัดดูคลาสสิค ตัดกับสีเฟอร์นิเจอร์ที่เพิ่มความหรูหราด้วยอลูมิเนียมสีทองแดง ซึ่งใน XT Club ของโครงการก็จะมีการตกแต่งคล้ายๆ แบบนี้เช่นเดียวกันค่ะ    เดินเข้าไปด้านในสักหน่อยก็จะพบกับ Coffee Bar จากร้าน Casa Lapin ซึ่งใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศก็สามารถขึ้นมานั่งดื่มกาแฟ ทำงานที่นี่ก็ดีไปอีกแบบนะคะ ยิ่งหากได้เยี่ยมชมภายใน Sale Gallery และห้องตัวอย่างแล้วล่ะก็ อาจจะค้นพบแรงบันดาลใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานของคุณก็ได้นะคะ   ด้านในสุดจะพบกับห้องชม Presentation จากทางโครงการค่ะ   ขึ้นมาที่ชั้น 3 สามารถมองลงไปชั้นที่เป็นคาเฟ่ ให้ความรู้สึกอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติจนแทบไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าตรงนี้อยู่ติดกับถนนพญาไท   ที่ชั้น 3 แห่งนี้จะมีห้อง VR Room สำหรับการรับชมห้องตัวอย่างอันหลากหลาย ซึ่งเป็นโครงการที่มี Layout ให้เลือกมาที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 59 Layout   สำหรับโครงการนี้จะขายห้องแบบ Fully Furnished นะคะ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องตัวอย่างอาจไม่ได้มาตามแบบที่เห็นค่ะ แต่รับรองได้ว่าเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มานั้นมีรูปแบบเก๋ไม่ซ้ำใคร ไม่ซ้ำซากจำเจเแน่นอนค่ะ โดยห้องตัวอย่างจะมีเพียง 1 ห้องเท่านั้น เริ่มจากประตูบาน MDF โดยทุกยูนิตจะได้ Digital Door Lock    เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปจะพบกับห้องครัวปิดเป็นส่วนแรกค่ะ ลึกเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นอยู่กลางห้อง และห้องนอน โดยแต่ละห้องจะกั้นด้วยประตูกระจก Anneal ใส สูงชิดเพดาน หนา 6 มม. เฟรม Aluminium Powder Coat สีดำ ซึ่งการกั้นห้องด้วยกระจกใสแบบนี้จะมีข้อดีตรงที่ทำให้แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาได้ทั่วถึงภายในห้องทั้งหมด ทำให้ห้องดูโปร่งโล่ง ไม่ต้องอาศัยแสงสว่างจากหลอดไฟเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้อีกค่ะ ส่วนความสูง Floor To Ceiling 2.7 เมตร ใช้ไฟแบบ Downlight    พื้นห้องครัวจะใช้วัสดุกระเบื้องเซรามิคค่ะ โดยด้านหลังประตูห้องจะได้ Built In ตู้เก็บของเอาไว้ให้ตามแบบเลยค่ะ   เมื่อเปิดตู้ออกมาก็จะพบว่า ชั้นล่างสามารถเก็บรองเท้าได้ ส่วนข้างบนแบ่งชั้นสำหรับเก็บของค่ะ ซึ่งบานตู้ทั้งหมดจะใช้ระบบ Soft Close    ถัดจากตู้หน้าห้องจะเป็นห้องน้ำที่อยู่ในส่วนเดียวกันกับห้องครัวค่ะ โดยภายในห้องน้ำจะปูพื้น และผนังด้วยกระเบื้องเซรามิค Floor To Ceiling 2.5 เมตร   อ่างล้างหน้าใช้แบบวางบนเคาน์เตอร์แบรนด์ Kohler ก๊อกจาก Englefield โถสุขภัณฑ์แบรนด์ Kohler   ใต้อ่างล้างหน้าเป็นตู้เก็บของ ส่วนด้านบนก็เป็นตู้เก็บของที่ Built In มาให้ หน้าบานเป็นกระจกเงาค่ะ   หันหลังไปจะพบกับส่วนเปียกค่ะ โดยกั้นด้วยกระตูกระจกใสบานเลื่อน เฟรม Aluminium Powder Coat สีดำ ฝักบัวใช้แบรนด์ Englefield ส่วนด้านขวามือจะมีการเจาะผนังลึกเข้าไปเพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์เป็นที่วางของค่ะ    ส่วนเปียกจะกั้นด้วยธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ มีข้อดีตรงที่ช่วยป้องกันน้ำล้นออกมาที่ส่วนแห้ง   ออกมาจากห้องน้ำก็จะพบกับเคาน์เตอร์ครัวค่ะ ใช้ Top หินสังเคราะห์ ผนังด้านในกรุกระเบื้องตลอดแนวผนัง เพื่อการเช็ดทำความสะอาดง่ายเมื่อเกิดคราบสกปรกจากการทำครัว ทางขวามือสุดมีช่องสำหรับวางตู้เย็น โดยจะได้ Built In แบบนี้มาครบเซตเลยค่ะ ยกเว้นเพียงตู้เย็น กับไมโครเวฟ   ตู้ด้านบนตู้เย็นจะซ่อนตู้ไฟของห้องเอาไว้ค่ะ   ซิงค์ล้างจานใช้แบบฝังใต้เคาน์เตอร์ จากแบรนด์ MEX   และจะได้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าเซรามิค 2 หัว มาพร้อมเครื่องดูดควันจากแบรนด์ MEX ค่ะ   ถัดมาเป็น Living Room ค่ะ วางอยู่กลางห้องพอดี พื้นใช้วัสดุลามิเนต ส่วนผนังห้องจริงจะเป็นฉาบเรียบทาสีขาวค่ะ   เคาน์เตอร์วางทีวีจะถูก Built In มาให้ตามแบบ ซึ่งมีระยะห่างระหว่างโซฟากับทีวีมากทีเดียวค่ะ โดยจะสังเกตได้ว่าสามารถวางโต๊ะกลางได้ถึง 2 โต๊ะ แล้วยังเหลือพื้นที่อีกเยอะเลยค่ะ ส่วนเครื่องปรับอากาศของ Living Room จะถูกติดตั้งไว้เหนือทีวี ใช้แบรนด์ Trane   หันกลับมาทางโซฟาจะเห็นว่า ได้พื้นที่ลึกเข้าไปอีกเยอะเลยค่ะ โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการจะให้มาด้วยก็มีทั้ง โซฟา โต๊ะกลาง โต๊ะทำงานพร้อมเก้าอี้ ซึ่งอาจจะได้เฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างจากห้องตัวอย่างนี้นะคะ แต่รับรองว่ายังคง Concept ให้ดูแตกต่าง ถูกใจชาวมิลเลนเนียลแน่นอนค่ะ    โต๊ะทำงานวางไว้ข้างโซฟา ทำให้ห้องนี้เหมาะกับคนทำงานที่ไม่ต้องการบรรยากาศที่เคร่งเครียดมากจนเกินไปค่ะ   โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง ทางโครงการก็ให้มาด้วยนะคะ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ตามแบบ แต่ก็จะมีหลายแพ็คเกจมาให้เลือกได้ตามใจ   ด้านในสุดของห้องจะเป็นห้องนอนค่ะ ซึ่งยูนิตนี้จะแบ่งห้องนอนกับห้องนั่งเล่นให้มีขนาดพอๆ กัน ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของห้องก็ไม่รู้สึกอึดอัดค่ะ   ภายในห้องนอนจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้กลางห้อง เหลือทางเดินรอบเตียงสบายๆ แต่ห้องจริงจะไม่ได้ฟูกมาด้วยนะคะ   ปลายเตียงจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Trane เอาไว้ค่ะ โดยจะได้ Built In โต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าบานสวิง หน้าบาน มาด้วยค่ะ   ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีไฟเพิ่มแสงสว่างมาให้ ช่องด้านบนมีขนาดค่อนข้างใหญ่สำหรับวางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ได้ค่ะ   พื้นที่ข้างเตียงเหลือมากพอสำหรับเป็นพื้นที่โยคะเบาๆ ได้เลยค่ะ   ข้างเตียงเชื่อมต่อด้วยระเบียงห้องค่ะ กั้นด้วยกระจกนิรภัย เฟรม Aluminium Powder Coat    พื้นระเบียงมีธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้ามาค่ะ ส่วนพื้นระเบียงใช้วัสดุกระเบื้องเซรามิค ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งทาสีฟ้า ดูมีสีสันแปลกตาดีค่ะ   ระเบียงมีพื้นที่สำหรับเป็นระเบียงพักผ่อนได้   ที่มุมหนึ่งของระเบียงจะถูกกั้นด้วยเหล็กโปร่งสีเดียวกันกับราวกันตก ซึ่งเป็นประตูบานสวิงแยก Condensing Unit ที่หันหน้าออกนอกอาคาร และข้างใต้จะสามารถวางเครื่องซักผ้าได้ โดยมีการต่อท่อน้ำพร้อมรูปลั๊กเอาไว้ให้เรียบร้อยค่ะ    จากความตั้งใจในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่ดีในแบบฉบับแสนสิริ สะท้อนออกมาให้เราเห็นเป็นโครงการที่สามารถสร้างความประทับใจได้อยู่เสมอ อย่างในตระกูล XT นี้ เชื่อว่าเป็น New Lifestyle Condominium ที่แปลกใหม่ และมีความชัดเจนในตัวเองมากที่สุดในเวลานี้  

รีวิวที่อยู่อาศัย

ไอเดียแต่งบ้าน

ไอเดียแต่งห้องด้วยเทรนด์สี 2019 Living Coral

ไอเดียแต่งห้องด้วยเทรนด์สี 2019 Living Coral

เป็นประจำทุกปีที่ทาง PANTONE จะออกมาประกาศเทรนด์สีของปีหน้า ซึ่งในปี 2019 เป็นสีส้มปะการัง Living Coral สื่อถึงคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง กระตุ้นความสนุกสนานให้โลดแล่น และแน่นอนว่าเจ้าสีส้มปะการังนี้ก็สามารถจับมาแต่งแต้มสีสันใส่ลงไปในบ้านของเราได้เช่นกันค่ะ จะสร้างสีสันแปลกใหม่น่าสนใจได้ขนานไหน ลองมาดูไอเดียที่น่าสนใจจากสี Living Coral กันค่ะ         น่ารักสดใส   ถ้าอยากได้ห้องที่ออกมาดูหวานน่ารักฟรุ้งฟริ้ง ก็ลองใช้สี Living Coral จับคู่กับสีเขียวมิ้นแบบนี้ดูซิคะ จากเดิมห้องที่เคยมีแต่ความเรียบนิ่งจะกลับกลายมาให้อารมณ์ที่สดใสร่างเริง  ยิ่งถ้าเป็นห้องของคุณลูกรับรองว่าเด็กๆ จะชอบแน่นอน ไม่ว่าจะเปลี่ยนสีผนังในบางช่วงจะได้ไม่ดูจัดจ้านจนเกินไป เปลี่ยนสีเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นให้เป็นสีเขียวมิ้นสลับกับสีขาว และได้ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนลายน่ารักๆ โทนสีเดียวกัน ก็จะยิ่งส่งให้ห้องนี้กลายเป็นสวรรค์เล็กๆ เลยทีเดียว     Cr. J and J Design Group https://projectnursery.com/2016/10/whimsical-big-girl-room/     เรียบง่าย สไตล์โมเดิร์น ใครว่าสี Living Coral ดูฉูดฉาดเกินไป ถ้ามาเห็นผลงานของ Interior Design ชาวรัสเซียคนนี้แล้วล่ะก็ คงต้องเปลี่ยนความคิดกันหน่อยแล้วล่ะค่ะ เพราะความเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์นไม่ได้จำกัดอยู่แค่สีขาว, ดำ หรือเทา อย่างที่เห็นกันทั่วไปเท่านั้น ลองเอาสี Living Coral มาอยู่กับสีเขียวเข้ม สีขาว และสีดำ ดูบ้าง ก็ออกมาเป็นห้องที่ดูเท่มีสไตล์ได้ไม่ซ้ำใคร Cr. Artem Tafy https://www.behance.net/gallery/56330583/Stalin     สีส้มปะการังกับชายทะเล ขึ้นชื่อว่าปะการังก็ต้องคู่กันกับท้องทะเลซิ จริงไหมคะ? ลองดูการแต่งห้อง Coastal Style ที่ให้บรรยากาศเหมือนนั่งอยู่ริมชายหาดใต้ท้องฟ้าสีครามและผืนทะเลอันสดใส ถ้าได้สีส้มมาตัดโทนสีฟ้า-น้ำเงิน-ขาว ก็จะยิ่งดูสว่างสดใส บวกกับการเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุเรียบง่าย ก็ยิ่งได้กลิ่นอายเหมือนได้รีสอร์ทริมทะเลมาไว้ที่บ้านของตัวเอง Cr.COASTAL LIVING https://www.coastalliving.com/homes/decorating/living-room     เติมสีสันให้สวนข้างบ้าน ไม่ใช่แค่ในบ้านเท่านั้นนะคะ แต่โซนนอกบ้านไม่ว่าจะเป็นมุมนั่งเล่น สวนข้างบ้าน หรือดาดฟ้าเล็กๆ ก็สามารถเติมสีสันเข้าไปให้เข้ากับบรรยากาศบ้านเราได้ด้วยสี Living Coral อย่างการใส่สีที่ปลอกหมอน ผ้าหุ้มเบาะนั่ง เปลี่ยนสีโต๊ะเสียใหม่ เพิ่มความสดชื่นให้กับต้นไม้ของเราได้ด้วยการทาสีกระถางต้นไม้เข้าไปอีกนิด โซน Outdoor ของบ้านเราก็จะดูสนุกสนานน่าจัดปาร์ตี้เป็นที่สุด     Cr. Miriam https://www.estiloydeco.com/madera-en-terrazas/   เห็นแบบนี้แล้วพอจะมีไอเดียใหม่ๆ กันบ้างไหมคะ หวังว่าจะสนุกกับการแต่งบ้านในเทรนด์สีแห่งปี 2019 นี้นะคะ              

รอบรู้เรื่องบ้าน

ทิศเด่น ตำแหน่งบ้านปัง ปี 62

ทิศเด่น ตำแหน่งบ้านปัง ปี 62

ที่อยู่อาศัยกับความเชื่อด้านฮวงจุ้ยเป็นของคู่กันมายาวนาน มีทั้งบ้านที่ทำฮวงจุ้ยแล้วเจริญรุ่งเรืองขึ้นทันตาเห็น และแบบที่ทำแล้วไม่เกิดผลอะไรเลยก็มีให้เห็น สาเหตุหลักของปัญหานี้ อ.ธนากร ตันอาวัชนการ (ซินแซมังกร) บอกเอาไว้ว่าเกิดจากการใช้เข็มทิศวางตำแหน่งแบ่งทิศไม่ถูกต้อง ซึ่งในบทความนี้เรามีวิธีดูอย่างง่ายๆ มาฝากกันค่ะ   Cr.ภาพจากหนังสือ เสริมดวงชะตาประจำปี 2562 อ.ธนากร ตันอาวัชนการ   ทิศทางของฮวงจุ้ยจะแบ่งออกเป็น 8 ทิศ ทิศละ 45 องศา รวมกันเป็นวงกลม 360 องศาพอดี ซึ่งถ้านับวนไปตามเข็มนาฬิกาก็จะได้แก่ ทิศใต้-ทิศตะวันตกเฉลียงใต้-ทิศตะวันตก-ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ทิศเหนือ-ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ทิศตะวันออก-ทิศตะวันออกเฉียงใต้   Cr.ภาพจาก Application Compass 360 Pro   เอาแบบง่ายๆ เลยนะคะ ถ้าเราจะลองดูทิศทางฮวงจุ้ยในบ้านของเราด้วยตัวเอง ให้ตัวเรายืนอยู่กลางบ้านหรือถ้าอยู่คอนโดฯ ก็ยืนกลางห้องแล้วถือเข็มทิศ (โหลด App เข็มทิศในสมาร์ทโฟนก็ได้ค่ะ) โดยปกติแล้วเข็มทิศจะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ จากนั้นเราก็หมุนตัวเข็มทิศ ให้ชี้ตรงกับตำแหน่ง N (ตัวอย่างภาพด้านบน) จากนั้นก็แบ่งทิศของบ้านเราไปตามทิศทางฮวงจุ้ยทั้ง 8 ทิศ แบบภาพตัวอย่างแรกค่ะ     โดยตำแหน่งทั้ง 8 ทิศ ประจำปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 11.28 น. ไปจนถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 7.18 น. จะตรงกับนักษัตรกุน หรือเป็นปีหมูไม้ นั่นเองค่ะ ซึ่งสรุปทิศที่ดีและไม่ดี ดังนี้   ทิศมงคล : กลางบ้าน, ทิศตะวันออก, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ, ทิศเหนือ ทิศอัปมงคล : ทิศตะวันออกเฉียงใต้, ทิศใต้, ทิศตะวันตกเฉียใต้, ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศมงคลและอัปมงคล : ทิศตะวันตก (มีทั้งดีและร้าย)   ตามความเชื่อแล้วในทิศอัปมงคลเราสามารถแก้ไขให้อ่อนแรงลงได้ ขณะเดียวกันในทิศมงคลก็เสริมให้ดียิ่งขึ้นไปได้เช่นกันค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ทิศมงคลตะวันตกเฉียงเหนือ ให้วางปี่เซี๊ยะหยกคู่, ทิศมงคลเหนือให้วางเจดีย์บนฐานหยินหยาง เป็นต้น     Cr.ข้อมูลจากหนังสือ เสริมดวงชะตาประจำปี 2562 อ.ธนากร ตันอาวัชนการ        

จัดห้องนอนต้อนรับโชคปีกุน

จัดห้องนอนต้อนรับโชคปีกุน

สวัสดีปีกุน 2019 ค่ะ ในปีนี้ Reviewyourliving ก็ไม่ลืมที่จะนำเอาเคล็ดลับ ความรู้ ไลฟ์สไตล์สุดเก๋ มาฝากทุกคนอีกเช่นเคย เริ่มต้นปีกันด้วยเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่เชื่อว่าหลายคนก็อยากให้ไหลมาเทมาเข้ากระเป๋าให้ตุงกันถ้วนหน้า วันนี้เราเลยนำเคล็ดลับจัดห้องนอนของเราให้มีอิทธิพลต่อการดึงดูดโชคลาภเงินทองตามความเชื่อทางฮวงจุ้ยมาฝากกันค่ะ   1.เลือกตำแหน่งห้องนอน ถ้าเราสามารถเลือกตำแหน่งของห้องนอนในบ้านได้ ก็อยากจะแนะนำห้องที่อยู่ห่างจากประตูทางเข้าหลักของบ้านมากที่สุดค่ะ เพราะจะช่วยให้ความรู้สึกที่มั่นคง ปลอดภัย แต่ถ้าหากห้องนอนของใครอยู่ใกล้กับประตูล่ะก็ ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เรายังมีคำแนะนำอื่นที่ยังสามารถเสริมโชคลาภได้เช่นกันใน ลองติดตามในข้อต่อๆ ไปดูค่ะ     2.วางต้นไม้มงคลเรียกเงินทอง ช่วยผ่อนคลาย ข้อนี้จะช่วยได้ดีทั้งเรื่องความโชคดี เรียกเงินทองเข้าบ้าน ช่วยดูดซับความเมื่อยล้า เช่น ไผ่ต้นเล็กในกระถาง, Juniper bonsai บอนไซที่ทำจากต้นสนจูปิเตอร์, ต้นศุภโชค, ต้นคลาสซูล่า ฯลฯ ซึ่งในบ้านเราก็หาได้ไม่ยากค่ะ และถ้าต้องการกระชับความสัมพันธ์กับคนที่คุณรักแล้วล่ะก็ ลองหาสีชมพู สีแดง มาช่วยเสริมด้วยก็จะช่วยได้ดี แต่ถ้าไม่ชอบสีจัดๆ แรงๆ ก็ลองมองหาสีส้ม หรือสีเหลืองมาช่วยแทนก็ได้นะคะ อาจจะใช้เป็นสีของกระถางต้นไม้ก็ได้   3.ใครยังโสดมีเคล็ดเรื่องคู่ ของในห้องให้วางเป็นคู่กันหรือของที่ดูสมมาตรกันจะช่วยให้โชคลาภ การเงินสมดุล เช่น โคมไฟหัวเตียงให้วางทั้งสองฝั่งของเตียง, วางเทียนไว้คู่กัน, พืชใบกลม หรือใครที่มีคู่อยู่แล้วก็เสริมความรักให้ดีขึ้นด้วยสีแดง หรือสีชมพูเอาไว้รอบเตียง     4.อย่าวางอะไรไว้ใต้เตียง พยายามอย่าวางสิ่งของใว้ใต้เตียง เพราะตามความเชื่อแล้วจะเป็นการปิดกั้นพลังงานทำให้โชคไม่ดี แถมยังไปสร้างความเหนื่อยล้าให้กับชีวิตด้วย และควรจะปล่อยให้มีที่ว่างรอบเตียงเพื่อพลังงานไหลเวียนที่ดี ในทางปฏิบัติจะไปช่วยให้เราสะดวกเวลาเดินมากกว่าให้เตียงชิดกำแพง และไม่หันปลายเตียงไปตรงกับประตู เพราะตามความเชื่อแล้วจะหมายถึงตำแหน่งความตายค่ะ     5.สร้างพลังชีวิตด้านบวก หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Energy Healing ศาสตร์ที่เรียกว่าเป็นการบำบัดรักษาด้วยพลังงานธรรมชาติของมนุษย์เอง ซึ่งถ้าลองใช้สีครีม สีพีช สีฟ้าอ่อน สีเขียว หรือสีลาเวนเดอร์ จะช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องนอนของเราอบอุ่นขึ้น ตามความเชื่อก็ช่วยเรื่องพลังงานบำบัดนี้ และยังสร้างความมั่งคั่งในชีวิตด้วย     6.เอาของดูดพลังงานชีวิตออกจากห้องนอน ถ้าเป็นไปได้ก็ย้ายคอมพิวเตอร์, จอทีวี และอุปกรณ์ออกกำลังกาย ออกจากห้องนอนของเราไปซะ เพราะจะไปดูดพลังงานชีวิตของเราออกจากช่วงเวลาพักผ่อน แนะนำให้วางหนังสือสัก 1-2 เล่ม เอาไว้ข้างโต๊ะหัวเตียงแทน ถ้าใครอยู่หอพักหรือคอนโด ก็ลองหาผ้ามาคลุมเอาไว้ตอนไม่ได้ใช้งานค่ะ     7.วางเตียงให้ห่างจากประตูห้อง ไม่ควรจะวางเตียงไว้ใกล้กับประตูห้อง หรือตรงกับแนวประตูห้อง รวมถึงวางไว้ใต้หน้าต่าง ไม่ควรให้หัวเตียงติดผนังเดียวกับห้องน้ำ และไม่นอนใต้เครื่องปรับอากาศ เพราะจะทำให้มีเรื่องต้องเสียเงินเสียทอง   8.หาอะไรหมูๆ มาไว้ในห้อง 2019 ขึ้นชื่อว่าปีหมู ลองหารูปภาพ หุ่นเล็กๆ หรืองานศิลปะอะไรก็ได้ที่เป็นรูปหมูมาประดับในห้อง     9.ระวังกระจกเงา ไม่ควรวางกระจกเงาให้สะท้อนเตียงนอน ไม่ว่าจะปลายเตียงหรือข้างเตียงก็ตาม เหตุด้วยตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว กระจกจะไปสะท้อนพลังงานทั้งหมดในห้อง ซึ่งหากพลังงานทั้งดีและไม่ดีสะท้อนมาหาคนบนเตียงมากเกินไปจะเกิดความไม่สมดุลกันของพลังงาน ส่งผลกระทบหลายๆ ด้าน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็หาผ้ามาคลุมเอาไว้เมื่อไม่ได้ใช้งานค่ะ   10.แสงสว่างแบบพอดีๆ แสงสว่างเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับฮวงจุ้ยค่ะ ลองใช้ผ้าม่านหรือมูลี่ที่สามารถเปิดได้อย่างสะดวกในตอนเช้า เพื่อรับแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องนอนได้ง่าย และปิดได้ง่ายเช่นกันในช่วงกลางคืน เพื่อบล็อคความมืดจากภายนอก เป็นการสร้างสมดุลที่จะช่วยเรื่องโชคลาภเงินทองให้ดีขึ้น และยังจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับพักผ่อนได้ดีตามไปด้วยค่ะ     ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดลับการจัดห้องนอนตามหลักความเชื่อฮวงจุ้ยแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ นอกจากเชื่อว่าจะช่วยด้านการเงินแล้ว ยังไปเกี่ยวข้องกันกับหลายๆ เรื่องด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านความสัมพันธ์ หรือสุขภาพเองก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ     Cr. thechinesezodiac.org            

เรื่องควรรู้ที่อยู่อาศัย

มาตรการ LTV ผลกระทบตกที่ใคร?

มาตรการ LTV ผลกระทบตกที่ใคร?

ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมาในบ้านเราก็มีกระแสออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันไม่น้อย เกี่ยวกับมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV (Loan to Value) ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาประกาศให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2562 ที่กำลังจะมาถึงนี้ (แต่จริงๆ เคยออกมาตรการนี้มาแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5) เพราะต่างก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ทั้งกลุ่ม Developer กลุ่มนักลงทุน และผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง แต่ใครจะได้รับผลกระทบไปในทิศทางไหนบ้าง ลองมาช่วยกันมองไปพร้อมๆ กันค่ะ     ก่อนอื่นเรามาดูมาตรการนี้กันคร่าวๆ ก่อนค่ะ   Cr.ภาพจากธนาคารแห่งประเทศไทย   เหตุผลหลักของการประกาศใช้มาตรการ LTV มาจากหนี้เสีย (NPL) เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตั้งแต่ช่วงปี 2560 ตัวเลขออกมาสูงขึ้นในทุกๆ ไตรมาส แซงหน้าสินเชื่อประเภทอื่น รวมถึงซัพพลายคอนโดมิเนียมที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการพยายามสกัดกลุ่มผู้ลงทุน ทุกอย่างประกอบกันก็เพื่อบริหารความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ให้ดีขึ้น และเพื่อสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ   ก่อนหน้านี้คงจะเคยได้ยินคำชวนเชื่อสำหรับนักลงทุนอสังหาฯ หน้าใหม่อย่าง “ลงทุนอสังหาฯ 0 บาท” “จับเสือมือเปล่า” หรืออะไรทำนองนี้กันมาบ้างใช่ไหมคะ ต่อไปอะไรแนวนี้ก็คงจะค่อยๆ หายไปค่ะ เพราะมาตรการที่ว่านี้ไม่เอื้อต่อนักลงทุนรายย่อยเอาเสียเลย เพราะในเมื่อการลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมสักยูนิตจะต้องใช้เงินดาวน์ถึง 20-30%  สำหรับกลุ่มรายย่อยนี้ก็คงน้อยคนที่จะยอมควักเงินหลักแสนเพื่อซื้อคอนโดแล้วนำมาปล่อยเช่าที่ก็มีความเสี่ยงสูงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน จริงไหมคะ? ไหนจะค่าตกแต่งห้อง ค่านายหน้าที่หาลูกค้ามาเช่าห้อง ค่าดูแลจิปาถะ แล้วถ้ามีช่วงที่ไม่มีคนเช่าห้องอีกล่ะ เอาเป็นว่าสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ หากทุนน้อยอยู่แล้วก็เลิกฝันถึงการลงทุน 0 บาทไปได้เลยค่ะ       ในทางกลับกันกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ ที่มีความชำนาญในตลาดนี้มาหลายต่อหลายปี ก็ย่อมที่จะมีเงินก้อนนี้มาหมุนเวียนลงทุนไม่ว่าจะเล่นแบบซื้อมาขายไปเก็งกำไร หรือปล่อยเช่าในโครงการระดับกลาง-สูงก็ตาม แต่ในระยะหลังมานี้วงการคอนโดมิเนียมผ่านจุดที่เรียกว่าหวือหวาที่สุดมาแล้ว ฉะนั้นการเล่นแบบระยะสั้นจึงทำได้ยากขึ้น (แต่ถ้าโครงการดี ยูนิตสวยจริงๆ ยังไงก็ขายต่อได้ราคาดีอยู่นะคะ) ทุกวันนี้จึงนิยมการปล่อยเช่ากันมากกว่า     สำคัญที่สุดคือกลุ่ม Real Demand ที่ในปีนี้ต้องเจอกับดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ธนาคารปล่อยกู้ยากขึ้น เพื่อคัดกรองไม่ให้เกิดหนี้เสียสะสมเพิ่มเข้าไปอีก แม้ว่าจะเป็นการกู้ซื้อหลังแรกที่ยังพอมีโอกาสกู้ได้ 100% แต่หากจะต้องวางเงินดาวน์ไม่ต่ำกว่า 10% แล้ว ทุกอย่างจะต้องคิดอย่างรอบคอบขึ้นเป็นเท่าตัวก่อนจะจ่ายเงินแสน ต้องทำการบ้านกันหนักกว่าจะเลือกสักโครงการที่ตอบโจทย์ตัวเราเองและครอบครัวที่สุด รวมถึงคำนวณดอกเบี้ยแต่ละธนาคารเปรียบเทียบกันให้ดี เพราะนั่นหมายถึงภาระการผ่อนงวดในแต่ละเดือนที่จะสูงขึ้น    ส่วนทาง Developer พูดได้เลยค่ะว่าเหนื่อยกันหน่อย เพราะต้องทำการบ้านกันเยอะมากขึ้น ไม่ว่าจะเปิดโครงการใหม่ที่ต้องหาช่องว่างของตลาดในแต่ละทำเล แต่ละ Segment ที่จะเน้นจับตลาดสูงอย่างที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียวเห็นจะไม่ได้แล้ว ด้วยเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจโลกทำให้กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เป็นเป้าหมายหลักก็น้อยลง รวมถึงระบายของเดิม อัดโปรโมชั่นให้ตรงใจลูกค้าที่มีให้เห็นกันตั้งแต่ต้นปี ช่วงโอนก็คงต้องลุ้น Rejection Rate กันเหนื่อย เพราะลูกค้าต่างก็ได้รับผลกระทบจาก LTV นี่แหละค่ะ ยิ่งช่วงเศรษฐกิจฝืดๆ ธนาคารก็ปล่อยกู้ยากขึ้นเป็นพิเศษ พอยอดโอนหดหายก็ไปกระทบกับรายได้ของบริษัทตามระเบียบ          สรุปง่ายๆ ทั้งหมดนี้ก็โดนผลกระทบกันเป็นวงกลมค่ะ เริ่มตั้งแต่คนซื้อมีกำลังซื้อน้อยลง เพราะเมื่อต้องใช้เงินก้อนก็ย่อมคิดกันเยอะขึ้น ใช้จ่ายกันยากขึ้น ธนาคารที่ให้สินเชื่อเองก็ปล่อยกู้กันยากขึ้น เพราะต้องการคุมเรื่องหนี้เสีย ฝั่ง Developer ก็มียอดโอนน้อยลงตามไปด้วย ทาง Developer เองที่กู้สินเชื่อเพื่อมาสร้างโครงการก็ชำระหนี้ในธนาคารได้ลดลง ส่งผลต่อ NPL ที่อาจจะสูงตาม ก็จะไปกระทบกับเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ สุดท้ายก็ย้อนกลับมาที่ประชาชนอีกเช่นเคย      สุดท้ายไม่ว่าจะเป็น Developer กลุ่มนักลงทุน ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง หรือกลุ่มไหนๆ ก็ย่อมได้รับผลกระทบจาก LTV นี้ไปตามๆ กัน ไม่ใช่แค่ผู้บริโภค แต่ผู้พัฒนาโครงการก็ต้องทำการบ้านกันอย่างหนักหน่วงเช่นเดียวกันค่ะ ต่อจากนี้ต้องจับตาดูกันให้ดีภายใน 2-3 ปีนี้ค่ะ ว่าอสังหาฯ ในบ้านเราจะไปต่ออย่างไร              

ข่าวอสังหาริมทรัพย์