Tag : รวมรีวิวที่พักย่าน อ่อนนุช บางจาก

Knightsbridge Prime Onnut นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตกลางเมือง

Knightsbridge Prime Onnut นิยามใหม่ของการใช้ชีวิตกลางเมือง

รีวิวฉบับนี้ เราจะพาไปอัพเดทห้องตัวอย่างโครงการ Knightsbridge Prime Onnut คอนโดมิเนียมโปรเจคใหญ่จาก ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ต้องบอกเลยว่าทำเลไม่ธรรมดาจริงๆ ค่ะ เพราะตำแหน่งที่ตั้งเอื้อต่อการเดินทางสะดวกทั้งคนใช้รถสาธารณะและรถส่วนตัว จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตที่หลากหลายของลูกบ้าน รายล้อมด้วยแหล่งช้อปปิ้งของกินมากมาย ทั้งยังเน้นพื้นที่ส่วนกลางเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างแท้จริง   ศักยภาพที่เพียบพร้อม อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าย่าน ‘อ่อนนุช’ เป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพที่มีราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังคงได้รับความสนใจในด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย, คอมมูนิตี้มอล, โรงแรม และโรงเรียนนานาชาติ เพราะเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายทั้งทางด่วน รถไฟฟ้า และสาธารณูปโภคอื่นๆ รวมถึงเป็นจุดขยายตัวของทำเลสุขุมวิทตอนกลาง (Mid-Sukhumvit) ที่ข้ามจากพระโขนงมาทางอ่อนนุช ซึ่งเปรียบเสมือน HUB ย่อยของการเดินทางระหว่าง เอกมัย-ทองหล่อ-พระราม4-บางนา เนื่องจากเป็นโซนที่ชาวต่างชาติและเอเชียนิยมอยู่อาศัย เพราะมีความอุดมสมบูรณ์และศักยภาพที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต จากรายละเอียดข้างต้นเลยทำให้ ออริจิ้น เลือกปักหมุดคอนโดใหม่ Knightsbridge Prime Onnut ไว้ที่ย่านอ่อนนุช โครงการอยู่ติดถนนใหญ่ ต้นซอยอ่อนนุช หรือซอยสุขุมวิท 77 ซึ่งจุดเด่นของทำเลโครงการนี้คือการเดินทางที่สะดวกสบายทั้งคนมีรถและไม่มี เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีเขียว (สุขุมวิท) สถานีอ่อนนุช ที่อยู่ห่างเพียง 600 เมตร และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะมีขึ้นในอนาคต รวมถึง Airport Rail Link ที่อยู่ท้ายซอย ใครที่มีรถส่วนตัวก็สามารถเลือกการเดินทางได้หลายเส้น เพราะมีด่านขึ้นลงทางด่วนอยู่ใกล้ๆ ทำให้การเดินทางไปสนามบิน หรือจะเข้า-ออกเมืองก็สะดวกรวดเร็ว เพราะมีทั้งเส้นทางถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช ถนนเพชรบุรี ถนนพัฒนาการ ตัดไปออกรามคำแหง ศรีนครินทร์ บางนา-ตราด ขึ้นบูรพาวิถี ออกมอเตอร์เวย์ก็สะดวกหมดเลยค่ะ ทั้งนี้ตัวโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งแหล่งอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง อย่างแท้จริง เพียงเดินออกมาหน้าโครงการก็เจอ Big C แล้วค่ะ ซึ่งค่อนข้างสะดวกในการซื้อของใช้ของกินเข้าบ้าน แถมบริเวณใกล้เคียงยังมีตลาดสด ตลอดจนร้านรวงต่างๆ ให้เลือกเต็มไปหมด ห่างไปอีกนิดฝั่งตรงข้ามเป็นที่ตั้งของ Habito Mall (T77) ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันบริเวณปากซอยอ่อนนุชก็มี Tesco Lotus ตัวเลือกช้อปปิ้งในย่านนี้ค่ะ ซึ่งที่ดินบริเวณตรงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชก็กำลังก่อสร้างโครงการ Century Movie Plaza อยู่ด้วย ถ้าโครงการเสร็จเมื่อไหร่ก็จะทำให้มีตัวเลือกแหล่งไลฟ์สไตล์มากขึ้น และหากใครจะเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือแหล่งธุรกิจโซนเอกมัย-ทองหล่อ ไปนั่งชิลล์ๆ ตามร้าน Hang Out ชื่อดังมากมาย ก็สามารถไปถึงได้อย่างรวดเร็วด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวค่ะ เพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงจุดหมายแล้ว   นอกจากแหล่งไลฟ์สไตล์ก็ยังมีสถานศึกษาในละแวกใกล้เคียงอยู่หลายแห่ง อาทิ โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep และ Saint Andrew ที่อยู่ห่างจากโครงการในระยะ 2-3 กิโลเมตร รวมถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาเขตกล้วยน้ำไท) ที่ห่างเพียง 3 กิโลเมตร ส่วนสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดคือโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท อยู่ห่างเพียง 2.5 เมตร หรือโรงพยาบาลสุขุมวิท ซึ่งห่างประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งถ้ามองศักยภาพรวมๆ แล้วก็ถือว่าตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนทำงานและนักศึกษาได้เป็นอย่างดี   ตอกย้ำความเป็นคอนโดฯ ที่ดีที่สุดในย่านอ่อนนุช ถ้าใครได้อ่านรีวิวฉบับแรกๆ https://goo.gl/A7QJX5 จะรู้ว่าทาง ออริจิ้น ตั้งใจออกแบบโครงการ Knightsbridge Prime Onnut ให้มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น โดยชูคอนเซ็ปต์เก๋ๆ ว่า “PRIME OF LIVING ความเป็นที่สุดเท่านั้นที่สำคัญ” ตัวอาคารเป็นคอนโดมิเนียม High Rise 47 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ดีไซน์สไตล์โมเดิร์นเน้นความหรูหรา รวมจำนวนยูนิตอยู่ที่ 601 ยูนิต มีร้านค้า 1 ยูนิต บนพื้นที่ 2-1-72 ไร่ ซึ่งทางออริจิ้นแอบกระซิบว่าตึกนี้จะเป็นตึกที่สูงและสวยที่สุดสามารถมองทัศนียภาพได้กว้างไกลเนื่องจากไม่มีสิ่งก่อสร้างใดๆ บดบังสายตา จนเป็น Landmark บนถนนอ่อนนุชเลยทีเดียวค่ะ ในส่วนของพื้นที่ส่วนกลางเรียกได้ว่าจัดเต็มจริงๆ ค่ะ เริ่มตั้งแต่บริเวณชั้นล่างที่ทำเป็น Lobby สุดหรู มาพร้อมบริการ Hotel Service สำหรับลูกบ้านที่ไม่มีเวลาทำความสะอาด มี Business Lounge, Private Meeting Room นอกจากนี้ยังมี Trail running Track, Secret Garden พื้นที่สีเขียวรอบโครงการกว่า 1 ไร่ ในส่วนของชั้น 2-15 จะเป็นพื้นที่จอดรถรองรับปริมาณรถได้มากถึง 65% เป็นแบบ Automatic Parking ซึ่งข้อดีคือสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอด ซึ่งมาพร้อม EV Car Charger Station ด้วยค่ะ บรรยากาศจำลอง GRAND LOBBY บรรยากาศจำลอง GRAND LOBBY   ทั้งนี้บริเวณชั้น 37-38 จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางลอยฟ้าทั้งชั้นเลยค่ะ ซึ่งมาในรูปแบบ Full Floor Facility ต่อเนื่องแบบ Double Volume ประกอบด้วยสระว่ายน้ำที่หลากหลายทั้ง Horizon Edge Pool, The Dusk Relax Pool & Pool Spa, The Dawn Pool Bar, Sky Pool Garden ให้ลูกบ้านได้เลือกสรร พร้อมจุดชมวิวที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ลอยเหนือสระว่ายน้ำ ซึ่งลูกบ้านจะได้เต็มอิ่มกับวิวสวยๆ ในมุมสูงขณะกำลังพักผ่อนอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง   นอกจากนี้ยังมี Steam Room, Dynamic Fitness ฟิตเนสขนาดใหญ่ที่มาพร้อม Boxing Gym (With boxing Ring) รวมไปจนถึง Sky Co-Working Space, Prime Executive Meeting Room, Sky Irish Social Club, Sky Co-Culinary Space, Bangkok Skyscraper Deck, Skyline Chillax Space, Sky Lounge & Garden รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าทางโครงการใส่ใจทุกรายละเอียดออกแบบโดยคำนึงถึงผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก จนไม่แปลกใจเลยค่ะว่า  Knightsbridge Prime Onnut จะเป็นโครงการที่ดีที่สุดในย่านนี้จริงๆ บรรยากาศจำลอง SKY CO-CULINARY SPACE บรรยากาศจำลอง SKY IRISH SOCIAL CLUB 1 บรรยากาศจำลอง SKY IRISH SOCIAL CLUB 2 บรรยากาศจำลอง SKY PANORAMIC CO-WORKING SPACE Skyline Chillax Space สำหรับนั่งชมเส้นขอบฟ้ายามพระอาทิตย์ตกดิน โดยมีโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นฉากหน้า บรรยากาศจำลอง Bangkok Skyscraper Deck มองออกไปเห็นวิวตึกสูงใจกลางกรุงเทพมหานคร และโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา     สัมผัสความ PRIME ในห้องตัวอย่าง สำหรับโครงการ Knightsbridge Prime Onnut มีแบบห้องหลักๆ อยู่ 3 แบบ คือ Studio ขนาด 22 – 26 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาดเริ่ม 31 ตร.ม. และ 2 Bedroom  เริ่ม 55 ตร.ม. ขนาดเริ่มต้นที่มาในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมชุดครัว สุขภัณฑ์ต่างๆ เครื่องปรับอากาศ และเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ซึ่งถ้าลูกบ้านตัดสินใจซื้อจะขาดแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าและพร็อพตกแต่งเท่านั้น แถมทุกยูนิตจะได้ Digital Door Lock ด้วยนะคะ แทบจะพร้อมหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยทีเดียว   ห้องตัวอย่างห้องแรกที่เราได้ชมคือ ห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึก พื้นที่ใช้สอยจัดมาได้ลงตัวทีเดียวค่ะ โดยเปิดเข้ามาจะเจอส่วนครัวและห้องน้ำก่อน เพื่อให้พื้นที่ด้านในเป็นส่วนพักผ่อนอย่างเตียงนอนและโซฟานั่งเล่น ภายในห้องดูโปร่งโล่งสบาย เนื่องจากทางโครงการดีไซน์เพดานมาให้สูง 3 เมตร ซึ่งก็แตกต่างจากคอนโดฯ ทั่วไป ซึ่งในห้องตัวอย่างทางโครงการตกแต่งแบบจัดเต็มเพื่อให้เราได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานของห้องได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ห้องที่ขายจริงจะเป็นห้องโล่งๆ ที่ได้เพียงผนังฉาบเรียบสีขาว กับ Fully Furnished ตามมาตรฐานที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้นค่ะ แปลนห้อง Studio ขนาด 22 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบหน้าแคบลึกนะคะ ซึ่งเน้นพื้นที่ใช้สอยภายในส่วนพักผ่อน เปิดประตูเข้ามาในห้อง ด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนครัวนะคะ ส่วนด้านขวาจะเป็นห้องน้ำ ขนาดเคาน์เตอร์ครัวที่มาพร้อมกับห้องจะเป็นแบบ One-Wall kitchen นะคะ ซึ่งทางโครงการจะเว้นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าไว้ให้ด้วย สำหรับเคาน์เตอร์ครัวนั้นเหมาะสำหรับประกอบอาหารแบบง่ายๆ มาพร้อมเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน ถัดมาที่ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่ห้องน้ำ ภายในแบ่งแยกส่วนเปียกและแห้งไว้อย่างชัดเจน ในส่วนของสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องน้ำจะได้ตามในภาพเลยนะคะ จากรูปจะเห็นได้ว่าทางโครงการเลือกใช้กระจกเงาส่องหน้าขนาดใหญ่เพื่อช่วยสะท้อนให้ห้องดูกว้างมากขึ้น ก่อนเข้าไปสู่พื้นที่พักผ่อนด้านในจะมีประตูบานเลื่อน 3 ตอนกั้นกลางนะคะ พื้นที่ส่วนพักผ่อนด้านในจัดฟังก์ชั่นแบบ Open Plan คือหลอมหลวมระหว่างโซนนั่งเล่น และเตียงนอนไว้ด้วยกัน บริเวณโซนนั่งเล่น ทางโครงการจัดวางโซฟาตัวยาวขนาด 2 ที่นั่งไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าบริเวณตรงกลางยังมีพื้นที่เหลือมากพอให้วางโต๊ะกลางได้ด้วย ภายในห้องจะมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินตามภาพเลยนะคะ คือส่วนคอนโซลทีวีและตู้เสื้อผ้าสูงจรดเพดาน บิลต์อินคอนโซลทีวีจะต่อเนื่องไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเลยนะคะ นอกจากเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ทางโครงการยังแถมเครื่องปรับอากาศให้อีก 1 ตัวด้วยค่ะ พื้นที่ข้างตู้เสื้อผ้าจะเป็นระเบียงเล็กๆ ให้ลูกบ้านสามารถออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ด้านนอกได้ บริเวณข้างเตียงมีพื้นที่เหลือเพียงพอที่จะวางเฟอรืนิเจอร์ได้ด้วยนะคะ ซึ่งทางโครงการได้ลองวางโต๊ะเก้าอี้ชุดทำงานไว้เป็นตัวอย่างดังภาพ   ห้องตัวอย่างอีกห้องที่เราได้ชมกันคือ 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตร.ม. ที่มาพร้อมห้องเอนกประสงค์ให้ลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ ลักษณะห้องจะเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส จัดวาง Layout ไว้ค่อนข้างเป็นสัดส่วนชัดเจน เชื่อมต่อพื้นที่การใช้งานอย่างมุมนั่งเล่น มุมรับประทานอาหารไว้ด้วยกัน ทางโครงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์บิลต์อินเพื่อทำให้ผู้อาศัยสามารถจัดวางข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างเป็นระเบียบและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ภายในห้องชุดมี Fully Fitted Package ที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ชุดครัว Pantry Set เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว ตามมาตรฐานเหมือนกับห้องแรกค่ะ แปลนห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 31 ตร.ม. ลักษณะห้องเป็นแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสนะคะ มาพร้อมห้องเอนกประสงค์ซึ่งเราสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามใจ เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องจะเจอส่วนนั่งเล่นก่อนนะคะ ซึ่งทางโครงการได้จัดวางโซฟาตัวยาวพร้อมโต๊ะกลางไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าระยะห่างระหว่างคอนโซลและโซฟาจะกำลังดี สบายๆ ไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด บริเวณข้างโซฟา ทางโครงการจะบิลต์อินเฟอร์นิเจอร์แบบมิลติฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นโต๊ะรับประทานอาหารหรือพับเก็บเพื่อเป็นตู้เก็บของปกติ ซึ่งก็เว้นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็นให้ข้างๆ ด้วย มุมมองจากบริเวณ Dining Area ที่เชื่อมต่อไปถึง Living Area จะเห็นได้ว่าบรรยากาศดูโล่งโปร่งสบาย เนื่องจากเพดานสูงถึง 3 เมตร ทางโครงการจะบิลต์อินคอนโซลและตู้เก็บของสูงจรดเพดานมาให้แบบในรูปเลยนะคะ ซึ่งข้อดีของเฟอร์นิเจอร์บิลต์อินจะช่วยประหยัดพื้นที่และมีส่วนเก็บของมากขึ้นด้วยค่ะ ถัดจากโซน Dining Area จะเป็นห้องนอนนะคะ ติดกันก็เป็นห้องเอนกประสงค์ ซึ่งแบ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน ห้องนอนค่อนข้างกว้างเลยนะคะ นอกจากจะบิลต์อินตู้เสื้อผ้า จัดวางเตียงแล้ว บริเวณรอบๆ ยังมีที่เหลือพอให้เดินได้สะดวกสบายอีกด้วย ภายในห้องนอนโอบล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มาพร้อมบานกระทุ้งสามารถเปิดให้อากาศถ่ายเท เมื่อเดินออกมาจากห้องนอน ระหว่างห้องเอนกประสงค์กับห้องน้ำจะมีพื้นที่ครัวเล็กๆ สำหรับประกอบอาหารมื้อเบาๆ ง่ายๆ ซึ่งทางโครงการจะบิลต์อินมาให้เสร็จสรรพเลยนะคะ แม้ครัวจะมีขนาดกะทัดรัด แต่ก็ครบครันทุกฟังก์ชั่นนะคะ เพราะนอกจากเตาไฟฟ้า ที่ดูดควัน อ่างล้างจานพร้อมที่วางจาน ยังมีตู้ลิ้นชักรวมทั้งหน้าบานแบบเปิดปิดสำหรับเก็บอุปกรณ์ครัวต่างๆ ด้วย ภายในห้องน้ำแบ่งแยกโซนเปียกและแห้งกั้นกระจกไว้เช่นเคย พื้นที่ส่วนแห้งจัดวางโถสุขภัณฑ์และบิลต์อินเคาน์เตอร์ล้างมือไว้ข้างๆ กัน ผนังด้านหลังกรุกระจกเงายาวเท่าพื้นที่ส่วนแห้งเลยค่ะ ตรงข้ามห้องน้ำจะเป้นห้องเอนกประสงค์นะคะ ซึ่งความพิเศษของห้องนี้คือลูกบ้านสามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน หรือห้องนอนเล็กก็ยังได้ ทางโครงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ทำงานให้เป็นตัวอย่างนะคะ ซึ่งห้องจริงๆ ที่ได้จะมาแบบโล่งๆ ฉาบผนังเรียบสีขาวเอื้อต่อการตกแต่งที่ง่ายขึ้นค่ะ ลึกเข้าไปด้านในของห้องเอนกประสงค์เป็นระเบียงนะคะ ซึ่งกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอนเหมือนดั่งในห้อง พื้นที่ใช้สอยในส่วนของระเบียงก็ค่อนข้างกว้างทีเดียวนะคะ เพราะสามารถวางเครื่องซักผ้า และมีพื้นที่ตากผ้าอีกด้วย   โครงการ Knightsbridge Prime Onnut  นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เหมาะสำหรับคนเมืองอย่างนักศึกษาหรือคนทำงานที่คุ้นชินในย่านนี้อยู่แล้ว หากอยากมีคอนโดดีๆ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่ให้ความรู้สึกของความเป็นที่สุดอย่างเต็มอิ่ม ทั้งยังใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายทั้งคนมีรถส่วนตัวและไม่มี แวดล้อมด้วยสาถารณูปโภคครบครัน โดยที่ราคาเอื้อมถึงได้ ไม่ว่าจะจับจองไว้อยู่อาศัยเองหรือเก็บไว้เป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ   สำหรับคนที่สนใจ Origin เตรียมจะเปิดให้จองครั้งแรกอย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 16-17 กันยายน 2560 นี้ ในงาน “The Best 4 Knightsbridge of The Year” โดยจะจัดงานขึ้นที่สยามพารากอน Hall 3 ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสในการเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูบนทำเลศักยภาพ ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://goo.gl/vopbjD   หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 020 300 000 หรือ www.origin.co.th
The Excel HIDEAWAY Sukhumvit 71 – ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 (PREVIEW)

The Excel HIDEAWAY Sukhumvit 71 – ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71 (PREVIEW)

The Excel HIDEAWAY Sukhumvit 71 (ดิ เอ็กเซล ไฮด์อะเวย์ สุขุมวิท 71) - คอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร บนทำเลศักยภาพ เดินทางสะดวกสบาย ใกล้ BTS อ่อนนุช และ BTS พระโขนง รายละเอียดโครงการ ราคาเริ่มต้น    1,390,000 บาท เจ้าของโครงการ   All Inspire Development Public Company Limited ลักษณะคอนโด    Low Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร พื้นที่โครงการ    5 - 3 - 15 ไร่ จำนวนห้อง     672 ยูนิต ร้านค้า 2 ยูนิต ที่จอดรถ    ประมาณ 39.5% ที่ตั้งโครงการ    ซ.ปรีดีย์พนมยงค์ 14 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เริ่มก่อสร้าง    เดือนกุมภาพันธ์ 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จ    เดือนมกราคม 2562 ค่าส่วนกลาง    45 บาท/ตารางเมตร ค่ากองทุน    500 บาท/ตารางเมตร สถานที่สำคัญใกล้เคียง BTS สถานีพระโขนง W District BTS อ่อนนุช บิ๊กซี อ่อนนุช เทสโก้ โลตัส สุขุมวิท 50 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท Gateway เอกมัย เมเจอร์ เอกมัย ลักษณะห้องและขนาดห้อง 1 Bedroom ขนาด 28 , 30 , 41.50 ตารางเมตร 1 Bedroom Plus ขนาด 34 - 38 ตารางเมตร สิ่งอำนวยความสะดวก Swimming pool Co-Working Space Fitness Relax area Shuttle Services to BTS Garden สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร : 02-029-9999 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://allbooking.allinspire.co.th/
“Sign Condo Sukhumvit 50” ทำเลดีใกล้ BTS อ่อนนุช

“Sign Condo Sukhumvit 50” ทำเลดีใกล้ BTS อ่อนนุช

รีวิวฉบับนี้ เรานั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานีอ่อนนุชกันค่ะ เดินต่อเข้ามาในซอยสุขุมวิท 50 อีกนิดหน่อย ก็เจอกับ Sale Office ของโครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” ค่ะ จริงๆ แล้วในซอยนี้มีมีคอนโดอยู่หลายโครงการเหมือนกันนะคะ ทั้งโครงการที่สร้างเสร็จไปนานแล้ว และโครงการใหม่ที่กำลังเตรียมเปิดตัวอย่าง “Sign Condo Sukhumvit 50” ที่เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างกันในครั้งนี้ ด้วยความซอยสุขุมวิท 50 เป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมถนนหลัก 3 สายเข้าด้วยกัน นั่นคือ ถนนสุขุมวิท ถนนรางรถไฟเก่า และเป็นซอยที่มีจุดขึ้น-ลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ได้อีก จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมซอยสุขุมวิท 50 นี้เป็นทำเลทำเงินยอดฮิตของหลายๆ โครงการ แถมบริเวณหน้าปากซอยยังมีสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชจ่อบันไดถึงที่ การเดินทางเข้า-ออกเมืองไม่ว่าจะมีรถส่วนตัวหรือไม่ ก็จัดว่าสะดวกทั้งสองทางค่ะ แผนที่ของโครงการ ทำเลในย่านอ่อนนุชเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยที่คึกคักมากเลยทีเดียวค่ะ มีทั้งห้างใหญ่ๆ ตลาดสด ร้านค้า แผงลอย ร้านอาหารเต็มไปหมด บ้านพักอาศัย คอนโด อพาร์ทเม้นท์ก็มีอยู่มาก รวมถึงแหล่งงาน อาคารสำนักงานก็เยอะไม่แพ้กันเลยค่ะ ทำเลในแถบนี้จึงคึกคักไปด้วยผู้คน มีความพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยค่ะ แต่อย่างเพิ่งคิดว่าโครงการที่อยู่ในแหล่งชุมชนแบบนี้จะอึกทึกวุ่นวายนะคะ เพราะพอขยับเข้ามาในซอยสุขุมวิท 50 เล็กน้อย บรรยากาศก็จะเงียบสงบมากขึ้นแล้วค่ะ คอนโด Low Rise ในซอยแสงอุทัย โครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” ตั้งอยู่ในซอยแสงอุทัย ซึ่งเป็นซอยย่อยในซอยสุขุมวิท 50 อีกทีค่ะ โดยรวมๆ แล้วจากหน้าโครงการออกไปถึงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชจะมีระยะทางประมาณ 800 เมตร ด้วยระยะทางขนาดนี้ในสภาพอากาศแบบบ้านเราอาจจะรู้สึกไกลไปซักหน่อย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ เพราะทางโครงการมี Shuttle Bus ไว้ให้บริการแก่ลูกบ้านด้วย หรือถ้าใครใจร้อนก็มีพี่วินเสื้อส้มเป็นอีกทางเลือกค่ะ จุดเด่นของโครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” จะเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว เหมาะกับการพักอาศัยอย่างแท้จริง ด้วยเป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ในซอยแสงอุทัยซึ่งเป็นซอยตัน และในซอยก็ยังเป็นบ้านพักอาศัยแบบบ้านเดี่ยวเกือบทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่มีรถพลุกพล่านให้มีเสียงรบกวนค่ะ ในขณะที่จำนวนยูนิตรวมทั้งโครงการก็มีเพียง 105 ยูนิต จำนวนห้องต่อชั้นจึงมีไม่มาก ลูกบ้านจึงไม่แออัดแถมมีคนแบ่งใช้ Facility ส่วนกลางน้อยลงด้วย และด้วยความที่ทางโครงการเน้นเรื่องบรรยากาศความเป็นส่วนตัวในการพักอาศัย Facility หลักๆ จึงถูกยกขึ้นไปไว้ที่ชั้นบนสุด ทั้งสระว่ายน้ำ จากุชชี่ ฟิตเนส และพื้นที่สวนสีเขียวสำหรับการพักผ่อน ขณะเดียวกันที่บริเวณชั้น 2 ของอาคารก็เพิ่มพื้นที่สำหรับ Co-Working Space และห้องสมุดมาเสร็จสรรพ ถือว่าครบถ้วนมากๆ สำหรับคอนโดมิเนียมขนาด 105 ยูนิตแบบนี้ นอกเหนือจาก Facility หลักแล้ว เรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ประตู Digital Door Lock ของ Samsung ที่มีการใช้งานได้ 3 แบบ ทั้ง Key Card, ใส่รหัส และ กุญแจ นอกจากนั้นยังมีการเข้าออกโครงการด้วยระบบ Key Card, มีกล้อง CCTV และรปภ. ตลอด 24 ชั่วโมง ก็เป็นไปตามมาตรฐานของโครงการเลยค่ะ เปิดห้องตัวอย่าง Sign Condo สุขุมวิท 50 โครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” เตรียมจะเปิด Pre-Sale ในเร็วๆ นี้แล้ว ดังนั้นเราจึงเก็บภาพห้องตัวอย่างมาให้ชมกันก่อน เผื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นค่ะ ^^ ที่ Sale Office เตรียมห้องตัวอย่างไว้ 2 แบบ นั่นคือ ห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.49 ตร.ม. และ ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.95 ตร.ม. ก่อนจะไปดูภายในห้องตัวอย่างแต่ละแบบ เราขอพูดถึงภาพรวมของห้องที่เรารู้สึกประทับใจซักเล็กน้อยก่อนนะคะ เอกลักษณ์เก๋ๆ ของโครงการ “Sign Condo Sukhumvit 50” ที่สะดุดตาเรามากเลยก็คือ Facade ของอาคารที่เป็นแผ่นโลหะฉลุลายสวยงาม ทางโครงการเลือกใช้ตกแต่งบริเวณระเบียงห้องพัก ถ้ามองจากภายนอกอาคารหลังนี้ก็จะสวยเก๋มีลูกเล่นให้สะดุดตาดีทีเดียวค่ะ ซึ่งส่วนนี้ลูกบ้านก็สามารถใช้งานได้จริงด้วยนะคะ โดยแผ่น Facade นี้สามารถเลื่อนพับเข้าออกได้ตามการใช้งาน ส่วนนึงก็ช่วยในการบังสายตา เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น รวมถึงช่วยกรองปริมาณแสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องให้น้อยลง โดยที่ยังคงมองเห็นวิวภายนอก จึงไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดเลยเวลาที่เลื่อนปิด Facade แล้ว นอกจากการเลือกใช้ Facade ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยเก๋แล้ว การตกแต่งภายในรวมถึงการจัดฟังก์ชันห้อง ทางโครงการก็ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และคิดมาให้ครบถ้วนเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการขายห้องมาให้แบบ Fully Furnished ที่คัดให้แบบเกรดคุณภาพ พร้อมดีไซน์ Multi Function สำหรับการใช้ประโยชน์ได้มากกว่าหนึ่งอย่าง รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบาย ด้วยระบบ Smart Home Function และ Sound System Controller ซึ่งจะมีให้เป็นมาตรฐานทุกห้องเลยค่ะ ทีนี้เราไปดูภายในห้องตัวอย่างแต่ละห้องกันเลยดีกว่าค่ะ ว่าจะสวยถูกใจมากน้อยแค่ไหน ทางโครงการได้เปิดให้จองในรอบ VVIP ในวันที่ 20-21 พ.ค. ที่ผ่านมาไปแล้ว และกำลังเตรียมจะเปิดให้จองรอบ PRE-SALE ช่วงวันที่ 5-6 ส.ค. 60 นี้ ท่านใดที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชม Sale Office ได้เลยค่ะ ทางโครงการมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้รายละเอียดอย่างครบถ้วนกันไปเลย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร .081-553-5555 ซึ่งทางโครงการจะให้ส่วนลดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองผ่านทาง Online ด้วยนะคะ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่ www.signcondo.com
A Space Me เอ สเปซ มี สุขุมวิท 77 ( คอนโดกลางทำเลสุขุมวิท เชื่อมโยงรถไฟฟ้า 3 สาย )

A Space Me เอ สเปซ มี สุขุมวิท 77 ( คอนโดกลางทำเลสุขุมวิท เชื่อมโยงรถไฟฟ้า 3 สาย )

การจะหาคอนโดมิเนียมดีๆ ซักที่พร้อม Facility ครบครันทันสมัยตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้รอบด้าน วันนี้เรามีอีกหนึ่งโครงการคุณภาพจาก Areeya Property มาให้พิจารณากันครับ โครงการ “A Space Me สุขุมวิท 77” ปัจจุบันสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ได้เลย ซึ่งความน่าสนใจแรกที่ทำให้ต้องหันมามองโครงการนี้ก็คือ “ทำเล” ว่าเป็นทำเลที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้กับแนวรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว โดยมีสถานีอ่อนนุชอยู่ห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร พอๆ กับ Airport Rail Link สถานีหัวหมาก ก็อยู่ในระยะพอๆ กัน แถมด้วยรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่อยู่ในแผนการสร้างรถไฟฟ้าในอนาคต ก็จะเป็นรถไฟฟ้าที่มีสถานีอยู่ใกล้ที่สุด เพียง 800 เมตรเท่านั้น   แผนที่การเดินทางรอบๆ โครงการ   อีกหนึ่งจุดขายที่ทางเจ้าของโครงการตั้งใจทำเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายให้กับลูกบ้านของโครงการก็คือ Life Style Community Mall บริเวณหน้าทางเข้าโครงการที่มีชื่อว่า “Pickadaily” ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่ง Community Mall เด่นของย่านนี้ ด้วยคอนเซปต์การตกแต่งในสไตล์ English Old Town เพื่อรวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร และซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำไว้อย่างครบครัน จึงสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณภาพได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงกับโครงการยังแวดล้อมไปด้วย ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Paradise Park, Seacon Square, Big C, Lotus ฯลฯ ไว้อย่างครบถ้วนอีกด้วย Community Mall สไตล์ English Old Town MaxValue พร้อมเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง แถมสาขาที่มีครัวทันใจ ที่มีอาหารกล่องทำใหม่ๆ พร้อมรับประทาน คอยบริการอยู่ด้วย TSUKIMI ร้านอาหารญี่ปุ่นราคามิตรภาพ แต่รสชาติเว่อวัง ร้านเล็กๆ แต่มีลูกค้าเข้าไม่ขาดสาย ร้านกาแฟไว้นั่งทำงานชิวๆ Space คุณภาพเพื่อชีวิตคุณภาพ สำหรับภายในโครงการ A Space Me สุขุมวิท 77 ทาง Areeya เองก็ยังรวบรวม Facility ที่น่าสนใจไว้อีกเพียบเหมือนกัน พอผ่านซุ้มประตูโครงการเข้ามา สิ่งแรกที่เด่นสะดุดตาเลยก็คือ อาคารจอดรถอัจฉริยะ Mechanical Parking ที่หาได้น้อยมากในคอนโดมิเนียม Low Rise ในแถบนอก CBD แบบนี้ ซึ่งระบบจอดรถอัจฉริยะแบบนี้ จะช่วยลูกบ้านประหยัดทั้งเวลาและน้ำมันในการวนหาที่จอด โดยระบบจะใช้เวลาในการจอดต่อคันเพียง 1-2 นาทีเท่านั้น มาดูที่ตัวโครงการกันบ้างดีกว่า โครงการ A Space Me สุขุมวิท 77 เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise ทั้งหมด 3 อาคาร โดยมีสระว่ายน้ำใหญ่กั้นตรงกลางระหว่างอาคาร A, B และ C ดังนั้นยูนิตเกือบทั้งหมดของโครงการจะได้วิวสระว่ายน้ำเต็มตากันไปเลย แถมยูนิตชั้นล่างยังเพิ่มพื้นที่ระเบียงห้องให้กว้างขึ้น และสามารถใช้เป็น Pool Access เบาๆ ได้อีกด้วย พูดถึงสระว่ายน้ำทั้ง 2 สระในโครงการ เรียกได้ว่าแทบจะหาโครงการอื่นเทียบได้ยากอีกเช่นกัน เพราะทั้ง 2 สระเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ยาวตลอดแนวอาคาร (50 เมตร) แบ่งเป็นสระเด็ก และมุมจากุชชี่ให้เรียบร้อย พร้อมด้วยมุมนั่งเล่นพักผ่อนริมสระ ได้บรรยากาศแบบรีสอร์ททั้งมุม Pool Desk และ Pool Bed เลยทีเดียว สระว่ายน้ำยาว 50 เมตร บรรยากาศโดยรอบสไตล์รีสอร์ท ยูนิตที่อยู่ชั้น 1 ของอาคาร A จะได้ระเบียงติดกับสระว่ายน้ำ มีพื้นที่นั่งพักผ่อนอยู่รอบๆ สระว่ายน้ำ ในขณะเดียวกัน ห้องออกกำลังกาย หรือ Fitness ที่บริเวณอาคาร B ก็เปิดรับวิวสระว่ายน้ำได้อย่างเต็มตา ภายในห้อง Fitness พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายครับครัน ไม่ว่าจะเป็นแบบ Cardio และ Weight Training นอกจากนี้บริเวณรอบๆ โครงการยังร่มรื่นไปด้วยต้นไม้จัดเป็นพื้นที่สีเขียวกว่า 1,000 ตร.ม. ซึ่งช่วยให้ภายในโครงการร่มรื่น พร้อมด้วย Jogging Track ให้ทุกคนได้ออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติทุกวัน ฟิตเนสใช้ Key Card ในการเข้า-ออก ด้านในมีเครื่องออกกำลังกายครบครัน เรื่องระบบรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ ทาง Areeya ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กันครับ ด้วยระบบรักษาความปลอดภัย พร้อมกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง ลูกบ้านเข้าออกอาคารด้วย Key Card ทำให้อุ่นใจได้ตลอดการอยู่อาศัย Your Space มาถึงในส่วนของพื้นที่พักอาศัยกันบ้าง ทางโครงการมียูนิตรวมทั้งหมด 832 ยูนิต โดยมีแบบห้องมาตรฐานอยู่ที่ขนาด 28.5 ตร.ม. หรือ 1 Bedroom นั่นเอง ภายในห้องแบ่งพื้นที่ใช้สอยได้อย่างชัดเจน โดยใช้ประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่กั้นพื้นที่ห้องนอนไว้ด้านในสุดติดระเบียง ทำให้สามารถเปิดรับแสงได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่พื้นที่บริเวณนั่งเล่นก็กว้างขวางมาก ด้วยระยะของผนังห้องที่กว้างถึง 3.7 เมตร ทำให้สามารถติดตั้งทีวี 60 นิ้ว ได้สบายๆ ต้องบอกว่าการจัด Space ภายในห้องทำไว้ได้ดีมาก ถึงแม้จะเป็นห้องขนาด 28.5 ตร.ม. แต่ก็สามารถจัดมุมนั่งเล่น มุมกินข้าว พื้นที่ครัว และห้องนอนได้อย่างเป็นสัดส่วน หลวมๆ กำลังดี โดยที่ไม่ต้องเบียดๆ อัดๆ กันอย่างคอนโดบางแห่ง แปลนห้อง 1 ห้องนอน ขนาด 28.50 ตารางเมตร เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วจะเจอส่วนครัวอยู่ที่หน้าประตูก่อนเลยนะครับ เคาน์เตอร์ครัวอยู่ด้านซ้ายมือ เคาน์เตอร์ครัวโครงการ Built in มาให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่ในห้องจริงจะไม่ได้แบบนี้นะครับ เคาน์เตอร์ครัวในห้องจริงจะได้แบบนี้นะครับ ห้องน้ำจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับส่วนครัว สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจะใช้ของ American Standard ด้านในจะเป็น Shower Box ถัดเข้ามาด้านในจะเป็น Living Area ขนาดใหญ่ ระยะห่างระหว่างทีวีกับโซฟาถือว่าห่างพอสมควรเลยนะครับ ด้านที่วางโซฟาสามารถวางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่ง ติดกับโซฟาโครงการ Built in โต๊ะทานอาหารมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ฝั่งชั้นวางทีวีสามารถวางชั้นวางหรือจะ Built in ชั้นวางไปเลยก็ได้นะครับ เพราะมีพื้นที่เยอะพอสมควร ถัดเข้าไปด้านในจะเป็นห้องนอน มีประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอนกั้น ภายในห้องนอนโครงการวางเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งจะเหมาะกับขนาดห้องนอนพอดี ข้างเตียงทั้ง 2 ข้างยังมีพื้นที่เหลือช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัด ปลายเตียงเป็นจุดวางตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ของจริงที่โครงการให้มาจะเป็นตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งแบบนี้นะครับ มุมมองจากเตียงออกไปที่ Living Area ระเบียงจะอยู่ต่อจากห้องนอน กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน พื้นที่ระเบียงขนาดกระทัดรัด กว้างประมาณ 40 ซม. อีกด้านโครงการเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับวางคอมเพรสเซอร์ให้เรียบร้อย อย่างที่บอกไปแล้วว่าแบบห้องมีแบบมาตรฐานแบบเดียวทั้งโครงการนะครับ แต่สำหรับห้องบริเวณชั้นล่างของทุกอาคารจะพิเศษกว่าห้องอื่นๆ หน่อยก็ตรงที่มีพื้นที่ระเบียงเพิ่มขึ้นมากกว่าในชั้นบน โดยแต่ละยูนิตชั้นล่างจะมีขนาดประมาณ 34.5-35.24 ตร.ม. โดยพื้นที่ใช้สอยภายในห้องยังเท่ากับห้องอื่นๆ นะครับ ซึ่งพื้นที่ระเบียงที่เพิ่มมานี้ จะทำให้ห้องด้านล่างได้วิวสระว่ายน้ำ หรือวิวสวนสวยๆ เต็มตาประหนึ่งว่าเป็นส่วนหนึ่งของห้องเลยทีเดียว ห้องทั้งหมดของโครงการ A Space Me สุขุมวิท 77 เปิดขายกันแบบห้องเปล่า มีเพียงชุดเคาน์เตอร์ครัว สุขภัณฑ์ ตู้เสื้อผ้า Built-in ในห้องนอน และเครื่องปรับอากาศ 1 เครื่องเท่านั้นที่ได้มาพร้อมห้องนะครับ จะว่าไปแล้ว โครงการ A Space Me สุขุมวิท 77 ของ Areeya โครงการนี้ ก็นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนใจในย่านอ่อนนุช-ศรีนครินทร์ก็ว่าได้ โดยเฉพาะใครที่คุ้นเคยทำเลในย่านนี้ ค่อนไปทางศรีนครินทร์หน่อยก็น่าจะลองไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างไว้เพื่อพิจารณากันดูนะครับ ยิ่งในอนาคตข้างหน้าถ้ารถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีให้ใช้งาน ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางได้มากขึ้นไปอีก แต่ระหว่างรอความหวังของอนาคต รถไฟฟ้าสายสีเขียวก็สามารถพึ่งพาได้อย่างจริงจัง ทางโครงการเองก็มีบริการ​ Shutter Bus รับส่งถึงสถานีอ่อนนุชด้วย ก็พอจะช่วยอำนวยความสะดวกได้ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะมองในแง่ของการอยู่อาศัยเอง สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นซื้อหาคอนโดของตัวเอง หรือจะจับจองไว้สำหรับลงทุน โครงการ A Space Me สุขุมวิท 77  ก็อยู่ในระดับราคาที่จับต้องได้ เอื้อมถึงได้ไม่ยาก สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม www.areeya.co.th หรือโทร. 1797