ไฮไลท์

KINN Kaffe & Craft จิบกาแฟในสวนลับย่านลาดพร้าว

KINN Kaffe & Craft จิบกาแฟในสวนลับย่านลาดพร้าว

ลึกเข้าไปในซอยลาดพร้าว 25 บริบทรอบข้างเต็มไปด้วยบ้านเรือนและตึกเป็นส่วนใหญ่ แต่พื้นที่เกือบสุดทางของซอยตันนี้กลับมีบ้านไม้หลังเก่ายุค 90's ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นคาเฟ่ ภายใต้ชื่อ KINN Kaffe & Craft ที่คอยเปิดต้อนรับทุกคนอยู่ ด้วยร่มไม้เขียวขจีริมรั้วเตี้ยและประตูสีฟ้าเปิดกว้างรอต้อนรับให้ทุกคนไปนั่งจิบกาแฟเพลินๆ สัมผัสกับธรรมชาติใจกลางเมืองอันหาได้ยากในมหานครคอนกรีตแห่งนี้.. ทันทีที่เดินแหวกม่านขาวบางเข้าไปในบริเวณร้าน เราต้องหยุดชะงักให้กับความร่มรื่นที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเมือง เพราะพื้นที่ตรงหน้าคือสวนสวยเต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด ทั้งไม้ยืนต้นอย่าง มะม่วง, ชมพู่, ลีลาวดี ไปจนถึงไม้แขวนอย่างเฟินสไบนางพุ่มใหญ่ และไม้ประดับอย่างแคคตัส เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความตั้งใจของสถาปนิกหนุ่มสาว คุณวิน ชิตชนันท์ ขรขันฑ์ และคุณเนย วิริญจ์ลดา เลิศธัญทวี เจ้าของร้านที่ต้องการจะรีโนเวตบ้านไม้ชั้นครึ่งหลังเก่า ในพื้นที่ราว 100 ตารางวา ให้กลายเป็นออฟฟิศภูมิสถาปัตย์กึ่ง Co-working space เล็กๆ สำหรับการทำงานและการพักผ่อนในคราวเดียว รวมถึงเพิ่มฟังก์ชั่นของคาเฟ่เข้าไป เพื่อให้บ้านหลังเล็กแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความอบอุ่น ท่ามกลางสวนสีเขียวกับความสุขเล็กๆ รอบตัวแก่ผู้มาเยือนทุกคน เมื่อมีคอนเซ็ปต์ร้านที่ชัดเจนแล้ว เจ้าของร้านจึงเริ่มต้นปรับปรุงตัวบ้านไม้ที่มีสภาพผุพังไปตามกาลเวลา โดยต้องการให้พื้นที่ภายใน โปร่งโล่ง ไม่อึดอัด จึงทุบผนังบางส่วน แต่ยังคงโครงสร้างอาคารเดิมไว้ เพื่อเปิดให้สเปซเชื่อมถึงกัน จากพื้นที่ชั้นล่างสู่ชั้นบนที่การใช้งานเดิมเป็นเพียงห้องรับแขก และห้องนอนซึ่งเชื่อมกันด้วยบันไดไม้ขนาดเล็ก บริเวณชั้นล่างของบ้านไม้เก่ายุค 90’s ถูกต่อเติมให้เป็นพื้นที่ต้อนรับ พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ไม้ขนาดใหญ่ หน้าฝาบ้านไม้เก่าแบบโบราณทาสีใหม่ประดับด้วยของสะสมสไตล์วินเทจทั้งของเก่าพื้นเมืองและของใหม่ อาทิ รูปปั้น, กรอบรูป, เครื่องจักรสาน ที่แทรกด้วยกระถางต้นไม้ขนาดเล็ก และช่อดอกไม้แห้งเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของคาเฟ่สีเขียว รวมถึงต่อเติมชายคาส่วนหน้าบ้านด้วยโครงสร้างกระจกให้เป็นส่วน Green House พร้อมสวนสีเขียวขจี ขยับมายังส่วนพื้นที่ชั้นลอยถูกเนรมิตให้เป็นมุมนั่งเล่นจิบกาแฟ ในบรรยากาศโฮมออฟฟิศ กับมุมโซฟาหนังสุดคลาสสิกขนาดใหญ่ และมุมที่นั่งริมชาน คุมโทนด้วยการเลือกใช้ของตกแต่งสีเขียวและสีน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ และสบาย อีกทั้งเจาะช่องแสงเพิ่มระหว่างฝาบ้านทำให้แสงธรรมชาติจากภายนอกส่องเข้าถึงพื้นที่ภายในได้เป็นอย่างดี ในส่วนของบริเวณโดยรอบ เจ้าของร้านปรับพื้นที่โดยเปลี่ยนโรงจอดรถเก่าให้เป็นโซนที่นั่งแบบเอ๊าต์ดอร์ มาพร้อมสนามหญ้าและสวนขนาดเล็กแทรกอยู่ตามบริเวณมุมต่างๆ จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งกระถางต้นไม้หลากหลายขนาด สร้างบรรยากาศด้วยม่านโปร่งแสงสีขาวปลิวไสวไปตามกระแสลม พร้อมเสียงเพลงสากลอินดี้โฟล์ก ที่บางคราวถูกแทนที่ด้วยดนตรีแจ๊ซเปิดคลอ เหมาะแก่การจิบกาแฟ, ประชุม,  นั่งทำงาน, อ่านหนังสือ ไปจนถ่ายรูปเพลินๆ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่มีศักยภาพเป็นจุดพักสายตา ใครที่มองหาเครื่องดื่มเย็นๆ คลายร้อน ขอแนะนำเมนูซิกเนเจอร์อย่าง KINN Iced Kaffe กาแฟเย็นสูตรพิเศษของทางร้านที่เพิ่มรสชาติด้วยไซรัปสูตรพิเศษหอมหวานชื่นใจ โดยเน้นเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีชงแก้วต่อแก้ว เพื่อให้ได้รสชาติเข้ม กลมกล่อม ยิ่งถ้าทานคู่กับ Blueberry Cheese Pie สูตรของทางร้านด้วยล่ะก็..ยิ่งเพิ่มความฟินที่ดีต่อใจ ภายใต้บรรยากาศบนพื้นที่สีเขียวแสนร่มรื่นใจกลางลาดพร้าวแห่งนี้เหลือเกิน หากคุณเป็นคอกาแฟและต้องการหาคาเฟ่สงบๆ หลบหลีกชีวิตที่แสนวุ่นวายในเมืองหลวง KINN Kaffe & Craft คืออีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ตัวร้านตั้งอยู่ที่ 6/22 ซอยลาดพร้าว 25 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook/kinnkaffe หรือ Instagram/kinnkaffe

5 อันดับบ้านสุดแพง ของนักเตะฟุตบอลโลก 2018

5 อันดับบ้านสุดแพง ของนักเตะฟุตบอลโลก 2018

ให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน คือฟุตบอลโลกฟีเวอร์  "World Cup 2018" ที่จัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งเจ้าภาพ ก็จัดเต็มกับซาอุดิอาราเบีย ไป 5-0 ประตู วันนี้ เลยอยากนำเสนอข้อมูล ที่คุณเองก็อาจจะอยากรู้เหมือนกันว่า บ้านหรือคฤหาสน์ 5 อันดับแพงสุด ของนักเตะฟุตบอลโลกปีนี้ ใครจะครองแชมป์ เรามาดูกันเลย     อันดับที่ 1   บ้านของ Philippe Coutinho นักเตะชื่อดัง จากทีมชาติ บราซิล ซึ่งปีนี้ก็เป็นทีมที่น่าคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกซะด้วย จะเรียกว่าเป็น Mansion สุดหรู ในกรุง  Barcelona ก็ได้ ที่มีสาธารณูปโภคพร้อมสรรพ ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ห้องนั่งเล่นสุดหรุ ห้องครัวขนาดมหึมา สระว่ายน้ำ ลานกีฬา อุปกรณ์ออกกำลังกายครบชุด  สนนราคา Mansion นี้ อยู่ราวๆ 3-5 ล้านยูโร ถ้าเทียบขนาดแล้ว ก็ใหญ่พอๆ กับ Nou Camp ของ มิสเตอร์เพรสเด๊นท์เลยทีเดียว!!     อันดับที่ 2   เป็นบ้านของ นักเตะทีมกระทิงดุ สเปน เขาก็คือ Sergio Ramos หรือในอีกนาม เขาก็เป็นกัปตันทีม Real Madrid นั่นเอง บ้านของเขาเต็มไปด้วยสาธารณูปโภค เช่น สระว่ายน้ำ ยากูชี่ ซาวน่า โฮมออฟฟิช รวมถึงที่ขาดไม่ได้ ห้องฝึกซ้อมกีฬาที่เขาโปรดปราน ราคาบ้านก็ไม่แพงมาก อยู่ที่ 6.5 ล้านปอนด์ เท่านั้นเอง     อันดับที่ 3   เป็นของเจ้าหนูมหัศจรรย์ Neymar  นั่นเอง นักเตะทีมชาติบราซิล ที่พัฒนาตัวเอง จนกลายมาเป็นนักเตะที่ทรงคุณค่า และค่าตัวแพงลิบลิ่วได้ บ้านของเขาอยู่บนเนื้อที่กว่า 50,000 ตารางเมตร บนเนินเขาตอนเหนือของ Bougival มีเนื้อที่การใช้สอบกว่า 10,800 ตารางฟุต ราคาบ้านไม่ได้ระบุไว้ แต่คงแพงน้อยกว่าบ้านข้างบน     อันดับที่ 4   บ้านของนักเตะชาว อาร์เจนติเนี่ยน เป็นใครไปไม่ได้ เขาคือ Lionel Messi นักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ฟุตบอลโลกปีนี้ เขาจะพาทีมขาติของเขาไปได้ไกลขนาดไหน ต้องมาคอยติดตามเชียร์กัน ส่วนบ้านของเขา ตัวบ้านเองราคาไม่แพงเท่าไร อยู่ที่ 1.6 ล้านยูโร แต่เขาจ่ายเงินกว่า 6 ล้านยูโร เพื่อตกแต่งมัน!!!     อันดับที่ 5   เป็นบ้านของนักเตะที่ไม่มีใครจะไม่รู้จักแน่ๆ เขาคือ Cristiano Ronaldo นักเตะจากทีมชาติโปรตุเกส ที่เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมชาติของตัวเอง เข้ารอบฟุตบอลโลก 2018 มาได้ และเขาจะเป็นกำลัง หัวหอกสำคัญ พาทีมโปรตุเกสไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก...(เตะนัดแรกกับ สเปน เกือบเอาตัวไม่รอด เสมอกันไป 3-3) เรามาคุยเรื่องบ้านเขากันดีกว่า มูลค่าบ้านอยู่ที่ 4.8 ล้านปอนด์ ซึ่งตัวบ้านประกอบไปด้วย 7 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ รวมถึงห้องเก็บถ้วยรางวัล และห้องออกกำลังกาย ส่วนภายนอกบ้านก็จะมี สระว่ายน้ำ ยากูชี่ และอื่นๆ อีกเพียบ     เป็นไงกันบ้าง 5 อันดับบ้านสุดแพง ของบรรดานักเตะทีมขาติ ในศึกฟุตบอลโลก 2018 แต่ละหลังอลังการงารสร้างมาก เงินทองที่ได้มาจากการค้าแข้งของพวกเขา ก็กลับมาสู่ความสุขที่ได้สร้างบ้านด้วยน้ำแข้งของตัวเองจริงๆ  แล้วอย่าลืมเชียร์พวกเขาด้วยนะจ๊ะ....   เรียบเรียงเนื้อหาใหม่ โดย Review Your Living ขอบคุณ ข้อมูล และภาพประกอบจาก https://www.housenetwork.co.uk    

รีวิวที่อยู่อาศัย

ไอเดียแต่งบ้าน

ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

ซ่อมแซมห้องน้ำใหม่อย่างไร ให้รวดเร็ว จบงานภายใน 1 วัน!

“ห้องน้ำก็พังงงงงง แจ้งนิติก็ไม่ส่งช่างมาซ่อมให้สักที” สำหรับผู้ชายคงไม่มีอะไรรำคาญใจไปกว่าการฟังแฟนสาวพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ทุกวัน ปัญหาของผมก็คือแฟนสาวอยากซ่อมแซมห้องน้ำในคอนโดฯ ที่กระเบื้องแตกร้าว เลยอยากได้ความเร็ว จบงานภายใน 1 วัน หรือสามารถเปิดใช้งานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะห้องน้ำมีเพียงห้องเดียวและต้องใช้งานทุกวัน แจ้งให้ช่างนิติเข้ามาซ่อมก็ไม่มาสักที ซึ่งใครก็คงคิดว่าการปูกระเบื้องให้เร็ว จบงานใน 1 วัน นั้นเป็นเรื่องยากใช่ไหมครับ โดยเฉพาะการใช้กาวซีเมนต์ปูทับพื้นเดิม วิธีที่ค่อนข้างนิยมในงานซ่อมหรือรีโนเวทคอนโดที่ไม่สามารถรื้อกระเบื้องเก่าออกได้ง่ายนัก และไม่ต้องการเสียงดังในการก่อสร้าง หรือสร้างฝุ่นให้ต้องเก็บกวาดในภายหลัง ซึ่งต้องรอปูนกาวแห้งอย่างน้อย 1 วัน จึงสามารถเปิดใช้งานได้   แต่วันนี้ผลิตภัณฑ์ Jorakay ที่ผมบังเอิญเจอใน Facebook ทำให้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นของผมหมดไป จากการอ่านข้อมูลคร่าวๆ แล้วดูน่าสนใจเพราะช่วยร่นระยะเวลาได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน เลยเข้าไปดูในเว็บไซต์อ่านเรื่อง Express เพิ่มเติมสักหน่อย ก่อนจะตัดสินใจออกไปซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาใช้ โดยครั้งนี้ผมลองทำเอง ไม่ต้องจ้างช่างข้างนอกหรือเรียกช่างจากนิติ แฟนจะได้ไม่ต้องบ่นเรื่องเดิมซ้ำๆ และเฝ้ารอช่างอีกต่อไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผมเลือกใช้ก็คือ “กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส (Express crocodile)”   ทำไมต้อง กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส เพราะ กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส คือผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์ชนิดโพลิเมอร์ โมดิฟายด์ แห้งตัวได้เร็ว เน้นการใช้งานง่าย สะดวก เหมาะสำหรับคนเมืองที่อยากซ่อมแซมห้องน้ำ, โชว์รูม, ห้องอาหาร, ล็อปบี้ของโรงแรม, ห้างสรรพสินค้า ที่เป็นงานเร่งด่วนต้องการเปิดใช้งานเร็ว จบงานภายใน 1 วัน เนื่องจากปูนกาวทั่วไปต้องทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง จึงจะยาแนวได้ แต่กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวได้ภายใน 2-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและพื้นที่ ยิ่งถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เปิดใช้งานได้เร็วขึ้นภายใน 6-8 ชั่วโมง ทางแบรนด์จึงแนะนำให้ใช้คู่กันเพื่อให้จบงานได้เร็วที่สุด ซึ่งก็ตอบโจทย์ความต้องการของแฟนและผมได้ตรงจุด   ปูกระเบื้องได้ทุกชนิด ใช้ได้กับกระเบื้องขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผนังหรือพื้น สำหรับขั้นตอนการปูกระเบื้องก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากเลยนะครับ เพราะจะมีผลกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งานของกระเบื้อง ซึ่งวันนี้ผมก็นำข้อมูลดีๆ ในการปูกระเบื้องมาฝากด้วยครับ..   เตรียมพื้นผิวก่อนปูกระเบื้อง ขั้นตอนแรกคือควรตรวจสภาพพื้นผิวก่อนปูกระเบื้องว่าต้องไม่ให้มีผลต่อโครงสร้างหลัก พื้นที่ต้องการปูกระเบื้องต้องสะอาด ปราศจากฝุ่น, น้ำมัน, น้ำยาบ่มคอนกรีต, สี, เศษปูน และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ที่สำคัญก็คือเรื่องของความสะอาด เพราะถ้าเราเตรียมพื้นผิวไม่ดีพออาจจะเกิดปัญหากระเบื้องแตกหรือระเบิดอีกก็เป็นได้ ดังนั้นแนะนำให้ล้างทำความสะอาดพื้นผิวโดยใช้น้ำฉีด ขัดพื้นผิวให้สะอาด และกวาดน้ำที่ขังบนพื้นผิวให้หมดก่อนที่ใช้กาวซีเมนต์คุณภาพสูงกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส ที่เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ที่ต้องการใช้พื้นที่ด่วน เพราะยืดหยุ่นตัวสูง แห้งเร็วพิเศษ ใช้งานได้ทันใจและจะเพิ่มประสิทธิภาพของกาวซีเมนต์จระเข้มากยิ่งขึ้นก็ควรจะใช้กาวยาแนวที่เหมาะสมกันอย่างยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ด้วยนะครับ จะได้ใช้งานได้เร็ว จบงานภายใน 1 วัน   อัตราส่วนผสมหลัก ใช้กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส 20 กิโลกรัม ต่อน้ำ 4.6 ลิตร หรือ ปูน 3 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน โดยปริมาตร   ผสมอย่างมืออาชีพ เทปูนกาวซีเมนต์ลงในน้ำในขณะที่เปิดเครื่องผสม รอบต่ำประมาณ 150 รอบต่อนาที จะผสมให้เข้ากันดี หลังจากผสมแล้วควรใช้งานให้หมดภายใน 20-30 นาที โดยขึ้นกับอุณหภูมินะครับ และไม่ควรเติมน้ำหรือกาวซีเมนต์ลงไปอีกหลังจากเคมีบ่มตัวแล้ว   ปูกระเบื้องให้ถูกวิธี 1. ควรใช้เกรียงหวีด้านเรียบปาดกาวซีเมนต์ลงบนพื้นหรือผนังที่ต้องการปูกระเบื้อง ให้เพียงพอสำหรับกระเบื้องที่จะใช้ปูแต่ละครั้ง   2. ใช้ด้านหวีปาดเป็นร่องให้ทั่ว และครูดให้เป็นรอยทาง ตามตารางการใช้งาน เพราะจะทำให้กระเบื้องยึดเกาะและไม่มีช่องว่างโพรงอากาศเหลืออยู่   3. นำกระเบื้องปูบนกาวซีเมนต์ เคาะกระเบื้องให้ติดแน่นกับกาวซีเมนต์ กดกระเบื้องลงบนกาวซีเมนต์ควรแน่ใจว่าหลังกระเบื้องสัมผัสกับกาวซีเมนต์เต็มแผ่น   4. สามารถจัดกระเบื้องแต่ละแผ่นให้ตรงแนวตามต้องการภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที ก่อนกาวปูกระเบื้องจะแห้งสนิทและไม่ควรจัดหรือเคาะกระเบื้องอีกเมื่อเลยเวลาดังกล่าว ซึ่งกาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กซ์เพรส สามารถยาแนวกระเบื้องได้ภายใน 2 ชั่วโมง   5. ในกรณีต้องการเปิดพื้นที่อย่างเร่งด่วนควรยาแนวร่องกระเบื้องด้วยยาแนวจระเข้ เทอร์โบ พลัส (Fast Setting) เท่านั้น   สรุปว่า กาวซีเมนต์ จระเข้เอ็กเพรส มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นตัวสูง เมื่อใช้เกรียงหวีลากปูนกาว และนำแผ่นกระเบื้องวางทับบนปูนกาว กระเบื้องจะไม่ไหลตัวหรือหลุดออกจากผนังเลย ปูนกาวยึดเกาะเร็ว แถมยังแห้งเร็วพิเศษสำหรับงานเร่งด่วนจริงๆ อีกทั้งช่างปูยังมีเวลาปรับแก้ระดับกระเบื้องได้ ลดงานซ่อมที่ต้องเลาะกระเบื้องเนื่องจากปูที่ไม่ได้ระดับ โดยรวมแล้วรู้สึกว่าช่างสามารถทำงานง่ายและสะดวก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะ เพราะงานเสร็จไวไม่ยืดเยื้อ ที่สำคัญเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ยาแนว จระเข้ เทอร์โบ พลัส ควบคู่ไปด้วยก็ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพให้งานเสร็จเร็วขึ้นตามที่ทางแบรนด์เคลมไว้เลยครับ ซึ่งก็ถือว่าประทับใจผมกับแฟนมากทีเดียว เพราะสามารถเปิดใช้ห้องน้ำได้ตามปกติ ภายใน 1 วัน (ไม่รวมการปรับหรือเตรียมพื้นที่) ไม่ต้องฟังแฟนบ่นอีกต่อไป แบบนี้เอาคะแนนความพึงพอใจจากผมไปเลย 10 เต็ม 10! สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2IRkTgg หรือ www.facebook.com/jorakaypage

รอบรู้เรื่องบ้าน

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2561

ปฎิทินชีวิต: ฮวงจุ้ย อยู่ดีมีสุข ประจำวันที่ 18 - 24 มิถุนายน 2561

  สำหรับวันจันทร์ที่  18 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 6 ค่ำ เดือน 8 หากใครมีแพลนจะถมที่ดินหรือซ่อมแซมบ้านบอกเลยว่าเป็นสิริมงคลมาก โดยฤกษ์ที่ดีนั้นจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าไปจนถึง 9 โมงเช้า และบ่าย 3 โมง ไปจนถึง 1 ทุ่มตรง หรือถ้าใครไม่ว่างในช่วงเวลาดังกล่าว จะมีช่วงเวลาที่ดีอีกครั้งหนึ่งคือ 5 ทุ่ม ไปจนถึง ตี 1 ในส่วนของทิศที่เสริมโชคลาภในวันนี้คือ ทิศตะวันออก ส่วนทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิต ทั้งนี้สีที่ดีจะช่วยเสริมทรัพย์มากขึ้น ได้แก่ สีขาว บรอนซ์ หรือทอง ส่วนใครอยากเสริมโชคลาภควรเป็นสี แดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนใครที่กำลังเตรียมเปิดกิจการร้านค้า หรือได้รับตำแหน่งใหม่ อาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้  สำหรับหญิงที่มีครรภ์ควรเลี่ยงการทำอาหารที่ใช้ครก เครื่องบด หรือแม้กระทั่งกรงนกก็ไม่ควรเข้าใกล้ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ในวันนี้   สำหรับวันอังคารที่ 19 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 7 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังมองหาฤกษ์ตั้งเสาหรือคาน บ้าน ร้านค้า รวมทั้งซ่อมแซม  สามารถทำได้ในวันนี้จะช่วยเสริมสิริมงคล โดยฤกษ์ดีจะมีด้วยกัน 3 ช่วง คือ เริ่มตั้งแต่ตี 3 จนถึง ตี 5 จากนั้นเป็นช่วงเวลา 11 โมงถึง บ่าย 3 โมง และช่วงหัวค่ำคือ 1 ทุ่ม จนถึง 3 ทุ่ม หญิงที่มีครรภ์หลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก หรือเข้าโกดังเพราะ อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ทิศที่ช่วยเสริมให้ชีวิตดี และได้โชคลาภก้อนโตคือทิศใต้ สีฟ้า น้ำเงิน ดำ เป็นสีที่ช่วยเสริมความมงคล ส่วนสีเหลืองและน้ำตาลจะช่วยเสริมโชคลาภ ในวันนี้ใครที่จะเดินเรือหาปลาหรือขุดบ่อน้ำ ไม่เหมาะสมจะทำในวันนี้  เพราะอาจจะเกิดเคราะห์ร้ายได้   สำหรับวันพุธที่ 20 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ในวันนี้ใครที่จะก่อสร้างบ้าน ร้านค้า หรือรับตำแหน่งในอาชีพไม่เหมาะสม เพราะอาจจะเกิดปัญหา อุปสรรคได้ ควรทิ้งของเก่าในบ้าน หรือแก้ฮวงจุ้ยจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น  โดยฤกษ์ดีมี 3 ช่วง คือ เริ่มตั้งแต่ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า จากนั้นจะเป็นบ่ายโมงถึง บ่าย 3 โมง และตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึง ตี 1 หญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังการเข้าห้องน้ำ หรือเตียงนอน เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ทิศที่เป็นมงคลในวันนี้ คือทิศตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนทิศใต้จะเสริมโชคลาภ สีฟ้า น้ำเงิน ดำ จะช่วยเสริมสิริมงคลในชีวิต ส่วนสีเหลืองและน้ำตาลจะเสริมโชคลาภ   สำหรับวันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ในวันนี้มีการเซ็นสัญญาซื้อบ้าน คอนโดมิเนียม หรือจะตั้งเจ้าที่ เป็นวันนี้จะช่วยให้ชีวิตดี ไม่มีอุปสรรค โดยฤกษ์ดีจะมี 3 ช่วง คือ เริ่มตั้งแต่ 7 โมงถึง 11 โมง จากนั้นจะเริ่มบ่าย 3 โมงถึง 5 โมงเย็น  และช่วง 5 ทุ่ม ถึงถึงตี 1 หากใครที่ซื้อเตียงใหม่มาจะจัดเตียง หรือย้ายเตียง ไม่ควรทำในวันนี้ เพราะอาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้ หญิงที่มีครรภ์ควรระมัดระวังประตู และเตาไฟ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้  ทิศที่จะช่วยเสริมสิริมงคล คือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนทิศที่จะช่วยเสริมโชคลาภคือทิศตะวันออกเฉียงใต้ สีที่ช่วยเสริมในวันนี้คือ สีเขียวอ่อนและเขียวเข้ม ส่วนสีที่เสริมโชคลาภ คือ สีขาว บรอนซ์ และทอง สำหรับวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน ตรงกับขึ้น 10 ค่ำ เดือน 8 หากจะทาสีบ้าน  ซ่อมแซม หรือตั้งเตียงสามารถทำได้ในวันนี้ ซึ่งสีที่เหมาะสมคือ สีเขียวอ่อนและสีเขียวเข้ม ส่วนสีที่เสริมโชคลาภ คือ สีขาว บรอนซ์ และทอง โดยฤกษ์ที่ดีจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่ตี 1 ถึง ตี 3 จากนั้น 7 โมงเช้าถึง 11 โมง และ 5 โมงถึง 1 ทุ่ม ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จะช่วยเสริมสิริมงคล ส่วนทิศตะวันออกเฉียงใต้ จะช่วยด้านโชคลาภ  หญิงมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำอาหารด้วยครก เครื่องบด นอกจากนี้ต้องระมัดระวังประตู อีกด้วย ในวันนี้ใครที่จะเริ่มการเพาะปลูก ไม่ควรทำเพราะอาจจะเกิดอุปสรรค พืชผลไม่งอกงามได้   สำหรับวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน ตรงกับวันขึ้น 11 ค่ำ เดือน 8 หากใครที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างบ้าน หรือย้ายเตียงนอนใหม่ สามารถทำได้ ซึ่งทิศที่เหมาะสมในการก่อสร้างและย้ายเตียงคือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนทิศที่ช่วยเสริมโชคลาภ คือ ทิศตะวันตก โดยฤกษ์ที่ดีจะมี 3 ช่วง เริ่มตั้งแต่ตี 3 ถึง7 โมงเช้า จากนั้น 11 โมงถึงบ่าย 3 และ 1 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม สีที่ช่วยเสริมชีวิตควรเป็นสีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนสีที่เสริมสิริมงคล ควรเป็นสีฟ้า น้ำเงิน ดำ หญิงมีครรภ์ระมัดระวังการทำอาหารในห้องครัว และเลี่ยงการเดินใกล้กรงสัตว์ ส่วนใครที่จะทำการฟ้องร้องในวันนี้ไม่ควรทำ เพราะอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ สำหรับวันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน ตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 8 ใครที่กำลังจะสร้างหรือซ่อมแซมบ้านควรเริ่มทำในวันนี้ถือว่าเป็นฤกษ์ดี แต่ในวันนี้ไม่ควรย้ายบ้านเพราะ อาจจะเกิดปัญหาอุปสรรคได้ ในวันนี้ทิศใต้ จะเป็นทิศที่เป็นมงคลส่วนทิศตะวันตก จะช่วยในเรื่องโชคลาภ โดยฤกษ์ที่ดีจะมี 3 ช่วง คือ ตี 3 ถึง 7 โมงเช้า จากนั้นจะเป็นบ่ายโมง - 3 โมง และ 3 ทุ่ม - 5 ทุ่ม สีที่จะช่วยเสริมในวันนี้ คือ สีแดง ส้ม ชมพู และม่วง ส่วนสีที่เสริมสิริมงคล ควรเป็นสีฟ้า น้ำเงิน ดำ หญิงมีครรภ์ควรระมัดระวังเตียงนอน หรือเลี่ยงเดินใกล้โกดัง อาจเกิดอุบัติเหตุได้   ขอบคุณข้อมูลจาก อ.ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร    

การเลือกซื้อคอนโด เลือกอยู่ชั้นไหนเหมาะกับคุณสุดๆ

การเลือกซื้อคอนโด เลือกอยู่ชั้นไหนเหมาะกับคุณสุดๆ

การเลือกห้องชุด คอนโดมิเนียม มีหลักในการเลือกให้เหมาะสมกับตัวคุณเอง โดยยึกหลักฮวงจุ้ยได้ เลือกดีมีผลต่อการอยู่อาศัย อยู่ดีมีสุข ร่มเย็น เรามาลองดูว่า     เลือกซื้อห้องชุด คอนโดมิเนียม ชั้นไหนถูกโฉลกผู้อยู่ แบบไหน  ในการเลือกซื้อคอนโดนั้นตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ยังสามารถตัดสินใจซื้อได้ตามระบบธาตุ ธาตุดิน คือคอนโดที่เป็นสี่เหลี่ยม ควรซื้อชั้นที่ 5, 10, 15, 25 ธาตุไม้ คือคอนโดที่เป็นลักษณะสูง เป็นแท่งขึ้นไป ควรซื้อชั้นที่ 3, 8, 16, 38, 61 ธาตุทอง คือคอนโดทรงกลม ควรซื้อชั้นที่ 10, 15, 49, 94 อีกทั้งคอนโดที่มีการก่อสร้างเป็นลักษณะตัว U จะถูกตามหลักฮวงจุ้ย คือมีรูปลักษณะที่ดีเหมือนปากโอ่ง รับซ้ายขวามาเก็บไว้   ส่วนคนที่เกิดนักษัตรใด ควรเลือกซื้อคอนโดชั้นไหนจึงจะส่งผลดีต่อการอยู่อาศัย ปีชวด มะโรง วอก อยู่ในกลุ่มธาตุน้ำ ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 1 กับ 6 ทั้งหมด ปีฉลู ระกา มะเส็ง อยู่ในกลุ่มธาตุทอง ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 9 กับ 4 ทั้งหมด ปีขาล มะเมีย จอ อยู่ในกลุ่มธาตุไฟ ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 2 กับ 7 ทั้งหมด ปีเถาะ มะแม กุน อยู่ในกลุ่มธาตุไม้ ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 3, 8, 1 และ 6 ทั้งหมด   รวมทั้งในตัวคนเราจะมีกลุ่มถ่อฮวย คือ จุดเสน่ห์ ซึ่งคือทิศทางที่ทำให้นักษัตรเรามีพลัง ปีชวด มะโรง วอก มุมเสน่ห์ คือทิศตะวันตก ปีฉลู ระกา มะเส็ง มุมเสน่ห์ คือทิศใต้ ปีขาล มะเมีย จอ มุมเสน่ห์ คือทิศตะวันออก ปีเถาะ มะแม กุน มุมเสน่ห์ คือทิศเหนือ   ในทิศที่เป็นมุมเสน่ห์ต้องไม่ให้มีห้องน้ำ ถังขยะหรือสิ่งสกปรก ควรทำให้มีสิ่งเคลื่อนไหว มีสิ่งสวยงาม สดชื่นเช่นดอกไม้ เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวา ถ้าแก้ไม่ได้เช่นเป็นห้องน้ำ ต้องรักษาความสะอาด ฝาห้องน้ำต้องทำให้สวยงาม หาต้นไม้ ดอกไม้สวยๆ มาวางไว้ ไม่ใช้ต้นไม้แห้ง ต้นไม้ตายแล้ว คนจีนอาจจะใช้เป็นต้นกวนอิม คนอยากมีคู่อาจจะเป็นกุหลาบ หรือคนทำการค้า ต้องมองทิศนี้เป็นทิศพลังเพื่อเรียกลูกค้า วางสินค้าโชว์ มีของหอม มีดิสเพลย์สวยๆ รับลูกค้า เป็นต้น   ขอขอบคุณข้อมูลฮวงจุ้ยดีๆ จาก อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร

เรื่องควรรู้ที่อยู่อาศัย

Vertical House บ้านเดี่ยวทำเลคอนโด

Vertical House บ้านเดี่ยวทำเลคอนโด

ทุกวันนี้ทำเลโครงการบ้านเดี่ยวอยู่ห่างออกไปไกลจากตัวเมืองไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ หลายโครงการต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักเวลาเดินทางเข้า-ออก เพราะเรื่องของที่ดินที่ต้องมีพื้นที่ใหญ่มากพอที่จะสามารถนำมาพัฒนาเป็นโครงการบ้านเดี่ยวนั้นนับวันก็ยิ่งหายากกันเหลือเกินโดยเฉพาะทำเลกลางเมือง แต่ทุกวันนี้ยังมีโครงการบ้านเดี่ยวแบบที่เรียกกันว่า Vertical House เป็นโครงการที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีทั้งเรื่องทำเล และยังเหมาะสำหรับคนที่ชอบอยู่บ้านเดี่ยวได้พื้นที่ใช้สอยเยอะๆ ด้วยค่ะ   Vertical House เป็นคำนิยามสำหรับบ้านเดี่ยวในลักษณะทรงสูงขึ้นไป เพราะอยู่ในที่ดินขนาดจำกัด จึงต้องขยายพื้นที่ใช้สอยด้วยการเพิ่มพื้นที่ในแนวสูงแทน ซึ่งโครงการประเภทนี้ในบ้านเรามักจะตั้งอยู่ในทำเลย่านกลางเมืองที่มีราคาที่ดินสูงทีเดียว และยังมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดจึงทำให้ต้องพัฒนาเป็นโครงการระดับลักชัวรี่ขึ้นไป โดยจะเห็นได้จากโครงการที่เรายกตัวอย่างมาให้ดูกันในบทความนี้ค่ะ   D8 จากบริษัท เดวา เรียลเอสเตท เดวา เรียลเอสเตท เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ที่ประเดิมโครงการแรกด้วยโครงการระดับ "Luxury Vertical House" ชื่อโครงการ D8 เป็นบ้านเดี่ยว 5 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 700 ตร.ม. 4 ห้องนอน 9 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 6 คัน มีทั้งลิฟท์, สระว่ายน้ำ และสวนย่อมส่วนตัวในบ้าน ทั้งหมด 6 ยูนิต ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 88 ติดกับทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งมีการออกแบบมาสำหรับครอบครัวใหญ่ทั้ง 3 เจนเนอเรชั่น ให้ทุกคนในครอบครัวได้อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ราคาประมาณ 39.9 ล้านบาท   LEROY Ruamrudee จากฮาบิแททกรุ๊ป ปกติแล้วฮาบิแททกรุ๊ปคือ Developer ที่พัฒนาโครงการอยู่ในพัทยา แต่ในปีนี้เป็นครั้งแรกที่มาชิมลางลงโครงการในกรุงเทพฯ กันบ้าง เริ่มด้วยโครงการบนทำเลสุดพรีเมี่ยมภายในซอยร่วมฤดี อย่าง LEROY Ruamrudee บ้านเดี่ยว 7 ชั้น 6 ห้องนอน ทั้งหมด 2 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยกว่า 2,160 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 108 ล้านบาท   zilhouette ทองหล่อ 25  จากบริษัทเปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บ้านเดี่ยว 7 ชั้น ทั้งหมด 3 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 608 ตร.ม. 4-5 ห้องนอน 7-8 ห้องน้ำ จอดรถได้ 4-6 คัน ตัวอาคารล้อมรอบด้วยกระจก เน้นความโปร่งโล่ง สไตล์ Sophisticated Modern Luxury เน้นความเรียบหรู โมเดิร์น ใส่นวัตกรรมต่างๆ ลงไปมากมาย ที่ตั้งอยู่ซอยทองหล่อ 25 ราคาประมาณ 70 ล้านบาท   Arna Ekamai จากบริษัทดีเวล แกรนด์แอสเสท จำกัด บ้านเดี่ยว 3-4 ชั้น ทั้งหมด 11 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 390 ตร.ม. 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ จอดรถได้ 3-4 คัน โครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 65 ซึ่งสามารถทะลุออกไปยังเอกมัยและซอยสุขุมวิท 71 ได้ ตัวอาคารออกแบบสไตล์โมเดิร์นเล่นกับแสงเงา ให้ได้รับแสงธรรมชาติ และความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท   เราจะสังเกตได้ว่า โครงการสไตล์ Vertical House มักจะถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ สามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายในทุกช่วงวัยของครอบครัว ตามมาด้วยที่จอดรถไม่ต่ำกว่า 3 คัน ซึ่งดูสมเหตุสมผลกับการอาศัยอยู่กันหลายคน โดยแต่ละยูนิตจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ในบ้านของตัวเองเลย เช่น ลิฟท์โดยสาร, สวนสีเขียว, สระว่ายน้ำ และห้องนอนก็มีห้องน้ำในตัวมาให้ทุกห้อง รวมถึงห้องนอน ห้องน้ำสำหรับแม่บ้านโดยเฉพาะจึงไม่จำเป็นจะต้องมีพื้นที่ส่วนกลางเหมือนโครงการบ้านเดี่ยวทั่วไป มาพร้อมดีไซน์อันเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น โดดเด่นที่ฟังก์ชั่นครบครัน   แม้ว่าโครงการลักษณะนี้จะยังถือว่ามีไม่มากนัก เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมในทำเล และราคาใน Segment เดียวกัน แต่เชื่อค่ะว่าจะทยอยเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ เพราะสามารถตอบโจทย์ได้ดีทั้งเรื่องของพื้นที่ใช้สอย ฟังก์ชั่น พื้นที่จอดรถ ความเป็นส่วนตัว และทำเล เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนกระเป๋าหนักค่ะ