We Recommend

ตากผ้าในบ้านอย่างไรให้แห้งเร็วสุดๆ ด้วยเทคนิคแบบแม่บ้านญี่ปุ่น

ตากผ้าในบ้านอย่างไรให้แห้งเร็วสุดๆ ด้วยเทคนิคแบบแม่บ้านญี่ปุ่น

ตากผ้าในบ้านอย่างไรให้แห้งเร็วสุดๆ ด้วยเทคนิคแบบแม่บ้านญี่ปุ่น ช่วงนี้ฝนตกติดต่อกันหลายวันจนแทบจะมองไม่เห็นแดดยิ่งเจอช่วงพายุเข้าติดต่อกันนานๆปัญหาเรื่องการตากผ้าก็ตามมาพอไม่มีแดดกว่าผ้าจะแห้งก็ใช้เวลานานหรือบางทีก็แห้งไม่สนิทเกิดกลิ่นอับชื้นเพิ่มไปอีกจะให้ใส่เสื้อผ้ามีกลิ่นอับก็คงไม่ดีแน่เราเลยอยากจะชวนให้มาลองดูเทคนิคการตากผ้าในบ้านแบบแม่บ้านญี่ปุ่นกันดูบ้างว่าเค้าใช้วิธีไหนช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นและไม่เหม็นอับถึงแม้จะต้องตากผ้ากันกลางห้องก็ตาม   6 เทคนิคแบบแม่บ้านญี่ปุ่น ทำให้ผ้าแห้งเร็ว 1. ผ้าขนหนูแห้งช่วยได้ ลองใส่ผ้าขนหนูแห้งลงไปในเครื่องซักผ้า หลังจากที่เครื่องปล่อยน้ำทิ้งแล้ว เครื่องบางรุ่นต้องกดหยุดการทำงานชั่วคราวก่อนนะคะ  ผ้าขนหนูแห้งจะทำหน้าที่ช่วยซับน้ำส่วนเกินออกไป ทำให้ผ้าแห้งได้มากกว่าปกติ ** ควรระวังผ้าขนหนูบางประเภทที่มีฝุ่นผ้ามาก อาจทำให้ฝุ่นผ้าไปติดตามเสื้อผ้าจนเกิดปัญหาตามมา   2. ตากผ้ากลับด้าน ส่วนใหญ่ตามตะเข็บผ้า และส่วนที่เป็นกระเป๋า มักจะเป็นส่วนที่แห้งยาก แม่บ้านญี่ปุ่นเลยมักจะตากผ้าโดยการกลับด้านเสื้อก่อน นอกจากจะช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นแล้ว ยังจะช่วยรักษาผ้าไม่ให้เก่าง่ายด้วย   3. ตากผ้าแบบแนวโค้ง เรื่องแนวคิดแปลกๆ ต้องยกให้ญี่ปุ่นเค้าล่ะ “การตากผ้าแบบแนวโค้ง” คือการจัดตำแหน่งการหนีบผ้าเป็นรูปโค้ง โดยให้ผ้าที่มีความยาวมากกว่าอยู่ส่วนริม แล้วค่อยๆ ไล่ลำดับให้ผ้าที่สั้นที่สุดอยู่ตรงกลาง วิธีนี้จะช่วยให้อากาศถ่ายเทไปยังบริเวณตรงกลางได้มากขึ้น เลยมีส่วนช่วยให้ผ้าแห้งไวขึ้น   4. ตากให้ห่างจากกำแพง คนญี่ปุ่นนับเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตากผ้าในห้อง เพราะช่วงฤดูมรสุมเค้ามักจะยาวนานแถมพื้นที่ตากผ้าก็มีจำกัด ดังนั้นตำแหน่งในการตากผ้าที่เหมาะสมคือ “กลางห้อง” หรือ ตำแหน่งที่อยู่ห่างจากกำแพง เพราะบริเวณกำแหง หรือพื้นห้องจะมีความชื้นสะสมมาก ดังนั้นถ้าอยากให้ผ้าแห้งไวจึงควรตากผ้าให้สูงจากพื้น และห่างจากกำแพงเข้าไว้ค่ะ   5. แขวนผ้าห่าง 5 เซนติเมตร การแขวนผ้า ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 5 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี ถ้าหากมีผ้าจำนวนมากแต่มีพื้นที่ตากจำกัด แนะนำให้แบ่งซักหลายรอบหน่อยจะดีกว่า เพราะยิ่งตากผ้าชิดกันมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ผ้าแห้งช้า และอาจเกิดกลิ่นอับได้   6. ปูกระดาษหนังสือพิมพ์ใต้ราวตากผ้า วิธีนี้เป็นวิธีที่ชาวญี่ปุ่นนิยมทำกันมาก เพราะเชื่อว่ากระดาษหนังสือพิมพ์จะช่วยดูดความชื้นได้เพิ่มขึ้น ผ้าเลยแห้งเร็ว นอกจากการวางกระดาษหนังสือพิมพ์เฉยๆ แล้ว ชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ลองขยำหนังสือพิมพ์ก่อน เพื่อเพิ่มพื้นที่ของช่องว่างระหว่างพื้นกับกระดาษ ซึ่งจะช่วยดูดซับความชื้นได้เร็วขึ้นไปอีก!!!   เทคนิคง่ายๆ ตามแบบฉบับแม่บ้านญี่ปุ่นที่เราเอามาฝาก เป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ แล้วช่วงหน้าฝนแบบนี้ก็ยิ่งน่าลองทำกันดู ใครที่ลองแล้วได้ผลอย่างไรบ้าง อย่าลิมเอามาแชร์ให้ฟังกันบ้างนะคะ   CR: ข้อมูลจาก https://th.anngle.org/j-lifestyle/house-wife/drysclothes_inroom_tips.html   บทความที่เกี่ยวข้อง 4 วิธีกำจัดสิ่งสกปรกในเครื่องซักผ้า เทคนิคใช้ไฟฟ้าอย่างไรให้ปลอดภัยในหน้าฝน    

ทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่ไม่มีคนขับ !! ไป ไอคอนสยาม

ทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายสีทอง ที่ไม่มีคนขับ !! ไป ไอคอนสยาม

คนกรุงเทพฯ เตรียมใช้บริการ รถไฟฟ้าสายสีทอง รถไฟฟ้าที่ไม่มีคนขับ แห่งแรกของไทย ไปไอคอนสยาม-โรงพยาบาลตากสิน-สำนักงานเขตคลองสาน กลางเดือนธันวาคม 2563 นี้แน่นอน ด้วยค่าโดยสารแค่ 15 บาท ใช้ระยะเวลาเดินทางแค่ 5 นาทีเท่านั้น   เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2563 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง ระยะที่ 1 (สถานีกรุงธนบุรี-สถานีสำนักงานเขตคลองสาน) พร้อมกับเปิดทดลองเดินรถก่อนเปิดใช้บริการจริงในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ โดยมี ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ผู้บริหาร บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และสื่อมวลชนไปร่วมทดลองนั่งด้วย เปิดให้ใช้แน่กลางเดือนธ.ค.63 โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองเป็นโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเริ่มก่อสร้างในปี 2561 และขณะนี้การก่อสร้างและติดตั้งระบบในภาพรวมมีความก้าวหน้า 96 % แบ่งออกเป็นความก้าวหน้างานโยธา 98 % และความก้าวหน้างานระบบการเดินรถ 92 % โดยหลังจากติดปัญหาเรื่องผลกระทบจากโรคโควิด-19 ที่ทำให้การจัดส่งขบวนรถและอุปกรณ์ต่าง ๆ ต้องล่าช้า รวมทั้งการปรับปรุงแบบทางขึ้นลงสถานีให้ตรงตามความต้องการของชุมชน ทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการเปิดให้บริการจากเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนตุลาคม 2563 โดยหลังจากที่สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายก็ได้รับมอบขบวนรถในโครงการมาครบทั้งหมดแล้ว ทั้ง 3 ขบวน และขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบการเดินรถในเส้นทาง ซึ่งผลการทดสอบเป็นไปตามแผน โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้กลางเดือนธันวาคม 2563 นี้ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับชาวกรุงเทพฯ โดยเฉพาะประชาชนในย่านฝั่งธนฯ ที่จะมีทางเลือกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่สถานีคลองสาน เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหลายแห่ง ทั้งโรงพยาบาลตากสิน สำนักงานเขตคลองสาน สน.ปากคลองสาน และสำนักการศึกษา กทม. จะช่วยให้การเดินทางมาติดต่อราชการสะดวกมากขึ้น รู้จักรถไฟฟ้าสายสีทอง โครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง มีระยะทางรวม 2.75 กิโลเมตร 4 สถานี วิ่งตามแนวถนนกรุงธนบุรี ถนนเจริญนครและถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน  การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 ระยะทาง 1.80 กิโลเมตร (ดำเนินการในปัจจุบัน) ประกอบด้วย สถานีกรุงธนบุรี (G1) สถานีเจริญนคร (G2) สถานีคลองสาน (G3) ระยะที่ 2 ระยะทาง 0.88 กิโลเมตร ประกอบด้วย 1 สถานี สถานีประชาธิปก (G4) ข้อมูลรถไฟฟ้าสายสีทอง รถที่นำมาใช้เป็นรถไฟฟ้ารุ่น Bombardier Innovia APM 300 รถวิ่งได้ความเร็วสูงสุดที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ช่วงที่ได้มาทดลองวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 30-60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพราะเส้นทางรถไฟฟ้ามีความโค้งหลายจุด ซึ่งระยะเวลาวิ่งจากสถานีกรุงธนบุรีถึงสถานี สำนักงานเขตคลองสาน ใช้เวลาประมาณ 5 นาที มีจำนวน 3 ขบวน ขบวนละ 2 ตู้ ซึ่งใช้งานจริง 2 ขบวน และอีก 1 ขบวนสำรองไว้สำหรับรถไฟฟ้าขบวนจริงต้องซ่อมแซม หรือต้องหยุดวิ่ง และตู้ของรถไฟฟ้าแต่ละตู้ จะแยกจากกัน ไม่สามารถเดินไปมาระหว่างตู้ขบวน เหมือนกับรถไฟฟ้าบีทีเอส หรือรถใต้ดินได้ ขนาดความจุผู้โดยสาร 138 คน/ตู้ ตู้รถไฟฟ้ามีความกว้าง 2.8 เมตร ความยาว 12.75 เมตร ความสูง 3.5 เมตร ประตูมีความกว้าง 1.9 เมตร ความสูงของพื้นรถ 1.1 เมตร ระบบรถไฟฟ้าเป็นระบบ Automated Guideway Transit (AGT) หรือระบบขนส่งมวลชนแบบนำทางอัตโนมัติ หรือรถไฟฟ้าระบบ Automated People Mover (APM) เป็นระบบล้อยาง ซึ่งไม่มีคนขับรถไฟฟ้าอยู่ในขบวน แต่จะถูกควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยพนักงานประจำสถานี ถือเป็นรถไฟฟ้าเส้นทางแรกของไทย ที่ไร้คนขับอยู่ในขบวน ไม่เหมือนรถไฟฟ้าบีทีเอสหรือเอ็มอาร์ที   ไปไอคอนสยามได้ง่าย ๆ แค่ 5 นาที รถไฟฟ้าสายสีทอง จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีกรุงธนบุรี ด้วยอัตราค่าโดยสารเพียง 15 บาทตลอดสาย ทำให้ต่อไปผู้ที่จะเดินทางไปช้อปปิ้งที่ศูนย์การค้าไอคอนสยาม ก็ใช้ระยะเวลาเดินทางเพียง 5 นาทีเท่านั้น ทำให้เป็นการเพิ่มทางเลือกได้มากขึ้น ต่อไปนี้ถ้าจะไปช้อปปิ้งที่ไอคอนสยาม หรือไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลตากสินก็มีทางเลือกหลากหลาย เพราะรถไฟฟ้าสายสีทองยังเชื่อมต่อการเดินทาง ล้อ ราง เรือ รองรับผู้โดยสารจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่สถานีกรุงธนบุรี และเชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) และสายสีแดง (ช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย) ในอนาคต รวมทั้งเชื่อมการเดินทางของประชาชนที่ใช้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย ซึ่งคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารเมื่อเปิดให้บริการ อยู่ที่ประมาณ 42,260 เที่ยว-คน/วัน   การพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้ายังช่วยเพิ่มมูลค่าของที่ดินในแนวรถไฟฟ้า เสริมสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ เห็นได้จากมีโครงการคอนโดมิเนียมของผู้ประกอบการทั้งหลาย เข้าไปปักหมุดกันมากมาย และจะเป็นจุดไฮไลท์อีกแห่งหนึ่งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ได้อีกด้วย

KEF เผยโฉม LS50 Meta และ LS50 Wireless II ลำโพงสองรุ่นแรกที่พ่วงเทคโนโลยีดูดซับเสียงสะท้อนแบบใหม่ล่าสุด

KEF เผยโฉม LS50 Meta และ LS50 Wireless II ลำโพงสองรุ่นแรกที่พ่วงเทคโนโลยีดูดซับเสียงสะท้อนแบบใหม่ล่าสุด

KEF เผยโฉม LS50 Meta และ LS50 Wireless II คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด KEF (เคฟ) เผยโฉมคอลเลคชั่น LS50 ใหม่ล่าสุด นำเสนอลำโพงสองรุ่น ได้แก่ LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II’ ที่ต่อยอดมาจากนวัตกรรมอันยอดเยี่ยมของ LS50 รุ่นก่อนหน้าในตำนาน แม้ว่าเคฟได้สร้างมาตรฐานเครื่องเล่นเสียงไว้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด แต่จากการค้นคว้าอย่างเข้มข้นกว่าสามปีทำให้คอลเลคชั่น LS50 ตัวใหม่ล่าสุดนี้ยกระดับมาตรฐานเครื่องเล่นเสียงของเคฟ ให้สูงขึ้นไปอีกขั้น โดยทั้ง LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II’ พร้อมมอบพลังเสียงคมชัดและใสเป็นธรรมชาติ ที่ทุกคนต้อง ‘Listen and Believe’ หรือลองฟังและพิสูจน์ด้วยตัวเอง   กว่าศตวรรษที่เคฟเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเสียงที่เป็นธรรมชาติและสมจริง จนทำให้ผู้ฟังสามารถสัมผัสประสบการณ์เสมือนกำลังนั่งฟังดนตรีสดจากศิลปินคนโปรด หรือฟังเรื่องราวที่มีผู้บรรยายกำลังนั่งเล่าอยู่ข้างๆ หรือกระทั่งรู้สึกว่ากำลังอยู่ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันกีฬาอันดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นการเพลิดเพลินกับภาพยนตร์ที่คุณชื่นชอบบนโซฟา การนั่งทำงานภายในสตูดิโอในบ้าน หรือการฟังเพลงเสริมบรรยากาศ เคฟให้ความสำคัญกับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่เหนือชั้นเสมอ   MAT เทคโนโลยีการดูดซับเสียงแบบใหม่ ครั้งนี้เคฟสานต่อความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่ไร้ขีดจำกัด เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหนือความคาดหมาย จนกลายมาเป็นคอลเลคชั่น LS50 ใหม่ที่สามารถนำเสนอเสียงอันบริสุทธิ์แบบที่ไม่มีใครเทียบเคียงได้ เป็นเสียงดุจธรรมชาติสร้างที่ผู้ฟังสามารถดื่มด่ำอรรถรสได้เต็มพิกัดในทุกทัศนียภาพของเสียง ให้คุณสัมผัสได้ถึง ‘Every note, Every word, Every detail’ แบบเต็มอิ่มครบรส ถือเป็นลำโพงแรกของโลกที่ปฎิวัติวงการโดยมีการนำเทคโนโลยีดูดซับเสียงสะท้อน Metamaterial Absorption Technology (MAT) มาใช้ในการออกแบบลำโพงเป็นครั้งแรกของโลก แหวกทุกกฎเกณฑ์เดิมเรื่องการดูดซับเสียงสะท้อนในลำโพง ซึ่งเคฟได้ออกแบบพัฒนาร่วมกับ Acoustic Metamaterials Group   เทคโนโลยี MAT เกิดจากการใช้วัสดุสังเคราะห์ใหม่ที่มีคุณสมบัติขั้นสูงในการดูดซับเสียงส่วนเกินที่แผ่ออกมา ช่วยลดการบิดเบือนความใสของเนื้อเสียง ทำให้ได้เสียงแท้ที่คมชัดกว่าเดิม ซึ่ง MAT นี้ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างเหมือนเขาวงกต เพื่อให้แต่ละช่องสามารถดูดซับเสียงที่มีความถี่หลากหลายอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทำงานประสานกันโครงสร้างนี้เปรียบเสมือนหลุมดำของเสียงที่สามารถดูดซับเสียงส่วนเกิน ลดความผิดเพี้ยนของความถี่สูง ได้กว่า 99% ในขณะที่กรรมวิธีแบบอื่นๆ มีประสิทธิภาพการกำจัดเสียงเกินส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ 60% เท่านั้น ดังนั้นผลลัพธ์ของคุณภาพเสียงจึงมีความโดดเด่นยากจะหาใครเทียบ     ทั้ง LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II’ ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพของไดรเวอร์เพื่อให้เสียงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และความผิดเพี้ยนของเสียงน้อยลง โดยมาพร้อมเทคโนโลยี Uni-Q ไดร์เวอร์เจนเนอเรชั่น 12 โดยไดร์เวอร์ Uni-Q จะทำงานร่วมกันกับ MAT ที่ช่วยให้กระจายเสียงได้ทั่วห้องอย่างสม่ำเสมอ ให้คุณดื่มด่ำกับเสียงเสมือนจริงได้จากทุกมุมห้องและยังมีกรวยลำโพงแยกแบบใหม่และการพัฒนาระบบมอเตอร์ที่ช่วยลดความเพี้ยนของเสียง ทำให้ได้เสียงโปร่งขึ้นและมีเบสลึกขึ้นกว่าเดิม   นอกจากนี้ ทั้ง LS50 Meta และ LS50 Wireless II ยังมีการพัฒนาจากลำโพง LS50 รุ่นเดิมในส่วนต่างๆ ได้แก่ การใช้พอร์ตเสียงเบสที่มีความยืดหยุ่น (off-set flexible bass port) ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและลดความผิดเพี้ยนของเสียง การใช้ตู้ลำโพงที่มีลักษณะโค้งทำให้เกิดการเลี้ยวเบนของคลื่นที่ต่ำ (curved baffle) และใช้หลักการดีไซน์ตู้ลำโพงแบบ Finite Element Analysis (FEA) พร้อมโครงสร้างซับพอร์ตภายในด้วยหลักการ Cross Bracing และ Constrained Layer Damping เพื่อให้ได้โครงสร้างตู้ที่แข็งแกร่งมั่นคง ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ประกอบเป็น ‘LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II ที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้รอยต่อก่อให้เกิดเสียงที่ชัดเจนทุกรายละเอียดอย่างยอดเยี่ยม เกิดความผิดเพี้ยนของเสียงน้อยมาก ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนของห้อง   สำหรับ LS50 Wireless II มี มีการประมวลผลสัญญาณดิจิทัลขั้นสูง ประกอบกับการใช้เทคโนโลยีเสียง Music Integrity Engine ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของเคฟ แอมพลิฟายเออร์คลาส A / B 100W ตัวใหม่ที่ช่วยให้กำลังทวีตเตอร์ และแอมพลิฟายเออร์คลาส D 280W ช่วยขับเสียงกลาง / เบส ทำให้ LS50 Wireless II เป็นลำโพงที่ประสิทธิภาพเยี่ยม ทรงพลังและยังได้รับการรับรองจาก Roon Ready ด้วย สามารถครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อบนระบบ Apple หรือ Android ผ่านแอป KEF Connect ให้คุณสามารถฟังเพลงหรือปรับแต่งเสียงได้ตามความต้องการ และสามารถสตรีมดนตรีผ่าน Tidal, Amazon Music, Qobuz, Deezer, Podcasts หรือสามารถสตรีมโดยตรงจากแอป Spotify Connect LS50 Wireless II และยังมีออดิโอไฟล์ที่รองรับการสตรีมไฟล์เพลงสูงสุด 24 บิต / 384kHz ตลอดจนการถอดรหัส MQA และ DSD256 เพื่อการเล่นเสียงที่มีความละเอียดสูงอย่างแท้จริง ให้คุณเป็นอิสระไปกับทุกเสียงเพลงในทุกๆ เวลา   นอกจากประสิทธิภาพอันทรงพลังแล้ว LS50 Meta และ LS50 Wireless II ยังมาพร้อมดีไซน์ตู้ลำโพงที่สวยงามที่ออกแบบรูปทรงส่วนโค้งด้านหน้าเพื่อประสิทธิภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม ตามแบบฉบับของ KEF โดยทีมดีไซเนอร์ของ KEF ยังให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดการดีไซน์เพื่อให้แน่ใจว่าลำโพง LS50 Meta’ และ ‘LS50 Wireless II’ สามารถกลมกลืนและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมราวกับเป็นเฟอร์นิเจอร์หนึ่งภายในบ้านคุณ ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ตัวลำโพงให้มีความหรูหราสวยงามและมาพร้อมหลากหลายสีให้เลือกสรร ด้วย Carbon Black, Titanium Grey, Mineral White และสี Special Edition เฉพาะรุ่น LS50 Meta สี Royal Blue และ LS50 Wireless II สี Crimson Red ที่สามารถเลือกแมทช์ได้กับขาตั้งพื้นรุ่น Bespoke S2 ที่มีมาในสี Carbon Black, Titanium Grey, Mineral White และสี Special Edition ได้อย่างสมบูรณ์   ลำโพงเคฟนำเข้าและจัดจำหน่ายโดยบริษัท วีแกดซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด สามารถสัมผัสประสบการณ์จริงกับเสียงใสที่คมชัดกว่าเคย สำรองเวลาทดสอบเสียง ’book a demo’ ลำโพง คอลเลคชั่น LS50 ใหม่ที่มีเทคโนโลยีวัสดุดูดซับเสียง MAT สองรุ่นแรกของโลกได้เร็ว ๆ นี้ที่ตัวแทนจำหน่ายหรืออีเมลสอบถามรายละเอียด ‘book a demo’ มาที่ kef@vgadz.com   สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วทางออนไลน์ได้ที่ www.vgadz.com/kef หรือที่ the Gadget centralworld ชั้น 4, ร้าน Piyanas ทุกสาขา, SweetPig Audio, BKK AUDIO, .Life, Fullbright Technology, Bangkok Digital, mercular.com, มั่นคงแก็ดเจ็ท และร้านเครื่องเสียงชั้นนำทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/vgadz/ และ https://www.vgadz.com/kef  

10 พฤติกรรมบนวิถีชีวิต New Normal หลังโควิด-19

10 พฤติกรรมบนวิถีชีวิต New Normal หลังโควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในภาคภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมและภาคแรงงาน ต่างมีการปรับตัวเพื่อรับมือและสอดรับกับวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ (New Normal)     ล่าสุด “แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย” ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างร่วมตอบแบบสอบถามจำนวน 1,124 คน  ในหัวข้อ “วิถีชีวิตแบบใหม่หลังโควิดส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร”  พร้อมเผย 10 อันดับปรากฎการณ์วิถีชีวิตแบบใหม่หลังโควิดที่ถึงแม้ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเริ่มเข้าสู่ระยะปลดล็อคมาระยะหนึ่งแล้ว  แต่พฤติกรรมหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปจนกลายเป็นวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ของผู้คนในปัจจุบัน แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย ได้จัดอันดับ 10 พฤติกรรมที่ส่งผลต่อวิถีการดำเนินชีวิตและการทำงานไว้ดังนี้ อันดับ 1 การช้อปปิ้งออนไลน์  90.91% เห็นได้ชัดในสถานการณ์ครั้งนี้ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดอี-คอมเมิร์ซ เติบโตพุ่งขึ้นไปอีก  ข้อมูลจากบริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด มีคาดการณ์ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ หรือช้อปออนไลน์ในกลุ่ม C2C หรือ Customer to Customer ไม่รวมบริการจองที่พักโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ดิจิทัลคอนเทนต์ และบริการอื่น ๆ ระบุว่าในปี 2563 ธุรกิจช้อปออนไลน์มีมูลค่าที่ 220,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 4-5% ของค้าปลีกทั้งประเทศ  เติบโต 35% จากปี 2562 ที่มีมูลค่า 163,300 ล้านบาท สัดส่วน 3% ของค้าปลีกทั้งประเทศ นับว่าโควิดเป็นแรงกระตุ้นให้อัตราการช้อปออนไลน์เติบโตสูงขึ้นมากทีเดียว อันดับ 2 การทำงานผ่านออนไลน์ 81.82%  การทำงานในรูปแบบ Work from Home เข้ามาปรับพฤติกรรมแรงงานเข้าสู่โหมดออนไลน์  โดยมีแพลตฟอร์มการประชุมมากมาย  อาทิ  Zoom Meeting   และ Microsoft Meeting เป็นต้น อันดับ 3 เสพความบันเทิงออนไลน์  72.73%  ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป การเดินทางออกมาท่องเที่ยว หรือชมภาพยนตร์ในแบบปกติมีข้อจำกัด ดังนั้น รูปแบบความบันเทิงของผู้คนทั่วไปจึงอยู่ในระบบออนไลน์มากขึ้น มีแอปพลิเคชันบันเทิงในการดูภาพยนตร์  ฟังเพลงให้เลือกใช้บริการมากมายทั้งในแบบฟรีและคิดค่าบริการ  ซึ่งเสริมให้ธุรกิจนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น  และกลุ่มผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ กับอินเทอร์เน็ตมีอัตราการใช้งานที่เพิ่มขึ้นนับเป็นอานิสงค์ให้กับผู้ให้บริการ อันดับ 4 ใช้บริการ E-Payment 63.64% มีการใช้บริการบริการ E-Payment หรือการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น  ปัจจุบันหลายๆ ธุรกิจเพิ่มช่องทางการชำระเงิน  รวมถึงภาครัฐและภาคธนาคารผลักดันให้เกิดสังคมไร้เงินสด  ซึ่งโควิด-19 นับว่าเป็นแรงกระตุ้นให้เราก้าวสู่สังคมไร้เงินได้เร็วยิ่งขึ้นครอบคลุมในการจ่ายเงินในการซื้อสินค้าและบริการ โดยจะเห็นได้จากทุกวันนี้เราใช้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟน และจ่ายเงินโดยไม่ต้องมีเงินสดแล้ว อันดับ 5  E-learning 54.55%  พ่อแม่ผู้ปกครองคงปฏิเสธไม่ได้  เมื่อลูกหลานไม่สามารถไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนแบบปกติไม่ได้  โรงเรียนและครูอาจารย์นำเครื่องมือที่เรียกว่า  E-learning  มาใช้ในการเรียนทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 54.55%  ดังนั้น เด็กและเยาวชน  รวมทั้งผู้ปกครองมีการปรับตัวเพื่อใช้ E-learning  นอกจากนี้คนในวัยทำงานก็ใช้เครื่องมือนี้ในฝึกอบรมและสัมมนาอีกด้วย อันดับ 6 ต้องการใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 45.45% ด้านระบบเครือข่ายการสื่อสารหรืออินเทอร์เน็ต ต้องมีความเร็วสูง แรง และเสถียรเพื่อรองรับการใช้งานในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นจากกิจกรรมดังกล่าวในอันดับต้นๆ  นับว่ามีสัดส่วนอยู่ที่ 45.45% อันดับ 7 ดูแลสุขภาพผ่านเทคโนโลยี 36.36% ด้านการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยี จึงทำให้มีสมาร์ทดีไวซ์ที่เข้ามารองรับการใช้งานด้านนี้เพื่อเพิ่มความสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Smart Watch และการรับคำปรึกษาปัญหาสุขภาพออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 36.36% อันดับ 8 ส่งสินค้าด้วยแอพพลิเคชั่น 27.27% ด้านซัพพลายเชน 4.0 การบริหารการจัดส่งสินค้าด้วยเทคโนโลยีแอปพลิเคชันที่รองรับการให้บริการมากมาย  ทำให้อุตสาหกรรมด้านการให้บริการโลจิสติกส์มีการแข่งขันอย่างมาก ซึ่งหัวใจการให้บริการคือ ความเร็ว  ดังนั้น เทคโนโลยีจึงเข้ามาช่วยให้การให้บริการนี้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น  นับว่ามีสัดส่วนการเปลี่ยนแปลงในอัตราส่วนไม่น้อยอยู่ที่ 27.27% อันดับ 9 ใช้เทคโนโลยี 3D Printing 18.18% ระบบการผลิตจาก 3D Printing เช่น การผลิตหน้ากากอนามัยให้เข้ากับรูปหน้าของผู้สวมใส่นั้นๆ 18.18% อันดับ 10 การนำโดรนและหุ่นยนต์ช่วยงาน 9.09% มีการนำเอาโดรนและหุ่นยุนต์เข้ามามีบทบาทในการช่วยทำงาน  ซึ่งในงานบางอย่างอาจจะไม่ต้องใช้แรงงานคนอยู่ที่ 9.09%   จากผลการการสำรวจดังกล่าว  สะท้อนให้เห็นถึงวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต  ซึ่งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทและตอบโจทย์  จนถึงเป็นแรงขับให้ทุกชีวิตทุกช่วงวัยต้องรับมือโดยการปรับตัวให้รองรับวิถีความปกติแบบใหม่ที่เกิดในช่วงโควิด-19   ดังนั้น หากทุกคนมีการเตรียมตัวและตั้งรับที่ดีโดยเฉพาะภาคแรงงาน แมนพาวเวอร์กรุ๊ปเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนา เป็นสังคมที่มีความก้าวหน้าในระดับนานาประเทศต่อไป  

ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน คอนโดใกล้จุฬาฯ เพื่อไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง

ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน คอนโดใกล้จุฬาฯ เพื่อไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง

ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน คอนโดใกล้จุฬาฯ เพื่อไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง ลูกสอบติดจุฬาฯ!! แต่บ้านไกล..ทำไงดี? เดี๋ยวนี้ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งมีความคิดว่า การเลือกหาที่อยู่อาศัย หรือคอนโดใกล้ๆ โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเผื่อไว้ก็เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อไว้เพื่อให้ลูกอยู่อาศัยเอง หรือเผื่อไว้ปล่อยเช่าก็เห็นกันชัดเจนว่าตลาดนี้มี demand อยู่เรื่อยๆ เพราะแต่ละปีมีนิสิต นักศึกษาใหม่เป็นจำนวนหลักหมื่น ยังไม่นับรวมบุคลากรทางการศึกษาอีก ที่ต่างก็ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้ๆ ที่ทำงานเช่นกัน   ในขณะที่บางครอบครัวก็วางแผนการศึกษาให้ลูกได้เรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียง เป็นเครือเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ แล้วถ้าเรียนได้เรียนกันแบบยาวๆ ตั้งแต่อนุบาล จนจบปริญญาตรีได้โดยไม่ต้องย้ายโรงเรียน ไม่ต้องเปลี่ยน location เลยยิ่งดี   ครั้นจะรอจนลูกสอบติดเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วค่อยมาหาคอนโดฯ ราคาก็อาจจะแพงจนเกินกำลัง หรือโครงการที่เล็งไว้ก็ยังไม่เริ่มสร้าง กว่าจะรอจนสร้างเสร็จลูกคงเรียนจบก่อน ผิดความตั้งใจในการซื้อกันไปอีก แต่ถ้าลูกยังเล็ก เป็นเด็กประถม หรือมัธยม ก็พอจะมีเวลาให้ค่อยๆ เลือกเปรียบเทียบทำเลโครงการนั้นนี้ได้นานหน่อย เพราะเรื่องความเป็นอยู่ ความสะดวกสบายในด้านต่างๆ ควรจะมีพร้อมรองรับการอยู่อาศัยจริง   ลองไปดูกันหน่อยมั้ย ว่าวัยรุ่นวัยเรียนเค้ามี lifestyle แบบไหนกันบ้าง เค้าฮิต เค้าชอบอะไร แต่ถ้าวัยทำงาน วัยโก๋จะตามไปแฮงค์เอ้าท์ด้วยกันก็ได้อยู่นะ   One day with a girl เช้าๆ ถ้าไม่ต้องเหนื่อยกับการจราจรบนถนนในกรุงเทพฯ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆ เลยทีเดียวสำหรับการเริ่มต้นวันที่สดใส โดยเฉพาะน้องๆ ในวัยเรียนก็จะได้พักผ่อนอย่างเต็มตื่น มีแรงไปลุยกับการเรียน พร้อมทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ อย่างที่บอกไปแล้วว่าการเลือกที่อยู่อาศัยใกล้สถานที่เรียนเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองหลายคนสนใจ ครั้งนี้เราเลยจะขอตามติดชีวิตดีๆ ที่ได้อยู่ใกล้ที่เรียน สไตล์สาวจุฬาฯ กันดูค่ะ อยากรู้ว่าในหนึ่งวันที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน     ถึงจะเป็นวันที่มีเรียนคลาสเช้า แต่ก็ไม่ต้องรีบตื่นตั้งแต่ไก่โห่เพราะ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” อยู่ห่างออกไปไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น เลยพอมีเวลาแต่งตัวให้เรียบร้อยสวยงาม แถมยังไปทันเข้าคลาสแบบไม่รีบจนหัวฟู หลังเรียนก็สามารถใช้เวลาทบทวนบทเรียน ทำรายงานกับเพื่อนก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน เพราะยังไงก็ไม่ต้องรีบร้อนกลัวเวลารถติดแบบที่เคย ส่วนเย็นวันไหนถ้ามีนัดแฮงค์เอาท์กับเพื่อนๆ ต่อตอนเย็น ยิ่งสะดวกเลยทีเดียว เพราะสามารถกลับไปเก็บข้าวของ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้ เผลอๆ บางทีอาจจะยังมีเวลาเหลือให้ได้พักอ่านหนังสือ ทำงานอดิเรกอื่นๆ ก่อนจะถึงเวลานัดอีกด้วยนะ นี่แหละข้อดีของการเลือกอยู่ในทำเลดีๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตได้ครบถ้วน   Old Town New Time นับจากบริเวณ MRT สามย่าน ห่างมาแค่ 750 เมตร น้องนักศึกษาคนสวยของเราสามารถเดินอย่างชิวๆ ผ่านตึกรามบ้านช่อง และซึมซับบรรยากาศย่านชุมชนเก่าบนถนนสี่พระยามาได้เรื่อยๆ แค่แป๊บเดียวเท่านั้นก็ถึงคอนโดแล้ว   ถึงแม้จะเป็นทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง แต่ก็ยังคงบรรยากาศของชุมชนเก่าแก่ที่มีพร้อมแทบจะทุกอย่างในตัวเอง ร้านค้าร้านอาหารอร่อยๆ ระดับตำนานที่อยู่คู่ชุมชนมายาวนานก็มีให้เลือกเยอะแยะ แถมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกมากมายพร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นสามย่านมิตรทาวน์ จามจุรีสแควร์ หรือแหล่งช้อปปิ้งของวัยรุ่นทุกยุคทุกสมัยอย่าง สยามสแควร์ ก็อยู่ใกล้ๆ ในระยะไม่เกิน 3 กิโลเมตรเท่านั้น เลยไม่ต้องแปลกใจถ้าทำเลในย่านนี้จะถูกใจคนหลากหลายช่วงวัย เพราะรูปแบบการใช้ชีวิตบนคอนโดมิเนียมแบบคนรุ่นใหม่ ก็สามารถผสานเข้ากับเสน่ห์ของชุมชนเดิมได้อย่างลงตัว   Bichaya (พิจัย) คาเฟ่น้องใหม่ล่าสุดของย่านนี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของการผสมผสาน lifestyle ใหม่ๆ ในบรรยากาศเก่าไว้อย่างเนียนๆ ถ้าวันไหนมีเวลาว่างมากหน่อย การเปลี่ยนฟิวมานั่งดื่มกาแฟ หรือกินขนมอร่อยในร้านเก๋ๆ แบบนี้ ก็เป็น lifestyle ที่คนยุคนี้นิยมกันมาก   ร้านพิจัย มีกาแฟและเครื่องดื่มอื่นๆ ให้เลือกหลายเมนูเลยทีเดียว แต่ที่ออกจะดึงดูดเราได้มากก็คือ Bakery ต่างๆ ที่น่ากินเป็นที่สุด ซึ่งกลิ่นกาแฟ พร้อมขนมอบหอมๆ ที่ตลบอบอวลอยู่ในร้านก็เรียกความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี  แล้วที่เด่นมากๆ ก็คือ บรรยากาศภายในร้าน ที่ตกแต่งในสไตล์ลอฟท์นิดๆ โชว์โครงสร้างอิฐเดิมไว้ มีกระจกบานใสเปิดรับแสงธรรมชาติได้เกือบรอบด้าน แถมภายในร้านยังปลูกต้นไม้ตกแต่งไว้เยอะเลยแหละ เห็นเป็นร้านขนาดกะทัดรัดแบบนี้ แต่ก็มีมุมให้ถ่ายรูปได้เยอะมากเลยทีเดียว   สวนหลวงสแควร์ ถ้าเบื่อบรรยากาศ ร้านรวงเดิมๆ ในสยามสแควร์แล้ว “สวนหลวงสแควร์” ก็เป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ที่กำลังฮิตไม่น้อยในหมู่น้องๆ ชาวจุฬาฯ เพราะมีร้านอาหารให้เลือกมากมายหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะสายแซ่บ สายคาว สายหวาน มีครบจบในทีเดียว สังเกตง่ายๆ ร้านไหนโดนใจวัยรุ่นมากหน่อยเราก็จะเห็นน้องๆ ยืนเข้าแถวต่อจองคิวกันให้แน่นร้าน   แต่ในสวนหลวงสแควร์ก็ไม่ได้มีดีแค่เรื่องกินอย่างเดียวนะ บริเวณนี้ยังมี street art อีกเพียบเลย ลองได้มีเวลาเดินเล่นซักนิด ชวนก๊วนเพื่อนมาอีกซักหน่อยรับรองว่าได้รูปเท่ห์ไว้ลงอวดเพื่อนได้อีกนานแน่นอน ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน ถ้าคอนโดมิเนียมใกล้สถานศึกษาเป็นโจทย์หลักที่กำลังต้องตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัย “ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน” น่าจะเป็นหนึ่งในคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัว เพราะทำเลที่ตั้งของโครงการนี้ไม่ได้มีดีแค่ใกล้สถานศึกษาทั้งรัฐฯ และเอกชนชื่อดังระดับท็อปของประเทศเท่านั้น แต่ยังเพียบพร้อมด้วยบรรยากาศความเป็นชุมชนเก่าผสานกับสิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งงาน แหล่งช็อปปิ้งยอดฮิตตามสมัยนิยมได้อย่างลงตัวจนแทบจะแยกจากกันไม่ได้   การเลือกปักหมุดบนถนนสี่พระยา ในตำแหน่งที่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีสามย่านเพียง 750 เมตร แต่อยู่ท่ามกลางชุมชนเดิมที่เต็มไปด้วยประวัติอันยาวนาน กลับทำให้ศุภาลัย พรีเมียร์ สี่พระยา-สามย่าน มีจุดเด่นที่น่าสนใจจนไม่อาจมองข้ามได้เลยทีเดียว     บริเวณรอบๆ นี้มีทั้งร้านค้า ร้านอาหารเก่าแก่หลายเจ้า อาคารสำนักงานเอกชนก็มีให้เห็นหลายตึก รวมถีงสำนักงานเขตบางรัก และสถานีตำรวจก็อยู่ห่างออกไปแค่มุมถนนเท่านั้น ตลอดสองข้างทางถนนยังมีต้นไม้ให้ความร่มรื่นเยอะพอตัวเนื่องจากเป็นถนนสายเก่า จึงลดทอนความวุ่นวายของการจราจรหนักๆ แบบถนนใหญ่ไปได้เยอะพอตัว จนเราแอบคิดว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่เหมาะกับการอยู่อาศัยได้จริงของย่านนี้ แถมทางศุภาลัยเองก็เลือกใช้แบรนด์ Premier มาจับกลุ่มตลาดที่ต้องการห้องชุดขนาดใหญ่แบบอยู่กันได้เป็นครอบครัวในราคาจับต้องได้มากกว่าจะเลือกขายห้องขนาดเล็กในจำนวนยูนิตเยอะๆ แบบโครงการอื่นริมถนนพระราม 4 ที่ราคาสูงลิบ   ด้วยขนาดห้องเริ่มต้น 41.50 - 55 ตร.ม. สำหรับ 1 Bedroom ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางไม่น้อยเลยสำหรับคอนโดใจกลางเมือง ยิ่งได้เห็นราคาโปรโมชั่นเริ่มต้นเพียง 3.69 ล้านบาท ก็ยิ่งเชื่อได้เลยว่าจะขายหมดเกลี้ยงด้วยความรวดเร็วอีกเช่นเดิม เพราะคอนโดจากศุภาลัยโครงการนี้จะไม่ต้องเป็นแค่ที่พักอาศัยชั่วคราวในวันที่เด็กๆ มีเรียนเท่านั้น คนในวัยทำงาน หรือครอบครัวขยายก็เป็นอีกกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ควรพลาดมาจับจองเป็นเจ้าของ   ห้องตัวอย่าง Type 1 Bedroom ในขนาด 55 ตร.ม. ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง บรรยากาศโปร่งสบายด้วยฝ้าเพดานที่สูงถึง 2.8 เมตร พื้นที่ใช้สอยกว้างมาก ทำให้มีพื้นที่ในการจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ได้เป็นอย่างดี แถมยังมี walk-in closet ได้สบายๆ พื้นที่นั่งเล่นเชื่อมต่อกับระเบียงกว้างด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ บริเวณระเบียงสามารถใช้งานได้จริง ทางโครงการออกแบบห้องครัวเป็นแบบครัวปิด พร้อมออฟชั่นการจัดเก็บเครื่องครัวให้เป็นระเบียบ และชุดครัวแบบ Build-in ที่ให้มาพร้อมห้อง การออกแบบห้องน้ำสไตล์ใหม่ที่ใส่ใจการใช้งานอย่างแท้จริง ทั้งกระจกนิรภัยแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งส่วนเปียก พร้อมชุดฝักบัว และเครื่องทำน้ำอุ่นที่ติดตั้งมาให้เรียบร้อย ห้อง Type 2 bedroom ขนาด 80 ตร.ม. สำหรับการอยู่อาศัยแบบครอบครัว ห้องชุดแบบ 2 Bedroom ก็มีพื้นที่กว้างขวางมากพอที่จะให้ทุกคนในครอบครัวได้มีพื้นที่ส่วนตัว จุดเด่นของของแบบ 2 Bedroom  ที่เป็นห้องมุม ทำให้ห้อง master bedroom มีกระจกเข้ามุมสามารถเปิดรับวิวและแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ห้องนอนที่ 2 หรือห้องนอนเล็ก สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตามความต้องการ จะใช้เป็นห้องทำงาน หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ก็ได้ พื้นที่ครัวปิดเป็นสัดส่วนพร้อมชุดครัว ทั้งเตาไฟฟ้า เครื่องดูดควัน เคาน์เตอร์ครัวที่มาพร้อมฟังก์ชั่นในการจัดเก็บที่เป็นระเบียบ รายละเอียดโครงการเพิ่มเติม บ.ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บทความอื่นๆ เกี่ยวกับศุภาลัย ศุภาลัย ลอฟท์ สาทร-ราชพฤกษ์ ศุภาลัย พรีโม่ รังสิต ทาวน์โฮม    

Malton Private Residences สุขุมวิท 31 บ้านหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่

Malton Private Residences สุขุมวิท 31 บ้านหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่

Malton Private Residences สุขุมวิท 31 บ้านหรู เพียง 7 ยูนิตใจกลางสุขุมวิท MALTON บ้านที่บรรจงสร้างขึ้นด้วยความเคารพในคุณค่าของชีวิต ที่สอดประสานกันอย่างสวยงามและท่วงทำนองของความสุขที่กลมกลืน บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ MJD เปิดตัวบ้านหรูระดับ Super Luxury ภายใต้แบรนด์ “Malton Private Residences” ชูจุดเด่น Prime-Pride-Privacy ควบคู่ดีไซน์ร่วมสมัยเหนือกาลเวลา ตัวบ้านดีไซน์ในรูปแบบ Contemporary Classic ผสานกับการตกแต่งภายในที่มีให้เลือกทั้งแบบ Modern Classic และ Modern Loft บนทำเลที่ดีที่สุด และหายากอย่างสุขุมวิท ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพใจกลางเมือง   PRIME ● PRIDE ● PRIVACY เพื่อสรรค์สร้างความสุขที่กลมกลืนและเป็นส่วนตัวสูงสุด ในบ้านเพียง 7 หลัง บนพื้นที่กลางใจเมืองที่หาได้ยากที่ สุขุมวิท 31 แหล่งรวมทุกไลฟ์สไตล์แต่ไม่ห่างไกลความสงบร่มรื่นเป็นส่วนตัว ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับลักชัวรี่และซูเปอร์ลักชัวรี่ แบรนด์ Malton Private Residences จึงถูกพัฒนาภายใต้ 3 องค์ประกอบหลัก คือ   1.Prime คือ การเลือกสรรทำเลที่ดีที่สุด ที่เรียกได้ว่าเป็น Rare item มาใช้ในการพัฒนาโครงการ 2.Pride คือความภาคภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของ ซึ่งส่งผ่านรูปแบบการดีไซน์ที่ทรงคุณค่าเหนือการเวลา (Timeless Design) และวัสดุระดับท็อปที่ถูกเลือกสรรมาด้วยความตั้งใจ 3.Privacy ความเป็นส่วนตัว ซึ่งถึงแม้โครงการจะอยู่ใจกลางเมือง แต่ทำเลก็ต้องตอบโจทย์เรื่องความสงบ รวมถึงมีจำนวนยูนิตไม่มากนักเพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุดของผู้อยู่อาศัย   Neo-classical architecture exudes timeless elegance สถาปัตยกรรม Neo Classical ผสานสัมผัสร่วมสมัยที่เรียบง่าย สร้างบนที่ดินผืนใหญ่ โดยจัดวางตำแหน่งบ้าน เพื่อให้มุมมองที่โอ่อ่า และพื้นที่แวดล้อมที่กว้างขวาง ผสานกลิ่นอายของสถาปัตยกรรม Londonesque ในแบบบ้าน Modern Classic และ Modern Loft การออกแบบภูมิสถาปัตย์ให้สอดรับกับความงดงามของสถาปัตยกรรม ให้ธรรมชาติโอบกอดคุณ ด้วยการเชื่อมต่อพื้นที่สวนภายนอกกับภายในบ้านนำความเขียวชอุ่มชุ่มชื่นของสวนมาสู่ตัวบ้าน จัดสรร Central Courtyard ให้คุณ บนพื้นที่สวนขนาดใหญ่ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ที่ตัดแต่งเป็นกำแพงธรรมชาติ พื้นที่สวนจะโอบล้อมคุณไว้ในความสงบส่วนตัว   โครงการ “Malton Private Residences Sukhumvit 31” เลือกใช้วัสดุตกแต่งจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ ชุดครัวจาก Poggenpohl, Dorn Bracht, Franke ชุดสุขภัณฑ์และอ่างอาบน้ำจาก Axor, Kohler, Hansgrohe ยังมาพร้อมกับการตกแต่งภายในที่เหนือระดับด้วย Furniture Built-in ครบทั้งหลัง โดยมีรูปแบบการตกแต่งภายในให้เลือกได้ถึง 2 สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีความแตกต่างกัน ได้แก่   1.Modern Classic Style ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย หรูหราเหนือระดับ ออกแบบและตกแต่งสถาปัตยกรรมภายใน (Interior Design) โดย DWP บริษัทออกแบบภายในพร้อมรางวัลการันตีระดับโลก 2.Loft Style ที่เน้นการตกแต่งให้ดู ทันสมัย เรียบหรู สะท้อนถึงความสงบนิ่งและความสุขุมเยือกเย็น ออกแบบและตกแต่งภายในโดย Begray Bangkok บริษัทออกแบบภายในชั้นนำ     บทความเกี่ยวกับ Malton Private Residences MJD ลุยตลาดบ้านซูเปอร์ลักชัวรี่รอบ 20 ปี ปักหมุด 2 ทำเลสุขุมวิท-อารีย์ Malton Private Residences Ari