Tag : รวมรีวิวที่พักย่าน วงแหวน รามอินทรา

เปิดบ้านแฝด Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra

เปิดบ้านแฝด Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra

สำหรับรีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปชมบ้านแฝดย่านเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ในแบบที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งแบบบ้านภายนอกและแปลนภายใน เพราะทาง Private Nirvana จะมีการดีไซน์ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละโครงการ เพื่อความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่ใช่แค่ดูแล้วสวยงามเท่านั้น แต่แม้ผ่านระยะเวลาเป็น 10 ปี ก็จะยังดูไม่ล้าสมัย ซึ่งเราจะพาเข้าไปชมพร้อมกันเลยค่ะ   Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra เป็นโครงการบ้านแฝด 3 ชั้น ที่มีเพียงตัวคานเชื่อมต่อกัน ระหว่างสองบ้าน เน้นการใช้ Material คุณภาพตั้งแต่ในเรื่องของโครงสร้างไปจนถึงวัสดุตกแต่งต้องได้คุณภาพ ความแข็งแรงทนทานไปพร้อมกับความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยที่ดีตามไปด้วย เช่น ใช้การก่ออิฐแดงทั้งหลัง หลังคาเซรามิกเอ็กเชลล่า นำความร้อนต่ำ จาก SCG พื้นกระเบื้องนำเข้าจากต่างประเทศ พื้นไม้เอ็นจิเนียร์ มาตรฐานส่งออก ฯลฯ ประกอบกับงานก่อสร้างอันประณีตบรรจงราวกับว่าบ้านทุกหลังเป็นสินค้า Homemade ตามแบบฉบับของ Private Nirvana เป็นเครื่องยืนยันความมั่นใจได้ว่า บ้านแสนรักของเราจะมั่นคง แข็งแรง ไร้ปัญหาจุกจิกกวนใจ และอยู่กับเราไปอย่างยาวนาน ซึ่งภาพรวมแล้วเราจะรู้สึกไม่ต่างอะไรไปจากบ้านเดี่ยวเลยค่ะ     Concept “Live High THROUGH Nature” เน้นความเป็นโมเดิร์น เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานอันลงตัว ภายนอกใช้สีเกรดอัลตราพรีเมียม โดยนำเอาสีเอิร์ธโทนและวัสดุตกแต่งลวดลายธรรมชาติมาใช้เป็นธีมหลัก ดูแล้ว ให้ความรู้สึกอบอุ่น กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากกว่าที่เคย   ก้าวแรกเมื่อได้เข้าไปอยู่ในโครงการจริง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเงียบสงบ ไร้เสียงรบกวนรอบข้าง เหมือนเข้าสู่ช่วงเวลา ของความเป็นส่วนตัว สมกับคำว่า Private จริงๆ ค่ะ       บ้านตัวอย่างที่เราจะพาไปชมครั้งนี้จะเป็นแบบบ้าน Standard Option กับ Option 1 ค่ะ   Standard Option เริ่มตั้งแต่หน้าบ้านที่มีพื้นที่สวน และ TERRACE ยื่นออกมาอย่างกว้างขวาง สำหรับเป็นพื้นที่นั่งเล่นหน้าบ้านก่อนจะ เข้าถึงในตัวบ้าน ซึ่งจะมี Foyer และห้องน้ำแบบ Powder Room ที่เปลี่ยนจากผนังทึบให้เป็นกระจกใสบานเลื่อน ขนาดใหญ่ แล้วมีพื้นที่วางต้นไม้ประดับได้ ทำให้ห้องน้ำใต้บันไดแบบนี้ไม่อับทึบจนเกินไป แต่กลับดูโปร่ง และด้วยตำแหน่งของห้องน้ำจะช่วยเรื่องการเก็บเสียงเวลาใช้งานได้ด้วย ส่วนสุขภัณฑ์จะใช้จากแบรนด์ Kohler   Living กลางบ้านที่เชื่อมต่อกับโซน Dining และ Kitchen Room อยู่ใกล้กัน ทำให้กลายเป็น Common Area ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะช่วงเวลาของครอบครัวที่มักอยู่ร่วมกันก็จะเป็นระหว่างมื้ออาหาร หรือการนั่งดูหนัง ชมรายการโทรทัศน์ไปด้วยกันในวันหยุด โดยมีประตูกระจกสูงจรดเพดานมาล้อมรอบทั้งสองด้าน ซึ่งตัวประตู หน้าต่าง อลูมิเนียมทั้งหลังจะใช้แบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่น Tostem เพื่อเปิดมุมมองให้ได้ใกล้ชิดกับสวนรูปตัว L ข้างบ้าน ไปถึงหลังบ้านเชื่อมถึงกัน และยังเป็นการเปิดรับแสงนุ่มนวลจากธรรมชาติภายนอกเข้าสู่ภายในบ้านอีกด้วย นอกจากนี้ โคมไฟใช้แบรนด์ Lamptitude และหลอดไฟ LED ทั้งหลัง   Kitchen Room ลักษณะครัวปิดขนาดกำลังพอดีสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก แต่ฟังก์ชั่นรองรับได้ครบทั้งเคาน์เตอร์ครัว แบบ L shape พื้นที่วางตู้เย็น เครื่องซักผ้า มีประตูออกไปยัง Wash Area หลังบ้าน ซึ่งตัวประตูด้วยการออกแบบพิเศษ จาก Tostemให้มีบานเลื่อนฝังในบานประตู ทำให้มีคุณสมบัติสามารถช่วยให้อากาศถ่ายเท ระบายกลิ่นได้ดียิ่งขึ้น แม้ในขณะที่ประตูปิดล็อคอยู่   ชั้น 2 ของบ้าน แม้แต่ผนังระหว่างทางเดินของบันไดก็ยังคงเปลี่ยนจากผนังทึบเป็นประตูกระจกบานใหญ่ ทำให้บันไดที่ถือเป็นหนึ่งในมุมมืดของบ้านกลับมีแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาช่วย และยังทำให้บ้านดูกว้างขึ้นได้อีก ซึ่งมีกำแพงสูงประมาณ 6 เมตร เพื่อกั้นไม่ให้ดูชิดกับเพื่อนบ้านจนเกินไป และได้ความเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นค่ะ โดยที่ชั้น 2 ของบ้านตัวอย่างหลังนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ Multi-Purpose Room ตรงกลางบ้านค่ะ   Master Bedroom เป็นห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัว และระเบียงส่วนตัวออกไปทางหน้าบ้าน โดยห้องจริงที่จะได้เป็น ห้องโล่งนะคะ ไม่ได้กั้นส่วน Walk In Closet แบบที่เห็นมาให้ ส่วน Multi-Purpose Room ตรงกลางจะได้มาเป็นพื้นที่โล่ง ซึ่งสามารถดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้หลากหลายค่ะ เช่น ห้องนั่งเล่นอีกแห่ง ห้องดูหนัง หรือห้องนอนเพิ่มอีก 1 ห้อง ก็ยังได้นะคะ   ห้องนอนที่ 2 จะอยู่ใกล้กับห้องน้ำแยกของชั้น 2 ค่ะ ทำให้แม้ว่าจะไม่ได้เป็นห้องน้ำในตัวแบบ Master Bedroom แต่ก็สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกเช่นกัน   ชั้น 3 จะมีเพียง 1 ห้อง MULTIPURPOSE พร้อมระเบียงขนาดใหญ่ เป็นห้องใต้หลังคาที่น่ารักมากทีเดียวค่ะ ด้วยขนาดห้องที่ใกล้เคียงกับ Master Bedroom ได้เพดานสูง จึงเหมาะที่จะเป็นห้องพระ ห้องหนังสือ หรือใครที่ไม่ได้ เข้าห้องน้ำบ่อยๆ ก็สามารถทำเป็นห้องนอนก็จะได้ความเงียบสงบเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น อย่างที่ไม่ต้องกลัวเรื่องความร้อน จากหลังคา เพราะทุกหลังมีการปูฉนวนกันความร้อน และใช้หลังคาเซรามิกเอ็กเชลล่า มีคุณสมบัติในการนำความร้อนต่ำ จาก SCG   Option 1 จะมีความแตกต่างกับ Standard Option ตรง Foyer มีพื้นที่เพิ่มมากขึ้น เหมาะสำหรับบ้านที่มีอยากมีที่เก็บรองเท้า มากหน่อย แต่จะได้ Terrace หน้าบ้านที่เล็กลงมา ส่วนภายในบ้านชั้น 1 และบริเวณสวนจะวางแปลนเอาไว้เหมือนกันค่ะ        ชั้น 2 พื้นที่ Multi-Purpose Room จะหายไปค่ะ แต่จะแทนที่ด้วยห้องนอนที่ 2 ได้ขนาดใหญ่ขึ้น และได้ห้องน้ำ ในตัวเพิ่มขึ้นด้วย เพราะห้องน้ำกลางของชั้น 2 นั้นเพิ่มประตูแบบ Double Access ระหว่างห้องนอนกับ Corridor   ชั้น 3 ห้อง MULTIPURPOSE นี้จะตกแต่งเป็นห้องทำงานส่วนตัวค่ะ ใครที่ชอบความเงียบสงบเวลาทำงาน หรือคนเป็น ฟรีแลนซ์เห็นแล้วคงจะชอบห้องทำงานแบบนี้แน่เลยค่ะ   สิ่งหนึ่งที่เราได้จาก Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra คือ ความพอเหมาะพอดีของขนาดพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ใหญ่โตหรือความหรูหราโอ่อ่า อาจจะไม่ใช่คำตอบของความสุขในการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง แต่หากเป็นความรู้สึกและฟังก์ชั่นที่ดีเมื่อได้อยู่อาศัยจริงต่างหากที่จะมาเติมเต็มความรู้สึกของคำว่า “บ้าน”   Private Nirvana THROUGH Ekamai-Raminthra เป็นโครงการที่สามารถฉายภาพของการอยู่อาศัย สำหรับครอบครัวขนาดเล็กแบบคนรุ่นใหม่ออกมาได้อย่างน่ารัก อบอวลไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น จนเชื่อเหลือเกินค่ะว่า หากใครที่ได้มีโอกาสมาสัมผัสโครงการนี้ด้วยตัวเองแล้ว ก็จะต้องรู้สึกตกหลุมรักอย่างแน่นอน    
Pleno Ramintra-Wongwaen – พลีโน่ รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

Pleno Ramintra-Wongwaen – พลีโน่ รามอินทรา-วงแหวน (PREVIEW)

Pleno Ramintra-Wongwaen (พลีโน่ รามอินทรา-วงแหวน) - ทาวน์โฮมคุณภาพ ใหม่ล่าสุด จาก AP เดินทางสะดวกใกล้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ติดถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก เชื่อมทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา และ วงแหวนกาญนาภิเษก (บางนา-บางปะอิน) เพียง 5 นาที     รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    2,490,000 บาท เจ้าของโครงการ    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ลักษณะโครงการ    ทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาด 126 ตร.ม. จำนวน 180 ยูนิต พื้นที่โครงการ    22–3–12 ไร่  (9,112.0  ตร.วา) ที่ตั้งโครงการ    ถนนคู่ขนานวงแหวนกาญจนาภิเษก คาดว่าจะแล้วเสร็จ     ปี 2563 สถานที่สำคัญใกล้เคียง The Promenade Fashion Island Central Plaza รามอินทรา รพ.สายไหม ม. เวสเทิร์น ม. ศรีปทุม ร.ร สารสาสน์ สายไหม ร.ร สาธิต พัฒนา ซาฟารีเวิลด์ สวนสยาม แบบบ้านและขนาดพื้นที่ใช้สอย ทาวน์โฮม 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 126 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่จอดรถ 2 คัน สิ่งอำนวยความสะดวก อาคารสโมสรพร้อมฟิตเนส และสระว่ายน้ำ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ กว่าครึ่งไร่ สวนหย่อมอื่นๆภายในโครงการ รวมกันมากกว่า 1.5 ไร่ ระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ระบบ Access Card สำหรับเข้าออกโครงการ (Easy Pass) ระบบ CCTV ทางเข้า – ออกโครงการ ป้ายเรียกบริการแท็กซี่ด้านหน้าโครงการฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร :  1623 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม :  http://www.apthai.com/campaign/ทาวน์โฮม/the-phenomenal-10/
Areeya Como วงแหวน-รามอินทรา (รีวิวบ้านเดี่ยว)

Areeya Como วงแหวน-รามอินทรา (รีวิวบ้านเดี่ยว)

บ้าน....หลายคนอยากหาบ้านเดี่ยวซักหลังในทำเลที่มีศักยภาพ เดินทางได้สะดวก สามารถรองรับการพัฒนาในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำเลบริเวณ “วงแหวน-รามอินทรา” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีศักยภาพตามที่ว่ามานี้ ทั้งถนนหนทางที่เชื่อมต่อถึงกันได้หลายสาย ใกล้วงแหวนตะวันออก (ถนนกาญจนาภิเษก) และทางด่วนจตุโชติ แถมยังอยู่ในแนวรถไฟฟ้าอนาคต (สายสีชมพู) อีกด้วย แค่ตัวอย่างที่ยกมานี้ ก็เชื่อได้ว่า ทำเลที่เราจะพาไปดูโครงการในครั้งนี้ น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว “Areeya Como วงแหวน-รามอินทรา” คือโครงการบ้านเดี่ยวที่เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกันครับ อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ทำเลในย่านรามอินทรามีความเจริญขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีถนนใหญ่ๆ ตัดผ่านหลายสาย ที่ล้วนแต่เป็นสายสำคัญที่เชื่อมโยงพื้นที่ส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ ให้อยู่ใกล้กันมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถนนวงแหวนตะวันออก (ถนนกาญจนาภิเษก) ก็เชื่อมต่อทั้งทางด่วนจตุโชติ รังสิต-ลำลูกกา มอเตอร์เวย์ อ่อนนุช บางนา ไปจนถึงสุวรรณภูมิ ทำให้การเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ จากย่านนี้ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป แผนที่โครงการ แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ   ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการ Areeya Como วงแหวน-รามอินทรา อยู่ในซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยเดิมของคนในย่านนี้อยู่แล้ว ถนนในซอยสุเหร่าคลองหนึ่งเป็นถนนสองเลน ที่สามารถเข้าออกได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนปัญญาอินทรา ถนนหทัยราษฎร์ ถนนรามอินทรา ถนนพระยาสุเรนทร์ ฯลฯ พื้นที่ในย่านนี้มีลักษณะเป็นชุมชน ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการบ้านเดี่ยว รวมถึงบ้านเก่าที่อยู่ในชุมชนเดิม อาจจะไม่ได้มีแหล่งช็อปปิ้งใหญ่ๆ อยู่ใกล้ๆ ดังนั้นหากต้องการจับจ่ายข้าวของเข้าบ้าน อาจจะต้องขับรถออกไปทางถนนปัญญาอินทรา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่รวมร้านค้า ร้านอาหาร และบิ๊กซี ซุปเปอร์ เซ็นเตอร์ที่อยู่ใกล้ที่สุด (ประมาณ 800 เมตร) หรือถ้าห่างออกไปอีกหน่อย ก็จะมีคอมมูนิตี้มอลล์อย่าง The Promenade ที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ชิคที่สุดในย่านนี้ รวมถึง แฟชั่น ไอส์แลนด์ ห้างพี่ใหญ่บิ๊กเบิ้มประจำย่าน ก็ถือเป็นแหล่งช็อปหลักของคนแถบนี้ก็ว่าได้ครับ   Areeya Como วงแหวน-รามอินทรา   Areeya Como วงแหวน-รามอินทรา เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น หนึ่งในโครงการในอาณาจักรอารียาในซอยสุเหร่าคลองหนึ่ง 15 ซึ่งมีโครงการรุ่นพี่อย่าง The Color และ The Color Premium อยู่ถัดเข้าไปด้านใน บริเวณใกล้ๆ เป็นแหล่งชุมชนมีทั้งร้านสะดวกซื้อและร้านค้าให้บรรยากาศคึกคักในแบบชุมชน ในขณะที่พอขยับเข้ามาในซอยก็ยังคงความเงียบสงบ และเป็นส่วนตัวด้วยระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด โซนด้านหน้าโครงการก่อนซุ้มประตูโครงการ จะเป็นพื้นที่ของ Clubhouse ซึ่งรวมไว้ทั้งสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ฟิตเนส และห้องสันทนาการ โดยในพื้นที่ส่วนนี้จะเป็น Clubhouse กลางที่จะใช้ร่วมกันกับลูกบ้านของอารียาอีก 2 โครงการนะครับ รูปร่างหน้าตาคลับเฮ้าส์ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของโครงการ มองลงไปเห็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ด้านซ้ายมือจะเป็นฟิตเนส พร้อมเครื่องเล่นครบครัน ส่วนด้านขวาจะเป็นพื้นที่รับรอง ลงมาดูที่สระว่ายน้ำของโครงการจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือขนากใหญ่ แยกสระเด็กให้เรียบร้อย รอบๆ สระว่ายน้ำก็จะเป็นพื้นที่สีเขียว มีพื้นที่นั่งเล่น ผ่านซุ้มประตูของ Areeya Como เข้ามาแล้ว บริเวณด้านหน้าจะมีสวนสาธารณะเป็นพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ลูกบ้านจะได้ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันนะครับ จะเห็นว่าโครงการจัดแบ่งพื้นที่ในโซนด้านหน้าเป็นเฟสของบ้าน Blissfully A จำนวน 73 หลัง ส่วนโซนด้านหลังเป็นเฟสของบ้าน Blissfully B จำนวน 51 หลัง ซึ่งทั้งหมดสร้างเสร็จพร้อมขายแล้วนะครับ ประตูทางเข้าโครงการ เข้า-ออก ใช้ระบบ Key Card เข้ามาแล้วจะเจอพื้นที่สีเขียวอยู่ด้านซ้ายมือ ถนน Main จะกว้าง 12 เมตร ส่วนถนนซอยจะกว้าง 9 เมตรนะครับ เปิดบ้านตัวอย่าง โครงการ Areeya Como วงแหวน-รามอินทรา เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น แนว Contemporary Modern Style ซึ่งแบ่งบ้านออกเป็น 2 แบบ ตามขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน บ้านแบบแรกมีชื่อว่า Blissfully A บ้านหน้ากว้าง 6 เมตร ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ มีพื้นที่ใช้สอย 165 ตร.ม. บ้านหลังนี้ เป็นแบบบ้านที่เราเคยได้เห็นจากแบรนด์ Areeya Como แล้วนะครับ บริเวณชั้นล่าง มีหนึ่งห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถกั้นเป็นห้องนอนเพิ่มได้อีกหนึ่งห้อง หรือจะใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่น นั่งทำงานก็สามารถจัดตกแต่งได้ตามความต้องการเลย ส่วนของ Living Area ชั้นล่าง จะเป็นพื้นที่ของห้องนั่งเล่น มุมกินข้าว และห้องครัว โดยพื้นที่ในส่วนนี้จะเชื่อมต่อกับส่วนข้างบ้านด้วยประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ถึง 4.20 เมตร ซึ่งช่วยให้บ้านดูโปร่งสบายตามากขึ้น เมื่อเปิดประตูออกทั้งหมด ก็จะช่วยเพิ่มพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกในบ้านได้อย่างเต็มที่ แบบบ้าน Blissfully A จะเป็นแนว Contemporary Modern Style ประตูหน้าบ้านจะเป็นเหล็กโปร่ง บริเวณที่จอดรถหน้าบ้านจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก จอดรถได้ 2 คัน ด้านข้างที่จอดรถจะมีพื้นที่เล็กๆ ให้จัดสวนหย่อมไว้หน้าบ้าน ส่วนด้านข้างบ้านก็จะมีพื้นที่ให้จัดสวนหรือพื้นที่นั่งเล่นอีกจุดหนึ่ง โครงการตกแต่งเป็นพื้นที่นั่งเล่นอยู่ข้างบ้าน ประตูเข้าบ้านจะเป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน มีพื้นที่เล็กๆ ไว้ให้วางตู้เก็บหรือชั้นวางรองเท้า เข้ามาด้านในโครงการจะตกแต่งเป็นพาทิชั่นกั้นเป็นตู้เก็บรองเท้า ก่อนจะเข้าไปที่ Living Area ทางซ้ายมือก่อนของหน้าประตูจะเป็นพื้นที่ของห้องอเนกประสงค์ ที่สามารถตกแต่งเป็นห้องนั่งเล่น ห้องดูหนัง ห้องทำงานหรือห้องนอนเล็กๆ ได้อีกห้อง ห้องนี้โครงการตกแต่งเป็นห้องนั่งเล่นไว้จิบชาเก๋ๆ เข้ามาด้านในตัวบ้านจะเป็นส่วน Living Area ขนาดใหญ่อยู่เชื่อมต่อกันส่วน Dining Area พื้นที่ Living Area โครงการตกแต่งด้วยโซฟา 4 ที่นั่ง พร้อมกับ Built-in ชั้นวางทีวี เป็นพื้นที่ดูทีวีของครอบครัวได้ขนาดใหญ่ทีเดียวครับ เลยจาก Living Area เข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่ Dining Area ขนาดใหญ่อีกเหมือนกันครับ พื้นที่ตรงนี้สามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 4-6 ที่นั่งได้สบายๆ ข้างโต๊ะทานอาหารจะมีหน้าต่างแบบ Sky Bay Window เพื่อรับแสงจากสวนด้านนอก ประตูจะเป็นกระจกบานเลื่อน 2 ตอน เปิดออกมาด้านข้างบ้านจะเป็นพื้นที่ให้จัดสวนหรือพื้นที่นั่งเล่น Outdoor เหมือนที่โครงการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง พื้นที่จัดสวนด้านข้างบ้าน อีกด้านของโต๊ะทานอาหารจะเป็นส่วนครัว ส่วนครัวโครงการ Built in ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่างสวยงามทีเดียวครับ ติดกับครัวจะเป็นห้องน้ำสำหรับชั้นล่าง สุขภัณฑ์จะใช้ของ American Standard พร้อมพื้นที่อาบน้ำ เดี๋ยวเราขึ้นไปดูบนชั้น 2 กันต่อ มีห้องเก็บของซ่อนอยู่ใต้บันได ขณะที่ชั้นบนของตัวบ้าน จะแบ่งออกเป็น 3 ห้องนอน โดยที่ห้อง Master Bedroom จะมีห้องน้ำในตัว และห้องนอนเล็กอีก 2 ห้อง จะแชร์ห้องน้ำร่วมกันนะครับ จริงๆ แล้วพื้นที่ของห้องนอนเล็ก เราสามารถปรับตกแต่งใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ได้อย่างเต็มที่เลยนะครับ ทั้งเป็นห้องทำงาน ห้องแต่งตัว หรือห้องอเนกประสงค์อื่นๆ ขึ้นมาบนชั้น 2 จะมีทั้งหมด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ก่อนไปดูห้องนอนเรามาดูห้องน้ำแรกกันก่อน ห้องน้ำเล็กจะอยู่ใกล้ๆ กับห้องนอนเล็กทั้ง 2 ห้อง สุขภัณฑ์จะใช้งาน American Standard ทั้งอ่างล้างหน้า มาพร้อมกระจกเงาขนาดพอดีตัว โถสุขภัณฑ์วางอยู่ใกล้ๆ พื้นที่เปียกอาบน้ำจะได้มีฉากกั้นให้นะครับ อาจจะต้องติดตั้งเพิ่มเอง มาถึงห้องนอนแรกโครงการตกแต่งเป็นห้องนอนเด็ก Builit-in เตียง 2 ชั้นเต็มพื้นที่ โทนห้องสีสว่างเหมาะกันเด็กน้อยมากๆ ข้ามมาห้องนอนอีกห้องจะตกแต่งเป็นแนวผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย ด้วยโทนสีเข้ม โครงการ Built-in เตียงขนาด 3.5 ฟุต ไว้ติดกับหน้าต่าง และมีโซฟา และชั้นวางทีวี Built-in เป็น Living Area เล็กๆ ไว้ในห้องอีกด้วย มาที่ห้องนอน Master จะได้ห้องขนาดใหญ่เลยนะครับ สามารถเลือกวางเตียง 5 หรือ 6 ฟุต ได้ตามความชอบ ในห้องนอน Master จะมีระเบียง กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ในห้องนอน Master จะมีห้องน้ำในตัวแยกให้ต่างหาก Shower Box ห้องนี้จะมีฉากกั้นมาให้เรียบร้อย ออกมาจากห้องน้ำ โครงการตกแต่งเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in closet ส่วนบ้าน Blissfully B จะเป็นบ้านที่อยู่ในโซนด้านในของโครงการนะครับ ตัวบ้านหน้ากว้าง 5.7 เมตร ขนาด 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ มีพื้นที่ใช้สอย 141 ตร.ม. ถ้าดูจากแปลนบ้านจะเห็นว่าฟังก์ชั่นภายในบ้านมีความใกล้เคียงกันมาก แต่จะย่อขนาดลงมาหน่อย โดยที่พื้นที่ชั้นล่างจะยังคงมีห้องอเนกประสงค์ที่สามารถกั้นเป็นอีกหนึ่งห้องนอนได้เหมือนกัน ส่วนพื้นที่นั่งเล่นและมุมกินข้าวอาจจะต้องมีพื้นที่จำกัดมากขึ้น และต้องแชร์พื้นที่ร่วมกัน จากบ้านตัวอย่างที่มีการตกแต่งไว้ให้ดูเป็นไอเดีย จะเห็นว่าการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างเป็นสัดส่วน มีการกั้นพื้นที่ครัวไว้หมดด้วยประตูกระจก ทั้งนี้ในบ้านจริงไม่ได้มีการกั้นพื้นที่ครัวไว้ให้ ถ้าหากจัดเป็นครัวเปิด และใช้พื้นที่เปิดโล่งถึงกัน ตัวบ้านก็จะดูโปร่งมากขึ้นกว่าในบ้านตัวอย่างไม่น้อยเลยนะครับ แบบบ้านตัวอย่าง Blissfully B ส่วนหลังนี้เป็นแบบบ้านมาตรฐานของ Blissfully B พื้นที่สวนข้างบ้าน ประตูเข้าบ้าน ประตูทางเข้าบ้านจะมี 2 ทางนะครับ ทางนี้จะเป็นด้านที่เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ พื้นที่อเนกประสงค์ห้องนี้โครงการตกแต่งเป็นห้องนั่งเล่น ส่วนอีกด้านจะเปิดประตูมาแล้วเจอพื้นที่ Dining Area ขนาดใหญ่ โครงการวางโต๊ะทานอาหารขนาด 6 ที่นั่งไว้กลางห้อง ข้างโต๊ะทานอาหารจะมีหน้าต่าง และประตูออกไปที่สวนข้างบ้านได้ ต่อจากพื้นที่ Dining Area จะเป็นส่วนครัว ที่โครงการตกแต่งกั้นพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วน พื้นที่ในครัวโครงการตกแต่งเป็นชุดครัว Built-in มาให้ดูเป็นตัวอย่าง หน้าต่างในครัวช่วยระบายกลิ่นอาหาร ติดกับห้องครัวจะเป็นห้องน้ำของชั้น 1 สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard มีพื้นที่เปียกสำหรับอาบน้ำอยู่ด้านใน บันไดขึ้นชั้น 2 เดี๋ยวเราขึ้นไปดูด้านบนกันต่อครับ เมื่อขึ้นมาที่ชั้นบน พื้นที่ด้านหน้าบ้านจะเป็น Master Bedroom ในขณะที่โซนด้านหลังจะแบ่งออกเป็นอีก 2 ห้องนอนในขนาดเท่าๆ กัน บ้าน Type นี้ห้องนอนทั้ง 3 ห้องจะต้องแชร์ห้องน้ำร่วมกันนะครับ แต่ห้อง Master Bedroom จะได้เปรียบกว่าหน่อยก็ตรงที่มีประตูเข้าห้องน้ำได้จากด้านในห้องเลย มุมหน้าประตูห้องน้ำในห้องนอนจึงสามารถจัดเป็น Walk-in Closet ได้สบายๆ ขึ้นมาที่ชั้น 2 เรามาดูห้องนอนเล็กทั้ง 2 กันก่อนนะครับ ห้องแรกโครงการตกแต่งเป็นเหมือนห้องนั่งเล่น สามารถพักผ่อน นั่งเล่นดนตรี ได้เลยในห้องนี้ ห้องนอนเล็กอีกห้องตกแต่งเป็นห้องนอนเด็ก ด้วยโทนสีสว่างๆ ห้องนอน Master จะได้ห้องนอนขนาดใหญ่ สามารถเลือกวางเตียง 5-6 ฟุตได้เลยครับ ระเบียงจะอยู่ติดกับห้องนอน เป็นประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน ด้านปลายเตียงจะเป็นพื้นที่โล่งๆ โครงการตกแต่งด้วยการวางชั้นวางทีวีกั้นพื้นที่ ด้านหลังวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งเป็นแบบ Walk-in closet ห้องน้ำบนชั้น 2 จะมีให้ 1 ห้องนะครับ สามารถเข้าได้ 2 ด้าน คือจากด้านห้องนอน Master แะลด้านนอก สุขภัณฑ์จะเป็นของ American Standard เหมือนเดิม Shower Box มีฉากกั้นให้เรียบร้อย จากแบบบ้านทั้ง 2 หลังที่ทางโครงการมีให้เลือกนั้น จะเห็นได้ว่าเน้นประโยชน์ใช้สอยที่ต่างกันออกตามจำนวนสมาชิกในบ้าน บ้านแบบ Blissfully B อาจจะมีพื้นที่ใช้สอยน้อยกว่า แต่ถ้าหากเป็นครอบครัวขนาดเล็ก มีสมาชิก 2-3 คน บ้านหลังนี้ก็คงอยู่กันแบบสบายๆ แถมยังมีห้องเหลือให้ใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีก ขณะที่บ้าน Blissfully A มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างกว่า เน้นพื้นที่สวนข้างบ้านเพื่อให้สมาชิกในบ้านทำกิจกรรมร่วมกันได้สะดวกขึ้น ส่วนพื้นที่ห้องนอนก็กว้างและใช้งานได้อย่างพอเพียง โดยภาพรวมแล้ว โครงการ Areeya Como วงแหวน-รามอินทรา ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจ หากมองกันในระยะยาวแล้ว พื้นที่ในย่านนี้ยังคงมีการพัฒนาไปอีกมากอย่างแน่นอน ไหนจะโครงการรถไฟฟ้าในอนาคต หรือความเจริญแบบกลางเมืองที่จะขยายตัวออกมาเรื่อยๆ การวางแผนเผื่อถึงอนาคตจึงเป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึง เพราะการจะหาบ้านดีๆ ที่ถูกใจซักหลังอาจไม่ใช่เรื่องง่าย และยิ่งถ้าใครที่คุ้นชินกับทำเลในย่านนี้อยู่แล้ว และต้องการบ้านใหม่เพื่อขยายครอบครัว บ้านของโครงการ Areeya Como นี้ก็คงตอบโจทย์ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ