Tag : ของแต่งบ้าน

24 ผลลัพธ์
6 ไอเดียแต่งเติมความสดใส ต้อนรับซัมเมอร์ กับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 จากอิเกีย

6 ไอเดียแต่งเติมความสดใส ต้อนรับซัมเมอร์ กับคอลเล็คชั่นสุดพิเศษ SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 จากอิเกีย

เซย์กู๊ดบายลมหนาวที่ผ่านเข้ามาในช่วงสั้นๆ แล้วมาเตรียมต้อนรับซัมเมอร์อันแสนสดใสกันดีกว่า...หากพูดถึงหน้าร้อน หลายคนคงนึกถึงวันหยุดยาว และโปรแกรมท่องเที่ยวในฝันที่จะได้ออกเดินทางไปเติมพลังให้กับตัวเองกันทั้งนั้น แต่แน่นอน การไปเที่ยวไกลๆ สำหรับหลายๆ คนไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะเรื่องวันลาและค่าใช้จ่าย อิเกีย จึงขอเสนอ 6 ไอเดียสุดคูลที่จะช่วยให้ทุกคนเนรมิตช่วงเวลาสบายๆ แห่งการพักร้อนรับซัมเมอร์กันได้แบบง่ายๆ อย่างการทานไอศกรีมในช่วงพักเที่ยง สนุกสนานไปกับการปิกนิกที่บ้าน หรือนัดเพื่อนไปว่ายน้ำเล่นหลังเลิกเรียน   มาปรับเข้าสู่โหมดพักร้อนแบบง่ายๆ กับคอลเล็คชั่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 จากอิเกีย สร้างช่วงเวลาแห่งความสนุกให้กับชีวิตด้วยดีไซน์กราฟิกสุดเท่ และลายพิมพ์สีสันสดใส พบกับสารพันไอเท็มแต่งบ้านที่มีให้เลือกสรรอย่างละลานตา ตั้งแต่ผ้าขนหนูสีสันสุดจี๊ด เบาะรองนั่ง จานชาม ตะกร้าปิกนิกดีไซน์เฉียบ และอื่นๆ อีกมากมาย ผลงานการออกแบบร่วมของสองดีไซเนอร์ Lotta Kühlhorn และ Malin Unnborn ผู้ขึ้นชื่อเรื่องงานรูปทรงเรขาคณิตและลวดลายกราฟิกสีสดใส ร่วมด้วยเหล่าดีไซเนอร์จาก Textilgruppen & Papperian ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานกระดาษและผ้า   6 ไอเดีย เติมความสดใส  เปลี่ยน “บ้าน” ให้กลายเป็นที่พักผ่อนสุดชิลรับหน้าร้อน   1. มุมเล็กๆ สำหรับจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่  ไม่มีสนามใหญ่หลังบ้านก็ไม่เป็นไร เพราะระเบียงเล็กๆ ก็เป็นจุดเริ่มต้นวันพักผ่อนดีๆ ได้เหมือนกัน เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการจิบกาแฟสักถ้วยริมระเบียง เคล้าคลอไปกับแสงแดดอุ่นๆ หรือจะเพิ่มบรรยากาศของการพักร้อนด้วยการหยิบชุดว่ายน้ำหรือผ้าขนหนูสีสดใสออกมานอนผึ่งแดดรับกลิ่นอายฤดูร้อนก็ย่อมได้   ไอเท็มเด็ดห้ามพลาดสำหรับเที่ยวทะเลปีนี้!   ผ้าเช็ดตัว รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 499 บาท   ปลอกหมอนอิง รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 199 บาท   ผ้าเมตร รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 199 บาท/เมตร   2. ขยับออกมานั่งเล่นกลางแจ้งกันเถอะ รังสรรค์มุมเล็กๆ ใต้ต้นไม้ สูดอากาศ และอาบแดดอุ่นๆ ก็เหมือนได้ไปพักร้อนชิลๆ แล้ว ลองย้ายโซฟาเล็กๆ ออกมาเป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจ ใช้นั่งจิบน้ำชายามบ่าย หรือปรับเป็นมุมนั่งเล่นชมพระอาทิตย์ตกดินก็ดี เพิ่มสีสันด้วยพรมสีสดใส หรือโคมไฟที่มีลวดลาย ก็มีสไตล์ไปอีกแบบ   โซฟา 2 ที่นั่ง รุ่น HAVSTEN/ฮาฟสเติน ใช้ได้ทั้งใน/นอกอาคาร ราคา 17,200 บาท   โคมไฟ รุ่น SOLVINDEN/ซูลวินเดน ราคา 199 – 1,499 บาท   3. จิบน้ำชายามบ่ายสักนิด รู้หรือไม่ว่าการดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ในสภาพอากาศร้อนๆ แบบนี้ สามารถช่วยให้ร่างกายเย็นลงได้ อ่านมาถึงตรงนี้อาจชวนให้ขมวดคิ้ว แต่จริงๆ แล้ว การที่เรายิ่งเพิ่มอุณหภูมิให้ร่างกาย ยิ่งเท่ากับทำให้ความร้อนระเหยออกจากผิวหนังได้มากขึ้น ร่างกายจึงเย็นลงนั่นเอง รู้แล้วอย่ารอช้า มาเตรียมชุดน้ำชากันดีกว่า   กาน้ำชา รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 499 บาท   ถ้วยพร้อมจานรอง รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 299 บาท   แก้วน้ำ รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 249 บาท/6 ใบ ถาด รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 199 บาท   ตะกร้าปิกนิก รุ่น SOMMAR 2019/ซอมมาร์ 2019 ราคา 790 บาท   4. สบายแท้ ไม่กลัวฝน ไม่กลัวแดด ตกแต่งมุมนั่งเล่นสำหรับนั่งกินไอศกรีมเย็นๆ ท้าแดดซัมเมอร์ และใช้หมอนอิงใบเล็กๆ เพิ่มความสบายเวลาเอนหลังพิงดูสิ ทริคไม่ลับคือ ใช้หมอนอิงหุ้มด้วยปลอกหมอนที่มีคุณสมบัติกันน้ำและสีสดไม่ซีดจางง่าย นอกจากจะช่วยคงสีสันสดใสแห่งซัมเมอร์แล้ว ยังหมดห่วงเรื่องเปียกน้ำ เพราะแค่สะบัดเบาๆ ก็ไล่น้ำออกจากหมอนได้หมด   หมอนอิง รุ่น FUNKÖN/ฟุนเคิน ราคา 299 บาท   ปลอกหมอนอิง รุ่น FESTHOLMEN/เฟสโทลเมน ราคา 359 บาท   5. เบาะอเนกประสงค์ ไม่ว่าคุณจะใช้เวลาวันหยุดหน้าร้อนไปกับการโต้รุ่งดูซีรีส์โปรดอยู่ในบ้าน หรือออกมานั่งอ่านหนังสือรับแสงอาทิตย์ยามเย็น ลองใช้เบาะนั่งเล็กๆ เป็นตัวช่วยเพิ่มความสบาย เปิดสภาวะทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่มๆ หรือใช้เพื่อพักเท้าก็ชิลไปอีกแบบ เบาะนั่งและผ้าหุ้มเบาะ รุ่น OTTERÖN-INNERSKÄR/อทเตเริน-อินเนร์แควร์ ราคา 1,980 บาท   6. ยิ่งเยอะ ยิ่งครึกครื้น พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ อิเกียขอชวนทุกคนออกมาทำอาหาร จัดปาร์ตี้เล็กๆ กลางแจ้งกัน อย่ามัวแต่อุดอู้อยู่ในบ้าน เพราะการกินข้าวด้วยกัน หมายถึงความอร่อยที่เพิ่มขึ้น เสียงหัวเราะที่ดังขึ้น และรอยยิ้มที่กว้างขึ้นด้วย หาโอกาสเติมรอยยิ้มให้อิ่มกายอิ่มใจรับซัมเมอร์กันดีกว่า ทำเลเหมาะๆ สำหรับการจัดปาร์ตี้ อาจเป็นได้ทั้งที่สนามหลังบ้าน ริมชายหาด หรือสวนสาธารณะ แล้วอย่าลืมชวนคนที่คุณรักมากันเยอะๆ เพราะยิ่งเยอะ ก็ยิ่งครึกครื้น ชาร์จแบตให้ตัวเองในวันหยุด เติมความสดใสรับหน้าร้อนได้ง่ายๆ ด้วยคอลเล็คชั่นรับซัมเมอร์จากอิเกีย พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ อิเกีย เมกาบางนา และ อิเกีย บางใหญ่ ที่เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ IKEA.co.th      
5 ของตกแต่งบ้าน เพิ่มความโรแมนติกให้บ้านคุณ

5 ของตกแต่งบ้าน เพิ่มความโรแมนติกให้บ้านคุณ

1. ดอกไม้ สิ่งที่เป็นตัวแทนของความโรแมนติก คงหนีไม่พ้น ดอกไม้ เพราะดอกไม้เป็นสิ่งที่สวยงาม ความมีชีวิตชีวา ใครเห็นก็รู้สึกสดชื่น คนรักก็มักจะมอบช่อดอกไม้ให้แก่กันเพื่อแสดงความรัก หากมุมของบ้านมีดอกไม้ประดับอยู่ในแจกัน ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ ซึ่งในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องใช้ดอกไม้สดเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถใช้ดอกไม้ประดิษฐ์แทนได้ บางทีอาจจะสวยงามกว่าของจริงซะด้วยซ้ำ   2. แสงเทียน หากนึกถึงบรรยากาศโรแมนติก แสงจากเทียน เป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ที่นิยมนำมาเป็นของตกแต่ง ให้อารมณ์ความรู้สึกผ่อนคลาย ดูอบอุ่น เราสามารถใช้เชิงเทียนมาเป็นของตกแต่งบ้านได้ ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเชิงเทียนเดี่ยว แบบ 3, แบบ 5, แบบ 7 หรือแบบ 9 เล่ม โดยแสงสว่างก็จะเพิ่มตามจำนวนเล่มเทียน แต่ถ้ากังวลเรื่องการเกิดเพลิงไหม้ ปัจจุบันได้มีผู้คิดค้นเทียนแบบใส่ถ่านแบตเตอรี่ ให้แสงไฟใกล้เคียงกับของจริงมาก การวางเชิงเทียน เหมาะกับการวางไว้บนโต๊ะอาหาร หรือโต๊ะที่อยู่ตามมุมห้อง ตามทางเดิน เพื่อใช้เป็นแสงสว่างได้อย่างลงตัว   3.รูปภาพ การใช้รูปภาพ หรือกรอบรูป มาประดับผนังของบ้าน จะช่วยให้ห้องไม่โล่งเกินไป และถ้าเป็นภาพวิวทิวทัศน์แนวธรรมชาติ หรือภาพคู่แต่งงาน ก็จะช่วยสร้างบรรยากาศโรแมนติกได้ ยิ่งถ้ามีแสงเทียนส่องไปที่ภาพด้วยแล้ว ความรู้สึกคงจะเหมือนกลีบกุหลาบล่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าเลยทีเดียว แถมยังเป็นการย้ำเตือนความทรงจำในวันเก่าๆ ที่ความรักของคู่รักสุขงอม หวนให้นึกถึงคนึงหา   4. โคมไฟ ในบ้านหรือห้องนอน จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการติดหลอดไฟ เพื่อความสว่างในการอยู่อาศัย แต่ถ้าหากต้องการความโรแมนติก เราก็สามารถเลือกโคมไฟ ที่มีดีไซน์สวย แบบระย้า แบบรูปทรงแปลกตา มาช่วยเสริมให้บรรยากาศเป็นโทนสีละมุน โดยอาจจะใช้หลอดไฟสีอุ่น เช่น ส้มอ่อน รับรองห้องของคุณจะน่าอยู่มากขึ้น ใช้เวลาในบ้านมากขึ้น ได้อยู่กับครอบครัว   5. น้ำหอม น้ำหอมหรือน้ำหอมปรับอากาศ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของการสร้างความโรแมนติกให้กับบ้านของคุณ เพราะกลิ่นเป็นหนึ่งในสัมผัสทั้ง 5 สามารถช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เปลี่ยนอารมณ์และบรรยากาศของห้องได้ จึงไม่แปลกที่ห้องฮันนีมูนสูท จะใช้กลิ่นหอมของดอกไม้ มาช่วยสร้างบรรยากาศให้คู่รักรู้สึกผ่อนคลาย เคลิบเคลิ้ม   สำหรับใครที่กำลังอยากหาของตกแต่งบ้าน มาช่วยสร้างบรรยากาศความโรแมนติกในบ้าน ก็อย่าลืมนำของตกแต่งบ้านที่เราแนะนำ นำไปเป็นข้อมูลในการเลือกซื้อของกันดูนะค่ะ รับรองว่าจะช่วยให้คุณสร้างบรรยายกาศภายในห้องนอนได้เป็นอย่างดี แถมยังช่วยให้คุณมีช่วงเวลาดีๆ กับคนรักอีกด้วย ^_^   ขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.wemall.com/blog/3500/5-decorating-romantic ภาพประกอบจาก : https://pixabay.com https://unsplash.com  
8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

8 ทริค จัดบ้านรับโชค อยู่แล้วรวยตลอดปี

เมื่อบ้านคือที่อยู่อาศัย และเป็นพื้นที่พักผ่อน ตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอกของสมาชิกในครอบครัวได้ จึงไม่แปลกใจเลยค่ะว่านิยามคำว่า 'บ้านคือวิมาน' นั้นหมายความว่าอย่างไร แต่การอยู่บ้านให้อยู่ เย็น เป็นสุข ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ควรคำนึงนะคะ เพราะหลายๆ คนที่เชื่อในเรื่องของ ฮวงจุ้ย ก็มักจะให้ซินแซเข้ามาเป็นผู้ดูแล ตรวจสอบในบ้านว่ามีอะไรผิดหลักไปบ้างหรือเปล่า ต้องจัดวางอะไรตรงไหนถึงจะเฮง ปังไปทั้งปี ซึ่งถ้าใครกำลังรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงตกทำอะไรก็ไม่ค่อยรุ่ง เงินขาดสภาพคล่องต้องหยิบยืมบ่อยๆ แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะสละโสดเหมือนคนอื่นสักที วันนี้ Review Your Living มี 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี มาฝากกันค่ะ บอกเลยว่าเป็นวิธีที่ง่ายมาก แถมยังไม่ต้องทุบ รื้อ ถอน ให้สิ้นเปลืองใดๆ เพียงแค่ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดจัดบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์เสริมดวงกันหน่อย เงินทองจะได้ไหลมาเทมามีใช้ไม่ขาดมือแน่นอน..   1. หน้าบ้านต้องเปิดโล่งรับทรัพย์ หลายๆ บ้านที่มักมีของกองอยู่หน้าบ้าน โดยเฉพาะรองเท้า คือข้อเสียในการกีดกันโชคลาภในหลักฮวงจุ้ย เพราะบริเวณหน้าบ้าน โดยเฉพาะลานที่ตรงกับหน้าประตู เปรียบเสมือนโต๊ะที่วางกับข้าว สำหรับป้อนเข้าปาก ส่วนประตู ก็เปรียบเสมือนปาก ที่รอรับอาหาร หรือพลังงานดีๆ นั่นเอง หากวางของกีดขวาง หน้าบ้าน หน้าประตู ก็เหมือนถูกขวางปาก ไม่ให้รับอาหารเต็มที่ ทำให้กินได้น้อย โชคก็น้อยตามไปด้วย หากจำเป็นต้องมีของวางจริงๆ ก็ควรวางให้อยู่ด้านใดด้านหนึ่ง และใส่ตู้เก็บให้เรียบร้อยมิดชิด ไม่ให้กีดขวางด้านหน้า และที่สำคัญไม่ควรอยู่เหนือลม เพราะลมจะพากลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ เข้ามาในบ้าน ซึ่งถือเป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดี   2. เรียกเงินทองด้วยการเปิดประตูและหน้าต่าง การเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อเรียกเงินและทอง ไม่จำเป็นต้องเปิดทั้งวันนะคะ สำหรับบ้านบางพื้นที่ที่มีอากาศร้อนมาก ต้องเปิดแอร์ ก็ควรเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศในช่วงเช้าๆ ก่อน เพื่อรับมวลอากาศใหม่ๆ ที่บริสุทธิ์เข้ามาในบ้าน ซึ่งเป็นการสะสมพลังงานดีให้บ้านของเรา สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แนะนำให้เปิดประตูหน้าต่าง ในขณะที่เริ่มเปิดแอร์  สัก 5-15 นาที เพื่อให้ความชื้นที่สะสมในแอร์ และเชื้อโรคที่คั่งค้าง ได้รับการระบายออกไปก่อน แล้วค่อยรับอากาศใหม่เข้ามาในบ้านของเราค่ะ เพราะเมื่อมีลม ก็จะมีโชค เพราะลมนำพาออกซิเจนเข้ามา เพิ่มความสดชื่น และความปลอดโปร่งให้กับบ้านของเราได้เป็นอย่างดี   3. เปิดแสงสว่างส่องทางเข้าบ้าน แสงสว่าง คือ พลังหยาง หรือการเคลื่อนไหว Active หากคุณผู้อ่านรู้สึกนิ่งๆ เนือยๆ โชคลาภ ก็ไม่ถูกกระตุ้น ถ้าจัดบ้านให้มีความเป็นหยางมากเกินไป ก็จะส่งทำให้บรรยากาศในบ้านเคร่งเครียด อยู่ไม่สุข ดังนั้นควรเลือกไฟให้เหมาะกับตำแหน่งที่ใช้งาน จะได้เสริมทั้งโชค และอยู่บ้านอย่างมีความสุขด้วย เช่น บริเวณที่เราชอบอ่านหนังสือ หรือมุมแต่งหน้า ควรใช้ไฟขาว จะได้ไม่หลอกตา และไม่เสียสายตา ส่วนมุมที่เรานั่งพักผ่อนหย่อนใจ ก็อาจเป็นวอร์มไลท์ เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เคร่งเครียดมากเกินไปนะคะ ที่สำคัญทุกๆ พื้นที่ต้องมีไฟสว่างเพียงพอ ในตำแหน่งทางเดินต่างๆ ซึ่งเป็นเหมือนการนำทางพลังงานไปทุกที่ และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี   4. จัดวางเฟอร์นิเจอร์ซะใหม่ เมื่อมุมนั่งเล่นในบ้านเป็นที่ที่สมาชิกครอบครัวทุกคนพุดคุยปรึกษากัน ดังนั้นเฟอร์นิเจอร์ควรจะจัดให้ล้อมวง หรือชิดกันเพื่อง่ายต่อการพูดคุยกัน ไม่ควรจัดชิดผนังทั้งหมด เพราะจะเป็นการเพิ่มระยะห่างและทำให้สมาชิกแต่ละคนอยู่ในมุมของตัวเอง อีกอย่างหนึ่งที่แนะนำคือการปูพรมรองพื้นเฟอร์นิเจอร์ ไม่จำเป็นต้องวางเฟอร์นิเจอร์ทั้งตัวไว้บนพรมก็ได้ แต่อย่างน้อยควรให้ขาด้านหน้าของเฟอร์นิเจอร์วางอยู่บนพรม   5. เลือกของตกแต่งบ้านตามธาตุ ในวิชาโหราศาสตร์จีนและฮวงจุ้ยเชิงวิชาการ เรามองทุกสิ่งรอบตัวเป็นธาตุ รวมถึงทิศทางต่างๆ ด้วย ดังนั้นการตกแต่งบ้านให้รับโชค จึงควรทำระบบธาตุในบ้านของเรา เกิดความสอดคล้อง ทั้งก่อเกิด และถ่ายเท เพื่อความสมดุลของพลังงานทุกๆ ส่วนในบ้าน นอกจากจะช่วยส่งเสริมโชคลาภแล้วยังช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัย มีสุขภาพที่ดี และมีความรักใคร่สามัคคีกันอีกด้วย โดยในขั้นสูงนั้น ซินแสจะมีการเสริมธาตุที่ดีกับดวงให้กับแต่ละบุคคลอย่างเฉพาะเจาะจง ในตำแหน่งที่ดีกับดวงเป็นพิเศษด้วย   สำหรับทิศเหนือ : เป็นทิศธาตุน้ำ ควรตกแต่งด้วยน้ำพุหรือวัตถุทรงโค้ง ทรงกลม วาว รูปคลื่น หรือใช้สีฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ขาว เงิน ทอง และห้ามใช้สี เหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศใต้ : เป็นทิศธาตุไฟ ควรประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ ต้นไม้ หรือวัตถุทรงสูง ทรงกระบอก ทรงปิระมิด หรือใช้สีแดง ชมพู เขียว และห้ามใช้สี ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ ตกแต่งบ้านเด็ดขาด ทิศตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุไม้ ควรตกแต่งด้วยต้นไม้ น้ำพุ หรือวัตถุทรงสูง รูปทรงคลื่น หรือใช้สีเขียว ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ และห้ามใช้สีเงิน ทอง โลหะ ต่างๆ ตกแต่งบ้านในทิศนี้เด็ดขาด ทิศตะวันตก และตะวันตกเฉียงเหนือ : เป็นทิศธาตุทอง ควรตกแต่งด้วยโลหะ ทรงกลม แวววาว เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเงิน ทอง น้ำตาล ครีม เหลือง ส้ม โอรส ห้ามใช้สีแดง ชมพู ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ : เป็นทิศธาตุดิน ควรตกแต่งด้วย เซรามิก เครื่องปั้นดินเผา หรือสีเหลือง ส้ม ครีม น้ำตาล โอรส แดง ชมพู ห้ามใช้สีเขียว ตกแต่งบ้านในทิศทางนี้โดยเด็ดขาด   6. เก็บกวาดบ้าน เตรียมรับโชค พื้นที่รกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย มักจะทำลายพลังและนำความไม่มั่นคงมาสู่บ้าน ดังนั้นควรจัดการทำความสะอาดพื้นที่เหล่านั้นให้เรียบร้อย และเพิ่มต้นไม้หรือดอกไม้เข้าไปเพื่อปรับพื้นที่ให้อากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งถ้าเป็นไปได้ควรนำน้ำพุมาตกแต่งบ้านด้วยก็ดีนะคะ เพราะน้ำพุถือว่าเป็นตัวแทนของความมั่งคั่งในหลักของฮวงจุ้ย ซึ่งช่วยสร้างพลังและความเจริญรุ่งเรือง ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของเงินทองด้วยค่ะ   7. เลือกใช้สีส่งเสริมการเงิน หากอยากเสริมโชคลาภ ส่งเสริมการเงิน ลองใช้สีที่สื่อถึงธาตุไม้ ธาตุน้ำ และธาตุดิน อย่าง สีเขียว สีน้ำตาล สีน้ำเงิน สีดำ สีส้มดิน หรือสีเหลืองอ่อน ตกแต่งในพื้นที่การเงิน ไม่ว่าจะในรูปแบบของสีผนัง สีผ้า หรือของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ก็จะช่วยส่งเสริมพลังแห่งความมั่งคั่งให้กับเราได้ นอกจากนี้สีของธาตุไฟอย่าง สีแดง สีส้ม สีม่วง สีม่วงแดง หรือสีชมพู ก็ช่วยกระตุ้นพลังทางด้านการเงินได้เช่นกัน เพียงแต่ควรใช้แต่น้อยหรือแค่แต่งแต้มเป็นบางจุดก็พอค่ะ   8. เครื่องรางทางฮวงจุ้ยก็ช่วยเกื้อหนุนได้ อีกหนึ่งทริคดีๆ ในการจัดบ้านเพื่อเรียกโชคลาภ ควรเลือกเครื่องรางทางฮวงจุ้ยที่ชอบและเข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านมาใช้ เช่น ตู้ปลาที่จัดถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย หรือเลี้ยงปลาที่ส่งเสริมโชคลาภ เช่น ปลาเงิน ปลาทอง ปลามังกร ปลาคาร์พ นอกจากนี้การตกแต่งบ้านด้วยเหรียญจีนโบราณมหาจักรพรรดิ แจกันความมั่งคั่ง เรือสำเภาจีน พระพุทธรูปแห่งความสุข (Laughing Buddha) คริสตัลไพไรต์ หรือซิทริน ก็ล้วนแต่ช่วยส่งเสริมโชคภาภได้เป็นอย่างดี   การจัดและตกแต่งบ้านอย่างถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย จะช่วยดึงดูดความมั่งคั่งร่ำรวยมาสู่คนในบ้านได้ ลองนำ 8 ทริค จัดบ้านเพื่อรับโชคลาภ อยู่แล้วรวยตลอดปี  ไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ นอกจากนี้ยังควรรักษาพลังงานให้สดชื่นและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ โดยการทำบ้านให้มีกลิ่นหอมสดชื่นด้วยการใช้กลิ่นอโรมา กลิ่นดอกไม้สด หรือเทียนหอมก็ได้ค่ะ และอย่าลืมว่าแสงสว่างที่พอดีก็มีความสำคัญเช่นกันนะคะ รวมถึงอาจเปิดเพลงที่ฟังไพเราะเพื่อกระตุ้นพลังงานด้านบวก และสิ่งสุดท้ายที่ลืมไม่ได้ คือพื้นที่การเงินจะต้องสะอาดและเป็นระเบียบอยู่เสมอนั่นเอง   ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก : หมอเกตุ ธันยมัย ธำรงพุทธิกุล รูปภาพจาก : Pinterest            
ชวนแต่งบ้านให้น่าอยู่…ด้วยไอเท็มเด็ดจากร้านค้าใน Instagram

ชวนแต่งบ้านให้น่าอยู่…ด้วยไอเท็มเด็ดจากร้านค้าใน Instagram

สำหรับคนรักบ้านนั้น เชื่อว่าคงไม่มีอะไรทำให้สุขใจเท่าการตกแต่งบ้านหรอกใช่ไหมคะ? ก็แหม ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่พักผ่อนและอยู่อาศัยซึ่งประกอบไปด้วยห้องต่างๆ มากมาย การตกแต่งให้บรรยากาศโดยรวมดูน่าอยู่จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเพิ่มความสวยงามน่ามองแล้ว ยังสะท้อนตัวตนของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ไม่รอช้า...ไปดูร้านค้าของแต่งบ้านชิคๆ เก๋ๆ ในแอพพลิเคชั่นยอดฮิตอย่าง Instagram ที่เราคัดมาฝากกันในวันนี้ดีกว่า ร้านไหนมีไอเท็มเด็ดและน่าช็อปให้เสียสตางค์ ติดตามได้ที่นี่เลยค่า LETTER LAND เริ่มกันที่แบรนด์แรกกับ LETTER LAND แบรนด์โคมไฟแฮนด์เมดรูปทรง Alphabet ที่ดูแปลกตาจากโคมไฟในท้องตลาดทั่วไป ดีไซน์เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ A-Z ขนาดกะทัดรัด แฝงไปด้วยความเรียบง่ายสไตล์มินิมอล ในโทนสีขาวดำ โดยใช้โลหะและอคิลิคเป็นวัสดุหลัก แถมไฟด้านในก็ยังสบายสายตาเนื่องจากใช้ LED Warm White เรียกได้ว่านอกจากมีสไตล์แล้วยังใช้งานได้ดีอีกด้วย ไม่ว่าจะเอาไปวางไว้มุมไหนของบ้านก็คงเก๋ไม่ใช่น้อย ใครอยากได้โคมไฟชื่อตัวเองมาประดับตกแต่งบ้าน คงต้องซื้อแล้วล่ะ เพราะของมันต้องมีจริงๆ เชื่อเรา! Instagram : @Letterland Line : @letterland a piece of life #LetterlandBkk #lamp #typography A post shared by LETTER LAND (@letterland) on Nov 10, 2017 at 4:08am PST ☺ #LetterlandBKK #Letter #Laml #a #& #gift #decor #alphabet A post shared by LETTER LAND (@letterland) on Apr 29, 2017 at 7:32pm PDT   Ordinary_made ขยับมาที่ร้านขายของแต่งบ้านแสนน่ารักและนับว่าเป็นเจ้าแรกๆ ในอินสตาแกรมอย่าง ordinary made ที่คัดสรรแต่สรรพสิ่งของกุ๊กกิ๊กเอาใจหนุ่มสาวได้ดีกับเหล่าโมเดลสัตว์จำลอง อาทิ กวาง, กระรอก, สุนัขจิ้งจอก และอีกนานาสัตว์ที่ชวนซื้อมาตกแต่งบ้าน หรือโต๊ะทำงานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีจานพิมพ์ลาย กรอบรูปพร้อมภาพวาดสีน้ำและของใช้น่ารักอื่นๆ ให้เลือกช้อปอย่างจุใจ ใครที่อยากเพิ่มความมุ้งมิ้งให้แก่บ้านไม่ควรพลาดเลยค่ะ Instagram : @Ordinary_made "โมเดลจิ้งจอก มี 2 แบบ (นอน, นั่ง)" • ตัวประมาณอุ้งมือ มีสีละตัวค่ะ สำหรับวางตกแต่ง บ้าน ร้านค้าคาเฟ่ หรือเป็นพร๊อบถ่ายรูป หรือจะจัดเป็นของขวัญเก๋ๆ ไม่เหมือนใครให้คนพิเศษ ทางร้าน @ordinary_made ขายโมเดลสัตว์จำลองแบบนี้มาเป็นเจ้าแรกๆ เลยค่ะ : ) Size : นอน 7 x 4 cm, นั่ง 8 x 9 cm Instock : บางตัวติดจองแล้ว ไลน์มาขอดูภาพที่เหลือได้ค่ะ Price : นอน 160 ฿, นั่ง 170 ฿ #zakkabangkok #zakkacafe #zakkathailand #homedecor #handmade #diy #cafe #cafebkk #cafethailand #chic #handmade #doll #model #fox Order ได้ 24 ชม. Line • @ordinarymade (มี@) Fb • ordinarymade Ig • @ordinary_made Shopee • ordinarymade A post shared by ออดินารี่เมด 39.8k (@ordinary_made) on Sep 8, 2017 at 5:10am PDT "ปลอกหมอนลายใบไม้ สไตล์ทรอปิคัล" • มีซิปถอดซักทำความสะอาดได้ค่ะ จะใช้เดี่ยวก็สวย ใช้เป็นเซ็ตมิกซ์หลายๆ ลายก็เก๋ค่ะ : ) Size : 45 x 45 cm Instock : ใบตองรวม, ใบตองเดี่ยว, ใบตอง+ใบจั๋ง, ใบไม้รวม Price : 390 THB #zakkabangkok #zakkacafe #zakkathailand #homedecor #handmade #diy #cafe #cafebkk #cafethailand #garden #tropical #ปลอกหมอน Order ได้ 24 ชม. Line • @ordinarymade (มี@) Fb • ordinarymade Ig • @ordinary_made Shopee • ordinarymade A post shared by ออดินารี่เมด 39.8k (@ordinary_made) on Aug 27, 2017 at 7:04am PDT พร้อมส่ง 2 ขนาด! "จานรูปฟลามิงโก้" • เซรามิค ยกขอบ ทรงน่ารัก ใส่อาหาร ขนม หรือไว้ใส่เครื่องประดับก็ได้ค่ะ สีสวยหวาน : ) Size : S 16 x 10 x 3 cm, L 15 x 25 x 3 cm Instock : S 2, L 1 Price : S 300 ฿, L 420 ฿ #zakkabangkok #zakkacafe #zakkathailand #homedecor #handmade #diy #cafe #cafebkk #cafethailand #chic #kitchen #fashion #จาน Order ได้ 24 ชม. Line • @ordinarymade (มี@) Fb • ordinarymade Ig • @ordinary_made Shopee • ordinarymade A post shared by ออดินารี่เมด 39.8k (@ordinary_made) on Oct 7, 2017 at 1:15am PDT   gardenwednesday เอาใจคนที่ชอบปลูกไม้ประดับต้นเล็กกันบ้าง กับร้านขายกระถางต้นไม้รูปทรงแปลกตาสำหรับใส่ต้นไม้ขนาดเล็ก โดยฝีมือเจ้าของเป็นผู้ปั้นเอง ซึ่งแต่ละชิ้นเป็นงาน unique ที่ไม่ซ้ำใคร ถูกออกแบบให้มีใบหน้ายิ้มแย้ม ชวนฝันและตั้งคำถาม โดยเฉพาะการเลือกสีพาสเทลหรือเฉดสีพิเศษของ gardenwednesday นั้นจะให้ความรู้สึกอบอ่นสบายตา เมื่อจัดวางต้นไม้สีเขียวลงไปสีบนกระถางจะยิ่งถูกดึงขึ้นมาให้เด่นชัดขึ้น จึงไม่แปลกใจเลยที่กระถางรูปทรงแปลกตาเหล่านี้จะได้รับความนิยม และถูกนำไปประดับตกแต่งบ้านมากมาย Instagram : @gardenwednesday Mr.simon BIG+BIH 2017 17-22 oct booth x32 x34 A post shared by ร้าน Gardenwednesday (@gardenwednesday) on Oct 17, 2017 at 6:36pm PDT good morning good view A post shared by ร้าน Gardenwednesday (@gardenwednesday) on Jan 15, 2016 at 5:47pm PST   Wonderwall Studio สำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์ตกแต่งบ้านหรือจัดงานปาร์ตี้เก๋ๆ อาทิ ธงสามเหลี่ยมสองหู, ป้ายผ้า ไม่ควรมองข้าม Wonderwall Studio เลยค่ะ เพราะที่ร้านเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถ Custom เองได้ดั่งใจ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีผ้าและลวดลาย ตลอดจนสีของตัวอักษรก็เลือกเองได้หมด รับรองว่าไม่ว่าจะเอาไปประดับไว้มุมไหนของบ้านก็โดดเด่นและสวยงามขึ้นมาง่ายๆ Instagram : @Wonderwall.Studio เซทตัวอักษรห้อย ต่อเป็นคำเองได้ ไม่จำกัด เอาไปแต่งห้องเก๋ๆ กัน ในเซทมีทั้งหมด 147 ชิ้น สร้าง+สลับ เป็นคำได้มากมาย เปลี่ยนคำได้เองตลอดไปเลย (เป็นกระดาษการ์ดนะค้า) เซทละ 390฿ เท่านั้น ส่ง ems 50฿ จ้า ทักเลย ✔ #wonderwallandhomedecore A post shared by ธงสามเหลี่ยมสองหู • ป้ายผ้า (@wonderwall.studio) on Oct 22, 2017 at 6:59am PDT จัดได้น่ารักมว้ากกกก ขอบคุณ K. Peanuts สำหรับรีวิวน่ารักๆ นะค้า น่ารักมั่กๆเลยยย ❤❤❤ ดูรีวิวธงน่ารักๆอีกมากมายได้ที่ #urwonderwallreview A post shared by ธงสามเหลี่ยมสองหู • ป้ายผ้า (@wonderwall.studio) on Aug 22, 2017 at 6:50am PDT   barrel_workshop_th ใครที่ชอบงานไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คงพลาดไม่ได้เลยกับโคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์แสกนดิเนเวียนที่ทำจากไม้สนนิวซีแลนด์ แฝงไปด้วยความเรียบง่ายแต่ยังดูเก๋ไก๋ ซึ่งสินค้าจะเป็นงานแฮนด์เมดที่เนี้ยบและดูโมเดิร์น แต่ที่ทำให้โคมไฟดูสะดุดตาไปมากกว่าไม้ คือหลอดไฟเอดิสัน หลอดไฟวินเทจที่มีไส้สวยงามประดับรวมเป็นหนึ่งเดียวกับงานไม้ นอกจากนี้ barrel_workshop_th ยังมีของแต่งบ้านดีไซนืเก๋จากไม้อื่นๆ มากมาย อาทิ แท่นชาร์ตมือถือ และนาฬิกา เป็นต้น ใครที่อยากแต่งบ้านให้ออกมาดูชิคๆ มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร ต้องเข้าไปสั่งซื้อใน Instagram แล้ว Instagram : @barrel_workshop_th Wood House โคมไฟไม้สนนิวซีแลนด์ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน สามารถปรับความสว่างของหลอดไฟเพื่อให้เหมาะกับห้องทุกสไตล์ สนใจสอบถาม แอดไลน์ LINE: @barrel_workshop #barrelworkshop Follow us on Facebook: barrel_workshop A post shared by Barrel Workshop (@barrel_workshop_th) on Aug 27, 2017 at 11:53pm PDT Line : @barrel_workshop (with@) A post shared by Barrel Workshop (@barrel_workshop_th) on May 14, 2016 at 7:49am PDT   Dear_Homestylish Dear Homestylish เป็นอีกหนึ่งร้านที่เราอยากแนะนำมาก เพราะสินค้าที่ทางร้านแนะนำมานั้นล้วนแต่ดีต่อใจ เหมาะแก่การแต่งบ้านซะเหลือเกิน ใครอยากได้ข้อความเก๋ๆ มาติดบ้าน แต่เป็นคนขี้เบื่อ กล่องไฟตัวอักษรจากทางร้านคือตัวเลือกที่ดีเลย เพราะเราสามารถเปลี่ยนตัวอักษรได้ตามใจ แถมยังมีสินค้าแต่งบ้านอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ตระกร้าใส่ผ้าดีไซน์เก๋, กระจกส่องหน้าแบบมีไฟที่ทางร้านออกแบบเอง และยังอัพรูปภาพไอเดียแต่งบ้านสไตล์คลีนๆ มินิมอลอยู่บ่อยครั้งอีกด้วย ใครที่ชอบเข้าเว็บ pinterest.com คงต้องเข้าไป Follow ด่วน Instagram : @dear_homestylish Cute idea for decorating your room ✨ Adding some text with our chic cinematic light box - Cool idea Now on promotion 890.- (discount from 1,290) A post shared by Dearhomestylish (@dear_homestylish) on Jun 21, 2017 at 7:50am PDT อยากได้แบบชิคๆ ต้องรุ่นนี้คะ➕ ✔ ขนาด 40*50cm ใหญ่จุของได้เยอะมากกก พับเก็บได้นะคะ เลือกได้เลยคะ มีครบสี แล้วแต่สไตล์บ้านเลย สำหรับเราชอบสีขาว+เทาคะ เพราะเข้าได้กับบ้านทุกรูปแบบ ราคาเบาๆเพียง 280.- เท่านั้น คุ้มมากๆ ใช้ได้นาน ไม่มีตระกร้าแตก ด้านในมีเคลือบพลาสติก ไม่ต้องกลัวจะมีกลิ่นอับ ด้านในกันน้ำได้คะ A post shared by Dearhomestylish (@dear_homestylish) on Jul 9, 2017 at 7:00am PDT   things_to_make_and_do นับว่าเป็นร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความเก๋และน่ารักของสินค้า กับร้าน Things to make and Do ที่มีหน้าร้านอยู่ The Bloc ราชพฤกษ์ และมีขายออนไลน์ในอินสตาแกรม ซึ่งทางร้านจะมีภาพสวยๆ ของสินค้าไม้ที่รวบรวมคัดเลือกอย่างดีมายั่วให้เกิดกิเลสอยู่เสมอเลยค่ะ เอกลักษณ์สินค้าของแบรนด์คือเป็นงานฝืมือเกือบทั้งหมด โดยทำกันในภายในครอบครัวทั้งการออกแบบและการผลิต มีทั้งอุปกรณ์เครืองเขียน ถาดใส่ของ กระดานบอร์ด แก้วน้ำ ที่แขวนต่างๆ ซึ่งถ้าเป็นงานไม้จะใช้ไม้บีช โอ๊ก และเมเปิ้ล ที่หน้าตาออกมาเป็นงานแฮนด์เมด เรียบๆ ในโทนสีอ่อนส่วนถ้าเป็นงานผ้าก็จำพวกหมอนอิง เป็นต้น ใครอยากได้ของแต่งบ้านที่ดูน่ารักและเก๋ไก๋ ลองแวะไปเลือกดูได้นะคะ Instagram : @things_to_make_and_do Happy time!! A post shared by Things to make and do (@things_to_make_and_do) on May 11, 2017 at 2:44am PDT : ) A post shared by Things to make and do (@things_to_make_and_do) on Dec 15, 2016 at 7:58am PST   cafestationn มาตกแต่งบ้านด้วยอุปกรณ์ในครัวที่ทำจากไม้กันดีกว่าค่ะ ที่ร้าน cafestationn มีไอเท็มที่ทำจากไม้หลากหลายรูปแบบที่ทุกคนเห็นแล้วจะต้องชื่นชอบ โดยพิถีพิถันในการออกแบบและควบคุมคุณภาพ คอนเซ็ปต์ของทางร้านจะเน้นที่ความเรียบง่ายและน่ารักสไตล์ Zakka นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสั่งสลักชื่อหรือโลโก้ลงไปบนสินค้า เช่น จานไม้, ช้อนส้อมไม้ ได้อีกด้วย ใครอยากให้บ้านดูอบอุ่นสไตล์ญี่ปุ่นหน่อยๆ คงพลาดไม่ได้แล้วล่ะ Instagram : @cafestationn ภาพผลงาน ออเดอร์จากร้าน Café - ไอคาเฟ่ จ.สุโขทัย ในภาพมีสินค้าหลายอย่างเลยค่ะ ทั้งจานกลมมีด้าม 6" / เขียงหลุม / กล่องทิชชู่ใหญ่ / ที่รองแก้วมีด้าม / กระกร้าเครื่องปรุงใหญ่ / ถาดหลี่ยม 10*14 ลูกค้าสั่งสลักทุกชิ้นไปใช้ที่ร้าน หากใครผ่านไปลองแวะร้านกันดูได้ค่า สนใจจานถาดไม้สั่งได้ค่ะ ไม่มีขั้นต่ำ ชิ้นเดียวก็รับสลัก ราคาส่ง 10 ชิ้นต่อแบบ หากต้องการจานไม้ขนาดและทรงของตัวเองสามารถสั่งทำได้เช่นกันที่ 100 ชิ้นต่อแบบเท่านั้น เข้ามาดูและเลือกชมสินค้าที่ออฟฟิสได้ค่ะ อยู่ซ.ทวีวัฒนา 20 ต้องนัดล่วงหน้าค่า LINE : @cafestationn (มี@) INBOX : m.me/cafestationn Tel : 081-8177468 (จ๋า) / 081-9885390 (ทอม) Email : cafestationn@gmail.com แค็ตตาล็อกสินค้า : https://goo.gl/vM47Zv << คลิกที่ลิงค์ *ของไม้ของเราผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย มาตรฐานยุโรป 2016 และสามารถออกใบกำกับภาษีได้ ราคาส่ง 10 ชิ้นต่อแบบค่ะ A post shared by จานไม้ ช้อนไม้ สลักชื่อ โลโก้ (@cafestationn) on Sep 14, 2017 at 1:15am PDT Café Stationn Hall Of Flame ชามทรงสูง ขนาดปากกว้าง 6" x ลึก 2.5" ปลีกชิ้นละ 135 บ. , ส่ง 110 บ. / ค่าสลัก ปลีกชิ้นละ 35 บ. , ส่ง 30 บ. ช้อนซุปด้ามแบนยาว 20 cm. ปลีกชิ้นละ 35 บ. , ส่ง 20 บ. / ค่าสลัก ปลีกชิ้นละ 20 บ. , ส่ง 10 บ. ราคาส่ง 10 ชิ้นต่อแบบ คละไม่ได้ LINE : @cafestationn (มี@) INBOX : m.me/cafestationn ราคานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม A post shared by จานไม้ ช้อนไม้ สลักชื่อ โลโก้ (@cafestationn) on May 5, 2017 at 11:09pm PDT เขียงสั้นหูกลม ปลีก 130฿ ส่ง 90฿ ‼ราคาส่ง 10 ชิ้นต่อแบบต่อขนาด คละไม่ได้ LINE : @cafestationn (มี@) ✨ค่าสลัก : ภาชนะเริ่มต้น 25 บ./ชิ้น , ช้อนส้อม 10 บ./ชิ้น ✨ระยะเวลาสลัก : หลังโอน 1-2 วันเสร็จแล้วจัดส่ง ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัย ออกใบกำกับภาษีได้ ✈We Ship Worldwide A post shared by จานไม้ ช้อนไม้ สลักชื่อ โลโก้ (@cafestationn) on Feb 24, 2017 at 8:37pm PST .instagram-media{margin:10px auto !important;}
ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ

ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ

ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ นอกจากการพิถีพิถันเรื่องการซื้อบ้าน ซื้อคอนโดแล้ว พวกเราชาวหนุ่มสาวออฟฟิศ ก็ยังพิถีพิถันเรื่องการแต่งบ้าน และแน่นอนว่าคงไม่อาจเลี่ยงการเอางานจากที่ออฟฟิศมาทำที่บ้านต่อ วันนี้ทีมงาน Reviewyourliving.com จึงมีไอเดียในการจัดโต๊ะทำงานที่บ้านมาให้ดูเป็นแนวทางกัน   1.บอร์ดผนังของฉัน เริ่มต้นที่ไอเดียนี้ แม้โต๊ะจะมีพื้นที่น้อย แต่กำแพงที่ว่างเปล่าก็สามารถเล่นลูกเล่นได้อิสระ เพียงนำบอร์ดมาติดผนังไว้ จากนั้นอยากตกแต่งหรือจัดเรียงเป็นแบบไหน ก็เลือกได้ตามใจแบบที่คุณชอบได้เลย แต่ถ้าจะให้สะดวก สิ่งของที่คุณ หยิบใช้บ่อยๆ ให้วางไว้ด้านล่าง ส่วนของที่นานๆ ใช้ก็เอาไว้สูงหน่อย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 2.กระดานดำติดผนัง สำหรับคนที่ชอบจดบันทึก จะมาจดในโพสต์อิตก็ดูจะธรรมดาเกินไป ดังนั้นมาแปลงโฉมกำแพงของคุณให้กลายเป็นกระดานดำ ที่ไว้จดงานต่างๆ อยากเปลี่ยนสี อยากเขียนตัวอักษรเล็กใหญ่ขนาดไหนก็ตามใจคุณได้เลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : apartmenttherapy.com 3.โต๊ะง่ายๆ จากตู้เก่าๆ ไอเดียนี้แค่มองก็บอกเลยว่า "เรียบง่าย" ไม่ได้มีการตกแต่งอะไรมาก เพียงแค่คุณหาตู้เหล็กเก่าๆ ที่มีความสูงไล่เลี่ย ตามสัดส่วนการนั่งของคุณมาประยุกต์เป็นขาโต๊ะ จากนั้นนำแผ่นไม้ที่มีขนาดพอเหมาะมาวาง เท่านี้โต๊ะทำงานแสนเรียบง่าย ของคุณก็เกิดขึ้นแล้ว นอกจากจะเรียบง่ายแล้วการโยกย้ายก็ยังสะดวกด้วยอีกนะ ถือว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่ประหยัดงบ ในกระเป๋าคุณมากเลยเชียวล่ะ   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : meadowlakeroad  4.คุมโทนให้หวาน สำหรับสาวๆ ที่เบื่อโต๊ะทำงานที่ออฟฟิศสีเรียบๆ คราวนี้ได้มีโต๊ะทำงานที่บ้านเป็นของตัวเองก็อยากจะหวานแหววบ้างใช่ไหมล่ะ ซึ่งการทำให้มุมโต๊ะนี้ดูสวยงาม คุณจะต้องคุมโทนของโต๊ะด้วยของตกแต่งและอุปกรณ์ของใช้ เช่น บอร์ด ภาพวาด ชั้นวางของ เท่านี้โต๊ะทำงานสีหวานก็เป็นของคุณแล้ว   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : littlebigbell 5.โต๊ะทำงานสองเรา กับสิ่งของมากมาย ส่วนไอเดียโต๊ะนี้ สำหรับคนมีคู่ต้องร้อง "ว้าว" เพราะสามารถจัดทุกอย่างได้ลงตัว จุดเด่นอยู่ที่โต๊ะทำงานสีขาวที่หันหน้าชนกัน และใช้ประโยชน์จากด้านข้างมาเป็นที่เก็บกระดาษและเอกสาร ซึ่งหากทั้งคู่มีโปสเตอร์งาน หรือเอกสารงานต่างๆ ก็สามารถนำมาเก็บที่โซนนี้ได้ และใช้ตรงกลางทำเป็นบอร์ดได้อีก เรียกว่าแบ่งโซนการทำงานของคน 2 คนได้อย่างดี   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : petitevanou.tumblr.com 6.โต๊ะทำงานในบางวัน สำหรับไอเดียนี้ เหมาะกับคนที่บอกตัวเองว่า นานๆ ทีค่อยเอางานมาทำละกัน และบางวันก็อยากทำงานประดิษฐ์เล็กๆ น้อยๆ เพื่อผ่อนคลาย ซึ่งโต๊ะนี้ก็ตอบสนองได้อย่างดี เพียงแค่คุณดึงสลักออกแล้วดึงบานไม้มาตั้งดังภาพ เท่าก็ได้โต๊ะทำงานแล้ว หากไม่ใช้ก็ค่อยดึงขึ้นเพื่อเก็บ แบบนี้ช่วยประหยัดเนื้อที่และทำความสะอาดบริเวณนี้ได้สบายเลย   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : zulily 7.ให้แสงช่วยเสริมจินตนาการ  หากมุมโต๊ะทำงานมีแสงสว่างที่เพียงพอก็จะช่วยทำให้คุณรู้สึกมีจินตานาการ อยากไปนั่งทำงาน ขีดๆ เขียนๆ หรือนั่งอ่านหนังสือเล่น หากคุณไม่ได้ใช้โต๊ะนี้ทำงาน ก็เพียงเปิดไฟเอาไว้ ที่ช่วยห้องให้ดูมีมิติในเวลากลางคืน   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : decopeques 8.โต๊ะไม้ขาวกับพื้นที่สีเขียว โต๊ะทำงานนี้ไม่ได้ถูกสร้างให้มีพื้นที่เก็บของเยอะมากนัก แต่ไอเดียที่เห็นคือ เน้นเพียงวัสดุไม้ สีขาว และสีเขียว ซึ่งทำให้ดูสบายตา และสามารถจดจ่อไปกับงานที่เคร่งเครียดบนโต๊ะได้อย่างดี เช่น หากคุณเป็นนักเขียน ก็จดจ่อกับงานเขียน แต่เมื่อไรที่รู้สึกล้าตาก็สามารถมองมาที่กระถางต้นไม้สีเขียวนี้ได้   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : el124.com 9.โต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่จัดให้อิสระได้ สำหรับผู้ที่มีห้องทำงานเป็นสีเหลี่ยมจัตุรัส แต่ต้องการใช้พื้นที่สำหรับ 2 คน การนำโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสมาวางตรงกลางห้องแบบนี้ ก็ทำให้คุณสามารถเดินได้รอบโต๊ะ ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างมากขึ้น เช่น หากในวันที่ต้องตรวจงานพรินท์แผ่นใหญ่ๆ ก็จะมีพื้นที่ในการทำงานมากขึ้น ช่วยให้การทำงานของคุณคล่องตัวมากขึ้นไปอีก   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : anamedeiros  10.โต๊ะสำหรับนักเดินทาง บอกเลยว่าโต๊ะนี้เหมาะกับคนที่พักเรื่องงานไว้ที่ออฟฟิศ และเน้นเรื่องเที่ยวเท่านั้น ด้วยความที่โต๊ะนี้เน้นความอิสระมาก ไม่ได้มีฝาปิดในการเก็บของ เพียงคุณนำตะกร้าหวายมาวางไว้ก็สามารถเป็นที่เก็บของได้แล้ว และการที่มองเห็นง่าย คุณสามารถหยิบจับไปใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งหมวก แว่นตา นึกอยากไปเที่ยวก็หยิบของแล้วออกไปเจอโลกกว้างได้ทันที   ขอบคุณภาพจาก : pinterest.com : fashionindahat.com   ไอเดียโต๊ะทำงานสไตล์หนุ่มสาวอินดี้ นักครีเอทีฟ และนี่ก็คือทั้งหมดของไอเดียโต๊ะทำงานที่เรานำมาฝากให้คุณได้เลือกไปแต่งโต๊ะทำงานได้ตามใจ ที่สำคัญของโต๊ะทำงานนี้คือ เน้นความเป็นอิสระ แต่มีความเป็นระเบียบ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเอาไว้ทำงานที่บ้าน หรือทำงานอดิเรกก็สามารถใช้โต๊ะทำงานนี้ได้อย่างคุ้มค่าเลย
ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น

ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น การแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ที่คงความเรียบง่าย แต่ดูยังไงก็ไม่เบื่อ ใครที่กำลังอยากได้ไอเดียไปจัดห้องใหม่ ลองมาดูไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นกันได้เลยค่ะ หลักการง่ายๆ ไม่มีอะไรยาก แค่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้กับโทนสีขาวหรือสีเอิร์ธโทน ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามา เน้นความเรียบง่าย ความเป็นธรรมชาติ และความรู้สึกอบอุ่น หรือจะหาต้นไม้สีเขียวๆ มาวางประดับ เท่านี้ก็ได้ห้องตามแบบฉบับสไตล์ญี่ปุ่นแล้วค่ะ     1.ประตูบานเลื่อนกระดาษ ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ที่ยังไงยังไงก็ดูญี่ปุ่น ก็คือการใช้ประตูบานเลื่อนกระดาษ หรือจะเลือกใช้เป็นหน้าต่างบางบานก็ได้ ข้อดีก็คือ เราจะได้แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาจากช่องกระดาษเหล่านี้ด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anutammiste ประตูบานเลื่อนตามสไตล์ญี่ปุ่นที่แท้จริง ส่วนมากจะใช้เป็นขอบวัสดุสีไม้ แต่สามารถประยุกต์ประตูบานเลื่อนกระดาษ ให้ดูทันสมัยขึ้นด้วยการเปลี่ยนสีขอบช่องหน้าต่างให้เป็นสีดำหรือขาวได้อีกด้วย   ขอบคุณภาพจาก pinterest.com : yankeebarnhomes.stfi.re ในสมัยก่อนประตูบานเลื่อนอาจจะใช้เป็นกระดาษสา ซึ่งขาดได้ง่าย แต่สมัยนี้สามารถเปลี่ยนให้เป็นพลาสติกหรือกระจกติดฟิล์มสีขาวขุ่น หรืออาจจะใช้เป็นกระจกแล้วใส่ม่านสีขาวเข้าไป ก็สามารถสร้างอารมณ์ญี่ปุ่นๆได้เช่นกัน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : slidingdoorco หากการเปลี่ยนประตูดูยากเกินไป แต่ว่ายังอยากแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ก็สามารถประยุกต์รูปแบบของประตูบานเลื่อนกระดาษมาใช้กับเฟอร์นิเจอร์หรือการตกแต่งอื่นๆ ได้เช่นกัน เช่น ประตูตู้เสื้อผ้า หรือฉากกั้น Walk in Closet 2. เฟอร์นิเจอร์ไม้แบบเรียบง่าย หลักการพื้นฐานของการแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่นก็คือ การใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก ตกแต่งผสมผสานกับโทนสีขาว หรือสีเอิร์ธโทน ถ้าแต่งห้องตามหลักการนี้ ยังไงสไตล์ห้องของคุณก็ต้องเป็นสไตล์ญี่ปุ่นแน่นอน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sightunseen เฟอร์นิเจอร์ไม้เรียบง่ายแบบมินิมอล จะจัดวางตรงไหนก็ยังคงรู้สึกอบอุ่นและไม่น่าเบื่อ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decomyplace.com ถึงแม้จะมีของเยอะ หรือมีของตกแต่งแนวอื่นๆ เพียงแค่คุมโทนของห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ยังไงก็ให้ฟีลห้องสไตล์ญี่ปุ่น 3.ช่องแสงธรรมชาติ การที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามา ทำให้ห้องและสิ่งของต่างๆ มีแสงเงาและมิติ พร้อมให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบไม่ต้องแต่งอะไรให้มาก   ขอบคุณภาพจาก pinterest : decorfacil ในห้องๆ หนึ่งควรหาช่องทางให้แสงสว่างจากภายนอกเข้ามาในห้องได้อย่างเต็มที่   ขอบคุณภาพจาก pinterest : sfgirlbybay หากห้องของคุณมีขนาดปานกลาง ไม่ใหญ่มาก การที่มีช่องแสงธรรมชาตินั้นจะช่วยให้ห้องดูโปร่งและดูอบอุ่นตลอดเวลา 4.ไอเทมยอดฮิต : เสื่อ เบาะ หมอนอิง โต๊ะเล็ก อีกไอเดียของการแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น นั่นก็คือ การใช้ เสื่อ เบาะ หมอนอิง โต๊ะเล็กมาจัดวางเป็นองค์ประกอบหนึ่งของห้อง แค่นี้ก็ได้กลิ่นอายห้องสไตล์ญี่ปุ่นแล้ว   ขอบคุณภาพจาก pinterest : dwellmedia จัดสรรพื้นที่ให้เป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจที่แสนจะเรียบง่ายด้วยเสื่อและเบาะรองนั่ง ให้ความเป็นธรรมชาติสไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างแท้จริง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : allabout.co.jp มุมรับประทานอาหารก็สามารถเป็นอีกมุมที่เลือกใช้เบาะกับโต๊ะเล็กได้ และอาจจะตกแต่งด้วยของน่ารักๆ อย่างโคมไฟแบบญี่ปุ่น กระถางต้นไม้ หรือกรอบรูปที่เข้ากันได้ดี   ขอบคุณภาพจาก pinterest : hicbc.com พื้นที่ที่นำเบาะกับโต๊ะเล็กมาจัดวางไว้ โดยไม่จำเป็นต้องปูเสื่อแต่สามารถเลือกใช้พรมสีอ่อนๆ ที่เข้ากับห้องนั้นๆ ได้ ทำให้ห้องดูกว้างแถมยังใช้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ที่จะสามารถนั่ง นอน ได้อย่างสะดวก 5.ธรรมชาติและเอิร์ธโทน ถ้าใครได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น แล้วลองสังเกตบ้านเรือนของชาวญี่ปุ่นจะต้องมีวัสดุต่างๆ ที่เกี่ยวกับธรรมชาติมตกแต่งเสมอ เช่น ไม้ ไม้ไผ่ หรือต้นไม้สีเขียว และโทนสีหลักๆ จะเน้นไปที่เอิร์ธโทน   ขอบคุณภาพจาก pinterest : muji.net การตกแต่งแบบธรรมชาติแบบสีเขียวนั้น ไม่ได้หมายความว่าให้ปลูกต้นไม้ในห้องนะ แค่เป็นการนำต้นไม้ใบไม้ใส่กระถางแบบมินิมอลมาวางประดับไว้เล็กๆ น้อยๆ พอให้สัมผัสถึงธรรมชาติได้บ้าง   ขอบคุณภาพจาก pinterest : anikolevai แม้ว่าระเบียงห้องของคุณจะมีพื้นที่น้อย อาจจะไม่สามารถปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ ได้ แต่ก็สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ด้วยวิธีอื่นๆ อย่างเช่น การผูกเชือกกับกระถางต้นไม้ หรือทำเป็นชั้นวางต้นไม้จิ๋วแบบลอยอยู่กับระเบียง ที่สำคัญอย่าลืมเช็คว่าต้นไม้ต้นนั้น ต้องการแดดแค่ไหนนะคะ   ขอบคุณภาพจาก pinterest : littlepieceofme.com สีเอิร์ธโทนตามสไตล์ญี่ปุ่น หลักๆ จะเป็นสีโทนน้ำตาล เขียวหรือสีที่เข้ากับสีขาวหรือดำ เช่น สีเบจ สีของไม้ โทนสีนี้เหล่านี้จะช่วยให้รู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ผ่อนคลาย และอบอุ่น หรืออาจจะตกแต่งผสมกับการเลือกใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติโดยตรงก็เป็นได้   ไอเดียแต่งห้องสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงเป็นที่นิยมเพราะการจัดวางสิ่งของและวัสดุที่เน้นความเรียบง่าย เข้ากับธรรมชาติเป็นสไตล์ที่ไม่มีอะไรมาก แม้ว่าพื้นที่อาจจะมีไม่เยอะแต่เมื่อแต่งห้องรูปแบบแบบนี้แล้ว ทำให้ดูอบอุ่น น่าอยู่ไปอีกเท่าตัว          
3 ต้นไม้กันงู…งานนี้ต้องยกธงขาวไม่กล้าเลื้อยเข้าบ้าน!

3 ต้นไม้กันงู…งานนี้ต้องยกธงขาวไม่กล้าเลื้อยเข้าบ้าน!

หากถามใครหลายคนว่ากลัว “งู” กันหรือเปล่า แน่นอนว่าคำตอบเกือบร้อยเปอร์เซนต์คือ “กลัว” และยิ่งสำหรับผู้ที่มีบ้านด้วยแล้ว การที่เจ้าสัตว์เลื้อยคลานมีพิษประเภทนี้เคลื่อนตัวเลื้อยเข้ามาในบริเวณบ้าน ขดตัวตามกิ่งไม้หรือซุกซ่อนอยู่ตามมุมบ้านยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่พึ่งประสงค์  เราจึงขอเสนอหนึ่งในวิธีป้องกันงูที่ทำกันง่ายๆ แถมยังช่วยเพิ่มความเขียวขจีให้กับบ้านด้วย 3 ต้นไม้เด็ด ที่งูเห็นแล้วต้องสะดุ้งโหยงเลื้อยถอยห่างบ้านไปเลย! กระบองเพชร- ด้วยธรรมชาติของงูที่ไม่ชอบหนามแหลม ต้นกระบองเพชรจึงเป็นศัตรูตัวฉกาจกับงู แต่ต้องเป็นต้นกระบองเพชรขนาดใหญ่ที่ปลูกลงดินเท่านั้นนะ เพียงซื้อต้นกระบองเพชรขนาดใหญ่มาลงดินไว้หรืออาจเริ่มต้นจากต้นเล็กแล้วเลี้ยงให้เติบโต เจ้าต้นไม้ต้นนี้ดูแลไม่ยาก เพียงแค่รดน้ำให้ชุ่มถึงโคนอาทิตย์ละครั้ง ตั้งไว้ในพื้นที่แดดไม่จัดมาก เนื่องจากถ้าโดนแดดแรงจะทำให้ต้นกรอบ แห้ง กลายเป็นสีน้ำตาล ดูแลให้ดีจนโตขึ้นออกหนามแหลม งูจะได้ไม่เลื้อยเข้าบ้านครับ ว่านพญานาคราช- ลำต้นในช่วงแรกจะมีขนาดเล็กแล้วชี้ตรงขึ้นฟ้า บริเวณลำต้นจะมีหนามอ่อนๆ คล้ายหนามของต้นกระบองเพชร บางคนบอกว่าเพราะลักษณะที่คล้ายพญานาคทำให้งูกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้ แต่สาเหตุมาจากหนามบริเวณลำต้นที่งูเกลียดอยู่แล้ว เจ้าว่านนาคราชยังปลูกง่าย เลี้ยงง่าย เพียงแค่นำปลายลำต้นด้านใดด้านหนึ่งไปปักลงดิน แล้วคอยรดน้ำอย่างสม่ำเสมอก็เติบโต นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณแก้พิษที่เกิดจากสัตว์มีพิษกัดทั้งงู ตะขาบ แมงป่อง อีกด้วย รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมปลูกว่านพญานาคราชแล้วนำไปใส่ในกระถางวางที่พื้น ตามขอบกำแพงรั้วบ้านหรือแขวนไว้ตามเสานะครับ ลิ้นมังกร- ไม้ล้มลุกอายุยืนยาว มีลักษณะเป็นเหง้าทอดตัวตามพื้นดิน เป็นต้นไม้อวบน้ำ มีใบเดี่ยวหลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปใบหอก รูปแถบกว้าง รูปไข่ รูปช้อน รูปรี และเป็นแท่งกลมยาว มีสีสันและลวดลายแตกต่างกัน บางชนิดมีเส้นใยเหนียวที่ใช้ทำเชือก ขอบใบเรียบเป็นสันแข็งหรือเป็นคลื่น และเพราะลักษณะใบที่ทำให้งูไม่เลื้อยเข้าบ้าน เนื่องจากลักษณะกายภาพของงูยากต่อการเลื้อยผ่าน แถมยังปลูกง่ายด้วยการแตกหน่อและเลี้ยงง่าย เติบโตได้ในทุกสภาพแวดล้อมอีกด้วย อย่าลืมนำไปลงดินปลูกไว้รอบๆ สวนหรือใส่กระถางวางไว้ตามขอบกำแพงบ้านกันนะครับ ได้รู้ถึง 3 ต้นไม้ที่ช่วยป้องกันงูเข้าบ้านไปแล้ว คุณผู้อ่านก็อย่าลืมปลูกไว้ติดบ้านหรือในสวนสวยกันนะครับ เจ้างูจะได้ไม่เลื่อยเข้ามาทักทายในบ้านครับ ขอขอบคุณข้อมูลจาก Homedeedee.com
33 สุดยอดไอเดีย ที่จะทำให้บ้านคุณน่าทึ่ง

33 สุดยอดไอเดีย ที่จะทำให้บ้านคุณน่าทึ่ง

วันนี้เรามีสุดยอดไอเดียการตกแต่งบ้านมาฝากครับ แต่ละไอเดียที่นำมาให้ชมนี้ ขอบอกเลยว่าเป็นสุดยอดไอเดียจริง ๆ รับรองเลยว่าแขกมาเยี่ยมบ้าน ต้องทึ่งกับสไตล์การตกแต่งบ้านของเราอย่างแน่นอน 1. Aquarium Bed 2. Chandelier That Turns Your Room into a Forest 3. Indoor-Outdoor Pool 4. Swing Set Table 5. Beach Sand Under Your Work Desk 6. Spiral Staircase Slide 7. Cat Transit System 8. Glass Floor and an Open Shaft Below Your Bathroom 9. Fusion Dining And Pool Table 10. Hammock Bed 11. Understairs Storage 12. Backyard Cinema 13. Ping Pong Door 14. A Wall That Plays Music When It Rains 15. See-through Bathtub 16. Vertical Herb Garden in Your Kitchen 17. Bookcase Staircase 18. Back Yard Beach-Themed Fire Pit 19. Spiral Wine Storage 20. Treehouse Room For Kids 21. Pirate Ship Bedroom For Yourself 22. Walk-In Pool 23. Door of Swatches 24. Hammock Over the Stairs 25. Ice Cave In Your Room 26. Skate-park Room 27. Fire Pit Table 28. Backyard Office 29. Indoor Slide 30. Catwalk Around The House 31. Table Firepit 32. Kitchen Table Tennis 33. Balcony Pool ขอขอบคุณภาพจาก  www.boredpanda.com เรียบเรียงโดย  Review Your Living
รีวิวของถูกและดี IKEA D.I.Y. Bluid-in ห้องทำงาน ห้องเก็บของ+แต่งตัว งบไม่เกิน 30,000 และตบท้ายด้วยมุม Beauty โถงทางเดิน

รีวิวของถูกและดี IKEA D.I.Y. Bluid-in ห้องทำงาน ห้องเก็บของ+แต่งตัว งบไม่เกิน 30,000 และตบท้ายด้วยมุม Beauty โถงทางเดิน

วันนี้เรามีรีวิวการตกแต่งห้องทำงาน ห้องเก็บของ+ห้องแต่งตัว ที่ D.I.Y. จากเฟอร์นิเจอร์ของ IKEA ได้อย่างลงตัว ในงบไม่เกิน 30,000 บาท ที่เรียกได้ว่าทั้งถูกและดี จากฝีมือของคุณปุ้ยใน blog www.puyisme.com เราตามคุณปุ้ยไปดูกันดีกว่าครับ ว่ารีโนเวทออกมาแล้วน่าตาของห้องต่างๆ จะเป็นยังไงกันบ้าง   สวัสดีค่ะ ชื่อ ปุ้ย ค่ะ อันนี้เป็นกระทู้แรกที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องบ้าน (ปกติจะเขียนแต่เรื่องบิ้วตี้) ถ้ามีอะไรที่ผิดพลาด หรือผิดกฏ ต้องขออภัยไว้ ณ ย่อหน้าแรกนี้เลย และหากมีคำแนะนำ ปุ้ยขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ บล็อกนี้เป็นความภาคภูมิใจที่มากๆ ในขีวิตเลย เพราะเกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรง ของปุ้ยเอง เพราะที่บ้านไม่อนุมัติงบเฟอร์นิเจอร์ จึงต้องเก็บเงินทำ DIY เองค่ะ แบบนี้ เป็นทางที่พอจะเป็นไปได้ ที่จะทำฝันให้เป็นจริง ได้มากที่สุด ทั้งหมดนี้ เกิดจากไอเดียการออกแบบ การวัดพื้นที่ เลือกซื้อของทุกชิ้นเอง จ่ายเอง (แต่ให้สามีช่วยติดตั้งให้) โอเค ขอเข้าเรื่องเลยค่ะ โดยเริ่มจากพื้นที่ที่ใช้สอยบ่อยๆ ก่อนค่ะ ที่จะมารีวิวในบล็อกนี้ มี 3 ส่วน คือ ห้องทำงาน (my Work Studio) ห้องเก็บของ (my StoreRoom) และมุมบิ้วตี้ตามทางเดินในบ้าน (my Beauty Station in Hallway) ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ ส่วนใหญ่เลย 95% ซื้อจาก IKEA งบไม่เกิน 30,000 /ห้อง (ออกตัวไว้ก่อน ไม่ได้มีเอี่ยว ไม่ได้ค่าจ้างรีวิวซักบาทนะคะ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่า เชียร์เพราะมีเบื้องหลัง) ที่ชอบอีเกีย เพราะว่าราคาไม่เว่อร์ ดีไซน์ดี คุณภาพโอเคกว่า พวก Index และ SB (ในชิ้นที่ราคาเท่าๆ กัน) แถมที่เว็บและแคตตาล็อกมีภาพไอเดียการใช้งานมาแชร์เยอะ เราเห็นแล้วเกิดไอเดียอยากทำบ้าง การเลือกสินค้าจากอีเกีย ปุ้ยจะเลือกของที่ประยุกต์ใช้งานได้ในราคาที่ไม่แพงเกินชิ้นละ 3 - 4,000 บาท (สินค้าอีเกียแพงๆ เยอะ แต่ของถูกและดี ก็มีไม่น้อย ต้องเดินนานๆ ดูให้ทั่วๆ ค่ะ) หลักการของปุ้ยคือ พยายามจะ DIY จากของชิ้นถูกๆ แต่เน้นใช้แรงมากหน่อยค่ะ คือ อยากได้ห้องสวยๆ แต่งบไม่เยอะ ส่วนรูป ปุ้ยเป็นคนถ่ายเอง ถ่ายมั่วๆ ไม่ได้มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพ มากนัก บางรูปอาจจะเห็นว่าตู้เบี้ยวๆ เอียงๆ  จริงๆ ไม่ได้เบี้ยวนะคะ คือ ยืมเลนส์พี่เขยมา แล้วเลนส์คล้ายๆ จะเป็นเลนส์ Wide เลยทำให้รูปป่องๆ ตรงกลาง มาพูดถึงอุปกรณ์ที่เราจะต้องใช้ก่อนค่ะ อุปกรณ์การวัด ได้แก่ ตลับเมตร ไม้บรรทัดยาว ไม้วัดระดับ ดินสอ กระดาษ Post-it พับเป็นตัว L เอาไว้รองฝุ่นที่เจาะ อุปกรณ์เจาะ ได้แก่ สกรูไฟฟ้า อุปกรณ์ติดตั้ง ได้แก่ น็อตและพุก เบอร์ 7 -  8 (เตรียมไว้ทั้งหัวแบบและหัวกลม) ไขควง ค้อนยาง บันได วิธีการ ค้นหาแรงบันดาลใจ โดยส่วนใหญ่แล้วปุ้ยก็หาจาก pinterest.com และก็ IKEA Catalogue ประกอบกัน สำรวจสินค้าตามแหล่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ วัดพื้นที่หน้างานที่จะติดตั้งจริง แล้วก็เชคดูว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นที่เราเลือก นำไปวางได้พอดีมั้ย ออกแบบ วาดรูปคร่าวๆ ว่าอะไรจะวาง จะแขวนตรงไหน โดยวิเคระห์จากการใช้สอยในชีวิตจริงๆ ของเรา ไปซื้อของ เตรียมลิสท์ไป ถ้าเดินโชว์รูม เดินช้าๆ เพราะว่าถ้าเราหยิบของไม่ครบตามลิสท์จะต้องย้อนกลับมาใหม่ มันจะไกลเลยค่ะ แล้วก็ถ้าเจอเฟอร์นิเจอร์ที่จะซื้อในโชว์รูมถ่ายรูปรหัสตำแหน่งในสต๊อกด้วย เผื่อจะได้ไม่ต้องไปถามพนักงานว่าของชิ้นนี้อยู่ตรงไหนในโกดังค่ะ เตรียมติดตั้ง วัดระดับที่จะติด โดยใช้ไม้วัดระดับช่วย เพื่อให้ตู้แขวนผนังไม่เอียง แล้วเอาดินสอขีดไว้ หรือถ้าต้องเจาะรู เอาดินสอจุดได้ ถ้าเมีคนช่วย ก็ให้เค้าช่วยเอาน็อตจริงๆ มาเสียบที่รู แล้วใช้ค้อนตอกลงไปให้ไปรอยว่า รูที่จะเจาะคือ “ตรงนี้นะ” ขั้นตอนการติดตั้ง ดูตามคู่มือที่แนบมากับเฟอร์เจอร์ชิ้นนั้นๆ ได้เลย ** ข้อแนะนำในเรื่องการซื้อสินค้า IKEA สามารถให้เค้ามาส่งที่บ้านได้ค่ะ ถ้าอยู่ในเขตกรุงเทพก็ 590 บาท ถ้าไกลกว่านั้นก็ขึ้นกับระยะทาง และถ้าเฟอร์นิเจอร์ ราคาไม่สูงเว่อร์ ก็ใช้ช่างเค้าประกอบให้ คิดราคา 7% ของราคาสินค้า อย่างตู้บางชิ้นรายละเอียดเยอะ ปุ้ยซื้อมา 1,000 ให้เค้าประกอบให้ เพิ่มอีก 70 บาท แบบนี้สามียิ้มเลยค่ะ(ให้ช่างประกอบให้ เสียเงินเล็กๆ น้อยๆ ดีกว่าที่ต้อง วานสามี กว่าจะต้องรอดูอารมณ์วันไหนอารมณ์ดี ที่ไม่เสี่ยงต่อการโดนบ่น บางทีรอเป็นเดือน) รูปด้านล่างนี้เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งห้องทำงานค่ะ มาดูผลงานกันเลยค่ะ ในการรีวิวนี้ ปุ้ยจะอธิบายวิธีคิด แล้วก็การใช้บัดเจ็ดไปด้วยเลย (บัดเจ็ดจะแจงเฉพาะเฟอร์นิเจอร์และของที่ติดตั้งบนผนัง) เผื่อใครจะลองจดไปใช้กันได้ค่ะ ห้องแรกเป็นห้องสตูดิโอ สำหรับนั่งเล่น อ่านหนังสือ นั่งทำงาน โดยความตั้งใจ อยากให้ห้องสว่างมากๆ เพราะงานส่วนใหญ่ของปุ้ยต้องพึ่งแสงธรรมชาติค่ะ ดังนั้นผนัง 2 ด้านจึงเป็นหน้าต่างบานสูง ดังนั้นห้องนี้ก็จะมีพื้นที่ให้ตกแต่งเหลือแค่ 2 ด้านเท่านั้นเอง ซึ่งห้องสตูดิโอนี้ มีขนาด หน้ากว้าง 3.7 เมตร ลึก 6 เมตร ปุ้ยแบ่งโซนด้วยการใช้บันได 3 ขั้น ช่วยให้ห้องดูมีมิติขึ้น เริ่มรีวิวจากชั้นบนหรือด้านหลังก่อนนะคะ รูปแรกเป็นภาพตอนที่เพิ่งฉาบปูนเสร็จ กำลังติดตั้งหน้าต่าง รูปที่ 2 ตอนนี้ทาสี ติดแอร์ และปูพื้นแล้ว รูปที่ 3 หลังจากตกแต่งเสร็จ ในเรื่องของพื้น ปุ้ยเลือกพื้นกระเบื้องยางเพราะดูแลง่าย เลือกลายสีเทาอ่อน เพราะเป็นคนชอบสีโทนเทาๆ มากกว่าโทนสีน้ำตาล กระเบื้องยางสมัยนี้ดีมาก คือออกแบบมาเป็นระบบคลิ๊กล็อคไม่ต้องใช้กาว ติดตั้งเหมือนลามิเนตเลย แต่กันน้ำ และทนกว่าลามิเนต ส่วนผิวสัมผัสก็มีหลายแบบทั้งการเลียนแบบเทคเจอร์ของไม้จริง และเทคเจอร์แบบลามิเนตค่ะ ที่ห้องนี้ ปุ้ยลงทุนใช้ของดีหน่อย เป็นยี่ห้อ Alfa ราคาประมาณ 780 บาท/ตรม. (รวมค่าติดตั้งแล้ว และแถมบัวผนังด้วย) เวิร์คมาก ช่วยให้ห้องดูดีขึ้นมาเลย [เพจของยี่ห้อง Alfa http://www.facebook.com/alfaflooring] ** สำหรับคนที่สนใจกระเบื้องยาง ปกติกระเบื้องยางลายไม้จะตกเฉลี่ยอยู่ที่ ตรม. ละ 350 - 800 บาท ขึ้นกับคุณภาพและยี่ห้อค่ะ) แต่พอติดแอร์ ช่างดันทำให้ปุ้ยเฟล เลย คือ ท่อแอร์สีคนละสีกับผนัง แล้วก็เห็นท่อแบบดูไม่สวยเลย สุดท้าย ปุ้ยไปเอาสีทาบ้าน ปีนบันไดขึ้นไปทาค่ะ มันดูโอเคขึ้น แล้วก็ตกแต่งอีกหน่อย ก็ช่วยพลาง เปลี่ยนจุดสนใจ ให้เราละสายตาจากจากท่อแอร์ไปได้ มาดูกันแบบละเอียดๆ เจาะทีละมุมกันค่ะ เริ่มจากที่เห็นไกลๆ ก่อน คือ ผ้าม่าน ซึ่งช่วยให้ห้องดูดีขึ้นมาก บอกเลยว่าคุ้มค่า กับบัดเจ็ดประมาณ 1,350 บาท โดยปุ้ยใช้ชุดราวสีดำ ให้สอดคล้องกับวงกบหน้าต่าง ส่วนผ้าม่านโครตคุ้ม คือ ดีและถูกมาก เป็นผ้าโปรงที่ยาวจรดพื้น พอติดลงไปแล้วช่วยให้ห้องสว่างขึ้น เพราะกันแสงไม่ให้แชร์ออกไปยังโถงทางอีกฝั่งของห้อง ซึ่งเป็นหน้าต่างบานกระจกใส และช่วยพลางตาจากโถงทางเดินด้วยค่ะ ตรงกลางห้องเป็นโต๊ะเล็กๆ เซ็ทแบบลอยตัว คือเคลื่อนย้ายได้ตามจังหวะการใช้งาน อันนี้ขอข้ามนะคะ RÄCKA curtain rod combination THB 356 Min. length: 120 cm, Max. length: 210 cm, Max. load: 5 kg LILL net curtains, 1 pair THB 159 Length: 250 cm, Width: 280 cm, Weight: 0.40 kg ใช้ชุดราวม่าน RÄCKA 2 ชุด 356x2 = 712 บาท ผ้าม่าน LILL 4 ชุด 159x4 = 636 ---------------------- รวมเซ็ทผ้าม่านจาก Ikea 1,348 บาท  ส่วนตรงข้างบันได เป็นตู้กระจกด้านขวา ซึ่ง ก็คือ ตู้ใส่เครื่องประดับ แบบสไลด์เปิดออกมาได้ อันนี้ได้มาฟรี ขอเพื่อนมาจาก Her Anything เพราะช่วยเค้าทำ Online Marketing อยู่ค่ะ (ไม่ใช่โฆษณาแฝงนะคะ เพราะตู้รุ่นนี้ ไม่มีนำเข้ามาขายแล้วค่ะ) มุมนี้จริงๆ เราสามารถใช้กระจกเงาธรรมดาหรือ กรอบรูปมาตกแต่ง หรือจะหาโคมไฟตั้งพื้นมาวางก็ได้เหมือนกันค่ะ (รูปนี้เพื่อนถ่ายให้ ตอนมาเยี่ยมบ้านค่ะ)                   ส่วนผ้าม่านอีกฝั่งนึง เป็นม่านปรับแสงสีขาว เลือกแบบที่ถูกที่สุด ของบางกอกการม่าน ราคา 2 บาน ประมาณ 4,000 บาท และข้างบันไดด้านขวา ตกแต่งด้านการติดกรอบรูปเล็กๆ สีขาว เรียงกัน 2 แถว ช่วยให้ห้องดูมีรายละเอียดน่ารักขึ้น ต่อมาเรามาดูการตกแต่งผนัง โดยปุ้ยตกแต่งให้เต็มผนังเลย มาดูผนังฝั่งซ้ายก่อน ไอเดียการสร้างแรงบันดาลใจจากปกแม็กกาซีนที่เราชื่นชอบ ใช้ชั้นวางรูปภาพ RIBBA  สีดำขนาดยาว 115 ซม.และ 55 ซม. ที่ IKEA เค้ามี 2 ไซส์ โดยออกแบบช่องไฟให้แต่ละชั้นห่างกันซัก 40-45 ซม. จะกำลังสวยค่ะ ไม่อึดอัดเกินไป จากนั้นก็หากรอบรูป (ซื้อตามงานเฟอร์นิเจอร์ชิ้นละ 50-250 บาท)หรือแม็กกาซีนปกสวยๆ มาวางประดับค่ะ ส่วนผนังว่างๆ ด้านหลังกรอบรูป ปุ้ยลองใช้กระจกเงามาติดดู ช่วยให้ห้องดูกว้างและดูหรูหรา มีมิติขึ้น เพราะจะมีเงาสะท้อนให้ดูมีสีเงาๆ เงาๆ เล่นกับไฟดีขึ้น ซื้อจาก IKEA เช่นกัน กระจกเงา LOTS ขนาด 30x30 ซม. จะมี 4 ชิ้นค่ะ เค้าจะให้เทปโฟมกาว มาให้ ติดตั้งไม่ยาก แต่ต้องแม่น เพราะถ้าติดแล้วขยับไม่ได้ ถ้าจะแกะก็ลำบากเลยค่ะ RIBBA Picture ledge, black THB 199 Length: 55 cm, Depth: 9 cm, Max. load: 5 kg RIBBA picture ledge, black THB 349 Length: 115 cm, Depth: 9 cm, Max. load: 7.50 kg LOTS mirror THB 199 /4 pieces Length: 30 cm, Width: 30 cm, Package quantity: 4 pieces แล้วก็มีราวแขวน ซีรีย์ FINTORP มีขอแขวน กระป๋องไว้ใส่ของ จริงๆ คือ ตั้งใจจะไว้เสียบพวกเครื่องเขียนค่ะ FINTORP rail THB 269 Length: 57 cm, Diameter: 1.6 cm FINTORP hook THB 119 /5 pieces Depth: 3 cm, Height: 7 cm, Package quantity: 5 pieces FINTORP cutlery stand THB 239 Diameter: 13 cm, Height: 13 cm งบที่ใช้ ชั้นวางรูปภาพ RIBBA ไซส์เล็ก 199 บาท ชั้นวางรูปภาพ RIBBA ไซส์ใหญ่ 349 x 3 = 1,047 บาท กระจกเงา LOTS 199x4 = 796 บาท ราวแขวนติดผนัง FINTORP ไซส์เล็ก 269 บาท ตะขอแขวน  FINTORP 119 บาท ตะกร้า FINTORP  239x2 = 478 บาท --------------------  รวมผนังครึ่งซ้าย 2,908 บาท ด้านล่างของผนังฝั่งซ้ายเป็นตู้ลิ้นชัก HELMER เรียงแถวกัน 6 ตู้ อันนี้อาจจะประหยัดงบไปใช้เป็นชั้นวางของโปร่งๆ ได้ค่ะ หรือใครจะใช้เป็นตู้โชว์ยาวๆ ก็จะดูเรียบร้อยดี แต่สำหรับปุ้ย ใช้จำแนกเก็บของต่างๆ ให้เป็นระเบียบ แบ่งตามประเภทและหมวดหมู่ค่ะ ลิ้นชักนี้ขนาดเล็กมากๆ ช่องนึง สูงแค่ 10 ซม. กว้างยาวประมาณใส่กระดาษ A4 แล้วเหลือนิดๆ ปุ้ยใช้เก็บของทุกอย่างที่ใช้ในห้องนี้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นของชิ้นเล็กๆ เอามาจัดใส่ตู้ทั้งหมด แล้วเขียนกำกับไว้ เวลาหยิบใช้ก็ง่ายเลย ปุ้ยชอบที่มันเป็นลิ้นชักเล็กๆ เตี้ยๆ ช่วยให้ของก็ไม่กองสุมกันจนหาไม่เจอ ตู้นี้รายละเอียดเยอะ เวลาประกอบจริงๆ ไม่ยาก ไม่ต้องใช้แรงเยอะ แต่ใช้เวลานาน ถ้าซื้อเยอะๆ แนะนำให้จ้างช่างจากอีเกียเลย ค่าประกอบ เฉลี่ย 100 บาท แต่ถ้าอยากประหยัด ก็ใช้เวลามากหน่อย เท่านั้นเองค่ะ HELMER drawer unit on castors THB 1,390 Width: 28 cm, Depth: 43 cm, Height: 69 cm ตู้ลิ้นชัก HELMER  1,390 x 6 = 8,340 บาท (คือ งบมาหนักตรงนี้) ต่อมาเราพูดถึงผนังฝั่งขวาบ้าง ผนังนี้ค่อนข้างจับฉ่าย คือ มีอะไรเหลือๆ ก็เอามาติดๆ ให้มันดูเต็มๆ เริ่มจากท่อแอร์ ใช้หลอดไฟหนีบๆ อันนี้เคยซื้อมาตั้งหลายปีแล้ว ก็เอามาใช้หน่อย จำได้ซื้อจากอีเกีย เนี่ยแหละ อันละ 199 บาท แต่ตอนนี้เค้าไม่มีขายแล้ว (หาไม่เจอ) ลงมาติดชั้นวางรูปภาพ RIBBA สีดำ แผ่นบอร์ดเหล็กไว้ติดโน็ตต่างๆ SPONTAN สีขาว (ซื้อมาหลายปีแล้ว ตอนนี้เห็นขายแต่สีเงินค่ะ) และชั้นวางของ LACK สีดำ และโต๊ะวางแล็ปท็อป VITTSJÖ  สีดำ เก้าอีกจาก Index (190 บาท) SPONTAN magnetic board THB 399 Width: 37 cm, Depth: 2 cm, Height: 78 cm LACK wall shelf THB 590 Length: 110 cm, Depth: 26 cm, Thickness: 5 cm VITTSJÖ laptop table THB 990 Width: 100 cm, Depth: 36 cm, Height: 74 cm งบผนังฝั่งขวา บอร์ดเหล็ก SPONTAN 399 บาท ชั้นแขวนผนัง  LACK 590 บาท โต๊ะวางแล็ปท็อป VITTSJÖ 990 บาท --------------------  รวม 1,979 บาท ต่อมาแล้วย้ายมาผนังอีกฝั่งนึงที่อยู่ตรงข้ามกัน ผนังนี้เป็นผนังด้านหน้าห้องค่ะ ห้องฝั่งนี้ตั้งใจจะไว้เป็นมุมอ่านหนังสือ แล้วก็กะว่าจะซื้อทีวีมาติดผนัง แต่ยังไม่ได้จัดงบตรงนี้ เลยเอากระจกเงามาติดก่อน พอดีไปเดินงานสถาปัตฯ ‘2015 แล้วไปเจอมาถูกใจมาก เค้าลดราคาพอดี เหลือ 2,100 บาท ติดกระจกนี่ ทำให้ผนังฝั่งนี้ดูดีขึ้นเยอะเลย ส่วนตู้ตรงกลาง คือ ตู้รองเท้า STÄLL แต่ปุ้ยนำมาประยุกต์เป็นตู้ในของ เช่นพวกกระดาษวาดเขียน ถุงกระดาษ กระเป๋าผ้า หรืออะไรที่แบนๆ สูงๆ ชิ้นไม่ใหญ่มาก จริงๆ อยากได้ตู้แบบไสตล์เตาผิงของฝรั่ง แต่ว่างบมีแค่นี้ค่ะ เอาตู้นี้มาวางพิงผนังไว้ก็ได้ แนวคล้ายๆ กัน 
ตู้รองเท้านี้ ซื้อมาตอนโปรโมชั่น 2,290 บาท ส่วนตู้หนังสือแขวนผนัง ด้านซ้าย ได้มากจาก Index หลายปีแล้ว ปุ้ยจำราคาได้ว่า 990 บาท STÄLL shoe cabinet with 4 compartments THB 4,490 Promotion 2,290 Width: 96 cm, Depth: 17 cm, Height: 90 cm   บนผนังฝั่งซ้าย ใช้ที่แขวนหนังสือพิมพ์ KVISSLE ประยุกต์มาไว้วางแม็กกาซีนปกสวยๆ ค่ะ ข้างๆ กันเป็นที่วางซีดี ราคา 199 บาท ซื้อมาจาก IKEA แต่ว่าซื้อนานแล้ว ตอนนี้เค้าไม่มีขายแล้วค่ะ (สงสัยตอนนี้คงไม่มีใครใช้ CD/DVD แล้ว เค้าเลยเลิกผลิต) บนผนังฝั่งขวา จะเป็นชั้นโชว์แม็กกาซีนปกสวยๆ เป็นการตกแต่ง สร้างบรรยากาศในมุมอ่านหนังสือ และแรงบันดาลใจในการทำงาน โดยใช้ชั้นวางรูปภาพ RIBBA  สีขาวไซส์ใหญ่ค่ะ ตำแหน่งการติดตั้ง ปุ้ยให้ช่องล่างสุด มีช่วงช่องไฟกว้างกว่าชั้นบน พอมองจะระดับสายตาขึ้นไป จะได้เห็นระยะที่พอดี อีกอย่างช่วยให้หยิบหนังสือง่ายขึ้น จากบน-ล่าง 35-40 ซม. ลงมาข้างล่างเป็นโต๊ะวางแล็ปท็อป VITTSJÖ สีขาวค่ะ ช่วยให้มุมนี้ดูเต็มขึ้น แต่ถ้าใครไม่ต้องใช้โต๊ะเยอะ ก็ไม่จำเป็น ปล่อยวางไว้ ก็สะอาดตาดีค่ะ KVISSLE wall newspaper rack THB 459 Length: 46 cm, Width: 34 cm, Depth: 9 cm VITTSJÖ laptop table THB 990 Width: 100 cm, Depth: 36 cm, Height: 74 cm RIBBA picture ledge THB 349 Length: 115 cm, Depth: 9 cm, Max. load: 7.50 kg งบจากผนังด้านหน้านี้ กรอบกระจกเงาใหญ่ 2,100 บาท ตู้รองเท้า STÄLL 2,290 บาท ที่แขวนหนังสือพิมพ์ KVISSLE  459 บาท ที่วางซีดี 199 บาท รูปภาพ RIBBA  สีขาวไซส์ใหญ่ 349x4 =  1,396 บาท โต๊ะวางแล็ปท็อป VITTSJÖ สีขาว 990 บาท -------------------- รวม 7,434 บาท นอกจากนี้แล้ว ก็มีโซฟาสีเหลืองที่ราคาถูกและเบา ทำให้เคลื่อนย้ายไปได้ทุกมุมของห้อง เปลี่ยนบรรยากาศในการนั่งอ่านหนังสือได้ โซฟานี้ เหมาะสำหรับคนน้ำหนักเบานะคะ เพราะว่าด้านล่างเป็นผ้าใบ ไม่มีบุฟองน้ำ เป็นแค่ผ้านวมหุ้มไว้ ก็ไม่ได้นั่งสบายมาก แต่ก็พอโอเค สะดวกกว่านั่งพื้นเป็นไหนๆ ค่ะ KNOPPARP two-seat sofa THB 1,990 Width: 119 cm, Depth: 76 cm, Free height under furniture: 21 cm โซฟา 2 ที่นั่ง 1,990 บาท นอกนั้นก็เป็นพวกของตกแต่งชิ้นเล็กๆ ไว้ใส่ของ ไว้เพิ่มบรรยากาศในห้องค่ะ ทิ้งท้ายด้วยกรอบรูป เอาตุ๊กตาหมีห้อยโทรศัพทที่ไม่ได้ใช้แล้ว ลองเอามาติดดู น่ารักดีค่ะ รวมงบประมาณที่ใช้กับเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด ----------------- เซ็ทผ้าม่านจาก Ikea 1,348 บาท ----------------- ผนังด้านหลังครึ่งซ้าย 2,908 บาท ----------------- ตู้ลิ้นชัก HELMER  1,390 x 6 = 8,340 บาท ----------------- ผนังด้านหลังฝั่งขวา 1,979 บาท ----------------- ผนังด้านหน้ารวม 7,434 บาท ----------------- โซฟา 2 ที่นั่ง 1,990 บาท รวมเฟอร์นิเจอร์จาก IKEA 23,999 บาท จาก INDEX (ม้านั่งและตู้หนังสือ) 1,189 บาท ผ้าม่านปรับแสงจากบางกอกการม่าน 4,000 บาท รวมๆ แล้วห้องนี้ใช้งบตกแต่งไป ทั้งสิ้น 29,188 บาท ห้องสตูดิโอนี้ จัดแบบเบาๆ ฟรุ้งฟริ้งๆ ค่ะ งบแบบพอไปไหว ทะยอยซื้อที่ละชิ้น 2 ชิ้น ห้องนี้รวบรวมมา 4-5 เดือนค่ะ ปุ้ยออกแบบอยู่ 3 วัน ไปซื้อของ 4 ครั้ง พอได้ของมาครบประมาณนึง ก็วัดตำแหน่ง มาร์คจุดที่จะเจาะไว้ ของขาดก็ไปซื้อเพิ่ม ของเกิน/วางไม่พอดี ก็เอาไปคืนได้ภายใน 100 วัน (มีช่วงนึงไปอีเกียทุกสัปดาห์เลย ทั้งที่บ้านก็ไกลมาก ถ้าเค้ามีบริการ Online Shopping ก็คงดี เพราะค่ารถไปกลับ นี่พอๆ กับค่าบริการส่งสินค้าขั้นต่ำของอีเกียเลย) ใช้เวลาเจาะ-ติดตั้ง ประมาณ วันนึงเต็มๆ ช่วยกันกันสามีและเพื่อนของปุ้ยที่บอกว่ายกตู้ฟรีมาให้ เลยใช้งานซะเลย เป็นงานที่สนุกและภูมิใจค่ะ จบห้องทำงานไว้เท่านี้ก่อน หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่อยากตกแต่งห้องหรือผนัง แต่ว่าไม่มีงบมากขนาดจะซื้อตู้ใหญ่ๆ หรือว่าบิวท์อินแพงๆ แบบนี้ก็พอช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องดูน่าอยู่และน่ารักขึ้นได้ค่ะ มารีวิวกันต่อที่ห้องที่ 2 คือ ห้องเก็บของ รีวิวจัดหนักหน่อย ค่อยๆ อ่านกันไป คิดว่าน่าจะได้ประโยชน์นะคะ ไอเดียของห้องนี้ ปุ้ยเลียนแบบไอเดียมาจากบ้านของฝรั่งที่เค้าจะมีที่เก็บของตั้งแต่ทางเข้าบ้าน (Entryway) เอามาผสมกับห้องสำหรับเก็บเครื่องครัว (Pantry)ไม่เคยอยู่บ้านฝรั่งนะคะ จริงๆ ไม่รู้ว่าเค้าแย่งห้องยังไง แต่เก็บๆ รูปเอาจากเว็บ Pinterest ค่ะ การดูรูปเยอะๆ ทำให้เรามีไอเดียค่ะ ห้องเก็บของ ของปุ้ยก็นำไอเดียหลายๆ อย่างมารวมๆ กัน ความสำคัญของห้องนี้ คือ เป็นห้องที่เดินเข้ามาห้องแรกเมื่อกลับถึงบ้าน (อยู่ใกล้ประตูเข้าบ้าน) ตั้งใจไว้เก็บของที่ซื้อมาจากข้างนอก พวกสต๊อกอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน และเครื่องแต่งตัวเล็กๆ น้อยๆ ที่หยิบใช้สะดวก ห้องนี้มีขนาด 2.2 x 2.5 ตารางเมตร แต่ไม่เชิงเป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป๊ะๆ เพราะว่า จะมีส่วนเว้าของเสาท่อน้ำ และเว้นช่องใส่ตู้เย็นจากห้องครัว รวมถึงมีท่อไฟที่ผู้รับเหมาะไม่ฝังเข้าผนังด้วย เลยไม่ง่ายอย่างที่คิด ห้องนี้ใช้เวลาออกแบบเป็นสัปดาห์เลยค่ะ เพราะอยากให้ออกมาดูไม่น่าเบื่อแต่ก็ใช้งานได้จริง ผนังห้องนี้มี 4 ด้าน ปุ้ยจะขอเล่าทีละด้านแบบทวนเข็มนาฬิกา แบ่งเป็นทิศเหนือ ทิศตะวันตก ทิศใต้และทิศตะวันออก นะคะ ผนังทิศเหนือ จะเป็นด้านที่เปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นก่อนเลย ดังนั้นปุ้ยจึงออกแบบให้ดูเหมือนเป็นจุดเซ็นเตอร์ของห้องค่ะ ปุ้ยใช้ตู้รองเท้า STÄLL  ตู้นี้ปุ้ยชอบมาก เพราะซื้อตอนลดราคา แล้วแบบมันก็สร้างจุดเซ็ตเตอร์ของห้องได้ดีค่ะ STÄLL shoe cabinet with 4 compartments THB 4,490 Promotion 2,290 Width: 96 cm, Depth: 17 cm, Height: 90 cm ปุ้ยประยุกต์มาไว้เก็บของพวกกระดาษอเนกประสงค์ กระเป๋าผ้า อุปกรณ์ถ้วยชามกระดาษ และช่องสุดท้ายใส่สะพานไฟ และเนื่องจากผนังด้านนี้จะมีช่องแสงด้านบน จึงใช้พื้นที่ได้อีกไม่มาก เลือกตู้ TROFAST แนวนอนมาแขวนไว้ใต้ช่องแสง เหลือพื้นที่ผนังช่องกลางอีกหน่อย ตรงนี้เหมาะมาก เอาชั้นวางรูปภาพ RIBBA  มาติดไว้วางของกระจุกกระจิกชิ้นเล็กๆ ที่ไม่สูงมาก ช่องความสูงห่างจากตู้บน 15 ซม. 
ถัดลงมา 7 ซม. ติดราวแขวน FINTORP  ไซส์เล็กมีตะขอแขวนและกระป๋องที่เสียบช้อมส้อม 3 อัน เอามาประยุกต์ใส่ของได้หลายอย่างเลย ชั้นวางรูปภาพติดผนัง ประยุกต์มาวางพวกสกินแคร์ขนาดทดลองขวดเล็กๆ สะดวกใช้ เวลารีบๆ จะได้ไม่ต้องเดินขึ้นไปชั้นบนบ้าน ปุ้ยชอบกระป๋องนี้ค่ะ มันน่ารัก เอาไว้เสียบของใช้ต่างๆ พื้นที่บนตู้ยังวางของกระจุกกระจิกได้อีกเยอะแยะเลยค่ะ กล่องพลาสติกแบ่งช่องนี่ยี่ห้อ boxbox ปุ้ยซื้อที่แม็คโคว ขายเป็นแพ็คมี 3 ชิ้น 105 บาท 
เห็นที่เซ็นทรัลก็มี ขายชิ้นละ 45 บาทค่ะ กล่อง TROFAST เอาไว้ใส่ของจุกจิก เช่น หน้ากาก ถุงมือทำความสะอาด ถุงรีฟิลเครื่องดูดฝุ่น 
ผ้าเช็ดโต๊ะ ถุงขยะขนาดเล็กแบบในรูปที่เป็นม้วนๆ ใส่ให้ปลายโผล่มาหน่อย เวลาใช้ก็ดึงมาใช้ได้เลย ต่อมาเป็นตู้กระจกที่เราเห็นอยู่ทางซ้ายมือ ตู้นี้เดิมทีเป็นตู้เก็บของในห้องน้ำ แต่ว่าในห้องน้ำที่บ้าน ช่างไม่ยอมติดให้ เลยเก็บมาติดในห้องนี้ได้พอดี LILLÅNGEN high cabinet with mirror door THB 3,450 Width: 30 cm, Depth: 21 cm, Height: 179 cm ถ่ายรูปให้ดูเมื่อปิดและเปิดตู้ค่ะ ด้านในใส่พวกสต๊อกของกิน ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำ 
พวกแชมพู ครีมอาบน้ำ โฟมล้างหน้า ยาสีฟัน และอาหารเสริมกล่องใหญ่ๆ 
ตู้นี้คุ้มดี จุได้เยอะ มีกระจกให้ส่องเต็มตัวด้วยค่ะ งบจากผนังด้านทิศเหนือ ตู้รองเท้า STÄLL  2,290 บาท ตู้ติดผนัง TROFAST 900 บาท ชั้นวางรูปภาพ RIBBA 199 บาท ราวแขวนติดผนัง FINTORP ไซส์เล็ก 269 บาท ตะขอแขวน FINTORP 119 บาท ตะกร้า FINTORP  239x3 = 717 บาท ตู้กระจกแขวนผนัง LILLÅNGEN 3,450 บาท กล่องใส่ของ TROFAST 50x9 = 450 บาท ฝากล่องใส่ของ TROFAST 30x9 = 270 บาท ------------------- รวม 8,664 บาท มาต่อกันที่ผนังทิศตะวันตกค่ะ ผนังส่วนนี้จะมีพื้นที่น้อย เพราะติดเสาที่ผังท่อน้ำและท่อน้ำทิ้งไว้ ผนังด้านทิศตะวันตกนี้ ง่ายๆ แต่วางของได้เยอะค่ะ ใช้ชั้นวางของติดผนัง LACK  สีขาว 4 ชิ้นติดตั้งบนผนัง และชั้นล่าสุดวางไว้บนพื้นเฉยๆ ทิ้งช่องไฟแต่ละชั้นให้ห่างกันตามการใช้งาน โดย จากล่างขึ้นบนแบ่งเป็น 15 - 12 - 17 - 21 ซม. โดยชั้นล่างสุดชั้น 4-5 วางรองเท้าส้นเตี้ย หรือส้นสูงไม่เกิน 2.5 นิ้ว ชั้นที่ 3 วางรองเท้าส้นสูงไม่เกิน 4 นิ้ว ชั้นที่ 2 วางรองเท้าส้นสูงไม่เกิน 5 นิ้ว ส่วนชั้นบนสุด ไว้วางกระเป๋าค่ะ LACK wall shelf THB 590 Length: 110 cm, Depth: 26 cm, Thickness: 5 cm ขึ้นไปอีก 36 ซม.
ติดชั้นวางรูปภาพ RIBBA  สีขาวไซส์ใหญ่ ไว้วางพวกสกินแคร์ขวดสูงซึ่งส่วนใหญ่จะสูงไม่เกิน 20 ซม. RIBBA picture ledge THB 349 Length: 115 cm, Depth: 9 cm, Max. load: 7.50 kg จากนั้นวัดขึ้นไปอีก 24 ซม. 
ติดตู้ TROFAST แนวนอนสีขาว ตู้นี้ไว้วางพวกกระเป๋าถือแบนๆ ค่ะ เพราะมีที่กั้นช่อง ทำให้กระเป๋าไม่ล้ม TROFAST wall storage THB 900 Width: 99 cm, Depth: 21 cm, Height: 30 cm เจ้าเหมียวที่บ้าน ชอบแอบมานอนมุมนี้ เพราะว่าเป็นมุมที่เงียบสงบที่สุดในบ้านชั้นล่าง ตอนที่กำลังเขียนรีวิวนี้ เจ้าเหมียวตัวนี้ก็คลอดลูกพอดี (คลอดที่มุมนี้เลยค่ะ) ตอนนี้ก็เลยต้องปันพื้นที่ส่วนหนึงเป็นห้องคลอด+อนุบาลเด็กน้อยค่ะ ชั้นวางรูปภาพนี่คุ้มดีค่ะ ใช้วางของได้เยอะมากนะคะ สกินแคร์เป็น 10 ขวด สบายๆ เลย ผนังฝั่งที่บอกไว้ว่าติดท่อน้ำ พื้นที่ตรงนี้ใช้ได้ไม่เยอะ เพราะด้านขวาก็จะติดตู้กระจก ก็เลยใช้ที่แขวนผ้าเช็ดตัว มาติดไว้ เพื่อแขวนกระเป๋าสะพาย หรือเสื้อคลุมค่ะ อันนี้ซื้อมาเป็นรุ่น ENUDDEN ราคา 399 บาท (แต่ตอนนี้เข้าไปดูในเว็บไม่มีขายแล้ว เราสามารถใช้รุ่นอื่นๆ มาติดได้ค่ะ) สรุปแล้วผนังด้านทิศตะวันตกนี้ ใช้งบไป ชั้นแขวนผนัง LACK 590x6 = 3,540 บาท ตู้ติดผนัง TROFAST 900 บาท ชั้นวางรูปภาพ RIBBA 199 บาท ----------------- รวม 4,639 บาท เหนือขึ้นไปใต้ฝ้าเพดาน นับลงมา 40 ซม. ปุ้ยติดชั้นวางของ LACK  สีขาว 3 ชิ้นได้รอบผนังด้านตะวันตกและด้านใต้พอดีค่ะ เอาไว้เก็บกล่องซึ่งใส่ของที่นานๆ ปีจะใช้ที ต้องใช้เก้าอี้ปีนขึ้นไปวางค่ะ กล่องใส่ของรุ่นที่ซื้อมาเป็นแบบถูกๆ มีหลายไซส์ด้วย(ตกเฉลี่ยชิ้นละ 50 - 80 บาท)ตอนนี้เข้าไปดูในเว็บไม่มีขายแล้ว แต่ก็มีรุ่นใหม่ๆ ออกมาเยอะเลยค่ะ (กล่องกระดาษและกล่องเก็บของ) ต่อมาผนังฝั่งทิศใต้ ก็มีพื้นที่ไม่มาก เพราะมีประตูทางเข้าอยู่ด้านนี้ และพื้นที่ด้านนี้มักไม่ค่อยเป็นจุดสนใจ จึงเซฟครอสหน่อยค่ะ เริ่มจากใช้ตู้รองเท้า TRONES เป็นตู้พลาสติกสีขาว เซ็ทนึงมี 3 ชิ้นค่ะ ติดเรียงแถวกัน ไว้เก็บของพวกเอกสารคู่มือเครื่องใช้ไฟฟ้า ถุงกระดาษใส่ของ สต๊อกทิชชู่ม้วน-ทิชชู่กล่อง ถุงพลาสติกใหญ่ๆ ถุงผ้า อะไรที่แบนๆ ไม่ใหญ่มาก เก็บได้หมดค่ะ เป็นต้น ปุ้ยซื้อสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์และมาเขียนกำกับไว้กันลืมว่า ตู้ไหนเก็บอะไรไว้ TRONES shoe cabinet/storage THB 1,290/3 pieces Width: 51 cm, Depth: 18 cm, Height: 39 cm ด้านขวาจากสุด เป็นราวแขวนผ้า MULIG เอามาติดไว้แขวนห้อยอะไรที่จะหยิบใช้บ่อยๆ MULIG clothes bar THB 139 Min. width: 60 cm, Max. width: 90 cm, Depth: 26 cm ลงมาเป็นชั้นวางของติดผนัง 2 ชั้น เพราะมีพื้นที่เหลือแค่ 80 ซม. เลยต้องซื้อรุ่น EKBY HEMNES แต่ถ้าพื้นที่พอ ใช้รุ่น LACK จะสวยกว่าค่ะ EKBY HEMNES shelf THB 590 Width: 79 cm, Depth: 19 cm, Thickness: 1.8 cm, Max. load: 10 kg EKBY STÖDIS bracket THB 25 Depth: 17 cm, Height: 17 cm, Width: 2.5 cm ชั้นนี้วางของที่ใช้บ่อยๆ แล้วก็ไว้วางตะกร้าขนมขบเคี้ยว และอุปกรณ์ชาร์ตแบ็ตค่ะ ลงมาด้านล่าง เว้นช่องไว้สอดบันไดเก็บไว้ได้พอดี BEKVÄM step stool THB 790 Width: 43 cm, Depth: 39 cm, Height: 50 cm รวมงบจากผนังฝั่งด้านทิศใต้ ชั้นแขวนผนัง LACK 590x2 = 1,180 บาท ตู้รองเท้า TRONES 1,290x2 = 2,580 บาท ราวแขวนผ้า MULIG  139 บาท ชั้นวางของติดผนัง EKBY HEMNES 590x2 = 1,180 บาท ขาตั้งชั้นวางของ EKBY STÖDIS 25x4 = 100 บาท บันได BEKVÄM 790 บาท ---------------------------รวม 5,830 บาท อย่าเพิ่งเหนื่อยกันนะคะ (คนเขียนเหนื่อย 555) มาถึงผนังฝั่งสุดท้ายค่ะ ฝั่งด้านตะวันออกนี้มีพื้นที่ครึ่งนึงยุบลงไป เพราะว่าอีกด้านเป็นครัว ปุ้ยให้เค้าตีช่องใส่ตู้เย็นกินพื้นที่เข้ามาในห้องเก็บของค่ะ ซึ่งพื้นที่ด้านนี้จะติดกับบานประตูเลย จะแขวนชั้นวางผนังที่มีความลึกไม่ได้ ดังนั้นปุ้ยจึงใช้ ราวแขวนติดผนังมาประยุกต์ใช้แขวนของ ไม่ให้เสียพื้นที่ไปเปล่าๆ ค่ะ ช่วงซ้ายของผนังด้านทิศตะวันออกนี้ พอดีมีท่อสายไฟ ที่ผู้รับเหมาไม่ได้ผังผนังไว้ ต่อเข้าตู้ไฟที่ควบคุมไฟทั้งบ้าน ดังนั้นผนังส่วนนี้จึงเจาะตู้แขวน/ราวแขวนไม่ได้เลย จึงต้องใช้ตู้ที่ตั้งพื้นมาวางซ้อนกันค่ะ ได้แก่ ตู้ล็อคเกอร์ JOSEF 2 ตู้ด้านล่าง ต่อด้วยแถวตู้ลิ้นชัก HELMER 2 ตู้วางซ้อนแนวตั้ง ด้านบนเปนตู้ล็อกเกอร์ยา ÄTRAN ติดแขวนผนัง ส่วนนั้นว่างพอดีไม่ติดท่อไฟ เอาตู้ตัว L ซื้อมานานมากแล้วจาก Index ไม่ได้ใช้เลยเอามาปิดตำแหน่งท่อไฟได้พอดี ด้านบนใช้กล่องใส่เอกสาร มาเก็บถุงพลาสติกรีไซเคิลไว้ใส่ขยะ มี 4 กล่อง จำแนกตามไซส์ค่ะ อีลูกช่างแขวนนี่ เห็นมุมนี้ ยิ้มเลยค่ะ 
ใช้ราวแขวนรุ่นFINTORP จะมี 2 ไซส์ คือ 57 และ 79 ซม. กะระยะห่างแต่ละชั้น ตามการใช้งานค่ะ ปุ้ยใช้ 3 ราว นอกจากนั้น เค้าจะมีตะขอแขวนขาย เป็นขอด้านนึงเป็นห่วงกลมๆ สอดเข้าไปกับราวเลย แบบนี้กันร่วง ดีกว่าตะขอรูปตัว S ค่ะ ข้อดีของรุ่น FINTORP  ที่ปุ้ยชอบ นอกจากสวย แข็งแรงแล้ว ยังมีฟังชั่นคือ ตัวราวแยกจากตัวยึดผนัง ทำให้เราถอดราวได้ เพิ่ม/ลด จำนวนตะขอได้ตามต้องการ พอใส่ตะขอเสร็จ ก็หมุนน็อตล็อคไว้ไม่ได้ราวเคลื่อนไปมาได้เลย มีตะขอให้เลือก 2 ไซส์ ปุ้ยแขวนสารพัดจะแขวนเลยค่ะ ตั้งแต่หมวก กระเป๋า สร้อย ถุง ร่ม กรรไกรตัดต้นไม้ โคมไฟ สบายเลยอะ ปุ้ยเว้นระยะจากขอบประตูหน่อย เวลาเปิดประตู วงสวิง จะได้ไม่มากระทบกับของ (จริงๆ แล้ว ประตูมันจะเปิดไม่สุดเพราะว่าติดแถบกันฝุ่นไว้ตรงด้านล่างประตู ทำให้ประตูฝืดค่ะ) ไอเดียนี้ ถ้าใครมีพื้นที่ คือ ประตูไม่ติดกับผนังแบบนี้ ก็สามารถเจาะราวแขวนที่ประตูได้อีก ฟินเลย FINTORP rail THB 269 Length: 57 cm, Diameter: 1.6 cm FINTORP rail THB 299 Length: 79 cm, Diameter: 1.6 cm FINTORP hook small size THB 119 /5 pieces Depth: 3 cm, Height: 7 cm, Package quantity: 5 pieces FINTORP hook big size THB 119 /2 pieces Depth: 4 cm, Height: 11 cm, Package quantity: 2 pieces ต่อมาเป็นตู้ลิ้นชัก HELMER ที่วางซ้อนกัน 2 ตู้ ไว้ใส่อุปกรณ์จุกจิกเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ จำแนกเป็นหมวดหมู่แล้วเขียนกำกับไว้ HELMER drawer unit on castors THB 1,390 Width: 28 cm, Depth: 43 cm, Height: 69 cm ยกตัวอย่างให้ดูตามรูปด้านล่าง ต่อมาเป็นตู้ยาค่ะ ÄTRAN Lockable cabinet รุ่นนี้ก็อีกละ ซื้อมาหลายเดือนแล้ว จนพอมาเขียนรีวิว อีเกียเค้าเลิกขายไปแล้ว ยังไงก็ใช้รุ่นอื่นแทนนะคะ จำราคาคร่าวๆ ได้ว่า น่าจะ 600 บาท ตู้ยา พยายามเลือกตู้เล็กๆ ความลึกไม่มาก เพื่อให้วางขวดยาหรืออาหารเสริมได้พอดี ไม่วางซ้อนกัน เพราะจะหยิบยาก หรือหาของไม่เจอค่ะ ตู้นี้เวิร์คดี ไม่น่าเลิกขายไปเลยค่ะ ด้านล่างจะเป็นตู้ล็อกเกอร์ JOSEF  ตู้นี้เวลาประกอบเลือกได้ว่าจะเปิดบานตู้ไปทางซ้ายหรือขวา ดังนั้นปุ้ยจึงทำให้เปิดบานออกจากกันตรงกลาง ตู้ 2 ใบ ใบซ้ายไว้เก็บพวก สต๊อกของน้ำยาทำความสะอาดบ้าน ถุงรีฟีล พวก ครีมอาบน้ำ น้ำยาล้างห้องน้ำ ล้างพื้น ล้างจาน ซักผ้า ปรับผ้านุ่ม ว่าง่ายๆ สารพัดน้ำยาทำความสะอาดค่ะ ส่วนใบขวาไว้เก็บพวกน้ำยาฆ่าแมลงและฆ่าวัชพืช รวมถึงกระป๋องสี ปุ๋ย อะไรสารพัดที่ไว้ใช้นอกบ้าน JOSEF cabinet THB 1,990 Width: 40 cm, Depth: 35 cm, Height: 86 cm ด้านบน มีพื้นที่ใต้กล่องคุมคุมไฟ เลยวางกล่องใส่เอกสาร มาเก็บถุงพลาสติกรีไซเคิลไว้ใส่ขยะ มี 4 กล่อง จำแนกตามไซส์ค่ะ ก่อนเก็บก็พับให้มันเล็กๆ จะได้เก็บได้เยอะๆ หน่อยค่ะ TJENA magazine file THB 129 /2 pieces Depth: 25 cm, Height: 30 cm, Width: 10 cm ในส่วนชั้นวางของตัว L นี้ ชั้นบนจะเก็บเทียนและชั้นล่างจะเก็บกล่องธูปค่ะ สรุปงบในส่วนของผนังด้านทิศตะวันออก ราวแขวนรุ่น FINTORP  59 ซม. 269 บาท ราวแขวนรุ่น FINTORP  79 ซม. 299x2 = 598 บาท ตะขอแขวน FINTORP ไซส์เล็ก 119x2 = 238 บาท ตะขอแขวน FINTORP ไซส์ใหญ่ 119x2 = 238 บาท ตู้ลิ้นชัก HELMER  1,390 x 2 = 2,780 บาท ตู้ยาค่ะ ÄTRAN 600x2 = 1,200 บาท ตู้ล็อกเกอร์ JOSEF  1,990x2 = 3,980 บาท กล่องใส่นิตยสาร TJENA 129x2 = 258 บาท -------------------- รวม 8,361 บาท ที่นี้ลองมารวมงบประมาณที่ใช้ไปทั้งห้องดูค่ะ -------------------- รวมงบจากผนังด้านทิศเหนือ 8,664 บาท -------------------- รวมงบจากผนังด้านทิศตะวันตก 4,639 บาท -------------------- รวมงบจากผนัังฝั่งด้านทิศใต้ 5,830 บาท -------------------- รวมงบจากผนังด้านทิศตะวันออก 8,361 บาท ------------------------ รวมงบห้องเก็บของ 27,494 บาท เท่านั้นเองอะ ตอนแรกนึกว่าที่ซื้อๆ ไปน่าจะ 3-40,000 ซะอีก สำหรับห้องนี้ไปซื้อของมา 3 รอบ เพราะรอเก็บเงิน แล้วก็มีซื้อขาดบางชิ้น ก็ไปซื้อเพิ่ม การติดตั้ง ใช้เวลา 2 วัน เพราะว่าติดตั้งหลายจุด คุณสามีเหนื่อยค่ะ เลยต้องให้พักก่อน ห้องเก็บของนี่ เป็นอะไรที่ภูมิใจสุดๆ ดูจากบ้านฝรั่ง ฝันมานานแล้วว่าอยากได้ห้องแบบนี้ ตอนสร้างบ้านก็เลยกันพื้นที่ไว้ทำห้องเก็บของจริงๆ อยากให้ใหญ่กว่านี้ แต่ว่าสถาปนิกเค้าไม่เข้าใจ เค้าบอกเท่านี้ใหญ่จนไม่มีใครทำแล้ว ปกติแล้วห้องเก็บของเป็นห้องที่ใครๆ ก็ไม่อยากจะเดินเข้าไป เพราะมักจะรกและก็มีแต่ของสุมๆ จะหาไรทีก็หงุดหงิด แต่พอจัดให้สวย เป็นระเบียบ ก็ทำให้ปุ้ยขยันเข้าห้องนี้ (เป็นห้องที่เข้าบ่อยสุดในบ้าน) และพอมันเป็นระเบียบ หยิบจับ จัดเก็บอะไรก็ง่าย ก็จะเป็นการสร้างนิสัยการเก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และช่วยให้หาของง่าย จะหยิบจะใช้อะไรก็ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับสาวๆ ที่ของเยอะๆ ลองมาจัดห้องเก็บของกันแบบนี้กันนะคะ จะช่วยให้เรามีความสุขขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ รีวิวกันต่อบล็อกนี้ มาแบบเบาๆ ในบล็อกนี้ จะเล่าถึง มุมเล็กๆ ระหว่างทางเดิน ซึ่งปุ้ยอยากใช้พื้นที่ในบ้านให้คุ้ม เห็นมันว่างๆ อยู่ก็เลยจัดให้เป็นมุมวางของใช้จุกจิก ทำให้สะดวกใช้ และช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้านดูมีดีเทล โดยได้แรงบันดาลใจมากจากการจัดโถงทางเดิน (Hallway) ของบ้านฝรั่งที่มักจะเห็นแชร์กันใน Pinterest อีกเช่นเคย มาดู Reference กันค่ะ ประมาณนี้ดูน่ารัก เห็นแล้วอยากทำบ้าง แต่จะทำไว้ตกแต่งวางของเฉยๆ มันก็เสียประโยชน์ ปุ้ยก็เลยทำ Beauty Station เพราะเป็นคนที่มีสกินแคร์เยอะ แต่ไม่ค่อยได้ใช้ครบ เพราะมักจะลืม บางทีก็ขี้เกียดเดินไปในห้องนอน พอออกแบบให้มาอยู่ในโถงทางเดิน ก็ทำให้หยิบใช้ง่าย และไม่ลืมที่จะใช้ ซึ่งของปุ้ย Beauty Station มี 3 จุด ได้แก่ บริเวณทางลงบันได บริเวณหน้าประตูห้องน้ำ และบริเวณทางเข้า/ออกห้องแต่งตัว มาเริ่มจาก มุมแรก บริเวณก่อนทางลงบันไดชั้น 2 เป็นมุมที่ตั้งใจจะให้มีตั้งแต่สร้างบ้านเลย เพราะไปเห็นรูป Reference รูปแรกแล้วชอบมาก แต่ว่า หาโต๊ะสวยๆ แบบในต้นแบบเค้าไม่ได้ ประจวบกับมาเจอตู้รองเท้า STÄLL (อีกแล้ว ตู้นี้ชอบมาก) ปุ้ยนำมาประยุกต์วางตรงนี้ได้พอดี แต่ความยาวขาตั้งมันยาวเกิน ก็ใช้เลื่อยตัดให้พอดีเลยค่ะ แต่พลาดหน่อยตรงที่ซื้อตู้นี้มาวางอยู่ 2-3 เดือน ยังไม่ได้ยืดติดผนัง (เพราะสามียังไม่ว่างทำให้) แล้วดันไปเผลอใส่ของหนัก (พวกขวดแก้ว) เลยทำให้ตู้แอ่นกลาง ดังนั้นถ้าใครจะซื้อตู้นี้มาใช้ ให้รีบติดตั้ง และไม่ควรใส่ของที่หนักเกินไปค่ะ จากนั้นลองเอากรอบรูป กับโคมไฟ ÅRSTID มาวางแล้ว มุมนี้ ดูดีขึ้นทันที แต่พอดีเห็นผนังยังมีที่ว่างให้ใส่อะไรได้อีกเยอะ ปุ้ยก็เลยใช้ชั้นวางรูปภาพ RIBBA มาติดเพิ่มอีกอันนึงค่ะ RIBBA picture ledge THB 199 Length: 55 cm, Depth: 9 cm, Max. load: 5 kg พอติดชั้นวางรูปภาพเข้าไป ก็ทำให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น วางของสกินแคร์ หรือกระจก เพิ่มเข้าไปได้อีกเยอะ ส่วนพื้นที่ด้านซ้าย ยังไม่อยากใส่อะไรมาก เลยเอาแค่ขอแขวน FINTORP สีเงินมาแขวนไว้ สร้างความบาลานซ์ให้ผนังทั้ง 2 ฝั่ง และก็ไว้แขวนของได้อีก มุมนี้ก็ไว้วางสกินแคร์ แป้ง น้ำหอม อะไรที่หยิบใช้ได้ง่ายๆ ก่อนลงไปชั้นล่าง ส่วนตู้รองเท้า 4 ช่องนั้น ประยุกต์มาเก็บขวดสกินแคร์ที่ยังไม่ได้ใช้ หรือ สต็อกกระดาษทิชชู่ สต็อกรีฟีลผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ผ้าและรีฟีลอุปกรณ์ทำความสะอาด หรือถุงใส่ถังขยะ ที่ใช้บนชั้น 2 นี้ค่ะ STÄLL shoe cabinet with 4 compartments THB 4,490Promotion 2,290 Width: 96 cm, Depth: 17 cm, Height: 90 cm FINTORP rail THB 299 Length: 79 cm, Diameter: 1.6 cm FINTORP hook big size THB 119 /2 pieces Depth: 4 cm, Height: 11 cm, Package quantity: 2 pieces FINTORP cutlery stand THB 239 Diameter: 13 cm, Height: 13 cm ÅRSTID table lamp THB 790  Height: 55 cm, Base diameter: 15 cm, Shade diameter: 22 cm สำหรับมุมนี้ปุ้ยใช้งบไป ---------------- 2,290 + 299 + 119 + 239 = 2,947 บาท ในมุมที่ 2 เป็นผนังแคบๆ อยู่ทางซ้ายของประตูห้องน้ำ ก่อนเดินเข้าไปยังประตูห้องแต่งตัว ปุ้ยก็ออกแบบไว้เก็บสกินแคร์ที่ใช้งานบ่อย ทุกครั้งที่อาบน้ำเสร็จ พวกโลชั่นเช็ดผิว เอสเซนส์ แฮร์โลชั่น แล้วก็ครีมทาผิวกันแดดทาตัว ที่ต้องใช้ทุกวัน วางตรงนี้สะดวกมาก ไม่ต้องเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวให้เสียเวลา ในส่วนนี้บางคนวางไว้ในห้องน้ำ แต่ห้องน้ำปุ้ยยังไม่ได้ทำตู้บิวท์อิน อีกทั้งเวลาทำความสะอาดห้องน้ำก็จะง่ายขึ้น เพราะว่าไม่มีของพวกนี้วางในห้องน้ำเยอะๆ ที่ทำให้เวลาล้างห้องน้ำต้องระวังหรือยกออกไปก่อน ใช้ชั้นวางรูปภาพ RIBBA มาประยุกต์ใช้เป็นชั้นวางสกินแคร์ แบบนี้ประหยัดงบ สะดวกใช้ และไม่เกะกะขวางทาง เลือกไว้ฝังที่ไม่ใช่ด้านที่เปิดประตูเข้าห้องนะคะ จะได้ไม่เกะกะ เผลอไปเดินชน การติดตั้ง ให้เว้นช่องไฟห่างกัน 30 ซม. ค่ะ เพราะขวดสกินแคร์ส่วนใหญ่จะสูงไม่เกิน 25 ซม. และระยะสูงจากพื้นของชั้นล่าง คือ 85-90 ซม. จะเป็นระยะหยิบได้พอดีค่ะ หากรอบรูปมาแขวนตกแต่ง เพิ่มบรรยากาศให้ดูเป็นมุมเก๋ๆ ที่ไม่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานอย่างเดียว แต่ก็ยังดูสวยด้วย ซึ่งกรอบรูปบานล่างนั้น ปุ้ยติดไว้ระดับสายตา เอากระจกเงาใส่ลงไปแทนรูปภาพ ใช้เป็นกระจกส่องเวลาทาสกินแคร์ค่ะ แบบนี้ดูไกลๆ ไม่รู้เลยว่าเป็นกระจก ^ ^ ส่วนราวแขวนผนัง ติดไว้ เพื่อแขวนพวกของชิ้นเล็กๆ เช่น ยางรัดผม ที่หนีบผม กรรไกร (ที่หยิบใช้ได้ง่าย) ปุ้ยแขวนโคมไฟ LED ไว้ด้วย เผื่อไฟดับ ก็ได้หยิบใช้สะดวกค่ะ นอกจากนั้นอีกไอเดียที่ช่วยให้บ้านเราเป็นระเบียบสวยงาม คือ หาขวดหัวปั้ม มาใส่ครีม/โลชั่นทาผิว ที่โดยส่วนใหญ่ที่วางขายในท้องตลาด ขวดมักจะไม่ค่อยน่ารัก หรือไม่เข้ากับบ้านเอาซะเลย จับมาเทใส่ขวดแบบนี้ ก็ดีไปอีกแบบ อย่าลืมเขียนกำกับไว้ว่า ขวดไหนใส่อะไรไว้นะคะ ขวดนี้ของอีเกีย ไม่แพงค่ะ ใส่โลชั่นขวดใหญ่ๆ ได้ดีเลย BESTÅENDE detergent dispenser THB 159 Height: 20.5 cm, Volume: 5.5 dl RIBBA Picture ledge THB 199 Length: 55 cm, Depth: 9 cm, Max. load: 5 kg FINTORP rail THB 269 Length: 57 cm, Diameter: 1.6 cm FINTORP hook small size THB 119 Depth: 3 cm, Height: 7 cm, Package quantity: 5 pieces รวมงบมุมนี้ ชั้นวางกรอบรูปขนาด 55 ซม.  199 x 2 = 398 บาท ราวแขวน 57 ซม. 269 บาท ตะขอแขวน 119 x 2 = 238 บาท ----------------- รวม 905 บาท มาถึงมุมสุดท้าย จบด้วยมุมสกินแคร์ตรงทางเดินออกจากห้องแต่งตัว เป็นมุมทางเดินแคบๆ แต่มีผนังไว้ให้ปุ้ยเล่นอีกแล้ว (จริงๆ แอบวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนสร้างบ้าน) ใช้มุขเดิมค่ะ นำชั้นวางกรอบรูปสีขาวไซส์ยาว 115 ซม. มาติดไว้ 2 ชั้น (ใครจะติดเพิ่มขึ้นเป็น 3-4 ชั้นก็ได้ เยอะดี) แต่พอดีปุ้ยตั้งใจเอากระจกมาติด เพื่อทำให้พื้นที่ตรงนี้ดูกว้างขึ้นเลยติดกระจกดับเบิ้ลไป 2 แถว แล้วตอนออกแบบคิดว่าถ้าเอาชั้นมาติดอีกข้างบน กลัวว่าชั้นบนจะมาบังแสงไฟ ทำให้ชั้นล่างๆ มืด ก็เลยติดไปแค่ 2 ชั้น ระยะการติดตั้ง ชั้นล่างสุด ควรสูงจากพื้น 85-90 ซม. และช่องไฟแต่ละชั้นก็ออกแบบตามการใช้งาน ถ้าเอาไว้วางพวกขวดทรงสูง ให้เว้นระยะ 30 ซม. ขึ้นไป เพราะขวดสกินแคร์ส่วนใหญ่จะสูงไม่เกิน 25 ซม. และถ้าเป็นประเภทกระปุกครีม หรือสกินแคร์ขวดเตี้ยๆ ก็เว้นระยะสูง 12 ซม. ขึ้นไปค่ะ การติดตั้งสำหรับมุมบิวตี้ตรงโถงทางเดินนี้ ง่ายมากๆ เพราะชั้นแขวนกรอบรูปน้ำหนักเบา เวลาเจาะยึดก็ไม่ยาก ถ้าไซส์เล็ก 2 รู  |  ไซส์ใหญ่ 3 รู   |  ราวแขวน 2 รู ส่วนกระจกคุณสาวๆ สามารถติดตั้งเองได้ ง่ายๆ เลย ใครจะติดกระจกแบบนี้ ให้เว้นระยะห่างระหว่างชั้นไว้ 30 ซม. หรือเกินนิดหน่อย เพราะกระจกเป็นไวส์ 30x30 ซม. ค่ะ วิธีกระจกแบบนี้ติดไม่ยาก เค้าจะให้เทปโฟมกาวมาให้ แต่ว่าเวลาติดต้องใจกล้า กะให้แม่นเลย เพราะถ้าติดแล้วไปขยับ จะทำให้กาวไม่เหนียวเท่าตอนแรก แล้วจะมีโอกาสที่กระจกจะล่วงลงมาแตกได้ (จากประสบการณ์ที่แตกมาแล้วค่ะ) แต่ถ้าจะติดแล้วไม่ชอบจะเอาออก ก็ใช้เกียงงัด โดยใช้ค้อนยางช่วยส่งแรงงัดออกมา แล้วผนังจะมีคราบกาวติด ใช้เสปรย์กำจัดคราบกาวเช็ดหลายๆ รอบค่ะ RIBBA picture ledge THB 349 Length: 115 cm, Depth: 9 cm, Max. load: 7.50 kg LOTS mirror THB 199 /4 pieces Length: 30 cm, Width: 30 cm, Package quantity: 4 pieces พอติดตั้งเสร็จ ก็ไปขนสกินแคร์ น้ำหอม และของน่ารักๆ มาจัดเรียงให้สวยงาม หรือจะใช้กรอบรูป ตุ๊กตา ดอกไม้ หรือพร๊อบมาประดับตกแต่งให้ได้ฟิลลิ่งเวลาทาสกินแคร์ ก็เก๋ดีนะคะ รวมงบที่ใช้ไปกับมุมนี้ ชั้นวางรูปภาพ RIBBA ไซส์ใหญ่ 349 x 2 = 698 บาท กระจกเงา LOTS 199x3 = 579 บาท -------------------รวม 1,295 บาท เท่านั้นเองค่ะ ใช้งบถูกกว่าสกินแคร์บางขวดอีกค่ะ เพียงแค่นี้เราก็ได้มุมสวยๆ ไว้ให้แฮปปี้เวลาบำรุงปรนเปรอผิวแล้วค่ะ วันนี้ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้ก่อน ในอนาคตอยากจะมาอัพเดตมุมโต๊ะแต่งหน้าให้สาวๆ ดู แต่ขอเวลาหน่อยค่ะ ช่วงนี้ถ่ายรูปย๊ากยาก เพราะว่าฝนตกไม่ค่อยมีแสงเลย พอดีแมวที่บ้านคลอดลูกด้วย เดี๋ยวจะคั่นด้วยการรีวิวห้องคลอดแมวแทน 555 หวังว่าบล็อกนี้ จะมีประโยชน์สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีจัดระเบียบ + ตกแต่งบ้าน ด้วยงบที่ไม่เกินความสามารถ แต่ก็น่ารัก น่าภูมิใจ และใช้ประโยชน์ได้จริงนะคะ วันนี้ไปละ บั๊ยบายค่าาาาาา เป็นยังไงกันบ้างครับ กับไอเดียการตกแต่งห้องด้วยตัวเองที่เราเอามาฝาก ใครอ่านแล้วชอบก็ติดตามผลงานของคุณปุ้ยได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้นะครับ Blog ส่วนตัว www.puyisme.com เพจส่วนตัว fb.com/likePuYisme เพจเกี่ยวกับการแต่งบ้าน fb.com/lovelylittlemine ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.puyisme.com
12 ไอเดีย Wallpaper แต่งห้องนอนสวย

12 ไอเดีย Wallpaper แต่งห้องนอนสวย

ลวดลาย สีสันของผนังห้อง เป็นอีกส่วนประกอบสำคัญ ที่จะช่วยให้ห้องนอนของเราดูสวยงามขึ้นได้ เพราะผนังเป็นส่วนที่มีพื้นที่มากที่สุดภายในห้องนอนของเรา บางบ้านอาจเลือกทาสี บางบ้านอาจเลือกการใช้ลวดลายจากวัสดุก่อสร้าง อาทิเช่น ผนังขัดมัน ผนังลายอิฐ ผนังกรุแผ่นไม้ แต่หากต้องการลวดลายที่หลากหลาย มีให้เลือกมากมายนับพัน นับหมื่นไอเดีย คงหนีไม่พ้นการติดวอลเปเปอร์ครับ สำหรับวันนี้ “บ้านไอเดีย” นำ 12 ไอเดีย ตกแต่งห้องนอนสวยด้วยวอลเปเปอร์ จาก bangkok wallpaper มาให้ชมกันครับ จุดเด่นของวอลเปเปอร์ อย่างที่ได้แจ้งไปข้างต้น นั่นคือลวดลายที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการทุกสไตล์ รองรับทุกเพศทุกวัย หากต้องการตกแต่งห้องให้ดูหรู ดูเป็นผู้ใหญ่ อาจเลือกลายที่ดูเรียบง่าย ลายของธรรมชาติ เน้นสีสันที่ดูอบอุ่น หากตกแต่งให้เด็กๆ อาจเลือกสีสันที่ดูสดใส อ่อนหวาน หรือแม้แต่การตกแต่งห้องตามสไตล์ เช่น วินเทจ คลาสสิค ก็มีให้เลือกใช้งานเช่นกัน สิ่งสำคัญในการเลือกวอลเปเปอร์ ผู้ใช้จำเป็นต้องออกแบบคอนเซปห้องไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะได้ควบคุมโทนสีให้เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งภายในห้อง นอกจากนี้แล้วการนำวอลเปเปอร์มาใช้งาน ไม่จำเป็นต้องติดแบบเดียวกันทั่วทั้งห้อง คุณผู้ชมอาจเลือกติดด้านใดด้านหนึ่ง หรือติดเพื่อเป็นกรอบให้กับผนังบางส่วน การเลือกติดเฉพาะด้าน ช่วยทำให้ห้องนอนดูมีมิติมากกว่าเดิม ดั่งเช่นตัวอย่างห้องสีขาวเทานี้ครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.banidea.com
ไอเดียห้องคอนโด 70 ตร.ม. กับการตกแต่งที่สวยโมเดิร์น ดูเก๋และมีเอกลักษณ์

ไอเดียห้องคอนโด 70 ตร.ม. กับการตกแต่งที่สวยโมเดิร์น ดูเก๋และมีเอกลักษณ์

สำหรับไอเดียห้องนี้ ตกแต่งโดยนักออกแบบในเซนต์ปีเตอร์เบิร์กที่มีชื่อว่า Anton Zaytsev ภายในเน้นไปที่โทนสีขาวและสีที่เป็นธรรมชาติ สีอ่อนๆ ใช้เฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยมิกซ์แอนด์แมทเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้และวินเทจ ของตกแต่งภายในจะเป็นพวกผลงานศิลปะ ภาพวาด ตั้งอยู่ตามบริเณต่างๆ ของห้อง     มุมห้องนั่งเล่นตกแต่งด้วยโซฟาสีเทาอ่อนเข้ากับสีพื้นของกำแพงสีขาวได้ดี มีภาพศิลปะลายกราฟฟิกที่เล่นสีคัลเลอร์ฟูล ทำเอาบรรยากาศรอบด้านดูสว่างและสดใสขึ้นมาทันที บริเวณห้องนั่งเล่นกับห้องนอน ถูกกั้นออกจากกันด้วยกำแพงกระจกใส ทำให้ดูเป็นสัดส่วน แต่ขณะเดียวกันไม่อึมครึมและอึดอัด ดูแล้วจะโปร่งสบายตามากกว่า     นอกจากนี้ยังมีบริเวณของห้องน้ำภายในอพาร์ทเม้นท์ห้องนี้ที่ตกแต่งภายในได้สวยงาม และ มีเอกลักษณ์โดดเด่น เห็นปุ๊ปเราชอบปั๊ปเลยค่ะ มันดูมีสไตล์ดีทีเดียว ออกแนวย้อนยุคเล็กน้อย และมีห้องรับประทานอาหารและห้องครัวที่ประยุกต์สไตล์โมเดิร์นตกแต่งร่วมกับวินเทจได้สวยทีเดียว เห็นแล้วก็น่าจะเป็นไอเดียตกแต่งภายในห้องที่น่าสนใจได้สำหรับหลายๆ คนเลยนะคะ ใครที่มีอพาร์เม้นท์หรือห้องขนาดนี้ในบ้าน อยากลองตกแต่งภายในสวยงามเช่นนี้กันดู เก็บไอเดียนี้ไปประยุกต์กันเลยนะคะ   ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.livingoops.com
ครัวนอกบ้าน ดีไซน์การใช้ง่าย เพื่องานเลี้ยงเล็กๆ

ครัวนอกบ้าน ดีไซน์การใช้ง่าย เพื่องานเลี้ยงเล็กๆ

หลาย ๆ ท่านคงจะชื่นชอบการทำอาหาร และอยากได้ความสะดวกสบาย ในการทำอาหารในเวลาเดียวกัน แต่ในบางครั้งครัวที่่มีอยู่ในบ้านนั้น อาจจะไม่ครอบคลุมถึงประโยชน์ใช้สอย เพราะบางโอกาส อาทิ ปาร์ตี้วันหยุด บาร์บีคิวปิ้งย่างกับเพื่อนฝูง หากจะทำครัวในบ้านก็คงไม่ถนัด พื้นที่คงไม่เอื้อ จะเป็นการดีหากมีครัวอีกหนึ่งห้องไว้นอกบ้าน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายมากยื่งขึ้น ตัวอย่างที่ได้นะมาให้ชม เป็นห้องครัวริมสระว่ายน้ำ ขนาดพอเหมาะ รูปทรงโมเดิร์นสีเทา ประตูเปิดกว้าง หน้าต่างเปิดโปร่ง นั่งทานอาหารที่เคาเตอร์บาร์ได้ทันที คนทำอาหารไม่เหงา คนทานก็สบายและเพลิดเพลิน เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับปาร์ตี้ริมสระ เล่นน้ำเหนื่อยๆทานอาหารได้เลย ไม่ต้องเดินเข้าไปในบ้านให้เปียกเลอะเทอะ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.banidea.com
กิ๊บเก๋ไฮโซ! กระเบื้องสามมิติ เทรนด์ใหม่แต่งบ้านหรู สานโลกจินตนา-ความจริง

กิ๊บเก๋ไฮโซ! กระเบื้องสามมิติ เทรนด์ใหม่แต่งบ้านหรู สานโลกจินตนา-ความจริง

เว็บไซต์มิร์เรอร์ของอังกฤษเผยแพร่ผลงานสุดอลังการ "กระเบื้อง 3 มิติ" เทรนด์ใหม่มาแรงในหมู่เศรษฐีที่รักการแต่งบ้าน  โดยนำเทคนิคภาพ 3 มิติมาใช้ นอกจากเพิ่มความวิจิตรงดงามของผนังและพื้นห้องแล้ว ยังช่วยให้ลวดลายดูเสมือนจริง  ทำให้ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ ฯลฯ ดูมีชีวิตชีวาสวยงาม น่าอยู่  ซึ่งลวดลายของกระเบื้องนั้นก็มีด้วยกันหลากหลาย ทั้งลายน้ำตก ทะเล หุบเขา แมกไม้ สายธาร และสัตว์โลกน่ารัก ฯลฯ ตามแต่จินตนาการเจ้าของบ้าน  สำหรับสนนราคานั้น รู้แล้วก็เท่ากับตอกตะปูฝาโลงว่าต้องระดับเศรษฐีเท่านั้น เพราะห้องนึงอย่างต่ำก็ 20,000 ปอนด์ หรือราว 1,007,508 บาท ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  www.khaosod.co.th
10 เทคนิคแต่งบ้านหรู แบบไม่ต้องลงทุนเยอะ !

10 เทคนิคแต่งบ้านหรู แบบไม่ต้องลงทุนเยอะ !

ตกแต่งบ้านให้หรูหราด้วยเทคนิคเด็ด ๆ ที่จะทำให้บ้านสวยแต่ไม่ต้องใช้งบแแพงอย่างที่คิด เพียงแค่ทำตามนี้ก็เริดได้ ! หลายคนเข้าใจผิดว่าหากอยากมีบ้านหรู ๆ ต้องยอมจ่ายเงินซื้อเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง ทั้งที่ความเป็นจริงมีเทคนิคมากมายที่จะสร้างความหรูหราให้กับบ้าน โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนกับทุกอย่าง เพียงแค่ต้องรู้ปัจจัยที่ช่วยสร้างความหรูหราเท่านั้น ซึ่งหากใครกำลังมองหาวิธีสร้างบรรยากาศให้ดูสวยแพงแบบไม่สะเทือนกระเป๋าจนเกินไป ก็ต้องมาดู 10 วิธีดังต่อไปนี้เพื่อไปปรับใช้ในการตกแต่งบ้านเรียกความหรูกันค่ะ 1. ติดตั้งคิ้วผนัง การติดคิ้วผนังเป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยนห้องธรรมดาให้ดูมีอะไรมากขึ้น เพราะวัสดุชนิดนี้จะสร้างกรอบให้กับพื้นที่ ทั้งยังถ่ายทอดความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งช่วยสร้างความหรูหราได้ด้วยตัวมันเอง   2. สร้างจุดโฟกัส          อีกหนึ่งวิธีคือการหาจุดดึงดูดสายตาในห้อง ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือหยิบสถาปัตยกรรมที่มีอยู่แล้วในบ้านมาใช้ เช่น หากมีหน้าต่างบานใหญ่ที่ดึงดูดแสงธรรมชาติ ก็ให้ตั้งโซฟาเพื่อสร้างจุดสนใจในตำแหน่งนั้นเลย หรืออาจเรียกความสนใจด้วยโต๊ะ โคมไฟ หรือของประดับอื่น ๆ ที่โดดเด่นก็ได้ 3. ใช้สีโทนอบอุ่น          สีก็มีผลต่อความหรูหราเช่นกัน โดยให้เลือกที่สีที่เข้ากับสไตล์การตกแต่ง เช่น สีโทนอุ่นอย่างแดง ส้ม เหลือง จะสร้างบรรยากาศสบาย ๆ และเป็นกันเอง ในขณะที่สีโทนเย็นอย่างเทา เขียว ฟ้า จะเกี่ยวข้องกับความสงบและทำให้ห้องดูกว้างขวางขึ้น โดยแนะนำให้เลือกใช้สีเหล่านี้ในโทนกลาง ๆ ไม่หนักทึบจนเกินไป เพื่อสร้างความสว่างและเชื้อเชิญให้ทุกคนอยากเข้ามาใช้งานในห้อง 4. ใส่ใจกับที่นั่ง          จะมีอะไรสร้างความหรูหราได้ดีกว่าสัมผัสนุ่มสบายยามเอนหลัง ดังนั้นให้โฟกัสที่เก้าอี้หรือโซฟา ด้วยการเลือกใช้วัสดุรวมถึงผ้าหุ้มเบาะคุณภาพสูง โดยอย่าลืมคำนึงถึงหมอนอิงให้มีความหลากหลายทั้งรูปแบบและผิวสัมผัสด้วย 5. สร้างเลเยอร์ให้พื้นห้อง          พรมไม่เพียงแต่เพิ่มเลเยอร์ให้กับพื้นห้องเท่านั้น แต่ยังช่วยให้อุ่นเท้าในวันที่อากาศเย็น ๆ ได้อีกด้วย โดยลองพิจารณาเลือกพรมที่หนานุ่มในโทนสีธรรมชาติ หรืออาจเป็นลวดลายคลาสสิกตะวันออกเพื่อสร้างความหรูหราแบบง่าย ๆ 6. ใช้เสน่ห์ของความเก่า          ใช้เสน่ห์ของความเก่าเป็นตัวสร้างความหรูหรา ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค ไม่ว่าโต๊ะ เก้าอี้ หรือโคมไฟ โดยอาจจะผสมผสานกับสไตล์การตกแต่งแบบทันสมัยเพื่อความแปลกตาก็ได้ 7. เปล่งประกายด้วยสีเมทัลลิก          ไม่มีความหรูหราใด ๆ สมบูรณ์แบบได้โดยปราศจากประกายแวววาว ดังนั้นให้ใช้สีทอง บรอนซ์ หรือเงิน โดยพยายามจับคู่สีเมทัลลิกเหล่านี้กับสิ่งของที่เรียบง่ายเพื่อไม่ให้ดูหนักจนเกินไป เช่น โคมไฟ กรอบรูป หรือหากอยากใช้กับสิ่งของขนาดใหญ่ ลองพิจารณาเป็นซิงก์โลหะในห้องน้ำ หรือตู้แวววาวในห้องครัว เป็นต้น 8. สัมผัสหรูหราด้วยรายละเอียด          สร้างความหรูหราในราคาที่ไม่แพงด้วยการใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เปลี่ยนตัวจับเปิดตู้เป็นสเตนเลสเพื่อลุคโมเดิร์น หรือทำห้องน้ำให้เหมือนสปาดี ๆ ด้วยการใช้ผ้าเช็ดตัวเกรดพรีเมียมหรือม่านห้องน้ำที่ดูราคาแพง รวมถึงการใส่ใจกับพื้นผิวของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ด้วย 9. ดึงดูดด้วยแสง          สิ่งแวดล้อมมีผลต่อความรู้สึก ดังนั้นให้โฟกัสถึงสิ่งที่จะสร้างบรรยากาศ เช่น ใช้ไฟแบบควบคุมแสงได้ที่ให้ความนุ่มนวลมากกว่าแสงไฟรุนแรงจากเพดานห้อง นอกจากนี้ควรคำนึงถึงการสร้างบรรยากาศด้วยเครื่องหอมหรือดนตรีเช่นการเปิดเพลงคลอเบา ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศของความหรูหราผ่อนคลายนั่นเอง 10. รักษาบ้านให้เป็นระเบียบ          บ้านที่หรูหราต้องมาพร้อมความเป็นระเบียบและสะอาดสะอ้าน ดังนั้นเคลียร์ของรก ๆ ออกไป รวมถึงจัดระเบียบสิ่งของที่มีอยู่ให้เรียบร้อย โดยอย่าลืมทำความสะอาดบ้านให้เป็นประจำ เป็นวิธีสร้างความหรูหราสะอาดตาแบบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย          ลองเลือกข้อที่สนใจมาลองปรับใช้กับที่บ้านดูนะคะ รับรองว่าจะช่วยเพิ่มความหรูหราได้ดีโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายแพง ๆ เลย แค่รู้จักใช้เทคนิคเหล่านี้ให้เป็นเท่านั้นเอง ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก  home.kapook.com
15 ไอเดีย แต่งห้องนอน ประหยัดพื้นที่ด้วย เตียงนอนพับได้

15 ไอเดีย แต่งห้องนอน ประหยัดพื้นที่ด้วย เตียงนอนพับได้

วันนี้เรารวบรวมเอา 15 ไอเดีย แต่งห้องนอน ประหยัดพื้นที่ด้วย เตียงนอนพับได้ มาฝากเพื่อนๆ กันครับ เตียงนอนพับได้ เป็นไอเดียการออกแบบตกแต่งห้องสุดเจ๋ง เหมาะสำหรับบ้าน หรือคอนโดที่มีพื้นที่น้อย เพราะเป็นเตียงนอนที่ทำได้มากกว่า 1 ฟังก์ชั่น 1. Bed the sofa  2. Rustic cottage-style 3. Murphy beds. 4. Red Bedroom 5. Kitty Dadi 6. Forma Design 7. The guest room 8. Studio Garneo 9. Valet 10. Beyond beige 11. Nuovoliola-Storage 12. Double Bed 13. Compact unit  14. Transformations Bed 15. Murphy bunk beds เป็นยังไงกันบ้างครับกับไอเดียการใช้เตียงพับได้ในการตกแต่งห้องที่มีพื้นที่ไม่มาก นอกจากจะช่วยให้ประหยัดพื้นที่แล้ว ยังมีความเก๋ไก๋ในตัวด้วย ใครชอบการตกแต่งห้องสไตล์แบบนี้ ก็สามารถเอาไปลองใช้กันได้นะครับ ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : decor.mthai.com
Shifty โต๊ะเขียนหนังสือสไตล์โมเดิร์น

Shifty โต๊ะเขียนหนังสือสไตล์โมเดิร์น

Shifty คือโต๊ะเขียนหนังสือสไตล์โมเดิร์น ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับผู้ที่อาศัยที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด โดยดีไซเนอร์ชาวอังกฤษที่มีชื่อว่า Daniel Schofield โดยถูกออกแบบมาให้มีช่องลิ้นชักเก็บของที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถเก็บเอกสาร เครื่องมือ อุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ต่างๆได้ง่ายไม่รกสายตา สำหรับการใช้ลิ้นชักของ Schofield นั้นจะแตกต่างจากการโต๊ะเขียนหนังสือทั่วไปซึ่งจะต้องดึงลิ้นชักออกมาทางด้านหน้าของผู้ใช้ แต่ Shifty จะใช้วิธีการเลื่อนโต๊ะออกจากตัวลิ้นชัก(ติดตั้งเข้ากับผนัง)แทน ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดลิ้นชักเพื่อวางข้าวของต่างๆได้ โดยไม่รบกวนการนั่งทำงาน หรือต้องนำสิ่งของไปเก็บไว้ที่อื่นซึ่งการออกแบบในลักษณะนี้จะช่วยให้เราสามารถประหยัดพื้นที่การใช้งานภายในที่อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดีอีกด้วยคะ ที่มา : www.forfur.com