Infographic

 

Infographic ล่าสุด

1 2 3 ... 10
 จัดหิ้งพระในบ้าน ให้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของ

 จัดหิ้งพระในบ้าน ให้เป็นสิริมงคลกับเจ้าของ

เรื่องของศาสนาและความเชื่อเป็นของคู่กันกับคนไทยมาเนิ่นนาน เราจะเห็นได้ว่าแทบทุกบ้านจะต้องมีหิ้งพระ หรือมากกว่านั้นอาจจะมีหิ้งเทพ หิ้งรูปบรรพบุรุษ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่เราบูชานับถือ แต่หลายคนไม่ทราบว่าควรจัดวางไว้บริเวณใดของบ้านถึงจะเหมาะสม เป็นมงคลกับชีวิต บางครั้งอาจเผลอวางผิดที่ผิดทางจนเกิดความ ไม่เป็นมงคลตามความเชื่อได้ เราจึงรวบรวมคำแนะนำดีๆ เหล่านี้มาฝากกันครับ   สิ่งที่ควรทำ หมั่นดูแลหิ้งพระให้สะอาดอยู่เสมอ  ทำความสะอาดบ้านแล้วก็อย่าลืมต้องทำความสะอาดหิ้งพระด้วยนะครับ เพราะเชื่อว่าหากองค์พระหรือรูปเทพ มีฝุ่นจับเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย นอกจากนั้นควรหมั่นเปลี่ยนน้ำ ดอกไม้ในแจกันบูชาเพื่อให้ชีวิตของคนในบ้าน สดชื่น แจ่มใสอยู่ตลอดเวลา   เลือกตำแหน่งที่สงบ วางหิ้งพระอยู่ในมุมสงบของบ้าน ไร้เสียงรบกวน จอแจ เพราะบางบ้านวางหิ้งพระไว้บริเวณประตูเข้า-ออก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าคนในบ้านจะพบแต่ความวุ่นวาย   หิ้งพระบนหลังตู้ควรสูงกว่าศีรษะ  หิ้งพระควรอยู่สูงกว่าศีรษะ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนท์ต้องระวังเรื่องนี้ให้ดีครับ เพราะส่งผลกับความเจริญก้าวหน้า อาชีพการงาน   หิ้งพระควรตั้งอยู่ในมุมที่เป็นสัดส่วน  จัดพื้นที่เฉพาะสำหรับหิ้งพระ หรือแยกห้องพระออกจากห้องอื่นๆ คือทางเลือกที่ดีที่สุดครับ และหากอยู่นอกบ้านแล้ว สามารถมองเห็นหิ้งพระในบ้านอย่างชัดเจนถือว่าไม่ดี ที่สำคัญคือบนหิ้งพระควรมีองค์พระหรือองค์เทพ รวมกันแล้วเป็นจำนวนเลขคี่    สิ่งที่ไม่ควรทำ หิ้งพระไม่ควรติดตั้งผนังเดียวกับห้องน้ำหรือห้องครัว  ไม่ควรวางพิงผนังเดียวกับห้องน้ำหรือห้องครัว รวมถึงไม่ควรหันหน้าหิ้งบูชาไปตรงกับประตูห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะจะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย มีเรื่องขัดแย้งหรือเงินทองรั่วไหล เก็บเงินไม่อยู่    ไม่ควรตั้งอยู่ปลายเตียง  ไม่ควรหันหน้าหิ้งพระเข้าหาเตียงนอน และทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการตั้งหิ้งบูชาไว้ในห้องนอน เนื่องจากเราอาจมีกิจกรรม ที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าหิ้งพระเช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือการร่วมหลับนอนของคู่สามี-ภรรยา เป็นต้น   วางหิ้งพระไว้ที่ห้องรับแขก ห้องรับแขกเป็นจุดที่มักจอแจ วุ่นวายมากที่สุดในบ้าน ดังนั้นไม่ควรวางหิ้งพระไว้ในส่วนของห้องรับแขก   หลีกเลี่ยงการตั้งหิ้งบูชาไว้ใต้คาน  นอกจะดูเรื่องการวางในพื้นที่เหมาะสมแล้ว ก็ต้องเงยหน้ามองบนฝ้าเพดานสักนิดครับ เพราะหากหิ้งบูชาอยู่ใต้คาน นั่นหมายถึงดวงชะตาของเจ้าของบ้านอาจถูกกดทับ และมักมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เสมอ   จะเห็นได้ว่าการจะบูชาสิ่งศักสิทธิ์เอาไว้ในบ้านของเรา เป็นสิ่งที่หลายบ้านทำกันอยู่แล้วครับ เพียงแค่ต้องรอบคอบ ในการวางตำแหน่งกันสักหน่อย ซึ่งก็ดูแล้วไม่ยากจนเกินใช่ไหมครับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่เจ้าของบ้าน ตามความเชื่อนั่นเอง    
เคล็ด (ไม่) ลับ  เลือกธนาคารกู้ซื้อบ้าน

เคล็ด (ไม่) ลับ เลือกธนาคารกู้ซื้อบ้าน

เมื่อเราอยากจะมีบ้านหรือคอนโดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายที่อยู่ หรือขยับขยายครอบครัวก็ตาม เชื่อว่าหลายคนต้องทำการบ้านกันอย่างหนักว่าจะเลือกโครงการไหนดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำเล รูปแบบบ้าน สิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก ที่ตอบโจทย์กับเราและครอบครัวได้มากที่สุด สำคัญที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของราคาที่จะต้องมีการยื่นกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยกับธนาคารต่างๆ ซึ่งก็มีหลายแห่ง หลายโปรโมชั่นมาให้เลือกกันจนปวดหัวไปหมด แต่วันนี้เรามี “เคล็ดลับเลือกธนาคาร เมื่อกู้ซื้อบ้าน” ให้ได้ไปเป็นทริคลองสังเกตดู เพียง 4 ข้อเท่านั้นครับ กู้ที่ไหนดี การยื่นกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยนั้นมีหลากหลายสถาบันการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีสหกรณ์ออมทรัพย์ บริษัทประกันชีวิต บริษัทอสังหาริมทรัพย์ การเคหะแห่งชาติ หรือบริษัทนายจ้างของตนเอง เป็นต้น แต่การที่เลือกสถาบันการเงินที่ให้กู้เพื่อซื้อบ้านก็ควรต้องศึกษา พร้อมเปรียบเทียบเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย เพื่อให้เหมาะกับความสามารถการผ่อนในระยะยาวของผู้กู้   เงื่อนไขสินเชื่อที่เหมาะกับตัวเอง เนื่องจากการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยนั้นมีการผ่อนชำระยาวนานมากกว่าการกู้ชนิดอื่นๆ เฉลี่ยราว 25-30 ปี หรืออาจมากกว่านี้ ฉะนั้นควรจะเลือกสถาบันการเงินสำหรับเงินกู้สินเชื่อบ้านให้กู้อย่างมืออาชีพ เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาวไม่ให้เกิดเหตุการณ์ถูกเรียกคืนเงิน หรือเกิดอาการสะดุดระหว่างทาง   ดอกเบี้ยต่ำ ดูอย่างไร ใครๆ ก็ต้องการดอกเบี้ยต่ำ เพื่อไม่ให้เกิดภาระกับการผ่อนต่อเดือนที่มากเกินไป ก็ต้องมาดูกันที่อัตราดอกเบี้ยคงที่ในระยะเวลานานๆ ตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพราะในระหว่างนั้นจะไม่มีการปรับอัตราผ่อนและหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยที่คิดเป็นเท่าไร ส่วนใหญ่จะอิงกับ MLR ลูกค้ารายย่อยชั้นดี ซึ่งอย่างหลังจะมีอัตราสูงกว่าเล็กน้อย การอิงกับอัตราดังกล่าวจะต้องดูว่าบวกหรือลบเท่าไรจากอัตราอ้างอิง ถ้าคำนวณแล้วสูงกว่าอีกสถาบันหนึ่งก็เป็นข้อพิจารณาเลือกใช้บริการ   กู้ได้มากน้อย ดูตรงไหน แต่ละคนจะยื่นกู้ได้ในวงเงินที่แตกต่างกัน เพราะทางสถาบันการเงินจะมีการประเมินราคาที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนใหญ่ธนาคารพาณิชย์จะมีบริษัทในเครือเป็นผู้ประเมิน โดยการประเมินราคาหลักประกันนั้น ถ้าเป็นโครงการที่สร้างโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงก็จะอิงกับราคาซื้อขายเป็นหลัก ดังนั้นวงเงินให้กู้ตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ถ้าเป็นแนวราบ คือบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์สูงสุดไม่เกิน 95% ของราคาประเมิน และถ้าเป็นแนวสูง หมายถึง คอนโดฯ สูงสุดไม่เกิน 90% ของราคาประเมิน ฉะนั้นถ้าผู้กู้มีเงินออมมากหน่อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องวงเงินกู้มากเท่ากับผู้มีเงินออมจำกัดที่จำต้องเลือกสถาบันที่ให้วงเงินกู้มากกว่า และต้องดูหลักเกณฑ์มาตรการ LTV ประกอบด้วย    
วิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา

วิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา

ฝนตกบ่อยเกิดน้ำขัง มีความชื้นสะสมเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่จะตามมาเป็นของคู่กันกับความชื้นก็คือตะไคร่น้ำ ที่ชอบเกาะอยู่ตามหลังคา ผนัง และพื้น ซึ่งไม่ใช่แค่ดูสกปรกแค่นั้นนะครับ แต่ยังลื่นน่าดู ถ้าเราเผลอไปเดินเหยียบมันเข้าล่ะก็ ต้องลื่นล้มแน่นอนครับ มากำจัดตะไคร่น้ำก่อนจะเกิดอุบัติเหตุกับคนในบ้านกันดีกว่า   เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ใครที่ยังไม่มีเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงอาจจะต้องลงทุนกันหน่อยครับ ราคาเริ่มต้นประมาณพันกว่าบาท แต่สามารถใช้ได้อย่างง่ายดาย สะดวก ประหยัดแรง ประหยัดเวลา แถมยังเอาไปใช้ล้างรถได้ด้วยนะครับ ซื้อ 1 เครื่องได้ประโยชน์ 2 ต่อ แต่ถ้าตะไคร่น้ำเกาะตัวหนาแล้ว ก็อาจจะขจัดออกได้ไม่หมดเสียทีเดียว อาจต้องมีการขัดพื้นเพิ่มครับ น้ำร้อน ต้มน้ำร้อนให้เดือดมากๆ แล้วราดลงบนบริเวณที่มีตะไคร่น้ำ ตามด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เทซ้ำลงไปที่เดิม ก่อนจะลงมือใช้แปรงขัดออก น้ำยาล้างจาน ต้องมีทุกบ้านอยู่แล้วครับสำหรับน้ำยาล้างจาน โดยผสมน้ำยาล้างจาน 600 มิลลิลิตร กับน้ำเปล่า 5 แกลลอนให้เข้ากัน แล้วราดลงบนตะไคร่น้ำ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นก็ทำการขัดและล้างออกให้สะอาด น้ำส้มสายชู หนึ่งในเครื่องปรุงอาหารที่สารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ เพียงแค่นำน้ำส้มสายชูมาราดลงบนตะไคร่น้ำโดยตรงให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วค่อยขัดออกให้หมดจด สุดท้ายก็ราดน้ำเพื่อทำความสะอาดให้เกลี้ยง เบกกิ้งโซดา เดี๋ยวนี้เบกกิ้งโซดาหาซื้อได้ง่ายตามซุปเปอร์มาร์เกตทั่วไปครับ เพียงแค่นำไปโรยลงบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว แล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังจากนั้นเศษตะไคร่น้ำจะหลุดออกมาเอง เราแค่กวาดมันทิ้งไปครับ สารฟอกขาว ผสมสารฟอกขาว ¾ ถ้วยตวง กับน้ำเปล่า 1 แกลลอน เพื่อนำไปราดบนตะไคร่น้ำและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยล้างออก ระวังอย่าปล่อยให้สารฟอกขาวที่เราเทลงไปนั้นแห้งไปกับพื้น และระวังอย่าให้ไหลไปโดนต้นไม้ในสวนของคุณด้วยนะครับ ปูนขาว ไฮเดรตไลม์ (Hydrated lime) ปูนขาว ไฮเดรตไลม์  1 กิโลกรัม มาผสมน้ำเปล่า 3 แกลลอน ฉีดพ่นลงไปบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง เมื่อตัวตะไคร่น้ำเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาลก็สามารถขัดออกได้อย่างง่ายดาย แปรงทองเหลือง หลังจากเลือกใช้น้ำยาที่จะมาลงพื้นที่มีตะไคร่เกาะได้แล้ว อย่าลืมว่าการขัดพื้นที่เป็นคอนกรีตให้ใช้แปรงทองเหลืองขัด จะทำให้คราบต่างๆ หลุดออกได้ง่ายยิ่งขึ้น แนะนำให้ต่อด้านไม้ยาวๆ นะครับ เวลาลงมือขัดจะได้ไม่ปวดหลังมาก     วิธีที่เรานำมาฝากสามารถหาซื้ออุกปกรณ์ได้ตามท้องตลาดทั่วไปครับ แต่หากวิธีไหนมีสารเคมีอยู่ด้วยก็ต้องระมัดระวังในการใช้งานให้มาก เก็บสารเคมีที่เหลือไว้อย่างมิดชิด ที่สำคัญต้องอ่านวิธีการใช้งานอย่างละเอียดบนฉลากผลิตภัณฑ์ครับ      
เคล็ดลับเก็บออมของมนุษย์เงินเดือน เพื่อเงินก้อนโต!

เคล็ดลับเก็บออมของมนุษย์เงินเดือน เพื่อเงินก้อนโต!

เคยไหมครับ? อยากจะมีเงินเก็บสักก้อน แต่พยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักที เพราะค่าใช้จ่ายจุกจิกตามมาแต่ละเดือนเต็มไปหมด ไม่ว่าจะค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือมีเหตุจำเป็นอื่นๆ อยู่ประจำ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากนะครับ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถทำได้ด้วยเทคนิคแบบง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนหรือยากเกินไปเลย ด้วยวิธีที่เรานำมาฝากกันตามนี้เลยครับ   ทำบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นสิ่งที่เราถูกสอนกันมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กใช่ไหมล่ะครับ แม้จะดูเป็นวิธีแบบง่ายๆ แต่ยังคงได้ผลดีทีเดียว เพราะเราสามารถแยกแยะรายรับ รายจ่าย ออกมาได้อย่างชัดเจน สะท้อนการใช้เงินในแต่ละวันว่าหมดไปกับอะไรบ้าง อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดจำนวนรายได้ที่เข้ามาด้วย ทำให้สามารถคำนวณการใช้เงินและแบ่งเก็บออมได้ ยิ่งสมัยนี้มี Application ฟรีหลายตัวที่เป็นบันทึกบัญชีรายรับ รายจ่าย ให้จดแทนสมุดได้อย่างสะดวกสบายขึ้น   แบ่งแยกสัดส่วนให้ชัดเจน เมื่อเราได้เงินเดือนมาก็ทำการแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ เอาไว้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ เหลือเงินเท่าไหร่ จึงเอามาหักส่วนที่เป็นเงินออมเอาไว้ด้วยเลยครับ อาจจะเริ่มที่ 5% ก่อน แล้วค่อยขยับให้มากขึ้นตามความเหมาะสมของตัวเราเอง   กำหนดค่าใช้จ่ายรายวัน หากเกินต้องหยอดกระปุก อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเงินออมของคุณให้เพิ่มพูนขึ้นอย่างดาย โดยการกำหนดค่าใช้จ่ายรายวัน เช่น ตั้งใจใช้เงินวันละ 200 บาท แต่ใช้เกินไปเป็น 250 บาท ก็ต้องนำเงินกลับมาหยอดกระปุก 50 บาท เพื่อเป็นกฎเกณฑ์ฝึกวินัยการใช้เงินไปในตัว ทั้งยังมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ   ชาไข่มุก = ออมเงิน เหล่าสาวกชาไข่มุกทั้งหลายที่จะขาดรสชาติหอมหวานนุ่มหนึบแบบชาไข่มุกแก้วโปรดไปเสียไม่ได้ แม้ราคาต่อแก้วจะไม่ได้ถูกสักเท่าไหร่เลยก็ตาม งั้นมาลองวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกดีทุกครั้งที่ซื้อชาไข่มุกสักแก้วนั้น ก็เพียงแค่ใช้คติ ‘ซื้อเท่าไหร่ออมเท่านั้น’ เช่น เมื่อคุณซื้อชาราคา 100 บาท คุณก็ต้องกลับไปหยอดกระปุก 100 บาท ซึ่งอาจจะดูเหมือนเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่เชื่อเถอะครับ ถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็จะมีเงินก้อนเพิ่มขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด   อย่าใช้เศษ ยกตัวอย่างหากคุณได้รับเงินเดือนเข้าบัญชี 24,500 บาท ก็พยายามใช้เพียง 24,000 บาท ส่วน 500 บาทที่เหลือนั้นก็ถือเป็นการเก็บออมไปในตัวนั่นเอง ยิ่งถ้าคุณมีวินัยและตั้งใจเก็บไปทุกเดือนๆ เงินก้อนก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนครับ   เก็บแบงค์ 50 อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ฮิตมาก นั่นก็คือการเก็บธนบัตร 50 บาทครับ เพราะแบงค์ 50 นั้นไม่ใช่ว่าเรามีโอกาสได้รับบ่อยๆ เหมือนแบงค์ 20 และ 100 บาท ฉะนั้นหากมีโอกาสได้รับเงินทอนเป็นแบงค์ 50 ก็เก็บไว้ สะสมไปเรื่อยๆ เมื่อผ่านไปครบ 1 ปี ลองเอาออกมานับดู คุณอาจจะตกใจกับยอดเงินออมนี้ก็ได้นะครับ   เปิดบัญชีฝากประจำ ใครที่คิดว่าวิธีที่ผ่านมา ตัวเองจะต้องทำไม่ได้แน่เลย งั้นมาลองวิธีสุดท้ายแบบหักดิบกันไปเลยครับ เดินไปเปิดบัญชีฝากประจำเริ่มต้นที่ขั้นต่ำเดือนละ 1,000 บาท ก็ได้ ถ้าจะให้ดีล่ะก็ใช้ระบบการตัดยอดเงินอัตโนมัติจากบัญชีที่รับเงินเดือนของเราเลยครับ ที่สำคัญคือต้องฝากให้ครบตามกำหนด ห้ามนำออกมาใช้ก่อนเด็ดขาด     วิธีการเก็บออมเงินเหล่านี้สามารถเริ่มทำได้เลยไม่ต้องรอช้า แค่ต้องมีวินัยในตัวเองเท่านั้นครับ เพราะถ้ารีบเก็บเงินกันตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตก็สามารถวางแผนต่อยอดเอาไปทำอะไรได้อีกเยอะ  
วิธีกำจัดมด ด้วยของใกล้ตัว

วิธีกำจัดมด ด้วยของใกล้ตัว

วางของกินไว้ทีไร เผลอแป๊บเดียวมดขึ้นทุกที ไม่ว่าจะในครัว โต๊ะกินข้าว โต๊ะทำงาน มดก็ขึ้นได้ทั้งนั้น อย่ารอช้าครับ! หาของใกล้ตัวมารีบกำจัดมดออกไปให้ไกลกันดีกว่า     กากกาแฟ เดี๋ยวนี้คนนิยมดื่มกาแฟกันมากขึ้น กากกาแฟจึงเป็นของทั่วไปที่หาได้ง่าย โดยเฉพาะตามร้านกาแฟที่สามารถขอได้ฟรี โดยแค่เรานำกากกาแฟมาโรยไว้ตามทางเดินมด แค่นี้กลิ่นของมันจะช่วยไม่ให้มดมากวนใจเราอีกเลย   แป้ง แป้งเด็กกลิ่นหอมอ่อนๆ นี่แหละครับที่มดไม่ชอบ เพราะกลิ่นของแป้งจะไปกลบกลิ่นที่มดใช้สื่อสารกัน แถมฝุ่นแป้งยังไปอุดรูหายใจของมดจนหายใจไม่ออก เพียงแค่เราโรยแป้งไว้บริเวณถังขยะ ขาโต๊ะ หรือรังมดขนาดเล็ก   น้ำสบู่ น้ำผสมกับสบู่เหลว ใส่ขวดสเปรย์ฉีดตามทางเดินมดให้ทั่วบริเวณ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ค่อยเช็ดออก อาจจะใช้น้ำยาล้างจานหรือน้ำยาซักผ้าแทนสบู่ก็ได้ครับ   น้ำส้มสายชู+น้ำเปล่า น้ำส้มสายชูในครัวของเราสารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ เพียงแค่นำมาผสมกับน้ำเปล่าในปริมาณเท่าๆ กันที่ 1:1 ใส่ขวดสเปรย์ฉีด หรือจะชุบฟองน้ำเช็ดตามทางเดินมดก็ได้   มะนาว+น้ำเปล่า กรดซิตริกในมะนาวจะช่วยไล่มดออกไปได้ครับ เพียงแค่นำน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าอัตราส่วน 1:3  ใส่ขวดสเปรย์ฉีดพ่นตามพื้นผนังที่มดชอบเดินขบวนผ่าน   น้ำมันก๊าด+ขมิ้น ด้วยความที่มดมีประสาทการรับรู้กลิ่นที่ไวมาก วิธีนี้จึงค่อนข้างได้ผลดีที่เดียวครับ ก่อนอื่นให้เรานำขมิ้นมาตำให้ละเอียดหรือจะใส่โถปั่นก็ได้ ผสมกับน้ำมันก๊าด จากนั้นหาต้นตอรังมดให้เจอแล้วนำไปราดใส่เลยครับ มดจะหายไปแน่นอน   สิ่งของใกล้ตัวในบ้านของเรานั้นมีประโยชน์หลายอย่างทีเดียวครับ นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่าย ยังปลอดภัยต่อคนในครอบครัวอีกด้วย ลองติดตามวิธีการง่ายๆ เหล่านี้ได้ใน Infographic ของเรา รับรองว่าจะนำสิ่งดีๆ มาคอยอัพเดทกันอยู่เสมอครับ    
กำจัดปลวก ด้วยวิธีธรรมชาติ

กำจัดปลวก ด้วยวิธีธรรมชาติ

“ปลวก” ก็ย่อมรู้สึกหวาดผวาปลวกตัวร้ายนี้อย่างแน่นอน แม้จะมีช่างที่รับกำจัดปลวกโดยเฉพาะ แต่ราคาประมาณหลักหมื่นบาทก็ถือว่าไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว ฉะนั้นลองมาใช้วิธีจากธรรมชาติง่ายๆ กันดูก่อนครับ ปลอดภัย ราคาไม่แพงด้วย   นำเฟอร์นิเจอร์ไปตากแดด เป็นวิธีเบื้องต้นที่ง่ายที่สุด ให้นำเฟอร์นิเจอร์ที่ปลวกขึ้นไปตากแดดตรงๆ ทิ้งไว้ 3-5 วัน ให้เฟอร์นิเจอร์ของเราแห้งสนิท ปลวกก็จะหายไปเองครับ   สร้างกับดัก หาไม้กระดานหรือกระดาษแข็งที่จะใช้สร้างกับดักสักแผ่นนำมาพรมน้ำให้ชื้น แล้วนำไปวางไว้มุมที่คาดว่าปลวกจะอาศัยอยู่ ปล่อยทิ้งไว้สักพักใหญ่ค่อยกลับมาดูอีกที เมื่อปลวกรุมแทะแผ่นกับดักของเราพอสมควรแล้วก็รีบนำไปเผาทิ้งทันทีครับ วิธีนี้แม้จะไม้ได้ทำให้ปลวกถึงขั้นหายไปจากบ้านของเรา แต่ก็สามารถช่วยลดจำนวนลงได้พอสมควรเลยล่ะครับ   น้ำมันเปลือกส้มหรือน้ำมันสะเดา ลองหาซื้อน้ำมันเปลือกส้มหรือน้ำมันสะเดา นำมาทาลงบนเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ และนำไปหยอดตามรอยแตกของผนังอย่างสม่ำเสมอ สาร d-limonene ที่อยู่ในน้ำมันจะช่วยกำจัดปลวกได้ดี   เกลือ วัตถุดิบสามัญประจำครัวอย่างเกลือ นำมาผสมกับน้ำอุ่นในปริมาณเท่าๆ กัน คนให้ละลายเข้ากันดี แล้วนำไปฉีดตามจุดที่มีปลวกติดต่อกัน 3-4 วัน   พริกป่น สำหรับพื้นไม้ที่โดนปลวกแทะยังไม่มาก ให้ลองเทพริกป่นที่มีอยู่ในครัวบ้านเรานี่แหละครับ ลงไปตามร่องรอยไม้ที่โดนปลวกแทะได้เลย   น้ำส้มสายชู อีกหนึ่งของหาง่ายในครัวครับ ผสมน้ำส้มสายชูประมาณครึ่งถ้วยกับมะนาว 2 ลูก แล้วเทลงในขวดสเปรย์ นำไปฉีดพ่นบริเวณที่มีปลวก ทำวันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 3-4 วัน ปลวกก็จะหายไป   เลี้ยงไส้เดือนฝอย เป็นอีกครั้งที่เราแนะนำให้เลี้ยงสัตว์ เพื่อกำจัดแมลงบางชนิดครับ สำหรับการกำจัดปลวกนั้น เราขอแนะนำให้เลี้ยงไส้เดือนฝอย ซึ่งมีขนาดตัวเล็กกว่าปลวกเสียอีก ฟังดูอาจจะน่ากลัวสักนิดนะครับ แต่เจ้าไส้เดือนฝอยจะแทรกเข้าไปในตัวปลวกผ่านข้อต่อ เมื่อไส้เดือนเคลื่อนตัวสู่ช่องว่างในตัวปลวกก็จะปล่อยแบคทีเรียสร้างสารพิษเข้าสู่กระแสเลือดของปลวก ส่งผลให้ปลวกตายได้ภายใน 6 ชั่วโมง แต่ตัวไส้เดือนฝอยจะขยายพันธุ์ต่อไปได้ในอีก 3-4 วัน รอปลวกมาเป็นอาหารของมันใหม่อีกต่อไป   ลองสำรวจบ้านและเฟอร์นิเจอร์ของเราให้ดีครับ หากเจอปลวกเริ่มก่อตัวแล้วล่ะก็ ให้รีบหาทางกำจัดก่อนจะลุกลามจนพังบ้านของเรานะครับ    
ต่อเติมห้องครัวไทย แบบโปร่งหรือแบบทึบดี?

ต่อเติมห้องครัวไทย แบบโปร่งหรือแบบทึบดี?

ขึ้นชื่อว่าอาหารไทย เวลาประกอบอาหารก็ย่อมจะต้องมีเสียงดัง กลิ่นแรง ควันฟุ้งเกิดขึ้น ซึ่งคงไม่เหมาะหากครัวของเราอยู่ภายในบ้าน หลายครอบครัวจึงมักจะใช้วิธีต่อเติมครัวไทยแยกออกจากตัวบ้าน แต่จะเลือกต่อเติมรูปแบบไหน เรามาดูการเปรียบเทียบกันระหว่างข้อดี-ข้อเสีย ของครัวไทยแบบทึบและแบบโปร่ง เผื่อจะประกอบการตัดสินใจของบ้านคุณได้ครับ     ครัวทึบ ขึ้นชื่อว่าครัวทึบก็จะมีลักษณะสมชื่อเลยครับ คือจะเป็นห้องที่กั้นด้วยผนังทึบรอบด้าน มีหลังคาต่อออกมาอย่างมิดชิด มีการเจาะช่องระบายอากาศ หน้าต่างบ้างตามความเหมาะสม   ข้อดี ให้ความปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว มีพื้นที่สำหรับติดตั้งตู้เก็บของได้มากกว่า สามารถป้องกันสิ่งสกปรก สิ่งไม่พึงประสงค์จากภายนอกได้ดี และเครื่องดูดควันที่ใช้ภายในจะช่วยป้องกันกลิ่นและควันที่จะฟุ้งกระจายสู่ภายนอกบ้านได้ดีกว่า   ข้อเสีย การต่อเติมจะใช้เวลามากกว่า มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เพราะปริมาณวัสดุ โครงสร้าง และการเตรียมงานระบบที่มากกว่า และด้วยวัสดุที่ใช้มีน้ำหนักมากกว่าก็จะทำให้มีโอกาสทรุดตัวได้เร็วกว่า     ครัวโปร่ง   สำหรับครัวโปร่งจะใช้ระแนงไม้แทนผนังทึบครับ อาจจะใช้แทนผนังแค่บางส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัว เช่น เป็นกำแพงทึบครึ่งล่าง ส่วนครึ่งบนเป็นระแนงไม้ หรือเป็นผนังระแนงไม้ด้านใดด้านหนึ่ง และหลังคาก็อาจจะติดตั้งแค่กันสาดยื่นออกมาจากตัวบ้านเดิม รวมไปถึงชุดครัวที่อาจซื้อแบบสำเร็จรูปมาติดตั้งหรือก่อปูนตามการใช้งาน เรียกว่าเน้นความง่าย สะดวกนั่นเอง   ข้อดี เน้นความโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ระบายอากาศ กลิ่น และควันออกไปได้ง่าย จึงเหมาะสำหรับการทำอาหารไทย การต่อเติมทำได้สะดวกรวดเร็วมากกว่าแบบทึบ   ข้อเสีย ฝุ่น สิ่งปรก รวมถึงแมลงต่างๆ เข้ามาในครัวได้ง่าย ต้องทำความสะอาดบ่อย อุปกรณ์ทำครัวจึงต้องมีที่เก็บอย่างมิดชิด หลายครอบครัวจึงเลือกที่จะใช้ครัวโปร่งสำหรับประกอบอาหารและล้างภาชนะเท่านั้น และควรระมัดระวังเรื่องกลิ่น ควันที่ฟุ้งกระจายไปสู่บ้านใกล้เคียงได้     เมื่อเห็นข้อดี-ข้อเสียอย่างนี้แล้ว ก็ลองนำไปพิจารณาก่อนจะลงมือต่อเติมนะครับ แต่สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เด็ดขาดนั่นคือโครงสร้างที่ถ่ายน้ำหนักลงพื้นของครัวส่วนต่อเติม จะต้องแยกจากกันกับโครงสร้างบ้านเดิม เพราะส่วนต่อเติมซึ่งมักลงเสาเข็ม สั้นนั้นโดยปกติจะทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้านเดิม จึงควรให้การทรุดตัวเป็นอิสระจากกัน จะได้ไม่เกิดความเสียหายลุกลามใหญ่โตมากไปภายหลังได้    
มันมากับหน้าฝน ตะขาบเข้าบ้านทำอย่างไรดี

มันมากับหน้าฝน ตะขาบเข้าบ้านทำอย่างไรดี

ฤดูฝนเช่นนี้มักจะมีสัตว์มีพิษหรือแมลงต่างๆ ที่ไม่ได้รับเชิญหนีน้ำออกมาให้เราได้เห็นภายในบ้านของเราง่ายกว่าช่วงอื่น ซึ่งหนึ่งในสัตว์มีพิษร้ายแรงที่ว่าก็คือ “ตะขาบ” ที่โดยทั่วไปตะขาบอาศัยในที่มืดและอับชื้น และออกหากินในเวลากลางคืน เห็นตัวไม่ใหญ่โตแบบนี้ แต่พิษร้ายแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ได้เลยนะครับ   ผงกำจัดปลวก ผงกำจัดปลวกที่มีขายทั่วไป นำมาโรยให้รอบบ้าน รวมถึงรั้วบ้าน ตะขาบที่ถูกผงนี้เข้าก็จะตายไปในที่สุด แต่ให้ระวังเด็กกับสัตว์เลี้ยงอย่าให้ไปสัมผัสนะครับ จะเกิดอันตรายจากสารพิษได้ ปูนขาว เช่นเดียวกันกับผงกำจัดปลวกครับ นำไปโรยไว้ตามที่ตะขาบมักจะอาศัยอยู่ อย่างบนดินอ่อนๆ ที่มีความชื้น หรือตามกองใบไม้ทับถมกัน ปูนขาวจะดูดความชื้น ทำให้ตะขาบไม่ชอบแล้วหนีออกไปเอง หรืออาจจะเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการผสมสมุนไพรอย่างมะกรูด โดยใช้วิธีการคั้นน้ำจากผลมะกรูดผสมกับปูนขาวก็ได้เช่นกัน โซดาไฟ บ่อยครั้งที่เรามักพบว่าตะขาบมักจะขึ้นมาจากท่อระบายน้ำบริเวณบ้านหรือในห้องน้ำ ฉะนั้นให้ใช้โซดาไฟมาผสมกับ น้ำเทลงในท่อ ด้วยฤทธิ์กัดกร่อนกับความร้อนสูงของโซดาไฟ จะช่วยให้แมลงต่างๆ ไม่เข้ามาใกล้เลยครับ     สารกำจัดแมลง Stargle G อีกหนึ่งสารเคมีที่ใช้ในการกำจัดแมลง แต่มีความปลอดภัยมากกว่า เกษตรกรต่างประเทศนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยใช้งานด้วยการโรยทิ้งไว้รอบบริเวณบ้าน แถมยังได้ผลที่ดีด้วยครับ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ และเคมีทางการเกษตรทั่วไป Tick Tox Powder จริงๆ แล้วผลิตภัณฑ์ Tick Tox Powder ใช้สำหรับกำจัดเห็บหมัด ให้กับสุนัข แมว กระต่าย หรือหนูเลี้ยง แต่เราสามารถนำมาโรยรอบๆ ตัวบ้านจะช่วยกำจัดตะขาบได้ทั้งตัวเล็กและตัวโตได้ครับ กาวดักหนู กาวเหนียวๆ ที่อยู่บนกาวดักหนู นำไปวางตามมุมต่างๆ ในบ้าน นอกจากจะสามารถใช้ดักตะขาบให้ติดกับได้แล้ว ยังทำให้สัตว์ชนิดอื่นๆ ติดตามไปด้วยเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นแมลง หรือสัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ แต่วิธีนี้จะใช้ได้เฉพาะกับตะขาบตัวเล็กนะครับ เพราะตะขาบตัวใหญ่จะสามารถสละขาที่ติดกาวออก แล้วยังเดินไปต่อได้ตามเดิม น้ำส้มควันไม้ น้ำส้มควันไม้นำมาผสมน้ำแล้วฉีดพ่น แต่ระวังอย่าให้เข้าตา หรือไปสัมผัสโดนผิวของเรานะครับ เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดสูงทีเดียว โดยหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การเกษตร หรือร้านขายวัสดุก่อสร้างบางแห่ง เศษสบู่ เศษสบู่เล็กๆ ที่ใกล้จะหมดแล้วอย่าทิ้งนะครับ นำไปวางไว้บริเวณปากท่อระบายน้ำในห้องน้ำ หรือวางบนฝาปิดท่อน้ำ ไว้เลย ความลื่นและความเป็นด่างของตัวสบู่ทำให้แมลงไม่เข้าใกล้ เลี้ยงไก่ วิธีแบบบ้านๆ แต่เห็นผลได้ชัด หากเรามีพื้นที่เพียงพอในการเลี้ยงไก่นะครับ เพราะไก่เปรียบเสมือนคู่อริกับตะขาบ เลยล่ะครับ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ไก่มักจะชอบคุ้ยจิกกินจนพืชผักที่เราปลูกเอาไว้จนเสียหายได้   หน้าฝนก็ต้องดูแลทั้งตัวเองและคนในครอบครัวเป็นพิเศษหน่อยนะครับ ไม่ใช่แค่เรื่องของสุขภาพ แต่ยังรวมถึงอันตราย จากสัตว์ร้ายต่างๆ ป้องกันไว้ก่อนจะเกิดอันตรายคือสิ่งที่ดีที่สุดครับ          
วิธีไล่หนูบนเพดานบ้าน

วิธีไล่หนูบนเพดานบ้าน

แขกที่ไม่ได้รับเชิญในบ้านเราหนึ่งในนั้นมักจะมี “หนู” สัตว์ฟันแทะ แถมยังขยันวิ่งอยู่บนฝ้าเพดานสร้างเสียงดังรำคาญ โดยเฉพาะเวลากลางคืนที่วิ่งกันทีแทบนอนไม่ได้เลยใช่ไหมครับ คงไม่มีใครอยากเจอปัญหาแบบนี้แน่นอน เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญ ข้าวของพังเสียหายจากการโดนแทะแล้ว ยังเป็นพาหะนำโรค ซึ่งอันตรายมากด้วยนะครับ รีบกำจัดแบบไม่ต้องฆ่าให้รู้สึกบาปกันดีกว่าครับ   กรงดักหนู วิธีสุดคลาสสิกด้วยการนำกรงดักหนูพร้อมแขวนอาหารที่จะใช้เป็นเหยื่อล่อแขวนไว้ในกรง แนะนำให้วางมากกว่า 1 กรงนะครับ แล้วนำไปวางใต้เพดานบ้าน รอให้หนูติดกรงแล้วจึงนำไปทิ้งให้ไกลบ้าน แต่ระวังอย่าลืมทิ้งไว้นะครับ เพราะถ้าหนูตายคากรงแล้วล่ะก็ จะเกิดกลิ่นเหม็นเน่าติดไปอีกหลายวันเลย แผ่นปิดเชิงชายกระเบื้อง สำรวจว่าบริเวณชายกระเบื้องของบ้านเรามีช่องว่างรูโหว่ที่หนูสามารถมุดเข้ามาตรงไหนได้บ้าง แล้วทำการติดแผ่นปิดเชิงชายกระเบื้องปิดรูเหล่านั้นให้หมดเลยครับ เป็นการจัดการที่ต้นตอได้ดีทีเดียว เลี้ยงแมว วิธีง่ายๆ สไตล์ทาสแมว ด้วยสัญชาตญาณของเจ้าแมวที่เปรียบเสมือนเป็นโจทก์เก่ากับหนู ก็จะช่วยลดจำนวนของหนูลงได้จนหมดจากบ้านเราไป ทรายแมว บ้านไหนเลี้ยงแมวก็ย่อมต้องมีทรายแมวใช่ไหมครับ ซึ่งทรายแมวในกระบะที่เปื้อนฉี่ของน้องแมวแล้ว อย่าเพิ่งตักทิ้งนะครับ ลองเก็บใส่ถุงแล้วนำไปวางที่ใต้ฝ้าหลังคาหรือตามจุดที่หนูวิ่งผ่าน แค่กลิ่นก็ทำให้หนูไม่กล้าเข้าใกล้แล้วครับ น้ำมันสะระแหน่ หรือน้ำมันก๊าด นำน้ำมันสะระแหน่ น้ำมันก๊าด ใส่ในภาชนะเล็กๆ หรือจะใช้วิธีชุบสำลี แล้วนำไปวางกระจายหลายๆ แห่งตามใต้ฝ้าหลังคา จุดที่พบเจอหนูวิ่งผ่าน หรือแหล่งอาหารพวกเศษขยะ กลิ่นอันรุนแรงของตัวน้ำมันเหล่านี้จะช่วยให้หนูหนีไปเอง แต่ต้องคอยหมั่นเปลี่ยนน้ำมันบ่อยๆ นะครับ เพื่อให้ยังส่งกลิ่นฉุนอยู่ตลอด จุดประทัด นอกจากเรื่องของกลิ่นฉุนที่จะช่วยไล่หนูออกไปได้แล้ว ยังมีเรื่องของเสียงดังจากประทัดจะช่วยให้หนูที่มีธรรมชาติขี้ตกใจออกไปได้ เริ่มจากลองหารังของมันครับ แล้วจุดประทัดโยนไปบริเวณนั้น เมื่อเกิดเสียงดังจากประทัดนี่แหละครับจะทำให้หนูอพยพกันออกไป ผลิตภัณฑ์กำจัดหนู ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์กำจัดหนูอยู่หลากหลายชนิดให้ได้เลือกใช้กัน ไม่ว่าจะเป็น สมุนไพรไล่หนู ก้อนไล่หนู แผ่นแปะไล่หนู สเปรย์ไล่หนู และเครื่องไล่หนูต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดหนูในบ้านด้วยวิธีง่ายๆ ลองเลือกใช้กันดูครับ   สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการป้องกันไม่ให้หนูเข้าบ้านนะครับ ง่ายๆ เลยคือทำความสะอาดบ้านไม่ให้มีขยะ โดยเฉพาะเศษอาหารที่เป็นแหล่งอาศัยชั้นดีของหนู รวมถึงพยายามอย่าให้กิ่งไม้โน้มถึงตัวบ้าน เพราะหนูจะไต่มาตามต้นไม้แล้วเข้าบ้านได้ แต่ถ้าหนูเข้าบ้านไปแล้วล่ะก็ อย่าลืมรีบกำจัดออกไปก่อนจะมีคนในบ้านล้มป่วยเพราะเชื้อโรคจากหนูนะครับ      
7 ลักษณะบ้านอยู่แล้ว “จน”

7 ลักษณะบ้านอยู่แล้ว “จน”

ใครที่เคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ขยันเท่าไหร่ก็ไม่รวยสักที เก็บเงินไม่เคยอยู่เลย ลองหันมาดูศาสตร์เรื่องของฮวงจุ้ยของบ้านเรากันดูครับ ว่าจะเข้าข่ายบ้านที่อยู่แล้วจนหรือเปล่า   บ้านอยู่ระดับต่ำกว่า หรือสูงกว่าถนน หากบ้านอยู่ในระดับต่ำกว่าถนนจะทำให้โชคลาภจะไหลไปมาอยู่ภายนอกบ้าน เข้าสู่บ้านของเราได้ไม่สะดวก ขณะเดียวกันหากบ้านอยู่สูงกว่าถนนโชคลาภก็ไม่สามารถไหลเข้าบ้านได้เช่นกันครับ วิธีแก้คือ ทำหน้าบ้านให้เป็นลานกว้าง เพื่อเปิดรับพลังแห่งโชคลาภมากให้ไหลเข้าบ้าน   บ้านโดนสะพานตัดผ่าน บ้านที่โดนสะพานตัดผ่าน หรือมีลักษณะอยู่ใต้สะพานไม่สามารถมองเห็นหน้าบ้านได้จะทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามไม่ไหลเข้าบ้าน หรือไล่เข้าบ้านได้ไม่ถนัดนัก   สภาพแวดล้อมสกปรก ตามหลักของฮวงจุ้ยแล้วจะทำให้ขาดพลังชี่ ทำให้ไม่ว่าจะขยันทำมาหากินมากแค่ไหนก็เหมือนเหนื่อยเปล่า ดังนั้นควรดูแลทำความสะอาดไม่ใช่แค่ภายในบ้าน แต่ต้องดูแลสภาพแวดล้อมรอบบ้านด้วย   รั้วบ้านเตี้ยเกินไป และมีแหลมคม หากรั้วบ้านเตี้ยเกินเชื่อกันว่า จะทำให้เก็บเงินทองไม่อยู่ และหากกำแพงบ้านมีลักษณะขรุขระ แหลมคมจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมักจะพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของหน้าที่การงาน และการค้าขาย   ประตูและหน้าต่างมีมากจนเกินไป จริงอยู่ครับที่บ้านสมัยใหม่มักจะมีประตูหน้าต่างหลายบาน เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บ้านดูโปร่งขึ้น อากาศถ่ายเทได้ดีด้วย แต่ในทางกลับกันตามตำราฮวงจุ้ยนั้นกล่าวว่าจะทำให้โชคลาภไหลออกไปได้ง่าย ไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้ ทำให้เก็บเงินได้ไม่นานก็ไหลออกเสียแล้ว แนะนำให้ไม่เปิดพร้อมกันหลายๆ บาน หรือติดตั้งผ้าม่านไว้ครับ   เปิดประตูแล้วเจอบันได ถ้าเราเปิดประตูทางเข้า-ออกหลักของบ้าน แล้วมองเข้าไปเจอบันได หรือประตูหลังบ้าน ถือเป็นเรื่องไม่ดีเอาเสียเลยสำหรับฮวงจุ้ย เพราะจะทำให้เงินทองเข้าแล้วออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เก็บเงินไม่อยู่ มีรายจ่ายมากกว่ารายได้เสมอจนไม่มีเหลือเก็บ   ประตูบ้านห้ามรก ประตูบ้านคือสิ่งสำคัญมากต่อการเป็นช่องทางเข้าของเงินทองให้ไหลเข้าบ้าน ฉะนั้นต้องไม่ทำให้ประตูบ้านแคบและรก เพราะจะไปขัดขวางพลังงานโชคโลภให้เข้ามาอีกครับ     สิ่งเหล่านี้คือความเชื่อทางศาสตร์ฮวงจุ้ยครับ ลองนำไปปรับใช้กันดูเท่าที่จะทำได้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่างน้อยก็ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสบายใจขึ้น เพราะเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ใครๆ ก็อยากมีเก็บไว้ใช่ไหมครับ      
วิธีใช้ปลั๊กพ่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

วิธีใช้ปลั๊กพ่วงอย่างไรให้ปลอดภัย

เกือบทุกบ้านต้องมีปลั๊กพ่วงไว้ใช้งานอยู่แล้ว แต่ทราบวิธีการใช้ที่ถูกต้องหรือยังครับ เพราะหลายครั้งหลายหนที่สาเหตุของการเกิดอัคคีภัยนั้นมาจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยเฉพาะจากการใช้ปลั๊กพ่วงผิดวิธี หรือการเสื่อมสภาพของตัวปลั๊กพ่วงนี่แหละครับ ฉะนั้นมาดูวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ     ปลั๊กพ่วงที่ดี ส่วนประกอบต้องครบ ก่อนจะเลือกซื้อปลั๊กพ่วงสักอันต้องดูส่วนประกอบเหล่านี้ให้ครบครับ สวิตช์เปิด-ปิด หากใช้ไฟฟ้าเกินกำหนดจะช่วยตัดกระแสไฟฟ้า เต้าเสียบ มีฉนวนหุ้มที่โคนขาปลั๊กทั้งสองขา เต้ารับ มีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์  ควรทำจากทองแดงหรือทองเหลือง เพราะนำไฟฟ้าได้ดีกว่า สายไฟได้มาตรฐาน หุ้มฉนวน 2 ชั้น ฟิวส์ หรือ CB   ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งาน ปลั๊กพ่วงต้องมีสภาพสมบูรณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง หากมีร่องรอยชำรุดเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นฉนวนหุ้มสายไฟแตก ขาปลั๊กมีรอยไหม้ หรือเมื่อเสียบปลั๊กไฟแล้วมีประกายไฟขึ้น ขณะใช้งานมีเสียงดัง สายไฟร้อน ปลั๊กหลวม ฯลฯ ให้หยุดใช้งานแล้วเปลี่ยนปลั๊กพ่วงใหม่ได้เลยครับ อย่าเสียดาย เพราะเราต้องป้องกันก่อนจะเกิดอันตราย   ห้ามใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะ เช่น ตู้เย็น เครื่องทำน้ำเย็น ฯลฯ ควรจะเสียบกับเต้ารับจากไฟบ้านโดยตรงครับ หากเสียบกับปลั๊กพ่วงอาจทำให้เกินพิกัดกระแสไฟฟ้าที่ตัวเต้าจะรับได้ ซึ่งปกติแล้วจะอยู่ที่ 16 แอมป์ หรือ 2,600 โวลต์   ไม่พ่วงแล้ว พ่วงอีก ถ้าความยาวสายไฟไม่พอ ก็ลองหาตัวใหม่ที่มีความยาวเพียงพอกับการใช้งานครับ อย่าใช้วิธีพ่วงแล้ว พ่วงอีกต่อกันไปเรื่อยๆ เพราะจะทำให้ปริมาณไฟฟ้ารวมกันเกินขนาด เกิดความร้อนสูงจนอาจไปละลายสายทองแดงด้านในสายไฟทั้งสองเส้น แล้วเมื่อแตะกันก็จะเกิดลัดวงจรขึ้นครับ   ใช้งานแค่ชั่วคราวเท่านั้น ปลั๊กพ่วงถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานชั่วคราวเท่านั้นนะครับ ทำให้มีการเสื่อมสภาพเร็วกว่าเต้ารับตามบ้านทั่วไป ดังนั้นเมื่อใช้งานเสร็จแล้วก็ควรดึงปลั๊กออกจากเต้ารับ ห้ามนำไปเดินสายแล้วติดกับผนังกลายเป็น และอย่าใช้งานจนเต็มทุกรู     อย่าลืมตรวจสอบปลั๊กพ่วงอย่างสม่ำเสมอ และใช้ให้ถูกวิธีนะครับ เพราะหากเกิดอัคคีภัยขึ้นมา จากประกายไฟเล็กๆ ที่เราคาดไม่ถึง อาจลุกลามไปทำลายทรัพย์สิน หรือถึงแก่ชีวิตได้ครับ      
8 สิ่งไม่ควรมี ถ้าอยากหลับสบาย

8 สิ่งไม่ควรมี ถ้าอยากหลับสบาย

ภาวะการนอนไม่หลับ เชื่อว่าเป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน โดยเฉพาะในวัยทำงานที่มีเรื่องให้เครียดอยู่เกือบทุกวัน ซึ่งหากสะสมนานวันเข้าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้อย่างร้ายแรง กระทบต่อชีวิตประจำวันได้ครับ หากใครมีอาหารนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท เบื้องต้นของเช็คสิ่งของเหล่านี้ดูครับว่า มีอยู่ในห้องนอนของคุณอยู่หรือเปล่า     อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โทรทัศน์ ฯลฯ กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ต้องมีติดตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ใช่ในช่วงเวลานอนหลับนะครับ เพราะบนหน้าจอเหล่านี้จะผลิตแสง light blue ส่งผลกระทบให้กระตุ้นการผลิตสารเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นสารควบคุมการหลับ-การตื่น นอกจากนี้ยังทำให้มีความเสี่ยงให้เกิดหลายโรคตามมา เช่น จอประสาทตาเสื่อม ปัญหาด้านความจำ ฯลฯ ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอนครับ   ต้นไม้ จริงอยู่ที่ต้นไม้จะช่วยสร้างบรรยากาศที่สดชื่นในห้องนอนของเราได้ แต่อย่าลืมว่าในช่วงเวลากลางคืน ต้นไม้จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาหมุนเวียนอยู่ภายในห้อง  เพราะฉะนั้นหากอยากปลูกต้นไม้จริงๆ ล่ะก็ ควรปลูกไว้นอกบ้านครับ หรือใครที่อยู่คอนโดฯ ก็เอาไปวางไว้ตรงระเบียงจะดีกว่า   อาหารและขนม การกินอาหารมื้อดึกส่งผลต่อการนอนหลับอย่างไม่ได้คุณภาพครับ เพราะหากอิ่มแล้วล้มตัวลงนอนจะทำให้กระบวนการ เผาผลาญยังคงทำงาน ส่งผลให้มีอาการหลับๆ ตื่นๆ หลับไม่สนิท ท้องอืด เพราะโดยปกติแล้วร่างกายคนเราต้องใช้เวลา ย่อยอาหารอย่างต่ำประมาณ 2 ชั่วโมง และยังเสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อน แต่ถ้าหิวจริงๆ ก็แนะนำเป็นพวกถั่วสักครึ่งกำมือ ผลไม้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ถ้วย ซีเรียลบาร์ที่อุดมไปด้วยเมกนีเซียม ไข่ต้ม 1 ฟอง หรือโยเกิร์ตก็ได้ครับ   เครื่องสำอางหมดอายุ พวกเครื่องสำอางที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งของคุณผู้หญิงทั้งหลาย เชื่อว่าคงมีอยู่หลายชิ้นเต็มโต๊ะเลยใช่มั้ยครับ ลองเช็คดูวันหมดอายุของเครื่องสำอางแต่ละชิ้นดูนะครับ อันไหนหมดอายุแล้วก็ควรตัดใจทิ้งไป เพราะนั่นคือ แหล่งสะสมของแบคทีเรียชั้นดีเลยครับ   โต๊ะทำงาน โต๊ะทำงานใครอยู่ในห้องนอนบ้างครับ มองไปทีไรก็นึกถึงเรื่องงานตลอดเวลา เผลอๆ เมื่อมีอาการนอนไม่หลับเมื่อไร ก็ต้องลุกขึ้นมาหยิบจับทำงานทุกที ฉะนั้นลองเอาโต๊ะทำงานออกจากห้องนอนดูครับ ให้ห้องนอนมีบรรยากาศ ของการพักผ่อนจริงๆ   ตะกร้าผ้า ตะกร้าผ้าที่มีกองเสื้อผ้าใส่แล้ว หากวางเอาไว้ใกล้กับเตียงจะเกิดอาการมองไปแล้วนึกถึงเรื่องที่เราต้องทำในวันหยุด อย่างการทำความสะอาดบ้าน รวมถึงการซักผ้ารีดผ้านี่แหละครับ เอาออกไปไว้ไกลเตียงนอนจะดีกว่า และยังช่วยให้ห้องนอนดูไม่รกรุงรังด้วยนะครับ   ของสะสมฝุ่น ของตกแต่งบ้าน กองหนังสือ หรือของที่ตั้งโชว์เอาไว้ไม่ได้ใช้งาน นานวันเข้าก็จะยิ่งเป็นตัวสะสมฝุ่น ทำความสะอาด กันลำบาก ควรหากล่องเก็บที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นจับ นอกจากนี้ก็ควรจะหมั่นทำความสะอาด ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หมอน ด้วยครับ เพราะก็เป็นตัวสะสมไรฝุ่นและเชื้อโรคเช่นกัน   สัตว์เลี้ยง คนรักสัตว์อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันไปก่อนนะครับ จริงอยู่ที่หลายบ้านรักสัตว์เหมือนลูกแล้วเอามานอนด้วยบนเตียง แต่ด้วยธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มักจะอยู่นิ่งๆ ได้ไม่นานนักก็จะเริ่มขยับตัวหรือส่งเสียงรบกวน ซึ่งเจ้าของ ก็อาจพลอยตื่นตามไปด้วย ทำให้นอนหลับไม่สนิท โดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้ก็จะยิ่งส่งผลเสียต่อ ระบบทางเดินหายใจจากขนสัตว์เหล่านี้ได้ ทางที่ดีก็ลองหามุมจัดเป็นที่นอนให้เป็นกิจจะลักษณะดีกว่าครับ     ทั้งนี้ลองสังเกตตัวเองกันดูนะครับ หากใครที่มีอาการนอนยาก หลับไม่สนิท ต้องใช้เวลาเกินกว่า 30 นาทีเพื่อให้หลับ หรือตื่นขึ้นกลางดึกแล้วไม่สามารถนอนหลับได้อีก ติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ ก็ลองไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามมา      
วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน ง่ายๆ แต่ได้ผล

วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน ง่ายๆ แต่ได้ผล

ช่วงฤดูฝนเช่นนี้สัตว์ทั้งหลายมักจะหาที่หลบฝนหรืออพยพหนีน้ำขึ้นมาสู่พื้นที่สูงกว่า จึงเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงจะพบเจอสัตว์มีพิษมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะแมงป่อง ตะขาบ ฯลฯ โดยเฉพาะ“งู” ที่ชอบขดตัวอยู่ตามกิ่งไม้ หรือเข้าบ้านมาหลบตามมุมมืดที่เรามักมองไม่เห็น ถ้าไม่ระวังล่ะก็อันตรายถึงชีวิตเชียวนะครับ เพราะ ฉะนั้นเราควรหาวิธีป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ จะดีกว่าครับ   จำกัดขยะ  สาเหตุหนึ่งที่ทำให้งูเข้ามาบ้าน มาจากหนู กบ และสัตว์เล็กๆ ที่เป็นอาหารของงู เพื่อป้องกันไม่ให้งูเข้ามาหาอาหารในบ้านของเรา ก็ต้องกำจัดขยะโดยเฉพาะพวกเศษอาหารบ่อยๆ ไม่ปล่อยทิ้งเอาไว้ แล้วปิดปากถุงให้มิดชิดก่อนนำไปทิ้งให้เป็นที่เป็นทางจะช่วยไม่ให้หนูเข้าบ้านเราได้ หรือบ้านไหนเลี้ยงสัตว์ เช่น กระต่าย นก ลูกเจี๊ยบ ก็ควรทำกรงให้มิดชิด และช่วงกลางคืนให้คลุมตาข่ายตาถี่ๆ เพื่อป้องกันงูไว้ก่อน   ดูแลสวนอย่างสม่ำเสมอ  บ้านที่มีบริเวณในการปลูกต้นไม้จัดสวน อย่าปล่อยให้รกรุงรังนะครับ ต้องหมั่นตัดแต่งต้นไม้ให้มีแสงแดดลอดผ่านได้ เพราะงูมักจะชอบซ่อนตัวตามมุมอับชื้น ในอุณภูมิที่เหมาะสมสำหรับงู คือ ประมาณ 30 องศาเซลเซียส ความชื้นสูงประมาณ 95% และยังชอบใช้ใบไม้ เศษดินมาทำรัง ฉะนั้นหากเราหมั่นดูแลสวนของเรา นอกจากจะได้ความสวยงามอยู่เสมอแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ใช่มีงูเข้ามาทำรังอีกด้วยครับ   จัดระเบียบบ้าน ไร้มุมอับ  เช่นเดียวกันกับบริเวณสวนครับ งูชอบอยู่ตามมุมเงียบๆ ที่ไม่มีใครมารบกวน เช่น โพรงใต้บ้าน ใต้ฝ้าเพดาน หรือมุมที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ ดังนั้นลองจัดระเบียบบ้านดูใหม่ เพิ่มการใช้งานไม่ให้เกิดเป็นมุมอับที่ปล่อยไว้ หรือใช้น้ำมันก๊าด ราดไว้ตามมุมเหล่านั้น กลิ่นฉุนจะช่วยไม่ให้งูเข้าใกล้บริเวณนั้น   สร้างกับดัก กันไว้ดีกว่าแก้ครับ ก่อนที่จะมีงูเข้าบ้านเราก็ลองสร้างกับดักเพื่อไม่ให้งูเลื่อยผ่าน ไม่ว่าจะปลูกต้นไม้ที่มีหนามแหลมคม หรือจะเลือกใช้นวัตกรรมที่มีให้เลือกใช้ หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไปครับ เช่น แผ่นกันงู ตาข่ายกันงู อลูมิเนียมกันงู ก้อนกันงู ฯลฯ   เลี้ยงสุนัข ธรรมชาติของงูจะเป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย ประสาทสัมผัสจากแรงสั่นสะเทือนที่แม่นย้ำมาก ขณะเดียวกันสุนัขก็มักจะจับสิ่งแปลกปลอมได้อย่างว่องไว ความเคลื่อนไหวและเสียงของสุนัขจะทำให้งูหวาดกลัวอยู่อาศัยไม่ได้เอง     ทั้งนี้ถ้าพบเจองูอยู่ในบ้านของเราแล้วล่ะก็ ให้รีบโทรไปที่เบอร์ 199 โดยด่วนครับ หรือจะแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นก็ได้ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญมาจับงูออกไปครับ      
แอร์ส่งกลิ่นเหม็นอับ ทำไงดี

แอร์ส่งกลิ่นเหม็นอับ ทำไงดี

ยิ่งอากาศร้อนมากขึ้นเท่าไร เครื่องปรับอากาศก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ทุกบ้านต้องเปิดใช้กันแทบทุกวันเลยใช่ไหมครับ แต่พอใช้งานทุกวันๆ ก็ย่อมจะมีอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่พบเจอกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะแอร์ไม่เย็น น้ำหยด หรือกลิ่นเหม็นเวลาเปิดใช้งานก็เล่นเอาหงุดหงิดเสียจนอยากปิดแอร์ แต่ก็ทำไม่ได้ ซึ่งก็มีหลากหลายสาเหตุกับวิธีแก้ปัญหาที่ไม่ได้ยากเลยครับ   สาเหตุการเกิดกลิ่นเหม็น ความชื้นคือตัวการครับ โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนแบบนี้ก็ยิ่งเปียกชื้นกันไปใหญ่ นี่คือสาเหตุหลักๆ เลยที่ทำให้เกิด เชื้อรา ตามมาด้วยเชื้อโรคสะสม ไม่ว่าจะจากถาดรองน้ำทิ้ง ท่อน้ำทิ้ง แผ่นกรองอากาศเป็นต้น ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้ล่ะก็ จะส่งผลต่อสุขภาพของคนในบ้านเราอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการก่อให้เกิดภูมิแพ้   สิ่งสกปรก พวกสิ่งสกปรกอย่างฝุ่น ขนสัตว์ หรือน้ำขังนี่แหละครับที่สะสมมากๆ เข้าก็จะทำให้เกิดท่อน้ำทิ้งแอร์อุดตัน สิ่งที่จะตามมานอกจากเรื่องกลิ่นที่ตีย้อนเข้ามาแล้ว ยังทำให้แอร์ไม่เย็น และน้ำแอร์หยดตามไปด้วยครับ   กลิ่นอาหารและกลิ่นบุหรี่ เวลาเราทำอาหารอย่าเปิดแอร์ไปด้วยค่ะ หรือแม้แต่ในคอนโดมิเนียม เวลาทำอาหารแล้วไม่ได้เปิดแอร์ก็ตาม แต่แอร์ก็จะยังดูดกลิ่นอาหารเข้าไปในเครื่อง เช่นเดียวกันกับกลิ่นบุหรี่ แม้ไม่ได้ดูดในห้อง แต่กลิ่นที่ติดตัวมาก็มักจะฝังติดอยู่ตรงฟิลเตอร์ด้วย   แมลงหรือสัตว์เล็ก ลองสำรวจให้ทั่วครับว่ามีพวกหนู จิ้งจก แมลงสาบ ฯลฯ เข้าไปทำรัง มีร่องรอยไปอึ ฉี่ หรือตายบ้างหรือเปล่า ถ้ามีก็เป็นสาเหตุอย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ   วิธีแก้ ถอดตัวแผ่นกรองอากาศหรือที่เรียกกันว่าฟิลเตอร์ออกมาล้างเป็นประจำ แต่อย่าลืมนะครับว่า เมื่อล้างเสร็จเรียบร้อย แล้วผึ่งให้แห้งก่อนจะนำกลับเข้าที่เดิม มิเช่นนั้นกลิ่นอับก็จะยังคงอยู่จากฟิตเตอร์ที่ยังชื้นอยู่นั่นแหละครับ แต่ถ้าสิ่งสกปรกจับตัวหนามากเกินไปแล้วจะเปลี่ยนฟิลเตอร์ใหม่เลยก็ได้ครับ   สเปรย์โฟมล้างแอร์ ถอดฟิลเตอร์ออกมาล้างแล้วก็ทำความสะอาดตรงแผงคอยล์เย็นด้วยซะเลย เพียงแค่ฉีดพ่นสเปรย์โฟมล้างแอร์ให้ทั่ว รอฟองยุบแล้วจึงใช้น้ำเปล่าฉีดล้างตามให้สะอาดอีกที   ถาดน้ำทิ้งแอร์ให้ถอดออกมาล้างเช่นกันครับ โดยล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดให้เมือกหายไป ก่อนนำไปใส่ไว้ที่เดิม ก็ควรเช็ดให้แห้งสนิทก่อน   เมื่อเริ่มเปิดแอร์ให้ตั้งโหมดพัดลม (Fan) เอาไว้ที่เบอร์แรงสุด ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ทำแบบนี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ จนกว่ากลิ่นเหม็นอับจะลดลงจนหายไป   เอาให้ชัวร์ๆ กันไปเลยครับ เรียกช่างแอร์มาตรวจเช็ค ล้างทุกๆ 6 เดือนอย่างสม่ำเสมอ   จะเห็นได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลรักษาเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญของวันที่อากาศร้อนในบ้านเรา นั่นคือการหมั่นดูแลรักษาความสะอาดนั่นเองครับ ไม่ใช่แค่เพียงขจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แต่ยังช่วยยืดอายุ การใช้งานของเครื่องปรับอากาศได้ด้วย    
วิธีแก้ปัญหาน้ำฝนรั่วซึมเข้าบ้าน

วิธีแก้ปัญหาน้ำฝนรั่วซึมเข้าบ้าน

ฝนเทกระหน่ำเมื่อไรใจหายทุกที เมื่อเกิดอาการน้ำฝนรั่วซึมเข้าบ้านหรือแม้แต่คอนโดฯ ตามผนัง วงกบ หลังคา หรือแม้กระทั่งพื้นบ้าน หากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหายไม่ว่ามีเชื้อรา สีหลุดร่อน ไปจนถึงกระทบโครงสร้างบ้านกันเลยทีเดียว นอกจากจะเสียเวลาซ่อมแซมแล้ว ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายตามมาอีก ถ้าอย่างนั้นเรามารีบแก้ไขปัญหาน้ำฝนรั่วซึมเข้าบ้านก่อนจะบานปลายกันเถอะครับ   หลังคา เป็นส่วนหลักๆ ของบ้านที่จะต้องเผชิญกับแดด ลม ฝน เมื่อนานวันเข้าก็ย่อมมีการเสื่อมสภาพของวัสดุ เมื่อเกิดคราบน้ำบริเวณฝ้าเพดานภายในบ้าน แนะนำให้ลองดูบริเวณใต้หลังคา ซึ่งจะมีสาเหตุส่วนใหญ่ดังนี้ครับ   กระเบื้องหลังคามีการแตกร้าว เวลาฝนตกน้ำจึงเข้ามาภายในบ้านได้ง่ายมากๆ ก็ให้รีบเปลี่ยนกระเบื้องตรงจุดนั้นครับ   การติดตั้งหลังคาไม่เหมาะสม สาเหตุนี้เกิดได้จากหลายสิ่งครับ เช่น กระเบื้องยึดไม่แน่น ระยะซ้อนทับหลังคาไม่ถูกต้องตามชนิดของกระเบื้องหลังคา ความลาดเอียงน้อยเกินไปทำให้ฝนไหลย้อนเข้าใต้หลังคา กระเบื้องเผยอเพราะโครงสร้างเริ่มแอ่น หากเป็นเช่นนี้ต้องเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาดูให้จะดีกว่าครับ   พื้นดาดฟ้า บ้านไหนที่ไม่ได้มุงกระเบื้อง แต่เป็นพื้นคอนกรีตให้ลองเช็ครอยต่อระหว่างผนังกับดาดฟ้า หรือตัวพื้นคอนกรีตอาจมีร่องรอยการแตกร้าวน้ำจึงรั่วซึมผ่านทางนี้ได้ ให้หาวัสดุกันซึมที่มีคุณสมบัติปกปิดรอยแตกได้มาปิดตรงรอยแตกร้าว   รางน้ำฝน ตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอครับว่ามีเศษใบไม้ กิ่งไม้ร่วงลงมาทับถมจนรางน้ำฝนอุดตันหรือไม่ ทำความสะอาดครับ จะได้ไม่ขวางทางระบายน้ำ   ผนัง เป็นจุดที่พบการรั่วซึมของน้ำบ่อยที่สุด ซึ่งปัญหานี้สามารถพบเจอได้ทั้งในบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม โดยมีสาเหตุหลัก เช่น   รอยร้าวจากปูนฉาบ ไม่ว่าผนังจะมีรอยแตกตรงกลางหรือรอยต่อตรงส่วนต่อเติม ก็ทำตัวการทำให้น้ำซึมผ่านผนังจนสีทาภายในพองตัวหลุดร่อน สามารถซ่อมแซมได้เองด้วยการใช้ปูนซีเมนต์สำหรับงานซ่อมหรือกาวโพลียูรีเทน ที่ผนังด้านนอกบ้านแล้วทากันซึมจึงทาสีทาบ้านทับอีกที ส่วนภายในบ้านก็ขูดสีที่พองออกก่อนแล้วจึงทาสีทับลงไปใหม่ตามวิธีที่ระบุไว้ข้างกระป๋องสี   รอยแตกตามขอบวงกบประตู-หน้าต่าง ให้อุดรอยด้วยซิลิโคนหรือกาวโพลียูรีเทน แต่หากรอยใหญ่มากจนเกินไปแนะนำให้เรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาเปลี่ยนประตู-หน้าต่างใหม่เลยจะดีกว่าครับ   พื้น ส่วนใหญ่จะเกิดกับบ้านรุ่นเก่าซึ่งมีระดับต่ำกว่าถนน เมื่อเกิดน้ำรั่วซึมผ่านรอยต่อระหว่างพื้น คาน และผนัง ก็ให้อุดช่องว่างด้วยกาวซิลิโคน กาวโพลียูรีเทน หากเอาไม่อยู่แล้วส่งผลกระทบต่อการอยู่อาศัยก็เรียกช่างมาเลยครับ อาจจะต้องเทพื้นใหม่ให้สูงขึ้นกว่าเดิม หรือวิธีอื่นแล้วแต่ช่างจะพิจารณา   ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น ลองหาวันว่างเดินสำรวจให้รอบบ้านก่อนปัญหาน้ำฝนรั่วซึมจะเกิดขึ้นครับ เพราะเราสามารถหาอุปกรณ์มาป้องกันได้ก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ครับ    
ไล่จิ้งจกไปให้ไกลบ้าน ง่ายนิดเดียว

ไล่จิ้งจกไปให้ไกลบ้าน ง่ายนิดเดียว

จิ้งจกแม้จะตัวเล็ก แต่สร้างความรำคาญใจให้หลายบ้านอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ โดยเฉพาะขี้จิ้งจกที่ทำเอาเลอะเทอะตามซอกมุมเต็มไปหมด คงไม่มีใครชอบกันอย่างแน่นอน ถ้าอย่างนั้นลองมองหาสิ่งของใกล้ตัวในบ้านแล้วมาไล่จิ้งจกให้ไกลจากบ้านเรากันเถอะครับ   เปลือกมะนาว เรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์จริงๆ ครับ สำหรับ “มะนาว” ที่สามารถนำมาปรุงอาหาร  ทำความสะอาด และยังนำมาไล่จิ้งจกได้อีกด้วย โดยใช้เปลือกที่เหลือไปถูบริเวณผนังและวางไว้ตามที่จิ้งจกอยู่ ความเป็นกรดของมะนาวจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบบนผิวของจิ้งจก ส่วนกลิ่นของมะนาวจะช่วยไล่มันออกไปได้   หัวหอม วิธีนี้อาจจะต้องเสียน้ำตากันบ้างนะครับ เพราะเราจะใช้วิธีหั่นหัวหอมหรือจะเป็นหอมแดงใส่ถ้วยไว้ และนำไปวางตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน กลิ่นฉุนจากสารกำมะถันในตัวของมันจะทำให้จิ้งจกไม่ล้าเข้าใกล้บริเวณนั้น   กระเทียม อีกหนึ่งวัตถุดิบจากก้นครัวในบ้านของเราครับ นั่นคือกระเทียมนำมาทุบหรือสับผสมกับน้ำใส่ในขวดที่มีหัวฉีดสเปรย์เขย่าให้เข้ากัน แล้วนำไปฉีดบริเวณที่จิ้งจกชอบอยู่และบริเวณผนังที่จิ้งจกชอบเกาะ กลิ่นจะช่วยไล่จิ้งจกได้   ลูกเหม็นและการบูร สำหรับวิธีนี้เรียกได้ว่าเป็นการไล่จิ้งจกที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ เพียงแค่นำลูกเหม็นหรือการบูรไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้านที่จิ้งจกชอบอยู่อาศัยหรือวิ่งผ่าน กลิ่นจะช่วยไล่ทั้งจิ้งจกรวมไปถึงตุ๊กแกเลยครับ   กากกาแฟกับผงบุหรี่ นำกากกาแฟผสมกับผงบุหรี่ เติมน้ำลงไปเล็กน้อย แล้วนำไปโรยไว้ตามทางที่จิ้งจกชอบผ่าน หรือซอกมุมต่างๆ ของบ้าน บางตัวได้กลิ่นก็จะหนีไปเอง หรือหากจิ้งจกเผลอไปกินเข้าก็อาจทำให้ตายได้ครับ   น้ำมันก๊าด เพียงแค่ฉีดพ่นน้ำมันก๊าดลงไปบริเวณที่มีจิ้งจกหรือตุ๊กแกชอบผ่าน กลิ่นฉุนจะช่วยให้ไล่ออกไปได้ แต่หากกลิ่นแรงเกินไปก็สามารถนำไปผสมน้ำก่อนแล้วค่อยฉีดก็ได้ครับ   เลี้ยงแมว ข้อนี้สำหรับเหล่าทาสแมวโดยเฉพาะเลยครับ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าเจ้าแมวนั้นชอบไล่จับจิ้งจก จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้จิ้งจกกลัวและไม่กล้าเข้ามาภายในบ้านนั่นเองครับ   วิธีง่ายๆ ที่สามารถหาของได้ทั่วไปจากในบ้านของเราเอง ลองเอาไปทำตามดูนะครับ  
วิธีเด็ดไล่ตุ๊กแก ให้รีบเผ่นหนีออกจากบ้าน

วิธีเด็ดไล่ตุ๊กแก ให้รีบเผ่นหนีออกจากบ้าน

บ้านไหนมีเจ้าตุ๊กแกลายพร้อยตัวใหญ่ แถมชอบร้องเสียงดังเวลากลางคืนบ้างครับ ด้วยลักษณะรูปร่างของความเป็นสัตว์เลื้อยคลานทำให้หลายคนคงขยาดกันน่าดู แต่เรามีวิธีไล่ตุ๊กแกแบบให้มันหนีไปเอง ซึ่งปลอดภัยหายห่วงแน่นอนครับ     ลูกเหม็น เริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุดเลยครับ แค่เอาลูกเหม็นไปวางไว้ตามจุดที่ตุ๊กแกเคยผ่านหรืออาศัยอยู่ กลิ่นของลูกเหม็นจะทำให้มันหนีไปเอง   ยาเส้น ลองหาซื้อยาเส้นสำหรับมวนบุหรี่สูบมามัดเป็นก้อนขนาดเท่าลูกปิงปอง แล้วนำไปวางตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน หรือจะนำมาผสมน้ำแบบเข้มข้นหน่อยแล้วนำไปฉีดพ่นให้ทั่วตามบริเวณที่ตุ๊กแกเคยอยู่ โดยฉีดซ้ำๆ เมื่อกลิ่นเริ่มจางลงจะช่วยให้ ตุ๊กแกอพยพออกไปเองครับ   น้ำมันเครื่องและน้ำมันพืช นำน้ำมันเครื่องและน้ำมันพืชมาผสมกัน แล้วใช้แปรงหรือผ้าทาให้ทั่วบริเวณที่เคยเห็น ความลื่นของน้ำมันพืชจะทำให้ตุ๊กแกไม่สามารถยึดเกาะได้ ส่วนกลิ่นฉุนจากน้ำมันเครื่องก็จะช่วยไล่ตุ๊กแกออกไปจากแถวนั้นอีกครับ   ยี่โถ บ้านไหนมีต้นยี่โถก็ลองหักกิ่งมันออกมาแล้วนำไปปักไว้ตามจุดต่างๆ หรือจะใช้วิธีเด็ดใบของมันของมาขยี้ให้มีกลิ่นแล้วนำไปวางตามมุมแทนก็ได้   ใบน้อยหน่ากับใบสาบเสือ อีกหนึ่งวิธีธรรมชาติครับ นำใบน้อยหน่ากับใบสาบเสือในปริมาณเท่าๆ กัน มาตำให้เข้ากันอย่างละเอียด แล้วนำผ้าบางๆ มาห่อไว้ไปแขวนตามมุมต่างๆ ก็ช่วยได้เช่นกัน   ปูนแดงผสมยาเส้น วิธีสำหรับคนใจกล้าครับ โดยผสมปูนแดงให้เข้ากับยาเส้นแล้วนำมาพันที่ปลายไม้ จากนั้นก็เอาไปแหย่ให้ตุ๊กแกงับก็จะเกิดอาการเมายา แล้วให้รีบเอาไปทิ้ง     วิธีเหล่านี้เป็นวิธีง่ายๆ โดยใช้ของที่หาได้ทั่วไปมาไล่เจ้าตุ๊กแกให้ออกจากบ้านเราได้แบบปลอดภัยทั้งตุ๊กแกและตัวเราด้วยครับ  
เคล็ดลับเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้า

เคล็ดลับเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้า

  เดี๋ยวนี้คอนโดมิเนียมในเมืองมีให้เลือกมากมายหลากหลายโครงการเลยทีเดียว แต่ทำเลสุดฮิตก็ยังคงเป็นทำเลตามแนวรถไฟฟ้า เพราะสามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้สะดวกรวดเร็ว หรือถ้าจะซื้อไว้ลงทุนก็มีแนวโน้มจะได้ค่าตอบแทนสูง ซึ่งปัจจุบันก็มีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นมาหลายสาย แล้วแต่ละทำเลก็มีหลายโครงการมาให้เลือกจนตัดสินใจแทบไม่ถูกว่าจะเลือกที่ไหนดี ดังนั้นเราจึงนำเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะเป็นตัวช่วยในการเลือกคอนโดติดรถไฟฟ้า เผื่อจะได้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นครับ     1. พิจารณาราคาขายและค่าเช่าคอนโด ข้อแรกถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นคอนโดติดรถไฟฟ้าแล้วก็มักจะมีราคาขายพุ่งไปไกล บางโครงการราคาสูงลิบจะมนุษย์เงินเดือนธรรมดาเกินจะเอื้อมไหว สาเหตุหลักๆ ก็เป็นเพราะของราคาที่ดินที่เป็นตัวแปรสำคัญ แต่เมื่อแลกมาด้วยความสะดวกสบายในการเดินทางจึงไม่แปลกที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ ฉะนั้นในแต่ละทำเลก็มักจะมีให้เลือกมากกว่า 2 โครงการแน่นอน   สิ่งสำคัญที่ควรดูก่อนเลยนั่นคือ ราคาขายต่อตารางเมตรของแต่ละโครงการ เพราะหากอยู่ในทำเลที่ห่างจากรถไฟฟ้าพอๆ กัน เรื่องราคาก็จะมีส่วนมากต่อการตัดสินใจ รวมถึงเรื่องสเปคของวัสดุที่ใช้ ของแถม และโปรโมชั่นต่างๆ และยิ่งถ้าหากต้องการซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าด้วยแล้ว เรื่องราคาค่าเช่าต่อตารางเมตรของแต่ละทำเลก็ควรนำมาพิจารณาด้วยนะครับ   2. ไม่เกิน 400 เมตรจากสถานี ระยะห่าง 400 เมตร ถือว่าเป็นระยะที่สะดวกต่อการเดินไปที่สถานีรถไฟฟ้า เพราะอยู่ในระยะที่เราสามารถเดินได้ง่ายและไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่ปัจจุบันระยะในห่างจากสถานีรถไฟฟ้าอาจจะขยับห่างออกไปบ้าง ถ้ายังอยู่ในระยะ 500-600 เมตร ก็อาจจะยังถือว่าอยู่ในระยะเดินที่รับได้ครับ เพราะอากาศร้อนๆ ของบ้านเราอาจจะไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินมากนักนั่นเอง  หากโครงการไหนมีทำเลที่ตั้งที่เข้าซอยลึกกว่าระยะนี้ หรือห่างออกไปไกลเกินกว่าจะเดินได้นั้น ก็จะมีข้อให้เปรียบเทียบในเรื่องความต่างขอราคาขาย และโปรโมชั่นต่างๆ ที่อาจจะจูงใจมากกว่า ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาเรื่องการเดินทางอื่นๆ ประกอบเพิ่มเติม ว่ามีรถรับจ้าง รถประจำทาง หรือวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการใกล้ๆ มั้ย ค่าบริการเหมาะสมและสะดวกพอหรือเปล่า เพราะบางครั้งเราอาจจะไม่จำเป็นจะต้องเลือกแต่คอนโดมิเนียมโครงการที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าเลยก็ได้    3. มีเส้นทางคมนาคมทางเลือก จริงอยู่ที่รถไฟฟ้าเป็นการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดสำหรับคนเมือง แต่หากมีทางเลือกสำหรับการเดินทางได้มากกว่า 1 ช่องทาง ก็จะเพิ่มความสะดวกให้เราได้มากยิ่งขึ้น การวางแผนการเดินทางในแต่ละวันก็อาจจะทำได้ดีกว่า โดยไม่ต้องยึดติดอยู่กับรถไฟฟ้า เช่น ถ้าตัวโครงการอยู่ใกล้ด่านทางด่วน, ใกล้ท่ารถ, ใกล้ท่าเรือ หรือมีบริการขนส่งสาธารณะอื่นๆ ให้เลือกใช้ได้หลายทาง ก็ถือว่าเป็นเหตุผลที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจนะครับ      4. เน้นสถานี Interchange คล้ายๆ กับหัวข้อก่อนหน้านี้เลยครับ นอกจากจะต้องมีทางเลือกในการเดินทางที่มากขึ้นแล้ว การเลือกโครงการที่อยู่ใกล้สถานีที่เป็น Interchange ก็จะเพิ่มความสะดวกได้อีกทาง ปัจจุบันเรามีรถไฟฟ้าหลายสายเลยนะครับ โซนที่ตั้งของโครงการถ้าอยู่ใกล้กับสถานีที่ Interchange กับเส้นทางที่เราต้องใช้บ่อยๆ ก็จะดี แถมยังช่วยเพิ่มมูลค่าของห้องชุดขึ้นในอนาคตได้อีก ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ต้องขายต่อ หรือปล่อยเช่า   5. เลือกสถานีที่มีที่จอดรถสาธารณะอยู่ใกล้ๆ ปัญหาโลกแตกอย่างหนึ่งของคนอยู่คอนโดฯ นั่นคือ ปัญหาที่จอดรถมักจะไม่เพียงพอกับจำนวนผู้อยู่อาศัย หากทางนิติบุคคลมีระบบการจัดการที่ดีก็ยังพอจะช่วยแก้ไขปัญหาได้บ้าง แต่ถ้าไม่มีทางเลือกก็คงจะเป็นเรื่องน่าเหนื่อยใจอีกนาน ดังนั้นการมองหาสถานที่จอดรถสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ กับโครงการไว้บ้าง ก็อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ เพราะถ้าสุดท้ายแล้วเราจำเป็นต้องหาที่จอดรถจริงๆ พื้นที่บริการให้เช่าที่จอดรถ หรืออาคารจอดรถสาธารณะที่อยู่ใกล้ๆ อาจเป็นเรื่องจำเป็นขึ้นมาก็ได้ครับ ตัวอย่างของที่จอดรถสาธารณะก็เช่น อาคารจอดแล้วจรของรถไฟฟ้า หรือลานจอดเอกชนที่มีให้เช่า หรือสถานที่ราชการที่อาจจะอนุญาตให้จอดได้ เป็นต้น   6. เลือกสถานีที่คนนิยมใช้บริการ การอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า บางครั้งก็ใช่ว่าจะเป็นสถานีอะไรก็ได้นะครับ การเลือกสถานีที่มีคนนิยมใช้บริการกันเยอะๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะยิ่งมีคนใช้บริการมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดสด รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า และแหล่งช็อปปิ้งที่จำเป็น สิ่งเหล่านี้จะเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นนั่นเอง แต่การอยู่ในทำเลที่ใกล้สถานีที่มีคนอยู่มากๆ ก็อาจจะมีเรื่องหงุดหงิดบ้าง เช่น ในช่วงเวลาเร่งด่วนก็อาจจะมีคนใช้บริการมากจนล้นสถานี หรือต้องคอยต่อคิวขึ้นรถต่างๆ นานหน่อย แต่เรื่องเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นดัชนีชี้ิว่า ทำเลนี้มีความต้องการสูง ก็จะทำให้ราคาขาย หรือราคาปล่อยเช่าดีกว่า และ/หรือ อาจจะทำให้การซื้อขาย ปล่อยเช่า เปลี่ยนมือได้เร็วกว่านั่นเอง     ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเคล็ดลับเบื้องต้นที่จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกโครงการได้ตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้นนะครับ จริงๆ แล้วการเลือกซื้อหรือเลือกอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมทำเลต่างๆ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบด้วย เพื่อที่เราจะได้โครงการที่ตอบโจทย์ คุ้มค่าทั้งราคาที่จ่ายไป และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ดีที่สุดครับ ครั้งต่อๆ ไปเราจะนำเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันอีกแน่นอน อย่าลืมติดตามกันนะครับ  
9 วิธีจัดห้องนอนเสริมดวง

9 วิธีจัดห้องนอนเสริมดวง

ห้องนอนถือเป็นพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่หวงห้ามของใครหลายคน เพราะทุกๆ วันเราต้องใช้เวลาอยู่ในห้องนอนมากกว่าห้องอื่นในบ้านอยู่เสมอ จนบางทีเราก็แทบจะทำกิจกรรมหลายๆ อย่าง เช่น ทำงาน อ่านหนังสือ ดูทีวี ฯลฯ อยู่ในห้องนอนกันเลยทีเดียว ซึ่งตามความเชื่อฮวงจุ้ยแล้วห้องนอนที่ดีจะต้องมีพลังบวกให้กับเจ้าของห้อง เพื่อจะส่งเสริมสิ่งดีๆ ต่างๆ ให้เข้ามา ดังนั้นเราจึงมีวิธีจัดห้องเสริมดวงเพิ่มพลังบวก กับ 9 วิธีง่ายๆ ดังนี้ครับ     1. ตำแหน่งเตียงก็สำคัญ เราควรวางเตียงให้ห่างจากประตูห้องมากที่สุด เพราะจะไม่ถูกรบกวนจากเสียงภายนอกง่ายเกินไป และไม่ควรวางเตียงไว้ในตำแหน่งใต้คาน เพราะเชื่อว่าจะทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่สบายนั่นเอง   2. โต๊ะข้างเตียงควรเลือกโต๊ะแบบโค้งมน ถ้าต้องใช้โต๊ะข้างเตียง ควรเลือกโต๊ะที่มีดีไซน์ลักษณะโค้งมนมากกว่าโต๊ะแบบสี่เหลี่ยม เพราะความโค้งจะช่วยกันพลังงานด้านลบออกไปจากเราได้ดีกว่า   3. สีแดงเสริมความรัก สำหรับคนที่กำลังมีความรัก สามารถเสริมพลังเรื่องความรักให้สดใสด้วยการเลือกใช้ของตกแต่งห้องที่เป็นสีแดงเข้ามาเพิ่มเติม เช่น ลองเปลี่ยนปลอกหมอนให้เป็นสีแดง หรือเลือกรูปตกแต่งในห้องให้มีโทนสีแดง อีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจคือ ลองหาโคมไฟสีแดงเล็กๆ มาตกแต่งห้องก็ได้นะครับ   4. ในห้องนอนควรมีการจัดแสงสว่างให้เหมาะสม ความเหมาะสมของการจัดแสงสว่างในห้องหมายถึงว่า ในช่วงกลางวันแสงจากด้านนอกต้องส่องทั่วถึงทั้งห้อง หรือมีความสว่างที่เพียงพอ ขณะเดียวกันในตอนกลางคืนห้องก็ต้องมืดสนิทเช่นกัน เพื่อจะได้ไม่มีแสงรบกวนเวลานอน   5. เสริมดวงการงานด้วยภาพถ่ายหรือภาพวาด การหาภาพวาดหรือภาพถ่ายมาประดับตามส่วนต่างๆ ในห้อง ไม่ว่าแขวนไว้ที่กำแพงหรือวางไว้บนโต๊ะ นอกจากจะช่วยเสริมดวงความรักได้แล้ว เค้าว่ากันว่ายังช่วยเสริมดวงเรื่องการงาน และความสงบในชีวิตได้ด้วยนะ ไม่เชื่อลองดูสิ   6. เลือกของแต่งห้องให้เป็นคู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคู่ แค่ลองเลือกของแต่งห้องมาใช้เป็นคู่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟหัวเตียง ก็ควรวางไว้ทั้ง 2 ด้านของเตียง หรือลองเลือกวางหมอนเป็นคู่ๆ ก็จะช่วยเรื่องความรักให้มั่นคงได้อีกเช่นกัน   7. ห้องนอนไม่ใช่ห้องทำงาน อันนี้เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ควรจะต้องแบ่งสัดส่วนของพื้นที่ใช้สอยให้เหมาะสมนะครับ เพื่อการพักผ่อนที่ดีเราควรแยกห้องทำงานออกจากห้องนอน และไม่ควรมีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานอยู่ภายในห้องนอนด้วย เวลานอนก็จะได้ไม่มีความกังวลเรื่องอื่นๆ ทีนี้เราก็จะหลับได้สนิทมากขึ้นด้วย   8. ใช้โทนสีอ่อนเป็นหลัก ข้อนี้เป็นหลักทางจิตวิทยาง่ายๆ เพราะการเลือกใช้โทนสีอ่อนตกแต่งห้องจะช่วยให้ดูอบอุ่น หรือรู้สึกสบายตามากกว่าการเลือกใช้สีเข้มๆ เมื่อสีช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว บรรยากาศภายในห้องก็จะเหมาะแก่การพักผ่อนยิ่งขึ้นครับ   9. เก็บของให้เป็นระเบียบ เรื่องง่ายๆ ที่เราควรเก็บกวาด และจัดห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ ไม่ควรวางของเกะกะตามพื้น และไม่ควรเก็บของไว้ใต้เตียง การทำให้ห้องสะอาดเป็นระเบียบจะช่วยดึงพลังงานด้านบวกให้เข้ามาได้ดีกว่าห้องรกๆ นะครับ   เคล็ด(ไม่)ลับทั้ง 9 ข้อนี้ เป็นเรื่องที่สามารถทำกันได้ง่ายๆ เลยใช่มั้ยครับ นอกจากจะช่วยเสริมสิ่งดีๆ และพลังบวกตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยแล้ว จะสังเกตได้ว่าวิธีต่างๆ ยังเหมือนเป็นการเตือนให้เราคอยจัดระเบียบ และทำความสะอาดห้องนอนของเราให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ พอห้องสะอาดก็น่าอยู่น่านอนมากยิ่งขึ้นด้วยจริงมั้ยครับ      
การเลือกซื้อคอนโด เลือกอยู่ชั้นไหนเหมาะกับคุณสุดๆ

การเลือกซื้อคอนโด เลือกอยู่ชั้นไหนเหมาะกับคุณสุดๆ

การเลือกห้องชุด คอนโดมิเนียม มีหลักในการเลือกให้เหมาะสมกับตัวคุณเอง โดยยึกหลักฮวงจุ้ยได้ เลือกดีมีผลต่อการอยู่อาศัย อยู่ดีมีสุข ร่มเย็น เรามาลองดูว่า     เลือกซื้อห้องชุด คอนโดมิเนียม ชั้นไหนถูกโฉลกผู้อยู่ แบบไหน  ในการเลือกซื้อคอนโดนั้นตามศาสตร์ฮวงจุ้ย ยังสามารถตัดสินใจซื้อได้ตามระบบธาตุ ธาตุดิน คือคอนโดที่เป็นสี่เหลี่ยม ควรซื้อชั้นที่ 5, 10, 15, 25 ธาตุไม้ คือคอนโดที่เป็นลักษณะสูง เป็นแท่งขึ้นไป ควรซื้อชั้นที่ 3, 8, 16, 38, 61 ธาตุทอง คือคอนโดทรงกลม ควรซื้อชั้นที่ 10, 15, 49, 94 อีกทั้งคอนโดที่มีการก่อสร้างเป็นลักษณะตัว U จะถูกตามหลักฮวงจุ้ย คือมีรูปลักษณะที่ดีเหมือนปากโอ่ง รับซ้ายขวามาเก็บไว้   ส่วนคนที่เกิดนักษัตรใด ควรเลือกซื้อคอนโดชั้นไหนจึงจะส่งผลดีต่อการอยู่อาศัย ปีชวด มะโรง วอก อยู่ในกลุ่มธาตุน้ำ ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 1 กับ 6 ทั้งหมด ปีฉลู ระกา มะเส็ง อยู่ในกลุ่มธาตุทอง ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 9 กับ 4 ทั้งหมด ปีขาล มะเมีย จอ อยู่ในกลุ่มธาตุไฟ ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 2 กับ 7 ทั้งหมด ปีเถาะ มะแม กุน อยู่ในกลุ่มธาตุไม้ ชั้นที่ดีคือชั้นที่ลงท้ายด้วย 3, 8, 1 และ 6 ทั้งหมด   รวมทั้งในตัวคนเราจะมีกลุ่มถ่อฮวย คือ จุดเสน่ห์ ซึ่งคือทิศทางที่ทำให้นักษัตรเรามีพลัง ปีชวด มะโรง วอก มุมเสน่ห์ คือทิศตะวันตก ปีฉลู ระกา มะเส็ง มุมเสน่ห์ คือทิศใต้ ปีขาล มะเมีย จอ มุมเสน่ห์ คือทิศตะวันออก ปีเถาะ มะแม กุน มุมเสน่ห์ คือทิศเหนือ   ในทิศที่เป็นมุมเสน่ห์ต้องไม่ให้มีห้องน้ำ ถังขยะหรือสิ่งสกปรก ควรทำให้มีสิ่งเคลื่อนไหว มีสิ่งสวยงาม สดชื่นเช่นดอกไม้ เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวา ถ้าแก้ไม่ได้เช่นเป็นห้องน้ำ ต้องรักษาความสะอาด ฝาห้องน้ำต้องทำให้สวยงาม หาต้นไม้ ดอกไม้สวยๆ มาวางไว้ ไม่ใช้ต้นไม้แห้ง ต้นไม้ตายแล้ว คนจีนอาจจะใช้เป็นต้นกวนอิม คนอยากมีคู่อาจจะเป็นกุหลาบ หรือคนทำการค้า ต้องมองทิศนี้เป็นทิศพลังเพื่อเรียกลูกค้า วางสินค้าโชว์ มีของหอม มีดิสเพลย์สวยๆ รับลูกค้า เป็นต้น   ขอขอบคุณข้อมูลฮวงจุ้ยดีๆ จาก อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร
วิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา ต้นเหตุที่ทำให้บ้านลื่นและดูสกปรก

วิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา ต้นเหตุที่ทำให้บ้านลื่นและดูสกปรก

รวมวิธีกำจัดตะไคร่น้ำบนพื้นและหลังคา พืชสีเขียวเล็ก ๆ ที่ขึ้นลามไปทั่วในช่วงหน้าฝน จนทำให้บ้านดูสกปรก แถมยังทำให้พื้นลื่น สาเหตุของอุบัติเหตุในบ้านด้วย เมื่อฝนมา...ภายในบ้านมันก็จะชื้น ๆ ต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดตะไคร่น้ำ หรือชื่อภาษาอังกฤษที่เรียกว่า มอสส์ (Moss) มาเกาะบ้าน ทำลายบรรยากาศไปซะหมด ถึงหลายคนจะบอกว่า มันดูสวยดี แต่ยังมีบางบ้านที่ไม่ต้องการให้มันขึ้น กระปุกดอทคอมเลยไม่รอช้าที่จะนำวิธีกำจัดตะไคร่น้ำมาฝากกันค่ะ สำหรับบ้านไหนที่ไม่อยากให้ตะไคร่น้ำเกาะ ก็เลือกวิธีที่เหมาะสมไปกำจัดเลยค่ะ น้ำร้อน วิธีนี้คือขั้นพื้นฐานของการกำจัดตะไคร่น้ำ โดยการราดน้ำต้มเดือดตรงที่มีตะไคร่น้ำ ตามด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น ๆ เทซ้ำลงไปที่เดิม ก่อนใช้แปรงหัวแข็งขัดและทำความสะอาดอีกรอบ   เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง วิธีนี้เป็นการกำจัดดตะไคร่น้ำแบบธรรมชาติเหมือนวิธีแรกนั่นแหละค่ะ ด้วยการใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงมาฉีดบรรดาคราบตะไคร่น้ำที่เกาะอยู่ตามผนังหรือพื้นซีเมนต์ต่าง ๆ ให้ทั่ว คราบตะไคร่น้ำก็จะหายไปในทันที แต่วิธีนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผลในบริเวณที่มีคราบตะไคร่น้ำเกาะหนา   น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูเป็นของดีที่ทุกบ้านต้องมีเลยค่ะ โดยนำน้ำส้มสายชูมาราดลงบนตะไคร่น้ำโดยตรง ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วขัดออก ราดน้ำเพื่อทำความสะอาดให้เกลี้ยง และที่สำคัญต้องทำให้แห้งด้วยนะคะ เพื่อกำจัดความชื้นตัวการที่ทำให้เกิดตะไคร่น้ำให้หมดไปแบบถาวรด้วย   สารฟอกขาว หากทำวิธีด้านบนแล้วยังมีตะไคร่น้ำสีเขียว ๆ เกาะอยู่ งั้นต้องผสมสารฟอกขาว ¾ ถ้วยตวง กับน้ำเปล่า 1 แกลลอน เพื่อนำไปราดบนตะไคร่น้ำและทิ้งไว้ 10 นาที แล้วค่อยล้างออก แต่วิธีนี้ควรระวังไม่ให้ส่วนผสมไหลไปโดนต้นไม้เด็ดขาด ที่สำคัญถ้าจะให้ดีต้องทำวิธีนี้ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง เพราะความร้อนจากแสงแดดจะทำให้ส่วนผสมแห้งเร็วขึ้น   เบกกิ้งโซดา ถ้าสารเคมีหายากเกินไป แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในครัวเรือนอย่าง เบกกิ้งโซดา เพียงแค่นำไปโรยบนตะไคร่น้ำให้ทั่ว ทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง จากนั้นค่อยกวาดเศษตะไคร่น้ำและเศษเบกกิ้งโซดาทิ้งไป น้ำยาล้างจาน ส่วนผสมที่ได้จากในครัวเรือนเหมือนกัน เริ่มจากผสมน้ำยาล้างจาน 600 มิลลิลิตร กับน้ำเปล่า 5 แกลลอนให้เข้ากันดี แล้วราดลงบนตะไคร่น้ำ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จากนั้นก็มาขัดและล้างออกให้สะอาด   หากใครจะใช้วิธีกำจัดตะไคร่น้ำที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ต้องระมัดระวังให้มาก ถ้าเลือกวิธีที่มีสารเคมีก็ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันต่าง ๆ ให้พร้อม และปฏิบัติตามคำแนะนำที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด เพื่อกำจัดตะไคร่น้ำให้หมดไปและไม่เป็นอันตรายต่อตัวเราด้วยนะคะ ขอบคุณแหล่งที่มา : https://home.kapook.com/view172394.html
วิธีแก้เคล็ด ห้องนอน-เตียงนอน ที่ผิดหลักฮวงจุ้ย

วิธีแก้เคล็ด ห้องนอน-เตียงนอน ที่ผิดหลักฮวงจุ้ย

1. ห้องนอนที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม จัดว่าเป็นห้องเชือดเฉือน   ห้องนอนที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม แต่มีส่วนหนึ่งเว้าแหว่งไป จนเป็นรูปทรงคล้ายมีดบังตอ ถือว่าไม่ดี ยิ่งถ้าตั้งเตียงตรงบริเวณส่วนคมของมีดก็ยิ่งถือว่าไม่ดี จะทำให้สามี-ภรรยาชอบหาเรื่องทำร้ายกัน มิว่าทางกายหรือทางคำพูด หรืออาจต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดใหญ่ วิธีแก้เคล็ดตามหลักฮวงจุ้ย ให้ตั้งเตียงในส่วนที่เป็นด้านสันมีด แล้วติดลูกแก้วคริสตัลหรือตั้งกระถางต้นไม้ไว้ที่จุด A ถ้าเตียงจำเป็นต้องอยู่ทางคมมีด เพราะผนังด้านสันมีดเป็นห้องน้ำ ก็ให้ติดกระจกเงาบานใหญ่ไว้ทางผนังด้านตรงข้ามกับเตียง   2. ปลายเตียงแคบ ฝันร้ายบ่อย หงุดหงิดง่าย    บริเวณปลายเตียงนอนสมควรให้มีเนื้อที่ว่างอย่างน้อยที่สุดก็สัก 2 ฟุตครึ่ง (ถ้ามีเนื้อที่เหลือกว้างมากก็ยิ่งดี) พยายามอย่าให้มีตู้หรือโต๊ะมาตั้งไว้ที่ปลายเตียงจนเกือบชิด จะทำให้ฝันร้ายบ่อย และจิตใจมักหงุดหงิดไม่สบายอยู่เสมอ   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ควรปล่อยให้ปลายเตียงเป็นบริเวณโล่งๆ โปร่งๆ ถ้าเนื้อที่จำกัดจริงๆ และจำเป็นต้องวางตู้ขนาดใหญ่ไว้ที่ปลายเตียงก็ให้ติดผ้าม่านสีอ่อนๆ ที่หน้าประตูตู้ เมื่อนอนมองมาจะมีความรู้สึกสบายตา ไม่รู้สึกถูกพลังบางอย่างกดทับ   3. หัวเตียงหันไปทิศตะวันตก มีแต่เรื่องทุกข์ใจ    ถ้าตั้งหัวเตียงไปทางทิศตะวันตก คู่สามี-ภรรยาจะมีแต่ความเบื่อหน่ายหมดความรักความใคร่ในกันและกัน แม้เป็นคนโสดก็จะมีแต่เรื่องให้เป็นทุกข์และกังวลใจ ชีวิตถดถอยมากกว่าเจริญก้าวหน้า   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ให้ย้ายหัวเตียงไปทางทิศอื่น แล้วชีวิตจะมีความสุขความเจริญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คู่สามี-ภรรยาก็จะมีความรักใคร่กันอย่างสดชื่นยิ่งขึ้น   4. เตียงกับเตาตรงกัน ชีวิตคู่แตกแยก การเงินติดขัด    การตั้งเตียงนอนต้องระวังให้มากที่สุด ดูด้วยว่าชั้นล่างบริเวณที่ตรงกับเตียงเรานั้น เป็นสิ่งของเครื่องเรือนใดบ้าง ถ้าตั้งเตียงทับเตาไฟในครัวชั้นล่าง หรือตั้งทับทีวี ตู้เย็นที่เป็นเครื่องไฟฟ้าก็ถือว่าไม่เป็นมงคล จะมีผลให้ชีวิตคู่แตกแยก การเงินติดขัด   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ต้องย้ายตำแหน่งของเตียงนอนไปยังมุมอื่น หรือย้ายการจัดวางเตาไฟในมุมครัวชั้นล่างไปวางตั้งยังมุมอื่น แล้วคู่สมรสจะรักกันมั่นคงยั่งยืน ฐานะการเงินก็มั่งคั่งขึ้น   5. เตียงนอนขวางประตู ไม่ดียิ่งนัก    ถ้าเตียงนอนตั้งอยู่ในตำแหน่งตรงกับประตู เมื่อนอนอยู่บนเตียงแล้ว มีลักษณะท่าทีคล้ายนอนขวางประตูอย่างหนึ่ง หรืออีกอย่างหนึ่งเหมือนนอนเอาปลายเท้าชี้หาประตู ถือว่าไม่ดี   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ให้ติดผ้าม่านอย่างทึบ (มีลวดลายได้ แต่มิใช่ผ้าโปร่งบาง) ติดบังตาไว้โดยห้ามผุกรวบชายม่านเป็นอันขาด หรือหาฉากบานพับมาตั้งบังตาระหว่างเตียงกับประตูห้องนอน หรือกั้นขวางด้วยตู้เสื้อผ้าก็ได้   6. เหนือเตียงต้องโล่ง ชีวิตราบรื่น    มิควรติดตั้งตู้หรือชั้นวางของที่เหนือหัวเตียงเด็ดขาด แม้จะเป็นชั้นเล็กๆ หรือตู้ลอยแบบบิลด์-อินก็ตามแม้จะทำให้ได้ประโยชน์ในการใช้สอยแต่จะทำให้การงานติดขัด ความคิดไม่โลดแล่น จิตใจให้หดหู่ว้าวุ่นและเจ็บป่วยง่าย   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ควรจัดการรื้อตู้และชั้นต่างๆ ออกจากบริเวณหัวเตียง ที่ผนังด้านเหนือศีรษะ หรือที่หัวเตียงติดรูปภาพลวดลายมงคลแทนจะดีกว่า   7. เตียงใต้คาน มีปัญหาต่อสุขภาพ เจ็บป่วยบ่อย    การจัดวางเตียงนอนไว้ใต้คานถือว่าผิดฮวงจุ้ย การตั้งเตียงลักษณะนี้จะทำให้ผู้เป็นเจ้าของเตียงมักเจ็บป่วยง่าย สุขภาพไม่ดี ปวดศีรษะบ่อย ปวดเมื่อยเนื้อตัวบ่อย จิตใจอึดอัดกดดันโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ควรจัดการเคลื่อนย้ายเสียใหม่ ตั้งเตียงไว้ในมุมอื่นที่มิได้อยู่ใต้คาน ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้แขวนขลุ่ยจีนผูกด้ายแดง เพื่อแก้เคล็ดที่บริเวณคานนั้น   8. โต๊ะเครื่องแป้งอยู่ปลายเตียง ฝันร้ายบ่อย   ถ้าโต๊ะเครื่องแป้งตั้งอยู่ปลายเตียงพอดี หรือตั้งอยู่ข้างเตียง โดยหันกระจกเงาเข้าหาตัวเตียงพอดี จะทำให้ฝันร้ายบ่อยๆ พลังจิตใจอ่อนแอ ตื่นตกใจง่าย   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย ย้ายตำแหน่งของโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ถ้าย้ายไม่ได้จริงๆ ให้ติดผ้าม่านปิดกระจกเงาไว้   9. ใต้เตียงสกปรก การเงินติดขัด    พื้นที่ว่างใต้เตียงถ้าทำเป็นที่เก็บของจนรกรุงรัง และมีข้าวของเก่าๆ ชำรุดเก็บไว้ด้วย จะทำให้สตรีที่ตั้งครรภ์อยู่แท้งได้ ผู้ที่นอนบนเตียงนั้นจะมีจิตใจกระสับกระส่าย การงาน-การเงินติดขัดไม่ราบรื่น ถ้าเป็นคู่สามี-ภรรยาก็จะมีปากเสียงกันบ่อย   วิธีแก้เคล็ด ตามหลักฮวงจุ้ย นำข้าวของไปบรรจุใส่กล่องแล้วเก็บไว้ที่อื่น จัดใต้เตียงให้โล่ง ปัดกวาดให้สะอาดเสมอ ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้เก็บของใส่กล่องให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ แต่อย่าเก็บของหักๆ ชำรุดไว้ใต้เตียงเด็ดขาด   ขอบคุณแหล่งที่มา : http://sirmduang.blogspot.com/2011/11/blog-post_5831.html ภาพประกอบ : https://pixabay.com
ต้นไม้ไล่ยุง ปลูกไว้ไร้แมลงร้าย

ต้นไม้ไล่ยุง ปลูกไว้ไร้แมลงร้าย

ตะไคร้หอม เชื่อว่าหลายคนต้องเคยใช้ยาทากันยุงหรือสเปรย์กันยุงกลิ่นตะไคร้กันแน่ๆ และคงจะรู้ถึงคุณสมบัติของตะไคร้กันไม่น้อย เพราะน้ำมันหอมระเหยในตะไคร้ คนอาจจะชอบใจ แต่สำหรับยุงน่าจะไม่ชอบใจนัก ถ้าบ้านใครมีพื้นที่ แนะนำว่าปลูกเหนือลมเพื่อให้ลมพัดกลิ่นกระจายไปรอบๆ บ้าน โดยวิธีการไล่ยุงคือต้องทำให้น้ำมันหอมระเหย อาจจะต้องทุบหรือขยี้ใบ และต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เห็นผล   ลาเวนเดอร์ น้ำมันระเหยที่สกัดจากดอกลาเวนเดอร์สามารถไล่ยุงได้ เพราะยุงจะไม่ชอบกลิ่นแรงของลาเวนเดอร์ ดังนั้นหากต้องการแต่งสวนสวยๆ ด้วยดอกไม้ ลองหาต้นลาเวนเดอร์มาปลูก นอกจากจะช่วยไล่ยุงร้ายไม่ให้มากวนใจแล้ว ยังได้สวนสวยๆ ให้นั่งเล่นเวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านอีกด้วย   แคทนิป บ้านที่เลี้ยงเจ้าแมวจะต้องรู้จักหรืออาจจะปลูกต้นแคทนิป หรือกัญชาแมวไว้ในบ้านอยู่แล้ว ต้นไม้ชนิดนี้ไม่ได้แค่ช่วยสร้างความเบิกบานให้น้องเหมียวในบ้านเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติช่วยขับไล่ยุงที่มากวนใจได้ดี และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ด้วย   สะระแหน่ พืชสมุนไพรที่เรานำมาทำอาหารอย่างสะระแหน่ ก็มีคุณสมบัติที่ช่วยไล่ยุงร้ายได้เช่นกัน เพราะภายในสะระแหน่มีน้ำมันหอมระเหยที่ยุงไม่ชอบกลิ่นเอามากๆ ซึ่งสะระแหน่นั้นสามารถขึ้นได้ง่าย เพราะฉะนั้นหากบ้านไหนไม่มีพื้นที่ก็สามารถปลูกใส่กระถางวางไว้ตรงระเบียงก็ได้เช่นกัน ลองเด็ดใบสะระแหน่มาขยี้แล้วทาลงบนผิวรับรองจะไม่มียุงมาคอยกวนใจ แถมยังทำให้ผิวชุ่มชื้นด้วย   เสาร์อาทิตย์หรือวันว่างๆ ลองชวนเด็กๆ ในครอบครัวมาตกแต่งสวนรอบบ้าน ปลูกต้นไม้ที่ช่วยไล่ยุงร้าย ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความสนุกไม่น้อย อย่างไรก็ตามแม้จะปลูกต้นไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยไล่ยุงแล้ว ก็ยังต้องคอยระวังและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงอีกทางหนึ่งด้วย   ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.pf.co.th/blog/cozy-at-home/green-at-home/2017/09/20/mosquito-repellent-tree/  
ฮวงจุ้ย : แปลนบ้านถูกหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้วรวย

ฮวงจุ้ย : แปลนบ้านถูกหลักฮวงจุ้ยอยู่แล้วรวย

โดยในหลักการของบ้านก็เช่นกัน เป็นเรื่องของความสมดุลที่เรียกว่า อินเอี๊ยง หรือหยินหยาง คือมีความมืดและความสว่าง ถ้ามีความสว่างมากเกินไปก็จะกระตือรือร้นมากเกินไป มุ่งมั่นแต่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่หากเป็นความมืดก็คือความนิ่ง ความสงบ ถ้าความมืดน้อยก็จะไม่สงบ   ดังนั้น ต้องแบ่งหน้าบ้านกับหลังบ้านให้สมดุลกัน โดยหน้าบ้านต้องสว่าง หลังบ้านต้องทึบ ต้องมืด เปรียบได้กับหน้าบ้านสว่างเป็นน้ำ น้ำไหลเข้ามา หลังบ้านทึบเป็นภูเขารับน้ำ แต่ถ้าอยู่สลับที่กันเช่นหลังบ้านโล่ง แปลว่าไม่มีภูเขา ภูเขาตกน้ำ คนที่อยู่ภายในบ้านจะสุขภาพไม่ดี เป็นเรื่องระหว่างเงินกับคน ดูเงินให้ดูที่ความเคลื่อนไหว ดูว่าจะเก็บอยู่หรือไม่ให้ดูความนิ่ง   ข้อห้ามที่ว่าไม่ให้ 2 ประตูตรงกัน แปลว่ามีแต่เงินเข้ามาแต่ทำเท่าไรก็ไม่เหลือ เราจึงต้องอุดข้างหลัง เหมือนโบราณถ้ามีคู่ต้องให้คู่เก็บ สามีทำงาน ภรรยาอยู่บ้านให้เก็บเงิน ไม่มีคนอยู่บ้าน ทำแทบตายไม่มีคนเก็บ คอนโดก็เช่นกัน ต้องแบ่งครึ่ง หน้ากับหลัง กฎของแม่น้ำกับภูเขาก็ใช้ได้ด้วยกัน     กฎของสว่างกับทึบต้องตรงข้ามกัน ทุกครั้งที่มีเข้ามาต้องมีการรับ เช่นถ้ามีประตูต้องไม่มีหน้าต่างตรงกัน แสงก็เช่นกัน ต้องมีความสมดุลระหว่างสว่างและมืด ที่ว่าหน้าบ้านเป็นโบสถ์ วัด โรงเจ ถือว่าเป็นความมืด จะแก้ด้วยการติดไฟสว่างไว้ 1 ดวง เพื่อแก้ให้มีความสว่างเกิดขึ้น หรือหากหน้าบ้านมีรถไฟฟ้าเปรียบเสมือนภูเขาอยู่ตรงหน้า อาจไม่ดี ต้องแก้ด้วยความโล่งโปร่ง จึงมีการวางน้ำพุ ลานน้ำผุดขึ้นมาแก้สร้างความสมดุล ความทึบคือความมั่นคงคือบุคคล ความโล่งคือการเงินหรือสุขภาพ   ความสมดุลของบ้าน เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ส่วนจะรู้ว่าสมดุลหรือไม่นั้น หลักการคำนวณเริ่มจากยืนจากหน้าบ้านใช้เข็มทิศวัด ว่าบ้านนี้หันหน้าไปทางทิศไหน หลังตั้งอยู่ทิศอะไร แล้วมาคำนวณ เบื้องต้นบ้านที่ดีต้องแบ่งด้านหน้าออกเป็น 3 ช่องได้เท่าๆ กัน   สำหรับลักษณะของบ้านที่ดีต้องเข้าตรงกลาง โดยให้เปรียบสัมพันธ์กับหน้าตาของคนเรา ทางเข้าถ้าเบี้ยวซ้าย เบี้ยวขวาเหมือนปากไม่ตรง กินไม่ถนัด และบ้านที่เอาบันไดไว้หน้าบ้านก็ไม่ดี เพราะเปรียบเสมือนเอาภูเขาไปอุดอยู่ข้างหน้า บ้านที่เป็นรูปลักษณะที่ดีคือเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่ด้านตั้งก็ด้านยาว การต่อเติมที่ไม่สมดุลมีส่วนเกินมาก ทำให้ไม่ครบองค์ประกอบ 8 ทิศไม่สมบูรณ์ก็จะไม่ดีในแง่ฮวงจุ้ย   ในการพิจารณาตามศาสตร์ฮวงจุ้ยต้องดูเฉพาะตัวบ้าน ไม่ต้องสนใจที่ดิน ประตูบ้านสำคัญกว่าประตูรั้ว เพราะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่เข้ามาหาเรา รูปลักษณะบ้านก็ต้องอยู่ในความสมดุล โดยบ้านที่ดีคือ บ้าน 2 ชั้นขึ้นไป ประตูกับบันไดควรสัมพันธ์กัน ทางเข้าต้องมีบันไดรับ ซ้ายหรือขวาได้ แต่ต้องไม่ใช่ตรงกลางบ้าน เปรียบเสมือนการรับทรัพย์และนำเข้าไปในตัวบ้าน บ้านที่ดีต้องมีห้องรับแขก เข้าประตูมาแล้ว อยู่ซ้ายหรือขวาแล้วแต่ทิศทางเป็นตัวกำหนด บ้านที่ดี โดยหลักการทั่วไป ห้องใหญ่ที่สุดคือห้องของหัวหน้าครอบครัว คือคนที่หาเงินได้มากที่สุด บ้านที่ดี มุมของพ่อแม่ควรเป็นมุมสงบอยู่ชั้นล่าง   " การเลือกแปลนบ้านให้ใช้เกณฑ์ของกระแสที่ไหลมาเป็นตัวกำหนด คือให้ถนนเป็นหลัก หากว่าเป็นหลังสุดท้ายและติดริมรั้วเลยถือว่าไม่ดี เรียกว่าปลายน้ำ ยิ่งเป็นรั้วที่ติดกับหมู่บ้านและมีบ้านที่อยู่ภายนอกบังอยู่ด้วยยิ่งไม่ดี แต่ถ้าติดรั้วและอีกฝั่งเป็นที่โล่งยังถือว่ามีกระแสลมพัดผ่าน ไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้อนี้ อย่างไรก็ตามยังต้องมองว่าต้นทางกับปลายทางสู้กลางทางไม่ได้...."     บ้านที่ดี ห้องครัวเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ถือเป็นมุมทรัพย์อีกแบบหนึ่ง ไม่โปร่งโล่งเกินไป ควรเป็นมุมที่ต้องแอบซ่อน เห็นครัวง่ายก็จะมีคู่แข่งตลอด อาหารการกินก็จะมีคนมาแย่งกิน กรณีนี้ยกเว้นสำหรับร้านอาหาร และครัวไทยที่ทำนอกบ้าน บ้านที่ดี การทำครัวให้เลี่ยงการประจันหน้าระหว่างเตาไฟกับอ่างล้างจาน เพราะน้ำกับไฟเจอกัน จะทำให้คนในบ้านทะเลาะกัน บ้านที่ดี โดยหลักการฮวงจุ้ย การดูครัวให้ใช้ดวงชะตาของแม่บ้านเป็นหลัก เพราะถ้าแม่บ้านไม่มีแรง กลับบ้านมาก็ไม่มีใครป้อนอาหารให้มีความสุขได้ บ้านที่ดี ควรเว้นการทำห้องน้ำตรงกลางบ้าน และตรงกลางของหลังบ้าน ห้ามส่วนที่เป็นจุดศูนย์กลางทั้งหมด เพราะจะทำให้ประธานมีปัญหา หน้าต่างและบันไดบ้านควรจัดสมดุลด้วยสายตาและยึดหลักจำนวนเลขคี่ เพราะเลขคี่ คือ พลังการเคลื่อนไหว ส่วนเลขคู่ คือพลังหยุดนิ่ง หลังคาบ้าน เปรียบเสมือนหมวก หากว่าออกแบบชายคาต่ำกว่าสายตา ทำให้คนในบ้านมองไปไม่ไกล ทัศนวิสัยไม่ดี เหมือนปิดหน้าปิดตาไว้     ที่สำคัญทางสามแพร่งถือเป็นข้อห้ามอันดับหนึ่ง เพราะกระแสจะวิ่งตรงเข้ามาชนตัวบ้าน ชนประตู จะมีปัญหามาก คนที่อยู่บ้านลักษณะนี้จะไม่มีความสุขเพราะกระแสแรง ส่งผลต่อคนแต่ละคนและมีทิศทางเป็นตัวกำหนด หากพุ่งชนทิศตะวันออกจะเกี่ยวข้องกับคำพูด ลม ปากและคอแห้ง มักจะมีปัญหาสุขภาพเรื่องปอด ทิศตะวันตกมักจะมีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุ ทิศเหนือมีปัญหาเรื่องมดลูก ทิศใต้มีปัญหาเรื่องสายตา อย่างไรก็ตามบ้านลักษณะนี้เงินทองจะเข้าดีแต่สุขภาพจะไม่ค่อยดี   ขอขอบคุณข้อมูลฮวงจุ้ยดีๆ จาก อาจารย์ธนากร ตันอาวัชนการ ซินแสมังกร แหล่งที่มา : https://mgronline.com

1 2 3 ... 10