Tag : รามอินทรา - วัชรพล

บ้านกลางเมืองรามอินทรา-วัชรพล ทาวน์โฮมบนทำเลที่เหมือนมีทางด่วนส่วนตัว

บ้านกลางเมืองรามอินทรา-วัชรพล ทาวน์โฮมบนทำเลที่เหมือนมีทางด่วนส่วนตัว

ว่ากันว่าปี 2561 นี้ ทาวน์โฮมจะเป็นที่พักอาศัยที่ถูกจับตามองว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยราคาที่พอๆ กันกับคอนโดมิเนียม 1 ยูนิต แต่ข้อดีของทาวน์โฮมคือจะได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่าเหมาะสำหรับการอยู่กับครอบครัว หรือผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่า และไม่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ ซึ่งหากเราพูดถึงแบรนด์ทาวน์โฮมดีๆ สักโครงการก็เชื่อว่าจะต้องมีชื่อ “บ้านกลางเมือง” ขึ้นมาในใจของใครหลายคนอย่างแน่นอน เพราะกว่า 20 ปีที่บ้านกลางเมืองได้สร้างสรรค์ทาวน์โฮมดีไซน์ตามยุคสมัยมาโดยตลอด จนทำให้กลายเป็นอีกแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค โดยรีวิวฉบับนี้เราจะพาไปชมกันที่โครงการล่าสุดอย่าง “บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล”   ทำเล ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับทำเลย่านนี้กันก่อนค่ะ ทำเลบริเวณนี้ส่วนมากจะแวดล้อมไปด้วยบ้านเดี่ยวที่มีความเงียบสงบเป็นส่วนตัวสูงมากทีเดียวค่ะ ฉะนั้นสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวาย แต่ยังคงเดินทางสะดวกไม่ว่าจะเข้าไปใจกลางเมืองหรือออกนอกเมืองก็เป็นเรื่องง่าย โดยโซนนี้จะใช้เส้นทางเข้า-ออก เมืองหลักๆ คือทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ซึ่งเชื่อมต่อกับทางด่วนพิเศษศรีรีชเพื่อเข้าสู่ย่านพระราม 9 ใช้เวลาเพียง 15 นาที และสามารถต่อไปยังทางพิเศษเฉลิมมหานครไปลงสาทร-สีลมก็ได้ หรือหากจะเดินทางออกนอกเมืองไปอีกก็ไม่ไกลนะคะ แค่ขึ้นทางด่วนจากจุดเดิมก็สามารถไปลงถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งตะวันออกได้เช่นกัน   ส่วนเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกย่านนี้ก็มีให้เลือกไม่น้อยค่ะ ที่ใกล้ที่สุดก็มี Big C ริมถนนสุขาภิบาล 5 ซึ่งมีทั้งธนาคาร ร้านอาหารหลายร้าน และบริเวณนั้นยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ร้านคาเฟ่สวยๆ ไปจนถึงร้านแฮงค์เอ้าท์ ห่างจากโครงการเพียงกิโลเมตรกว่าๆ หรือจะไปที่ถนนหลักอย่างรามอินทราก็จะมีห้างสรรพสินค้าอย่าง Fashion Island, The Promenade, Central Ramintra รวมไปถึงโรงพยาบาลสินแพทย์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลสายไหม แต่ถ้าจะเลือกแบบเดินทางสะดวกจะขึ้นทางด่วนจุดเดิมแล้วไปที่ CDC, Crystal Park, Central Eastville และร้านอาหารชื่อดังเรียงรายอยู่ตามเส้นทางรามอินทรา-อาจณรงค์   ลูกศรสีแดง คือ ทางเข้าโครงการ ส่วนลูกศรสีน้ำเงิน คือ ออกจากโครงการไปขึ้นทางด่วน ด่านสุขาภิบาล 5   หากดูจากแผนที่ชัดๆ จะเห็นว่าถนนบริเวณโครงการนั้นจะเป็นทางสำหรับขึ้น-ลงทางด่วน ด่านสุขาภิบาล 5 โดยเฉพาะ ถ้ามาจากถนนสุขาภิบาล 5 ฝั่งขาออกไปถนนสายไหมจะพบกับสามแยกที่เป็นจุดขึ้น-ลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ โครงการจะอยู่บริเวณนี้พอดีค่ะ หรือถ้าจะออกจากโครงการไปขึ้นทางด่วนเพียงแค่กลับรถก่อนถึงสามแยกก็ขึ้นทางด่วนได้เลยประมาณ 800 เมตรเท่านั้นเองค่ะ แบบนี้คงหายสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่าทำไมโครงการนี้ถึงเปรียบเสมือนมีทางขึ้น-ลงทางด่วนแบบส่วนตัวอยู่หน้าบ้านของตัวเอง   ภาพรวมโครงการ บ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล ตั้งอยู่ใกล้กับจุดขึ้น-ลง ทางด่วน สุขาภิบาล 5 เป็นทาวน์โฮม 3 ชั้น 145 ยูนิต บนพื้นที่ 14-0-52.60 ไร่ มาพร้อมกับคอนเซป “Connectivity of Perfect Living การเชื่อมต่อสู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ” เป็นคอนเซปที่เข้ากับตัวโครงการไม่ว่าจะในแง่ของการเดินทาง หรือการวางแปลนภายในบ้านที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว สำหรับโครงการนี้จะมีทาวน์โฮมแบบเดียวเหมือนกันหมดทุกยูนิตนะคะ คือ พื้นที่ใช้สอย 145 ตร.ม. หน้ากว้าง 5 เมตร มี 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก จอดรถได้ 2 คัน หลังที่ลูกบ้านจะได้รับจริงๆ เป็นบ้านเปล่า แต่มีการติดตั้งสาธารณูปโภคมาให้เรียบร้อยค่ะ โดยทาง AP เรียกแบบทาวน์โฮมสไตล์นี้ว่า New Urbanist ชั้นแรก ภายในบ้านจมีทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ ชั้น 2 ประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ชั้น 3 ประกอบไปด้วย 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และ 1 พื้นที่ใช้สอย Facility ของโครงการก็มีมาให้ครบค่ะ ทั้งสระว่ายน้ำ และฟิตเนสชั้นบนที่มีกระจก High Ceiling ให้ได้ออกกำลังกายพร้อมชมวิวสวนสีเขียวสวยๆ ของโครงการ บ้านตัวอย่าง ครั้งนี้เราพามาชมกันที่ตัวโครงการเลยค่ะ ซึ่งใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเห็นว่าหน้าโครงการจะติดกับทางขึ้น-ลง ทางด่วนเลย หน้าโครงการจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 24 ชม. ประจำอยู่ที่ Gate ค่ะ โดยการเข้า-ออกโครงการจะใช้ระบบ Access Card พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดด้วยค่ะ เมื่อเข้ามาในโครงการแล้วจะเห็นว่าตัวทาวน์โฮมจะใช้โทนสีขาวตัดกับสีเทา-น้ำตาล บวกกับส่วนที่เป็นเหล็กสีดำในสไตล์โมเดิร์น ด้วยหน้าบ้านกว้างถึง 5 เมตร เท่ากันทุกหลังทำให้จอดรถได้ถึง 2 คันค่ะ รั้วหน้าบ้านใช้เหล็กโปร่งสีดำ ซึ่งบริเวณลานจอดหน้าบ้านนี้ก็จะติดตั้งทั้งปลั๊กไฟ ก๊อกน้ำมาให้ พร้อมกับติดตั้งผ้าใบกันสาดสีน้ำตาลที่สามารถผับเก็บได้อย่างที่เห็นในภาพค่ะ มาชมที่บ้านตัวอย่างกันค่ะ พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 145.017 ตร.ม. อย่างที่บอกกันไปค่ะว่าโครงการติดตั้งผ้าใบกันสาดหน้าบ้านเอาไว้ให้ทุกหลังด้วย ซึ่งตัวผ้าใบนี้สามารถผับเก็บได้ด้วย ประตูหน้าบ้านเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน โดยกระจกที่เป็นประตู-หน้าต่างทุกบานจะใช้กระจกเขียวตัดแสงค่ะ ขอบกระจกเป็นอลูมิเนียมสีดำค่ะ ใช้ระบบ Double Lock คือมีทั้งการล็อคแบบกุญแจล็อคนอกบ้านกับแบบก้นหอยจากในบ้านค่ะ ภายในบ้านมีความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.7 เมตร พื้นปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ ใช้ไฟซาลาเปา Common Area ชั้นล่าง โซนแรกเป็นห้องนั่งเล่นค่ะ สามารถวางโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางขนาดใหญ่ได้ เหลือพื้นที่อีกเยอะมากค่ะ ส่วนฝั่งตรงข้ามโซฟาก็มีพื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีอยู่ระหว่างบันไดกับห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ ติดกับบริเวณวางเคาน์เตอร์วางทีวีเรามาดูที่ห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ โดยห้องเก็บของนี้ใช้บานประตูแบบกดตัวบานประตูเพื่อเปิด-ปิด มองผ่านๆ แล้วจะคล้ายกับเป็นกำแพงโล่งค่ะ ทำให้ดูแล้วสวยกว่าที่จะเป็นบานแบบมีลูกบิดประตู ภายในเป็นห้องใต้บันไดใช้เก็บของขนาดเล็กได้ค่ะ เช่น เก็บรองเท้า, อุปกรณ์ทำความสะอาด ถัดจากห้องใต้บันไดเป็นห้องน้ำขนาดเล็กสำหรับรับแขก ใช้ประตูบานเลื่อนค่ะ ภายในห้องน้ำทั้งพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค ใช้ไฟแบบ Downlight และใช้สุขภัณฑ์จากแบรนด์ American Standard ทั้งหมดค่ะ ด้านบนข้างสุขภัณฑ์มีหน้าต่างบานกระทุ้งสำหรับระบายอากาาศ อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังพร้อมพื้นที่วางของตรงผนังหน้ากระจก ต่อมาที่พื้นที่ครัวซึ่งจะเชื่อมต่อลึกเข้าไปจากห้องนั่งเล่นค่ะ ส่วนครัวเราสามารถวางเคาน์เตอร์แบบ L Shape พร้อมกับวางตู้เย็นไว้ด้านข้างได้ค่ะ มีหน้าต่างแบบกระจกบานเลื่อน 2 ตอน สำหรับระบายกลิ่นและความชื้นสำหรับห้องครัวได้อย่างลงตัวทีเดียวค่ะ ถัดจากโซฟาสามารถวางโต๊ะทานอาหารได้ขนาด 4-6 ที่นั่ง ข้างเคาน์เตอร์ครัวจะเป็นประตูออกไปทางหลังบ้าน ใช้ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ใช้ระบบ Double Lock แบบล็อคตรงมือจับกับแบบก้นหอยค่ะ เดินออกมาตรงพื้นที่หลังบ้านมีบริเวณให้สำหรับเป็นลานซักล้างหรือจะดัดแปลงเป็นสวนหลังบ้าน, ครัวไทยได้ตามสะดวกค่ะ โดยมีการวางช่องลึกเข้าไปแล้วปูพื้นกระเบื้องเซรามิคพร้อมต่อระบบน้ำเอาไว้ให้เรียบร้อยสำหรับวางเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ กลับเข้ามาเดินชมในบ้านที่ชั้น 2 กันต่อค่ะ บันไดบ้านใช้แบบโครงเหล็กมีราวจับสีขาว มีหน้าต่างกระจกทรงสูงตรงที่พักบันไดเพื่อเพิ่มแสงสว่างค่ะ ซึ่งหน้าต่างตรงนี้จะไม่สามารถเปิดได้นะคะ ขึ้นมาที่ชั้น 2 จะมีทั้งหมด 3 ห้องค่ะ เป็น 2 ห้องนอนทางซ้ายกับขวา ส่วนตรงกลางเป็นห้องน้ำ 1 ห้อง พื้นของชั้น 2 จะถูกพื้นห้องปูด้วยลามิเนต เข้าไปดูที่ห้องทางขวามือทางหลังบ้านกันก่อนค่ะ ห้องนี้จะเป็นห้องที่มีพื้นที่มีขนาดน้อยที่สุดของบ้าน แต่ฝั่งขวามือของห้องมีพื้นที่สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้เลยนะคะ แต่ในห้องตัวอย่างนี้จะวางเตียงขนาด 3.5 ฟุตเอาไว้ชิดกำแพง แล้วเหลือพื้นที่กว้างๆ ตรงกลางห้องค่ะ มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขนาดใหญ่ตรงกลางห้อง ตรงนี้เหมาะสำหรับวางโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ หรือจะวางเป็นโต๊ะเครื่องแป้งก็ได้นะคะ เพราะมีแสงสว่างเข้ามามากเพียงพอแน่นอน อีกด้านของห้องจะมีพื้นที่ขนาดกำลังพอดีสำหรับ Built In ตู้เสื้อผ้า ต่อไปที่ห้องน้ำด้านขวามือจากในภาพค่ะ ภายในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิคทั้งพื้นและผนัง สุขภัณฑ์ทั้งหมดจากแบรนด์ American Standard แยกส่วนเปียก-แห้ง แบบธรณีกั้นสูงขึ้นมาเล็กน้อย อ่างล้างหน้าใช้แบบแขวนผนัง โดยมีการก่อผนังออกมาเล็กน้อยเพื่อใช้เป็นที่วางของได้ค่ะ ไปดูต่อกันที่ห้องนอนฝั่งหน้าบ้านของชั้น 2 ค่ะ สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้โดยยังมีพื้นที่ของทั้ง 2 ข้างของเตียงเหลืออยู่ และยังสามารถวางโต๊ะข้างหัวเตียงได้ด้วย ปลายเตียงมีพื้นที่สำหรับ Built In ตู้เสื้อผ้าพร้อมโต๊ะเครื่องแป้งได้ตลอดแนวผนัง ห้องนี้มีระเบียงส่วนตัวออกไปทางหน้าบ้านด้วยนะคะ โดยจะกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ขึ้นไปดูที่ชั้น 3 ต่อค่ะ ชั้น 3 จะมี 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และพื้นที่อเนกประสงค์ หันไปดูทางขวากันก่อนค่ะ ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ว่างสำหรับจัดเป็นพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ได้หลากหลาย เช่น ห้องนั่งเล่นส่วนตัว, ห้องทำงาน เป็นต้น ส่วนห้องตัวอย่างนี้ทางโครงการตกแต่งออกมาให้เป็นห้องนั่งเล่นอีกห้องที่จะได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ข้างๆ พื้นที่สำหรับวางเคาน์เตอร์ทีวีจะเป็นห้องน้ำค่ะ ภายในห้องน้ำทั้งพื้นและผนังปูด้วยกระเบื้องเซรามิค แยกส่วนเปียก-แห้ง แบบเดียวกันกับห้องน้ำชั้น 2 ค่ะ มีหน้างต่างบานกระทุ้งสำหรับระบายอากาศ สุขภัณฑ์ใช้แบรนด์ American Standard อ่างล้างหน้าแบบแขวนผนังมีช่องเก็บของด้านล่างพร้อมพื้นที่วางหน้ากระจก ความพิเศษของชั้นนี้คือห้องน้ำมีประตู 2 ฝั่ง เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่อเนกประสงค์ด้านนอกกับ Master Bedroom ในส่วน walk in closet ตรงนี้เหมาะมากต่อการอยู่อาศัยจริงค่ะ เราออกมาดูกันที่ห้อง Master Bedroom จากทางประตูเข้าหลักของห้องทางฝั่งหน้าบ้านกันค่ะ ภายในห้อง Master Bedroom มีพื้นที่กว้างขวางที่สุด สามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้ พร้อมเหลือพื้นที่วางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ข้าง ปลายเตียงมีพื้นที่สามารถ Built In ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่พร้อมกับโต๊ะเครื่องแป้งไปจนถึงโซน walk in closet ได้ ใครที่มีเสื้อผ้า เครื่องประดับเยอะๆ ตรงนี้สามารถตอบโจทย์ได้ดีเลยค่ะ ด้านข้างเตียงมีระเบียงส่วนตัวออกไปทางหน้าบ้าน กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ราวกันตกเป็นเหล็กโปร่งสีดำเช่นเดียวกันกับระเบียงชั้น 2 สำหรับทาวน์โฮมโครงการบ้านกลางเมือง รามอินทรา-วัชรพล นอกจากจะอยู่ในทำเลที่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนมาก ไม่ต้องฝ่ารถติดเพื่อไปขึ้นทางด่วน แต่เหมือนมีทางด่วนส่วนตัวที่ส่งผลให้เดินทางสะดวก เชื่อมต่อเข้าเมืองหรือออกนอกเมืองได้อย่างรวดเร็วแล้วยังได้พื้นที่สำหรับคนในครอบครัวทั้งในส่วนที่เป็น Common Area และพื้นที่ในห้องส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศรอบๆ ของย่านนี้ที่มีความเงียบสงบไม่วุ่นวายมีความเป็นส่วนตัวสูง แต่ก็มีแหล่งรวมสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่ใกล้ตัวที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของถนนสุขาภิบาล 5 อีกด้วย   Pre Sale 10-11 มีนาคม 2561 กับแคมเปญสุดร้อนแรง “ซื้อบ้านไม่มีดอกเบี้ยนาน 2 ปี” ผ่อนพิเศษ 9,999 บาท และลงทะเบียนรับเพิ่ม 50,000 บาท >>> http://www.apthai.com