ไฮไลท์

บ้าน Nirvana BEYOND Rama 2 ความสุขที่เป็นมากกว่าบ้านเดี่ยว

บ้าน Nirvana BEYOND Rama 2 ความสุขที่เป็นมากกว่าบ้านเดี่ยว

เพราะบ้านคือสถานที่แห่งความสุขและจะอยู่คู่กับเราไปอีกหลายสิบปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากคนรุ่นใหม่จะเลือกบ้านที่สมบูรณ์พร้อม ทั้งเรื่องของทำเลที่ต้องเดินทางรวดเร็วเชื่อมต่อชีวิตเมืองเป็นเรื่องง่าย ความสวยงามของดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานในบ้าน ความเงียบสงบที่ชวนให้ทุกวันเป็นวันพักผ่อน หรือแม้กระทั่งสังคมเพื่อนบ้านที่เราสามารถออกแบบเองได้รวมไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสบายโดยรอบต้องครบครัน ซึ่งการจะหาบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการและตรงกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะวันนี้เรามีบ้านเดี่ยว “Nirvana BEYOND Rama 2 (เนอวานา บียอนด์ พระราม 2)” โครงการระดับลักซ์ชัวรี่ของ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) ที่มีสภาพแวดล้อมสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดในโซนพระราม 2 มาแนะนำในวันนี้สำหรับโครงการ “เนอวานา บียอนด์ พระราม 2” ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่พระราม 2 ฝั่งขาออกเมืองที่มุ่งหน้าไปทางสมุทรสาคร ระหว่างทางแยกไปถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล หรือทางผ่านจากกรุงเทพไปชะอำ-หัวหิน โดยทำเลฝั่งพระราม 2 ถือว่าเป็นทำเลฝั่งธนทางตอนใต้ที่เหล่าดีเวลลอปเปอร์สนใจลงทุนพัฒนาเป็นอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยทั้งโครงการบ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมต่างๆ จุดเด่นคือมีถนนให้สามารถเลือกใช้และเชื่อมต่อไปได้หลายเส้นทาง อาทิ ถนนบางขุนเทียน, วงแหวนรอบนอก, ถนนพุทธบูชา, ถนนประชาอุทิศ, ถนนสุขสวัสดิ์ที่มีรถไฟฟ้าสายสีม่วงวิ่งผ่าน แถมยังอยู่ไม่ไกลจากจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครด่านพระราม 2 ที่สามารถใช้วิ่งเข้าเมือง ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาตรงไปถนนสาทร และถนนพระราม 3 ได้สะดวก ทำให้การเดินทางโดยใช้รถยนต์เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆในส่วนของการเดินทางด้วยรถสาธารณะก็จัดว่าสะดวกสบายไม่แพ้กันเลยนะคะ เพราะอย่างที่บอกว่าตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนใหญ่อย่างถนนพระราม 2 ที่มีหลายเลนส์ ทำให้มีรถโดยสารประจำทาง รถตู้ และรถสองแถววิ่งผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก แม้ตัวโครงการจะตั้งอยู่ฝั่งขาออกเมืองแต่บริเวณหน้าโครงการยังมีป้ายรถเมล์ และสะพานลอยให้ข้ามไปฝั่งตรงข้ามเพื่อเข้าเมืองได้สะดวก ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางคมนาคมอย่างเส้นทางรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดินนะคะ แต่ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน – ราษฎร์บูรณะ วิ่งผ่านบนถนนสุขสวัสดิ์นี้แน่นอนค่ะ โดยสถานีที่อยู่ใกล้โครงการคือสถานีดาวคะนอง เรียกได้ว่าถ้าก่อสร้างเสร็จเมื่อไหร่ การเดินทางก็ยิ่งเป็นเรื่องง่ายและสะดวกมากขึ้นเท่านั้นในเรื่องของอาหารการกินก็ไม่น้อยหน้าการเดินทางเลยนะคะ เพราะพิกัดใกล้ๆ โครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไม่ว่าจะเป็น Tesco Lotus (ห่างจากโครงการประมาณ 900 เมตร) หรือ Big C ฝั่งตรงข้ามที่สามารถเดินได้ประมาณ 700 เมตรเท่านั้น แถมยังมี HomePro, Central พระราม 2 ที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 2 และห่างจากที่ตั้งโครงการในรัศมี 2 กิโลเมตร นับว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลชั้นนำมากมาย อาทิ โรงพยาบาลพระราม2, โรงพยาบาลบางมด, โรงพยาบาลบางปะกอก 9 International, โรงพยาบาลบางปะกอก 1 และโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ขยับไปอีกหน่อยก็มีสถานศึกษาชั้นนำอย่างโรงเรียนสวนกุหลาบธนบุรี รวมไปจนถึงสถาบันพระจอมเกล้าธนบุรีอยู่ตรงถนนประชาอุทิศ ก็ล้วนแต่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างแท้จริง   ภาพรวมโครงการ โครงการ “เนอวานา บียอนด์ พระราม 2” เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่คุณจะมีเพื่อนบ้านร่วมแบ่งปันความสุขเพียง 120 หลังเท่านั้น จึงได้เปรียบเรื่องความเป็นส่วนตัว เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง บนเนื้อที่โครงการประมาณ 42 ไร่ สามารถเข้าถึงได้ทางเดียวจากถนนพระราม 2 ฝั่งมุ่งหน้าไปทางสมุทรสาคร ปัจจุบันเป็นโครงการที่แล้วเสร็จประมาณหนึ่ง และยังมียูนิตที่กำลังก่อสร้างเป็น Backlog อีกนิดหน่อยค่ะ การจัดสัดส่วนของโครงการบริเวณซุ้มทางเข้าจะมีป้อมยามตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทางเข้า-ออก โดยอุ่นใจไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกล้องวงจรปิด CCTV และประตู Double Gate Security เป็นแบบ Remote access ระยะไกลแบบ Easy pass ที่จะเลื่อนประตูหน้าโครงการให้รถสามารถเข้าไปได้ซุ้มทางเข้าโครงการจะเป็นซุ้มสไตล์โมเดิร์น ที่ดูโดดเด่นด้วยหลังคาขนาดใหญ่ปกคลุมทั้งทางเข้า-ออกเลยนะคะ ขวามือเป็นป้ายชื่อ Nirvana และซ้ายมือคือป้ายชื่อโครงการ Beyond นั่นเองค่ะ โดยป้อมรปภ.จะอยู่ทางขวาใกล้กับประตูเล็กๆ ค่ะผ่านซุ้มรปภ. และประตูเลื่อนหน้าโครงการเข้ามาจะเป็นถนนหลักของโครงการที่กว้างประมาณ 13 เมตรเมื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและเพียบพร้อมไปด้วยความสุขของทุกคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ทางโครงการยังจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางให้ตอบทุกความต้องการของไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน ลูกบ้านทุกหลังจึงสามารถมาทำกิจกรรมที่หลากหลายในบริเวณ Club House 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่บริเวณขวามือติดซุ้มทางเข้าออกโครงการ ประกอบไปด้วยสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน, ห้องฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายครบครัน รวมไปถึงสวนสาธารณะขนาดกว้างที่มีพื้นที่ให้เดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย และกิจกรรมอื่นๆ ของเด็กเล็กติดซุ้มโครงการฝั่งขวามือเป็น Clubhouse ภายในรองรับที่จอดรถได้ประมาณ 6 คัน ซึ่งแบ่งห้องออกเป็นห้องฟิตเนส ห้องรับรอง ห้องน้ำ และส่วนที่นั่งพักผ่อนชมสวน ส่วนชั้น 2 จะมีสระว่ายน้ำและ Sunken seat รวมถึงพื้นที่ล้างตัวและห้องน้ำค่ะภายในห้องฟิตเนสโอบล้อมด้วยกระจกใส ให้ลูกบ้านสามารถออกกำลังกายไปด้วยชมวิวไปด้วยได้อย่างเพลิดเพลินนอกจากสามารถมองวิวสวนได้อย่างจุใจแล้ว ภายในห้องฟิตเนสเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายอย่างครบครันเลยนะคะด้านหน้าระหว่างห้องรับรองและห้องฟิตเนสทางโครงการได้จัดเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้นั่งพักผ่อนด้วยค่ะวิวสวนบริเวณ Clubhouse ค่ะจากสวนมองกลับไปที่ Clubhouse ของโครงการค่ะเมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมาชั้น 2 ฝั่งขวามือจะเป็นสระว่ายน้ำที่มีทั้งส่วนกลางแจ้งและในร่ม พร้อมที่นั่งพักผ่อนในร่มข้างสระติดกับทางขึ้นลงคลับเฮ้าส์ จะมีชุดที่นั่งแบบ Sunken Seat วิวสวนอยู่สระว่ายน้ำเป็นสระระบบเกลือแบบน้ำล้นนะคะ แบ่งออกเป็นสะเด็กและผู้ใหญ่ข้างสระอีกฝั่งด้านซ้ายจะมีห้องน้ำและจุดล้างตัวนะคะบริเวณข้างสระด้านขวาจะมีที่นั่งในร่มด้วยค่ะที่นั่งในร่มข้างสระใช้กันแดดกันฝนได้ มีทั้งโซฟาแบบ Day bed และแบบม้านั่งยาวๆจากที่นั่งในร่มข้างสระมองไปที่สระ จะเห็นว่ามีทั้งส่วนในร่มและกลางแจ้งแบบนี้เลยนะคะ ข้อดีคือทำให้สามารถใช้สระว่ายน้ำได้ทุกเวลา หากอากาศร้อนก็หลบเข้ามาใช้งานในส่วนร่มได้จากสวนหย่อมตรงเข้าไปส่วนของบ้านพักอาศัยจะมีประตูเลื่อนบานที่ 2 กั้นกลางอยู่ก่อนจะแบ่งบ้านออกเป็นฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ซึ่งน่าจะเป็นโครงการบ้านในแนวราบสร้างใหม่ที่โดดเด่นและน่าสนใจในแถบนี้เลยก็ว่าได้  โดยมีแบบบ้านให้เลือกถึง 8 แบบทั้งบ้าน 2 ชั้นและ 3 ชั้น ตามพื้นที่ใช้สอยดังต่อไปนี้..จาก Clubhouse เดินตรงมาบนถนนหลัก กว้าง 13 เมตร จะเป็นประตูเลื่อนชั้นที่ 2 ที่กั้นส่วนอาคารที่พักอาศัยไว้อีกชั้นเพื่อความปลอดภัยอีกระดับนะคะ ระบบรักษาความปลอดภัยจะเป็นแบบ Double gate secuity โดยประตูใหญ่จะถูกเลื่อนจากสัญญาณของ Remote access เหมือน Easypass ของทางด่วนเลยค่ะ ซึ่งจะเห็นว่าภายในโครงการไม่มีเสาไฟมาให้เกะกะสายตาเลย เพราะทางโครงการฝังเสาไฟฟ้าลงดินให้เรียบร้อยแล้วแบบบ้าน Sane บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 2 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 52 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 232 ตารางเมตรแบบบ้าน Reach บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 73 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 289 ตารางเมตรแบบบ้าน Quest บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 102 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 365 ตารางเมตรแบบบ้าน Keen บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 50.7 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 311 ตารางเมตรแบบบ้าน Niche บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 2 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 52.5 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 317 ตารางเมตรแบบบ้าน Live บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 61.3 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 357 ตารางเมตรแบบบ้าน Most บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 71.2 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 418 ตารางเมตรแบบบ้าน Pride บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน มาพร้อมลิฟท์ส่วนตัว และสระว่ายน้ำ เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 89.3 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 550 ตารางเมตรเปิดประตูบ้านตัวอย่าง สำหรับบ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมในวันนี้คือแบบ Pride บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ที่นับว่าเป็นบ้านขนาดใหญ่ที่สุดของโครงการ ขนาดที่ดิน 89.3 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 550 ตารางเมตร ประกอบด้วย 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน 3 ที่จอดรถ มาพร้อมลิฟท์ 1 ตัว และสระว่ายน้ำส่วนตัวด้วยค่ะ ถ้าผ่านรั้วบ้านเข้ามาจะเป็นพื้นที่จอดรถและมีพื้นที่สีเขียวรอบบ้านรวมถึงต้นไม้ใหญ่รายล้อมอยู่รอบๆ บริเวณบ้าน ตัวบ้านถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ ลักษณะทรงกล่องที่ดูเรียบง่าย โดยเน้นพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก และใช้วัสดุที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นผนังฉาบปูนเรียบทาสีขาว กระเบื้องลายไม้และลายหินอ่อนเพื่อเพิ่มความหรูหราและเติมมิติให้แก่ตัวบ้านดูมีรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจุดเด่นของแบบบ้าน Pride จะมีบันไดหน้าเฉลียงติดประตูทางเข้าบ้านชั้น 1 เพื่อใช้ขึ้นไปชั้นสระว่ายน้ำที่ชั้น 2 ได้ ข้อดีของการออกแบบบันไดไว้หน้าบ้านแบบนี้ ก็ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวได้ดีในระดับหนึ่งเลยนะคะ เพราะเวลามีแขกมาเยี่ยมเยียน สมาชิกก็สามารถเลี่ยงโดยใช้บันไดนี้เข้าสู่ตัวบ้านชั้น 2 ได้แปลนแบบบ้าน Pride บ้านเดี่ยว 3 ชั้น จำนวน 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 3 คัน มาพร้อมลิฟท์ส่วนตัว และสระว่ายน้ำ เนื้อที่บ้านเริ่มต้น 89.3 ตารางวา พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 550 ตารางเมตร บริเวณชั้น 1 นะคะตัวบ้านถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย ในสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี่ โดยใช้รูปทรงเลขาคณิตอย่างสี่เหลี่ยมเป็นองค์ประกอบ จุดเด่นคือมีบันไดที่สามารถขึ้นไปที่ระเบียงชั้น 2 ได้ โดยมีสระว่ายน้ำกรุด้วยหินอ่อนรอบสระ ตัวอาคารตกแต่งตกแต่งด้วยสีขาวตัดด้วยสีวัสดุทั้งจากลายไม้ และหินอ่อน ทำให้ตัวบ้านดูหรูหราและสง่างามบริเวณหน้าบ้านจะมีทางเข้าด้วยกันสองทางคือจากประตูบานไม้ และทางบันไดหินอ่อนจากหน้าบ้านขึ้นไปที่ข้างสระว่ายน้ำชั้น 2พื้นส่วนลานจอดรถแยกโครงสร้างกับตัวบ้านนะคะ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีรอยร้าวหรือรอยแยกออกมาจากตัวบ้านในระยะยาว ซึ่งสามารถจอดรถได้ 3 คันสวนข้างลานจอดรถฝั่งขวามือของบ้านตัวอย่าง ทางโครงการได้ทำการปูหญ้า จัดสวน และวางแผ่นหินและรั้วพุ่มไม้เป็นทางเดินไปสวนข้างบ้านมาให้ดูเป็นไอเดียเปิดประตูบ้านเข้ามาจะเป็นโถงทางเข้าตรงยาวเข้าไปเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ Built in ตู้เก็บของพร้อมที่นั่งใส่รองเท้ามาให้ดูเป็นตัวอย่างมุมมองกลับมาจะเห็นว่ามือจับประตูบ้านนั้นเป็นแบบ Digital Door Lock ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกคนในบ้านได้ดีทีเดียวค่ะสำหรับพื้นส่วนนี้จะถูกลดระดับลงมาจากพื้นบ้านชั้น 1 เพื่อช่วยกันฝุ่นเข้าสู่ตัวบ้านนะคะจากทางเดินเข้ามาจะเป็นส่วนของโถงกลางที่มีเพดานสูงถึง 3 เมตรเลยนะคะ ทำให้ดูโปร่งโล่งสบาย ซึ่งทางโครงการตกแต่งส่วนนี้เป็นตัวอย่าง โดยจัดให้เป็นครัวแบบฝรั่ง ที่มีเคาน์เตอร์สำหรับนั่งรับประทานอาหารและไอส์แลนด์เตรียมอาคารไว้ตรงกลาง ก่อนจะต่อเนื่องไปยังโต๊ะรับประทานอาหาร และส่วนของ Pantryไอส์แลนด์จะมาพร้อมที่เก็บของด้านล่างด้วยนะคะพื้นที่ตรงกลางมีขนาดกว้างพอสำหรับวางชุดโต๊ะรับประทานอาหารแบบโต๊ะกลมสำหรับ 8 ที่นั่ง ซึ่งสามารถเดินได้โดยรอบสบายๆPantry ถูกจัดฟังก์ชั่นแบบตัวแอล (L) ยาวขนานไปกับผนังฝั่งหนึ่ง ซึ่งเหมาะสำหรับวางเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำกาแฟ เครื่องปิ้งขนมปัง เตรียมอาหาร หรือวางอุปกรณ์ต่างๆ ได้สำหรับชุดครัวอีกฝั่งจะมีเตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล่างจาน ซึ่งสามารถประกอบอาหารได้สบายๆภายในครัวปิดก่อเคาน์เตอร์วางท็อปหินแกรนิตสีดำ พร้อมหน้าบานปิดช่องเก็บของมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ พื้นที่ฝั่งตรงข้ามจะโล่งๆ เหมาะแก่การวางตู้เย็น ส่วนพื้นที่ในสุดจะมีประตูเปิดออกไปลานซักล้างข้างบ้านได้ที่ลิ้นชักมีช่องแบ่งช้อนส้อมและเก็บจานชามติดมาให้เรียบร้อยก็อกน้ำจะเป็นโครเมียมที่นอกจากหมุนซ้ายขวาได้แล้ว ยังสามารถยกตัวก็อกน้ำออกมาได้เหมือนฝักบัวได้อีกด้วยติดกับโต๊ะรับประทานอาหารจะมีประตูบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียม ลูกฟักกระจกเขียวตัดแสงที่สามารถเปิดออกไปสวนข้างบ้าน และเปิดเพื่อรับลมเข้าสู่ตัวบ้าน ข้อดีของการมีประตูและหน้าต่างกระจกใสคือช่วยทำให้บ้านไม่ดูทึบตัน ไม่ต้องพึ่งแสงประดิษฐ์ในเวลากลางวันสำหรับพื้นที่ด้านนอกทางโครงการจัดตัวอย่างไว้ให้เป็นมุมรับประทานอาหารแบบ 10 ที่นั่ง พร้อมตกแต่งผนังส่วนที่ว่างเป็นสวนแนวตั้งเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่บ้านมองขึ้นไปด้านบนก็จะเป็นทางเดินที่เชื่อมระหว่างห้องรับแขกชั้น 2 และห้องนอน Master bedroom เพื่อความเป็นส่วนตัวของห้องนอนใหญ่ ใต้สะพานจะเห็นว่ามีลำโพง Bose แบบ Bluetooth จาก Sonos ติดไว้สำหรับจัดปาร์ตี้หรือเปิดเพลงฟังเวลานั่งพักผ่อนนอกบ้านได้ติดกับมุมรับประทานอาหาร ทางโครงการทำ Pavillion เป็นโซฟากว้างรูปตัว U พร้อมหลังคากันแดดกันฝนมาให้ดูเป็นไอเดียกลับเข้ามาด้านใน ฝั่งตรงข้ามครัวและส่วนห้องรับประทานอาหารจะเป็นบันไดทางขึ้นไปชั้น 2 และลิฟท์โดยสารในบ้าน ซึ่งจะมีเฉพาะบ้านแบบ Pride ซึ่งเป็นแบบบ้านที่ใหญ่ที่สุดในโครงการหลังนี้เท่านั้นพื้นที่ติดกับลิฟท์จะเป็นโถงทางเดินซึ่งมีห้องครัวแบบปิด, ห้องน้ำชั้นล่าง และห้องนอนชั้นล่างสำหรับครัวจะมีประตูบานเลื่อนเปิดปิดปิดด้วยนะคะ ซึ่งเหมาะกับการประกอบอาหารไทยที่มีกลิ่นแรงเปิดประตูด้านหลังออกมาจะเป็นส่วนลานหลังบ้านทางโครงการออกแบบพื้นเฉลียงปูกระเบื้องและลานคอนกรีตแยกโครงสร้างกับตัวบ้าน ติดไฟสำหรับตอนกลางคืนและเตรียมเต้าเสียบปลั๊กไฟมาให้เรียบร้อยกลับเข้ามาด้านใน ถัดจากครัวจะเป็นห้องน้ำชั้นล่างนะคะห้องน้ำชั้นล่างเป็นห้องน้ำแบบไม่มีส่วนอาบน้ำนั่นเองค่ะ สเป็ควัสดุห้องน้ำได้ตามนี้ค่ะ คือพื้นและผนังเป็นหินอ่อนสีครีมเทาติดกับห้องน้ำชั้นล่าง พื้นที่ในสุดจะเป็นห้องอเนกประสงค์ของบ้านนะคะ ซึ่งเหมาะที่จะใช้เป็นห้องนอนสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากไม่ต้องให้ผู้สูงอายุต้องขึ้นลงบันได แต่บางบ้านที่ไม่มีผู้สูงอายุก็อาจประยุกต์ใช้เป็นห้องนอนแขก ห้องทำงาน หรือห้องเลี้ยงเด็กก็ได้นะคะภายในห้องมีขนาดกว้างใหญ่เลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 6 ฟุตไว้เป็นตัวอย่าง จากรูปจะเห็นว่ามีพื้นที่เหลือสำหรับวางโซฟาตัวยาว และโต๊ะกลางได้อีกด้วยมุมนั่งเล่นข้างเตียงสามารถจัดวางชุดเก้าอี้และโซฟาตัวยาวได้สบายๆ ติดกันนั้นเป็นเป็นประตูบานเลื่อนออกไปยังสวนข้างนอกได้ การมีประตูกระจกทำให้มีแสงจากธรรมชาติเข้ามาภายในห้องได้ดีพื้นที่ตรงข้ามกับมุมนั่งเล่นจะมีเคาน์เตอร์เล็กๆ ที่สามารถวางเครื่องทำกาแฟ รวมถึงใส่ตู้เย็นขนาดเล็กที่ใส่ใต้ล่างได้ด้วยมุมมองจากมุมนั่งเล่นกลับไปด้านในตัวห้อง พื้นที่ใต้แอร์ก็จะมีโซฟาตัวยาวแบบไม่มีพนัก เหมาะสำหรับรองรับพยาบาลประจำตัวหรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ ติดกันนั้นมีพื้นที่ที่สามารถจัดเป็นมุมแต่งตัวได้สบายๆ ส่วนทางขวามือ ตรงกลางเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ติดทางเข้าห้องน้ำในตัวนอกจากจัดสรรพื้นที่ให้เป็นที่นั่งพักผ่อนแล้วยังสามารถจัดพื้นที่ด้านข้างให้เป็นโต๊ะทำงานที่เชื่อมต่อกับชั้นวางทีวีได้อีกด้วยตู้เสื้อผ้าภายในบ้านตัวอย่างจัดมาแบบ Built in ที่เป็นบานดึงออกนะคะ ซึ่งพื้นที่ตรงกลางจัดให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ด้านหลังกระจกเป็นหน้าต่างกระจกใสทำให้มีแสงธรรมชาติเข้ามา ช่วยให้ห้องสว่างและแต่งหน้าได้ง่ายขึ้นห้องน้ำมีขนาดใหญ่ทีเดียวค่ะ ซึ่งมีส่วนอาบน้ำพร้อมแยกส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้ สุขภัณฑ์เป็นของ Kohler ผนังห้องน้ำปูกระเบื้องลายหินอ่อนโทนสีครีม พื้นห้องลดระดับลงต่ำกว่าส่วนห้องนอนประมาณ 5 เซนติเมตร ส่วนพื้นห้องน้ำปูเป็นกระเบื้องโมเสกยาวชิ้นเล็กๆ ไล่สีโทนสีครีม เทา ทอง บ่งบอกถึงความหรูหราพื้นที่ส่วนเปียกจะกั้นฉากกั้นอาบนำ้กระจกเทมเปอร์มาให้แล้วนะคะ โดยพื้นส่วนเปียกจะลดระดับลงไปประมาณ 5 เซนติเมตรภายในห้องอาบน้ำมีการก่อปูนขึ้นมาเป็นที่นั่งให้ผู้ใหญ่นั่งอาบน้ำได้สบายๆ มีช่องแสงด้านบนเป็นหน้าต่างบานเลื่อนส่วนสำคัญอีกส่วนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือพื้นที่ชั้นสอง ที่ทางโครงการตั้งใจออกแบบไว้ให้พื้นที่ตรงนี้ มีทางขึ้นมา 3 ทาง คือขึ้นบันไดหน้าบ้านมา, ขึ้นบันไดในบ้าน และใช้ลิฟท์ โดยชั้น 2 ส่วนหน้าบ้านเลยจะเป็นสระว่ายน้ำและระเบียงสำหรับนั่งพักผ่อน ถัดเข้าบ้านมาเป็นส่วนห้องรับแขกขนาดใหญ่ ด้านหลังจะมีบันไดขึ้นไปชั้น 3 และมีทางเดินเชื่อมผ่าน Court ตรงกลางบ้านไปยังห้อง Master bedroom ที่อยู่ด้านหลังบ้าน ภายในจะมีพื้นที่วางเตียงนอน ชุดโซฟา มุมห้องทำงาน พื้นที่ Walk-in Closet และห้องน้ำในตัวแบบ Full Bath ที่ให้อ่างอาบน้ำมาให้ด้วยค่ะแปลนแบบบ้าน Pride บริเวณชั้น 2 นะคะ จุดเด่นคือมีทางขึ้นได้ 3 ทาง คือขึ้นบันไดหน้าบ้าน บันไดในบ้าน และลิฟท์ โดยชั้น 2 ส่วนหน้าบ้านจะเป็นสระว่ายน้ำและระเบียงสำหรับนั่งพักผ่อน ถัดเข้าบ้านมาเป็นส่วนห้องรับแขกขนาดใหญ่ ด้านหลังจะมีบันไดขึ้นไปชั้น 3 และมีทางเดินเชื่อมผ่าน Court ตรงกลางบ้านไปยังห้อง Master bedroom ด้านหลังเมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมาจะเจอส่วนหน้าลิฟท์ชั้น 2 ที่มี Built in ชั้นวางของสูงจรดเพดานมาให้ ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ดีทีเดียวค่ะพื้นที่บริเวณโถงกลางของชั้น 2 จะเป็นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ซึ่งทางโครงการตกแต่งบ้านตัวอย่างให้เป็นไอเดียโดยวางโซฟารูปตัว L ขนาด 6 ที่นั่ง พร้อมเก้าอี้อาร์มแชร์ และโต๊ะกลางมาให้เห็นระยะที่สามารถใช้งานได้จริงและสะดวกสบายระยะห่างจากโซฟาถึงคอนโซลทีวีมีระยะประมาณ 2 เมตรกว่าๆ ซึ่งลูกบ้านสามารถวางทีวีจอใหญ่ขนาด 50 นิ้วขึ้นไปได้เลยค่ะติดกับบริเวณคอนโซลทีวีจะมีประตูออกไปสระว่ายน้ำชั้น 2 ซึ่งเป็นแบบก้านโยกนะคะ โดยทุกจุดของประตูและหน้าต่างในบ้านจะมีแผ่นแม่เหล็กที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบกันขโมยแบบ Magnetic Shock Sensor ติดมาให้ เพื่อเพิ่มระบบการรักษาความปลอดภัยอีกระดับเปิดประตูออกมาจะเป็นระเบียงที่เชื่อมอยู่ระหว่างบันได้ทางขึ้นจากเฉลียงหน้าบ้านชั้นล่าง และสระว่ายน้ำด้านซ้ายค่ะทางเดินเมื่อไต่บันไดขึ้นไปบริเวณข้างสระจะปูด้วยไม้เทียม ซึ่งมีความทนทานเวลาโดนน้ำ และมีมุมให้วางชุดที่นั่งข้างสระได้ ด้านบนมีชายคาระเบียงยื่นออกมาบังแดดบังฝนให้กับทางเดินและที่นั่งพักผ่อนข้างสระสระว่ายน้ำเป็นสระกลางแจ้งขนาดประมาณ 3 x 4 เมตร พื้นสระปูกระเบื้องโมเสกสีน้ำเงินฟ้า ขอบสระกรุหินอ่อนสีดำที่ดูหรูหรากลับเข้ามาด้านใน พื้นที่ด้านหลังมุมนั่งเล่นจะเป็นบันไดขึ้นไปชั้น 3 ส่วนทางเดินทอดยาวตรงไปนั้นจะเป็นทางเดินเชื่อมไปห้องนอนใหญ่เปิดประตูเข้ามาในห้องนอนใหญ่จะเจอมุมนั่งเล่นก่อนนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเตียงขนาด 6 ฟุตไว้เป็นตัวอย่าง จากภาพจะเห็นว่าเหลือพื้นที่ทางเดินได้โดยรอบสบายๆ เลยค่ะทางโครงการจัดมุมนั่งเล่นตัวอย่างไว้ที่พื้นที่ปลายเตียง โดยวางโซฟาแบบ 3 ที่นั่งมาให้พร้อม Built in ชั้นหนังสือด้านข้าง และคอนโซลวางทีวีสำหรับคนที่ชอบนอนดูหนัง หรืออ่านหนังสือก่อนนอนนอกจากจะมีมุมนั่งเล่นในตัวแล้ว พื้นที่ลึกเข้าไปยังมุมทำงาน ห้องน้ำขนาดใหญ่และ Walk-in closet ขนาดใหญ่ในตัวด้วยพื้นที่ลึกเข้าไปด้านในติดกับห้องน้ำ จะเป็นพื้นที่เอนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นมุมทำงานเหมือนห้องตัวอย่างได้เลยนะคะกลับออกมาจะเจอกับส่วนของ Walk-in Closet ค่ะในส่วนของ Walk-in closet ก็เรียกว่าตกแต่งเป็นไอเดียตัวอย่างให้ลูกบ้านได้ดีเลยนะคะ เพราะสามารถตอบโจทย์ได้โดนใจทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ที่ต้องการตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ พร้อมชั้นวางของตรงกลางนอกจากจะออกแบบชั้นวางของ ที่แขวนเสื้อผ้ามาแบบเต็มที่แล้ว ยังจัดสรรพื้นที่ตรงกลางให้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งอีกด้วยติดกับ Walk-in closet จะเป็นห้องน้ำนะคะภายในห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำทรงกลมสีขาวสะอาดตา ผนังข้างอ่างกรุด้วยหินอ่อนสีน้ำตาลทองที่ดูหรูหรา แถมยังทำเป็นชั้นวางของที่สามารถวางอุปกรณ์อาบน้ำหรือของตกแต่งได้อีกด้วยติดกับห้องอาบน้ำจะเป็นห้องโถสุขภัณฑ์ โดยใช้แบรนด์ Kohler นะคะ ซึ่งมาพร้อมสายฉีดชำระและที่แกนใส่ทิชชูพื้นที่ส่วนเปียก ภายในห้องอาบน้ำ จะกั้นกระจกเทมเปอร์มาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ ภายในมีที่นั่งอาบน้ำกรุหินอ่อนมาให้ใช้วางของและนั่งขัดผิวเวลาอาบน้ำได้ โดยจะมีฝักบัวแบบ Rain Shower ติดตั้งมาให้ในตัวแล้วค่ะอ่างล้างหน้าเป็นแบบ 2 หลุม (His & Her) เคาน์เตอร์ปูท็อปด้วยหินอ่อนสีครีมเทาเข้ากับพื้นและผนังห้องน้ำ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ขนาดไปกับความยาวของอ่างแปลนแบบบ้าน Pride บริเวณชั้น 3 นะคะ ซึ่งเป็นพื้นที่ของห้องนอนทั้งหมดเมื่อเดินไต่บันไดขึ้นมาชั้น 3 จากทางบันไดก็จะเจอลิฟท์และโถงทางเดินก่อนแยกไปยังโถงกลางที่อยู่ติดระเบียง และห้องนอนทั้ง 3 ห้องมาดูกันที่ห้องนอนฝั่งหน้าบ้านกันก่อนดีกว่าค่ะ ภายในห้องนอนมีขนาดกว้างขวางอย่างที่เห็นเลยนะคะ ซึ่งสามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้สบายๆทางโครงการ Built in เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องมาให้ดูเป็นตัวอย่างนะคะ จากภาพจะเห็นได้ว่าจัดสรรทุกอย่างได้ลงตัวมากๆพื้นที่ข้างเตียงฝั่งหนึ่งทำ Built in ชั้นวางของติดผนังและโซฟาไว้สำหรับพักผ่อน แถมใต้โซฟามีช่องลิ้นชักเป็นที่เก็บของด้วยนะคะพื้นที่ในสุดถูก Built in ให้เป็นมุมทำงาน, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเครื่องแป้ง ซึ้งกั้นกลางพื้นที่ด้วยคอนโซลทีวีถัดเข้ามาด้านในจะเป็นห้องน้ำ ภายในห้องแบ่งพื้นที่เปียกและแห้งไว้อย่างลงตัวพื้นที่ส่วนเปียกจะมีฉากกั้นเป็นกระจกเทมเปอร์ พร้อมมือจับอลูมิเนียมที่สามารถใช้แขวนผ้าเช็ดตัวได้ ซึ่งพื้นส่วนเปียกนั้นลดระดับลงไปประมาณ 3 เซนติเมตรค่ะสุขภัณฑ์ที่ใช้จะเป็นของแบรนด์ Kohler หรือเทียบเท่านะคะกลับออกมาดูที่ห้องนอนอีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกัน ภายในห้องนอนนี้เปิดประตูเข้าไปจะเจอตู้เสื้อผ้าก่อนนะคะภายในห้องมีขนาดกว้างขวาง สามารถวางเตียงขนาด 6 ฟุต ได้เหมือนห้องนอนอื่นเลยนะคะทางโครงการ Built in เฟอร์นิเจอร์มาให้ดูเป็นตัวอย่าง หลากหลายมุมเลยนะคะอีกฝั่งของผนังตรงข้ามเตียงทำ Built in ตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อนและโต๊ะทำงานพร้อมชั้นวางของมาให้เรียบร้อยติดกับมุมทำงานหรือแต่งตัวจะเป็นห้องน้ำนะคะ ภายในห้องแบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งเหมือนดั่งห้องอื่นๆ ในชั้น 3 ส่วนอาบน้ำพร้อมฉากกั้นมาให้ พื้นลดระดับลงไปประมาณ 5 เซนติเมตร สุขภัณฑ์เป็นของ Kohler พื้นห้องน้ำปูกระเบื้องลายไม้ให้ความรู้สึกนุ่มนวลน่าใช้งานกลับเข้ามาที่โถงกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่เอนกประสงค์อยู่ติดระเบียง ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นตรงนี้ให้เป็นห้องพระ หรือเป็นพื้นที่นั่งเล่นเช่นเดียวกับในภาพก็ได้นะคะติดกับพื้นที่เอนกประสงค์จะเป็นห้องนอนอีกห้องหนึ่งนะคะห้องนอนนี้จะมีขนาดใหญ่กว่า 2 ห้องก่อนหน้านะคะ ภายในห้องสามารถจัดฟังก์ชั่นให้เป็นทั้งส่วนนั่งเล่น ทำงาน และพักผ่อนสำหรับเตียงนอนก็สามารถวางเตียง 6 ฟุตได้และเหลือระยะเดินโดยรอบได้สบายเช่นเดียวกับห้องอื่นๆ ค่ะ แถมยังเหลือพื้นที่ข้างเตียงให้ Built in โซฟา และชั้นวางของแบบแขวนผนังได้ด้วยบริเวณปลายเตียงจะเป็นระเบียงมีประตูบานเลื่อนกระจกกั้นให้ออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกยามเช้านะคะพื้นที่ลึกเข้าไปด้านในสุดจะเป็นตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้ง ที่อยู่ติดกับห้องน้ำนะคะภายในห้องน้ำแบ่งแยกพื้นที่เปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน บริเวณโซนเปียก ทางโครงการจะติดฉากกั้นอาบน้ำด้วยประตูกระจกมาให้เรียบร้อยแล้วนะคะสุขภัณฑ์ที่ลูกบ้านจะได้รับก็ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเคาน์เตอร์ล้างหน้าสุขภัณฑ์ที่ลูกบ้านจะได้รับก็ตามห้องตัวอย่างเลยนะคะ ซึ่งทางโครงการจัดวางเคาน์เตอร์ล้างหน้าไว้ตรงกลางห้อง ก่อนจะจัดโถสุขภัณฑ์ไว้ชิดผนังฝั่งขวา โดยรวมแล้วถือว่าการออกแบบและจัดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านมีความลงตัวทุกตารางเมตรเลยนะคะ เพราะมีระยะเหมาะสมกับการใช้งานทั้งห้องรับแขก ห้องทานอาหาร ห้องน้ำและห้องครัวแบบปิด ซึ่งการแทรก Courtyard ข้างบ้าน ก็เปรียบเสมือนสวนสวยส่วนตัวที่เสริมให้พื้นที่ธรรมชาติเข้ามาในบ้านได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ทางโครงการยังใส่ใจรายละเอียดทั้งในแง่การใช้งานและลักษณะวิถีชีวิตของคนในปัจจุบัน อาทิ การเตรียมห้องนอนชั้นล่างสำหรับผู้สูงอายุ, ระยะใช้สอยกับพื้นที่ก็เอื้อต่อการใช้รถเข็น และแบบบ้านที่ยังมีลิฟต์ในตัว เป็นต้น สำหรับบ้านที่ทางโครงการเปิดขายนั้นจะเป็นบ้านมาตรฐาน (บ้านเปล่า) ผนังบ้านฉาบปูนเรียบทาสีขาว, ฝ้าเพดานยิปซั่มฉาบเรียบทาสีขาว มาพร้อมไฟดาวน์ไลท์ทั้งหลัง มีเพดานสูง 3 เมตร ข้อดีคือทำให้บ้านโปร่งโล่งสบายและมีพื้นที่เก็บของแนวตั้งได้เยอะ อีกทั้งยังสามารถตกแต่งเพดานได้หลากหลายรูปแบบ โดยใช้วัสดุอุปกรณ์คุณภาพทั้งหมด พร้อมมีระบบสัญญาณกันขโมย Magnetic & Motion Sensor ทุกหลังอีกด้วย และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพจาก บริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด ที่สะท้อนให้เห็นแล้วว่าโครงการบ้านที่ดีนั้นต้องออกแบบบ้านให้ทันสมัย จัดฟังก์ชั่นการใช้งานให้คุ้มค่าทั้งพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านและ Facility ที่รองรับความสุขของสมาชิกครอบครัวทุก Gen ที่สำคัญพื้นที่บริเวณรอบต้องมีความอุดมสมบูรณ์ ไปไหนมาไหนสะดวก ใกล้ทางด่วน ห่างจากตัวเมืองไม่มากนัก จนคุณสามารถมั่นใจได้ว่า “เนอวานา บียอนด์ พระราม 2” เป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่เป็นมากกว่าบ้าน โดยเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตที่เพียบพร้อมอย่างแตกต่างและลงตัว อีกทั้งทุกฟังก์ชั่นการใช้งานตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างมีเอกลักษณ์ ในราคาเริ่มต้น 19-40 ล้าน บอกได้คำเดียวว่า “คุ้มค่า” จริงๆ ค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อชมโครงการได้ที่ www.nirvana-group.com/th/project/beyond-rama-2

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

จุดเริ่มต้นของการอยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งของใครหลายๆ คน ก็คงไม่ต่างจากบ้านของ คุณเอก ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก สถาปนิกหนุ่มแห่ง Gooseberry Design ที่มีความตั้งใจอยากสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว รองรับชีวิตของลูกตัวน้อยทั้งสองคน โดยลงมือออกแบบบ้านด้วยตัวเองซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดของขนาดที่ดินและสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนหนาแน่นในซอยโดยรอบ แต่คุณเอกเองก็ได้ใช้ความสามารถทางวิชาชีพที่มีก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยให้ออกมาสวยงามน่าอยู่อาศัยในรูปแบบโมเดิร์น ทรอปิคัล ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี บ้านกล่องสี่เหลี่ยมหลังคาทรงจั่วสีขาว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางชุมชนอย่างสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 280 ตารางเมตร จุดสังเกตหลักที่เราสะดุดตาได้ตั้งแต่แรกเห็น คืออาคารสีขาวโพลนออกแบบ Facade (ฟาซาด) เหล็กสีดำมีลักษณะเหมือนตัวต่อเลโก้ไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ ในรูปทรงสามเหลี่ยมปกคลุมอาคารด้านหน้าไว้เพียงครึ่งหนึ่ง  ซึ่งมีหน้าที่ช่วยลดความร้อนก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน และยังช่วยลดอัตราการใช้พลังงานให้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องแสงเพื่อให้ภายในบ้านได้รับลมและแสงสว่างเพียงพอ นอกจากจะได้ความสวยงามอย่างปลอดโปร่งแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับ อีกทั้งตัวอาคารยังดูสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการประดับประดาไม้ประดิษฐ์สีเขียวขจีลงไปในชิ้นฟาซาดเหล็ก “บ้านหลังนี้มีที่มาครับ” สถาปนิกเจ้าของบ้านเริ่มเล่า “ช่วงหลายปีก่อนผมซื้อที่ดินแปลงนี้เก็บไว้เฉยๆ ตอนแรกทำเป็นสนามหญ้าให้ลูกวิ่งเล่น แต่พอเห็นรถไฟฟ้าหน้าซอยเริ่มก่อสร้างเลยคิดอยากสร้างบ้านไว้ให้เขาในอนาคต โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าบ้านอยู่สบาย ไม่ร้อน และตอบโจทย์งบประมาณ ผมเลยออกแบบแปลนบ้านให้มีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) มีสเปซเชื่อมถึงกันทุกส่วน โดยเว้นคอร์ทยาทไว้ตรงกลางไว้ให้สมาชิกทุกคนสามารถมองวิวได้ แม้ในอนาคตจะมีอาคารอื่นมาสร้างขึ้นข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอยู่”  ทั้งนี้เพื่อดึงธรรมชาติภายนอกเข้าไปสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านจะพบว่าพื้นที่ภายในดูโปร่งโล่งสบายและเชื่อมต่อถึงกันทุกส่วน เนื่องจากมีประตูบานเลื่อนและบานเฟี้ยมกระจกใสรายล้อมอาคารผนังฝั่งที่ติดกับคอร์ทยาท โดยพื้นที่แรกจะเป็นส่วนของแพนทรีและโต๊ะทานข้าวกระชับความสัมพันธ์ก่อนขยับเข้าไปยังทางเดินที่แยกขึ้นบริเวณชั้นสองและห้องนั่งเล่น อีกทั้งประตูหน้าต่างของบ้านเมื่อเลื่อนเปิดออกทั้งหมดจะทำให้ลมพัดผ่านได้ดี ไม่เพียงแต่พื้นที่ภายในเท่านั้นที่มีความเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน บริเวณสวนด้านนอกภายในบ้านหลังนี้มีต้นมั่งมี ที่ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่พักอาศัยคอยทำหน้าที่ให้ความร่มรื่น และลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมคอนกรีตลงมาอยู่ในจุดที่สมดุลโดยไม่ไปรบกวนโครงสร้างโดยรวม  ในบริเวณห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้เรียบง่าย เน้นโทนสีเรียบๆ มีลูกเล่นอยู่ที่ผนังกรุลามิเนตลายไม้สีอ่อนให้กลิ่นอายสไตล์สแกนดิเนเวีย ภายในถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเป็นตู้และชั้นวางของล้อไปกับโครงสร้างของบ้าน อีกสิ่งหนึ่งเลยที่คุณเอกบอกว่าขาดไม่ได้สำหรับห้องนั่งเล่นนี้คือโซฟาตัวยาวสีเทาเข้มที่เลือกลงทุนเพื่อการใช้งานในระยะยาว โดยจัดวางโซฟาไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ส่วนนี้เป็นสเปชกึ่งห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เพราะสถาปนิกออกแบบให้มีมุมทำงานในตัวแต่พื้นที่โดยรอบก็ยังดูโปร่งโล่งด้วยการกรุประตูกระจกใสไว้ที่ผนังฝั่งที่เชื่อมกับคอร์ทยาท  ด้วยการออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบ้านเชื่อมต่อถึงกัน บริเวณโถงทางเดินจึงต่อเนื่องและนำสายตาไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้เป็นอย่างดี ส่วนผนังข้างบันไดขึ้น-ลงคุณเอกหล่อเป็นแผ่นคอนกรีตสูงจากพื้นจรดเพดานชั้นสองขึ้นมาเพื่อโชว์พื้นผิวแบบดิบๆ ซึ่งก็สอดรับกับโครงเหล็กที่เห็นเป็นเส้นสายแนวตั้งโดยใช้เป็นราวจับบันได อีกทั้งยังปูลูกนอนด้วยไม้สักเนื้อแข็งสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นกับบ้านมากขึ้น  ทันทีที่ไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับระเบียงที่เปิดโล่ง มองเห็นคอร์ทยาทเป็นส่วนเชื่อมพื้นที่ตรงกลางพร้อมรับแสงธรรมชาติสู่ภายในได้เต็มที่ พื้นที่ทั้งหมดประกอบด้วยห้องนอนใหญ่บริเวณส่วนในสุดของอาคาร ห้องนอนเล็ก ห้องพระ และห้องทำงานจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ติดกับรั้วด้านหน้าบ้าน  อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของบ้านหลังนี้คือเพดานในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยปูนเปลือยทั้งหมด โดยเกิดจากความตั้งใจของคุณเอกที่อยากโชว์พื้นผิวของวัสดุจึงหล่อเป็นคอนกรีตขึ้นมา ทำให้หลังคาจั่วนี้ดูสวยงามไม่ต่างจากหลังคาจั่วทั่วไป แถมภายในห้องยังให้บรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบายอีกด้วย [captionquote] คุณเอกกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “การออกแบบบ้านแต่ละหลังสำหรับผมที่เป็นสถาปนิกจะคำนึงถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมก่อนเป็นหลัก เพราะการออกแบบอะไรในบริบทที่ต่างกันนั้นต้องทำออกมาให้ดีที่สุดและต้องตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ด้วย เพราะพื้นที่อันจำกัดเราเลยต้องออกแบบให้บ้านหลังนี้ดูเรียบง่าย โปร่งโล่ง และสบายตา อีกอย่างคือมีช่องแสงเยอะทำให้ประหยัดไฟและเย็นสบาย อย่างน้อยการดีไซน์ที่ดีก็ช่วยแบ่งเบาพลังงานได้”[/captionquote] เราอาจกล่าวสรุปได้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังนี้นอกจากคุณเอกตั้งใจสร้างให้เป็นบ้านสำหรับลูกๆ แล้ว ยังสร้างตามใจผู้อยู่อย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน

รีวิวที่อยู่อาศัย

Golden Town Rattanathibet-Saima Station -โกลเด้น ทาวน์ รัตนาธิเบศร์-สถานีรถไฟฟ้าไทรม้า(PREVIEW)

Golden Town Rattanathibet-Saima Station -โกลเด้น ทาวน์ รัตนาธิเบศร์-สถานีรถไฟฟ้าไทรม้า(PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : Golden Town Rattanathibet-Saima Station (โกลเด้น ทาวน์ รัตนาธิเบศร์-สถานีรถไฟฟ้าไทรม้า ) เจ้าของโครงการ :  บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ถนนไทรม้า 11 ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี พื้นที่โครงการ : 24-3-39.5 ไร่ ลักษณะโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น จำนวน 238 ยูนิตขนาดห้อง :- Sorrento ทาวน์โฮม 2 ชั้นพื้นที่ใช้สอย 96 ตร.ม. 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ที่จอดรถ- Florence ทาวน์โฮม 2 ชั้นพื้นที่ใช้สอย 110 ตร.ม. 4 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ที่จอดรถ- Venice ทาวน์โฮม 2 ชั้นพื้นที่ใช้สอย 130 ตร.ม. 4 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 1 ห้องพระ, 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง : - คลับเฮ้าส์ - ฟิตเนส - สระว่ายน้ำ - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.ราคา : เริ่มต้น 2,430,000 บาท ค่าส่วนกลาง : 40 บาท/ตร.วา ค่ากองทุน : 40 บาท/ตร.วา ปีที่สร้างเสร็จ : ปลายปี 2561 จุดเด่นโครงการ : ทาวน์โฮม 2 ชั้น สไตล์อังกฤษ ที่สุดทำเลใกล้รถไฟฟ้า+เซ็นทรัล มาพร้อม 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ อลังการสโมสร+โรงหนังส่วนตัว ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : MRT สถานีไทรม้า สถานที่ใกล้เคียง : วัดเพลง,วัดไทรม้า,วัดบางรักใหญ่,สะพานพระนั่งเกล้า,ตลาดท่าอิฐ

การเดินทาง

PLENO พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ระดับ Professional ผู้นำแห่งการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบกว่า 10 ปี [Advertorial]

PLENO พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ระดับ Professional ผู้นำแห่งการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบกว่า 10 ปี [Advertorial]

พักหลังๆ มานี้ตลาดซื้อ-ขาย อสังหาริมทรัพย์บ้านเรามีประเภทที่อยู่อาศัยให้ผู้บริโภคได้เลือกกันหลากหลาย ซึ่งหนึ่งในที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ “ทาวน์โฮม” เพราะจับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางแถมยังมีราคาให้เลือกหลายระดับ ดังนั้นจึงจะเห็นว่าผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมากมายต่างเปิดตัวโครงการทาวน์โฮมในหลายทำเล  เพื่อตอบโจทย์และดึงดูดความสนใจผู้บริโภคให้มากที่สุด ซึ่งเมื่อพูดถึงทาวน์โฮมคุณภาพในสังคมมีระดับขึ้นมาในนาทีนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น เจ้าตลาดทาวน์โฮมอันดับหนึ่งของไทย จากผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สำหรับคนเมืองยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ที่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาทุกโครงการให้ออกมาตอบโจทย์ตรงใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พรีเมียมทาวน์โฮม “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ครองใจผู้อยู่อาศัยมากกว่า 30 โครงการ 30,000 ครอบครัวในระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปี และในปี 2018 นี้ แบรนด์แนวราบอย่าง “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น รูปแบบใหม่ 2018 ก็ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็น Professional จากการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยสร้างมาตรฐานใหม่ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร ซึ่งแน่นอนว่ากว่าจะประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ ทางแบรนด์ก็ได้สร้างจุดยืนที่แข็งแกร่งจนเหนือกว่าคู่แข่งทั้งหมดในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดที่ต้องการให้ “บ้านเป็นได้มากกว่าแค่การอยู่อาศัย” โดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตของทุกคนในบ้านเสมอ กล่าวคือเป็นบ้านที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานได้จริงของทุกคนในทุก Generation ยึดหลักการออกแบบ universal design คำนึงถึงการใช้งานของทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ กลุ่มคนวัยรุ่น ก็ต่างอยู่ด้วยกันได้อย่างไม่ขัดเขิน แถมยังใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การหาทำเลที่ตั้งของโครงการที่ผสานทุกไลฟ์สไตล์ให้หลากหลายบนทำเลครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ เชื่อมต่อทุกการเดินทางให้เป็นเรื่องง่ายและสะดวก ทั้งรถไฟฟ้า ทางด่วน และถนนใหญ่ แวดล้อมด้วยสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกสบายรอบโครงการ อาทิ วัดวาอาราม, สถานศึกษา, สถานพยาบาลชั้นนำ, ร้านอาหาร และแหล่งไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่อยู่ในรัศมีใกล้กับโครงการ ทั้งนี้ทางแบรนด์ก็ยังคงใส่ใจในเรื่องการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง สำหรับการวางผังของโครงการก็ยังคำนึกถึงหลักภูมิศาสตร์ทางแสงแดดและลม รวมถึงแปลนบ้านที่พัฒนาให้สอดรับกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ ดูโดดเด่นแบบ UNIQUE DESIGN แตกต่างทั้งด้านพื้นที่ใช้สอย และดีไซน์ที่โดดเด่นสวยงามไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังหยิบเอาเสน่ห์และเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบส่วนต่างๆ ผสมผสานกับนวัตกรรมการออกแบบที่ล้ำสมัย เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้าโครงการที่ดูโออ่าใหญ่โตและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวบ่งบอกถึงความพรีเมียมของโครงการ นอกจากนี้พื้นที่บริเวณคลับเฮาส์ยังจัดเต็มแบบสุดขีด โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันตั้งแต่สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, พื้นที่รับแขก และสวน โดยออกแบบให้เกิดเป็นมิติไม่เหมือนใคร สนามหญ้าก็ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่พักผ่อน เดินเล่นเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นพื้นที่กิจกรรมเชื่อมต่อทุกชีวิตของครอบครัวให้เป็นหนึ่งเดียว นอกเหนือจากนั้นก็หมดห่วงไร้กังวลด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการอย่างเป็นมิตรกับลูกบ้าน และนี่คือข้อพิสูจน์ที่ทำให้เห็นแล้วว่า “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ครองใจลูกบ้านและมัดใจผู้ซื้อมายาวนานกว่า 10 ปีได้อย่างไร 10 ความพรีเมียมที่ PLENO (พลีโน่) พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น มอบให้ลูกบ้านมาตลอด 10 ปีและเพื่อเป็นการเน้นย้ำจุดแข็งของผู้เชี่ยวชาญ Professional ในด้าน SPACE SPECIALIST ทั้งในด้านหลักการ “คิด” และ “สร้าง” ที่อยู่อาศัย ดังนั้นเรามาดูกันว่า 10 ความพรีเมี่ยมที่แบรนด์ “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น มอบให้กับลูกบ้านในสังคมคุณภาพที่สามารถสัมผัสได้ตั้งแต่ทำเล จุดทางเข้าออกของโครงการจนไปถึงรายละเอียดของพื้นที่ภายในบ้าน จนขึ้นแท่นก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอทาวน์โฮมอย่างแท้จริงนั้นมีอะไรบ้าง.. 1. Premium LocationEASY-ACCESSING ทำเลถูกผสมผสานไปกับทุกไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายบนทำเลที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ เชื่อมต่อทุกเดินทาง ทั้งรถไฟฟ้า ทางด่วน และถนนใหญ่ 2. Premium FacilityIMMAGINATION MAXIMIZE ให้ทุกกิจกรรมเป็นไปได้สำหรับคนทุกวัย บนส่วนกลางขนาดใหญ่ สระว่ายน้ำสำหรับลูกน้อย ฟิตเนสสำหรับคุณพ่อคุณแม่ และสวนสีเขียวเต็มพื้นที่ที่กลายเปนปอดแห่งใหม่ใจกลางเมือง 3. Premium SecuritySAFE & SOUND อบอุ่นและมั่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ที่ Pleno มุ่งมั่นให้ความใส่ใจมาเสมอ 4. Premium InnovationINNOVATION IS A MUST แบบแปลนบ้านที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งมีการคิด พัฒนา เรื่องดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น สอดรับกับความต้องการของคนรุ่นใหม่อยู่อย่างเสมอ เช่น เพดานโปร่ง สูงกว่า 3 เมตร, Double Garden การนำพื้นที่สีเขียวเข้ามาอยู่ในบ้าน รวมไปถึงการวางแผนผังโครงการที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ ทิศทางลมและแสงแดด 5. Premium LivingPROUD & GOOD SOCIETY เพราะสภาพสังคมที่ดีถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง สภาพแวดล้อมและสังคมเพื่อนบ้านที่ดีคือสิ่งหนึ่งที่ทาง “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ได้หล่อหลอมให้ลูกบ้านทุกคนไม่เพียงแต่มีความสุขในการใช้ชิวิตภายในครอบครัวแล้ว การได้รู้จักแบ่งปันความสุขและคำนึงถึงเพื่อนบ้านเป็นสำคัญ คือสิ่งที่ทำให้สังคมคุณภาพของพลีโน่นั้นได้รับการยอมรับ สัมผัส และพิสูจน์ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เข้าอยู่ ทุกๆ วันของการใช้ชีวิต และต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่นไม่รู้จบ 6. Premium TechnologySMART LIVING คิดค้นและเติมเต็มอยู่เสมอ ในปี 2018 นอกจากทาง “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น จะพัฒนาตัวบ้านเพื่อสอดรับกับคนรุ่นใหม่อยู่ตลอด ยังพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัยด้วย Digital Series & Smart Function เพื่อให้ทุกตารางนิ้วของบ้านนั้นเกิดประโยชน์และอำนวยความสะดวกสูงสุด กลายเป็นทาวน์โฮมนวัตกรรมใหม่ ล้ำสมัยตอบโจทย์คนปัจจุบัน 7. Premium Design  UNIQUE DESIGN งานออกแบบและศิลปะเป็นสิ่งที่ทาง “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น เลือกนำเสนอให้กับลูกบ้านอยู่เสมอ การหยิบเอาเสน่ห์และเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบส่วนต่างๆ ของโครงการก็เช่นกัน เริ่มตั้งแต่ประตูทางเข้าโออ่า คลับเฮ้าส์ดีไซน์เท่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังยึดหลักการออกแบบ universal design คำนึงถึงการใช้งานของทุกเพศ ทุกวัย โดดเด่นด้วยการออกแบบให้ใช้งานได้จริง โดยได้คำนึงถึงคนในทุก Generation ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ กลุ่มคนวัยรุ่น 8. Premium Materialพิถีพิถันในทุกรายละเอียดที่สัมผัสได้ วัสดุที่ใช้ผนวกเข้ากับงานดีไซน์ที่ทำให้ “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น มีความสวยงามทั้งภายใน และภายนอก 9. Premium Parkสวนสีเขียวขนาดใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติเต็มพื้นที่ กลายเป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางเมือง 10. Premium Spaceแบบบ้านที่หลากหลายไม่เคยหยุดพัฒนา กว่า 50 แบบบ้านที่ส่งมอบความสุขในการอยู่อาศัยให้กับลูกบ้านกว่า 30,000 กว่าครอบครัว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่มุ่งมอบความสบายของการอยู่อาศัยให้กับลูกบ้านทุกครัวเรือน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้ทาวน์โฮมแบรนด์ “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ทุกโมเดลได้รับการตอบรับที่ดี จากความใส่ใจ และจริงจังในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยครอบคลุมทั่วทุกโซนรอบกรุงเทพ ด้วยราคาที่คุ้มค่าสามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย และทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดแหล่งการค้าไลฟ์สไตล์ ศูนย์การค้า เชื่อมต่อการเดินทาง ในแต่ละโซนทั่วกรุงเทพฯ ประกอบกับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้โครงการปิดการขายได้เพียงไม่กี่วันหลังจากสร้างเสร็จ ซึ่งนอกจากแบรนด์ PLENO พรีเมี่ยมทาวน์โฮมที่รู้จักกันดีแล้ว ยังมีแบรนด์ GRANDE PLENO รูปแบบบ้านดีไซน์ใหม่* ที่กำลังมาแรงสร้างความแตกต่างระดับเหนือกว่าทาวน์โฮมรูปแบบเดิมๆ อีกด้วย และในปี 2018 ทางแบรนด์ “PLENO (พลีโน่)” พรีเมียมทาวน์โฮม 2 ชั้น ได้เตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ พร้อมกับงาน #goodsociety ตลอดเดือน พ.ค. นี้ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษกับ 12 โครงการพร้อมอยู่ในงาน โดย 2 โครงการใหม่ที่ว่าก็คือ.. 1. PLENO รังสิต-คลอง 4โครงการใหม่ PLENO รังสิต-คลอง 4 เปิดมุมมองใหม่ของการใช้ชีวิต... ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติรอบตัวคุณ ใกล้จุดขึ้น-ลง ทางด่วน วงแหวนเพียง 5 นาที ราคาเริ่ม 1.89 ล้าน 2. PLENO ปิ่นเกล้า-จรัญโครงการใหม่ PLENO ปิ่นเกล้า-จรัญสนิทวงศ์ สัมผัสชีวิตที่สมบูรณ์แบบในทำเลเด่น ใกล้เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และทางด่วนมีส่วนลด 300,000 บาท ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้าน สุดท้าย..ใครที่กำลังมองหาบ้านดีๆ สักหลังในราคาไม่แพงเกินเอื้อม และอยากที่จะคว้ามาเป็นรางวัลให้กับชีวิต Review Your  Living ไม่อยากให้คุณพลาดโอกาสดีๆ ในการเป็นเจ้าของทาวน์โฮมที่จะมาตอบทุกโจทย์ให้กับชีวิต พร้อมสร้างความสุขได้แบบไม่รู้จบไปพบกันได้ที่ งาน #goodsociety ตลอดเดือน พ.ค.นี้ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษในงาน เริ่มต้นเพียง 1.89 ล้าน รับเต็มแม็ค พร้อมอยู่ฟรี! ไม่ต้องผ่อน* รับของเพิ่ม X5* ส่วนลด 300,000 บาท*

การเดินทาง

Promotion พบกับ NEW PLENO 2018 ทั้ง 2 โครงการ และ 12 โครงการพร้อมอยู่ ในงาน #goodsociety ตลอดเดือน พ.ค. นี้ เริ่ม 1.89 ล้าน พร้อมอยู่ฟรี! ไม่ต้องผ่อน และโปรดีดีอีกมากมาย และเตรียมพบกับอีกหลากหลายโครงการทั่วทิศทางทั่วกรุงเทพในปีนี้ ไปสัมผัสนวัตกรรมทาวน์โฮมใหม่สุดล้ำแห่งอนาคตด้วยตัวของคุณเอง

TRENDY TARA BANGYAI - เทรนดี้ ธารา บางใหญ่ (PREVIEW)

TRENDY TARA BANGYAI - เทรนดี้ ธารา บางใหญ่ (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ ชื่อโครงการ : TRENDY TARA BANGYAI (เทรนดี้ ธารา บางใหญ่ ) เจ้าของโครงการ : บริษัท ธารารมณ์เอสเตท จำกัด ที่ตั้งโครงการ :  ถนนวัดลาดปลาดุก อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พื้นที่โครงการ : 50 ไร่ ลักษณะโครงการ : บ้านเดี่ยว จำนวนหลัง : 220 หลัง ขนาดบ้าน : - แบบบ้าน NEO ขนาด 118 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ - แบบบ้าน MODA ขนาด 137 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ - แบบบ้าน GENA ขนาด 172 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ - แบบบ้าน GUSTO ขนาด 186 ตร.ม. 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ และ 2 ที่จอดรถ สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง :- คลับเฮ้าส์ - สระว่ายน้ำ - ฟิตเนส - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.ราคา : เริ่มต้น 3,990,000 บาท ปีที่สร้างเสร็จ : มิถุนายน พ.ศ. 2557 จุดเด่นโครงการ : บ้านเดี่ยว คอนเซป Trendy Living Reflect Your Own Trendy ไม่ว่ามุมไหน ๆ คุณก็สัมผัสความเรนดี้ได้... พื้นที่ 50 ไร่ กว่า 220 หลังคาจาก ธารารมณ์เอสเตท สถานที่ใกล้เคียง : ร.ร.สากลศึกษา, ร.ร.กสินธร เซนต์ปีเตอร์ , The Square บางบัวทอง, บิ๊กซี บางใหญ่ , เซ็นทรัลพลาซ่าเวสต์เกต

การเดินทาง

Atmoz Ladprao 15 - แอทโมซ ลาดพร้าว 15 (PREVIEW)

Atmoz Ladprao 15 - แอทโมซ ลาดพร้าว 15 (PREVIEW)

รายละเอียดโครงการ  ชื่อโครงการ :   Atmoz Ladprao 15 (แอทโมซ ลาดพร้าว 15 ) เจ้าของโครงการ : บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด ที่ตั้งโครงการ : ซอยลาดพร้าว 15 แยก 1-10 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ลักษณะโครงการ : Low Rise จำนวนอาคาร : 3 อาคาร จำนวนชั้น : 8 ชั้น จำนวนยูนิต : 570 ยูนิต ที่จอดรถ : ประมาณ 45 %ขนาดห้อง :- 1 Bedroom : 25 – 26 ตร.ม.- Bedroom Exclusive : 27 – 28 ตร.ม.- 1 Bedroom Plus : 35 – 36 ตร.ม.สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง :- ฟิตเนส - Co-Working Space - ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ราคาเริ่มต้น : 1,690,000 บาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร : 67,600 บาท/ตร.ม. ปีที่สร้างเสร็จ : ไตรมาส 1/2563 ค่าส่วนกลาง : 45 บาท/ตร.ม. ค่ากองทุน : 500 บาท/ตร.ม. จุดเด่นโครงการ : คอนโดมิเนียม Low-Rise สูง 8 ชั้น ใกล้ รถไฟฟ้า MRT สถานีลาดพร้าว เพียง 1 กม. และ BTS ลาดพร้าว ใกล้ บิ๊กซี ลาดพร้าว, เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ ยูเนี่ยนมอลล์ ระบบขนส่งสาธารณะใกล้เคียง : BTS สถานีลาดพร้าว , MRT สถานีลาดพร้าว สถานที่ใกล้เคียง : ยูเนี่ยนมอลล์ , สวนลุมไนท์บาซ่าร์ , เซ็นทรัลลาดพร้าว , Tesco Lotus ลาดพร้าว , ศาลอาญา

การเดินทาง

Chewathai Phetkasem 27 เติมเต็มให้ชีวิตไร้รอยต่อ

Chewathai Phetkasem 27 เติมเต็มให้ชีวิตไร้รอยต่อ

รีวิวฉบับนี้เราจะพาไปชมคอนโดมิเนียมอีกหนึ่งทำเลดีที่เหมาะกับทั้งอยู่อาศัยเองและลงทุนปล่อยเช่า เพราะอยู่ในแหล่งใกล้ทั้งมหาวิทยาลัยและรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว แวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกหลายแห่งแถมยังมีคอมมูนิตี้เป็นของตัวเองหน้าโครงการอีกด้วย ซึ่งขณะนี้คอนโดสร้างเสร็จเกือบ 100% แล้ว ลองมาชมโครงการก่อนเปิด Grand Opening ไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ        ถนนเพชรเกษม เป็นถนนสายหลักสำคัญสายหนึ่งในบ้านเราที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปได้อีกหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเพชรเกษมช่วงต้นที่มีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม สถานีบางหว้า บริเวณสี่แยกเพชร-ราชพฤกษ์ โดยอยู่ห่างจากโครงการเพียง 300 เมตร ถือว่าอยู่ในระยะที่เดินได้สะดวก ที่สำคัญคือสถานีบางหว้ากำลังจะกลายเป็นจุด Interchange ระหว่างสายสีเขียวเข้มในปัจจุบันกับสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค กำหนดจะเปิดให้บริการปี 2562 ก็จะยิ่งทำให้มีตัวเลือกในการเดินทางเข้าเมืองและสถานที่สำคัญหลายแห่งเพิ่มมากขึ้น และด้วยตัวโครงการชีวาทัย เพชรเกษม 27 ตั้งอยู่ปากซอยเพชรเกษม 27 ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสยามพอดี จากหน้าโครงการตรงไป 5 กิโลเมตร มีจุดขึ้น-ลง ถนนกาญจนาภิเษก(วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก) เชื่อมต่อไปยังทางด่วนสายอื่นได้อย่างง่ายดาย ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้กับห้างสรรพสินค้าซีคอน บางแค เดอะมอลล์ บางแค โรงพยาบาลเพชรเกษม 2 เทสโก้โลตัส บางแค ฯลฯ ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็ห่างจากโครงการอยู่ในระยะไม่เกิน 6 กิโลเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าย่านนี้เป็นช่วงถนนที่มีความคึกคักมากที่สุดแห่งหนึ่งของเพชรเกษมก็ว่าได้ ทำเลนี้จึงน่าสนใจไม่น้อยเลยค่ะ เพราะจะเลือกใช้การเดินทางแบบไหนก็ง่ายดาย หากพูดถึงเรื่องราคา 95,000 บาท/ตร.ม. แล้วถือว่าไม่แพงจนเกินไปสำหรับคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าแถมให้เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished  ส่วนในแง่ของนักลงทุนจะสามารถปล่อยเช่านักศึกษาและคนทำงานย่าน CBD อย่างสาทร-สีลมได้ง่ายมากด้วยทำเล หรือจะเก็งกำไรระยะยาวตอนที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเปิดให้บริการก็จะยิ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนด้วยจุดขายที่เป็น Interchange            ชีวาทัย เพชรเกษม 27 คอนโดมิเนียม High Rise 26 ชั้น 638 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ มาพร้อมกับแนวคิดคอนโดสไตล์รีสอร์ท เน้นความร่มรื่น ให้ได้ใช้ช่วงเวลาส่วนตัวพักผ่อนอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ติดถนนใหญ่สามารถเลือกเดินทางได้หลายเส้นทางอย่างสะดวกสบาย โดย Facility ของโครงการจะอยู่หน้าทางเข้าโครงการเป็นสวนสีเขียวก่อนถึงตัวอาคาร และชั้น 4 ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางแห่งการพักผ่อนของลูกบ้าน มีทั้งสวยลอยฟ้าที่จะได้วิวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินด้านหน้าตัวอาคาร ฟิตเนสที่เป็นห้องกระจกล้อมรอบทำให้รู้สึกไม่อึดอัดจนเกินไป สระว่ายน้ำพร้อมลานพักผ่อนให้ได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติที่สุด     หนึ่งในความโดดเด่นของโครงการนี้คือการมีร้านค้าถึง 14 ช้อป 2 ชั้นอยู่หน้าโครงการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ, ร้านขายยา ฯลฯ เปรียบเสมือนมีคอมมูนิตี้อยู่ในโครงการเองเลย พร้อมมีทางเชื่อมต่อกับสะพานลอยจากชั้น 2 ของคอมมูนิตี้มอลล์ไปยังหน้ามหาวิทยาลัยสยาม ทำให้ในวันหยุดพักผ่อนก็ไม่ต้องออกไปไหนไกล แค่อยู่ในโครงการก็ครบทุกความต้องการในแห่งเดียว   Floor Plan โครงการตั้งอยู่ติดถนนเพชรเกษม หลังโครงการติดคลองภาษีเจริญ    Facility ชั้น 4 มีสวนลอยฟ้า ฟิตเนส และสระว่ายน้ำอาคารวางแปลนเป็นรูปตัว L หน้าโครงการหันทางด้านทิศเหนือ ชั้น 5-26 เป็นยูนิต ที่พักอาศัย ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว ลิฟท์ขนของ 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุด   Unit PlanA1 STUDIO 24 ตร.ม.  A2 STUDIO 23-24 ตร.ม.  B1 One Bedroom 25-26 ตร.ม.  B2 One Bedroom 26 ตร.ม.  C1 One Bedroom 31 ตร.ม.  C2 One Bedroom 31 ตร.ม.  C3 One Bedroom 32 ตร.ม.  D1 Two Bedroom 43 ตร.ม.  D2 Two Bedroom 43 ตร.ม.   จาก BTS สถานีบางหว้า-Chewathai Phetkasem 27วันนี้เราใช้วิธีการเดินทางโดยนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลงที่สถานีบางหว้า ลงทางออกที่ 4 ค่ะเดินลงมาจากสถานีจะเห็นว่ามีจุด Interchange กับสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค คาดว่าจะเปิดให้บริการปี 2562 ค่ะประมาณ 300 เมตรก็จะเห็นตัวโครงการ ซึ่งมีสะพานลอยที่ในอนาคตจะเชื่อมต่อเข้าในคอมมูนิตี้มอลล์ในโครงการเลยค่ะ   เดินชมโครงการตอนนี้โครงการสร้างเสร็จเกือบ 100% แล้วค่ะ พร้อมเปิดให้เข้าชมได้ เราเดินเข้าไปชมพร้อมกันเลยค่ะทางเข้าไปอาคารจอดรถด้านหลังกั้นด้วย Keycard Access ControlLobby มีที่นั่งสำหรับรับแขกเพดานสูงๆ แบบนี้ทำให้ภายในดูโอ่โถงขึ้นเยอะเลยค่ะห้อง Mail Box ถูกแยกออกมาเป็นสัดส่วนMail Box ใช้วัสดุเป็นอลูมิเนียมสีเงินดูโมเดิร์นดีนะคะ มุมด้านหนึ่งของ Lobby ถูกจัดให้เป็นห้องประชุมค่ะภายในห้องประชุมใช้ไม้เป็นวัสดุหลักในการตกแต่ง วางโต๊ะประชุมใหญ่ไว้กลางห้องรองรับได้มากกว่า 10 คน มีประตูบานเลื่อนที่สามารถปิดเข้ามุมกันได้พอดี สร้างความเป็นส่วนตัวในการประชุมยิ่งขึ้นขึ้นลิฟท์ไปดูที่ชั้น 4 ซึ่งเป็น Facility ของโครงการกันค่ะโถงลิฟท์ของแต่ละชั้นได้แสงสว่างจากด้านนอกเข้ามาดูภายในห้องฟิตเนสค่ะ เป็นห้องกระจกล้อมรอบทุกด้านมีเครื่องออกกำลังกายครบครันตรงลู่วิ่งเราสามารถมองออกไปเห็นสวนลอยฟ้าด้านหน้าค่ะบริเวณสวนลอยฟ้าที่สามารถมองเห็นจากฟิตเนสเมื่อสักครู่ เป็นลานกว้างๆ แบ่งเป็นส่วนพื้นไม้กับส่วนพื้นหญ้า  มองเห็นวิวด้านหน้าโครงการเลยค่ะบรรยากาศอาคารสไตล์รีสอร์ทตามคอนเซปสระว่ายน้ำทรงฟรีฟอร์มห้องพักทิศตะวันตกนี้จะได้วิวสระว่ายน้ำสวยๆ ด้วยค่ะทางเดินรอบสระว่ายน้ำ สามารถวิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆ ได้ด้านหลังสุดถัดจากสระว่ายน้ำมีพื้นที่ให้นั่งเล่นพักผ่อนที่ชั้น 4 มีห้องน้ำส่วนกลางแยกชาย-หญิง พร้อมกับมีล็อคเกอร์สำหรับเก็บอุปกรณ์ให้ด้วยค่ะ  เปิดห้องตัวอย่าง ห้องตัวอย่าง Type A1 STUDIO ขนาด 24 ตร.ม.ห้องพักถูกวางแบบ Double Corridorประตูห้องใช้ลูกกุญแจล็อคปกติห้องแบบ STUDIO พื้นปูด้วยลามิเนต ความสูงเพดาน 2.4 เมตรพื้นที่แรกเป็นห้องนั่งเล่นค่ะ โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง เบาะหนังสีเทาเข้มแบบนี้ได้เหมือนกันทุกห้องเลยค่ะตรงข้ามโซฟาเราจะได้ Built In เคาน์เตอร์ทีวีปิดผิวด้วยลามิเนตลักษณะนี้เลยค่ะต่อจากพื้นที่ห้องนั่งเล่นก็เป็นเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ซึ่งจะได้ตัวเตียงมาด้วย แต่ไม่มีฟูกนะคะสามารถเดินได้ทั้งสองข้างของเตียง ส่วนปลายเตียงเป็น Built In ตู้เสื้อผ้าแบบประตูบานเลื่อน มาพร้อมกับเครื่องปรับอากาศแบรนด์ Panasonicกั้นโซนห้องครัวด้วยประตูกระจกบานเลื่อน ซึ่งปกติแล้วไม่ค่อยมีโครงการไหนกั้นมาให้แบบนี้นะคะ ใครที่ชอบทำครัวก็หมดห่วงเรื่องกลิ่นได้เลยห้องครัวเราจะได้ Built In เคาน์เตอร์ครัว มีช่องสำหรับวางตู้เย็นข้างๆโต๊ะอาหารขนาด 2 ที่นั่งนี้ ทางโครงการก็ให้มาอีกนะคะ เป็นห้อง STUDIO ที่คุ้มมากๆTOP ครัวลามิเนต พร้อมซิงค์ล้างจาน มีช่องวางไมโครเวฟด้านล่างลิ้นชักแบ่งช่องวางช้อนส้อมมาเรียบร้อยค่ะข้างเคาน์เตอร์ครัวเป็นระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนเขียวตัดแสงระเบียงปูด้วยพื้นกระเบื้อง ราวกั้นตกเหล็กโปร่งสีดำ มีท่อน้ำพร้อมปลั๊กไฟสำหรับวางเครื่องซักผ้าได้พอดีค่ะCondensing Unit แขวนไว้ด้านบนหันหน้าออกนอกอาคารกลับเข้ามาในห้อง จะพบกับห้องน้ำค่ะห้องน้ำปูพื้นและผนังด้วยกระเบื้องเซรามิคสีเทาเข้ม แบ่งส่วนแห้งทางซ้ายมือกลางห้องน้ำเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมกระจกเงาทรงสูงค่ะส่วนเปียกอยู่ทางขวามือ  ห้องตัวอย่าง Type B2 ONE BEDROOM ขนาด 26 ตร.ม.  เปิดประตูห้องเข้ามาทางซ้ายมือจะเป็นครัวเปิดก่อนค่ะขวามือหลังประตูห้องมีพื้นที่ว่าง ตรงนี้เราสามารถ Built In ตู้เก็บของ เก็บรองเท้าได้เพิ่มค่ะมีช่องสำหรับวางตู้เย็นข้างเคาน์เตอร์ครัวเดินเข้าไปในห้องจะเป็นพื้นที่ครัวเปิดก่อนจะเชื่อมต่อด้วยห้องนั่งเล่นโซฟาอยู่ถัดจากเคาน์เตอร์ครัวโซฟาเบาะหนังสีเทาเข้มแบบเดียวกันทุกห้องค่ะถัดจากห้องนั่งเล่นเป็นระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อนขอบอลูมิเนียมมุมระเบียงซ้ายมือมีท่อน้ำและรูปลั๊กสำหรับวางเครื่องซักผ้าCondensing Unit หันหน้าออกนอกตัวอาคารวิวจากระเบียงห้องทางทิศเหนือหน้าอาคารค่ะกลับเข้ามาในห้องไปดูที่ห้องนอนทางซ้ายกันต่อค่ะภายในห้องนอนจะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้ข้างหน้าต่างกระจกบานเลื่อนนอนมองวิวจากเตียงของเราได้สบายๆ เลยค่ะติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้ปลายเตียงอีกด้านหนึ่งของห้องมีพื้นที่กว้างพอสมควรBuilt In ตู้เสื้อผ้าแบบประตูบานเลื่อน 2 ตอน และมีห้องน้ำในตัวค่ะภายในห้องน้ำจะเจอส่วนแห้งก่อน ขวามือเป็นอ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมกระจกทรงสูงซ้ายมือตรงข้ามอ่างล้างหน้าเป็นโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระส่วนเปียกอยู่ด้านในสุด มีช่องลึกเข้าไปเล็กน้อยทางซ้ายมือสำหรับวางชั้นวางของได้   ห้องตัวอย่าง Type C2 ONE BEDROOM ขนาด 31 ตร.ม.  ส่วนแรกเป็นครัวเปิดและเชื่อมต่อห้องนั่งเล่นด้านในทางขวามือหลังประตูห้องจะมีช่องว่างที่สามารถ Built in ชั้นเก็บของ ชั้นวางรองเท้าได้เคาน์เตอร์ครัวอยู่ทางซ้ายมือของห้อง ถัดไปทางขวาเป็นช่องวางตู้เย็นค่ะTOP ครัวลามิเนตพร้อมซิงค์ล้างจาน บานตู้และลิ้นชักติดระบบ Soft Closeตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวจะมีโต๊ะอาหารพร้อมเก้าอี้บุนวมหุ้มหนัง 2 ตัวมาให้แบบเดียวกันทุกห้องค่ะเดินลึกเข้าไปเป็นส่วนของห้องนั่งเล่นค่ะจะสังเกตได้ว่าโซฟาที่ทางโครงการให้มามีช่องวางของอยู่ด้านข้างด้วยมีพื้นที่สำรับวางโต๊ะกลางได้ ส่วนเคาน์เตอร์วางทีวีก็มีชั้นสำหรับเก็บของอยู่หลายช่องระเบียงห้องกั้นด้วยประตูกระจกเขียวตัดแสงบานเลื่อน 2 ตอนใต้ Condensing Unit เป็นพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าห้องทางทิศตะวันตกจะได้วิวสระว่ายน้ำแบบนี้ด้วยค่ะกลับเข้ามาในห้อง ไปดูที่ห้องนอนฝั่งตรงข้ามโซฟากันต่อค่ะห้องนอนมี Built In ตู้เสื้อผ้า ถัดไปเป็นโต๊ะเครื่องแป้งและเตียงนอนขนาด 5 ฟุตข้างเตียงนอนมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เครื่องปรับอากาศติดตั้งไว้ปลายเตียงอีกฝั่งของห้องถัดจากตู้เสื้อผ้าเป็นห้องน้ำในตัวค่ะภายในห้องน้ำจะเจอส่วนแห้งก่อนส่วนเปียกด้านในขวามือเป็นอ่างล้างหน้า พร้อมกระจกเงาทางซ้ายของห้องน้ำเป็นโถสุขภัณฑ์ ตรงส่วนเปียกมีการเจาะช่องสำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำ  ห้องตัวอย่าง Type D1 TWO BEDROOM ขนาด 43 ตร.ม.จากประตูห้องทางซ้ายจะมี Built In ตู้เก็บรองเท้าให้ค่ะเรามาดูโซนแรกของห้องกันก่อนค่ะ ขวามือห้องแรกเป็นห้องน้ำ ถัดไปเป็นห้อง Master Bedroomกลางห้องน้ำเป็นอ่างล้างหน้าพร้อมกระจกทรงสูงทางขวาของห้องน้ำเป็นโถสุขภัณฑ์ทางซ้ายเป็นส่วนเปียกค่ะ ทุกห้องจะกั้นส่วนเปียกเป็นธรณีประตูสูงขึ้นมาเล็กน้อยออกมาจากห้องน้ำไปดู Master Bedroom ขวามือกันต่อค่ะห้องนอนแรกอยู่ติดกับห้องน้ำค่ะภายในห้องนอนวางเตียงขนาด 5 ฟุตเอาไว้ข้างหน้าต่างกระจกบานเลื่อนข้างเตียงมี Built In ตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนพร้อมโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งเครื่องปรับอากาศถูกติดตั้งอยู่เหนือเครื่องปรับอากาศค่ะออกมาจาก Master Bedroom มาตรงกลางห้องจะแบ่งป็นโต๊ะทานอาหารกับห้องนั่งเล่นโต๊ะทานอาหารขนาด 4 ที่นั่ง เครื่องปรับอากาศติดอยู่เหนือโต๊ะอาหารห้องนั่งเล่นกว้างขวางดีค่ะ สามารถวางโซฟาพร้อมโต๊ะกลางได้โดยเหลือพื้นที่ทางเดินได้สะดวกเคาน์เตอร์ทีวีมาพร้อมกับ Built In ตู้เก็บของด้านบนด้วยหลังเคาน์เตอร์ทีวีเป็นห้องนอนที่ 2 ค่ะห้องนอนนี้จะมีเตียงขนาด 3.5 ฟุต วางชิดกำแพงห้อง ปลายเตียงเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนห้องนี้จะได้กระจกเข้ามุมด้วยนะคะ เปิดมุมมองได้วิวกว้างๆ ยิ่งขึ้นข้างเตียงก็มีตู้เสื้อผ้าให้เช่นกันค่ะ เครื่องปรับอากาศติดตั้งไว้มุมห้องข้างตู้เสื้อผ้าออกจากห้องนอนที่ 2 มาดูส่วนสุดท้ายของห้องที่ด้านหลังโต๊ะอาหารกันค่ะส่วนนี้เป็นห้องครัวที่ถูกแยกออกมาเป็นสัดส่วน ใครที่ชอบทำครัวก็สามารถติดตั้งประตูบานเลื่อนกั้นเพื่อป้องกันกลิ่นและควันเพิ่มได้ครัวแบบ One Wall Kitchen มีช่องวางตู้เย็นข้างเคาน์เตอร์ครัว แบบเดียวกันกับห้องอื่นๆ ค่ะออกมาที่ระเบียงค่ะ มีพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้าใต้ Condensing Unitวิวจากระเบียงห้องค่ะ จะเห็นมหาวิทยาลัยสยามอยู่ฝั่งตรงข้ามพอดี ส่วนขวามือก็คือรถไฟฟ้าสถานีบางหว้าค่ะ ชีวาทัย เพชรเกษม 27 คอนโดมิเนียมที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่อย่างแท้จริง ตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นคอมมูนิตี้มอลล์หน้าอาคารทำให้ไม่ต้องออกไปไหนไกลก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จะเดินบนทางเชื่อมสะพานลอยเพื่อไปเรียน หรือจะเดินด้วยบีทีเอสไปทำงานย่านสาทรก็เป็นเรื่องง่ายดาย สามารถเติมเต็มทุกการใช้ชีวิตได้อย่างไร้รอยต่อ      พร้อมขึ้นชมอาคารจริงได้ในงาน Grand Opening วันที่ 19-20 พ.ค. 61 พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรี! ทุกค่าใช้จ่ายวันโอน

การเดินทาง

Promotion Grand Opening วันที่ 19-20 พ.ค. 61 พร้อมสิทธิพิเศษ ฟรี! ทุกค่าใช้จ่ายวันโอน

ไอเดียแต่งบ้าน

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

บ้านโมเดิร์นเรียบง่าย อยู่สบาย ในเมืองร้อน

จุดเริ่มต้นของการอยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งของใครหลายๆ คน ก็คงไม่ต่างจากบ้านของ คุณเอก ณัฐพงศ์ เพียรเชลงเอก สถาปนิกหนุ่มแห่ง Gooseberry Design ที่มีความตั้งใจอยากสร้างบ้านให้เป็นพื้นที่ของครอบครัว รองรับชีวิตของลูกตัวน้อยทั้งสองคน โดยลงมือออกแบบบ้านด้วยตัวเองซึ่งถือว่าเป็นโจทย์ความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดของขนาดที่ดินและสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชนหนาแน่นในซอยโดยรอบ แต่คุณเอกเองก็ได้ใช้ความสามารถทางวิชาชีพที่มีก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยให้ออกมาสวยงามน่าอยู่อาศัยในรูปแบบโมเดิร์น ทรอปิคัล ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างกรุงเทพฯ ได้เป็นอย่างดี บ้านกล่องสี่เหลี่ยมหลังคาทรงจั่วสีขาว 2 ชั้น บนที่ดินขนาด 50 ตารางวา ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางชุมชนอย่างสังเกตได้จากระยะไกล ภายในมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 280 ตารางเมตร จุดสังเกตหลักที่เราสะดุดตาได้ตั้งแต่แรกเห็น คืออาคารสีขาวโพลนออกแบบ Facade (ฟาซาด) เหล็กสีดำมีลักษณะเหมือนตัวต่อเลโก้ไล่เรียงกันไปเรื่อยๆ ในรูปทรงสามเหลี่ยมปกคลุมอาคารด้านหน้าไว้เพียงครึ่งหนึ่ง  ซึ่งมีหน้าที่ช่วยลดความร้อนก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน และยังช่วยลดอัตราการใช้พลังงานให้น้อยลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีช่องแสงเพื่อให้ภายในบ้านได้รับลมและแสงสว่างเพียงพอ นอกจากจะได้ความสวยงามอย่างปลอดโปร่งแล้ว ผู้อยู่อาศัยยังได้ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับ อีกทั้งตัวอาคารยังดูสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการประดับประดาไม้ประดิษฐ์สีเขียวขจีลงไปในชิ้นฟาซาดเหล็ก “บ้านหลังนี้มีที่มาครับ” สถาปนิกเจ้าของบ้านเริ่มเล่า “ช่วงหลายปีก่อนผมซื้อที่ดินแปลงนี้เก็บไว้เฉยๆ ตอนแรกทำเป็นสนามหญ้าให้ลูกวิ่งเล่น แต่พอเห็นรถไฟฟ้าหน้าซอยเริ่มก่อสร้างเลยคิดอยากสร้างบ้านไว้ให้เขาในอนาคต โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าบ้านอยู่สบาย ไม่ร้อน และตอบโจทย์งบประมาณ ผมเลยออกแบบแปลนบ้านให้มีลักษณะเป็นรูปตัวยู (U) มีสเปซเชื่อมถึงกันทุกส่วน โดยเว้นคอร์ทยาทไว้ตรงกลางไว้ให้สมาชิกทุกคนสามารถมองวิวได้ แม้ในอนาคตจะมีอาคารอื่นมาสร้างขึ้นข้างๆ แต่เราก็ยังรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติอยู่”  ทั้งนี้เพื่อดึงธรรมชาติภายนอกเข้าไปสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านจะพบว่าพื้นที่ภายในดูโปร่งโล่งสบายและเชื่อมต่อถึงกันทุกส่วน เนื่องจากมีประตูบานเลื่อนและบานเฟี้ยมกระจกใสรายล้อมอาคารผนังฝั่งที่ติดกับคอร์ทยาท โดยพื้นที่แรกจะเป็นส่วนของแพนทรีและโต๊ะทานข้าวกระชับความสัมพันธ์ก่อนขยับเข้าไปยังทางเดินที่แยกขึ้นบริเวณชั้นสองและห้องนั่งเล่น อีกทั้งประตูหน้าต่างของบ้านเมื่อเลื่อนเปิดออกทั้งหมดจะทำให้ลมพัดผ่านได้ดี ไม่เพียงแต่พื้นที่ภายในเท่านั้นที่มีความเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน บริเวณสวนด้านนอกภายในบ้านหลังนี้มีต้นมั่งมี ที่ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่พักอาศัยคอยทำหน้าที่ให้ความร่มรื่น และลดความแข็งกระด้างของสถาปัตยกรรมคอนกรีตลงมาอยู่ในจุดที่สมดุลโดยไม่ไปรบกวนโครงสร้างโดยรวม  ในบริเวณห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้เรียบง่าย เน้นโทนสีเรียบๆ มีลูกเล่นอยู่ที่ผนังกรุลามิเนตลายไม้สีอ่อนให้กลิ่นอายสไตล์สแกนดิเนเวีย ภายในถูกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินเป็นตู้และชั้นวางของล้อไปกับโครงสร้างของบ้าน อีกสิ่งหนึ่งเลยที่คุณเอกบอกว่าขาดไม่ได้สำหรับห้องนั่งเล่นนี้คือโซฟาตัวยาวสีเทาเข้มที่เลือกลงทุนเพื่อการใช้งานในระยะยาว โดยจัดวางโซฟาไว้ตรงกลางห้อง ซึ่งจริงๆ แล้วพื้นที่ส่วนนี้เป็นสเปชกึ่งห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน เพราะสถาปนิกออกแบบให้มีมุมทำงานในตัวแต่พื้นที่โดยรอบก็ยังดูโปร่งโล่งด้วยการกรุประตูกระจกใสไว้ที่ผนังฝั่งที่เชื่อมกับคอร์ทยาท  ด้วยการออกแบบที่อยากให้พื้นที่ในบ้านเชื่อมต่อถึงกัน บริเวณโถงทางเดินจึงต่อเนื่องและนำสายตาไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้เป็นอย่างดี ส่วนผนังข้างบันไดขึ้น-ลงคุณเอกหล่อเป็นแผ่นคอนกรีตสูงจากพื้นจรดเพดานชั้นสองขึ้นมาเพื่อโชว์พื้นผิวแบบดิบๆ ซึ่งก็สอดรับกับโครงเหล็กที่เห็นเป็นเส้นสายแนวตั้งโดยใช้เป็นราวจับบันได อีกทั้งยังปูลูกนอนด้วยไม้สักเนื้อแข็งสีธรรมชาติให้ความรู้สึกอบอุ่นกับบ้านมากขึ้น  ทันทีที่ไต่บันไดขึ้นมาจะพบกับระเบียงที่เปิดโล่ง มองเห็นคอร์ทยาทเป็นส่วนเชื่อมพื้นที่ตรงกลางพร้อมรับแสงธรรมชาติสู่ภายในได้เต็มที่ พื้นที่ทั้งหมดประกอบด้วยห้องนอนใหญ่บริเวณส่วนในสุดของอาคาร ห้องนอนเล็ก ห้องพระ และห้องทำงานจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งที่ติดกับรั้วด้านหน้าบ้าน  อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของบ้านหลังนี้คือเพดานในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยปูนเปลือยทั้งหมด โดยเกิดจากความตั้งใจของคุณเอกที่อยากโชว์พื้นผิวของวัสดุจึงหล่อเป็นคอนกรีตขึ้นมา ทำให้หลังคาจั่วนี้ดูสวยงามไม่ต่างจากหลังคาจั่วทั่วไป แถมภายในห้องยังให้บรรยากาศแบบโปร่งโล่งสบายอีกด้วย [captionquote] คุณเอกกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “การออกแบบบ้านแต่ละหลังสำหรับผมที่เป็นสถาปนิกจะคำนึงถึงปัจจัยสภาพแวดล้อมก่อนเป็นหลัก เพราะการออกแบบอะไรในบริบทที่ต่างกันนั้นต้องทำออกมาให้ดีที่สุดและต้องตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ด้วย เพราะพื้นที่อันจำกัดเราเลยต้องออกแบบให้บ้านหลังนี้ดูเรียบง่าย โปร่งโล่ง และสบายตา อีกอย่างคือมีช่องแสงเยอะทำให้ประหยัดไฟและเย็นสบาย อย่างน้อยการดีไซน์ที่ดีก็ช่วยแบ่งเบาพลังงานได้”[/captionquote] เราอาจกล่าวสรุปได้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลหลังนี้นอกจากคุณเอกตั้งใจสร้างให้เป็นบ้านสำหรับลูกๆ แล้ว ยังสร้างตามใจผู้อยู่อย่างแท้จริงด้วยเช่นกัน

รอบรู้เรื่องบ้าน

ฮวงจุ้ย : แปลนบ้านถูกหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้วรวย

ฮวงจุ้ย : แปลนบ้านถูกหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้วรวย

โดยในหลักการของบ้านก็เช่นกัน เป็นเรื่องของความสมดุลที่เรียกว่า อินเอี๊ยง หรือหยินหยาง คือมีความมืดและความสว่าง ถ้ามีความสว่างมากเกินไปก็จะกระตือรือร้นมากเกินไป มุ่งมั่นแต่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่หากเป็นความมืดก็คือความนิ่ง ความสงบ ถ้าความมืดน้อยก็จะไม่สงบ ดังนั้น ต้องแบ่งหน้าบ้านกับหลังบ้านให้สมดุลกัน โดยหน้าบ้านต้องสว่าง หลังบ้านต้องทึบ ต้องมืด เปรียบได้กับหน้าบ้านสว่างเป็นน้ำ น้ำไหลเข้ามา หลังบ้านทึบเป็นภูเขารับน้ำ แต่ถ้าอยู่สลับที่กันเช่นหลังบ้านโล่ง แปลว่าไม่มีภูเขา ภูเขาตกน้ำ คนที่อยู่ภายในบ้านจะสุขภาพไม่ดี เป็นเรื่องระหว่างเงินกับคน ดูเงินให้ดูที่ความเคลื่อนไหว ดูว่าจะเก็บอยู่หรือไม่ให้ดูความนิ่ง ข้อห้ามที่ว่าไม่ให้ 2 ประตูตรงกัน แปลว่ามีแต่เงินเข้ามาแต่ทำเท่าไรก็ไม่เหลือ เราจึงต้องอุดข้างหลัง เหมือนโบราณถ้ามีคู่ต้องให้คู่เก็บ สามีทำงาน ภรรยาอยู่บ้านให้เก็บเงิน ไม่มีคนอยู่บ้าน ทำแทบตายไม่มีคนเก็บ คอนโดก็เช่นกัน ต้องแบ่งครึ่ง หน้ากับหลัง กฎของแม่น้ำกับภูเขาก็ใช้ได้ด้วยกัน  กฎของสว่างกับทึบต้องตรงข้ามกัน ทุกครั้งที่มีเข้ามาต้องมีการรับ เช่นถ้ามีประตูต้องไม่มีหน้าต่างตรงกัน แสงก็เช่นกัน ต้องมีความสมดุลระหว่างสว่างและมืด ที่ว่าหน้าบ้านเป็นโบสถ์ วัด โรงเจ ถือว่าเป็นความมืด จะแก้ด้วยการติดไฟสว่างไว้ 1 ดวง เพื่อแก้ให้มีความสว่างเกิดขึ้น หรือหากหน้าบ้านมีรถไฟฟ้าเปรียบเสมือนภูเขาอยู่ตรงหน้า อาจไม่ดี ต้องแก้ด้วยความโล่งโปร่ง จึงมีการวางน้ำพุ ลานน้ำผุดขึ้นมาแก้สร้างความสมดุล ความทึบคือความมั่นคงคือบุคคล ความโล่งคือการเงินหรือสุขภาพ ความสมดุลของบ้าน เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ส่วนจะรู้ว่าสมดุลหรือไม่นั้น หลักการคำนวณเริ่มจากยืนจากหน้าบ้านใช้เข็มทิศวัด ว่าบ้านนี้หันหน้าไปทางทิศไหน หลังตั้งอยู่ทิศอะไร แล้วมาคำนวณ เบื้องต้นบ้านที่ดีต้องแบ่งด้านหน้าออกเป็น 3 ช่องได้เท่าๆ กัน สำหรับลักษณะของบ้านที่ดีต้องเข้าตรงกลาง โดยให้เปรียบสัมพันธ์กับหน้าตาของคนเรา ทางเข้าถ้าเบี้ยวซ้าย เบี้ยวขวาเหมือนปากไม่ตรง กินไม่ถนัด และบ้านที่เอาบันไดไว้หน้าบ้านก็ไม่ดี เพราะเปรียบเสมือนเอาภูเขาไปอุดอยู่ข้างหน้า บ้านที่เป็นรูปลักษณะที่ดีคือเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่ด้านตั้งก็ด้านยาว การต่อเติมที่ไม่สมดุลมีส่วนเกินมาก ทำให้ไม่ครบองค์ประกอบ 8 ทิศไม่สมบูรณ์ก็จะไม่ดีในแง่ฮวงจุ้ย ในการพิจารณาตามศาสตร์ฮวงจุ้ยต้องดูเฉพาะตัวบ้าน ไม่ต้องสนใจที่ดิน ประตูบ้านสำคัญกว่าประตูรั้ว เพราะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่เข้ามาหาเรา รูปลักษณะบ้านก็ต้องอยู่ในความสมดุล โดยบ้านที่ดีคือ บ้าน 2 ชั้นขึ้นไป ประตูกับบันไดควรสัมพันธ์กัน ทางเข้าต้องมีบันไดรับ ซ้ายหรือขวาได้ แต่ต้องไม่ใช่ตรงกลางบ้าน เปรียบเสมือนการรับทรัพย์และนำเข้าไปในตัวบ้านบ้านที่ดีต้องมีห้องรับแขก เข้าประตูมาแล้ว อยู่ซ้ายหรือขวาแล้วแต่ทิศทางเป็นตัวกำหนดบ้านที่ดี โดยหลักการทั่วไป ห้องใหญ่ที่สุดคือห้องของหัวหน้าครอบครัว คือคนที่หาเงินได้มากที่สุดบ้านที่ดี มุมของพ่อแม่ควรเป็นมุมสงบอยู่ชั้นล่าง " การเลือกแปลนบ้านให้ใช้เกณฑ์ของกระแสที่ไหลมาเป็นตัวกำหนด คือให้ถนนเป็นหลัก หากว่าเป็นหลังสุดท้ายและติดริมรั้วเลยถือว่าไม่ดี เรียกว่าปลายน้ำ ยิ่งเป็นรั้วที่ติดกับหมู่บ้านและมีบ้านที่อยู่ภายนอกบังอยู่ด้วยยิ่งไม่ดี แต่ถ้าติดรั้วและอีกฝั่งเป็นที่โล่งยังถือว่ามีกระแสลมพัดผ่าน ไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้อนี้ อย่างไรก็ตามยังต้องมองว่าต้นทางกับปลายทางสู้กลางทางไม่ได้...."  บ้านที่ดี ห้องครัวเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ถือเป็นมุมทรัพย์อีกแบบหนึ่ง ไม่โปร่งโล่งเกินไป ควรเป็นมุมที่ต้องแอบซ่อน เห็นครัวง่ายก็จะมีคู่แข่งตลอด อาหารการกินก็จะมีคนมาแย่งกิน กรณีนี้ยกเว้นสำหรับร้านอาหาร และครัวไทยที่ทำนอกบ้านบ้านที่ดี การทำครัวให้เลี่ยงการประจันหน้าระหว่างเตาไฟกับอ่างล้างจาน เพราะน้ำกับไฟเจอกัน จะทำให้คนในบ้านทะเลาะกันบ้านที่ดี โดยหลักการฮวงจุ้ย การดูครัวให้ใช้ดวงชะตาของแม่บ้านเป็นหลัก เพราะถ้าแม่บ้านไม่มีแรง กลับบ้านมาก็ไม่มีใครป้อนอาหารให้มีความสุขได้บ้านที่ดี ควรเว้นการทำห้องน้ำตรงกลางบ้าน และตรงกลางของหลังบ้าน ห้ามส่วนที่เป็นจุดศูนย์กลางทั้งหมด เพราะจะทำให้ประธานมีปัญหาหน้าต่างและบันไดบ้านควรจัดสมดุลด้วยสายตาและยึดหลักจำนวนเลขคี่ เพราะเลขคี่ คือ พลังการเคลื่อนไหว ส่วนเลขคู่ คือพลังหยุดนิ่งหลังคาบ้าน เปรียบเสมือนหมวก หากว่าออกแบบชายคาต่ำกว่าสายตา ทำให้คนในบ้านมองไปไม่ไกล ทัศนวิสัยไม่ดี เหมือนปิดหน้าปิดตาไว้  ที่สำคัญทางสามแพร่งถือเป็นข้อห้ามอันดับหนึ่ง เพราะกระแสจะวิ่งตรงเข้ามาชนตัวบ้าน ชนประตู จะมีปัญหามาก คนที่อยู่บ้านลักษณะนี้จะไม่มีความสุขเพราะกระแสแรง ส่งผลต่อคนแต่ละคนและมีทิศทางเป็นตัวกำหนด หากพุ่งชนทิศตะวันออกจะเกี่ยวข้องกับคำพูด ลม ปากและคอแห้ง มักจะมีปัญหาสุขภาพเรื่องปอด ทิศตะวันตกมักจะมีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุ ทิศเหนือมีปัญหาเรื่องมดลูก ทิศใต้มีปัญหาเรื่องสายตา อย่างไรก็ตามบ้านลักษณะนี้เงินทองจะเข้าดีแต่สุขภาพจะไม่ค่อยดี  ขอขอบคุณข้อมูลฮวงจุ้ยดีๆ จาก อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร แหล่งที่มา : https://mgronline.com

เรื่องควรรู้ที่อยู่อาศัย

คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีจริงหรือ?

คอนโดติดรถไฟฟ้า ดีจริงหรือ?

ทุกวันนี้เมื่อเอ่ยถึงคอนโดมิเนียมก็ต้องทำเลติดรถไฟฟ้า เพราะเป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วที่สุด ท่ามกลางรถติดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในกรุงเทพมหานครแห่งนี้ หลายค่ายก็โหมโปรโมทกันยกใหญ่ว่ายิ่งติดรถไฟฟ้าก็ยิ่งดี แต่ทว่ายิ่งติดสถานีรถไฟฟ้ามากเท่าไร ราคาก็ยิ่งแพงขึ้นเป็นเงาตามตัวเช่นกันใช่ไหมคะ ที่สำคัญก็ใช่ว่าจะมีสิ่งแวดล้อม หรือสิ่งอำนวยความสะดวกดีๆ ไปเสียทุกสถานี แล้วอย่างนี้จะดีจริงหรือ? จากการประเมินสภาพจราจรทั่วโลก ประจำปี 2560 โดย INRIX Global Traffic Scorecard(บริษัทที่ทำการ วัดผลการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนรวมถึงช่วงเวลาอื่นๆ จากทั่วโลก) พบว่ากรุงเทพฯ ติดอันดับเมืองรถติดมากที่สุดอันดับ 16 ของโลก และยังเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย การเดินทางบนท้องถนนจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นทุกวัน และการแก้ปัญหาได้ดีที่สุดจึงหนีไม่พ้นรถไฟฟ้า เพราะสามารถลดระยะเวลาเดินทางลงได้มาก แม้ว่าทุกวันนี้ จะมีอยู่ไม่กี่สายก็ตาม หลายคนเลยพยายามมองหาที่พักอาศัยใกล้สถานีรถไฟฟ้า เพื่อแลกมากับ เวลาเดินทางที่สั้นลง เหนื่อยน้อยลง แต่ก็มีข้อควรระวังในการเลือกคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าด้วยนะคะ เป็นที่ทราบกันดีว่ายิ่งติดรถไฟฟ้ามากเท่าไรก็ยิ่งมีราคาแพง โดยเฉพาะสถานีย่านใจกลางเมืองก็ย่อมเป็นโครงการระดับ Super Luxury ด้วยทำเล รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมในทุกด้าน เช่น สถานีทองหล่อ, สถานีเพลินจิต, สถานีชิดลม, สถานีศาลาแดง, สถานีช่องนนทรี เป็นต้น แต่ถ้าเป็นคอนโดมิเนียมที่อยู่ใกล้สถานีที่ห่างออกมา จากใจกลางเมืองก็คงต้องมาพิจารณากันเป็นรายสถานีกันไปค่ะ เพราะหลายสถานีก็ไม่ได้มีสภาพแวดล้อมที่ดีเท่าไรนัก หากไม่ใช่คนที่อยู่ย่านนั้นอยู่แล้วก็อาจจะไม่รับรู้ได้ อย่างที่เราจะยกตัวอย่างปัญหาจากบางสถานีแบบกว้างๆ ให้ได้ลองไปสังเกตกันดูค่ะสถานีคนล้น เป็นสถานีที่มีคนใช้บริการกันเยอะมาก โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนเพื่อเดินทางเข้าไปทำงานในเมือง บางวันถึงขั้นล้นจนไม่สามารถขึ้นไปยังชานชาลาได้ และหากผู้โดยสารในขบวนก็เต็มมาจากสถานีก่อนหน้าอยู่แล้ว พอมาถึงสถานีถัดไปก็ขึ้นได้แค่ไม่กี่คนเท่านั้น กลายเป็นต้องเผื่อเวลากันมากขึ้นเพื่อรอคิวเบียดเข้าขบวนรถที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบหายใจไม่ออก สถานีน้ำท่วม เชื่อไหมคะว่ามีบางสถานีที่เวลาเกิดฝนตกหนักก็เกิดน้ำท่วมขังที่ถนนข้างใต้สถานีนั้นเอง แล้วยิ่งหากถนนช่วงที่น้ำท่วมนั้นอยู่หน้าคอนโดของเราพอดีล่ะคะ นอกจากผู้ที่ใช้บีทีเอสจะต้องเดินลุยน้ำแล้วเข้าคอนโดแล้วยังส่งผลถึงราคาขายห้องในอนาคตตามไปด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องดูดีๆ เลยค่ะ สถานีเปลี่ยว แม้จะเป็นช่วงที่มีรถไฟฟ้าผ่าน แต่ก็ยังมีบางสถานีที่เป็นเหมือนแค่ทางผ่านค่ะ สิ่งอำนวยความสะดวก ใกล้สถานีก็แทบไม่มี แถมช่วงกลางคืนไม่ค่อยมีผู้คนเดินอยู่แถวนั้น ไฟก็ไม่สว่างก็ยิ่งเปลี่ยวเข้าไปกันใหญ่ สถานีมีแค่ตลาด ถ้าไลฟ์สไตล์ของคุณชอบเดินห้างสรรพสินค้าตากแอร์เย็นๆ นั่งทานร้านอาหารในห้างแล้วล่ะก็ คอนโดมิเนียมที่อยู่ในสถานีใกล้กับตลาดก็คงไม่เหมาะเท่าไร แม้จะอยู่ติดกับรถไฟฟ้าก็ตามใช่ไหมคะ บางแห่งก็เป็นตลาดสดอาจมีกลิ่นรบกวน ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม สุดท้ายก็ไปกระทบกับราคาขายในอนาคตอีกต่างหาก สถานีใกล้ห้างสรรพสินค้า หรือแหล่งร้านแฮงค์เอ้าท์ คอนโดมิเนียมที่ใกล้ทั้งสถานีรถไฟฟ้าพร้อมๆ กับห้างสรรพสินค้า ย่อมเป็นทำเลที่ดีมากใช่ไหมคะ แต่ในทางกลับกันหากไลฟ์สไตล์ของคุณชอบความเงียบสงบเป็นส่วนตัว เดินหาอะไรง่ายๆ ทานมากกว่า คอนโดมิเนียมทำเลนี้ก็คงไม่เหมาะค่ะ เพราะอาจมีค่าครองชีพที่สูงขึ้น ผู้คนพลุกพล่านอยู่เกือบตลอดเวลา และยิ่งหากใกล้แหล่งแฮงค์เอ้าท์ก็อาจได้รับผลกระทบจากเสียงดังช่วงกลางคืนได้ ห้องติดริมถนนใหญ่ โครงการที่ติดสถานีรถไฟฟ้าย่อมต้องอยู่ติดริมถนนใหญ่ไปด้วยใช่ไหมคะ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ควรระวังห้องที่อยู่ฝั่งริมถนนหน้าโครงการปค่ะ โดยเฉพาะยูนิตที่อยู่ชั้นไม่สูงจะได้รับผลกระทบจากเสียงบนท้องถนนที่ดังอยู่ตลอดเวลา และสิ่งที่จะตามมานั้นคือฝุ่นดำๆ ที่มักจะเกาะติดอยู่ที่ระเบียงเป็นประจำ ซึ่งเวลาเราตากผ้าไว้ที่ระเบียงก็ต้องโดนฝุ่นเหล่านี้ตามไปด้วยค่ะ สุดท้ายหากคิดจะควักเงินสักก้อนเพื่อให้ได้อยู่คอนโดติดรถไฟฟ้าแลกกับความสะดวกสบายก็ต้องดูที่สถานีด้วยค่ะ ว่าเป็นสถานีอะไร สำรวจสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเป็นอย่างไร เวลาเราเข้าไปอาศัยอยู่จริงจะได้ ไม่เกิดปัญหาภายหลัง และเพื่อได้คอนโดที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรามากที่สุดค่ะ